The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mattana, 2022-09-17 11:39:39

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา 1 (ส21101) ชั้น ม.1 ภาคเรียนที่ 1/2565

ส21101 ภาคเรียนที่ 1

สือ่ /วสั ดุอปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน ม.1

การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ด้าน วธิ วี ัด แบบประเมนิ แผนผงั ความคิด
พจิ ารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความคิด แบบสังเกตพฤติกรรมการ นักเรียน ตอบถูกร้อยละ 60
ต้นไมแ้ หง่ ความดี ทางานกลุม่ ผ่านเกณฑ์
คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก
ทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมการ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
กระบวนการ (P) ปฏิบตั งิ าน คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คณุ ลักษณะ (A) คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

ลงชื่อ.......................................................ครูผูส้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู

ความคิดเหน็ หวั หน้ากล่มุ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหลี)

ความคิดเห็นรองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ)์

ตาแหน่งรองผ้อู านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วันที่.......................................................

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 27
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นท่ี 3 เร่ือง พระสงฆ์ เวลา 7 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ยอ่ ยที่ 27 เรอ่ื ง การเรยี นร้วู ถิ ีชีวิตของพระภกิ ษุสงฆ์ เวลา 1 ช่วั โมง

ชอื่ ผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ีตนนับถอื
ตวั ชว้ี ัด
ม.1/1 บาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ศาสนสถานของศาสนาที่ตนนบั ถือ

สาระสาคัญ
การบาเพ็ญประโยชน์และการบารุงรักษาวัดเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสน าและปฏิบัติตนเป็น

พทุ ธศาสนิกชนทีด่ ี

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายและยกตวั อยา่ งการบาเพ็ญประโยชน์และการบารุงรกั ษาวัด
2. จาแนกวธิ ีการปฏบิ ตั ิตนทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ การบารุงรกั ษาวดั
3. เห็นคณุ ค่าในการบาเพญ็ สาธารณประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา

สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. การเรยี นรวู้ ิถีชวี ิตของพระภิกษสุ งฆ์
2. การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การปฏิบตั ิ/การสาธติ
3. การสรุปความรู้

ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซือ่ สัตย์สุจรติ

 ม่งุ ม่ันในการทางาน  มวี นิ ยั  รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ิตสาธารณะ

ด้านสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการคิด : ทักษะการคิดวเิ คราะห์

 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ : กระบวนการทางานกลมุ่

ดา้ นคุณลักษณะของผูเ้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ  ส่อื สารสองภาษา  ลาหน้าทางความคิด

 ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์  ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก

บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี น ศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะหเ์ นอื หาตรงตามประเด็นทไ่ี ด้รบั

มอบหมาย
2. หลักความมเี หตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นทศี่ กึ ษาอยา่ งเป็นเหตุเป็นผล
3. หลกั ภูมิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมขอ้ มูลเรอื่ งท่เี กยี่ วขอ้ งจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เง่ือนไขความรู้ การเรยี นร้วู ิถชี ีวิตของพระภิกษสุ งฆ์
5. เงื่อนไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน
แผนผังความคดิ เรือ่ ง วิถีชวี ิตของพระภกิ ษสุ งฆ์

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้ันนาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิ 3 นาที เพ่ือสร้างสมาธิในการเรียนและเตรียมความพร้อมของ

นกั เรยี น
2. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับวิถชี ีวิตและบทบาทของพระภิกษุ

โดยครูใชค้ าถาม ดังนี
- พระภิกษหุ มายถงึ บุคคลในลกั ษณะใด
- พระภกิ ษุสาคัญอย่างไรต่อพระพุทธศาสนา
- พระภกิ ษุมบี ทบาทหน้าทีอ่ ยา่ งไร

ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุม่ ละ 5-6 คน โดยคละนกั เรยี นหญิงและนักเรียนชาย
4. ครูแจกกระดาษชาร์ทและปากกาให้แต่ละกลุ่ม จากนันครูให้นักเรียนศึกษาเร่ืองวิถีชีวิต

ของพระสงฆ์ จากหนังสือเรียนและสรุปเปน็ แผนผงั ความคิดลงบนกระดาษชาร์ท
5. ครูสังเกตพฤติกรรมการทางานของแตล่ ะกลุ่ม จากนนั ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมา

นาเสนอแผนทีค่ วามคิดของตนเอง
ขน้ั สรปุ
6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับวิถีชีวิตของพระสงฆ์ ดังนี พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอด

ศาสนา ซึ่งมีบทบาทสาคัญคือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซง่ึ ประกอบด้วยหลกั ธรรมคาสอนของพระสัมมาสัม
พุทธเจา้ แก่ชาวพุทธทงั หลาย

สอ่ื /วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั ม.1

การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ น วธิ ีวัด แบบประเมินแผนผงั ความคิด
พจิ ารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความคิด แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ นักเรียน ตอบถกู รอ้ ยละ 60
เร่อื ง วิถีชวี ิตของ ทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
พระภกิ ษุสงฆ์ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ทกั ษะ สังเกตพฤตกิ รรมการ คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
กระบวนการ (P) ปฏบิ ตั งิ าน คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ
คณุ ลกั ษณะ (A)

ลงชอ่ื .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................หวั หน้ากลุม่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหลี)

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 28
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนที่ 3 เร่อื ง พระสงฆ์ เวลา 7 ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ยอ่ ยท่ี 28 เร่ือง การปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมตามหลักพระพทุ ธศาสนา เวลา 1 ช่ัวโมง

ช่ือผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.ี่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเปน็ ศาสนกิ ชนท่ีดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตัวชี้วัด
ม.1/3 ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ ตามหลกั ศาสนาทต่ี นนบั ถือตามท่กี าหนด

สาระสาคัญ
การบาเพญ็ ประโยชนแ์ ละการบารุงรกั ษาวัดเป็นการสืบต่ออายุพระพทุ ธศาสนาและปฏิบัติตนเปน็

พุทธศาสนกิ ชนท่ดี ี

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. วิเคราะห์การปฏิบัตอิ ย่างเหมาะสมต่อเพ่อื นตามหลักทศิ 6 และมติ รแท้ มติ รเทียม
2. จาแนกการปฏบิ ัติตนที่ถกู ต้อง
3. เหน็ คณุ คา่ ในการนาหลักธรรมมาปฏบิ ัติใช้ในชีวิตประจาวนั

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
การปฏบิ ัตติ นต่อเพ่อื นอย่างเหมาะสมตามหลกั พระพทุ ธศาสนา
- ทิศ 6
- มิตรแท้
– มิตรเทียม

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)

1. การสรปุ ความรู้

2. ทักษะการคิดวเิ คราะห์

3. กระบวนการสรา้ งความตระหนกั

4. กระบวนการทางานกลุม่

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซ่ือสตั ยส์ ุจริต

 มงุ่ มนั่ ในการทางาน  มวี ินัย  รกั ความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์

 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : กระบวนการทางานกลุม่

ด้านคณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ  สื่อสารสองภาษา  ลาหน้าทางความคิด

 ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์  ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก

บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะหเ์ นอื หาตรงตามประเด็นทไี่ ด้รับ

มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตผุ ล นกั เรียนสามารถวิเคราะหป์ ระเดน็ ท่ศี กึ ษาอย่างเปน็ เหตุเปน็ ผล
3. หลักภมู ิคุ้มกนั ศกึ ษา/รวบรวมขอ้ มูลเรื่องท่เี กีย่ วขอ้ งจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง
4. เง่ือนไขความรู้ การปฏบิ ัติตนต่อเพือ่ นอย่างเหมาะสมตามหลกั พระพุทธศาสนา
5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 7 เรือ่ ง คน้ หาผู้ปฏบิ ตั ิดี

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูทบทวนความรู้เดิมเกย่ี วกับหน้าท่ีชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ
- ชาวพุทธมีหน้าที่บาเพ็ญประโยชน์ และบารงุ รักษาวัดได้โดยวิธใี ดบ้าง การกระทา

ดังกล่าวเปน็ ประโยชน์อย่างไร

- พระภิกษุสงฆ์มีหน้าท่อี ะไรบ้าง ผลของการทาหน้าที่ของท่านเป็นประโยชน์ต่อใคร
บ้าง อธิบายเหตุผล

- นักเรยี นปฏิบตั ิตนอยา่ งไร ทแ่ี สดงว่าเปน็ ชาวพุทธทดี่ ี
2. ครูอธบิ ายให้นักเรยี นเข้าใจว่า นอกจากการปฏิบตั ติ นตามหน้าที่ชาวพทุ ธดงั ท่ีกล่าวมาแล้ว
นันชาวพทุ ธควรปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามหลักพระพุทธศาสนา เรื่อง ทิศ 6 ในหัวข้อทศิ เบืองซ้าย (อุตรทิศ
หรอื ทศิ เหนือ) และมิตรแท้ มติ รเทยี ม
3. ครูบอกนกั เรียนว่าวนั นจี ะเรยี นเร่อื ง การปฏบิ ตั ติ นตอ่ เพื่อนตามหลักพระพุทธศาสนา
ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้
4. ครูให้นักเรียนแบง่ กล่มุ และร่วมกันศกึ ษาความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัตติ นตอ่ เพ่ือนตามหลกั
พระพุทธศาสนาในเรือ่ งทศิ 6 หวั ข้อ ทิศเบืองซา้ ย และมติ รแท้ มิตรเทยี ม พร้อมกับทาใบงานที่ 7 เรือ่ ง ค้นหาผู้
ปฏิบัตดิ ี
5. ครูและนักเรียนชว่ ยกันเฉลยคาตอบในใบงาน โดยให้แต่ละกลุม่ ชว่ ยกันตอบกลุ่มละ 1
หวั ข้อ และให้ทกุ คนช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ
6. นกั เรียนและครูชว่ ยกันสรุปผลดจี ากการปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อเพือ่ น และการเลือก
คบมติ รแท้ โดยครใู หน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งเพ่ือนทเี่ ป็นมิตรแทแ้ ละเพอ่ื นท่ีเปน็ มิตรเทียมมาคนละ 1 ตวั อยา่ ง

สื่อ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน ม.1
2. ใบงานที่ 7 เรื่อง คน้ หาผูป้ ฏิบัตดิ ี

การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
ดา้ น วิธวี ดั ใบงานที่ 7 เรือ่ ง คน้ หาผูป้ ฏิบัติดี พจิ ารณาจากการคาตอบของ
นกั เรียน ตอบถกู รอ้ ยละ 60
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 7 ผา่ นเกณฑ์
เรื่อง ค้นหาผูป้ ฏิบัติดี

ทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
กระบวนการ (P) ปฏบิ ัติงาน กลมุ่ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คุณลักษณะ (A) คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรงุ

ลงชื่อ.......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเห็นหวั หนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)

ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหน่งรองผ้อู านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วนั ท.ี่ ......................................................

ใบงานท่ี 7 เร่ือง คน้ หาผปู้ ฏิบัตดิ ี
ช่ือ________________________________________เลขที่ _______ ช้นั ________

คาช้แี จง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวเิ คราะห์กรณีตวั อย่าง แลว้ ตอบคาถาม

กรณีตัวอยา่ งที่ 1
กงุ้ และกอ้ ยเปน็ เจ้าของร้านอาหารทะเลชือ่ กุ้งเต้น ซง่ึ มีทาเลดีมาก อยูต่ ิดริมทะเล
ทาใหข้ ายอาหารได้ดีมีคนมาอุดหนุนอยตู่ ลอดวัน ร้านกงุ้ เตน้ มีพนักงานเกบ็ เงนิ คา่ อาหารหลายคน
วันหนึ่ง ตาลเพอื่ นของกงุ้ และก้อยแวะมาเยี่ยมเยียนที่ร้านกุ้งเตน้ ตาลบอกกบั กุ้งและกอ้ ย
ว่าควรดแู ลการเกบ็ เงินให้เป็นระบบ จะไวใ้ จลูกจ้างทุกคนไมไ่ ด้ และควรนาเงินฝากธนาคารทกุ วนั
ทาให้กุ้งและกอ้ ยไดข้ อ้ คดิ และปรบั ปรงุ งานทุกอยา่ งให้มรี ะบบ
ตอ่ มาตาลประสบปัญหาโจรปลน้ บ้านของเขา เมือ่ กงุ้ และกอ้ ยรขู้ า่ วกพ็ ากนั ไปช่วยเหลอื
ใหย้ มื เงิน และช่วยตารวจหาขอ้ มลู ของคนร้าย

คาถาม
กงุ้ กอ้ ย และตาลปฏิบัติตนเป็นมิตรสหายท่ีดตี ่อกัน ตามหลกั เกณฑ์ในทิศเบืองซ้ายอยา่ งไร

กรณตี วั อยา่ งที่ 2
ไตรและเจนเปน็ เพ่ือนรักกันมาก ทงั สองเปน็ นักกฬี าของโรงเรยี น ไตรชวนเจน
ไปแขง่ ขันกรฑี าจงั หวดั โดยบอกกับเจนว่าผู้ที่ชนะเลศิ จะไดร้ ับรางวัลเปน็ เงนิ สดถงึ หา้ พันบาท
ไตรอยากใหเ้ จนไดเ้ งนิ ใชเ้ พือ่ เปน็ ทุนการศกึ ษา เจนขอเวลาคิด 3 วนั

คาถาม
1. ไตรเป็นมติ รแท้ของเจนหรอื ไม่ ถ้าเปน็ จัดอยูใ่ นประเภทใด อธบิ ายเหตุผล

2. ถา้ ผ้เู รียนเป็นเจนจะใช้วิธคี ิดแบบคณุ ค่าแท้ - คณุ ค่าเทียม มาพิจารณาอยา่ งไร

กรณตี วั อยา่ งที่ 3
เม่อื เสรจ็ สนิ จากการสอบปลายภาคเรียนแล้ว อัน๋ ชวนอน้ และไก่ ไปเลยี งฉลองกนั
ทร่ี า้ นอาหารแห่งหนง่ึ ตอ่ จากนนั อ๋ันชวนอน้ และไก่ดื่มเบียรก์ นั อ้นเห็นดว้ ยในการลองดื่มเบียร์

แตไ่ ก่หา้ มปรามเพราะไม่เหมาะสมกับวยั เรยี น
คาถาม

1. ใครบ้างที่จดั เป็นมติ รแท้ ใครบา้ งจัดเป็นมิตรเทียม ยกตัวอย่างการกระทา

2. ถ้านักเรียนเปน็ อั๋น อ้นและไก่ จะใชว้ ธิ คี ิดแบบคุณ-โทษ และทางออกอย่างไร

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 29
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 3 เรอ่ื ง พระสงฆ์ เวลา 7 ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ อ่ ยท่ี 29 เรื่อง มารยาทชาวพุทธเวลา 2 ช่วั โมง

ชื่อผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเป็นศาสนิกชนท่ดี ี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาท่ีตนนับถอื
ตัวช้ีวัด
ม.1/3 ปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมตอ่ บคุ คลต่างๆ ตามหลกั ศาสนาทตี่ นนับถอื ตามท่ีกาหนด

สาระสาคญั
การปฏิบตั ติ นตอ่ บคุ คลต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เปน็ มารยาทอันดีงามของชาวพุทธ

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ปฏบิ ตั ติ นตอ่ พระภกิ ษุและปฏบิ ัติตนในเขตวัดไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. ปฏิบัตติ นในการฟังสวดพระอภิธรรม ฟงั พระธรรมเทศนา ฟังเจรญิ พระพทุ ธมนตไ์ ด้
3. แสดงความเคารพต่อพระรตั นตรยั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
4. ตระหนักในคณุ ค่าของการปฏิบตั ิตนทีถ่ ูกต้องเหมาะสมตามมารยาทชาวพุทธทด่ี ี

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
มารยาทชาวพุทธ
- การเขา้ พบพระภกิ ษุ และการปฏบิ ัตติ นในเขตวดั
- การแสดงความเคารพพระรัตนตรัย
- การฟงั สวดพระอภิธรรม
- การฟังพระธรรมเทศนา
- การฟงั เจรญิ พระพุทธมนต์

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)

1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์

2. ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ

3. กระบวนการปฏิบัติ

4. กระบวนการทางานกลมุ่

ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซ่ือสตั ย์สุจริต

 มุ่งม่ันในการทางาน  มีวนิ ยั  รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรยี นรู้  มีจิตสาธารณะ

ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคิดวิเคราะห์

 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต : กระบวนการทางานกลุม่

ดา้ นคณุ ลักษณะของผ้เู รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวิชาการ  สื่อสารสองภาษา  ลาหน้าทางความคดิ

 ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์  ร่วมกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะห์เนือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ บั

มอบหมาย

2. หลักความมเี หตผุ ล นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นทีศ่ กึ ษาอย่างเป็นเหตุเปน็ ผล

3. หลักภมู ิคุม้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรอื่ งทเี่ ก่ยี วขอ้ งจากสื่อต่างๆ อยา่ งถกู ตอ้ ง

4. เงื่อนไขความรู้ มารยาทชาวพทุ ธ

5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน
การแสดงบทบาทสมมตเิ รอื่ ง มารยาทชาวพทุ ธ

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ชว่ั โมงท่ี 1

ข้ันนาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนเลา่ ความประทับใจหรอื ความภาคภูมใิ จในมารยาทของชาวพุทธไทย พรอ้ ม

อธบิ ายเหตผุ ล ซึ่งนักเรียนอาจเล่าหลายลกั ษณะ คือ มีความออ่ นนอ้ มแสดงถงึ ความสมั มาคารวะ เชน่ การไหว้
ผู้อาวุโส หรอื ผู้ท่ีเคารพนบั ถือ เมือ่ เดินผา่ นผใู้ หญ่ทงั ยนื และน่งั กต็ อ้ งคอ้ มตัว ฟงั พระเทศนห์ รือแสดงธรรมดว้ ย
อาการสารวม

2. ครูอธบิ ายให้นกั เรยี นเข้าใจว่า มารยาทชาวพุทธนนั เป็นวฒั นธรรมทดี่ งี ามทพี่ ทุ ธศาสนกิ ชน
ไทยไดป้ ฏิบัตสิ บื ทอดกันมาจนถึงปจั จุบัน ซึ่งมารยาทชาวพุทธทนี่ กั เรยี นควรศึกษาและปฏบิ ตั ิให้ถกู ต้องในเร่ือง
ต่อไปนี

1) การเข้าพบพระภิกษแุ ละการปฏบิ ัตติ นในเขตวดั
2) การแสดงความเคารพพระรตั นตรยั
3) การฟงั สวดพระอภิธรรม
4) การฟังพระธรรมเทศนา
5) การฟงั เจริญพระพุทธมนต์
ขั้นกจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรยี นดูวิดทิ ัศน์ เร่ืองมารยาทชาวพุทธ จากนนั ให้ตัวแทนนักเรยี นสาธติ การปฏิบัติ
ตนเกีย่ วกับแสดงความเคารพพระรตั นตรยั จากนนั นักเรยี นฝึกปฏบิ ัตติ าม
4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ และให้จับสลากเพื่อแสดงบทบาท
สมมุติตามท่คี รกู าหนดให้ กลุ่มละ 1 เรื่อง
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มเรียกผู้แสดงบทบาทสมมุติตามบทบาทในเรอื่ งที่กลุ่มจับสลากได้ และ
ฝึกซ้อมบทบาทตามความเหมาะสม หรือตามสถานการณ์ท่ีกาหนด โดยสมาชิกของกลุ่มจะมีบทบาทในการ
แสดงทุกคน แต่ละคนมสี ่วนรว่ มในการเสนอแนะบทบาทของเพ่อื นขณะทาการฝกึ ซ้อม และร่วมกันแก้ปัญหาที่
เกดิ ขนึ
6. เมื่อสมาชิกแต่ละกลุ่มมีความพร้อมในการแสดงแล้ว อาจให้มีการฝึกซ้อมใหญ่ก่อนการ
แสดงและจับเวลาในการแสดงดว้ ย เพอ่ื ใหก้ ารแสดงอยู่ในกาหนดเวลาที่ครกู าหนด
ขน้ั สรุป
7. ครูกลา่ วชมเชยทุกกลุ่มที่ นดั หมายการเรยี นครังตอ่ ไป
ช่วั โมงท่ี 2
ข้ันนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครซู ักถามถงึ ความพร้อมในการแสดงบทบาทสมมุติของนกั เรยี นแต่ละกลุม่ แลว้ ให้นกั เรยี น
แตล่ ะกลุม่ จบั สลากเพื่อแสดง
ขน้ั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามลาดับที่จับสลากได้ ซ่ึงบทบาทสมมุติ
จะมบี ทบาทครอบคลมุ ในเรอ่ื งต่อไปนี
1) การเขา้ พบพระภิกษุและการปฏิบัตติ นในเขตวัด
2) การแสดงความเคารพพระรตั นตรยั
3) การฟังสวดพระอภธิ รรม
4) การฟงั พระธรรมเทศนา
5) การฟงั เจริญพระพุทธมนต์

3. ในขณะท่ีกลุ่มหนึ่งแสดงบทบาทสมมุติ ให้กลุ่มอ่ืนสังเกตการแสดงและประเมินเพ่ือนตาม
แบบประเมินที่ครูแจกให้ และให้กลุ่มผู้แสดงได้ประเมินตัวเองด้วย ครูผู้สอนเป็นผู้ประเมินการแสดงบทบาท
สมมตุ ขิ องทุกกล่มุ

4. เม่ือจบการแสดงของกลุ่มหน่ึง ครูให้กลุ่มอื่นๆช่วยกันเสนอแนะข้อคิดเห็นในการ
พัฒนาการปฏิบัตติ นหรือบทบาทการแสดง โดยมคี รูเปน็ ผูช้ ีแนะเพมิ่ เตมิ

ข้ันสรุป
5. เมื่อจบการแสดงของทุกกลุม่ แล้ว ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปข้อคิดที่ไดจ้ ากการปฏิบัติตน

ตามมารยาทชาวพทุ ธ และให้นักเรียนทุกคนนาไปปฏิบตั ิในชีวติ ประจาวนั (ความรู้ สังคม วฒั นธรรม)

สอื่ /วสั ดุอุปกรณ/์ แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั ม.1
2. วิดิทัศน์เรอ่ื ง มารยาทชาวพุทธ

การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ด้าน วธิ วี ดั
แบบประเมินการแสดงบทบาท คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
ความรู้ (K) ประเมนิ นักเรียนแสดง
บทบาทสมมติ สมมติ คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทักษะ สังเกตพฤตกิ รรม
กระบวนการ (P) การเข้าร่วมกิจกรรม คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรงุ
คณุ ลักษณะ (A)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้า คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

ร่วมกจิ กรรม คะแนน 7-8 ระดบั ดี

คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรุง

ลงช่ือ.......................................................ครูผูส้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................หัวหนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี

ความคิดเห็นรองผ้อู านวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 30
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 3 เร่อื ง พระสงฆ์ เวลา 7 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 30 เรือ่ ง การจัดโตะ๊ หมู่บูชา เวลา 1 ชั่วโมง

ชอื่ ผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท.ี่ .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัติตนเปน็ ศาสนิกชนทดี่ ี และธารงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ีตนนับถือ
ตวั ชีว้ ัด
ม.1/3 ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลตา่ งๆ ตามหลกั ศาสนาทีต่ นนบั ถอื ตามท่กี าหนด

สาระสาคญั
การจัดโต๊ะหมู่บูชาเป็นธรรมเนียมการปฏิบัติเพื่อบูชาพระรัตนตรัยในการประกอบศาสนพิธี ทาง

พระพทุ ธศาสนา

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายวิธกี ารจดั โตะ๊ หมูบ่ ชู า
2. แสดงวิธีการจัดโตะ๊ หมู่บูชาตามธรรมเนยี มปฏิบัตทิ างพระพทุ ธศาสนา
3. เห็นคุณคา่ และความสาคญั ในการจดั โตะ๊ หมบู่ ูชา เพอื่ บูชาและแสดงความเคารพในพระรตั นตรัย

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
การจดั โตะ๊ หมู่บูชา
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การปฏิบัติ/การสาธิต
3. การสรปุ ความรู้

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอื่ สตั ย์สุจริต

 มงุ่ ม่นั ในการทางาน  มวี ินัย  รักความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรยี นรู้  มีจติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : กระบวนการทางานกลุ่ม

ด้านคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ  ส่อื สารสองภาษา  ลาหน้าทางความคิด

 ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์  รว่ มกันรับผิดชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรียน ศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เนอื หาตรงตามประเด็นท่ีได้รบั

มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตุผล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ทศ่ี ึกษาอย่างเปน็ เหตุเป็นผล
3. หลักภูมิคุ้มกัน ศกึ ษา/รวบรวมขอ้ มลู เรอ่ื งทเี่ ก่ียวข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง
4. เงอ่ื นไขความรู้ จัดโต๊ะหมูบ่ ูชา
5. เงอ่ื นไขคุณธรรม ความรับผิดชอบใฝ่เรยี นรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 10 การจดั โตะ๊ หมู่บชู า

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูนานักเรียนสนทนาเก่ียวกับการจุดธูปเทียนบูชา และการจัดโต๊ะหมู่บูชา ว่ามีกี่แบบ

ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
2. ครูบอกนักเรียนว่าวันนีจะเรียนเร่ืองการจัดโต๊ะหมู่บูชาและการจุดธูปเทียนบูชาพระ

รัตนตรยั
ขั้นกจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการจัดโต๊ะหมู่บูชาหมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 7 และหมู่ 9

แล้วให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถาม ดังนี
- โตะ๊ หมบู่ ชู ามคี วามสาคัญอยา่ งไร
- โตะ๊ หมู่บชู าประกอบด้วยอะไรบ้าง

- พระพทุ ธรูปทป่ี ระดิษฐานบนโตะ๊ หมบู่ ชู ามีความหมายวา่ อย่างไง
4. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับการจัดโต๊ะหมู่บชู าและสรปุ ความรู้ลงใน
แผนภาพ ดังนี

วิธีการจดั ประกอบด้วย

โต๊ะหมู่ 5 พระพุทธรปู
โต๊ะหมู่ 7 แจกนั ดอกไม้
โตะ๊ หมู่ 9
เชงิ เทยี น
ความสาคัญ การจดั โตะ๊ หมบู่ ชู า กระถางธูป
พานพุ่ม

ความหมายของ
สงิ่ บนโตะ๊ หมบู่ ูชา

เป็นการบชู าพระรัตนตรยั พระพทุ ธรูป แทนสญั ลักษณพ์ ระพทุ ธเจ้า
ประกอบศาสนพธิ ที างพระพุทธศาสนา พธูประ3พดทุ อธกเจา้บูชาพระพุทธคณุ 3
พระบริสุทธิคุณ พระปญั ญาธิคุณ
เป็นธรรมเนยี มปฏิบตั ิศาสนพธิ ี พระมหากรณุ าธิคณุ
เปน็ วัฒนธรรมของไทย

เทยี น 2 เล่ม จดุ บูชาพระธรรมคอื โลกยิ ธรรม (ธรรมของชาวโลกปฏิบตั )ิ โลกุตตรธรรม
(ธรรมของพระอรยิ บุคคล) หรือบชู าพระธรรมและพระวินยั

แจกนั ดอกไม้บูชาพระสงฆ์ พระสงฆเ์ ปรยี บดอกไม้หลากสี หลายชันวรรณะ เมือ่ มาบวช
แล้วปฏิบตั ิพระธรรมวินยั เท่าเทยี มเสมอกันจงึ ดูงดงามดุจดอกไมท้ ่ีจัดรวมไวใ้ นแจกนั

5. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 4-6 คน สาธติ การจดั โต๊ะหมูบ่ ชู าหมู่ 5 หมู่ 7 หรือหมู่ 9 ที่
ห้องพระของโรงเรยี น โดยครูคอยตรวจสอบความถกู ต้องและแนะนาเพิ่มเติม

6. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับการจุดธูปเทียน แล้วให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความ
คดิ เหน็ โดยครูใช้คาถาม ดังนี

- การจุดธูปเทียนมีจุดม่งุ หมายอย่างไร
- การจดุ ธูปเทยี นมีวธิ ีการจุดอยา่ งไร
- คนทที่ าการจดุ ธูปเทียนคือผู้ใด

- การจุดธปู เทียนมคี วามสาคญั อย่างไร
จากนนั ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเปน็ แผนภาพบนกระดาน ดังนี

เจา้ ภาพ หรือประธานในพธิ ี

ผจู้ ดุ วิธีการ

วิธกี ารจุดธปู เทยี น จุดเทียนเลม่ ซา้ ยมือกอ่ น
ความสาคัญ แล้วจุดเล่มทอี่ ยูข่ วามอื

จดุ ธูปตอ่ จากจุดเทยี น

เปน็ การแสดงความเคารพบชู าพระรตั นตรัยกอ่ นประกอบศาสนพิธี
หรือการประชุมสัมมนา

เป็นขนบธรรมเนียมและวฒั นธรรมประเพณีทง่ี ดงามของไทย

ข้นั สรปุ
7. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั นี
การประกอบศาสนพิธีหากไม่จัดโต๊ะหมู่บูชา ศาสนพิธีถือว่าสมบูรณ์หรือไม่

เพราะเหตใุ ด
8. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี การจัดโต๊ะหมู่บูชาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการ

ประกอบ ศาสนพิธใี นการบูชาพระรตั นตรัย
9. ให้นักเรยี นทาใบงานที่ 10 การจดั โต๊ะหม่บู ชู า

สื่อ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน ม.1
2. ใบงานท่ี 10 การจัดโต๊ะหมูบ่ ูชา

การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ด้าน วธิ วี ัด
ใบงานที่ 10 การจดั โต๊ะหมบู่ ูชา พจิ ารณาจากคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 10
การจัดโต๊ะหมู่บูชา นักเรียนตอบถกู ร้อยละ 60

ทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมการ ผา่ นเกณฑ์
กระบวนการ (P) เข้าร่วมกจิ กรรม
คณุ ลักษณะ (A) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก

ร่วมกจิ กรรม คะแนน 7-8 ระดับ ดี

คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง

ลงช่ือ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู

ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี

ความคิดเหน็ รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พัฒนภากรณ)์

ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................

ใบงานที่ 10
การจดั โตะ๊ หมู่บชู า

ชื่อ__________________________________________ เลขท่ี_______ ชัน __________
ใหน้ ักเรยี นจดั โตะ๊ หมบู่ ชู า โดยวาดภาพโต๊ะหมูบ่ ูชาและเครอ่ื งบูชาลงในตาแหนง่ ทถี่ ูกต้องใหค้ รบถว้ น

โตะ๊ หม่บู ูชา หมู่...........

จากภาพ การจัดโต๊ะหม่บู ชู า หมู่ ........... มีองค์ประกอบดงั นี้
ประกอบดว้ ย

1. พระพทุ ธรปู ................องค์

2. แจกัน ................คู่

3. พานดอกไมห้ รอื พานพ่มุ ................พาน

4. เชงิ เทยี น ................คู่

5. กระถางธูป ................กระถาง

6. โต๊ะหม่บู ูชา ................ตัว

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 31
รหัสวิชา ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 3 เรื่อง พระสงฆ์ เวลา 7 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยที่ 31 เรอื่ ง การอาราธนาศีล เวลา 1 ชวั่ โมง

ชอื่ ผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ

ศาสนาที่ตนนับถือ
ตวั ชว้ี ัด
ม.1/4 จดั พิธีกรรมและปฏบิ ัตติ นในศาสนพธิ ี พธิ กี รรมได้ถกู ตอ้ ง

สาระสาคญั
การอาราธนาศีล การอาราธนาพระปริตร และการอาราธนาธรรม เป็นศาสนพิธีปฏิบัติในทาง

พระพุทธศาสนา

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย ความสาคัญ ของการอาราธนาศลี อาราธนาพระปริตรและอาราธนาธรรม
2. แสดงวิธีโดยการปฏบิ ตั ิการทอ่ งคาอาราธนาศีล อาราธนาพระปรติ ร และอาราธนาธรรม
3. เห็นคณุ ค่าและความสาคัญในการปฏบิ ัตติ นตามศาสนพธิ ีและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
การอาราธนาศลี
- การอาราธนาพระปริตร
- การอาราธนาธรรม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก

2. การปฏบิ ตั ิ/การสาธติ

3. การสรุปความรู้

ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอื่ สัตย์สุจริต
 รักความเปน็ ไทย
 มงุ่ ม่ันในการทางาน  มีวินยั

 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

 ความสามารถในการคิด : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์

 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต : กระบวนการทางานกลมุ่

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผ้เู รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ  ส่อื สารสองภาษา  ลาหน้าทางความคิด

 ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์  ร่วมกันรับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะห์เนอื หาตรงตามประเด็นทีไ่ ดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมเี หตผุ ล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นท่ศี ึกษาอย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล

3. หลกั ภมู คิ มุ้ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองท่ีเกยี่ วขอ้ งจากสือ่ ต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง

4. เง่อื นไขความรู้ การอาราธนาศลี

5. เงือ่ นไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบใฝ่เรียนรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน
ทดสอบการอาราธนาบทต่างๆ ในศาสนพธิ ี 1 บท

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการอาราธนาแล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความ

คิดเห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั นี
- อาราธนามคี วามหมายว่าอย่างไร
- การอาราธนาศีลมีความหมายว่าอย่างไร
- การอาราธนาศลี ใชใ้ นโอกาสใดบ้าง
- การอาราธนาศลี มีความสาคัญอย่างไร

2. ครบู อกนกั เรียนว่าวันนีจะเรียนเร่อื ง การอาราธนาศีล และคาอาราธนา และการปฏบิ ัตติ น
ในศาสนพิธี

ขน้ั กจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการสมาทานศีล แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดง

ความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถาม ดงั นี (ความรู้ สงั คม)
- การสมาทานศีลมีความหมายวา่ อย่างไร
- การสมาทานศีลมีขนั ตอนอยา่ งไร
- การสมาทานศีลใช้ในโอกาสใดบ้าง
- การสมาทานศลี มีความสาคัญอยา่ งไร
- ปริตรมีความหมายว่าอยา่ งไร
- การอาราธนาพระปรติ รใช้ในโอกาสใด
- หลงั จากการอาราธนาพระปริตรเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ควรปฏบิ ัติอยา่ งไร
- การอาราธนาธรรมมคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
- การอาราธนาธรรมใชใ้ นโอกาสใด
- หลงั จากการอาราธนาธรรมเสรจ็ เรยี บร้อยแลว้ นกั เรยี นควรปฏบิ ัติอย่างไร

4. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาเกย่ี วกบั การอาราธนาศีลและสมาทานศลี เกี่ยวกับหัวข้อทสี่ นใจ เปน็
เวลา 3 – 5 นาทจี ากนัน สรปุ ความรู้เป็นแผนภาพบนกระดาน ดังนี

5. ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการสมาทานศีล แล้วให้นักเรียนสรุปความรู้เป็น
แผนภาพบนกระดาน ดังนี

จุดมุ่งหมาย

โอกาสในการใช้ การอาราธนาศลี วิธีการ

ความสาคัญ

ความหมาย

ขนั ตอน การสมาทานศีล โอกาสในการใช้

ความสาคัญ

7. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ตามความเหมาะสม เพ่ือร่วมกันฝึกท่องคาอาราธนา
ตา่ งๆ ตามท่คี รกู าหนดให้ ดังนี

- การอาราธนาศลี
- การอาราธนาพระปรติ ร
- การอาราธนาธรรม
- การสมาทานศีล
จากนนั ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอการอาราธนาต่างๆ หนา้ ชันเรยี น (คะแนนการปฏบิ ัติ)

ขัน้ สรุป
8. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี การอาราธนาศลี การอาราธนาพระปรติ ร และการ

อาราธนาธรรม เปน็ ศาสนพธิ ีการปฏิบตั ิในทางพระพทุ ธศาสนา

ตัวอย่างแผนภาพ แผนภาพสรุปความรเู้ ก่ยี วกบั การอาราธนาบทตา่ งๆ ในศ

การอาราธนา
การอาราธนา หมายถงึ การเชอื เชิญ นิมนต์ ขอร้องให้ท่านกรุณากระทา

การอย่างนัน การอาราธนาศีล หมายถึง การเชือเชิญท่านให้ศีลในการ
ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา จะต้องเร่ิมต้นด้วยการ
อาราธนาศีล คือ มีจุดม่งุ หมายท่ีจะให้พระสงฆ์ไดเ้ ตือนสติมิให้กระทาความ
ชัว่

อารา

การอาราธนาพระปริตร
การอาราธนาพระปริตรจะกระทาเม่ือพระสงฆ์ให้ศีลจบแล้ว คาว่า

“ปริตร” แปลว่า การคุ้มครองป้องกันภัยต่างๆ เพื่อที่จะเอาชนะศัตรู
ทังหลาย เม่ือกล่าวจบแล้ว ให้กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครัง
ตอ่ จากนันพระสงฆจ์ ะเจริญพระพุทธมนต์

ศาสนพธิ ี

การสมาทานศีล
การสมาทานศีล หมายถึง การรับศีลจากพระภิกษุด้วยความตังใจ การ

รับศีลเป็นความตังใจที่จะงดเว้นจากการประพฤติผิดส่ิงต่างๆ และงดเว้น
จากการกระทาความช่ัวทังปวง การกล่าวคาอาราธนาศีลเป็นการขอศีลต่อ
พระภิกษุ ในเมื่อท่านกล่าวคานมัสการ 3 ครัง และให้ไตรสรณคมน์และให้
ศลี แลว้ ผูท้ จ่ี ะรับศลี จะต้องกล่าวตามคาให้ศีล 5

าธนา

การอาราธนาธรรม
การอาราธนาธรรม คือ การกล่าวคาขอร้องให้พระสงฆ์แสดงธรรมใหฟ้ ัง

จะน่ังหรือจะยนื ก็ตามแล้วแตส่ ถานทีจ่ ะอานวยให้
เมื่อกล่าวจบแล้ว ให้กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครัง ต่อจากนัน

พระภิกษจุ ะแสดงพระธรรมเทศนา

ส่อื /วัสดอุ ุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรยี นวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน ม.1

การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
ด้าน วธิ ีวัด แบบประเมินแผนภาพ พจิ ารณาจากคาตอบของ
นกั เรยี นตอบถูกรอ้ ยละ 60 ผ่าน
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพสรุป เกณฑ์
ความรเู้ ก่ยี วกับการ
อาราธนาบทตา่ งๆ
ในศาสนพิธี

ทกั ษะ ทดสอบการท่อง แบบบันทกึ การท่องอาราธนา ปฏบิ ตั ิได้ดี ชัดเจน = 3
กระบวนการ (P) อาราธนาบทตา่ งๆ บทตา่ งๆ ปฏิบัติได้ แต่ไมช่ ดั เจน = 2
คณุ ลกั ษณะ (A) ปฏิบัติไมถ่ กู ต้อง = 1

ลงชือ่ .......................................................ครผู ้สู อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู

ความคิดเหน็ หวั หนา้ กลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กล่มุ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)

ความคิดเหน็ รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ท.่ี ......................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 32
รหสั วิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นที่ 4 เรือ่ ง พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย เวลา 5 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรูย้ ่อยที่ 32 เร่ือง มติ ิตา่ ง ๆ ของการเป็นพลเมอื งดี เวลา 1 ชว่ั โมง

ชือ่ ผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าทข่ี องการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านิยมที่ดงี ามและธารงรกั ษา
ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยรู่ ว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสุข
ตัวชี้วัด

ส 2.1 ม.1/2 ระบุความสามารถของตนเองในการทาประโยชนต์ ่อสังคมและประเทศชาติ
สาระสาคัญ

การเป็นพลเมืองดีนั้นทาได้ไม่ยาก การปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือกติกาสังคม การมีจิตสานึกต่อ
ส่ ว น ร ว ม ก า ร ที่ ค น ใ น สั ง ค ม มี คุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม ย่ อ ม จ ะ ส่ ง ผ ล ใ ห้ ป ร ะ เท ศ ช า ติ
มีความเจริญ ข้ึนทางด้านพฤติกรรม ประชาชนจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง
เรอื่ งของความสงบสขุ ภายในประเทศ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นาเสนอแนวทางการเป็นพลเมอื งดี
2. จาแนกสาระของความสาคญั เร่ืองการเป็นพลเมอื งดีทต่ี นเองพงึ ปฏบิ ัตใิ นฐานะพลเมืองของชาติ
3. เหน็ คณุ ค่าและความสาคัญของเรื่องการเป็นพลเมอื งดีที่ควรปฏบิ ตั ิในฐานะพลเมอื งของชาติ

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
มิติตา่ ง ๆ ของการเปน็ พลเมอื งดี
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซื่อสัตยส์ ุจริต

 มุ่งมั่นในการทางาน  มีวนิ ยั  รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

 ความสามารถในการคดิ : แยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตน - สว่ นรวม

ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ  ส่ือสารสองภาษา  ล้าหนา้ ทางความคดิ

 ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์  รว่ มกนั รับผิดชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเดน็ ท่ีได้รับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมเี หตุผล นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นท่ีศกึ ษาอยา่ งเป็นเหตุเป็นผล

3. หลักภูมิคมุ้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรอ่ื งทเ่ี กี่ยวขอ้ งจากสอ่ื ต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง

4. เงื่อนไขความรู้ มติ ิต่าง ๆ ของการเป็นพลเมอื งดี

5. เง่อื นไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคิด เร่อื ง ความเป็นพลเมืองดี

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูนาภาพขา่ วการเป็นพลเมืองดีของสังคมให้นักเรียนร่วมกนั ศกึ ษาและสนทนา โดยครูใช้

คาถามกระตนุ้ นกั เรียนก่อนนาเข้าสบู่ ทเรยี น ดงั น้ี

- จากภาพขา่ วที่เหน็ นักเรยี นมคี วามคิดเหน็ อยา่ งไรกับการเปน็ พลเมอื งดี

- การเป็นพลเมอื งดีนัน้ มคี วามสาคญั อย่างไร
2. ครูสร้างฐานความรู้เกี่ยวกับการเป็นพลเมืองดี โดยครใู ชค้ าถามใหน้ ักเรียนร่วมกนั สนทนา
ดงั น้ี

- การเปน็ พลเมืองดีนน้ั สง่ ผลดตี อ่ ตวั เราและสังคมอยา่ งไรบ้าง
ขัน้ กิจกรรมการเรยี นรู้

3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายและความสาคัญของการเป็นพลเมืองดี โดยครูใช้
คาถามให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น ดังน้ี

- นักเรียนคิดว่าการท่ีเราได้ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นการแสดงออกของการเป็น
พลเมืองดหี รือไม่ อย่างไร

4. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม แล้วให้บันทึกเป็นรายงานและช่วยกันสนทนาและ
หาความรเู้ ร่ืองของพลเมอื งดี โดยครใู หห้ ัวข้อวา่

“ความเปน็ พลเมอื งดีน้นั มคี วามสาคัญอยา่ งไรกบั ประเทศของเรา”
“ความเปน็ พลเมอื งดีนัน้ มคี วามสาคญั อย่างไรกับสงั คมชุมชนท่เี ราอาศยั อยู่”
5. ใหน้ ักเรียนวเิ คราะห์ความสาคัญ และความจาเป็นของการเปน็ พลเมืองดี โดยครใู ช้คาถาม
ใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเหน็ ดังน้ี
- นักเรียนคดิ ว่าการเป็นพลเมอื งดนี ั้นสง่ ผลดตี ่อเราและประเทศของเราอยา่ งไรบา้ ง
6. นกั เรยี นสรุปเปน็ แผนผังความคดิ ดังน้ี

เรา เปน็ พลเมืองดี มี “คุณภาพ” มสี ขุ ภาพกายทีแ่ ข็งแรง
กาย ด้วยการบริโภคอาหารที่

มคี ณุ ภาพและมีวนิ ยั ใน
การออกกาลงั กาย

เรา อยู่ใน สังคมดี ใจ -มีสขุ ภาพจิตที่ดี
-มีจติ ใจทเ่ี ออ้ื อาทร
ความคิด -รู้จกั บรหิ ารจิตใจใหแ้ ขง็ แกรง่
-มสี ตทิ ุกยา่ งกา้ ว
- กนิ ดีอยู่ดี
- อย่กู นั อยา่ งมีความสขุ -มคี วามคิดสร้างสรรค์
บนความพอเพียง -ใช้ความฉลาดใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่
พอเพียง ผู้อ่นื มากกว่าตัวอง
-รู้จกั คดิ นอกกรอบ เพอ่ื สร้างความ
เปลี่ยนแปลงในทาง
ท่กี า้ วหน้า

ขัน้ สรปุ
5. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี

- พลเมืองดีนั้น คือคนที่ดาเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีจิตใจท่ีดีงาม มีคุณธรรม
จริยธรรม ท่ีพึงประสงค์ท้ังด้านจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออก ได้แก่ มีวินัย ประหยัด รู้หน้าที่ ซื่อสัตย์
มเี หตผุ ล เคารพความคิดเหน็ ผูอ้ น่ื สามารถอยรู่ ว่ มกับคนอื่นได้อย่างเป็นสขุ

สอ่ื /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ม.1

การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้

ดา้ น วธิ ีการประเมิน เคร่ืองมอื ในการประเมิน เกณฑ์การประเมิน

ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความเรอ่ื ง แบบประเมินแผนผังความคิด คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก

ความเป็นพลเมอื งดี คะแนน 7-8 ระดับ ดี

คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง

ทักษะ ประเมนิ พฤติกรรมการ แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก

กระบวนการ (P) เขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดับ ดี

คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้

คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง

ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู

ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วนั ท.่ี ......................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 33
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศกึ ษา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนที่ 4 เรือ่ ง พลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย เวลา 5 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรยู้ อ่ ยที่ 33 เรอ่ื ง การชว่ ยเหลอื สังคม เวลา 1 ชั่วโมง

ชื่อผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าที่ของการเปน็ พลเมอื งดี มคี ่านิยมทดี่ งี ามและธารง
รกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ิตอยูร่ ว่ มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ม.1/2 ระบคุ วามสามารถของตนเองในการทาประโยชนต์ ่อสังคมและประเทศชาติ
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถงึ การเคารพในสิทธิเสรภี าพของตนเองและผ้อู น่ื

สาระสาคญั
จติ สาธารณะเป็นความคิดความรู้สึกท่มี งุ่ ทาคณุ ประโยชน์ให้เกดิ แกส่ ่วนรวม การมจี ติ สาธารณะทีด่ ีตอ้ ง

อยู่บนพ้ืนฐานของความพอเพียง รู้จักประมาณในการทาความดี รู้หน้าที่ และกาลเทศะ ชีวิตก็
จะประสบกับความสุขท้ังของตนเองและผอู้ ่นื

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและวิเคราะหจ์ ิตสาธารณะบนความพอเพยี ง
2. มีความร้คู วามเข้าใจความสาคญั เรือ่ งจติ สาธารณะบนความพอเพยี งในการปฏิบตั ิตน
3. เห็นคุณค่าและความสาคัญของจิตสาธารณะบนความพอเพียงเพ่ือนาไปปฏิบัติในการดาเนิน

ชีวิตประจาวัน

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
มิติต่าง ๆ ของการเป็นพลเมอื งดี
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
กระบวนการคดิ วิเคราะห์

ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
 รักความเปน็ ไทย
 มงุ่ มน่ั ในการทางาน  มีวนิ ยั

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการคดิ

ด้านคณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ  สอ่ื สารสองภาษา  ลา้ หนา้ ทางความคดิ

 ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์  รว่ มกันรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะหเ์ นื้อหาตรงตามประเด็นที่ไดร้ ับ

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตุผล นกั เรียนสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นทีศ่ ึกษาอย่างเป็นเหตเุ ป็นผล

3. หลักภูมิค้มุ กนั ศึกษา/รวบรวมขอ้ มลู เร่ืองที่เกีย่ วข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถูกต้อง

4. เง่อื นไขความรู้ การชว่ ยเหลือสงั คม

5. เง่ือนไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เร่อื ง การช่วยเหลอื สังคม

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูนาภาพข่าวของผู้ที่ช่วยเหลือผู้อ่ืนหรือองค์กรท่ีคอยช่วยเหลือ ให้นักเรียนร่วมกัน

สนทนาและศึกษาเก่ียวกับความสาคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น หรือมีจิตสาธารณะ โดยครูใช้คาถามกระตุ้น
นกั เรยี นก่อนนาเข้าสู่บทเรยี น ดังนี้

- นักเรยี นเคยช่วยเหลอื ผู้อื่น หรอื คนที่กาลงั เดือดรอ้ นหรือไม่ อย่างไร
- นกั เรียนคดิ ว่าการมจี ติ สาธารณะนัน้ มคี วามสาคัญอยา่ งไร
ขนั้ กิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูสร้างฐานความรู้เก่ียวกับความมีจิตสาธารณะ โดยครูใช้คาถามให้นักเรียนร่วมกัน
สนทนา ดังน้ี
- นักเรยี นคดิ ว่าตัวเองมจี ติ สาธารณะท่ีคอยชว่ ยเหลือสงั คมหรอื ไม่
3. ครูสรปุ คาตอบนกั เรียนออกมาเป็นแผนภาพบนกระดาน

เคยช่วยเหลือผอู้ ืน่

ชว่ ยดแู ล ดูแลบ้าน พูดจากบั เก็บขยะ ชว่ ยคนแก่ เคยให้เงนิ
ผ้สู งู อายุ เพื่อนบา้ น ผู้อนื่ ให้ ท้งิ ลงถัง ข้ามถนน ขอทาน
เวลาเขา ไพเราะ

ไมอ่ ยู่

จากน้นั ครใู ช้คาถามให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ดงั น้ี
- หลังจากท่นี ักเรยี นได้ชว่ ยเหลือผู้อืน่ หรือทาความดแี ลว้ มีความรู้สึกอยา่ งไรบ้าง
- นักเรยี นได้เคยชว่ ยงานโรงเรยี นหรืองานบ้านบา้ งหรอื ไม่ ถา้ เคยเป็นงานอะไร

- ในสังคมระดับประเทศถ้าทุกคนคอยช่วยเหลือกนั นั้น นักเรียนคิดว่าประเทศนี้จะ
เป็นเชน่ ไร

4. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาความหมายและความสาคัญของการมีจิตสาธารณะ โดยครูใช้
คาถามให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ดังนี้

- ตามความเห็นของนักเรียน คิดว่า คาว่า “จิตสาธารณะ” นั้นมีความหมายว่า
อย่างไร

- ถา้ นกั เรยี นประสบเหตกุ ารณ์ร้ายแรงหรอื เหตุใดเหตุหนึ่ง แล้วไม่มีคนไปชว่ ยเหลือ
นกั เรียนจะมคี วามร้สู ึกอย่างไร

- นักเรียนมีแนวทางในการปฏิบัติตนเป็นผู้มีจิตสาธารณะหรือไม่อย่างไร จง
ยกตัวอยา่ ง

5. ใหน้ ักเรียนวเิ คราะหค์ วามสาคัญ และความจาเปน็ ของการมีจติ สาธารณะ โดยครใู ช้คาถาม
ใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเห็น ดังน้ี

- จติ สาธารณะนน้ั มีความสาคัญอย่างไรกบั ประเทศของเราและมอี งค์ประกอบอะไรบ้าง
6. ครูสรปุ คาตอบของนกั เรยี นเป็นแผนผังความคิด ดงั น้ี

จิตอาสา จิตสาธารณะ

มี และ ธรุ ะไมใ่ ช่

จิตเอ้อื อาทร

7. ครูให้นักเรียนเสนอแนวทางในการปฏิบัติตนการช่วยเหลือสังคมเป็นผู้มี “จิตสาธารณะ”
บนความพอเพียง ตามความหมายของ “การเป็น “ผู้ให้” สุขใจเหนือ “ผู้รับ” ” โดยเขียนอธิบายความหมาย
สรปุ เปน็ แผนผงั ความคดิ ตามหัวข้อทีค่ รกู าหนดให้ ดังนี้

● ให้ “แรงกาย
● ให้ “ใจ”
● ให้ “เกยี รต”ิ
● ให้ “ธรรมชาติ” ดกี ับเราตลอดไป
● ให้ “ความเข้าใจ” แก่ผอู้ ื่น
● ให้ “ความเคารพ” ตอ่ กฎ กตกิ า มารยาทของสังคม
● ใหค้ วาม “เคารพ” ตอ่ ความคิดเหน็ และจติ ใจผอู้ น่ื
เสรจ็ แลว้ ครตู รวจพจิ ารณาบทความที่เขยี นดีท่สี ุดใหน้ กั เรยี นอ่านใหเ้ พื่อนฟังหน้าชนั้ เรยี น
ข้นั สรุป

8. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
- จิตสาธารณะ ก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ความมีน้าใจที่จะดูแลรักษา

ตนเองและคนในสังคมไมว่ ่าจะเป็นคนท่ีเรารจู้ ักหรอื ไม่ร้จู กั จะเป็นญาติหรือไม่ใช่ญาตกิ ็ตาม ลว้ นแต่เป็นเพื่อน
มนุษยท์ ีอ่ ยู่ดว้ ยกนั ในสังคม เราจึงควรท่จี ะดูแลรกั ษากันเพอ่ื ให้เกดิ ความมีน้าใจ ลดความเหน็ แกต่ วั ของตวั เอง

สอ่ื /วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ม.1

การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้

ด้าน วิธกี ารประเมนิ เครือ่ งมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความเรอ่ื ง แบบประเมนิ แผนผังความคิด คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
ทกั ษะ การช่วยเหลือสังคม คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรงุ

กระบวนการ (P)

ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเห็นหัวหน้ากลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี

ความคิดเหน็ รองผ้อู านวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ที.่ ......................................................

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 34
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศกึ ษา
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นที่ 4 เรอ่ื ง พลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย เวลา 5 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรูย้ อ่ ยที่ 34 เรอ่ื ง คณุ คา่ ของจติ สาธารณะ เวลา 1 ชั่วโมง

ช่ือผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านิยมท่ีดีงามและธารง
รักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอยรู่ ว่ มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
ตัวชีว้ ัด
ส 2.1 ม.1/2 ระบุความสามารถของตนเองในการทาประโยชนต์ ่อสังคมและประเทศชาติ
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิเสรภี าพของตนเองและผู้อ่ืน

สาระสาคัญ
หากทุกคนในสงั คมมคี วามรู้สกึ มีจติ สานึกต่อส่วนรวม ร่วมปฏบิ ตั ิตามกฎหมายบา้ นเมือง เป็นพลเมอื ง

ดี แล้วย่อมจะสง่ ผลให้ประเทศชาติมคี วามสงบการมีจิตสาธารณะก็เช่นกัน หากมกี ารดแู ลสังคมในทางที่ดแี ล้ว
ย่อมจะทาให้สงั คมมีความสงบสขุ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวเิ คราะห์คุณคา่ ของจิตสาธารณะ
2. มีความรคู้ วามเข้าใจสาระของความสาคญั ของคณุ ค่าของจติ สาธารณะทีต่ นเองพงึ ปฏบิ ตั ิ

ตอ่ สังคม
3. เห็นคุณค่าและความสาคญั ของคณุ ค่าของจติ สาธารณะที่เปน็ แนวทางในการปฏิบัตติ น

เพื่อดาเนินชวี ิตอยูใ่ นสังคมอย่างสงบสุข

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. คุณคา่ ของจิตสาธารณะตอ่ ตนเอง
2. คณุ คา่ ของจติ สาธารณะตอ่ สังคมและประเทศชาติ

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

1. กระบวนการคดิ วเิ คราะห์

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สัตย์สุจรติ

 มงุ่ ม่ันในการทางาน  มีวินัย  รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการคิด

ดา้ นคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวิชาการ  สอื่ สารสองภาษา  ล้าหน้าทางความคดิ

 ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์  ร่วมกนั รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะหเ์ นอื้ หาตรงตามประเดน็ ท่ไี ดร้ บั

มอบหมาย

2. หลักความมีเหตผุ ล นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ประเดน็ ที่ศกึ ษาอยา่ งเป็นเหตุเปน็ ผล

3. หลักภูมิคุ้มกัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เรือ่ งท่ีเกย่ี วข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถกู ต้อง

4. เงื่อนไขความรู้ คณุ คา่ ของจติ สาธารณะ

5. เงือ่ นไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้

ช้นิ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคิดเรือ่ ง การสร้างสังคมดี มีสมานฉนั ท์ด้วยตัวเรา

กิจกรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครนู าเขา้ สบู่ ทเรียนโดยครูใช้ภาพข่าวการแตกแยกกันในสังคมไทยมาใหน้ ักเรียนได้ร่วมกัน

สนทนาและใชค้ าถามกระตุ้นนกั เรียนเพ่ือใหศ้ กึ ษารว่ มกนั วา่
- นกั เรยี นคดิ วา่ การแตกแยกในภาพข่าวท่ีเห็นนั้นมีเหตุผลสาคญั เกดิ มาจากอะไร
- ตอ้ งใชว้ ิธไี หนสงั คมของเราถึงจะไมแ่ ตกแยก

2. ครูสร้างฐานความรู้เก่ียวกับเร่ืองคุณค่าของจิตสาธารณะ โดยครูใช้คาถามให้นักเรียน
ร่วมกนั สนทนา ดังน้ี

- ตัวของนักเรียนเองและสังคมสามารถสร้างจิตสาธารณะข้ึนมาเองได้หรือไม่
อย่างไร

3. ครูสรปุ คาตอบนกั เรียนออกมาเปน็ แผนภาพ ดังนี้

การนบั ถือศาสนา การปฏบิ ตั ิ การรว่ มมอื
อยา่ งเคร่งครัด ตามกฎหมาย อนุรกั ษธ์ รรมชาติ

การประกอบอาชีพด้วย การสรา้ งคุณคา่ การปอ้ งกัน
ความสจุ ริต จติ สาธารณะ ประเทศ

การประหยดั
อดออม

ข้ันกจิ กรรมการเรยี นรู้
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อร่วมกันศึกษาในเรื่องของคุณค่ าของ

จิตสาธารณะตอ่ ตนเองและสังคม/ประเทศ
5. ใหน้ ักเรียนสง่ ตวั แทนกล่มุ ออกมาเพ่อื รายงานผลจากการศึกษา กลุม่ ละ 5-6 นาที
6. ให้นักเรียนวิเคราะห์ความสาคัญ และความจาเป็นของคุณค่าของจิตสาธารณะ ครูสรุป

ออกมาเปน็ แผนภาพ ดงั นี้

คุณค่าของจติ สาธารณะ

คุณค่าของจิตสาธารณะตอ่ ตนเอง คุณค่าของจิตสาธารณะต่อสงั คมและประเทศชาติ

- ฝกึ ใหต้ นเองคดิ ดี พูดดี ทาดี - ปัญหาทางสงั คมน้อยลง
- ฝึกให้ตนมีสติในความคิดและการกระทา - ยกระดับคุณภาพสงั คมใหด้ ีขน้ึ
- ทาให้มีภูมิคมุ้ กนั ทางจติ ใจ - ผู้คนในสงั คมรกั ใครก่ นั เกดิ สงั คมสมานฉนั ท์
- ทาใหเ้ รามีความสุขในฐานะผู้ให้ - คนขาดโอกาสไม่ถูกทอดท้ิงจากสงั คม
- ทาให้เราได้สังคมนา่ อยู่ - การสรา้ งสถาบนั ครอบครวั ทีอ่ บอนุ่
- จิตใจของผู้คนในสงั คมบริสุทธแ์ิ ละเบกิ บาน
- สังคมมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติท่ีดี
-ปร - ประเทศชาติสามารถขับเคลอื่ นได้อยา่ งมคี ณุ ภาพ

7. นักเรียนสรุปแผนผังความคิดเร่ือง การสร้างสังคมดี มีสมานฉันท์ด้วยตัวเรา บนพ้ืนฐาน
ของการมี “จติ สาธารณะ” บนความ “พอเพียง” ตัวอยา่ งดงั นี้

จติ
สาธารณะ

พอเพียง คณุ ธรรม

คุณลกั ษณะเดมิ : สังคม “แห้งแล้ง” + “เปอื้ นฝนุ่ ” คุณลักษณะใหม่ : “มีชวี ติ ชวี า” + “ขาวสะอาด”

 เห็นแกป่ ระโยชนแ์ ละความสุขของตนเอง  เหน็ แก่ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกว่าตนเอง
มากกวา่ สังคมสว่ นรวม เพราะคิดวา่ เม่ือส่วนรวมดี ตนเองกจ็ ะได้
ประโยชน์ตามไปด้วย
 มีปัญหาในเชิงจริยธรรมทเี่ กดิ ขน้ึ กับ
เยาวชนมาก  เยาวชนยุคใหม่มี “สติ” ในความคิดและ
การกระทาไม่ตกหลมุ พราง
 ผดู้ ้อยโอกาสในสังคมใช้ชวี ติ อย่าง ซ่ึงเปน็ “หลุมดา” ของสงั คม
ลาบาก ขณะทผี่ มู้ ีโอกาส
“หลงระเริง” กบั โอกาส ใช้ชวี ิต  ผูม้ โี อกาสร้จู ักแบ่งปนั ความสขุ และสิ่งดี ๆ
อยา่ งฉาบฉวยและเกินความจาเปน็ ให้แก่ผูม้ ีโอกาสดว้ ยกันเองและ
ผู้ด้อยโอกาส ผู้ด้อยโอกาสกลายเป็นผมู้ ี
โอกาสและรว่ มกนั
สานตอ่ สิง่ ดี ๆ อย่างเหมาะสม

ขัน้ สรปุ
7. ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดังน้ี
- หลังจากทีเ่ ราช่วยเหลือผู้อืน่ แล้ว นกั เรยี นมคี วามร้สู กึ เช่นไร
8. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี

- การมีจติ สาธารณะน้ันส่งผลดีอยา่ งไรต่อสังคมไทย เพ่ือให้เกิดการพัฒนาทางด้าน
จติ ใจ อารมณ์ และสตปิ ัญญาทีจ่ ะกระทาความดีเพอ่ื ประโยชน์ส่วนรวมลดความเหน็ แกต่ วั ในตนเอง

สือ่ /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ม.1

การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ในการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
ด้าน วิธีการประเมิน แบบประเมินแผนผังความคิด ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60

ความรู้ (K) ตรวจ แผนผงั ความคิด แบบประเมินพฤติกรรมการเข้า คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
เรือ่ ง การสรา้ งสังคมดี รว่ มกิจกรรมกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
มสี มานฉนั ทด์ ้วยตัวเรา คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับควรปรบั ปรุง
ทักษะ ประเมินพฤติกรรมการ
กระบวนการ (P) เขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

ลงช่อื .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ หวั หนา้ กลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี

ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหนง่ รองผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันท.ี่ ......................................................

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 35
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 4 เรอื่ ง พลเมืองดีตามวิถีประชาธปิ ไตย เวลา 5 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ยอ่ ยที่ 35 เรือ่ ง การปฏิบัตติ นมีจิตสาธารณะบนความพอเพียง เวลา 1 ชัว่ โมง

ช่อื ผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมอื งดี มีค่านิยมทีด่ งี ามและธารง
รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
ตัวชวี้ ัด
ส 2.1 ม.1/2 ระบุความสามารถของตนเองในการทาประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถงึ การเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผ้อู ื่น

สาระสาคัญ
การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีสติในการดาเนินชีวิต รู้จกั การแบ่งปันและให้โอกาสแก่บุคคลอ่ืน ทา

ใหส้ งั คมดี มีสมานฉันท์ สังคมเข้มแข็ง และนา่ อยู่อาศัย

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เขยี นอธบิ ายลกั ษณะของสังคมดี มสี มานฉนั ท์ ด้วยตวั เรา
2. จาแนกการปฏบิ ตั ติ นมจี ิตสาธารณะบนความพอเพียง
3. เห็นความสาคัญในการปฏิบัติตนในการมีส่วนร่วมในการมีจิตสาธารณะ เพ่ือให้เกิดสังคมดี

มีสมานฉนั ท์ สังคมเข้มแข็ง และน่าอย่อู าศัย

สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
การปฏบิ ตั ิตนให้สังคมดี มีสมานฉนั ท์ ดว้ ยตวั เรา
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคดิ วิเคราะห์

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซ่ือสัตยส์ ุจริต

 มุง่ มัน่ ในการทางาน  มวี นิ ัย  รกั ความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการคิด

ดา้ นคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ  ส่ือสารสองภาษา  ล้าหน้าทางความคิด

 ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์  รว่ มกันรบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก

บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะห์เนือ้ หาตรงตามประเดน็ ทไ่ี ดร้ บั

มอบหมาย

2. หลกั ความมีเหตุผล นักเรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ท่ศี ึกษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล

3. หลักภูมิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทีเ่ ก่ยี วข้องจากส่ือต่างๆ อยา่ งถกู ต้อง

4. เงื่อนไขความรู้ การปฏบิ ัตติ นมจี ิตสาธารณะบนความพอเพยี ง

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 13 เร่อื ง จิตสาธารณะบนความพอเพยี ง

กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ให้นักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้ โดยครูใช้คาถามให้นักเรียนคิดวิเคราะห์และสรุปเป็น

คาตอบ ดังนี้

- การปฏบิ ัตใิ นลกั ษณะใดท่ีแสดงถึงการเปน็ พลเมอื งดี
- การประพฤติและปฏบิ ัติตนเชน่ ไรจงึ ถอื วา่ เป็นผู้มจี ิตสาธารณะ
- มคี ากล่าววา่ “การเป็นผู้ใหด้ กี ว่าการเปน็ ผ้รู บั ” นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจวา่ อย่างไร
- นกั เรียนได้ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มจี ติ สาธารณะ ในกิจกรรมใดบา้ ง
ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้
2. ครูอธิบายสรุปการสร้างสงั คมดี มสี มานฉนั ท์ ดว้ ยจติ สาธารณะ ดงั นี้

การเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าตนเอง เพราะเห็นวา่ เมือ่ สังคมส่วนรวมดี
ตนเองกจ็ ะได้รบั ประโยชนไ์ ปดว้ ย มีสตใิ นการคิดและการกระทา ไม่ตกหลมุ พรางที่เปน็
“หลมุ ดา” ของสังคมท่ีฟงุ้ เฟ้อ เห่อวัตถุ รจู้ ักการแบง่ ปันความสขุ และส่ิงที่ดี ๆ ใหแ้ ก่ผู้มี
โอกาสด้วยกันเองและผู้ด้อยโอกาส สงั คมโดยรวมก็จะเขม้ แข็งเป็นสงั คมทอี่ ุดมดว้ ยปัญญา
เปน็ สังคมที่มีคุณค่านา่ อยู่อาศัย

3. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมใบงานท่ี 13 เร่ือง จิตสาธารณะบนความพอเพียง โดยเขียน
อธิบายสรุปความรลู้ งในกจิ กรรมใบงานท่ีกาหนดให้เพอื่ ทดสอบทักษะความรู้

ขั้นสรุป
4. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน (Post-Test) เพ่ือประเมินผลการเรียนในหน่วยการ

เรียนรู้
5. ให้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
- การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีสติในการดาเนินชีวิต รู้จักการแบ่งปันและให้

โอกาสแกบ่ ุคคลอืน่ ทาใหส้ ังคมดี มีสมานฉนั ท์ สงั คมเขม้ แขง็ และน่าอย่อู าศยั

สอื่ /วัสดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ม.1
2. ใบงานที่ 13 เร่อื ง จติ สาธารณะบนความพอเพยี ง
3. แบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยการเรียนรู้

การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ด้าน วธิ ีการประเมนิ
ใบงานท่ี 13 เรอื่ ง จติ สาธารณะ ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 60
ความรู้ (K) ตรวจ ใบงานที่ 13
เร่ือง จติ สาธารณะบน บนความพอเพยี ง
ความพอเพยี ง

ทักษะ ตรวจแบบทดสอบหลัง แบบทดสอบหลังเรียน ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 60
กระบวนการ (P) เรียนหน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้

ลงชื่อ.......................................................ครผู ูส้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู

ความคดิ เหน็ หวั หนา้ กลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................หวั หนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหลี)

ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์

ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................

ใบงานที่ 13 เร่อื ง จิตสาธารณะบนความพอเพยี ง

ชอ่ื ________________________________ เลขที่ _______ ช้ัน _______

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนคิดว่านกั เรียนสามารถกระทาสิ่งท่แี สดงถึงการมจี ติ สาธารณะไดอ้ ย่างไรบา้ ง โดย
ใหค้ ดิ 3 วธิ ี แตเ่ ลอื กปฏิบัติเพยี ง 1 วธิ ี และกลับมาบนั ทึกผลดา้ นล่าง

ฉนั คดิ วา่ ฉันจะแสดงการมีจิตสาธารณะต่อผู้อนื่ ด้วยการ
1...............................................................................................................................................
2...............................................................................................................................................
3...............................................................................................................................................

โดยฉันจะเลือกวธิ ี..................................................................................................................................
เพราะ.....................................................................................................................................................
ส่วนวิธีการกระทานน้ั ฉนั วางแผนไว้แลว้ วา่ ..........................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
และฉันได้เริ่มปฏิบตั ติ ามที่ฉันวางแผน ในวนั ........................................................................................
พอกระทาแลว้ ฉันรูส้ กึ วา่ สงิ่ นี้ เหมอื น/ไม่เหมอื น กับท่ีวางแผนไว้ คอื ..................................................
...............................................................................................................................................................
หลังจากกระทาเสรจ็ ฉันรู้สกึ วา่ .............................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ฉันคิดวา่ สิ่งนมี้ ีคุณค่ามาก ทงั้ คณุ ค่าต่อตวั ฉนั เอง คือ.............................................................................
...............................................................................................................................................................
และคุณค่าตอ่ ผไู้ ด้รบั จากเรา คอื .............................................................................................................
...............................................................................................................................................................
สุดท้าย คุณค่าตอ่ สงั คมและประเทศชาติ คือ.........................................................................................
...............................................................................................................................................................
หากมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้อกี คราวหนา้ ฉนั จะ.............................................................................................
...............................................................................................................................................................

จิตสาธารณะเป็นอย่างนน้ี ่ีเอง ถา้ ไมไ่ ดป้ ฏบิ ัติจริง ฉันคงจาไดแ้ ต่ในตารา!

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 36
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เรอ่ื ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ 36 เร่อื ง สาระสาคญั กฎหมาย เวลา 1 ช่ัวโมง

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านยิ มที่ดีงามและธารง
รกั ษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยูร่ ่วมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธิของบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิเสรภี าพของตนเองและผอู้ ื่น

สาระสาคัญ
กฎ ห มาย ห ม ายถึงค าสั่งห รือ ข้อบั งคั บ ค วาม ป ระพ ฤติ ของมนุ ษ ย์ซ่ึ งผู้มี อา น าจสูงสุ ด

เปน็ ผบู้ ัญญัติขึน้ หรือ “รฏั ฐาธิปัตย์”

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของกฎหมายได้
2. จาแนกสาระสาคัญของกฎหมาย
3. เห็นความสาคญั ของการปฏิบตั ติ นตามกฎหมาย

สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. กฎหมายคือขอ้ บังคับของรัฐ
2. กฎหมายคือคาส่ังของรฏั ฐาธิปัตย์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์


Click to View FlipBook Version