The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suppawan.v, 2021-10-29 05:10:44

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

หลักและวิธีสอนกีฬาตะกร้อ

206

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ผู้ตัดสนิ . .............(ชื่อ– สกลุ ).............................................…................
ผู้ช่วยผู้ตดั สนิ . .................(ชื่อ –สกุล).............................................………......

..................(ชื่อ –สกลุ )............................................………......
...................(ชื่อ – สกุล)...........................................……….......”
หมายเหตุ กำรประกำศชือ่ นกั กีฬำถ้ำเปน็ พลเรือนไม่ต้องประกำศคำนำหน้ำชื่อ
ถ้ำเป็นทหำรตำรวจควรประกำศยศดว้ ย ผู้ประกำศต้องตรวจสอบรำยชื่อให้ถกู ต้องก่อน
เพื่อป้องกนั กำรประกำศผิด
3. เมอื่ ส้นิ สดุ กำรแข่งขันซึ่งทรำบผลแลว้ ว่ำทีมใดเป็นทีมชนะในคู่น้ันๆ ให้ประกำศสรุปผลกำรแข่งขัน
“ผลกำรแข่งขนั ในสนำมที.่ ..........(1 ,2 ) ประเภททีมเด่ยี ว............(ชำย,หญงิ ) ระหว่ำงทีม.............................
กับทีม..................................ทีม.................................... ชนะ......... (3 ต่อ 0, 3 ต่อ 1, 3 ต่อ 2 เซ็ท )”
4. เมื่อกำรแข่งขนั คู่สุดท้ำยในแต่ละวนั เสร็จส้นิ ลงควรประกำศโปรแกรมกำรแข่งขันในวันต่อไป ให้ทีมและ
ผู้ชมไดร้ บั ทรำบ
5. ในระหว่ำงกำรแข่งขนั สำมำรถประกำศเรียกให้แต่ละทีมที่จะลงกำรแข่งขันในคู่ต่อไปให้มำรบั ใบสง่
รำยชื่อที่ฝ่ำยทะเบียน เพือ่ เตรียมกำรดำ้ นธุรกำรให้เรียบร้อยก่อนทำกำรแข่งขันในคู่ต่อไป (กำรสง่
รำยชื่อนกั กีฬำให้ทีมสง่ ก่อนกำหนดเวลำกำรแข่งขนั 30 นำที)ให้ประกำศดงั นี้
“ขอให้ทีม...............................และทีม...............................มำรบั ใบสง่ รำยชือ่ นกั กีฬำทีฝ่ ่ำยทะเบียนดว้ ยค่ะ / ครับ”
6. เมื่อทีมรบั ใบสง่ รำยชือ่ นกั กีฬำไปแลว้ ก่อนกำหนดกำรแข่งขันของทีม 30 นำที ประกำศให้นกั กีฬำมำส่ง
ใบรำยชือ่ นกั กีฬำ ให้ประกำศดงั นี้
“ขอให้ทีม........................................และทีม.......................................สง่ รำยชื่อนกั กีฬำที่ฝ่ำยทะเบียนดว้ ยค่ะ / ครับ”

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 207

ขนั้ ตอนการประกาศของผ้ปู ระกาศ / โฆษกสนาม
การแขง่ ขัน เซปกั ตะกร้อประเภททีมชดุ
อุทร ปฏิโค (2556: 80-82)

1. กรรมกำรประจำสนำมตรวจสอบรำยชือ่ นักกีฬำและควำมพร้อมก่อนเดนิ ลงไปในสนำม
2. หลงั จำกทีผ่ ู้ชีข้ ำด(ถ้ำมี)กรรมกำรประจำสนำมนำผู้ตัดสนิ ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ ผู้ตัดสนิ กำกบั เสน้

ผู้จดั กำรทีม ผู้ฝึกสอนและนักกีฬำท้ังสองทีมลงไปยืนที่เสน้ หลงั สนำม ให้ประกำศแนะนำนักกีฬำ
ผู้ฝึกสอนและผู้จัดกำรทีมตำม ใบรำยชื่อทีท่ ีมสง่ มำให้

“ในสนำมที่...........(1, 2 )ต่อไปเป็นกำรแข่งขันเซปกั ตะกร้อ กีฬำ..................................................
ในประเภททีมชดุ ............(ชำย, หญงิ ) ระหว่ำงทีม.................................กบั ทีม...........................”
“รำยชือ่ นกั กีฬำ ทีม................................................................................................ ประกอบดว้ ย

ทีม ก หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ –สกุล).............………..............

ทีม ข หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชือ่ –สกุล).............………..............
หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............

ทีม ค หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ.-สกลุ )............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ –สกลุ ).............………..............

ผเู้ ลน่ สํารอง หมำยเลข.................(ชือ่ –สกุล)............................................
หมำยเลข.................(ชื่อ –สกลุ )............................................
หมำยเลข.................(ชือ่ –สกุล)............................................

ผู้ฝึกสอน...............(ชื่อ – สกุล)...........................................
ผู้จดั กำรทีม............(ชื่อ–สกุล)...........................................”

208

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

“รำยชือ่ นักกีฬำทีม................................................................ ประกอบดว้ ย (ประกำศเช่นเดยี วกับทีมแรก)
หมายเหตุ กำรประกำศชือ่ นกั กีฬำถ้ำเป็นพลเรือน ไม่ต้องประกำศคำนำหน้ำชือ่ ถ้ำเปน็ ทหำรตำรวจ

ควรประกำศยศดว้ ย ผู้ประกำศต้องตรวจสอบรำยชือ่ ให้ถกู ต้องก่อนเพือ่ ป้องกนั กำรประกำศผิด
3. เมื่อประกำศรำยชื่อนกั กีฬำ ผู้จดั กำรทีมและผู้ฝึกสอนทีมท้ังสองทีมเรียบร้อยแลว้ ใหป้ ระกำศ

“นักกีฬำท้ังสองทีมสัมผสั มือ ค่ะ /ครบั ”
4.หลงั จำกนกั กีฬำทีมที่ 2ส้นิ สดุ กำรอบอุ่นร่ำงกำย นักกีฬำทั้งสองทีมยืนทีเ่ สน้ หลังสนำม ผู้ชขี้ ำด(ถ้ำมี)

กรรมกำรประจำสนำม ผู้ตัดสนิ ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ และผู้ตดั สนิ กำกบั เสน้ ยืนที่เสน้ ข้ำงทำงดำ้ นขวำของเก้ำอี้
ผู้ตดั สนิ แลว้ ประกำศ ดงั นี้

“ต่อไปเปน็ กำรแข่งขนั ในประเภททีมชุด..................(ชำย,หญงิ ) ในทีม..........(ก,ข,ค) ระหว่ำง
ทีม............................................................................กับทีม................................................................

“รำยชื่อนักกีฬำ ทีม...............................................................................................
หมำยเลข...............(ชือ่ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ –สกลุ ).............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ –สกลุ ).............……….............. ”

“รำยชือ่ นักกีฬำทีม...................................................................... ( ประกำศเช่นเดยี วกบั ทีมแรก)
ผู้ชขี้ ำด.....................(ชื่อ–สกุล)...........................................................................................
กรรมกำรประจำสนำม ............(ชือ่ –สกุล).................……………………
ผู้ตดั สนิ . ....................(ชือ่ –สกุล).............................................….....................................
ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ . ........................(ชือ่ –สกุล)..........................................………......

.........................(ชื่อ– สกลุ ).........................................………......
.........................(ชือ่ – สกลุ ).......................................……….......”
5. เมอื่ เสร็จส้นิ กำรแข่งขันในทีม ก กรรมกำรประจำสนำมจะทำกำรเสย่ี งเพือ่ แข่งขันในทีมข และควบคมุ
กำรวอร์มเมือ่ นักกีฬำท้ังสองทีมเสร็จส้นิ กำรวอร์มแลว้ ยืนทีเ่ สน้ หลงั สนำม ผู้ชขี้ ำด (ถ้ำมี)กรรมกำร
ประจำสนำม ผู้ตดั สนิ ผู้ช่วยผู้ตดั สนิ และผู้ตดั สนิ กำกบั เสน้ ยืนที่ด้ำนขวำของเก้ำอผี้ ู้ตัดสนิ ให้
ประกำศ
“ต่อไปเปน็ กำรขันในทีม ข นกั กีฬำทีม..................................................

หมำยเลข...............(ชือ่ –สกุล).............………..............
หมำยเลข...............(ชื่อ –สกุล).............………..............
หมำยเลข...............(ชือ่ –สกุล).............………..............”
“นกั กีฬำทีม...................................................................... ( ประกำศเช่นเดยี วกับทีมแรก)

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 209

ผู้ชีข้ ำด.....................(ชือ่ –สกลุ )............................................................................................
กรรมกำรประจำสนำม ............(ชื่อ –สกลุ ).................……………………
ผู้ตัดสนิ . .............(ชือ่ –สกลุ ).............................................…................................
ผู้ช่วยผู้ตัดสนิ . .................(ชื่อ –สกุล)..........................................………......

..................(ชือ่ –สกลุ )...........................................………......
..................(ชือ่ –สกลุ )...........................................……….......”
(กำรแข่งขนั ในทีม ค ขั้นตอนกำรวอร์มและกำรประกำศรำยชือ่ เช่นเดียวกนั กับทีม ข)
6. เมือ่ ส้นิ สุดกำรแข่งขันซึ่งทรำบผลแลว้ ว่ำทีมใดเปน็ ทีมชนะในคู่น้ันๆ ให้ประกำศสรุปผลกำรแข่งขนั
“ผลกำรแข่งขนั ในสนำมที.่ ..........(1 ,2 ) ประเภททีมชดุ ...............(ชำย,หญงิ ) ระหว่ำงทมี ................................
กับทีม............................................ทีม............................................. ชนะ (2: 0, 2:1 ทมี )”
7. เมือ่ กำรแข่งขันคู่สุดท้ำยในแต่ละวันเสร็จส้นิ ลง ควรประกำศโปรแกรมกำรแข่งขันในวนั ต่อไป ให้ทีมและ
ผู้ชมไดร้ บั ทรำบ
8. ในระหว่ำงกำรแข่งขัน สำมำรถประกำศเรียกให้แต่ละทีมที่จะลงกำรแข่งขนั ในคู่ต่อไปให้มำรับใบสง่
รำยชือ่ ทีฝ่ ่ำยทะเบียน เพือ่ เตรียมกำรดำ้ นธรุ กำรให้เรียบร้อยก่อนทำกำรแข่งขันในคู่ต่อไป (กำรสง่
รำยชือ่ นกั กีฬำให้ทีมสง่ ก่อนกำหนดเวลำกำรแข่งขัน30 นำที) ให้ประกำศดงั นี้
“ขอให้ทีม................................และทีม...............................มำรบั ใบสง่ รำยชือ่ นักกีฬำที่ฝ่ำยทะเบียนดว้ ยค่ะ / ครบั ”
9. เมอื่ ทีมรบั ใบสง่ รำยชือ่ นกั กีฬำไปแลว้ ก่อนกำหนดกำรแข่งขันของทีม 30 นำที ประกำศให้นักกีฬำมำส่ง
ใบรำยชื่อ นกั กีฬำ ให้ประกำศดังนี้
“ขอให้ทีม.........................................และทีม........................................สง่ รำยชือ่ นกั กีฬำทีฝ่ ่ำยทะเบียนดว้ ยค่ะ / ครับ”

210

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

6. สัญญาณตา่ งๆของผูต้ ัดสินกฬี าตะกร้อ
6.1 เซปักตะกร้อ

ภาพที่ 9.9 สญั ญำณมอื ในกำรตดั สินกีฬำเซปกั ตะกร้อ
(ทีม่ า: กรมพลศึกษำ, 2555: 67)

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 211

6.2 เซปกั ตะกร้อชำยหำด

ภาพที่ 9.10 สญั ญำณนกหวีดในกำรตดั สนิ เซปักตะกร้อชำยหำด
(ที่มา: สมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทย, 2558: 19)

212

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

6.3 ตะกร้อลอดห่วงสำกล

ภาพที่ 9.11 สญั ญำณมอื ในกำรตัดสินกีฬำเซปกั ตะกร้อ
(ที่มา: สมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทย, 2558: 39)

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 213

7. หนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของเจ้าหน้าทีเ่ ก็บลูกตะกรอ้ และเจา้ หนา้ ทีป่ ้ายคะแนน

 หน้าทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบของเจา้ หน้าทีเ่ กบ็ ลูกตะกร้อ

1. เกบ็ ลูกตะกร้อที่ออกนอกสนำมในระหว่ำงกำรแข่งขัน และสง่ ให้กบั ผู้ช่วยผู้ตัดสิน
2. เมื่อส้ินสดุ กำรแข่งขันเกบ็ ลกู ตะกร้อมำไว้ทีโ่ ต๊ะกรรมกำรจัดกำรแข่งขัน

ภาพที่ 9.12 แสดงทิศทำงกำรสง่ ลูกตะกร้อของเจ้ำหน้ำที่เก็บลูกตะกร้อ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

 หนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของเจ้าหน้าที่ปา้ ยคะแนน
1. นำป้ำยชือ่ ทีมแข่งขนั ไปติดที่ป้ำยคะแนน
2. เปิดป้ำยคะแนนเมื่อทีมที่ลงแข่งขันได้คะแนน หลังจำกกรรมกำรผู้ตัดสินประกำศได้

คะแนน
3. นำป้ำยชื่อทีมส่งคืนเมื่อกำรแขง่ ขันในคู่น้ันเสร็จส้นิ ลง

214

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ภาพที่ 9.13 แสดงทิศทำงกำรสง่ ลูกตะกร้อของเจ้ำหน้ำทีเ่ ก็บลกู ตะกร้อ
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)

8. แนวทางการปฏิบัตสิ าํ หรับเจ้าหน้าที่ทีม
ข้อควรปฏิบตั ิสำหรบั เจ้ำหน้ำที่ทีมเซปกั ตะกร้อ มีดงั นี้
1. กำรแตง่ กำยต้องสภุ ำพเรียบรอ้ ย
1.1 ไมส่ วมรองเท้ำแตะ ควรสวมรองเท้ำหุ้มส้น
1.2 ไมส่ วมใสก่ ำงเกงขำส้ัน ควรสวมกำงเกงขำยำว หรือกำงเกงวอร์ม
2. เขียนใบส่งรำยชือ่ และใบเปล่ยี นตัวนกั กีฬำดว้ ยตวั บรรจง
3. ให้นักกฬี ำทีม่ ีรำยชื่อตำมใบสง่ รำยชื่อ เซ็นชือ่ ดว้ ยตัวเองทกุ คร้ัง
4. ควรนำใบส่งรำยชื่อนักกีฬำให้กับคณะกรรมกำรจัดกำรแข่งขัน ด้วยตัวเองทุกคร้ัง

เพรำะจะต้องเซน็ ต์ชื่อรบั ทรำบในใบส่งรำยชือ่ ของคู่แข่งขันทุกครั้ง
5. ในขณะที่ทีมของตนเองลงทำกำรวอร์มก่อนกำรแข่งขัน ต้องสำรวจนักกีฬำ และ

เจ้ำหน้ำที่ทีมในสนำมได้ไม่เกิน 5 คน
6. ในกำรขอเวลำนอก ควรลุกจำกที่น่ัง และให้สัญญำณกำรขอเวลำนอก โดยทำมือ

เปน็ รปู ตวั ที ต่อกรรมกำรผู้ตัดสินทุกคร้ังเมือ่ ลกู ตำย
7. ในกำรเปล่ียนตัวนักกีฬำ ให้นำใบเปล่ียนตัวนักกีฬำ และนักกีฬำไปแจ้งเจ้ำหน้ำที่

ฝ่ำยจัดกำรแข่งขันด้วยตัวเองทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบ และได้รับอนุมัติให้เปล่ียนตัวลงทำกำร
แข่งขันได้

8. ในขณะทีท่ ีมกำลงั แข่งขนั ต้องคอยควบคุมควำมประพฤติ และมำรยำทของนักกีฬำ
ท้ังหมด ให้เชียร์ด้วยควำมสุภำพอย่ำงเคร่งครดั

8.1 ไมค่ วรใช้ขวดน้ำหรือสง่ิ อืน่ ๆ เคำะพืน้ หรือทำให้เกิดเสยี งดัง
8.2 ไมใ่ ห้นำกลองลงมำในที่น่ังผู้เล่นสำรอง
8.3 นักกฬี ำสำรอง และเจ้ำหน้ำที่ทีม ต้องน่งั ในที่ที่ฝ่ำยจัดกำรแข่งขันจดั ให้

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 215

9. แบบรายงานผลการแขง่ ขนั

ภาพที่ 9.14 แสดงแบบรำยงำนกำรแข่งขัน
(ทีม่ ำ: กรมพลศึกษำ, 2555: 74-77)

216

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

สรุป

ข้อมูลควำมรู้เรื่อง กติกำ กำรเป็นเจ้ำหน้ำที่และผู้ตัดสินกีฬำตะกร้อในบทนี้ สำมำรถ
ช่วยสง่ เสริมและสนับสนุนให้ครูผู้สอน นักเรียน ตลอดจนผู้ที่มีบทบำทเกี่ยวข้องกับกำรพัฒนำ
กีฬำตะกร้อ เกิดควำมเข้ำใจในกติกำ และหลักกำรเป็นเจ้ำหน้ำทีแ่ ละผู้ตัดสินกีฬำตะกร้อ อันจะ
นำไปสู่กำรประยุกต์ใช้เพื่อกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และกำรจัดกำรแข่งขันกีฬำภำยในหรือ
ภำยนอกสถำนศึกษำต่อไป

“ประชาชนทีด่ ีต้องรกู้ ฎหมายประเทศ นักพลศึกษาที่ดีตอ้ งรกู้ ฎกติกาการแขง่ ขันกฬี า”

ว่ำทีร่ ้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรัพย์

คําถามทบทวน

จงตอบคำถำมดังต่อไปนี้
1. จงสรุปควำมแตกต่ำงของกีฬำตะกร้อประเภทต่ำงๆ มำอย่ำงละเอียด
2. จงเขียนแผนภำพ/แผนผัง แสดงข้ันตอนกำรเดินลงสู่สนำมของผู้ตัดสิน และนักกีฬำ ในกำร
แข่งขนั เซปกั ตะกร้อ ประเภททีมชดุ มำให้ชดั เจน
3. หำกท่ำนได้รบั มอบหมำยให้ปฏิบตั ิหน้ำที่ผตู้ ดั สินกีฬำตะกร้อ ท่ำนจะมีแนวทำงในกำรปฏิบัติ
ตัวอย่ำงไรบ้ำง
4. จงเขียนแสดงลำดับขั้นตอนกำรประกำศของผู้ประกำศ / โฆษกสนำม มำอย่ำงละเอียด
5. สัญญำณผู้ตดั สินกีฬำตะกร้อ มีก่สี ัญญำณ อะไรบ้ำง จงยกตัวอย่ำง

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 217

เอกสารอา้ งอิง

กรมพลศึกษำ. (2555). คู่มือผตู้ ัดสินกฬี าเซปักตะกร้อ: SEPAK TAKRAW. Referee
Guide. กรงุ เทพมหำนคร: สำนกั งำนกิจกำรโรงพิมพ์ องค์กำรสงเครำะห์ทหำรผ่ำนศึก
ในพระบรมรำชปู ถัมภ์.

สถำบนั พฒั นำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ. (2550, กรกฏำคม). กตกิ ากฬี าตะกร้อของสมาพนั ธ์
เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF). กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดบั ชำติหลกั สตู ร
เพื่อรับประกำศนียบัตร C, กรงุ เทพฯ.

สพุ จน์ ปรำณี. (2550). คมู่ ือกลยทุ ธ์การฝึกทกั ษะกฬี าเซปักตะกร้อ. กรงุ เทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.

สมำคมตะกร้อแห่งประเทศไทย. (2558). กตกิ ากีฬาตะกร้อ. เอกสำรกำรประชมุ ใหญ่สำมัญ
ประจำปี 2558 ผู้ตัดสินสมำคมตะกร้อแห้งประเทศไทย.

อุทร ปฏิโค. (2556). เอกสารประกอบการอบรม โครงการอบรมเชิงปฏิบตั กิ าร “การ
เป็นผู้ตัดสินกีฬาตะกร้อ”. นครปฐม: คณะศึกษำศำสตร์และพัฒนศำสตร์
มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำเขตกำแพงแสน.

บรรณานุกรม

กรรวี บญุ ชัย. (2540). คิเนสโิ อโลยีเบือ้ งตน้ . กรุงเทพฯ: มหำวิทยำลยั เกษตรศำสตร์.
กรรวี บญุ ชยั และสุดจิต เขียวอไุ ร. (2540). กายบรหิ าร. กรุงเทพฯ: กรมวิชำกำร

กระทรวงศึกษำธิกำร.
กระทรวงศึกษำธิกำร. (2551). หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช

2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กำรรับสง่ สินค้ำและพสั ดุภณั ฑ์.
ไกรวัชร ธีรเนตร. 2541. สมรรถภาพทางกาย (ตอนที่3). ใน J Thai Rehabit 1998; 8(2):

182-187.
คณะอนกุ รรมกำรปฏิรปู กำรเรยี นรู้แผนกวิจัย, กรมวิชำกำร, กระทรวงศึกษำธิกำร. (2544).

ปฏิรูปการเรยี นรู้ผเู้ รยี นสาํ คญั ทีส่ ดุ . กรงุ เทพมหำนคร: สกำยบุ๊คส์.
จรัญ ธำนีรัตน์. (2537). ตะกร้อและเซปกั ตะกรอ้ . กรงุ เทพฯ: มหำวิทยำลัยรำมคำแหง.
จิรภรณ์ ศิริประเสริฐ. (2543). ทกั ษะและเทคนิคการสอนพลศึกษาในระดับ

ประถมศึกษา. กรุงเทพมหำนคร: จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
ชง สริ ินพมณี. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนกีฬาตะกร้อ. สุพรรณบุรี: โรงเรียน

เทศบำล 3 วัดใหม่อมั พวนั ฯ. (อดั สำเนำ).
ฐิติกร ศิริสุขวรญั พร. (2540). วิทยาศาสตรก์ ารกฬี า. กรงุ เทพฯ: สถำบนั รำชภฏั สวนดสุ ิต.
ทกั ษิณำ เครอื หงส์ (2550). เอกสารตัวอยา่ งการสังเกตพฤติกรรมผู้เรยี น มหาวิทยาลยั

เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. ม.ป.พ.
ทิศนำ แขมมณี. (2534). ชดุ กจิ กรรมการสอนและการฝึกทกั ษะกระบวนการกลุ่มชนั้

ประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ: ภำควิชำประถมศึกษำ คณะครุศำสตร์ จุฬำลงกรณ์
มหำวิทยำลัย.
________. (2547). ศาสตรก์ ารสอน : องค์ความร้เู พ่อื การจัดกระบวนการเรยี นรู้ที่มี
ประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพ์แห่งจฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
ธำรง บวั ศรี. (2542). ทฤษฎีหลกั สตู ร การออกแบบและพัฒนา (พมิ พค์ รั้งที่ 4).
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุ สุ ภำลำดพร้ำว.
บุญยงค์ เกศเทศ. (2531). ตะกรอ้ . กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
พิชิต ภตู ิจนั ทร์. (2547). วิทยาศาสตร์การกฬี า. กรงุ เทพมหำนคร: โอเดยี นสโตร์.
พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์. (2550). ทกั ษะ 5C เพอ่ื การพฒั นาหนว่ ยการเรยี นรแู้ ละการจัดการ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 219

เรยี นการสอนแบบบรู ณาการ. กรุงเทพมหำนคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์
มหำวิทยำลยั .
ฟอง เกิดแก้ว. (2521). การกฬี า (พมิ พ์ครงั้ ที่ 2). กรงุ เทพฯ: วัฒนำพำนิช.
รังสฤษฎิ์ บุญชลอ. (2543). เซปักตะกรอ้ และตะกร้อลอดหว่ ง. กรงุ เทพฯ: สยำมสปอร์ต
อินดเิ คท.
รตั นำภรณ์ ทรงพระนำม. (2549). งานวิจยั เรอ่ื งสมรรถภาพทางกายของบคุ ลากรใน
วิทยาเขตของสถาบนั การพลศึกษา. ชลบรุ ี : สถำบนั กำรพลศึกษำ วิทยำเขตชลบุรี.
วรวิทย์ คงมนต์. (2539). Physical Best รปู แบบใหม่ของการพัฒนาสมรรถภาพทาง
กาย. กรุงเทพมหำนคร : โรงพิมพ์ดอกเบี้ย.
วำสนำ คณุ ำอภิสิทธิ.์ (2541). หลกั สตู รพลศึกษา. กรงุ เทพมหำนคร: ศนู ย์ส่งเสริมวิชำกำร.
วฒั นำพร ระงับทุกข์. (2542). การจดั การเรยี นการสอนที่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง.
กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ.
สถำบนั พฒั นำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ. (2550, กรกฏำคม). คู่มือการฝึกกฬี าเซปักตะกรอ้
(เล่ม 1).กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดบั ชำติหลักสูตรเพื่อรับประกำศนียบัตร C,
กรงุ เทพฯ.
_________. (2550, กรกฏำคม). กตกิ าเซปักตะกรอ้ ของสมาพันธเ์ ซปักตะกรอ้ นานาชาติ
(ISTAF).กำรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬำตะกร้อระดบั ชำติหลักสูตรเพือ่ รบั ประกำศนียบตั ร C,
กรุงเทพฯ.
สุพจน์ ปรำณี. (2543). เอกสารประกอบการสอนวิชาเซปักตะกร้อ 1. อุดรธำนี :
วิทยำลยั พลศึกษำอดุ รธำนี. (อดั สำเนำ).
________. (2549). ตาํ ราการฝึกทกั ษะเซปักตะกร้อ (ระดบั พ้นื ฐาน). กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
________. (2550). คู่มือกลยทุ ธก์ ารฝึกทกั ษะกฬี าเซปักตะกร้อ. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
ศิริรตั น์ หิรญั รตั น์. (2539). การส่งเสริมมรรถภาพทางกายและการกฬี า.
กรุงเทพมหำนคร : ภำควิชำศลั ยศำสตร์ออร์โธปิดคิ ส์และกำยภำพบำบัด
มหำวิทยำลัยมหิดล.
อทุ ร ปฏิโค. (2556). เอกสารประกอบการอบรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร “การ
เป็นผู้ตัดสินกีฬาตะกร้อ”. นครปฐม: คณะศึกษำศำสตร์และพัฒนศำสตร์
มหำวิทยำลยั เกษตรศำสตร์ วิทยำเขตกำแพงแสน.
อทุ ัย สงวนพงศ์. (2544). ตะกรอ้ . กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์.

ภาคผนวก

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 221

ภาคผนวก ก
แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสําหรับกีฬาตะกรอ้

222

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

รายการแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสําหรบั กฬี าตะกรอ้

จำกกำรศึกษำวิเครำะห์สมรรถภำพทำงกำยที่จำเป็นสำหรับกีฬำตะกร้อ พบว่ำมี

องค์ประกอบ ดังนี้

องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย รายการทดสอบ

1) องค์ประกอบของร่ำงกำย (Body วัดดชั นีควำมหนำแน่นในร่ำงกำย (BMI)

Composistion)

2) ควำมอ่อนตัว (Flexibility) นั่งงอตวั ไปข้ำงหนำ้

3) ควำมแข็งแรงของกล้ำมเน้ือ (Muscle ทดสอบควำมแข็งแรงของกล้ำมเน้ือขำ (Leg

Strength) Muscle Dynamometer)/วดั นอนยกตวั ด้ำนหลัง

(Back Lift)

4) ควำมอดทนของกล้ำมเนื้อ (Muscle ลุก-น่ัง 1 นำที (1-Minute Sit-up)/ดนั พนื้ 1 นำที

Endurance) (1-Minute Push-Ups)

5) ควำมอดทนของระบบไหลเวยี นเลือดและ กำรใช้พลงั งำนแบบใช้ออกซิเจนโดยขำ (Aerobic
ระบบหำยใจ (Cardiorespiratory Endurance) Capacity by Legs) ด้วยวธิ กี ำรของAstrand and

Ryhming

6) ควำมเรว็ (Speed) ทดสอบว่งิ ระยะ 40 เมตร

7) ควำมคล่องตวั (Agility) ก้ำวเต้น 20 วนิ ำที (Nine-Square 20 sec.)

8) พลงั กล้ำมเน้ือ (Power) ยืนกระโดดไกล/ยืนกระโดดสูง

9) กำรทรงตวั (Balance) Star excursion balance test

10) กำรประสำนสัมพนั ธ์ (Co-ordination) Body Coordination for Sport Fitness

11) เวลำปฏิกิริยำ (Reaction time) กำรทดสอบปฏิกิริยำตอบสนองโดยใช้เครือ่ ง

reaction timer

โดยมีรำยละเอียดกำรทดสอบ ดงั นี้

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 223

1) องค์ประกอบของรา่ งกาย (Body Composistion)
แบบทดสอบดัชนคี วามหนาแน่นของรา่ งกาย ( BMI )
วัตถุประสงค์ เพื่อช้วี ัดถึงควำมเหมำะสมของขนำด รปู รำ่ งแต่ละคน
อปุ กรณ์ เคร่อื งชัง่ น้ำหนัก วัดส่วนสงู
วิธีการ

1. ถอดรองเท้ำก่อนช่ังน้ำหนัก วัดส่วนสูง
2. ชดุ ทส่ี วมใสค่ วรมีน้ำหนักเบำ

สตู รคำนวณ ( BMI ) =น้ำหนกั ตัว ( กิโลกรมั ) / สว่ นสงู 2 ( เมตร )

ภาพผนวกที่ 1 แสดงกำรทดสอบดชั นีควำมหนำแน่นของร่ำงกำย (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 16)
เกณฑ์การประเมินผล

224

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสาํ หรบั มธั ยมศึกษา (อายุ 13-18 ปี)

(สำนกั วิทยำศำสตร์กำรกีฬำ กรมพลศึกษำ กระทรวงกำรท่องเทีย่ วและกีฬำ, 2559)

อายุ ผอม เพศชาย ทว้ ม อว้ น

(ป)ี ผอมมาก 12.03-17.42 สมส่วน 21.61-25.76 25.77 ขึน้ ไป
12.54-17.65 21.96-26.26 26.27 ขนึ้ ไป
13 12.02 ลงมำ 12.73-18.65 17.43-21.60 23.25-27.41 27.42 ขึน้ ไป
14 12.53 ลงมำ 13.31-18.57 17.66-21.95 23.61-28.20 28.21 ขนึ้ ไป
15 12.72 ลงมำ 13.89-19.06 18.66-23.24 23.83-28.69 28.70 ขึน้ ไป
16 13.33 ลงมำ 13.98-18.97 18.58-23.60 23.87-28.73 28.74 ขนึ้ ไป
17 13.88 ลงมำ 19.07-23.82
18.98-23.86
18 13.97 ลงมำ

ผอมมาก ผอม เพศหญิง ท้วม อ้วน

12.74 ลงมำ 12.75-17.36 สมส่วน 21.65-25.85 25.86 ขนึ้ ไป
13.19 ลงมำ 18.06-22.93 22.94-26.91 26.92 ขึน้ ไป
13.65 ลงมำ 19.66-23.80 17.37-21.64 23.81-27.89 27.90 ขึน้ ไป
13.88 ลงมำ 20.07-24.34 18.06-22.93 24.35-28.47 28.48 ขนึ้ ไป
13.92 ลงมำ 19.82-24.44 19.66-23.80 24.45-28.91 28.92 ขึน้ ไป
14.19 ลงมำ 19.86-24.62 20.07-24.34 24.63-29.40 29.41 ขนึ้ ไป
19.82-24.44
19.86-24.62

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 225

2) ความอ่อนตวั (Flexibility)
แบบทดสอบนง่ั งอตัวไปขา้ งหนา้ (Sit and Reach)
วัตถุประสงค์ เพื่อชี้วัดควำมยืดหยุ่นของกล้ำมเนื้อบริเวณ ต้นขำด้ำนหลัง และบริเวณหลัง
สว่ นล่ำง
เครื่องมือ 1. ม้ำวัดควำมอ่อนตัว 1 ตัว มีที่ยันเท้ำและมำตรวัดระยะทำงเป็น +30 ซม.
หรือ +35 ซม. และ -30 ซม. จุด “0” อยู่ตรงที่ยันเท้ำ

2. เส่อื พรม หรือกระดำน สำหรับรองนั่งพืน้
วิธีการ ใช้วิธนี ่งั งอตวั (Sit and ReachTest)

1. ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบนั่งเหยียดขำตรงสอดเท้ำเข้ำใต้ม้ำวัด โดยเท้ำท้ังสอง
ตั้งฉำกกบั พนื้ และ ชิดกัน ฝำำเท้ำจรดแนบกบั ทีย่ นั เท้ำ เหยียดตรงและขนำนกบั พนื้

2. ค่อยๆก้มตัวไปข้ำงหน้ำให้มอื อยู่บนม้ำวัดจนไมส่ ำมำรถกม้ ไปต่อได้
3. ให้ปลำยนิ้วมือเสมอกันและรักษำระยะทำงไว้ได้ 2 วินำทีขึ้นไป อ่ำนระยะ
จำกจุด “0”ถึงปลำย นิ้วมือ (ห้ำมโยกตัวหรืองอตัวแรงๆ) กำรบันทึก บันทึกระยะทำงเป็น
เซนติเมตร ถ้ำเหยียดปลำยนิว้ มือเลยปลำยเท้ำ บนั ทึกค่ำเปน็ + ถ้ำไม่ถงึ ปลำย เท้ำค่ำเป็น – ใช้
ค่ำทีด่ ีทีส่ ดุ จำกกำรทดสอบ 2 ครงั้

ภาพผนวกที่ 2 แสดงกำรทดสอบนั่งงอตวั ไปขำ้ งหน้ำ (ถำวร กมุทศรี, 2558: 18)

เกณฑก์ ารประเมินผล

ระดบั ชาย หญิง
20 ขึน้ ไป 20 ขึน้ ไป
ดีมำก 17 - 19 17 - 19
ดี 9 - 16 9 - 16
ปำนกลำง 6-8 6-8
ตำ่ 5 ลงมำ 5 ลงมำ
ต่ำมำก

226

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

3) ความแขง็ แรงของกล้ามเน้อื (Muscle Strength)
- แบบทดสอบแรงเหยียดขา (Leg Press)
จดุ ประสงค์ เพื่อประเมินควำมแขง็ แรงของกล้ำมเนือ้ ต้นขำดำ้ นหน้ำและกล้ำมเนือ้ ก้น
เครือ่ งมือ Back and Leg Dynamometer
วิธีการ 1. ต้ังระดบั ตัวเลขบนเครื่องให้อยทู่ ีศ่ ูนย์ (0)

2. ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบยืนบนเครื่อง แล้วย่อเข่ำพร้อมกบั จับที่ดึงของเครอ่ื ง
ปรับระดบั มมุ ข้อเข่ำให้อยู่ในตำแหน่งพร้อม

3. ให้ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบออกแรงดึงจนโซต่ รึงและออกแรงเตม็ ที่จนได้ค่ำมำก
ทีส่ ดุ

4. ทำกำรทดสอบสองครงั้ ใช้ค่ำที่มำกที่สดุ
การบันทึก บนั ทึกผลจำกกำรวดั เป็นกิโลกรมั นำผลทีไ่ ดม้ ำหำรดว้ ยน้ำหนักตวั ผู้เข้ำรับกำร
ทดสอบ

ภาพผนวกที่ 3 แสดงกำรทดสอบแรงเหยียดขำ (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 22)

เกณฑ์การประเมินผล

ระดบั ชาย หญิง
ดมี ำก 2.76 ขนึ้ ไป 2.79 ขนึ้ ไป
ดี 2.42 - 2.75 2.44 - 2.78
ปำนกลำง 1.70 - 2.41 1.71 - 2.43
ต่ำ 1.33 - 1.69 1.34 - 1.70
ต่ำมำก 1.32 ลงมำ 1.33 ลงมำ

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 227

- นอนยกตวั ด้านหลัง (Back Lift)
จดุ ประสงค์ เพือ่ ประเมินควำมแขง็ แรงของกล้ำมเนือ้ ต้นขำดำ้ นหน้ำและกล้ำมเนือ้ ก้นที่เหยียด
เครือ่ งมือและอปุ กรณ์

- โต๊ะขนำดควำมยำว 1.50 เมตร สูง 1 เมตร - เก้ำอี้ - นำฬิกำจบั เวลำ - สำยรดั ขำ
วิธีการ 1. ผู้เข้ำรับกำรทดสอบนอนคว่ำบนโต๊ะให้ช่วงล่ำงของร่ำงกำย ตัวและสะโพก
วำงบนโต๊ะ และลำตัวชว่ งบนยื่นออกไปนอกโต๊ะ

2. มือทั้งสองแตะหัวไหล่
3. เมื่อพร้อมให้ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบเอำแขนท้ังสองข้ำงไขว้กันที่หน้ำอกโดยให้
มือทั้ง สองข้ำงแตะไหล่ด้ำนตรงกันข้ำม พร้อมกับยกตัวให้สูงขึ้นเหนือระดับพื้นโต๊ะให้ค้ำงไว้
นำนที่สดุ และถ้ำด้ำนหลงั ของลำตัวลดระดบั ลงตำ่ กว่ำพ้นโต๊ะให้หยดุ เวลำ
การบนั ทึก บนั ทึกผลจำกกำรวัดเป็น (นำที ,วินำที)

ภาพผนวกที่ 4 แสดงกำรทดสอบนอนยกตวั ด้ำนหลงั (ถำวร กมุทศรี, 2558: 23)

เกณฑ์การประเมินผล ชาย หญิง
1.96 ขนึ้ ไป 2.50 ขนึ้ ไป
ระดับ 1.77 - 1.95 2.04 - 2.49
ดมี ำก 1.36 - 1.76 0.93 - 2.03
ดี 1.15 - 1.35 0.47 - 0.92
ปำนกลำง 1.14 ลงมำ 0.46 ลงมำ
ตำ่
ต่ำมำก

228

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

4) ความอดทนของกล้ามเนอ้ื (Muscle Endurance)
ดันพื้น 1 นาที (1-Minute Push-Ups)
วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ช้วี ดั ถึงควำมแขง็ แรงอดทนของกลุ่มกล้ำมเนือ้ แขนไหลแ่ ละหน้ำอก
เครือ่ งมือ 1. นำฬิกำจบั เวลำ 2. เบำะรองพืน้
วิธีการ 1. นอนคว่ำเหยียดขำปลำยเท้ำชิดกันแตะพืน้ เหยียดแขนตรงฝ่ำมือควำ่ แตะ
พนื้ ปลำยนิว้ ช้ีไป ข้ำงหน้ำ

2. ผ่อนแรงแขนลดลำตวั ให้ต่ำลงหน้ำอกเกอื บชดิ พืน้ หรือให้ศอกเปน็ มมุ ฉำก
แล้วยกตัวขึ้นมำ ใหม่เหมือนท่ำเรม่ิ

3. ทำต่อเนือ่ งอย่ำงถกู ต้องและรวดเร็วมำกทีส่ ดุ ภำยในเวลำ 1 นำที
การบนั ทึก นบั จำนวนครง้ั ทีท่ ำได้ภำยในระยะเวลำ 1 นำทีแลว้ บันทึกผล

ภาพผนวกที่ 5 แสดงกำรทดสอบดันพืน้ 1 นำที (ถำวร กมุทศรี, 2558: 24)

เกณฑก์ ารประเมินผล

ระดบั ชาย หญิง
ดมี ำก 44 ขนึ้ ไป 37 ขนึ้ ไป
ดี 37 - 43 31 - 36
ปำนกลำง 22 - 36 16 - 30
ตำ่ 15 - 21 10 - 15
ตำ่ มำก 14 ลงมำ 9 ลงมำ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 229

ลกุ -น่งั 1 นาที (1-Minute Sit-up)
วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ช้วี ัดควำมแขง็ แรงอดทนของกล้ำมเนือ้ ท้อง
เครื่องมือ 1. นำฬิกำจับเวลำ 1 เรือน 2. เบำะรอง 1 ผืน
วิธีการ 1. จัดผเู้ ข้ำรับกำรทดสอบเปน็ คู่ ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบนอนหงำยบนเบำะรอง
พนื้ งอเข่ำตั้งข้นึ เป็นมมุ ฉำก ผู้ช่วยทำกำรทดสอบนงั่ คุกเข่ำบริเวณเท้ำ พร้อมกบั กดบรเิ วณ
หลงั เท้ำของผู้เข้ำรับกำรทดสอบ

2. ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบเอำมือทั้งสองข้ำงประสำนนวิ้ บริเวณท้ำยทอย
3. เมื่อพร้อมแลว้ ให้สญั ญำณ “เริม่ ” ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบยกลำตัวชว่ งบนขนึ้ สู่
ท่ำนง่ั ให้ลำตวั ชว่ ง บนต้ังฉำกกบั พืน้ เอำศอกขวำแตะเข่ำซ้ำย
4. จำกน้ันปลอ่ ยตวั นอนให้หลงั ทำบกบั เบำะเตม็ แผ่นหลงั แล้วกลับลกุ ขนึ้ สทู่ ่ำ
นั่งเอำศอกซ้ำยแตะ เข่ำขวำและทำต่อเนื่องอย่ำงถกู ต้อง กำรบันทึก ทำให้ได้จำนวนครง้ั มำก
ที่สดุ และถกู ต้องภำยใน 1 นำที

ภาพผนวกที่ 6 แสดงกำรทดสอบลุก-นั่ง 1 นำที (ถำวร กมุทศรี, 2558: 25)

เกณฑก์ ารประเมินผล

ระดับ ชาย หญิง
ดมี ำก 43 ขนึ้ ไป 47 ขนึ้ ไป
ดี 37 - 42 42 - 46
ปำนกลำง 20 - 36 29 - 41
ต่ำ 14 - 19 24 - 28
ตำ่ มำก 13 ลงมำ 23 ลงมำ

230

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

5) ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ (Cardiorespiratory
Endurance)
สมรรถภาพการใช้พลงั งานแบบใช้ออกซิเจนโดยขา (Aerobic Capacity by Legs)
วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ช้วี ัดถึงสมรรถภำพกำรใช้ออกซิเจนสูงสุด
เครื่องมือ 1. จกั รยำนวัดงำน (Bicycle Ergometer) 2. เครอ่ื งต้ังจงั หวะ 3. หูฟงั

4. นำฬิกำจับเวลำ
วิธีการ ใช้วิธกี ำรของAstrand and Ryhming

1. ให้ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบขนึ้ น่ังบนอำน จดั ระดับอำนให้พอเหมำะ (ขำยืดสุด
และเข่ำงอเลก็ น้อย)

2. ตั้งจังหวะ 50 รอบตอ่ นำที ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบรกั ษำควำมเรว็ คงที่
3. ให้น้ำหนักถว่ งขึ้นอยู่กับ อำยุ เพศ สภำพของผู้เข้ำรับกำรทดสอบ ปกติชำย
1.5-2 กิโลปอนด์ หญิง 1-1.5 กิโลปอนด์ ถ้ำเป็นนักกีฬำควรดูจำกปริมำณของกำรฝึกซ้อม
หรือนำ้ หนักถว่ งเดมิ
4. เริ่มจับเวลำเมื่อผู้เข้ำรับกำรทดสอบปั่นตำมน้ำหนักถ่วงตำมที่กำหนด และ
สำมำรถรกั ษำระดับควำมเรว็ คงที่
5. นับอัตรำกำรเต้นของหัวใจทุก 1 นำที (นับจำกวินำทีที่ 45 ถึงวินำทีที่ 60
โดยใช้หฟู งั จับอตั รำกำรเต้นของหัวใจ 30 คร้ัง ใช้เวลำกี่วินำที แล้วเทียบตำรำง สำหรับผู้เข้ำ
รับกำรทดสอบชำย ควรฟงั ที่ Apex Beat และสำหรับผู้เข้ำรบั กำรทดสอบหญงิ ควรฟังที่ Carotid
Artery
6. บนั ทึกอตั รำกำรเต้นของหัวใจทุกคร้ังเป็นเวลำ 6 นำที ถ้ำถึงนำทีที่ 2 อัตรำ
กำรเต้นของหัวใจ ยังตำ่ กว่ำ 120 คร้ังต่อนำที ให้เพิ่มน้ำหนักถ่วงอีก 0.5 กิโลปอนด์ เพิ่มเวลำ
ทดสอบอีก 1 นำที และจับตอ่ ทกุ นำที แล้วนำอัตรำกำรเต้นของหัวใจในช่วง 2 นำทีสุดท้ำย มำ
หำค่ำเฉลย่ี (ถ้ำ อตั รำกำรเต้นของหวั ใจคงที่ หรือมีควำมตำ่ งไมเ่ กิน ±5 ครง้ั ต่อนำที)
การบันทึก 1. บันทึกอัตรำกำรเต้นของหัวใจคงที่ อ่ำนตำรำงหำค่ำสมรรถภำพกำรใช้
ออกซิเจน จำกอัตรำกำร เต้นของหัวใจและน้ำหนักถว่ ง
2. เทียบจำกน้ำหนักตัว และค่ำปัจจยั ที่เกี่ยวข้องกับอำยุ (Age Factor) เปน็

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 231

สมรรถภำพกำรใช้ ออกซิเจนสูงสดุ มีหน่วยเปน็ มิลลลิ ติ ร/กิโลกรัม/นำที

ภาพผนวกที่ 7 แสดงกำรทดสอบ Astrand and Ryhming (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 25)

เกณฑ์การประเมินผล ชาย หญิง
44 ขนึ้ ไป 44 ขนึ้ ไป
ระดับ 41 - 43 41 - 43
ดมี ำก 32 - 40 33 - 40
ดี 29 - 31 30 - 32
ปำนกลำง 28 ลงมำ 29 ลงมำ
ตำ่
ต่ำมำก

232

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

6) ความเรว็ (Speed)
แบบทดสอบวิ่งเรว็ 40 เมตร (40-Meter Sprint)
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อช้วี ดั ถึงควำมเร็ว
เคร่อื งมือ 1. นำฬิกำจบั เวลำอ่ำนละเอียด 1/100 วินำที 2. ลวู่ ิง่ ระยะทำง 100 เมตร มีเส้น
เริม่ และเส้นชยั 3. ธงปลอ่ ยตวั สีแดง
วิธีกำร 1. เมือ่ ปลอ่ ยตัวให้สัญญำณ “เข้ำที”่ ให้ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบยืนดว้ ยปลำยเท้ำ
ข้ำงใดข้ำงหนึง่ ชิด เสน้ เริม่ ย่อตวั เล็กน้อย (แตไ่ มใ่ ช่กำรย่อตวั ในท่ำออกวิ่ง)

2. เมือ่ ได้ยินสัญญำณปลอ่ ยตวั ให้ออกวิง่ เตม็ ทีจ่ นผ่ำนเข้ำเสน้ ชัย กำรบันทึก
จบั เวลำเริม่ วิ่งต้ังแต่เรม่ิ วิง่ จนถึงเสน้ ชัย บันทึกผลเปน็ ทศนิยม 2 ตำแหน่งของวินำที

ภาพผนวกที่ 8 แสดงกำรทดสอบวิ่งเร็ว 40 เมตร (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 33)

เกณฑก์ ารประเมินผล ชาย หญิง
5.29 ลงมำ 6.42 ลงมำ
ระดับ 5.30 - 6.24 6.43 - 6.99
ดมี ำก 6.25 - 8.13 7.00 - 8.12
ดี 8.1 - 9.06 8.13 - 8.67
ปำนกลำง 9.07 ขนึ้ ไป 8.68 ขนึ้ ไป
ต่ำ
ตำ่ มำก

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 233

7) ความคล่องตวั (Agility)
กา้ วเต้น 20 วินาที (Nine-Square 20 sec.)
วตั ถุประสงค์ เพือ่ ช้วี ดั ถึงควำมแคล่วคล่องว่องไว
เครื่องมือ 1. ทำตำรำงส่เี หล่ยี มจตุรสั 120 x 120 ซม. (สำหรับหญงิ ) ขนำด 150 x 150
ซม. (สำหรบั ชำย) แล้วแบ่งภำยในดว้ ยเส้นขนำนเป็น 9 ช่องเท่ำๆกัน

2. นำฬิกำจบั เวลำ
วิธีการ 1. ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบยืนในช่องส่เี หลย่ี มมมุ ซ้ำย ตำมรปู 1

2. ก้ำวเท้ำขวำไปลงมมุ ขวำข้ำงตวั รูป 2
3. ชักเท้ำซำ้ ยตำมมำ รปู 3
4. ก้ำวเท้ำขวำไปลงมุมขวำข้ำงหน้ำ รปู 4
5. ชกั เท้ำซำ้ ยตำมมำ รปู 5
6. ก้ำวเท้ำซ้ำยไปลงมุมซ้ำย รปู 6
7. ชักเท้ำขวำตำมไป รูป 7
8. ก้ำวเท้ำซ้ำยไปลงมมุ หลัง รปู 8 (มมุ เริ่มต้น) แล้วชักเท้ำขวำตำมไป แล้ว
กลับทำเหมือนตอน เริ่มต้น ทำเรื่อยไปเช่นนใี้ ห้เร็วที่สุด หยุดจบั เวลำที่ 10 วินำที แล้วทำกลบั ใน
ทำงตรงข้ำม 10 วินำที กำรบนั ทึก เท้ำสองข้ำงลงพนื้ แตล่ ะช่องนับเป็น 1 ครงั้ บนั ทึกจำนวนคร้ัง
ทีก่ ้ำวได้ท้ังซำ้ ย-ขวำ รวมกันเปน็ ครงั้ ต่อ 20 วินำที

ภาพผนวกที่ 9 แสดงกำรทดสอบก้ำวเต้น 20 วินำที (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 31)

234

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

เกณฑ์การประเมินผล ชาย หญิง
44 ขนึ้ ไป 43 ขนึ้ ไป
ระดับ 41 - 43 40 - 42
ดมี ำก 32 - 40 34 - 39
ดี 29 - 31 31 - 33
ปำนกลำง 28 ลงมำ 30 ลงมำ
ต่ำ
ตำ่ มำก

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 235

8) พลงั (Power)
การทดสอบยืนกระโดดไกล(Standing board jump)
ค่ำควำมเชื่อมั่น = .963 ค่ำควำมเทีย่ งตรง = .607 Johnson (1986)
วิธีปฏิบัติ

ให้ผู้ทดสอบยนื ปลำยเท้ำท้ัง สองข้ำงชิดเสน้ เริ่ม เหวี่ยงแขนทั้งสองไปขำ้ งหลงั พร้อมก้ม
ตวั เมือ่ ได้จงั หวะเหวีย่ งแขนไปข้ำงหน้ำอย่ำงแรงพร้อมกบั กระโดดด้วยเท้ำท้ังสองไปขำ้ งหน้ำให้
ไกลท่สี ุด กำรทดสอบจะทดสอบ 3 ครงั้ เอำระยะที่ ไกลท่สี ุด (Robertson, 1987)

ภาพผนวกที่ 10 แสดงกำรทดสอบยืนกระโดดไกล (ถำวร กมุทศรี, 2558: 25)

เกณฑ์การประเมินผล ชาย หญิง
260 ขนึ้ ไป 190 ขนึ้ ไป
ระดบั 237 - 259 179 - 189
ดมี ำก 192 - 236 160 - 178
ดี 169 - 191 149 - 159
ปำนกลำง 168 ลงมำ 148 ลงมำ
ต่ำ
ตำ่ มำก

236

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

- ยืนกระโดดสงู (Vertical Jump Test)
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อช้วี ัดถึงพลังกล้ำมเนือ้ ขำ
เครือ่ งมือ เครอ่ื งมือวัดระยะกำรกระโดดสงู (Yardstick) หรือกระโดดแตะฝำผนงั
วิธีการ 1. ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบยืนตรง โดยแขนข้ำงที่ถนัดยกขึ้นเหนือศีรษะแขนชิดหู
แขนอีก ข้ำงจับเอว

2. ให้เดนิ ผ่ำนเสำ Yardstick โดยใช้มอื ปดั กำ้ นบอกระยะควำมสงู
3. ให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบยืนในท่ำเริม่ ต้นแล้วย่อเข่ำกระโดดขนึ้ ให้สูงทีส่ ดุ โดย
ใช้มอื ปัด ก้ำนบอกระยะควำมสูง
4. ให้ทดสอบ 3 ครงั้ ใช้ค่ำทีก่ ระโดดไดส้ งู ที่สุด
การบนั ทึก บันทึกผลเปน็ เซนติเมตร นำค่ำที่กระโดดได้สูงที่สุดนำมำลบกับค่ำที่ยืนยกแขนปัด
ก้ำนบอกระยะ ควำมสงู

ภาพผนวกที่ 11 แสดงกำรทดสอบยืนกระโดดสงู (ถำวร กมทุ ศรี, 2558: 26)

ระดับ ชาย หญิง
ดมี ำก 44 ขนึ้ ไป 43 ขนึ้ ไป
ดี 41 - 43 40 - 42
ปำนกลำง 33 - 40 34 - 39
ตำ่ 30 - 32 31 - 33
ตำ่ มำก 29 ลงมำ 30 ลงมำ

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 237

9) การทรงตัว (Balance)
การประเมินการทรงตวั ดว้ ยวิธี Star excursion balance test
วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ประเมินกำรทรงตวั
เครื่องมือ ใช้เทปกำวยำวเส้นละ 8 ฟุต จำนวน 4 เส้นติดที่พื้นใน ลักษณะ + และ x โดย
แตล่ ะเสน้ ทำมุม 45 องศำ
วิธีการ ผู้ถกู ทดสอบยืนขำขำ้ งเดยี วที่จุดศูนย์กลำงของเทปกำวทั้งหมด ส่วนขำอีกข้ำง
หนึง่ ก้ำวออกไปตำมแนวเทปกำวทิศทำงใด ทิศทำงหนึง่ ให้ไกลทีส่ ุด ใช้ปลำยเท้ำแตะพืน้ จำกนั้น
นำเท้ำกลบั สจู่ ุดเริ่มต้นทกุ ครั้ง ก่อนก้ำวเท้ำไปในทิศทำงต่อไป โดยรักษำ กำรทรงตัวให้อยู่นิ่ง
(ทิศทำงได้แก่ ด้ำนข้ำง ด้ำนเฉียงขึ้นข้ำง บน ด้ำนเฉียงลงล่ำง ด้ำนตรงข้ำงหน้ำ ด้ำนตรงข้ำง
หลัง) เมือ่ เสรจ็ แล้วเปลย่ี นทดสอบขำอีกข้ำงหนึ่ง
บนั ทึกผล วัดระยะจำกจุดศูนย์กลำงไปยังจุดทีป่ ลำยเท้ำแตะพนื้

ภาพผนวกที่ 12 แสดงกำรทำท่ำ star excursion balance test (สำนกั วิทยำศำสตร์กำรกีฬำ
กรมพลศึกษำ กระทรวงกำรท่องเที่ยวและกีฬำ, 2560)

เกณฑก์ ารประเมินผล
เกณฑ์ผ่าน ถ้ำผู้ถูกทดสอบลงน้ำหนักเท้ำที่ก้ำวออกไป หรือต้องกำรพัก เสียกำรทรงตัว
หรือไม่สำมำรถนำเท้ำกลับมำสู่จุดเริ่มต้นได้ ให้เริ่มทำกำรทดสอบใหม่ นำผลกำรทดสอบมำ
เปรยี บเทียบ กำรทรงตวั ระหว่ำงขำขวำและขำซ้ำย

หมายเหตุ กำรที่ผู้ถูกทดสอบไม่สำมำรถก้ำวเท้ำไปได้ไกล อำจเกิดจำก กล้ำมเนื้อก้นไม่แข็งแรง (gluteal
muscle) หรือ dysfunction dynamic balance ซึง่ กำรสูญเสียควำมสมดุลกำรทรงตัวระหว่ำงขำท้ัง 2 ข้ำง ทำ
ใหเ้ กิดโอกำสเสี่ยงสงู ต่อกำรบำดเจ็บ

238

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

10) การประสานสมั พันธ์ (Co-ordination)

Body Coordination for Sport Fitness

วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ประเมินกำรประสำนสัมพันธ์

อุปกรณ์: นำฬิกำจบั เวลำ บนั ไดลิง ควำมยำว 6 เมตร
วิธีการ ผู้ถกู ทดสอบยืนขำคู่ แยกเท้ำเลก็ น้อย ให้สัญญำณเริ่ม ให้เคล่ือนที่ไปตำมช่อง

บันไดลิง โดยเริ่มลงเท้ำข้ำงที่ถนัด และตำมด้วยข้ำงไม่ถนัด ปฏิบัติด้วยควำมรวดเร็วและ

ถกู ต้อง จนครบทุกชอ่ ง (ไป-กลับ) จับเวลำส้ินสุด (หมายเหตุ กรณีไม่ถูกต้องให้กลับไปเริ่มที่

จดุ เริ่มต้น)

บนั ทึกผล บันทึกเวลำส้ินสุดกำรทดสอบ (วินำที)

ภาพผนวกที่ 13 แสดงกำรทดสอบลกุ -น่ัง 1 นำที (https://www.sports-training-

adviser.com/body-coordination.html, 2558)

เกณฑก์ ารประเมินผล

ระดบั ชาย หญิง
ดมี ำก 15 วินำที ลงมำ 20 วินำที ลงมำ
ดี 16-20 วินำที 21-25 วินำที
ปำนกลำง 21-25 วินำที 26-30 วินำที
ตำ่ 26-30 วินำที 31-35 วินำที
ต่ำมำก มำกกว่ำ 30 วินำที มำกกว่ำ 35 วินำที

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 239

11) เวลาปฏิกิริยา (Reaction time)

การทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองโดยใช้เครื่อง reaction timer
อปุ กรณ์: เครอ่ื งวัดปฏิกริ ิยำตอบสนอง (muti choice reaction timer)
ผู้บันทึก: 1 คน
วิธีทดสอบ:

-เปิดเครือ่ ง ต้ังเวลำ และ reset เคร่อื ง
- เลือกควำมละเอียดในเศษส่วนของเวลำ (seconds step) 1/10, 1/100 หรือ 1/1000
วินำที ตำมควำมต้องกำร
-เลือกตัวเร้ำที่ต้องกำรทดสอบ ซึ่งอำจเป็นแสง เสียง หรือสี ซึ่งอำจมีตำแหน่งเดียว
หรือหลำยตำแหน่งไดแ้ ล้วแตว่ ัตถุประสงค์ของกำรทดสอบ โดยต่อสำยตัวกระตุ้นและสวิทซ์รับ
สัญญำณ (contact switch) ที่ต้องกำรเข้ำพ่วงกบั เคร่อื งทดสอบให้ถกู ต้อง
-ให้ผู้รบั กำรทดสอบ นัง่ หรือยนื หน้ำเครือ่ ง ในระยะที่กำหนดให้ถนัด
-เมื่อได้ยิน หรือเห็น ส่ิงเร้ำ ให้เคบื่อนที่ (มือหรือเท้ำ) ไปสัมผัสแท่นหรือสวิทซ์รับ
สญั ญำณให้ไดถ้ กู ต้องอย่ำงเรว็ ทีส่ ุด
-ทำกำรทดสอบหลำยๆครงั้ (เช่น 15 ครงั้ ) เพือ่ นำมำหำค่ำเฉล่ยี
การบนั ทึก: บนั ทึกผลเปน็ เศษสว่ นของวินำที (ตำมทีก่ ำหนดไว้แต่แรก)

(ไกรวชั ร ธีรเนตร, 2541: 186)

ภาพผนวกที่ 14 แสดงเคร่อื งวดั ปฏิกริ ิยำตอบสนองมือ-ตำ-เท้ำ GRAND SPORT 383059.
(ทีม่ ำ: NEIGHBOR SPORT NEIGHBOR GROUP LIMITED PARTNERSHIP, 2560)

240

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

ภาคผนวก ข
แบบทดสอบทักษะตะกรอ้ พื้นฐาน

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 241

รายละเอียดรายการทดสอบทักษะกฬี าตะกรอ้
ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์. (2552). การสร้างแบบทดสอบทกั ษะกฬี าเซปคั ตะกร้อสาํ หรับ

นสิ ิต มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน. ภำควิชำพลศึกษำและ
กีฬำ คณะศึกษำศำสตร์และพัฒนศำสตร์ มหำวิทยำลยั เกษตรศำสตร์ วิทยำเขต
กำแพงแสน.

รายการทดสอบที่ 1 ชือ่ แบบทดสอบทกั ษะกำรเดำะลูกด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน (ลกู แป)
วัตถุประสงค์ เพือ่ ทดสอบทกั ษะกำรควบคุมลกู ตะกร้อดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน (ลกู แป)
ค่าความเทีย่ งตรง เท่ำกบั 1.00 คา่ ความเชื่อถือได้ เท่ำกบั .95
คา่ ความเป็นปรนยั เท่ำกบั 1.00

ผใู้ หก้ ารทดสอบ 6.10 ม.
ผู้รับการทดสอบ

6.10 ม.

วิธดี ําเนินการ
1. ใหผ้ ู้เข้ำรบั กำรทดสอบยืนเตรียมควำมพร้อมในสนำมทีจ่ ุดใดก็ได้ ถือลูกตะกร้อ 1 ลูก
2. ผู้ให้กำรทดสอบใหส้ ญั ญำณนกหวดี เริม่ ทำกำรทดสอบและกดนำฬิกำจับเวลำ
3. เมือ่ ผู้รบั กำรทดสอบได้ยินสญั ญำณนกหวดี เริ่มใหโ้ ยนลกู ตะกร้อหรือปล่อยลูกตะกร้อแล้วใช้ข้ำง

เท้ำด้ำนใน (ลกู แป) ที่ถนดั เดำะลกู ตะกร้อ ใหไ้ ด้จำนวนครั้งมำกท่สี ดุ ในเวลำ 1 นำที
4. ผู้รับกำรทดสอบสำมำรถใช้ส่วนอื่นๆของเท้ำ หรือของร่ำงกำยที่ถูกต้องตำมกติกำกีฬำตะกร้อ

เช่น เข่ำ หลังเท้ำ ศรี ษะ ช่วยไม่ให้ลกู ตะกร้อตกพื้นได้แต่ไม่นับจำนวนครั้ง จะนับแต่กำรเดำะด้วยลูกข้ำงเท้ำ
ด้ำนใน (ลกู แป) เท่ำนั้น

5. กรณีผู้รับกำรทดสอบเตะลูกตะกร้อออกนอกสนำม ผู้ให้กำรทดสอบจะขำนวำ่ “ออกนอกสนำม”
และไม่นบั จำนวนคร้ังทีอ่ อกนอกสนำมให้ จนกว่ำให้ผู้รับกำรทดสอบจะกลับเข้ำมำในสนำมเพื่อเดำะต่อและ
นบั จำนวนคร้ังต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

6. ผู้ให้กำรทดสอบเป่ำสญั ญำณนกหวดี หมดเวลำ ใหผ้ ู้รบั กำรทดสอบหยดุ กำรปฏิบัติทันที

242

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

ระเบียบการทดสอบ
1. ผู้รับกำรทดสอบจะต้องอยู่ในบริเวณสนำมกีฬำทีก่ ำหนดเท่ำนั้น
2. กำรเตะต้องใหล้ กู ตะกร้อลอยสงู ถึงระดับเอว หรือสงู กว่ำ จึงจะนบั จำนวนคร้ัง
3. กรณีลูกตกสู่พืน้ ก่อนหมดเวลำ ให้หยิบขึ้นมำแล้วเตะต่อ นับจำนวนครั้งต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

จึงจะหยุด
4. กำรนับจำนวนคร้ังให้นับต้ังแต่ได้รับสัญญำณเริ่ม ผู้รับกำรทดสอบโยนหรือปล่อยลูกตะกร้อ

กระทบเท้ำ แล้วลอยขนึ้ มำสู่ระดบั เอวหรือสูงกว่ำใหน้ ับ ถ้ำต่ำกว่ำไม่นบั

การใหค้ ะแนน ใหบ้ นั ทึกจำนวนครั้งทีเ่ ตะได้ ตั้งแต่ใหส้ ญั ญำณ เริม่ จนกระทัง่ หมดเวลำ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน จาํ นวนครง้ั ที่ปฏิบัติได้
เกณฑ์คะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 30 ครั้งข้นึ ไป 10 ครั้งข้นึ ไป
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 25-29 ครั้ง 8-9 ครั้ง
ปรบั ปรุง (1 คะแนน)
20-24 ครั้ง 6-7 คร้ัง

15-19 ครั้ง 4-5 คร้ัง

10-14 คร้ัง 2-3 ครั้ง

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 243

รายการทดสอบที่ 2 แบบทดสอบทกั ษะการเดาะลูกดว้ ยหลังเท้า
วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ทดสอบทกั ษะกำรควบคุมเลน่ ลูกตะกร้อดว้ ยหลังเท้ำ
คา่ ความเทีย่ งตรง เท่ำกับ 1.00 ค่าความเชื่อถือได้ เท่ำกับ .92
คา่ ความเปน็ ปรนยั เท่ำกบั .98

ผ้ใู ห้การทดสอบ 6.10 ม.
ผรู้ ับการทดสอบ

6.10 ม.

วิธดี ําเนินการ
1. ใหผ้ ู้เข้ำรับกำรทดสอบยืนเตรียมควำมพร้อมในสนำมทีจ่ ดุ ใดกไ็ ด้ ถือลูกตะกร้อ 1 ลูก
2. ผู้ให้กำรทดสอบใหส้ ญั ญำณนกหวดี เริ่มทำกำรทดสอบและกดนำฬิกำจับเวลำ
3. เมื่อผู้รับกำรทดสอบได้ยินสัญญำณนกหวดี เริม่ ใหโ้ ยนลกู ตะกร้อหรือปล่อยลูกตะกร้อแล้วใช้หลัง

เท้ำที่ถนดั เดำะลกู ตะกร้อ ใหไ้ ด้จำนวนคร้ังมำกท่สี ดุ ในเวลำ 1 นำที
4. ผู้รับกำรทดสอบสำมำรถใช้ส่วนอื่นๆของเท้ำ หรือของร่ำงกำยที่ถูกต้องตำมกติกำกีฬำตะกร้อ

เช่น ข้ำงเท้ำด้ำนใน เข่ำ หรือ ศรี ษะ ช่วยไม่ให้ลูกตะกร้อตกพนื้ ได้แตไ่ ม่นับจำนวนคร้ัง จะนับแต่กำรเดำะด้วย
ลูกหลงั เท้ำ เท่ำนั้น

5. กรณีผู้รบั กำรทดสอบเตะลูกตะกร้อออกนอกสนำม ผู้ให้กำรทดสอบจะขำนวำ่ “ออกนอกสนำม”
และไม่นบั จำนวนครั้งทีอ่ อกนอกสนำมให้ จนกว่ำให้ผู้รับกำรทดสอบจะกลับเข้ำมำในสนำมเพื่อเดำะต่อและ
นับจำนวนครั้งต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

6. ผู้ให้กำรทดสอบเป่ำสญั ญำณนกหวดี หมดเวลำ ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบหยดุ กำรปฏิบตั ิทนั ที

ระเบียบการทดสอบ
1. ผู้รบั กำรทดสอบจะต้องอยู่ในบริเวณสนำมที่กำหนดเท่ำนั้น
2. กำรเตะต้องใหล้ กู ตะกร้อลอยสูงถึงระดบั เข่ำข้ำงเท้ำที่ใช้เตะหรือสูงกว่ำจึงจะนบั จำนวนคร้ัง
3. กรณีลูกตกสู่พนื้ ก่อนหมดเวลำ ให้หยิบขึ้นมำแล้วเตะต่อ นับจำนวนคร้ังต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

จึงจะหยดุ
4. กำรนับคะแนนใหน้ บั ตั้งแต่ได้รบั สญั ญำณนกหวดี เริม่ ผู้รับกำรทดสอบโยนหรือปล่อยลูกตะกร้อ

ลกู ตะกร้อกระทบเท้ำแล้วลอยขนึ้ มำสู่ระดับเข่ำหรือสงู กว่ำใหน้ ับ ถ้ำต่ำกว่ำ ไม่นับ

244

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

การใหค้ ะแนน ใหบ้ ันทึกจำนวนคร้ังที่เตะได้ ตั้งแต่ใหส้ ญั ญำณนกหวดี เริ่ม จนกระทงั่ หมดเวลำ

เกณฑก์ ารให้คะแนน จาํ นวนครงั้ ที่ปฏิบตั ิได้
เกณฑ์คะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 30 ครั้งข้นึ ไป 10 คร้ังข้นึ ไป
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 25-29 คร้ัง 8-9 คร้ัง
ปรับปรงุ (1 คะแนน)
20-24 คร้ัง 6-7 คร้ัง

15-19 คร้ัง 4-5 คร้ัง

10-14 ครั้ง 2-3 ครั้ง

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 245

รายการทดสอบที่ 3 แบบทดสอบทกั ษะการเดาะลกู ด้วยเข่า
วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ทดสอบทกั ษะกำรควบคุมลกู ตะกร้อดว้ ยเข่ำ
คา่ ความเทีย่ งตรง เท่ำกบั 1.00 คา่ ความเชือ่ ถือได้ เท่ำกับ .82
ค่าความเปน็ ปรนยั เท่ำกบั .99

ผใู้ ห้การทดสอบ 6.10 ม.
ผรู้ ับการทดสอบ

6.10 ม.

วิธดี ําเนินการ
1. ใหผ้ ู้เข้ำรับกำรทดสอบยืนเตรียมควำมพร้อมในสนำมที่จุดใดก็ได้ ถือลูกตะกร้อ 1 ลูก
2. ผู้ให้กำรทดสอบใหส้ ญั ญำณนกหวดี เริม่ ทำกำรทดสอบและกดนำฬิกำจับเวลำ
3. เมื่อผู้รับกำรทดสอบได้ยินสญั ญำณนกหวดี เริม่ ใหโ้ ยนลกู ตะกร้อหรือปล่อยลูกตะกร้อแล้วใช้เข่ำ

ข้ำงที่ถนดั เดำะลูกตะกร้อ ใหไ้ ด้จำนวนครั้งมำกท่สี ุดในเวลำ 1 นำที
4. ผู้รับกำรทดสอบสำมำรถใช้ส่วนอื่นๆของเท้ำ หรือของร่ำงกำยที่ถูกต้องตำมกติกำกีฬำตะกร้อ

เช่น ข้ำงเท้ำด้ำนใน หลังเท้ำ หรือ ศรี ษะ ช่วยไม่ให้ลูกตะกร้อตกพืน้ ได้แตไ่ ม่นับจำนวนครั้ง จะนับแต่กำรเดำะ
ด้วยลูกด้วยเข่ำ เท่ำน้ัน

5. กรณีผู้รับกำรทดสอบเตะลกู ตะกร้อออกนอกสนำม ผู้ให้กำรทดสอบจะขำนวำ่ “ออกนอกสนำม”
และไม่นบั จำนวนคร้ังทีอ่ อกนอกสนำมให้ จนกว่ำให้ผู้รับกำรทดสอบจะกลับเข้ำมำในสนำมเพื่อเดำะต่อและ
นับจำนวนคร้ังต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

6. ผู้ให้กำรทดสอบเป่ำสญั ญำณนกหวดี หมดเวลำ ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบหยุดกำรปฏิบัติทันที

ระเบียบการทดสอบ
1. ผู้รบั กำรทดสอบจะต้องอยู่ในบริเวณสนำมกีฬำทีก่ ำหนดเท่ำนั้น
2. กำรเดำะต้องใหล้ ูกตะกร้อลอยสูงถึงระดับอก หรือสงู กว่ำ จึงจะนับจำนวนครั้ง
3. กรณีลกู ตกสู่พนื้ ก่อนหมดเวลำ ให้หยิบขึ้นมำแล้วเตะต่อ นับจำนวนคร้ังต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

จึงจะหยุด
4. กำรนับจำนวนครั้งให้นับต้ังแต่ได้รับสัญญำณเริ่ม ผู้รับกำรทดสอบโยนหรือปล่อยลูกตะกร้อ

กระทบเท้ำ แล้วลอยขนึ้ มำสู่ระดับอกหรือสูงกว่ำใหน้ ับ ถ้ำต่ำกว่ำไม่นับ

246

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

การใหค้ ะแนน ใหบ้ นั ทึกจำนวนคร้ังทีเ่ ดำะได้ ต้ังแต่ใหส้ ญั ญำณ เริ่ม จนกระท่ังหมดเวลำ

เกฑณก์ ารใหค้ ะแนน จาํ นวนครง้ั ที่ปฏิบตั ิได้
เกณฑ์คะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 30 คร้ังข้นึ ไป 10 คร้ังข้นึ ไป
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 25-29 คร้ัง 8-9 คร้ัง
ปรบั ปรงุ (1 คะแนน)
20-24 ครั้ง 6-7 ครั้ง

15-19 ครั้ง 4-5 ครั้ง

10-14 คร้ัง 2-3 ครั้ง

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 247

รายการทดสอบที่ 4 แบบทดสอบทกั ษะการเดาะลกู ดว้ ยศีรษะ (โหม่ง)
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อทดสอบทักษะกำรควบคุมลกู ตะกร้อดว้ ยศีรษะ(ลูกโหม่ง)
ค่าความเที่ยงตรง เท่ำกบั 1.00 คา่ ความเชือ่ ถือได้ เท่ำกบั .81
ค่าความเปน็ ปรนยั เท่ำกับ .97

ผ้ใู ห้การทดสอบ 6.10 ม.
ผรู้ ับการทดสอบ

6.10 ม.

วิธดี าํ เนินการ
1. ใหผ้ ู้เข้ำรบั กำรทดสอบยืนเตรียมควำมพร้อมในสนำมทีจ่ ดุ ใดก็ได้ ถือลูกตะกร้อ 1 ลูก
2. ผู้ให้กำรทดสอบใหส้ ญั ญำณนกหวดี เริม่ ทำกำรทดสอบและกดนำฬิกำจับเวลำ
3. เมื่อผู้รับกำรทดสอบได้ยินสัญญำณนกหวีดเริ่มให้โยนลูกตะกร้อหรือปล่อยลูกตะกร้อแล้วใช้

ศรี ษะเดำะลกู ตะกร้อ ใหไ้ ด้จำนวนครั้งมำกทส่ี ุดในเวลำ 1 นำที
4. ผู้รับกำรทดสอบสำมำรถใช้ส่วนอื่นๆของเท้ำ หรือของร่ำงกำยที่ถูกต้องตำมกติกำกีฬำตะกร้อ

เช่น ข้ำงเท้ำด้ำนใน หลังเท้ำ หรือ เข่ำ ช่วยไม่ให้ลูกตะกร้อตกพื้นได้แต่ไม่นับจำนวนครั้ง จะนับแต่กำรเดำะ
ด้วยลกู ด้วยศรี ษะ เท่ำนั้น

5. กรณีผู้รบั กำรทดสอบเตะลูกตะกร้อออกนอกสนำม ผู้ให้กำรทดสอบจะขำนวำ่ “ออกนอกสนำม”
และไม่นบั จำนวนคร้ังที่ออกนอกสนำมให้ จนกว่ำให้ผู้รับกำรทดสอบจะกลับเข้ำมำในสนำมเพื่อเดำะต่อและ
นบั จำนวนคร้ังต่อจนกว่ำจะหมดเวลำ

6. ผู้ให้กำรทดสอบเป่ำสญั ญำณนกหวดี หมดเวลำ ใหผ้ ู้รบั กำรทดสอบหยดุ กำรปฏิบตั ิทนั ที

ระเบียบการทดสอบ
1. ให้ผู้รับกำรทดสอบโหม่งลูกตะกร้อติดต่อกันให้ได้จำนวนครั้งมำกที่สุด เมื่อได้ยินสัญญำณ

นกหวดี เริ่มและจะต้องอยู่ในบริเวณสนำมสี่เหลย่ี มที่กำหนดเท่ำน้ัน
2. กำรโหม่งก่อนได้ยินสญั ญำณเริม่ โหม่งแล้วใช้มือรับก่อนลกู ตะกร้อตกพื้นแล้วนำมำโหม่งต่อ ให้

ถือวำ่ ไม่ถูกต้อง ไม่ตอ้ งนบั จำนวนครั้ง
3. กำรโหม่งใหใ้ ช้บริเวณหน้ำผำกโหม่งเท่ำนั้น ถ้ำลูกตะกร้อถูกบริเวณอื่นไม่นับ จะนับจำนวนคร้ัง

ใหแ้ ต่เฉพำะลูกที่ถูกหนำ้ ผำกเท่ำนั้น

248

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

4. ถ้ำลูกตกพนื้ แต่ยงั ไม่หมดเวลำ ใหเ้ ก็บลูกตะกร้อขึน้ มำแล้วโยนขึน้ เหนอื ศรี ษะโหม่งและนับจำนวน
คร้ังต่อ

5. เมื่อผู้ให้กำรทดสอบใหส้ ญั ญำณนกหวดี หยุด ผู้รบั กำรทดสอบจะต้องหยุด

การใหค้ ะแนน ใหบ้ ันทึกจำนวนคร้ังที่โหม่งได้ ตั้งแต่ใหส้ ัญญำณเริ่ม จนหมดเวลำ 1 นำที

เกฑณก์ ารใหค้ ะแนน จาํ นวนครัง้ ที่ปฏิบตั ิได้
เกณฑ์คะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 10 คร้ังข้นึ ไป 5 ครั้งข้นึ ไป
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 8-9 ครั้ง 4 คร้ัง
ปรับปรงุ (1 คะแนน)
6-7ครั้ง 3 ครั้ง

4-5 ครั้ง 2 คร้ัง

2-3 ครั้ง 1 คร้ัง

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 249

รายการทดสอบที่ 5 แบบทดสอบทักษะการเสิรฟ์

วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ทดสอบทกั ษะการเสิรฟ์ และความแม่นยาํ ในการเสิร์ฟ

คา่ ความเที่ยงตรง เท่ำกับ .98 คา่ ความเชือ่ ถือได้ เท่ำกับ .82

ค่าความเป็นปรนยั เท่ำกับ .98

ระเบียบการทดสอบ
1. ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบยืนใหเ้ ท้ำใดเท้ำหนง่ึ อยู่ในวงกลมตำแหนง่ หลงั ตำข่ำยตำมกติกำเซปัคตะกร้อ
2. ใหผ้ ู้โยนลกู ตะกร้อยืนถือลกู ตะกร้อ ณ ตำแหนง่ ทีโ่ ยนลกู ตำมกติกำเซปัคตะกร้อ
3. ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบเสิร์ฟลกู ตะกร้อโดยใช้ข้ำงเท้ำด้ำนใน ฝ่ำเท้ำ หรือหลังเท้ำ ตำมควำมถนดั ให้

ลูกตะกร้อตกลงตำมช่องคะแนนในแดนตรงข้ำม
4. ในกำรเสิร์ฟ ถ้ำเสิร์ฟแล้วลกู ตะกร้อถูกตำข่ำย แล้วไม่ข้ำมหรือเสิร์ฟลูกออก ถือวำ่ ไม่ได้คะแนน

หรือเสิร์ฟผิดกติกำ เช่น เหยียบเส้น กระโดดเสิรฟ์ หรือใช้ศีรษะเสิร์ฟ ถือวำ่ ไม่ได้คะแนน
5. ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบใช้มือจบั ลกู ตะกร้อได้ในกรณีที่เห็นว่ำโยนไม่ดพี อ หรือไม่พร้อมทีเ่ สิร์ฟ กใ็ หผ้ ู้

โยนโยนลูกตะกร้อใหใ้ หม่ โดยกำรโยนนใี้ หผ้ ู้ทดสอบจับคู่กันโยน

250

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

6. ในกำรโยนลูกตะกร้อใหใ้ หม่ ผู้ควบคมุ กำรทดสอบจะเป็นผู้สงั เกตว่ำ ถ้ำหำกผู้โยนโยนตะกร้อให้
แล้วลกู ตะกร้อน้ันเปน็ ลูกที่ดี แต่ผู้ทดสอบไมทำกำรเสิร์ฟเป็นจำนวน 2 ครั้งติดต่อกัน ก็ใหน้ บั เปน็ กำรเสิร์ฟ
เสีย 1 คร้ัง

การใหค้ ะแนน
1. ใหค้ ะแนนตำมจดุ ทีล่ กู ตะกร้อตกตำมตำแหนง่ โดยกำรนับคะแนนรวมกนั ท้ัง 5 ครั้ง
2. ถ้ำลกู ตะกร้อตกลงบนเส้น ใหค้ ิดคะแนนที่มำกกวำ่

เกฑณก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนที่ปฏิบัตไิ ด้
เกณฑ์คะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 40 คะแนนขึน้ ไป 30 คะแนนขึน้ ไป
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 35-39 คะแนน 8-9 คะแนน
ปรบั ปรุง (1 คะแนน)
30-34 คะแนน 6-7 คะแนน

25-29 คะแนน 4-5 คะแนน

20-24 คะแนน 2-3 คะแนน

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 251

รายการทดสอบที่ 6 แบบทดสอบทกั ษะการตั้งลกู (ชง)

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อทดสอบทักษะกำรรับและกำรตั้งลูก

ค่าความเที่ยงตรง เท่ำกบั .89 ค่าความเชื่อถือได้ เท่ำกบั .85

ค่าความเปน็ ปรนยั เท่ำกบั .99

ผใู้ หก้ ารทดสอบ
ผู้รับการทดสอบ

ระเบียบการทดสอบ
1. ใหผ้ ู้รับกำรทดสอบยืนในตำแหนง่ ของผู้เสิร์ฟเตรียมตวั พร้อมรับกำรทดสอบ
2. โยนลูกตะกร้อสูงพอประมำณและใช้สว่ นต่ำงๆ ของร่ำงกำยรับลูกโดยไม่ผิด กฎ กติกำ และต้ัง

ลูกไปใหเ้ หนอื ตำข่ำยตกในแดนของตนเองลงตำมช่องที่กำหนดคะแนนไว้ (5 คะแนน และ 3 คะแนน)

การให้คะแนน
1. ทดสอบทั้งหมดจำนวน 10 ครั้ง รวมคะแนนตำมที่กำหนดที่ลูกไปยังจุดที่กำหนดคะแนน
2. คะแนนทีผ่ ู้รบั กำรทดสอบรบั ลกู ได้ จะได้ 1 คะแนน รวมกับคะแนนที่ตง้ั ลูกไปตกลงยงั ช่องคะแนน

ในแต่ละครั้ง ถือเปน็ คะแนนของผู้ทดสอบ

เกณฑก์ ารให้คะแนน จาํ นวนคร้งั ทีป่ ฏิบัติไดต้ อ่ จํานวนครั้งทัง้ หมด
เกณฑค์ ะแนน
ของการทดสอบ
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) เพศชาย เพศหญิง
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 5 ใน 5 5 ใน 5
ปรบั ปรงุ (1 คะแนน)
4 ใน 5 4 ใน 5

3 ใน 5 3 ใน 5

2 ใน 5 2 ใน 5

1 ใน 5 1 ใน 5

252

หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้

รายการทดสอบที่ 7 แบบทดสอบทกั ษะการสกดั ก้นั
วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ทดสอบทกั ษะกำรกำรสกดั ก้ัน
ค่าความเทีย่ งตรง เท่ำกับ 1.00 ค่าความเชื่อถือได้ เท่ำกับ .83
ค่าความเป็นปรนยั เท่ำกบั 1.00

ผู้ใหก้ ารทดสอบ
ผรู้ ับการทดสอบ

ระเบียบการทดสอบ
1. ใหผ้ ู้รบั กำรทดสอบยืนทดสอบทีละคน เริ่มต้นโดยให้ยืนเตรียมพร้อมอยู่ในสนำมทดสอบ
2. ผู้ดำเนินกำรทดสอบ ทดสอบโดยเลือกกำรสกัดก้ันแบบใดกไ็ ด้ และเลือกสกัดก้ันลกู ใดก่อนกไ็ ด้
3. ผู้รับกำรทดสอบได้ยินสญั ญำณว่ำเริม่ ใหก้ ระโดดสกัดกั้นลูกตะกร้อ จำนวน 6 คร้ัง ภำยในเวลำ

5 นำที
4. กำรกำหนดตำแหนง่ ผู้รบั กำรทดสอบและผู้ดำเนินกำรทดสอบ

ข้ันตอนการทดสอบ
1. ใหก้ ำรสกัดกั้นจำนวน 6 ครั้ง แต่ละครั้งต้องปฏิบัติภำยในเวลำ 3 วนิ ำที เสร็จ 1 ช่องใหห้ ยุดพัก

10 วนิ ำที และใหก้ ระโดดโดนลูกตะกร้อที่ผกู ไว้
2. กำรกระโดดสกัดก้ัน ต้องปฏิบตั ิตำมช่องที่ดำเนินกำรทดสอบเรียงตำมลำดับจำกช่อง 1,2,3 ใน

แต่ละครั้ง
3. กำรกระโดดสกดั กั้นตะกร้อในแต่ละคร้ังกระโดดสกัดก้ันถกู ลกู ตะกร้อจะได้คะแนนลูกนั้น เช่น

กระโดดสกัดก้ันได้ลกู ที่ 1 จะได้ 1 คะแนน แต่ถ้ำลกู ตะกร้อถกู 2 ลกู จะได้ลกู ที่คะแนนมำกกวำ่ ถ้ำลูกตะกร้อ
ถูกทั้ง 3 ลกู ถือเป็นกำรฟำลวใ์ หเ้ ริ่มทำใหม่

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 253

การคิดคะแนน
1. รวมคะแนนกำรสกัดก้ันท้ัง 6 ครั้ง เปน็ คะแนนจำกกำรทดสอบ
2. กำรใหค้ ะแนน
ระดบั ที่ 1 มีควำมสงู 1.60 เมตร ได้ 1 คะแนน ระดบั ที่ 2 มีควำมสงู 1.70 เมตร ได้ 2 คะแนน
ระดบั ที่ 3 มีควำมสงู 1.80 เมตร ได้ 3 คะแนน

เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนที่ปฏิบตั ไิ ด้
เกณฑค์ ะแนน
เพศชาย เพศหญิง
ดีมำก (5 คะแนน)
ดี (4 คะแนน) 10 คะแนน 5 คะแนน
ปำนกลำง (3 คะแนน)
พอใช้ (2 คะแนน) 8-9 คะแนน 4 คะแนน
ปรับปรุง (1 คะแนน)
6-7 คะแนน 3 คะแนน

4-5 คะแนน 2 คะแนน

2-3 คะแนน 1 คะแนน

254

หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ

รายการทดสอบที่ 8 ทักษะการเล่นลกู ตะกร้อกระทบฝาผนัง

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อทดสอบทกั ษะกำรเตะลูกตะกร้อดว้ ยหลังเท้ำ ข้ำงเท้ำด้ำนใน ศีรษะ เข่ำ

ค่าความเที่ยงตรง เท่ำกับ .98 ค่าความเชือ่ ถือได้ เท่ำกบั .95

ค่าความเปน็ ปรนัย เท่ำกบั 1.00

ผู้ให้การทดสอบ
ผรู้ บั การทดสอบ

วิธดี าํ เนินการ
1. ใหผ้ ู้เข้ำรับกำรทดสอบ ยืนหลงั เส้นเริม่ ส่งลกู ถือลกู ตะกร้อ อยู่ในท่ำเตรียมพร้อมห่ำงจำกฝำผนัง

1.20 เมตร (หำ้ มเหยียบเส้น)
2. เมือ่ ได้ยินสัญญำณนกหวดี (เริ่ม)ใหผ้ ู้เข้ำรับกำรทดสอบโยนลูกตะกร้อหรือปล่อยลูกตะกร้อแล้ว

ใช้หลงั เท้ำ ข้ำงเท้ำด้ำนใน(ลูกแป) เข่ำ ศีรษะ อย่ำงใดอย่ำงหนึ่งส่งลูกตะกร้อให้ไปกระทบฝำผนังเหนือเส้น
ควำมสูง 1.20 เมตร ตำมทีก่ ำหนดไว้

3. เมื่อลกู ตะกร้อกระทบฝำผนังใหเ้ ริ่มนับ 1 เมื่อกระดอนกลับมำให้ผู้เข้ำรับกำรทดสอบใช้หลังเท้ำ
ข้ำงเท้ำด้ำนใน (ลูกแป) เข่ำ ศรี ษะ ส่งลูกกลับไปใหก้ ระทบฝำผนัง นับ 2 ปฏิบัติเช่นน้เี รื่อยไป ถ้ำลูกตะกร้อตก
ลงสู่พนื้ แต่ยังไม่หมดเวลำใหห้ ยิบลูกตะกร้อมำเริ่มปฏิบตั ิดงั ขอ้ 2 จนกว่ำจะหมดเวลำ 1 นำที แต่จำนวนครั้ง
นับต่อเน่อื งกัน

4. ผู้เข้ำรบั กำรทดสอบปฏิบัติเช่นน้จี นกวำ่ จะหมดเวลำ 1 นำที

ระเบียบการทดสอบ
1. ผู้เข้ำรับกำรทดสอบต้องยืนหลงั เส้นเริ่มส่งลกู
2. ลกู ที่กระทบฝำผนังจะต้องอยู่เหนือเส้นที่กำหนดและกระดอนกลับมำเลยเส้นเริ่มโดยไม่ตกพื้น

ก่อน ถึงจะนับและอยู่ในบริเวณพนื้ ที่ ที่กำหนดไว้
3. กำรเตะใหผ้ ู้รบั กำรทดสอบสำมำรถพกั ลกู ได้ก่อนส่งลกู กระทบผนงั หรือไม่พักก็ได้
4. ลูกตะกร้อตกพนื้ ก่อนถึงเส้นเริ่ม ไม่นับเป็นจำนวนคร้ัง


Click to View FlipBook Version