The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารรวบรวมบทความในหัวข้อการปรับขยายความหมายในคำไทย รายวิชาอรรถศาสตร์
ของนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tonmai, 2021-11-04 12:21:48

พา-สา-ไท : ภาษาเธอ

วารสารรวบรวมบทความในหัวข้อการปรับขยายความหมายในคำไทย รายวิชาอรรถศาสตร์
ของนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2564

194

เอกสารอ้า้ งอิงิ
จิ้ง� เสิ่น� , เมธาวีี ยุทุ ธพงษ์์ธาดา และรุจุ ิิรา เส้้งเนตร (2562). การเปรีียบเทีียบการ
ขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “กิิน” ในคำ�ำ ประสมที่เ่� ป็น็ รูปู แบบ
กริยิ า+กรรม ในภาษาไทยและภาษาจีีน. วารสารมนุษุ ย์ส์ ัังคมสาร, 17 (1),
67. สืืบค้้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhusoc/article/
view/197041/137002
จิิรััชย์์ หิริ ัญั รััศ. (2550). การศึกึ ษาความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เอา” ในภาษาไทย
วิิทยานิิพนธ์์มหาบััณฑิติ สาขาภาษาศาสตร์.์ จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิิทยาลััย,
กรุุงเทพฯ. สืืบค้้นจากhttp://cuir.car.chula.ac.th/bit
stream/123456789/52483/6/jirat_hi_ch3.pdf
สำำ�นักั งานราชบัณั ฑิิตยสภา. พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.2554.
สืืบค้้น 25 ตุุลาคม 2564, สืืบค้้นจาก https://dictionary.orst.go.th/
โสมรวีี สมเพชร. (2563). การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน. วารสารภาษาและวรรณคดีีไทย,
37 (2), 1-2. สืืบค้้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/
THlanglit/article/view/248119/168625

195

พร้้อมที่จ่� ะ “ฟาด”: ฟาดอะไร ฟาดกัับใคร

นางสาวทัักษพร เลี้ย�้ งพฤกษา 05610175

ส่ว่ นนำำ�
บทความนี้้ม� ีีวััตถุปุ ระสงค์์เพื่�อ่ วิเิ คราะห์์ความหมายของคํําว่า่ “ฟาด” ใน
ภาษาไทย และความสััมพัันธ์ท์ างความหมายของคํําว่่า “ฟาด” โดยมุ่�งอธิิบายระบบ
ความหมายในระดับั มโนทัศั น์ ์ คํําถามวิิจััยคืือ การขยายความหมายของคํําว่่า “ฟาด”
ในภาษาไทยมีีความหมายอะไรบ้้าง และความหมายเหล่า่ นั้้น� มีีความสัมั พันั ธ์ท์ าง
ความหมายอย่่างไรบ้้าง โดยการเก็บ็ ข้้อมููลจากแหล่่งออนไลน์์ ได้้แก่ ่ ข่า่ วเว็บ็ ไซต์์
ออนไลน์์ และ คลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติใิ นพระบรมราชููปถััมภ์์สมเด็จ็
พระเทพรััตนราขสุดุ าฯสยามบรมราชกุุมารีี
ผลการศึึกษาพบว่่า ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคำำ�ว่า่ ฟาด ในภาษาไทย
คืือ จากการที่่ห� มายถึึง หวด หรืือเหวี่ย� ง นำำ�ไปสู่่�การเปรีียบกับั การใช้้ความรุนุ แรงใน
ทางวาจาหรืือร่า่ งกาย และ จากความหมายที่่ว� ่า่ กินิ อย่่างเต็ม็ ที่่� ไปสู่่�การเปรีียบเทีียบ
ด้้านการเน้้นปริมิ าน ผ่่านกระบวนการอุุปลัักษณ์ท์ ี่่อ� ยู่่�บนพื้้�นฐานนามนััย นำำ�มาสู่�การ
ขยายความหมายของคำ�ำ ว่า่ ฟาด ในภาษาไทยที่่ม� ีีความหมายแสดงถึึงการต่่อสู้ด้� ้้วย
วาจาหรืือร่่างกายซึ่ �งเมื่่�อกระทำำ�การฟาดไปแล้้วจะทำำ�ให้้ผู้้�ถููกกระทำำ�รู้้�สึึกทางใจหรืือ
ทางกายก็ไ็ ด้้ และ ความหมายที่่�แสดงถึึงการเน้้นย้ำ��ำ ปริมิ าณ มีีรายละเอีียดดังั นี้�้

196

ปััจจุบุ ัันจะเห็็นได้้ว่่าคำำ�ว่่า ฟาด นิยิ มใช้้ในหมู่่�วััยรุ่่�น ที่่แ� ทบจะใช้้กันั ทุกุ คนจน
เป็็นคำำ�ปกติิ แม้้ว่า่ คำ�ำ นี้จ�้ ะปรากฎในภาษาไทยนานแล้้วแต่ม่ ักั ใช้้ในการพาดหัวั ข่า่ วผ่่าน
การเล่น่ ภาษาเพื่่อ� ให้้เกิดิ ความน่า่ สนใจดึึงดููดผู้อ้� ่่านเพีียงอย่่างเดีียว มากกว่่าจะนำ�ำ มา
ใช้้ในชีีวิติ ประจำำ�วันั อย่า่ งเช่่นทุุกวันั นี้�้ การที่่ค� ำ�ำ ว่า่ ฟาดถููกนำ�ำ มาใช้้ในชีีวิติ ประจำ�ำ วันั ทำำ�
ให้้มโนทััศน์์ของการใช้้ภาษาเกิิดการเปลี่่�ยนแปลงไปทำำ�ให้้คำำ�ว่่าฟาดสามารถใช้้ได้้ใน
หลายความหมาย คำ�ำ ที่่�พบการขยายความหมาย ของคำำ�ว่่า ฟาด ได้้แก่ ่ ฟาดที่่�
หมายความว่า่ ต่่อสู้ ้� ฟาดที่่�หมายความว่่าทรงพลังั ฟาดที่่�หมายถึึงกิินอย่า่ งเต็็มที่่�
และฟาดที่่�หมายความว่า่ เอาทั้้�งหมด
คำ�ำ ว่่า ฟาด พจนานุกุ รมราชบัณั ฑิติ ยสถานให้้ความหมายไว้้สองความหมายได้้
แก่่ 1.หวด หรืือเหวี่�ยง 2.กินิ อย่า่ งเต็็มที่่� โดยที่่�ความหมายเหล่า่ นี้้เ� กิดิ กระบวนการ
เปลี่่�ยนแปลงความหมายโดยการเชื่่�อมโยงความคิิดระหว่่างวงความหมายตามกลวิิธีีอุุป
ลัักษณ์์ โดยมีีพื้้น� ฐานมาจากความสััมพัันธ์แ์ บบนามนััย จากประสบการณ์์ที่่เ� รารับั รู้�้
ว่่าฟาด คนไทยมักั ใช้้แทนในการตีี หรืือ โบย ทำำ�ให้้เกิดิ มโนทัศั น์์การให้้ภาพความ
รุุนแรงจึึงนำำ�สู่่�ความหมายที่่�ให้้ภาพเชิงิ ลบ จึึงนำำ�ไปสู่่�กระบวนการอุปุ ลัักษณ์ ์ ที่่ห� มายถึึง
การต่่อสู้้ด� ้้วยความรุนุ แรง ดังั เช่่น คำ�ำ ที่่เ� รามักั ได้้ยิินบ่่อย ๆ คืือ เขาพร้้อมที่่�จะฟาดกันั แล้้ว
ในความหมายที่่ว� ่่าพร้้อมที่่จ� ะสู้�้กับั อีีกฝั่ง� ด้้วยความรุุนแรง และในความหมายที่่� 2 ฟาด
ที่่�หมายถึึงกิินอย่า่ งเต็ม็ ที่่ � จากประสบการณ์ท์ ี่่เ� รารัับรู้ว้� ่่าการกินิ ในปริิมาณมากคนไทย
มักั ใช้้คำ�ำ ว่่าฟาดข้้าว แทนการใช้้กิิน ที่่�หมายถึึงกริิยาการกิินอาหารทั่่ว� ไป เพื่อ่� ให้้เห็น็ ถึึง
ปริิมาณที่่ม� ากกว่่าปกติิ จึึงนำำ�ไปสู่่�กะบวนการอุุปลัักษณ์์ในการแทนการนำ�ำ มาซึ่�งสิ่ง� ใด
สิ่ง� หนึ่่ง� โดยเน้้นให้้เห็น็ ว่่าเป็็นจำำ�นวนมาก สามารถดููตััวอย่่างจากตาราง เช่่น

197

ตารางแสดงความหมายของคำำ�ว่า่ “ฟาด” เชิงิ อุุปลักั ษณ์์

จากตารางจะเห็น็ ได้้ว่า่ คำำ�ว่่าฟาด เมื่�อ่ ผ่า่ นกระบวนการอุปุ ลักั ษณ์์โดยผ่า่ น
พื้้น� ฐานนามนััย จะสามารถแบ่ง่ ออกเป็็น 2 ความหมายใหญ่่ ได้้แก่่ 1 ความหมาย
ที่่แ� สดงถึึงการต่อ่ สู้�้ และ 2.ความหมายที่่�หมายถึึงด้้านปริมิ าณมาก
1.ความหมายที่่แ� สดงถึึงการต่่อสู้�
เห็น็ ได้้ว่า่ คำำ�ว่่า ฟาดที่่�ใช้้ในลัักษณะของการต่อ่ สู้ไ�้ ม่ไ่ ด้้จำำ�กัดั เพีียงด้้านร่่างกาย
แต่่ยัังรวมถึึงทางด้้านวาจาซึ่�งสอดคล้้องกัับความหมายของคำำ�ว่่า ฟาด ที่่แ� ปลว่่า
หวดหรืือเหวี่�ยง ที่่�จะต้้องมีีฝ่่ายผู้ถ้� ููกกระทำ�ำ เป็็นผู้้ไ� ด้้รับั ความรุนุ แรงจากการกระทำ�ำ นั้้น�
จากตััวอย่า่ ง ที่่�1และ2 ผู้้�กระทำ�ำ กระทำ�ำ ทำ�ำ ความรุุนแรงด้้วยวาจาทำ�ำ ให้้ผู้้�ถููกกระหรืือ
ฟังั เกิิดความรู้ส�้ ึึกกระทบบางอย่า่ งในใจ และ ตััวอย่่างที่่� 3 ผู้�้กระทำำ�กระทำ�ำ ด้้วย
ความรุนุ แรงผ่า่ นร่่างกายเพื่อ่� เป็็นการเอาชนะอีีกฝ่า่ ย เห็็นได้้จากการใช้้คำ�ำ ว่่า ฟาดฟััน
กัับคู่่�แข่ง่

198

2.ความหมายที่�แ่ สดงถึงึ การเน้น้ ย้ำำ�� ด้า้ นปริมิ าณ
คำ�ำ ว่า่ ฟาด ที่่ใ� ช้้เน้้นความหมายด้้านปริิมาณ ซึ่่ง� สอดคล้้องกับั ที่่ม� าจากการใช้้
คำำ�ว่่า ฟาด เพื่อ่� กล่า่ วถึึงการกิินอาหารปริิมาณมากจนคนไทยนำำ�มาใช้้เพื่่อ� เน้้นปริิมาณ
ของการที่่�ได้้ของบางอย่า่ งมาซึ่�งจำำ�นวนมาก มักั พบในเกมกีีฬาต่่าง ๆ

สรุปุ ผลการศึกึ ษา
คำ�ำ ว่่าฟาดในภาษาไทยมีี 2 ความหมายได้้แก่่ หวดหรืือเหวี่ย� ง และ กิินอย่่าง
เต็ม็ ที่่� แต่ค่ นไทยนำำ�คำ�ำ ว่่า ฟาด มาใช้้ โดยผ่า่ นกระบวนการอุปุ ลัักษณ์์โดยพื้้�นฐานของ
นามนัยั พบลัักษณะของการใช้้ฟาด 2 ลักั ษณะใหญ่่ ได้้แก่่ 1. ความหมายที่่แ� สดง
ถึึงการต่อ่ สู้้� และ 2.ความหมายที่่แ� สดงถึึงการเน้้นย้ำ�ำ� ด้้านปริิมาณ โดยที่่ค� วามหมายที่่�
หมายถึึงกาต่่อสู้้�ไม่่ได้้จำำ�กััดเพีียงด้้านร่่างกายแต่่ยัังรวมถึึงด้้านจิิตใจที่่�ผู้้�กระทำำ�อาจ
กระทำ�ำ ผ่า่ นทางวาจา ซึ่่�งก่อ่ ให้้เกิิดความรู้้�สึึกเจ็็บปวดได้้เช่น่ กันั และความหมายด้้าน
ปริิมาณ ก็็เพื่อ่� เน้้นย้ำ�ำ�ให้้เห็น็ ว่่ามีีปริมิ าณมาก
คำ�ำ ในภาษาไทยส่่วนมากเป็น็ คำ�ำ ที่่�ต้้องใช้้ควบคู่่�กับั บริิบทรวมถึึงคำ�ำ ว่า่ ฟาด ที่่�
เมื่่�อประกอบกับั บริิบทที่่�ต่่างกัันความหมายของคำำ�ย่่อมเปลี่่�ยนแปลงไปตามมโนทัศั น์์ที่่�
เกิดิ ขึ้้น� กัับคำ�ำ ๆ นั้้น� ในช่ว่ งเวลานั้้น� ผู้เ�้ ขีียนหวังั ว่่าบทความฉบับั นี้้จ� ะเป็น็ ประโยชน์์
ต่อ่ ผู้้ส� นใจศึกึ ษาภาษาในระดับั มโนทัศั น์์ และหวัังเป็็นอย่่างยิ่�งว่่าในอนาคตจะมีีผู้ท้� ี่่�
ผลิติ งานทางด้้านภาษาในระดับั มโนทััศน์์เพื่�่อเป็็นการเรีียนรู้เ�้ ท่่าทันั ถึึงภาษาที่่ม� ีีการ
เปลี่่�ยนแปลงไปตั้้ง� แต่่แรกเริ่ม� และเป็น็ ประโยชน์ต์ ่อ่ คนรุ่่�นหลัังสืืบไป

199

เอกสารอ้า้ งอิิง
ภาควิชิ าภาษาศาสตร์์ คณะอัักษรศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย. TNC: THAI
NATIONAL CORPUS (ThirdEdition)ในพระราชูปู ถััมภ์์สมเด็จ็
พระเทพรัตั นราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุมุ ารีี.เข้้าถึึงเมื่อ�่ 27 ตุลุ าคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก http://www.arts.chula.ac.th/~ling/tnc3/
มติชิ น ออนไลน์.์ 2564.‘อุ๊�งอิ๊ง� ’ ฟาด พวกขุุดข่า่ วเก่า่ ใช้้เส้น้ เข้า้ จุุฬาฯ ถามกลับั
กลัวั ไม่ม่ ีีสีีสันั หรือื คะ?.เข้้าถึึงเมื่่�อ 30 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://
www.matichon.co.th/politics/news_3017198
สำำ�นัักงานราชบัณั ฑิิตยสภา. พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔.
เข้้าถึึงเมื่�่อ 26 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th/
Chaniss. ฟาด. เข้้าถึึงเมื่่�อ 27 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก http://slang.
in.th

200

รู้�หมือื ไร่่ แหก มีีหลายความหมายกว่่าที่่�คิดิ

นางสาวฉััตรจิญิ า ฉััตรวิวิ ััฒนากุลุ 620510045

ส่่วนนำ�ำ
คำ�ำ ว่่า “แหก” คืือคำำ�ที่่ผ� ู้ใ�้ ช้้ภาษาไทยพบเจอได้้บ่่อยในชีีวิิตประจำ�ำ วัันอาจไม่่
ทันั ได้้สัังเกตว่่าคำำ�คำ�ำ นี้้�มีีหลายความหมายกว่า่ ที่่ค� ิิด สามารถนำ�ำ ไปใช้้ได้้หลายบริบิ ท
หลายสถานการณ์ ์ อีีกทั้้�งยัังไม่่มีีใครเคยวิจิ ััยคำำ�นี้้�มาก่่อน ผู้�้วิจิ ััยจึึงเล็็งเห็็นว่า่ คำำ�ว่า่
“แหก” เป็็นคำ�ำ ที่่�เหมาะกับั การนำำ�มาศึึกษาเป็็นอย่่างยิ่�ง
วััตถุุประสงค์์การวิิจััย
1. เพื่่อ� ศึึกษาคำ�ำ ว่่า “แหก” มีีกี่่ค� วามหมาย อะไรบ้้าง
2. ศึกึ ษาคำ�ำ ว่า่ “แหก” ในฐานะคำ�ำ แสลงว่า่ แปลว่า่ อะไร
สมมติฐิ าน
1. ความหมายของคำ�ำ ว่า่ แหกมีีสองความหมายคืือ ความหมายเชิงิ รููปธรรมและ
ความหมายเชิงิ นามธรรม
2..คำ�ำ ว่่า แหก ที่่�เป็็นคำ�ำ แสลงแปลว่า่ ถููกแฉความลัับ
ประโยชน์์ที่�ไ่ ด้จ้ ากการวิิจััย
ผู้้�วิิจััยได้้หาความหมายของคำำ�ที่่�ตนเองสงสััยว่่าแหกมีีหลายความหมายกว่่าที่่�
ตนคาดเอาไว้้ ได้้เข้้าใจคำำ�ว่า่ “แหก” มากยิ่ง� ขึ้�้น และได้้ทำ�ำ วิจิ ัยั และนำ�ำ มาเผยแพร่เ่ พื่่�อ
ประโยชน์์ต่อ่ ผู้�อ้ ่่านต่อ่ ไป

201

ผลการวิิจัยั
คำ�ำ ว่่า “แหก” สามารถแยกตามความหมายได้้สองความหมายใหญ่่ ๆ คืือ
ความหมายเชิงิ รููปธรรมและความหมายเชิงิ นามธรรมโดยความหมายเชิงิ นามธรรมเป็น็
ความหมายที่่�น่า่ สนใจเหมาะกับั การนำำ�มาศึึกษา สามารถแยกย่อ่ ยได้้ทั้้�งหมด 4
ความหมาย คืือ ความหมายเชิิงประชด ตำำ�หนิิ ความหมายว่่ารีีบร้้อน ความหมายว่่า
เสีียงดังั และความหมายใหม่่
ความหมายเชิงิ รููปธรรม
1. ความหมายแต่เ่ ดิิม
ความหมายแต่่เดิิมของคำ�ำ ว่่า “แหก” ก่อ่ นที่่จ� ะเปลี่่�ยนแปลงไปตามยุคุ สมััย
มัักใช้้คำำ�นี้เ�้ ชิงิ รููปธรรมโดยอ้้างอิงิ จากราชบััณฑิติ ยสถานบัญั ญััติ ิ คำำ�ว่่า แหก คืือคำำ�กริยิ า
มีีความหมายว่่า แยกออก, ถ่า่ งออก, ทำำ�ให้้อ้้าออก เช่่น
ตััวอย่า่ งที่่� 1.เป็น็ ผู้้ห� ญิิงอย่่านั่่ง� แหกแข้้งแหกขา
ตัวั อย่่างที่่� 2.เขาสามารถปอกและแหกทุุเรีียนได้้อย่า่ งชำ�ำ นาญ
คำ�ำ ว่่าแหกดังั ตััวอย่่างที่่� 1 และ 2เห็น็ ได้้ว่า่ ใช้้เป็น็ คำ�ำ กริยิ าโดยที่่ต� ้้องมีีประธาน
หรืือผู้ก้� ระทำำ�เป็็นสิ่่�งมีีชีีวิติ สามารถเห็น็ ภาพตามได้้อย่่างชัดั เจนตามรููปประโยคว่า่ เป็น็
กริิยาท่า่ ทางแบบใด หรืือเรีียกความหมายแต่เ่ ดิมิ ของคำำ�ว่่า แหก ว่่าความหมายตรงรููป
โดยที่่�สามารถจิินตนาการตามได้้ว่่าต้้องมีีส่่วนนอกมาก่่อนจึึงแหกให้้เห็็นส่่วนด้้านใน
ความหมายเชิิงนามธรรม
นอกจากความหมายตรงรููปหรืือความหมายแต่เ่ ดิิมแล้้ว คำำ�ว่า่ แหก ได้้มีีการ
ปรัับขยายความหมายให้้เป็็นเชิงิ นามธรรม แต่่ยังั ทำ�ำ หน้้าที่่เ� ป็น็ คำ�ำ กริยิ าเช่่นเดิิมและมีี
เค้้าโครงที่่ค� ล้้ายความหมายรููปธรรมอยู่่�บ้้าง โดยสามารถแบ่่งตามความหมายได้้ 4
ความหมาย คืือ ความหมายเชิงิ ประชด ตำำ�หนิิ ความหมายว่่ารีีบร้้อน ความหมายว่า่
เสีียงดััง และความหมายใหม่่

202

1.ความหมายเชิิงประชด ตำ�ำ หนิิ
ตัวั อย่่างที่่� 3. นัักเรีียนคนนี้แ้� หกกฎโรงเรีียน
ดัังตัวั อย่า่ งที่่� 3 คำ�ำ ว่า่ แหก ทำ�ำ หน้้าที่่เ� ป็็นกริิยาของประโยคมีีผู้ก�้ ระทำ�ำ เป็็น
มนุุษย์์ เพราะสิ่�งมีีชีีวิติ ชนิดิ อื่�น่ นอกจากมนุุษย์ไ์ ม่ส่ ามารถตั้�งกฎเกณฑ์์ขึ้น้� มาได้้ ซึ่่ง�
คำำ�ว่่า แหกกฎ มีีความหมายเชิิงเสีียดสีีว่่าประธานนั้้�นๆไม่ท่ ำำ�ตามกฎที่่ไ� ด้้ตั้้ง� ไว้้
ราชบััณฑิิตยสถานได้้ให้้ความหมายไว้้ว่่า ใช้้กำำ�ลังั ฝันั ฝ่่าออกไป นอกจากนี้ย้� ัังพบว่่าใช้คู่�
กับั คำ�ำ อื่น่� ด้้วย เช่น่
ตััวอย่่างที่่� 4 ข่า่ วช่่วงเช้้ารายงานว่่านักั โทษได้้แหกคุกุ ออกมาแล้้ว
ตััวอย่า่ งที่่� 5 ลููกชายบ้้านนี้ท�้ ำำ�ให้้พ่อ่ แม่ก่ ลุ้ม� ใจเพราะเขาชอบแหกคอก
โดยคำ�ำ ว่า่ “แหก” ที่่�มีีความหมายว่่าใช้้กำำ�ลัังฟัันฝ่า่ ออกไป มักั ใช้้เป็็นคำ�ำ คู่่�กันั
เสมอ ดังั ตััวอย่่างที่่� 3, 4 และ 5 คืือ แหกกฎ แหกคุุก แหกคอก อีีกทั้้�งคำ�ำ ว่่า แหกคอก
ตามตัวั อย่า่ งที่่�๕ ราชบัณั ฑิิตยสถานให้้ความหมายเพิ่่ม� เติมิ ไว้้ว่่า ประพฤติิตััวผิิดเหล่่าผิิ
ดกอหรืือผิดิ ขนบธรรมเนีียมประเพณีีที่่เ� คยประพฤติิปฏิบิ ัตั ิกิ ันั มา

นอกจากคำ�ำ ว่า่ แหกที่่�แปลว่า่ ใช้้กำำ�ลัังฟันั ฝ่า่ ออกไป ยัังมีีอีีกความหมายที่่�
สามารถนำำ�มาจับั คู่่�กัันแล้้วได้้ความหมายใหม่่ แต่่ยังั คงความประชดประชันั หรืือตำำ�หนิิ
ไว้้ดังั เดิิม เช่่น
ตัวั อย่า่ งที่่� 6. เธอไม่่เห็็นหรืือ แหกตาดููเสีียบ้้างสิิ
ตัวั อย่า่ งที่่� 7.เมื่่�อเช้้าที่่�ตลาดแม่่เล่า่ ให้้ฟังั ว่่าถููกแม่ค่ ้้าแหกตา
คำำ�ว่่า แหกตา ดัังตััวอย่า่ งที่่๖� และ๗ ราชบัณั ฑิติ ยสถานให้้ความหมายว่่า ถููกหลอก

2. ความหมายว่า่ รีีบร้อ้ น
ในภาษาไทยเรายัังสามารถพบคำำ�ว่า่ “แหก” ว่่าเมื่่อ� นำ�ำ ไปจับั คู่่�กัับอีีกคำำ�ทำ�ำ ให้้เ
กิดิ ความหมาย รีีบร้้อน ตามที่่ร� าชบัณั ฑิติ ยสถานได้้บัญั ญัตั ิิไว้้
ตััวอย่า่ งที่่� 8.เมื่่อ� ก่อ่ นพ่่อต้้องแหกขี้ต้� าไปส่่งน้้องที่่�โรงเรีียนทุุกวันั

203

3. ความหมายว่า่ เสีียงดังั
ตัวั อย่า่ งที่่� 9 เด็็กคนนั้้น� งอแงอยากได้้ของเล่น่ โดยการแหกปากไม่่หยุดุ หย่อ่ น
ความหมายคำ�ำ ว่่าแหกเปลี่่�ยนไปเมื่�อ่ นำ�ำ มาจัับคู่่�กัับคำำ�ว่่าปาก ซึ่่ง� เมื่อ่� นำำ�มาใช้้คู่่�กันั แล้้ว
จะมีีความหมายว่า่ ตะเบ็็งเสีียง ทำำ�ให้้เสีียงดังั กว่่าปกติิ

4. ความหมายใหม่่
คำ�ำ ว่า่ แหกนอกจากมีีความหมายที่่เ� ราคุ้น� เคยกันั ดีีอยู่�แล้้ว ยัังมีีความหมายใหม่่
เพิ่่�มขึ้้�นมาจากการใช้้อย่่างแพร่่หลายของเด็็กไทยรุ่่�นใหม่่ส่่วนมากพบเจอใน
อิินเตอร์์เน็็ต เป็็นภาษาพููดหรืือคำำ�แสลง เนื่�่องจากเป็็นความหมายที่่พ� ึ่่ง� เกิิดใหม่่อาจมีีผู้�้
ใช้้ภาษาไทยบางส่ว่ นยัังไม่่รู้�ว้ ่่ามีีความหมายใหม่่นี้�เ้ กิดิ ขึ้น�้ ด้้วย โดยที่่ค� ำ�ำ ว่า่ แหกในที่่น� ี้้�
แปลว่า่ แฉหรืือเปิดิ โปงใครคนใดคนหนึ่่�งในเรื่อ�่ งลัับ
ตััวอย่่างที่่� 10. ดาราสาวคนหนึ่่ง� ถููกแหกว่่าเป็็นชู้ไ�้ ฮโซชื่�อ่ ดััง
ตัวั อย่า่ งที่่� 11. ฉัันแหกพี่่�สาวว่า่ เธอแอบขโมยเงินิ พ่่อไปซื้้อ�
กระเป๋๋าแบรนด์เ์ นม

คำ�ำ ว่า่ แหกดัังตััวอย่่างที่่� 10 และ 11 เป็น็ คำำ�แสลงที่่ใ� ช้้แพร่่หลายใน
อิินเทอร์เ์ น็็ต ผู้ว้� ิจิ ัยั สังั เกตได้้ว่่าความหมายใหม่่นี้้�มีีเค้้าโครงความหมายหมายที่่แ� ปลว่า่
แยกออก, ถ่า่ งออก, ทำ�ำ ให้้อ้้าออก จากความหมายเชิิงรููปธรรมอยู่� เนื่�อ่ งจากสามารถ
อธิบิ ายให้้เห็น็ ภาพได้้ว่่า มีีส่่วนนอกและส่่วนในเช่่นกันั สื่อ่� ให้้เห็น็ ภาพว่า่ แหกสิ่ง� ที่่�อยู่�
ด้้านในออกมา กล่่าวคืือ ส่่วนในคืือความลัับที่่�ถููกปกปิิดไว้้ จึึงใช้้คำำ�ว่่า แหก มาแทนคำ�ำ
ว่่าเปิิดโปงความลับั หรืือสิ่ง� ที่่�ปกปิิดไว้้ เป็น็ คำ�ำ แสลงที่่เ� พิ่่ม� อรรถรสในการสนทนาหรืือใช้้
ในการประกาศข่่าวก็็มีีให้้เห็็นเช่น่ กััน
นอกจากนี้ ้� พยััญชนะต้้น ห.หีีบ สามารถสื่อ่� เพื่่�อไปใช้้ในทางลบได้้เพราะออก
เสีียงหนักั ให้้ความรู้ส�้ ึึกค่อ่ นข้้างรุุนแรงเมื่่�อพููดคำ�ำ ว่่าแหก ด้้วยเหตุุนี้ค้� ำำ�ว่่า “แหก” จึึง
นำำ�มาใช้้แทนกริิยาที่่ห� มายถึึงแฉความลัับที่่�ไม่ด่ ีีหรืือชั่�วร้้ายให้้ผู้�้อื่่�นได้้รับั รู้้ �

204

คำ�ำ ว่า่ “แหก” สามารถแบ่่งตามความหมายได้้สองแบบคืือ ความหมายเชิงิ รููป
ธรรมและความหมายเชิิงนามธรรม โดยที่่�ความหมายเชิิงนามธรรมแยกย่อ่ ยได้้ทั้้ง� หมด
4 ความหมายคืือ ความหมายเชิงิ ประชด ตำำ�หนิิ ความหมายว่่ารีีบร้้อน ความหมายว่า่
เสีียงดังั และความหมายใหม่ ่ คำ�ำ นี้�้เป็น็ คำำ�ที่่�น่่าสนใจอย่า่ งยิ่ง� เมื่่อ� เป็น็ คำ�ำ แสลง
และเกิดิ ความหมายใหม่่ แต่ถ่ ึึงแม้้จะเป็็นความหมายใหม่่แต่ก่ ็็ยัังมีีเค้้าโครงความหมาย
เดิมิ อยู่� และยัังคงทำ�ำ หน้้าที่่�เป็็นคำำ�กริิยาของประโยคที่่�ล้้วนถููกกระทำ�ำ จาก
สิ่�งมีีชีีวิติ ดัังเดิมิ

205

เอกสารอ้า้ งอิิง
พจนานุุกรมฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน. (2554). ความหมายของคำ�ำ ว่า่ แหก. สืืบค้้น
30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
พจนานุกุ รมฉบัับราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2554). ความหมายของคำำ�ว่า่ แหกกฎ.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
พจนานุกุ รมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน. (2554). ความหมายของคำำ�ว่า่ แหกขี้้�ตา.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน. (2554). ความหมายของคำ�ำ ว่า่ แหกคอก.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
พจนานุกุ รมฉบับั ราชบััณฑิิตยสถาน. (2554). ความหมายของคำำ�ว่า่ แหกตา.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
พจนานุกุ รมฉบัับราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2554). ความหมายของคำำ�ว่า่ แหกปาก.
สืืบค้้น 30 ตุุลาคม 2564, จาก https://dictionary.orst.go.th/
Soraya S. (2562). วิธิ ีีการเขีียนบรรณานุุกรม รููปแบบ APA 6 ในงานวิชิ าการ.
สืืบค้้น 31 ตุุลาคม 2564, จาก https://www.nupress.grad.nu.ac.th/
วิิธีีการเขีียนบรรณานุุกรม/#7 -website
TNN online. (2563). เปิิด ศัพั ท์์วัยั รุ่่�น 2020 เด็ก็ ๆสมััยนี้้�เขาใช้ภ้ าษาอะไรกันั บน
โซเซีียล. สืืบค้้น 30 ตุลุ าคม 2564, จาก https://www.tnnthailand.
com/news/socialtalk/61125/

206

เร่่งเครื่่�อง เครื่่อ� งอะไรทํําไมต้้องเร่่ง

นางสาววิิชิิตา โตโทน 630510745

ส่่วนนำ�ำ
คํําว่า่ เร่ง่ เครื่่�องมัักจะเป็น็ คํําที่่ม� ีีให้้เห็น็ บ่อ่ ย ๆ ตามพาดหััวข่่าวหนัังสืือพิมิ พ์์
กีีฬาหรืืออาจจะได้้ยินิ อยู่่�บ่่อยครั้ง� จากนัักพากย์ก์ ีีฬาต่่าง ๆ หลากหลายชนิิดงานวิจิ ััย
บทนี้จ�้ ึึงจัดั ทํําขึ้�้นเพื่�อ่ ศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ เร่่งเครื่�่อง ที่่�เป็็นคํําศัพั ท์์ที่่ใ� ช้้ใน
วงการกีีฬา ซึ่่ง� จากการสืืบค้้นข้้อมููลผู้�้เขีียนไม่ ่ พบว่า่ มีีผู้�้ใดเคยทํําวิจิ ัยั เรื่อ�่ งนี้้�มาก่่อน
จึึงตััดสิินใจที่่�จะทํําเรื่่�องนี้้�โดยใช้้ความรู้้�เรื่่�องการปรัับขยายความหมายมาประยุุกต์์ใช้้
เพื่อ�่ ตอบคํําถามว่า่ คํําว่า่ เร่่งเครื่�่อง ในที่่�นี้ห�้ มายความว่่าอย่า่ งไร และเกิดิ ขึ้น้� มา
ได้้อย่า่ งไร จากผลการศึึกษาพบว่่าคํําว่่าเร่่งเครื่่�องนั้้�นเป็น็ คํําหลายความหมาย คํําหลาย
ความหมาย(polyseme)เกิิดจากปรากฏการณ์ท์ างภาษาที่่�เรีียกว่า่ มีีหลายความหมาย
(polysemy) ซึ่่�งเป็็นการที่่�รููปภาษา 1 รููป มีีความหมายมากกว่า่ 1 ความหมาย และ
ความหมายเหล่า่ นั้้�นต้้องสัมั พัันธ์์กันั (สํํานัักงานราชบัณั ฑิติ ยสภา, 2560, น.341)
คํําหลายความหมายเกิิดจากการขยายความหมายผ่า่ นกระบวนการทางปริิชาน เช่น่
อุุปลัักษณ์์ (metaphor) นามนัยั (metonymy) โดยอุุปลัักษณ์์ (metaphor) หมายถึึง
คํําพููดที่่เ� ปรีียบสิ่่�งหนึ่่ง� เป็น็ อีีกสิ่ง� หนึ่่�ง เพื่่�อทํําให้้ความหมายชัดั เจนขึ้�้นหรืือทํําให้้เห็็น
ภาพได้้ชััดเจนยิ่่ง� ขึ้้�น (สํํานัักงานราชบัณั ฑิติ ยสภา, 2560: 278)

207

เร่ง่ เครื่่อ� ง คืืออะไร
ความหมายตามพจนานุกุ รมของคํําว่า่ เร่ง่ เครื่�่องในพจนานุกุ รมฉบับั
ราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้้ให้้ความหมายไว้้ว่า่ ก. เพิ่่�มความเร็็วของเครื่่�องจักั ร
ให้้สููงขึ้�้น, เหยีียบคัันเร่่งรถยนต์์ เพื่�่อให้้รถแล่่นเร็็วขึ้�้น ส่ว่ นในวงการกีีฬาจากการสืืบค้้น
และรวบรวมข้้อมููลจากแหล่ง่ ต่่าง ๆ พบว่า่ คํําว่า่ เร่ง่ เครื่่�อง หมายถึึง สถานการณ์์ตก
เป็น็ รองแล้้วพยายามเค้้นความสามารถให้้เพิ่่ม� ขึ้�้นเพื่�อ่ ให้้ชนะคู่่�ต่่อสู้,�้ เร่ง่ จังั หวะการเข้้า
จู่�โจมคู่่�ต่อ่ สู้ท�้ ํําให้้เห็็นว่่าความหมายแก่่นของคํําว่่า เร่่งเครื่�่อง ก็ค็ ืือ การที่่�สิ่�งใดสิ่ง� หนึ่่�
งเพิ่่�มเร็ว็ ขึ้�้น

ภาพที่่� 1.1. การเร่ง่ เครื่�่องของรถยนต์ ์ ภาพที่่� 1.2. นัักกีีฬาเร่ง่ เครื่่�องทำ�ำ คะแนน
ตัวั อย่่างการใช้้คำำ�ว่่า เร่ง่ เครื่่�อง ในบริบิ ทวงการกีีฬา
ตััวอย่่างที่่� 1
‘หงส์์แดง’ เร่ง่ เครื่่�องแซง ‘มิลิ าน’ ระทึึก 3-2 …. (มติิชนออนไลน์์, 2564)
เป็น็ ตััวอย่่างที่่�นำำ�มาจากพาดหััวข่่าวกีีฬาฟุตุ บอลของหนังั สืือพิมิ พ์์ออนไลน์ท์ ี่่�ใช้้คำ�ำ ว่า่
เร่่งเครื่�่องแซง สื่�่อถึึง การที่่� หงส์์แดง หรืือ ทีีมลิิเวอร์พ์ ููล ซึ่่ง� ในตอนแรกตกเป็น็ รองแต่่
ก็็พยายามเค้้นความสามารถให้้เพิ่่ม� ขึ้�้นจนสามารถขึ้น�้ นำ�ำ คู่่�ต่่อสู้ม�้ าได้้

208

ตัวั อย่า่ งที่่� 2
“โปรแจน” วิชิ าณีี มีีชััย และ “โปรโม” โมรีียา จุุฑานุุกาล สองสวิงิ สาวชาวไทย
เร่่งเครื่�่องจนกระโดดขึ้�้นมากลุ่�มผู้น้� ำ�ำ ด้้วยสกอร์์รวม 5 อันั เดอร์์พาร์์
(Siamsport, 2564)
สื่�อ่ ความหมายได้้ว่า่ โปรแจน และ โปรโมจากที่่ต� กเป็น็ รองสามารถเค้้น
ความสามารถให้้เพิ่่ม� ขึ้น�้ เพื่่�อให้้ชนะคู่่�ต่่อสู้�้คนอื่น่� ๆ จนขึ้น้� มาอยู่�ในกลุ่�มผู้้น� ำำ�ได้้

ทำ�ำ ไมถึึงต้อ้ ง เร่ง่ เครื่่อ� ง
ผู้้เ� ขีียนสัันนิฐิ านว่า่ เป็็นการสร้้างคำำ�จากการใช้้กระบวนการทางปริิชาน คืือ

การอุปุ ลักั ษณ์์โดยเปรีียบเทีียบ เครื่่�องยนต์ ์ กัับ นัักกีีฬา โดย เครื่�อ่ งยนต์์ เป็น็ สิ่่ง� ใกล้้ตัวั
และคุ้�นเคยมากกว่า่ จึึงเป็็นวงศ์ค์ วามหมายต้้นทาง และ นักั กีีฬา ซึ่่�งเป็็นสิ่่ง� ที่่ค�ุ้�นเคย
น้้อยกว่า่ เป็น็ ความหมายปลายทาง

สรุุปผลการศึึกษา
คำ�ำ ว่่าเร่่งเครื่�่อง หมายถึึง การที่่�สิ่ง� ใดสิ่ง� หนึ่่ง� เพิ่่ม� เร็ว็ ขึ้้�น คำำ�ว่า่ เร่่งเครื่่�องที่่�ใช้้ในวงการ

กีีฬาก็เ็ กิดิ จากมโนทััศน์์ที่่�เปรีียบนัักกีีฬาเหมืือนกับั เครื่่�องยนต์์ และคำำ�ว่า่ เร่ง่ เครื่�่องนั้้�น
มีีมากกว่่าหนึ่่�งความหมายและความหมายแต่่ละความหมายก็็มีีความเกี่ �ยวเนื่่�องกััน
ดังั นั้้น� คำำ�ว่่าเร่่งเครื่�่อง จึึงจััดว่่าเป็็นคำำ�หลายความหมายโดยทุกุ ความหมายเป็น็ คำำ�กริิยา

209

เอกสารอ้า้ งอิงิ
มติิชนออนไลน์.์ (2564). ‘หงส์แ์ ดง’ เร่่งเครื่่อ� งแซง ‘มิลิ าน’ ระทึึก 3-2 ‘เรืือใบ’
เปิดิ รัังไล่อ่ ัดั ‘ไลป์์ซิิก’ 6-3. เข้้าถึึงเมื่อ่� 30 ตุุลาคม 2564 เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.matichon.co.th/sport/news_2941776
ราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2554). พจนานุุกรม ฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554.
เข้้าถึึงเมื่อ�่ 30 ตุุลาคม 2564 เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.
go.th/index.php
ราชบััณฑิิตยสภา. (2560). พจนานุุกรมศัพั ท์์ภาษาศาสตร์์ (ภาษาศาสตร์์

ทั่่ว� ไป) ฉบัับราชบัณั ฑิติ ยสภา. กรุุงเทพฯ: สํํานักั งานราชบััณฑิิตยสภา.
โสมรวีี สมเพชร. (2563). “การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:

การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน.” นิสิ ิิตระดับั ดุุษฎีีบััณฑิติ
ภาควิชิ าภาษาไทย คณะอัักษรศาสตร์์จุฬุ าลงกรณ์์มหาวิิทยาลัยั .
Siamsport. (2564). “โปรแจน-โปรโม”เร่่งเครื่่�องตามผู้�นำำ�2แต้้มรอบสองเอไอจีี
วีีเมนส์ฯ์ . เข้้าถึึงเมื่�อ่ 30 ตุุลาคม 2564 เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.siamsport.co.th/golf/other/view/248249

210

เราทํําผมทรงบ๊อ๊ บเท เทน้ํํ�า เทใจให้้แล้ว้ ทํําไมยังั โดนเท

นางสาวปภััสรา แจ้้งสุุทิิมล 05610263
ส่่วนนำำ�
คํําว่า่ “เท” ในภาษาไทยตามพจนานุกุ รมฉบัับราชบัณั ฑิิตยสถาน พ.ศ. 2544
ให้้ความหมายไว้้ 2 ความหมาย ได้้แก่่ 1.) ก. ตะแคงหรืือเอีียงภาชนะเพื่�่อให้้สิ่่�งที่่อ� ยู่�
ในนั้้�นไหลลงไปหรืือออกไป 2.) ว. เอีียงหรืือตะแคงไปข้้างหนึ่่�ง โดยคํําว่่า “เท” มีี
การขยายความหมายไปสู่่�ความหมายอื่่�นที่่�นิิยมใช้้ในปััจจุุบััน ได้้แก่่ 3.) ก. เข้้าข้้างใด
ข้้างหนึ่่�งอย่่างเต็็มที่่,� ทุ่่�มเทความรักั ให้้หมดหััวใจ 4.) ก. ทอดทิ้้ง� , ละเลย ดังั นั้้�นคํําว่่า
“เท” จึึงเป็็นคํําที่่�มีีหลายความหมาย
คํําหลายความหมาย คืือ คํําที่่�เขีียนเหมืือนกััน ออกเสีียงเหมืือนกััน
แต่่ความหมายต่า่ งกันั และมีีหน้้าที่่�ทางไวยากรณ์ไ์ ด้้หลายหน้้าที่่� เช่่น คํํานาม คํํากริิยา
คํําสรรพนาม การใช้้คํําในแต่่ละความหมายขึ้้�นอยู่่�กัับปริิบทแวดล้้อมผู้้�ใช้้ภาษาจึึง
จํําเป็็นต้้องเข้้าใจความหมายของคํําอย่่างชััดเจน การใช้้ภาษาบ่่งบอกถึึงความคิิดของ
ผู้้�ใช้้ภาษา วิิเวีียน เอฟแวนส์์ และ เมลานีี กรีีน (Evans and Green, 2006 : 1) กล่่าวถึึง
สมมติิฐานเบื้้�องต้้นในการศึึกษาภาษาตามแนวภาษาศาสตร์ป์ ริิชานว่่า ภาษาคืือสิ่ �งที่่�
สะท้้อนรููปแบบความคิิดของผู้้�ใช้้ภาษา การศึึกษาภาษาได้้แก่่การศึึกษารููปแบบ
กระบวนการในการสร้้างมโนทัศั น์์ของผู้้�ใช้้ภาษา ภาษาจึึงเปรีียบเสมืือนหน้้าต่า่ งที่่เ� ปิิด
ให้้เห็น็ ถึึงการทํํางานในระบบปริชิ านของผู้้�ใช้้ภาษา
งานวิิจััยที่่�น่่าสนใจเกี่่�ยวกัับคํําหลายความหมายในภาษาไทย เช่่น โสมรวีี
สมเพชร (2563) ที่่�ศึึกษาการขยายความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย:
และรุ่�งทิิพย์์ รััตนภานุุศร (2549) ที่่�ศึึกษาเกี่ �ยวกัับการขยายความหมายของคํํากริิยา
แสดงการรัับรู้้ด� ้้วยตาในภาษาไทย: ผู้ว�้ ิิจััยจึึงสนใจที่่จ� ะศึึกษาคํําว่า่ “เท” ในภาษาไทย
เนื่่�องจากปััจจุุบัันมีีผู้้�ใช้้คํําว่่า “โดนเท” จํํานวนมากผู้้�วิิจััยจึึงสนใจประเด็็นเกี่ �ยวกัับ
การขยายความหมายของคํําว่่า “เท”

211

โดยผู้ว�้ ิจิ ัยั ตั้ง� วัตั ถุปุ ระสงค์ไ์ ว้้ 2 ประการ คืือ 1) เพื่อ�่ วิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคํําว่า่ “เท”
ในภาษาไทย และ 2) เพื่อ�่ วิิเคราะห์์ความสัมั พัันธ์ร์ ะหว่่างความหมายต่า่ ง ๆ ของคํําว่่า
“เท” ในภาษาไทย
การศึึกษาคํําหลายความหมายจากคํําว่่า “เท” ผู้้�วิิจััยค้้นหาข้้อมููลจาก
คลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติิ ในพระราชููปถััมภ์์ สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ
สยามบรมราชกุมุ ารีี ภาควิชิ าภาษาศาสตร์์ คณะอักั ษรศาสตร์ ์ จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั
และศููนย์์ข้้อมููลมานุุษวิิทยาสิิริินธร ข้้อมููลดัังกล่่าวเป็็นตััวอย่่างการใช้้คํําที่่�พบได้้จริิง
ใน ชีีวิติ ประจํําวันั นอกจากนี้้�ยัังนํํามาวิเิ คราะห์์ความหมายและวิเิ คราะห์์ความสััมพันั ธ์์
ทางความหมายของคํําว่า่ “เท” อีีกด้้วย ผู้ว�้ ิจิ ัยั สนใจศึกึ ษาคํําว่า่ “เท”ที่่เ� ป็น็ คํํากริยิ าและ
คํําวิิเศษณ์์เนื่่�องจากสามารถขยายความหมายไปสู่่�ความหมายเปรีียบอย่่างเห็็นได้้ชััด

ความหมายของคํําว่่า “เท” ในภาษาไทย
ผลการศึึกษาพบว่่าคํําว่่า “เท” มีี 4 ความหมาย ได้้แก่่ 1.) ก. ตะแคงหรืือ
เอีียงภาชนะเพื่่�อให้้สิ่่�งที่่�อยู่�ในนั้้�น ไหลลงไปหรืือออกไป 2.) ว.เอีียงหรืือตะแคงไป
ข้้างหนึ่่�ง 3.) ก. เข้้าข้้างใดข้้างหนึ่่�งอย่่างเต็็มที่่�, ทุ่่�มเทความรัักให้้หมดหััวใจ
4.) ก. ทอดทิ้้ง� , ละเลย

ความหมายที่�่ 1 ตะแคงหรืือเอีียงภาชนะเพื่่อ� ให้ส้ิ่ง� ที่่อ� ยู่�ในนั้้น� ไหลลงไปหรือื ออกไป
มัักใช้้เป็็นคํํากริิยาที่่�ต้้องการกรรม ส่ว่ นใหญ่่จะใช้้ในบริบิ ทเกี่�ยวกับั สิ่่�งของ
พบตััวอย่า่ งดัังนี้้�
ตััวอย่่างที่่� 1 พอน้ํ�ามัันร้้อนเทไข่ใ่ ส่่ลงไป
ตััวอย่่างที่่� 2 ห้้ามเทสารที่่เ� ป็็นพิิษต่่อจุุลินิ ทรีีย์ล์ งในบ่่อเกรอะ

212

ความหมายที่�่ 2 เอีียงหรือื ตะแคงไปข้้างหนึ่่ง� ซึ่่�งเป็น็ คํําวิเิ ศษณ์์
มัักใช้้ขยายคํํากริยิ า คํํานามและคํําสรรพนาม เพื่อ�่ บ่่งบอกลัักษณะบางอย่า่ งที่่�เอีียง
หรืือตะแคงไปข้้างหนึ่่�ง ทํําให้้มองเห็็นภาพการเอนไปด้้านใดด้้านหนึ่่�ง
พบตัวั อย่่างดังั นี้้�
ตัวั อย่่างที่่� 3 สาวผมสั้น� ก็็ต้้องบ๊๊อบเทเดินิ ไปไหนก็ต็ ้้องหัวั เอีียงไปข้้างนึึงตลอดเวลา

ความหมายที่่� 3 เข้า้ ข้้างใดข้า้ งหนึ่่ง� อย่่างเต็็มที่่�, ทุ่�มเทความรักั ให้ห้ มดหััวใจ
ซึ่ง� เป็็นคํํากริยิ า มัักใช้้คู่่�กัับคํํานามและคํํากริิยาเพื่�่อบ่่งบอกเกี่�ยวกับั แบ่่งแยกฝ่า่ ยว่่า
อยู่�ฝั่ง� ใด เช่น่ เทคะแนน เทใจ พบตัวั อย่า่ งดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งที่่� 4 บรรดาผู้บ้� ริิหารบริิษัทั ที่่�มีีหุ้้น� อยู่�ในมืือจํํานวนมากและรู้ข�้ ้้อมููลในระดับั ลึึก
ก็็จะเทขายหุ้้น� ของตััวเอง
ตััวอย่่างที่่� 5 หน่่วยงานที่่ร� ับั ผิดิ ชอบนโยบายการเงิินของเยอรมนีีได้้ทํําการแทรกแซง
ตลาดเงิิน โดยการเทขายดอลลาร์์อย่่างหนักั

ความหมายที่่� 4 ทอดทิ้้ง� , ละเลย มักั ใช้้เป็็นคํํากริิยาซึ่�งอธิิบายเกี่�ยวกับั สถานการณ์์
ด้้านลบ เป็็นภาษาพููด และเป็็นศััพท์์สแลงที่่�วัยั รุ่่�นใช้้ในปัจั จุุบััน มักั ใช้้คู่่�กับั คํําว่่า
“โดน” กลายเป็น็ “โดนเท” พบตััวอย่า่ งดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งที่่� 6 ผ่า่ พ.ร.บ.แม่่วััยรุ่่�น ท้้องเรีียนได้้ กฎหมายรัับรองแต่น่ ัักเรีียนโดนเท
ตััวอย่่างที่่� 7 อังั กฤษโดนเทโควิดิ กลายพัันธุ์์�

ความสัมั พันั ธ์์ระหว่า่ งความหมายต่า่ ง ๆ ของคํําว่่า “เท”
คํําว่่า “เท” มีี 4 ความหมาย แสดงให้้เห็็นความสััมพัันธ์์ทางความหมาย
โดยมีีการขยายความหมายจาก ความหมายหลัักไปสู่่�ความหมายเปรีียบ ซึ่่�งมีี
ความหมายต่่างไปจากเดิิม แต่่ละความหมายล้้วนมีีความสััมพัันธ์์ต่่อกัันโดยมีี
อุปุ ลักั ษณ์์และนามนัยั เข้้ามามีีบทบาทในการเชื่อ่� มโยงความสัมั พัันธ์์ดังั กล่า่ ว

213

ความหมายที่่� 1 คืือความหมายหลักั ของคํําว่่า “เท” หมายถึึง ตะแคงหรืือ
เอีียงภาชนะเพื่่อ� ให้้สิ่่ง� ที่่อ� ยู่�ในนั้้�นไหลลงไปหรืือออกไป มัักใช้้เป็น็ คํํากริิยา นอกจากนี้้�
ความหมายที่่� 1 ยังั สามารถขยายความหมายไปสู่่�ความหมายเปรีียบดัังในความหมาย
ที่่� 4 อีีกด้้วย
ความหมายที่่� 2 คืือความหมายหลักั ของคํําว่่า “เท” หมายถึึง เอีียงหรืือ
ตะแคงไปข้้างหนึ่่ง� มัักใช้้เป็น็ คํําวิเิ ศษณ์์ ความหมายที่่� 2 สามารถขยายความหมายไป
สู่�ความหมายเปรีียบดัังในความหมายที่่� 3
ความหมายที่่� 3 คืือความหมายเปรีียบ จากความหมายที่่� 2 หมายถึึง
เอีียงหรืือตะแคงไปข้้างหนึ่่ง� ทํําให้้คํําว่า่ “เท” ในความหมายที่่� 3 สามารถขยาย
ความไปสู่่�ความหมาย “เข้้าข้้างใดข้้างหนึ่่ง� อย่า่ งเต็ม็ ที่่,� ทุ่่�มเทความรัักให้้หมดหัวั ใจ”
ผ่่านกลไกนามนััย ซึ่่ง� ความหมายทั้้�ง 2 และความหมายที่่� 3 อยู่�ในวงมโนทัศั น์เ์ ดีียวกันั
และมีีความสัมั พัันธ์ใ์ กล้้ชิิดกััน จึึงต้้องตีีความจากประสบการณ์ท์ ั่่�วไป คํําว่า่ “เท”
เกิิดความหมายใหม่่ หมายถึึง เข้้าข้้างใดข้้างหนึ่่�งอย่า่ งเต็็มที่่�

ภาพที่่� 1 ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่่างความหมายที่่� 2 และ 3 ผ่า่ นกลไกนามนััย

214

ความหมายที่่� 4 เป็็นความหมายเปรีียบ จากความหมายที่่� 1 หมายถึึง ตะแคงหรืือ
เอีียงภาชนะเพื่่�อให้้สิ่่�งที่่�อยู่�ในนั้้�นไหลลงไปหรืือออกไป จึึงทำำ�ให้้คำำ�ว่่า “เท” ใน
ความหมายที่่� 4 สามารถขยายความหมายไปสู่่� “ทอดทิ้้�ง, ละเลย” ผ่่านกลไก
อุปุ ลักั ษณ์์ โดยมีีวงต้้นเค้้า (source domain) คืือ ตะแคงหรืือเอีียงภาชนะเพื่อ่� ให้้สิ่่�งที่่�
ไหลอยู่ �นั้ �นไหลลงไปหรืือออกไป ซึ่่�งเป็็นรููปธรรม ขยายความหมายหรืือเคลื่่�อนที่่�ไปสู่่�
วงเป้า้ หมาย (target domain) คืือ ทอดทิ้้�ง, ละเลย ซึ่่ง� เป็น็ นามธรรม จึึงเปรีียบได้้ว่่า
การตะแคงภาชนะเพื่�อ่ ให้้สิ่่�งที่่�อยู่�ในนั้้น� ไหลออกไปถืือเป็็นการทอดทิ้้ง� หรืือละเลย
นั่่�นเอง

ภาพที่่� 2 ความสััมพัันธ์ร์ ะหว่่างความหมายที่่� 1 และ 4 ผ่่านกลไกอุปุ ลักั ษณ์์
สรุปุ ผลการศึึกษา
จากการศึกึ ษาความหมายของคำำ�ว่า่ “เท” ในภาษาไทย พบว่่ามีี 4 ความหมาย
ได้้แก่่ 1.) ก. ตะแคงหรืือเอีียงภาชนะเพื่�อ่ ให้้สิ่่ง� ที่่อ� ยู่�ในนั้้น� ไหลลงไปหรืือออกไป 2.) ว.
เอีียงหรืือตะแคงไปข้้างหนึ่่ง� 3.) ก. เข้้าข้้างใดข้้างหนึ่่ง� อย่า่ งเต็็มที่่�, ทุ่่�มเทความรักั ให้้
หมดหััวใจ 4.) ก. ทอดทิ้้�ง, ละเลย ประกอบไปด้้วยความหมายหลักั และความหมาย
เปรีียบ คำ�ำ ว่่า “เท” จึึงมีีหลายความหมายและสามารถนำ�ำ ไปใช้้ได้้หลายปริบิ ท

215

การวิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ทางความหมายแสดงให้้เห็็นว่่าความหมายที่่� 1
และ 2 สามารถขยายความหมายไปสู่่�ความหมายที่่� 3 และ 4 ได้้ด้้วยกระบวนการ
นามนััยและกระบวนการอุุปลัักษณ์์ แสดงให้้เห็็นความสััมพัันธ์์ระหว่่างความหมาย
ผ่่านมุุมมองปริิชาน การใช้้ภาษาจึึงจำำ�เป็็นต้้องใช้้ความรู้้�ความเข้้าใจผ่่านการคิิดและ
ประสบการณ์์ในการตีีความ ดัังนั้้�นการเข้้าใจในแต่่ละความหมายของคำำ�ว่่า “เท”
ต้้องอาศััยปริิบทแวดล้้อม เพื่่�อให้้สามารถเข้้าใจความหมายอย่่างลึึกซึ้้�งและสามารถ
นำำ�คำำ�ว่่า “เท” ไปใช้้อย่่างถููกต้้อง
จากการศึึกษาคำำ�ว่่า “เท” ในภาษาไทยเป็็นคำำ�ที่่�มีีหลายความหมาย
นอกจากนี้้�ยัังมีีคำำ�ที่่�น่่าสนใจและมีีหลายความหมายอีีกมากมาย จึึงแสดงให้้เห็็นว่่า
ภาษาสามารถเปลี่่�ยนแปลงไปตามกาลเวลาและไม่่คงที่่� ในอนาคตอาจมีี
การขยายความหมายเพิ่่�มเติิมจากเดิิม ผู้้�วิิจััยหวัังว่่าจะมีีผู้้�ที่่�สนใจศึึกษาเกี่่�ยวกัับ
คำำ�หลายความหมายผ่่านมุุมมองของอรรถศาสตร์์ปริิชานเพิ่่�มขึ้้�นในอนาคต

216

เอกสารอ้้างอิงิ
ปณิิดดา เกษมจันั ทโชติ.ิ (2561). เปิิด9ศััพท์์ฮิติ วัยั รุ่่�นแห่ง่ ปีี ‘หัวั ร้้อน-นก-โดนเท-
เมพขิิงๆ’.เข้้าถึึงเมื่่�อ 24 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://www.77ka
oded.com/news/panidda/127533
รุ่�งทิพิ ย์ ์ รััตนภานุุศร. (2549) การขยายความหมายของคำำ�กริิยาแสดงการรับั รู้้�ด้ว้ ย
ตาในภาษาไทย. (วิทิ ยานิิพนธ์์ปริิญญาดุุษฎีีบััณฑิิต). กรุุงเทพฯ
จุฬุ าลงกรณ์์มหาวิทิ ยาลััย. เข้้าถึึงได้้จาก https://doi.nrct.go.th/ListDoi/
listDetail?Resolve_DOI=10.14457/CU.the.2006.82
ภาควิชิ าภาษาศาสตร์์ คณะอักั ษรศาสตร์์ จุฬุ าลงกรณ์ม์ หาวิทิ ยาลััย. TNC: THAI
NATIONAL CORPUS (ThirdEdition) ในพระราชููปถััมภ์์สมเด็จ็
พระเทพรัตั นราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุมุ ารีี. เข้้าถึึงเมื่อ�่ 23 ตุลุ าคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก http://www.arts.chula.ac.th/~ling/tnc3/
ศููนย์ข์ ้้อมููลมานุุษวิิทยาสิริ ินิ ธร. (ม.ป.ป). อัังกฤษโดนเท-โควิิดกลายพันั ธุ์์�. เข้้าถึึงเมื่อ�่
22 ตุุลาคม 2564.เข้้าถึึงได้้จาก https://db.sac.or.th/clipping/th/news/
read/202100177
ศููนย์์ข้้อมููลมานุุษวิทิ ยาสิริ ินิ ธร. (2561). ผ่า่ พ.ร.บ.แม่ว่ ัยั รุ่่�น ท้อ้ ง...เรีียนได้้ กม.
รับั รอง แต่่ นร.โดนเท!?.เข้้าถึึงเมื่อ�่ 22 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จากhttps://
db.sac.or.th/clipping/th/news/read/201900871
โสมรวีี สมเพชร. (2563). “การขยายความหมายของคำำ�ว่า่ “กัดั ” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน.” ภาษาและวรรณคดีีไทย 37, 2
(กรกฎาคม – ธันั วาคม); 1-36.

217

“ลั่�น” หลากหลายใช้ย้ ังั ไงดีี ?

นางสาวปิิยฉัตั ร ฤกษ์ฉ์ วีี 05610739
ส่่วนนำำ�
บทความนี้้ม� ีีวััตถุปุ ระสงค์์เพื่�อ่ วิิเคราะห์์ความหมายของคำำ�ว่า่ “ลั่�น” ใน
ภาษาไทย โดยมุ่�งอธิบิ ายความหมายของคำำ� และการใช้้คำำ�ว่า่ ลั่่น� ในประโยคต่า่ ง ๆ
โดยผู้�้เขีียนจะทำำ�การศึกึ ษาเกี่�ยวกัับความหมายของคำำ�ว่า่ “ลั่�น” ในความหมายต่า่ ง ๆ
รวมถึึงคำ�ำ ว่่า ลั่�น ที่่�ใช้้ในปััจจุุบััน ซึ่่ง� มีีความหมายแตกต่า่ งออกไป จึึงนำำ�มาสู่�การวิิเคราะห์์
ความหมายของคำ�ำ ว่่า “ลั่น� ” และความแตกต่า่ งของการใช้้คำ�ำ ว่่า “ลั่น� ”ว่่ามีีความ
เปลี่่ย� นแปลงจากความหมายเดิิมอย่า่ งไร โดยการค้้นคว้้าข้้อมููลจากแหล่ง่ ออนไลน์์
ต่า่ ง ๆ
สมมติฐิ านของการวิิจััยนี้้ค� ืือ “ลั่�น” ในความหมายที่่น� ิยิ มใช้้กันั ในปััจจุบุ ััน
เกิดิ จากความคิดิ เชิงิ มโนทััศน์ ์ จากคำำ�ว่่า “ลั่�น”ในความหมายเดิมิ ที่่�แปลว่า่ เกิิดเสีียงดังั
เปลี่่�ยนแปลงไปเป็็นความหมายต่่าง ๆ ซึ่่ง� อ้้างอิงิ มาจากความหมายเดิิม
คำ�ำ ว่า่ “ลั่น� ” ตามพจนานุุกรม ฉบัับราชบัณั ฑิติ ยสถาน (2554) เป็็นคำ�ำ กริยิ า
หมายถึึง มีีเสีียงดังั เช่่น ฟ้้าลั่น� ไม้้ลั่่น� กระดานลั่่น� , ทำ�ำ ให้้มีีเสีียงดังั หรืือทำำ�ให้้เกิดิ เสีียง
ดังั เช่่น ลงบัันได บันั ไดลั่น� บิดิ ตััวจนกระดููกลั่�น แต่่นอกจากความหมายในพจนานุุกรม
นี้แ�้ ล้้ว คำำ�ว่า่ “ลั่�น” ยังั เป็็นคำำ�ที่่ม� ีีอีีกหลายความหมาย ไม่่ว่า่ จะเป็น็ การพููดอย่่าง
หนักั แน่่น เช่น่ ลั่่น� ปาก, ลั่่น� วาจา และในปัจั จุบุ ัันยังั มีี คำำ�ว่า่ “ลั่น� ” ที่่�หมายถึึงการแสดง
ความไม่่ได้้ตั้้ง� ใจ หรืือการทำำ�ออกไปโดยไม่่คิดิ ไตร่ต่ รองให้้ดีี เช่น่ ปากลั่�น, มืือลั่�น
นิิยมใช้้ในหมู่่�วััยรุ่่�น

218

ตัวั อย่่างความหมายของคํําว่า่ “ลั่�น”
ความหมายที่่� 1 : เสีียงที่่ด� ัังมาก เป็็นความหมายพื้้�นฐานตามในพจนานุุกรม หมายถึึง
การกระทำ�ำ ของสิ่ง� ใดสิ่ง� หนึ่่�ง เช่่น ฟ้้าลั่น� หััวเราะลั่�น
ตััวอย่่างการใช้้ : แม่่หัวั เราะลั่�นเมื่่อ� เห็็นลููกร้้องไห้้ดังั ลั่�นเพราะเสีียงฟ้้า
ร้้องฟ้้าลั่�น

ความหมายที่�่ 2 : เป็็นการกระทำำ�ที่่�กระทำ�ำ ต่อ่ สิ่�งใดสิ่ง� หนึ่่�งแล้้วทำำ�ให้้เกิดิ เสีียงดััง
เช่่น ลั่่�นกลอง
ตััวอย่า่ งการใช้้ : บุุเรงนองลั่น� กลองรบ

ความหมายที่�่ 3 : การยิงิ (สำำ�หรัับอาวุุธ) เช่น่ ลั่่น� ธนูู ลั่่�นปืืน ลั่่�นไก
ตััวอย่่างการใช้้ : ตำำ�รวจลั่่น� ปืืนใส่ผ่ ู้ร้� ้้ายหลัังจากช่่วยตััวประกันั ได้้สำำ�เร็็จ

219

ความหมายที่่� 4 : การพููดอย่่างหนักั แน่่นแสดงว่่าต้้องทำำ�ตามคำ�ำ พููด เป็น็ การพููดเชิิง
ให้้สัญั ญา เช่่น ลั่่�นปาก ลั่่น� วาจา ลั่่�นคำำ�
ตัวั อย่า่ งการใช้้ : คุุณลั่�นวาจามาแล้้วนะว่่าคุุณจะทำ�ำ ให้้ได้้,
เขาลั่�นวาจาว่่าจะแก้้แค้้นให้้ได้้

ความหมายที่�่ 5 : ใส่่หรืือลงสลักั เช่น่ ลั่่น� ดาล ลั่่น� กุญุ แจ
ตััวอย่า่ งการใช้้ : เธอลั่�นดาลประตููไม่ย่ อมให้้ใครเข้้าไป

ความหมายใหม่่
ทุกุ คนเคยสงสัยั กัันไหมว่่า คำำ�ว่า่ มืือลั่�น มีีที่่ม� าจากไหน มืือไม่่น่า่ จะเป็น็ สิ่่ง�
ที่่�ส่ง่ เสีียงออกไปได้้ นอกจากคำ�ำ ว่า่ ลั่น� ในหลายๆความหมายที่่�เรารู้�จ้ ักั กันั อยู่�แล้้วยัังมีี
คำำ�ว่่า ลั่่�น ที่่ห� มายถึึงการกระทำำ�สิ่่�งใดไปโดยไม่่ได้้ตั้้�งใจ เช่น่ มืือลั่�น, ปากลั่�น นิิยมใช้้กันั
มากในปััจจุบุ ัันส่ว่ นมากพบเจอในหมู่่�วัยั รุ่่�น ตัวั อย่า่ งที่่�มีีการใช้้คำำ� เช่่น ฉันั มืือลั่น� กด
ส่่งข้้อความไปหาอาจารย์ ์

220

เปรีียบเทีียบความหมายคำ�ำ ว่า่ “ลั่น� ” กับั ความหมายใหม่่
“ปากลั่�น” โดยความหมายในที่่�นี้�้ หมายถึึงว่่า การพููดอะไรออกไปโดยไม่่คิดิ
ไตร่่ตรองให้้ดีีซึ่่ง� จะมีีความหมายตรงข้้ามกัับคำำ�ว่่า “ลั่�นปาก” ที่่�มีีความหมายว่่า
การพููดอย่่างหนัักแน่น่ แสดงว่่าต้้องทำำ�ตามคำำ�พููด

“ปืืนลั่่น� ” หมายถึึง การที่่ด� ิินปืืนของกระสุนุ ในอาวุธุ ปืืนเกิดิ การจุดุ ระเบิิดและ
ขัับดันั หัวั กระสุุนออกไปโดยที่่ผ� ู้้�ยิงิ ไม่ไ่ ด้้ตั้้ง� ใจ ไม่ว่ ่่าจะด้้วยสาเหตุุใด ๆ เช่่น เกิิดจาก
ความประมาทสะเพร่่าของผู้้ย� ิิง หรืือจากความบกพร่อ่ งของอาวุุธปืืน หรืือความ
บกพร่อ่ งของกระสุนุ ปืืน ซึ่่�งมีีความหมายตรงข้้ามกับั คำำ�ว่่า “ลั่�นปืืน” ที่่�หมายความว่า่
การตั้ง� ใจกระทำำ�ในการลั่�น หรืือยิงิ ปืืนออกไปจากผู้้�อยู่�หลัังพานท้้ายปืืน

221

สรุปุ ผลการศึึกษา
จากการศึกึ ษาความหมายของคํําว่่า “ลั่น� ” ที่่เ� กิดิ ขึ้น�้ ใหม่ ่ พบว่่ามีีความหมาย
แตกต่่างและตรงข้้ามกัับความหมายที่่�มีีอยู่ �แล้้วในพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน
โดยเป็็นการเปลี่่ย� นแปลงความหมายจากความหมายหลัักที่่�มีีอยู่�แล้้ว ผลการศึกึ ษา
ดังั กล่่าวนี้ไ�้ ม่่ได้้อธิบิ ายและยกตัวั อย่่างเฉพาะความหมายของคำำ�ว่า่ ลั่่น� ที่่�มีีอยู่�แล้้ว
เท่่านั้้น� ยังั มีีการพููดถึึง “ลั่�น” ที่่ม� ีีความหมายแตกต่า่ งและมีีการใช้้อย่า่ งในปัจั จุุบันั
ผลจากการวิเิ คราะห์ค์ ำ�ำ ว่า่ “ลั่น� ”ในความหมายใหม่่ได้้ข้้อสรุปุ ว่า่ ถ้้ากริยิ าคำ�ำ ว่า่
“ลั่น� ” มาอยู่�หลัังประธาน จะเป็น็ การแสดงความไม่ไ่ ด้้ตั้้�งใจ ไม่่ได้้เจตนา เช่น่ ปืืนลั่่น�
มืือลั่�น ซึ่่�งจะแตกต่า่ งจากความหมายตามพจนานุกุ รมฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน เช่่น
เกิิดเสีียงดััง การกระทำำ�ต่อ่ สิ่�งใดแล้้วทำำ�ให้้เกิิดเสีียง การใส่่หรืือลงสลักั หรืือการพููด
อย่่างหนักั แน่่นแสดงว่่าต้้องทำำ�ตามคำำ�พููด ซึ่่�งสรุุปได้้ว่า่ “ลั่�น” ในความหมายใหม่่นี้�้เป็น็
คำ�ำ ที่่�เปลี่่ย� นแปลงความหมายจากความหมายเดิิมที่่ม� ีีอยู่�แล้้ว

222

เอกสารอ้้างอิงิ
คำ�ำ ศััพท์์ “‘ลั่�น’” แปลว่า่ อะไร? (2546). Longdo Dict. สืืบค้้นเมื่�่อ
20 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dict.longdo.com/search/%E0
%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99
ลั่�น - วิิกิพิ จนานุุกรม. (2564). วิกิ ิิพจนานุกุ รมพจนานุกุ รมเสรีี. สืืบค้้นเมื่่อ�
20 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จากhttps://th.wiktionary.org/wiki/%E0%B
8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%
สํํานักั งานราชบัณั ฑิิตยสภา.(2554) พจนานุุกรม ฉบับั ราชบััณฑิติ ยสถาน
พ.ศ.2554. สืืบค้้นเมื่อ่� 20 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictio
nary.orst.go.th/

223

สรุปุ ว่่า “เคาะ” หรืือไม่่ “เคาะ”

นางสาวสุุพรรณิิกา เนีียมกลาง 05610461

ส่่วนนำ�ำ
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่่า “เคาะ”
ในภาษาไทย โดยมุ่�งอธิิบายความหมายในระดัับมโนทััศน์์ คํําถามวิิจััยคืือเหตุุใดคํําว่่า
“เคาะ” จึึงมีีความหมายเกี่่�ยวข้้องกัับการตััดสิินใจซึ่่�งมัักจะพบในบริิบทของการ
ประชุุม การพาดหััวข่่าว หรืือการประกาศบนสัังคมออนไลน์์ รวมทั้้�งเมื่่�อประกอบกัับ
บริิบทอื่่�นในประโยคยัังมีีความหมายที่่�ไม่่เหมืือนเดิิมอีีกด้้วย โดยเก็็บรวบรวม
การใช้้คํําว่า่ เคาะ ในบริิบทต่า่ ง ๆ จากแหล่่งข้้อมููล TNC รวมทั้้ง� แหล่่งข้้อมููลออนไลน์์
อื่่น� ๆ เพื่�่อวิเิ คราะห์์หาสาเหตุหุ รืือปััจจัยั ที่่�ทํําให้้เกิิดกระบวนการดัังกล่า่ ว
ผลการศึึกษาพบว่่าสาเหตุุสํําคััญที่่�ทํําให้้ผู้้�ใช้้ภาษาไทยเลืือกใช้้คํําว่่า “เคาะ”
ในความหมายที่่�หมายถึึงการตััดสิินใจ เนื่่�องจากผู้้�ใช้้ภาษามีีโครงสร้้างมโนทััศน์์
เกี่่�ยวกัับการเคาะด้้วยค้้อนในการประมููลและการเคาะด้้วยค้้อนในการพิิพากษาซึ่ �ง
มีีการใช้้ค้้อนเคาะเพื่่�อตััดสิิน จึึงนํําลัักษณะการเคาะดัังกล่่าวมาใช้้ในคํําว่า่ “เคาะ” ที่่�
หมายถึึง การตััดสิินใจขั้้�นสุุดท้้าย อนุุมััติิ หรืือยืืนยััน ซึ่่�งเกิิดการเปลี่่�ยนแปลง
วงมโนทััศน์์จากการเคาะวััตถุุสู่�ลัักษณะการเคาะทางความคิิด โดยผ่่านกระบวนการ
อุุปลัักษณ์์และนามนััย นอกจากนี้้�ยัังพบการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํําว่่า เคาะ
เมื่�อ่ ประกอบกัับคํําอื่�่นอีีกด้้วย

224

คํําว่่า “เคาะ” พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ.2554
ได้้ให้้ความหมายไว้้ดังั นี้้� (1) ก. ใช้้อวััยวะมีีมืือเป็็นต้้นกระทบเบา ๆ เช่่น เคาะจัังหวะ
เคาะบุุหรี่ �, ใช้้มืือหรืือวััตถุุงอ ๆ ตีีหรืือทุุบให้้เกิิดเสีียงเป็็นต้้น เช่่น เคาะประตูู
เคาะระฆััง เคาะตััวถัังรถ (2) ก. พููดเย้้าแหย่่ (3) ว. เลีียบเคีียง เช่่น พููดเคาะ
จ า ก ค ว า ม ห ม า ย ที่่ � ก ล่ ่ า ว ม า พบว่ ่ า ค ว า ม ห ม า ย แ ร ก เ ป็ ็ น ค ว า ม ห ม า ย ที่่ �
เชื่่�อมโยงกัับ “เคาะ” ที่่�หมายถึึงการตััดสิินใจขั้้�นสุุดท้้ายหรืือยืืนยััน
ตามโครงสร้้างมโนทััศน์์ จึึงใช้้ความหมายแรกเพื่่�อศึึกษาการขยายความหมาย
โดยกระบวนการอุุปลัักษณ์์และนามนััย โดยสามารถอภิิปรายสาเหตุุและ
กระบวนการการขยายความหมาย ดัังรายละเอีียดต่่อไปนี้ �้

1. “เคาะ” ในความหมาย การตััดสินิ ใจขั้้�นสุดุ ท้้าย อนุมุ ััติิ หรือื ยืนื ยันั
เคยสงสััยกัันหรืือไม่่ ทํําไมเราจึึงใช้้คํําว่่า “เคาะ” เพื่่�อเป็็นการยืืนยัันหรืือ
บอกว่่าเราตััดสิินใจแล้้ว เช่่น ในบริิบทของการประชุุมงาน แต่่ละคนหรืือแต่่ละฝ่่าย
ต่่างร่่วมกัันเสนอความคิิด เมื่่�อได้้ความคิิดที่่�ทุุกคนเห็็นว่่าดีีแล้้ว ก็็จะมีีการตอบรัับว่่า
“เคาะ เอาตามนั้้�นเลย” เป็็นการสรุุปผลการตััดสิินใจ หรืือ ถ้้าหากยัังไม่่ได้้ผลสรุุป
ก็็อาจจะกล่่าวว่่า “ยัังไม่่เคาะ” ซึ่่�งการใช้้คํําว่่า “เคาะ” ในความหมายการตััดสิินใจ
ขั้้ � นสุ ุ ด ท้้ า ย อ นุ ุ มั ั ติ ิ ห รืื อ ยืืนยั ั น มีีตั ั ว อ ย่ ่ า ง เ พิ่่ � ม เ ติ ิ ม ดั ั ง ต่ ่ อ ไ ป นี้ ้ �

ตััวอย่า่ งประโยค โครงการอบรมเพื่่�อพัฒั นาบุุคลากรประจํําปีีนี้้�
กรรมการส่ว่ นใหญ่่ก็เ็ ห็็นชอบแล้้ว แต่่ท่่านประธาน
ยังั ไม่่เคาะ
ตััวอย่่างประโยค เคาะแล้้ว! อัตั ราใหม่่ค่่าจ้้างขั้�นต่ํํ�า เพิ่่ม� ทุกุ จังั หวัดั
5-22 บาท
(วิกิ ิิพจนานุุกรม)

225

จากตัวั อย่่าง สัังเกตได้้ว่่าบริิบทของการใช้้คํําว่่าเคาะในความหมาย “ตััดสินิ ใจ
ขั้ �นสุุดท้้าย อนุุมััติิ หรืือยืืนยััน” มัักจะเกี่่�ยวข้้องกัับบริิบทของการดํําเนิินประชุุม
หรืือกระบวนการระดมความคิดิ ก่อ่ นที่่จ� ะสรุปุ หรืือประกาศออกมา สาเหตุทุ ี่่เ� ป็น็ เช่น่ นั้้น�
เพราะการเคาะเปรีียบเสมืือนการส่ง่ สัญั ญาน (เสีียง) เพื่อ�่ บอกให้้เหตุุการณ์ท์ ี่่ด� ํําเนินิ อยู่�
สิ้้�นสุุดลง นํําไปสู่่�การสรุุปหรืือตััดสิินใจขั้้�นสุุดท้้าย แสดงให้้เห็็นถึึงการเชื่่�อมโยง
มโนทััศน์์ของการเคาะในความหมายพื้้�นฐานกัับการเคาะในบริิบทของการประมููล
และการตััดสิินคดีีในชั้้�นศาลซึ่่�งการเคาะของทั้้�งสองบริิบทนี้้�เป็็นการเคาะเพื่่�อสื่่�อถึึง
การตััดสินิ ใจหรืือให้้ผลสรุุป

1.1 เคาะ จากมโนทััศน์์การประมูลู
การประมููลคืือวิิธีีการขายทรััพย์์หรืือสิินค้้า โดยเปิิดให้้มีีการแข่่งขัันราคาซึ่ �งมีี
เวลาจํํากัดั เมื่่อ� หมดเวลาแล้้ว ฝ่า่ ยประธานการขายก็็จะเคาะค้้อนเพื่อ�่ บ่่งบอก
ว่่าหมดเวลาและสรุุปราคาได้้แล้้ว ดัังนั้้�นการเคาะจึึงเปรีียบเสมืือนการ
ตััดสิินผลสุุดท้้าย เพราะเหตุุนี้้�เราจึึงเชื่่�อมโยงมโนทััศน์์ของเคาะที่่�เกิิดขึ้้�นใน
บริิบทการประมููลมาใช้้กับั กระบวนการตััดสินิ ใจขั้้น� สุดุ ท้้าย

ภาพที่่�แสดงโครงสร้้างมโนทัศั น์ก์ ารประมููล

226

นอกจากนี้้�ยัังพบคำำ�ที่่�มัักใช้้กัับการสรุุปผลของราคา คืือคำำ�ว่่า เคาะราคา
เป็็นการบอกราคาสุุดท้้าย ซึ่่�งเชื่่�อมโยงกัับมโนทััศน์์ของการประมููลดัังที่่�กล่่าวข้้างต้้น
ตััวอย่า่ งประโยค เขาจะตกลงราคาที่่ส� ููงกว่่าราคาที่่�ตั้ง� ไว้้ 10 เท่า่ ทำ�ำ ให้้คนคิิด
ว่่าขายไปได้้เท่่านั้้�นจริงิ ๆ เช่น่ สมมติิเคาะราคาที่่� 10,000
ปอนด์์ แต่่จริงิ ๆ ไม่่ใช่่
(จากแหล่่งข้้อมููล TNC)

1.2 เคาะ จากมโนทัศั น์์การพิพิ ากษา
จากการรัับรู้้�ของบุุคคลในกระบวนการตััดสิินคดีีในชั้้�นศาล หากผู้้�พิิพากษา
เคาะค้้อนแสดงว่่าผู้้�พิิพากษาตััดสิินคดีีนั้้�นแล้้ว ซึ่่�งตามความเป็็นจริิง การเคาะค้้อน
ในชั้้�นศาลไม่่ได้้ใช้้เพีียงเพื่่�อแสดงการสรุุปคำำ�พิิพากษา แต่่ยัังใช้้เคาะเพื่่�อเรีียก
ความสนใจในขั้้�นตอนวิินิิจฉััย รวมทั้้�งใช้้ค้้อนเคาะเพื่่�อเตืือนหากมีีการถกเถีียงที่่�รุุนแรง
อีีกด้้วย โดยค้้อนเรีียกว่่า ค้้อนประธาน หรืือ ค้้อนแกเฟิิล ซึ่่ง� มัักจะเห็น็ ในต่า่ งประเทศ
แต่ศ่ าลในประเทศไทยไม่่ได้้มีีการใช้้ค้้อนเคาะในกระบวนการตััดสินิ คดีีความ เราน่า่ จะ
รัับมโนทััศน์์จากการรัับรู้้�ผ่่านสื่่�อที่่�มีีการใช้้ค้้อนในการตััดสิินคำำ�พิิพากษา เราจึึงนำำ�
มโนทััศน์์การใช้้ค้้อนเคาะจากขั้ �นตอนการพิิจารณาหรืือตััดสิินคดีีมาใช้้ตััดสิินในเรื่่�อง
อื่น�่ ๆ ที่่ม� ีีกระบวนการคิดิ หรืือพิิจารณา และใช้้คำำ�ว่า่ “เคาะ” เพื่�อ่ ประกาศหรืือบ่่งบอ
กว่า่ สิ้�นสุดุ การตัดั สิินใจ

ภาพแสดงโครงสร้้างมโนทััศน์ก์ ารพิิพากษา

227

2. เคาะ : การเปลี่�่ยนแปลงมโนทัศั น์์จากเคาะวัตั ถุุ สู่�เคาะทางความคิิด
เคาะในความหมายหลักั หมายถึึง ใช้้อวัยั วะ เช่น่ มืือ กระทบเบา ๆ และใช้้มืือ
หรืือวััตถุุงอ ๆ ตีีหรืือทุุบให้้เกิิดเสีียง บุุคคลนำำ�ภาพของการเคาะค้้อนจากการตััดสิ้ �น
ของผู้้�พิิพากษาในชั้้�นศาล และการเคาะค้้อนในการประมููลมาเปรีียบเทีียบ จึึงอนุุมาน
ได้้ว่่า เคาะ หมายถึึง สิ้้น� สุดุ การตััดสินิ อนุมุ ัตั ิิ หรืือยืืนยััน ซึ่่�งเป็็นการเปลี่่ย� นแปลงทาง
ความหมายที่่เ� กิดิ ขึ้้�นโดยกระบวนการนามนัยั
นอกจากนี้้�ความหมายพื้้�นฐานของ เคาะ เป็็นลัักษณะการเคาะที่่�กระทำำ�กัับ
วััตถุุหรืือสิ่�งของ เช่่น เคาะโต๊๊ะ เคาะนิ้้ว� หรืือแม้้แต่่ เคาะจังั หวะ ก็็ต้้องเกิิดจากการ
กระทบกัับวััตถุุหรืือสิ่ �งใดสิ่ �งหนึ่่�ง เพื่่�อให้้เกิิดเสีียงที่่�เป็็นจัังหวะ ลัักษณะการเคาะใน
ความหมายพื้้�นฐานจึึงต่่างจากการเคาะในความหมายใหม่่ที่่�หมายถึึงตััดสิินใจหรืือ
อนุุมััติิ ซึ่่�งจะเกิิดขึ้้�นกัับการกระบวนการทางความคิิด การเคาะในความหมายนี้้�
จึึงเป็็นการเคาะทางความคิิด ความหมายที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปเกิิดขึ้้�นโดยกระบวน
การอุุปลัักษณ์์ โดยมีีการเปลี่่�ยนแปลงวงมโนทััศน์์การเคาะจากวััตถุุหรืือสิ่ �งของไปสู่่�
ความคิิดกล่่าวได้้ว่่ากระบวนการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคำำ�ว่่าเคาะ เกิิดขึ้้�นโดย
กระบวนการนามนัยั ก่อ่ นที่่จ� ะเข้้าสู่�กระบวนการอุปุ ลักั ษณ์ ์ โดยเชื่อ�่ มโยงความสัมั พันั ธ์์
ระหว่่างความหมายพื้้�นฐานซึ่่�งมีีลัักษณะเป็็นรููปธรรม ไปสู่่�ความหมายใหม่่ที่่�มีีลัักษณะ
เป็็นนามธรรม
นอกจากกระบวนการขยายความหมายของคำำ� “เคาะ” ดัังกล่่าวข้้างต้้น
ยัังพบว่่า คำำ�ว่่าเคาะในความหมายพื้้�นฐานเมื่่�อนำำ�ไปประกอบกัับคำำ�อื่่�นสามารถ
เปลี่่�ยนแปลงเป็็นความหมายได้้อีีกด้้วย เช่่น คำำ�ว่่า “เคาะหม้้อ”เกิิดการขยาย
ความหมายจาก เคาะ ในความหมายพื้้�นฐานที่่�หมายถึึง ใช้้มืือหรืือวััตถุุงอ ๆ
ตีีหรืือทุุบให้้เกิิดเสีียง ไปสู่่�ความหมายใหม่่โดยผ่่านกระบวนการอุุปลัักษณ์์
ซึ่ �งเมื่่�อประกอบเป็็นคำำ�ว่่า เคาะหม้้อ จึึงความหมายว่่า การเรีียกให้้สนใจ เกิิดจาก
มโนทััศน์์ของบุุคคลที่่� เคาะหม้้อทำำ�ให้้เกิิดเสีียงดัังซึ่่�งปรากฎใช้้มากในวััยรุ่่�นและ
โลกออนไลน์ ์ ตัวั อย่า่ งประโยค เช่น่ “เคาะหม้้อ! วันั นี้ม�้ ีีม็อ็ บ ฝากกระจายข่า่ วกันั ด้้วยนะคะ”

228

สรุุปผลการศึึกษา
จากการศึกึ ษาความหมายของคำำ�ว่่า เคาะ ในระดับั มโนทัศั น์์ พบว่่า เคาะ ใน
ความหมายหลัักคืือ ใช้้อวััยวะ เช่่นมืือกระทบเบา ๆ ใช้้มืือหรืือวััตถุุงอ ๆ ตีีหรืือ
ทุุบให้้เกิิดเสีียง เกิิดการขยายความหมายไปสู่่� เคาะ ที่่�มีีความหมายว่่า การตััดสิินใจ
ขั้�นสุดุ ท้้าย อนุมุ ััติิ หรืือยืืนยันั โดยผ่า่ นกระบวนการอุุปลัักษณ์แ์ ละนามนัยั ซึ่่�งมีีสาเหตุุ
มาจากการรัับรู้้�ทางมโนทััศน์์ของบุุคคลต่่อการเคาะ ในบริิบทของการประมููลและ
การพิิพากษา ซึ่่�งอนุุมานได้้ว่่าการเคาะค้้อนในบริิบทเหล่่านั้้�นเป็็นการยืืนยัันและ
ตัดั สินิ ขั้้น� สุดุ ท้้าย นำ�ำ ไปสู่่�การเปลี่่ย� นแปลงวงมโนทััศน์ก์ ารเคาะจากวัตั ถุหุ รืือสิ่ง� ของไปสู่่�
ความคิิด จึึงปรากฏการใช้้คำำ�ว่่า เคาะ ในความหมายเกี่�ยวกัับการตััดสิิน จะเห็็นได้้ว่่า
บริิบทแวดล้้อมและการรัับรู้้�ทางมโนทััศน์์มีีอิิทธิิพลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงทางภาษา
อย่่างยิ่่�ง การรู้้�เท่่าทัันการเปลี่่�ยนแปลงของภาษาและการศึึกษาภาษาในระดัับ
มโนทัศั น์์จึึงเป็็นสิ่่�งสำำ�คัญั
นอกจากนี้้�ยัังพบว่่า “เคาะ” เมื่่�อนำำ�ไปประกอบกัับคำำ�อื่่�น สามารถเกิิด
กระบวนการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายได้้เช่่นกััน เห็็นได้้จากคำำ�ว่่า “เคาะหม้้อ”
มีีความหมายเชิิงอุุปลัักษณ์์ หมายถึึง การเรีียกให้้สนใจ ผู้้�เขีียนจึึงเห็็นว่่าประเด็็นนี้้�
เป็็นประเด็็นที่่�น่่าสนใจและนำำ�ไปศึึกษาต่่อได้้ เพราะนอกจากคำำ�ว่่า เคาะหม้้อ
ก็็ยัังมีีคำำ�อื่่�นอีีก เช่่น เคาะสนิิม และเคาะหน้้า ซึึงน่่าจะนำำ�ไปศึึกษาในเรื่่�องของ
การเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายโดยผ่่านกระบวนการอุุปลัักษณ์์หรืือนามนััย
ทั้้�งนี้้�ผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความนี้้�จะเป็็นประโยชน์์และทำำ�ให้้ผู้้�อ่่านได้้เข้้าใจรวมทั้้�งสนใจ
ที่่�จะศึึกษาภาษาในระดัับมโนทััศน์์ เพื่่�อให้้เกิิดองค์์ความรู้้�ที่่�กว้้างยิ่่�งขึ้้�นต่่อไป

229

เอกสารอ้า้ งอิิง
ภาควิชิ าอักั ษรศาสตร์์ คณะอัักษรศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย. TNC: THAI
NATIONAL CORPUS (Third Edition) ในพระราชูปู ถัมั ภ์์สมเด็็จ
พระเทพรัตั น์์ราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี. เข้้าถึึงเมื่่�อ 28 ตุลุ าคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก http://www.arts.chula.ac.th/~ling/tnc3/
วิิกิิพีีเดีีย สารานุกุ รมเสรีี. 2556. ค้อ้ นประธาน. เข้้าถึึงเมื่อ่� 29 ตุลุ าคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก th.wikitionary.org/wiki/ค้้อนประธาน
วิิกิพิ จนานุุกรม. 2564. เคาะ. เข้้าถึึงเมื่่�อ 28 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก th.wiki
tionary.org/wiki/เคาะ
สำ�ำ นัักราชบััณฑิิตตยสภา. พจนานุุกรมราชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. เข้้าถึึงเมื่่อ�
28 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th/

230

วันั นี้้�คุุณ “หิวิ ” อะไร?

นางสาวณััฐภััสสร บุญุ ประเสริฐิ 05610152

ส่ว่ นนำำ�
งานวิจิ ัยั นี้ม�้ ีีวัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่อ�่ วิเิ คราะห์ค์ วามหมายของคํําว่า่ “หิวิ ” ในภาษาไทย
และวิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคํําว่่า “หิิว” โดยเกิิด
คํําถามว่่าคืือเหตุุใดคํําว่่า “หิิวข้้าว” กัับ “หิิวแสง” ใช้้คํําว่่า “หิิว” เหมืือนกััน
แต่่เหตุุใดนํําคํําว่่า “หิิว” ไปใช้้กัับสิ่่�งที่่�เป็็นนามธรรม เช่่น แสง อํํานาจ เป็็นต้้น
จากปกติิที่่�เราใช้้คํําว่่า “หิวิ ” กับั สิ่่�งที่่�เป็็นรููปธรรม เช่น่ ข้้าว น้ำ�ำ� เป็น็ ต้้น อะไรคืือสาเหตุุ
หรืือปัจั จัยั ของปรากฏการณ์ภ์ าษาดังั กล่่าว
ผลการศึึกษาพบว่่าความหมายของคํําว่่า “หิิว” ในภาษาไทยที่่�เกิิดในปริิบท
ข้้อความการใช้้ภาษาที่่�เกิิดขึ้้�นจริิง พบว่่า ความหมายของคํําว่่า “หิิว” ในภาษาไทย
มีีทั้้ง� หมด 3 ความหมาย ได้้แก่่ 1) ความอยากกินิ อยากดื่ม�่ 2) ความรู้ส�้ ึึกอยากได้้อยากมีี
3) ความละโมบ อยากได้้ผลประโยชน์์จากผู้้�อื่่�น โดยความสััมพัันธ์์ทางความหมาย
ของคํําว่่า “หิิว” ในภาษาไทย มีีการขยายความหมายไปสู่่�ความหมายเชิิงเปรีียบ
เกี่�ยวกัับความรู้้�สึึกหิิว ผ่่านกระบวนการทางปริิชาน ได้้แก่่กระบวนการอุุปลัักษณ์์และ
กระบวนการนามนััย โดยมีีรายละเอีียดดัังนี้�้

231

1.ความหมายที่่� 1 ‘ความอยากกินิ อยากดื่่ม� ซึ่่ง� ใช้ก้ ัับอาหาร’ มีีผู้ท้� ี่่ท� ํํากิริ ิิยาอาการ
คืือ มนุษุ ย์ ์ ผู้้�ถููกกระทํํา คืือ อาหาร เครื่่อ� งดื่่�ม พบตััวอย่า่ งข้้อความดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งที่่� 1 ครููหิิวน้ํ�าช่ว่ ยไปเอาน้ํ�าเย็น็ มาให้้ครููหน่่อย
ตััวอย่า่ งที่่� 2 พี่่�มุุกหิิวข้้าวหรืือยัังคะ ได้้เวลากิินข้้าวเที่่ย� งแล้้ว
ตััวอย่่างที่่� 3 ถ้้าดึึกๆตื่่�นมาแล้้วหิวิ นม ให้้ปีีปลุุกแม่น่ ะลููก
จากตััวอย่า่ งข้้างต้้น ปรากฏคํําว่่า “หิวิ ” ร่่วมกับั คํําว่่า น้ํํ�า ซึ่่ง� เป็น็ เครื่�่องดื่่�มชนิิดหนึ่่�ง
ทั้้ง� ยังั ปรากฏร่่วมกัับคํําว่่า ข้้าว และ นม ซึ่่�งเป็็นอาหาร โดยที่่ม� ีีผู้ก�้ ระทํํากิริ ิิยาอาการ
“หิวิ ” คืือ มนุุษย์์

2.ความหมายที่่� 2 ‘ความรู้้�สึกึ อยากได้้ อยากมีี’ มีีผู้ท�้ ี่่�ทํํากิริ ิยิ าอาการ คืือ มนุษุ ย์์
ส่ว่ นสิ่่ง� ที่่ถ� ููกกระทํําคืือ สิ่่ง� ที่่�เป็็นนามธรรมที่่�เป็น็ ที่่ต� ้้องการ เช่น่ อํํานาจ แสง เป็็นต้้น
พบตัวั อย่่างข้้อความดัังนี้้�
ตัวั อย่่างที่่� 1 รััฐบาลที่่ม� าจากการเลืือกตั้�งเต็ม็ ไปด้้วยนัักเลืือกตั้ง�
ที่่�หลายคนมีีแต่ค่ วามกัักขฬะ ความหิวิ อํํานาจ ความไร้้ยางอาย
ในการใช้้ตํําแหน่ง่ ทางการแสวงหาผลประโยชน์์ใส่ต่ นเองและ
พรรคพวก
ตััวอย่่างที่่� 2 จริิงๆ เขาไม่่ค่่อยสนใจผู้ป้� ระสบภัยั การที่่ไ� ปถึึงสถานที่่ก� ็็
แค่่หิวิ แสงเท่า่ นั้้�น
ตัวั อย่่างที่่� 3 ประชาชนหิวิ ข่่าวอย่า่ งไร ตััวเองก็เ็ สิริ ์์ฟข่่าวอย่า่ งนั้้�น
จากตัวั อย่่างข้้างต้้น ปรากฏคํําว่า่ “หิวิ ” ร่่วมกัับคํําว่า่ อํํานาจ แสง เงิิน และข่่าว
ล้้วนเป็็นสิ่่ง� นามธรรม ไม่ส่ ามารถจับั ต้้องได้้ เช่่นคํําว่่า “หิิวแสง” หมายถึึง การโหยหา
แสงเพื่่อ� เป็็นที่่�จัับตามองของใครหลายๆ คน หรืือ การพยายามเป็น็ จุดุ สนใจ และ
“หิิวข่า่ ว” หมายถึึง การเปรีียบข่า่ วเป็็นอาหาร ที่่�นัักข่า่ วพยายามหาข่า่ วที่่�เป็น็ ที่่� สนใจ
หรืือสามารถดึึงดููความสนใจในขณะนั้้น� ได้้ เพื่อ�่ เรตติ้�งหรืือจํํานวนผู้�้เข้้าชม

232

3.ความหมายที่่�3 ‘ความละโมบ อยากได้ผ้ ลประโยชน์จ์ ากผู้�อื่น� ’ มีีผู้�้ที่่�ทํํากิริ ิยิ าอาการ
คืือ สััตว์(์ เสืือ) ใช้้ในความหมายเปรีียบ พบตััวอย่า่ งข้้อความดัังนี้้�
ตัวั อย่า่ งที่่� 1 การเป็็นฝ่่ายค้้านวัันนี้้�กํําลัังสั่ง� สมคะแนนครั้ง� ใหญ่่ เพราะรััฐบาล
ชุดุ นี้้�มันั เป็็นรัฐั บาลเสืือหิวิ
ตััวอย่่างที่่2� โจรปล้้นธนาคารอย่่างกัับเสืือหิวิ
จากตัวั อย่า่ งข้้างต้้น ปรากฏคํําว่า่ “หิวิ ” ซึ่่ง� มีีผู้�ก้ ระทํํากิริ ิยิ าอาการเป็น็ สัตั ว์์ เช่่น เสืือ
ใช้้เปรีียบกัับคนที่่ล� ะโมบอยากได้้ผลประโยชน์์โดยไม่ค่ ํํานึึงถึึงเหตุุผล หรืือความควร
ไม่ค่ วร คนที่่�โกงกิินทุกุ อย่่างเท่า่ ที่่�สามารถทํําได้้ โดยใช้้ “เสืือ” ที่่ก� ํําลัังหิิว มา
เปรีียบเทีียบกัับมนุษุ ย์์

ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งความหมายของคํําว่า่ “หิิว” ในภาษาไทย
จากการวิิเคราะห์์ความสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํําว่่า “หิิว”มีีการขยาย
ความหมายจากความหมายที่่ใ� ช้้บรรยายความรู้ส้� ึึกอยากกินิ อยากดื่่ม� ซึ่�งใช้้กับั อาหาร
ไปสู่่�ความหมายเชิิงเปรีียบเกี่�ยวกับั ความรู้้ส� ึึกหิวิ ผ่่านกระบวนการทางปริชิ าน ได้้แก่่
กระบวนการอุุปลัักษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
ความหมายที่่� 1 เป็็นความหมายทางตรงของคํําว่า่ “หิวิ ” คืือความอยากกินิ
อยากดื่ม�่ ซึ่ง� ใช้้กัับอาหาร โดยขยายความหมายไปยัังความหมายที่่� 2 คืือ ความรู้ส้� ึึก
อยากได้้อยากมีีซึ่่ง� เป็น็ ความหมายทางอ้้อม ด้้วยกระบวนการอุปุ ลักั ษณ์์ เช่่น จริงิ ๆ
เขาไม่ค่ ่่อยสนใจผู้้�ประสบภัยั การที่่�ไปถึึงสถานที่่ก� ็แ็ ค่่หิวิ แสงเท่า่ นั้้�น โดยในความหมาย
ที่่� 2 ใช้้กัับสิ่่ง� ที่่�เป็น็ นามธรรม เป็็นการเชื่อ่� มโยงความหมายระหว่่างวงความหมายหรืือ
วงมโนทัศั น์์2 วงได้้แก่่ วงต้้นเค้้า (source domain) และวงเป้้าหมาย (target dom-
main) โดยวงต้้นเค้้าเกี่�ยวกัับคาวมรู้้ส� ึึกหิวิ อยากกิิน อยากดื่ม�่ ส่ว่ นวงเป้้าหมาย
เกี่ย� วกับั ความรู้ส้� ึึกอยากได้้อยากมีีที่่�ไม่ใ่ ช่่อาหาร หรืือเครื่อ�่ งดื่ม่� จึึงนํําคํํากริยิ าคํําว่่า
“หิวิ ” ไปใช้้กัับสิ่่�งที่่�เป็็นนามธรรม เช่น่ เงินิ อํํานาจ เป็็นต้้น

233

ความหมายที่่� 1 ‘ความอยากกินิ อยากดื่่�มซึ่ง� ใช้้กับั อาหาร’ขยายความหมาย
ไปยัังความหมายที่่� 3 ‘ความละโมบ อยากได้้ผลประโยชน์จ์ ากผู้�้อื่�น่ ’ ด้้วยกระบวนการ
นามนััยแบบเน้้นผลลััพธ์์ ซึ่่�งเป็็นการขยายความหมายไปสู่่�ปริิบทที่่�การกระทํํา “หิวิ ”
ปรากฏอยู่� กล่่าวคืือ การที่่ส� ััตว์์(เสืือ)หิวิ เช่น่ การเป็็นฝ่่ายค้้านวัันนี้้�กํําลัังสั่�งสมคะแนน
ครั้�งใหญ่่ เพราะรััฐบาลชุุดนี้�้มัันเป็น็ รัฐั บาลเสืือหิวิ ได้้เริ่�มขยายความหมายจากความ
รู้้�สึึกอยากกิิน อยากดื่�ม่ ขยายไปสู่่�ความละโมบ อยากได้้ผลประโยชน์จ์ ากผู้�อ้ ื่น�่

สรุุปผมการศึกึ ษา
จากการศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ “หิวิ ” ในภาษาไทย พบว่า่ ความหมาย
ของคํําว่่า “หิิว” ในภาษาไทยมีีทั้้�งหมด 3 ความหมาย ได้้แก่่ 1) ความอยากกินิ
อยากดื่ม่� 2) ความรู้ส้� ึึกอยากได้้อยากมีี 3) ความละโมบ อยากได้้ผลประโยชน์จ์ ากผู้�้อื่�่น
จากการวิิเคราะห์ท์ างความสัมั พันั ธ์์ทางความหมายของคํําว่า่ “หิวิ ” พบว่า่
ความหมายทั้้ง� 3 ความหมาย ล้้วนมีีความเกี่ย� วข้้องสัมั พันั ธ์์กันั คํําว่่า “หิิว” มีีการ
ขยายความหมายจากความหมายที่่ใ� ช้้บรรยายความรู้ส้� ึึกอยากกินิ อยากดื่ม่� ซึ่่�งใช้้กับั
อาหาร ไปสู่่�ความหมายเชิงิ เปรีียบเกี่ย� วกัับความรู้้ส� ึึกหิวิ ผ่่านกระบวนการทางปริิชาน
ได้้แก่่ กระบวนการอุุปลัักษณ์์ และกระบวนการนามนัยั
บทความนี้้�เป็น็ การศึกึ ษาความหมายของคํําว่่า “หิิว” ในภาษาไทย และ
การศึกึ ษาความสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํําว่า่ “หิิว” ในภาษาไทย ซึ่่ง� คํําว่า่ “หิิว”
ได้้มีีการขยายความหมายในเชิงิ นานธรรมมากขึ้�้นและมีีการเปรีียบความ “หิวิ ” เป็็น
ความโลภของมนุุษย์์ซึ่ �งผู้้�ใช้้ภาษาต้้องมีีความเข้้าใจในภาษาไทยและวััฒนธรรมไทย
ผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความฉบัับนี้้�จะเป็็นประโยชน์์ให้้ผู้้�อ่่านเห็็นถึึงความหมายและ
ความลึึกซึ้ง�้ ของคํําในภาษาไทยมากขึ้้�น

234

เอกสารอ้้างอิงิ
คลังั ข้อ้ มูลู ภาษาไทยแห่ง่ ชาติใิ นพระราชูปู ถัมั ภ์ส์ มเด็จ็
พระเทพรัตั นราชสุดุ าฯ สยามบรมราชกุมุ ารีี, สืืบค้้นเมื่�อ่ 18 ตุลุ าคม 2564.
จาก. http://www.arts.chula.ac.th/ling/tnc/searchtnc/
โสมรวีี สมเพชร. (2563). การขยายความหมายของคํําว่า่ “กััด” ในภาษาไทย:
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน.วารสารภาษาไทยและวรรณคดีีไทย
ปีที ี่่� 37 ฉบัับ 2. จุุฬาลงกรณ์ม์ หาวิิทยาลัยั , กรุงุ เทพฯ.
iNN Lifestyle. (2564).“หิิวแสง” คือื อะไร? แล้้วใครหิิว?, สืืบค้้นเมื่�่อ
17 ตุุลาคม 2564. จาก. https://www.innnews.co.th/lifestyle/
news_163547/
Tomorn Sookprecha. (2563). ‘หิวิ แสง’ : ทํําไมมนุษุ ย์์บางคนจึงึ หิิวโหยความสน
ใจจากผู้�อื่น� , สืืบค้้นเมื่�่อ 17 ตุุลาคม 2564. จาก. https://thematter.co/
thinkers/spotlight-effect/128461

235

จริิตนั้้น� สํําคััญไฉน

นายนัฐั ภััทร์์ กะรััตน์์ 05600180

ส่่วนนำำ�
“อย่า่ มาดัดั จริิตหน่่อยเลย” ประโยคๆนี้้� หากได้้ยิินมาจากปากของใครสัักคน
แน่่นอนว่่า ใครหลายๆคนก็็จะต้้องฉุุกคิิดขึ้้�นมาทัันทีีว่่า เราทำำ�อะไรผิิดไปหรืือเปล่่า
ถึึงทำำ�ให้้ใครสัักคนกล่่าวมัันออกมาได้้ หรืืออาจจะเป็็นเหตุุที่่�นำำ�ไปสู่่�การเกิิดเรื่่�อง
ทะเลาะวิิวาทกัันได้้ อาจถึึงขั้ �นเป็็นศััตรููกัันหรืือมองหน้้ากัันไม่่ติิดก็็เป็็นได้้ หากกล่่าว
ตามความจริิง ในปััจจุุบััน คำำ�ว่่า ดััดจริิต สื่่�อความหมายในเชิิงแง่่ลบเป็็นอย่่างมาก
ซึ่ง� มักั ใช้้ไปในทางที่่ไ� ม่่ดีี จััดว่่าเป็็นถ้้อยคำำ�หยาบคาย
แต่ใ่ นทางกลัับกััน หากดัดั จริติ เป็น็ คำำ�ต้้องห้้าม หรืือเป็็นคำ�ำ กล่่าวที่่ห� ยาบคาย
หรืืออาจเข้้าขั้น� เป็็นการกล่่าวประทุุษวาจา แล้้วเพราะเหตุุใดในสมััยรัชั กาลที่่� 5 ถึึ งมีี
การนำ�ำ คำำ�ว่า่ จริิต มาตั้ง� เป็น็ ชื่�อ่ โรงเรีียนชื่อ�่ ว่่า “โรงเรีียนดัดั จริติ ” เสีียอย่่างนั้้�น
วััตถุุประสงค์์ของการวิิจััย
เพื่่อ� พิิจารณาว่่าเหตุุใดคำ�ำ ว่่า ดัดั จริิต ในปัจั จุบุ ััน จึึงมีีการกลายความหมาย
จากความหมายเดิมิ และส่่งผลให้้สื่�อ่ ความหมายไปในทางลบ
สมมติฐิ าน
เพราะความแตกต่่างระหว่่างรอยต่อ่ ของเวลา และการมองโลกของคนยุุค
เก่่าและคนยุุคสมัยั ใหม่ท่ ี่่ไ� ม่่เหมืือนกััน จึึงทำำ�ให้้ความหมายของดัดั จริิตเปลี่่�ยนแปลงไป

236

จากผลการศึึกษา สามารถสรุุปได้้ว่่าเพราะการมองโลกและการให้้คำำ�นิิยาม
ของคำำ�ว่่าดััดจริิตของคนในสัังคมทั้้�งอดีีตและปััจจุุบัันที่่�ต่่างกััน เพราะในอดีีตการ
ประพฤติิตนหรืือกระทำำ�ตััวให้้อยู่ �ในครรลองคลองธรรมที่่�ดีีให้้สมกัับเป็็นพลเมืืองของ
ชาติิ ถืือว่่าเป็็นเรื่่�องปกติิ เรื่่�องธรรมดา ดัังนั้้�น การดััดจริิต คืือ การทำำ�ให้้จริิตอยู่�ใน
สภาวะปกติิหรืือเป็็นธรรมชาติินั่่�นเอง แต่่ในปััจจุุบััน คนมองว่่า การดััดจริิตส่่งผลให้้
จริติ ที่่�ธรรมชาติิหรืือจริิตปกติิของคนนั้้น� ผิิดแปลกไป กล่่าวคืือ เป็น็ การทำ�ำ ตรงกันั ข้้าม
หรืือเป็็นการฝืืนธรรมชาติิ วิสิ ััย วิถิ ีีชีีวิิตปกติิของมนุุษย์ ์ จึึงทำำ�ให้้ ดััดจริิต คืือ การฝืืน
พฤติกิ รรมให้้ไม่เ่ ป็็นปกตินิ ั่่�นเอง มีีรายละเอีียดดัังต่่อไปนี้�้

1.จริิตดีี คิิดดีี ทำำ�ดีี = สิ่�งที่ค่� นควรมีี
เดิิมทีีความหมายของคำำ�ว่่า ดัดั จริติ เป็น็ ความหมายที่่ด� ีี คืือ หมายถึึง การดัดั
แปลงความประพฤติิให้้เป็น็ ไปตามความต้้องการ อ้้างอิงิ จากคุุณโสมทัตั เทเวศร์ ์
(เกร็็ดภาษาหนังั สืือไทย เล่ม่ 1 หน้้า 31-33) ได้้อธิิบายไว้้ว่า่
“ มีีโรงเรีียนแห่ง่ หนึ่่�งตั้�งชื่�่อโรงเรีียนว่า่ โรงเรีียนดััดจริติ ตั้้�งอยู่�ในกรุุงเทพฯ
นี่่เ� อง และอีีกโรงเรีียนหนึ่่ง� อยู่�ในจัังหวััดพระนครศรีีอยุธุ ยา ชื่�อ่ ว่า่ โรงเรีียนดััดสันั ดาน”
เขายัังได้้อธิิบายต่่อไปว่่า ความต่่างอยู่�ที่ �นัักเรีียนในโรงเรีียน ซึ่่�งนัักเรีียนในโรงเรีียน
ดััดจริิตจะเป็็นนัักเรีียนธรรมดา แต่่นัักเรีียนโรงเรีียนดััดสัันดานจะเป็็นนัักเรีียนเกเร
จากข้้อสัังเกตนี้ �้ ทำำ�ให้้สามารถอนุมุ านได้้ว่่า นัักเรีียนโรงเรีียนดัดั จริิต =
นัักเรีียนธรรมดา และนัักเรีียนธรรมดา = นัักเรีียนที่่�มีีจริิตปกติ ิ จริิตที่่�ไม่่ผิิดแปลกไป
จากเดิมิ เป็น็ ธรรมชาติิ ทำำ�ให้้ความหมายของดัดั จริิต = เป็น็ กลาง ธรรมดา ไม่่ค่อ่ น
ไปทางดีีหรืือร้้ายอย่่างชััดเจน
โดยเมื่อ�่ พิจิ ารณาจากคำ�ำ ว่า่ ดัดั แปลว่า่ ทำ�ำ ให้้ตรง ให้้คด หรืือทำ�ำ ให้้น้้อมไปตาม
ต้้องการ ส่่วนใหญ่่แล้้ว เราจะใช้้คำำ�ว่่า ดััด ในกรณีีที่่�ปรากฏร่่วมกัับวััตถุุหรืือสิ่ �งของ
ตัวั อย่่างเช่น่ ดัดั ไม้้ ดััดลวด ดัดั ผม ดััดเหล็็ก เพื่อ�่ จุุดประสงค์ค์ ืือให้้วัตั ถุหุ รืือของสิ่ง� นั้้น�
สามารถคดงอ หรืือไปในทิศิ ทางที่่ต� ้้องการได้้ ดังั นั้้�น อาจเทีียบได้้ว่่าจริติ = วััตถุุหรืือ
สิ่่�งของ และดััดเป็็นกริิยาที่่�ทำำ�ให้้จริิต (สิ่่�งของ)สามารถเปลี่่�ยนแปลงหรืือไม่่ก็็ได้้

237

ซึ่ง� คนในอดีีตมองว่า่ การ ดัดั จริิตไม่่ได้้ทำ�ำ ให้้จริิตผิดิ รููปหรืือผิิดลัักษณะ
ธรรมชาติิไป จึึงทำำ�ให้้การดัดั จริติ = การทำ�ำ ให้้จริิตเป็็นปกติิ เห็น็ ได้้จากรููปภาพนี้�้

2.อยู่�เมือื งดัดั จริติ ชีีวิิตต้้องป๊๊อป
ปััจจุุบัันนี้้� ดััดจริิต มีีการกลายความหมายไปจากเดิิม คืือ หมายถึึง การฝืืน
กิิริิยาหรืือวาจาให้้เกิินควร หรืือแสร้้งทำำ�กิิริิยาหรืือวาจาให้้เกิินควร เห็็นได้้ชััดว่่าเป็็น
ความหมายแง่่ลบเป็็นอย่่างมาก เราคงจะเคยได้้ยิินวลีีที่่�ว่่า “อยู่�เมืืองดััดจริิตชีีวิิตต้้อง
ป๊๊อป” ผ่่านหููผ่่านตากัันมาบ้้าง แต่่ทำำ�ไมต้้องเป็็นเมืืองดััดจริิต แล้้วเมืืองดััดจริิตนี่่�คืือ
ลักั ษณะแบบไหน อ้้างอิิงจากบทสัมั ภาษณ์์ของคุุณประกิิต กอบกิจิ วัฒั นา ได้้กล่า่ วไว้้ว่า่
“เปรีียบคืือกรุงุ เทพฯนี่่แ� หละ คุุณจะเรีียกร้้องสิิทธิิทางการเมืืองหรืือเรีียกร้้อง
อะไรก็็ต้้องมากรุุงเทพฯ มันั เป็น็ ศููนย์ก์ ลางอำำ�นาจ ศููนย์ก์ ลางการบริิโภคเป็น็ ศููนย์ก์ ลาง
ของทุุกเรื่่�อง” และที่่�มาของเมืืองดััดจริิต ก็็คืือมาจากสำำ�นวนปากว่่าตาขยิิบที่่�พููด
อีีกอย่่างแต่่กลัับทำำ�อีีกอย่่าง เช่่น การปกปิิดและปิิดกั้ �นเรื่่�องเพศแก่่เด็็กและเยาวชน
เพราะเป็็นเรื่่�องที่่�ไม่่สมควร มีีการบล็็อกเว็็บไซต์์เนื้้�อหาทางเพศ แต่่ในขณะเดีียวกััน
กลัับยัังคงมีีสื่่�อลามกอนาจารลัักลอบวางขาย หรืือแม้้กระทั่่�งการค้้าประเวณีีเกิิดขึ้้�น
ในสังั คม

238

ดัังนั้้�นจึึงกล่่าวได้้ว่่า การพยายามสร้้างภาพลัักษณ์ข์ องสัังคมให้้ดููดีีทั้้�งที่่�ขััดต่่อ
พฤติิกรรม ธรรมชาติิหรืือวิิสััยอัันเป็็นปกติิของมนุุษย์์จึึงเป็็นการดััดจริิต เพราะคนใน
ปััจจุุบัันมองเห็็นคำำ�ว่่า ดััดจริิต คืือการทำำ�ให้้จริิตหรืือพฤติิกรรมเปลี่่�ยนแปลงไป
จากเดิมิ หรืือเปลี่่ย� นแปลงจากธรรมชาติิ เสมืือนกับั สภาพสังั คมในปัจั จุบุ ันั ที่่ผ� ิดิ แปลกไป
จากปกติิ แต่่บางคนกลับั มองว่า่ มันั ปกติ ิ จึึงเป็็นเหมืือนกับั การดัดั จริติ และหากเทีียบ
ให้้ จริิต = สิ่่ง� ของ เพราะฉะนั้้�น จริติ ปกติิ คืือ สิ่่ง� ของที่่ม� ีีลักั ษณะปกติิ ไม่เ่ ปลี่่�ยนรููป
และการดัดั จริติ ส่ง่ ผลให้้จริิตหรืือสิ่ง� ของสามารถเปลี่่ย� นแปลงรููปหรืือสามารถคดงอได้้
เห็็นได้้จากรููปภาพนี้�้

239

สรุปุ ผลการศึกึ ษา
แท้้จริงิ แล้้ว จากการศึกึ ษาความหมายของคำ�ำ ว่า่ ดัดั จริติ ทั้้ง� ในอดีีตและปัจั จุบุ ันั
เกิิดการกลายความหมายของคำำ� ทำำ�ให้้ความหมายเปลี่่�ยนแปลงจากความหมาย
ธรรมดาหรืือความหมายกลางๆ เปลี่่ย� นเป็น็ ความหมายในเชิงิ ลบ เป็น็ ผลมาจากโลกทัศั น์์
หรืือการมองโลกของคนในอดีีตและปััจจุุบัันที่่�แตกต่่างกััน กล่่าวคืือ ในอดีีตพลเมืือง
ที่่�ดีีก็ต็ ้้องประพฤติิดีี ทำ�ำ ตัวั ดีี เพื่อ�่ ให้้มีีจริิตที่่ด� ีี ถืือว่า่ เป็็นเรื่�่องธรรมดาและเป็น็ ธรรมชาติิ
ของมนุุษย์์ กลัับกัันในปััจจุุบััน การพยายามทำำ�ตััวเพื่่�อให้้ดููเป็็นคนดีี ถืือว่่าเป็็นการฝืืน
ธรรมชาติิของมนุุษย์์ เพราะมนุุษย์์แน่่นอนว่่าต้้องมีีทั้้�งข้้อดีีและข้้อเสีียแตกต่่างกัันไป
ดัังนั้้�นจึึงเป็็นเหมืือนกัับการทำำ�ตรงข้้ามกัับพฤติิกรรมธรรมชาติิของมนุุษย์์ อาจ
เปรีียบเทีียบได้้กัับคำำ�ว่่าเปรี้้�ยว ในปััจจุุบััน ที่่�หมายถึึงผู้้�หญิิงที่่�แต่่งตััวเก่่ง ทัันสมััย
แต่่งตััวจััดจ้้าน ฉููดฮาด มีีสีีสััน ซึ่่�งคาดว่่าน่่าจะใช้้เป็็นคำำ�ตรงกัันข้้ามกัับคำำ�ว่่าหวาน
ที่่�ใช้้เปรีียบกัับผู้ห�้ ญิงิ ที่่�แต่่งตัวั เรีียบร้้อย พููดดีี กริิยาดีี วางตัวั ดีี
เมื่่�อเวลาเปลี่่ย� นผ่่าน การมองโลกก็ย็ ่่อมเปลี่่�ยนตามไปด้้วยเสมอ เพราะโลกมีี
การเปลี่่�ยนแปลงไป การพััฒนาทางความคิิดก็็ย่่อมปรัับเปลี่่�ยนได้้ทุุกเวลา อาจกล่่าว
ได้้ว่่า แม้้ในปััจจุุบััน คำำ�ว่่า ดััดจริิต จะสื่่�อความหมายไปในทางลบก็็ตาม แต่่ไม่่ได้้
หมายความว่า่ ในอนาคตจะไม่ส่ ามารถกลับั มาสื่อ่� ความหมายในทางบวกได้้ เพราะการ
กลายความหมายของคำำ�เกิิดขึ้้�นได้้ตลอดเวลา มนุุษย์์สามารถเปลี่่�ยนแปลงคำำ�และ
ความหมายได้้จากอิทิ ธิิพลหรืือจากปััจจััยอื่�น่ ๆรอบข้้างได้้อยู่�เสมอ ทั้้�งนี้ย้� ัังปรากฏศััพท์์
แสลงใหม่่ ๆ หรืือมีีการบััญญััติศิ ัพั ท์์ใหม่่อยู่�เรื่่อ� ยๆ ไม่แ่ น่ว่ ่่าในอนาคต คำำ�ว่า่ ดััดจริิต นี้�้
อาจจะกลายเป็็นคำำ�โบราณหรืือเป็็นภาษาที่่�ตายแล้้วที่่�ไม่่มีีผู้้�ใดนำำ�มาใช้้แล้้วก็็เป็็นได้้

240

เอกสารอ้้างอิงิ
ส.พลายน้้อย. เกร็ด็ ภาษาหนังั สืือไทย (ฉบับั ปรัับปรุุง).สืืบค้้น 27 ตุุลาคม 2564,
จาก https://www.satapornbooks.co.th/imgadmins/product_

pdf/20171001_gredpasathai.pdf

Sanook.(2557).คุุยกัับ “ประกิิต กอบกิจิ วัฒั นา” ทำ�ำ ไม “อยู่�เมือื งดััดจริิต
ชีีวิติ ต้อ้ งป๊อ๊ ป.สืืบค้้น 31 ตุลุ าคม 2564, จาก “https://www.sanook.
com/campus/1371151/

ศิลิ ปวััฒนธรรม.(2564).“โรงเรีียนดััดจริิต” โรงเรีียนแห่ง่ แรก ๆ ของสยาม
ที่่�นักั เรีียนได้เ้ ล่น่ กีีฬาฟุตุ บอล!?.สืืบค้้น 31 ตุลุ าคม 2564,จาก https://
www.silpa-mag.com/history/article_73847

241

หรือื “จกตา”คือื ภาษาใหม่่

นางสาวปิิยาภรณ์ ์ ตั้้�งตระกููลธรรม 620510623

ส่่วนนำำ�
ความน่่าสนใจของคำำ�ที่น่� ำ�ำ มาศึกึ ษา
ปััจจุุบัันเกิิดภาษาไทยใหม่่ๆและภาษาแสลงใหม่่ๆขึ้้�นมาอย่่างมากมาย
อีีกทั้้�งถููกใช้้กันั อย่า่ งแพร่ห่ ลาย โดยเฉพาะภาษาที่่เ� กิดิ โดยกลุ่�มเพศทางเลืือก เพื่่�อ
อรรถรสในการสื่่�อสารและเข้้าใจง่่ายมากขึ้้น� คำ�ำ ว่่า “จกตา” เป็็นหนึ่่ง� ในภาษาที่่เ� กิิดขึ้น้�
โดยกลุ่�มเพศทางเลืือก และถููกนำำ�ไปใช้้อย่า่ งกว้้างขวาง ผู้ว้� ิิจััยจึึงเกิดิ ความสนใจถึึงที่่ม� า
ที่่ไ� ปของคำ�ำ นี้�้ เนื่อ�่ งจากระยะแรกก็็ยัังมีีผู้้ไ� ม่่เข้้าใจมากนัักทั้้ง� ในรููปแบบของตัวั คำำ�หรืือ
เมื่่�อไปอยู่�ในบริิบท ผู้ว้� ิจิ ัยั จึึงอยากศึึกษาถึึงที่่ม� า อีีกทั้้�งยัังต้้องการให้้ผู้้�ใช้้ภาษาใน
ปััจจุุบััน นำำ�คำ�ำ นี้ไ้� ปใช้้ให้้ถููกต้้องตามบริิบทต่า่ งๆ
การสัังเคราะห์์งานที่ศ่� ึกึ ษา
ผู้้�วิิจััยได้้เก็็บข้้อมููลจากคลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติิในพระราชููปถััมภ์์สมเด็็จ
พระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุมุ ารีี ผู้�้วิิจัยั รวบรวมข้้อมููลโดยสุ่�มเลืือก
ตััวอย่า่ งข้้อความที่่ม� ีีคํําว่า่ “จก” ประกอบอยู่�จํานวน 178 ข้้อความ
และได้้ศึึกษาหมายของคํําว่า “จก”และ “ตา” ตามพจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน
พ.ศ.2554 รวมถึึงศึึกษาหมายของคํําว่า “จก”สารานุุกรมภาษาอีีสาน-ไทย-อังั กฤษ
โดย ดร.ปีีชา พิิณทอง

242

ผู้ช�้ ่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร. ศุุภชัยั ต๊๊ะวิิชััย (คำำ�แสดงอารมณ์พ์ ื้้น� ฐานที่่�มาจาก
ปฏิกิ ิิริยิ ากายภาพในภาษาไทย. 2558) ได้้กล่า่ วถึึง คำำ�แสดงอารมณ์ท์ ี่่ม� าจากปฏิกิ ิิริยิ า
กายภาพมีีความสััมพัันธ์์กัับกระบวนการกลายเกิิดเป็็นศััพท์์ใหม่่และการแผ่่ขยาย
ความหมายที่่น� ่า่ สนใจ นอกจากนี้้�ได้้กล่่าวถึึงกระบวนการกลายเกิดิ เป็น็ ศััพท์ใ์ หม่ข่ อง
คำำ�แสดงอารมณ์์ โดยมีีลักั ษณะการแผ่่ขยายความหมายแบบการสร้้างความหมายจาก
รููปภาษาที่่�เป็็นรููปธรรมไปสู่่�รููปภาษาที่่�เป็็นนามธรรมด้้วยกระบวนการเปรีียบเทีียบ
แบบนามนััยและอุปุ ลัักษณ์์
โยโกะ มีีมะ (2553) ได้้กล่า่ วถึึง การนํําองค์์ประกอบทางความหมายของคำำ�
ว่า่ “ตา” โดยการ วิิเคราะห์์ความหมายของคำำ�ว่า่ “ตา”ซึ่�งนำำ�มาจากพจนานุกุ รมฉบับั ร
าชบััณฑิิตยสถาน พ.ศ. 2542. เพื่�อ่ ใช้้วิิธีีการวิิเคราะห์์ความหมาย ตามหลักั ของ
ไนดา (Nida) (อุทุ ุมุ พร มีีเจริิญ. 2542: 13-14; อ้้างอิงิ จาก Nida Eugene A. 1975)

ช่่องว่า่ งในการศึกึ ษา
งานวิจิ ััยที่่ผ� ่่านมาเกี่�ยวกับั การศึึกษาความหมายเปรีียบของคํําศััพทอ์ วััยวะร่่าง
กายในภาษาไทย ยัังไม่พ่ บว่า่ มีีผู้ใ�้ ดศึึกษาคำำ�ว่่า “จกตา”ที่่�มีีลักั ษณะการแผ่ข่ ยายความ
หมายอย่่างเฉพาะเจาะจง เมื่�อ่ ผู้ว้� ิจิ ััยได้้ค้้นหาความหมายของคํํากริยิ า “จก” ใน
พจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554 ผู้�้วิจิ ััยพบว่่า คํําว่่า “จก”
มีีความหมายที่่ห� ลากหลาย ทว่า่ คำำ�ว่า่ “จกตา” ไม่ม่ ีีผู้ใ�้ ดศึกึ ษาในลัักษณะการแผ่ข่ ยาย
ความหมายอย่า่ งเฉพาะเจาะจง

วััตถุุประสงค์ก์ ารวิจิ ัยั
งานวิจิ ััยนี้ม�้ ีีวัตั ถุปุ ระสงค์์เพื่่อ� วิเิ คราะห์์ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “ จกตา ”
ในภาษาไทย โดยมุ่�งเน้้นอธิิบายความหมายในภาษาไทยที่่�มีีกระบวนการแผ่ข่ ยาย
ความหมายด้้วยวิธิ ีีการทำำ�ให้้ภาษาที่่เ� ป็น็ รููปธรรมกลายเป็็นนามธรรม คำ�ำ ถามวิิจััยคืือ
เหตุุใดคำ�ำ ว่า่ “จก” ที่่�มีีความหมายว่่า ล้้วง ฉก หรืือเอาตััวมา แต่เ่ หตุุใดคำ�ำ ว่่า “จกตา”
จึึงหมายถึึง หลอกลวง อะไรคืือสาเหตุุหรืือปััจจััยของปรากฏการณ์์ทางภาษาดัังกล่่าว

243

สมมติฐิ านของการวิจิ ััย
1. คำำ�ว่่า “ จกตา ” เป็็นคำ�ำ ใหม่ท่ ี่่�เกิิดจาก คำำ�กิิริยิ า+ คำ�ำ นาม
2.ความสััมพันั ธ์ท์ างความหมายของคำำ�ว่่า “ จกตา ” ในภาษาไทย เกิดิ จาก
กระบวนการแผ่่ขยายความหมายด้้วยวิิธีีการทำ�ำ ให้้ภาษาที่่�เป็็นรููปธรรมกลายเป็น็
นามธรรม

ประโยชน์ท์ ี่่�ได้จ้ ากการวิิจััย
1.เกิิดความเข้้าใจความหมายและที่่�มาของคำำ�ว่่า “ จกตา ”
2.สามารถนำำ�ไปใช้้สื่อ่� สารในบริบิ ทต่า่ งๆได้้ถููกต้้องมากขึ้้�น อีีกทั้้ง� สามารถนำ�ำ ไปสื่�อ่ สาร
เพื่อ�่ เพิ่่�มอรรถรสในการสื่�่อสารมากขึ้้�น

ผลการศึึกษา
ผลการศึึกษาพบว่่าสาเหตุขุ องคำำ�ว่า่ “จก” ที่่ม� ีีความหมายตามอักั ษรหมายถึึง
ฉก ล้้วง หรืือเอาตัวั ไป เมื่�่อเอาไปประสมกัับคำำ�ว่่า “ตา” ที่่เ� ป็น็ คำำ�นำ�ำ ส่ว่ นอวัยั วะของ
ร่า่ งกาย ก็จ็ ะเกิิดการแผ่่ขยายของคำำ�และกระบวนการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมาย
โดยสาเหตุสุ ำ�ำ คััญก็ค็ ืือมุุมมองของผู้ใ�้ ช้้ภาษา ในการศึึกษาครั้ง� นี้�้ผู้�้วิิจัยั ได้้แบ่ง่ หัวั ข้้อ
ในการศึึกษาดัังนี้้�

1. ความหมายของคํําวา “ตา” และคำ�ำ ว่า่ “จก” ตามพจนานุุกรม
1.1. ความหมายของคำ�ำ ว่่า “ จก ” ตามพจนานุกุ รมฉบัับราชบััณทิติ ยสถาน
พ.ศ. 2554 และ สารานุกุ รมภาษาอีีสาน-ไทย-อัังกฤษ โดย ดร.ปีชี า พิณิ ทอง
1.1.1 ความหมายของคำำ�ว่า่ “ จก ” ตามพจนานุุกรมฉบับั ราชบััณทิติ ยสถาน
พ.ศ. 2554
- ก. ฉก เช่่น ระวัังงููจะจกเอา, ล้้วง เช่น่ รู้้ส� ึึกเหมืือนกับั ว่า่ มีีมืือใครมาจก
กระเป๋๋า, ควััก เช่่น น้้องคงแอบมาจกเงิินไป ๕๐๐ บาท, ขุดุ เช่่น จกแรง ๆ
หน่่อย ทำำ�อย่่างนี้้�พรุ่่�งนี้�ก้ ็ไ็ ม่่ได้้สัักหลุุม, คุ้้ย� , สับั เช่น่ เอาจอบจกลงไปตรงนั้้น� ซิิ
- เอาตััวมา เช่่น คุณุ ต้้องไปจกตััวเขามาให้้ได้้.


Click to View FlipBook Version