ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ซ่อื สตั ย์สุจริต
ม่งุ ม่นั ในการทางาน มวี นิ ยั รกั ความเป็นไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการคดิ : คิดวเิ คราะห์ คดิ รวบยอด
ด้านคณุ ลักษณะของผเู้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
เปน็ เลศิ วิชาการ สอ่ื สารสองภาษา ล้าหน้าทางความคิด
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ รว่ มกันรับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นที่ได้รบั
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตุผล นกั เรยี นสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นที่ศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
3. หลักภูมคิ ้มุ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากสือ่ ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เง่ือนไขความรู้ สาระสาคญั กฎหมาย
5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิ้นงาน/ภาระงาน
แผนภาพสาระสาคัญกฎหมาย
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ข้นั นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูนาสถานการณ์ข่าวการกระทาผิดกฎหมายให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับข่าว และร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความสาคัญของคาว่า “กฎหมายคืออะไร” โดยครูใช้คาถาม
กระต้นุ นักเรยี นก่อนนาเข้าสบู่ ทเรยี น ดังน้ี
- จารีตและประเพณมี ีความเกี่ยวขอ้ งกับกฎหมายอยา่ งไรบ้าง
- ศาสนามีความสัมพันธ์อะไรกบั กฎหมาย
ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้
2. ครูสร้างฐานความรเู้ กี่ยวกับคาวา่ “กฎหมายคืออะไร” โดยครูใช้คาถามใหน้ ักเรียนร่วมกัน
สนทนา ดงั นี้
- ศีลธรรมทางศาสนาสามารถสร้างกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับทางกฎหมายได้หรือไม่
อย่างไร ครูสรุปคาตอบนกั เรียนออกมาเปน็ แผนภาพ ดังนี้
ศาสนา – ศลี ธรรม กฎหมาย
กล่มุ นาเสนอหนา้ ชัน้
เรียน
ลธรรม
จารตี ประเพณี
จากนนั้ ครูใช้คาถามให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ดงั น้ี
- นักเรยี นมวี ิธีรกั ษากฎหมายหรือไม่อยา่ งไร
- นกั เรยี นคดิ วา่ ศีลธรรมเรอื่ งใดบ้างท่เี ป็นจดุ เร่มิ ต้นของกฎหมาย
- การรักษาศีล 5 นักเรียนคิดว่ามีความสัมพันธ์กับสังคมและการรักษากฎหมาย
อยา่ งไร
3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายของคาว่า “กฎหมายคืออะไร” โดยครูใช้คาถามให้
นกั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ดังน้ี
- กฎหมายท่ีใช้ควบคุมความประพฤตินั้น ควบคุมความประพฤติทางด้านใดบ้าง
จงอธบิ าย
- อธิบายคาวา่ สภาพบังคับทางกฎหมาย มคี วามหมายวา่ อย่างไร
4. ใหน้ ักเรียนวเิ คราะห์ความสาคัญของคาว่า “กฎหมายคืออะไร” และมีความจาเป็นอย่างไร
ที่จะต้องศึกษา โดยครใู ช้คาถามใหน้ กั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ดังนี้
- มบี คุ คลกลุ่มใดบ้าง ท่ตี อ้ งอย่ใู นกฎเกณฑท์ ่กี ฎหมายกาหนด เพราะอะไร
นกั เรียนเขยี นสรุปสาระสาคัญกฎหมายเปน็ แผนภาพ ตวั อย่างดังน้ี
กฎหมาย ข้อบังคบั รัฐ
คือคาสงั่ ของรัฏฐาธิ ทุกกลุ่ม
ปตั ย์ ทกุ คน
หรอื รัฐสภา
ข้นั สรุป
5. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั น้ี
- คาวา่ “ข้อบังคับ” นน้ั มีความหมายวา่ อยา่ งไร
6. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
- กฎหมายนั้นมีลักษณะเป็นสภาพบังคับความประพฤติของคนในสังคมที่แสดง
ออกมาเปน็ การกระทาทางกายและวาจาโดยกฎหมายมีบทลงโทษผู้ที่กระทาความผิด
ส่อื /วสั ดุอปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรียนสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ม.1
2. สถานการณ์ข่าวการกระทาผดิ กฎหมาย
การวดั ผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เครอื่ งมอื ในการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ น วิธกี ารประเมิน แบบประเมนิ แผนภาพ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพ คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทักษะ สาระสาคัญของ คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
กฎหมาย
ลงชอ่ื .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ์)
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ท่ี.......................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 37
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 5 เรือ่ ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรยู้ ่อยท่ี 37 เรอื่ ง ลกั ษณะสาคัญของกฎหมาย เวลา 1 ชวั่ โมง
ชื่อผ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ขี องการเปน็ พลเมืองดี มีค่านิยมทด่ี ีงามและธารง
รกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ิตอยรู่ ่วมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสันติสุข
ตัวช้วี ดั
ส 2.1 ม.1/1 ปฏบิ ัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธิเสรีภาพของตนเองและผูอ้ ื่น
สาระสาคัญ
กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ กติกา หรือมาตรฐานใช้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อให้สมาชิก
ประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายมีสภาพบังคับนั้น คือ สมาชิกในสังคมทุกคนจะต้องรู้กฎหมาย ผู้ใดอ้างว่าจะไม่รู้
กฎหมายไมไ่ ด้ และจะต้องปฏิบัติตามอย่างเครง่ ครดั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวเิ คราะหเ์ รือ่ งลักษณะสาคัญของกฎหมาย
2. จาแนกสาระของลักษณะสาคญั ของกฎหมาย
3. เหน็ คุณค่าและความสาคัญของกฎหมายทที่ ุกคนจะต้องปฏิบตั ิในชีวติ ประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. กฎหมายตอ้ งมีสภาพบงั คบั
2. ลักษณะของการบังคับของกฎหมาย
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
ม่งุ มั่นในการทางาน มวี นิ ยั รกั ความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการคิด: คดิ วเิ คราะห์ คิดรวบยอด
ด้านคุณลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ลา้ หนา้ ทางความคดิ
ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก
บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะหเ์ นื้อหาตรงตามประเด็นท่ีได้รบั
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตุผล นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีศกึ ษาอย่างเปน็ เหตุเปน็ ผล
3. หลกั ภมู คิ ้มุ กนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทีเ่ ก่ียวข้องจากส่อื ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงอื่ นไขความรู้ ลักษณะสาคัญของกฎหมาย
5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แผนภาพลกั ษณะสาคัญของกฎหมาย
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูนาหนังสือพิมพ์รายวันท่ีเสนอข่าวการทาผิดกฎหมายให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและ
ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเรื่อง “ลักษณะสาคัญของกฎหมาย” โดยครูใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนก่อน
นาเข้าสู่บทเรยี น ดังน้ี
- กฎหมายมคี วามสาคญั อยา่ งไรกับสงั คมไทย
- นกั เรยี นมวี ิธีในการรักษากฎหมายไดอ้ ย่างไรบา้ ง
ข้ันกิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูสร้างฐานความรู้เก่ียวกับความสาคัญของกฎหมาย โดยครูใช้คาถามให้นักเรียนร่วมกัน
สนทนา ดังน้ี
- กฎหมายใช้ควบคุมความประพฤตินั้น สามารถควบคุมได้ทางใดบ้าง เพราะอะไร
ครสู รุปคาตอบนกั เรียนลงบนกระดาน ดงั นี้
ทางกาย ทางวาจา
- ห้ามฆ่าสตั วใ์ นเขตหวงหา้ ม
- หา้ มใชแ้ รงงานเด็กอย่างทารุณ - หากพดู ปดในกรณีแจง้ ความเท็จ
- หา้ มค้ามนุษย์ ใหก้ ารเทจ็ กจ็ ะมีโทษ
- ห้ามฆา่ หรือทารา้ ยผอู้ นื่
- หา้ มลกั ทรพั ย์
- ห้ามกระทาชาเรา
- หา้ มดมื่ สุราเกนิ กว่าที่กาหนดแลว้
ขับรถยนตก์ จ็ ะมโี ทษ
3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาในหนังสือกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยครูใช้คาถาม
ให้นักเรียนหาความหมายและความสาคัญของลกั ษณะกฎหมาย โดยครูใช้คาถามให้นกั เรยี นแสดงความคิดเห็น
ดงั น้ี
- คาว่าสภาพบังคับทางกฎหมายน้ันจะมีสภาพบังคับได้ ก็ต่อเม่ือได้กระทาความผิด
จนมผี ลเปน็ อยา่ งไร
4. ให้นกั เรียนวเิ คราะหค์ วามสาคญั และลักษณะสาคญั ทางกฎหมาย โดยครใู ชค้ าถาม
ให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็น ดงั นี้
- ถ้าบุคคลต่างประเทศเข้ามากระทาผิดกฎหมายในประเทศของเรา กฎหมายจะมี
ผลบงั คบั ใช่ไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด
5. นกั เรยี นสรุปประเดน็ ลักษณะสาคญั ของกฎหมาย ออกมาเป็นแผนภาพ ดังน้ี
กฎหมายใช้บังคับได้
ทั่วไป
ทวั่ ประเทศ
พิจารณาจากพ้ืนที่ พิจารณาจากคนในพืน้ ที่
ท่ัวอาณาเขตพนื้ ทีข่ องประเทศไทย ทุกคนท่อี าศยั อยู่ในแผน่ ดินไทย
ทางบก ทางทะเล คนไทย ชาวต่างชาติ
คนตา่ งด้าว, ชนเผ่าต่าง ๆ
ขน้ั สรุป
6. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดังนี้
- นักเรียนคิดว่ากฎหมายนั้นสามารถสร้างความยุติธรรมในสังคมได้หรือไม่ เพราะ
เหตใุ ด
7. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
- กฎหมายหรือข้อบังคับนั้นได้กาหนดข้ึนมาเพ่ือให้สังคมมีความเรียบร้อยและเป็น
ระเบยี บและปอ้ งกันการถูกเอารดั เอาเปรียบ การถกู ละเมิดเพ่ือใหเ้ กิดความยุติธรรมในสงั คม
สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ ม.1
2. สถานการณข์ ่าวการกระทาผดิ กฎหมาย
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
ด้าน วธิ ีการประเมนิ เคร่ืองมอื ในการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพลักษณะ แบบประเมินแผนภาพ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
ทกั ษะ สาคญั ของกฎหมาย คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ
ลงชอ่ื .......................................................ครูผ้สู อน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................. .............................................
ลงชือ่ ........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี
ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................... ........................................
ลงชือ่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ์)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วันท่.ี ......................................................
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 38
รหสั วชิ า ส21101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 5 เร่ือง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยที่ 38 เรือ่ ง ความสาคญั ของกฎหมาย เวลา 1 ชัว่ โมง
ชอื่ ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ที่ของการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นิยมทด่ี ีงามและธารง
รักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอย่รู ่วมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสุข
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบัตติ ามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธเิ สรภี าพของตนเองและผ้อู ื่น
สาระสาคัญ
กฎหมายนั้นมีความสาคัญกับชุมชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าปราศจากกฎหมายแล้ว สังคมจะไร้ระเบียบ
วินัย ประชาชนส่วนใหญ่อาจถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งรวมถึงตัวนักเรียนด้วย ดังนั้นจึงเป็นความจาเป็นท่ี
จะต้องเรียนรู้กฎหมายเบ้ืองต้น เพื่อเป็นแรงจูงใจในการรักษากฎหมายและสรา้ งความเปน็ ระเบยี บกับสังคมใน
ประเทศชาติ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะห์เรอื่ งความสาคัญของกฎหมาย
2. จาแนกสาระของลักษณะสาคญั ของกฎหมาย
3. เหน็ คุณคา่ และความสาคญั ของกฎหมายที่ทุกคนจะต้องปฏิบัตติ ามโดยไม่มีเงื่อนไข
สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. กฎหมายเป็นเคร่อื งมือทีร่ ฐั ใชใ้ นการควบคุมสังคมและจัดระเบียบสงั คม
2. กฎหมายเปน็ ส่ิงท่ีคา้ จนุ “ความยตุ ธิ รรม” ในสงั คม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวิเคราะห์
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
มุง่ ม่นั ในการทางาน มีวนิ ัย รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ด้านคุณลกั ษณะของผู้เรียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลศิ วิชาการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหน้าทางความคิด
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก
บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตุผล นักเรยี นสามารถวิเคราะหป์ ระเดน็ ที่ศกึ ษาอยา่ งเป็นเหตุเป็นผล
3. หลกั ภูมคิ ุ้มกนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทเ่ี กย่ี วข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เงื่อนไขความรู้ ความสาคัญของกฎหมาย
5. เงื่อนไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคิดเร่ือง ความสาคัญของกฎหมาย
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูนาหนังสือร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้นักเรียนร่วมกันศึ กษาและ
ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความสาคัญของกฎหมาย โดยครูใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนก่อนนาเข้าสู่
บทเรียน ดังนี้
- นกั เรยี นคิดวา่ คนดี มีความหมายวา่ อย่างไร
- นักเรียนทราบหรอื ไม่ว่ากระทาเช่นไร ทผี่ ดิ กฎหมายใหย้ กตวั อย่าง
ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูสร้างฐานความรู้เกี่ยวกับความสาคัญของกฎหมาย โดยครูใช้คาถามให้นักเรียนร่วมกัน
สนทนา ดงั น้ี
- ถ้าหากเรากระทาผดิ แล้วถกู จับ จะอ้างเพราะไม่รู้กฎหมาย จงึ ทาลงไปไดห้ รอื ไม่
- นกั เรยี นคิดวา่ การยอมรับเสียงสว่ นมากน้ันเป็นการรกั ษากฎหมายอย่างหนึ่งหรือไม่
เพราะเหตใุ ด
3. จากนัน้ ครใู ช้คาถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น ดังน้ี
- ในห้องเรียนของเรามีวิธีการตั้งกตกิ าการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งไรบา้ ง
- นักเรียนคดิ วา่ ระเบยี บหรอื กติกากาหนดไว้ในหอ้ งเรียนเพื่ออะไร
- ในสังคมระดับประเทศของเราการรักษากฎหมายน้ันส่งผลดีอย่างไรต่อตัวเราและ
ประเทศของเรา
4. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาความหมายและความสาคัญของกฎหมาย โดยครูใช้คาถามให้
นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ดังน้ี
- นักเรียนคิดว่ามีกลุ่มบุคคลใดบ้างที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปกป้องสิทธิ
ของประชาชนในประเทศ
- กล่มุ บคุ คลนั้นมหี น้าที่อย่างไรบ้างในการรักษากฎหมายใหเ้ กดิ ความศักดิส์ ทิ ธิ์
5. ครสู รุปคาตอบนักเรียนออกมาเปน็ แผนภาพ ดังนี้
กฎหมายเป็นเครือ่ งมือ ผู้จัดระเบียบ
ทใ่ี ช้ในการจัดระเบยี บสังคมสังคม
ความสาคญั ตารวจ ศาล
ของกฎหมาย
กฎหมายเปน็ สง่ิ ที่ค้าจนุ
ความยุติธรรมในสังคม
4. ให้นกั เรยี นทา แผนผงั ความคดิ เร่ือง ความสาคัญของกฎหมาย
ข้ันสรุป
5. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามท้าทาย ดงั นี้
- หากบุคคลในสังคมต่างฝ่ายต่างละเมิดสิทธิซ่ึงกันและกันนักเรียนคิดว่าสังคมนั้น
จะเปน็ เชน่ ไร
6. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
- กฎหมายนั้นมีการกาหนดขึ้นมาไว้เพ่ือป้องกันสังคมให้มีแต่ความสงบสุข โดยรัฐ
เป็นผอู้ อกกฎหมายมาเพ่ือปกป้องผู้คนไม่ให้ถูกล่วงละเมิดสิทธิของตนเองไม่วา่ จะในทางกาย และวาจา เพื่อให้
สังคมเกดิ ความยตุ ิธรรม
สือ่ /วัสดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ม.1
2. รา่ งกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ นั
การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้ เคร่ืองมอื ในการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วธิ กี ารประเมนิ แบบประเมินแผนผงั ความคิด คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความคิด คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
ทกั ษะ เรือ่ ง ความสาคัญของ คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรงุ
กฎหมาย
ลงชือ่ .......................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหัวหนา้ กลุ่มสาระ
............................................................................................ ........................................................................ ..........
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื ........................................หวั หนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี
ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวชิ าการ
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจุฑารัตน์ พัฒนภากรณ์)
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วันท.่ี ......................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 39
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 5 เร่อื ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 39 เร่อื ง กฎหมายคุ้มครองเด็ก เวลา 1 ชว่ั โมง
ช่อื ผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท.ี่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ดี งี ามและธารง
รักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างสันตสิ ุข
ตัวช้วี ัด
ส 2.1 ม.1/1 ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธเิ สรภี าพของตนเองและผอู้ ่นื
สาระสาคัญ
สิทธิของบุคคลน้ัน มีต้ังแต่เกิดเป็นทารก ซ่ึงจะต้องได้รับการเล้ียงดู ได้รับความรัก ความอบอุ่น
การศึกษา ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสิทธิของทุกคนที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งรัฐและสังคมก็จะต้องยอมรับ
สิทธมิ นุษยชนจงึ เป็นสทิ ธิพนื้ ฐานทส่ี าคญั ของทุกคนในสังคม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและวเิ คราะหเ์ ร่อื งกฎหมายท่ีรู้ไว้เพ่ือรักษาสิทธขิ องตนเองตามกฎหมายคุม้ ครองเดก็
2. จาแนกสาระของความสาคญั เรอื่ งกฎหมายทีร่ ไู้ ว้เพื่อรักษาสทิ ธขิ องตนเองตามกฎหมายคุม้ ครองเด็ก
3. เหน็ คณุ ค่าและความสาคัญของกฎหมายทรี่ ู้ไวเ้ พ่ือรักษาสิทธขิ องตนเองในการดาเนินชีวิตประจาวนั
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
กฎหมายคุ้มครองเด็ก
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวิเคราะห์
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยูอ่ ย่างพอเพียง ซ่ือสัตย์สจุ รติ
มุ่งม่นั ในการทางาน มวี นิ ัย รักความเป็นไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการคดิ
ด้านคุณลักษณะของผเู้ รยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคดิ
ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ ร่วมกันรับผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรียนศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตุผล นกั เรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเดน็ ท่ีศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลักภูมิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองทเ่ี กี่ยวข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เง่อื นไขความรู้ กฎหมายคุ้มครองเด็ก
5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 14 เรื่อง กฎหมายคุ้มครองเด็ก
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูนาข่าวสถานการณ์ที่เด็กถูกละเมิดสิทธิเด็ก ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและสนทนา
โดยครใู ชค้ าถามกระตุ้นนักเรยี นก่อนนาเขา้ สู่บทเรียน ดังน้ี
- ตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญฉบับปัจจบุ ันนัน้ นกั เรียนมสี ิทธอิ ยา่ งไรบา้ ง
ขั้นกจิ กรรมการเรยี นรู้
2. ครูสร้างฐานความรู้เกย่ี วกับกฎหมายท่ีรู้ไว้เพ่ือรักษาสิทธิของตนเอง กฎหมายคุ้มครองเด็ก
โดยครูใช้คาถามให้นักเรยี นรว่ มกนั สนทนา ดังน้ี
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่ากฎหมายได้กาหนดให้เราและสังคมรักษาสิทธิในเร่ือง
ใดบา้ ง ครสู รุปคาตอบออกมาเปน็ แผนภาพ ดังนี้
การรกั ษาสิทธิ
สิทธใิ นการศึกษา
สิทธใิ นการนับถือศาสนา
สิทธิในการรกั ษาพยาบาล
สทิ ธใิ นการเลอื กตง้ั
สิทธิในทอ่ี ยู่อาศัย
ฯลฯ
จากน้ันครใู ชค้ าถามใหน้ ักเรียนรว่ มกันสนทนา ดังน้ี
- ในโรงเรียนของเราได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกหรือรักษาสิทธิในเร่ือง
ใดบา้ ง
- นักเรียนคิดว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนมีความจาเป็นท่ีรัฐจะต้องจัดให้
ประชาชนหรือไม่
- นักเรียนคิดว่าเด็กแรกเกิดทุกคนมีสิทธิต้องได้รับการคุ้มครองจากรัฐหรือไม่
เพราะอะไร
3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาในข้อกฎหมายท่ีรู้ไว้เพ่ือรักษาสิทธิ กฎหมายคุ้มครองเด็กนั้นเป็น
กฎหมายท่ีมีลักษณะเฉพาะอยา่ งไร โดยครใู ชค้ าถามให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ดังนี้
- นักเรียนคดิ ว่าคาว่า “เด็ก”, “นักเรียน”, “นกั ศกึ ษา” นั้นมีความหมายแตกตา่ งกัน
หรอื เหมอื นกันอย่างไร จงอธิบาย
4. ให้นักเรียนวิเคราะห์ความสาคัญและความจาเป็นของการมี กฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยครู
ใชค้ าถามให้นกั เรยี นได้รว่ มกนั สนทนา ดงั น้ี
- ถ้ามอี ายุ 15 ปี ทาบตั รประชาชนแล้วนักเรียนคิดวา่ ยังเป็นเด็กหรอื เปน็ ผู้ใหญ่แล้ว
เพราะอะไร
- นกั เรยี นมวี ธิ ีในการรกั ษาสิทธิทรี่ ัฐจดั ให้ไวอ้ ยา่ งไรบ้าง
กฎหมายค้มุ ครอง 5. ครสู รปุ คาตอบนกั เรยี นออกมาเป็นแผนภาพ ดงั นี้
เด็กและวธิ ีการ ทาบตั รประชาชน อายุ 7ขวบ
รักษาสทิ ธนิ นั้ อายุ ไมถ่ ึง 18 ถอื วา่ ยังเปน็ เดก็
อยู่
อายุ 17 ปี จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย โดยบิดามารดารบั รอง
บรรลนุ ติ ิภาวะต้องอายุ 20 ปี ขึน้
ไป
ผู้ปกครองดูแลเดก็ มิให้มีความประพฤติเสยี หาย
หากพบผกู้ ระทาทารณุ กรรมตอ่ เด็กให้รีบแจง้ เจ้าหนา้ ที่ฝ่ายปกครองหรือตารวจ
หา้ มมิใหเ้ ดก็ ซื้อหรือเสพสุรา หรอื บุหรี่
6. นกั เรียนทาใบงานท่ี 14 กฎหมายคุ้มครองเด็ก
ขัน้ สรุป
7. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้
- สิทธิน้ันมีความสาคัญต่อประชาชนอย่างไรบ้าง ถ้าไม่มีการคุ้มครองสทิ ธิประชาชน
จะเปน็ อย่างไรบ้าง
8. ให้นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้
- กฎหมายการรักษาสิทธิ กฎหมายคุ้มครองเด็กน้ันมีไว้เพ่ือปกป้องและคุ้มครอง
ผู้ยังไม่บรรลุนิ ติภ าวะทั้ งทางด้าน ร่างกายและจิตใจอาจถูกห ลอกห รือถูกล่วงละเมิดให้ ได้รับ
ความเสยี หายได้ ดังนน้ั รัฐจงึ ตอ้ งบญั ญัตกิ ฎหมายข้นึ เพอื่ คุ้มครองดแู ลให้ไดร้ ับความปลอดภัย
สือ่ /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ม.1
2. ขา่ วสถานการณ์ท่เี ดก็ ถกู ละเมดิ สทิ ธิเด็ก
3. ใบงานที่ 14 เร่ือง กฎหมายคุม้ ครองเด็ก
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
ด้าน วิธกี ารประเมนิ เคร่ืองมอื ในการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 14 เรื่อง ใบงานท่ี 14 เร่ือง กฎหมาย
ทกั ษะ กฎหมายค้มุ ครองเดก็ ค้มุ ครองเด็ก
ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระ
....................................................................... ............................................................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ........................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหล)ี
ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ์)
ตาแหนง่ รองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วันท่.ี ......................................................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 40
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรอื่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยที่ 40 เรื่อง กฎหมายการศกึ ษาและกฎหมายผู้บรโิ ภค เวลา 2 ช่วั โมง
ช่ือผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าที่ของการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ดี งี ามและธารง
รักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยา่ งสันติสขุ
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ม.1/1 ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธเิ สรภี าพของตนเองและผ้อู ่ืน
สาระสาคัญ
กฎหมายเพอ่ื การศึกษาและกฎหมายคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค เป็นกฎหมายที่ใช้บังคบั พัฒนาคนในประเทศให้
เป็นมนุษย์สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม จริยธรรมและวัฒนธรรมในการดาเนินชีวิต
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างเป็นสุข และสามารถเป็นทรัพยากรท่ีมีคุณค่าของประเทศรวมท้ังรู้จักการท่ีจะ
รกั ษาสิทธติ นหากเราถูกล่วงละเมดิ สทิ ธทิ างใดทางหน่งึ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะหเ์ รื่องกฎหมายเพื่อการศึกษา และกฎหมายคมุ้ ครองผู้บริโภค
2. จาแนกสาระของความสาคัญเรื่องกฎหมายเพื่อการศกึ ษาและกฎหมายค้มุ ครองผู้บริโภค
3. เห็นคุณค่าและความสาคัญของกฎหมายเพื่อการศึกษาและกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค
ท่เี กีย่ วพนั กบั การดาเนนิ ชวี ติ ของตนเอง
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. กฎหมายเพอื่ การศึกษา
2. กฎหมายคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซ่อื สัตยส์ ุจริต
มงุ่ มั่นในการทางาน มีวินัย รกั ความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการคิด
ดา้ นคุณลกั ษณะของผเู้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวชิ าการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นักเรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ บั
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตุผล นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ที่ศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล
3. หลักภูมคิ ุ้มกนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองท่ีเก่ยี วข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เงือ่ นไขความรู้ กฎหมายการศกึ ษาและกฎหมายผบู้ รโิ ภค
5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 15 เร่ือง กฎหมายการศึกษาและกฎหมายผู้บรโิ ภค
กิจกรรมการเรียนการสอน
ช่วั โมงที่ 1
ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูนาเหตุการณ์หรือสถานการณ์เกี่ยวกับการศึกษา และการคุ้มครองผู้บริโภคจาก
หนังสือพิมพ์ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับความสาคัญของกฎหมายเพ่ือการศึกษา และกฎหมายคุ้มครอง
ผู้บริโภค โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นนกั เรียนก่อนนาเขา้ สบู่ ทเรียน ดังนี้
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่ากฎหมายเพื่อการศึกษา เป็นกฎหมายที่บัญญัติข้ึนมาเพ่ือ
ใครและเพราะอะไร
- นักเรียนรจู้ ักกฎหมายผู้บริโภคหรอื ไม่ เป็นกฎหมายทม่ี คี วามสาคญั อยา่ งไร
2. ครูสร้างฐานความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเพื่อการศึกษา และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
โดยครูใช้คาถามให้นักเรยี นร่วมกนั สนทนา ดงั นี้
- ตวั ของนักเรยี นเองมคี วามเกีย่ วขอ้ งกับกฎหมายเพอื่ การศึกษาอยา่ งไร
- กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภคนั้น คมุ้ ครองตวั เราและสงั คมในด้านใดบา้ ง
3. ครูใชค้ าถามให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น ดงั น้ี
- นักเรียนคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว สมควรที่จะได้รับสิทธิเพ่ือการศึกษาทุกคน
หรือไม่
- นกั เรยี นคดิ ว่าในโรงเรียนของเรา เป็นระบบการศกึ ษาระบบใด มลี กั ษณะอยา่ งไร
- นักเรียนคิดว่าการถ่ายทอดความรู้นั้น มีข้ึนหรือเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนหรือไม่
เพราะอะไร
- ในสังคมของเราทุกวัน ระบบการศกึ ษาไดค้ รอบคลุมไปทั่วถึงหรือยัง เพราะอะไร
ขน้ั กิจกรรมการเรียนรู้
4. ให้นักเรียนร่วมกันศกึ ษาหาความหมาย ของกฎหมายเพื่อการศกึ ษาและกฎหมายคุ้มครอง
ผู้บริโภค โดยใหแ้ บ่งกลุม่ ออกเป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ เพือ่ ให้ทกุ คนไดร้ ่วมกนั ศกึ ษาในท้ัง 2 หัวข้อคอื
- กลมุ่ ที่ 1 ศึกษาเร่อื งกฎหมายเพื่อการศึกษา
- กลุ่มที่ 2 ศึกษาเรอ่ื งกฎหมายคุ้มครองผบู้ ริโภค
5. ครใู หน้ กั เรียนเลือกตัวแทนออกมากลุ่มละ 3 คน เพอ่ื อภปิ รายหนา้ ชั้นเรยี น ในท้ัง 2 หวั ข้อ
ขั้นสรปุ
6. โดยครใู ช้คาถามให้นกั เรยี นแสดงความคดิ เห็น ดงั นี้
- นกั เรยี นคดิ ว่ากฎหมายทั้ง 2 กฎหมายนีม้ ผี ลดีตอ่ ประชาชนทั้งประเทศอยา่ งไร
ช่วั โมงท่ี 2
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูทบทวนสาระสาคัญของกฎหมายการศึกษา และกฎหมายผู้บริโภคเป็นแผนภาพ ดังนี้
นักเรยี นจดบันทึกลงสมดุ
กฎหมายเพื่อการศกึ ษา
การศึกษาในระบบ กาหนด การศกึ ษานอกระบบ มีความ การศึกษาตามอัธยาศยั
จุดม่งุ หมาย วิธีการศึกษา ยืดหยุ่น วธิ กี ารศกึ ษาเน้อื หา ใหผ้ ูเ้ รียนได้เรยี นรดู้ ว้ ย
สาเรจ็ การศกึ ษาแน่นอน หลกั สตู รสอดคลอ้ งกับความ ตนเอง ตามความสนใจ
ตอ้ งการของบุคคลแตล่ ะกลุ่ม และศกึ ษาจากบคุ คล
ประสบการณ์
การศึกษาข้นั พืน้ ฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี
การศึกษาระดับอดุ มศึกษา
ระดับตา่ กว่าปริญญา และระดบั ปริญญา
สิทธทิ ่ีจะไดร้ ับ สิทธิท่จี ะไดร้ ับ สิทธิจะได้รับ สิทธจิ ะมอี สิ ระใน สิทธทิ ี่จะไดร้ ับการ
ขา่ วสารคณุ ภาพ ความปลอดภยั ความเป็นธรรม การเลือกหา พจิ ารณาและชดเชย
ท่ีถกู ต้องและ จากการใชส้ ินคา้ ในการทาสญั ญา สินค้า - บรกิ าร ความเสยี หายหาก
เพยี งพอ บรกิ าร ถกู ละเมิดสิทธิ
สทิ ธิ
ผ้บู รโิ ภค
กฎหมายคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
หน่วยงาน
ค้มุ ครองผบู้ ริโภค
สานกั งานคณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บรโิ ภค
รบั เรอ่ื งราว ตดิ ตาม สนับสนุนหรือ สง่ เสริมและ ดาเนินการ ประสานงาน
รอ้ งทุกข์ และ ทาการศึกษา สนบั สนุนให้มี เผยแพร่ กับสว่ น
สอดส่อง การศกึ ษาแก่ ราชการ
จาก และวิจัย ทาง
ผบู้ รโิ ภค ปัญหา ผ้บู ริโภค วชิ าการ
ข้ันกิจกรรมการเรียนรู้
2. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกบั รอบรู้อาเซียน ดงั นี้
การศึกษา คือ รากฐานสาคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองและม่ันคง แต่
การศึกษาจะมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ส่วนหนึ่งข้ึนอยู่กับระบบของการศึกษา และระบบการศึกษาในแต่ละ
ประเทศมีความแตกต่างกัน ข้ึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ท่ีมผี ลกับประเทศน้ัน ๆ ยกตวั อย่าง การศึกษาของประเทศ
สงิ คโปร์ ดังนี้
ระบบการศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็นระดับประถม 6 ปี ระดับมัธยมศึกษา 4 ปี ซ่ึงรวม
แล้วเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 10 ปี แต่ผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องศึกษาขั้นเตรียม
มหาวิทยาลยั อีก 2 ปี
การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์จะต้องเรียนรู้ 2 ภาษาควบคู่กันไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษเป็น
ภาษาหลัก และเลือกเรียนภาษาแม่ ( Mother Tongue) อีก 1 ภาษา คือ จีน (แมนดาริน) มาเลย์ หรือทมิฬ
(อนิ เดีย)
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสาคัญกับการศึกษามาก โดยถือว่าประชาชนเป็นทรัพยากรที่สาคัญ
และมีค่าท่ีสุดของประเทศในการนี้ รัฐบาลได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาจนเสมือนกับเป็นการศึกษาแบบให้
เปล่าโรงเรียนในระดับประถมและมัธยมล้วนเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือก่ึงรัฐบาล สถานศึกษาของเอกชนใน
สิงคโปร์ มเี ฉพาะในระดบั อนุบาล และโรงเรยี นนานาชาติเท่านั้น
มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์มี 3 แห่ง คอื
1. National University of Singapore (NUS)
2. Nanyang Technological University
3. Singapore Management University (SMU)
ผู้ปกครองนักเรียนของสิงคโปร์จะส่งบุตรหลานเข้ารับการเตรียมความพร้อมในโรงเรียนเม่ือ
เด็กมอี ายไุ ด้ 2 ขวบ ครึง่ เม่ือเด็กอายไุ ด้ 6 ขวบก็จะเขา้ เรียนในระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 1
ระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ป.1-ป.4 เรียกว่า Foundation
Stage และ ป.5-ป.6 เรียกว่า Orientation Stage ช้ันประถมตน้ จะเรียน 3 วชิ าหลกั คือ ภาษาอังกฤษ ภาษา
แม่ และคณิตศาสตร์ นอกจากนั้น จะมีวิชาดนตรี ศิลปหัตถกรรม หน้าที่พลเมือง สุขศึกษา สังคม และพล
ศกึ ษา แต่ในช่วงประถมปลาย หรือ Orientation Stage น้ัน นักเรยี นจะถูกแยกออกเป็น 3 กลุ่มทางภาษาคือ
EM 1. EM 2. และ EM 3. การแยกนักเรียนเข้ากลุ่มทางภาษานั้น ข้ึนอยู่กับความสามารถทางภาษาของแต่ละ
คน เมื่อจบ ป.6 แล้วจะมีการสอนท่ีเรียกว่า Primary School Leaving Examination (PSLE) เพื่อที่จะเข้า
ศึกษาตอ่ ในระดับมัธยมศกึ ษาต่อไป ผลการเขา้ สอบมีสว่ นสาคญั อย่างย่ิงต่อการศึกษาต่อในระดับมธั ยมศึกษา
การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาน้ัน จะมี 3 หลักสูตรให้เลือกตามความสามารถ และความ
สนใจ โดยใชเ้ วลา 4-5 ปี หลกั สตู รในระดับมัธยมศกึ ษา ไดแ้ ก่
หลักสูตรพเิ ศษ (Special Course)
หลักสูตรเรง่ รัด (Express Course)
หลกั สตู รปกติ (Normal Course)
เมื่อจบหลักสูตรจะมีการสอบ โดยหลักสูตรพิเศษ และหลั กสูตรเร่งรัดจะต้องผ่าน
ประกาศนียบัตร GCB (General Certificate of Education) ในระดบั “O” Level ส่วนหลักสูตรปกติจะต้อง
ผ่าน GCB “N” Level แต่ถ้าต้องศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ก็ต้องสอบให้ผ่าน GCB “O” Level
เชน่ เดยี วกัน
3. ให้นักเรียนเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของระบบการศึกษาไทย กับระบบการศึกษาของประเทศ
สิงคโปรว์ า่ มคี วามแตกต่างกนั อย่างไร สรุปเป็นแผนภาพความคดิ ในสมดุ
ระบบการศกึ ษาไทยVS
ระบบการศึกษาสงิ คโ์ ปร์
เหมือน/ตา่ ง
4. นกั เรยี นทาใบงานที่ 15 เรือ่ ง กฎหมายการศกึ ษาและกฎหมายผบู้ ริโภค
ขั้นสรุป
5. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดังน้ี
- นกั เรยี นคดิ ว่าขณะน้รี ฐั บาลไดจ้ ดั ใหม้ ีการศึกษาภาคบงั คับทัง้ หมดก่ีปี
6. ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
- ในการจัดการศึกษาน้ันรัฐจัดขึ้นให้ทุกคนสามารถเรียนรู้พัฒนาตนเองได้ ส่งเสริม
ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ เน้นท้ังความรู้ คุณธรรมและกระบวนการเรียนรู้ตามความ
เหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา
- กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคน้ัน เป็นกฎหมายท่ีบัญญัติขึ้นเพื่อให้การคุ้มครองแก่
ประชาชนท่ีต้องการร้องทุกข์หรือเดือดร้อนได้รับความเสียหายในทุก ๆ เร่ืองเก่ียวกับการถูกละเมิดสิทธิการ
บริโภค
สือ่ /วสั ดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ม.1
2. ข่าวสถานการณ์การศึกษาของไทย
3. ใบงานท่ี 15 เรื่อง กฎหมายการศึกษาและกฎหมายผบู้ ริโภค
การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
ดา้ น วิธีการประเมิน เครอื่ งมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 15 เร่ือง ใบงานท่ี 15 เรื่อง กฎหมาย
ทกั ษะ กฎหมายการศึกษาและ การศกึ ษาและกฎหมาย
กฎหมายผูบ้ ริโภค ผู้บรโิ ภค
ลงชื่อ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ หัวหนา้ กลุม่ สาระ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................ ..................................
ลงชอื่ ........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................. .............................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ์)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ท่ี.......................................................
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 41
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรอ่ื ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ 41 เรอ่ื ง การกระทาใดทผี่ ดิ กฎหมายคุม้ ครองสทิ ธิ เวลา 1 ชั่วโมง
ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัตติ นตามหน้าที่ของการเปน็ พลเมืองดี มีค่านยิ มท่ดี ีงามและธารง
รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอย่รู ว่ มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสันติสขุ
ตัวช้ีวดั
ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธเิ สรีภาพของตนเองและผู้อนื่
สาระสาคญั
บุคคลในสังคมจะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาทและหน้าที่ของตนเองโดยไม่ให้บทบาทและ
หนา้ ท่นี น้ั ไปกระทบตอ่ สทิ ธิหน้าทขี่ องผ้อู ่นื
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและวิเคราะห์เร่ืองกฎหมายท่รี ู้ไว้เพ่ือป้องกนั ตนเองมใิ ห้ละเมดิ สทิ ธิผู้อื่น
2. จาแนกสาระของความสาคัญเรอ่ื งกฎหมายทรี่ ู้ไวเ้ พอื่ ป้องกันตนเองมใิ ห้ละเมิดสิทธิผ้อู น่ื
3. เห็นคุณคา่ และความสาคัญของกฎหมายท่ีรู้ไวเ้ พื่อป้องกันตนเองมิให้ละเมิดสิทธิผู้อื่น เพอ่ื ใชป้ ฏบิ ตั ิ
ในการดาเนินชวี ิตประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. กฎหมายลิขสทิ ธ์ิ
2. กฎหมายการกระทาผดิ เก่ยี วกบั คอมพวิ เตอร์
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซอื่ สตั ย์สุจริต
มงุ่ มั่นในการทางาน มวี ินัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการคดิ
ด้านคณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลศิ วชิ าการ ส่อื สารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเดน็ ที่ไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตผุ ล นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ที่ศึกษาอย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
3. หลกั ภูมคิ มุ้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองทเี่ กย่ี วขอ้ งจากสื่อต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงือ่ นไขความรู้ กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายการกระทาผดิ เกีย่ วกับคอมพวิ เตอร์
5. เงือ่ นไขคณุ ธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 16 เร่ือง การกระทาใดท่ผี ิดกฎหมายคมุ้ ครองสทิ ธิ
กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูนาสถานการณ์ข่าวเก่ียวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และการกระทาผิดเก่ียวกับกฎหมาย
คอมพิวเตอร์ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาและให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายท่ีรู้ไว้เพ่ือป้องกัน
ตนเองมใิ ห้ละเมดิ สทิ ธิผู้อนื่ โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ นกั เรยี นก่อนนาเข้าสูบ่ ทเรียน ดังน้ี
- นักเรียนรูจ้ กั กฎหมายการละเมิดลิขสิทธหิ์ รอื ไม่
- นกั เรียนทราบหรือไมว่ ่ากฎหมายเกีย่ วกบั การละเมิดสทิ ธผิ อู้ น่ื มีความสาคัญอยา่ งไร
2. ครูสร้างฐานความรู้เก่ียวกับกฎหมายท่ีรู้ไว้เพื่อป้องกันตนเองมิให้ละเมิดสิทธิ์ผู้อ่ืน โดยครู
ใชค้ าถามให้นักเรียนร่วมกนั สนทนา ดงั นี้
- การศึกษาเรียนรู้กฎหมายเพื่อป้องกันการไปละเมิดสิทธิของผู้อ่ืนมีประโยชน์ต่อ
ตนเอง และสงั คมอย่างไรบ้าง
ตวั อย่างแผนภาพ
ประโยชนก์ ารรกู้ ฎหมายเพ่อื ป้องกนั ตนเองมิ
ใหไ้ ปละเมิดสทิ ธขิ องบุคคลอ่ืน
ตนเอง สงั คม
ทาให้ร้เู ทา่ ทนั สง่ิ ท่ีเกิดขน้ึ ในสังคม สังคมมรี ะเบียบวนิ ยั เคารพสิทธิกัน
รู้จักรักษาสทิ ธิของตนเอง เกดิ คา่ นยิ มสังคมใหมท่ ี่คดิ ถงึ ตนเองและผู้อ่ืน
ป้องกนั การถูกละเมดิ สิทธิจากผ้อู น่ื ทาให้เกิดการสร้างสรรคน์ วตั กรรมใหม่
รู้จักรกั ษาผลประโยชน์ตนเม่ือถูกละเมิด ทั้งเชิงวตั ถแุ ละจรยิ ธรรม
รจู้ กั รักษาสิทธิตามกฎหมายไดอ้ ยา่ ง สังคมสงบสขุ มีความเจริญ
ถกู ต้องเหมาะสม
ขนั้ กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษาหาความหมายของกฎหมายป้องกันการมิให้ละเมิดสิทธิผู้อ่ืน
โดยครูใชค้ าถามให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น ดังน้ี
- คาวา่ สงวนลขิ สิทธ์ิ มีความหมายว่าอย่างไร จงอธิบาย
- คาวา่ ไม่มลี ิขสทิ ธ์ิ มีความหมายว่าอยา่ งไร จงอธิบาย
4. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ความสาคัญและความจาเป็นของกฎหมายป้องกันตนเองมิให้
ละเมิดสทิ ธผิ ูอ้ ่ืน โดยครใู ช้คาถามให้นกั เรยี นแสดงความคิดเห็น ดงั น้ี
- กฎหมายลขิ สิทธน์ิ ้นั ไดบ้ ญั ญตั ไิ ว้เพ่อื ประโยชน์แกใ่ คร เป็นสาคัญ
5. นักเรียนสรุปกฎหมายลิชสทิ ธิ์เปน็ แผนในสมดุ เรียน
งานท่ัวไปมลี ขิ สิทธ์ิ ตลอด งานถา่ ยภาพ ภาพยนตร์ งานศิลปะประยกุ ต์มี
อายุผู้สรา้ ง และต่อไปอีก สิง่ บันทกึ เสียง อายุ อายุคมุ้ ครอง 25 ปี
50 ปี นบั แตผ่ ู้สรา้ งถึงแก่ ค้มุ ครอง 50 ปี นับแต่ นบั แตส่ ร้างสรรค์งาน
ความตายความตาย สรา้ งสรรคง์ าน
ลิขสิทธิ์ สิทธิแต่ สิทธเิ กดิ ขนึ้
เพยี งผูเ้ ดียววา่ ทันทนี ับตงั้ แต่
จะกระทาการใด ผสู้ ร้างสรรค์ได้
เกยี่ วกบั งานที่ สร้างผลงาน
สรา้ งข้ึน
อายกุ ารคมุ้ ครองลขิ สิทธ์ิ
กฎหมายลิขสทิ ธ์ิ
กฎหมายป้องกนั
มใิ ห้ละเมิดสทิ ธิ
ผู้อ่นื
กฎหมายการกระทาความผิด
เกยี่ วกบั คอมพิวเตอร์
- เผยแพร่
ขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์
อันเป็นเทจ็
- ข้อมูลลามกอนาจาร
ฯลฯ
ขน้ั สรปุ
7. ใหน้ ักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้
- กฎหมายป้องกันมิให้ละเมิดสิทธิผู้อ่ืนนั้น เป็นกฎหมายที่ให้รู้จักการเคารพ สิทธิ
ของบุคคลอื่น และรูจ้ ักการรกั ษาป้องกนั สิทธิของตนเองตามกฎหมาย
8. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 16 เรอ่ื ง การกระทาใดที่ผดิ กฎหมายคุม้ ครองสทิ ธิ
สือ่ /วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั ม.1
2. สถานการณ์ข่าวเก่ยี วกบั การละเมิดลขิ สิทธิ์
3. ใบงานท่ี 16 เร่ือง การกระทาใดท่ีผดิ กฎหมายค้มุ ครองสทิ ธิ
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
ด้าน วธิ ีการประเมิน เคร่ืองมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 16 เรื่อง ใบงานที่ 16 เรื่อง การกระทา
ทกั ษะ ก า ร ก ร ะ ท า ใด ที่ ผิ ด ใดท่ผี ดิ กฎหมายคุม้ ครองสทิ ธิ
กระบวนการ (P) กฎหมายคุ้มครองสทิ ธิ
ลงชื่อ.......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระ
............................................................................................................................................ ..................................
................................................................................................ .................................................................... ..........
ลงช่อื ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ์)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ท่.ี ......................................................
ใบงานท่ี 16 เรื่อง การกระทาใดทีผ่ ิดกฎหมายคุ้มครองสิทธิ
ช่ือ___________________________________________ เลขท่ี ________ ชั้น __________
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นไตร่ตรองการกระทาของตน วา่ การกระทาใดทผี่ ิดกฎหมายคุ้มครองสิทธทิ ไ่ี ด้
ศกึ ษาจากหนว่ ยการเรียนนบี้ ้าง ใหย้ กตัวอย่างมา 5 กรณี
กรณที ก่ี ระทาผิดของเรา ผดิ กฎหมายทีช่ ่ือว่า เมอื่ รเู้ ชน่ นีแ้ ล้ว คราวหน้าฉนั จะ...
1. ………………………………................ …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
เหตผุ ลทกี่ ระทาผดิ ……………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
2. ………………………………............... …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
เหตุผลท่ีกระทาผิด ……………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
3. ………………………………............... …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... ……….…………………………………...
เหตุผลที่กระทาผิด ……………………… …………………………………... ………………..…………………………....................
…………………………………………… …………………………………... ..................................................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………................
4. ………………………………............... …………………………………...
…………………………………………… …………………………………... .…………………………………...............
เหตุผลท่กี ระทาผดิ ……………………… …………………………………... ……….…………………………………...
…………………………………………… …………………………………... ……………….…………………………...
…………………………………………… …………………………………... ……………………….…………………...
……………………………….…………...
5. ………………………………................ …………………………………...
…………………………………………… …………………………………... ………………………………………..…..
เหตุผลทีก่ ระทาผิด ………………………. …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………………… …………………………………... …………………………………................
…………………………………................
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 42
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนที่ 5 เรอื่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 42 เร่อื ง ความคดิ รวบยอดกฎหมายใกลต้ ัว เวลา 1 ชั่วโมง
ชอื่ ผ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหนา้ ทีข่ องการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ดี งี ามและธารง
รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ
ตวั ชีว้ ัด
ส 2.1 ม.1/1 ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบุคคล
ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อน่ื
สาระสาคัญ
การมีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลรู้จักเคารพ
ในสิทธเิ สรภี าพของตนเองและผ้อู น่ื ทาให้ดาเนินชีวติ อยใู่ นสงั คมได้อยา่ งสงบสุข
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับความรู้กฎหมายใกล้
2. เขยี นแผนภาพหรอื เค้าโครงความรูก้ ฎหมายใกล้ตวั ได้
3. เหน็ ความสาคญั ในการศึกษาเรียนรู้ ทาความเข้าใจเกยี่ วกบั กฎหมายใกลต้ วั เพ่ือประโยชน์ในการ
ดารงชวี ติ ในปัจจบุ ัน
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
ความคดิ รวบยอดกฎหมายใกลต้ วั
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
มงุ่ มั่นในการทางาน มีวินัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการคดิ
ดา้ นคณุ ลักษณะของผูเ้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวิชาการ ส่อื สารสองภาษา ล้าหน้าทางความคดิ
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ รว่ มกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศกึ ษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นที่ได้รับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตผุ ล นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นที่ศึกษาอย่างเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลักภมู ิคุม้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเร่ืองท่เี ก่ยี วขอ้ งจากสื่อต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงอื่ นไขความรู้ ความคิดรวบยอดกฎหมายใกล้ตัว
5. เงอื่ นไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
แผนผงั ความคดิ เรื่อง กฎหมายใกล้ตวั
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ข้ันนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูให้นักเรียนทบทวนความรู้เก่ียวกับกฎหมายใกล้ตัว โดยครูถาม คาถามให้นักเรียน
ร่วมกันตอบและสรปุ ความรู้ ดังนี้
- การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และการสงเคราะห์เด็กมีความเหมือนหรือต่างกัน
อยา่ งไร
- สทิ ธกิ ารศกึ ษาตามกฎหมายการศกึ ษามรี ะบุไว้อยา่ งไรบา้ ง
- ถา้ นกั เรียนถูกละเมิดสิทธทิ างดา้ นการบรโิ ภค จะแกป้ ัญหาน้ีอย่างไร
- นักเรยี นเคยซอ้ื สินค้าที่ละเมดิ ลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
- การกระทาใดบ้างถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์
2. ครูอธิบายสรปุ ความรู้เพ่ิมเตมิ เมื่อจบการตอบคาถามของนักเรียน
ข้นั กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับความหมายของกฎหมายและกฎหมายใกล้ตัว
เปน็ แผนผงั ความคิดอธบิ ายสรปุ เปน็ ความร้ปู ิดทา้ ยชั่วโมงเรยี น
“กฎหมาย”
กฎหมาย (องั กฤษ : law หรือ legislation) คอื กฎอนั มที ่มี าจากการตราข้นึ
โดยสถาบนั หรือผมู้ ีอานาจสูงสุดในรฐั หรอื จากจารีตประเพณีอนั เป็นทย่ี อมรับนบั ถอื
มีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ใช้ในการบรหิ ารประเทศ ใช้บงั คบั บุคคลให้ปฏิบตั ติ าม หรือกาหนดระเบียบ
แห่งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลหรอื ระหวา่ งบคุ คลกับรัฐ กฎหมายไทยปรากฏตวั อยูใ่ นสาม
รปู คือ
รูปกฎหมายลายลกั ษณ์อักษร รปู จารีตประเพณี และรูปหลักกฎหมายท่วั ไป
ขั้นสรปุ
3. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้
- เมอื่ กระทาความผิดแลว้ จะอ้างว่าไมร่ ูก้ ฎหมายไม่ได้นักเรียนมีความคดิ เห็นอยา่ งไร
4. ให้นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
- การมีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย และปฏิบัตติ ามกฎหมายในการค้มุ ครองสิทธิของ
บคุ คลร้จู กั เคารพในสิทธเิ สรีภาพของตนเองและผู้อ่ืน ทาใหด้ าเนนิ ชวี ติ อย่ใู นสงั คมได้อยา่ งสงบสุข
สอ่ื /วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ม.1
การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
ด้าน วิธกี ารประเมนิ เคร่ืองมือในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
ความรู้ (K) ตรวจแผนผังความคิด แบบประเมนิ แผนผังความคิด คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทกั ษะ เร่อื ง กฎหมายใกลต้ ัว คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง
กระบวนการ (P)
ลงช่อื .......................................................ครผู สู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหวั หน้ากลุ่มสาระ
............................................................................................... ..................................................................... ..........
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ........................................หัวหน้ากล่มุ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหล)ี
ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พัฒนภากรณ์)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วนั ท่.ี ......................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 43
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศึกษา
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 5 เรือ่ ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 43 เรอื่ ง ความหมายของรัฐธรรมนญู เวลา 1 ชวั่ โมง
ช่ือผูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที่..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบัน ยดึ ม่ัน ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซึง่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
ตัวช้ีวัด
ม.1/1 อธบิ ายหลกั การ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบนั โดยสังเขป
สาระสาคัญ
รฐั ธรรมนูญ (Constitution) เป็นบทกฎหมายสูงสุดที่จดั ระเบียบการปกครองประเทศเป็นแม่บทของ
บัญญัติกฎหมายต่างๆ เมื่อบทบัญญัติของกฎหมายใดขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ บทบัญญัตินั้นย่อมไม่มี
ผลบงั คับโดยสนิ้ เชิง
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและวิเคราะห์ความสาคัญของรฐั ธรรมนญู
2. จาแนกสาระสาคัญที่มีบทบัญญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนูญ
3. เห็นคุณคา่ และความสาคัญของกฎหมายรฐั ธรรมนูญ
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
ความหมายของรฐั ธรรมนญู
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการทางานกลุ่ม
2. กระบวนการคิดวิเคราะห์
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซ่อื สัตย์สุจรติ
มงุ่ มัน่ ในการทางาน มวี ินัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการแก้ปัญหา: แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรูม้ าใช้ในชีวติ ประจาวนั
ด้านคุณลกั ษณะของผเู้ รยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สือ่ สารสองภาษา ล้าหน้าทางความคิด
ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นักเรียนศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะหเ์ น้ือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ บั
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตุผล นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีศึกษาอย่างเปน็ เหตุเป็นผล
3. หลักภูมิคุม้ กนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทเี่ กีย่ วข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงอื่ นไขความรู้ ความหมายของรฐั ธรรมนูญ
5. เง่อื นไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 17 เรื่อง ทาความรู้จักกบั รฐั ธรรมนญู
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูนาหนังสอื ร่างกฎหมายรฐั ธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ นั ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ศึกษาและใหน้ ักเรยี น
ร่วมกันสนทนาเกย่ี วกับความสาคัญของรฐั ธรรมนญู โดยครใู ชค้ าถามกระตุ้นนักเรียนก่อนนาเข้าสูบ่ ทเรียน ดงั นี้
- นักเรียนรู้จกั รัฐธรรมนูญหรอื ไม่ เป็นอยา่ งไร
- นกั เรียนทราบหรอื ไม่วา่ รัฐธรรมนูญมีความสาคัญอยา่ งไร
2. ครสู รา้ งฐานความรเู้ กย่ี วกับกฎหมายรัฐธรรมนญู โดยครใู ชค้ าถามให้นักเรยี นรว่ มกัน
สนทนา ดังน้ี
- นับจากตัวของเราออกไปมีความสัมพันธเ์ ก่ยี วข้องกับบุคคลอื่นและสงั คมอย่างไร
บา้ ง
ตวั เรา ครอบครวั หม่บู า้ น ตาบล
อาเภอ จงั หวดั ภูมภิ าค ประเทศ
จากนน้ั ครใู ชค้ าถามให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นต่อ ดังน้ี
- กฎระเบียบเร่ิมเกิดจากสังคมในระดับใดก่อน
- ในโรงเรียนมีกฎระเบยี บอะไรบา้ ง
- ระเบียบกตกิ ามไี ว้เพือ่ อะไร
- ในสังคมระดับประเทศมีกฎหมายหรือกติกาอะไรสรา้ งความเปน็ ระเบยี บ และ
ความสงบเรยี บรอ้ ยใหแ้ ก่ประเทศ (กฎหมายรัฐธรรมนูญ)
ขั้นกจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ให้นักเรยี นร่วมกนั ศึกษาความหมายและความสาคัญของกฎหมายรฐั ธรรมนูญ โดยครใู ช้
คาถามใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ดังน้ี
- รัฐธรรมนูญ คืออะไร
จากนนั้ ครูนาความหมายของรฐั ธรรมนูญ ตามพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน
พ.ศ. 2542 เขยี นบนกระดานใหน้ ักเรียนร่วมกนั ศกึ ษา ดังน้ี
รฐั ธรรมนญู หมายถงึ บทกฎหมายที่จดั ระเบียบในการปกครองประเทศ โดยกาหนดรูปแบบของรฐั ว่า
เป็นรัฐเดียวหรอื รัฐรวม ระบอบการปกครองของรฐั รวมทง้ั สถาบนั และองค์กรการใช้อานาจอธปิ ไตยในการ
ปกครองรฐั
จากนนั้ ครูใชค้ าถามให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ดังนี้
- ประเทศไทยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญใช้ปกครองประเทศสมัยใด (รัฐธรรมนูญฉบับ
แรกของประเทศไทยประกาศใช้เม่ือ พ.ศ. 2475 เกิดจากคณะราษฎรซ่ึงทาการเปล่ียนแปลงการปกครองจาก
ระบอบสมบูรณาญาสิทธริ าชย์ มาเป็นประชาธิปไตย โดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ได้ทูลเกล้าฯ
ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ให้ทรงลงพระปรมาภไิ ธย)
4. ให้นกั เรยี นวิเคราะห์ความสาคัญ และความจาเปน็ ในการมรี ฐั ธรรมนูญ โดยครูใช้คาถามให้
นักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ ดังน้ี
- รฐั ธรรมนูญมีความสาคญั และมคี วามจาเป็นในการปกครองประเทศอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เป็นกฎหมายแม่บทในการปกครองประเทศ กาหนดโครงสร้างอานาจการปกครองของ
ประเทศองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีอานาจใจการตรวจสอบรัฐ ให้สิทธิ เสรีภาพ ในการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการปกครองประเทศ เป็นแม่บทของกฎหมายอ่ืน โดยกฎหมายอื่นไม่สามารถขัดแย้งได้ และได้กาหนดให้
ราชอาณาจกั รไทยเป็นรฐั เดยี ว ใครจะแบง่ แยกไมไ่ ด้)
5. ครูสรปุ เป็นแผนภาพ ดังนี้
ตวั อย่างแผนภาพ
● เป็นกฎหมายแมบ่ ทในการปกครองประเทศ
● เปน็ กฎหมายที่กาหนดโครงสร้างอานาจการปกครองของประเทศ
อานาจนิติบญั ญัติ: รฐั สภา
อานาจบริหาร : รัฐบาล
ความสาคัญ อานาจตุลาการ : ศาล
ของกฎหมาย
รัฐธรรมนญู ● องค์กรตามรฐั ธรรมนูญมีอานาจตรวจสอบการใช้อานาจรฐั
● เปน็ กฎหมายทกี่ าหนด สิทธิ เสรีภาพ ในการมีส่วนรว่ มของ
ประชาชนในการปกครองประเทศ
● เป็นแม่บทของกฎหมายอ่ืนทั้งหมด โดยทก่ี ฎหมายอืน่ ใดจะเขยี น
ขดั แย้งรัฐธรรมนูญไมไ่ ด้
● รัฐธรรมนญู ไทยกาหนดใหร้ าชอาณาจักรไทยเป็นรฐั เดียว ใครจะ
แบง่ แยกไม่ได้
ขนั้ สรปุ
6. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดท่ีจัดระเบียบการปกครองประเทศโดยรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย กาหนดรูปแบบการปกครองของไทยเป็นรัฐเดียว รวมทั้งสถาบันองค์กร และการใช้
อานาจอธปิ ไตยไว้ในรัฐธรรมนญู
7. ครใู ห้นักเรยี นทาใบงานที่ 17 เรื่อง ทาความรูจ้ กั กับรฐั ธรรมนญู
ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้น ม.1
2. ใบงานที่ 17 เร่ือง ทาความรู้จักกับรฐั ธรรมนูญ
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เคร่อื งมอื ในการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ด้าน วิธีการประเมิน
ใบงานท่ี 17 เร่ือง ทาความรูจ้ ัก ตอบถูกร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 17
ทกั ษะ เร่อื ง ทาความรูจ้ ักกับ กับรฐั ธรรมนูญ
กระบวนการ (P) รฐั ธรรมนูญ
ลงชือ่ .......................................................ครูผ้สู อน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหวั หน้ากลุม่ สาระ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื ........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื .....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ์)
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท.่ี ......................................................
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 44
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นที่ 5 เรอื่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยที่ 44 เร่อื ง สาระสาคัญท่ีมีบทบัญญตั ิไว้ในรัฐธรรมนูญ เวลา 1 ช่วั โมง
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วันที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยดึ มนั่ ศรัทธาและธารงรักษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
ตัวช้วี ัด
ม.1/1 อธบิ ายหลกั การ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนญู
แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันโดยสงั เขป
สาระสาคญั
รัฐธรรมนูญ มีความสัมพันธ์ อย่างยิ่งกับการปกครอง และระบอบการเมืองที่เป็นภาพใหญ่ การเกิด
รฐั ธรรมนูญจึงจาเป็นต้องผสานองค์ความรทู้ างด้านกฎหมายท่ีเรียกว่านิตศิ าสตร์ และความรู้ทางด้านการเมือง
การปกครองท่ีเรียกว่า รัฐศาสตร์ เพือ่ เป็นความรู้หลกั ในการเขยี นรฐั ธรรมนญู
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและวเิ คราะหค์ วามสาคัญของรัฐธรรมนูญ
2. จาแนกสาระสาคัญท่ีมีบทบญั ญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนูญ
3. เห็นคุณคา่ และความสาคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. การเกดิ ขึ้นของสมัชชาแห่งชาติ
2. การเกิดข้นึ ของสมาชิกสภารา่ งรัฐธรรมนญู
3. การลงประชามติของประชาชน
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
ม่งุ มั่นในการทางาน มีวนิ ยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการแก้ปัญหา: แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรู้มาใชใ้ นชีวิตประจาวัน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคดิ
ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะหเ์ นื้อหาตรงตามประเดน็ ที่ได้รับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตผุ ล นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ประเด็นที่ศึกษาอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลักภมู คิ ุม้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองทีเ่ กี่ยวข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เง่ือนไขความรู้ สาระสาคญั ท่ีมบี ทบัญญตั ิไวใ้ นรฐั ธรรมนูญ
5. เง่อื นไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 18 เร่ือง สาระสาคัญการจดั ทารา่ งรัฐธรรมนญู
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครนู าเข้าส่บู ทเรยี น โดยการถามว่า ปัญหาตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดข้ึนในห้อง เชน่ ปัญหาทะเลาะ
วิวาท แกล้งกัน เล่นกันในห้อง จะแกป้ ัญหา อย่างไร (ตวั อย่างคาตอบ จะต้องตัง้ กฎกติกาในการแก้ปญั หา
ร่วมกนั ฟ้องครู ฯลฯ)
2. ครู สรปุ วา่ ปญั หาต่าง ๆ ทเ่ี กิดขึ้น จะควบคุมได้ ก็เพราะ มกี ารตั้งกฎข้นึ มา และ
ควบคมุ ดูแล ซ่งึ เปรยี บเทียบ เหมือนกับกฎหมายรฐั ธรรมนูญ ที่ใชใ้ นการปกครอง ซง่ึ ก็มีความเปน็ มา คล้ายกบั
กฎระเบียบทีใ่ ชบ้ ังคับในห้องเรียน แต่มผี ลบงั คับระดับประเทศ
ขนั้ กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูนาหนังสือร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบบั ปจั จบุ ันใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ศึกษา และให้
นักเรียนร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับความสาคญั และความเป็นมาของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550
4. ครแู บ่งนักเรยี น ออกเป็น 3 กล่มุ ให้เทา่ ๆ กัน โดยใหศ้ ึกษา คน้ คว้าในหัวข้อต่อไป
- กลุ่มที่ 1 การเกิดขึน้ ของสมัชชาแห่งชาติ
- กลุ่มที่ 2 การเกิดข้ึนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการยกร่าง
รฐั ธรรมนญู
- กลมุ่ ท่ี 3 การลงประชามติของประชาชน
5. ให้นกั เรียนศกึ ษา คน้ คว้า จากในหนังสือเรยี น และหนังสือร่างกฎหมายธรรมนญู ฉบับ
ปจั จุบนั แลว้ นาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น กลมุ่ ละ 3-5 นาที
6. ครสู รุป การอภปิ รายหน้าช้ันเรียน และสรุปการจัดสร้างรัฐธรรมนูญ ตามแผนภาพ
ดงั ตอ่ ไปนี้
สมชั ชาแห่งชาติ 2,000 คน
คดั เลอื ก
สมาชิกสภารา่ งรัฐธรรมนญู 200 คน
คมช. กรอง/คัดเลือก
สมาชิกสภารา่ งรัฐธรรมนญู จรงิ 100 คน
แต่งตง้ั + คมช. สรรหา
คณะกรรมาธิการยกรา่ งรฐั ธรรมนูญ
ยกรา่ งแลว้ ให้ สสร. องคก์ รต่างๆ พจิ ารณา และรบั ฟังเสียงจากประชาชน
สมาชกิ สภารา่ งปรรฐั ะธชรารชมนนูญแปรญัตติ
รา่ งรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. ..........
จดั ออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ ประชาชนสว่ นมากเหน็ ชอบ
รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550
รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560
ขน้ั สรุป
7. ให้นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
- ความเปน็ มาของรฐั ธรรมนูญ พทุ ธศักราช 2560
8. นักเรยี นทาใบงานที่ 11 เรือ่ ง สาระสาคัญการจัดทารา่ งรัฐธรรมนญู
สือ่ /วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรียนวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้น ม.1
2. ใบงานที่ 18 เรอ่ื ง สาระสาคัญการจัดทารา่ งรัฐธรรมนูญ
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ในการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
ดา้ น วิธีการประเมิน
ใบงานที่ 18 เรื่อง สาระสาคัญ ตอบถูกรอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 18
ทักษะ เรื่อง สาระสาคัญการ การจัดทาร่างรฐั ธรรมนูญ
กระบวนการ (P) จัดทาร่างรัฐธรรมนญู
ลงชอื่ .......................................................ครูผูส้ อน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลมุ่ สาระ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
ลงชอ่ื ........................................หวั หนา้ กล่มุ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................................
..................................................... .............................................................................................. ...........................
ลงช่ือ.....................................................
(นางจุฑารตั น์ พัฒนภากรณ์)
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วันที่.......................................................
ใบงานท่ี 18 เรอื่ ง สาระสาคัญการจดั ทารา่ งรัฐธรรมนูญ
ช่ือ____________________________________ เลขท่ี _______ ชน้ั _________
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาและเติมข้อมูลการจดั ทาร่างรัฐธรรมนูญใหถ้ กู ต้อง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 45
รหสั วิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนที่ 5 เรือ่ ง กฎหมายใกลต้ ัว เวลา 17 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ 45 เรื่อง หลกั การและเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 เวลา 2 ชั่วโมง
ช่ือผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท.ี่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จบุ ัน ยดึ มั่น ศรทั ธาและธารงรักษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
ตวั ชวี้ ดั
ม.1/1 อธบิ ายหลกั การ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสาคญั ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ันโดยสังเขป
สาระสาคญั
หลักการสาคัญในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 กล่าวพอสังเขป ได้ว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร
อันหน่ึงอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ประเทศมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุข เปน็ ต้น
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
2. เหน็ คุณค่าและความสาคญั ของกฎหมายรฐั ธรรมนญู
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
เจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวเิ คราะห์
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต
มงุ่ มนั่ ในการทางาน มวี ินัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการแกป้ ัญหา: แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในชวี ติ ประจาวัน
ดา้ นคณุ ลักษณะของผู้เรยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สือ่ สารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคดิ
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ รว่ มกนั รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. หลกั ความพอประมาณ นกั เรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะหเ์ นื้อหาตรงตามประเดน็ ท่ีได้รับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตผุ ล นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ที่ศกึ ษาอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลักภูมิค้มุ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรื่องทเ่ี กี่ยวข้องจากสื่อต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงื่อนไขความรู้ หลักการและเจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550
5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน
แผนผังความคดิ เรื่อง เจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550
กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูนาหนงั สอื ร่างกฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปจั จุบันใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ศึกษาและใหน้ ักเรยี น
ร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกบั หลักการ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 โดยใชค้ าถามกระตนุ้ นักเรียน
กอ่ นเขา้ ส่บู ทเรยี น
- นกั เรยี นรจู้ ักหลักการของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2540 หรือไม่
- มีหมวดไหนบา้ งทเ่ี กย่ี วข้องกับตวั นกั เรียน
ข้ันกิจกรรมการเรียนรู้
2. ครอู ธิบายถึงหลกั การและเจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2540
3. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างหลักการสาคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และให้นักเรียน
เปรียบเทียบกบั หลกั การของรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2550
4. ครูทาการสรุปหลกั การของรฐั ธรรมนูญ ปี 2550 เป็นแผนผังให้นักเรียนเข้าใจ
ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ปกครองแบบรัฐสภา
ปกครองดว้ ยระบบ รัฐธรรมนญู อานาจอธิปไตยเปน็
นิติรฐั 2550 ของปวงชนชาวไทย
5. ให้นักเรียนศึกษาเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 แลว้ สรุปเป็นแผนผังความคิดลง
ในสมุด ตวั อยา่ งแผนภาพ
ค้มุ ครองสง่ เสรมิ ขยาย สทิ ธเิ สรีภาพ ลดการผูกขาดอานาจรัฐ
ของประชาชนอย่างเต็มที่ ขจัดการใช้อานาจอย่างไม่เปน็ ธรรม
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนญู
พ.ศ. 2550
ทาให้การเมอื งโปรง่ ใส มคี ณุ ธรรม ทาให้ระบบตรวจสอบการใช้อานาจมี
และจริยธรรม นนั่ คอื ธรรมาภิบาล ความเขม้ แขง็ และทางานได้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ
ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย
ที่สมบูรณ์
+
ประชาชนเปน็ เจา้ ของอานาจและประเทศ
ประเทศตวั จริง
6. ครูทาการอธิบาย เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเปรียบเทียบให้เห็นถึง
ความแตกต่างของรัฐธรรมนญู ปี 2540 ที่ใชอ้ ดุ ช่องโหว่ ของรัฐธรรมนญู ฉบบั ดังกล่าว
ขนั้ สรุป
7. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นโดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั น้ี
- ถ้ารฐั ธรรมนญู ท่ีไดร้ ่างข้นึ มาแลว้ เกดิ การแทรกแซง เพอ่ื การแกไ้ ขเปลี่ยนแปลง
ใหเ้ อื้อประโยชน์ต่อนักการเมือง หรือ กลมุ่ ตา่ ง ๆ เจตนารมณ์ และหลักการของรฐั ธรรมนญู จะเป็นอย่างไร
8. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
- หลักการและเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายท่ีส่งเสริมการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีการปกครองแบบรัฐสภา และรัฐธรรมนูญ
ฉบบั นี้มเี จตนารมณ์การอุดช่องโหวข่ องรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เพ่อื นาพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอยา่ งสมบรู ณ์
ส่อื /วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้น ม.1
2. แผนผงั ความคิดเร่ือง เจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2550
การวัดผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
ดา้ น วิธีการประเมิน เครื่องมอื ในการประเมิน เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจแผนผงั ความคดิ แบบประเมินแผนผงั ความคิด ตอบถูกร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทกั ษะ เรือ่ ง เจตนารมณข์ อง เรอ่ื ง เจตนารมณข์ อง
กระบวนการ (P) รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550 รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ลงชือ่ .......................................................ครผู สู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเห็นหัวหนา้ กลุม่ สาระ
.................................................................................... ................................................................................ ..........
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอื่ ........................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหล)ี
ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่อื .....................................................
(นางจฑุ ารัตน์ พฒั นภากรณ์)
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวิทยา
วันท.่ี ......................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 46
รหัสวิชา ส21101 รายวิชา สังคมศกึ ษา
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นที่ 5 เรอื่ ง กฎหมายใกล้ตัว เวลา 17 ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ 46 เรอ่ื ง โครงสร้างและสาระสาคัญของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เวลา 1 ช่ัวโมง
ช่ือผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใช้สอน ม.1/4 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยึดมน่ั ศรทั ธาและธารงรักษาไว้
ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
ตัวชีว้ ัด
ม.1/1 อธบิ ายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสาคัญของรฐั ธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบนั โดยสังเขป
สาระสาคญั
หลักการสาคัญในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กล่าวพอสังเขป ได้ว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร
อันหน่ึงอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ประเทศมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุข เปน็ ต้น
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายโครงสรา้ งและสาระสาคญั ของรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560
2. จาแนกสาระสาคัญท่มี ีบทบัญญตั ไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู
3 เหน็ คณุ ค่าและความสาคัญของกฎหมายรัฐธรรมนญู
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
โครงสร้างของรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2560 ประกอบดว้ ย 16 หมวด และบทเฉพาะกาลรวมทั้งสนิ้
279 มาตรา
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. กระบวนการคิดวิเคราะห์
2. กระบวนการทางานกลุ่ม
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพยี ง ซื่อสัตย์สจุ ริต
มงุ่ มนั่ ในการทางาน มีวนิ ยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการแก้ปัญหา: แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรู้มาใช้ในชวี ิตประจาวนั
ด้านคุณลกั ษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวชิ าการ สอื่ สารสองภาษา ล้าหน้าทางความคดิ
ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสงั คมโลก
บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์เน้ือหาตรงตามประเดน็ ท่ีได้รับ
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตุผล นักเรียนสามารถวิเคราะหป์ ระเดน็ ที่ศกึ ษาอย่างเป็นเหตุเปน็ ผล
3. หลักภมู คิ ุม้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรื่องทเ่ี กยี่ วข้องจากส่ือต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงื่อนไขความรู้ โครงสรา้ งและสาระสาคญั ของรฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560
5. เง่อื นไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 19 เร่อื ง สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีตามกฎหมายรัฐธรรมนญู
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครนู าหนังสอื ร่างกฎหมายรฐั ธรรมนญู ฉบับปัจจบุ ันให้นักเรียนร่วมกนั ศึกษาและใหน้ ักเรียน
รว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั โครงสรา้ งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ขัน้ กจิ กรรมการเรียนรู้
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่มตามความเหมาะสมร่วมกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับสิทธิ
เสรีภาพและหนา้ ที่สาคัญในรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2560 ในหัวขอ้ ท่ีวา่ บทบัญญตั ิรัฐธรรมนูญที่เก่ียวข้องกับสิทธิของ
ประชาชนชาวไทยมีอะไรบา้ งโดยครูกาหนดให้ ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 สทิ ธิ
- กลุ่มท่ี 2 เสรภี าพ
- กลุม่ ท่ี 3 หนา้ ท่ี
3. จากน้ันให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน โดยครูคอยตรวจสอบ
ความถกู ต้อง และใหค้ าแนะนาเพ่มิ เตมิ