ฟลอู อรีน F 19.00 ก๊าซสีเหลอื งอ่อน -220 1.51* อโลหะ มาก
ไม่เกดิ
นอี อน Ne 20.18 ก๊าซไมม่ สี ี -249 1.20* อโลหะ มาก
มาก
โซเดียม Na 22.99 ของแข็งสีเงิน 98 0.97 โลหะ ปานกลาง
ปานกลาง
แมกนีเซยี ม Mg 24.31 ของแข็งสเี งิน 650 1.74 โลหะ มาก
ปานกลาง
อะลมู เิ นยี ม Al 26.98 ของแขง็ สเี งิน 660 2.70 โลหะ มาก
มาก
ซลิ ิคอน Si 28.09 ของแขง็ สีเทา 1410 2.33 ก่งึ โลหะ ไม่เกดิ
มาก
ฟอสฟอรสั P 30.97 ของแขง็ สีขาว 44 1.82 อโลหะ
กำมะถัน S 32.06 ของแขง็ สีเหลือง 113 1.96 อโลหะ
คลอรนี Cl 35.45 กา๊ ซสเี ขียวออ่ น -101 1.56* อโลหะ
โพแทสเซยี ม K 39.10 ของแข็งสีเงิน 64 0.86 โลหะ
อาร์กอน Ar 39.95 กา๊ ซไมม่ สี ี -189 1.40 อโลหะ
แคลเซียม Ca 40.08 ของแขง็ สขี าว 838 1.55 โลหะ
นอกจากนยี้ งั ได้พิจารณาสมบัตเิ กีย่ วกบั ความมนั วาว การนำความร้อน การนำไฟฟ้า และความเหนียว
ของธาตุบางชนิด
ธาตุ ความมนั วาว การนำความรอ้ น การนำไฟฟ้า ความเหนยี ว
Al เปน็ มนั วาว นำไดด้ ี นำได้ดี เหนยี ว
Mg เปน็ มนั วาว นำไดด้ ี นำได้ดี เหนียว
C (แกรไฟต์) ไม่มนั วาว นำไดด้ ี นำได้ดี เปราะ
S ไม่มนั วาว ไมน่ ำ ไมน่ ำ เปราะ
P ไมม่ ันวาว ไม่นำ ไม่นำ เปราะ
การเกดิ และสมบัตขิ องสารประกอบคลอไรด์ ออกไซดข์ องธาตุในคาบที่ 2 และคาบท่ี 3 สรุปไดด้ งั นี้
1. เนอื่ งจากในคาบเดียวกันประกอบด้วยโลหะ (ทางซ้าย) ก่งึ โลหะ และอโลหะ (ทางขวา) แต่ละธาตุมี
เวเลนซ์อิเล็กตรอนไม่เท่ากัน ดังนั้นการเกิดสารประกอบของธาตุในคาบเดียวกันจึงต่างกันและสารประกอบที่
ไดส้ ว่ นใหญม่ สี มบตั ิต่างกัน
2. อโลหะซึ่งอยู่ทางขวาทำปฏิกิริยากับธาตุชนิดหนึ่งเกิดสารประกอบได้หลายชนิด จึงทำให้มีเลข
ออกซเิ ดชันได้หลายค่า สว่ นธาตุโลหะซงึ่ อย่ทู างซ้าย เมอ่ื ทำปฏกิ ิรยิ ากับอโลหะชนิดหนึ่งมักเกดิ สารประกอบได้
ชนดิ เดยี ว จึงทำใหม้ ีเลขออกซิเดชันได้เพียงค่าเดียว
3. สารประกอบคลอไรด์ และออกไซด์ ของโลหะเป็นสารประกอบไอออนิก ยกเว้น BeCl2 เป็น
สารประกอบโคเวเลนต์ จงึ มจี ดุ หลอมเหลวและจดุ เดอื ดสงู เพราะการหลอมเหลวและการเดอื ดต้องสลายพันธะ
ไอออนิก ซึ่งเป็นพันธะที่แข็งแรง ส่วนสารประกอบคลอไรด์และออกไซด์ของอโลหะ เป็นสารประกอบ
โคเวเลนต์ จึงมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำ เพราะการหลอมเหลวและการเดือดทำลายเพียงแรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างโมเลกุล ซึ่งอาจเป็นแรงแวนเดอร์วาลส์ชนิดแรงลอนดอน ( โมเลกุลไม่มีขั้ว ) หรือแรงแวนเดอร์วา ลส์
ชนดิ แรงดงึ ดูดระหว่างขว้ั บวกกับขว้ั ลบของโมเลกุล ( โมเลกุลมีขวั้ ) เน่อื งจากแรงแวนเดอรว์ าลสเ์ ป็นแรงท่ีอ่อน
จึงทำให้สารประกอบของอโลหะมีจุดหลอมเหลว จุดเดือดต่ำ ยกเว้นโมเลกุลที่มีมวลโมเลกุลมาก เช่น P2O5 ,
P2S5 , PCl5 มีจุดหลอมเหลวค่อนข้างสูง สำหรับสารประกอบของธาตุกึ่งโลหะ คือ B และ Si บางชนิดมีจุด
หลอมเหลวจุดเดือดคอ่ นขา้ งสูง ได้แก่ B2O3 , B2S3 บางชนิดมีจดุ หลอมเหลวจุดเดอื ดสูงมาก ไดแ้ ก่ SiO2 เพราะ
เปน็ สารโครงผลกึ ร่างตาขา่ ย แต่บางชนิดมีจดุ หลอมเหลวต่ำ ไดแ้ ก่ BCl3 , SiCl4
4. สารประกอบของธาตุที่เป็นโลหะที่ภาวะปกติมีสถานะเป็นของแข็ง ไม่นำไฟฟ้า แต่เมื่อหลอมเหลว
นำไฟฟา้ ได้ เพราะเปน็ สารประกอบไอออนิก สว่ นสารประกอบของธาตทุ ี่เปน็ อโลหะสว่ นใหญ่มสี ถานะเป็นก๊าซ
หรอื ของเหลว เพราะเป็นสารประกอบโคเวเลนต์
5. สารละลายของสารประกอบออกไซด์ของโลหะ ส่วนใหญ่มีสมบัติเป็นเบส (เบสิกออกไซด์)
สว่ นสารประกอบออกไซด์ของอโลหะมสี มบตั ิเป็นกรด
6. สารประกอบของธาตุในคาบที่ 2 และคาบที่ 3 บางชนิดไม่ละลายน้ำ ได้แก่ BeO , Al2O3 , SiO2 ,
BeS , CS2 , P2S5 , NCl3 และ CCl4
7. SiO2 ไม่ละลายน้ำ แต่มีสมบัติเป็นกรด เพราะ SiO2 สามารถละลายในสารละลายเบสได้
(ทำปฏิกริ ิยากับเบสได้) เชน่ สารละลาย NaOH
8. BeO และ Al2O3 ไมล่ ะลายนำ้ แต่มีสมบตั เิ ป็นได้ทัง้ กรดและเบส เพราะ BeO และ Al2O3 ละลายได้
ท้งั สารสารละลายกรด เชน่ สารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) และสารละลายเบส เชน่ สารละลายโซเดียมไฮ
ดรอกไซด์ (NaOH) (ทำปฏิกิริยากบั สารละลายกรดและสารละลายเบสได้)
9. สารประกอบคลอไรด์ของโลหะมีสถานะเป็นของแข็ง มีจุดหลอมเหลว จุดเดือดสูง เพราะเป็น
สารประกอบไอออนิก ส่วนสารประกอบคลอไรด์ของอโลหะ ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นก๊าซหรือของเหลว มีจุด
เดือด จดุ หลอมเหลวต่ำ ส่วนคลอไรด์ของกึ่งโลหะ ( BCl3 และ SiCl4 ) มีสถานะเปน็ ของเหลว มีจุดหลอมเหลว
จดุ เดอื ดตำ่ เพราะคลอไรด์ของอโลหะและของกึ่งโลหะเปน็ สารประกอบโคเวเลนต์
10. สารประกอบคลอไรด์ของโลหะมีสมบัตเิ ป็นกลางหรือกรด (คลอไรดข์ องหมู่ IA และ IIA เป็นกลาง
ยกเว้น BeCl2 ซึ่งเป็นสารประกอบโคเวเลนต์เป็นกรด และคลอไรด์ของโลหะหมู่ IIIA เป็นกรด) ส่วนคลอไรด์
ของอโลหะมสี มบัติเปน็ กรด
11. แนวโน้มความเป็นกรดและความเป็นเบสของสารประกอบออกไซด์ในตารางธาตุ คือ ความเป็น
กรดเพิ่มข้ึนจากซ้ายไปขวาภายในคาบเดียวกัน และความเป็นกรดลดลงจากบนลงล่างภายในหมู่เดียวกัน ส่วน
ความเป็นเบสลดลงจากซ้ายไปขวาภายในคาบเดียวกันและเพิ่มขึ้นจากบนลงล่างภายในหมู่เดียวกัน (แนวโน้ม
ความเป็นกรดของสารประกอบออกไซด์ เหมือนแนวโน้มของความเปน็ อโลหะ ส่วนแนวโน้มความเปน็ เบสของ
สารประกอบออกไซดเ์ หมือนแนวโนม้ ของความเป็นโลหะ)
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (วธิ กี ารสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนสังเกตวีดทิ ัศน์ เรื่อง “ชัวร์ก่อนแชร์ : เตือนห้ามใชน้ ้ำยาล้างห้องนำ้ ผสมน้ำยาซักผ้าขาว
จริงหรอื ?” จากกน้นั รว่ มกนั อภิปราย ในประเดน็ คำถามตอ่ ไปน้ี
ภาพที่ 1 ภาพววี ทิ ศั น์ชัวรก์ อ่ นแชร์ : เตอื นห้ามใช้นำ้ ยาลา้ งห้องนำ้ ผสมน้ำยาซักผ้าขาว จรงิ หรือ ?
(ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=TG6v2zfRGAk สบื คน้ เมื่อ 12 มิถุนายน พ.ศ.2565)
- จากวีดิทัศน์ เป็นการทดลองของสารอะไร (แนวคำตอบ : น้ำยาฟอกขาว (NaOCl) และ
น้ำยาลา้ งห้องนำ้ (HCl))
- สารทีเ่ กิดข้ึนจากการทดลอง คอื สารอะไร (แนวคำตอบ : แกส๊ คลอรีน (Cl2))
- ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น คืออะไร (แนวคำตอบ : NaOCl (l) + 2HCl (aq) → H2O (l)
+ Cl2 (g) + NaCl (aq))
- แก๊สคลอรีน (Cl2) ที่เกิดขึ้นมีสมบัติอย่างไร (แนวคำตอบ : มีกลิ่นฉุน มีสีเขียวปนเหลือง
หากสูดดมเข้าไป สง่ ผลไปทำลายระบบหายใจ)
- แก๊สคลอรีน (Cl2) ที่เกิดขึ้น เป็นธาตุที่อยู่ในรูปโมเลกุลที่อยู่ในหมู่ใดในตารางธาตุ
(แนวคำตอบ : หมู่ 7A)
- นักเรียนคิดว่าธาตุหรือสารประกอบของธาตุแต่ละหมู่มีสมบัติแตกต่างกันหรือไม่ (แนว
คำตอบ : แตกต่างกัน)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ 8 กลุ่ม สืบค้นข้อมูลเก่ียวกบั สมบัตขิ องธาตุและสารประกอบของหม่ทู ี่
ภายในกลุ่มได้รับ โดยวิธีการจับฉลาก ซึ่งสามารถสืบค้นจากหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต จากนั้นนักเรียนร่วมกัน
จัดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์หรือ metaverse ผ่านเว็บไซต์ https://spatial.io/ โดยมีประเด็นในการ
นำเสนอดงั ตอ่ ไปนี้ หมู่ ช่อื หมสู่ มบตั ขิ องธาตุ สารประกอบของหมู๋ทไี่ ด้ การนำสารประกอบไปใช้ประโยชน์
2.2 ก่อนที่นักเรียนจะจัดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์นั้น นักเรียนภายในกลุ่มจะต้องทำการสืบค้น
ข้อมูลของสมบัติของธาตุและสารประกอบที่ได้รับ ลงในกระดาษเพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้างในการ
นำเสนอ โยครจู ะแจกกระดาษใหน้ กั เรยี นในการออกแบบ metaverse
ภาพท่ี 2 ภาพประกอบ metaverse
(ที่มา : https://spatial.io/ สืบค้นเม่อื 12 มถิ นุ ายน พ.ศ.2565)
2.3 นักเรียนศึกษานิทรรศการรูปแบบออนไลน์หรือ metaverse ของกลุ่มที่ได้หมู่ต่าง ๆ ภายในห้อง
ของตนเอง จากน้ันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอนิทรรศการรูปแบบออนไลน์ให้เพื่อนภายใรนห้อง โดยที่
นกั เรยี นภายในหอ้ งสามารถเข้ารับชมนิทรรศการรปู แบบออนไลน์ จากลิงกเ์ ข้ารบั ชมของแตล่ ะกลุ่ม
3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation state)
3.3 นกั เรยี นรว่ มกันลงข้อสรุปเก่ียวกับสมบตั ิของธาตุและสารประกอบ ในประเดน็ ต่อไปนี้
- ธาตเุ รพรีเซนเททีฟ แต่ละหมู่ มชี อ่ื เรียกเฉพาะอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : หมู่ 1A เรียกว่า โลหะแอลคาไล (Alkali metals) ยกเวน้ H (ไฮโดรเจน),
หมู่ 2A เรียกว่า โลหะแอลคาไลน์ เอริ ท์ (Alkaline earth metals),
หมู่ 3A เรียกว่า ไทรเอิล หรือ กลุ่มโบรอน หรือ โลหะเบา (Triel or Boron group or
light metals),
หมู่ 4A เรยี กวา่ เทเทรลิ หรอื ตระกูลคารบ์ อน (Tetrel or Carbon group/family),
หมู่ 5A เรยี กวา่ เพนเทิล หรอื ตระกูลไนโตรเจน (Pentel or Nitrogen group/family),
หมู่ 6A เรียกว่า คลั โคเจน (Chalcogens),
หมู่ 7A เรยี กวา่ แฮโลเจน (Halogens),
หมู่ 8A เรียกว่า แก๊สมีตระกูลหรือแกส๊ เฉ่อื ย (Nobel gases or inert gases))
- ธาตุหมู่ 1A หรือ โลหะแอลคาไล (Alkali metals) มีลักษณะและสมบัติอย่างไรบ้าง
(แนวคำตอบ : ส่วนใหญ่มีสีเงิน เป็นโลหะเนื้ออ่อน มีความหนาแน่นต่ำ มีความว่องไวในการเกิดปฏิกริ ิยา
เคมีสูง เกิดปฏิกิริยากับธาตุหมู่ 7A ได้ดี และเกิดปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำได้ดี มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตัว
ทำให้สูญเสียอิเล็กตรอนได้งา่ ย มีความเป็นโลหะสูง มกั พบอยใู่ นรปู สารประกอบ คือ NaCl Li2O)
- ธาตุหมู่ 2A หรือ โลหะแอลคาไลน์ เอิร์ท (Alkaline earth metals) มีลักษณะและสมบัติ
อยา่ งไรบา้ ง (แนวคำตอบ : ส่วนใหญม่ ีสีเงินเป็นโลหะเนอื้ ออ่ น แตม่ ีความแขง็ และมคี วามหนาแน่นมากกว่า
ธาตุหมู่ 1A เกิดปฏิกิริยาเคมีกับน้ำและธาตุหมู่ 7A ได้ดี แต่ปฏิกิริยารุนแรงน้อยกว่าธาตุหมู่ 1A เวเลนซ์
อเิ ล็กตรอน 2 ตัว ทำให้สูญเสียอิเล็กตรอนได้งา่ ย มคี วามเปน็ โลหะท่ีดี)
- หมู่ 7A หรือ แฮโลเจน (Halogens) มีลักษณะและสมบัติอย่างไรบ้าง (แนวคำตอบ : เป็น
อโลหะที่มีความว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีสูง ในธรรมชาติมักพบธาตุหมู่ในลักษณะโมเลกุล
ซึ่งประกอบด้วย 2 อะตอม เมื่อรวมตัวกับไฮโดรเจนจะมีสมบัติเป็นกรด เช่น กรดไฮโดรคลอริก (HCI)
กรดไฮโดรฟลูออริก (HF) มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 7 ตัวทำให้รับอิเล็กตรอนจากธาตุอื่น ๆ ได้ดี
มคี วามเปน็ อโลหะสงู )
- ธาตุหมู่ 8A หรือ แก๊สมีตระกูลหรือแก๊สเฉื่อย (Nobel gases or inert gases) มีลักษณะ
และสมบัติอย่างไรบ้าง (แนวคำตอบ : มีสถานะเป็นแก๊ส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้เล็กน้อย มีความ
วอ่ งไวในการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีต่ำ มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตัว ยากต่อการสูญเสียหรือรบั อเิ ล็กตรอนเพม่ิ )
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนศึกษาการใช้ประโยชน์ของธาตุและสารประกอบของแต่ละหมู่ในชีวิตประจำวัน
จากหนงั สือเรยี นหรอื อินเตอรเ์ น็ต
ตวั อย่าง
แก๊สออกซิเจน
- บรรจุในถังชว่ ยหายใจสำหรับผปู้ ว่ ย นักประดานำ้ และนักบินอวกาศ
- รกั ษาโรค เชน่ ปอดบวม ฝีในสมอง แผลหายยากจากเบาหวาน
- ทำปฏิกิริยากับแก๊สอะเซทิลีน (C2H2) เหล็ก เพื่อให้เปลวไฟที่มีความร้อนสูงใช้ใน
การตัดและเช่อื ม
- เพ่ิมประสิทธภิ าพการเผาไหมเ้ ชื้อเพลิงในจรวดและเครอื่ งบินไอพ่น
แก๊สไนโตรเจน
- บรรจใุ นถงุ ขนมเพ่ือป้องกันความชน้ื และออกซิเจนคงความกรุบกรอบและคุณภาพ
อาหาร
- ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นงานใน
อุตสาหกรรมกับแก๊สออกซิเจนในอากาศ
- เปน็ สารตง้ั ตน้ ในการผลติ ปุ๋ยไนโตรเจน
- ทําให้เป็นไนโตรเจนเหลวที่ใช้ในกระบวนการผลติ อาหารแช่แข็งและการเกบ็ รักษา
นำ้ เชอื่ หรอื ตัวอ่อน
แก๊สมีสกลุ
- แกส๊ ฮเี ลยี ม นำไปบรรจใุ นลูกโป่งสวรรค์
- แก๊สนีออนและซนี อนใชบ้ รรจุในหลอดไฟท่ใี หแ้ สงสตี ่าง ๆ
- แก๊สอาร์กอนใช้บรรจุในหลอดไฟแบบมีไส้เพื่อป้องกันไส้หลอดทำปฏิกิริยากับ
ออกซิเจนในอากาศแลว้ เกิดการลุกไหม้
5. ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation state)
5.1 นักเรียนจัดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์หรือ metaverse ผ่านเว็บไซต์ https://spatial.io/ โดย
นกั เรียนสง่ ลิงก์เขา้ ร่วมผ่าน google classroom
9. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เรื่อง สมบัตขิ องธาตแุ ละสารประกอบ
2. metaverse เว็บไซต์ https://spatial.io/
10. การวัดผลและการประเมินผล
สงิ่ ทต่ี ้องการวัด/ประเมนิ วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื ที่ใช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 1. สังเกตการตอบคำถาม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ประโยชน์และอันตรายที่เกิดจาก จากการทำกิจกรรม 2. ตรวจนิทรรศการ ประเมินในระดับ 2
รปู แบบออนไลน์ ขน้ึ ไป
ธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรน 2. ตรวจนทิ รรศการ
ซิชันจากแหล่งสารสนเทศที่ รูปแบบออนไลน์
นา่ เชอ่ื ถอื (P)
2. อธิบายประโยชน์และอันตราย 1. สงั เกตการตอบคำถาม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ท่เี กดิ จากธาตเุ รพรีเซนเททีฟและ จากการทำกิจกรรม 2 . น ิ ท ร ร ศ ก า ร ประเมินในระดับ 2
ธาตแุ ทรนซชิ นั ได้ (K) 2. ต ร ว จ น ิ ท ร ร ศ ก า ร รปู แบบออนไลน์ ขึน้ ไป
รูปแบบออนไลน์
3. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอย่าง 1. สงั เกตการมสี ว่ นรว่ มใน 1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์
กระตือรือร้น (A) การทำกิจกรรมในชน้ั เรยี น ทำกิจกรรม ประเมินในระดับ 2
ขน้ึ ไป
1. สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์และอันตรายที่เกิดจากธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรนซิ
ชนั จากแหล่งสารสนเทศท่ีน่าเชอื่ ถือ (P)
2. อธิบายประโยชน์และอนั ตรายท่เี กิดจากธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตุแทรนซิชันได้ (K)
3. ร่วมกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รอื ร้น (A)
เกณฑก์ ารประเมินก
รายการประเมิน 3
1. สืบค้นขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั ประโยชน์และ สืบคน้ ขอ้ มูลเพ่มิ เติม สืบคน้
อันตรายที่เกิดจากธาตุเรพรีเซนเททีฟและ เก่ยี วกบั ประโยชน์และ เกี่ยวก
ธาตุแทรนซิชันจากแหล่งสารสนเทศที่ อนั ตรายทเ่ี กดิ จากธาตุ อันตรา
น่าเชอ่ื ถือ (P) เรพรเี ซนเททีฟและธาตุแท เรพรเี ซ
รนซิชนั ได้ถกู ต้องครบถ้วน รนซชิ ัน
2. อธิบายประโยชน์และอันตรายที่เกิดจาก อธิบายประโยชน์และ อธบิ าย
ธาตเุ รพรเี ซนเททฟี และธาตุแทรนซชิ นั ได้ (K) อนั ตรายท่เี กิดจากธาตุ อันตรา
เรพรีเซนเททีฟและธาตแุ ท เรพรเี ซ
รนซชิ ันได้ ถกู ต้อง รนซิชัน
ครบถ้วน ส่วน
3. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รอื ร้น (A) ร่วมกันทำกจิ กรรมในชน้ั ร่วมกัน
เรยี นอยา่ งกระตือรอื ร้น เรียนอ
และมสี ่วนร่วมต่อการทำ และมีส
กิจกรรมอย่างดีเย่ียม กิจกรร
การทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารให้คะแนน
210
นขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ สบื ค้นขอ้ มูลเพ่มิ เติม ไมส่ ามารถสบื คน้ ข้อมลู
กบั ประโยชน์และ เกย่ี วกบั ประโยชน์และ เพ่มิ เติมเก่ียวกับประโยชน์
ายท่ีเกิดจากธาตุ อันตรายทเี่ กิดจากธาตุ และอันตรายทีเ่ กิดจากธาตุ
ซนเททีฟและธาตแุ ท เรพรีเซนเททฟี และธาตแุ ท เรพรเี ซนเททีฟและธาตุแท
นถกู ต้อง 3-4 ส่วน รนซิชันถูกต้อง 2-1 สว่ น รนซชิ ันได้
ยประโยชน์และ อธบิ ายประโยชน์และ อธิบายประโยชน์และ
ายท่ีเกดิ จากธาตุ อันตรายที่เกดิ จากธาตุ อันตรายทีเ่ กิดจากธาตุ
ซนเททฟี และธาตแุ ท เรพรีเซนเททฟี และธาตุแท เรพรีเซนเททีฟและธาตุแท
นได้ ถูกต้อง 3-4 รนซิชันได้ ถกู ต้อง 1-2 รนซชิ นั หลกั ได้
ส่วน
นทำกจิ กรรมในชัน้ รว่ มกนั ทำกจิ กรรมในช้นั ไมเ่ ขา้ รว่ มกันทำกจิ กรรม
อย่างกระตือรอื ร้น เรียนอยา่ งกระตือรือร้น ในชัน้ เรียน และไม่มีสว่ น
สว่ นร่วมต่อการทำ และมีส่วนร่วมต่อการทำ ร่วมต่อการทำกิจกรรม
รมอยา่ งดี กิจกรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. สบื คน้ ขอ้ มลู เพิ่มเตมิ เก่ียวกบั ประโยชน์และอันตรายที่เกดิ จากธาตุเรพรี
เซนเททฟี และธาตแุ ทรนซชิ ันจากแหลง่ สารสนเทศท่นี ่าเชอ่ื ถือ (P)
2. อธิบายประโยชน์และอันตรายที่เกิดจากธาตุเรพรีเซนเททีฟและ
ธาตุแทรนซชิ นั ได้ (K)
3. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รือรน้ (A)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
6-9 ดี
3-5 พอใช้
0-2 ปรับปรุง
ลงชอ่ื ผู้สังเกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหนง่ ....................................................
วนั ที่.........../................./....................
บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพช็ ร์)
นกั ศกึ ษาปฏบิ ัติการสอน
วนั ท.ี่ ........../............../..............
ความคิดเห็นอาจารยพ์ เี่ ลีย้ ง
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
ลงชือ่ ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารย์พ่ีเลี้ยง
วันท่ี.........../............../................
รายวชิ า ว31102 เคมีพ้นื ฐาน แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 พนั ธะเคมี
เรือ่ ง การเกดิ พนั ธะเคมี ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4
ผสู้ อน ปส.ภานุสรณ์ ครี ีเพ็ชร์ ปกี ารศกึ ษา 2565
จำนวน 1 ชั่วโมง
อาจารยพ์ ่เี ลี้ยง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
2. ตวั ชีว้ ดั
ว 2.1 ม.5/8 ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุจำนวนคู่
อเิ ลก็ ตรอนระหวา่ งอะตอมค่รู ว่ มพันธะ จากสูตรโครงสรา้ ง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกดิ พันธะเคมีของสารได้ (K)
2. เขยี นสัญลกั ษณแ์ บบจุดของลิวอสิ ของของธาตหุ มหู่ ลกั ได้ (P)
3. ระบจุ ำนวนเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนของธาตุจากสญั ลกั ษณแ์ บบจดุ ของลิวอิสของธาตุหมหู่ ลกั ได้ (K)
4. ร่วมกันทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รือร้น (A)
4. สาระสำคัญ
สารในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ไม่อยู่ในรูปอะตอมเดี่ยว แต่จะประกอบด้วยหลายอะตอม ซึ่งอาจเป็น
อะตอมชนิดเดียวกันหรืออะตอมต่างชนิดกัน ยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะเคมี โดยพันธะเคมีมี 3 ประเภท ได้แก่
พันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนต์ และพันธะโลหะ เกิดเป็นสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ
ตามลำดับ
5. สาระการเรยี นรู้
จากการศึกษาเรื่องอะตอมและสมบัติของธาตุทำให้ทราบว่าเวเลนซ์อิเล็กตรอนเป็นอิเล็กตรอนที่อยู่
ในระดับพลังงานสูงสุดหรือชั้นนอกสุดของอะตอม เช่น ธาตุคาร์บอน มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับ
พลังงานย่อยเป็น 1s2 2s2 2p2 ดังนั้น ธาตุคาร์บอนมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 4 ทั้งนี้การเกิดพันธะเคมี
เก่ยี วข้องกบั เวเลนซ์อเิ ล็กตรอนของคู่อะตอมทร่ี ่วมสรา้ งพนั ธะกนั
เวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุอาจแสดงด้วยจุด สัญลักษณ์ที่แสดงและเวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุ
เรียกวา่ สัญลกั ษณแ์ บบจดุ ของลิวอิส (Law dot symbol) ซ่ึงเสนอโดยกลิ เบิรต์ นวิ ตนั ลวิ อิส
สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสใช้จุดแสดงจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนรอบสัญลักษณ์ของธาตุ
โดยเขียนจุดเดี่ยวทั้ง 4 ด้านรอบสัญลักษณ์ของธาตุก่อน แล้วจึงเติมจุดให้เป็นคู่ (ยกเว้น ธาตุฮีเลียมที่มี 2
เวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอน จะเขยี นเปน็ จุดคอู่ ยู่ดา้ นเดียวกนั )
ภาพที่ 1 ภาพสัญลกั ษณ์แบบจุดของลิวอสิ ของธาตหุ มหู่ ลัก
(ที่มา : http://thn27451.blogspot.com/p/1-2-structure-1.html
สบื คน้ เมื่อ 14 มถิ ุนายน พ.ศ.2565)
ธาตุต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่เสถียรในรูปอะตอมเดี่ยวยกเวน้ ธาตุในหมู่ VIIIA (หมู่ 18) หรือที่เรียกว่าแก๊สมี
สกุล ที่พบอยู่ในรูปอะตอมเดี่ยว ซึ่งมีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 ยกเว้นฮีเลียมซึ่งมี 2 เวเลนซ์
อเิ ล็กตรอน
นอกจากนี้นักเคมียังพบว่า อะตอมของธาตุอื่น ๆ มีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันเพื่อที่จะทำให้แต่ละ
อะตอมมีเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนเทา่ กบั 8 จึงมกี ารสรุปเป็นหลกั การท่ีเรียกวา่ กฎออกเตต (octet rule)
สารท่ไี ม่อยใู่ นรูปอะตอมเดยี่ ว มีพนั ธะเคมียึดเหน่ียวระหวา่ งอะตอมหรือไอออน โดยทีอ่ ะตอมของธาตุ
อาจมีการให้อิเล็กตรอน รับอิเล็กตรอน หรือใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน ทำให้เกิดพันธะเคมีทั้ง 3 ประเภท ได้แก่
พันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนต์ และพันธะโลหะ
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (วิธีการสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนทำกิจกรรม “Chemical in my life สารเคมีรอบตัวฉัน” จากนั้นนักเรียนยกตัวอย่าง
สารเคมีที่อยู่ในชีวิตประจำวัน โดยให้ระบุสูตรเคมีที่ตนเองรู้จักลงใน mentimeter ผ่านลิงก์
https://www.menti.com/wnb5b6payr
ภาพท่ี 1 ภาพ mentimeter กิจกรรม “Chemical in my life สารเคมรี อบตวั ฉนั ”
(ท่มี า : https://www.menti.com/wnb5b6payr
สืบคน้ เมอื่ 14 มถิ ุนายน พ.ศ.2565)
1.2 นักเรียนร่วมกันตอบคำถามในประเดน็ ท่ีนกั เรียนตอบคำตอบจากกิจกรรม “Chemical in my
life สารเคมีรอบตวั ฉนั ” โดยมคี ำถามต่อไปน้ี
- สตู รเคมขี องสารท่ียกตัวอยา่ งมาสว่ นใหญ่ประกอบด้วยธาตเุ พียง 1 อะตอม หรอื มากกว่า 1
อะตอม (แนวคำตอบ : สารส่วนใหญป่ ระกอบด้วยธาตุมากกวา่ 1 อะตอม)
- นกั เรยี นคิดว่า อะตอมของแตล่ ะธาตุมกี ารยึดเหน่ียวระหว่างอะตอมอยา่ งไร (แนวคำตอบ :
นกั เรียนตอบอย่างอิสระ)
1.3 นักเรียนจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยของธาตุทุกตัวจากสูตรเคมีใน mentimeter
กิจกรรม “Chemical in my life สารเคมรี อบตวั ฉัน”
2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนสังเกตการจัดเรียงอะตอมของธาตุ Na, Cl และ Ne แล้วร่วมกันตอบคำถามในประเด็น
คำถามต่อไปน้ี
ภาพท่ี 2 การจดั เรียงอเิ ล็กตรอนของของธาตุ Na, Cl และ Ne
(ทมี่ า : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Electron_shell_017_Chlorine_-_no_label.svg
สืบคน้ เมอ่ื 12 มิถนุ ายน พ.ศ.2565)
- จากแบบจำลองอะตอมของธาตุ Na สามารถจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยได้
อยา่ งไร (แนวคำตอบ : 1s2 2s2 2p6 3s1)
- จากการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยของธาตุ Na อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดมี
อิเล็กตรอนกี่อนุภาค และสังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ : อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดของธาตุ Na มีอิเล็กตรอน
1 อนุภาค โดยจากการจดั เรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานยอ่ ย 3s1 อยใู่ นชัน้ ระดับพลังงานนอกที่สุด)
- จากแบบจำลองอะตอมของธาตุ Cl สามารถจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยได้
อยา่ งไร (แนวคำตอบ : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p5)
- จากการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยของธาตุ Cl อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดมี
อิเล็กตรอนกี่อนุภาค และสังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ : อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดของธาตุ Cl มีอิเล็กตรอน
7 อนุภาค โดยจากการจัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานย่อย 3s2 3p5 อยู่ในช้นั ระดบั พลงั งานนอกท่ีสดุ )
- จากแบบจำลองอะตอมของธาตุ Ne สามารถจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยได้
อยา่ งไร (แนวคำตอบ : 1s2 2s2 2p6)
- จากการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยของธาตุ Ne อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดมี
อิเล็กตรอนกี่อนุภาค และสังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ : อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดของธาตุ Ne มีอิเล็กตรอน
8 อนุภาค โดยจากการจดั เรยี งอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานยอ่ ย 2s2 2p6 อยใู่ นชนั้ ระดบั พลงั งานนอกทีส่ ดุ )
- อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานสูงสุดหรือชั้นนอกสุด เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ :
เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน (valence electron)) และเวเลนซอ์ ิเล็กตรอน (valence electron) มีได้สูงสุดไม่เกนิ ก่ี
อิเลก็ ตรอน (แนวคำตอบ : 8 อเิ ล็กตรอน)
- นักเรียนคิดว่าธาตุแต่ละชนิดมีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากันหรือไม่ (แนวคำตอบ :
เท่ากนั หากเป็นธาตุท่ีอยู่ในหมู่เดยี วกัน)
2.2 นักเรียนสังเกตภาพสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสของธาตุหมู่หลัก แล้วร่วมกันตอบคำถามใน
ประเด็นคำถามตอ่ ไปนี้
ภาพท่ี 3 ภาพสญั ลกั ษณ์แบบจุดของลวิ อสิ ของธาตหุ ม่หู ลกั
(ที่มา : http://thn27451.blogspot.com/p/1-2-structure-1.html
สืบค้นเมื่อ 14 มถิ ุนายน พ.ศ.2565)
- หากแทนเครื่องหมายจุด ( • ) แทนอิเล็กตรอน นักเรียนคิดว่าเครื่องหมายจุดที่อยู่บนภาพ
สามารถบอกอะไรได้ (แนวคำตอบ : จำนวนเวเลนซอ์ ิเล็กตรอน (valence electron))
- จากภาพ มีลักษณะการเขียนเพื่อระบุจำนวนอิเลก็ ตรอนของธาตุได้อย่างไร (แนวคำตอบ :
ใช้จุดแสดงจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนอิเล็กตรอนรอบสัญลักษณ์ของธาตุ โดยเขียนจุดทั้งสี่ด้านรับ
สญั ลกั ษณก์ อ่ น แลว้ ค่อยเตมิ จุดให้เปน็ คู่)
- ธาตุฮีเลียม (He) มีลักษณะการเขียนเพื่อระบุจำนวนอิเล็กตรอนของธาตุได้อย่างไร
(แนวคำตอบ : ฮีเลียม (He) มีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนเทา่ กับ 2 จะเขยี นเปน็ จดุ คูอ่ ยดู่ า้ นเดียวกนั )
- การเขียนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงธาตุและจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุด้วยจุด เรียกว่า
อะไร (แนวคำตอบ : สญั ลกั ษณ์แบบจุดของลิวอสิ (Lewis dot symbol))
- ธาตุที่อยูใ่ นรูปอะตอมเด่ียวหมู่ใด เปน็ อะตอมท่มี ีความเสถียร เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ :
ธาตุหมู่ VIIIA หรือ แก๊สมีสกุล เพราะธาตุหมู่ VIIIA มีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนที่กับ 8 และฮีเลียม (He)
มจี ำนวนเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนเทา่ กับ 2)
- อะตอมของธาตุอื่น ๆ ที่มีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนไม่เท่ากับ 8 จะต้องทำอย่างไรเพือ่ ให้มี
จำนวนเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนเทา่ กบั 8 และมีความเสถยี ร (แนวคำตอบ : จะตอ้ งมีการรวมตัวกนั เพือ่ ที่จะทำให้
แต่ละอะตอมมจี ำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเทา่ กบั 8)
- การที่อะตอมจะต้องมีการรวมตัวกัน เพื่อที่จะทำให้แต่ละอะตอมมีจำนวนเวเลนซ์
อเิ ล็กตรอนเทา่ กับ 8 เรยี กหลกั การนวี้ ่าอะไร (แนวคำตอบ : กฎออกเตต (octet rule))
3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation state)
3.3 นักเรียนร่วมกันลงข้อสรปุ เก่ยี วกบั การเกิดพนั ธะเคมี ในประเด็นต่อไปน้ี
- จุดในสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสแสดงเวเลนซ์อิเล็กตรอน เช่น He มี 2 จุด แสดงว่ามี
2 เวเลนซ์อิเล็กตรอน Na มี 1 จุด แสดงว่ามี 1 เวเลนซ์อิเล็กตรอน โดยวิธีการเขียนสัญลักษณ์แบบจุดของลิว
อสิ โดยเขยี นจดุ เดีย่ วทัง้ 4 ด้านรอบธาตุกอ่ น แล้วจงึ เตมิ จดุ ใหเ้ ปน็ คู่
- หลักการที่อะตอมของธาตุอื่น ๆ มีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันเป็นโมเลกุลหรือใช้อิเล็กตรอน
รว่ มกันเพ่ือทจ่ี ะทำให้แต่ละอะตอมมีเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเท่ากับ 8 เรียกหลกั การน้วี ่า กฎออกเตต
4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นของ กฎออกเดต (octet rule) (แนวคำตอบ :
เมื่ออะตอมเกิดเป็นไอออนอะตอมของธาตุเรพรีเซนเททีฟ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะให้หรือรับอิเล็กตรอน
แล้วทำให้มีโครงสรา้ งอเิ ล็กตรอนเหมือนกบั แกส๊ มีตระกลู ซ่ึงมีเสถียรภาพสูง เนอ่ื งจากแก๊สมตี ระกูลทุกชนิด
(ยกเว้นฮีเลียม) มอี ิเล็กตรอนวงนอกสดุ เปน็ แปด จึงเรียกวา่ กฎออกเตต (octet rule))
ภาพท่ี 4 octet rule
(ท่มี า : https://www.inspiritvr.com/chemistry/ionic-and-metallic-bonding/octet-rule-study-
guide สืบคน้ เมื่อ 14 มิถุนายน พ.ศ.2565)
4.2 นกั เรียนรว่ มกันตอบคำถามในประเด็นคำถามที่ว่า “เหตุใดโลหะโซเดียม (Na) จงึ ว่องไวในการทำ
ปฏิกิริยา ในขณะที่อาร์กอน (Ar) เป็นแก๊สเฉื่อย” (แนวคำตอบ : โซเดียม (Na) มีอิเล็กตรอนวงนอกสุดไม่
ครบแปด จึงทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นเพื่อให้มีโครงสร้างอิเล็กตรอนเป็นไปตามกฎออกเดต หรือ กล่าวได้ว่า
โซเดยี ม (Na) ว่องไวในการทำปฏกิ ิริยา ส่วนอารก์ อน (Ar) มกี ารจดั เรยี งอเิ ล็กตรอนเป็น 1s2 2s2 2p6 3s2
3p6 ซึ่งมีอิเล็กตรอนวงนอกสุดครบแปด จึงเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ว่องไวในการทำปฏิกิริยา สามารถอยู่เป็น
อะตอมอสิ ระได้)
5. ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation state)
5.1 นักเรียนตอบคำถามในชั้นเรียนผ่านกิจกรรม “Chemical in my life สารเคมีรอบตัวฉัน” ใน
mentimeter
9. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. สไลด์ประกอบการสอน เรือ่ ง สมบัตขิ องธาตแุ ละสารประกอบ
2. mentimeter (https://www.menti.com/wnb5b6payr)
10. การวดั ผลและการประเมินผล
สงิ่ ทีต่ ้องการวดั /ประเมิน วธิ ีการวัด เคร่อื งมือท่ใี ช้วัด เกณฑ์การประเมิน
1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. อธิบายการเกิดพันธะเคมีของ 1. สงั เกตการตอบคำถาม ประเมินในระดับ 2
1. ชดุ คำถาม ขน้ึ ไป
สารได้ (K) จากการทำกจิ กรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. ชุดคำถาม ประเมินในระดับ 2
2. เขียนสัญลกั ษณ์แบบจุดของลิว 1. สงั เกตการตอบคำถาม ขึ้นไป
อสิ ของของธาตุหมหู่ ลกั ได้ (P) จากการทำกิจกรรม 1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์
ทำกจิ กรรม ประเมินในระดับ 2
3. ระบจุ ำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1. สงั เกตการตอบคำถาม ขึ้นไป
นักเรียนผ่านเกณฑ์
ของธาตจุ ากสัญลกั ษณแ์ บบจุด จากการทำกจิ กรรม ประเมินในระดับ 2
ของลวิ อสิ ของธาตหุ มหู่ ลักได้ (K) ขน้ึ ไป
4. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สงั เกตการมีส่วนร่วมใน
กระตือรือรน้ (A) การทำกจิ กรรมในช้นั เรียน
เกณฑ์การประเมนิ ก
รายการประเมนิ 3
1. อธิบายการเกดิ พนั ธะเคมีของสารได้ (K) อธบิ ายการเกดิ พันธะเคมี อธิบาย
ของสารได้ถูกตอ้ งครบถว้ น ของสา
2. เขียนสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสของของ เขยี นสญั ลกั ษณแ์ บบจุด เขยี นส
ธาตุหม่หู ลกั ได้ (P) ของลิวอสิ ของของธาตุหมู่ ของลิว
หลักถูกต้องครบถว้ น หลกั ถ
3. ระบจุ ำนวนเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนของธาตุจาก ระบุจำนวนเวเลนซ์ ระบจุ ำ
สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสของธาตุหมู่หลัก อิเล็กตรอนของธาตุจาก อเิ ล็กต
ได้ (K) สญั ลักษณแ์ บบจุดของลิว สัญลัก
อสิ ของธาตุหมูห่ ลักถูกต้อง อิสของ
ครบถว้ น 3-4 ส่ว
4. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างกระตือรือรน้ (A) ร่วมกันทำกิจกรรมในชน้ั รว่ มกัน
เรยี นอย่างกระตือรอื ร้น เรยี นอ
และมสี ่วนรว่ มตอ่ การทำ และมีส
กจิ กรรมอยา่ งดีเยย่ี ม กิจกรร
การทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
21 0
ไมส่ ามารถอธบิ ายการเกิด
ยการเกดิ พนั ธะเคมี อธิบายการเกดิ พันธะเคมี พันธะเคมขี องสารได้
ไม่สามารถเขียนสัญลักษณ์
ารถูกต้อง 3-4 ส่วน ของสารถูกต้อง 2-1 สว่ น แบบจดุ ของลวิ อิสของของ
ธาตหุ มหู่ ลกั ได้
สัญลกั ษณแ์ บบจดุ เขียนสัญลักษณแ์ บบจดุ ไม่สามารถระบจุ ำนวน
เวเลนซ์อิเล็กตรอนของ
วอิสของของธาตหุ มู่ ของลิวอิสของของธาตุหมู่ ธาตุจากสัญลักษณ์แบบจดุ
ของลิวอสิ ของธาตุหม่หู ลัก
ถูกต้อง 3-4 ส่วน หลกั ถูกต้อง 1-2 ส่วน ได้
ไมเ่ ข้าร่วมกันทำกิจกรรม
ำนวนเวเลนซ์ ระบุจำนวนเวเลนซ์ ในชน้ั เรยี น และไม่มีส่วน
ร่วมต่อการทำกิจกรรม
ตรอนของธาตจุ าก อเิ ล็กตรอนของธาตุจาก
กษณแ์ บบจุดของลิว สัญลักษณแ์ บบจดุ ของลิว
งธาตุหมู่หลักถูกต้อง อิสของธาตุหมู่หลกั ถูกต้อง
วน 1-2 ส่วน
นทำกิจกรรมในชั้น รว่ มกนั ทำกจิ กรรมในชั้น
อย่างกระตือรือร้น เรียนอย่างกระตือรอื ร้น
สว่ นร่วมตอ่ การทำ และมสี ่วนร่วมตอ่ การทำ
รมอยา่ งดี กิจกรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมิน 3 คะแนน 0
21
1. อธิบายการเกิดพันธะเคมขี องสารได้ (K)
2. เขยี นสัญลกั ษณ์แบบจดุ ของลวิ อสิ ของของธาตหุ มู่หลักได้ (P)
3. ระบุจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุจากสัญลักษณ์แบบจุดของลิว
อิสของธาตุหม่หู ลักได้ (K)
4. รว่ มกันทำกิจกรรมอย่างกระตอื รือรน้ (A)
เกณฑ์การให้คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
9-12 ดี
5-8 พอใช้
0-4 ปรับปรุง
ลงชอ่ื ผู้สังเกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหน่ง....................................................
วันท.่ี ........../................./....................
บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพช็ ร์)
นกั ศกึ ษาปฏบิ ัติการสอน
วนั ท.ี่ ........../............../..............
ความคิดเห็นอาจารยพ์ เี่ ลีย้ ง
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
ลงชือ่ ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารย์พ่ีเลี้ยง
วันท่ี.........../............../................
รายวิชา ว31102 เคมพี ื้นฐาน แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 พนั ธะเคมี
เรอ่ื ง พันธะไอออนกิ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
ผสู้ อน ปส.ภานุสรณ์ คีรีเพช็ ร์ ปกี ารศกึ ษา 2565
จำนวน 2 ช่ัวโมง
อาจารย์พเี่ ลย้ี ง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
2. ตัวชว้ี ดั
ว 2.1 ม.5/12 เขียนสูตรเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนกิ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกิดสารประกอบไอออนิกของสารได้ (K)
2. เขยี นสตู รเคมขี องสารประกอบไอออนิกทีเ่ กิดจากสารทสี่ รา้ งพนั ธะไอออนิกได้ (P)
3. รว่ มกนั ทำกิจกรรมอยา่ งกระตอื รือร้น (A)
4. สาระสำคญั
การเกดิ พันธะระหว่างอะตอมท่ีเก่ยี วข้องกบั การถายโอนอเิ ล็กตรอนระหว่างอะตอมเกดิ เป็นไออนบวก
และไออนลบ ไอออนท่ีมีประจุตรงข้ามกัน จะดึงดูดกนั ด้วยแรงทางไฟฟ้า (electrostatic force) เรียกพันธะที่
เกิดขึ้นแบบนี้ว่า พันธะไอออนิก (ionic bond) โดยสารประกอบไอออนิก สามารถเขียนสัญลักษณ์ธาตุที่เป็น
ไอออนบวกไว้ข้างหน้า ตามด้วย สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ โดยมีตัวเลขแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของ
จำนวนไอออนที่เปน็ องค์ประกอบ
5. สาระการเรียนรู้
พันธะไอออนิก (ionic bond) คือ พันธะที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้าสถิตระหว่าง
ไอออนบวก (cation) และไอออนลบ (anion) อันเนื่องมาจากการถ่ายโอนอิเล็กตรอน จากโลหะให้แก่อโลหะ
โดยทว่ั ไปแล้วพนั ธะไอออนกิ เป็นพนั ธะที่เกิดข้นึ ระหว่างโลหะและอโลหะ และเรยี กสารที่เกิดจากพันธะไอออนิ
กว่า สารประกอบไอออนิก (ionic compound) ซึ่งสารประกอบไอออนิกที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นไปตาม
กฎออกเตต
การอธิบายการเกดิ พันธะไอออนิกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เป็นดังนี้
ธาตุโซเดียม (Na) เป็นธาตุโลหะมีเลขอะตอม 11 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 1 การที่โซเดียมจะมี
เวเลนซ์อิเล็กตรอนครบ 8 ตามกฎออกเดตได้นั้น โซเดียมจะเสียอิเล็กตรอน 1 อิเล็กตรอนเกิดเป็นโซเดียม
ไอออน (Na+) ซงึ่ มกี ารจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนเป็น 1s2 2s2 2p6 เหมือนกับธาตุนอี อนดังนี้
1s2 2s2 2p6 3s1 → 1s2 2s2 2p6
ภาพท่ี 1 การให้อเิ ลก็ ตรอนของของธาตุ Na
(ทม่ี า : https://www.gcsescience.com/a4-sodium-ion.htm
สืบคน้ เมื่อ 13 มิถนุ ายน พ.ศ.2565)
ธาตุคลอรีน (CI) เป็นธาตุอโลหะมีเลขอะตอม 17 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 7 การที่คลอรีนจะมี
เวเลนซ์อิเล็กตรอนครบ 8 ตามกฎออกเดตได้นั้น คลอรีนจะต้องรับอิเล็กตรอน 1 อิเล็กตรอนเกิดเป็นคลอไรด์
ไอออน (CI) ซึง่ มีการจดั เรยี งอิเล็กตรอนเปน็ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 เหมือนกบั ธาตอุ ารก์ อน
1s2 2s2 2p6 3s2 3p5 → 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6
ภาพท่ี 2 การรบั อิเล็กตรอนของของธาตุ Cl
(ท่ีมา : https://www.tutormyself.com/tag/137/
สบื ค้นเมื่อ 13 มถิ นุ ายน พ.ศ.2565)
เมอื่ โซเดยี มให้ 1 เวเลนซ์อิเล็กตรอนแกค่ ลอรนี และคลอรีนรับ 1 เวเลนซอ์ ิเล็กตรอนจากโซเดยี ม จะ
เกดิ เป็นโซเดยี มไอออนและ คลอไรด์ไอออน เมือ่ ไอออนทง้ั สองยึดเหน่ยี วจะเกดิ เปน็ สารประกอบโซเดียมคลอ
ไรด์ (NaCl) จะเห็นว่าอเิ ล็กตรอนวงนอกสุดของทงั้ Na+ (n=2) และ Cl- (n=3) มีอิเลก็ ตรอนเท่ากับ 8
ภาพท่ี 3 การเกดิ สารประกอบโซเดียมคลอไรด์ (NaCl)
(ที่มา : https://sites.google.com/a/paraparaumucollege.school.nz/mr-richardson-s-year-11-
science/products-services/material-world สบื ค้นเม่ือ 13 มถิ ุนายน พ.ศ.2565)
สำหรับสารไอออนิกอน่ื ๆ ก็เช่นเดยี วกนั เมอื่ สารไอออนิกมารวมกนั จะเกดิ เป็นสารประกอบโครงสร้าง
แลตทิซซง่ึ ประกอบดว้ ยไอออนบวกและไอออนลบจำนวนมากมาย โดยไอออนบวกจะถูกล้อมรอบดว้ ยไอออน
ลบ และไอออนลบจะถกู ลอ้ มรอบดว้ ยไอออนบวกสารประกอบชนดิ นเ้ี รยี กวา่ สารประกอบไอออนกิ
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
3. มจี ิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (วธิ กี ารสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นักเรียนรับจิ๊กซอว์กิจกรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ” แล้วสังเกตจิ๊กซอว์ที่ได้รับ แล้วร่วมกัน
ตอบคำถามในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- จ๊กิ ซอวท์ ่ีนักเรยี นได้รับ นกั เรยี นสงั เกตเห็นอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : เปน็ จ๊ิกซอว์สีฟา้ และสชี มพู
ในจก๊ิ ซอว์สีชมพูจะมธี าตุท่เี ปน็ ไอออนบวก ส่วนในจ๊กิ ซอว์สีฟ้าจะมีธาตทุ ี่เปน็ ไอออนลบ)
- จกิ๊ ซอว์ทน่ี ักเรียนไดร้ ับ ประกอบดว้ ยไอออนของธาตชุ นิดใดบ้าง (แนวคำตอบ : Na+, Ag+, Ba2+,
Cu2+, Al3+, F-, I-, O2-, S2- และ N3-)
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ทำกิจกรรม“Say hi ion !! ไอออนไอใจ” โดยให้นักเรียน
ร่วมกันต่อจิก๊ ซอว์ทเี่ ป็นไอออนบวกและไอออนลบ ตอ่ กันใหไ้ ด้เปน็ รูปสีเ่ หล่ยี ม แล้วบันทกึ ลงในแบบบนั ทึกผล
ตวั อย่าง
2.2 หลังจากที่นักเรียนทำกิจกรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ” นักเรียนร่วมกันอภิปรายหลังจาก
การทำกจิ กรรมในประเดน็ คำถามต่อไปนี้
- จากกิจกรรม นกั เรยี นคดิ วา่ การประกอบจิก๊ ซอว์ให้เป็นรูปสีเ่ หลีย่ มได้ จะต้องใช้จิ๊กซอว์
ไอออนของธาตุชนดิ ใดบา้ ง (แนวคำตอบ : จ๊ิกซอว์ท่เี ปน็ ไอออนบวกและไอออนลบ)
- นักเรียนต่อจิ๊กซอว์ให้ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ได้สูงสุดทั้งหมดกี่แบบ (แนวคำตอบ : 25 แบบ)
และการต่อจกิ๊ ซอวใ์ หเ้ ปน็ รปู ส่เี หลีย่ ม 1 รปู จะต้องใช้จิ๊กซอวเ์ ทา่ กันหรอื ไม่ (แนวคำตอบ : ไมเ่ ทา่ กนั )
2.3 นักเรียนยกตัวอย่างที่ได้ต่อจิ๊กซอว์ จากกิจกรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ” แล้วร่วมกันตอบ
คำถามในประเดน็ ต่อไปน้ี
- ใชจ้ ก๊ิ ซอว์ไอออนของธาตุชนดิ ใดบ้าง (แนวคำตอบ : Na+ และ F-)
- จะต้องใชจ้ ิ๊กซอวจ์ ำนวนเท่าไร (แนวคำตอบ : Na+ 1 แผ่น และ F- 1 แผ่น)
- ประจุรวมของไอออนบวกมีค่าเทา่ กับเท่าไร (แนวคำตอบ : +1) ประจรุ วมของไอออนลบมี
คา่ เท่ากับเทา่ ไร (แนวคำตอบ : -1) ประจุรวมของสารประกอบทเ่ี กิดขึ้นมีค่าเทา่ ไร (แนวคำตอบ : 0)
- อัตราส่วนของจำนวน Na+ และ F- มีอัตราส่วนเท่าไร (แนวคำตอบ : อัตราส่วน Na+ ต่อ
F- เปน็ 1:1)
- ใชจ้ ๊กิ ซอวไ์ อออนของธาตุชนดิ ใดบา้ ง (แนวคำตอบ : Na+ และ O2-)
- จะต้องใช้จิ๊กซอว์จำนวนเทา่ ไร (แนวคำตอบ : Na+ 2 แผ่น และ O2- 1 แผ่น)
- ประจรุ วมของไอออนบวกมีค่าเทา่ กับเท่าไร (แนวคำตอบ : +2) ประจุรวมของไอออนลบมี
ค่าเท่ากับเท่าไร (แนวคำตอบ : -2) ประจรุ วมของสารประกอบทเ่ี กดิ ขึน้ มีคา่ เทา่ ไร (แนวคำตอบ : 0)
- อัตราสว่ นของจำนวน Na+ และ O2- มีอัตราสว่ นเท่าไร (แนวคำตอบ : อตั ราส่วน Na+ ต่อ
O2- เป็น 2:1)
- ใชจ้ ิก๊ ซอว์ไอออนของธาตุชนดิ ใดบ้าง (แนวคำตอบ : Na+ และ N3-)
- จะตอ้ งใชจ้ ก๊ิ ซอวจ์ ำนวนเท่าไร (แนวคำตอบ : Na+ 3 แผ่น และ N3- 1 แผ่น)
- ประจุรวมของไอออนบวกมีค่าเทา่ กับเท่าไร (แนวคำตอบ : +3) ประจรุ วมของไอออนลบมี
คา่ เทา่ กับเทา่ ไร (แนวคำตอบ : -3) ประจุรวมของสารประกอบที่เกิดขึ้นมีค่าเทา่ ไร (แนวคำตอบ : 0)
- อตั ราส่วนของจำนวน Na+ และ N3- มีอัตราส่วนเท่าไร (แนวคำตอบ : อัตราส่วน Na+ ต่อ
N3- เปน็ 3:1)
- ใช้จก๊ิ ซอวไ์ อออนของธาตุชนิดใดบ้าง (แนวคำตอบ : Ba2+ และ O2-)
- จะตอ้ งใชจ้ ๊ิกซอว์จำนวนเท่าไร (แนวคำตอบ : Ba2+ 1 แผน่ และ O2- 1 แผน่ )
- ประจุรวมของไอออนบวกมีค่าเท่ากบั เท่าไร (แนวคำตอบ : +2) ประจรุ วมของไอออนลบมี
ค่าเทา่ กบั เท่าไร (แนวคำตอบ : -2) ประจุรวมของสารประกอบที่เกิดข้ึนมีค่าเท่าไร (แนวคำตอบ : 0)
- อัตราส่วนของจำนวน Ba2+ และ O2- มีอัตราส่วนเท่าไร (แนวคำตอบ : อัตราส่วน Ba2+
ตอ่ O2- เปน็ 1:1)
- ใชจ้ ๊ิกซอว์ไอออนของธาตุชนดิ ใดบ้าง (แนวคำตอบ : Cu2+ และ N3-)
- จะต้องใช้จ๊กิ ซอว์จำนวนเท่าไร (แนวคำตอบ : Cu2+ 3 แผ่น และ N3- 2 แผน่ )
- ประจุรวมของไอออนบวกมคี ่าเท่ากับเท่าไร (แนวคำตอบ : +6) ประจรุ วมของไอออนลบมี
ค่าเทา่ กบั เทา่ ไร (แนวคำตอบ : -6) ประจุรวมของสารประกอบท่ีเกดิ ขน้ึ มีคา่ เทา่ ไร (แนวคำตอบ : 0)
- อัตราส่วนของจำนวน Cu2+ และ N3- มีอัตราส่วนเท่าไร (แนวคำตอบ : อัตราส่วน Cu2+
ตอ่ N3- เป็น 3:1)
- ใช้จ๊ิกซอว์ไอออนของธาตชุ นดิ ใดบ้าง (แนวคำตอบ : Al3+ และ N3-)
- จะตอ้ งใช้จิ๊กซอว์จำนวนเท่าไร (แนวคำตอบ : Al3+ 1 แผน่ และ N3- 1 แผ่น)
- ประจรุ วมของไอออนบวกมคี ่าเท่ากบั เท่าไร (แนวคำตอบ : +3) ประจรุ วมของไอออนลบมี
คา่ เท่ากบั เท่าไร (แนวคำตอบ : -3) ประจุรวมของสารประกอบทีเ่ กิดขน้ึ มีคา่ เท่าไร (แนวคำตอบ : 0)
- อัตราสว่ นของจำนวน Al3+ และ N3- มอี ตั ราส่วนเท่าไร (แนวคำตอบ : อตั ราสว่ น Al3+ ต่อ
N3- เปน็ 1:1)
2.4 นักเรยี นเขียนสูตรเอมพิริคลั ของสารประกอบจากกการทำกจิ กรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ”
สตู รเอมพริ ิคลั คือ NaF
สูตรเอมพิริคลั คอื Na2O
สตู รเอมพิริคลั คอื Na3N
สูตรเอมพริ ิคัล คอื BaO
สูตรเอมพริ ิคัล คอื Cu3N2
สูตรเอมพริ ิคัล คือ AlN
2.5 นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายหลังจากทำกิจกรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ” ในประเดน็ คำถาม
ตอ่ ไปน้ี
- การเกิดสารประกอบไอออนิก เกิดจากไอออนของธาตุชนิดใด (แนวคำตอบ : ไอออนบวก
เปน็ ธาตโุ ลหะ และไอออนลบเปน็ ธาตอุ โลหะ)
- สูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนเิ ขียนได้อยา่ งไร (แนวคำตอบ : เขียนสัญลกั ษณ์
ของธาตหุ รือกลุ่มธาตทุ ่ีเป็นไอออนบวกไว้ขา้ งหน้าตามด้วยไอออนลบ และแสดงอตั ราส่วนอย่างต่ำของ
ไอออนทเี่ ปน็ องค์ประกอบโดยเขียนตัวเลขอารบิกหอ้ ยท้ายไอออน)
- สารประกอบไอออนกิ มีผลรวมประจเุ ท่ากบั เท่าไร (แนวคำตอบ : ศูนย์)
2.6 นักเรยี นสังเกตวา่ การเขยี นสตู รสารประกอบไอออนกิ เช่น Al2O3 ได้จากการไขวต้ วั เลขประจุ
ของ O มาเป็นตวั เลขห้อยของ Al และตวั เลขประจุของ Al มาเปน็ ตัวเลขห้อยของ O
กรณีที่การไขว้ตัวเลขแล้วทำให้ได้ตัวเลขห้อยที่ยังไม่เป็นอัตราส่วนอย่างต่ำต้องปรับให้เป็ น
อัตราส่วนอย่างต่ำก่อน เช่น Ca2+ รวมกับ O2- เมื่อไขว้ตัวเลขจะได้เป็น Ca2O2 ซึ่งต้องปรับให้เป็นอัตราส่วน
อย่างต่ำจงึ ได้สตู รสารประกอบเปน็ CaO
ไอออนบางชนิดเกิดจากกลุ่มอะตอมการเขียนสูตรสารประกอบจะใช้หลักการเดียวกับไอออน
บวกและไอออนลบที่เกิดจากธาตุ เช่น สูตรสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากแอมโมเนียมไอออน (NH4+) กับ
ซัลเฟล-ไอออน (SO4 2-) มอี ัตราสว่ นประจขุ อง NH4+ ตอ่ SO42- เป็น 1 ตอ่ 2 ซึ่งเม่อื ทำให้ผลรวมของประจุเป็น
ศูนยจ์ ะไดอ้ ตั ราสว่ นอย่างต่ำของจำนวน NH4+ ต่อ SO42- เปน็ 2: 1 ดังน้ันสตู รสารประกอบเปน็ (NH4)2SO4
3. ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation state)
3.3 นักเรยี นรว่ มกันลงข้อสรปุ เกยี่ วกับพันธะไอออนกิ ในประเด็นตอ่ ไปนี้
- โครงสร้างของสารประกอบไอออนิกมีไอออนบวกและไอออนลบอยตู่ ่อเน่ืองกันไปทั้งสามมิติ
ไม่สามารถแยกเป็นโมเลกลุ ได้
- เขียนสัญลักษณ์ของธาตุหรือกลุม่ ธาตุท่ีเป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าตามด้วยไอออนลบ และ
แสดงอตั ราส่วนอย่างต่ำของไอออนทเี่ ปน็ องค์ประกอบโดยเขียนตวั เลขอารบิกห้อยท้ายไอออนน้นั ทั้งน้ีในกรณี
ท่จี ำนวนไอออนเป็น 1 ไมต่ อ้ งเขยี นโดยอัตราสว่ นอย่างต่ำของไอออน ตอ้ งทำใหผ้ ลรวมของประจเุ ปน็ ศูนย์
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นกั เรยี นศึกษาข้อมูลเพิม่ เติมในประเดน็ การอ่านช่อื สารประกอบไอออนิก
• ไอออนบวก
- เรยี กตามชื่อธาตุแล้วลงท้ายด้วยคำว่า ไอออน (ion) เช่น Na+ โซเดียมไอออน
• ไอออนลบ
- เรยี กช่ือธาตุโดยเปล่ยี นท้ายเสยี งเปน็ ไ-ด์ (-ide) แล้วลงทา้ ยด้วยคำวา่ ไอออน เช่น
Cl- คลอไรดไ์ อออน (chloride ion)
• กลุ่มไอออน
- กลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนบวก ลงท้ายด้วย เ-ียม (-ium) ส่วนกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนลบ
อาจลงทา้ ยเสยี งด้วย ไ-ด์ (-ide) ไ-ต์ (-ite) หรือ เ-ต (-ate)
• สารประกอบธาตุคู่
- ถ้าสารประกอบเกิดจากธาตุโลหะที่มีไอออนได้ชนิดเดียวรวมกับอโลหะ ให้อ่านชื่อโลหะ
ที่ เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยชื่อธาตุอโลหะที่เป็นไอออนลบ โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้าย เป็น ไอด์ (-ide)
เชน่ โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) แคลเซยี มไอโอไดด์ (CaI2) โพแทสเซียมโบรไมด์ (KBr)
- ถ้าสารประกอบที่เกิดจากธาตุโลหะเดียวกันที่มีไอออนได้หลายชนิดรวมตัวกับอโลหะ
ให้อ่านชื่อโลหะที่เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยค่าประจุของไอออนของโลหะ โดยวงเล็ บเป็น เลขโรมัน
แล้วตามด้วยอโลหะที่เป็นไอออนลบ โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายเป็น ไอด์ (-ide) เช่น ไอร์ออน (II) คลอไรด์
(FeCl2) คอปเปอร์ (I) ซลั ไฟด์ (CuS) ไอร์ออน (III) คลอไรด์ (FeCl3)
• สารประกอบธาตสุ ามหรือมากกว่า
- ถ้าสารประกอบเกิดจากไอออนบวกของโลหะ หรือกลุ่มไอออนบวกรวมตัวกับกลุ่ม
ไอออนลบ ให้อ่านชื่อ ไอออนบวกของโลหะ หรือชื่อกลุ่มไอออนบวก แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบ เช่น
แคลเซยี มคารบ์ อเนต (CaCO3) โพแทสเซยี มไนเตรต (KNO3) แบเรยี มไฮดรอกไซด์ (Ba(OH)2)
4.2 นักเรียนศึกษาตารางตวั อย่างไอออนบวกและไอออนลบทีเ่ ปน็ กลมุ่ อะตอมเพิ่มเติม
5. ข้ันประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นกั เรยี นทำใบกจิ กรรมท่ี 2.1 พันธะไอออนิก
9. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. สไลดป์ ระกอบการสอน เรอ่ื ง พนั ธะไอออนกิ
2. ใบกจิ กรรมท่ี 2.1 พันธะไอออนิก
3. จิ๊กซอว์กจิ กรรม “Say hi ion !! ไอออนไอใจ”
10. การวดั ผลและการประเมินผล
สง่ิ ที่ต้องการวดั /ประเมิน วธิ กี ารวัด เครื่องมอื ทใ่ี ช้วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. อธบิ ายการเกิดสารประกอบไอ 1. สังเกตการตอบคำถาม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ออนกิ ของสารได้ (K) จากการทำกิจกรรม ประเมินในระดับ 2
ขน้ึ ไป
2. เขียนสูตรเคมีของสารประกอบ 1. สังเกตการตอบคำถาม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
ไอออนิกที่เกิดจากสารที่สร้าง จากการทำกจิ กรรม ประเมินในระดับ 2
พนั ธะไอออนกิ ได้ (P) ขนึ้ ไป
3. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สังเกตการมสี ว่ นรว่ มใน 1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์
กระตือรือรน้ (A) การทำกจิ กรรมในชั้นเรยี น ทำกจิ กรรม ประเมินในระดับ 2
ขึ้นไป
เกณฑก์ ารประเมินก
รายการประเมิน 3
1. อธิบายการเกิดสารประกอบไอออนิกของ อธิบายการเกดิ อธิบาย
สารปร
สารได้ (K) สารประกอบไอออนิกของ สารถูก
เขียนส
สารไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ น สารปร
เกดิ จา
2. เขียนสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกท่ี เขยี นสูตรเคมีของ ไอออน
รว่ มกัน
เกิดจากสารทีส่ รา้ งพนั ธะไอออนกิ ได้ (P) สารประกอบไอออนกิ ที่ เรียนอ
และมีส
เกดิ จากสารทีส่ รา้ งพันธะ กิจกรร
ไอออนิกถูกต้องครบถว้ น
3. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอยา่ งกระตือรือรน้ (A) รว่ มกันทำกิจกรรมในชัน้
เรียนอย่างกระตือรือร้น
และมีสว่ นร่วมต่อการทำ
กจิ กรรมอย่างดีเยย่ี ม
การทำกิจกรรม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
21 0
ไม่สามารถอธบิ ายการเกิด
ยการเกิด อธิบายการเกดิ สารประกอบไอออนิกของ
สารได้
ระกอบไอออนกิ ของ สารประกอบไอออนิกของ ไมส่ ามารถเขยี นสตู รเคมี
ของสารประกอบไอออนิก
กตอ้ ง 3-4 ส่วน สารถูกต้อง 2-1 ส่วน ท่เี กดิ จากสารท่สี รา้ งพันธะ
ไอออนิกได้
สูตรเคมีของ เขยี นสตู รเคมีของ ไม่เข้าร่วมกันทำกจิ กรรม
ในช้นั เรยี น และไม่มสี ว่ น
ระกอบไอออนิกที่ สารประกอบไอออนกิ ที่ ร่วมตอ่ การทำกิจกรรม
ากสารทสี่ ร้างพันธะ เกิดจากสารท่สี รา้ งพันธะ
นิกถูกตอ้ ง 3-4 สว่ น ไอออนิกถูกตอ้ ง 1-2 สว่ น
นทำกจิ กรรมในชน้ั ร่วมกนั ทำกจิ กรรมในช้นั
อยา่ งกระตือรอื ร้น เรยี นอย่างกระตือรือร้น
ส่วนร่วมต่อการทำ และมสี ่วนร่วมต่อการทำ
รมอยา่ งดี กิจกรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกจิ กรรม
รายการประเมนิ 3 คะแนน 0
21
1. อธบิ ายการเกิดสารประกอบไอออนิกของสารได้ (K)
2. เขียนสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากสารที่สร้างพันธะไอ
ออนกิ ได้ (P)
3. ร่วมกันทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รือร้น (A)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรุง
ลงช่อื ผ้สู ังเกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหนง่ ....................................................
วนั ที่.........../................./....................
บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/2
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................................
(ปส.ภานสุ รณ์ คีรีเพช็ ร์)
นกั ศกึ ษาปฏบิ ัติการสอน
วนั ท.ี่ ........../............../..............
ความคิดเห็นอาจารยพ์ เี่ ลีย้ ง
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
ลงชือ่ ............................................................
(อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม)
อาจารย์พ่ีเลี้ยง
วันท่ี.........../............../................
ใบกจิ กรรม 2.1
พนั ธะไอออนกิ
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
1. เขยี นสูตรเอมพริ คิ ลั ของสารประกอบไอออนกิ จากไอออนท่กี าหนด
ไอออนบวก ไอออนลบ สูตรเอมพริ คิ ลั ชอ่ื สารประกอบ
Na+ CO32-
K+ PO43-
Mg2+ SO42-
Ca2+ Cl-
Al3+ O2-
NH4+ NO3-
Li+ C2H3O2-
2. เขยี นไอออนท่เี ป็นองค์ประกอบของสารประกอบไอออนกิ ต่อไปน้ ี
สูตรเอมพริ คิ ลั ไอออนบวก ไอออนลบ ชอ่ื สารประกอบ
Al2(SO4)3
CaO
KCl
(NH4)2CO3
Na3PO4
Li2SO4
Mg(C2H3O2)2
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10
รายวชิ า ว31102 เคมีพ้ืนฐาน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พันธะเคมี ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง การเรยี กช่อื สารประกอบไอออนิก จำนวน 1 ชว่ั โมง
ผู้สอน ปส.ภานุสรณ์ คีรเี พ็ชร์
อาจารยพ์ เี่ ล้ียง อ.ทรงธรรม แกว้ ประถม
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
2. ตัวช้ีวดั
ว 2.1 ม.5/12 เขียนสตู รเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนกิ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักการเรยี กชือ่ ของารประกอบไอออนกิ ได้ (K)
2. เขยี นช่อื สารประกอบไอออนกิ ได้ (P)
3. รว่ มกันทำกิจกรรมอย่างกระตอื รอื ร้น (A)
4. สาระสำคัญ
สารประกอบไอออนิกเขียนแสดงสูตรเคมี โดยให้สัญลักษณ์ธาตุท่ีเปน็ ไอออนบวกไวข้ ้างหน้า ตามด้วย
สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ โดยมีตัวเลขแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของจำนวนไอออนที่เป็นองค์ประกอบ
สำหรับสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากโลหะที่มีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า ต้องระบุเลขออกซิเดชัน
ของโลหะด้วย
5. สาระการเรียนรู้
การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก ใชห้ ลักดังน้ี
1. เขียนไอออนบวกของโลหะหรือกลุ่มไอออนบวกไว้ข้างหน้าและไอออนลบของอโลหะ
หรือกลุ่มไอออนลบไว้ข้างหลัง ยกเว้นสารประกอบไอออนิกที่เป็นเกลืออะซิเตต (CH3COO- ) จะเขียน
กลุ่มไอออนลบไว้กอ่ นแลว้ ตามด้วยไอออนบวกของโลหะ เช่น CH3COONa, (CH3COO)2Ca
2. ไอออนบวกและไอออนลบจะรวมกันในอัตราส่วนที่ทำให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์ ดังนั้นจึงต้อง
หาตัวเลขมาคูณกับจำนวนประจุบนไอออนบวกและไอออนลบให้มีจำนวนประจุเทา่ กัน แล้วใส่ตัวเลขเหลา่ น้ัน
ไว้มุมขวาล่างของแตล่ ะไอออนซึง่ ทำได้โดยใช้จำนวนประจบุ นไอออนบวกและไอออนลบคณู ไขวก้ ัน
3. กลุ่มไอออนบวกหรือกลุ่มไอออนลบมีมากกว่า 1 กลุ่มให้ใส่วงเล็บ ( ) และใส่จำนวนกลุ่มไว้
ทม่ี มุ ลา่ งขวา
การเรยี กชอื่ สารประกอบไอออนิก มหี ลกั เกณฑด์ ังนี้
1. สารประกอบธาตุคู่ (Binary compound) ถ้าสารประกอบเกิดจากธาตุโลหะทีม่ ไี อออนไดช้ นิดเดยี ว
รวมตวั กับอโลหะ ให้อ่านช่อื โลหะท่ีเป็นไอออนบวก แลว้ ตามด้วยชอ่ื อโลหะที่เปน็ ไอออนลบโดยลงเสียงพยางค์
ท้ายด้วยไอด์ (ide) เช่น
ออกซเิ จน เปลย่ี นเป็น ออกไซด์ (oxide)
ไฮโดรเจน เปล่ยี นเปน็ ไฮไดรด์ (hydride)
คลอรีน เปลีย่ นเปน็ คลอไรด์ (chloride)
ไอโอดนี เปล่ยี นเป็น ไอโอไดด์ (iodide)
ตัวอย่างการอ่านชื่อสารประกอบไอออนิกธาตุคู่
NaCl อ่านว่า โซเดยี มคลอไรด์ (sodium chloride)
CaI2 อา่ นว่า แคลเซียมไอโอไดด์ (calcium iodide)
KBr อ่านว่า โพแทสเซียมโบรไมด์ (potassium bromide)
NH4Cl อ่านว่า แอมโมเนียมคลอไรด์ (ammonium chloride)
2. สารประกอบธาตุสามหรือมากกว่า ถ้าสารประกอบเกิดจากไอออนบวกของโลหะหรือกลุ่มไอออน
บวกรวมตวั กบั กลุ่มไอออนลบ ให้อา่ นช่อื ไอออนบวกของโลหะ (โลหะนน้ั เกิดไอออนบวกได้ชนดิ เดียว) หรอื กลุม่
ไอออนบวก แลว้ ตามด้วยช่ือกลุ่มไอออนลบ เชน่
Na2SO4 อา่ นวา่ โซเดียมซัลเฟต (sodium sulfate)
CaCO3 อา่ นวา่ แคลเซยี มคาร์บอเนต (calcium carbonate)
KNO3 อา่ นวา่ โพแทสเซยี มไนเตรต (potassium nitrate)
ถ้าสารประกอบเกิดจากโลหะที่เกิดไอออนได้หลายชนิดรวมตัวกับกลุ่มไอออนลบ ให้ระบุประจุของ
โลหะโดยเป็นเลขโรมันในวงเลบ็ หลังชอื่ ไอออนบวก แลว้ จงึ อา่ นชอ่ื กลุม่ ไอออนลบตามหลงั เชน่
Cr เกดิ ไอออนได้ 2 ชนิด คอื Cr2+ กับ Cr3+
CrSO4 อา่ นวา่ โครเมยี ม (II) ซลั เฟต
Cr2(SO4)3 อา่ นว่า โครเมยี ม (III) ซลั เฟต
Hg เกดิ ไอออนได้ 2 ชนดิ คอื Hg22+ (Hg+) และ Hg2+
Hg2(NO3)2 อ่านว่า เมอควิ รี (I) ไนเตรต
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
3. มีจิตสาธารณะ
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (วธิ กี ารสอนแบบ Inquiry-based Learning : 5Es)
1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement stage)
1.1 นกั เรยี นสังเกตภาพท่ีครยู กตัวอย่าง แลว้ ร่วมกันตอบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
ภาพท่ี 1 ภาพการใหอ้ ิเล็กรอนของธาตโุ ลหะแอลคาไล (alkali metal)
และการรบั อิเลก็ ตรอนของธาตุแฮโลเจน (halogen)
- นกั เรียนสังเกตเหน็ อะไรในภาพบ้าง (แนวคำตอบ : เห็นมือทยี่ ืน่ ส้มใหก้ บั ลิง)
- จากภาพ มกี ารเปรียบเทยี บมอื ทีย่ ่นื ส้มให้กับลิงกับธาตุในตารางธาตุอยา่ งไร (แนวคำตอบ :
มือที่ยื่น เปรียบเทียบได้กับธาตุโลหะแอลคาไล (alkali metal), ส้ม เปรียบเทียบได้กับอิเล็กตรอน, ลิง
เปรยี บเทยี บไดก้ บั ธาตุแฮโลเจน (halogen))
- นักเรียนสามารถอธิบายการเปรียบเทียบมือที่ยื่นส้มให้กับลิงกับธาตุในตารางธาตุอย่างไร
(แนวคำตอบ : ธาตุโลหะแอลคาไล จะให้อิเล็กตรอนกับธาตุแฮโลเจน เนื่องจากโลหะแอลคาไลมีเวเลนซ์
อิเล็กตรอนเท่ากับ 1 จะต้องให้อิเล็กตรอน 1 อนุภาค เพื่อให้อิเล็กตรอนชันนอกสุดมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน
เท่ากับ 8 โดยจะให้กับธาตุแฮโลเจน ซึ่งมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 7 จะต้องรับอิเล็กตรอนท่ีธาตุโลหะ
แอลคาไลให้อิเล็กตรอน 1 อนุภาค เพื่อให้อิเล็กตรอนชั้นนอกสุดหรือมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน เท่ากับ 8
สารประกอบจะมีความเสถียรมากยง่ิ ขึ้น)
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration stage)
2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ร่วมกันทำกิจกรรม “อ่านชื่อ challenge” โดยครูจะแจก
ลูกเต๋าไอออนบวกและไอออนลบให้กับนักเรียน โดยนักเรียนจะต้องโยนลูกเต๋า 2 ลูกพร้อมกัน จากนั้นให้
นักเรียนเขียนไอออนบวกของธาตุและไอออนลบของธาตุที่ปรากฎ พร้อมทั้งเขียนสูตรเคมีและชื่ อของ
สารประกอบใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุด ภายใน 15 นาที โดยบันทึกลงในใบกิจกรรมกลมุ่
ภาพท่ี 2 ลกู เต๋ากิจกรรม “อา่ นชื่อ challenge”
3. ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation state)
3.1 นักเรยี นร่วมกนั ลงข้อสรุปเกีย่ วกบั การเรยี กช่ือสารประกอบไอออนิก ในประเด็นต่อไปน้ี
- สารประกอบธาตุคู่ (Binary compound) ถ้าสารประกอบเกิดจากธาตุโลหะที่มีไอออน
ได้ชนิดเดียวรวมตัวกับอโลหะ ให้อ่านชื่อโลหะที่เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยชื่ออโลหะที่เป็นไอออนลบ
โดยลงเสียงพยางคท์ ้ายด้วยไอด์ (ide) เช่น
- สารประกอบธาตุสามหรือมากกว่า ถ้าสารประกอบเกิดจากไอออนบวกของโลหะหรือ
กลุ่มไอออนบวกรวมตัวกับกลุ่มไอออนลบ ให้อ่านชื่อไอออนบวกของโลหะ (โลหะนั้นเกิดไอออนบวกได้ชนิด
เดียว) หรือกลุ่มไอออนบวก แล้วตามดว้ ยช่อื กลุ่มไอออนลบ
- ถ้าสารประกอบเกิดจากโลหะที่เกิดไอออนได้หลายชนิดรวมตัวกับกลุ่มไอออนลบ
ใหร้ ะบปุ ระจขุ องโลหะโดยเป็นเลขโรมนั ในวงเลบ็ หลังชอ่ื ไอออนบวก แลว้ จงึ อ่านช่ือกลุม่ ไอออนลบตามหลงั
4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration state)
4.1 นักเรียนร่วมทำตัวอย่างข้อสอบ เรื่อง การเกิดพันธะไอออนิกและการเรียกชื่อสารประกอบ
ไอออนกิ ดงั นี้
(1) กำหนดธาตสุ มมติ 4 ธาตุให้ดงั น้ี
P มีเลขอะตอมเท่ากบั 19
Q เขียนสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียร์ได้เป็น 198Q
R มีการจัดเรียงอเิ ล็กตรอนเปน็ 2 8 2
S มจี ำนวนโปรตอนเท่ากบ 16
ธาตคุ ูใ่ ดเกดิ สารประกอบไอออนิก และมจี ำนวนอิเล็กตรอนทีใ่ ห้และรบั เท่าใด
1. ธาตุที่เกิดสารประกอบไอออนิก P กับ Q ธาตุที่ให้อิเล็กตรอนและจำนวนอิเล็กตรอน
ที่ให้ Q ให้ 2 อิเล็กตรอน ธาตุท่รี ับอเิ ลก็ ตรอนและจำนวนอเิ ล็กตรอนที่รบั P รับ 1 อเิ ลก็ ตรอน
2. ธาตุที่เกิดสารประกอบไอออนิก P กับ S ธาตุที่ให้อิเล็กตรอนและจำนวนอิเล็กตรอน
ทใ่ี ห้ P ให้ 1 อเิ ลก็ ตรอน ธาตทุ ี่รับอิเลก็ ตรอนและจำนวนอเิ ล็กตรอนท่ีรบั S รบั 2 อิเล็กตรอน
3. ธาตุที่เกิดสารประกอบไอออนิก R กับ Q ธาตุที่ให้อิเล็กตรอนและจำนวนอิเล็กตรอน
ที่ให้ R ให้ 2 อิเลก็ ตรอน ธาตทุ รี่ บั อิเล็กตรอนและจำนวนอเิ ลก็ ตรอนท่รี ับ Q รับ 2 อิเล็กตรอน
4. ธาตุที่เกิดสารประกอบไอออนิก R กับ S ธาตุที่ให้อิเล็กตรอนและจำนวนอิเล็กตรอน
ทใี่ ห้ S ให้ 1 อิเล็กตรอน ธาตุทีร่ ับอิเลก็ ตรอนและจำนวนอเิ ลก็ ตรอนทรี่ บั R รบั 2 อเิ ลก็ ตรอน
5. ธาตุที่เกิดสารประกอบไอออนิก P กับ R ธาตุที่ให้อิเล็กตรอนและจำนวนอิเล็กตรอน
ทีใ่ ห้ P ให้ 1 อเิ ล็กตรอนธาตุท่รี บั อิเลก็ ตรอนและจำนวนอิเลก็ ตรอนท่รี บั R รบั 2 อเิ ลก็ ตรอน
(แนวคำตอบ : P กับ S โดย P ให้ 1 อิเล็กตรอน และ S รับ 2 อิเล็กตรอน เพราะสารประกอบไอออนิก
เกิดจากธาตุโลหะรวมกับธาตุอโลหะ โดยธาตุโลหะเป็นตัวให้อิเล็กตรอนและธาตุอโลหะเป็นตัวรับ
อเิ ลก็ ตรอนจากข้อมลู ธาตุสมมติท่กี ำหนดให้นำมาจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนได้ ดงั น้ี
P จดั เรียงอิเล็กตรอนเปน็ 2 8 8 1 จัดเป็นธาตโุ ลหะ เพราะอยหู่ มู่ 1A คาบ 4
Q จัดเรยี งอิเลก็ ตรอนเป็น 2 7 จดั เป็นธาตุอโลหะ เพราะอยู่หมู่ 7A คาบ 2
R มีการจดั เรียงอิเลก็ ตรอนเปน็ 2 8 2 จดั เปน็ ธาตโุ ลหะ เพราะอยหู่ มู่ 2A คาบ 3
S จัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนเปน็ 2 8 6 จัดเป็นธาตุอโลหะ เพราะอยู่หมู่ 6A คาบ 3
ดงั นน้ั ธาตุคทู่ ี่สามารถเกดิ สารประกอบไอออนิกได้ คอื P กบั Q , P กับ S , R กบั Q , R กับ S)
(2) จงพจิ ารณาว่าสตู รของสารประกอบและชอื่ ของสารประกอบไอออนิกต่อไปน้ี ข้อใดถกู ต้อง
ก. Li2HPO4 ลเิ ทยี มไฮโดรเจนฟอสเฟต
ข. Fe2O3 ไอรอ์ อน(II) ออกไซด์
ค. Cu2S คอปเปอร(์ I) ซลั ไฟด์
ง. CaHCO3 แคลเซยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
1. ข. และ ค. 2. ก. ค. และ ง.
3. ข. ค. และ ง. 4. ถูกทุกขอ้
(3) จากข้อมูล
ธาตุ การจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ
A 2, 8, 2
B 2, 8, 8, 1
C 2, 8, 7
D 2, 8, 18, 8
3.1 ธาตุคู่ใดมกี ารเกิดสารประกอบไอออนิกได้
1. A กับ D 2. C กบั D 3. B กบั C 4. B กบั D
(ถามต่อว่า สารประกอบทเ่ี กิดข้นึ ควรมีสูตรอยา่ งไร)
(แนวคำตอบ : 3. B กับ C)
5. ขน้ั ประเมินผล (Evaluation state)
5.1 นกั เรียนทำใบกจิ กรรมท่ี 2.1 พนั ธะไอออนิก
9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สไลดป์ ระกอบการสอน เรื่อง พันธะไอออนกิ
2. ใบกจิ กรรมที่ 2.1 พนั ธะไอออนิก
3. ใบกิจกรรม “อ่านชอ่ื challenge”
10. การวัดผลและการประเมนิ ผล
สง่ิ ท่ีต้องการวดั /ประเมนิ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
1. อธิบายหลกั การเรยี กชื่อของาร 1. สังเกตการตอบคำถาม 2. ใบกจิ กรรมที่ 2.1 ประเมินในระดับ 2
ขึน้ ไป
ประกอบไอออนกิ ได้ (K) จากการทำกิจกรรม 1. ชดุ คำถาม นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. ใบกิจกรรมท่ี 2.1 ประเมินในระดับ 2
2. ตรวจใบกิจกรรมท่ี 2.1 ขึ้นไป
1. แบบประเมินการ นักเรียนผ่านเกณฑ์
2. อ่านชื่อสารประกอบไอออนิก 1. สังเกตการตอบคำถาม ทำกิจกรรม ประเมินในระดับ 2
ขึ้นไป
ได้ (K) จากการทำกิจกรรม
2. ตรวจใบกิจกรรมที่ 2.1
3. ร่วมกันทำกิจกรรมอย่าง 1. สังเกตการมีสว่ นรว่ มใน
กระตอื รือร้น (A) การทำกิจกรรมในช้นั เรียน
เกณฑก์ ารประเมินก
รายการประเมนิ 3
1. อธิบายหลักการเรียกชื่อของารประกอบไอ อธิบายหลกั การเรียกช่ือ อธบิ าย
ออนกิ ได้ (K) ของารประกอบไอออนิกได้ ของาร
ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้อง
2. อา่ นชื่อสารประกอบไอออนิกได้ (K) อา่ นชอื่ สารประกอบไอ อ่านช่ือ
ออนิกถูกตอ้ งครบถว้ น ออนิก
3. ร่วมกันทำกิจกรรมอยา่ งกระตือรอื รน้ (A) ร่วมกันทำกิจกรรมในช้ัน ร่วมกัน
เรียนอย่างกระตือรอื ร้น เรยี นอ
และมีสว่ นรว่ มตอ่ การทำ และมสี
กิจกรรมอย่างดีเยยี่ ม กจิ กรร
การทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารให้คะแนน
21 0
ไม่สามารถอธิบายหลักการ
ยหลกั การเรียกชอ่ื อธบิ ายหลกั การเรยี กชือ่ เรยี กช่อื ของารประกอบไอ
ออนิกได้
รประกอบไอออนิก ของารประกอบไอออนิก ไม่สามารถอ่านชื่อ
สารประกอบไอออนิกได้
ง 3-4 สว่ น ถูกต้อง 2-1 สว่ น ไมเ่ ขา้ ร่วมกนั ทำกิจกรรม
ในชน้ั เรียน และไม่มสี ่วน
อสารประกอบไอ อ่านชื่อสารประกอบไอ ร่วมต่อการทำกิจกรรม
กถูกตอ้ ง 3-4 ส่วน ออนิกถูกตอ้ ง 1-2 ส่วน
นทำกจิ กรรมในชน้ั ร่วมกนั ทำกจิ กรรมในช้นั
อยา่ งกระตือรือร้น เรยี นอยา่ งกระตือรอื ร้น
ส่วนร่วมต่อการทำ และมีสว่ นร่วมตอ่ การทำ
รมอย่างดี กิจกรรมพอใช้
แบบประเมินการทำกิจกรรม
รายการประเมนิ คะแนน
3 2 10
1. อธิบายหลักการเรียกชื่อของารประกอบไอออนกิ ได้ (K)
2. อ่านช่อื สารประกอบไอออนิกได้ (K)
3. รว่ มกนั ทำกจิ กรรมอย่างกระตอื รือร้น (A)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรับปรงุ
ลงชือ่ ผู้สังเกต
...................................................
(………………………………………………………..)
ตำแหนง่ ....................................................
วันท.ี่ ........../................./....................
บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/1
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/2
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/3
...................................................................................................................................................... ........................
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
ลงช่อื ............................................................
(ปส.ภานุสรณ์ คีรีเพช็ ร์)
นักศกึ ษาปฏบิ ัตกิ ารสอน
วันที.่ ........../............../..............
ความคดิ เห็นอาจารยพ์ ีเ่ ลย้ี ง
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(อ.ทรงธรรม แก้วประถม)
อาจารยพ์ เี่ ลย้ี ง
วันที่.........../............../................
ใบกจิ กรรม 2.1
พนั ธะไอออนกิ
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
1. เขยี นสูตรเอมพริ คิ ลั ของสารประกอบไอออนกิ จากไอออนท่กี าหนด
ไอออนบวก ไอออนลบ สูตรเอมพริ คิ ลั ชอ่ื สารประกอบ
Na+ CO32-
K+ PO43-
Mg2+ SO42-
Ca2+ Cl-
Al3+ O2-
NH4+ NO3-
Li+ C2H3O2-
2. เขยี นไอออนท่เี ป็นองค์ประกอบของสารประกอบไอออนกิ ต่อไปน้ ี
สูตรเอมพริ คิ ลั ไอออนบวก ไอออนลบ ชอ่ื สารประกอบ
Al2(SO4)3
CaO
KCl
(NH4)2CO3
Na3PO4
Li2SO4
Mg(C2H3O2)2
“อ่านชอ่ื challenge”
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ชอ่ื ...................................................... ชอ่ื เลน่ ................. ชน้ ั ................ เลขท่.ี ...........
ไอออบบวก ไอออนลบ สูตร ชอ่ื สารประกอบ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11
รายวิชา ว31102 เคมพี ้ืนฐาน ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พันธะเคมี ปีการศกึ ษา 2565
เรอื่ ง สมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก จำนวน 2 ชัว่ โมง
ผู้สอน ปส.ภานุสรณ์ ครี ีเพช็ ร์
อาจารยพ์ ี่เล้ียง อ.ทรงธรรม แก้วประถม
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
2. ตัวชวี้ ัด
ว 2.1 ม.5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมใช้เหตุผลและระบุว่า
สารละลายที่ได้เป็นสารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ หรอื นอนอิเลก็ โทรไลต์
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ทดลองสมบัติการนำไฟฟา้ ของสารประกอบไอออนกิ ได้ (P)
2. อธิบายสมบตั ิการละลายแบบแตกตัวและไม่แตกตวั ได้ (K)
3. ระบุว่าสารละลายเป็นสารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์หรือนอนอิเลก็ โทรไลต์ได้ (K)
4. ร่วมกันทำกจิ กรรมอยา่ งกระตอื รอื ร้น (A)
4. สาระสำคญั
สารประกอบไอออนิกเมื่อละลายน้ำจะอยู่ในรูปของไอออน ซึ่งไอออนที่ละลายอยู่ในน้ำ อาจจะเป็น
ไอออนที่เกิดจากอะตอมของธาตุชนิดเดียวหรือเกิดจากกลุ่มอะตอม ซึ่งไอออนสามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อต่อกับ
วงจรไฟฟ้า ไอออนบวกจะเคลื่อนที่เข้าหาเข้าลบ และ ไอออนลบจะเคลื่อนที่เข้าหาขั้วบวก ทำให้กระแส
ไหลผ่านได้ สง่ ผลใหส้ ารละลายนำไฟฟา้ ได้ เรียกวา่ สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์