ประโยชน์ของกีฬาตะกรอ้ ด้านสติปัญญา ดา้ นเศรษฐกิจ การเมอื ง
และความปลอดภยั
ะ ด้านสงั คม
และคณุ ธรรมจริยธรรม
-มีควำมสำมคั คี -มีระบบประสำทดี - เปน็ กีฬำที่เล่นง่ำย ไม่
เลือกเวลำ และไม่เปลือง
- ปรบั ตวั เข้ำสังคมได้ดี -มีปฏิภำณ ไหวพริบดี สถำนที่
- เปน็ กีฬำที่ประหยัดทั้ง
ว -เปน็ กีฬำทีม่ ีควำมปลอดภัยใน เวลำ และค่ำใช้จำ่ ย
กำรเล่น
-ก่อใหเ้ กิดควำมสำมัคคี -กำรเล่นตะกร้อเป็นกำร - ตะกร้อเป็นกีฬำที่
ระหว่ำงผู้เล่นดว้ ยกนั รู้จัก ฝึกกำรตดั สินใจ เพรำะ ประหยัด ลงทุนน้อยแต่
หนำ้ ที่รบั ผิดชอบและใหโ้ อกำส ก่อนกำรเล่นลูกทกุ ครั้ง เล่นได้หลำยคน คุ้มค่ำเงิน
แก่ผู้อื่น เกิดมนุษยสมั พนั ธท์ ี่ดี จะต้องมีกำรตัดสินใจ สำมำรถร่วมทนุ กนั คนละ
มีควำมเข้ำอกเข้ำใจ รู้นสิ ยั ใจ เกีย่ วกับทิศทำง ควำมเรว็ เลก็ ละน้อยหรือผลัดกนั
ผลการวิเคราะห์ ดา้ นรา่ งกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สงั เคราะห์ (การเจริญเติบโตของร่างกาย ทศั นคติ
นักวิชาการ
สมรรถภาพ และบุคลิกภาพ) ฝึกใหเ้ ป็นผู้ทีม่ ีอำรมณ์
(2555) สืบค้นเมือ่ 13 ควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงมือ เท้ำ เยือกเย็น สขุ ุม รอบคอบ
สิงหำคม 2561 อวยั วะต่ำงๆ ได้เคลื่อนไหว เพรำะกำรเล่นหรือกำร
จำก สอดคล้องกัน สร้ำงควำมแขง็ แกร่ง เตะลูกแต่ละคร้ังจะต้อง
http://www.doohealthy ของกล้ำมเนื้อ ก่อใหเ้ กิดควำม อำศัยสมำธิ และควำม
.com/article/fitness/spor แขง็ แรงและควำมอดทนอีกด้วย ต้ังใจอย่ำงแน่วแน่
t -กำรเล่นตะกร้อ เปน็ กำรฝึกใหเ้ กิด
ควำมคล่องแคล่วว่องไว ปรำด
เปรียว เพรำะต้องมีควำม
ระมัดระวงั ตัวและเตรียมตวั พร้อมที่
จะเข้ำเล่นลูกในลกั ษณะต่ำงๆ อยู่
ตลอดเวลำ กำรเคลื่อนไหวก็ต้อง
กระทำด้วยควำมรวดเรว็
กระฉบั กระเฉง เพือ่ ใหท้ ันกับจังหวะ
ทีจ่ ะเล่นลูก
-ตะกร้อเปน็ กีฬำที่เหมำะสมกับ
บคุ คลทุกเพศทุกวยั เพรำะเปน็ กีฬำ
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 31
ประโยชน์ของกีฬาตะกร้อ
ะ ด้านสังคม ดา้ นสติปญั ญา ด้านเศรษฐกิจ การเมอื ง
และคณุ ธรรมจริยธรรม และความปลอดภัย
คอกนั ดีขึน้ ยอมรบั ผิดและให้ ควำมแรงและลักษณะกำร ซอื้ ก็ได้ ท้ังลกู ตะกร้อกม็ ี
อภยั กนั เสมอ นบั เป็นกำรช่วย หมุนของลกู ซึ่งจะเป็นสิ่ง ควำมทนทำน โดยเฉพำะ
ส่งเสริมใหเ้ ข้ำสงั คมได้ดียิ่งข้นึ ทีช่ ่วยในกำรตดั สินใจว่ำ อย่ำงยิง่ ถ้ำรู้จักใช้และรู้จัก
อีกด้วย ต้องเล่นลูกด้วยท่ำใด ส่ง เกบ็ รักษำใหด้ ี
-กำรเล่นตะกร้อน้ันเล่นได้ไม่ ลูกไปยงั ทิศทำงใด กำรกะ -ผู้ทีเ่ ล่นตะกร้อยงั ได้ชื่อวำ่
จำกดั เวลำ คือจะเล่นเวลำใดก็ ระยะส่งลูก เปน็ ต้น เป็นผู้หนง่ึ ทีส่ ง่ เสริมกีฬำ
ได้ตำมควำมประสงค์ของผู้เล่น -กำรเล่นตะกร้อจะช่วย ศลิ ปะและวัฒนธรรมไทย
ทั้งระยะเวลำในกำรเล่นกไ็ ม่ ประสำนหน้ำทีข่ องอวยั วะ ซึง่ ถือได้ว่ำเป็นกำรรักษำ
กำหนดขึน้ อยู่กับควำม ในร่ำงกำยใหม้ ีระบบกำร เอกลักษณ์ของชำติ
เหมำะสมและควำมพอใจของผู้ ทำงำนดีขึน้ และเปน็ กำร -กีฬำตะกร้อเล่นได้ไม่
เล่น ฝึกประสำทได้เปน็ อย่ำงดี จำกัดสถำนที่ อำจจะเป็น
เพรำะกำรเล่นลกู แต่ละ ในร่มหรือกลำงแจ้ง ทั้ง
คร้ังต้องอำศัยระหว่ำง สภำพของสนำมก็ไม่เปน็
ควำมสัมพนั ธ์ ระหว่ำง อปุ สรรคมำกมำยนกั
ประสำทกบั กล้ำมเนื้อ ขนำดของสนำมกย็ ดื หยุ่น
และอวัยวะต่ำงๆ เพื่อทำ ได้ไม่ตำยตวั เหมือนกีฬำ
32
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ผลการวิเคราะห์ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สงั เคราะห์ (การเจริญเติบโตของรา่ งกาย ทัศนคติ
นกั วิชาการ สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)
ทีไ่ ม่หนักหรือเบำจนเกินไป สำมำรถ
ปรบั กำรเล่นตำมควำมสำมำรถและ
กำลงั ของผู้เล่นได้ ทั้งในด้ำนทกั ษะก็
มีหลำยระดบั ชั้น ซึ่งดเู หมือนจะท้ำ
ทำยและจูงใจผู้เล่นไม่รู้จบสิน้ ผู้เล่น
สำมำรถพัฒนำทกั ษะไปตำมวยั
สนุ ทร แสงรุ่ง (2539 : -ทำใหเ้ กิดควำมวอ่ งไวปรำดเปรียว -ทำใหเ้ ยือกเย็นสขุ ุม
11-12) -ทำใหเ้ ปน็ คนมีควำมประพฤติ รอบคอบ
ประโยชน์ของกีฬาตะกรอ้
ะ ด้านสงั คม ด้านสติปัญญา ดา้ นเศรษฐกิจ การเมอื ง
และคุณธรรมจริยธรรม และความปลอดภยั
-ทำใหเ้ กิดควำมสำมัคคี ใหแ้ ต่ ใหก้ ำรเตะและกำรเล่นลูก อืน่ ๆ
ละคนมีควำมรับผิดชอบ เปน็ ไปอย่ำงรำบรืน่ นิ่ม
นวลและได้จังหวะ ท้ัง -ไ ม่ จ ำ กั ด เ ว ล ำ แ ล ะ
จะต้องมีปฏิภำณไหวพริบ สถำนที่
มีกำรแก้ไขปญั หำ
ตลอดเวลำที่เล่น
โดยเฉพำะอย่ำงยิง่ ในกำร
เล่นเพือ่ แข่งขัน จะต้องมี
กำรวำงแผนกำรเล่นโดย
อำศัยปัจจยั หลำยประกำร
เนือ่ งจำกกำรแข่งขันจะชี้
ได้ว่ำใครมีเชำวป์ ัญญำ
ปฏิภำณไหวพริบดีกวำ่
หรือมำกกวำ่ กัน
-ทำใหม้ ีระบบประสำทดี
-มีปฏิภำณไหวพริบดี
ผลการวิเคราะห์ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ อารมณ์ และ
สงั เคราะห์ (การเจริญเติบโตของร่างกาย ทศั นคติ
นักวิชาการ สมรรถภาพ และบคุ ลิกภาพ)
เรียบร้อย - ทำใหม้ ีกำรตัดสินใจ
-ทำใหม้ ีพลำนำมยั แข็งแรงอำยุยืน รวดเร็วแนน่ อน
-มีควำมเพลิดเพลิน
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 33
ประโยชน์ของกีฬาตะกร้อ ด้านสติปัญญา ด้านเศรษฐกิจ การเมอื ง
และความปลอดภยั
ะ ด้านสงั คม
และคุณธรรมจริยธรรม -ประหยัดท้ังเวลำ และ
ค่ำใช้จำ่ ย
- ทำใหร้ ู้จักเข้ำสังคมได้ดี ไม่ -เป็นกีฬำประจำชำติไทย
เกิดควำมประหม่ำ เคอะเขิน มุ่งสงวนศิลปะประจำชำติ
กล้ำหำญ ไทย ไวอ้ ีกด้วย
- รู้จักควำมปลอดภัยใน
กำรเล่น
-ใช้เป็นเกมนำ เพื่อนำไปสู่
กำรเล่นกีฬำฟตุ บอล ทีด่ ี
อย่ำงยิ่ง
-เล่นง่ำย ไม่ว่ำจะเปน็
ตะกร้อวง ตะกร้อลอด
บ่วง ตะกร้อข้ำมตำข่ำย
เช่น ตะกร้อวง มีกำรเล่นที่
ง่ำยคือ กำรพยำยำม เตะ
ลกู ใหถ้ กู ใหส้ ูงโด่งกใ็ ช้ได้
34
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ตารางที่ 1.3 แสดงประโยชน์ของกีฬำตะกร้อประเภทตำ่ งๆ ตำมแนวคิดของผู้เขีย
ประโยชนข์ องกีฬาตะกร้อ
เซปักตะกร้อแล
ตะกร้อขา้ มตาข่า
1. ดา้ นรา่ งกาย
1.1 ส่งเสริมสมรรถภำพด้ำนควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงประสำนกับ /
กล้ำมเนื้อ และอวัยวะต่ำง ๆ เปน็ อย่ำงดี
1.2 เปน็ พืน้ ฐำนในกำรนำไปสู่กีฬำอืน่ ๆ ได้ดี /
2. ดา้ นจิตใจ อารมณ์ และทัศนคติ
มีจติ ใจเยือกเยน็ สุขมุ รอบคอบ มีไหวพริบดี /
3. ด้านสงั คมและคณุ ธรรมจริยธรรม
3.1 สร้ำงควำมรกั สำมคั คี เปน็ หนึง่ เดียวกัน /
3.2 รู้จกั หนำ้ ทีค่ วำมรบั ผิดชอบ และใหโ้ อกำสแก่ผู้อื่นในกำรเล่น /
4. ดา้ นสติปัญญา
ส่งเสริมใหร้ ู้จักกำรแก้ปัญหำเฉพำะหนำ้ และมีปฏิภำณไหวพริบดี /
5. ด้านเศรษฐกิจ การเมอื งและความปลอดภัย
5.1 สร้ำงควำมมีชื่อเสียงใหน้ ักกีฬำ และประเทศชำติ /
5.2 รักษำกีฬำพนื้ เมืองของไทย แสดงถึงควำมรักชำติ /
5.3 เป็นกีฬำทีป่ ระหยดั ทั้งเวลำ และค่ำใช้จำ่ ย /
ยน ตะกร้อประเภทตา่ งๆ ตะกรอ้ พลิก ตะกร้อชิงธง
ตะกร้อวง ตะกร้อเตะทน แพลง
ละ ตะกร้อลอด
าย ห่วง/ลอดบ่วง (วงเล็ก&วงใหญ่)
// / //
// / //
// / //
// / -/
// / -/
// / //
/-- --
// / /-
// / //
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 35
ความรเู้ ก่ยี วกับอุปกรณ์ สนาม และสิ่งอาํ นวยความสะดวก
อุปกรณ์สนำม และส่ิงอำนวยควำมสะดวกต่ำงๆ สำหรับกำรเล่นกีฬำตะกร้อ ที่ควร
ทรำบ มีดังนี้ (กลุ่มพัฒนำหลักสูตรและฝึกอบรมสำนักกำรกีฬำ อ้ำงถึงใน สุพจน์ ปรำณี,
2543: 43)
1. สนาม (The Court)
สนำมสำหรบั กีฬำตะกร้อ ทีใ่ ช้สำหรบั กำรแข่งขนั โดยทั่วไปมีขนำดมำตรฐำน ดังนี้
1.1 ขนำดของสนำมมีควำมยำว 13.40 เมตร ควำมกว้ำง 6.10 เมตร โดยไม่มีส่ิงกีด
ขวำงในระยะควำมสูงจำกพนื้ 8 เมตร
1.2 เส้นที่ระบุขนำดควำมกว้ำง ยำวของสนำม โดยรอบมีขนำด 0.04 เมตร
(4 เซนติเมตร) โดยมีพนื้ ที่ส่วนที่เป็นขอบสนำมทุกด้ำนอย่ำงน้อย 3 เมตร
1.3 เสน้ แบ่งครึ่งสนำมมีขนำดควำมกว้ำง 0.02 เมตร (2 เซนติเมตร) โดยแบ่งพื้นที่
ของสนำมออกเปน็ สองสว่ น ซ้ำยและขวำเท่ำๆ กนั
1.4 เสน้ ครง่ึ วงกลม จะต้องมีศนู ย์กลำง อยู่ทีก่ ึ่งกลำงของเส้นแบ่งครึ่งสนำมที่ตัดกับ
ขอบดำ้ นนอกของเสน้ ทั้งสนำม โดยเขียนเส้นครึ่งวงกลมด้วยรัศมี 0.90 เมตร (90 เซนติเมตร)
ท้ังสองดำ้ นให้ควำมกว้ำงของเสน้ มีขนำด 0.04 เมตร เพิ่มออกมำจำกควำมกว้ำงของรัศมี
1.5 เสน้ วงกลม จำนวน 2 วง (แดนละ 1 วง) แต่ละวงมีจุดศูนย์กลำงอยู่ที่ระยะห่ำง
จำกขอบนอกของเสน้ หลัง 2.45 เมตร และห่ำงจำกขอบนอกของเส้นข้ำง 3.05 เมตร เขียนเส้น
วงกลม ในแตล่ ะแดนของสนำมดว้ ยรศั มี 0.30 เมตร เพิม่ ควำมกว้ำงของเสน้ อีก 0.08 เมตร
ภาพที่ 1.10 แสดงขนำดของสนำมเซปักตะกร้อ
(ทีม่ ำ: สุพจน์ ปรำณี, 2550: 140)
36
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
2. เสา (The Post)
เสำสำหรบั ขึงตำข่ำย เพื่อแบ่งแดนออกเป็น 2 ฝ่ำย มีควำมสงู และตำแหน่ง ดงั นี้
2.1 ควำมสูงของเสำ 1.55 เมตรจำกพนื้ ควรมีควำมมน่ั คงพอที่จะทำให้ขึงตำข่ำยให้
ตึงได้ เสำควรทำดว้ ยวัสดทุ ี่แขง็ แรง และควรมรี ศั มีไม่เกิน 0.04 เมตร
2.2 ตำแหน่งของเสำ ควรอยู่ตรงกับเส้นแบ่งแดนกึ่งกลำงสนำม และห่ำงจำกเส้น
ขอบข้ำงสนำมออกมำ 0.30 เมตร สำหรับประเภทหญงิ (ประชำชนทว่ั ไป) และยวุ ชนอำยุไม่เกิน
12 ปีกำหนดให้เสำ มีควำมสูง 1.45 เมตร
3. ตาขา่ ย (The Net)
ตำข่ำย ควรทำด้วยเชือกหรือไนล่อนอย่ำงดี มีช่องรูกว้ำง 6 – 8 เซนติเมตร ควำม
กว้ำง 70 เซนติเมตร ควำมยำว 6.10 เมตร โดยมีแถบขนำดกว้ำง 5 เซนติเมตร คำดไว้ใน
แนวด่ิงด้ำนควำมกว้ำงท้ังสองข้ำง ในแนวเดียวกับเส้นข้ำงของสนำม ตำข่ำยจะถูกขึงด้ำนบน
และด้ำนล่ำงโดยกำรร้อยด้วยลวด หรือเชือกระหว่ำงหัวเสำทั้งสองข้ำงควำมสูงจำกพื้นถึง
ส่วนบนของตำข่ำยเมื่อวัดจำกกึ่งกลำงสนำมควรมีควำมสูงไม่น้อยกว่ำ 1.52 เมตร สำหรับ
ประเภทชำย และให้มีควำมสูง 1.42 เมตร สำหรับประเภทหญิง (ประชำชนท่ัวไป) และยุวชน
อำยุไมเ่ กิน 12 ปี
ภาพที่ 1.11 แสดงขนำดและควำมสงู ของเสำและตำข่ำยเซปักตะกร้อ
(ทีม่ ำ: สุพจน์ ปรำณี, 2550: 141)
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 37
4. ลกู ตะกร้อ (The Sepak Takraw Ball)
ลูกตะกร้อ มีลักษณะเป็นทรงกลม เส้นรอบวง 41-43 เซนติเมตร และมีช่อง 12 รู
กับ 20 จุดตัดไขว้ วัสดุที่ใช้ทำด้วยหวำยหรือใยสังเครำะห์ ถ้ำทำด้วยหวำยต้องใช้ 9-11 เส้น
น้ำหนักกอ่ นใช้ในกำรแข่งขนั อยู่ระหว่ำง 170-180 กรมั
สำหรับประเภทหญิง (ประชำชนท่ัวไป) และยุวชนอำยุไม่เกิน
12 ปี น้ำหนักก่อนใช้ ในกำรแข่งขันระหว่ำง 150-160 กรัม เส้นรอบวง
42-44 เซนติเมตร
วิวัฒนำกำร ของลูกตะกร้อ
ภาพที่ 1.12 แสดงขนำดลูกตะกร้อหญงิ และชำย (จำกซ้ำยไปขวำ)
(ที่มำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2550: 142)
5. เครื่องแต่งกายของผูเ้ ลน่
5.1 ผู้เล่นต้องใส่เส้ือยืด และกำงเกงขำสั้น สวมรองเท้ำพื้นยำง ห้ำมสวมส่ิงอื่นใดที่
อำจเป็นอันตรำยระหว่ำงกำรแข่งขันท้ังแก่ตนเองและผู้อื่น ในกรณีที่มีอำกำศหนำวให้ใส่ชุด
วอร์มได้
5.2 ผู้เล่นต้องแต่งกำยให้เปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย โดยให้เส้อื อยู่ในกำงเกงตลอดเวลำ
5.3 ไมอ่ นญุ ำตให้ใช้วัตถุ หรือส่ิงใดก็ตำมที่จะช่วยเร่งควำมเร็วของลูกตะกร้อ หรือ
ช่วยในกำรเคลอ่ื นไหวของผู้เล่น
5.4 หวั หน้ำทีมในแตล่ ะทีมจะต้องใส่ปลอกแขนที่แขนด้ำนซ้ำย
5.5 ดำ้ นหลังเส้ือของผู้เล่นทุกคน จะต้องติดหมำยเลข(ตัวเลขอำรบิก) ขนำดควำม
สูง ไมน่ ้อยกว่ำ 19 เซนติเมตร ตั้งแต่หมำยเลข 1-15 และแต่ละคนจะต้องใส่หมำยเลขน้ันๆ ไป
ตลอดกำรแข่งขนั
38
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
การดูแลรกั ษาซอ่ มแซมอุปกรณแ์ ละสนาม
จรัญ ธำนีรัตน์ (2537: 11) ได้กล่ำวไว้ว่ำ “อุปกรณ์กำรเล่นตะกร้อควรได้รับกำรดูแล
และเกบ็ รักษำอย่ำงระมัดระวัง เพื่อประสทิ ธิภำพในกำรเลน่ เพื่อกำรประหยัด และเปน็ กำรปลูก
นิสัยรักควำมมีระเบียบให้กับตัวผู้เลน่ ”
กำรดแู ลรกั ษำ ซ่อมแซมอุปกรณ์ ส่ิงอำนวยควำมสะดวกและสนำมเป็นส่ิงสำคัญมำก
ที่ผู้ควบคุมทีม ผู้ฝึกสอนกีฬำ และนักกีฬำจะต้องคำนึงถึง เนื่องจำกเป็นปัจจัยที่มีผลต่อเกมส์
กำรแข่งขนั และควำมปลอดภัยของผู้แข่งขนั โดยปฏิบตั ดิ งั นี้
1. ควรมีห้องเก็บอุปกรณ์โดยเฉพำะ และเป็นสัดส่วนที่แสดงถึงควำมเป็นระเบียบ
สะดวกตอ่ กำรนำมำใช้ ได้แก่จัดให้มีช้ันวำงที่เหมำะสม มีตู้เก็บที่ป้องกันกำรสูญหำยหรือใส่ใน
ตะกร้ำ โดยแยกเก็บตำมประเภทของอุปกรณ์ ท้ังนเี้ พือ่ กำรคงสภำพของอุปกรณ์ให้อยู่ในสภำพ
ที่ใช้กำรได้อยำ่ งดตี ลอดไป
2. ควรตรวจสอบอุปกรณ์ทุกครั้งก่อนกำรฝึกซ้อมหรือแข่งขันว่ำชำรุดหรือไม่ หำก
ชำรดุ ไม่ควรนำมำใช้ ควรซ่อมแซมก่อนเพรำะอำจเกิดอนั ตรำยได้
3. ควรเก็บอปุ กรณ์ที่เปียกน้ำไว้ในที่แห้งหรือเช็ดให้แห้งก่อนเก็บเพื่อถนอมอำยุกำรใช้
งำนของวสั ดุอปุ กรณ์
4. ควรทำควำมสะอำด ดแู ลรักษำอุปกรณ์ทุกชนิดหลังใช้งำนแล้ว
5. ควรเก็บลกู ตะกร้อทีช่ ำรดุ ไว้ก่อนไม่ควรรีบทำลำย โดยเฉพำะลกู ตะกร้อพลำสติก
เมือ่ แตกหกั ใช้กำรไมไ่ ด้แลว้ ก็สำมำรถแยกชิ้นส่วน เพื่อประกอบเป็นลูกตะกร้อใหม่ที่ใช้กำรได้
เนือ่ งจำกลูกตะกร้อพลำสติกใช้หมุดเปน็ ตวั ยดึ สำมำรถซ่อมแซมได้
6. ควรมีรถเข็นขนำดเล็กประจำสนำม เพื่อใช้สำหรับเก็บลูกตะกร้อที่ใช้จำนวนมำก
ขณะทำกำรฝึกซ้อม
7. ควรมีรั้ว หรือตำข่ำยเหล็กกั้นเป็นบริเวณเฉพำะล้อมรอบสนำมฝึกซ้อม เพื่อป้องกัน
ควำมพลกุ พลำ่ น และกำรสูญหำยของอปุ กรณ์
8. สำหรับสนำมพื้นยำง เป็นสนำมที่ใช้วัสดุประเภทยำงมำปูทับลงบนพื้นที่มีลักษณะ
ต่ำงๆ จึงมักชำรุดไดง้ ่ำย ควรระมัดระวงั เป็นพิเศษดงั นี้
8.1 ก่อนใช้สนำมควรระมัดระวังในกำรประกอบพื้นยำง ซึ่งส่วนประกอบทั้ง 3 ชิ้น
ให้ต่อกนั โดยมีซบิ รูด ให้ทำอย่ำงประณีตและเรียบรอ้ ย
8.2 เมื่อต้องกำรเคล่ือนย้ำยสนำมพื้นยำง ต้องแยกชิ้นส่วนท้ัง 3 ชิ้น อย่ำง
ระมัดระวงั ควรม้วนให้เรียบรอ้ ยก่อนมีกำรเคลอ่ื นย้ำย
8.3 ก่อนและหลังกำรใช้สนำมพนื้ ยำงควรทำควำมสะอำดทุกครงั้
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 39
8.4 ก่อนและภำยหลังกำรใช้สนำมพื้นยำง ควรมีควำมระมัดระวังเกี่ยวกับกำร
เคล่ือนย้ำย กำรขนส่ง กำรประกอบชิ้นส่วน หลีกเล่ียงกำรใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่อำจก่อให้เกิด
ควำมเสยี หำยได้ เนือ่ งจำกเป็นวัสดทุ ี่ชำรุดง่ำย และรำคำแพง
8.5 สนำมพื้นยำงส่วนใหญ่ นิยมใช้แข่งขันเซปักตะกร้อ ในลักษณะของกำรแข่งขัน
ในทัวร์นำเมนต์ (Tournament) ใหญ่ๆ ที่มีควำมสำคัญ โดยใช้จัดกำรแข่งขันในโรงยิมส์เนเซี่ยม
เท่ำนั้น ไมน่ ิยมใช้ในสนำมกลำงแจ้ง เพรำะมีควำมร้อนสูงจำกแสงแดด อำจทำให้พื้นยำงชำรุด
เสยี หำยได้
ภาพที่ 1.13 แสดงลักษณะสนำมเซปกั ตะกร้อพืน้ ยำง
(ที่มำ: สุพจน์ ปรำณ,ี 2543: 48)
9. สำหรับสนำมพื้นไม้ (ปำเก้) ควรให้กำรดแู ลรกั ษำดงั ต่อไปนี้
9.1 สนำมพนื้ ไม้ สว่ นใหญเ่ ป็นสนำมภำยในโรงยิมส์เนเซี่ยม ควรรักษำควำมสะอำด
โดยกำรปัดกวำด เช็ดถู ก่อนหรือหลังกำรใช้ เพรำะมักจะเกิดฝุ่นจับได้ง่ำย ทำให้เกิดกำรล่ืน
ไถล เปน็ อันตรำยต่อผู้เลน่
9.2 ควรระมัดระวังไม่ให้มีน้ำขัง ซึ่งมีสำเหตุมำจำกหลังคำรั่ว หรือฝนสำด จำเป็น
จะต้องรบี ทำควำมสะอำดและเชด็ ถใู ห้แห้งโดยทันที หำกปลอ่ ยทิ้งไว้จะทำให้พนื้ ไม้ (ปำเก้) หลุด
ออกหรือโกง่ ตัวขึ้น ในกรณีดังกล่ำวตอ้ งรีบซ่อมแซมให้อยู่ในสภำพเดมิ ทนั ที
9.3 ควรใช้ผ้ำที่มีควำมหนำรอง ที่เสำตะกร้อท้ัง 2 ข้ำง เพื่อป้องกันกำรชำรุดของ
พืน้ ไม้
9.4 กำรเคล่ือนย้ำยเสำ หรืออุปกรณ์อื่นเช่น โต๊ะเก้ำอี้ของกรรมกำรผู้ตัดสิน ควร
กระทำดว้ ยควำมระมัดระวงั เพื่อป้องกันพืน้ ไมช้ ำรุด
40
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
9.5 กำรทำควำมสะอำด เชด็ ถู พืน้ ไมท้ ุกคร้ัง ควรใช้น้ำยำ หรือสำรเคมีกำจัดแมลง
ผสมน้ำเพือ่ ป้องกันแมลงทำลำยเนอื้ ไม้
10. สำหรบั สนำมพนื้ ปนู ซเี มนต์ ควรดูแลรกั ษำดังต่อไปนี้
10.1 สนำมพนื้ ปูนซเี มนต์ส่วนใหญ่อยกู่ ลำงแจ้ง ก่อนหรอื หลังกำรใช้สนำมจะต้องทำ
ควำมสะอำด เช่น กำรปัด กวำด เช็ด ถู เพรำะมักจะมีฝุ่น และเศษวัสดุต่ำงๆ เช่น ใบไม้ ใบหญ้ำ
กิ่งไม้ เศษดิน เศษแก้ว อิฐ หิน ทรำย ฯลฯ ซึ่งอำจเป็นสำเหตุให้เกิดอันตรำยต่อผู้เล่นขณะ
ฝึกซ้อม หรือทำกำรแข่งขัน
10.2 นอกจำกกำรทำควำมสะอำดตำมข้อ 10.1 แล้ว ควรทำควำมสะอำดเป็น
ประจำ อย่ำงน้อยเดอื นละ 2 ครงั้ โดยใช้น้ำชำระลำ้ งให้สะอำดแลว้ ปลอ่ ยทิ้งให้แห้ง
10.3 หำกพื้นผิวสนำมชำรุด หรือเส้นแสดงขอบเขตของสนำมเลือนลำงไม่ชัดเจน
ควรรีบดำเนินกำรปรบั ปรงุ ซ่อมแซม ให้สมบรู ณ์กอ่ นกำรฝึกซ้อมหรือแข่งขัน
10.4 ลักษณะของพื้นผิวสนำมไม่ควรหยำบ หรือเรียบล่ืนจนเกินไป เพรำะจะทำให้
เกิดอนั ตรำยต่อผู้เลน่ ได้
10.5 ไม่ควรใช้สีน้ำมันทำบริเวณผิวพื้นสนำมจะทำให้ผิวมีควำมมันและล่ืน เกิด
อนั ตรำยต่อผู้เลน่ ได้
ภาพที่ 1.14 แสดงลักษณะสนำมเซปักตะกร้อพืน้ ไม้ (ปำเก้)
(ทีม่ ำ: สพุ จน์ ปรำณ,ี 2543: 49)
ลูกตะกร้อในปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด คือตะกร้อที่สำนด้วยหวำยและตะกร้อที่ทำด้วยใย
สังเครำะห์หรอื พลำสติก แม้ว่ำตะกร้อทั้งสองชนิดนจี้ ะไมเ่ หมือนกนั แตถ่ ้ำนำมำฝึกหรือเลน่ แล้ว
จะเห็นว่ำทั้งกำรกระดอนและน้ำหนักไม่มีข้อแตกต่ำงกันเลย อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรเล่นตะกร้อ
จำเปน็ ต้องดูแลรักษำให้อยใู่ นสภำพดี พร้อมที่จะใช้งำนได้เสมอ และเป็นกำรป้องกันกำรชำรุด
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 41
เสยี หำยก่อนเวลำ อนั ควร นอกจำกนี้ยงั เป็นกำรประหยดั และเป็นกำรปลูกฝังนิสัยรักควำมเป็น
ระเบียบให้กับผู้เลน่ ซึ่งหลักกำรปฏิบัตมิ ีดงั นี้
1. ไม่ควรนำลูกตะกร้อที่เปียกน้ำมำเล่น เพรำะนอกจำกน้ำหนักของตะกร้อจะเพิ่ม
มำกขึน้ แล้วยงั ทำให้ตะกร้อชำรุดเรว็ กว่ำปกติ
2. ทำควำมสะอำดลูกตะกร้อทุกคร้ังก่อนที่จะนำไปเก็บด้วยกำรใช้ผ้ำแห้งเช็ด ตำก
หรือผึง่ ให้แห้ง กจ็ ะทำให้ตะกร้ออำยุกำรใช้งำนมำกขนึ้
3. อปุ กรณ์ที่ชำรดุ เช่น ตำข่ำย ลกู ตะกร้อ ให้รีบซ่อมแซมทันทีกำรปลอ่ ยทิ้งไว้จะทำ
ให้เสยี หำยมำกขึน้
4. ควรมีชั้นหรือตเู้ ก็บอุปกรณ์โดยเฉพำะและควรเก็บแยกประเภทให้เรียบร้อยเพื่อ
สะดวกทีจ่ ะนำมำใช้
5. ถ้ำเป็นตะกร้อหวำยควรทำด้วยน้ำมันพืช เช่นน้ำมันมะพร้ำว แล้วนำไปตำกแดด
บ้ำง โดยจะต้องระมัดระวังไมใ่ ห้โดนน้ำ เพรำะจะทำให้หวำยอมน้ำและพองตัว จะทำให้ตะกร้อ
บิดเบี้ยวเสียรูปทรงและมีน้ำหนักมำก ขณะเปียกน้ำไม่ควรนำมำเตะอีกจนกว่ำจะตำกแดดให้
แห้งสนิทเสยี ก่อน
6. ถ้ำเปน็ ตะกร้อใยสงั เครำะห์ หรือพลำสติกถ้ำลูกตะกร้อเปียกโคลนสกปรก ก็ควร
ลำ้ งน้ำและขัดถูให้สะอำดเสยี ก่อน จะทำให้น่ำเล่นยิง่ ข้นึ
ภาพที่ 1.15 กำรดแู ลรกั ษำอปุ กรณ์กฬี ำตะกร้อ
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
42
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ความปลอดภยั ในการเลน่ กฬี าตะกร้อ
อนั ตรำยที่เกิดจำกกำรแข่งขันตะกร้ออำจพบได้บ่อย เนือ่ งจำกเป็นกีฬำที่มีลักษณะของ
กำรแข่งขนั กันระหว่ำงสองฝ่ำย ซึ่งต้องใช้ปฏิภำณไหวพริบ สติปัญญำ และกำรใช้ทักษะกลไก
กำรทำงำนประสำนกันหลำยระบบอย่ำงมีประสิทธิภำพ ผู้ที่เป็นนักกีฬำตะกร้อจึงต้องมีควำม
พร้อมทั้งด้ำนสมรรถภำพทำงกำย จิตใจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทักษะกำรเคล่ือนไหว อย่ำง
คล่องแคล่ว ว่องไว ทนทำน และควำมอ่อนตัวตำมหลักของวิทยำศำสตร์กำรเคล่ือนไหวที่
ถกู ต้อง ซึ่งนอกจำกควำมพร้อมด้ำนผู้เล่นแล้ว อุปกรณ์อำนวยควำมสะดวก หรืออุปกรณ์กำร
แข่งขัน และส่ิงแวดล้อมอื่นๆ เช่นสภำพสนำม สภำพภูมิอำกำศ ช่วงเวลำ รวมทั้ง กรรมกำร
ผู้เข้ำชม กองเชียร์ต่ำงๆ เป็นต้น ปัจจัยต่ำงๆ ถ้ำสำมำรถควบคุมได้อย่ำงดี ถูกต้อง เหมำะสม
แล้ว ย่อมเป็นกำรกำจัดสำเหตุทีท่ ำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่อนข้ำงสูง กำรแข่งขันกีฬำตะกร้ออย่ำง
ปลอดภยั ผู้แข่งขัน ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคมุ ทีม และผู้เกีย่ วข้องควรคำนึงถึงปจั จัย ดังนี้
1. ก่อนลงฝึกซ้อมและแข่งขนั ทุกครั้ง ควรมกี ำรอบอุ่นร่ำงกำย (Warm up) ก่อนทุกคร้ัง
เพื่อเปน็ กำรกระตุ้นให้ร่ำงกำยและจิตใจมีควำมพร้อมที่จะเล่นหรือแข่งขนั
2. สำรวจควำมพร้อมด้ำนร่ำงกำย และจิตใจ ถ้ำหำกสภำพร่ำงกำยมีอำกำรอ่อนเพลีย
เจ็บปวด เมื่อยล้ำ หรือมีปัญหำด้ำนจิตใจ มีควำมวิตกกังวล ควำมเครียด หรือมีปัญหำด้ำน
อำรมณ์จนไมส่ ำมำรถควบคมุ ได้ ทำให้ขำดสมำธิ ควรงดเว้นจำกกำรแข่งขนั
3. กำรแตง่ กำยควรให้เหมำะสม รดั กมุ ไมห่ ลวมหรือคบั จนเกินไป เนือ่ งจำกเครื่องแต่ง
กำยมีส่วนช่วยในกำรเคล่ือนไหวทุกอิริยำบถ รวมทั้งควรสวมใส่อุปกรณ์สำหรับป้องกัน
อนั ตรำย เช่น สนับเข่ำ อุปกรณ์พยงุ ข้อเท้ำ (Ankle Support) ผ้ำโพกศีรษะ ทั้งนี้เพื่อควำมม่ันใจ
และควำมปลอดภยั ในกำรเลน่ เช่น ป้องกนั เข่ำและขอ้ เท้ำพลกิ และกำรขนึ้ สกัดกั้น
4. ผู้เล่นควรหม่ันสำรวจอุปกรณ์กำรเล่นให้อยู่ในสภำพที่ใช้งำนได้และปลอดภัย เช่น
ลูกตะกร้อ ถ้ำหำกชำรดุ ไม่ควรนำมำเลน่ เพรำะอำจเกิดอนั ตรำยต่อผู้เลน่ ได้
5. ภำยใน 2 ชั่วโมงก่อนกำรเล่น ไม่ควรรับประทำนอำหำรมื้อหนัก เพรำะอำจทำให้
เกิดอำกำรจุกเสยี ดทอ้ งต่อผู้เลน่ ได้
6. ในกรณีที่ผู้เล่นมีอำกำรเจ็บป่วย และรับประทำนยำ ภำยใน 12 ชั่วโมงไม่ควร ออก
กำลังกำย เนื่องจำกผลของยำยังออกฤทธิ์ต่อเนื่อง และตกค้ำงอยู่ในกระแสโลหิต และสมอง
ทำให้ระบบประสำทสั่งงำนช้ำ เปน็ เหตุให้เกิดอนั ตรำยได้
7. กำรเลน่ กีฬำเซปกั ตะกร้อ ควรได้รับกำรฝึกฝนเปน็ อยำ่ งดี เพือ่ ให้เกิดทกั ษะที่ถูกต้อง
เหมำะสม ซึง่ ใช้เวลำอยำ่ งยำวนำน จึงจะไดม้ ำซึ่งประสบกำรณแ์ ละควำมสำมำรถ สำหรับผู้ที่มี
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 43
ประสบกำรณน์ ้อยหรือขำดกำรฝึกฝนที่ดีพอไม่ควรเลียนแบบท่ำฝึกต่ำงๆ เช่นกำรกระโดดเตะ
เหยียบ และตบ หรือกำรกระโดดขนึ้ สกัดก้ัน เพรำะอำจเกิดอนั ตรำยได้
8. ควรเลน่ ตำมกติกำที่กำหนดไว้อย่ำงเคร่งครัด ไม่ควรเล่นผิดกติกำโดยเส่ียงต่อกำร
บำดเจบ็ เช่น กำรกระโดดใช้เท้ำเหยียบลกู ตะกร้อ ซึง่ ข้ำมตำข่ำยไปแลว้ หรือพยำยำมใช้อวัยวะ
สว่ นใดส่วนหนึ่งยื่นข้ำมไปเลน่ ในแดนของฝ่ำยตรงข้ำม
9. ก่อนกำรเล่นพยำยำมสำรวจสภำพแวดล้อมทั่วๆ ไป ควรอยู่ในสภำพที่ดี เช่น พื้น
สนำม เสำ ตำข่ำย เก้ำอี้ผู้ตัดสิน เพื่อป้องกันอนั ตรำยต่อผู้เลน่
10. ไมค่ วรเลน่ ท่ำเตะที่พลกิ แพลง หรือพิสดำรในขณะที่สภำพร่ำงกำยขำดควำมพร้อม
อำจก่อให้เกิดกำรฉีกขำดของกล้ำมเนอื้ หรือกำรหลดุ ของกระดูกข้อต่อต่ำงๆ
11. ในกำรเล่น ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งมีหน้ำที่แตกต่ำงกัน ควรปฏิบัติตำมคำสั่งของผู้
ควบคุม หรือผู้ฝึกสอน (Trainer or Coach) กำรที่เล่นผิดตำแหน่งหน้ำที่ของตนเอง ทำให้กำร
เลน่ อำจปะทะกันอย่ำงรุนแรงเกิดกำรบำดเจบ็ ได้
12. ขณะที่กระโดดลอยตัวขึ้นเตะกลำงอำกำศ ในระหว่ำงที่จะลงสู่พื้น ไม่ควรทิ้ง
น้ำหนกั ของร่ำงกำยทั้งหมดลงสู่พื้น ควรถ่ำยเทน้ำหนักโดยค่อยๆ ลงสู่พื้นพร้อมกับกำรใช้เท้ำ
หรือมือ แขนทั้งสองข้ำงยนั ช่วยประคองไว้ไม่ให้เสยี กำรทรงตวั สำมำรถป้องกันอนั ตรำยได้
13. หำกมีอำกำรบำดเจบ็ ทำงร่ำงกำยเกิดขนึ้ ในขณะแข่งขนั ควรหยุดพักทนั ที
14. หำกมีกำรย่ัวยุให้เกิดปัญหำทำงอำรมณ์ พยำยำมต้ังสติ และสมำธิให้อยู่ในสภำพ
ปกติ ไม่ควรพยำยำมฝืนเลน่ ต่อไป อำจเกิดอันตรำยได้
มารยาทของการเป็นผเู้ ล่นและผ้ชู มทีด่ ี
จรญั ธำนีรตั น์ (2537: 10) ได้กล่ำวไว้ว่ำ “กีฬำตะกร้อเหมือนกับกีฬำประเภทอื่นๆที่ผู้
เลน่ จำเปน็ อยำ่ งยิ่งจะต้องมีมำรยำทในกำรเลน่ เพื่อทำให้กำรเลน่ ดำเนินไปไดด้ ว้ ยดี นอกจำกนี้ผู้
ดูก็จะต้องมีมำรยำทในกำรดูเช่นเดียวกัน จึงจะทำให้เกิดผลประโยชน์แก่กำรกีฬำได้อย่ำง
สมบรู ณ์” ในกำรเลน่ หรือกำรแขง่ ขันกีฬำทกุ ชนิด มำรยำทในกำรเล่น หรือกำรชมกีฬำเป็นส่ิงที่
มีควำมสำคัญเป็นอยำ่ งยิ่ง เป็นปัจจัยที่จะทำให้กำรแข่งขันบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่มำกน้อย
เพียงใด ปัญหำที่เกิดจำกผู้เล่น หรือผู้ชมในขณะแข่งขัน เป็นสำเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดผลกระทบ
ต่อเกมกำรแข่งขันและกรรมกำรผู้ตัดสิน ซึ่งปญั หำดังกล่ำวอำจนำไปสู่เหตุกำรณ์ที่รนุ แรงถึงกับ
บำดเจ็บและเสียชีวิตได้ ดังเหตุกำรณ์ที่เคยปรำกฏมำแล้วในต่ำงประเทศหลังจำกกำรแข่งขัน
เซปักตะกร้อ และฟุตบอลส้ินสุดลง ผู้ชมท้ังสนำมเกิดทะเลำะวิวำทกันอย่ำงรุนแรง ระหว่ำง
ผู้ชมด้วยกัน และผู้ชมกับนักกีฬำ ทำให้ได้รับบำดเจ็บจำนวนมำก และส่วนหนึ่งถึงกับชีวิต
44
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
เหตุกำรณ์ดังกล่ำวจึงเป็นอุทำหรณ์ที่ควรคำนึงและหลีกเล่ียง ควรที่จะต้องปลูกฝังจิตสำนึก
เกี่ยวกับมำรยำทในกำรเล่นและกำรชมกีฬำให้ผู้เกี่ยวข้องได้ตระหนัก และเห็นคุณค่ำของกำร
กีฬำ โดยให้มีน้ำใจนักกฬี ำอย่ำงแท้จริง
กรมวิชำกำร (2529: 42 - 43) ได้กล่ำวถึงมำรยำทของกำรเป็นผเู้ ลน่ และผู้ดูกีฬำที่ดไี ว้ดังนี้
1. ผู้เล่นที่ดี
1.1 ปฏิบตั ติ ำมระเบียบ ข้อบังคบั และกติกำกำรเลน่ โดยเครง่ ครดั
1.2 เคำรพและเชื่อฟงั คำตัดสินของผู้ตัดสินและกรรมกำรในกำรแข่งขนั ตลอดเวลำ
1.3 แสดงควำมเปน็ มติ รและให้เกียรติกบั ผู้ร่วมเลน่ ทั้งฝ่ำยตรงข้ำมและฝ่ำยเดยี วกัน
1.4 เปน็ มคี วำมสุภำพเรียบรอ้ ย ไมแ่ สดงอำกำรเย่อหยิง่ จองหอง โอ้อวด
1.5 เลน่ ดว้ ยชั้นเชิงของกำรเล่น ไม่ยั่วยุ กล่ันแกล้งหรือเอำเปรียบคู่ต่อสู้ ถ้ำหำกมีกำร
พลำดพลงั้ กค็ วรกล่ำวคำขอโทษและให้อภัยซ่งึ กันและกนั
1.6 เลน่ ตำมควำมสำมำรถของตนเองและรู้จักประมำณควำมสำมำรถของตนเอง
1.7 เมื่อชนะหรือแพ้ไม่แสดงควำมดใี จหรือเสยี ใจมำกเกินไป
1.8 เปน็ ผมู้ ีใจหนักแนน่ อดทน รู้จกั ยับยง้ั ชง่ั ใจ อดกลนั้ และควบคุมสติอำรมณ์ได้
1.9 มีใจเออื้ เฟือ้ เผื่อแผ่ ช่วยเหลอื เพือ่ นร่วมเลน่ ดว้ ยกันทั้งฝ่ำยเดยี วกันและฝ่ำยตรงข้ำม
1.10 ยอมรบั สภำพและผลของกำรเลน่ ดว้ ยควำมเตม็ ใจและบรสิ ุทธ์ใิ จ
2. ผู้ชมทีด่ ี
2.1 ให้เกียรติกรรมกำรผู้ตดั สินและผู้เลน่ ทั้ง 2 ฝ่ำย
2.2 แสดงควำมยินดีเพื่อเป็นเกียรติด้วยกำรปรบมือให้แก่กรรมกำรผู้ตัดสินและผู้เล่น
ทั้ง 2 ฝ่ำยขณะลงสนำม
2.3 เคำรพและยอมรบั คำตัดสินตลอดเวลำในกำรในกำรแข่งขนั น้ัน ๆ
2.4 มีควำมเห็นอกเห็นใจผู้เล่นท้ัง 2 ฝ่ำย โดยไม่โห่ร้องเมื่อมีกำรเล่นผิดพลำด ไม่ยั่วยุ
ก่อกวนให้เกิดกำรบำดหมำงกนั
2.5 ช่วยสง่ เสริมให้กำลงั ใจแก่ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ำย
2.6 เปน็ ผทู้ ีม่ ีควำมเชือ่ และเล่อื มใสในอุดมกำรณ์ของกำรเลน่ กีฬำอย่ำงแท้จริง
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 45
นอกจำกนี้ ชัยสวัสด์ิ ปัญญำปิง (ม.ป.ป.: 3) ผู้ช่วยอธิกำรบดี สถำบันกำรพลศึกษำ
วิทยำเขตเพชรบรู ณ์ อดตี นกั กฬี ำเซปกั ตะกร้อทีมชำติไทย ได้สรปุ มำรยำทในกำรเลน่ กีฬำ
เซปกั ตะกร้อไว้เป็นกลอนแปด ดงั นี้
ไมเ่ ยำะเย้ยถำกถำงว่ำงท่ำเบ่ง เป็นนักเลงในสนำมเย้ยหยำมหยนั
หนกั นิดเบำหน่อยให้อภยั กัน สง่ิ สำคญั คือน้ำใจไมตรี
จึงไดช้ ื่อว่ำเลิศประเสริฐศกั ดิ์ เป็นยอดนกั กฬี ำกลำ้ ศกั ดิศ์ รี
เปน็ สญั ลักษณ์นักกฬี ำดี เป็นศกั ดิศ์ รีแห่งเรำชำว........เอย
จึงพอสรปุ ถึงมำรยำทในกำรเป็นผเู้ ลน่ และผู้ดูกีฬำเซปักตะกร้อทีด่ ี ได้ดังนี้
1. ปฏิบัตติ ำมกฎ กติกำและระเบียบกำรแข่งขัน
2. เคำรพและเชื่อฟังกำรตัดสินของกรรมกำรผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน กรรมกำรผู้ชี้ขำด
และกรรมกำรผู้กำกบั เสน้
3. ไมก่ ระทำตนเปน็ ผมู้ ีอิทธิพลต่อกำรเลน่ ของผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำมและต่อกำรตัดสินของ
กรรมกำรผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตดั สิน กรรมกำรผู้ชขี้ ำด และกรรมกำรผู้กำกับเสน้
4. ให้เกียรติเจ้ำหน้ำที่ นักกฬี ำทั้ง 2 ฝ่ำย และผู้ดทู กุ คน
5. ไมก่ ลัน่ แกลง้ หรือย่ัวยุ หรือสง่ เสยี งรบกวนสมำธผิ ู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม
6. ขณะเลน่ หำกมีกำรปะทะกับผู้เลน่ ฝ่ำยตรงข้ำมควรขอโทษโดยกำรไหว้หรือกล่ำวคำ
ว่ำขอโทษ
7. ไม่เจตนำถ่วงเวลำหรือเอำรัดเอำเปรียบผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม เช่น ดึงเส้ือออกนอก
กำงเกง ดงึ สำยรองเท้ำ และ/หรือแกล้งเช็ดพืน้ สนำม
8. ไมเ่ หยียดหยำมหรือดูถูกควำมสำมำรถของผู้เลน่ ฝ่ำยตรงข้ำม
9. กำรสง่ ลูกตะกร้อให้ผู้เลน่ ฝ่ำยตรงข้ำมเรม่ิ เลน่ หรือเสริ ์ฟ ควรสง่ ลูกตะกร้อด้วยมือให้
ลูกตะกร้อกล้ิงลอดตำข่ำยและตรงตำแหน่งผู้เลน่ ทีม่ ีหน้ำที่โยนลกู ตะกร้อ
10. ให้กำลงั ใจหรือปลอบใจผู้เล่นฝ่ำยเดยี วกัน เมือ่ เลน่ เสยี หรือผิดพลำดโดยกำรสัมผัส
มือหรือพูดให้กำลังใจ
11. แสดงควำมช่นื ชมหรือชมเชยผู้เล่นฝ่ำยเดียวกันและผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม เมื่อเล่นได้ดี
หรือได้รบั ชยั ชนะ
12. ขอบคุณกรรมกำรผู้ตัดสิน กรรมกำรผู้ช่วยตัดสิน กรรมกำรผู้ชี้ขำด ผู้กำกับเส้น
เจ้ำหน้ำที่หรือผู้ดูแลทุกคน เมื่อเสร็จส้ินกำรแข่งขันถึงแม้ว่ำประโยชน์ของกำรเล่นกีฬำเซปัก
ตะกร้อจะมีมำกมำยแต่ถ้ำหำกขำดควำมระมัดระวังหรือควำมรอบคอบในกำรเล่นกีฬำแล้วก็
46
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ย่อมก่อให้เกิดอนั ตรำยหรือเกิดกำรบำดเจ็บได้เชน่ เดยี วกัน กีฬำเซปักตะกร้อเป็นกีฬำชนิดหนึ่ง
ที่ผู้เล่นมีโอกำสเกิดอันตรำยหรือบำดเจ็บได้เช่นเดียวกัน เห็นได้จำกผลกำรวิจัยเรื่อง กำรเจ็บ
และควำมเจ็บป่วยของนกั กฬี ำและเจ้ำหน้ำทีก่ ฬี ำซีเกมส์ คร้ังที่ 15 พบว่ำ นักกีฬำเซปักตะกร้อ
เกิดกำรบำดเจ็บจำนวน 3 รำย จำกนักกีฬำที่ได้รับกำรบำดเจ็บ 33 คน คิดเป็นร้อยละ 3.03
(เจริญทัศน์ จินตนเสรี และธนำ ปกุ หุต, 2533: 73)
ถึงแม้ว่ำเปอร์เซ็นต์ของกำรบำดเจ็บจะต่ำแต่ผู้เล่นควรคำนึงถึงควำมปลอดภัยในกำร
เลน่ เซปกั ตะกร้อทกุ ครง้ั ดังนี้
1. แตง่ กำรให้เหมำะสม รัดกุม ให้สำมำรถเคลอ่ื นไหวได้สะดวก
2. สวมอปุ กรณ์ป้องกันกำรบำดเจ็บของร่ำงกำย เช่น สนบั ข้อเท้ำ สนับเข่ำ ผ้ำพันมือ
หรือผ้ำโพกศีรษะ
3. ตรวจสภำพอปุ กรณ์ และสนำมที่ใช้ในกำรเลน่ หรือกำรแขง่ ขนั ให้เรียบรอ้ ยเสยี ก่อน
4. อบอุ่นร่ำงกำย (Warm-up) ก่อนกำรเล่นและผ่อนคลำยร่ำงกำย (Cool down) หลัง
กำรเลน่ ทกุ ครั้ง
5. เลน่ ดว้ ยควำมระมัดระวัง รอบคอบ และหลีกเล่ียงกำรเล่นที่เส่ียงอันตรำยหรือกำร
เลน่ ลกู ทีย่ ำกเกินขีดควำมสำมำรถของตนเอง
6 .เลน่ ตำมกฎ กติกำ และเชื่อฟัง กำรตดั สินของกรรมกำรผู้ตัดสินโดยเครง่ ครัด
7 .ไมเ่ ลน่ กันหรือหยอกล้อหรือกลั่นแกลง้ กันในขณะที่มกี ำรเลน่ หรือแข่งขัน
8. ไมค่ วรเลน่ หกั โหมเกินไป เพรำะอำจจะทำให้เกิดอนั ตรำยหรือกำรบำดเจ็บได้
9. ไมค่ วรเลน่ ในขณะที่ร่ำงกำยเกิดบำดเจ็บหรือไมส่ บำย
10. ขณะเลน่ เมื่อรสู้ กึ เหนื่อย หน้ำมดื เวียนศีรษะให้หยดุ เลน่ ทันที
11. ไมค่ วรเลน่ ในขณะทีฝ่ นกำลังตก หรือสนำมยงั เปียกอยู่
12. เมื่อมีสิ่งกีดขวำงเข้ำมำใกล้หรอื ในสนำม ควรหยดุ เลน่ ทนั ที
13. ควรใช้คำพูด “ปลอ่ ย” หรือให้สญั ญำณมือ ในขณะเลน่ ลูกเกรงใจกนั
14. ฝึกทกั ษะให้เกิดควำมชำนำญมำกยิ่งข้นึ
15. เสริมสร้ำงสมรรถภำพทำงกำยและสภำพจิตใจให้ดอี ยู่เสมอ
กีฬำตะกร้อเหมือนกบั กีฬำประเภทอื่นๆ ที่ผู้เล่นจะต้องมีมำรยำทในกำรเล่น เพื่อทำให้
กำรเล่นดำเนินไปด้วยดี นอกจำกนี้ผู้ชมก็จะต้องมีมำรยำทในกำรชมเช่นเดียวกัน จึงจะทำให้
เกิดประโยชน์แก่กำรเลน่ กีฬำอย่ำงสมบูรณ์ มำรยำทของผู้เล่นและผู้ชมที่ดมี ีดังนี้
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 47
1. มารยาทของผู้เลน่ ตะกรอ้ ทีด่ ี
1. ปฏิบตั ติ ำมระเบียบ กฎ กติกำกำรเล่นอย่ำงเคร่งครัด และกำรยอมรับกำรตัดสิน
ของผู้ตดั สินตลอดเวลำที่แข่งขนั
2. มีควำมสุภำพเรียบร้อย แสดงควำมเป็นมิตรและให้เกียรติแก่ผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม
ก่อนและหลังจำกกำรแข่งจนั เสร็จส้นิ ควรจับมือกับผู้เล่นฝ่ำยตรงข้ำม ไม่ว่ำทีมตนจะชนะหรือ
แพก้ ต็ ำม
3. ไมแ่ สดงกิริยำหรือถ้อยคำที่ไม่สุภำพต่อผู้เลน่ และผู้ชม
4. มีใจคอหนักแนน่ อดทน อดกลน้ั และสำมำรถควบคุมอำรมณ์ของตนเองได้
5. ไมจ่ งใจฟงั คำสอนจำกผู้หนึง่ ผู้ใดนอกสนำมในระหว่ำงกำรแขง่ ขัน
6. ไมพ่ ูดจำหยำบคำยหรือแสดงกิริยำเสยี ดสีและล้อเลยี นผู้แข่งขัน
2. มารยาทของผู้ชมตะกรอ้ ที่ดี
1. แสดงควำมยนิ ดดี ว้ ยกำรปรบมือแก่ผเู้ ลน่ ที่ดี
2. ไมก่ ล่ำวถ้อยคำหรือแสดงกิริยำเยำะเย้ยถำกถำงผู้ทีเ่ ลน่ ผิดพลำด
3. ไมเ่ ชียร์ในสง่ิ ที่เปน็ กำรสอ่ เสยี ดในทำงทีไ่ ม่ดีต่อทีมหนึ่งทีมใด
4. ไมก่ ระทำตวั เองเป็นผตู้ ดั สินเสยี เอง หรือตะโกนดำ่ ว่ำผู้ตัดสิน
5. ไมก่ ระทำสง่ิ ใดๆ ทีท่ ำให้ผู้ตัดสินหรือเจ้ำหน้ำทีอ่ ื่นๆ ปฏิบัตงิ ำนไมส่ ะดวก
(TakrawThai, 2559)
สรุป
ปัจจุบันกีฬาตะกร้อ เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมกันอย่าง
แพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนท้ังชายและหญิงท่ัวโลก เนื่องจำกเป็นกีฬำที่ท้ำทำย
ควำมสำมำรถ เร้ำใจ ตืน่ เต้น สนุกสนำน ทั้งผู้เล่นและผู้ชม ดังนั้นครูผู้สอนจำเป็นต้องถ่ำยทอด
ควำมรพู้ นื้ ฐำนเกีย่ วกบั กีฬำตะกร้อ ทั้งประวตั คิ วำมเปน็ มำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สร้ำงควำม
เชื่อมั่นในประโยชน์ของกีฬำตะกร้อที่มีเอกลักษณ์ที่แตกจำกกีฬำอื่นๆ เรียนรู้และเข้ำใจถึง
อุปกรณ์กีฬำ และกำรดูแลรักษำ คำนึงถึงควำมปลอดภัยในกำรเล่น รวมท้ังปลูกฝังกำรมี
มำรยำทที่ดีท้ังในฐำนะผู้เลน่ และผู้ชมกีฬำ ซึง่ นับได้ว่ำเป็นกำรช่วยสืบสำนกีฬำไทยให้คงคู่ชำว
ไทยตลอดสืบไป
“อดตี คอื จดุ เริ่มต้น...ปัจจุบนั และอนาคตคอื จดุ ของกำรพัฒนำ...”
วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรพั ย์
48
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
คําถามทบทวน
1. คำว่ำ “เซปักตะกร้อ” มำจำกกำรผสมผสำนเทคนิคกำรเลน่ ของประเทศใดเข้ำด้วยกนั
(เฉลย: ไทย-มำเลเซีย)
2. พนื้ สนำมของกีฬำเซปกั ตะกร้อที่เป็นอุปสรรคตอ่ กำรเลน่ ตะกร้อมำกที่สดุ
(เฉลย: พืน้ ทรำย)
3. ส่งิ ที่ควรคำนึงในกำรเลน่ ตะกร้อดว้ ยควำมปลอดภัยคือ
(เฉลย: ผู้เล่นควรเลน่ ดว้ ยควำมสุขมุ รอบคอบเมือ่ ผิดพลำดต้องให้อภัยกนั ฯลฯ)
4. จงยกตวั อย่ำงวิธีกำรดแู ลรักษำซ่อมแซมอปุ กรณ์และสนำมมำอย่ำงน้อย 5 ข้อ
5. มำรยำทของกำรเป็นผเู้ ลน่ และผู้ชมทีด่ ีควรปฏิบตั อิ ย่ำงไรบ้ำง
เอกสารอา้ งอิง
กระทรวงศึกษำธิกำร. (2551). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช
2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กำรรบั สง่ สนิ ค้ำและพสั ดภุ ณั ฑ์.
กำรกีฬำแห่งประเทศไทย. (2550). คมู่ ือมาตรฐานสนามแข่งขนั และอปุ กรณก์ ีฬาเซปัก
ตะกรอ้ . กรงุ เทพฯ: กองมำตรฐำนกีฬำฝ่ำยสทิ ธปิ ระโยชนแ์ ละมำตรฐำนกีฬำ.
กรมพลศกึ ษำ. (ม.ป.ป.). คมู่ ือการฝึกตะกรอ้ ขนั้ พื้นฐาน. กรงุ เทพฯ: กำรศำสนำ.
จรญั ธำนรี ตั น์. (2537). ตะกรอ้ และเซปกั ตะกรอ้ . กรุงเทพฯ: มหำวิทยำลัย
รำมคำแหง.
เจริญทศั น์ จินตนเสรี และธนำ ปกุ หุต. (2533). การบาดเจ็บและความเจ็บปว่ ยของคณะ
นักกีฬาและเจ้าหนา้ ทีช่ ุดซีเกมสค์ ร้ังที่ 15. วำรสำรสมำคมกีฬำเวชศำสตร์แห่ง
ประเทศไทย.
ชง สริ ินพมณี. (2549). เอกสารประกอบการสอนกีฬาตะกรอ้ . สพุ รรณบุรี: โรงเรียน
เทศบำล 3 วัดใหม่อมั พวนั ฯ. (อดั สำเนำ).
ไทยรฐั ออนไลน์. การแข่งขันกีฬาตะกร้อชินลง (ออนไลน)์ . (2555). สบื ค้นจำก:
https://news.thaipbs.or.th/content/265302. (13 พฤษภำคม 2558).
นพชยั วฒุ ิกมลชัย. (2558). ประวัติสมาคมตะกร้อแหง่ ประเทศไทย. สมำคมตะกร้อแห่ง
ประเทศไทย. เขำ้ ถงึ วันที่ 23 ธันวำคม 2559.
บุญยงค์ เกศเทศ. (2531). ตะกรอ้ . กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
ปิยศักดิ์ มุทำลัย. (2556). ประวัติศาสตร์กีฬาตะกร้อของประเทศไทย. สบื ค้นจำก:
http://www.sepaktakrawworld.com/index.php/-tournament-/13-vigo-cup.
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 49
(23 เมษำยน 2556).
ปวเรศร์ พันธยุทธ์. (2556). วิชากีฬาตะกรอ้ 1. คณะวิทยำศำสตร์กำรกีฬำและสขุ ภำพ
สถำบันกำรพลศึกษำ วิทยำเขตสพุ รรณบุรี.
ผจญ ภู่ยงยุทธ. ตะกรอ้ พลิกแพลง (ออนไลน์). สบื ค้นจำก: https://youtu.be/GtITC6ZPg9s.
(16 กนั ยำยน 2556).
ฟอง เกิดแก้ว. (2521). การกีฬา (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ: วัฒนำพำนิช.
รังสฤษฎิ์ บุญชลอ. (2543). เซปักตะกรอ้ และตะกรอ้ ลอดห่วง. กรุงเทพฯ: สยำมสปอร์ต
อินดเิ คท.
สมำคมกีฬำตะกร้อแห่งประเทศไทย. (2557). กติกาเซปักตะกร้อของสหพันธ์เซปกั ตะกรอ้
นานาชาติ (ISTAF). สบื ค้นจำก: http://www.sepaktakrawworld.com/index.php/
2014-01-28-03-02- 12/18-21-3. (27 พฤศจกิ ำยน 2557).
สุนทร แสงรุ่ง. (2539). ตะกร้อ. กรงุ เทพฯ.
สุพจน์ ปรำณี. (2543). เอกสารประกอบการสอนวิชาเซปกั ตะกรอ้ 1. อุดรธำนี :
วิทยำลยั พลศึกษำอดุ รธำน.ี (อัดสำเนำ).
________. (2549). ตาํ ราการฝึกทักษะเซปักตะกร้อ (ระดบั พืน้ ฐาน). กรุงเทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.
________. (2550). คมู่ ือกลยุทธก์ ารฝึกทักษะกีฬาเซปกั ตะกร้อ. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
สุรศกั ดิ์ ปำนมณี. สนามตะกร้อขา้ มตาข่าย (ออนไลน)์ . สบื ค้นจำก:
https://bit.ly/34DnD8l2559. (30 กันยำยน 2559).
สวุ นิ ัย ชมุ นุม. (2548). 216 220 ทกั ษะและวิธีสอนตะกร้อ. ขอนแก่น: ภำควิชำพลศึกษำ
คณะศึกษำศำสตร์ มหำวิทยำลยั ขอนแก่น.
สนั ตวิ ัฒน์ พันทำ. (2548). ตะกร้อ. พิมพ์คร้ังที่ 3. สกลนคร: สกลนครกำรพิมพ์.
อุทัย สงวนพงศ์. (2544). ตะกร้อ. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจริญทัศน.์
Anonymous. สนามแข่งขนั ตะกรอ้ เตะทนวงใหญ่. (ออนไลน)์ . สบื ค้นจำก:
http://watcharaponga89.blogspot.com/. (13 ตุลำคม 2557).
Chaichanase. ประวตั ชิ ินลง (ออนไลน์). สบื ค้นจำก: https://sites.google.com/site/
chaichanase/prawati-kila-chin-lng-hrux-takrx. (12 มกรำคม 2559)
DooHealthy.com. ประโยชน์ของการเลน่ กีฬาตะกรอ้ (ออนไลน์). สบื ค้นจำก
http://www.doohealthy.com/article/fitness/sport/321-health.html.(12กนั ยำยน2559)
TakrawThai. มารยาทของผ้เู ล่นและผู้ชมที่ดี (ออนไลน)์ . สบื ค้นจำก
http://203.172.208.244/web/stu01/site2_1/index5.htm. (15 สงิ หำคม 2559)
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรื่อง “หลักและวิธีสอนพลศึกษำ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำย
ควำมหมำยของหลักและวิธสี อนพลศึกษำ เทคนิควิธีสอนต่ำงๆ ที่นำมำประยุกต์ใช้ในกำรสอน
พลศึกษำได้อย่ำงถูกต้อง รวมท้ังสำมำรถเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้รำยวิชำกีฬำตะกร้อท้ัง
แบบระยะยำวและรำยคำบสอนได้ถกู ต้องทกุ ขั้นตอน
กลา่ วนํา
หลักและวิธีกำรสอนพลศึกษำ เป็นหัวใจสำคัญของกำรพัฒนำกำรเรียนกำรสอนพล
ศึกษำ ครูผู้สอน นักเรียน หรือผู้ที่มีควำมเกี่ยวข้องกับวงกำรพลศึกษำจำเป็นต้องเรียนรู้ และ
เข้ำใจในหลกั และวิธกี ำรสอนอย่ำงท่องแท้ เพื่อเป็นแนวทำงในกำรเตรียมกำรสอน กำรจัดกำร
วำงแผนกำรสอน กำรจัดอุปกรณ์ สง่ิ อำนวยควำมสะดวก และส่ิงแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อกำร
เรียนรู้อยำ่ งเหมำะสม และเกิดประสิทธิภำพสูงสดุ
หลักและวิธีสอนพลศึกษา
หลักและวิธีกำรสอนพลศึกษำกำหนดโดยครูสร้ำงสถำนกำรณ์ของกำรเรียนรู้ที่
เหมำะสมและเพียงพอให้เกิดแก่ผู้เรียน โดยสอดคล้องกับจุดมุ่งหมำยของวิชำพลศึกษำ
สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะควำมต้องกำรและควำมแตกต่ำงของผู้เรียนแต่ละระดับชั้น วัย เพศ วุฒิ
ภำวะ สถำนที่ บรรยำยกำศ และส่ิงแวดล้อม หลักและวิธีสอนพลศึกษำจัดเป็นกระบวนกำรที่
ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในกำรสอนพลศึกษำควรสร้ำงบรรยำกำศให้
สนุกสนำน เพื่อเสริมแรงจูงใจในกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่ให้เกิดควำมเบื่อหน่ำย ควรสอน
แนวคิดควำมรเู้ กีย่ วกับระเบียบกติกำ และหลกั กำรต่ำงๆทำงวิชำพลศึกษำ ด้วยกำรสอดแทรก
ไปกับกำรสอนทักษะกีฬำ ควรสอนให้ผู้เรียนมีนิสัยรักกำรออกกำลังกำย และนำทักษะกีฬำไป
ใช้เลน่ เพื่อสุขภำพ เพื่อควำมสนุกสนำนและกำรพักผ่อนหย่อนใจ กำรสอนเน้นกำรปฏิบัติกำร
เลน่ เปน็ หมู่คณะ และกำรเลน่ เป็นทีมให้มำก
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 51
Knapp & Leonhard (1968: 148) ได้ให้ควำมเห็นว่ำ กำรสอนพลศึกษำควรเน้นให้
ผู้เรยี นมีทกั ษะเกีย่ วกบั กำรเคล่อื นไหว ซึ่งมขี ั้นตอนและหลกั กำร คือ ให้ผู้เรยี นเกิดควำมคิดรวบ
ยอดในทักษะ ให้เกิดประสบกำรณ์ในทักษะใหญ่ๆ ที่เป็นส่วนรวมก่อน แล้วจึงวิเครำะห์
รำยละเอียดท่ำทำงในกำรปฏิบัติทักษะ กำรแสดงท่ำทำงต่อเนื่อง แสดงทักษะส่วนรวมให้เห็น
แล้ววิเครำะห์ท่ำทำงอีกคร้ังหนึ่ง ฝึกทักษะในส่วนที่ต้องกำรอีกคร้ังและสำธิตวิเครำะห์ทักษะ
ทั้งหมดให้ผู้เรียนปฏิบัตติ ำมได้งำ่ ย
วำสนำ คุณำอภิสิทธิ์ (2539: 258) กล่ำวว่ำ กำรจัดกิจกรรมพลศึกษำควรคำนึงถึง
หลกั สูตรเปน็ แนวทำง ท้ังนี้เพื่อที่ครูผู้สอนจะสำมำรถจัดกิจกรรมพลศึกษำให้นักเรียนได้อย่ำง
เหมำะสม ซึ่งพอจะสรุปหลักกำรจัดกิจกรรมพลศึกษำได้คือ กำหนดแนวทำงของกิจกรรมพล
ศึกษำแตล่ ะกิจกรรมให้มีควำมสอดคลอ้ งกับหลกั สูตร ควรคำนึงถึงควำมจำเปน็ ควำมต้องกำร
ของนักเรียน และลักษณะควำมแตกต่ำงของนักเรียน ควรจัดให้ครอบคลุมประสบกำรณ์
หลำยๆรูปแบบ เพือ่ สง่ เสริมให้เกิดควำมห้ำวหน้ำในกำรเรียน ให้คำนึงถึงส่ิงที่นักเรียนจะได้รับ
ซึ่งหมำยถึงว่ำ นักเรียนควรมีทักษะดีหลำยรูปแบบและผลสัมฤทธิ์สูง เลือกกิจกรรมที่
สอดคลอ้ งกบั จดุ มงุ่ หมำยในแตล่ ะระดับชั้น เนือ้ หำของกิจกรรมพลศึกษำควรตอบสนองต่อกำร
เปลย่ี นแปลงดำ้ นพฤติกรรมของนักเรยี น
กระทรวงศึกษำธิกำร (2544:144-145) ได้กล่ำวถึงแนวทำงกำรจัดกำรเรียนรู้พลศึกษำ
และกีฬำในสถำนศึกษำ สถำนศึกษำจะต้องจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับในสภำพปัจจุบัน
ปัญหำควำมต้องกำรของท้องถิ่นและผู้เรียน มีกำรบริหำรกำรใช้หลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้
บรรลุผลตำมควำมคำดหวงั ของหลกั สตู ร ดังนี้
1. กำรจดั คำบสำหรบั เวลำเรียน ผู้บริหำร และบุคลำกรในสถำนศึกษำต้องวำงแผนกำร
จดั กำรเรียนรู้ร่วมกนั จัดคำบเวลำอย่ำงน้อยสัปดำห์ละ 1 คร้ัง และจัดกิจกรรมต่ำงๆเสริมตำม
ควำมสนใจและควำมต้องกำรของผู้เรยี น
2. กำรจัดบุคลำกร ต้องมีบุคลำกรให้เพียงพอและเป็นผู้ที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถและ
ได้รับกำรฝึกฝนมำทำงพลศึกษำและกีฬำโดยตรง สถำนศึกษำและผู้เกี่ยวข้องควรมีกำรพัฒนำ
บคุ ลำกรอย่ำงต่อเนื่องตำมควำมต้องกำรเพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้บรรลุเป้ำหมำยตำมทีก่ ำหนดไว้
3. จัดสภำพแวดล้อมภำยในสถำนศึกษำให้ถูกสุขลักษณะปลอดภัย และพร้อม
เพียงพอสำหรับบริกำร และผู้เรียนได้รับประสบกำรณ์ที่ดีเกี่ยวกับกำรกีฬำและกำรออกกำลัง
กำย เพื่อกำรมสี ุขภำพและบุคลกิ ภำพทีด่ ี
52
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
4. แหลง่ เรียนรู้ในสถำนศึกษำ ควรจะจัดวัสดุ อปุ กรณ์สื่อต่ำงๆให้สะดวก เพียงพอและ
ทันสมยั สำหรับทำกำรศึกษำค้นคว้ำ กำรเรียนรู้และฝึกฝนดว้ ยตนเอง ตลอดจนดูแลรักษำให้อยู่
ในสภำพทีพ่ ร้อมใช้งำนและใช้ประโยชน์ไดอ้ ย่ำงคุ้มค่ำ
5. จดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ต้องจดั ให้สอดคล้องกับควำมสนใจของผู้เรียน ประสบกำรณ์
วุฒิภำวะ มีคุณค่ำ มีประโยชน์ สำมำรถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่ำงสนุกสนำน และ
ปลอดภัย โดยเฉพำะกิจกรรมกำรทำโครงงำนควรเปน็ กิจกรรมทีผ่ ู้เรียนทุกคนได้จดั ทำโครงงำน
ของตนเอง ที่ทำเปน็ รำยบคุ คลและรำยกลุ่มด้วย
6. กระบวนกำรเรียนรู้ของพลศึกษำต้องเน้นทีท่ ำให้ผู้เรยี นนำหลกั กำรแข่งขันและควำม
ร่วมมือมำใช้ในกำรดำเนินชีวิต และเข้ำใจในกระบวนกำรแข่งขนั ที่ถกู ต้อง และร่วมกิจกรรมกำร
แข่งขันต่ำงด้วยควำมมีน้ำใจนักกฬี ำตำมวิถปี ระชำธิปไตย
สรุปจำกหลักกำรสอนพลศึกษำ ครูผู้สอนสำมำรถจัดกิจกรรมพลศึกษำได้หลำย
ลักษณะ ซึ่งลักษณะที่สำคัญคือ กำรฝึกปฏิบัติเพื่อก่อให้เกิดประสบกำรณ์ตรงแก่นักเรียน
ครูผู้สอนส่วนใหญ่จึงใช้เทคนิคกำรสอนแบบอธิบำย และสำธิตสั้นๆ แล้วให้นักเรียนทุกคนได้
ปฏิบัตจิ ริงโดยครูคอยช่วยเหลอื แนะนำตลอดเวลำ
หลักการสอนและข้ันตอนการสอนกฬี า
หลกั กำรสอนกีฬำ หมำยถึง สำระสำคญั ที่เป็นประเด็นหลกั ๆ ทีค่ วรคำนึงถึง และนำไป
ปฏิบัติในกำรสอนกีฬำน่ันเอง สำหรับหลักกำรพื้นฐำนก็คือ ผู้สอนกีฬำต้องมีควำมรู้
ควำมสำมำรถนำไปใช้สอนได้ ทำให้กำรสอนกีฬำประสบผลสำเร็จ ตำมที่ตั้งจุดหมำยไว้
หลกั กำรสอนกีฬำเป็นศำสตร์ที่สำคัญและเป็นเร่อื งที่มีกำรศึกษำ ค้นคว้ำ วิจัย มีผลสรุปที่ตอบ
คำถำมได้อย่ำงมีเหตุผล กล่ำวโดยสรุปเป็นหลักกำรสอนและนำไปปฏิบัติได้จริงโดยไม่ยุ่งยำก
หรือเกิดควำมสบั สน (ชัชชัย โกมำรทตั , 2546: 53-58)
หลกั กำรสอนกีฬำขั้นพนื้ ฐำนควรนำ หลัก 5 W 1 H มำใช้ในกำรสอน คือ
1. What หมำยถึง จะสอนอะไร
2. Who หมำยถึง จะสอนใคร
3. Why หมำยถึง จะสอนทำไม
4. When หมำยถึง จะสอนเมือ่ ไร
5. Where หมำยถึง จะสอนทีไ่ หน
6. How หมำยถึง จะสอนอยำ่ งไร
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 53
1. จะสอนกีฬาอะไร
1.1 ครูผู้ฝึกสอน หรือผู้ฝึกสอนกีฬำควรต้องมีควำมรู้ มีควำมเข้ำใจ มีทักษะ และมี
ทัศนคตใิ นเรื่องของกีฬำประเภทนนั้ อย่ำงถูกต้องเสียก่อน โดยเฉพำะเรื่องของทักษะน้ันถือเป็น
หัวใจสำคัญ ผู้ฝึกสอนต้องสำมำรถปฏิบัตทิ ักษะนั้นๆได้อย่ำงถูกต้อง พอสำธิตท่ำทำงที่ถูกต้อง
ได้ ไมใ่ ช่หมำยควำมว่ำต้องเก่ง และไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬำ ขอเพียงทำได้ถูกต้อง พอสำธิต
ท่ำทำงทีถ่ ูกต้องได้กน็ ่ำจะเพียงพอแล้ว อีกเรือ่ งทีถ่ อื ว่ำเปน็ สิ่งสำคญั ก็คือประสบกำรณ์ ในกีฬำ
ประเภทน้ันถ้ำมปี ระสบกำรณม์ ำกกจ็ ะรู้มำก มองเห็นภำพได้ชดั เจนขนึ้ กำรมีประสบกำรณ์มำก
จะช่วยในกำรสอนกีฬำได้มำก ประสบกำรณ์ที่ว่ำนี้ไม่ได้หมำยควำมเพียงเคยเข้ำร่วมฝึก เข้ำ
ร่วมแข่งขัน ติดตำมดูกำรแข่งขัน กำรฝึกตำมข่ำว ศึกษำทักษะ เทคนิคกำรเล่น อย่ำงเอำใจใส่
สำมำรถวิเครำะห์ไดส้ ังเครำะห์ไดใ้ นระดับหนึ่ง กน็ ่ำจะเพียงพอแล้ว ผู้สอนที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็น
นักกฬี ำประเภทนน้ั และนกั กฬี ำประเภทนนั้ ก็ไม่ใช่ว่ำจะเปน็ ผสู้ อนที่ดีเสมอไป
1.2 จะสอนเนื้อหำอะไร แต่ละคร้ังของกำรสอน ผู้สอนกีฬำต้องรู้ก่อนว่ำจะสอน
เนื้อหำอะไร ก็ต้องเตรียมก่อน ต้องลงรำยละเอียดอย่ำงไร มีวิธีกำรอย่ำงไร ปฏิบัติอย่ำงไร
เนื้อหำที่สอนน้ันคืออะไร สำคัญอย่ำงไร ใช้เมื่อไร ทักษะหรือท่ำทำงที่ถูกต้องเป็นอย่ำงไร
แตกต่ำงจำกทักษะท่ำทำงที่ไม่ถูกต้องอย่ำงไร มีเหตุผลอย่ำงไร จึงต้องทำ ทักษะท่ำทำงนั้น
ท่ำทำงนี้ จะต้องเป็นวิทยำศำสตร์ คือมีที่มำที่ไป พิสูจน์ได้ว่ำเป็นควำมจริงตำมที่สอน อธิบำย
ได้โดยกระจ่ำงอย่ำงมีเหตผุ ล ประเดน็ ต่อมำกค็ ือ จะต้องมีกิจกรรมในกำรฝึกเนื้อหำน้ันๆ อย่ำง
เปน็ ระบบ จำกง่ำยไปหำยำก จำกช้ำไปหำเรว็ จำกเบำไปหำหนัก กิจกรรมต่ำงๆ จะต้องมีควำม
สนุกสนำน ท้ำทำยควำมสำมำรถของผู้เรียนอย่ำงค่อยเป็นค่อยไป ให้ผู้เรียนรู้สึกประสบ
ควำมสำเร็จในกำรเรียน และพึงพอใจต่อเนือ้ หำและกิจกรรมกำรเรียนกีฬำในครง้ั น้ันๆ
2. จะสอนใคร
2.1 ผู้เรยี นเป็นใคร หมำยถึง เพศ วัย เพรำะท้ังเพศและวัยจะเป็นตัวจำกัดขอบเขต
ควำมสำมำรถของกำรเรยี นรู้ เพศชำยย่อมมีควำมแข็งแรงแกร่งกว่ำเพศหญิง วัยเด็กเล็กควำม
พร้อมในกำรรับกำรฝึกทักษะที่มีควำมซับซ้อนจะยำกกว่ำวัยรุ่น วัยสูงอำยุจะทนต่อกำรฝึก
ประเภทกระแทกกระทั้นหนักไม่ได้ และอำจเกิดอันตรำยได้ง่ำยเป็นต้น ดังนั้นผู้สอนกีฬำจึงควร
รู้เรื่องเกี่ยวกับพัฒนำกำรทำงร่ำงกำยและจิตใจ ตลอดจนลักษณะเฉพำะของผู้เรียนในแต่ละ
เพศ แตล่ ะวยั เพือ่ จะได้สำมำรถจัดเนื้อหำกิจกรรมกำรสอนกีฬำได้เหมำะสมกับเพศและวัยซึ่ง
จะทำให้กำรสอนกีฬำประสบควำมสำเร็จไดง้ ่ำย
2.2 ผู้เรยี นมีพืน้ ฐำนทำงกีฬำนั้นเพียงใด พนื้ ฐำนเดมิ ทำงทักษะกีฬำน้ันๆของผู้เรียน
จะเป็นตัวกำหนดควำมรวดเร็วในกำรรับรู้ และควำมก้ำวหน้ำในกำรเรียนกำรสอนกีฬำ ถ้ำ
54
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐำนแตกต่ำงกันมำก จะเกิดปัญหำในกำรสอนกีฬำ และจะเป็นเรื่องยุ่งยำก
มำกพอควรสำหรบั ผู้สอน เพรำะจะจัดเนื้อหำกำรสอน จัดกิจกรรมกำรสอนได้ยำก อีกทั้งกำร
ควบคุมดูแลกจ็ ะต้องใช้เวลำมำกข้นึ เกิดควำมแตกต่ำงทำงทักษะในหมู่ผู้เรียนมำก พัฒนำกำร
ทำงกำรเรียนก็จะไปไดช้ ้ำเพรำะดงึ ร้ังกันอยู่ระหว่ำงผู้มีพื้นฐำนทักษะน้อยซึ่งจะเรียนไม่ทันกับผู้
มีทกั ษะมำกแล้วกต็ ้องรอคอยกันทำให้เกิดควำมเบื่อหน่ำยดว้ ยกันทั้งสองฝ่ำย ด้วยเหตุนี้ในกำร
เรียนกำรสอนกีฬำจึงต้องมีกำรจดั แบ่งกลุ่มตำมทักษะพนื้ ฐำนเดมิ โดยจดั คนที่มีทักษะใกล้เคียง
กันอยู่ในกลุ่มเดียวกนั จำกที่กลำ่ วมำจึงเปน็ ผลทำให้ต้องมีกำรจัดหลักสูตรเป็นระดับต่ำงๆ ตำม
ควำมยำกงำ่ ยของทักษะเช่น กลุ่มขน้ั พืน้ ฐำน ข้ันกลำง ข้ันสงู เพือ่ ให้สะดวกต่อกำรสอนและง่ำย
ต่อกำรพัฒนำทักษะให้กำ้ วหน้ำไดร้ วดเร็วขึ้น
3. จะสอนทําไม/เรยี นทําไม
3.1 ผู้สอนทำไม สอนเพรำะใจรัก สอนเพรำะเป็นอำชีพเชิงธุรกิจ หรือสอนเพรำะ
จำใจต้องสอน พื้นฐำนท้ัง 3 ประกำรนี้ จะมีควำมแตกต่ำงกันมำกและส่งผลต่อคุณภำพกำร
สอนอย่ำงเห็นได้ชัด กล่ำวคือ ถ้ำสอนเพรำะใจรักก็จะทุ่มเทเอำใจใส่ต่อกำรสอน ขวนขวำย
แสวงหำ ควำมรู้ประสบกำรณ์ กิจกรรมแปลกๆใหม่ๆ มำเพิ่มเติมรสชำติของกำรสอนให้
น่ำสนใจ สนุกสนำนตื่นเต้น ท้ำทำย ผลก็คือคุณภำพกำรสอนจะพัฒนำกำรได้อย่ำงรวดเร็ว
ผู้เรียนเล่นกีฬำนั้นได้อย่ำงรวดเร็ว และถูกต้อง ถ้ำสอนเพรำะเป็นอำชีพเชิงธุรกิจ โดยทั่วไป
ผู้สอนกจ็ ะต้องขวนขวำยปรบั ปรงุ กำรสอนของตนเอง ให้ดีอยู่ตลอดเวลำ เพื่อจะได้เป็นที่ติดอก
ติดใจของผู้เรยี น ซึ่งเปรียบเสมอื นลูกค้ำ กำรดูแลเอำใจใส่ก็จะเปรียบเสมือนดูแลลูกค้ำ เอำใจ
ลูกค้ำ ตรงนี้บำงคร้ังอำจทำให้ผลกำรสอนไม่เข้มแข็ง ไม่ชัดเจนในเรื่องคุณภำพนัก เพรำะ
คำนึงถึงควำมพึงพอใจของลกู ค้ำเปน็ สำคัญไม่ไดม้ องหลกั วิธีกำรสอนที่ถูกต้องมำกนัก ถ้ำสอน
เพรำะจำใจต้องสอนเนื่องจำกถูกมอบหมำยให้สอนทั้งๆ ที่จำไม่ได้ไม่สนใจนัก แน่นอนผลกำร
สอนกค็ งไม่ดีเท่ำผู้สอนทีม่ ีใจรกั
3.2 ผู้เรยี นเรียนทำไม เรียนเพรำะอยำกเลน่ เปน็ เรียนเพรำะใจรัก เรียนเพรำะตำม
เพื่อนมำเรียน หรืออื่นๆ พื้นฐำนควำมต้องกำรของผู้เรียนที่แตกต่ำงกันย่อมส่งผลกระทบต่อ
กำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรจัดกลุ่ม จัดเนื้อหำ จัดกิจกรรม และผลลัพธ์ของกำรเรียนกำร
สอนกีฬำดว้ ย ดังน้ัน ผู้สอนจะต้องมีจุดมุ่งหมำยของกำรสอนให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมำยของ
ผู้เรยี นดว้ ยผลกำรสอนกีฬำจึงจะประสบควำมสำเร็จ ถ้ำผู้เรียนตำมเพื่อนมำเรยี น จุดหมำยควร
จะเป็นอยำ่ งไรถ้ำผู้เรียนเรียนเพรำะอยำกเล่นเป็นเท่ำน้ัน แต่ผู้สอนต้ังจุดมุ่งหมำยจะให้ผู้เรียน
ประสบควำมสำเรจ็
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 55
4. จะสอนเมื่อไร
หมำยถึง เวลำในกำรสอนที่เหมำะสมคือเวลำอะไร ตรงนี้ต้องสอดคล้องกับผู้เรียน
สะดวกไหม ผู้สอนสะดวกไหม สถำนที่อปุ กรณ์พร้อมในเวลำนั้นไหม ถ้ำเวลำสอนกีฬำไม่เหมำะ
กบั ผู้สอน ผู้เรยี นเสยี เสยี เวลำแลว้ กเ็ ท่ำกบั เริ่มต้นผิดพลำดหมำยถึง กำรวำงแผนกำรสอน คำ
ว่ำ เมื่อไม่ รวมไปถึงกำรวำงแผนกำรสอนด้วย ผู้สอนกีฬำต้องมีกำรวำงแผนกำรสอนกีฬำที่
รับผิดชอบ ท้ังระยะยำว ระยะกลำง ระยะส้ัน และแผนกำรสอนรำยครั้ง รำยช่ัวโมง ว่ำมี
จดุ มงุ่ หมำยแต่ละระยะอย่ำงไร มีเน้ือหำกำรสอนแต่ละระยะอย่ำงไร มีกิจกรรมกำรสอนแต่ละ
ระยะอย่ำงไร และต้องสอดคล้องกันอย่ำงเปน็ ระบบดว้ ย
5. จะสอนทีไ่ หน
5.1 สถำนที่สอนคือ ที่ไหน ใกล้ ไกล จำกผู้สอนผู้เรียนมำกน้อยเพียงใด ไปมำ
สะดวกไหม สถำนที่พอเพียงไหมกับจำนวนผู้เรียน กำรระบำยถ่ำยเทอำกำศดีไหม มีควำม
ปลอดภยั ไหมสถำนที่ถกู ต้องเหมำะสมกับกำรเรียน
5.2 เครื่องอำนวยควำมสะดวกและอุปกรณ์ มีเครื่องอำนวยควำมสะดวกพื้นฐำน
เช่น ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องเปล่ียนเครื่องแต่งตัว ตู้เก็บเส้ือผ้ำ อุปกรณ์กำรสอนมีครบถ้วน
พอเพียงหรือไม่
6. จะสอนอยา่ งไร
6.1 รูปแบบกำรสอนโดย ทั่วไปจะมีรูปแบบใหญ่ 2 รูปแบบ คือ
6.1.1 ผู้สอนเป็นศนู ย์กลำง คือ ผู้สอนเป็นผกู้ ำหนดกำรสอนกำรเรียน เป็นผู้นำ/
ทกุ อย่ำงด้วยตวั ผู้สอนเอง ผู้เรยี นเปน็ เพียงผู้ปฏิบัตติ ำมเท่ำน้ัน ข้อดี คือ กำรสอนเป็นไปได้ตำม
แผนดำเนินไปได้อย่ำงรวดเร็ว ถูกต้องตำมที่ผู้สอนคิด ถูกตำมแนวทำงของผู้สอน ข้อเสีย คือ
ผู้เรียนไม่มีควำมรู้สึกว่ำตัวเองมีส่วนร่วม ไม่เกิดควำมคิดสร้ำงสรรค์ ไม่เกิดแนวปฏิบัติแบบ
ใหม่ๆ
6.1.2 ผู้เรียนเป็นศูนย์กลำง คือ ให้ผู้เรียนเป็นหลักมองควำมสนใจผู้เรียนให้
ผู้เรยี นได้ฝึกคิด ฝึกปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง โดยผู้สอนเป็นผชู้ แี้ นะให้คำแนะนำ บำงครงั้ อำจมีกำรลอง
ถูกลองผิดบ้ำง แต่ผลที่ได้ผู้เรียนจะมีควำมเข้ำใจลึกซึ้ง ข้อดี คือ ผู้เรียนมีส่วนร่วมเต็มที่เกิด
ควำมคิดสร้ำงสรรค์ ผู้เรียนรู้สึกมีคุณค่ำในกำรเรียน ข้อเสีย คือ อำจชักช้ำ เสียเวลำบ้ำง
ปจั จบุ นั นิยมรูปแบบกำรสอนทีใ่ ห้ผู้เรียนเป็นศนู ย์กลำงมำกกว่ำผู้สอนเป็นศูนย์กลำง
สรุปหลกั กำรสอนคือ ผู้สอนกีฬำต้องมีพืน้ ฐำน ควำมรู้ ควำมสำมำรถทั้งทักษะนำไปใช้
สอนได้ ทำให้กำรสอนกีฬำประสบผลสำเร็จ ตำมที่ต้ังจุดมุ่งหมำยไว้ รู้ขอบเขตของเพศและวัย
56
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
รวมถึงข้อจำกัดต่ำงๆทั้งควำมแตกต่ำงของผู้เรียน สถำนที่เรียน ควำมพร้อมทั้งวัสดุอุปกรณ์
และรูปแบบกำรสอนทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
การสอนทักษะกฬี าตะกร้อ
บทบำททีส่ ำคญั อีกประกำรหนึ่งของผู้ฝึกสอนกีฬำ คือ กำรทำหน้ำที่เปรียบเหมือนครู
คอยช่วยเหลือนักกีฬำให้ได้มำซึ่งควำมรู้ ทักษะ ควำมสำมำรถ ตลอดจนกำรมีแนวคิดและ
ทัศนคติที่ดีหรือถูกต้อง กำรเรียนกำรสอนเพื่อพัฒนำทักษะกีฬำ โดยเฉพำะครูผู้สอนหรือผู้
ฝึกสอนควรใช้หลกั กำรทีส่ ำคัญ ดงั ที่ (วรศกั ดิ์ เพียรชอบ, 2548: 288-290) ได้กล่ำวไว้ว่ำ
1. กำรสอนทกั ษะกีฬำควรจะสอนเมือ่ ยังอยใู่ นวัยเด็กที่ยังมีอำยนุ ้อย โดยเริ่มให้เด็กได้มี
โอกำสเคล่ือนไหวในกิจกรรมกำรเคล่ือนไหวเบื้องต้นต่ำง ๆ ด้วยท่ำทำงที่มีกำรใช้ส่วนต่ำงๆ
ของร่ำงกำยให้เป็นไปตำมธรรมชำติก่อน กำรเคล่ือนไหวส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยตำมธรรมชำติ
เหลำ่ นีต้ ่อไปกจ็ ะนำมำแห่งกำรมีทักษะกำรเคล่อื นไหวเบือ้ งต้นอนั เป็นทักษะทีน่ ำไปสู่ทักษะกีฬำ
ต่ำงๆ ในโอกำสต่อไป
2. กำรเรียนที่จะได้ผลดี ควรให้ผู้เรยี นได้มโี อกำสทบทวน วิเครำะห์ทักษะที่เรียนไปแล้ว
ในใจพร้อมกับกำรมีจินตนำกำรกำรเคล่ือนไหวในทักษะนั้นๆ ในใจไปด้วย กำรฝึกให้คิดและ
จินตนำกำรในกำรเคล่อื นไหวทกั ษะ จะช่วยให้ผู้เรยี นสำมำรถเรยี นรู้และปฏิบตั ใิ นทักษะนั้นได้ดี
3. กำรเรียนรู้เกีย่ วกับทกั ษะกีฬำ ควรให้แรงเสริมในทำงบวก เช่น กำรชมเชยหรือกำร
ให้รำงวัล ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนำกำรทำงทักษะเร็วยิ่งขึ้น กำรสอนทักษะกีฬำแต่ละคร้ังควร
หลีกเล่ียงกำรตำหนิหรือกำรลงโทษให้มำกที่สุด เพรำะกำรตำหนิ หรือกำรลงโทษจะทำให้
ผู้เรยี นมีควำมวิตกกังวล ไมส่ ำมำรถควบคุมสมำธใิ นกำรเรียนได้
4. กำรเรียนรู้ทักษะหำกต้องกำรให้ทักษะนั้นคงอยู่นำน ๆ ควรให้ผู้เรียนรู้ได้ฝึก
จนกระทั่งถึงจดุ หน่งึ ทีส่ ำมำรถทำได้โดยอตั โนมตั ิ กำรเรียนรู้ทักษะกีฬำผู้เรียนสำมำรถปฏิบัติได้
โดยอัตโนมตั ิมำกเพยี งใด คุณภำพของทักษะจะมีมำกและอยไู่ ด้เป็นระยะเวลำนำนต่อไปอีกมำก
เท่ำน้ัน
5. กำรเรียนรู้ทกั ษะกีฬำจะดียิ่งขึ้น ถ้ำผู้สอนจัดสภำพกำรณ์ของกำรเรียนรู้ทักษะกีฬำ
น้ันๆ ให้พร้อมที่จะอำนวยควำมสะดวก เช่น สถำนที่ และอุปกรณ์ หรืออื่นๆ เพื่อจะเรียนได้
อย่ำงเพยี งพอสำมำรถลงเลน่ หรือฝึกในกีฬำน้ันๆ ได้ตลอดเวลำ
6. เพื่อไม่ให้ผู้เรียนต้องห่วงและพะวงกับรำยละเอียดปลีกย่อยของทักษะที่เรียนมำก
เกินไป กำรเรียนรู้ทักษะกีฬำระยะแรกๆควรเน้นควำมสำมำรถในกำรทำได้มำกกว่ำรำยละเอียด
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 57
ปลกี ย่อย เมื่อผู้เรียนสำมำรถทำได้แล้วจึงค่อยเน้นในคุณภำพและรำยละเอียดของทักษะกีฬำ
ต่อไป
7. ผู้เรยี นแตล่ ะคนมีอตั รำกำรเรียนรู้ในทักษะกีฬำแตกต่ำงกันไป ท้ังนี้อำจจะเนื่องจำก
ภูมิหลัง ส่วนประกอบของปัจจัยต่ำงๆ ของร่ำงกำย และควำมสำมำรถในกำรจินตนำกำรของ
ผู้เรยี นแตล่ ะคน
8. ในกำรเรียนรู้ทักษะกีฬำ ถ้ำผู้เรียนได้มีกำรเรียนรู้ทักษะน้ันในวิธีกำรผิดๆ มำก่อน
แล้วก่อนที่ผู้เรียนจะสำมำรถเรียนรู้ทักษะนั้นอย่ำงถูกต้องได้ ผู้เรียนจะต้องมีเวลำแก้หรือลบ
วิธีกำรทีผ่ ิดๆ ที่เคยเรยี นรู้มำแล้วนั้นก่อนจึงจะสำมำรถเรียนรู้ทักษะน้ันในวิธีกำรที่ถูกต้องใหม่
ต่อไปได้
สำหรับกระบวนกำรสอนน้ันส่วนใหญ่ใช้กำรสอนแบบ 5 ขั้น หรือ 7 ข้ัน แล้วแต่ควำม
ถนัด ซึ่ง (จิรำกรณ์ ศิริประเสริฐ, 2543: 132) ได้กล่ำวว่ำ กระบวนกำรสอนทักษะส่วนใหญ่
โดยท่วั ไปนิยมกำรสอนแบบ 5 ขั้น ได้แก่
1. ข้ันกำรอบอุ่นร่ำงกำย
2. ข้ันกำรอธิบำยและสำธติ
3. ขั้นกำรฝึกปฏิบตั ิ
4. ข้ันกำรนำไปใช้
5. ขั้นสรุป
วิธีกำรสอนแบบ 5 ขั้น เป็นวิธกี ำรสอนซึง่ นิยมใช้กันมำนำนแล้ว เป็นที่คุ้นเคยทั้งผู้สอน
และผู้เรียน ยังผลให้กำรเรียนกำรสอนเป็นไปด้วยดีจริงๆ แล้วไม่ว่ำจะแบ่งกำรสอนออกเป็นกี่
ข้ันตอนกต็ ำม สำมำรถนำไปใช้สอนให้ได้ผลดที ้ังส้นิ ซึง่ ขนึ้ อยู่กับระดับชั้นเรียน เนื้อหำกำรสอน
อุปกรณ์กำรสอน และระดับควำมรู้ควำมสำมำรถ และควำมตั้งใจของผู้สอนอย่ำงน้อยผู้สอน
ควรมีควำมรู้ในหัวข้อที่ต้องสอน ซึ่งประกอบด้วย ควำมคิดรวบยอด วิธีกำรในกำรแก้ปัญหำ
และควำมเข้ำใจในควำมผิดพลำดของผู้เรยี นที่อำจเกิดขนึ้ ได้เสมอในระหว่ำงกำรเรียนรู้ สำหรับ
กีฬำตะกร้อ (สันติวัฒน์ พันทำ, 2548: 215-219) ได้กล่ำวถึงกำรสอนตะกร้อ ประกอบไปด้วย
ข้ันตอนต่ำงๆ ห้ำขนั้ ดงั นี้
1. ขัน้ เตรยี ม
ข้ันเตรียมแบ่งออกเป็น 3 อย่ำงคือ กำรเตรียมตัวผู้สอน กำรเตรียมอุปกรณ์สถำนที่
และกำรเตรียมตัวผู้เรียน ในที่นี้จะกล่ำวเฉพำะขั้นตอนกำรเตรียมตัวผู้เรียนเท่ำนั้น เพรำะขั้น
เตรียมตวั ผู้สอนและกำรเตรียมอปุ กรณ์ สถำนที่ เป็นกำรเตรียมตัวล่วงหน้ำที่ผู้สอนตะกร้อต้อง
58
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
เตรียมไว้ก่อนที่จะสอนอยู่แล้ว เมื่อถึงชั่วโมงสอนจึงเริ่มที่ข้ันเตรียมตัว ข้ันเตรียมตัวผู้เรียนใช้
เวลำประมำณ นำที มีขนั้ ตอนดงั ต่อไปนี้
1.1 กำรเข้ำแถว ปัจจุบันนิยมกำรเข้ำแถวแบบถำวรจะมีกี่แถวขึ้นอยู่กับควำม
เหมำะสม
1.2 กำรสำรวจช่อื เพื่อตอ้ งกำรทรำบจำนวนผู้เรยี น โดยมีวิธกี ำรดงั นี้
1.2.1 ผู้สอนขำนชือ่
1.2.2 ผู้สอนใช้กำรสังเกตดไู ดจ้ ำกแถวถำวรว่ำผู้ใดขำด
หลังจำกนั้นผู้สอนก็สำรวจควำมพร้อมของผู้เรียน ทั้งในด้ำนร่ำงกำยว่ำมีผู้ใด
เจบ็ ป่วยหรือไม่ หรือควำมเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยของเคร่อื งแตง่ กำย ฯลฯ
1.3 กำรอบอุ่นร่ำงกำย ทุกครั้งที่เรียนตะกร้อ จะต้องมีกำรอบอุ่นร่ำงกำย ซึ่งกำร
อบอุ่นร่ำงกำย เป็นกำรกระตุ้นกำรทำงำนของระบบต่ำงๆในร่ำงกำยให้ตื่นตัวพร้อมที่จะ
เคลอ่ื นไหวได้อยำ่ งมีประสิทธิภำพ เช่น ระบบกำรไหลเวียนโลหิต ระบบกล้ำมเนื้อ ระบบหำยใจ
ฯลฯ
กำรอบอุ่นร่ำงกำยกระทำ ได้ 2 วิธี ดังนี้
1.3.1 ผู้สอนเป็นผู้นำ วิธีนี้เหมำะสำหรับกำรเรียนกำรสอนในระดับช้ัน
ประถมศึกษำซึ่งผเู้ รียนยังเล็กอยู่ ผู้สอนต้องเปน็ ผนู้ ำในกำรปฏิบัตใิ ห้ผู้เรยี นปฏิบตั ติ ำม
1.3.2 ผู้เรียนเป็นผู้นำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพรำะผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมซึ่ง
เป็นวิธีกำรสร้ำงคุณลักษณะกำรเป็นผู้นำ วิธีอบอุ่นร่ำงกำยโดยให้ผู้เรียนเป็นผู้นำนั้น ผู้สอน
จะต้องมีกำรตกลง และมอบหมำยให้ผู้เรียนได้รู้ล่วงหน้ำก่อนเพื่อผู้เรียนจะได้ไปเตรียมตัวเอง
กำรให้ผู้เรยี นออกมำเปน็ ผนู้ ำอบอุ่นร่ำงกำยน้ัน อำจกระทำได้ครั้งละหลำยๆคน หรือคนเดียวก็
ได้แต่ครั้งแรกๆ ควรมอบหมำยให้หัวหน้ำออกมำเป็นผู้นำก่อน แล้วค่อยผลัดเปล่ียนหมุนเวียน
กันไปวิธีนีเ้ หมำะสำหรบั ชน้ั ประถมตอนปลำย มธั ยมศึกษำ และอุดมศึกษำ
2. ขนั้ สอน
ขั้นกำรสอนนีจ้ ะใช้เวลำประมำณ 5 นำที ในข้ันนี้ผู้สอนจะนำวิธีกำรสอนแบบใดมำใช้ก็
ได้แต่ควรเหมำะสมกับกิจกรรมที่สอนในกำรสอนทักษะใหม่ ๆ วิธีกำรที่นิยมใช้กันมำกได้แก่
กำรอธิบำยและกำรสำธติ เป็นวิธที ี่ผู้สอนบอกผู้เรยี นให้เข้ำใจถึงเนือ้ หำทีเ่ รียน วิธีกำรเลน่ พร้อม
กับเห็นท่ำทำงที่ถูกต้อง ในขั้นนี้ผู้สอนจะต้องอธิบำย และแสดงให้ผู้เรียนดูโดยพูดสั้น ๆ แต่ได้
ควำมหมำยชัดเจนใช้เวลำน้อยที่สุด ถ้ำอธิบำยนำนผู้เรียนจะเกิดควำมเบื่อหน่ำย กำรอธิบำย
กำรสำธิตให้ผู้เรียนดูน้ัน ผู้สอนจะเป็นผู้สำธิตเอง หรืออำจจะให้ผู้เรียนคนใดคนหนึ่ง แถวใด
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 59
แถวหนึ่งสำธิตให้ดูก็ได้ข้อสำคัญในกำรอธิบำยและสำธิต ผู้เรียนทุกคนต้องได้ยินอย่ำงชัดเจน
และได้เห็นอย่ำงท่วั ถึง
3. ขนั้ ฝึกทกั ษะ
ขั้นกำรฝึกทกั ษะนนั้ จะใช้เวลำประมำณ 20 นำที ขั้นนี้เป็นขั้นสำคัญและเป็นหัวใจของ
กำรสอนเป็นขั้นที่ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะใหม่ๆ ที่กำลังเรียน ผู้สอนควรจะต้องเตรียมสถำนที่
อุปกรณ์ไว้ให้พร้อมกำรฝึกทกั ษะใหม่ ๆ น้ัน มีหลักกำรดงั นี้
3.1 ควรมีอปุ กรณ์ให้ผู้เรียนฝึกอย่ำงเพยี งพอ
3.2 อปุ กรณ์น้ันจะต้องมีควำมปลอดภัยควรสำรวจอุปกรณ์กอ่ นใช้ทุกครงั้
3.3 แบบฝึกควรมีหลำย ๆ แบบผู้เรยี นยิ่งมอี ำยนุ ้อยแบบฝึกควรมีมำกแบบ
3.4 แบบฝึกแต่ละแบบควรเริ่มจำกท่ำง่ำยๆไปหำยำก
3.5 เวลำของกำรฝึกประมำณ 20 นำที
3.6 ตลอดระยะเวลำกำรฝึก ผู้สอนต้องควบคุมดูแลและให้คำแนะนำ แก่ผู้เรียน
อย่ำงทว่ั ถึง
3.7 ต้องกำรให้ผู้เรียนมีทักษะอะไร ก็จะต้องให้ผู้เรียนได้ฝึกส่ิงที่ก่อให้เกิดทักษะน้ัน
บ่อยๆ และดว้ ยวิธกี ำรที่ถูกต้อง
3.8 ผู้สอนต้องคอยดแู ลและสังเกตผู้เรยี นว่ำปฏิบตั ิตำมระเบียบทีว่ ำงไว้หรือไม่
ในขณะที่มกี ำรฝึกหัดผสู้ อนจะต้องคอยควบคุมอย่ำงใกล้ชิด และต้องคอยแนะนำแก้ไข
ข้อบกพร่องของผู้เรยี นอยู่ตลอดเวลำ วิธีกำรให้คำแนะนำสำมำรถกระทำได้หลำยวิธี ดงั นี้
1. ผู้สอนให้คำแนะนำ ขณะที่ผู้ฝึกกำลังฝึก ผู้สอนจะต้องเดินดูผู้เรียนฝึกทักษะ
ตลอดเวลำกำรให้คำแนะนำ อำจจะให้คำแนะนำ เป็นรำยบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ เช่น ขณะที่
ผู้สอนเดนิ ดผู เู้ รียนฝึกหัดอยู่น้ัน ผู้สอนเห็นว่ำผู้เรียนคนใดทำผิดผู้สอนก็แก้ไขให้เป็นรำยบุคคล
หรือถ้ำผู้เรยี นทำผิดมำก ๆ ก็อำจจะให้คำแนะนำ พร้อมกันทั้งหมู่ก็ได้ และถ้ำเห็นผู้เรียนคนใด
ทำดแี ละถกู ต้องกค็ วรให้คำชมเชยเพื่อเปน็ กำลงั ใจให้ผู้เรยี น
2. ผู้เรียนให้คำแนะนำกันเอง กำรแนะนำแบบนี้ผู้สอนจะให้หัวหน้ำ หรือผู้ที่มีทักษะดี
คอยช่วยผู้สอนแก้ไขขอ้ บกพร่องตำ่ งๆ ที่เกิดขนึ้ หรืออีกวิธีหนึ่งให้ผู้เรียนจับคู่กนั และผลักดันกัน
ดแู ลแก้ไขขอ้ บกพร่องซึง่ กันและกัน
4. ขนั้ นาํ ทกั ษะไปใช้
ขั้นนำทักษะไปใช้นี้ใช้เวลำประมำณ 10 นำที ในข้ันนี้มีควำมประสงค์ที่จะให้ผู้เรียนนำ
ควำมรู้และทักษะที่เรียนมำแล้วไปลองใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อควำมสนุกสนำนกับ เพื่อนใน
สภำพกำรณ์จริงโดยวิธีเล่นเกม แต่เกมนั้นจะต้องใช้ทักษะควำมรู้ที่ได้จำกกำรฝึกมำแล้วซึ่ง
60
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
เท่ำกับเป็นกำรทบทวนและประเมินผลกำรเรียนไปด้วย ผู้สอนก็จะได้ทรำบว่ำผู้เรียนมีควำมรู้
ควำมเข้ำใจและมีทกั ษะมำกน้อยเพียงใดส่ิงที่ผู้เรียนจะได้รับในข้ันนี้อีกก็คือ ประสบกำรณ์กำร
แข่งขัน ควำมมีน้ำใจเป็นนักกีฬำ กำรทำงำนร่วมกัน กำรปรับตัวเข้ำกับผู้อื่น กำรปฏิบัติตำม
ระเบียบวินัย ฯลฯ ส่งิ ที่ผู้สอนควรคำนึงในขั้นนำทกั ษะไปใช้ คือ
4.1 ให้ผู้เรยี นได้มสี ว่ นร่วมมำกที่สุด
4.2 เกมน้ันควรจะเหมำะกับอำยุ เพศ สถำนที่ จำนวนอุปกรณ์และมีกติกำงำ่ ย ๆ
4.3 ผู้เรยี นได้รบั ควำมสนุกสนำนเพลดิ เพลนิ
4.4 ผู้สอนควรจะเน้นถึงควำมยุติธรรมและควำมมีน้ำใจเป็นนักกฬี ำ
4.5 ผู้สอนต้องคำนึงถึงควำมปลอดภัยอยู่ตลอดเวลำ
5. ข้นั สรุปผล
ขั้นสรุปผล เป็นข้ันสุดท้ำยของกำรสอนตะกร้อใช้เวลำประมำณ 5-8 นำที ซึ่ง
ประกอบดว้ ย
5.1 กำรรวมแถวก่อนทีจ่ ะหมดเวลำกำรสอน ผู้สอนควรให้มำรวมกันท้ังหมดโดยเข้ำ
แถวถำวร เหมือนตอนเริ่มแรก
5.2 กำรสรุปผล กำรสรุปผลนั้นแบ่งออกเปน็ 2 อย่ำง คือ
5.2.1 สรุปผลเกี่ยวกับบทเรียน เป็นกำรสรุปผลบทเรียนที่ได้เรียนมำแล้วใน
ชั่วโมงน้ันว่ำเป็นอย่ำงไร มีข้อดีและข้อบกพร่องที่ควรจะส่งเสริมและควรแก้ไขให้ดีอย่ำงไร
นอกจำกนีผ้ ู้สอนควรจะได้ประเมินผลกำรเรียนดว้ ยว่ำผู้เรียนมีควำมรู้และควำมเข้ำใจมำกน้อย
เพียงใด ตรงจดุ มงุ่ หมำยที่วำงไว้หรือไม่ ซึ่งผู้สอนสำมำรถทำได้โดยวิธีกำรส่ังให้ผู้เรียนออกมำ
2 คน แล้วให้อธิบำยและสำธิตส่ิงที่เรียนไปแล้วให้ดู หรือผู้สอนใช้วิธีต้ังคำถำมต่ำงๆ แล้วให้
ผู้เรยี นตอบคำถำม ซึ่งผสู้ อนสำมำรถประเมินผลกำรเรียนกำรสอนในช่วั โมงน้ันได้ด้วย
5.2.2 สรุปผลทำงด้ำนสุขนิสัย เป็นกำรกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นควำมสำคัญของ
กำรรกั ษำควำมสะอำดร่ำงกำย หลงั จำกกำรเลน่ หรือเรียนตะกร้อแลว้ ควรจะไดม้ ีกำรชำระล้ำง
ร่ำงกำยให้สะอำด เพื่อให้ร่ำงกำยสดชื่นแจ่มใส เพื่อเป็นกำรเตรียมตัวที่จะเรียนวิชำอื่นต่อไป
หรือไปพกั รับประทำนอำหำร กำรให้ผู้เรยี นปฏิบตั เิ ช่นนเี้ ปน็ กำรฝึกให้ผู้เรียนมีสุขนิสัยทีด่ ี
5.3 กำรเลิกแถวหลังจำกที่ผู้สอนได้สรุปผลด้ำนต่ำงๆ พร้อมกับนัดแนะ หรือ
มอบหมำยงำนต่ำงๆ ในกำรเรียนครงั้ ต่อไปแลว้ ให้ผู้เรียนเลกิ แถว
ดงั น้ันกำรสอนทักษะกีฬำตะกร้อผู้สอนจำต้องศึกษำรำยละเอียดออกเป็นแต่ละขั้นตอน
ให้ตรงกับควำมต้องกำร ควำมสนใจ และควำมสำมำรถของผู้เรียนด้วย ทั้งกำรวำงรำกฐำน
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 61
ทักษะที่ถูกต้อง กำรเสริมแรงบวก กำรทบทวนทักษะอยู่เป็นประจำ หรือกระท้ังกระบวนกำร
สอนตำมลำดับข้ันที่ถูกต้อง ที่จะนำรำยละเอียดของแต่ละขั้นตอนนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดกบั ผู้สอนและผู้เรียน
สรุปหลักกำรสอนและข้ันตอนกำรสอน คือ เพื่อสนองต่อควำมต้องกำรของนักเรียน
ควำมตอ้ งกำรของสงั คม วิธีกำรสอนที่ดีมหี ลำยแบบ แต่ต้องคำนึงถึงว่ำ ไม่มีวิธีใดที่จะนำไปใช้
ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่ำงมั่นใจ เพรำะสภำพกำรเรียนกำรสอนแตกต่ำงกัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด คือ
วิธีสอนที่ทำให้งำนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ส่ิงที่ครูผู้สอนต้องยึดเป็นหลักปฏิบัติ คือ กำรช่วย
ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภำพดี มีควำมสุข และมีประโยชน์สำหรับนักเรียน เป็นกิจกรรมที่
สอดคล้องกับจุดมุ่งหมำยของวิชำในแต่ละระดับชั้น และควรตอบสนองต่อกำรเปล่ียนแปลง
พฤติกรรมของนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดสัมฤธิผลทำงกำรเรียน วิธีกำรสอนพลศึกษำที่
นิยมใช้อยู่ คือกำรสอนแบบอธิบำยและสำธิต ซึ่งมีขั้นตอนกำรสอน 5 ขั้น คือ ข้ันเตรียม ข้ัน
อธิบำยและสำธติ ข้ันฝึกหดั ขั้นนำไปใช้ และข้ันสรุปสุขปฏิบตั ิ
62
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
วิธีการสอนแบบตา่ งๆ
วิธกี ำรสอนทำงกำรศึกษำทีค่ รผู ู้สอนพลศึกษำสำมำรถนำมำดดั แปลง ผส
ศึกษำน้ันสำมำรถบรรลุจุดประสงค์กำรเรียนรู้ที่วำงไว้ และมีประสทิ ธิภำพดยี ิง่ ข้นึ
กำรสอนพลศึกษำดังต่อไปนี้ (ทิศนำ แขมมณี, 2560: 327-373)
ตารางที่ 2.1 แสดงกำรประยุกต์ใช้วิธสี อนทำงกำรศึกษำในกำรสอนพลศึกษำ ตำ
วิธสี อน วัตถุประสงค์ ข้อดี
1. วิธีสอนโดยใช้การ มุ่งช่วยให้ผู้เรียนจำนวน 1)เป็นวิธีสอนทีใ่ ช้เวลำน้อย เมื่อเท
บรรยาย (Lecture) มำกได้เรียนรู้เน้ือหำสำระ 2)เปน็ วิธีสอนที่ใช้กบั ผู้เรียนจำนวน
หรือข้อควำมรู้จำนวน 3)เป็นวิธีสอนทีส่ ะดวก ไม่ยุ่งยำก
มำกพร้อม ๆ กันได้ใน 4)เป็นวิธีสอนทีถ่ ่ำยทอดเน้ือหำสำ
เวลำที่จำกดั
สมผสำนกนั หรือนำมำใช้เสริมเพื่อให้กำรจัดกำรเรียนกำรสอนวิชำพล
น ผู้เขียนขอสรุปจำกกำรศึกษำวิเครำะห์ในวิธีสอนที่นิยมใช้ในกำรเรียน
ำมแนวคิดของผู้เขียน ขอ้ จาํ กดั การประยุกตใ์ ช้วิชาพลศึกษา
ทียบกบั วิธีสอนแบบอืน่ ๆ 1)เป็นวิธีสอนที่ผู้เรียนมีบทบำทน้อย ส ำ ม ำ ร ถ น ำ ม ำ ใ ช้ ใ น ก ำ ร
นมำกได้
จึงอำจทำให้ผู้เรียนขำดควำมสนใจ บรรยำยเรื่อง ประวัติ ควำม
ำระได้มำก
ในกำรบรรยำย เปน็ มำของกีฬำ หรือ กฎ กติกำ
2)เปน็ วิธีสอนที่อำศัยควำมสำมำรถ กี ฬ ำ ต่ ำ ง ๆ ใ น ท ำ ง ป ฏิ บั ติ
ของผู้บรรยำย ถ้ำผู้บรรยำยไม่มี ครูผู้สอนต้องจัดเตรียมสถำนที่
ศิลปะในกำรบรรยำยที่ดึงดูดใจ ใ ห้เ หม ำ ะสม กั บสื่ อใ นก ำ ร
ผู้เรียน ผู้เรียนอำจขำดควำมสนใจ บรรยำย (ส่งเสริมด้ำนควำมรู้
และถ้ำผู้สอนขำดกำรเรียบเรียง ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งเป็น 1 ใน 5
เน้ือหำสำระอย่ำงเหมำะสม ผู้เรียน วัตถุประสงค์ของกำรเรียนพล
อำจไม่เข้ำใจและไม่สำมำรถซักถำม ศกึ ษำ)
ได้ (ถ้ำผู้บรรยำยไม่เปิดโอกำส)
3 ) เ ป็ น วิ ธี ส อ น ที่ ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ
สนองตอบควำมต้องกำรและควำม
วิธสี อน วัตถุประสงค์ ข้อดี
2. วิธีสอนโดยใช้การ วิธีสอนโดยใช้กำรสำธิต 1)เป็นวิธีสอนทีช่ ่วยใหผ้ ู้เรียนได้รับ
สาธิต (Demonstration) เป็นวิธีกำรที่มุ่งช่วยให้ ที่เรียนรู้อย่ำงเป็นรูปธรรม ทำใหเ้ ก
ผู้เรียนท้ังช้ันได้เห็นกำร ในเรื่องทีส่ ำธติ ได้ดีและนำน
ปฏิบัติจริงด้วยตำตนเอง 2)เป็นวิธีสอนที่ช่วยประหยัดเวลำ
ทำให้เกิดควำมรู้ควำม หำกใช้ทดแทนกำรทดลอง
เข้ำใจในเรื่องหรือกำร 3)เปน็ วิธีทีส่ ำมำรถสอนผู้เรียนได้จ
ปฏิบัตินน้ั ชดั เจนขนึ้
3. วิธีสอนโดยใช้การ วิธีสอนโดยใช้กำรแสดง 1)เป็นวิธีสอนทีช่ ่วยใหผ้ ู้เรียนเกิดค
แ ส ด ง บ ท บ า ท ส ม ม ติ บ ท บ ำ ท ส ม ม ติ เ ป็ น พฤติกรรมของผู้อื่น ได้เรียนรู้กำรเ
(Role Playing) วิธีกำรที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียน กำรเรียนรู้ทีล่ กึ ซึง้
ได้เรียนรู้กำรเอำใจเขำมำ 2)เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีค
ใส่ใจเรำ เกิดควำมเข้ำใจ เปลี่ยนแปลงเจตคติและพฤติกรรม
ใ น ค ว ำ ม รู้ สึ ก แ ล ะ 3)เปน็ วิธีสอนทีช่ ่วยพฒั นำทักษะใ
พฤติกรรมท้ังของตนเอง ตดั สินใจ และแก้ปัญหำ
และผู้อื่น หรือเกิดควำม 4)เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้กำรเรียนก
เ ข้ ำ ใ จ ใ น เ รื่ อ ง ต่ ำ ง ๆ กบั สภำพควำมเปน็ จริง
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 63
ขอ้ จํากัด การประยกุ ต์ใช้วิชาพลศึกษา
แตกต่ำงระหว่ำงบคุ คล
บประสบกำรณ์ตรงเห็นสิ่ง 1 ) ห ำ ก ก ลุ่ ม ใ ห ญ่ ผู้ เ รี ย น อ ำ จ ในกำรเรียนกำรสอนพลศึกษำ
กิดควำมเข้ำใจและจดจำ สังเกตเห็นกำรสำธิตไม่ชัดเจนและ ใช้เป็นส่วนใหญ่ มุ่งส่งเสริม
ทวั่ ถึง สมรรถภำพทำงกำย และทกั ษะ
ำ อุปกรณ์และค่ำใช้จ่ำย 2)เป็นวิธีที่ผู้สอนเป็นผู้สำธิต จึง กีฬำแก้ผู้เรียน
อำจไม่เหน็ พฤติกรรมของผู้เรียน
จำนวนมำก 3)เป็นวิธีที่ผู้เรียนอำจมีส่วนร่วมไม่
ทัว่ ถึงและมำกพอ
4)เป็นวิธีที่ผู้เรียนไม่ได้ลงมือทำเอง
จึง อ ำ จ ไ ม่เ กิ ด ค ว ำม รู้ ที่ ลึ ก ซึ้ ง
เพียงพอ
ควำมเข้ำใจควำมรู้สึกและ 1 ) เ ป็ น วิ ธี ส อ น ที่ ใ ช้ เ ว ล ำ ม ำ ก ครูผู้สอนพลศึกษำสำมำรถนำ
เอำใจเขำมำใส่ใจเรำ เกิด พอสมควร วิธีกำรสอนนี้มำช่วยส่งเสริม
2)เป็นวิธีสอนที่ต้อง อำศัยกำร ด้ำนคุณธรรมจริยธรรมของ
ควำมเข้ำใจและเกิดกำร เตรียมกำรและกำรจัดกำรอย่ำง ผู้เรียนได้เปน็ อย่ำงดี เช่น กำรรู้
มของตน รดั กุม หำกจัดกำรไม่ดีพอ อำจเกิด แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย กำรมีน้ำใจ
นกำรเผชิญสถำนกำรณ์ ควำมยุ่งยำกสับสนขนึ้ ได้ นกั กีฬำ เปน็ ต้น
3)เป็นวิธีสอนที่ต้องอำศัยควำมไว
กำรสอนมีควำมใกล้เคียง ในกำรรับรู้ (Sensitivity) ของผู้สอน
หำกผู้สอนขำดคุณสมบัตินี้ไม่รับรู้
64
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
วิธสี อน วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ ดี
เกี่ยวกับบทบำทสมมติที่ 5)เปน็ วิธีสอนที่เปิดโอกำสให้ผู้เรีย
ตนแสดง มำก ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่ำงสนุกส
ควำมหมำยสำหรับผู้เรียน เพร
โดยตรง
4. วิธีสอนโดยใช้เกม วิธีสอนโดยใช้เกม เป็น 1)เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีส
(Game) วิธีกำรที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ ผู้เรียนได้รับควำมสนุกสนำน และ
เรียนรู้เรื่องต่ำง ๆ อย่ำง เล่น
สนุกสนำน และท้ำทำย 2)เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิด
ค ว ำ ม ส ำ ม ำ ร ถ โ ด ย ประจกั ษแ์ จ้งด้วยตนเอง ทำให้กำร
ผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทำ และอยู่คงทน
ให้ได้รับประสบกำรณ์ 3)เป็นวิธีสอนที่ผู้สอนไม่เหน่ือย
ตรง เป็นวิธีกำรที่เปิด ผู้เรียนชอบ
โ อ ก ำ ส ใ ห้ ผู้ เ รี ย น มี ส่ ว น
ขอ้ จาํ กัด การประยุกตใ์ ช้วิชาพลศึกษา
ยนมีส่วนร่วมในกำรเรียน ปัญหำที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนบำงคน
สนำน และกำรเรียนรู้มี และไม่ได้แก้ปัญหำแต่ต้น อำจเกิด
รำะข้อมูลมำจำกผู้เรียน เป็นปัญหำต่อเนื่องไปได้
4 ) เ ป็ น ก ำ ร ส อ น ที่ ต้ อ ง อ ำ ศั ย
คว ำ ม ส ำ ม ำ ร ถ ข อ ง ค รู ใ น ก ำ ร
แก้ปัญหำ เน่ืองจำกกำรแสดงของ
ผู้ เ รี ย น อ ำ จ ไ ม่ เ ป็ น ไ ป ต ำ ม ค ว ำ ม
คำดหมำยของผู้สอน ผู้สอนจะต้อง
ส ำ ม ำ ร ถ แ ก้ ปั ญ ห ำ ห รื อ ป รั บ
สถำนกำรณ์และประเด็นให้ผู้เรียน
เกิดกำรเรียนรู้ได้
ส่วนร่วมในกำรเรียนรู้สูง 1)เป็นวิธีสอนที่ใช้เวลำมำก เป็นอีกหนึ่งวิธีสอนที่ครูผู้สอน
ะเกิดกำรเรียนรู้จำกกำร 2 ) เ ป็ น วิ ธี ส อ น ที่ มี ค่ ำ ใ ช้ จ่ ำ ย พลศึกษำนิยมนำมำใช้กำร
เนื่องจำกเกมบำงเกมต้องซื้อหำมำ จัดกำรเรียนกำรสอนพลศึกษำ
ดกำรเรียนรู้ โดยกำรเห็น เอง เฉพำะเกมจำลองสถำนกำรณ์ โดยเฉพำะในขั้นนำไปใช้ เกม
รเรียนรู้นั้นมีควำมหมำย บำงเกมมีรำคำสูงมำก เนื่องจำก เป็นสื่อนำที่สำคัญ ที่จะแสดง
กำรเล่นเกมส่วนใหญ่ผู้เรียนทุกคน ให้เห็นถึงกำรนำทักษะ หรือ
ยแรงมำกขณะสอนและ จำกคนต้องมีวัสดุอุปกรณ์ในกำร ควำมสำมำรถจำกกำรเรียนไป
เล่นเฉพำะตน ใช้เพื่อกำรแข่งขัน หรือเพื่อ
3)เปน็ วิธีสอนทีข่ ึน้ กบั ควำมสำมำรถ ควำมสนุกสนำน ดังน้ันวิธีกำร
วิธสี อน วตั ถุประสงค์ ข้อดี
ร่วมสูง
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 65
ข้อจํากดั การประยกุ ตใ์ ช้วิชาพลศึกษา
ของผู้สอน ผู้สอนจำเป็นต้องมี สอนโดยใช้เกม นับเป็นวิธีสอน
ควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำร ที่เหมำะสมกับกำรสอนพล
สร้ำงเกม จึงจะสำมำรถสร้ำงได้ ศึกษำมำกเช่นกัน ท้ังนี้ผู้สอน
4)เป็ นวิธีสอนที่ต้องอำศัยกำร จำเป็นต้องพิจำรณำเลือกหรือ
เตรียมกำรมำก เกมเพื่อกำรฝึก ออกแบบให้เหมำะกับเน้ือหำ
ทักษะ แม้จะไม่ยุ่งยำกซับซ้อนนัก ทักษะหรือวัตถุประสงค์ในกำร
แต่ผู้สอนจำเป็นต้องจัดเตรียมวัสดุ เรียนน้ันๆ
อุปกรณ์ในกำรเล่นให้ผู้เรียนจำนวน
มำก เกมกำรศึกษำและเกมจำลอง
สถำนกำรณ์ ผู้สอนจำเป็นต้อง
ศึกษำและทดลองใช้จนเข้ำใจ ซึ่ง
ต้องอำศัยเวลำมำก โดยเฉพำะเกม
ที่ มี ค ว ำ ม ซั บ ซ้ อ น ม ำ ก แ ล ะ ผู้ เ ล่ น
จำนวน มำกยิ่งต้องใช้เวลำมำกขึ้น
อีก
5)เป็นวิธีสอนที่ผู้สอนต้องมีทักษะ
ใ น ก ำ ร น ำ ก ำ ร อ ภิ ป ร ำ ย ที่ มี
ประสิทธภิ ำพ จึงจะสำมำรถช่วยให้
ผู้เรียนประมวลและสรุปกำรเรียนรู้
ได้ตำมวตั ถุประสงค์
66
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
วิธสี อน วตั ถุประสงค์ ขอ้ ดี
5. วิธีสอ นโดยใ ช้ วิ ธี ส อ น โ ด ย ใ ช้ 1 ) เ ป็น วิ ธีส อ นที่ ช่ ว ยใ ห้ ผู้เ รี ย
ส ถ า น ก า ร ณ์ จํ า ล อ ง สถำนกำรณ์จำลอง เป็น ควำมสัมพันธ์ซับซ้อนได้อย่ำงเ
(Simulation) วิธีกำรที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียน เน่ืองจำกได้มีประสบกำรณ์ที่เหน็ ป
ได้เรียนรู้สภำพควำมเป็น 2)เป็นวิธีสอนที่ผู้เรียนมีส่วนร่ว
จริงและเกิดควำมเข้ำใจ ผู้เรียนได้เรียนอย่ำงสนุกสนำน กำ
ในสถำนกำรณ์หรือเรื่อง ตัวผู้เรียน
ที่มีตัวแปรจำนวนมำกที่มี 3)เป็นวิธีสอนที่ผู้เรียนมีโอกำสได
ควำมสัมพันธ์กันอย่ำง ต่ำง ๆ จำนวนมำก เช่น กระบวน
ซบั ซ้อน กระบวนกำรสื่อสำร กระบวนกำ
แก้ปญั หำ และกระบวนกำรคิด เป
ข้อจํากดั การประยุกตใ์ ช้วิชาพลศึกษา
ยน ไ ด้ เ รี ย นรู้ เ รื่อ ง ที่ มี 1)เป็นวิธีสอนที่ต้องใช้ค่ำใช้จ่ำยสูง ปัจจุบันมีกำรศึกษำวิจัย และ
เข้ำใจ เกิดควำมเข้ำใจ เพรำะต้องมีวัสดุอุปกรณ์ และ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ วิ ธี ส อ น ใ ช้
ประจักษช์ ดั ด้วยตนเอง ข้อมูลสำหรับผู้เล่นทุกคนและ สถำนกำรณ์จำลองในกำรเรียน
วมในกำรเรียนรู้สูงมำก สถำนกำรณ์จำลองบำงเรื่องมีรำคำ กำรสอนพลศึกษำ เช่น กำร
ำรเรียนรู้มีควำมหมำยต่อ แพง สร้ำงสถำนกำรณ์จำลองกำร
2)เป็นวิธีสอนที่ใช้เวลำมำก เพรำะ แข่งขัน แล้วกำหนดให้ผู้เรียนมี
ด้ฝึกทักษะกระบวนกำร ต้องใหเ้ วลำแก่ผู้เล่นในกำรเล่นและ บทบำทหน้ำที่ต่ำงๆ ในกำร
นกำรปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น กำรอภิปรำย จั ด ก ำ ร แ ข่ ง ขั น กี ฬ ำ ห รื อ
ำรตัดสินใจ กระบวนกำร 3)เป็นวิธีสอนที่ต้องใช้เวลำในกำร สถำนกำรณ์อันตรำยจำกกำร
ปน็ ต้น เตรียมกำรมำก ผู้สอนต้องศึกษำ เล่นกีฬำ แล้วให้ผู้เรียนร่วมกัน
รำยละเอียด และลองเล่นด้วย แส ด ง อ อ ก ท ำ ง พ ฤ ติก ร ร ม
ตนเอง และในกรณีที่ต้องสร้ำง ผลลัพธ์ที่ได้จำกกำรเรียนคือ
สถำนกำรณ์เองยิ่งต้องใช้เวลำ ควำมรู้ ทักษะ และคุณธรรม
เพิ่มขนึ้ จริยธรรม
4)เป็นวิธีสอนที่ต้องพึ่งสถำนกำรณ์
จำลอง ถ้ำไม่มีสถำนกำรณ์จำลอง
ที่ตรงกับวัตถุประสงค์หรือควำม
ต้องกำรผู้สอนต้องสร้ำงขึ้นเอง ถ้ำ
ผู้สอนไม่มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในกำร
สร้ำงสถำนกำรณ์เพียงพอ ก็จะไม่
วิธสี อน วัตถปุ ระสงค์ ข้อดี
จำกตำรำงที่ 2.1 พบว่ำ แนวคิดของทิศนำ แขมมณี (2560) เรือ่ งวิธสี อน
ศึกษำของครูพลศึกษำในปัจจุบัน โดยพิจำรณำจำกควำมนิยมสูงสุดตำมลำด
(Game) วิธีสอนโดยใช้กำรบรรยำย (Lecture) วิธีสอนโดยใช้สถำนกำรณ์จำลอง (
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 67
ขอ้ จาํ กดั การประยุกตใ์ ช้วิชาพลศึกษา
สำมำรถสร้ำงได้
5)เปน็ วิธีสอนทีเ่ ปิดโอกำสให้ผู้เรียน
ไ ด้ เ ล่ น แ ล ะ แ ส ด ง อ อ ก อ ย่ ำ ง
หลำกหลำย จึงเป็นกำรยำกสำหรับ
ผู้สอนในกำรนำกำรอภิปรำยให้ไปสู่
กำรเรียนรู้ตำมวัตถปุ ระสงค์
นต่ำงๆ ทีผ่ ู้เขียนได้นำมำวิเครำะห์สังเครำะห์เรื่องกำรประยุกต์ใช้วิชำพล
ดับ ได้แก่ วิธีสอนโดยใช้กำรสำธิต (Demonstration) วิธีสอนโดยใช้เกม
(Simulation) และวิธีสอนโดยใช้กำรแสดงบทบำทสมมติ (Role Playing)
68
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
การจัดการศึกษากล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา หลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
วิสัยทศั น์
หลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน มุ่งพัฒนำผู้เรียน ซึ่งเป็นกำลังของชำติให้เป็น
มนุษย์ที่มีควำมสมดุลทั้งทำงด้ำนร่ำงกำย ควำมรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในควำมเป็นพลเมือง
ไทยและเปน็ พลโลก ยึดมนั่ ในกำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรง
เป็นประมุขมีควำมรู้และทักษะพื้นฐำน รวมท้ังเจตคติที่จำเป็นต่อกำรศึกษำต่อ กำรประกอบ
อำชีพและกำรศึกษำตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐำนควำมเชื่อว่ำทุกคน
สำมำรถเรียนรู้และพัฒนำตนเองได้เต็มศักยภำพ
จดุ หมาย
หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนมุ่งพัฒนำผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญำ มี
ควำมสุข มีศักยภำพในกำรศึกษำต่อ และประกอบอำชีพ จึงกำหนดจุดมุ่งหมำย เพื่อให้เกิดกับ
ผู้เรยี นเมือ่ จบกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำน ดงั นี้
1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่ำของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตำมหลักธรรมของพระพุทธศำสนำ หรือศำสนำที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง
2. มีควำมรอู้ ันเป็นสำกลและมีควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำร
ใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
3. มีสุขภำพกำยและสุขภำพจิตทีด่ ี มีสุขนิสยั และรักกำรออกกำลงั กำย
4. มีควำมรักชำติ มีจติ สำนึกในควำมเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
กำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตยอนั มีพระมหำกษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
5. มีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญำไทย กำรอนุรักษ์และพัฒนำ
ส่ิงแวดล้อม มีจิตสำธำรณที่มุ่งทำประโยชน์และสร้ำงส่ิงที่ดีงำมในสังคม และอยู่ร่วมกันใน
สงั คมอย่ำงมีควำมสขุ (กระทรวงศึกษำธิกำร, 2552: 4-5)
สำนกั วิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน
(กระทรวงศึกษำธิกำร, 2552: 1) ได้กล่ำวถึงกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ไว้ว่ำ
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 69
สุขภำพหรือสุขภำวะ หมำยถึง ภำวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทำงกำย ทำงจิต ทำงสังคม และ
ทำงปัญญำหรือจิตวิญญำณ สุขภำพหรือสุขภำวะจึงเป็นเรื่องสำคัญเพรำะเกี่ยวโยงกับทุกมิติ
ของชีวิต ซึ่งทุกคนควรจะได้เรียนรู้เรื่องสุขภำพ เพื่อจะได้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจที่ถูกต้อง มีเจต
คติ คณุ ธรรม และค่ำนิยมที่เหมำะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้ำนสุขภำพจนเป็นกิจนิสัย อันจะ
สง่ ผลให้สังคมโดยรวมมีคณุ ภำพ
การเรยี นรู้
สุขศึกษำและพลศึกษำเป็นกำรศึกษำด้ำนสุขภำพที่มีเป้ำหมำยเพื่อกำรดำรงสุขภำพ
กำรสร้ำงเสริมสุขภำพ และกำรพฒั นำคุณภำพชีวิตของบคุ คล ครอบครัว และชุมชนอย่ำงย่ังยืน
โดยสุขศึกษำมุ่งเน้นพัฒนำผู้เรียนพัฒนำพฤติกรรมด้ำนควำมรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่ำนิยมและ
กำรปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภำพควบคู่ไปด้วยกัน พลศึกษำ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมกำร
เคล่อื นไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเลน่ เกมและกฬี ำเปน็ เครือ่ งมือในกำรพัฒนำโดยรวมทั้งด้ำน
ร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์สังคม สติปัญญำ รวมท้ังสมรรถภำพเพือ่ สขุ ภำพและกีฬำ
สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร, 2552: 2-3) ได้กำหนดสำระและมำตรฐำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุข
ศึกษำและพลศึกษำ ไว้ดังนี้
สำระกำรเรียนรู้ของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ประกอบดว้ ย
สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
มำตรฐำน พ 1.1 เข้ำใจธรรมชำติของกำรเจริญเติบโตและพัฒนำกำรของมนษุ ย์
สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครวั
มำตรฐำน พ 2.1 เข้ำใจและเห็นคุณค่ำตนเอง ครอบครัว เพศศึกษำ และมีทักษะใน
กำรดำเนนิ ชีวิต
สาระที่ 3 การเคลือ่ นไหว การออกกําลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มำตรฐำน พ 3.1 เข้ำใจ มีทักษะในกำรเคล่ือนไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเล่นเกม
และกีฬำ
มำตรฐำน พ 3.2 รักกำรออกกำลังกำย กำรเล่นเกม และกำรเล่นกีฬำ ปฏิบัติเป็น
ประจำอย่ำงสม่ำเสมอ มีวินัย เคำรพสิทธิ กฎ กติกำ มีน้ำใจนักกีฬำ มีจิตวิญญำณในกำร
แข่งขนั และชืน่ ชมในสุนทรยี ภำพของกำรกีฬำ
สาระที่ 4 การสร้างเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค