The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mattana, 2022-09-17 11:39:39

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา 1 (ส21101) ชั้น ม.1 ภาคเรียนที่ 1/2565

ส21101 ภาคเรียนที่ 1

4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และหน้าท่ีสาคัญในรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2560 พร้อมสรปุ แผนผงั ความคดิ ลงในสมดุ

ในชีวิตและร่างกาย บา้ นเรอื น การเดินทาง

การประกอบอาชพี การแข่งขัน มหี ลักประกัน
ดารงชวี ติ
สทิ ธิและ
เสรภี าพ การศกึ ษา การนับถือ
รฐั ธรรมนญู ศาสนา
2560
การบริการด้านสุขภาพ

ผสู้ ูงอายุ ผพู้ ิการจะได้รบั การดูแลจากรัฐ

รกั ษาไว้ซงึ่ ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

หนา้ ที่ ไปใช้สทิ ธิเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญ

2560

รบั ราชการ ชว่ ยเหลือ ปอ้ งกัน
ประเทศ
5. ครูและนักเรียน ร่วมกันวิเคราะห์สิทธิหน้าที่ เสรีภาพ ในรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ามีข้อใด
มคี วามเก่ยี วขอ้ งกับตวั นกั เรยี นบ้าง ใหร้ ่วมกนั อธิบาย
ขน้ั สรุป
6. ให้นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
- โครงสร้างและสาระสาคัญของรัฐธรรมนญู พุทธศกั ราช 2560 ได้กลา่ วถึงเรื่องสทิ ธิ หน้าที่
และเสรีภาพ ของประชาชนที่มีบทบัญญัติไว้ เพื่อใหป้ ระชาชนได้รจู้ กั หนา้ ทีส่ ิทธเิ สรภี าพตามกฎหมายในฐานะ
พลเมอื งของชาติ
7. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดังนี้
- ถ้าคนในสังคมไม่ปฏิบัติตนตามสทิ ธิ เสรภี าพและหนา้ ที่ที่รัฐธรรมนญู กาหนดส่งผลตอ่
สังคมอยา่ งไร
8. นักเรียนทาใบงานที่ 19 เรือ่ ง สทิ ธิ เสรภี าพ และหน้าท่ีตามกฎหมายรัฐธรรมนญู

สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี นพระพุทธศาสนา ชน้ั ม.1

2. ใบงานท่ี 19 เรอื่ ง สทิ ธิ เสรภี าพ และหนา้ ทต่ี ามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้

ดา้ น วธิ ีการประเมิน เคร่ืองมือในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน

ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 19 ใบงานที่ 19 เร่อื ง สทิ ธิ ตอบถูกรอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ทักษะ เรื่อง สิทธิ เสรภี าพ เสรีภาพ และหน้าท่ีตาม

กระบวนการ (P) และหนา้ ทต่ี าม กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................. ................................................................................................... ..........

ลงชอื่ ........................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)

ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท่ี.......................................................

ใบงานที่ 19 เรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ
ชอ่ื _____________________________________ เลขท่ี ________ ช้ัน _______
ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาสทิ ธิ เสรีภาพ หน้าท่ตี ามรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 แล้วพจิ ารณาวา่ มีสทิ ธิ
เสรภี าพและหนา้ ที่ใดทีใ่ กล้ตัวนกั เรียนท่ีสุด เพราะเหตุใด

สิทธิทใ่ี กลต้ ัวฉนั ที่สุด คือ.........................................................................................
เหตผุ ล คือ................................................................................................................
ฉนั จะปฏิบตั ิตามสทิ ธิโดยการ..................................................................................
เสรีภาพทใี่ กล้ตัวฉันทส่ี ุด คอื ....................................................................................
เหตผุ ล คอื .................................................................................................................
...................................................................................................................................
ฉนั จะปฏิบัตติ ามเสรภี าพโดยการ.............................................................................
หน้าทท่ี ่ใี กล้ตัวฉนั ท่ีสดุ คือ.......................................................................................
เหตุผล คือ.................................................................................................................
ฉนั จะปฏิบตั ติ ามหน้าที่โดยการ................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 47
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นที่ 5 เรื่อง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ 47 เรื่อง ความคดิ รวบยอดเก่ียวกับกฎหมายรฐั ธรรมนญู เวลา 1 ช่วั โมง

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปจั จุบนั ยดึ ม่นั ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
ตัวชว้ี ัด
ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสาคัญของรฐั ธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจุบนั โดยสังเขป

สาระสาคญั
กฎหมายรฐั ธรรมนูญเปน็ กฎหมายสงู สดุ เป็นแม่บทของกฎหมายในการปกครองประเทศ

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายและทบทวนความรู้เกยี่ วกบั รฐั ธรรมนญู
2. จาแนกความรใู้ นการศึกษากฎหมายรฐั ธรรม
3. เห็นความสาคัญและสนใจศกึ ษาเรยี นรู้ทาความเข้าใจกฎหมายรัฐธรรมนญู .

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
ความคิดรวบยอดเกย่ี วกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวิเคราะห์
2. กระบวนการทางานกลุ่ม

ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อย่อู ย่างพอเพยี ง  ซ่อื สตั ย์สุจรติ

 ม่งุ ม่นั ในการทางาน  มวี นิ ยั  รกั ความเป็นไทย

 ใฝเ่ รียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา: แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในชีวติ ประจาวัน

ดา้ นคณุ ลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  สอื่ สารสองภาษา  ลา้ หน้าทางความคดิ

 ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์  ร่วมกนั รับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเดน็ ที่ไดร้ บั

มอบหมาย

2. หลกั ความมเี หตผุ ล นักเรยี นสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นท่ีศกึ ษาอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล

3. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรื่องท่ีเกี่ยวขอ้ งจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงอ่ื นไขความรู้ ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกบั รัฐธรรมนญู

5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
แผนผังความคิดเร่ือง โครงสร้างของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560

กิจกรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูให้นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เก่ียวกับรัฐธรรมนูญ เพ่ิมเติม โดยครูถามคาถาม

ใหน้ ักเรียนสรปุ ทบทวนความรู้ ดงั นี้
- ตั้งแต่มีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยประเทศไทยใช้รฐั ธรรมนญู มาแลว้ ก่ฉี บบั
- รฐั ธรรมนญู รัฐธรรมนญู มีความหมาย และความสาคัญอย่างไร
- เรามสี ว่ นเกย่ี วขอ้ งกับกฎหมายรฐั ธรรมนูญอยา่ งไร
- รฐั ธรรมนูญปี 2560 กาหนดโครงสรา้ งไวอ้ ยา่ งไร
- นกั เรียนมีหนา้ ทใี่ นฐานะชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญอยา่ งไร

ขัน้ กจิ กรรมการเรียนรู้
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป ความคิดรวบยอดเก่ียวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญแผนผัง

ความคดิ ลงในสมดุ

ขั้นสรุป
4. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
- การแสดงความเคารพกฎหมายรัฐธรรมนญู นักเรียนจะปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
5. ให้นักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
- กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นแม่บทของกฎหมายในการปกครอง

ประเทศ

สอ่ื /วัสดุอปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ม.1
2. คาศัพท์เกยี่ วกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ

การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ น วิธกี ารประเมนิ แบบประเมินแผนผงั ความคิด ตอบถูกรอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กฎหมายรัฐธรรมนญู ตาม
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคดิ โครงสร้าง
ทักษะ กฎหมายรฐั ธรรมนญู
กระบวนการ (P) ตามโครงสร้าง

ลงชอื่ .......................................................ครผู ้สู อน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู

ความคดิ เหน็ หวั หนา้ กลุ่มสาระ
................................................................................................................................. .............................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
..................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ......................................................... ...........................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วันท.่ี ......................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 48
รหัสวิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศึกษา
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 5 เรอื่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี 48 เร่ือง อานาจอธปิ ไตยในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เวลา 1 ช่ัวโมง

ชื่อผูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดมน่ั ศรทั ธาและธารงรักษาไว้
ซึง่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ตัวช้ีวดั
ม.1/2 วเิ คราะหบ์ ทบาทการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปจั จุบนั

สาระสาคญั
ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีการ

ปกครองแบบรัฐเดียว มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดและมีอานาจอธิปไตยเป็นอานาจสูงสุดในการปกครอง
ประเทศ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะหค์ วามสาคัญของอานาจอธปิ ไตย
2. จาแนกสาระที่มบี ทบัญญัติไว้ในอานาจอธิปไตย
3. เห็นความสาคญั ของอานาจอธปิ ไตยที่ใชใ้ นการปกครองประเทศ

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
อานาจอธิปไตยในระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตย
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวิเคราะห์

2. กระบวนการทางานกลุม่

ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  อยู่อยา่ งพอเพียง  ซื่อสัตยส์ ุจรติ

 มุ่งม่ันในการทางาน  มีวนิ ยั  รกั ความเป็นไทย

 ใฝเ่ รียนรู้  มีจติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

 ความสามารถในการคดิ : คดิ วิเคราะห์ คิดรวบยอด

ดา้ นคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  สื่อสารสองภาษา  ล้าหนา้ ทางความคดิ

 ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์  ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นท่ีได้รบั

มอบหมาย

2. หลักความมเี หตุผล นักเรยี นสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ท่ีศึกษาอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล

3. หลักภูมิคุม้ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเรื่องท่เี กย่ี วข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เง่ือนไขความรู้ อานาจอธปิ ไตยในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน

แผนผงั ความคิดเร่ืองอานาจอธิปไตย

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยนารูปภาพหรือข่าวการเลือกตั้งท่ีแสดงถึงการมีส่วนร่วมของ

ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยมาให้นักเรียนดู แล้วซักถามนักเรียนก่อนนาเข้าสู่บทเรียนว่าการเลือกตั้ง
และอานาจอธิปไตยมีความจาเปน็ หรือไมต่ ่อการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย

2. ครูให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอานาจอธิปไตยของนักเรียนที่อยู่ใน
หอ้ งเรียน

3. ครูสรปุ ให้นักเรียนฟังว่าการท่ีจะมีอานาจอธปิ ไตยได้น้ันต้องมีการตกลงกฎกติกา มารยาท
ใน ก า ร อ ยู่ ร่ ว ม กั น ข อ ง ค น ส่ ว น ให ญ่ แ ล ะ สิ ท ธิ ข า ด ใน ก า ร ตั ด สิ น ใจ ใน ก า ร ท า กิ จ ก ร ร ม ร่ ว ม กั น ใน ห้ อ ง นั้ น
เราทกุ คนตอ้ งใหค้ วามร่วมมือชว่ ยเหลอื ซึ่งกันและกัน

ข้ันกจิ กรรมการเรยี นรู้
4. ครูนาหนังสือกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาให้นักเรียนศึกษาร่วมกันถึงอานาจและ

โครงสรา้ งของอานาจอธปิ ไตยรวมทัง้ ความสาคัญของการมีอานาจอธิปไตย

5. ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กลุ่ม เท่า ๆ กันเพอ่ื ศกึ ษาใน 3 เรอ่ื งต่อไปน้ี
กลุม่ ท่ี 1 อานาจอธิปไตยในระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตย
อานาจอธปิ ไตยเปน็ ของประชาชน
อานาจอธิปไตยมกี ารแบ่งออกเปน็ 3 สว่ น
กลมุ่ ที่ 2 การแบ่งแยกอานาจอธปิ ไตยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

6. ครูใหน้ กั เรียนเลือกตวั แทนออกมากลุ่มละ่ 3 คน เพื่ออภปิ รายหน้าชน้ั เรยี น ในทง้ั 2 หวั ขอ้
7. ครูสรุปการอภิปรายหน้าช้ันเรียนแล้วให้อธิบาย ในสว่ นทข่ี าดไปโดยให้อธบิ ายตามแผนภูมิ

ดังตอ่ ไปนี้

โครงสร้างอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

รฐั ธรรมนญู

พระมหากษตั ริ
ย์

นติ ิบญั ญัติ บรหิ าร ตุลาการ

รัฐสภา คณะรฐั มนตรี ศาล

8. ให้นักเรียนสรปุ บทเรียนโดยให้ทาแผนผงั ความคิดเร่ืองอานาจอธิปไตยลงในสมุด โดยบอก
บทบาทหนา้ ทขี่ องแต่ละฝ่ายใหช้ ดั เจน

ขั้นสรุป
9. ให้นกั เรยี นช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้
- ถ้าประชาชนไม่รู้จักใช้การใช้อานาจอธิปไตยของตนเองให้เกิดประโยชน์ คิดว่าจะ

เปน็ อย่างไร
10. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
- อานาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยน้ัน ประกอบด้วยอานาจนิติบัญญัติ

อานาจบริหาร และอานาจตุลาการ อานาจเป็นของประชาชนไม่ใช่เป็นของผู้นาหรือคณะใด คณะหน่ึงและ
สามารถตรวจสอบเพื่อถ่วงดลุ อานาจกนั ได้

ส่ือ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้

1. หนังสอื เรยี นวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1

2. หนังสอื รา่ งกฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปัจจบุ ัน

การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้

ดา้ น วิธกี ารประเมิน เครอ่ื งมอื ในการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
ตอบถูกร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความคดิ แบบประเมนิ แผนผังความคิด

ทักษะ เร่ืองอานาจอธิปไตย เรอ่ื งอานาจอธิปไตย

กระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสังเกตพฤติกรรมการ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดับ ดี
ปฏบิ ตั ิงาน ทางานกลมุ่ คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

ลงชอ่ื .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู

ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................... .........................

ลงชื่อ........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)

ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจุฑารัตน์ พัฒนภากรณ์)

ตาแหน่งรองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันท.ี่ ......................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 48
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศึกษา
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นที่ 5 เร่ือง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยท่ี 48 เรอ่ื ง อานาจนติ ิบญั ญัติ เวลา 1 ช่วั โมง

ชื่อผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยดึ มั่น ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
ตวั ช้วี ดั
ม.1/2 วเิ คราะห์บทบาทการถว่ งดุลอานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย
ฉบบั ปจั จบุ นั

สาระสาคญั
อานาจนิติบัญญัติ คืออานาจท่ีใช้ในการบัญญัติกฎหมายหรือตรากฎหมาย เพื่อให้สิทธิและหน้าที่แก่

ประชาชนในรัฐน้นั โดยผ่านองคก์ รทใ่ี ชอ้ านาจนติ บิ ัญญัติ คอื รัฐสภา

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะหค์ วามสาคัญของอานาจนิตบิ ัญญตั ิตามรัฐธรรมนูญ
2. จาแนกสาระสาคัญของอานาจนติ ิบัญญัตติ ามรฐั ธรรมนูญ
3. เหน็ ความสาคัญของอานาจนิติบัญญตั ิตามรัฐธรรมนญู ที่ใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื ในการปกครองประเทศ

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
อานาจนิติบญั ญัติ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
2. กระบวนการทางานกลมุ่
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต

 มุ่งมนั่ ในการทางาน  มีวนิ ยั  รกั ความเป็นไทย

 ใฝเ่ รยี นรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการคดิ : คิดวิเคราะห์ คิดรวบยอด

ด้านคุณลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วชิ าการ  สอ่ื สารสองภาษา  ลา้ หน้าทางความคิด

 ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์  ร่วมกนั รับผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรียนศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเดน็ ท่ีไดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ที่ศึกษาอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล

3. หลกั ภูมคิ ุม้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทีเ่ กยี่ วขอ้ งจากสื่อต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงอ่ื นไขความรู้ อานาจนิติบัญญตั ิ

5. เงือ่ นไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เร่ืองอานาจนิตบิ ัญญตั ิ

กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูนาภาพการประชุมในสภา และการหาเสียงเลือกต้ัง หนังสือร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ฉบบั ปจั จุบนั ใหน้ ักเรยี นร่วมกันศึกษา และใหน้ ักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอานาจนติ ิบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ
โดยครูใชค้ าถามกระตุ้นนักเรียนกอ่ นนาเขา้ สู่บทเรียน ดงั นี้

- นักเรียนรู้จักอานาจนติ ิบัญญตั ิตามรฐั ธรรมนูญหรอื ไม่ เป็นอยา่ งไร
2. ครูสรา้ งฐานความรูเ้ ก่ียวกบั อานาจนิตบิ ัญญัติตามรฐั ธรรมนูญ โดยครูใชค้ าถามให้นกั เรียน
รว่ มกนั สนทนา ดงั นี้
- อานาจนติ บิ ัญญตั นิ นั้ เปน็ อานาจที่ให้สิทธแิ ละหนา้ ทแ่ี กใ่ คร เพ่ืออะไร
- นักเรยี นคดิ วา่ บคุ คลใดในประเภทใดบ้างเป็นบคุ คลตอ้ งห้ามในการสมัครรับเลือกตง้ั
ขนั้ กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายและความสาคัญของอานาจนิติบัญญัติ โดยครู
แบง่ กล่มุ นักเรียนออกเปน็ 5 กลุ่ม แต่ล่ะกล่มุ ศึกษาในเรอื่ งตอ่ ไปน้ี

1. ท่มี าของสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภา

2. วาระการดารงอยูข่ องสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ สิ ภา
3. คณุ สมบตั ผิ ้มู สี ิทธิสมัครรบั เลอื กตง้ั ของสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ สิ ภา
4. บคุ คลตอ้ งห้ามสมคั รรับเลอื กตั้งสภาผู้แทนราษฎรและวฒุ ิสภา
5. หน้าที่สาคัญของสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ ิสภา
จากน้ันให้แต่ล่ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน โดยครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง และให้คาแนะนา
เพมิ่ เตมิ
4. ให้นักเรยี นวิเคราะหค์ วามสาคัญและความจาเปน็ ของอานาจนิติบญั ญัติโดยครูใช้คาถามให้
นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ ดงั นี้
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่า อานาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญจะสมบูรณ์ได้น้ันมีองค์ประกอบ
อะไรบา้ ง
- ครูสรปุ คาตอบของนักเรียนออกมาเป็นแผนภาพ ดังนี้

อานาจนิตบิ ญั ญตั ิ

รัฐสภา
2 สภา

สภาผูแ้ ทนราษฎร วฒุ ิสภา

สขม้นั าสชรกิ ปุ สภาผู้แทนราษฎร สมาชกิ วฒุ สิ ภา (ส.ว.)
(ส.ส)(ส.ส.๗ (ส.ส.)

ขัน้ สรปุ
5. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั นี้
- สภาผ้แู ทนราษฎรและวฒุ สิ ภามคี วามแตกตา่ งกันอย่างไร
6. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้

- อานาจนิติบัญญัติเป็นอานาจในการออกกฎหมายมาใช้บังคับพลเมืองของรัฐ

กฎหมายจะต้องได้รับความเหน็ ชอบจากรัฐสภา ซง่ึ แบง่ ออกเป็น 2 สภา คือ สภาผแู้ ทนราษฎร และวฒุ สิ ภา

7. นกั เรียนทาป๊อปอัพ เรื่องอานาจอธิปไตย

สื่อ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้

1. หนังสอื เรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ม.1

2. หนังสอื ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบบั ปัจจุบนั

3. ภาพการประชุมสภา/ ส.ส.หาเสยี งเลือกตั้ง

การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้

ด้าน วิธีการประเมิน เครอ่ื งมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน

ความรู้ (K) ตรวจผลงานนกั เรียน แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

ทักษะ คะแนน 7-8 ระดับ ดี

คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรุง

กระบวนการ (P) สังเกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก

ปฏบิ ตั งิ าน ทางานกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดับ ดี

คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรงุ

ลงชอ่ื .......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคดิ เห็นหัวหนา้ กลุ่มสาระ
...................................................................................................... .............................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ........................................หัวหน้ากลุม่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
............................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ที.่ ......................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 49
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรือ่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนร้ยู ่อยท่ี 49 เรอื่ ง อานาจบริหาร เวลา 1 ชว่ั โมง

ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบนั ยึดมน่ั ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
ตวั ช้ีวัด
ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถว่ งดลุ อานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
ฉบบั ปจั จุบัน

สาระสาคญั
อานาจบริหารเป็นหน้าที่ของคณะบุคคลหนึ่งเรียกว่า “คณะรัฐมนตรี” เป็นคณะบุคคลที่

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเพื่อทาหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน มีหน้าที่ในการบริหารประเทศ และออก
กฎหมายตามบทบัญญัติรฐั ธรรมนูญ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวเิ คราะห์ความสาคัญของอานาจบริหารตามรัฐธรรมนญู
2. จาแนกสาระสาคัญของอานาจบรหิ ารตามรฐั ธรรมนญู
3. เห็นความสาคญั ของอานาจบริหารตามรัฐธรรมนญู ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
อานาจบรหิ ารตามกฎหมายรัฐธรรมนญู โดยการใช้อานาจผ่านคณะรฐั มนตรี
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
2. กระบวนการทางานกล่มุ

ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  อยู่อยา่ งพอเพียง  ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต

 มงุ่ มั่นในการทางาน  มวี ินัย  รกั ความเป็นไทย

 ใฝ่เรยี นรู้  มีจติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการคดิ : คดิ วิเคราะห์ คิดรวบยอด

ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  สอ่ื สารสองภาษา  ล้าหน้าทางความคดิ

 ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์  ร่วมกันรับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นท่ีได้รับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตผุ ล นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นท่ีศึกษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล

3. หลักภูมิคมุ้ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทเ่ี กยี่ วข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงื่อนไขความรู้ อานาจบรหิ าร

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน
แผนผังความคิด เรื่องอานาจบรหิ าร

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูนาหนังสือร่างกฎหมายรัฐธรรมนญู ฉบับปัจจุบันใหน้ ักเรียนร่วมกันศึกษาและใหน้ กั เรียน

ร่วมกันสนทนาเก่ียวกับความสาคัญของอานาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ โดยครูใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนก่อน
นาเขา้ สูบ่ ทเรียน ดงั น้ี

- อานาจบริหารคอื อานาจอะไร และใครเป็นผูใ้ ช้อานาจน้ี
- การกาหนดนโยบายด้านการศึกษานัน้ ควรเปน็ หน้าทข่ี องรฐั มนตรกี ระทรวงใด
ขัน้ กิจกรรมการเรยี นรู้
2. ครสู ร้างฐานความร้เู กย่ี วกับอานาจบริหาร โดยครูใช้คาถามให้นักเรยี นร่วมกนั สนทนา ดังนี้
- นักเรียนคิดว่าคณะรัฐมนตรนี น้ั มีอานาจหนา้ ท่อี ะไรบา้ ง
- นักเรยี นคิดว่าคณะรฐั มนตรีประกอบด้วยคณะรฐั มนตรีก่ีทา่ น
ครูสรปุ คาตอบนกั เรยี นออกมาเปน็ แผนภาพ

อานาจบริหาร

คณะรฐั มนตรี 36 คน

ประกอบดว้ ย

นายกรฐั มนตรี 1 คน รัฐมนตรอี ่นื อีกไม่เกนิ 35 คน

จากน้นั ครใู ชค้ าถามใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ดังน้ี
- ในบา้ นทเ่ี ราอย่อู าศยั นน้ั จะตอ้ งมรี ะบบบรหิ ารบ้านหรือไม่
- ในโรงเรยี นของเราน้ใี ครเปน็ ผ้มู อี านาจบริหารโรงเรยี น
- ในสังคมของเรามีใครเป็นผู้บริหารประเทศ

3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาถึงความสาคัญของอานาจบริหาร โดยครูใช้คาถามให้นักเรียน
ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น ดังน้ี

- นโยบายของรัฐนน้ั มที ี่มาจากอะไร
ครูนาแผนภาพ นโยบายของรัฐบาลมีท่ีมาจากไหนบ้างให้นักเรียนศึกษาถึงคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี ตาม
รฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2550

ครสู รุปให้นกั เรียน ออกมาเป็นแผนภาพลงในสมุดเรยี น ดงั นี้ ไม่เป็นสมาชกิ วุฒิสภาหรอื เคยเป็น

นายกรฐั มนตรี คณุ สมบัติพเิ ศษ คุณสมบัติ ไมม่ ีลกั ษณะต้องหา้ มรบั เลือกต้งั
ต้องมาจาก ของ ลกั ษณะ เปน็ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร
การเลอื กต้ัง ต้องห้ามของ
นายกรฐั มนตรี รฐั มนตรี การศึกษาไมต่ า่ กว่าปรญิ ญาตรี
ดารงตาแหน่ง
ตดิ ตอ่ กันเกนิ มีอายุไมต่ า่ กวา่ 35 ปบี รบิ ูรณ์
8 ปี ไม่ได้

มีสัญชาติไทยโดยกาเนดิ

การตอ้ งการสง่ เสรมิ และพัฒนาหรือยกระดบั ความเปน็ อยู่ของ
ประชาชนในประเทศ

การตอ้ งการความชว่ ยเหลือ ปอ้ งกัน บรรเทา และแก้ปัญหาท่ี
เกิดขน้ึ กับประชาชนในประเทศ

นโยบายของ สภาพบรบิ ททางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
รฐั บาลมีทม่ี าจาก ทีเ่ ปน็ อยูท่ ั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ

การเสนอของประชาชนและการรับฟังความคดิ เห็นของ
ประชาชนอย่างกวา้ งขวาง

วสิ ยั ทัศน์ ของผู้นารัฐบาลนัน้ คือ นายกรัฐมนตรี ซ่ึงถือวา่ เป็นเร่ืองทจ่ี าเป็น
ทสี่ ดุ เพราะผูน้ าจะเป็นผผู้ ลักดันนโยบายทุกอย่างให้มโี อกาสเป็นจรงิ

4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ความสาคัญและความจาเป็นของการมีอานาจบริหาร โดยครูใช้
คาถามให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ดังนี้

- อานาจบริหารมีความสาคญั และความจาเป็นในการบริหารประเทศอย่างไร
ขัน้ สรปุ

5. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดงั นี้
- ในชีวิตประจาวันของนักเรียนน้ันมีความเก่ียวข้องกับกระทรวงใดมากท่ีสุดใน

คณะรฐั บาล เพราะเหตุใด
6. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
- อานาจบริหารนน้ั เป็นหน้าที่ของคณะรฐั มนตรี มหี น้าท่ีในการบริหารประเทศ และ

ดาเนินตามนโยบายทไี่ ด้แถลงไว้ต่อรัฐสภาหลังจากท่ีได้รับตาแหนง่ ตามหนา้ ทที่ กี่ าหนดไวใ้ นรฐั ธรรมนญู

ส่ือ/วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียนสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ัน ม.1
2. หนังสือรา่ งกฎหมายรัฐธรรมนญู ฉบบั ปัจจุบนั

การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เครื่องมือในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วธิ กี ารประเมิน แบบประเมนิ แผนผังความคิด คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
เรื่องอานาจการบริหาร คะแนน 7-8 ระดับ ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคดิ คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
ทักษะ เร่ืองอานาจการบริหาร คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ

ลงชอ่ื .......................................................ครผู สู้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู

ความคิดเหน็ หวั หนา้ กล่มุ สาระ
................................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื ........................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี

ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ์)

ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วันที่.......................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 49
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นที่ 5 เร่อื ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ยู ่อยที่ 49 เรอื่ ง อานาจตลุ าการ เวลา 1 ชั่วโมง

ชื่อผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันท.ี่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจบุ ัน ยึดมั่น ศรทั ธาและธารงรักษาไว้
ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ตัวช้ีวัด
ม.1/2 วเิ คราะห์บทบาทการถ่วงดลุ อานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจุบัน

สาระสาคัญ
อานาจตุลาการคืออานาจท่ีใชต้ ัดสนิ คดีความให้เปน็ ไปดว้ ยความบรสิ ุทธยิ์ ุติธรรมเพอื่ ความเป็นธรรมใน

สังคม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะหค์ วามสาคัญของอานาจตุลาการตามรัฐธรรมนูญ
2. จาแนกสาระสาคัญของอานาจตุลาการตามรฐั ธรรมนญู
3. เหน็ คุณคา่ และความสาคญั ของอานาจตุลาการตามรัฐธรรมนูญ

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
อานาจตลุ าการตามรัฐธรรมนูญในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
2. กระบวนการทางานกลมุ่

ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพยี ง  ซื่อสัตยส์ ุจรติ
 รักความเปน็ ไทย
 มุง่ มน่ั ในการทางาน  มีวนิ ัย

 ใฝ่เรียนรู้  มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

 ความสามารถในการคดิ : คิดวเิ คราะห์ คดิ รวบยอด

ดา้ นคุณลกั ษณะของผเู้ รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วชิ าการ  ส่ือสารสองภาษา  ลา้ หนา้ ทางความคิด

 ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์  รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นที่ไดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตุผล นักเรยี นสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นท่ีศึกษาอย่างเปน็ เหตุเปน็ ผล

3. หลักภมู คิ ุ้มกัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองทเี่ กย่ี วขอ้ งจากสือ่ ต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงื่อนไขความรู้ อานาจตุลาการ

5. เง่อื นไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้

ชน้ิ งาน/ภาระงาน

แผนผังความคดิ เร่ืองอานาจตุลาการ

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครูนาหนังสือรา่ งกฎหมายรฐั ธรรมนูญฉบับปัจจบุ นั ให้นักเรยี นรว่ มกนั ศึกษาและให้นกั เรียน

รว่ มกันสนทนาเก่ียวกับความสาคัญของอานาจตุลาการ โดยครูใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนก่อนนาเข้าสู่บทเรียน

ดังนี้

- นักเรยี นรจู้ ักศาลหรือไม่ มหี น้าท่ีอะไร

- อานาจตลุ าการมคี วามสาคัญอย่างไรกับคนไทย

ข้นั กิจกรรมการเรียนรู้

2. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายและความสาคัญของอานาจตุลาการ โดยครูใช้

คาถามให้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั อานาจตุลาการ แล้วให้นักเรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็น 5 กลมุ่ เพ่ือให้

รว่ มกันศกึ ษาใน 5 หวั ข้อ ดงั น้ี

1. อานาจตลุ าการ 2. ศาลรัฐธรรมนญู

3. ศาลยตุ ิธรรม 4. ศาลฎีกา

5. ศาลทหาร

จากน้ันให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาหน้าช้ันเรียน โดยครูคอยตรวจสอบ
ความถกู ต้อง และให้คาแนะนาเพิม่ เตมิ

3. ให้นักเรียนวิเคราะห์ความสาคัญ และความจาเป็นของการมีอานาจตุลาการ โดยครูใช้
คาถามให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ดังนี้

- อานาจตุลาการมคี วามสาคัญและความจาเปน็ ต่อการปกครองประเทศอย่างไร
4. ครูสรปุ คาตอบออกมาเป็นแผนภาพ ดงั นี้

พจิ ารณาคดียุบ ศาลชน้ั ตน้ ศาล
พรรคการเมอื ง อทุ ธรณ์
วินิจฉัยกฎหมาย

ศาลรัฐธรรมนญู ศาลยตุ ธิ รรม
มอี านาจพิจารณาคดี
ทั้งแพ่งและอาญา

วนิ จิ ฉยั สิน้ สุด อานาจตลุ าการคอื อานาจใน ศาลฎกี า
สมาชกิ ภาพของรัฐสภา การพิพากษาคดี
โดย 4 ศาล

ศาลปกครอง ศาลทหารพิพากษาคดีอาญาซึง่ ผู้กระทาผดิ
พพิ ากษาคดีระหวา่ ง เปน็ บุคคลทอี่ ยูใ่ นอานาจของศาลทหาร
หนว่ ยงานของรัฐกบั เช่น เปน็ ทหาร หรือนักเรยี นทหาร

เอกชน

4. นักเรียนสรปุ แผนผงั ความคดิ เร่อื งอานาจตุลาการ
ขัน้ สรุป

5. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังนี้
- หากประเทศปราศจากอานาจตลุ าการแล้วสงั คมไทยจะมีลักษณะเปน็ อย่างไร

6. และครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี

- อานาจตุลาการ เป็นสถาบันสาคัญในด้านความยุติธรรมมีกลไกสังคมที่รับผิดชอบ
ตอ่ การใช้กฎหมายเพื่อการควบคุมความประพฤติของบุคคลในสังคมโดยจะมีการกาหนดการลงโทษในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ

สื่อ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียนสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ม.1
2. หนังสอื รา่ งกฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบับปจั จุบัน

การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เครือ่ งมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วธิ ีการประเมิน แบบประเมนิ แผนผังความคิด คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
เรื่องอานาจตลุ าการ คะแนน 7-8 ระดับ ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคิด คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทกั ษะ เรอื่ งอานาจตุลาการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรุง
ทางานกลุม่ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
กระบวนการ (P) สงั เกตพฤติกรรมการ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ปฏบิ ัตงิ าน คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง

ลงชือ่ .......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู

ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........

ลงชอื่ ........................................หวั หน้ากลุม่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี

ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................... ............................................................................................... ...........................

ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พัฒนภากรณ์)

ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วันที.่ ......................................................

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 50
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เรอ่ื ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยที่ 50 เรือ่ ง การถว่ งดุลอานาจ เวลา 1 ชวั่ โมง

ชื่อผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท.ี่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบัน ยึดมนั่ ศรัทธาและธารงรักษาไว้

ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
ตวั ชวี้ ดั
ม.1/2 วเิ คราะหบ์ ทบาทการถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตยในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย

ฉบับปัจจบุ นั

สาระสาคัญ
อานาจอธิปไตยนั้นประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ การแบ่ง

อานาจท้ัง 3 ฝ่ายเพ่ือ ได้ตรวจสอบซ่ึงกันและกันและเพื่อป้องกันการละเมิดอานาจหน้าท่ีนอกขอบเขต
กฎหมายรัฐธรรมนญู

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและวิเคราะหก์ ารถ่วงดลุ อานาจอธิปไตย
2. จาแนกสาระสาคัญของการถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตย
3. เห็นความสาคญั ของการถว่ งดุลอานาจอธิปไตยในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
การถว่ งดุลอานาจ 3 ฝา่ ย
1. อานาจฝา่ ยนิติบัญญัติ
2. อานาจฝา่ ยบรหิ าร

3. อานาจฝา่ ยตุลาการ

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

1. กระบวนการคิดวิเคราะห์

2. กระบวนการทางานกลมุ่

ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยอู่ ยา่ งพอเพียง  ซอื่ สัตยส์ ุจริต

 มงุ่ มนั่ ในการทางาน  มีวินัย  รักความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการคดิ : คิดวเิ คราะห์ คิดรวบยอด

ดา้ นคุณลกั ษณะของผเู้ รยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  สือ่ สารสองภาษา  ล้าหนา้ ทางความคิด

 ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์  รว่ มกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก

บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นักเรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเด็นที่ได้รบั

มอบหมาย

2. หลักความมีเหตุผล นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ที่ศึกษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล

3. หลกั ภูมิคุม้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรื่องท่เี กย่ี วขอ้ งจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงื่อนไขความรู้ การถว่ งดลุ อานาจทัง้ 3 ฝา่ ย

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้

ชิน้ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เรื่องการถ่วงดุลอานาจอธิปไตย

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูนาหนังสือร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและให้นักเรียน

รว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับความสาคัญของการถ่วงดุลอานาจอธิปไตย โดยครูใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนกอ่ นนาเข้าสู่
บทเรยี น ดังน้ี

- นักเรียนรู้จักคาวา่ ถ่วงดลุ หรือไม่ เป็นอยา่ งไร
- นกั เรยี นทราบหรือไมว่ ่าการถว่ งดุลอานาจอธิปไตย หมายความว่าอย่างไร
ขนั้ กิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูสร้างฐานความรู้เกี่ยวกับการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยโดยให้นักเรียนร่วมกันสนทนา
ดังตอ่ ไปนี้

- นักเรยี นคิดวา่ การถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยน้ันคอื การถว่ งดุลระหวา่ งอานาจของฝา่ ย
ใดบ้าง

- ครูสรุป คาตอบนกั เรยี นออกมาเปน็ แผนภาพ

อานาจนิติ
บัญญตั ิ

อานาจอธปิ ไตย
แบ่งแยก 3 ฝา่ ย

อานาจบริหาร อานาจตุลาการ

จากน้นั ครถู ามคาถามใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนี้
- ในอานาจฝา่ ยนิตบิ ัญญตั ิ ฝ่ายบรหิ าร และฝ่ายตุลาการ ฝา่ ยไหนมีอานาจสงู สดุ เพราะอะไร
3. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันศึกษาหาความหมายและความสาคัญของการถว่ งดุลอานาจอธิปไตยโดยให้

นักเรยี น แบง่ กล่มุ ออกเปน็ 3 กลมุ่ เพื่อรว่ มกันศกึ ษาในหัวข้อความร้ทู ั้ง 3 หวั ข้อ ดงั นี้
หัวขอ้ ที่ 1 การถว่ งดุลของอานาจนิติบญั ญัตติ ่ออานาจบรหิ าร
หัวขอ้ ท่ี 2 การถว่ งดลุ ของอานาจบริหารต่ออานาจตลุ าการ
หวั ข้อที่ 3 การถ่วงดลุ อานาจระหวา่ งอานาจตลุ าการกับอานาจนติ ิบญั ญัตแิ ละอานาจบริหาร
จากน้ันให้แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาหน้าช้ันเรยี น โดยครคู อยตรวจสอบความถกู ต้อง

และใหค้ าแนะนาเพม่ิ เติม
4. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันวิเคราะห์ความสาคัญของการถว่ งดลุ อานาจอธิปไตย โดยครูใช้คาถามให้

นกั เรียนแสดงความคดิ เห็นดงั น้ี
- การถ่วงดลุ อานาจอธปิ ไตยมีความสาคัญและความจาเปน็ ในการปกครองประเทศ

อย่างไร
- ครูสรุปคาตอบนักเรยี นออกมาเป็นแผนภาพ นกั เรยี นทาแผนผังความคิดเรื่องการ

ถว่ งดลุ อานาจอธปิ ไตย ลงในสมดุ

การถว่ งดุลอานาจตลุ าการกับอานาจ
นติ ิบัญญตั กิ ับอานาจบริหาร

การถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตย

การถว่ งดลุ อานาจนิติบญั ญัติ การถว่ งดลุ อานาจบรหิ ารต่อ
ต่ออานาจบริหาร อานาจนติ ิบญั ญัติ

การรับฟงั แถลงนโยบายจากคณะรัฐมนตรี ยุบ
สภา

การตั้งกระทู้คาถาม ฝา่ ยสภา ฝ่ายรฐั บาล คืนอานาจกลับ
การเปิดอภปิ รายทว่ั ไปโดยไม่มกี ารลงมติ ยุติบทบาท พ้นจากตาแหนง่ ใหป้ ระชาชน
การเปิดอภปิ รายทว่ั ไปโดยมีการลงมติ
การถว่ งดุลอานาจระหว่างอานาจตลุ า
การกับอานาจบรหิ ารและฝ่ายนิติบัญญัติ

การพจิ ารณาคดีความเกี่ยวกับผ้ดู ารงตาแหน่งทางการเมือง

การพิจารณาคดีความเกีย่ วกับพรรคการเมอื งและคณุ สมบัติ
ของผ้ดู ารงตาแหน่งทางการเมือง

ข้ันสรุป
5. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยใช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
- ถ้าหากว่าฝ่ายตุลาการถูกแทรกแซงจากบุคคลหรือองค์กรภายนอกแล้ว นักเรียน

คดิ วา่ จะเกิดอะไรขึน้ กับสังคมไทย
6. ให้นักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถสรปุ ได้วา่ การถ่วงดลุ อานาจทั้ง 3 ฝา่ ยนั้นเป็นผลดตี อ่ ประชาชน

ถา้ ท้งั 3 ฝ่ายตรวจสอบซ่งึ กันและกนั ทาให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เปน็ ไปตามทม่ี บี ทบญั ญัติไวใ้ น
รัฐธรรมนูญประเทศเกิดความสงบสขุ และเกิดการพฒั นา

สือ่ /วัสดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ม.1
2. หนงั สือรา่ งกฎหมายรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจั จบุ ัน

การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้ เคร่อื งมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วิธีการประเมนิ แบบประเมินแผนผังความคิด คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
เรอื่ งการถว่ งดุลอานาจอธิปไตย คะแนน 7-8 ระดับ ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคิด คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทกั ษะ เรอื่ งการถ่วงดุลอานาจ แบบสังเกตพฤติกรรมการ คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง
ทางานกลมุ่ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
อธิปไตย คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
กระบวนการ (P) สงั เกตพฤตกิ รรมการ คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรุง
ปฏบิ ตั ิงาน

ลงช่ือ.......................................................ครผู สู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู

ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ สาระ
................................................... ................................................................................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื ........................................หวั หน้ากล่มุ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันท.ี่ ......................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 51
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนที่ 5 เร่ือง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยที่ 51 เรอื่ ง กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เวลา 1 ชัว่ โมง

ชื่อผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ นั ยึดมนั่ ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
ตัวชวี้ ัด
ม.1/2 วิเคราะหบ์ ทบาทการถว่ งดลุ อานาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจบุ ัน

สาระสาคัญ
กลไกอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเป็นอานาจสูงสุดที่ใช้ในการบริหารและปกครองประเทศ โดย

แบง่ อานาจหน้าท่ีของแต่ละฝ่ายไวอ้ ย่างชดั เจนเพ่อื ถว่ งดลุ อานาจ และสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาค
ทางสังคม

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความคดิ รวบยอดกลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
2. จาแนกกลไกการทางานของอานาจอธปิ ไตยตามรฐั ธรรมนญู
3. มีความสนใจในการศกึ ษาเรียนรกู้ ลไกตามอานาจอธปิ ไตยท่ีกาหนดเอาไวใ้ นรฐั ธรรมนูญ

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
การถ่วงดุลอานาจกัน 3 ฝา่ ย
1. อานาจฝา่ ยนิตบิ ัญญตั ิ
2. อานาจฝ่ายบรหิ าร
3. อานาจฝ่ายตุลาการ

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

1. กระบวนการคิดวิเคราะห์

2. กระบวนการทางานกลมุ่

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยอู่ ย่างพอเพียง  ซ่อื สตั ย์สจุ รติ
 รกั ความเปน็ ไทย
 มงุ่ มั่นในการทางาน  มีวนิ ยั

 ใฝ่เรียนรู้  มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการคดิ : คดิ วเิ คราะห์ คิดรวบยอด

ด้านคุณลกั ษณะของผู้เรียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ  ส่ือสารสองภาษา  ลา้ หนา้ ทางความคดิ

 ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์  รว่ มกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก

บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นักเรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเด็นที่ได้รบั

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ท่ีศึกษาอยา่ งเป็นเหตุเปน็ ผล

3. หลกั ภูมคิ มุ้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรื่องทเ่ี ก่ยี วข้องจากสอื่ ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง

4. เงอ่ื นไขความรู้ กลไกการทางานของอานาจอธปิ ไตยตามรัฐธรรมนูญ

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ใฝเ่ รียนรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เรื่องความคิดรวบยอดกลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนความรู้ กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนญู

โดยครูเขยี นคาศัพท์เปน็ รูปบัตรคาใหน้ ักเรียนรว่ มกันหาความหมาย และสรุปเปน็ คาตอบ เชน่ อานาจอธปิ ไตย
อานาจบริหาร อานาจตุลาการ เป็นตน้ จากนน้ั ใหค้ รอู ธิบายสรุปเพม่ิ เติมเพ่ือทบทวนอีกครั้ง

ขน้ั กิจกรรมการเรียนรู้
2. นักเรียนเขียนแผนผังความสรุปความรู้เกี่ยวกับกลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตาม

รฐั ธรรมนูญ ลงในสมดุ



ข้ันสรุป
3. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
- ในอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ นักเรียน

ชอบอานาจใดมากทส่ี ดุ เพราะเหตุผลใด
4. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
- กลไกอานาจอธิปไตยตามรฐั ธรรมนญู เป็นอานาจสงู สดุ ที่ใชใ้ นการบรหิ ารและปกครอง

ประเทศ โดยแบ่งอานาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้อย่างชัดเจนเพื่อถ่วงดุลอานาจ และสร้างความเป็นธรรมและ
ความเสมอภาคทางสงั คม

สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้

1. หนังสอื เรยี นสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ม.1

2. หนงั สือร่างกฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปจั จุบนั

การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้

ดา้ น วิธกี ารประเมิน เคร่ืองมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน

ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคดิ แบบประเมนิ แผนผังความคิด คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

ทกั ษะ ความคิดรวบยอดกลไก เรือ่ งความคิดรวบยอดกลไก คะแนน 7-8 ระดับ ดี

การทางานของอานาจ อานาจอธปิ ไตยตามรัฐธรรมนูญ คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้

อธิปไตยตามรฐั ธรรมนญู คะแนน 0-4 ระดบั ควร

ปรับปรุง

ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคดิ เห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระ
...................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่ือ........................................หวั หนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชื่อ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันที.่ ......................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 51
รหัสวิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เร่ือง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 51 เรอ่ื ง กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรฐั ธรรมนูญ เวลา 1 ชวั่ โมง

ชื่อผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปจั จบุ ัน ยึดมั่น ศรทั ธาและธารงรักษาไว้

ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
ตวั ชวี้ ัด
ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย

ฉบับปจั จุบนั

สาระสาคญั
กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเป็นกลไกในการบริหารและปกครองประเทศทั้ง

ระบบ

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เขียนอธิบายความร้เู ก่ยี วกับกลไกการทางานของอานาจอธปิ ไตยตามรฐั ธรรมนญู
2. จาแนกความรเู้ ก่ยี วกับกลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรฐั ธรรมนญู
3. เห็นความสาคัญในการทากิจกรรมเพ่ือเสรมิ ทักษะพฒั นาความรใู้ นหอ้ งเรยี น

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
การเสริมทกั ษะความรูเ้ กย่ี วกับกลไกการทางานของอานาจอธปิ ไตยตามรัฐธรรมนูญ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
2. กระบวนการทางานกลมุ่

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  อยู่อยา่ งพอเพยี ง  ซือ่ สตั ย์สจุ รติ

 มงุ่ ม่ันในการทางาน  มวี ินัย  รักความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รียนรู้  มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการคดิ : คิดวเิ คราะห์ คิดรวบยอด

ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ  ส่ือสารสองภาษา  ล้าหน้าทางความคิด

 ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์  รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นที่ไดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลักความมีเหตุผล นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีศกึ ษาอย่างเป็นเหตุเป็นผล

3. หลกั ภูมคิ มุ้ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทีเ่ ก่ียวข้องจากสอื่ ต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เงอื่ นไขความรู้ กลไกการทางานของอานาจอธปิ ไตยตามรัฐธรรมนญู

5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชนิ้ งาน/ภาระงาน

ใบงานท่ี 20 เร่อื ง นโยบายบรหิ ารราชการแผน่ ดิน

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครใู ห้นักเรยี นทบทวนความรู้ บทบาทหนา้ ที่ของรฐั บาล โดยครูเขียนชือ่ นายกรัฐมนตรีคน

ปัจจุบัน และคนก่อนหน้า 2-3 เพ่อื ให้นักเรียนร่วมกันพดู คุยแลกเปลยี่ นความรู้รอบตวั ของนักเรียน
2. ครูให้นักเรียนร่วมกันทากิจกรรมเสริมทักษะความรู้เกี่ยวกับกลไกการทางานของอานาจ

อธิปไตยตามรัฐธรรมนญู โดยให้นักเรียนวิเคราะห์กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แล้วมา
วิเคราะห์การถว่ งดลุ อานาจอธิปไตยตามขา่ วท่ีครเู ตรียมมาให้ ดงั นี้

ข่าว
น.ส. ย่ิงลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุว่า ประเทศไทยอยู่
ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจท่ีไม่แน่นอนตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยโครงสร้าง
เศรษฐกิจไทยยังคงต้องพ่ึงพิงการส่งสินค้าจากนานาประเทศ ปัจจัยสาคัญในการสร้างศักยภาพในการ
แข่งขันของประเทศ มีความจาเป็นต้องพัฒนาระบบการศึกษาและการบริการด้านสุขภาพให้คนไทยทุก
คน ขณะที่หลักการบริหารนโยบายของรัฐบาลจะยึดการบริหารที่คานึงจากการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัย
ภายนอกท่ีมีการเปล่ียนแปลงของประเทศ โดยคานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศมากที่สุด และมี
จดุ มุ่งหมายในการนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกจิ ทสี่ มดุล

23 สิงหาคม 2554

www.news.mthai.com

ใจความสาคญั ของขา่ วคือ ประโยชน์ที่จะเกดิ ขน้ึ
...................................................................... ......................................................................
...................................................................... ......................................................................
................................................................... ......................................................................
......................................................................
ลกั ษณะการถว่ งดุลอานาจ ......................................................................
...................................................................... ......................................................................
...................................................................... ......................................................................
...................................................................... ......................................................................
.................................................................. ......................................................................
......................................................................
......................................................................
.......................................................... .
..............................................................

3. ครูให้ตัวแทนนักเรียน 2 คน นาเสนอผลการวิเคราะห์กลไกการทางานของอานาจอธิปไตย
ตามรัฐธรรมนญู ครแู ละนักเรยี น ร่วมกนั ตรวจสอบคาตอบความถูกต้อง

4. ครอู ธบิ ายสรปุ ความรู้เพมิ่ เตมิ จากใบงานที่ 20 เรื่อง นโยบายบริหารราชการแผน่ ดนิ
5. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น

ขัน้ สรปุ
6. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เป็นการสรปุ บทเรียน โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังนี้
- ในฐานะนักเรียนเป็นเจ้าของอานาจอธิปไตยนักเรียนมีส่วนในการใช้อานาจนี้

หรือไม่ /อยา่ งไรบา้ ง
7. ให้นักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
- กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญเป็นกลไกในการบริหารและ

ปกครองประเทศท้ังระบบ ผ่านองค์กรผู้ใช้อานาจทั้งสามฝ่าย คือ ฝ่ายนิตบิ ัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลา
การ ซึ่งมีอานาจแตกต่างกันตามบทบาทหน้าท่ี โดยอานาจใดอานาจหนึ่งอาจอยู่เหนืออีกอานาจหน่ึงได้และ
อีกฝา่ ยหนง่ึ กม็ ีขน้ั ตอนในการลดอานาจของอีกฝ่ายตามทีร่ ฐั ธรรมนูญไดใ้ ห้ไว้ เรียกวา่ การถว่ งดลุ อานาจ

สื่อ/วัสดุอปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ม.1
2. หนังสือร่างกฎหมายรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจั จุบัน
3. ใบงานท่ี 20 เรื่อง นโยบายบริหารราชการแผน่ ดิน

การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้

ดา้ น วธิ กี ารประเมนิ เคร่อื งมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน

ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 20 เรื่อง ใบงานท่ี 20 เร่ือง นโยบาย ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60

ทักษะ นโยบายบริหารราชการ บริหารราชการแผ่นดิน

แผ่นดิน

ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................... ...........................................

ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................... ...................................

ลงชื่อ.....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันท.่ี ......................................................

ใบงานท่ี 20 เรื่อง นโยบายบรหิ ารราชการแผ่นดนิ
ชือ่ _____________________ นามสกลุ ________________ เลขท_่ี ______ ชั้น__________

ใหน้ กั เรยี นหาขา่ วเกีย่ วกับการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยภายใต้การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
แห่งราชอาณาจกั รไทย แล้วตอบคาถาม และวิเคราะห์ลงในแผนภาพความคิด

ข่าว
น.ส. ยิง่ ลกั ษณ์ ชินวตั ร นายกรฐั มนตรี ไดแ้ ถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบวุ า่ ประเทศไทยอยใู่ นชว่ งของการเปล่ยี น
ผา่ น 3 ดา้ น คือดา้ นเศรษฐกิจที่ไมแ่ นน่ อนตามภาวะเศรษฐกจิ โลก โดยโครงสรา้ งเศรษฐกจิ ไทยยังคงตอ้ งพ่ึงพิงการสง่
สนิ ค้าจากนานาประเทศ ปจั จัยสาคญั ในการสร้างศักยภาพในการแขง่ ขันของประเทศ มคี วามจาเปน็ ตอ้ งพัฒนาระบบ
การศึกษาและการบรกิ ารด้านสขุ ภาพให้คนไทยทกุ คน ขณะที่หลักการบริหารนโยบายของรัฐบาลจะยดึ การบรหิ ารที่
คานงึ จากการเปลยี่ นแปลงจากปจั จยั ภายนอกที่มีการเปลย่ี นแปลงของประเทศ โดยคานึงถงึ ผลประโยชนข์ องประเทศ

มากทส่ี ุด และมีจดุ มุง่ หมายในการนาประเทศไทยไปสูเ่ ศรษฐกิจที่สมดุล
23 สิงหาคม 2554

www.news.mthai.com

ใจความสาคญั ของขา่ วคือ ประโยชน์ที่จะเกิดข้ึน

................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................
ลกั ษณะการถว่ งดลุ อานาจ ................................................................................
................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................ ................................................................................
................................................................................
................................................................................
................................................................................

แบบทดสอบหลังเรยี น (Post - Test)

ชือ่ _____________________ นามสกลุ ________________ เลขที่_______ ชั้น _______

ให้ระบายคาตอบท่ถี ูกต้องลงในวงกลมตัวเลือกให้เตม็ วง (หา้ มระบายนอกวง)

ได.้ ...................คะแนน

1. ขอ้ ใดคือความหมายที่ดีทีส่ ุดของคาวา่ “อานาจอธิปไตย” คะแนนเต็ม 10 คะแนน

1. อานาจทีเ่ ปน็ ของประชาชน

2. อานาจทปี่ ราศจากการแทรกแซง

3. อานาจสูงสุดในการปกครองประเทศ

4. อานาจสูงสุดในการปกครองประเทศที่มาจากประชาชน

2. ขอ้ ใดเป็นความสาคัญสงู สดุ ของแนวคดิ ของมงเตสกิเออ (Montesquieu)

1. ทาให้เกิดการคานอานาจของผู้ปกครอง ป้องกันการละเมิดสิทธเิ สรีภาพประชาชน

2. ทาให้การแบ่งการปกครองเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและง่ายต่อการปกครองประเทศ

3. ทาใหม้ งเตสกิเออได้เปน็ เจ้าทฤษฎแี ห่งการแบ่งแยกอานาจอธปิ ไตย

4. ทาใหแ้ ตล่ ะประเทศมีผนู้ าในการปกครองท่ีมาจากความเหน็ ชอบของประชาชนในประเทศ

3. หาก นติ ิบัญญัติ : รัฐสภา = สมาชกิ วฒุ ิสภา + สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ขอ้ ใดถูกต้อง

1. พระมหากษตั ริย์ : นิตบิ ัญญัติ = บริหาร + ตลุ าการ

2. บริหาร : รฐั บาล = นายกรฐั มนตรี + รัฐมนตรี

3. ศาล : ตุลาการ = ศาลช้นั ต้น + ศาลอทุ ธรณ์ + ศาลฎกี า

4. รัฐบาล : คณะรฐั มนตรี = บริหาร + นติ ิบญั ญัติ

4. บคุ คลใดกระทาผดิ ไปจากรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2550

1. นายวชิ ัย อายุ 34 ปีบรบิ รู ณ์ ลงสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร

2. นางสาวธารา อายุ 41 ปีบริบรู ณ์ ลงสมัครรบั เลอื กตง้ั สมาชกิ วุฒิสภา

3. นายเอนก อายุ 54 ปีบริบรู ณ์ ลงสมคั รรับเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร

4. นางจิตรา อายุ 39 ปีบรบิ ูรณ์ ลงสมคั รรบั เลือกตงั้ สมาชกิ วฒุ ิสภา

5. ขอ้ ใดมีความหมายเดียวกบั ขอ้ ความ “480 = 400 : 80”

1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร = สมาชกิ แบบแบ่งเขตเลือกตงั้ : สมาชิกแบบสัดสว่ น

2. สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร = สมาชิกแบบเลือกต้ัง : สมาชกิ แบบสรรหา

3. สมาชกิ รัฐสภา = สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร : สมาชกิ 3 วุฒิสภา

4. สมาชิกรัฐสภา = สมาชิกแบบแบง่ เขตเลือกตั้ง : สมาชิกแบบสดั สว่ น

6. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชวี ะ เปน็ นายกรฐั มนตรคี นท่ี 27 ของประเทศไทยทเ่ี ข้ารับตาแหนง่
โดยมอี ายนุ อ้ ยทสี่ ดุ
2. นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศส์ วสั ด์ิ เปน็ นายกรฐั มนตรที ี่มาจากการเลือกตงั้
3. นโยบาย “รถเมลฟ์ รี เพื่อประชาชน” ในกรุงเทพมหานครนั้น เป็นนโยบายของ
นายสมชาย วงศ์สวสั ด์ิ
4. พลเอกสรุ ยทุ ธ์ จลุ านนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนท่ี 24 ของประเทศไทยที่มิได้มาจาก
พรรคการเมอื งใด ๆ

7. การที่พ้ีนทีส่ นามบินสุวรรณภูมิ ถูกกลุ่มพนั ธมติ รประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดได้ สะท้อน
ให้เหน็ วา่ รัฐบาลไม่สามารถรกั ษาสิ่งใดไดเ้ ป็นอนั ดบั แรก
1. ภาพลกั ษณ์ที่ดขี องประเทศ
2. การสร้างความกินดีอยู่ดีของประชาชน
3. การตรวจสอบจากประชาชน
4. ความรนุ แรงทางการเมือง

8. ขอ้ ใดคอื ประเภทของศาลตามรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2550
1. ศาลชั้นตน้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ
2. ศาลยุตธิ รรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลทหาร
3. ศาลแพง่ ศาลอาญา ศาลอทุ ธรณ์ ศาลฎีกา
4. ศาลรฐั ธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลแพง่ ศาลอาญา

9. การส้นิ สุดการดารงตาแหน่งของนายสมคั ร สนุ ทรเวช นายกรฐั มนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย
แสดงถึงข้อใด
1. การถ่วงดลุ ของอานาจนิตบิ ัญญัตติ ่ออานาจบรหิ าร
2. การถว่ งดุลของอานาจบรหิ ารต่ออานาจนิติบญั ญตั ิ
3. การถว่ งดุลของอานาจตุลาการต่ออานาจบรหิ าร
4. การถ่วงดลุ ของอานาจตลุ าการตอ่ อานาจนติ บิ ัญญัติ

10. เหตใุ ดรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จึงกาหนดใหอ้ านาจอธปิ ไตยมีการถ่วงดลุ ซ่งึ กนั และกัน
1. เพราะเปน็ ไปตามหลักการสากลของประเทศที่ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
2. เพราะสมาชิกสภารา่ งรัฐธรรมนูญรับแนวคิดการแบ่งแยกอานาจและถ่วงดลุ จากมงเตสกิเออ
3. เพราะเปน็ สิง่ ท่ีแสดงชัดเจนวา่ เจ้าของอานาจอธิปไตยที่แทจ้ ริง คือ ประชาชนในประเทศ
4. เพราะไมต่ ้องการให้องค์กรใดองค์กรหนึง่ ผูกขาดอานาจและครอบงาการปกครองประเทศ

เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน (Post-Test) 3. 2 4. 4 5. 1
1. 3 2. 1 8. 2 9. 3 10. 4
6. 4 7. 1

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 52
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 6 เร่ือง วถิ ีไทย เวลา 5 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ยู ่อยท่ี 52 วัฒนธรรมท่หี ลากหลายทางสังคม เวลา 1 ช่ัวโมง

ชือ่ ผูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าท่ขี องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมทด่ี ีงามและธารง

รักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ิตอยรู่ ่วมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสันติสขุ
ตัวช้ีวดั
ส 2.1 ม.1/3 อภปิ รายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมท่เี ป็นปจั จัยในการสร้างความสมั พันธ์

ทด่ี ีหรืออาจนาไปสู่ความเขา้ ใจผดิ ต่อกนั
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธเิ สรภี าพของตนเองและผ้อู ่นื

สาระสาคัญ
วัฒนธรรมคือส่ิงที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงข้ึนหรือการออกแบบหรือถ่ายทอดวิถีชีวิตของคน

สว่ นรวมและไดร้ ับการถ่ายทอดสบื ต่อกนั มาเพื่อให้เกดิ ความเจรญิ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและวิเคราะห์วัฒนธรรมทห่ี ลากหลายทางสงั คม
2. จาแนกสาระความสาคญั ของวฒั นธรรมที่มีผลต่อการปฏิบัติในชีวิตประจาวนั
3. เห็นคุณคา่ และความสาคัญของวัฒนธรรมท่ีใชป้ ฏิบตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ิตทางสังคม

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. วเิ คราะห์ความหมายและขอบข่ายของคาว่า “วฒั นธรรม”
2. ความ “แตกต่าง” และ “หลากหลาย” ความจริงของวฒั นธรรม
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. ความสามารถในการสื่อสาร : แลกเปล่ียนความคิดเห็นอยา่ งเหมาะสม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อยา่ งพอเพยี ง  ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ

 มุ่งมั่นในการทางาน  มวี ินยั  รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

 ความสามารถในการคิด

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ  สอื่ สารสองภาษา  ลา้ หน้าทางความคดิ

 ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์  รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก

บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะหเ์ นื้อหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตุผล นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ประเด็นท่ีศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล

3. หลกั ภมู คิ มุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรื่องทเ่ี ก่ียวขอ้ งจากส่อื ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง

4. เงือ่ นไขความรู้ วฒั นธรรมที่หลากหลายทางสังคม

5. เง่อื นไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ช้นิ งาน/ภาระงาน
แผนผังความคดิ เรื่อง วัฒนธรรมกับการสานมติ รภาพ

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครนู าเข้าสูบ่ ทเรียน โดยการถาม ว่า นักเรยี นรู้จกั คาวา่ “วฒั นธรรม” หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
2. นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ เรื่องวฒั นธรรม และครูอธบิ ายขอบขา่ ยของวฒั นธรรมเพมิ่ เติม
3. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า “วัฒนธรรมน้ันเป็นผลงานการสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจงและ

ได้ ผ่ า น ก า ร ห ล อ ม ร ว ม ก า ล เว ล า แ ล ะ ก า ร เป ลี่ ย น แ ป ล ง ด้ า น ค ว า ม คิ ด เ ป็ น ส่ ว น ห น่ึ ง ข อ ง กิ จ ก ร ร ม
ทางสงั คมทีส่ รา้ งความเปน็ อันหนง่ึ อนั เดียวกัน พรอ้ มท้งั ทาให้เกดิ ความภาคภมู ใิ จของชนชาตนิ ั้น ๆ”

ขน้ั กิจกรรมการเรยี นรู้
4. ครูนาหนังสือภาพประกอบตัวอย่างประเพณีและวัฒนธรรมของไทยและประเทศเพื่อน

บา้ น ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถาม ดังนี้
- ประเพณีไทยและประเพณีของประเทศเพื่อนบ้านมีความเหมือนหรือแตกต่างกัน

อยา่ งไร เพราะเหตุใด

5. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรยี นตามความเหมาะสม เพ่ือศึกษาในหัวข้อท่ีครใู ห้ไปศึกษาและช่วยกันคิด
เร่อื ง ระดบั ของวฒั นธรรมและการขม่ เอกลักษณ์ทางวฒั นธรรมอยา่ งเป็นระบบ

6. ให้นักเรียนค้นคว้าศึกษาจากในหนังสือเรียน และหนังสือประเพณีไทยและประเพณีเพื่อน
บา้ น แลว้ นาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น กลุ่มละ 5-6 นาที

ขั้นสรปุ
7. ครสู รปุ การอภิปรายหน้าช้ันเรียน โดยสรุปออกมาเปน็ แผนผังความคดิ ดงั นี้

ด้วยกระแส วฒั นธรรมโลก ทเ่ี รยี กวา่ “วฒั นธรรมสากล”
โลกาภิวัฒน์ วัฒนธรรมของชาติ (ในโลก)

ดว้ ยแนวคดิ การรวม “ชาติ” วฒั นธรรมท้องถน่ิ “กด” เอกลักษณ์ทาง
เดยี วกนั ในการสรา้ ง /ภมู ิภาค (ในชาต)ิ วัฒนธรรมใหล้ งส่เู บอ้ื งลา่ ง

เอกภาพให้แก่ “ประเทศ” วัฒนธรรมของ
“ชน”กลุ่มหนึ่ง

(ในชาติ)

8. นักเรยี นทาแผนผังความคดิ ลงสมดุ
9. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้

- นักเรียนสามารถสรุปได้ว่า “วัฒนธรรม” น้ันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตหรือการ
ดาเนินชีวิตท่ีจะต้องมีแบบแผนท่ีถูกต้องและเห็นดีเห็นงามในสังคมว่า ส่ิงท่ีทาน้ันเป็นส่ิงที่ดีและสมควรได้รับ
การถ่ายทอดสืบตอ่ กันมาและดารงรักษาไวใ้ หค้ นรนุ่ ใหม่

สอ่ื /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. รปู ภาพ การสร้างความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศ

2. หนงั สอื ภาพประกอบตัวอย่างประเพณีและวฒั นธรรมของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้

ด้าน วิธีการประเมิน เครือ่ งมือในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
ความรู้ (K) ตรวจ แผนผังความคิด แบบประเมินแผนผังความคิด คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทักษะ เรื่อง วัฒนธรรมกับการ คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง

กระบวนการ (P) สานมติ รภาพ

ลงชือ่ .......................................................ครผู ้สู อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคดิ เห็นหัวหนา้ กลุม่ สาระ
................................................................... ................................................................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ ........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชือ่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ์)

ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ท่ี.......................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 53
รหสั วิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 6 เรอื่ ง วิถีไทย เวลา 5 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยท่ี 53 เรอื่ ง ปัจจัยท่ีความหลากหลายทางวฒั นธรรมในภูมภิ าค เวลา 1 ชว่ั โมง

ชอ่ื ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ดี ีงามและธารง

รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ
ตัวชวี้ ดั
ส 2.1 ม.1/3 อภิปรายเกยี่ วกับคุณค่าทางวัฒนธรรมทเ่ี ป็นปจั จยั ในการสรา้ งความสัมพนั ธ์

ทด่ี หี รอื อาจนาไปสู่ความเขา้ ใจผดิ ต่อกัน
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิเสรภี าพของตนเองและผู้อื่น

สาระสาคัญ
วัฒนธรรมของภูมิภาคของเรา คือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นย่อมมีความแตกต่างกันออกไป

เน่ื องจากสภ าพ ชีวิต ความ เป็ น อยู่ สภ าพ แวดล้อม ท างกายภ าพ ขน บ ธรรมเนี ยม การป ฏิ บั ติ
แต่ละท้องถน่ิ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและวเิ คราะห์เร่ืองเขา้ ใจวัฒนธรรมเพื่อนบา้ นในภมู ภิ าคของเรา
2. จาแนกสาระของความสาคัญเร่ืองเข้าใจวัฒนธรรมเพื่อนบ้านในภมู ิภาคของเรา
3. เห็นคุณค่าและความสาคัญของเรื่องเข้าใจวัฒนธรรมเพื่อนบ้านในภูมิภาคของเราเพื่อสร้าง

ความสัมพันธ์ท่ดี ตี อ่ กัน

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
ปัจจัยท่กี าหนดความแตกตา่ งและหลากหลายทางวัฒนธรรมในภมู ิภาค

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)

1. ความสามารถในการสื่อสาร : แลกเปล่ียนความคิดเห็นอย่างเหมาะสม

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อย่อู ยา่ งพอเพียง  ซ่อื สัตย์สจุ รติ

 มุ่งมัน่ ในการทางาน  มีวนิ ัย  รักความเป็นไทย

 ใฝเ่ รียนรู้  มีจติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน

 ความสามารถในการคดิ

ดา้ นคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ  ส่อื สารสองภาษา  ล้าหนา้ ทางความคดิ

 ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์  ร่วมกันรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นที่ไดร้ บั

มอบหมาย

2. หลกั ความมเี หตผุ ล นกั เรียนสามารถวิเคราะหป์ ระเดน็ ที่ศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล

3. หลักภมู ิคุ้มกนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทเี่ ก่ียวข้องจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง

4. เง่อื นไขความรู้ ปัจจัยที่กาหนดความแตกต่างและหลากหลายทางวฒั นธรรมในภูมิภาค

5. เงอ่ื นไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เรื่อง ปจั จยั ทกี่ าหนดความแตกต่างและหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมภิ าค

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูนาเข้าสู่บทเรยี น โดยครใู ชค้ าถามกระตุน้ ให้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนา ดงั น้ี
- ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท้ัง 10 ประเทศรวมประเทศไทยด้วย เป็น 11

ประเทศ นักเรยี นคิดวา่ มีประเทศใดบ้างทมี่ วี ัฒนธรรมใกลเ้ คยี งกับประเทศไทยมากที่สดุ เพราะเหตใุ ด

- นกั เรยี นคิดวา่ มปี ระเพณีใดบา้ งท่ีมคี วามเหมือนหรอื คลา้ ยคลึงกัน
ขั้นกจิ กรรมการเรียนรู้

2. ครูสร้างฐานความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้เข้าใจวัฒนธรรมเพ่ือนบ้าน โดยครูใช้คาถาม
ให้นกั เรยี นร่วมกนั สนทนา ดังนี้

- นักเรยี นคดิ วา่ สภาพภูมิประเทศ ภูมอิ ากาศสง่ ผลตอ่ การเกดิ วัฒนธรรมอย่างไรบา้ ง

3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายโดยครูให้นักเรียนทุกคนร่วมกันศึกษาหา
ความหมายในเรื่อง “ปัจจัยที่กาหนดความแตกต่างและหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาค”โดยครูให้
นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อให้ร่วมกันศึกษาและสนทนาแลกเปล่ียนความรู้เกี่ยวกับปัจจัยทาง
ภมู ิศาสตร์และปจั จัยทางประวัติศาสตร์

4. ให้นักเรียนวิเคราะห์ความสาคัญของการเข้าใจวัฒนธรรมในภูมิภาคของเรา โดยครู
ใช้คาถามให้นักเรยี นรว่ มกนั ศกึ ษา ดังน้ี

- นักเรียนคิดวา่ มีปัจจัยดา้ นใดบ้างทท่ี าให้มคี วามคลา้ ยคลงึ กนั ทางด้านวฒั นธรรม
5. ครสู รปุ คาตอบนักเรียนออกมาเป็นแผนผงั ความคดิ นักเรยี นทาลงสมุด

ปจั จยั ทก่ี าหนดความแตกตา่ งและ
หลากหลายทางวฒั นธรรมในภูมภิ าค

ปัจจยั ทางภูมิศาสตร์ ปจั จัยทางประวตั ิศาสตร์

ทาเลที่ตัง้ สภาพภมู ิอากาศ - เพื่อชาติ
- หากต้งั อยู่ในเขต - ผ้คู นที่อยู่อาศัยบน - ศาสนา
ละตจิ ดู ตา่ ส่งผลให้มี พื้นทส่ี ูง บนทรี่ าบ บน - การปกครอง
อากาศรอ้ น ฝนตกชกุ เกาะ วิถดี ารงชีวิตยอ่ มมี - การลา่ อาณานิคม
สง่ ผลใหม้ ีวัฒนธรรม ความแตกตา่ งกัน
การปลกู พืชคล้ายกัน ทัง้ อาหารการกนิ
- หากอยตู่ ิดทะเล เน้น การสรา้ งที่อยูอ่ าศยั
การตดิ ต่อค้าขายทาง การแตง่ กาย รวมทั้ง
ทะเลและแลกเปลี่ยน ความเช่ือและภมู ปิ ัญญา
วัฒนธรรมด้วย คนในท้องถ่ิน

ข้ันสรุป
5. ให้นักเรียนและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี

- นักเรียนสามารถสรุปได้ว่า วัฒนธรรมเพื่อนบ้านในภูมิภาคของเรานั้น มีปัจจัย
และสาเหตุหลายอย่างที่ทาให้มีความคล้ายคลึงกัน ซ่ึงความคล้ายกันน้ีทาให้เกิดความคล้ายกันทางด้าน
วฒั นธรรม ประเพณี เช่น สภาพภมู ิอากาศ หรือทาเลทต่ี ั้ง และความเป็นมาทางประวัติศาสตร์

สอื่ /วสั ดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. รูปภาพ เพือ่ นบา้ นของเรา

การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ด้าน วิธีการประเมนิ แบบประเมินแผนผงั ความคิด คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคดิ คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
ทกั ษะ เรือ่ ง ปัจจยั ท่กี าหนด คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
กระบวนการ (P) ความแตกต่างและ

หลากหลายทาง
วัฒนธรรมในภูมิภาค

ลงชือ่ .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
........................................................... ......................................................................................................... ..........

ลงชือ่ ........................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี

ความคิดเหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พัฒนภากรณ์)

ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วันท.ี่ ......................................................


Click to View FlipBook Version