ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วันที่.......................................................
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 9
รหสั วิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นที่ 1 เรือ่ ง พระพทุ ธ เวลา 15 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 9 เรอื่ ง ความสอดคล้องของหลักธรรมคาสอนในแต่ละศาสนา เวลา 1 ชั่วโมง
ชือ่ ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท.่ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วันท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนบั ถอื และศาสนาอนื่ มศี รัทธาท่ีถูกต้อง ยึดมัน่ และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพอื่ อยู่ร่วมกันอย่างสนั ติสุข
ตัวชว้ี ัด
ม.1/9 วเิ คราะห์เหตุผลความจาเปน็ ที่ทกุ คนต้องศึกษาเรียนรูศ้ าสนาอืน่ ๆ
สาระสาคญั
หลกั ธรรมทกุ ศาสนาสอนให้บุคคลมีความรกั ความเมตตา และกระทาความดีตอ่ กัน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความสอดคล้องของหลกั ธรรมคาสอนในแต่ละศาสนา
2. มีความรูแ้ ละเข้าใจความสอดคลอ้ งกนั ของหลกั ธรรมแตล่ ะศาสนา
3. สนใจศกึ ษาเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนาในการปฏบิ ัตติ นเองในชีวติ ประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
ความสอดคลอ้ งของหลกั ธรรมคาสอนในแต่ละศาสนา
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การใหเ้ หตุผล
3. การสรปุ ความรู้
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สตั ย์สุจริต
มุ่งม่ันในการทางาน มวี ินยั รกั ความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการคิด : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต : กระบวนการทางานกล่มุ
ด้านคุณลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวิชาการ สอ่ื สารสองภาษา ลา้ หนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี น ศึกษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาตรงตามประเด็นทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตผุ ล นักเรียนสามารถวิเคราะห์ประเดน็ ทีศ่ กึ ษาอย่างเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลักภูมคิ มุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เร่ืองท่เี กีย่ วข้องจากส่อื ต่างๆ อยา่ งถูกต้อง
4. เงื่อนไขความรู้ ความสอดคล้องของหลักธรรมคาสอนในแตล่ ะศาสนา
5. เง่ือนไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ช้ินงาน/ภาระงาน
แผนภาพ ความสอดคล้องของหลักธรรมของศาสนาตา่ งๆ
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูใหน้ กั เรยี นสวดมนต์ไหว้พระ เพอื่ ทาสมาธแิ ละสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้
2. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
ข้นั กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ 5 กลมุ่ ศกึ ษาหลกั ธรรมและเปา้ หมายสูงสุดของแต่ละศาสนา
เพื่อออกมาอภปิ รายนาเสนอหน้าช้ันเรยี น ดังนี้
กลมุ่ ท่ี 1 พระพทุ ธศาสนา
กลมุ่ ท่ี 2 ศาสนาอิสลาม
กล่มุ ที่ 3 ศาสนาครสิ ต์
กลุ่มที่ 4 ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู
กลุ่มท่ี 5 ศาสนาสิกข์
4. จบการนาเสนอทุกกลุ่ม ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปหลักธรรมท่ีสอดคล้องกันของแต่ละ
ศาสนา และเปา้ หมายสงู สุดของศาสนาเปน็ แผนภาพบนกระดาน ดงั นี้
ตวั อย่างแผนภาพ พระพุทธศาสนา
งดเว้นจากการทาความชว่ั
ศาสนาอสิ ลาม ทาความดีให้สมบรู ณ์
การพัฒนาตนเองให้ ทาจิตใจให้บริสุทธ์ิ
กา้ วหน้าเพ่อื ความผาสกุ
ละความชัว่ ท้งั กาย วาจา ใจ เปา้ หมายสูงสุด บรรลุนพิ พาน
เป้าหมายสูงสุด การไดอ้ ยู่กับ ความสอดคล้อง ศาสนาคริสต์
พระอัลลอฮ์ ของหลกั ธรรม
ของศาสนาต่างๆ ใหม้ ีความรักต่อ
เพอ่ื นมนษุ ย์ดว้ ยกัน
งดเวน้ จากการทาความชว่ั
ตามบัญญัติ 10 ประการ
เป้าหมายสงู สดุ การไปสู่อาณาจกั รของพระเจ้า
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาสิกข์
ความเสมอภาคเทา่ เทียมกนั ของมนุษย์
การทาความดีและ การชาระจติ ใจของตนให้สะอาด
งดเวน้ ความชั่ว
ตามหลกั ธรรม เปา้ หมายสงู สดุ ความเป็นหนงึ่ เดยี วกับพระเจ้า
10 ประการ
เป้าหมายสงู สดุ โมกษะ
การเข้าถงึ ความดีสงู สุด
5. ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกันจาแนกหลกั ธรรมพน้ื ฐานของศาสนาตา่ งๆ ทีม่ คี วามสอดคลอ้ งกนั 2 ตัวอยา่ ง
โดยการให้นักเรยี นเปรียบเทียบและสรุปเป็นแผนภาพ ดงั นี้
ตวั อย่างแผนภาพ
5.1 หลักธรรมเกย่ี วกบั การอนุเคราะห์
ศาสนา หลักธรรม
พระพุทธศาสนา สังคหวัตถุ 4 ทาน ปิยวาจา อัตถจรยิ า สมานัตตตา
ศาสนาอิสลาม การบริจาคซะกาตใหแ้ ก่คนจน
ศาสนาคริสต์ แบง่ ปันดว้ ยความยนิ ดีและเต็มใจ
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จงให้ทานแกค่ นจน แบง่ รายได้ 10 สว่ นอทุ ศิ การกุศล
ศาสนาสิกข์ การทาความดีด้วยความเตม็ ใจ โดยไมห่ วังผลตอบแทน
5.2 หลกั ธรรมเกยี่ วกบั ความรักความเมตตา
พระพุทธศาสนา พรหมวิหารธรรม 4
ศาสนาอิสลาม ผมู้ ีเมตตายอ่ มไดร้ ับเมตตาตอบแทน
ศาสนาคริสต์ จงมีความรกั ต่อเพ่ือนมนุษยด์ ้วยกัน
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ส่ิงทม่ี อบให้ผ้อู น่ื จงให้ดว้ ยความรัก
ศาสนาสกิ ข์ ใหม้ ีความรกั และความเสมอภาคกบั บุคคลเท่าเทยี มกนั
ข้ันสรุป
6. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นโดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั นี้
นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ติ นอย่างไรจึงจะได้ชือ่ วา่ เป็นศาสนิกชนที่ดขี องศาสนา
7. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
หลกั ธรรมทกุ ศาสนามีจุดมงุ่ หมายสอนให้ศาสนิกชนทาความดี เว้นจากการทาความชั่ว
สื่อ/วสั ดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1
2. บทสวดมนต์และบทแผ่เมตตา
3. อานิสงส์ของการสวดมนตข์ า้ มปี
การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วธิ ีวัด
แผนภาพเร่ืองความสอดคล้อง พิจารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพเรื่อง
ความสอดคล้องของ ของหลักธรรมของศาสนาตา่ งๆ นกั เรียน ตอบถกู ร้อยละ 60
หลักธรรมของศาสนา
ตา่ งๆ ผ่านเกณฑ์
ทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
กระบวนการ (P) ปฏิบตั งิ าน ทางานกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คุณลกั ษณะ (A) คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง
ลงชื่อ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เห็นหัวหนา้ กลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 1 เรอ่ื ง พระพุทธ เวลา 15 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนร้ยู อ่ ยที่ 10 เรื่อง ศาสนาอสิ ลาม และศาสนาครสิ ต์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ชอื่ ผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันที.่ .............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี
ตนนับถือและศาสนาอืน่ มศี รัทธาทถี่ กู ตอ้ ง ยึดมน่ั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม เพ่ืออย่รู ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ุข
ตวั ช้วี ัด
ม.1/9 วเิ คราะห์เหตุผลความจาเปน็ ท่ีทกุ คนต้องศึกษาเรียนรศู้ าสนาอ่ืนๆ
สาระสาคัญ
ในประเทศไทยนอกจากพระพทุ ธศาสนาจะเปน็ ศาสนาประจาชาตไิ ทยแล้ว ยังมศี าสนาอิสลาม ศาสนา
คริสต์ ศาสนาฮนิ ดู และศาสนาสิกข์ที่คนไทยส่วนหน่ึงนับถือ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายประวตั ิ คมั ภรี ์ หลักคาสอนและอ่นื ๆ ของศาสนาอิสลาม และศาสนาครสิ ต์
2. มีความร้คู วามเข้าใจในศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์
3. มคี วามสนใจศึกษาเรยี นรู้ศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ศาสนาอสิ ลาม
2. ศาสนาคริสต์
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การให้เหตุผล
3. การสรุปความรู้
4. การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ
มุ่งมนั่ ในการทางาน มวี นิ ยั รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคดิ วิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : กระบวนการทางานกลมุ่
ดา้ นคุณลกั ษณะของผเู้ รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวชิ าการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รับผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี น ศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์เนือ้ หาตรงตามประเดน็ ที่ไดร้ บั
มอบหมาย
2. หลกั ความมเี หตุผล นกั เรยี นสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นทีศ่ กึ ษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลักภูมิค้มุ กัน ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เรื่องทีเ่ กย่ี วขอ้ งจากสอื่ ต่างๆ อย่างถกู ต้อง
4. เง่อื นไขความรู้ ศาสนาอิสลาม และศาสนาครสิ ต์
5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แผนภาพ ศาสนาอสิ ลามและศาสนาคริสต์
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครสู ารวจนักเรยี นในช้ันเรยี นว่านับถือศาสนาใดบ้าง จากนน้ั ร่วมกนั บอกว่าในประเทศไทย
มีศาสนาใดบา้ งท่ีคนไทยนบั ถอื โดยสรุปเปน็ แผนภาพบนกระดาน
ตวั อยา่ งแผนภาพ
พระพทุ ธศาสนา
ศาสนาต่างๆ ศาสนาอิสลาม
ในประเทศไทย ศาสนาคริสต์
ศาสนาฮนิ ดู
ศาสนาสิกข์
2. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ให้นักเรยี นทราบ
ขัน้ กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 4 กลุ่ม จากน้ันให้แต่ละกลุ่ม ส่งตัวแทนมาจับฉลาก
หัวข้อของตนเองเพื่อศึกษาและเตรียมนาเสนอหน้าช้ันเรียน ประเด็นที่นักเรียนต้องศึกษา คือ 1. ศาสนา
อิสลาม 2. ศาสนาครสิ ต์
4. ครแู จกกระดาษชาร์ทให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม นักเรียนร่วมกันศึกษาประวัติ คัมภีร์ หลักคา
สอนของศาสนาอิสลามและศาสนาครสิ ต์ จากชดุ กิจกรรมท่ีครูเตรยี มให้
5. จากนั้น นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับหัวข้อท่ีตนเองรับผิดชอบเป็น
แผนภาพลงในกระดาษชารท์ โดยสรปุ เป็นประเด็นตา่ งๆ และเตรียมตัวนาเสนอความรู้ของแต่ละกลุ่ม
ตวั อยา่ งแผนภาพ ศาสนาอสิ ลาม
ประวตั ิ มตี น้ กาเนดิ ทีเ่ มอื งเมกกะ ประเทศซาอุดอี าระเบีย
โดยนบีมฮู มั หมัด รบั โองการจากทตู กาเบรยี ลทนี่ าโองการจาก
พระเจา้ มาประทานเพ่อื ประกาศศาสนา
สญั ลักษณ์ประจาศาสนา ศาสนา คัมภรี ์ : อลั กุรอาน
อสิ ลาม หลกั คาสอนทางศาสนา
รปู พระจนั ทร์ครึ่งเสี้ยวและดาว
หลกั ปฏบิ ัติ 5 ประการ
ศาสนาอิสลามในประเทศไทย
สานักจฬุ าราชมนตรี การปฏญิ าณตนต่อพระเจ้า
จุฬาราชมนตรีเป็นผนู้ าสงู สดุ การทาละหมาด 5 ครงั้ /วนั
การถือศลี อดเดอื นเราะมะฎอน
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย การบรจิ าคซะกาต
คณะกรรมการอสิ ลามประจาจังหวัด การประกอบพธิ ีฮจั ญเ์ มอื งเมกกะ
หลักศรทั ธา 6 ประการ
คณะกรรมการอิสลามประจามัสยดิ ศรทั ธาต่ออัลลอฮ์
ศรัทธาตอ่ เทวทูต
คอเตบ็ ศรัทธาตอ่ คมั ภรี ์
อหิ ม่าม ศรทั ธาตอ่ กฎกาหนด
บิหลัน่ สภาวการณ์ของพระเจ้า
ศรัทธาตอ่ วนั สิน้ โลก
ศรทั ธาต่อบรรดาเราะซลู
หรือศาสนฑูต (นบ)ี
ตัวอย่างแผนภาพ ศาสนาครสิ ต์
คัมภรี ์ไบเบิลเปน็ คมั ภรี ์ทางศาสนา
พิธีกรรมสาคัญ หลักคาสอน
ศลี ล้างบาปหรอื ศีลจ่มุ ครสิ ต์ บญั ญตั ิ 10 ประการ
ศีลกาลัง ศาสนา หลกั ตรเี อกานุภาพ
ศีลมหาสนิท
ศลี แก้บาป พระบิดา พระบตุ ร พระจิต
ศีลเจิมคนไข้
ศลี อนุกรม ศลี บวช หลกั ความรกั
ศีลสมรส หลักอาณาจกั รของพระเจา้
สญั ลักษณ์ศาสนา
พระเยซูถูกตรงึ ไมก้ างเขน
ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย
นกิ ายโรมันคาทอลกิ มพี ระคาดินัลเปน็ ประธานปกครองบาทหลวง
เขา้ มาเผยแผ่ศาสนาในเมืองไทยสมยั อยธุ ยา
นกิ ายโปแตสแตนต์ มีสภาคริสตจกั รในประเทศไทย เข้ามาเผยแผ่
ศาสนาในสมัยกรงุ รัตนโกสนิ ทรต์ อนตน้
ขนั้ สรุป
6. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี
นักเรยี นจะปฏบิ ตั ติ นกับเพ่อื นที่นับถอื ศาสนาแตกต่างกับเราอยา่ งไร
7. นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์เป็นศาสนาท่ีคนไทยส่วนหน่ึงนับถือ การยอมรับ
บคุ คลท่ีนบั ถอื ศาสนาตา่ งกนั ทาให้การดาเนินชวี ิตอยู่ในสังคมร่วมกนั อย่างสนั ตสิ ุข
สอ่ื /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ด้าน วิธวี ัด
แผนภาพเรื่องแผนภาพ ศาสนา พิจารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพเรอื่ ง
แผนภาพ ศาสนา อิสลามและศาสนาคริสต์ นกั เรียน ตอบถูกร้อยละ 60
อสิ ลามและศาสนา
คริสต์ ผ่านเกณฑ์
ทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
กระบวนการ (P) ปฏิบตั ิงาน ทางานกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คุณลกั ษณะ (A) คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง
ลงชอ่ื .......................................................ครผู ้สู อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผอู้ านวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผู้อานวยการโรงเรียนไชยาวทิ ยา
วนั ที่.......................................................
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 11
รหัสวิชา ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนท่ี 1 เร่อื ง พระพทุ ธ เวลา 15 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรูย้ อ่ ยที่ 11 เรือ่ ง ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู และศาสนาสิกข์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันท่ี..............เดือน..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนบั ถอื และศาสนาอื่น มีศรัทธาท่ีถกู ตอ้ ง ยึดมนั่ และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพื่ออย่รู ่วมกันอยา่ งสันตสิ ุข
ตัวชี้วัด
ม.1/9 วิเคราะห์เหตุผลความจาเปน็ ที่ทกุ คนต้องศึกษาเรยี นร้ศู าสนาอื่นๆ
สาระสาคัญ
ในประเทศไทยนอกจากพระพทุ ธศาสนาจะเปน็ ศาสนาประจาชาติไทยแลว้ ยงั มีศาสนาอสิ ลาม ศาสนา
คริสต์ ศาสนาฮนิ ดู และศาสนาสกิ ข์ทคี่ นไทยสว่ นหนงึ่ นบั ถอื
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายประวัติ คัมภีร์ หลักคาสอนและอื่นๆ ของศาสนาอสิ ลาม และศาสนาครสิ ต์
2. มคี วามรคู้ วามเข้าใจในศาสนาอสิ ลามและศาสนาครสิ ต์
3. มีความสนใจศึกษาเรียนรศู้ าสนาต่างๆ ในประเทศไทย
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
2. ศาสนาสกิ ข์
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การให้เหตุผล
3. การสรปุ ความรู้
4. การจดั ระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สัตย์สุจรติ
มุ่งมน่ั ในการทางาน มวี ินยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคดิ วิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : กระบวนการทางานกลมุ่
ดา้ นคณุ ลักษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สือ่ สารสองภาษา ล้าหน้าทาง
ความคิด
ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรยี น ศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะห์เนือ้ หาตรงตามประเด็นทไี่ ด้รบั
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตุผล นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ประเด็นท่ีศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตุเป็นผล
3. หลักภมู คิ ุ้มกนั ศกึ ษา/รวบรวมขอ้ มลู เรอื่ งที่เก่ยี วขอ้ งจากส่ือต่างๆ อยา่ งถกู ต้อง
4. เง่ือนไขความรู้ ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู และศาสนาสกิ ข์
5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
แผนภาพ ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดแู ละศาสนาสิกข์
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครนู าเสนอสัญลักษณ์ให้นกั เรียนดแู ละช่วยกันตอบว่าเปน็ สญั ลักษณ์ของศาสนาใด
2. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
ข้นั กจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ครอู ธบิ ายเกี่ยวกับประวตั ิการเกิดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และร่วมกนั สรุปความร้เู ป็น
แผนภาพบนกระดาน ดังนี้
ประวัติศาสนา เป็นความเชอ่ื ท่ีเกดิ จากคนผวิ ขาว (อารยัน)
พราหมณ-์ ฮนิ ดู กบั ชนพืน้ เมือง (ดราวิเดยี น)
เกดิ ก่อนพทุ ธศักราช 1000-100 ปี ก่อนพทุ ธกาล
ยุคพระเวท บูชาเทพ 3 กลุ่ม บนโลก อากาศ และสวรรค์
ยุคพราหมณ์ ยุคทีแ่ บง่ ระบบวรรณะ 4
(นบั ถือพระพรหมองคเ์ ดียว)
กษัตรยิ ์ ชนช้ันปกครอง
พราหมณ์ ทาหนา้ ที่ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
แพศย์ พ่อค้า เกษตรกรรม
ศูทร ชนผ้รู ับใช้
ชนจณั ฑาล เป็นชนนอกชนั้ วรรณะเกดิ จากการแต่งงานข้ามวรรณะ
ยุคฮนิ ดู (ปัจจุบัน) นบั ถือเทพ 3 องค์ คือ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ
4. ครแู จกใบความรู้ให้นักเรียนรว่ มกันศกึ ษา คัมภีร์ หลักคาสอน พธิ กี รรมสาคัญ สัญลักษณ์
และนกิ ายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จากน้นั แบ่งนักเรียนออกเปน็ 5 กลุ่ม ออกมาสรปุ ความร้อู งคป์ ระกอบ ท่ี
สาคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดูเปน็ แผนภาพบนกระดานและสรุปเป็นแผนภาพความคิดลงในกระดาษ A4
เป็นการบ้าน
กลมุ่ ที่ 1คัมภรี ์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ไตรเทพ (คมั ภรี ด์ ง้ั เดิม)
คัมภีร์ ยชุรเวท พิธีกรรมบวงสรวงบูชายญั
ศาสนาพราหมณ์
ฤคเวท สวดสรรเสริญเทพเจ้า
ฮนิ ดู สามเวท ใช้สวดถวายน้าโสมแก่พระอินทร์
อาถรรพเวท คมั ภรี ร์ วบรวมคาถาอาคม
กลุ่มที่ 2 หลกั คาสอน
หลกั ธรรม 10 ประการ
หลักคาสอน หลกั อาศรม (วัยเด็ก การครองเรือน แสวงหาธรรม ออกบวช)
กลุ่มท่ี 3 พธิ ีกรรม หลกั ปรมาตมัน-โมกษะ (หลักธรรมของนักบวช)
หลกั ปฏิบตั ิเกี่ยวกบั วรรณะ (แบง่ วรรณะ)
พิธีกรรม พิธีสงั สการ (พิธี 12 ประการ ตง้ั แต่ตั้งครรภ์-พิธแี ตง่ งาน)
พธิ ศี ราทธ์ การทาบญุ อุทิศแกบ่ ิดามารดา
กลมุ่ ที่ 4 สญั ลกั ษณ์ (โอม)
กลุ่มที่ 5 นกิ ายศาสนา
นิกายไวษณพ นบั ถือพระวิษณเุ ปน็ เทพเจา้ สูงสุด เป้าหมายหลดุ พน้ (โมกษะ)
นิกายไศวะ นบั ถือพระศิวะเป็นเทพเจา้ สงู สดุ สญั ลักษณ์ ( ) แตม้ หนา้ ผาก
นกิ ายศกั ติ นบั ถอื เทพเจ้าผหู้ ญิง (ชายาพระศวิ ะ) เจ้าแม่กาลี และปางเจ้าแม่ทุรคา (อุมา
เทวี)
จากนั้นครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ยุคขอมเรืองอานาจ พิธีกรรมของ
พราหมณ์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยกลมกลืนกับพระพุทธศาสนา และทาหน้าที่
ประกอบพธิ กี รรมในราชสานัก
5. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันศกึ ษาเกี่ยวกบั ศาสนาสกิ ข์ ประวตั ิ นกิ าย หลกั คาสอน คมั ภีร์ทางศาสนา
พธิ กี รรม จากนนั้ ให้ผแู้ ทนออกมาเลา่ ประวัติศาสนาสกิ ขใ์ ห้เพอื่ นฟงั หน้าชั้นเรยี น
6. ครูแจกใบความรใู้ หน้ กั เรียน จากน้ันนกั เรยี นสรปุ ความรเู้ ก่ียวกับองคป์ ระกอบสาคญั ของศาสนา
สกิ ข์เปน็ แผนภาพความคิดลงในกระดาษ A4 เป็นการบา้ น
หลักคาสอน ครันถสาหพิ
คมั ภรี ท์ างศาสนา
ความสามัคคี ศาสนาสิกข์ ความเสมอภาค ความศรัทธาใน
พระผเู้ ป็นเจ้า จงรกั ภกั ดตี อ่ คุรุ
สญั ลักษณ์
รูปดาบไขว้และมีดาบ 2 คม ทุกคนชาย-หญิง ทุกวรรณะเท่าเทียมกนั
อยู่ตรงกลางมีวงกลมต่อกบั พิธกี รรมทางศาสนา
พระขรรค์อีกต่อหนึ่ง
นกิ ายศาสนา พธิ อี มฤตสังสการ (รับคนเข้าในศาสนา)
นกิ ายนกั ปันถี ปฏบิ ตั ิตามคาสอนครุ ุนานัก พิธสี งั คตั (พธิ ชี มุ นุมศาสนกิ ชน)
นิกายนิลมิ เล นกั พรต นบั ถือคุรุโควนิ ทสิงห์
จากนัน้ ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ ว่า
ศาสนาสกิ ขใ์ นประเทศไทยเป็นศาสนาทชี่ นชาวไทยเชอื้ สายอินเดียนับถอื มีสถานท่ี
ประกอบพิธเี รียกวา่ คุรุดวารา (วิหารประตูไปสู่พระศาสดา) ในประเทศไทยมี สมาคมศรีคุรุ
สิงหส์ ภาบรหิ ารกิจการศาสนา
ขั้นสรปุ
7. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้ แตล่ ะศาสนามีความ
เหมือนและความตา่ งกนั อย่างไรบา้ ง
8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาสกิ ข์ เป็นศาสนาท่ีคนไทยสว่ นหน่งึ นับถือ การยอมรบั
บุคคลทนี่ บั ถอื ศาสนาต่างกนั ทาให้ดาเนนิ ชีวิตอยใู่ นสงั คมรว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
ส่ือ/วัสดอุ ุปกรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ม.1
การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้ เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ น วธิ ีวัด
แผนภาพเรอ่ื งศาสนาพราหมณ์ พจิ ารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพเร่ือง
ศาสนาพราหมณ์ – – ฮินดแู ละศาสนาสิกข์ นกั เรยี น ตอบถกู รอ้ ยละ 60
ฮินดูและศาสนาสกิ ข์
ผ่านเกณฑ์
ทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
กระบวนการ (P) ปฏิบตั ิงาน ทางานกลมุ่ คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คุณลกั ษณะ (A) คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรงุ
ลงชือ่ .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเหน็ หวั หนา้ กลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ
(นางสาวอารยิ า เจ๊ะยะหล)ี
ความคดิ เหน็ รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท่.ี ......................................................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 12
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศึกษา
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นท่ี 1 เร่ือง พระพุทธ เวลา 15 ชัว่ โมง
หน่วยการเรยี นรูย้ อ่ ยที่ 12 เร่ือง ความสอดคล้องของหลกั ธรรมคาสอนในแต่ละศาสนา เวลา 1 ชว่ั โมง
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนับถือและศาสนาอ่นื มศี รัทธาที่ถกู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัติตามหลักธรรม เพอื่ อยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ติสุข
ตวั ชวี้ ัด
ม.1/10 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ศาสนกิ ชนอื่นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
สาระสาคัญ
การสรา้ งความสัมพันธอ์ ันดกี ับผู้นบั ถือศาสนาอนื่ ๆ โดยความรัก ความเมตตา และความสามัคคี ทาให้
การอยู่รว่ มกันในสังคม มีความสงบสุข
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลตา่ งศาสนาทางการเมอื ง เศรษฐกิจ สงั คม
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และความสมั พันธ์ท่ีดขี องบุคคลระหว่างศาสนา
3. เห็นความสาคัญการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลในศาสนาและต่างศาสนาในการดาเนิน
ชีวติ ประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
- ศาสนสมั พนั ธ์
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การให้เหตุผล
3. การสรุปความรู้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
มุง่ มั่นในการทางาน มวี นิ ยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการคิด : ทักษะการคิดวิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : ทักษะการแก้ปญั หา
ดา้ นคณุ ลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวชิ าการ สื่อสารสองภาษา ล้าหน้าทางความคดิ
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรียน ศึกษา รวบรวมขอ้ มลู และวิเคราะหเ์ นอ้ื หาตรงตามประเด็นทีไ่ ดร้ บั
มอบหมาย
2. หลักความมีเหตผุ ล นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ประเดน็ ทศ่ี ึกษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
3. หลกั ภมู ิคุ้มกนั ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรือ่ งท่เี กยี่ วขอ้ งจากสอื่ ต่างๆ อย่างถูกต้อง
4. เงื่อนไขความรู้ ความสอดคลอ้ งของหลักธรรมคาสอนในแตล่ ะศาสนา
5. เงอื่ นไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แผนภาพความคิด เรือ่ ง ศาสนสมั พนั ธ์
กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูสร้างแผนภาพให้นักเรียนดู และให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนภาพ
ดังกล่าวว่านกั เรยี น มคี วามเขา้ ใจว่าอยา่ งไร
พทุ ธ
พราหมณ์-ฮนิ ดู จุดมุง่ หมาย อิสลาม
ขั้นกจิ กรรมการเรียนรู้ สกิ ข์ ครสิ ต์
2. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาวิเคราะห์ ศาสนสมั พันธ์ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร โดยครูให้ผู้แทนนักเรียน 3-4 คน ออกมาอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการ
ปฏิบตั ติ นให้เพื่อนฟงั หน้าช้นั เรียน
3. นกั เรียนร่วมกันสรุปแนวทางการปฏบิ ัตติ นในการอยรู่ ว่ มกันกบั บคุ คลศาสนาตา่ งๆและทา
เปน็ แผนภาพในสมุดเรียน ตวั อย่างดังน้ี
เคารพและใหเ้ กียรติบุคคลต่างศาสนา เคารพสิทธิเสรีภาพของกันและกัน
สรา้ งความรสู้ กึ ว่าเป็นเพอ่ื นร่วมชาติ ศาสนสมั พันธ์ ไมม่ ีอคติกบั บุคคลตา่ งศาสนา
สง่ เสริมกจิ กรรมระหวา่ งศาสนา ไมล่ บหล่ดู หู มน่ิ ศาสนาอ่นื
มีความรักและความสัมพันธท์ ี่ดีต่อกัน
ขัน้ สรปุ
4. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
การอยรู่ ว่ มกันในชุมชนกับบุคคลท่ีนับถือศาสนาต่างกับตนเอง ควรปฏบิ ัตติ นอย่างไร
5. นักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
ความสมั พันธอ์ ันดีกับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ โดยความรัก ความเมตตา เขา้ ใจกนั ทาให้
การอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมเกดิ ความสงบสุข
ส่อื /วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1
2. http://www.aksorn.com/LC/Rel/M1/17
3. http://www.aksorn.com/LC/Rel/M1/18
4. http://www.aksorn.com/LC/Rel/M1/20
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
ด้าน วิธวี ัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
พิจารณาจากการคาตอบของ
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพความคิด แผนภาพความคิด เรื่อง นกั เรยี น ตอบถูกร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะ (A) เรอ่ื ง ศาสนสัมพันธ์ ศาสนสัมพนั ธ์
ทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
กระบวนการ (P) ปฏบิ ตั ิงาน ทางาน คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรงุ
ลงชือ่ .......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอารยิ า เจะ๊ ยะหลี)
ความคิดเห็นรองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(นางจุฑารัตน์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหนง่ รองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท.ี่ ......................................................
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 13
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นที่ 1 เรื่อง พระพทุ ธ เวลา 15 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 13 เรื่อง ศาสนพิธี เวลา 1 ชัว่ โมง
ชอื่ ผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ที่..............เดือน..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วันที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ิตนเป็นศาสนิกชนทด่ี ี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ
ตัวชี้วัด
ม.1/4 จัดพิธกี รรมและปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธกี รรมได้ถูกตอ้ ง
สาระสาคัญ
ศาสนพิธี พธิ ีกรรม และการจัดเตรียมศาสนพิธี เป็นธรรมเนียมปฏบิ ัตใิ นพระพทุ ธศาสนา
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายศาสนพธิ ี พิธีกรรม และการจัดเตรยี มศาสนพธิ ี พิธกี รรม
2. จาแนกข้นั ตอน วิธปี ฏบิ ตั ิในการจดั เตรยี มศาสนพธิ ี พิธีกรรม
3. เห็นคุณค่าและการปฏิบัติตามศาสนพิธี เพ่ือรักษาขนบธรรมเนียมที่ดีงามของพระพุทธศาสนาให้
ดารงอยู่
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ความสาคัญของศาสนพิธี พิธีกรรม
2. การจดั เตรยี มศาสนพิธี พธิ ีกรรม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การใหเ้ หตุผล
3. การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
4. การสรุปความรู้
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจรติ
มงุ่ มัน่ ในการทางาน มวี ินัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคดิ วิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : กระบวนการทางานกลุ่ม
ดา้ นคุณลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหน้าทางความคดิ
ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก
บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมูลและวเิ คราะหเ์ นือ้ หาตรงตามประเดน็ ท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตผุ ล นักเรียนสามารถวิเคราะหป์ ระเด็นทีศ่ ึกษาอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภมู ิคมุ้ กัน ศึกษา/รวบรวมข้อมลู เรือ่ งท่ีเกย่ี วขอ้ งจากส่ือต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงอ่ื นไขความรู้ ความรู้ทวั่ ไปของพระพุทธศาสนา ความสาคัญของศาสนาทีม่ ตี อ่ สังคมไทย
5. เงื่อนไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบใฝ่เรียนรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน
แผนภาพ การจดั เตรียมศาสนพิธี พิธีกรรม
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกบั ศาสนพิธี พิธีกรรมทางพระพทุ ธศาสนา แล้วให้
นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี
- ศาสนพิธี พธิ ีกรรมมีความหมายวา่ อย่างไร
- ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมมีความสาคญั อย่างไร
- ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรมใชป้ ระกอบพิธีในโอกาสใด
ขน้ั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น และครูสรปุ คาตอบของนักเรยี นเป็นแผนภาพบน
กระดาน ดงั นี้
ความหมาย ความสาคญั
แบบแผนท่ีพึงปฏบิ ตั ิในทางพระพทุ ธศาสนา เปน็ พธิ จี รรโลงส่งเสริม ศลี ธรรม คุณธรรม
ในการบาเพ็ญกุศล ทาน ศลี ภาวนา แกพ่ ทุ ธศาสนกิ ชน และสืบทอดรักษา
พระพทุ ธศาสนา
ศาสนพิธี
พิธีกรรม
คำถำมทำท้ ำย
การประกอบศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม
ทานพธิ ี พธิ ีเนอื่ งในโอกาสการถวายทาน เชน่ การถวายสังฆทาน
กศุ ลพธิ ี พิธเี กย่ี วกบั กิจกรรมสาคัญตา่ งๆ ทางศาสนาเชน่ วันสาคัญทางศาสนา
บญุ พิธี การทาบญุ ในงานมงคล และงานอวมงคล
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการจดั เตรียมศาสนพิธี พิธีกรรม แล้วให้นักเรียน
รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถาม ดังน้ี
- การจัดเตรยี มศาสนพธิ ี พิธีกรรม เนื่องในโอกาสใดบ้าง
- การจดั เตรยี มศาสนพิธี พิธีกรรมมคี วามสาคัญอยา่ งไร
- การจัดเตรียมศาสนพธิ ี พธิ กี รรม มีวิธกี ารจดั อย่างไร
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน และสรุปคาตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพบน
กระดานลงในกระดาษชารท์ และนาเสนองานหน้าชนั้ เรยี น และใหน้ กั เรยี นทาแผนภาพลงสมดุ ดงั นี้
ในโอกาส
งานศาสนพิธที างพระพุทธศาสนา
งานมงคล/อวมงคล การจัดเตรยี ม ความสาคัญ
วิธกี ารจัดเตรยี ม ศาสนพธิ ี/พธิ กี รรม เป็นการรกั ษาธรรมเนียมปฏบิ ตั ทิ ่ีดงี ามไว้
ส่งเสรมิ การบาเพ็ญความดแี ก่ตนเอง บุคคลและส่วนรวม
เปน็ การจรรโลงส่งเสรมิ พระพุทธศาสนาให้เจรญิ มัน่ คง
- จดั เตรยี มสถานที่ ทาความสะอาดบริเวณ
- จัดตั้งชุดโต๊ะหมบู่ ูชา
- ปูลาดอาสนสงฆต์ ามจานวน
- จัดเตรยี มเครอื่ งรับรองพระสงฆ์
- ถ้างานมงคลเตรยี มบาตรทานา้ มนต์ และด้ายสายสิญจน์
- กาหนดวนั เวลา งาน และอาราธนานมิ นต์พระสงฆ์
- จดั เตรียมเครอื่ งไทยธรรมและภัตตาหารถวายพระสงฆ์
- พระสงฆม์ าถึงบรเิ วณพิธีนมิ นตน์ ่งั อาสนะ และถวายเคร่อื งรบั รอง
- เจา้ ภาพ/ประธานพิธจี ดุ ธปู เทียนบชู าพระรัตนตรยั สมาทานศีล -อาราธนาพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
หรือสวดพระพทุ ธมนต์
- เสรจ็ แลว้ ถวายภัตตาหาร และเครื่องไทยธรรมตามลาดับ
- กรวดนา้ รบั พรเปน็ เสรจ็ พธิ ี และกล่าวคาบูชาพระลาพระสงฆส์ ง่ ท่านกลบั วัด
ขน้ั สรปุ
5. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้ การประกอบศาสนพิธี
พธิ กี รรมทางศาสนา เพ่อื วตั ถปุ ระสงค์ใด
6. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
ศาสนพธิ ี พิธกี รรม และการจดั เตรยี มศาสนพิธี เป็นธรรมเนยี มปฏบิ ตั ิในการ
ประกอบศาสนพธิ ี และพธิ กี รรมการบาเพญ็ บญุ ทางพระพุทธศาสนา
สือ่ /วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1
การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้
ด้าน วธิ วี ัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพ การ แบบประเมนิ แผนภาพ พิจารณาจากคาตอบของ
นกั เรียนตอบถกู รอ้ ยละ 60 ผา่ น
จัดเตรยี มศาสนพธิ ี เกณฑ์
คะแนน 9-10 ระดับ ดมี าก
พิธีกรรม คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
ทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ คะแนน 0-4 ระดับควรปรับปรุง
กระบวนการ (P) เข้ารว่ มกิจกรรม รว่ มกจิ กรรม
คุณลกั ษณะ (A)
ลงช่ือ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคิดเห็นหัวหน้ากลมุ่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเหน็ รองผ้อู านวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหนง่ รองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วันที่.......................................................
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 14
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นท่ี 1 เรือ่ ง พระพุทธ เวลา 15 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยที่ 14 เรือ่ ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา เวลา 1 ช่ัวโมง
ชือ่ ผ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ท่ี..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วนั ท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัตติ นเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตัวชว้ี ัด
ม.1/5 อธิบายประวตั ิ ความสาคัญ และปฏิบัติตนในวันสาคัญทางศาสนาที่ตน นับถือตามท่ี
กาหนดไดถ้ กู ตอ้ ง
สาระสาคญั
วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนบาเพ็ญความดี เพื่อบูชาและราลึกถึงคุณของ
พระรตั นตรยั
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา
2. มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบตั ิตนในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
3. เหน็ ความสาคญั ในการปฏบิ ตั ติ นและเขา้ รว่ มกจิ กรรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. วนั ธรรมสวนะ
2. วนั เขา้ พรรษา
3. วันออกพรรษา
4. วันเทโวโรหณะ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การให้เหตุผล
3. การจดั ระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ
4. การสรุปความรู้
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ย์สุจรติ
มุ่งมั่นในการทางาน มีวินยั รกั ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ : กระบวนการทางานกลุม่
ด้านคุณลักษณะของผเู้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เป็นเลิศวิชาการ สอื่ สารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคิด
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นกั เรียน ศกึ ษา รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหเ์ น้อื หาตรงตามประเดน็ ที่ไดร้ บั
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตผุ ล นักเรยี นสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นทีศ่ ึกษาอย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล
3. หลักภูมิคมุ้ กนั ศึกษา/รวบรวมข้อมูลเรอื่ งท่ีเกยี่ วข้องจากส่อื ต่างๆ อย่างถกู ตอ้ ง
4. เงื่อนไขความรู้ วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
5. เงอ่ื นไขคุณธรรม ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
แผนภาพ วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สนทนาวันสาคัญทางพระพุทธศาสนาทน่ี กั เรียนรู้จักแล้วให้
นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถาม ดังนี้
- นกั เรียนรู้จกั วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดบ้าง
- ในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนานักเรยี นควรปฏิบัติตนอย่างไร
- นักเรยี นคิดวา่ วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา มีความสาคัญตอ่ พระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
- ถ้าไม่มีวันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาจะสง่ ผลต่อพระพทุ ธศาสนาอย่างไร
ข้นั กจิ กรรมการเรียนรู้
2. ให้นักเรียนอา่ นเนื้อหาเรอื่ ง วนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาในชุดกจิ กรรม โดยการแบ่งกลมุ่
ใหน้ ักเรยี นศกึ ษา เพอ่ื ออกมาอภิปรายนาเสนอผลการศกึ ษาหน้าช้นั เรียน ดงั นี้
- กลุ่มท่ี 1 วันธรรมสวนะ
- กลมุ่ ที่ 2 วันเขา้ พรรษา
- กลุ่มท่ี 3 วนั ออกพรรษา
- กลุ่มที่ 4 วนั เทโวโรหณะ
3. จบการนาเสนอ ครูใช้คาถาม เพ่อื ทบทวนความรใู้ นบทเรยี นให้นักเรยี นตอบคาถามลงใน
สมุดเรยี น โดยครูต้ังคาถาม ดังนี้
- วนั ธรรมสวนะ ตรงกับวนั อะไรบา้ ง มคี วามสาคัญอย่างไร
- นกั เรยี นควรปฏบิ ัตติ นอยา่ งไรในวันธรรมสวนะ
- วันเขา้ พรรษาตรงกบั วนั อะไร และมคี วามสาคัญอยา่ งไร
- นกั เรยี นควรปฏิบัติตนอย่างไรในช่วงทพี่ ระภิกษจุ าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
- วนั ออกพรรษาตรงกบั วนั อะไร และมีความสาคัญอยา่ งไร
- นักเรยี นได้ขอ้ คิดอะไรจากการออกพรรษาของพระภกิ ษุ
- วนั เทโวโรหณะ ตรงกับวนั อะไร และสาคัญอย่างไร
- นักเรียนไดข้ ้อคิดอะไรจากวนั เทโวโรหณะ และจะปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร
4. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วันสาคญั เหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ แนวทางการปฏิบัตติ น และผลท่ี
เกิดขน้ึ จากการปฏบิ ัติตน และผลจากการไม่ปฏิบัตติ น เปน็ แผนภาพบันทกึ บนกระดานและสมดุ ดงั น้ี
ตัวอย่างแผนภาพ เหตุการณท์ ีเ่ กิดขน้ึ ในวนั แนวทางการปฏิบัติตน
วนั สาคัญทาง สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา ทาบุญใส่บาตร ฟงั ธรรม
วันธรรมสวนะ วนั ธรรมสวนะเปน็ วนั ที่พระพุทธเจา้ รักษาศีล รว่ มกนั บาเพ็ญ
กาหนดให้พระสงฆ์มาประชุมกนั และ ประโยชน์พัฒนาวัด
วนั เข้าพรรษา แสดงพระธรรมเทศนา นาดอกไม้ ธูป เทยี น
วนั ออกพรรษา ไปบชู าพระ ปฏิบัตธิ รรม
วันเขา้ พรรษาเปน็ วันทีพ่ ระสงฆ์ ดูแลพอ่ แม่
วนั เทโวโรหณะ อธษิ ฐานประจาอยวู่ ัดตลอด 3 เดือน
วันออกพรรษา เปน็ วันที่พระสงฆ์
อยู่จาพรรษาครบ 3 เดือน
วันเทโวโรหณะ วันทพ่ี ระพุทธเจา้ เสด็จ
ลงจากสวรรคช์ ัน้ ดาวดึงส์
หลังจากเสดจ็ โปรดพุทธมารดา
ผลทเี่ กดิ เมือ่ ปฏบิ ตั ิ ผลทเี่ กิดเมอ่ื ไม่ปฏบิ ัติ
มีความสุขใจเกิดความรกั ความสามัคคีใน จติ ใจไม่สงบห่างไกลจากการทาความดี
ชุมชน พระพุทธศาสนาม่ันคง ขาดทพี่ ง่ึ ทางใจเปน็ เหตุใหป้ ระพฤตชิ ว่ั
ขน้ั สรปุ
5. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาเปน็ วันท่ีพุทธศาสนิกชนบาเพญ็ ความดี เพื่อบชู าและ
ระลกึ ถึงคุณของพระรตั นตรัย
สอ่ื /วสั ดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.1
การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ น วิธวี ดั แบบประเมินแผนภาพ พจิ ารณาจากคาตอบของ
นกั เรยี นตอบถูกร้อยละ 60 ผ่าน
ความรู้ (K) ตรวจแผนภาพ เกณฑ์
คณุ ลักษณะ (A) วันสาคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา
ลงช่ือ.......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................หัวหน้ากล่มุ สาระ
(นางสาวอาริยา เจะ๊ ยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหนง่ รองผูอ้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท.ี่ ......................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 15
รหัสวชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศกึ ษา
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 1 เรอื่ ง พระพทุ ธ เวลา 15 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ยอ่ ยท่ี 15 เร่อื ง ระเบียบพธิ ี พธิ เี วยี นเทียน เวลา 1 ชว่ั โมง
ช่ือผสู้ อน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใชส้ อน ม.1/4 วนั ที่..............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/9 วนั ที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
________________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ส.1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ัตติ นเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาท่ีตนนบั ถือ
ตัวชวี้ ัด
ม.1/5 อธิบายประวัติ ความสาคัญ และปฏิบัติตนในวันสาคัญทางศาสนาท่ีตน นับถือตามท่ี
กาหนดได้ถกู ตอ้ ง
สาระสาคัญ
วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นวันท่ีพุทธศาสนิกชนบาเพ็ญความดี เพ่ือบูชาและราลึกถึงคุณของ
พระรัตนตรัย
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายระเบยี บพธิ แี ละการปฏบิ ัตติ นในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
2. จาแนกเหตุการณ์สาคัญและการปฏบิ ตั ติ นในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
3. เหน็ คณุ ค่าและความสาคัญในการปฏิบตั ติ นในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
ระเบยี บพิธี พิธเี วียนเทียน
- การปฏิบตั ิตน:วันมาฆบูชา วันวสิ าขบูชา วันอัฏฐมบี ชู าและวันอาสาฬหบูชา
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
1. การจาแนก
2. การใหเ้ หตุผล
3. การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ
4. การสรปุ ความรู้
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซอื่ สัตย์สุจรติ
รักความเป็นไทย
มุ่งมนั่ ในการทางาน มีวนิ ยั
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต : กระบวนการทางานกลมุ่
ด้านคุณลักษณะของผเู้ รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
เปน็ เลิศวชิ าการ สื่อสารสองภาษา ล้าหนา้ ทางความคดิ
ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ ร่วมกนั รบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก
บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลกั ความพอประมาณ นักเรียน ศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะหเ์ น้อื หาตรงตามประเด็นทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตุผล นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ท่ีศึกษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
3. หลกั ภูมิคุม้ กนั ศึกษา/รวบรวมขอ้ มูลเร่อื งท่เี ก่ียวขอ้ งจากสอื่ ต่างๆ อย่างถูกตอ้ ง
4. เงือ่ นไขความรู้ ระเบยี บพิธี พิธีเวียนเทยี น
5. เงือ่ นไขคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
อนิ โฟกราฟฟกิ เร่อื ง วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูให้นกั เรยี นท่ีมีประสบการณ์ในการเวยี นเทียนในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาออกมา
เลา่ การปฏิบัติตนให้เพอื่ นฟงั หนา้ ชน้ั เรียน และให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถาม ดงั นี้
- พธิ ีการเวยี นเทียนมกี ารปฏบิ ตั ิในวนั ใดบา้ ง
- พธิ เี วียนเทยี นมกี ารปฏิบตั ติ นอย่างไร
- สถานท่ีใดทใี่ ช้สาหรบั ประกอบพิธเี วียนเทียน
- การเวียนเทยี นมคี วามสาคญั อยา่ งไร
ครูและนักเรยี นร่วมกนั ประมวลคาตอบ สรุปบนั ทึกเป็นแผนภาพบนกระดาน ดังน้ี
ตัวอยา่ งภาพ
วันที่มีการประกอบพิธี การปฏิบตั ติ น
วนั มาฆบชู า ระเบยี บพธิ กี ารเวียนเทยี น ชาระรา่ งกายให้สะอาด แต่งกายสภุ าพ
วันวสิ าขบชู า วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา เตรยี มดอกไม้ ธูป เทยี น
วนั อัฏฐมบี ูชา ไปตามเวลาท่วี ดั ประกอบพิธีกรรม
วนั อาสาฬหบูชา กลา่ วคาบูชาพระรัตนตรยั คาถวายดอกไม้
ธูป เทยี น
สถานทีป่ ฏบิ ัติ เดนิ เวียนขวารอบพุทธสถาน 3 รอบ
พระอโุ บสถ รอบที่ 1 กลา่ วคาบูชาสรรเสรญิ พระพทุ ธ
เจดีย์/วิหาร รอบที่ 2 กล่าวคาบูชาสรรเสริญพระธรรม
รอบที่ 3 กลา่ วคาบูชาสรรเสริญพระสงฆ์
ความสาคัญ
เป็นวนั สาคญั ทใ่ี ห้ชาวพุทธระลกึ ถงึ เหตกุ ารณ์สาคัญของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
สบื ทอดจรรโลงรกั ษาพระพุทธศาสนาใหม้ ่ันคงสืบไป
ให้ชาวพทุ ธไดบ้ าเพญ็ ความดี นาหลักธรรมไปปฏบิ ัติตนในการดาเนนิ ชวี ิต
ขน้ั กิจกรรมการเรียนรู้
2. ครูแจกบัตรคาให้นักเรียนทุกคน คนละ 2-3 ข้อความ จากนั้นให้นักเรียนศึกษา วิเคราะห์เก่ียวกับ
ข้อความท่ไี ดร้ ับ วา่ มคี วามเก่ียวข้องกับวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั ใด
3. ครูใหน้ ักเรียนนาบตั รคา ติดลงในกระดานที่ครูเตรียมมา ดังน้ี
- หวั ขอ้ วนั มาฆบชู า
- หัวขอ้ วันวิสาขบูชา
- หัวข้อ วนั อัฏฐมีบชู า
- หวั ข้อ วนั อาสาฬหบูชา
4. จากน้ัน ครูนา นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อความที่นักเรียนติดในกระดานแต่ละ
หวั ข้อ
5. ครูให้ตัวแทนนักเรียน 4 คน สรุปเป็นองค์ความรู้เร่ืองความสาคัญทางพระพุทธศาสนาให้เพื่อนในชั้น
เรียนฟัง
6. ครูใช้คาถามเพอ่ื ทบทวนความรู้ ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น ดงั น้ี
- วนั มาฆบชู าตรงกับวันอะไร สาคญั อยา่ งไร
- วนั วิสาขบูชา ตรงกับวนั อะไร มีเหตุการณส์ าคญั อย่างไร
- วันอฏั ฐมีบชู าตรงกบั วันอะไร มเี หตุการณ์สาคญั อยา่ งไร
- วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนานักเรยี นควรปฏิบัติตนอย่างไร
- ถา้ ปฏบิ ตั ติ ามหลักคาสอนจะเกิดผลดอี ย่างไร หากไม่ปฏิบัตติ ามจะมีผลอยา่ งไร
ขั้นสรุป
7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ประมวลคาตอบบันทึกสรปุ เป็นแผนภาพบนกระดาน และสมุด ดังนี้
8. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นทาอนิ โฟกราฟฟกิ เรื่องวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา คนละ 1 เรอ่ื ง
วนั สาคญั ทาง ตวั อยา่ งแผนภาพเหตุการณ/์ การปฏบิ ัตติ นในวนั สา
พระพทุ ธศาสนา
เห ตุ การณ์ ที่ เกิ ดขึ้ น ใน วัน
วนั มาฆบชู า สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
วนั วิสาขบชู า
วันอฏั ฐมบี ชู า เปน็ วนั ที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาฏิ
วันอาสาฬหบูชา โมกข์
เปน็ วนั คล้ายวันประสูติ ตรสั รู้ และ
นิพพานของพระพุทธเจา้
วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรรี ะของ
พระพทุ ธเจา้
วนั ที่พระพุทธเจา้ แสดงปฐมเทศนา
แกป่ ญั จวคั คยี แ์ ละมีพระรตั นตรยั เกิดข้นึ
ครบสมบูรณ์
าคัญทางพระพุทธศาสนา ผลทีเ่ กิดเมื่อปฏิบัติ
แนวทางการปฏิบัติตน ได้ปฏิบตั ิตนเป็นชาวพุทธท่ีดี ไดน้ าหลักธรรม
ไปใช้ปฏบิ ตั ิในการดาเนินชีวติ มีความสุขและ
เชา้ ทาบุญ ใส่บาตร และ อิ่มเอมใจ
ฟงั ธรรมท่ีวัด
กลางวัน บาเพญ็ ผลท่ีเกดิ เมื่อไมป่ ฏบิ ัติ
สาธารณประโยชน์ เช่น
พัฒนาวัด ปลกู ต้นไม้ ขาดโอกาสการบาเพ็ญความดี จิตใจขนุ่
ตอนเยน็ ฟังธรรม ฝึก มัว ขาดหลกั ธรรมในการดาเนนิ ชวี ิต เป็น
สมาธิ เวียนเทยี น เหตุใหป้ ระพฤตชิ ว่ั ได้
สือ่ /วสั ดอุ ุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ัน ม.1
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ น วธิ วี ัด แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
ความรู้ (K) ตรวจผลงานนักเรยี น คะแนน 7-8 ระดบั ดี
ทักษะ อนิ โฟกราฟฟกิ เร่อื ง คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
กระบวนการ (P) วันสาคัญทาง คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ
พระพทุ ธศาสนา
ลงช่ือ.......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสกุ )
ตาแหนง่ ครู
ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคิดเห็นรองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
.........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .....................................................
(นางจฑุ ารตั น์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหนง่ รองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวทิ ยา
วันท.่ี ......................................................
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 16
รหสั วิชา ส21101 รายวชิ า สงั คมศกึ ษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เรื่อง พระธรรม เวลา 10 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยที่ 16 เรอ่ื ง อริยสจั 4: ทกุ ข์ (ธรรมท่ีควรรู้) เวลา 1 ชวั่ โมง
ช่ือผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วันที.่ .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใช้สอน ม.1/8 วันท.่ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดือน..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน
นับถอื และศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทีถ่ กู ตอ้ ง ยึดมน่ั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ตัวช้ีวัด
ม.1/5 อธิบายพทุ ธคุณและข้อธรรมสาคญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับ
ถือตามทก่ี าหนด เหน็ คุณค่าและนาไปพฒั นาแกป้ ญั หาของตนเองและครอบครัว
สาระสาคญั
อรยิ สจั 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ท่ีพระพทุ ธเจ้าทรงตรสั รู้ ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย
นโิ รธ มรรค อรยิ สจั 4 นั้นเป็นธรรมหัวใจหลักท่จี าแนกหลักธรรมทยี่ ่อยออกไปหลายหมวด เรยี กวา่ หลกั ธรรมที่
เก่ียวเนื่องในอริยสจั 4 เช่น ขันธ์ 5 ธาตุ 4 หลักกรรม อบายมุข 6 สุข 2 ฯลฯ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. บอกความหมายและจาแนกหลกั ธรรมในอริยสัจ 4 ได้
2. จาแนกธรรมท่ีในหมวดทกุ ข์ (ธรรมท่ีควรร)ู้ ได้
3. ตระหนกั ในคณุ ค่าและความสาคัญของอริยสัจ 4 ทีม่ ีส่วนในการดาเนินชีวติ ประจาวนั
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
-
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซอื่ สัตย์สุจรติ
มงุ่ มั่นในการทางาน มีวนิ ัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการคิด : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ : กระบวนการทางานกลุ่ม
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะห์เน้ือหาตรงตามประเด็นท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
2. หลักความมเี หตผุ ล นกั เรียนสามารถวเิ คราะหป์ ระเด็นที่ศกึ ษาอยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล
3. หลกั ภูมิคมุ้ กนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่อื งทเ่ี กยี่ วข้องจากสือ่ ต่างๆ อยา่ งถกู ต้อง
4. เงอ่ื นไขความรู้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
5. เงอ่ื นไขคุณธรรม ความรับผดิ ชอบใฝ่เรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 8 เร่ือง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูถามนักเรียนว่าหลักธรรมท่ีพระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้น้ันมีช่ือว่าอะไร และประกอบด้วย
อะไรบา้ ง (ความรู้ สังคม)
2. ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ใหผ้ ู้เรยี นทราบ (เหตผุ ล)
ขน้ั กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ครูให้นกั เรียนศกึ ษาจากหนังสอื เรียนและร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นในคาถาม
ต่อไปนี้ (ความรู้ สงั คม)
- อริยสัจ 4 คอื อะไร
- อริยสจั 4 ได้แกอ่ ะไรบ้าง
- หลักธรรมทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั ทกุ ขไ์ ด้แก่อะไรบ้าง
- หลักธรรมทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับสมุทยั ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
- หลกั ธรรมที่เกย่ี วขอ้ งกบั นโิ รธได้แก่อะไรบา้ ง
- หลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับมรรคไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
4. ครเู ขียนเป็นแผนผงั ให้นักเรยี นดูบนกระดาน ดังนี้ (ความรู้)
อริยสจั 4
ทุกข์ (ธรรมท่ีควรร)ู้ สมทุ ยั (ธรรมทคี่ วรละ) นิโรธ (ธรรมทีค่ วรบรรล)ุ มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)
- ขันธ์ 5 - หลักกรรม - สุข 2 - ไตรสกิ ขา
- ธาตุ 4 - อบายมุข 6 คหิ สิ ุข 2 - ปธาน 4
5. ครูให้นกั เรยี นดภู าพคนป่วย คนพิการ นกั เรียนที่สอบตก จากนน้ั ครูถามนกั เรียนวา่ ถ้า
นกั เรยี นเป็นเหมือนกบั บุคคลในภาพ นกั เรยี นจะมคี วามรสู้ ึกอย่างไร ครสู ุ่มตวั อยา่ งให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็น
(สงั คม)
6. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเรือ่ งทุกข์ จากหนังสือเรยี นและร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้
คาถามดังนี้ (ความรู้ สังคม)
- ทกุ ข์ หมายถึงอะไร
- ทุกขแ์ บง่ ออกไดก้ ีป่ ระเภท ได้แกอ่ ะไรบ้าง
7. ครูอธบิ ายว่า การที่คนเราจะมีความรู้สกึ ทเี่ ปน็ ทกุ ขน์ ้ันจะต้องผา่ นการรบั รูจ้ ากประสาทสมั ผสั
ทั้ง 5 คอื ตา หู จมูก ลนิ้ กาย ครูใหน้ ักเรียนศึกษาจากหนังสือเรียนเพ่มิ เตมิ และทาแผนผังความคดิ เกี่ยวกบั การ
รบั รูจ้ ากประสาทสมั ผัสทัง้ 5 นาไปสู่ความร้สู กึ ทกุ ขไ์ ด้อย่างไร ลงในสมุดเรียน (ความรู)้
8 นกั เรียนทาใบงานท่ี 8 เรอื่ ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (ความร้)ู
ขั้นสรปุ
9. ครใู ห้นักเรียนชว่ ยกนั ยกตัวอย่างการปฏิบัตติ นโดยยึดหลักขนั ธ์ 5 ในการดาเนินชวี ติ ร่วมกบั
ผูอ้ ่นื ในสงั คมให้มีความสุขไดอ้ ย่างไร (ความรู้ วฒั นธรรม)
ส่อื /วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นพระพุทธศาสนา ชน้ั ม.1
2. ใบงานท่ี 8 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
การวดั ผลและประเมิลผลการเรยี นรู้
วิธีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ความรู้ (K) ตรวจใบงานท่ี 8 เรือ่ ง หลกั ธรรม ตอบถกู ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ทางพระพุทธศาสนา
ลงชอ่ื .......................................................ครูผู้สอน
(นางสาวมทั นา ทองสุก)
ตาแหน่ง ครู
ความคดิ เห็นหัวหน้ากลมุ่ สาระ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหลี)
ความคดิ เหน็ รองผ้อู านวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พฒั นภากรณ)์
ตาแหนง่ รองผ้อู านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วนั ท่.ี ......................................................
บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
วนั ที่................เดอื น....................................พ.ศ. 2565 ใช้สอนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................
บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหสั วชิ า ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
วนั ที.่ ...............เดอื น....................................พ.ศ. 2565 ใช้สอนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................
บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหสั วชิ า ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
วนั ที.่ ...............เดอื น....................................พ.ศ. 2565 ใช้สอนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 17
รหัสวิชา ส21101 รายวชิ า สังคมศึกษา
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นที่ 2 เร่ือง พระธรรม เวลา 10 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 17 เร่อื ง อริยสัจ 4: สมุทัย (ธรรมท่คี วรละ) เวลา 1 ชั่วโมง
ช่ือผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสุก
ใช้สอน ม.1/4 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/8 วันท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
ใชส้ อน ม.1/9 วนั ท่.ี .............เดอื น..............................พ.ศ............
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รูแ้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน
นับถือและศาสนาอืน่ มีศรัทธาท่ถี ูกตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกันอย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด
ม.1/5 อธิบายพทุ ธคุณและขอ้ ธรรมสาคญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนบั
ถือตามที่กาหนด เหน็ คุณค่าและนาไปพฒั นาแก้ปญั หาของตนเองและครอบครัว
สาระสาคัญ
อริยสัจ 4 คือ ความจรงิ อันประเสริฐ 4 ประการ ที่พระพุทธเจา้ ทรงตรสั รู้ ซ่ึงประกอบดว้ ย ทุกข์ สมุทยั
นิโรธ มรรค อรยิ สัจ 4 นนั้ เป็นธรรมหวั ใจหลกั ท่ีจาแนกหลักธรรมท่ียอ่ ยออกไปหลายหมวด เรียกวา่ หลักธรรมท่ี
เกี่ยวเน่ืองในอริยสัจ 4 เชน่ ขันธ์ 5 ธาตุ 4 หลักกรรม อบายมุข 6 สุข 2 ฯลฯ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายความหมายของสมทุ ยั (ธรรมทคี่ วรละ) ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
2. เขียนผลของการกระทาตามหลักธรรมสมุทยั ได้
3. เสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนเพ่ือหลีกเลี่ยงการทากรรมช่วั
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สัตยส์ ุจริต
มุ่งมั่นในการทางาน มีวินยั รักความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการคิด : ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. หลักความพอประมาณ นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เนื้อหาตรงตามประเด็นท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย
2. หลกั ความมีเหตุผล นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ประเด็นทีศ่ ึกษาอย่างเป็นเหตุเป็นผล
3. หลกั ภูมคิ มุ้ กนั ศกึ ษา/รวบรวมข้อมลู เรือ่ งทเ่ี ก่ียวข้องจากส่ือต่างๆ อยา่ งถกู ต้อง
4. เงอื่ นไขความรู้ หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
5. เง่ือนไขคณุ ธรรม ความรบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในชวี ิตประจาวนั ของนกั เรยี น
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูให้นกั เรียนดูขา่ วเรอื่ ง ออกหมายจบั ฟอร์จูนเนอร์กรา่ ง ขบั ปาด ชกั ปืนขู่แท็กซ่ี โดยมี
ประเด็นคาถาม ดังน้ี (สงั คม)
- วิเคราะหส์ าเหตุของเหตกุ ารณท์ ี่เกิดขึ้น
- ถ้าอยใู่ นเหตุการณ์ จะมีวธิ ีการแก้ปัญหาอย่างไร
2. ครูและนักเรียนแลกเปลีย่ นความคิดเห็นเก่ียวกับข่าว (สงั คม)
3. ครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นร้ใู หน้ กั เรียนทราบ (เหตุผล)
ข้นั กจิ กรรมการเรยี นรู้
4. ครใู ห้นกั เรียนจบั คตู่ ามความสมคั รใจ แล้วผลดั กนั เล่าปัญหาท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจาวนั ของ
นักเรยี น โดยใหเ้ วลาคู่ละ 3 นาที
5. ครแู จกกระดาษ A4 จากน้นั ให้นักเรยี นแต่ละคู่เลอื กปัญหาในชวี ิตประจาวันมา 1 ปัญหาและ
ช่วยกันตอบคาถามตามประเด็นที่กาหนดให้ ดังนี้ (ความรู้,สังคม)
- สาเหตุของปัญหาท่ีเกิดข้ึน
- ผลกระทบต่อตนเอง
- แนวทางการแก้ปัญหาทีน่ ักเรียนคิดวา่ จะทาไดจ้ รงิ
- สิ่งทน่ี า่ จะเกิดขึ้นเมอ่ื เราแก้ปญั หานั้นได้
ครใู ห้เวลานกั เรียนร่วมกันทางาน 15 นาที
6. ครูอธิบายหลกั ธรรมอริยสัจ 4 ในหัวข้อสมุทยั (ความรู้,สังคม)
- สมทุ ยั คืออะไร
- กามตณั หาคอื อะไร
- ภวตณั หาคอื อะไร
- วภิ วตัณหาคอื อะไร
5. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะคู่นางานกลุ่มมาวิเคราะห์สาเหตุของปญั หาท่นี ักเรยี นแตล่ ะคยู่ กตวั อย่างมา
น้นั ตรงกับสมทุ ัยข้อใด (ความรู้,สงั คม)
ข้ันสรุป
6. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคู่รว่ มกนั เสนอแนวทางปฏิบัติตนเพื่อหลีกเล่ียงการทากรรมชวั่ ท่ีอาจ
กอ่ ให้เกดิ ปญั หาในชีวิตประจาวันของนกั เรยี น (ความร)ู้
7. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ประเด็นท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้ และนดั หมายในครง้ั ต่อไป
ส่ือ/วัสดอุ ปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนพระพุทธศาสนา ชน้ั ม.1
2. ขา่ ว “ออกหมายจับฟอร์จนู เนอรก์ ร่าง ขบั ปาด-ชกั ปนื ขู่แท็กซ่ี”
การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ความรู้ (K) ตรวจงาน วเิ คราะห์ปญั หาใน ดี : วิเคราะห์ผลของการ
ชวี ติ ประจาวนั กระทาตามหลกั ธรรมทุกข์
และสมุทยั ไดแ้ ละยกตวั อย่าง
ไดช้ ดั เจน
พอใช้: วเิ คราะหผ์ ลของการ
กระทาตามหลกั ธรรมทุกข์
และสมุทัย แตไ่ ม่สามารถ
ยกตวั อยา่ งได้
ปรับปรงุ : วเิ คราะห์ผลของ
การกระทาตามหลักธรรมทุกข์
และสมทุ ยั ไม่ได้
ทกั ษะกระบวนการ (P) ตรวจงาน เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิ ดี : เสนอแนวทางการปฏบิ ัติ
ตนเพ่ือหลีกเลย่ี งการทากรรมช่ัว ตนเพื่อหลีกเลย่ี งการทากรรม
ชว่ั ได้ 2 ประเดน็ ขนึ้ ไป
พอใช้ : เสนอแนวทางการ
ปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื หลีกเล่ียงการทา
กรรมช่ัวได้ 1 ประเดน็
ปรับปรงุ : ไม่สามารถเสนอ
แนวทางได้
ลงชื่อ.......................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวมัทนา ทองสุก)
ตาแหนง่ ครู
ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................หัวหนา้ กลุม่ สาระ
(นางสาวอาริยา เจ๊ะยะหล)ี
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุม่ บริหารวชิ าการ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นางจุฑารตั น์ พัฒนภากรณ)์
ตาแหน่งรองผอู้ านวยการโรงเรยี นไชยาวิทยา
วันท่ี.......................................................
บันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
รหสั วชิ า ส21101 รายวิชา สังคมศกึ ษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
วันที.่ ...............เดอื น....................................พ.ศ. 2565 ใชส้ อนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................
บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
รหัสวชิ า ส21101 รายวชิ า สงั คมศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
วนั ท.่ี ...............เดือน....................................พ.ศ. 2565 ใช้สอนหอ้ ง...........................เวลา.....................................
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................ผสู้ อน
(.........................................................)
........................../........................../.............................