แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชา ว 31102 เคมีพ้นื ฐาน
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
(ฝา่ ยมัธยมศึกษา)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายภานสุ รณ์ คีรีเพ็ชร์
ตาแหนง่ นักศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชพี
คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1
รายวชิ า ว31102 เคมพี ้ืนฐาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ ปกี ารศึกษา 2565
เร่ือง องคป์ ระกอบในอากาศ จำนวน 2 ชัว่ โมง
ผู้สอน ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพ็ชร์
อาจารย์พ่เี ลยี้ ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พันธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. ตัวชวี้ ดั
ว 2.1 ม.5/1 ระบุว่าสารเป็นธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจาก
สตู รเคมี
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกชือ่ และปรมิ าณของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศได้ (K)
2. ระบวุ า่ สารเป็นธาตุหรอื สารประกอบ และอย่ใู นรปู อะตอม โมเลกุล หรอื ไอออนจากสตู รเคมไี ด้ (K)
3. เขยี นสดั ส่วนของปริมาณของแกส๊ ตา่ ง ๆ ในอากาศดว้ ยแผนภมู ิได้ (P)
4. ร่วมกนั ทำกิจกรรมอย่างกระตอื รอื ร้น (A)
4. สาระสำคัญ
อากาศเป็นสารผสมประกอบด้วยแก๊สหลายชนิดในปริมาณที่แตกต่าง อยู่ในรูปของอะตอมและ
โมเลกุล โดยสารที่อยู่ในรูปอะตอมจัดเป็นธาตุเสมอ ส่วนสารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอาจเป็นธาตุหรือสารประกอบ
ก็ได้ อะตอมเป็นหน่วยย่อยของสารเคมี
5. สาระการเรียนรู้
องค์ประกอบในอากาศส่วนใหญ่เป็นแก๊สไนโตรเจน (N2) ประมาณร้อยละ 78 โดยปริมาตร และแก๊ส
ออกซิเจน (O2) อีกประมาณร้อยละ 21 ส่วนที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 1 เป็นแก๊สชนิดอื่นๆ เช่น
แก๊สอาร์กอน (Ar) แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แกส๊ ฮีเลียม (He)
แก๊สไนโตรเจน (N2) มีปริมาณมากที่สุดในอากาศ แก๊สนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อมนุษย์หายใจ
แกส๊ ชนดิ น้ีจะเคลื่อนทผ่ี า่ นเข้าและออกจากปอดโดยไมท่ ำปฏกิ ิรยิ ากับสารใด ๆ ในร่างกาย
แก๊สออกซิเจน (O2) มปี รมิ าณน้อยกว่าแก๊สไนโตรเจนเกือบ 4 เท่า แต่มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตมาก
เมื่อมนุษย์และสัตว์หายใจเอาแก๊สออกซิเจนเข้าสูร่ า่ งกาย แก๊สชนิดนี้จะทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอาหาร แล้วให้
พลังงานที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต นอกจากนี้แก๊สออกซิเจนยังมีส่วนสำคัญในปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นใน
ชีวติ ประจำวนั เชน่ การเผาไหม้ การเกิดสนิท
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีปริมาณน้อยมากในอากาศ แก๊สนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เป็นผลิตภัณฑ์
จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารอาหารกับแก๊สออกซิเจนในกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งการเผาไหม้
เชื้อเพลิงต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพชื
แก๊สอารก์ อน (Ar) มีประมาณร้อยละ 0.9 ในอากาศ คำว่า “อาร์กอน” ในภาษากรกี มีความหมายว่า
“ขี้เกียจ เฉื่อยชา” ซึ่งสอดคล้องกับความไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมีของแก๊สนี้ นอกจากนั้นในอากาศยังมีแก๊ส
ฮีเลียม (He) ซึ่งเป็นแก๊สอีกชนิดหนึ่งที่เฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมี ดังนั้นเมื่อหายใจเข้าไป แก๊สเหล่านี้จึงไม่
เกดิ ปฏกิ ริ ิยากบั สารเคมใี ด ๆ ในร่างกาย
แก๊สต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วเป็นแก๊สที่เป็นองค์ประกอบของอากาศแห้ง แต่ในอากาศยังมีความชื้น
ซึ่งเกิดจากไอน้ำ (H2O) ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ฤดูกาล หรือสถานที่ เนื่องจากไอน้ำเป็น
แก๊สที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สิ่งที่ตามองเห็น เช่น เมฆ หมอก เกิดจากการ
ควบแนน่ ของไอนำ้ กลายเปน็ ละอองนำ้ ขนาดเลก็ จำนวนมากทย่ี งั ไมต่ กลงสู่พืน้ โลก
อากาศประกอบด้วยสารเคมีที่อยู่ในรูปของอะตอม เช่น แก๊สอาร์กอน (Ar) แก๊สฮีเลียม (He) และอยู่
ในรูปของโมเลกุล เช่น แก๊สไนโตรเจน (N2) แก๊สออกซิเจน (O2) แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไอน้ำ (H2O)
โดยสารที่มีธาตุเพียงชนิดเดียวเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า ธาตุ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของอะตอม เช่น แก๊สอาร์กอน
(Ar) แก๊สฮีเลียม (He) หรืออยู่ในรูปของโมเลกุล เช่น แก๊สไนโตรเจน (N2) แก๊สออกซิเจน (O2) แต่สารที่มีธาตุ
มากกว่าหนง่ึ ชนิดเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า สารประกอบ เชน่ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ไอน้ำ (H2O)
ดังนั้น สารที่อยู่ในรูปอะตอมจัดเป็นธาตุเสมอ ส่วนสารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอาจเป็นธาตุหรือ
สารประกอบกไ็ ด้ ซงึ่ ทง้ั หมดน้สี ามารถพิจารณาได้จากสูตรเคมีของสาร
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นกั เรียนสงั เกตขวดนำ้ ทไ่ี มม่ ีนำ้ จากครู แล้วร่วมกันอภิปรายในประเด็นคำถามตอ่ ไปนี้
ภาพท่ี 1 ขวดนำ้
(ท่มี า : https://shopee.co.th/Yongling-ขวดนำ้ ดื่ม-ขวดนำ้ -พลาสตกิ -ขวดเปลา่ -ขวดหลอด-ใส่นำ้ ดม่ื -
600ML-ผลิตจากพลาสติก-PET-ชดุ 60ใบ-i.87550409.8959713219 สบื คน้ เมื่อ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
- นักเรยี นคิดว่าภายในขวดหลงั จากท่ที ำการปดิ ฝา มอี ะไรบา้ ง (แนวคำตอบ : อากาศ)
- นักเรียนคิดว่าอากาศภายในขวดและอากาศภายนอกขวด มีองค์ประกอบเหมือนกันหรือไม่
(แนวคำตอบ : เหมอื นกนั )
- นักเรยี นคิดวา่ ในอากาศมีองค์ประกอบอะไรบา้ ง (แนวคำตอบ : แก๊สไนโตรเจน (N2) แก๊ส
ออกซเิ จน (O2) แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แกส๊ อาร์กอน (Ar) ฯลฯ)
- นักเรียนคิดว่าปริมาณของแก๊สที่นักเรียนกล่าวมามีปริมาณหรือสัดส่วนแตกต่างกันหรือไม่
(แนวคำตอบ : แตกต่างกนั )
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยจับกลุ่มตามความสมัครใจ ทำกิจกรรม “อากาศรอบตัวฉัน
มีอะไรบ้าง?” โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของอากาศ เป็นเวลา 10 นาที
จากนั้นส่งตัวแทนมานำเสนอหน้าชั้นเรียน (แนวคำตอบ : แก๊สไนโตรเจน (N2) มีปริมาณร้อยละ 78 โดย
ปริมาตร, แก๊สออกซิเจน (O2) มีปริมาณร้อยละ 21 โดยปริมาตร, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มี
ปริมาณร้อยละ 0.04 โดยปริมาตร, แก๊สอาร์กอน (Ar) มีปริมาณร้อยละ 0.9 โดยปริมาตร, แก๊สฮีเลียม
(He) มีปริมาณร้อยละ 0.0005 โดยปรมิ าตร)
2.2 นักเรียนอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม “อากาศรอบตัวฉันมีอะไรบ้าง?” แล้วร่วมกันตอบ
คำถามในประเดน็ คำถามต่อไปน้ี
- นักเรียนคิดว่าอากาศที่อยู่รอบตัวเรา เป็นสารบริสุทธ์หรือสารผสม เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : สารผสม เพราะในอากาศประกอบดว้ ยแกส๊ หลายชนดิ อย่ดู ้วยกนั )
- สูตรเคมีของแก๊สที่อยู่ในอากาศตามที่นักเรียนได้สืบค้น มีสูตรเคมีเหมือนกันหรือแตกต่าง
กันอย่างไร (แนวคำตอบ : แตกต่างกัน โดยแก๊สไนโตรเจน มีสูตรเคมี คือ N2 มีปริมาณร้อยละ 78, แก๊ส
ออกซิเจน มีสูตรเคมี คือ O2, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีสูตรเคมี คือ CO2, แก๊สอาร์กอน มีสูตรเคมี
คือ Ar, แกส๊ ฮีเลียม มีสูตรเคมี คอื He)
2.3 นักเรยี นสังเกตโมเดลจากลูกปิงปอง 3 ประเภท แลว้ ร่วมกันตอบคำถามในประเด็นคำถามต่อไปน้ี
ภาพท่ี 2 โมเดลจากลูกปิงปอง 3 ประเภท
- โมเดลจากลูกปงิ ปองประเภทที่ 1 แตกต่างจากประเภทท่ี 2 อย่างไร (แนวคำตอบ : โมเดล
จากลูกปิงปองประเภทที่ 1 มีลูกปิงปองเพียงลูกเดียว แต่โมเดลจากลูกปิงปองประเภทท่ี 2 มีลูกปิงปอง
2 ลกู )
- โมเดลจากลูกปงิ ปองประเภทที่ 2 แตกตา่ งจากประเภทที่ 3 อยา่ งไร (แนวคำตอบ : โมเดล
จากลูกปิงปองประเภทที่ 2 มีลูกปิงปอง 2 ลูก และมีสีเดียวกัน แต่โมเดลจากลูกปิงปองประเภทที่ 3 มีลูก
ปงิ ปอง 2 ลกู โดยทงั้ สองลกู มสี ีตา่ งกัน)
- โมเดลจากลกู ปิงปองประเภทท่ี 1 แตกต่างจากประเภทที่ 3 อย่างไร (แนวคำตอบ : โมเดล
จากลูกปิงปองประเภทที่ 1 มีลูกปิงปองเพียงลูกเดียว แต่โมเดลจากลูกปิงปองประเภทท่ี 3 มีลูกปิงปอง 2
ลกู โดยท้ังสองลูกมสี ตี ่างกนั )
- หากแทนลูกปิงปองเป็นอะตอมของธาตุ สามารถอธิบายได้อย่างไร (แนวคำตอบ : โมเดล
จากลูกปิงปองประเภทที่ 1 ประกอบด้วยธาตุเพียงชนิดเดียว และมีธาตุ 1 อะตอม, โมเดลจากลูกปิงปอง
ประเภทที่ 2 ประกอบด้วยธาตเุ พียงชนิดเดียว และมีธาตุมากกว่า 1 อะตอม, โมเดลจากลกู ปิงปองประเภท
ที่ 3 ประกอบดว้ ยธาตตุ ่างชนิด และมีธาตุมากกวา่ 1 อะตอม)
- จากสูตรเคมีของแก๊สที่เป็นองค์ประกอบของอากาศ นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการจำแนก
ดว้ ยวธิ ีข้างตน้ ได้อยา่ งไร (แนวคำตอบ : N2 ประกอบด้วยธาตุเพยี งชนดิ เดยี ว และมีธาตุมากกว่า 1 อะตอม,
O2 ประกอบด้วยธาตเุ พียงชนดิ เดียว และมธี าตมุ ากกว่า 1 อะตอม, CO2 ประกอบด้วยธาตุตา่ งชนิด และมี
ธาตุมากกว่า 1 อะตอม, Ar ประกอบด้วยธาตุเพียงชนิดเดียว และมีธาตุ 1 อะตอม, He ประกอบด้วยธาตุ
เพยี งชนิดเดียว และมธี าตุ 1 อะตอม)
3. ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation state)
3.1 นกั เรียนรว่ มกนั ลงข้อสรปุ เก่ยี วกับการจำแนกประเภทของอะตอม โมเลกุล ธาตุ และสารประกอบ
(แนวคำตอบ : อะตอม ประกอบด้วยอะตอมของธาตุเพียงหนึ่งอะตอม ส่วนโมเลกุล ประกอบด้วยอะตอม
ของธาตุมากกว่า 1 อะตอม สารที่มีเพียงชนิดเดียวเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า ธาตุ ซึ่งอาจจะอยู่ใรรูปของ
อะตอมหรือโมเลกุล สารท่ีธาตมุ ากกวา่ หน่ึงชนิดเป็นองค์ประกอบ เรียกวา่ สารประกอบ)
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนและครูร่วมกันพูดคุยจากภาพ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ว่า “สารที่อยู่ในรูปอะตอมจัดเป็นธาตุ
เสมอ ส่วนสารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอาจเป็นธาตุหรือสารประกอบก็ได้ ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากสูตรเคมีของ
สาร”
ภาพที่ 3 แบบจำลองอะตอมและโมเลกุลของธาตุและสารประกอบ
4.2 นักเรียนสอบถามครูผสู้ อนในประเดน็ ทีส่ งสยั
5. ขั้นประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นกั เรยี นทำใบกจิ กรรม 1.1 อะตอมและโมเลกุลของธาตุและสารประกอบ และส่งภายในคาบเรียน
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เรอื่ ง องค์ประกอบในอากาศ
2. ใบกจิ กรรม 1.1 อะตอมและโมเลกลุ ของธาตุและสารประกอบ
3. โมเดลจากลกู ปิงปอง 3 ประเภท
10. การวัดผลและการประเมินผล
สิ่งท่ตี ้องการวดั /ประเมิน วธิ ีการวัด เครื่องมอื ทใ่ี ช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. บอกชื่อและปริมาณของแก๊ส 1. สังเกตการตอบคำถาม 2. ใบกิจกรรมท่ี 1.1 ประเมินในระดับ 2
1. ชุดคำถาม ขนึ้ ไป
ต่าง ๆ ในอากาศได้ (K) จากการทำกจิ กรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. ชุดคำถาม ประเมินในระดับ 2
2. ตรวจใบกิจกรรมที่ 1.1 ขึ้นไป
1. แบบประเมินการ
2. ระบุวา่ สารเป็นธาตุหรอื 1. สังเกตการตอบคำถาม ทำกิจกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
สารประกอบ และอยู่ในรปู จากการทำกิจกรรม ขึ้นไป
นักเรียนผ่านเกณฑ์
อะตอม โมเลกลุ หรือไอออนจาก ประเมินในระดับ 2
ขน้ึ ไป
สูตรเคมีได้ (K)
3. เขียนสัดส่วนของปริมาณของ 1. สังเกตการตอบคำถาม
แกส๊ ตา่ ง ๆ ในอากาศดว้ ยแผนภูมิ ในชั้นเรยี น
ได้ (P) 2. ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1.1
4. ร่วมกนั ทำกิจกรรมอยา่ ง 1. สังเกตการมสี ่วนรว่ มใน
กระตือรอื ร้น (A) การทำกิจกรรมในช้นั เรยี น
เกณฑ์การประเมนิ ก
รายการประเมนิ 3
1. บอกชื่อและปริมาณของแก๊สต่าง ๆ ใน บอกชือ่ และปรมิ าณของ บอกช
อากาศได้ (K) แกส๊ ต่าง ๆ ในอากาศได้ แก๊สตา่
ถกู ต้องครบถ้วน ถกู ต้อง
2. ระบุว่าสารเป็นธาตุหรือสารประกอบ และ ระบวุ ่าสารเปน็ ธาตหุ รือ ระบุว่า
อย่ใู นรูปอะตอม โมเลกุล หรอื ไอออนจากสูตร สารประกอบ และอยใู่ นรูป สารปร
เคมีได้ (K) อะตอม โมเลกลุ หรือ อะตอม
ไอออนจากสูตรเคมีได้ ไอออน
ถูกต้องครบถ้วน ถูกต้อง
3. เขียนสัดส่วนของปริมาณของแก๊สต่าง ๆ เขียนสดั สว่ นของปริมาณ เขียนส
ในอากาศด้วยแผนภมู ิได้ (P) ของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศ ของแก
ด้วยแผนภมู ิไดถ้ ูกตอ้ ง ด้วยแผ
ครบถ้วน สว่ น
4. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รือร้น (A) รว่ มกันทำกจิ กรรมในชน้ั รว่ มกนั
เรยี นอย่างกระตือรือร้น เรยี นอ
การทำกิจกรรม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
210
ช่อื และปรมิ าณของ บอกชอื่ และปรมิ าณของ ไมส่ ารมารถบอกชื่อและ
าง ๆ ในอากาศได้ แก๊สต่าง ๆ ในอากาศได้ ปริมาณของแก๊สต่าง ๆ ใน
ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 2-1 ส่วน อากาศได้
าสารเป็นธาตุหรือ ระบวุ า่ สารเปน็ ธาตุหรอื ไมส่ ามารถระบุวา่ สารเป็น
ระกอบ และอยใู่ นรูป สารประกอบ และอยูใ่ นรูป ธาตหุ รอื สารประกอบ และ
ม โมเลกุล หรอื อะตอม โมเลกุล หรอื อยูใ่ นรปู อะตอม โมเลกุล
นจากสตู รเคมไี ด้ ไอออนจากสตู รเคมีได้ หรอื ไอออนจากสตู รเคมีได้
ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 1-2 ส่วน
สัดสว่ นของปรมิ าณ เขียนสัดสว่ นของปรมิ าณ ไมส่ ามารถเขียนสัดส่วน
ก๊สตา่ ง ๆ ในอากาศ ของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศ ของปริมาณของแกส๊ ตา่ ง
ผนภูมิไดถ้ กู ตอ้ ง 3-4 ด้วยแผนภมู ิไดถ้ กู ต้อง 1-2 ๆ ในอากาศดว้ ยแผนภมู ิได้
สว่ น
นทำกจิ กรรมในชั้น รว่ มกันทำกิจกรรมในชน้ั ไม่เขา้ ร่วมกนั ทำกิจกรรม
อยา่ งกระตือรอื ร้น เรียนอย่างกระตือรอื ร้น ในชนั้ เรยี น และไม่มีส่วน
ร่วมต่อการทำกิจกรรม
เกณฑ์การประเมินก
รายการประเมิน 3
และมีสว่ นร่วมตอ่ การทำ
กจิ กรรมอยา่ งดเี ยีย่ ม และมีส
กจิ กรร
การทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
21 0
ส่วนรว่ มต่อการทำ และมสี ่วนร่วมตอ่ การทำ
รมอย่างดี กิจกรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมนิ คะแนน
3 2 10
1. บอกชื่อและปรมิ าณของแกส๊ ตา่ ง ๆ ในอากาศได้ (K)
2. ระบวุ ่าสารเป็นธาตุหรือสารประกอบ และอย่ใู นรูปอะตอม โมเลกลุ
หรอื ไอออนจากสูตรเคมีได้ (K)
3. เขียนสัดส่วนของปรมิ าณของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศดว้ ยแผนภูมไิ ด้ (P)
4. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รือรน้ (A)
เกณฑ์การให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
9-12 ดี
5-8 พอใช้
0-4 ปรับปรงุ
ลงช่ือผู้สังเกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหนง่ ....................................................
วนั ที.่ ........../................./....................
บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรเี พช็ ร์)
นักศึกษาปฏบิ ตั กิ ารสอน
วนั ท.ี่ ........../............../..............
ความคิดเหน็ อาจารยพ์ ี่เล้ียง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารยพ์ ีเ่ ลยี้ ง
วนั ที่.........../............../................
ใบกิจกรรม 1.1
อะตอมและโมเลกลุ ของธาตแุ ละสารประกอบ
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
สารเคมตี ่อไปน้เี ป็นแก๊สท่อี าจพบในอากาศ จงระบวุ ่าสารต่อไปน้อี ยใู่ นรูปอะตอมหรอื โมเลกลุ
และเป็นธาตหุ รอื สารประกอบ โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งว่าง
สตู รเคมี ฃอ่ื สารเคมี อะตอม โมเลกลุ ธาตุ สารประกอบ
H2
Cl2 แก๊ สไฮโดรเจน
HCl (hydrogen gas)
O3
NO แก๊ สครอรนี
CO (chlorine gas)
Ne ไฮโรเจนคลอไรด์
CH4 (hydrogen chloride)
โอโซน (ozone)
ไนโตรเจนมอนอกไซด์
(nitrogen monoxide)
ไนโตรเจนมอนอกไซด์
(carbon monoxide)
นอี อน (neon)
มเี ทน (methane)
เฉลยใบกิจกรรม 1.1
อะตอมและโมเลกลุ ของธาตแุ ละสารประกอบ
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
สารเคมตี ่อไปน้เี ป็นแก๊สท่อี าจพบในอากาศ จงระบุว่าสารต่อไปน้อี ยูใ่ นรูปอะตอมหรอื โมเลกลุ
และเป็นธาตุหรอื สารประกอบ โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องว่าง
สูตรเคม ี ฃอ่ื สารเคมี อะตอม โมเลกลุ ธาตุ สารประกอบ
H2
Cl2 แก๊ สไฮโดรเจน ✓ ✓ ✓
HCl (hydrogen gas) ✓ ✓
O3 ✓
NO แก๊ สคลอรนี ✓ ✓
CO (chlorine gas) ✓ ✓
Ne ไฮโรเจนคลอไรด์ ✓
CH4 (hydrogen chloride) ✓
✓ ✓
โอโซน (ozone) ✓
✓
ไนโตรเจนมอนอกไซด์
(nitrogen monoxide)
ไนโตรเจนมอนอกไซด์
(carbon monoxide)
นอี อน (neon)
มเี ทน (methane)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
รายวชิ า ว31102 เคมพี ้นื ฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 อะตอมและสมบัตขิ องธาตุ ปกี ารศึกษา 2565
เรอ่ื ง แบบจำลองอะตอม จำนวน 3 ชัว่ โมง
ผู้สอน ปส.ภานสุ รณ์ คีรเี พ็ชร์
อาจารยพ์ ี่เลยี้ ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
2. ตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.5/2 เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแบบจำลองอะตอมของโบร์
กับแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายลักษณะของแบบจำลองอะตอมของโบร์กับแบบจำลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอกได้ (K)
2. เปรียบเทียบลักษณะของแบบจำลองอะตอมของโบร์กับแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกได้ (K)
3. ทดลองเพอื่ ศึกษาเส้นสเปกตรมั ของธาตจุ ากแหลง่ กำเนดิ แสงแตล่ ะชนดิ ได้ (P)
4. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตือรือรน้ (A)
4. สาระสำคญั
แบบจำลองอะตอมของโบร์ (Bohr's atomic model) ประกอบด้วยโปรตอน (proton, p) ที่มี
ประจุบวก และนิวตรอน (neutron, n) ไม่มีประจุรวมกันอยู่ในนิวเคลียส และอิเล็กตรอน (electron, e)
มีประจุลบเคลือ่ นที่รอบนวิ เคลียสเปน็ วง ซง่ึ แตล่ ะวงมรี ะยะห่างจากนวิ เคลยี สและมพี ลังงานตา่ งกันอิเล็กตรอน
ที่อยู่วงนอกสุดเรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน (valence electron) และแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก
(electron cloud model of atom) ซึง่ แสดงโอกาสท่จี ะพบอเิ ล็กตรอนในลักษณะกลุ่มหมอก โดยบริเวณท่ีมี
กลมุ่ หมอกทึบเปน็ บรเิ วณที่มีโอกาสพบอิเล็กตรอนไดม้ ากกวา่ บรเิ วณท่ีมกี ล่มุ หมอกจาง
5. สาระการเรียนรู้
แบบจำลองอะตอมของโบร์
นีลล์ โบร์ (Niels Bohr) นักวิทยาศาสตร์ชาว เดนมาร์ก ศึกษาเกี่ยวกับอะตอมจากสเปกตรัม ของแสง
ที่ได้จาการเผาสารประกอบซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่าเมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงานจะเลื่อนไปอยู่ใน
ระดับพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งไม่เสถียร เมื่อกลับเข้าสู่ระดับพลังงานเดิม จะคายพลังงานค่าหนึ่งที่มีความยาวคล่นื
เฉพาะตวั ทำใหเ้ กดิ เส้นสเปกตรัมซ่งึ มีสตี ่าง ๆ ตามคา่ พลังงานของความยาวคลืน่ นั้น ทำให้ทราบว่าอิเล็กตรอน
อยู่ห่างจากนวิ เคลียส ไมเ่ ทา่ กนั และอย่ใู นระดับพลงั งานรอบนวิ เคลียส
ภาพท่ี 1 สเปกตรมั แม่เห็กไฟฟ้า
(ท่ีมา : https://www.kroobannok.com/news_file/p81663271939.pdf
สืบคน้ เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
ธาตุต่าง ๆ เมื่อไดร้ ับพลังงานจะเปล่งแสงเป็นสตี ่าง ๆ หลายสี เมอื่ สเี หล่านัน้ รวมกันแลว้ จะสังเกตเห็น
เป็นสีเดียวซึง่ ตาเราไมส่ ามารถบอกความแตกต่างได้ เมื่อใช้แผน่ เกรตติงสอ่ งดจู ะเห็นเส้นสเปกตรัมของธาตทุ ่มี ี
ลกั ษณะเฉพาะ เช่น จำนวนเสน้ สี หรือตำแหนง่ ท่เี กดิ ตา่ งกนั ไป จากการศกึ ษาสเปกตรัมของอะตอมไฮโดนเจน
ทำให้นกั วทิ ยาศาสตรส์ รปุ ไดว้ า่
1. เมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงานในปริมาณที่เหมาะสม อิเล็กตรอนจะขึ้นไปอยู่ในระดับพลังงานที่สูง
กว่าระดับพลังงานเดิม แต่จะอยู่ในระดับใดขึ้นกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ การที่อิเล็กตรอนขึ้นไปอยู่ในระดับ
พลังงานใหม่ทำให้อะตอมไม่เสถียร อิเล็กตรอนจะกลับมาอยู่ในระดับพลังงานที่ต่ำกว่า ซึ่งในการเปลี่ยน
ตำแหน่งนี้อิเล็กตรอนจะคายพลังงานออกมา การดูดหรือคายพลังงานจะต้องมีค่าเฉพาะตามทฤษฎีของพลังค์
โดยค่าตำ่ สดุ จะเทา่ กบั ความถข่ี องอิเล็กตรอนน้ันคูณด้วยค่าคงท่ีของพลงั ค์
2. การเปลย่ี นระดบั พลังงานของอิเล็กตรอนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปยังระดบั พลังงานท่ีอยู่ติดกันอาจมี
การเปลี่ยนข้ามระดับได้ แต่เมื่ออิเล็กตรอนรับพลังงานแล้วจะขึ้นไปอยู่ระหว่างระดับพลังงานไม่ได้ จะต้องข้ึน
ไปอยูใ่ นระดบั ใดระดบั หนึ่งเสมอ
3. ผลต่างของพลังงานระหว่างระดับพลังงานต่ำจะมีค่ามากกว่าผลต่างของพลังงานระหว่างระดับ
พลังงานทีส่ งู ข้ึนไป
ภาพที่ 2 แบบจำลองอะตอมของโบร์
(ที่มา : https://www.kroobannok.com/news_file/p81663271939.pdf
สบื ค้นเมือ่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
“อเิ ลก็ ตรอนจะเคล่อื นที่รอบนวิ เคลยี สเป็นวงคล้ายกบั วงโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ แตล่ ะวง
จะมรี ะดบั พลังงานเฉพาะตัว ระดบั พลังงานของอิเล็กตรอนท่ีอยใู่ กล้นิวเคลียสทส่ี ดุ ซ่งึ มีพลังงานต่ำที่สุดเรียกว่า
ระดับ K และระดับพลังงานที่อยู่ถัดออกมาเรียกเป็น L, M, N, … ตามลำดับ ต่อมาได้มีการใช้ตัวเลขแสดงถึง
ระดับพลังงานของอิเล็กตรอน คือ n = 1 หมายถึงระดับพลังงานที่ 1 ซึ่งอยู่ใกล้กับนิวเคลียสที่สุด และชั้นถัด
มาเป็น n = 2 หมายถึงระดับพลังงานที่ 2 ต่อจากนั้น n = 3, 4 , ... หมายถึงระดับพลังงานที่ 3, 4 และสูงข้ึน
ไปตามลำดับ
แบบจำลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก
ภาพท่ี 3 แบบจำลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก
(ทีม่ า : https://www.kroobannok.com/news_file/p81663271939.pdf
สบื คน้ เมือ่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
นักวิทยาศาสตร์จึงศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของอิเล็กตรอน พบว่า อิเล็กตรอนสามารถเป็นได้ทั้งคลน่ื
และอนุภาค ซึ่งการค้นพบนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เลิกศึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งของอิเล็กตรอน แต่กลับหันมา
ศึกษาเกี่ยวกับโอกาสหรือความเป็นไปได้ที่จะพบอิเล็กตรอนในบริเวณรอบ ๆ นิวเคลียส ซึ่งจากการศึกษา
ดังกล่าว ทำให้พบว่า บริเวณที่มีโอกาสพบอิเล็กตรอนมากกว่าบริเวณอื่น ๆ ได้แก่ บริเวณใกล้นิวเคลียสและ
โอกาสทีจ่ ะพบอิเล็กตรอนในระยะห่างออกไปจะค่อย ๆ นอ้ ยลงตามลำดบั
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
3. มีจติ สาธารณะ
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม “What am I ? ฉันเป็นอะไรกันแน่” โดยนักเรียนรับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์
จากครู คนละ 1 ชน้ิ แล้วให้นกั เรียนช่วยกันต่อใหเ้ ปน็ รปู ภาพ ซงึ่ ประกอบด้วย 4 รปู ภาพ ดังนี้
ภาพท่ี 4 จิก๊ ซอว์ กิจกรรม “What am I ? ฉนั เปน็ อะไรกันแน”่
ภาพที่ 5 เฉลยจ๊กิ ซอว์ กจิ กรรม “What am I ? ฉันเปน็ อะไรกนั แน”่
1.2 นักเรียนอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม “อากาศรอบตัวฉันมีอะไรบ้าง?” แล้วร่วมกันตอบ
คำถามในประเด็นคำถามต่อไปน้ี
- จากกิจกรรม “อากาศรอบตัวฉันมีอะไรบ้าง?” นักเรียนต่อจิ๊กซอว์ได้รูปอะไรบ้าง
(แนวคำตอบ : ผดั ไทย, ศาลเจ้าแมล่ ม้ิ กอเหนย่ี ว, ปะการัง และ HOLLYWOOD)
- นกั เรยี นมีกระบวนการอย่างไร เพือ่ ต่อรูปภาพออกมาเสร็จสมบูรณ์ (แนวคำตอบ : จะต้อง
มีการสื่อสารกันภายในชั้นเรียน และสังเกตของชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่ได้ว่าภายในจิ๊กซอว์มีองค์ประกอบ
อะไรบา้ งและขนาดของจกิ๊ ซอว์ เพอ่ื ท่จี ะนำจ๊ิกซอวม์ าตอ่ กันให้เป็นรปู ภาพได้)
- การต่อจิ๊กซอว์ นักเรียนสามารถสังเกตเห็นถึงองค์ประกอบภายในจิ๊กซอว์ แต่ถ้าหากจะ
สังเกตสิ่งที่นักเรียนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นักเรียนมีวิธีการอย่างไร (แนวคำตอบ : จะต้อง
ทำการศกึ ษา แล้วสร้างแบบจำลองเพ่อื อธบิ ายสิงท่ีเปน็ นามธรรมเปน็ รปู ธรรม)
2. ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมของดอลตัน จากนั้นอภิปรายร่วมกันในประเด็น
คำถามตอ่ ไปน้ี
- จำลองอะตอมของดอลตัน มีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : 1. ธาตุประกอบด้วย
อนุภาคเล็ก ๆ อนุภาคเหล่านี้ เรียกว่า อะตอม ซึ่งแบ่งแยกและทำให้สูญหายไม่ได้, 2. อะตอมของธาตุ
ชนิดเดียวกันมีสมบัติเหมือนกัน เช่น มีมวลเท่ากัน แต่จะมีสมบัติต่างจากอะตอมของธาตุอื่น,
3. สารประกอบ เกิดจากอะตอมของธาตุมากกว่าหนึ่งชนิดทำปฏิกิริยาเคมีในอัตราส่วนที่เป็น
เลขลงตวั นอ้ ย ๆ)
2.2 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมของทอมสัน จากนั้นอภิปรายร่วมกันในประเด็น
คำถามต่อไปนี้
- จำลองอะตอมของทอมสัน มีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : อะตอมเป็นรูปทรง
กลม ประกอบด้วยเน้ืออะตอมซง่ึ เป็นประจุบวกและอเิ ลก็ ตรอนซ่ึงมีประจลุ บกระจายอยู่ท่ัวไป)
2.3 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ดจากนั้นอภิปรายร่วมกันใน
ประเดน็ คำถามตอ่ ไปน้ี
- จำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ดมีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : อะตอม
ประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีขนาดเล็กมากอยภู่ ายในและมปี ระจุไฟฟา้ เปน็ บวก โดยมีอิเล็กตรอนเคล่ือนที่อยู่
รอบ ๆ)
2.3 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ดจากนั้นอภิปรายร่วมกันใน
ประเด็นคำถามตอ่ ไปนี้
- จำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ดมีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : อะตอม
ประกอบดว้ ยนิวเคลียสท่ีมีขนาดเล็กมากอยภู่ ายในและมีประจุไฟฟา้ เปน็ บวก โดยมอี เิ ล็กตรอนเคลื่อนท่ีอยู่
รอบ ๆ)
2.4 นักเรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 5-6 คน ทำการทดลองการศึกษาเสน้ สเปกตรัมของธาตุ
2.5 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมของโบว์ จากนั้นอภิปรายร่วมกันในประเด็น
คำถามต่อไปน้ี
- จำลองอะตอมของโบว์ มีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : ประกอบด้วยโปรตอน
(proton, p) ที่มีประจุบวกและนิวตรอน (neutron, n) ไม่มีประจุรวมกันอยู่ในนิวเคลียส อิเล็กตรอน
(electron, e) มีประจุลบเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสเป็นวง แต่ละวงมีระยะห่างจากนิวเคลียสและมีพลังงาน
ตา่ งกนั อิเล็กตรอนท่ีอยู่วงนอกสุดเรียกว่าเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน (valence electron))
2.6 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก จากนั้นอภิปรายร่วมกันใน
ประเดน็ คำถามต่อไปน้ี
- จำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก มีลักษณะสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ : แสดงโอกาสที่จะ
พบอิเล็กตรอนในลักษณะกลุ่มหมอก บริเวณที่มีกลุ่มหมอกทึบเป็นบริเวณที่มีโอกาสพบอิเล็กตรอนได้
มากกว่าบรเิ วณที่มกี ลมุ่ หมอกจาง)
3. ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation state)
3.1 นกั เรยี นร่วมกันสรุปในช้ันเรียนในประเดน็ เกย่ี วกับแบบจำลองอะตอม และรว่ มกนั ตอบคำถามใน
ประเด็นตอ่ ไปนี้
- จากแบบจำลองอะตอมของดอลตัน มีลักษณะคล้ายกับผักหรือผลไม้ชนิดใด
(แนวคำตอบ : สม้ )
- จากแบบจำลองอะตอมของทอมสัน มลี ักษณะคล้ายกบั ผักหรือผลไม้ชนิดใด (แนวคำตอบ :
แก้วมังกร โดยเมล็ดเปรียบเสมือนอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบกระจายอยู่เนื้อสีขาวของแก้วมังกรซ่ึง
เปรยี บเสมอื นเนื้ออะตอมท่มี ปี ระจุเป็นบวก)
- จากแบบจำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ด มีลักษณะคล้ายกับผักหรือผลไม้ชนิดใด (แนว
คำตอบ : อะโวคาโด โดยเมล็ดเปรียบเสมือนนิวเคลียส และเปลือกอะโวคาโด เปรียบเสมือนวงโคจรของ
อเิ ล็กตรอนทเี่ คลื่อนทอ่ี ยู่รอบ ๆ)
- จากแบบจำลองอะตอมของรัดเทอร์ฟอร์ด มีลักษณะคล้ายกับผักหรือผลไม้ชนิดใด (แนว
คำตอบ : อะโวคาโด โดยเมล็ดเปรียบเสมือนนิวเคลียส และเปลือกอะโวคาโด เปรียบเสมือนวงโคจรของ
อเิ ลก็ ตรอนทเี่ คลอ่ื นท่ีอยู่รอบ ๆ)
- จากแบบจำลองอะตอมของโบว์ มีลักษณะคล้ายกับผักหรือผลไม้ชนิดใด (แนวคำตอบ :
หอมแดง โดยใบเกล็ดของหอมแดงเปรยี บเสมอื นชนั้ ระดบั พลังงานรอบนดิ วเคลยี สแตล่ ะชน้ั )
- จากแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก มีลักษณะคล้ายกับผักหรือผลไม้ชนิดใด
(แนวคำตอบ : กีวี่ โดยเมลด็ ของกีวี่เปรียบเสมอื นกลมุ่ หมอกอเิ ล็กตรอน)
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นกั เรยี นศึกษาข้อมูลเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกบั นักวทิ ยาศาสตร์ ทไ่ี ดค้ น้ พบอนภุ าคทีเ่ ปน็ กลางทางไฟฟ้าหรือ
นวิ ตรอน (neutron)
“เชอร์ เจมส์ แชดวิก ( Sir James Chadwick) เป็นนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม
ค.ศ.1891 ผู้คน้ พบอนุภาคนิวตรอน
แชดวิกสงสัยว่าทำไมน้ำหนักอะตอมของฮีเลียมจึงหนักเป็น 2 เท่าของที่ควรจะเป็น เขาจึงทำการ
ทดลองยงิ อนุภาคแอลฟาไปยังอะตอมของธาตุต่าง ๆ และพบว่าในนวิ เคลยี สของอะตอมไม่ได้มีเฉพาะโปรตอน
ซึ่งมีประจุบวกเท่านัน้ แต่ยังมีอนุภาคอีกชนิดหนึง่ ที่เป็นกลางทางไฟฟ้าและมีมวลใกล้เคียงกับโปรตอนรวมอยู่
ดว้ ย ซง่ึ ตอ่ มาเรยี กวา่ นิวตรอน (neutron)”
5. ขัน้ ประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นกั เรยี นร่วมกันทำกจิ กรรม “What am I ? ฉันเปน็ อะไรกันแน”่ โดยครูผ้สู อนประเมินการมีส่วน
ร่วมในการทำกจิ กรรม
9. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
1. สไลดป์ ระกอบการสอน เรอื่ ง แบบจำลองอะตอม
10. การวัดผลและการประเมนิ ผล
สิ่งท่ตี ้องการวดั /ประเมนิ วธิ ีการวัด เคร่ืองมือทใี่ ช้วดั เกณฑก์ ารประเมิน
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. บอกชื่อและปริมาณของแก๊ส 1. สงั เกตการตอบคำถาม 2. ใบกิจกรรมท่ี 1.1 ประเมินในระดับ 2
1. ชุดคำถาม ขึ้นไป
ต่าง ๆ ในอากาศได้ (K) จากการทำกจิ กรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. ชดุ คำถาม ประเมินในระดับ 2
2. ตรวจใบกิจกรรมที่ 1.1 ขึ้นไป
1. แบบประเมินการ
2. ระบุวา่ สารเป็นธาตุหรอื 1. สังเกตการตอบคำถาม ทำกิจกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
สารประกอบ และอยู่ในรูป จากการทำกิจกรรม ข้นึ ไป
นักเรียนผ่านเกณฑ์
อะตอม โมเลกลุ หรอื ไอออนจาก ประเมินในระดับ 2
ขนึ้ ไป
สูตรเคมีได้ (K)
3. เขียนสัดส่วนของปริมาณของ 1. สังเกตการตอบคำถาม
แกส๊ ตา่ ง ๆ ในอากาศดว้ ยแผนภูมิ ในชัน้ เรยี น
ได้ (P) 2. ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1.1
4. ร่วมกนั ทำกิจกรรมอย่าง 1. สังเกตการมสี ว่ นรว่ มใน
กระตือรอื ร้น (A) การทำกจิ กรรมในช้นั เรียน
เกณฑก์ ารประเมินก
รายการประเมิน 3 อธบิ าย
1. อธบิ ายลกั ษณะของแบบจำลองอะตอมของ อธิบายลกั ษณะของ แบบจ
โบร์กับแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกได้ แบบจำลองอะตอมของ โบรก์ ับ
(K) โบร์กับแบบจำลองอะตอม แบบก
แบบกล่มุ หมอกไดถ้ ูกต้อง 3-4 สว่
2. เปรียบเทียบลักษณะของแบบจำลอง ครบถ้วน เปรยี บ
อะตอมของโบร์กับแบบจำลองอะตอมแบบ เปรียบเทยี บลักษณะของ แบบจ
กล่มุ หมอกได้ (K) แบบจำลองอะตอมของ โบรก์ ับ
โบร์กบั แบบจำลองอะตอม แบบก
3. ทดลองเพื่อศึกษาเส้นสเปกตรัมของธาตุ แบบกลุ่มหมอกไดถ้ ูกต้อง 3-4 ส่ว
จากแหลง่ กำเนิดแสงแต่ละชนิดได้ (P) ครบถ้วน ทดลอ
ทดลองเพ่อื ศกึ ษาเส้น สเปกต
สเปกตรมั ของธาตุจาก แหลง่ ก
แหลง่ กำเนิดแสงแตล่ ะ ชนิดได
ชนิดไดอ้ ยา่ งเชี่ยวชาญ วิทยาศ
การทำกิจกรรม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
21 0
ไมส่ ารมารถอธบิ าย
ยลักษณะของ อธิบายลักษณะของ ลักษณะของแบบจำลอง
อะตอมของโบร์กบั
จำลองอะตอมของ แบบจำลองอะตอมของ แบบจำลองอะตอมแบบ
กลุ่มหมอกได้
บแบบจำลองอะตอม โบรก์ ับแบบจำลองอะตอม ไม่สามารถเปรยี บเทยี บ
ลักษณะของแบบจำลอง
กลุ่มหมอกไดถ้ ูกต้อง แบบกลุ่มหมอกได้ถูกต้อง อะตอมของโบร์กบั
แบบจำลองอะตอมแบบ
วน 2-1 สว่ น กลุ่มหมอกได้
ทดลองเพอ่ื ศึกษาเส้น
บเทียบลกั ษณะของ เปรียบเทยี บลักษณะของ สเปกตรมั ของธาตุจาก
แหลง่ กำเนิดแสงแต่ละ
จำลองอะตอมของ แบบจำลองอะตอมของ ชนดิ โดยมีทักษะทาง
วิทยาศาสตร์ท่ไี มถ่ ูกต้อง
บแบบจำลองอะตอม โบร์กับแบบจำลองอะตอม
กลุ่มหมอกไดถ้ ูกต้อง แบบกลุม่ หมอกไดถ้ ูกต้อง
วน 1-2 สว่ น
องเพื่อศึกษาเส้น ทดลองเพือ่ ศกึ ษาเส้น
ตรมั ของธาตุจาก สเปกตรมั ของธาตุจาก
กำเนดิ แสงแต่ละ แหลง่ กำเนิดแสงแตล่ ะ
ด้ โดยมีทักษะทาง ชนดิ ได้ โดยมีทักษะทาง
ศาสตร์ที่ถูกต้อง
เกณฑ์การประเมินก
รายการประเมนิ 3 ร่วมกัน
4. รว่ มกนั ทำกิจกรรมอยา่ งกระตือรอื รน้ (A) โดยมที ักษะทาง เรยี นอ
วทิ ยาศาสตร์ท่ถี ูกต้อง และมีส
ร่วมกันทำกิจกรรมในชน้ั กจิ กรร
เรยี นอยา่ งกระตือรือรน้
และมสี ่วนรว่ มต่อการทำ
กจิ กรรมอยา่ งดีเยย่ี ม
การทำกจิ กรรม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
21 0
วิทยาศาสตรท์ ถ่ี ูกต้อง ไมเ่ ข้าร่วมกันทำกิจกรรม
ในชั้นเรยี น และไม่มีส่วน
บางสว่ น รว่ มตอ่ การทำกิจกรรม
นทำกจิ กรรมในชั้น รว่ มกันทำกจิ กรรมในช้ัน
อย่างกระตือรอื ร้น เรยี นอย่างกระตือรอื ร้น
สว่ นร่วมตอ่ การทำ และมีส่วนร่วมต่อการทำ
รมอยา่ งดี กจิ กรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. อธิบายลักษณะของแบบจำลองอะตอมของโบร์กับแบบจำลองอะตอม
แบบกลุ่มหมอกได้ (K)
2. เปรียบเทียบลักษณะของแบบจำลองอะตอมของโบร์กับแบบจำลอง
อะตอมแบบกลมุ่ หมอกได้ (K)
3. ทดลองเพื่อศึกษาเส้นสเปกตรัมของธาตุจากแหล่งกำเนิดแสงแต่ละ
ชนิดได้ (P)
4. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตือรือร้น (A)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
9-12 ดี
5-8 พอใช้
0-4 ปรบั ปรงุ
ลงชือ่ ผ้สู งั เกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหน่ง....................................................
วนั ท่.ี ........../................./....................
บนั ทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
...................................................................................................................... ........................................................
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/2
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4/3
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ ครี ีเพช็ ร์)
นักศึกษาปฏิบตั กิ ารสอน
วันที.่ ........../............../..............
ความคดิ เห็นอาจารย์พีเ่ ลยี้ ง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ............................................................
(อ.ทรงธรรม แก้วประถม)
อาจารย์พเ่ี ล้ยี ง
วนั ที.่ ........../............../................
การทดลอง
การศกึ ษาเสน้ สเปกตรมั ของธาตุ
สมาชกิ ในกลมุ่
ชอ่ื .................................................. ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื .................................................. ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื .................................................. ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื .................................................. ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื .................................................. ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
จดุ ประสงค์การทดลอง
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
วสั ดุและอุปกรณ์
1. แผ่นเกรตตงิ
2. ชุ ดศกึ ษาสเปกตรมั ของธาตุ
3. หลอดบรรจุแก๊ สชนดิ ต่าง ๆ ประกอบด้วย .............................................................
วธิ กี ารทดลอง
1. ใช้แผ่นเกรตตงิ ส่องดูแสงอาทติ ย์ (ห้ามส่องดูแสงอาทติ ย์โดยตรง) สงั เกตสง่ิ ท่ปี รากฏ
แลว้ ส่องดแู สงจากหลอดฟลอู อเรสเซนต์ เปรยี บเทยี บสที ่สี งั เกตได้จากการดูแสงทง้ ั สองแหลง่
2. เตรยี มอปุ กรณ์ สาหรบั ศกึ ษาสเปกตรมั ของธาตุโดยใช้ชุ ดศกึ ษาสเปกตรมั
3 . ใ ช้ แ ผ่ น เ ก ร ต ติง ส่ อ ง ดู ท่ ีห ล อ ด บ ร ร จุ แ ก๊ ส ช นิ ด ต่ า ง ๆ ข ณ ะ ก า ล งั เ ร ือ ง แ ส ง
สงั เกตเส้นสเปกตรมั บนั ทกึ ผลการทดลอง
บนั ทกึ ผลการทดลอง ผลท่ไี ด้จากการสงั เกต
แหลง่ กาเนดิ แสง
1 แสงจากดวงอาทติ ย์
2 แสงจากหลอดฟลอู อเรสเซนต์
3 แสงจากหลอดบรรจุ……………………………………..
4 แสงจากหลอดบรรจุ……………………………………..
5 แสงจากหลอดบรรจุ……………………………………..
6 แสงจากหลอดบรรจุ……………………………………..
สรุ ปผลการทดลอง
คาถามทา้ ยการทดลอง
เพราะเหตุใดแสงของดวงอาทติ ย์และหลอดฟลอู อเรสเซนต์ เมอ่ื ผา่ นแผ่นเกรตตงิ จงึ สงั เกตเหน็
เป็นแถบสเปกตรมั
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3
รายวิชา ว31102 เคมีพน้ื ฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 อะตอมและสมบัติของธาตุ ปีการศกึ ษา 2565
เร่อื ง อนภุ าคในอะตอมและไอโซโทป จำนวน 2 ช่วั โมง
ผสู้ อน ปส.ภานุสรณ์ ครี ีเพ็ชร์
อาจารย์พ่เี ล้ยี ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
2. ตวั ชีว้ ัด
ว 2.1 ม.5/3 ระบุจำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอม และไอออนที่เกดิ จากอะตอม
เดยี ว
ว 2.1 ม.5/4 เขียนสัญลักษณน์ ิวเคลียรข์ องธาตแุ ละระบกุ ารเป็นไอโซโทป
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ระบจุ ำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมและไอออนทเี่ กดิ จากอะตอมเดียวได้ (K)
2. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุจากจำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนที่กำหนด
ได้ถกู ต้อง (P)
3. อธิบายความหมายของไอโซโทปของธาตุได้ (K)
4. ระบกุ ารเปน็ ไอโซโทปของธาตุจากจำนวนโปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอนได้ (K)
5. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รือรน้ (A)
4. สาระสำคญั
อะตอมของธาตุต่างชนิดกันมีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากัน อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า เมื่ออะตอม
ของธาตุ มีการให้หรือรับอิเล็กตรอนทำให้เกิดไอออน สัญลักษณ์นิวเคลียร์แสดงชนิดและจำนวนอนุภาค
ในอะตอมของธาตุ ธาตชุ นิดเดยี วกนั ท่มี ีเลขมวลต่างกนั เป็นไอโซโทปกัน
5. สาระการเรียนรู้
เนื่องจากอะตอมของธาตุแต่ละชนิดมีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากัน ดังนั้นการแสดงชนิดของธาตุด้วย
สัญลักษณ์ ทำให้ทราบจำนวนโปรตอนและจำนวนอิเล็กตรอน ซึ่งมีจำนวนเท่ากัน แต่จะยังไม่ทราบจำนวน
นิวตรอน ถ้าต้องการทราบจำนวนนิวตรอนในอะตอม ต้องพิจารณาจากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ ( nuclear
symbol)
ภาพท่ี 1 สัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ (nuclear symbol)
(ทม่ี า : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33818
สืบคน้ เม่อื 25 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
ซึ่งนอกจากประกอบด้วย สัญลักษณ์ธาตุ (element symbol) แล้วยังมีเลขอะตอม (atomic
number) ที่แสดงจำนวนโปรตอนเขียนไว้ที่มุมล่างซ้ายของสัญลักษณ์ธาตุ และเลขมวล (mass number)
ที่แสดงผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียสเขียนไว้ที่มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ธาตุ เช่น ธาตุ
ฮีเลียม (He) มี 2 โปรตอน และ 2 นิวตรอน จึงมีเลขอะตอมเท่ากับ 2 และเลขมวลเท่ากับ 4 และมีสัญลักษณ์
นวิ เคลียรเ์ ปน็
เนื่องจากอะตอมของธาตุมีจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนเท่ากัน ดังนั้นจำนวนอิเล็กตรอนของ
อะตอมจึงเท่ากับเลขอะตอมในสัญลักษณ์นิวเคลียร์ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามีธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขมวล
ต่างกันซึ่งเรียกว่า ไอโซโทป (isotope) เช่น ธาตุไฮโดรเจน มีเลขอะตอมเท่ากับ 1 มี 3 ไอโซโทป ที่มีเลขมวล
เทา่ กนั 1 2 และ 3 ซงึ่ มีสัญลักษณ์นวิ เคลยี รเ์ ปน็ 11H, 12H และ 13H ตามลำดับ หรอื อาจเขยี นรปู ยอ่ ของไอโซโทป
โดยแสดงเฉพาะสัญลักษณข์ องธาตุกับเลขมวล เชน่ 13H เขยี นได้เปน็ 3H หรอื H-3
ไอโซโทปของธาตุบางชนิดไม่เสถียร สามารถแผ่รังสีได้ เรียกว่า ไอโซโทปกัมมันตรังสี (radioactive
isotope) ไอโซโทปกัมมันตรังสีบางชนิดนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ยูเรเนียม-235 (U-235) ใช้เป็นแหล่ง
พลงั งานในโรงไฟฟ้านวิ เคลียร์ คาร์บอน-14 (C-14) ใชห้ าอายุของซากส่ิงมีชีวิตโบราณ ไอโอดีน-131 (I-131) ใช้
ตดิ ตามและรักษาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
นอกจากนยี้ งั พบว่า ถ้าอะตอมของธาตุต่างชนดิ กันมีจำนวนนวิ ตรอนเท่ากัน จะเรยี กอะตอมของธาตุคู่
นัน้ ว่า ไอโซโทน (Isotones)
หากอะตอมของธาตุตา่ งชนดิ กัน มีเลขมวลเทา่ กัน จะเรียกอะตอมค่นู นั้ วา่ ไอโซบาร์ (Isobar)
หากอะตอมของธาตุต่างชนิดกัน มีอิเล็กตรอนเท่ากัน จะเรียกอะตอมคู่นั้นว่า ไอโซอิเล็กทรอนิกส์
(Isoelectronic)
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
3. มีจิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามตรวจสอบความรกู้ อ่ นเรยี น ในประเดน็ คำถามต่อไปน้ี
- โปรตอน เป็นอนุภาคท่ีมีประจไุ ฟฟา้ เป็นอะไร (แนวคำตอบ : ประจไุ ฟฟ้าเป็นบวก)
- นิวตรอน เป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็นอะไร (แนวคำตอบ : ประจุไฟฟ้าเป็นกลางทาง
ไฟฟ้า)
- อิเล็กตรอน เปน็ อนภุ าคทีม่ ปี ระจุไฟฟา้ เป็นอะไร (แนวคำตอบ : ประจุไฟฟา้ เปน็ ลบ)
- นกั เรียนคิดวา่ อะตอมของธาตุแตล่ ะชนิด จะมีจำนวนของโปรตอน นิวตรอนและอเิ ล็กตรอน
เท่ากนั หรอื ไม่ (แนวคำตอบ : ไมเ่ ท่ากนั )
- นักเรียนคิดว่าจำนวนของโปรตอน นิวตรอนและอิเล็นตรอน สามารถบอกอะไรได้บ้าง
(แนวคำตอบ : สามารถระบุอะตอมของธาตไุ ด้วา่ เปน็ อะตอมของธาตุชนิดใด)
2. ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration stage)
2.1 นักเรยี นสงั เกตวัตถุตวั อย่างจากครู แล้วร่วมกันตอบคำถามในประเด็นคำถามตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนคดิ วา่ ภาพตัวอยา่ งเปน็ ภาพของอะไร (แนวคำตอบ : ถ่าน)
- นักเรียนคิดวา่ ถา่ นประกอบดว้ ยธาตุอะไร (แนวคำตอบ : คาร์บอน)
- จากสญั ลกั ษณ์ของธาตุคาร์บอน นักเรียนสังเกตเห็นขอ้ มลู อะไรบา้ ง (แนวคำตอบ : เลข 6,
ตัวอกั ษร C, เลข 12.01, Carbon)
- จากองค์ประกอบที่นักเรียนกล่าวมา นักเรียนคิดว่ามีเชื่อเรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
เลข 6 คือ เลขอะตอม (atomic number), ตัวอกั ษร C คือ สัญลกั ษณ์ของธาตุ, เลข 12.01 คือ เลขมวล
(mass number), Carbon คอื ชื่อธาตุ)
ภาพที่ 1 ถ่านและธาตุคารบ์ อน
(ทม่ี า : https://www.istockphoto.com/search/2/image?phrase=carbon+element+
periodic+table สบื คน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2565)
2.2 นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกีย่ วกับสัญลักษณ์นวิ เคลียร์ (nuclear symbol) แลว้ ร่วมกนั ตอบคำถาม
ในประเดน็ คำถามต่อไปน้ี
- สัญลักษณ์ที่เขียนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของธาตุ เลขอะตอม และเลขมวล
ของอะตอม เรยี นว่าอะไร (แนวคำตอบ : สัญลักษณ์นวิ เคลียร์ (nuclear symbol))
- สัญลักษณ์นิวเคลียร์ (nuclear symbol) มีหลักการการเขียนอย่างไร (แนวคำตอบ :
ZAX โดยให้เขยี นเลขอะตอมไว้ด้านล่างซา้ ย และเลขมวลไวด้ ้านบนซา้ ยของสัญลกั ษณ์)
ภาพสญั ลักษณ์นิวเคลยี ร์ (nuclear symbol)
- เลขอะตอม สามารถจำนวนของอนุภาคชนดิ ใด (แนวคำตอบ : จำนวนโปรตอน)
- เลขมวล สามารถจำนวนของอนุภาคชนิดใด (แนวคำตอบ : ผลรวมของจำนวนโปรตอน
และนิวตรอน)
- นักเรียนสามารถคำนวณหาจำนวนนิวตรอนไดอ้ ย่างไร (แนวการตอบ : สามารถหาได้โดย
นำเลขมวลลบกับเลขอะตอม หรอื A-Z)
- กรณีที่อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า จำนวนอิเล็กตรอนมีความสัมพันธ์อย่างไรกับจำนวน
โปรตอน (แนวการตอบ : เม่ืออะตอมเปน็ กลางทางไฟฟา้ จำนวนอเิ ล็กตรอนจะเท่ากบั กบั จำนวนโปรตอน)
- กรณีท่ีอะตอมเปน็ ไอออนบวก จำนวนอิเลก็ ตรอนมคี วามสมั พนั ธ์อยา่ งไรกบั จำนวนโปรตอน
(แนวการตอบ : จำนวนอเิ ลก็ ตรอนจะน้อยกว่าจำนวนโปรตอน)
- กรณีที่อะตอมเป็นไอออนลบ จำนวนอิเล็กตรอนมีความสัมพันธ์อย่างไรกับจำนวนโปรตอน
(แนวการตอบ : จำนวนอเิ ล็กตรอนจะมากกวา่ จำนวนโปรตอน)
2.3 นกั เรียนทำกิจกรรม “My nuclear symbol สัญลกั ษณ์นวิ เคลียรป์ ระจำตัวฉัน” ให้นกั เรียนเขียน
สัญลักษณ์นิวเคลียร์ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ให้เลขอะตอมตรงกับเลขที่ของตนเอง
พรอ้ มระบุจำนวนโปรตอน จำนวนนิวตรอนและจำนวนอเิ ล็กตรอนของธาตุท่ีตนเองได้ จากนัน้ นักเรียนร่วมกัน
อภิปรายจากการทำกิจกรรม “My nuclear symbol สัญลักษณ์นิวเคลียร์ประจำตัวฉัน” แล้วร่วมกันตอบ
คำถามในประเด็นคำถามตอ่ ไปนี้
- อะตอมของธาตุของนักเรียนทั้งหมดในห้องมีจำนวนโปรตอน จำนวนนิวตรอนและจำนวน
อิเล็กตรอนของธาตุ เทา่ กันหรือไม่ (แนวการตอบ : ไม่เทา่ กัน)
- จำนวนของโปรตอน สามารถระบุอะไรได้ (แนวคำตอบ : สามารถระบชุ นดิ ของธาตไุ ด้)
2.4 นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับไอโซโทป (isotope) แล้วร่วมกันตอบคำถามในประเด็นคำถาม
ที่ว่า “ธาตุชนิดเดียวกนั ที่มีเลขอะตอมเหมือนกัน แต่เลขมวลต่างกัน เรียกว่าอะไร” (แนวคำตอบ : ไอโซโทป
(isotope))
3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation state)
3.3 นกั เรยี นร่วมกนั ลงข้อสรปุ เกีย่ วกบั สญั ลักษณน์ ิวเคลียร์และไอโซโทป จนไดข้ ้อสรุปทวี่ ่า
- สัญลักษณ์นิวเคลียร์ (nuclear symbol) ประกอบด้วย สัญลักษณ์ธาตุ (element
symbol) เลขอะตอม (atomic number) ท่แี สดงจำนวนโปรตอนเขียนไว้ท่ีมุมล่างซา้ ยของสญั ลกั ษณ์ธาตุ และ
เลขมวล (mass number) ที่แสดงผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียสเขียนไว้ที่มุมบนซ้าย
ของสัญลกั ษณ์ธาตุ
- อะตอมของธาตุมีจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนเท่ากัน ดังนั้นจำนวนอิเล็กตรอนของ
อะตอมจึงเท่ากับเลขอะตอมในสัญลักษณ์นิวเคลียร์ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามีธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขมวล
ต่างกนั ซึง่ เรียกวา่ ไอโซโทป (isotope)
4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอโซโทน (isotone) ไอโซบาร์ (isobar) และไอโซ
อิเล็กทรอนิกส์ (Isoelectronic) (แนวคำตอบ : หากอะตอมของธาตุต่างชนิดกัน มีจำนวนนิวตรอนเท่ากัน
จะเรียกอะตอมของธาตุคู่นั้นว่า ไอโซโทน (Isotone), หากอะตอมของธาตุต่างชนิดกัน มีเลขมวลเท่ากัน
จะเรียกอะตอมคูน่ ั้นว่า ไอโซบาร์ (Isobar), หากอะตอมของธาตุตา่ งชนิดกัน มีอิเล็กตรอนเท่ากัน จะเรียก
อะตอมค่นู ้นั ว่า ไอโซอเิ ล็กทรอนิกส์ (Isoelectronic))
4.2 นกั เรียนศกึ ษาขอ้ มลู เพิ่มเตมิ เกยี่ วกับการใช้ประโยชน์จากธาตทุ เ่ี ป็นไอโซโทป
- ไอโซโทปของธาตุบางชนิดไม่เสถยี ร สามารถแผ่รังสีได้ เรียกว่า ไอโซโทปกัมมันตรังสี (radioactive
isotope) ไอโซโทปกัมมันตรังสีบางชนิดนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ยูเรเนียม-235 (U-235) ใช้เป็นแหล่ง
พลงั งานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คารบ์ อน-14 (C-14) ใช้หาอายุของซากสิง่ มชี วี ติ โบราณ ไอโอดีน-131 (I-131) ใช้
ตดิ ตามและรกั ษาความผดิ ปกตขิ องต่อมไทรอยด์
5. ขนั้ ประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นกั เรยี นทำใบกิจกรรม 1.2 อนุภาคในอะตอมและไอโซโทป และสง่ ภายในคาบเรียน
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เร่อื ง อนุภาคในอะตอมและไอโซโทป
2. ใบกจิ กรรม 1.1 อนภุ าคในอะตอมและไอโซโทป
3. ถา่ นไม้
10. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
สิ่งทต่ี ้องการวัด/ประเมนิ วิธีการวดั เคร่ืองมอื ท่ีใช้วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. ระบุจำนวนโปรตอน นิวตรอน 1. สงั เกตการตอบคำถาม 2. ใบกิจกรรมท่ี 1.2 ประเมินในระดับ 2
ขน้ึ ไป
และอิเล็กตรอนของอะตอมและ จากการทำกจิ กรรม 1. ชดุ คำถาม
2. ใบกจิ กรรมที่ 1.2 นักเรียนผ่านเกณฑ์
ไอออนที่เกิดจากอะตอมเดียวได้ 2. ตรวจใบกิจกรรมที่ 1.2 ประเมินในระดับ 2
(K) 1. ชุดคำถาม ขึ้นไป
2. ใบกจิ กรรมที่ 1.2
2. เขยี นสญั ลักษณ์นวิ เคลยี ร์ของ 1. สังเกตการตอบคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. ชุดคำถาม ประเมินในระดับ 2
ธาตุจากจำนวนโปรตอน จากการทำกจิ กรรม 2. ใบกิจกรรมท่ี 1.2 ข้นึ ไป
นิวตรอน และอิเล็กตรอนท่ี 2. ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1.2 นักเรียนผ่านเกณฑ์
กำหนดได้ถกู ต้อง (P) 1. แบบประเมินการ ประเมินในระดับ 2
ทำกิจกรรม ขนึ้ ไป
3. อ ธ ิ บ า ย ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง 1. สงั เกตการตอบคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
ไอโซโทปของธาตไุ ด้ (K) ในชนั้ เรียน ข้ึนไป
2. ตรวจใบกจิ กรรมที่ 1.2
4. ระบุการเป็นไอโซโทปของธาตุ 1. สังเกตการตอบคำถาม
จากจำนวนโปรตอน นิวตรอน ในชนั้ เรียน
และอิเลก็ ตรอนได้ (K) 2. ตรวจใบกจิ กรรมท่ี 1.2
5. รว่ มกันทำกจิ กรรมอย่าง 1. สงั เกตการมีส่วนร่วมใน
กระตือรือรน้ (A) การทำกจิ กรรมในชั้นเรียน
เกณฑ์การประเมินก
รายการประเมิน 3
1. ระบุจำนวนโปรตอน นิวตรอน และ ระบุจำนวนโปรตอน ระบจุ ำ
นิวตรอ
อิเล็กตรอนของอะตอมและไอออนที่เกิดจาก นิวตรอน และอิเลก็ ตรอน ของอะ
เกิดจา
อะตอมเดยี วได้ (K) ของอะตอมละไอออนที่ ถกู ต้อง
เขียนส
เกิดจากอะตอมเดยี วได้ ของธา
โปรตอ
ถกู ต้องครบถว้ น อเิ ล็กต
ถูกต้อง
2. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุจาก เขียนสัญลักษณน์ ิวเคลยี ร์ อธบิ าย
ไอโซโท
จำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนที่ ของธาตุจากจำนวน ถกู ต้อง
ระบกุ า
กำหนดได้ถกู ต้อง (P) โปรตอน นวิ ตรอน และ ธาตุจา
อิเล็กตรอนทก่ี ำหนดได้
ถกู ต้องครบถ้วน
3. อธิบายความหมายของไอโซโทปของธาตุได้ อธิบายความหมายของ
(K) ไอโซโทปของธาตุได้
ถกู ต้องครบถว้ น
4. ระบกุ ารเปน็ ไอโซโทปของธาตจุ ากจำนวน ระบกุ ารเปน็ ไอโซโทปของ
โปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ล็กตรอนได้ (K) ธาตุจากจำนวนโปรตอน
การทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
21 0
ไม่สามารถระบุจำนวน
ำนวนโปรตอน ระบจุ ำนวนโปรตอน โปรตอน นิวตรอน และ
อิเลก็ ตรอนของอะตอมละ
อน และอิเล็กตรอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน ไอออนที่เกดิ จากอะตอม
เดียวได้
ะตอมละไอออนที่ ของอะตอมละไอออนท่ี ไมส่ ามารถเขียนสัญลกั ษณ์
นิวเคลียรข์ องธาตุจาก
ากอะตอมเดียวได้ เกดิ จากอะตอมเดยี วได้ จำนวนโปรตอน นิวตรอน
และอเิ ล็กตรอนท่ีกำหนด
ง 3-4 ส่วน ถกู ต้อง 2-1 สว่ น ได้
ไมส่ ามารถอธิบาย
สัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ เขียนสญั ลกั ษณน์ วิ เคลยี ร์ ความหมายของไอโซโทป
ของธาตุได้
าตุจากจำนวน ของธาตุจากจำนวน ไม่สามารถระบุการเป็น
ไอโซโทปของธาตจุ าก
อน นิวตรอน และ โปรตอน นวิ ตรอน และ
ตรอนทกี่ ำหนดได้ อเิ ลก็ ตรอนทีก่ ำหนดได้
ง 3-4 สว่ น ถกู ต้อง 1-2 สว่ น
ยความหมายของ อธบิ ายความหมายของ
ทปของธาตุได้ ไอโซโทปของธาตุได้
ง 3-4 ส่วน ถูกต้อง 1-2 สว่ น
ารเป็นไอโซโทปของ ระบกุ ารเปน็ ไอโซโทปของ
ากจำนวนโปรตอน ธาตุจากจำนวนโปรตอน
เกณฑก์ ารประเมนิ ก
รายการประเมิน 3 นวิ ตรอ
5. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตือรอื รน้ (A) นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน ไดถ้ ูกต
ไดถ้ ูกต้องครบถ้วน รว่ มกัน
รว่ มกนั ทำกจิ กรรมในช้ัน เรียนอ
เรียนอย่างกระตือรอื ร้น และมีส
และมีส่วนรว่ มต่อการทำ กิจกรร
กิจกรรมอย่างดเี ยีย่ ม
การทำกิจกรรม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
21 0
จำนวนโปรตอน นิวตรอน
อน และอิเลก็ ตรอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน และอิเล็กตรอนได้
ไม่เข้าร่วมกนั ทำกจิ กรรม
ตอ้ ง 3-4 ส่วน ไดถ้ ูกตอ้ ง 1-2 ส่วน ในช้ันเรยี น และไม่มีส่วน
รว่ มตอ่ การทำกิจกรรม
นทำกิจกรรมในช้นั ร่วมกนั ทำกิจกรรมในชน้ั
อย่างกระตือรือร้น เรยี นอยา่ งกระตือรอื ร้น
สว่ นร่วมตอ่ การทำ และมสี ่วนร่วมตอ่ การทำ
รมอย่างดี กจิ กรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมนิ 3 คะแนน 0
21
1. ระบุจำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอมและไอออน
ท่เี กดิ จากอะตอมเดียวได้ (K)
2. เขียนสญั ลกั ษณน์ ิวเคลียร์ของธาตุจากจำนวนโปรตอน นิวตรอน และ
อเิ ลก็ ตรอนที่กำหนดได้ถูกต้อง (P)
3. อธบิ ายความหมายของไอโซโทปของธาตุได้ (K)
4. ระบุการเป็นไอโซโทปของธาตุจากจำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และ
อเิ ล็กตรอนได้ (K)
5. ร่วมกันทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รือรน้ (A)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-15 ดี
6-10 พอใช้
0-5 ปรับปรุง
ลงช่อื ผูส้ งั เกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหนง่ ....................................................
วนั ที.่ ........../................./....................
บันทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพ็ชร์)
นกั ศกึ ษาปฏิบตั ิการสอน
วันท่ี.........../............../..............
ความคิดเหน็ อาจารยพ์ ี่เล้ียง
......................................................................................... .....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ............................................................
(อ.ทรงธรรม แก้วประถม)
อาจารยพ์ เ่ี ลี้ยง
วันท่ี.........../............../................
ใบกจิ กรรม 1.2
อนภุ ำคในอะตอมและไอโซโทป
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
1. จงระบจุ ำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมและไอออนตอ่ ไปน้ ี
1.1 28027Pb ..........................................................................................
1.2 3178Ar ..........................................................................................
1.3 8346Kr ..........................................................................................
1.4 2131Na+ ..........................................................................................
1.5 3126S2- ..........................................................................................
2. จงเตมิ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั อะตอมของธำตใุ นตำรำงให้สมบรู ณ์
สญั ลกั ษณ์ สญั ลกั ษณ์ เลขอะตอม เลขมวล โปรตอน จำนวน นวิ ตรอน
ธำตุ อเิ ลก็ ตรอน
นวิ เคลยี ร์
11H
O 8 16
C 66
Cl 35 17 17
2100Ne
3. สญั ลกั ษณ์ นวิ เคลยี ร์ของธำตุใดตอ่ ไปน้ ี เป็นไอโซโทป ไอโซโทน และไอโซบำร์กนั
147N 168O 178O 179F 1109Ne
ไอโซโทป (Isotope) คอื ..........................................................................................
ไอโซโทน (Isotone) คอื ..........................................................................................
ไอโซบำร์ (Isobar) คอื ..........................................................................................
เฉลยใบกจิ กรรม 1.2
อนภุ ำคในอะตอมและไอโซโทป
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
1. จงระบจุ ำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมและไอออนตอ่ ไปน้ ี
1.1 28027Pb p+ = 82 , n = 125 , e- = 82
1.2 3178Ar p+ = 18 , n = 19 , e- = 18
1.3 8346Kr p+ = 36 , n = 52 , e- = 36
1.4 2131Na+ p+ = 11 , n = 12 , e- = 10
1.5 3126S2- p+ = 16 , n = 16 , e- = 18
2. จงเตมิ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั อะตอมของธำตุในตำรำงให้สมบูรณ์
สญั ลกั ษณ์ สญั ลกั ษณ์ เลขอะตอม เลขมวล โปรตอน จำนวน นวิ ตรอน
นวิ เคลยี ร์ ธำตุ 1 อเิ ลก็ ตรอน 0
1 1 1 8 8
11H O 8 16 6 1 6
168O C 6 12 17 8 18
Cl 17 35 10 6 10
126C Ne 10 20 17
20
3175Cl
2100Ne
3. สญั ลกั ษณ์ นวิ เคลยี ร์ของธำตุใดตอ่ ไปน้ ี เป็นไอโซโทป ไอโซโทน และไอโซบำร์กนั
147N 168O 178O 179F 1109Ne
ไอโซโทป (Isotope) คอื 168O 178O 178O 1109Ne
ไอโซโทน (Isotone) คอื 168O 179F และ
ไอโซบำร์ (Isobar) คอื 178O 179F
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4
รายวิชา ว31102 เคมีพืน้ ฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 อะตอมและสมบัติของธาตุ ปีการศกึ ษา 2565
เรอื่ ง ตารางธาตุและสมบัติของธาตหุ ลัก จำนวน 2 ช่ัวโมง
ผู้สอน ปส.ภานุสรณ์ ครี ีเพช็ ร์
อาจารย์พี่เลย้ี ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
2. ตัวชี้วดั
ว 2.1 ม.5/5 ระบุหมู่และคาบของธาตุ และระบุว่าธาตุเป็นโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ กลุ่มธาตุ
เรพรเี ซนเททฟี หรือกล่มุ ธาตุแทรนซชิ นั จากตารางธาตุ
ว 2.1 ม.5/6 เปรียบเทียบสมบัติการนำไฟฟ้า การให้และรับอิเล็กตรอนระหว่างธาตุในกลุ่มโลหะกับ
อโลหะ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบหุ มแู่ ละคาบของธาตุจากตารางธาตไุ ด้ (K)
2. อธิบายสมบัตขิ องธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ กลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ หรือกลุ่มธาตุแทรนซิชันจาก
ตารางธาตุได้ (K)
3. เปรียบเทยี บสมบัตกิ ารนำไฟฟา้ การให้และรบั อเิ ล็กตรอนระหวา่ งธาตุในกลุม่ โลหะกบั อโลหะได้ (P)
4. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างกระตือรอื ร้น (A)
4. สาระสำคญั
ตารางธาตจุ ัดเรียงธาตุตามเลขอะตอมและสมบตั ิที่คลา้ ยคลึงกันของธาตุ แบ่งธาตอุ อกเปน็ 2 กลุ่ม คือ
กลมุ่ ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ และกลมุ่ ธาตแุ ทรนซชิ นั และยงั สามารถแบ่งธาตอุ อกเป็นโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ
5. สาระการเรียนรู้
ธาตุเป็นองค์ประกอบของแก๊สในอากาศมีทั้งที่อยู่ในรูปอะตอมและโมเลกุล เช่น อาร์กอน ( Ar)
ฮีเลียม (He) แก๊สออกซิเจน (O2) แก๊สไนโตรเจน (N2) ปัจจุบันมีธาตุที่ค้นพบแล้วไม่น้อยกว่า 118 ธาตุ
นกั วิทยาศาสตร์ไดจ้ ัดหมวดหมู่ของธาตใุ นรูปของตารางท่ีเรียกวา่ ตารางธาตุ (periodic table of elements)
โดยจดั เรียงธาตตุ ามเลขอะตอม และใหธ้ าตุทม่ี คี ล้ายคลงึ กันอยใู่ นหมทู่ ใี่ กล้เคียงกนั
ตารางธาตุมีแถวตามแนวตั้ง เรียกว่า หมู่ (group) และมีแถวตามแนวนอน เรียกว่า คาบ (period)
การระบุในตารางธาตุที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ ระบบ International Union of Pure and
Applied Chemistry (IUPAC) ซึ่งแบ่งออกเป็น 18 หมู่ โดยใช้สัญลักษณ์เลขอารบิก 1-18 แทน หมู่ธาตุ และ
ระบบ Chemical Abstracts Service (CAS) ซ่งึ แบ่งธาตุออกเปน็ 2 กลุ่ม คอื กลุม่ A และ กลมุ่ B โดยกลุ่ม A
เรียกว่า ธาตุเรพรีเซนเททีฟ (representative elements) หรือ ธาตุหมู่หลัก (main-group elements) มี 8
หมู่ อยู่ทางด้านซ้ายและขวาของตารางธาตุ และใช้สัญลักษณ์เป็นเลขโรมัน IA-VIIIA และกลุ่ม B เรียกว่า
ธาตุแทรนซิชัน (transition elements) มี 8 หมู่ อยู่ตรงกลางของตารางธาตุและใช้สัญลักษณ์เป็นเลขโรมัน
IB-VIIIB การระบหุ ม่ขู องธาตใุ นหนงั สือเรียนเล่มนใ้ี ช้ระบบ CAS
ธาตุในหมู่ VIIIA ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นแก๊ส อยู่ในรูปของอะตอม ไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมี จึงเรียก
ธาตุในหมู่นี้ว่า แก๊สมีสกุล (noble gas) อะตอมของธาตุหมู่ VIIIA เช่น นีออน (Ne) อาร์กอน (Ar) มีเวเลนซ์
อิเล็กตรอนเท่ากบั 8 ยกเว้นฮีเลยี ม (He) มีเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนเท่ากับ 2 สว่ นธาตุในหมู่ VIIA เชน่ ฟลูออรีน (F)
คลอรีน (Cl) มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 7 ธาตุในหมู่นี้อยู่ในรูปโมเลกุล ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมี และเมื่อ
เกิดปฏิกิริยามีแนวโนม้ รับอิเล็กตรอน ทำนองเดียวกันจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนในอะตอมของธาตุหมู่ IA-VIA
จะเทา่ กบั เลขหมู่ และธาตใุ นหมเู่ ดยี วกันมสี มบตั ทิ างเคมสี ่วนใหญ่คลา้ ยกนั
นอกจากนี้การจัดธาตุในตารางธาตแุ บ่งออกเป็น โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยกลุ่มธาตุเรพรีเซนเท
ทีฟมีทั้งเป็นโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ ส่วนธาตุกลุ่มแทรนซิชันเป็นโลหะทั้งหมด ธาตุที่เป็นโลหะ เช่น
อะลูมิเนียม (Al) เหล็ก (Fe) ตะกั่ว (Pb) ทองแดง (Cu) ทองคำ (Au) ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นของแข็งที่
อุณหภูมิห้อง มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง นำความร้อน นำไฟฟ้าได้ดี และมีแนวโน้มให้อิเล็กตรอนเม่ือ
เกิดปฏิกิริยาเคมี ธาตุที่เป็นอโลหะ เช่น ไนโตรเจน (N) ออกซิเจน (O) โบรมีน (Br) ไอโอดีน (I) ธาตุในกลุ่มนี้
พบได้ทั้งสามสถานะที่อุณหภูมิห้อง ส่วนใหญ่ไม่นำไฟฟ้า จุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำ และมีแนวโน้มรับ
อิเล็กตรอนเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี ส่วนธาตุที่เป็นกึ่งโลหะ เช่น ซิลิคอน (Si) เจอร์เมเนียม (Ge) สารหนู (As) มี
สถานะเปน็ ของแข็ง นำไฟฟา้ ได้ดีกว่าอโลหะ แต่ไม่ดเี ทา่ กับโลหะ
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นกั เรียนสังเกตวิดที ศั น์ “Sodium in Water” แลว้ ร่วมกันตอบคำถามในประเดน็ คำถามตอ่ ไปนี้
ภาพท่ี 1 ภาพวดิ ที ัศน์ Sodium in Water
(ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=1h850WxkOyc สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน พ.ศ.2565)
- จากวิดีทศั นใ์ ช้สารอะไรในการทดลอง (แนวคำตอบ : โลหะโซเดียม น้ำ ฟนี อล์ฟทาลีน)
- จากวิดีทัศน์มีวิธีการทดลองอย่างไรการทดลอง (แนวคำตอบ : นำโลหะโซเดียม ใส่ในน้ำ
ทหี่ ยดฟนี อล์ฟทาลนี แล้วสังเกตการณเ์ ปลย่ี นแปลง)
- หลังจากการทดลองนักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ช่วงแรกจะเกิดไฟขานด
เลก็ และมคี วัน และเม่อื เวลาผ่านไประยะหน่ึงจะเกิดประกายไฟเกิดขึ้น ของเหลวในภาชนะเปลี่ยนสีจากไม่
มสี ีเปน็ สชี มพ)ู
- ธาตุโซเดียมอยูบ่ ริเวณใดในตารางธาตุ (แนวคำตอบ : อยู่บรเิ วณแถวที่ 3 คอลมั น์ท่ี 1)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนสังเกตและศึกษาตารางธาตุและการจำแนกธาตุ แล้วร่วมกันตอบคำถามในประเด็น
คำถามต่อไปน้ี
ภาพที่ 2 Periodic Table of the Elements
(ทม่ี า : https://www.sciencenewsforstudents.org/article/scientists-say-periodic-table
สบื คน้ เมือ่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2565)
- ตารางธาตุ คืออะไร (แนวคำตอบ : ตารางที่นักวิทยาศาสตร์ได้รวบรวมธาตุ ๆ ไว้ เรียง
ตามเลขอะตอมเปน็ หมวดหมู่ เพ่ือประโยชน์ในการศกึ ษาลักษณะและสมบตั ิของธาตุ)
- นักวิทยาศาสตร์มีวิธีการอย่างไร เพื่อให้สามารถจดจำธาตุต่าง ๆ เป็นจำนวนมากได้
(แนวคำตอบ : รวบรวมธาตใุ หเ้ ป็นระบบ จัดเปน็ ตารางธาตุ)
- แถวตามแนวตั้งของตารางธาตุ เรยี กว่าอะไร (แนวคำตอบ : หมู่ (group))
- แถวตามแนวนอนของตารางธาตุ เรยี กวา่ อะไร (แนวคำตอบ : คาบ (period))
- นักเรียนคิดวา่ ธาตทุ ี่จดั อยู่ในหมูเ่ ดียวกัน มีสงิ่ ใดเหมือนกัน (แนวคำตอบ : สมบัติทางเคมี
เหมือนกัน)
- การจำแนกธาตุตามตารางธาตุ สามารถจำแนกได้ออกเป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง (แนวคำตอบ :
แบง่ ธาตอุ อกเป็น 2 กลุ่ม คอื ธาตกุ ลมุ่ A เรียกว่า ธาตุเรพรีเซนเททีฟ (representative element) และ
ธาตุแทรนซิชนั (transition element))
- ธาตุเรพรีเซนเททีฟ (representative element) อยู่บริเวณใดในตารางธาตุ (แนวคำตอบ
: อยทู่ างด้านซ้ายและดา้ นขวาของตารางธาตุ)
- ธาตุแทรนซิชัน (transition element) อยู่บริเวณใดในตารางธาตุ (แนวคำตอบ :
อยู่บริเวณตรงกลางของตารางธาต)ุ
- ธาตุเรพรีเซนเททีฟ (representative element) และธาตุแทรนซิชัน (transition
element) มกี ารระบคุ วามแตกต่างของธาตุท้ังสองกลุ่มน้ีอย่างไร (แนวคำตอบ : ใช้สญั ลักษณเ์ ลขโรมัน โดย
ธาตเุ รพรีเซนเททีฟจะใช้ IA-VIIIA และธาตแุ ทรนซชิ ันจะใช้ IB-VIIIB)