แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าวรรณคดี เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ม.1/2 วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ ม.1/3 อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์เนื้อหาวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พร้อมยกเหตุผลประกอบได้ 2. วิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้ สาระสำคัญ การศึกษาวรรณคดีเกี่ยวกับประเพณีต้องวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน วิธีสอนตามรูปแบบ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้เดิม 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานแล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามใน ประเด็นที่กำหนด ดังนี้ - กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานมีลักษณะการเขียนอย่างไร - กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานกล่าวถึงอาหารกี่ประเภทอะไรบ้าง - อาหารที่กล่าวถึงในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานประเภทใดที่นักเรียนรู้จัก 2. ครูซักถามนักเรียนว่า นอกจากในเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานแล้ว มีวรรณคดีเรื่องอื่นหรือไม่ที่ กล่าวถึงอาหาร
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า อาหารที่ปรุงและตกแต่งอย่างสวยงามมีประโยชน์หรือคุณค่าในด้านใด (การปรุงและตกแต่งอาหารให้มีความสวยงามเป็นศิลปะและวัฒนธรรมแขนงหนึ่งของไทย) ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ใหม่ 1.นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันศึกษาวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน จากหนังสือเรียน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเนื้อหาของเรื่องแล้วแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณค่าของเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 3. นักเรียนช่วยกันสรุปคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานสะท้อนภาพความเป็นอยู่ในราชสำนักอย่างไร (สะท้อนภาพเครื่องเสวยของพระมหากษัตริย์ที่มีความประณีตงดงาม) ขั้นที่ 3 ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน : บทวิเคราะห์ จากหนังสือเรียน 2. นักเรียนทำใบงาน เรื่อง คุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เป็นรายบุคคล ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม นักเรียนแต่ละคนนำใบงาน เรื่อง คุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มาอภิปรายคำตอบร่วมกัน ภายในกลุ่มแล้วช่วยกันสรุปคำตอบที่ได้จากผลการอภิปรายของกลุ่ม ขั้นที่ 5 สรุปและจัดระเบียบความรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานในใบงาน ที่บันทึกคำตอบที่เป็นข้อสรุปของกลุ่มที่หน้าชั้นเรียน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนได้รับความรู้อะไรจากการศึกษากาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.1 2. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.1 3. ใบงาน เรื่อง คุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง คุณค่าจากกาพย์ เห่ชมเครื่องคาวหวาน ใบงานคุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่อง คาวหวาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ใบงาน คุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน แล้ววิเคราะห์และอธิบายคุณค่า 1. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลยใบงาน คุณค่าจากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน แล้ววิเคราะห์และอธิบายคุณค่า 1. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไร 1) ให้ความรู้เรื่องวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารการกินของคนไทยในสมัยก่อน สะท้อนให้เห็นฝีมือการทำอาหารทั้งคาวหวาน รวมถึงการปอก การคว้านผลไม้ที่ต้องทำด้วยความประณีต ซึ่งอาหารบางชนิดไม่เป็นที่รู้จักของคนในสมัยปัจจุบัน 2) ให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพบ้านเมือง ความสัมพันธ์กับต่างชาติ สินค้าของต่างชาติที่เข้ามาในเมืองไทย และเป็นที่นิยมของชนชั้นสูง และวิธีการ ปรุงอาหารตามแบบของคนต่างชาติ เช่น ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ ลุดตี่เครื่องปรุงรสอาหาร เช่น น้ำปลาญี่ปุ่น หรือผลไม้แห้งที่ผ่านการถนอมอาหาร มาแล้ว เช่น พลับจีน 2. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์อย่างไร 1) ใช้โวหารเปรียบเทียบช่วยให้เกิดจินตภาพ เช่น รสรักยักลำนำ ประดิษฐ์ทำขนมเทียน คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม 2) เล่นเสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ช่วยให้เกิดความไพเราะ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง 3) ใช้โวหารเกินจริง เพื่อเน้นย้ำความหมาย เช่น ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤาจะเปรียบเทียบทันขวัญ 4) การเล่นคำ เพื่อเน้นข้อความให้มีความชัดเจนสร้างอารมณ์สะเทือนใจ เช่น รังไรโรยด้วยแป้ง เหมือนนกแสร้งทำรังรวง โอ้อกนกทั้งปวง ยังยินดีด้วยมีรัง
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่า เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ม.1/2 วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ ม.1/3 อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์เนื้อหาวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พร้อมยกเหตุผลประกอบได้ 2. วิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้ สาระสำคัญ การศึกษาวรรณคดีเกี่ยวกับประเพณีต้องวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน พร้อมยก เหตุผลประกอบ สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน วิธีสอนตามรูปแบบ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) (ต่อจากชั่วโมงที่แล้ว) ขั้นที่ 6 ปฏิบัติและ/หรือแสดงผลงาน สมาชิกแต่ละกลุ่มเขียนสรุปคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน แล้วตกแต่งให้ สวยงาม จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันคัดเลือกผลงานดีเด่นมาติดป้ายนิเทศ ขั้นที่ 7 ประยุกต์ใช้ความรู้ 1. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง คุณค่าจากเสบียงกรังของชูชก เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจความ เรียบร้อยก่อนนำส่งครู 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
บทบรรยายเสบียงกรังของชูชกกับการบรรยายในเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีความ แตกต่างกันอย่างไร (กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานใช้ภาษาที่ประณีต งดงามเหมาะกับอาหารแต่ละชนิดที่ได้มีการตกแต่งมา อย่างดีแต่บทบรรยายเสบียงกรังของชูชก ใช้ภาษาง่ายๆ มองเห็นภาพการจัดอาหารลงในถุงย่าม ซึ่งเป็น อาหารแห้งๆ เหมาะสำหรับใช้ในการเดินทาง) 3. นักเรียนเลือกอ่านวรรณคดีเรื่องอื่นๆ ที่กล่าวถึงอาหารแล้วเขียนบันทึกคุณค่าของเรื่องลงในแบบ บันทึกการอ่าน สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.1 2. แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.1 3. ใบงาน เรื่อง คุณค่าจากเสบียงกรังของชูชก วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง คุณค่าจากเสบียง กรังของชูชก ใบงานเรื่องคุณค่าจากเสบียง กรังของชูชก ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
“นางอมิตตดาสาวศรีเมื่อจะตกแต่งเสบียงให้แก่ธชีไปทางไกล ออเฒ่าสั่งสิ่งใดเจ้าก็ทำได้สิ่งนั้น ทุกสิ่งสรรพ์เสร็จสรรพสำหรับจะเดินทาง ทั้งลูกเดือยข้าวฟ่างต่างๆ ไม่อย่างเดียว ข้าวเหนียวข้าวเจ้า ข้าวเม่าข้าวพอง เป็นของเดินทาง ถั่วงาสาคูข้าวตูข้าวตาก หลากๆ ไม่น้อย ที่ใส่น้ำอ้อยอร่อยดีล้ำ น้ำผึ้งหวานฉ่ำ น้ำตาลหวานเฉื่อย เหนื่อยๆ แก้ร้อน ผ่อนลงถุงไถ้ยัดใส่ย่ามละว้า นักหนาซับซ้อน อ้ายที่ไหนกินก่อนผ่อนไว้ข้างบน ที่ไหนเมื่อจนจะได้กินนานๆ จัดลงไว้ข้างล่างต่างๆ สารพัด …….” ใบงานเรื่อง คุณค่าจากเสบียงกรังของชูชก คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทบรรยายเสบียงกรังของชูชก แล้ววิเคราะห์และอธิบายคุณค่า 1. บทบรรยายเสบียงกรังของชูชก มีคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไร ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ 2. บทบรรยายเสบียงกรังของชูชก มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์อย่างไร ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________
“นางอมิตตดาสาวศรีเมื่อจะตกแต่งเสบียงให้แก่ธชีไปทางไกล ออเฒ่าสั่งสิ่งใดเจ้าก็ทำได้สิ่งนั้น ทุกสิ่งสรรพ์เสร็จสรรพสำหรับจะเดินทาง ทั้งลูกเดือยข้าวฟ่างต่างๆ ไม่อย่างเดียว ข้าวเหนียวข้าวเจ้า ข้าวเม่าข้าวพอง เป็นของเดินทาง ถั่วงาสาคูข้าวตูข้าวตาก หลากๆ ไม่น้อย ที่ใส่น้ำอ้อยอร่อยดีล้ำ น้ำผึ้งหวานฉ่ำ น้ำตาลหวานเฉื่อย เหนื่อยๆ แก้ร้อน ผ่อนลงถุงไถ้ยัดใส่ย่ามละว้า นักหนาซับซ้อน อ้ายที่ไหนกินก่อนผ่อนไว้ข้างบน ที่ไหนเมื่อจนจะได้กินนานๆ จัดลงไว้ข้างล่างต่างๆ สารพัด …….” เฉลยใบงานเรื่อง คุณค่าจากเสบียงกรังของชูชก คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทบรรยายเสบียงกรังของชูชก แล้ววิเคราะห์และอธิบายคุณค่า 1. บทบรรยายเสบียงกรังของชูชก มีคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างไร 1) ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ใช้สำหรับเดินทาง เป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นานไม่เสียง่าย เช่น ข้าวเม่า ข้าวพอง ข้าวตู ข้าวตาก 2) สะท้อนหน้าที่ของภรรยาที่ดี ต้องรู้จักปรนนิบัติสามี ทำตามที่สามีสั่งดังข้อความที่ว่า “เมื่อจะตกแต่งเสบียงให้แก่ธชีไป ทางไกล ออเฒ่าสั่งสิ่งใดเจ้าก็ทำได้สิ่งนั้น ทุกสิ่งสรรพ์เสร็จสรรพสำหรับจะเดินทาง 2. บทบรรยายเสบียงกรังของชูชก มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์อย่างไร ใช้คำง่ายๆ ทำให้เกิดจินตภาพ ทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพการเลือกอาหารสำหรับใช้ในการเดินทาง และการ จัดเรียงลงในย่าม เช่น อ้ายที่ไหนกินก่อนผ่อนไว้ข้างบน ที่ไหนเมื่อจนจะได้กินนานๆ จัดลงไว้ข้างล่าง
แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากก………………………… สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์……………….. จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา …………… 1.สาระสำคัญของเรื่อง __________________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________ 2.วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน _________________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________ 3.สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน _________________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________ 4.ข้อเสนอแนะของครู ________________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________ ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( ) ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การสรุปความรู้และข้อคิด เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ม.1/4 สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ม.1/5 ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สรุปความรู้และข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ 2. ท่องจำบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจจากวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้ สาระสำคัญ การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีเกี่ยวกับประเพณี จะต้องสรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจำบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับคุณค่าของวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 2. นักเรียนแต่ละคนเลือกตอนที่ชอบมากที่สุด คนละ 1 ตอน พร้อมแสดงเหตุผล 3. ครูบันทึกตอนที่นักเรียนชอบ และแจ้งให้ทราบว่าตอนใดมีเพื่อนในชั้นเรียนชอบมากที่สุด และถือ เป็นมติว่าจะต้องใช้เป็นบทท่องจำ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 1. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันวิเคราะห์ความรู้และข้อคิดจากวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านทำนองเสนาะและฝึกท่องบทท่องจำที่เป็นมติของชั้นเรียนจากหนังสือ เรียน 3. สมาชิกในกลุ่มช่วยกันดูแลฝึกซ้อมการท่องจำบทร้อยกรองจนถูกต้อง แม่นยำ และเกิดความชำนาญ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 1. สมาชิกแต่ละกลุ่มระดมสมองเพื่อวิเคราะห์ความรู้และข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชม เครื่องคาวหวาน แล้วสรุปผล 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด 3. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานให้ความรู้และข้อคิดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 1. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายการนำความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชม เครื่องคาวหวานไปใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วบันทึกแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนจะนำความรู้เรื่อง การปรุงอาหารการประดิษฐ์ตกแต่งอาหาร จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มาใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่เพราะเหตุใด (นำมาใช้ไม่ได้ เพราะการประดิษฐ์อาหารตามที่กล่าวถึงในเรื่องต้องใช้เวลา ใช้ฝีมือในการ ประดิดประดอย ต้องทำด้วยความวิจิตรบรรจงไม่เหมาะสำหรับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอบันทึกการนำความรู้และข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. นักเรียนท่องจำบทร้อยกรองกับครูเป็นรายกลุ่มนอกเวลาเรียน ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำสมุดภาพจากวรรณคดี เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การสรุปเนื้อหาของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 2) การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 3) การสรุปความรู้และข้อคิดจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.1 วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการท่องจำบทร้อยกรอง แบบประเมินการท่องจำบท ร้อยกรอง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจสมุดภาพ เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่อง คาวหวาน แบบประเมินสมุดภาพ เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินสมุดภาพ เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ลำดับ ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การสรุปเนื้อหาของวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่ชม เครื่องคาวหวาน 2 การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าของวรรณคดี เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน 3 การสรุปความรู้และข้อคิดจากวรรณคดี เรื่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 คะแนน ดี = 3 คะแนน พอใช้ = 2 คะแนน ปรับปรุง = 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 11 - 12 ดีมาก 9 - 10 ดี 6 - 8 พอใช้ ต่ำกว่า 6 ปรับปรุง
แบบประเมินการท่องจำบทร้อยกรอง คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมการอ่านออกเสียงของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับ คะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ถูกต้อง ตาม ลักษณะ คำ ประพันธ์ การแบ่ง วรรคตอน ออกเสียง ชัดเจน ความ ถูกต้อง ของบท ท่องจำ รวม 16 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติได้ถูกต้อง ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติมีข้อบกพร่องเล็กน้อย ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติมีข้อบกพร่องปานกลาง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 16 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง 2 การลำดับขั้นตอนของเนื้อเรื่อง 3 การนำเสนอมีความน่าสนใจ 4 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความมีวินัย ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เสียสละ การรับฟังความ คิดเห็น การแสดงความ คิดเห็น การตรงต่อเวลา รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น คำชี้แจง :ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันทำงาน 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การความคิดเห็นจากสื่อ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงาน ข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม. ๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายหลักการเขียนแสดงความคิดเห็นได้ (K) ๒. เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับได้(P) ๓. มีมารยาทในการเขียน (A) สาระสำคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น หมายถึง การเขียนที่ประกอบด้วยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงกับการแสดง ความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิดเห็นควรจะมีเหตุผลและเป็นไปในทางสร้างสรรค์การเขียนแสดง ความคิดเห็นมักปรากฏในรูปของบทความตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร เป็นต้น สาระการเรียนรู้ การเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับได้ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นนำ นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - การแสดงความคิดเห็นที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร - นักเรียนสามารถพบเห็นการเขียนแสดงความคิดเห็นในที่ไหนได้บ้าง
ขั้นสอน ๑. ครูอธิบายหลักการเขียนแสดงความคิดเห็นและมารยาทในการเขียน ๒. ครูยกตัวอย่างการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ดีจากสื่อออนไลน์ จากนั้นถามนักเรียนว่ามีความคิดเห็น อย่างไรต่อการกระทำในที่นี้ ๓. นักเรียนยกตัวอย่างการเขียนแสดงความคิดเห็นที่ดีคนละ 1 ข้อ ๔. นักเรียนดูคลิปหนังสั้นเรื่อง “Unsung Hero”จากนั้นตอบคำถามในใบงาน เรื่อง การเขียนแสดง ความคิดเห็นจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๕. ครูสุ่มนักเรียน ๒ – 3 คน ออกมาอ่านความคิดเห็นของตนเองจากการดูคลิปหนังสั้นเรื่อง “Unsung Hero” ให้เพื่อนฟัง และร่วมกันอภิปรายในชั้นเรียน ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ หากเราได้ศึกษาและทำความเข้าใจถึงหลักการเขียนวิเคราะห์วิจารณ์ การเขียนแสดงความคิดเห็น และการเขียนโต้แย้งแล้ว เราจะสามารถเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งใน เรื่องต่างๆ หรือสื่อต่างๆ เช่น บทโฆษณา บทความทางวิชาการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.1 ๒. ดูคลิปหนังสั้นเรื่อง “Unsung Hero” จาก https://www.youtube.com/watch?v=uaWA2GbcnJU ๓. ใบงาน เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ๑. อธิบายหลักการเขียนแสดง ความคิดเห็นได้ (K) สังเกตการอธิบาย แบบสังเกตการอธิบาย นักเรียนได้คะแนนระดับดีขั้นไป ถือว่าผ่าน ๒. เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับได้ (P) ตรวจใบงาน ใบงานเรื่อง การเขียน แสดงความคิดเห็นจาก สื่ออิเล็กทรอนิกส์ นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไปถือว่าผ่าน ๓. มีมารยาทในการเขียน (A) สังเกตพฤติกรรม การเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียน นักเรียนได้คะแนนระดับดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน
ชื่อ_________________________________ชั้น_________เลขที่ __________ ใบงาน เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปหนังสั้นเรื่อง “Unsung Hero” ตามประเด็น ดังต่อไปนี้(ข้อละ ๕ คะแนน) ๑. หลังจากดูคลิปหนังสั้นเรื่อง “Unsung Hero” แล้ว นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ ๒. จากคำกล่าวที่ว่า “ในชีวิตคุณอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด และเคยสงสัยไหม ? ชีวิตคนเรา ต้องการอะไรกันแน่ทำไมบางคนมีเงินมากมาย...ก็ยังไม่มีความสุข” นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับ คำกล่าวนี้จงอธิบายพร้อมยกเหตุผลประกอบ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________
เกณฑ์การประเมินการอธิบาย ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 ๐ ๑. ความถูกต้องของ เนื้อหา สามารถอธิบายคำตอบ ได้ตรงประเด็น ครอบคลุมเนื้อหา สามารถอธิบายคำตอบได้ตรง ประเด็นบางส่วน ไม่สามารถอธิบายคำตอบได้ ตรงประเด็น ๒. การใช้ภาษา ใช้ภาษาทางการ ใช้ภาษากึ่งทางการ ใช้ภาษาไม่เป็นทางการ ๓. มีส่วนร่วม ตอบคำถาม หรือ ร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน ทุกครั้ง ตอบคำถาม หรือร่วมกิจกรรมใน ชั้นเรียนบางครั้ง ไม่ตอบคำถาม และไม่ร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๔. แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น สม่ำเสมอ แสดงความคิดเห็นเป็นบางครั้ง ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น 5. การยอมรับ ฟังความ คิดเห็น ยอมรับฟังความคิดเห็น ผู้อื่นสม่ำเสมอ ยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น สม่ำเสมอบ้าง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น ผู้อื่น เกณฑ์การประเมินการอ่านออกเสียง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนน ๗-๑๐ ดีมาก คะแนน ๕-๖ ดี คะแนน ๓-๔ พอใช้ คะแนน ๐-๒ ควรปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน นักเรียนต้องได้คะแนนระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปจึงจะผ่าน
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการเรียน ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๒ ๑ ๐ ๑. มีส่วนร่วม ตอบคำถาม หรือร่วม กิจกรรมในชั้นเรียนทุกครั้ง ตอบคำถาม หรือร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน บางครั้ง ไม่ตอบคำถาม และไม่ร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๒. รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ส่งงานที่ได้รับ มอบหมายทุกครั้ง ตรงต่อเวลา ส่งงานที่ ได้รับมอบหมายบางครั้ง ไม่ตรงต่อเวลา และไม่ส่งงาน ๓. แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาและ มีเหตุผล รวมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น กล้าแสดงความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาและ มีเหตุผล แต่ไม่รับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ๔. ความกระตือรือร้น มีความสนใจในบทเรียน มีความสนใจในบทเรียน บางครั้ง ไม่มีความสนใจในบทเรียน ๕. มารยาทในชั้นเรียน ไม่คุยกันเสียงดัง ยกมือ ทุกครั้งก่อนตอบคำถาม ไม่ลุกเดินไปมาระหว่างที่ ครูสอน คุยกันเสียงดัง ยกมือ ก่อนตอบคำถามใน บางครั้ง ไม่ลุกเดินไปมา ระหว่างที่ครูสอน คุยกันเสียงดัง ไม่ยกมือก่อน ตอบคำถาม ลุกเดินไปมา ระหว่างที่ครูสอน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ คะแนน ๗-๑๐ ดีมาก คะแนน ๕-๖ ดี คะแนน ๓-๔ พอใช้ คะแนน ๐-๒ ควรปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน นักเรียนต้องได้คะแนนระดับคุณภาพ ดีขึ้นไปจึงจะผ่าน
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ .................................................... ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................................... ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ .................................................... ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม. ๑/๔ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.อธิบายลักษณะของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ (K) ๒.วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความสมเหตุสมผลของเนื้อหา (P) ๓.ประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหาด้วยเหตุผล (P) ๔.เห็นความสำคัญในการประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน (A) สาระสำคัญ การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความสมเหตุสมผลของเรื่อง ทำให้ผู้รับสารสามารถ ประเมินความน่าเชื่อถือของเรื่องนั้นได้ชัดเจนและแม่นยำ สาระการเรียนรู้ การประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นนำ ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการหลงเชื่อโฆษณาต่าง ๆ วิเคราะห์และอภิปรายสาเหตุและผลที่ได้รับ ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับลักษณะของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ เช่น โฆษณา ประกาศ ข้อความชวนเชื่อ บทความเชิญชวนหรือรณรงค์ ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติม ขั้นสอน
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม ระดมความคิดและอภิปรายเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของ โฆษณาทางสื่อต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ โฆษณาทางวิทยุ กลุ่มที่ ๒ โฆษณาทางโทรทัศน์ กลุ่มที่ ๓ โฆษณาทางหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร กลุ่มที่ ๔ โฆษณาทางอินเทอร์เน็ต ๔. ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์และประเมินค่าสื่อในประเด็นต่อไปนี้ - ลักษณะเด่นของโฆษณาที่ปรากฏในสื่อนั้น - การให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง - การสร้างความน่าเชื่อถือและแรงจูงใจ - ความสมเหตุสมผลหรือความเป็นไปได้ ๕. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนทุกคนร่วมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม ๖. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับข่าวที่มีผู้โทรศัพท์มาหลอกให้หลงเชื่อด้วยวิธีการและ สถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่หลงเชื่อก็จะได้รับความเสียหาย ให้นักเรียนร่วมกันคิดหาแนวทางป้องกัน ตนเองและคนใกล้ชิด ไม่ให้หลงเชื่อข้อความดังกล่าว ขั้นสรุป ๗. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และความสมเหตุสมผลของเรื่อง ทำให้ผู้รับสาร สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของเรื่องนั้นได้ชัดเจนและแม่นยำ ๘. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ การโน้มน้าวใจสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในเรื่องใดบ้าง สื่อการเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ .................................................... ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................................... ๓. แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง รวม ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง หลักการเขียนเรียงความ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๑/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการเขียน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการเขียนเรียงความเชิงพรรณนาได้(K) 2. เขียนเรียงความได้(P) 3. มีมารยาทในการเขียน (A) สาระสำคัญ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเป็นงานเขียนร้อยแก้วที่มีการแทรกเนื้อความที่กล่าวอย่างละเอียด และเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป สาระการเรียนรู้ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน วิธีการจัดการเรียนการสอน วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) (ชั่วโมงที่ 1) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด 2. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการเขียนเรียงความ จากนั้นครูให้นักเรียนที่มีประสบการณ์ในการเขียน เรียงความส่งเข้าประกวดเล่าประสบการณ์และวิธีการเขียนเรียงความให้เพื่อนฟัง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเขียนเรียงความต้องมีความรู้ในเรื่องใดบ้าง (ต้องมีความรู้เรื่อง ส่วนประกอบของเรียงความ การวางโครงเรื่อง การเลือกใช้สำนวนภาษา)
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1 – 2 1.๑ ส่วนประกอบในการเขียนเรียงความส่วนใดสำคัญที่สุด (เนื้อเรื่อง) ๑.2 พฤกษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ข้อความที่นำมาใช้ในการเขียนคำนำเรียงความควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งใด (คุณความดีของมนุษย์) 2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง อ่อน แล้วให้ กำหนดหมายเลขประจำตัวเป็นหมายเลข 1 - 3 เรียกว่า กลุ่มบ้าน 3. นักเรียนที่มีหมายเลขเดียวกันจากกลุ่มบ้านมารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อศึกษาและสืบค้นความรู้เรื่อง การเขียนเรียงความ จากหนังสือเรียน และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามประเด็นที่ครูกำหนด ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาและสืบค้นการเขียนเรียงความเชิงพรรณนา : การเขียนคำนำ - กลุ่มหมายเลข 2 ศึกษาและสืบค้นการเขียนเรียงความเชิงพรรณนา : การเขียนเนื้อเรื่อง - กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาและสืบค้นการเขียนเรียงความเชิงพรรณนา : การเขียนสรุป (กลุ่มที่ศึกษาหมายเลขเดียวกันอาจมีหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับจำนวนของนักเรียน) 4. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มวางแผนการทำงานร่วมกันและแบ่งหน้าที่ในการศึกษาและสืบค้น ความรู้ตามความสนใจ หรือตามความเหมาะสม สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.1 2. ใบงานเรื่อง การเขียนคำนำ 3. ใบงานเรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง 4. ใบงานเรื่อง การเขียนสรุป วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง การเขียนคำนำ ใบงานเรื่อง การเขียนคำนำ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง ใบงานเรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง การเขียนสรุป ใบงานเรื่อง การเขียนสรุป ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงานเรื่อง การเขียนคำนำ คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนคำนำ คำนำ เป็นข้อความที่เริ่มเรื่อง เป็นส่วนแรกของเรียงความ เป็นส่วนที่แสดงประเด็นหลักหรือ จุดประสงค์ของเรื่อง ทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจ พิถีพิถัน คำนึงถึงเรื่องที่จะเขียน นอกจากจะเป็นการบอก ผู้อ่านถึงเนื้อหาที่นำเสนอและยังเป็น การเร้าความสนใจให้อยากอ่านเรื่องจนจบ การเขียนคำนำเน้นศิลปะ ในการใช้ภาษา แสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนเพื่อเร้าใจผู้อ่านให้ติดตามอยากอ่านเรื่องต่อไป การเขียนคำนำเพื่อเร้าความสนใจนั้นมีหลายวิธีแล้วแต่ผู้เขียนจะเลือกตามความเหมาะสม การเขียนคำนำ อาจนำด้วยปัญหาเร่งด่วน หรือหัวข้อที่กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คำถาม การเล่าเรื่องที่จะเขียน การยก คำพูด ข้อความหรือสุภาษิตที่น่าสนใจ บทร้อยกรอง การอธิบายความเป็นมาของเรื่อง การบอกจุดประสงค์ ของการเขียน การให้คำจำกัดความของคำสำคัญของเรื่องที่จะเขียน แรงบันดาลใจ แล้วขยายความนั้นด้วย ภาษาที่กระชับรัดกุม คำนำมีหลายแบบ เช่น แบบขึ้นต้นด้วยส่วนรวมไปสู่เรื่องเฉพาะ แบบมุ่งตรงสู่เรื่อง แบบขึ้นต้นด้วยความตรงกันข้ามและเป็นปัญหาให้คิด แบบขึ้นต้นด้วยการเล่าเรื่อง แบบที่ทำให้เกิดความ พิศวง ทั้งนี้จะเลือกใช้แบบใดย่อมขึ้นอยู่กับเรื่องที่จะเขียนด้วย ควรมีความยาว ร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด 1. คำนำของเรียงความมีหน้าที่อย่างไร 2. การเขียนคำนำมีจุดเน้นอย่างไร 3. การเลือกเขียนคำนำมีวิธีการเลือกอย่างไร 4. “เหตุใดเยาวชนไทยจึงใส่ใจกับวัฒนธรรมต่างชาติ” ข้อความนี้เป็นการเขียนคำนำแบบใด
เฉลยใบงานเรื่อง การเขียนคำนำ คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนคำนำ คำนำ เป็นข้อความที่เริ่มเรื่อง เป็นส่วนแรกของเรียงความ เป็นส่วนที่แสดงประเด็นหลักหรือ จุดประสงค์ของเรื่อง ทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจ พิถีพิถัน คำนึงถึงเรื่องที่จะเขียน นอกจากจะเป็นการบอก ผู้อ่านถึงเนื้อหาที่นำเสนอและยังเป็น การเร้าความสนใจให้อยากอ่านเรื่องจนจบ การเขียนคำนำเน้นศิลปะ ในการใช้ภาษา แสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนเพื่อเร้าใจผู้อ่านให้ติดตามอยากอ่านเรื่องต่อไป การเขียน คำนำเพื่อเร้าความสนใจนั้นมีหลายวิธีแล้วแต่ผู้เขียนจะเลือกตามความเหมาะสม การเขียนคำนำอาจนำ ด้วยปัญหาเร่งด่วน หรือหัวข้อที่กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คำถาม การเล่าเรื่องที่จะเขียน การยกคำพูด ข้อความหรือสุภาษิตที่น่าสนใจ บทร้อยกรอง การอธิบายความเป็นมาของเรื่อง การบอกจุดประสงค์ของ การเขียน การให้คำจำกัดความของคำสำคัญของเรื่องที่จะเขียน แรงบันดาลใจ แล้วขยายความนั้นด้วย ภาษาที่กระชับรัดกุม คำนำมีหลายแบบ เช่น แบบขึ้นต้นด้วยส่วนรวมไปสู่เรื่องเฉพาะ แบบมุ่งตรงสู่เรื่อง แบบขึ้นต้นด้วยความตรงกันข้ามและเป็นปัญหาให้คิด แบบขึ้นต้นด้วยการเล่าเรื่อง แบบที่ทำให้เกิดความ พิศวง ทั้งนี้จะเลือกใช้แบบใดย่อมขึ้นอยู่กับเรื่องที่จะเขียนด้วย ควรมีความยาว ร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด 1. คำนำของเรียงความมีหน้าที่อย่างไร เป็นส่วนที่แสดงประเด็นหลักหรือจุดประสงค์ของเรื่อง ทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน 2. การเขียนคำนำมีจุดเน้นอย่างไร การเขียนคำนำเน้นศิลปะในการใช้ภาษา แสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียน เพื่อเร้าใจผู้อ่านให้ อยากติดตามอ่านเรื่องต่อไป . 3. การเลือกเขียนคำนำมีวิธีการเลือกอย่างไร เลือกเขียนให้เหมาะสมกับเรื่องที่เขียน 4. “เหตุใดเยาวชนไทยจึงใส่ใจกับวัฒนธรรมต่างชาติ” ข้อความนี้เป็นการเขียนคำนำแบบใด เป็นการเขียนแบบเป็นปัญหาให้คิด
ใบงานเรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญและยาวที่สุดของเรียงความ ประกอบด้วย ความรู้ความคิด และข้อมูลที่ ผู้เขียนค้นคว้า และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ระเบียบ เป็นสาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องแสดงความรู้ หรือความคิดอย่างกว้างขวาง ถูกต้องและสมบูรณ์ ตรงตามหัวข้อเรื่องที่เขียน ผู้เขียนจะต้องคิดก่อนเป็น ขั้นแรกว่าจะเลือกเขียนเรื่องอะไรและมีวัตถุประสงค์ใดในการเขียนเรื่องนั้นๆ จุดประสงค์ในการเขียนเรียงความ มี 4 ประการ คือ 1) เพื่อให้ข้อเท็จจริงแก่ผู้อ่าน 2) เพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน 3) เพื่อให้ความบันเทิง 4) เพื่อส่งเสริมการใช้ความคิดของผู้อ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้น การกำหนดจุดประสงค์ที่แตกต่างกันจะทำให้เนื้อหาของงานเขียนต่างกันด้วย ผู้เขียนต้องวางโครงเรื่อง ไว้ก่อนที่จะลงมือเขียน แบ่งเนื้อหาเป็นย่อหน้าต่างๆ ในย่อหน้าหนึ่งจะมีความคิดเป็นหลักสำคัญเพียง ความคิดเดียว แต่ละย่อหน้าต้องมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กันและสื่อความหมายได้ชัดเจน ส่วนของเนื้อเรื่องนี้ ควรได้อ้างอุทาหรณ์ต่างๆ มาประกอบเป็นเชิงสาธกโวหาร เทศนาโวหาร อุปมาโวหาร และอาจเสนอบท กลอนที่เกี่ยวข้องมาประกอบด้วย จะทำให้เรียงความมีสีสันและคุณค่ามากยิ่งขึ้น ควรมีความยาว ร้อยละ 70 - 80 ของเรียงความทั้งหมด 1. เนื้อเรื่องเรียงความมีส่วนประกอบอะไรบ้าง การเขียนเนื้อเรื่องเรียงความจะต้องนำเสนออย่างไร 2. จุดประสงค์ในการเขียนเรียงความมีกี่ประการ 3. การกำหนดจุดประสงค์ในการเขียนต่างกัน มีผลต่อเรียงความอย่างไร 4. ก่อนที่จะลงมือเขียนเรียงความผู้เขียนต้องทำสิ่งใดก่อน
เฉลยใบงานเรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญและยาวที่สุดของเรียงความ ประกอบด้วย ความรู้ความคิด และข้อมูลที่ ผู้เขียนค้นคว้า และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ระเบียบ เป็นสาระสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนต้องแสดงความรู้ หรือความคิดอย่างกว้างขวาง ถูกต้องและสมบูรณ์ ตรงตามหัวข้อเรื่องที่เขียน ผู้เขียนจะต้องคิดก่อนเป็น ขั้นแรกว่าจะเลือกเขียนเรื่องอะไรและมีวัตถุประสงค์ใดในการเขียนเรื่องนั้นๆ จุดประสงค์ในการเขียนเรียงความ มี 4 ประการ คือ 1) เพื่อให้ข้อเท็จจริงแก่ผู้อ่าน 2) เพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน 3) เพื่อให้ความบันเทิง 4) เพื่อส่งเสริมการใช้ความคิดของผู้อ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้น การกำหนดจุดประสงค์ที่แตกต่างกันจะทำให้เนื้อหาของงานเขียนต่างกันด้วย ผู้เขียนต้องวางโครงเรื่อง ไว้ก่อนที่จะลงมือเขียน แบ่งเนื้อหาเป็นย่อหน้าต่างๆ ในย่อหน้าหนึ่งจะมีความคิดเป็นหลักสำคัญเพียง ความคิดเดียว แต่ละย่อหน้าต้องมีความต่อเนื่องสัมพันธ์กันและสื่อความหมายได้ชัดเจน ส่วนของเนื้อเรื่องนี้ ควรได้อ้างอุทาหรณ์ต่างๆ มาประกอบเป็นเชิงสาธกโวหาร เทศนาโวหาร อุปมาโวหาร และอาจเสนอบท กลอนที่เกี่ยวข้องมาประกอบด้วย จะทำให้เรียงความมีสีสันและคุณค่ามากยิ่งขึ้น ควรมีความยาว ร้อยละ 70 - 80 ของเรียงความทั้งหมด 1. เนื้อเรื่องเรียงความมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ประกอบด้วย ความรู้ ความคิด และข้อมูลที่ผู้เขียนค้นคว้า และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ระเบียบ 2. การเขียนเนื้อเรื่องเรียงความจะต้องนำเสนออย่างไร ผู้เขียนต้องแสดงความรู้หรือความคิดอย่างกว้างขวาง ถูกต้องและสมบูรณ์ ตรงตามหัวข้อเรื่องที่เขียน 3. จุดประสงค์ในการเขียนเรียงความมีกี่ประการ มี 4 ประการ คือ 1) เพื่อให้ข้อเท็จจริงแก่ผู้อ่าน 2) เพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน 3) เพื่อให้ความบันเทิง 4) เพื่อส่งเสริมการใช้ความคิดของผู้อ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 4. การกำหนดจุดประสงค์ในการเขียนต่างกัน มีผลต่อเรียงความอย่างไร การกำหนดจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน จะทำให้เนื้อหาของงานเขียนต่างกัน 5. ก่อนที่จะลงมือเขียนเรียงความผู้เขียนต้องทำสิ่งใดก่อน จะต้องวางโครงเรื่องไว้ก่อนที่จะลงมือเขียน
ใบงานเรื่องการเขียนสรุป คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนสรุป สรุป เป็นส่วนสุดท้ายของเรียงความ เป็นการปิดเรื่อง เป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหา ส่วนอื่นๆโดยตลอด และเป็นส่วนที่บอกผู้อ่านว่าเรื่องราวที่เสนอมานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้เขียนจะทิ้งท้ายให้ ผู้อ่านเกิดความประทับใจ สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน กระชับรัดกุม ใช้ข้อความที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความ ประทับใจ ที่สำคัญคือ ต้องทำให้ผู้อ่านเข้าใจจุดประสงค์ของผู้เขียนอย่างแจ่มชัด ซึ่งการเขียนสรุปมี หลายวิธี เช่น ฝากข้อคิด และความประทับใจให้ผู้อ่านย้ำความคิดสำคัญของเรื่อง ชักชวนให้ปฏิบัติตาม ให้กำลังใจแก่ผู้อ่าน ตั้งคำถามที่ชวนให้ผู้อ่านคิดหาคำตอบ และยกคำพูด คำคม สุภาษิต หรือบทกวี ที่น่าประทับใจ เป็นต้น ไม่ใช่เป็นการย่อเรื่องที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เป็นการทิ้งท้ายเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจอย่าง ชัดเจนว่า ผู้เขียนต้องการอะไร โดยเขียนฝากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงก็ได้ส่วนสรุปควร มีความยาวร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด 1. การเขียนสรุปมีหลักการเขียนอย่างไร 2. “การแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทย ทั้งชาติ วันนี้ท่านได้ทำหน้าที่ของคนไทยโดยสมบูรณ์แล้วหรือยัง” ข้อความนี้ ควรเป็นการสรุป เรียงความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใด และเป็นการสรุปแบบใด 3. ส่วนสรุปมีลักษณะอย่างไร
เฉลยใบงานเรื่องการเขียนสรุป คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม การเขียนสรุป สรุป เป็นส่วนสุดท้ายของเรียงความ เป็นการปิดเรื่อง เป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหา ส่วนอื่นๆโดยตลอด และเป็นส่วนที่บอกผู้อ่านว่าเรื่องราวที่เสนอมานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้เขียนจะทิ้งท้ายให้ ผู้อ่านเกิดความประทับใจ สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน กระชับรัดกุม ใช้ข้อความที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความ ประทับใจ ที่สำคัญคือ ต้องทำให้ผู้อ่านเข้าใจจุดประสงค์ของผู้เขียนอย่างแจ่มชัด ซึ่งการเขียนสรุปมี หลายวิธี เช่น ฝากข้อคิด และความประทับใจให้ผู้อ่านย้ำความคิดสำคัญของเรื่อง ชักชวนให้ปฏิบัติตาม ให้กำลังใจแก่ผู้อ่าน ตั้งคำถามที่ชวนให้ผู้อ่านคิดหาคำตอบ และยกคำพูด คำคม สุภาษิต หรือบทกวี ที่น่าประทับใจ เป็นต้น ไม่ใช่เป็นการย่อเรื่องที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เป็นการทิ้งท้ายเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจอย่าง ชัดเจนว่า ผู้เขียนต้องการอะไร โดยเขียนฝากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงก็ได้ส่วนสรุปควร มีความยาวร้อยละ 10 -15 ของเรียงความทั้งหมด 1. การเขียนสรุปมีหลักการเขียนอย่างไร การเขียนสรุปต้องใช้ข้อความที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจและเข้าใจจุดประสงค์ของ ผู้เขียนอย่างแจ่มชัด 2. “การแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทย ทั้งชาติ วันนี้ท่านได้ทำหน้าที่ของคนไทยโดยสมบูรณ์แล้วหรือยัง” ข้อความนี้ ควรเป็นการสรุป เรียงความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใด และเป็นการสรุปแบบใด ควรเป็นเรียงความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นการสรุปแบบฝาก ข้อคิด 3. ส่วนสรุปมีลักษณะอย่างไร เป็นการปิดเรื่อง เป็นส่วนที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาส่วนอื่นๆโดยตลอด และเป็น ส่วนที่บอกผู้อ่านว่า เรื่องราวที่เสนอมานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
ใบงานเรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ คำชี้แจง ให้นักเรียนทบทวนเรื่องส่วนประกอบของเรียงความ แล้วนำมาเขียนเรียงความสั้นๆ เรื่องที่นักเรียน สนใจ 1 เรื่อง ตามหลักการเขียนส่วนประกอบ เรื่อง คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง รวม ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง เรียงความสร้างสรรค์ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๑/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการเขียน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการเขียนเรียงความเชิงพรรณนาได้(K) 2. เขียนเรียงความได้(P) 3. มีมารยาทในการเขียน (A) สาระสำคัญ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเป็นงานเขียนร้อยแก้วที่มีการแทรกเนื้อความที่กล่าวอย่างละเอียด และเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป สาระการเรียนรู้ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน วิธีการจัดการเรียนการสอน วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) (ชั่วโมงที่ ๒ กิจกรรมต่อจากชั่วโมงที่แล้ว) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw) 1. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันอธิบายและสรุปความรู้ร่วมกัน แล้วร่วมกันทำใบงานตามที่ครู กำหนด ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข 1 ทำใบงาน เรื่อง การเขียนคำนำ - กลุ่มหมายเลข 2 ทำใบงาน เรื่อง การเขียนเนื้อเรื่อง - กลุ่มหมายเลข 3 ทำใบงาน เรื่อง การเขียนสรุป
2. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันอภิปรายและตอบคำถาม จากใบงานที่กลุ่มได้รับจนทุกคนมีความ กระจ่างชัด ในส่วนประกอบเรียงความที่ศึกษาเป็นอย่างดี แล้วสรุปผลลงในใบงานและนำส่งครูตรวจ 3. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับไปยังกลุ่มบ้าน และผลัดกันอธิบายความรู้เรื่อง การเขียนเรียงความ โดยเริ่มจากหมายเลข 1 2 3 ตามลำดับ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปหลักการเขียนเรียงความ และส่วนประกอบของการเขียนเรียงความ 5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด การเขียนเรียงความจำเป็นต้องมีส่วนประกอบครบถ้วนหรือไม่ จงอธิบาย (จำเป็นต้องมีครบทุกส่วนประกอบจะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ได้ ถ้าขาดส่วนหนึ่งส่วนใดจะทำให้ เรียงความไม่สมบูรณ์) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ เป็นรายบุคคล เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตรวจ ความเรียบร้อยก่อนนำส่งครูตรวจ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล ครูตรวจใบงานเรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ แล้วประเมินผลการเขียนส่วนประกอบของ เรียงความ เป็นรายบุคคล เพื่อให้นักเรียนนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.1 ๒. ใบงานเรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง การเขียน ส่วนประกอบของเรียงความ ใบงานเรื่อง การเขียนส่วนประกอบ ของเรียงความ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงานเรื่อง การเขียนส่วนประกอบของเรียงความ คำชี้แจง ให้นักเรียนทบทวนเรื่องส่วนประกอบของเรียงความ แล้วนำมาเขียนเรียงความสั้นๆ เรื่องที่นักเรียน สนใจ 1 เรื่อง ตามหลักการเขียนส่วนประกอบ เรื่อง คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สุภาษิตพระร่วง รวม ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๑/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการเขียน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการเขียนเรียงความเชิงพรรณนาได้(K) 2. เขียนเรียงความเชิงพรรณนาได้(P) 3. มีมารยาทในการเขียน (A) สาระสำคัญ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเป็นงานเขียนร้อยแก้วที่มีการแทรกเนื้อความที่กล่าวอย่างละเอียด และเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป สาระการเรียนรู้ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน สาระสำคัญ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเป็นงานเขียนร้อยแก้วที่มีการแทรกเนื้อความที่กล่าวอย่างละเอียด และเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป สาระการเรียนรู้ การเขียนเรียงความเชิงพรรณนา สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. ครูนำตัวอย่างเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง มาแจกให้นักเรียนอ่าน เพื่อให้นักเรียน สังเกตส่วนประกอบของการเขียนเรียงความ และการใช้คำที่สื่อให้เห็นข้อเท็จจริงของเรื่อง 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ตัวอย่างเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง ตามประเด็นที่ครู กำหนด ดังนี้ 1) ลักษณะของพรรณนาเรื่องราวตามความเป็นจริง 2) การนำเสนอข้อเท็จจริงและความรู้สึก 3) การใช้คำอธิบายและคำพรรณนาที่ทำให้เห็นภาพ 4) ส่วนประกอบของการเขียนเรียงความ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด การเขียนพรรณนาตามความรู้สึกกับการเขียนพรรณนาตามความเป็นจริงแตกต่างกันอย่างไร (การเขียนพรรณนาตามความรู้สึกจะมุ่งเน้นถึงอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากเรื่องนั้นๆ ส่วนการเขียน พรรณนาตามความเป็นจริงจะนำเสนอข้อเท็จจริงโดยมีข้อมูลที่อ้างอิงได้ โดยเขียนพรรณนาแทรกคำอธิบาย ในเรื่องๆ นั้นเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้อ่าน) ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ 1. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม จากนั้นร่วมกันสืบค้นเกี่ยวกับผลงานเรียงความดีเด่นที่ชนะการประกวด ในการแข่งขันต่างๆ โดยเลือกมาเป็นแบบกลุ่มละ 1 เรื่อง 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาวิธีการเขียนเรียงความที่เลือกมาเป็นแบบ แล้ววิเคราะห์ลักษณะและ ส่วนประกอบของการเขียนเรียงความ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกเขียนเรียงความตามแบบที่กลุ่มเลือก เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้สมาชิกในกลุ่ม ผลัดกันอ่านผลงานการเขียนเรียงความ เพื่อให้สมาชิกกลุ่มร่วมกันติชม และเสนอแนะข้อบกพร่องเพื่อให้แก้ไข ให้สมบูรณ์ ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ 1. ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริงตามที่สมาชิกกลุ่มสนใจร่วมกัน โดยตั้งชื่อเรื่องเอง 2. นักเรียนตรวจสอบงานเขียนของตน โดยพิจารณาความสอดคล้องของเนื้อหาสาระ การใช้ภาษา การเขียนสะกดคำ การลำดับเรื่อง และปรับปรุงงานเขียนเรียงความให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และเหมาะสม แล้วบันทึกลงในใบงาน เรื่อง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
การตั้งชื่อเรื่องเรียงความมีความสำคัญหรือไม่ และการตั้งชื่อเรียงความต้องพิจารณาให้สัมพันธ์ กับส่วนใด (มีความสำคัญมาก เพราะชื่อของเรียงความจะทำให้ผู้อ่านสนใจเรื่องและบอกให้รู้ว่าเรื่องนั้นเกี่ยวกับ อะไร การตั้งชื่อเรื่องจึงต้องมีความสัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง) ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ 1. ครูตรวจผลงานการเขียนเรียงความของนักเรียนในใบงาน ที่ 4.7 จากนั้นประเมินผล แล้ว เสนอแนะให้นักเรียนนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และมีความชำนาญในการเขียนเรียงความ 2. ครูประเมินผลการเขียนเรียงความของนักเรียนอีกครั้ง และคัดเลือกผลงานการเขียนเรียงความที่ ดีเด่นจัดแสดงบนป้ายนิเทศ สื่อการเรียนรู้ 1. ตัวอย่าง เรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง 2. ใบงานเรื่อง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง การเขียนเรียงความ เชิงพรรณนาตามความเป็นจริง ตรวจใบงานเรื่อง การเขียนเรียงความ เชิงพรรณนาตามความเป็นจริง ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการเขียนเรียงความ แบบประเมินการเขียนเรียงความ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตัวอย่าง การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง อนุสาวรีย์หมู ใครที่มีโอกาสแวะผ่านไปมาบริเวณริมคลองหลอด เชิงสะพานปีกุน ต้องสะดุดตากับ “อนุสาวรีย์ หมู” พร้อมเครื่องเซ่นไหว้ พวงมาลัย ตุ๊กตาหมูน่ารักของผู้ที่เกิดในปีกุนวางเกลื่อนอยู่ที่ฐานด้านล่าง อนุสาวรีย์รูปหมู มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อนุสาวรีย์สหชาติ” ออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรม พระยานริศรานุวัดติวงศ์ สร้างขึ้นในปี 2456 เป็นอุทกทานที่สร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีพัชริน ทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา พระองค์ทรงพระราชสมภพในปีกุนเช่นเดียวกับผู้สร้างถวายทั้งสามท่าน คือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรม พระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระยาพิพัฒน์โกษา และพระยาราชสงคราม ส่วน “สะพานปีกุน” สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นก่อน อนุสาวรีย์หมู แต่ไม่ได้พระราชทานชื่อไว้ ต่อมาเมื่อสร้างอนุสาวรีย์หมูขึ้นแล้วจึงเรียกให้สอดคล้องกันว่า สะพานหมู หรือสะพานปีกุนนั่นเอง เมื่อแรกสร้างใช้แท่งศิลาขนาดใหญ่มาซ้อนกันเป็นฐาน ตัวหมูที่ตั้งอยู่ด้านบนแท่งศิลาหล่อด้วย โลหะ ปัจจุบันฐานศิลาถูกเปลี่ยนมาเป็นปูนซีเมนต์ และก่อยกให้สูงขึ้นกว่าเดิม ลักษณะเหมือนเป็นภูเขา ใครที่เกิดปีกุนหากมีโอกาสแวะไป ควรไปกราบไหว้ขอพรเพื่อเสริมสิริมงคลก็จะดีไม่น้อย ที่มา หนังสือพิมพ์M2F ฉบับวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เอกสารประกอบการสอน
ใบงานเรื่องการเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริง คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนเรียงความเชิงพรรณนาตามความเป็นจริงตามที่สมาชิกกลุ่มสนใจร่วมกัน โดยตั้งชื่อเรื่อง พิจารณาความสอดคล้องของเนื้อหาสาระ การใช้ภาษา การเขียนสะกดคำ การลำดับเรื่อง