The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ว 31102 เคมีพื้นฐาน (1/2565) SATIT PSU

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ว 31102 เคมีพื้นฐาน (1/2565) SATIT PSU

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ว 31102 เคมีพื้นฐาน (1/2565) SATIT PSU

- จากฉลากของนมถ่ัวเหลือง มีการระบุสารอาหารประเภทใดบ้าง (แนวคำตอบ :
คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน ไขมนั ฯลฯ)

2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนสงั เกตโครงสร้างของสารตัวอยา่ ง แล้วรว่ มตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้

- จากสูตรโครงสร้าง นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : สารประกอบที่มีธาตุ
คาร์บอน (C) เป็นองค์ประกอบ อะตอมของ C สร้างพันธะโคเวเลนต์กับ H หรือ C ด้วยกันเอง มีอะตอม
ของธาตุอ่นื ๆ เช่น O N H Cl เป็นองคป์ ระกอบด้วย)

- สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอน (C) เป็นองค์ประกอบ เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
สารประกอบอนิ ทรีย์ (organic compound))

- สารประกอบออินทรีย์ (inorganic compound) มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ :
สารประกอบทไี่ ม่มีธาตคุ ารบ์ อน (C) เป็นองค์ประกอบ)

2.2 นักเรยี นสงั เกตโครงสรา้ งไตรกลเี ซอไรด์ (triglycerides) แลว้ ร่วมตอบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

- ไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) เป็นโครงสร้างประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง (แนวคำตอบ : กลีเซ
อรอล (glycerol) และกรดไขมัน (fatty acid))

- กรดไขมันมีกี่ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : 2 ประเภท คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว
(unsaturated fatty acid) และกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid))

2.3 นักเรียนสังเกตภาพประเภทของไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) แล้วร่วมตอบคำถามในประเด็น
ต่อไปนี้

- ส่วนที่เป็นกรดไขมันถ้ามีพันธะ C=C อยู่ในโครงสร้าง เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
กรดไขมันไมอ่ มิ่ ตวั (unsaturated fatty acid))

- ส่วนกรดไขมันที่มีเฉพาะพันธะเดี่ยวอยู่ในโครงสร้าง เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
กรดไขมนั อิ่มตัว (saturated fatty acid))

- นักเรียนคิดว่า มีหลักการพิจารณาความอิ่มตัวของกรดไขมันอย่างไร (แนวคำตอบ :
พิจารณาความอิ่มตัวของกรดไขมันเป็นหลักการเดียวกันกับการพิจารณาความอิ่มตัว ของสารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon compound))

2.4 นกั เรยี นสังเกตโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน แลว้ ร่วมตอบคำถามในประเด็นตอ่ ไปนี้

- จากโครงสร้างข้างต้น มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : มีสารประกอบอินทรีย์ที่
ประกอบด้วยคาร์บอน (C) และไฮโดรเจน (H) เทา่ นั้น)

- สารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบด้วยคาร์บอน (C) และไฮโดรเจน (H) เท่านั้น เรียกว่าอะไร
(แนวคำตอบ : สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon compound))

- นักเรียนคิดว่า สามารถแบ่งกลุ่มสารประกอบไฮโดรคาร์บอนข้างต้นได้อย่างไร
(แนวคำตอบ : แบง่ กลุ่มโดยพจิ ารณาโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน)

- นกั เรยี นแบบกลุม่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ไดอ้ ย่างไร

แนวคำตอบ :

- สูตรโครงสร้างของสารประกอบที่ประกอบด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมด เรียกว่าอะไร
(แนวคำตอบ : ไฮโดรคารบ์ อนอ่ิมตวั )

- สูตรโครงสร้างของสารประกอบที่ประกอบด้วยพันธะคู่หรือพันธะสามอย่างน้อย 1 พันธะ
เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ : ไฮโดรคารบ์ อนไมอ่ ิ่มตัว)

3. ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation state)
3.1 นกั เรียนรว่ มกันลงข้อสรุปเกยี่ วกบั สารประกอบไฮโดรคาร์บอน จนไดข้ อ้ สรปุ ต่อไปน้ี
- สารประกอบอินทรีย์เป็นสารประกอบที่มีธาตุคาร์บอน (C) เป็นองค์ประกอบ ธาตุคาร์บอน

ในสารประกอบอินทรีย์ส่วนใหญ่สร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุไฮโดรเจน (H) หรือกับธาตุคาร์บอน (C) ด้วย
กันเอง นอกจากนส้ี ารประกอบอนิ ทรียย์ งั มีธาตชุ นดิ อน่ื เช่น O N S Cl เป็นองค์ประกอบร่วมกนั

- สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon compound) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่
ประกอบด้วยคาร์บอนและไฮโดรเจนเท่านั้น โดยสูตรโครงสรา้ งของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวมีพันธะ
เดี่ยวทั้งหมด ส่วนสูตรโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่หรือพันธะสามอย่างน้อย
1 พันธะ

4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นกั เรียนศกึ ษาขอ้ มลู เพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั สารประกอบอนนิ ทรยี ์
สารประกอบอินทรีย์อาจได้มาจากสิ่งมีชีวิตหรือการสังเคราะห์ ส่วนสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่

สารประกอบอินทรีย์ เรียกว่า สารประกอบอนินทรีย์ ซึ่งมีสารประกอบของคาร์บอนบางชนิดจัดเป็น
สารประกอบอนนิ ทรยี ์ เชน่ คารบ์ อนมอนนอกไซด์ คารบ์ อนไดออกไซด์ กรดคารบ์ อนิก

5. ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation state)
5.1 นักเรยี นทำใบกิจกรรมที่ 4.1 สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เร่อื ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
2. ใบกจิ กรรมท่ี 4.1 สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

10. การวัดผลและการประเมนิ ผล

สิ่งที่ต้องการวดั /ประเมนิ วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. อ ธ ิ บ า ย ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง 1. สังเกตการตอบคำถาม 2. ใบกจิ กรรมที่ 4.1 ประเมินในระดับ 2
ขนึ้ ไป
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ จากการทำกิจกรรม 1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. ใบกิจกรรมที่ 4.1 ประเมินในระดับ 2
(K) 2. ใบกจิ กรรมที่ 4.1 ขน้ึ ไป
1. แบบประเมินการ
2. ระบุสารประกอบอินทรีย์ 1. สงั เกตการตอบคำถาม ทำกิจกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัว จากการทำกิจกรรม ขนึ้ ไป

หรือไม่อิ่มตัวจากสูตรโครงสร้าง 2. ใบกิจกรรมที่ 4.1
ได้ (P)

5. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สังเกตการมีส่วนรว่ มใน

กระตือรือรน้ (A) การทำกจิ กรรมในชัน้ เรียน

เกณฑ์การประเมนิ ก

รายการประเมิน 3

1. อธิบายความหมายของสารประกอบ อธบิ ายความหมายของ อธิบาย
สารปร
ไฮโดรคาร์บอนได้ (K) สารประกอบ ไฮโดร
สว่ น
ไฮโดรคาร์บอนถูกต้อง ระบุสา
ประเภ
ครบถว้ น อิม่ ตัวห
สูตรโค
2. ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภท ระบสุ ารประกอบอินทรยี ์ ส่วน
ร่วมกนั
ไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตร ประเภทไฮโดรคารบ์ อนว่า เรยี นอ
และมีส
โครงสร้างได้ (P) อ่มิ ตวั หรอื ไม่อ่ิมตวั จาก กจิ กรร

สตู รโครงสรา้ งถูกต้อง

ครบถว้ น

3. รว่ มกนั ทำกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น (A) ร่วมกันทำกจิ กรรมในชน้ั

เรยี นอย่างกระตือรอื ร้น

และมีสว่ นร่วมตอ่ การทำ

กจิ กรรมอยา่ งดีเย่ียม

การทำกจิ กรรม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

210

ยความหมายของ อธบิ ายความหมายของ ไมส่ ามารถอธบิ าย

ระกอบ สารประกอบ ความหมายของ

รคาร์บอนถูกต้อง 3-4 ไฮโดรคาร์บอนถูกต้อง 1-2 สารประกอบ

สว่ น ไฮโดรคารบ์ อนได้

ารประกอบอนิ ทรยี ์ ระบสุ ารประกอบอินทรยี ์ ไมส่ ามารถระบุ

ภทไฮโดรคาร์บอนว่า ประเภทไฮโดรคารบ์ อนว่า สารประกอบอินทรยี ์

หรอื ไม่อมิ่ ตวั จาก อมิ่ ตัวหรือไม่อ่มิ ตัวจาก ประเภทไฮโดรคาร์บอนวา่

ครงสร้างถูกต้อง 3-4 สูตรโครงสร้างถกู ต้อง 1-2 อ่มิ ตวั หรือไม่อ่ิมตวั จาก

ส่วน สตู รโครงสร้างได้

นทำกิจกรรมในชั้น รว่ มกันทำกจิ กรรมในชน้ั ไมเ่ ขา้ ร่วมกนั ทำกิจกรรม

อยา่ งกระตือรอื ร้น เรยี นอยา่ งกระตือรอื ร้น ในชั้นเรยี น และไม่มีสว่ น

ส่วนรว่ มตอ่ การทำ และมีสว่ นรว่ มต่อการทำ รว่ มตอ่ การทำกิจกรรม

รมอย่างดี กจิ กรรมพอใช้

แบบประเมินการทำกิจกรรม

รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. อธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ (K)
2. ระบุสารประกอบอินทรยี ์ประเภทไฮโดรคารบ์ อนว่าอ่ิมตัวหรือไม่อ่ิมตัว
จากสูตรโครงสร้างได้ (P)
3. ร่วมกันทำกจิ กรรมอย่างกระตือรือรน้ (A)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรงุ

ลงช่อื ผสู้ งั เกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหน่ง....................................................
วันท.่ี ........../................./....................

บันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................
(ปส.ภานุสรณ์ ครี ีเพช็ ร์)
นักศกึ ษาปฏิบัตกิ ารสอน

วนั ที.่ ........../............../..............
ความคิดเห็นอาจารย์พเี่ ลย้ี ง
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................

ลงชื่อ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารย์พเี่ ลี้ยง

ใบกจิ กรรมท่ ี 4.1
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน

ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
1. สารใดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยวงกลมรอบสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

HCl CH3CH2Cl C6H6 CH3OH

CH4 C4H9NH2 C5H12 CH3OCH3

2. กรดไขมนั ท่กี าหนดให้เปน็ กรดไขมนั อม่ิ ตวั หรอื กรดไขมนั ไมอ่ ม่ิ ตวั เพราะเหตุใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. สาร x y และ z เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอม่ิ ตวั หรอื ไมอ่ ม่ิ ตวั

………………………………………………….. ………………………………………………….. …………………………………………………..

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 22

รายวิชา ว31102 เคมีพน้ื ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 สารประกอบอนิ ทรีย์และสมบตั ิของพอลิเมอร์ ปีการศึกษา 2565

เรอ่ื ง มอนอเมอร์และพอลิเมอร์ สมบัตคิ วามเป็นกรด-เบส สมบัติการละลายน้ำ จำนวน 2 ช่ัวโมง

ผสู้ อน ปส.ภานุสรณ์ คีรเี พช็ ร์ อาจารยพ์ ี่เลย้ี ง อ.ทรงธรรม แก้วประถม

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบัติของสสาร

กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี

2. ตวั ช้วี ัด
ว 2.1 ม.5/15 สบื คน้ ขอ้ มูลและเปรียบเทยี บสมบตั ิทางกายภาพระหว่างพอลิเมอรแ์ ละมอนอเมอรข์ อง

พอลิเมอร์ชนดิ นัน้
ว 2.1 ม.5/16 ระบุสมบตั ิความเปน็ กรด-เบสจากโครงสรา้ งของสารประกอบอินทรีย์
ว 2.1 ม.5/17 อธบิ ายสมบตั ิการละลายในตวั ทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพระหว่างพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ได้ (K)
2. ระบุสมบตั คิ วามเป็นกรด-เบสจากโครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ์ได้ (P)
3. อธิบายสมบัตกิ ารละลายในตวั ทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้ (K)
3. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น (A)

4. สาระสำคัญ
คาร์โบไฮเดรตที่เป็นมอนอเมอร์และพอลิเมอร์มีสมบัติแตกต่างกัน โปรตีนเป็นพอลิเมอร์ที่มีมอนอ

เมอรเ์ ป็นกรดแอมิโนซ่ึงมีหมู่คาร์บอกซลิ และหมอู่ ะมิโน จึงแสดงสมบัติความเปน็ กรด-เบสได้วติ ามินแต่ละชนิด
มีสภาพขั้วแตกต่างกัน ทำให้บางชนิดละลายได้ในน้ำมัน บางชนิดละลายได้ในน้ำมัน ซึ่งเป็นไปตามหลักการ
like dissolves like

5. สาระการเรียนรู้
คาร์โบไฮเดรต
ข้าว แป้ง น้ำตาลเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลักซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับ

สิ่งมีชวี ติ เมื่อบริโภคข้าวหรือแป้ง ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ท่ีมขี นาดเล็กลง จนได้เป็นกลูโคส
ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของคาร์โบไฮเดรต ร่างกายสามารถดูดซึมกลูโคสที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็กเข้าสู่กระแส
เลอื ดและใช้เปน็ สารตั้งต้นในการทำปฏกิ ิริยากับออกซเิ จน เพอื่ ให้พลังงานแก่ร่างกาย สำหรบั ผู้ทีม่ ีระดับน้ำตาล
ในเลือดลดลงอย่างเร็วจากการออกกำลังกายหรือท้องเสีย การดื่มเครื่องดื่มเกลอื แร่ที่มีส่วนผสมของกลโู คสจงึ
เปน็ วิธีหน่งึ ทีช่ ว่ ยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลบั สสู่ ภาวะปกติได้เรว็ กวา่ การบรโิ ภคขา้ วแปง้

ในทางเคมีจัดให้คาร์โบไฮเดรตในข้าวและแป้งซึ่งมีโมเลกุลขนาดใหญ่เป็นพอลิแซ็กคาไรด์
(polysaccharide) สว่ นกลูโคสเป็นน้ำตาลโมเลกลุ เด่ียวหรือมอนอแซ็กคาไรด์ (monosaccharide)

สารเคมีที่โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกันเช่นเดียวกับ
พอลแิ ซ็กคาไรด์ เรียกวา่ พอลเิ มอร์ (polymer) ส่วนสารโมเลกุลขนาดเลก็ ที่มารวมตวั กันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์
เรียกว่า มอนอเมอร์ (monomer) ซึ่งมอนอเมอรข์ องพอลิแซ็กคาไรด์ในขา้ วและแป้ง คือ กลโู คส

โปรตนี
โปรตีนเปน็ สารอาหารท่ีให้พลังงานและมีบทบาทอื่นทส่ี ำคัญในส่ิงมชี วี ติ เช่น เป็นโครงสร้างกล้ามเนื้อ
เอนไซม์ ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขาดโปรตีนทำให้ร่างกายอ่อนเพลียห มดแรงและส่งผลให้
เกิดโรคต่าง ๆ อาหารทม่ี โี ปรตีนสงู มที ั้งพชื และสตั ว์ เช่น เน้อื สตั ว์ ไข่ นม ชีส
โปรตนี จัดเปน็ พอลิเมอรช์ นิดหนึ่งทม่ี ีกรดแอมิโนเป็นมอนอเมอร์ โปรตนี แตล่ ะชนดิ มีลำดับของกรดแอ
มิโนในสายพอลิเมอร์ที่แตกต่างกัน เมื่อรับประทานอาหารที่มีโปรตีนร่างกายจะย่อยโปรตีนซึ่งเป็นโมเลกุล
ขนาดใหญใ่ หม้ ขี นาดเล็กลง จนไดเ้ ปน็ กรดแอมโิ นชนดิ ต่าง ๆ แล้วดูดซึมเข้าสกู่ ระแสเลอื ด
ในธรรมชาติมีกรดแอมิโนจำนวนมากแต่กรดแอมิโนที่เป็นองค์ประกอบในร่างกายมนุษย์มี 20 ชนิด
กรดแอมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์เองได้ เรียกว่า กรดแอมิโนไม่จำเป็น (non-essential amino acid) แต่บาง
ชนิดสังเคราะห์เองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น เรียกว่า กรดอะมิโนจำเป็น (essential
amino acid) โปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ มีกรดแอมิโนจำเป็นครบทุกชนิด ส่วนโปรตีนจากพืชมีกรดแอมิโน
จำเป็นไม่ครบหรือปริมาณน้อย เช่น ถั่วลิสงมีเมไทโอนีนน้อย ข้าวโพดมีทรปโตเฟนน้อย ขนมปังมีไลซีนน้อย
ดังน้นั จงึ ควรบริโภคอาหารให้หลากหลายเพอื่ ลดความเส่ยี งจากภาวะขาดโปรตีน
กรดแอมิโนมีโครงสร้างโมเลกุลที่ประกอบด้วยหมู่แอมิโน (-NH2) และหมู่คาร์บอกซิล (-COOH)
เชื่อมต่อกับคาร์บอนที่มีหมู่แทนที่ (R) ซึ่งกรดแอมิโนแต่ละชนิดแตกต่างกันที่หมู่ R ตัวอย่างกรดแอมิโนบาง
ชนิดแสดง

กรดแอมิโนแสดงสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและเบส เนื่องจากมีหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) ที่สมบัติเป็นกรด
และมีหมแู่ อมโิ น (-NH2) ท่สี มบตั ิเปน็ เบส

ร่างกายต้องการวิตามินและเกลือแร่เพื่อให้การทำงานของระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างปกติ อาหารที่มี
ไขมนั และคาร์โบไฮเดรตสูงมักมวี ติ ามนิ และเกลือแรใ่ นปริมาณท่ีไม่เพยี งพอต่อความต้องการของร่างกายมนุษย์
จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินและเกลือแร่เพิ่มเติมจากอาหารอื่น เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์บางชนิด เช่นเหล็ก
แคลเซียม

วิตามิน
วิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ มีความจำเป็นต่อกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น วิตามิน A
ช่วยเรื่องการมองเห็น วิตามิน C ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด วิตามิน D ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของ
กระดูก วติ ามนิ K ชว่ ยในการแข็งตัวของเลอื ด วติ ามนิ บางชนดิ ละลายในน้ำ เชน่ วิตามิน C วิตามนิ B1
แต่ละชนดิ ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A วิตามนิ D วิตามนิ E และวิตามิน K ดงั นั้นการไม่รับประทานไขมัน
เลย อาจทำใหเ้ ป็นโรคท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการขาดวติ ามนิ ดว้ ย
เมื่อพิจารณาโครงสร้างของวิตามิน C พบว่าเป็นโมเลกุลที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) หลายหมู่ซึ่งเกิด
พนั ธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ ส่วนวิตามิน B1 นอกจากมีหมู่ไฮดรอกซิลและหมู่แอมโิ นที่เกิดพนั ธะไฮโดรเจนกับน้ำ
ไดแ้ ลว้ โครงสร้างยงั มีประจุที่ช่วยทำให้ละลายในน้ำได้ดขี ้ึนโดยการแตกตวั วิตามิน C และ B1 จึงละลายในน้ำ
ได้ ในทางตรงกันข้ามวิตามิน A และ D ถึงแม้จะมีหมู่ไฮดรอกซิล แต่โครงสร้างมีส่วนที่เป็นไฮโดรคาร์บอนอยู่
มาก ทำให้เป็นสารที่มีขั้วน้อย จึงละลายในน้ำได้ไม่ดีแต่ละลายได้ดีในไขมัน ซึ่งโครงสร้างมีส่วนที่เป็น
ไฮโดรคารบ์ อนอยมู่ าก
สมบัติการละลายของวิตามินดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามหลักการที่เรียกว่า “like dissolves
like” คือ สารละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลประเภท
เดียวกนั นอกจากนกี้ ารละลายของสารประกอบประเภทอื่น เช่น กลูโคสละลายในน้ำ เมนทอลละลายในน้ำมัน
นำ้ มนั ไมล่ ะลายในน้ำกเ็ ปน็ ไปตามหลกั การเช่นกัน
หลักการ like dissolves like นำมาใช้เป็นแนวทางในการเลือกตัวทำละลายสำหรับการสกัด
สารประกอบอินทรยี ์ท่ีไม่มขี ้วั ซ่ึงละลายน้ำได้น้อยจากพชื เชน่ การสกดั สาระสำคญั จากสมนุ ไพรดว้ ยน้ำมันหรือ
ข้ผี ึ้ง การสกัดกล่ินนำ้ หอมจากดอกไม้บางชนิดดว้ ยเอทานอลซึง่ มีขั้วนอ้ ยกวา่ น้ำ
หลักการ like dissolves like ยังใช้อธิบายกลไกการซักล้างคราบไคลและไขมันของสบู่ ผงซักฟอก
นำ้ ยาล้างจาน โดยโมเลกลุ ของสารเหล่านม้ี ที ง้ั สว่ นมขี ัว้ หรือไม่มีข้ัว ซงึ่ สว่ นไมม่ ีขว้ั ทำหน้าท่ีหอ่ หุม้ ไขมันและสาร
ที่มีขั้วหันเข้าหาโมเลกุล เกิดเป็นไมเซลล์ (micelle) ที่กระจายตัวในน้ำ ได้ของผสมระหว่างน้ำและไขมันท่ี
เรียกว่า อีมัลชัน (emulsion) ของผสมที่เป็นอีมัลชันยังพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำนมน้ำสลัด
ครีมทาผิว

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (วธิ กี ารสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนสงั เกตภาพอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรต แลว้ รว่ มกันตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้

- อาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรต มปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกายอย่างไร (แนวคำตอบ : เป็นแหล่งให้
พลงั งานแกร่ า่ งกาย)

- หนว่ ยยอ่ ยทส่ี ดุ ของคาร์โบไฮเดรต คืออะไร (แนวคำตอบ : กลโู คส (glucose))
1.2 นักเรียนสังเกตสูตรโครงสร้างของสารที่เป็นคาร์โบไฮเดรต แล้วร่วมกันตอบคำถามในประเด็น
ต่อไปนี้

- จากภาพ แป้งเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวคำตอบ : เกิดจากกลูโคสหลายโมเลกุลมาสร้าง
พนั ธะกนั )

- ข้าวและแป้งซึ่งมีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีชื่อเรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ : พอลิแซ็กคาไรด์
(polysaccharide)) กลูโคสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว มีชื่อเรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ : มอนอแซ็กคาไรด์
(monosaccharide))

- monosaccharide มกี ่ีชนิด อะไรบ้าง
แนวคำตอบ :

- monosaccharide 2 โมเลกลุ เช่ือมตอ่ กัน จะมลี กั ษณะอย่างไร
แนวคำตอบ :

- สารเคมีท่โี มเลกลุ มโี ครงสร้างขนาดใหญป่ ระกอบดว้ ยหน่วยย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกัน จะ
มีลักษณะอยา่ งไร
แนวคำตอบ :

- สารเคมีที่โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกัน
เชน่ เดียวกบั พอลิแซ็กคาไรด์ เรยี กว่าอะไร (แนวคำตอบ : พอลิเมอร์ (polymer))

- สารโมเลกุลขนาดเล็กที่มารวมตัวกันเพื่อเกิดเป็นพอลิเมอร์ เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
มอนอเมอร์ (monomer))

2. ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนสงั เกตภาพอาหารประเภทโปรตนี แลว้ ร่วมกันตอบคำถามในประเดน็ ต่อไปน้ี

- เมื่อรับประทานโปรตีนเข้าไป ร่างกายสามารถนำโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้เลยหรือไม่
(แนวคำตอบ : ไมไ่ ด้)

- รา่ งกายสามารถนำโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร (แนวคำตอบ : รับประทานอาหารท่ีมี
โปรตีนร่างกายจะย่อยโปรตีนซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง จนได้เป็นกรดแอมิโนชนิดต่าง ๆ
แลว้ ดดู ซึมเขา้ สกู่ ระแสเลอื ด)

2.2 นกั เรียนสังเกตภาพโครงสร้างของโปรตนี แลว้ ร่วมกันตอบคำถามในประเด็นตอ่ ไปน้ี

- จากโครงสร้างของโปรตีน เกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวคำตอบ : เกิดจากกรดอะมโิ นหลายชนิด
มาสรา้ งพันธะด้วยกนั เปน็ สายยาว)

- ร่างกายสามารถนำโปรตีนไปใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างไร (แนวคำตอบ : รับประทานอาหารท่ีมี
โปรตีนร่างกายจะย่อยโปรตีนซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง จนได้เป็นกรดแอมิโนชนิดต่าง ๆ
แลว้ ดูดซึมเข้าสกู่ ระแสเลอื ด)

- จากโครงสรา้ งของกรดอะมิโน นกั เรียนสังเกตเหน็ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : หมู่คาร์บอกซิล
(-COOH) และหมแู่ อมโิ น (-NH2 , –NH-, –N-) อยบู่ นโครงสร้าง)

- นักเรียนคิดว่าหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) และหมู่แอมิโน (-NH2 , –NH-, –N-) สามารถบอก
อะไรได้บา้ ง (แนวคำตอบ : สามารถระบคุ วามเป็นกรดเบสของสารได้)

- สารประกอบอินทรียช์ นิดอื่นทีม่ ีหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) สามารถแสดงสมบัติเป็นอย่างไร
(แนวคำตอบ : สามารถแสดงสมบตั ิเปน็ กรด)

- สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่แอมิโน (-NH2 , –NH-, –N-) สามารถแสดงสมบัติเป็นอย่างไร
(แนวคำตอบ : สามารถแสดงสมบตั เิ ป็นเบส)

2.3 นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถามเกยี่ วกับวิตามนิ ในประเดน็ คำถามตอ่ ไปนี้
- วิตามิน C วิตามิน B1 วิตามิน A วิตามิน D วิตามิน E และวิตามิน K หากแยกประเภท

วติ ามินด้วยสมบัติการละลายน้ำ จะสามารถแยกไดอ้ ย่างไร (แนวคำตอบ : วติ ามินบางชนดิ ละลายในนำ้ เช่น
วิตามนิ C วติ ามิน B1 วิตามนิ ชนิดละลายในไขมนั ไดแ้ ก่ วิตามนิ A วิตามนิ D วติ ามนิ E และวติ ามิน K)

- จากสูตรโครงสร้างของโมเลกุลของวิตามินที่ละลายในน้ำ และโมเลกุลของวิตามินที่ละลาย
ในไขมนั โมเลกลุ ของวติ ามนิ ที่ละลายในน้ำ ควรมลี ักษณะอยา่ งไรและแตกตา่ งจากโมเลกุลของวิตามินที่ละลาย
ในไขมนั อย่างไร (แนวคำตอบ : โครงสร้างของวติ ามิน C พบวา่ เปน็ โมเลกลุ ที่มีหม่ไู ฮดรอกซลิ (-OH) หลาย
หมู่ซึ่งเกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้, วิตามิน B1 นอกจากมีหมู่ไฮดรอกซิลและหมู่แอมิโนที่เกิดพันธะ
ไฮโดรเจนกับน้ำได้แล้ว โครงสร้างยังมีประจุที่ช่วยทำให้ละลายในน้ำได้ดีขึ้นโดยการแตกตัว, วิตามิน A
และ D ถึงแม้จะมีหมูไ่ ฮดรอกซิล แตโ่ ครงสรา้ งมสี ่วนท่ีเป็นไฮโดรคาร์บอนอยู่มาก ทำให้เปน็ สารท่ีมีข้ัวน้อย
จึงละลายในน้ำได้ไม่ดีแต่ละลายได้ดีในไขมัน)

3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation state)
3.1 นกั เรยี นรว่ มกนั ลงข้อสรุปเก่ียวกบั มอนอเมอร์และพอลิเมอร์ สมบตั คิ วามเปน็ กรด-เบส สมบัติการ

ละลายนำ้ จนไดข้ ้อสรุปต่อไปน้ี
- สารเคมีที่โมเลกุลมีโครงสร้างขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกัน

เช่นเดียวกับพอลิแซ็กคาไรด์ เรียกว่า พอลิเมอร์ (polymer) ส่วนสารโมเลกุลขนาดเล็กท่ีมารวมตวั กนั เพื่อเกดิ
เป็นพอลิเมอร์ เรียกว่า มอนอเมอร์ (monomer)

- สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) สามารถแสดงสมบัติเป็นกรดได้
และสารประกอบอินทรยี ์ที่มหี ม่แู อมิโน (-NH2 , –NH-, –N-) สามารถแสดงสมบัติเป็นเบสได้

- โมเลกลุ ทมี่ หี ม่ไู ฮดรอกซลิ (-OH) หลายหมูซ่ ึ่งเกดิ พันธะไฮโดรเจนกบั น้ำได้
4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration state)

4.1 นกั เรียนศกึ ษาขอ้ มลู เพม่ิ เติมเก่ียวกับหลักการ like dissolves like
- สมบัติการละลายของวิตามินดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามหลักการที่เรียกว่า

“like dissolves like” คือ สารละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกลเ้ คียงกัน เนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
โมเลกลุ ประเภทเดียวกัน นอกจากนี้การละลายของสารประกอบประเภทอื่น เช่น กลูโคสละลายในนำ้ เมนทอล
ละลายในน้ำมัน นำ้ มันไมล่ ะลายในน้ำก็เปน็ ไปตามหลกั การเช่นกัน

- หลักการ like dissolves like นำมาใช้เป็นแนวทางในการเลือกตัวทำละลายสำหรับการ
สกัดสารประกอบอนิ ทรยี ์ที่ไม่มขี ้ัวซ่งึ ละลายน้ำไดน้ ้อยจากพืช เช่น การสกัดสาระสำคญั จากสมนุ ไพรด้วยน้ำมัน
หรือข้ีผึ้ง การสกดั กลน่ิ น้ำหอมจากดอกไม้บางชนดิ ด้วยเอทานอลซงึ่ มขี ้ัวน้อยกว่านำ้

5. ขน้ั ประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 4.2 สมบัตคิ วามเป็นกรดเบส และการละลายน้ำ

9. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เรื่อง มอนอเมอร์และพอลิเมอร์ สมบัติความเป็นกรด-เบส สมบัติการ

ละลายน้ำ
2. ใบกจิ กรรมท่ี 4.2 สมบัติความเป็นกรดเบส และการละลายน้ำ

10. การวัดผลและการประเมินผล

ส่งิ ท่ีต้องการวัด/ประเมิน วิธีการวดั เครื่องมือท่ีใช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. อธิบายสมบัติทางกายภาพ 1. สงั เกตการตอบคำถาม 2. ใบกจิ กรรมที่ 4.2 ประเมินในระดับ 2
ขึน้ ไป
ระหวา่ งพอลิเมอรแ์ ละมอนอเมอร์ จากการทำกจิ กรรม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. ใบกจิ กรรมท่ี 4.2 ประเมินในระดับ 2
ของพอลเิ มอรไ์ ด้ (K) 2. ใบกจิ กรรมท่ี 4.2 ขน้ึ ไป
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. ระบุสมบัติความเป็นกรด-เบส 1. สังเกตการตอบคำถาม 2. ใบกิจกรรมท่ี 4.2 ประเมินในระดับ 2
ขึ้นไป
จากโครงสร้างของสารประกอบ จากการทำกิจกรรม 1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์
ทำกิจกรรม ประเมินในระดับ 2
อนิ ทรยี ์ได้ (P) 2. ใบกิจกรรมที่ 4.2 ขึ้นไป

3. อธิบายสมบัติการละลายในตัว 1. สงั เกตการตอบคำถาม

ทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้ จากการทำกิจกรรม
(K) 2. ใบกิจกรรมที่ 4.2

4. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สงั เกตการมีส่วนรว่ มใน

กระตอื รือร้น (A) การทำกิจกรรมในชน้ั เรียน

เกณฑ์การประเมนิ ก

รายการประเมิน 3

1. อธิบายสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิ อธบิ ายสมบัติทางกายภาพ อธิบาย

เมอร์และมอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ได้ (K) ระหว่างพอลิเมอร์และ ระหวา่

มอนอเมอรข์ องพอลิเมอร์ มอนอ

ถูกต้องครบถ้วน ถูกต้อง

2. ระบุสมบัติความเป็นกรด -เบสจาก ระบสุ มบัตคิ วามเปน็ กรด- ระบสุ ม

โครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรยี ์ได้ (P) เบสจากโครงสรา้ งของ เบสจา

สารประกอบอินทรยี ์ สารปร

ถกู ต้องครบถว้ น ถูกต้อง

3. อธิบายสมบัติการละลายในตัวทำละลาย อธิบายสมบตั กิ ารละลาย อธิบาย

ชนิดตา่ ง ๆ ของสารได้ (K) ในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ในตัวท

ของสารถูกต้องครบถ้วน ของสา

4. ร่วมกันทำกิจกรรมอยา่ งกระตือรือร้น (A) ร่วมกันทำกจิ กรรมในชัน้ รว่ มกัน

เรียนอยา่ งกระตือรอื ร้น เรียนอ

และมสี ว่ นร่วมตอ่ การทำ และมสี

กิจกรรมอยา่ งดีเย่ียม กิจกรร

การทำกิจกรรม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

210

ยสมบตั ิทางกายภาพ อธิบายสมบัติทางกายภาพ ไมส่ ามารถอธบิ ายสมบัติ

างพอลเิ มอร์และ ระหวา่ งพอลเิ มอร์และ ทางกายภาพระหว่างพอลิ

อเมอรข์ องพอลเิ มอร์ มอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ เมอร์และมอนอเมอร์ของ

ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 1-2 ส่วน พอลเิ มอร์ได้

มบัตคิ วามเปน็ กรด- ระบุสมบัติความเปน็ กรด- ไมส่ ามารถระบุสมบัติ

ากโครงสร้างของ เบสจากโครงสรา้ งของ ความเปน็ กรด-เบสจาก

ระกอบอนิ ทรีย์ สารประกอบอนิ ทรยี ์ โครงสรา้ งของ

ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 1-2 สว่ น สารประกอบอนิ ทรยี ์ได้

ยสมบตั กิ ารละลาย อธบิ ายสมบตั กิ ารละลาย ไมส่ ามารถอธิบายสมบัติ

ทำละลายชนิดต่าง ๆ ในตวั ทำละลายชนดิ ต่าง ๆ การละลายในตวั ทำละลาย

ารถูกต้อง 3-4 ส่วน ของสารถูกต้อง 1-2 ส่วน ชนิดต่าง ๆ ของสารได้

นทำกจิ กรรมในช้ัน ร่วมกนั ทำกิจกรรมในช้นั ไม่เข้ารว่ มกันทำกิจกรรม

อยา่ งกระตือรือร้น เรียนอยา่ งกระตือรอื ร้น ในชนั้ เรยี น และไม่มสี ว่ น

สว่ นร่วมตอ่ การทำ และมสี ว่ นรว่ มต่อการทำ ร่วมต่อการทำกจิ กรรม

รมอย่างดี กจิ กรรมพอใช้

แบบประเมนิ การทำกิจกรรม

รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. อธิบายสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของพอลิ
เมอร์ได้ (K)
2. ระบุสมบัติความเป็นกรด-เบสจากโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์
ได้ (P)
3. อธบิ ายสมบตั ิการละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้ (K)
4. ร่วมกนั ทำกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น (A)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

9-12 ดี
5-8 พอใช้
0-4 ปรบั ปรุง

ลงชือ่ ผู้สงั เกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหน่ง....................................................
วันท่.ี ........../................./....................

บันทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพ็ชร์)
นกั ศกึ ษาปฏิบตั ิการสอน

วันท่ี.........../............../..............
ความคิดเหน็ อาจารยพ์ ี่เล้ียง
......................................................................................... .....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ............................................................
(อ.ทรงธรรม แก้วประถม)
อาจารยพ์ เ่ี ลี้ยง

วันท่ี.........../............../................

ใบกิจกรรมท่ ี 4.2
สมบตั คิ วามเป็นกรดเบส และการละลายนา้

ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........

1. จงระบุว่าสารในตารางต่อไปน้มี สี มบตั เิ ป็นกรด เบส หรอื กลาง สาร กรด/เบส/กลาง
สาร กรด/เบส/กลาง

2. จากโครงสร้างท่กี าหนดให้ จงระบุวา่ สารแต่ละชนดิ ตอ่ ไปน้สี ามารถละลายนา้ ได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

สาร การละลายน้า เหตุผล

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 23

รายวิชา ว31102 เคมพี ้ืนฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สารประกอบอินทรยี ์และสมบตั ิของพอลิเมอร์ ปีการศกึ ษา 2565

เรอ่ื ง พอลิเมอร์สงั เคราะห์ จำนวน 1 ช่ัวโมง

ผสู้ อน ปส.ภานสุ รณ์ ครี ีเพช็ ร์ อาจารยพ์ เ่ี ลยี้ ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร

กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี

2. ตวั ช้วี ัด
ว 2.1 ม.5/18 วิเคราะห์และอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างโครงสรา้ งกบั สมบตั ิเทอร์มอพลาสติกและเทอร์

มอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลเิ มอร์ไปใชป้ ระโยชน์

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. จำแนกผลิตภณั ฑ์ในชีวิตประจำวันจากรหสั ชนิดพลาสติกที่นำมารไี ซเคลิ ได้ (P)
2. อธบิ ายการเกดิ พอลิเมอร์สงั เคราะหจ์ ากมอนอเมอร์ และสมบัติของพอลิเมอร์แตล่ ะชนิดได้ (K)
3. นำเสนอแนวทางวธิ กี ารนำพอลเิ มอรไ์ ปใชป้ ระโยชน์อย่างเหมาะสม (A)
4. ร่วมกันทำกิจกรรมอยา่ งกระตอื รอื ร้น (A)

4. สาระสำคัญ
บรรจภุ ัณฑ์สำหรับอาหารสว่ นใหญ่ ทำมาจากพลาสติกซ่ึงเป็นพอลเิ มอรส์ ังเคราะห์ มที ้ังชนดิ พอลิเมอร์

เทอร์มอพลาสติกและพอลิเมอร์เทอร์มอเซตซึ่งใช้งานได้แตกต่างกัน พลาสติกย่อยสลายได้ยากและมีการใช้ใน
ปริมาณมาก จึงก่อให้เกิดปัญหาขยะ การลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการช่วยปัญหา
ได้ทางหนึ่ง

5. สาระการเรยี นรู้
พอลเิ มอรส์ งั เคราะห์
พอลิเมอร์สังเคราะห์ที่นำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทต่าง ๆ มีสมบัติแตกต่างกัน ดังนั้นการ

เลือกพลาสติกแต่ละประเภทมาใช้งานจึงต้องใช้ให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและไม่ควรเปลี่ยน
ลกั ษณะการใช้งาน เชน่ ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุของเย็นไม่ควรนำมาใช้กับของร้อน พอลิเมอรส์ ังเคราะห์ผลิต
ขึ้นมาจากมอนอเมอรต์ า่ ง ๆ เช่น เอทิลนี โพรพิลนี สไตรนี ซงึ่ ทำปฏิกิริยาเคมีใหเ้ กดิ การเชื่อมต่อกนั ไดเ้ ป็นพอลิ
เมอร์ทีม่ ีสมบตั แิ ตกต่างกนั ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

พอลิเอทิลีน (polyethylene, PE) สังเคราะห์จากเอทิลีน พอลิเอทิลีนมีจุดหลอมเหลวประมาณ
115 - 135 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าพอลิเมอร์สังเคราะห์ชนิดอื่น ภาชนะที่ผลิตจากพอลิเอทิลีนจึงไม่เหมาะ
สำหรับบรรจุอาหารร้อน พอลิเอทิลีนท่ีนิยมใช้มี 2 ชนิด ได้แก่ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (low-density
polyethylene, LDPE) ใช้ผลิตเป็นถุงพลาสติกใส่ของเย็น กล่องพลาสติก และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง
(high-density polyethylene, HDPE) ใช้ผลิตเป็นถุงพลาสติกหูหิ้ว ขวดพลาสติกขุ่น ฝาขวด เนื่องจากมี
ของแข็ง เหนียว และทนความร้อนได้ดีมากกว่า LDPE พลาสติกที่ทำจากพอลิเอทิลีนมีน้ำหนักเบา โค้งงอได้
ราคาถูก จงึ เป็นพลาสติกทม่ี ีการนำมาใช้งานมาก

พอลิโพรพิลีน (polypropylene, PP) สังเคราะห์ได้จากโพรพิลีน พอลิโพรพิลีนมีสมบัติคล้ายกับ
HDPE แตม่ จี ดุ หลอมเหลวสงู กว่า จงึ ทนความรอ้ นไดด้ กี ว่า HDPE ภาชนะท่ีผลติ จากพอลิโพรพลิ นี จงึ สามารถใช้
บรรจอุ าหารรอ้ นได้ และนยิ มนำมาผลิตเป็นภาชนะทีใ่ ชก้ บั ไมโครเวฟ

พอลสิ ไตรีน (polystyrene, PS) สงั เคราะหไ์ ด้จากสไตรีน พอลิสไตรีนมนี ้ำหนกั เบา แขง็ และเปราะ
นยิ มนำมาผลติ เปน็ กลอ่ งโฟมบรรจุอาหาร ช้อนส้อมพลาสตกิ กลอ่ งพลาสตกิ ใส

พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (poly(ethylene terephthalate), PET หรือ PETE) สังเคราะห์ได้
จากเอทิลนี ไกลคอลและไดเมทิลเทเรฟทาเลต พอลเิ อทลิ นี เทเรฟทาเลตมีความแข็งและเหนยี ว นยิ มนำมาผลิต
เป็นขวดน้ำ ถุงขนมขบเคี้ยว ภาชนะสำหรับไมโครเวฟ

พอลิเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ (poly(melamine formaldehyde)) สังเคราะห์ได้จากเมลามีน
และฟารม์ าลดไี ฮด์ พอลเิ มลามนี ฟอรม์ าลดีไฮดม์ คี วามแขง็ ทนความรอ้ น จงึ ใช้ผลิตเป็นจาน ชาม และภาชนะที่
ไมแ่ ตกหักงา่ ย

การเปล่ียนแปลงของพอลิเมอรเ์ ม่อื ได้รับความร้อน
พอลิเมอร์แต่ละชนิดเมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน โดยพอลิเมอร์ท่ี
หลอมเหลวเมื่อเพิ่มอุณหภูมิ และแข็งตัวเมื่อลดอุณหภูมิ เรียกว่า พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก
(thermoplastic polymer) ส่วนพอลิเมอร์ที่ไม่หลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน แต่จะเกิดการสลายตัวหรือ
ไหม้เมื่อได้รับความร้อนสูง เรียกว่า พอลิเมอร์เทอร์มอเซต (thermoset polymer) โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก

พอลเิ มอร์มอพลาสติกสามารถนำมาหลอมแลว้ ข้ึนรูปใหม่ได้อีก แตผ่ ลติ ภณั ฑท์ ี่ทำจากพอลิเมอร์เทอร์มอเซตไม่
สามารถนำมาหลอมเพอื่ ลูกใหมไ่ ด้อีก

พอลิเมอรเ์ ทอร์มอพลาสติกมีโครงสร้างแบบเสน้ แบบก่ิง เช่น พอลิเอทลิ นี พอลโิ พรพิลีน พอลิเอทิลีน
เทเรฟทาเลต พอลิสไตรีน พอลิไวนิลคลอไรด์ ส่วนพอลิเมอร์เทอร์มอเซตมีโครงสร้างแบบร่างแห เช่น พอลิเม
ลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ พอลิฟนี อลฟอรม์ าลดไี ฮด์

6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุง่ ม่ันในการทำงาน
3. มีจติ สาธารณะ

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (วธิ ีการสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนสังเกตภาพน้ำบริเวณทะเลรูสะมิแล จังหวัดปัตตานี, ภาพน้ำคลอง 200

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนย์อาหารลานอิฐ
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี แล้วร่วมกนั ทบทวนปัญหาทเี่ กดิ ข้นึ จากสถานการณ์ดงั ภาพ

- จ า ก ภ า พ บ ร ิ เ ว ณ ท ะ เ ล ร ู ส ะ ม ิ แ ล จ ั ง ห ว ั ด ป ั ต ต า นี , ภ า พ น้ ำ ค ล อ ง 2 0 0
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี , ภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนย์อาหารลานอิฐ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เกิดปัญหาอะไรขึ้น (แนวคำตอบ : เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย
สง่ ผลใหร้ ะบบนิเวศทางน้ำแย่ลง)

- นักเรียนคิดว่าสาเหตุที่ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย มาจากสาเหตุใด (แนว
คำตอบ : เกดิ จากการทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้ำโดยตรง โดยไมผ่ ่านการบำบัดก่อน)

- นักเรียนคิดว่ามีวิธีใดที่ทำให้แหล่งน้ำบริเวณดังกล่าว มีสภาพที่ดีขึ้น (แนวคำตอบ :
ต้องมีการบำบัดน้ำกอ่ นทำการทิง้ ลงส่แู หล่งนำ้ ธรรมชาติ)

ภาพที่ 1 ภาพน้ำบรเิ วณทะเลรสู ะมิแล จังหวดั ปตั ตานี
(ถา่ ยเมื่อ 29 สงิ หาคม พ.ศ.2565)

ภาพที่ 2 ภาพน้ำคลอง 200 มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี
(ถ่ายเม่ือ 29 สงิ หาคม พ.ศ.2565)

ภาพท่ี 3 ภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนยอ์ าหารลานอิฐ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
(ถา่ ยเม่ือ 29 สิงหาคม พ.ศ.2565)

2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนแต่ละกลุ่ม นำเสนอการออกแบบชุดบำบดั น้ำเสียที่ไดอ้ อกแบบในใบกิจกรรม “ชุดบำบัด

น้ำเสียสุดเจง๋ !!” ภายในชัน้ เรียน พรอ้ มให้เหตผุ ลประกอบตอ่ การเลอื กวสั ดุท่ใี ชใ้ นการสรา้ งชุดบำบดั นำ้ เสีย

ภาพที่ 4 ใบกิจกรรม “ชดุ บำบัดนำ้ เสยี สุดเจง๋ !!”
2.2 นักเรียนสังเกตภาชนะตัวอย่าง คือ ขวดน้ำ ภาชนะบรรจุอาหาร และขวดน้ำยาล้างจาน
แลว้ ร่วมกันตอบคำถสมในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

- จากภาชนะตัวอย่าง คือ ขวดน้ำ ภาชนะบรรจุอาหาร และขวดน้ำยาล้างจาน
นักเรยี นสังเกตเหน็ สัญลักษณ์อะไรบ้าง
แนวคำตอบ :

ขวดน้ำ ภาชนะบรรจอุ าหาร ขวดน้ำยาล้างจาน

- นักเรียนคิดว่า สัญลักษณ์ที่นักเรียนได้เห็น สามารถบอกอะไรได้บ้าง (แนวคำตอบ :

บอกได้ว่าผลิตภัณฑด์ งั กลา่ ว สังเคราะหจ์ ากมอนอเมอร์ชนิดใด)

- นักเรียนคิดว่า สัญลักษณ์ที่นักเรียนได้เห็น เรียกว่าสัญลักษณ์อะไร (แนวคำตอบ :

รหสั ชนดิ พลาสติกทน่ี ำมารไี ซเคิล)

2.3 นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม ร่วมกันทำกิจกรรม “POLYMER coding รหัส judged แยก”
โดยแตล่ ะกลุ่มไดร้ หัสชนดิ พลาสติกท่ีนำมารีไซเคลิ ท่ีแตกต่างกนั จากน้ันให้สืบคน้ ขอ้ มูลเกีย่ วกบั มอนอเมอร์ พอ
ลเิ มอร์ คุณสมบัติ และผลติ ภัณฑท์ ีม่ ีสัญลักษณ์ตามที่นักเรียนได้สืบคน้ ลงในใบกิจกรรม พร้อมนำเสนอหน้าชั้น
เรยี น

ภาพท่ี 5 รหัสชนิดพลาสตกิ ที่นำมารไี ซเคลิ
(ท่ีมา : https://www.srgplastic.com/plasticsign-recycle/ สืบค้นเม่ือ 1 สิงหาคม พ.ศ.2565)
3. ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation state)

3.1 นักเรยี นรว่ มกันลงขอ้ สรปุ เก่ียวกบั รหสั ชนิดพลาสติกท่ีนำมารไี ซเคลิ จนได้ขอ้ สรุปดังน้ี
- พอลิเอทิลีน (polyethylene, PE) สังเคราะห์จากเอทิลีน พอลิเอทิลีนมีจุดหลอมเหลว

ประมาณ 115 - 135 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าพอลิเมอร์สังเคราะห์ชนิดอื่น ภาชนะที่ผลิตจากพอลิเอทิลีนจึง
ไมเ่ หมาะสำหรับบรรจุอาหารรอ้ น

- พอลิโพรพิลีน (polypropylene, PP) สังเคราะห์ได้จากโพรพิลีน พอลิโพรพิลีนมีสมบัติ
คลา้ ยกับ HDPE แตม่ จี ุดหลอมเหลวสงู กว่า จึงทนความรอ้ นได้ดีกว่า HDPE ภาชนะทีผ่ ลิตจากพอลิโพรพิลีนจึง
สามารถใช้บรรจุอาหารร้อนได้ และนยิ มนำมาผลิตเป็นภาชนะท่ีใช้กบั ไมโครเวฟ

- พอลิสไตรีน (polystyrene, PS) สังเคราะห์ได้จากสไตรีน พอลิสไตรีนมีน้ำหนักเบา แข็ง
และเปราะ นยิ มนำมาผลิตเป็นกลอ่ งโฟมบรรจอุ าหาร ช้อนสอ้ มพลาสติก กลอ่ งพลาสติกใส

- พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (poly(ethylene terephthalate), PET หรือ PETE)
สังเคราะห์ได้จากเอทิลีนไกลคอลและไดเมทิลเทเรฟทาเลต พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลตมีความแข็งและเหนียว
นยิ มนำมาผลติ เป็นขวดนำ้ ถงุ ขนมขบเค้ียว ภาชนะสำหรบั ไมโครเวฟ

- พอลิเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ (poly(melamine formaldehyde)) สงั เคราะห์ได้จากเม
ลามีนและฟาร์มาลดีไฮด์ พอลิเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์มีความแข็ง ทนความร้อน จึงใช้ผลิตเป็นจาน ชาม และ
ภาชนะที่ไมแ่ ตกหักง่าย

4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพอลิเมอร์เมื่อได้รับความร้อน

โดยได้ขอ้ สรุปดังนี้

- พอลิเมอร์ที่หลอมเหลวเมื่อเพิ่มอุณหภูมิ และแข็งตัวเมื่อลดอุณหภูมิ เรียกว่าอะไร
(แนวคำตอบ : พอลเิ มอรเ์ ทอรม์ อพลาสตกิ (thermoplastic polymer))

- พอลิเมอร์ที่ไม่หลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน แต่จะเกิดการสลายตัวหรือไหม้เมื่อได้รับ
ความร้อนสูง เรียกวา่ (แนวคำตอบ : พอลิเมอร์เทอร์มอเซต (thermoset polymer)

- ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิเมอร์มอพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิเมอร์เทอร์มอเซต
แตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ : ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิเมอร์มอพลาสติกสามารถนำมาหลอมแล้วข้ึน
รูปใหม่ได้อีก แต่ผลิตภณั ฑ์ทที่ ำจากพอลเิ มอร์เทอร์มอเซตไม่สามารถนำมาหลอมเพ่ือลกู ใหมไ่ ด้อีก)

4.2 นักเรียนสังเกตโครงสร้างของพอลิเมอร์แบบเส้น แบบกิ่ง และแบบร่างแห แล้วตอบตำถามใน
ประเดน็ ต่อไปนี้

- พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก มีโครงสร้างแบบใด (แนวคำตอบ : โครงสร้างของพอลิเมอร์
แบบเส้น แบบกงิ่ )

- พอลิเมอร์เทอร์มอเซต มีโครงสร้างแบบใด (แนวคำตอบ : โครงสร้างของพอลิเมอร์แบบ
รา่ งแห)

5. ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation state)

5.1 นกั เรยี นรว่ มกันทำใบกจิ กรรม “POLYMER coding รหัส judged แยก”

9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เรอ่ื ง พอลเิ มอร์สังเคราะห์
2. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตรก์ ายภาพ เลม่ 1

10. การวดั ผลและการประเมินผล

สงิ่ ที่ต้องการวดั /ประเมิน วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้วัด เกณฑ์การประเมิน
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. จ ำ แ น ก ผ ลิ ต ภ ั ณ ฑ์ ใ น 1. สงั เกตการตอบคำถาม 2. ใบกจิ กรรมกลุ่ม ประเมินในระดับ 2
ขึ้นไป
ชีวิตประจำวันจากรหัสชนิด จากการทำกจิ กรรม

พลาสติกที่นำมารีไซเคิลได้ (P) 2. ใบกจิ กรรมกล่มุ

สิง่ ทต่ี ้องการวดั /ประเมิน วธิ ีการวัด เคร่ืองมือทใ่ี ช้วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. อธิบายการเกิดพอลิเมอร์ 1. สังเกตการตอบคำถาม 2. ใบกจิ กรรมกลุม่ ประเมินในระดับ 2
ข้นึ ไป
สังเคราะห์จากมอนอเมอร์ และ จากการทำกจิ กรรม

สมบตั ิของพอลเิ มอร์แต่ละชนิดได้ 2. ใบกิจกรรมกลมุ่
(K)

3. นำเสนอแนวทางวิธีการนำพอ 1. สงั เกตการตอบคำถาม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์

ลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์อย่าง จากการทำกจิ กรรม ประเมินในระดับ 2

เหมาะสม (A) ขึ้นไป

4. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สังเกตการมีส่วนรว่ มใน 1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์

กระตือรอื ร้น (A) การทำกิจกรรมในช้ันเรียน ทำกิจกรรม ประเมินในระดับ 2

ขนึ้ ไป

เกณฑ์การประเมินก

รายการประเมนิ 3

1. จำแนกผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันจากรหัส จำแนกผลิตภัณฑ์ใน จำแนก
ชวี ิตปร
ชนดิ พลาสติกทนี่ ำมารีไซเคิลได้ (P) ชีวติ ประจำวันจากรหัส ชนิดพ
ไซเคลิ
ชนิดพลาสตกิ ที่นำมารี

ไซเคลิ ถูกต้องครบถว้ น

2. อธิบายการเกิดพอลิเมอร์สังเคราะห์จาก อธิบายการเกิดพอลิเมอร์ อธบิ าย

มอนอเมอร์ และสมบัติของพอลิเมอร์แต่ละ สังเคราะหจ์ ากมอนอเมอร์ สงั เคร

ชนิดได้ (K) และสมบตั ิของพอลิเมอร์ และสม

แต่ละชนิดถกู ต้องครบถ้วน แต่ละช

สว่ น

3. นำเสนอแนวทางวิธีการนำพอลิเมอร์ไปใช้ นำเสนอแนวทางวธิ ีการนำ นำเสน

ประโยชน์อย่างเหมาะสม (A) พอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ พอลิเม

ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้อง

การทำกจิ กรรม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 0
21 ไมส่ ามารถจำแนก
กผลิตภัณฑ์ใน จำแนกผลิตภัณฑ์ใน ผลิตภณั ฑ์ใน
ระจำวันจากรหสั ชวี ติ ประจำวันจากรหัส ชีวติ ประจำวันจากรหัส
พลาสตกิ ทนี่ ำมารี ชนิดพลาสติกที่นำมารี ชนิดพลาสตกิ ทน่ี ำมารี
ลถูกต้อง 3-4 ส่วน ไซเคิลถูกต้อง 1-2 สว่ น ไซเคิลได้
ไม่สามารถอธบิ ายการเกิด
ยการเกดิ พอลิเมอร์ อธิบายการเกิดพอลิเมอร์ พอลิเมอร์สังเคราะห์จาก
มอนอเมอร์ และสมบัติ
ราะหจ์ ากมอนอเมอร์ สังเคราะหจ์ ากมอนอเมอร์ ของพอลิเมอรแ์ ตล่ ะชนดิ
ได้
มบตั ขิ องพอลเิ มอร์ และสมบัติของพอลเิ มอร์ ไมส่ ามารถนำเสนอ
แนวทางวิธีการนำพอลิ
ชนิดถูกต้อง 3-4 แตล่ ะชนดิ ถกู ตอ้ ง 1-2 เมอร์ไปใช้ประโยชน์ได้

ส่วน

นอแนวทางวธิ กี ารนำ นำเสนอแนวทางวธิ กี ารนำ

มอรไ์ ปใช้ประโยชน์ พอลเิ มอร์ไปใชป้ ระโยชน์

ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 1-2 ส่วน

เกณฑ์การประเมินก

รายการประเมนิ 3 ร่วมกัน
4. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รอื รน้ (A) รว่ มกันทำกิจกรรมในชั้น เรียนอ
เรียนอย่างกระตือรือร้น และมีส
และมีส่วนร่วมตอ่ การทำ กิจกรร
กิจกรรมอยา่ งดีเยีย่ ม

การทำกิจกรรม

เกณฑ์การให้คะแนน

21 0
ไม่เขา้ รว่ มกันทำกิจกรรม
นทำกจิ กรรมในชน้ั รว่ มกนั ทำกิจกรรมในชั้น ในช้นั เรียน และไม่มีสว่ น
ร่วมต่อการทำกิจกรรม
อย่างกระตือรือร้น เรยี นอยา่ งกระตือรือร้น

สว่ นรว่ มต่อการทำ และมีสว่ นร่วมต่อการทำ

รมอย่างดี กิจกรรมพอใช้

แบบประเมนิ การทำกจิ กรรม

รายการประเมนิ 3 คะแนน 0
21
1. จำแนกผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันจากรหัสชนิดพลาสติกที่นำมารี
ไซเคลิ ได้ (P)
2. อธบิ ายการเกิดพอลิเมอร์สังเคราะห์จากมอนอเมอร์ และสมบัติของพอ
ลเิ มอรแ์ ตล่ ะชนิดได้ (K)
3. นำเสนอแนวทางวิธกี ารนำพอลิเมอร์ไปใชป้ ระโยชน์อย่างเหมาะสม (A)
4. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตือรอื รน้ (A)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

9-12 ดี
5-8 พอใช้
0-4 ปรบั ปรุง

ลงชื่อผูส้ งั เกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหน่ง....................................................
วนั ท่ี.........../................./....................

บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพช็ ร์)
นกั ศกึ ษาปฏบิ ัติการสอน

วนั ท.ี่ ........../............../..............
ความคิดเห็นอาจารยพ์ เี่ ลีย้ ง
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................

ลงชือ่ ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารย์พ่ีเลี้ยง

วันท่ี.........../............../................

ใบกจิ กรรม “POLYMER coding รหสั judged แยก”

ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ค ำ ช้ แี จง ให้ นกั เรยี นให้ สืบค้นข้อ มูลเก่ ียวกบั มอ นอ เมอ ร์ พ อ ลิเมอ ร์ คุณ สมบตั ิ แ ละผลิตภณั ฑ์
ท่มี สี ญั ลกั ษณ์ ตำมท่นี กั เรยี นได้สบื คน้ ลงในใบกิจกรรม

รหสั ชนดิ พลำสตกิ มอนอเมอร์

พอลเิ มอร์

คณุ สมบตั ขิ องพอลเิ มอร์
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ผลติ ภณั ฑ์ท่มี สี ญั ลกั ษณ์

...................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน ร่วมกบั สะเต็มศกึ ษา

รายวชิ า ว31102 เคมีพื้นฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 สารประกอบอนิ ทรยี ์และสมบัติของพอลเิ มอร์ ปกี ารศกึ ษา 2565

เร่ือง การแกไ้ ขปัญหาจากสารประกอบอินทรยี โ์ ดยใชส้ มบัติของพอลิเมอร์ จำนวน 8 ชัว่ โมง

ผสู้ อน ปส.ภานสุ รณ์ คีรเี พ็ชร์ อาจารย์พีเ่ ล้ียง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร

กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี

2. ตวั ชี้วดั
ว 2.1 ม.5/18 วเิ คราะห์และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโครงสรา้ งกับสมบตั ิเทอร์มอพลาสติกและเทอร์

มอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลเิ มอรไ์ ปใชป้ ระโยชน์
ว 2.1 ม.5/19 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ

ส่งิ แวดลอ้ ม พรอ้ มแนวทางปอ้ งกันแก้ไข

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. วเิ คราะหป์ ัญหาทเ่ี กดิ จากสารประกอบอินทรยี ์ในบรบิ ทชมุ ชนภายในจังหวดั ปัตตานีได้ (P)
2. อธบิ ายถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดจากสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลิเมอรต์ ่อสง่ิ มีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ มได้ (K)
3. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ งกับสมบตั ิเทอร์มอพลาสติกและเทอรม์ อเซตของพอลิเมอร์ได้ (K)
4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ วิธีการในการสร้างชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย แหล่งสารสนเทศท่ี

นา่ เชอ่ื ถอื (P)
5. วางแผนขั้นตอน กระบวนการสร้างชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ท่ีมีอยู่ใบชุมชน

ในการแกป้ ญั หาน้ำเสียทเี่ กิดขน้ึ ได้อยา่ งเหมาะสม (P)
6. ออกแบบชดุ บำบดั น้ำเสยี อยา่ งง่าย โดยกระบวนการททางวิทยาศาสตรอ์ ยา่ งเหมาะสม (P)
7. ทดลองผลติ ชุดบำบดั น้ำเสียอยา่ งง่าย โดยใช้วสั ดแุ ละอปุ กรณใ์ นบรเิ วณชุมชนได้ (P)
8. คำนวณรอ้ ยละความเขม้ แสงจากการบำบดั น้ำเสียจากชดุ บำบัดน้ำเสียอยา่ งงา่ ยทีส่ รา้ งขน้ึ มาได้ (P)
9. อภิปรายประโยชน์การสร้างชุดบำบัดนำ้ เสยี อย่างง่าย และประยกุ ต์ความรู้เร่ืองประเภท โครงสร้าง

และสมบัติของพอลิเมอรไ์ ด้อย่างเหมาะสม (A)

4. สาระสำคญั
บรรจภุ ัณฑ์สำหรับอาหารส่วนใหญ่ ทำมาจากพลาสตกิ ซง่ึ เปน็ พอลเิ มอรส์ ังเคราะห์ มที ัง้ ชนดิ พอลิเมอร์

เทอร์มอพลาสติกและพอลิเมอร์เทอร์มอเซตซึง่ ใช้งานได้แตกต่างกัน พลาสติกย่อยสลายไดย้ ากและมีการใช้ใน
ปริมาณมาก จึงก่อให้เกิดปัญหาขยะ การลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการช่วยปัญหา
ได้ทางหน่ึง

5. สาระการเรยี นรู้
น้ำ เปน็ ปจั จัยสำคญั ในการดำรงชีวติ น้ำถูกนำมาใชใ้ นการอปุ โภคและบริโภค และน้ำเมอ่ื ใชแ้ ลว้ กจ็ ะถูก

ปล่อยทิ้ง ออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอีกคร้ังหนึ่งระบบหมุนเวียนดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น เมื่อถูกนำมาใช้
ในครวั เรอื นการเกษตร และการอุตสาหกรรม ในอัตราสูงและถูกปล่อยทิ้งลงสู่แหลง่ น้ำในลักษณะ ของน้ำเสียที่
มีปริมาณมากเกินขีดความสามารถทีแ่ หล่งน้ำธรรมชาติจะปรับตัวไดท้ ัน ทำให้แหล่งน้ำมีคุณภาพเลวลงและใน
ท่สี ดุ กก็ ลายเปน็ นำ้ เนา่ เสยี สิ่งมชี ีวิตทเ่ี คยอาศยั อยใู่ นนำ้ ก็ไม่อาจดำรงชีวติ อยตู่ อ่ ไปไดอ้ ีก

น้ำเสีย หมายถึง น้ำที่มีสารใด ๆ หรือสิ่งปฏิกูลที่ไม่พึงปรารถนาปนอยู่ การปนเปื้อนของสิ่งสกปรก
เหล่านี้ จะทำให้ คุณสมบัติของน้ำเปลี่ยนแปลงไปจนอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ สิ่ง
ปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำเสีย ได้แก่ น้ำมัน ไขมัน ผงซักฟอก สบู่ ยาฆ่าแมลง สารอินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเหม็ น
และเช้อื โรคตา่ ง ๆ สำหรบั แหล่งที่มาของ นำ้ เสยี พอจะแบง่ ได้เป็น 2 แหลง่ ใหญ่ ๆ ดงั น้ี

1. น้ำเสียจากแหล่งชุมชน มาจากกิจกรรมสำหรับการดำรงชีวิตของคนเรา เช่น อาคารบ้านเรือน
หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม ตลาดสด โรงพยาบาล เป็นต้น จากการศึกษาพบว่าความเน่าเสี ยของ
คูคลองเกิดจากน้ำเสียประเภทนี้ ถงึ ประมาณ 75%

2. น้ำเสียจากกิจกรรมอุตสาหกรรม ได้แก่น้ำเสียจากขบวนผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมรวมท้ัง
น้ำหล่อเย็นที่มี ความร้อนสูง และน้ำเสียจากห้องน้ำห้องส้วมของคนงานด้วยความเน่าเสยี ของคุคลองเกิดจาก
น้ำเสียประเภทน้ีประมาณ 25% แม้จะมปี รมิ าณไม่มากนัก แตส่ ิ่งสกปรกในนำ้ เสยี จะเปน็ พวกสารเคมีที่เป็นพิษ
และพวกโลหะหนกั ต่าง ๆ รวมทงั้ พวก สารอนิ ทรยี ์ต่าง ๆ ที่มคี วามเขม้ ข้นสูงด้วย

การบำบัดนำ้ เสยี ใหเ้ ป็นน้ำทสี่ ะอาดก่อนปล่อยท้ิงเป็นวธิ ีการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำลำคลองเน่า
เสีย โดยอาศัยกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อลดหรือทำลายความสกปรกที่ปนเปื้อนอยู่ในห้องน้ำได้แก่ ไขมัน น้ำมัน
สารอนิ ทรีย์ สารอนนิ ทรีย์ สารพษิ รวมทงั้ เชอื้ โรคต่างๆ ใหห้ มดไปหรอื ให้เหลือนอ้ ยท่ีสุดเม่ือปล่อยท้ิงลงสู่แหล่ง
นำ้ กจ็ ะไมท่ ำใหแ้ หลง่ น้ำนัน้ เน่าเสีย อีกต่อไป

เนื่องจากน้ำเสียมีแหล่งที่มาแตกต่างกันจึงทำให้มีปริมาณและความสกปรกของน้ำเสียแตกต่างกันไป
ด้วยในการ ปรับปรุง คุณภาพของน้ำเสียจำเป็นจะต้องเลือกวิธกี ารที่เหมาะสมสำหรับกรรมวิธีในการปรับปรุง
คุณภาพของนำ้ เสียนัน้ ก็มหี ลายวิธีดว้ ยกนั

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
3. มจี ติ สาธารณะ

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (วธิ ีการสอนแบบ โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน ร่วมกบั สะเต็มศกึ ษา)
1. กำหนดปญั หา (ชั่วโมงที่ 1)
1.1 นักเรียนสังเกตภาพน้ำบริเวณทะเลรูสะมิแล จังหวัดปัตตานี , ภาพน้ำคลอง 200

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนย์อาหารลานอิฐ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี แลว้ ร่วมกนั ทบทวนปัญหาท่ีเกิดขนึ้ จากสถานการณ์ดังภาพ

- จ า ก ภ า พ บ ร ิ เ ว ณ ท ะ เ ล ร ู ส ะ ม ิ แ ล จ ั ง ห ว ั ด ป ั ต ต า นี , ภ า พ น ้ ำ ค ล อ ง 2 0 0
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี , ภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนย์อาหารลานอิฐ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เกิดปัญหาอะไรขึ้น (แนวคำตอบ : เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย
สง่ ผลใหร้ ะบบนิเวศทางนำ้ แย่ลง)

- นักเรียนคิดว่าสาเหตุที่ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย มาจากสาเหตุใด (แนว
คำตอบ : เกดิ จากการทง้ิ ของเสียลงสแู่ หลง่ น้ำโดยตรง โดยไมผ่ ่านการบำบัดกอ่ น)

- นักเรียนคิดว่ามีวิธีใดที่ทำให้แหล่งน้ำบริเวณดังกล่าว มีสภาพที่ดีขึ้น (แนวคำตอบ :
ตอ้ งมีการบำบัดน้ำกอ่ นทำการทง้ิ ลงสู่แหลง่ นำ้ ธรรมชาติ)

ภาพที่ 1 ภาพน้ำบริเวณทะเลรสู ะมแิ ล จังหวดั ปัตตานี
(ถ่ายเมื่อ 29 สงิ หาคม พ.ศ.2565)

ภาพที่ 2 ภาพนำ้ คลอง 200 มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี
(ถา่ ยเมื่อ 29 สงิ หาคม พ.ศ.2565)

ภาพที่ 3 ภาพนำ้ และท่อระบายนำ้ ศูนย์อาหารลานอฐิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
(ถา่ ยเม่ือ 29 สิงหาคม พ.ศ.2565)

2. ทำความเข้าใจปญั หา (ชวั่ โมงที่ 2)
2.1 นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหป์ ญั หาท่ีเกดิ ขึน้ ว่ามีจุดเร่มิ ต้นของปญั หาจากอะไร
- นักเรียนคิดว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นที่บริเวณทะเลรูสะมิแล จังหวัดปัตตานี, ภาพน้ำ

คลอง 200 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, ภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศูนย์อาหารลานอิฐ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีที่มาจากแหล่งใด (แนวคำตอบ : มาจากผู้คนในบริเวณ
ชมุ ชน มีการใช้น้ำแล้วท้งิ ลงสู่แหลง่ น้ำธรรมชาติ โดยไมม่ กี ารบำบัดก่อนลงสู่แม่น้ำธรรมชาติ)

- นักเรียนคิดว่า มีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้ลดปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นในบริเวณชุมชน
(แนวคำตอบ : มาจากผู้คนในบริเวณชุมชน มีการใช้น้ำแล้วทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่มีการบำบัด
กอ่ นลงสู่แม่น้ำธรรมชาติ)

3. ดำเนินการศกึ ษาคน้ ควา้ (ชว่ั โมงท่ี 3)
3.1 นกั เรยี นชมวดี โิ อ “ทำเครือ่ งกรองนำ้ | บุพเพสนั นวิ าส EP.7” แล้วร่วมกนั ตอบคำถามในประเดน็

ต่อไปน้ี

ภาพท่ี 4 FIN | ทำเคร่ืองกรองน้ำ | บุพเพสนั นวิ าส EP.7 | Ch3Thailand
(ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=Dv7LFcoafYk สบื ค้นเมื่อ 25 สงิ หาคม พ.ศ.2565)

- เพราะเหตใุ ด จึงตอ้ งมีการสรา้ งเครื่องกรองน้ำ (แนวคำตอบ : เพอ่ื ใหน้ ำ้ ท่ีนำมาจากแหล่ง
ธรรมชาติ มีลักษณะใสขึน้ เมื่อผา่ นเครอื่ งกรองน้ำ)

- นักเรียนคิดว่า เราสามารถแก้ปัญหาการทิ้งน้ำเน่าเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างไร
(แนวคำตอบ : สร้างชุดบำบัดน้ำเสยี เพ่ือใหน้ ้ำมีความสะอาดมากข้ึนกอ่ นทงิ้ ลงส่แู หล่งนำ้ ธรรมชาติ)

3.2 นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 5-6 คน สืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกับวสั ดธุ รรมชาติ ในการสร้างชุดบำบดั น้ำเสีย
ราคาประหยัด

3.3 นักเรียนแต่ละกลุ่ม นำเสนอการออกแบบชุดบำบัดน้ำเสียที่ได้ออกแบบในใบกจิ กรรม “ชุดบำบัด
นำ้ เสยี สดุ เจง๋ !!” ภายในช้ันเรียน พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบต่อการเลือกวสั ดุทีใ่ ชใ้ นการสร้างชุดบำบัดนำ้ เสีย

ภาพที่ 4 ใบกิจกรรม “ชุดบำบัดนำ้ เสยี สุดเจ๋ง !!”

4. สงั เคราะห์ความรู้ (ชวั่ โมงที่ 4-5)
4.1 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สร้างชดุ บำบดั นำ้ เสีย โดยมรี ะยะเวลา 1 ชว่ั โมง
4.2 นักเรียนทำการทดสอบชุดบำบัดน้ำเสีย แต่ละกลุ่มรับน้ำเสีย ปริมาตร 600 mL ซึ่งจะเป็นน้ำเสยี

และคราบน้ำมัน โดยจะใช้แอพลิเคชัน LightMeter ในการวัดความเข้มแสง ซึ่งจะวัดน้ำเสียก่อนการบำบัด
และหลงั การบำบัด อย่างละ 3 ครั้ง แล้วนำมาหาค่าเฉล่ยี ลงในแบบบันทึกผลการทดสอบบำบดั นำ้ เสีย

ตัวอยา่ งนำ้ กอ่ นการบำบดั ตัวอย่างน้ำหลงั การบำบดั

ลักษณะของตัวอยา่ งนำ้ คา่ ความเขม้ ของ ลักษณะของตัวอย่างนำ้ คา่ ความเขม้ ของแสง
แสงสวา่ งท่ีได้ สวา่ งที่ได้ (LUX)

(LUX)

ครั้งท่ี 1 คร้ังที่ 1

ครั้งที่ 2 ครั้งท่ี 2

คร้งั ท่ี 3 ครงั้ ท่ี 3

เฉล่ีย เฉลีย่

4.3 นกั เรยี นคำนวณเปอรเ์ ซ็นการบำบดั จากสูตร

เปอร์เซ็นการบำบดั (%) = คา่ LUX หลงั การบำบดั - คา่ LUX กอ่ นการบำบัด × 100
ค่า LUX กอ่ นการบำบดั

5. สรปุ และประเมินค่าของคำตอบ (ชว่ั โมงท่ี 6-7)

5.1 นักเรียนร่วมกันสะท้อนความคิดตามแนวคิดสะเต็ม ผ่านใบกิจกรรม สะท้อนแนวคิดกิจกรรม

“ชดุ บำบัดน้ำเสยี สุดเจง๋ !!”

ภาพที่ 5 ใบกิจกรรม สะทอ้ นแนวคิดกจิ กรรม “ชุดบำบัดน้ำเสีย สุดเจ๋ง!!”

6. นำเสนอและประเมนิ ผลงาน (ช่ัวโมงที่ 8)
6.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายรูปชุดบำบัดน้ำเสีย พร้อมทั้งหลักการการออกแบบชุดบำบัดน้ำเสีย ลงใน

padlet

9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. สไลดป์ ระกอบการสอน เรือ่ ง การแก้ไขปญั หาจากสารประกอบอินทรียโ์ ดยใช้สมบัตขิ องพอลเิ มอร์
2. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ เลม่ 1
3. ภาพน้ำบริเวณทะเลรสู ะมแิ ล จงั หวัดปตั ตานี
4. ภาพน้ำคลอง 200 มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
5. ภาพน้ำและท่อระบายน้ำ ศนู ย์อาหารลานอฐิ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปัตตานี
6. วดี ิโอ “ทำเครื่องกรองนำ้ | บพุ เพสนั นวิ าส EP.7”
7. ใบกิจกรรม “ชุดบำบดั นำ้ เสียสุดเจง๋ !!”
8. แบบบนั ทึกผลการทดสอบบำบัดน้ำเสยี
9. แอพลเิ คชัน LightMeter
10. ใบกจิ กรรม สะท้อนแนวคิดกิจกรรม “ชุดบำบดั น้ำเสยี สุดเจง๋ !!”
11. แอพลเิ คชัน padlet

10. การวัดผลและการประเมนิ ผล

สงิ่ ทตี่ ้องการวดั /ประเมนิ วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือที่ใช้วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจาก 1. สังเกตการตอบคำถาม ประเมินในระดับ 2
1. ชดุ คำถาม ขน้ึ ไป
สารประกอบอินทรีย์ในบริบท จากการทำกจิ กรรม
ชุมชนภายในจังหวัดปัตตานีได้ 1. ชุดคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
(P) ขน้ึ ไป

2. อธิบายถึงผลกระทบที่เกิดจาก 1. สังเกตการตอบคำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประเมินในระดับ 2
สารประกอบอินทรีย์และพอลิ จากการทำกิจกรรม ขึ้นไป

เมอร์ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ได้ (K)

3. อธิบายความสัมพันธ์ของ 1. สงั เกตการตอบคำถาม

โครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอ จากการทำกจิ กรรม

สงิ่ ทต่ี ้องการวดั /ประเมนิ วิธีการวดั เครอ่ื งมือท่ใี ช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน

พลาสติกและเทอร์มอเซตของพอ 1. ใบกิจกรรม “ชดุ นักเรียนผ่านเกณฑ์
บำบดั น้ำเสียสดุ เจง๋ ประเมินในระดับ 2
ลเิ มอรไ์ ด้ (K) !!” ขน้ึ ไป

4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ 1. ตรวจใบกจิ กรรม “ชดุ

วิธีการในการสร้างชุดบำบัดน้ำ บำบดั น้ำเสยี สุดเจง๋ !!”

เสียอย่างง่าย แหล่งสารสนเทศที่

น่าเชอ่ื ถือ (P)

5. วางแผนขั้นตอน กระบวนการ 1. ตรวจใบกจิ กรรม “ชดุ 1. ใบกิจกรรม “ชุด นักเรียนผ่านเกณฑ์

สร้างชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย บำบดั น้ำเสียสดุ เจ๋ง !!” บำบดั น้ำเสยี สุดเจง๋ ประเมินในระดับ 2
โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ใบ !!” ขึ้นไป

ชุมชน ในการแก้ปัญหาน้ำเสียที่

เกิดขึ้นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)

6. ออกแบบชุดบำบัดนำ้ เสียอย่าง 1. ตรวจใบกิจกรรม “ชุด 1. ใบกิจกรรม “ชดุ นักเรียนผ่านเกณฑ์

ง่าย โดยกระบวนการททาง บำบัดน้ำเสียสุดเจ๋ง !!” บำบัดนำ้ เสียสดุ เจง๋ ประเมินในระดับ 2
วทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งเหมาะสม (P) !!” ขึ้นไป

7. ทดลองผลิตชุดบำบัดน้ำเสีย 1. สงั เกตการสร้างชุด 1. แบบบันทึกผลการ นักเรียนผ่านเกณฑ์

อย่างง่าย โดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ บำบดั น้ำเสยี ทดสอบบำบัดนำ้ เสยี ประเมินในระดับ 2

ในบริเวณชมุ ชนได้ (P) 2. ตรวจแบบบนั ทึกผลการ ขึ้นไป

ทดสอบบำบดั น้ำเสยี

8. คำนวณร้อยละความเข้มแสง 2. ตรวจแบบบนั ทึกผลการ 1. แบบบันทึกผลการ นักเรียนผ่านเกณฑ์

จากการบำบัดน้ำเสียจากชุด ทดสอบบำบัดน้ำเสยี ทดสอบบำบดั นำ้ เสีย ประเมินในระดับ 2
บำบัดน้ำเสียอย่างง่ายที่สร้าง ขนึ้ ไป

ขึน้ มาได้ (P)

9. อภิปรายประโยชนก์ ารสร้างชุด 1. ตรวจใบกิจกรรม 1. ใบกิจกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์

บำบัดน้ำเสียอย่างง่าย และ สะทอ้ นแนวคดิ กิจกรรม สะทอ้ นแนวคิด ประเมินในระดับ 2
กจิ กรรม “ชดุ บำบดั ขน้ึ ไป
ประยุกต์ความรู้เรื่องประเภท “ชดุ บำบัดนำ้ เสยี สุด น้ำเสีย สดุ เจง๋ !!”
โครงสร้างและสมบัติของพอลิ เจง๋ !!”
เมอร์ได้อย่างเหมาะสม ( A)

แบบประเมนิ การทำกจิ กรรม

รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากสารประกอบอินทรีย์ในบริบทชุมชนภายใน
จงั หวดั ปัตตานีได้ (P)
2. อธิบายถึงผลกระทบที่เกิดจากสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ต่อ
ส่ิงมีชีวติ และสิ่งแวดล้อมได้ (K)
3. อธิบายความสัมพันธ์ของโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์
มอเซตของพอลิเมอรไ์ ด้ (K)
4. สืบค้นข้อมูลเกย่ี วกับอุปกรณ์ วธิ ีการในการสรา้ งชุดบำบดั น้ำเสียอย่างง่าย
แหล่งสารสนเทศทีน่ า่ เชื่อถอื (P)
5. วางแผนขั้นตอน กระบวนการสร้างชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย โดยใช้วัสดุ
อุปกรณ์ที่มีอยู่ใบชุมชน ในการแก้ปัญหาน้ำเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
(P)
6. ออกแบบชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย โดยกระบวนการททางวิทยาศาสตร์
อย่างเหมาะสม (P)
7. ทดลองผลิตชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย โดยใช้วัสดุและอุปกรณ์ในบริเวณ
ชมุ ชนได้ (P)
8. คำนวณร้อยละความเข้มแสงจากการบำบัดน้ำเสียจากชุดบำบัดน้ำเสีย
อยา่ งงา่ ยท่สี รา้ งข้นึ มาได้ (P)
9. อภิปรายประโยชน์การสร้างชุดบำบัดน้ำเสียอย่างง่าย และประยุกต์
ความรู้เรื่องประเภท โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ได้อย่างเหมาะสม
(A)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ผสู้ ังเกต
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ..................................................
(………………………………………………………..)
9-12 ดี ตำแหนง่ ....................................................
5-8 พอใช้ วันท่.ี ........../................./....................
0-4 ปรับปรุง

บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4/2
............................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..

ลงช่ือ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรเี พ็ชร์)
นักศึกษาปฏบิ ัติการสอน

วันท่ี.........../............../..............
ความคิดเหน็ อาจารย์พเ่ี ล้ยี ง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่อื ............................................................
(อ.ทรงธรรม แก้วประถม)
อาจารย์พเี่ ลี้ยง

วันท.่ี ........../............../................

ชุ ดบำบดั นำ้ เสยี สดุ เจ๋ง !!

ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นออกแบบชุ ดบำบดั น้ำเสยี พรอ้ มเลอื กวสั ดุท่เี หมำะสมต่อกำรบำบดั นำ้ เสยี

ตำมควำมคดิ ของนกั เรยี น

ชุ ดบำบดั น้ำเสยี ท่นี กั เรยี นออกแบบ

วสั ดทุ ่เี ลอื กใช้ในกำรสรำ้ งชุ ดบำบดั นำ้ เสยี


Click to View FlipBook Version