144
เรามาลองดููส่่วนเเรกที่่�ใช้้ความหมายคํําว่่าตายขยายความแย่่เต็็มทีีด้้วย
การลองยกตััวอย่่างมา ร้้อนจะเเย่่ หิวิ จะตาย เบื่อ�่ จะตาย ง่ว่ งจะตาย คํําว่า่ ตายมัักใช้้
ขยายคํํากริิยาบอกอาการ หมายถึึงมีีมากไป ซึ่่�งเป็็นความหมายทางลบก็็ได้้บวกก็็ได้้
คํําว่่าตายยัังมีีการใช้้เป็็นคํําขยายในภาษาปาก แบบคํําว่่า สวยตาย เท่่ตาย
ดีีตาย หมายความว่า่ ไม่เ่ ห็น็ จะ ไม่เ่ ป็น็ การปฏิเิ สท เช่น่ สวยตาย ก็ค็ ืือไม่เ่ ห็น็ จะสวย เท่ต่ าย
ก็็คืือไม่่เท่่ซึ่่�งมีีความหมายทางลบ แต่่แตกต่่างจากการใช้้คํํากริิยาก่่อนหน้้าที่่�
เป็็นการเพิ่่ม� เเต่่เป็็นการนิเิ สธเเทน
ข้้อน่่าสัังเกตคืือ หากเราใส่่คํําว่่าจะระหว่่างคํําที่่�ต้้องการขยายเเละคํําว่่าตาย
ความหมายของการขยายจะเปลี่่�ยนไป เช่่นคํําว่่า ดีีจะตาย กัับ ดีีตาย ดีีจะตาย
มีีความหมายว่่าดีีมาก ดีีปริิมานมาก แต่่ดีีตาย คืือไม่่เห็็นดีีไม่่มีีความดีี ทํําให้้เราตั้ �ง
ข้้อสัันนิิษฐานเบื้้�องต้้นเกี่ �ยวกัับมโนทััศน์์คํําว่่าตายที่่�เป็็นคํําขยายได้้ว่่่�าเป็็นคํําที่่�โยงกัับ
ปริิมาณ คืือมีีมากหรืือไม่่มีีขึ้�้นอยู่่�กัับปริิบทการใช้้
4. คํําอุทุ าน
บนความหมายข้้างต้้น คํําว่่าตายยังั ใช้้เป็็นคํําอุทุ านได้้เช่น่ กััน
ตาย (ว) คํําประกอบท้้ายประโยความหมายว่่า เเย่่, เต็็มทีี,
ยิ่�งนััก เช่่น ร้้อนจะตาย, คํําเปล่่งเสีียงแสดงความตกใจหรืือ
ประหลาดใจเป็็นต้้น เช่่น อุ้้ย� ตาย ตายแล้้ว
สถานการณ์์ที่่�จะใช้้คํําอุุทานคืือแสดงอาการตกใจ
หรืือประหลาดใจ ซี่่�งน่่าจะมีีมโนทััศน์์ใกล้้เคีียงไปทางตาย
ที่่เ� ป็็นความหมายเเรกที่่�เราจัดั ไว้้คืือหมายถึึง อาการไม่่มีีชีีวิติ
หยุุดมีีชีีวิิต เพราะน่่าจะเป็็นสิ่่�งที่่�ทํําให้้คนตกใจ และเเสดง
ให้้เห็น็ เหตุกุ ารณ์์ที่่ไ� ม่ค่ ่่อยดีีแต่่ทั้้ง� นี้�้คํําอุทุ านว่่าตาย อุ้้�ยตาย
ตายเเล้้ว ไม่่ได้้เป็็นเหตุุการณ์์ร้้ายเสมอไป จึึงสรุุปได้้ว่่า
มโนทััศน์์ของคํําว่่าตายในปริิบทการอุุทาน คืือความตกใจ
แปลกใจ
145
นอกจากนี้้�ในปััจจุุบัันที่่�เป็็นสัังคมออนไลน์์ขนาดใหญ่่ ยัังมีีการเปลี่่�ยนแปลง
ของภาษาทางด้้านเสีียงเเละการสะกด คำ�ำ ว่่าตายในโลกออนไลน์ก์ ็็มีีการเปลี่่�ยนเเปลง
เช่น่ กันั เราจะเห็น็ การเขีียนคำ�ำ ว่า่ ตายเป็น็ ตุยุ ต๊๊าย ไปจนถึึง ต๊๊าซ ทำ�ำ หน้้าที่่เ� ป็น็ คำ�ำ แสลง
ในโลกปัจั จุบุ ััน
จากความหมายทั้้�งหมดที่่�เราแบ่่งกัันมา จะพบว่่า คำำ�ว่่าตายในภาษาไทยมีี
การใช้้อย่่างหลากหลาย ทั้้�งความหมายและปริิบท คำ�ำ ว่า่ ตายในภาษาไทยเป็น็ คำำ�หลาย
ความหมาย และเเต่่ละกลุ่�มความหมายก็็มีีมโนทััศน์์ต่่างกััน ซึ่่�งคนไทยก็็รัับรู้้�ทั้้�งหมด
โดยไม่่ต้้องเรีียน จากการใช้้งานจริิงในสัังคม โดยมีีความหมายทั้้�งหมดสี่ �ความหมาย
คืือ กริยิ าอาการตาย คำำ�เฉพาะในการเล่่นเกม คำำ�ขยาย และคำ�ำ อุุทาน
ความถี่ �ในการใช้้คำำ�ว่่าตายในภาษาไทยนั้้�นมีีการใช้้เป็็นคำำ�ภาษาปากปกติิ
ไม่่จััดเป็็นคำำ�ไม่่สุุภาพที่่�ต้้องเหลีีกเลี่ �ยง แต่่ที่่�น่่าสนใจคืือ คำำ�ว่่าตายที่่�มีีความหมายว่่า
ไม่่มีีชีีวิิต ซึ่่�งเป็็นความหมายประจำำ�รููป กลัับไม่่ค่่อยถููกใช้้โดยทั่่�วไป เพราะ
จะกลายเป็็นคำ�ำ ไม่ส่ ุุภาพ ผู้�้คนมัักเลี่ย� งใช้้คำำ�ว่่า เสีีย เสีียชีีวิติ หรืือถึึงเเก่ก่ รร แทน และ
ยังั มีีคำำ�เฉพาะแทนการตายของบุุคคลเเต่ล่ ะระดัับ เช่่นพระสงฆ์์ใช้้คำ�ำ ว่่า มรณภาพ และ
คำำ�ราชาศััพท์์มากมายที่่�มีีความหมายว่่าตาย ทั้้�ง สวรรคต ทิิวงคต สิ้้�นพระชนม์์
ถึึงชีีพิิตัักษััย ทำำ�ให้้เราพบว่่าแท้้จริิงแล้้วคำำ�ว่่าตายความหมายประจำำ�รููปก็็ยัังมีี
ความไม่่เป็็นมงคล จะถููกเลี่่�ยงใช้้ ใกล้้เคีียงกัับในภาษาอัังกฤษที่่�ใช้้คำำ�ว่่า
He passed away แทนการใช้้ he is dead ผู้้�สอบมองว่่ามัันเป็็นการลดทอน
ความรุุนเเรงของประโยคลงเพื่่�อให้้ผู้้�พููดและผู้้�ฟัังรู้้�สึึกดีีขึ้้�นกว่่าคำำ�ว่่าตายตรงๆ
ท้้ายนี้้� คำำ�ว่่าตายในภาษาไทยเป็น็ อีีกคำำ�ที่่�แสดงให้้เห็็นถึึงมิิติิของการใช้้ภาษา
ไทยที่่�มากไปกว่า่ ระนาบเดีียว การเรีียนรู้�ค้ ำำ�ไทยหลายหลายคำ�ำ ยังั สร้้างความประทับั ใจ
เสมอ ทำำ�ให้้เราได้้รู้้�ถึึงมโนทััศน์์ของผู้้�ใช้้ภาษา และบริิบทสัังคมผ่่านภาษาศาสตร์์คำำ�
คำ�ำ เดีียวมีีความหมายที่่ห� ลากหลาย ตายตายตายตาย ก็อ็ าจจะมีีหรืือไม่ม่ ีีใครตายก็ไ็ ด้้นะ
146
เอกสารอ้า้ งอิงิ
ตาย: พจนานุุกรมฉบับั ราชบััณฑฺตฺ ยสถาน พ.ศ.2554, สืืบค้้นเมื่�่อ 27 ตุลุ าคม
2564. จาก http://legacy.orst.go.th/?knowledes=ตาย-๑-๑๐-
มกราคม-๒๕๕๔
ตาย: พจนานุุกรมฉบับั ราชบััณฑฺฺตยสถาน พ.ศ.2554. สืืบค้้นเมื่่อ� 27 ตุลุ าคม
2564. จาก https://dictionary.orst.go.th
ชนิิดคํําอุุทานในภาษาไทย. สืืบค้้นเมื่�่อ 27 ตุลุ าคม 2564. จาก https://sites.
google.com/site/jakkritfint/kha
147
การต้้มตุ๋๋น� คำำ�จำำ�กัดั ความ และQuacksalver
นางสาวศุุภนิดิ า เชาวน์ด์ ีี 620510215
ส่ว่ นนำำ�
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายและคำำ�จำำ�กััดความของ
คำำ�ว่่า “ต้้มตุ๋�น” เนื่่อ� งจากคำำ�ว่่า“ต้้มตุ๋น� ” มีีหลายแง่่หลายความหมาย วิิจััยนี้ย�้ ัังบอกที่่�มา
ของคำ�ำ ว่า่ “ต้้มตุ๋�น” อีีกด้้วย
หลอกลวงมัักจะตรงกัันกัับการทุุจริติ สุุขภาพเป็น็ โปรโมชั่�น[1]ของการหลอก
ลวงหรืือโง่่เขลาการปฏิิบััติทิ างการแพทย์ ์ ต้้มตุ๋�นเป็็น “หลอกลวงฉ้้อโกงหรืือไม่ร่ ู้ท้� ัักษะ
ทางการแพทย์์” หรืือ “คนที่่อ� ้้างว่่าเป็็นมืืออาชีีพหรืือเผยแพร่ต่ ่อ่ สาธารณชนเพื่�อ่ ให้้มีี
ทัักษะความรู้�้คุุณสมบััติหิ รืือข้้อมููลประจำำ�ตัวั ของพวกเขาไม่่ได้้มีี; a ล่อ่ ลวงหรืืองููน้ำ�ำ�มันั
พนักั งานขาย” [2]คำ�ำ ว่่าquackเป็็นรููปแบบที่่�ตััดทอนของquacksaver คำ�ำ โบราณจาก
ภาษาดััตช์์ : kwakzalver”พ่อ่ ค้้าเร่”่ [3]ในยุคุ กลางคำำ�ว่่าต้้มตุ๋น� หมายถึึง “ตะโกน”
นักั ต้้มตุ๋�นขายสินิ ค้้าในตลาดตะโกนด้้วยเสีียงดังั [4]
องค์์ประกอบทั่่�วไปของการหลอกลวงทั่่�วไปรวมถึึงการวิินิิจฉััยที่่�น่่าสงสััยโดย
ใช้้การทดสอบการวิินิิจฉััยที่่�น่่าสงสััยเช่่นเดีียวกัับการรัักษายัังไม่่ทดลองหรืือข้้องแวะ
โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่�งสำำ�หรัับโรคร้้ายแรงเช่่นโรคมะเร็็ง การต้้มตุ๋�นมักั ถููกอธิบิ ายว่่าเป็น็
“การฉ้้อโกงสุุขภาพ” ด้้วยลัักษณะเด่น่ ของการส่ง่ เสริมิ เชิงิ รุุก [1]
คำำ�จำ�ำ กััดความ
เนื่่�องจากเป็็นการยากที่่�จะแยกความแตกต่่างระหว่่างผู้้ท� ี่่�จงใจส่่งเสริิมวิิธีีการ
รัักษาทางการแพทย์์ที่่�ไม่่ได้้รัับการพิิสููจน์์และผู้้�ที่่�เข้้าใจผิิดว่่ามีีประสิิทธิิผลศาลของ
สหรััฐอเมริิกาจึึงตััดสิินในคดีีหมิ่่�นประมาทว่่าการกล่่าวหาคนต้้มตุ๋๋�นหรืือเรีียกผู้้�
ประกอบวิชิ าชีีพว่า่ ต้้มตุ๋�นไม่่เทีียบเท่า่ กัับการกล่่าวหาบุุคคลนั้้�น
148
ของการฉ้้อโกงทางการแพทย์์ เพื่่�อเป็็นการหลอกลวงและฉ้้อโกงนัักต้้มตุ๋๋�นต้้องรู้้�ว่่า
พวกเขากำำ�ลัังบิิดเบืือนความจริิงเกี่่�ยวกัับประโยชน์์และความเสี่ �ยงของบริิการทาง
การแพทย์์ที่่�นำำ�เสนอ (แทนที่่�จะเป็็นเช่่นการส่่งเสริิมผลิิตภััณฑ์์ที่่�ไม่่มีีประสิิทธิิภาพซึ่่�ง
พวกเขาเชื่่�อโดยสุุจริิตว่่ามีีประสิิทธิิผล) [ต้้องการอ้้างอิิง] นอกเหนืือจากปััญหาทาง
จริิยธรรมของผลประโยชน์์ที่่�คาดว่่าจะเกิิดขึ้้�นอย่่างสมเหตุุสมผลแล้้วการต้้มตุ๋ �นยัังรวม
ถึึงความเสี่ �ยงที่่�ผู้้�ป่่วยอาจเลืือกที่่�จะละทิ้้�งการรัักษาที่่�มีีแนวโน้้มว่่าจะช่่วยพวกเขาได้้มา
กกว่า่ โดยเป็น็ การสนัับสนุุนการรักั ษาที่่ไ� ม่ไ่ ด้้ผลโดย “ต้้มตุ๋�น” [5] [6] [7]
Quacksalver
ยาและการรัักษาที่่�ไม่่ผ่่านการพิิสููจน์์มัักไม่่ได้้ผลและบางครั้�งก็็มีีการขายยา
และการรักั ษาที่่�เป็็นอัันตรายตลอดประวัตั ิิศาสตร์์ของมนุุษย์์ บางครั้�งมีีการแสดงละคร
เพื่่�อเพิ่่�มความน่่าเชื่่�อถืือของยาที่่�อ้้างว่่าเป็็นยา การเรีียกร้้องที่่�ยิ่ �งใหญ่่ถููกสร้้างขึ้้�นเพื่่�อ
สิ่่�งที่่�อาจเป็็นวััสดุุที่่�ต่ำำ��ต้้อยอย่่างแท้้จริิง: ตััวอย่่างเช่่นในช่่วงกลางศตวรรษที่่� 19
revalenta arabica ถููกโฆษณาว่่ามีีคุุณสมบััติิพิิเศษในการบููรณะเป็็นอาหาร
เชิิงประจัักษ์์สำำ�หรัับสิ่่�งที่่�ไม่่ถููกต้้อง แม้้จะมีีชื่่�อที่่�น่่าประทัับใจและคำำ�รัับรองที่่�เร่่าร้้อน
มากมาย แต่่ในความจริงิ แล้้วเป็็นเพีียงแป้้งถั่ว� ฝักั ยาวธรรมดาเท่่านั้้น� ที่่ข� ายให้้คนใจง่า่ ย
ในราคาที่่แ� ท้้จริิงหลายเท่า่
แม้้ว่่าจะไม่่มีีจุุดมุ่�งหมายในการฉ้้อโกง แต่่การแก้้ไขการต้้มตุ๋๋�นมัักไม่่มีีส่่วน
ผสมที่่�มีีประสิิทธิิภาพใด ๆ วิิธีีการรัักษาบางอย่่างมีีสารเช่่นฝิ่่�นแอลกอฮอล์์และน้ำำ��ผึ้้�ง
ซึ่ �งจะช่่วยบรรเทาอาการได้้ แต่่ไม่่มีีคุุณสมบััติิในการรัักษา บางอย่่างจะมีีคุุณสมบััติิที่่�
น่า่ เสพติดิ เพื่่�อดึึงดููดให้้ผู้�้ซื้อ� กลัับมา การเยีียวยาที่่ม� ีีประสิทิ ธิิภาพเพีียงไม่ก่ี่�วิิธีีที่่ข� ายโดย
quacks ได้้แก่่ emetics ยาระบายและยาขัับปััสสาวะ ส่่วนผสมบางคนไม่่ได้้มีีผล
เป็็นยา: ปรอท , เงิินและสารหนููสารอาจจะช่่วยการติิดเชื้ �อและการระบาด; วิิลโลว์์
เปลืือกไม้้ที่่�มีีกรดซาลิไิ ซลิิเคมีีที่่�เกี่�ยวข้้องอย่่างใกล้้ชิิดกัับแอสไพรินิ ; และควิินินิ ที่่ม� ีีอยู่�
ในเปลืือกของเยซููอิติ เป็็นวิธิ ีีการรักั ษาโรคมาลาเรีียและไข้้อื่�่น ๆ ที่่�ได้้ผล อย่า่ งไรก็ต็ าม
ความรู้�้เกี่ย� วกัับการใช้้และปริมิ าณที่่เ� หมาะสมมีีจำ�ำ กััด
149
การวิพิ ากษ์์วิจิ ารณ์ก์ ารต้้มตุ๋๋�นในวงวิชิ าการ
ยาบนพื้้�นฐานทางวิิทยาศาสตร์์ชุุมชนได้้รัับการวิิพากษ์์วิิจารณ์์การแทรกซึึม
ของการแพทย์์ทางเลืือกเป็็นหลัักวิิชาการแพทย์์การศึึกษาและสื่่�อสิ่ �งพิิมพ์์กล่่าวหา
สถาบัันของ “โอนเวลาการวิิจััย, เงิิน, และทรััพยากรอื่่�น ๆ จากสายมีีผลมากขึ้้�นของ
การสืืบสวนเพื่อ�่ ติดิ ตามทฤษฎีีที่่�มีี ไม่ม่ ีีพื้้น� ฐานทางชีีววิิทยา “ [9] [10]อาร์ด์ ัับบลิวิ ดอน
เนลล์์เป็็นผู้้�บััญญััติิศััพท์์ “ยาต้้มตุ๋ �น” เพื่่�ออธิิบายถึึงความสนใจนี้้�ที่่�มอบให้้กัับแพทย์์
ทางเลืือกโดยสถาบัันการศึึกษา จากรายงานของ Flexnerเขากล่่าวว่่าการศึึกษาทาง
การแพทย์์ “ต้้องการการทำำ�ความสะอาดบ้้านแบบFlexnerianที่่�ดีี” [11]
ตััวอย่่างเช่่น David Gorskiวิิพากษ์์วิิจารณ์์Brian M. Bermanผู้้�ก่่อตั้้�ง
University of Maryland Center for Integrative Medicine โดยเขีียนว่า่ “มีี [มีี]
หลัักฐานว่่าทั้้�งการฝัังเข็็มจริิง และการฝัังเข็็มหลอกลวง [มีี] ประสิิทธิิภาพมากกว่่า
การไม่่รัักษาและการฝัังเข็็มสามารถทำำ�ได้้ เป็็นอาหารเสริิมที่่�มีีประโยชน์์ในรููปแบบอื่่�น
ๆ ของการบำ�ำ บัดั แบบเดิิมสำ�ำ หรัับอาการปวดหลังั ส่ว่ นล่า่ ง “ นอกจากนี้เ�้ ขายังั คัดั เลืือก
บรรณาธิิการและผู้้�ตรวจสอบเพื่่�อนที่่�New England Journal of Medicine
เพื่่�ออนุุญาตให้้เผยแพร่่เนื่่�องจากแนะนำำ�อย่่างมีีประสิิทธิิภาพโดยเจตนาที่่�ทำำ�ให้้ผู้้�ป่่วย
เข้้าใจผิดิ เพื่�่อให้้ได้้ผลของยาหลอกที่่เ� ป็็นที่่�รู้จ�้ ักั [9] [12]
วัฒั นธรรมร่ว่ มสมััย
“การต้้มตุ๋ �นคืือการส่่งเสริิมแผนการรัักษาสุุขภาพที่่�ผิิดพลาดและไม่่ได้้รัับการ
พิสิ ููจน์เ์ พื่อ�่ ผลกำ�ำ ไรโดยมีีรากฐานมาจากประเพณีีของตลาด” พร้้อมด้้วย “ความเป็น็ มืือ
อาชีีพทางการค้้าที่่�ครอบงำ��การตลาดของการแพทย์์ทางเลืือก” [30] การ ต้้มตุ๋ �นมััก
ใช้้เพื่อ่� แสดงถึึงการเร่่ขายของ “การรักั ษา - ทั้้�งหมด” ที่่�อธิิบายไว้้ข้้างต้้น การต้้มตุ๋�นยััง
คงดำำ�เนิินต่่อไปแม้้ในปััจจุุบััน สามารถพบได้้ในทุุกวััฒนธรรมและในทุุกประเพณีี
ทางการแพทย์์ ซึ่่�งแตกต่่างจากสื่่�อโฆษณาอื่่�น ๆ ความก้้าวหน้้าอย่่างรวดเร็็วในการ
สื่อ�่ สารผ่า่ นอินิ เทอร์เ์ น็ต็ ได้้เปิดิ ประตููสำ�ำ หรับั ตลาดที่่ไ� ม่ม่ ีีการควบคุมุ ของการรักั ษาแบบ
ต้้มตุ๋๋�นและแคมเปญการตลาดที่่�เทีียบเท่่ากัับช่่วงต้้นศตวรรษที่่� 20 คนส่่วนใหญ่่ที่่�มีี
บัญั ชีีอีีเมลมีีประสบการณ์์เกี่ย� วกัับกลวิธิ ีีทางการตลาดของการส่่งสแปม
150
ซึ่ �งการหลอกลวงในรููปแบบใหม่่ได้้รัับการขนานนามว่่าเป็็นวิิธีีการรัักษาที่่�น่่าอััศจรรย์์
สำำ�หรับั “การลดน้ำ�ำ�หนักั ” และ “การเพิ่่�มสมรรถภาพทางเพศ”รวมถึึงร้้านขายยาที่่ไ� ม่่
มีีคุุณภาพ
การวิิเคราะห์์การเปลี่่�ยนแปลงด้้านความหมายสามารถพิิจารณาได้้จากบริิบท
ของคำ�ำ กล่า่ วคืือคำำ�อาจจะปรากฏในบริิบทที่่ต� ่า่ งไปจากเดิมิ ถ้้าคํําหนึ่่ง� เคยปรากฏใน
บริิบททั่่ว� ๆ ไปที่่�มีีใช้้อย่า่ งกว้้างขวางหรืือหลายความหมาย แต่ต่ ่่อมาคํําดังั กล่่าวปรากฏ
ในบริบิ ทที่่�แคบกว่่าเดิิมหรืือมีีใช้้น้้อยลง ซึ่่�งคํํานั้้น� จะมีีความหมายแคบเข้้า หรืือคํําหนึ่่�ง
เคยปรากฏในบริิบทเฉพาะคํํานั้้�นมีีความหมายแคบ แต่่ต่่อมาคํํานั้้น� ปรากฏในบริบิ ท
กว้้างกว่่าเดิิม มีีใช้้เพิ่่ม� มากขึ้้�น คํํานั้้�นจะมีีความหมายกว้้างออก (ดุษุ ฎีีพร ชํํานิิโรคศานต์,์
2526, 44)
151
เอกสารอ้า้ งอิิง
Dictionary.com(2550). “ต้้มตุ๋๋�น”.ครบถ้้วน สุ่่�มบ้้าน
ฮาร์เ์ ปอร์์ดักั ลาส(2558) “ต้้มตุ๋๋น� ” . ออนไลน์น์ ิริ ุุกติศิ าสตร์พ์ จนานุุกรม
152
ปั่่น� ที่่ม� ากกว่า่ ปั่่�น
นางสาวปภาวริินทร์์ ทองหลาง 620510602
ส่ว่ นนำำ�
ภาษาไทยที่่�เราใช้้กัันในปััจจุุบัันและอยู่�ควบคู่่�กัับสัังคมมาช้้านานล้้วนมีีการ
เปลี่่�ยนแปลงและมีีวิิวััฒนาการมาตั้ง� แต่่สมััยโบราณ และยัังพัฒั นามาจนถึึงปัจั จุบุ ััน
ไม่ว่ ่่าจะในรููปแบบของการออกเสีียง การเขีียน และความหมาย ย่่อมเกิดิ การเปลี่่ย� น
แปลงโดยมีีปัจั จััยจากหลาย ๆ สิ่่ง� อย่่าง ไม่ว่ ่่าจะเป็็นการหมุนุ เปลี่่ย� นของกาลเวลา
อิทิ ธิพิ ลจากวััฒนธรรมโลกตะวัันตกและตะวันั ออกหรืือต่า่ งชาติิ เพราะฉะนั้้�นแล้้ว
ภาษาไทยในรููปแบบต่า่ ง ๆ ย่่อมมีีความเป็็นไปได้้ที่่จ� ะเกิิดการเปลี่่�ยนแปลงไปเรื่�อ่ ย ๆ
ตามการพััฒนาของสังั คมปัจั จุบุ ััน เช่น่ เดีียวกับั คํําว่า่ “ปั่่�น”
“ปั่่�น” ซึ่ง� เป็็นคํําที่่เ� รามักั จะใช้้ในชีีวิิตประจํําวัันอยู่่�บ่อ่ ยครั้�ง ไม่ว่ ่่าจะในรููปแบบ
ความหมายวงต้้นทาง หรืือความหมายวงปลายทางตามแต่่ปริิบทที่่เ� ลืือกใช้้ โดยคํําว่า่
“ปั่่�น” นี้ �้ ปัจั จุบุ ัันได้้ถืือเป็็นคํําหลายความหมายสํํานักั งานราชบััณฑิิตยสภา (2560:
341) อ้้างจากใน โสมรวีี สมเพชร (2560: 278) ซึ่่�งเกิิดจากปรากฎการณ์์ทาง
ภาษาที่่�เรีียกว่า่ การมีีหลายความหมาย (polysemy) ซึ่่�งเป็น็ การที่่ร� ููปภาษา 1 รููป
มีีความหมายมากกว่า่ 1 ความหมาย และความหมายเหล่า่ นั้้�นต้้องสัมั พัันธ์ก์ ันั และผู้�้
วิิจััยนั้้�นเล็็งเห็็นว่่ายัังไม่่มีีผู้้�ใดศึึกษาหรืือทํําวิิจััยเกี่ �ยวกัับคํําหลายความหมายของคํํา
ว่า่ “ปั่่น� ” มาก่่อน ผู้�้วิิจัยั จึึงประสงค์์ที่่�จะศึึกษาคํํา ๆ นี้้� โดยผู้�้วิิจัยั ประสงค์์ที่่�จะศึกึ ษา
เฉพาะคํําว่า่ “ปั่่น� ” ที่่�เป็็นคํํามููลในรููปของคํํากริิยาเพีียงเท่่านั้้น� โดยจะศึึกษาในเรื่อ�่ ง
ของความหมายของคํําและความสัมั พันั ธ์์ทางความหมายของคํํา
153
สมมติิฐานของผู้้ว� ิจิ ัยั คืือการที่่�ความหมายของคํําว่่า “ปั่่น� ” นั้้น� ไม่ไ่ ด้้มีีเพีียงแค่่
ในที่่�พจนานุุกรมได้้บััญญัตั ิไิ ว้้เนื่�อ่ งจากความหมายของคํําว่า่ “ปั่่น� ”ในพจนานุุกรมฉบับั
ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่ “ปั่่�น” ไว้้เพีียง 2 ความหมาย
คืือ 1) ก. ทํําให้้หมุุน, ทํําให้้เวีียน, เช่่น ปั่่น� แปะ ปั่่�นโป และ 2) ก . หมุนุ เช่่น
หััวปั่่�นซึ่่�งมีีจํํานวนไม่่มากพอที่่�จะนํํามาศึึกษาในเรื่่�องความสััมพัันธ์์ทางความหมาย
ของคํําว่่า “ปั่่�น” ได้้ ผู้�้วิจิ ััยจึึงได้้รวบรวมข้้อมููลคํําว่า่ “ปั่่�น”จากคลัังข้้อมููลภาษาไทย
แห่ง่ ชาติิ ในพระราชููปถััมภ์ส์ มเด็็จพระเทพรัตั นราชสุุดาฯสยามบรมราชกุมุ ารีีและจาก
โพสต์์เรื่่�องราวต่่าง ๆ ตามโซเชีียลเน็็ตเวิริ ์์ก ซึ่่�งเป็็นปริิบทข้้อความที่่เ� กิิดขึ้น้� จริงิ เพื่�อ่ ให้้
ได้้ตัวั อย่า่ งของคํําว่่า “ปั่่น� ” รวมไปถึึงวิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคํําว่่า “ปั่่น� ”ที่่�อาจมีี
เพิ่่ม� เติมิ จากที่่ร� ะบุุไว้้ในพจนานุุกรมด้้วย
ผลการศึึกษาของวิจิ ััยของคํําว่่า“ปั่่�น” ในภาษาไทยที่่�เป็็นคํํามููลหรืือคํําเดี่ย� ว
พบว่า่ มีี 8 ความหมาย ได้้แก่่ 1) ทํําให้้หมุุน ทํําให้้เวีียน 2) หมุุน 3) ออกแรงถีีบของขา
และเท้้าไปที่่บ� ันั ไดจัักรยานโดยการหมุุนไปข้้างหน้้า เพื่อ่� ให้้เกิดิ การเคลื่่�อนที่่�ไปข้้าง
หนา้้ได้้ 4) ทํําให้้เพิ่่ม� ขึ้น้� เป็็นจํํานวนมาก 5) เร่ง่ ทํําให้้เสร็จ็ 6) การซื้อ� ขายหลัักทรัพั ย์์
ใด ๆ โดยบุุคคลหรืือกลุ่�มบุคุ คล เพื่่อ� สร้้างสภาพการซื้อ� ขายให้้ผิิดไปจากภาวะที่่�เป็็น
จริงิ โดยเจตนาให้้ผู้อ�้ ื่�น่ ซื้้�อหรืือขายหลัักทรััพย์์ด้้วยความเข้้าใจผิดิ 7) หลอกให้้ผู้อ้� ื่่น� เชื่�อ่
สร้้างกระแส สร้้างความวุ่่�นวาย 8) ทํําให้้สิ่่ง� ใดสิ่�งหนึ่่�งถููกทํําให้้ละเอีียด โดยทั้้�ง 8
ความหมาย จํําแนกเป็น็ ความหมายทางกายภาพซึ่่�งแสดงกริยิ าหมุนุ หรืือทํําให้้หมุนุ ได้้
แก่ค่ วามหมายที่่� 1 ถึึง 4 และการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายของคํํา ได้้แก่่
ความหมายที่่� 5 ถึึง 8
ความหมายของคํําว่่า “ปั่่�น” ในภาษาไทย
พจนานุกุ รมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้้ให้้ความหมายของคํําว่่า
“ปั่่�น” ไว้้จํํานวน 2 ความหมาย ได้้แก่1่ ) ก. ทํําให้้หมุุน, ทํําให้้เวีียน, เช่น่ ปั่่น� แปะ ปั่่�นโป
และ 2) ก . หมุนุ เช่่น หััวปั่่�น และผลจากการวิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคํําว่่า “ปั่่�น” ใน
ภาษาไทยที่่�เกิดิ ในปริิบทที่่�เกิิดขึ้น้� จริิง พบว่า่ ความหมายของคํําว่่า “ปั่่�น” ใน
ภาษาไทยมีีเพิ่่ม� มาอีีก 6 ความหมาย เป็็นคํํากริิยาที่่ม� ีีความหมายต่่าง ๆ กััน ดัังนี้้�
154
3. ปั่่น� จัักรยาน
ความหมายที่่� 1 ‘ออกแรงถีีบของขาและเท้า้ ไปที่บ�่ ัันไดจัักรยานโดยการหมุนุ ไปข้า้ ง
หน้้า เพื่่อ� ให้เ้ กิิดการเคลื่่อ� นที่�่ไปข้า้ งหน้้าได้’้ กริิยาที่่�มีีผู้้�กระทํําคืือมนุษุ ย์ห์ รืือสัตั ว์์ที่่�
สามารถใช้้ขาเพื่่�อออกแรงถีีบบันั ไดจัักรยานให้้เคลื่่อ� นที่่�ไปข้้างหน้้าได้้ โดยความหมาย
นี้้�มีีความสััมพัันธ์์กัับวงความหมายต้้นทางเพราะเนื่่�องจากการกระทํําโดยการถีีบบัันได
จักั รยานให้้เคลื่่อ� นที่่�นั้้�นจะต้้องถีีบให้้เป็็นวงกลม จะสัังเกตได้้ว่า่ ขณะที่่�ปั่่�นจักั รยานอยู่�
เท้้าที่่ถ� ีีบบัันไดอยู่่�จะหมุุนเวีียนเป็็นวงกลม
ตััวอย่า่ ง ปอนด์ฝ์ ัันว่า่ เราไปปั่่�นจัักรยานเล่น่ กันั สองคนในอวกาศ
4. ปั่่น�
ความหมายที่่� 2 ‘ทํําให้ส้ิ่ง� ใดสิ่ง� หนึ่่ง� ถููกบดละเอีียดโดยการใช้ใ้ บมีีดที่�ม่ ีีความคมปั่่�น
โดยการเวีียนเป็็นวงกลมด้้วยความเร็็วสููง’ กริิยาที่่�กระทํําโดยสิ่�งไม่่มีีชีีวิติ เครื่อ่� งจัักร
เช่น่ เครื่่�องปั่่�น เป็็นการนํําอาหาร ผลไม้้ น้ํํ�าแข็็ง หรืืออื่�น่ ๆ ที่่�สามารถปั่่น�
ได้้มาใส่่เข้้าไปใส่ใ่ นเครื่อ่� งปั่่�นหรืือเครื่�อ่ งที่่�มีีใบมีีดที่่�มีีความคมสููง จากนั้้�นมัันจะทํํางาน
ด้้วยการหมุนุ เป็็นวงกลมด้้วยความเร็็วสููง เพื่อ่� ทํําการตััด หรืือบดละเอีียดสิ่ง� ที่่อ� ยู่�ใน
เครื่่�องให้้เป็น็ ชิ้้�นเล็ก็ ๆ ยกตัวั อย่า่ งเช่่น น้ํํ�าปั่่�น เครื่�อ่ งปั่่น� อาหาร เป็น็ ต้้น
5. ปั่่น� ยอดวิวิ , ปั่่น� ราคา
ความหมายที่่� 3 ‘ทํําให้้สิ่�ง ๆ นั้้น� เพิ่่�มขึ้้�นเป็น็ จํํานวนมาก’ กริิยามีีผู้�ก้ ระทํําโดยมนุุษย์์
ซึ่ง� การปั่่�นที่่ว� ่า่ ไม่ม่ ีีความสััมพันั ธ์ก์ ัับวงความหมายต้้นทางแต่อ่ ย่า่ งใด แต่่เพราะเกิดิ การ
เปลี่่�ยนแปลงทางความหมายของคํําจึึงทํําให้้ความหมายนั้้�นเปลี่่�ยนแปลงไป
ตััวอย่า่ ง เพลงโซโล่ข่ องลิิซ่่าออกแล้้ว วัันนี้ฉ้� ัันจะต้้องปั่่�นยอดวิิวให้้ถึึง 300
ล้้านวิวิ ให้้ได้้
เดี๋ย� วนี้�เ้ ขาปั่่น� ราคากล้้วยด่า่ งกันั หนักั มาก ฉันั สู้้�ไม่ไ่ หวหรอก
155
6. ปั่่�นงาน
ความหมายที่่�4 ‘เร่ง่ ทํําให้้เสร็็จ’ กริยิ าที่่ม� ีีผู้ก�้ ระทํําเป็็นมนุษุ ย์์ อาจใช้้ความเร็็ว
หรืือไม่่ก็็ได้้ในการทํําสิ่ง� ๆ นั้้น� แต่เ่ หมืือนเป็น็ การจดจ่่อหรืือมุ่�งเน้้นเป้้าหมายในการทํํา
สิ่�ง ๆ นั้้น� ให้้เสร็็จได้้ทัันเวลา ส่่วนใหญ่ใ่ ช้้ในปริิบทที่่�เน้้นไปในการทํํางานที่่ต� ้้องเขีียน
หรืือกระทํําด้้วยมืือ เช่น่ ปั่่�นการบ้้าน ปั่่น� โปรเจคปั่่น� รายงาน
ตัวั อย่่าง เดดไลน์์เที่่ย� งคืืนนี้้ล� ะ ฉัันต้้องรีีบกลัับไปปั่่น� งานให้้เสร็จ็ ทัันเวลา
7. ปั่่�นหุ้้�น
ความหมายที่่� 5 ‘การซื้อ� ขายหลัักทรัพั ย์์ใด ๆ โดยบุคุ คลหรืือกลุ่�มบุุคคลเพื่�่อ
สร้้างสภาพการซื้อ� ขายให้้ผิดิ ไปจากภาวะที่่เ� ป็น็ จริงิ โดยเจตนาให้้ผู้อ้� ื่�่นซื้้อ� หรืือขายหลััก
ทรัพั ย์์ด้้วยความเข้้าใจผิิด’ (การกระทํําดัังกล่า่ วนี้้� ถืือเป็น็ ความผิดิ ตามพระราชบััญญัตั ิิ
หลักั ทรััพย์แ์ ละตลาดหลักั ทรัพั ย์์ พ.ศ.2535 ซึ่่�งมีีบทกํําหนดโทษไว้้ด้้วย) กริิยาที่่�มีี
มนุุษย์์เป็็นผู้ก�้ ระทํําเท่า่ นั้้�น เป็็นปริิบทที่่เ� กี่�ยวกัับหุ้้�นและ การลงทุุน บางคนที่่ไ� ม่ไ่ ด้้อยู่�
ในวงการหุ้้น� ก็็อาจจะไม่่คุ้น� หููกับั คํํานี้้�มากนััก
ตััวอย่า่ ง หมอคนนั้้�นอาจโดนเรีียกสอบสวนเกี่ย� วกับั การปั่่�นหุ้้�นโรงพยาบาล
8 ปั่่น�
ความหมายที่่� 6 ‘หลอกให้ผู้้�อื่น� เชื่่อ� สร้้างกระแส สร้า้ งความวุ่่�นวาย’กริยิ าที่่ม� ีีมนุุษย์์
เป็็นผู้ก�้ ระทํําโดยอาจทํําด้้วยการไปยุุยง ปลุกุ ปั่่น� ให้้ผู้อ�้ ื่่�นเกิิดความสับั สนมึึนงงหลอกให้้
ผู้�อ้ ื่่น� เชื่อ่� ในสิ่่�งที่่อ� าจไม่่เป็น็ ความจริิง หรืือทํําให้้คนอื่�่นรู้ส้� ึึกรํําคาญใจจากคํําพููดหรืือ
การกระทํํา
ตััวอย่่าง ถึึงเขาจะสนุุกกับั การปั่่น� หัวั เธอก็็ไม่เ่ ป็น็ ไร ดีีกว่า่ ปล่อ่ ยให้้เขาอยู่�
ในเงาหมองเศร้้าเป็็นไหน ๆ
เขามาว่า่ คู่่�ชิิปฉัันปั่่น� กระแส ฉันั ยอมไม่่ได้้เด็็ดขาด
อย่า่ ไปเชื่่�อเรื่่อ� งที่่�นางพููดมาก เดี๋ย� วก็โ็ ดนปั่่น� อีีกหรอก
156
ความสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํํา
ผลการวิิเคราะห์ค์ วามสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํําพบว่่า คํําว่่า “ปั่่�น” มีีทั้้ง�
การปรับั ขยายความหมายจากความหมายหลััก คืือ ทํําให้้หมุนุ , หมุนุ ไปในเชิิงเปรีียบ
เทีียบกับั คํําบางคํํา และมีีการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํําในรููปแบบความหมาย
กว้้างออก ก็ค็ ืือคํําเดิิมมีีความหมายเดีียว แต่่ปัจั จุุบัันได้้มีีความหมายเพิ่่ม� ขึ้�น้ กว่่าเดิิม
ความหมายที่่� 1 ถึึง 4 มีีความหมายไปในทางที่่�สััมพันั ธ์ก์ ััน ความหมายที่่� 3
และ 4 นั้้�นคืือการปรัับขยายความหมายจากความหมายเดิิม คืือ หมุุน โดยความหมาย
ทั้้ง� สองนั้้�นมีีความหมายวงต้้นเค้้าเดิิมคืือคํําเดีียวกันั เนื่อ�่ งจากคํําว่า่ “ปั่่�น” ของทั้้�งสอง
ความหมาย มีีการหมุนุ อยู่�ในการกระทํําด้้วย
ความหมายที่่� 5 ถึึง 8 นั้้น� มีีการเปลี่่ย� นแปลงความหมายของคํําในรููปแบบ
ความหมายกว้้างออก โดยมีีวงความหมายปลายทางที่่ต� ่า่ งออกไปทั้้�งหมด
สรุุปผลการศึึกษา
จากการวิิจัยั พบว่า่ คํําว่า่ “ปั่่�น” ในภาษาไทยมีี 8 ความหมาย ได้้แก่่ 1)
ทํําให้้หมุนุ ทํําให้้เวีียน 2) หมุุน 3) ออกแรงถีีบของขาและเท้้าไปที่่บ� ันั ไดจัักรยานโดย
การหมุนุ ไปข้้างหน้้า เพื่่�อให้้เกิดิ การเคลื่�อ่ นที่่�ไปข้้างหน้้าได้้ 4) ทํํา ให้้เพิ่่ม� ขึ้น�้ เป็็น
จํํานวนมาก 5) เร่ง่ ทํําให้้เสร็จ็ 6) การซื้อ� ขายหลัักทรัพั ย์์ใด ๆ โดยบุุคคลหรืือกลุ่�มบุุคคล
เพื่�่อสร้้างสภาพการซื้อ� ขายให้้ผิิดไปจากภาวะที่่เ� ป็็นจริิง โดยเจตนาให้้ผู้อ�้ ื่�่นซื้้อ� หรืือขาย
หลักั ทรััพย์์ด้้วยความเข้้าใจผิดิ 7) หลอกให้้ผู้อ้� ื่น่� เชื่อ�่ สร้้างกระแส สร้้างความวุ่่�นวาย 8)
ทํําให้้สิ่่�งใดสิ่�งหนึ่่ง� ถููกทํําให้้ละเอีียด
คํําว่่า “ปั่่�น” ทั้้ง� 8 ความหมายนี้จ�้ ํําแนกเป็็นความหมายทางกายภาพซึ่่�งแสดง
กริิยาหมุุนหรืือทํําให้้หมุุนเป็็นความสััมพัันธ์์แบบปรัับขยายความหมายของคํํา
ได้้แก่ค่ วามหมายที่่� 1 ถึึง 4 และการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายของคํําเป็น็
ความหมายกว้้างออก ได้้แก่่ ความหมายที่่� 5 ถึึง 8
157
คํําคํํานึึงนั้้�นไม่่จํําเป็็นต้้องมีีเพีียงความหมายเดีียว และอาจจะมีีคํําอีีกหลาย
คํําที่่�เมื่่�อเวลาเปลี่่�ยนไป อิิทธิิพลต่่าง ๆ ที่่�เข้้ามาแทรกแซงทํําให้้คํําคํํานั้้�นมีีการปรัับ
ขยายความหมายและการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายอย่่างคํําว่่า “ปั่่�น” ที่่�มีีความ
หมายนอกเหนืือจากพจนานุุกรมและมีีทั้้�งการปรัับขยายความหมายและการเปลี่่�ยน
แปลงของคํําในคํําคํําเดีียวกันั
158
เอกสารอ้้างอิิง
มััลลิกิ า มาภา. 2559. วิวิ ัฒั นาการภาษาไทย. มหาวิทิ ยาลััยราชภัฏั อุดุ รธานีี
โสมรวีี สมเพชร. 2563. “การขยายความหมายของคํําว่า่ “กััด” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน”. ภาษาและวรรณคดีีไทย (25
ธัันวาคม 2563): 1-36.
หุ้้�นปั่่�นคือื อะไร แล้้วทํําไมเราต้้องระวััง?. (Online). https://www.moneybuffalo.
in.th/stock/stock-manipulation, 29 ตุลุ าคม 2564.
159
“ตำ�ำ ”ยังั ไงให้ไ้ ด้ข้ อง
นางสาวพััณณิิตา นากอ้้น 05610318
ส่่วนนำ�ำ
ในบทความนี้�้จะนำ�ำ เสนอเกี่�ยวกับั ความหมายโดยทั่่ว� ไป และการปรับั ขยาย
ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” ในภาษาไทย เนื่�่องจากในปััจจุบุ ัันมีีผู้ค้� นจำ�ำ นวนมาก โดย
เฉพาะกลุ่�มคนยุุคใหม่ห่ รืือวััยรุ่่�นที่่น� ำ�ำ คำำ�ว่า่ “ตำำ�” มาใช้้ในชีีวิติ ประจำ�ำ วันั กันั บ่่อยขึ้�้น
จากที่่จ� ะใช้้เฉพาะในความหมายของการเป็็นกริิยาในการทำ�ำ อาหาร หรืือการหกล้้ม ก็็
นำำ�มาสร้้างสรรค์์และประยุุกต์์ให้้เกิดิ ความหมายหลากหลายมากขึ้น�้
ทั้้�งนี้�้ ผู้�้เขีียนได้้เล็ง็ เห็็นว่่า เมื่อ่� ลููกหลานหรืือแม้้กระทั่่ง� ตัวั ผู้�้เขีียนเองพููดคำำ�ว่่า
“ตำำ�” กับั ผู้้ใ� หญ่่ในครอบครัวั ในความหมายของคำำ�แสลงที่่ม� ัักจะมีีแต่ค่ นกลุ่�มวััยรุ่่�นที่่�
รู้จ้� ัักความหมาย ทำ�ำ ให้้ผู้�ใ้ หญ่เ่ กิดิ ความสับั สนและจับั ใจความไม่ถ่ ููกในสิ่่�งที่่ล� ููกหลานพููด
ให้้ฟััง จึึงเลืือกที่่จ� ะนำำ�เสนอเกี่�ยวกับั ความหมายและการปรับั ขยายของคำำ�ว่่า “ตำ�ำ ”
ในบทความนี้้�
1. ความหมายโดยทั่่�วไปของคำ�ำ ว่า่ “ตำ�ำ ”
จากพจนานุุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบััณฑิิตยสถานได้้ให้้ความหมายของคำำ�ว่า่
“ตำำ�” ไว้้ 2 ความหมาย ดัังนี้้�
1.1. “ตำำ�” ที่่เ� ป็็นคำำ�กริิยา ความหมายคืือ ทิ่่ม� , แทง
คำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” ในความหมายทิ่่ม� และแทง คืือการที่่ส�ิ่�งที่่�มีีลัักษณะแหลมคมปักั
ลงไปในอีีกสิ่ง� หนึ่่�ง เช่น่ ผิิวหนััง เป็น็ ต้้น
ประโยคตััวอย่่าง: วานนี้ห�้ ลานฉัันมันั เล่น่ ซนจนหกล้้มหนามตำำ�ที่่�แขน
160
1.2. “ตำำ�” ที่่�เป็น็ คำ�ำ กริิยา ความหมายคืือการใช้้สากหรืือสิ่ง� อื่น่� ที่่ค� ล้้ายคลึึง
เช่น่ นั้้น� ทิ่่�มลงไปอย่่างแรงเรื่่�อย ๆ เช่น่ ตำ�ำ ข้้าว ตำ�ำ น้ำ��ำ พรอกคำ�ำ ว่า่ “ตำ�ำ ”
ในความหมายนี้้�มักั เป็น็ กิิริยิ าในการทำำ�อาหารเพื่่อ� ทำำ�ให้้ละเอีียด หรืือเพื่่�อ
คลุกุ เคล้้าให้้เข้้ากััน
ประโยคตััวอย่่าง: คุณุ ยายตำ�ำ ส้้มตำำ�ให้้ฉัันกินิ ทุุกครั้ง� ที่่ไ� ปหา,
แม่่บอกให้้ฉัันตำำ�พริกิ และกระเทีียมให้้ละเอีียด
2. ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” ในภาษาอีีสาน
คำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” ในภาษาอีีสาน หมายถึึง การเดิินชนกันั การกระทบหรืือปะทะกันั
และการหกล้้ม จะเห็็นได้้จากตัวั อย่่างดังั นี้้�
2.1. ย่่างตำ�ำ ตอ, ตำำ�สะดุดุ
ความหมาย: การเดินิ สะดุดุ ตอไม้้
2..2. ย่่างตำ�ำ กันั
ความหมาย: การเดินิ ชนกันั
2.3. ตำำ�กันั
ความหมาย: การปะทะ หรืือกระทบกััน
2.4. ตำำ�แจ่ว่
ความหมาย: การโขลกพริกิ
3. ที่่ม� าของความหมายเมื่่อ� เกิดิ การปรับั ขยายของคำำ�ว่่า “ตำ�ำ ”
ความหมายเมื่อ�่ เกิดิ การปรับั ขยายของคำ�ำ ว่า่ “ตำ�ำ ” นั้้น� เกิดิ ขึ้น�้ จากในสื่อ�่ ออนไลน์์
หรืือโลกโซเชีียลที่่ว� ัยั รุ่่�นใช้้สื่อ�่ สารคำ�ำ ต่า่ ง ๆ อย่า่ งหลากหลาย จนทำ�ำ ให้้คำ�ำ เหล่า่ นั้้น� กลาย
เป็็นคำำ�ติิดปากของใครหลาย ๆ คน รวมถึึงคำำ�ว่่า “ตำำ�” ซึ่่�งแน่่นอนว่่ามีีความหมาย
แตกต่่างออกไปจากความหมายในพจนานุุกรม ไทย-ไทย ราชบััณฑิิตยสถาน
ความหมายของคำำ�ว่่า “ตำำ�” ในโลกโซเชีียลนั้้�นมีีความหมายคืือการไปซื้้�อสิ่ �งของบาง
อย่่างอย่า่ งรวดเร็็ว
161
เนื่่�องจากปััจจุุบัันมีีอาชีีพใหม่่เกิิดขึ้้�นมากมาย หนึ่่�งในนั้้�นก็็คืือ อิินฟลููเอนเซอร์์
(Influencer) ที่่�มีีอิิทธิิพลบนโลกออนไลน์์ มีีผู้้�ติิดตามและให้้ความสนใจจำำ�นวนมาก
ตามแพลตฟอร์์มต่า่ ง ๆ ทำำ�ให้้ส่ง่ ผลอย่่างมากต่่อการบริโิ ภคสินิ ค้้าของผู้�ค้ น โดยผู้�ท้ ี่่ท� ำ�ำ
อาชีีพเหล่่านี้้�มัักใช้้คำำ�ศััพท์์หรืือคำำ�แสลงสมััยใหม่่ หนึ่่�งในนั้้�นก็็คืือคำำ�ว่่า”ตำำ�” เพื่่�อเชิิญ
ชวนให้้ไปซื้้อ� ของที่่ต� นได้้ค่่าโฆษณาสินิ ค้้าจากผู้�้จ้้าง หรืือแม้้กระทั้้�งคนทั่่ว� ไปก็็มีีการนำ�ำ
คำำ�ว่า่ “ตำำ�” มาใช้้แทนคำ�ำ ว่่า “ซื้�อ” เป็็นจำำ�นวนมากในปััจจุุบันั
3.1. กระบวนการเปลี่�่ยนจากความหมายเดิิมเป็น็ ความหมายใหม่ข่ องคำำ�ว่า่ “ตำ�ำ ”
ความหมายของคำำ�ว่า่ “ตำ�ำ ” ในโลกโซเชีียลมาจากคำ�ำ ว่่า “ตำำ�” ในภาษาอีีสาน
ที่่�แปลว่่า “พุ่�งชน” ผสมผสานกัับความหมายตามพจนานุุกรมราชบััณฑิิตยสถานที่่�มีี
ความหมายว่่า “ทิ่่�มแทง” และ” โขลกแรง ๆ เรื่่�อย ๆ” ทำำ�ให้้เกิิดกิิริิยาเร็็วและ
ทัันท่ว่ งทีีจึึงกลายมาเป็น็ การไปซื้้�อของอย่่างรวดเร็็ว (กลัวั ของหมด, กลัวั คนแย่ง่ ) ซึ่่ง�
เป็็นการขยายความหมายของคำ�ำ แบบอุุปลัักษณ์์ (metaphor) เนื่�อ่ งจากเป็น็ การเชื่อ�่ ม
2 วงมโนทััศน์์เข้้าด้้วยกัันคืือ วงต้้นเค้้า (ความหมายเดิิม) และ วงเป้้าหมาย
(ความหมายเกิิดใหม่่) ดัังภาพตััวอย่า่ งนี้้�
วงต้้นเค้้า (source domain): วงเป้า้ หมาย (target domain):
ความหมายเดิิม ความหมายใหม่่
162
ตัวั อย่่างการใช้้คำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” จากในสื่่�อออนไลน์์
1. การใช้้คำ�ำ ว่่า “ตำำ�” เพื่�่อการเชิิญชวน”
2. การใช้้คำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” เป็น็ กริิยาแทนคำำ�ว่า่ “ซื้อ� ” ในชีีวิิตประจำ�ำ วััน
สรุุปผลการศึึกษา
ผลการศึกึ ษาพบว่่าคำ�ำ ว่า่ “ตำำ�” ไม่่ได้้หมายถึึงแค่ ่ ทิ่่ม� , หกล้้ม, หรืือโขลก แต่ย่ ังั
ห ม า ย ถึึ ง ก า ร ซื้้ � อ สิ ิ นค้้ า อ ย่ ่ า ง ทั ั นท่ ่ ว ง ทีี เ พื่ ่ � อ ใ ห้้ ไ ด้้สิ่่ � ง ค้้ า ม า อ ย่ ่ า ง ร ว ด เ ร็ ็ ว
ซึ่ง� เกิดิ จากกิริ ิยิ าท่า่ ทางที่่เ� ป็็นการกระทำำ�ที่่ร� วดเร็ว็ ของคำำ�ว่า่ “ตำ�ำ ” ในภาษาอีีสาน และ
ความหมายในพจนาณุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถานทำำ�ให้้เกิิดเป็็นความหมายใหม่่ขึ้้�นมา
ซึ่�งปัจั จัยั สำ�ำ คััญในการปรับั ขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “ตำำ�” คืือกระบวนการอุปุ ลักั ษ
ณ์ท์ ี่่�เชื่�่อมวงมโนทััศน์์เข้้าด้้วยกัันเพื่อ�่ ให้้เกิิดความหมายใหม่่
163
เอกสารอ้า้ งอิิง
พจนานุุกรม ฉบัับราชบัญั ฑิิตยสถาน. (2556). ตำำ� ความหมาย. เข้้าถึึงเมื่่อ�
29 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th
Esan108. (2561). ตำ�ำ ในภาษาอีีสาน. เข้้าถึึงเมื่่�อ 29 ตุลุ าคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก https://esan108.com/dict/view/ตำ�ำ
164
“ปก” เบื้้�องหลัังของการแผ่ข่ ยาย
นางสาวจิติ ตานันั ท์์ นาคสนธิ์์� 05610065
ส่่วนนำำ�
บทคััดย่่อ
บทความวิิจัยั นี้ม้�ุ่�งวิเิ คราะห์์ความหมายของคํําว่า่ “ปก” ในภาษาไทย จากผล
การศึึกษาพบว่่าคํําว่่าปก มีีด้้วยกัันทั้้�งหมด 8 ความหมาย คืือ 1) แผ่่ออกปกคลุุม
2) กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนังั เป็็นต้้นที่่�หุ้้�มอยู่�ภายนอกสมุุดหรืือหนังั สืือ 3) แผ่น่ ผ้้าที่่�ติดิ
ปากกระเป๋๋าเสื้้�อ, แผ่่นผ้้าที่่�ติิดกัับคอเสื้้�อพัับตลบลงมาหรืือแบะออกทั้้�ง 2 ข้้าง
4) รููปที่่ใ� ช้้แทนของจริงิ 5) ‘คุ้ม� ครองป้อ้ งกันั ’ 6) ‘ระวังั รักั ษา, บริหิ าร, ดููแล และคุ้ม� ครอง’
7) ‘แผ่่คลุุมอยู่�เบื้้�องบน’ 8) ปิิดไม่่ให้้รู้้�หรืือไม่่ให้้เห็็น, ปิิดไว้้เป็็นความลัับ’
โดยสามารถจํําแนกได้้เป็็น 2 กลุ่�ม คืือ กลุ่�มที่่� 1 ปกที่่�ไม่่จํําเป็็นต้้องอยู่่�คู่่�กัับคํําอื่่�น
มีีความหมายที่่� 1 ถึึง 4 และกลุ่�มที่่� 2 ปกเป็น็ คํํานํําหน้้าคํําอื่่น� ๆ มีีความหมายที่่� 5 ถึึง
8 ผลการวิิเคราะห์พ์ บว่่า ความหมายของคำำ�ว่า่ ปกมีีความสัมั พันั ธ์เ์ กี่�ยวข้้องกััน โดยการ
ขยายความหมาย
คํําสํําคัญั ปก นามนัยั การขยายความหมาย อรรถศาสตร์์
วััตถุปุ ระสงค์์
1. เพื่อ่� ศึึกษาการขยายความหมายของคํําว่า่ ปกในภาษาไทย
ประโยชน์์ที่�ไ่ ด้จ้ ากการวิิจัยั :
1. ทํําให้้เข้้าใจกระบวนการการขยายความหมายของคํําว่่าปกในภาษาไทย
165
ความหมายของคํําว่า่ ‘ปก’ ในภาษาไทย
ผลการวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่า่ “ปก” ในภาษาไทย จากบริิบาทต่่าง ๆ
ที่่เ� กิดิ ขึ้น�้ ในปัจั จุบุ ันั พบว่า่ ความหมายของคํําว่า่ ปกสามารถจํําแนกได้้เป็น็ 2 กลุ่�ม กลุ่�มที่่�
1 ปกที่่ไ� ม่จ่ ํําเป็น็ ต้้องอยู่�คู่�กับคํําอื่น�่ มีีทั้้ง� หมด 4 ความหมาย ได้้แก่่ 1)แผ่อ่ อกปกคลุมุ เบื้้อ� งบน
2) กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนัังเป็็นต้้นที่่ห� ุ้้�มอยู่�ภายนอกสมุดุ หรืือหนังั สืือ 3) แผ่น่ ผ้้าที่่�ติิด
ปากกระเป๋๋าเสื้ �อ,แผ่่นผ้้าที่่�ติิดกัับคอเสื้ �อพัับตลบลงมาหรืือแบะออกทั้้�ง ๒ ข้้าง เช่่น
4) รููปที่่ใ� ช้้แทนของจริิง กลุ่�มที่่� 2 ปกเป็น็ คํํานํําหน้้าคํําอื่น�่ ๆ มีี 4 ความหมาย ได้้แก่่
1) คุ้้�มครองป้้องกันั 2) ดููแล, คุ้้�มครอง, ระวังั รักั ษา หรืือบริหิ าร 3) แผ่ค่ ลุมุ อยู่�เบื้้อ� งบน
4) ปิิดไม่่ให้้รู้้�หรืือไม่่ให้้เห็็น, ปิิดไว้้เป็็นความลัับ แต่่ละความหมายจะมีีความแตกต่่าง
กันั ขึ้น�้ อยู่่�กัับบริิบทที่่�ประกอบอยู่� ซึ่ง� มีีความหมายที่่แ� ตกต่า่ งกันั ดัังนี้�้
1. ความหมายที่่� 1 ‘แผ่่ออกปกคลุุมเบื้้�องบน’ กล่า่ วคืือ ลักั ษณะการแผ่อ่ อกมาอยู่�
ด้้านบนเพื่่อ� ปกปิดิ อะไรบางอย่า่ งที่่�อยู่�ด้านล่่าง อาจะกล่่าวได้้ว่า่ เป็น็ การคลุุมทั้้�งหมด
ไม่่ใช่่แค่่ส่่วนใดส่ว่ นหนึ่่�ง ตััวอย่่างข้้อความดัังเช่่น
ตัวั อย่่างที่่� 1 ตะไคร้้ปกดิิน
ตัวั อย่่างที่่� 2 ใบไม้้ปกหญ้้า
ตััวอย่า่ งที่่� 3 เสืือพีีเพราะป่่าปก
2. ความหมายที่่� 2 ‘กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนังั เป็็นต้้นที่่ห� ุ้้ม� อยู่�ภายนอกสมุุดหรืือ
หนัังสืือ’ มีีลักั ษณะปกคลุมุ อยู่� ภายนอกสุุดเพื่อ่� ปกป้้องสิ่ง� ที่่�อยู่�ข้างในมัักนํําหน้้าด้้วย
คํําว่่า ‘หน้้า’ เพื่อ�่ บอกถึึงตํําแหน่ง่ ที่่�มัักจะอยู่�หน้้าสุดุ
ตััวอย่า่ งข้้อความดัังเช่น่
ตัวั อย่่างที่่� 4 (หน้้า) ปกสมุุด
ตัวั อย่่างที่่� 5 (หน้้า) ปกรายงาน
166
3. ความหมายที่่� 3 ‘แผ่่นผ้้าที่่ต� ิดิ ปากกระเป๋า๋ เสื้อ� , แผ่่นผ้้าที่่ต� ิดิ กัับคอเสื้อ� พัับตลบ
ลงมาหรืือแบะออกทั้้�ง 2 ข้้าง’ มีีลักั ษณะปกปิิดบางส่ว่ นของผ้้าหรืือเสื้�อ ตํําแหน่่งมักั
จะอยู่�ข้างบนแล้้วแผ่่ออกมาสองข้้าง ตััวอย่า่ งข้้อความดัังเช่่น
ตััวอย่่างที่่� 6 ปกเสื้อ� เชิ้ต�
ตััวอย่า่ งที่่� 7 ปกเสื้�อนอก
4. ความหมายที่่� 4 ‘รููปที่่�ใช้้แสดงแทนมนุษุ ย์์’ สััตว์์ สิ่่ง� ของต่า่ ง ๆ พบในภาษาพููด
ตััวอย่า่ งข้้อความดัังเช่น่
ตััวอย่า่ งที่่� 8 สิินค้้าไม่ต่ รงปก
ตััวอย่่างที่่� 9 คน ๆ นี้ ้� ตัวั จริิงของเขาตรงกับั ปก
5. ความหมายที่่� 5 ‘คุ้�มครองป้้องกันั ’ ใช้้ในแง่่ได้้รับั การคุ้ม� ครองป้้องกันั จากสิ่�งที่่�อยู่�สูง
กว่า่ ตน ซึ่่ง� โดยส่ว่ นใหญ่่ผู้�้ทํํากิิริยิ านี้ม�้ ัักจะเป็น็ สิ่่ง� เหนืือธรรมชาติิ เช่น่ เทวดา, พระ,
เทพเจ้้า, สิ่่ง� ศักั ดิ์ส� ิทิ ธิ์�ต่่าง ๆ ได้้แก่ค่ ํําว่า่ ปกปักั รัักษา
ตััวอย่่างข้้อความดัังเช่่น
ตััวอย่่างที่่� 10 ขอให้้เทวดาปกปักั รัักษา
ตัวั อย่่างที่่� 11 พื้้น� ที่่แ� ห่ง่ นี้ม�้ ีีสิ่่�งศัักดิ์�สิิทธิ์�ปกปัักรัักษาอยู่�
6. ความหมายที่่� 6 ‘ระวัังรักั ษา, บริหิ าร, ดููแล และคุ้�มครอง’ ผู้้ก� ระทํํากิริ ิยิ าคืือมนุุษย์์
กรรมของกิิริิยาเป็น็ พหุนุ ามเสีียส่ว่ นใหญ่่ ได้้แก่่คํําว่า่ ปกครอง ตััวอย่่างข้้อความดัังเช่่น
ตััวอย่่างที่่� 12 ประธานาธิบิ ดีีที่่�ได้้รัับการเลืือกตั้�งเป็็นผู้ป�้ กครองบ้้านเมืือง
7. ความหมายที่่� 7 ‘แผ่่คลุุมอยู่�เบื้้�องบน’ ได้้แก่่คํําว่า่ ปกคลุมุ ตััวอย่่างข้้อความดัังเช่่น
ตัวั อย่่างที่่� 13 พื้้�นถููกปกคลุมุ ไปด้้วยหิมิ ะ
ตััวอย่่างที่่� 14 สนามเด็็กเล่่นปกคลุมุ ไปด้้วยหญ้้า
8. ความหมายที่่� 8 ‘ปิิดไม่่ให้้รู้ห�้ รืือไม่ใ่ ห้้เห็็น, ปิิดไว้้เป็็นความลับั ’ ได้้แก่่คํําว่า่ ปกปิิด
ตัวั อย่่างข้้อความดัังเช่น่
ตัวั อย่่างที่่� 15 เขาปกปิดิ เรื่�อ่ งนี้ก้� ัับแม่่
167
ผลจากการวิิเคราะห์์พบว่่าความหมายที่่� 1 ‘แผ่่ออกปกคลุุมเบื้้�องบนขยาย
ความหมายไปยัังความหมายที่่� 2 ‘กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนัังเป็็นต้้นที่่�หุ้้�มอยู่�ภายนอก
สมุุดหรืือหนัังสืือ’ กล่่าวคืือ ความหมายพื้้�นฐานคืือการแผ่่ออกปกคุุลมเบื้้�องบน
เป็น็ ลักั ษณะการคลุุม หรืือห่อ่ หุ้้�มด้้านบนเอาไว้้ จึึงขยายไปสู่่�ความหมายที่่� 2 กระดาษ
หรืือผ้้าหรืือหนังั เป็็นต้้นที่่ห� ุ้้�มอยู่�ภายนอกสมุดุ หรืือหนังั สืือ เป็น็ การหุ้้�มเพื่�่อปกป้อ้ งหรืือ
ปกปิิดสิ่ง� ที่่�อยู่�ข้างใน
ความหมายที่่� 1 ‘แผ่่ออกปกคลุุมเบื้้�องบน’ ขยายไปสู่่�ความหมายที่่� 3
‘แผ่่นผ้้าที่่ต� ิดิ ปากกระเป๋๋าเสื้อ� , แผ่่นผ้้าที่่�ติดิ กับั คอเสื้อ� พัับตลบลงมาหรืือแบะออกทั้้�ง 2
ข้้าง’ กล่่าวคืือ ลัักษณะการแผ่่ออกปกช่่วงบริิเวณคอเสื้ �อ แสดงให้้เห็็นว่่าความหมาย
ที่่� 3 มีีพื้้�นฐานความหมายมาจากความหมายที่่� 1
ความหมายที่่� 2 ‘กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนัังเป็น็ ต้้นที่่�หุ้้�มอยู่�ภายนอกสมุุดหรืือ
หนัังสืือ’ ขยายไปสู่่�ความหมายที่่� 4 ‘รููปที่่�ใช้้แสดงแทนมนุุษย์์ สััตว์์ สิ่่�งของต่่าง ๆ’
ซึ่่�งเป็็นภาษาพููด โดยมีีพื้้�นฐานมาจากความหมายที่่� 2 เนื่่�องจากความหมายที่่� 2
เป็็นเป็็นสิ่่�งที่่�อยู่่�นอกสุุด โดยจะเรีียกสิ่�งที่่�เป็็นกระดาษว่่าหน้้าปกหน้้าปกเป็็นหน้้าแรก
ของสิ่ �งต่่าง ๆ ไม่่ว่่าจะเป็็นหนัังสืือ หรืือรายงาน เป็็นสิ่่�งที่่�แสดงความน่่าสนใจ หรืือ
เนื้้�อหาที่่ด� ึึงดููด ดัังนั้้�นในสัังคมปััจจุุบัันที่่�มีีการใช้้อิินเตอร์์เน็็ตไม่่ว่่าจะเป็็นในการสื่่�อสาร
หรืือการค้้าขาย จึึงเกิดิ การเปรีียบเทีียบกับั หน้้าปกกับั รููปภาพที่่ใ� ช้้แสดงแทนสิ่่ง� เหล่า่ นั้้น�
ตััวอย่า่ งเช่่น ร้้านค้้าแห่่งหนึ่่�ง ใช้้ภาพแสดงสินิ ค้้าชนิดิ หนึ่่ง� ซึ่่ง� สิินค้้าชนิดิ นั้้�นดููดีีมาก แต่่
เมื่่�อลููกค้้าที่่�สนใจสิินค้้านั้้�นแล้้วสั่่�งซื้้�อไป ได้้รัับของที่่�ไม่่เหมืือนกัับภาพที่่�ร้้านค้้า
โฆษณาไว้้ลููกค้้าจึึงเขีียนข้้อเสนอแนะให้้ทางร้้านว่า่ “สินิ ค้้าไม่ต่ รงปก” เป็น็ ต้้นจะเห็น็ ได้้
ว่่าการเปรีียบเทีียบของความหมายที่่� 4 นั้้�น เกิิดจากพื้้�นฐานจากความหมายที่่� 2
จึึงสรุปุ ได้้ว่า่ ความหมายที่่� 2 ขยายความหมายสู่�ความหมายที่่� 4
ความหมายที่่� 5 – 8 เป็็นการนํําคํําอื่่�น ๆ มาเติิมคู่่�กัับคํําว่่าปก จึึงอาจเกิิด
การเปลี่่�ยนความหมายเพราะคํําที่่�มาประกอบ ไม่่ใช่่เพราะตััวคํําว่่าปกเอง จึึงไม่่อาจ
กล่า่ วสรุปุ อย่า่ งเจาะจงได้้ว่า่ คํําในความหมายที่่� 5 – 8 นั้้น� เป็น็ การขยายความหมายอย่า่ ง
แน่่นอนหรืือไม่่ แต่่สิ่ �งหนึ่่�งที่่�สัังเกตได้้ชััดเจน คืือ ความหมายที่่� 5 – 8 มีีพื้้�นฐาน
ความหมายเดีียวกัันอยู่ �
168
ความหมายที่่� 5 ‘คุ้้�มครองป้้องกััน’ จากคํําว่่าปกปัักรัักษามีีพื้้�นฐานจาก
ความหมายที่่� 1 ‘แผ่่ออกปกคลุุมเบื้้�องบน’ กล่่าวคืือ คํําว่่าปกปัักรัักษา มีีนััยยะของ
การคุ้้�มครองป้้องกัันโดยสิ่ �งศัักดิ์์�สิิทธิ์� หรืือสิ่ �งที่่�มีีสถานะเหนืือกว่่าตนเอง สิ่่�งเหล่่านี้้�
ล้้วนอยู่�สู งกว่่าจึึงเหมืือนกัับอยู่�เหนืือกว่่าหััวของตััวเอง และปกปัักรัักษาจากด้้านบน
หรืือตรงกับั คํําที่่�กล่า่ วว่่า คุ้้ม� หััว ดัังนั้้น� ความหมายที่่� 5 จึึงขยายมาจากความหมายที่่� 1
ความหมาย 5 ‘คุ้้�มครองป้้องกััน’ ขยายความหมายสู่�ความหมายที่่� 6
‘ระวังั รัักษา, บริิหาร, ดููแล และคุ้�มครอง’ คืือคํําว่่า ปกครอง จะเห็น็ ได้้ว่่าความหมาย
ที่่� 5 จะมีีนััยยะของการคุ้ �มของจากสิ่ �งศัักดิ์ �สิิทธิ์�เป็็นเสีียส่่วนใหญ่่ แต่่ความหมายที่่� 6
ขยายออกมาจากความหมายที่่� 5 คืือ ยัังเป็็นการคุ้�มครองและป้อ้ งกันั รักั ษาอยู่� แต่่เพิ่่ม�
หน้้าที่่�ในการดููแลและบริิหารเข้้ามา คํําว่่าปกครองมัักมีีผู้้�กระทํํากิิริิยาเป็็นมนุุษย์์
ในกรณีีสััตว์์อาจจะมีีการใช้้คํําว่่าปกครองอยู่่�บ้้าง แต่่ส่่วนใหญ่่นั้้�นจะใช้้เป็็นคํําอื่่�น
เสีียมากกว่่า และมีีผู้้�ถููกกระทํํากิิริิยาเป็็นสิ่่�งที่่�มีีมากกว่่า 1 หรืือนัับไม่่ได้้ เช่่น
บ้้านเมืือง ผู้�ค้ น ประชาชน เป็น็ ต้้น
ความหมายที่่� 7 ‘แผ่่คลุุมอยู่�เบื้้�องบน’ จากคํําว่่า ปกคลุุม มีีพื้้�นฐานจาก
ความหมายที่่� 1 ‘แผ่อ่ อกปกคลุมุ เบื้้อ� งบน’ กล่า่ วคืือ คํําว่า่ ปก และคํําว่า่ คลุมุ เป็น็ คํําซ้อ้ น
ที่่�มีีความหมายคล้้ายกััน เมื่่�อนํํามาประกอบกัันจึึงมีีความหมายไปในทางทิิศเดีียวกััน
ดัังนั้้�นความหมายที่่� 7 มีีพื้้�นฐานความหมายมาจากความหมายที่่� 1
ความหมายที่่� 7 ‘แผ่่คลุุมอยู่�เบื้้�องบน’ ขยายความหมายสู่่� ความหมายที่่� 8
‘ปิดิ ไม่่ให้้รู้้�หรืือไม่ใ่ ห้้เห็น็ , ปิดิ ไว้้เป็น็ ความลัับ’ จากคํําว่่า ปกปิิด กล่่าวคืือ ความหมาย
ที่่� 7 มีีนััยยะของการคลุุมไว้้เพื่�อ่ ปิดิ ของที่่อ� ยู่�ข้างใต้้ เมื่่�อขยายไปสู่่�ความหมายที่่� 8 จึึง
เป็็นการคลุุมและปกปิดิ ของที่่�อยู่�ข้างใต้้ก็็คืือความลัับ ให้้มิดิ ชิิดยิ่ง� กว่่าเดิิม
ในอีีกแง่่หนึ่่�ง คํําว่่าปก และคํําว่่าปิิด เป็็นคํําซ้้อนที่่�มีีความหมายคล้้ายกััน
เมื่่�อนํํามาประกอบกัันจึึงมีีความหมายไปในทางทิิศเดีียวกัันตอกย้ํ �าความหนัักแน่่นของ
ความหมายซึ่ �งแสดงให้้เห็็นถึึงความลัับที่่�ทั้้�งปกทั้้�งปิิดเอาไว้้อย่่างมิิดชิิดเพื่่�อมิิให้้ใครรู้้�
169
ผลการวิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคํําว่่า “ปก” ในภาษาไทย
แสดงให้้เห็็นว่่าคํําว่า่ ปกเป็็นคํําหมายความหมาย และความหมายต่่าง ๆ ของคํําว่า่ ปก
มีีความสััมพัันธ์์กััน เนื่่�องจากมีีการขยายความหมาย โดยผ่่านกระบวนการนามนััย
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากผลการศึกึ ษาความหมายของคํําว่่า “ปก” ในภาษาไทย พบว่า่ ความหมาย
ของคํําว่า่ ปกมีี 8 ความหมาย โดยสามารถจํําแนกได้้เป็น็ 2 กลุ่�ม กลุ่�มที่่� 1 ปกที่่ไ� ม่จ่ ํํา
เป็็นต้้องอยู่่�คู่่�กัับคํําอื่่�น มีีทั้้�งหมด 4 ความหมาย ได้้แก่่ 1) แผ่่ออกปกคลุุม
เบื้้�องบน 2) กระดาษหรืือผ้้าหรืือหนัังเป็็นต้้นที่่�หุ้้�มอยู่�ภายนอกสมุุดหรืือหนัังสืือ
3) แผ่่นผ้้าที่่�ติิดปากกระเป๋า๋ เสื้�อ, แผ่น่ ผ้้าที่่ต� ิิด กับั คอเสื้อ� พับั ตลบลงมาหรืือแบะออกทั้้�ง
2 ข้้าง 4) รููปที่่ใ� ช้้แทนของจริงิ กลุ่�มที่่� 2 ปกเป็็นคํํานํําหน้้าคํําอื่น�่ ๆ มีี 4 ความหมาย
ได้้แก่่ 1) คุ้้ม� ครองป้้องกันั 2) ดููแล, คุ้้ม� ครอง, ระวัังรักั ษา หรืือบริหิ าร 3 แผ่ค่ ลุุมอยู่�
เบื้้�องบน 4) ปิิดไม่ใ่ ห้้รู้้ห� รืือไม่ใ่ ห้้เห็็น, ปิิดไว้้เป็็นความลัับจากการวิิเคราะห์พ์ บว่่าคํําว่า่
ปก พบว่่า แม้้ว่่าคํําว่่าปกจะนํําไปประกอบกัับคํําอื่่�น แต่่คํําว่่าปกจะคงความหมาย
พื้้�นฐานเอาไว้้ คืือ ‘แผ่่ออกปกคลุุมเบื้้�องบน’ แสดงให้้เห็็นถึึงความสััมพัันธ์์ของ
ความหมายของคํําว่่าปก ทั้้�ง 8 ความหมาย มีีความเกี่่�ยวข้้องกัันโดยการขยาย
ความหมายโดยกระบวนการนามนััย
170
เอกสารอ้า้ งอิงิ
ผลประดับั เพ็ช็ ร์ป์ . (2560). นามนััยในภาษาไทย. วรรณวิิทัศั น์,์ 17, 188-218.
สืืบค้้นจาก https://doi.org/10.14456/vannavidas.2017.8
วิิโรจน์์ อรุณุ มานะกุลุ . (2563). ศาสตร์์แห่่งภาษา : ความเป็น็ มาและพััฒนาการ.
สืืบค้้นจาก https://www.arts.chula.ac.th/~ling/contents/File/
Ling%20Theo.pdf
รุ่�งทิพิ ย์์ รััตนภานุุศร, พรเพ็ญ็ ไพศาลศุภุ นิิมิติ , และกุสุ ุุมา นะสานีี. (2559).
การมีีหลายความหมายของคากริิยา เห็น็ ในภาษาไทย, JOURNAL OF
HUMANITIES AND SOCIAL SCIENCES, 4(1), 178-197.
171
ปลิิว (หาย) ไปไหน
นางสาวจัันทรจิริ า เกษะประกร 05610060
ส่่วนนำำ�
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์เพื่่�อวิิเคราะหคํําว่า “ปลิิว” ด�านกระบวนการขยาย
ความหมาย โดยใช�ระบบมโนทััศนอธิิบายความหมายที่่�แตกต่างกัันไปตามปริิบท
คํําถามวิิจััยคืือเหตุุใดคํําว่า “ปลิิว” ที่่�พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถานได�ให้้
ความหมายไว�ว่า ลอยตามลม, ถููกลมพััด จึึงถููกนํํามาใช�เปนคํําแสลงที่่�แปลว่า หาย
ทั้้�งนี้้�ผููวิิจััยไดตั้้�งสมมติิฐานว่าสาเหตุุของการขยายความหมายนี้้�มาจากการเชื่่�อมโยง
ภาพเหตุุการณ์หลัังจากที่่�กริิยาดัังกลาวดํําเนิินเสร็็จสิ้้�นกัับสภาพของความว่างเปลา
ไมมีีสิ่่ง� ใดอยูู หรืือสิ่�งนั้้�นเคยมีีอยููแตเ่ ดิิม ทว่าหายไปด�วยเหตุผุ ลบางอยา่ ง โดยผููวิจิ ััยได
ศึึกษารวบรวมขอมููลเกี่�ยวกัับคํําแสลง และกระบวนการปริิชานไวดัังนี้้�รััชนีีศิิริิไสยาสน
(2551; 12) กลาวว่าคํําแสลงเปนภาษาพููดหรืือคํําพููดที่่�ไม่เปนทางการ เปนคํําสร�าง
ขึ้้�นใหมที่่�มีีลัักษณะ แปลก พิิเศษ ทํําให�เกิิดรสชาติิ สร�างอารมณ์หรืือก่อให�เกิิด
ภาพพจนขึ้�้นได เปนคํําที่่ใ� ช�ในกลุมุ่ คนที่่ม� ีีลักั ษณะเฉพาะร่วมกันั หรืือคนที่่ม� ีีความสนใน
เรื่่�องเดีียวกััน โดยที่่�บุุคคลภายนอกไม่เขาใจความหมายของคํํา มัักจะเปนที่่�นิิยมแค่ใน
ระยะเวลาหนึ่่�ง และบางคํําหากใชกัันแพร่หลายอาจไดรัับการยอมรัับเปน
ภาษามาตรฐานในเวลาต่อมา หากจะแบงประเภทคํําแสลง สามารถแบงได�เปน
สามกลุุ่ม ได�แก คํําแสลงแท�หมายถึึง คํําแสลงที่่ถ� ููกกํําหนดเสีียงและความหมายขึ้น้� ใหม
อาจมีีเค�าของเสีียงและความหมายเดิิมที่่�มีีอยููก็็ได เชน “ช�าว” หมายถึึงผููชายที่่�มีี
พฤติิกรรมแสดงตนว่าเปนหญิิง (สาว) คํําแสลงเทีียม หมายถึึงคํําแสลงที่่�นํําคํําที่่�มีี
อยููในภาษามาใช�ในความหมายใหม อาจเปนความหมายเชิิงอุุปมาหรืือความหมาย
ต่างจากเดิิมโดยสิ้ �นเชิิงหรืือใช�ในหนาที่่�ซึ่ �งกํําหนดขึ้้�นใหม เชน “แหนม” หมายถึึง
คนอว� นเตี้ย�้ เปนตน และคํําแสลงลัักษณะประสม หมายถึึง คํําแสลงที่่�ตััดพยางค์หรืือ
ประสมระหว่างคํําแสลงแทกัับคํําแสลงเทีียม เชน “ก�ะ” เปนคํําแสลงที่่�ตััดมาจาก
“กะเทย” (จิินตนา พุุทธเมตะ, 2546 อ�างถึึงใน จัักริิน จุุลพรหม, 2564: 61)
172
นามนััยเปนกระบวนการทางปริิชานที่่�เชื่่�อมโยงสองส่วนที่่�อยููใกลชิิดกัันหรืือ
เคีียงคููกันั ในวงมโนทััศนเดีียวกัันเดีียวกััน โดยส่วนหนึ่่�งทํําให�เรานึึกถึึงอีีกส่วนหนึ่่�งที่่ม� ีี
ความสัมั พันั ธกััน (Lakoff และ Johnson, 1980; Taylor, 1995; kövecses, 2002
อ�างถึึงใน กาจบัณั ฑิติ วงศศรีี, 2547: 22) เชน นามนััย Producer for Product
(ผููผลิิตแทนผลิติ ภัณั ฑ) แสดงการเชื่อ่� มโยงระหว่างผููผลิติ และผลิติ ภัณั ฑที่่�อยููในวงการ
ผลิติ ในวงมโนทััศนนี้�้ ผููผลิติ ทํําให�เรานึึกถึึงผลิติ ภััณฑ เชน Picasso ไมเ่ พีียงแตเ่ ปน
ศิลิ ปนผููสรา� งงานศิลิ ปะ แตยัังทํําใหเ� รานึึกถึึงผลงานของเขาอีีกด�วย (กาจบััณฑิิต
วงศศรีี, 2547: 22)
ปลิวิ
พจนานุกุ รมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน ก.ลอยตามลม, ถููกลมพัดั , (ใช�แกสิ่ง� ที่่�มีี
ลัักษณะเบา), โดยปริิยายใชเ� ปนคํําเปรีียบเทีียบ มีีความหมายคลายคลึึงเชนนั้้น� เชน
เดินิ ตััวปลิวิ .
ตัวั อยา่ งประโยค
1. กระดาษปลิิวออกนอกหนาตา่ ง
2. เสื้อ� ปลิิวตกลงมาจากราวตากผา�
3. โพสตต์ นทางปลิิวไปแลว
ตััวอยา่ งสถานการณเ์ ชน
สมชายเจอโพสต์หนึ่่�งในเฟสบุุก� ซึ่่ง� มีีผููคนมาคอมเมนต์แสดงความคิิดเห็น็
โตแ� ย�งกันั ในประเด็็นนั้้น� เปนจํํานวนมาก สมชายรููสึึกว่าโพสตนั้้น� นาสนใจจึึง แชรลิิงก์์
ให�เพื่อ�่ น แตเ่ มื่�อ่ เพื่�่อนกดดูู ในภายหลัังก็พ็ บว่าโพสตนั้้�นหายไป ดููไมไ่ ด�แลว จึึงพิิมพ์์
ขอความตอบสมชายว่า“ตนทางปลิิวไปละ”
173
4. แอคของดิิเรกปลิิว (แอค มาจากคํําวา่ account หรืือ บััญชีีผููใช�ในสื่่�อออนไลน์์
ตา่ ง ๆ)
ตััวอยา่ งสถานการณเ์ ชน
ดิิเรกโพสตขอความต่อวา่ ดาราดัังขวัญั ใจมหาชน พอมีีแฟนคลัับของดาราคน
นั้้�นตามมาด่าทอตนมาก ๆ เขาก็ท็ นไม่ไดจึึงลบบัญั ชีีผููใชง� านของตนทิ้้ง� เมื่�อ่ มีีคนเสิริ ์ช
หาบััญชีีผููใชของดิิเรกเพื่่�อจะเขาไปดููขอมููลสว่ นตัวั หรืือโพสตของเขาในภายหลัังแลวหา
ไมพบก็็จะพููดวา่
“แอคปลิิวไปละ”
วิเิ คราะห์์กลไกและกระบวนการขยายความหมาย
ความหมายที่�่ 1. ความหมายพื้้�นฐาน “ลอยตามลม” “ถููกลมพัดั ” ได้้แก่ป่ ระโยคที่่� 1.
กระดาษปลิวิ ออกนอกหน้้าต่า่ ง 2. เสื้อ� ปลิิวตกลงมาจากราวตากผ้้า
การเคลื่่�อนที่่�: เคลื่่�อนที่่�แบบรููปธรรม เห็็นทิิศทางที่่�สิ่่�งของปลิิวออกจาก
ตำ�ำ แหน่่งเดิมิ ชัดั เจน
สิ่่�งที่�่เคลื่่�อนที่่�: กระดาษ และเสื้อ� เป็็นสิ่่�งที่่ส� ามารถมองเห็น็ ตััวตนได้้
ที่่ห� มาย: ไม่ส่ ามารถมองเห็็นลัักษณะของการปิิดล้้อมและแนวแบ่ง่ กั้น� ที่่�หมาย
ได้้อย่า่ งชัดั เจนแต่ส่ ามารถอนุมุ านได้้จากประสบการณ์ใ์ นชีีวิติ ประจำ�ำ วันั ที่่เ� มื่อ�่ ใบไม้้ ปลิวิ
หลุุดจากต้้นก็็อาจจะตกลงไปในแม่่น้ำำ�� หรืือตกลงไปในจานอาหารของคนที่่�รัับ
ประทานอาหารใต้้ต้้นไม้้ ส่ว่ นเสื้อ� เมื่อ�่ ปลิวิ ตกจากราวตากผ้้าก็อ็ าจจะตกอยู่่�กัับพื้้น� หรืือ
ระเบีียงของห้้องที่่�อยู่�ชั้น� ล่่างในหอพักั
174
ความหมายที่�่ 2. “หาไม่พ่ บ” “ไม่ป่ รากฏ” ได้้แก่ป่ ระโยคที่่� 3. โพสต์ต์ ้้นทางปลิวิ ไปแล้้ว
4. แอคของดิเิ รกปลิวิ
การเคลื่่�อนที่่�: เคลื่่�อนที่่�แบบนามธรรม ไม่่สามารถมองเห็็นลัักษณะ
การเคลื่่อ� นที่่� ได้้อย่า่ งชััดเจน
สิ่่�งที่่เ� คลื่่�อนที่:่� ไม่่สามารถเห็น็ ตัวั ตนได้้
ที่�่หมาย: ไม่่สามารถมองเห็็นลักั ษณะของการปิดิ ล้้อมและแนวแบ่่งกั้�นที่่ห� มาย
ได้้อย่่างชัดั เจน
โพสต์์และบััญชีีผู้้�ใช้้เป็็นสิ่่�งนามธรรมที่่�ไม่่สามารถจัับต้้องได้้ ซึ่่�งอยู่�ใน
สิ่ง� ปิดิ ล้้อมคืือเว็็บไซต์์ซึ่�งไม่่สามรถจับั ต้้องได้้เช่น่ กััน
ความหมาย “หาไม่พ่ บ”เกิดิ จากกระบวนการนามนัยั ซึ่ง� เชื่อ�่ มโยงการเคลื่อ�่ นที่่�
จากภายในสู่่�ภายนอกสิ่ง� ปิิดล้้อม กับั การเคลื่�่อนที่่�จากภายในสู่่�ภายนอกของสิ่�งปิิดล้้อม
เช่่นกััน แต่่เมื่่�อสิ่ �งเคลื่่�อนที่่�นั้้�นออกนอกสิ่ �งปิิดล้้อมไปแล้้วก็็จะไม่่ปรากฏให้้เห็็นอีีกที่่�
เป็็นเช่่นนี้้�อาจเพราะในอีีกแง่่หนึ่่�งการที่่�โพสต์์หรืือบััญชีีผู้้�ใช้้หายไปนั้้�นเกิิดจากการถููก
ผู้ใ�้ ช้้งานหรืือทีีมงานผู้ด�้ ููแลเว็บ็ ไซต์์ “ลบ” ออกไป ทำ�ำ ให้้คนมองเห็น็ ภาพการเคลื่อ�่ น ไหว
ในของการ “ลบ”เหมืือนกัับลัักษณะอาการที่่�สิ่่�งเคลื่่�อนที่่� “ปลิิว”ออกห่่างจาก
สิ่�ง ปิิดล้้อมไปไกลจนไม่ส่ ามารถมองเห็็นได้้อีีก
สรุุปผลการศึึกษา
“ปลิิว” ถููกนำำ�มาใช้้เป็็นคำำ�แสลงในสื่่�อออนไลน์์ แปลความหมายได้้ว่่า หาย
(หาไม่่พบ, ไม่่ปรากฏ) เป็็นคำำ�แสลงเทีียม ซึ่่�งหมายถึึงคำำ�แสลงที่่�นำำ�คำำ�ที่่�มีีอยู่�ในภาษา
มาใช้้ในความหมายใหม่่ อาจเป็็นความหมายเชิิงอุุปมาหรืือความหมายต่่างจากเดิิม
โดยสิ้ �นเชิิงหรืือใช้้ในหน้้าที่่�ซึ่่�งกำำ�หนดขึ้้�นใหม่่ กระบวนการทางปริิชานที่่�ทำำ�ให้้เกิิด
การเชื่่�อมโยงความหมายระหว่่าง“ปลิิว” กัับ “หาย” ขึ้้�นคืือ นามนััย โดยเป็็น
การมองภาพการเคลื่่�อนไหวของสิ่ �งเคลื่่�อนที่่�ที่่�ปลิิวออกห่่างจากสิ่ �งปิิดล้้อมไปจนไม่่
สามารถมองเห็น็ ได้้อีีก เหมืือนกัับการที่่�บััญชีีผู้้ใ� ช้้ และโพสต์ต์ ่่าง ๆ หายไปด้้วยสาเหตุุ
เช่น่ ถููกลบ ถููกรายงานว่า่ ไม่่เหมาะสม เป็น็ ต้้น
175
เอกสารอ้า้ งอิงิ
กาจบัณั ฑิติ วงศ์์ศรีี. (2547). “เครืือข่่ายความหมายของคำ�ำ ว่า่ ‘ออก’ ในภาษาไทย
: การศึกึ ษาแนวอรรถศาสตร์์ปริชิ าน.”วิทิ ยานิิพนธ์ป์ ริิญญามหาบัณั ฑิติ
สาขาวิิชาภาษาศาสตร์์ คณะอักั ษรศาสตร์์ จุฬุ าลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย
จักั รินิ จุลุ พรหม. (2564). “คํําสแลงที่่�ใช้้เพื่�อ่ บริภิ าษในทวิติ เตอร์์.” วารสารวิิชาการ
คณะมนุุษยศาสตร์แ์ ละสังั คมศาสตร์์มหาวิิทยาลััยราชภัฏั นครสวรรค์์ 8, 1
(มกราคม-มิถิ ุนุ ายน): 64.
รัชั นีี ศิริ ิิไสยาสน์.์ (2551). “การศึึกษาการสร้้างคำำ�และความหมายของคำำ�สแลง
ในพจนานุุกรมฉบัับมติชิ น.” สารนิพิ นธ์์ปริิญญามหาบััณฑิติ
สาขาวิิชาภาษาศาสตร์์การศึกึ ษา บััณฑิติ วิทิ ยาลััย
มหาวิทิ ยาลััยศรีีนคริินทรวโรฒ
สำำ�นักั งานราชบัณั ฑิิตยสภา. (2554). พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิิตยสถาน 2554.
เข้้าถึึงเมื่่�อ 27 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.
176
ทํําไม “ ถ่่ายนํ้้�ามัันเครื่่�อง ” ไม่ต่ ้้องใช้ก้ ล้้อง
นางสาวเบญจมาศ ทองสุุขธรรม 05610255
ส่่วนนำ�ำ
สาเหตุทุ ี่่เ� ลืือกศึกึ ษาคำำ�ว่่า “ ถ่่าย ” ก็็คงต้้องย้้อนไปอดีีตเมื่�่อครั้ง� ที่่ย� ัังเป็็นเด็ก็
ไม่่รู้้�ประสา เด็็กหญิิงคนนั้้�นกำำ�ลัังนั่่�งรอพ่่อของเธอพาไปเที่่�ยวด้้วยใจจดใจจ่่อ
ซึ่ �งตอนนั้้�น เองที่่�พ่่อหัันมาบอกเธอว่่า “ รอพ่่อถ่่ายน้ำำ��มัันเครื่่�องก่่อน” แน่่นอนว่่า
ด้้วยความรู้้�น้้อยๆในสมองของเด็็กประถม คำำ�ว่่าถ่่ายในหััวของเธอมีีความหมายอยู่ �
สองอย่่าง คืือไม่่ 1. ขับั ถ่่ายก็็ 2. ถ่่ายรููป หลัังจากที่่�ประมวลผลเรีียบร้้อยแล้้ว เธอก็ถ็ าม
พ่อ่ ออกไปด้้วยความสงสััยไร้้เดีียงสาว่่า “ จะถ่า่ ยน้ำ��ำ มััน แล้้วไหนกล้้องล่ะ่ คะ พ่อ่ ”
เหตุุการณ์์ในครั้�งนั้้�นทำำ�ให้้เด็็กหญิิงได้้เรีียนรู้้�ความหมายของคำำ�ว่่า “ ถ่่ายน้ำำ��มััน ”
เป็็นครั้�งแรก และยังั ทำำ�ให้้เกิดิ ความรู้�้สึึกสงสัยั ลึึก ๆ อยู่�ในใจว่า่ ทำำ�ไมคำำ�ว่า่ “ ถ่่าย ”
เมื่่�อนำำ�ไปใช้้กัับคำำ�ว่่ารููป จึึงมีีความหมายอีีกแบบ แต่่เมื่่�อนำำ�ไปใช้้กัับคำำ�ว่่าน้ำำ��มัันก็็มีี
ความหมายอีีกแบบเช่น่ กััน ซึ่่�งเป็็นความรู้้ส� ึึกสงสัยั แบบเด็็ก ๆ ดังั นั้้น� เมื่�่อมีีโอกาสได้้ทำ�ำ
วิิจััยเกี่ �ยวกัับประเด็็นการปรัับขยายความหมายและการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมาย
ของคำำ�ศััพท์์ จึึงนำำ�ความสงสััยเมื่่�อครั้ �งยัังเด็็กมาต่่อยอดกัับงานวิิจััยในครั้ �งนี้้�
ด้้วยการตั้ง� คำำ�ถามวิิจััยว่า่ “ คำำ�ว่า่ ถ่่าย ที่่�เดิมิ เข้้าใจว่่าเป็็นการขับั ถ่่ายของเสีีย มีีความ
เกี่ �ยวข้้องและมีีการปรัับขยายความหมายไปสู่่�คำำ�ว่่าถ่่าย(น้ำำ��มัันเครื่่�อง) และถ่่าย(รููป)
ผ่่านกระบวนการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายแบบใด ” โดยวัตั ถุปุ ระสงค์์ของการวิิจัยั
ในครั้ �งนี้้�คืือการวิิเคราะห์์การขยายความหมายของคำำ�ว่่า “ ถ่่าย ” ในภาษาไทย
ผ่า่ นการตั้ง� สมมุตุ ิฐิ านที่่ว� ่า่ “ คำ�ำ ว่า่ ถ่่ายมีีการขยายความหมายด้้วยการเปรีียบเทีียบรููป
แบบการเคลื่่อ� นที่่�ทางกายภาพผ่่านกระบวนการอุุปลัักษณ์์และกระบวนการนามนััย ”
177
ผลการศึึกษาพบว่่าคำำ�ว่่าถ่่าย(รููป)และถ่่าย(น้ำำ��มัันเครื่่�อง)มีีความหมายที่่�
เชื่่�อมโยงและอยู่ �ในวงเดีียวกัับมโนทััศน์์การเคลื่่�อนที่่�ของคำำ�ว่่าถ่่าย ผ่่านกระบวนการ
แบบนามนัยั เนื่อ�่ งจากมีีความหมายที่่ใ� กล้้ชิดิ กันั ซึ่่ง� จากการศึกึ ษา วิเิ คราะห์ผ์ ่า่ นภาพร่า่ ง
มโนทััศน์์การเคลื่่�อนที่่�ของคำำ�ว่่าถ่่ายปรากฎอยู่� 2 รููปแบบ คืือ 1 สิ่่�งโคจรเคลื่่�อนจาก
ภายในสิ่่�งปิิดล้้อมออกสู่�ภายนอกสิ่ �งปิิดล้้อมหรืือเคลื่่�อนไปสู่่�สิ่่�งปิิดล้้อมอีีกแห่่งหนึ่่�ง
และ 2. การนำำ�สิ่่�งโคจรอัันเก่่าออกมาจากสิ่ �งปิิดล้้อม แล้้วนำำ�สิ่่�งโคจรอัันใหม่่เข้้าไป
แทนที่่ส�ิ่�งโคจรอันั เก่่า
การทบทวนวรรณกรรมแนวคิดิ และทฤษฎีีที่่เ� กี่ย� วข้้อง (ที่่ค� วรรู้�้ ) เนื่อ�่ งจากคำ�ำ ว่า่
“ ถ่่าย ” มีีความหมายที่่�เกี่�ยวข้้องกับั การเคลื่่�อนย้้ายและการเคลื่่�อนที่่�ผู้้�เขีียนจึึงเลืือก
ทบทวนวรรณกรรมงานวิิจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการศึึกษาคำำ�กริิยาที่่�แสดงการเคลื่่�อนที่่�
ซึ่่�งจากการศึึกษาทบทวนวรรณกรรมพบว่่างานวิิจััยส่่วนใหญ่่จะศึึกษาคำำ�กริิยา
แสดงการเคลื่่�อนที่่�ที่่�มีีความหมายทั่่�วไป เช่่น งานวิิจััยของชััชวดีี ศรลััมพ์์ (2538.)
ได้้ศึึกษามโนทัศั นของคํําวา “เข้้า” ในภาษาไทย โดยพบว่า่ ความหมายของคํําว่า่ “ เข้้า
” แตกต่่างกัันออกไปตามบริิบทที่่�ต่่างกััน แต่่สามารถมองเห็็นความหมายกลาง
ซึ่่�งแสดงมโนทััศน์์เดีียวกัันได้้ ความหมายของคํําว่่า “ เข้้า ” ในภาษาไทยคืือ
การเคลื่อ�่ นที่่ไ� ปอยููในที่่ห� มายซึ่ง� เป็น็ บริเิ วณที่่ป� ิดิ ล้้อมโดยมีีทิศิ ทางของการเคลื่อ�่ นที่่ม�ุ่�งสู่�
ที่่ห� มาย
กาจบัณั ฑิติ เรืืองศรีี (2547.) ศึกึ ษาเครืือข่า่ ยความหมายของ คํําว่า่ “ออก”
ในภาษาไทยได้้ใช้้แนวคิิดภาพร่่างในการวิิเคราะห์์มโนทััศน์์ของความหมาย และใช้้
แนวคิดิ อุปุ ลักั ษณและนามนัยั ในการอธิบิ ายความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งความหมายผลการศึกึ ษาพบว่า่
คํําว่่า “ออก” มีี 10 ความหมาย ได้้แก่่ 1) การเคลื่่�อนที่่�จากภายในสู่่�ภายนอก
2) การเริ่ม� ต้้นการกระทํํา 3) การเลิกิ สมาคม 4) การพ้้นสภาพ 5) การทํําให้้เกิดิ ชีีวิติ ใหม่่
6) การสร้้างให้้เกิดิ ขึ้้�น 7) การจ่า่ ย 8) ความสํําเร็จ็ 9) การประมาณว่่าค่อ่ นข้้าง และ
10) ความชัดั เจน
178
นอกจากนี้้�ยัังมีีงานวิิจััยศึึกษาเกี่่�ยวกัับคำำ�กริิยาแสดงการเคลื่่�อนที่่�ที่่�มีี
ลัักษณะเฉพาะ เช่่นงานวิิจััยของปิิยะวดีี คำำ�สุุวรรณ, คเชนทร์์ ตััญศิิริิ และอุุมาภรณ์์
สังั ขมาน (2562.) ที่่ศ� ึกึ ษาวิเิ คราะห์ค์ ุณุ สมบัตั ิทิ างความหมายของคำ�ำ ว่า่ “ตาม”จากมุมุ มอง
ภาษาศาสตร์ป์ ริชิ าน ผลการศึกึ ษาพบว่า่ “ตาม” ในภาษาไทยเป็น็ คํําหลายความหมาย
คํําว่า่ “ตาม” สามารถแสดงความหมายได้้ 5 ความหมาย คืือ 1) ความหมายเหตุุการณ์์
การเคลื่่�อนที่่�ไปในทิิศทางเดีียวกัันกัับสิ่่�งที่่�เคลื่่�อนที่่�นํําหน้้า 2)ความหมายเหตุุการณ์์
การเรีียกตัวั 3) ความหมายบ่่งชี้�้ทิศิ ทางของเหตุกุ ารณ์ก์ ารเคลื่�่อนที่่� 4) ความหมายบ่ง่ ชี้้�
การเลีียนแบบ การเอาอย่า่ ง หรืือความสอดคล้้อง และ 5) ความหมายบ่่งชี้ค�้ วาม
สััมพันั ธ์์เชิงิ พื้้�นที่่� แถว แนว อยู่�
งานวิิจััยเกี่�ยวกัับคํําหลายความหมายดัังที่่�กล่่าวมาข้้างต้้น ล้้วนมีีแนวคิิดและ
ทฤษฎีีที่่�เกี่ย� วข้้องดัังนี้้� คืือ แนวคิดิ ทางอรรถศาสตร์์ปริชิ าน เป็น็ แนวคิดิ พื้้น� ฐานที่่�ชี้�ใ้ ห้้
เห็็นว่่าความหมายในภาษามีีความสััมพัันธ์์กัับระบบปริิชานของมนุุษย์์ ตั้้�งแต่่ขั้ �นตอน
การรัับรู้้�สิ่ �งรอบตััวด้้วยประสาทสััมผััสทางกาย จนเกิิดเป็็นประสบการณ์์ที่่�ถููกสร้้างขึ้้�น
ผ่่านการประมวลผลในสมอง ผ่า่ นการเรีียนรู้แ�้ ละเข้้าใจจนเกิิดเป็น็ มโนทัศั น์์ต่่อสิ่ง� นั้้น� ๆ
และคํําศััพท์์ดัังกล่่าวก็็มีีความสััมพัันธ์์กัันในด้้านการเชื่่�อมโยงเชิิงมโนทััศน์์ และขยาย
ความหมายผ่่านกระบวนการทางปริิชานที่่�สำำ�คััญ 2 กระบวนการ ได้้แก่่
กระบวนการอุุปลัักษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
กระบวนการอุุปลัักษณ์์มีีการถ่่ายโยงเชิิงมโนทััศน์์จากมโนทััศน์์ต้้นทางไปยััง
มโนทััศน์์ปลายทาง โดยมโนทััศน์์ต้้นทางมัักเป็็นรููปธรรมและเข้้าใจได้้ง่่ายกว่่า เช่่น
การเดิินทาง ส่่วนมโนทััศน์์ปลายทางมัักเป็็นนามธรรมและเข้้าใจได้้ยากกว่่า เช่่น
ความรััก โดยเปรีียบเทีียบว่่า นัักเดิินทางคืือคู่่�รััก ระยะทางที่่�เดิินทางผ่่านมาคืือ
ความก้้าวหน้้าของความสัมั พัันธ์์ ดัังนั้้�นจึึงเกิดิ เป็็นอุุปลัักษณ์ ์
“ ความรัักคืือการเดินิ ทาง ”
179
ในขณะที่่�กระบวนการนามนััยคืือการเชื่่�อมโยงหน้้าที่่�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์
ระหว่่าง 2 สิ่่�ง โดยที่่ส�ิ่ง� หนึ่่�งใช้้แทนอีีกสิ่ง� หนึ่่�งได้้ เนื่อ่� งจากทั้้�ง 2 สิ่่ง� มีีกรอบ
ประสบการณ์์อยู่�ในมโนทััศน์์เดีียวกััน หรืือใกล้้ชิดิ ติิดกันั เช่น่ “ดูู” หมายถึึงใช้้ตา
รัับรู้้�เป้า้ หมาย ซึ่่ง� เป็็นความหมายพื้้�นฐาน แต่เ่ มื่�่อเป็็นประโยค “ ดููน้้องด้้วย ” คำำ�ว่า่ ดูู
มีีการขยายความหมายมาจากความหมายพื้้�นฐาน กล่า่ วคืือ ไม่ใ่ ช่แ่ ค่ใ่ ช้้ตารับั รู้ภ�้ าพ
เท่า่ นั้้น� แต่่ยังั มีีความใส่่ใจ ความระมััดระวัังในการเฝ้้าสังั เกตผ่่านกริิยาดูู โดยจะเน้้นที่่�
ความหมายเอาใจใส่่ จึึงกล่่าวได้้ว่่าดููในประโยค “ดููน้้องด้้วย”เป็็นการขยายความหมาย
แบบนามนััย คืือมองว่า่ “ ดูู ” ทั้้�งสองความหมายมีีความใกล้้ชิดิ ติิดกันั
วิิเคราะห์์การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “ ถ่า่ ย ” ในภาษาไทย
เมื่อ่� พููดถึึงคำำ�ว่า่ “ ถ่า่ ย ” ในความรู้้ส� ึึกของคนไทยจะรู้้�จัักความหมายหลััก ๆ
อยู่� 2 ความหมายคืือ ความหมายที่่เ� กี่�ยวกับั การขัับถ่่ายและการถ่า่ ยรููป ซึ่่ง� ทั้้�งสองคำำ�
ดููมีีความหมายที่่�ไม่่น่่าจะเกี่ �ยวข้้องกัันและแตกต่่างกัันโดยสิ้ �นเชิิงแต่่ที่่�จริิงแล้้วเมื่่�อนำำ�
คำำ�ว่า่ “ถ่่าย” มาวิิเคราะห์์ผ่า่ นระบบอรรถศาสตร์ป์ ริชิ านและวิเิ คราะห์ผ์ ่่านแนวคิิด
ภาพร่า่ งมโนทััศน์์ของความหมายคำำ�ว่า่ “ ถ่า่ ย ” จะปรากฏความหมายพื้้�นฐานอยู่� 2
ประการ คืือ เอาออกจากที่่ห� นึ่่ง� ไปใส่่อีีกที่่ห� นึ่่ง� และความหมายพื้้�นฐานแบบที่่ส� องคืือ
เอาสิ่ง� หนึ่่ง� ออกแล้้วเอาอีีกสิ่�งหนึ่่ง� ใส่เ่ ข้้าไปแทนที่่ � ต่่อไปจะเป็น็ การใช้้ภาพร่่างเพื่่�อ
วิเิ คราะห์ม์ โนทัศั น์์การเคลื่อ่� นที่่�ของคำำ�ว่า่ “ ถ่า่ ย ”
(1) (2)
180
คำ�ำ กริยิ า ถ่่าย โดยส่่วนใหญ่จ่ ะมีีสิ่่�งโคจรเป็็นรููปธรรม โดยสิ่�งโคจรหมายถึึงคืือสิ่ง� ที่่�
เคลื่อ�่ นที่่ไ� ด้้
ภาพที่่� (1) คืือภาพร่่างแสดงมโนทัศั น์ก์ ารเคลื่�่อนที่่ข� องคำำ�ว่่า ถ่า่ ยเรืือ ถ่า่ ยรถ ถ่่ายสิินค้้า
ภาพที่่� (2) คืือภาพร่่างแสดงมโนทัศั น์์การเคลื่�่อนที่่ข� องคำ�ำ ว่่า ถ่า่ ยน้ำ��ำ ถ่า่ ยเลืือด
จากภาพร่่าง ทำ�ำ ให้้ทราบว่่ามโนทัศั น์์การเคลื่�่อนที่่�ของคำำ�ว่่าถ่า่ ยปรากฎอยู่� 2 รููปแบบ
คืือ 1. สิ่่ง� โคจรเคลื่อ่� นจากภายในสิ่่�งปิดิ ล้้อมออกสู่�ภายนอกสิ่�งปิิดล้้อมหรืือเคลื่อ�่ นไป
สู่�สิ่ง� ปิิดล้้อมอีีกแห่่งหนึ่่ง� และ 2. การนำ�ำ สิ่่ง� โคจรอัันเก่่าออกมาจากสิ่�งปิิดล้้อม แล้้วนำ�ำ
สิ่ง� โคจรอัันใหม่เ่ ข้้าไปแทนที่่�สิ่ง� โคจรอัันเก่่า โดยที่่ไ� ม่่สนใจว่่าสิ่�งโคจรอัันเก่า่ เคลื่�อ่ นย้้าย
ไปไหน
ซึ่ง� รููปแบบมโนทััศน์ก์ ารเคลื่�่อนที่่ข� ้้างต้้นนั่่�นเอง ที่่�เป็น็ ตััวกำ�ำ หนดว่่า คำ�ำ ว่า่ “
ถ่่าย”ควรจะใช้้กัับคำำ�นามใดเช่่น หากอยากจะสื่�่อความหมายแค่ว่ ่่า ต้้องการเคลื่�อ่ นย้้าย
บางสิ่ง� ออกจากที่่�ที่่�หนึ่่�งไปยังั อีีกที่่�หนึ่่�ง ก็จ็ ะใช้้กัับคำำ�นามที่่เ� ป็็นรููปธรรมและจับั ต้้องได้้
เช่่นใช้้กัับคำ�ำ ว่า่ เรืือ รถ สินิ ค้้า ซึ่่ง� จะหมายถึึงการเคลื่่อ� นย้้ายสิ่ง� เหล่่านี้้ไ� ปยัังอีีกที่่�หนึ่่�ง
เท่า่ นั้้�น หรืือแม้้แต่ค่ ำ�ำ ว่่า ถ่า่ ยปััสสาวะ ซึ่่ง� อาจมองได้้ว่่าปััสสาวะซึ่ง� เป็็นสิ่่ง� โคจรอยู่�ใน
ร่า่ งกายของเราซึ่ง� เป็น็ สิ่่ง� ปิดิ ล้้อม เมื่อ�่ ถึึงจุุดหนึ่่ง� สิ่�งโคจร(ปััสสาวะนั้้น� ก็็เคลื่่�อนออก
จากสิ่ง� ปิดิ ล้้อม(ภายในร่่างกาย) ไปสู่่�เป้า้ หมาย (ชักั โครก )
คำ�ำ ว่า่ “ ถ่่ายรููป ” เองก็็เกิิดจากกระบวนการขยายความหมายแบบนามนัยั ที่่�
มีีการเคลื่่อ� นที่่ใ� นแบบภาพที่่� (1) จากพจนานุุกรมฉบับั ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
คำ�ำ ว่า่ ถ่่ายรููป หมายถึึงบัันทึึกภาพโดยวิธิ ีีให้้แสงจากสิ่ง� ที่่จ� ะถ่่ายไปลงบนแผ่น่ วัสั ดุุใส
กล่า่ วได้้ว่า่ สิ่ง� ที่่�เราต้้องการจะจัับหรืือถ่่ายคืือสิ่�งโคจร เมื่อ�่ จัับภาพได้้แล้้ว เราต้้องการที่่�
จะให้้สิ่่�งโคจรนั้้�นเคลื่่�อนย้้ายไปอยู่่�บนแผ่่นฟิิล์์มหรืือแผ่่นวััสดุุใสซึ่ �งเป็็นสิ่่�งปิิดล้้อมอีีก
แห่ง่ หนึ่่ง� จึึงกล่่าวได้้ว่า่ คำำ�ว่า่ “ ถ่่ายรููป ” เกิิดจากกระบวนการขยายความหมายแบบ
นามนััย ซึ่่ง� เป็็นการเคลื่�อ่ นที่่�ในรููปแบบที่่� 1
181
ในขณะที่่�การเคลื่่อ� นที่่�อีีกแบบคืือการนำำ�สิ่่�งโคจรอัันเก่า่ ออกมา แล้้วนำ�ำ สิ่่ง�
โคจรอันั ใหม่เ่ ข้้าไปแทนที่่เ� ดิิม ความหมายประเภทนี้จ้� ึึงมักั จะใช้้กับั คำ�ำ นามที่่เ� ป็็น
รููปธรรม และต้้องการสื่่�อว่า่ เปลี่่�ยนเป็็นอัันใหม่่ เช่น่ ถ่า่ ยเลืือด ก็ค็ ืือการนำ�ำ เลืือดใหม่่
(สิ่�งโคจรอันั ใหม่)่ มาทดแทนเลืือดเก่า่ ที่่(� สิ่�งโคจรอัันเก่่า)สููญเสีียไป เป็น็ ต้้น
คำ�ำ ว่่า “ ถ่่ายน้ำ�ำ�มัันเครื่อ�่ ง ” จึึงเกิิดจากกระบวนการขยายความหมายแบบ
นามนัยั ที่่ม� ีีการเคลื่่อ� นที่่�ในแบบภาพที่่� (2) คืือการนำำ�น้ำ�ำ�มันั เครื่อ่� ง (สิ่ง� โคจรอัันเก่า่ )
ออกจากตััวรถ (สิ่�งปิิดล้้อม) เพื่�่อนำ�ำ น้ำ��ำ มันั เครื่�่องที่่ซ�ื้อ� มาใหม่่(สิ่�งโคจรอัันใหม่)่
ใส่ก่ ลัับเข้้าไปในตััวรถ (สิ่�งปิิดล้้อม )
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
หากพิจิ ารณาจากมุุมของคนไทยทั่่�วไป อาจกล่่าวได้้ว่่าคำ�ำ ว่่า “ ถ่า่ ย ”ที่่ป� รากฏ
อยู่�ในคำำ�ว่า่ ถ่่ายรููป ถ่า่ ยน้ำำ�� มัันเครื่อ่� ง และขับั ถ่่าย ดููเป็็นคำำ�ศััพท์์ที่่ต� ััดขาดออกจากกันั
และไม่น่ ่า่ จะมีีความหมายเกี่ย� วข้้องกัันได้้ แต่เ่ มื่�่อมีีความเข้้าใจในระบบอรรถศาสตร์์
ปริชิ าน ก็ท็ ำ�ำ ให้้รู้้�ว่า่ คำำ�ว่่าถ่่ายรููป ถ่า่ ยน้ำ��ำ มัันเครื่�่อง และขัับถ่่ายมีีความหมายที่่�เชื่�่อมโยง
กัันและมีีวงความหมายที่่ใ� กล้้ชิดิ กัันกว่่าที่่ค� ิิดไว้้ ทำ�ำ ให้้สามารถตอบคำ�ำ ถามการวิจิ ัยั ที่่ว� ่า่
“ คำำ�ว่่าถ่่ายที่่เ� ดิิมเข้้าใจว่า่ เป็็นการขัับถ่่ายของเสีียมีีความเกี่�ยวข้้องและมีีการปรับั ขยาย
ความหมายกัับคำ�ำ ว่า่ ถ่่าย(น้ำ�ำ� มัันเครื่่�อง) และถ่า่ ย(รููป)ผ่่านกระบวนการเปลี่่�ยนแปลง
ทางความหมายแบบใด ” โดยสืืบทราบได้้การวิเิ คราะห์ผ์ ่า่ นภาพร่่างที่่แ� สดงการ
เคลื่�อ่ นที่่ข� องคำ�ำ ว่า่ ถ่่ายซึ่�งปรากฎอยู่� 2 รููปแบบ คืือ 1 สิ่่�งโคจรเคลื่่�อนจากภายในสิ่่�งปิิด
ล้้อมออกสู่�ภายนอกสิ่ง� ปิดิ ล้้อมหรืือเคลื่�อ่ นไปสู่่�สิ่่ง� ปิิดล้้อมอีีกแห่ง่ หนึ่่ง� และ2. การนำ�ำ สิ่่ง�
โคจรอันั เก่า่ ออกมาจากสิ่�งปิิดล้้อม แล้้วนำำ�สิ่่�งโคจรอัันใหม่่เข้้าไปแทนที่่ส�ิ่�งโคจรอันั เก่า่
คำ�ำ ว่่า ถ่า่ ยรููปและขัับถ่่าย เกิิดจากกระบวนการปรัับขยายความหมายแบบนามนััยที่่�มีี
การเคลื่่�อนที่่ใ� นแบบที่่� (1) ในขณะที่่ � ถ่่ายน้ำ�ำ�มัันเครื่�อ่ งเกิดิ จากกระบวนการขยายความ
หมายแบบนามนััยที่่�มีีการเคลื่่อ� นที่่ใ� นแบบที่่� (2) ซึ่่ง� ทำ�ำ ให้้รู้ว�้ ่่าเป็น็ กระบวนการปรับั
ขยายความหมายแบบนามนัยั เพีียงอย่า่ งเดีียว โดยไม่ม่ ีีการเปรีียบเทีียบการถ่า่ ยโยง
เชิงิ มโนทัศั น์์ดัังที่่�เคยตั้ง� สมมุุติิฐานไว้้
182
เอกสารอ้า้ งอิิง
กาจบัณั ฑิิต วงศ์์ศรีี (2547). เครือื ข่า่ ยความหมายของคำ�ำ ว่่า ‘ออก’ ในภาษาไทย:
การศึึกษาแนวอรรถศาสตร์์ปริชิ าน. (วิิทยานิิพนธ์ศ์ ิิลปศาสตรมหาบััณฑิิต).
จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิิทยาลัยั , กรุุงเทพฯ.
ชััชวดีี ศรลัมั พ์์ (2538). การศึึกษามโนทัศั น์์ของคำำ�ว่า่ เข้า้ . (วิิทยานิพิ นธ์์ศิลิ ปศาสตร
มหาบัณั ฑิิต). จุฬุ าลงกรณ์์มหาวิทิ ยาลััย, กรุงุ เทพฯ.
ปิิยะวดีี คำ�ำ สุวุ รรณ และ คเชนทร์ ์ ตัญั ศิิริิ; อุมุ าภรณ์์ สังั ขมาน. (2019)
การศึึกษาคำ�ำ ว่า่ “ตาม” ในภาษาไทย. วรรณวิทิ ััศน์์, 19(2), 179-207
183
การเปลี่�่ยนแปลงทางความหมายของ บอก ที่่�อยากบอกต่อ่
นางสาวแก้้วกาญจน์ ์ ถิ่่�นหััวเตย 05610044
ส่ว่ นนำ�ำ
บทคััดย่่อ
บทความวิิจััยฉบัับนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์การเปลี่่�ยนแปลงทาง
ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “บอก” ในภาษาไทย และศึึกษานัยั ความหมายของคำำ�ว่า่ บอก
ที่่�มีีกระบวนการเปลี่่�ยนแปลงของความหมายจนเกิิดเป็็นความหมายต่่าง ๆ ขึ้้�น
ผลจากการวิิจััยพบว่่าในพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
ได้้ให้้ความหมายของคำ�ำ ว่่า บอก ไว้้ 4 ความหมายด้้วยกันั คืือ 1. พููดให้้รู้้�, เล่่าให้้ฟััง
2. บ่ง่ ให้้รู้้� 3. แนะนำำ�, สอน และ 4. รายงาน ในงานวิิจััยนี้�ผ้ ู้ว้� ิิจััยพบว่า่ บอก มีี 3
ความหมายด้้วยกััน คืือ ความหมายที่่� 1 ถึึง 3 เป็็นความหมายตามพจนานุุกรม
ส่่วนความหมายที่่� 4 จะถููกจััดรวมอยู่่�กัับความหมายที่่� 1 เนื่่�องจากมีีลัักษณะเป็็น
การพููดเหมืือนความหมายที่่� 1 และมีีความแตกต่่างกัันไม่่มาก ดังั นั้้น� ในบทความวิจิ ััยนี้�้
บอก จะเหลืือเพีียง 3 ความหมาย
คำำ�สำ�ำ คัญั : บอก, ความหมาย, นามนััย
วััตถุปุ ระสงค์์
1. เพื่อ�่ ศึกึ ษาการขยายหรืือการเปลี่่ย� นแปลงความหมายของคำำ�ว่่า บอก ในภาษาไทย
2. เพื่่�อการเลืือกใช้้คำำ�ที่่�เหมาะสมตามบริิบท
สมมติิฐานการวิิจััย
1. คำำ�ว่า่ บอก เป็็นคำำ�กริยิ าที่่ม� ีีหลายความหมาย
ประโยชน์์ที่่ไ� ด้จ้ ากการวิิจััย
1. เข้้าใจกระบวนการการขยายความหมายของคำำ�ว่า่ บอก ในภาษาไทย
2. เลืือกใช้้คำ�ำ ได้้เหมาะสมตามบริิบท
184
วรรณกรรมที่เ�่ กี่ย่� วข้้อง
คำำ�หลายความหมาย (polysemy)
ปรากฏการณ์์ที่่�คำำ�หนึ่่�งคำำ�สามารถมีีได้้หลายความหมายเป็็นปรากฏการณ์์
ทางธรรมชาติขิ องภาษาที่่�พบได้้ทั่่�วไปในภาษาต่า่ ง ๆ ทั่่ว� โลก กล่า่ วคืือไม่จ่ ำ�ำ เป็น็ ต้้องมีี
คำำ�ใช้้สำำ�หรับั ทุุกความหมายหรืือทุุกมโนทัศั น์์ (concept) เพราะไม่่เช่่นนั้้น� คำ�ำ ในภาษาก็็
จะมีีมากมาย และขััดกัับหลัักการประหยััด (economy) ทางภาษา แต่่ในทางภาษา
นอกจากปรากฏการณ์ค์ ำำ�หนึ่่�งคำำ�มีีได้้หลายความหมายแล้้ว ก็็ยัังมีีปรากฏการณ์ท์ ี่่�หนึ่่�ง
มโนทััศน์์สามารถแทนได้้ด้้วยคำำ�หลายคำำ�ได้้ด้้วยเช่่นกััน เกิิดเป็็นคำำ�พ้้องความหมาย
(synonym) ขึ้้�นมา การอธิิบายความหมายหรืือลัักษณะของคำำ�หลายความหมายใน
ทางภาษาศาสตร์์ นัักภาษาศาสตร์์ส่่วนใหญ่่มัักจะอธิิบายควบคู่่�ไปกัับคำำ�พ้้องรููป
(homonymy) เพื่�อ่ ให้้ผู้้�ใช้้ภาษาได้้เข้้าใจและเห็น็ ความแตกต่า่ งของลักั ษณะของคำ�ำ ทั้้ง�
สองชนิดิ นี้้ไ� ด้้ชัดั เจน เนื่อ่� งจากทั้้�ง homonymy และ polysemy ต่่างถููกจัดั ให้้อยู่�ใน
กลุ่�มของคำำ�ที่่�มีีความกำำ�กวม (ambiguity) ทางความหมาย (Murphy, 2010) โดยที่่�
มโนทััศน์์homonymy คืือ ปรากฏการณ์์ที่่�คำำ�ในภาษาบัังเอิิญเหมืือนกัันโดยที่่�
ความหมายของคำำ�ไม่่ได้้มีีความสััมพัันธ์์หรืือเกี่ �ยวข้้องกััน ซึ่่�งคำำ�ที่่�บัังเอิิญเหมืือนกัันนั้้�น
จััดว่่าเป็็นคนละหน่่วยศััพท์์ (lexeme) กััน ในขณะที่่�มโนทััศน์์ polysemy คืือ
ปรากฏการณ์์ที่่�คำำ� ๆ เดีียวหรืือหน่่วยศััพท์์เดีียวมีีความหมายหลายความหมาย
ซึ่�งความหมายต่่าง ๆ เหล่่านั้้�นมีีความเกี่ �ยวข้้องสััมพัันธ์์กััน (Lyons, 1996; Saeed,
2004; Murphy, 2010)
การเปลี่�่ยนแปลงทางความหมายของ บอก ที่่�อยากบอกต่อ่
1.1 ความหมายของ บอก ในภาษาไทย
ในพจนานุกุ รมฉบัับราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554 ได้้ให้้ความหมายของ บอก
ซึ่ง� เป็น็ คำ�ำ กริยิ ามีี 4 ความหมายด้้วยกันั คืือ
1. พููดให้้รู้�้ หรืือ เล่า่ ให้้ฟััง เช่่นบอกกัันต่อ่ ๆ มา บอกอาการให้้หมอฟััง
2. บ่ง่ ให้้รู้้� เช่่น สััญญาณบอกเหตุรุ ้้าย อีีกาบอกข่่าว
185
3. แนะนำำ� หรืือ สอน เช่่น บอกให้้ทำำ�อย่่างนั้้�นอย่า่ งนี้,�้ สอน เช่น่
อย่่าบอกหนัังสืือสังั ฆราช
4. รายงาน เช่น่ ใบบอก
ในงานวิิจัยั ฉบับั นี้�ผ้ ู้�ว้ ิจิ ััยพบว่า่ บอก มีีความหมายอยู่� 3 ความหมาย คืือ
ความหมายที่่� 1 ถึึง 3 ตามพจนานุกุ รม ในส่ว่ นของความหมายที่่� 4 จะถููกจัดั รวมอยู่�
กัับความหมายที่่� 1 เนื่่�องจากมีีลักั ษณะเป็็นการพููดเหมืือนความหมายที่่� 1 เพีียงแต่่มีี
ความทางการมากกว่่า และแตกต่า่ งกันั ไม่ม่ าก ดัังนั้้น� ในบทความวิจิ ััยนี้ �้ บอก จะ
เหลืือเพีียง 3 ความหมาย ดังั ตัวั อย่า่ งข้้อมููลต่่อไปนี้้�
1. ความหมายที่่� 1 : พููดให้้รู้�้ หรืือ เล่า่ ให้้ฟังั เป็็นการบอกให้้ผู้�้อื่่�นรู้้� ในสิ่่ง� ที่่ผ� ู้�อ้ ื่น�่ ยัังไม่่
เคยรู้�้มาก่่อน
ตัวั อย่า่ ง ฟ้้าเลี่ย� งที่่�จะไม่่บอกที่่บ� ้้านว่า่ สอบวิิชาภาษาไทยไม่่ผ่า่ น
จากตััวอย่า่ งจะเห็น็ ได้้ว่า่ บอก ในที่่�นี้้ � คืือการพููดให้้รู้้� เช่น่ ในตััวอย่่าง คืือ คน
ที่่บ� ้้านของฟ้้าไม่ร่ ู้้ว� ่่าฟ้้าสอบไม่่ผ่า่ น และฟ้า้ ก็เ็ ลี่�ยงที่่�จะไม่่บอกให้้คนที่่�บ้้านได้้รู้�้ เป็น็ ต้้น
2. ความหมายที่่� 2 : บ่่งให้้รู้้� เป็็นการนำ�ำ สิ่่�งของที่่ไ� ม่ม่ ีีชีีวิิตมาเป็น็ ตัวั กลางในการบ่ง่ บอก
ถึึงลักั ษณะต่า่ ง ๆ หรืือบ่ง่ บอกถึึงสิ่ง� ที่่�แฝงอยู่�
ตััวอย่่าง พััดลมตัวั นี้้�มีีสนิมิ เกาะบอกอายุกุ ารใช้้งานของมันั
จากตััวอย่่างจะเห็็นได้้ว่า่ บอก ในที่่น� ี้้� คืือ การนำ�ำ สิ่่�งของ คืือ พััดลม มาใช้้
อนุมุ านถึึงความเก่่าแก่ข่ องพัดั ลม ที่่ใ� ช้้มานานจนมีีสนิิมเกาะที่่�ตััวพััดลม
3. ความหมายที่่� 3 : แนะนำำ� หรืือ สอน เป็็นการเสนอให้้ผู้อ�้ ื่น่� กระทำ�ำ สิ่่�ง ๆ หนึ่่�ง
ตัวั อย่่าง แม่่บอกให้้ฉันั เตรีียมวัตั ถุดุ ิิบให้้พร้้อมเสีียก่่อนแล้้วค่อ่ ยเทลงในกระทะ
จากตััวอย่า่ งจะเห็็นได้้ว่า่ บอก ในที่่น� ี้� ้ คืือ การแนะนำ�ำ หรืือ สอน ให้้ผู้�้อื่�น่ กระทำ�ำ
ตามสิ่ง� ที่่�ผู้้�พููดแนะนำำ� มัักจะมีีคำำ�นามที่่เ� ป็น็ บุุคคลหรืือชื่�่อบุุคคล ตามหลัังคำำ�ว่า่ บอก
186
1.2 กลไกการขยายความหมายของคำำ�ว่า่ บอก
จากการวิิเคราะห์ค์ วามหมายของคำำ�ว่่า บอก ที่่ป� รากฏในวิิจััยฉบับั นี้้�ทั้้�ง 3
ความหมาย พบว่่ามีีกระบวนการนามนัยั เป็็นการปริิชานที่่ม� ีีการเชื่�อ่ มโยงสองส่่วนที่่�
ใกล้้ชิิดกันั ภายในวงมโนทััศน์์เดีียวกััน กล่่าวคืือ มีีการเคลื่่อ� นที่่�จากภายในสู่่�ภายนอก
โดยมีีจุดุ เริ่�มต้้นของผู้�้กระทำำ�กริิยา บอก สู่่�ปลายทาง
1.3 วิิเคราะห์ก์ ระบวนการขยายความหมาย
ผู้้ว� ิิจััยพบว่า่ กระบวนการขยายความหมายของคำำ�ว่่า บอก เป็น็ นามนัยั ผู้�ว้ ิจิ ััย
จึึงจะขอยกความหมายที่่� 1 และ ความหมายที่่� 3 ซึ่่ง� เห็็นถึึงกระบวนการขยาย
ความหมายของคำ�ำ ว่า่ บอก ได้้ชััดเจน ดัังนี้้�
ความหมายที่่� 1 ‘พููดให้้รู้้� หรืือ เล่า่ ให้้ฟััง’
ความหมายที่่� 3 ‘แนะนำ�ำ หรืือ สอน’
จากความหมายที่่� 1 และ ความหมายที่่� 3 นามนัยั ความหมายของ บอก
เคลื่่�อนจาก ความหมายที่่� 1 “พููดให้้รู้้� หรืือ เล่า่ ให้้ฟังั ” ซึ่่�งเป็็นผลไปสู่่� “แนะนำ�ำ หรืือ
สอน” โดยมีีการเคลื่่�อนที่่จ� ากภายในสู่่�ภายนอก กล่า่ วคืือ มีีการเคลื่่�อนที่่�จากอวัยั วะ
ปาก ของผู้พ้� ููด หรืือการยกเอาสิ่ง� ของที่่�ไม่่มีีชีีวิิต เคลื่�่อนออกไปสู่่�ภายนอกให้้ผู้้�ฟังั หรืือผู้้�
ที่่ม� ีีประสบการณ์์มาก่่อนได้้รับั รู้�้ โดยจากความหมายที่่� 1 และ ความหมายที่่� 3 นั้้น�
จะเห็น็ ได้้ว่่าเราสามารถใช้้คำำ�ว่่า แนะนำำ� หรืือ สอน แทนคำ�ำ ว่่า บอก ได้้ โดยที่่�ความ
หมายไม่่เปลี่่ย� นแปลงไปจากเดิิม ยกตััวอย่า่ ง แม่่บอกให้้ฉัันเตรีียมวััตถุดุ ิิบให้้พร้้อมเสีีย
ก่่อนแล้้วค่่อยเทลงในกระทะ สามารถเปลี่่ย� นเป็น็ แม่แ่ นะนำำ�ให้้ฉันั เตรีียมวััตถุุดิิบให้้
พร้้อมเสีียก่่อนแล้้วค่่อยเทลงในกระทะ เป็็นต้้น
187
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากผลการศึกึ ษาความหมายของคำำ�ว่า่ บอก ในภาษาไทย พบว่า่ คำำ�กริยิ า
ในภาษาไทย 1 คำ�ำ สามารถขยายออกไปได้้อีีกหลายความหมาย โดยที่่ค� วามหมายไม่่
เปลี่่�ยนแปลงไปจากเดิมิ หรืือมีีความคล้้ายคลึึงกัับความหมายเริ่�มต้้นในพจนานุกุ รม
ฉบับั ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้้ให้้ความหมายของคำำ�ว่่า บอก ไว้้ 4 ความหมาย
ด้้วยกันั คืือ 1. พููดให้้รู้�,้ เล่า่ ให้้ฟังั 2. บ่ง่ ให้้รู้้� 3. แนะนำ�ำ , สอน และ 4. รายงาน
ในงานวิิจัยั นี้้� ผู้้�วิจิ ััยพบว่่า บอก มีี 3 ความหมายด้้วยกันั หากพููดในบริิบททั่่�วไป
จะหมายถึึง การพููดให้้ฟััง เล่า่ ให้้ฟััง หรืือบ่่งให้้รู้้� ตรงกับั ความหมายที่่� 1 และ
ความหมายที่่� 2 และคำ�ำ ว่า่ บอก ยัังหมายถึึง แนะนำำ� หรืือ สอน ได้้อีีกด้้วย
ซึ่ง� ตรงกัับความหมายที่่� 3 โดยสามารถใช้้คำำ�ว่า่ บอก แทนคำำ�ว่า่ แนะนำ�ำ หรืือ สอน
ได้้เลย โดยที่่�ความหมายไม่เ่ ปลี่่�ยนแปลง มักั จะมีีการใช้้คำ�ำ นามหรืือชื่�่อบุุคคล ต่่อท้้าย
คำำ�ว่่าบอก เพื่อ�่ เป็็นการกำำ�หนดว่า่ ต้้องการจะแนะนำำ� หรืือสอนประสบการณ์์ความรู้�้
ต่า่ ง ๆ ให้้กัับใครได้้ปฏิิบััติติ ามต่อ่ ไป ผู้้�วิิจััยพบว่า่ ความหมายของคำำ�ว่า่ บอก มีี
ความสััมพันั ธ์์กัันทั้้�ง 3 ความหมายโดยกระบวนการนามนััย เราสามารถนำ�ำ คำ�ำ ว่่า บอก
ไปใช้้ได้้ในหลายบริิบท ขึ้้น� อยู่่�กับั จุุดประสงค์์ของผู้้�พููด ว่่าผู้�้พููดต้้องการบอกให้้ผู้ฟ�้ ังั ทรา
บหรืือบอกให้้ผู้�้ฟังั ปฏิบิ ัตั ิติ าม
188
เอกสารอ้า้ งอิิง
นััชชา ถิิระสาโรช. (2559). การศึกึ ษาการแยกความหมายของคำ�ำ หลาย
ความหมายในภาษาไทยโดยใช้ว้ ิิธีีการวิเิ คราะห์์ความหมายแอบแฝง
(วิิทยานิิพนธ์์ปริญิ ญามหาบัณั ฑิิต). กรุงุ เทพฯ. จุฬุ าลงกรณ์์
มหาวิิทยาลััย. สืืบค้้นจาก http://www.arts.chula.ac.th/~ling/the
sis/2559PhD-Ling-Nutcha.pdf
189
เปิดิ อะไรได้บ้ ้า้ ง เปิิดแล้ว้ เป็็นอย่่างไร
นางสาวธิดิ ารััตน์ ์ ศรีีปลั่่�ง 05610213
ส่่วนนำำ�
งานวิิจััยนี้ม้� ีีวัตั ถุปุ ระสงค์์เพื่อ�่ วิิเคราะห์์ความหมายของคำำ�ว่า่ “เปิิด” ที่่�ปรากฏ
ใช้้ร่ว่ มกับั คำ�ำ ต่่างๆ ในภาษาไทย โดยมุ่�งอธิิบายลัักษณะการขยายความหมายของคำำ�ว่่า
“เปิิด” เมื่่�อนำำ�ไปใช้้ร่่วมกัับคำำ�อื่่�น คำำ�ถามวิิจััยคืือ คำำ�ว่่า “เปิิด” ซึ่่�งเป็็นคำำ�ที่่�เราใช้้กััน
ทั่่�วไปอย่่างบ่่อยครั้ �งในชีีวิิตประจำำ�วัันนั้้�น เมื่่�อไปปรากฏร่่วมกัับคำำ�อื่่�น ๆ จะมีี
ความหมายแตกต่่างหรืือเปลี่่�ยนแปลงไปอย่่างไรจากความหมายเดิิมตามพจนานุุกรม
ผู้�้เขีียนศึึกษางานวิิจัยั ที่่เ� กี่�ยวข้้องจำำ�นวน 3 บทความ ได้้แก่่ 1) โสมรวีี สมเพชร
(2563) วิิเคราะห์์การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “กััด” ในภาษาไทย: การศึกึ ษาตาม
แนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน 2) จิ้้�ง เสิ่�น และคณะ (2562) วิิเคราะห์ก์ ารเปรีียบเทีียบการ
ขยายความหมายของคำำ�ว่่า “กิิน” ในคำำ�ประสมที่่�เป็็นรููปแบบกริิยา+กรรมใน
ภาษาไทยและภาษาจีีน และ 3) จิริ ัชั ย์ ์ หิริ ัญั รัศั (2550) ศึกึ ษาคำำ�ว่า่ “เอา” ในภาษาไทย
โดยจากการทบทวนวรรณกรรมพบว่่าผู้้�วิิจััยทั้้�ง 3 บทความ กล่่าวตรงกัันว่่า
ความหมายของคำำ�ที่่�นำำ�มาศึึกษานั้้�นมีีหลายความหมาย ซึ่่�งความหมายทั้้�งหมดจะ
มีีความเชื่่�อมโยงกัับความหมายต้้นแบบ กล่่าวคืือ มีีการขยายความหมายจาก
ความหมายเดิิม มาสู่�อี กความหมายหนึ่่�งซึ่ �งยัังมีีความเชื่่�อมโยงกัับความหมายพื้้�นฐาน
อยู่� โดยใช้้หลัักการวิิเคราะห์์การขยายความหมายของคำำ�ตามแนวคิิดทางอรรถศาสตร์์
ปริชิ าน ได้้แก่่ อุปุ ลักั ษณ์์และนามนััย
อย่่างไรก็็ตามผู้้เ� ขีียนพบว่่างานวิจิ ััยทั้้�ง 3 เล่ม่ นี้ ้� ยังั ไม่ไ่ ด้้พููดถึึงเกี่�ยวกับั การเกิิด
ความหมายใหม่่ ในกรณีีที่่น� ำ�ำ ไปไปใช้้ร่ว่ มกับั คำำ�อื่�่น แล้้วทำำ�ให้้ความหมายเปลี่่ย� นแปลง
ไป เพราะนอกจากการขยายความหมายเพิ่่ม� เติมิ จากความหมายเดิมิ แล้้ว ในบางกรณีีก
ารการนำำ�คำำ�ไปใช้้ร่่วมกัับคำำ�อื่่�น อาจทำำ�ให้้เกิิดเป็็นความหมายใหม่่ที่่�ไม่่ได้้สื่่�อความไป
ในทิศิ ทางเดีียวกัับความหมายที่่�เป็น็ คำำ�เดิมิ นอกจากนี้ ้� ยัังไม่่พบผู้ท้� ี่่ศ� ึึกษาการวิิเคราะห์์
ความหมายคำ�ำ กริยิ าของคำำ�ว่่า “เปิดิ ” ในบริิบทที่่ใ� ช้้ร่่วมกัับคำำ�อื่น่� ผู้�้วิิจััยจึึงสนใจศึกึ ษา
ความหมายของคำ�ำ ว่่า “เปิดิ ” ที่่�ปรากฏร่่วมกับั คำำ�อื่่�นๆ ในภาษาไทย
190
สมมติฐิ านในการวิจิ ััยครั้�งนี้� ้ ผู้�้เขีียนคิดิ ว่่า คำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” เมื่�่อนำ�ำ ไปใช้้ร่ว่ มกับั คำำ�
ต่่างๆ ในภาษาไทย จะเกิิดการขยายความหมายทั้้�งที่่�ยัังคงมีีความหมายเกี่ �ยวเนื่่�องกัับ
ความหมายเดิิมของคำำ�ว่่า “เปิิด” อยู่่� และบางคำำ�อาจเกิิดความหมายใหม่่ที่่�ไม่่อาจ
เกี่�ยวข้้องกับั ความหมายเดิมิ ของคำ�ำ ว่า่ “เปิิด” ซึ่่�งเป็็นความหมายที่่�บิิดเบืือนไป
จากการศึกึ ษาพบว่า่ ในภาษาไทยมีีการใช้้คำำ�ว่่า “เปิดิ ” ร่ว่ มกับั คำำ�อื่่น� แบบนำ�ำ
ไปประกอบกััน โดยนำำ�คำำ�ว่่า “เปิิด” ไปใช้้เพื่่�อช่่วยขยายคำำ�ที่่�ปรากฏร่่วมด้้วย
ซึ่ง� ตามพจนานุกุ รม ฉบับั ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554 คำ�ำ ว่่า “เปิดิ ” เป็็นคำำ�กริิยา มีี 3
ความหมาย ได้้แก่่ 1) ทำำ�ให้้สิ่่ง� ที่่ป� ิิดอยู่�เผยออก เช่น่ เปิดิ ประตูู, ทำำ�ให้้เครื่อ่� งยนต์ก์ ลไก
ทำำ�งาน เช่่น เปิิดวิิทยุุ เปิิดพััดลม ตรงข้้ามกัับปิิด 2) ทำำ�พิิธีีเป็็นประเดิิมเพื่่�อดำำ�เนิิน
กิิจการงานหรืือให้้ใช้้ได้้ เป็็นต้้น เช่่น เปิิดร้้านใหม่่ เปิิดถนน เปิิดสมาคม และ 3)
เป็น็ ความหมายที่่ใ� ช้้ในภาษาปาก หมายถึึง หนีี เช่่น ผู้ร�้ ้้ายเปิดิ ไปไกลแล้้ว
เรามัักได้้ยิินคำำ�ว่่า “เปิิด” จากการสนทนาในชีีวิิตประจำำ�วัันอยู่่�บ่่อยครั้ �ง
เพราะสิ่ง� ที่่อ� ยู่�รอบๆ ตัวั เรา หลายๆ อย่า่ งมัักต้้องใช้้คำำ�ว่า่ “เปิดิ ” มาขยายเพื่่อ� บ่ง่ บอก
อาการหรืือการกระทำ�ำ เกี่�ยวกับั สิ่่�งนั้้�นๆผู้้�เขีียนลองศึกึ ษาข้้อมููลตััวอย่่างของการใช้้คำำ�ว่่า
“เปิดิ ” ในสถานการณ์ต์ ่า่ งๆ พบว่า่ ส่ว่ นใหญ่ม่ ีีการนำ�ำ คำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” ไปใช้้ร่ว่ มกับั คำ�ำ อื่น�่ ๆ
โดยทำำ�หน้้าที่่� ดังั นี้้�
1. ใช้้คำำ�ว่า่ “เปิดิ ” เพื่่�อขยายการกระทำำ�หรืือบอกอาการที่�่กระทำ�ำ ต่่อสิ่�งนั้้�น
1.1) ใช้ค้ ำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” ร่ว่ มกับั คำำ�นาม (เปิดิ + คำำ�นาม) เช่่น
เปิิดกระเป๋า๋ หมายถึึง การทำำ�ให้้กระเป๋๋าที่่�ปิดิ อยู่�เผยออกหรืือกางออก
เปิดิ ไฟ หมายถึึง การทำำ�ให้้ไฟที่่ป� ิิดอยู่�หรืือสภาพที่่�มืืดอยู่่� มีีแสงสว่า่ งขึ้�้น
เปิิดตู้้� หมายถึึง การทำำ�ให้้ตู้ท้� ี่่�ปิิดสนิิทอยู่�เผยออกจนเห็็นสิ่่�งที่่อ� ยู่�ด้านใน
191
1.2) ใช้ค้ ำำ�ว่า่ “เปิิด” ร่ว่ มกับั คำ�ำ กริยิ า (เปิดิ + คำ�ำ กริยิ า) เช่่น
เปิดิ ดูู เช่น่ “เขาเปิดิ ดููสินิ ค้้าในกล่่อง” หมายถึึงการเปิดิ เพื่�อ่ จะดููสิ่่ง� ที่่�อยู่�ข้างใน
เปิิดรับั เช่่น “บริิษััทเปิิดรัับพนัักงานใหม่่” หมายถึึง การเปิิดรับั สมััครงาน
เปิิดทำำ�การ เช่่น “หน่ว่ ยงานนี้เ�้ ปิิดทำำ�การเวลา 9.00 น.” หมายถึึง
การเปิดิ ให้้บริิการ
จากตัวั อย่่างดังั กล่่าว คำ�ำ ว่่า “เปิดิ ” อยู่�ในตำำ�แหน่่งหน้้านามวลีีและหน้้ากริิยา
วลีี ซึ่่ง� มีีความหมายที่่�ตรงตัวั ไม่่ต้้องตีีความเพิ่่�มเติมิ ยังั คงรักั ษาความหมายประจำ�ำ คำ�ำ ที่่�
เป็น็ องค์ป์ ระกอบอยู่� โดยนำ�ำ คำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” มาใช้้เพื่�่อช่ว่ ยขยายความในข้้อความหรืือใน
ประโยคนั้้น� ๆ ให้้ชััดเจนยิ่่�งขึ้้น�
2. ใช้ค้ ำำ�ว่า่ “เปิิด” เพื่่อ� ขยายคำำ�ที่�่ปรากฏร่่วมด้้วย และบางบริบิ ททำ�ำ ให้้เกิดิ
ความหมายใหม่ข่ ึ้้�น
2.1) มีีสองความหมาย คืือ ความหมายตรงและต้้องตีีความ เช่น่
เปิิดกล้้อง นอกจากความหมายตรงตััวที่่ห� มายถึึงการทำ�ำ ให้้กล้้องที่่ป� ิดิ อยู่�
ทำำ�งานขึ้้น� แล้้วนั้้น� อีีกความหมายหนึ่่ง� ยัังหมายถึึงการเริ่�มต้้นการถ่า่ ยทำำ�
ภาพยนตร์ห์ รืือละคร ซึ่่ง� มักั พููดเป็น็ ภาษาปาก
“เธอช่ว่ ยเปิดิ กล้้องถ่่ายรููปให้้ฉัันหน่อ่ ย” (ความหมายตรง)
“ละครเรื่�อ่ งใหม่่ของศิิลปิินที่่เ� ธอชอบเปิดิ กล้้องแล้้ววันั นี้�”้ (ความหมายแฝง)
เปิดิ ตลาด นอกจากความหมายตรงตััว ที่่�หมายถึึงการเปิดิ ตลาดที่่เ� ป็็นสถานที่่ �
แล้้ว ยังั หมายถึึง การเริ่ม� การขายบางสิ่�งบางอย่า่ งอีีกด้้วย เช่่น เปิดิ ตลาดหุ้้น�
เปิิดตลาดทองคำำ�
“พรุ่่�งนี้�จ้ ะเปิดิ ตลาดเป็น็ ปกติิแล้้วหลัังจากที่่�ปิดิ มาหลายวััน” (ความหมายตรง)
“หุ้้น� ไทยเปิิดตลาดเช้้านี้้� เหล่่านักั ลงทุนุ จัับตากันั อย่่างใกล้้ชิดิ ” (ความหมายแฝง)
192
2.2) ความหมายแฝงที่ต�่ ้อ้ งตีีความ เช่น่
เปิิดหมวก ไม่่ได้้หมายถึึง การกระทำำ�บางสิ่ง� บางอย่า่ งกับั หมวกให้้เผยออก
หรืือกางออก แต่ห่ มายถึึง การแสดงความสามารถทางด้้านดนตรีีต่อ่
สาธารณชน หากผู้้�ที่่ช� มชื่่�นชอบในการแสดงก็็สามารถสนับั สนุนุ ผู้้�แสดงด้้วย
การบริิจาคเป็น็ เงิินได้้ ตัวั อย่่างประโยค เช่่น
เริ่�มแล้้ว “เปิิดหมวกเฟสติวิ ััล” เทศกาลดนตรีีออนไลน์์จากคนดนตรีี
ทั่่�วประเทศไทย
(ที่่�มา : Kom Chad Luek Online จาก https://www.komchadluek.net/news/475087 )
นอกจากนี้้พ� บว่า่ คนไทยมักั ใช้้คำำ�ว่า่ “เปิดิ ” คู่่�กับั คำำ�นามเกี่ย� วกับั อวััยวะหลายคำำ�แล้้ว
เกิดิ ความหมายแฝง เช่น่
- เปิิดอก หมายถึึง บอกความในใจอย่่างไม่่ปิิดบััง,พููดความจริิงอย่่างตรงไป
ตรงมาโดยไม่่มีีลัับลมคมใน ในบางครั้�งก็็ใช้้ เปิิดใจ แทนซึ่่�งในกรณีีนี้้�ผู้้�เขีียนคิิดว่่า
คนไทยมัักเลืือก ใช้้ตามความคุ้้�นชิินหรืือความถนััด โดยในความหมายนี้้� ไม่่ได้้เป็็น
การเปิดิ อกหรืือเปิดิ ใจที่่เ� ป็น็ อวัยั วะในร่า่ งกายจริงิ ๆ แต่ห่ มายถึึงการบอกเล่า่ ความรู้�้สึึก
บางสิ่ �งบางที่่�เป็็น เรื่่�องส่่วนตััวของเราให้้คนอื่่�นรัับรู้้� เพราะมนุุษย์์มัักใช้้หััวใจเป็็น
สััญลัักษณ์์ของความรู้ส้� ึึก การรัับรู้�้ ตััวอย่า่ งประโยค เช่่น
“ฉัันว่่าเราต้้องเปิดิ อกคุยุ กันั อย่า่ งจริิงจัังแล้้วนะ” / “เราลองมาเปิดิ ใจคุุยกัันดีีกว่า่ นะ”
- เปิิดหูู มัักนิิยมใช้้ซ้้อนกัับ เปิิดตา เป็็น เปิิดหููเปิิดตาซึ่ �งไม่่ได้้หมายถึึงการ
ทำำ�ให้้หููที่่�เป็็นอวััยวะเปิิดออก หรืือหมายถึึงการลืืมตา แต่่ในที่่�นี้้�หมายถึึงการกระทำำ�
ที่่�แสดงถึึงการได้้ฟัังและได้้เห็็น ซึ่่�งมัักใช้้เกี่่�ยวกัับการไปพัักผ่่อนหย่่อนใจและหา
ความรู้้�ไปในตััว กรณีีนี้้�แม้้ว่่าไม่่ใช่่การกระทำำ�ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับอวััยวะอย่่างหููและตา
โดยตรง แต่เ่ ราใช้้หููแทนการได้้ยินิ และใช้้ตาแทนการมองเห็น็ คนไทยจึึงนิิยมพููดว่า่ ออก
ไปเปิิดหููเปิิดตาข้้างนอก นั่่�นก็็สื่่�อถึึง การออกไปได้้ยิินได้้ฟัังและได้้เห็็นสิ่่�งต่่าง ๆ
ที่่ไ� ม่่ได้้คุ้้น� ชิินในชีีวิติ ประจำำ�วััน ตัวั อย่่างประโยค เช่่น
“ช่่วงนี้�้เธออยู่�แต่่บ้้าน ลองออกไปเปิิดหููเปิดิ ตาข้้างนอกดููไหม?”
193
- เปิิดปาก ไม่่ได้้หมายถึึงการอ้้าปาก แต่่หมายถึึงการเปิิดเผยความจริิง
การพููดความจริิงในบางสิ่ง� บางอย่่าง ทั้้�งนี้ท้� ี่่ใ� ช้้เปิิดปาก เพราะปากเป็น็ เป็็นอวััยวะที่่�
ทำำ�หน้้าที่่พ� ููด ตััวอย่า่ งประโยค เช่่น
“เขายอมเปิดิ ปากสารภาพความจริิงทุกุ อย่่างแล้้ว”
แม้้ว่า่ จากตัวั อย่า่ งการใช้้ “เปิดิ ” คู่่�กับั คำ�ำ นามหมวดอวัยั วะในร่า่ งกาย จะไม่่ ได้้
มีีความหมายโดยตรงที่่�หมายถึึงการทำำ�กริิยาการเปิิดกัับอวััยวะดัังกล่่าว แต่่ก็็ยัังสื่่�อ
ถึึงความหมายเกี่ย� วข้้องกัับคำำ�ที่่�นำ�ำ มาใช้้อยู่่� คืือสื่่�อถึึงหน้้าที่่ข� องอวัยั วะต่่างๆ เช่น่ หัวั ใจ
ทำ�ำ หน้้าที่่ร� ับั รู้ค�้ วามรู้ส� ึึก หูู ทำ�ำ หน้้าที่่ฟ� ังั ตา ทำ�ำ หน้้าที่่ด� ูู และปากทำ�ำ หน้้าที่่พ� ููด การนำ�ำ คำ�ำ ว่า่
“เปิิด” มาใช้้ ก็็เพื่่�อช่่วยขยายและเน้้นย้ำำ��ความหมายเกี่่�ยวกัับลัักษณะ
หรืือหน้้าที่่ข� องอวััยวะดัังกล่่าว
สรุุปผลการศึกึ ษา
การศึึกษาคำำ�ว่่า “เปิิด” ซึ่่�งเป็็นคำำ�กริิยา มัักนำำ�ไปใช้้ร่่วมกัับคำำ�อื่่�น ๆ มีีทั้้�ง
คำ�ำ นามและคำ�ำ กริยิ า เพื่อ�่ บ่ง่ บอกถึึงการกระทำ�ำ ต่อ่ สิ่ง� นั้้น� ๆ โดยคำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” เมื่อ�่ ปรากฏ
ร่่วมกัับคำำ�อื่่�นนั้้�นจะทำำ�หน้้าที่่�ช่่วยบอกการกระทำำ�ต่่อสิ่ �งนั้้�นหรืือช่่วยขยายความหมาย
ให้้ชััดเจนเจนขึ้้�น และในบางกรณีีก็็ไม่่ได้้ขยายความหมาย แต่่ทำำ�ให้้ความหมาย
เปลี่่�ยนไปเลย เช่่น คำำ�ว่่า เปิิดหมวก หรืือเกิิดความที่่�กำำ�กวมขึ้้�น ทั้้�งนี้้�ก็็ต้้องดููตาม
บริบิ ทของสถานการณ์ท์ ี่่ใ� ช้้ด้้วย ว่า่ เราใช้้คำ�ำ ว่า่ “เปิดิ ” กับั อะไรหรืือเหตุกุ ารณ์ใ์ ด บางครั้ง�
“เปิิด” ก็็นำำ�ไปใช้้แบบตรงตััวในกรณีีที่่�เป็็นคำำ�กริิยาที่่�หมายความว่่าทำำ�ให้้
บางสิ่ง� บางอย่า่ งเผยออก หรืือทำ�ำ ให้้บางสิ่ง� บางอย่า่ งเกิดิ การทำ�ำ งานขึ้น�้ ในความหมายที่่�
ตรงข้้ามกัับ “ปิดิ ”
อย่่างไรก็ต็ ามในบางกรณีี ที่่ใ� ช้้คำำ�ว่่า “เปิดิ ” กับั บางบริบิ ทเราอาจต้้องตีีความ
หมายเพิ่่�มเติิม เพราะไม่่ได้้มีีความหมายตรงตััวกัับคำำ�ที่่�ปรากฏ ซึ่่�งคนไทยมัักเข้้าใจ
เมื่่�อใช้้ในการสนทนาระหว่่างกััน และสามารถรัับรู้้�ได้้ว่่าบางคำำ�เป็็นความหมายแฝง
เนื่่�องจากความคุ้้�นชิินของการใช้้ภาษานั่่�นเอง “เปิิด” จึึงเป็็นคำำ�ที่่�ปรากฏร่่วมอยู่�ใน
หลายๆ สถานการณ์์ เรีียกได้้ว่่าเป็็นคำำ�ที่่�สำำ�คััญมากอีีกคำำ�หนึ่่�งที่่�เราต้้องใช้้บ่่อยมากใน
ชีีวิิตประจำำ�วันั