ก
คำ�ำ นำำ�
วารสารฉบัับนี้้�จััดพิิมพ์์ขึ้้�นเพื่่�อเป็็นการรวบรวมบทความของนัักศึึกษา
คณะอักั ษรศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลััยศิิลปากร ในรายวิิชา 411 225 อรรถศาสตร์์ โดยมีี
วัตั ถุุประสงค์์เพื่อ่� ส่่งเสริิมและเผยแพร่ค่ วามรู้�้ความคิิดทางวิิชาการ เพื่อ�่ เผยแพร่่งาน
ศึึกษาค้้นคว้้าของนัักศึึกษาในรายวิชิ านี้�้ และเพื่�่อเป็น็ สื่�อ่ กลางในการแลกเปลี่่ย� นความ
รู้�้ความคิดิ เห็น็ เกี่ย� วกัับการศึึกษาด้้านอรรถศาสตร์์ ในมุุมมองอรรถศาสตร์ป์ ริชิ าน
ทัศั นะและความคิิดเห็น็ ที่่�ปรากฏในบทความ ถืือเป็น็ ความรับั ผิดิ ชอบของ
ผู้�้เขีียนบทความ โดยไม่ถ่ ืือเป็น็ ทัศั นะและความรัับผิดิ ชอบของภาควิชิ าภาษาไทย
คณะอักั ษรศาสตร์์ มหาวิิทยาลัยั ศิิลปากร
สารบัญั ข
คำ�ำ นำ�ำ ก
สารบััญ ข - ง
คำำ�นาม 1
การเปลี่่�ยนแปลงทางความหมาย ของคํําว่่า “เมืืองนอก” 6
เจ้้าที่่�แรง : เจ้้าที่่� ภาษา และการปรัับขยาย 11
ความหมายของคำำ�ว่า่ “เจ้้าที่่�” ในภาษาไทย 15
“บ้้ง” จริงิ หรืือ “บ้้ง” หลอก 23
“พี่่ส� าว” กลายเป็็น “พระสงฆ์”์ ภาษา มุมุ มอง 29
และกระแสของสังั คม 34
“เพื่อ่� น” “เพื่�อ่ นรััก” รักั จริงิ หรืือชิิงชังั 40
เมื่่�อคำ�ำ ว่า่ “เยี่ย� ว” กลายเป็็นคำำ�ชม 47
แม่ก่ ็ค็ ืือแม่่แล้้วตกลงแม่่หมายถึึงใคร? 51
“สลิ่ม� ” ของหวานหลากสีีสััน 56
“สัันดาน” คำ�ำ หยาบหรืือไม่่ 63
การเปลี่่ย� นแปลงความหมายในภาษาไทย 68
“เสีียง” ที่่�ไม่ไ่ ด้้เป็็นแค่่เสีียง 75
เหตุุใดทํําไมจึึงนก 81
แกงกัับแกล้้ง 84
คำ�ำ กริยิ า 88
“กลืืน” คำำ�เดีียวแต่ห่ ลายความหมายนะ
“กัดั ” โดยใช้้ฟัันและไม่่ใช้้ฟันั
“กิิน” มิใิ ช่่อาหาร แต่่เป็็นกิิจกรรมทางเพศ
กินิ ไม่เ่ ป็็น = กิินไม่ไ่ ด้้
“เก็็บ” ตั้้�งแต่่ของยัันคน
ค 95
คำ�ำ กริิยา (ต่่อ) 102
ขอเกาะได้้ไหม 104
ขอ”จุ๊บ� ”หน่่อย กลายเป็น็ การลักั ขโมย 110
ขึ้�้นๆลงๆ งง Ship 116
“ตกรถ” ยัังไม่่ได้้ขึ้น้� ทำ�ำ ไมถึึงตก 122
“ติิดดอย” อะไรหนาวที่่�สุดุ 127
“ฉีีดยา” ปรัับขยายความหมายแล้้วหนึ่่ง� 132
‘ชอบ’ ปวดหัวั เหตุุใดถึึงชอบ 138
“เท้้า” และบทบาทที่่�เป็็นมากกว่่าอวััยวะ 142
ตักั บาตร-ใส่่บาตรเหมืือนกันั หรืือเปล่า่ 147
คว่ำำ��บาตร-หงายบาตรจะบาปไหม? 152
ตายตายตายตายตาย ใครตาย? 159
การต้้มตุ๋น� คำ�ำ จำำ�กัดั ความและ Quacksalver 164
ปั่่น� ที่่ม� ากกว่่า ปั่่�น 171
“ตำำ�” ยัังไงให้้ได้้ของ 176
“ปก” เบื้้อ� งหลัังของการแผ่่ขยาย 183
ปลิวิ (หาย) ไปไหน 189
ทำ�ำ ไมถ่่ายน้ำ��ำ มันั เครื่�อ่ ง ไม่ต่ ้้องใช้้กล้้อง 195
การเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายของ บอก ที่่�อยากบอกต่อ่ 200
เปิิดอะไรได้้บ้้าง เปิิดแล้้วเป็็นอย่่างไร 206
พร้้อมที่่�จะ”ฟาด”: ฟาดอะไร ฟาดกัับใคร. 210
รู้้�หมืือไร่่ แหก มีีหลายความหมายกว่่าที่่ค� ิิด 217
เร่ง่ เครื่่�อง เครื่อ�่ งอะไรทำ�ำ ไมต้้องเร่่ง 223
เราทำ�ำ ผมทรงบ๊๊อบเท เทน้ำำ�� เทใจให้้แล้้ว ทำำ�ไมยังั โดนเท 230
“ลั่น� ” หลากหลายใช้้ยัังไงดีี
สรุุปว่า่ “เคาะ” หรืือไม่่ “เคาะ”
วันั นี้้�คุุณ “หิิว” อะไร?
ง
คำ�ำ กริิยา (ต่่อ)
จริติ นั้้น� สำำ�คัญั ไฉน 235
หรืือ “จกตา”คืือภาษาใหม่่ 241
คำ�ำ วิิเศษณ์์
“ชอบกล” คำำ�คุ้้น� เคย ความหมายไม่่คุ้�นชิิน
งานประพัันธ์ส์ ะท้้อนความหมายคำ�ำ ในแต่่ละยุคุ 248
“ซ้า้ ย”- “ขวา” ไม่ใ่ ช่แ่ ค่่ทิศิ ทางหรืือ?
บริิบทสังั คมที่่�เปลี่่ย� นแปลงไป 255
“แซ่บ่ ” ยัังไง ไหนเล่า่ 262
ตุ้�บ การทำ�ำ ของหล่่นสู่่�การแสดงความผิิดหวัังได้้อย่่างไร 268
“เบื้้อ� งบน” กัับกาลเวลาที่่เ� ปลี่่ย� นไป 272
ปังั ปังั ปังั ต่า่ งกัันอย่า่ งไร 279
เปรี้ย้� วมากไหม เป็น็ คำำ�ถามหรืือไม่ ่ 284
เผ็็ด และ เผ็็(ช)ด การใช้้คำ�ำ ที่่�แตกต่่างกััน เมื่อ่� บริบิ ทเปลี่่ย� นแปลงไป 279
เสื้อ� ตัวั นั้้�นไม่่ “แพง” แต่่ทำ�ำ ไมเธอใส่แ่ ล้้ว “ดููแพง” 296
การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “หวาน” 302
“สวย” ภาษากัับกาลเวลาและอิทิ ธิิพลสังั คม 309
เรื่่�องทิิพย์ท์ ี่่�ไม่ท่ ิพิ ย์ ์ 316
“เทพจริิงๆ” “เทพขิงิ ๆ” 323
สำำ�นวน
“ตาแตก” “งงเป็็นไก่ต่ าแตก”
“ตาแตก” เหมืือนกันั ทำำ�ไมความหมายไม่่เหมืือน? 330
1
การเปลี่่�ยนแปลงทางความหมาย
ของคํําว่่า “เมือื งนอก”
นางสาวรััตติิกาล พินิ ิิจทะ 620510694
ส่ว่ นนำ�ำ
คํําว่่า “เมืืองนอก” เราอาจนั้้�นได้้ยิินและคุ้้�นหููมาอย่่างยาวนาน โดยคํําว่่า
“เมืืองนอก” มีีความหมายได้้กว้้างมากขึ้้�น อาจจะหมายถึึงเมืืองที่่�อยู่�รอบนอกชาน
เมืือง หรืือ อาจจะหมายถึึงต่่างประเทศในคํําไทยมาตรฐานกรุุงเทพฯ โดยรููปคํํานั้้�น
ยัังเหมืือนเดิิมแต่่มีีการปรัับขยายความหมายออกไป โดยอาศััยกลไกกระบวนการ
ยุุคสมััย การใช้้ แม้้กระทั่่�ง การเข้้ามาของตะวัันตกที่่�ส่่งผลให้้ วิิถีีชีีวิิตของคน
ไทยเปลี่่�ยนแปลงไปอาจจะส่่งผลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงไปของความหมายของคํํา
ไปด้้วย แต่ร่ ู้ห�้ รืือไม่ว่ ่่า? คํําว่า่ “เมืืองนอก “ได้้มีีกระบวนการเปลี่่ย� นแปลงไปของ
ความหมายอย่า่ งไร?
จากการค้้นคว้้าของผู้้�เขีียนทำำ�ให้้ได้้รู้้�ว่่ามีีผู้้�ที่่�สนใจเกี่ �ยวกัับประเด็็นที่่�ผู้้�เขีียน
ต้้องการนำำ�เสนอและได้้ค้้นคว้้าอยู่่�ก่อ่ นแล้้วคืือ อ.ปรีีชา ช้้างขวัญั ยืืน (พ.ศ.2515)
ได้้ศึึกษาเกี่ย� วกัับการขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “เมืืองนอก” ในสมัยั อยุธุ ยา ไว้้ว่่า
่
2
คำ�ำ ว่่า “เมืืองนอก” ในสมััยอยุธุ ยาใช้้ในความหมายคืือ หมายถึึง
เมืืองที่่อ� ยู่่�นอกเมืืองหลวงออกไป
เมืืองนอกกรุุง เทีียบได้้กัับ ต่่างจัังหวััด ในสมััยปััจจุุบััน ดัังตััวอย่่างต่่อไปนี้้�
ตััวอย่่าง “รฏฐโกประการหนึ่่�งกระลาการ เปนนายร้้อย นายแขวง เมืืองนอก”
ตามตััวอย่า่ งนี้�แ้ สดงให้้เห็็นถึึง คำ�ำ ว่า่ เมืืองนอก หมายถึึง เมืืองที่่�อยู่่�นอกเมืืองหลวงออก
ไปหรืือเมืืองนอกกรุงุ ไม่่เหมืือนความหมายที่่�ใช้้กันั ในปัจั จุบุ ััน
นอกจากนี้้ � ยัังมีี อ.ลยา วิิมุุกตะลพ (พ.ศ.2512) ได้้ศึกึ ษาเกี่�ยวกัับ
การขยายความหมายของคำำ�ว่่า “เมืืองนอก” ในสมััยรัตั นโกสินิ ทร์ไ์ ว้้ว่า่
คํําว่่า “เมืืองนอก” ในสมััยรััตนโกสิินทร์์ นั้้�นแบ่่งได้้เป็็น 2 ความหมาย
ในช่ว่ งสมััยรััตนโกสิินทร์์ คืือ
(สมัยั ก่่อน) ใช้้ในความหมายว่า่ เมืืองซึ่ง� ไม่ใ่ ช่เ่ มืืองหลวง หรืือเมืืองซึ่�งอยู่่�นอก
เมืืองหลวงออกไป
(ปัจั จุบุ ันั ) ความหมายย้้ายที่่ไ� ป คืือคํําว่่า เมืืองนอก หมายถึึง “ต่า่ งประเทศ”
ตัวั อย่่าง
สมัยั รัชั กาลที่่� 1 “ราษฎร ไพร่ฟ่ ้้าข้้าไทอยู่�เมืืองนอกก็็ดีีในเมืืองก็ด็ ีี แลเจ้้าขุนุ มุุนนาย
แลเจ้้ากรม ให้้ตราสารไปเอามา” ตามตัวั อย่า่ ง คํําว่า่ เมืืองนอก น่า่ จะใช้้ในความหมายว่า่
“เมืืองซึ่ง� ไม่ใ่ ช่เ่ มืืองหลวง” หรืือ “เมืืองซึ่ง� อยู่่�นอกเมืืองหลวงออกไป” แสดงให้้เห็น็ ถึึง
ในสมััยรััตนโกสิินทร์์ยัังมีีการใช้้คํําว่่า “เมืืองนอก” ในความหมายที่่�แสดงถึึง
เมืืองซึ่ �งอยู่่�ห่่างออกไป ผลของการศึึกษาทั้้�งหมดนี้้�เป็็นไปในทํํานองเดีียวกัันคืือ คํําว่่า
“เมืืองนอก” ในสมััยอยุุธยาและ สมััยรััตนโกสิินทร์์ มีีความหมายว่่าเมืืองที่่�อยู่�รอบ
นอกออกไป เมืืองซึ่่�งไม่่ได้้อยู่�ในกรุุง จากการศึึกษา ทั้้�งสองตััวอย่่างข้้อมููล
ผู้้�เขีียนพบว่่ายัังไม่่มีีใครศึึกษาสาเหตุุของการขยายความหมายไปของ คํําดัังกล่่าว
ในลัักษณะที่่�แสดง มโนทััศน์์ของรููปคํําและความหมายของคํํา ผู้้�เขีียนจึึงมีีความสนใจ
ศึึกษาในเรื่่�องนี้�้
3
คํําถามวิิจัยั : เพื่่อ� วิเิ คราะห์์การขยายความหมายออกไปของคํําว่า่ “เมืืองนอก” โดย
งานวิจิ ัยั นี้ม้� ีีวัตั ถุุประสงค์์เพื่่อ�
1. เพื่�อ่ ให้้ทราบว่า่ คํําว่า่ “เมืืองนอกมีีการขยายความหมายออกไปอย่า่ งไร
2. เพื่่อ� ศึกึ ษา/วิิเคราะห์ก์ ารขยายความหมายของคํําว่่า “เมืืองนอก” ในระดับั มโนทัศั น์์
สมมติิฐาน: มุ่่�งศึกึ ษาความหมายของคํําว่่า “เมืืองนอก” ในระดับั มโนทััศน์์
คํําในภาษาไทยมีีการเปลี่่�ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสภาพสัังคมทั้้�งรููปคํําและ
ความหมายของคํํา การศึึกษาความหมายของคํํา จะทํําให้้ผู้้�อ่่านทราบถึึงการเปลี่่�ยน
แปลงไปของคํํา และทํําให้้ผู้้�ศึึกษาเกิิดความรู้้�และความเข้้าใจในภาษาไทยได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น
โดยผู้้�เขีียนได้้ศึึกษาการขยายความหมายของคํําว่่า “เมืืองนอก” ที่่�เปลี่่�ยนแปลงทาง
ความหมายไปจากสมััยอยุุธยา จนถึึงปััจจุุบััน โดยกลไกนามนััย (Metonymy)
มาวิิเคราะห์์ โดยผู้้�เขีียนหวัังว่่า บทความชิ้ �นนี้้�จะเป็็นประโยชน์์ต่่อผู้้�ที่่�สนใจจะศึึกษา
การขยายความหมายของคํําดังั กล่า่ วเช่น่ เดีียวกับั ผู้เ�้ ขีียน และเป็น็ ประโยชน์แ์ ก่ค่ ลังั ข้้อมููล
ด้้านภาษาไทยเพิ่่�มขึ้้�นไม่่มากก็็น้้อย โดยบทความนี้้�แบ่่งออกเป็็น 2 ส่่วน คืือ หััวข้้อ
เมืืองนอก นอกเมืือง และมโนทัศั น์์มาตร ระยะทาง และ หััวข้้อสรุปุ ผลการศึกึ ษา
เมืืองนอก นอกเมือื ง และมโนทััศน์แ์ สดงปริิมาณระยะทาง
โครงสร้้างมโนทััศน์์ในการแสดงถึึงปริิมาณ ระยะทางที่่�มากขึ้้�นกว่่าเดิิมของ
คํําว่่า “เมืืองนอก” และ “นอกเมืือง” เมืืองนอก เป็็นคํําประสมที่่�มีีใช้้ตั้้�งแต่่
สมััยสุุโขทัยั อยุธุ ยา และ รัตั นโกสิินทร์ต์ อนต้้น ที่่�หมายถึึง “นอกเมืือง, เมืืองที่่อ� ยู่่�นอก
เมืืองหลวงออกไป” แตกต่า่ งจากความหมาย ของคํําว่า่ เมืืองนอกในปัจั จุบุ ันั ซึ่่ง� หมายถึึง
“ประเทศอื่น่� ๆ, ต่่างประเทศ มัักหมายถึึงประเทศในทวีีปยุุโรปและ สหรััฐอเมริิกา.”
โดย (ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ทั้้�งนี้้�สาเหตุุเกิิดจากการเปลี่่�ยนแปลงไปของคํํา
ในระดัับมโนทััศน์์โดยอาศัยั กระบวนการนามนัยั คืือการกล่่าว ถึึงสิ่�งหนึ่่�งเพื่�อ่ อ้้างอิงิ ไป
อีีกสิ่ง� หนึ่่ง� โดยมีีความสัมั พันั ธ์์ใกล้้ชิิดกันั และอยู่�ในมโนทัศั น์์เดีียวกันั
4
โดยความหมายของคํําว่่า “นอก” ของ “นอกเมืือง” ในสมััยนั้้�นแสดงถึึง ระยะทาง
ที่่�อยู่่�ห่่างออกไป หรืือไกลออกไป ดัังนั้้�นคํําว่่า “เมืืองนอก” ที่่�ใช้้กัันในปััจจุุบัันจึึงเป็น็
การขยายความหมายแบบย้้ายที่่�ของคํํา เชื่่�อมโยงด้้วยมโนทััศน์์ที่่�แสดงระยะทางที่่�อยู่�
ข้้างนอก ห่่างออกไปในปริิมาณที่่�เพิ่่�มมากขึ้้�น ทั้้�งนี้้�อาศััยปััจจััยแวดล้้อมภายนอก
การเข้้ามาของชาติิตะวัันตกในยุุคนั้้�น การแลกเปลี่่�ยนกัันของคนและวััฒนธรรมกาล
เวลา และยุุคสมััยที่่�เปลี่่�ยนไป กระตุ้้�นทํําให้้เกิิดคํําเรีียกที่่�นํํามาใช้้เป็็นคํําแทนของ
การขยายความหมายแบบย้้ายที่่� ทํําให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํําเดิิม
อย่่างคํําว่่าเมืืองนอก ให้้หมายถึึง ต่่างประเทศ หรืือเมืืองที่่�ไม่่ได้้อยู่�ในประเทศได้้
ในปัจั จุุบััน
สรุุปผลการศึกึ ษา
จากการศึึกษาค้้นคว้้าแสดงให้้เห็็นถึึง คํําไทยที่่�มีีใช้้มาตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยา
รััตนโกสิินทร์์ จนมาถึึงปััจจุุบััน อาจมีีการเปลี่่�ยนแปลงไปทั้้�งด้้านรููปศััพท์์ ความหมาย
การกลายไปของคํําศััพท์์ หรืือแม้้การสููญศััพท์์ ดัังที่่�ผู้้�เขีียนได้้สนใจศึึกษาความหมาย
ของคํําว่่า “เมืืองนอก” ตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยาจนถึึงปััจจุุบััน มีีการเปลี่่�ยนแปลงไปของ
ความหมายอย่า่ งไร จากการค้้นคว้้าแล้้วเสร็จ็ พบว่า่ เกิดิ จาการเปลี่่ย� นแปลงคํําในระดับั
มโนทัศั น์ด์ ้้วยกระบวนการนามนัยั ของคํําว่า่ “นอก” ซึ่่ง� มีีความหมายว่า่ ตรงข้้าม กับั ใน,
ไม่่ใช่่ใน, นอกประเทศ, เรีียกเขตที่่�พ้้นจากเมืืองหลวงออกไป แสดงถึึงระยะทาง
ที่่�อยู่่�ห่่างออกไปจากจุุดศููนย์์กลาง ซึ่่�งมีีการขยายความหมายแบบย้้ายที่่� ที่่�ทํําให้้คํําว่่า
“เมืืองนอก” ที่่�หมายถึึง เมืืองรอบนอกกรุุง เมืืองด้้านนอก ในสมััยอยุุธยาและ
รััตนโกสิินทร์์กลายเป็็น “เมืืองนอก” ที่่�มีีความหมายว่่า ต่่างประเทศในปััจจุุบััน
ซึ่�งเป็น็ ไปตามสมมติิฐาน โดยการศึกึ ษาความหมายของคํําที่่เ� ปลี่่�ยนไปในแต่่ละยุคุ สมัยั
มีีความสํําคััญอย่่างยิ่ �งจะทํําให้้เราเข้้าใจ และรู้้�กระบวนการเปลี่่�ยนของคํํานั้้�นและได้้
เพิ่่�มคํําศััพท์์ใหม่่ในคลัังคํําของเราอีีกด้้วย ผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความนี้้�จะเพิ่่�มองค์์ความรู้้�
ด้้านคํําศัพั ท์์ภาษาไทยให้้ผู้อ้� ่่านไม่ม่ ากก็น็ ้้อย
5
เอกสารอ้้างอิงิ
ปรีีชา ช้้างขวััญยืืน . (2515). การใช้้ภาษาร้อ้ ยแก้้วในภาษาไทยสมัยั อยุุธยา.
กรุุงเทพมหานคร : จุุฬาลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลััย. เข้้าถึึงเมื่อ�่ วันั ที่่� 25 ตุลุ าคม
พ.ศ.2564. เข้้าถึึงได้้จาก http://www.tnrr.in.th/?page=result_
search&record_id=215859
วัลั ยา วิิมุกุ ตะลพ . (2513). การเปลี่ย�่ นแปลงความหมายของคํํา สํํานวน
และลํําดับั ของคํําในภาษาไทย สมัยั รัตั นโกสินิ ทร์.์ กรุุงเทพมหานคร :
จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิิทยาลัยั . เข้้าถึึงเมื่่อ� วัันที่่� 25 ตุลุ าคม พ.ศ.2564.
เข้้าถึึงได้้จาก http://www.tnrr.in.th/?page=result_search&record_
id=220450
สํํานัักงานราชบััณฑิิตยสภา. พจนานุกุ รมราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554
เข้้าถึึงเมื่อ่� วัันที่่� 15 เดืือน ตุลุ าคม พ.ศ.2564. เข้้าถึึงได้้จาก
(https://dictionary.orst.go.th/)
6
เจ้า้ ที่่�แรง :
เจ้า้ ที่�่ ภาษา และการปรัับขยายความหมายของ
คำ�ำ ว่่า “เจ้้าที่่”� ในภาษาไทย
นางสาวอรอุมุ าวดีี เผ่า่ วิหิ ค 6205101761
ส่ว่ นนำำ�
“เจ้้าที่่แ� รง อ๊๊า จ้้องแย่ง่ ซีีน อ๊๊า เท้้าเอววีีน อ๊๊า ตาเขีียวปั้้�ด อ๊๊า
ดุคุ ่ะ่ ดุุ แถมหึึงสู้้�ฟัดั ก็็เลยเลิกิ แลกหมััดกับั เจ๊๊”2
ผู้้�อ่่านหลายคนคงเคยได้้ยิินเพลงนี้้� แล้้วเคยสัังเกตไหมว่่า เหตุุใดคนไทยจึึงใช้้
คำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” ในความหมายเช่่นนี้้� พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554
นิยิ ามความหมายของคำ�ำ นี้ไ้� ว้้สองความหมาย ดังั นี้้�
ความหมายที่่� 1 หมายถึึง พระภููมิ ิ มัักใช้้เข้้าคู่่�กันั เป็น็ พระภููมิเิ จ้้าที่่�
ความหมายที่่� 2 หมายถึึง เทวดารักั ษาพื้้�นที่่แ� ละหนทาง
แต่ค่ ำ�ำ ว่า่ “เจ้้าที่่”� ในเพลงดังั กล่า่ วไม่ไ่ ด้้หมายถึึงทั้้ส� องความหมาย คำ�ำ ถามวิจิ ัยั
คืือเหตุุใดคนไทยจึึงใช้้คำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” เหมืือนกัันในความหมายต่่างกััน และคำำ�นี้้�
มีีการปรัับขยายความหมายหรืือการเปลี่่ย� นแปลงความหมายอย่า่ งไร
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” ใน
ภาษาไทย โดยมุ่�งอธิิบายระบบความหมายในระดัับคำำ� และตั้้�งสมมติิฐานว่่าคนไทย
ใช้้คำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” เหมืือนกัันในความหมายต่่างกััน เนื่่�องจากคำำ�นี้้�มีีการปรัับขยาย
ความหมายหรืือการเปลี่่�ยนแปลงความหาย โดยความหมายใหม่่เกิิดจากกระบวนการ
อุุปลัักษณ์์ประโยชน์์ที่่�ได้้จากการวิิจััยโดยตรงคืือทำำ�ให้้ทราบความหมายของคำำ�ว่่า
“เจ้้าที่่�” ในภาษาไทย จากการอธิิบายระบบความหมายในระดัับคำำ� และประโยชน์์
โดยอ้้อมคืือสามารถนำ�ำ ไปใช้้ในการเรีียนการสอนภาษาไทยให้้ชาวต่า่ งประเทศ นำ�ำ ไปเพิ่่ม�
คลัังข้้อมููลเกี่่�ยวกัับการปรัับปรุุงพจนานุุกรม ตลอดจนนำำ�ไปประยุุกต์์ใช้้ในรายวิิชา
การเขีียนสำ�ำ หรัับสื่�่อใหม่่ และศิลิ ปะการเขีียนได้้
1 นักั ศึึกษาคณะอักั ษรศาสตร์์มหาวิิทยาลัยั ศิลิ ปากร (E-mail : [email protected])
2 เพลง เจ้้าที่่�แรง ศิลิ ปิิน บลููเบอร์์รี่�
7
ผลการศึึกษาพบว่า่ สาเหตุสุ ำ�ำ คัญั ที่่ท� ำำ�ให้้คนไทย เลืือกใช้้คำ�ำ ว่่า “เจ้้าที่่”� เหมืือนกัันใน
ความหมายต่่างกัันคืือคำำ�นี้้�มีีการปรัับขยายความหมายหรืือการเปลี่่�ยนแปลง
ความหมาย โดยความหมายใหม่่เกิิดจากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ มีีรายละเอีียดดัังนี้้�
“เจ้า้ ที่�”่ กัับ “การปรับั ขยายความหมาย”
เคยสัังเกตบ้้างไหมว่่า เหตุุใดคนไทยจึึงใช้้คำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” เหมืือนกัันใน
ความหมายต่่างกััน เหตุุที่่�เป็็นเช่่นนั้้�น เนื่่�องจากคำำ�นี้้�มีีการปรัับขยายความหมายหรืือ
การเปลี่่�ยนแปลงความหมาย กล่่าวคืือ ความหมายของคำำ�มีีการเปลี่่�ยนแปลงใน
ลัักษณะต่่าง ๆ เห็็นได้้ชััดในคำำ�ต่่างประเทศที่่�นำำ�มาใช้้ในภาษาไทย เช่่น ความหมาย
แคบเข้้าหรืือการจำ�ำ กััดความหมายลง ความหมายกว้้างออกหรืือการขยายความหมาย
ออก และความหมายย้้ายที่่� (สุนุ ันั ท์์ อััญชลีีนุุกููล, 2556)
คำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” มีีการปรัับขยายความหมายในลัักษณะความหมายกว้้างออก
จึึงทำำ�ให้้ความหมายที่่�ปรากฏเปลี่่�ยนจากความหมายหลัักหรืือความหมายตามตััว
อัักษรซึ่ �งเป็็นหนึ่่�งในความหมายประจำำ�รููป ไปเป็็นความหมายอุุปมาซึ่ �งเป็็นหนึ่่�งใน
ความหมายในปริิบท (เพีียรศิิริิ วงศ์์วิิภานนท์์, 2531) โดยความหมายใหม่่เกิิด
จากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ กระบวนการนี้เ�้ ป็็นหนึ่่ง� ในกระบวนการปริชิ านที่่�สนใจการ
อธิิบายความสัมั พันั ธ์์ระหว่่างรููปภาษากับั ระบบความคิิดเชิงิ เปรีียบเทีียบของมนุุษย์์
ภาพที่่� 1 แสดงความหมายประเภทต่่าง ๆ ของคำ�ำ
8
Lakoff and Johnson มองว่่า อุุปลัักษณ์์เป็็นภาษาที่่�เราใช้้กัันในชีีวิิต
ประจำำ�วััน มนุุษย์์ใช้้ภาษาในเชิิงเปรีียบเทีียบอยู่�ตลอดเวลา อุุปลัักษณ์์เป็็นการเปรีียบ
สิ่ �งที่่�เป็็นนามธรรมกัับสิ่่�งที่่�เป็็นรููปธรรม เปรีียบสิ่่�งที่่�อยู่�ไกลตััวกัับสิ่่�งที่่�อยู่�ใกล้้ตััว และ
เปรีียบสิ่่�งที่่�เราไม่่เคยมีีประสบการณ์์กัับสิ่่�งที่่�เรามีีประสบการณ์์ เพื่่�อเข้้าใจและเรีียนรู้้�
สิ่�งที่่�เป็็นนามธรรม (Wongthai, 2019)
“เจ้า้ ที่�่” กัับ “การวิิเคราะห์ค์ วามหมาย”
งานวิิจััยนี้้�มีีการดำำ�เนิินงานเพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” ใน
ภาษาไทย โดยมุ่�งอธิบิ ายระบบความหมายในระดับั คำำ� 3 ขั้้�นตอน มีีรายละเอีียดดัังนี้้�
ขั้�นตอนที่่� 1 เก็บ็ ข้้อมููล
ข้้อมููลภาษา
(1) หลายคนมัักจะนำ�ำ อาหาร ของไหว้้ ไปไหว้้พระ ไหว้้เทพเทวดาในร้้านหรืือ
ไหว้้สััมพเวสีีบริิเวณร้้าน แต่่น้้อยคนนัักที่่�จะรู้้�เคล็็ดลัับว่่า ไหว้้เจ้้าที่่�ยัังไงให้้ได้้ผล
ไหว้้ยังั ไงให้้เฮง
(2) เจ้้าที่่�แรง อ๊๊า จ้้องแย่ง่ ซีีน อ๊๊า เท้้าเอววีีน อ๊๊า ตาเขีียวปั้้ด� อ๊๊า ดุุค่่ะดุุ
แถมหึึงสู้�้ฟัดั ก็เ็ ลยเลิกิ แลกหมัดั กัับเจ๊๊
ขั้น� ตอนที่่� 2 วิิเคราะห์ค์ วามหมายตามปริิบท
ความหมายที่่� (1) หมายถึึง พระภููมิ ิ มักั ใช้้เข้้าคู่่�กัันเป็น็ พระภููมิเิ จ้้าที่่�
ความหมายที่่� (2) หมายถึึง คนรััก มักั ใช้้กัับคนรัักหญิงิ ที่่�มีีนิิสัยั ดุแุ ละขี้้�หึึง
ขั้น� ตอนที่่� 3 วิเิ คราะห์์กระบวนการปรัับขยายความหมาย
ความหมายที่่� (1) หมายถึึง พระภููมิิ เป็็นความหมายหลักั
ความหมายที่่� (2) หมายถึึง คนรักั เป็็นความหมายอุุปมา
โดยความหมายใหม่่เกิิดจากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ เนื่่�องจากความหมาย
ของคำำ�ว่่า “เจ้้าที่่�” เปลี่่�ยนจากความหมายที่่� (1) “พระภููมิิ” ซึ่่�งเป็็นความหมายหลััก
ไปเป็น็ ความหมายที่่� (2) “คนรักั ” ซึ่่ง� เป็น็ ความหมายอุปุ มา กระบวนการนี้เ�้ ปรีียบเทีียบ
สิ่ง� สองสิ่ง� ที่่ม� ีีลักั ษณะเด่น่ ร่ว่ มกันั และข้้ามวงมโนทัศั น์ก์ ันั อาจมีีคำ�ำ แสดงการเปรีียบเทีียบ
หรืือไม่ก่ ็็ได้้
9
กล่า่ วคืือ เปรีียบเทีียบ “พระภููมิ”ิ และ “คนรััก” ที่่�มีีลักั ษณะเด่น่ ร่่วมกันั คืือ
“พระภููมิิ” เปรีียบเสมืือนเจ้้าของพื้้�นที่่แ� ละหนทาง
“คนรักั ” เปรีียบเสมืือนเจ้้าของคนรักั อีีกคนหนึ่่ง�
เปรีียบเทีียบ “พระภููมิ”ิ และ “คนรััก” ที่่�ข้้ามวงมโนทััศน์ก์ ัันคืือ
“พระภููมิ”ิ อยู่�ในวงมโนทัศั น์ข์ องเทวดาซึ่ง� เป็็นนามธรรมและซับั ซ้อ้ นมากกว่า่
“คนรััก” อยู่�ในวงมโนทััศน์์ของมนุษุ ย์ ์ ซึ่่ง� เป็็นรููปธรรมและซับั ซ้้อนน้้อยกว่่า
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
การศึกึ ษาความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เจ้้าที่่”� เป็น็ การศึกึ ษาความหมายในระดับั คำ�ำ
คนไทยใช้้คำ�ำ ว่า่ “เจ้้าที่่”� เหมืือนกันั ในความหมายต่า่ งกันั เนื่อ�่ งจากคำ�ำ นี้ม�้ ีีการปรับั ขยาย
ความหมาย โดยความหมายใหม่่เกิิดจากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ ผลการศึึกษา
ดัังกล่่าวนี้้�ไม่่ได้้อธิิบายเฉพาะปรากฏการณ์์ควาหมายของคำำ�นี้้�คำำ�เดีียวเท่่านั้้�น
สามารถจะนำำ�มาอธิิบายคำำ�อื่่�น ๆ ได้้ เช่่น “ลููกน้้อง – สััตว์์เลี้้�ยง” “นางฟ้้าหรืือ
เทพธิิดา - สาวสวย” และ “เทวดาหรืือเทพบุุตร - หนุ่�มหล่่อ”
ภาษาและการเปลี่่�ยนแปลงเป็็นสิ่่�งที่่�แยกกัันไม่่ออก ภาษาที่่�ปราศจากการ
เปลี่่�ยนแปลงเปรีียบเสมืือนมนุุษย์์ที่่�ปราศจากหััวใจ ผู้้�เขีียนหวัังว่่างานวิิจััยนี้้�จะเป็็น
ส่่วนหนึ่่�งให้้ผู้้�อ่่านตระหนัักถึึงความสำำ�คััญของการศึึกษภาษาในระดัับคำำ� และระดัับ
อื่่�น ๆ ตลอดจนหวัังเป็็นอย่่างยิ่ �งว่่าในอนาคตจะมีีผู้้�สร้้างสรรค์์ผลงานทางด้้านภาษา
ในระดับั ต่า่ ง ๆ เพิ่่�มมากยิ่ง� ขึ้น้� สืืบไป
“เพราะภาษาไทยยัังไม่่ตาย จึึงไม่ว่ ายต้้องเปลี่่�ยนแปลง”3
3 คำำ�กล่่าวของประจักั ษ์ ์ น้้อยเหนื่่อ� ย คุุณครููภาษาไทย โรงเรีียนมัธั ยมวััดสิิงห์์ สพม. 1
10
เอกสารอ้้างอิงิ
เพีียรศิิริิ วงศ์์วิิภานนท์์. (2531). หน่่วยที่่� 13 ความหมาย. ใน เอกสารการสอน
ชุดุ วิิชา 22311 ภาษาไทย 3 เล่ม่ ที่่� 2 หน่่วยที่่� 7-15. กรุุงเทพฯ:
มหาวิิทยาลััยสุุโขทััยธรรมาธิิราช.
ราชบััณฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554.
กรุงุ เทพฯ: ราชบััณฑิิตยสถาน.
สุนุ ัันท์์ อััญชลีีนุุกููล. (2556). ระบบคำ�ำ ภาษาไทย. กรุงุ เทพฯ: จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย.
Wongthai, N. (2019). An introduction to cognitive semantics. Bangkok:
Work All Print Co., Ltd. (in Thai)
11
“บ้ง้ ” จริงิ หรืือ “บ้ง้ ” หลอก
นางสาวศศิริ ดา จงเจตน์ด์ ีี 05610427
ส่ว่ นนำำ�
บทความนี้้�วััตถุุประสงค์์เพื่่�อศึึกษาการปรัับขยายความหมายหรืือการ
เปลี่่�ยนแปลงความหมายในภาษาไทยของคํําว่่า “บ้้ง” โดยมีีสมมุุติิฐานทั้้�งหมด 2
ประการ ดัังนี้้�
1. ความหมายของคํําว่่า “บ้้ง” ในภาษาไทย มีีทั้้�งความหมายทางกายภาพที่่ม� ีี
ความหมายว่่า บุ้้ง� ในภาษาอีีสาน และความหมายใหม่่ ที่่ห� มายถึึงความไม่่ได้้ดั่่�งใจ
2. ความสัมั พันั ธ์ท์ างความหมายของคํําว่่า “บ้้ง” มีีการขยายความหมายจาก
ความหมายจากคํําภาษาไทยในภาคอีีสานไปสู่่�อีีกความหมายหนึ่่�ง
ประโยชน์ท์ ี่่�ได้้จากงานวิิจััย
ทํําให้้ทราบการปรัับขยายความหมาย หรืือการเปลี่่ย� นแปลงความหมายในภาษาไทย
ของคํําว่่า “บ้้ง”
รูปู แบบการนํําเสนอ
นํําเสนอในรููปแบบของบทความวิิชาการ
ความน่า่ สนใจของคํําที่น�่ ํํามาศึึกษา
ในบทความนี้้�จะกล่า่ วถึึงการปรัับขยายความหมาย หรืือการเปลี่่�ยนแปลงความหมาย
ในภาษาไทยของ คํําว่า่ “บ้้ง” นิิยมใช้้ในบริบิ ท สิ่�งที่่�เกิดิ ขึ้้น� โดยไม่ไ่ ด้้ตั้้�งใจ ความล้้มเหลว
ผิิดพลาด ไม่่ได้้มาตรฐาน ความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” นั้้น� แปรไปตามบริบิ ทการใช้้
แต่ม่ ีีความหมายหลัักในเชิงิ ลบ
12
การสัังเคราะห์์งานที่ศ�่ ึึกษามาแล้ว้
โสมรวีี สมเพชร (2563) ได้้ศึึกษาเรื่่อ� ง “การขยายความหมายของคํําว่า่
“กัดั ” ในภาษาไทย : การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริชิ าน” ผลการศึึกษาพบว่า่
ความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ล้้วนสััมพันั ธ์์กััน คํําว่่า “กัดั ” มีีการขยายความหมาย
จากความหมายทางกายภาพ ซึ่่ง� แสดงกิริ ิยิ าอาการที่่�ใช้้ฟันั ไปสู่่�ความหมายเชิงิ เปรีียบ
เกี่ย� วกัับการใช้้ฟัันผ่า่ นกระบวนการทางปริชิ าน ได้้แก่่กระบวนการอุปุ ลักั ษณ์์และ
กระบวนการนามนัยั โดยจํําแนกรููปแบบของกระบวนการขยายความหมายตามทฤษฎีี
คํําหลายความหมาย 4 ประเภท (Four categories theory of polysemy) ของ
Riemer (2005) ได้้ 4 รููปแบบ ได้้แก่่อุปุ ลัักษณ์์ที่่ค� วามหมายแก่น่ นามนัยั แบบเน้้น
ผลลััพธ์์นามนัยั โดยอาศััยปริิบท และนามนัยั แบบเน้้นส่่วนประกอบย่อ่ ย
ในปััจจุบุ ัันสื่อ่� ออนไลน์์ได้้เข้้ามามีีบทบาทในชีีวิติ ประจํําวััน โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่�ง
บนสมาร์์ทโฟนที่่น� ิยิ มกัันอย่่างแพร่่หลาย โดยวัยั รุ่่�นไทยสมัยั นี้น�้ ิิยมใช้้สื่อ�่ สัังคมออนไลน์์
เพื่่อ� การติดิ ต่อ่ สื่อ่� สารที่่�รวดเร็็ว และอาจมีีความยากลํําาบากในการพิิมพ์ต์ ัวั อัักษร
เพราะการสื่่�อสารผ่่านแป้้นพิิมพ์์บนสมาร์์ทโฟนมีีขนาดเล็็กมากอาจทํําให้้ในบางครั้ �ง
เกิดิ การพิิมพ์์คํําตกหล่น่ หรืือพิิมพ์์คํําศััพท์์ที่่ย� าว ๆ ทํําให้้เปลืืองเวลา ในขณะที่่�ต้้องการ
จะตอบกลัับไปอย่า่ งรวดเร็ว็ ส่งผลให้้กลุ่�มวัยั รุ่่�นตัดั คํําให้้สั้้น� ลงเพื่อ�่ ความสะดวกรวดเร็ว็
ในการสื่�่อสาร หรืืออาจมีีการใช้้คํําศััพท์แ์ ปลก ๆ ที่่ส� ร้้างความเข้้าใจเฉพาะกลุ่�ม
คนส่ว่ นใหญ่่ซึ่ง� อยู่�ในวัยั หนุ่�มสาว ดังั นั้้น� การสื่อ่� สารบนสื่�อ่ สังั คมออนไลน์์ได้้มีีการ
พัฒั นาลัักษณะในทางภาษา และเกิดิ ความหลากหลายของภาษาที่่แ� ตกต่่างไปจาก
รููปมาตรฐาน
13
คํําว่่า “บ้้ง” เป็็นคํําในภาษาอีีสาน มีีความหมายว่่า สิ่่�งมีีชีีวิติ ที่่ล� ัักษณะคล้้าย
หนอน แต่่มีีขนปกคลุุมรอบตัวั เช่่น บุ้้ง� , บ้้งขน, แมงบ้้ง, แมงบ้้งขน, หนอนบ้้ง เป็น็ ต้้น
แต่่คํําว่่า “บ้้ง” ที่่�ถููกใช้้บนสื่่�อสังั คมออนไลน์์เช่น่ ยููทููป (Youtube) หรืือ ทวิิตเตอร์์
(Twitter) ได้้มีีการใช้้คํําว่า่ “บ้้ง” ในความหมายว่า่ สิ่่�งที่่เ� กิดิ ขึ้น�้ โดยไม่ไ่ ด้้ดั่่ง� ใจ ล้้มเหลว
ผิดิ พลาด ไม่่ได้้เรื่อ�่ ง ไม่่ได้้มาตรฐาน มีีความหมายหลัักในเชิงิ ลบ ยกตัวั อย่่างเช่่น
- เอาจริิง วัันนี้�ห้ ลาย ๆ อย่า่ งใน #MissUniverseThailand2020 คืือบ้้งมากนะ
-สิ่�งเดีียวที่่�ฉันั รักั นอกจาก ซามิิน่า่ และ อแมนด้้าแล้้ว พี่่�ดา คืือบุญุ บาป
ฟ้า้ ประทานอยู่�เด้้ออออ รัักกกกกนอกนั้้�น #บ้้ง
จากตััวอย่่างข้้างต้้น คํําว่่า “บ้้ง” มีีความหมายว่่า ไม่ไ่ ด้้มาตรฐาน
จากการศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” ทํําให้้ทราบว่า่ ความหมายของคํําว่า่
“บ้้ง” ในภาษาไทยในภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ มีีความหมายถึึงสิ่�งมีีชีีวิิต และอีีก
ความหมายหนึ่่�ง คืือ ความไม่่ได้้ดั่่ง� ใจ ที่่�ถููกใช้้เป็็นคํําสแลงบนโลกออนไลน์์ผลการวิิจััย
ยังั สอดคล้้องกับั สมมุุติิฐานข้้อที่่�หนึ่่�ง “ความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” ในภาษาไทย มีีทั้้ง�
ความหมายทางกายภาพที่่ม� ีีความหมายว่า่ บุ้้�ง ในภาษาอีีสาน และความหมายใหม่่
ที่่�หมายถึึงความไม่่ได้้ดั่่�งใจ” พบว่่า ความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” ในภาษาอีีสาน แปลว่่า
สิ่ง� มีีชีีวิิตที่่�ลักั ษณะคล้้ายหนอน มีีขนปกคลุมุ ตัวั ส่ว่ นอีีกความหมายหนึ่่�ง คืือ ความ
ล้้มเหลว ความไม่่ได้้ดั่่�งใจ และผลการวิิจัยั ยังั สอดคล้้องกัับสมมุุติิฐานการวิิจััยข้้อที่่ส� อง
“ความสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” มีีการขยายความหมายจากความหมาย
จากคํําภาษาไทยใน ภาคอีีสานไปสู่่�อีีกความหมายหนึ่่�ง” พบว่า่ ความหมายของคํําว่่า
“บ้้ง” มีีการขยายความหมายจากความหมายเชิงิ กายภาพ และความหมายอีีก
ความหมายหนึ่่�ง
การศึึกษาความหมายของคํําว่า่ “บ้้ง” ในภาษาไทยของภาคตะวันั ออกเฉีียงเ
หนืือ ทํําให้้ทราบมโนทััศน์์ของคนไทย โดยเฉพาะในวััยรุ่่�นว่า่ คํําว่า่ “บ้้ง” ที่่�หมายถึึง
สิ่ง� มีีชีีวิติ ที่่ม� ีีลักั ษณะคล้้ายหนอน มีีขนปกคลุุมรอบตัวั มีีการใช้้คํําเดีียวกันั นี้�ใ้ นการสื่อ่�
ถึึงเหตุุการณ์ท์ ี่่�ไม่ไ่ ด้้ดั่่�งใจ, รู้้�สึึกไม่โ่ อเคอีีกด้้วย
14
เอกสารอ้้างอิงิ
จัักรินิ จุุลพรหม. (2564). คํําสแลงที่�่ใช้เ้ พื่่อ� บริิภาษในทวิติ เตอร์.์ วารสารวิิชาการ
คณะมนุษุ ยศาสตร์์และสังั คมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยราชภัฎั นตรสวรรค์,์ 8 (1),
58-71. สืืบค้้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hssnsru/
article/download/249104/171019/
โสมรวีีสมเพชร. (2563). การขยายความหมายของคํําว่่า “กัดั ” ในภาษาไทย :
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน. วารสารภาษาและวรรณคดีีไทย,
37 (2), 1-36. สืืบค้้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/
THlanglit/article/view/248119/168625
อีีสานร้้อยแปด. (2564). พจนานุกุ รมภาษาอีีสาน. สืืบค้้น 30 ต.ค. 64, จาก
https://esan108.com/dict/view/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0
%B8%87
15
“พี่�่สาว” กลายเป็็น “พระสงฆ์”์
ภาษา มุุมมอง และกระแสของสัังคม
นางสาวปาณิิสรา ฮัทั โทริิ 05610287
ส่่วนนำ�ำ
บทความนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่่า “พี่่�สาว” ใน
ภาษาไทยในปััจจุุบััน โดยมุ่�งอธิิบายความหมายในระดับั มโนทััศน์์ คํําถามบทความคืือ
เหตุุใดคํําว่่า “พี่่�สาว” ในปััจจุุบัันถึึงถููกใช้้ในบริิบทต่่างๆมากมายโดยสามารถวางได้้
หลายตํําแหน่่งในประโยค หรืือกลายเป็็นคํําที่่�ไม่่ต้้องระบุุเพศของคํําก็็ได้้แม้้ว่่าคํําว่่า
“พี่่�สาว” จะเป็็นคำำ�นาม และระบุุเพศเอาไว้้ในคํําแล้้ว อะไรคืือสาเหตุุหรืือปััจจััยของ
ปรากฏการณ์ด์ ัังกล่่าว
ผลการศึึกษาพบว่า่ สาเหตุุที่่ส� ํําคัญั ที่่ท� ํําให้้ผู้ใ�้ ช้้ภาษาไทยเลืือกใช้้คํําว่า่ “พี่่ส� าว”
ในบทสนทนามากขึ้้�น สาเหตุุสํําคััญก็็คืือยุุคสมััยที่่�เทคโนโลยีีมีีผลต่่อการใช้้
ชีีวิิตของมนุษุ ย์์มากขึ้�้น ทํําให้้การสื่่�อสารกัันเป็็นได้้ง่่าย และ ภาษาก็ม็ ีีการเปลี่่ย� นแปลง
ไปอย่า่ งรวดเร็ว็ รวมไปถึึงมุุมมองของคนไทยในด้้านการยอมรับั ความแตกต่่างในสังั คม
ในปััจจุุบัันเปลี่่�ยนแปลงไปมากจึึงสามารถพบเห็็นการนํําคํําพููดของเพศที่่�สามมาใช้้
สื่่�อสารเพื่่�ออรรถรสในการสื่่�อสารมากขึ้้�น ทํําให้้คํําว่่า “พี่่�สาว” ในปััจจุุบัันมีีการ
เปลี่่�ยนแปลงด้้านมโนทััศน์์ จากความหมายคํําว่่า “พี่่�” ตามพจนานุุกรมฉบัับ
ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554 ที่่ว� ่า่ ผู้ร�้ ่ว่ มบิดิ าหรืือมารดาเดีียวกันั และเกิดิ ก่อ่ น และคํําว่า่
สาว ที่่�หมายความว่่า หญิิงที่่�มีีอายุุพ้้นวััยเด็็ก เพื่่�อระบุุว่่าคํําว่่า พี่่�สาวนั้้�นเป็็น
เพศหญิงิ นั้้น� มีีมโนทัศั น์์ที่่ห� ลากหลายมากขึ้้�นในปัจั จุุบััน นอกจากนี้�้คํําว่่า “พี่่�สาว” นั้้น�
เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงเชิิงมโนทััศน์์อย่่างไรคนถึึงเอาไปใช้้เป็็นคํําว่่า “พระสงฆ์์” ได้้ด้้วย
16
1. ความหมายของคํําว่่า “พี่�”่
“พี่่”� ตามความหมายของพจนานุกุ รม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554 (๑)
น. ผู้ร�้ ่ว่ มบิิดาหรืือมารดาเดีียวกัันและเกิิดก่อ่ น, ผู้ท�้ ี่่ม� ีีศัักดิ์เ� สมอพี่่� (๒) น. คํํานํําหน้้าชื่่�อ
คนที่่�มีีอายุุคราวพี่่�หรืือมีีศัักดิ์�เสมอพี่่� เช่น่ พี่่�แดง
จะเห็น็ ว่า่ คํําว่่า “พี่่�” ตามพจนานุุกรม ฉบัับราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554 นั้้�น
ระบุุว่่าเป็น็ คํํานามที่่�หมายถึึงได้้ทั้้�งคนในครอบครัวั เดีียวที่่�เกิิดก่่อน หรืือ เป็น็ คํํานํําหน้้า
คนที่่�มีีอายุรุ ุ่่�นราวคราวเดีียวกัับพี่่ � นอกจากนี้�้ในพจนานุกุ รม ฉบัับราชบัณั ฑิิตยสถาน
พ.ศ.2554 ยัังไม่่ได้้ระบุคุ วามหมายของคํําว่า่ “พี่่ส� าว” ไว้้ อาจจะมีีสาเหตุมุ าจากคํําว่่า
พี่่�สาว นั้้น� เป็็นคํําที่่�มักั จะใช้้ในงานเขีียน อย่า่ งพวกนวนิิยายที่่�เน้้นการบรรยายให้้เห็็น
ภาพตัวั ละครว่่าเป็็นเพศหญิิง หรืือเพศชาย จึึงระบุุคํําว่่า “สาว” ไปด้้วยซึ่ง� ถ้้ายึึด
ความหมายของคํําว่่า “สาว” ตามพจนานุกุ รม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
ที่่�ว่่า หญิิงที่่ม� ีีอายุพุ ้้นวัยั เด็็ก นัับตามความนิยิ มตั้ง� แต่่ ๑๕-๓๐ ปีีขึ้�้นไป เช่่น
ย่่างเข้้าสู่่�วััยสาว โตเป็็นสาวแล้้วยังั ซุกุ ซนเหมืือนเด็็ก ๆ จะทํําให้้เข้้าใจว่่า คํําว่่า “พี่่ส� าว”
นั้้น� ระบุุเพศชัดั เจนว่า่ หมายถึึง เพศหญิิง
2. ที่�่มาของคํําว่่า “พี่�ส่ าว”
ทองย้้อย แสงสิินชัยั (2019) ได้้อธิิบายไว้้ว่่า “ภคิินีี แปลตามศัพั ท์์ว่า่ (1)
“ผู้�้อัันพี่่น� ้้องต้้องคบหา” (2) “ผู้ม�้ ีีอวััยวะเป็็นที่่�เสพ” (คืือมีีอวััยวะเพศหญิงิ ) หมายถึึง
พี่่ส� าวหรืือน้้องสาว (a sister)” และพจนานุุกรม ฉบัับราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554
ได้้ให้้ความหมายของคํําว่่า ภาคิินีี ไว้้ว่่า น. หญิิงผู้้ม� ีีส่่วนจะเห็น็ ว่่าจากรากศัพั ท์ภ์ าษา
บาลีีของคํําว่า่ “ภาคินิ ีี” นั้้�น ระบุเุ พศชััดเจนว่่าเป็็น เพศหญิงิ โดยหมายความว่่า
เป็น็ ผู้้ม� ีีอวััยวะเพศหญิงิ หรืือแปลว่า่ พี่่�สาว หรืือน้้องสาว นอกจากนี้พ้� จนานุุกรม ฉบับั
ราชบัณั ฑิิตยสถาน พ.ศ.2554 ยังั ได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่ “ภาคิินีี” ว่า่ หญิงิ ผู้�้มีีส่ว่ น
ซึ่�งทั้้ง� สองอย่่างที่่ก� ล่า่ วมาบ่ง่ บอกว่า่ คํําว่า่ “พี่่�สาว” นั้้�นระบุุเพศอยู่�ในคํําแล้้ว
17
3. ลัักษณะของสัังคมไทย
ดร.อาภาภััทร บุญุ รอด (2018) ได้้กล่่าวถึึงสัังคมและวิถิ ีีไทยที่่�ไปได้้ดีีกับั
เทคโนโลยีี 2018 ไว้้ว่่า “สํําหรับั คนไทย ความง่่ายเป็น็ สิ่่ง� ที่่�สํําคัญั เราไม่ช่ อบอะไรที่่�ใช้้
ยากเข้้าใจยาก วีีถีีแบบนี้เ�้ ป็น็ signature อย่า่ งหนึ่่�งของเราก็ว็ ่า่ ได้้ เรามีีคํําพููดที่่ว� ่่า
ง่า่ ยเหมืือนปอก กล้้วยเข้้าปาก เพราะฉะนั้้�นเทคโนโลยีีอะไรก็็แล้้วแต่่ที่่ม� าทํําให้้ชีีวิติ
ง่า่ ยขึ้�้นก็็จะดููเป็็น เทคโนโลยีีที่่�ออกแบบมาเพื่่�อคนไทยแบบเราๆ”และ“คนไทยรักั สนุกุ
มีีความสุขุ มีีมุุมมองชีีวิติ ในแง่บ่ วก”ซึ่ง� แสดงให้้เห็็นว่า่ ลัักษณะนิสิ ัยั ของคนไทยนั้้�นมีีผล
ต่อ่ ความ ต้้องการในการเข้้าถึึงเทคโนโลยีี ทํําให้้คนไทยในปััจจุุบันั นั้้�นใช้้เทคโนโลยีีใน
การสื่่�อสารเป็น็ จํํานวนมาก ยิ่่�งไปกว่่านั้้น� การสื่อ�่ สารใน ปัจั จุุบัันสามารถพิมิ พ์ข์ ้้อความ
หากันั ได้้ทัันทีี ทํําให้้มีีการย่อ่ คํําเพื่่�อให้้สะดวกและพิมิ พ์ง์ ่่ายขึ้�น้ นอกจากนี้้�จะเห็็นว่า่
คนไทยนั้้�นเป็็นคนรัักสนุุก การใช้้ภาษาจึึงสอดคล้้องกัับลัักษณะสังั คมของคนไทย คืือ
คนไทยมัักจะใช้้ภาษาไทยเพื่อ�่ เสริมิ ให้้บริบิ ทดููสนุุกสนานมากขึ้น้� หรืือเพื่�อ่ เพิ่่�มอรรถรส
ในการสนทนา
4. คํําว่่า “พี่ส�่ าว” ในปััจจุบุ ััน
จากการสํํารวจ คํําว่า่ “พี่่�สาว” เป็็นคํําที่่ม� าจากบุุคคลที่่�เป็็น LGBTQ
และเป็็นคนดังั ใน โลกออนไลน์์ที่่�มีีอายุุ 14 ปีีซึ่�งนับั ว่า่ อายุุน้้อยเมื่่อ� เทีียบกัับผู้ท้� ี่่เ� ข้้ามา
ชมไลฟ์ส์ ด หรืือ รายการสดในแอพพลิเิ คชั่น� FACEBOOK ซึ่่ง� บุคุ คลดังั กล่่าวได้้นํํามาใช้้
เรีียก ผู้ท�้ ี่่เ� ข้้ามา ชมไลฟ์ส์ ดว่า่ “พี่่�สาว” เนื่อ�่ งจากตนนั้้�นมีีอายุุน้้อยกว่่าผู้ท้� ี่่�ส่ง่ ข้้อความ
มาระหว่า่ ง ไลฟ์ส์ ด และเมื่�่อเกิิดการใช้้ที่่บ� ่่อยขึ้้�น จึึงเริ่�มเกิดิ การย่อ่ คํําเหลืือแค่่ตัวั ย่่อ
พส.(อ่า่ นว่า่ พอ-สอ) “พส.” อ่่านว่า่ พอ-สอ เป็็นคํําย่อ่ ที่่ม� าจากคํําว่่า
“พี่่�สาว”แต่เ่ นื่อ่� งจากเวลา นํําคํําว่า่ “พส.” ไปใช้้ จะใช้้แบบตััวย่อ่ และอ่่านว่่า พอ-สอ
ซึ่�งทํําให้้เมื่่�อแปลงกลัับไปเป็็นคํําเต็ม็ ก็เ็ กิดิ ความหลากหลายมากขึ้้น� เนื่่�องจากสังั คมใน
ปััจจุุบัันมีีเทคโนโลยีีที่่ส� ามารถทํําให้้รัับรู้�้ข่่าวสารได้้เร็็วขึ้้�น และมีีอิิสระทางความคิดิ มา
กขึ้�้นทํําให้้มีีความคิดิ ที่่�หลากหลายมากขึ้้�น ส่ง่ ผลให้้ตััวย่อ่ “พส.”กลายเป็น็ คํําเต็็มที่่�
หลากหลายมากขึ้น้� อย่า่ งเช่่น เพื่�อ่ นสาว พวกสูู พระสงฆ์์ เป็็นต้้น นอกจากนี้ ้� คํําว่่า
“พส.” สามารถใช้้ได้้อย่่างหลากหลายมากขึ้้�น ตััวอย่่างเช่่น
18
ความหมายเดิิม
(1) เราเป็น็ ผู้้�พููดถึึงพี่่�สาวตัวั เอง
พี่่�สาวของฉันั อายุุ 18 ปีี
(2 )มีีคนถามถึึงพี่่�สาวของเรา
พี่่�สาวทํํางานอะไรอยู่่�ล่่ะตอนนี้�้
จะเห็็นว่า่ ทั้้�งตัวั อย่า่ งที่่� (1) และ (2) นั้้น� ผู้พ�้ ููดต้้องการระบุวุ ่่าพี่่ท� ี่่ก� ล่า่ วถึึงเป็น็
เพศหญิงิ และมีีความหมายตรงตามพจนานุกุ รม ฉบัับราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554
ที่่�ว่า่ ผู้ร�้ ่่วมบิิดาหรืือมารดาเดีียวกันั และเกิดิ ก่อ่ น, ผู้�ท้ ี่่�มีีศักั ดิ์เ� สมอพี่่�
ความหมายในปัจั จุุบันั
(1) พส.วัันนี้ม�้ ีีอะไรให้้ช่่วยไหม
(2) ผลงานของพส.สุุดยอดมาก
(3) เก่่งมากพส.
(4) นมัสั การค่ะ่ พส.
จะเห็น็ ว่า่ คํําว่า่ “พส.” ในประโยคนี้อ�้ าจจะสื่อ�่ ถึึงคํําอื่น�่ นอกจากคํําว่า่ “พี่่ส� าว”
ได้้ เช่่นตััวอย่่างที่่� (1) และ (2) อาจจะหมายถึึงเพื่่�อนสาว พี่่�สาวคนสนิิท ใช้้กัับ
บุคุ คลที่่เ� ราไม่่รู้้�ว่่าอายุุมาก หรืือน้้อยกว่า่ เรา แต่่เพื่อ�่ การให้้เกีียรติอิ ีีกฝ่่าย หรืือใช้้ตอนที่่�
ต้้องการหยอกล้้อกัับคนรู้้�จัักที่่�สนิิทไม่่ว่่าจะเพศหญิิง เพศที่่�สาม หรืือแม้้แต่่ชายแท้้
ส่่วนในตััวอย่่างที่่� (3) นอกจากหมายถึึง เพื่อ่� นสาว พี่่�สาวคนสนิิท และอื่่น� ๆ เหมืือน
ตััวอย่่างที่่� (1) และ (2) แล้้ว ยัังสามารถเป็็นคํําสร้้อยท้้ายประโยคเพื่่�อเพิ่่�มอรรถรส
ในบทสนทนาได้้อีีกด้้วย และตัวั อย่า่ งที่่� (4) หมายถึึงพระสงฆ์์ เพราะมีีเลืือก ใช้้คํําที่่�ใช้้
กัับพระมาจึึงสมารถเข้้าใจได้้ว่่าคํําว่า่ พส. ในตััวอย่า่ งที่่� (4) หมายถึึงพระสงฆ์์
ได้้เมื่อ่� ใช้้ตััวย่่อ พส.
19
จากตััวอย่่างจะสรุุปได้้ว่่า ความหมายเดิิมของคํําว่่า พี่่�สาว นั้้�นหมายถึึง
พี่่�สาวที่่�เป็็นเพศหญิิง และเป็็นผู้้�ร่่วมบิิดาหรืือมารดาเดีียวกัันและเกิิดก่่อน
แต่ค่ วามหมายใหม่ใ่ นปัจั จุบุ ันั นั้้น� พี่่ส� าว สามารถหมายถึึง พี่่ส� าวคนสนิทิ เพื่อ�่ นสาวหรืือ
ใช้้กัับคนที่่�ไม่่รู้้�จััก หรืือไม่่ทราบอายุุ และเพศของอีีกฝ่่ายได้้ และสามารถใช้้เพื่่�อเพิ่่�ม
อรรถรสในบทสนทนา หรืือใช้้ในบริบิ ทที่่พ� ููดคุยุ หยอกล้้อกัันได้้แม้้ว่า่ อีีกฝ่า่ ยจะเป็น็ เพศ
ชาย นอกจากนี้้�ยังั สามารถใช้้เรีียกพระสงฆ์์ได้้เมื่่อ� ใช้้ตััวย่่อ พส.
5. อุปุ ลัักษณ์เ์ ชิงิ มโนทััศที่่เ� กิิดขึ้้�น
แนวคิิด และทฤษฎีีอุุปลัักษณ์์เชิิงมโนทััศ (Metaphors Theory) เกิิดจาก
George Lakoff และ Mark Johnson ผู้เ�้ ขีียนหนังั สืือเกี่ย� วกับั เรื่อ� งอุปุ ลักั ษณ์เ์ ชิงิ มโนทัศั น์์
ได้้กล่่าวไว้้ว่่า ทั้้�งหมดนี้้�จะไม่่ใช่่รููปภาษาแต่่คืือความคิิดที่่�สะท้้อนจากรููป ภาษา และ
อุุปลัักษณ์์สามารถพบได้้ในชีีวิิตประจํําวััน ไม่่ใช่่แค่่เพีียงในวรรณกรรม คํําว่่า “พี่่�สาว”
มั ั ก จ ะ ใ ช้้ เ พื่ ่ � อ ร ะ บุ ุ เ พศ ใ ห้้ เ ห็ ็ นชั ั ด เ จนว่ ่ า เ ป็ ็ น เ พศ ห ญิ ิ ง แ ล ะ ใ ห้้นั ั ย ว่ ่ า เ ป็ ็ น
ผู้้�ร่่วมบิิดาหรืือมารดาเดีียวกัันและเกิิดก่่อน โดยส่่วนมากมัักจะใช้้ในงานเขีียนมากกว่่า
ใช้้พููด เนื่่�องจากในงานเขีียนส่่วนใหญ่่นั้้�นมัักจะมีีเพีียงตััวหนัังสืือทํําให้้ไม่่สามารถรู้้�ได้้
ว่่าผู้้�เขีียนกํําลัังพููดถึึง พี่่� ที่่�เป็็นผู้้�หญิิง หรืือ ผู้้�ชาย จึึงต้้องเขีียนระบุุเพิ่่�มเข้้าไป
ซึ่�งในชีีวิิตจริิงที่่�เราก็็มีีการพููดคํําว่่า พี่่�สาว ในกรณีีที่่�เราบอกคนอื่่�นที่่�ไม่่รู้้�จัักกัับสมาชิิก
ในครอบครััวได้้ แต่่ถ้้าหากรู้�้อยู่�แล้้ว หรืือไม่่ได้้ต้้องการระบุอุ ย่า่ งเจาะจงก็ม็ ักั จะไม่ค่ ่อ่ ย
ใช้้คํําว่่า “พี่่�สาว” กััน และจากที่่�ได้้กล่่าวไปในที่่�มาของคํําว่่า “พี่่�สาว” ในปััจจุุบััน
ทํําให้้เห็็นว่่าคํําว่่า “พี่่�สาว” นั้้�นไม่่ได้้หมายความว่่า “พี่่�สาว” เหมืือนความหมายเดิิม
แต่่หมายถึึง เพื่่�อนสาว พี่่�สาวคนสนิิท คนที่่�ไม่่รู้้�จััก ไม่่ทราบอายุุ หรืือเพศ
ซึ่ง� ส่่วนใหญ่ม่ ัักจะให้้
ภาพว่่าเป็น็ คํําที่่ใ� ช้้กัับผู้้ห� ญิงิ ด้้วยกันั หรืือเพศที่่�สามเท่่านั้้�น แต่ค่ วามบางกรณีี
ก็็สามารถใช้้ในบริิบทที่่�พููดคุุยหยอกล้้อกัันได้้แม้้ว่่าอีีกฝ่่ายจะเป็็นเพศชาย นอกจากนี้้�
ยัังทํําให้้นึึกถึึง “พระสงฆ์์” ได้้อีีกด้้วยเมื่อ�่ ใช้้ตัวั ย่่อ “พส.”
20
จะเห็็นว่่าอุุปลัักษณ์์เชิิงมโนทััศน์์ที่่�เกิิดขึ้้�น คืือ คํําว่่า “พี่่�สาว” มีีความเป็็น
มโนทััศน์์ เป็็นความคิิดมากว่่าความหมายเดิิม สามารถใช้้ในการสื่่�อสารในชีีวิิต
ประจํำำ��วัันได้้มากขึ้้�นเมื่่�อเทีียบกัับความหมายเดิิมที่่�มัักจะใช้้เมื่่�อ ต้้องการให้้ผู้้�อื่่�นเห็็น
ภาพของตััวละครได้้อย่า่ งชััดเจนจากงานเขีียนที่่ไ� ม่ม่ ีีรููปภาพ หรืือเมื่อ�่ มีีความต้้องการที่่�
จะอธิิบายให้้ผู้้�อื่่�นเห็็นภาพว่่าเป็็นเพศไหน และยัังเป็็นภาษาพููดที่่�มีีการใช้้อย่่างแพร่่
หลายมากขึ้้�นในสัังคมปััจจุุบันั
6. จากคํําว่า่ “พี่่�สาว” กลายเป็น็ คํําว่า่ “พระสงฆ์”์
จากที่่�กล่่าวมาคํําว่่า “พี่่�สาว” ในปััจจุุบัันนั้้�นไม่่ได้้หมายถึึงผู้้�ร่่วมบิิดาหรืือ
มารดาเดีียวกัันและเกิิดก่่อน,ผู้ท้� ี่่�มีีศัักดิ์�เสมอพี่่� และต้้องใช้้กัับเพศหญิิงเสมอไป เพราะ
ลัักษณะทางสัังคม มุุมมองของคนในสัังคม และการเปลี่่�ยนแปลงของภาษาไปตาม
สัังคมทํําให้้เกิิดมโนทััศน์์ของคํํา และเมื่อ�่ คํําว่า่ “พี่่�สาว” ไม่ไ่ ด้้ใช้้เพื่่อ� ระบุใุ ห้้เห็น็ ภาพที่่�
ชััดเจนในงานเขีียนเพีียงอย่่างเดีียว แต่่ได้้ถููกใช้้เพื่่�อเรีียกแทนบุุคคลหรืือเป็็นคํําสร้้อย
แล้้ว ยัังมีีการย่่อคํําเพื่�อ่ ให้้สะดวกต่่อการพิมิ พ์์ข้้อความส่ง่ หากัันในโลกออนไลน์์อีีกด้้วย
ซึ่่�งสอดคล้้องกัับลัักษณะสัังคมที่่�ได้้กล่่าวไปข้้างต้้นด้้วย และเมื่่�อคํําว่่า “พี่่�สาว”
กลาย เป็็นตัวั ย่อ่ จึึงเกิิดการอ่่านแบบตััวย่อ่ ขึ้น�้ และอ่่านว่่า พอ-สอ
ตัวั ย่่อ “พส.”เป็น็ ที่่�นิิยม มากทั้้ง� ในโลกออนไลน์์ และการนํําไปใช้้ในชีีวิติ จริิง
และเนื่่�องจากเป็็นคํําที่่�ใหม่่ เกิิดขึ้้�นใหม่่จึึงไม่่ได้้มีีใครบััญญััติิความหมายใหม่่ที่่�แน่่นอน
เอาไว้้ จึึงทํําให้้หลายคนเปลี่่�ยนคํําเต็ม็ จากคํําว่่า “พี่่�สาว” เป็น็ คํําอื่�น่ อีีกมากมาย เช่่น
เพื่่อ� นสาว พวกสูู เป็็นต้้น
จนกระทั่่ง� เมื่่อ� ไม่่นานมานี้พ้� ระมหาไพรวััลย์์ วรวณฺโฺ ณ ได้้ไลฟ์ส์ ด และใช้้คํําว่า่
“พส.” จนทํําให้้กลายเป็น็ กระแสในโลกออนไลน์์ เนื่อ�่ งจากมีีแฟนคลับั ที่่เ� ข้้าไปฟังั ธรรม
พิิมพ์์ข้้อความไว้้ในไลฟ์์สดของพระมหาไพรวััลย์์วรวณฺฺโณว่่า “พส.=พระสงฆ์์” และ
พระมหาไพรวััลย์์ที่่�ได้้อ่่านข้้อความก็็มีีท่่าทางตลกไปกัับข้้อความจน คลิิปไลฟ์์สด
ดัังกล่่าวถููกเผยแพร่่ในโลกออนไลน์์หลายต่่อหลายครั้ �ง จนกระทั่่�งในปััจจุุบัันเมื่่�อพููด
ถึึงคํําว่า่ “พส.”ก็็ทํําให้้สามารถนึึกถึึง พระสงฆ์์ ได้้อีีกด้้วย
21
ภาพที่่� 1 พระมหาไพรวััลย์์ วรวณฺฺโณ และ พระมหาสมปอง ตาลปุุตฺฺโต
ขณะไลฟ์ส์ ดเทศน์ธ์ รรมะผ่่านเพจFACEBOOK
หมายเหตุุ. จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2186320
7. สรุปุ ผลการศึึกษา
การศึึกษาความหมายของคำำ�ว่่า “พี่่�สาว” และ “พระสงฆ์์” เป็็นการศึึกษา
คำำ�ในระดัับมโนทััศน์์ ถ้้ามุุมมองของสัังคมเปลี่่�ยนความหมายของภาษาก็็จะเพิ่่�ม หรืือ
เปลี่่ย� นไปด้้วย ผลการศึกึ ษานี้ไ�้ ม่ไ่ ด้้จำ�ำ กัดั แค่เ่ พีียงคำ�ำ ว่า่ “พี่่ส� าว” กับั “พระสงฆ์”์ เท่า่ นั้้น�
แต่่สามารถนำำ�ไปเป็็นแนวทางเพื่่�อศึึกษาเกี่่�ยวกัับความหมายของคำำ�ที่่�เปลี่่�ยนไป
ตามสังั คมได้้
ลัักษณะสัังคมไทยกัับภาษานั้้�นเป็็นสิ่่�งที่่�สััมพัันธ์์กัันโดยเฉพาะในปััจจุุบัันที่่�
ลัักษณะทางสัังคม มุุมมองของสัังคม สภาพสัังคม และวััฒนธรรมไทยดั้้�งเดิิมนั้้�น
หลอมรวมกััน และส่่งผลต่่อภาษาที่่�ใช้้ในปััจจุุบััน นอกจากนี้้�ยัังมีีการนำำ�ภาษามาใช้้
อย่า่ งหลากหลายมากขึ้น�้ ทำ�ำ ให้้การใช้้ภาษาในปัจั จุบุ ันั เป็น็ เรื่อ� งที่่ส� นุกุ และน่า่ สนใจ และมีี
การเปิิดใจที่่�จะเรีียนรู้้�ลัักษณะของสัังคมไทยที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปตามกาลเวลาไป
พร้้อม กับั ภาษานั้้น� เป็็นสิ่่�งปฏิเิ สธไม่่ได้้เลย ผู้�้เขีียนหวังั เป็็นอย่า่ งยิ่�งว่่าวิิจัยั นี้้�จะสามารถ
อธิิบายการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคำำ�ในเชิิงอุุปลัักษณ์์มโนทััศของคำำ�ว่่า พี่่�สาว
ในภาษาไทยปััจจุุบัันได้้ รวมไปถึึงบทความนี้้�อาจจะเป็็นแนวทางให้้กัับผู้้�ที่่�สนใจศึึกษา
คำำ�ใหม่่ๆในปััจจุุบัันได้้มากขึ้�้น
22
เอกสารอ้้างอิงิ
ดร.อาภาภััทร บุุญรอด. (2018). สังั คมและวิถิ ีีไทยที่่�ไปได้้ดีี กับั เทคโนโลยีี 2018.
เข้้าถึึงเมื่่อ� 30 ตุลุ าคม 2564, เว็็บไซด์์: https://www.bangkokbiznews.
com/blogs/columnist/120724
ทองย้้อยแสงสินิ ชัยั . (2019). ภาดา–ภคิินีีคํําบาลีีว่า่ ด้้วยพี่่�ๆน้อ้ งๆ. เข้้าถึึงเมื่่�อ
29 ตุุลาคม 2564, เว็บ็ ไซด์:์ http://dhamma.serichon.us/2019/05/12/
ภาดา-ภคินิ ีีคํําบาลีีว่่าด้้ว/
เปิดิ ความหมาย “พส.” ศัพั ท์ฮ์ ิติ วัยั รุ่่�น แปลว่า่ อะไร?. (2021). เว็บ็ ไซด์:์
https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2186320
สํํานักั งานราชบััณฑิิตยสถาน. (2554). พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิิตยสถาน พ.ศ.
2554. เข้้าถึึงเมื่่�อ 29 ตุุลาคม 2564, เว็็บไซด์:์ https://dictionary.orst.
go.th/index.php
23
“เพื่่�อน” “เพื่่อ� นรักั ” รัักจริงิ หรือื ชิงิ ชััง
นางสาววีีรปริิยา คลัังสิินศิิริกิ ุุล 620510248
ส่ว่ นนำำ�
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายที่่�กว้้างออกของคํําว่่า
“เพื่่�อน” กับั “เพื่อ่� นรักั ” ในภาษาไทย คํําถามวิิจััยคืือเหตุุใดจึึงใช้้คํําว่่า “เพื่�อ่ น”
กัับสิ่่�งที่่ไ� ม่่มีีชีีวิิต หรืือสิ่ง� มีีชีีวิติ ที่่�ไม่่ใช่่ชนิิดเดีียวกันั ได้้ ทั้้�งที่่�คํําว่า่ “เพื่่�อนรักั ” เหมาะแก่่
การใช้้แค่ก่ ัับสิ่่�งมีีชีีวิิตชนิดิ เดีียวกันั เท่า่ นั้้น�
“เพื่�อ่ น” กัับ “เพื่อ่� นรััก” ตามความเข้้าใจของผู้เ�้ ขีียน คํําว่่า “เพื่อ่� น”
เป็็นบุคุ คลที่่พ� บเจอได้้ในทุุกช่ว่ ง ชีีวิิตหรืือตามจังั หวะเวลาของชีีวิิต ใครก็็สามารถเป็น็
เพื่�่อนได้้ทั้้ง� คนรอบข้้างหรืือแม้้คนที่่ไ� ม่่รู้�จ้ ััก ทั้้�งคนที่่�ได้้สนทนาหรืือแม้้ไม่เ่ คยสนทนาเลย
คนที่่�อยู่่�บริิเวณเดีียวกัันหรืือแม้้ไม่เ่ คยพบเจอกัันมาก่อ่ น แต่ค่ ํําว่า่ “เพื่�่อนรักั ” หรืือ
เพื่อ�่ นสนิทิ มัักเป็็นบุคุ คลที่่ร� ู้้�จัักกัันมาก่่อน เคยพบเจอกัันมาก่อ่ น เคยสนทนากันั มาก่่อน
ใช้้ได้้แค่ก่ ัับคนที่่�ไว้้ใจ สบายใจ รู้�้ใจ และสนิิทใกล้้ชิิดกันั
24
คํําว่า่ “เพื่�่อน” ถ้้าว่า่ ตามพจนานุุกรม ฉบัับราชบัณั ฑิติ ยสถาน (2554) ถืือว่่า
เป็น็ คํํานามที่่ม� ีีหลายความหมาย ไม่ว่ ่่าจะเป็็น ความหมายผู้ช้� อบพอรัักใคร่ก่ ันั , ผู้�ส้ นิทิ
สนมคุ้้�นเคยกััน เช่่น เขามีีเพื่่�อนมาก, ผู้้�ร่่วมสถาบัันหรืือร่่วมอาชีีพเป็็นต้้น เช่่น
เพื่่�อนร่่วมโรงเรีียน เพื่่�อนร่่วมรุ่่�น เพื่่�อนข้้าราชการ เพื่่�อนกรรมกร, ผู้้�ร่่วมธุุระ เช่่น
อยู่�เป็็นเพื่�อ่ นกัันก่่อน ไปเป็็นเพื่�่อนกัันหน่อ่ ย, ผู้้อ� ยู่�ในสภาพเดีียวกััน เช่น่ เพื่อ่� นมนุษุ ย์์
เพื่่�อนร่่วมโลก เป็็นต้้น ส่่วนคํําว่่า “เพื่่�อนรััก” ไม่่ปรากฏในพจนานุุกรม แต่่ก็็มััก
ใช้้เรีียกแทนผู้้�ที่่�สนิิทใจ ไว้้ใจ รู้้ใ� จกันั มากกว่่าผู้อ�้ ื่่�น
ผู้เ้� ขีียนเล็็งเห็น็ คํําว่่า “เพื่�อ่ น” นั้้น� สามารถจํําแนกออกได้้ตามบริบิ ท แต่ย่ ัังคง
ความหมายของการเป็็นสิ่่�งมีีชีีวิิตหรืือมนุุษย์์ที่่�อยู่ �โดยรอบหรืือรายล้้อมกััน รู้้�จัักกััน
และเป็็นสิ่่�งมีีชีีวิิต แต่่ปััจจุุบัันผู้้�เขีียนนํําคํําว่่า “เพื่่�อน” กัับ “เพื่่�อนรััก” มาใช้้
หลากหลายบริิบทกว่่าเดิิม ทํําให้้มีีการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมาย โดยมีี ความหมาย
ที่่�กว้้างออก อย่่างคํําว่่า “เพื่่�อน” อาจไม่่ได้้หมายความถึึงสิ่ �งมีีชีีวิิตหรืือมนุุษย์์เพีียง
อย่่างเดีียว แต่่หมายถึึงสััตว์์หรืือสิ่ �งของที่่�เป็็นที่่�รัักหรืือที่่�ชื่่�นชอบมากจนเรีียกว่่าเพื่่�อน
ได้้และคํําว่่า “เพื่่�อนรััก” อาจไม่่ได้้หมายความถึึงเพื่่�อนที่่�จริิงใจต่่อกัันหรืือไว้้ใจได้้ แต่่
อาจหมายถึึงเพื่่�อนที่่�ไม่่ชอบหน้้าหรืือไม่่ถููกกัันเสีียมากกว่่า แม้้เพื่่�อนที่่�คิิดไม่่ซื่่�อต่่อกััน
ก็อ็ าจเหมารวมว่่าเป็น็ “เพื่อ่� นรััก” ได้้
จากการศึกึ ษาพบว่า่ สาเหตุสุ ํําคััญที่่ท� ํําให้้ผู้�้ใช้้ภาษาเลืือกใช้้คํําว่่า “เพื่อ�่ น” กัับ
สิ่ �งที่่�มีีชีีวิิตและไม่่มีีชีีวิิตคืือผู้้�ใช้้ภาษามีีมุุมมองทางภาษาในการเปรีียบเพื่่�อนเป็็นสิ่่�งรอบ
ตััวที่่�อยู่�ในหน่่วยเดีียวกัันหรืือสนใจในสิ่่�งนั้้�นกว่่าสิ่ �งอื่่�น และเลืือกใช้้คํําว่่า “เพื่่�อนรััก”
สํําหรัับสิ่่�งที่่�มีีปฏิิกิิริิยาต่่อผู้้�ใช้้ภาษาสามารถสื่่�อสารและเข้้าใจในภาษาของผู้้�ใช้้ สาเหตุุ
สํําคััญก็็คืือมุุมมองทางภาษาของผู้้�ใช้้ที่่�มีีหลากหลายบริิบทการเลืือกใช้้ที่่�แตกต่่างกััน
ออกไปตามความรู้้� ความเข้้าใจของผู้�้ใช้้ภาษา ดัังนี้้�
1. “เพื่่�อน” มาในรูปู แบบ “สิ่�งที่ร�่ ักั ”
คํําว่า่ “เพื่อ�่ น”นอกจากความหมายที่่ก� ล่า่ วข้้างต้้นในคํํานิยิ ามตามพจนานุกุ รม
แล้้ว ผู้�เ้ ขีียนสัังเกตเห็น็ ว่า่ มีีการใช้้คํําว่า่ “เพื่อ�่ น” กัับสิ่่�งของและสััตว์์เลี้้�ยงอันั เป็็นที่่ร� ักั
ดังั นี้้�
25
1.1. “เพื่่�อน” ในรููปแบบ “สิ่ง� ของ” เหมืือนมีี “สิ่�งของ” เป็น็ “เพื่่อ� น”
กล่่าวคืือผู้้�ใช้้ภาษาในปััจจุุบัันมีีการเปรีียบเทีียบสิ่่�งที่่�สนใจมากกว่่าสิ่ �งอื่่�นหรืือหลงใหล
ในสิ่่�งนั้้�นเป็็นเหมืือนมนุุษย์์หรืือเพื่่�อนที่่�คอยอยู่�ให้้ได้้พบ ได้้รู้้�จัักอยู่�เสมอ ดัังตััวอย่่าง
ต่่อไปนี้้�
1.1.1. “เขามีีเพื่่อ� นเป็็นมิินิคิ ููเปอร์”์ กล่า่ วคืือเขาคลั่�งไคล้้รถยนต์ย์ี่ห� ้้อ
มิินิิคููเปอร์์มากเสีียจนให้้คํํานิยิ ามรถยนต์ข์ องเขาว่่า “เพื่่�อน” โดยคอยห่ว่ ง และคอยไป
ไหนมาไหนกัับ “มินิ ิิ คููเปอร์”์ จนเหมืือน “เพื่�่อน” ร่่วมทาง
1.1.2. “ดููซิิ แม่่หนููคนนั้้�นกอดเพื่่�อนตััวน้้อยเขาไม่่ห่่างเลย”กล่่าวคืือ
เด็็กน้้อยที่่�มีีตุ๊๊�กตาคอยอยู่ �เคีียงข้้างตลอดเวลา จนผู้้�ใหญ่่หรืือตััวเด็็กเองสามารถเปรีียบ
ตุ๊�กตาที่่�เป็็นสิ่่�งของนั้้�น ให้้กลายเป็็น “เพื่่�อน” ซึ่่�งเหมืือนผู้้�ที่่�คอยอยู่�ข้างกายคอยทํําให้้
เด็็กน้้อยอุ่่�นใจได้้
1.1.3. “เธอบอกลาเพื่�่อนของเธอก่อ่ นไปทํํางานทุุกวันั นั่่น� แหละ”
กล่า่ วคืือเธอเปรีียบเทีียบบ้้านของเธอเองเป็็น “เพื่อ�่ น” โดยมองว่า่ บ้้านเป็น็ สิ่่�งที่่�ต้้อง
คอยดููแล คอยห่ว่ งใย และเป็็นสิ่่�งที่่�ต้้องพบเจออยู่่�ทุุกวันั จนเหมืือนเป็น็ สิ่่�งที่่อ� ยู่�ใน
หน่่วยเดีียวกัันกัับผู้้�ใช้้ภาษา
1.2. “เพื่่อ� น” ในรูปู แบบ “สััตว์”์ เหมือื นมีี “สัตั ว์์” เป็น็ “เพื่่อ� น” กล่า่ วคืือ
การที่่�ผู้้�ใช้้ภาษาทํําการเปรีียบเทีียบสิ่่�งมีีชีีวิิตชนิิดอื่่�นที่่�นอกเหนืือมนุุษย์์ด้้วยกัันเป็็น
“เพื่่�อน” เปรีียบสััตว์์หรืือสััตว์์เลี้้�ยงเป็็นผู้้�ที่่�อยู่�ด้วยแล้้วสบายใจ มีีความรู้้�สึึกอยากดููแล
อยากใช้้ชีีวิิตอยู่ �เคีียงข้้างไปกัับสััตว์์เปรีียบเหมืือนมนุุษย์์คนหนึ่่�ง ดัังตััวอย่่างต่่อไปนี้้�
1.2.1. “ทั้้�งชีีวิิตของเขามีีแค่่แมวสองตััวนั้้�นที่่�เป็็นเพื่่�อน” กล่่าวคืือ
ไม่่ใช่่แค่่มนุุษย์์ที่่�สามารถตอบโต้้หรืือแสดงปฏิิกิิริิยากัับผู้้�ใช้้ภาษาได้้เท่่านั้้�น แต่่สััตว์์
หรืือ สัตั ว์เ์ ลี้ย�้ งก็ส็ ามารถตอบโต้้ด้้วยการแสดงปฏิกิ ิริ ิยิ าต่า่ ง ๆ เพื่อ�่ ตอบสนองกับั ผู้ใ�้ ช้้ภาษา
แต่ย่ ัังถืือว่า่ ไม่่ใช่่การสื่�่อสารกันั อย่่างเข้้าใจด้้วยภาษาเดีียวกันั ผู้ใ�้ ช้้ภาษาจึึงเปรีียบเทีียบ
“สััตว์์” เป็็นเหมืือนผู้้�ที่่�คอยรัับฟัังปััญหาต่่าง ๆ ที่่�พบเจอในแต่่ละวััน และคอยอยู่�
เคีียง ข้้างเหมืือน “เพื่�่อน”
26
2.. “เพื่่�อนรััก” ผู้�เป็น็ แทบทุุกสิ่ง� ของ “ชีีวิิต” จริงิ หรืือ?
“เพื่่�อนรััก” ที่่�ผู้้�ใช้้ภาษาในปััจจุุบัันอย่่างผู้้�เขีียนเลืือกใช้้โดยให้้ความหมายว่่า
เป็็นบุุคคลที่่�สามารถไว้้ใจเชื่่�อใจได้้สามารถเป็็นที่่�พึ่่�งหรืือเป็็นความสบายใจได้้มากกว่่า
ผู้้�อื่่�น และมีีการตอบโต้้หรืือสื่่อ� สารกัันอย่่างเข้้าใจ จึึงจํําเป็็นที่่จ� ะต้้องเป็น็ สิ่่�งมีีชีีวิติ ชนิิด
เดีียวกััน เพื่่�อที่่�จะเป็็นผู้้�ที่่�พิิเศษมากกว่่าผู้้�คนทั่่�วไป ในที่่�นี้้�หมายถึึงการให้้ความสํําคััญ
ระหว่่างตััวบุุคคล โดย “เพื่่�อนรััก” จํําต้้องมีีความสํําคััญมากกว่่าผู้้�อื่่�น จะเลืือกใช้้ใน
ปริิบทที่่�บุคุ คลนั้้น� ได้้รับั การไว้้ใจและสามารถเชื่อ�่ ถืือได้้แต่่คํําว่า่ “เพื่อ่� นรักั ” ก็็ไม่ไ่ ด้้มีีแค่่
ความหมายในเชิิงบวกเพีียงอย่่างเดีียว แต่่ยัังมีีความหมายที่่�กว้้างออกในเชิิงลบและ
เชิิงความรักั เข้้ามาเกี่�ยวข้้อง ดังั นี้�้
2.1. “เพื่่�อนรััก” รึึ “เพื่่�อนร้้าย” กล่่าวคืือปััจจุุบัันผู้้�เขีียนได้้สัังเกตเห็น็ จาก
ภาษาที่่�ใช้้ในชีีวิิตประจํําวัันว่่า การเรีียก “เพื่่�อนรััก” ไม่่ได้้หมายความในเชิิงบวก
อย่า่ งเคย แต่ก่ ลับั หมายถึึง “ผู้ท�้ี่่ผ� ู้ใ�้ ช้้ภาษามองว่า่ เป็น็ บุคุ คลที่่ไ� ม่ถ่ ููกชะตา ไม่ช่ อบพอที่่จ� ะ
สนทนาด้้วย” และผู้้�นั้้�นจะถููกกล่่าวถึึงในสรรพนามบุุรุุษที่่� 3 มากกว่่าการกล่่าวถึึงกััน
ในวงสนทนาแบบสรรพนามบุุรุษุ ที่่� 1 และ 2 ดัังตัวั อย่่างต่อ่ ไปนี้้�
2.1.1. “นั่่�นไง ๆ เพื่่�อนรัักเธอเดิินควงผู้้�ชายคนใหม่่มานู่่�นแล้้ว”
กล่า่ วคืือผู้้ใ� ช้้ภาษาได้้ทํําการเปรีียบเทีียบคํําว่า่ “เพื่่อ� นรััก” กับั “บุุคคลที่่ไ� ม่่ชอบหน้้า”
โดยบริิบทการกล่่าวถึึงด้้วยการติิฉิินนิินทาหรืือว่่าร้้ายผู้้�นั้้�นให้้คู่่�สนทนาฟััง เพื่่�อนรัักใน
ที่่�นี้จ�้ ึึงกลายเป็็นความหมายเชิงิ ลบตามบริิบทของผู้�้ใช้้ภาษา
2.2. “เพื่่�อนรััก” หรืือ “รัักเพื่่�อน” กล่่าวคืือเป็็นภาษาที่่�ใช้้ในปััจจุุบัันซึ่่�ง
สามารถรัับรู้้�และเข้้าใจความหมายได้้จากบริิบทผู้้�ใช้้ภาษา โดยเปรีียบเทีียบบุุคคลที่่�
สนิทิ สนมและมีีความสััมพันั ธ์ก์ ัันในเรื่�่องของความรัักแต่่ไม่่ต้้องการที่่�จะเปิิดเผยให้้ผู้้�อื่น่�
ได้้ทราบถึึงความเป็็นไปของความสััมพัันธ์์ เมื่่�อมีีบุุคคลอื่่�นถามถึึงความสััมพัันธ์์ ผู้้�ใช้้
ภาษาจึึงเลืือกตอบด้้วยคํําว่่า “เพื่่�อนรััก” แทนการตอบว่่า “แฟน” หรืือ “คู่่�รััก”
ดังั ตััวอย่า่ ง
27
2.2.1. “อ๋๋อ เราเป็็นแค่่เพื่่�อนรักั กันั ค่ะ่ คุุณแม่”่ กล่า่ วคืือบริิบทนี้้ผ� ู้�้ใช้้
ภาษาเลืือกใช้้คํําว่า่ “เพื่่�อนรักั ” ในการปกปิดิ ความสััมพันั ธ์ห์ รืือสถานะที่่แ� ท้้จริิง และ
เป็็นการหมายถึึงความสัมั พันั ธ์์ที่่ล� ึึกซึ้�้งมากกว่า่ เพื่่�อนทั่่ว� ไป แต่ไ่ ม่ต่ ้้องการให้้รับั รู้�ว้ ่า่ เป็น็
ความสััมพัันธ์์ในรููปแบบคนรััก เป็็นต้้น
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
การเลืือกใช้้ภาษาตามบริิบทที่่ก� ล่่าวข้้างต้้น ผู้�เ้ ขีียนได้้วิิเคราะห์์การเปลี่่�ยน
แปลงความหมายของคํําจากปััจจััยที่่�ทํําให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายใน
ข้้อที่่� 2 ของคุุณณััฐวรรณ ชั่่ง� ใจ (2555, 145-147) ซึ่่ง� ได้้กล่่าวถึึงความเปรีียบ
(Metaphor)การที่่�มนุษุ ย์์มองเห็็นความคล้้ายคลึึงของสิ่ง� ใดสิ่�งหนึ่่ง� จึึงนํําไปเปรีียบ
เทีียบกัันในทางใดทางหนึ่่ง� อาทิิ รููปร่า่ ง คุณุ สมบัตั ิิ ฯลฯ ส่ง่ ผลให้้ความหมายของคํํา
กว้้างออกไปมากขึ้�น้
การวิิเคราะห์์การเปลี่่�ยนแปลงด้้านความหมายสามารถพิิจารณา
ได้้จากบริิบทของคํํา กล่่าวคืือคํําอาจจะปรากฏในบริิบทที่่ต� ่า่ งไปจากเดิมิ ถ้้าคํําหนึ่่�ง
เคยปรากฏในบริิบททั่่ว� ๆ ไปที่่�มีีใช้้อย่่างกว้้างขวางหรืือหลายความหมาย แต่่ต่่อมาคํํา
ดังั กล่่าวปรากฏในบริิบทที่่�แคบกว่่าเดิิมหรืือมีีใช้้น้้อยลง ซึ่่ง� คํํานั้้น� จะมีีความหมาย
แคบเข้้า หรืือคํําหนึ่่�งเคยปรากฏในบริิบทเฉพาะคํํานั้้น� มีีความหมายแคบ แต่ต่ ่่อมาคํํา
นั้้�นปรากฏในบริิบทกว้้างกว่า่ เดิิม มีีใช้้เพิ่่�มมากขึ้น�้ คํํานั้้�นจะมีีความหมายกว้้างออก
(ดุษุ ฎีีพร ชํํานิิโรคศานต์,์ 2526, 44)
ทั้้�งนี้้ต� ััวอย่า่ งที่่�ผู้เ้� ขีียนได้้ยกไว้้ดัังข้้อ (1) และ (2) สามารถสรุปุ ได้้ว่า่ เข้้าข่า่ ย
การเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายลักั ษณะที่่� 2 ของคุณุ ณััฐวรรณ ชั่่�งใจ (2555, 148-
153) กล่า่ วคืือความหมายกว้้างออก หมายถึึงสิ่�งที่่�คํํานั้้�นมีีความหมายถึึงหรืืออ้้างถึึง
โดยมีีจํํานวน ประเภท ปริิมาณหรืือขอบเขตที่่เ� พิ่่�มมากขึ้น�้ กว่่าเดิิม ดังั นั้้น� หััวข้้อวิจิ ััย
“เพื่อ�่ น” “เพื่อ�่ นรััก” รักั จริิงหรืือชิงิ ชังั จึึงมีีการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมาย และถืือ
เป็็นคํําที่่�มีีความหมายกว้้างออกในลัักษณะคํําซึ่่�งสมััยหนึ่่�งเคยมีีความหมายเฉพาะ
เจาะจงต่อ่ มาเปลี่่�ยนไปมีีความหมายกว้้าง และคํําซึ่�งสมัยั หนึ่่ง� เคยมีีความหมายเดีียว
ปัจั จุบุ ัันมีีหลายความหมาย
28
เอกสารอ้้างอิงิ
ณัฐั วรรณ ชั่่ง� ใจ. (2555). วิวิ ัฒั นาการของภาษาไทย. กรุงุ เทพฯ: สํํานัักพิิมพ์์
มหาวิิทยาลััยรามคํําแหง.
ดุุษฎีีพร ชํํานิโิ รคศานต์.์ (2526). ภาษาศาสตร์์เชิิงประวัตั ิิและภาษาไทยเปรีียบเทีียบ.
กรุุงเทพฯ: พิิมพ์ล์ ัักษณ์์.
มัลั ลิิกา มาภา. (2559). เอกสารประกอบการสอน วิวิ ัฒั นาการภาษาไทย. สืืบค้้น
15 ตุุลาคม 2564, จาก http://portal5.udru.ac.th/ebook/pdf/up
load/18Ar7445O0dW0O94g007.pdf
ราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
กรุงุ เทพฯ: นานมีีบุ๊๊ค� ส์.์ พัับลิเิ คชั่�นส์์
29
เมื่่อ� คำ�ำ ว่่า “เยี่ย�่ ว” กลายเป็น็ คำ�ำ ชม
นางสาวนริสิ รา มาเจริิญ 05610229
ส่่วนนำำ�
คำ�ำ ว่่า “เยี่�ยว” ในพจนานุุกรม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
ได้้ให้้ความหมายไว้้ว่่า เป็็นคำำ�นาม หมายถึึงของเหลวที่่�เสีียซึ่ง� ไตขับั ถ่่ายออกจากโลหิิต
น้ำ�ำ�ปัสั สาวะ และเป็็นคำำ�กริิยา หมายถึึง ถ่่ายปัสั สาวะ แต่ใ่ นปััจจุบุ ััน คำ�ำ ว่่า “เยี่ย� ว” ถููก
ใช้้ในความหมายอื่น�่ นอกเหนืือจากที่่พ� จนานุุกรม ฉบับั ราชบัณั ฑิิตยสถานได้้ให้้ความ
หมายไว้้ โดยตามพจนาพจนานุุกรม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน คำำ�ว่่า “เยี่�ยว” เป็็นคำ�ำ ที่่�
ค่อ่ นข้้างไม่ส่ ุภุ าพ แต่ใ่ นปััจจุุบััน ได้้เพิ่่ม� ความหมายของคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” เป็็นความหมาย
ในทางที่่�ดีี และใช้้เป็็นคำำ�ชม หมายถึึง “เยี่�ยมมาก ดีีเลิศิ ดีีที่่ส� ุดุ ”
จากการสืืบค้้นข้้อมููลเกี่ย� วกัับการปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่่า “เยี่�ยว”
พบว่า่ ยังั ไม่ม่ ีีใครทำ�ำ การศึกึ ษาในการปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “เยี่�ยว” ดังั นั้้น� ผู้�้
เขีียนจึึงสนใจที่่จ� ะศึกึ ษาการปรัับขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เยี่�ยว”
ผู้�เ้ ขีียนตั้้�งคำำ�ถามในงานวิิจััยนี้�้ว่่า ทำำ�ไมคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” ถึึงกลายเป็น็ คำ�ำ ชมได้้
เพราะจากความหมายต้้นของคำำ�ว่่า “เยี่�ยว” นอกจากจะไม่ไ่ ด้้มีีความหมายเกี่ย� วข้้อง
กัับการชื่่�นชมแล้้ว ยังั เป็็นคำ�ำ ที่่�ไม่ส่ ุภุ าพ จึึงไม่่เหมาะกับั การใช้้ชมคนอื่�น่ และคำำ�ว่่า
“เยี่ย� ว” เมื่่�อเพิ่่ม� ความหมายของการชื่่น� ชมไปแล้้ว ระดับั ภาษาของคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” จะ
เปลี่่�ยนไปไหม โดยมีีวัตั ถุปุ ระสงค์์การวิจิ ััยคืือ เพื่อ�่ ศึึกษาการปรับั ขยายความหมายของ
คำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” ว่า่ ความหมายใหม่ท่ ี่่�เพิ่่ม� เข้้ามานั้้�น มีีส่ว่ นเกี่�ยวข้้องกัับความหมายต้้น
ของคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” อย่่างไร และเพื่อ่� ให้้ทราบว่่า เมื่อ�่ คำ�ำ ว่า่ “เยี่�ยว” เพิ่่ม� ความหมายของ
การชื่่�นชมแล้้ว ระดัับภาษาของคำำ�ว่่า “เยี่�ยว” จะมีีการเปลี่่ย� นแปลงไหม
ผู้�้เขีียนตั้้ง� สมมติฐิ านว่่า ความหมายที่่เ� พิ่่ม� มาของคำ�ำ ว่า่ “เยี่ย� ว” ในปัจั จุุบันั คืือ
“เยี่ย� มมาก ดีีเลิิศ ดีีที่่�สุดุ ” น่่าจะเพราะคำ�ำ ว่า่ “เยี่ย� ว” กัับคำำ�ว่่า “เยี่�ยม” ออกเสีียง
คล้้ายกัันต่า่ งกัันเพีียงตัวั สะกด จึึงทำำ�ให้้เกิดิ การปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่า่ เยี่�ยว
30
ให้้มีีความหมายของคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ม” นอกจากนี้�้ ระดัับภาษาของคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” เมื่�่อเพิ่่ม�
ความหมายของการชื่น่� ชมจะไม่่เปลี่่�ยน เพราะคำำ�ว่่า “เยี่ย� ว” เป็น็ ภาษาระดับั กันั เอง
แม้้ว่า่ จะเพิ่่ม� ความหมายในทางที่่�ดีี แต่ต่ ัวั ของคำ�ำ ไม่่ได้้เปลี่่ย� นไป ดัังนั้้�นระดับั ภาษา
จึึงไม่่เปลี่่�ยน
ประโยชน์์ที่่�จะได้้รัับจากการวิจิ ัยั นี้�้คืือ ได้้รู้้ว� ่า่ คำ�ำ ว่่า “เยี่ย� ว” มีีความหมายอื่่�น
นอกจากที่่�มีีอยู่�ในในพจนานุกุ รม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน ได้้ศึึกษาสาเหตุขุ องการเพิ่่�ม
ความหมายของ คำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” ในปััจจุุบััน ที่่ม� ีีความหมายของการชื่น่� ชม ทั้้ง� ที่่เ� ป็น็ คำำ�ที่่�
ไม่ส่ ุภุ าพ และไม่่ได้้มีีความหมายต้้นเกี่�ยวข้้องกัับการชื่�่นชม นอกจากนี้ย�้ ังั ได้้เข้้าใจ
เรื่่�องการปรับั ขยายความหมายของคำำ�ในภาษาไทยมากขึ้�้น และสามารถใช้้คำำ�ว่า่
“เยี่ย� ว” ได้้อย่่างเข้้าใจความหมาย ทั้้�งในความหมายต้้น และความหมายที่่�เพิ่่ม� ขึ้น�้ ใน
ปััจจุุบันั และสามารถเลืือกใช้้ได้้ถููกกาลเทศะ
ในการศึกึ ษาครั้�งนี้้ � ผู้้�เขีียนได้้แบ่ง่ ออกเป็็น 2 หััวข้้อ ได้้แก่่
1. ทำ�ำ ไมคำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว” ถึึงกลายเป็็นคำ�ำ ชมได้้
2. ระดัับภาษาของคำ�ำ ว่่า “เยี่ย� ว” หลัังจากเพิ่่ม� ความหมายของการชื่น่� ชมจากการ
ศึกึ ษาพบว่่า คำำ�ว่่า “เยี่�ยว”ที่่�ได้้เพิ่่ม� ความหมายของการชื่น่� ชมเป็น็ ผลมาจากการออก
เสีียงที่่�คล้้ายกัับคำำ�ว่่า “เยี่�ยม” และอากััปกริิยาตอนที่่�มนุษุ ย์์รู้้ส� ึึกปวดฉี่ � นอกจากนี้ย้� ังั
พบว่่าความหมายที่่เ� พิ่่�มขึ้้น� มานั้้�น ไม่ไ่ ด้้มีีส่่วนทำ�ำ ให้้ระดัับภาษาของคำำ�ว่า่ “เยี่�ยว”
เปลี่่ย� นไป มีีรายละเอีียดดังั นี้�้
1. ทำ�ำ ไมคำ�ำ ว่า่ “เยี่่�ยว” ถึึงกลายเป็น็ คำำ�ชมได้้
หลายคนอาจจะสงสััยว่า่ คำ�ำ ว่า่ ”เยี่ย� ว” ไม่ไ่ ด้้มีีความหมายที่่�ไปในทางบวก แต่่
ทำำ�ไมถึึงกลายเป็น็ คนชมได้้ผลจากการศึึกษาพบว่า่
1.1. คำำ�ว่่า “เยี่ย� ว” ออกเสีียงคล้้ายกับั คำำ�ว่า่ “เยี่ย� ม” จึึงนำำ�คำำ�ว่า่ “เยี่ย� ว”
มาใช้้พููดในความหมายของการชื่่น� ชม ว่า่ สิ่�งนั้้�น หรืือคนนั้้น� ดีีที่่ส� ุุด ยอดเยี่ย� มที่่ส� ุดุ
หรืือดีีเลิิศ
31
1.2. คำ�ำ ว่า่ “เยี่�ยว” ที่่เ� ป็็นคำำ�ชม มาจากความรู้�ส้ ึึกที่่ � ผู้พ�้ ููดรู้ส�้ ึึกว่่าสิ่ง� นั้้�น หรืือ
คนนั้้น� มีีคุณุ สมบััติบิ างอย่่างที่่�ดีีมากจนทนไม่ไ่ หว ดีีจนผู้้�พููดรู้�ส้ ึึกอั้�นฉี่่ไ� ม่อ่ ยู่่� จึึงเอาความ
รู้้�สึึกนั้้น� มาเพิ่่ม� ความหมายให้้คำำ�ว่่า “เยี่ย� ว” เป็็นคำำ�ชมสิ่�งที่่� เจ้้าตััวรู้ส้� ึึกว่่า “ดีีเลิิศ”
นั่่น� เอง ดัังภาพที่่� 1
ภาพที่่� 1 มโนทััศน์ข์ องคำำ�ว่่า “เยี่�ยว” ที่่�เป็น็ คำำ�ชม
ที่่�มาจากความรู้ส�้ ึึกดีีจนเหมืือนจะสะกดกลั้น� เอาไว้้ไม่อ่ ยู่�
2. ระดัับภาษาของคำำ�ว่า่ “เยี่ย�่ ว” หลัังจากเพิ่่�มความหมายของการชื่่น� ชม
ผลจากการศึึกษาพบว่า่ คำำ�ว่า่ “เยี่�ยว” หลัังจากเพิ่่ม� ความหมายของการชื่น่� ชม
แล้้ว ระดัับภาษาจะไม่่เปลี่่�ยนไป เพราะในปััจจุบุ ัันพบคนใช้้คำำ�ว่า่ “เยี่�ยว” เป็็นคำ�ำ ชม
เฉพาะกัับคนที่่�สนิทิ กันั เท่า่ นั้้น� เป็็นลัักษณะเดีียวกัันกัับการใช้้คำ�ำ ว่า่ “เยี่ย� ว” ใน
ความหมายต้้น ที่่�ใช้้กัับคนสนิทิ หรืือเป็็นภาษาระดัับกันั เอง ดังั นั้้�น แม้้จะปรับั ขยาย
ความหมายเป็น็ การชื่่�นชมแล้้ว แต่่ตัวั คำ�ำ นั้้น� ยัังมีีระดัับเดิิมไม่่เปลี่่�ยนแปลง ดัังภาพที่่� 2
32
ภาพที่่� 2 ระดัับภาษาของคำ�ำ ว่า่ “เยี่�ยว”
สรุุปผลการศึกึ ษา
การศึกึ ษาการปรับั ขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “เยี่�ยว” เกิดิ จากเสีียงของ
ความหมายที่่�เพิ่่�มเข้้ามาใหม่่คล้้ายคลึึงกัับค ำ��ว่่า “เยี่�ยว” จึึงใช้้โดยเพิ่่ม� ความหมายของ
คำำ�ว่่า “เยี่ย� ม” ไปด้้วย แม้้ความหมายต้้นจะไม่่มีีส่ว่ นเกี่�ยวข้้องกัับความหมายของการ
ชื่น่� ชมเลยก็็ตาม และยังั มาจากปฏิิกิริ ิยิ าตอบสนองเวลาเจอสิ่ง� ที่่�ดีีเยี่ย� มจนรู้ส้� ึึกดีีขนาด
ที่่�ฉี่จ� ะราด จึึงได้้นำำ�คำ�ำ ว่่า “เยี่ย� ว” มาใช้้แทนปฏิิกิริ ิิยาตอบสนองต่่อสิ่ง� ที่่�รู้�ส้ ึึกว่า่ สุดุ ยอด
นอกจากนี้้ � ถึึงแม้้ในปััจจุุบััน คำ�ำ ว่า่ “เยี่ย� ว” จะมีีความหมายของการชื่่น� ชม แต่ร่ ะดับั
ภาษาของคำ�ำ ว่่า “เยี่�ยว” ไม่ไ่ ด้้เปลี่่ย� นไป ยังั คงเป็็นระดับั ภาษาปากเหมืือนเดิมิ
ตรงกับั สมมติฐิ านที่่ต�ั้ง� ไว้้
ในปััจจุบุ ัันมีีการปรัับขยายความหมายของคำำ�มากมาย มีีทั้้�งที่่ใ� ช้้ในความหมาย
ที่่�ดีีขึ้�น้ หรืือแย่่ลง การศึกึ ษาการปรัับขยายความหมายของคำำ�จึึงเป็็นสิ่่ง� ที่่�ช่ว่ ยให้้เรา
รู้้�จักั ใช้้คำำ� ๆ นั้้�น ได้้เข้้าใจความหมาย และเลืือกใช้้ได้้ถููกเวลาและสถานที่่ม� ากยิ่ง� ขึ้้�น
ผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความนี้้�จะช่่วยให้้ผู้้�อ่่านเล็็งเห็็นถึึงความสำำ�คััญของการศึึกษาการปรัับ
ขยายความหมายของคำ�ำ และหัันมาศึกึ ษาเกี่�ยวกับั การปรับั ขยายความหมายของคำำ�
มากยิ่ง� ขึ้้�น
33
เอกสารอ้า้ งอิิง
SistaCafe.(2563).ศััพท์ว์ ััยรุ่่�น รวม 40 ศัพั ท์ใ์ หม่่ 2020 ทีีนเอจใช้ก้ ันั ไม่รู่้�ไม่ไ่ ด้น้ ะ!.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564. จาก https://www.khaosod.co.th/lifestyle/
beauty/news_4716965
Sale Here Editor.(2564).อัพั เดคำำ�ศััพท์เ์ ทยยอดฮิติ 2021 รู้�เอาไว้้ เผื่่�อใช้เ้ ม้า้ มอย
.สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564. จาก https://salehere.co.th/articles/
update-transgender-words
กรกนก หงษา.(2562).10 คำ�ำ ฮิติ ติดิ ปากแห่่งปีี 2019.สืืบค้้น 30 ตุลุ าคม 2564.
จาก https://themomentum.co/10-popular-words-of-2019/
ราชบััณฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุุกรมฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554.
กรุงุ เทพฯ :นานมีีบุ๊๊ค� ส์พ์ ัับลิเิ คชั่น� ส์.์
34
แม่่ก็็คืือแม่่แล้ว้ ตกลงแม่ห่ มายถึึงใคร?
นายณภัทั ร ไชยสุุข 05610124
ส่่วนนำ�ำ
คํําว่า่ “แม่่” ตามพจนานุุกรมราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554
ได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่ “แม่”่ ไว้้ 11 ความหมาย ได้้แก่่ 1) น. หญิิงผู้�ใ้ ห้้กํําเนิดิ หรืือ
เลี้้�ยงดููลููก, คํําที่่�ลููกเรีียกหญิิงผู้้�ให้้กํําเนิิดหรืือเลี้�ย้ งดููตน 2) น. คํําที่่ผ� ู้้�ใหญ่เ่ รีียกผู้้ห� ญิิง
ที่่�มีีอายุนุ ้้อยกว่่าด้้วยความสนิทิ สนมหรืือรัักใคร่่เป็น็ ต้้น ว่่า แม่น่ ั่่�น แม่น่ ี่่� 3) น.คํําใช้้
นํําหน้้านามเพศหญิิง แปลว่่า ผู้้�เป็น็ หััวหน้้า เช่่น แม่บ่ ้้าน 4) น.ผู้�้หญิิงที่่�กระทํํา
กิิจการหรืืองานอย่า่ งใดอย่่างหนึ่่�ง เช่่น ค้้าขาย เรีียกว่า่ แม่ค่ ้้า ทํําครััว เรีียกว่่า
แม่่ครัวั 5) น. เรีียกสััตว์์ตัวั เมีียที่่ม� ีีลููก เช่่น แม่่ม้้า แม่่วััว 6) น. เรีียกคนผู้้�เป็น็ หััวหน้้าหรืือ
เป็็นนายโดยไม่่จํํากััดว่่าเป็็นชายหรืือหญิงิ เช่น่ แม่ท่ ััพ แม่่กอง 7) น. คํํายกย่่องเทวดา
ผู้�้หญิงิ บางพวก เช่น่ แม่ค่ งคา แม่่ธรณีีแม่่โพสพ, บางทีีก็็ใช้้ว่า่ เจ้้าแม่่ เช่่น เจ้้าแม่่กาลีี 8)
น. เรีียกสิ่ง� ที่่�เป็น็ ประธานของสิ่�งต่า่ ง ๆ ในพวกเดีียวกันั เช่น่ แม่่กระได แม่่แคร่่ แม่่แบบ
9) น. เรีียกชิ้น� ใหญ่ก่ ว่่าในจํําพวกสิ่ง� ที่่�สํําหรัับกััน เช่่น แม่ก่ ุญุ แจ คู่่�กับั ลููกกุุญแจ 10) น.
แม่น่ ํ้้�า เช่่น แม่่ปิงิ แม่่วังั 11) น. คํําหรืือพยางค์์ที่่�มีีแต่ส่ ระ ไม่่มีีตัวั สะกด เรีียกว่า่ แม่่ ก
กา หรืือมาตรา ก กา, คํําหรืือพยางค์์ที่่ม� ีีตััว ก ข ค ฆ สะกด เรีียกว่า่ แม่ก่ กหรืือมาตรากก,
คํําหรืือพยางค์์ที่่ม� ีีตััว ง สะกด เรีียกว่า่ แม่่กงหรืือมาตรากง, คํําหรืือพยางค์์ที่่�มีีตัวั จ ฉ
ช ซ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ถ ท ธ ศ ษ ส สะกด เรีียกว่่า แม่่กดหรืือมาตรากด,
คํําหรืือพยางค์ท์ ี่่ม� ีีตัวั ญ ณ น ร ล ฬ สะกด เรีียกว่่า แม่่กนหรืือมาตรากน,
คํําหรืือพยางค์์ที่่�มีีตััว บ ป พ ฟ ภ สะกด เรีียกว่่า แม่ก่ บหรืือมาตรากบ, คํําหรืือ
พยางค์ท์ ี่่ม� ีีตััว ม สะกด เรีียกว่า่ แม่่กมหรืือมาตรากม, คํําหรืือพยางค์ท์ ี่่�มีีตัวั ย สะกด
เรีียกว่่า แม่่เกยหรืือมาตราเกย แต่่ในมููลบทบรรพกิิจมีีย ว อ สะกด, คํําหรืือพยางค์์ที่่�มีีตััว
ว สะกด เรีียกว่่า แม่เ่ กอวหรืือมาตราเกอว. จึึงกล่า่ วได้้ว่า่ คํําว่่า “แม่”่ เป็น็ คํําหลาย
ความหมาย
35
ผู้้�เขีียนมีีข้้อสัังเกตในเบื้้อ� งต้้นว่่า คํําว่า่ “แม่”่ ในปััจจุุบัันมีีการเปลี่่�ยนแปลงทาง
ความหมายไปจากเดิิม มีีการนํําความหมายของคํําว่่า แม่่ ไปใช้้รวมกับั บริบิ ทอื่�่นเพื่�่อให้้
เกิดิ ความหมายใหม่่ที่่ต� ่่างจากความหมายทั้้�ง 11 ความหมายในพจนานุกุ รมฉบับั
ราชบัณั ฑิิตยสถาน มีีการเปรีียบเทีียบคํําว่่า แม่่ ในลัักษณะของผู้�น้ ํํา หัวั หน้้าใช้้ในวงการ
แฟชั่่�นและในกลุ่�มเพศทางเลืือก บทความนี้ม้� ีีวััตถุุประสงค์์เพื่อ�่ ศึกึ ษาความหมายของ
คํําว่า่ “แม่่” ในความหมายใหม่ท่ ี่่ไ� ม่ม่ ีีในพจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน โดยอ้้างอิงิ
ความหมายที่่เ� กี่�ยวข้้องโดยใช้้หลัักการคํําหลายความหมาย (polysemy) ผู้�้ศึกึ ษา
ต้้องการศึกึ ษาการขยายความหมายของคํําว่่า “แม่่” จากมโนทััศน์ท์ ี่่�นํํามาใช้้ใน
ปัจั จุบุ ััน โดยวิเิ คราะห์์จากบทความ “งงมากแม่่! เมื่อ�่ ใครๆ ก็พ็ ากันั เรีียกคนที่่�ไม่ใ่ ช่แ่ ม่่
ว่่า “แม่่” กันั ทั้้�งเมืือง” ตีีพิิมพ์บ์ นสื่�อ่ ออนไลน์์ของนิิตรสาร vogue โดยคุุณนาทนาม
ไวยหงส์์ โดยนํํามาวิิเคราะห์์การขยายความหมายเพื่อ�่ ค้้นหากระบวนการการขยาย
ความหมายโดยผ่่านกระบวนการปริิชาน
การที่่ค� ํํามีีหลายความหมายเรีียกอีีกอย่่างนีีงว่า่ คํําหลายความหมาย (polys-
semy) เป็็นคํําที่่ม� ีีสิ่่�งที่่�อ้้างถึึงหลายสิ่�งและความหมายของสิ่ง� ที่่�อ้้างถึึงเหล่า่ นั้้น� มีีความ
เกี่่�ยวข้้องเชื่่�อมโยงกัันการอธิิบายคํําหลายความหมายมัักมาควบคู่่�กัับคํําพ้้องรููป
(homonymy) เพื่อ่� แสดงถึึงความแตกต่่างของลัักษณะคํําทั้้�งสองชนิิดโดยมโนทัศั น์์
ของ homonymy คืือคํําที่่�ปรากฎเหมืือนกันั แต่ไ่ ม่ไ่ ด้้มีีความสััมพัันธ์ห์ รืือเกี่�ยวข้้องกััน
ต่่างจากมโนทััศน์์ของ polysemy ทีีคํําต่่างๆในศััพท์์เดีียวกันั จะมีีความหมายเกี่ย� วข้้อง
สััมพันั ธ์์กันั (Lyons, 1996; Saeed, 2004; Murphy, 2010)
ความหมายของคํําว่่า แม่ใ่ นภาษาไทย และความหมายที่เ�่ กิดิ ขึ้้�นใหม่่
ความหมายของคํําว่่า “แม่่” ในภาษาไทย
ผลการศึึกษาพบว่า่ ความหมายของคํําว่่า “แม่่” ในภาษาไทยตามพจนานุกุ รมฉบับั
ราชบััณฑิิตยสถานมีีอยู่� 11 ความหมาย ได้้แก่่ 1) ผู้้�ให้้กํําเนิิด 2) คํําเรีียกคนอายุุน้้อยก
ว่า่ ที่่ส� นิิทสนม 3) คํํานํําหน้้า 4) ผู้�้หญิงิ ที่่ก� ระทํํากิิจการหรืืองาน 5) สััตว์์ตัวั เมีียที่่ม� ีีลููก
36
6) หัวั หน้้า 7) เทวดาผู้ห�้ ญิิงบางจํําพวก 8) สิ่่ง� ที่่�เป็็นประธานของพวกเดีียวกััน 9) ของ
ที่่�ชิ้�นใหญ่่กว่่าที่่�มีีของคู่่�กันั 10) แม่น่ ้้า 11) มาตราตัวั สะกด โดยคํําทั้้ง� หมดทํําหน้้าที่่�
เป็็นคำำ�นาม
ความหมายใหม่่ 1 สุดุ ยอด ที่�่สุดุ
ความหมายนี้�้เป็น็ การขยายความหมายจากความหมายาตามราชบััณฑิิตยสถาน
ที่่�กล่่าวไว้้ว่่าคํําว่่า แม่่ เป็็น คํําเรีียกยกย่อ่ งเทวดาผู้้�หญิงิ เช่่น แม่่กาลีี แม่่คงคา หรืืออีีก
ความหมายคืือไว้้ใช้้เรีียกคนที่่เ� ป็น็ หัวั หน้้าหรืือผู้้�มีีอํํานาจ เช่น่ แม่่ทัพั แม่ก่ อง จะเห็น็
ได้้ถึึงคุณุ สมบัตั ิิของคํําว่่า แม่่ ที่่ห� มายถึึงความยิ่�งใหญ่ ่ น่า่ ยกย่อ่ ง จึึงมีีการขยาย
ความหมายนํํามาใชในปัจั จุบุ ัันกล่า่ วถึึงคนที่่�น่่ายกย่่องหรืือมีีอิิทธิพิ ล ดังั ตััวอย่่างดัังนี้้�
ตัวั อย่่างที่่� 1 ชมพู่�อารยาคืือตััวแม่่ของวงการบัันเทิงิ
ชมพู่�อารยาเป็น็ นักั แสดงหญิงิ ในวงการบัันเทิงิ ไทยมาอย่่างยาวนาน และมีีผลงานที่่�มีี
ชื่่�อเสีียงมากมาย ทํําให้้ผู้ค�้ นยกย่อ่ งเธอเป็็นตััวแม่ข่ องวงการ
ตัวั อย่า่ งที่่� 2 แม่บ่ ีีคืือศิลิ ปิินที่่ด� ังั ที่่ส� ุุดในยุุคนั้้�น
โดย แม่บ่ ีีในที่่�นี้�ห้ มายถึึง บีียอนเซ่่ (Beyonce) นักั ร้้องชื่่อ� ดัังที่่�ผู้้�คนยกย่่องให้้เป็็นผู้�้
ทรงอิทิ ธิิพลในวงการเพลง
ตัวั อย่่างที่่� 3 เธอสวยแบบนี้�ม้ าตั้�งแต่ไ่ หนแต่่ไร แม่่คืือแม่่
“แม่่” ในที่่�นี้ห้� มายถึึงการเป็็นที่่ส� ุดุ ไว้้ใช้้ขยายประโยคด้้านหน้้า โดยในประโยคนี้จ้� ะ
หมายถึึง สวยที่่�สุุด สวยมาตลอดเปรีียบได้้กับั การเป็็นตััวแม่ ่ มัักใช้้ไปในด้้านบวก
ความหมายใหม่่ 2 คํําเรีียกแทนบุคุ คลที่�ส่ องที่�่มีีความน่่านับั ถืือ
คํํานี้�ใ้ ช้้ลงท้้ายประโยคเพื่่อ� สื่อ่� ถึึงบุคุ คลที่่พ� ููดอยู่�ด้วย โดยบุคุ คลนั้้น� เป็น็ บุุคคล
ที่่น� ่า่ ยกย่อ่ งหรืือมีีอิิทธิพิ ลในกลุ่�ม เป็็นการขยายความหมายจาก ความหมายที่่� 6 ใน
พจนานุกุ รมราชบััณฑิิตยสถานที่่ใ� ห้้ความหมายไว้้ว่า่ แม่ค่ ืือ หัวั หน้้าเช่น่ แม่ท่ ััพ
และความหมายที่่� 2 ว่่าเป็็นคํําที่่�ผู้ใ้� หญ่เ่ รีียกผู้ห้� ญิิงที่่�มีีอายุนุ ้้อยกว่า่ ด้้วยความสนิิทสนม
หรืือรักั ใคร่่เป็น็ ต้้น ว่า่ แม่่นั่่น� แม่่นี่่� โดยนํําใช้้ต่อ่ ท้้ายประโยคเมื่�อ่ พููดกับั บุุคคลที่่ส� อง
37
โดยส่่วนใหญ่่ แม่ ่ ที่่�เป็็นบุุคคลที่่ส� องจะเป็็นกลุ่�มเพศทางเลืือกที่่ม� ีีเพศภาวะเป็น็ ผู้้ห� ญิงิ
ดัังตัวั อย่า่ ง
ตััวอย่า่ งที่่� 1 งงมากแม่่ ไหนบอกว่่าจะไม่ม่ างานวัันนี้�้
ตััวอย่า่ งที่่� 2 เริ่ด� มากแม่่ แต่่งตััวเก๋๋มาก
จะเห็็นได้้ว่่าทั้้ง� สองตััวอย่่าง แม่่ ในที่่น� ี้ห�้ มายถึึงการพููดถึึงบุคุ คลที่่�สอง
“งงมากเธอ ไหนบอกบอกว่่าจะไม่่มางานนี้้”� เป็น็ การแทนคํําว่่า เธอ เป็น็ คํําว่่า แม่่
หรืือ “เธอแต่่งตััวสวยมาก” แต่เ่ ป็น็ การเรีียงรููปประโยคใหม่่ และเปลี่่ย� นสรรพนาม
จากคํําว่่า “เธอ” เป็็นคํําว่่า “แม่”่
ความสััมพันั ธ์์ระหว่า่ งความหมายต่า่ ง ๆ ของคํําว่่า “แม่่”
ผลการศึึกษาความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคํําว่า่ “แม่่” ในภาษาไทยและ
ความหมายคํําว่า่ แม่ท่ ี่่ข� ยายความหมายขึ้้�นใหม่่ในปัจั จุบุ ันั พบว่า่ มีีการขยาย
ความหมายหลัักคืือ ผู้ท�้ ี่่�มีีอํํานาจ ผู้ท�้ ี่่เ� ป็็นหัวั หน้้า และเป็น็ คํํายกย่อ่ งเทวดาผู้้ห� ญิิง ไปสู่่�
ความหมายเชิงิ เปรีียบที่่ใ� ช้้กัันอย่่างแพร่่หลายในปััจจุบุ ััน โดยผ่า่ นกระบวนทางปริชิ าน
ได้้แก่่กระบวนการอุุปลักั ษณ์แ์ ละกระบวนการนามนััย ดังั นี้�้
ความหมายที่่� 1 สุุดยอด ที่่�สุุด
ความหมายข้้างต้้นเป็็นการขยายความหมายมาจากความหมายของคํําว่่า
“แม่”่ ในความหมายที่่� 6 คืือ การเรีียกคนผู้เ้� ป็็นหััวหน้้าหรืือเป็น็ นายโดยไม่จ่ ํํากััดว่า่
เป็็นชายหรืือหญิงิ เช่่น แม่่ทัพั พบว่่ามีีการขยายจากความหมายหลักั โดยใช้้กระบวน
การอุุปลักั ษณ์ ์ คืือการนํําความหมายที่่� 6 ไปเปรีียบเป็็นความหมายใหม่่ โดยวงต้้นเค้้า
(source domain) คืือ แม่่ ที่่�หมายถึึงผู้น�้ ํําหรืือหััวหน้้า ผสานกัับความหมายที่่� 7 ที่่�
ให้้ความหมายของคํําว่่าแม่่เป็็นเหมืือนเทวดาผู้�้น่่ายกย่่อง โดยทั้้�งสองความหมายเป็็น
ความหมายหลัักที่่�ขยายไปยังั วงเป้้าหมาย (target domain) คืือ สุุดยอดหรืือที่่�สุุด คืือ
มีีการเปรีียบการเป็็นทีุ่่��ดเหมืือนกัับการเป็็นแม่่ทััพของที่่�ใดที่่�หนึ่่�งแสดงความหมายที่่�
เป็น็ บวก นิยิ มใช้้ในการยกย่อ่ งผู้�ม้ ีีชื่่�อเสีียง เช่น่ ตััวแม่แ่ ห่่งวงการเพลง คืือเป็น็ แม่ท่ ััพ
เป็น็ คนที่่ม� ีีชื่่อ� เสีียงในวงการเพลง
38
ความหมายที่่� 2 คํําเรีียกแทนบุุคคลที่่น� ่า่ นับั ถืือและสนิิทสนม
ความหมายข้้างต้้นเป็็นการขยายความหมายมาจากความหมายของคํําว่่า
“แม่่” ในความหมายที่่� 6 คืือ การเรีียกคนผู้้�เป็็นหััวหน้้าหรืือเป็น็ นายโดยไม่จ่ ํํากััดว่่า
เป็็นชายหรืือหญิิง เช่น่ แม่่ทัพั และความหมายที่่� 2 คืือ คํําที่่�ผู้�้ใหญ่เ่ รีียกผู้�้หญิิงที่่ม� ีีอายุุ
น้้อยกว่่าด้้วยความสนิิทสนมหรืือรักั ใคร่่เป็น็ ต้้น ว่่า แม่่นั่่น� แม่น่ ี่่� โดยพบว่า่ มีีการขยาย
จากความหมายหลัักโดยใช้้กระบวนการนามนััยซึ่ �งเชื่่�อมโยงการเรีียกคนที่่�สนิิทสนมที่่�
มีีอํํานาจมากกว่่า โดยใบ้้เรีียกเป็น็ คํําลงท้้ายในประโยค เช่น่ ดีีมากแม่่ เป็น็ การตอบโต้้
กัับบุุคคลที่่ส� องที่่เ� ราสนิิทสนม ซึ่่ง� แม่ใ่ นที่่น� ี้ใ�้ ช้้มโนทััศน์ค์ วามหมายดัังกล่า่ วมาเชื่อ่� มโยง
จากกระบวนการนามนััย จาก แม่่นั่่�น แม่่นี่่� ก็ก็ ลายมาเป็็นการเรีียกจากผู้ท้� ี่่�อายุหุ รืือมีี
อํํานาจน้้อยกว่า่ เรีียกคนที่่ม� ีีอายุุหรืืออํํานาจมากกว่า่ แต่่ยังั คงความสนิิทสนมไว้้
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากการศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ “แม่”่ ที่่�เกิิดขึ้น�้ ใหม่ส่ องความหมายคืือ
1) สุดุ ยอด ที่่ส� ุุด และ 2) คํําเรีียกแทนบุุคคลที่่น� ่า่ นัับถืือและสนิิทสนม พบว่า่ มีีความ
เกี่�ยวข้้องกัับความหมายที่่ม� ีีอยู่�แล้้วในพจนานุกุ รมฉบัับราชบััณฑิิตสถาน โดยเป็น็ การ
ขยายความหมายจากความหมายหลัักที่่�มีีอยู่ �แล้้วโดยใช้้กระบวนทางประริิชานมาช่่วย
คืือ กระบวนการอุุปลักั ษณ์์และกระบวนการนามนััย
การวิิเคราะห์์ความสัมั พัันธ์เ์ ชิงิ ความหมายของคํําว่่า “แม่”่ พบว่่าความหมาย
4 จาก 11 ความหมายของคํําว่่า “แม่่” มีีความเกี่ย� วโยงกัับความหมายที่่�เกิดิ ขึ้น�้
โดยคํําว่า่ “แม่่” มีีการขยายความหมายจากเดิิมที่่�หมายถึึง ผู้น�้ ํํา หััวหน้้า หรืือผู้้�ที่่�
น่่ายกย่่อง ขยายไปยัังความหมายที่่�เป็็นความหมายเปรีียบคืือเปรีียบแม่ท่ ี่่�เป็น็ ผู้�้นํําเป็น็
ผู้้น� ํําแห่่งวงการบันั เทิงิ นอกจากนี้ย�้ ัังมีีการขยายความหมายไปยังั ความหมายที่่�ใกล้้
เคีียงเดิิมคืือ ใช้้เป็น็ คํําเรีียกสรรพนามแทนบุุคคลที่่�สองที่่�พููดด้้วย แต่่ต่่างจากเดิมิ ที่่�
ความหมายเป็น็ การพููดของผู้�้ที่่�มีีอํํานาจน้้อยกว่า่ กัับผมีีอํํานาจมากกว่า่ แต่่ความหมาย
เดิิมที่่�เ็็นคํําเรัี �ยกผู้้�หญิิงเป็็นการใช้้โดยผู้้�ที่่�มีีอายุุมากกว่่าใช้้กัับผู้้�ที่่�มีีอายุุน้้อยกว่่า
จึึงกล่่าวสรุุปได้้ว่า่ คํําว่า่ “แม่่” เป็็นคํําที่่ม� ีีการขยายความหมายจากความหมายเดิมิ
เกิดิ เป็็นคํําที่่�มีีความหมายใหม่ใ่ กล้้เคีียงเดิมิ หรืือเป็็นคํําที่่ม� าจาก
การเปรีียบเทีียบจากคํําเดิิม
39
เอกสารอ้้างอิิง
ธนานันั ท์ต์ รงดีีและคณะ. (2563). “การขยายความหมายของคํําว่า่ แม่ใ่ นภาษาไทย
ภาษาลาว และภาษาจีีน.” ภาษา ศาสนา และวััฒนธรรม 9, 2 (กรกฎาคม
– ธันั วาคม): 53-76.
โสมรวีีสมเพชร. (2563). “การขยายความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน.” ภาษาและวรรณคดีีไทย 37, 2
(กรกฎาคม – ธันั วาคม); 1-36.
นาทนาม ไวยหงส์.์ (2562,/ ตุลุ าคม). งงมากแม่่! เมื่่�อใครๆก็็พากันั เรีียกคนที่�ไ่ ม่่ใช่่
แม่่ว่า่ “แม่่” กันั ทั้้�งเมือื ง. Vogue Thailand. สืืบค้้นเมื่อ�่ 25 ตุุลาคม 2563,
จาก https://www.vogue.co.th/fashion/article/definitionofmom
40
“สลิ่ �ม”
ของหวานหลากสีีสันั
นางสาวอักั ษรา ต่อ่ สกุลุ ศัักดิ์� 05600444
ส่ว่ นนำ�ำ
ในโลกการเมืืองไทยในปััจจุุบััน ได้้มีีกลุ่�มคํําศััพท์์เกิิดใหม่่มากมาย
หลากหลายคํํา บางคํํามัักถููกใช้้และเข้้าใจ ได้้เลยโดยไม่่จํําเป็็นต้้องนิิยามมากหรืือ
ไม่่มีีความหมาย อย่่างเป็็นทางการ โดยหนึ่่�งในคํําที่่�ถููกใช้้กัันอย่่างแพร่่หลาย
เป็็นอย่่างมาก ไม่่ว่่าจะเป็็นในโลกออนไลน์์หรืือการสนทนาในชีีวิิตจริิง เมื่่�อกล่่าวถึึง
คํํา ๆ นี้้� ทุุกคนที่่�ได้้ยิินหรืือได้้ฟัังจะเข้้าใจในบริิบททัันทีี นั่่�นคืือคํําว่่า “สลิ่่�ม”
เมื่่�อพููดถึึงคํําว่่า “สลิ่่�ม” สลิ่่�มเป็็น คํํา ๆ หนึ่่�งที่่�ถููกใช้้แบบไม่่มีีใครนิิยาม
ความหมายอกมาอย่่างเป็็นทางการ และถืือกํําเนิิดขึ้้�นมาในโลกการเมืืองไทยใน
ช่่วงวิิกฤตการณ์์การเมืืองไทยปีี พ.ศ. 2548-2553 จนเวลาผ่่านไปถึึงปีี พ.ศ. 2563
ประเทศไทยได้้เกิิดการประท้้วงขึ้้�นและเริ่ �มมีีการใช้้คํําว่่าสลิ่่�มกัันในวงกว้้าง
ทั้้�งในสื่่�อออนไลน์์และการพููดคุุยกัันในชีีวิิตจริิง เมื่่�อคํําได้้ถููกใช้้กัันอย่่างแพร่่หลาย
ความหมายของคํําย่่อมถููกผัันแปร ผู้้�คนต่่างเริ่ �มเข้้าใจและตีีความกัันไปในหลากหลาย
ทางบทความวิิจััยนี้้�จึึงมีีวััตถุุประสงค์์อยากจะศึึกษาที่่�มาที่่�ไปของคํําว่่า
“สลิ่ม� ” และความหมายของคํําว่า่ “สลิ่ม� ” ในภาษาไทย โดยมุ่�งอธิบิ ายกระบวนการขยาย
ความหมายของคํํา คํําถามวิิจััยคืือคํําว่่า “สลิ่ �ม” มีีที่่�มาจากอะไร และคํํา ๆ นี้้�มีี
ความหมายอย่่างไร
ประโยชน์์ที่่�ได้้จากการวิิจััยในครั้ �งนี้้�ทํําให้้ทราบถึึงที่่�มาที่่�ไปของคํําว่่า
สลิ่ม� ความหมายของคํําว่่าสลิ่ม� และ เกิดิ การเรีียนรู้้ค� ํําศััพท์์ใหม่่ ๆ รอบตััว
41
ผลการศึึกษาพบว่่า คํําว่า่ “สลิ่ม� ” มีีที่่�มาจากคํําว่่า “ซ่า่ หริ่ม� ” หรืือ “ซาหริ่�ม”
โดยเกิดิ จากการพ้้องเสีียง คํําว่า่ “สลิ่ม� ” แต่่เดิมิ เป็น็ การเปรีียบเทีียบกลุ่�มคนเสื้�อหลาก
สีีสัันทางการเมืืองกัับขนมไทยที่่�มีีหลากสีี นั่่�นก็็คืือซ่่าหริ่ �มหรืือซาหริ่�ม ว่่าเป็็นกลุ่�ม
คนที่่�กระทํําตััวคล้้ายเป็็นกลาง ไม่่ฝัักใฝ่่สีีใด แต่่หลัังจากคํําว่่าสลิ่่�มได้้ถููกใช้้
อย่่างแพร่่หลายมากยิ่่�งขึ้้�นก็็ได้้มีีการเพิ่่�มความหมายของคํําว่่าสลิ่่�มขึ้้�นจากเดิิม
โดยมีีรายละเอีียดดังั นี้�้
1. ที่�ม่ าที่่�ไปของคํําว่่า “สลิ่�ม”
คํําว่า่ “สลิ่ม� ” มาจากคํําว่า่ “ซ่า่ หริ่ม� ” หรืือ “ซาหริ่ม� ” เป็น็ ชื่อ�่ ขนมไทยชนิดิ หนึ่่ง�
พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้้ความหมายของคํําว่่า “ซ่่าหริ่�ม”
หรืือ “ซาหริ่�ม” ไว้้ว่่า
“น. ชื่่�อขนมอย่่างหนึ่่�งทํำำ��ด้้วยแป้้งถั่ �วเขีียวลัักษณะเป็็นเส้้นเล็็กและยาวมีี
หลายสีีกิินกัับน้ำ�ำ�กะทิิผสมน้ำ��ำ เชื่่�อมใส่่น้ํ�าแข็็ง”่่
โดย “ซ่า่ หริ่�ม” หรืือ “ซาหริ่ม� ”เป็น็ ขนมไทยที่่ม� ีีสีีเขีียว ชมพูู และขาว จึึงถููก
นํํามาเปรีียบเทีียบครั้�งแรกกัับบริิบทของการเมืืองในช่่วงปีี พ.ศ. 2548-2553 ที่่�เกิิด
การแบ่ง่ ขั้�วทางการเมืืองออกเป็็นสองสีี ได้้แก่่ สีีเหลืือง และสีีแดง
“สลิ่ม� ” คํํานี้�จ้ ึึงเกิดิ มาจากการพ้้องเสีียงของคํําว่า่ “ซ่่าหริ่ม� ” หรืือ “ซาหริ่ม� ”
2. ความหมายของคํําว่่า “สลิ่�ม”
จากการศึึกษา อ่่านบทความ และความคิิดเห็็นทางสัังคมออนไลน์์พบ
ความหมายของคํําว่่า “สลิ่ �ม” ดัังนี้้� คํําว่่า “สลิ่ �ม” ถููกใช้้ครั้�งแรกเมื่่�อเกิิดเหตุุการณ์์
ทางการเมืืองขึ้้�นตั้้�งแต่่ช่่วงปีี พ.ศ.2548-2553 ที่่�เกิิดการแบ่่งขั้้�วทางการเมืือง
ออกเป็น็ สองสีี ได้้แก่ ่ สีีเหลืือง และสีีแดง โดยเรีียกกลุ่�มสีีเหล่า่ นี้ว�้ ่า่ กลุ่�มเสื้อ� เหลืือง และ
กลุ่�มเสื้อ� แดง คํําว่า่ “สลิ่ม� ” เป็็นคํําเรีียกการเคลื่่�อนไหวของกลุ่�มคนเสื้อ� หลากสีีสันั เป็็น
กลุ่�มบุุคคลที่่�เหมืือนจะทํําตัวั เป็็นกลาง อ้้างตัวั ว่่าไม่ช่ อบเสื้�อแดง แต่ก่ ็็ไม่ย่ อมรับั ว่่าเป็น็
เสื้ �อเหลืือง บุุคคลเหล่่านี้้� เมื่่�อรวมตััวกัันจึึงคล้้ายกัับขนมไทยประเภทหนึ่่�ง ซึ่่�งก็็คืือ
“ซ่า่ หริ่�ม” หรืือ “ซาหริ่ม� ” นั่่น� เอง
42
ในปี ี พ.ศ.2561 วาด รวีี นักั เขีียนชาวไทยเสนอว่า่ คํําว่า่ สลิ่ม� เป็น็ คํําเหยีียดหยาม
จึึงได้้รณรงค์ใ์ ห้้เลิกิ ใช้้คํําว่า่ สลิ่ม�
บก.ลายจุุด หรืือ สมบััติิ บุุญงามอนงค์์ (2019) อดีีตประธานกรรมการ
มููลนิิธิิกระจกเงา ได้้กล่่าวถึึง คํําว่่า “สลิ่ �ม” ไว้้ในทวิิตเตอร์์ส่่วนบุุคคลว่่า “ผมไม่่ใช่่
คนที่่�เริ่�มใฃ้้คําว่่า “สลิ่�ม” มีีคนใช้้คํํานี้้�เรีียกกลุ่�มคนเสื้�อหลากสีีใน Pantip แล้้วผมเอา
มาใช้้ต่อ่ และปัจั จุุบัันผมเลิิกเรีียกคนว่่าสลิ่ม� ตามที่่� วาด รวีี เขารณรงค์์”
บก.ลายจุุด และ วาด รวีี ได้้ให้้ความเห็็นของคํําว่่า “สลิ่่�ม” ไว้้ดัังนี้้�
คํําว่่าสลิ่ �มในตอนแรกไม่่ได้้มีีความหมายเหยีียดหยามกััน แต่่ต่่อมาคํํานี้้�เป็็นคํําดููถููก
เป็็นพวกเห็็นแก่่ตััว อนุุรัักษ์์นิิยมที่่�ใช้้ชีีวิิตทุุนนิิยม ไม่่มีีหลัักการ ขััดแย้้งกัันเอง
เป็็นคนมีีความคิิดห่่วยแตก ใบตองแห้้ง หรืือ อธึึกกิติ แสวงสุุข ได้้ตอบโต้้วาด รวีี ว่า่ คํํา
ว่่าสลิ่ม� ไม่่ใช่่การแปะป้้ายใครคนใดคนหนึ่่�ง แต่่เป็น็ การแปะป้า้ ยคุุณสมบัตั ิิแย่่ ๆ อย่า่ ง
การไม่ร่ ู้้�จัักใช้้ตรรกะเหตุุผล สนัับสนุุนการรััฐประหาร ต่่อต้้านการเลืือกตั้�ง เชื่่�อบุุคคล
ไม่เ่ ชื่่อ� ระบบ
ต่่อมาในปลายเดืือนกุุมภาพัันธ์์ ปีี พ.ศ. 2563 นัักศึกึ ษาจากหลายสถานศึกึ ษา
ได้้มีีการชุมุ นุมุ แสดงความไม่เ่ ห็น็ ด้้วยกับั รัฐั บาล และได้้เริ่ม� มีีการนํําคํําว่า่ “สลิ่ม� ”มาใช้้
เมื่่�อคํําเริ่�มมีีการนํํามาใช้้กัันอย่่างแพร่่หลาย ความหมายของคํําว่่าสลิ่ �มก็็ได้้ขยายเพิ่่�ม
มากขึ้้�น ตััวอย่่างเช่่น #BUกููไม่่ใช่่สลิ่ �ม เป็็นแฮชแท็็กที่่�แสดงจุุดยืืนจากมหาวิิทยาลััย
กรุุงเทพ ได้้มีีผู้้�ให้้ความเห็น็ กัับคํําว่า่ “สลิ่ม� ” ไว้้มากมาย ดัังนี้้�
“เราแค่ต่ ้้องการบอกว่่าเราไม่่ได้้ฝัักใฝ่่เผด็จ็ การ เรากํําลังั มองว่า่ สลิ่ม� คืือคนที่่ฝ� ักั ใฝ่ใ่ น
เผด็็จการ วัันนี้้เ� ราก็็เลยบอกว่่าเราไม่ช่ อบเผด็็จการนะ ก็็เลยบอกว่า่ กููไม่ใ่ ช่่สลิ่ม� ”
(พัชั รพล, 2563)
43
“สลิ่�มสํําหรัับผมรู้ส�้ ึึกว่า่ เป็็นกลุ่�มสัังคมจํําพวกนึึงที่่�ไม่ย่ อมเปิิดใจ ไม่ย่ อมเปิดิ
โอกาสให้้ตััวเองได้้รับั รู้ส�้ิ่�งที่่โ� ลกเขาเปิิดกว้้างมากกว่า่ นี้�้ จะอยู่�แค่่กับั กลุ่�มที่่�ตัวั เองคิิด
แบบเดีียวกััน ฝักั ใฝ่่ในเรื่อ�่ งเดีียวกััน แล้้วก็็จะแอนตี้้ค� นที่่เ� ขาคิิดต่า่ ง แล้้วเขาเหมืือนจะ
ชอบในสิ่่ง� ๆ นี้้�มาตั้�งนานแล้้ว แล้้วเขาอาจจะยัังเปลี่่ย� นกัันไม่ไ่ ด้้”
(นศ.วิศิ วะ 2, 2563)
“พวกที่่�คิิดว่่าตััวเองคิิดถููก ทํําถููกแล้้ว แล้้วก็็ไม่่ยอมรับั คนอื่น�่ เลย ก็็จะสัังเกตว่า่ จะ
เป็น็ คนรุ่่�นก่่อน ๆ แล้้ว รุ่่�นเป็็นผู้้ใ� หญ่่ขึ้น�้ แล้้วส่่วนใหญ่จ่ ะเป็น็ แบบนี้�้ ยึึดติดิ กับั
การเมืืองเดิมิ ๆ “
(นศ.วิศิ วะ 3, 2563)
“มองว่า่ สลิ่ม� เป็็นคนที่่ก� ลััวการเปลี่่�ยนแปลง เขากลััวว่่าเปลี่่ย� นแปลงไปจะแย่ก่ ว่า่ นี้้�”
(ชนณภัทั ร, 2563)
คํํา ผกา (2563) ได้้ให้้ความหมายของคํําว่่าสลิ่ม� ไว้้ว่่า
1. คนสนับั สนุุนเผด็็จการ
2. คนที่่ย� ังั เชื่�่อในโฆษณาชวนเชื่่อ� ของรััฐไทยในทุุกมิิติิ ทั้้�งการเมืือง ประวัตั ิิศาสตร์์
คุณุ ค่า่ แห่ง่ ความเป็น็ ไทย
3. คน ignorance ทางการเมืืองที่่บ� อกว่่าอย่า่ เปลี่่ย� นแปลงการเมืืองเลย เปลี่่ย� นที่่�
ตัวั เองก่่อน เช่น่ ทํําความดีีเล็็ก ๆ สะสมไปเรื่�อ่ ย ๆ
44
จากการศึกึ ษา อ่า่ นบทความ และความคิดิ เห็น็ ทางสัังคมออนไลน์ส์ ามารถ
สรุุปความหมายของคํําว่า่ “สลิ่�ม” ได้้ดัังนี้�้
ในช่ว่ งปีี พ.ศ.2548-2562 คํําว่า่ “สลิ่�ม” มีีความหมายคืือ ผู้�้ที่่�กระทํําตััวคล้้าย
เป็็นกลาง ไม่ฝ่ ักั ใฝ่่สีีใด เอาไว้้เรีียกกลุ่�มคนที่่�เคลื่�่อนไหวโดยใส่เ่ สื้�อหลากสีีสันั
ตั้ง� แต่ป่ ีี พ.ศ.2563 เป็็นต้้นมา คํําว่า่ “สลิ่�ม” มีีความหมายดังั นี้�้
1. คนที่่ส� นัับสนุุนเผด็็จการ
2. คนที่่อ� ิิกนอร์แ์ รนต์์ (Ignorance) หรืือ คนที่่�เพิิกเฉยทางการเมืืองและไม่่ยอมเปิิดใจ
รับั ข้้อมููลใหม่่ ๆ
3. กระบวนการขยายความหมายของคํํา
คํําว่่า “สลิ่�ม” เกิิดจากการพ้้องเสีียงของคํําว่่า “ซ่่าหริ่�ม” หรืือ “ซาหริ่ม� ”
วงความหมายต้้นทาง อุุปลักั ษณ์ ์ วงความหมายปลายทาง
ความหมายของคํําว่่า “สลิ่�ม” ได้้มีีการเพิ่่ม� ความหมายขึ้น้� จากเดิิม ดังั นี้้�
45
4. สรุปุ ผลการศึกึ ษา
การศึึกษาความหมายของคํําว่่า “สลิ่ �ม” แสดงให้้เห็็นถึึงการเปลี่่�ยนแปลง
ความหมายของต้้นคํําเดิมิ คืือ จากชื่่�อขนมไทย “ซ่่าหริ่ม� ” หรืือ “ซาหริ่�ม” กลายเป็น็
การเรีียกลัักษณะนิิสััยที่่�แสดงออกทางการเมืืองของผู้้�คนในปััจจุุบััน และได้้มีีการเพิ่่�ม
ความหมายขึ้้�น จากเดิิมที่่�มีีการเปรีียบเทีียบระหว่่างสีีสัันของ “ซ่่าหริ่ �ม” หรืือ
“ซาหริ่ �ม” กัับกลุ่�มคนที่่�ใส่่เสื้้�อหลากสีีสัันว่่า เป็็นกลุ่�มคนที่่�กระทํําคล้้ายวางตััว
เป็็นกลางไม่่ฝัักใฝ่่สีีใด แต่่ต่่อมาเมื่่�อมีีการใช้้คํําอย่่างกว้้างขวางขึ้้�นและแพร่่หลาย
มากขึ้้�น ความหมายของคํําว่่าสลิ่ �มก็็ค่่อย ๆ เปลี่่�ยนแปลงไป ในปััจจุุบัันมีีการเพิ่่�ม
ความหมายขึ้้�นจากเดิิม นั่่�นคืือ หมายถึึงคนที่่�สนัับสนุุนเผด็็จการ และหมายถึึง
คนที่่�อิิกนอร์์แรนต์์ (Ignorance) หรืือคนที่่�เพิิกเฉยทางการเมืือง และไม่่ยอมเปิิดใจ
รัับข้้อมููลใหม่่ ๆ
บทความวิิจััยนี้้�ทํําขึ้้�นเพื่่�อศึึกษาที่่�มาที่่�ไปของคํําว่่า “สลิ่ �ม” และความหมาย
ของคํําว่า่ “สลิ่ม� ” ในภาษาไทย ผู้้�วิิจััยหวัังว่่าบทความนี้จ้� ะทํําให้้เกิิดการเรีียนรู้ใ้� หม่่ ๆ
ทราบความหมายของคํําศััพท์ท์ ี่่�เกิดิ ขึ้น้� และเปิดิ ประสบการณ์์ความรู้ก้� ัับคํําศัพั ท์์ใหม่่ ๆ
รอบตัวั เพราะภาษาไทยมีีคํําและความหมายใหม่่ ๆ เกิิดขึ้�้นอยู่�ตลอดเวลา