หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 146 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว31243 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา และการใช้ความรู้ทางชีววิทยาที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ชีววิทยากับการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ความตระหนักในเรื่องของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการศึกษา วิธีการทํางานของนักวิทยาศาสตร์ และการนําความรู้เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน การทํา กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีที่เป็น พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างและหน้าที่ของสารต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และ ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ศึกษาส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง หลักการทํางาน วิธีการใช้ รวมทั้งการดูแลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และ นิวเคลียส การลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบใช้ออกซิเจนและแบบไม่ ใช้ออกซิเจน ศึกษาเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์ ทำปฏิบัติการคุณสมบัติของน้ำ การตรวจสอบสารชีวโมเลกุล การ สกัดดีเอ็นเออย่างง่าย กล้องจุลทรรศน์ เซลล์และองค์ประกอบของเซลล์พืชและสัตว์ การสลายสารอาหาร ระดับเซลล์ และการแบ่งเซลล์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ใน ชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและสรุปสมบัติที่สําคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทําให้ สิ่งมีชีวิตดํารงชีวิตอยู่ได้ 2. อภิปรายและบอกความสําคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ วิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้งออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 3. สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำและบอกความสําคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และ ยกตัวอย่างธาตุชนิดต่าง ๆ ที่มีความสําคัญต่อร่างกายสิ่งมีชีวิต 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสําคัญ ของคาร์โบไฮเดรตที่มีต่อสิ่งมีชีวิต 5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของโปรตีน และความสําคัญของโปรตีนที่มีต่อสิ่งมีชีวิต 6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลิพิด และความสําคัญของลิพิดที่มีต่อสิ่งมีชีวิต 7. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลิอิกและความสําคัญของกรด นิวคลิอิกที่มีต่อสิ่งมีชีวิต
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 147 8. สืบค้นข้อมูลและอธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต 9. อธิบายการทํางานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตและระบุปัจจัยที่มีผลต่อการ ทํางานของเอนไซม์ 10. บอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาด โดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใต้กล้อง บอกวิธีการใช้ และการดูแลรักษากล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง ที่ถูกต้อง 11. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ 12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และระบุชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ 13. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของนิวเคลียส 14. อธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต 15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วย กระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลําเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการ เอนโดไซโทซิส 16. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและ ภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ 17. สังเกตการณ์แบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมทั้งอธิบายและเปรียบเทียบการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส รวม 17 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 148 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว31244 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของ DNA การจําลอง DNA การควบคุม ลักษณะพันธุกรรมของ DNA มิวเทชัน และการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของ พันธุศาสตร์เมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลําดับนิวคลีโอไทด์ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีทาง DNA และเทคโนโลยีทาง DNA กับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษาเกี่ยวกับ วิวัฒนาการ หลักฐานและข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต พันธุศาสตร์ประชากร ปัจจัยที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีล และกําเนิดสปีชีส์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ มี ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ใน ชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อธิบายสมบัติและหน้าที่ของสารพันธุกรรม โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมีของ DNA และสรุปการจำลอง DNA 2. อธิบายและระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนและหน้าที่ของ DNA และ RNA แต่ละ ชนิดในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน 3. สืบค้นข้อมูล และอธิบายการเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิดมิวเทชัน รวมทั้งยกตัวอย่างโรคและกลุ่มอาการที่เป็นผลของการเกิดมิวเทชัน 4. สืบค้นข้อมูล อธิบายและสรุปผลการทดลองของเมนเดล 5. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเชื่อมโยงกับ ความรู้เรื่องพันธุศาสตร์เมนเดล 6. อธิบายและสรุปกฎแห่งการแยกและกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนำกฎของเมนเดลนี้ไป อธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใช้ในการคำนวณโอกาสในการเกิดฟีโนไทป์และ จีโนไทป์แบบ ต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 7. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วน ขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล 8. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์และเปรียบเทียบ ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผันไม่ต่อเนื่องและ ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผันต่อเนื่อง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 149 9. อธิบายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมด้วยยีน บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ 10. อธิบายหลักการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมโดยใช้ดีเอ็นเอรีคอมบิแนนท์ 11. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนำเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ทั้งในด้าน สิ่งแวดล้อม นิติวิทยาศาสตร์การแพทย์การเกษตร และอุตสาหกรรม และข้อควรคำนึงถึงด้านชีวจริยธรรม 12. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและข้อมูลที่ใช้อธิบายการเกิดวิวัฒนาการ ของสิ่งมีชีวิต 13. อธิบายและเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของฌอง ลามาร์กและทฤษฎี เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของชาลส์ดาร์วิน 14. ระบุสาระสำคัญและอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยที่ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พร้อมทั้งคำนวณหาความถี่ของแอลลีลและจีโนไทป์ของประชากร โดยใช้หลักของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก 15. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายกระบวนการเกิดสปีชีส์ใหม่ของสิ่งมีชีวิต รวม 15 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 150 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การสร้างเว็บไซต์แบบมืออาชีพ รหัสวิชา ว31291 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห์ การทำงานของโปรแกรมในการสร้างเว็บไซต์ เรียนรู้หลักการออกแบบเว็บไซต์ สังเกต รูปแบบเว็บไซต์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ปฏิบัติการสร้างเว็บไซต์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จ โดยมีการเชื่อมโยง การแสดงผลกราฟิกรูปแบบพื้นฐาน ต่าง ๆ ของเว็บเพจอย่างสวยงาม เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ จัดสร้างขึ้น ตลอดจนใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการรวบรวมข้อมูล แก้ปัญหา จากการสร้าง เว็บไซต์โดยโปรแกรมสำเร็จ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเจตคติที่ดีต่องาน ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย และมีความ รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน มีจิตสำนึก และรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมจริยธรรม โดยไม่ลอก ผลงานผู้อื่น สามารถนำเอาความรู้มาใช้และประยุกต์ในการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ตามวิถีไทย และถูกต้อง ความหลักกฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เกิดประสิทธิภาพในการศึกษา ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการสร้างเว็บไซต์ได้ 2. อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของเว็บไซต์ได้ 3. สามารถอธิบายการออกแบบและตกแต่งเว็บเพจได้ 4. สามารถการสร้างและออกแบบเว็บไซต์ได้ 5. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลในเว็บเพ็จและเว็บไซต์ได้ 6. มีความรับผิดชอบและมีเจตคติที่ดีต่อการใช้โปรแกรม รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 151 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา คอมพิวเตอร์กราฟิก รหัสวิชา ว31292 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาความหมายและความเป็นมา คุณสมบัติ บทบาทและความสำคัญของงานกราฟิก ประเภทของ งานกราฟิก หลักการ และกระบวนการออกแบบงานกราฟิก ระบบสี การใช้สี นามสกุลของงานกราฟิก ใช้ เครื่องมือ รวมถึงคำสั่งต่างๆ ที่สำคัญในการออกแบบและสร้างงานกราฟิกด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปได้อย่าง ชำนาญ การนำภาพจากแหล่งต่างๆ มาสร้างสรรค์งานกราฟิกให้มีจินตนาการตามความคิดริเริ่ม ทั้งภาพนิ่งและ ภาพเคลื่อนไหว ทั้งยังศึกษาค้นคว้าเทคนิคการออกแบบและการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ปฏิบัติการออกแบบงานกราฟิกด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ทั้งการตกแต่งภาพและการออกแบบตัวอักษร สร้างภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ตามจินตนาการ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างสรรค์งานกราฟิก สามารถนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ความเข้าใจ ความหมายและความเป็นมาของงานกราฟิก 2. มีความรู้และความเข้าใจคุณสมบัติ บทบาทและความสำคัญ ประเภทของงานกราฟิก 3. มีความรู้ความเข้าใจหลักการ และกระบวนการออกแบบงานกราฟิก 4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสี การใช้สีในงานกราฟิก 5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนามสกุลของงานกราฟิก 6. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม และใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบ และสร้างงาน กราฟิกได้ 7. สร้างสรรค์งานกราฟิกที่เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ 8. ประยุกต์ใช้งานกราฟิกในชีวิตประจำวันได้ รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 152 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย รหัสวิชา ว31293 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดียใน ชีวิตประจำวัน การประยุกต์ใช้สารสนเทศ การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล งานกราฟิกและมัลติมีเดีย โดยใช้โปรแกรมด้านกราฟิกและมัลติมีเดียได้ การเขียนรูปภาพ การเก็บรูปภาพ การแก้ไข การสร้าง ภาพเคลื่อนไหว การใช้สี และการตกแต่งภาพ อย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ ปฏิบัติการใช้โปรแกรมด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย อย่างน้อยประเภทละ 1 โปรแกรม สามารถสร้าง งานตามจินตนาการหรืองานที่ทำในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อย่างมีจิตสำนึกและ รับผิดชอบ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน มีจิตสาธารณะใช้พลังงานทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายส่วนประกอบของโปรแกรมกราฟิกและมัลติมีเดีย 2. อธิบายชนิดของแฟ้มข้อมูลกราฟิกและมัลติมีเดีย 3. ปฏิบัติการใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล 4. อธิบายการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล 5. ปฏิบัติการสร้างรูปภาพด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ 6. อธิบายและปฏิบัติการบันทึกภาพและการเรียกใช้ภาพในฟอร์แมทแบบต่างๆ รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 153 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ว31294 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาหลักการออกแบบในการสร้างและพัฒนาสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ ตามกระบวนการ เทคโนโลยี โดยใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบเพื่อช่วยสร้าง ชิ้นงาน หรือนำเสนอผลงาน วิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ประเมินการตัดสินใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมอย่างสร้างสรรค์ ปฏิบัติการออกแบบชิ้นงาน โดยกระบวนการคิดวิเคราะห์ ใช้ทักษะทางเทคโนโลยี ในการออกแบบ ผลงานภาพ 3 มิติ ทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกแบบชิ้นงานเอนิเม ชันตามความคิดของผู้เรียน และนำหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์มาพัฒนางานตามความสนใจและความถนัด อย่างเป็นระบบ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จนสามารถสร้างชิ้นงานจากจินตนาการได้ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการออกแบบผลิตภัณฑ์และสร้างชิ้นงาน มีจิตสำนึกในการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นพื้นฐานในการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ มีคุณธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ผลการเรียน 1. นักเรียนอธิบายหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ 2. นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ภาพ 3 มิติ 3. นักเรียนสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการปฏิบัติงานออกแบบเพื่อสร้างชิ้นงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ 4. นักเรียนมีทักษะเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ 5. นักเรียนมีจิตสำนึกและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน วิชา การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยโปรแกรม คอมพิวเตอร์ รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 154 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การศึกษาและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง การศึกษา วิเคราะห์ ฝึกทักษะ ตั้งประเด็นปัญหา/ตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันและสังคม โลก ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับออกแบบ วางแผน รวบรวมข้อมูล ค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จาก แหล่งเรียนรู้ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิและสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพและพิจารณาความเชื่อถือของแหล่ง การเรียนรู้อย่างมีวิจารณญาณเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ร่วมกัน มีกระบวนการกลุ่มในการวิพากษ์ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นโดยใช้ความรู้จากสาขาวิชา ต่าง ๆ เสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยกระบวนการคิด ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะในการค้นคว้า แสวงหาความรู้ สังเคราะห์ สรุป อภิปรายผลเปรียบเทียบเชื่อมโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เข้าใจหลักการและวิธีคิดใน สิ่งที่ศึกษา เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ วมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีมารยาทในการ สื่อสารและการสื่อสารและการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเอง ผลการเรียนรู้ 1. ตั้งประเด็นปัญหา จากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก 2. ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ และมีทฤษฎีที่รองรับ 3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวสนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 4. ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล 6. วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาสม 7. สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม 8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 155 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว30285 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาวิเคราะห์ ความหมายและคุณค่าของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ วิธีดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ศึกษาวิเคราะห์และอภิปรายตัวอย่างโครงงานเกี่ยวกับชื่อเรื่อง บทคัดย่อ การออกแบบการทดลอง การอภิปรายและสรุปผล การเขียนเอกสารอ้างอิง แนวคิดในกรดัดแปลง ขยาย เพิ่มเติม จากโครงงานที่ได้ศึกษา โดยกำหนดปัญหา สืบค้นข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องที่สนใจเป็นพิเศษ นำเสนอเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ ทำการทดลองเบื้องต้น ศึกษาความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและ จรรยาบรรณในการใช้สัตว์ทดลอง โดยการสืบเสาะหาความรู้ ปฏิบัติการทดลอง สำรวจตรวจสอบสมมติฐานของปัญหาที่สนใจเป็นพิเศษ บันทึกและ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และจัดกระทำข้อมูล สรุปผล เขียนรายงาน และนำเนอผลงาน เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ มีความคิดระดับสูงในการสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ใน ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย คุณค่า และประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ 2. จัดทำเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ที่จะดำเนินการวิจัยด้วยตนเอง 3. นำเสนอเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ต่อที่ประชุม 4. ดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามแผนการปฏิบัติงาน 5. เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 6. เสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนหรือชุมชน รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 156 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัสวิชา ว30286 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเภทของโครงงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นตอนในการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดปัญหา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม ออกแบบการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ 2. ระบุประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งยกตัวอย่างและเปรียบเทียบข้อ แตกต่างระหว่างโครงงานแต่ละประเภทได้ 3. อธิบายขั้นตอนการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ 4. ระบุปัญหา ตั้งสมมติฐานและกำหนดตัวแปรในการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ 5. วางแผนออกแบบการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ 6. นำเสนอเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 157 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว30287 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง สืบค้นข้อมูล ปฏิบัติการทดลอง สำรวจตรวจสอบสมมติฐานของปัญหาที่สนใจเป็นพิเศษ บันทึกและ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และจัดกระทำข้อมูล สรุปผล เขียนรายงาน และนำเนอผลงาน ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ใน ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความรู้ มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่าง มีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ผลการเรียนรู้ 1. ดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามแผนการปฏิบัติงาน 2. เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 3. เสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนหรือชุมชน รวม 3 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 158 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษาลักษณะการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบ ฮาร์มอ นิกอย่างง่าย แรงกับการสั่นของมวลติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่างง่าย ความถี่ธรรมชาติและ การสั่นพ้อง ธรรมชาติของคลื่น อัตราเร็วของคลื่น หลักการที่เกี่ยวกับคลื่น พฤติกรรมของคลื่น แนวคิดเกี่ยวกับแสงเชิงคลื่น การแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่ การเลี้ยวเบนของแสงผ่านสลิตเดี่ยว การเลี้ยวเบนของแสงผ่านเกรตติง การ สะท้อนและการหักเหของแสง การมองเห็นและการเกิดภาพ ภาพจากเลนส์และกระจกเงาทรงกลม แสงสีและ การมองเห็นแสงสี ปรากฎการณ์ธรรมชาติและการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับแสง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถใน การตัดสินใจ มี ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน การคิดและการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. ทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่าง ง่าย รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. อธิบายความถี่ธรรมชาติของวัตถุและการเกิดการสั่นพ้อง 3. อธิบายปรากฎการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการ ของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลื่นตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทั้งคำนวณอัตราเร็ว ความถี่ และความยาว คลื่น 4. สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผิวน้ำ รวมทั้ง คำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 5. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่และเกรตติง การเลี้ยวเบนและการแทรกสอด ของแสงผ่านสลิตเดี่ยว รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 6. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะท้อน เขียนรังสีของแสงและคำนวณ ตำแหน่งและขนาดภาพของวัตถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้งอธิบายการ นำความรู้เรื่องการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้ในชีวิตประจำวัน 7. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนีหักเห มุกตกกระทบ และมุมหักเหรวมทั้งอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างความลึกจริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤต และการสะท้อนกลับหมดของแสง และ คำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 8. ทดลอง และเขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนส์บาง หาตำแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกัส รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และอธิบายการนำความรู้เรื่องการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 159 9. อธิบายปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มิราจ และการเห็นท้องฟ้าเป็น สีต่างๆ ในช่วงเวลาต่างกัน 10. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทั้ง อธิบายสาเหตุของการบอดสี รวม 10 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 160 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว32202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษาการเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบน ของคลื่นเสียง การได้ยินเสียง ความเข้มเสียง คุณภาพเสียง มลพิษทางเสียง คลื่นนิ่งของเสียง การสั่นพ้องของ เสียง การเกิดบีต ปรากฎการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง ธรรมชาติของไฟฟ้าสถิต การเหนี่ยวนำ ไฟฟ้าสถิต กฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความจุและพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ การต่อตัวเก็บประจุ กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำ กฎของโอห์ม สภาพต้านทาน การต่อตัวต้านทาน อีเอ็มเอฟของ แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า การต่อแบตเตอรี่ การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า กระแสตรง การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีด้านพลังงาน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถใน การตัดสินใจ มี ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน การคิดและการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นการกระจัดของอนุภาคกับ คลื่นความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส การ สะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบนของเสียง รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และมลพิษทางเสียง รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. ทดลอง และอธิบายการเกิดการสั่นพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนึ่งด้าน รวมทั้งสังเกตและ อธิบายการเกิดบีต คลื่นนิ่ง ปรากฎการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง คำนวณปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง และนำความรู้เรื่องเสียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน 4. ทดลอง และอธิบายการทำวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและ การ เหนี่ยวนำไฟฟ้าสถิต 5. อธิบาย และคำนวณแรงไฟฟ้าตามกฎของคูลอมบ์ 6. อธิบาย และคำนวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าที่กระทำกับอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่อยู่ใน สนามไฟฟ้า รวมทั้งหาสนามไฟฟ้าลัพธ์เนื่องจากระบบจุดประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร์ 7. อธิบาย และคำนวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหว่างสองตำแหน่งใดๆ 8. อธิบายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความต่างศักย์ และความจุ ของตัวเก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 161 9. นำความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตไปอธิบายหลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด และปรากฎการณ์ ในชีวิตประจำวัน 10. อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำ ความสัมพันธ์ระหว่าง กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำกับความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของอิเล็กตรอนในลวด ตัวนำและพื้นที่หน้าตัดของลวดตัวนำ และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 11. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พื้นที่หน้าตัด และสภาพต้านทานของตัวนำโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง อธิบายและคำนวณความต้านทาทนสมมูลเมื่อนำตัวต้านทานมาต่อกันแบบอนุกรมและแบบขนาน 12. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ คำนวณพลังงานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้า 13. ทดลอง และคำนวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง คำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่และตัวต้านทาน 14. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกี่ยวกับ เทคโนโลยีที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงาน โดยเน้นด้านประสิทธิภาพและความ คุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย รวม 14 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 162 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษาวิเคราะห์สมบัติของของแก๊ส ความสัมพันธ์ของปริมาตร ความดันและอุณหภูมิของแก๊ส การ แพร่ของแก๊ส เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแก๊ส ความหมายของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี แนวคิดเกี่ยวกับ การ เกิดปฏิกิริยาเคมี พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดภาวะสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้น ของ สารต่างๆ ณ ภาวะ สมดุล ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุล หลักของเลอชาเตอริเอ สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์และคำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎของ บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก 2. คำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส 3. คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎของอาโว กา โดร และกฎแก๊สอุดมคติ 4. คำนวณความดันย่อยหรือจำนวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดันย่อยของดอลตัน 5. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส โดย ใช้กฎการแพร่ผ่านของ เกรแฮม 6. สืบค้นข้อมูล นำเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ ของ แก๊ส ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรม 7. ทดลอง และเขียนกราฟการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารที่ทำการวัดในปฏิกิริยา 8. คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไม่ได้วัดในปฏิกิริยา 9. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 163 10.ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีต่อ อัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมี 11.เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา 12.ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม 13.ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะสมดุล 14.อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ เมื่อเริ่มปฏิกิริยาจนกระทั่งระบบอยู่ในภาวะสมดุล 15.คำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา 16.คำนวณความเข้มข้นของสารที่ภาวะสมดุล 17.คำนวณค่าคงที่สมดุลหรือความเข้มข้นของปฏิกิริยาหลายขั้นตอน 18.ระบุปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ 19.ยกตัวอย่าง และอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและ กระบวนการในอุตสาหกรรม รวม 19 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 164 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32222 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาและทดลองสมบัติบางประการของสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ ประเภท ของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ศึกษาไอออนในสารละลายกรดและเบส ทฤษฎีกรด–เบส ของอาร์เรเนียส เบรินส เตด–ลาวรีและลิวอิส ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับการถ่ายโอนโปรตอนของสารละลายกรด–เบส ศึกษา คู่กรด– เบส การคำนวณและการเขียนสมการการแตกตัวของกรด–เบส การคำนวณค่าคงที่การแตกตัวเป็นไอออนของ กรดอ่อนและเบสอ่อน ศึกษาและทดลองการแตกตัวเป็นไอออนของน้ำ การคำนวณค่าคงที่ การแตกตัวของน้ำ pH ของสารละลายและการคำนวณค่า pH อินดิเคเตอร์สำหรับกรด–เบส สารละลาย กรด–เบสใน ชีวิตประจำวันและในสิ่งมีชีวิต ศึกษาและทดลองปฏิกิริยาสะเทินและปฏิกิริยาการเกิดเกลือจากปฏิกิริยา ระหว่างสารละลายกรดกับสารละลายเบส ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ ศึกษาเกี่ยวกับการไทเทรตสารละลาย กรด–เบส การเขียนกราฟและการหาจุดสมมูลจากกราฟของการไทเทรต และคำนวณหาความเข้มข้นของ สารละลายกรด–เบส ศึกษาหลักการเลือกใช้อินดิเคเตอร์สำหรับไทเทรตกรด–เบส การประยุกต์ความรู้เรื่องการ ไทเทรตไปใช้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาและทดลองสมบัติความเป็นบัฟเฟอร์ของสารละลาย ศึกษาทดลองการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน ศึกษา ปฏิกิริยาออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ตัวรีดิวซ์ตัวออกซิไดซ์การเขียน และดุลสมการ รีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยา ศึกษาเซลล์ไฟฟ้าเคมีศึกษาและทดลองเกี่ยวกับหลักการของ เซลล์กัลวานิก การเขียนแผนภาพของเซลล์กัลวานิก การหาค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์และศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน ของครึ่งเซลล์ปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิก ประเภทเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิบางชนิด ทดลองเพื่อศึกษา หลักการสร้างและการทำงานของเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว ศึกษาหลักการของเซลล์อิเล็กโทรไลต์ และ ทดลองการแยกสารละลายด้วยไฟฟ้าตามหลักการของเซลล์ อิเล็กโทรไลต์ศึกษาการแยกสารที่หลอมเหลวด้วย ไฟฟ้า ศึกษาและทดลองชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟ้า วิธีการทำให้โลหะบริสุทธิ์การถลุงแร่ ศึกษาและทดลอง เกี่ยวกับการกัดกร่อนและการป้องกัน การกัดกร่อนของโลหะ ศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ เซลล์ไฟฟ้าเคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารละลายกรด–เบส เซลล์ไฟฟ้าเคมีและปฏิกิริยาใน เซลล์ไฟฟ้า เคมีสามารถนำความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ในการอธิบาย ปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหา ใน ชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ แก้ปัญหา สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ รวมทั้งมีจิตวิทยาศาสตร์เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ระบุและอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบส โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรีและ ลิวอิส 2. ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี 3. คำนวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 165 4. คำนวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน หรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและ เบส 5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทินและระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทิน 6. เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือและระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ 7. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับการไทเทรตกรดเบส 8. คำนวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต 9. อธิบายสมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ 10.สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด–เบส 11.คำนวณเลขออกซิเดชันและระบุปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ 12.วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทั้งเขียนครึ่งปฏิกิริยา ออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ 13.ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดงปฏิกิริยารี ดอกซ์ 14.ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชัน และวิธีครึ่งปฏิกิริยา 15.ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยา รวม และแผนภาพเซลล์ 16.คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า และปฏิกิริยา เคมีที่ เกิดขึ้น 17.อธิบายหลักการทำงานและเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ 18.ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ในการชุบ โลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ 19.สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวัน รวม 19 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 166 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32223 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาวิเคราะห์สมบัติของของแก๊ส ความสัมพันธ์ของปริมาตร ความดันและอุณหภูมิของแก๊ส การ แพร่ของแก๊ส เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแก๊ส ความหมายของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี แนวคิดเกี่ยวกับการ เกิดปฏิกิริยาเคมี พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดภาวะสมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสาร ต่างๆ ณ ภาวะสมดุล ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุล หลักของเลอชาเตอริเอ สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความสัมพันธ์และคำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎของ บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก 2. คำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส 3. คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎของ อาโวกาโดร และกฎแก๊สอุดมคติ 4. คำนวณความดันย่อยหรือจำนวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดันย่อยของดอลตัน 5. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส โดย ใช้กฎการแพร่ผ่านของ เกรแฮม 6. สืบค้นข้อมูล นำเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ ของ แก๊ส ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรม 7. ทดลอง และเขียนกราฟการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารที่ทำการวัดในปฏิกิริยา 8. คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไม่ได้วัดในปฏิกิริยา 9. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 10.ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีต่อ อัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมี
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 167 11.เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา 12.ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม 13.ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะสมดุล 14.อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ เมื่อเริ่มปฏิกิริยาจนกระทั่งระบบอยู่ในภาวะสมดุล 15.คำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา 16.คำนวณความเข้มข้นของสารที่ภาวะสมดุล 17.คำนวณค่าคงที่สมดุลหรือความเข้มข้นของปฏิกิริยาหลายขั้นตอน 18.ระบุปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ 19.ยกตัวอย่าง และอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและ กระบวนการในอุตสาหกรรม รวม 19 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 168 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32224 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาและทดลองสมบัติบางประการของสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ ประเภท ของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ศึกษาไอออนในสารละลายกรดและเบส ทฤษฎีกรด–เบส ของอาร์เรเนียส เบรินส เตด–ลาวรีและลิวอิส ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับการถ่ายโอนโปรตอนของสารละลายกรด–เบส ศึกษา คู่กรด– เบส การคำนวณและการเขียนสมการการแตกตัวของกรด–เบส การคำนวณค่าคงที่การแตกตัวเป็นไอออนของ กรดอ่อนและเบสอ่อน ศึกษาและทดลองการแตกตัวเป็นไอออนของน้ำ การคำนวณค่าคงที่ การแตกตัวของน้ำ pH ของสารละลายและการคำนวณค่า pH อินดิเคเตอร์สำหรับกรด–เบส สารละลาย กรด–เบสใน ชีวิตประจำวันและในสิ่งมีชีวิต ศึกษาและทดลองปฏิกิริยาสะเทินและปฏิกิริยาการเกิดเกลือจากปฏิกิริยา ระหว่างสารละลายกรดกับสารละลายเบส ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ ศึกษาเกี่ยวกับการไทเทรตสารละลาย กรด–เบส การเขียนกราฟและการหาจุดสมมูลจากกราฟของการไทเทรต และคำนวณหาความเข้มข้นของ สารละลายกรด–เบส ศึกษาหลักการเลือกใช้อินดิเคเตอร์สำหรับไทเทรตกรด–เบส การประยุกต์ความรู้เรื่องการ ไทเทรตไปใช้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาและทดลองสมบัติความเป็นบัฟเฟอร์ของสารละลาย ศึกษาทดลองการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน ศึกษา ปฏิกิริยาออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ตัวรีดิวซ์ตัวออกซิไดซ์การเขียน และดุลสมการ รีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยา ศึกษาเซลล์ไฟฟ้าเคมีศึกษาและทดลองเกี่ยวกับหลักการของ เซลล์กัลวานิก การเขียนแผนภาพของเซลล์กัลวานิก การหาค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์และศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน ของครึ่งเซลล์ปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิก ประเภทเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิบางชนิด ทดลองเพื่อศึกษา หลักการสร้างและการทำงานของเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว ศึกษาหลักการของเซลล์อิเล็กโทรไลต์ และ ทดลองการแยกสารละลายด้วยไฟฟ้าตามหลักการของเซลล์ อิเล็กโทรไลต์ศึกษาการแยกสารที่หลอมเหลวด้วย ไฟฟ้า ศึกษาและทดลองชุบโลหะด้วยกระแสไฟฟ้า วิธีการทำให้โลหะบริสุทธิ์การถลุงแร่ ศึกษาและทดลอง เกี่ยวกับการกัดกร่อนและการป้องกัน การกัดกร่อนของโลหะ ศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ เซลล์ไฟฟ้าเคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารละลายกรด–เบส เซลล์ไฟฟ้าเคมีและปฏิกิริยาใน เซลล์ไฟฟ้า เคมีสามารถนำความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ในการอธิบาย ปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหา ใน ชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ แก้ปัญหา สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ รวมทั้งมีจิตวิทยาศาสตร์เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ระบุและอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบส โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และ ลิวอิส 2. ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี 3. คำนวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 169 4. คำนวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน หรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและ เบส 5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทินและระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทิน 6. เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือและระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ 7. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับการไทเทรตกรดเบส 8. คำนวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต 9. อธิบายสมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ 10.สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด–เบส 11.คำนวณเลขออกซิเดชันและระบุปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ 12.วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทั้งเขียนครึ่งปฏิกิริยา ออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ 13.ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดงปฏิกิริยารี ดอกซ์ 14.ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชัน และวิธีครึ่งปฏิกิริยา 15.ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยา รวม และแผนภาพเซลล์ 16.คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า และปฏิกิริยา เคมีที่ เกิดขึ้น 17.อธิบายหลักการทำงานและเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภูมิ 18.ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ในการชุบ โลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ 19.สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวัน รวม 19 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 170 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32241 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืชดอก โครงสร้างของดอกและชนิดของผล วัฏจักรชีวิตแบบสลับของ พืชดอก การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของผลและเมล็ด เนื้อเยื่อพืช โครงสร้างและการเจริญเติบโต ของ ราก ลำต้น และใบของพืชดอก การลำเลียงน้ำ การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ การลำเลียงธาตุอาหาร การ ลำเลียงอาหารของพืช การศึกษาที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโฟโตเรส ไพเรชัน การเพิ่มความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วย แสงของพืช การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช ฮอร์โมนพืช และปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของ เมล็ด โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูลการสังเกตการ วิเคราะห์การทดลองการอภิปรายการอธิบายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการคิด การแก้ปัญหา ด้านการ สื่อสาร สามารถสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองมีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเนื้อเยื่อพืช และเขียนแผนผังเพื่อสรุปชนิดของเนื้อเยื่อพืช 2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบ โครงสร้างภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยงคู่ จากการตัดตามขวาง 3. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบ โครงสร้างภายในของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ จากการตัดตามขวาง 4. สังเกตและอธิบายโครงสร้างภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง 5. สืบค้นข้อมูล สังเกต และอธิบายการแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำของพืช 6. สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารของพืช 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสำคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอย่างธาตุอาหารที่สำคัญที่มีผลต่อ การเจริญเติบโตของพืช 8. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช 9. สืบค้นข้อมูลและสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 10. อธิบายขั้นตอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 11. เปรียบเทียบกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 และ พืช CAM 12. สืบค้นข้อมูล อภิปรายและสรุปปัจจัยความเข้มของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์และ อุณหภูมิที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 13. อธิบายวัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 171 14. อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพืชดอก และอธิบาย การปฏิสนธิของพืชดอก 15. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่างการใช้ ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล 16. ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพการพักตัวของเมล็ดและ บอกแนวทางในการแก้สภาพพักตัวของเมล็ด 17. สืบค้นข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบ ไซซิก และอภิปรายเกี่ยวกับการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 18. สืบค้นข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช รวม 18 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 172 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32242 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษา สืบค้นข้อมูล อธิบาย อภิปราย วิเคราะห์ เกี่ยวกับโครงสร้างและระบบย่อยอาหารระบบ หายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบน้ำเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่ายของสัตว์เซลล์เดียวสัตว์หลาย เซลล์ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง และมนุษย์ ออกแบบ ทดลอง ระบุความสำคัญของการตั้ง ปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐานโดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การ อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการวัดผลและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตาม สภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหา และทักษะที่ต้องการวัด โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม การบูรณาการความรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหานำ ความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มี ทางเดินอาหาร สัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ 2. สังเกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรีย 3. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสสารอาหารภายใน ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ 4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก 5. สังเกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส และกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ของ มนุษย์ 7. อธิบายการทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์ 8. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด แบบปิด 9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลา และ สรุปความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเร็วในการไหลของเลือด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 173 10. อธิบายโครงสร้างและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ 11. สังเกต และอธิบายโครงสร้างหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ทิศทางการไหลของเลือด ผ่าน หัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ 12. สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาวเพลตเลต และ พลาสมา13. อธิบายหมู่เลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh 14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของ หลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง 15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่ จำเพาะและแบบจำเพาะ 16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มกันก่อเองและภูมิคุ้มกันรับมา 17. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้ การ สร้างภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อตนเอง 18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 19. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของไต และโครงสร้างที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย 20. อธิบายกลไกการทำงานของหน่วยไต ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป ขั้นตอนการกำจัดของเสียออกจากร่างกายโดยหน่วยไต 21. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างเกี่ยวกับความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคต่าง ๆ รวม 21 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 174 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32243 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืชดอก โครงสร้างของดอกและชนิดของผล วัฏจักรชีวิตแบบสลับของ พืชดอก การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของผลและเมล็ด เนื้อเยื่อพืช โครงสร้างและการเจริญเติบโต ของ ราก ลำต้น และใบของพืชดอก การลำเลียงน้ำ การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ การลำเลียงธาตุอาหาร การ ลำเลียงอาหารของพืช การศึกษาที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชโฟโตเรส ไพเรชัน การเพิ่มความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วย แสงของพืช การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช ฮอร์โมนพืช และปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของ เมล็ด โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกตการ วิเคราะห์การทดลองการอภิปรายการอธิบายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการคิด การแก้ปัญหาด้านการ สื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเนื้อเยื่อพืช และเขียนแผนผังเพื่อสรุปชนิดของเนื้อเยื่อพืช 2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบ โครงสร้างภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยงคู่ จากการตัดตามขวาง 3. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบ โครงสร้างภายในของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและลำต้นพืชใบเลี้ยง คู่จากการตัดตามขวาง 4. สังเกตและอธิบายโครงสร้างภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง 5. สืบค้นข้อมูล สังเกต และอธิบายการแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำของพืช 6. สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารของพืช 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสำคัญของธาตุอาหาร และยกตัวอย่างธาตุอาหารที่สำคัญที่มีผลต่อการ เจริญเติบโตของพืช 8. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช 9. สืบค้นข้อมูลและสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 10. อธิบายขั้นตอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 11. เปรียบเทียบกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 และ พืช CAM 12. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปปัจจัยความเข้มของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 13. อธิบายวัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 175 14. อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพืชดอก และอธิบาย การปฏิสนธิของพืชดอก 15. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่างการใช้ ประโยชน์จากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล 16. ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพการพักตัวของเมล็ดและ บอกแนวทางในการแก้สภาพพักตัวของเมล็ด 17. สืบค้นข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบ ไซซิก และอภิปรายเกี่ยวกับการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 18. สืบค้นข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช รวม 18 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 176 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว32244 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษา สืบค้นข้อมูล อธิบาย อภิปราย วิเคราะห์ เกี่ยวกับโครงสร้างและระบบย่อยอาหารระบบ หายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบน้ำเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่ายของสัตว์เซลล์เดียว สัตว์ หลายเซลล์ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง และมนุษย์ ออกแบบ ทดลอง ระบุความสำคัญของ การตั้งปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐานโดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การ อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีการวัดผลและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหา และทักษะที่ต้องการวัด โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม การบูรณาการความรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา นำ ความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มี ทางเดิน อาหาร สัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ 2. สังเกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรีย 3. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสสารอาหารภายใน ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ 4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก 5. สังเกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส และกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ของ มนุษย์ 7. อธิบายการทำงานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์ 8. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด แบบปิด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 177 9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลา และ สรุปความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเร็วในการไหลของเลือด 10. อธิบายโครงสร้างและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ 11. สังเกต และอธิบายโครงสร้างหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ทิศทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจ ของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ 12. สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาวเพลตเลต และ พลาสมา13. อธิบายหมู่เลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh 14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของน้ำเหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของ หลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง 15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่ จำเพาะและแบบจำเพาะ 16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มกันก่อเองและภูมิคุ้มกันรับมา 17. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้ การ สร้างภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อตนเอง 18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 19. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของไต และโครงสร้างที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย 20. อธิบายกลไกการทำงานของหน่วยไต ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป ขั้นตอนการกำจัดของเสียออกจากร่างกายโดยหน่วยไต 21. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างเกี่ยวกับความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคต่าง ๆ รวม 21 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 178 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การพัฒนาโปรแกรม รหัสวิชา ว32291 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาความรู้เกี่ยวกับ ประเภทของภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อดีและข้อจำกัดของภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละ ประเภท การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรม การทดสอบโปรแกรม และ การ จัดทำเอกสารประกอบ โดยใช้การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ หลักการ แก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา การจำลองความคิด โครงสร้างภาษา การเขียนแผนภาพแสดงขั้นตอนการ ทำงานของโปรแกรม กฎเกณฑ์ไวยากรณ์ของภาษาคอมพิวเตอร์ หลักการเขียนโปรแกรม ให้ตัวควบคุม ข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่ การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข และการทำงานแบบวนรอบ (Loop) ปฏิบัติการพัฒนาโปรแกรมตามขั้นตอน 5 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ การทดสอบโปรแกรม และการจัดทำเอกสารประกอบ มีทักษะและความเข้าใจ ด้านการเขียนโปรแกรม เพื่อให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของการเขียนโปรแกรม เข้าใจวิธีการเขียนโปรแกรม และมีเจตคติที่ดีใน การใช้คอมพิวเตอร์ สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการทำงานและการประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง ตามกระบวนการอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับประเภท ข้อดี ข้อเสียของภาษาคอมพิวเตอร์ได้ 2. วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบโปรแกรมได้ 3. เขียนคำสั่งพื้นฐานของโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ได้ 4. บอกวิธีการเขียนโปรแกรม (Code) ให้ตัวควบคุมได้ 5. อธิบายเกี่ยวกับข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่ได้ 6. บอกขั้นตอนการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขได้ 7. บอกขั้นตอนการทำงานแบบวนรอบ (Loop) ได้ 8. เขียนโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันได้ รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 179 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การพัฒนาโปรแกรม รหัสวิชา ว32292 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้าง ส่วนประกอบหลักการทำงาน สถาปัตยกรรมของคอนโทรลเอลร์ และ Arduino ใช้คำสั่งในการเขียนโปรแกรมควบคุมภายนอก งานเชื่อมต่อ Arduino กับอุปกรณ์อินพุต เอาพุตและ ทดสอบการทำงานของวงจรต่าง ๆ ผู้เรียนฝึกการออกแบบวงจร และการใช้งาน Arduino ผ่านโปรแกรมจำลอง TinkerCad และเขียน โปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานระหว่าง Arduino กับอุปกรณ์ภายนอก เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถทำงานอย่างมีระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีความ เชื่อมั่นในตนเอง มีความซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการ สื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต การใช้ เทคโนโลยี ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการทำงานของไมโครคอนโทรเลอร์เบื้องต้น และ Arduino 2. ใช้คำสั่งต่าง ๆ ในการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมอุปกรณ์ภายนอก 3. เชื่อมต่อและทดสอบการทำงานของบอร์ดคอนโทรลเลอร์กับอุปกรณ์อินพุต และเอาต์พุต รวม 3 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 180 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เทคโนโลยีสื่อผสม รหัสวิชา ว32293 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการสร้าง แก้ไขสื่อประเภทภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอและ จัดทำโครงร่างเรื่องราว (Story Board) การสร้าง พัฒนา และประยุกต์ใช้โปรแกรมสื่อประสมการนำเสนอและ เผยแพร่ผลงานสื่อประสม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเจตคติที่ดีต่องาน ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย และมีความ รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน มีจิตสำนึก และรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมจริยธรรม โดยไม่คัดลอก ผลงานผู้อื่น สามารถนำเอาความรู้มาใช้และประยุกต์ในการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และถูกต้องความหลัก กฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เกิดประสิทธิภาพในการศึกษา ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย รูปแบบ องค์ประกอบ ของสื่อประสม 2. อธิบายลักษณะเทคโนโลยีสื่อประสม และประโยชน์ด้านต่าง ๆ 3. อธิบายรูปแบบของวิดีโอ วิดีทัศน์ และภาพยนตร์ได้ 4. วางแผนกระบวนการผลิต การเขียนบทจากสตอรี่บอร์ด ได้อย่างถูกต้อง 5. ผลิตวิดีโอและภาพยนตร์ได้อย่างถูกต้อง 6. เข้าใจการประยุกต์ใช้โปรแกรมสื่อประสม 7. มีทักษะสร้างสื่อประสม นำเสนอ และเผยแพร่ 8. มีคุณลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ และเจคติที่ดีในวิชาเทคโนโลยีสื่อผสม รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 181 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การสร้างผลงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ว32294 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานมัลติมีเดีย อุปกรณ์แสดงผลกราฟิก การแสดงผลด้วยภาพ วีดีโอ เสียง อุปกรณ์ประกอบ เช่น เครื่องขับแผ่นบันทึก ซีดี การ์ดประมวลผลเสียง วีดีโอ สแกนเนอร์ เครื่องพิมพ์สี ฯลฯ การเก็บรวบรวมข้อมูลแบบมัลติมีเดียภาพ วีดีโอ เสียง ข้อมูล การใช้โปรแกรมแบบมัลติมีเดีย คำสั่งใน การดำเนินงาน หลักการกราฟิก การเขียนรูปภาพ การเก็บรูปภาพ การแก้ไข การสร้างกราฟิก การสร้างงาน มัลติมีเดียด้วยโปรแกรม Adobe Captivate การใช้สี การตกแต่งภาพ การเชื่อมข้อมูล หลักการสื่อหลายมิติ การสร้างข้อความหลายมิติงานประยุกต์ด้านการศึกษา ปฏิบัติการสร้างงานแบบมัลติมีเดียและการใช้โปรแกรมสำหรับนำเสนองานมัลติมีเดีย เพื่อนำเสนอ งานต่าง ๆ ใช้กระบวนการ สร้างความรู้ ความเข้าใจ การคิด วิเคราะห์ การฝึกทักษะและปฏิบัติงาน การ แก้ปัญหา การทำงานกลุ่ม การเสริมสร้างเจตคติ และกระบวนการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนเกิด ความตระหนักและเห็นคุณค่า มีทักษะในการสรร้างชิ้นงาน และการประกอบอาชีพอย่างมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างผลงานในการ ดำรงชีวิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณค่าถูกวิธีปฏิบัติการพัฒนาโปรแกรม โดยใช้คำสั่ง จัดการตัวแปรหมวด คำสั่งจัดการแฟ้มข้อมูล ฟังก์ชันต่าง ๆ เขียนโปรแกรมเพื่อประยุกต์กับงานด้านต่าง ๆ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจความหมายของ E-Lernning และ CAI 2. สามารถเลือกใช้โปรแกรมสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์CAI ได้อย่างเหมาะสม 3. สามารถติดตั้งโปรแกรมและเข้าใจส่วนประกอบของโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างงานมัลติมีเดีย 4. สามารถสร้างและบันทึกชิ้นงานมัลติมีเดีย 5. สามารถแทรกข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ ลงในชิ้นงานอย่างถูกต้องเหมาะสม 6. สร้างปุ่มเชื่อมโยงได้อย่างเหมาะสมกับชิ้นงาน 7. สร้างแบบทดสอบในชิ้นงานอย่างถูกต้องเหมาะสม 8. สามารถเผยแพร่ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 182 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา การสร้างสื่อมัลติมีเดีย รหัสวิชา ว32295 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาและทำความเข้าความหมายของสื่อมัลติมีเดีย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการในการ นำเสนอ การวางแผนการผลิตสื่อมัลติมีเดีย ระบบทำงาน องค์ประกอบของสื่อ การผลิตและการเผยแพร่สื่อ การประยุกต์ใช้สารสนเทศ การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล งานกราฟิกและมัลติมีเดีย โดยใช้โปรแกรม ด้านกราฟิกและมัลติมีเดียได้ การเขียนรูปภาพ การเก็บรูปภาพ การแก้ไข การสร้างภาพเคลื่อนไหว การใช้สี และการตกแต่งภาพ อย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ ปฏิบัติการใช้โปรแกรมด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย สามารถสร้างงานตามจินตนาการหรืองานที่ทำใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อย่างมีจิตสำนึกและ รับผิดชอบ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน มีจิตสาธารณะใช้พลังงานทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายส่วนประกอบของโปรแกรมกราฟิกและมัลติมีเดีย 2. อธิบายชนิดของแฟ้มข้อมูลกราฟิกและมัลติมีเดีย 3. ปฏิบัติการใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล 4. อธิบายการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล 5. ปฏิบัติการสร้างรูปภาพด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ 6. อธิบายและปฏิบัติการบันทึกภาพและการเรียกใช้ภาพในฟอร์แมทแบบต่างๆ รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 183 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา คอมพิวเตอร์เพื่องานธุรกิจ รหัสวิชา ว32296 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในระบบงานธุรกิจ ความสัมพันธ์ของเอกสารในระบบงานธุรกิจ การนำคอมพิวเตอร์ช่วยงาน ด้านการบัญชี ด้านการเงิน ด้านการตลาด ด้านการผลิตและการดำเนินด้าน ทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติการใช้โปรแกรมเพื่อสร้างงานธุรกิจในด้านต่าง ๆ และการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างผลงานในการ ดำรงชีวิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณค่าถูกวิธี ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจหลักการของระบบธุรกิจ 2. เข้าใจบทบาทคอมพิวเตอร์ในงานธุรกิจ 3. สามารถเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมกับงานธุรกิจด้านต่าง ๆ 4. มีเจตคติที่ดีในการใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงจริยธรรมในวิชาชีพ รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 184 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา พื้นฐาน Internet of Things (IOTs) และระบบคราวน์ รหัสวิชา ว30295 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๑.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษาระบบการทำงานของอินเทอร์เน็ต ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ การติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตส่วนบุคคล วิเคราะห์ อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตใน ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต เว็บ และพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมประยุกต์เฉพาะทาง การเชื่อมต่ออุปกรณ์ ความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things) การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์เข้ากับอุปกรณ์ควบคุม การควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ IoT ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสร้างเครือข่ายของอุปกรณ์ IoT การวิเคราะห์ข้อมูลและการประยุกต์ใช้งานใน การพัฒนาเทคโนโลยี โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล กระบวนการทำงาน กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการ ออกแบบ เพื่อสร้างผลงานด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนํา ความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoTs) ได้ 2. อธิบายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้ 3. ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ 4. สร้างชิ้นงานจากโปรแกรมประยุกต์เฉพาะทางได้ 5. ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบ 6. นำความรู้ไปใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและเจตคติที่ดีต่ออาชีพ รวม 6 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 185 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา โครงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว30296 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน ๑.0 หน่วยกิต รวม 4๐ ชั่วโมง ศึกษา อธิบาย และปฏิบัติการเกี่ยวกับการทบทวนชื่อโครงงาน ความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขต การเตรียมโครงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยี ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง แนวทางการแก้ปัญหา ปฏิบัติการตามขั้นตอนและแผนการดำเนินงาน รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล จัดทำรายงาน และ นำเสนอโครงงานต่อคณะกรรมการสอบโครงงาน ผ่านการสะท้อนความคิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการตรวจสอบ วิเคราะห์อย่างเป็นระบบและ สมเหตุสมผลเพื่อออกแบบนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ โดยมีกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ รอบคอบมุ มานะ เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักและเห็นคุณค่าในการทำงานให้สำเร็จได้อย่างถูกต้อง มีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. ดำเนินการทำโครงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีตามแผนการปฏิบัติงาน 2. เขียนรายงานโครงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยี 3. เสนอผลงานโครงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีในโรงเรียนหรือชุมชน รวม 3 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 186 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว33201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษาสนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็ก โมเมนต์ของแรงคู่ควบกระทำกับขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านเมื่ออยู่ ในสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ อีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำ ไฟฟ้ากระแสสลับ ความร้อน แก๊สอุดมคติ ทฤษฎี จลน์ของแก๊ส ของแข็ง สภาพยืดหยุ่นของของแข็ง ความตึงผิว ความหนืดของของเหลว ความดันในของไหล แรงพยุง ของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ สื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สังเกตและอธิบายเส้นสนามแม่เหล็ก อธิบายและคำนวณฟลักซ์แม่เหล็กในบริเวณที่กำหนด รวมทั้ง สังเกตและอธิบายสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำเส้นตรงและโซเลนอยด์ 2. อธิบายและคำนวณแรงแม่เหล็กที่กระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก แรง แม่เหล็กที่กระทำต่อเส้นลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแม่เหล็ก รัศมีความโค้งของการเคลื่อนที่เมื่อ ประจุเคลื่อนที่ตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก รวมทั้งอธิบายแรงระหว่างเส้นลวดตัวนำคู่ขนานที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน 3. อธิบายหลักการทำงานของแกลแวนอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งคำนวณปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 4. สังเกตและอธิบายการเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำ กฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์และคำนวณปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งนำความรู้เรื่องอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำไปอธิบายการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า 5. อธิบายและคำนวณความต่างศักย์อาร์เอ็มเอส และกระแสไฟฟ้าอาร์เอ็มเอส 6. อธิบายหลักการทำงานและประโยชน์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส การแปลงอีเอ็มเอฟ ของหม้อแปลง และคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 7. อธิบายและคำนวณความร้อนที่ทำาให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะและ ความร้อนที่เกิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน 8. อธิบายกฎของแก๊สอุดมคติและคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 9. อธิบายแบบจำลองของแก๊สอุดมคติทฤษฎีจลน์ของแก๊ส และอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของโมเลกุลของ แก๊ส รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 10.อธิบายและคำนวณงานที่ทำโดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว และอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างความร้อน พลังงานภายในระบบ และงาน รวมทั้งคำนวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้เรื่อง พลังงานภายในระบบไปอธิบายหลักการทำางานของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 187 11.อธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดุที่เป็นแท่งเมื่อถูกกระทำด้วยแรงค่าต่างๆ รวมทั้งทดลอง อธิบายและคำนวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลัสของยัง และนำความรู้ เรื่องสภาพยืดหยุ่นไปใช้ในชีวิตประจำวัน 12.อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบายหลักการ ทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ และเครื่องอัดไฮดรอลิก 13.ทดลอง อธิบายและคำนวณขนาดแรงพยุงจากของไหล 14.ทดลอง อธิบายและคำนวณความตึงผิวของของเหลว รวมทั้งสังเกตและอธิบายแรงหนืดของของเหลว 15.อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี รวมทั้งคำนวณปริมาณ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้เกี่ยวกับสมการความต่อเนื่องและสมการแบร์นูลลีไปอธิบายหลักการทำงาน ของอุปกรณ์ต่างๆ รวม 15 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 188 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาความหมายของสารประกอบอินทรีย์และเคมีอินทรีย์ การเขียนสูตรโครงสร้างแบบลิวอิส แบบ ย่อ แบบผสม แบบใช้เส้นและมุม ทดลองการเกิดไอโซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์และหมู่อะตอมที่แสดง สมบัติเฉพาะของเอทานอลและกรดแอซีติก ศึกษาหมู่ฟังก์ชัน การจำแนกประเภทของสารประกอบอินทรีย์ โครงสร้าง การเขียนสูตร การเรียกชื่อ แนวโน้มของจุดหลอมเหลวและจุดเดือด การละลายน้ำ ปฏิกิริยาบาง ชนิด การนำไปใช้ประโยชน์และอันตรายของสารประกอบอินทรีย์ประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ ฟีนอล อีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโตน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์ เอมีนและเอไมด์ รวมทั้งศึกษาการ ทดลองสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน การเตรียมเอสเทอร์จากปฏิกิริยาที่เรียกว่า เอสเทอ ริฟิเคชันและปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์ ศึกษาประเภทของพอลิเมอร์และปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติ ของพอลิเมอร์ ศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์ประเภทต่างๆ ศึกษาทดลองสมบัติบางประการของ พลาสติกชนิดต่างๆ การเตรียมเส้นใยกึ่งสังเคราะห์จากเส้นใยธรรมชาติ เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพ ระหว่างพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ชนิดนั้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สังเคราะห์ การนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและปลอดภัย นำเสนอ ผลกระทบจากการใช้ การกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนวทางแก้ไข เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและปฏิกิริยาของสารประกอบอินทรีย์ โดยใช้การเรียนรู้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ สามารถนำความรู้และหลักการ ไปใช้ประโยชน์เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการจัดกระทำ และวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรมคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ 3. วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน 4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตาม ระบบ IUPAC 5. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ 6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน 7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยา กับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์มังกาเนต 8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 189 ไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน 9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน 10.สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและ อุตสาหกรรม 11.ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์ 12.วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์ 13.ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ 14.อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ 15.สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว ทางแก้ไข รวม 15 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 190 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เคมีเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33222 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาความหมายของสารประกอบอินทรีย์และเคมีอินทรีย์ การเขียนสูตรโครงสร้างแบบลิวอิส แบบ ย่อ แบบผสม แบบใช้เส้นและมุม ทดลองการเกิดไอโซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์และหมู่อะตอมที่แสดง สมบัติเฉพาะของเอทานอลและกรดแอซีติก ศึกษาหมู่ฟังก์ชัน การจำแนกประเภทของสารประกอบอินทรีย์ โครงสร้าง การเขียนสูตร การเรียกชื่อ แนวโน้มของจุดหลอมเหลวและจุดเดือด การละลายน้ำ ปฏิกิริยาบาง ชนิด การนำไปใช้ประโยชน์และอันตรายของสารประกอบอินทรีย์ประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ ฟีนอล อีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโตน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์ เอมีนและเอไมด์ รวมทั้งศึกษาการ ทดลองสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน การเตรียมเอสเทอร์จากปฏิกิริยาที่เรียกว่า เอสเทอ ริฟิเคชันและปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์ ศึกษาประเภทของพอลิเมอร์และปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติ ของพอลิเมอร์ ศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์ประเภทต่างๆ ศึกษาทดลองสมบัติบางประการของ พลาสติกชนิดต่างๆ การเตรียมเส้นใยกึ่งสังเคราะห์จากเส้นใยธรรมชาติ เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพ ระหว่างพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของพอลิเมอร์ชนิดนั้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สังเคราะห์ การนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและปลอดภัย นำเสนอ ผลกระทบจากการใช้ การกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนวทางแก้ไข เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและปฏิกิริยาของสารประกอบอินทรีย์ โดยใช้การเรียนรู้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ สามารถนำความรู้และหลักการ ไปใช้ประโยชน์เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการจัดกระทำ และวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรมคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบใน ชีวิตประจำวัน 2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ 3. วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน 4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตาม ระบบ IUPAC 5. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ 6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน 7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยา กับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์มังกาเนต 8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา ไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 191 9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน 10.สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและ อุตสาหกรรม 11.ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์ 12.วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์ 13.ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ 14.อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ 15.สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และแนว ทางแก้ไข รวม 15 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 192 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33241 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 2.0 หน่วยกิต รวม 8๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับ ศึกษาระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิต เซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์เซลล์ประสาทและการทำงานของเซลล์ประสาท สมองและไขสันหลังที่เป็นศูนย์ ควบคุมระบบประสาทการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอัตโนวัติโครงสร้างและการ ทำงานของอวัยวะรับความรู้สึกที่เกี่ยวกับนัยน์ตากับการมองเห็น หูกับการได้ยิน จมูกกับการดมกลิ่น ลิ้นกับ การรับรส และผิวหนังกับการรับความรู้สึก โครงสร้างและอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ศึกษาระบบต่อมไร้ท่อ โครงสร้างและการทำงานของต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและ อวัยวะที่สำคัญ การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมนและฟีโรโมนในสัตว์ศึกษาโครงสร้างและการ ทำงานของระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์และมนุษย์ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์กลไกการเกิด พฤติกรรมของสัตว์พฤติกรรมเป็นมาแต่กำเนิดและพฤติกรรมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับ พัฒนาการของระบบประสาท การสื่อสารระหว่างสัตว์โดยการใช้เสียงท่าทาง และสารเคมี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรูการสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชใน ชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน กุ้ง หอย แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 2. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท 3. อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาทและกลไกการ ถ่ายทอดกระแสประสาท 4. อธิบายและสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก 5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่างๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมอง ส่วนหลัง และไขสันหลัง 6. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและ ระบบประสาทอัตโนวัติ 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หูจมูก ลิ้น และผิวหนังของมนุษย์ยกตัวอย่าง โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกัน และรักษา 8. สังเกตและอธิบายการหาตำแหน่งของจุดบอด โฟเวีย และความไวในการรับสัมผัสของผิวหนัง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 193 9. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ ของแมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดิน แมลง ปลา และนก 10. สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ 11. สังเกตและอธิบายการทำงานของข้อต่อชนิดต่างๆ และการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ 12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนื้อเยื่อที่สร้าง ฮอร์โมน 13.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัย เพศในสัตว์ 14. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธุ์ เพศหญิง 15. อธิบายกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่และการปฏิสนธิในมนุษย์ 16.อธิบายการเจริญเติบโตระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่และมนุษย์ 17.สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นมาแต่กำเนิดและพฤติกรรมที่ เกิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ 18.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบ ประสาท 19.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสื่อสารระหว่างสัตว์ที่ทำให้สัตว์แสดงพฤติกรรม รวม 19 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 194 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33242 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต รวม 6๐ ชั่วโมง ศึกษาเกี่ยวกับ ศึกษาระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิต เซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์เซลล์ประสาทและการทำงานของเซลล์ประสาท สมองและไขสันหลังที่เป็นศูนย์ ควบคุมระบบประสาทการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอัตโนวัติโครงสร้างและการ ทำงานของอวัยวะรับความรู้สึกที่เกี่ยวกับนัยน์ตากับการมองเห็น หูกับการได้ยิน จมูกกับการดมกลิ่น ลิ้นกับ การรับรส และผิวหนังกับการรับความรู้สึก โครงสร้างและอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ศึกษาระบบต่อมไร้ท่อ โครงสร้างและการทำงานของต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและ อวัยวะที่สำคัญ การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมนและฟีโรโมนในสัตว์ศึกษาโครงสร้างและการ ทำงานของระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์และมนุษย์ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์กลไกการเกิด พฤติกรรมของสัตว์พฤติกรรมเป็นมาแต่กำเนิดและพฤติกรรมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับ พัฒนาการของระบบประสาท การสื่อสารระหว่างสัตว์โดยการใช้เสียงท่าทาง และสารเคมี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรูการสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชใน ชีวิตของตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน กุ้ง หอย แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 2. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท 3. อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาทและกลไกการ ถ่ายทอดกระแสประสาท 4. อธิบายและสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก 5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่างๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมอง ส่วนหลัง และไขสันหลัง 6. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทำงานของระบบประสาทโซมาติกและ ระบบประสาทอัตโนวัติ 7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หูจมูก ลิ้น และผิวหนังของมนุษย์ยกตัวอย่าง โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกัน และรักษา 8. สังเกตและอธิบายการหาตำแหน่งของจุดบอด โฟเวีย และความไวในการรับสัมผัสของผิวหนัง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ 195 9. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ ของแมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดิน แมลง ปลา และนก 10. สืบค้นข้อมูลและอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการ เคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ 11. สังเกตและอธิบายการทำงานของข้อต่อชนิดต่างๆ และการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ 12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนื้อเยื่อที่สร้าง ฮอร์โมน 14.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัย เพศในสัตว์ 14. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธุ์ เพศหญิง 15. อธิบายกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่และการปฏิสนธิในมนุษย์ 20.อธิบายการเจริญเติบโตระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่และมนุษย์ 21.สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นมาแต่กำเนิดและพฤติกรรมที่ เกิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ 22.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบ ประสาท 23.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสื่อสารระหว่างสัตว์ที่ทำให้สัตว์แสดงพฤติกรรม รวม 19 ผลการเรียนรู้