The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suppawan.v, 2021-10-29 05:10:44

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ ก

ตําราหลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ (Principles and Methods of Teaching Takraw) เล่มนี้
เป็นตำรำที่รวบรวมขึ้นตำมหลักสูตรปริญญำตรีที่ให้บริกำรด้ำนวิชำกำรแก่นิสิตของภำควิชำพลศึกษำและ
กีฬำ และนิสิตทั่วไปของคณะต่ำงๆ ของมหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นทั้งวิชำ
บังคบั (02170324 ทักษะและเทคนิคกำรสอนตะกร้อ) และวิชำบูรณำกำร ในกลุ่มวิชำอยู่ดีมีสุข หมวดวิชำ
ศึกษำทั่วไป (01175126 ตะกร้อ) และใช้สำหรับกำรเรียนกำรสอนต้ังแต่ภำคต้น ปีกำรศึกษำ 2560 โดยมี
เน้ือหำสำระประกอบด้วย

ควำมรู้ทว่ั ไปเกี่ยวกับกีฬำตะกร้อ หลักและวธิ สี อนพลศึกษำ กำรอบอุ่นร่ำงกำย และกำรเสริมสร้ำง
สมรรถภำพทำงกำย ทักษะพื้นฐำน ทักษะข้ำงเท้ำด้ำนใน หลังเท้ำ เข่ำ และโหม่ง กติกำกำรแข่งขัน และ
แนวทำงกำรเป็นเจ้ำหน้ำที่และผู้ตัดสินกีฬำตะกร้อ นอกจำกนี้ยังมีเนื้อหำเกี่ยวกับเทคนิค ข้อคิด และ
ประสบกำรณ์จริงจำกกำรสอนวิชำตะกร้อ และกำรเป็นผู้ฝึกสอนทีมกีฬำเซปักตะกร้อ รวมระยะเวลำ 10 ปี

ทั้งนี้เพื่อให้ตำรำเล่มนี้มีควำมทนั สมัย สอดคล้องกับกำรเรียนรู้ยคุ กำรศกึ ษำในศตวรรษที่ 21 ผู้เขียน
จึงมีกำรประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีสือ่ เสมือนจริง (AR: Augmented Reality) และกำรสแกนคิวอำร์โค้ด (QR Code
Scan) ซึง่ เปน็ กำรเปิดมิตใิ หม่ในกำรเรียนรู้สือ่ 3 มิติ ทะลุจอ เพื่อช่วยในกำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ สร้ำงควำม
ตื่นตำตนื่ ใจในกำรเรียนรู้ในมิตใิ หม่ที่มองเหน็ ภำพของกำรปฏิบัติที่เข้ำใจง่ำยมำกข้ึน ตำรำเล่มนี้ผู้เขียนได้เรียบ
เรียงเนื้อหำ สำระ ให้เป็นระบบและถูกต้องตำมหลักวิชำกำร เพื่อให้เกิดงำนทำงวิชำกำรที่เป็นประโยชน์
สำหรับนิสิต นักศึกษำ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนให้กำรเรียนกำรสอน กำรฝึกทักษะกีฬำ กำรเป็นผู้
ฝึกสอน กำรเปน็ เจ้ำหนำ้ ทีผ่ ู้ตัดสิน มีประสิทธภิ ำพมำกย่งิ ขึน้ ท้ังในปัจจบุ ันและอนำคตต่อไป

ในโอกำสนี้ ผู้เขียนขอขอบพระคณุ ทุกทำ่ นที่มีสว่ นในเอกสำรตำรำเล่มนี้ สำเรจ็ ลุล่วงด้วยดี มีคุณค่ำ
มีควำมสมบูรณ์มำกยิ่งขึ้น โดยเฉพำะเจ้ำของข้อมูลเน้ือหำสำระ จำกหนังสือ ตำรำ บทควำมวิชำกำร
ผลงำนวิจยั เอกสำรประกอบกำรฝึกอบรม และเอกสำรประกอบกำรประชุมในวำระต่ำงๆ ที่ผู้เขียนได้นำมำ
เรียบเรียงอ้ำงอิงประกอบ อย่ำงไรกต็ ำมหำกยังพบข้อบกพร่องและควำมไม่สมบูรณ์ ผู้เรียบเรียงยินดีน้อมรับ
คำแนะนำไวเ้ พือ่ นำไปปรับปรงุ ใหส้ มบรู ณ์ยิ่งข้นึ

สดุ ท้ำยนผี้ ู้เขียนขอขอบพระคุณคณบดีคณะศึกษำศำสตร์และพัฒนศำสตร์ ผู้บริหำรคณะ หัวหน้ำ
ภำควิชำพลศึกษำและกีฬำ คณำจำรย์ และบุคลำกรคณะศึกษำศำสตร์และพัฒนศำสตร์ทุกท่ำน ที่กรุณำ
ชี้แนะให้คำปรึกษำที่เป็นประโยชน์ และตรวจสอบควำมถูกต้องของเนื้อหำ จนสำมำรถเรียบเรียงจัดทำ
เอกสำรตำรำเล่มนสี้ ำเร็จไปได้ด้วยดี

วำ่ ที่ร.ต.หญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรพั ย์
อำจำรย์ประจำภำควชิ ำพลศึกษำและกีฬำ

กรกฎำคม 2560



หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ตำรำ “เรอ่ื งหลกั และวิธีสอนกฬี าตะกร้อ” ได้มีกำรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีส่ือเสมือน
จริง (AR: Augmented Reality) และกำรสแกนคิวอำร์โค้ด (QR Code Scan) ซึ่งเป็นกำรเปิดมิติ
ใหม่ในกำรเรียนรู้สือ่ 3 มิติ ทะลจุ อ เพื่อช่วยในกำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ สร้ำงควำมตื่นตำตื่นใจ
ในกำรเรียนรู้ในมิติใหม่ที่มองเห็นภำพของกำรปฏิบัติที่เข้ำใจง่ำยมำกขึ้น ประกอบด้วย 3
เครื่องมือ ได้แก่ V-Player, Line scan QR Code และHP Reveal โดยผู้เขียนขอแนะนำกำร
ใช้งำนผ่ำนส่อื AR ดงั นี้

ข้ันตอนกำรใช้งำน มีดงั นี้
1. ดำวน์โหลด V-Player โดยเข้ำไปที่ “Apple App Store” หรือ “Google Play” และค้นหำคำว่ำ
V-Player
2. เปิดเข้ำใช้งำน Application จำกนั้นสอ่ งไปที่ หน้าปก ของตำรำเลม่ นี้ แล้วจะแสดง Animation
3 มิติให้ได้รับชมในรูปแบบต่ำงๆ เช่น เสยี ง รูป วิดโี อ ไฟลเ์ อกสำรต่ำงๆ เป็นต้น

4. ต้องกำรรับชมขอ้ มูลในสว่ นใด ให้กด Maker ที่แสดงในหน้ำจอ เพื่อเข้ำรับชมต่อไป

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ ค

ขั้นตอนกำรใช้งำน มีดังนี้
1. ดำวน์โหลด Line โดยเข้ำไปที่ “Apple App Store” หรือ “Google Play” และค้นหำคำว่ำ Line

2. เปิดเข้ำใช้งำน Application จำกน้ัน กดที่ Log in (กรณีใช้งำนครง้ั แรกให้กดลงทะเบียน)

3. แตะไปที่ไอคอน QR Code จำกน้ันก็เริ่มทำกำรสแกนได้เลย แตะ Open หำกเป็น QR Code
ของลิงค์ต่ำงๆ ซึง่ จะแสดง URL หรือช่อื ลงิ ค์ให้เหน็ ดว้ ย ก็สำมำรถเข้ำดขู ้อมลู ต่ำงๆได้ทันที



หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ข้ันตอนกำรใช้งำน มีดงั นี้
1. ดำวน์โหลด HP Reveal Application โดยเข้ำไปที่ “Apple App Store” หรือ “Google Play”
และค้นหำคำว่ำ HP Reveal

2. เปิดเข้ำใช้งำน Application จำกนั้น กดที่ Log in

3. Log in เข้ำใช้งำนดว้ ย Username / Password ดงั นี้ takrawa
r
Username: takrawar
Password: takrawar

takrawa
r

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ จ

4. กดที่ปุ่ม ดำ้ นลำ่ ง จำกน้ัน scan ทีบ่ รเิ วณหน้ำเอกสำรทีม่ ีสัญลกั ษณ์ อยู่ใน

ภำพ จะปรำกฏภำพ Animation 3 มิติให้ได้รบั ชมในรปู แบบต่ำงๆ อำทิเช่น VDO PDF file Web

links เป็นต้น

ฉ หน้า

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ ก

คำนำ
คำแนะนำกำรใชง้ ำนเทคโนโลยีสื่อเสมือนจริง 1

บทที่ 1 ความรู้ทัว่ ไปเกี่ยวกบั กีฬาตะกร้อ 2
4
ควำมหมำย และควำมสำคญั ของกีฬำตะกร้อ 24
ประวัติควำมเปน็ มำและววิ ฒั นำกำรของกีฬำตะกร้อ 35
ประโยชน์ของกำรเล่นกีฬำตะกร้อ 38
ควำมรู้เกี่ยวกบั อปุ กรณ์ สนำม และสิง่ อำนวยควำมสะดวก 42
กำรดแู ลรักษำซ่อมแซมอปุ กรณ์และสนำม 43
ควำมปลอดภยั ในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ 47
มำรยำทของกำรเปน็ ผู้เล่น และผู้ชมที่ดี 48
สรุป 48
คำถำมทบทวน
เอกสำรอ้ำงอิง 50

บทที่ 2 หลักและวิธีสอนพลศึกษา 50
52
หลกั และวธิ สี อนพลศึกษำ 56
หลักกำรสอนและขั้นตอนกำรสอนกีฬำ 62
กำรสอนทักษะกีฬำตะกร้อ 69
วธิ กี ำรสอนแบบต่ำงๆ
กำรจัดกำรศกึ ษำกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 72
หลักสตู รแกนกลำง กำรศกึ ษำข้ันพืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 74
กำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ 75
ตวั อย่ำงโครงกำรสอนระยะยำว 88
ตัวอย่ำงกำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ (รำยคำบ) 88
สรปุ 89
คำถำมทบทวน
เอกสำรอ้ำงอิง

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ ช

บทที่ 3 หลกั การอบอนุ่ รา่ งกาย และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย 90

กีฬาตะกร้อ

ทำไมเรำต้องกำรอบอุ่นร่ำงกำย 90
Warm Up อย่ำงไรใหม้ ีควำมเหมำะสม 91
องค์ประกอบของกำรอบอุ่นร่ำงกำยแบบ “RAMP” 92
สมรรถภำพทำงกำย 96
หลักกำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยเพือ่ ส่งเสริมทกั ษะกีฬำตะกร้อ 105
สรุป 109
คำถำมทบทวน 110
เอกสำรอ้ำงอิง 110

บทที่ 4 ทักษะพื้นฐานของตะกรอ้ 111

กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ 112
กำรเคลื่อนที่และกำรทรงตัวในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ 117
กำรควบคมุ ลูกตะกร้อ 120
กำรส่งลกู ตะกร้อ 128
ตัวอย่ำงแบบฝึกทักษะพืน้ ฐำนกีฬำตะกร้อ 129
สรุป 134
คำถำมทบทวน 135
เอกสำรอ้ำงอิง 135

บทที่ 5 ทกั ษะการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน 136

ควำมหมำยของกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน 137
จดุ มุ่งหมำยของกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน 135
วธิ กี ำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน 135
ขั้นตอนกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน 140
ตัวอย่ำงแบบฝึกทกั ษะกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน 142
สรปุ 146
คำถำมทบทวน 146
เอกสำรอ้ำงอิง 147

ซ 148

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 149
149
บทที่ 6 ทกั ษะการเลน่ ลูกหลงั เท้า 149
151
ควำมหมำยของกำรเล่นลูกหลงั เท้ำ 153
จุดมุ่งหมำยของกำรเล่นลูกหลังเท้ำ 157
วธิ กี ำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกหลังเท้ำ 157
ข้ันตอนกำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกหลังเท้ำ 157
ตัวอย่ำงแบบฝึกทักษะกำรเล่นลูกหลงั เท้ำ
สรุป 158
คำถำมทบทวน
เอกสำรอ้ำงอิง 159
159
บทที่ 7 ทักษะการเลน่ ลกู เข่า 160
161
ควำมหมำยของกำรเล่นลกู เข่ำ 163
จุดมุ่งหมำยของกำรเล่นลูกเข่ำ 167
วธิ กี ำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำ 167
ขั้นตอนกำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลกู เข่ำ 168
ตัวอย่ำงแบบฝึกทกั ษะกำรเล่นลกู เข่ำ
สรุป 169
คำถำมทบทวน
เอกสำรอ้ำงอิง 169
170
บทที่ 8 ทักษะการเลน่ ลูกศีรษะ 170
172
ควำมหมำยของกำรเล่นลูกศีรษะ 173
จดุ มุ่งหมำยของกำรเล่นลกู ศีรษะ 176
วธิ กี ำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกศีรษะ 177
ขั้นตอนกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกศีรษะ 177
ตัวอย่ำงแบบฝึกทักษะกำรเล่นลกู ศีรษะ
สรปุ 178
คำถำมทบทวน
เอกสำรอ้ำงอิง 179
190
บทที่ 9 กติกา และการเปน็ เจา้ หน้าที่ ผู้ตัดสินกีฬาตะกรอ้

กติกำกีฬำตะกร้อทกุ ประเภทโดยสังเขป
เทคนิคกำรเป็นเจ้ำหน้ำที่ และผู้ตดั สนิ กีฬำตะกร้อ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ ฌ

สรุป 217
คำถำมทบทวน 217
เอกสำรอ้ำงอิง 218

บรรณานกุ รม 219

ภาคผนวก 221

ภาคผนวก ก แบบทดสอบสมรรถภำพทำงกำย 222
ภาคผนวก ข แบบทดสอบทักษะตะกร้อพนื้ ฐำน 241
ภาคผนวก ค แบบประเมินค่ำทักษะกีฬำเชิงคุณภำพ 258
ภาคผนวก ง แบบทดสอบควำมรู้ออนไลน์ ด้วยวธิ ีกำรสแกน ผ่ำนQR code 274
ภาคผนวก จ แหล่งข้อมลู เพิ่มเติมด้วยวธิ กี ำรสแกน ผ่ำนQR code 276
ภาคผนวก ฉ ประวัติผู้เขียน 283



หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ตารางที่ หน้า

1.1 วิวัฒนำกำรกีฬำตะกร้อในประเทศไทย 21
25
1.2 ตำรำงวิเครำะห์สังเครำะห์ประโยชน์ของกีฬำตะกร้อตำมแนวคิดของ
นักกำรศึกษำไทย 34
62
1.3 แสดงประโยชน์ของกีฬำตะกร้อประเภทตำ่ งๆ ตำมแนวคิดของผู้เขียน
102
2.1 แสดงกำรประยกุ ต์ใช้วิธสี อนทำงกำรศึกษำในกำรสอนพลศึกษำ
ตำมแนวคิดของผู้เขียน 178

3.1 แสดงผลกำรวิเครำะห์สงั เครำะห์องคป์ ระกอบของสมรรถภำพทำงกำย
ตำมทศั นะของนักวิชำกำรหลำยท่ำน

9.1 ตำรำงสงั เครำะห์เปรียบเทียบกติกำทกุ ประเภทโดยย่อ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ ฎ

ภาพที่ หนา้

1.1 แสดงหน้ำจอวิดีโอประวัตกิ ีฬำตะกร้อ 4
1.2 แสดงสนำมตะกร้อข้ำมตำข่ำย 8
1.3 แสดงกำรแข่งขันกีฬำเซปักตะกร้อ 10
1.4 แสดงกำรแข่งขนั ตะกร้อลอดบว่ งหรือตะกร้อลอดห่วง 13
1.5 แสดงลกั ษณะของตะกร้อวง 14
1.6 แสดงลกั ษณะของสนำมแข่งขันตะกร้อเตะทนวงใหญ่ 15
1.7 แสดงกำรเลน่ ตะกร้อพลกิ แพลงในรำยกำรโทรทศั น์ 18
1.8 แสดงกำรแข่งขนั กีฬำตะกร้อชงิ ธง 19
1.9 แสดงกำรแข่งขันกีฬำตะกร้อชนิ ลง 20
1.10 แสดงขนำดของสนำมเซปกั ตะกร้อ 35
1.11 แสดงขนำดและควำมสงู ของเสำและตำข่ำยเซปกั ตะกร้อ 36
1.12 แสดงขนำดลกู ตะกร้อหญงิ และชำย (จำกซ้ำยไปขวำ) 37
1.13 แสดงลกั ษณะสนำมเซปักตะกร้อพนื้ ยำง 39
1.14 แสดงลักษณะสนำมเซปักตะกร้อพืน้ ไม้ (ปำเก้) 40
1.15 กำรดูแลรกั ษำอุปกรณ์กฬี ำตะกร้อ 41
2.1 แผนภำพระบบกำรออกแบบกำรเรยี นกำรสอน 72
2.2 แผนภำพกำรวำงแผนหรือกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรยี น 73

เปน็ ศูนย์กลำง 113
4.1 แสดงกำรโยนลกู ตะกร้อแบบสองมือ 113
4.2 แสดงกำรโยนลูกตะกร้อแบบมือเดยี ว ทำงมือขวำ 114
4.3 แสดงกำรโยนลกู ตะกร้อแบบมือเดยี ว ทำงมือซ้ำย 114
4.4 แสดงกำรโยนลกู ตะกร้อแบบสลับมือรบั 114
4.5 แสดงกำรกระโดดตบจับลูกตะกร้อเหนือศีรษะ 115
4.6 แสดงกำรกระโดดเปลี่ยนตะกร้อใต้เข่ำ 115
4.7 แสดงกำรกระโดดสลับเท้ำแตะตะกร้อทีพ่ ื้นให้ตะกร้ออยู่กบั พนื้



หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

4.8 แสดงกำรกระโดดสลบั เท้ำแตะตะกร้อทีพ่ ื้นและเคลอ่ื นที่ 115
4.9 แสดงกำรหนีบตะกร้อดว้ ยเท้ำคู่แลว้ กระโดดหมนุ ตวั ในอำกำศไปทำงซ้ำย – ขวำ 116
4.10 แสดงกำรรบั สง่ ลกู ตะกร้อให้อยู่ระหว่ำงเท้ำท้ังสอง 116
4.11 แสดงกำรก้มตวั จับตะกร้อดว้ ยมอื ทั้งสองระหว่ำงขำ 116
4.12 แสดงกำรก้มตวั โยนตะกร้อให้ลอดระหว่ำงขำ 117
4.13 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมหรือกำรทรงตวั ที่ดี 118
4.14 แสดงกำรเคลอ่ื นทีไ่ ปข้ำงหน้ำ 119
4.15 แสดงกำรเคล่อื นที่ไปข้ำงหลงั 119
4.16 แสดงกำรเดำะลูกหลังเท้ำดว้ ยเท้ำซำ้ ยและขวำ 121
4.17 แสดงกำรเดำะลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยเท้ำซ้ำยและขวำ 122
4.18 แสดงกำรเดำะลูกเข่ำดว้ ยเข่ำซ้ำยและขวำ 122
4.19 แสดงกำรเดำะลูกด้วยศีรษะ 122
4.20 แสดงท่ำฝึกทักษะลูกหน้ำเท้ำ สงู ในแนวดง่ิ มำกกว่ำ 1 เมตร 123
4.21 แสดงท่ำฝึกทกั ษะลูกศีรษะ สูงในแนวด่งิ มำกกว่ำ 1 เมตร 123
4.22 แสดงท่ำฝึกทักษะลูกหน้ำเท้ำกบั ศีรษะ 123
4.23 แสดงท่ำฝึกทกั ษะหลงั เท้ำกับหน้ำเท้ำ 124
4.24 แสดงท่ำฝึกทกั ษะลกู หน้ำเท้ำกับเข่ำ 124
4.25 แสดงท่ำฝึกทกั ษะรวมโดยผู้ฝึกหมนุ ตัวไปทำงซ้ำยและขวำ 124
4.26 แสดงท่ำกำรเคลอ่ื นที่ไปทำงดำ้ นหน้ำ ย่อเข่ำซ้ำยและยกเท้ำขวำเดำะลกู ตะกร้อ 125
4.27 แสดงท่ำกำรเคลอ่ื นที่โดยก้ำวเท้ำขวำไปทำงดำ้ นหลงั ลำกเท้ำซ้ำยถอย 126

พร้อมยอ่ เข่ำซ้ำย ยกเท้ำขวำ เดำะลกู ตะกร้อ 126
4.28 แสดงกำรเคล่อื นที่ไปทำงซ้ำย 126
4.29 แสดงกำรเคล่อื นที่ไปทำงขวำ 127
4.30 แสดงกำรเคล่อื นที่ถอยหลังเพือ่ หำจงั หวะเลน่ ลกู ระดับตำ่ 127
4.31 แสดงกำรเคลอ่ื นที่ถอยหลังจังหวะเลน่ ลูกระดบั ต่ำ 127
4.32 แสดงวิธีกำรรบั ลูกตะกร้อ 128
4.33 แสดงวิธีกำรสง่ ลกู ตะกร้อเมื่อเป้ำหมำยอยไู่ กลโดยใช้เท้ำ 128
4.34 แสดงวิธีกำรสง่ ลกู ตะกร้อเมือ่ เป้ำหมำยอยใู่ กลโ้ ดยใช้ศีรษะ 129
4.35 แสดงท่ำฝึก Single-Leg Balance with Opposite-Leg Reach 130
4.36 แสดงทกั ษะกำรเคล่อื นทีใ่ นขณะเดำะลกู ตะกร้อด้วยทักษะต่ำงๆ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ ฐ

4.37 แสดงทักษะกำรรบั ลูกตะกร้อ หรือกำรเปิดลกู ตะกร้อ 132
4.38 แสดงทักษะกำรรับ – สง่ ลกู ตะกร้อ 133
4.39 แสดงทักษะกำรควบคุมลูกตะกร้อ 134
5.1 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมแบบเท้ำคู่ขนำน 138
5.2 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมแบบเท้ำนำเท้ำตำม 139
5.3 แสดงท่ำเตรียมกำรเลน่ ลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน 141
5.4 แสดงท่ำกำรทรงตัวกำรเลน่ ลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน 141
5.5 แสดงท่ำเตะลูกตะกร้อในกำรเลน่ ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน 141
5.6 แสดงกำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนในดว้ ยท่ำเปลำ่ 142
5.7 แสดงกำรฝึกทกั ษะลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นในประกอบลูกตะกร้อ 143
5.8 แสดงท่ำฝึกทักษะกำรส่งลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยตนเอง 144
5.9 แสดงท่ำฝึกทกั ษะกำรส่งลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยผู้ฝึก 144
5.10 แสดงท่ำฝึกทักษะกำรพกั ลกู และสง่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน 145
5.11 แสดงท่ำกำรฝึกทกั ษะกำรพัก และสง่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน 146
6.1 แสดงวิธีกำรเตรียม และกำรทรงตวั ในกำรเลน่ ลกู หลงั เท้ำ 150
6.2 แสดงท่ำเตรียมเลน่ ลูกหลงั เท้ำ 152
6.3 แสดงท่ำจับลูกตะกร้อเลน่ ลกู หลังเท้ำ 152
6.4 แสดงท่ำเดำะลกู หลังเท้ำ 152
6.5 แสดงท่ำจับลกู เลน่ ลกู หลัง 152
6.6 แสดงกำรฝึกทกั ษะเลน่ ลูกหลังเท้ำดว้ ยท่ำเปลำ่ 153
6.7 แสดงท่ำกำรฝึกทกั ษะลูกหลังเท้ำประกอบตะกร้อ 154
6.8 แสดงท่ำกำรฝึกทักษะลกู หลังเท้ำ เพือ่ เพิ่มควำมชำนำญ 154
6.9 แสดงท่ำกำรฝึกทักษะลกู หลงั เท้ำ เพือ่ เพิ่มควำมชำนำญ 155
6.10 รปู แบบกำรฝึกทกั ษะกำรรับลูกด้วยหลงั เท้ำ 156
6.11 รปู แบบกำรฝึกทกั ษะกำรรับลูกด้วยหลงั เท้ำ 156
7.1 แสดงท่ำกำรเตรียม และกำรทรงตวั กำรเลน่ ลกู เข่ำ 160
7.2 แสดงท่ำเตรียมและกำรทรงตัว 161
7.3 แสดงท่ำกำรเลน่ ลูกเข่ำประกอบตะกร้อ 162
7.4 แสดงท่ำกำรเลน่ ลกู เข่ำ 162
7.5 แสดงท่ำกำรฝึกกำรเลน่ ลูกเข่ำดว้ ยท่ำเปลำ่ 163

ฑ 164
164
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 165
166
7.6 รูปแบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 1 167
7.7 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 2 171
7.8 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 3 172
7.9 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 4 172
7.10 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 5 173
8.1 แสดงท่ำกำรเตรียม และกำรทรงตวั กำรเลน่ ลูกศีรษะ 173
8.2 แสดงท่ำเตรียม 174
8.3 แสดงท่ำกำรเลน่ ลูกศีรษะ 175
8.4 แสดงท่ำกำรสง่ ลกู ศีรษะ 175
8.5 แสดงท่ำเตรียมพร้อมสำหรับกำรเลน่ ลูกศีรษะ 176
8.6 เคล่อื นทีเ่ ดำะไปในทิศทำงต่ำง ๆ 190
8.7 รูปแบบกำรฝึกเล่นลกู ศีรษะ แบบที่ 2 191
8.8 รปู แบบกำรฝึกเล่นลูกศีรษะ แบบที่ 3 192
8.9 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู ศีรษะ แบบที่ 4 193
9.1 แสดงกำรปฏิบัตหิ น้ำทีข่ องผู้ตดั สินที่ 1 194
9.2 แสดงใบส่งรำยชื่อนักกีฬำเซปกั ตะกร้อ 195
9.3 แสดงใบส่งรำยชื่อตะกร้อลอดห่วง 199
9.4 แสดงใบบันทึกคะแนนกำรตดั สินเซปักตะกร้อ 200
9.5 แสดงใบบนั ทึกคะแนนกำรตัดสินตะกร้อลอดห่วง
9.6 แสดงใบจัดผู้ตัดสินเซปกั ตะกร้อ 211
9.7 แสดงกำรเดนิ ลงสนำมและกำรสัมผสั มือ 212
9.8 แสดงกำรเดนิ ลงสนำมของกรรมกำรประจำสนำม ผู้ตดั สิน ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ 213
214
และผู้ตัดสินกำกบั เสน้ 215
9.9 สัญญำณมือในกำรตัดสนิ กีฬำเซปกั ตะกร้อ 216
9.10 สัญญำณนกหวีดในกำรตัดสินเซปกั ตะกร้อชำยหำด
9.11 สญั ญำณมือในกำรตัดสินกีฬำเซปักตะกร้อ
9.12 แสดงทิศทำงกำรสง่ ลูกตะกร้อของเจ้ำหน้ำทีเ่ กบ็ ลูกตะกร้อ
9.13 แสดงทิศทำงกำรสง่ ลูกตะกร้อของเจ้ำหน้ำทีเ่ ก็บลกู ตะกร้อ
9.14 แสดงแบบรำยงำนกำรแข่งขัน

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรื่อง “ควำมรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬำตะกร้อ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถบอก

ควำมสำคัญ ประวัติควำมเป็นมำ ประโยชน์ อุปกรณ์ สนำม และส่ิงอำนวยควำมสะดวก
รวมท้ังวิธีกำรดูแลรักษำซ่อมแซมอุปกรณ์และสนำมได้ถูกต้อง อีกทั้งจำแนกควำมปลอดภัย
ของกีฬำตะกร้อ รวมท้ังมำรยำทของกำรเป็นผเู้ ลน่ และผู้ชมทีด่ ีไดถ้ ูกต้องอย่ำงน้อย 5 ข้อ

กล่าวนํา

“ตะกร้อ” เป็นกีฬำไทยเป็นกีฬำที่แพร่หลำยกันมำนำนนับศตวรรษไม่ว่ำจะเป็นใน

ชนบท ชำนเมือง ตำมหวั เมืองหรือแม้กระทัง่ ในวังจะพบเห็นกำรเล่นตะกร้อได้เสมอด้วยตะกร้อ
ไม่ต้องกำรบริเวณพื้นที่กว้ำงขวำงเหมือนกีฬำประเภทอื่น ๆ อุปกรณ์ก็หำได้ง่ำยท้ังผู้เล่นก็ไม่
จำกัดรูปร่ำง เพศหรือวัยตลอดจนไม่จำกัดจำนวนผู้เล่นตำยตัว ท้ังนี้อำจยืดหยุ่นได้ตำมควำม
เหมำะสม ดังนั้นกำรเลน่ “ตะกร้อ” จึงไดร้ บั ควำมนิยมตลอดมำ

กำรเล่นตะกร้อเป็นกำรฝึกให้เกิดควำมคล่องแคล่ว ว่องไว ปรำดเปรียว เพรำะต้อง
ระมดั ระวงั ตัวเตรียมพร้อมทีจ่ ะเข้ำเลน่ ลูกในลกั ษณะต่ำง ๆ อยู่ตลอดเวลำ และกำรเคล่ือนไหว
ก็ต้องกระทำดว้ ยควำมรวดเรว็ และในท่ำทำงที่กระฉบั กระเฉง เพือ่ ให้ทันกับจังหวะทีจ่ ะเลน่ ลกู
กำรเคล่อื นไหวก็เปน็ ไปทกุ ทิศทำง จะช้ำหรือเร็วก็แลว้ แต่จังหวะของลูกและลีลำของผู้เล่น และ
ยงั เปน็ กำรฝึกให้เป็นผู้มีอำรมณ์เยอื กเยน็ สขุ ุมรอบคอบ เพรำะกำรเลน่ หรือกำรเตะลกู แตล่ ะคร้ัง
จะต้องอำศัยควำมแน่วแน่สำรวมจิตใจไปสู่กำรกระทำอย่ำงดี ถ้ำหำกใจร้อนหรือลุกล้ีลุกลน
กำรเลน่ แตล่ ะครั้งก็จะเสยี ไป กำรเลน่ ตะกร้อแบบไทยแต่เดิมคือกำรเล่นตะกร้อลอดห่วง ถ้ำใช้
ควำมสขุ ุมรอบคอบ และมีควำมม่นั คงทำงอำรมณ์ไดม้ ำกเท่ำไรก็จะทำให้กำรเล่นเป็นผลดีมำก
เท่ำน้ัน

กำรเลน่ ตะกร้อ จะช่วยประสำนหน้ำทีข่ องอวัยวะในร่ำงกำยให้มีระบบกำรทำงำนที่ดีขึ้น
จะเป็นกำรฝึกประสำทได้เป็นอย่ำงดี เพรำะกำรเล่นลูกแต่ละคร้ัง ต้องอำศัยควำมสัมพันธ์
ระหว่ำงประสำทกบั กลำ้ มเนอื้ และอวยั วะตำ่ ง ๆ เช่น ประสำทตำกบั กำรเคล่อื นไหวของเท้ำและ
มือ ทำให้กำรเตะหรือกำรเล่นลูกเป็นไปอย่ำงรำบรื่น นิ่มนวลและได้จังหวะจะโคน ประสำทหู

2

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ตำ ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ประสำทกล้ำมเนื้อก็พร้อมที่จะเคล่ือนไหวได้ทันที และรวดเร็วทุก
ทิศทำงนับเป็นกำรบริหำรกำยได้อย่ำงดีเลิศ เพรำะมีกำรเคล่ือนไหวอวัยวะส่วนต่ำง ๆ ของ
ร่ำงกำยอยู่ตลอดเวลำ ซึง่ ดูเหมือนว่ำกฬี ำตะกร้อจะใช้ทุกส่วนของร่ำงกำย นับเป็นกำรส่งเสริม
ประสิทธิภำพกำรทำงำนของอวัยวะตำ่ ง ๆ ทำให้ร่ำงกำยมีควำมแข็งแรง สมบูรณ์ ช่วยป้องกัน
และรักษำโรคหัวใจ ทำให้เลือดไหลเวียนดี กำรขับถ่ำยก็จะดีตำมไปด้วย ท้ังจะต้องมีปฏิภำณ
ไหวพริบ มีกำรแก้ปัญหำ อยู่ตลอดเวลำทีเ่ ลน่ ต้องใช้สมองและสติปญั ญำยิ่งในกำรเลน่ ประเภท
ที่แข่งขันด้วยแล้ว ก็จะต้อง มีกำรวำงแผนกำรเล่นโดยอำศัยปัจจัยหลำยประกำรทำให้กำร
แข่งขันมีรสชำติ เพรำะเป็นกำรวัดว่ำใครมีเชำว์และปฏิภำณไหวพริบและประสบกำรณ์ดีกว่ำ
หรือมำกกว่ำกัน

นอกจำกนีก้ ีฬำตะกร้อยังเปน็ พนื้ ฐำนกำรเลน่ กีฬำประเภทอื่นได้เป็นอย่ำงดี เพรำะผู้เล่น
รู้จักวิธกี ำรครอบครองลกู รู้จงั หวะเข้ำออก จังหวะกำรเตะ มีควำมสัมพนั ธ์มอื เท้ำ อวยั วะต่ำงๆ
มีกำรเคลอ่ื นไหวสอดคลอ้ งกนั สร้ำงควำมแข็งแกรง่ ของกล้ำมเนอื้ ก่อให้เกิดควำมอดทน ท้ังยงั รู้
กำหนดทศิ ทำง ซึง่ ส่งเสริมให้เกิดควำมว่องไวปรำดเปรียว กำรเลน่ กีฬำตะกร้อรูปแบบต่ำง ๆยัง
ช่วยสง่ เสริมกำรแก้ปัญหำเฉพำะหน้ำ ช่วยในกำรระบำยออกทำงอำรมณ์ที่ดีเป็นกำรใช้เวลำว่ำง
ให้เป็นประโยชน์ ทำให้จติ ใจสดชื่นแจ่มใสและที่สำคัญผู้ที่เล่นตะกร้อจะยังได้ชื่อว่ำเป็นผู้หนึ่ง ที่
สง่ เสริมกฬี ำศิลปะและวัฒนธรรมไทย ถอื ได้ว่ำเป็นกำรรักษำเอกลักษณ์ของชำติโดยแท้

ความหมายและความสําคญั ของกฬี าตะกร้อ

คำว่ำ “ตะกร้อ” ตำมพจนำนกุ รมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน ปีพุทธศกั รำช 2525 ได้ให้คำ
นิยำมไว้ว่ำ “ลูกกลมสำนดว้ ยหวำยเปน็ ตำสำหรับเตะ” นอกจำกนี้ ฟอง เกิดแก้ว (2521: 333)
กล่ำวว่ำ “กีฬำตะกร้อ” หมำยถึง กำรเล่นชนิดหนึ่งสำนดว้ ยหวำยสำหรบั เตะเลน่ บ้ำง บำงอย่ำง
ทำด้วยหนังปักพู่ขนไก่

“ตะกร้อ” ยังมีควำมหมำยมำกกว่ำของเตะเล่น โดยปรำกฏในพจนำนุกรมอีกว่ำเป็น
“เครอ่ื งมือสอยผลไมด้ ำ้ มยำว รปู รี ทำด้วยไมเ้ ป็นซ่ี เครื่องสำนรูปทรงกระบอก สำหรับใส่ไว้ใน
กระถำงยำดองและกะปิ เพือ่ กันเอำแต่น้ำ (โบ) น. เครื่องดับไฟสำนเป็นรูปตะกร้อ พันผ้ำชุบน้ำ
มีด้ำมยำวสำหรบั ดับและคลงึ ลูกไฟทีม่ ำตดิ บนหลงั คำ

กีฬำทุกชนิดถ้ำผู้เล่นนำไปใช้ให้ถูกต้องแล้ว ย่อมกลำยเป็นเครื่องมือที่จะก่อให้เกิด
สังคมมิตรภำพ ควำมสำมัคคี กลมเกลียว ปลูกฝังควำมมีน้ำใจนักกีฬำถ้ำหำกมีทักษะ หรือ
ควำมสำมำรถสงู ย่อมมีโอกำสเป็นตัวแทนของสถำบันกำรศึกษำ สโมสร เขต และตัวแทนของ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 3

ประเทศชำติ ซึ่งจะเป็นกำรประกำศเกียรติคณุ และไดร้ ับรำงวลั ตอบแทนจำกกำรเล่นตะกร้อ ไม่
ว่ำจะเปน็ ตะกร้อชนิดใดกต็ ำมซึง่ มีควำมสำคัญดังนี้

1. เปน็ กีฬำที่เลน่ ได้งำ่ ยและเลน่ ได้โดยไมจ่ ำกดั เวลำและสถำนที่
2. เปน็ กีฬำที่มีอุปกรณ์กำรเลน่ รำคำถูก ทำให้ประหยัดค่ำใช้จำ่ ย
3. เป็นกีฬำทีส่ ง่ เสริมสมรรถภำพทำงกำย ทำให้ว่องไวปรำดเปรียว
4. เปน็ กีฬำที่สง่ เสริมสมรรถภำพทำงจิตใจ ให้รู้จักกำรตัดสินใจ รู้จักควบคุมอำรมณ์
และมีปฏิภำณไหวพริบดี
5. เป็นกีฬำทีส่ ง่ เสริมให้มมี นุษยสมั พนั ธ์ที่ดี มีวงสังคมกว้ำงขวำง
6. เปน็ กีฬำที่มีควำมปลอดภัยมำกกว่ำกำรเลน่ กีฬำประเภทอืน่
7. เปน็ กีฬำที่ได้ชือ่ ว่ำช่วยรกั ษำอนุรกั ษ์กฬี ำประจำชำติไทย

รังสฤษฏ์ บุญชลอ (2543: 10) ได้สรุปควำมสำคัญของกำรเล่นกีฬำตะกร้อไว้กว้ำงๆ
ดังนี้

1. เป็นกีฬำที่ก่อให้เกิดควำมสนุกสนำน เพลิดเพลิน เป็นกำรเสริมสร้ำงสมรรถภำพ
ทำงดำ้ นร่ำงกำย และจิตใจ

2. เปน็ กีฬำที่ประหยัดค่ำใช้จำ่ ย เลน่ ง่ำย กติกำ และระเบียบ กำรแข่งขันไมเ่ ครง่ ครัด
3. เปน็ กีฬำที่ไมจ่ ำกัดเวลำ และสถำนที่
4. เป็นกีฬำที่กระตุ้นให้เกิดกำรตื่นตัวในกำรเคล่ือนไหวอย่ำงคล่องแคล่ว ว่องไว
เสริมสร้ำงบุคลกิ ภำพ
5. เป็นกีฬำที่เสริมสร้ำงอำรมณ์ ควำมคิด และจิตใจให้มีควำมสุขุม รอบคอบ เยือก
เย็น
6. เป็นกีฬำที่ช่วยให้ระบบประสำททำงำนประสำนกับระบบอื่นๆได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ
7. เป็นกีฬำทีเ่ สริมสร้ำงควำมสำมคั คีในหมู่คณะ และสงั คมรวมท้ังเป็นส่ือกลำงในกำร
เข้ำสังคม และพัฒนำชมุ ชนทำงดำ้ นสุขภำพและพลำนำมยั
8. เป็นกีฬำทีใ่ ช้เป็นแนวทำง หรือทักษะพนื้ ฐำนอนั นำไปสู่กำรเลน่ กีฬำชนิดอื่นๆได้ เช่น
ฟตุ บอล
9. เป็นกีฬำที่สำมำรถใช้เปน็ แนวทำงในกำรอนุรกั ษ์และเผยแพร่ศิลปวฒั นธรรม
ประจำชำติ ที่ดีงำมให้คงไว้

4

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

10. เปน็ กีฬำทีต่ ้องใช้ควำมสำมำรถด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และสติปัญญำ
รวมทั้งทักษะที่สูงมำกสำหรับผู้ที่ต้องกำรควำมเป็นเลิศทำงด้ำนกีฬำตะกร้อ ถ้ำผู้เล่นมีควำม
ต้ังใจใช้ควำมเพียรพยำยำมที่ดีอย่ำงต่อเนื่อง ก็สำมำรถบรรลุวัตถุประสงค์ สร้ำงชื่อเสียง
เกียรติประวัติให้กับตนเอง สังคม และประเทศชำติได้

ภาพที่ 1.1 แสดงหน้ำจอวิดีโอประวตั กิ ีฬำตะกร้อ
(ทีม่ ำ: https://youtu.be/ACvrpj_fWfo, 12 กนั ยำยน 2559)

ประวตั ิความเปน็ มาและวิวฒั นาการของกฬี าตะกร้อ

กีฬำตะกร้อคำดว่ำมีกำรพัฒนำมำจำกกำรละเล่นพื้นเมืองดั้งเดิมของชำวบ้ำน ในกลุ่ม
ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสันนิษฐำนว่ำชำวบ้ำนนำเอำวัสดุจำพวกหวำยมำถัก
สำนให้เป็นลูกกลมๆ แล้วนำมำเตะเล่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อควำมสนุกสนำน เพลิดเพลินใน
ยำมว่ำง จำกงำน และต่อมำได้พัฒนำรูปแบบและลักษณะของกำรเล่น ซึ่งตำมประวัติควำม
เปน็ มำและวิวัฒนำกำรของกีฬำตะกร้อและเซปกั ตะกร้อ พอสรปุ ได้ดังนี้

“ตะกร้อ เป็นกีฬำประเภทหนึ่งที่คนไทยนิยมเล่นกันมำต้ังแต่โบรำณจนถึงปัจจุบัน แต่
จะเปน็ กีฬำดงั้ เดมิ ของชนชำติใดนั้น ยงั ไมม่ ีหลกั ฐำนยืนยันได้แน่นอน ต่ำงก็มีกำรถกเถียงกันว่ำ
เป็นกีฬำของชนชำติใดกันแน่ เพรำะในแถบสวุ รรณภมู ิไม่ว่ำจะเปน็ พม่ำ มำเลเซีย หรือไทย ต่ำง
ก็มีกำรเล่นกีฬำตะกร้อกันมำเป็นเวลำนำนแล้วเหมือนกัน ดังนั้นกำรที่จะสรุปว่ำ ตะกร้อ เป็น
กีฬำประจำชำติของใครนั้น ก็ควรมีเหตุผลและหลักฐำนมำสนับสนุนข้อคิดดังกล่ำว เพื่อให้
เดน่ ชดั ” (สุนทร แสงรุ่ง, 2539: 3)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 5

ปวเรศร์ พันธยุทธ์ (2556: 4-5) ได้สรุปไว้ว่ำ จำกกำรค้นคว้ำ เพื่อหำหลักฐำน
เกีย่ วกบั แหล่งกำเนิดของกำรเล่นกีฬำตะกร้อในอดีตน้ัน ปรำกฏว่ำยังไม่สำมำรถหำข้อสรุปได้
อย่ำงชัดเจนว่ำ กีฬำตะกร้อมีแหล่งกำเนิดมำจำกที่ใด นอกจำกกำรใช้เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ทำง
ประวัติศำสตร์มำวิเครำะห์ เพื่อนำมำเป็นข้อสันนิษฐำนตำมเหตุกำรณ์ ที่ได้บันทึกไว้ใน
ประวัตศิ ำสตร์ของประเทศต่ำงๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง ดงั นี้

ประเทศพม่ำ เมื่อประมำณปี พ.ศ. 2310 ทหำรพม่ำได้เข้ำมำตั้งค่ำยอยู่ในประเทศไทย
บรเิ วณโพธิ์สำมต้น จำกคำบอกเล่ำต่อๆ กันมำ พบว่ำ ทหำรพม่ำมีกำรเล่นตะกร้อกัน ซึ่งชำว
พม่ำเรียกว่ำ กำรเลน่ “ชินลง”

ประเทศมำเลเซีย สันนิษฐำนว่ำ กำรเล่นตะกร้อเป็นกีฬำพื้นเมืองด้ังเดิมของชำวมลำยู
เรียกว่ำ “ซีปักรำกำ” (Sepak Raga)

ประเทศฟิลิปปินส์ พบว่ำชำวฟิลิปปินส์นิยมเล่นตะกร้อกันมำนำนแล้ว เรียกว่ำ“ซิปัก”
(Sipak)

ประเทศจีน พบว่ำมีกำรเล่นกีฬำลักษณะคล้ำยตะกร้อ โดยใช้ลูกหนังปักขนไก่ แล้ว
นำมำเตะเล่น ซึ่งสันนิษฐำนจำกภำพเขียนและพงศำวดำรจีน ที่กล่ำวถึงชำวจีนกวำงตุ้ง ได้
เดินทำงไปต้ังรกรำกในสหรัฐอเมริกำพร้อมกับได้นำกำรเล่นตะกร้อขนไก่ไปเผยแพร่ เรียกว่ำ
“เตกโก” (Tek Kgu)

ประเทศเกำหลี จำกข้อสนั นิษฐำน พบว่ำมีลักษณะกำรเล่นคล้ำยกับประเทศจีน โดยใช้
ดนิ เหนียวห่อด้วยผ้ำสำลี แล้วปักดว้ ยหำงไก่ฟ้ำ

ประเทศไทย พบว่ำมีกำรลงโทษผู้กระทำควำมผิดในสมัยโบรำณโดยกำรนำนักโทษลง
ไปอยู่อุปกรณ์ลักษณะกลมๆ ซึ่งสำนด้วยหวำยแล้วให้ช้ำงเตะและจำกหลักฐำนบำงประกำรที่
ช่วยสนับสนุนประวัติกำรเล่นตะกร้อของไทยในอดีตก็คือ จำกบทพระรำชนิพนธ์ เรื่องอิเหนำ
ของรัชกำลที่ 2 มีบำงตอนทีก่ ลำ่ วถึงกำรเลน่ ตะกร้อของชำวบ้ำน นอกจำกนั้นยังพบหลักฐำนที่
ระเบียงพระอโุ บสถวดั พระศรีรตั นศำสดำรำม ซึ่งเขียนภำพเป็นเรื่องรำมเกียรติ์ก็มีภำพกำรเล่น
ตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลงั ได้รับรเู้ กี่ยวกับควำมเป็นมำของตะกร้อในอดตี

อีกประกำรหนง่ึ ที่เปน็ ข้อสันนิษฐำนเกี่ยวกับกำรเล่นตะกร้อของชำวไทยในอดีต ได้แก่
สภำพทำงภูมิศำสตร์โดยท่ัวไปของประเทศไทย โดยอุดมไปด้วยวัสดุจำพวกไม้ไผ่และหวำย ซึ่ง
ชำวไทยสมัยโบรำณนยิ มนำมำจกั สำน เปน็ อปุ กรณ์ เครอ่ื งใช้ สำหรบั ทำประโยชน์ในกำรดำเนิน
ชีวิตได้อีกหลำยประกำร รวมท้ังกำรละเล่นพื้นบ้ำนด้วย และจำกหลักฐำนต่ำงๆ จึงสำมำรถ
สนั นิษฐำนได้ว่ำคงนำเอำไมไ้ ผ่ และหวำยมำจกั สำนเป็นตะกร้อใช้สำหรับเตะเล่น อีกทั้งประเทศ
ไทยได้มกี ำรเลน่ ตะกร้อหลำยประเภท เช่น ตะกร้อพลิกแพลง ตะกร้อชิงธง ตะกร้อวง ตะกร้อ

6

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ลอดห่วง เป็นต้น ซึ่งแตกต่ำงจำกหลำยๆประเทศไม่มีลักษณะกำรเล่นมำกมำยดังกล่ำว และ
ตะกร้อไทยในอดีตก็ได้มีกำรพัฒนำ วิวัฒนำกำรอย่ำงต่อเนื่องตำมลำดับ ท้ังด้ำนลักษณะ
วิธีกำรเล่นวัสดุ อุปกรณ์ ในกำรทำ เช่น ในสมัยโบรำณใช้ผ้ำหนังสัตว์ หวำย จนปัจจุบันนี้ใช้
พลำสติกหรอื ใยสังเครำะห์ นำมำใช้เป็นวัสดุแทนวสั ดดุ งั กล่ำวข้ำงต้น

กรมพลศึกษำ (ม.ป.ป.: 1) ได้กล่ำวถึงประวตั ิกฬี ำตะกร้อไว้ว่ำ กีฬำตะกร้อเกิดขนึ้ เมื่อไร
สมัยใดน้ัน ไมส่ ำมำรถจะบอกไดแ้ นน่ อน เพรำะสมยั ก่อนนั้นไมไ่ ด้มกี ำรจดบันทึกไว้เนื่องจำกเรำ
นิยมแตด่ ำ้ นปฏิบัติ อย่ำงไรก็ตำม จำกข้อมูลต่ำง ๆ ท้ังทำงประวัติศำสตร์พงศำวดำรและจำก
จดหมำยเหตุต่ำง ๆ พอวิเครำะห์ไดว้ ่ำ ตะกร้อมีในประเทศไทยมำชำ้ นำนแล้ว ในขณะเดียวกันก็
มีอีกหลำยประเทศต่ำงก็เข้ำใจว่ำ ตะกร้อเกิดขึ้นในประเทศของตนและได้มีอิทธิพลเข้ำไปใน
ประเทศใกล้เคียง อย่ำงที่มีผู้รู้บำงท่ำนกล่ำวว่ำ ตะกร้อเริ่มมีมำในสมัยอยุธยำตอนปลำย คือ
เมื่อตอนที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยำแก่พม่ำรำว พ.ศ. 2310 ซึ่งคร้ังน้ันพม่ำตั้งค่ำยรักษำพระนคร
อยู่ทีโ่ พธิ์สำมตน้ เวลำว่ำงพม่ำได้นำตะกร้อมำเตะเล่นกันพม่ำได้เรียกตะกร้อนี้ว่ำ “ชินลง” ซึ่ง
แปลว่ำ “ตะกร้อ” โดยปกติกำรลอกเลียนแบบหรือนำเอำของคนอื่นมำใช้ต้องคงรูปของส่ิงนั้น
หรือคำนั้นไว้ ถ้ำไทยเรำนำเอำตะกร้อมำจำกพม่ำก็น่ำจะเรียกตำมพม่ำให้มีส่วนใกล้เคียงกัน
บ้ำง อำจจะเป็นชินลำงหรือชนิ ลอง ไมน่ ่ำเรยี กว่ำ “ตะกร้อ” เหตผุ ลที่ว่ำพม่ำนำตะกร้อเข้ำมำใน
ประเทศไทยประเด็นนีน้ ่ำจะตกไป ทำงประเทศมำเลเซียก็ได้ประกำศว่ำ “ตะกร้อ” น้ันเป็นกีฬำ
ของประเทศมลำยเู ดมิ และถือว่ำเปน็ กีฬำประจำชำติ เรียกว่ำ เซปัก รำกำ จำริง (Sepak-Raga
Jaring) ควำมหมำยของคำว่ำ “Raga” หมำยถึง “ตะกร้อ” ซึ่งคำก็ใกล้เคียงกับคำว่ำ “ตะกร้อ”
ของไทย แต่ถ้ำใช้เหตุผลว่ำ ไทยจะเอำกีฬำของมลำยูมำเล่นนั้นไม่น่ำเป็นไปได้ เพรำะจำก
เหตผุ ลดงั ต่อไปนี้

เหตุผลประการที่ 1 จำกนักประวัติศำสตร์ได้สำรวจแล้วว่ำ วิวัฒนำกำรควำมเจริญ
ย่อมจะแผ่อำณำเขตจำกเหนือลงใต้ ไม่มีวิวัฒนำกำรที่จะแผ่จำกใต้ขึ้นเหนือ สังเกตจำกกำร
อพยพของเผ่ำพันธ์ุมนุษย์จะถอยรุ่นจำกเหนือลงสู่ทำงใต้เรื่อยมำ ประเทศใหญ่ๆ ที่เคย
เจริญรุ่งเรืองในอดีตหรือก่อนศตวรรษก็มักจะเป็นประเทศอยู่ตอนเหนือแทบทั้งส้ิน ฉะน้ัน
“ตะกร้อ” จะก่อกำเนิดจำกประเทศมำเลเซียแล้วมำนยิ มเลน่ ในประเทศย่อมจะเปน็ ไปไม่ได้

เหตผุ ลประการที่ 2 ประเทศไทยและประเทศมำเลเซียน้ันตำมหลักฐำนประวัติศำสตร์
ประเทศไทยเปน็ ประเทศที่กำเนิดขึ้นก่อนและเก่ำแก่ประเทศมำเลเซียฉะนั้นควำมเจริญก็ยิ่งจะ
เจริญมำกกว่ำและวิวัฒนำกำรด้ำนต่ำง ๆ ก็ย่อมจะดกี ว่ำ จึงไม่น่ำจะเป็นไปได้ว่ำตะกร้อจะเกิด
จำกประเทศมำเลเซีย

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 7

เหตผุ ลประการที่ 3 “กีฬำเซปกั รำกำ จำริง” ของมำเลเซียที่เลน่ อยู่ก็คือตะกร้อหวำย
เหมือนของไทยเช่นกัน จำกข้อนี้ถ้ำจะบอกว่ำ อิทธิพลจำกทำงใต้ได้แผ่ขึ้นไปตอนเหนือก็จะขัด
กบั ควำมเป็นจริง เพรำะว่ำทำงใต้ของประเทศไทย คือ จงั หวัดนรำธิวำส ยะลำ และปัตตำนี ก็มี
กำรเลน่ ตะกร้อเช่นกนั แตล่ กั ษณะของตะกร้อเปน็ ลกั ษณะเหมือนตะกร้อขนไก่คือใช้หนังวัวหรือ
หนังควำยขนำดกว้ำง 4 นิ้ว ยำว 8 นิ้ว พับครึ่งให้ปลำยต่อกันที่จุดกึ่งกลำงพอดี แล้วตัดหนัง
ขนำดพอที่จะผูกขนไก่ 10 - 12 ชิน้ ซึง่ ประเด็นนไี้ ทยไมเ่ คยไดร้ ับอิทธิพลจำกประเทศมำเลเซีย

ต่อมำเมื่อวันที่ 20 สิงหำคม พ.ศ.2526 คณะกรรมกำรบริหำรสมำคมตะกร้อแห่ง
ประเทศไทยชุดรักษำกำรรวมทั้งสโมสรสมำชิกได้มีกำรเลือกตั้งคณะกรรมกำรบริหำรชุดใหม่
โดยกำรประชุมครำวนั้น ได้เกิดเหตุกำรณ์สำคัญยิ่งต่อวงกำรกีฬำตะกร้อไทย คือ พันเอก
(พิเศษ) เดชำ กำลบุตรได้ ขอลำตำแหน่งรักษำกำรนำยกสมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทยด้วย
เหตุผลสุขภำพทำงด้ำนร่ำงกำยและได้เสนอพันเอก จำรึก อำรีรำชกำรัณย์ (ปัจจุบันคือพลตรี
ดร.จำรึก อำรีรำชกำรัณย์เป็นนำยกสมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทยแทน ซึ่งคณะกรรมกำร
บริหำรสมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทยชุดรักษำกำรทุกคนเห็นชอบด้วย และได้ดำรงตำแหน่ง
จนถึงปัจจบุ ัน (นพชัย วฒุ กิ มลชยั , 2558)

กีฬำตะกร้อได้วิวัฒนำกำรมำจำกกำรเล่นตะกร้อหรือเกมส์กำรละเล่นพื้นเมืองของ
ประชำชนในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดังกล่ำวข้ำงต้น ต่อมำได้มีกำรส่งเสริมให้พัฒนำ
ต่อเนือ่ งตำมลำดับ สำหรับประเทศไทยโดยกรมพลศึกษำและสมำคมกีฬำตะกร้อไทย ได้มีกำร
ฟื้นฟูและส่งเสริมกีฬำตะกร้อให้มีกำรแข่งขันหลำยๆประเภทในกลุ่มเยำวชน และประชำชน
ทั่วไป อีกทง้ั กระทรวงศึกษำธิกำรได้เห็นควำมสำคัญ โดยกำรบรรจุวิชำตะกร้อเข้ำในหลักสูตร
กำรศึกษำ ในระดับประถมศึกษำ มธั ยมศึกษำ และอุดมศึกษำ ในสถำนศึกษำเพื่อให้เยำวชนได้
เรียนรู้ และฝึกฝนให้เกิดทักษะที่ถกู ต้องเกีย่ วกับกีฬำตะกร้อ สำมำรถบรรลุวัตถุประสงค์ควำม
เป็นเลศิ ในกีฬำตะกร้อ พฒั นำระดบั ควำมสำมำรถต่ำงๆ ต่อไป

จำกกำรศึกษำค้นคว้ำทำงวิชำกำรและกำรบอกเล่ำของผู้เชี่ยวชำญ ผู้เขียนจึงได้สรุป
ประเภทของกีฬำตะกร้อต้ังแต่อดีตจนถึงปจั จบุ นั ออกเป็น 9 ประเภท ดงั นี้

1. ตะกร้อข้ำมตำข่ำย
2. เซปักตะกร้อ
3. ตะกร้อลอดบ่วงหรือตะกร้อลอดห่วง
4. ตะกร้อวง
5. ตะกร้อเตะทนวงเล็ก และตะกร้อเตะทนวงใหญ่
6. ตะกร้อพลกิ แพลง

8

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

7. ตะกร้อชิงธง
8. เซปักตะกร้อชำยหำด
9. ตะกร้อชินลง
โดยมีรำยละเอียดของแตล่ ะประเภทโดยย่อ ดงั นี้

1. ตะกรอ้ ข้ามตาข่าย

ภาพที่ 1.2 แสดงสนำมตะกร้อข้ำมตำข่ำย
(ทีม่ ำ: สุรศกั ด์ิ ปำนมณี, 2559)

จรญั ธำนรี ตั น์ (2537: 2) ได้กล่ำวว่ำ “กำรเล่นตะกร้อข้ำมตำข่ำย มีระยะใกล้เคียงกับ
กำรเล่นตะกร้อเตะทน และตะกร้อลอดบ่วง สำเหตุที่มีกำรเล่นตะกร้อข้ำมตำข่ำยเกิดขึ้นก็
เพรำะนำยผล ผลำสินธ์ุ นักเตะกร้อฝีเท้ำดีท่ำนหนึ่งได้ทดลองเตะลูกตะกร้อให้ข้ำมเส้นเชือกที่
ขึงไว้ตึง โดยแข่งขันกันเล่นๆ ภำยในคณะและมีจุดมุ่งหมำยเพียงแต่จะให้อีกฝ่ำยหนึ่ง (ฝ่ำย
ตรงกนั ข้ำม) รับไม่ไดเ้ ท่ำนั้น ควำมคิดนเี้ ป็นควำมคิดของ นำยผล ผลำสินธุ์ เอง ซึ่งนำยผล เคย
ได้ดไู ด้เห็นกำรเล่นกีฬำแบดมินตนั มำก่อน แล้วนำเอำวิธกี ำรเลน่ มำดัดแปลงเป็นกำรเลน่ ตะกร้อ
บ้ำง”

กำรเล่นตะกร้อข้ำมตำข่ำยได้มีขึ้นในระยะเวลำใกล้เคียงกับกำรเล่นตะกร้อลอดห่วง
และตะกร้อเตะทน กำรเล่นตะกร้อข้ำมตะข่ำยได้มีขั้นสืบเนื่องมำจำกนำยผล ผลำสินธุ์ นัก
ตะกร้อฝีเท้ำดีชำวไทย ได้ทดลองเตะลกู ตะกร้อข้ำมเส้นเชือกที่ขึงตึงระดับศีรษะ โดยแข่งขันกัน

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 9

ในระหว่ำงคณะทำงำน มีกติกำง่ำยๆ คือ พยำยำมส่งลูกด้วยเท้ำไปยังฝ่ำยตรงข้ำมและต้อง
ไมใ่ ห้ฝ่ำยตรงข้ำมรบั ลูกได้ หรือใช้กติกำเดยี วกนั กบั กำรเลน่ แบดมนิ ตัน

ต่อจำกน้ันกีฬำตะกร้อข้ำมตำข่ำยได้วิวัฒนำกำรขึ้นโดย ปีพ.ศ. 2432 นำยยิ้ม ศรีหงษ์
หลวงสำเร็จ วรรณกิจ ขุนจรรยำ วิทิต และ นำยผล ผลำสินธุ์ ได้มีแนวคิดร่วมกันเพื่อ
พัฒนำกำรเลน่ ตะกร้อข้ำมตำข่ำยแบบกีฬำแบดมินตัน โดยใช้ชื่อว่ำ “ตะกร้อข้ำมตำข่ำย” ข้ันต้น
ได้ทดลองจดั กำรแข่งขันขึ้นภำยในสมำคมกีฬำสยำม ต่อมำได้มีกำรร่ำงกฎ กติกำ ระเบียบกำร
แข่งขันขึ้น และได้จัดกำรแข่งขันในพิธีฉลองงำนรัฐธรรมนูญเป็นปีแรก หลังจำกน้ันเป็นต้นมำ
เยำวชนและประชำชนทั่วไป ได้ให้ควำมสนใจและนิยมเลน่ ตะกร้อข้ำมตำข่ำยอย่ำงแพร่หลำย

ต่อมำกรมพลศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร ได้จัดให้มีกำรแข่งขันตะกร้อข้ำมตำข่ำยขึ้น
เปน็ คร้ังแรก โดยจัดโปรแกรมกำรแข่งขันระดบั ประชำชนท่วั ไป พบว่ำมีประชำชนให้ควำมสนใจ
สมัครเข้ำร่วมแข่งขันกันเป็นจำนวนมำก เมื่อได้รับควำมนิยมมำกขึ้น จึงได้มีกำรบรรจุเข้ำใน
หลักสูตรกำรศึกษำระดับประถมศึกษำ และมัธยมศึกษำ และได้จัดกำรแข่งขันตะกร้อข้ำมตำ
ข่ำยในระดับโรงเรียนพร้อมกับกำรแต่งต้ังคณะกรรมกำรร่ำงกฎ กติกำให้สมบูรณ์และรัดกุม
ยิ่งขึ้น โดยมีพระยำจินดำรักษ์ เป็นประธำน และได้ประกำศใช้ในปี พ.ศ. 2504 ตำมประกำศ
ของสมำคมกีฬำไทยในพระบรมรำชูปถัมภ์ ต่อมำได้รับกำรส่งเสริมและสนับสนุนให้นำคณะ
ตะกร้อข้ำมตำข่ำยไปสำธิตในกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองครงั้ ที่ 2 เมือ่ ปี พ.ศ. 2504 โดยประเทศ
พม่ำเปน็ เจ้ำภำพจดั กำรแข่งขนั ซึ่งในกำรจัดกำรแข่งกีฬำแหลมทองคร้ังที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2502
ประเทศไทยเป็นเจ้ำภำพจัดกำรแข่งขันนั้น ยังไม่มีชนิดกีฬำตะกร้อข้ำมตำข่ำยบรรจุไว้ใน
โปรแกรม แต่ในครั้งน้ันประเทศพม่ำได้นำคณะตะกร้อมำแสดงโชว์ให้ชำวไทยได้ชม เกี่ยวกับ
กำรเลน่ ตะกร้อพลกิ แพลง หลงั จำกน้ันได้เชญิ ชวนให้ประเทศพม่ำได้เข้ำร่วมกำรแข่งขันตะกร้อ
ลอดห่วง และตะกร้อข้ำมตำข่ำย กับนักกีฬำตะกร้อไทย ทั้งสองประเทศจึงได้มีโอกำส
แลกเปล่ียนควำมคิดเห็นซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับกำรผลักดันเพื่อให้กีฬำตะกร้อบรรจุเข้ำใน
โปรแกรมกำรแข่งขันในกีฬำแหลมทองในคร้ังที่ 3 พ.ศ. 2508 โดยประเทศมำเลเซียเป็น
เจ้ำภำพในครงั้ ต่อไป

ในกำรนำคณะกีฬำไทยไปสำธิตกำรเล่นตะกร้อในประเทศพม่ำ และได้แลกเปล่ียน
ควำมคิดเหน็ เพื่อผลกั ดันให้มีกฬี ำตะกร้อได้พัฒนำเข้ำสู่สำกลมำกขนึ้ มีขอ้ สรุปดังนี้

1. สมำคมกีฬำไทยและพม่ำ พยำยำมผลักดันให้กีฬำตะกร้อเป็นชนิดกีฬำหนึ่งที่
ควรบรรจุเข้ำในโปรแกรมกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองในครั้งต่อไป ซึ่งชนิดกีฬำที่บรรจุอยู่แล้ว
สว่ นใหญเ่ ปน็ กีฬำสำกล ไมป่ รำกฏชนิดกีฬำของชำวแหลมทองอยู่เลยในอดตี

10

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

2. กำรกำหนดกีฬำตะกร้อควรให้มีกำรจัดกำรแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่ ตะกร้อวง
ตะกร้อลอดห่วง และตะกร้อข้ำมตำข่ำย

3. ให้สมำคมกีฬำไทยเป็นผู้ร่ำงกติกำกำรแข่งขันท้ัง 3 ประเภทเป็นภำษำสำกล
(ภำษำองั กฤษ)

4. ให้สมำคมกีฬำทั้งไทย และพม่ำ ได้มีโอกำสร่วมจัดกำรแข่งขันกีฬำตะกร้อ
ดงั กล่ำว เพือ่ หำทำงปรับปรงุ กติกำ ระเบียบกำรแข่งขัน อย่ำงเหมำะสมไดม้ ำตรฐำนต่อไป

5. ให้สมำคมกีฬำท้ังไทยและพม่ำร่วมกันประชำสัมพันธ์เผยแพร่กีฬำตะกร้อ ให้
ได้รับควำมนิยม และสนใจจำกประชำชนมำกขนึ้

หลงั จำกกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองครง้ั ที่ 2 ผ่ำนไป กีฬำตะกร้อได้บรรจุไว้ในโปรแกรม
กำรแข่งขันกีฬำแหลมทองคร้ังที่ 3 ในปีพ.ศ. 2508 โดยมีประเทศมำเลเซียเป็นเจ้ำภำพใน
ประเภทของ “เซปักตะกร้อ” (Sepak – Takraw) และมีกำรจดั กำรแข่งขนั อย่ำงต่อเนื่องมำจนถึง
ปัจจบุ ันนี้

2. เซปกั ตะกรอ้

ภาพที่ 1.3 แสดงกำรแข่งขันกีฬำเซปักตะกร้อ
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

กำรเริม่ ต้นกำรแข่งขันเซปกั ตะกร้อเมื่อได้บรรจุเข้ำในกำรแข่งขันกีฬำแหลมทอง จึงมี
ประวัตกิ ำรแข่งขันตำมลำดบั ดังนี้ (สุพจน์ ปรำณี, 2549: 14-15)

กีฬำแหลมทอง ครง้ั ที่ 3 พ.ศ. 2508 ประเทศมำเลเซีย

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 11

กีฬำแหลมทอง ครง้ั ที่ 4 พ.ศ. 2510 ประเทศไทย
กีฬำแหลมทอง ครงั้ ที่ 5 พ.ศ. 2512 ประเทศพม่ำ (ไม่มกี ำรแข่งขัน)
กีฬำแหลมทอง ครง้ั ที่ 6 พ.ศ. 2514 ประเทศมำเลเซีย
กีฬำแหลมทอง ครงั้ ที่ 7 พ.ศ. 2516 ประเทศสิงคโปร์
กีฬำแหลมทอง ครง้ั ที่ 8 พ.ศ. 2518 ประเทศไทย
กีฬำแหลมทอง ครงั้ ที่ 9 พ.ศ. 2520 ประเทศมำเลเซีย
ในกำรแข่งขันครั้งที่ 9 นี้ ได้เปล่ียนชื่อกำรแข่งขันจำกกีฬำแหลมทอง หรือกีฬำ SEAP
GAMES มำเปน็ กีฬำซีเกมส์ หรือ SEA GAMES โดยเพิ่มประเทศเข้ำร่วมกำรแขง่ ขัน คือ ประเทศ
อินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศบรไู น
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 10 ปี พ.ศ. 2522 ประเทศอินโดนีเซีย
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 11 ปี พ.ศ. 2524 ประเทศฟิลปิ ปินส์
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 12 ปี พ.ศ. 2526 ประเทศสิงคโปร์
กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 13 ปี พ.ศ. 2528 ประเทศไทย
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 14 ปี พ.ศ. 2530 ประเทศอินโดนีเซีย
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 15 ปี พ.ศ. 2532 ประเทศมำเลเซีย
กีฬำเอเชีย่ นเกมส์ คร้ังที่ 11 ปี พ.ศ. 2533 ประเทศจีน
ในกำรแข่งขนั กีฬำเอเชีย่ นเกมส์ คร้ังที่ 11 ปี พ.ศ. 2533 ณ กรงุ ปักกิ่ง ประเทศจีน กีฬำ
เซปักตะกร้อได้ถูกบรรจุเข้ำแข่งขัน (ซึ่งเดิมใช้ตะกร้อหวำยแข่งขันมำตั้งแต่ถูกบรรจุในกำร
แข่งขนั กีฬำแหลมทองครงั้ แรก) โดยเปลย่ี นเป็นตะกร้อพลำสติกหรอื ตะกร้อใยสงเครำะห์ จึงทำ
ให้ลกู ตะกร้อพลำสติกถกู จัดให้เปน็ อปุ กรณ์กำรแข่งขันได้อีกต่อไป
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 16 ปี พ.ศ. 2534 ประเทศฟิลิปปินส์
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 17 ปี พ.ศ. 2536 ประเทศสิงคโปร์
กีฬำเอเชีย่ นเกมส์ ครั้งที่ 12 ปี พ.ศ. 2537 ประเทศญป่ี ุ่น
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 18 ปี พ.ศ. 2538 ประเทศไทย (จังหวดั เชียงใหม่)
กีฬำซีเกมส์ ครงั้ ที่ 19 ปี พ.ศ. 2540 ประเทศอนิ โดนีเซีย
กีฬำเอเชีย่ นเกมส์ คร้ังที่ 13 ปี พ.ศ. 2541 ประเทศไทย
กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 20 ปี พ.ศ. 2542 ประเทศบรูไน
กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 21 ปี พ.ศ. 2544 ประเทศมำเลเซีย
กีฬำเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ปี พ.ศ. 2545 ประเทศเกำหลใี ต้
กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 22 ปี พ.ศ. 2546 ประเทศเวียดนำม

12

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 23 ปี พ.ศ. 2548 ประเทศฟิลิปปินส์
กีฬำซีเกมส์ ครง้ั ที่ 24 ปี พ.ศ. 2550 ประเทศไทย
จ ำ ก อ ดี ต สู่ ปั จ จุ บั น กี ฬ ำ เ ซ ปั ก ต ะ ก ร้ อ ไ ด้ มี วิ วั ฒ น ำ ก ำ ร ข อ ง รู ป แ บ บ ก ำ ร แ ข่ ง ขั น ที่
หลำกหลำย ผู้เขียนได้สรุปไว้ดังนี้
1) ประเภททีมเดี่ยว มีผู้เลน่ 1 ทีม นกั กีฬำ 3 คน มีสำรองได้ 2 คน ทำกำรแข่งขันแพ้
ชนะกนั 2 ใน 3 เซตๆ ละ 21 คะแนน สำมำรถเปลย่ี นตวั นักกีฬำได้เกมละ 2 ครงั้
2) ประเภททีมชุด มีผู้เล่นจำนวน 3 ทีมๆ ละ 3 คน มีสำรองได้ 3 คน รวม นักกีฬำ
9-12 คน ผลกำรแข่งขนั แพช้ นะกันที่ 2 ใน 3 ทีม
3) ประเภทคู่ มีนักกีฬำ 2 คน สำรอง 1 คน วิธีกำรแข่งขันเช่นเดียวกับประเภท ทีม
เดย่ี ว ยกเว้นกำรเสริ ์ฟ นักกฬี ำที่ทำกำรเสริ ์ฟลกู จะต้องยนื อยู่นอกสนำมดำ้ นเสน้ หลัง
4) ประเภทคู่ทีมชุด มีนักกีฬำ 3 ทีมเด่ียว จำนวน 6 คน มีสำรองได้ 3 คน ผลกำร
แข่งขนั แพช้ นะกนั ที่ 2 ใน 3 ทีม ทีมหนึง่ จะแข่งขนั 2 ใน 3 เซต
5) ประเภทชายหาดทีมเดี่ยว สนำมต้องเป็นพื้นทรำย ขนำดเท่ำกับสนำมในร่ม
จำนวนนักกีฬำทีมละ 4 คน มีนักกีฬำสำรองได้อีก 2 คน กำรเสิร์ฟและกำรเล่นเช่นเดียวกับ
ประเภทคู่ ผลแพ้ชนะ 3 ใน 5 เซตๆ ละ 21 คะแนน
6) ประเภทชายหาดทีมชุด มีนักกีฬำ 8 คน สำรอง 4 คน แต่ละทีมแข่งขัน 2 ใน 3
เซต 21 คะแนน หำกผลัดกันชนะและแพ้ 1:1 ทีม จะต้องทำกำรแข่งขันในทีมที่ 3 โดยทีมที่ 3
จะต้องคัดนักกฬี ำจำก 2 ทีมแรก มำทำกำรแข่งขันจำนวน 4 คน และสำรองอีก 2 คน
7) ประเภท 4 คนทีมเดี่ยว มีผู้เล่น 1 ทีม นักกีฬำ 4 คน มีสำรองได้ 2 คน ทำกำร
แข่งขันแพ้ชนะกัน 2 ใน 3 เซตๆ ละ 21 คะแนน สำมำรถเปล่ียนตัวนักกีฬำได้เกมละ 2 ครั้ง
นักกีฬำที่ทำกำรเสิร์ฟลูกจะต้องยืนอยู่นอกสนำมด้ำนเส้นหลัง เป็นนักกีฬำคนใดหรือคนเดิม
ตลอดกำรแข่งขันกไ็ ด้
8) ประเภท 4 คนทีมชุด มีผู้เล่น 2 ทีมเด่ียว ทีมละ 4 คน มีสำรองได้ 2 คน ทำกำร
แข่งขันแพ้ชนะกัน 2 ใน 3 เซตๆ ละ 21 คะแนน สำมำรถเปล่ียนตัวนักกีฬำได้เกมละ 2 คร้ัง
นักกีฬำที่ทำกำรเสิร์ฟลูกจะต้องยืนอยู่นอกสนำมด้ำนเส้นหลัง เป็นนักกีฬำคนใดหรือคนเดิม
ตลอดกำรแข่งขนั ก็ได้

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 13

3. ตะกรอ้ ลอดบว่ งหรอื ตะกร้อลอดหว่ ง

ภาพที่ 1.4 แสดงกำรแข่งขันตะกร้อลอดบ่วงหรือตะกร้อลอดห่วง
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

ศิลปะกำรสำธิตและกำรเล่นตะกร้อลอดบ่วง เป็นของไทยอย่ำงแท้จริง เริ่มต้ังแต่สมัย
สุโขทัย ที่ประชำ ชนคนใดทำผิดกฏหมำย จะถูกทำโทษโดย กำรจับยัดใส่ลูกตะกร้อที่มีขนำด
ใหญ่มำก และให้ช้ำงเตะไทยเรำจงึ ดัดแปลงโดยกำรศึกษำจำกกำรเตะของช้ำงและนำท่ำเตะแต่
ละท่ำมำประยกุ ต์เป็นท่ำเตะตะกร้อแต่ละท่ำในปัจจบุ ัน

พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) โดย หลวงมงคลแมน ชื่อเดิม นำยสังข์ บูรณะศิริ เป็นผู้ริเริ่ม
วิธีกำรเลน่ ตะกร้อลอดห่วง และเป็นผู้คิดประดิษฐ์ ห่วงชัยตะกร้อ ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเดิมห่วง
ชัยตะกร้อ เรียงติดกันลงมำ มี 3 ห่วง แต่ละห่วงมีควำมกว้ำงไม่เท่ำกัน กล่ำวคือ ห่วงบนเป็น
ห่วงเล็ก, ห่วงกลำงจะกว้ำงกว่ำห่วงบน และห่วงลำ่ งสุดมีควำมกว้ำงกว่ำทกุ ห่วง เรียกว่ำ “ห่วง
ใหญ่” ต่อมำได้มกี ำรปรับปรงุ -เปล่ยี นแปลง รปู ทรงของห่วงชยั เปน็ “สำมเส้ำติดกัน” โดยท้ัง 3
ห่วง (สำมดำ้ น) มีควำมกว้ำงเท่ำกัน ดังทีใ่ ช้ทำกำรแข่งขนั ในปจั จบุ ัน

ต่อมำคนไทยเชื้อสำยจีน คือ นำยยิ้ม สีหน หัวหน้ำทีมวัดสิบเป็นผู้จัดต้ังกีฬำไทยที่
เรียกว่ำ “ตะกร้อลอดบว่ ง” และเป็นผบู้ ุกเบิกคิดค้นกติกำวิธกี ำรเล่นจนเป็นตะกร้อลอดห่วงสืบ
จนถึงปัจจบุ ัน ตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬำไทยๆ ที่มีควำมสวยงำมทุกท่วงท่ำ และยังต้องมีทักษะ

14

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

เฉพำะดำ้ นอีกด้วยหลำยคนอำจมองตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬำโบรำณ ทีม่ ีแตค่ นแก่ๆ เลน่ แถมยัง
เลน่ ยำก แตใ่ นตอนนีไ้ ด้มกี ำรปรบั เปลย่ี นกติกำให้เหมำะสมกับผู้เล่นทุกกลุ่ม ทำให้มีผู้สนใจหัน
มำเลน่ ตะกร้อลอดห่วงอย่ำงแพร่หลำยมำกขนึ้

4. ตะกร้อวง

ภาพที่ 1.5 แสดงลักษณะของตะกร้อวง
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
จำกข้อมูลที่ศึกษำค้นคว้ำ พบว่ำ ใน พ.ศ. 2133-2149 (ค.ศ. 1590-1606) ยุคของ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำช ทีป่ ระเทศไทย เดมิ ชือ่ ประเทศสยำม มีสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช
ทรงเป็นพระมหำกษัตริย์ และมีกรุงศรีอยุธยำเป็นเมืองหลวง คนไทยหรือคนสยำม มีกำรเริ่ม
เลน่ ตะกร้อที่ทำดว้ ย หวำย ซึง่ เปน็ กำรเลน่ ตะกรอ้ วง
สันติวัฒน์ พันทำ (2548: 15) ได้กล่ำวว่ำ ตะกร้อวง เป็นกำรเล่นตะกร้อเพื่อควำม
สนุกสนำน และ เป็นกำรออกกำลังกำย จะไม่กำหนดจำนวน อำจจะมีเพียงสองคนก็สำมำรถ
เลน่ ได้ ปัจจุบนั มีหน่วยงำน ในท้องถิ่นได้จัดให้มีกำรแข่งขันตะกร้อวงกันเป็นทีม ซึ่งกำรเล่นน้ัน
ไมม่ ีกำรกำหนดกติกำกำรแข่งขันเปน็ ที่แน่นอน ไมว่ ่ำจะเป็นเรอ่ื งของสนำมแข่งขัน จำนวนผู้เล่น
และเวลำในกำรเลน่ โดยให้ขนึ้ อยู่กับฝ่ำยจัดกำรแข่งขัน เช่น บำงที่กำหนดผู้เล่นทีมละไม่เกิน 7
คน และไมน่ ้อยกว่ำ 5 คน ใช้แข่งขนั จับเวลำทีมละ 10 นำที ให้ช่วยกันเตะตะกร้อให้ลอยโดยจะ
ใช้อวัยวะส่วนต่ำงๆ เช่น เท้ำ เข่ำ ศอก ศีรษะ ห้ำมตกพื้น นับจำนวนครั้งที่ทีมทำคะแนนได้
ภำยในเวลำทีก่ ำหนด

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 15

5. ตะกรอ้ เตะทน

ภาพที่ 1.6 แสดงลักษณะของสนำมแข่งขนั ตะกร้อเตะทนวงใหญ่
(ทีม่ ำ: Anonymous, 2557)

พ.ศ. 2133-2149 (ค.ศ. 1590-1606) ในยุคของสมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำช ที่ประเทศ
ไทย เดมิ ชือ่ ประเทศสยำม มี สมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ทรงเป็นพระมหำกษัตริย์ และมีกรุง
ศรีอยุธยำเปน็ เมืองหลวง คนไทยหรือคนสยำม มีกำรเริ่มเล่นตะกร้อทีท่ ำดว้ ย หวำย ซึง่ เป็นกำร
เลน่ ตะกร้อวง (ปิยศกั ดิ์ มทุ ำลัย, 2556)

สนั ติวัฒน์ พันทำ (2548: 15-17) ได้กล่ำวว่ำ ตะกร้อเตะทน แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท
ดงั นี้

1) ตะกรอ้ เตะทนวงใหญ่
1.1) ลักษณะของสนำมแข่งขัน สนำมเป็นพื้นรำบกว้ำงยำวไม่น้อยกว่ำ 16 เมตร อยู่

ในร่มหรือกลำงแจ้งก็ได้ จำกพื้นสนำมขึ้นไปสูงอย่ำงน้อย 8 เมตร ต้องไม่มีส่ิงกีดขวำง และ ที่
พนื้ สนำมเขียนวงกลมซ้อนกัน 2 วง ด้วยเส้นสีดำหรือเส้นสีขำว หรือสีอื่นที่เห็นได้ชัด เส้นหนำ
1.5 นิว้ วงกลมในรัศมี 3 เมตร วงกลมนอกรัศมี 6 เมตร ระหว่ำงเส้นขอบวงกลมในกับวงกลม
นอกมีเสน้ แบ่งแดน วงกลมท้ังสองโดยแบ่งเปน็ 6 แดน เท่ำๆ กนั

1.2) จำนวนผู้เล่น แข่งขันครำวละ 1 ชุดๆ หนึ่งมีผู้เล่น 6 คน ถ้ำไม่ครบแข่งขันไม่ได้
ระหว่ำงแข่งขนั จะเปล่ยี นตัวและเปล่ยี นตำแหน่งผู้เล่นไม่ได้ ผู้เล่นต้องแต่งกำยสุภำพเหมือนกัน
ทั้งชดุ เส้อื ตอ้ งติดหมำยเลขเปน็ คู่ๆ คือ คู่ที่ 1 หมำยเลข 1 คู่ที่ 2 หมำยเลข 2 คู่ที่ 3 หมำยเลข 3

16

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

1.3) กำรกำหนดเวลำและจำนวนโยน ให้แตล่ ะชุดเล่นไม่เกิน 9 โยน ภำยในเวลำ 30
นำที โดยแบ่งโยนและเวลำแข่งขัน ดงั นี้ คู่หนึง่ เลน่ ได้ไม่เกิน 3 โยน ภำยในเวลำ 10 นำที ถ้ำหมด
โยนและหมดเวลำดงั กล่ำวแลว้ ตอ้ งเปล่ยี นให้คู่อืน่ ต่อไป

1.4) วิธีเลน่ ก่อนเริ่มเล่นผู้เข้ำร่วมแข่งขนั อยู่ในแดนของตนตำมคู่ เมือ่ มีสัญญำณเริ่ม
กำรแข่งขัน คนใดคนหนึ่งในคู่ที่ 1 เริ่มโยน ผู้รับลูกโยนเตะโต้กลับ แล้วเตะโต้กันไปมำจนกว่ำ
ลูกจะตำยหรือเสีย เมื่อลูกตำยหรือเสียถือว่ำหมด 1 โยน ต้องโยนใหม่จนครบ 3 โยน (ภำยใน
10 นำที) ในกำรโยนใหม่ทุกคร้ังคนใดคนหนึ่งในคู่ของตนจะเป็นผโู้ ยนกไ็ ด้

1.5) แตล่ ะคู่เมื่อเลน่ ครบ 3 โยน หรือครบ 10 นำที ต้องเปล่ยี นคู่โยน (ไมม่ ี กำรโอน
โยน) โดยกรรมกำรจะให้สัญญำณหยุดกำรแข่งขนั

1.6) ผู้เล่นแตล่ ะคนพกั ลูกได้ไม่เกิน 1 ครง้ั พกั ลูกแล้วโต้ลูกไปยงั คู่โดยไม่ผิดกติกำ
คือไมผ่ ิดแดน ไมเ่ หยียบเสน้ ลำ้ เสน้ นับให้ 1 คะแนน

1.7) ผู้เล่นทีเ่ ตะโต้ลกู เพอ่ื ทำคะแนน มีสิทธินบั ได้ 1 คะแนน ถ้ำอยใู่ นแดนที่ ถกู ต้อง
ไมเ่ หยียบเสน้ ลำ้ เสน้ และลูกโต้ส่งไปยงั คู่ในแดนที่ถกู ต้อง

1.8) ลกู เตะโต้จำกลูกโยน ถ้ำเตะโต้โดยไมผ่ ิดกติกำเร่มิ นับ 1 ทันที
1.9) ลูกครดู ถอื ว่ำพักเกิน 1 ครงั้ (ลูกโต้ทีเดยี วแตเ่ ปน็ ลูกครูดนับให้)
1.10) ลกู ตำยหรือเสยี มี 5 ประกำร คือ

1.10.1) ลูกตกถงึ พนื้ สนำม
1.10.2) ผู้เล่นเอำมือถูกลูก
1.10.3) พักลกู เกินกว่ำ 1 ครง้ั
1.10.4) เลน่ ลกู ครดู
1.10.5) มีสัญญำณหมดเวลำกำรแข่งขนั
1.11) ลูกที่ไม่นับคะแนน
1.11.1) ผู้ร่วมเลน่ ที่ยงั ไมม่ ีสิทธิกำรเลน่ เลน่ ลกู นั้น
1.11.2) ผู้เล่นเปน็ คู่ของผู้เลน่ ทีม่ ีสิทธิกำรเลน่ เข้ำไปในวงกลม และเตะ ลูกย่ำม
แล้วเลน่ ลกู อีกครั้ง
1.11.3) เมือ่ ผู้เลน่ รับลกู จำกผเู้ ลน่ ทีย่ งั ไมม่ ีสิทธิกำรเลน่ หรือสง่ ไปให้ ผู้อื่นรับ
1.11.4) ผู้เล่นเข้ำไปในแดนของผู้อื่น
1.11.5) เหยียบเสน้ หรือลำ้ แดนเลน่ ลูก
1.11.6) เลน่ ลูกหลงั จำกหมดสิทธิกำรเลน่ หรือลูกตำยแล้ว
1.12) ผลกำรแข่งขนั

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 17

1.12.1) ชุดใดทำจำนวนลกู ได้มำกทีส่ ุด ชุดนั้นชนะ
1.12.2) ถ้ำไดจ้ ำนวนลกู เท่ำกนั ชุดใดเลน่ น้อยโยนกว่ำชดุ นั้นชนะ
1.12.3) ถ้ำจำนวนลกู และจำนวนโยนเท่ำกนั ชดุ ใดใช้เวลำน้อยที่สุดชนะ
1.12.4) ถ้ำยังเสมอกนั ให้ชุดทเ่ี สมอกนั นั้นเล่นต่อไปชดุ ละ 1 โยน ภำยในเวลำ 5
นำที จนกว่ำจะแพ้ชนะกนั
2) ตะกร้อเตะทนวงเลก็
2.1) สนำมแข่งขันและจำนวนผู้เลน่ น้ัน เช่นเดยี วกบั ตะกร้อเตะทนวงใหญ่ แต่
แตกต่ำงกันที่วงกลมคือ วงกลมในรศั มี 2 เมตร วงกลมนอกรศั มี 6 เมตร
2.2) กำรแข่งขนั แตล่ ะทีมแข่งขนั ไมเ่ กิน 9 โยน ภำยในเวลำไมเ่ กิน 30 นำที โดยแต่
ละคู่เลน่ ไมเ่ กิน 3 โยน หรือภำยในเวลำไมเ่ กิน 10 นำที คู่ใดใช้เวลำ 10 นำที แล้วแต่เล่นไม่ครบ
3 โยน ต้องเปล่ยี นคู่ สว่ นจำนวนโยนที่เหลอื ให้โอนให้แก่คู่ต่อไปได้
2.3) เริ่มด้วยคู่ที่ 1 ก่อนแล้วคู่ที่ 2 และคู่ที่ 3 ตำมลำดับ
2.4) ในกำรเปลย่ี นคู่ไมท่ ดเวลำให้ และในกำรเปลย่ี นคู่ต้องไม่ให้ลกู ตำย ถ้ำลกู ตำย
ถอื ว่ำหมดไปหนึง่ โยน
2.5) ในกำรเปล่ยี นคู่ก่อนหมดเวลำ 30 วินำที ผู้จับเวลำจะให้สญั ญำณเปล่ยี นคู่ พอ
ครบเวลำจะให้สญั ญำณ "เปล่ยี นคู่"
2.6) เริ่มแข่งขันผู้เล่นยืนตำมแดนของตน เมื่อไล่ลูกหรือยำ่ มลูกนอกแดนแล้ว ต้อง
กลับเข้ำแดน
2.7) ในระหว่ำงแข่งขนั ผู้เล่นเปล่ยี นแดนได้เมื่อลกู ตำย
2.8) ในกำรโต้ลกู ห้ำมใช้มอื (ถกู แขนก็ไม่ได)้
2.9) ผู้เล่นลกู จะเลน่ ลกู กีค่ รั้งก็ได้ แตน่ บั ให้เพียง 1 ลูก
2.10) ลูกที่ถอื ว่ำเป็นลูกตำยต้องโยนใหม่มี 2 ประกำร คือ ลกู ตกถูกพนื้ และ ผู้เล่น
เอำมือหรือแขนถกู ลูก ทั้งเจตนำและไม่เจตนำ
2.11) ลูกทีไ่ ม่นบั คะแนน มี 4 ประกำร คือ
2.11.1) ผู้เล่นเหยียบลำ้ เข้ำไปในวงกลมเลก็ หรือนอกวงกลมใหญ่
2.11.2) ผู้เล่นเหยียบลำ้ หรือเหยียบเสน้ แบ่งแดน หรือเสน้ รอบวง
2.11.3) ในกรณีตำมข้อข้ำงบนสองข้อนี้ ถึงแม้ผู้เลน่ จะนำลูกมำสง่ ในแดนของ
ตนได้
2.11.4) เตะลกู ไมต่ รงคู่ของตนเอง
2.12) ผลกำรแข่งขัน

18

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

2.12.1) ชดุ ทท่ี ำจำนวนลูกไดม้ ำกที่สุดชุดน้ันชนะ
2.12.2) ถ้ำจำนวนลกู เท่ำกัน ชุดท่ใี ช้โยนน้อยกว่ำชดุ น้ันชนะ
2.12.3) ถ้ำลกู และโยนเท่ำกนั ชุดท่ใี ช้เวลำน้อยกว่ำชุดนั้นชนะ
2.12.4) ถ้ำยงั เท่ำกนั อยู่ให้แข่งใหม่ชดุ ละ 1 โยน ในเวลำไมเ่ กิน 5 นำที

ดังนั้นสรุปได้ว่ำ ตะกร้อเตะทนวงเล็ก ตะกร้อวงนับเป็นกำรเริ่มแรกของรูปแบบกำร
เลน่ ตะกร้อ ซึ่งอำจใช้ผู้เลน่ เพียงคนเดียว เตะหรือเดำะลูก เล่นให้ลูกลอยอยู่ ในอำกำศและใช้
อวยั วะหลำยๆ สว่ นที่แตกต่ำงกนั เตะหรือเดำะลูก โดยใช้ทั้งเท้ำ เข่ำ ศอก ศีรษะ ต่อมำอำจมีผู้
เล่นเพิ่มเป็น 2 คน มีกำรโยนให้ผู้ยืนอยู่ตรงข้ำมเตะโต้กันเป็นเวลำนำนๆ โดยทั่วไปแล้วผู้เตะ
มักจะเตะลูกที่ตนถนัด เช่น ลูกแป ลูกหลังเท้ำ ลูกโหม่ง เป็นต้น กำรเล่นตะกร้อวงเล็กนั้นจะ
เลน่ ในบรเิ วณที่แคบๆ เช่น บนโต๊ะ หรือสนำมซึ่งเส้นผ่ำนศูนย์กลำงประมำณ 2 – 3 เมต ส่วน
ตะกร้อเตะทนวงใหญ่ ลักษณะและรูปแบบกำรเล่นเหมือนกับกำรเล่นตะกร้อวงเล็ก ต่ำงกัน
ตรงที่สถำนที่เล่นและจำนวนผู้เล่น กล่ำวคือ ตะกร้อวงใหญ่จะเล่นในสนำมเรียบมีขนำดเส้น
ผ่ำนศูนย์กลำงประมำณ 8 – 14 เมตร ซึ่งอยู่กับผู้เล่นว่ำจะมีจำนวนเท่ำใด โดยปกติแล้วจะมีผู้
เล่นตั้งแต่ 5 – 8 คน ท่ำทำงกำรเล่นน้ันก็มีลักษณะเช่นเดียวกับกำรเล่นตะกร้อวงเล็ก แต่
ตะกร้อวงใหญ่ต้องออกแรงเตะลูกหรือส่งลูกมำกกว่ำ มิฉะน้ันตะกร้อจะไม่ถึงผู้รับ ผู้เล่นต้อง
ระมัดระวังจังหวะกำรเลน่ ท่ำทำงต่ำงๆ ตลอดจนน้ำหนักหรือแรงเหวีย่ งให้เหมำะสม

6. ตะกรอ้ พลกิ แพลง

ภาพที่ 1.7 แสดงกำรเลน่ ตะกร้อพลิกแพลงในรำยกำรโทรทัศน์
(ทีม่ ำ: ผจญ ภู่ยงยุทธ, 2554)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 19

กรมพลศึกษำ (ม.ป.ป. : 6-7) ได้กล่ำวว่ำ พ.ศ. 2468-2477 (ค.ศ. 1925-1934) ในยุค
สมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทรเ์ ปน็ เมืองหลวง พระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำเจ้ำอยู่หัว (รัชกำลที่ 7) ทรง
เป็นพระมหำกษัตริย์ ได้มีกำรปรับปรุงหรือดัดแปลงกำรเล่นตะกร้อขึ้น หลำยรูปแบบ คือ
ตะกร้อลอดห่วง ตะกร้อข้ำมตำข่ำย ตะกร้อชิงธง ตะกร้อพลิกแพลง และกำรติด ตะกร้อตำม
ร่ำงกำย

สันติวัฒน์ พันทำ (2548: 18) ได้กล่ำวว่ำ ตะกร้อพลิกแพลง เป็นกำรเตะตะกร้อใน
กระบวนท่ำทำงต่ำงๆ เพื่อบังคับให้ลูกตะกร้อขึ้นไปติดตำมส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำยตำมที่ผู้เล่น
ต้องกำร และสำมำรถปล่อยให้ตะกร้อล่ืนไหล (ครูด) ไปติดอยู่ที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่ำงกำย
หรือตกลงมำรับท่ำอื่นๆ โดยลูกตะกร้อไม่ตกถึงพื้น เช่น ผู้เล่นก้มตัวลงต่ำจนลำตัวท่อนบน
เกือบขนำนกับพื้น เพื่อให้บริเวณคอพับที่ติดกับแผ่นหลังท่อนบนรับ ลูกตะกร้อที่ส่งมำจำกคู่
ลกู ตะกร้อจะติดค้ำงอยู่บริเวณลำคอดำ้ นหลงั ต่อจำกน้ันผู้เล่นจะใช้ควำมสำมำรถ ในกำรเอียง
ไหล่ ทำให้ลูกตะกร้อลน่ื ไหลหรือครูดไปตำมไหล่จนไปติดค้ำงที่หัวไหล่ เรียกว่ำ กำรติดตะกร้อ
หรือตะกร้อพลิกแพลง ผู้เล่นยังสำมำรถเล่นท่ำพลิกแพลงต่อไปโดยทำให้ลูกตะกร้อที่ติดอยู่ที่
หัวไหล่ ไหลไปตำมแขน แล้วไปติดค้ำงอยู่ที่ส่วนอื่นๆ ได้อีกตำมต้องกำร ท่ำที่นิยมเล่น ได้แก่
กำรติดตะกร้อที่ ข้อพบั ตำ่ งๆ หรือลกู ครูดต่ำงๆ เช่น เข่ำครดู แข้งครดู และหลงั ครดู

7. ตะกร้อชิงธง

ภาพที่ 1.8 แสดงกำรแข่งขนั กีฬำตะกร้อชงิ ธง
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

20

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

กรมพลศึกษำ (ม.ป.ป. : 6-7) ได้กล่ำวว่ำ พ.ศ. 2468-2477 (ค.ศ. 1925-1934) ในยุค
สมยั กรุงรตั นโกสนิ ทรเ์ ปน็ เมืองหลวง พระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำเจ้ำอยู่หัว (รัชกำลที่ 7) ทรง
เป็นพระมหำกษัตริย์ ได้มีกำรปรับปรุงหรือดัดแปลงกำรเล่นตะกร้อขึ้น หลำยรูปแบบ คือ
ตะกร้อลอดห่วง ตะกร้อข้ำมตำข่ำย ตะกร้อชิงธง ตะกร้อพลิกแพลง และกำรติด ตะกร้อตำม
ร่ำงกำย

ลักษณะกำรเล่นของตะกร้อชิงธงหรือตะกร้อเตะช่วงชัย เป็นกำรแข่งขันตะกร้ออีกวิธี
หนึ่ง คล้ำยกำรแข่งขันวิ่งวัวหรือวิ่งเร็ว โดยขีดเส้นด้วยปูนขำวลงบนพื้น ทำเป็นช่องทำงกว้ำง
ประมำณ 3 เมตร ยำวประมำณ 50 เมตร เมื่อผู้เข้ำแข่งขันยืนประจำที่เส้นเริ่มต้น จำกนั้นเมื่อ
ได้ยินสญั ญำณให้เล้ียงตะกร้อด้วยอวัยวะส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำย ยกเว้นมือ โดยพยำยำมพำลูก
ตะกร้อไปยังปลำยทำง ซึ่งมีเส้นชัย มีธงปักไว้เป็นเครื่องหมำย ถ้ำผู้เล่นคนใดสำมำรถเล้ียง
ตะกร้อโดยไม่ออกนอกลู่ และไม่ตกพื้นจนกระท่ังถึงเส้นชัยก่อนจะเป็นผู้ชนะกำรแข่งขัน
(Anonymous, 2557)

นอกจำกนี้ สันติวัฒน์ พันทำ (2548: 18) ยังได้กล่ำวว่ำ ตะกร้อชิงธง เป็นกำรแข่งขัน
ตะกร้ออีกวิธีหนึ่งซึ่งมลี ักษณะคล้ำยกับกำรแข่งขัน วิ่งวัวสนำม แข่งขันใช้ปูนขำวโรยเป็นช่องๆ
แต่ละช่องกว้ำงประมำณ 3 เมตร ยำวประมำณ 50 เมตร จำนวนช่องเท่ำกับจำนวนผู้เข้ำ
แข่งขนั แล้วให้ผู้เข้ำแข่งขนั เล้ยี งลกู ตะกร้อตำมส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำย เช่น ศีรษะ ไหล่ เข่ำและ
เท้ำ ห้ำมใช้มือ ไปตำมช่องทำงวิ่ง ซึ่งปลำยทำงเส้นชัยจะปักธงไว้ ผู้เล่นต้อง ไม่ออกจำกช่อง
และลูกไมต่ กพืน้ ใครถึงเสน้ ชยั ก่อนจะเป็นผู้ชนะ

8. ตะกรอ้ ชินลง

ภาพที่ 1.9 แสดงกำรแข่งขนั กีฬำตะกร้อชนิ ลง
(ทีม่ ำ: ไทยรฐั ออนไลน์, 2555)

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 21

“ชินลง” หรือ“ชินโลน” เป็นศิลปะแบบดัง่ เดมิ หรือกีฬำโบรำณ ที่มีมำนำนกว่ำ1,500 ปี
ของประเทศพม่ำ เป็นกำรผสมผสำนกันระหว่ำงกีฬำกับกำรเต้นรำ เล่นกันเป็นทีม ไม่มีคู่ต่อสู้
แต่ละท่ำในกำรเล่นต้องผ่ำนกำรฝึกซ้อมอย่ำงหนักเพรำะเป็นลีลำที่ยำกมำก แฝงด้วยทักษะ
ควำมสมดุล มีควำมเป็นอนั หนึ่งอนั เดยี วกัน ถ้ำเลน่ เป็นทีมจะมีผเู้ ลน่ 6 คน โดยมีหนึ่งคนอยู่ตรง
กลำงคอยคอลโทรลเกม หำกลูกตกพื้นจะเป็นลูกตำย ต้องเริ่มต้นเล่นกันใหม่ นิยมเล่นกันทั้ง
เพศชำย แหละ หญงิ ในปัจจุบนั มีกำรนำออกแสดงโชว์เป็นอำชีพหนึ่งอย่ำงแพร่หลำย ชินลง ก็
เปน็ ตะกร้อวง แบบเดยี วกับตะกร้อวงของไทย แตม่ ีตัวเอกเด่นเข้ำเลน่ โชว์ลลี ำกลำงวง ตำแหน่ง
นเี้ รียวกันว่ำ "มินดำ" ซึง่ แปลว่ำ "เจ้ำชำย"

ไปเป็นเจ้ำชำย...ในแคว้นศตั รู เปน็ หนังสือที่ไดร้ ับรำงวลั นำยอินทร์อะวอร์ด รำงวัลยอด
เยีย่ ม ประเภท "สำรคดี" ประจำปี 2553 เขียนโดยคำมิน คมนีย์ ถีอได้ว่ำเป็นผู้นำควำมรู้เรื่อง
กีฬำประจำชำติพม่ำมำเปิดเผยให้แก่สังคมได้อยำ่ งลกึ ซงึ้ ทีส่ ุด (Chaichanase, 2559)

สรุปวิวฒั นาการกฬี าตะกรอ้ ในประเทศไทย
ผู้เขียนได้สรุปวิวัฒนำกำรกีฬำตะกร้อในประเทศไทย ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ตำม
ข้อมูลหลักฐำนที่มีกำรอ้ำงอิง เผยแพร่มำอย่ำงถูกต้องตำมหลักวิชำกำร นำเสนอออกเป็น
ตำรำงโดยย่อ ดังนี้

ตารางที่ 1.1 วิวัฒนำกำรกีฬำตะกร้อในประเทศไทย
พ.ศ. รายการ
ก่อน พ.ศ. ประเทศไทยมีกำรเลน่ ตะกร้อ คือ ตะกรอ้ วง ตะกร้อลอดหว่ ง ตะกรอ้ ชิงธง
2472 ตะกรอ้ พลกิ แพลง การติดตะกร้อตามรา่ งกาย และตะกร้อขา้ มตาข่าย
สำหรบั ตะกร้อข้ำมตำข่ำย ซีง่ เลน่ ได้คนละไมเ่ กิน สองครั้ง เสริ ์ฟเอง และมเี ขต
สน้ั – ยำวห้ำมช่วยเหลอื กนั ในกำรเลน่
2472 นำยผล ผลำสินธ์ุ นำยยมิ้ ศรีหงส์ หลวงสำเรจ็ วรรณกิจ และขนุ จรรยำวิฑิต
ได้ปรบั ปรุงการเลน่ ตะกร้อขา้ มตาข่าย โดยดดั แปลงมำจำกกีฬำแบดมินตนั
และจดั แขง่ ขนั เปน็ คร้ังแรกที่ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั มีแข่งขัน 3 ประเภท
คือ
ประเภทเด่ยี ว แข่งขันเซ็ทละ 11 คะแนน ระบบแข่งขันผู้ชนะ 2 ใน 3 เซท็
ประเภทคู่ แข่งขันเซท็ ละ 15 คะแนน ระบบแขง่ ขนั ผู้ชนะ 2 ใน 3 เซ็ท
ประเภท 3 คน แข่งขันเซ็ทละ 21 คะแนน ระบบแข่งขันผู้ชนะ 2 ใน 3 เซ็ท

22

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

พ.ศ. รายการ
2475 นำยยิม้ ศรีหงส์ ได้จัดแข่งขนั ตะกรอ้ ลอดหว่ ง ตะกรอ้ ขา้ มตาขา่ ย ตะกรอ้

เตะทนวงเลก็ ตะกรอ้ เตะทนวงใหญ่ และตะกรอ้ ชิงธง ทีท่ ้องสนำมหลวง
เปน็ กำรเฉลิมฉลองรัฐธรรมนญู ฉบบั แรกของประเทศสยำมหรือประเทศไทย
2476 นำวำอกหลวงศภุ ชลำศัย อธิบดีกรมพลศึกษำคนแรก ได้มกี ำรปรับปรงุ แก้ไข
วิธีการเล่นตะกร้อ โดยมีผู้ให้ควำมช่วยเหลอื ทีส่ ำคัญ จำนวน 5 คน คือ คณุ
พระวิบูลย์ คุณหลวงมงคลแผน คณุ หลวงประคุณ พระยำอุดมพงษ์เพ็ญสวัสดิ์
และพระยำภกั ดีนรเศรษฐ์ (นำยเลดิ )
2479 พระยำจินดำรกั ษ์ อธิบดีกรมพลศึกษำ คนที่สอง ได้ปรับปรงุ แก้ไข กตกิ ากีฬา
ตะกรอ้ ข้ามตาข่าย ให้สมบูรณ์ยิ่งข้นึ
2480 กรมพลศึกษำ ได้ประกาศใชก้ ติกาตะกร้อขา้ มตาขา่ ยอย่างเปน็ ทางการ
และจัดให้มกี ำรแข่งขนั ระหว่ำงโรงเรียนมัธยมศึกษำชำยท่ัวประเทศ
2502 มีกำรจัดกำรแข่งขันกีฬำแหลมทอง ครงั้ ที่ 1 ขนึ้ ทีก่ รงุ เทพฯ มีกำรเชิญนกั
ตะกร้อชำวพม่ำมำแสดงควำมสำมำรถในกำรเลน่ ตะกร้อพลกิ แพลง
2504 กีฬำแหลมทองครงั้ ที่ 2 ประเทศพม่ำไดร้ ับเกียรติให้เป็นเจ้ำภำพในกำรแข่งขัน
นักตะกร้อของไทยก็ได้ไปร่วมแสดงโชว์กำรเตะตะกร้อแบบพลกิ แพลงดว้ ย
2508 กีฬำแหลมทองครง้ั ที่ 3 จัดขนึ้ ที่ประเทศมำเลเซีย ได้มกี ำรบรรจกุ ำรเตะตะกร้อ
3 ประเภท เข้ำไว้ในกำรแข่งขนั ดว้ ยก็คอื
– ตะกร้อวง
– ตะกร้อข้ำมตำข่ำย
– ตะกร้อลอดบ่วง
2508 เดอื น มีนำคม – เมษำยน 2508 ได้มกี ำรสำธิตกำรเลน่ ตะกร้อ
ระหว่ำงไทยกบั มำเลเซียขนึ้ ทีท่ ้องสนำมหลวง ซึง่ เปน็ ช่วงจดั กำรแข่งขนั กีฬำ
ไทย โดยผลกำรสำธติ ปรำกฏผลดังนี้

วนั แรกของกำรสำธิต เปน็ กำรแข่งขันในระบบกติกำตะกร้อข้ำมตำข่ำย
แบบไทย นกั กฬี ำของไทยประกอบดว้ ย จ.ส.ต.เจริญ ศรีจำมร ร.อ.จำเนียร
แสงสม และนำยชำญ ธรรมวงษ์ ทมี ไทยชนะดว้ ยคะแนน 21 : 0

วนั ทีส่ องของกำรแข่งขนั เป็นแข่งขนั ในระบบกติกำของมำเลเซีย
นักกฬี ำของไทย ประกอบดว้ ย ส.อ.ถวัลย์ วงศพ์ ิพัฒน์ นำยประเสริฐ นิ่ม
งำมศรี และนำยสำเรงิ งำวิชำ ทีมมำเลเซีย ชนะดว้ ยคะแนน 15: 1

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 23

พ.ศ. รายการ
จำกสำธิตในครง้ั นี้ ทำให้มกี ำรทำข้อตกลง ดังนี้
- วิธีกำรเลน่ รูปแบบและสนำมแข่งขนั ใช้รูปแบบของ
มำเลเซีย
- อปุ กรณ์กำรแข่งขัน ( ตำข่ำย และลูกตะกร้อ ) ควำมสูง
ของตำข่ำย ใช้รูปแบบของไทย
- ตั้งชื่อกีฬำชนิดนวี้ ่ำ “เซปกั ตะกรอ้ ” คำวำ่ เซปัก เป็น
ภำษำมำเลเซีย แปลว่ำ เตะ ตะกร้อ เป็นภำษำไทย แปลว่ำ
ลูกกลมๆสำนดว้ ยหวำย และบรรจุเข้ำแข่งขันในกีฬำเซียพ
เกมส์ คร้ังที่ 3 ณ ประเทศมำเลเซีย โดยจัดกำรแข่งขันใน
ประเภททีมชุด

2551 เอเชียนบีชเกมส์ ครง้ั ที่ 1 เป็นกีฬำชำยหำดระดับทวีปเอเชีย จดั โดยสภำ
โอลมิ ปิกแห่งเอเชีย โดยครงั้ แรกจัดขนึ้ ระหว่ำงวันที่ 18-26 ตลุ ำคม พ.ศ. 2551
ณ เมืองบำหลี ประเทศอินโดนีเซีย กำหนดให้มกี ำรจดั กำรแข่งขนั ตะกรอ้
ชายหาด

2556 ตะกร้อชินลง ถูกบรรจแุ ข่งขนั ครงั้ แรก ที่ เมียนมำเกมส์ ในปี 2013 จำก
เอกสำรทำงวิชำกำรเกี่ยวกบั ชินลง หรือ ชินโลน (Chinlone) นั้นระบวุ ่ำ เดมิ
กีฬำชนิดนีถ้ อื เป็น ศิลปะกำรละเลน่ ดง้ั เดมิ ทีม่ ีมำกว่ำ 1,500 ปี ของเมียนมำร์
เปน็ กำรผสมผสำนกันระหว่ำงกีฬำกับกำรเต้นรำ เลน่ กนั เปน็ ทีม ไมม่ ีคู่ต่อสู้ แต่
ละท่ำในกำรเลน่ ต้องผ่ำนกำรฝึกฝน เพรำะจะมีกำรใช้ลีลำ ทักษะ ตลอดจน
ควำมสมดลุ ของร่ำงกำยแตกต่ำงกันไป โดยนิยมเลน่ กันท้ังผู้ชำย และผู้หญงิ ใน
ปัจจุบนั มีกำรนำออกแสดงโชว์เปน็ อำชีพหนึ่งอยำ่ งแพร่หลำย มีมำกกว่ำ 200
ท่ำ แตท่ ีเ่ รำเหน็ ในกำรแข่งขันกีฬำซีเกมสน์ ้ันจะมีกำรใช้ท่ำพนื้ ฐำนแค่ 6 ท่ำ
เท่ำน้ัน คือ หลังเท้ำ หน้ำเท้ำ เข่ำ ฝ่ำเท้ำ สน้ เทำ้ และข้ำงเท้ำ สว่ นกำรที่ “ชิน

ลง”เข้ำมำสู่กฬี ำซีเกมสไ์ ด้นั้น ก็เนอ่ื งมำจำก เมียนมำ ต้นตำรบั พยำยำม
ผลักดันเข้ำมำสู่ซเี กมส์น้ันเอง
2560 ตะกรอ้ 4 คน รำยกำรแข่งขันเซปักตะกร้อรูปแบบใหม่ ที่ทำง "เจ้ำภำพ"
มำเลเซีย นำเข้ำมำบรรจใุ นกำรแข่งขันกีฬำ ซีเกมส์ ครง้ั ที่ 29 ทีก่ รงุ
กัวลำลมั เปอร์

24

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ประโยชน์ของการเลน่ กฬี าตะกร้อ

“กำรกีฬำนั้นทำให้ร่ำงกำยแข็งแรงและมีจิตใจสูง” ตะกร้อเป็นกีฬำไทยที่เล่นกัน
แพร่หลำยมำนำนนับศตวรรษ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอำชีพ ไม่ว่ำจะเป็นตำมชนบทในวัด ในวัง ใน
เมืองจะพบเหน็ กำรเลน่ ตะกร้อเสมอ เพรำะตะกร้อไม่ต้องใช้บริเวณพื้นที่กว้ำงขวำงเหมือนกีฬำ
ประเภทอืน่ ๆ อปุ กรณ์กห็ ำได้งำ่ ย ทั้งผู้เล่นกไ็ ม่จำกัดรปู รำ่ ง เพศหรือวยั ตลอดจนไม่จำกัดผู้เล่น
ตำยตัว อำจยืดหยุ่นได้ตำมควำมเหมำะสมกำรเล่นตะกร้อจึงได้รับควำมนิยมตลอดมำซึ่งผู้เล่น
จะได้รับประโยชน์จำกกำรเล่นท้ังทำงตรงและทำงอ้อมมำกมำย ผู้เขียนได้รวบรวมประโยชน์
ของกีฬำตะกร้อจำกนักวิชำกำรหลำยท่ำน แล้วนำข้อมูลมำสังเครำะห์เป็นด้ำนๆ สำมำรถสรุป
ได้ทั้งหมด 5 ด้ำน คือ 1. ด้ำนร่ำงกำย (กำรเจริญเติบโตของร่ำงกำย สมรรถภำพ และ
บุคลกิ ภำพ) 2. ดำ้ นจิตใจ อำรมณ์ และทศั นคติ 3. ด้ำนสังคม และคุณธรรมจริยธรรม
4. ดำ้ นสติปญั ญำ และ 5. ดำ้ นเศรษฐกิจ กำรเมือง และควำมปลอดภัย เพื่อให้เกิดควำมเข้ำใจ
เกีย่ วกบั ประโยชน์ของกีฬำตะกร้อได้อยำ่ งชัดเจนมำกขนึ้ ซึง่ สรุปเปน็ ตำรำงดังต่อไปนี้

ตารางที่ 1.2 ตำรำงวิเครำะห์สงั เครำะห์ประโยชน์ของกีฬำตะกร้อตำมแนวคิดขอ

ผลการวิเคราะห์

สังเคราะห์

นักวิชาการ ดา้ นรา่ งกาย ดา้ นจิตใจ อารมณ์ และ

(การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทัศนคติ

สมรรถภาพ และบุคลิกภาพ)

ฟอง เกิดแก้ว (2521: -ทำใหเ้ กิดควำมคล่องแคล่วว่องไว -เปน็ กำรฝึกใหเ้ ปน็ คนใจ

335) -เป็นกำรบริหำรกำยอย่ำงดีเลิศ เยน็ สขุ มุ รอบคอบ มีไหว

เพรำะมีกำรเคลือ่ นไหวอยู่ พริบดี

ตลอดเวลำ -ทำใหค้ วำมสนกุ สนำน

-เปน็ กำรฝึกประสำทได้เป็นอย่ำงดี เพลิดเพลิน ผ่อนคลำย
เพรำะอำศยั ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำง ควำมตึงเครียด

ประสำทกล้ำมเน้ือ

บญุ ยงค์ เกศเทศ (2531: -เป็นกีฬำที่ฝึกใหผ้ ู้เล่นเกิดมีควำม

2-6) คล่องแคล่วว่องไว ปรำดเปรียว
-เปน็ กีฬำที่ช่วยประสำนหน้ำที่ของ

อวยั วะในร่ำงกำยใหม้ ีระบบกำร

ทำงำนดีขนึ้ จะฝึกประสำท

ควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงประสำทกับ

กล้ำมเน้ือ และอวัยวะต่ำงๆ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 25

องนกั กำรศึกษำไทย

ประโยชน์ของกีฬาตะกร้อ

ะ ด้านสงั คม ดา้ นสติปัญญา ดา้ นเศรษฐกิจ การเมอื ง
และคุณธรรมจริยธรรม และความปลอดภยั

-ทำใหเ้ กิดควำมสำมัคคี -ฝึกใหม้ ีกำรตัดสินใจได้ -รกั ษำกีฬำพนื้ เมืองของ
ว ระหว่ำงผู้เล่นดว้ ยกัน รู้จกั อย่ำงรวดเรว็ ไทย แสดงถึงควำมรักชำติ
รักษำขนบธรรมเนียม
หนำ้ ทีค่ วำมรบั ผิดชอบ ประเพณี ส่งเสริมสินค้ำ
โดยเฉพำะกำรเล่นเป็นทีม ไทย และรกั ษำเศรษฐกิจ
ของชำติ

- เป็นกีฬำที่ก่อใหเ้ กิดควำม -เป็นกีฬำที่ฝึกใหม้ ีกำร -เปน็ กีฬำที่เล่นได้ไม่จำกัด
สนุกสนำนเพลิดเพลิน และเกิด ตัดสินใจทฉ่ี บั ไว ฝึก สถำนที่ และเวลำท้ังในร่ม
ควำมสำมคั คี ปฏิภำณไหวพริบและแก้ไข และกลำงแจ้ง สนำมหญำ้
-เปน็ กีฬำที่เหมำะสมกับทกุ วัย ปญั หำตลอดเวลำ สนำมคอนกรีต พืน้ ดิน
ทุกเพศ ท้ังนี้เพรำะเป็นกีฬำที่ สำมำรถเล่นได้ทั้งเวลำ
ไม่หนกั เบำจนเกินไป สำมำรถ เช้ำ สำย บ่ำย เย็นหรือ
ปรบั ควำมสำมำรถและกำลัง ตอนกลำงคืนก็ได้หำกว่ำมี
ของผู้เล่นได้ ทั้งในด้ำนทกั ษะก็ แสงสวำ่ งมำกพอ อีกท้ัง

26

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ผลการวิเคราะห์ ดา้ นร่างกาย ดา้ นจิตใจ อารมณ์ และ
สงั เคราะห์ (การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทัศนคติ
นกั วิชาการ สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)

ประโยชน์ของกีฬาตะกรอ้ ดา้ นสติปญั ญา ด้านเศรษฐกิจ การเมอื ง
และความปลอดภยั
ะ ด้านสงั คม
และคุณธรรมจริยธรรม สภำพของดินฟ้ำอำกำศ ก็
ไม่เปน็ อปุ สรรคมำกนัก
มีหลำยระดบั ชั้นซึง่ เปน็ เครือ่ ง -เป็นกีฬำที่ประหยดั ลงทนุ
ท้ำทำยและจูงใจผู้เล่นไม่รู้จบ น้อยแต่เล่นได้หลำยคน
สิน้ คุ้มค่ำเงิน สำมำรถรวมทุน
กนั ได้คนละเลก็ ละน้อย
หรือผลดั กันซือ้ ก็ได้ ท้ังลูก
ตะกร้อก็มีควำมทนทำน
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งถ้ำรู้จัก
ใช้และรู้จักเก็บ
- เป็นศลิ ปะและ
วัฒนธรรมด้ังเดิมของชำติ
ไทย ถ้ำเล่นตะกร้อก็ถือว่ำ
เปน็ ผู้รกั ษำประเพณี กีฬำ
พืน้ เมืองใหค้ งอยู่สบื ต่อไป
เปน็ กำรแสดงใหเ้ หน็ ถึง

ผลการวิเคราะห์ ด้านรา่ งกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สงั เคราะห์ (การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทัศนคติ
นักวิชาการ สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)

จรัญ ธำนีรตั น์ (2537: -ตะกร้อเป็นกีฬำทีช่ ่วยส่งเสริมกำร
7) ออกกำลังกำยที่ดี

อุทยั สงวนพงศ์ (2544: -เปน็ พนื้ ฐำนของกำรเล่นกีฬำ -เป็นกำรใช้เวลำวำ่ งให้
4-5) ประเภทอื่น เกิดประโยชน์
-ใหค้ วำมสนกุ สนำน
-เป็นกำรฝึกใหเ้ กิดควำม

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 27

ประโยชน์ของกีฬาตะกร้อ ดา้ นสติปญั ญา ด้านเศรษฐกิจ การเมอื ง
ะ ด้านสังคม และความปลอดภยั

และคณุ ธรรมจริยธรรม ควำมรักชำติรัก
ขนบธรรมเนียมประเพณี
-สำมำรถปรบั กำรเล่นได้ตำม ในควำมเป็นไทย
ควำมเหมำะสมของผู้เล่น และ -เป็นกีฬำที่มีควำม
มีอนั ตรำยจำกกำรเล่นนอ้ ย ปลอดภัยกว่ำกีฬำประเภท
อืน่ ๆ และเป็นกำรใช้เวลำ
วำ่ งใหเ้ กิดประโยชน์
-เป็นกีฬำทีฝ่ ึกหัดได้ไม่
ยำกนัก เล่นได้ทั้งในทีร่ ่ม
และกลำงแจ้ง อุปกรณ์ที่
ใช้รำคำก็ไม่แพง สนำมที่
ใช้กไ็ ม่จำเปน็ ต้อง
กว้ำงขวำง
-ประหยดั ลงทนุ น้อยแต่
เล่นได้หลำยคน
-สำมำรถเล่นได้เกือบทุก

28

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ผลการวิเคราะห์ ดา้ นร่างกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สังเคราะห์
นกั วิชาการ (การเจริญเติบโตของร่างกาย ทัศนคติ

ชง สิรินพมณี (2549: สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)
9-10)
คล่องแคล่ว วอ่ งไว ปรำดเปรียว เพลิดเพลิน ช่วยผ่อน

กล้ำตัดสินใจ สุขุม รอบคอบ คลำยควำมตึงเครียด

อำรมณ์เยือกเย็น มีสมำธิ

-เป็นกำรฝึกควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำง

ประสำนกับกล้ำมเน้ือ และอวัยวะ

ต่ำง ๆ เปน็ อย่ำงดี

-ทำใหร้ ะบบกำรไหลเวยี นของโลหิต - ช่วยผ่อนคลำยควำมตึง

ดีขนึ้ เครียด ทำให้อำรมณ์

-ท ำ ใ ห้ เ ซ ล ล์ แ ล ะ ก ล้ ำ ม เ นื้ อ แจ่มใส

เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต แ ข็ ง แ ร ง แ ล ะ มี - ช่วยฝึกกำรควบคมุ

ประสิทธภิ ำพ อำรมณ์ ทำใหอ้ ำรมณ์

-ทำให้อวัยวะต่ำงๆ ทำงำนสัมพันธ์ มัน่ คง

กันดีขนึ้ - ทำใหเ้ กิดควำมภมู ิใจ

-ช่วยระบบกำรขับถ่ำยและรักษำ และมนั่ ใจใน

อณุ หภูมิของร่ำงกำย ควำมสำมำรถของตน

-ช่วยส่งเสริมบคุ ลิกภำพใหด้ ีขึน้ -ปลูกฝังควำมมีนำ้ ใจเป็น

ประโยชน์ของกีฬาตะกรอ้ ดา้ นสติปญั ญา ดา้ นเศรษฐกิจ การเมอื ง
และความปลอดภยั
ะ ด้านสงั คม
และคุณธรรมจริยธรรม สถำนที่ และไม่จำกัดเวลำ

ง - ช่วยเสริมสร้ำงมนษุ ยสัมพันธ์ -ส่งเสริมใหร้ ู้จักกำร

ที่ดี มีเพือ่ นมำก แก้ปัญหำเฉพำะหนำ้ และ

- ฝึกฝนใหร้ ู้จักกำรเสียสละ มีปฏิภำณไหวพริบดี

-รู้จกั ใชเ้ วลำวำ่ งใหเ้ กิด

ประโยชน์

- ส่งเสริมใหร้ ู้จักเคำรพกฎ

กติกำกำรแข่งขัน และรกั ษำ

ควำมยุติธรรม

- แนวโน้มที่จะเปน็ ภัยหรือ

น ปัญหำสังคมน้อยลง เพรำะมี

ผลการวิเคราะห์ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สังเคราะห์
นกั วิชาการ (การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทัศนคติ

สวุ นิ ัย ชมุ นุม (2548: สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)
47)
นกั กีฬำ ไม่เอำรัดเอำ

เปรียบผู้อื่น

- เป็นกิจกรรม

นันทนำกำรที่ก่อใหเ้ กิด

ประโยชน์ในทำงทีถ่ ูกที่

ควร

- ส่งเสริมใหร้ ู้จักเคำรพใน

สิทธขิ องผู้อื่น

-สำมำรถนำทักษะจำก

กำรฝึกซ้อมไปใช้ประโยชน

ทำงนนั ทนำกำรได้

-ช่วยใหร้ ่ำงกำยสมบรู ณ์ แข็งแรง มี -ทำใหผ้ ู้เล่นสนุกสนำน

สุขภำพพลำนำมัยดี เพลิดเพลิน ผ่อนคลำย

ควำมตึงเครียด

-ช่วยส่งเสริมกำรใช้เวลำ

วำ่ งใหเ้ กิดประโยชน์

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 29

ประโยชน์ของกีฬาตะกร้อ ด้านสติปญั ญา ดา้ นเศรษฐกิจ การเมอื ง
และความปลอดภยั
ะ ดา้ นสังคม
และคณุ ธรรมจริยธรรม

โอกำสได้แสดงออกทำงกีฬำ



น์

-ทำใหเ้ กิดควำมสำมัคคีขึน้ ใน -ช่วยใหม้ ีปฏิภำณไหว
หมู่คณะ พริบดี กำรตดั สินใจท่ี
รวดเร็วแนน่ อน

30

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ผลการวิเคราะห์ ดา้ นร่างกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สังเคราะห์ (การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทศั นคติ
นกั วิชาการ สมรรถภาพ และบุคลิกภาพ)
-ช่วยปลูกฝงั ใหผ้ ู้เล่นมี
สันติวฒั น์ พนั ทำ -มีบุคลิกภำพทีด่ ี อำรมณ์เยือกเย็น
(2548: 25) -สุขภำพพลำนำมยั แขง็ แรง -มีควำมสุขมุ รอบคอบ
- กีฬำตะกร้อเปน็ พืน้ ฐำนในกำร เยือกเยน็
http://www.doohealthy นำไปสู่กีฬำอื่นๆ เช่น กำรทรงตัวดีมี - มีกำรตัดสินใจท่รี วดเรว็
.com/article/fitness/spor สำยตำดี ควำมแม่นยำดี กำร แน่นอน
t/321-health.html, (19 เคลื่อนที่ ฯลฯ - มีควำมประพฤติ
พฤศจิกำยน 2555) เรียบร้อย ซือ่ ตรง มี
DooHealthy.com -กำรเล่นตะกร้อยังเป็นพนื้ ฐำนของ ศลี ธรรม
กำรเล่นกีฬำประเภทอืน่ ได้เป็นอย่ำง -ผ่อนคลำยอำรมณ์ มี
ดี เพรำะทำใหผ้ ู้เล่นรู้จกั วธิ กี ำร ควำมเพลิดเพลิน
ครอบครองลกู รู้จงั หวะเข้ำออก -กำรเล่นตะกร้อเป็นกำร
จงั หวะกำรเตะ โดยใหม้ ี ใช้เวลำวำ่ งใหเ้ ปน็
ประโยชน์ ทำใหจ้ ิตใจสด
ชืน่ แจ่มใส
-กำรเล่นตะกร้อเปน็ กำร


Click to View FlipBook Version