-335-
ได้สาเร็จ คู่ความท้ังสองฝ่ ายต่างฝ่ ายต่างพอใจในข้อตกลง ผูป้ ระนีประนอมก็จะจัดทาสัญญา
ประนีประนอมยอมความข้ึนมาแลว้ รายงานศาล จากน้ันหากศาลก็จะพิจารณาหากเห็นว่า สัญญา
ประนีประนอมยอมความไม่ฝ่ าฝื นต่อกฎหมายหรือไม่ขดั ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอนั ดี
ของประชาชน ศาลก็จะพิพากษาไปตามขอ้ ตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทุกฝ่ ายตกลง
กนั แต่ในกรณีที่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ศาลก็จะสั่งให้ยุติการไกล่เกล่ียและดาเนินกระบวน
พิจารณาคดีตอ่ ไป (มาตรา 148 , มาตรา 146)
5. ระหว่างพิจารณาคดีคู่ความมีสิทธิร้องขอให้ศาลกาหนดมาตรการคุม้ ครองชวั่ คราว
เรื่องค่าอุปการะเล้ียงดูโดยให้คคู่ วามอีกฝ่ายหน่ึงชาระค่าอุปการะเล้ียงดูระหวา่ งคดีให้แก่ตนได้ และ
ถา้ เป็ นการฟ้องเรียกค่าอุปการะเล้ียงดูบุตรท่ีอายุต่ากว่าสิบแปดปี บริบูรณ์ ศาลยงั มีอานาจส่ังให้
กองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุม้ ครองเด็ก จ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่บุตรเช่นว่าน้ี
เพม่ิ เติมนอกเหนือจากท่ีคคู่ วามอีกฝ่ายหน่ึงตอ้ งชาระไดอ้ ีกดว้ ย (มาตรา 159)
6. เมื่อศาลมีคาพิพากษาหรือคาส่ังให้ชาระค่าอุปการะเล้ียงดู ศาลมีอานาจส่ังให้ลูกหน้ี
ตามคาพิพากษา (ฝ่ ายที่ตอ้ งจ่ายเงิน) นาเงินมาวางศาลตามเง่ือนไขหรือระยะเวลาท่ีศาลกาหนด ใน
กรณีที่ลูกหน้ีตามคาพิพากษามีรายได้ประจา ศาลอาจสั่งให้อายดั เงินเท่าจานวนที่จะชาระเป็ น
คา่ อุปการะเล้ียงดูเป็นรายเดือน แลว้ ใหผ้ มู้ ีอานาจหนา้ ที่จ่ายเงินดงั กล่าวนาเงินมาวางศาลแทนลูกหน้ี
ตามคาพิพากษาได้ (มาตรา 162)
7. หากศาลพิพากษาใหจ้ าเลยชาระค่าอุปการะเล้ียงดูให้แก่โจทก์ แต่จาเลยไม่ยอมชาระ
โจทก์มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายบงั คบั คดีเพ่ือบงั คบั ชาระค่าอุปการะเล้ียงดูจากเงินไดข้ องจาเลยท่ี
เป็ นพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงานของหน่วยงานเอกชน ไม่ว่าจะเป็ นเบ้ียยงั ชีพ เงินเดือน ค่าจา้ ง
บานาญ ค่าชดใช้ หรือเงินสงเคราะห์ สาหรับจาเลยท่ีเป็ นข้าราชการเจ้าหน้าท่ีหรื อลูกจ้างใน
หน่วยงานราชการน้นั เงินไดข้ องจาเลยท่ีเป็ นเงินเดือน ค่าจา้ ง บานาญ บาเหน็จ เบ้ียหวดั หรือรายได้
อ่ืนในลกั ษณะเดียวกนั ก็บงั คบั มาชาระค่าอปุ การะเล้ียงดูไดเ้ ช่นกนั โดยศาลอาจต้งั เจา้ หนกั งานบงั คบั
คดี หรือบุคคลใดที่ศาลเห็นสมควรเป็ นผดู้ าเนินการก็ได้ และให้ไดร้ ับยกเวน้ ค่าฤชาธรรมเนียมใน
การบงั คบั คดี (มาตรา 154)9
9 ประสพสุข บุญเดช. (2555). หลักกฎหมายครอบครัว (พิมพค์ ร้ังที่ 14). กรุงเทพฯ : วิญญูชน. หนา้ 183-
185.
-336-
บทสรุป
ในการเรียกคา่ อปุ การะเล้ียงดูระหวา่ งสามีภริยา บิดามารดากบั บุตร ผปู้ กครองกบั ผอู้ ยใู่ ต้
ปกครอง ผรู้ ับบตุ รบญุ ธรรมกบั บุตรบุญธรรม กฎหมายไดว้ างหลกั ไวใ้ หเ้ รียกไดเ้ ม่ือฝ่ ายที่ควรไดร้ ับ
อุปการะเล้ียงดูไมไ่ ดร้ ับการอุปการะเล้ียงดูเลยหรือไดร้ ับแต่ไม่เพยี งพอตามอตั ภาพของตน เช่น สามี
มิไดใ้ หเ้ งินทองภริยาไวจ้ บั จ่ายใชส้ อย หรือไม่ไดจ้ ดั หาเครื่องอุปโภคบริโภคเลย ภริยาก็ฟ้องเรียกค่า
อุปการะได้ หรือผรู้ ับบุตรบุญธรรมให้บุตรบุญธรรมทานขา้ ววนั ละ 1 ม้ือซ่ึงไม่เพียงพอตามอตั ภาพ
บุตรบุญธรรมก็ฟ้องเรียกค่าอุปการะได้ แต่การท่ีศาลจะพิพากษาว่าให้ค่าอุปการะเพียงใดน้ันเป็ น
ดุลยพินิจของศาลเอง ซ่ึงการฟ้องเรียกค่าอุปการะเล้ียงดูจะตอ้ งฟ้องตามวิธีการท่ีกาหนดไวใ้ น
พระราชบญั ญตั ิศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครัว หากว่าศาลไดม้ ี
คาส่ังในเร่ืองค่าอุปการะไปแลว้ หากต่อมาภายหลงั สามีภริยา บิดามารดา บุตร ผูป้ กครอง ผูอ้ ยู่ใต้
ปกครอง ผูร้ ับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรม แสดงให้ศาลเห็นว่า พฤติการณ์ รายไดห้ รือฐานะของ
คู่กรณีไดเ้ ปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแกไ้ ข ให้เพ่ิม ลด ถอนค่าอุปการะเล้ียงดูก็ได้ แต่คาสั่งดงั กล่าว
ของศาลจะตอ้ งเป็ นค่าอุปการะเล้ียงดูในอนาคต จะสั่งให้มีผลยอ้ นหลงั ไปในอดีตไม่ไดแ้ ละโดย
หลกั ของการให้ค่าอุปการะเล้ียงดูน้นั จะตอ้ งให้เป็ นตวั เงิน เงินน้ันอาจจะตกลงให้เป็ นรายสัปดาห์
รายเดือนหรือรายปี กไ็ ด้
สิทธิในการไดร้ ับคา่ อปุ การะเล้ียงดูดงั กล่าวน้นั เป็นสิทธิเฉพาะตวั ซ่ึงมิอาจสละหรือโอน
ให้แก่กนั ได้ เช่น สามีทาสัญญากบั ภริยาว่าในระหว่างสมรสสามีจะไม่เรียกค่าอุปการะเล้ียงดูใด ๆ
จากสามีเลย ขอ้ สัญญาน้ีจึงตกเป็ นโมฆะเพราะขดั ต่อกฎหมาย หรือกรณีที่ศาลพิพากษาให้บิดาจ่าย
คา่ อุปการะเล้ียงดูบุตรเป็นเงินเดือนละ 10,000 บาท บุตรจะทาสัญญาโอนค่าอุปการะเล้ียงดูดงั กล่าว
ให้นายเอไม่ได้สัญญาดงั กล่าวตกเป็ นโมฆะเช่นกัน ท้งั น้ี เพราะถา้ ยอมให้มีการโอนสิทธิในการ
ไดร้ ับคา่ อุปการะเล้ียงดูกนั ได้ ผทู้ ่ีจะไดร้ ับคา่ อุปการะเล้ียงดูจะตอ้ งเดือดร้อนได้
-337-
คาถามท้ายบท
1.ขอ้ เท็จจริง นางเอกบั นายหล่ออยู่กินเป็ นฉันสามีภริยา โดยไม่ไดจ้ ดทะเบียนสมรส มี
บุตร 1 คน ภายหลงั คลอดบุตรออกมาแลว้ นายหล่อไดร้ ะบุช่ือว่าตนเองเป็ นบิดาเด็กในใบสูติบตั ร
หลงั จากน้นั นายหล่อไม่ส่งเสียเล้ียงดูบุตรเลย นางเอไม่มีเงินทองในการใช้จ่ายเล้ียงดูบุตรจะค่านม
ลูก ถามวา่
1) นางเอตอ้ งการใหบ้ ตุ รของตนมีบิดาท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย นางเอตอ้ งดาเนินการอยา่ งไร
2) นางเอจะฟ้องร้องเรียกคา่ อปุ การะเล้ียงดูไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
3) นางเอเป็นมารดาโดยชอบของบุตรหรือไม่อยา่ งไร
4) หากนางเอตอ้ งการฟ้องร้องดาเนินคดี ตอ้ งฟ้องท่ีศาลใด
2. นางไก่ไม่ไดจ้ ดทะเบียนสมรสกบั นายไข่สามี แตม่ ีลูกดว้ ยกนั 1 คน อายปุ ระมาณ 2 ปี
นางไก่เลิกลากบั สามีมาได้ 1 ปี และนางไก่ก็กลบั มาอยู่ท่ีบ้านตนเอง หลงั จากเลิกกนั แลว้ นางไก่
ขอใหน้ ายไข่สามีส่งเสียค่าเล้ียงดูบตุ ร เดือนละ 5,000 บาท หลงั จากน้นั 3 - 4 เดือนท่ีนายไข่ขอลดค่า
เล้ียงดูเป็ นเดือนละ 3,000 บาท แต่นายไข่ก็ส่งเสียให้ทุกเดือน หลงั จากน้นั นายไข่มีครอบครัวใหม่
โดยนายไข่ไดจ้ ดทะเบียนสมรสกบั ภรรยาใหม่และกาลงั จะมีลูกจึงขอลดค่าเล้ียงดูลูกเป็ นเดือนละ
1,000 - 1,500 บาท/เดือน เงินเดือนของนายไข่มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 8,000 ส่วนนางไก่ทางาน
ไดเ้ ดือนละประมาณ 15,000 บาท นางไก่จึงอยากเรียนทา่ นวา่
นางไก่ตอ้ งการเรียกร้องสิทธิค่าเล้ียงดูลูกเทา่ เดิมเดือนละ 3,000 จะทาไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
นางไก่สามารถเรี ยกร้องสิ ทธิตามกฎหมายจนกว่าบุตรของตนจะเรี ยนจบปริ ญญาตรี ลูกเรี ยนจบได้
หรือเปล่าคะ
3. นายช้างกบั นางหนูนา เป็ นสามีภริยาโดยชอบดว้ ยกฎหมาย มีบุตร 2 คน คือ ด.ช.หมี
อายุ 7 ปี และด.ญ. กวาง อายุ 5 ปี นายชา้ งเป็ นวิศวกรมีรายไดป้ ระมาณ 100,000 - 120,000 บาทต่อ
เดือน ส่วนนางหนูนา ทากิจการร้านเสริมสวย มีรายได้ 20,000 - 30,000 บาทต่อเดือน มีที่พกั อาศยั
อยูท่ ่ีจงั หวดั ลาพูน แต่เน่ืองจากนายช้าง เป็ นวิศวกรตอ้ งเดินทางไปต่างจงั หวดั เพื่อคุมงานก่อสร้าง
หลายแห่ง ส่วนนางหนูนา ตอ้ งอยดู่ ูแลร้านเสริมสวยท่ีจงั หวดั ลาพนู ทาใหค้ วามสมั พนั ธ์ของท้งั สอง
ห่างเหินกนั ในท่ีสุดท้งั สองจึงตกลงสมคั รใจหยา่ ขาดกนั เพือ่ ใหต้ ่างฝ่ายไดม้ ีอิสระในการทางาน
เม่ือสมคั รใจแยกกนั จึงไดต้ กลงเร่ืองการเล้ียงดูบุตรท้งั สอง โดยตกลงวา่ บุตรท้งั สองให้
อยู่กับนางหนู นาเป็ นผู้เล้ียงดู และต้องร่ วมกันส่ งเสี ยให้บุตรท้ังสองได้เรี ยนจนจบใน
ระดับอุดมศึกษา โดยนางหนูนาเสนอว่าจะให้บุตรท้ังสองได้เรียนโรงเรียนนานาชาติที่จังหวดั
เชียงใหม่ ซ่ึงมีค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั การศึกษาสูง และนางหนูนาตอ้ งยา้ ยไปประกอบอาชีพอยู่ใกล้ ๆ กบั
โรงเรียนท่ีบุตรท้ังสองต้องเข้าเรียน ซ่ึงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มข้ึน นางหนูนาขอให้นายช้างช่วย
-338-
รับผดิ ชอบค่าใชจ้ ่ายเกี่ยวกบั บุตรจานวน 60,000 บาทต่อเดือน ส่วนที่เหลือตนเองจะเป็นผรู้ ับผิดชอบ
เอง
นายชา้ งเห็นวา่ การให้โอกาสบตุ รไดศ้ ึกษาที่โรงเรียนนานาชาติน้นั เป็นผลดีกบั บตุ รที่จะ
มีทกั ษะการเรียนรู้ทางดา้ นภาษาและวิชาการอ่ืนๆ ที่ดี และทนั สมยั จึงตกลงกบั นางหนูนาตามน้นั ซ่ึง
ในปี 2550 น้นั เอง นายชา้ งกบั นางหนูนา จึงไดจ้ ดทะเบียนหยา่ กนั ที่จงั หวดั ลาพูน โดยไดท้ าบนั ทึก
ทา้ ยทะเบียนหย่าวา่ ให้บุตรผูเ้ ยาวท์ ้งั สองอยู่ในอานาจปกครองของนางหนูนาแต่ผูเ้ ดียว ใหน้ ายชา้ ง
จ่ายคา่ อปุ การะเล้ียงดูผเู้ ยาวท์ ้งั สองเดือนละ 60,000 บาท
เมื่อจดทะเบียนหยา่ กนั แลว้ นายชา้ งไดไ้ ปทางานในจงั หวดั ต่าง ๆ หลายจงั หวดั และได้
ส่งค่าอปุ การะเล้ียงดูใหน้ างหนูนาตามท่ีตกลงกนั จานวน 60,000 บาททกุ เดือนโดยตลอด ตอ่ มาในปี
2552 นายชา้ งได้มีโอกาสที่จะไดไ้ ปคุมงานท่ีจงั หวดั เชียงใหม่ จึงได้ติดต่อนางหนูนาสอบถามถึง
บุตรท้งั สองวา่ พกั อยใู่ กลโ้ รงเรียนนานาชาติหรือไม่ อยา่ งไร นายชา้ งจะไดไ้ ปพบบุตรท้งั สองในช่วง
ที่ไปคุมงานที่จงั หวดั เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่านางหนูนาไม่ได้ให้บุตรท้งั สองเขา้ เรียนท่ีโรงเรียน
นานาชาติท่ีจงั หวดั เชียงใหม่ตามที่ไดต้ กลงไวก้ ับนายช้าง แต่กลบั ให้เขา้ เรียนภายในจงั หวดั ลาพูน
และยงั พกั อาศยั อยทู่ ี่เดิม โดยนางหนูนาอา้ งวา่ ลูกคา้ ที่ร้านเสริมสวยมีมากข้ึน หากยา้ ยไปทาท่ีจงั หวดั
เชียงใหม่เกรงว่าจะไม่มีลูกคา้ เท่าเดิม จึงไม่ไดย้ า้ ยไปท่ีจังหวดั เชียงใหม่ บุตรท้งั สองจึงไม่ไดเ้ ขา้
เรียนท่ีโรงเรียนนานาชาติตามที่ตกลงกบั นายชา้ งไว้
นายชา้ งทราบเร่ืองรู้สึกโกรธและเสียใจท่ีบตุ รท้งั สองไม่ไดเ้ ขา้ เรียนท่ีโรงเรียนนานาชาติ
ตามที่ตกลงกันไว้ ท้ังๆ ท่ีตนเองส่งเงินจานวน 60,000 บาทให้แก่นางหนูนาทุกเดือน ตลอด
ระยะเวลา 2 ปี ที่ผา่ นมา นายชา้ งจึงไดใ้ ห้ทนายความยืน่ คาร้องต่อศาลขอให้ให้ลดค่าอุปการะเล้ียงดู
บุตรผูเ้ ยาวท์ ้งั สองเหลือเพียงเดือนละ 20,000 บาท นางหนูนาโตแ้ ยง้ ว่านายช้างไม่มีสิทธิย่ืนคาร้อง
ขอให้ลดค่าอุปการะเล้ียงดูบุตรผูเ้ ยาวไ์ ด้ เน่ืองจากขอ้ ตกลงดงั กล่าวเกิดจากความสมคั รใจของนาย
ชา้ ง และไดม้ ีการบนั ทึกขอ้ ตกลงไวท้ า้ ยทะเบียนหย่าแลว้ นายช้างไม่มีสิทธิเปล่ียนแปลงเป็ นอยา่ ง
อื่นได้ และการลดค่าอุปการะเล้ียงดูมิไดเ้ กิดจากการยื่นคาฟ้อง ดงั น้ัน การยื่นคาร้องของนายช้าง
ดงั กล่าวจึงเป็นการมิชอบดว้ ยกฎหมายที่จะทาไดข้ อใหศ้ าลยกคาร้อง
ให้ท่านวินิจฉัยว่าศาลชอบที่จะเสนอคดีขอใหล้ ดค่าอุปการะเล้ียงดูบุตรซ่ึงเก่ียวเนื่องกนั
เขา้ มาใหค้ าร้องขอฉบบั เดียวกนั ได้ และขอ้ โตแ้ ยง้ ของหนูนาฟังข้ึนหรือไม่
-339-
เอกสารอ้างองิ
กฎหมายครอบครัว. สืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎาคม 2562 จาก
https://www.libothai.com/307281394978?category=กฎหมายครอบครัว
คดีฟ้องเรียกค่าเล้ียงชีพภริยาสามี จากการหยา่ . สืบคน้ เมื่อ 1 กรกฎาคม 2562 จาก
http://www.thanulaw.com/index.php/alimonycase
คดีฟ้องเรียกคา่ อุปการะเล้ียงดูบุตร.สืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎาคม 2562 จาก
http://www.thanulaw.com/index.php/childcarecost
คดีฟ้องเรียกคา่ อุปการะเล้ียงดูระหวา่ งสามีหรือภริยาอีกฝ่ายสืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎาคม 2562 จาก
http://www.thanulaw.com/index.php/spousecarecost
จิระฐิติ กะการดี. (2558). ปัญหาทางกฎหมายเกยี่ วกบั หลกั เกณฑ์การจ่ายค่าเลยี้ งชีพ และการ
เปลยี่ นแปลงค่าเลยี้ งชีพภายหลงั การสมรสสิ้นสุดลง. วทิ ยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตร
มหาบณั ฑิต คณะนิติศาสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ .
ชาติชาย อคั รวิบูลย.์ (2552). คาอธบิ ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พมิ พค์ ร้ังที่ 4). กรุงเทพฯ : วญิ ญชู น.
บทเรียนจากแคนาดา 10 ปี หลงั อนุญาตแตง่ งานเพศเดียวกนั (14 กมุ ภาพนั ธ์ 2556). สืบคน้ 24
มกราคม 2561จาก https://www.voicetv.co.th/read/63187
ประสพสุข บุญเดช. (2555). หลกั กฎหมายครอบครัว (พมิ พค์ ร้ังที่ 14). กรุงเทพฯ : วญิ ญชู น.
__________. (2555). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พิมพค์ ร้ังท่ี 19). กรุงเทพฯ : สานกั อบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบณั ฑิตยสภา.
ไพโรจน์ กมั พูศิริ. (2551). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พิมพค์ ร้ังที่ 6). กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
รัศฎา เอกบตุ ร. (2555). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว บิดา
มารดาและบตุ ร (พมิ พค์ ร้ังท่ี 6). กรุงเทพฯ : นิติธรรมาตรา
__________. (2551). คาอธบิ ายกฎหมายครอบครัว (พิมพค์ รังท่ี 2). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
__________. (2554). ถาม-ตอบกฎหมายครอบครัว (พิมพค์ ร้ังท่ี 9). กรุงเทพฯ : วญิ ญูชน.
วารี นาสกุล และเบญจวรรณ ธรรมรัตน.์ (2554). กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว (พมิ พ์
คร้ังที่ 1). กรุงเทพฯ : พลสยามาตรา
วเิ คราะห์คดีความรับผิด และอายคุ วาม ฟ้องคา่ อปุ การะเล้ียงดูบตุ ร.สืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎาคม 2562 จาก
https://www.lawyers.in.th/2018/03/27/prescription/
สมชยั ฑีฆาอตุ มากร. (2554). ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว.
-340-
กรุงเทพฯ: พลสยาม พริ้นติ้ง (ประเทศไทย)
สมพร พรหมหิตาธร. (2544). คาอธบิ ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วย
ครอบครัว. กรุงเทพฯ: นิติธรรม.
บรรณานุกรม
หนงั สือ
กำธร กำประเสริฐและสุเมธ จำนประดบั . (2543). ประวตั ศิ าสตร์กฎหมายไทยและระบบกฎหมาย
หลกั . กรุงเทพฯ:,มหำวทิ ยำลยั รำมคำแหง.
คลำ้ ยจนั ทร์ จนั ทร์สำรำ. (2553). เหตหุ ย่า: ศึกษากรณีการประพฤติผดิ ประเวณีของสามหี รือภริยา.
วทิ ยำนิพนธ์ปริญญำมหำบณั ฑิต คณะนิติศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์.
จิระฐิติ กะกำรดี. (2558). ปัญหาทางกฎหมายเกย่ี วกบั หลกั เกณฑ์การจ่ายค่าเลยี้ งชีพ และการ
เปลย่ี นแปลงค่าเลยี้ งชีพภายหลังการสมรสสิ้นสุดลง. วิทยำนิพนธ์ปริญญำนิติศำสตร
มหำบณั ฑิต คณะนิติศำสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหำวิทยำลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์
ชำติชำย อคั รวิบูลย.์ (2552). คาอธบิ ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พิมพค์ ร้ังที่ 4). กรุงเทพฯ : วิญญชู น.
ประสพสุข บญุ เดช. (2555). หลกั กฎหมายครอบครัว (พมิ พค์ ร้ังท่ี 14). กรุงเทพฯ : วิญญูชน.
__________. (2559). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พมิ พค์ ร้ังที่ 21). กรุงเทพฯ : สำนกั อบรมศึกษำกฎหมำยแห่งเนติบณั ฑิตยสภำ.
ประสิทธิ ปิ วำวฒั นพำณิช. (2549). เหตฟุ ้องหย่า : การศึกษาเปรียบเทียบในเชิงนติ ศิ าสตร์.
กรุงเทพฯ : วิญญชู น.
พชร สุขนนั ตพงศ.์ (1 สิงหำคม-พฤศจิกำยน 2561). ปัญหาทางกฎหมายทเ่ี กย่ี วเนื่องกบั การหย่าตาม
มาตรา 1516 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ศึกษากรณีอปุ การะเลยี้ งดูหรือ
ยกย่องผ้ทู มี ีเพศเดียวกนั . วำรสำรบณั ฑิตศึกษำ มหำวทิ ยำลยั ธรุกิจบณั ฑิตย์ ปี ท่ี 7 ฉบบั ท่ี 1
หนำ้ 476-488.
พธิ ินยั ไชยแสงสุขกลุ . (2528). กฎหมายครอบครัว: เปรียบเทียบกฎหมายมงั รายศาสตร์กบั
กฎหมายตราสามดวง.(งำนวิจยั ) กรุงเทพฯ:มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์.
ไพโรจน์ กมั พศู ิริและรัศฎำ เอกบตุ ร. (2555). คาอธบิ ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรียง
มาตราว่าด้วยครอบครัว บรรพ 5 มาตรา 1435-1598/41. กรุงเทพฯ: โรงพิมพเ์ ดือนตุลำ. .
_______. (2556). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว (พิมพ์
คร้ังท่ี 8). กรุงเทพฯ: มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์.
ไพโรจน์ กมั พูศิริ. (2551). คาอธบิ ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
(พิมพค์ ร้ังท่ี 6). กรุงเทพฯ : มหำวิทยำลยั ธรรมศำสตร์.
__________. (กนั ยำยน 2557). พฒั นาการของกฎหมายเกย่ี วกบั การสมรสระหว่างบคุ คลเพศ
-342-
เดียวกนั ในประเทศฝรั่งเศส.วำรสำรนิติศำสตร์ (มหำวิทยำลยั ธรรมศำสตร์). ปี ท่ี 43.
ฉบบั ท่ี 3.
มำนิตย์ วงศเ์ สรี. (2531). สัญญาหย่า: วเิ คราะห์ลกั ษณะและขอบเขต. วทิ ยำนิพนธ์ปริญญำ
มหำบณั ฑิต คณะนิติศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์
รัศฎำ เอกบตุ ร. (2555). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว บิดา
มารดาและบุตร. (พิมพค์ ร้ังท่ี 6). กรุงเทพฯ : นิติธรรมำตรำ
__________. (2555). คาอธิบายกฎหมายครอบครัว การหม้ัน. (พิมพค์ รังท่ี 3). กรุงเทพฯ: นิติธรรม
__________. (2551). คาอธิบายกฎหมายครอบครัว. (พิมพค์ รังที่ 2). กรุงเทพฯ:วิญญูชน.
__________. (2554). ถาม-ตอบกฎหมายครอบครัว. (พิมพค์ ร้ังท่ี 9). กรุงเทพฯ : วญิ ญูชน.
แลงกำต์ โรแบร์. (2510). ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย(กฎหมายเอกชน). พระนคร:
มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์.
วำรี นำสกลุ และเบญจวรรณ ธรรมรัตน์. (2554). กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว (พิมพ์
คร้ังท่ี 1). กรุงเทพฯ : พลสยำมำตรำ
สะอำด นำวเี จริญ. (2517). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว.
กรุงเทพฯ: นิติบรรณกำร.
สมชยั ฑีฆำอตุ มำกร. (2554). ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว.
กรุงเทพฯ: พลสยำม พริ้นติ้ง (ประเทศไทย)
สมพร พรหมหิตำธร. (2544). คาอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ บรรพ 5 ว่าด้วย
ครอบครัว. กรุงเทพฯ: นิติธรรม
แสวง บุญเฉลิมวภิ ำส. (2552). ประวัตศิ าสตร์กฎหมายไทย. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ข้อมูลสารสนเทศ
กฎหมำยครอบครัว. สืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎำคม 2562 จำก
https://www.libothai.com/307281394978?category=กฎหมายครอบครัว
กฤษฎำ ศภุ วรรธนะกลุ . (2560). ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวติ ฉบับกรมคุ้มครองสิทธ์ิ เม่ือรักเรา (ศักด์ิศรี) ไม่
เท่ากนั . สืบคน้ 24 มกรำคม 2561 จำก https://prachatai.com/journa/2017/06/71823
ใกลม้ ิตรชิดหมอ โดย Admin Dr. Jame. “ยำ 3 ชนิด ท่ีใชใ้ นกำรประหำรชีวิตดว้ ยกำรฉีดสำรพษิ
(lethal injection execution)” สืบคน้ เมื่อ 21 มกรำคม 2565 จำก https://www.facebook.
com/Drnextdoor/photos/a.151882111657248/979911838854267/?type=3
-343-
คดีฟ้องเรียกค่ำเล้ียงชีพภริยำสำมี จำกกำรหยำ่ . สืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎำคม 2562 จำก
http://www.thanulaw.com/index.php/alimonycase
คดีฟ้องเรียกคำ่ อุปกำระเล้ียงดูบุตร.สืบคน้ เมื่อ 1 กรกฎำคม 2562 จำก
http://www.thanulaw.com/index.php/childcarecost
คดีฟ้องเรียกคำ่ อปุ กำระเล้ียงดูระหวำ่ งสำมีหรือภริยำอีกฝ่ำยสืบคน้ เม่ือ 1 กรกฎำคม 2562 จำก
http://www.thanulaw.com/index.php/spousecarecost
บทเรียนจำกแคนำดำ 10 ปี หลงั อนุญำตแต่งงำนเพศเดียวกนั (14 กุมภำพนั ธ์ 2556). สืบคน้ 24
มกรำคม 2561จำก https://www.voicetv.co.th/read/63187
รวมคำวนิ ิจฉยั ของประธำนศำลฎีกำ ในคดีเยำวชนและครอบครัว ปี 2546-2556 จำก
http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/admin/announcements/files/Fe
bruary_4_2015_2_06_51fe8deb24232c37437489b389ba2f12.pdf
ร่ำงพ.ร.บ.คู่ชีวิต ทดแทนกำรจดทะเบียนสมรส. (23 มกรำคม 2556). สืบคน้ 24 มกรำคม 2561 จำก
https://ilaw.or.th/node/1821
รวมคำวนิ ิจฉยั ของประธำนศำลฎีกำ ในคดีเยำวชนและครอบครัว ปี 2546-2556 จำก
http://www.supremecourt.or.th/webportal/maincode/admin/announcements/files/Fe
bruary_4_2015_2_06_51fe8deb24232c37437489b389ba2f12.pdf
วำรี นำสกุล และเบญจวรรณ ธรรมรัตน์. (2554). กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ว่าด้วยครอบครัว (พมิ พ์
คร้ังที่ 1). กรุงเทพฯ : พลสยำม.
วเิ ครำะหค์ ดีควำมรับผิด และอำยคุ วำม ฟ้องคำ่ อปุ กำระเล้ียงดูบุตร.สืบคน้ เมื่อ 1 กรกฎำคม 2562 จำก
https://www.lawyers.in.th/2018/03/27/prescription/
ศำลไตห้ วนั กฎหมำยหำ้ มคนเพศเดียวกนั แตง่ งำนกนั ขดั รัฐธรรมนูญ (24 พฤษภำคม 2561)
สืบคน้ 24 มกรำคม 2561 จำก http://www.bbc.com/thai/international-40030877
สิทธิกำรสมรสของคนเพศเดียวกนั . (2558). สืบคน้ 24 มกรำคม 2561 จำก
https://ar-ar.facebook.com/notes/pakawat-hemrachatanant/สิทธกิ ารสมรสของคน
เพศเดยี วกนั /996185267079829/
อวกิ ำรัตน์ นิยมไทย. (2553). สิทธิในกำรเลือกใชช้ ่ือสกลุ และคำนำหนำ้ นำมของหญิงซ่ึงสมรสแลว้
สืบคน้ 24 มกรำคม 2561 จำก http://www.senate.go.th/lawdatacenter/includes/
FCKeditor/upload/image/b/reform/reform15.pdf
อำเลก็ จรรยำำทรัพยก์ ิจ. คำวนิ ิจฉยั ของประธำนศำลฎีกำ. วำรสำรยตุ ิธรรม จำก
http://elib.coj.go.th/Article/c10_5_1.pdf
-344-
กฎหมาย
พระรำชบญั ญตั ิคุม้ ครองเด็กที่เกิดโดยอำศยั เทคโนโลยชี ่วยกำรเจริญพนั ธุ์ทำงกำรแพทย์ พ.ศ. 2558
พระรำชบญั ญตั ิศำลเยำวชนและครอบครัวและวธิ ีพจิ ำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ.2553
พระรำชบญั ญตั ิจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478
พระรำชบญั ญตั ิคมุ้ ครองเด็ก พ.ศ. 2546
พระรำชบญั ญตั ิช่ือบุคคล พ.ศ. 2505
พระรำชบญั ญตั ิคำหนำ้ นำมหญิง พ.ศ. 2551
พระรำชบญั ญตั ิสัญชำติ พ.ศ. 2508
พระรำชบญั ญตั ิวำ่ ดว้ ยกำรขดั กนั แห่งกฎหมำย พ.ศ. 2481
พระรำชบญั ญตั ิโรคติดต่อ พ.ศ.2558
ประกำศ กระทรวงสำธำรณสุข เรื่อง ชื่อและอำกำรสำคญั ของโรคติดตอ่ อนั ตรำย พ.ศ. 2559 ณ วนั ท่ี
19 พฤษภำคม 2559
ประกำศ กระทรวงสำธำรณสุข เร่ือง ช่ือและอำกำรสำคญั ของโรคติดต่ออนั ตรำย (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.
2563 ณ วนั ท่ี 22 มกรำคม 2561
ประกำศ กระทรวงสำธำรณสุข เรื่อง ช่ือและอำกำรสำคญั ของโรคติดต่ออนั ตรำย (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.
2563 ณ วนั ที่ 26 กมุ ภำพนั ธ์ 2563
หนังสือภาษาองั กฤษ
Elisa Tang & Lesley Hauler. (2021, June 30). Here are the countries where same-sex marriage is officially legal.
Retrieved from https://www.goodmorningamerica.com/culture/story/29-countries-sex-marriage-
officially-legal-56041136
Haviland, William A.; Prins, Harald E. L.; McBride, Bunny; Walrath, Dana (2011). Cultural Anthropology:
The Human Challenge (13th ed.).
ภาคผนวก
346
พระราชบญั ญตั ิ
คุม้ ครองเดก็ ที่เกิดโดยอาศยั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ทางการแพทย์
พ.ศ. ๒๕๕๘1
ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปี ท่ี ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบนั
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ
ใหป้ ระกาศวา่
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองเดก็ ที่เกิดโดยอาศยั เทคโนโลยชี ่วย
การเจริญพนั ธุท์ างการแพทย์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิข้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอม
ของ สภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติ ดงั ตอ่ ไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบัญญตั ิน้ีเรียกว่า “พระราชบัญญัติคุม้ ครองเด็กที่เกิดโดยอาศัย
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๘”
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั ิน้ีให้ใชบ้ งั คบั เมื่อพน้ กาหนดเกา้ สิบวนั นบั แต่วนั ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี
“อสุจิ” หมายความวา่ เซลลส์ ืบพนั ธุ์ของเพศชาย
“ไข”่ หมายความวา่ เซลลส์ ืบพนั ธุข์ องเพศหญิง
“เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์” หมายความว่า กรรมวิธีใด ๆ ทาง
วิทยาศาสตร์ การแพทยท์ ี่นาอสุจิและไข่ออกจากร่างกายมนุษย์ เพ่ือให้เกิดการต้ังครรภ์โดยไม่
เป็นไปตามธรรมชาติ รวมท้งั การผสมเทียม
“การผสมเทียม” หมายความว่า การนาอสุจิเขา้ ไปในอวยั วะสืบพนั ธุ์ของหญิงเพื่อให้
หญิงน้นั ต้งั ครรภ์ โดยไมม่ ีการร่วมประเวณี
“การต้งั ครรภ์แทน” หมายความว่า การต้งั ครรภ์โดยอาศยั เทคโนโลยีช่วยการเจริญ
พนั ธุ์ทางการแพทย์ โดยหญิงที่รับต้งั ครรภ์แทนมีขอ้ ตกลงเป็ นหนังสือไวก้ บั สามีและภริยาท่ีชอบ
ดว้ ยกฎหมาย ก่อนต้งั ครรภ์ว่าจะให้ทารกในครรภ์เป็ นบุตรของสามีและภริยาท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย
1 ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนท่ี ๓๘ ก/หน้า ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘.
347
น้นั
“ตวั ออ่ น” หมายความวา่ อสุจิและไข่ของมนุษยซ์ ่ึงรวมกนั จนเกิดการปฏิสนธิไปจนถึง
แปดสัปดาห์
“ทารก” หมายความวา่ ตวั อ่อนของมนุษยท์ ่ีมีอายเุ กินกวา่ แปดสัปดาห์ ไม่วา่ อยใู่ นหรือ
นอกมดลูก ของมนุษย์
“ขาย” หมายความว่า จาหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน หรือให้ เพื่อประโยชน์ในทาง
การคา้ หรือประโยชน์อื่นใดที่มิควรไดส้ าหรับตนเองหรือผอู้ ื่น และให้หมายความรวมถึงการเสนอ
ขายดว้ ย
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการคุม้ ครองเด็กท่ีเกิดโดยอาศยั เทคโนโลยี
ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๔ ใหศ้ าลท่ีมีอานาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมาย
ว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอานาจพิจารณา
พิพากษาคดี ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี เฉพาะคดีท่ีเกี่ยวกบั ความเป็ นบิดามารดาของผูท้ ่ีเกิดโดยอาศยั
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุท์ างการแพทยต์ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และให้มีอานาจออก
ประกาศ เพอื่ ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ท้งั น้ี ในส่วนท่ีเกี่ยวกบั ราชการของกระทรวงน้นั
ประกาศน้นั เมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้
หมวด ๑
คณะกรรมการคมุ้ ครองเดก็ ท่ีเกิดโดยอาศยั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุท์ างการแพทย์
มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการคุม้ ครองเด็กท่ีเกิด
โดยอาศยั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย”์ หรือเรียกโดยยอ่ วา่ “กคทพ.” ประกอบดว้ ย
ปลดั กระทรวง สาธารณสุข เป็ นประธานกรรมการ นายกแพทยสภา เป็ นรองประธานกรรมการ
ผู้แทนกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทน
คณะกรรมการคุม้ ครองเด็กแห่งชาติ ประธานราชวิทยาลยั กมุ ารแพทยแ์ ห่งประเทศไทย ประธานราช
วิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เป็ น
กรรมการโดยตาแหน่ง และผทู้ รงคุณวุฒิจานวนหกคน ซ่ึงรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการพฒั นาสงั คม
348
และความม่ันคงของมนุษยแ์ ต่งต้งั จากผูซ้ ่ึงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เป็ นท่ี
ประจักษ์ ด้านกฎหมาย สิทธิสตรี และสิทธิเด็ก ด้านละหน่ึงคน และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวง
สาธารณสุขแต่งต้งั จากผูซ้ ่ึงมีความรู้ ความเช่ียวชาญ และมีประสบการณ์เป็ นท่ีประจักษ์ ด้าน
เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุ์ เวชพนั ธุศาสตร์ และการวิจยั ดา้ นละหน่ึงคน เป็นกรรมการ
ใหอ้ ธิบดีกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพเป็นกรรมการและเลขานุการ และใหอ้ ธิบดีกรม
สนบั สนุน บริการสุขภาพแต่งต้งั ขา้ ราชการของกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพจานวนไม่เกินสองคน
เป็นผชู้ ่วยเลขานุการ
มาตรา ๗ ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปน้ี
(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกาหนดนโยบายคุม้ ครองเด็กท่ีเกิดโดยอาศยั
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุท์ างการแพทย์
(๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการพฒั นาหรือแกไ้ ขปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี
ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
(๓) เสนอความเห็นหรือให้คาแนะนาต่อรัฐมนตรีในการออกประกาศเพ่ือปฏิบตั ิการ
ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๔) ประกาศกาหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต
เก่ียวกบั การดาเนินการใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนตามมาตรา ๒๓
(๕) พจิ ารณาอนุญาตเกี่ยวกบั การดาเนินการใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนตามมาตรา ๒๓
(๖) ประกาศกาหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต
เกี่ยวกบั การใชต้ วั อ่อนท่ีเหลือใช้จากการบาบดั รักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบ
ดว้ ยกฎหมาย เพ่ือการศึกษาวิจยั ตามมาตรา ๓๗
(๗) พิจารณาอนุญาตเกี่ยวกบั การใชต้ วั อ่อนที่เหลือใชจ้ ากการบาบดั รักษาภาวะการมี
บตุ รยาก ของสามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายเพ่อื การศึกษาวิจยั ตามมาตรา ๓๗
(๘) ให้ความเห็นชอบในการออกประกาศของแพทยสภาเก่ียวกับการให้บริการ
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามพระราชบัญญตั ิน้ี โดยประกาศของแพทยสภา
ดงั กลา่ วใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้ ตอ่ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๙) ควบคุม ตรวจสอบ หรือกากบั ดูแลการให้บริการเกี่ยวกบั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญ
พนั ธุ์ ทางการแพทยใ์ หเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจยั ทางจริยธรรม กฎหมาย หรือวฒั นธรรมท่ี
เก่ียวกบั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
(๑๑) จดั ทารายงานผลการดาเนินงานตามพระราชบญั ญตั ิน้ีเสนอต่อรัฐมนตรีอยา่ งนอ้ ย
349
ปี ละคร้ัง
(๑๒) ปฏิบตั ิการอ่ืนตามท่ีรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๘ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละส่ีปี
กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิซ่ึงพน้ จากตาแหน่งตามวาระอาจไดร้ ับแต่งต้งั อีกไดแ้ ต่จะดารง
ตาแหน่ง ติดต่อกนั เกินสองวาระไม่ได้
มาตรา ๙ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิพ้นจาก
ตาแหน่งเม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เวน้ แต่เป็นโทษสาหรับความผิด
ท่ีไดก้ ระทา โดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
(๖) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์หรือ
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข แลว้ แต่กรณี ให้ออก เนื่องจากมีความประพฤติไม่เหมาะสม
ตามขอ้ เสนอของ คณะกรรมการ ท้งั น้ี มติของคณะกรรมการท่ีให้ออกตอ้ งไม่นอ้ ยกว่าสองในสาม
ของจานวนกรรมการท้งั หมด เทา่ ที่มีอยู่
มาตรา ๑๐ ในกรณี ที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ ให้
รัฐมนตรีวา่ การ กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษยห์ รือรัฐมนตรีวา่ การกระทรวง
สาธารณสุข แลว้ แต่กรณี แต่งต้งั ผูซ้ ่ึงมีความรู้ ความเช่ียวชาญ และมีประสบการณ์เป็ นที่ประจกั ษ์
ดา้ นเดียวกนั ให้ดารงตาแหน่งแทน และใหผ้ ูซ้ ่ึงไดร้ ับแต่งต้งั แทนตาแหน่งที่วา่ งน้นั อยู่ในตาแหน่ง
เท่ากบั วาระท่ีเหลืออย่ขู องกรรมการ ผทู้ รงคุณวุฒิซ่ึงไดแ้ ต่งต้งั ไวแ้ ลว้ แต่ถา้ วาระการดารงตาแหน่ง
เหลืออยนู่ อ้ ยกวา่ เกา้ สิบวนั จะไมด่ าเนินการ ใหม้ ีผดู้ ารงตาแหน่งแทนก็ได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ
ประกอบดว้ ย กรรมการท้งั หมดเท่าท่ีมีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งต้งั กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิตามวรรค
หน่ึง
มาตรา ๑๑ เม่ือกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งตามวาระ ให้ดาเนินการ
แต่งต้งั กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิข้ึนใหม่ภายในเกา้ สิบวนั ในระหวา่ งที่ยงั มิไดม้ ีการแต่งต้งั กรรมการ
ผูท้ รงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิซ่ึงพน้ จากตาแหน่งตามวาระอยู่ในตาแหน่งเพื่อ
ปฏิบตั ิหนา้ ที่ตอ่ ไปจนกวา่ จะมี การแต่งต้งั กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิข้นึ ใหม่
350
มาตรา ๑๒ การประชุมคณะกรรมการตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่นอ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึง
ของจานวนกรรมการท้งั หมดจึงจะเป็นองคป์ ระชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการเป็ นประธานในท่ีประชุม ถ้า
ประธานกรรมการ ไมม่ าประชุมหรือไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ที่ได้ ใหร้ องประธานกรรมการเป็นประธาน
ในที่ประชุม ถา้ ประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ที่
ได้ ใหท้ ่ีประชุมเลือกกรรมการคนหน่ึง เป็นประธานในท่ีประชุม สาหรับการประชุมในคราวน้นั
การวินิจฉัยช้ีขาดของที่ประชุมถ้ามิได้บัญญัติไว้เป็ นอย่างอ่ืนให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหน่ึง ให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถา้ คะแนนเสียงเท่ากนั ให้ประธานในท่ีประชุม
ออกเสียงเพมิ่ ข้ึนอีกเสียงหน่ึง เป็นเสียงช้ีขาด
มาตรา ๑๓ คณะกรรมการจะแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอ
ความเห็น ในเรื่องหน่ึงเร่ืองใดหรือปฏิบตั ิการอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดตามท่ีคณะกรรมการมอบหมายก็ได้
การประชุมคณะอนุกรรมการ ใหน้ ามาตรา ๑๒ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุ ข ทาหน้าท่ี
สนบั สนุน การดาเนินงานของคณะกรรมการ โดยใหม้ ีอานาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ปฏิบตั ิงานธุรการทว่ั ไปของคณะกรรมการ
(๒) ประสานงานและร่วมมือกบั ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและเอกชนท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ใน การดาเนินงานเกี่ยวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ท่ีอยู่ในอานาจหน้าท่ีของ
คณะกรรมการ
(๓) ดาเนินการจดั ทาทะเบียนหน่วยงานหรือองค์กรท่ีดาเนินงานเทคโนโลยีช่วยการ
เจริญพนั ธุท์ างการแพทยแ์ ละทะเบียนผขู้ อรับบริการ
(๔) ดาเนินการรวบรวมข้อมูลและผลการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับการ
ดาเนินงานเทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
(๕) ปฏิบตั ิการอื่นตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย
หมวด ๒
การใหบ้ ริการเกี่ยวกบั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุท์ างการแพทย์
มาตรา ๑๕ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมซ่ึงเป็ นผูใ้ ห้บริการเก่ียวกับเทคโนโลยี
ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี ตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไม่มีลกั ษณะตอ้ งห้าม
และ ตอ้ งปฏิบตั ิตามมาตรฐานในการใหบ้ ริการเกี่ยวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
351
ท้งั น้ี ตามที่แพทยสภาประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๖ ก่อนให้บริการเก่ียวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
ผูใ้ ห้บริการ เกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์จะต้องจัดให้มีการตรวจและ
ประเมินความพร้อม ทางด้านร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดลอ้ มของผูข้ อรับบริการ หญิงท่ีรับ
ต้งั ครรภ์แทน และผูบ้ ริจาคอสุจิ หรือไข่ที่จะนามาใช้ดาเนินการ รวมท้งั การป้องกันโรคท่ีอาจมี
ผลกระทบต่อเด็กท่ีจะเกิดมาดว้ ย ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีแพทยสภาประกาศ
กาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๗ การสร้าง การเก็บรักษา การใชป้ ระโยชน์จากตวั อ่อน หรือการทาใหส้ ิ้น
สภาพ ของตวั อ่อน ตอ้ งดาเนินการตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีแพทยสภาประกาศกาหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ แต่จะกาหนดให้เก็บรักษาหรือใชป้ ระโยชน์จากตวั อ่อนที่มี
อายุเกินกว่าสิบสี่วนั นับแต่วนั ปฏิสนธิไม่ได้ ท้งั น้ี อายุของตวั อ่อนไม่นับรวมระยะเวลาในการแช่
แขง็ ตวั ออ่ น
มาตรา ๑๘ ในการให้บริการเกี่ยวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
ผใู้ ห้บริการ เก่ียวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ อาจทาการตรวจวินิจฉัยโรคทาง
พนั ธุกรรมในตวั อ่อน ท่ีอาจเกิดข้ึนไดต้ ามความจาเป็นและสมควร ท้งั น้ี ตอ้ งไม่เป็ นการกระทาใน
ลกั ษณะท่ีอาจทาใหเ้ ขา้ ใจไดว้ า่ เป็นการเลือกเพศ
การตรวจวนิ ิจฉยั ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขที่แพทย
สภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๙ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ การผสมเทียมตอ้ งกระทาต่อ
หญิง ท่ีมีสามีที่ชอบดว้ ยกฎหมายและเป็ นไปตามมาตรฐานการให้บริการเกี่ยวกบั การผสมเทียมที่
แพทยสภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๐ การผสมเทียมโดยใช้อสุจิของผูบ้ ริจาคตอ้ งได้รับความยินยอมเป็ น
หนงั สือจาก สามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายท่ีประสงคใ์ หม้ ีการผสมเทียม
การให้ความยินยอมตามวรรคหน่ึง ให้เป็ นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ี
แพทยสภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
หมวด ๓
การต้งั ครรภแ์ ทน
มาตรา ๒๑ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ การดาเนินการให้มี
352
การต้งั ครรภแ์ ทนอยา่ งนอ้ ยตอ้ งเป็นไปตามเงื่อนไข ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) สามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงภริยาไม่อาจต้งั ครรภไ์ ดท้ ี่ประสงค์จะมีบุตร
โดยใหห้ ญิงอ่ืน ต้งั ครรภแ์ ทน ตอ้ งมีสัญชาติไทย ในกรณีที่สามีหรือภริยามิไดม้ ีสัญชาติไทย ตอ้ งจด
ทะเบียนสมรสมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ สามปี
(๒) หญิงที่รับต้งั ครรภ์แทนตอ้ งมิใช่บุพการีหรือผูส้ ืบสันดานของสามีหรือภริยาท่ี
ชอบดว้ ยกฎหมายตาม (๑)
(๓) หญิงที่รับต้งั ครรภ์แทนตอ้ งเป็ นญาติสืบสายโลหิตของสามีหรือภริยาที่ชอบดว้ ย
กฎหมายตาม (๑) ในกรณีท่ีไม่มีญาติสืบสายโลหิตของสามีหรือภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมาย ให้หญิง
อ่ืนรับต้ังครรภ์แทนได้ ท้ังน้ี ให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุขประกาศกาหนด โดยคาแนะนาของคณะกรรมการ
(๔) หญิงที่รับต้งั ครรภแ์ ทนตอ้ งเป็ นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อนแลว้ เท่าน้นั ถา้ หญิงน้นั มี
สามี ท่ีชอบดว้ ยกฎหมายหรือชายที่อยู่กินฉันสามีภริยา จะตอ้ งได้รับความยินยอมจากสามีท่ีชอบ
ดว้ ยกฎหมาย หรือชายดงั กลา่ วดว้ ย
มาตรา ๒๒ การดาเนินการใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนตามพระราชบญั ญตั ิน้ีใหก้ ระทาได้
สองวธิ ี ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ใชต้ วั อ่อนท่ีเกิดจากอสุจิของสามีและไข่ของภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายที่ประสงค์
จะใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทน
(๒) ใชต้ วั อ่อนท่ีเกิดจากอสุจิของสามีหรือไข่ของภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายท่ีประสงค์
จะใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนกบั ไขห่ รืออสุจิของผอู้ ่ืน ท้งั น้ี หา้ มใชไ้ ขข่ องหญิงที่รับต้งั ครรภแ์ ทน
มาตรา ๒๓ ผูใ้ ห้บริการเก่ียวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยจ์ ะ
ดาเนินการ ใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนตามพระราชบญั ญตั ิน้ีใหแ้ ก่สามีและภริยาตามมาตรา ๒๑ (๑) ราย
ใดได้ ตอ้ งไดร้ ับ อนุญาตจากคณะกรรมการให้ดาเนินการให้มีการต้งั ครรภแ์ ทนให้แก่สามีและภริยา
รายน้นั
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็ นไปตามท่ี
คณะกรรมการ ประกาศกาหนดในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๔ หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดดาเนินการใหม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทนเพือ่ ประโยชนท์ างการคา้
มาตรา ๒ ๕ ให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุ ขโดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการประกาศ กาหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกบั ขอ้ ตกลงการต้งั ครรภแ์ ทน
และค่าใช้จ่ายในการบารุงรักษา สุขภาพของหญิงท่ีรับต้งั ครรภ์แทนในขณะต้งั ครรภ์ การยุติการ
ต้งั ครรภ์แทนการคลอด และหลงั คลอด รวมท้งั ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของเด็กที่เกิดจากการ
353
ต้งั ครรภแ์ ทน หลงั คลอดเป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ สามสิบวนั
มาตรา ๒๖ การยตุ ิการต้งั ครรภแ์ ทนตอ้ งกระทาโดยผปู้ ระกอบวชิ าชีพเวชกรรมและ
ไดร้ ับ ความยนิ ยอมเป็นหนังสือจากสามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายที่ประสงคใ์ ห้มีการต้งั ครรภ์
แทนและหญิง ท่ีรับต้ังครรภ์แทนน้ัน เวน้ แต่ในกรณีหญิงท่ีรับต้งั ครรภ์แทนไม่ยินยอมให้ถือว่า
ขอ้ ตกลงการต้งั ครรภ์แทน ตามมาตรา ๒๕ เป็ นอนั ยุติลง และหญิงท่ีรับต้งั ครรภ์แทนน้ันไม่ตอ้ ง
ชดใชค้ ่าใชจ้ ่ายตามขอ้ ตกลงดงั กลา่ ว
การยตุ ิการต้งั ครรภแ์ ทนตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข
ท่ีแพทยสภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผูใ้ ดกระทาการเป็ นคนกลางหรือนายหน้า โดยเรียก รับ หรือ
ยอมจะรับทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการจดั การหรือช้ีช่องใหม้ ีการรับ
ต้งั ครรภแ์ ทน
มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้ผูใ้ ดโฆษณาหรือไขข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใด ๆ
เก่ียวกบั การต้งั ครรภแ์ ทนวา่ มีหญิงท่ีประสงคจ์ ะเป็นผรู้ ับต้งั ครรภแ์ ทนผอู้ ่ืน หรือมีบุคคลท่ีประสงค์
จะใหห้ ญิงอ่ืนเป็นผรู้ ับต้งั ครรภแ์ ทน ไมว่ า่ จะไดก้ ระทาเพือ่ ประโยชนท์ างการคา้ หรือไม่กต็ าม
หมวด ๔
ความเป็นบิดาและมารดาของเด็กและการคมุ้ ครองเดก็ ที่เกิดโดยอาศยั เทคโนโลยี
ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
มาตรา ๒๙ เด็กท่ีเกิดจากอสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนของผูบ้ ริจาค แล้วแต่กรณี โดยใช้
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี ไม่วา่ จะกระทาโดยการให้ภริยา
ที่ชอบดว้ ยกฎหมายของสามีซ่ึงประสงคจ์ ะมีบตุ รเป็นผตู้ ้งั ครรภ์ หรือให้มีการต้งั ครรภแ์ ทนโดยหญิง
อื่น ให้เด็กน้นั เป็ น บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของสามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงประสงคจ์ ะมี
บุตร แมว้ า่ สามีหรือภริยา ท่ีชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงประสงคจ์ ะมีบุตรถึงแก่ความตายก่อนเดก็ เกิด
ชายหรือหญิงที่บริจาคอสุจิหรือไข่ซ่ึงนามาใช้ปฏิสนธิเป็ นตวั อ่อนเพื่อการต้งั ครรภ์
หรือผูบ้ ริจาคตวั อ่อน และเด็กที่เกิดจากอสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนที่บริจาคดงั กล่าว ไม่มีสิทธิและหนา้ ที่
ระหวา่ งกนั ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชยว์ า่ ดว้ ยครอบครัวและมรดก
มาตรา ๓๐ ในกรณีที่สามีและภริยาท่ีชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงประสงคใ์ หม้ ีการต้งั ครรภ์
แทน ถึงแก่ความตายก่อนเด็กเกิด ให้หญิงที่รับต้งั ครรภแ์ ทนเป็นผปู้ กครองเด็กน้นั จนกวา่ จะมีการต้งั
ผูป้ กครองข้ึนใหม่ ท้ังน้ี ให้หญิงท่ีรับต้งั ครรภ์แทน พนักงานเจา้ หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการ
354
คุม้ ครองเด็ก ผมู้ ีส่วนไดเ้ สีย หรือพนกั งานอยั การมีอานาจร้องขอต่อศาลใหต้ ้งั ผูป้ กครองได้ และใน
การต้งั ผปู้ กครองดงั กล่าวใหศ้ าล คานึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของเดก็ น้นั เป็นสาคญั
มาตรา ๓๑ เมื่อหญิงท่ีรับต้ังครรภ์แทนจะไปฝากครรภ์หรือไปคลอดบุตรยงั
สถานพยาบาลใด ให้นาขอ้ ตกลงตามมาตรา ๒๕ ไปแสดงต่อแพทยผ์ ูร้ ับฝากครรภห์ รื อผูท้ ่ีจะทา
คลอด ณ สถานพยาบาลแห่งน้ัน เพ่ือเป็ นหลกั ฐานในการออกหนงั สือรับรองการเกิดและการแจง้
การเกิดของเดก็ ต่อไป
มาตรา ๓๒ ให้สามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายซ่ึงประสงคใ์ หม้ ีการต้งั ครรภแ์ ทน
มีหน้าท่ี แจง้ การเกิดของเด็กท่ีเกิดจากการต้งั ครรภ์แทนต่อนายทะเบียนผูร้ ับแจง้ ตามกฎหมายว่า
ดว้ ยการทะเบียน ราษฎร
ในกรณีสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายซ่ึงประสงค์ให้มีการต้งั ครรภ์แทนถึงแก่
ความตาย ก่อนเด็กเกิด ไม่อยู่ในประเทศไทย หรือไม่ปรากฏตวั ภายหลงั จากการคลอดเด็กน้ัน ให้
หญิงที่รับต้งั ครรภแ์ ทน มีหนา้ ท่ีแจง้ การเกิดของเด็กที่เกิดจากการต้งั ครรภแ์ ทนดงั กลา่ ว
การแจง้ การเกิดของเด็กท่ีเกิดจากการต้งั ครรภ์แทนให้เป็ นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ
และเง่ือนไข ที่ผอู้ านวยการทะเบียนกลางประกาศกาหนดตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการทะเบียนราษฎร
มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้สามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมาย หรือสามีหรือภริยาที่ชอบ
ดว้ ย กฎหมายซ่ึงประสงค์จะมีบุตรโดยการต้งั ครรภ์แทนปฏิเสธการรับเด็กที่เกิดจากการต้งั ครรภ์
แทนดงั กล่าว
มาตรา ๓๔ ให้นาบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ว่าด้วย
ครอบครัว และมรดกมาใช้บังคับโดยอนุโลม เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแยง้ กับบทบัญญัติแห่ง
พระราชบญั ญตั ิน้ี
หมวด ๕
การควบคุมการดาเนินการเก่ียวกบั เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุท์ างการแพทย์
มาตรา ๓๕ ห้ามมิให้ผูใ้ ดซ่ึงมิใช่ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมให้บริการเกี่ยวกับ
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ รวมท้งั รับฝาก รับบริจาค ใช้ประโยชน์จากอสุจิ ไข่
หรือตวั ออ่ น หรือทาใหส้ ิ้นสภาพของตวั ออ่ น
มาตรา ๓๖ ห้ามมิให้ผูใ้ ดสร้างตวั อ่อนเพื่อใช้ในกิจการใด ๆ เวน้ แต่เพื่อใช้ในการ
บาบดั รักษา ภาวะการมีบตุ รยากของสามีและภริยาท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย
มาตรา ๓๗ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมท่ีประสงค์จะใชต้ ัวอ่อนท่ีเหลือใช้จากการ
355
บาบดั รักษา ภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาท่ีชอบดว้ ยกฎหมายเพ่ือการศึกษาวิจยั ตอ้ งไดร้ ับ
อนุญาตจาก คณะกรรมการ
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็ นไปตามท่ี
คณะกรรมการ ประกาศกาหนดในราชกิจจานุเบกษา
การศึกษาวิจยั ตวั อ่อนท่ีมีอายุเกินกว่าสิบสี่วนั นับแต่วนั ปฏิสนธิจะกระทามิได้ ท้งั น้ี
อายขุ องตวั ออ่ น ไม่นบั รวมระยะเวลาในการแช่แขง็ ตวั ออ่ น
มาตรา ๓๘ ห้ามมิให้ผูใ้ ดดาเนินการใด ๆ เพื่อมุ่งหมายให้เกิดมนุษยโ์ ดยวิธีการอื่น
นอกจาก การปฏิสนธิระหวา่ งอสุจิกบั ไข่
มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้ผู้ใดนาอสุจิ ไข่ ตัวอ่อน หรือส่วนหน่ึงส่วนใดของเซลล์
ดงั กล่าว ใส่เขา้ ไปในร่างกายของสัตว์ หรือนาเซลล์สืบพนั ธุ์ของสัตว์ เซลล์ที่เกิดจากการปฏิสนธิ
ระหวา่ งเซลลส์ ืบพนั ธุ์ ของสตั ว์ ใส่เขา้ ไปในร่างกายของมนุษย์
มาตรา ๔๐ ห้ามมิให้ผูใ้ ดสร้าง เก็บรักษา ขาย นาเขา้ ส่งออก หรือใชป้ ระโยชน์ซ่ึง
ตวั ออ่ น ที่มีสารพนั ธุกรรมของมนุษยม์ ากกวา่ สองคนข้ึนไป หรือตวั ออ่ นที่มีเซลลห์ รือส่วนประกอบ
ของเซลลม์ นุษย์ กบั ส่ิงมีชีวติ สายพนั ธุอ์ ื่นรวมกนั อยู่
มาตรา ๔๑ ห้ามมิให้ผใู้ ดซ้ือ เสนอซ้ือ ขาย นาเขา้ หรือส่งออก ซ่ึงอสุจิ ไข่ หรือตวั
ออ่ น
มาตรา ๔๒ การรับฝาก การรับบริจาค การใชป้ ระโยชน์จากอสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนที่
รับฝากหรือรับบริจาค เน่ืองมาจากการดาเนินการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์
หรือการทาให้ สิ้นสภาพของตวั อ่อนที่รับฝากหรือรับบริจาค ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และ
เงื่อนไขที่แพทยสภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๔๓ การให้บริการเก่ียวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยก์ บั
สามีหรือภริยา ท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย หากเจา้ ของอสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนท่ีฝากไวก้ บั ผรู้ ับฝากตามมาตรา
๔๒ ตายลง ห้ามนาอสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนดงั กล่าวมาใช้ เวน้ แต่มีการใหค้ วามยินยอมเป็นหนงั สือไว้
ก่อนตาย และการใช้ อสุจิ ไข่ หรือตวั อ่อนตอ้ งใชเ้ พื่อบาบดั รักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีหรือ
ภริยาดงั กลา่ วที่ยงั มีชีวติ อยู่ เทา่ น้นั
การให้ความยินยอมตามวรรคหน่ึง ให้เป็ นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่
แพทยสภา ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๔๔ ผปู้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมซ่ึงเป็ นผูใ้ หบ้ ริการเก่ียวกบั เทคโนโลยี ช่วย
การเจริญพนั ทางการแพทยผ์ ใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรฐานในการใหบ้ ริการเก่ียวกบั เทคโนโลยชี ่วยการ
เจริญพนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามมาตรา ๑๕ ให้ถือวา่ กระทาการฝ่ าฝื นจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม
356
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิชาชีพเวชกรรม
มาตรา ๔๕ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมผูใ้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗
มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๔๒
ใหถ้ ือวา่ กระทาการฝ่าฝืนจริยธรรมแห่งวชิ าชีพเวชกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิชาชีพเวชกรรม
หมวด ๖
บทกาหนดโทษ
มาตรา ๔๖ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมผใู้ ดให้บริการเกี่ยวกบั เทคโนโลยชี ่วยการ
เจริญพนั ธุ์ ทางการแพทยโ์ ดยไม่มีคุณสมบตั ิหรือมีลกั ษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๑๕ ตอ้ งระวางโทษ
จาคุกไมเ่ กินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๔๗ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมผูใ้ ดไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๒๓ ตอ้ งระวาง
โทษจาคุก ไมเ่ กินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๔๘ ผูใ้ ดฝ่ าฝื นมาตรา ๒๔ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่
เกินสองแสนบาท
มาตรา ๔๙ ผูใ้ ดฝ่ าฝื นมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๔๐ ต้อง
ระวางโทษ
จาคุกไมเ่ กินหา้ ปี หรือปรับไมเ่ กินหน่ึงแสนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๕๐ ผใู้ ดฝ่ าฝืนมาตรา ๓๕ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินสิบปี หรือปรับไมเ่ กิน
สองแสนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๕๑ ผูใ้ ดฝ่ าฝื นมาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๓ ตอ้ งระวางโทษจาคุก
ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๕๒ ผูใ้ ดมิใช่ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมทาการศึกษาวิจยั ตามมาตรา ๓๗
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๕๓ ผใู้ ดฝ่าฝื นมาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๓๙ ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่สามปี
ถึงสิบปี และปรับต้งั แตห่ กหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
357
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๕๔ ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมซ่ึงเป็ นผรู้ ับผิดชอบหรือให้บริการเก่ียวกบั
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามประกาศแพทยสภาว่าดว้ ยมาตรฐานการให้บริการ
เก่ียวกับเทคโนโลยี ช่วยการเจริญพันธุ์อยู่ก่อนวนั ที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคบั เมื่อได้แจ้งราช
วิทยาลยั สูตินรีแพทยแ์ ห่งประเทศไทยภายในเก้าสิบวนั นับแต่วนที่พระราชบญั ญัติน้ีใช้บงั คบั ให้
ดาเนินการต่อไปได้ จนกว่าจะมีประกาศแพทยสภา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเก่ียวกบั
คุณสมบตั ิและลกั ษณะตอ้ งห้าม และมาตรฐานในการให้บริการ เกี่ยวกบั เทคโนโลยีช่วยการเจริญ
พนั ธุ์ทางการแพทยต์ ามมาตรา ๑๕ ใชบ้ งั คบั
มาตรา ๕๕ ขอ้ บงั คบั ระเบียบ หรือประกาศของแพทยสภาเกี่ยวกบั การให้บริการ
เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ ซ่ึงใชบ้ งั คบั อยใู่ นวนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ใหค้ ง
ใช้บงั คบั ได้ต่อไป เท่าท่ีไม่ขดั หรือแยง้ กบั พระราชบญั ญตั ิน้ี ท้งั น้ี จนกว่าจะมีประกาศที่ออกตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๕๖ ใหผ้ ูท้ ่ีเกิดจากการต้งั ครรภแ์ ทนก่อนวนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ไม่
วา่ จะมี ขอ้ ตกลงเป็ นหนังสือหรือไม่ก็ตาม สามีหรือภริ ยาที่ดาเนินการให้มีการต้งั ครรภ์แทน หรือ
พนักงานอัยการ มีสิทธิย่ืนคาร้องต่อศาลให้มีคาส่ังให้ผูท้ ี่เกิดจากการต้ังครรภ์แทนก่อนวนั ท่ี
พระราชบญั ญัติน้ีใช้บงั คบั เป็ นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีและภริยาท่ีดาเนินการให้มีการ
ต้งั ครรภ์แทนนับแต่วนั ที่ผูน้ ้นั เกิด ท้งั น้ี ไม่ว่าสามีและภริยาท่ีดาเนินการให้มีการต้งั ครรภแ์ ทนจะ
เป็นสามีและภริยาที่ชอบดว้ ยกฎหมายหรือไม่ แตท่ ้งั น้ีจะอา้ งเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอก
ผทู้ าการโดยสุจริตในระหวา่ งเวลาต้งั แตเ่ ด็กเกิด จนถึงเวลาท่ีศาลมีคาสัง่ วา่ เป็นบุตรไม่ได้
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
358
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี คือ โดยท่ีความกา้ วหนา้ ทางวิทยาการ
และเทคโนโลยี ทางการแพทยใ์ นการบาบดั รักษาภาวะการมีบตุ รยากสามารถช่วยใหผ้ ทู้ ี่มีภาวะการมี
บุตรยากมีบุตรไดโ้ ดยการใช้ เทคโนโลยชี ่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทย์ อนั มีผลทาให้บทบญั ญตั ิ
ของกฎหมายท่ีใชบ้ งั คบั อยใู่ นปัจจุบนั ในเรื่องความเป็นบิดามารดาที่ชอบดว้ ยกฎหมายของเด็กที่เกิด
จากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ไม่สอดคลอ้ งกบั ความสัมพนั ธ์ในทางพนั ธุกรรม
ดังน้ัน เพื่อกาหนดสถานะความเป็ นบิดามารดาที่ชอบด้วย กฎหมายของเด็กท่ีเกิดโดยอาศัย
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยใ์ ห้เหมาะสม ตลอดจนควบคุม การศึกษาวิจยั ทาง
วิทยาศาสตร์การแพทยเ์ ก่ียวกบั ตวั อ่อนและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพนั ธุ์ทางการแพทยม์ ิให้มี การ
นาไปใชใ้ นทางท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง จึงจาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ี