บนั ทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นไชยา อาเภอไชยา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี
ท่ี .................................................. วนั ท่ี 1 สงิ หาคม 2565
เรอ่ื ง รายงานผลการจัดทาแผนการจัดการเรยี นรู้
เรยี น ผูอ้ านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
ตามท่ีข้าพเจ้า นางสาวมัทนา ทองสุก ตาแหน่งครู กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 รหัสวิชา ส21101 รายวิชา
สังคมศึกษา จานวน 1.5 หน่วยกิต ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 นนั้ ข้าพเจ้าจึงไดว้ ิเคราะห์ตัวชีว้ ัด/ผล
การเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพือ่ จัดทาแผนการจัดการเรียนรรู้ ายหน่วยการเรียนรแู้ ละราย
ชั่วโมงซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาเทียบเคียง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พทุ ธศักราช 2551 โดยจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั และไดน้ าไปใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้
เพอื่ พฒั นาคุณภาพผเู้ รียนใหบ้ รรลุเป้าหมายของหลักสูตรต่อไป
จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหน่งครู
ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................................
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นางจุฑารตั น์ พัฒนภากรณ์)
เสนอเพอื่ พจิ ารณา
อนุมตั ิ ไม่อนุมัติ
ลงช่อื ............................................................
(..........................................................)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ส21101 วิชา สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษาค้นคว้ามูลเหตุ การเกดิ ศาสนา ความจาเปน็ ที่ต้องนับถือศาสนาและประโยชน์ของศาสนาศกึ ษา
วิเคราะห์ประวัติความเป็นมาเก่ียวกับพุทธประวัติ หลักธรรมของพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ท่ีสาคัญใน
ประเทศไทย พิธีกรรมทางศาสนา ชีวิตและผลงานของพุทธสาวก บุคคลที่เป็นแบบอย่างทางศีลธรรม
ความหมายและประโยชน์ของสมาธิ พร้อมแนวปฏิบัติ ศึกษาวิเคราะห์สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพและ
หนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครวั และชมุ ชนในสังคมประชาธปิ ไตย ระบบการเมอื ง การปกครองตา่ งๆ ในปัจจุบัน
และระบบการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ไทย ความเป็นมาของรัฐธรรมนญู ฉบับปจั จบุ นั
โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการทางาน กระบวนการคิดวิเคราะห์
กระบวนการสืบคน้ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลมุ่ และกระบวนการแก้ปญั หา
เพื่อให้เห็นคุณค่าและความสาคัญของศาสนา เกิดความศรัทธา สานึกในความเป็นไทย เห็น
ความสาคัญของการบรหิ ารจิต ตระหนักถึงคุณค่าในการเป็นพลเมอื งดี ทาประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพและหนา้ ทใ่ี นฐานะพลเมืองดีของสงั คมและประเทศ
รหสั ตัวช้ีวัด ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 ,
ส1.1 ม.1/10 , ม.1/11
ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5
ส1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ส2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ส2.2
รวมทง้ั หมด 23 ตัวชวี้ ัด
ตารางวิเคราะหค์ าอธิบายรายวชิ า
รหัสวชิ า ส21101 วิชา สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เนือ้ หา จดุ ประสงค์ กิจกรรม/กระบวนการ
กระบวนการคดิ วิเคราะห์
ศึกษาและวิเคราะห์การ เพ่ือศึกษาเร่ืองราวการ กระบวนการแสวงหา
ความรู้
เผยแผ่พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา เผยแผ่พ ระพุ ท ธศ าสน าห รือ กระบวนการปฏิบตั ิ
กระบวนการกลุ่ม
ทตี่ นนับถือเขา้ สปู่ ระเทศไทย ศาสนาท่ีตนนับถือเข้าสู่ประเทศ การสืบค้นขอ้ มลู
การอภิปราย
วเิ คราะหค์ วามสาคญั ของ ไทย
พระพทุ ธศาสนาต่อสงั คมไทย เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการ
วเิ คราะห์พทุ ธประวตั ิหรือ สังคายนาในพระพทุ ธศาสนา
ประวตั ขิ องศาสนาท่ตี นนบั ถือ ศึกษาพุทธประวัติหรือ
ศึกษาและวเิ คราะหช์ าดก ประวัติของศาสนาท่ีตนนับถือ
ศึกษาเร่ืองราวของศา ช า ด ก ศ า ส นิ ก ช น ตั ว อ ย่ า ง
พุทธคุณ อริยสจั 4 และหลักธรรม
สนกิ ชนตวั อย่าง
วิ เค ร า ะ ห์ ห ลั ก ธ ร ร ม ของศาสนาท่ตี นนบั ถอื
อริยสัจ 4 และหลักธรรมของ เห็นความสาคัญของการ
บริหารจติ และเจริญปญั ญา
ศาสนาท่ีตนนับถอื
ศึกษาเกี่ยวกับการบริหาร ส่งเสริมการปฏบิ ัติตนตาม
จิตและเจริญปัญญาดว้ ยอานาปาน หลักธรรม และดารงชีวิตแบบ
สติและพัฒนาจิตด้วยวิธีคิดแบบ พอเพียง
โยนิโสมนสกิ าร กฎหมายในการคุ้มครอง
ศึกษาแนวทางการปฏิบัติ สิทธิของบุคคล
ตนตามหลักธรรมของพุทธศาสนา ส่งเสริมให้นักเรียนเกิด
และศาสนาอื่นๆ การตระหนักถึงคุณค่าของความ
ศึกษาพิธีกรรมทางศาสนา เป็นพลเมือง รู้จักบทบาท สิทธิ
มารยาทของชาวพุทธ การปฏิบัติ เสรีภาพ และหน้าท่ีของตนใน
สังคมประชาธปิ ไตย
ตนในวนั สาคญั ทางศาสนา
ศึ ก ษ าโค ร งส ร้างข อ ง
ศึ ก ษ า แ ล ะ วิ เค ร า ะ ห์ กฎหมายรัฐธรรมนูญ อานาจ
เกี่ยวกบั กฎหมายการคมุ้ ครองสิทธิ อธิปไตย
ของบคุ คล
ศึ ก ษ า แ ล ะ วิ เค ร า ะ ห์
บ ท บ าท ห น้ าที่ ใน ก ารสร้าง
ประโยชนต์ ่อสงั คม ประเทศชาติ
ศึ ก ษ าโค ร ง ส ร้าง ข อ ง
กฎหมายรัฐธรรมนูญ อาน าจ
อธิปไตยและกลไกการทางานของ
อานาจอธิปไตย
โครงสรา้ งรายวิชาพืน้ ฐาน/เพมิ่ เตมิ
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
หนว่ ยท่ี/ รหัสตัวช้ีวัด/ สาระการเรียนรู้ เวลา น้าหนกั
(ชัว่ โมง) คะแนน
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้
1 ส 1.1 ม.1/1, 1. การสงั คายนา 15 10
พระพุทธ ส 1.1 ม.1/2, 2. การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทย
ส 1.1 ม.1/3, 3. ความสาคญั ของพระพุทธศาสนาตอ่ สังคม
ส 1.1 ม.1/4, ไทยในฐานะเป็น
ส 1.1 ม.1/9, - ศาสนาประจาชาติ
ส 1.1 ม.1/10, - สถาบนั หลกั ของสังคมไทย
ส 1.1 ม.1/11, - สภาพแวดลอ้ มท่กี วา้ งขวางและครอบคลุม
ส 1.2 ม.1/5 สังคมไทย
- การพฒั นาตนและครอบครัว
5. สรปุ และวิเคราะห์พุทธประวัติ
- ประวัติ
- เทวทูต 4
- การแสวงหาความรู้
- การบาเพ็ญทกุ รกริ ิยา
6. พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา
- พระมหากสั สปะ
- พระอุบาลี
- อนาถบิณฑิกะ
- นางวสิ าขา
7. ชาดก
- อมั พชาดก
- ติตติรชาดก
หน่วยที/่ รหสั ตวั ชี้วัด/ สาระการเรียนรู้ เวลา น้าหนัก
(ช่ัวโมง) คะแนน
ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ 8. ศาสนิกชนของศาสนาต่างๆ มกี ารประพฤติ
ปฏบิ ตั ติ นและวิถกี ารดาเนินชวี ติ ตามหลกั ความ 10 10
2 ส 1.1 ม.1/5, เชอื่ และคาสอนของศาสนาที่ตนนบั ถอื
พระธรรม ส 1.1 ม.1/6, 9. ประวัตแิ ละความสาคญั ของวันธรรมสวนะ
ส 1.1 ม.1/7, วนั เขา้ พรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ
ส 1.1 ม.1/8 ระเบียบพิธี พธิ เี วียนเทียน การปฏบิ ัติตนในวัน
มาฆบชู า วันวสิ าขบูชา วันอัฏฐมีบูชา วัน
อาสาฬหบชู า วันธรรมสวนะ และเทศกาลสาคัญ
1. พระรัตนตรยั
- พุทธคุณ 9
2. อริยสจั 4
ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้)
- ขนั ธ์ 5
- ธาตุ 4
สมทุ ยั (ธรรมที่ควรละ)
- หลักกรรม
- ความหมายและคุณค่า
- อบายมขุ 6
นิโรธ (ธรรมท่คี วรบรรลุ)
- สขุ 2 (กายิก, เจตสกิ )
- คหิ ิสุข
มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ)
- ไตรสิกขา
- กรรมฐาน
- ปธาน
- โกศล 3
3. วิธีปฏบิ ัตแิ ละประโยชน์ของการบรหิ ารจิตและ
เจรญิ ปญั ญา การฝกึ บริหารจติ และเจรญิ ปัญญา
ตามหลักสติปัฎฐาน เนน้ อานาปานสติ
4. นาวธิ กี ารบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญาไปใชใ้ น
ชีวิตประจาวัน
หน่วยท/ี่ รหัสตวั ชี้วัด/ สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
(ชวั่ โมง) คะแนน
ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้
3 ส 1.1 ม.1/10, 1. ก ารป ฏิ บั ติอ ย่างเห มาะ สมต่ อ ชน อื่ น ใน 7 10
พระสงฆ์ ส 1.1 ม.1/11, สถานการณ์ตา่ งๆ
ส 1.2 ม.1/5, 2. ตัวอย่างบุคคลในท้องถิ่นหรือประเทศท่ีปฏิบัติ
ส 1.2 ม.1/1, ตนเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์หรือมีผลงาน
ส 1.2 ม.1/2, ด้าน ศาสนสัมพันธ์ การบาเพ็ญประโยชน์และการ
ส 1.2 ม.1/3, บารงุ รกั ษาวดั
ส 1.2 ม.1/4 3. วิถชี ีวิตของพระภกิ ษุ
4. บ ท บ า ท ข อ ง พ ร ะ ภิ ก ษุ ใน ก า ร เผ ย แ ผ่
พระพุทธศาสนา เช่น การแสดงธรรมปาฐกถา
ธรรมการประพฤตติ นให้เปน็ แบบอย่าง
- การเขา้ พบพระภกิ ษุ
- การแสดงความเคารพ การประนมมือ การ
ไหว้ การกราบ การเคารพพระรตั นตรัย การฟัง
เจรญิ พระพทุ ธมนต์ การฟงั สวดพระอภธิ รรม การ
ฟงั ธรรมเทศนา
- ปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อเพ่ือนตามหลกั
พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนบั ถือ
- การจัดโตะ๊ หมู่บูชาแบบหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๗
- การจุดธูปเทียน การจัดเคร่อื งประกอบโตะ๊
หมบู่ ชู าคาอาราธนาต่างๆ
สอบกลางภาคเรยี น 20
4 ส 2.1 ม 1/2, ๑. บทบาทและหนา้ ทีข่ องเยาวชนท่ีมตี ่อสังคมและ 5 5
พลเมืองดตี ามวิถี ส 2.1 ม 1/3,
ประชาธปิ ไตย ส 2.1 ม 1/4 ประเทศชาติ โดยเน้นจิตสาธารณะเช่นเคารพ
กติกาสังคมปฏิบัติตนตามกฎหมายมีส่วนร่วมและ
รับ ผิ ด ช อ บ ใน กิ จ ก ร ร ม ท างสั งค ม อ นุ รัก ษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ รกั ษาสาธารณประโยชน์
๒. วิธีปฏิบัติตนในการเคารพในสิทธิของตนเอง
และผู้อื่นผลท่ีได้จากการเคารพสิทธิของตนเอง
และผูอ้ นื่
หนว่ ยที/่ รหัสตวั ชี้วัด/ สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนัก
(ช่วั โมง) คะแนน
ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้
5 ส 2.1 ม 1/1, 1. กฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล 18 10
กฎหมายใกล้ตัว ส 2.2 ม 1/1, - กฎหมายการศกึ ษา
ส 2.2 ม 1/2 - กฎหมายการคุ้มครองผ้บู ริโภค
- กฎหมายลิขสทิ ธิ์
2. ประโยชนข์ องการปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย
คุม้ ครองสทิ ธขิ องบุคคล
3. หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้างและ
สาระสาคญั ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
ฉบับปัจจบุ นั
6 ส 2.1 ม 1/3 1. ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งระหว่าง 55
วถิ ีไทย วฒั นธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
- วัฒนธรรมทีเ่ ป็นปัจจยั ในการสร้างความสัมพนั ธ์
ทดี่ หี รอื อาจนาไปสู่ความเข้าใจผิดตอ่ กนั
สอบปลายภาคเรียน 30
รวมตลอดภาคเรยี น 100
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นท่ี 1 เรือ่ ง พระพทุ ธ เวลา 15 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี 1 เร่อื ง การสงั คายนาพระพุทธศาสนา เวลา 1 ชว่ั โมง
ชอื่ ผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนบั ถือและศาสนาอืน่ มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยรู่ ่วมกันอยา่ งสันติสุข
ตวั ชวี้ ัด
ม 1/1 อธิบายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนับถือสู่ประเทศไทย
สาระสาคัญ
การสงั คายนา เป็นการรวบรวมเรียบเรียงพระธรรมวนิ ยั จัดเป็นหมวดหมู่ ซึง่ การทาสังคายนาแต่ละ
ครง้ั ลว้ นมสี าเหตุของการจดั ทา และมีพระสงฆซ์ งึ่ เปน็ พระเถระชั้นผู้ใหญเ่ ปน็ ประธาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายความหมายของการสังคายนาได้
2. อธิบายถึงสาเหตุ สถานทแี่ ละระยะเวลาในการทาสังคายนาแต่ละคร้งั ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
3. บอกคุณค่าและความสาคัญของพระพุทธศาสนาทม่ี ตี อ่ สังคมไทย
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต
รกั ความเปน็ ไทย
ม่งุ ม่นั ในการทางาน มวี ินัย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : กระบวนการทางานกลมุ่
บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาตรงตามประเด็นทีไ่ ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทศี่ กึ ษาอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภูมิคุ้มกนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองท่ีเกี่ยวขอ้ งจากส่อื ต่างๆ อยา่ งถูกตอ้ ง
4. เงอื่ นไขความรู้ ความรทู้ ว่ั ไปของพระพุทธศาสนา ความสาคญั ของศาสนาที่มตี ่อสงั คมไทย
5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบใฝ่เรียนรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง การสังคายนา
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูให้นักเรียนเล่นเกม โดยครูให้นักเรยี นส่งตัวแทนของแต่ละแถวหรือตามความสมัครใจ
ออกมาหน้าช้ันเรียน จานวน 10 คน จากนั้นครูแจกกระดาษข้อความ ซ่ึงเป็นสาระความรู้เก่ียวกบั หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนาความยาวประมาณ 3 บรรทัด ให้แก่คนที่ 1 ซึ่งมีข้อความดังน้ี “อริยสัจ 4 ช่วยให้หลุด
พ้นจากกิเลสตัณหา ทาให้เกิดแสงสวา่ งแหง่ ปญั ญา และปัญญาก็เปน็ เครอ่ื งนาทางของชีวติ ชีวติ ดาเนินไปตาม
ปัญญาย่อมสงบสุข ไม่เห็นแก่ตัว จิตใจก็คานึงถึงผู้อ่ืน พร้อมจะรับรู้ความสุขความทุกข์ของเพ่ือนร่วมโลก
กอ่ ใหเ้ กิดความกรณุ าข้ึนแล้วบาเพญ็ ทานใหเ้ ปน็ ประโยชนส์ ุขแก่คนท่วั ไป”(สงั คม)
2. ให้นักเรียนคนท่ี 1 ของกลุ่มอ่านขอ้ ความให้คนท่ี 2 ฟงั แล้วให้คนท่ี 2 เกบ็ ใจความสาคัญ
แล้วเล่าให้คนที่ 3 ฟัง คนท่ี 3 เก็บใจความสาคัญแล้วเล่าให้คนที่ 4 ฟัง ทาเช่นน้ีไปเรื่อยๆ จนถึงคนที่ 10
(สังคม วฒั นธรรม)
3. ให้นักเรียนคนท่ี 10 ถ่ายทอดข้อความท่ีได้รับการถ่ายทอดมาจากสมาชิกคนที่ 1-9 ซึ่งแต่
ละคนจะเลา่ ข้อความแตกต่างกันไปไมเ่ หมือนกนั ตอ่ จากนน้ั ใหน้ กั เรียนคนที่ 1 อ่านข้อความท่ีได้รับจากครูเป็น
ลาดบั แรก ซงึ่ จะเห็นได้วา่ มคี วามแตกตา่ งจากใจความทน่ี กั เรียนคนที่ 10 (สังคม วฒั นธรรม)
4. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การถ่ายทอดความรู้ด้วยการบอกเล่าข้อมูลสืบต่อๆ กันไป
หลายๆ ทอดอาจจะทาให้ข้อมลู เปลย่ี นแปลงไปได้เนอื่ งจากสาเหตหุ ลายประการเช่นเดียวกับพระธรรมวินัย ซึ่ง
เป็นคาสอนของพระพุทธเจ้าท่ีพระสงฆ์สาวกได้รับการถ่ายทอดกันมาตามลาดับน้ันอาจจะมคี วามแตกต่างกัน
จงึ เปน็ ท่ีมาของการทาสงั คายนา ครอู ธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจความหมายของการสังคายนา (สังคม วฒั นธรรม)
กจิ กรรมการเรียนรู้
5. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง
และอ่อน ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ศกึ ษาความรู้เร่อื ง การทาสงั คายนา จากหนงั สือเรยี น (ความรู้)
6. ให้นักเรียนทาใบงานท่ี 1 เร่ือง การสังคายนา ซึ่งประกอบด้วย 10 หัวข้อย่อย คือ การ
สังคายนา คร้ังท่ี 1-10 โดยให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันทาใบงาน ให้โอกาสแก่ผู้เรียนที่เรียนอ่อนได้เลือกหัวข้อ
ยอ่ ยในใบงานก่อน (ความรู้ สงั คม วัฒนธรรม)
7. นักเรียนแตล่ ะคนในกลมุ่ ทบทวนความรู้เพื่อเปน็ คาตอบตามหวั ขอ้ ย่อยที่ตนรับผิดชอบแล้ว
นาคาตอบมาอภิปรายร่วมกันในกลุ่มจนได้คาตอบที่สมบูรณ์เก่ียวกับเรื่อง การสังคายนา ครั้งที่ 1-10 และมี
ความเข้าใจตรงกันทุกคน (ความรู้ สงั คม วฒั นธรรม)
8. ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจคาตอบในใบงาน ซึ่งครูให้แต่ละกลุ่มผลัดกันตรวจระหว่าง
กลมุ่ (ความรู้ สังคม วฒั นธรรม)
ข้นั สรุป
9. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรุปประเดน็ สาคัญของการสังคายนาและผลดีของการสังคายนาต่อ
พระพทุ ธศาสนาในประเทศไทย (ความรู้ สังคม วัฒนธรรม)
สอ่ื /วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นพระพุทธศาสนา ชัน้ ม.1
2. ใบงานที่ 1 เรือ่ ง การสงั คายนา
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้
วธิ วี ดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 1 เรอ่ื ง การ ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง การสังคายนา
สังคายนา
ทกั ษะกระบวนการ (P) สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คณุ ลักษณะ (A)
ลงชื่อ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)
ความคิดเหน็ รองผอู้ านวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วนั ที่.......................................................
บันทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1
วนั ที.่ ...............เดือน................................พ.ศ. 2565 ใช้สอนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................
ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง การสงั คายนา
คาชีแ้ จง ให้เขยี นสรปุ สาระสาคัญเกย่ี วกับการสงั คายนาพระธรรมวินัยในหวั ข้อที่กาหนด
ท่ี สาเหตุ เวลา ผเู้ ปน็ ประธาน จานวน สถานที่ ผ้อู ปุ ถัมภ์
(พ.ศ) และคณะ พระสงฆ์
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 1 เรอื่ ง พระพุทธ เวลา 15 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยที่ 3 เรื่อง ความสาคญั ของพุทธศาสนาต่อสงั คมไทย เวลา 1 ช่ัวโมง
ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รูแ้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนับถอื และศาสนาอ่นื มศี รัทธาทถี่ กู ต้อง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพื่ออยรู่ ่วมกนั อย่างสันตสิ ุข
ตัวช้วี ัด
ม. 1/2 วเิ คราะห์ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ท่มี ีต่อ
สภาพแวดลอ้ มในสงั คมไทยรวมทั้งการพฒั นาและครอบครวั
สาระสาคญั
การทีค่ นไทยนับถอื พระพุทธศาสนามาเป็นเวลาชา้ นานทาให้พระพทุ ธศาสนามคี วามสาคญั ต่อ
สังคมไทยในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ เปน็ สถาบนั หลกั ของสงั คมไทย เป็นสภาพแวดล้อมท่กี ว้างขวางและ
ครอบคลมุ สงั คมไทย และเป็นหลกั ในการพัฒนาตนเองและครอบครัว
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. บรรยายความสาคญั ของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยได้
2. ยกตวั อย่างและปฏบิ ัตติ นได้ถูกต้องเหมาะสมต่อความสาคญั ของพระพุทธศาสนาในด้าน
ตา่ งๆ
3. ตระหนกั ในความสาคญั ของพระพุทธศาสนาท่ีมีตอ่ สังคมไทยในด้านต่างๆ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
-
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซอื่ สตั ย์สุจรติ
มุ่งมัน่ ในการทางาน มีวินัย รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : กระบวนการทางานกลุ่ม
บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เนือ้ หาตรงตามประเดน็ ทไ่ี ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตุผล นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีศึกษาอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรอ่ื งทเ่ี ก่ียวขอ้ งจากสือ่ ต่างๆ อย่างถกู ต้อง
4. เงอื่ นไขความรู้ ความรู้ทั่วไปของพระพทุ ธศาสนา ความสาคญั ของศาสนาท่มี ตี ่อสงั คมไทย
5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบใฝ่เรยี นรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน
เรยี งความ เรอ่ื ง ความเป็นไทยใตร้ ่มเงาพระพุทธศาสนา
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูจัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ และสถานที่ท่ีใช้ในการจัดการเรียนการสอนในศูนย์การเรียน
เรือ่ ง ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาต่อสังคมไทย (ภูมิคมุ้ กัน)
2. ครอู ธิบายวธิ กี ารจดั การเรียนการสอนแบบศนู ย์การเรียนใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ (ความร้)ู
ขนั้ กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นกั เรียนดูภาพพุทธศาสนิกชนทากิจกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน แล้วให้
นักเรยี นตอบคาถาม จากนั้นครอู ธิบายให้นกั เรยี นเข้าใจความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสงั คมไทย (ความรู)้
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ในศูนย์การเรียน เรื่อง ความสาคัญของ
พระพุทธศาสนาต่อสังคมไทย โดยหมุนเวียนเข้าศึกษาตามศูนย์การเรียน 3 ศูนย์ ดังน้ี (ความรู้ สังคม
วฒั นธรรม)
- ศูนย์ฯที่ 1: พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจาชาติไทย
- ศนู ย์ฯที่ 2: พระพุทธศาสนาเปน็ สถาบนั หลักของสงั คมไทย
- ศูนย์ฯที่ 3: พระพุทธศาสนาเป็นสภาพแวดลอ้ มทีก่ ว้างขวาง และครอบคลมุ
สงั คมไทย
5. เมื่อนักเรียนแต่ละกลุม่ ปฏิบัติกิจกรรมภายในศูนย์การเรียนเรียบร้อยแล้ว ให้เปล่ียนกลุ่ม
ไปศึกษาความรใู้ นศนู ยก์ ารเรยี นอื่นๆ ตามลาดบั (ความรู้ สังคม วฒั นธรรม)
ขน้ั สรุป
6. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปประเด็นสาคัญท่ีได้จากการศึกษาความรู้เรื่อง ความสาคัญ
ของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สงั คมไทย (ความรู้ สังคม)
7. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอประเด็นสาคัญจากการศึกษาความรู้จากศูนย์การเรียน
หน้าชนั้ เรยี น กลมุ่ ละ 1 หัวขอ้ โดยใหเ้ พือ่ นกล่มุ อื่นไดน้ าเสนอเพ่ิมเติมในส่วนทแี่ ตกต่างกนั ออกไป (ความรู้)
8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความสาคัญของพระพุทธศาสนาท่ีมีผลต่อสภาพแวดล้อมใน
สงั คมไทย (ความรู้ สังคม)
9. ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนเรียงความ ในใบงานที่ 2 เรียงความหัวข้อความสาคัญของ
พระพทุ ธศาสนาทีม่ ีผลต่อสภาพแวดล้อมในสงั คมไทย (ความร)ู้
สอื่ /วัสดอุ ุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนพระพทุ ธศาสนา ช้ัน ม.1
2. เอกสารประกอบการสอน ชุดศูนย์การเรียนรู้ เรื่อง ความสาคัญของพระพุทธศาสนาท่ีมีผลต่อ
สภาพแวดล้อมในสังคมไทย
การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ (K) ใบ ง าน ท่ี 2 เรีย ง ค ว าม หั ว ข้ อ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะ (A) ความสาคัญของพระพุทธศาสนาท่ี
มผี ลตอ่ สภาพแวดลอ้ มในสังคมไทย
ทกั ษะกระบวนการ (P) แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเหน็ หวั หนา้ กลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)
ความคิดเห็นรองผอู้ านวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ที่.......................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3
รหัสวชิ า ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 1 เรือ่ ง พระพุทธ เวลา 15 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรยู้ ่อยท่ี 3 เรื่อง พุทธประวัติ เวลา 1 ช่ัวโมง
ชือ่ ผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพือ่ อยู่รว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
ตัวช้ีวัด
ม.1/3 วิเคราะหพ์ ทุ ธประวัตติ ง้ั แต่ประสตู ิจนถงึ บาเพญ็ ทกุ รกิรยิ าหรือประวตั ศิ าสดาทตี่ นนับ
ถอื ตามท่ีกาหนด
สาระสาคัญ
พระพทุ ธเจ้าเป็นบุคคลท่เี พียบพร้อมดว้ ยความดี ทรงเพยี รพยายามแสวงหาความจริงอนั ประเสริฐ
เพ่ือชว่ ยใหม้ วลมนษุ ยพ์ น้ จากความทุกขท์ งั้ ปวง พระองค์ทรงตรัสร้อู ริยสจั 4 ประการแลว้ ก็ไดน้ ามาเผยแผ่
ใหก้ ับทุกคนดว้ ยความรักและความเมตตาต่อเพ่อื นมนษุ ย์ ตอ้ งการจะปลดเปลอื้ งความทุกขแ์ ละสรา้ งความสขุ
แกช่ าวโลกโดยไมเ่ ห็นแก่ความเหนื่อยยาก
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. วเิ คราะห์พุทธประวตั ิตัง้ แต่ประสูติ เสด็จออกผนวช ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา ประกาศ
พระศาสนาจนถงึ ปรนิ พิ พานได้
2. เล่าและถา่ ยทอดเรอ่ื งราวพทุ ธประวตั ิตามลาดับข้ันตอนได้
3. ตระหนักในในพระมหากรุณาธคิ ุณและสามารถนาเอาหลักธรรมของพระพทุ ธองค์ไปเป็น
แนวทางการปฏิบัตติ นได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
-
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสตั ยส์ ุจริต
รักความเปน็ ไทย
มุ่งมนั่ ในการทางาน มีวินยั
ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ : กระบวนการทางานกลมุ่
บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะหเ์ นอื้ หาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตผุ ล นกั เรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทศี่ กึ ษาอย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
3. หลกั ภูมิค้มุ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรอื่ งที่เกีย่ วข้องจากส่อื ต่างๆ อยา่ งถกู ต้อง
4. เงื่อนไขความรู้ ความร้ทู ว่ั ไปของพระพุทธศาสนา ความสาคญั ของศาสนาทีม่ ีต่อสังคมไทย
5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบใฝ่เรียนรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 3 ตอบคาถามในบทเรยี นสาเรจ็ รปู เรอ่ื ง พุทธประวตั ิ
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครนู าภาพพทุ ธประวัตมิ าใหน้ ักเรยี นดู แล้วชว่ ยกนั แสดงความคิดเหน็ ถึงข้อคดิ ทไ่ี ด้จาก
ภาพ (ภูมคิ มุ้ กนั )
- ภาพประสูติ
- ภาพบาเพ็ญเพยี ร
- ภาพตรสั รู้
- ภาพประกาศพระศาสนา
ฯลฯ
2. ครูอธิบายให้นักเรียนรู้ว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ท่ีเพียบพร้อมด้วยความยินดีหลายประการ
ทรงสั่งสอนแนวทางการดาเนินชีวิตท่ีประเสริฐแก่ชาวโลก ดังน้ันเราจึงควรศึกษาพุทธประวัติ เพื่อให้เห็น
แบบอยา่ งการดาเนินชวี ิตทด่ี ีมีคณุ คา่ ซง่ึ เราสามารถนาไปใชเ้ ปน็ แบบอยา่ งในการดาเนนิ ชวี ติ ได้ (ความรู)้
ขัน้ กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ครูแจกบทเรียนสาเรจ็ รปู ให้นักเรียน คนละ 1 ชุด แล้วครเู นน้ ยา้ ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ิตาม
คาสง่ั ในบทเรียนสาเร็จรูปอย่างเครง่ ครดั (ความรู้ ภูมคิ ุม้ กัน)
4. นักเรยี นแต่ละคนศกึ ษาความรูแ้ ละตอบคาถามในบทเรียนสาเรจ็ รปู แลว้ ครูส่มุ นกั เรียน
ออกมาตอบคาถามจากบทเรียนสาเรจ็ รูปในแต่ละกรอบ แล้วครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
(ความรู้)
ข้นั สรุป
5. นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะหข์ อ้ คิดท่ีไดจ้ ากการศึกษาพุทธประวตั ิ (ความร)ู้
6. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรูเ้ รอ่ื ง พทุ ธประวัติ ในใบงานท่ี 3 บทเรียนสาเรจ็ รปู
(ความรู้ สงั คม)
สอ่ื /วัสดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นพระพุทธศาสนา ช้ัน ม.1
2. การต์ นู พุทธประวัติ
3. บทเรยี นสาเร็จรูปเร่ือง พุทธประวตั ิ
การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วธิ ีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ความรู้ (K) ตรวจคาตอบใบงานท่ี 3 บทเรยี น
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
คณุ ลกั ษณะ (A) สาเร็จรูป
ทักษะกระบวนการ (P) สงั เกตพฤติกรรมการทางาน
ลงช่อื .......................................................ครูผ้สู อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเหน็ หัวหน้ากล่มุ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................หวั หน้ากลุม่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................
บทเรยี นสาเรจ็ รปู เร่อื ง พุทธประวัติ
คาช้ีแจง
1. ใหน้ ักเรียนอ่านและศกึ ษาทาความเข้าใจเนอ้ื หาในแตล่ ะกรอบตามลาดับ หา้ มศกึ ษาข้าม
กรอบเป็นอนั ขาด
2. ให้นกั เรียนตอบคาถามในแต่ละกรอบลงในกระดาษท่ีครแู จกให้ โดยห้ามดูเฉลยหรอื ลอก
คาตอบของเพอื่ น
3. เม่อื นกั เรียนตอบคาถามเสร็จแลว้ ให้ดูเฉลยในตอนท้ายของแตล่ ะกรอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หลังเรียน บทเรยี นสาเร็จรปู เรอ่ื ง พทุ ธประวตั ิ
คาส่ัง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องทีส่ ดุ เพียงข้อเดียว
1. บทวเิ คราะหท์ ี่พระนางสิรมิ หามายาทรงพระสบุ ิน 5. หลักธรรมธัมมจกั รกปั ปวตั ตนสตู ร คอื หลักธรรมท่ี
เหน็ ช้างเผอื ก ตีความได้ตรงกับขอ้ ใดมากทีส่ ุด ทรงแสดงแก่สาวกในขอ้ ใด
ก. พระโอรสในพระครรภ์ จะเปน็ ผูม้ ีปัญญามาก ก. ปัญจวคั คยี ท์ ง้ั 5
ข. พระโอรสในพระครรภ์ จะเป็นผ้มู ีบุญบารมมี าก ข. พวกชฎิล 3 พ่ีน้อง
ค. พระโอรสในพระครรภ์ จะเปน็ ผู้มีอาสวขยญาณสูง ค. พระเจา้ พมิ พิสารแหง่ แควน้ มคธ
ง. พระโอรสในพระครรภ์ จะเปน็ ผู้มปี ฏิภาณไหว ง. พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ
พริบสูง 6. พระอัครสาวกเบ้อื งขวาของพระพุทธเจา้ คอื ใคร
2. พระเจา้ สุทโธทนะมีพระราชประสงคใ์ หเ้ จ้าชาย ก. พระราหลุ ข. พระสารีบตุ ร
สทิ ธตั ถะดาเนินชวี ิตตามขอ้ ใด ค. พระโกณฑัญญะ ง. พระโมคคัลลานะ
ก. เปน็ ศาสดาเอกของโลก 7. สงิ่ ท่พี ระพุทธเจ้าตรัสรู้ คอื อะไร
ข. เป็นกษัตริย์ผทู้ รงอานาจ ก. ไตรสิกขา ข. หลกั ธรรม
ค. ศึกษาความรู้ในสานกั ตา่ งๆ ทุกดา้ น ค. อริยสัจ 4 ง. ทางดบั ทกุ ข์
ง. ตดั สินพระทัยดาเนินชวี ิตดว้ ยพระองค์เอง 8. พระพุทธเจา้ ทรงแสดงปฐมเทศนาแกผ่ ใู้ ด
3. สง่ิ ท่ีเปน็ หลกั ฐานแสดงถึงอาสภวิ าจาทพี่ ระพุทธเจ้า ก. ปัญจวคั คยี ์
ทรงประกาศว่า เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ย่งิ ใหญ่ เป็นผู้ ข. อทุ กดาบส รามบุตร
ประเสริฐ ทส่ี ุดในโลก คือข้อใด ค. อาฬารดาบส กามโคตร
ก. ทรงนิมิตเสด็จไปประกาศศาสนาในแควน้ มคธ ง. พระโมคคลั ลานะ พระสารบี ุตร
ข. ทรงเป็นมหาบรุ ษุ เอกทาประโยชนย์ ิ่งใหญใ่ ห้แก่ 9. พุทธประวตั ติ อนทอดพระเนตรเห็นเทวทูตนน้ั “เทว
โลก ทูต” เปรยี บเสมือนข้อใด
ค. ทรงเป็นผอู้ ยเู่ หนือโลก คือ กามภูมิ รูปภูมิ ก. การเหน็ ในสิ่งที่ดงี าม
และนรกภูมิ ข. เทวดาท่ีสามารถบันดาลส่งิ ต่างๆ ได้
ง. ทรงประกาศหลักธรรม เร่ือง ความไมป่ ระมาท ค. ผทู้ ่ีนาสิง่ ทีด่ งี ามมามอบใหแ้ กเ่ จ้าชายสิทธัตถะ
เปน็ ปัจฉมิ โอวาท ง. การเหน็ คนแก่ คนเจบ็ คนตาย และสมณะ
4. เหตกุ ารณท์ ี่ยกมาเปรยี บกบั การปฏิบัตติ นตาม แล้วนามาคิดจนเห็นความจริงว่าชวี ิตนเี้ ป็นทกุ ข์
แนวทางมชั ฌมิ าปฏิปทา จนได้ตรัสรูเ้ ป็นพระสัมมาสมั 10. ธรรมที่พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา เรยี กว่า
พุทธเจ้า คือ เหตกุ ารณ์ใด อะไร
ก. การประสูติของพระโอรส “ราหลุ ” ก. พทุ ธธรรม
ข. การทอดพระเนตรเห็นเทวทูต ข. หลักไตรลักษณ์
ค. พระอนิ ทร์มาเทยี บสายพิณ ค. มรรคมีองค์ 8
ง. การบาเพญ็ ทุกกรกิรยิ า ง. ธมั มจักกปั ปวตั ตนสูตร
กรอบนา
นักเรียนคงจะเคยเรียนพุทธประวัติ อนั หมายถงึ ประวตั ิของพระพุทธเจ้ามาบ้างแล้ว และเพอื่ มิให้
นักเรยี นเกิดความร้สู ึกว่า ต้องเรยี นบทเรียนนี้ซา้ ๆ จนเกดิ ความเบ่อื หน่าย เราลองมาทดสอบและลาดับ
ความรู้ของเราเปน็ ตอนๆ เก่ียวกับพทุ ธประวตั กิ ันดกี วา่
พระพุทธศาสนามีความสัมพนั ธ์กับจติ ใจของคนไทยและชาติไทยในด้านวฒั นธรรมขนบประเพณี
มาเป็นเวลานาน พุทธศาสนกิ ชนทุกคนจึงควรทราบถึงประวัติ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อเป็น
แนวทางในการศึกษาพุทธจริยวัตรอนั เปน็ แบบอยา่ งในการปฏบิ ัติตนให้เกดิ ความสะอาด สว่าง และสงบ
ในอดีตกาลย้อนหลังก่อนพุทธศก 80 ปี ดินแดนนี้มีนามว่า “ชมพูทวีป” หมายถึง ดินแดนที่เป็น
ประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ปากีสถาน บังกลาเทศ และภูฐาน ในปัจจุบัน ซ่ึงประชาชนในยุคน้ัน
นบั ถอื ศาสนาพราหมณ์ อันเปน็ ศาสนาเก่าแก่ที่สดุ ในโลก
พระเจา้ สทุ โธทนะ กษัตริย์แห่งกรงุ กบิลพัสด์ุ ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางสิรมิ หามายา พระราช
ธิดาแห่งกรุงเทวทหะ ไม่นานนักพระนางสิริมหามายาก็ทรงพระครรภ์ และเมื่อใกล้ที่จะทรงมีพระ
ประสูติกาล พระนางได้ทูลลา พระสวามี เพ่ือไปทรงมีพระประสูติกาลท่ีบ้านเมืองของพระนางตาม
ธรรมเนียมของอินเดียสมัยก่อน เมื่อขบวนเสด็จมาถึง “สวนลุมพินีวัน” (ปัจจุบัน คือ ตาบลรุมมินเด
ประเทศเนปาล) ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ พระนางทรงประชวรพระครรภ์
และประสูติพระโอรส ณ ใต้ตน้ สาละ เมอื่ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่า เดอื น 6
คาถามประจากรอบนา
1. ชมพทู วีป หมายถึงดนิ แดนใด
2. พระนางสริ ิมหามายา ทรงประสตู ิพระโอรสทีใ่ ด ปัจจบุ นั อยู่ในประเทศใด
3. เพราะเหตุใด พระนางสริ ิมหามายาจึงต้องเดินทางกลับกรุงเทวหะเพ่ือประสูติพระโอรส
กรอบที่ 1 ประสตู ิ
จากการศึกษาพุทธประวัติตอนประสูติแล้ว ลองมาศึกษาดูสิว่า พราหมณ์ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลสมัย
น้ันได้ทานายลักษณะพระกุมารอย่างไร และพระเจ้าสุทโธทนะทรงมีพระราชประสงค์ต่อพระโอรส
อย่างไร
พระโอรสน้อยได้รับการขนานพระนามว่า “สิทธัตถะ” อันมีความหมายว่า “ผู้สาเร็จในส่ิงที่
ประสงค์” และเม่ือทรงประสูติได้ 7 วัน พระราชมารดาก็สิ้นพระชนม์ พระนางปชาบดีโคตมี พระ
มาตุจฉา จงึ เปน็ ผ้ถู วายการเลย้ี งดูต่อมา
พระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญพราหมณ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญตาราทานายลักษณะได้ทานายลักษณะ
พระโอรสไวเ้ ป็น 2 นยั คือ
1. ถา้ พระโอรสทรงครอบครองบา้ นเมือง จะเป็นกษตั ริยผ์ ้ทู รงอานาจ เป็นจอมจักรพรรดผิ ู้ยิ่งใหญ่
2. ถา้ เสด็จออกผนวช กจ็ ะได้ตรสั รเู้ ปน็ ศาสดาเอกของโลก
แต่พระราชประสงค์ของพระเจ้าสุทโธทนะมีเพียงประการเดียว คือ ทรงปรารถนาท่ีจะให้เจ้าชาย
สิทธัตถะได้ครองบ้านเมืองสืบต่อจากพระองค์ เม่ือเจ้าชายสิทธัตถะทรงเจริญวัย พระเจ้าสุทโธทนะจึง
ทรงส่งพระราชโอรสเข้าศกึ ษา ในสานักครูวิศวามิตร จนจบหลักสูตรศิลปวทิ ยาแทบทุกแขนง และทรง
มีพระปรีชาสามารถเหนอื บรรดานกั ศึกษาอืน่ ๆ
คาถามประจากรอบท่ี 1
1. คาวา่ “สิทธัตถะ” แปลวา่ อะไร
2. เจา้ ชายสิทธัตถะ ได้รบั คาทานายอย่างไรบ้าง
3. พระเจา้ สุทโธทนะทรงมีพระราชประสงคท์ ่จี ะให้พระโอรสดาเนนิ ชีวิตอย่างไรในอนาคต
กรอบท่ี 2 ครองเรือน
เม่ือคาทานายพระลกั ษณะของพระโอรสสทิ ธตั ถะออกมาเปน็ 2 นัย นักเรยี นคดิ วา่ คาทานายใน
ขอ้ ใดถูกต้อง ลองติดตามศกึ ษาตอ่ ไปนะคะ
พระเจา้ สทุ โธทนะทรงมพี ระราชประสงค์ที่จะใหเ้ จ้าชายสิทธตั ถะครองราชยส์ ืบตอ่ จากพระองค์
พระองค์ทรงโปรดใหส้ รา้ งปราสาทพระราชวัง 3 ฤดู เพอ่ื ใหพ้ ระโอรสประทับอยา่ งพระเกษมสาราญ
และทรงทลู ขอพระราชธดิ าของพระเจา้ สุปปพุทธะ ทรงพระนามวา่ “พระนางพิมพา หรือยโสธรา” ให้
ทรงอภิเษกสมรสกบั เจ้าชายสิทธตั ถะ เม่อื ทรงมพี ระชนมายุ 16 พรรษา ทรงมีพระราชโอรส ซง่ึ พระองค์
พระราชทานพระนามวา่ “ราหลุ ” แปลว่า “บ่วง”
ครง้ั หน่งึ ขณะที่เจา้ ชายสทิ ธัตถะเสด็จประพาสอทุ ยาน ได้ทอดพระเนตรเห็น “เทวทูตท้งั 4” คอื คน
แก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ทรงคดิ วา่ ชวี ิตของคนเราตอ้ งตกอยู่ในสภาพเชน่ น้ี ไม่มใี ครหลกี เลี่ยงได้
และวถิ ที างทีจ่ ะพ้นจากความทกุ ข์ เชน่ นีไ้ ดก้ ค็ ือ การสละเพศผู้ครองเรือน พระองค์จึงทรงตดั สินพระทัย
เสดจ็ ออกผนวชในตอนดกึ ทรงตดั พระเมาลี ถือเพศบรรพชิต ณ ริมฝ่งั แมน่ ้าอโนมา เมือ่ มพี ระชนมายุ 29
พรรษา
คาถามประจากรอบท่ี 2
1. เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงอภิเษกสมรสกบั ใคร เม่ือพระองคม์ ีพระชนมายุเทา่ ไร
2. เหตกุ ารณ์ใดทีท่ าให้เจา้ ชายสิทธตั ถะ ทรงตัดสนิ พระทัยออกผนวช
กรอบท่ี 3 บาเพ็ญเพียร
วิธีการศึกษาของนักบวชสิทธัตถะ หลังจากทรงออกผนวชแล้วมีหลายวิธี ซึ่งวิธีการศึกษาของ
พระองค์แสดงให้เห็นถึงพระพุทธจริยวัตรที่เราชาวพุทธควรนามาเป็นแบบอย่างในการดาเนิน
ชีวติ ประจาวนั ไดเ้ ปน็ อย่างดี
1. ทรงเสด็จไปศึกษา ณ สานักอาจารย์อาฬารดาบส และอุทกดาบส จนสาเร็จฌาน 8 ข้ันจนจบ
หลักสูตรของทงั้ สองสานัก แตท่ รงเห็นว่า มใิ ช่ทางหลุดพ้นทกุ ข์ เพราะพระองคย์ งั ทรงรูไ้ ดว้ ่าจติ ของ
พระองค์ยังทรงมีความรัก ความชัง ความหลง อันเป็นกิเลสอยู่ จึงทรงอาลาอาจารย์ท้ังสองเสด็จสู่
ตาบลอรุ ุเวลาเสนานิคม
2. ทรงบาเพ็ญเพียรตามลาพงั ที่ตาบลอรุ ุเวลาเสนานคิ มตามความเชอ่ื ของนกั บวชโยคี ของอินเดยี สมัย
นั้น ที่นิยม การทรมานร่างกายให้ลาบากอยา่ งยิ่งยวด เรียกว่า “ทุกกรกิริยา” ขณะที่ทรงบาเพ็ญ
ทุกกรกิริยาน้ัน มีปัญจวัคคีย์ คือ พราหมณ์ทั้ง 5 ได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ
และอัสสชิ ได้ตามคอยปรนนบิ ตั ิ
วธิ ีการบาเพญ็ ทุกกรกริ ยิ า มขี ั้นตอนในการปฏบิ ตั ิ 3 ขัน้ ตอน คือ
- ข้ันที่ 1 กัดฟัน โดยเอาฟันกัดฟันไว้ให้แน่น
- ขัน้ ท่ี 2 กลนั้ ลมหายใจ โดยเอาพระชิวหา (ล้ิน) กดพระตาลุ (เพดาน) ไว้
- ขั้นที่ 3 อดอาหาร โดยลดการบริโภคอาหารลงเรือ่ ยๆ จนในที่สุดไมเ่ สวยพระกระยาหารเลย
เมื่อทรงเห็นว่าวิธีการทรมานตนให้ลาบากอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่ทางหลุดพ้นจากความทุกข์ท่ีทรง
ประสงค์ จึงทรงเลิกการบาเพ็ญทุกกรกิริยา กลับเสวยพระกระยาหารใหม่ พระองค์ทรงเปรียบชีวิต
เหมือนกับการดีดพิณ ถ้าขึงตึงเกินไปเสียงย่อมไม่ดัง หรือขาดได้ ถ้าขึงหย่อนเกินไป ก็ย่อมไม่มีเสียง
สายพิณทีข่ ึงปานกลาง ย่อมดีดไดเ้ สียงที่ไพเราะ ในที่สุดพระองค์ทรงหาทางหลุดพน้ จากความทุกข์โดย
ใช้ทางสายกลาง หรอื “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา”
คาถามประจากรอบที่ 3
1. การบาเพ็ญทุกกรกิรยิ า หมายถึงอะไร
2. ปญั จวคั คยี ท์ ั้ง 5 ท่ีคอยปรนนบิ ตั ินักบวชสิทธัตถะ ขณะทรงบาเพญ็ ทุกกรกริ ยิ า คือใคร
3. นกั บวชสิทธตั ถะเปรยี บชวี ติ ของคนเราเหมอื นกับสง่ิ ใด
กรอบท่ี 4 ตรสั รู้
เกง่ มากท่ีนักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบท้ายบทเรียนได้ถูกตอ้ ง คราวนีเ้ ราจะศกึ ษาเร่ืองทางสาย
กลางท่ีนักบวชสิทธัตถะทรงปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์ พระองค์ทรงปฏิบัติอย่างไรอยากทราบ
ไหม ลองมาศึกษาถึงพระจริยวัตรของพระองค์ในเร่ืองความอุตสาหะพากเพียร เพ่ือเป็นแบบอย่างใน
การปฏิบตั ติ นของนักเรียนตอ่ ไปดไี หมคะ
หลังจากท่ที รงล้มเลิกการบาเพ็ญทกุ กรกริยา และกลับเสวยพระกระยาหารจนพระวรกายสมบรู ณ์
ดีแล้ว ทรงเร่ิมบาเพ็ญเพียรทางจิต ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก แล้วตั้งพระทัยแน่วแน่ว่า ถ้าไม่
สาเร็จทางพ้นทุกข์พระองค์ จะไม่ยอมเสด็จลุกไปไหน แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดแห้งก็ตาม ขณะที่
พระองค์ตรัสรู้ ทรงมีพระชนมายุ 35 พรรษา
ในปฐมยาม พระองค์รู้ระลกึ ชาตหิ นหลังของพระองค์ได้
ในยามที่สอง พระองค์ทรงรู้เห็นความเป็นไปในการเกิด การตายของสัตว์ทง้ั หลายท่ีเกิดมามีทุกข์
สขุ ดเี ลว ต่างกันก็ด้วย “กรรม” การท่ีบุคคลนั้นๆ ได้เคยกระทาไว้แต่หนหลัง และทรงทราบต้นเหตุท่ี
ทาให้ชวี ติ ของคนเราสุขบา้ ง ทกุ ขบ์ า้ ง เพราะ “ตณั หา”
ในยามสุดท้าย พระองค์ทรงรู้แจ้งความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ “อริยสัจ 4” ได้แก่ ทุกข์
สมทุ ัย นิโรธ และมรรค
คาถามประจากรอบที่ 4
1. “ถ้าไม่สาเร็จทางพน้ ทกุ ข์ จะไม่ยอมเสดจ็ ลกุ หนีไปไหน แมว้ ่าเนอ้ื และเลือดจะเหือดแหง้ กต็ าม”
ประโยคนี้แสดงใหเ้ หน็ ถงึ พระจริยวัตรของพระพทุ ธองคด์ ้านใด
2. นักบวชสทิ ธัตถะ ทรงร้แู จง้ ถงึ ความจริงอันประเสรฐิ หมายถงึ อะไร
กรอบท่ี 5 ทรงประกาศพระศาสนา
เม่ือตรสั รู้แลว้ พระพุทธเจา้ ทรงพิจารณาธรรมเปน็ เวลา 7 สปั ดาห์ กอ่ นเสด็จไปเผยแผพ่ ระศาสนา โดย
เสดจ็ ไปแสดงธรรมโปรดปญั จวคั คยี ์ ณ ปา่ อสิ ปิ ตนมฤคทายวัน แขวงเมอื งพาราณสีเป็นการแสดงปฐมเทศนา
ธรรมท่ีทรงแสดงเรียกวา่ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ซ่ึงว่าด้วยแนวทางที่ไม่พึงปฏบิ ัติสองทาง คอื ตึงเกนิ ไป
และหย่อนเกินไป และแนวทางท่ีพึงปฏิบัติ คือ “ทางสายกลาง” (อริยมรรคมีองค์ 8) และ “อริยสัจ 4”
หลังจากจบพระธรรมเทศนา โกณฑัญญะได้เกิด “ดวงตาเห็นธรรม” จึงทูลขอบวชเป็นพระสงฆ์องค์แรกใน
พระพุทธศาสนา ต่อมาอีกสี่ท่านทีเ่ หลอื คือ วปั ปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ กไ็ ดเ้ กิดดวงตาเห็นธรรม
และทูลขอบวชตามลาดบั
จากน้ันได้มีผู้เล่ือมใสศรัทธาเข้ามาขอบวชเป็นจานวนมาก ต่อมาไม่นานก็มีพระอรหันตสาวกของ
พระพทุ ธเจา้ จานวน 60 รปู จึงทรงให้แยกย้ายกนั ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายงั แคว้นต่างๆ
พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดชฎิล (นักบวชเกล้าผม) 3 พี่น้อง พร้อมบริวาร 1,000 รูป จนขอบวชเป็น
พระสาวกของพระพุทธเจ้า พระเจ้าพิมพิสารถวายสวนไผ่ แล้วสร้างวัดเวฬุวันมหาวิหารสาหรับเป็นที่
ประทับของพระพทุ ธเจา้ นบั เป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา จากนัน้ กม็ ีผู้มาขอบวชเปน็ สาวก คือ พระ
สารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ซึ่งต่อมาพระพุทธเจ้าแต่งตั้งให้พระสารบี ุตรเป็นพระอัครสาวกเบ้ืองขวา มี
ความเปน็ เลศิ กว่าผู้อน่ื ทางปัญญา และพระโมคคัลลานะ เปน็ พระอคั รสาวกเบ้ืองซา้ ย เปน็ เลิศกวา่ ผูอ้ นื่ ทางมี
ฤทธิ์มาก
ตอ่ มาอนาถบณิ ฑิกเศรษฐีสรา้ งวดั พระเชตวัน และนางวิสาขาสรา้ งวดั บุพพารามถวายพระพทุ ธเจ้าดว้ ย
คาถามประจากรอบท่ี 5
1. ธรรมทีพ่ ระพทุ ธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปญั จวัคคีย์ เรยี กวา่ อะไร
2. พระสงฆ์องคแ์ รกในพระพุทธศาสนา คือใคร
กรอบจบ ปรินพิ พาน
เมอ่ื พระพทุ ธเจา้ ทรงสถาปนาพุทธบริษทั ส่ี คือ ภกิ ษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ขน้ึ มานั้น แตล่ ะพุทธ
บรษิ ัทก็เจริญแพร่หลาย มีความรูค้ วามสามารถท่ีจะสืบสานตอ่ เจตนารมณ์ของพระพทุ ธองค์ และสืบทอด
พระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไปได้แล้ว พระพุทธเจ้าจึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ณ
สาลวโนทยานของเหล่า มัลลกษตั รยิ ์ เมอื งกุสนิ ารา เมอ่ื วันเพ็ญ เดือน 6 ขณะพระชนมายุ 80 พรรษา
คาถามประจากรอบจบ
1. พุทธบรษิ ัทสี่ คอื ใคร
2. พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ดับขันธป์ รินิพพาน เมื่อใด ขณะมีพระชนมายุเทา่ ไร
3. พระพุทธเจา้ เสดจ็ ดับขันธ์ปรินิพพานทใี่ ด
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 1 เร่ือง พระพุทธ เวลา 15 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยท่ี 4 เรอ่ื ง พทุ ธสาวก พุทธสาวิกาและศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง เวลา 1 ชั่วโมง
ชือ่ ผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนบั ถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาท่ีถกู ต้อง ยึดมน่ั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพื่ออย่รู ว่ มกันอย่างสันตสิ ุข
ตวั ชวี้ ัด
ม.1/4 วิเคราะห์และประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชีวติ และข้อคิดจากประวตั ิพทุ ธ
สาวก ชาดก เร่อื งเลา่ และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามทก่ี าหนด
สาระสาคัญ
พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนกิ ชนตวั อย่าง เปน็ บคุ คลทีม่ ีคุณธรรม มีจริยวัตรท่ดี ีงาม น่าเลื่อมใส
ศรทั ธา ทกุ ท่านมีคุณธรรมที่ควรยึดเปน็ แบบอยา่ งซึง่ เราสามารถนาไปเป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ิตนไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. อธบิ ายประวตั ิของพระมหากสั สปะ พระอบุ าลี อนาถบิณฑิกะ นางวสิ าขา พระเจา้ อโศก
มหาราชและพระโสณะและพระอุตตระได้
2. วเิ คราะห์คุณธรรมท่ีควรถือเปน็ แบบอย่างของพระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะ
นางวสิ าขา พระเจ้าอโศกมหาราชและพระโสณะและพระอุตตระ แล้วนาไปเป็นแนวการปฏบิ ัติตนได้
3. ตระหนกั ในคุณธรรมและแบบอย่างทด่ี ีของพุทธสาวก พทุ ธสาวกิ าและศาสนิกชนตัวอย่าง
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
-
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซอื่ สตั ย์สุจรติ
มงุ่ มนั่ ในการทางาน มวี ินัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : กระบวนการทางานกลมุ่
บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหเ์ น้อื หาตรงตามประเดน็ ทีไ่ ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตุผล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทศ่ี ึกษาอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภมู ิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมขอ้ มูลเรอ่ื งที่เก่ียวข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถกู ต้อง
4. เงอ่ื นไขความรู้ ประวัตขิ องพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา
5. เงือ่ นไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 4 เร่อื ง พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครูใหน้ ักเรียนเลา่ ประสบการณด์ ้านความร้เู ดมิ เกี่ยวกบั พทุ ธสาวก พุทธสาวิกาและ
ศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ที่เคยเรียนมาแลว้ ในหัวข้อต่อไปนี้
1. พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ าทนี่ ักเรยี นเคยเรียนมีใครบ้าง
2. แต่ละท่านมคี ุณธรรมท่คี วรถอื เปน็ แบบอย่างอะไรบ้าง
3. นกั เรียนเคยปฏิบัตติ ามคณุ ธรรมของท่านอยา่ งไรบา้ ง และผลการปฏิบตั เิ ป็น
อยา่ งไร
ข้นั กิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า สาวกและสาวิกา หมายถึง ผู้สืบต่อศาสนาหรือผู้แทนเป็น
ทางการของศาสนานน้ั ๆ
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6-7 คน แล้วให้แต่ละกลุ่มจับสลากของพุทธสาวก พุทธ
สาวิกาและศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง ดงั น้ี
1. พระมหากสั สปะ
2. พระอุบาลี
3. อนาถบิณฑกิ เศรษฐี
4. นางวิสาขา
5. พระเจา้ อโศกมหาราชา
6. พระโสณะและพระอุตตระ
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกันสรุปประเดน็ สาคัญเกี่ยวกับพุทธสาวก พุทธสาวิกาและศาสนิก
ชนตวั อยา่ ง ตามทก่ี ล่มุ จบั สลากได้สรุปเปน็ แผนผงั ความคดิ และนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
5. ครูใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ 4 เร่ือง พุทธสาวก พุทธสาวกิ า และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
ข้ันสรปุ
6. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปสาระสาคัญ และขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากการศกึ ษาประวัติของพระมหา
กสั สปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกเศรษฐี นางวิสาขา พระเจ้าอโศกมหาราชและพระโสณะและพระอุตตระและ
บอกแนวทางการนาคุณธรรมอันเปน็ แบบอย่างของท่านไปปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจาวนั
สอื่ /วัสดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นพระพทุ ธศาสนา ชั้น ม.1
2. ใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวัด เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 4 เร่อื ง พุทธสาวก ใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง พุทธสาวก
พุทธสาวิกา และศาสนิกชน พทุ ธสาวิกา และศาสนิกชน
ตัวอยา่ ง ตัวอยา่ ง
ทักษะกระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คุณลักษณะ (A) คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ
ลงชื่อ.......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเหน็ หัวหน้ากล่มุ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วนั ท.่ี ......................................................
ใบงานท่ี 4
เรอ่ื ง พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนิกชนตวั อยา่ ง
ชอื่ ...........................................................................................................เลขท.่ี ...................ชน้ั ......................
ตอนที่ 1 คาชี้แจง ศึกษาประวัตพิ ระมหากสั สปะและพระอุบาลี อนาถบิณฑกิ เศรษฐี นางวสิ าขา พระเจา้ อโศก
มหาราชและพระโสณะและพระอุตตระ
พทุ ธสาวก เกยี รตคิ ุณ คณุ ธรรมที่ควรเป็นแบบย่าง
พระมหากสั สปะ ........................................................................ .........................................................................
........................................................................ .........................................................................
พระอุบาลี ........................................................................ .........................................................................
........................................................................ ........................................................................
อนาถบิณฑิก ........................................................................ .........................................................................
เศรษฐี ........................................................................ .........................................................................
นางวสิ าขา ........................................................................ .........................................................................
........................................................................ .........................................................................
ตอนที่ 2 คาช้ีแจง ศึกษาพระราชประวัติพระเจ้าอโศกมหาราช และพระโสณะกบั พระอุตตระ วเิ คราะห์วา่
ท่านเปน็ แบบอย่างทีด่ ีของชาวพุทธอย่างไร พร้อมวาดรูปหรอื ติดรูปประกอบ
ศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ประวตั โิ ดยยอ่ คุณธรรมทีค่ วรยดึ เปน็ แบบอยา่ ง
พระเจา้ อโศกมหาราช ................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
พระโสณะกบั พระอตุ ตระ ................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
................................................................ ..............................................................
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 5
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 1 เรือ่ ง พระพุทธ เวลา 15 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรูย้ อ่ ยท่ี 5 เรื่อง ชาดก เวลา 1 ช่วั โมง
ชอื่ ผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนับถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาทีถ่ ูกตอ้ ง ยดึ มั่น และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพือ่ อยูร่ ว่ มกันอยา่ งสันตสิ ขุ
ตัวช้ีวัด
ม.1/4 วิเคราะหแ์ ละประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชีวติ และข้อคดิ จากประวัติพุทธ
สาวก ชาดก เรอื่ งเลา่ และศาสนิกชนตวั อย่างตามทก่ี าหนด
สาระสาคัญ
ชาดก เปน็ เรอ่ื งราวของพระโพธสิ ัตวท์ ไี่ ด้บาเพ็ญบารมี เพ่ือจะไปเสวยชาติเปน็ พระพทุ ธเจา้ ชาดกนน้ั มี
ท้ังหมด 547 เรือ่ ง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายเร่ืองราวของอมั พชาดกและตติ ติรชาดกได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ เตือนใจทไี่ ด้จากอัมพชาดกและตติ ติรชาดกได้
3. ตระหนกั ในคณุ คา่ ของชาดกและนาข้อคิดไปปฏบิ ัติใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ
มุ่งมั่นในการทางาน มีวนิ ัย รกั ความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ : กระบวนการทางานกลมุ่
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นทไี่ ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตุผล นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ทศี่ กึ ษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภูมิคุ้มกัน ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรอื่ งทเ่ี กี่ยวขอ้ งจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เง่ือนไขความรู้ ความรทู้ ว่ั ไปเกี่ยวกับชาดก
5. เง่ือนไขคณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 5 เร่อื งชาดก
กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูซกั ถามนักเรยี นวา่ นักเรียนเคยอ่านหรอื ฟังนทิ านชาดกเรือ่ งอะไรบา้ ง ครูและนกั เรยี น
พดู คยุ เกยี่ วกับชาดกเร่อื งท่ีนกั เรยี นเคยฟังมา
2. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
ขนั้ กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อให้ได้ขอ้ สรุปเกี่ยวกับความหมายของชาดกว่า พระพุทธเจ้ากว่า
จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้น้ัน พระพทุ ธองค์ต้องบาเพ็ญเพียรต้ังหลายร้อยชาติ ซ่ึงเราเรียกเร่อื งราวท่มี ีความ
เก่ียวข้องกับพระพุทธเจ้าในชาติต่างๆว่า ชาดก ชาดกน้ันมีหลายเร่ือง ในพรไตรปิฎกมีมากกว่า 500 เร่ือง
สาหรบั ในชั้นนีก้ าหนดให้ศกึ ษา 2 เรอ่ื ง คือ ติตติรชาดกและอัมพชาดก
4. ครูให้นักเรียนศึกษาและสรุปใจความสาคัญของชาดกจากหนังสือเรียน จากนั้นครูขอ
อาสาสมคั รนักเรียนออกมาเล่าให้เพื่อนฟังหนา้ ชัน้
5. เมอื่ นกั เรียนออกมาเล่าเรอื่ งแล้ว ครูตงั้ ประเด็นให้นกั เรยี นได้ร่วมกันแสดงความคิดเหน็
ดงั น้ี
- สาเหตุที่พระพทุ ธเจ้าตรสั เล่าเร่อื งอมั พชาดกและตติ ตริ ชาดก
- ตัวละครสาคัญในอมั พชาดกและตติ ตริ ชาดกมีใครบา้ ง
- ตัวละครใดบ้างทีค่ วรเอาเป็นแบบอย่างและไม่ควรเอาเปน็ แบบอย่าง เพราะเหตุใด
- นักเรียนไดข้ อ้ คิดอะไรบ้างจากอัมพชาดกและตติ ตริ ชาดก
6. ครูให้นักเรียนทาใบงานที่ 5 เร่ือง ชาดก ในขณะท่ีปฏิบัติกิจกรรมครสู ังเกตพฤติกรรมใน
การทางานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
ขั้นสรุป
7. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปข้อคดิ ท่ไี ด้จากเร่ืองอัมพชาดกและตติ ติรชาดก
สือ่ /วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นพระพุทธศาสนา ชน้ั ม.1
2. ใบงานท่ี 5 เรอ่ื ง ชาดก
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
ตอบถูกรอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 5 เรื่อง ชาดก
ทักษะกระบวนการ (P) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คุณลกั ษณะ (A) คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง
ลงชอ่ื .......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเหน็ รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ท่ี.......................................................
ใบงานท่ี 5 เรื่อง ชาดก
ช่ือ...........................................................................................................เลขท.่ี ...................ชน้ั ......................
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนสรุปชาดกทสี่ นใจ 1 เรอื่ ง วาดรปู ประกอบให้สวยงาม
ชาดกเรื่อง________________________
1. สาเหตุทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั เลา่ เรื่องน้ี ___________________________________________________
___________________________________________________
___________________________________________________
___________________________________________________
2. เนื้อเร่ืองย่อ
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
___________________________________________________________________
3. ข้อคดิ จากชาดก
__________________________________________________________________
__________________________________________________________________
__________________________________________________________________
__________________________________________________________________
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง พระรัตนตรัย
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 1 เร่ือง พระพทุ ธ เวลา 15 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนร้ยู อ่ ยท่ี 6 เรือ่ ง พระรัตนตรยั เวลา 1 ชัว่ โมง
ช่อื ผูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนบั ถอื และศาสนาอื่น มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพ่อื อยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข
ตวั ช้ีวัด
ม.1/5 อธิบายพทุ ธคุณและข้อธรรมสาคัญในกรอบอริยสจั 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาท่ีตน
นบั ถอื ตามทก่ี าหนด เห็นคุณคา่ และนาไปพัฒนาแกป้ ัญหาของตนเองและครอบครัว
สาระสาคัญ
พระรัตนตรัย แปลว่า แก้วประเสริฐ 3 ดวง ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซ่ึงเป็น
องค์ประกอบสาคัญของพระพุทธศาสนา พระรัตนตรัยแต่ละดวงจะมีคุณลักษณะแตกต่างกัน ซ่ึงคุณของ
พระพุทธเจ้ามีท้ังส้ิน 9 ประการ เรียกว่า พุทธคุณ 9 เป็นคุณสมบัติของผู้ท่ีตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้
เปน็ พระศาสดาของเทวดาและมนษุ ย์ทัง้ หลาย
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายความสาคญั ของพระรัตนตรยั ท่มี ตี ่อตนเองและสังคมไทยได้พอสงั เขป
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
2. วิเคราะห์ความหมายของพทุ ธคุณ 9 ได้ถูกตอ้ ง
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสตั ยส์ ุจริต
มุง่ มนั่ ในการทางาน มีวินัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต : กระบวนการทางานกล่มุ
บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรียนศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะห์เนอื้ หาตรงตามประเด็นที่ไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตุผล นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ประเด็นท่ีศึกษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล
3. หลักภูมิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่อื งทเ่ี ก่ยี วข้องจากสอื่ ต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เง่อื นไขความรู้ ความรทู้ ่ัวไปของพระพุทธศาสนา ความสาคัญของศาสนาทีม่ ตี ่อสงั คมไทย
5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูให้นักเรียนศึกษาวีดิทัศน์ เร่ือง “กระจกหกด้าน ตอน ก่ึงพุทธกาล” เวลาประมาณ 5
นาที
ขนั้ กิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูนานักเรยี นสนทนาเกี่ยวกับบทสวดมนตท์ ่ีนกั เรียนและครูสวดมนต์วา่ มีเนอ้ื หาเกย่ี วขอ้ ง
กับสว่ นใดในพระรัตนตรยั
3. ครูตั้งคาถามให้นักเรียนตอบเพื่อเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นความสาคัญและคุณของพระ
รัตนตรัย ดงั น้ี
- พระรัตนตรัย มคี วามหมายวา่ อย่างไร
- พระรตั นตรัย ประกอบด้วย อะไรบ้าง และแตล่ ะส่วนมีความหมายว่าอย่างไร
4. ครอู ธิบายความหมายของพระรตั นตรัย และบอกความหมายของพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า พุทธคุณ หมายถึง พระพุทธอันประเสริฐของ
พระพุทธเจ้าในฐานะท่ีทรงเป็นศาสดาผ้ใู ห้กาเนิดพระพุทธเจ้า พระคุณของพระพุทธเจ้ากล่าวโดยสรุปย่อมี 3
ประการ ไดแ้ ก่ พระปญั ญาคณุ คือ ทรงมีปัญญาฉลาด ตรสั รู้ธรรมอนั สูงสุดได้ พระวิสุทธิคุณ คือ ทรงมีพระทัย
บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส และพระกรุณาธิคุณ คือ ทรงมีพระเมตตาเผยแผ่คาสอนท่ีตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตาม ท้ัง 3
ประการนี้เรยี กว่า พุทธคุณ 3
6. ครูให้นักเรียนดูบทสรรเสริญพระพุทธคุณอีกคร้ัง และให้นักเรียนร่วมกันคิดและตอบว่า
บทสวดมนต์ดังกล่าวนั้น เก่ียวข้องกับพระพุทธ พระธรรมหรือพระสงฆ์ จากน้ันครูเขียนบทสวดมนต์ที่เป็น
ภาษาบาลี ลงในกระดานและให้นักเรียนและช่วยกันวิเคราะห์ความหมายที่ถูกต้อง และให้ตัวแทนของแต่ละ
แถวออกมาเขียนคาตอบที่ถูกต้องบนกระดาน ในขณะที่นักเรียนทากิจกรรมครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน
และบันทึกลงในแบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
7. นักเรยี นและครูร่วมกันเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบที่นกั เรียนออกมาเขยี น
บนกระดาน
8. ครูให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี 6 เรอื่ ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาขอ้ ที่ 1-11
ขนั้ สรปุ
9. ครใู หน้ ักเรียนบอกแนวทางการนาหลักพุทธคณุ 9 ไปประยกุ ต์ใชใ้ นใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการ
เรยี นไดอ้ ยา่ งไร
ส่ือ/วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นพระพุทธศาสนา ชน้ั ม.1
2. ใบงานท่ี 6 เร่อื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 6 เร่ือง หลกั ธรรม ใบงานที่ 6 เรื่อง หลกั ธรรมทาง
ทางพระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา
ทักษะกระบวนการ (P) สงั เกตพฤติกรรมการทางาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
คณุ ลกั ษณะ (A)
ลงช่อื .......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหัวหน้ากลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วันท.่ี ......................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7
รหัสวชิ า ส21101 รายวชิ า สงั คมศกึ ษา
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 1 เร่อื ง พระพุทธ เวลา 15 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนรยู้ อ่ ยท่ี 7 เร่อื ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา เวลา 1 ชั่วโมง
ชือ่ ผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ
ตัวชี้วัด
ม.1/5 อธิบายประวัติ ความสาคัญ และปฏิบัติตนในวันสาคัญทางศาสนาท่ีตน นับถือตามท่ี
กาหนดได้ถูกต้อง
สาระสาคญั
วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนบาเพ็ญความดี เพ่ือบูชาและราลึกถึงคุณของ
พระรัตนตรัย
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายประวัติ ความเป็นมาเกย่ี วกบั วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
2. ออกแบบชนิ้ งานแนวทางการปฏิบัตติ นในวันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
มงุ่ ม่ันในการทางาน มวี นิ ยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : กระบวนการทางานกลุ่ม
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นที่ได้รับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตผุ ล นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ศี ึกษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล
3. หลกั ภูมิคมุ้ กนั ศกึ ษา/รวบรวมขอ้ มลู เรอื่ งท่เี ก่ยี วข้องจากสือ่ ต่างๆ อยา่ งถูกตอ้ ง
4. เง่อื นไขความรู้ วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
5. เงื่อนไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
อินโฟกราฟกิ เรอื่ ง วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาที่นกั เรียนร้จู กั แลว้ ใหน้ ักเรียน
รว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี
- นักเรียนรูจ้ ักวันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาวันใดบ้าง
- ในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนานักเรียนควรปฏบิ ตั ิตนอย่างไร
- นักเรียนคดิ ว่าวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา มคี วามสาคญั ต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร
- ถ้าไม่มวี นั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาจะสง่ ผลต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร
ขั้นกจิ กรรมการเรียนรู้
2. ให้นกั เรยี นอา่ นเน้ือหาเรอ่ื ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาในชุดกจิ กรรม โดยการแบง่ กล่มุ
ใหน้ ักเรยี นศึกษา เพอ่ื ออกมาอภปิ รายนาเสนอผลการศกึ ษาหน้าชัน้ เรยี น ดังนี้
- กลมุ่ ท่ี 1 วนั ธรรมสวนะ
- กลุ่มที่ 2 วนั เขา้ พรรษา
- กลุม่ ท่ี 3 วนั ออกพรรษา
- กลุ่มท่ี 4 วนั เทโวโรหณะ
3. จบการนาเสนอ ครูใช้คาถาม เพ่ือทบทวนความรูใ้ นบทเรยี นให้นักเรยี นตอบคาถามลงใน
สมุดเรียน โดยครตู ง้ั คาถาม ดังน้ี
- วันธรรมสวนะ ตรงกบั วันอะไรบ้าง มีความสาคัญอย่างไร
- นกั เรยี นควรปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรในวนั ธรรมสวนะ
- วนั เขา้ พรรษาตรงกบั วันอะไร และมีความสาคญั อย่างไร
- นักเรียนควรปฏบิ ัตติ นอย่างไรในช่วงท่พี ระภกิ ษจุ าพรรษาเปน็ เวลา 3 เดือน
- วันออกพรรษาตรงกบั วนั อะไร และมีความสาคัญอยา่ งไร
- นกั เรียนได้ขอ้ คิดอะไรจากการออกพรรษาของพระภิกษุ
- วนั เทโวโรหณะ ตรงกับวันอะไร และสาคัญอย่างไร
- นักเรยี นไดข้ ้อคิดอะไรจากวนั เทโวโรหณะ และจะปฏบิ ัตติ นอยา่ งไร
4. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ วนั สาคัญ เหตุการณ์ท่เี กิด แนวทางการปฏิบตั ิตน และผลท่ี
เกิดขึน้ จากการปฏิบัติตน และผลจากการไม่ปฏบิ ัตติ น เปน็ แผนภาพบนั ทกึ บนกระดานและสมดุ ดังน้ี
ตวั อยา่ งแผนภาพ
วันสาคัญทาง เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ในวนั แนวทางการปฏิบตั ิตน
พระพุทธศาสนา สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
วันธรรมสวนะ ทาบุญใส่บาตร ฟงั ธรรม
วันธรรมสวนะเป็นวนั ท่ีพระพุทธเจา้ รักษาศลี ร่วมกันบาเพญ็
วันเขา้ พรรษา กาหนดใหพ้ ระสงฆม์ าประชุมกนั และ ประโยชน์พฒั นาวัด
วันออกพรรษา แสดงพระธรรมเทศนา นาดอกไม้ ธปู เทียน
ไปบูชาพระ ปฏิบัตธิ รรม
วนั เทโวโรหณะ วันเขา้ พรรษาเป็นวนั ท่พี ระสงฆ์ ดูแลพ่อแม่
อธษิ ฐานประจาอยวู่ ดั ตลอด 3 เดอื น
วนั ออกพรรษา เป็นวันท่ีพระสงฆ์
อยจู่ าพรรษาครบ 3 เดือน
วนั เทโวโรหณะ วนั ทีพ่ ระพุทธเจา้ เสด็จ
ลงจากสวรรคช์ ัน้ ดาวดงึ ส์
หลังจากเสด็จโปรดพุทธมารดา
ผลท่ีเกดิ เมอื่ ปฏบิ ตั ิ ผลที่เกิดเม่อื ไมป่ ฏิบตั ิ
มีความสุขใจเกดิ ความรกั ความสามัคคใี น จิตใจไม่สงบห่างไกลจากการทาความดี
ชมุ ชน พระพุทธศาสนามัน่ คง ขาดที่พึ่งทางใจเป็นเหตุให้ประพฤติช่ัว
ขัน้ สรปุ
5. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นวนั ท่ีพทุ ธศาสนิกชนบาเพญ็ ความดี เพื่อบชู าและ
ระลกึ ถึงคณุ ของพระรัตนตรยั
สื่อ/วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นพระพุทธศาสนา ชัน้ ม.1
การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้
วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจผลงานนกั เรียนอินโฟกราฟกิ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
ทกั ษะกระบวนการ (P) เรือ่ ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนา คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ
ลงช่อื .......................................................ครูผูส้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................หวั หน้ากล่มุ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ท่.ี ......................................................
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8
รหัสวชิ า ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 1 เรอื่ ง พระพทุ ธ เวลา 15 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 8 เรอื่ ง ความสอดคล้องของหลักธรรมคาสอนในแต่ละศาสนา เวลา 1 ชั่วโมง
ช่อื ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนบั ถือและศาสนาอน่ื มีศรัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดมนั่ และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพือ่ อย่รู ว่ มกนั อย่างสันติสขุ
ตัวชวี้ ัด
ม.1/10 ปฏิบัตติ นตอ่ ศาสนิกชนอ่นื ในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
สาระสาคญั
การสรา้ งความสัมพันธอ์ นั ดีกับผู้นับถอื ศาสนาอื่นๆ โดยความรัก ความเมตตา และความสามัคคี ทาให้
การอยู่รว่ มกนั ในสงั คม มคี วามสงบสุข
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบคุ คลต่างศาสนาทางการเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม
2. เห็นความสาคญั การสรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี รี ะหว่างบุคคลในศาสนาและตา่ งศาสนาในการ
ดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
-
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
มุ่งมั่นในการทางาน มีวินัย รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต : กระบวนการทางานกลุ่ม
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เนื้อหาตรงตามประเดน็ ท่ไี ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ประเด็นท่ีศกึ ษาอย่างเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลักภูมิคุ้มกัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเรอื่ งท่เี กยี่ วข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง
4. เงื่อนไขความรู้ ความรู้เบ้อื งตน้ เกยี่ วกับหลกั คาสอนของศาสนาตา่ งๆ
5. เงือ่ นไขคุณธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้
ช้ินงาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เรอ่ื ง แนวทางการปฏบิ ัตติ นในการอยู่รว่ มกนั กับบุคคลศาสนาตา่ งๆ
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูสร้างแผนภาพให้นักเรียนดู และให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับแผนภาพ
ดังกล่าวว่านักเรยี น มีความเขา้ ใจว่าอยา่ งไร
พทุ ธ
พราหมณ์-ฮินดู จุดมุ่งหมาย อิสลาม
สิกข์ คริสต์
ขนั้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
2. ให้นักเรียนร่วมกันศกึ ษาวิเคราะห์ ศาสนสมั พันธ์ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร โดยครูให้ผู้แทนนักเรียน 3-4 คน ออกมาอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการ
ปฏิบตั ติ นให้เพอื่ นฟงั หนา้ ช้ันเรยี น
3. นกั เรียนร่วมกนั สรุปแนวทางการปฏิบัตติ นในการอย่รู ว่ มกันกับบุคคลศาสนาต่างๆและทา
เป็นแผนผงั ในสมุดเรียน ตวั อยา่ งดังนี้
เคารพและใหเ้ กียรติบคุ คลต่างศาสนา เคารพสิทธิเสรภี าพของกนั และกนั
สรา้ งความรู้สึกว่าเป็นเพือ่ นร่วมชาติ ศาสนสัมพันธ์ ไม่มีอคติกับบุคคลต่างศาสนา
ส่งเสริมกิจกรรมระหว่างศาสนา ไมล่ บหลู่ดูหมนิ่ ศาสนาอน่ื
มีความรกั และความสมั พันธท์ ีด่ ตี อ่ กนั
ข้ันสรปุ
4. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดังน้ี
การอยูร่ ว่ มกนั ในชุมชนกบั บคุ คลที่นบั ถอื ศาสนาต่างกับตนเอง ควรปฏบิ ัตติ นอย่างไร
5. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
ความสมั พันธ์อันดกี ับผู้นบั ถือศาสนาอน่ื ๆ โดยความรกั ความเมตตา เขา้ ใจกนั ทาให้
การอยูร่ ว่ มกนั ในสังคมเกิดความสงบสขุ
ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรียนพระพุทธศาสนา ช้นั ม.1
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธีวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคิดเรือ่ ง พิจารณาจากการคาตอบของ
แนวทางการปฏิบตั ติ นในการอยู่ นักเรียน ตอบถกู ร้อยละ 60 ผ่าน
ร่วมกนั กับบุคคลศาสนาตา่ งๆ เกณฑ์
ทักษะกระบวนการ (P) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
คณุ ลกั ษณะ (A)
ลงชอื่ .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................หวั หนา้ กล่มุ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)