70
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
มำตรฐำน พ 4.1 เหน็ คณุ ค่ำและมีทักษะในกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ กำรดำรงสุขภำพ
กำรป้องกนั โรคและกำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพเพื่อสุขภำพ
สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชวี ิต
มำตรฐำน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเล่ียงปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภำพ
อุบัตเิ หตุ กำรใช้ยำ สำรเสพติด และควำมรนุ แรง
การวดั และประเมินผลสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
กำรวดั และประเมินผลรำยกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและ พลศึกษำ ผู้สอนวัดและ
ประเมินผลกำรเรียนรู้ผู้เรียนตำมตัวชี้วัดในรำยวิชำพื้นฐำน และตำมผลกำรเรียนรู้ในรำยวิชำ
เพิ่มเติม ตำมที่กำหนดไว้ในหน่วยกำรเรียนรู้ ใช้วิธีกำรวัดและประเมินผลที่หลำกหลำย จำก
แหล่งข้อมูลหลำย ๆ แหล่ง เพื่อให้ได้ผลกำรประเมินที่สะท้อนควำมรู้ควำมสำมำรถที่แท้จริง
ของผู้เรยี นโดยกำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้อยำ่ งต่อเนื่องไปพร้อมกับกำรจัดกำรเรียนกำร
สอน โดยสังเกตพัฒนำกำรและควำมประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมกำรเรียน กำรร่วม
กิจกรรม กำรประเมินตำมสภำพจริง เช่นกำรประเมินกำรปฏิบัติงำน กำรประเมินจำก
โครงงำน กำรประเมินจำกแฟ้มสะสมงำน เป็นต้น ควบคู่กับกำรใช้กำรทดสอบแบบต่ำงๆ
อย่ำงสมดุลและครอบคลมุ ท้ังด้ำนควำมรู้ ดำ้ นทักษะ และด้ำนเจตคติ โดยให้ควำมสำคัญกับ
กำรประเมินผลระหว่ำงเรียนมำกกว่ำกำรประเมินปลำยปี/ปลำยภำค และใช้เป็นข้อมูลเพื่อกำร
ประเมินกำรเล่อื นช้ันและกำรจบกำรศึกษำและเพื่อให้กำรจัดกำรเรียนกำรสอนมีประสิทธิภำพ
ผู้สอนต้องตรวจสอบควำมรู้ควำมสำมำรถที่แสดงพัฒนำกำรของผู้เรียนอย่ำงสม่ำเสมอและ
ต่อเนื่อง และผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบควำมก้ำวหน้ำของตนเองอย่ำงสม่ำเสมอ
เช่นกัน หน่วยกำรเรียนรู้เป็นส่วนที่ผู้สอนและผู้เรียนใช้ตรวจสอบย้อนกลับว่ำผู้เรียนเกิดกำร
เรียนรู้หรอื ยงั กำรประเมินในระดับช้ันเรียนต้องอำศัยท้ังผลกำรประเมินย่อยเพื่อพัฒนำ และ
กำรประเมินผลรวมเพือ่ สรุปผลกำรเรียนรู้เมื่อจบหน่วยกำรเรียนรู้และจบรำยวิชำ
รำยละเอียด ตัวชีว้ ัดและสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำร
เรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำ
ขั้นพนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 71
การออกแบบการเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาํ คัญ
ทิศนำ แขมมณี (2547: 215) ได้เสนอแนวทำงกำรเรียนกำรสอน เพื่อใช้ในกำรวำง
แผนกำรสอนดงั แสดง ในรปู ที่ 2.1
1. ข้ันกำรคิดออกแบบกำรเรยี นกำรสอน
พิจำรณำ เงือ่ นไขและข้อจำกดั ต่ำงๆ
หลักสตู ร ปญั หำควำมต้องกำรของผู้เรียน ผู้สอน (Conditions in Teching and
Learning)
กำหนดเนือ้ หำ วตั ถุประสงค์ -ด้ำนผู้เรียน
และมโนทศั น์ (Contents and Concept) -ด้ำนผู้สอน
(Contents and Concept) -ด้ำนสถำบนั และผู้บริหำร
-ด้ำนสถำนที่
ยุทธศำสตร์/ยทุ ธวิธีในกำรสอน -ด้ำนสือ่ วสั ดุ
(Instructional Strategies) -ด้ำนสิง่ แวดล้อม
-ด้ำนงบประมำณ
กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนและสือ่ -ด้ำนชมุ ชน
(Instructional Activities and Media) -ด้ำนผู้ปกครอง
-ด้ำนนโยบำย
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนกำรสอน ฯลฯ
(Instructional Mesurement and Evaluation)
กำรวดั และประเมินผล บันทึกผลกำรสอน
2. ขั้นกำรเขียนแผนกำรสอน
วัตถุประสงค์ เนือ้ หำสำระ มโนทัศน์ กิจกรรม สื่อ
ภาพที่ 2.1 แผนภำพระบบกำรออกแบบกำรเรยี นกำรสอน
(ที่มำ: ทิศนำ แขมมณี, 2534)
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ (2550: 17-18) มีวิธีกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนที่เน้นผู้เรียน
เปน็ ศูนย์กลำงตำมขั้นตอนดงั นี้
1. กำหนดวัตถุประสงค์หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งควรกำหนดให้ครบท้ังด้ำน
ควำมรู้ (K) กระบวนกำร (P) และเจตคติ (A)
2. กำหนดเนอื้ หำ/สำระให้สอดคล้องหรือล้อไปกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมในแต่ละ
วัตถุประสงค์ สำระที่ระบุอำจเป็นข้อเท็จจริง (Fact) มโนทัศน์ (Concept) คำนิยำม/คำจำกัด
ควำม (Definition) หลกั กำร (Principle) กฎ (Law) และทฤษฎี (Theory)
72
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
3. กำหนดยทุ ธศำสตร์กำรสอนว่ำ ต้องกำรใช้หรอื เน้นทฤษฎีกำรเรียนรู้หลักกำรเรียนรู้
หรือแนวคิดใดๆ ที่พิจำรณำแลว้ เหมำะสมกบั เนอื้ หำ เหมำะสมกบั ควำมสำมำรถผู้เรียน รวมทั้ง
บรบิ ทของแหลง่ ที่จัดกำรเรียนกำรสอน อำจจัดกำรเรียนกำรสอนเน้นครูเป็นศูนย์กลำงบ้ำง ส่ือ
เป็นศูนย์กลำงบ้ำงและพยำยำมจัดเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลำง ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนน้ันให้
เป็นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญหรือเป็นหลัก จำกน้ันจึงเลือกใช้รูปแบบกำรสอน วิธีสอน
ต่ำงๆ เทคนิคกำรสอน หรือใช้แบบผสมผสำนด้วยหลำกหลำยวิธีสอนและเทคนิคกำรสอนที่
เหมำะสมกับเนื้อหำและบริบท นอกจำกนี้ครูยังต้องเตรียม รวมทั้งระบุแหล่งของข้อมูลที่เป็น
แหล่งเรียนรู้ให้ผู้เรียนไปสืบค้นเพื่อตอบปัญหำที่สงสัยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกำรเรียนรู้ที่เป็นกำร
สร้ำงควำมรใู้ หม่
4. กำหนดวิธีวัดผลกำรเรียนรู้ด้วยหลำกหลำยวิธี กำหนดเครือ่ งมือผู้วัด เป็นกำรวัดผล
ที่เน้นผู้เรยี นเป็นศูนย์กลำง
กำหนดวตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม
กำหนดเนือ้ หำ/สำระ รปู แบบกำรสอน
กำหนดยุทธศำสตร์กำรสอน (ใช้ทฤษฎ/ี แนวคดิ /หลกั กำรสอน) เลือก วิธีสอน
จัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนทีเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ ศูนย์กลำง
กำหนดกำรวัดและประเมินผลทเี่ น้นผู้เรียนเปน็ ศนู ย์กลำง เทคนิคกำรสอน
ภาพที่ 2.2 แผนภำพกำรวำงแผนหรือกำรออกแบบกำรเรยี นกำรสอนทีเ่ น้นผู้เรียน
เป็นศูนย์กลำง
(ที่มำ: พิมพันธ์ เดชะคุปต์, 2550: 19)
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 73
ตัวอย่างโครงการสอนระยะยาว
วิชาพลศึกษา เซปกั ตะกร้อ
รหัสวิชา พ 22102 กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2
สัปดาห์ วนั เดือนปี เรื่องที่สอน จาํ นวนคาบ
ที่
ปฐมนิเทศ 1
1 - ข้อตกลงในกำรเรียน
ควำมรู้ทวั่ ไปเกีย่ วกบั กีฬำเซปกั ตะกร้อ 1
2 - ประวัติควำมเปน็ มำของกีฬำเซปักตะกร้อ 2
3-4 - ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั จำกกำรเรียนเซปักตะกร้อ 2
5-6 - คุณค่ำและควำมสำคญั ของกีฬำเซปักตะกร้อ 1
1
7 กำรอบอุ่นร่ำงกำยและสร้ำงควำมคุ้นเคย 2
8 2
9 กำรเล่นลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน(ลูกแป) 1
10 – 11 ทดสอบกำรเล่นลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน(ลกู แป) 1
2
12 – 13 กำรเล่นลกู ตะกร้อด้วยเข่ำ
14 ทดสอบกำรเล่นลูกตะกร้อด้วยเข่ำ
15
กำรเล่นลกู ตะกร้อด้วยศรี ษะ
16 - 17
สอบกลางภาคเรียน
ทดสอบกำรเล่นลูกตะกร้อด้วยศรี ษะ
กำรเล่นลกู ตะกร้อด้วยหลงั เท้ำ
ทดสอบกำรเล่นลกู ตะกร้อด้วยหลังเท้ำ
กำรเสิร์ฟลกู ตะกร้อ
ทดสอบกำรเสิร์ฟลูกตะกร้อ
กติกำเซปกั ตะกร้อ
กำรเล่นกีฬำเซปักตะกร้อเป็นทีม
กำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำย
- ช่งั น้ำหนักวดั -ส่วนสูง - ดันพืน้ 1 นำที
- ควำมอ่อนตวั - ลุกนัง่ 1 นำที
- วง่ิ 800 เมตร
74
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
ตัวอย่างการเขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (รายคาบ)
แผนการจัดการเรยี นรู้
(บนั ทึกการสอน : Lesson Plan)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สาระวิชาพลศึกษา
โรงเรียน ชะอำคุณหญงิ เนือ่ งบรุ ี ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2555
ระดบั ช้ัน ม.2 ห้องเรียน 1 จำนวนผู้เรยี น 40 คน ช 15 คน ญ 25 คน
ผู้สอน อ.ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์ กิจกรรมพลศึกษำ เซปกั ตะกร้อ
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชือ่ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ควำมรทู้ ่ัวไปเกีย่ วกับกีฬำเซปกั ตะกร้อ
วนั ที่ 27 เดอื น ตุลำคม พ.ศ. 2555 คำบที่ 1 เวลำ 09.00-09.50 น.
____________________________________________
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกําลงั กาย เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ.3.1 เข้ำใจ มีทักษะในกำรเคล่อื นไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ เกมและกฬี ำ
พ.3.2 รกั กำรออกกำลงั กำย กำรเลน่ เกมและกำรเลน่ กีฬำ ปฏิบตั เิ ป็นประจำอย่ำง
สมำ่ เสมอ มีวินยั เคำรพสทิ ธิ กฎ กติกำ มีน้ำใจนกั กฬี ำ มีจติ วิญญำณในกำรแข่งขนั และชื่นชม
ในสุนทรียภำพของกำรกีฬำ
ตวั ชี้วัด ม.3/1 เลน่ กีฬำไทยและกีฬำสำกลทั้งบุคคลและทีม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ : ผู้เรยี นสำมำรถ
1. บอกประวัติควำมเป็นมำของกีฬำเซปักตะกร้อ สำมำรถบอกประโยชน์ของกำรเล่น
กีฬำเซปกั ตะกร้อได้ สำมำรถบอกมำรยำทของกำรเปน็ ผเู้ ลน่ และผู้ชมที่ดี สำมำรถบอกสิง่ ที่ควร
คำนึงในกำรเลน่ กีฬำเซปักตะกร้อด้วยควำมปลอดภัยได้
2. แสดงพฤติกรรมกำรทำงำนเป็นกลมุ่ ได้อยำ่ งเหมำะสม
3. ดำเนนิ กำรเรียนรู้ตำมขั้นตอนได้อยำ่ งมีประสิทธิภำพ
4. แสดงออกถงึ กำรเป็นผมู้ ีควำมสนใจใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น
ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง: หลงั จำกจบคำบเรียน ผู้เรยี น
มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับประวัติควำมเป็นมำของกีฬำเซปักตะกร้อ สำมำรถบอก
ประโยชน์ของกำรเลน่ กีฬำเซปักตะกร้อได้ สำมำรถบอกมำรยำทของกำรเป็นผู้เล่นและผู้ชมที่ดี
สำมำรถบอกส่ิงที่ควรคำนึงในกำรเล่นกีฬำเซปักตะกร้อด้วยควำมปลอดภัยได้ นอกจำกนี้
นักเรียนแสดงพฤติกรรมกำรทำงำนเป็นกลุ่มได้อย่ำงเหมำะสม เรียนรู้ข้ันตอนได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ และเป็นผมู้ ีควำมสนใจใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 75
สาระการเรยี นรู้
สำระสำคัญ
1. ประวตั คิ วำมเป็นมำของกีฬำเซปกั ตะกร้อ
2. ประโยชน์ของกำรเลน่ กีฬำเซปักตะกร้อ
3. มำรยำทของกำรเป็นผเู้ ลน่ และผู้ชมกีฬำเซปักตะกร้อที่ดี กำรดูแลรักษำอุปกรณ์ลูก
ตะกร้อ
4. สง่ิ ที่ควรคำนึงในกำรเลน่ กีฬำเซปกั ตะกร้อดว้ ยควำมปลอดภยั
สำระย่อย
1. ประวตั คิ วำมเปน็ มำของกีฬำเซปกั ตะกร้อ
……….………………………………..….…(เนอ้ื หา)……………………..…………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..
2. ประโยชน์ของกำรเลน่ กีฬำเซปกั ตะกร้อ
……….………………………………..….…(เนอ้ื หา)……………………..…………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..
3. มำรยำทของกำรเปน็ ผเู้ ลน่ และผู้ชมกีฬำเซปักตะกร้อที่ดี กำรดูแลรักษำอุปกรณ์ลูก
ตะกร้อ
……….………………………………..….…(เนอ้ื หา)……………………..…………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
4. ส่งิ ทีค่ วรคำนึงในกำรเลน่ กีฬำเซปักตะกร้อดว้ ยควำมปลอดภยั
……….………………………………..….…(เนอ้ื หา)……………………..…………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………..
กจิ กรรมการเรยี นรู้
76
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
กิจกรรม วิธีสอน สื่อ/ การวัดและ ผลลพั ธ์การเรยี นรู้
อุปกรณ์ ประเมินผล
1.ขน้ั เตรยี ม (5 นาที) ออกคำส่ัง นกหวีด สงั เกต นักเรยี นไดร้ ับกำร
- ให้นักเรยี นเข้ำแถวตอนลึก 5 พฤติกรรมของ สง่ เสริมคณุ ธรรมใน
แถว นักเรยี น เรื่องกำรตรงต่อเวลำ
ครู นักเรยี น - สงั เกต นกั เรยี นไดร้ ับควำมรู้
- สำรวจรำยชื่อนักเรียน พฤติกรรมของ
- ตรวจเครอ่ื งแตง่ กำยและ
อปุ กรณ์กำรเรียน นกั เรยี น
- ครูแจ้งจดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
ให้นกั เรยี นทรำบก่อนเรยี น
2.ขน้ั อธิบายและสาธิต (15 อธิบำย
นาที)
2.1 ครสู นทนำกบั นักเรียน
เกี่ยวกับวิชำทีจ่ ะเรียนซึง่ เปน็
เรื่องเกี่ยวกับวิชำเซปักตะกร้อ
อธิบำยถึงกำรวัดและประเมินผล
ก1.ำ1รทปำฏคิบวตั ำติมัวรใู้จนักกโำดรยเรกียำนรแนะนำ
ชมือ่ำรขยอำงทนตกั ำ่เรงยีๆนในแกลำะรแเรนียะนนกำำชรือ่
คสอรผูนู้สวิอชำนเใซหป้นักกั ตเระยีกนร้อรู้จกั
1.2 ซักถำมเกีย่ วกบั นักกฬี ำ
เซปกั ตะกร้อในประเทศไทย ว่ำ
นักเรยี นรู้จักใครบ้ำง
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 77
กิจกรรม วิธีสอน สื่อ/ การวัดและ ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้
อปุ กรณ์ ประเมินผล
2.ข้นั อธิบายและสาธิต (ตอ่ ) อธิบำย - สังเกต นกั เรยี นไดร้ ับควำมรู้
2.2 ครูอธิบำยควำมหมำยและ พฤติกรรมของ
ประวัตขิ องกีฬำเซปักตะกร้อ อธิบำย ใบควำมรู้ นกั เรยี น
2.3 ครอู ธิบำยคณุ ค่ำและ ออกคำสัง่
ควำมสำคัญของกีฬำเซปัก สงั เกต -นกั เรยี นได้รบั กำร
ตะกร้อ พฤติกรรมของ ปลกู ฝังด้ำนใฝร่ ู้ใฝ่
นักเรยี น เรียน
3.ขัน้ ฝกึ หดั /ปฏิบัติ (10 นาท)ี
- ครใู ห้นักเรยี นศึกษำจำกใบ -นกั เรยี นได้ควำมรู้
ควำมรู้เรือ่ งควำมรทู้ ั่วไปและ -นกั เรยี นได้พัฒนำ
คณุ ค่ำของกีฬำเซปกั ตะกร้อ ทกั ษะทำงสังคม
ร่วมกันกับเพือ่ นๆในแถว สังเกต นักเรยี นไดร้ บั กำร
พฤติกรรมของ สง่ เสริมทกั ษะกำรเป็น
4.ขัน้ นาํ ไปใช้ (15 นาที) อธิบำย - นักเรยี น ผู้นำ และควำมกล้ำ
- ครูให้ตวั แทนของแตล่ ะแถว ออกคำสงั่ แสดงออก
ออกมำอธิบำยเกีย่ วกับประวตั ิ
ควำมเป็นมำและคุณค่ำและ สังเกต นกั เรยี นมีเจตคติที่ดีต่อ
ประโยชน์ พฤติกรรมของ กำรเรียน
นักเรยี น
5.ขน้ั สรปุ และสุขปฏิบัติ (5 ออกคำสง่ั นกหวีด
นาที)
- ครูให้นักเรยี นจัดแถวตอนลกึ
5 แถว
- ครูสรปุ กิจกรรมกำรเรียนกำร
สอนในชัว่ โมงปฐมนิเทศ
- ให้โอกำสนักเรยี นซักถำมขอ้
สงสยั
- นดั หมำยในกำรเรียนคร้ัง
ต่อไป
78
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
6. วัสดอุ ุปกรณ์สือ่ การเรยี นรู้
1. ใบควำมรทู้ ่วั ไปเกีย่ วกบั กำรเลน่ กีฬำเซปกั ตะกร้อ
2. นกหวีด
แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องสมดุ
2. สอ่ื สง่ิ พิมพ์ต่ำงๆ
3. อินเตอร์เนต็
7.การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วิธีการวดั ผลและประเมินผล
- สังเกตจำกกำรปฏิบตั กิ ิจกรรมในห้องเรียน
2. เครือ่ งมือการวัดและประเมินผล
- แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียน
3. เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
- ตำมคำชีแ้ จงในเคร่อื งมือกำรวัดและประเมินผล
ลงชือ่ …………………………………ผู้สอน ลงชือ่ ………………………………ผู้ตรวจ
(.................................) (.................................)
ลงชื่อ.........................................ผู้ตรวจ ลงชือ่ ......................................ผู้ตรวจ
(.................................) (.................................)
ลงชื่อ………………………………………..ผู้ตรวจ
(......................................)
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 79
ใบความรู้ที่ 1 ความรู้ท่วั ไปและคุณคา่ ของกฬี าเซปักตะกรอ้
ประวตั ิความเปน็ มาของกฬี าเซปักตะกรอ้
ตะกร้อ เปน็ กีฬำที่ไมท่ รำบแน่ว่ำเกิดในประเทศใด สมยั ใด และใครเปน็ ผคู้ ิดค้นกำรเล่น
ขนึ้ แตป่ ระเทศที่นิยมเลน่ ตะกร้อกันเปน็ เวลำนำนนั้น มีหลำยประเภทเช่น ไทย พม่ำ มำเลเซีย
ฟิลิปปินส์ กำรเลน่ มีลกั ษณะเหมือนกันคือใช้เท้ำเตะหรือใช้อวยั วะสว่ นใดส่วนหนึง่ ของรำ่ งกำย
สว่ นชือ่ ทีใ่ ช่เรยี กตะกร้อ กเ็ รยี กกนั ไปตำมภำษำของแตล่ ะประเทศ เช่น พม่ำเรียก ชิน
ลง มำเลเซียเรียก เซปกั รากา ฟิลิปปินส์เรยี ก ซิปกั จีน เรียก เตกโก ไทยเรียก ตะกร้อ
คนไทยรู้จกั ตะกร้อดีนิยมเลน่ ในเวลำว่ำง เพือ่ ออกกำลังกำยและควำมสนกุ สนำนโดนเลน่ กัน
ท่ัวไปทกุ ภำค ทั้งในเมืองและชนบท เลน่ กันได้ทุกระดับช้ันท้ังนักเรยี น นักศึกษำ พ่อค้ำ
ประชำชน สถำนที่ที่ใช่ไม่จำเป็นต้องกว้ำงขวำงนักอุปกรณ์กร็ ำคำถูก
ตะกร้อ เป็นกำรละเลน่ ของไทยมำแต่โบรำณ แตไ่ มม่ ีหลกั ฐำนแนน่ อนว่ำมีมำตงั้ แตส่ มยั
ใด แตค่ ำดว่ำรำว ๆ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศอืน่ ที่ใกล้เคียงก็มีกำรเลน่ ตะกร้อ คนเล่นไม่
จำกัดจำนวน เลน่ เปน็ หมู่หรือเด่ยี วกไ็ ด้ ตำมลำนทีก่ ว้ำงพอสมควร ตะกร้อทีใ่ ช้เดมิ ใช้หวำยถกั
เปน็ ลูกตะกร้อ ปัจจบุ นั นิยมใช้ลูกตะกร้อพลำสติก
กำรเตะตะกร้อเปน็ กำรเลน่ ทีผ่ ู้เล่นไดอ้ อกกำลังกำยทุกสัดสว่ น ควำมสงั เกต มีไหวพริบ
ทำให้มบี ุคลกิ ภำพดี มีควำมสงำ่ งำม และกำรเลน่ ตะกร้อนับไดว้ ่ำเปน็ เอกลกั ษณ์ของไทยอย่ำง
หนึ่ง
ในกำรค้นคว้ำหลักฐำนเกี่ยวกับแหลง่ กำเนิดกำรเลน่ กีฬำตะกร้อในอดตี นั้น ยังไม่
สำมำรถหำข้อสรปุ ได้อยำ่ งชัดเจนว่ำตะกร้อน้ันกำเนิดจำกทีใ่ ด จำกกำรสนั นิษฐำนคงจะได้
หลำยเหตผุ ลดังนี้
พม่ำ เมือ่ ประมำณ พ.ศ. 2310 กองทัพพม่ำมำตั้งค่ำยอยู่ทีโ่ พธิ์สำมต้น มีกำรเลน่
ตะกร้อในช่วงพกั ซึง่ พม่ำเรียกว่ำ "ชิงลง"
ทำงมำเลเซียประกำศว่ำ ตะกร้อเป็นกีฬำของประเทศมำลำยเู ดมิ เรียกว่ำ เซปักรำกำ
(Sepak Raga) คำว่ำ Raga หมำยถึง ตะกร้ำ
ทำงฟิลิปปินส์ นยิ มเลน่ กีฬำชนิดนกี้ นั มำนำนแล้ว โดยมีชือ่ เรียกของตนว่ำ ซิปกั
ทำงประเทศจีนมีเกมกีฬำที่คลำ้ ยตะกร้อแต่เป็นกำรเตะลูกหนงั ปักขนไก่ ซึ่งจะแสดงให้
เห็นผ่ำนทำงภำพเขียนและพงศำวดำรจีน
ทำงประเทศเกำหลมี ีเกมกีฬำลักษณะคลำ้ ยคลึงกบั ของจีนแตใ่ ช้ดินเหนียวห่อด้วย
ผ้ำสำลีเอำหำงไก่ฟ้ำปัก แทนกำรใช้ลูกหนักปกั ขนไก่
80
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ประเทศไทยมีควำมนยิ มเลน่ กีฬำตะกร้อมำยำวนำน และ สำมำรถประยกุ ต์จนเข้ำกับ
ประเพณขี องชนชำติไทยอยำ่ งกลมกลนื และสวยงำมท้ังด้ำนทักษะและควำมคิด
ตะกร้อเปน็ กีฬำที่นิยมเลน่ กันโดยท่วั ไป ไมจ่ ำกัดเวลำหรือสถำนที่ เลน่ ได้ทั้งในร่มและ
กลำงแจ้ง อุปกรณ์หำง่ำย รำคำถูก เลน่ ได้ทุกวยั ฝึกง่ำย เป็นกีฬำที่ไมห่ นกั หรือเบำ
จนเกินไป ถ้ำเลน่ อยู่เป็นประจำจะก่อให้เกิดประโยชน์ดงั นี้
ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของการเล่นกฬี าเซปกั ตะกรอ้
1. เลน่ ง่ำยไมจ่ ำกัดเพศ และวัย
2. ไมจ่ ำกัดเวลำ และสถำนที่
3. อุปกรณ์และค่ำใช้จำ่ ยถกู
4. สง่ เสริมให้ผู้เลน่ เกิดควำมว่องไว ปรำดเปรยี ว
5. สง่ เสริมให้ผู้เลน่ มีกำรตดั สนิ ใจรวดเร็วแน่นอน
6. สง่ เสริมให้ผู้เลน่ มีจติ ใจเยือกเยน็ สขุ มุ รอบคอบ
7.สง่ เสริมให้ผู้เลน่ มีควำมพฤติกรรมเรียบรอ้ ย ตรงต่อเวลำ และมีควำมคุณธรรม
8. ทำให้มไี หวพริบดี
9. สง่ เสริมให้ผู้เล่นมีพลำนำมัยแขง็ แรง สมบรู ณ์
10 สง่ เสริมควำมสำมคั คแี ละมีควำมรับผิดชอบ
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 81
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา รายวิชา เซปกั ตะกรอ้ พ 22102
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 คาบที่ 3 เวลา 50 นาที
หน่วยการเรยี นรู้ ที่ 3 ชื่อเรอ่ื ง การเลน่ ลูกตะกร้อดว้ ยข้างเทา้ ด้านใน (ลกู แป)
ผ้สู อน ......................................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน พ 3.1 เข้ำใจ มีทกั ษะในกำรเคลอ่ื นไหวกิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ และกีฬำ
มาตรฐาน พ 3.2 รักกำรออกกำลังกำย กำรเล่นเกม และกำรเล่นกีฬำ ปฏิบัติเป็น
ประจำอย่ำง สม่ำเสมอ มีวินัย เคำรพสิทธิ กฎ กติกำ มีน้ำใจนักกีฬำ มีจิตวิญญำณในกำร
แข่งขนั และชืน่ ชมในสุนทรยี ภำพของกำรกีฬำ
ตัวชี้วดั
1. อธิบำยสำเหตุ กำรเปล่ียนแปลงทำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และ
สติปัญญำ ที่เกิดจำกกำรออกกำลงั กำยและเลน่ กีฬำเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวิต
2. เลือกเข้ำร่วมออกกำลังกำยเล่นกีฬำ ตำมควำมถนัด ควำมสนใจพร้อมทั้ง
วิเครำะห์ควำมแตกต่ำงระหว่ำงบคุ คลเพือ่ เป็นแนวทำงในกำรพฒั นำตนเอง
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกควำมสำคญั และประโยชน์ของกำรเลน่ ลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในได้
2.สำมำรถเล่นลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
3.สำมำรถนำทักษะเรื่องกำรเล่นลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในไปใช้ในกำรเล่นตะกร้อ
ได้
4.สำมำรถปฏิบัตงิ ำนร่วมกบั ผู้อื่นได้
3. สาระสําคญั
กำรเลน่ ลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในเป็นกำรเล่นลูกพื้นฐำนที่สำคัญเป็นกำรเล่นลูกที่
ง่ำยที่สดุ เพรำะข้ำงเท้ำดำ้ นในมีบริเวณพืน้ ที่ใกล้เคียงตำตุ่มด้ำนในของเท้ำกว้ำงกว่ำพื้นที่อวัยวะ
อื่นที่ใช้เลน่ ลกู และใช้บ่อยทีส่ ุด
82
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
4. สาระการเรยี นรู้
1. ควำมสำคัญและประโยชน์ของกำรเลน่ ลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
2. ทกั ษะกำรเลน่ ลูกตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน (ลูกแป)
3. ปฏิบัตทิ กั ษะกำรเลน่ ลกู ตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำดำ้ นในไปใช้ในกำรเลน่ กีฬำเซปกั ตะกร้อ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กิจกรรม วิธีสอน สื่อ/ การวัดและ ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
ออกคำสั่ง อุปกรณ์ ประเมินผล
ขนั้ เตรยี ม (10 นาที) นกหวีด
- ให้นกั เรยี นเข้ำแถวตอนลกึ 5 สังเกต -นักเรยี นได้รบั กำร
แถว
พฤติกรรมของ สง่ เสริมคุณธรรมใน
นักเรยี น เรื่องควำมรบั ผิดชอง
และควำมตรงต่อเวลำ
-นักเรยี นได้พัฒนำ
สมรรถภำพทำงกำย
ครู นกั เรยี น ออกคำสัง่ นกหวีด สงั เกต นักเรยี นไดร้ ับควำมรู้
- ครสู ำรวจกำรแตง่ กำยของ อธิบำย ลกู ตะกร้อ
นกั เรยี น พฤติกรรมของ และเข้ำใจภำพรวมของ
- ครูให้นกั เรยี นอบอุ่นร่ำงกำย
และยืดกล้ำมเนือ้ นักเรยี น กำรปฏิบตั ทิ กั ษะกำร
ข้ันสอน (10 นาที) เลน่ ลกู ตะกร้อด้วยข้ำง
- ครูอธิบำยและสำธติ กำรเลน่
ลกู ตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนในให้ เท้ำดำ้ นใน
นักเรยี นดู ดังนี้
แบบฝึกที่ 1 จบั ตะกร้อมำเคำะ
บรเิ วณข้ำงเท้ำด้ำนในใต้ตำตุ่ม
เล็กน้อย
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 83
กิจกรรม วิธีสอน สื่อ/ การวดั และ ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
อุปกรณ์ ประเมินผล
แบบฝึกที่ 2 ยืนในท่ำ
เตรียมพร้อม แล้วฝึกกำรเตะลูก
ดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน โดยไมม่ ีลูก
ตะกร้อ
แบบฝึกที่ 3 ยืนในท่ำ
เตรียมพร้อม มือถือลูกตะกร้อไว้
ระดับอกแลว้ ปลอ่ ยลกู ลงมำ กะ
ระยะให้พอดี แล้วยกเท้ำข้ึนเตะ
ลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน 1 ครง้ั แล้วใช้
มือจบั
แ บ บ ฝึ กที่ 4 ยืน ใน ท่ ำ
เตรียมพร้อม มือถือลูกตะกร้อ
โยนลูกตะกร้อขึ้นแล้วปล่อยให้
ตกพื้น เมื่อลูกกระดอนขึ้นมำให้
ใช้ขำ้ งเท้ำดำ้ นในเตะลูกตะกร้อ 1
ครงั้ แล้วปลอ่ ยให้กระดอน 1 คร้ัง
เตะ 1 ครงั้
ขน้ั ฝกึ หัด (15 นาที) ออกคำสั่ง นกหวีด สังเกต -นักเรยี นได้พฒั นำ
- ครใู ห้นกั เรยี นฝึกกำรเลน่ ลูก อธิบำย ลกู ตะกร้อ พฤติกรรมของ ทักษะกำรเลน่ ลูก
ตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน ดังนี้ นกั เรยี น ตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำ
แบบฝึกที่ 1 จับตะกร้อมำเคำะ ดำ้ นใน
บรเิ วณข้ำงเท้ำด้ำนในใต้ตำตุ่ม -นกั เรยี นได้พัฒนำ
เล็กน้อย ท้ังซ้ำยขวำข้ำงละ 50 สมรรถภำพทำงกำย
ครง้ั
แบบฝึกที่ 2 ยืนในท่ำ
เตรียมพร้อม แล้วฝึกกำรเตะลกู
ดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน โดยไมม่ ีลกู
ตะกร้อ ทำคนละ 20 ครง้ั
84
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
กิจกรรม วิธีสอน สือ่ / การวดั และ ผลลพั ธ์การเรยี นรู้
อปุ กรณ์ ประเมินผล
แบบฝึกที่ 3 ยืนในท่ำ
เตรียมพร้อม มือถือลกู ตะกร้อไว้
ระดับอกแลว้ ปลอ่ ยลกู ลงมำ กะ
ระยะให้พอดี แล้วยกเท้ำข้ึนเตะ
ลูกข้ำงเท้ำด้ำนใน 1 ครงั้ แล้วใช้
มือจับ ทำคนละ 20 ครงั้
แบบฝึกที่ 4 ยืนในท่ำ
เตรียมพร้อม มือถือลกู ตะกร้อ
โยนลูกตะกร้อขึ้นแล้วปลอ่ ยให้
ตกพืน้ เมื่อลูกกระดอนขึ้นมำให้
ใช้ขำ้ งเท้ำดำ้ นในเตะลูกตะกร้อ 1
ครง้ั แล้วปลอ่ ยให้กระดอน 1 ครงั้
เตะ 1 ครงั้ ทำคนละ 20 ครง้ั
ขน้ั นําไปใช้ (10 นาที) ออกคำสั่ง นกหวีด สังเกต -นกั เรยี นได้พฒั นำ
- ครูให้นักเรยี นจับคู่กัน ยืนห่ำง อธิบำย ลกู ตะกร้อ พฤติกรรมของ ทักษะกำรเลน่ ลกู
กันประมำณ 3 เมตร ใช้ตะกร้อ นักเรยี น ตะกร้อด้วยข้ำงเท้ำ
ลกู ทีถ่ อื อยู่โยนลกู ขึ้นมำระดับอก ดำ้ นใน
ใช้ขำ้ งเท้ำดำ้ นในเตะลกู สง่ ไปให้ -นักเรยี นได้พฒั นำ
คู่ คู่รบั ไว้แล้วทำเช่นเดยี วกัน ทำ สมรรถภำพทำงกำย
คนละ 20 ครง้ั -นักเรยี นได้พฒั นำ
- จำกนั้นครูให้นักเรยี นโยน ทักษะทำงสงั คม
ตะกร้อให้คู่เตะลกู ด้วยข้ำงเท้ำ
ดำ้ นในกลบั มำที่คนโยน ทำคน
ละ 20 ครงั้ และเปลย่ี นกนั โยนลูก
ขน้ั สรปุ (5 นาที) ออกคำส่ัง นกหวีด สังเกต -นกั เรยี นได้รบั ควำมรู้
- ครใู ห้นักเรยี นจัดแถวตอนลกึ พฤติกรรมของ และเข้ำใจแนว
5 แถว นกั เรยี น ทำงแก้ไขกำรฝึกปฏิบตั ิ
- ครูสรปุ กิจกรรมกำรเรียนกำร ทักษะทีถ่ ูกต้อง
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 85
กิจกรรม วิธีสอน สือ่ / การวัดและ ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
อุปกรณ์ ประเมินผล
-นักเรยี นมีเจตคติที่ดี
สอน ต่อกำรเรยี น
- ให้โอกำสนักเรยี นซักถำมขอ้
สงสัย
- นดั หมำยในกำรเรียนคร้ังต่อไป
- ปลอ่ ยเลกิ แถวไปชำระลำ้ ง
ร่ำงกำยก่อนเรียนวิชำต่อไป
ครู นักเรยี น
6. วสั ดอุ ปุ กรณ์สือ่ การเรยี นรู้
1. ลูกตะกร้อ
2. นกหวีด
แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องสมดุ
2. สอ่ื สง่ิ พิมพ์ต่ำงๆ
3. อินเตอร์เนต็
7.การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วิธีการวัดผลและประเมินผล
- สงั เกตจำกกำรปฏิบตั กิ ิจกรรมในห้องเรียน
2. เครื่องมือการวัดและประเมินผล
- แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียน
3. เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
- ตำมคำชีแ้ จงในเครอ่ื งมือกำรวัดและประเมินผล
86
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ลงชื่อ…………………………………ผู้สอน ลงชื่อ………………………………ผู้ตรวจ
(.................................) (.................................)
ลงชื่อ.........................................ผู้ตรวจ ลงชือ่ ......................................ผู้ตรวจ
(.................................) (.................................)
ลงชื่อ………………………………………..ผู้ตรวจ
(......................................)
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 87
สรปุ
หลักและวิธีสอนพลศึกษา เป็นศำสตร์ที่สำคัญและจำเป็นสำหรับครูผู้สอนพลศึกษำ
ควรมีกำรวำงแผนกำรสอนกีฬำที่รับผิดชอบ ทั้งระยะยำว ระยะกลำง ระยะส้ัน และแผนกำร
สอนรำยครั้ง รำยชั่วโมง ว่ำมีจุดมุ่งหมำยแต่ละระยะอย่ำงไร มีเนื้อหำกำรสอนแต่ละระยะ
อย่ำงไร มีกิจกรรมกำรสอนแต่ละระยะอย่ำงไร และควรสอดคล้องกันอย่ำงเป็นระบบ
นอกจำกนีผ้ ู้สอนกีฬำต้องมีพืน้ ฐำน ควำมรู้ ควำมสำมำรถในทกั ษะที่สอน อันจะทำให้กำรสอน
ประสบผลสำเรจ็ ตำมทีต่ ้ังจุดมุ่งหมำยไว้ได้
“ไม่มีวธิ ีการสอนใดเพียงวิธีการสอนเดยี วทีจ่ ะสร้างความสาํ เรจ็ ในการสอน...
...แตอ่ ยทู่ ีก่ ารเรียนร้แู ละพัฒนาของผู้สอนตลอดเวลาของการพัฒนาผูเ้ รียน”
วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศุภวรรณ วงศ์สร้ำงทรัพย์
คาํ ถำมทบทวน
1. กำรสอนพลศึกษำมีกข่ี ั้นตอน อะไรบ้ำง (เฉลย: 5 ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียม ขั้นอธิบำย
และสำธติ ขั้นฝึกหัด ข้ันนำไปใช้ และขั้นสรุป)
2. จงยกตัวอย่ำงเนื้อหำกำรเรียนกำรสอนพลศึกษำที่ใช้ประยุกต์ใช้วิธีกำรสอน
ดังต่อไปนี้ วิธีสอนโดยใช้กำรสำธิต (Demonstration) วิธีสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีสอนโดยใช้
กำรบรรยำย (Lecture) วิธีสอนโดยใช้สถำนกำรณ์จำลอง (Simulation) และวิธีสอนโดยใช้กำร
แสดงบทบำทสมมติ (Role Playing) มำอย่ำงละ 1 เนือ้ หำ
88
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษำธิกำร. (2544). หลกั สูตรการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544.
กรุงเทพฯ: วัฒนำพำนิช.
________. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 สํานกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน. กรุงเทพมหำนคร โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
จิรำกรณ์ ศิริประเสริฐ. (2543). ทกั ษะและเทคนิคการสอนพลศึกษาในระดบั
ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬำกรณ์มหำวิทยำลยั .
ชชั ชัย โกมำรทัต. (2546). กฬี าพื้นเมืองไทยภาคเหนอื : ศึกษาวิเคราะห์ความเปน็ มาวิธี
เลน่ และคุณคา่ . กรงุ เทพฯ: กรมวิชำกำร กระทรวงศึกษำธิกำร.
ทิศนำ แขมมณี. (2534). ชุดกจิ กรรมการสอนและการฝึกทักษะกระบวนการกลมุ่ ชนั้
ประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ: ภำควิชำประถมศึกษำ คณะครศุ ำสตร์ จุฬำลงกรณ์
มหำวิทยำลยั .
________. (2547). ศาสตรก์ ารสอน : องค์ความรเู้ พอ่ื การจัดกระบวนการเรยี นรู้ทีม่ ี
ประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
________. (2560). 14 วิธีสอนสําหรับครูมืออาชีพ. พิมพ์คร้ังที่ 13. กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์. (2550). ทกั ษะ 5C เพ่อื การพัฒนาหนว่ ยการเรยี นรูแ้ ละการจดั การ
เรยี นการสอนแบบบรู ณาการ. กรงุ เทพมหำนคร: โรงพิมพ์แห่งจฬุ ำลงกรณ์
มหำวิทยำลัย.
วรศกั ดิ์ เพียรชอบ. (2548). ปรัชญา หลกั การ วิธีสอนและการวัดเพอ่ื ประเมินผลทาง
พลศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
วำสนำ คณุ ำอภิสิทธ.ิ์ (2539). การสอนพลศึกษา. พิมพลักษณ์, กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
Knapp & Leonhard. (1968). Teaching Physial Education in Secondary School. New
York: McGraw-Hill Book.
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรือ่ ง “หลกั กำรอบอุ่นร่ำงกำย และกำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำย
กีฬำตะกร้อ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำยหลกั กำรและข้ันตอนกำรอบอุ่นร่ำงกำยได้อย่ำงถูกต้อง
อีกทงั้ ยงั สำมำรถยกตัวอย่ำงวิธกี ำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยสำหรับกีฬำได้อย่ำงถูกต้อง
อย่ำงน้อย 3 วิธี
กล่าวนาํ
กำรเรียนรู้และพฒั นำทักษะกีฬำให้เกิดประสิทธิภำพสูงสุดสำหรับผู้เรียนนั้น ครูผู้สอน
พลศึกษำ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬำจำเป็นอย่ำงยิ่งที่ต้องเรียนรู้และเข้ำใจหลักกำรอบอุ่น
ร่ำงกำย และกำรเสริมสร้ำงสมรรถภำพทำงกำยที่ถูกต้องและเพียงพอ กำรอบอุ่นร่ำงกำยเป็น
กิจกรรมที่สำคัญเป็นอย่ำงมำกต่อทุกชนิดกีฬำ แต่จะมีลักษณะที่แตกต่ำงกันไป ขึ้นอยู่กับ
ลักษณะกำรเคล่ือนไหว และทักษะเฉพำะของกีฬำน้ัน ในส่วนของกำรเสริมสร้ำงสมรรถภำพ
ทำงกำยบทนี้ ขอกล่ำวถึงเพยี งกำรเสริมสร้ำงสมรรถภำพทำงกำยสำหรบั กีฬำตะกร้อเท่ำนั้น
ทําไมเราต้องการอบอุ่นรา่ งกาย
กำรอบอุ่นร่ำงกำย เปน็ กิจกรรมทีส่ ำคญั เปน็ อย่ำงมำกต่อกีฬำตะกร้อ ในช่วงก่อน กำร
เล่น กำรฝึกซ้อม หรือกำรแข่งขัน จะต้องอบอุ่นร่ำงกำยก่อน ซึ่งกำรอบอุ่นร่ำงกำยจะช่วยให้
หัวใจเต้นเร็วขึ้น มีเลือดไปเล้ียงกล้ำมเนื้อ และเซลต่ำงๆ ของร่ำงกำยในปริมำณมำกขึ้นท้ังยัง
ช่วยลดกำรบำดเจ็บ อำจจะเกิดขึ้นจำกกำรฝึกหรือกำรเล่นกีฬำอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจำกกำร
อบอุ่นร่ำงกำย เป็นกำรคลำยควำมตึงเครียดของกล้ำมเนื้อ และเอ็น จึงเป็นกำรช่วยป้องกัน
อำกำรฉีกขำดของกล้ำมเนื้อและเส้นเอ็นต่ำงๆ ซึ่งอำจจะเกิดขึ้นได้ขณะที่นักกีฬำ ออกกำลัง
กำยอย่ำงหนกั ไดค้ วรใช้เวลำอบอุ่นร่ำงกำยประมำณ 5 – 10 นำที โดยใช้ท่ำกำรเคล่ือนไหวทุก
สว่ นของรำ่ งกำยที่ไม่ใช่กจิ กรรมหนกั
90
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
Warm Up อยา่ งไรใหม้ ีความเหมาะสม
กำรอบอุ่นร่ำงกำย (Warm Up) กำรเปน็ กำรเตรียมควำมพร้อมก่อนกำรปฏิบัติกิจกรรม
กำรออกกำลังกำยหรือกำรเล่นกีฬำ โดยเป็นกำรกระตุ้นกำรทำงำนอย่ำงถูกต้องและมีควำม
เหมำะสมกับกำรเลน่ กีฬำชนิดน้ัน ๆ ช่วยทำให้ลดอตั รำเส่ยี งของกำรบำดเจบ็ ของกล้ำมเนื้อและ
ข้อต่อทีม่ สี ว่ นทีเ่ กีย่ วข้องได้
หำกกล่ำวถึงกำรอบอุ่นร่ำงกำยก่อนกำรเล่นกีฬำ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงกำรอบอุ่น
ร่ำงกำยแบบดง้ั เดมิ (Traditional Warm up) โดยเป็นกำรปฏิบัติโดยกำรวิ่งเหยำะ ๆ ประมำณ 5
นำที หลังจำกนั้นก็มีกำรยืดเหยียดกล้ำมเนื้อที่มีควำมเฉพำะเจำะจง (Specific) และมีควำม
เหมำะสมกับกีฬำชนิดน้ัน ๆ ซึ่งบำงคนเลอื กทีจ่ ะใช้วิธกี ำรแบบกำรยืดเหยียดกลำ้ มเนื้อแบบค้ำง
ไว้อยกู่ ับที่ (Static) หรือกำรยืดเหยียดกลำ้ มเนอื้ แบบมีกำรเคล่อื นไหว (Dynamic) อย่ำงไรก็ตำม
ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้ำงสำหรับครูผู้สอนกีฬำ หรือผู้ฝึกสอนบำงคน แต่จำกงำนวิจัยที่มี
กำรศึกษำมำ สว่ นใหญแ่ นะนำว่ำควรยืดเหยียดแบบมีกำรเคล่ือนไหว (Dynamic) มำกกว่ำกำร
ยืดเหยียดแบบค้ำงไว้อยู่กับที่ (Static) ซึ่งกำรเลือกใช้วิธีกำรยืดเหยียดกล้ำมเนื้อแบบไหนก็
ขนึ้ อยู่กับตัวผู้สอนหรอื ควำมเหมำะสมของกำรฝึกปฏิบตั ใิ นกิจกรรมน้ัน ๆ
จำกที่ได้กล่ำวมำข้ำงต้นเป็นเพียงรูปแบบและวิธีกำรท่ัวไปที่ครู ผู้ฝึกสอนหรือนักกีฬำ
ส่วนใหญ่เลือกปฏิบัติเท่ำน้ัน บำงคนอำจจะมองข้ำมรำยละเอียดตรงนี้ด้วยซ้ำ โดยเฉพำะใน
กำรเรียนกำรสอนพลศึกษำทีม่ ีเวลำในกำรจดั กำรเรียนกำรสอนเพียง 50-60 นำทีต่อคำบเรียน
เท่ำนั้น ทำให้กำรอบอุ่นร่ำงกำยในแต่ละคร้ังไม่สำมำรถกระตุ้นกำรทำงำนของร่ำงกำยให้มี
ควำมพร้อมมำกเท่ำที่ควร เช่นเดียวกับกำรอบอุ่นร่ำงกำยก่อนกำรเรียน กำรฝึกซ้อมหรือกำร
แข่งขันน้ันเป็นรูปแบบเดิม ไม่มีควำมแตกต่ำงกัน ท้ังที่ควรมีรูปแบบในกำรอบอุ่นร่ำงกำยที่มี
ควำมเฉพำะ เพื่อรักษำระดับพลังงำนในร่ำงกำย หรือหลีกเล่ียงควำมล้ำที่อำจจะเกิดจำก
รปู แบบกำรอบอุ่นร่ำงกำย ทำให้กำรอบอุ่นร่ำงกำยนั้นมีควำมสำคัญเป็นอย่ำงมำกและถือเป็น
ส่วนที่สำคัญที่จะส่งผลต่อกำรแสดงสมรรถนะทำงกำย จึงจำเป็นที่จะต้องมีกำ รวำงแผน
เกี่ยวกับกำรอบอุ่นร่ำงกำยให้มีควำมถูกต้อง โดยใช้หลักกำรที่เรียกว่ำ RAMP (Raise,
Activate and Mobilize, and Potentiate) เพื่อที่จะมีกำรปรับใช้ให้มีควำมเหมำะสมในแต่ละช่วง
ของรูปแบบกำรเรียนรู้ทักษะกีฬำ หรือกำรฝึกซ้อมกีฬำ (Jeffreys I, 2007: 12-17; G. Gregory
Haff, N. Travis Triplett, 2016)
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 91
องค์ประกอบของการอบอนุ่ รา่ งกายแบบ “RAMP”
องค์ประกอบที่ 1 Raise (เพม่ิ )
เน้นไปทีก่ ำรกระตุ้นกำรทำงำนของอุณหภูมิของร่ำงกำย อตั รำกำรเต้นของชีพจร อัตรำ
กำรหำยใจ กำรไหลเวียนของเลอื ด และกำรทำงำนของข้อต่อต่ำง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่ำงไร
ก็ตำมกำรอบอุ่นร่ำงกำยในช่วงนี้จะไม่เหมือนกับกำรอบอุ่นร่ำงกำยโดยท่ัวไป (เช่น กำรวิ่ง
เหยำะ ๆ 5 นำที ) โดยจะเน้นไปทีก่ ำรเคลอ่ื นไหวที่มีลกั ษณะคล้ำยกบั กีฬำที่จะมีกำรปฏิบัติและ
จะมีควำมหนกั อยู่ในระดบั ต่ำ
หลกั การหรอื เปา้ หมายของส่วน 'เพ่มิ ' ก็เช่นกนั : ตวั อยา่ ง
↑ อุณหภูมิของร่ำงกำย
↑ อัตรำกำรเต้นหวั ใจ
↑ อัตรำกำรหำยใจ
↑ ไหลเวียนของเลอื ด
↑ ควำมหนืดร่วม
แม้ว่ำนีจ่ ะเปน็ เรื่องธรรมดำในรปู แบบของ 'วิ่งเบำ ๆ
รอบ ๆ สนำม' แต่มันก็มักจะถูกมองว่ำเป็นกำรเสียเวลำ
อันมีค่ำของกำรฝึกฝน ในขณะที่จดุ ประสงค์หลกั ของส่วนนี้
ควรตรงกับทีร่ ะบไุ ว้ข้ำงต้นสำมำรถทำได้และอำจจะต้องใช้
กำรออกกำลังกำยหรือกำรเคล่ือนไหวเฉพำะทำงด้ำน
กีฬำ
ตัวอย่ำงเชน่ หำกนักกฬี ำกำลังเตรียมตัวสำหรบั กำร
แข่งขันรักบี้ทำงเทคนิค ดังน้ันกำรอุ่นเครื่องในส่วนนี้อำจ
รวมถึงกำรเคล่ือนไหวที่มีควำมเข้มต่ำแบบหลำยทิศทำง
หรือแบบฝึกหดั กำรเคล่อื นไหวแบบไดนำมิกซึ่งจะมีมำกใน
ระหว่ำงกำรฝึกซ้อม บำงตัวอย่ำงของกำรออกกำลังกำย
เพิ่มขึ้นอำจรวมถึง: กำรฝึกซ้อมแบบพื้นฐำน (เฉพำะ
กีฬำ) ปั่นจักรยำนวิ่งจ๊อกกิ้งหรือกระโดดข้ำม Barbell
complex
92
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
“ใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ แต่ไม่หลงประเด็น”
หำกคุณรู้หลักกำร “เพิ่ม” คุณสำมำรถทำอะไรก็ได้ที่
สร้ำงสรรค์องค์ประกอบนี้จนสำเรจ็ ขนึ้ ได้
ระยะเวลา: ประมำณ 5 นำที
องคป์ ระกอบที่ 2 Activate and Mobilize (เปิดใช้งำนและระดม)
มีลักษณะคล้ำยกบั กำรยืดเหยียดกลำ้ มเนือ้ โดยเน้นไปที่กล้ำมเนื้อที่จะใช้ในกำรปฏิบัติ
ในกีฬำชนิดนั้น ๆ มุ่งเน้นไปที่กำรเคล่ือนที่หรือเคล่ือนไหวของข้อต่อน้ัน ๆ ซึ่งกำรเคล่ือนไหว
จำเป็นต้องมีกำรผสมผสำนระหว่ำงกำรควบคุมกำรทำงำนของร่ำงกำย กำรทรงตัว และควำม
ยืดหยุ่นของร่ำงกำย ตวั อย่ำงเชน่ Squat, Lunge, Side Lunge เป็นต้น
หลักการหรือเป้าหมายของขั้นตอนกำรอบอุ่นร่ำงกำยนี้ ตัวอย่าง
คือ จุดมงุ่ หมำยสำคญั สองประกำร:
1) เปิดใช้งำนกลุ่มกล้ำมเนอื้ สำคญั
2) เพื่อรวบรวมข้อต่อสำคัญและช่วงของกำร
เคล่อื นไหวที่ใช้ในกำรกีฬำหรือกิจกรรม
ในช่วงระยะเวลำของกำรอบอุ่นร่ำงกำยนี้ ประกอบดว้ ย:
Dynamic stretching
Balance work
Superman’s and inchworm’s
Squats and lunges
Sumo shuffles
Spinal mobility exercises (flexion, extension,
lateral
flexion, and rotation)
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 93
ผู้สอนควรพิจำรณำอย่ำงรอบคอบถึงกำรเคล่ือนไหว
พื้นฐำนและควำมต้องกำรที่กำหนดโดยเฉพำะกีฬำหรือ
กิจกรรมนั้น
ตัวอย่ำงเช่น กำรเคล่ือนไหวพื้นฐำนที่จะเกิดขึ้นใน
ระหว่ำงกำรแข่งขันรักบี้หรือในช่วงยกน้ำหนักโอลิมปิกใน
โรงยิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอนมีควำมเฉพำะเจำะจงมำกกับ
กำรเคล่ือนไหวหรือกำรออกกำลังกำยที่เลือกสำหรับกำร
อบอุ่นร่ำงกำย ดังนั้นจึงมีโอกำสที่ดีที่สุดในกำรเตรียม
นักกฬี ำสำหรบั กำรฝึกซ้อมหรือกำรแขง่ ขันเพือ่ ป้องกันกำร
บำดเจ็บ
ระยะเวลา: ประมำณ 5 นำที
องคป์ ระกอบที่ 3 Potentiate (ศักยภำพ)
คล้ำยกับกำรอบอุ่นร่ำงกำยที่มีควำมเฉพำะเจำะจง แต่จะแตกต่ำงกันตรงที่ควำม
เข้มข้นในกำรปฏิบัติ จะปฏิบัติโดยทีค่ วำมเข้มข้นสงู และมีควำมใกล้เคียงกับรูปแบบกำรฝึกที่จะ
ทำกำรฝึกในขั้นต่อไป และอำจจะมีรูปแบบของกำรยืดเหยียดกล้ำมเนื้อแบบมีกำรเคล่ือนไหว
เข้ำมำเกี่ยวข้อง บ่อยคร้ังที่รูปแบบกำรอบอุ่นร่ำงกำยแบบดั้งเดิม (Traditional Warm up) จะ
มองข้ำมส่วนนี้ ซึง่ ในระยะเวลำในช่วงกำรอบอุ่นร่ำงกำยในช่วงนี้เป็นช่วงที่ใช้เวลำค่อนข้ำงที่จะ
นำนกว่ำช่วงอื่น ๆ แต่จะเป็นช่วงที่ร่ำงกำยของนักกีฬำได้รับกำรกระตุ้นที่เหมำะสมเพื่อเตรียม
ตวั ตอ่ กำรฝึกในรปู แบบต่อไป
หลกั การหรอื เป้าหมายของขั้นตอนนคี้ ือ 'ยอดเยี่ยม' ตัวอยา่ ง
ขั้นตอนของกำรอบอุ่นร่ำงกำยที่นำไปสู่กำรปรับปรุง
ประสิทธิภำพในกิจกรรมกีฬำนั้นต่อไป ขั้นตอนนี้จะเริ่ม
ส่งผ่ำนโดยไม่ได้ต้ังใจของกำรออกกำลังกำยหรือกีฬำที่
สนใจ กล่ำวคือจะเริ่มรวมกิจกรรมกีฬำเฉพำะทำงโดยใช้
ควำมเข้มที่เพิ่มข้ึน ช่วงนีม้ ีวตั ถปุ ระสงค์หลกั สองประกำร:
94
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
1) เพิ่มควำมเข้มข้นของกำรปฏิบัติให้ใกล้เคียงกับ
กิจกรรมกำรฝึกอบรมหรือกำรแข่งขันกีฬำน้ัน
2) ปรับปรุงประสิทธิภำพกำรปฏิบัติกิจกรรมที่เป็น
จำกผลมำจำกกำรกระตุ้นในขั้นตอนนี้
ดังนั้นเนอื้ หำขององค์ประกอบนี้ จะเน้นกำรฝึกปฏิบัติ
ที่มีควำมเข้มข้นสูง มีควำมเฉพำะเจำะจงกับกีฬำมำก
ขึ้น ตัวอย่ำงเช่น กำรวิ่งอำจรวมถึงกำรฝึกซ้อมแบบ
เฉพำะเจำะจง คือกำรเร่งควำมเรว็ 5-10 ม. กำรกลงิ้ 30-
40 ม. กำรฝึกแบบพลัยโอเมตริก เป็นต้น ในกีฬำประเภท
ทีม เช่นฟุตบอล สง่ิ นีอ้ ำจรวมถึงกำรใช้กำรฝึกแบบพลัยโอ
เ ม ต ริ ก ค ว ำ ม ว่ อ ง ไ ว ป ฏิ กิ ริ ย ำ ก ำ ร ฝึ ก ซ้ อ ม ใ น
สภำพแวดล้อมที่แตกต่ำงกันไป และวิ่งโดยใช้ควำมหนัก
และระยะทำงทีห่ ลำกหลำย
ตัวอย่ำงของอบอุ่นร่ำงกำยที่เพิ่มศักยภำพสำหรับ
กำรพัฒนำเทคนิคกีฬำรกั บี้เทคนิค อำจประกอบดว้ ย:
กำรออกกำลังกำยแบบพลัยโอเมตริก ควำมเร่ง
ระยะสนั้ ระยะปำนกลำงและควำมเรว็ ในกำรวิง่ (0-20m)
รวมถึงกำรฝึกซ้อมควำมว่องไวปฏิกิริยำ (e.g. evasion
games in chaotic environments)
ระยะเวลา: ประมำณ 10 นำที
กำรวำงแผนกำรอบอุ่นร่ำงกำยจำเป็นต้องมีควำมเหมำะสมและสอดคล้องกับกิจกรรม
ที่จะปฏิบัติเพื่อให้สำมำรถแสดงสมรรถนะได้อย่ำงเต็มที่ อีกทั้งยังลดอัตรำเส่ียงที่จะทำให้เกิด
กำรบำดเจ็บที่เกิดจำกกำรตึงตัวของกล้ำมเนื้อและข้อต่อในระยะเฉียบพลันอีกด้วย เมื่อ
ครูผู้สอน หรือผู้เกี่ยวข้องมีควำมเข้ำใจในหลักกำรอบอุ่นร่ำงกำยที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสำมำรถ
ออกแบบกำรอบอุ่นร่ำงกำยทีเ่ หมำะสม สอดคล้องกับกำรพัฒนำทักษะกีฬำ ซึ่งเป็นสมรรถนะ
พืน้ ฐำนที่สำคญั อันจะนำไปสู่ควำมสำเร็จในกำรพฒั นำทกั ษะกีฬำต่อไปได้
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 95
สมรรถภาพทางกาย
“สมรรถภำพทำงกำย” เป็นปจั จัยสำคญั ของกำรพัฒนำควำมสำมำรถทำงกีฬำ ในกำร
จัดกำรเรียนกำรสอนพลศึกษำมีจุดมุ่งหมำยในกำรมุ่งเน้นส่งเสริมกำรพัฒนำสมรรถภำพทำง
กำย โดยเฉพำะสมรรถภำพทำงกำยเพื่อสุขภำพ อันประกอบด้วย สัดส่วนของร่ำงกำย
ควำมอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต ควำมอ่อนตัว ควำมอดทนของกล้ำมเนื้อ และ
ควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ ซึ่งเป้นองค์ประกอบที่มีควำมจำเป็นและเกี่ยวข้องกับชีวิตควำม
เป็นอยู่ของมนุษย์เป็นอย่ำงยิ่ง ในขณะเดียวกันกำรพัฒนำควำมสำมำรถทำงกีฬำ โดยเฉพำะ
กีฬำตะกร้อที่เรำจะกล่ำวถึงในบทนี้ ยังมีควำมต้องกำรพัฒนำสมรรถภำพทำงกำยเพื่อทักษะ
กลไกเพิ่มเข้ำมำร่วมด้วย ซึ่งนับว่ำเป็นพื้นฐำนที่ดีในกำรพัฒนำทักษะกีฬำตะกร้อให้เกิด
ประสิทธิภำพสงู สุด
ความหมายของสมรรถภาพทางกาย
มีนกั วิชำกำรหลำยท่ำนได้ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำย ไว้ดงั นี้
Howell et al. (1986: 301) กล่ำวว่ำ สมรรถภำพทำงกำยเป็นควำมสำมำรถของ
ร่ำงกำยในกำรทำกิจกรรมอย่ำงได้ผลและมีประสิทธิภำพ รวมถึงควำมสมบูรณ์ของร่ำงกำย
ปรำศจำกโรคภัยไข้เจ็บประกอบดว้ ยพฒั นำกำรทำงกล้ำมเนือ้ ควำมว่องไว และควำมอดทน
Safrit (1986: 301) ได้กล่ำวไว้ว่ำ ถึงแม้ว่ำสมรรถภำพทำงกำยจะมีควำมหมำยหลำยๆ
ทำง แตโ่ ดยท่ัวไปมีใช้อยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. ควำมสำมำรถในกำรปรับตัวและกำรฟื้นคืนสู่สภำพปกติ ภำยหลังจำกกำรทำงำน
หนักๆ
2. ควำมสำมำรถในกำรทำกิจวัตรประจำวันด้วยควำมกระฉับกระเฉง ว่องไว โดยไม่
รู้สึกเหนื่อย และมีกำลังพอที่จะประกอบกิจกรรมยำมว่ำงด้วยควำมเพลิดเพลิน และสำมำรถ
เผชญิ หนำ้ กบั เหตกุ ำรณ์ทีไ่ ม่คำดคิด
Kirkendall et al. (1987: 540) กล่ำวว่ำสมรรถภำพทำงกำย หมำยถึง ควำมสำมำรถใน
กำรทำงำนของอวัยวะในแต่ละบุคคล คือควำมแข็งแรงและควำมอดทนของกล้ำมเนื้อ ควำม
อดทนของระบบหัวใจและหลอดเลอื ด กำลงั และควำมอ่อนตัว
Cobin and Lindsey (1988: 3) กล่ำวถึงสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำเปน็ ควำมสำมำรถของ
ระบบอวัยวะที่ทำงำนอย่ำงได้ผลและมีประสิทธิภำพ ซึ่งเกิดจำกองค์ประกอบอย่ำงน้อย 11
องค์ประกอบและแต่ละองค์ประกอบจะทำให้มนุษย์ มีควำมสำมำรถในกำรทำงำนอย่ำงมี
96
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
ประสิทธิภำพ ใช้เวลำว่ำงอย่ำงมีควำมสุขและสุขภำพสมบูรณ์ ไม่มีปัญหำเกี่ยวกับโรค อัน
เนื่องจำกขำดกำรออกกำลังกำย และสำมำรถเผชิญกบั ภำวะฉกุ เฉินได้
สมำคมสุขศึกษำ พลศึกษำ นันทนำกำร และกำรเต้นรำ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกำ
American Alliance for Health, Physical Education, Recreation and Dance (1988 อ้ำงถึงใน
Safrit, 1990: 341) ได้กล่ำวไว้ว่ำสมรรถภำพทำงกำย หมำยถึง ภำวะที่ดีของร่ำงกำยที่ทำให้
คนเรำสำมำรถปฏิบตั ิภำรกิจประจำวนั ไดอ้ ย่ำงเข้มแข็งกระฉับกระเฉง ลดอัตรำเส่ียงต่อปัญหำ
เกีย่ วกับสขุ ภำพ อันเนือ่ งมำจำกกำรขำดกำรออกกำลังกำย และเปน็ ควำมสำมำรถพื้นฐำนของ
ร่ำงกำยสำหรบั เข้ำร่วมกิจกรรมต่ำงๆได้
Greenberg et al. (1995 อ้ำงถึงใน รัตนำภรณ์ ทรงพระนำม, 2549: 8) ได้กล่ำวถึง
สมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรรถภำพทำงกำยมีควำมแตกต่ำงกันไปตำมแต่ละกลุ่มอำยุ ซึ่ง
Greenberg และคณะได้ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรถภำพทำงกำยเป็น
ควำมสำมำรถของบุคคลที่ต้องผจญกับควำมต้องกำรของชีวิต และยังต้องมีพลังงำนเพียง
พอที่จะตอบสนองกับเหตุกำรณ์ที่ไม่ได้วำงแผนไว้อีกด้วย โดยมีองค์ประกอบของสมรรถภำพ
ทำงกำย 5 ประกำร คือควำมอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหำยใจ ควำมแข็งแรง
ของกล้ำมเนอื้ ควำมอดทนของกล้ำมเนือ้ ควำมอ่อนตวั และสว่ นประกอบของร่ำงกำย สำหรับ
บคุ คลทีเ่ ข้ำร่วมกิจกรรมกีฬำน้ัน ต้องกำรสมรรถภำพทำงกำยเพื่อปรับปรุงควำมสำมำรถทำง
กลไก ดงั ต่อไปนี้ คือ ควำมคลอ่ งแคลว่ ว่องไว ควำมสมดลุ กำรประสำนงำนของระบบประสำท
และกล้ำมเนือ้ พลงั ควำมเรว็ ปฏิกิริยำตอบสนอง
วรวิทย์ คงมนต์ (2539: 13) ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรรถภำพ
ทำงกำยหมำยถึงควำมสำมำรถของร่ำงกำยในกำรประกอบกิจกรรมได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
ติดต่อกันเปน็ ระยะเวลำนำนโดยไมก่ ่อให้เกิดควำมเมือ่ ยล้ำหรืออ่อนเพลีย ท้ังนี้มิได้หมำยควำม
เพียงว่ำรำ่ งกำยมีควำมแข็งแรง อดทนของกล้ำมเนื้อและระบบต่ำงๆ ของร่ำงกำยมีกำรทำงำน
ประสำนกันอย่ำงดีเท่ำน้ัน แต่ยังรวมถึงร่ำงกำยต้องมีสุขภำพดี สำมำรถปฏิบัติงำนให้สำเร็จ
ลุล่วงได้ด้วยดี และมีพลังควำมแขง็ แรงเหลอื เพียงพอที่จะประกอบกิจกรรมพิเศษ หรือกิจกรรม
ที่ต้องทำกรณีฉุกเฉินได้อยำ่ งมีประสิทธิภำพอีกด้วย
ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์ (2539: 44) ให้ควำมหมำยสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรรถภำพ
ทำงกำยหมำยถึง ควำมสำมำรถของบุคคลในกำรควบคุมส่ังกำรให้ร่ำงกำยปฏิบัติภำรกิจต่ำงๆ
อย่ำงไดผ้ ลดี มีประสทิ ธิภำพเหมำะสมกับปริมำณงำนและเวลำตลอดทั้งวัน โดยกำรปฏิบัตินั้น
ไม่ก่อให้เกิดควำมทุกข์ทรมำนต่อร่ำงกำย อีกท้ังยังสำมำรถประกอบกิจกรรมอื่นๆ
นอกเหนือจำกภำรกิจประจำวนั ไดด้ ว้ ยควำมกระฉับกระเฉงปรำศจำกควำมเมือ่ ยล้ำอ่อนเพลยี
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 97
กรรวี บุญชัย (2540: 198) ได้ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ
สมรรถภำพทำงกำยหมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรประกอบกิจกรรมประจำวันด้วยควำม
กระฉับกระเฉงว่องไวโดยไม่รู้สึกเหนื่อย และยังมีพลังงำนสำรองที่สำมำรถประกอบกิจกรรม
ดว้ ยควำมเพลดิ เพลนิ และสำมำรถเผชิญกบั เหตกุ ำรณ์ทีไ่ ม่คำดหวงั ได้เปน็ อย่ำงดี
วำสนำ คุณำอภิสิทธิ์ (2541: 13-15) ได้กล่ำวถึงควำมคิดรวบยอดที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
สมรรถภำพทำงกำยว่ำ หมำยถึงหลกั สำคัญดังนี้
1. สมรรถภำพทำงกำยมีควำมจำเป็นและเกี่ยวข้องกับชีวิตควำมเป็นอยู่ของคนแต่ละ
คนเป็นอย่ำงมำก
2. ทกั ษะกีฬำไมใ่ ช่สัญลกั ษณ์ของสมรรถภำพทำงกำย แม้ว่ำทักษะจะมีส่วนช่วยพัฒนำ
ระดบั ควำมแข็งแรงสมบรู ณ์ทำงกำยให้สูงขนึ้ ได้ก็ตำม
3. สมรรถภำพทำงกำยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสุขภำพและควำมสำมำรถในกำร
เคลอ่ื นไหวหรือกำรทำงำนประจำวันของมนุษยม์ ำกกว่ำทักษะกีฬำ
4. ใครก็ตำมที่สุขภำพไม่ดี สำมำรถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ด้วยกำรพัฒนำหรือยกระดับ
สมรรถภำพทำงกำยให้สูงขึ้น ด้วยกำรออกกำลังกำยหรือเล่นกีฬำเป็นประจำ ซึ่งเป็นพื้นฐำน
ของกำรมีสมรรถภำพทำงกำยง่ำย ๆ
5. ในกำรทำงำนประจำวนั ต้องใช้พลังงำนและควำมแข็งแรงสมบูรณ์ ร่ำงกำยคนแต่ละ
คนเป็นเรือ่ งเฉพำะคน ถ้ำควำมแข็งแรงสมบูรณ์มีไม่มำก พลังงำนก็จะถูกนำไปใช้จนหมดหรือ
เกือบหมดในช่วงนั้น ในทำงตรงข้ำม ถ้ำมีควำมแข็งแรงสมบูรณ์มำก คน ๆ นั้น ก็ยังคงมี
พลังงำนเหลอื อยู่หลงั จำกทำงำนประจำวนั ตำมปกติและพลังงำนที่เหลืออยู่นี้จะช่วยให้คนเรำมี
พลังงำนไว้ใช้ในยำมฉุกเฉินจำเป็น หรือในภำวะที่ต้องกำรใช้มำกกว่ำปกติ ได้พลังงำนสำรอง
หรือพลังงำนเหลือเก็บนี้ยังช่วยส่งเสริมให้งำนที่ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวันมีประสิทธิภำพมำก
ขนึ้ ดว้ ย (เพรำะงำนในกิจวตั รประจำวนั มรี ะดับตำ่ กว่ำศักยภำพที่แท้จริง)
6. คนที่มสี มรรถภำพทำงกำยดี จะรู้สึกว่ำตนเองมีควำมไม่สบำยเกิดขึ้นในขณะทำงำน
ซึง่ หมำยถึงอยำ่ ดงึ ดันหรือฝ่ำฝืนทำต่อไปจนกระทั่งเกิดกำรบำดเจ็บ (ไม่สบำย) อันเนื่องมำจำก
กำรปรบั ปรงุ หรือพัฒนำสมรรถภำพทำงกำย (เพรำะหมำยถึงกำรทำงำนมำกเกินควร)
7. สมรรถภำพทำงกำยที่ดีไม่ได้ส้ินสุดลงที่ตัวของมันเอง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของควำม
เปน็ ผมู้ ีสขุ ภำพดี ซึ่งมผี ลต่อกำรมคี ุณภำพชีวิตทีด่ ีตำมไปดว้ ย
8. กำรมีสมรรถภำพทำงกำยที่ดีไม่ไดเ้ ปน็ คำตอบ (หรือกำรแก้ปัญหำ) ทุกอย่ำงในชีวิต
และไมส่ ำมำรถรบั ประกนั ได้ว่ำจะทำให้มีชีวิตยืนยำวขนึ้ หรือเป็นภมู คิ ุ้มกันโรคได้ทกุ ชนิด เพรำะ
คนแต่ละคนจะมีวิถชี ีวิตของตนเอง (Way of life) ซึ่งไม่อำจเทียบกับใครๆ ได้นอกจำกตนเอง
98
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
9. สมรรถภำพทำงกำยประกอบดว้ ยองค์ประกอบหลำกหลำยและเป็นพื้นฐำนที่ทุกคน
ควรจะมีองค์ประกอบดงั กล่ำวคือ ควำมอดทนของระบบหำยใจและระบบไหลเวียนเลือด ควำม
แข็งแรง ควำมอดทนของกล้ำมเนื้อ ควำมยืดหยุ่น และองค์ประกอบของร่ำงกำย (เปอร์เซ็นต์
ไขมนั )
10. กำรพิจำรณำถึงระดับสมรรถภำพทำงกำยของตนเองว่ำเป็นอย่ำงไรนั้น ควร
พิจำรณำถึงคณุ สมบตั แิ ตล่ ะข้อในระดับต่อไปนซี้ ึ่งถือเป็นเกณฑ์อยำ่ งตำ่
10.1 กำรทำงำนประจำวนั ไดส้ ำเรจ็ ตำมควำมต้องกำร
10.2 กำรเพิ่มพูนกำรป้องกันกำรเส่ือมสภำพ เช่นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด หัวใจ
และโรคเกี่ยวกับกำรเส่อื มกำรทำงำนของอวัยวะตำ่ งๆ
10.3 กำรหำเวลำและโอกำสให้ตนเองได้ฝึกควำมสำมำรถควบคุมเหตุฉุกเฉิน เหตุ
ปัจจบุ นั ทนั ด่วนและสภำพกำรณ์ที่ไม่ปกติที่อำจเกิดขนึ้ เช่น กำรสมมตุ ิเหตุกำรณ์แล้วคิดหำทำง
แก้ไขในทันที
10.4 กำรหำเวลำออกกำลังกำย หรือเล่นกีฬำ เพื่อสร้ำงหรือพัฒนำสมรรถภำพ
ทำงกำยของตนเอง
จิรภรณ์ ศิริประเสริฐ (2543: 32) ได้ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ
สมรรถภำพทำงกำยหมำยถึงกำรที่บุคคลมีควำมแข็งแรง และควำมอดทนในกำรประกอบ
กิจกรรมในแตล่ ะวนั โดยปรำศจำกควำมเมื่อยล้ำ และยังคงมีกำลังเหลือเพียงพอที่จะประกอบ
กิจกรรมในยำมว่ำงที่สนุกสนำนและพร้อมทีจ่ ะเผชิญกบั เหตกุ ำรณ์ต่ำงๆ ทีไ่ ม่คำดคิด
พิชิต ภูติจันทร์ (2547: 83) กล่ำวว่ำสมรรถภำพทำงกำยสำมำรถกล่ำวได้หลำยทัศนะ
ได้แก่
ทัศนะของบุคคลทั่วๆ ไป มักจะมีควำมเข้ำใจในควำมหมำยของคำนี้อย่ำง
ง่ำยๆ ว่ำสมรรถภำพทำงกำย หมำยถึง ควำมสำมำรถของร่ำงกำยของบุคคลที่สำมำรถ
ประกอบกิจกรรมต่ำงๆ ได้เป็นเวลำนำนโดยไมม่ ีกำรหยุดพกั
ทัศนะทำงแพทย์ ให้ค วำมหมำยว่ำสมรรถภำพทำงกำยหมำยถึง
ควำมสำมำรถของร่ำงกำยในกำรปรับตัว เพื่อฟื้นสภำพจำกกำรทำงำนหนักติดต่อกันมำ
ช่วงหนึง่ ให้กลับคืนสสู่ ภำวะปกติ โดยใช้เวลำน้อยที่สดุ
ทัศนะทำงพลศึกษำ ให้ควำมหมำยว่ำสมรรถภำพทำงกำย หมำยถึง
ควำมสำมำรถของรำ่ งกำยในกำรปฏิบตั กิ ิจกรรมได้ด้วยควำมแขง็ ขนั และตืน่ ตัว ปรำศจำกควำม
เมือ่ ยลำ้ และยังมีกำลังเหลอื พอทีจ่ ะเข้ำร่วมกิจกรรมที่ให้ควำมสนกุ สนำนอืน่ ๆ ได้อีกด้วย
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 99
สำนักพัฒนำกำรกีฬำและนันทนำกำร (2548 อ้ำงถึงใน รัตนำภรณ์ ทรงพระนำม,
2549: 11) ได้ให้ควำมหมำยของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรรถภำพทำงกำยหมำยถึง
ควำมสำมำรถในกำรดำรงชีวิตประจำวันได้อย่ำงรำบรื่น สำมำรถประกอบกิจกรรม เล่นกีฬำ
หรือออกกำลังกำยได้อย่ำงมีประสิทธิภำพโดยปรำศจำกควำมเมื่อยล้ำและกลับคืนสู่สภำวะ
ปกติไดอ้ ย่ำงรวดเรว็ และมีควำมพร้อมรับภำวะฉุกเฉินที่คำดไม่ถงึ
จำกทัศนะหลำยๆด้ำนที่กล่ำวมำ พอจะสรุปสำระสำคัญของควำมหมำยของคำว่ำ
สมรรถภำพทำงกำย หมำยถึง สภำพร่ำงกำยทีม่ ีควำมสมบูรณ์สำมำรถปฏิบัติกิจกรรมได้อย่ำง
มีประสิทธิภำพโดยปรำศจำกควำมเมื่อยล้ำและกลับคืนสู่สภำวะปกติได้อย่ำงรวดเร็ว ซึ่ง
สมรรถภำพทำงกำยที่ดีมีผลมำจำกควำมสำมำรถในกำรทำงำนของปอด หัวใจ กล้ำมเนื้อ
ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ทำงำนประสำนกันอย่ำงมีประสิทธิภำพ ท้ังนี้ต้องอำศัย
กำรฝึกฝน เกีย่ วกบั กิจกรรมกำรเคลอ่ื นไหวต่ำงๆ ให้เกิดควำมเคยชิน ควำมชำนำญ และทักษะ
ที่ถูกต้อง รวมท้ังกำรพัฒนำทกั ษะให้สงู ขนึ้ เพื่อนำไปสู่กำรมีสมรรถภำพทำงกำยที่ดี โดยมีกำร
ปฏิบัติกิจกรรมอย่ำงถูกต้องเหมะสม เป็นไปตำมหลักกำรของกำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำง
กำย
ความสาํ คัญของการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
ฐิติกร ศิริสุขเจริญพร (2540: 31) ได้กล่ำวถึงควำมสำคัญของกำรสร้ำงเสริม
สมรรถภำพทำงกำย ไว้ดงั นี้
1. เป็นกำรเตรียมตัวเด็กให้มีควำมสมบูรณ์ เพื่อที่จะเข้ำร่วมกิจกรรมหนักๆ และ
กิจกรรมทีม่ ีกำรแข่งขนั อื่นๆ ต่อไป
2. เป็นกิจกรรมที่สำมำรถช่วยแก้ไข ควำมผิดปกติทำงด้ำนร่ำงกำยของเด็ก และ
ป้องกันไมใ่ ห้ทรวดทรงของเดก็ เสยี ไปด้วย
3. เป็นกิจกรรมที่สำมำรถช่วยให้อวัยวะทุกส่วนได้รับบริกำรได้อย่ำงทั่วถึง ใน
ระยะเวลำอนั สนั้ และครูสำมำรถดำเนินกำรสอนได้แม้จะมีเด็กจำนวนมำก
4. เป็นโปรแกรมทำงพลศึกษำที่สำมำรถเลือกหำท่ำที่เหมำะสมกับควำมต้องกำรของ
เดก็ แตล่ ะคน
5. เปน็ กิจกรรมทีเ่ ปิดโอกำส ให้เดก็ ที่มที กั ษะน้อยในเกมกฬี ำประเภทอื่นๆ สำมำรถเข้ำ
ร่วมได้ ท้ังช่วยให้เกิดควำมรู้สึกว่ำตนได้ประสบควำมสำเร็จ ไม่ทำให้เกิดควำมตึงเครียด
ทำงดำ้ นอำรมณ์
6. เปน็ กิจกรรมช่วยปรบั ปรงุ ระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลอื ด
100
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
สำนักพัฒนำกำรพลศึกษำ สุขภำพและนันทนำกำร (2548 อ้ำงถึงใน รัตนำภรณ์ ทรง
พระนำม, 2549: 11) ได้กล่ำวถึงควำมสำคัญของสมรรถภำพทำงกำยไว้ว่ำ สมรรถภำพทำง
กำยเป็นส่ิงสำคัญในกำรช่วยสร้ำงเสริมให้บุคคลสำมำรถประกอบภำรกิจและดำรงชีวิตอยู่
อย่ำงมีประสิทธิภำพ รวมทั้งยังทำให้บุคคลปรำศจำกโรคภัยไข้เจ็บ และมีควำมพร้อมที่จะ
ภำรกิจประจำวันไดล้ ลุ ่วงไปด้วยดี นอกจำกนี้ยังก่อให้เกิดกำรพัฒนำกำรท้ังทำงด้ำนจิตใจและ
อำรมณ์ควบคู่ไปดว้ ยสมรรถภำพทำงกำยมีรำกฐำนมำจำกกำรมีสุขภำพดี ถ้ำร่ำงกำยอ่อนแอ
สุขภำพไม่สมบูรณ์ ควำมสำมำรถของร่ำงกำยที่จะประกอบภำรกิจต่ำงๆ ในชีวิตประจำวันก็
ย่อมลดน้อยลงด้วยสมรรถภำพทำงกำยสำมำรถสร้ำงข้ึนได้ด้วยกำรทำให้ร่ำงกำยได้ออกกำลัง
กำยหรือมีกำรเคล่ือนไหว สมรรถภำพทำงกำยเกิดขึ้นได้และหำยไปได้ กำรที่เรำจะรักษำให้
ร่ำงกำยมีสมรรถภำพคงอยู่เสมอนั้นต้องมีกำรออกกำลังกำยเป็นประจำ จึงจะทำให้คงสภำพ
และเปน็ กำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยให้ดยี ิง่ ๆ ขนึ้ อีกด้วย นอกจำกนแี้ ล้วยังเป็นประโยชน์
ในกำรป้องกันโรคภัยเบียดเบียน โดยเฉพำะโรค ที่เกิดจำกกำรขำดกำรออกกำลังกำยได้ อีก
ดว้ ย เช่น
1. ลดอตั รำเสย่ี งต่อกำรเป็นโรคหวั ใจ
2. เพิ่มพูนประสิทธิภำพของระบบต่ำงๆ ในร่ำงกำย เช่นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบ
หำยใจ ระบบย่อยอำหำร ฯลฯ
3. ทำให้รปู รำ่ งสัดสว่ นของรำ่ งกำยดขี นึ้
4. ช่วยควบคุมมิให้น้ำหนกั เกิน หรือควบคุมไขมันในร่ำงกำย
5. ช่วยลดควำมดันโลหิตสูง
6. ช่วยลดไขมันในเลอื ด
7. เพิม่ ควำมคลอ่ งตัวเพือ่ ให้เกิดประสิทธิภำพในกำรทำงำน
องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
ผู้เขียนได้รวบรวมองค์ประกอบของสมรรถภำพทำงกำย ตำมทัศนะของนักวิชำกำร
หลำยท่ำน แล้วนำข้อมูลมำวิเครำะห์สงั เครำะห์ ตำมตำรำงต่อไปนี้
ตารางที่ 3.1 แสดงผลกำรวิเครำะห์สังเครำะห์องค์ประกอบของสมรรถภำพทำง
นักวิชาการ
สมรรถภาพทางกายเพือ่ สุขภา
Hoeger (1986: 3-4) 1. ควำมอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด
2. ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของกล้ำมเน
3. ควำมอ่อนตัว
4. ส่วนประกอบของร่ำงกำย
Wuest and Bucher (1999 อ้ำงถึงใน รัตนำ 1. สัดส่วนของร่ำงกำย
ภรณ์ ทรงพระนำม, 2549: 13) 2 ควำมอดทนของระบบไหลเวยี นโลหติ
3 ควำมอ่อนตัว
4 ควำมอดทนของกล้ำมเนื้อ
5 ควำมแข็งแรงของกล้ำมเน้ือ
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 101
งกำย ตำมทศั นะของนกั วิชำกำรหลำยท่ำน
องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย
าพ สมรรถภาพทางกายเพื่อทักษะกลไก
ด 1. ควำมอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด
นื้อ 2. ควำมอดทนและควำมแขง็ แรงของกล้ำมเนื้อ
3. ควำมอ่อนตัว
4. ส่วนประกอบของร่ำงกำย
5. ควำมคล่องตัว
6. กำรทรงตัว
7. กำรทำงำนประสำนกันของระบบประสำทและกล้ำมเน้ือ
8. กำลัง
9. ปฏิกิริยำตอบสนอง
10. ควำมเร็ว
1. สดั ส่วนของร่ำงกำย
2. ควำมอดทนของระบบไหลเวยี นโลหติ
3. ควำมอ่อนตวั
4. ควำมอดทนของกล้ำมเน้ือ
5. ควำมแขง็ แรงของกล้ำมเนื้อ
6. ควำมคล่องแคล่ววอ่ งไว
7. กำรทรงตวั ทีส่ มดลุ
8. กำรทำงำนประสำนกนั ของระบบประสำทและกล้ำมเนื้อ
102
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
นักวิชาการ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภา
กระทรวงศึกษำธกิ ำร (2545: 37-38) -
มนัส ยอดคำ (2548: 70-71) -
ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร และกุลธิดำ เชิง 1. องค์ประกอบของร่ำงกำย (Body compositi
ฉลำด, 2544; วิภำวรรณ ลีลำสำรำญ 2. ควำมอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและ
และวุฒิชัย เพิ่มศิริวำณิชย์, 2547; กอง (Cardiorespiratoty endurance)
ออกกำลังกำยเพื่อสุขภำพ กรมอนำมัย, 3. ควำมแข็งแรงและควำมอดทนของกล้ำมเ
องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย
าพ สมรรถภาพทางกายเพือ่ ทกั ษะกลไก
9. พลงั
10. ปฏิกิริยำตอบสนอง
11. ควำมเรว็
1. ควำมคล่องแคล่ว (Agility)
2. กำรทรงตัว (Balance)
3. กำรประสำนสัมพันธ์ (Co-Ordination)
4. พลังกล้ำมเนื้อ (Power)
5. เวลำปฏิกิริยำตอบสนอง (Reaction Time)
6. ควำมเรว็ (Speed)
1. ควำมแขง็ แรง
2. ควำมอดทน
3. ควำมเรว็
4. พลัง
5. ควำมยืดหยุ่นตัวหรือควำมอ่อนตวั
6. ควำมคล่องแคล่วว่องไว
ion) 1. ควำมคล่องตวั (Agility)
ะระบบหำยใจ 2. กำรทรงตัว (Balance)
3. กำรทำงำนทีป่ ระสำนกัน (Coordination)
นื้อ (Muscular 4. กำลงั หรือพลงั (Power)
นกั วิชาการ
สมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภา
2550; ACSM, 2008 และ ACSM, 2010 strength and endurance)
(อ้ำงถึงใน ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร, 2554) 4. ควำมอ่อนตัว (Flexibility)
วรศักดิ์ เพียรชอบ (2548) 1. ควำมทนทำนของระบบไหลเวยี นเลือดและร
2. ควำมทนทำนของกล้ำมเนื้อ (Muscular End
3. ควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ (Muscular Str
4. พลงั ของกล้ำมเน้ือ (Muscular Power)
5. ควำมเร็ว (Speed)
6. ควำมคล่องตวั (Agility)
7. ควำมอ่อนตัว (Flexibility)
8. กำรทรงตวั (Balance)
จำกตำรำงที่ 3.1 สำมำรถสรุปองค์ประกอบของสมรรถภำพทำงกำย 2
ควำมอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหำยใจ องค์ประกอบของร่ำ
2) สมรรถภำพทำงกำยเพื่อทักษะกลไก ประกอบด้วย ควำมอดทนของระบบ
กล้ำมเนื้อ ควำมอ่อนตัว องค์ประกอบของร่ำงกำย ควำมคล่องตัว กำรทรงตัว
ปฏิกิริยำ และควำมเรว็
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 103
องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย
าพ สมรรถภาพทางกายเพื่อทกั ษะกลไก
5. เวลำปฏิกิริยำ (Reaction time)
6. ควำมเรว็ (Speed)
ระบบหำยใจ (Cardio-respiratory Endurance)
durance)
rength)
2 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) สมรรถภำพทำงกำยเพื่อสุขภำพ ประกอบด้วย
ำงกำย ควำมอ่อนตัว ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ
บไหลเวียนเลือดและระบบหำยใจ ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของ
ว กำรทำงำนประสำนกันของระบบประสำทและกล้ำมเนื้อ กำลัง เวลำ
104
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
หลักการสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายเพอ่ื สง่ เสรมิ ทกั ษะกฬี าตะกรอ้
กีฬำตะกร้อเป็นกีฬำชนิดหนึ่ง ที่ต้องอำศยั สมรรถภำพทำงกำยทีม่ ีควำมสมบูรณ์ และมี
ประสิทธิภำพสูง ผู้ฝึกกีฬำตะกร้อจะต้องมีร่ำงกำยที่พร้อมไปด้วยองค์ประกอบของควำม
สมบูรณ์ทุกด้ำนอย่ำงครบถ้วน ซึ่งมีผลต่อกำรฝึกซอ้ มให้ประสบควำมสำเร็จตำมเป้ำหมำยหำก
หำกมีเพียงแค่ควำมสมบรู ณ์ของร่ำงกำยทั่วๆ ไป ก็ยังถือว่ำไม่เพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องสร้ำง
เสริมสมรรถภำพที่เกี่ยวข้องกับเกมกีฬำตะกร้อ โดยเฉพำะควรเน้นให้เกิดควำมชัดเจนเป็น
รูปธรรมที่สำมำรถจับต้องได้ และวัดได้ ซึ่งองค์ประกอบของกำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำง
กำย สำหรับนักกีฬำตะกร้อ ควรประกอบด้วย 1. ควำมอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและ
ระบบหำยใจ 2. ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของกล้ำมเนือ้ 3. ควำมอ่อนตัว 4. องค์ประกอบ
ของร่ำงกำย 5. ควำมคล่องตัว 6. กำรทรงตัว 7. กำรประสำนสัมพันธ์ 8. กำลัง 9. ปฏิกิริยำ
ตอบสนอง และ 10. ควำมเรว็ ซึง่ กลำ่ วถึงรำยละเอียดดงั นี้
1. ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ (Cardiorespiratory
Endurance) หมำยถึง เมือ่ รำ่ งกำยสำมำรถทำงำนอย่ำงรำบรน่ื ดว้ ยควำมแข็งแรงแล้ว ผู้เล่นที่
สำมำรถใช้กล้ำมเนื้อหรือข้อต่ออย่ำงต่อเนื่องอย่ำงมีประสิทธิภำพกว่ำ ย่อมมีโอกำสของกำร
เลน่ ทีด่ ีมำกกว่ำผู้ทีเ่ ลน่ ได้เพียงระยะสนั้ ๆ ควำมนำนในกำรเล่นกีฬำนี้ ท้ังนี้ควำมอดทนที่เกิดขึ้น
มีผลมำจำกควำมอดทนของหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนโลหิตที่ดี โดยผู้ฝึกจะต้องอำศัย
ควำมหนักของกำรฝึกให้เพียงพอติดต่อกันอย่ำงน้อย 20 นำที และควำมบ่อย คือ จำนวนวันที่
ฝึกอย่ำงน้อย 3 – 5 ครั้งต่อสัปดำห์ ปัจจัยดังกล่ำวจะช่วยเสริมสร้ำงสมรรถภำพของหัวใจ
ปอด ไหลเวียนโลหิต และกล้ำมเนื้อ ปฏิบัติหน้ำที่ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ซึ่งสุพจน์ ปรำณี
(2549: 38) ได้ยกตวั อย่ำงกจิ กรรมทีม่ ีควำมอดทนทีแ่ ตกต่ำงกันของนกั กฬี ำเซปกั ตะกร้อ ไวค้ ือ
กำรวิ่งทน ผู้ที่สำมำรถวิ่งได้ระยะมำกกว่ำ โดยไม่คำนึงถึงระยะเวลำ ควำมอดทนเช่นนี้
เกี่ยวข้องกับประสิทธิภำพในกำรทำงำนของปอดและหัวใจ มีควำมสำมำรถในกำรเก็บ
ออกซิเจนไว้ไดด้ ี เรียกว่ำเป็นควำมอดทนของระบบหำยใจ และกำรไหลเวียนเลอื ด
ควำมอดทนที่กล่ำวนี้ ในกีฬำตะกร้อมีควำมจำเป็นต้องใช้ทั้งควำมอดทนแบบใช้
ออกซิเจน (Aerobic Endurance) และ ควำมอดทนแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Endurance)
ซึ่งควำมอดทนแบบใช้ออกซิเจนเปน็ สมรรถภำพพืน้ ฐำนของกีฬำทกุ ประเภท เพรำะจะทำให้กำร
แข่งขนั หรือกำรเลน่ กีฬำได้ระยะเวลำยำวนำน นอกจำกนยี้ ังช่วยฟื้นสภำพร่ำงกำยให้หำยเหนื่อย
ได้อยำ่ งรวดเรว็ โดยแหลง่ พลงั งำนที่ใช้มำจำกระบบแอโรบิก (Aerobic System) รูปแบบกำรฝึก
ได้แก่ กำรวิง่ ระยะไกล 5-10 กิโลเมตร กำรวิ่งต่อเนื่องควำมหนักต่ำ (ต่ำกว่ำ 50% ของชีพจร
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 105
สูงสุด) 30 นำที เป็นต้น ส่วนควำมอดทนแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Endurance) ในกีฬำ
ตะกร้อนนั้ จะมีกำรเคล่อื นไหวที่รวดเร็วในช่วงระยะเวลำสั้นๆ รวมไปถึงกำรใช้พลังกล้ำมเนื้อใน
กำรกระโดดตลอดเกมกำรเล่น ซึ่งจะเป็นกำรทำงำนแบบไม่ใช้ออกซิเจน ดังน้ันจึงต้องมีกำร
พัฒนำเพือ่ ให้ร่ำงกำยอดทนต่อภำวะเกิดกรดแลคตกิ (Lactic Acid) ซึ่งกรดแลคติกน้ันจะทำให้ผู้
เลน่ เกิดควำมเมื่อยล้ำ (Fatigue) รปู แบบกำรฝึกไดแ้ ก่
วิ่งเตม็ ที่ 60 เมตร จำนวน 15 เทีย่ ว เวลำพกั ระหว่ำงเทีย่ ว 60 วินำที
วิง่ กลบั ตวั 20 เมตร จำนวน 20 เทีย่ ว เวลำพกั ระหว่ำงเทีย่ ว 45 วินำที
2. ความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเน้ือ (Muscular strength and
endurance) ความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ (Muscular strength) หมำยถึง ควำมแข็งแรง
ของกล้ำมเนอื้ ในกำรหดตวั เพื่อทำงำน ได้อยำ่ งเต็มที่ เช่นควำมแขง็ แรงในกำรเตะเท้ำได้สูง หรือ
เตะได้แรง เช่นกำรกระโดดม้วนตัวเตะกลำงอำกำศ กำรกระโดดเตะสลับ กำรกระโดดเหยียบ
หรือกำรเหวี่ยงเท้ำในกำรเสิร์ฟลูกตะกร้อ ซึ่งส่วนใหญ่ของทักษะในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ
โดยเฉพำะประเภทเซปกั ตะกร้อ เรำสำมำรถวัดควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อได้โดยใช้เครื่องมือ
เช่น กำรดึงไดนำโมมิเตอร์ ใช้วัดควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ รูปแบบกำรฝึกเพื่อกำรส่งเสริม
สมรรถภำพทำงกำยดำ้ นนีไ้ ด้แก่ กำรฝึกควำมแขง็ แรงพนื้ ฐำนโดยใช้น้ำหนกั ตัวเป็นแรวต้ำน เช่น
ดันพืน้ ลกุ นั่ง เป็นต้น กำรฝึกโดยใช้น้ำหนกั มีจุดมุ่งหมำยพฒั นำควำมแข็งแรงพื้นฐำนไปสู่ควำม
แขง็ แรงสูงสุดของกล้ำมเนอื้
ความอดทนของกล้ามเน้ือ (Muscular Endurance) หมำยถึง กล้ำมเนื้อทำงำนได้
นำนโดยไม่เจ็บปวด เมื่อยล้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงต่อสมรรถภำพของหัวใจ(Cardio Vascular
Endurance) หมำยถึง กล้ำมเนื้อหัวใจที่แข็งแรง สำมำรถทำงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ใน
ระบบไหลเวียนโลหิตร่ำงกำยได้รับออกซิเจนไปเล้ียงส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยมำกขึ้น เส้นโลหิต
ขยำยสำมำรถสูบฉีดปรมิ ำณโลหิตมำกขึ้น ประสิทธิภำพในกำรลำเลียงและกำจัดของเสียออก
จำกกล้ำมเนื้อดีขึ้น ทำให้ร่ำงกำยสำมำรถประกอบกิจกรรมได้ เป็นระยะเวลำนำนระยะทำงที่
ยำวไกลกว่ำ เช่น กำรวิ่งทน ก็สำมำรถวิ่งได้ระยะทำงมำกกว่ำ หรือกำรนั่งรูปตัววี (V) ก็
สำมำรถยกเท้ำไดร้ ะยะเวลำที่นำนกว่ำ ซึ่งบุคคลที่มีควำมอดทนของกล้ำมเนื้ออยู่ในเกณฑ์ที่ดี
สำมำรถประกอบกิจกรรมได้โดยไม่เหนื่อยง่ำยนั้น จำเป็นจะต้องผ่ำนกำรฝึกฝน ฝึกซ้อม มำ
อย่ำงถูกต้องตำมลำดับขน้ั เปน็ ไปตำมหลักของวิทยำศำสตร์กำรกีฬำซึ่งจะต้องฝึกปฏิบัติโดยใช้
เวลำทีย่ ำวนำนอย่ำงต่อเนื่อง ดังที่ สุพจน์ ปรำณี (2549: 38) ไดย้ กตัวอย่ำงกิจกรรมที่มีควำม
อดทนทีแ่ ตกต่ำงกันของนักกีฬำเซปักตะกร้อ คือ กำรยกตัวเป็นรูปตัววี (V) ผู้ที่สำมำรถยกตัว
106
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
เปน็ รปู ตัววี ได้เปน็ ระยะเวลำนำนๆ เปน็ ควำมสำมำรถของกล้ำมเนื้อ ในส่วนของกล้ำมเนื้อท้อง
กล้ำมเนื้อขำ จะต้องมีประสิทธิภำพ ทำให้ยกอยู่ได้เป็นเวลำนำน เช่นเดียวกับกำรลุกนั่ง (Sit-
Up) กำรวิดพืน้ (Push-Up) หรือกำรดึงขอ้ (Pull-Up) ผู้ทีส่ ำมำรถทำได้ติดต่อกนั เปน็ จำนวนมำก
ครง้ั แสดงว่ำมีควำมอดทนของกล้ำมเนือ้ ท้อง และแขนทีด่ ี
3. ความอ่อนตวั (Flexibility) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรก้ม เงย เหยียด ยืด ได้
อย่ำงมีประสิทธิภำพ ลักษณะของกำรยืดหยุ่นได้ดีเช่น กำรยืนเท้ำชิดกันโดยไม่งอเข่ำสำมำรถ
ก้มตัวลงให้ฝ่ำมือแตะพื้นได้ บำงรำยแตะพื้นได้เพียงปลำยนิ้ว และบำงรำยก้มลงใช้ฝ่ำมือแตะ
พืน้ พร้อมทั้งให้ส่วนใบหน้ำจรดถึงเข่ำได้ ซึ่งแสดงถึงมีสมรรถภำพด้ำนควำมอ่อนตัวสูง หรือมี
ควำมสำมำรถ ก้ม เงย เหยียด ยืด กำรงอ กำรพับตัว ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ สำหรับในกีฬำ
ตะกร้อ จำเปน็ จะต้องอำศัยควำมอ่อนตัวของร่ำงกำย มำใช้ในกำรเสิร์ฟ กำรกระโดดรุกในท่ำ
ต่ำงๆ กำรทำท่ำทำงที่ค่อนข้ำงยำกเพื่อให้ได้คะแนนที่สูงกว่ำ ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกันกับ
สมรรถภำพด้ำนควำมแคล่วคล่อง ว่องไว กำลัง และควำมแข็งแรง ประกอบเข้ำกันได้อย่ำง
เหมำะสม ก็จะทำให้ร่ำงกำยมีควำมยดื หยนุ่ และอ่อนตวั ได้ดี
4. องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) หมำยถึง สัดสว่ นปริมำณไขมัน
ในร่ำงกำยกบั มวลร่ำงกำยที่ปรำศจำกไขมัน โดยกำรวัดออกมำเปน็ เปอร์เซ็นต์ไขมัน รูปร่ำงของ
นักกฬี ำจะส่งผลต่อกำรเคล่อื นไหวของร่ำงกำยในกำรเล่นกีฬำ และรวมถึงกำรมีแหล่งพลังงำน
สะสมทีใ่ ช้ในกำรเลน่ กีฬำดว้ ย กำรที่นกั กฬี ำมีชนิดรูปกำยที่เหมำะสมกับชนิดกีฬำที่เล่น จะเป็น
ปจั จยั หน่งึ ที่ช่วยให้นักกฬี ำแสดงควำมสำมำรถทำงกีฬำได้เตม็ ที่
5. ความคล่องตัว (Agility) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรเคล่ือนที่ได้อย่ำงรวดเร็ว
จำกจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยอำศัยควำมแคล่วคล่อง ว่องไว อำจจะต้องหลบหลีกส่ิงกีด
ขวำง โดยทำงดำ้ นวิชำชีพพลศึกษำมกั มีกำรทดสอบควำมคลอ่ งตัว เช่น กำรวิ่งกลบั ตัวระยะ 10
เมตร ไป-กลับ 5 เที่ยว ซึ่งในกำรกลับตัวแต่ละครั้งต้องอำศัยควำมแคล่วคล่อง ว่องไว
ประกอบกับควำมเรว็ เพรำะผู้ที่มีควำมแคล่วคล่องว่องไว จะต้องมีควำมเร็วเป็นพื้นฐำนซึ่งใน
กีฬำตะกร้อมีควำมจำเป็นจะต้องใช้ทักษะดำ้ นควำมแคล่วคล่องว่องไว สำหรบั กำรวิ่งไล่ติดตำม
ลกู ตะกร้อ จำกจดุ ทีย่ ืนอยู่ไปยังจดุ ที่ลูกตะกร้อ ด้วยควำมว่องไว เพื่อควำมต่อเนื่องในกำรเล่น
เกม ถ้ำหำกขำดควำมแคล่วคล่องว่องไว เกมก็จะสนิ้ สดุ ลงทนั ที
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกรอ้ 107
6. การทรงตัว (Balance) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรน่ัง ยืน เดิน วิ่ง ที่ทำให้
ร่ำงกำยสมดุลเป็นไปตำมธรรมชำติ เช่น ไม่นั่งเอียง ยืนเซ เดินหรือวิ่งไม่ตรงทิศทำง หรือ
หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรทำงำนประสำนกันระหว่ำงระบบประสำทกับระบบกล้ำมเนื้อใน
ขณะที่ร่ำงกำยปฏิบตั กิ ิจกรรม ซึ่งควำมสมดุลของร่ำงกำยแต่ละคนจะแตกต่ำงกันออกไป เช่น
บำงคนสำมำรถวิ่งทำงตรงได้ดี แต่วิ่งทำงโค้งได้ไม่ดี บำงคนวิ่งทำงโค้งได้ดีกว่ำทำงตรง หรือ
บำงคนวิง่ ไดด้ ที ั้งทำงตรง และทำงโค้ง
7. การประสานสัมพันธ์ (Co-Ordination) หมำยถึง กำรที่ร่ำงกำยสำมำรถเคล่ือน
ไหวได้อยำ่ งคลอ่ งแคลว่ กลมกลืน และมีประสทิ ธิภำพ ซึ่งเป็นกำรทำงำนประสำนสอดคล้องกัน
ระหว่ำง ตำ มือ และเท้ำ เช่น กำรควบคมุ เท้ำในกำรเลน่ ลกู ตะกร้อ กำรควบคุมร่ำงกำยในกำร
เคล่อื นที่ และกำรมองลกู ตะกร้อในกีฬำตะกร้อ เปน็ ต้น กำรจะพัฒนำควำมสำมำรถเชิงทักษะ
จึงข้นึ อยู่กับควำมสมั พันธ์ของระบบประสำทกล้ำมเนือ้ เป็นสำคัญ รูปแบบกำรฝึกได้แก่ กำรยืน
ในท่ำเตรียม คนหนึ่งขว้ำงลูกตะกร้อ ให้ฝึกรับโดยกำหนดให้ว่ำลูกตะกร้อมีทิศทำงที่
หลำกหลำย (ซ้ำย ขวำ สูง ตำ่ ) เพื่อฝึกกำรแยกแยะว่ำจะรบั ลูกตะกร้อด้วยทกั ษะใด
8. กําลัง (Power) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรทำงำนของกล้ำมเนื้อในกำรหดตัว
เพื่อ ทำงำนอย่ำงรวดเร็ว ตัวอย่ำงเช่น กำรขว้ำงส่ิงของ ขณะที่ขว้ำงนั้นต้องอำศัยจังหวะ และ
กำรหดตัวของกล้ำมเนือ้ กำรกระโดดสงู กระโดดไกล ขว้ำงจักร ทุ่มน้ำหนัก ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่
มองเหน็ ชดั เจนที่แสดงถึงกำรใช้กำลงั อย่ำงมำก ถ้ำนำมำเปรยี บเทียบกับกีฬำตะกร้อ เปรียบได้
กับลกั ษณะกำรกระโดดขึน้ รกุ ในท่ำต่ำงๆ กำรเสริ ์ฟ และกำรกระโดดขึ้นสกัดก้ัน (เซปักตะกร้อ)
หรือกำรทำท่ำท่ำงต่ำงๆเพื่อให้ได้คะแนนในระยะทำงที่มีควำมสูงเป็นตัวกำหนด (ตะกร้อลอด
ห่วง) จะต้องอำศัยกำลังโดยกำรหดตัวของกล้ำมเนื้ออย่ำงรวดเร็วและมีประสิทธิภำพ เรำ
สำมำรถวัดกำลังของกล้ำมเนื้อได้ด้วยแบบทดสอบต่ำงๆ เช่น ยืนกระโดดไกล ยืนกระโดดสูง
เป็นต้น รูปแบบกำรฝึก ได้แก่ กำรฝึกด้วยใช้น้ำหนัก โดยมีจุดมุ่งหมำยในกำรพัฒนำพลัง
กล้ำมเนอื้ กำรฝึกพลยั โอเมตริกของขำ โดยกำรกระโดดแบบต่ำงๆ เปน็ ต้น
9. เวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction Time) หมำยถึง ระยะเวลำที่ร่ำงกำยใช้ใน
กำรตอบสนองต่อส่ิงเร้ำต่ำงๆ เช่น แสง เสียง สัมผัส กล่ำวคือ ควำมสำมำรถของร่ำงกำยใน
กำรเริ่มตอบสนองต่อสถำนกำรณ์แตล่ ะคร้ังในเกมกำรแข่งขันที่เกิดขึ้นได้อย่ำงรวดเร็ว (เวลำที่
108
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
ใช้ไปในระหว่ำงกำรรบั รเู้ หตกุ ำรณ์ที่เกิดขนึ้ ในสถำนกำรณ์ของเกมแข่งขันจนเริ่มมีกำรเคล่ือนที่)
วดั ไดจ้ ำก มีกำรตอบสนองอย่ำงรวดเรว็ ในจงั หวะที่ลูกตะกร้อพลิกขำ้ มตำขำ่ ยมำยังแดนตนเอง
10. ความเรว็ (Speed) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรเคล่ือนที่ จำกจุดหนึ่งไปยังอีก
จุดหนึ่ง จะใกล้หรือไกลมำกน้อยเพียงใดก็ตำม ผู้ที่มีควำมเร็วจะถึงจุดมุ่งหมำยก่อน กำร
เคล่อื นไหวที่ใช้ควำมเร็วจะต้องอำศัยควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อขำ ในกำรหดตัว หรือทำงำน
อย่ำงรวดเร็ว สว่ นกำรใช้กำลังน้ันหมำยถึงกำรยกเท้ำไปแต่ละก้ำวไปได้ไกลพร้อมๆ กับกำรใช้
ควำมรวดเร็ว บุคคลใดมคี วำมเรว็ ในกำรเคล่อื นไหว มักจะเล่นกีฬำได้หลำยประเภท เนื่องจำก
กีฬำสว่ นใหญต่ ้องอำศยั ควำมเร็วท้ังสนิ้ ท้ังนเี้ พรำะควำมเรว็ ทำให้เกิดควำมแรง เช่น แรงเหวี่ยง
หรือแรงส่ง กำรพุ่งแหลนต้องวิง่ อยำ่ งรวดเร็วก่อนที่จะพุ่งออกไป ถ้ำพุ่งแหลนในลักษณะยืนอยู่
กับทีก่ จ็ ะพุ่งแหลนได้ไม่ไกล เพรำะตอ้ งอำศยั แรงส่ง กำรที่วิ่งเร็วเท่ำใดก็ยิ่งมีแรงส่งมำกเท่ำน้ัน
ในกีฬำตะกร้อจำเป็นต้องใช้ควำมเร็วในกำรเหวี่ยงเท้ำเสิร์ฟ รวมทั้งกำรยกเท้ำขึ้นเหยียบลูก
ตะกร้อ กำรกระโดดลอยตวั เตะกลำงอำกำศ ฯลฯ ซึ่งต้องอำศัยควำมเร็วท้ังสนิ้
กำรพัฒนำควำมเร็วในกีฬำตะกร้อ กีฬำประเภทนี้จะไม่ได้ใช้ควำมเร็วสูงสุด แต่จะใช้
ควำมเรว็ ในช่วงสน้ั ๆ เป็นพิเศษ จึงควรฝึกควำมเร็วระยะสั้นเป็นสำคัญ ลำดับควำมสำคัญที่จะ
ใช้พัฒนำควำมเรว็ ในกีฬำตะกร้อ มีดังนี้ 1. ควำมสำมำรถในกำรวิ่ง 2. กำรเร่งควำมเร็ว 3.
ควำมถี่ในกำรก้ำวเท้ำ 4. ควำมอดทนแบบไม่ใช้ออกซิเจน 5. ควำมยำวของช่วงก้ำว และ 6.
ควำมคลอ่ งแคลว่ ว่องไว
สรุป
หลักการอบอุ่นร่างกาย และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายกีฬาตะกร้อ เป็น
องค์ประกอบทีค่ รผู ู้สอนควรให้ควำมสำคญั ในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ควำมเข้ำใจ และสร้ำงสรรค์
กิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติได้หลำกหลำย เพื่อวัตถุประสงค์ในกำรสร้ำงเสริมและพัฒนำ
สมรรถภำพทำงกำยเพื่อสุขภำพ และสมรรถทำงกำยเพื่อทักษะให้เกิดควำมสมบูรณ์ อันจะ
นำมำสู่ควำมสำมำรถที่ดีในกำรพฒั นำทักษะกีฬำ ดังน้ันองค์ประกอบของสมรรถภำพทำงกำย
ที่สำคัญของกีฬำตะกร้อ ควรประกอบด้วย ควำมอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบ
หำยใจ ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ ควำมอ่อนตัว องค์ประกอบของร่ำงกำย
ควำมคลอ่ งตัว กำรทรงตวั กำรประสำนสมั พันธ์ กำลัง ปฏิกริ ิยำตอบสนอง และควำมเรว็
“สมรรถภาพทางกายที่ดี มาจากความสาํ เร็จของการอบอนุ่ ร่างกาย”
วำ่ ที่ร้อยตรีหญงิ ศภุ วรรณ วงศ์สร้ำงทรัพย์
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 109
คําถำมทบทวน
1. สมรรถภำพทำงกำยที่จำเป็นสำหรับกีฬำตะกร้อ (เฉลย: ควำมอดทนของระบบ
ไหลเวียนเลือดและระบบหำยใจ ควำมอดทนและควำมแข็งแรงของกล้ำมเนื้อ ควำมอ่อนตัว
องค์ประกอบของร่ำงกำย ควำมคล่องตัว กำรทรงตัว กำรประสำนสัมพันธ์ กำลัง ปฏิกิริยำ
ตอบสนอง และควำมเรว็ ฯลฯ)
2. จงยกตัวอย่ำงหลักกำรฝึกเพื่อเสริมสร้ำงสมรรถภำพทำงกำยที่จำเป็นสำหรับกีฬำ
ตะกร้อมำอย่ำงน้อย 3 รปู แบบ
3. องค์ประกอบของกำรอบอุ่นร่ำงกำยแบบ “RAMP” ประกอบด้วย อะไรบ้ำง (เฉลย:
Raise, Activate and Mobilize, and Potentiate )
เอกสารอ้างอิง
กรรวี บญุ ชยั . (2540). คิเนสโิ อโลยีเบือ้ งตน้ . กรงุ เทพฯ : มหำวิทยำลยั เกษตรศำสตร์
กรรวี บุญชัย และสดุ จิต เขียวอไุ ร. (2540). กายบรหิ าร. กรงุ เทพฯ: กรมวิชำกำร
กระทรวงศึกษำธิกำร.
กองออกกำลังกำยเพื่อสขุ ภำพ กรมอนำมัย. (2550). คมู ือการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ที่สมั พันธกับสขุ ภาพในเดก็ อายุ7-18 ป. กรุงเทพฯ: องคกรสงเครำะหทหำรผำนศึก.
จิรภรณ์ ศิริประเสริฐ. (2543). ทกั ษะและเทคนิคการสอนพลศึกษาในระดับ
ประถมศึกษา. กรุงเทพมหำนคร : จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
ฐิติกร ศิริสุขวรัญพร. (2540). วิทยาศาสตรก์ ารกีฬา. กรุงเทพฯ: สถำบันรำชภัฏสวนดสุ ติ .
ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์ และกลุ ธิดำ เชิงฉลำด. (2544). ปทานกุ รมศพั ท์กฬี า พลศึกษา และ
วิทยาศาสตรก์ ารกีฬา. กรุงเทพมหำนคร: สำนักพิมพ์แห่งจฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลยั .
ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพช็ ร. (2554). สรีรวิทยาการออกกาํ ลังกาย. กรุงเทพมหำนคร: คณะ
วิทยำศำสตร์กำรกีฬำ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย.
พิชิต ภตู ิจนั ทร.์ (2547). วิทยาศาสตร์การกีฬา. กรุงเทพมหำนคร: โอเดยี นสโตร์.
รัตนำภรณ์ ทรงพระนำม. (2549). งานวิจัยเรอ่ื งสมรรถภาพทางกายของบุคลากรใน
วิทยาเขตของสถาบันการพลศึกษา. ชลบุรี : สถำบันกำรพลศึกษำ วิทยำเขตชลบรุ ี.
110
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
มนัส ยอดคำ. (2548). สขุ ภาพกับการออกกําลงั กาย. กรุงเทพฯ: โอ เอส พรนิ้ ตงิ้ เฮำส.์
วรวิทย์ คงมนต์. (2539). Physical Best รปู แบบใหม่ของการพัฒนาสมรรถภาพทาง
กาย. กรงุ เทพมหำนคร : โรงพิมพ์ดอกเบยี้ .
วำสนำ คณุ ำอภิสิทธิ์. (2541). หลักสูตรพลศึกษา. กรุงเทพมหำนคร: ศูนย์ส่งเสริมวิชำกำร.
วิภำวรรณ ลลี ำสำรำญ และวฒุ ิชยั เพิม่ ศิริวำณิชย์. (2547). การออกกาํ ลังกายเพ่อื สุขภาพ
และในโรคต่าง ๆ. สงขลำ : ชำนเมืองกำรพิมพ์.
สพุ จน์ ปรำณี. (2549). ตาํ ราการฝึกทกั ษะเซปกั ตะกรอ้ (ระดับพ้นื ฐาน). กรุงเทพฯ:
โอเดยี นสโตร์.
ศิริรตั น์ หิรญั รัตน์. (2539). การส่งเสริมสมรรถภาพทางกายและการกฬี า.
กรุงเทพมหำนคร: ภำควิชำศลั ยศำสตร์ออร์โธปิดคิ ส์และกำยภำพบำบัด
มหำวิทยำลัยมหิดล.
Corbin,C.B. and R.Lindsey. (1988). Concept of Physical Fitness with Laboratories
(6th ed). Iowa : Wm.C. Brown Publishers.
G. Gregory Haff, N. Travis Triplett. (2016). Essentials of strength training and
conditioning. (4th ed). National Strength and Conditioning Association.
Hoeger, C.R. and A.G. Fishrt. (1986). Sciencetific Basis of Athletic Conditioning
(2nd ed). Philadelphia : Lea and Febiger.
Howell.M.T.and R.Howell. (1989). Physical Education Foundations. Kingford. Smith
: Brooks Waterpolo Publishers.
Jeffreys Ian. (2007) Warm-up revisited: The ramp method of optimizing warmups.
Professional Strength and Conditioning. (6) 12-18.
Kirkendall,D.R., J.J. Gruber and R.E.Johnson. (1987). Measuremenr and Evaluation
for Physical Education (2nd ed). Dubuque,Iowa : Wm.C. Brown Publishers.
Safrit,M.J. (1986). Introduction to Measurement in Physical Education for
Secondary School Students. 3rd ed Boston: Ally and Bacon.
________. (1990). Introduction to Measurement in Physical Education and
Exercise Science (2nd ed). St.Louis, Missouri: Mosby Company.
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลังจำกศึกษำเรื่อง “ทักษะพื้นฐำนกีฬำตะกร้อ” แล้วผู้อ่ำนสำมำรถอธิบำยหลักกำร
ฝึกทกั ษะพ้นื ฐำนกีฬำตะกร้อ ได้แก่ กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ กำรเคล่ือนที่และกำร
ทรงตวั ในกำรเลน่ กีฬำตะกร้อ ทกั ษะกำรควบคุมลูกตะกร้อ และทกั ษะกำรส่งลูกตะกร้อได้อย่ำง
ถกู ต้อง
กล่าวนาํ
กีฬำตะกร้อเป็นกีฬำชนิดหนึ่งที่ต้องอำศัยทักษะหลำยๆ อย่ำงผสมผสำนกันกับระดับ
ควำมสำมำรถด้ำนร่ำงกำยของผู้ฝึก ได้แก่ทักษะกำรเคล่ือนไหวพื้นฐำนที่ถูกต้อง ทักษะกำรใช้
อวัยวะ เช่น ใช้ส่วนต่ำงๆ ของเท้ำ เข่ำ ศีรษะ ฯลฯ อย่ำงถูกต้องพร้อมทั้งจะต้องมีควำม
แคล่วคล่องว่องไว ควำมเร็ว ควำมยืดหยุ่น ควำมแข็งแรงและควำมสมดุล ของร่ำงกำยผู้ฝึก
เนื่องจำกกำรฝึกน้ันร่ำงกำยต้องใช้ทักษะของอวัยวะแทบทุกส่วนของร่ำงกำยมำใช้ในกำรฝึก
รวมทั้งกำรมีปฏิภำณ ไหวพริบ สภำพจิตใจ และระดับของสติปัญญำที่ดีด้วย ก็สำมำรถทำให้
กำรฝึกกีฬำตะกร้อบรรลุตำมจุดประสงค์ และฝึกฝนได้อย่ำงปลอดภัย ทักษะพื้นฐำนที่จำเป็น
สำหรับกีฬำตะกร้อ ควรประกอบด้วย 1) กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ 2)กำรเคล่ือนที่
และกำรทรงตัวในกำรเล่นกีฬำตะกร้อ 3) ทักษะกำรควบคุมลูกตะกร้อ 4)ทักษะกำรส่งลูก
ตะกร้อ ซึ่งจะขออธิบำยรำยละเอียดในบทนี้
การสร้างความคุ้นเคยกับลกู ตะกรอ้
กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อ เป็นทักษะพื้นฐำนอย่ำงหนึ่งของกำรเล่นตะกร้อ
และมีควำมจำเป็นอยำ่ งยิ่งสำหรับผู้เลน่ ใหม่ กำรที่จะเลน่ ตะกร้อให้ไดด้ ีจะต้องสัมผัสลูกตะกร้อ
อย่ำงใกล้ชิดจนเกิดควำมคุ้นเคย ทำให้รู้ทิศทำงของลูกตะกร้อขณะลอยในอำกำศ และตกลงสู่
พืน้ ดว้ ยควำมเร็วหรือชำ้ รวมท้ังไดฝ้ ึกประสำทตำและร่ำงกำยส่วนที่จะสัมผัสกับลูกตะกร้อ ให้
เกิดควำมสัมพันธ์กันอย่ำงต่อเนื่อง ดังน้ันเมื่อลูกตะกร้ออยู่ในลักษณะอย่ำงไร ก็สำมำรถจะ
เคล่อื นตัวไปยงั จดุ ที่ลูกตะกร้อจะตกลงได้ และสำมำรถใช้เท้ำหรือศีรษะบังคับลูกตะกร้อให้ไป
112
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกรอ้
ในทิศทำงทีต่ ้องกำรได้ กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับลูกตะกร้อทำได้หลำยวิธีโดยอำจทำคนเดียว
หรือกับคู่ก็ได้ ส่วนจำนวนคร้ัง ควำมสูงของลูกระยะกำรยืนห่ำงจำกคู่น้ัน ขึ้นอยู่กับควำม
เหมำะสม นักกฬี ำทีด่ มี ีควำมสำมำรถสงู จึงต้องฝึกหัดท่ำพื้นฐำน จนเกิดควำมชำนำญเสียก่อน
(สถำบนั พฒั นำกีฬำตะกร้อนำนำชำติ, 2550: 29)
ตัวอยา่ งการสร้างความคุ้นเคยกบั ลูกตะกรอ้
1. กำรโยนลูกตะกร้อแบบสองมือ
ภาพที่ 4.1 แสดงกำรโยนลูกตะกร้อแบบสองมือ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
2. กำรโยนลูกตะกร้อแบบมือเดยี ว
2.1 ทำงมือขวำ
ภาพที่ 4.2 แสดงกำรโยนลูกตะกร้อแบบมือเดยี ว ทำงมือขวำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
2.2 ทำงมือซ้ำย
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 113
ภาพที่ 4.3 แสดงกำรโยนลูกตะกร้อแบบมือเดยี ว ทำงมือซ้ำย
(ทีม่ ำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
3. กำรโยนลูกตะกร้อแบบสลับมือรบั
ภาพที่ 4.4 แสดงกำรโยนลกู ตะกร้อแบบสลบั มือรบั
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
4. กำรกระโดดตบจบั ลูกตะกร้อเหนือศีรษะ
ภาพที่ 4.5 แสดงกำรกระโดดตบจับลกู ตะกร้อเหนือศีรษะ
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
114
หลักและวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
5. กำรกระโดดเปลีย่ นตะกร้อใต้เข่ำ
ภาพที่ 4.6 แสดงกำรกระโดดเปลย่ี นตะกร้อใต้เข่ำ
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
6. กำรกระโดดสลบั เท้ำแตะตะกร้อทีพ่ ืน้ ให้ตะกร้ออยู่กับพนื้
ภาพที่ 4.7 แสดงกำรกระโดดสลับเท้ำแตะตะกร้อทีพ่ นื้ ให้ตะกร้ออยู่กบั พนื้
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
7. กำรกระโดดสลบั เท้ำแตะตะกร้อทีพ่ นื้ และเคล่อื นที่
ภาพที่ 4.8 แสดงกำรกระโดดสลับเท้ำแตะตะกร้อที่พนื้ และเคล่อื นที่
(ที่มำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ 115
8. กำรหนีบตะกร้อดว้ ยเท้ำคู่แลว้ กระโดดหมุนตวั ในอำกำศไปทำงซ้ำย – ขวำ
ภาพที่ 4.9 แสดงกำรหนีบตะกร้อดว้ ยเท้ำคู่แลว้ กระโดดหมนุ ตัวในอำกำศไปทำงซ้ำย – ขวำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
9. กำรรับสง่ ลูกตะกร้อให้อยู่ระหว่ำงเท้ำท้ังสอง
ภาพที่ 4.10 แสดงกำรรับสง่ ลกู ตะกร้อให้อยู่ระหว่ำงเท้ำท้ังสอง
(ทีม่ ำ: ศุภวรรณ วงศส์ ร้ำงทรพั ย์, 2560)
10. กำรก้มตวั จบั ตะกร้อดว้ ยมอื ทั้งสองระหว่ำงขำ แล้วสลบั มอื จบั ตะกร้อให้ทนั สลับ
มือดำ้ นนอกและใน
ภาพที่ 4.11 แสดงกำรก้มตวั จบั ตะกร้อดว้ ยมอื ท้ังสองระหว่ำงขำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
116
หลกั และวิธสี อนกีฬาตะกร้อ
11. กำรก้มตัวโยนตะกร้อให้ลอดระหว่ำงขำทีก่ น้ ให้ตะกร้อข้ำมหลงั มำหน้ำ แล้วลุก
ขนึ้ มำจบั ตะกร้อดว้ ยสองมือข้ำงหน้ำให้ทนั
ภาพที่ 4.12 แสดงกำรก้มตวั โยนตะกร้อให้ลอดระหว่ำงขำ
(ที่มำ: ศภุ วรรณ วงศส์ ร้ำงทรัพย์, 2560)
การเคลื่อนที่และการทรงตวั ในการเล่นกฬี าตะกร้อ
กำรทรงตัวหรือควำมสมดุล (Balance) ของร่ำงกำยในขณะเล่นกีฬำตะกร้อ มี
ควำมสำคัญเปน็ อยำ่ งยิง่ เนือ่ งจำกเป็นกีฬำที่ต้องใช้เท้ำเตะลูกตะกร้อไม่ให้ตกพื้นในแดนตนเอง
หรือบำงคร้ังต้องกระโดดลอยตวั หรือกลับตัวกลำงอำกำศ ลักษณะของกำรกระโดด กำรยกขำ
หรือเท้ำขึ้นสงู ขณะลอยตัวกลำงอำกำศ จำเป็นจะต้องมีกำรทรงตัวที่ดี กำรจัดระเบียบร่ำงกำย
ให้ถูกท่ำทกุ อวยั วะไม่ว่ำจะเป็นแขน ขำ ลำตวั และศีรษะ จะต้องอยู่ในท่ำที่ถูกต้องในทักษะนั้นๆ
และกำรลงสู่พื้นจะต้องอยู่ในท่ำที่ม่ันคง ไม่เอียงหรือเซไปด้ำนใดด้ำนหนึ่ง หรือเสียหลักล้มลง
พืน้ อำจทำให้เสยี โอกำสในกำรเลน่ เกมอย่ำงต่อเนือ่ ง
กำรยืนเตรียมพร้อมหรือกำรทรงตัวที่ดี เป็นส่ิงที่จะช่วยให้กำรเคล่ือนตัวในกำรเล่น
ตะกร้อได้สะดวก คล่องแคล่ว ว่องไว ไม่ว่ำลูกตะกร้อจะมำทิศทำงใดหรือสภำวะอย่ำงไร
ลกั ษณะกำรยืนเตรียมพร้อมมีดังนี้
1. ผู้เล่นถนดั เตะดว้ ยเท้ำขวำ ให้ยืนในลักษณะเท้ำซ้ำยอยู่ขำ้ งหน้ำหนั ปลำยเท้ำไปทำง
ทิศทำงที่จะเตะ เท้ำขวำอยู่ขำ้ งหลังห่ำงกันพอประมำณ
2. เท้ำท้ังสองยืนดว้ ยปลำยเท้ำเข่ำงอเล็กน้อยทงิ้ น้ำหนกั ตวั อยู่บนเท้ำท้ังสอง
3. แขนท้ังสองข้ำงยกข้ึนและงอเลก็ น้อยเพือ่ กำร ทรงตวั ที่ดี พร้อมทีจ่ ะเคล่อื นที่
4. สำยตำมองไปที่ลกู ตลอดเวลำกำรเคล่อื นที่เพื่อเลน่ ตะกร้อ