The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล รหัสนักศึกษา ๖๒๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

๑. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑-๒๐

นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล รหัสนักศึกษา ๖๒๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ การเขียนสื่อสาร เวลา ๗ ชั่วโมง เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร วันที่สอน ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๐ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ น. ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๑ เวลา ๐๙.๒๐-๑๐.๑๐ น. ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๒ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ น. ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๙ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๑/๓ ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกลักษณะของข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ ผู้เรียนจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีความตั้งใจในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน (A) ๓. สาระสำคัญ ข้อเท็จจริง คือ ข้อความหรือเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเป็นอยู่จริง อันแสดงถึงข้อความที่มีเนื้อหาเป็น ลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหรือมีข้อมูลที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ข้อคิดเห็น คือ ความเห็นอันเกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และข้อสันนิษฐานที่ผู้พูด หรือผู้เขียนมี ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ความหมายของข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๔.๓ ลักษณะของข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น


๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๗. ภาระงาน/ชิ้นงาน แบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๘. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑. ผู้เรียนสังเกตแถบประโยคที่ผู้สอนแสดงบนกระดานและร่วมกันบอกถึงลักษณะของประโยค ทั้ง ๒ ฝั่งว่ามีลักษณะอย่างไร จากนั้นผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะเรียน คือ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น (แนวคำตอบ : ฝั่งซ้ายเป็น ข้อเท็จจริง มีลักษณะเป็นความจริงสามารถพิสูจน์ได้ ฝั่งขวาเป้น ข้อคิดเห็น เป็นการแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัว) ขั้นสอน ๘.๒ ผู้เรียนร่วมกันศึกษาความหมายและลักษณะของข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น จากหนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษาพร้อมกับรับฟังการอธิบายเพิ่มเติมประกอบกับ PowerPoint จากผู้สอน จากนั้นผู้เรียน ร่วมกันสังเกตบัตรคำลักษณะที่ผู้สอนแสดงบนกระดาน และร่วมกันพิจารณาว่าบัตรคำใดควรเป็นลักษณะของ ข้อเท็จจริงและบัตรคำใดควรเป็นลักษณะของข้อคิดเห็น ดังนี้ ประเทศไทยอยู่ในทวีปเอเชีย ประเทศไทยมีทะเลที่สวยงาม โลกเป็นดาวเคราะห์หนึ่ง ที่อยู่ในระบบสุริยะ โลกของเรามีสถานที่ ที่น่าเที่ยวอยู่หลายแห่ง ยีราฟเป็นสัตว์ที่มีคอยาว ยีราฟเป็นสัตว์ที่ฉันโปรดปราน


(แนวคำตอบ : ข้อเท็จจริง คือ มีความเป็นจริง, มีหลักฐานพิสูจน์, สมเหตุสมผล และมี ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน ข้อคิดเห็น คือ แสดงความรู้สึก, คาดคะเน มีคำว่า อาจ อาจจะ น่า น่าจะ, แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ มีคำว่า ควร ควรจะ และไม่สมเหตุสมผล ) ๘.๓ ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรม “เกมKahoot ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น” โดยผู้สอนแจะมีประโยค จำนวน ๑๐ ประโยค จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันพิจารณาว่า ประโยคที่ผู้สอนอ่านมีเนื้อความเป็นข้อเท็จจริง หรือ ข้อคิดเห็น โดยผู้สอนพูดย้ำถึงเกณฑ์การให้คะแนนเกม Kahoot ขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความเร็ว ๘.๔ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปผลคะแนนเการทำกิจกรรม “เกมKahoot ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น” จากนั้นร่วมกันทบทวนประโยคอีกครั้ง และผู้เรียนที่ได้คะแนนมากที่สุดจะได้รับของรางวัลจากผู้สอน ขั้นสรุป ๘.๕ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปเนื้อหา เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น โดยการใช้คำถามดังนี้ ๑. ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น หมายความว่าอะไร (แนวคำตอบ : ข้อเท็จจริง คือ ข้อความหรือเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเป็นอยู่จริง อันแสดง ถึงข้อความที่มีเนื้อหาเป็นลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหรือมีข้อมูลที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ข้อคิดเห็น คือ ความเห็นอันเกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และข้อสันนิษฐานที่ ผู้พูด หรือผู้เขียนมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง) ๒. ข้อเท็จจริง มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : ข้อเท็จจริง มีความเป็นจริง, มีหลักฐานพิสูจน์, สมเหตุสมผล และมี ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน) ๓. ข้อคิดเห็น มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : ข้อคิดเห็นใช้เพื่อแสดงความรู้สึก, คาดคะเน มีคำว่า อาจ อาจจะ น่า น่าจะ, แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ มีคำว่า ควร ควรจะ และไม่สมเหตุสมผล) จากนั้นผู้เรียนรับมอบหมายงานแบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จริง ข้อคิดเห็น พร้อมนำส่งในชั่วโมงถัดไป มีความเป็นจริง แสดงความรู้สึก มีหลักฐานพิสูจน์ ได้ คาดคะเน สมเหตุสมผล อาจ อาจจะ น่า น่าจะ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ควร ควรจะ ไม่สมเหตุสมผล


๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ PowerPoint เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๙.๒ แถบประโยคข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๙.๓ บัตรคำลักษณะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๙.๔ เกม Kahoot ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๙.๕ แบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามารถบอก ลักษณะของข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นได้ถูกต้อง (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผู้เรียนตอบคำถามถูกต้อง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒. ผู้เรียนจำแนก ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ได้ถูกต้อง (P) การทำ/ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น แบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด ถูกต้องอยู่ในเกณฑ์ระดับ ดี ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีความตั้งใจใน การทำกิจกรรมในชั้น เรียน (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ..................................................... (นางสาวอาภัสร สมบุศย์) ครูพี่เลี้ยง วันที่..........เดือน........................พ.ศ........... ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ........................................................ (นายสมโภช บรรณารักษ์) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่..........เดือน........................พ.ศ........... ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................................... (นางสาวสุธีธิดา บรรณารักษ์) หัวหน้ากลุ่มงานการจัดการเรียนรู้ วันที่..........เดือน........................พ.ศ...........


แบบประเมินการตอบคำถาม เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ที่ ชื่อ-สกุล คำถาม รวม ๓ คะแนน ผลการ ประเมิน (ผ่าน/ ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ลงชื่อ.......................................ผู้ประเมิน (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล)


เกณฑ์การให้คะแนน เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ๒ ๑ คำถาม เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๓ ข้อ ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๒ ข้อ ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๑ ข้อ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบคำถามถูกได้รับคะแนนข้อละ ๑ คะแนน (ตอบคำถามถูก ๑ ข้อ ได้ ๑ คะแนน) คะแนนรวมการตอบคำถามไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปถือว่า ผ่าน คะแนนรวมการตอบคำถามน้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ถือว่า ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนตอบคำถามได้ถูกต้อง ๒ ข้อ ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐


แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ที่ ชื่อ-สกุล สนใจกิจกรรม ที่ผู้สอนนำมา ให้ มีมารยาท การฟังและ การพูด ตอบคำถาม และปฏิบัติ ตามได้ ถูกต้อง กระตือรือร้น ในการทำ กิจกรรม ให้ความ ร่วมมือ ในการเรียน รวม ๑๕ คะแนน ผลการ ประเมิน (ผ่าน/ ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ลงชื่อ.......................................ผู้ประเมิน (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล)


เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓ – ๑๕ ดีมาก ๙ – ๑๒ ดี ๕ – ๘ พอใช้ ๑ – ๔ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนที่ได้ระดับคุณภาพ ดี ขั้นไปถือว่าผ่าน


เกณฑ์การให้คะแนนการสังเกตพฤติกรรม ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. สนใจกิจกรรมที่ผู้สอนนำมา ให้ ผู้เรียนมีความสนใจ ตั้งใจ ฟังกฎระเบียบ และคำสั่งเป็นอย่างดี ถามเมื่อเกิดข้อสงสัย เกี่ยวกับงาน สนใจงานแต่ไม่สามารถ ปฏิบัติตามคำชี้แจง ได้ครบถ้วน ทำได้เพียง บางข้อหรือมักจะถาม คำถามซ้ำ ๆ ไม่สนใจและไม่สามารถ ปฏิบัติตามคำสั่งได้ ๒. มีมารยาทการฟังและการพูด ผู้เรียนตั้งใจฟัง และเกิดคำถาม เมื่อผู้สอน ชี้แจงเสร็จแล้ว พูดมี หางเสียง ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจฟังคำชี้แจง และพูด ในประเด็นเรื่องที่สอนไม่ นอกเรื่องจนเกินไป พูดและเล่านอกเรื่อง พูดคำหยาบ และทำ กระทำสิ่งที่ก่อให้เกิด เสียงดังรบกวน ๓. ตอบคำถามและปฏิบัติตาม ได้ถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ในการ ตอบคำถาม เสียงดัง ฟังชัด มีความมั่นใจ และปฏิบัติได้ถูกต้อง ตอบบางคำถาม ตอบเสียง เบา และปฏิบัติตามได้ เพียงบางข้อ ไม่ตอบคำถาม ปฏิบัติ ตามคำสั่งไม่ได้ ๔. กระตือรือร้นในการทำ กิจกรรม มีความกระตือรือร้น สนใจในการทำกิจกรรม ไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ แต่ปฏิบัติตามทุกอย่าง ไม่สนใจในการทำ กิจกรรมและไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่ง ๕. ให้ความร่วมมือในการเรียน ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรมเป็นบางครั้ง ไม่ให้ความร่วมมือใน การทำกิจกรรม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓ – ๑๕ คะแนน ดีมาก ๙ – ๑๒ คะแนน ดี ๕ – ๘ คะแนน พอใช้ ๑ – ๔ คะแนน ปรับปรุง หมายเหตุผู้เรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปถือว่า ผ่าน


ภาคผนวก ๑. PowerPoint เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น


๒. แถบประโยคข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๓. บัตรคำลักษณะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ๔. เกม Kahoot ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น มีความเป็นจริง แสดงความรู้สึก มีหลักฐานพิสูจน์ ได้ คาดคะเน สมเหตุสมผล อาจ อาจจะ น่า น่าจะ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นแน่นอน แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ควร ควรจะ ไม่สมเหตุสมผล ประเทศไทยอยู่ในทวีปเอเชีย ประเทศไทยมีทะเลที่สวยงาม โลกเป็นดาวเคราะห์หนึ่ง ที่อยู่ในระบบสุริยะ โลกของเรามีสถานที่ ที่น่าเที่ยวอยู่หลายแห่ง ยีราฟเป็นสัตว์ที่มีคอยาว ยีราฟเป็นสัตว์ที่ฉันโปรดปราน


แบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ตอนที่ ๑ ระบุข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น คำสั่ง ให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่กำหนดให้ว่าเป็นข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็น และระบุคำตอบให้ถูกต้อง ๑. ....................................................................ผลทุเรียนมีหนามอยู่เต็ม ๒. ....................................................................แสงเดินทางเร็วกว่าเสียง ๓. ....................................................................ห้อง ๆ นี้ดูกว้างใหญ่มาก ๔. ....................................................................โรคพิษสุนัขบ้าระบาดในช่วงหน้าร้อน ๕. ....................................................................แสงไฟแยงตาทำให้นอนไม่หลับ ๖. ....................................................................วิชาคณิตศาสตร์ยากมาก ฉันไม่เข้าใจ ๗. ....................................................................ผู้ชายมีอารมณ์ขันเป็นคนมีเสน่ห์ ๘. ....................................................................จังหวัดเชียงใหม่อยู่ภาคเหนือของประเทศไทย ๙. ....................................................................คนที่น้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ๑๐.....................................................................สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตอนที่ ๒ แต่งประโยคข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น คำสั่ง ให้นักเรียนแต่งประโยคที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นอย่างละ ๒ ประโยค ข้อเท็จจริง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อคิดเห็น .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


เฉลยแบบฝึกหัด เรื่อง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ตอนที่ ๑ ระบุข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น คำสั่ง ให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่กำหนดให้ว่าเป็นข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็น และระบุคำตอบให้ถูกต้อง ๑. ....................................................................ผลทุเรียนมีหนามอยู่เต็ม ๒. ....................................................................แสงเดินทางเร็วกว่าเสียง ๓. ....................................................................ห้อง ๆ นี้ดูกว้างใหญ่มาก ๔. ....................................................................โรคพิษสุนัขบ้าระบาดในช่วงหน้าร้อน ๕. ....................................................................แสงไฟแยงตาทำให้นอนไม่หลับ ๖. ....................................................................วิชาคณิตศาสตร์ยากมาก ฉันไม่เข้าใจ ๗. ....................................................................ผู้ชายมีอารมณ์ขันเป็นคนมีเสน่ห์ ๘. ....................................................................จังหวัดเชียงใหม่อยู่ภาคเหนือของประเทศไทย ๙. ....................................................................คนที่น้ำหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ๑๐.....................................................................สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตอนที่ ๒ แต่งประโยคข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น คำสั่ง ให้นักเรียนแต่งประโยคที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นอย่างละ ๒ ประโยค ข้อเท็จจริง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อคิดเห็น .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ผู้เรียนแต่งประโยคที่เป็นข้อเท็จจริง จำนวน ๒ ประโยคถูกต้อง ผู้เรียนแต่งประโยคที่เป็นข้อคิดเห็น จำนวน ๒ ประโยคถูกต้อง ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ข้อคิดเห็น ข้อคิดเห็น ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ข้อเท็จจริง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ การเขียนสื่อสาร เวลา ๗ ชั่วโมง เรื่อง การโน้มน้าวใจ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร วันที่สอน ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๐ เวลา ๑๐.๑๐-๑๑.๐๐ น. ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๑ เวลา ๐๙.๒๐-๑๐.๑๐ น. ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๒ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐ น. ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๙ เวลา ๐๙.๒๐-๑๐.๑๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๖ ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูง โน้มน้าวใจ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกลักษณะของการใช้ภาษาโน้มน้าวใจได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ ผู้เรียนจำแนกข้อความประเภทโน้มน้าวใจได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีความตั้งใจในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน (A) ๓. สาระสำคัญ การโน้มน้าวใจ การเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และการกระทำของบุคคลอื่น โดยมีทั้งเจตนาที่ดีและไม่ดี โดยใช้กลวิธีการโน้มน้าวใจและภาษาที่ใช้ในการโน้มน้าวใจแตกต่างกันไป ตามสถานการณ์ ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ความหมายของการโน้มน้าวใจ ๔.๒ ประเภทของสารโน้มน้าวใจ ๔.๓ กลวิธีการโน้มน้าวใจ


๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๗. ภาระงาน/ชิ้นงาน แบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ ๘. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ผู้เรียนสังเกตแถบประโยคที่ผู้สอนแสดงบนกระดาน จากนั้นร่วมกันพิจารณาประโยค ดังกล่าวว่าเป็นการใช้ภาษาโน้มน้าวลักษณะใด ๑. บริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ (แนวคำตอบ : การเชิญชวน) ๒. ครีมบำรุงใบหน้า ขาว ใส สวยได้ภายใน ๗ วัน) (แนวคำตอบ : การโฆษณา) ๓. ยาเสพติด เป็นพิษเป็นภัย เรามาร่วมใจ เลิกใช้มันพลัน (แนวคำตอบ : การใช้คำขวัญ) จากนั้นผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะเรียนโดยพูดเชื่อมโยงจากประโยคข้างบน คือ การโน้มน้าวใจ ขั้นสอน ๘.๒ ผู้เรียนตอบความถามว่า “จากประโยคข้างตนการใช้ภาษาต้องการให้เรารู้สึกอย่างไร” และผู้สอนพูดเชื่อมโยงถึงความหมายของการโน้มน้าว ประกอบกับ PowerPoint เรื่อง การโน้มน้าวใจ (แนวคำตอบ : ทำตาม คล้อยตาม) ๘.๓ ผู้เรียนศึกษาประเภทและกลวิธีการโน้มน้าวใจ จากใบความรู้ เรื่อง การโน้มน้าวใจ จากนั้นผู้เรียนร่วมกันสังเกตประโยคที่ผู้สอนแสดงว่าตรงกับประเภทและกลวิธีการโน้มน้าวใด ๑. ซื้อเลย ครีมหอยทากผลิตโดยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น (แนวคำตอบ : โฆษณาและแสดงความน่าเชื่อถือ)


๒. ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ลดโลกร้อน (แนวคำตอบ : เชิญชวนและแสดงความหนักแน่นของเหตุผล) ๓. แผ่นดินไทยเป็นเขาเรา อย่าให้ผุ้ใดมารุกรานแผ่นดินเราได้ เราต้องปกป้องเอาไว้ด้วย เลือดและเนื้อของเราจนกว่าชีวิตจะสิ้นลมหายใจ (แนวคำตอบ : โฆษณาชวนเชื่อและแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วม) ๔. ไม้ถูพื้นอเนกประสงค์ ถูกครั้งเดียวคราบหมดจด ๕๐ สายแรกลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าช้าอดนะครับ (แนวคำตอบ : โฆษณาสินค้า, แสดงให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสีย) ๘.๔ ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องคละผู้เรียนเก่ง ปานกลางและอ่อน และผู้เรียนทำกิจกรรม “โน้มน้าวจริงหรือไม่” โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับแผ่นป้าย ๒ แผ่นป้ายคือ แผ่นป้ายโน้มน้าวใจ และแผ่นป้ายไม่โน้มน้าวใจ จากนั้นผู้สอนจะขึ้นประโยคบนกระดานรวมทั้งสิ้น ๑๐ ประโยค และให้ผู้เรียนแต่ละ กลุ่มร่วมกันพิจารณาร่วมว่าเป็นการโน้มน้าวใจหรือไม่ และให้ยกป้ายคำตอบเมื่อได้รับสัญญาณจากผู้สอน โดยกลุ่ม ที่ตอบถูกต้องจะได้รับคะแนนไปประโยคละ ๑ คะแนน ๘.๕ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันทบทวนประโยคโน้มน้าวใจในกิจกรรม “โน้มน้าวใจจริงหรือไม่” และสรุปผลการทำกิจกรรมตามลำดับ ขั้นสรุป ๘.๖ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การโน้มน้าวใจ โดยการใช้คำถามดังนี้ ๑. การโน้มน้าวใจ มีความหมายว่าอย่างไร (แนวคำตอบ : การโน้มน้าวใจ การเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และ การกระทำของบุคคลอื่น โดยมีทั้งเจตนาที่ดีและไม่ดี โดยใช้กลวิธีการโน้มน้าวใจและภาษาที่ใช้ในการโน้มน้าวใจ แตกต่างกันไปตามสถานการณ์) ๒. ประเภทของการโน้มน้าวใจมีกี่ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ๓ ประเภท คือ คำเชิญชวน โฆษณาสินค้าหรือบริการ และโฆษณา เชิญชวน) ๓. กลวิธีการโน้มน้าวใจประกอบไปด้วยอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ๑. สร้างความศรัทธาและเชื่อถือ ๒. ใช้เหตุผลที่มีน้ำหนักสม ๓. สร้าง อารมณ์ความรู้สึกร่วม ๔. แสดงให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสีย ๕. สร้างความหรรษา และ ๖. เร้าให้เกิดอารมณ์ อย่างแรงกล้า) จากนั้นผู้เรียนรับมอบหมายแบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ พร้อมนำส่งในชั่วโมงถัดไป


๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ PowerPoint เรื่อง การโน้มน้าวใจ ๙.๒ ใบความรู้ เรื่อง การโน้มน้าวใจ ๙.๓ ประโยคจากกิจกรรม “โน้มน้าวจริงหรือไม่” ๙.๔ ป้ายโน้มน้าวใจ/ไม่โน้มน้าวใจ ๙.๕ แบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ ๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามารถบอก ลักษณะของการใช้ภาษา โน้มน้าวใจได้ถูกต้อง (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผู้เรียนตอบคำถามถูกต้อง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒. ผู้เรียนจำแนกข้อความ ประเภทโน้มน้าวใจได้ ถูกต้อง (P) การทำ/ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ แบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด ถูกต้องอยู่ในเกณฑ์ระดับ ดี ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีความตั้งใจใน การทำกิจกรรมในชั้น เรียน (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ..................................................... (นางสาวอาภัสร สมบุศย์) ครูพี่เลี้ยง วันที่..........เดือน........................พ.ศ........... ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ........................................................ (นายสมโภช บรรณารักษ์) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่..........เดือน........................พ.ศ........... ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................................... (นางสาวสุธีธิดา บรรณารักษ์) หัวหน้ากลุ่มงานการจัดการเรียนรู้ วันที่..........เดือน........................พ.ศ...........


แบบประเมินการตอบคำถาม เรื่อง การโน้มน้าวใจ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ที่ ชื่อ-สกุล คำถาม รวม ๓ คะแนน ผลการ ประเมิน (ผ่าน/ ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ลงชื่อ.......................................ผู้ประเมิน (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล)


เกณฑ์การให้คะแนน เรื่อง การโน้มน้าวใจ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ๒ ๑ คำถาม เรื่อง การโน้มน้าว ใจ ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๓ ข้อ ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๒ ข้อ ผู้เรียนตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ๑ ข้อ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบคำถามถูกได้รับคะแนนข้อละ ๑ คะแนน (ตอบคำถามถูก ๑ ข้อ ได้ ๑ คะแนน) คะแนนรวมการตอบคำถามไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปถือว่า ผ่าน คะแนนรวมการตอบคำถามน้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ถือว่า ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนตอบคำถามได้ถูกต้อง ๒ ข้อ ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐


แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ที่ ชื่อ-สกุล สนใจกิจกรรม ที่ผู้สอนนำมา ให้ มีมารยาท การฟังและ การพูด ตอบคำถาม และปฏิบัติ ตามได้ ถูกต้อง กระตือรือร้น ในการทำ กิจกรรม ให้ความ ร่วมมือ ในการเรียน รวม ๑๕ คะแนน ผลการ ประเมิน (ผ่าน/ ไม่ผ่าน) ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ลงชื่อ.......................................ผู้ประเมิน (นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล)


เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓ – ๑๕ ดีมาก ๙ – ๑๒ ดี ๕ – ๘ พอใช้ ๑ – ๔ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนที่ได้ระดับคุณภาพ ดี ขั้นไปถือว่าผ่าน


เกณฑ์การให้คะแนนการสังเกตพฤติกรรม ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. สนใจกิจกรรมที่ผู้สอนนำมา ให้ ผู้เรียนมีความสนใจ ตั้งใจ ฟังกฎระเบียบ และคำสั่งเป็นอย่างดี ถามเมื่อเกิดข้อสงสัย เกี่ยวกับงาน สนใจงานแต่ไม่สามารถ ปฏิบัติตามคำชี้แจง ได้ครบถ้วน ทำได้เพียง บางข้อหรือมักจะถาม คำถามซ้ำ ๆ ไม่สนใจและไม่สามารถ ปฏิบัติตามคำสั่งได้ ๒. มีมารยาทการฟังและการพูด ผู้เรียนตั้งใจฟัง และเกิดคำถาม เมื่อผู้สอน ชี้แจงเสร็จแล้ว พูดมี หางเสียง ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจฟังคำชี้แจง และพูด ในประเด็นเรื่องที่สอนไม่ นอกเรื่องจนเกินไป พูดและเล่านอกเรื่อง พูดคำหยาบ และทำ กระทำสิ่งที่ก่อให้เกิด เสียงดังรบกวน ๓. ตอบคำถามและปฏิบัติตาม ได้ถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ในการ ตอบคำถาม เสียงดัง ฟังชัด มีความมั่นใจ และปฏิบัติได้ถูกต้อง ตอบบางคำถาม ตอบเสียง เบา และปฏิบัติตามได้ เพียงบางข้อ ไม่ตอบคำถาม ปฏิบัติ ตามคำสั่งไม่ได้ ๔. กระตือรือร้นในการทำ กิจกรรม มีความกระตือรือร้น สนใจในการทำกิจกรรม ไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ แต่ปฏิบัติตามทุกอย่าง ไม่สนใจในการทำ กิจกรรมและไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่ง ๕. ให้ความร่วมมือในการเรียน ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรมเป็นบางครั้ง ไม่ให้ความร่วมมือใน การทำกิจกรรม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓ – ๑๕ คะแนน ดีมาก ๙ – ๑๒ คะแนน ดี ๕ – ๘ คะแนน พอใช้ ๑ – ๔ คะแนน ปรับปรุง หมายเหตุผู้เรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปถือว่า ผ่าน


ภาคผนวก ๑. PowerPoint เรื่อง การโน้มน้าวใจ


๒. ประโยคจากกิจกรรม “โน้มน้าวจริงหรือไม่” ๑. ต้นไม้คือมิตร ดูดควันพิษแทนเรา เราต้องรักต้นไม้เหมือนที่ต้นไม้รักเรา (แนวคำตอบ : โน้มน้าวใจ) ๒. ปฏิบัติตามกฎ ลดปัญหาจราจร (แนวคำตอบ : ไม่โน้มน้าวใจ) ๓. ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า เพื่อวันนี้ เผื่อวันหน้า (แนวคำตอบ : โน้มน้าวใจ) ๔. โลหิตคือสารธารแห่งชีวิต ถ้าร่างกายชาดโลหิตก็คงอยู่ไม่ได้ (แนวคำตอบ : ไม่โน้มน้าวใจ) ๕. น้ำคือพลังแห่งชีวิต โปรดมีจิตสำนึกในการใช้ (แนวคำตอบ : โน้มน้าวใจ) ๖. ครีมไวท์มี ใช้ดี ขาวใน ๗ วัน (แนวคำตอบ : โน้มน้าวใจ) ๗. ห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้ เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีของทุกคน (แนวคำตอบ : ไม่โน้มน้าวใจ) ๘. ทางรอดของบริษัทมีอยู่ทางเดียว คือ เลิกจ้างพนักงาน (แนวคำตอบ : ไม่โน้มน้าวใจ) ๙. บ้านสะอาด เมืองสะอาด คนในชาติมีความสุข (แนวคำตอบ : โน้มน้าวใจ) ๑๐. อุทยานในจังหวัดเรา เต็มไปด้วยนานาพันธุ์ไม้ที่สวยงาม (แนวคำตอบ : ไม่โน้มน้าวใจ)


๓. ป้ายโน้มน้าวใจ/ไม่โน้มน้าวใจ โน้มน้าวใจ ไม่โน้มน้าว ใจ


ใบความรู้ เรื่อง การโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจเป็นการพยายามเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และการกระทำของ บุคคลอื่น โดยเลือกใช้กลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบใจบุคคลนั้น ทั้งใช้วัจนภาษาคือคำพูด และอวัจนภาษาคือ กิริยาท่าทางต่าง ๆ จนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยนตามที่ผู้โน้มน้าวใจประสงค์ การโน้มน้าวใจนี้มีทั้งที่เจตนาดี และที่แฝงเจตนาร้าย หลักสำคัญที่สุดในการโน้มน้าวใจ คือการทำให้ผู้ถูกโน้มน้าวเชื่อว่า ถ้าทำตามที่ผู้โน้มน้าวชักนำแล้วก็จะ ได้รับผลตอบสนองตามความต้องการของตนนั้นเอง แต่ตราบใดที่ไม่เกิดความเชื่อตามการโน้มน้าวใจแล้วยังถือว่า เป็นการโน้มน้าว แต่ทว่ายังโน้มน้าวไม่สัมฤทธิ์ผล เช่น การซื้อสินค้าที่มีผู้มาเชิญชวนแกมบังคับหรือขอร้องให้ซื้อ โดยโน้มน้าวใจว่าจะนำรายได้ไปทำการกุศล หากผู้ถูกโน้มน้าวเชื่อว่าซื้อสินค้าแล้วจะได้บุญกุศลจริง การโน้มน้าว ใจนั้นก็จะเกิดผล แต่ถ้าซื้อโดยไม่ตระหนักว่า การทำเช่นนั้นจะทำให้ได้บุญกุศลเป็นแต่เพียงซื้อเพราะเกรงใจหรือ ต้องการตัดความรำคาญ ก็นับว่าการโน้มน้าวใจนั้นยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ ประเภทของการโน้มน้าวใจ ๑.) คำเชิญชวน เป็นการแนะนำให้ทำอย่างไรอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำประโยชน์เพื่อ ส่วนรวม อาจเชิญูชวนในรูปของใบประกาศแผ่นปลิว เช่น เชิญชวนให้บริจาคโลหิต เชิญชวนให้ประหยัดไฟ เชิญชวนให้รักษ์โลก เป็นต้น ๒) โฆษณาสินค้าและบริการ เป็นสารโน้มน้าวใจที่มุ่งประโยชนนการขายมักกระทำผ่านสื่อสารมวลชน ประเภทต่างๆ สารโน้มน้าวใจประเภทนี้มีลักษณะสำคัญ คือ ๒.๑ มีส่วนนำที่สะดุดหู สะดุดตา ด้วยการใช้ถ้อยคำแปลกใหม่ น่าสนใจ ๒.๒ ใช้ประโยคสั้นๆ ถ้อยคำกระชับ ได้ความหมายชัดเจน ๒.๓ เนื้อหาจะชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของสินค้า ส่วนมากจะเกินความเป็นจริง ๒.๔ สิ่งสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ทำให้ผู้รับสารเกิดการยอมรับคล้อยตามได้ง่าย ๒.๕ เนื้อหาของโฆษณามักขาดเหตุผลที่หนักแน่นและรัดกุม บางครั้งไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ๓) โฆษณาชวนเชื่อ เป็นการกระทำที่พยายามจะเปลี่ยนความเชื่อและการกระทำของบุคคลจำนวนมาก โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามเหตุผลและข้อเท็จจริง การโฆษณาชวนเชื่อแบ่งออย่างกว้างๆได้เป็น ๒ ชนิด คือ การโฆษณาชวนเชื่อทางการค้า และการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง


กลวิธีการโน้มน้าวใจ ๑) แสดงให้เห็นความหนักแน่นของเหตุผลการแสดงเหตุผลเป็นส่วนหนึ่งในการจูงใจ ซึ่งสามารถดึงดูด ความสนใจ ทำให้เกิดความเชื่อถือและคล้อยตามได้ การให้เหตุผลจะต้องสมเหตุสมผล ๒) เร้าให้เกิดความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมกันบุคคลที่มีความรู้สึกหรือมีอารมณ์ร่วมกัน เป็นแรงผลักดัน สำคัญของมนุษย์ที่จะนำไปสู่เป้าหมายหรือประสบผลสำเร็จร่วมกัน ๓) แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของผู้โน้มน้าวใจบุคลิกภาพหรือชื่อเสียงของผู้พูดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำ ให้การโน้มน้าวใจสัมฤทธิผล ๔) เสนอแนะเพื่อโน้มน้าวใจการโน้มน้าวใจโดยการเสนอแนะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟัง ผู้อ่าน ใช้ความคิด ก่อนที่จะเชื่อถือหรือกระทำตาม ภาษาเพื่อการโน้มน้าวใจ ๑) ผู้โน้มน้าวใจควรใช้ภาษาที่มีน้ำเสียงในเชิงเสนอแนะ ขอร้อง วิงวอน เร้าใจ โดยคำนึงถึงจังหวะ และความนุ่มนวล ๒) ผู้พูดต้องหาวิธีโน้มน้าวใจคนฟังให้เอนเอียงมาฝ่ายตน ให้ผู้ฟังเกิดศรัทธา ไม่ควรใช้คำพูดและน้ำเสียง เด็ดขาด แข็งกระด้าง หรือกล่าวตรงไปตรงมาในเชิงตำหนิ ไม่ควรใช้น้ำเสียงในลักษณะของคำสั่งหรือการแสดง อำนาจซึ่งจะกระทบกระเทือนใจ ผู้รับสาร ทำให้การโน้มน้าวใจไม่บรรลุผลตามต้องการ


แบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ คำสั่ง ให้นักเรียนพิจารณาข้อความ และเขียนเครื่อง ✓ หน้าข้อความที่มีการโน้มน้าวในและ x หน้าข้อความที่ ไม่มีการโน้มน้าวใจ ๑. ................. พวกเธอควรกินผลไม้และดื่มน้ำมาก ๆ ถ้าอยากให้ผิวพรรณผ่องใส ๒. ................. มาโรงเรียนเพื่อร่ำเรียนหาความรู้ เพื่อเป็นอาวุธในการทำงาน ๓. ................. อาหาร ๕ หมู่ เป็นสิ่งที่นักโภชนาการเห็นว่ามีประโยค ๔. ................. เราควรหันมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกคน ๕. ................. ซื้อเลย!!! รถคันนี้ถูก เร็ว แรง นำเข้าจากต่างประเทศ ๖. ................. การตัดต้นไม้ส่งผลให้ป่ามีจำนวนลดลง ๗. ................. บ้านเมืองของเรา เป็นเมืองที่บรรพบุรุษสร้างไว้ เราทุกคนควรหวงแหน ๘. ................. งานเทศกาลประจำปี มีสินค้า และเครื่องเล่นมากมาย ๙. ................. ทุกคนควรหันมาสวมใส่ผ้าไทยเพื่ออนุรักษ์และสืบสานความเป็นไทย ๑๐.................. ทุกคนครับ โลกของเรากำลังร้อนขึ้นทุก ๆ วัน ๑๑.................. แค่ใช้ถุงผ้า ลดโลกร้อนได้นะ ๑๒.................. เครื่องสำอางยี่ห้อนี้ ถูก และดี มากเลยนะคะ คุณลูกค้าสนใจไหมคะ ๑๓.................. ทำไมเธอไปลองไปรับประทานอาหารร้านนี้ดูล่ะ ๑๔.................. ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นไม้ที่หายากมากเลยนะเธอรู้ไหม ๑๕.................. เพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ เรามาช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อโรงเรียนของเรากันเถอะค่ะ


เฉลยแบบฝึกหัด เรื่อง การโน้มน้าวใจ คำสั่ง ให้นักเรียนพิจารณาข้อความ และเขียนเครื่อง ✓ หน้าข้อความที่มีการโน้มน้าวในและ x หน้าข้อความที่ ไม่มีการโน้มน้าวใจ ๑. ................. พวกเธอควรกินผลไม้และดื่มน้ำมาก ๆ ถ้าอยากให้ผิวพรรณผ่องใส ๒. ................. มาโรงเรียนเพื่อร่ำเรียนหาความรู้ เพื่อเป็นอาวุธในการทำงาน ๓. ................. อาหาร ๕ หมู่ เป็นสิ่งที่นักโภชนาการเห็นว่ามีประโยชน์ ๔. ................. เราควรหันมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกคน ๕. ................. ซื้อเลย!!! รถคันนี้ถูก เร็ว แรง นำเข้าจากต่างประเทศ ๖. ................. การตัดต้นไม้ส่งผลให้ป่ามีจำนวนลดลง ๗. ................. บ้านเมืองของเรา เป็นเมืองที่บรรพบุรุษสร้างไว้ เราทุกคนควรหวงแหน ๘. ................. งานเทศกาลประจำปี มีสินค้า และเครื่องเล่นมากมาย ๙. ................. ทุกคนควรหันมาสวมใส่ผ้าไทยเพื่ออนุรักษ์และสืบสานความเป็นไทย ๑๐.................. ทุกคนครับ โลกของเรากำลังร้อนขึ้นทุก ๆ วัน ๑๑.................. แค่ใช้ถุงผ้า ลดโลกร้อนได้นะ ๑๒.................. เครื่องสำอางยี่ห้อนี้ ถูก และดี มากเลยนะคะ คุณลูกค้าสนใจไหมคะ ๑๓.................. ทำไมเธอไปลองไปรับประทานอาหารร้านนี้ดูล่ะ ๑๔.................. ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นไม้ที่หายากมากเลยนะเธอรู้ไหม ๑๕.................. เพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ เรามาช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อโรงเรียนของเรากันเถอะค่ะ ✓ X X ✓ ✓ X ✓ X ✓ X ✓ ✓ X X ✓


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ การเขียนสื่อสาร เวลา ๗ ชั่วโมง เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นายวัฒนา ศรีจันทร์มูล โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร วันที่สอน ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๐ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๒๐ น. ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๑ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐ น. ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๑๐ น. ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑๒ เวลา ๑๒.๔๐-๑๓.๓๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามรถอธิบายหลักการเขียนแนะนำตนเองได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนแนะนำตนเองได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๓. สาระสำคัญ การเขียนแนะนำตนเอง เป็นการเขียนวิธีหนึ่งที่ใช้บอกความเป็นตัวตนของเรา หรือเป็นการนำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับตนเองให้ผู้อื่นรับทราบ เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดต้องเป็นความจริง จึงต้องศึกษา หลักการเขียนแนะนำตนเองเพื่อความเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ความหมายของการเขียนแนะนำตนเอง ๔.๓ หลักการเขียนแนะนำตนเอง ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน


๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๗. ภาระงาน/ชิ้นงาน ๗.๑ การเขียนแนะนำตนเอง ๘. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑. ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น จากคำถาม “หากนักเรียนต้องการแนะนำตนเองนักเรียนจะ นำเสนออะไรเกี่ยวกับตนเองบ้าง” จากนั้นผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะทำการเรียนการสอนในวันนี้ โดยเชื่อมโยงกับคำตอบของผู้เรียน คือ การเขียนแนะนำตนเอง (แนวคำตอบ : ประวัติส่วนตัว ครอบครัว ลักษณะนิสัย งานอดิเรก และความสามารถพิเศษ เป็นต้น) ขั้นสอน ๘.๒ ผู้เรียนร่วมกันศึกษาความหมายและหลักการเขียนแนะนำตนเองจากใบความรู้ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง พร้อมกับรับฟังการอธิบายเพิ่มเติมประกอบกับ PowerPoint จากผู้สอน จากนั้นผู้เรียน ร่วมกันตอบคำถาม “การเขียนแนะนำตนเองที่ดีหรือให้เกิดความประทับใจทำได้อย่างไร” โดยเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่ ได้ศึกษาจากใบความรู้ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง ดังนี้ (แนวคำตอบ : เขียนเปิดและลงท้ายเรื่องด้วยสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ ประทับใจ และบ่งบอก ความเป็นตัวตนของเรา เช่น คำคม บทร้อยกรอง บทเพลง เพื่อให้เนื้อหามีความน่าสนใจมากขึ้น) ๘.๓ ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม กลุ่มละ ๘-๙ คน โดยแต่ละกลุ่มต้องคละผู้เรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน จากนั้นผู้เรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมาเลือกหัวข้อโดยการสุ่มหมายเลข ๑-๕ พร้อมกับ รับกระดาษและปากกาเพื่อนำไปเขียนแนะนำตนเอง โดยผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนแนะนำ สมาชิกในกลุ่มตามหัวข้อที่ผู้สอนมอบหมายให้ กลุ่มที่ ๑ : การเขียนแนะนำตนเองเกี่ยวกับชื่อและฉายา กลุ่มที่ ๒ : การเขียนแนะนำตนเองเกี่ยวกับรูปร่างหรือลักษณะภายนอก กลุ่มที่ ๓ : การเขียนแนะนำตนเองเกี่ยวกับที่อยู่ กลุ่มที่ ๔ : การเขียนแนะนำตนเองเกี่ยวกับครอบครัว กลุ่มที่ ๕ : การเขียนแนะนำตนเองเกี่ยวกับงานอดิเรก


จากนั้นผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลการเขียนแนะนำตนเองตามที่หัวข้อของกลุ่มตนเอง ได้รับ โดยกลุ่มที่ไม่ได้ออกมานำเสนอให้รับฟังกลุ่มอื่น ๆ อย่างตั้งใจ ขั้นสรุป ๘.๔ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปเนื้อหา เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง โดยการใช้คำถามดังนี้ ๑. การเขียนแนะนำตนเอง หมายความว่าอะไร (แนวคำตอบ : เป็นการเขียนวิธีหนึ่งที่ใช้บอกความเป็นตัวตนของเรา หรือเป็น การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเองให้ผู้อื่นรับทราบ ๒. หลักการเขียนแนะนำตนเอง มีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ๑. การขึ้นต้นให้ประทับใจ เช่น บทกลอนหรือบทเพลงที่เราชื่นชอบ ๒. อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราให้ชัดเจน เช่น ชื่อ ที่อยู่ งานอดิเรก ๒. การลงท้ายให้ประทับใจ เช่น คติหรือคำคมที่ประทับใจ) ๓. การเขียนแนะนำตนเอง ควรใช้คำหรือภาษาอย่างไร (แนวคำตอบ : หากเขียนแนะนำตนเองทั่วไป ควรใช้คำที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่าย เป็น กันเอง แต่ถ้าเป็นการเขียนแนะนำตนเองเพื่อสมัครงานหรือประกวด ควรใช้ภาษาเป็นทางการและสุภาพ) จากนั้นผู้เรียนรับมอบหมายงานการเขียนแนะนำตนเองลงสมุดบันทึก โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติส่วนตัว ครอบครัว ลักษณะนิสัย งานอดิเรก และความสามารถพิเศษ พร้อมนำส่งในชั่วโมงถัดไป ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ PowerPoint เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง ๙.๒ ใบความรู้ เรื่อง การการเขียนแนะนำตนเอง ๙.๓ หัวข้อการเขียนแนะนำตนเอง ๙.๔ กระดาษและปากกา


๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามรถอธิบาย หลักการเขียนแนะนำ ตนเองได้ถูกต้อง (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผู้เรียนตอบคำถามถูกต้อง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒. ผู้เรียนสามารถเขียน แนะนำตนเองได้ถูกต้อง (P) การเขียน/ตรวจการเขียน แนะนำตนเอง แบบประเมินการเขียน แนะนำตนเอง ผู้เรียนเขียนแนะนำ ตนเองอยู่ในเกณฑ์ระดับ ดี ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีมารยาทใน การเขียน (A การเขียน/ตรวจการเขียน แนะนำตนเอง แบบประเมินการเขียน แนะนำตนเอง ผู้เรียนมีมารยาทในการ เขียนอยู่เกณฑ์ระดับ ดี ขึ้นไป


Click to View FlipBook Version