The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suppawan.v, 2021-10-29 05:10:44

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 117

ภาพที่ 4.13 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมหรือกำรทรงตัวทีด่ ี
(ที่มำ: ชง สริ ินพมณี, ม.ป.ป.: 34)

Note: ข้อเสนอแนะเก่ยี วกบั การทรงตัวในการเล่นกฬี าเซปกั ตะกร้อ
1. พยำยำมรักษำกำรทรงตัวให้อยใู่ นท่ำเตรียมที่จะเลน่ ลูกได้ทกุ ขณะ
2. ควรใช้สำยตำมองไปยงั ลูกตะกร้อและทิศทำงทีล่ ูกตะกร้อวิ่งมำ
3. ควรหำจังหวะในกำรเตะลูกตะกร้อให้พอดกี บั จังหวะลูกตกมำ
4. ควรให้ลกู ตะกร้อวิง่ เข้ำหำเท้ำ ไมค่ วรยกเท้ำเตะลกู สูงเกินไป

การเคลื่อนทีใ่ นกีฬาตะกรอ้
กำรเคล่อื นทีไ่ ปในทิศทำงต่ำงๆ ในกำรเล่นตะกร้อ จะใช้วิธีกำรสไลด์เท้ำ คือก้ำวเท้ำที่

อยู่ในทิศทำงนั้นไปกอ่ นหนึง่ ก้ำว แล้วจึงลำกเท้ำอีกข้ำงหนึ่งตำมไป โดยไม่ให้เสียกำรทรงตัว มี
วิธีปฏิบตั ิดงั นี้

1. การเคลื่อนทีไ่ ปข้างหน้า มีวิธกี ำรปฏิบตั ดิ ังนี้
จังหวะที่ 1 จำกท่ำยนื เตรียมพร้อมถนดั เท้ำขวำ สไลด์เท้ำไปหน้ำ 1 ก้ำว ดว้ ยกำร

ก้ำวเท้ำซ้ำยไปขำ้ งหน้ำห่ำงพอสมควร แล้วลำกเท้ำขวำตำมไปย่อเข่ำซ้ำยเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ยกเท้ำขวำขึน้ ทำท่ำเตะลูกสำยตำมองไปขำ้ งหน้ำ
จงั หวะที่ 3 กลับสทู่ ่ำกำรยืนเตรียมพร้อม

เมื่อได้สไลดเ์ ท้ำไปข้ำงหน้ำ 1 ก้ำวจนชำนำญดีแลว้ จึงควรเพิ่มกำรสไลด์เท้ำไป
ข้ำงหน้ำ เป็น 2 – 3 ก้ำว ดงั ภำพที่ 4.14

118

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาพที่ 4.14 แสดงกำรเคล่อื นทีไ่ ปข้ำงหน้ำ
(ทีม่ ำ: ชง สริ ินพมณี, ม.ป.ป. : 35)

2. การเคลื่อนที่ไปข้างหลัง มีวิธปี ฏิบัตดิ งั นี้
จงั หวะที่ 1 จำกท่ำยนื เตรียมพร้อมถนัดเท้ำขวำ สไลด์เท้ำไปข้ำงหลงั 1 ก้ำว ดว้ ย

กำรถอยเท้ำขวำไปข้ำงหลัง 1 ก้ำว ห่ำงพอสมควรแล้วลำกเท้ำซ้ำยตำมไป ย่อเข่ำซ้ำยลง
เล็กน้อย

จงั หวะที่ 2 ยกเท้ำขวำขึน้ ทำท่ำเตะลูก สำยตำมองไปขำ้ งหน้ำ
จังหวะที่ 3 กลับสทู่ ่ำกำรยืนเตรียมพร้อมเมือ่ ฝึกกำรสไลด์ไปข้ำงหลงั 1 ก้ำวจน
ชำนำญดีแลว้ จึงควรเพิม่ กำรสไลด์เท้ำไปข้ำงหลังเป็น 2 – 3 ก้ำว ดงั ภำพที่ 4.15

ภาพที่ 4.15 แสดงกำรเคลอ่ื นทีไ่ ปข้ำงหลัง
(ทีม่ ำ: ชง สริ ินพมณี, ม.ป.ป.: 36)

3. การเคลือ่ นทีไ่ ปทางขวา มีวิธปี ฏิบตั ดิ งั นี้
จังหวะที่ 1 จำกท่ำยนื เตรียมพร้อมถนัดเท้ำขวำ สไลด์เท้ำไปทำงขวำ 1 ก้ำว ดว้ ยกำร

ก้ำวเท้ำขวำไปทำงขวำ 1 ก้ำวห่ำงพอสมควรแลว้ ลำกเท้ำซ้ำยตำมไปย่อเข่ำซ้ำยลงเล็กน้อย
จังหวะที่ 2 ยกเท้ำขวำขึน้ ทำท่ำเตะลกู สำยตำมองไปขำ้ งหน้ำ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 119

จงั หวะที่ 3 กลบั สทู่ ่ำกำรยืนเตรียมพร้อม

4. การเคลือ่ นทีไ่ ปทางซา้ ย มีวิธปี ฏิบตั ดิ งั นี้
จังหวะที่ 1 จำกท่ำยืนเตรียมพร้อมถนัดเท้ำขวำ สไลด์เท้ำไปทำงซ้ำย 1 ก้ำว ด้วย

กำรก้ำวเท้ำซ้ำยไปทำงซ้ำย 1 ก้ำว ห่ำงพอสมควร แล้วลำกเท้ำขวำตำมไปย่อเข่ำซ้ำยลง
เลก็ น้อย

จังหวะที่ 2 ย่อเท้ำขวำขนึ้ ทำท่ำเตะลูก สำยตำมองตรงไปขำ้ งหน้ำ
จงั หวะที่ 3 กลบั สทู่ ่ำกำรยืนเตรียมพร้อม

การควบคมุ ลูกตะกรอ้

กำรควบคุม (Control) หมำยถึง กำรบงั คับโดยส่งั ให้อวัยวะส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำยเช่น
หลงั เท้ำ หน้ำเท้ำ ศีรษะ และเข่ำ ทำหน้ำทคี่ วบคมุ ลูกตะกร้อให้เป็นไปตำมต้องกำร

กำรควบคุมลูกตะกร้อให้เป็นไปตำมควำมต้องกำรหรือจุดประสงค์ของผู้ฝึกเล่นกีฬำ
เซปักตะกร้อได้นั้น จะต้องใช้กำรฝึกฝึกให้เกิดทักษะที่ถูกต้องเหมำะสม ซึ่งต้องอำศัยเวลำที่
ยำวนำน และต่อเนือ่ ง โดยอำศยั องค์ประกอบต่ำงๆ เข้ำมำเกี่ยวข้องได้แก่ สมรรถภำพทำงกำย
กำรทรงตัว สมำธิ กำรจัดระเบียบของร่ำงกำยที่ดี เป็นต้น ซึ่งเทคนิคกำรควบคุมลูกตะกร้อมี
องค์ประกอบ ดังนี้

1. ต้องมีสมรรถภำพทำงดำ้ นร่ำงกำยทีแ่ ขง็ แรง สำมำรถฝึกปฏิบตั ิไดอ้ ย่ำงต่อเนือ่ ง เปน็
ระยะเวลำทีน่ ำนพอ

2. ต้องมีกำรทรงตวั ของร่ำงกำยทีด่ ี มั่นคง ไมเ่ สยี หลักในลกั ษณะซวนเซ ขณะทำกำร
ฝึกปฏิบตั ิ

3. ต้องมีสมำธิ ควำมน่งิ เงียบ และควำมสนใจสงู ในขณะปฏิบตั ิ โดยไมห่ ันเหควำมสนใจ
ไปสู่สิ่งอื่น

4. จัดระเบียบควำมถูกต้องของร่ำงกำย ได้อยำ่ งเป็นธรรมชำติ เช่น แขน ขำ ลำตัว และ
ท่ำทำง พร้อมกับค้นหำจงั หวะในกำรสมั ผัสลกู ตะกร้อทกุ ครั้ง เช่น กำรยกเท้ำข้นึ สัมผัสลูก
ตะกร้อที่กำลงั ตกลงมำ จะต้องมีจงั หวะควำมสมั พนั ธ์กนั อย่ำงพอดี เหมำะสม และสมำ่ เสมอ

สุพจน์ ปรำณี (2549: 55) กล่ำวถึงวิธกี ำรควบคุมลกู ตะกร้อ ไว้ดงั นี้
1) กำรควบคมุ ลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน หรือนยิ มเรียกว่ำลูก “แป” หรือลกู “หน้ำ
เท้ำ” เปน็ ทักษะพนื้ ฐำนที่สำคัญที่สุด และเป็นทักษะที่ใช้มำกที่สุดระหว่ำงกำรแข่งขัน เป็นกำร
เลน่ ทีผ่ ิดพลำดน้อยมำก นิยมใช้ในกำรรับ เสริ ์ฟ กำรต้ัง กำรเสิร์ฟ กำรตั้งรับ ขณะแข่งขัน ควร

120

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ฝึกจนเกิดควำมชำนำญ ทั้งเท้ำซ้ำยและเท้ำขวำ จะสำมำรถควบคุมลูกตะกร้อให้เคล่ือนที่ไปใน
ทิศทำง ที่ต้องกำร และมีประสทิ ธิภำพ

2) กำรควบคุมตะกร้อดว้ ยหลงั เท้ำ เปน็ ทกั ษะพืน้ ฐำนที่สำคัญที่ควรฝึกให้เกิดควำม
ชำนำญ สำมำรถใช้ได้ท้ังเท้ำซ้ำยและเท้ำขวำ ผลจำกกำรฝึกจะส่งผลให้ผู้เล่นมีควำมเชื่อมั่น
ขณะนำมำใช้ กำรเตะตะกร้อหลงั เท้ำนิยมนำมำใช้รบั ลูกเสริ ์ฟ ลูกสนั้ หรือลูกพุ่งมลี กั ษณะตำ่

3) กำรควบคมุ ตะกร้อดว้ ยศีรษะ เป็นทักษะพืน้ ฐำนที่สำคัญและมีประโยชน์มำกในเกม
กำรแข่งขนั และเป็นทกั ษะทีฝ่ ึกยำกที่สดุ ข้องทักษะพนื้ ฐำน ใช้แก้ไขปัญหำเฉพำะหน้ำได้ดีในเกม
รกุ สำมำรถกำหนดทศิ ทำงได้ และจดุ ตกไดค้ ่อยข้ำงแม่นยำ จะใช้รับลูกเสิร์ฟ หรือระหว่ำงกำร
เลน่ ทีเ่ ป็นลักษณะพุ่งเข้ำหำตัวในระดบั กลำงลำตวั (เอว) ขนึ้ ไป นอกจำกนั้นยังนิยมใช้ต้ังลกู

4) กำรควบคุมตะกร้อดว้ ยเข่ำ เป็นทกั ษะที่มคี วำมสำคญั รองจำกข้ำงเท้ำด้ำนใน หลงั
เท้ำ และศีรษะ มีควำมจำเป็นต้องใช้ในยำมคับขันในกำรเสิร์ฟ หรือ ระหว่ำงกำรเล่น ที่เป็น
ลักษณะพุ่งเข้ำหำตัวในระดบั กลำงลำตวั (เอว) อย่ำงรวดเรว็ ซึ่งไมส่ ำมำรถใช้ทกั ษะอืน่ ได้

กำรควบคมุ ลูกตะกร้อเปน็ สิง่ สำคัญมำกในกำรฝึกเล่นตะกร้อข้ันพนื้ ฐำน ผู้ฝึกจะต้อง
ปฏิบัตฝิ ึกฝนให้มีทักษะที่ถูกต้องให้ได้ ซึ่งทกั ษะพนื้ ฐำนเกี่ยวกับกำรควบคุม บังคับ หรือสั่งกำร
ในควำมหมำยของกำรฝึกกฬี ำเซปักตะกร้อข้ันต้น ได้แก่

1. การเดาะลกู ตะกร้อโดยยืนอยกู่ ับที่
1.1 การเดาะลกู ตะกร้อโดยยืนอยกู่ ับทีใ่ นระดับตาํ่ เป็นกำรเดำะลกู ตะกร้อเพียง

เบำๆ ให้ลูกตะกร้อเคลอ่ื นที่สงู จำกอวยั วะทีใ่ ช้เดำะเพียงเล็กน้อยโดยใช้อวัยวะดังนี้
1) หลังเท้ำดำ้ นซ้ำย และขวำ มีวิธกี ำรเดำะลูกหลังเท้ำด้วยเท้ำซ้ำยและเท้ำขวำ

ดงั ภำพที่ 4.16

ภาพที่ 4.16 แสดงกำรเดำะลูกหลงั เท้ำดว้ ยเท้ำซำ้ ยและขวำ
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 57)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 121

2) ข้ำงเท้ำด้ำนในซ้ำย และขวำ มีวิธกี ำรเดำะลูก ดังภำพที่ 4.17

ภาพที่ 4.17 แสดงกำรเดำะลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยเท้ำซำ้ ยและขวำ
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 57)

3) เข่ำซ้ำย และขวำ มีวิธกี ำรเดำะลกู ดงั ภำพที่ 4.18

ภาพที่ 4.18 แสดงกำรเดำะลกู เข่ำดว้ ยเข่ำซ้ำยและขวำ
(ทีม่ ำ: สุพจน์ ปรำณี, 2549: 58)

4) ศีรษะ มีวิธกี ำรเดำะลูก ดังภำพที่ 4.19

ภาพที่ 4.19 แสดงกำรเดำะลกู ด้วยศีรษะ
(ที่มำ: สุพจน์ ปรำณี, 2549: 58)

122

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

1.2 การเดาะลกู ตะกร้ออยู่กับที่ในระดบั ความสงู เหนอื ศีรษะ เป็นกำรควบคุมให้ลูก
ตะกร้อเคลอ่ื นทีโ่ ดยกำรใช้หน้ำเท้ำ และสว่ นของศีรษะ เตะ และโหม่งให้ลูกตะกร้อสูงข้นึ ใน
แนวด่งิ มำกกว่ำ 1 เมตร (ฝึกเฉพำะทกั ษะลกู หน้ำเท้ำและศีรษะ) ดังภำพที่ 4.20 และ 4.21

ภาพที่ 4.20 แสดงท่ำฝึกทักษะลกู หน้ำเท้ำ ภาพที่ 4.21 แสดงท่ำฝึกทกั ษะลูกศีรษะ

สงู ในแนวดง่ิ มำกกว่ำ 1 เมตร สงู ในแนวดง่ิ มำกกว่ำ 1 เมตร

(ที่มำ : สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 58) (ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 58)

1.3 การเดาะลูกตะกรอ้ อยู่กบั ที่ในระดบั ต่าํ และระดบั สงู สลับกนั (ฝึกเฉพำะทักษะ
ลูกหน้ำเท้ำ และหน้ำเท้ำกบั ศีรษะ) ดังภำพที่ 4.22

ภาพที่ 4.22 แสดงท่ำฝึกทกั ษะลกู หน้ำเท้ำกบั ศีรษะ
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 59)

1.4 การเดาะลูกตะกร้ออยู่กบั ในทกั ษะตา่ งๆรวมกัน เปน็ กำรควบคมุ ให้ลูกตะกร้อ
เคล่อื นทีโ่ ดยกำรใช้ทักษะตำ่ งๆ รวมกัน เช่น หลงั เท้ำกบั หน้ำเท้ำ หน้ำเท้ำกบั เข่ำ และหน้ำเท้ำ
กบั ศีรษะ เปน็ ต้น ดังภำพที่ 4.23 และ 4.24

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 123

ภาพที่ 4.23 แสดงท่ำฝึกทักษะหลังเท้ำกับหนำ้ เท้ำ ภาพที่ 4.24 แสดงท่ำฝึกทกั ษะลกู หนำ้ เท้ำกบั เขำ่

(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 59) (ที่มำ: สุพจน์ ปรำณี, 2549: 59)

1.5 การเดาะลกู ตะกรอ้ อยู่กับที่ในทักษะตา่ งๆ รวมกัน พรอ้ มการหมนุ ตัวไป-มา
ซา้ ย-ขวา เป็นกำรควบคมุ ให้ลูกตะกร้อเคลอ่ื นที่โดยกำรใช้ทกั ษะรวมกันตำมข้อ 4 แตผ่ ู้ฝึกมี
กำรหมุนตวั กลบั ไป-มำ ซ้ำย-ขวำ ดงั ภำพที่ 4.25

ภาพที่ 4.25 แสดงท่ำฝึกทักษะรวมโดยผู้ฝึกหมุนตวั ไปทำงซ้ำยและขวำ
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 59)

2. การเคลื่อนที่เพอ่ื หาจงั หวะในการเดาะลูกตะกร้อ
กำรเคล่อื นทีใ่ นกำรเลน่ กีฬำตะกร้อ อำจจะแตกต่ำงไปจำกกีฬำประเภทอื่น กล่ำวคือ
ผู้เล่นมีกำรเคล่ือนที่ไม่มำกเหมือนกีฬำประเภทอื่น ๆ เพรำะทุกคนยืนอยู่กับที่ มีบริเวณกำร
เล่นและรับผิดชอบของตนเอง กำรเคล่ือนที่ส่วนใหญ่มีกำรวิ่งเข้ำหำลูก กำรถอยหลัง กำร
เคล่ือนตัวไปทำงซ้ำย ทำงขวำเล็กน้อยตำมทิศทำงของลูก โดยใช้สำยตำรอบนอกดู
สถำนกำรณ์รอบๆ ตัว ทั้งทิศทำงกำรเคล่อื นที่ ผู้เล่นใกลเ้ คียง และคู่ของตน

124

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

กำรเคล่อื นที่ (Movement) หมำยถึง กำรเคลอ่ื นทีข่ องร่ำงกำย อย่ำงรวดเร็ว ในกำรเข้ำ
หำหรือถอยหลังหำจงั หวะลูกตะกร้อ ก่อนทีล่ ูกตะกร้อจะเข้ำหำตัว หรือก่อนตกสู่พนื้

กำรเคล่ือนที่ตำมทิศทำงต่ำงๆ ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ในกำรฝึกกีฬำตะกร้อนั้น มี
เทคนิค หรือวิธปี ฏิบัติ ดงั ต่อไปนี้

1. ยืนในลกั ษณะ “เท้ำเปน็ ” หมำยถึง กำรยืนดว้ ยปลำยเท้ำ โดยไมเ่ กร็งกล้ำมเนือ้
2. เคลอ่ื นเท้ำดำ้ นทีอ่ ยู่ในทิศทำงต้องกำรจะเคล่อื นที่นำไปกอ่ น แล้วจึงเคล่อื นเท้ำอีก
ข้ำงหนึ่งตำมไปโดยเรว็ โดยขณะยืนให้เท้ำท้ังสองห่ำงกนั พอสมควร
3. ถ่ำยน้ำหนกั ตวั ไปสทู่ ิศทำงที่จะเคล่อื นที่ไป โดยพยำยำมไมใ่ ห้มีลกั ษณะถลำ ลำ้ เกิน
กว่ำเท้ำนำ จะทำให้เสยี กำรทรงตวั ได้
4. สำยตำจบั ต้องอยู่ที่ทิศทำง และลูกตะกร้อตลอดเวลำ
5. ท่ำ และกำรทรงตวั ตอ้ งดี และสัมพนั ธ์กัน โดยจะต้องพร้อมที่จะถำ่ ยน้ำหนกั ของ
ร่ำงกำยไปสู่เท้ำนำ ให้เป็นจังหวะเดยี วกนั กับกำรเคลอ่ื นที่ไปอย่ำงอตั โนมตั ิ
กำรเคล่อื นที่ เพือ่ กำรควบคุมไมใ่ ห้ลูกตะกร้อตกสู่พนื้ ได้นั้น มีลกั ษณะของกำรเคล่ือนที่
จำแนกออกไดด้ ังนี้
2.1 การเคลื่อนทีเ่ ข้าหาลูกตะกรอ้ เปน็ กำรควบคุมกำรเคลอ่ื นไหวของร่ำงกำยซึง่
สง่ ผลดีต่อกำรเลน่ ตะกร้อเปน็ อยำ่ งมำก โดยใช้ทิศทำงกำรเคลอ่ื นทีด่ ังนี้

2.1.1 กำรเคลอ่ื นที่ไปทำงดำ้ นหน้ำ หมำยถึง กำรเคลอ่ื นทีจ่ ำกท่ำยืนเตรียมพร้อม
ก้ำวเท้ำซ้ำยไปทำงด้ำนหน้ำส้ันๆ ประมำณครึ่งก้ำว ย่อเข่ำซ้ำยและยกขำขวำเตะลูก ควรยก
แขนซ้ำย เมื่อก้ำวเท้ำซ้ำย เพื่อช่วยกำรทรงตัว แขนขวำเหยียดไปข้ำงหลังเล็กน้อย ดังภำพที่
4.26

ภาพที่ 4.26 แสดงท่ำกำรเคล่อื นที่ไปทำงดำ้ นหน้ำ ย่อเข่ำซ้ำยและยกเท้ำขวำเดำะลูกตะกร้อ
(ที่มำ: สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 60)

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 125

2.2.2 กำรเคล่อื นที่ไปทำงด้ำนหลัง หมำยถึง กำรเคล่ือนที่จำกท่ำยืนเตรียมพร้อม
ให้ก้ำวเท้ำขวำไปทำงดำ้ นหลัง ประมำณครึ่งก้ำว ลำกเท้ำซ้ำยถอยตำมเท้ำขวำเล็กน้อยพร้อม
ย่อเข่ำซ้ำย ยกเท้ำขวำขึน้ เดำะลูก กำรทรงตวั ทีด่ ีควรใช้แขนช่วยเหมือนกบั กำรเคล่ือนตัวไปทำง
ดำ้ นหน้ำ ดงั ภำพที่ 4.27

ภาพที่ 4.27 แสดงท่ำกำรเคล่อื นที่โดยก้ำวเท้ำขวำไปทำงดำ้ นหลังลำกเท้ำซ้ำยถอย พร้อมยอ่
เข่ำซ้ำย ยกเท้ำขวำ เดำะลกู ตะกร้อ
(ที่มำ: สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 60)

2.2.3 กำรเคล่ือนที่ไปทำงด้ำนซ้ำยและขวำ หมำยถึง กำรเคล่ือนที่จำกท่ำยืน
เตรียมพร้อมให้กำ้ วเท้ำซ้ำยเฉียงไปทำงซ้ำย 1 ก้ำว ก้ำวเท้ำขวำถอยไปข้ำงหลัง ย่อเข่ำซ้ำยเตะ
ดว้ ยเท้ำขวำ กำรทรงตัวก็ควรใช้แขนช่วยเช่นเดียวกับกำรเคล่ือนที่ด้ำนหน้ำ และหลัง ตำมมอง
ลูกตลอดเวลำ สำหรับกำรเคล่อื นไหวไปทำงดำ้ นขวำให้ทำสลบั กัน ดังภำพที่ 4.28 - 4.29

ภาพที่ 4.28 แสดงกำรเคล่อื นที่ไปทำงซ้ำย ภาพที่ 4.29 แสดงกำรเคลอ่ื นทีไ่ ปทำงขวำ

(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 61) (ที่มำ: สุพจน์ ปรำณี, 2549: 61)

2.2 การเคลื่อนที่ลักษณะถอยเพ่ือหาจังหวะเล่น ในกรณีที่ลูกตะกร้อเข้ำหำตัวใน
ระดับต่ำหรือสูง จำเป็นที่จะต้องเคล่ือนที่ถอยหลัง เพื่อหำจังหวะในกำรเล่นต่อไป ดังภำพที่
4.30 – 4.31

126

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาพที่ 4.30 แสดงกำรเคล่อื นทีถ่ อยหลังเพือ่ หำ ภาพที่ 4.31 แสดงกำรเคลอ่ื นทีถ่ อยหลงั

จังหวะเลน่ ลกู ระดบั ตำ่ เพือ่ หำจงั หวะเลน่ ลกู ระดบั สงู

(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 61) (ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 61)

การใช้อวัยวะเพ่อื รับลกู ตะกร้อไดอ้ ย่างเป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพ ซึง่ มี
ผลอยำ่ งยิง่ ต่อกำรเลน่ เกมให้ดำเนินต่อไป ควรศึกษำและใช้เทคนคิ กำรรบั ลูกตะกร้อ ดงั นี้

1. สงั เกตจุดที่ผสู้ ง่ จะสง่ ลกู ตะกร้อมำหำตนเอง อยู่ตรงด้ำนใด หรือทิศทำงใด
2. สังเกตระดับของลูกตะกร้อทีจ่ ะพุ่งเข้ำมำหำตนเอง อยู่ในระดับตำ่ ระดบั กลำง หรือ
ระดับสูง
3. จำกกำรสงั เกต ข้อที่ 1, 2 ให้ผู้รับอยู่ในท่ำเตรียม หันหน้ำให้ตรงทิศทำง ทีค่ ำดว่ำลูก
ตะกร้อจะพุ่งมำ
4. สำยตำจะตอ้ งจดจอ้ งมองดทู ีล่ กู ตะกร้อ ขณะพุ่งเข้ำมำหำตนเองตลอดเวลำ
จนกระทั่งลูกตะกร้อสัมผัสกับหลงั เท้ำ ข้ำงเท้ำด้ำนใน เข่ำ หรือศีรษะได้ ซึ่งเรียกว่ำ กำรควบคุม
ลกู ตะกร้อไว้ไดโ้ ดยกำรรบั หลงั จำกนั้นจึงเปน็ กำรสง่ ลกู ให้ตรงทิศทำง หรือเป้ำหมำยทีต่ ้องกำร

ภาพที่ 4.32 แสดงวิธีกำรรับลูกตะกร้อ
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 62)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 127

การสง่ ลกู ตะกรอ้

เทคนิคกำรสง่ ลูกตะกร้อให้ตรงทิศทำง หรือเป้ำหมำย ได้อยำ่ งแม่นยำ จะต้องคำนึงถึง
สง่ิ ต่อไปนี้

1. ต้องมีควำมสำมำรถในกำรควบคมุ บงั คับ และกำรทรงตวั ทีด่ ี
2. ต้องหม่นั สงั เกตทุกครั้งว่ำ เป้ำหมำยอยใู่ กล้ หรือไกล และทิศทำงใด
3. กำรสง่ ลกู ตะกร้อทุกคร้ังจะต้องทำให้ถกู ต้อง ตำมข้ันตอนของทักษะน้ันๆ เช่น ลกู
หน้ำเท้ำ และศีรษะ และควรใช้ให้เหมำะสมกบั สถำนกำรณ์นั้นๆ
4. หำกเป้ำหมำยอยไู่ กล ให้ใช้แรงผลกั ดันในกำรสง่ ลูกตะกร้อมำกขนึ้ ให้ถึงเป้ำหมำย
แตล่ ดควำมสูงลง
5. หำกเป้ำหมำยอยู่ใกล้ ให้ผ่อนแรงผลกั ดันในกำรส่งลูกตะกร้อน้อยลง แตเ่ น้นกำรสง่
ลูกสูง เพือ่ ป้องกันลกู ตะกร้อเลยเป้ำหมำย
กำรฝึกหดั ส่งลูกตะกร้อให้ตรงเป้ำหมำย ถือว่ำเป็นทกั ษะเบือ้ งต้นทีจ่ ะนำไปสู่ขน้ั ตอน
กำรต้ังลูกในกำรเลน่ เกมเซปกั ตะกร้อ ได้อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพต่อไป

ภาพที่ 4.33 แสดงวิธีกำรสง่ ลูกตะกร้อเมื่อ ภาพที่ 4.34 แสดงวิธีกำรสง่ ลกู ตะกร้อเมือ่
เป้ำหมำยอยไู่ กลโดยใช้เท้ำ เป้ำหมำยอยใู่ กลโ้ ดยใช้ศีรษะ
(ทีม่ ำ: สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 63) (ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 63)

128

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ตัวอย่างแบบฝึกทักษะพน้ื ฐานกีฬาตะกร้อ
แบบฝึกทกั ษะการทรงตวั Single-Leg Balance with Opposite-Leg Reach
วิธีปฏิบัติ

1. ยืนขำเดยี วบนขำขำ้ งหนึง่ โดยกำรยกอีกข้ำงข้นึ จำกพืน้
2. เหยียดขำอีกข้ำงออกไปข้ำงหน้ำให้ไกลเท่ำทีท่ ำได้จนเกอื บเสยี สมดุล
3. กลบั มำยืนสทู่ ่ำเดมิ ไมใ่ ห้เท้ำที่ใช้เหยียดสัมผัสพืน้
4. ให้เหยียดเท้ำทีย่ กข้ึนออกไป 3 ทิศทำง คือ ดำ้ นหน้ำ ดำ้ นหลัง และดำ้ นข้ำง

ภาพที่ 4.35 แสดงท่ำฝึก Single-Leg Balance with Opposite-Leg Reach
(ศรำวุฒิ โภคำ, 2556: 111-112)

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 129

แบบฝึกทักษะการเคลื่อนที่ในขณะเดาะลูกตะกร้อด้วยทักษะตา่ งๆ
วิธีปฏิบตั ิ
1. แบ่งผู้เลน่ ออกเป็น 3 แถว ผู้เล่นทุกคนยืนอยู่ในพืน้ ที่ว่ำงและถือลกู ตะกร้อคนละ 1

ลกู
2. ผู้สอนสง่ สญั ญำณให้ผู้เลน่ โยนลกู ตะกร้อขนึ้ แล้วใช้ทกั ษะของกำรเดำะลกู ตะกร้อ

(ข้ำงเท้ำด้ำนใน หลงั เท้ำ เข่ำ หรือศีรษะ) โดยให้เคล่อื นที่ไปดำ้ นหน้ำ หลัง ซ้ำย และขวำ
3. ให้ปฏิบัตติ ิดต่อกันไปเรื่อยๆจนเกิดควำมชำนำญ
หมำยเหตุ

= ผู้เล่น
= ทิศทำงกำรเคล่อื นที่ของผู้เล่น

ภำพที่ 4.36 แสดงทกั ษะกำรเคลอ่ื นที่ในขณะเดำะลกู ตะกร้อด้วยทกั ษะต่ำงๆ
(ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

130

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

แบบฝึกทกั ษะการรบั ลูกตะกรอ้ หรอื การเปิดลูกตะกร้อ

1. ผู้ฝึกยืนเตรียมเปิดลูกในตําแหน่งหน้าขวา ให้คู่
ฝึกหรือผู้สอนยืนในฝั่งตรงข้ำม แล้วขว้ำงลูกตะกร้อ
ให้ผู้ฝึก ในตำแหน่งหน้ำขวำรับหรือเปิดลูกตะกร้อ
ด้วยศรี ษะ หลังเท้ำ เข่ำ และข้ำงเท้ำด้ำนใน

2. ผู้ฝึกยืนเตรียมเปิดลูกในตําแหน่งหน้าซ้าย ให้คู่
ฝึกหรือผู้สอนยืนในฝ่ังตรงข้ำม แล้วขว้ำงลูกตะกร้อ
ให้ผู้ฝึก ในตำแหน่งหน้ำซ้ำยรับหรือเปิดลูกตะกร้อ
ด้วยศรี ษะ หลงั เท้ำ เข่ำ และข้ำงเท้ำด้ำนใน

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 131

3. ผู้ฝึกยืนเตรียมเปิดลูกในตําแหน่งหลัง ให้คู่ฝึก
หรือผู้สอนยืนในฝั่งตรงข้ำม แล้วขว้ำงลูกตะกร้อให้ผู้
ฝึก ในตำแหน่งหลังรับหรือเปิดลูกตะกร้อด้วยศีรษะ
หลงั เท้ำ เข่ำ และข้ำงเท้ำด้ำนใน

4. ผู้ฝึกยืนในฝั่งตรงข้ำม แล้วขวำ้ งลูกตะกร้อ ในผู้ฝึก
คนที่ 1 ตำแหนง่ หลังเปิดลกู ตะกร้อ แล้วให้ผู้ฝึกคนที่
2 ตำแหนง่ หนำ้ ซ้ำยเคลือ่ นที่มำชงลกู

ภาพที่ 4.37 แสดงทกั ษะกำรรบั ลูกตะกร้อ หรือกำรเปิดลกู ตะกร้อ
(ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

132

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

แบบฝึกทักษะการรบั – ส่งลูกตะกรอ้
วิธีปฏิบัติ
1. แบ่งผู้เลน่ ออกเปน็ 2 แถว ยืนหนั หน้ำเข้ำหำกันระยะห่ำงระหว่ำงแถว 3 เมตร แถวที่

หนึ่งยืนถอื ลูกตะกร้อ
2. ให้ผู้เล่นที่ถอื ลกู ตะกร้อ โยนลูกตะกร้อไปยงั ผู้เล่นแถวตรงกนั ข้ำม
3. ผู้เล่นแถวตรงกันข้ำมรับลกู แลว้ ส่งกลบั คืนให้ผู้เลน่ แถวแรก โดยสลับกันเปน็ ฝำ่ ยรบั

และสง่ ลกู อย่ำงต่อเนื่อง ฝึกปฏิบัตทิ ักษะกำรรับและส่งลกู จนเกิดควำมชำนำญ
หมำยเหตุ
= ผู้เล่น
= กำรรับและกำรสง่ ลกู ตะกร้อ

ภาพที่ 4.38 แสดงทักษะกำรรับ – สง่ ลูกตะกร้อ
(ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

แบบฝึกทกั ษะการควบคุมลูกตะกรอ้
วิธีปฏิบัติ
1. แบ่งผู้เลน่ ออกเป็น 3 แถว ผู้เล่นทกุ คนยืนอยู่ภำยในบรเิ วณที่กำหนดไว้และถือลูก

ตะกร้อคนละ 1 ลูก
2. ผู้สอนสง่ สัญญำณให้ผู้เลน่ โยนลกู ตะกร้อขนึ้ แล้วเดำะลูกตะกร้อให้อยภู่ ำยในบรเิ วณ

ทีก่ ำหนดไว้
3. ให้ปฏิบตั ติ ิดต่อกนั ไปจนเกิดควำมชำนำญ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 133

หมำยเหตุ
= ผู้เล่น

= พนื้ ที่ของกำรเลน่

ภาพที่ 4.39 แสดงทักษะกำรควบคมุ ลกู ตะกร้อ
(ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

สรปุ

ทกั ษะพนื้ ฐานสาหรบั การฝึกกีฬาตะกร้อ ถือว่าเป็นทักษะที่สาคัญและจาเป็นพื้นฐานที่
จะนาไปสู่ทักษะข้ันสงู ต่อไป อนั จะทำให้ผู้เรียนสำมำรถเรียนได้อย่ำงรวดเร็ว หำกได้ทำกำรฝึก
ปฏิบัติหลำยๆ ครั้ง จะทำให้เกิดควำมเชี่ยวชำญ และชำนำญกำรได้ดี ไม่ว่ำจะเป็นทักษะกำร
สร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ กำรเคล่ือนที่และกำรทรงตัวในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ ทักษะ
กำรควบคมุ ลกู ตะกร้อ และทักษะกำรส่งลูกตะกร้อ

คาํ คม

“การเริ่มตน้ ที่ดี คอื หนทางของความสาํ เร็จฉนั ท์ใด
การให้ความสาํ คญั ต่อการพฒั นาทกั ษะพืน้ ฐาน

คือหนทางของความสาํ เร็จในการพัฒนาทักษะกีฬาฉนั ท์น้ัน”
วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรัพย์

134

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

คําถำมทบทวน

จงบอกองค์ประกอบของทักษะพืน้ ฐำนกีฬำตะกร้อ พร้อมแสดงแนวทำงในกำร
พัฒนำ มำอย่ำงน้อย 3 องค์ประกอบ (เฉลย: ทักษะพื้นฐำนกีฬำตะกร้อ ได้แก่ กำรสร้ำง
ควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ กำรเคล่ือนที่และกำรทรงตัวในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ ทักษะกำร
ควบคุมลกู ตะกร้อ ทกั ษะกำรส่งลกู ตะกร้อ)

เอกสารอ้างอิง

ชง สริ ินพมณี. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนกีฬาตะกร้อ. สพุ รรณบุรี : โรงเรียน
เทศบำล 3 วดั ใหม่อมั พวนั ฯ. (อดั สำเนำ).

ศรำวฒุ ิ โภคำ. (2556). ผลของโปรแกรมการฝึกทกั ษะการเสิรฟ์ เซปักตะกรอ้ รว่ มกับการ
ฝึกการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแขง็ แรงของกลา้ มเน้อื ทีม่ ีตอ่ ทกั ษะการ
เสิร์ฟเซปกั ตะกร้อของนักเรยี นมัธยมศึกษาตอนตน้ . วิทยำนิพนธ์ปริญญำ
ครุศำสตรมหำบณั ฑิต สำขำวิชำสุขศึกษำและพลศึกษำ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย.

สถำบนั พัฒนำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ. (2550, กรกฎำคม). คู่มือการฝึกกฬี าเซปกั ตะกร้อ
(เลม่ 1).กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดับชำติหลกั สูตรเพื่อรับประกำศนียบัตร C,
กรุงเทพฯ.

สพุ จน์ ปรำณี. (2549). ตาํ ราการฝึกทักษะเซปักตะกรอ้ (ระดับพน้ื ฐาน). กรงุ เทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลงั จำกศึกษำเรื่อง “ทักษะกำรเลน่ ลูกดว้ ยขำ้ งเท้ำด้ำนใน” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำย

ควำมหมำย จดุ มุ่งหมำย และวิธกี ำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนในได้อย่ำงถูกต้อง อีกทั้ง
ยงั สำมำรถเรียงลำดับแบบฝึกทกั ษะกำรเลน่ ลกู ดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นในได้อยำ่ งถกู ต้อง

กล่าวนาํ

กำรเตะลกู ดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (ลูกแป) จัดว่ำเปน็ ทักษะพืน้ ฐำนของกำรเตะลูกแบบต่ำง
ๆ และเปน็ กำรเตะลกู ที่จำเปน็ มำกทีส่ ดุ ในกำรเลน่ กีฬำตะกร้อ ทั้งนี้เพรำะข้ำงเท้ำด้ำนในซึ่งเป็น
พืน้ ที่อยู่บริเวณใกลเ้ คียงตำตุ่มด้ำนในของเท้ำนั้นมีบริเวณกว้ำงกว่ำพื้นที่ของอวัยวะอื่นที่ใช้เตะ
ลูก นอกจำกนีม้ ีลกั ษณะของเท้ำและขำในขณะที่ใช้เตะลูกด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในนั้นเป็นลักษณะที่
เกิดขนึ้ โดยไมฝ่ ืนกบั โครงสร้ำงตำมธรรมชำติของข้อตอ่ ร่ำงกำยกำรเตะลูกดว้ ยขำ้ งเท้ำด้ำนในจึง
สำมำรถบังคับให้เกิดควำมแม่นยำ เพรำะพืน้ ทีส่ ัมผสั ลกู มีมำกและสำมำรถควบคุมบังคับลูกให้
ไปตำมทิศทำงต่ำง ๆ ได้งำ่ ย เพรำะลักษณะเท้ำและขำไมฝ่ ืนธรรมชำติ

136

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ความหมายของการเล่นลูกขา้ งเทา้ ด้านใน

กำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน หมำยถึง กำรเตะลูกตะกร้อที่ใช้บริเวณข้ำงเท้ำด้ำนใน ท้ัง
เท้ำซ้ำยและขวำ ยกเว้นบริเวณปลำยเท้ำ ส้นเท้ำ และตำตุ่ม โดยกำรยกเท้ำให้อยู่ในระดับ
เดยี วกนั ไม่เหล่อื มลำ้ อันจะเปน็ สำเหตสุ ำคัญทำให้ทิศทำง กำรกระดอนของลูกเสียไป กำรเล่น
ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน เป็นทักษะพืน้ ฐำนทีส่ ำคัญประกำรแรก และเป็นลูกที่ใช้มำกท้ังนักกีฬำเซปัก
ตะกร้อและเกมตะกร้ออื่นๆ คือเป็นทักษะสำคัญที่ผู้เล่นทุกคนต้องฝึกให้เกิดควำมชำนำญ
(สถำบันพัฒนำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ, 2550: 31) เนื่องจำกเป็นทักษะที่ปฏิบัติได้ง่ำย แต่กำรที่
จะฝึกให้เกิดควำมชำนำญ ต้องอำศัยเวลำ และวิธกี ำรฝึกอย่ำงถกู ต้อง

จุดมุ่งหมายของการเล่นลูกขา้ งเท้าด้านใน

กำรเลน่ ลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน มีจดุ มุ่งหมำยดงั ต่อไปนี้ (สุพจน์ ปรำณี, 2549: 65-66)
1. เพือ่ ใช้ในกำรรับลกู เสริ ์ฟ
2. เพือ่ ใช้ในกำรรับ หรือเลน่ ลกู ท่ัวๆ ไป ในขณะทีต่ กเปน็ ฝ่ำยตั้งรับ
3. เพื่อใช้ในกำรเสริ ์ฟ
4. เพือ่ ใช้ในกำรต้ัง หรือชงลูก ให้เพือ่ นร่วมทีมทำแตม้ ในโอกำสเปน็ ฝ่ำยรุก
5. เพือ่ ใช้ในกำรพักลูกกอ่ นที่จะต้อง หรือสง่ ลูกขำ้ มตำขำ่ ยไปยงั ฝ่ำยตรงข้ำม

วิธีการฝึกทกั ษะการเลน่ ลูกขา้ งเทา้ ด้านใน

วิธีกำรเลน่ เพื่อกำรฝึกทกั ษะกำรเลน่ ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน มีหลกั กำร ดงั ต่อไปนี้
1. ท่าเตรยี ม และการทรงตัว ลักษณะท่ำเตรียม และกำรทรงตวั เพื่อกำรเลน่ ลูกข้ำง
เท้ำดำ้ นใน ให้ผู้ฝึกยืนอยู่ในท่ำตรง แยกเท้ำห่ำงกนั ประมำณเท่ำกับ 1 ช่วงไหล่ ใช้มือทั้งสองข้ำง
ยกเท้ำขำ้ งที่ถนัดท่ขี นึ้ มำ ในลกั ษณะปลำยเท้ำงอพับเข้ำด้ำนใน มือข้ำงหนึ่งจับที่ปลำยยกขึ้นมำ
บิดที่ ปลำยเท้ำให้หงำยขนึ้ เล็กน้อย โดยให้บรเิ วณข้ำงเท้ำด้ำนในเหยียดเปน็ แนวขนำนกบั พนื้ สูง
จำกพืน้ ระดับหัวเข่ำ งุ้มปลำยเท้ำเล็กน้อย เพื่อทำให้บริเวณข้ำงเท้ำด้ำนใน เป็น “แอ่ง” ขนำด
เล็ก แขน ทั้งสองข้ำงกำงออกห่ำงจำกลำตัว เพื่อให้ร่ำงกำยเกิดควำมสมดุลไม่ให้ล้ม ให้เท้ำที่
เป็นหลักย่อลง พร้อมกับก้มหน้ำเล็กน้อย วิธีกำรดังกล่ำวถือได้ว่ำเป็นกำรเตรียมควำมพร้อม
และฝึกกำรทรงตัว ให้กบั ผู้ฝึกสร้ำงควำมม่นั ใจในกำรเลน่ ก่อนที่จะเข้ำสู่ขน้ั ตอนของกำรเล่นลูก
ข้ำงเท้ำด้ำนในให้เกิดทักษะต่อไป

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 137

ชง สริ ินพมณี (ม.ป.ป.: 37) ได้แบ่งท่ำเตรียมออกเปน็ 2 แบบ ดังนี้ (ภำพที่ 5.1)
1.1 แบบเท้ำคู่ขนำน มีวิธกี ำรดังนี้
1) ยืนปลำยเท้ำทั้งสองข้ำงเสมอกัน ห่ำงกันประมำณเท่ำช่วงไหล่ย่อเข่ำเล็กน้อย

โล้ตวั ไปข้ำงหน้ำ น้ำหนกั ตกอยู่ระหว่ำงเท้ำท้ังสอง
2) มือปลอ่ ยข้ำงลำตัว ห่ำงประมำณ 1 ฝ่ำมือ
3) งอข้อศอกท้ังสองเล็กน้อย ฝ่ำมือหันไปขำ้ งหน้ำ
4) สำยตำมองตรงไปขำ้ งหน้ำ

ภาพที่ 5.1 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมแบบเท้ำคู่ขนำน
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

1.2 แบบเท้ำนำเท้ำตำม มีวิธกี ำรดังนี้ (ภำพที่ 5.2)
1) ยืนเท้ำทีถ่ นดั อยู่ขำ้ งหลัง ให้ปลำยเท้ำหลังอยู่ไม่เกินตำตุ่มเท้ำหน้ำ
2) เท้ำทั้งสองห่ำงกันประมำณเท่ำช่วงไหล่ ย่อเข่ำเล็กน้อย น้ำหนักตกอยู่

ระหว่ำงเท้ำท้ังสอง
3) มือปลอ่ ยข้ำงลำตวั ห่ำงประมำณ 1 ฝ่ำมือ
4) งอข้อศอกทั้งสองเลก็ น้อย ฝ่ำมือหนั ไปขำ้ งหน้ำ
5) สำยตำมองตรงไปขำ้ งหน้ำ

138

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาพที่ 5.2 แสดงกำรยืนเตรียมพร้อมแบบเท้ำนำเท้ำตำม
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

2. การสง่ แรง
กำรส่งแรง หมำยถึง แรงกระดอนที่ลูกตะกร้อกระทบกับบริเวณข้ำงเท้ำด้ำนใน ซึ่งมี
มำกหรือนอ้ ย ขนึ้ อยู่กบั องค์ประกอบ ดังต่อไปนี้

2.1. แรงของลูกตะกร้อ หรือควำมเร็วของลูกตะกร้อที่พุ่งเข้ำหำเท้ำด้ำนใน ถ้ำ
ควำมเร็วหรือแรงมำก ก็จะกระดอนได้เร็ว แรง และไกล เช่นกัน ซึ่งมีผลจำกแรงส่ง และ
ระยะทำงทีม่ ำของลูกตะกร้อนนั้

2.2. แรงจำกควำมตึงของเท้ำ หมำยถึง กำรเกร็งตึงของกล้ำมเนื้อบริเวณขำ และ
เท้ำท่อนล่ำง โดยมุ่งหวงั ให้เกิดแรงปะทะระหว่ำงลูกตะกร้อกับข้ำงเท้ำด้ำนในอย่ำงมั่นคง และ
รุนแรง

2.3. แรงจำกกำรยกหรือกำรเหวี่ยงของเท้ำ หมำยถึง แรงที่เกิดจำกกำลังในกำร
ออกแรงยกเท้ำอย่ำงรวดเร็ว และระยะทำงของกำรเคล่ือนที่ของเท้ำมีมำก ก็มีผลต่อกำร
กระดอนของลกู ตะกร้อไปได้แรง เร็วและไกลขึ้นด้วย แต่ถ้ำใช้แรงจำกกำรยกหรือเหวี่ยงเท้ำมี
น้อย ลูกตะกร้อจะกระดอนไดอ้ ย่ำงช้ำ และไมไ่ กล

2.4. แรงจำกกำรเหยียดตัวขึ้นของลำตัว เอว เข่ำ และข้อเท้ำ หมำยถึง กำรใช้แรง
เสริมประสำนกนั ระหว่ำงอวยั วะดังกล่ำว ช่วยสง่ ให้ลกู ตะกร้อไปไดแ้ รง และเรว็ ขึ้น ในกำรบังคับ
ลกู ตะกร้อ ควรใช้แรงปะทะเพือ่ ลดกำรกระดอนของลูกตะกร้อ โดยกำรเหยียดตัวขึ้น และใช้แรง
จำกควำมตงึ ของเท้ำ เพือ่ ให้ลูกกระดอนไปตำมทิศทำง และระยะทีต่ ้องกำร

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 139

ขั้นตอนการฝึกทักษะการเล่นลกู ขา้ งเท้าดา้ นใน

มีวิธกี ำรฝึกตำมลำดับ ดังนี้
1. ยืนอยู่ในท่ำเตรียม โดยยืนตรง แยกเท้ำห่ำงกันเท่ำ 1 ช่วงไหล่ ถือลูกตะกร้อ

ดว้ ยมอื ข้ำงใดข้ำงหนึง่
2. ปลอ่ ยลูกตะกร้อจำกมือ พร้อมกบั ยกเท้ำขำ้ งทีถ่ นัดขนึ้ มำชำ้ ๆ (ให้เหมือนกับ

ลักษณะของท่ำเตรียม และกำรทรงตัว) สำยตำจ้องมองระหว่ำงลูกตะกร้อที่กำลังตกลงไปกับ
เท้ำข้ำงที่ถนดั ยกข้ึนมำ เพื่อให้กระทบกบั ลกู ตะกร้อ ณ บรเิ วณจดุ กระทบ

3. เมือ่ ลูกตะกร้อกระทบ กับตำแหน่งที่ถูกต้องดีแล้ว ให้ออกแรงในกำรยกเท้ำ
เตะ ลูกตะกร้อให้สูงขนึ้ ระดบั ศีรษะ แล้วใช้มอื จับลกู ตะกร้อไว้ ให้ทำซ้ำเช่นนหี้ ลำยๆ ครงั้

4. หำกทำถูกต้องทิศทำงของลูกตะกร้อจะลอยขึ้นตรงๆ ลักษณะค่อนไปทำง
ดำ้ นหน้ำ เล็กน้อย

5. หำกทำไมถ่ ูกต้อง ทิศทำงของลกู ตะกร้อจะลอยพุ่งเฉียงไปทำงข้ำงหน้ำ ข้ำง
ซ้ำย และข้ำงขวำ หรือเข้ำหำตวั มำกข้นึ สำเหตเุ พรำะบริเวณหรือตำแหน่งของเท้ำที่กระทบกับ
ลกู ตะกร้อ ไมถ่ กู ต้องตำมทีก่ ำหนดไว้ ควรจะต้องทำหลำยๆ ครงั้ เพื่อให้เกิดควำมถูกต้อง แล้ว
จึงปฏิบตั ิให้เกิดทักษะท้ังเท้ำซ้ำย และเท้ำขวำ

หลังจำกกำรฝึกปฏิบัติในกำรฝึกทักษะกำรควบคุมลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน ให้ลูก
ตะกร้อเคล่ือนที่ในแนวด่ิงได้อย่ำงถูกต้องแล้ว ให้ผู้ฝึกปฏิบัติ หรือฝึกฝนต่อไปโดยวิธีกำรฝึก
ดังนี้

1) ให้ยึดวิธีกำรฝึกตำมหลักกำรเดิม แต่ให้เพิ่มจำนวนกำรเตะลูกตะกร้อเป็น
3-5 ครงั้ แล้วจึงใช้มอื จับลกู ไว้ หรือเพิ่มจำนวนครงั้ ขนึ้ อีกจนแนใ่ จว่ำทำได้ และถูกต้องดแี ล้ว

2) ให้เปล่ียนวิธีกำรฝึกปฏิบัติจำกข้อ 1 เป็นกำรเดำะหรือเล้ียงลูกตะกร้อด้วย
ข้ำงเท้ำด้ำนใน โดยกำรกำหนดจำนวนครงั้ เช่น 10 ครงั้ , 15 ครั้ง และ 20 ครั้ง เป็นต้น หำกทำ
ได้ตำมกำหนดจำนวนที่ตั้งไว้ ก็ให้เพิ่มจำนวนมำกขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่ำจะเกิดควำมชำนำญ ทั้ง
เท้ำซ้ำย และเท้ำขวำ

จึงสรุปได้ว่ำ กำรเตะลูกด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน หมำยถึง กำรใช้ข้ำงเท้ำด้ำนใน
บรเิ วณใต้ ตำตุ่มเตะลกู ตะกร้อ โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้ 1. จังหวะเตะลูกตะกร้อไม่ควรยกเท้ำสูง
เกินไปเพรำะจะทำให้เสียกำรทรงตัว 2. หำกลูกตะกร้อมำไม่ถึง ให้ก้ำวเท้ำไปให้ถึงลูกแล้วเตะ
โดยให้เท้ำที่ใช้เตะ เตะใต้ลูกตะกร้อ 3. จังหวะเตะลูกตะกร้อจะต้องสัมผัสเท้ำบริเวณข้ำงเท้ำ
ดำ้ นในใต้ตำตุ่มของเท้ำทีม่ ลี ักษณะเป็นแอ่งและขำ้ งเท้ำต้องขนำนกับพืน้

140

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ภำพชุดแสดงท่ำกำรเล่นลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน

ภาพที่ 5.3 แสดงท่ำเตรียมกำรเลน่ ภาพที่ 5.4 แสดงท่ำกำรทรงตวั กำรเลน่
ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน

ภาพที่ 5.5 แสดงท่ำเตะลกู ตะกร้อในกำรเลน่ ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

ขอ้ ควรสังเกตในการเตะลูกตะกร้อด้วยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
1. จังหวะเตะลูกตะกร้อไมค่ วรยกเท้ำสงู เกินไป เพรำะจะทำให้เสยี กำรทรงตัว
2. จังหวะเตะลูกตะกร้อไม่ควรแอ่นตัวไปด้ำนหลัง หรือโน้มตัวไปข้ำงหน้ำมำกเกินไป

เพรำะจะทำให้กำรควบคุมกำรเดนิ ทำงและระดับควำมสงู ของลูกตะกร้อตำมทีต่ ้องกำรไดย้ ำก
3. จังหวะเตะลูกตะกร้อจะต้องสัมผัสเท้ำบริเวณข้ำงเท้ำด้ำนในใต้ตำตุ่มของเท้ำ

ที่มีลกั ษณะเปน็ แอ่ง และปลำยเท้ำต้องขนำนกบั พืน้
ในจังหวะกำรเตะ

4. หำกลกู ตะกร้อมำไมถ่ ึง ให้ก้ำวเท้ำไปเตะตะกร้อโดยให้เท้ำถนัดอยู่ใต้ลูกตะกร้อ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 141

ตัวอย่างแบบฝึกทกั ษะการเล่นลกู ข้างเท้าด้านใน

กำรฝึกทักษะกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำด้ำนใน เปน็ กำรฝึกทักษะในกำรควบคุมกำรส่งลูก กำร
พักเพื่อส่งลูกตำมเป้ำหมำย เป็นต้น ด้วยส่วนของข้ำงเท้ำด้ำนใน ตำมตัวอย่ำงแบบฝึกทักษะ
ดังต่อไปนี้ (สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 69-73)

1. การฝึกทักษะการควบคมุ ลกู ข้างเทา้ ดา้ นใน
แบบฝึกที่ 1 กำรฝึกทักษะลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยท่ำเปลำ่
วิธีปฏิบัติ
1.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม
1.2 ฝึกกำรวำงเท้ำ แขน มือ ลำตวั และศีรษะในกำรเตะลูกข้ำงเท้ำด้ำน

ในดว้ ยเท้ำเปลำ่ โดยผู้ฝึกเปน็ ผู้ให้จังหวะ
1.3 ยกเท้ำข้นึ เป็นกำรสมมุติว่ำ เตะลูกตะกร้อ และกลับคืนสู่ท่ำเตรียม

ทำติดต่อกัน 3 เที่ยวๆ ละ 10 ครงั้ โดยใช้ท้ังเท้ำซำ้ ย และเท้ำขวำ

ภาพที่ 5.6 แสดงกำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลกู ข้ำงเท้ำดำ้ นในดว้ ยท่ำเปลำ่
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 69)

แบบฝึกที่ 2 กำรฝึกทกั ษะลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในประกอบลูกตะกร้อ
วิธีปฏิบัติ

2.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม มือถือลกู ตะกร้อ
2.2 ปล่อยลูกตะกร้อ พร้อมใช้ข้ำงเท้ำด้ำนใน เตะ 1 คร้ัง ในระดับสูง
เหนือเข่ำใช้มอื จับลกู ตะกร้อไว้
2.3 ให้ปฏิบัติซ้ำอย่ำงต่อเนื่อง ประมำณ 3 เที่ยวๆ ละ 10 คร้ัง ท้ังเท้ำ
ซ้ำยและเท้ำขวำ

142

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาพที่ 5.7 แสดงกำรฝึกทักษะลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นในประกอบลกู ตะกร้อ
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 70)

แบบฝึกที่ 3 กำรฝึกทกั ษะลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นใน เพิ่มควำมชำนำญ
วิธีปฏิบตั ิ
ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับ แบบฝึกที่ 2 โดยให้เพิ่มจำนวนจำกกำรเตะ 1 ครั้ง แล้วจับ
เป็นกำรเตะ 3-5 ครง้ั แล้วใช้มอื จบั โดยลดระยะควำมสงู ของลกู ให้ต่ำกว่ำเข่ำ

แบบฝึกที่ 4 กำรฝึกทกั ษะลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นในเพิม่ ควำมชำนำญ
วิธีปฏิบัติ
ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับแบบฝึกที่ 3 โดยให้เพิ่มจำนวนเตะลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
เปน็ 10-15 ครง้ั จึงหยดุ จับลกู ไว้ แล้วปฏิบัตติ ่อไปอีก หำกสำมำรถทำได้ ให้เพิ่มจำนวนมำกขึ้น
ตำมลำดบั จนกว่ำจะมีควำมชำนำญในกำรควบคมุ หรือบังคับลกู ตะกร้อได้ดี

2. การฝึกทกั ษะการเลน่ ลกู ขา้ งเทา้ ดา้ นในดว้ ยเท้าขา้ งที่ไมถ่ นดั
วิธีปฏิบตั ิ
ให้ฝึกเล่นลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในข้ำงที่ถนัดประมำณ 3 ครั้ง ส่วนคร้ังต่อไปให้
เปล่ยี นเปน็ กำรใช้เท้ำขำ้ งทีไ่ ม่ถนัดเตะ 1 ครงั้ ทำอย่ำงนซี้ ้ำๆ กนั บ่อยๆ จนกว่ำจะเกิดควำมเคย
ชิน และชำนำญแลว้ ให้ลดจำนวนขำ้ งที่ถนัดลงเหลอื เพียง 2 ครง้ั ข้ำงทีไ่ ม่ถนัด 1 ครั้ง จนกว่ำผู้
เลน่ มีควำมมั่นใจ จึงเปล่ยี นมำเลน่ ทั้งเท้ำซ้ำย และขวำ ข้ำงละ 1 ครง้ั สลบั กัน

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 143

3. การฝึกทกั ษะการส่งลูกขา้ งเท้าด้านใน
แบบฝึกที่ 1 แสดงท่ำฝึกทกั ษะกำรสง่ ลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยตนเอง
วิธีปฏิบตั ิ
1.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม มือถือลกู ตะกร้อ
1.2 ปลอ่ ยลูกตะกร้อ พร้อมใช้ขำ้ งเท้ำดำ้ นในเตะให้คู่ฝึกซอ้ ม
1.3 ให้ปฏิบัตติ ่อเนือ่ ง 3 เทีย่ วๆ ละ 10 ครง้ั

ภาพที่ 5.8 แสดงท่ำฝึกทกั ษะกำรส่งลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยตนเอง
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 71)

แบบฝึกที่ 2 แสดงท่ำฝึกทกั ษะกำรส่งลูกขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยผู้ฝึก
วิธีปฏิบตั ิ
2.1 ผู้เล่นอยู่ในท่ำเตรียม
2.2 ผู้ฝึกถอื ลูกตะกร้อเตรียมโยน
2.3 ผู้เล่นเตะลูกตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน ให้ตรงส่งให้ผู้ฝึก
2.4 ให้ฝึกปฏิบตั ติ ่อเนื่อง จำนวน 3 เทีย่ วๆ ละ 10 ครงั้
หมายเหตุ ให้ผู้เรยี นผลัดเปล่ยี นกันเป็นผฝู้ ึก และผู้เลน่

ภาพที่ 5.9 แสดงท่ำฝึกทักษะกำรส่งลกู ขำ้ งเท้ำดำ้ นในดว้ ยผู้ฝึก
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 72)

144

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

4. การฝึกทกั ษะการพัก และสง่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขา้ งเท้าด้านใน
กำรพักลูกด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในมีลักษณะท่ำทำง และหลักกำรเล่นคล้ำยกันกับกำรเล่น
ลกู ข้ำงเท้ำด้ำนในทุกอย่ำง แตกต่ำงกันตรงที่กำรพักลกู นั้นในขณะเหวี่ยงเท้ำขึ้นเตะด้วยข้ำงเท้ำ
ด้ำนในเบำๆ และผ่อนเท้ำตำมลูกตะกร้อเล็กน้อย เพรำะเป็นกำรช่วยผ่อนควำมแรงของลูก
บงั คบั ไม่ให้ลกู ตะกร้อกระดอนเปล่ียนทิศทำง และที่สำคัญขณะเตะพักน้ัน จะต้องไม่หงำยเท้ำ
ยกข้ึนสงู เกินไปเพรำะจะทำให้ลูกตะกร้อ ลอยสงู เลยขึ้นไปข้ำงหลังผู้เตะได้ และถ้ำยกเท้ำหงำย
ขนึ้ จนเกินไป ลูกตะกร้อจะลอยพุ่งไปข้ำงหน้ำ ทำให้ยำกกบั กำรติดตำม ซึง่ มวี ิธีกำรฝึกดงั นี้
แบบฝึกที่ 1 แสดงท่ำฝึกทักษะกำรพัก และสง่ ลูกตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน
วิธีปฏิบตั ิ
1.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียมพร้อม
1.2 ผู้ฝึกถอื ลกู ตะกร้อ เตรียมโยน
1.3 ผู้เล่นพกั ลูกตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน 1 ครง้ั แล้วใช้มอื จบั ลูกตะกร้อไว้
1.4 ให้ฝึกปฏิบัตติ ่อเนือ่ งจำนวน 3 เที่ยวๆ ละ 10 ครง้ั ทั้งเท้ำซ้ำยและขวำ

ภาพที่ 5.10 แสดงท่ำฝึกทกั ษะกำรพักลูก และสง่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 72)

แบบฝึกที่ 2 แสดงท่ำฝึกทักษะกำรพัก และสง่ ลูกตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน
วิธีปฏิบัติ
2.1 ผู้เล่นยืนในท่ำเตรียมพร้อม
2.2 ผู้ฝึกถอื ลูกตะกร้อเตรียมโยน
2.3 ผู้เล่นพักลูกตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน 1-2 ครงั้ แล้วส่งลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำน
ใน ให้ตรงกับผู้ฝึก

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 145

ภาพที่ 5.11 แสดงท่ำกำรฝึกทกั ษะกำรพัก และสง่ ลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน
(ที่มำ : สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 73)

สรุป

ทักษะการเลน่ ลกู ข้างเท้าด้านใน หรือเรียกว่า ลูกแป เป็นการใช้ข้างเท้าด้านในบริเวณ
ใต้ตาตุ่มของเท้าซ้ายและขวา เป็นจุดกระทบกับลูกตะกร้อ เพื่อใช้ในกำรควบคุมและกำร
ครอบครองลูกตะกร้อ ซึ่งเปน็ ทักษะทีส่ ำคญั สำมำรถเลน่ ได้งำ่ ยทีส่ ุด เตะได้แม่นยำ สำมำรถจะ
ป้อนให้คู่โต้ไดอ้ ย่ำงเที่ยงตรงที่สุด เหมำะสำหรับนำไปใช้ในกำรกำรต้ังลูกเมื่อเป็นฝ่ำยรุก และ
รับลกู จำกกำรรกุ ของคู่ต่อสู้ และใช้ในกำรเสริ ์ฟ เพือ่ สง่ ไปยังเป้ำหมำยทีต่ ้องกำร

คาํ คม

“จอ้ งมอง ติดตาม แมน่ ยาํ เหนียวหนึบ”

ว่ำที่ร้อยตรีหญิงศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์

คาํ ถำมทบทวน

1. ควำมสำคัญในกำรเตะลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (เฉลย: กำรเตะลกู ตะกร้อที่สำมำรถ

บังคบั ทิศทำงได้ดีที่สดุ กำรเตะลกู ตะกร้อที่ไม่ฝืนโครงสร้ำงธรรมชำติของร่ำงกำย ฯลฯ)

2. จงอธิบำยข้ันตอนที่สำคญั กำรเดำะลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (เฉลย: 1. จงั หวะเตะ

ลูกตะกร้อไม่ควรยกเท้ำสูงเกินไปเพรำะจะทำใหเ้ สียกำรทรงตัว 2. หำกลูกตะกร้อมำไม่ถึง ใหก้ ้ำวเทำ้ ไปให้ถึง
ลกู แล้วเตะ โดยใหเ้ ท้ำที่ใช้เตะ เตะใต้ลกู ตะกร้อ 3. จงั หวะเตะลกู ตะกร้อจะต้องสัมผสั เท้ำบริเวณขำ้ งเท้ำด้ำน
ในใต้ตำตุ่มของเท้ำทีม่ ีลกั ษณะเปน็ แอ่งและข้ำงเท้ำต้องขนำนกบั พืน้ )

146

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

เอกสารอ้างอิง

ชง สริ ินพมณี. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนกีฬาตะกร้อ. สุพรรณบรุ ี : โรงเรียน
เทศบำล 3 วดั ใหม่อัมพวันฯ. (อดั สำเนำ).

สถำบันพฒั นำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ. (2550, กรกฏำคม). คู่มือการฝึกกฬี าเซปกั ตะกร้อ
(เล่ม 1).กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดบั ชำติหลกั สูตรเพือ่ รับประกำศนียบัตร C,
กรุงเทพฯ.

สุพจน์ ปรำณี. (2549). ตาํ ราการฝึกทกั ษะเซปักตะกร้อ (ระดับพน้ื ฐาน). กรุงเทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรื่อง “ทักษะกำรเล่นลูกด้วยหลังเท้ำ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำย

ควำมหมำย จุดมุ่งหมำย และวิธีกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกหลังเท้ำได้อย่ำงถูกต้อง อีกทั้งยัง
สำมำรถยกตวั อย่ำงแบบฝึกทักษะกำรเลน่ ลูกหลงั เท้ำได้อยำ่ งน้อย 3 แบบฝึก

กลา่ วนํา

กำรเล่นตะกร้อด้วยหลังเท้ำ เป็นทักษะพื้นฐำนที่สำคัญที่ควรฝึกให้เกิดควำมชำนำญ
สำมำรถใช้ได้ทั้งเท้ำซ้ำยและเท้ำขวำ ผลจำกกำรฝึกจะส่งผลให้ผู้เล่นมีควำมมั่นใจในตนเอง
ขณะนำมำใช้กำรเตะตะกร้อหลังเท้ำ นิยมใช้ในกำรเสิร์ฟ กำรกระโดดเตะสลับด้ำนหลัง หรือ
ดำ้ นข้ำง กำรกระโดดเตะตีลังกำ (ฟำด) กำรเปิดลูกเสิร์ฟ กำรรบั กำรส่ง กำรชงลูก (กำรตั้ง)
กำรรบั ลกู หยอด ซึง่ ทักษะกำรเล่นลูกหลังเท้ำนี้มีทักษะกำรเล่นที่ยำกกว่ำกำรเล่นด้วยข้ำงเท้ำ
ดำ้ นใน แตก่ ็เปน็ ท่ำทีใ่ ช้ในกำรตอบสนองลกู ทีส่ ่งมำไดด้ มี ำกลูกหนึ่ง

148

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ความหมายของการเลน่ ลกู หลังเท้า

ชง สริ ินพมณี (ม.ป.ป.: 45) ได้ให้ควำมหมำยของกำรเล่นลูกหลังเท้ำไว้ว่ำ กำรเล่นลูก
หลงั เท้ำ หมำยถึง กำรเตะลกู โดยใช้หลงั เท้ำสว่ นตรงโคนนวิ้ ช้ีกระดกลูกให้กระดอนขนึ้ ในอำกำศ
สว่ นเข่ำทั้งสองข้ำงงอเลก็ น้อย เป็นลูกที่ฝึกหัดเล่นยำก แต่ถ้ำฝึกถูกวิธีก็สำมำรถพัฒนำให้เกิด
ควำมชำนำญได้

สุพจน์ ปรำณี (2549: 75) ได้ให้ควำมหมำยของกำรควบคุมลูกตะกร้อหลังเท้ำ ไว้ว่ำ
กำรควบคมุ ลูกตะกร้อหลังเท้ำ หมำยถึง กำรใช้พื้นที่บริเวณกลำงหลังเท้ำไปหำปลำยเท้ำ กำร
ฝึกควรฝึกทักษะบคุ คลก่อนแลว้ ฝึกทกั ษะต่อเนื่องเป็นคู่ เป็นทีมและเป็นกลุ่มต่อไป

ควำมสำคัญของกำรเล่นลูกหลังเท้ำคือใช้ในกำรรับลูกหยอดหรือลูกที่ตกลงใกล้พื้น
สนำม ซึ่งไม่สำมำรถเล่นด้วยท่ำอื่น หรือบำงครั้งลูกมำห่ำงตัว และเข้ำหำลูกไม่ทันแล้ว มักใช้
น้อยแต่กม็ คี วำมสำคัญซึง่ ควรฝึกไว้ให้เกิดควำมชำนำญเพือ่ ไว้ใช้แก้ปญั หำ (สถำบันพัฒนำกีฬำ
ตะกร้อนำนำชำต,ิ 2550 : 33)

จุดมุง่ หมายของการเลน่ ลูกหลงั เท้า

กำรเล่นลูกตะกร้อด้วยหลังเท้ำ เพื่อใช้ในกำรเสิร์ฟ กำรรุก และกำรตั้งรับได้ดีนั้น
จะต้องอำศยั ประสบกำรณ์ และควำมชำนำญ ในกำรฝึกฝนปฏิบัติอย่ำงจริงจัง จะเกิดทักษะที่
สำมำรถเล่นลูกหลังเท้ำได้ดี หำกขำดควำมชำนำญพอ จะไม่สำมำรถควบคุมลูกตะกร้อได้ใน
ทกั ษะต่ำงๆ กำรเลน่ ลูกดว้ ยหลังเท้ำมีจุดมุ่งหมำย ดงั ต่อไปนี้

1. เพือ่ ใช้ในกำรเสริ ์ฟ
2. เพื่อใช้ในกำรรกุ (กระโดดลอยตัวฟำด และกระโดดสลบั หลัง)
3. เพือ่ ใช้ในกำรต้ังรบั (รบั ลูกหยอดจำกกำรเสิร์ฟ และรับลูกจำกกำรรุกของคู่ต่อสู้ ซึ่ง
เป็นลกู ที่ตกบริเวณดำ้ นหน้ำของผู้รบั )

วิธีการฝึกทักษะการเล่นลูกหลงั เทา้

วิธีกำรเลน่ ลูกหลังเท้ำ ผู้เล่นจะต้องมีควำมพร้อมทำงด้ำนกำรเตรียมตัว และกำรทรง
ตัวทีด่ ี ประกอบเข้ำกับควำมแรงของลูกที่ม่ันคง และแม่นยำ สำมำรถบังคับ และควบคุมลูกได้
อย่ำงดี ซึง่ ต้องอำศยั ทักษะพืน้ ฐำนในกำรฝึกฝนอย่ำงถูกต้อง และต่อเนื่องมำก่อน กำรเล่นลูก
หลังเท้ำได้ดี มีองค์ประกอบ ดังนี้

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 149

1. ทา่ เตรยี ม และการทรงตวั โดยให้ผู้เล่นยืนอยู่ในลักษณะเท้ำขนำนหรือเท้ำนำ เท้ำ
ตำม โดยให้เท้ำข้ำงที่ถนัดเป็นเท้ำนำ ให้มีระยะห่ำงระหว่ำงเท้ำท้ังสองประมำณ 1 ช่วงไหล่
สำหรับในกำรต้ังรับ หำกเปน็ กำรควบคมุ หรือกำรเดำะลกู ให้ยืนอยู่ในท่ำตรง เท้ำแยกห่ำงจำก
กันระยะ เท่ำ 1 ช่วงไหล่ ยกเท้ำทีถ่ นดั สงู จำกพนื้ ประมำณ 10-15 เซนติเมตร เท้ำที่เป็นหลักให้
ย่อเข่ำ ลงเล็กน้อย น้ำหนักตัวค่อนมำทำงด้ำนหน้ำ ปลำยเท้ำยกขึ้นเล็กน้อย กำงแขนท้ังสอง
ข้ำงออก เพื่อควำมสมดุลของร่ำงกำยในกำรทรงตวั สำยตำมองที่ลูกตะกร้อ และจุดกระทบบน
หลังเท้ำ หำกเป็นกำรต้ังรับลูกให้เปิดส้นเท้ำเล็กน้อย เพื่อควำมรวดเร็วในกำรเคล่ือนไหว
ติดตำมลูก

ภาพที่ 6.1 แสดงวิธีกำรเตรียม และกำรทรงตัวในกำรเลน่ ลูกหลังเท้ำ
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

2. การสง่ แรง
แรงกระดอนที่ลูกตะกร้อกระทบบริเวณหลังเท้ำ จะมีมำกหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
สว่ นประกอบดงั ต่อไปนี้
2.1 ควำมแรงหรือควำมเรว็ ของลูกตะกร้อที่พุ่งเข้ำหำหลงั เท้ำ ถ้ำควำมเรว็ หรือแรงมำก
กจ็ ะกระดอนไดเ้ ร็ว แรง และไกล ซึง่ มีผลมำจำกแรงส่งและระยะทำงที่มำของลูกตะกร้อ
2.2 แรงจำกควำมตึงของเท้ำ หมำยถึง กำรเกร็งตึงของกล้ำมเนือ้ บรเิ วณหลังเท้ำ
2.3 แรงจำกกำรยก หรือกำรเหวี่ยงของเท้ำ หมำยถึง แรงที่เกิดจำกกำลังในกำรออก
แรงยกเท้ำอยำ่ งรวดเรว็ จะมีผลต่อกำรกระดอนของลูกตะกร้อไปได้แรง เร็วและไกล แต่ถ้ำใช้
แรงจำกกำรยกมีน้อย ลูกตะกร้อจะกระดอนไดอ้ ย่ำงช้ำและไม่ไกล
2.4 แรงจำกกำรเหยียดตวั ขึ้น-ลง ของลำตัว เอว เข่ำ และข้อเท้ำ หมำยถึง กำรใช้แรง
เสริมประสำนกันระหว่ำงอวยั วะดังกล่ำว ช่วยสง่ ให้ลูกตะกร้อไปไดแ้ รง และเร็วขึ้น

150

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ในกำรควบคุมหรือกำรบังคับลูกตะกร้อ ควรใช้แรงปะทะเพื่อลดกำรกระดอนของลูก
ตะกร้อ จำกกำรเหยียดตัวขึ้น-ลงของลำตัว เอว ขำ และข้อเท้ำ และจำกควำมตึงของเท้ำ
เพือ่ ให้ลูกกระดอนไปตำมทิศทำงและระยะที่ต้องกำร ถ้ำลูกพุ่งเข้ำมำหำด้วยควำมเร็วและแรง
อำจต้องลดหย่อนควำมตึงของเท้ำ ท้ังนี้เพื่อลดแรงปะทะ เพื่อให้ลูกตะกร้อกระดอนอยู่ใน
ทิศทำง และระยะทีต่ ้องกำร

ขั้นตอนการฝึกทักษะการเลน่ ลกู หลังเทา้

สุนทร แสงรุ่ง (อ้ำงถึงใน สุพจน์ ปรำณี, 2543: 150) ได้ให้แนวคิดในกำรฝึกทักษะ
กำรเลน่ ลกู หลงั เท้ำไว้ ดังนี้

1) ควรทำท่ำเท้ำเปลำ่ โดยไมต่ ้องใช้ลูกกอ่ นโดยฝึกหัดเหมือนกำรเตะจริงๆ
2) กำรฝึกหัดใหม่ๆ ควรเตะเข้ำหำฝำผนงั หรือถ้ำมีคู่ก็ให้ยืนห่ำงกนั ไมเ่ กิน 3 เมตร เพื่อ
สะดวกในกำรบังคบั ทิศทำง
3) กำรฝึกหัดเตะในทิศทำงต่ำงๆ เช่น หน้ำเท้ำ หรือเตะโด่งข้นึ บนอำกำศ
4) กำรฝึกหัดซ้ำกันหลำยๆ ครงั้ เพื่อให้เกิดควำมชำนำญ
5) ฝึกหัดยกเท้ำให้สูง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐำนในกำรฝึกไม้ตำยลูกเตะสลับ หรือลูกพลิกตัว
เตะ
สุพจน์ ปรำณี (2549: 78) ได้กำหนดขั้นตอนกำรฝึกทักษะกำรควบคุมลูกหลังเท้ำไว้
ดังนี้
1) ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำตรง เท้ำแยกห่ำงจำกกนั ประมำณ 1 ช่วงไหล่ มือถอื ลกู ตะกร้อ
2) ยกเท้ำขำ้ งทีถ่ นัด ขึ้นสงู จำกพนื้ ประมำณ 10-15 เซนติเมตร งอปลำยเท้ำขนึ้ เลก็ น้อย
3) เท้ำที่เป็นหลัก ให้หย่อนเข่ำ และย่อตวั เล็กน้อย
4) เมื่ออยู่ในท่ำที่พร้อมแล้ว ปล่อยลูกตะกร้อจำกมือ พร้อมกับยกเท้ำ สำยตำจ้อง
มองดู ลูกตะกร้อที่กำลังตกลงมำสัมผัสกับตำแหน่งบนหลังเท้ำ ซึ่งเป็นบริเวณหลังเท้ำส่วน
ปลำย
5) เมื่อลูกตะกร้อกระทบบริเวณตำแหน่งที่ถูกต้อง ให้ยกหลังเท้ำในลักษณะช้อนไป
ข้ำงหน้ำ เพือ่ ให้ลกู ตะกร้อหมนุ เข้ำหำตัวเอง โดยเตะให้ลูกตะกร้อสูงระดับเอว แล้วใช้มือจับไว้
ในกำรทรงตัวของร่ำงกำยให้กำงแขนออกเล็กน้อย เพื่อประคองร่ำงกำยให้เป็นหลัก ก้มหน้ำ
เล็กน้อย
6) ให้ทำตำมข้อ 5) ซ้ำหลำยๆ คร้ัง พร้อมท้ังพิจำรณำ แก้ไข ปรับปรุง หำกยังทำไม่
ถูกต้อง ให้ใช้วิธีสังเกตง่ำยๆ คือ หลังจำกลูกตะกร้อกระทบบริเวณหลังเท้ำแล้ว ลูกตะกร้อ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 151

เปล่ยี นทิศทำงเฉียงไปทำงด้ำนหน้ำ ข้ำงซ้ำย และขวำ หรือหมุนเข้ำหำตัวเองมำกเกินไป แสดง
ว่ำ กำรควบคุมลกู ตะกร้อไม่เป็นไปตำมทิศทำงที่ต้องกำร ต้องพยำยำมแก้ไข และปรับปรุง ให้
ลกู ตะกร้อลอยขนึ้ มำสูงในแนวด่งิ ข้ำงหน้ำ โดยทำซ้ำหลำยๆ ครง้ั ทั้งเท้ำซ้ำย และขวำ

หลงั จำกที่ผู้เรยี นสำมำรถปฏิบตั ไิ ด้ดี และทำได้ถูกต้อง ตำมข้ันตอนกำรฝึกปฏิบัติ ทั้ง 6
ขั้นตอนทีก่ ล่ำวมำแล้ว สำมำรถฝึกปฏิบตั ิเพื่อให้เกิดควำมชำนำญไดด้ ังนี้

1) ให้ลดควำมสงู ของลกู ตะกร้อจำกเอว เหลอื เพียงระดับเข่ำ และให้เพิ่มจำนวนในกำร
เดำะลกู ตะกร้อ เป็นจำนวน 3-5 ครงั้ แล้วใช้มอื จบั ไว้ หำกทำได้ดีให้เพิ่มจำนวนเป็น 5-10 ครั้ง
แล้วใช้มอื จบั

2) ให้เปลย่ี นกำรปฏิบตั ิจำกข้อที่ 1) เป็นกำรเดำะหรือเล้ียงลูกตะกร้อ โดยกำรกำหนด
จำนวนครงั้ เช่น 10 ครงั้ 20 ครงั้ เมื่อปฏิบัติไดใ้ ห้เพิ่มจำนวนมำกข้นึ เรื่อยๆ จนกว่ำจะเกิดควำม
ชำนำญทั้งเท้ำซำ้ ยและขวำ

ภาพชุด แสดงท่าฝึกทักษะการเล่นลกู หลงั เท้า

ภาพที่ 6.2 แสดงท่ำเตรียมเลน่ ลูกหลงั เท้ำ ภาพที่ 6.3 แสดงท่ำจบั ลกู ตะกร้อเลน่ ลูกหลังเท้ำ
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

ภาพที่ 6.4 แสดงท่ำเดำะลูกหลงั เท้ำ ภาพที่ 6.5 แสดงท่ำจบั ลกู เลน่ ลกู หลัง
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

152

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ขอ้ ควรสังเกตในการเตะลกู ตะกร้อด้วยหลังเท้า
ในกำรฝึกทกั ษะกำรเตะลกู ด้วยหลงั เท้ำ ควรเน้นย้ำเรอ่ื งจดุ สัมผัสของหลังเท้ำ (บริเวณ

ส่วนที่เป็นโคนนิ้วเท้ำ) กับลูกตะกร้อ เนื่องจำกประสบกำรณ์สอนที่ผ่ำนมำ ผู้เขียนพบว่ำ กำร
ปฏิบัติเตะลูกด้วยหลังเท้ำ ผู้เรียนจะกระดกปลำยเท้ำมำกเกินไป จนปิดพื้นที่ของกำรเล่นลูก
(บรเิ วณโคนนิว้ เท้ำ) ทำให้ลูกตะกร้อถูกบริเวณปลำยนวิ้ เท้ำ (ซึง่ ไม่ใช่จุดกระทบทีถ่ กู ต้อง)

ตัวอยา่ งแบบฝึกทกั ษะการเลน่ ลกู หลงั เทา้

1. การฝึกทักษะการควบคมุ ลกู หลังเท้าดว้ ยท่าเปล่า โดยกำรฝึกตำมแบบฝึก ดังตอ่ ไปน้ี
แบบฝึกที่ 1 : กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกหลงั เท้ำดว้ ยท่ำเปลำ่
วิธีปฏิบัติ
1.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม
1.2 ผู้เล่นฝึกกำรวำงเท้ำ เข่ำ แขน มือ ลำตวั และศีรษะ ในกำรเลน่ ลูกหลงั เท้ำ โดยผู้ฝึก
เป็นผใู้ ห้จังหวะ
1.3 ยกเท้ำข้ึนเปน็ กำรสมมตุ ิว่ำ เตะลูกตะกร้อ และกลบั ที่เดมิ ทำติดต่อกนั 3 เที่ยวๆ
ละ 10 ครง้ั โดยทำท้ังเท้ำซ้ำย และเท้ำขวำ

ภาพที่ 6.6 แสดงกำรฝึกทกั ษะเลน่ ลูกหลังเท้ำดว้ ยท่ำเปลำ่
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 153

แบบฝึกที่ 2 กำรฝึกทกั ษะลูกหลังเท้ำประกอบตะกร้อ
วิธีปฏิบตั ิ
2.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม มือถือลกู ตะกร้อ
2.2 ปลอ่ ยลกู ตะกร้อ พร้อมใช้หลังเท้ำเตะลูกตะกร้อ 1 ครงั้ ในระดับควำมสงู เหนือเข่ำ
2.3 ใช้มอื จับลกู ตะกร้อไว้ ให้ปฏิบัติอย่ำงต่อเนื่อง ประมำณ 3 เที่ยวๆ ละ 10 ครั้ง ท้ัง
เท้ำซ้ำย และเท้ำขวำ

ภาพที่ 6.7 แสดงท่ำกำรฝึกทักษะลกู หลังเท้ำประกอบตะกร้อ
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

แบบฝึกที่ 3 กำรฝึกทกั ษะลูกหลังเท้ำเพือ่ เพิม่ ควำมชำนำญ
วิธีปฏิบัติ
ให้ปฏิบัตเิ หมือนแบบฝึกที่ 2 โดยให้เพิ่มจำนวนกำรเตะตะกร้อด้วยหลังเท้ำจำก 1 คร้ัง
เปน็ 3-5 ครง้ั แล้วใช้มอื จบั พร้อมกบั ลดระยะควำมสงู ให้ตำ่ กว่ำเข่ำ

ภาพที่ 6.8 แสดงท่ำกำรฝึกทกั ษะลกู หลงั เท้ำ เพื่อเพิ่มควำมชำนำญ
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

154

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

แบบฝึกที่ 4 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกหลงั เท้ำเพือ่ เพิ่มควำมชำนำญ
วิธีปฏิบัติ
ให้ปฏิบัติเหมือนแบบฝึกที่ 3 โดยกำหนดจำนวนกำรเตะลูกตะกร้อด้วยหลังเท้ำ เพิ่ม
เป็น 10-15 ครงั้ หำกสำมำรถทำได้ ให้เพิม่ จำนวนมำกข้นึ ตำมลำดับ จนกว่ำจะมีควำมชำนำญ
ในกำรควบคุม หรือบังคบั ลูกตะกร้อได้ดี

ภาพที่ 6.9 แสดงท่ำกำรฝึกทกั ษะลกู หลังเท้ำ เพือ่ เพิ่มควำมชำนำญ
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

2. การฝึกทกั ษะการเลน่ ลกู หลังเท้าดว้ ยเทา้ ทีไ่ ม่ถนัด มีรายละเอียดดังน้ี
วิธีปฏิบัติ

ให้ฝึกเล่นลกู ตะกร้อดว้ ยหลังเท้ำข้ำงที่ถนัด โดยกำรเดำะ 3 ครงั้ แล้วเปล่ยี นเป็นกำรใช้
เท้ำข้ำงที่ไม่ถนัด 1 ครงั้ ทำสลับไปมำบ่อยๆ จนกว่ำจะเกิดควำมเคยชินหรือชำนำญ แล้วให้ลด
จำนวนครงั้ ของเท้ำข้ำงทีถ่ นัดเหลอื เพียง 2 ครั้ง ข้ำงที่ไม่ถนดั 1 ครงั้ จนกว่ำผู้เลน่ มีควำมมั่นใจ
จึงเปล่ยี นมำเลน่ ทั้งเท้ำซ้ำย และขวำ ข้ำงละ 1 ครง้ั สลับกนั

3. การฝึกทกั ษะการรบั ลูกดว้ ยหลังเทา้
แบบฝึกที่ 1 กำรฝึกทักษะกำรรบั ลกู ด้วยหลังเท้ำระหว่ำงผู้เลน่ และผู้ฝึก
วิธีปฏิบัติ
1.1 ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำเตรียม
1.2 ผู้ฝึกถอื ลูกตะกร้อ เตรียมโยน
1.3 ผู้เล่นเตะตะกร้อดว้ ยหลังเท้ำ ให้ตรงขนึ้ ดำ้ นหน้ำผู้เลน่ แล้วใช้มอื จับไว้
1.4 ให้ฝึกปฏิบัตติ ่อเนือ่ ง จำนวน 3 เทีย่ วๆ ละ 10 ครง้ั
หมายเหตุ : ให้ผู้เรยี นจับคู่ ผลดั กนั เป็นผฝู้ ึก และผู้เลน่

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 155

= ผู้เล่น
= กำรสง่ ลกู ตะกร้อคืน

= ทิศทำงกำรโยนลกู ตะกร้อ

ภาพที่ 6.10 รูปแบบกำรฝึกทักษะกำรรับลกู ด้วยหลงั เท้ำ
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณี, 2549: 82)

แบบฝึกที่ 2 กำรฝึกทกั ษะกำรรับลูกหลังเท้ำระหว่ำงผู้เลน่ และผู้ฝึก
วิธีปฏิบัติ
ฝึกปฏิบตั เิ ช่นเดยี วกันกบั แบบฝึกที่ 1 แตผ่ ู้ฝึกจะต้องโยนลูกตะกร้อ ห่ำงจำกด้ำนหน้ำ
ของผู้เล่น ประมำณ 1.5-2 เมตร เพื่อให้ผู้เลน่ ฝึกกำรเคล่อื นที่ไปรับลกู ตะกร้อด้วยหลังเท้ำ
ปฏิบตั ผิ ลดั เปล่ยี นกนั
หมายเหตุ: ให้ผู้เรยี นจับคู่ ผลัดกนั ทำหน้ำทีเ่ ป็นผู้ฝึก และผู้เลน่

ภาพที่ 6.11 รปู แบบกำรฝึกทักษะกำรรบั ลูกด้วยหลงั เท้ำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

156

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

สรุป

ทักษะการเล่นลูกหลังเท้าต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมาก จึงจะสามารถควบคุมลูก
ตะกร้อได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ เปน็ กำรใช้บริเวณหลังเท้ำทั้งขำ้ งซ้ำยและขวำ เป็นจุดกระทบกับ
ลูกตะกร้อ เพือ่ ใช้สำหรับ กำรรุก กำรต้ัง กำรตั้งรับ และกำรเสิร์ฟ ซึ่งบริเวณหลังเท้ำ เป็นจุด
ตกกระทบกบั ลูกตะกร้อน้ัน มีลักษณะเป็นสันนูน และมีพื้นที่ไม่กว้ำงพอที่จะรองรับลูกตะกร้อ
ให้อยู่ในกำรควบคมุ ได้ ดังนั้นผู้เล่นทกุ คนจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตำมข้ันตอน เพื่อให้เกิดควำม
ชำนำญในกำรใช้หลงั เท้ำ และทำควำมเข้ำใจกบั เทคนิคในกำรฝึก

“จุดสัมผัส จงั หวะ และการติดตามลกู คือ หวั ใจสําคัญของการเล่นกฬี าตะกร้อ”

วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรพั ย์

คาํ ถำมทบทวน

1. ปัญหำทีพ่ บจำกกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกหลังเท้ำมีอะไรบ้ำง (เฉลย: 1. จุดสัมผัสไม่
แม่นยำ 2. ลกู ที่เลน่ ควบคุมทิศทำงยำก)

2. กำรเลน่ ลกู ดว้ ยหลังเท้ำ นิยมใช้ในกำรเลน่ ใดบ้ำง (เฉลย: กำรเสิร์ฟ กำรกระโดดเตะ
สลับด้ำนหลัง หรือด้ำนข้ำง กำรกระโดดเตะตีลังกำ (ฟำด) กำรเปิดลูกเสิร์ฟ กำรรับ กำรส่ง
กำรชงลกู (กำรตั้ง) กำรรับลูกหยอด)

เอกสารอา้ งอิง

ชง สริ ินพมณี. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนกีฬาตะกรอ้ . สพุ รรณบุรี : โรงเรียน
เทศบำล 3 วดั ใหม่อัมพวนั ฯ. (อดั สำเนำ).

สถำบนั พัฒนำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ. (2550, กรกฏำคม). คู่มือการฝึกกฬี าเซปักตะกร้อ
(เล่ม 1).กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดบั ชำติหลกั สตู รเพือ่ รับประกำศนียบัตร C,
กรงุ เทพฯ.

สพุ จน์ ปรำณี. (2543). เอกสารประกอบการสอนวิชาเซปักตะกรอ้ 1. อุดรธำนี:
วิทยำลัยพลศึกษำอุดรธำนี. (อดั สำเนำ).

________. (2549). ตาํ ราการฝึกทักษะเซปกั ตะกรอ้ (ระดบั พ้นื ฐาน). กรุงเทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรื่อง “ทักษะกำรเล่นลูกเข่ำ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำยควำมหมำย

จดุ มงุ่ หมำย และวิธีกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำได้อย่ำงถูกต้อง อีกทั้งยังสำมำรถยกตัวอย่ำง
แบบฝึกทักษะกำรเลน่ ลูกเข่ำได้อยำ่ งน้อย 3 แบบฝึก

กล่าวนํา

กำรเลน่ ลกู ดว้ ยเข่ำนับว่ำเป็นท่ำทีง่ ำ่ ยและเป็นท่ำพืน้ ฐำนอีกท่ำหนึ่ง ส่วนของเข่ำที่จะใช้
เลน่ ลูกตะกร้อคือสว่ นเหนือสะบ้ำข้ึนมำหรือที่เรียกว่ำ “เหนือหัวเข่ำ” แต่ถ้ำเป็นกำรพักลูกด้วย
เข่ำกต็ ้องใช้ส่วนทีส่ งู เลยขนึ้ มำอีกคอื ขำท่อนบนน่นั เอง กำรเล่นลูกด้วยเข่ำใช้กันมำกในกำรเล่น
ตะกร้อเตะทน ใช้บ้ำงในกำรเลน่ ตะกร้อข้ำมตำข่ำยและใช้น้อยในกำรเล่นตะกร้อลอดห่วง ทั้งนี้
เพรำะกำรเลน่ ลกู ดว้ ยเข่ำบงั คับทิศทำงได้ยำก เหมำะสำหรบั กำรส่งลูกในระยะใกล้ ๆ เท่ำนั้น
นอกจำกนี้ จรญั ธำนีรตั น์ (2537: 29) ได้กล่ำวเกี่ยวกับทักษะกำรเลน่ ลกู เข่ำไว้ว่ำ กำรเดำะลูก
ดว้ ยเข่ำมีลักษณะท่ำทำงคลำ้ ยกับกำรเตะลูกดว้ ยหลงั เท้ำและข้ำงเท้ำด้ำนในต่ำงกันที่กำรเดำะ
ลกู ดว้ ยเข่ำใช้บริเวณส่วนบนของเข่ำเดำะลูกในขณะเดำะลูกจะต้องให้ขำท่อนบนต้ังฉำกกับขำ

158

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ท่อนลำ่ ง หรือ ขำท่อนบนขนำนกบั พนื้ นั่นเอง เพรำะถ้ำยกขำท่อนบนสูงเกินไปลูกตะกร้อจะพุ่ง
ข้ำมศีรษะไปขำ้ งหลัง หรือถ้ำยกเข่ำตำ่ เกินไปลูกตะกร้อจะพุ่งไปข้ำงหน้ำ ซึ่งจะทำให้ลูกตะกร้อ
กระดอนไกลผู้เล่น นอกจำกนี้ควรใช้เท้ำที่ยืนเป็นหลัก สปริงข้อเท้ำขึ้นตำมจังหวะกำรเดำะลูก
ดว้ ย

ความหมายของการเล่นลูกเข่า

กำรเล่นลูกเข่ำ หมำยถึง กำรใช้บริเวณขำท่อนบน โดยยกให้ขนำนกับพื้น และให้
ตำแหน่งเกือบปลำยเข่ำ สัมผัสหรือเป็นจุดกระทบกับลูกตะกร้อ พร้อมกับออกแรงดัน ส่งลูก
ตะกร้อให้ลอยขึ้นตรงหน้ำ ในขณะเดียวกันให้รีบถอยหลังเล็กน้อย เพื่อป้องกันลูกตะกร้อ
กระดอน หรือกระทบ หรือครดู กับอวัยวะส่วนอืน่ ๆ

กำรควบคุมตะกร้อด้วยเข่ำ หมำยถึง กำรใช้พื้นที่บริเวณหัวเข่ำเหมือนลูกสะบ้ำ ถึง
สว่ นกลำงหน้ำขำ ซึ่งเปน็ กล้ำมเนอื้ มัดใหญม่ ีควำมแข็งแรง สำมำรถควบคุมตะกร้อให้เคล่ือนที่
ไปในทิศทำงที่ต้องกำรฝึกควรฝึกให้เกิดควำมชำนำญ สำมำรถใช้ได้ท้ังเข่ำซ้ำยและเข่ำขวำ
เพรำะในเกมกำรแข่งขันเป็นกำรเล่นที่รวดเร็ว และรุนแรงไม่สำมำรถคำดคะเนทิศทำง กำร
เคล่อื นที่ของลูกตะกร้อได้

ควำมสำคญั ของกำรเลน่ ลูกเข่ำคือเปน็ กำรเลน่ ทีม่ ีกำรใช้มำกพอควรในกรณีที่ลูกพุ่งมำ
ชิดตัวและไม่สำมำรถถอยไปรับด้วยลูกข้ำงเท้ำด้ำนในได้ เป็นวิธีที่ใช้พักลูกเพื่อกำรเล่นต่อไป
(สถำบันพัฒนำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ, 2550: 35)

จุดมุ่งหมายของการเล่นลูกเขา่

จุดมุ่งหมำยในกำรเล่นลูกเข่ำน้ัน ถึงจะมีควำมสำคัญน้อยกว่ำทักษะกำรเล่นลูกอื่นๆ
อยู่บ้ำง แตก่ เ็ ป็นทักษะทีม่ ีควำมจำเป็นต้องฝึกหัดใช้ โดยมีจดุ มุ่งหมำย ดังนี้

1. ใช้ในกำรรับลกู เสริ ์ฟทีพ่ ุ่งเข้ำมำหำตัวผู้เล่นอย่ำงรวดเร็วในระดับกลำงลำตัว (ระดับ
วิถีของลูกเสริ ์ฟมี 3 ระดบั คือระดับสงู ระดบั กลำง และระดับต่ำ)

2. ใช้ในกำรตั้งรับลูกจำกกำรรุกของฝ่ำยตรงข้ำม (คู่แข่งขัน) ซึ่งเป็นลูกที่พุ่งเข้ำหำ
ตวั อย่ำงรวดเร็วในระดบั กลำงลำตัว

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 159

วิธีการฝึกทักษะการเลน่ ลกู เข่า

กำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำให้ได้ผล จะต้องใช้ทักษะพื้นฐำนกำรเคล่ือนไหว กำร
ควบคุมบังคับ และกำรส่งแรง ได้อย่ำงถูกต้องเหมำะสม ประกอบกับกำรมีควำมพร้อมด้ำน
ร่ำงกำย และจิตใจที่ม่ันคง และกำรฝึกฝนอย่ำงต่อเนื่อง ซึ่งวิธีกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำ มี
องค์ประกอบ ดังนี้

1. ทา่ เตรยี ม และการทรงตัว โดยให้ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำตรง เท้ำทั้งสองแยกห่ำงจำกกัน
ประมำณ 1 ช่วงไหล่ ยกเข่ำข้ำงที่ถนัดขึ้นมำ ให้ช่วงขำท่อนบนขนำนกับพื้น ปลำยเท้ำงอขึ้น
เล็กน้อย แขนทั้งสองกำงออกเพื่อประคองร่ำงกำย ให้เกิดกำรทรงตัวที่ดี ก้มตัวไปข้ำงหน้ำ
เล็กน้อย เท้ำทีเ่ ปน็ หลักให้หย่อนเข่ำลงเล็กน้อย สำยตำมองที่ลกู ตะกร้อ และจดุ กระทบทีเ่ ข่ำ

ภาพที่ 7.1 แสดงท่ำกำรเตรียม และกำรทรงตัวกำรเลน่ ลกู เข่ำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

2. การส่งแรง หมำยถึง แรงกระดอนที่ลูกตะกร้อกระทบกับเข่ำ ซึ่งจะมีมำกหรือน้อย
ขนึ้ อยู่กบั ส่วนประกอบ ดังนี้

2.1 แรงของลกู ตะกร้อทีพ่ ุ่งเข้ำหำเข่ำ
2.2 แรงจำกควำมตงึ ของเข่ำ
2.3 แรงจำกกำรยกเข่ำขนึ้
2.4 แรงจำกกำรเหยียดตัวขึ้นของเอว เข่ำ ลำตัว และสว่ นของขำท้ังหมด
กำรที่จะสำมำรถบงั คับหรือควบคมุ ลกู ตะกร้อได้ ควรใช้แรงปะทะเพือ่ กำรกระดอนของ
ลูกตะกร้อจำกกำรเหยียดตัวขึ้น และแรงจำกควำมตึงของเข่ำประกอบกัน แต่ถ้ำจังหวะไม่
อำนวยอำจใช้ลำตัวและแขนประกอบด้วยเพื่อให้ลูกกระดอนไปได้ตำมทิศทำงหรือระยะที่

160

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ต้องกำรได้ ถ้ำลูกพุ่งเข้ำมำอย่ำงแรง แรงจำกกำรยกเข่ำอำจต้องหย่อนลงเล็กน้อยท้ังนี้เพื่อลด
แรงปะทะเพื่อให้ลกู ตะกร้ออยู่ในระยะทีต่ ้องกำร

ขั้นตอนการฝึกทกั ษะการเล่นลูกเข่า

สุพจน์ ปรำณี (2549: 87) ได้กำหนดข้ันตอนกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำไว้ดงั นี้
1. ผู้เล่นยืนอยู่ในท่ำตรง เท้ำแยกเลก็ น้อย ยกแขนท้ังสองข้ำงกำงออก มือถือลกู ตะกร้อ
2. โยนลูกตะกร้อขึ้นสูงตรงหน้ำ เหนือเข่ำเล็กน้อย สำยตำมองอยู่ที่ลูกตะกร้อ ยกเข่ำ
ขนึ้ มำให้ท่อนขำสว่ นบนอยู่ในระดับขนำนกบั พนื้ ให้ลูกตะกร้อสัมผัสหรือกระทบกับเข่ำ ตรงกับ
ตำแหน่งเกือบปลำยเข่ำ พร้อมกับออกแรงดัน ส่งลูกตะกร้อให้ลอยขึ้นตรงข้ำงหน้ำ
ขณะเดยี วกนั ให้รีบถอยหลงั เลก็ น้อย เพื่อไมใ่ ห้ลกู ตะกร้อไปกระทบหรือครูดกบั อวัยวะส่วนอื่นๆ
แล้วใช้มอื จับลกู ตะกร้อไว้ฝึกปฏิบตั ิซำ้ ทำสลับท้ังเข่ำซ้ำย และขวำ
3. ให้ฝึกฝนปฏิบัติซ้ำหลำยๆ คร้ัง พร้อมกับหำข้อบกพร่องพิจำรณำ แก้ไข ปรับปรุง
หำกทำถูกต้อง โดยสังเกตจำกทิศทำงของลูกตะกร้อจะลอยพุ่งตรงหน้ำของผู้เล่น ไม่เฉียง
ออกไปทำงดำ้ นซ้ำย ขวำ หน้ำหรือเข้ำหำลำตวั
4. ให้ฝึกปฏิบัติตำมวิธีกำรเดิม แต่ให้เพิ่มจำนวนเป็น 2–3 ครั้ง แล้วจึงใช้มือจับลูก
ตะกร้อไว้
5. ให้ฝึกปฏิบัติ โดยกำรกำหนดจำนวนครงั้ ในกำรใช้เข่ำในแตล่ ะเทีย่ ว เช่น 10 ครง้ั
15 ครงั้ หรือ 20 ครง้ั โดยปฏิบตั ทิ ั้งเข่ำซ้ำยและเข่ำขวำ หำกทำได้ดีแล้วให้เพิ่มจำนวนกำรเดำะ
ลูกตะกร้อด้วยเข่ำมำกขึ้น จนกว่ำจะเกิดควำมชำนำญภำพชุด แสดงกำรฝึกทักษะกำรเล่นลูก
เข่ำ

ภาพที่ 7.2 แสดงท่ำเตรียมและกำรทรงตัว
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 161

ภาพที่ 7.3 แสดงท่ำกำรเลน่ ลกู เข่ำประกอบตะกร้อ
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)

ภาพที่ 7.4 แสดงท่ำกำรเลน่ ลูกเข่ำ
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
ข้อควรสังเกตในการเตะลูกตะกร้อดว้ ยเขา่
1. กำรยืนในท่ำเตรียมพร้อมไม่ควรโน้มตัวไปด้ำนหน้ำมำกเกินไป เพรำะเมื่อเล่น
ตะกร้อแล้วลกู ตะกร้อจะถกู บริเวณลำตัว ทำให้ลูกตะกร้อเปลย่ี นทิศทำงได้งำ่ ย
2. กำรเลน่ ลูกตะกร้อด้วยเข่ำ หำกต้องกำรให้ลูกตะกร้อขึ้นสูงไปในแนวด่ิง จังหวะเข่ำ
สัมผัสกับลูกตะกร้อ เข่ำและขำช่วงบนต้องขนำนกับพื้น และถ้ำต้องกำรให้ลูกตะกร้อขึ้นสูงไป
ดำ้ นหน้ำในแนวโค้ง จังหวะเข่ำสมั ผัสกบั ลกู ตะกร้อ เข่ำชลี้ งพนื้ ทำมมุ ประมำณ 75 องศำ

162

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ตัวอยา่ งแบบฝึกทักษะการเลน่ ลูกเขา่

แบบฝึกที่ 1 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกเข่ำดว้ ยท่ำเปลำ่
วิธีปฏิบตั ิ
1.1 ผู้เล่นเข้ำแถวตอน 4 แถว
1.2 ฝึกกำรยกเข่ำขนึ้ -ลง ฝึกกำรวำงแขน ลำตวั และศีรษะ โดยมีผู้ฝึกคอยให้จังหวะ

ภาพที่ 7.5 แสดงท่ำกำรฝึกกำรเลน่ ลูกเข่ำดว้ ยท่ำเปลำ่
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

แบบฝึกที่ 2 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 1
วิธีปฏิบัติ
2.1 แบ่งผู้เลน่ ออกเปน็ 2 แถว ยืนหนั หน้ำเข้ำหำกันระยะห่ำงระหว่ำงแถว 3 เมตร แถว
หนึง่ ยืนถอื ลูกตะกร้อ
2.2 ให้ผู้เล่นทีถ่ อื ลูกตะกร้อ โยนลูกตะกร้อสูงระดับกึ่งกลำงของลำตัว ระดับเข่ำของผู้
เลน่ แถวตรงกันข้ำม
2.3 ผู้เล่นแถวตรงกันข้ำม ฝึกปฏิบตั ทิ กั ษะกำรพกั ลกู ตะกร้อด้วยเข่ำ ให้ลูกกระดอนขึ้น
ตรงหน้ำผู้เล่นแล้วใช้มือจับไว้ปฏิบัติติดต่อกัน 3 เที่ยวๆ ละ 10 ครั้ง แล้วเปล่ียนกันโยนลูก
ตะกร้อ ให้ฝึกปฏิบัตทิ ั้งเข่ำซำ้ ย และเข่ำขวำ
หมายเหตุ

= ผู้เล่น = กำรสง่ ลกู ตะกร้อคืน
= ทิศทำงกำรโยนลกู ตะกร้อ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 163

ภาพที่ 7.6 รปู แบบกำรฝึกเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 1
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 89)

แบบฝึกที่ 3 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 2

วิธีปฏิบัติ

3.1 แบ่งผู้เลน่ ออกเป็น 2 แถว ยืนห่ำงระหว่ำงแถว 3 เมตร แถวหนึง่ ถือลูกตะกร้อ

3.2 ผู้เล่นที่ยืนถือลูกตะกร้อ โยนลูกตะกร้อลักษณะพุ่งแรงๆ ไปตรงกลำงลำตัวระดับ

เข่ำของผู้เล่นแถวตรงกนั ข้ำม

3.3 ผู้เล่นแถวตรงกันข้ำม ฝึกปฏิบัติทักษะกำรใช้เข่ำพักลูกตะกร้อ 1 ครั้ง ขณะที่ลูก

ตะกร้อพุ่งมำอย่ำงแรง ให้พัก 1 ครั้ง แล้วรีบถอยหลัง 1 ก้ำวทันที แล้วใช้มือจับลูกตะกร้อโยน

กลบั คืน โดยให้ปฏิบัตติ ิดต่อกัน 3 เที่ยวๆ ละ 10 ครง้ั ฝึกปฏิบตั ทิ ั้งเท้ำซ้ำย และเท้ำขวำ

หมายเหตุ = ผู้เล่น = กำรสง่ ลกู ตะกร้อคืน

= ทิศทำงกำรโยนลูกตะกร้อ = กำรถอยหลังหนึ่งก้ำว

ภาพที่ 7.7 รูปแบบกำรฝึกเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 2
(ทีม่ ำ: สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 90)

164

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

แบบฝึกที่ 4 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 3
วิธีปฏิบัติ
4.1 ผู้เล่นเข้ำแถวตอน 4 แถว
4.2 ผู้เล่นคนแรกของแถวถอื ลูกตะกร้อ
4.3 ผู้ฝึกให้สัญญำณ ผู้เล่นคนแรกของแถวเดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำ พร้อมกับเดินไป
ข้ำงหน้ำ ระยะทำง 10 เมตร โดยลูกตะกร้อไม่ตกสู่พนื้
4.4 ผู้เล่นแถวที่ 2 , 3 และ 4 ปฏิบตั เิ ช่นเดยี วกบั คนแรก โดยฝึกปฏิบตั ิ แถวละ 3 เทีย่ ว
หมายเหตุ

= ผู้เล่น
= ทิศทำงกำรเคล่อื นที่ของผู้เล่น

ภาพที่ 7.8 รปู แบบกำรฝึกเล่นลกู เข่ำ แบบที่ 3
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 90)

แบบฝึกที่ 5 กำรฝึกทักษะกำรเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 4
วิธีปฏิบตั ิ
5.1 ผู้เล่นเข้ำแถวตอน 4 แถว ระยะห่ำงระหว่ำงแถว 1 เมตร
5.2 ผู้เล่นคนสดุ ทำ้ ยของแตล่ ะแถวถือลกู ตะกร้อ
5.3 ผู้ฝึกให้สัญญำณ ผู้เล่นคนสดุ ทำ้ ยของแตล่ ะแถวเดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำ ผ่ำนผู้เล่น
ในแถวตนเอง ลักษณะดงั ภำพที่ 7.9 แล้วมำยนื ต่อแถว
5.4 ผู้เล่นคนต่อไปกป็ ฏิบัตเิ ช่นเดยี วกัน ปฏิบัติจนครบทุกคน ฝึกปฏิบตั ิ จำนวนคนละ 3
เทีย่ ว

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 165

หมายเหตุ
= ผู้เล่น = ทิศทำงกำรเคล่อื นที่ของผู้เล่น

ภาพที่ 7.9 รูปแบบกำรฝึกเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 4
(ที่มำ : สุพจน์ ปรำณ,ี 2549: 91)

แบบฝึกที่ 6 กำรฝึกทกั ษะกำรเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 5
วิธีปฏิบตั ิ
6.1 ผู้เล่นเข้ำแถวตอน 5 แถว
6.2 ผู้เล่นทกุ คนยืนถอื ลกู ตะกร้อ
6.3 ผู้เล่นแถวที่ 1 , 3 , 5 เดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำเวียนไปรอบตัวเองทำงด้ำนซ้ำยมือ
ของตวั เอง จำนวน 5 รอบ
6.4 ผู้เล่นแถวที่ 2 , 4 เดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำ เวียนรอบตัวเองทำงด้ำนขวำมือของ
ตวั เอง จำนวน 5 รอบ
6.5 ผู้ฝึกให้สัญญำณ เปล่ียนผู้เล่น แถวที่ 1 , 3 , 5 เดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำ เวียน
ทำงดำ้ นขวำมือ และผู้เลน่ แถวที่ 2 , 4 เดำะลูกตะกร้อด้วยเข่ำ เวียนทำงด้ำนซ้ำยมือ จำนวน 5
รอบ
หมายเหตุ

= ผู้เล่น = ทิศทำงกำรเคลอ่ื นที่ของผู้เล่น

166

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาพที่ 7.10 รูปแบบกำรฝึกเล่นลูกเข่ำ แบบที่ 5
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2549: 92)

สรปุ

ทักษะการเลน่ ลกู เข่าเป็นพืน้ ฐานทีเ่ ลน่ ง่าย มักใช้เลน่ เมื่อตอ้ งการจะตั้งลกู เพอ่ื จะเล่นลูก
ท่าอื่นต่อไป หรือในโอกาสที่เสียการทรงตัวก็พักลูกไว้ก่อน ที่จะเล่นลูกด้วยท่าอื่นๆ เนื่องจำก
ลูกเข่ำเป็นลูกที่เล่นให้แม่นยำไปตำมทิศทำงที่ต้องกำรได้ยำก ดังน้ันกำรเล่นลูกด้วยเข่ำจึง
เหมำะสำหรับกำรรบั ลูกในระยะใกล้ๆ เป็นทกั ษะที่มีควำมสำคัญเช่นเดียวกันกับทักษะอื่นๆ ซึ่ง
มีควำมจำเปน็ ทีต่ ้องได้รบั กำรฝึกฝนเพือ่ ให้เกิดควำมชำนำญในกำรเลน่ เนื่องจำกผู้เล่นที่มีควำม
ชำนำญในกำรเลน่ ลูกเข่ำจะเป็นฝ่ำยได้เปรียบคู่ต่อสู้

“เอาชนะใจคนอืน่ นั้นว่ายาก แตเ่ อาชนะใจตัวเองยากกว่า”

วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรพั ย์

คาํ ถำมทบทวน

1. ในระหว่ำงฝึกซ้อม ถ้ำยกขำท่อนบนสูงเกินไปลูกตะกร้อจะมีทิศทำงเช่นใด (เฉลย:
ลกู ตะกร้อจะพุ่งขำ้ มศีรษะไปขำ้ งหลงั )

2. หำกต้องกำรให้ลกู ตะกร้อขนึ้ สงู ไปในแนวดง่ิ จงั หวะเข่ำสัมผัสกับลูกตะกร้อ เข่ำและ
ขำช่วงบนต้องเป็นลักษณะใด (เฉลย: ขนำนกับพืน้ )


Click to View FlipBook Version