46
เอกสารอ้้างอิงิ
กองบรรณาธิิการ วอยซ์์ทีีวีี. (2017). คุุยกับั ใบตองแห้้ง: สังั คมซับั ซ้อ้ น สื่�อสัับสน
คนเดือื นตุลุ ากระจายหลายเฉดสีี. เข้้าถึึงเมื่�่อ 31 ตุลุ าคม. เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.voicetv.co.th/read/529990
คํํา ผกา. (2563). เมื่่�อสลิ่�มด่า่ คนอื่่�นว่่าเป็น็ สลิ่�ม. เข้้าถึึงเมื่อ่� 31 ตุลุ าคม. เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.matichonweekly.com/column/article_359773
ธนกร วงษ์ป์ ัญั ญา. (2021). จากทัักษิณิ สู่�โทนีี ทบทวน 15 ปีี กับั 10
มรดกรัฐั ประหาร ’19 กันั ยายน 2549’. เข้้าถึึงเมื่�่อ 31 ตุุลาคม.
เข้้าถึึงได้้จาก https://thestandard.co/thaksin-shinawatra/
ราษฎร์ ์ บํํารุงุ รัฐั . (2563). รากเหง้า้ การเหยีียดสีีในเมืืองไทย กรณีีเสื้อ� เหลือื ง
เสื้�อแดง สลิ่ม� และ ล้ม้ เจ้า้ . เข้้าถึึงเมื่อ�่ 31 ตุลุ าคม. เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.bangkokbiznews.com/politics/884432
วศิินีี พบููประภาพ. (2563). แท้จ้ ริิงแล้ว้ ความหมายของคํําว่่า “สลิ่ม� ” คืืออะไร
ถอดความหมายจากผู้้�ชุุมนุุม #BUกูไู ม่เ่ อาสลิ่ม� . เข้้าถึึงเมื่อ่� 31 ตุลุ าคม.
เข้้าถึึงได้้จาก https://workpointtoday.com/political-terms-salim/
เอกพลณััฐ ณัฐั พัทั ธนันั ท์์. (2557). “ขบวนการมวลชนเสื้�อแดงกัับการปฏิิวัตั ิทิ าง
สังั คมที่่�ไม่ถ่ ึึงจุดุ สิ้�นสุดุ .” วารสารวิิจััยสังั คม 37, 2 (กรกฎาคม-ธันั วาคม):
45-88.
47
“สันั ดาน” คำำ�หยาบหรือื ไม่่
การเปลี่�่ยนแปลงความหมายในภาษาไทย
นางสาวสุชุ ััญญา อ่่อนสร้้อย 620510751
ส่ว่ นนำำ�
การะเกด : พี่่� เวลาใครว่า่ พี่่ส� ันั ดาน พี่่โ� กรธมั้้�ย
พี่่แ� ย้้ม : ถ้้าเป็น็ สัันดานจริิงก็็หาโกรธไม่เ่ จ้้าค่ะ่
พี่่ผ� ิิน : ใช่่เจ้้าค่่ะ ก็ม็ ัันเป็็นสันั ดานไปแล้้วนี่่�เจ้้าคะ
การะเกด : คำำ�ว่่าสันั ดานไม่่หยาบสินิ ะ
พี่่�แย้้ม : หยาบยัังไงรึึเจ้้าคะ
การะเกด : เฮ่อ่ ... เอาล่่ะ ข้้าเข้้าใจละ มัันคงเป็็นสันั ดานของข้้าจริิงๆ
สัันดานของข้้าก็็เหมืือนสันั ดอน ข้้าจะขุุดออกให้้หมดเลย
จากบทพููดดังั กล่า่ วมาจากละครที่่ม� ีีชื่อ�่ เสีียงเรื่่อ� ง บุุพเพสันั นิิวาส เป็็นฉากที่่�
การะเกดถามพี่่ผ� ินิ กัับพี่่แ� ย้้มว่า่ คำำ�ว่่า สัันดานเป็น็ คำำ�หยาบมั้้ย� และพี่่�แย้้มปฏิิเสธ
จะเห็็นได้้ว่่าคำ�ำ ว่า่ สันั ดานไม่่ใช่ค่ ำำ�หยาบในสมัยั นั้้�น ทำ�ำ ให้้ผู้้�วิิจัยั เกิิดคำ�ำ ถามว่่าทำำ�ไมคำำ�ว่า่
สันั ดานจึึง กลายเป็น็ คำำ�ที่่ม� ีีความหมายติเิ ตีียนในทางที่่ไ� ม่่ดีีอย่า่ งในปััจจุบุ ันั
วิจิ ััยนี้้�มีีจุุดประสงค์เ์ พื่อ�่ ศึึกษาการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคำำ�ว่่าสันั ดานที่่�
ในอดีีตเป็็นคำ�ำ ธรรมดามีีความหมายทั่่�วไป แต่่ในปัจั จุบุ ัันนำำ�มาใช้้ในความหมายที่่�แสดง
การด่่าทอ
งานวิจิ ััยนี้ม�้ ีีประโยชน์ ์ คืือนำ�ำ เสนอข้้อมููลเกี่�ยวกับั การเปลี่่�ยนแปลงความหมาย
ของคำำ�ในภาษาไทย ในที่่น� ี้ค�้ ืือ คำำ�ว่า่ สันั ดาน
สมมติฐิ านของงานวิจิ ัยั เรื่่�องนี้้� คืือ คำำ�ว่่า สัันดานที่่ใ� ช้้เป็น็ คำ�ำ ด่่าในปัจั จุบุ ันั
พัฒั นามาจากการใช้้คำ�ำ ว่่า สันั ดานในบริิบทที่่ส� ื่�อ่ ไปในทางที่่�ไม่่ดีีหรืือไม่่
48
ดุุษฎีีพร ชำ�ำ นิิโรคศานต์์ (2526: 44-45) กล่่าวถึึงการพิจิ ารณาการเปลี่่�ยน
แปลงความหมายของคำ�ำ ดัังนี้้�
“พิิจารณาจากบริบิ ทของการใช้้คำำ� กล่า่ วคืือ คำ�ำ คำำ�เดีียวกันั อาจปรากฎใน
บริิบทที่่ต� ่า่ งจากเดิิม เช่่น ปรากฎในบริบิ ทได้้มากขึ้น้� หรืือน้้อยลง แสดงให้้เห็น็ ว่่าคำ�ำ คำ�ำ
นั้้�นมีีการเปลี่่ย� นแปลงความหมายเกิดิ ขึ้�้น”
จากผลการวิิจัยั ดัังกล่่าว การเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายเกิดิ จากการนำ�ำ คำ�ำ
นั้้�นไปใช้้ในบริิบทที่่แ� ตกต่่างออกไปจากเดิมิ
ก่อ่ นอื่น่� เราต้้องมารู้�จ้ ัักกัับความหมายของคำำ�ว่่า สันั ดาน ทั้้ง� ในอดีีตและ
ปัจั จุบุ ันั กัันก่อ่ น
ความหมาย “สันั ดาน” ในอดีีต
คำ�ำ โบราณที่่ว� ่า่ “สันั ดอนขุดุ ง่่าย สัันดานขุุดยาก” จากคำำ�กล่า่ วนี้ ้� คำำ�ว่่า
สันั ดาน เป็็นคำ�ำ นาม หมายถึึง อุุปนิิสัยั ที่่�มีีมาแต่่กำำ�เนิดิ เช่่น มีีสัันดานดีี มีีสัันดานเลว
เป็น็ นิิสัยั ที่่ย� ากจะแก้้ได้้ ต่่างกับั สัันดอน หมายถึึง ดินิ หรืือกรวดทรายเป็น็ ต้้นซึ่่ง� น้ำ��ำ พัดั
เอามารวมกันั ปรากฏนููนยาวอยู่�ใต้้น้ำำ�� ทำำ�ให้้สููงเป็็นสันั ขึ้น�้ ที่่ส� ามารถขุุดออกได้้
อย่า่ งง่า่ ยดาย
จะเห็น็ ได้้ว่่าในอดีีตคำำ�ว่า่ สัันดานไม่่ใช่ค่ ำ�ำ หยาบ เป็น็ เพีียงคำ�ำ ธรรมดาที่่�บรรยาย
อุปุ นิิสััยของคนคนหนึ่่ง� นอกจากนี้ย�้ ัังเห็็นได้้จากละครเรื่่�อง บุพุ เพสันั นิิวาส ที่่�ยกมา
ข้้างต้้น ตััวละครที่่อ� ยู่�ในอดีีตไม่ไ่ ด้้มองคำำ�ว่่าสัันดานว่า่ เป็น็ คำ�ำ หยาบที่่ใ� ช้้ด่า่ ทอโดยไร้้
เหตุผุ ล
ความหมาย “สัันดาน” ในปัจั จุบุ ััน
ข้้อมููลจากกระทู้้พ� ันั ทิปิ จากปีี พ.ศ. 2553 หััวข้้อ “สัันดาน” ถ้้าโดนว่่าด้้วยคำำ�
นี้�จ้ ะรู้้ส� ึึกอย่า่ งไร โดย เจ้้าของกระทู้้ไ� ด้้เล่่าเรื่อ่� งว่า่ ตนทะเลาะกับั แฟนหนุ่�ม เมื่อ่� แฟนของ
เธอเริ่ม� โกรธ เขาด่า่ เธอว่า่ “อย่่ามาทำ�ำ สัันดานแบบนี้ก�้ ับั พี่่”� จากที่่�นั่่�งอยู่�ในรถด้้วยกันั
เธอบอกให้้แฟนจอดรถ แล้้วเธอก็็เดิินกลับั บ้้านเอง
49
จากเหตุุการเจ้้าของกระทู้ถ�้ ามว่า่ เธอทำำ�อะไรผิิดมากเลยหรืือ แฟนเธอถึึงขนาดด่่า
เธอว่า่ สันั ดาน หลังั จากมีีคนจำำ�นวนมากเข้้ามา ตอบคำำ�ถามของเจ้้าของกระทู้�้หนึ่่�งใน
นั้้น� แสดงความคิดิ เห็น็ ว่่า
“คำำ�ว่า่ สัันดาน คำำ�นี้้� ไม่ค่ วรนำำ�มาต่อ่ ว่่ากันั ค่ะ่ ถ้้าไม่ช่ อบนิสิ ัยั อะไรควรจะพููดกันั ตรงๆ”
จากกริิยาตอบสนองของเจ้้าของกระทู้้� เมื่่�อโดนแฟนพููดว่่าสัันดาน และคำ�ำ
กล่า่ วของผู้�้แสดงความคิิดเห็น็ ท่า่ นนี้�้ สรุปุ ได้้ว่่าคำ�ำ ว่่า สัันดาน ในปััจจุุบัันมีีความหมาย
เป็น็ คำำ�ด่า่ ร้้ายแรง ทำ�ำ ให้้ผู้้ฟ� ังั เกิิดอารมณ์โ์ กรธได้้
การพััฒนาจากคำ�ำ ที่่ใ� ช้้ทั่่ว� ไป มาเป็น็ คำ�ำ ด่่าที่�่ไม่่น่า่ ฟังั
การที่่�คำำ�คำ�ำ หนึ่่ง� จะเปลี่่�ยนแปลงความหมายไปได้้ ต้้องเกิิดจากการนำ�ำ คำำ�คำำ�
นั้้�นมาใช้้ในบริิบทที่่�ต่่างออกไป ยกตัวั อย่า่ ง การใช้้คำำ�ว่า่ สันั ดาน ในทางตำ�ำ หนิิ เช่่น
“สัันดานของเขาเป็็นเช่น่ นั้้�น อย่า่ ไปถืือเลย” จากตััวอย่่างประโยค บุุรุุษที่่� 1 พููดกับั
บุุรุุษที่่� 2 กล่่าวถึึง บุุรุุษที่่� 3 เหตุผุ ลที่่ผ� ู้พ้� ููด พููดแบบนี้้�แสดงว่า่ ผู้้�ที่่�ถููกกล่า่ วถึึงต้้อง
ประพฤติิบางอย่า่ งที่่�ไม่่ดีี ให้้เห็น็ อยู่�เป็น็ ประจำ�ำ จึึงจะพููดได้้ว่่า เป็น็ สันั ดาน ด้้วยเหตุนุ ี้้�
คำ�ำ ว่า่ สัันดานจึึงถููกใช้้ในแง่่ร้้ายมากขึ้�น้ จนใช้้เป็็นคำ�ำ ด่า่ มาจนถึึงปัจั จุุบััน
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากที่่�กล่า่ วมาทั้้�งหมด สรุปุ ได้้ว่า่ การใช้้คำำ�ว่า่ สันั ดานในบริบิ ทที่่เ� ป็็นการติิเตีียน
ด่่าทอ ทำำ�ให้้คำ�ำ ว่่าสันั ดาน พัฒั นากลายเป็็นคำำ�ที่่ม� ีีความหมายในทางที่่ไ� ม่ด่ ีีอย่่างใน
ปััจจุุบััน
แสดงให้้เห็น็ การพัฒั นาของคำำ�ที่่น� ำำ�ไปใช้้ในบริิบทอื่่�นก็จ็ ะทำำ�ให้้ความหมาย
เปลี่่ย� นแปลงไปตามกาลเวลาและยุคุ สมััย สามารถนำ�ำ ไปเปรีียบเทีียบคำ�ำ ได้้อีีกหลายคำ�ำ
ในภาษาไทยที่่�พััฒนาไปในทางเดีียวกันั กัับคำำ�ว่่า สันั ดาน
ทำำ�ให้้เห็น็ ว่า่ ภาษาไทยเป็็นภาษาที่่�ไม่่หยุุดนิ่่�ง มีีการพััฒนาเรื่�่อย ๆ มีีคำำ�ใหม่่
เกิิดขึ้้น� และคำ�ำ เดิิมก็็สามารถมีีความหมายที่่เ� ปลี่่ย� นแปลงไปจากเดิิมได้้ ทำำ�ให้้ภาษา
ไทยเป็็นภาษาที่่ย� ังั มีีชีีวิติ มาจนถึึงทุุกวันั นี้�้
50
เอกสารอ้้างอิงิ
กองวิิชาการ มหาวิิทยาลััยธรรมกาย แคลิิฟอร์์เนีีย. (ม.ป.ป.). สููตรสำำ�เร็็จการพัฒั นา
สังั คมโลก. ม.ป.ท.: ม.ป.พ..จาก https://www.douus.com
ดุษุ ฎีีพร ชำ�ำ นิิโรคศานต์์. (2526). ภาษาศาสตร์์เชิงิ ประวัตั ิิและภาษาไทยเปรีียบเทีียบ.
กรุงุ เทพฯ: ม.ป.พ.
Lion girl. (2553). “ สัันดาน “ ถ้า้ โดนว่า่ ด้้วยคำำ�นี้้จ� ะรู้้�สึกึ อย่า่ งไร. สืืบค้้น
23 ตุุลาคม 2564, จาก http://topicstock.pantip.com
51
“เสีียง” ที่�่ไม่ไ่ ด้้เป็น็ แค่่เสีียง
นางสาวธนพร กาฬภัักดีี 620510002
ส่่วนนำำ�
งานวิจิ ัยั นี้ม�้ ีีวัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่อ�่ วิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคำ�ำ ว่า่ เสีียง ในภาษาไทย
ที่่�มีีการปรัับขยายความหมาย โดยมุ่�งอธิิบายระบบความหมายในระดัับมโนทััศน์์
คำำ�ถามงานวิิจััยคืือ เพราะเหตุุใดคำำ�ว่่า เสีียง จึึงมีีการปรัับขยายความหมายเป็็น
“ความเห็็น” และ “คะแนนเสีียง” สิ่่�งใดคืือเหตุุหรืือปััจจััยสำำ�คััญของการปรัับขยาย
ความหมายของคำำ�ดังั กล่า่ ว
ผลการศึึกษาพบว่า่ เหตุทุ ี่่�คำำ�ว่่า เสีียง มีีความหมายที่่เ� ป็็นรููปธรรมมากขึ้น�้ อย่่าง
ความเห็็น หรืือ คะแนนเสีียง เนื่�อ่ งจากผู้�ใ้ ช้้ภาษามีีโครงสร้้างมโนทััศน์์ด้้านการขับั เน้้น
ความหมายของคำำ�ตั้้�งต้้น ได้้แก่่ เสีียง หมายถึึง “สิ่่�งที่่�รัับรู้้�ได้้ด้้วยหูู” ที่่�นำำ�ไปสู่่�
ผลอัันจะเกิิดเป็็น “ความเห็็น” และผลของ ความเห็็น สามารถสร้้างอิิทธิิพล
หรืือแรงกระเพื่่�อมให้้เกิิด “คะแนนเสีียง” ตามมาได้้ โครงสร้้างมโนทััศน์์ที่่�ส่่งผลให้้
คำ�ำ ว่่า เสีียง เกิิดปรากฏการณ์์ดังั กล่า่ ว มีีรายละเอีียดดังั นี้�้
“เสีียง” กลายเป็็น “ความเห็น็ ” และ “คะแนนเสีียง” : โครงสร้า้ งมโนทััศน์ด์ ้า้ น
การขับั เน้้นความหมาย
ในปััจจุบุ ัันเราจะพบได้้ว่า่ คำำ�ว่่า “ความเห็็น” สามารถใช้้ความหมายของคำำ�ว่่า
“เสีียง” แทนได้้ในหลายบริิบท เช่่น “เรื่่�องนี้้�ฉัันขอไม่่ออกเสีียง” หรืือ “เสีียงของ
พวกเธอ มีีความหมายนะ ”ผู้้�ใช้้ภาษาจะสามารถเชื่่�อมโยงความหมายของประโยคนี้้�
ได้้จากประสบการณ์์ หรืือจากความรู้้�ทั่่ว� ไปว่า่ คำำ�ว่่า เสีียง ในบริบิ ทนี้ไ้� ม่ไ่ ด้้มีีความหมาย
เพีียงแค่่หมายถึึง “สิ่�งที่่�รัับรู้้�ได้้ด้้วยหูู” (พจนานุุกรม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน, 2554)
หรืือความหมายเชิงิ เทคนิคิ ว่า่ “คลื่น�่ เชิงิ กลที่่เ� กิดิ จากการสั่น� สะเทืือนของวัตั ถุ”ุ (วิกิ ิพิ ีีเดีีย,
2564) เท่่านั้้�น แต่ไ่ ด้้เปลี่่�ยนจากความหมายเดิิมคืือ “สิ่�งที่่�รับั รู้ไ้� ด้้ด้้วยหูู”ให้้เป็น็ ผลไปสู่่�
ความหมายใหม่่คืือ “ความเห็็น” เนื่่�องจาก ธรรมชาติิของมนุุษย์์มัักพููดหรืือเปล่่ง
ถ้้อยคำำ�ที่่ม� ีีความหมายหรืือสารออกมาเพื่อ�่ แสดงความคิดิ หรืือถ่่ายทอดสารให้้ผู้อ้� ื่่�นรัับรู้�้
52
อีีกหนึ่่ง� ความหมายที่่�เกิิดจากการปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่า่ เสีียง ได้้แก่่
“คะแนนเสีียง” เป็น็ ที่่�น่า่ ตั้ง� คำำ�ถามว่่าเหตุใุ ดจึึงต้้องใช้้คำำ�ว่า่ เสีียง ร่่วมกับั คำำ�ว่่า คะแนน
เหตุุผลมาจากคำำ�ว่่า คะแนนเสีียง มีีความหมายคืือ “คะแนนที่่�ลงในการออกเสีียง”
(พจนานุุกรม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน, 2554) จึึงสามารถสัังเกตได้้ว่่า ออกเสีียง
ในบริิบทนี้้� ไม่่ได้้หมายถึึง เปล่่งเสีียง แต่่หมายถึึง ออกความเห็็น, เลืือก หรืือแสดง
เจตจำำ�นงของตน คำำ�ว่่า คะแนนเสีียง จึึงเป็็นผลมาจากการขัับเน้้นความหมายของ
คำำ�ว่่า เสีียง มาสู่�ความหมายใหม่่คืือ “ความเห็็น” และนำำ�ไปสู่่�ผลของการแสดง
ความเห็็นอย่า่ งเป็็นระบบมากขึ้น�้ คืือ “คะแนนเสีียง” ดัังภาพที่่� 1
ภาพที่่� 1 แสดงความสัมั พันั ธ์์การปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่า่ เสีียง
อย่า่ งไรก็ต็ ามในบางบริบิ ทคำ�ำ ว่า่ “เสีียง” และ “ความเห็น็ ”ไม่ส่ ามารถปรากฏ
แทนกัันได้้ เช่่น “ขออนุุญาตแสดงความคิิดเห็็นนะคะ” มัักไม่่แทนด้้วย“ขออนุุญาต
แสดงเสีียงนะคะ” หรืือ “ขออนุุญาตออกเสีียงนะคะ” เนื่่�องจากในบางบริิบท
การแสดงความคิดิ เห็น็ อาจเป็็นเพีียงการเสนอสิ่ง� ใหม่ ่ ไม่จ่ ำ�ำ เป็น็ ต้้องเลืือกสิ่ง� ใดสิ่ง� หนึ่่ง�
หรืือเลืือกฝ่่าย ในขณะที่่�คำำ�ว่่า ออกเสีียง มักั ใช้้ในเชิิงที่่ต� ้้องเลืือกข้้าง
นอกจากนี้้ค� ำ�ำ ว่า่ เสีียง ในบางบริิบทยัังใช้้ในเชิิงความหมายของ “ความนิิยม”
ได้้อีีกด้้วย เช่่น “ขอเสีียงหน่อ่ ยเร็็ว !” (ศิิลปิินพููดกัับผู้ช�้ มในงานคอนเสิริ ์ต์ ) เจตนาผู้�้พููด
ไม่่ได้้ต้้องการความคิิดเห็็นหรืือคะแนนเสีียงใด ๆ จากผู้้�ชม แต่่เป็็นการใช้้ “เสีียง”
แทนความนิยิ มของตัวั ศิลิ ปิินเท่า่ นั้้น�
53
สรุปุ ผลการศึึกษา
การศึึกษาการปรัับขยายความหมายของคำำ�ว่่า “เสีียง” เกิิดจากการที่่�
ผู้้�ใช้้ภาษามีีมโนทััศน์์ด้้านการขัับเน้้นความหมาย ให้้คำำ�คำำ�หนึ่่�งสามารถเกิิด
ความหมายใหม่่ ได้้โดยที่่�ความหมายใหม่่จะมีีเหตุุหรืือเค้้าความหมายมาจาก
ความหมายเดิิมของคำ�ำ นั้้�น ได้้แก่่ “ความเห็็น” “คะแนนเสีียง” รวมถึึง “ความนิิยม”
ผลการศึึกษาในลัักษณะนี้้�ไม่่เพีียงแต่่ปรากฏกัับคำำ�ว่่า เสีียง ในงานวิิจััยนี้้�เท่่านั้้�น
แต่่ยังั ปรากฏกับั คำำ�ในภาษาไทย ได้้อีีกหลายคำำ�
ผู้้�เขีียนขอยกตัวั อย่า่ งคำำ�ที่่เ� ห็็นได้้ชััดเจนคืือ คำำ�ว่่า “กินิ ” หมายถึึง “ทำำ�ให้้ล่่วง
ลำ�ำ คอลงไปสู่่�กระเพาะ” (พจนานุุกรม ฉบัับราชบััณฑิติ ยสถาน, 2554) คำำ�ว่า่ กิิน ยังั มีี
ความหมายอื่น่� ที่่�เกิดิ จากการปรัับขยายความหมาย ในที่่�นี้ข�้ อยกมาเพีียง 3 ความหมาย
ได้้แก่ ่ “โดยปริยิ ายหมายความว่า่ เปลืือง” “รับั เอา” และ “ชนะในการพนันั บางอย่า่ ง”
จะเห็็นได้้ว่่าทั้้�ง 3 ความหมายใหม่่เกิิดจากมโนทััศน์์ด้้านการขัับเน้้นความหมายเดิิม
ของคำ�ำ ว่า่ กินิ อย่า่ งเห็น็ ได้้ชัดั กล่า่ วคืือ ความหมายที่่ว� ่า่ “โดยปริยิ ายหมายถึงึ เปลือื ง”
เป็็นผลมาจาก มโนทััศน์์ของการกิิน ที่่�ต้้องมีีการหมดไปหรืือพร่่องไป จึึงมััก
ปรากฏกัับสิ่่�งที่่�ถููกใช้้มากเกิินควร หรืือหมดไปโดยใช่่เหตุุ เช่่น กิินน้ำำ��มััน, กิินเวลา
ความหมายใหม่่ “รัับเอา” เกิิดจากมโนทััศน์์คำำ�ว่่ากิินที่่�ต้้องนำำ�อาหารเข้้ามาในปาก
จึึงเปรีียบตััวผู้้�กิินเป็็นผู้้�รัับ และอีีกหนึ่่�งความหมาย “ชนะในการพนัันบางอย่่าง”
เกิิดจากมโนทััศน์์ของการกิินที่่�โดยธรรมชาติิแล้้วต้้องเป็็นการนำำ�อาหารที่่�มีีประโยชน์์
เข้้าปาก จึึงเป็็นการได้้รัับผลประโยชน์์หรืือเป็็นการได้้รัับชััยชนะ ความหมายเดิิมของ
คำำ�ว่า่ กิิน จึึงสร้้างมโนทัศั น์์ที่่ข� ัับเน้้นให้้เกิิดความหมายใหม่่ได้้เป็น็ จำ�ำ นวนมาก
ปััจจุุบัันคำำ�ในภาษาไทยพบการปรัับขยายความหมายหรืือการเปลี่่�ยนแปลง
ความหมายได้้เป็็นจำำ�นวนมาก ภาษาที่่�มีีการเปลี่่�ยนแปลงอยู่�เสมอจะแสดงให้้เห็็นถึึง
ความงอกงามของการใช้้ภาษาที่่�สััมพัันธ์์กัับความคิิด วิิถีีชีีวิิต และวััฒนธรรม ที่่�ต้้อง
ดำำ�เนิินไปอย่่างควบคู่่�กัันกัับสัังคม ผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความวิิจััยฉบัับนี้้�จะสามารถ
จุุดประกายให้้ผู้้�ศึึกษาเล็็งเห็็นความสำำ�คััญของการศึึกษางานด้้านภาษาในเรื่่�อง
ความหมายระดัับ1มโนทััศน์์ซึ่ �งเป็็นการศึึกษาภาษาโดยอาศััยความสััมพัันธ์์ระหว่่าง
54
ประสบการณ์์ ความคิิด และวััฒนธรรมในแต่่ละสัังคม ไม่่สามารถเลืือกศึึกษาจาก
มุุมใดมุุมหนึ่่�งได้้ และหวัังเป็็นอย่่างยิ่่�งว่่าจะสามารถเป็็นแนวทางที่่�ช่่วยผลัักดััน
ให้้เกิิดการผลิิตงานด้้านภาษาในระดัับมโนทััศน์์เพื่่�อความเจริิญงอกงามของวงการ
ภาษาไทยสืืบไป
55
เอกสารอ้้างอิงิ
ศุุภชัยั ต๊๊ะวิิชัยั . (2564). ครั้�งที่่� 10 กลไกการขยายความหมายของคำ�ำ และ
แบบฝึึกหััด. เข้้าถึึงเมื่อ�่ 27 ตุุลาคม. เข้้าถึึงได้้จาก https://drive.google.
com/file/d/19UOxzUXeZUPiDg6b0riNo9Czn1jsb5O8/view?us
p=drivesdk
ราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2554). พจนานุุกรม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554.
เข้้าถึึงเมื่่�อ 27 ตุลุ าคม. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th/
56
เหตุุใดทํําไมจึึงนก
นางสาวนัันทิิชา ชนิดิ กิจิ เจริญิ พร 05610237
ส่่วนนำำ�
การใช้้ภาษาบนสื่่�อสัังคมออนไลน์์ของวััยรุ่่�นไทยในปััจจุุบัันมัักมีี
การเปลี่่ย� นแปลงทางภาษาไทยที่่ผ� ิดิ ไปจากรููปเดิมิ เช่น่ การแปรเสีียง การประดิษิ ฐ์ค์ ํําใหม่่
การตััดเสีียง การทํําให้้ความหมายเปลี่่�ยนไปจากเดิิม เป็็นต้้น ซึ่่�งการเปลี่่�ยนแปลง
เหล่่านี้้�เกิิดจากการสร้้างสรรค์์ทางภาษาจึึงทํําให้้เกิิดการปรัับขยายความหมายหรืือ
การเปลี่่�ยนแปลงทางความหมาย บทความวิิจััยนี้้�มุ่ �งเน้้นศึึกษาเกี่่�ยวกัับการขยาย
ความหมายของคํําว่่า “นก” ซึ่่�งคํําว่่า “นก” ได้้กลายมาเป็็นคํําที่่�คนนิิยมส่่วนใหญ่่
ใช้้กััน โดยคํําว่่า “นก” ที่่�คนนิิยมใช้้กัันนั้้�นมิิได้้หมายถึึงสััตว์์ปีีกชนิิดหนึ่่�ง แต่่หมายถึึง
การพลาดโอกาสบางอย่า่ งหรืืออดได้้ในสิ่่ง� ที่่ต� ้้องการ จากการศึกึ ษาผลการวิจิ ัยั ของคํําว่า่
“นก” พบว่า่ มีีผู้ท�้ ี่่ท� ํําวิจิ ัยั เกี่ย� วกับั คํําว่า่ “นก” ที่่เ� ป็น็ ความหมายใหม่น่ ี้เ�้ พีียงผลงานเดีียว
คืือ ผลงานวิิจััยของคุุณโนโซมิิ ยามาดะ นิิสิิตระดับั ปริิญญาโท ภาควิิชาภาษาศาสตร์์
และรองศาสตราจารย์์ ดร.พิทิ ยาวัฒั น์์ พิทิ ยาภรณ์์ อาจารย์ป์ ระจํําภาควิชิ า ภาษาศาสตร์์
ที่่�ศึึกษาเกี่ �ยวกัับการเปลี่่�ยนแปลงทางภาษาของคํําว่่า “นก” และได้้เปรีียบเทีียบว่่า
คํําว่่า “นก” แต่่เดิิมนั้้�นเป็น็ คํํานามที่่ห� มายถึึงสััตว์์ปีีกชนิิดหนึ่่�ง ส่ว่ นคํําว่า่ “นก” ที่่�นิิยม
ใช้้กัันในปััจจุุบัันเป็็นคํํากริิยาที่่�แปลว่่าพลาด โดยมีีการวิิเคราะห์์ ข้้อมููลจากทวิิตเตอร์์
แล้้วทํําสถิิติิเกี่่�ยวกัับจํํานวนคนที่่�ใช้้คํํานี้้�ในทางความหมายใหม่่ แต่่ยัังไม่่มีีการ
กล่่าวถึึงที่่�มาหรืือรายละเอีียดของคํําว่่า “นก” ไว้้อย่่างชััดเจน นอกจากนี้้�ผู้้�วิิจััย
ส่่วนใหญ่่ก็็มัักจะทํําวิิจััยเกี่่�ยวกัับนกที่่�เป็็นสััตว์์ปีีก เช่่น งานของศศิิธร พัังสุุบรรณ
และ จารุ ุ นิคิ ม ที่่ศ� ึกึ ษาความหลากหลายของชนิดิ พันั ธุ์์�นก ในพื้้น� ที่่เ� ขตเมืือง จังั หวัดั ยะลา
ประเทศไทย งานของผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์นิิธิินาถ เจริิญโภคราชก็็ศึึกษาเกี่่�ยวกัับ
ความหลากชนิดิ ของนกในพื้้น� ที่่ส� วนผลไม้้อํําเภอบางคนทีี จังั หวัดั สมุทุ รสงคราม เป็น็ ต้้น
57
งานวิิจััยนี้้�จึึงมุ่�งเน้้นที่่�จะนํําเสนอรายละเอีียดเพิ่่�มเติิมของคํําว่่า “นก” ที่่�มิิได้้มีีเพีียง
เรื่่�องการเปรีียบเทีียบความหมายเดิิม และความหมายใหม่่ แต่เ่ ป็น็ การนํําเสนอเนื้้�อหา
ที่่�เกิดิ จากการตั้�งคํําถามว่่าคํําว่่า “นก” กลายมาเป็็นคํําที่่�คนนิยิ มพููดได้้อย่่างไร บุุคคล
กลุ่�มใดเป็็นผู้้�เริ่�มใช้้คํําดัังกล่่าว ความแตกต่่างระหว่่างความหมายเดิิมและความหมาย
ใหม่่ของคํําว่่า นก รวมทั้้�งการใช้้คํําว่่า “นก” ที่่�เป็็นความหมายใหม่่ส่่งผลดีีและ
ผลเสีียต่่อการใช้้ภาษาไทยอย่่างไร การที่่�ยัังไม่่มีีผู้้�ที่่�ทํําวิิจััยเกี่ �ยวกัับคํําว่่า “นก” ไว้้
อย่่างละเอีียดทํําให้้การทํําวิิจััยนี้้�ต้้องมีีการศึึกษาข้้อมููลจากสื่่�อออนไลน์์จํํานวนมาก
แล้้วนํํามาสัังเคราะห์์ใหม่่ เพื่่�อให้้งานวิิจััยนี้้�มีีเนื้้�อหาที่่�หลากหลายและสามารถ
ตอบคํําถามวิจิ ััยได้้อย่่างครบถ้้วน
วัตั ถุปุ ระสงค์ก์ ารวิิจัยั
1. เพื่อ่� ศึึกษาเกี่�ยวกัับการปรัับขยายความหมายของคํําว่า่ “นก” จากอดีีตสู่่�ปััจจุบุ ันั
2. เพื่่�อนํําเสนอแนวคิิดที่่�ทํําให้้เกิิดคํําว่า่ “นก” ในทางความหมายใหม่่
3. เพื่�อ่ ให้้ผู้้�คนสามารถใช้้คํําว่่า “นก” ได้้อย่า่ งถููกต้้องและเหมาะสม
สมมติฐิ าน
1. ความหมายของคํําว่่า “นก” มีีทั้้ง� ความหมายตรงตััวและความหมายโดยนััย
2. นกแต่่ละชนิิดสามารถนํํามาเปรีียบเทีียบกับั ลักั ษณะของมนุุษย์์ได้้
3. คํําว่่า “นก”ที่่เ� กิิดจากการปรัับขยายความหมายกลายเป็็นคํํานิยิ มที่่ค� นส่ว่ นใหญ่่ใช้้
ในปัจั จุุบััน
ประโยชน์ท์ ี่�่ได้้จากการวิิจัยั
ผู้้�วิิจััยได้้เรีียนรู้้�เกี่�ยวกัับที่่�มา ความหมาย และการใช้้คํําว่่านกได้้อย่่างถููกต้้อง
และเหมาะสม การทํําวิิจััยคํําว่่านกเกิิดจากการที่่�ผู้้�วิิจััยสนใจในคํํานี้้�แต่่ยัังไม่่ทราบถึึง
รายละเอีียดของคํําว่่านกมากเท่่าที่่�ควร การทํําวิิจััยนี้้�จึึงทํําให้้ผู้้�ทํําวิิจััยเข้้าใจ
ความหมายของคํําว่า่ นกได้้มากขึ้น้� กว่า่ เดิิม
58
นอกจากนี้้�การศึึกษาความหมายของคํําว่่านกทั้้�งใน อดีีตและปััจจุุบัันเพื่่�อนํํามา
เปรีียบเทีียบกัันก็็ทํําให้้เข้้าใจถึึงการปรัับขยายความหมายของคํําว่่านกได้้อย่่าง
ครอบคลุุม
ผู้้�วิิจััยได้้ศึึกษาหาความหมายของคํําว่่านกตามสื่่�อออนไลน์์ต่่างๆแล้้วนํํามา
สัังเคราะห์์ข้้อมููล ผลการวิิจััย พบว่่าคํําว่่านกมีีความหมายในหลายด้้าน ได้้แก่่
ความหมายตรงตััว ความหมายเปรีียบเทีียบ และความหมายแฝง ในการทํําวิิจััยนี้้�
จะเน้้นเนื้้�อหาไปที่่�ความหมายแฝงเพื่่�อทํําความเข้้าใจถึึงคํําที่่�คนส่่วนใหญ่่ในปััจจุุบััน
นิยิ มใช้้กััน
นกโดยแท้้(ความหมายตรงตััว)
นก หมายถึึง สัตั ว์ป์ ีกี ชนิิดหนึ่่�งที่่ม� ีีวิิวััฒนาการ มีีการปรับั ตัวั กัับสภาพแวดล้้อม
จนมีีรููปร่่างและขนาดที่่�แตกต่่างกัันมากมาย แต่่สิ่ �งที่่�นกทั้้�งหลายมีีร่่วมกัันคืือขนนก
ปกคลุุมร่่างกาย และนกทุุกชนิิดออกลููกเป็็นไข่่ทั้้�งสิ้ �น นกเป็็นสััตว์์ที่่�มีีสััมผััสอัันว่่องไว
เพื่อ�่ ความปลอดภัยั ในการบินิ โดยเฉพาะสัมั ผัสั ทางสายตา นกบางชนิดิ มีีสายตาอันั คมกริบิ
อาจกล่่าวได้้ว่่าเป็็นสายตาที่่�ดีีที่่�สุุดในบรรดาสายตาของสััตว์์มีีกระดููกสัันหลัังด้้วยกััน
สมองส่่วนรัับภาพของนกพััฒนาไปเช่่นเดีียวกัับสมองส่่วนควบคุุมการเคลื่่�อนไหว
เพราะการบิินที่่�ดีีต้้องอาศััยการประสานงานที่่ด� ีีของทุุกส่่วนในร่่างกาย
คนเป็็นจํํานวนมากเข้้าใจว่่านกเป็็นเพีียงสิ่ �งประดัับในธรรมชาติิซึ่ �งให้้ความ
สวยงามเท่่านั้้�น แต่่ความเป็็นจริิงแล้้วนกมีีบทบาทที่่�สํําคััญมากต่่อการคงอยู่่�ของสิ่ �ง
มีีชีีวิิตโดยเฉพาะพวกพืืชและต่่อการรัักษาความสมดุุลของระบบนิิเวศน์์ตััวอย่่างที่่�
ชััดเจน คืือการเป็็นผู้้�ผสมเกสรดอกไม้้ กระจายเมล็็ดพัันธุ์์� และการเป็็นทั้้�งเหยื่่�อและ
ผู้�ล้ ่า่ ของห่่วงโซ่่อาหารตามธรรมชาติิและระบบนิิเวศน์์
อยากจะเป็น็ นกแบบไหน (ความหมายเปรีียบเทีียบ)
นกแต่่ละชนิิดล้้วนมีีลัักษณะและอุุปนิิสััยที่่�แตกต่่างกััน นกแต่่ละชนิิดอาจ
เปรีียบได้้กัับลัักษณะนิิสััยของคนในองค์์การแต่่ละแห่่งที่่�สามารถแบ่่งพนัักงานออก
เป็็น 3 ระดัับคืือผู้บ�้ ริิหารระดับั สููง ผู้้�บริิหารระดัับกลางและผู้้ป� ฏิิบััติ ิ ซึ่่�งอาจเปรีียบได้้
กัับนก 3 ชนิดิ คืือนกอินิ ทรีีย์ห์ รืือเหยี่ย่� ว นกกระจอกหรือื นกกระจิบิ และนกคุ้�ม
59
นกคุ้�ม เป็็นนกที่่�หากิินบนพื้้�นดิิน สายตามองสิ่�งที่่�อยู่�เฉพาะหน้้า มองไม่่ไกล
และบิินไม่่สููง แต่่ทํําในสิ่่�งที่่�ตััวเองรัับผิิดชอบอยู่�ให้้ดีีที่่�สุุด นกชนิิดนี้้�สามารถเปรีียบได้้
กัับผู้ป�้ ฏิิบััติิ
นกกระจอกหรืือนกกระจิิบ บิินสููงขึ้้�นมาระดัับหนึ่่�ง จิิกอาหารจากพื้้�นได้้ไม่่
มากนััก บิินสููงมากไปก็็ไม่่ไหว แต่่จะส่่งเสีียงโหวกเหวกอยู่�ตลอดเวลา เปรีียบเหมืือน
ผู้บ�้ ริหิ ารระดัับกลางที่่ค� อยเชื่อ�่ มระหว่า่ งผู้�้ปฏิบิ ััติกิ ัับผู้�บ้ ริหิ ารที่่อ� ยู่�สูงขึ้�น้ ไป เริ่ม� บิินสููงขึ้�น้
เริ่�มมองไกลมากกว่า่ นกคุ้�ม คอยบอก คอยสอน คอยเตืือน คอยตาม และคอยสนัับสนุุน
ผู้ป้� ฏิิบััติใิ ห้้ทํําหน้้าที่่�ของเขาได้้อย่่างดีี
นกอิินทรีีย์์หรืือเหยี่่�ยว เป็็นนกที่่�แข็็งแรง บิินได้้สููง สายตายาวไกล มองเห็็น
เหยื่่�อที่่�อยู่่�บนพื้้�นดิินได้้ แม้้จะบิินอยู่�ในที่่�สููงก็็ตาม มีีพลััง สามารถต้้านแรงลมได้้ดีี
เปรีียบได้้กัับผู้้�บริิหารระดัับสููงที่่�ต้้องพาองค์์การฝ่่าฟัันต่่อสู้้�อุุปสรรค มองเห็็นภาพรวม
มองภาพใหญ่่ เรีียกว่า่ บินิ สููง มองไกล ใฝ่่สููง มุ่่�งผลสํําเร็จ็
จากที่่�กล่่าวมาข้้างต้้นจะเห็็นได้้ว่่านกแต่่ละชนิิดก็็สามารถนํํามาเปรีียบเทีียบ
กัับคนในองค์์การแต่่ละแห่่งที่่�คนในตํําแหน่่งนั้้�นๆมัักจะมีีอุุปนิิสััยดัังนกที่่�กล่่าวมา
ซึ่ �งบุุคคลที่่�เป็็นผู้้�บริิหารระดัับสููงหรืือหััวหน้้าองค์์การนั้้�นเป็็น บุุคคลที่่�มีีความสํําคััญที่่�
สุดุ เนื่อ�่ งจากเป็็นผู้�้นํําขององค์์การ จึึงต้้องมีีความอดทน มีีวิสิ ัยั ทััศน์์ที่่�ดีี รวมทั้้ง� ต้้องเป็็น
คนที่่�แก้้ปััญหาได้้ดีีเพื่่�อนํําองค์์การไปสู่่�ความสํําเร็็จ แต่่องค์์การแต่ล่ ะแห่่งนั้้�นจะมีีเพีียง
ผู้้�นํําเพีียงผู้้�เดีียวมิิได้้ คนประสานงานอย่่างผู้้�บริิหารระดัับกลางและผู้้�ปฏิิบััติิที่่�เป็็น
ผู้้�ตามก็็ต้้องปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของตนให้้ดีีที่่�สุุดด้้วยเช่่นกััน เมื่่�อบุุคคลแต่่ละตํําแหน่่งร่่วมใจ
กัันปฏิิบััติิหน้้าที่่ข� องตนก็็จะทํําให้้องค์์การประสบความสํําเร็จ็ ในอนาคตได้้
60
รู้�ไว้จ้ ะได้้ไม่น่ ก (ความหมายโดยนััย)
ในปััจจุุบัันคํําว่่า “นก” กลายเป็็นคํํากริิยาที่่�แปลว่่าอดหรืือพลาดโอกาส
บางอย่่างมาจากความหมายตรงตััวของคํําว่่านกที่่�เป็็นสััตว์์ชนิิดหนึ่่�งที่่�มีีปีีก เหตุุผลที่่�
ต้้องใช้้คํําว่่านกแทนอาการพลาดจากเป้้าหมาย สืืบเนื่่�องมาจากการที่่�นกเป็็นสััตว์์ที่่�
ปรากฏตััวเป็น็ เวลา ยามเช้้าออกหาอาหาร พอพลบค่ํํ�าก็็โบยบินิ กลัับรังั จึึงมีีนัยั ยะแฝง
ว่่าเมื่่�อคนที่่�เราชอบไม่่ได้้ชอบเรากลัับก็็เปรีียบเสมืือนเราเป็็นนกที่่�ต้้องกลัับรัังแต่่เพีียง
ผู้้�เดีียว นอกจากนี้้�นกยัังเป็็นสััตว์์ที่่�เมื่่�อมีีเหตุุตกใจจะบิินจากไปแล้้วมัักไม่่บิินกลัับมาที่่�
เดิิมอีีก นััยยะนี้้�อาจหมายถึึงเมื่่�อคนที่่�เราแอบชอบบิินหนีีไปเราก็็อาจจะไม่่มีีวัันได้้
สมหวัังอีีก ที่่�มาของคํําว่่า “นก”ที่่�คนนิิยมใช้้กัันอย่่างแพร่่หลายนั้้�นมาจากละคร
โทรทััศน์์เรื่่�อง “ไดอารีีตุ๊๊�ดซีีส์์ เดอะซีีรีีส์์” ซึ่่�งเป็็นละครโทรทััศน์์ที่่�มีีผู้้�ชมจํํานวนมาก
ในระยะเวลาหนึ่่ง� จึึงมีีผู้ท�้ ี่่�นํําคํํานี้�้มาใช้้ตามๆกััน
คํําว่่า “นก” ในความหมายโดยนััยนั้้�นไม่่ได้้มีีจุุดที่่�น่่าสนใจเพีียงแค่่เป็็นคํําที่่�
คนนิิยมส่่วนใหญ่่ใช้้กัันเท่่านั้้น� เนื่่�องจากสื่่�อออนไลน์์เป็็นสื่่�อกลางในการสื่่�อสารกัันเป็็น
หลักั ในยุคุ ปัจั จุบุ ันั การใช้้แป้น้ พิมิ พ์ใ์ นการสื่อ�่ สารกันั ก็ล็ ้้วนมีี ส่ว่ นที่่ท� ํําให้้เกิดิ คํําว่า่ “นก”
ด้้วยเช่่นกััน เมื่่�อสัังเกตจากแป้้นพิิมพ์์แล้้วปุ่�มแป้้นพิิมพ์์ภาษาอัังกฤษตััว “O”
จะตรงกับั ภาษาไทยคืือ ตัวั “น” และปุ่�มแป้น้ พิมิ พ์ภ์ าษาอังั กฤษตัวั “D” ซึ่่ง� ภาษาไทยคืือ
ตััว “ก” เมื่่�อรวมแล้้วจะเป็็นคํําว่่า “OD” อ่่านเป็็นภาษาคาราโอเกะได้้คํําว่่า “อด”
ซึ่ �งก็็ไปตรงกัับแป้้นพิิมพ์์ไทยว่่า “นก” นั่่�นเอง นอกจากนี้้�คํําว่่า “นก”เมื่่�อทัับศััพท์์
ภาษาอังั กฤษก็็คืือ “no ok” ซึ่่ง� พอรวมเข้้าด้้วยกันั แล้้วจะได้้ nook หรืือออกเสีียงคล้้าย
“นก” แล้้วคํําว่่า no ok นั้้�นแปลว่่าไม่่ตกลงหรืือไม่่โอเคด้้วยก็็จะไปตรงกัับ
ความหมายของคํําว่่า “นก” ที่่�แปลว่่าอดหรืือพลาดได้้ด้้วยเช่่นกันั
ผลการวิิจััยพบว่่าคํําว่่า “นก” ไม่่ได้้เป็็นคํํานิิยมแค่่ในปััจจุุบัันเท่่านั้้�น
แต่่เท็็จจริิงแล้้วเป็็นคํําที่่�นิิยมใช้้กัันมาตั้้�งแต่่ปีีพุุทธศัักราช 2537 ซึ่่�งนิิยมมาจาก
เพลง “นกตลอด” ของคุณุ อนันั ต์ ์ บุญุ นาค ซึ่่ง� เนื้้อ� เพลงมีีเนื้้อ� หาเกี่ย� วกับั การที่่ห� นุ่�มคนหนึ่่ง�
พููดไม่่เก่่ง ฐานะไม่่ร่ํ�ารวย ไม่่ว่่าจะชอบผู้้�หญิิงคนไหนหรืือรัักมากเท่่าใดก็็มัักจะอกหััก
ตลอด
61
ตััวอย่่างเช่่นท่่อนนี้้� ”โดนเหวี่ �ยงค่่อนข้้างถี่ � เป็็นอย่่างงี้้�ก็็บ่่อย บ่่อยจนใคร ๆ ก็็รู้้�
วืืดทุกุ งานนั่่น� แหละ คงไม่แ่ คล้้วต้้องเป็น็ ปู่่� อยู่�โยงจนกลายพันั ธุ์์�เป็น็ นก” ก็ส็ ามารถบอก
ได้้ว่า่ คํําว่า่ “นก” เป็็นคํําที่่�ใช้้เปรีียบเทีียบในสถานการณ์ท์ ี่่�ชอบใครแล้้วไม่่สมหวังั ดัังที่่�
คนในปัจั จุุบัันนิยิ มใช้้คํํานี้�้กันั
สรุุปผลการศึึกษา
จากการศึึกษาคํําว่่า “นก” โดยสืืบค้้นแหล่่งข้้อมููลตามสื่่�อออนไลน์์ต่่าง ๆ
พบว่่าคํําว่่า “นก”กลายมาเป็็นคํํา ที่่�คนนิิยมใช้้กัันจากการชมละครโทรทััศน์์เรื่่�อง
“ไดอารีีตุ๊๊�ดซีีส์์ เดอะซีีรีีส์์” ที่่�มีีการเผยแพร่่คํําว่่า “นก” โดยสื่่�อถึึงการพลาดโอกาส
บางอย่่าง คนจํํานวนมากก็็นํําคํํานี้้�มาใช้้ตามกััน แต่่แท้้ที่่�จริิงแล้้วคํําว่่า “นก” ที่่�เป็็น
ความหมายแฝงนี้้�มีีการใช้้กัันมาตั้้�งแต่่ 20 ปีีก่่อนจากเพลงของคุุณอนัันต์์ บุุญนาค
เมื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่่า “นก”ทั้้�งความหมายเดิิมและความหมายใหม่่ก็็
จะพบว่่าทั้้�งสองความหมายมีีลัักษณะที่่�คล้้ายกััน เนื่่�องจากความหมายเดิิมนั้้�น นก
หมายถึึง สััตว์์ปีีกชนิิดหนึ่่�งที่่�มีีสััมผััสอัันว่่องไวเพื่่�อความปลอดภััยในการบิินโดยเฉพาะ
สััมผััสทางสายตา แต่่ในทางความหมายใหม่่ก็็ได้้นํําลัักษณะเด่่นของนกดัังกล่่าวมา
เปรีียบเทีียบกับั การที่่ต� นไม่ส่ มหวังั จากคนที่่ช� อบเหมืือนโอกาสได้้บินิ จากไปอย่า่ งกับั นก
การศึึกษาการปรัับขยายความหมายของคํําว่่า “นก” ทํําให้้ผู้้�วิิจััยเกิิดองค์์ความรู้้�
ใหม่่และเข้้าใจในความหมายของคํําว่่านกในหลายด้้านมากขึ้้�น ในภายแรกผู้้�วิิจััยก็็ใช้้
คํํานี้้ต� ามความนิิยมเท่า่ นั้้น� และรู้�เ้ พีียงว่า่ นกหมายถึึงการพลาดโอกาสบางอย่า่ ง เมื่่�อได้้
ศึึกษาคํําว่่า ”นก” จากการทํําวิิจััยนี้้�ทํําให้้ผู้้�วิิจััยได้้เรีียนรู้้�ถึึงที่่�มาของคํําความหมาย
โดยตรงและการนํําความหมายใหม่่มาเปรีียบเทีียบ รวมทั้้�งยัังเรีียนรู้้�เกี่ �ยวกัับลัักษณะ
ของมนุุษย์์ที่่�สามารถนํํามาเปรีียบเทีียบกัับอุุปนิิสััยของนกแต่่ละชนิิด แม้้คํําว่่า “นก”
จะเป็็นที่่�นิิยมกัันอย่่างแพร่่หลายสืืบเนื่่�องมาถึึงปััจจุุบััน แต่่คํําที่่�เกิิดจากภาษาในสื่่�อ
ออนไลน์์ก็็มีีทั้้�งข้้อดีีและข้้อเสีีย กล่่าวคืือ การใช้้ภาษาที่่�เกิิดจากสื่่�อออนไลน์์ทํําให้้เกิิด
การสร้้างสรรค์์คํําใหม่่อยู่�เสมอและทํําให้้ภาษาไม่่ตายตััว แต่่การใช้้ภาษาจากการ
เปลี่่�ยนแปลงทางภาษาก็็ทํําให้้คนส่่วนใหญ่่มัักจะเผลอใช้้คํําแบบผิิดๆหรืือใช้้
ในสถานการณ์์ที่่�ไม่่เหมาะสมได้้ การใช้้ภาษาที่่�ถููกต้้องจึึงต้้องเกิิดจากการศึึกษา
ความหมายที่่�แท้้จริงิ และนํํามาปรัับใช้้ให้้ถููกต้้องและเหมาะสม
62
เอกสารอ้า้ งอิิง
โนโซมิิ ยามาดะ, และ ดร.พิทิ ยาวััฒน์์ พิทิ ยาภรณ์.์ (2562). การวิิเคราะห์ก์ าร
แพร่ก่ ระจายของคํําว่า่ “นก” (รายงานผลการวิิจัยั ). กรุุงเทพฯ:
จุุฬาลงกรณ์ม์ หาวิิทยาลัยั
โรงเรีียนสวนกุุหลาบวิทิ ยาลััย. (2561). การศึกึ ษาปัจั จัยั ของปัญั หาการสููญพันั ธุ์์�ของ
นกในประเทศไทย. สืืบค้้น 12 ตุลุ าคม 2564. จาก นกคืืออะไร -
การศึึกษาปััจจัยั ของ ปัญั หาการสููญพัันธุ์์�ของนกในประเทศไทยของนัักเรีียน
ระดับั ชั้้�นมัธั ยมศึึกษาปีีที่่� 1 โรงเรีียนสวนกุุหลาบวิทิ ยาลัยั (google.com)
พิเิ ชฐ บัญั ญัตั ิ.ิ (2550). แง่ค่ ิดิ นัักบริิหาร : เป็น็ นกอินิ ทรีีย์ห์ รือื เหยี่�่ยว. สืืบค้้น
12 ตุุลาคม 2564. จาก แง่่คิิดนัักบริิหาร(6) : เป็น็ นกอินิ ทรีีย์์หรืือเหยี่ย� ว
- GotoKnow
Laphatsanan Youngtrong. (2562). ทํําไมต้้อง “นก”. สืืบค้้น 12 ตุลุ าคม 2564.
จาก [Strongแล้้วเดินิ หน้้าต่อ่ ] ทํําไมต้้อง “นก” (blockdit.com)
Kapook. (2560). รู้�หรือื ไม่่ นกหรืือจีีบแล้้ววืืดไม่่ได้เ้ พิ่่ง� มาใช้้ แต่่ใช้้มา 20 ปีีแล้้ว.
สืืบค้้น 12 ตุุลาคม 2564.จาก รู้�้หรืือไม่่ นก หรืือจีีบแล้้ววืืด ไม่ไ่ ด้้เพิ่่�งมาใช้้
แต่่ใช้้มา 20 ปีีแล้้ว (kapook.com)
63
แกงที่ไ่� ม่ใ่ ช่อ่ าหาร
นางสาวอริิสา ศิิริวิ รรโณ 620510178
ส่่วนนำำ�
การเปลี่่�ยนแปลงของยุุคสมััยนอกจากจะนํําพามาซึ่่�งการเปลี่่�ยนแปลงใน
ด้้านสังั คม เศรษฐกิจิ และการดํําเนิินชีีวิติ แล้้ว ยัังทํําให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลง เสริิมแต่่ง
เพิ่่�มเติิมของคํําศััพท์์ใหม่่ ๆ ที่่�ถููกใช้้เพิ่่�มขึ้้�นในสัังคมด้้วยการศึึกษาเรีียนรู้้�คํําศััพท์์
เพิ่่�มเติิม เหล่่านั้้�นจะช่่วยให้้สามารถเข้้าใจถึึงการติิดต่่อสื่่�อสารในปััจจุุบัันได้้อย่่าง
สมบููรณ์์มากขึ้้�นแม้้ว่่าคํําศััพท์์ใหม่่ ๆ จะไม่่ใช่่หรืือยัังไม่่ได้้ถููกเพิ่่�มลงในพจนานุุกรม
ราชบััณฑิิตยสถานหรืือยัังไม่่ได้้ถููกใช้้ในแวดวงทางการแต่่ก็็ถููกใช้้อย่่างแพร่่หลายใน
ช่ว่ งเวลาหนึ่่ง� ๆ หรืือใช้้อยู่�เสมอในรููปแบบการติดิ ต่อ่ ที่่ม� ากมายในปัจั จุบุ ันั งานวิจิ ัยั ฉบับั นี้�้
มีีวัตั ถุปุ ระสงค์์ที่่จ� ะศึกึ ษาวิเิ คราะห์์ความหมายของคํําว่่า “แกง” และ “แกล้้งในภาษา
ไทยพร้้อมกัันนี้้�ยัังศึึกษาถึึงการผัันแปรของความหมายของคํําว่่า “แกง” มาเป็็น
“แกล้้ง” ที่่�ในอดีีตไม่่ได้้มีีความหมายคล้้ายกัันมาจนกลายเป็็นคํําที่่�มีีความหมาย
คล้้ายกัันอย่่างในปััจจุุบััน โดยจะมุ่�งอธิิบายความหมายของความคล้้ายคลึึงกัันด้้วย
มโนทััศน์์ด้้านการเปรีียบเทีียบวััตถุุโดยมีีคํําถามของงานวิิจััยคืือ เหตุุใดคํําว่่า “แกง”
และ “แกล้้ง”ที่่ใ� นอดีีตไม่ไ่ ด้้มีีส่่วนเกี่ย� วข้้องกัันหรืือเชื่อ่� มโยงกันั ในด้้านของความหมาย
จึึงกลายมาเป็็นคํําที่่�มีีความหมายคล้้ายคลึึงกัันได้้ในปััจจุุบััน ซึ่่�งหมายถึึงการแกล้้ง
มากไปกว่่านั้้�นคํําว่่า “แกง” ยัังหมายความรวมถึึงการโกหก หลอกให้้เชื่่�อ และ
หลอกให้้ขายหน้้า อีีกด้้วย แต่่ในพจนานุุกรมราชบััณฑิิตยสถานกลัับให้้ความหมาย
ของคํําว่า่ “แกง” คืือกับั ข้้าวประเภทที่่�เป็น็ น้ํํ�า มีีชื่�อ่ ต่า่ ง ๆ ตามวิธิ ีีปรุุงและเครื่่�องปรุงุ
เช่่น แกงจืืด แกงเผ็็ด แกงส้้ม. (ดููที่่�คํํานั้้�น ๆ). ก. ทํํากัับข้้าว ประเภทที่่�เป็็นแกง
64
งานวิิจััยฉบับั นี้ม�้ ีีข้้อสมมติฐิ านในการศึึกษาความหมายของคํําว่่า “แกง” และ
“แกล้้ง” โดยเป็น็ การเปลี่่ย� นแปลงของคํําว่า่ “แกง” ที่่ใ� นพจนานุกุ รมราชบัณั ฑิติ ยสถาน
กลัับให้้ความหมายของคํําไว้้ว่่า คืือกัับข้้าวประเภทที่่�เป็็นน้้า มีีชื่่�อต่่าง ๆ
ตามวิธิ ีีปรุงุ และเครื่�่องปรุงุ เช่น่ แกงจืืด แกงเผ็ด็ แกงส้้ม. (ดููที่่ค� ํํานั้้น� ๆ). ก. ทํํากับั ข้้าว
ประเภทที่่�เป็็นแกง. จนกลายมาเป็็นคํําที่่�มีีความหมายว่่า “แกล้้ง” ซึ่่�งจะกลายเป็็น
คํํารููปต่่างแต่ค่ วามหมายเหมืือน โดยการศึึกษาว่า่ คํําว่า่ “แกง” เป็น็ คํําที่่�มีีความหมาย
กว้้างออก
ราชบัณั ฑิติ ยสถาน (2556 : 1124) ได้้ให้้ความหมายของ “วิวิ ัฒั นาการ”ว่า่ เป็น็
กระบวนการเปลี่่�ยนแปลงหรืือคลี่ค� ลายไปสู่่�ภาวะที่่�ดีีขึ้น้�
ธวััช ปุณุ โณทก (2553 : 11-15) ได้้อธิิบายถึึงการเปลี่่�ยนแปลงภาษาหรืือวิวิ ัฒั
นาการภาษาไว้้ว่า่ ภาษาเป็น็ เครื่อ�่ งมืือที่่ม� นุษุ ย์ใ์ ช้้สื่อ�่ สารซึ่ง� กันั และกันั ฉะนั้้�นจึึงเกิดิ การ
เปลี่่ย� นแปลงอยู่�เสมอไม่่ว่่าภาษาใด และภาษาที่่ใ� ช้้สื่�่อสารกันั จะมีีการเปลี่่ย� นแปลงมาก
หรืือน้้อยขึ้น�้ อยู่่�กับั การใช้้สื่อ�่ สารว่า่ สื่อ�่ สารบ่อ่ ยครั้ง� เพีียงใด นอกจากนี้ก�้ ารรับั วัฒั นธรรม
ศาสนา หรืือมีีอาณาเขตติิดต่่อกัันก็็ย่่อมทํําให้้ภาษาเปลี่่�ยนแปลงอัันเนื่่�องมาจาก
การปนภาษาได้้
งานศึึกษาเรื่่�องการวิิเคราะห์์การเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํําในหนัังสืือ
อัักขราภิิธานศรัับท์์ของหมอบรััดเลย์์ได้้ทํําการศึึกษาการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของ
คํําในหนังั สืืออักั ขราภิธิ านศรับั ท์ข์ องหมอบรัดั เลย์แ์ ละได้้ทํําการศึกึ ษาการเปลี่่ย� นแปลง
ของคํําใน 3 มิิติิด้้วยกัันคืือ
1. การเปลี่่�ยนแปลงของความหมายแคบเข้้า คํําที่่�มีีความหมายแคบเข้้ามีี
2 ลัักษณะ
i. คํําที่่เ� ดิิมมีีมากกว่า่ หนึ่่�งความหมาย แต่ป่ ััจจุุบัันมีีความหมายลดลง
เหลืือเพีียงความหมายเดีียว
ii. คํําที่่�เดิิมมีีความหมายกว้้าง แต่่ปัจั จุบุ ัันมีีความหมายเฉพาะ
เจาะจงขึ้น�้
65
2. การเปลี่่ย� นแปลงของความหมายกว้้างออก คํําที่่ม� ีีความหมายกว้้างออกมีี
3 ลักั ษณะ
i. คํําที่่�เดิมิ มีีความหมายเดีียว แต่่ปัจั จุบุ ัันมีีความหมายเพิ่่�มขึ้�้นเนื่อ�่ ง
จากใช้้ในความหมายเปรีียบเทีียบ
ii. คํําที่่เ� ดิิมมีีความหมายเฉพาะเจาะจง แต่่ปัจั จุบุ ัันมีีความหมาย
กว้้างออก
iii. คํําที่่�เดิมิ มีีความหมายเดีียวซึ่�งเป็็นความหมายที่่�เฉพาะเจาะจง
แต่ป่ ัจั จุุบัันมีีความหมายกว้้างออก คืือไม่่เฉพาะเจาะจงแล้้ว
3. การเปลี่่ย� นแปลงของความหมายย้้ายที่่�คืือ คํําที่่เ� ดิมิ มีีความหมายอย่่างหนึ่่ง�
แต่่ปััจจุบุ ัันมีีความหมายอีีกอย่า่ งหนึ่่�ง
ได้้ผลการวิิจััยออกมาว่่าคํําในหนัังสืืออัักขราภิิธานศรัับท์์มีีการเปลี่่�ยนแปลง
ความหมาย 3 ประเภท คืือ ความหมายแคบเข้้า ความหมายกว้้างออก
และความหมายย้้ายที่่� โดยคํําที่่�มีีความหมายกว้้างออกมีีจํํานวนมากที่่ส� ุดุ คํําที่่ม� ีี
ความหมายย้้ายที่่ม� ีีจํํานวนรองลงมา และคํําที่่ม� ีีความหมายแคบเข้้ามีีจํํานวนน้้อยที่่ส� ุดุ
ความหมายของคํําว่่า “แกง” และ “แกล้้ง” ที่ค่� ล้้ายกันั
พจนานุกุ รมแปล ไทย-ไทย ราชบัณั ฑิิตยสถานได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่
“แกง” ไว้้ว่่า น. กับั ข้้าวประเภทที่่เ� ป็น็ น้ํํ�า มีีชื่่�อต่่าง ๆ ตามวิธิ ีีปรุุงและเครื่อ่� งปรุุง
เช่น่ แกงจืืด แกงเผ็ด็ แกงส้้ม. (ดููที่่ค� ํํานั้้น� ๆ). ก. ทํํากับั ข้้าวประเภทที่่เ� ป็็นแกง.
พจนานุุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบััณฑิิตยสถานได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่ “แกล้้ง”
ไว้้ว่่า ก. ทํําให้้เดืือดร้้อนรํําคาญ เช่น่ เขาแกล้้งฉััน แสร้้ง เช่น่ เขาแกล้้งทํําเป็น็ ปวดฟันั
จงใจทํํา พููด หรืือแสดงอาการอย่า่ งใดอย่่างหนึ่่ง� เพื่�อ่ ให้้เขาเสีียหาย อาย เดืือดร้้อน
ขััดข้้อง เข้้าใจผิิด เป็็นต้้น เช่น่ ข้้าพเจ้้าไม่่ได้้ทํําผิดิ เลยแต่่เขาแกล้้งใส่่ร้้าย
66
การผัันแปรของความหมายของคํําว่า่ “แกง” มาเป็น็ “แกล้ง้ ”
ที่่�มาของคํําว่่า “แกง” ที่่�มีีความหมายกว้้างออกจากคํําที่่�มีีความความหมาย
เดีียวในปััจจุุบัันมีีความหมายเพิ่่�มขึ้้�นมาจากการใช้้มโนทััศน์์ด้้านการเปรีียบเทีียบวััตถุุ
จากคํําว่า่ “แกง” ที่่แ� ปลว่า่ อาหารและคํําว่่า “ต้้ม” และ “ตุ๋น� ” ที่่�แปลว่า่ อาหารเช่น่ กันั
ซึ่�งคํําว่่า “แกง” ที่่�แปลว่่าอาหารมีีการใส่่เครื่่�องแกงลงไปด้้วยทํําให้้ดููหนัักกว่่า “ต้้ม”
และ “ตุ๋น� ” และคํําว่า่ “ต้้มตุ๋�น” มีีอีีกความหมายว่า่ การหลอกลวง ดังั นั้้�นจึึงทํําให้้คํําว่า่
“แกง” ถููกนํํามาใช้้ในการหลอกลวงที่่ห� นักั กว่า่ “ต้้มตุ๋น� ” และมีีความหมายที่่ค� ล้้ายคลังั
กัับคํําว่า่ “แกล้้ง”
ผลการศึึกษา
ผลการศึกึ ษาของงานวิิจััย แกง แกล้้ง และแกง(อาหาร) คืือ คํําว่่า “แกง” และ
“แกล้้ง” ในปััจจุุบัันมีีความหมายที่่�คล้้ายกัันและสามารถที่่�จะนํํามาใช้้แทนกัันได้้
ในหลากหลายกรณีี โดยคํําว่่า “แกง” ที่่�มีีความหมายกว้้างออกจากคํําที่่�มีี
ความหมายเดีียว มีีอีีกควาหมายคืือ แกล้้ง, โกหก และหลอกให้้เชื่่�อ มาจากการใช้้
มโนทััศน์์ด้้านการเปรีียบเทีียบวััตถุุจากคํําว่่า“ต้้ม” และ “ตุ๋๋�น” ที่่�มีีความมายเป็็น
อาหารชนิิดหนึ่่ง� คล้้ายกัับความหมายเดิินของ “แกง”
ประโยชน์์ของการศึกึ ษา
ประโยชน์์ที่่�ได้้จากการศึึกษาวิิจััยในครั้�งนี้้�คืือการได้้เข้้าใจถึึงความเป็็นมาของ
การเปลี่่ย� นแปลงของคํําว่า่ “แกง” จนมีีความหมายที่่ค� ล้้ายกับั คํําว่า่ “แกล้้ง” ในปัจั จุบุ ันั
ซึ่่�งเมื่่�อรัับทราบถึึงการเปลี่่�ยนแปลงภายใต้้มโนทััศน์์ ด้้านการเปรีียบเทีียบ
วััตถุุนี้้�ก็็จะสามารถเข้้าใจบริิบทของคํําว่่า “แกง” ที่่�ถููกใช้้อย่่างแพร่่หลายได้้อย่่าง
สมบููรณ์์ ไม่เ่ กิดิ การเข้้าใจผิดิ หรืือสับั สนเมื่อ�่ ได้้อ่า่ นพบคํําดังั กล่า่ วในที่่ต� ่า่ ง ๆ โดยเฉพาะ
ช่่องทางออนไลน์ท์ ี่่�มีีการใช้้อย่า่ งแพร่่หลาย
67
รายการอ้า้ งอิิง
Kaijeaw. (2020). เผยที่่�มาของคํําว่า่ แกงหม้้อใหญ่่ คํําศััพท์ว์ ัยั รุ่่�นมีีความหมาย
จากอะไรกันั แน่่. สืืบค้้นเมื่่�อ 8 ตุุลาคม 2564, จาก https://kaijeaw.com/
%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9
E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%
A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/
Natchaphon B.. (2564). “แกง แปลว่า่ อะไร” ศััพท์์โซเชีียลที่ห�่ ลายๆ คนอยากรู้�
ความหมาย. สืืบค้้นเมื่อ�่ 8 ตุุลาคม 2564, จาก https://www.sanook.
com/campus/1402100/
พจนานุกุ รมแปล ไทย-ไทย ราชบััณฑิติ ยสถาน. (ม.ป.ป.). ความหมายของ แกง.
สืืบค้้นเมื่่�อ 8 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.sanook.com/
search/dict-th-th-royal-institute/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0
%B8%87
ธวััช ปุณุ โณทก. (2548). การอ่า่ นจารึกึ สมััยต่า่ งๆ. กรุงุ เทพฯ: สํํานัักพิิมพ์์
มหาวิิทยาลัยั รามคํําแหง.
______. (2553). วิวิ ัฒั นาการภาษาไทยและอักั ษรไทย. กรุงุ เทพฯ: สำ�ำ นัักพิิมพ์์
แห่ง่ จุุฬาลงกรณ์์ มหาวิทิ ยาลัยั .พระราชวงศ์เ์ ธอ กรมหมื่น่� พิทิ ยาลงกรณ์.์
(2511). พระนลคํําฉันั ท์.์ กรุุงเทพฯ: คลังั วิิทยา.
ราชบััณฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554.
กรุงุ เทพฯ :นานมีีบุ๊๊�คส์์พับั ลิิเคชั่น� ส์์.
มััลลิิกา มาภา. (2559). วิิวัฒั นาการภาษาไทย. สืืบค้้นเมื่�อ่ 8 ตุลุ าคม 2564, จาก
http://portal5.udru.ac.th/ebook/pdf/upload/18Ar7445O0d
W0O94g007.pdf
เนติมิ า พัฒั นกุุล. (ปีพี ิมิ พ์์). การวิเิ คราะห์์การเปลี่่ย� นแปลงความหมายของคํําใน
หนังั สืืออัักขราภิธิ านศรับั ท์์ของหมอบรััดเลย์.์ สืืบค้้นเมื่อ�่ 8 ตุุลาคม 2564,
จาก http://www.sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/id/dba10545-
0c15-40ed-ac02-b2a098038b2a/Fulltext.pdf?attempt=2
68
“กลืืน” คำำ�เดีียวแต่่หลายความหมายนะ
นางสาวกุุลนาถ สุุวพรหม 05610036
ส่่วนนำำ�
ความน่่าสนใจของคำำ�ที่น�่ ำำ�มาศึกึ ษา
“กลืืน”เป็น็ คำ�ำ หลายความหมาย แต่ย่ ังั ไม่พ่ บงานวิจิ ัยั ที่่ศ� ึกึ ษาคำ�ำ กริยิ า “กลืืน”
ในฐานะที่่เ� ป็น็ คำ�ำ หลายความหมาย ผู้ว�้ ิจิ ัยั จึึงสนใจศึกึ ษาการขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่
“กลืืน” ในภาษาไทยว่่ามีีความหมายอะไรบ้้าง และความหมายเหล่่านั้้�นของคำำ�ว่่า
“กลืืน” มีีความสััมพัันธ์์ทางความหมายอย่่างไร จากการศึึกษางานวิิจััยที่่�ผ่่านมา
เกี่ย� วกัับคำ�ำ หลายความหมายในภาษาไทย เช่น่ งานของ โสมรวีี สมเพชรเรื่อ่� งการขยาย
ความหมายของคำำ�ว่่า “กััด” ในภาษาไทย: การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน
โดยการขยายความหมายของคำำ�กริยิ า “กััด” ในภาษาไทย คำำ�กริยิ าที่่ม� ีีความหมายว่า่
‘เอาฟันั กดไว้้ไม่ใ่ ห้้หลุดุ ’ ได้้ขยายความหมาย ‘ทำ�ำ ให้้เปื่�อ่ ยเป็น็ แผล’ ‘กร่่อนสลายหรืือ
จางลง’ และความหมาย ‘ทะเลาะวิิวาท’ งานวิิจััยเกี่�ยวกับั คำ�ำ หลายความหมาย ดัังที่่�
กล่า่ วล้้วนศึึกษาโดยใช้้แนวคิิดทางอรรถศาสตร์ป์ ริชิ านซึ่่ง� ผลการวิิจัยั พบว่า่ ความหมาย
ต่่าง ๆ มีีความสััมพัันธ์์กััน จนทำำ�ให้้กลายเป็็นคำำ�หลายความหมาย ผู้้�วิิจััยจึึงสนใจ
ศึึกษาการขยายความหมายของคำำ�ว่่า “กลืืน” ในภาษาไทย แต่่อย่่างไรก็็ตามผู้้�วิิจััย
การศึกึ ษาเฉพาะคำ�ำ กริยิ า “กลืืน”ที่่เ� ป็น็ คำ�ำ มููลหรืือคำ�ำ เดี่ย� วเท่า่ นั้้น� ไม่ศ่ ึกึ ษาคำ�ำ ว่า่ “กลืืน”
ในคำำ�ประสมหรืือสำำ�นวน และไม่่ศึกึ ษาหน้้าที่่�ทางไวยากรณ์อ์ ื่�น่ ๆ ของคำำ�ว่า่ “กลืืน”
วัตั ถุุประสงค์ข์ องการวิิจัยั
1. เพื่่อ� วิิเคราะห์์ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กลืืน” ในภาษาไทย
2. เพื่่�อวิเิ คราะห์ค์ วามสััมพันั ธ์์ระหว่่างความหมายต่่าง ๆ ของคำำ�ว่่า “กลืืน”
ในภาษาไทย
69
สมมติิฐานของการวิจิ ัยั
1. ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กลืืน” ในภาษาไทย มีีทั้้ง� ความหมายทางกายภาพ ซึ่่�งแสดง
กิิริิยาอาการอาการที่่ท� ำ�ำ ให้้อาหารหรืือสิ่�งอื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไปและ ความ
หมายเชิิงเปรีียบเกี่ �ยวกัับอาการที่่�ทำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ �งอื่่�นที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป
2. ความสััมพัันธ์ท์ างความหมายของคำำ�ว่า่ “กลืืน” ในภาษาไทย คืือ มีีการขยาย
ความหมายจากความหมายทางกายภาพซึ่่�งแสดงกิิริิยาอาการที่่�ที่่�ทำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ �ง
อื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่ว่ งลำำ�คอลงไป ผ่า่ นกระบวนการทางปริิชานที่่�สำ�ำ คัญั ได้้แก่่
กระบวนการอุุปลัักษณ์์ และกระบวนการนามนััย
ความหมายของคำำ�ว่า่ “กลืนื ” ในภาษาไทย
ความหมายที่�่ 1 ‘อาการที่ท�่ ำำ�ให้อ้ าหารหรือื สิ่�งอื่น� ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่ว่ ง
ลำำ�คอลงไป’
ผู้ท�้ ี่่ท� ำำ�กิิริยิ าอาการ คืือ มนุุษย์ห์ รืือสััตว์ ์ ผู้้�ถููกกระทำำ� คืือได้้แก่อ่ าหารและสิ่�งของ
โดยมีีลัักษณะอาหารและสิ่ง� ของที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำ�ำ คอลงไป
ตััวอย่่างประโยค 1. ถ้้าก้้างปลาติดิ คอเขาให้้กลืืนข้้าว
2. เขาเจ็็บคอจนกลืืนอะไรไม่ล่ ง
ความหมายที่่� 2 ‘อาการที่่ส�ิ่ง� อื่�น ๆ ในช่่องปากล่ว่ งลำำ�คอลงไปแสดงอาการสะกด
กลั้น� ไว้้ ไม่ใ่ ห้้แสดงออก’
มีีผู้ท้� ี่่�ทำำ�กิริ ิยิ าอาการ คืือ มนุษุ ย์ ์ ผู้�ถ้ ููกกระทำ�ำ คืือ อวััยวะในร่่างกาย คืือ
น้ำำ��ลาย โดยมีีลักั ษณะอาหารและสิ่ง� ของที่่อ� ยู่�ในปากล่่วงลำ�ำ คอลงไป ซึ่่ง� บ่ง่ บอกว่า่
การอาการกลืืนน้ำ�ำ�ลายคืือการแสดงอาการสะกดกลั้ �นไว้้
ตััวอย่า่ งประโยค 1. ฉัันผ่า่ นร้้านอาหารมองเห็็นอาหารต่่างๆทำ�ำ ให้้เขาถึึงกับั ต้้องกลืืน
น้ำ�ำ�ลายเอื๊อ� กใหญ่่
2. เขาเห็น็ กระเป๋๋าสวยๆเต็ม็ ห้้างถึึงกัับต้้องกลืืนน้ำ�ำ� ลายเพราะอยาก
ได้้กระเป๋๋าเหล่่านั้้�นทั้้�งหมด
70
ความหมายที่่� 3 ‘การแสดงอาการสะกดกลั้�นไว้้ ไม่ใ่ ห้แ้ สดงออก’
มีีผู้้ท� ี่่ท� ำำ�กิริ ิิยาอาการ คืือ มนุษุ ย์์ ผู้ถ�้ ููกกระทำำ� คืือ สิ่่ง� ที่่เ� ป็น็ นามธรรม ทั้้�งนี้�แ้ ม้้
ไม่ใ่ ช่ล่ ักั ษณะอาหารและสิ่�งของที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำำ�คอลงไป แต่่อาการสะกดกลั้�นไว้้
เปรีียบเหมืือนการกลืืนอาหารลงน้ำำ��ลำ�ำ คอ
ตัวั อย่่างประโยค 1. เขาพยายามกลืืนน้ำ��ำ ตาไม่่ให้้คนอื่น�่ รู้ว�้ ่า่ เขาเสีียใจ
2. ภายใต้้รอยยิ้�มนั้้น� กลับั ไม่ม่ ีีใครรู้้�ว่า่ เขาพยายามกลืืนทุุกข์์ไว้้
ความหมายที่่� 4 ‘อาการทำำ�ให้้หายไป หรืือให้ส้ ูญู ไป’
มีีผู้้�ที่่�ทำำ�กิิริิยาอาการและผู้้�ถููกกระทำำ�ไม่่ใช่่สิ่ �งมีีชีีวิิตแต่่เป็็นนามธรรมทั้้�งนี้้�แม้้
ไม่่ใช่่ลักั ษณะอาหารและสิ่�งของที่่�อยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอลงไป แต่่การทำ�ำ ให้้หายหรืือสููญ
ไปก็็เปรีียบเหมืือนสิ่่�งของที่่�อยู่ �ในปากล่่วงลำำ�คอโดยใช้้อวััยวะในช่่องปากเป็็นเครื่่�องมืือ
บดอาหารให้้แล้้วกลืืนหายไปในลำ�ำ คอเป็็นความหมายเชิงิ เปรีียบ
ตัวั อย่า่ งประโยค 1. วัฒั นธรรมต่่างชาติเิ ข้้ามาทำำ�ให้้เกิดิ การกลืืนวััฒนธรรมบางส่่วน
ประเทศ
2. เขาเคยสััญญาว่่าจะให้้ความยุุติธิ รรมแก่ท่ ุกุ ฝ่า่ ยแต่่สัักพักั เขาก็็
กลืืนอุุดมการณ์์
5. ความหมายที่�่ 5 ‘ประสานกันั หรือื เข้า้ กันั ได้้ดีี’
มีีผู้ท�้ ี่่�ทำำ�กิริ ิยิ าอาการและผู้้�ถููกกระทำำ�คืือ มนุษุ ย์์ สััตว์์ หรืือ สิ่่�งของ ทั้้�งนี้้�แม้้ไม่่
ใช่ล่ ักั ษณะอาหารและสิ่�งของที่่�อยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอลงไป แต่ก่ ารประสานกันั หรืือเข้้า
กันั ได้้ดีีสันั นิษิ ฐานว่า่ เกิิดจากการใช้้อวััยวะในช่่องปาก เช่น่ ฟััน ลิ้้�น บดให้้ละเอีียด
เป็น็ เนื้้�อเดีียวกันั ก่อ่ นลงสู่่�ลำำ�คอ โดยใช้้อวัยั วะในช่อ่ งปากเป็็นเครื่�่องมืือจึึงทำำ�ให้้กริยิ า
“กลืืน” กลายเป็็นความหมายว่่าประสานกัันหรืือเข้้ากันั ได้้ดีีพบตััวอย่่างข้้อความดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งประโยค 1. สีีของเครื่อ�่ งแต่่งบ้้านกัับสีีของพื้้น� ไม่่กลืืนกันั
2. เขาเดินิ กลืืนไปกัับฝููงชน
71
6. ความหมายที่่� 6 ‘อาการที่�่มีีลักั ษณะคล้า้ ยคลึึงกััน’
ผู้้ท� ี่่�ทำำ�กิริ ิยิ าอาการและผู้�ถ้ ููกกระทำ�ำ คืือ มนุุษย์์ ไม่่ใช่่ลักั ษณะอาหารและสิ่ง� ของ
ที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอลงไป แต่่สันั นิิษฐานว่่าเกิดิ จากการใช้้อวัยั วะในช่อ่ งปาก เช่น่ ฟันั
ลิ้�น บดให้้ละเอีียดเป็็นเนื้้�อเดีียวกัันก่่อนลงสู่่�ลำำ�คอซึ่ง� มีีความหมายคล้้ายกัับความหมาย
ที่่� 4 แต่่เน้้นลัักษณะของอาการในกระทำำ�ที่่�มีีลักั ษณะคล้้ายคลึึงกันั
ตััวอย่่างประโยค 1. หนัังที่่ฉ� ัันดููกับั เพื่อ่� นตอนจบไม่่เหมืือนที่่�คาดไว้้ ฉัันกับั เพื่่�อนเลย
ผิดิ หวังั กลืืนกันั ไป
2. ชื่่�อหนัังสืือเล่่มนี้้�กลืืนกับั สีีปกมาก
ความสัมั พันั ธ์์ระหว่า่ งความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กลืืน” ในภาษาไทย
ความหมายที่่� 1 และ ความหมายที่่� 2 เป็็นความหมายทางกายภาพซึ่่ง� แสดง
กิิริิยาที่่�มีีลัักษณะอาหารและสิ่ �งของที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป ส่่วนความหมายที่่� 3
ถึึงความหมายที่่� 6 เป็็นความหมายเชิิงเปรีียบลัักษณะอาหารและสิ่ �งของที่่�อยู่�ในปาก
ล่่วงลำำ�คอ โดยความหมายที่่� 1 ‘อาการที่่�ทำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ �งอื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่่วง
ลำำ�คอลงไป’ เช่่น กลืืนข้้าว กลืืนอาหาร เป็็นความหมายพื้้�นฐานของคำำ�ว่่า “กลืืน”
ซึ่ �งเป็็นความหมายที่่�เป็็นรููปธรรม และสััมพัันธ์์กัับความหมายอื่่�น ๆ ทุุกความหมาย
ความหมายที่่� 1 ‘อาการที่่�ทำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ �งอื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป’
มีีความสััมพัันธ์์กัับความหมายอื่่�น ๆ โดยขยายความหมายไปยัังความหมายที่่� 2
‘อาการที่่�สิ่ง� อื่่�น ๆ ช่่องปากล่ว่ งลำำ�คอลงไป แสดงอาการสะกดกลั้น� ไว้้ไม่ใ่ ห้้แสดงออก’
ด้้วยกระบวนการนามนััยแบบเน้้นผลลััพธ์์ซึ่่�งเป็็นการขยายความหมายไปสู่่�ผลลััพธ์์
ของการกระทำำ�โดยคำำ�กริิยากลืืน” คืือการสิ่ �งที่่�ผลิิตในช่่องปากล่่วงลำำ�คอลงไปเพื่่�อ
แสดงการอดกลั้้�น ได้้แก่่ กลืืนน้ำำ��ลาย ดัังนั้้�น ความหมายพื้้�นฐาน‘อาการที่่�ทำำ�ให้้
อาหารหรืือสิ่�งอื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป’ จึึงขยายไปสู่่�ความหมายที่่บ� ่ง่ บอกถึึง
อาการสะกดกลั้น� ไว้้ ไม่่ให้้แสดงออก
72
ความหมายที่่� 3 ถึึงความหมายที่่� 6 เป็็นความหมายเชิิงเปรีียบคืือ กิิริิยาที่่�มีีลัักษณะ
อาหารและสิ่ �งของที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป โดยความหมายที่่� 1 ‘อาการที่่�ทำำ�ให้้
อาหารหรืือสิ่�งอื่่�น ๆ ที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำำ�คอลงไปได้้ขยายความหมายไปยังั ความหมายที่่�
3 ‘การแสดงอาการสะกดกลั้น� ไว้้ ไม่ใ่ ห้้แสดงออก’ความหมายที่่ � 4 ‘อาการทำ�ำ ให้้หายไป
หรืือให้้สููญไป’ 5. ความหมายที่่� 5 ‘ประสานกันั หรืือเข้้ากันั ได้้ดีี’ และ ความหมายที่่� 6
‘อาการที่่�มีีลัักษณะคล้้ายคลึึงกััน’ ด้้วยกระบวนการอุุปลัักษณ์์ที่่�ความหมายแก่่น
ซึ่ �งเป็็นการปรัับใช้้ความหมายของคำำ�กริิยาที่่�เป็็นความหมายแก่่นโดยเปรีียบกัับสิ่่�งอื่่�น
กล่่าวคืือ เป็็นการเชื่่�อมโยงความหมายระหว่่างวงความหมายหรืือวงมโนทััศน์์ 2 วง
ได้้แก่่ วงต้้นเค้้า และวงเป้้าหมาย โดยวงต้้นเค้้าเกี่่�ยวกัับกริิยาที่่�มีีลัักษณะอาหาร
และสิ่ง� ของที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอ ส่ว่ นวงเป้า้ หมาย เกี่ย� วกับั การแสดง อาการสะกดกลั้น� ไว้้
ไม่่ให้้แสดงออก อาการทำำ�ให้้หายไป หรืือให้้สููญไปประสานกััน หรืือเข้้ากัันได้้ดีี
อาการที่่�มีีลัักษณะคล้้ายคลึึงกััน โดยไม่่ใช่่ลัักษณะของอาหารและสิ่่�งของที่่�อยู่�
ในปากล่่วงลำำ�คอลงไป
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
1 .คำ�ำ ว่า่ “กลืืน” ในภาษาไทย มีีทั้้ง� ความหมายทางกายภาพ ซึ่่ง� แสดงกิริ ิยิ า
อาการที่่ท� ำ�ำ ให้้อาหารหรืือสิ่ง� อื่น�่ ๆ ที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอลงไปและความหมายเชิงิ เปรีียบ
เกี่ย� วกับั อาการที่่ท� ำ�ำ ให้้อาหารหรืือสิ่ง� อื่น�่ ๆ ที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอลงไป
2. ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคำำ�ว่่า “กลืืน”ในภาษาไทย คืือ
มีีการขยายความหมาย จากความหมายทางกายภาพซึ่่�งแสดงกิิริิยาอาการที่่�อาหาร
และสิ่ง� ของที่่อ� ยู่�ในปากล่ว่ งลำ�ำ คอไปสู่่�ความหมาย เชิงิ เปรีียบเกี่ย� วกับั การอาการที่่อ� าหาร
และสิ่่�งของที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอ ผ่่านกระบวนการทางปริิชานที่่�สำำ�คััญ ได้้แก่่
กระบวนการอุปุ ลักั ษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
73
การศึึกษาความหมายของคำำ�ว่่า “กลืืน” ในภาษาไทย ทำำ�ให้้ทราบมโนทััศน์์
ของคนไทยใช้้คำ�ำ ว่า่ “กลืืน”มีีหมายความว่่าอาการที่่ท� ำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ง� อื่�น่ ๆ ที่่อ� ยู่�ใน
ปากล่่วงลำำ�คอและมองว่่าสิ่ �งที่่�ทำำ�อาการเปรีียบเสมืือนมีีอาการที่่�ทำำ�ให้้อาหารหรืือสิ่ �ง
อื่่�น ๆ ที่่�อยู่�ในปากล่่วงลำำ�คอ เช่่น อาการสะกดกลั้ �นไว้้ ไม่่ให้้แสดงออกอาการทำำ�ให้้
หายไป หรืือให้้สููญไป ประสานกันั หรืือเข้้ากันั ได้้ดีี และ อาการที่่ม� ีีลักั ษณะคล้้ายคลึึงกันั
74
เอกสารอ้า้ งอิงิ
ชมพููนุทุ ธารีีเธีียร. (2564). คำ�ำ กริยิ ากลืนื ความในภาษาไทยถิ่น� อีีสาน.
วารสารมนุษุ ยศาสตร์,์ 17(2), 89-108.
ปรีีชา พิณิ ทอง. (2564) พจนานุกุ รมภาษาอีีสาน. https:esan108.com ค้้นเมื่อ�่ 02
พฤศจิกิ ายน, 2561.
ราชบัณั ฑิติ ยสถาน. (2554). พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554.
กรุงุ เทพฯ: ราชบัณั ฑิติ ยสถาน.
โสมรวีี สมเพชร. (2563). การขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริชิ าน. (วิทิ ยานิพิ นธ์ด์ ุษุ ฎีีบัณั ฑิติ
ภาควิชิ าภาษาไทย คณะอักั ษรศาสตร์)์ . จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั , กรุงุ เทพฯ.
75
“กัดั ” โดยใช้ฟ้ ันั และไม่่ใช้้ฟันั
นางสาวณััฐธยาน์์ เหล่่าสมาธิิกุลุ 05610148
ส่ว่ นนำ�ำ
เนื่่�องจากคํําว่่า “กััด” เป็็นคํําที่่�เราพบเจออยู่่�บ่่อย ๆ มัักใช้้ในหลากหลาย
ความหมายและหลากหลายบริิบท คํําว่่า “กััด” มีีทั้้�งความหมายทางตรงและ
ความหมายทางอ้้อมที่่�ใช้้ในสํํานวนเปรีียบเทีียบมากมาย ผู้้�วิิจััยเกิิดความสนใจถึึง
ความเป็น็ มา และการนํําคํําว่า่ “กััด” มาใช้้ในความหมายที่่�แตกต่่างกันั อีีกทั้้�งต้้องการ
นํําคํําดังั กล่่าวมาใช้้ให้้ถููกต้้องตามบริบิ ทที่่เ� หมาะสม
จากการศึกึ ษาความหมายของคํําว่่า “กัดั ” และความสััมพันั ธ์ท์ างความหมาย
ของคํําว่่า “กัดั ” พบว่่าโสมรวีี สมเพชร (2563) ได้้ศึกึ ษาเกี่ย� วกับั ความหมายของคํําว่่า
“กััด” ไว้้หลายความหมาย โดยความหมายของคํําว่่า “กััด” จํําแนกเป็็นความหมาย
ทางกายภาพซึ่่�งแสดงกิริ ิิยาอาการที่่�ใช้้ฟัันและความหมายเชิิงเปรีียบเกี่�ยวกัับการใช้้ฟััน
ผลการวิิเคราะห์ย์ ังั พบว่า่ ความหมายของคํําว่า่ “กััด” ที่่�ได้้ศึึกษามานั้้�นล้้วนสััมพัันธ์ก์ ันั
จากการศึึกษาดัังกล่่าว ผู้้�วิิจััยพบว่่ายัังไม่่มีีผู้้�ใดศึึกษาหาความหมายต้้นแบบของคํําว่่า
“กััด” ในภาษาไทยที่่�นํําไปสู่่�ความหมายอื่่�นๆของคํําว่่า “กััด” ซึ่่�งนํําความรู้้�เรื่่�อง
การปรับั ขยายความหมายเป็น็ หััวข้้อหลัักในการศึกึ ษา ผู้้ว� ิิจััยจึึงสนใจที่่�จะศึึกษาเรื่่�องนี้้�
งานวิจิ ััยนี้ม้� ีีวััตถุปุ ระสงค์์เพื่อ�่ ศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย
และเพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายต้้นแบบของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทยโดยตั้�งสมมติิฐาน
ของการวิิจััยไว้้ว่่า ความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย มีีทั้้�งความหมาย
แบบตรงตััวและความหมายเชิิงเปรีียบเทีียบ และความหมายของคํําว่่า “กััด” ใน
บริบิ ทต่า่ ง ๆ นั้้น� ต้้องมาจากความหมายต้้นแบบเพื่อ่� นํําไปสู่่�การขยายความหมายอื่น�่ ๆ
ผู้�ว้ ิิจัยั ได้้แบ่่งหัวั ข้้อวิิจัยั ดัังรายละเอีียดต่่อไปนี้�้
76
มโนทััศน์ข์ องคนไทยในการใช้ค้ ํําว่า่ “กััด” คู่่�กัับ “ฟันั ”
จากการศึึกษาความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย ทํําให้้ทราบว่่า
คนไทยมัักใช้้คํําว่่า “กััด” คู่่�กัับ “ฟััน” เนื่่�องจาก “ฟััน” คืืออวััยวะที่่�สามารถ
“กััด” ได้้ รวมถึึงการกระทํําที่่ไ� ม่่ต้้องใช้้ฟัันแต่่เกิดิ การทํําให้้ขาดออกจากกันั หรืือทํําให้้
เป็น็ แผลเหมืือนใช้้ฟััน ตัวั อย่า่ งเช่่น น้ำ��ำ กััดเท้้า ที่่�นํําคํําว่า่ “กััด” ไปใช้้ร่ว่ มกับั คํําว่่า น้ำ��ำ
ซึ่่�งทํําให้้อวััยวะในร่่างกายคืือ เท้้า เป็็นแผลได้้เหมืือนกัับถููกฟัันกััด คนไทยจึึง
มองว่า่ สิ่่ง� เหล่า่ นั้้น� มีี “ฟันั ” ซึ่่ง� สามารถ “กัดั ” ได้้ จึึงนํําคํําว่า่ “กัดั ” ไปใช้้กัับคํําดังั กล่า่ ว
นอกจากนี้�้ คนไทยยังั นํําคํําว่า่ “กัดั ” มาใช้้กับั การทะเลาะวิวิ าท เนื่อ�่ งจากคนไทยมองว่า่
การทะเลาะกัันเปรีียบเหมืือนการที่่�คนกััดกัันหรืือสััตว์์กััดกัันโดยใช้้ฟัันทํําให้้เป็็นแผล
แต่่คํําว่่า “กััด” ในบริิบทดัังกล่่าวมาจากการพููดจาเพื่่�อทํําร้้ายจิิตใจฝ่่ายตรงข้้าม
จนเกิิดการ “กััด” กััน ดัังนั้้�นจึึงนํําคํําว่่า “กััด” มาใช้้กัับการทะเลาะวิิวาทด้้วย
การปรัับขยายความหมายของคํําว่า่ “กััด”
ผู้ว�้ ิจิ ัยั ได้้รวบรวมความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” จากคลังั ข้้อมููลภาษาไทยแห่ง่ ชาติิ
ในพระราชููปถััมภ์์สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีีและสามารถ
จํําแนกความหมายของคํําว่า่ “กััด” ได้้ 8 ความหมาย ดังั นี้้�
1) ความหมายที่่� 1 คือื ‘การกระทํําที่่�ใช้้ฟันั กดไว้ไ้ ม่ใ่ ห้ห้ ลุดุ ’
ผู้�้กระทํําคืือมนุษุ ย์ ์ ผู้้�ถููกกระทํําคืือสิ่�งของหรืือส่่วนต่่างๆของร่่างกาย เช่น่ แขน
ขา เป็็นต้้น โดยใช้้ฟัันเป็น็ เครื่อ�่ งมืือในการกระทํํากริยิ าดัังกล่า่ ว เช่่น เธอกััดผ้้าจนแน่น่
2) ความหมายที่่� 2 คืือ ‘การกระทํําที่�่ใช้้ฟันั กดไว้้ให้แ้ น่น่ เป็็นอาการแสดงถึึง
ความอดกลั้ �น’
ผู้้�กระทํําคืือมนุุษย์์ ผู้้�ถููกกระทํําคืืออวััยวะภายในช่่องปาก เช่่น ฟััน ลิ้้�น
โดยใช้้ฟัันเป็็นเครื่่�องมืือในการกระทํํากริิยาดัังกล่่าว เพื่่�อแสดงความยัับยั้้�งชั่ �งใจ เพื่่�อ
ไม่่ให้้แสดงความโกรธ หรืือเพื่่�อไม่่ให้้เผลอพููดคํําพููดใดออกไป เช่่น เขากััดฟัันเพื่่�อข่่ม
ความโมโหของตัวั เอง
77
3) ความหมายที่่� 3 คืือ ‘การกระทํําที่่�ใช้้ฟัันกดให้้ทะลุุ ให้้ฉีีกขาด ให้้เป็็นแผล
เพื่่�อทํําร้า้ ยทํําลาย หรือื กิิน’
ผู้้�กระทํําคืือมนุุษย์์หรืือสััตว์์ ผู้้�ถููกกระทํําคืือมนุุษย์์ สััตว์์ อาหาร พืืช
หรืืออวััยวะต่่าง ๆ ของร่่างกาย โดยใช้้ฟัันเป็็นเครื่่�องมืือในการกระทํํากริิยาดัังกล่่าว
ทั้้�งนี้้�ผู้้�กระทํําและผู้้�ถููกกระทำำ�ไม่่ใช่่สิ่�งมีีชีีวิิตชนิิดเดีียวกััน เช่่น สุุนััขตััวนั้้�นกััดเด็็กทารก
4) ความหมายที่่� 4 คืือ ‘การกระทํําต่่อสู้้�กัันโดยเอาฟัันกดเพื่่�อทํําร้้ายอวััยวะของ
อีีกฝ่า่ ยที่เ�่ ป็็นสิ่่�งมีีชีีวิติ ชนิดิ เดีียวกัันให้เ้ ป็น็ แผล’
ผู้้�กระทํําคืือมนุุษย์์หรืือสััตว์์ ผู้้�ถููกกระทํําคืือมนุุษย์์หรืือสััตว์์ โดยใช้้ฟัันเป็็น
เครื่่�องมืือในการกระทํํากริิยาดัังกล่่าว ทั้้�งนี้้�ผู้้�กระทํําและผู้้�ถููกกระทํําเป็็นสิ่่�งมีีชีีวิิต
ชนิิดเดีียวกััน เช่น่ แมวกััดกันั
5) ความหมายที่�่ 5 คือื ‘การนํําสััตว์ม์ าต่่อสู้้�กันั โดยเอาฟันั กดเพื่่�อทํําร้้ายอวััยวะของ
อีีกฝ่า่ ยให้้เป็น็ แผล’
ผู้้�กระทํําและผู้้�ถููกกระทํําเป็็นสััตว์์ชนิิดเดีียวกััน โดยใช้้ฟัันเป็็นเครื่่�องมืือใน
การกระทํํากริยิ าดัังกล่า่ ว มักั ใช้้เรีียกเป็น็ ชื่�่อการละเล่น่ หรืือการพนันั เช่่น
การพนันั กััดจิ้ง� หรีีด
6) ความหมายที่่� 6 คือื ‘การกระทํําให้้เปื่่�อยเป็น็ แผล’
ตัวั กระทํําคืือสารเคมีีหรืือของเหลวที่่�มีีพิิษและอัันตราย ผู้ถ�้ ููกกระทํําคืือมนุษุ ย์์
หรืือส่่วนต่่างๆของร่่างกายมนุุษย์์ โดยอาศััยการออกฤทธิ์�ของสารเคมีีหรืือของเหลว
ที่่�มีีพิิษและอัันตรายเป็็นตััวกลางในการกระทํํากริิยาดัังกล่่าว ซึ่่�งเป็็นความหมาย
เปรีียบเทีียบเหมืือนกัับการใช้้ฟัันในการทํําลาย เช่่น ยากััดกระเพาะ
7) ความหมายที่�่ 7 คือื ‘การกระทํําให้ก้ ร่่อนสลายหรืือจางลง’
ตัวั กระทํําคืือสารเคมีี สิ่่�งที่่ถ� ููกกระทํําคืือส่่วนต่่างๆของร่่างกายมนุษุ ย์ห์ รืือวััตถุุ
สิ่ง� ของโดยอาศัยั การออกฤทธิ์�ของสารเคมีีเป็็นตัวั กลางในการกระทํํากริิยาดัังกล่า่ ว
78
ซึ่่�งเป็็นความหมายเปรีียบเทีียบเหมืือนกัับการใช้้ฟัันในการกััดกร่่อน เช่่น
เธอใช้้น้ำำ�� ยากัดั สีีผมให้้อ่่อนลง
8) ความหมายที่�่ 8 คืือ ‘การกระทํําทะเลาะวิวิ าทต่อ่ กันั ’
ผู้้�กระทํําและผู้้�ถููกกระทํําคืือมนุุษย์์ โดยใช้้คํําพููดทํําร้้ายความรู้้�สึึกของอีีกฝ่่าย
เพื่่�อโต้้เถีียงเอาชนะหรืือเพื่่�อบ่่งบอกว่่าเป็็นการต่่อสู้้�ระหว่่างทั้้�งสองฝ่่าย
ซึ่ �งเป็็นความหมายเปรีียบเทีียบ เหมืือนกัับการใช้้ฟัันในการกััดให้้ร่่างกายเป็็นแผล
เช่่น ผััวเมีียคู่�นี้้�กััดกัันทุกุ วันั
จากการจํําแนกความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย ทํําให้้ทราบว่่า
ความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย มีีทั้้�งหมด 8 ความหมายที่่�ล้้วนมีี
ความเกี่ �ยวข้้องสััมพัันธ์์กััน โดยมีีการขยายความหมายจากความหมายที่่� 1-5 ซึ่่�งเป็็น
ความหมายทางกายภาพที่่�แสดงกิิริิยาอาการที่่�ใช้้ฟัันไปสู่่�ความหมายที่่� 6-8 ซึ่่�งเป็็น
ความหมายเชิิงเปรีียบเกี่ �ยวกัับการใช้้ฟัันผ่่านกระบวนการทางปริิชาน คืือกระบวน
การอุุปลักั ษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
แม้้ว่่าความหมายที่่� 1 ‘การกระทํําที่่�ใช้้ฟันั กดไว้้ไม่ใ่ ห้้หลุดุ ’จะเป็น็ ความหมาย
พื้้�นฐานของคํําว่า่ “กััด” แต่่กลัับไม่ใ่ ช่ค่ วามหมายต้้นแบบหรืือความหมายที่่ผ� ู้�้คนนึึกถึึง
เป็็นอัันดัับแรกหรืือใช้้มากที่่�สุุด เพราะแม้้แต่่ในคลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติิใน
พระราชููปถััมภ์์สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี พบความหมายนี้้�
น้้อยมาก ผู้้�วิิจััยจึึงมีีความเห็็นว่่า ความหมายต้้นแบบของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย
น่า่ จะเป็็นความหมายที่่� 3 คืือ ‘การกระทํําที่่�ใช้้ฟันั กดให้้ทะลุุ ให้้ฉีีกขาด ให้้เป็็นแผล
เพื่่�อทํําร้้าย ทํําลาย หรืือกิิน’ เนื่่�องจากเป็็นความหมายที่่�พบในคลัังข้้อมููลภาษาไทย
แห่่งชาติิในพระราชููปถััมภ์์สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี
เป็น็ จํํานวนมากที่่ส� ุุด
79
ผลการศึึกษา
จากผลการวิิจััยพบว่่า ความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย มีีทั้้ง�
ความหมายทางกายภาพซึ่่ง� แสดงกิิริยิ าอาการที่่ใ� ช้้ฟันั ได้้แก่่ ความหมายว่่า ‘การ
กระทํําที่่�ใช้้ฟัันกดไว้้ไม่ใ่ ห้้หลุุด’, ‘การกระทํําที่่�ใช้้ฟันั กดไว้้ให้้แน่น่ เป็น็ อาการแสดงถึึง
ความอดกลั้น� ’, ‘การกระทํําที่่ใ� ช้้ฟันั กดให้้ทะลุุ ให้้ฉีีกขาด ให้้เป็น็ แผล เพื่่อ� ทํําร้้าย
ทํําลาย หรืือกินิ ’, ‘การกระทํําต่่อสู้้ก� ันั โดยเอาฟันั กดเพื่�อ่ ทํําร้้ายอวััยวะของอีีกฝ่า่ ยที่่�
เป็็นสิ่่�งมีีชีีวิิตชนิดิ เดีียวกัันให้้เป็น็ แผล’ และ ‘การนํําสััตว์์มาต่อ่ สู้ก�้ ันั โดยเอาฟัันกดเพื่อ่�
ทํําร้้ายอวัยั วะของอีีกฝ่า่ ยให้้เป็น็ แผล’ และความหมายเชิิงเปรีียบเกี่�ยวกับั การใช้้ฟันั
ได้้แก่่ ความหมายว่า่ ‘การกระทํําให้้เปื่่�อยเป็็นแผล’, ‘การกระทํําให้้กร่อ่ นสลายหรืือ
จางลง’ และ ‘การกระทํําทะเลาะวิวิ าทต่อ่ กััน’ โดยความหมายทั้้ง� 8 ความหมายมีีการ
ขยายความหมายผ่่านกระบวนการทางปริชิ าน ได้้แก่่ กระบวนการอุปุ ลักั ษณ์์
และกระบวนการนามนัยั
นอกจากนี้้ผ� ู้�ว้ ิิจััยยังั คาดว่า่ ความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ในความหมายที่่� 3
ที่่�กล่่าวว่่า ‘การกระทํําที่่ใ� ช้้ฟันั กดให้้ทะลุุ ให้้ฉีีกขาด ให้้เป็น็ แผล เพื่�่อทํําร้้าย ทํําลาย
หรืือกิิน’ น่่าจะเป็็นความหมายต้้นแบบของคํําว่่า “กัดั ” เพราะเป็น็ ความหมายที่่�พบใน
คลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติิในพระราชููปถััมภ์์สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ
สยามบรมราชกุมุ ารีีมากที่่ส� ุุด ซึ่่ง� ความหมายต้้นแบบของคํําว่่า “กัดั ” เป็็นการศึกึ ษา
ความหมายของคํําหลายความหมายโดยใช้้แนวคิดิ เรื่่�องความเป็น็ ต้้นแบบ (Prototypic-
cality) ของ Geeraerts (1993)
80
เอกสารอ้า้ งอิิง
ราชบััณฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุุกรม ฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน
พ.ศ. 2554. กรุุงเทพฯ:ราชบัณั ฑิิตยสถาน
สํํานักั งานราชบัณั ฑิิตยสภา. (2560). พจนานุุกรมศััพท์์ภาษาศาสตร์์
(ภาษาศาสตร์ท์ ั่่ว� ไป) ฉบัับราชบััณฑิิตยสภา. กรุงุ เทพฯ:
สํํานักั งานราชบััณฑิิตยสภา.
โสมรวีี สมเพชร. (2563). การขยายความหมายของคํําว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริชิ าน. (วิทิ ยานิพิ นธ์ด์ ุุษฎีีบัณั ฑิติ
ภาควิิชาภาษาไทย คณะอักั ษรศาสตร์์). จุุฬาลงกรณ์์มหาวิทิ ยาลัยั ,
กรุงุ เทพฯ.
81
“กินิ ” มิิใช่่อาหาร แต่เ่ ป็น็ กิจิ กรรมทางเพศ
นายวรรษกรฐ์์ ภััทรพันั ธ์ว์ ิิเชีียร 05610665
ส่่วนนำ�ำ
คำำ�ว่่า “กิิน” ในภาษาไทยตามพจนานุุกรมราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554
ได้้ให้้ความหมายไว้้หลายความหมายและแต่่ละความหมายมีีความสััมพัันธ์์กััน เช่่น
“สุุนััขกิินอาหาร” กิิน หมายถึึง ใช้้ปากกิินอาหาร “ผมรู้้�สึึกว่่ารถคัันนี้้�กิินน้ำำ��มััน
กว่่าปกติิ” กิิน หมายถึึง เปลืือง “ฉัันจะไม่ก่ ินิ สินิ บาทคาดสินิ บนเด็ด็ ขาด” กินิ หมายถึึง
รัับเอาผลประโยชน์์มาได้้โดยทุุจริิต “ตานี้้�เจ้้ามีีกิินรอบวง” กิิน หมายถึึง ชนะพนััน
อะไรบางอย่่าง โดยคำ�ำ ว่่า กิิน ในประโยค “สุุนัขั กินิ อาหาร” เป็น็ การกินิ ที่่เ� ป็น็ รููปธรรม
โดยใช้้ปากเพื่่�อให้้อิ่่�มท้้อง ส่่วนคำำ�ว่า่ กิิน ในประโยค “ผมรู้�ส้ ึึกว่่ารถคันั นี้ก�้ ิินน้ำ�ำ� มันั กว่า่
ปกติิ” เป็็นการกิินที่่�ไม่่ได้้ใช้้ปาก แต่่เปรีียบว่่า รถคัันนี้้�ใช้้น้ำำ��มัันเป็็นเชื้้�อเพลิิงใน
การ ขับั เคลื่อ�่ นมากกว่า่ ปกติ ิ จนทำ�ำ ให้้เปลืือง ส่ว่ น กินิ ในประโยค “ฉันั จะไม่ก่ ินิ สินิ บาท
คาดสิินบนเด็็ดขาด” เป็็นการกิินที่่�ไม่่ได้้ใช้้ปาก แต่่เปรีียบว่่า รัับเอาผลประโยชน์์บาง
อย่า่ งมาโดยไม่ช่ อบธรรม ส่่วนคำำ�ว่่า กิิน ในประโยค “ตานี้้�เจ้้ามีีกินิ รอบวง” หมายถึึง
การชนะพนัันอะไรบางอย่่างของเจ้้ามืือ ไม่่ใช่่การนำำ�ปากไปกิินสิ่่�งที่่�พนัันไว้้แต่่อย่่างใด
ผู้ศ�้ ึกึ ษามีีสมมติฐิ านเบื้้อ� งต้้นเกี่ย� วกับั คำ�ำ ว่า่ “กินิ ” ว่า่ ในปัจั จุบุ ันั มีีการเปลี่่ย� นแปลง
ทางความหมายไปจากเดิมิ มีีการนำำ�ความหมายของคำำ�ว่่า กิิน ไปใช้้ร่ว่ มกัันกับั ปริิบท
อื่่�นเพื่่�อให้้เกิิดความหมายใหม่่ที่่�ต่่างจากความหมายเดิิมทั้้�ง 4 ความหมายใน
พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน ในบทความนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อศึึกษาความ
หมายของคำำ�ว่่า “กิิน” ในความหมายที่่�ไม่่มีีในพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน
โดยอ้้างอิิงความหมายที่่�เกี่ �ยวข้้องโดยใช้้หลัักการคำำ�หลายความหมาย (polysemy)
โดยผู้้�ศึึกษาต้้องการศึึกษาการขยายความหมายของคำำ�ว่่า “กิิน”จากมโนทััศน์์ที่่�นำำ�มา
ใช้้ในปััจจุุบัันซึ่่�งจะวิิเคราะห์์จากคำำ�พููดที่่�ผู้้�วิิจััยได้้ยิินและพบเจอผ่่านสื่่�อละครโทรทััศน์์
และในชีีวิิตประจำำ�วัันต่่าง ๆ ที่่�นำำ�คำำ�ว่่ากิินมาใช้้ในปริิบทของกิิจกรรมทางเพศ
82
หรืือการมีีเพศสััมพัันธ์์นอกเหนืือจากความหมายทั้้�ง 4 ความหมายที่่�ระบุุไว้้ข้้างต้้น
โดยนำำ�มาวิิเคราะห์์การขยายความหมายเพื่่�อค้้นหากระบวนการขยายความหมายโดย
ผ่่านกระบวนการปริชิ าน
ผลการศึึกษาพบว่่า คำำ�ว่่า “กิิน” ในความหมายของการร่่วมเพศหรืือมีี
เพศสััมพัันธ์์เกิิดจากการขยาย ความหมายของคำำ�ว่่า กิิน จากความหมายทางกายภาพ
ซึ่่�งแสดงกิิริิยาอาการที่่�ใช้้ปากทำำ�ให้้ล่่วงจากลำำ�คอลงสู่ �กระเพาะไปสู่่�ความหมาย
เชิงิ เปรีียบเกี่ย� วกับั การลิ้ม� รสทางความรู้ส�้ ึึก ผ่า่ นกระบวนการทางปริชิ านที่่ส� ำ�ำ คัญั ได้้แก่่
กระบวนการอุุปลักั ษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
ความหมายของคำำ�ว่่า “กินิ ” ในภาษาไทย และความหมายที่เ่� กิดิ ขึ้้น� ใหม่ ่
ความหมายของคำำ�ว่า่ “กิิน” ในภาษาไทย ความหมายของคำำ�ว่่า “กิิน” ใน
ภาษาไทยตามพจนานุุกรมราชบัณั ฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554 มีีอยู่� 4 ความหมาย ได้้แก่่ 1)
กิินโดยใช้้ปาก คืือ ทำำ�ให้้ล่่วงลำำ�คอลงไปสู่่�กระเพาะ 2) กิินโดยไม่่ใช้้ปาก โดยปริิยาย
หมายความว่่า เปลืือง เช่่น กิินเงิิน กิินเวลา คืือ ทำำ�ให้้หมดลงไปโดยสิ้้�นเปลืือง
3) กิินโดยไม่่ใช้้ปากในปริิบทที่่�รัับเอาบางสิ่ �งบางอย่่างมา คืือ หารายได้้โดยไม่่สุุจริิต
4) กิินโดยไม่่ใช้้ปาก ในสถานการณ์์ที่่�เป็็นการชนะเดิิมพััน คืือ ชนะในการพนััน
บางอย่า่ ง
ความหมายใหม่ข่ องคำำ�ว่า่ “กิิน” ที่ม่� ากกว่า่ การกินิ อาหาร
ความหมายนี้เ้� ป็น็ การขยายความหมายที่่ม� ีีจากความหมายเดิิมตามพจนานุกุ รม
ราชบััณฑิิตยสถาน โดยความหมายนี้้�จะใช้้สำำ�หรัับสิ่่�งที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับการมีีเพศสััมพัันธ์์
ของคน โดยคำำ�ว่่ากิินไม่่ได้้หมายถึึงการใช้้ปากเพื่่�อเคี้้�ยวทำำ�ให้้ล่่วงลำำ�คอลงไปสู่่�
กระเพาะ แต่่หมายถึึงการมีีกิิจกรรมทางเพศในลัักษณะบางอย่่างที่่�เกี่ �ยวกัับร่่างกาย
ของคนหรืือเกี่ �ยวกัับความหมายด้้านความรัักเชิิงชู้้�สาวมีีความเป็็นรููปธรรมน้้อยกว่่า
คำ�ำ ว่า่ “กิิน” ในความหมายต้้นทาง เป็็นความหมายเชิงิ เปรีียบที่่�มีีความคลุุมเครืือ ซึ่่�งมีี
ปริิบทในความหมายของการกิินที่่แ� ตกต่า่ งกัันออกไป มีีตัวั อย่า่ งดัังนี้้�
81
ตัวั อย่า่ งที่่� 1 ก้้อย ๆ แกดููของผู้้�ชายที่่�ถอดเสื้�ออยู่�ทางนู้�้นสิิ กล้้ามเป้้น
มััด ๆ กัับซิกิ แพ็ค็ แน่่น ๆ น่่ากิินมากเลยแก
ตัวั อย่่างที่่� 2 ได้้ยินิ ข่่าวฉาวของน้้องปีี 2 ไหม เขาว่่ากันั ว่่ามีีคนในภาคกิิน
กันั เองจ้้า
ตัวั อย่า่ งที่่� 3 ที่่�เธอบอกว่า่ เธออยากเมา เป็็นเพราะเธออยากกินิ เหล้้า
หรืือเธออยากกิินเรากัันแน่่
จากตััวอย่า่ งที่่� มีีการใช้้คำำ�กริยิ า “กินิ ” เพื่อ่� สื่่�อความหมายในปริบิ ทของ
การเชยชมเลืือนร่่างของมนุษุ ย์ว์ ่่า ‘น่่าสัมั ผััส ลิ้้�มลอง’ แต่อ่ าจไม่ถ่ ึึงขั้�น‘การร่่วมเพศ
หรืือการมีีเพศสััมพันั ธ์์’ ส่่วนในตััวอย่า่ งที่่� 2 มีีการใช้้คำำ�กริิยา“กินิ ”ซึ่ง� สามารถอนุุมาน
ได้้ว่า่ คำ�ำ ว่่า “กิิน” ในปริิบทดัังกล่่าวเป็น็ การสร้้างความสััมพันั ธ์เ์ ชิงิ ชู้�้สาวระหว่่างคน
สองคนหรืืออาจขั้้�นถึึงการร่ว่ มเพศก็ไ็ ด้้ โดยจากตัวั อย่่างข้้างต้้นเป็น็ การกล่่าวถึึงบุคุ คล
ที่่�สาม และในตััวอย่่างที่่� 2 มีีการใช้้คำำ�กริิยา “กินิ ” ซึ่่�งสามารถอนุมุ านได้้ว่า่ คำ�ำ ว่า่
“กิิน” ในปริิบทดังั กล่่าวเป็น็ การกล่่าวถามเปรย ๆ หรืือชักั ชวนเป็น็ นัยั เพื่่�อให้้ผู้ฟ้� ัังมีี
กิิจกรรมทางเพศหรืือมีีเพศสัมั พัันธ์์กับั ผู้้�พููด โดยจากตัวั อย่่างข้้างต้้นผู้�้ฟังั จะโน้้มน้้าว
ตามผู้พ้� ููดหรืือไม่ข่ ึ้น้� อยู่่�กับั การตัดั สิินใจของผู้�ฟ้ ังั
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากการศึึกษาความหมายของคํําว่่า “กิิน” ที่่�เกิิดความหมายขึ้้�นใหม่่ คืือ
น่า่ สัมั ผัสั ลิ้้ม� ลอง, กิิจกรรมทางเพศ และการร่ว่ มเพศหรืือการมีีเพศสัมั พัันธ์ ์ พบว่า่ คำำ�ว่า่
“กิิน”ที่่�เกิิดเป็็นความหมายใหม่่ในปััจจุุบัันนี้้�มีีความเกี่่�ยวข้้องกัับความหมายเดิิม
ในพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตสถาน โดยเป็็นการขยายความหมายจากความหมาย
หลัักที่่�มีีอยู่�แล้้วโดยใช้้กระบวนทางปริิชานมาช่่วยคืือ กระบวนการอุุปลัักษณ์์
และกระบวนการนามนััย
82
ผู้้�ศึึกษาเห็็นว่่างานวิิจััยนี้้�สามารถนำำ�ไปศึึกษาต่่อยอดได้้ โดยอาจวิิเคราะห์์
หาความหมายต้้นแบบของคำำ�ว่่า “กินิ ” ในภาษาไทย และนำำ�ไปสู่่�การวิิเคราะห์ห์ าที่่ม� า
ของการอนุุมานความหมายใหม่่ที่่�ใช้้กัันในสัังคมไทยปััจจุุบััน ซึ่่�งเป็็นการศึึกษา
ความหมายของคำำ�หลายความหมาย นอกจากนี้้�ยัังอาจศึึกษาความหมายของคำำ�ซึ่่�ง
ใกล้้เคีียงกับั คำ�ำ ว่า่ “กินิ ” ที่่เ� กี่ย� วข้้องกับั การใช้้ปาก เช่น่ คำ�ำ ว่า่ “ชิมิ ” เพื่อ�่ ศึกึ ษาเปรีียบเทีียบ
กับั กระบวนการขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กินิ ” หรืืออาจศึกึ ษาความหมายของคำ�ำ ที่่ม� ีี
ความหมายว่่า “กิิน” ในภาษาอื่่�น เพื่่�อเปรีียบเทีียบกัับความหมายของคำำ�ว่่า “กิิน”
ในภาษาไทย เพื่�่อสร้้างองค์ค์ วามรู้�เ้ กี่ย� วกัับความหมายของคำำ�ที่่�มีีความหมายว่า่ “กิิน”
ในภาษาต่่าง ๆ อีีกด้้วย
83
เอกสารอ้า้ งอิิง
ราชบััณฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554.
กรุุงเทพฯ: ราชบัณั ฑิติ ยสถาน.
ศุภุ ชัยั ต๊๊ะวิิชััย. (2557). มโนทััศน์์พื้้�นที่่ใ� นภาษาไทย: กรณีีศึึกษาคำำ�ว่า่ “หลััง”
ที่่ป� รากฏ ในเว็็บไซต์พ์ ัันทิปิ ดอทคอม. วารสารมนุุษยศาสตร์แ์ ละ
สัังคมศาสตร์์. 6(1), 131- 147.
โสมรวีี สมเพชร (2563). การขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์์ ปริชิ าน. วารสารภาษาและวรรณคดีีไทย.
84
กินิ ไม่เ่ ป็น็ = กินิ ไม่ไ่ ด้?้
นางสาวทอแสง สุโุ กศล 05610174
ส่่วนนำำ�
“กิินอันั นี้้ไ� หม”
“อัันนี้�เ้ หรอ กิินไม่่เป็็นอ่ะ่ ”
บทสนทนาดัังกล่่าวนี้้� ทุุกคนอาจเคยเป็็นทั้้�งคนตั้้�งคํําถามและคนตอบคํําถาม แต่่มีีวลีี
หนึ่่�งในบทสนทนานี้้�ที่่�บางคนใช้้เป็็นปกติิ แต่่เป็็นวลีีที่่�ผู้้�ทํําวิิจััยสงสััยอย่่างมาก นั่่�นคืือ
“กิินไม่่เป็็น” ผู้้�ทํําวิิจััยศึึกษาวลีีนี้้�ในอิินเทอร์์เน็็ต ก็็มีีหลายคนสงสััยถึึงวลีีนี้้�และ
ตั้�งกระทู้�้ในเว็บ็ ไซต์์พันั ทิพิ ย์์ เช่น่
หวานข้้าวใหม่่ (2556) ได้้ตั้้�งกระทู้�้ว่า่ สงสัยั ความหมายของคํําว่า่ “กินิ ไม่่เป็็น”
ค่่ะกล่่าวว่่า “ได้้ยิินบ่่อยๆ เวลาไปกิินข้้าวกััน หรืือเวลาชวนคุุยเรื่่�องอาหาร กัับเพื่่�อน
หรืือคนรู้้�จััก มัักจะได้้ยิินคํําว่่า “จานนี้้�เรากิินไม่่เป็็น/กิิน (นู่่�นนั่่น� นี่่�)ไม่่เป็็น”เราก็็สงสััย
อยู่�ในใจ ว่่ามันั ต้้องใช้้ความสามารถหรืือเรีียนรู้อ�้ ะไรในการกินิ ด้้วยเรอะ แค่เ่ อาเข้้าปาก
เคี้้�ยวกลืืน ถ้้าเป็็นอาหารที่่ม� ีีวิิธีีการกิินแบบที่่ย�ุ่�งยาก เป็็นแบบเฉพาะ ยัังพอเข้้าใจ แต่่
บางครั้ �งคุุยกัันเรื่่�องเมนููอาหารพื้้�นๆง่่ายๆ วััตถุุดิิบธรรมดาพืืชผัักหรืือเนื้้�อสััตว์์ที่่�หาได้้
ตามท้้องตลาด เช่่นอาหารทะเล ผัักผลไม้้บางชนิิด กัับข้้าวบางอย่่าง ก็็ยัังเจอคน
บอกว่า่ กินิ ไม่่เป็็น...”
“กิินไม่่เป็็น” แปลตามความหมายตรงตััว คืือ ไม่่รู้้�วิิธีีการกิินที่่�เริ่�มต้้นด้้วย
การตัักของกิินเข้้าปากเคี้้�ยว ๆ และกลืืนลงท้้อง แต่่ในบทสนทนานี้้� “กิินไม่่เป็็น”
หมายถึึงไม่่สามารถกิินได้้ซึ่่�งวลีีนี้้�มีีความหมายเทีียบเท่่ากัับกิินไม่่ได้้แล้้วทํําไม
“กิินไม่่เป็็น”ถึึงมีีความหมายว่า่ กิินไม่่ได้้
85
วััตถุุประสงค์ข์ องงานวิิจัยั
1. เพื่่�อวิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคํําว่า่ “เป็็น” และ “ได้้” จาก “กินิ ไม่เ่ ป็็น” และ
“กิินไม่่ได้้” ตามลํําดับั
2. เพื่�่อวิิเคราะห์ค์ วามสัมั พัันธ์ร์ ะหว่่างคํําว่่า “เป็็น” และ “ได้้” จาก “กินิ ไม่่เป็น็ ”
และ “กิินไม่่ได้้” ตามลํําดับั
ความหมายของคํําว่า่ “เป็็น” และ “ได้”้
1.1 ความหมายของคํําว่า่ “เป็็น” ตามพจนานุุกรมฉบับั ราชบััณทิิตยสถาน
พ.ศ. 2554
(1) ก. คํํากริยิ าสํําหรัับแสดงความสัมั พันั ธ์์ระหว่่างคํํากับั คํําเพื่อ่� ให้้
เห็น็ ว่่าคํําหน้้าและ คํําหลังั มีีภาวะ คืือ ความมีีความเป็น็ เกี่�ยวข้้อง
กัันอย่่างไร เช่น่ ท่่านเป็็นเจ้้า เขาเป็น็ นาย.
(2) ก. สามารถ, ได้้, เช่่น เต้้นเป็็น รํําเป็น็ .
(3) ว. ยังั มีีชีีวิติ อยู่�, ยังั ไม่ต่ าย, เช่่น ปลาเป็น็
(4) ว. ประหนึ่่ง� เช่น่ ทํําเป็น็ บ้้า. ความหมายของคํําว่า่ “เป็น็ ”
ในกิินไม่่เป็็น หมายถึึงสามารถ หรืือ ได้้
1.2 ความหมายของคํําว่า่ “ได้้” ตามพจนานุกุ รมฉบับั ราชบััณทิิตยสถาน
พ.ศ. 2554
(1) ก. รัับมาหรืือตกมาเป็็นของตัวั เช่่น ได้้เงินิ ได้้ลููกได้้แผล
(2) ก. ใช้้ประกอบท้้ายคํํากริิยา มีีความหมายต่า่ ง ๆ
แล้้วแต่่ความแวดล้้อม คืือ อาจ,สามารถ, เช่่น เดินิ ได้้เขีียนได้้
(3) ก. สํําเร็จ็ ผล เช่น่ สอบได้้
(4) ก. อนุญุ าต เช่น่ ลงมืือกิินได้้ไปได้้
(5) (ไว) คํําช่ว่ ยกริิยาบอกอดีีต เช่่น ได้้กินิ ได้้ไป
(6) ก. เรีียกเงิินหรืือสิ่�งที่่ไ� ด้้มา ว่่า เงิินได้้รายได้้.
ความหมายของคํําว่า่ “ได้้” ในกินิ ไม่เ่ ป็็น หมายถึึงอาจ หรืือ สามารถ
โดยใช้้ประกอบท้้ายคํํากริยิ า มีีความหมายต่่าง ๆ แล้้วแต่่ความแวดล้้อม
86
ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งคํําว่า่ “เป็น็ ” และ “ได้”้
คํําว่า่ “เป็็น” และ “ได้้” ของวลีี“กิินไม่่เป็น็ ” และ “กินิ ไม่่ได้้” ตามลํําดับั มีี
ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคํําแบบการพ้้องความ (synonymy) ซึ่่�งหมายถึึง
สามารถ
สรุุปผลการศึกึ ษา
ความหมายของคํําว่่า “เป็็น” ในกิินไม่่เป็็น หมายถึึงสามารถ หรืือ ได้้
และความหมายของคํําว่่า “ได้้” ในกิินไม่่เป็็น หมายถึึงอาจ หรืือ สามารถ
โดยใช้้ประกอบท้้ายคํํากริิยา มีีความหมายต่่าง ๆ แล้้วแต่่ความแวดล้้อม
คํําว่า่ “เป็น็ ” และ “ได้้” ของวลีี“กินิ ไม่เ่ ป็น็ ” และ “กินิ ไม่ไ่ ด้้” ตามลํําดับั มีีความสัมั พันั ธ์์
ทางความหมายของคํําแบบการพ้้องความ (synonymy) ซึ่่�งหมายถึึงสามารถ
87
เอกสารอ้้างอิิง
สํํานักั งานราชบัณั ฑิิตยสภา. (2554). พจนานุกุ รมฉบับั ราชบัณั ทิติ ยสถาน
พ.ศ. 2554. สืืบค้้นเมื่�่อ 25 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงจาก https://dictionary.
orst.go.th/
หวานหน้้าใหม่.่ (2556). สงสัยั ความหมายของคํําว่า่ “กินิ ไม่เ่ ป็น็ ” ค่ะ่ . สืืบค้้นเมื่�่อ
25 ตุุลาคม 2564, เข้้าถึึงจาก https://pantip.com/topic/30604008
88
“เก็็บ” ตั้้ง� แต่ข่ องยันั คน
นางสาวณิิชนันั ทน์์ คงกระพันั ธ์์ 05610157
ส่ว่ นนำำ�
คนไทยคุ้น� ชิินกัับคำำ�กริิยา “เก็็บ” ที่่ม� ัักจะตามด้้วยสิ่�งที่่�ไม่่ใช่่คน ไม่่ว่่าจะเป็็น
สิ่ �งของ หรืือแม้้แต่่สิ่ �งที่่�เป็็นนามธรรมอย่่างความลัับ ความหมายเหล่่านี้้�ได้้บััญญััติิ
อย่่างเป็็นทางการในพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554 แต่่เมื่่�อวัันเวลา
ผ่่านไปกริิยาคำำ�นี้้�เริ่ �มใช้้ในบริิบทที่่�ต่่างออกไป บางความหมายได้้รัับการบััญญััติิใน
พจนานุุกรมคู่�ไปกัับความหมายหลััก แต่่บางความหมายกลายเป็็นคำำ�ที่่�ใช้้กัันในภาษา
ปาก เช่่น “เก็็บ” ที่่�มัักปรากฏในตััวบทพููดตามสื่่�อที่่�เป็็นบัันเทิิงคดีีทั้้�งหลาย
โดยเฉพาะผลงานที่่�เกี่่�ยวกัับมาเฟีีย หรืือองค์์กร อย่่างการสั่ �งเก็็บคนที่่�ทรยศหรืือ
ศััตรููขององค์์กรนั้้น� ๆ “เก็็บ” ในบริิบทนี้จ้� ึึงหมายถึึง ฆ่า่ หรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิติ
คำำ�ว่่า “เก็็บ” อาจจะดููเหมืือนเป็็นเพีียงคำำ�กริิยาทั่่�วไปที่่�ไม่่ได้้น่่าสนใจอะไร
แต่ห่ ากลองดููจากกรณีีการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายของคำ�ำ ตามที่่ย� กตัวั อย่า่ งข้้างต้้น
จะเห็น็ ว่า่ แท้้จริิงคำำ�นี้้�มีีการปรับั ขยายทางความหมายที่่�น่า่ สนใจ และแต่ล่ ะความหมาย
ก็็มีีความสััมพัันธ์์กััน รวมไปถึึงจากการศึึกษาเรื่่�องคำำ�หลายความหมายจากบทความ
และวิจิ ัยั พบว่า่ หััวข้้อนี้ย�้ ัังไม่่มีีผู้ใ้� ดเคยวิจิ ัยั และเผยแพร่ไ่ ว้้ในโลกออนไลน์์ ทั้้�ง ๆ ที่่เ� ป็น็
คำำ�ที่่�ใช้้ในปััจจุุบัันอย่่างแพร่่หลายปรากฏตามสื่่�อบัันเทิิงมากมาย ผู้้�วิิจััยจึึงสนใจ
อยากจะศึึกษาและวิิเคราะห์์การปรัับขยายทางความหมายของคำำ�ว่่า “เก็็บ” จาก
ความหมายหลัักที่่�หมายถึึง เอาไปหรืือเอามาจากที่่� อย่่างเก็็บของ เก็็บผลไม้้ กัับ
ความหมายที่่ย� ัังไม่ม่ ีีบััญญััติิในพจนานุุกรมอย่่างคำำ�ว่่า “เก็บ็ ” ที่่�ตามด้้วยคนที่่ห� มายถึึง
ฆ่่าหรืือทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ ว่า่ มีีความสััมพัันธ์ก์ ัันอย่่างไร
89
วััตถุุประสงค์์ของการวิิจััยเพื่่�อศึึกษาความหมายของคำำ�ว่่าเก็็บ และเพื่่�อ
วิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ระหว่่างความหมายเดิิมและความหมายใหม่่ของคำำ�ว่่าเก็็บ
ในงานวิิจััยนี้้�มีีขอบเขตการศึึกษา เพีียงคำำ�ว่่าเก็็บใน 2 ความหมายเท่่านั้้�น คืือคำำ�ว่่า
“เก็็บ” ที่่�หมายถึึงเอาไปหรืือเอามา จากที่่� “เก็็บ” หมายถึึงฆ่่าหรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต
โดยตั้ �งสมมติิิ�ฐานของงานวิิจััยไว้้ดัังนี้้� คำำ�ว่่า “เก็็บ” ความหมายใหม่่แท้้จริิงแล้้วเกิิด
จากการปรัับขยายทางความหมายโดยกระบวนปริิชาน นั้้�นคืือกระบวนอุปุ ลักั ษณ์์
เนื่อ่� งจากการวิิจััยหััวข้้อการปรัับขยายทางความหมายของคำำ�ว่า่ “เก็บ็ ” เป็็น
หััวข้้อการศึึกษาใหม่่ที่่�ยัังไม่่เคยปรากฏมาก่่อน หลัังจากการศึึกษาเรื่่�องนี้้�ผู้้�วิิจััยและผู้้�ที่่�
สนใจศึึกษาจึึงจะได้้รัับความรู้้�เกี่ �ยวกัับความหมายและการปรัับขยายทางความหมาย
ของคำำ�ว่่า “เก็็บ” การวิิจััยเรื่่�องนี้้�ยัังสามารถนำำ�ไปต่่อเพื่่�อศึึกษาการปรัับขยายทาง
ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เก็บ็ ” ในความหมายอื่่�น ๆ ที่่ม� ากขึ้�้นได้้ นอกจากนั้้�นความหมาย
ที่่�นำำ�มาเสนอยัังเป็็นความหมายที่่�ยัังไม่่ปรากฏในพจนานุุกรม บทความนี้้�อาจจะเป็็น
แหล่่งข้้อมููลสำ�ำ หรับั การรวมรวบความหมายเพื่่�อบััญญัตั ิิในพจนานุุกรมในภายภาคหน้้า
ได้้อีีกด้้วย
บทความเรื่่�องนี้้�สามารถแบ่่งการนำำ�เสนอออกเป็็น 4 หััวข้้อ ได้้แก่่
“เก็็บ” คืืออะไร หััวข้้อต่อ่ มาคืือ จากเก็็บของสู่�เก็บ็ คน หัวั ข้้อที่่� 3 คืือ เก็บ็ ของ เก็บ็ คน
สััมพัันธ์์กัันอย่่างไร และหััวข้้อสุุดท้้ายคืือส่่วนสรุุป โดยจากการศึึกษาและวิิเคราะห์์
ข้้อมููล โดยใช้้องค์์ความรู้จ้� ากการศึึกษาในรายวิิชาอรรถศาสตร์แ์ ละจาก
การศึกึ ษาด้้วยตัวั เอง ทำำ�ให้้ได้้รายละเอีียดดัังต่่อไปนี้�้
เก็บ็ คือื อะไร ?
กริยิ า “เก็็บ” เป็็นคำ�ำ ทั่่ว� ไปที่่�ทุุกคนคุ้้น� เคย แต่่หลาย ๆ คนอาจจะไม่ไ่ ด้้สัังเกต
ว่่าแท้้จริิงแล้้ว คำำ� ๆ นี้้�มีีความหมายแตกต่่างออกไปตามบริิบทต่่าง ๆ ของผู้้�พููด
โดยสามารถพบคำำ�ว่่า “เก็็บ” ได้้ทั้้�งในภาษาทางการ จนไปถึึงเป็็นหนึ่่�งในภาษาปาก
ในบางความหมายอาจจะดููเหมืือนไม่ไ่ ด้้เกี่ย� วข้้องกันั แต่แ่ ท้้จริงิ แล้้วทุกุ ความหมายล้้วน
มีีความสัมั พันั ธ์์กันั ไม่ท่ างใดของทางหนึ่่�ง
90
เริ่�มต้้นด้้วยความหมายดั้้�งเดิิมซึ่ �งถืือเป็็นความหมายหลััก ตามพจนานุุกรม
ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน คำ�ำ ว่า่ “เก็็บ” เป็น็ คำ�ำ กริยิ า หมายถึึง เอาไปหรืือเอามาจากที่�่
ตััวอย่า่ งดัังข้้อความต่่อไปนี้�้
ตััวอย่า่ งที่่� 1 ฉัันเก็็บผ้้า ตััวอย่า่ งที่่� 2 พ่่อเก็บ็ มะม่ว่ ง
จากตััวอย่่างข้้างต้้นจะเห็็นว่่าผู้ก้� ระทำำ�คืือ สิ่่�งมีีชีีวิิต จากตัวั อย่่างที่่�หนึ่่ง� คืือ ฉันั
และตััวอย่่างที่่�สองคืือ พ่่อ เป็็นผู้แ้� สดงกริยิ า “เก็บ็ ” โดยมีีเป้้าหมายคืือ ผ้้าและมะม่่วง
คำ�ำ ว่่า “เก็็บ” สามารถมองเห็็นมโนทัศั น์ข์ องกริยิ า “เก็บ็ “ ได้้ว่่า เอาบางสิ่�งบางอย่่าง
ออกมาจากตำ�ำ แหน่ง่ เดิมิ ตัวั อย่า่ งที่่ห� นึ่่ง� ฉันั เก็บ็ ผ้้า หมายถึึง การที่่ฉ� ันั เอาผ้้าออกมาจาก
ที่่เ� ดิมิ ที่่ค� ืือราวตากผ้้า และจากตัวั อย่า่ งที่่ส� อง พ่อ่ เก็บ็ มะม่ว่ ง คืือ พ่อ่ เอามะม่ว่ งออกมา
จากที่่เ� ดิิมนั้้�นคืือต้้น
จากเก็็บของสู่ �เก็็บคน
“เก็็บ” ที่่�แต่่เดิิมมักั มีีเป้้าหมายเป็็นสิ่่�งไม่ม่ ีีชีีวิิต ปรับั เปลี่่�ยนบริบิ ทการใช้้จนมีี
เป้า้ หมายกลายเป็น็ คน “เก็็บ” ในที่่น� ี้�ห้ มายถึึง ฆ่า่ ทิ้้�งหรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิติ สามารถพบได้้
ในตััวอย่่างข้้อความดัังต่อ่ ไปนี้�้
ตัวั อย่่างที่่� 3 บอสสั่�งให้้เก็บ็ มันั ซะ
ตัวั อย่่างที่่� 4 หัวั หน้้าเก็็บเขาเมื่่�อวาน
91
จากต้้วอย่า่ งข้้างต้้น ผู้ก้� ระทำ�ำ ของทั้้�งสองประโยคยัังคงเป็น็ คน ตััวอย่่างที่่� 3
คืือบอส และตัวั อย่า่ งที่่� 4 ถึึงแม้้จะไม่ป่ รากฏแต่ส่ ามารถอนุมุ านได้้ว่า่ คืือ คน เช่น่ เดีียวกันั
โดยมีีเป้า้ หมายดังั นี้ �้ ตัวั อย่า่ งที่่� 3 เป้า้ หมายคืือ มันั และตัวั อย่า่ งที่่� 4 เป้า้ หมายคืือ ตำ�ำ รวจ
ซึ่�งทั้้�งสองเป้า้ หมายเป็น็ คน คำำ�ว่่า “เก็็บ” ความหมายตั้ง� ต้้นคืือการนำ�ำ เป้า้ หมายออก
จากตำำ�แหน่่งเดิิม โดยในปริิบทนี้้�เปรีียบตำำ�แหน่่งเดิิมของเป้้าหมายที่่�เป็็นคน คืือ
สภาพการมีีชีีวิิต การนำำ�คน ออกจากสภาพการมีีชีีวิิตก็็คืือ ทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต หรืือหมายถึึง
ฆ่า่ ทิ้้ง� หรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิติ “เก็บ็ ” ความหมายนี้ต�้ ้้องอาศัยั การตีีความช่ว่ ยจากปริบิ ทภาย
นอกร่่วมด้้วย มิฉิ นั้้�นจะสามารถหมายถึึงความหมายอื่่น� ได้้
เก็บ็ ของ เก็็บคน สัมั พันั ธ์์กัันอย่า่ งไร
ผลการวิิเคราะห์ค์ วามหมายที่่� 1 และความหมายที่่� 2 ของคำำ�ว่า่ “เก็บ็ ” พบว่่า
มีีการปรัับขยายทางความหมายความหมายแก่่นที่่�หมายถึึง นำำ�เป้้าหมายออกจาก
ตำำ�แหน่่งเดิิม ซึ่่�งเป็็นมโนทััศน์์ที่่�สามารถเข้้าใจได้้ง่่ายสู่ �สิ่ �งที่่�เป็็นความหมายเชิิงเปรีียบ
ผ่า่ นกระบวนการทางปริิชาน นั้้น� คืือ กระบวนการอุุปลัักษณ์ ์ ซึ่่ง� สามารถอธิิบายได้้ดังั นี้้�
ความหมายแก่น่ ความหมายใหม่่
จากภาพแสดงภาพร่่างของกริยิ าทั้้�งสองคำำ� จะเห็็นได้้ว่า่ ทั้้�งสองภาพมีีองค์์
ประกอบเหมืือนกััน ประกอบด้้วย ตำ�ำ แหน่ง่ เดิมิ เป้้าหมาย และการเคลื่่�อนที่่�ออกจาก
ตำ�ำ แหน่ง่ เดิิมเช่น่ เดีียวกััน แต่่จะเห็็นว่า่ ในความหมายที่่ � 2 ตำำ�แหน่ง่ เดิมิ เป็็นเพีียงสิ่�ง
สมมติิ นั้้�นคืือ สภาพการมีีชีีวิิต โดยอาศััยการตีีความจากความรู้้�ทั่่�วไป ดัังนั้้�นการนำำ�
คนที่่�เป็็นสิ่่ง� มีีชีีวิติ ออกจากสภาพการมีีชีีวิิต หมายถึึง การทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ หรืือการฆ่่า
ซึ่�งเป็็นการเปรีียบเทีียบจากความหมายแก่่นตามกระบวนการอุปุ ลัักษณ์์
92
โดยความหมายที่่�สอง ที่่ห� มายถึึง ฆ่่าหรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต เกิิดจากการถ่า่ ยโอน
ระหว่า่ งวงต้้นเค้้า สู่�วงปลายทาง ดังั นี้้�
วงต้น้ เค้า้ วงเป้้าหมาย
ตำำ�แหน่่งเดิิม การมีีชีีวิิต
เป้้าหมาย (สิ่ง� ของ) คน
การเคลื่่อ� นที่่อ� อกจากตำำ�แหน่่งเดิิม การทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิิต
เห็็�็ นได้้ว่า่ ความหมายที่่� 2 ที่่ห� มายถึึง ฆ่า่ หรืือทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ เป็น็ ความหมายใหม่่
ที่่�เกิิดจากกระบวนการอุุปลัักษณ์์เชื่่�อมโยงระหว่่างวงต้้นเค้้าคืือความหมายแก่่น ของ
“้้เก็็บ“ ที่่�หมายถึึงการนำำ�สิ่่�งของเคลื่่�อนที่่�ออกจากตำำ�แหน่่งเดิิม สู่่�วงเป้้าหมายคืือ
การทำ�ำ ให้้คนหลุดุ พ้้นสภาพการมีีชีีวิติ ซึ่่ง� สามารถอนุมุ านได้้ว่า่ คืือ ฆ่า่ หรืือทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ
สรุุปผลการศึึกษา
ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เก็บ็ ” ในปริบิ ทที่่ห� มายถึึง ฆ่า่ หรืือกำ�ำ จัดั ทิ้้ง� อาจจะมอง
เหมืือนไม่่เกี่�ยวกัับข้้องกับั ความหมายต้้นเค้้าที่่�หมายถึึง เอาไปหรืือเอามาจากที่่�แต่่หาก
ลองวิิเคราะห์์โดยใช้้องค์์ความรู้้�ในเรื่่�องอรรถศาสตร์์จะสามารถมองเห็็นความสััมพัันธ์์
ของทั้้�งสองความหมายข้้างต้้น โดยทั้้�งสองมีีองค์์ประกอบสำำ�คััญที่่�เหมืือนกััน นั้้�นคืือ
ตำำ�แหน่่งเดิิม เป้้าหมาย และ การเคลื่่�อนที่่�ออกจากตำำ�แหน่่งเดิิม สามารถมองเห็็น
ความหมายมโนทััศน์์แบบเดีียวกัันนั้้�นคืือ การนำำ�สิ่่�งใดสิ่ �งหนึ่่�งออกจากตำำ�แหน่่งเดิิมที่่�
เคยอยู่่� ลัักษณะการเคลื่่�อนที่่�อาจจะเห็็นได้้อย่่างชััดเจนเป็็นรููปธรรม หรืือไม่่สามารถ
ม อ ง เ ห็ ็ น ไ ด้้ ใ นบ า ง บริ ิ บ ท ทั้้ � ง นี้ ้ � ต้้ อ ง ก า ร ศั ั ย ก า ร ตีี ค ว า ม เ ชิ ิ ง เ ปรีี ย บ เ ทีี ย บ
โดยจากความหมายทั้้�งสองของคำำ�ว่่า “เก็็บ” พบว่่าความหมายที่่� 2 ที่่ป� รับั ขยายออก
เกิิดจากกระบวนปริิชาน ได้้แก่่ กระบวนการอุุปลักั ษณ์์ เปรีียบเทีียบวงต้้นเค้้าจากสิ่ง� ที่่�
อยู่�ใกล้้ตััวและเข้้าใจได้้ง่่าย ไปสู่่�สิ่่�งที่่�เป็็นนามธรรมกว่่าอย่่างการทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต
93
จากการวิิจััยในครั้ �งนี้้�สามารถตอบคำำ�ถามของการวิิจััยที่่�ตั้้�งไว้้ว่่า
ความหมายของคำ�ำ ว่่า “เก็บ็ ” ที่่ห� มายถึึง ฆ่่าหรืือทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต มีีความสััมพันั ธ์์กับั คำำ�ว่า่
“เก็็บ“ ที่่ห� มายถึึง เอาไปหรืือเอามาจากที่่� อย่่างไร โดยผลการวิจิ ัยั เป็น็ ไปตามสมมติิ
ฐานที่่�ผู้้�วิิจััยคาดคะเนไว้้นั้้�นคืือ ความหมายใหม่่เกิิดจากกระบวนปริิชาน ซึ่่�งในที่่�นี้้�คืือ
กระบวนการอุุปลักั ษณ์์
การศึึกษาความหมายทั้้�ง 2 ความหมายของคำำ�ว่่า “เก็บ็ ” ในภาษาไทย ทำำ�ให้้
ทราบความหมายมโนทััศน์์ของคำ�ำ ว่า่ “เก็บ็ ” หมายถึึง การนำ�ำ บางสิ่�งออกจากตำ�ำ แหน่ง่
เดิิมที่่เ� คยอยู่� และอาจจะเปรีียบได้้ถึึงการฆ่า่ หรืือทำำ�ลายชีีวิิตของคนอื่น่� เพื่อ่� ให้้หยุดุ พ้้น
สภาพของการมีีชีีวิิต จากการวิิจััยทำำ�ให้้สามารถเข้้าใจความเป็็นมาของความหมายที่่�
ปรัับขยายได้้อย่่างชััดเจนมากยิ่ �งขึ้้�น และยัังเห็็นถึึงความคิิดสร้้างสรรค์์ของคนไทย
ในฐานะเจ้้าของภาษา ที่่�มีีการเชื่่�อมโยงจากสิ่ �งที่่�เข้้าใจง่่ายไปสู่่�สิ่่�งที่่�เป็็นนามธรรม
เพื่่�อสร้้างสรรค์์ความหมายใหม่่ ๆ และนำำ�ไปใช้้ในบริิบทที่่ต� ่่างออกไป ทำ�ำ ให้้ภาษาไทย
เป็็นภาษาที่่�เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงอยู่ �ตลอดและเป็็นภาษาที่่�ยัังไม่่ตายไปตามกาลเวลา