84
กรรมการทำงานกลุ่ม
..................................................................
ศกึ ษาปที ี่ 4/13
ระดับพฤตกิ รรม
กลุ่มท่ี กลมุ่ ที่ กลมุ่ ท่ี กลมุ่ ที่ กลุ่มที่ กลมุ่ ท่ี กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดบั คุณภาพดี ลงชื่อ........................................ผ้ปู ระเมนิ
ระดับคุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษ์ทอง)
ระดบั คุณภาพปรับปรงุ
วันท.่ี ........เดอื น........................พ.ศ.........
ตอนที่ 2 ประเมินด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
คำชี้แจง ใหเ้ ติมเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั พฤติกรรมในชนั้ เรยี น
ขอ้ รายการพฤตกิ รรม กลุม่ ท
....
1 นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม 12
2 ทำงานเสร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนด
3 รว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ ตนเอง
4 ร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ อืน่
5 เก็บวสั ดอุ ุปกรณ์เรียบรอ้ ยหลังเสรจ็ กจิ กรรม
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั สิ ม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน 11-15
ปฏบิ ัติพอสมควร ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน 6-10
ปฏิบตั ิน้อยมาก ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน 1-5
85
ระดบั พฤติกรรม
ท่ี กลุ่มท่ี กลมุ่ ท่ี กลุ่มท่ี กลมุ่ ท่ี กล่มุ ที่ กล่มุ ที่ กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดบั คุณภาพดี ลงชือ่ ........................................ผ้ปู ระเมิน
ระดบั คุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษท์ อง)
ระดับคุณภาพปรับปรงุ
วันท่.ี ........เดอื น........................พ.ศ.........
86
9. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
................................................................................................................... ..................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... .................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................................................................ .........
................................................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
........................................................................................................................................... ..........................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.................................................................................................................................................................................... .
ลงช่อื …………………………………………….(ผ้สู อน)
(นางจริ าพร หงษท์ อง)
ครู
10. บนั ทึกผลการนิเทศแผนการจัดการเรียนรู/้ เสนอแนะ/รบั รอง
1. หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื …………………………………………….
(นายปราโมทย์ อนิ ทรบำรุง)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยี
87
2. รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ …………………………………………….
(นายอาทิตย์ เรียงสาทร)
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
3. ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชัยภูมิภักดชี มุ พล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ…………………………………………….
(นายปรีชา เคนชมภ)ู
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นชัยภมู ภิ กั ดีชุมพล
88
รายวิชาฟิสิกส์ 13 ว30213 ใบงานที่ 4 จุดประสงค์การเรยี นรู้ที่ 1-2
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ใช้ประกอบแผนจดั การเรียนร้ทู ่ี 4
เรื่อง สมดุลของวัตถุ และการนำหลักสมดลุ ไปประยุกตใ์ ช้
ชอื่ ......................................................................................เลขที.่ ....................ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/........
สมดุลของวัตถุ
1. กลอ่ งส่ีเหล่ียมกวา้ ง 20 เซนตเิ มตร สงู 40เซนติเมตร หนัก 100 นิวตัน ถกู แรงกระทำ 40 นิวตัน ณ. จุดสูง
เทา่ กบั h จงหาว่าความสูง h มคี า่ เทา่ ใด จงึ จะทำใหก้ ล่องน้ีเร่ิมลม้ พอดี
2. ออกแรง F = 160 นิวตัน ผลักตูเ้ ยน็ 40 กิโลกรัม บนพน้ื ฝดื ทคี่ วามสูง 90 เซนตเิ มตร จากพื้นโดยตู้เย็นไม่ล้ม จง
หาความกว้างน้อยที่สุดของฐานตู้เย็น (x) ในหน่วยเซนติเมตร กำหนดให้
ความสูงของตู้เย็นคือ 120 เซนติเมตร และจุดศูนย์กลางมวลอยู่สูงจาก
พนื้ 40 เซนตเิ มตร ดงั รปู
89
3. เส้นลวดดงึ คาน AB ซง่ึ มีมวล 5 กิโลกรัมแขวนไวท้ ป่ี ลาย B ถ้าคานสมำ่ เสมอมีน้ำหนกั 20 นิวตนั ยาว 5 เมตร มี
ปลาย A ตรงึ ตดิ กำแพง คานสมดลุ อยไู่ ด้ดังรูป จงหาว่าแรงดึงเลน้ ลวดมีค่ากนี่ ิวตัน
4. บันไดยาว 2.5 เมตร มีนำ้ หนัก 40 นวิ ตนั วางพิงกำแพงเกล้ยี ง (ไม่คดิ แรงเสยี ดทาน) ดังรปู ศูนยถ์ ว่ งของบันได
อย่หู ่างปลายลา่ ง 1 เมตร จงหา
ก. แรงเสียดทานระหว่างพ้นื ล่างกับบนั ได เพอื่ ทำใหบ้ ันไดวางน่ิงอยู่ได้ A
ข. จงหาแรงทบี่ ันไดกระทำต่อกำแพงทีจ่ ดุ A
60o B
90
5. บันไดสม่ำเสมอยาว 10 เมตร หนกั 400 นิวตัน ปลายบนพงิ กำแพงเกล้ียงตรงจุดซง่ึ อยู่สูงจากพน้ื 8 เมตร โดย
บนั ไดยันกบั พ้นื ขรุขระหา่ งจากกำแพง 6 เมตร
ก. จงหาแรงทย่ี ันปลายบันไดไม่ใหไ้ ถลลงมา
ข . ถ้ามีวตั ถหุ นกั 100 นวิ ตัน วางอยู่ปลายบันไดด้านลา่ งห่างข้ึนมา 1/4 ของความยาวของบันได จงหา
แรงเสยี ดทานที่พนื้ ราบ
การนำหลักสมดลุ ไปประยกุ ต์ใช้
6. กรรไกรตดั ลวดมีระยะระหวา่ งลวดและจุดหมนุ เป็น 2 เซนติเมตร ระยะระหวา่ งจุดหมุนและมือเป็น 10 เซนติเมตร
ออกแรง F=50 นิวตัน บีบขากรรไกรดังรูป
ก. แรงทก่ี ระทำต่อลวดเปน็ เท่าใด
ข. การไดเ้ ปรียบเชงิ กลเปน็ เท่าใด
ค. ประสทิ ธิภาพของกรรไกรตัดลวด
91
7. ไขควงอนั หน่ึงด้ามจบั มีรัศมี 1.2 เซนตเิ มตร สว่ นปลายมีรัศมี 0.4 เซนตเิ มตร ในการนำไขควงไปไขสกรทู ่ีต้องการ
ใช้แรง 300 นิวตัน จะตอ้ งออกแรงหมนุ ที่ไขควงเทา่ ใด
8. คานงดั อนั หน่ึงยาว 3 เมตร ชายคนหน่ึงตอ้ งการงัดก้อนหินก้อนหน่ึงหนัก 100 กิโลกรัม โดยออกแรงกดลง 200
นิวตนั ถ้าคานงัดน้ีมปี ระสิทธภิ าพ 70 % เขาจะต้องนำทีร่ องงดั มาวางห่างจากก้อนหินเทา่ ไร
9. กวา้ นมแี กนหมุนยาว 50 เซนตเิ มตร และมีรศั มีของแกนหมนุ 2.5 เซนติเมตร ดงั รปู เมอ่ื ออกแรง 80 นิวตัน เพื่อ
ยกวัตถหุ นัก W ถ้ากว้านไม่มีแรงเสียดทาน
ก. นำ้ หนกั ท่ียกได้เปน็ เท่าใด
ข. การได้เปรยี บเชิงกลของกว้านเปน็ เท่าใด
92
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5
รายวิชา ว30213 ฟิสิกส์ 13 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 งานและพลังงาน
เรอ่ื ง งานของแรงที่ทำมุมกบั แนวการเคลื่อนท่ี เวลา 4 คาบ
ผูส้ อน นางจิราพร หงษท์ อง วนั ที.่ ......เดอื น...............พ.ศ.........คาบที่.........
1. สาระการเรยี นร้/ู มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระฟิสิกส์
มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและ
กฎการเคล่ือนท่ขี องนิวตนั กฎความโน้มถว่ งสากล แรงเสยี ดทาน สมดลุ กลของวตั ถุ งานและกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
กล โมเมนตมั และกฎการอนุรักษโ์ มเมนตัม การเคล่ือนทแ่ี นวโคง้ รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
3. วิเคราะห์และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ
ตำแหนง่ รวมท้ังอธบิ ายและคำนวณกำลังเฉล่ยี
3. สาระสำคญั
เมื่อมีแรงคงตัว กระทำต่อวัตถุให้เคลื่อนที่ได้การกระจัด จะเกิดงาน (work) ของแรงนั้น ถ้าแรงและ
การกระจัดมีทิศเดียวกัน งานที่ทำโดยแรงนั้นจะมีค่า = แต่ถ้าแรงที่กระทำมีทิศทางทำมุม กับแนว
การเคล่ือนที่ งานทีท่ ำโดยแรงนั้นจะมคี า่ = งานเปน็ ปริมาณสเกลาร์ มหี นว่ ยเป็นจลู (J)
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 อธิบายความแตกต่างระหวา่ งงานในชวี ติ ประจำวันและงานในวิชาฟิสกิ ส์ (K)
4.2 หางานของแรงที่ใช้ในการเคลื่อนวัตถุเมื่อแรงอยู่ในแนวเดียวกับแนวการเคลื่อนที่ และแรงทำมุมกับ
แนวการเคลื่อนท่ี (K)
4.3 บันทึกและอธิบายการสังเกตและการลงความเห็นจากขอ้ มูลอยา่ งมเี หตุผล (P)
4.4 ตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบการอธิบาย การลงความเห็น และ
การสรุปผลการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ท่นี ำเสนอต่อหนา้ สาธารณชนด้วยความถกู ต้อง (A)
93
5. สาระการเรยี นรู้
งานทางฟิสิกส์เป็นผลจากการกระทำของแรงซึ่งทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในแนวเดียวกับแนวแรง โดยแนว
การเคลื่อนที่หรือการกระจัดของวัตถุ อาจอยู่ในทิศเดียวกับทิศของแรงที่มากระทำหรือทิศตรงข้ามกับทิศของแรง
ที่มากระทำ องค์ประกอบของการเกิดงานทางฟิสิกส์มี 2 ประการ คือ มีแรงกระทำต่อวัตถุและมีการเคลื่อนที่ของ
วัตถุ แต่แนวการเคลื่อนที่หรือการกระจัดของวัตถุต้องไม่ต้ังฉากกับแนวกระทำของแรง การออกแรงกระทำต่อวัตถุ
แต่วัตถุไม่เคลื่อนท่ี หรือวัตถุเคลื่อนท่ีไปในแนวตั้งฉากกับแนวแรงตลอดการเคลือ่ นที่จึงเปน็ การกระทำท่ีไม่เกิดงาน
ทางฟสิ กิ ส์ ทง้ั นี้แรงทีก่ ระทำต่อวัตถุมที ้ังแรงคงทีแ่ ละแรงไม่คงท่ี
ถ้าออกแรงคงท่ี กระทำกับวัตถุ แล้วทำให้วัตถุเกิดการเคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่ากับ ในแนวเดียวกับ
แรงที่มากระทำ ดังรูปที่ 1
รปู ท่ี 1 ออกแรงกระทำกบั วตั ถุในแนวเดียวกันกับการกระจัด
งานของแรงคงท่ี (W) เป็นผลคูณระหว่างขนาดของแรงกับระยะกระจัดในแนวเดียวกับแนวการเคลื่อนที่
ของวัตถุ
= (1)
เมอ่ื = งานท่เี กิดข้ึน มหี นว่ ยเปน็ Nm หรือ J
= แรงที่มากระทำ มีหนว่ ยเปน็ N
= ระยะทางทวี่ ตั ถุเคลื่อนทไี่ ด้ มหี นว่ ยเป็น m
งาน มีหน่วยเป็น นิวตันเมตร (Nm) แต่ภายหลังได้ตั้งหน่วยนี้เป็น จูล (Joule, J) ซึ่งเป็นหน่วยอนุพันธ์ใน
ระบบเอสไอ เพื่อเป็นเกียรตแิ ก่ James Presscott Joule ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับพลงั งานความร้อน และการเปลี่ยนรปู
ของพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ ดังนั้น งาน 1 J คืองานที่ได้จากการออกแรง 1 N ผลักวัตถุให้เคลื่อนที่ได้
ระยะทาง 1 m
หากวัตถุเคลื่อนที่ไปในแนวเดียวกับแรงที่มากระทำ การคำนวณหางานจะเป็นไปตามสมการที่ (1) แต่ถ้า
แรงที่มากระทำนั้นไมไ่ ดอ้ ยใู่ นแนวเดียวกับทิศทางการเคล่ือนท่ี จะพจิ ารณาดังนี้รปู ท่ี 2
94
รปู ท่ี 2 ออกแรงกระทำกับวัตถุทำมุม กบั การกระจัด
กำหนดให้แรง ที่มากระทำต่อวตั ถุเอียงทำมุม กบั แนวระดบั ดงั รูปที่ 2 สามารถแยกองคป์ ระกอบของ
แรงออกได้เป็น 2 แนวคือ แรงในแนวดิ่งมีค่าเท่ากับ และแรงในแนวระดับมีค่าเท่ากับ จะเห็นว่า
แรงท่อี ยูใ่ นแนวเดียวกับการเคลือ่ นท่ีคอื ดงั นั้น จากสมการท่ี (1) จะได้
= (2)
จากสมการที่ (2) แสดงว่า ถ้าแรงที่มากระทำอยู่ในทิศที่ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่จะไม่เกิดงาน
พิจารณา ถ้าแรงที่มากระทำอยู่ในทิศตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่จะเกิดงานที่มีค่าเป็นลบ เช่น งานของแรงเสียด
ทาน เปน็ ตน้
ถ้ามีแรงหลายแรงมากระทำกับวัตถุจะต้องคิดงานย่อยในแต่ละแรงแล้วนำงานทั้งหมดมารวมกัน
= 1 + 2 + 3+. .. หรือหาแรงลัพธ์และการกระจัดลัพธ์ก่อน แล้วหางานลัพธ์โดยนำแรงลัพธ์และ
การกระจดั ลัพธม์ าคณู กนั = (∑ )
6. กระบวนการจัดการเรียนรู้
6.1 ขัน้ สร้างความสนใจ (20 นาที)
6.1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนเรื่อง งาน โดยนำเสนอรูปภาพกิจกรรมในชีวิตประจำวันและใช้คำถามถาม
นักเรียน ดงั น้ี
- จากกิจกรรมดงั รปู ท่ี 1(a)-(i) นักเรียนคดิ วา่ รปู ใดเกยี่ วขอ้ งกับงานบ้าง
(a) รดน้ำต้นไม้ (b) ขบั รถทางตรง (c) ช้างลากซงุ
95
(d) มา้ แบกสง่ิ ของขณะ (e) สนุ ัขลากรถเขน็ ขณะ (f) คนลากรถบรรทกุ สง่ิ ของ
เดินบนทางราบ เดนิ บนทางราบ
(g) หิ้วกระเป๋าเดินขน้ึ บันได (h) ยกสงิ่ ของขึ้นจากพ้ืน (i) เขน็ รถแต่รถไม่เคลอ่ื นที่
รูปท่ี 1 กจิ กรรมในชวี ติ ประจำวนั
(แนวคำตอบ: นักเรียนตอบได้อยา่ งอิสระ)
- ในความเข้าใจของนกั เรยี น “งาน” คืออะไร
(แนวคำตอบ: การประกอบอาชพี แรงคูณระยะทาง )
- นักเรียนคิดวา่ งานในวชิ าฟิสิกสเ์ หมือนกนั หรือแตกต่างกนั กบั งานในชีวติ ประจำวัน อย่างไร
(แนวคำตอบ: ไม่เหมือนกัน งานในทางฟิสิกส์จะเกิดขึ้นเมื่อมีแรงกระทำต่อวัตถุและมีผลทำให้วัตถุ
เคลอ่ื นที่บนทศิ ทางของแรง)
- ในการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน ถ้าไมอ่ อกแรง จะเกดิ งานไดห้ รอื ไม่
(แนวคำตอบ: ไมเ่ กดิ งาน)
- หากออกแรงในการทำกิจกรรมแลว้ ไมท่ ำให้วัตถเุ คลอ่ื นที่จะเกิดงานขึน้ หรอื ไม่
(แนวคำตอบ: ไม่เกิดงาน)
- การออกแรงในลักษณะต่าง ๆ กับวัตถุชนิดเดียวกนั และมีมวลเท่ากัน เช่น ออกแรงลากกระเป๋าทำ
มุม 30 องศากับพื้นราบ ออกแรงลากกระเป๋าในแนวขนานกับพื้นราบ ออกแรงยกกระเป๋าขึ้นจากพื้น และการ
สะพายกระเป๋าเดินบนพ้นื ราบ นักเรียนคิดวา่ แรงทใี่ ชใ้ นการทำให้วตั ถุเคลอ่ื นที่ ตา่ งกันหรือไม่ และมีกรณีไหนบ้างท่ี
เกดิ งาน
(แนวคำตอบ: แรงทใ่ี ชใ้ นการทำใหว้ ตั ถุเคลื่อนที่ ต่างกนั กรณีท่ีเกดิ งาน คอื ออกแรงลากกระเป๋าทำ
มมุ 30 องศากบั พน้ื ราบ ออกแรงลากกระเป๋าในแนวขนานกบั พื้นราบ และออกแรงยกกระเป๋าขึ้นจากพืน้ )
96
6.2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (40 นาที)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลอง โดยใช้เครื่องชั่งสปริงลากถุงทรายเป็นระยะทาง 50
เซนติเมตร และสงั เกตแรงท่เี กิดข้นึ จากการลากถุงทรายในกรณีต่าง ๆ ดังน้ี
- ใชเ้ ครอื่ งช่ังสปรงิ ลากถงุ ทรายไปตามแนวราบ 50 เซนติเมตร
- ใช้เครื่องชั่งสปริงลากถุงทรายไปตามแนวราบ 50 เซนติเมตร โดยออกแรงทำมุม 30 องศากับแนว
ระดบั
- ใช้เครื่องชั่งสปริงลากถุงทรายไปตามแนวราบ 50 เซนติเมตร โดยให้เครื่องชั่งสปริงวางตัวอยู่ใน
แนวดงิ่ (90 องศากบั แนวระดบั )
- ใช้เครือ่ งชั่งสปริงยกถุงทรายขน้ึ ไปในแนวดงิ่ 50 เซนติเมตร
6.2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองอ่านแรงที่ได้จากเครื่องชั่งสปริงในการลากถุง
ทรายในกรณตี า่ ง ๆ เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทยี บข้อมูลการทดลอง
6.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (60 นาที)
6.3.1 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายรว่ มกันเกย่ี วกบั งานทางฟสิ ิกส์ จนได้ขอ้ สรปุ ว่า
- งาน คือ ผลของการออกแรงกระทำต่อวตั ถุแลว้ ทำให้วัตถเุ คล่ือนท่ีตามแนวแรง
- เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุในแนวเดียวกันกับการกระจัด งานหาได้จาก = งานจะเป็นบวก
เมื่อแรงที่กระทำต่อวัตถุมีทิศทางเดียวกันกับการกระจัด และงานจะเป็นลบเมื่อแรงที่กระทำต่อวัตถุมีทิศทางตรง
ข้ามกบั การกระจัด
- เมื่อออกแรงทำมุม กับวัตถุในแนวระดับทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในแนวราบ ต้องทำการแยก
องค์ประกอบของแรงออกเป็นแรงย่อย แรงในแนวดิ่งจะเท่ากับ และแรงในแนวระดับจะเท่ากับ
งานจะเทา่ กบั ผลคณู ของขนาดของแรงกบั การกระจดั ท่ีอยูใ่ นแนวเดยี วกนั หรือ =
- เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุแลว้ ทำให้วัตถุเคลื่อนท่ี โดยแรงท่กี ระทำกับวัตถุและการกระจัดมีทิศทาง
ตั้งฉากกัน งานทไ่ี ดจ้ ะมคี า่ เปน็ ศนู ย์
6.3.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคำนวณงานที่เกิดขึ้นในการทดลองลากถุงทรายเป็นระยะทาง 50
เซนติเมตร เมือ่ ออกแรงกระทำกับถงุ ทรายในลกั ษณะตา่ ง ๆ กัน
6.4 ข้นั ขยายความรู้ (60 นาท)ี
6.4.1 นกั เรยี นนำความรู้ที่ได้ไปแกโ้ จทย์ปัญหาในใบงานท่ี 5 ข้อ 1-6 และให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกัน
อภิปรายวธิ ีการแก้โจทย์ปัญหา
97
6.5 ข้นั ประเมนิ ผล (20 นาที)
6.5.1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการหางานเนื่องจากแรงคงตัว เมื่อออกแรงกระทำกับวัตถุใน
ลักษณะตา่ ง ๆ
6.5.2 ครูประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรจู้ ากการตอบคำถาม ใบงาน และการบ้านของนักเรียน
7. วัสดุอปุ กรณ์ สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนังสือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ ฟสิ ิกส์ เล่ม 2 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
7.2 ใบงานท่ี 5 เร่ือง งานของแรงท่ีทำมุมกบั แนวการเคลื่อนที่
7.3 เครือ่ งชัง่ สปรงิ 7.4 ถงุ ทราย
8. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
เป้าหมาย วิธกี ารวัด เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
- คำถามในช้นั เรยี น
ด้านความรู้ (K) - นกั เรียนมากกว่าร้อย
- ใบงานท่ี 5 ละ 80 อธบิ ายได้ถูกต้อง
8.1 อธิบายความแตกตา่ งระหว่างงานใน - การตอบคำถาม
- ใบงานที่ 5 - คะแนนเฉลยี่ จากการ
ชีวิตประจำวันและงานในวิชาฟสิ ิกส์ ของนักเรียนในช้นั - แบบสังเกตพฤติกรรม ทำใบงานท่ี 5 มากกว่า
การทำงานกลุ่ม ตอนที่ 1 รอ้ ยละ 80
เรยี น - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
การทำงานกลมุ่ ตอนที่ 2 - นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรม
8.2 หางานของแรงที่ใช้ในการเคลื่อน - ตรวจใบงาน การทำงานกลมุ่ ตอนท่ี 1
อยู่ในเกณฑ์ดี
วัตถุเมื่อแรงอยูในแนวเดียวกับแนวการ
- นักเรียนมพี ฤติกรรม
เคลื่อนที่ และแรงทำมุมกับแนวการ การทำงานกลุ่ม ตอนที่ 2
อยู่ในเกณฑด์ ี
เคลือ่ นที่
ด้านทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ (P) - สงั เกตพฤติกรรม
8.3 บันทึกและอธิบายการสังเกตและ นักเรียนขณะทำ
การลงความเหน็ จากขอ้ มลู อย่างมเี หตผุ ล กิจกรรมในชั้นเรยี น
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
8.4 ตระหนักถึงความสำคัญในการที่ - สงั เกตพฤติกรรม
จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบการอธิบาย นกั เรยี นขณะทำ
การลงความเห็น และการสรุปผลการ กจิ กรรมในชั้นเรียน
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่นำเสนอต่อหน้า
สาธารณชนด้วยความถกู ตอ้ ง
98
แบบประเมินใบงาน/ใบกจิ กรรม
รายวชิ า ฟิสิกส์ 13 รหัสวชิ า ว30213 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
เรือ่ ง...................................................................................................................ครผู สู้ อน นางจริ าพร หงษ์ทอง
ผลการประเมิน
ที่ ช่ือ – สกลุ ดมี าก ดี ปานกลาง ปรบั ปรุง หมายเหตุ
(4) (3) (2) (1)
1 นาย ชนะชยั เทียมแก้ว
2 นาย ชยพล จันทร์เลศิ
3 นาย ชโยฑติ เสาโกมุท
4 นาย ณภทั ร ชื่นชม
5 นาย บญุ ยกร ประทุมชาติ
6 นาย ประสิทธศิ ักด์ิ หิดเมยี งสงค์
7 นาย พสิ ษิ ฐ์ พัฒนะพุฒิเลศิ
8 นาย ภูมภิ ัทร นวชาติ
9 นาย วชั รากร ออ่ นสุวรรณ
10 นาย อภิวัฒน์ ญาติสมบูรณ์
11 นางสาว กมนธดิ า แสนทา้ ว
12 นางสาว กานดา กนั ชยั ภมู ิ
13 นางสาว แก้วเจ้าจอม คงยืน
14 นางสาว ชญาณิศา พิสฐิ ปภา
15 นางสาว ณัฏฐธดิ า สมศรแี สง
16 นางสาว ดลุ ยาภรณ์ ลาภเกิด
17 นางสาว ธญั ญาลกั ษณ์ ประจงคา้
18 นางสาว ธาวินี คงกันกง
19 นางสาว นิษฐเนตร์ เทียมไธสง
20 นางสาว ปริมมาดา สพุ ันดี
21 นางสาว ปรียาวณี า พองชัยภูมิ
22 นางสาว ปวริศา นลิ โท
23 นางสาว ปาณสิ รา จวงเงิน
99
ผลการประเมิน
ที่ ชอื่ – สกลุ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรงุ หมายเหตุ
(4) (3) (2) (1)
24 นางสาว พิชญช์ า เพลยี ซา้ ย
25 นางสาว ฟาริดาย์ สีวาที
26 นางสาว ภทั รพร ศรพี ันธ์ุ
27 นางสาว มนสั นนั ท์ ขนั อาษา
28 นางสาว วาณิกา หาญชนะ
29 นางสาว ศิวาพร แนวโอโล
30 นางสาว อรวรรยา อมรชัยกลุ
ลงชือ่ .........................................ผู้ประเมิน
(นางจริ าพร หงษท์ อง)
ตำแหนง่ ครู
เกณฑก์ ารประเมิน ใบงาน/ใบกิจกรรม
ระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ดมี าก (4) - เนื้อหาถกู ต้อง ครบถว้ น 80% ขึน้ ไป หรือ แสดงความเขา้ ใจปัญหาอย่างสมบรู ณ์
คำตอบประกอบดว้ ยทุกประเดน็ ทีต่ ้องการ หรือ แสดงวธิ ีทำถูกต้อง 80% ขึ้นไป
ดี (3) - เนอื้ หาถูกต้อง ครบถว้ น 70 – 79% หรอื แสดงความเขา้ ใจปัญหาค่อนข้างมาก คำตอบ
ปรากฏทุกประเด็นทต่ี ้องการ หรอื แสดงวิธีทำถูกต้อง 70 – 79%
ปานกลาง (2) - เนือ้ หาถูกตอ้ ง ครบถว้ น 60 – 69% หรือ แสดงความเขา้ ใจปัญหาบางสว่ น คำตอบ
ประกอบด้วยประเดน็ ส่วนใหญ่ทีต่ ้องการ หรือ แสดงวธิ ที ำถกู ต้อง 60 – 69%
ปรับปรงุ (1) - เนอ้ื หาถูกตอ้ ง ครบถ้วน น้อยกว่า 60% หรือ แสดงความเขา้ ใจปัญหาเพียงเลก็ น้อย
ประเดน็ สว่ นใหญ่ทีต่ ้องการไม่ปรากฏ หรือ แสดงวิธที ำถูกต้อง นอ้ ยกวา่ 60%
แบบสงั เกตพฤติก
เร่ือง ..................................................
ชน้ั มัธยมศ
ตอนที่ 1 ประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
คำชแี้ จง ใหเ้ ติมเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั พฤติกรรมในช้นั เรียน
ข้อ รายการพฤติกรรม กลุ่มท่ี
....
123
1 นักเรยี นมีการบันทกึ ผลการอภปิ รายลงในใบกจิ กรรมอยา่ ง
ครบถ้วน
2 นกั เรยี นได้คน้ ควา้ ความรเู้ พิ่มเตมิ จากแหล่งเรยี นรู้
3 นักเรียนอธบิ ายแนวคิดในการทำกจิ กรรมของกลมุ่ ตนเองให้เพ่ือน
กลุ่มอื่นเข้าใจ
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบัตสิ มำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน 7-9
ปฏิบตั ิพอสมควร ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน 4-6
ช่วงคะแนน 1-3
ตอนท่ี 2 ปปรฏะิบเมัตนิ นิ ดอ้ ้ายนมคาุณก ธรรมใหจ้ ร1ิยธคระรแมน(นA)
100
กรรมการทำงานกลมุ่
..................................................................
ศกึ ษาปีที่ 4/13
ระดบั พฤตกิ รรม
กลมุ่ ท่ี กลุ่มท่ี กลุ่มที่ กลุม่ ท่ี กลุ่มที่ กลุม่ ที่ กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดับคุณภาพดี ลงชือ่ ........................................ผู้ประเมิน
ระดบั คุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษ์ทอง)
ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
วันท่ี.........เดือน........................พ.ศ.........
ตอนที่ 2 ประเมินด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
คำชแี้ จง ใหเ้ ติมเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั พฤติกรรมในชนั้ เรยี น
ขอ้ รายการพฤตกิ รรม กลุม่ ท
....
1 นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม 12
2 ทำงานเสร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนด
3 รว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ ตนเอง
4 ร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ อืน่
5 เก็บวสั ดอุ ุปกรณ์เรียบรอ้ ยหลังเสรจ็ กจิ กรรม
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั สิ ม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน 11-15
ปฏบิ ัติพอสมควร ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน 6-10
ปฏิบตั ิน้อยมาก ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน 1-5
101
ระดบั พฤตกิ รรม
ที่ กลมุ่ ที่ กล่มุ ท่ี กลมุ่ ท่ี กลุม่ ที่ กลุ่มที่ กลุ่มที่ กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดบั คุณภาพดี ลงช่ือ........................................ผปู้ ระเมิน
ระดับคุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษ์ทอง)
ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง
วันท.่ี ........เดอื น........................พ.ศ.........
102
9. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... ......................................................................................
..................................................................................................................................................................... ................
................................................................................................................... ..................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... .................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ............................
....................................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................................................................. ........
ลงช่อื …………………………………………….(ผู้สอน)
(นางจริ าพร หงษ์ทอง)
ครู
10. บนั ทกึ ผลการนิเทศแผนการจัดการเรยี นรู/้ เสนอแนะ/รับรอง
1. หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื …………………………………………….
(นายปราโมทย์ อนิ ทรบำรุง)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเทคโนโลยี
103
2. รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื …………………………………………….
(นายอาทติ ย์ เรียงสาทร)
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
3. ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชัยภูมิภักดชี มุ พล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอื่ …………………………………………….
(นายปรชี า เคนชมภู)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นชัยภูมภิ ักดชี ุมพล
104
รายวชิ าฟิสกิ ส์ 13 ว30213 ใบงานท่ี 5 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ท่ี 1-2
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5
เรือ่ ง งานของแรงที่ทำมุมกบั แนวการเคลื่อนท่ี
ชือ่ ......................................................................................เลขท่.ี ....................ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/........
งาน (Work, W) คือ ผลของการออกแรงกระทำต่อวตั ถแุ ล้วทำใหว้ ตั ถุเคลอ่ื นท่ีในแนวแรง หน่วย N.m หรอื J
งาน = ขนาดของแรง x ขนาดของการกระจดั ท่ีมีทศิ ทางในแนวเดียวกัน
=
ถ้า และ มที ิศเดียวกัน มีเครือ่ งหมาย +
ถา้ และ มีทิศสวนทางกนั มีเครอ่ื งหมาย -
ถ้า และ มีทิศต้งั ฉากกนั เปน็ ศนู ย์
การหางานทเี่ กดิ จากแรงคงตวั
1. ชายคนหนึ่งหิ้วถงั หนกั 200 นวิ ตัน เคลื่อนท่ไี ปบนพ้ืนราบได้ระยะทาง 10 เมตร จงหางานในการหิว้ ถงั น้ำ
2. ออกแรง 40 นิวตัน ดงึ วัตถุท่ีวางบนพื้นราบเกลี้ยงในแนวทำมมุ 60o กบั แนวระดบั เม่ือวตั ถเุ คล่ือนท่ีไปบนพนื้
ราบไดไ้ กล 10 เมตร งานของแรงทด่ี งึ วัตถุมขี นาดเทา่ ใด
3. เดก็ ชายป๋องเดนิ หิว้ กระเป๋าหนกั 30 นวิ ตนั เดินลงบันไดสูง 4 เมตร จงหางานทเ่ี ด็กชายป๋องทำไดใ้ นการหว้ิ
กระเป๋า
105
4. แรงคงตวั 5 นิวตัน กระทำอยา่ งต่อเน่อื งกับวัตถุมวล 25 กิโลกรมั ท่ีอยู่นิ่งบนพื้นราบล่ืนให้เคลอ่ื นท่ี จงหา
ก. งานที่แรงนก้ี ระทำในเวลา 2 วินาทแี รก
ข. งานท่แี รงน้ที ำในระหวา่ งวินาทที ่ี 9 และ 10
การหางานท่เี กดิ จากแรงกระทำหลาย ๆ แรง
หางานได้ 2 วิธี คือ
1. คิดงานยอ่ ยในแตล่ ะแรงแล้วนำงานทงั้ หมดมารวมกนั = 1 + 2 + 3+. . ..
2. หางานรวมหรืองานลพั ธไ์ ด้เลย โดยการหาแรงลพั ธ์และการกระจดั ลัพธ์กอ่ น แล้วหางานลัพธโ์ ดยนำแรง
ลพั ธแ์ ละการกระจดั ลัพธม์ าคูณกัน = (∑ )
5. นำเชอื กเส้นเลก็ ๆ ผกู วัตถุมวล 5 กิโลกรัม แล้วหยอ่ นลงจากทส่ี ูง 20 เมตร ดว้ ยความเร่งคงที่ 0.5 เมตรต่อ
วนิ าที2 จงหางานของแรงตงึ ในเส้นเชอื กเม่ือหยอ่ นวตั ถุลงมาได้ระยะทาง 10 เมตร
106
6. มวล 4 กิโลกรมั วางบนพืน้ ราบซ่ึงมีสมั ประสิทธค์ิ วามเสียดทาน 0.2 มีแรง 20 นวิ ตนั ดึงวตั ถุในแนวขนานพ้นื
เมื่อวตั ถเุ คลอ่ื นที่ตามแนวแรง 20 นวิ ตัน ได้ระยะทาง 10 เมตร จงหางาน เน่อื งจาก
ก. แรง 20 นวิ ตัน
ข. แรงเสยี ดทาน
ค. แรงลพั ธ์
107
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
รายวิชา ว30213 ฟสิ กิ ส์ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 งานและพลังงาน
เร่ือง การหางานจากพ้นื ท่ีใต้กราฟและกำลัง เวลา 4 คาบ
ผสู้ อน นางจิราพร หงษท์ อง วนั ท่.ี ......เดือน...............พ.ศ.........คาบที่.........
1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรียนรู้
สาระฟิสกิ ส์
มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและ
กฎการเคล่อื นทขี่ องนิวตนั กฎความโน้มถว่ งสากล แรงเสียดทาน สมดุลกลของวัตถุ งานและกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
กล โมเมนตมั และกฎการอนุรกั ษโ์ มเมนตมั การเคลอ่ื นทแ่ี นวโคง้ รวมทงั้ นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
3. วิเคราะห์และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับ
ตำแหน่ง รวมทั้งอธบิ ายและคำนวณกำลงั เฉล่ีย
3. สาระสำคัญ
เมื่อมีแรงคงตัว กระทำต่อวัตถุให้เคลื่อนที่ได้การกระจัด จะเกิดงาน (work) ของแรงนั้น ถ้าแรงและ
การกระจัดมีทิศเดียวกัน งานที่ทำโดยแรงนั้นจะมีค่า = แต่ถ้าแรงที่กระทำมีทิศทางทำมุม กับแนว
การเคลื่อนที่ งานที่ทำโดยแรงนั้นจะมีค่า = การหางานของแรงไม่คงตัวสามารถหาได้จากพื้นที่ใต้
กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงและการกระจดั งานเป็นปรมิ าณสเกลาร์ มีหนว่ ยเป็นจูล (J)
กำลงั (Power) เปน็ งานทีท่ ำได้ในหน่ึงหน่วยเวลา ดังสมการ = กำลังมีหน่วยเปน็ วัตต์ (W) โดย 1 W
= 1 J/s
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 หางานจากพื้นทใ่ี ตก้ ราฟระหว่างแรงกับการกระจัด (K)
4.2 อธบิ ายกำลงั และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งงานกับกำลัง (K)
4.3 คำนวณหากำลังเมื่อกำหนดสถานการณ์ให้ (K)
4.4 บนั ทึกและอธิบายการสังเกตและการลงความเหน็ จากข้อมลู อย่างมีเหตุผล (P)
108
4.5 ตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบการอธิบาย การลงความเห็น และ
การสรปุ ผลการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ทน่ี ำเสนอต่อหนา้ สาธารณชนดว้ ยความถกู ตอ้ ง (A)
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 การหางานจากพื้นที่ใต้กราฟ
ในการหางานที่ของแรงคงตัวที่กระทำต่อวัตถุแล้ว ยังมีการหางานของแรงเฉพาะแรงที่กระทำอยู่ในแนว
เดียวกันกับการกระจัด หรือมีองค์ประกอบของแรงกระทำในแนวเดียวกับการกระจัดโดยการหาจาหพื้นที่ใต้กราฟ
ระหว่างแรงกบั การกระจัดดงั น้ี
5.1.1 แรงกระทำมีคา่ คงตวั
เม่อื มีแรงคงทีก่ ระทำต่อวัตถุแลว้ ทำใหว้ ัตถุเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในแนวเดียวกับแรงท่ีกระทำ จะได้
แรง (N)
0 การกระจดั (m)
กราฟระหวา่ งแรงกบั การกระจดั ดังรูปที่ 1
รูปท่ี 1 แรงกระทำคงตวั
จากนยิ ามของงานได้ว่า
= เม่อื = 0° จะไดว้ า่ = (1)
พ้ืนทใี่ ต้กราฟของรปู ที่ 1 ในช่วงการกระจัดจาก 0 ถึง s จะไดว้ ่า
พื้นทใ่ี ตก้ ราฟ = (2)
เมื่อเปรียบเทียบสมการที่ (1) และสมการที่ (2) จะเห็นว่าทั้งสองสมการเท่ากัน ดังนั้น พื้นที่ใต้
กราฟระหวา่ ง - คอื งานของแรง ในช่วงการกระจดั
5.1.2 แรงกระทำเปลย่ี นแปลงอยา่ งสมำ่ เสมอ
เมื่อมีแรงไม่คงตัวกระทำให้วัตถุเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง เช่น ออกแรงดึงวัตถุที่อยู่ติดกับปลาย
สปรงิ เม่อื ออกแรงดึงวัตถุใหเ้ คล่ือนที่พบว่า ถ้าตอ้ งการใหว้ ตั ถุเคล่ือนท่ไี กลมาก ต้องออกแรงดึงมากดว้ ย ซึ่งสามารถ
เขียนกราฟความสัมพนั ธร์ ะหว่างแรงดึง ( ) กบั การกระจดั ( ) ของวตั ถดุ ังรปู ท่ี 2
109
แรง (N)
0 การกระจัด (m)
รูปที่ 2 แรงกระทำท่ีมขี นาดเพ่มิ ขึน้ อยา่ งสม่ำเสมอ
จากนิยามของงาน = เมื่อ = 0° แรงต้องเป็นแรงคงที่หรือเป็นแรงเฉลี่ย จาก
กราฟแรงเพ่มิ ขน้ึ อย่างสม่ำเสมอ จะได้ว่า
แรงเฉลี่ย ( ) = 1+ 2 = 0+ =
2 2 2
จาก = = 2 (3)
จากพน้ื ท่ีใตก้ ราฟของรปู ที่ 2 ในชว่ งการกระจดั จาก 0 ถงึ s จะไดว้ า่
พ้ืนทใ่ี ต้กราฟ = 1 × × = (4)
2 2
เมื่อเปรียบเทียบสมการที่ (3) และสมการที่ (4) จะเห็นว่าทั้งสองสมการเท่ากัน ดังนั้น พื้นที่ใต้
กราฟระหว่าง - เม่ือ เปลยี่ นแปลงอยา่ งสมำ่ เสมอ คอื คา่ งานของแรง ในชว่ งการกระจัด
5.1.3 แรงกระทำเปลี่ยนแปลงอยา่ งไมส่ ม่ำเสมอ
เม่อื มแี รงกระทำต่อวัตถใุ ห้เคล่ือนท่ีเป็นเส้นตรง โดยขนาดของแรงเปล่ยี นแปลงอย่างไม่สม่ำเสมอ
เม่ือเขยี นกราฟความสมั พนั ธร์ ะหว่างแรงกระทำ ( ) กับการกระจดั ( ) จะไดด้ ังรปู ที่ 3
ก. ข.
รปู ท่ี 3 แรงมขี นาดเปล่ียนแปลงกบั การกระจัด
110
จากรปู ท่ี 3 พบว่าถ้าแบ่งพ้ืนที่ใต้กราฟออกเปน็ สว่ นย่อย ๆ ดงั รูปที่ 3ข. สามารถหางานท้ังหมด
ไดจ้ ากผลบวกของพ้ืนทแี่ ถบเล็ก ๆ เหลา่ นั้น ถ้าแบง่ เป้นแถบเลก็ มากเทา่ ใด งานทห่ี าได้จากกราฟโดยวธิ ีน้จี ะยงิ่
ถูกต้องมากขนึ้
5.2 กำลัง (Power)
กำลัง ( ) หมายถึง อัตราการทำงานได้ หรือ งานที่ทำได้ในหนึ่งหน่วยเวลา คน สัตว์ หรือเครื่องจักรที่มี
กำลังมากกว่าจะทำงานโดยได้งานเท่ากันในเวลาน้อยกว่าคน สตั ว์ หรือเครื่องจักรท่ีมีกำลังน้อยกว่า กำลังจึงเป็นสิ่ง
ที่บ่งบอกประสิทธิภาพการทำงาน โดยกำลังแบง่ ออกเป็นกำลังเฉลย่ี และกำลังขณะหน่ึง
กำลงั เฉลย่ี หมายถงึ งานทที่ ำได้ท้ังหมดตอ่ ชว่ งเวลาในการทำงาน เขียนได้เป็น
เฉลย่ี = ∆ (5)
∆
เมือ่ แรงและการกระจดั อยู่ในทิศทางเดียวกัน ∆ = ∆
เฉลีย่ = (∆ )
∆ (6)
เฉล่ยี =
บางครัง้ ในการคำนวณเราอาจใช้สมการ = แทน เฉล่ยี = ∆ ได้
∆
เมือ่ คอื กำลัง มีหน่วยเป็น วัตต์ (W) หรอื จูลตอ่ วนิ าที
คือ งาน มีหน่วยเปน็ จูล
คือ ชว่ งเวลาท่ีใชใ้ นการทำงาน มหี นว่ ยเปน็ วนิ าที
กำลังดงั กล่าว ถ้าพิจารณาจากงานทีท่ ำไดใ้ นช่วงเวลาสัน้ ๆ จะเรยี กเป็น กำลงั ขณะหน่ึง นอกจากกำลังที่มี
หนว่ ยเปน็ วตั ต์แล้ว กำลังยงั มหี น่วยที่ไม่ใช่หน่วยเอสไออีกได้แก่ หนว่ ยกำลังม้า (horsepower ; hp) ซง่ึ
1 hp = 745.7 Watt 746 Watt
6. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
6.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (20 นาที)
6.1.1 ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวน เร่ือง งานเนอ่ื งจากแรงคงตวั ดังน้ี
- จากชัว่ โมงทแี่ ลว้ นกั เรียนไดเ้ รียนเร่ืองงานเน่อื งจากแรงคงตวั งานในทางฟิสิกส์ คืออะไร
(แนวคำตอบ: งานในทางฟิสิกส์ คือ ผลของการออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้วทำให้วัตถุเคลื่อนที่ตาม
แนวแรง = )
- ครูนำแปรงลบกระดานวางบนโต๊ะ และกำหนดสถานการณ์ต่าง ๆ ให้นักเรียนอธิบายการเกิดงาน
ดงั นี้
(1) หากครูออกแรงผลักแปรงลบกระดาน 5 นิวตัน ในแนวขนานกับพื้นโต๊ะ แล้วแปรงลบกระดาน
เคล่อื นท่ีได้ 30 เซนตเิ มตร สมมติว่าโต๊ะไมม่ ีแรงเสยี ดทานจะเกดิ งานหรอื ไม่ งานท่ีเกิดขึ้นเทา่ กบั เท่าไร
111
(2) หากครูออกแรงผลักแปรงลบกระดาน 5 นิวตัน ในทำมุม 60 องศากับพื้นโต๊ะ แล้วแปรงลบ
กระดานเคลื่อนทไ่ี ด้ 30 เซนติเมตร สมมติวา่ โต๊ะไม่มแี รงเสยี ดทาน จะเกิดงานหรือไม่ งานทเ่ี กิดข้นึ เท่ากบั เท่าไร
(3) หากครูยกแปรงลบกระดานมวล 0.2 กิโลกรัม ขึ้นสูงจากพื้นโต๊ะ 30 เซนติเมตร จะเกิดงาน
หรือไม่ งานท่ีเกิดขน้ึ เทา่ กับเทา่ ไร
(4) หากครถู ือแปรงลบกระดานแลว้ เดินเป็นเส้นตรงจากโต๊ะครูไปโต๊ะนักเรียนได้ระยะทาง 3 เมตร
จะเกดิ งานหรือไม่ งานทเ่ี กดิ ขน้ึ เท่ากบั เท่าไร
(5) หากครูเปลี่ยนจากแปรงลบกระดานเป็นแท่งเหล็ก ออกแรงผลักแท่งเหล็ก 5 นิวตัน ใน
แนวขนานกบั พนื้ โต๊ะ แล้วแท่งเหลก็ ไมเ่ คลอ่ื นท่ี สมมตวิ ่าโต๊ะไม่มแี รงเสยี ดทาน จะเกดิ งานหรอื ไม่
(แนวคำตอบ: (1) เกิดงาน เนื่องจากแรงที่กระทำกับแปรงลบกระดานอยู่ในแนวเดียวกันกับ
การกระจดั ไดง้ านเท่ากับ 1.5 นวิ ตนั
(2) เกิดงาน เนื่องจากแรงที่กระทำกับแปรงลบกระดานที่อยู่ในแนวเดียวกันกับ
การกระจดั คอื = 5 60° = 2.5 ทำใหไ้ ดง้ านเทา่ กบั 0.75 นวิ ตนั
(3) เกิดงาน เนื่องจากแรงที่กระทำกับแปรงลบกระดานที่อยู่ในแนวเดียวกันกับ
การกระจัดซ่งึ อูใ่ นแนวด่งิ ทำให้ได้งาน = = ℎ = 0.2 × 10 × 0.3 = 0.6 นิวตนั
(4) ไม่เกิดงาน เนื่องจากการถือแปรงลบกระดานแล้วเดิน จะมีแรงเนื่องจากน้ำหนัก
ของแปรงลบกระดานอยู่ในแนวดิ่ง = ขณะที่การกระจัดอยู่ในแนวระนาบ ซึ่งอยู่คนละแนวกัน ทำให้งาน
เปน็ ศนู ย์
(5) การออกแรงผลักแท่งเหล็กแล้วแท่งเหล็กไม่เคลื่อนที่ทำให้ไม่มีการกระจัดเกิดขึ้น
งานทเ่ี กดิ ข้ึนจึงเปน็ ศนู ย์)
- หากออกแรงผลกั แปรงลบกระดานในแนวขนานกับพ้นื โตะ๊ ขณะทีแ่ ปรงลบกระดานกำลงั เคล่ือนที่มี
แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างพื้นโต๊ะและแปรงลบกระดาน ในการเคลื่อนที่ของแปรงลบกระดานดังกล่าวมีแรง
กระทำกับแปรงลบกระดานกี่แรง อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: มีแรงกระทำกับแปรงลบกระดาน 2 แรง คือ แรงผลักแปรงลบกระดานและแรงเสียด
ทาน)
- การหางานทั้งหมดทีเ่ กดิ ขน้ึ ในการเคล่อื นที่ของแปรงลบกระดาน หาได้อย่างไรบ้าง
(แนวคำตอบ: หางานได้โดยนำงานที่เกิดขึ้นจากแรงผลักมารวมกันกับงานเนื่องจากแรงเสียดทาน
หรือหาแรงลัพธ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ แลว้ คอ่ ยหางานเนื่องจากแรงลัพธ์)
6.1.2 ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี น เรือ่ ง การหางานจากพนื้ ท่ใี ตก้ ราฟ ดงั นี้
- หากนักเรียนเข็นรถเข็นในห้างด้วยความเร่งคงตัว พอถึงทางลาดชันนักเรียนเข็นรถเข็นลงทางลาด
กรณีนีค้ วามเรง่ ในการเคลอ่ื นทีจ่ ะเปน็ อย่างไร แรงที่เกดิ ขน้ึ เป็นอยา่ งไร
(แนวคำตอบ: ความเร่งเพมิ่ ขึน้ แรงที่ใช้ในการเขน็ รถเพ่มิ ข้ึน)
112
- การเขน็ รถเข็นในกรณนี ้มี ีลกั ษณะเหมือนกันกบั การออกแรงผลกั แปรงลบกระดานหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ: ไม่เหมือนกัน เนื่องจากแปรงลบกระดานมีแรงที่กระทำคงตัว ส่วนรถเข็นมีแรงท่ี
กระทำเปล่ยี นไป)
- กรณที ผี่ า่ นมาเป็นงานที่เกิดข้ึนจากแรงคงตัว หากมีแรงไม่คงตวั กระทำกับวัตถุเหมือนกรณีการเข็น
รถเข็น นักเรยี นคดิ วา่ เราจะหางานได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: หางานโดยบันทึกแรงและระยะทางเป็นกราฟ และหางานจากพืน้ ท่ใี ต้กราฟ F-s)
6.1.3 ครนู ำเขา้ สูบ่ ทเรียน เร่ือง กำลัง ดงั นี้
- ในเร่อื งของงานทนี่ ักเรียนได้เรยี นไปแล้ว นกั เรียนคิดวา่ งานเกยี่ วขอ้ งกบั กำลงั อย่างไร
(แนวคำตอบ: นกั เรยี นตอบได้อย่างอิสระ)
- หากไม่มแี รงเกดิ ข้ึนจะมีงานและกำลังเกดิ ขึ้นหรือไม่ หากไมม่ ีแรงเกดิ ขึน้ จะมกี ำลังเกิดข้ึนหรือไม่
(แนวคำตอบ: หากไม่มีแรงเกิดข้นึ ก็จะไม่มีงานและกำลงั )
- เมื่อเปรียบเทียบงานและกำลังในชีวิตประจำวัน ถ้านาย A ทำงานได้ 400 จูล ใน 1 ชั่วโมง ส่วน
นาย B ทำงานได้ 600 จูล ใน 1 ชว่ั โมง นกั เรียนคดิ วา่ ใครมกี ำลงั มากกว่ากนั
(แนวคำตอบ: นาย B มกี ำลงั มากกว่า นาย A)
- เพราะเหตใุ ดนาย B จึงมีกำลังมากกว่า นาย A
(แนวคำตอบ: เนือ่ งจากในเวลาที่เทา่ กัน นาย B ทำงานได้มากกว่านาย A)
- ถ้านาย A ทำงานได้ 400 จูล ใน 1 ช่ัวโมง ส่วนนาย C ทำงานได้ 700 จลู ใน 2 ช่วั โมง นักเรียนคิด
วา่ ใครมีกำลงั มากกว่ากนั
(แนวคำตอบ: นาย A มกี ำลงั มากกวา่ นาย C)
- เพราะเหตใุ ดนาย A จึงมกี ำลังมากกวา่ นาย C
(แนวคำตอบ: เน่ืองจากในเวลาทเี่ ทา่ กนั นาย A ทำงานได้มากกว่านาย C)
- แสดงว่ากำลงั นา่ จะมีความเกีย่ วขอ้ งกับอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: กำลังนา่ จะเกี่ยวข้องกับงานและเวลา)
6.2 ข้นั สำรวจและค้นหา (30 นาที)
6.2.1 นกั เรียนศกึ ษาการหางานจากพน้ื ท่ีใต้กราฟแรงและการกระจัดในหนังสือเรยี น หรือแหล่งเรียนรู้
อ่นื ๆ
6.2.2 นักเรียนศึกษา เร่อื ง กำลงั และการหากำลัง ในหนังสอื เรียน หรือแหลง่ เรียนรอู้ ่ืน ๆ
113
6.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (50 นาที)
6.3.1 ครูและนักเรียนรว่ มกันอภิปรายการหางานจากพืน้ ท่ีใต้กราฟ จนได้ข้อสรุปว่า เมื่อวัตถุเคล่อื นที่
ด้วยแรงคงตัวหรือแรงไม่คงตัว และสามารถเขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการกระจัดได้ เราสามารถหา
งานในการเคลอ่ื นที่ได้จากพ้ืนที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการกระจัด
6.3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องกำลัง จนได้ข้อสรุปว่า กำลังคืออัตราการทำงานได้ในหนึ่ง
หนว่ ยเวลา เขียนแทนด้วย มีหน่วยเป็น วตั ต์ หรอื จูลตอ่ วนิ าที โดย = = =
6.4 ขัน้ ขยายความรู้ (80 นาที)
6.4.1 นกั เรยี นนำความรู้ เร่ือง การหางานเนื่องจากแรงไม่คงตัวไปแก้โจทย์ปัญหาในใบงานท่ี 6 ข้อ 1-
3 และใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภปิ รายวิธีการแก้โจทยป์ ัญหา
6.4.1 นกั เรยี นนำความรทู้ ่ีไดไ้ ปแกโ้ จทย์ปญั หาในใบงานท่ี 6 ข้อ 4-7 และใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกัน
อภปิ รายวิธกี ารแก้โจทย์ปญั หา
6.5 ข้ันประเมินผล (20 นาที)
6.5.1 ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เร่ืองการหางานจากแรงไม่คงตวั และกำลัง
6.5.2 ครูประเมินผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรจู้ ากการตอบคำถาม ใบงาน และการบา้ นของนกั เรียน
7. วสั ดุอปุ กรณ์ สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
6.1 หนงั สือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เตมิ ฟิสิกส์ เล่ม 2
7.2 ใบงานท่ี 6 เรื่อง การหางานจากพืน้ ท่ใี ต้กราฟและกำลงั
8. การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้
เปา้ หมาย วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K)
8.1 หางานจากพื้นที่ใต้กราฟระหว่าง - ตรวจใบงาน - ใบงานท่ี 6 - คะแนนเฉลีย่ จากการทำใบ
แรงกับการกระจัด งานท่ี 6 มากกวา่ ร้อยละ 80
8.2 อธิบายกำลังและความสัมพันธ์ - การตอบคำถาม - คำถามในช้ันเรยี น - นักเรยี นมากกว่าร้อยละ 80
ระหวา่ งงานกับกำลงั ของนักเรยี นในชน้ั อธบิ ายได้ถูกต้อง
เรียน - ใบงานที่ 6 - คะแนนเฉลี่ยจากการทำใบ
- ตรวจใบงาน งานท่ี 6 มากกว่ารอ้ ยละ 80
114
เปา้ หมาย วิธีการวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
8.3 คำนวณหากำลังเมื่อกำหนด - ตรวจใบงาน - ใบงานท่ี 6 - คะแนนเฉลี่ยจากการทำใบ
สถานการณใ์ ห้ งานท่ี 6 มากกว่ารอ้ ยละ 80
ด้านทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ (P)
8.4 บันทึกและอธิบายการสังเกตและ - สงั เกตพฤติกรรม - ใบงานท่ี 6 - นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ
การลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมี นกั เรียนขณะทำ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ทำงานกล่มุ ตอนที่ 1 อยใู่ น
เหตุผล กจิ กรรมในชั้นเรยี น การทำงานกลุ่ม ตอนที่ 1 เกณฑ์ดี
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
8.5 ตระหนักถึงความสำคัญในการที่ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - นักเรียนมีพฤตกิ รรมการ
จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบการ นกั เรยี นขณะทำ การทำงานกลมุ่ ตอนที่ 2 ทำงานกลมุ่ ตอนที่ 2 อยู่ใน
อธิบาย การลงความเห็น และการ กจิ กรรมในชั้นเรยี น เกณฑ์ดี
สรุปผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่
นำเสนอต่อหน้าสาธารณชนด้วย
ความถกู ตอ้ ง
115
แบบประเมนิ ใบงาน/ใบกจิ กรรม
รายวิชา ฟิสกิ ส์ 13 รหสั วชิ า ว30213 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4
เร่ือง...................................................................................................................ครูผสู้ อน นางจริ าพร หงษ์ทอง
ผลการประเมิน
ท่ี ชือ่ – สกลุ ดมี าก ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ หมายเหตุ
(4) (3) (2) (1)
1 นาย ชนะชัย เทียมแก้ว
2 นาย ชยพล จนั ทร์เลศิ
3 นาย ชโยฑิต เสาโกมทุ
4 นาย ณภทั ร ช่นื ชม
5 นาย บญุ ยกร ประทุมชาติ
6 นาย ประสทิ ธศิ กั ด์ิ หดิ เมียงสงค์
7 นาย พิสษิ ฐ์ พัฒนะพฒุ ิเลศิ
8 นาย ภูมภิ ทั ร นวชาติ
9 นาย วชั รากร ออ่ นสุวรรณ
10 นาย อภวิ ฒั น์ ญาติสมบรู ณ์
11 นางสาว กมนธดิ า แสนท้าว
12 นางสาว กานดา กันชยั ภมู ิ
13 นางสาว แกว้ เจา้ จอม คงยนื
14 นางสาว ชญาณิศา พิสฐิ ปภา
15 นางสาว ณัฏฐธิดา สมศรแี สง
16 นางสาว ดุลยาภรณ์ ลาภเกิด
17 นางสาว ธญั ญาลักษณ์ ประจงคา้
18 นางสาว ธาวินี คงกันกง
19 นางสาว นษิ ฐเนตร์ เทียมไธสง
20 นางสาว ปริมมาดา สพุ ันดี
21 นางสาว ปรียาวณี า พองชัยภมู ิ
22 นางสาว ปวรศิ า นลิ โท
23 นางสาว ปาณสิ รา จวงเงนิ
116
ผลการประเมิน
ที่ ชอื่ – สกลุ ดมี าก ดี ปานกลาง ปรบั ปรุง หมายเหตุ
(4) (3) (2) (1)
24 นางสาว พชิ ญ์ชา เพลียซ้าย
25 นางสาว ฟารดิ าย์ สวี าที
26 นางสาว ภทั รพร ศรพี นั ธุ์
27 นางสาว มนัสนนั ท์ ขนั อาษา
28 นางสาว วาณกิ า หาญชนะ
29 นางสาว ศวิ าพร แนวโอโล
30 นางสาว อรวรรยา อมรชัยกลุ
ลงชอ่ื .........................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางจริ าพร หงษท์ อง)
ตำแหนง่ ครู
เกณฑ์การประเมนิ ใบงาน/ใบกจิ กรรม
ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ดีมาก (4) - เน้อื หาถูกต้อง ครบถ้วน 80% ข้ึนไป หรือ แสดงความเข้าใจปญั หาอยา่ งสมบรู ณ์
คำตอบประกอบดว้ ยทุกประเด็นท่ตี อ้ งการ หรือ แสดงวธิ ีทำถกู ต้อง 80% ขึ้นไป
ดี (3) - เนอ้ื หาถูกต้อง ครบถ้วน 70 – 79% หรือ แสดงความเขา้ ใจปัญหาค่อนข้างมาก คำตอบ
ปรากฏทุกประเดน็ ทตี่ ้องการ หรือ แสดงวิธที ำถูกต้อง 70 – 79%
ปานกลาง (2) - เนอื้ หาถูกต้อง ครบถ้วน 60 – 69% หรือ แสดงความเขา้ ใจปญั หาบางสว่ น คำตอบ
ประกอบดว้ ยประเด็นส่วนใหญ่ทตี่ อ้ งการ หรือ แสดงวิธีทำถกู ต้อง 60 – 69%
ปรับปรุง (1) - เน้ือหาถูกต้อง ครบถว้ น นอ้ ยกวา่ 60% หรอื แสดงความเขา้ ใจปญั หาเพียงเล็กน้อย
ประเดน็ สว่ นใหญท่ ต่ี ้องการไม่ปรากฏ หรอื แสดงวิธีทำถกู ต้อง นอ้ ยกว่า 60%
แบบสังเกตพฤติก
เร่ือง ..................................................
ชน้ั มัธยมศ
ตอนที่ 1 ประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
คำชแี้ จง ใหเ้ ติมเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั พฤติกรรมในช้นั เรียน
ข้อ รายการพฤติกรรม กลุ่มท่ี
....
123
1 นักเรยี นมกี ารบันทกึ ผลการอภปิ รายลงในใบกจิ กรรมอยา่ ง
ครบถ้วน
2 นกั เรยี นได้คน้ ควา้ ความรเู้ พิ่มเตมิ จากแหล่งเรยี นรู้
3 นักเรยี นอธบิ ายแนวคิดในการทำกจิ กรรมของกลมุ่ ตนเองให้เพื่อน
กลุ่มอื่นเข้าใจ
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ปฏิบัตสิ มำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน 7-9
ปฏิบตั ิพอสมควร ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน 4-6
ช่วงคะแนน 1-3
ตอนท่ี 2 ปปรฏะิบเมัตนิ นิ ดอ้ ้ายนมคาุณก ธรรมใหจ้ ร1ิยธคระรแมน(นA)
117
กรรมการทำงานกลมุ่
..................................................................
ศกึ ษาปีที่ 4/13
ระดบั พฤตกิ รรม
กลมุ่ ท่ี กลุ่มท่ี กลุ่มที่ กลุม่ ท่ี กลุ่มที่ กลุม่ ที่ กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดับคุณภาพดี ลงชือ่ ........................................ผู้ประเมิน
ระดบั คุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษ์ทอง)
ระดับคุณภาพปรบั ปรุง
วันที่.........เดือน........................พ.ศ.........
ตอนที่ 2 ประเมินด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
คำชแี้ จง ใหเ้ ติมเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั พฤติกรรมในชนั้ เรยี น
ขอ้ รายการพฤตกิ รรม กลมุ่ ท
....
1 นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม 12
2 ทำงานเสร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนด
3 รว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ ตนเอง
4 ร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลงานของกลมุ่ อืน่
5 เก็บวสั ดอุ ุปกรณ์เรียบรอ้ ยหลังเสรจ็ กจิ กรรม
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั สิ ม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน 11-15
ปฏบิ ัติพอสมควร ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน 6-10
ปฏิบตั ิน้อยมาก ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน 1-5
118
ระดบั พฤตกิ รรม
ท่ี กลุ่มท่ี กล่มุ ท่ี กลมุ่ ท่ี กลุม่ ที่ กลุ่มที่ กลุ่มที่ กลุ่มที่
.... .... .... .... .... .... ....
3123123123123123123123
ระดบั คุณภาพดี ลงช่ือ........................................ผปู้ ระเมิน
ระดับคุณภาพพอใช้ (นางจิราพร หงษ์ทอง)
ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง
วันท.่ี ........เดอื น........................พ.ศ.........
119
9. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................. ....................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ...................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ............................
................................................................................................................... ..................................................................
........................................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .............................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... ............................................
....................................................................................... ..............................................................................................
................................................................................................................................................................. ....................
ลงช่ือ…………………………………………….(ผสู้ อน)
(นางจิราพร หงษท์ อง)
ครู
10. บนั ทึกผลการนเิ ทศแผนการจัดการเรยี นร/ู้ เสนอแนะ/รบั รอง
1. หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอื่ …………………………………………….
(นายปราโมทย์ อินทรบำรุง)
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีและเทคโนโลยี
120
2. รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื …………………………………………….
(นายอาทติ ย์ เรียงสาทร)
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
3. ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชัยภูมิภักดชี มุ พล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอื่ …………………………………………….
(นายปรชี า เคนชมภู)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นชัยภูมภิ ักดชี ุมพล
121
รายวชิ าฟสิ ิกส์ 13 ว30213 ใบงานท่ี 6 จุดประสงค์การเรยี นรู้ท่ี 1-3
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 6
เร่ือง การหางานจากพ้ืนทใ่ี ต้กราฟและกำลงั
ชื่อ......................................................................................เลขท่ี.....................ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/........
กรณีแรงไมค่ งตวั โจทยม์ ักให้กราฟความสัมพันธร์ ะหว่างแรงกบั การกระจัด เราสามารถหางานไดจ้ ากพื้นทีใ่ ต้กราฟ
= พน้ื ท่ใี ต้กราฟ F-s
1. แรงกระทำต่อวตั ถหุ น่ึงในแนวขนานกบั การเคล่อื นท่ี สามารถเขยี นกราฟความสัมพนั ธ์ระหว่างแรงกับการกระจัด
ได้ดังรปู จงหางานทเ่ี กดิ ขนึ้ เมื่อการกระจัดเปน็ 40 เมตร
2. แรง F กระทำกับวัตถดุ ังรูป งานทเ่ี กดิ ขน้ึ ในระยะ 10 เมตร เปน็ กจี่ ลู
122
3. แรงลพั ธ์กระทำกบั วัตถุมวล 100 กิโลกรัม ทำให้มวลเคลอ่ื นที่มคี วามเร็ว ความสมั พันธ์ระหว่างความเร็วกับเวลา
ทีว่ ัตถเุ คลือ่ นทแ่ี สดงได้ดงั กราฟดา้ นลา่ ง จงหางานของแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวตั ถรุ ะหว่างเวลาจาก 0 ถึง 20 วนิ าที
ความเรว็ (m/s)
เวลา (s)
กำลัง (Power, P) คือ อตั ราการทำงานท่ีเกดิ ข้ึนในหนึ่งหน่วยเวลา เป็นปริมาณสเกลาร์ มหี นว่ ยเป็น วัตต์ W
= = =
4. จงหากำลังของเคร่ืองจกั รเคร่อื งหนง่ึ ซงึ่ กำลังยกวตั ถุมวล 500 กโิ ลกรมั ขน้ึ ในแนวดง่ิ ด้วยความเร็วคงที่ 1.6
เมตร/วนิ าที
123
5. รถอีแตน๋ คนั หน่ึงใชเ้ ครื่องยนตซ์ ่งึ มีกำลัง 5 กโิ ลวตั ต์ สามารถแล่นได้เรว็ สูงสุด 36 กโิ ลเมตร/ชัว่ โมง จงหาแรงฉดุ
สูงสุดของเครื่องยนต์
6. นักว่งิ คนหน่งึ มมี วล 60 กิโลกรมั วงิ่ แข่งขน้ึ อาคาร 25 ชั้น ด้วยอตั ราเร็วคงตวั โดยใช้เวลา 10 นาที แตล่ ะชน้ั สงู
3.2 เมตร จงหากำลังเฉลี่ยของนักวงิ่
7. ตอ้ งการเรง่ เครื่องใหร้ ถมวล 1,500 กโิ ลกรมั มคี วามเรว็ เปลี่ยนจาก 10 เมตร/วินาที เป็น 30 เมตร/วนิ าที
ภายในเวลา 5 วินาที จะต้องใช้กำลังเฉลยี่ อยา่ งน้อยเท่าใด
รายวชิ า ว30213 ฟิสกิ ส์ 13 124
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
เรื่อง พลังงานจลน์ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
ผสู้ อน นางจิราพร หงษ์ทอง
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 งานและพลังงาน
เวลา 2 คาบ
วันท.ี่ ......เดือน...............พ.ศ.........คาบท.ี่ ........
1. สาระการเรียนร/ู้ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระฟสิ ิกส์
มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและ
กฎการเคลอื่ นทขี่ องนวิ ตัน กฎความโนม้ ถว่ งสากล แรงเสยี ดทาน สมดุลกลของวตั ถุ งานและกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
กล โมเมนตมั และกฎการอนุรกั ษโ์ มเมนตมั การเคล่อื นทแ่ี นวโคง้ รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
4. อธิบายและคำนวณพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกับ
พลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงที่ใช้ดึงสปริง
กบั ระยะที่สปริงยดื ออก และความสัมพันธร์ ะหวา่ งงานกับพลังงานศักย์ยดื หย่นุ รวมทงั้ อธิบายความสมั พันธ์ระหว่าง
งานของแรงลัพธแ์ ละพลงั งานจลน์ และคำนวณงานทเ่ี กิดขน้ึ จากแรงลพั ธ์
3. สาระสำคัญ
พลังงาน (Energy) เป็นความสามารถในการทำงาน พลังงานเป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยจูล ( J)
เช่นเดยี วกับหนว่ ยของงาน โดย 1 J= 1 Nm พลงั งานกลแบ่งเป็นสองชนิด ไดแ้ ก่ พลังงานจลนแ์ ละพลังงานศักย์
พลังงานจลน์ (kinetic energy) เป็นพลังงานของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ วัตถุที่มีมวล เคลื่อนที่ด้วย
อัตราเร็ว จะมีพลังงานจลน์ = 1 2 งานและพลังงานจลน์มีความสัมพันธ์กันโดยงานที่ทำโดยแรงลัพธ์
2
1 1
เท่ากับพลงั งานจลน์ของวัตถทุ ี่เปล่ียนไป หรอื = ∆ = 2 22 − 2 12
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 อธบิ ายพลงั งานและพลังงานจลน์ (K)
4.2 ทดลองและอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างมวล ความเร็ว และพลังงานจลน์ (K)
4.3 อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งงานกบั พลังงานจลน์ (K)
4.4 คำนวณหาพลงั งานจลนเ์ มอ่ื กำหนดสถานการณใ์ ห้ (K)
125
4.5 บันทึกและอธบิ ายการสงั เกตและการลงความเห็นจากข้อมลู อยา่ งมเี หตผุ ล (P)
4.6 ตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบการอธิบาย การลงความเห็น และ
การสรปุ ผลการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ทนี่ ำเสนอตอ่ หน้าสาธารณชนดว้ ยความถูกต้อง (A)
5. สาระการเรียนรู้
5.1 พลงั งาน
พลังงาน (Energy) คือ สมบัติที่แสดงถึงความสามารถของวัตถุที่จะทำงานได้ พลังงานมีหลายรูปแบบ
เช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานไฟฟา้ พลงั งานเคมี พลงั งานลมและพลังงานนวิ เคลยี ร์ เป็นต้น แต่ใน
ทน่ี จ้ี ะกล่าวถงึ พลังงานกล (Mechanical Energy) เพยี งอยา่ งเดยี ว ซึ่งพลงั งานกลเป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุทั้ง
ในขณะท่เี คลอื่ นที่และไมไ่ ด้เคลื่อนที่ พลังงานกลประกอบไปด้วย
(1) พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) เป็นพลังงานทสี่ ะสมในวัตถุที่มคี วามเร็ว
(2) พลังงานศักย์ (Potential Energy) เปน็ พลังงานที่สะสมในวัตถุอนั เน่ืองมาจากการเปล่ียนตำแหน่งของ
วัตถุ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ประกอบด้วยพลงั งานโน้มถว่ งและพลังงานศกั ย์ยืดหยนุ่
2.1) พลังงานโน้มถ่วง (Gravitational Potential Energy) เป็นพลังงานที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง
ความสงู ของวัตถุ
2.2) พลังงานศักย์ยืดหยุ่น (Elastically Potential Energy) เป็นพลังงานที่สะสมอยูใ่ นสปริงหรอื
วัตถุท่ีเคล่อื นท่ีในสปริง
การศึกษาถึงพลังงานกล จะมีจุดเริ่มมาจากนิยามของงานเสมอ โดยมีใจความสำคัญคือ “งาน เท่ากับผล
คณู ของแรงและระยะทางที่เคลื่อนที่ไดใ้ นทิศเดียวกับแรงท่มี ากระทำ”
5.2 พลังงานจลน์
พลังงานจลน์ (Kinetic Energy, ) เป็นพลังงานที่มีอยู่ในวัตถุอันเป็นผลสืบเนือ่ งจากการเคล่ือนท่ีของ
วัตถุ โดยพลงั งานจลนข์ องวัตถุทม่ี ีมวล และกำลังเคล่อื นที่ดว้ ยอตั ราเร็ว มคี ่าเป็น
= (1)
โดย คอื พลงั งานจลน์ มหี น่วยเปน็ จูล (J)
คือ มวลของวตั ถุ มหี นว่ ยเปน็ กิโลกรมั (kg)
คอื อัตราเร็วของวัตถุ มีหน่วยเป็น เมตรตอ่ วินาที (m/s)
จากสมการ (1) จะพจิ ารณาไดว้ า่
- พลงั งานจลน์จะเปน็ บวกเสมอ เน่อื งจากทงั้ มวลและกำลังสองของอตั ราเร็วเปน็ ปริมาณท่เี ป็นบวกทง้ั คู่
- พลังงานจลน์ของวัตถุเป็นสัดส่วนโดยตรงกับมวลของวัตถุ เมื่อคงอัตราเร็วของวัตถุไว้แล้วเพิ่มมวลของ
วตั ถุ พลงั งานจลนข์ องวตั ถจุ ะเพม่ิ ขนึ้
126
- พลังงานจลน์ของวัตถุเป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังสองของอัตราเร็วของวัตถุ เมื่อคงค่ามวลของวัตถุไว้
แลว้ เพ่มิ อตั ราเร็วของวตั ถเุ ปน็ 2 เท่าของอัตราเร็วเดิม และพลงั งานจลนข์ องวตั ถุจะเพิ่มข้ึนเปน็ 4 เทา่ ของพลงั งาน
จลน์เดมิ
การเปล่ยี นแปลงอตั ราเร็วในการเคลื่อนทจ่ี ึงมีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงของพลงั งานจลนข์ องวตั ถมุ ากกว่าการ
เปลย่ี นแปลงมวล
ถ้าออกแรง ผลักวัตถุจากเดิมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต้น ไปจนกระทั่งมีความเร็วเป็น ได้ระยะทาง
เทา่ กบั และมคี วามเร่งเปน็ ดงั รูปท่ี 1
รูปท่ี 1 ออกแรงผลกั วตั ถุเพอ่ื ศกึ ษาความสมั พนั ธ์ระหว่างงานกบั พลังงานจลน์
เน่ืองจากแรงลพั ธเ์ ปน็ แรงคงตัว ดังน้นั ความเร่งจงึ มคี ่าคงตวั ด้วย จากสมการ
จะได้ว่า 2 = 2 + 2 (2)
(3)
2 − 2 = 2
จาก = แทน ด้วย = ในสมการท่ี (2) จะได้ 2 − 2 = 2
1 2 − 1 2 =
22
2 − 1 =
หรอื เขียนใหมเ่ ปน็ = − = ∆
จากสมการที่ (3) สรุปได้ว่า งานเนื่องจากแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์มากระทำต่อวัตถุจะเท่ากับพลังงานจลน์
ของวัตถุทเี่ ปลี่ยนไป เรียกความสมั พนั ธ์นีว้ ่า ทฤษฎบี ทงานและพลงั งานจลน์ (work-kinetic energy theorem)
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
6.1 ขั้นสร้างความสนใจ (15 นาที)
6.1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนเรื่อง พลงั งาน ดงั นี้
- การดำรงชีวิตในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ต้องใช้พลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวันที่นักเรียนรู้จักมี
อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานนิวเคลียร์
พลังงานเคมี ฯลฯ)
127
- นกั เรียนเขา้ ใจคำว่า “พลงั งาน” วา่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: พลงั งาน คือ สมบัตขิ องวตั ถุที่แสดงถงึ ความสามารถของวัตถทุ ีจ่ ะทำงานได้)
- พลงั งานในวชิ าฟสิ กิ สท์ ่จี ะกลา่ วถงึ ในบทนเ้ี ป็นพลังงานกล นกั เรยี นคิดวา่ พลังงานกลคอื อะไร
(แนวคำตอบ: พลงั งานกล คือ พลงั งานพลงั งานทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การเคล่ือนท่ี)
- เมื่อเปรียบเทียบการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก 2 สถานการณ์นี้ สถานการณ์ที่ 1 เดิมแปรงลบกระดาน
วางนิ่งบนพื้นโต๊ะ แล้วครูออกแรงผลักแปรงลบกระดานจนกระทั่งแปรงลบกระดานเคล่ือนที่ด้วยความเร่งค่าหนึ่ง
และสถานการณ์ที่ 2 ครูถือแปรงลบกระดานสูงจากพื้นโต๊ะ 30 เซนติเมตร แล้วปล่อยให้แปรงลบกระดานตกอย่าง
อสิ ระ จนกระทง่ั แปรงลบกระดานเคล่ือนท่ีถงึ พ้นื ท้ังสองสถานการณน์ ี้จะมพี ลังงานหรอื ไม่
(แนวคำตอบ: ทงั้ 2 สถานการณ์มีพลังงานเกดิ ข้นึ )
- พลงั งานของสถานการณน์ ้เี หมือนกันหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: พลังงานจากสถานการณ์ที่ 1 เป็นพลังงานเนื่องจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ส่วน
พลงั งานจากสถานการณ์ที่ 2 เปน็ พลงั งานเนอื่ งจากการตกจากทสี่ งู ลงมายังพ้นื โตะ๊ )
- พลังงานกลมีกี่ประเภท อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: พลังงานกลแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ พลังงานจลนแ์ ละพลงั งานศกั ย์)
- พลงั งานจลนแ์ ละพลงั งานศกั ย์แตกต่างกันอยา่ งไร
(แนวคำตอบ: พลังงานจลน์ คอื พลงั งานท่ีสะสมในวัตถุท่ีมคี วามเรว็ สว่ นพลังงานศักย์ คอื พลังงาน
ท่สี ะสมในวัตถอุ นั เนือ่ งมาจากการเปลย่ี นตำแหน่ง)
- นกั เรียนคดิ ว่าพลังงานจลน์ของวัตถุขึ้นอยกู่ บั อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ: นกั เรียนตอบไดอ้ ย่างอิสระ)
128
6.2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา (15 นาที)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทดลองเพื่อศึกษาตัวแปรต่าง ๆ และความสัมพันธ์ของพลังงานจลน์และตัวแปร
ตา่ ง ๆ ดังนี้
(1) นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำการศกึ ษาผลของมวลตอ่ พลังงานจลน์ โดยปล่อยลกู แก้วมวลต่างกันให้
กล้ิงลงจากพ้นื เอียงทีร่ ะดบั ความสูงเดียวกัน (อัตราเร็วเท่ากนั ) แลว้ ชนกบั ดนิ น้ำมันทว่ี างอยู่ท่ีจุดปลายของพื้นเอียง
แลว้ สังเกตรอยบ๋มุ ทีเ่ กดิ ข้นึ ในดนิ นำ้ มันจากการชนของลูกแกว้
(2) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการศึกษาผลของอัตราเร็วต่อพลังงานจลน์ โดยปล่อยลูกแก้วมวล
เทา่ กันให้กลิ้งลงจากพื้นเอียงท่รี ะดับความสูงต่างกัน (ความสงู จากพื้นเอียงมาก ความเร็วมาก และความสูงจากพ้ืน
เอียงน้อย ความเร็วจะน้อย) แล้วชนกับดนิ น้ำมันที่วางอยู่ท่ีจุดปลายของพื้นเอียง แล้วสังเกตรอยบุม๋ ที่เกิดขึ้นในดิน
น้ำมนั จากการชนของลูกแกว้
6.3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป (25 นาท)ี
6.3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา เรื่อง พลังงานจลน์ ในหนังสือเรียน และทำการอธิบายผลการทดลอง
วา่ มวลและความเรว็ มีผลตอ่ พลังงานจลนอ์ ย่างไร
6.3.2 ครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ ราย เรือ่ ง พลงั งานและพลงั งานจลน์ จนได้ขอ้ สรุปว่า
- พลงั งาน คือ สมบตั ิทีแ่ สดงถึงความสามารถของวัตถทุ ่จี ะทำงานได้ ใช้สญั ลักษณ์ E มีหน่วยเปน็ จูล
- พลังงานกล ประกอบด้วย พลังงานจลน์และพลังงานศักย์ ซึ่งพลังงานจลน์ คือ พลังงานที่สะสมใน
วัตถุที่มีความเร็ว เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ส่วนพลังงานศักย์ คือ พลังงานที่สะสมในวัตถุอันเนื่องจาก
การเปล่ียนตำแหน่งของวตั ถุ เขียนแทนด้วยสญั ลักษณ์
- จากการทดลองพบว่า ลูกแก้วมวลมากกว่าทำให้เกิดรอยบุ๋มบนดินน้ำมันมากกว่า แสดงว่าพลังงาน
จลน์แปรผันตรงกับมวลของวัตถุ และการปล่อยลูกแก้วที่ระดับความสูงมากกว่า (อัตราเร็วมากกว่า) จะทำให้เกิด
รอยบุ๋มของดินน้ำมันมากกว่าเช่นกัน แสดงว่าพลังงานจลน์แปรผันตรงกับความเร็วของวัตถุ ทำให้พลังงานจลน์
เท่ากับ = 1 2
2
6.3.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงานจลน์ จนได้ข้อสรุปว่า
= 1 − 2 = ∆ นั่นหมายความว่างานที่ให้แก่วัตถุสามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานจลน์ที่เปลี่ยนไป
ของวตั ถุ และถา้ มีแรงหลาย ๆ แรงกระทำตอ่ วตั ถุพลงั งานจลนท์ ี่เปลีย่ นไปจะอยูใ่ นรปู ของงาน
6.3.4 นกั เรยี นเขยี นสรุปความรทู้ ั้งหมดลงในใบงานท่ี 7 ขอ้ ที่ 1-4