294
สรุุปผลการศึกึ ษา
การศึึกษาความหมายของคำ�ำ ว่า่ “เผ็็ด” เป็น็ การศึกึ ษาเพื่่�อวิิเคราะห์์การใช้้คำำ�
ดัังกล่่าวในปัจั จุุบััน ที่่�มีีขอบเขตของความหมายกว้้างขึ้้�น โดยที่่�ความหมายเดิิมที่่�ใช้้อยู่�
ในอดีีตนั้้�นก็็ยัังคงใช้้อยู่�เช่่นเดิิม และมีีความหมายที่่�เพิ่่�มขึ้้�นมาใช้้ในบริิบทอื่่�น ๆ ที่่�ต่่าง
ออกไปจากการใช้้ในบริบิ ทของความหมายเดิมิ ซึ่ง� ผลมาจากการเปลี่่ย� นแปลงของ สังั คม
กาลเวลาที่่�เปลี่่�ยนไป และความคิิดของผู้้�ใช้้ภาษาไทยที่่�รู้้�จัักนำำ�เอาความหมายเดิิม
ของคำ�ำ ว่า่ “เผ็็ด” มาเชื่�อ่ มโยงเข้้ากัับบริิบทต่่าง ๆ แล้้วทำ�ำ ให้้คำำ�ว่่า “เผ็ด็ ” สามารถใช้้
ได้้ในบริิบทที่่�กว้้างมากขึ้้�น และนอกจากนี้้�การเชื่่�อมโยงความคิิดของผู้้�ใช้้ภาษาไทย
นั้้น� เป็น็ สิ่่�งที่่�ชัดั เจน นั่่�นคืือไม่่ก่อ่ ให้้เกิดิ ความสัับสนระหว่่างการสนทนาแล้้วพููดถึึงคำำ�ว่า่
“เผ็็ด” ว่่าผู้้�ที่่�กำำ�ลัังสนทนากำำ�ลัังพููดถึึงความหมายใดของคำำ�ว่่า “เผ็็ด” เพราะด้้วย
บริิบทของการสนทนานั้้น� ย่อ่ มทำ�ำ ให้้รู้้�และเข้้าใจได้้อย่า่ งแจ่่มชัดั
ด้้วยกาลเวลาที่่�เปลี่่�ยนแปลงไป ทำำ�ให้้คำำ�ต่่าง ๆ ย่่อมเปลี่่�ยนแปลงไป โดยที่่�
การเปลี่่ย� นแปลงนั้้น� จะเป็น็ การเปลี่่ย� นแปลงที่่ม� ีีความหมายแคบเข้้า หรืือกว้้างออกก็แ็ ล้้ว
แต่่ผู้้�ใช้้ภาษาไทยทั้้�งสิ้ �น อย่่างไรก็็แล้้วแต่่ภาษาที่่�ยัังมีีชีีวิิตอยู่่�ย่่อมต้้องมีีการเปลี่่�ยน
แปลงอยู่�ตลอดเวลา เพื่่�อไม่่ก่่อให้้เกิิดความคลุุมเครืือในการใช้้คำำ�ต่่าง ๆ และเพื่่�อ
ความเข้้าใจที่่�ตรงกัันกัับคู่่�สนทนาผู้้�ใช้้ภาษาไทยควรตระหนัักรู้้�ถึึงการเปลี่่�ยนแปลงของ
คำ�ำ อยู่�ตลอดเวลา เพื่อ�่ ทำ�ำ ความเข้้าใจบริบิ ทของคำ�ำ ต่า่ ง ๆ ที่่ต� ้้องใช้้ และเป็น็ การตรวจสอบ
ว่่าคำำ�ต่่าง ๆ ที่่�กำำ�ลัังใช้้อยู่�นั้�นจะไม่่ก่่อให้้เกิิดความคลุุมเครืือ ต่่อความหมายแก่่ผู้้�ที่่�เรา
กำำ�ลัังสนทนาอยู่ �ด้ วย
295
เอกสารอ้้างอิิง
lazybio. (1 กรกฎาคม 2562). เรีียกใช้้เมื่อ่� 26 ตุุลาคม 2564 จาก อย่า่ งนี้�น้ ี่่เ� อง:
https://www.blockdit.com/posts/5d19014b67ccf139297c4228
pixabay. (ม.ป.ป.). เรีียกใช้้เมื่อ�่ 26 ตุลุ าคม 2564 จาก https://pixa
bay.com/th/
296
เสื้�อตััวนั้้น� ไม่่ “แพง” แต่ท่ ํําไมเธอใส่่แล้้ว “ดููแพง” ?
นางสาวณััฐมน ภู่่�ทับั ทิิมทอง 05610153
ส่่วนนำำ�
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่่า “แพง”
ในภาษาไทย โดยมุ่�งอธิิบายระบบความหมายในระดับั มโนทััศน์์ คํําถามวิิจััยคืือเหตุุใด
เราจึึงเข้้าใจความหมายของคํําว่า่ “ดููแพง” จากคํําว่า่ “แพง” ได้้ เพราะแม้้จะเขีียนและ
ออกเสีียงเหมืือนกััน แต่ก่ ลับั มีีความหมายต่่างกันั ออกไปตามบริบิ ท อีีกทั้้ง� ยัังดููเหมืือน
จะใช้้ในความหมายคนละแง่ม่ ุมุ กันั โดยสิ้น� เชิงิ แล้้วเหตุใุ ดปรากฏการณ์ด์ ังั กล่า่ ว จึึงนิยิ ม
ใช้้กันั อย่า่ งแพร่ห่ ลายในปัจั จุบุ ันั โดยเฉพาะสังั คมของคนรุ่่�นใหม่ ่ ผู้เ�้ ขีียนคาดว่า่ อาจมีีผล
สืืบเนื่่�องมาจากการรัับรู้้�ความหมายกลางของทั้้�งสองคํํานี้้�มีีการเปลี่่�ยนแปลงไป นั่่�นคืือ
“เงิิน”
ผลการศึึกษาพบว่่าสาเหตุุสํําคััญที่่�ทํําให้้ผู้้�ใช้้ภาษาสามารถเข้้าใจความหมาย
ของคํําว่่า “ดููแพง” จากคํําว่่า “แพง” ได้้คืือนััยยะแฝงเกี่่�ยวกัับเรื่่�อง “เงิิน”
ที่่�มีีโครงสร้้างมโนทััศน์์หรืือระบบความคิิดแตกต่่างกัันตามยุุคสมััย จึึงเกิิดการใช้้คํําว่่า
“แพง” ในความหมายเชิิงลบ ส่่วนคํําว่่า “ดููแพง” ถููกใช้้ในความหมายเชิิงบวก
ทั้้�งนี้้�การใช้้คํําว่่า “แพง” จะถููกใช้้กัับสิ่่�งของในขณะที่่� “ดููแพง” ถููกใช้้กัับมนุุษย์์ตาม
การเปรีียบเทีียบด้้วยกลไกนามนัยั อย่า่ งไรก็ต็ ามไม่่มีีความจํําเป็น็ ที่่�บุุคคลนั้้น� จะต้้องใช้้
สิ่�งของที่่ม� ีีราคา “แพง” อย่า่ งแท้้จริงิ เพีียงแค่่แต่่งตัวั ดีีและรู้�จ้ ัักการวางตััวก็ส็ ามารถ
“ดููแพง” ได้้มีีรายละเอีียดดัังนี้้�
297
1.“แพง” – “ดููแพง” : โครงสร้้างมโนทััศน์ท์ ี่�ถ่ ููกกํําหนดภายใต้บ้ ริบิ ทแวดล้้อม
เคยสังั เกตกันั หรืือไม่่ เหตุุใดเราจึึงเข้้าใจความหมายของคํําว่่า “ดููแพง” ซึ่่ง�
เปรีียบเป็น็ คํําใหม่ใ่ นภาษาไทยเพราะใช้้ในความหมายที่่ต� ่่างออกไปจากคํําว่่า “แพง”
ที่่�เรารู้�้จัักกันั ดีี เราไม่จ่ ํําเป็็นต้้องเปิิดพจนานุกุ รมเพื่�่อดููความหมายหรืือบริบิ ทในการ
ใช้้คํํานี้้� สาเหตุุมาจากความหมายของคํําว่า่ “แพง” และ “ดููแพง” มีีความหมาย
ใกล้้เคีียงกันั เนื่�อ่ งจากมีีนัยั ยะแฝงหรืือความหมายกลางทางมโนทััศน์ท์ ี่่�เชื่�่อมโยง
ระหว่า่ งกันั ที่่เ� กี่ย� วข้้องกับั “เงิิน” แม้้คํําว่า่ “ดููแพง” จะขยายความหมายไปเล็็กน้้อย
อย่่างไรก็ต็ ามทั้้�งสองคํํานี้�ถ้ ููกใช้้ในความหมายเชิงิ ลบและเชิิงบวกแตกต่า่ งกันั โดยสิ้�นเชิิง
1.1 “แพง” : ความหมายเชิิงลบ
คํําว่่า “แพง” เรามัักใช้้ในความหมายเชิงิ ลบ วัตั ถุ ุ สิ่่�งของ หรืือสิินค้้าชนิดิ ใดที่่�
มีีราคาแพงหรืือราคาสููงจะถููกเข้้าใจว่่าเป็็นของไม่ด่ ีี ทํําให้้เกิดิ ความฟุ่�มเฟืือย เช่น่
กระโปรงตััวนั้้น� แพงไป ลดราคาให้้อีีกได้้ไหมคะ เนื่�่องจากสัังคมไทยโดยเฉพาะใน
สมัยั ก่อ่ นตั้้ง� แต่่รุ่่�นคุุณปู่่� คุุณย่า่ คุณุ ตา คุณุ ยาย คุณุ พ่อ่ และคุุณแม่ถ่ ููกปลููกฝัังว่า่ เงิิน
นั้้น� หายาก จงใช้้ชีีวิิตอย่า่ งเรีียบง่่าย ใช้้จ่า่ ยอย่่างประหยัดั มััธยัสั ถ์์อดออม และควรเก็บ็
เงิินไว้้ใช้้ในยามจํําเป็็น จึึงมักั มีีคํําฮิิตติดิ ปากคนไทยว่า่ ต้้องซื้อ� ของอย่่างฉลาดประเภท
“ถููกและดีี” หากคนใดที่่ซ�ื้อ� ของแพงจะถููกกล่า่ วหาว่า่ ใช้้เงิินสิ้้�นเปลืือง หรืือใช้้เงิิน
เกินิ ตัวั แม้้ว่่าคนเหล่า่ นั้้น� จะไม่่ได้้ทํําให้้ใครเดืือดร้้อน และเป็็นเงิินส่ว่ นที่่�พวกเขาหามา
ได้้เองก็ต็ าม
ภาพที่่� 1 แสดงโครงสร้้างมโนทัศั น์์ภายใต้้บริิบทแวดล้้อมเชิิงลบของคำำ�ว่่า “แพง”
298
1.2. “ดููแพง” : ความหมายเชิงิ บวก
ในขณะที่่ค� ำ�ำ ว่า่ “แพง” เคยถููกใช้้ในความหมายเชิิงลบมาเป็น็ เวลานาน แต่่คำ�ำ
ว่่า “ดููแพง” ที่่�เป็็นคำำ�ใหม่ใ่ นสังั คมไทยปััจจุุบัันกลับั ถููกใช้้ในความหมายเชิงิ บวก สาเหตุุ
อาจเป็็นเพราะว่่ามโนทัศั น์์ความคิิดของสังั คมได้้เปลี่่�ยนแปลงไป คำำ�ว่า่ “แพง” แม้้จะมีี
ความหมายว่า่ ราคาสููง แต่่นััยยะที่่แ� ฝงอยู่่�ก็ค็ ืือคนที่่จ� ะซื้อ� ของแพงได้้จะต้้องเป็น็ คนที่่ม� ีี
เงินิ หรืือเกิิดในตระกููลที่่ด� ีีมีีสกุุล ดัังนั้้�นในปััจจุบุ ัันที่่ค� นรุ่่�นใหม่ไ่ ด้้รับั วัฒั นธรรมจาก
ตะวัันตกมากขึ้น้� ในเรื่�อ่ งของ Materialism (วัตั ถุนุ ิิยม) หรืือกระแสค่่านิยิ มทาง
สัังคมที่่ใ� ห้้ความสำ�ำ คััญกับั การสะสมวัตั ถุุหรืือสิ่�งของ คำ�ำ ฮิติ ที่่�เคยใช้้จาก “ถููกและดีี”
กลายเป็็น “ของมัันต้้องมีี” ด้้วยอิิทธิพิ ลของ “เงิิน”ที่่ส� ามารถซื้อ� ของที่่�คนต้้องการ
ได้้จึึงไม่แ่ ปลกที่่�จะเกิิดการใช้้คำ�ำ ว่่า “ดููแพง” ในความหมายที่่�เริ่�มขยายมาสู่�เชิงิ บวก
มากยิ่ �งขึ้้�น
ตััวอย่่างการใช้้คำำ�ว่า่ “ดููแพง” เรามักั จะใช้้ในแง่ช่ ื่�น่ ชมผู้อ้� ื่น�่ เช่น่ เธอแต่่งตััว
สวยหรูู “ดููแพง” ลุุคแบบนี้ค้� ืือ “ดููแพง” ในแง่่เขีียนข่า่ วให้้น่า่ สนใจ เช่่น ลิซิ ่า่ ปังั อีีกแล้้ว
ใส่่แค่่เสื้�อยืืดธรรมดา ทำำ�ไม “ดููแพง” ขนาดนี้้� หรืือในแง่โ่ ฆษณาสินิ ค้้า เช่น่ กางเกงยีีนส์์
ทรงสวย ใส่่สบาย งานน่่ารักั ใส่แ่ ล้้ว “ดููแพง” นอกจากนี้�้การมีีบุุคลิิกภาพดีี แต่่งตัวั ดีี
กิิริิยาสุุภาพเรีียบร้้อย และรู้้จ� ักั กาลเทศะก็็ทำำ�ให้้ “ดููแพง” ได้้เช่่นกันั
ภาพที่่� 2 แสดงโครงสร้้างมโนทััศน์ภ์ ายใต้้บริบิ ทแวดล้้อมเชิงิ บวกของคำ�ำ ว่่า “ดููแพง”
299
2. “แพง” – “ดููแพง”: รูปู แบบการแปลงวัตั ถุสุิ่�งของให้้เป็น็ มนุษุ ย์์
“กลไกนามนััย” จะช่่วยให้้เราเข้้าใจการเปรีียบเทีียบได้้มากยิ่ง� ขึ้้�นการใช้้คำ�ำ ว่า่
“ดููแพง” ตามบริิบทและสถานการณ์ต์ ่่าง ๆ ข้้างต้้น มีีความหมายคล้้ายคลึึงกัับคำำ�ว่า่
“แพง” ที่่เ� รารู้้จ� ัักกัันอยู่่�ก่่อนหน้้า เราอนุุมานความหมายที่่�เกิดิ ใหม่น่ ี้ไ้� ด้้จาก“กลไก
นามนัยั ” คำำ�ว่า่ “แพง” ใช้้กับั วัตั ถุุหรืือสิ่�งของ ซึ่่ง� มีีนัยั ยะของคนที่่ม� ีีเงิินจึึงจะซื้�อของ
“แพง”ได้้แฝงอยู่�ด้วยเมื่อ�่ ขยายความหมายมาเป็น็ “ดููแพง” จึึงใช้้เปรีียบเทีียบกับั มนุษุ ย์์
โดยใช้้ในบริิบทเชิงิ บวกอย่า่ งการกล่า่ วชื่�่นชมและยกย่่องบุคุ คล เราจะรู้ท�้ ัันทีีว่า่ คนนั้้น�
เป็็นที่่ย� อมรัับทางสัังคมเพราะคนที่่ม� ีีเงิินจะสามารถทำ�ำ ทุุกอย่า่ งที่่ต� ้้องการได้้ เช่่น
เปลี่่�ยนแปลงตััวเองให้้ดููดีีขึ้น้� ช่่วยเหลืือผู้อ�้ ื่น�่ ได้้ และคนที่่ม� ีีเงินิ มัักจะมีีครอบครััวที่่อ� บรม
สั่ �งสอนกิิริิยามารยาทมาดีีจึึงเรีียบร้้อยงดงามกว่่าคนที่่�ไม่่มีีเงิินหรืือคนที่่�ไม่่สามารถซื้ �อ
ของแพง ๆ มาใส่่ได้้
ทั้้�งนี้้�บริบิ ทการใช้้คำ�ำ ว่า่ “ดููแพง” นั้้�นไม่จ่ ำำ�เป็็นที่่จ� ะต้้องใส่่เสื้�อผ้้าที่่� “แพง”
จริิง ๆ เนื่อ่� งจากแค่่แต่ง่ ตััวดีี บุคุ ลิิกภาพดีี และรู้้จ� ัักกาลเทศะก็ถ็ ืือว่า่ เป็็นที่่�ยอมรับั ทาง
สัังคม จึึงสามารถใช้้คำ�ำ ว่า่ “ดููแพง” ในการบรรยายคนนั้้�นได้้ เช่น่ คนที่่ม� ีีคุณุ สมบัตั ิผิ ู้้�ดีี
ไม่่จำ�ำ เป็็นจะต้้องเป็น็ คนรวย ไม่่ได้้ใช้้ของ “แพง” ก็็ “ดููแพง” ได้้เช่่นกันั อย่า่ งไรก็็
ตามเป็็นที่่น� ่า่ สังั เกต คำ�ำ ว่่า “ดููแพง” มัักใช้้ในสังั คมผู้้�หญิงิ หรืือบุคุ คลที่่�มีีความหลาก
หลายทางเพศมากกว่่าผู้�้ชาย อาจมีีสาเหตุุมาจากความนิิยมทางด้้านวัตั ถุุหรืือสิ่ง� ของ
การชอบซื้้�อสินิ ค้้า การให้้ความสำำ�คััญกับั รููปลักั ษณ์์ภายนอก รวมทั้้�งการวางกิริ ิิยา
ท่่าทางให้้เหมาะสมตามที่่�สังั คมคาดหวังั มากกว่า่ นั่่น� เอง
ภาพที่่� 3 แสดงการแปลงวััตถุคุ ืือ “ดููแพง” เป็น็ มนุุษย์์
300
3. สรุปุ ผลการศึกึ ษา
การศึึกษาการอนุมุ านความหมายจากคำ�ำ ว่่า “แพง” ไปสู่่�คำำ�ว่่า “ดููแพง” เป็็น
การศึึกษาความหมายในระดัับมโนทััศน์์ โดยพิิจารณาจากโครงสร้้างมโนทััศน์์ที่่�ถููก
กำำ�หนดภายใต้้บริิบทแวดล้้อมในสัังคมไทยในอดีีตจนถึึงปััจจุุบััน ทำำ�ให้้สัังเกตเห็็นว่่า
ความหมายของคำำ�ว่่า “แพง”ที่่�เคยมีีความหมายในเชิิงลบถููกขยายความหมายเป็็นคำำ�
ใหม่่อีีกคำ�ำ คืือ “ดููแพง” ที่่�มีีความหมายในเชิิงบวกได้้ เพราะบริบิ ทแวดล้้อมหรืือความ
คิิดของคนไทยที่่�มีีต่่อ “เงิิน” มีีการเปลี่่�ยนแปลงไป รวมทั้้�งมีีการอนุุมานความหมาย
จากสิ่ง� ของ “แพง” เปรีียบเทีียบกับั มนุษุ ย์ห์ รืือคนที่่� “ดููแพง” อีีกด้้วย ผลการศึกึ ษาดััง
กล่่าวไม่่ได้้อธิิบายเพีียงปรากฏการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นกัับสองคำำ�นี้้�เพีียงเท่่านั้้�น หากแต่่
สามารถนำำ�มาอธิบิ ายคำำ�อื่�่น ๆ ได้้อีีกเช่น่ กััน
ผู้เ�้ ขีียนขอยกตัวั อย่า่ งคำ�ำ ว่า่ “โดนเท” ที่่ม� าจากคำ�ำ ว่า่ “โดนทิ้้ง� ” หรืือถููกทอดทิ้้ง�
คำำ�ว่่า “ทิ้้�ง” ในความหมายตามพจนานุุกรมฉบัับราชบััณฑิิตสถาน พ.ศ. 2554 คืือ
ปล่อ่ ยให้้สิ่่ง� ที่่ถ� ืืออยู่�หลุดุ ออกจากมืือ ด้้วยอาการขว้้าง โยน หรืือเท ในความหมายเดิมิ ถููก
ใช้้ตามปกติิในทุุกยุุคสมััย แต่่คำำ�ว่่า “โดนเท” มัักใช้้ในบริิบทของคนวััยรุ่่�นยุุค
ใหม่่ที่่�มัักให้้ความสำำ�คััญกัับการมีีความรัักและการคบหาเพื่่�อน เมื่่�อ “โดนเท” จาก
คนรักั คืือ คนที่่�เขาและเธอรัักทอดทิ้้ง� และไม่ส่ นใจ เช่น่ โดนแฟนทิ้้ง� หรืือเพื่่�อนผิิดนััด
ทั้้ง� นี้ค�้ ำำ�ว่า่ “โดนเท” จะให้้ความรู้�้สึึกของบุุคคลหนึ่่ง� ที่่�บอกเล่่าระบายความในใจในเชิิง
ลบอาจจะในทางจริิงจังั เท่่าใดขึ้น�้ อยู่่�กับั สถานการณ์์นั้้�น ๆ ในขณะที่่� “ทิ้้�ง” หรืือ “เท”
ซึ่�งเป็็นคำำ�ทั่่�วไปที่่�เรารู้้�จัักจะใช้้กัับวััตถุุหรืือสิ่�งของที่่�ไม่่มีีชีีวิิตและไม่่มีีความรู้้�สึึก เป็็นต้้น
ในฐานะเจ้้าของภาษาและผู้้�ใช้้ภาษาคนหนึ่่�งมีีความเห็็นเกี่ �ยวกัับการทำำ�ความ
เข้้าใจความหมายของคำำ�ใหม่่ที่่�เกิิดขึ้้�นมากมายในทุุก ๆ วััน ว่่าจะต้้องพิิจารณาผ่่าน
กระแสความคิดิ หรืือมโนทัศั น์์ของคนในสัังคม ณ เวลานั้้�น เพราะการเปลี่่�ยนแปลงทาง
ความหมายย่่อมขึ้้�นอยู่่�กัับการเปลี่่�ยนแปลงทางความคิิดของเจ้้าของภาษาเองด้้วย
ผู้เ้� ขีียนหวัังว่า่ บทความฉบัับนี้จ้� ะช่่วย ให้้ผู้อ้� ่่านทั้้�งคนรุ่่�นเก่่าและคนรุ่่�นใหม่่มีีความเข้้าใจ
ในการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายของคำำ�ต่่าง ๆ ที่่�เกิิดจากการสร้้างสรรค์์
คำำ�ใหม่่ๆ มากยิ่�งขึ้้�น เพราะนับั ว่่าเป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อการใช้้ภาษา ทำ�ำ ให้้มีีการหมุุนเวีียน
การใช้้คำำ�ตามยุุคสมััยและภาษาไม่่หยุุดอยู่่�กัับที่่� ผู้้�เขีียนหวัังเป็็นอย่่างยิ่ �งว่่าในอนาคต
จะมีีผู้้�ผลิิตงานทางด้้านภาษาในระดัับมโนทััศน์์กัับคำำ�อื่่�น ๆ ในภาษาไทยเพิ่่�ม
มากยิ่�งขึ้น�้ ต่อ่ ไป
301
เอกสารอ้า้ งอิิง
ราชบัณั ฑิิตยสถาน. (2556). พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2554.
กรุงุ เทพฯ: ราชบััณฑิิตยสถาน. เข้้าถึึงเมื่่อ� 23 ตุลุ าคม. เข้้าถึึงได้้จาก
https://dictionary.orst.go.th/
Mollacake. (2562). วางตัวั ดีี ก็ด็ ููแพงได้้ 8 ‘ดีีเทลเล็็ก ๆ ในตัวั ผู้�หญิิง’
ดูผู ู้้�ดีีมีีคลาสอััพเสน่ห่ ์์ให้้หนุ่�ม ๆ ชื่่�นชม. เข้้าถึึงเมื่อ�่ 23 ตุลุ าคม.
เข้้าถึึงได้้จาก https://sistacafe.com/summaries/71926
302
การขยายความหมายของคํําว่่า “หวาน” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน
นายปััณณธร ข้้องนอก 05610281
ส่ว่ นนำ�ำ
คํําว่่า “หวาน” ในภาษาไทย พจนานุุกนมฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน พ.ศ. 2544
ได้้ให้้ความหมายของคํําว่า่ หวาน ไว้้ 5 ความหมาย ได้้แก่่ 1) ว. มีีรสอย่่างน้ำ�ำ�ตาล 2) ว.
เพราะ เช่่น หวานหูู เสีียง 3) ว. น่า่ รัักชวนมอง เช่น่ หน้้าหวาน 4) ว. อ่่อนสดใส ในคํําว่่า
สีีหวาน 5) ว. ชุ่่�มชื่่�น ซึ่่�งความหมายของคํําว่่าหวานแต่่ละ ความหมายนั้้�น
มีีความสััมพัันธ์์กััน ด้้วยเหตุุนี้้�คํําว่่า “หวาน” จึึงถืือว่่าเป็็นคํําหลายความหมาย
คํําหลายความหมาย (polyseme) เกิิดจากปรากฏการณ์์ทางภาษาที่่�เรีียกว่่า การมีี
หลายความหมาย (polysemy) ซึ่่�งเป็็นปรากฏการณ์์ที่่�รููปภาษา 1 รููป มีีความหมาย
มากกว่่า 1 ความหมาย และความหมายเหล่่านั้้�นมีีความสััมพัันธ์์กััน
(สํํานัักงานราชบััณฑิิตยสภา, 2560: 341, อ้้างถึึงใน โสมรวีี สมเพชร,2563: 4)
ซึ่่�งภาวะหลายหลายความหมายของคํําเป็็นปรากฏการณ์์ที่่�คํําศััพท์์คํําในภาษามีี
ความหมายมากกว่่า 1 ความหมาย โดยแต่่ละความหมายมีีความสััมพัันธ์์ทาง
ความหมายซึ่่�งกัันและกััน โดยจะมีีลัักษณะตรงข้้ามกัับกัับการพ้้องรููปของคํํา
(homonymy) ซึ่่�งมีีลัักษณะรููปภาษาที่่�ซ้ํ�ากัันโดยบัังเอิิญ แต่่มีีรากคํํามาจากคนละที่่�
(Lakoff, 1987, อ้้างถึึงใน พิชิ ชากร ต้้นวงศ์์, คเชนทร์ ์ ตัญั ศิิริิ และมุุกข์ด์ า สุุขธาราจาร,
2019: 42) ภาวะ โดยคํําหลายความหมายนั้้�นเกิิดจากการขยายความหมายผ่่าน
กระบวนการทางปริิชาน เช่่น อุุปลัักษณ์์นามนััย
303
งานวิจิ ัยั ที่่ผ� ่า่ นมาเกี่ย� วกับั คํําหลายความหมายในภาษาไทย เช่น่ โสมรวีี สมเพชร
(2563) ที่่�ศึึกษาการขยายความหมายของคํําว่่า “กััด” ในภาษาไทย:
การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชาน ศุุภชััย ต๊๊ะวิิชััย (2557) ที่่�ศึึกษา มโนทััศน์์
พื้้�นที่่�ในภาษาไทย: กรณีีศึึกษาคํําว่่า “หลััง” ที่่�ปรากฏในเว็็บไซต์์พัันทิิปดอทคอม
ธนานัันท์์ ตรงดีี และคณะ (2563) ที่่�ศึึกษาการขยายความหมายของคํําว่่า แม่่
ในภาษาไทย ภาษาลาว และภาษาจีีน ปิยิ ะวดีี คํําสุวุ วรรณ คเชนทร์ ์ ตัญั ศิริ ิิ และอุอุ าภรณ์์
สัังขทาน (2562) ศึกึ ษาคํําว่่า “ตาม” ในภาษาไทย พิชิ ชากร ต้้นวงศ์,์ คเชนทร์ ์ ตัญั ศิิริิ
และมุุกข์์ดา สุุขธาราจาร (2562) ศึึกษาคุุณสมบััติิทางวากยสััมพัันธ์์
และอรรถศาสตร์์ของคํํากริยิ าพื้้�นฐาน ‘เปิดิ ’ ในภาษาไทยที่่ป� รากฏร่่วมกับั ศัพั ท์์เฉพาะ
ทาง:การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์์ปริิชานแบบอิิงฐานข้้อมููลซึ่่�งจากการศึึกษางาน
วิิจััยเกี่ �ยวกัับคํําหลายความหมาย ยัังไม่่พบผู้้�ใดศึึกษาคํําว่่า “หวาน”ที่่�เป็็นคํําหลาย
ความหมายอย่่างเฉพาะเจาะจง ผู้้�วิิจััยจึึงสนใจที่่�จะศึึกษาคํําว่่า “หวาน” ที่่�ปรากฏ
ในภาษาไทย โดยผู้้�วิิจััยตั้้�งวััตถุุประสงค์์ไว้้ 2 ประการ คืือ 1) เพื่่�อวิิเคราะห์์
ความหมายของคํําว่่า “หวาน” ในภาษาไทยว่่ามีีความหมายอะไรบ้้าง และ 2) เพื่่�อ
วิเิ คราะห์์ความสัมั พัันธ์ร์ ะหว่่างความหมายต่่าง ๆ ของคํําว่า่ “หวาน” ในภาษาไทยว่า่ มีี
ความสัมั พัันธ์์กัันอย่า่ งไร
การศึกึ ษาความหมายของคํําว่า่ “หวาน” ในครั้ง� นี้ �้ ผู้ว�้ ิจิ ัยั ได้้เก็บ็ รวบรวมข้้อมููล
คํําว่่า “หวาน” จากคลัังข้้อมููลภาษาไทยแห่่งชาติิ ในพระราชููปถััมภ์์สมเด็จ็ พระเทพ-
รััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี ภาควิิชาภาษาศาสตร์์ คณะอัักษรศาสตร์์
จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย (http://www.arts.chula.ac.th/~ling/tnc3/ซึ่่�งเป็็น
ปริิบทข้้อความการใช้้ภาษาที่่�เกิิดขึ้้�นจริิง จึึงนํํามาใช้้เป็็นตััวอย่่างของการใช้้คํําว่่า
“หวาน” และนํํามาวิิเคราะห์์ความหมายและวิิเคราะห์์ความสััมพันั ธ์์ทางความหมาย
ของคํําว่่า “หวาน” โดยศึกึ ษาคํําว่่า “หวาน”ที่่ท� ํําหน้้าที่่�ทางไวยากรณ์เ์ ป็น็ คํําวิิเศษณ์์
และศึึกษาคํําว่่า “หวาน” ที่่�เป็็นคํํามููลหรืือคํําเดี่ �ยวเท่่านั้้�น ไม่่ศึึกษาคํําประสมหรืือ
สํํานวน รวมถึึงไม่่ศึกึ ษาคํําว่า่ “หวาน” ที่่�ทํําหน้้าที่่ท� างไวยากรณ์อ์ ื่่�น ๆ
304
ความหมายของคํําว่่า “หวาน” ในภาษาไทย
ผลการศึึกษาพบว่า่ ความหมายของคํําว่่า“หวาน”ในภาษาไทยที่่เ� กิดิ ในปริบิ ท
ข้้อความการใช้้ภาษาที่่เ� กิดิ ขึ้น้� จริิง มีีทั้้ง� หมด 5 ความหมาย ได้้แก่่ 1) มีีรสอย่่างน้ํ�าตาล
2) ชุ่่�มชื่่�น สดชื่�่น 3) เพราะ 4) น่่ารักั ชวนมอง 5) อ่อ่ นสดใส โดยความหมายทั้้ง� 5
ความหมายของคํําว่่า “หวาน” ที่่�กล่่าวมาแล้้วนั้้น� เป็็นคํําวิเิ ศษณ์ท์ ํําหน้้าที่่� ในการ
ขยายคํํานาม คํําสรรพนาม คํํากริยิ า หรืือคํําวิิเศษณ์์เพื่่�อให้้ได้้ใจความที่่ช� ัดั เจนขึ้น้�
ซึ่�งคํําว่่า “หวาน” เป็็นคํําวิิเศษณ์์ที่่�ความหมายแตกต่่างกััน ดัังนี้้�
ความหมายที่�่ 1 มีีรสอย่า่ งน้ํํ�าตาล คํําที่่�ถููกขยายจะอยู่�ในหมวดอาหาร โดยมักั
จะปรากฏคู่่�กับั คํําว่่า“รส” หรืือ “รสชาติิ” เพื่่อ� เป็็นการระบุุให้้เห็น็ ถึึงคุณุ สมบััติิ
ประการหนึ่่�งของรสชาติทิ ํําให้้สามารถรัับรู้แ�้ ละเข้้าใจใจความของข้้อความได้้ชััดเจนยิ่่ง�
ขึ้�้น ซึ่่�งความหมายนี้้�เป็น็ ความหมายหลัักของคํําว่า่ “หวาน”
พบตัวั อย่า่ งข้้อความดัังนี้้�
ตัวั อย่า่ งที่่� 1 เนื้้อ� วัวั รสชาติคิ วามนุ่�มหวานลิ้น� ติิดอันั ดับั โลก
ตััวอย่า่ งที่่� 2 รสหวานของกล้้วยจะทํําให้้ชีีสที่่�เค็็ม ๆ กลมกล่่อมขึ้น้�
ความหมายที่่� 2 ชุ่�มชื่่�น สดชื่่�น ความหมายนี้้เ� ป็็นการแสดงให้้เห็็นว่่าหลัังจากที่่ไ� ด้้รับั
ความหมานแล้้วจะรู้้�สึึกดีี รู้้�สึึกสดชื่่�น ดัังนั้้�นจึึงนํําคํําว่า่ “หวาน” มาใช้้เพื่่อ� ขยายให้้คํํา
หลักั นั้้�นมีีคุณุ สมบััติิที่่�เกี่ย� วข้้องกัับความชุ่�มชื่น�่ สดชื่น่� พบตัวั อย่า่ งข้้อความดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งที่่� 11 ทั้้ง� คู่่�มัักจะเติิมความหวานให้้กัันด้้วยการขัับรถไปเที่่ย� ว
ต่า่ งจัังหวััด
ตัวั อย่่างที่่� 12 ดุจุ ดั่่ง� สายลมที่่เ� ย็น็ ชื่�่นและน้ํ�าค้้างที่่�หอมหวานพิสิ ุทุ ธิ์�
ความหมายที่่� 3 เพราะ คํําที่่ถ� ููกขยายจะเกี่�ยวข้้องกัับเสีียง คํําพููด เพื่่อ� แสดงคุุณสมบัตั ิิ
ด้้านดีีของคํําคํํานั้้�น ดังั ปรากฏคู่่�กัับคํําว่า่ เสีียง แสดงความหมายว่่าเสีียงนั้้น� ไพเราะ
น่า่ ฟังั คล้้ายกัับการทานอาหารที่่�มีีรสหวานแล้้วรู้�้สึึกชดชื่่น� พบตัวั อย่่างข้้อความดัังนี้้�
305
ตััวอย่่างที่่� 3 เสีียงหวานอ้้อยสร้้อยของแซกโซโฟนก็แ็ ทรกผสานเข้้ามา
อย่่างรื่น�่ หูู
ตัวั อย่่างที่่� 4 หล่่อนจึึงกุุมคอหอยทํําท่่าสํําลักั คํําหวานของพี่่พ� ััน
ความหมายที่่� 4 น่า่ รัักชวนมอง เป็็นการเพิ่่ม� คุุณสมด้้านบวกของคํําหลััง โดยมีีการ
เปรีียบเทีียบว่า่ น่่ารัักชวนมองเป็็นเหมืือนรสชาติิหวานที่่�น่า่ ลิ้ม� ลองหากได้้ชิิมก็จ็ ะติิดใจ
และรู้ส้� ึึกชุ่�มชื่�น่ เช่่นเดีียวกัันความน่่ารัักชวนมองหากได้้มองก็จ็ ะรู้ส้� ึึกอยากมองอยู่�
อย่่างนั้้�น รู้�้สึึกชุ่�มชื่่�นหัวั ใจ พบตัวั อย่า่ งข้้อความดัังนี้�้
ตััวอย่า่ งที่่� 5 นักั ข่่าวตั้ง� ใจไปเก็บ็ ภาพหวาน ๆ ของคู่่�รัักดาราหลายคู่�ที่�
มาชุมุ นุุมกันั
ตััวอย่่างที่่� 6 นีีซยิ้้ม� กว้้างแทนคํําตอบ หากยิ้�มหวานนั้้น� ก็็ไม่ไ่ ด้้ประดับั
บนหน้้าสวยคมนานนักั
ความหมายที่�่ 5 อ่อ่ นสดใส ในความหมายหมายนี้�้จะใช้้คู่่�กับั คํําว่า่ “สีี” ในคํําว่า่ สีีหวาน
หมายถึึงสีีที่่ม� ีีลัักษณะอ่อ่ นสดใส ไม่ฉ่ ููดฉาด ดููแล้้วรู้้ส� ึึกสบายตาเป็น็ ความหมายเปรีียบ
ของอ่่อนสดใสคืือหวาน เนื่�อ่ งจากหวานจะเป็็นความรู้้ส� ึึกนุ่�มนวล มีีความละมุนุ สดชื่น่�
สดใส สีีที่่�อ่่อนสดใส ดููแล้้วสบายตาจึึงถููกนํํามาเปรีียบกัับ คํําว่่าหวาน
พบตััวอย่า่ งข้้อความดัังนี้้�
ตััวอย่า่ งที่่� 9 มาลีีสีีหวานทั้้ง� หมดเป็น็ ฝีมี ืือและน้ํ�าใจไมตรีีของคุุณอรรถสิทิ ธิ์�
ตััวอย่า่ งที่่� 10 ผมที่่�ซอยสั้น� ไม่เ่ ป็น็ ปััญหากัับชุดุ ราตรีียาวสีีหวานสดใส
ความสััมพัันธ์์ระหว่า่ งความหมายต่า่ ง ๆ ของคํําว่่า “หวาน”
ผลการศึกึ ษาความสััมพันั ธ์์ทางความหมายของคํําว่า่ “หวาน” ในภาษาไทย พบว่า่ มีี
การขยายความหมายจากความหมายหลััก คืือ มีีรสอย่่างน้ํ�าตาล ไปสู่่�ความหมายเชิิง
เปรีียบเกี่่�ยวกัับการเป็็นคํําขยายเพื่่�อแสดงคุุณสมบััติิด้้านบวกของคํําหลััก
ผ่่านกระบวนการทางปริิชาน ได้้แก่่ กระบวนการอุุปลักั ษณ์์ และกระบวนการนามนััย
ดังั นี้้�
306
ความหมายที่่� 1 คืือความหมายหลักั ของคํําว่า่ “หวาน”ที่่�แสดงถึึงคุณุ สมบััติิ
ของรสชาติิ ว่่ามีีรสอย่า่ งน้ํ�าตาล โดยหากสื่อ่� สารโดยไม่ม่ ีีปริบิ ทมาเกี่�ยวข้้องคนส่่วน
ใหญ่ก่ ็จ็ ะนึึกถึึงความหมายนี้้� และความหมายที่่1� จะขยายความหมายไปยััง
ความหมายที่่� 2 ถึึง ความหมายที่่� 5ความหมายที่่� 2 เป็น็ ความหมายที่่เ� กิดิ
จากกระบวนการนามนัยั ซึ่�งอาการหลัังจากการที่่ไ� ด้้ความหวานจะรู้ส�้ ึึกดีี สดชื่น่�
กระปรี้ก�้ ระเปร่า่ ถููกนํํามาเชื่่อ� มโยงกัับอาการสดชื่่น� ชุ่่�มชื่่น� เราจึึงมองว่่าอาการที่่ร� ู้ส�้ ึึก
หลังั จากได้้รัับความหวานเป็็นอาการชุ่�มชื่น่� สดชื่น�่ และอาศััยกระบวนการนามนััย
ทํําให้้คํําว่่า “หวาน” หมายถึึง ชุ่�มชื่น่� สดชื่�น่ ซึ่่ง� ในความหมายนี้จ้� ะต้้องอาศัยั ปริบิ ทอื่�่น
เข้้ามาช่่วยเพื่อ่� ให้้ได้้ใจความที่่ช� ัดั เจน
ความหมายที่่� 3 ถึึงความหมายที่่� 5 เกิดิ จากกระบวนการอุปุ ลัักษณ์์ กล่า่ วคืือ
ความหมายที่่� 3 ถึึง 5 จะถููกนํําไปเปรีียบกัับความหมายที่่� 1เป็น็ การเชื่่�อมโยง
ความหมายระหว่า่ งความหมายหรืือวงมโนทัศั น์์ 2 วง ได้้แก่่ วงต้้นเค้้า (source dom-
main) กับั วงเป้า้ หมาย (target domain) โดยในความหมายที่่� 3 วงต้้นเค้้าคืือ
หวานส่่วนวงเป้้าหมายคืือเพราะ ในความหมายที่่� 4 วงต้้นเค้้าคืือหวานวงเป้า้ หมายคืือ
น่า่ รัักชวนมอง และความหมายที่่� 5 วงต้้นเค้้าคืือหวาน วงเป้า้ หมายคืืออ่อ่ นสดใส
นอกจากนี้้�ความหมายที่่� 3 ถึึง 5 ยัังมีีความสััมพัันธ์์กัับความหมายที่่� 2 คืือความสดชื่�น่
สดใส ซึ่่ง� ความหมายที่่� 2 นี้้จ� ะมีีส่่วนช่ว่ ยในการเชื่่อ� มโยง ความสััมพันั ธ์ข์ องวง
ความหมายทั้้ง� 2 วง
307
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
สรุปุ ผลการวิิจัยั อภิิปรายผล และข้้อเสนอแนะจากการศึกึ ษาความหมายของ
คํําว่า่ “หวาน” ในภาษาไทย พบความหมายของคํําว่่า “หวาน” ทั้้�งหมด 5 ความหมาย
ได้้แก่่ 1) มีีรสอย่่างน้ำ�ำ� ตาล 2) ชุ่�มชื่น�่ สดชื่�่น 3) เพราะ 4) น่่ารัักชวนมอง 5) อ่่อนสดใส
ซึ่ �งแต่่ละความหมายนั้้�นจะถููกใช้้ในปริิบทที่่�แตกต่่างกััน แต่่ยัังคงมีีความสััมพัันธ์์กััน
ระหว่่างแต่่ละความหมาย โดยความหมายที่่�ว่่า ‘มีีรสอย่่างน้ํ�าตาล’ เป็็นความหมาย
พื้้น� ฐาน ซึ่่�งจะมีีการขยายความหมายไปยัังความหมายอื่่น�
การวิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ทางความหมายของคํําว่่า “หวาน” ในภาษาไทย
พบว่า่ ความหมายทั้้ง� 5ความหมายของคํําว่า่ “หวาน” ล้้วนมีีความสัมั พันั ธ์ก์ ันั โดยคํําว่า่
“ ห ว า น ” มีี ก า ร ข ย า ย ค ว า ม ห ม า ย จ า ก เ ดิ ิ ม ที่่ � มีี ค ว า ม ห ม า ย ถึึ ง เ พีี ย ง แ ค่ ่
คุุณสมบััติิของรสชาติิ แต่่ได้้ขยายไปยัังความหมายที่่�ต่่างออกไป ได้้แก่่ สดชื่่�น เพราะ
น่่ารัักชวนมอง อ่่อนสดใส ผ่่านกระบวนการทางปริิชาน คืือ กระบวนการอุุปลัักษณ์์
และกระบวนการนามนััยทั้้�งนี้้�ความหมายของคํําว่่า “หวาน” นั้้�นค่่อนข้้างมีีความ
ใกล้้เคีียงกัันมาก และมีีความเป็็นนามธรรม จึึงเป็็นเรื่่�องยากที่่�แยกความหมายทั้้�ง 5
ให้้ขาดออกจากกันั
308
เอกสารอ้้างอิงิ
ธนานันั ท์์ ตรงดีี และคณะ. (2563). “การขยายความหมายของคํําว่า่ แม่่
ในภาษาไทย ภาษาลาว และภาษาจีีน.” ภาษา ศาสนา และวัฒั นธรรม 9,
2 (กรกฎาคม – ธัันวาคม): 53-76.
พิชิ ชากร ต้้นวงศ์,์ คเชนทร์์ ตััญศิิริิ และมุกุ ข์์ดา สุุขธาราจาร. (2562).
“คุุณสมบััติทิ างวากยสัมั พันั ธ์์และอรรถศาสตร์ข์ องคํํากริิยาพื้้�นฐาน ‘เปิิด’ ใน
ภาษาไทยที่่�ปรากฏร่่วมกับั ศัพั ท์เ์ ฉพาะทาง: การศึึกษาตามแนวอรรถศาสตร์ ์
ปริิชานแบบอิิงฐานข้้อมููล.” วจนะ 7, 2 (กรกฎาคม – ธันั วาคม): 39-58.
ศุภุ ชััย ต๊๊ะวิิชัยั . (2557). “มโนทััศน์พ์ ื้้น� ที่ใ�่ นภาษาไทย: กรณีีศึึกษาคํําว่า่ “หลังั ” ที่่�
ปรากฏในเว็บ็ ไซต์์พันั ทิปิ ดอทคอม.” มนุษุ ยศาสตร์์และสังั คมศาสตร์์ 6, 1
(มกราคม – มิิถุนุ ายน): 131-148.
โสมรวีี สมเพชร. (2563). “การขยายความหมายของคํําว่า่ “กััด” ในภาษาไทย:
การศึกึ ษาตามแนวอรรถศาสตร์ป์ ริิชาน.” ภาษาและวรรณคดีีไทย 37, 2
(กรกฎาคม – ธันั วาคม); 1-36.
309
“สวย” ภาษากัับกาลเวลาและอิทิ ธิพิ ลสังั คม
นางสาวทอฝััน อรุุณบุุญงาม 05610173
ส่ว่ นนำำ�
บทความนี้้ม� ีีจุุดประสงค์เ์ พื่�่อวิเิ คราะห์์ความหมายของคํําว่่า “สวย” ในภาษา
ไทยที่่�มีีความหมายเปลี่่�ยนแปลงในปัจั จุบุ ััน รวมถึึงการเปลี่่�ยนแปลงของความหมาย
ของคํําว่่า “สวย” ที่่�คนในสังั คมใช้้สื่่�อสารในชีีวิติ ประจํําวััน คํําถามคืือเหตุุใดคํําว่า่
“สวย” ในระยะก่่อนหน้้านี้�้จึึงเป็็นคํําที่่ใ� ช้้อธิิบายลักั ษณะหน้้าตาเฉพาะเพศหญิงิ เพีียง
เพศเดีียวเท่า่ นั้้น� แต่่ในระยะหลังั มานี้ค�้ ํําว่่า “สวย” กลายเป็น็ นิยิ ามที่่ค� นในสัังคม
ปััจจุุบัันใช้้เพื่่�ออธิิบายลัักษณะหน้้าตาที่่�มีีความงามที่่�ไม่่จํํากััดเพศใช้้ได้้ทั้้�งเพศชาย
และเพศหญิงิ แต่ก่ ารใช้้อธิบิ ายความงามที่่ไ� ม่จ่ ํํากััดเพศนั้้น� มีีข้้อจํํากััดอย่า่ งไร และคํําว่่า
“สวย” ยัังใช้้เป็็นคํําอุทุ านในกลุ่�มคนเล่น่ เกมอีีกด้้วย อะไรคืือสาเหตุุทํําให้้เกิดิ การ
เปลี่่ย� นแปลงของคํําดังั กล่า่ ว
ผลการศึึกษาพบว่่าสาเหตุุสํําคััญที่่�ทํําให้้การใช้้ภาษาเปลี่่�ยนแปลงไปคืือเวลา
กัับอิทิ ธิพิ ลสัังคม เมื่�อ่ เวลาเปลี่่ย� นผ่่านการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายและมุมุ มอง
ทางภาษาก็เ็ กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงตามลํําดับั และเมื่�อ่ สัังคมส่ว่ นใหญ่่เกิิดการใช้้ภาษาใน
ความหมายที่่เ� ปลี่่ย� นแปลงไป ผู้�้คนในสังั คมก็จ็ ะเกิดิ อุุปาทานหมู่�และโดนกลืืนกินิ ให้้ใช้้
ภาษาในความหมายนั้้น� ตามโดยที่่�ไม่ร่ ู้ต�้ ััวจนเกิิดติิดเป็น็ นิิสัยั รวมถึึงเข้้าใจว่่าเป็น็ ความ
หมายหลัักแทนที่่ค� วามหมายดั้ง� เดิมิ ผู้เ้� ขีียนศึกึ ษาจากการใช้้จริิงของผู้้�ใช้้ภาษาในสมัยั
ปัจั จุุบันั จากทวิิตเตอร์์ และการใช้้ในเชิิงภาษาพููดรวมถึึงคํําอุทุ านจากคลิปิ วิดิ ีีโอใน
ยููทููป เพื่�่อให้้ได้้ข้้อมููลการใช้้คํําว่่า “สวย” ในรููปแบบของภาษาที่่�ผู้้ค� นในสัังคมใช้้
สื่อ�่ สารในชีีวิิตประจํําวันั แต่่คํําว่่า “สวย”ที่่ผ� ู้้�คนใช้้ในปััจจุบุ ัันเกิดิ การเปลี่่ย� นแปลง
อย่่างไร และกลายเป็น็ คํําอุุทานได้้อย่า่ งไร สาเหตุสุ ํําคัญั คืือเวลากับั อิิทธิิพลสังั คม
ส่่งผลกัับการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมายและมุมุ มองทางภาษา มีีรายละเอีียดดัังนี้�้
310
1. “สวย” การเปลี่ย่� นแปลงด้้านเวลา
ในระยะก่่อนหน้้านี้ค�้ ํําว่่า “สวย” มัักจะใช้้อธิิบายถึึงรููปลัักษณ์ท์ ั้้�งภายนอกทั้้�ง
ภายใน เช่่น หน้้าตา จิติ ใจ ซึ่่ง� ปรากฏในการใช้้กับั เพศหญิิงเท่่านั้้น� แต่่เพศชายจะ
ปรากฏใช้้คํําว่่า “หล่่อ” แทน ซึ่่�งมีีนิิยามความหมายว่า่ งาม เช่น่ เดีียวกับั คํําว่า่ “สวย”
การปรากฏใช้้ของ 2 คํํานี้�้แบ่่งแยกในการใช้้กับั เพศใดเพศหนึ่่�งอย่่างชัดั เจน แต่่ในระยะ
หลัังมานี้้� ผู้ค้� นในสังั คมเริ่�มใช้้คํําว่า่ “สวย” เพื่�อ่ อธิิบายรููปลัักษณ์ภ์ ายนอกของเพศชาย
โดยเฉพาะผู้ท�้ ี่่ใ� ช้้คํําว่่า“สวย” ในลักั ษณะแบบนี้้� เริ่�มแพร่่หลายในทวิิตเตอร์์มากขึ้น�้
โดยมีีผู้ใ้� ช้้ทวิติ เตอร์์ได้้ให้้ความเห็็นการชมโดยใช้้คํําว่า่
“สวย” กัับเพศชาย ดังั ตััวอย่า่ ง
(1) “ชมผู้ช้� ายว่่าสวยไม่ไ่ ด้้มองว่่าเป็็นผู้�้หญิิง ความสวยมัันคืือศิิลปะใช้้ชมได้้ทุุกสิ่�งทุุก
อย่า่ งบนโลก ใช้้ได้้ทั้้ง� สััตว์ส์ิ่ง� ของ ทััศนนีียภาพ หรืือกระทั่่ง� คนทุุกเพศไม่่ใช่แ่ ค่ผ่ ู้้�หญิิง
เข้้าใจมั้้�ยอะ จะว่่าไงดีีก็็คืือบางทีีชมผู้ช้� ายว่่าสวยก็็ ไม่ไ่ ด้้จะยัดั เยีียด หรืือจะให้้เขา
เป็็นผู้�้หญิงิ ไง จบ”
(@bornin96s, 21 มีีนาคม 2562)
(2) “เวลาชมผู้้�ชายว่่า ‘สวย’ เราไม่ไ่ ด้้ยัดั เยีียดความ feminine ให้้เขา แค่่เพราะเขา
สวยจริงิ ๆ beauty beyond compare, an aesthetic สวยก็ค็ ืือสวย สวยอย่่างที่่�
มนุุษย์์สัักคนจะสวยได้้เป็็นงานชิ้้�นเอกของธรรมชาติิยัังไงล่่ะ”
(@izzygii, 23 พฤษภาคม 2561)
จากตัวั อย่า่ ง (1) กับั (2) ผู้ใ�้ ช้้ทวิติ เตอร์์ได้้อธิิบายถึึงการใช้้คํําว่่า “สวย” ในการ
ชมรููปลักั ษณ์ข์ องเพศชายว่า่ คํําว่่า “สวย” เป็น็ เอกภาพ ไม่่ยึึดติิดกับั เพศหรืือแค่่กับั
สิ่ง� มีีชีีวิิตเท่่านั้้�น และการชมเพศชายโดยใช้้คํําว่่า “สวย” ไม่่ได้้เป็น็ การชื่น�่ ชมว่่าผู้้ช� าย
คนนั้้น� ว่่ามีีลัักษณะรููปร่่างหน้้าตาเหมืือนผู้�ห้ ญิิง ไม่ไ่ ด้้เป็น็ การยััดเยีียดความสวยงาม
แบบเพศหญิิงให้้เพศชาย)
311
แต่จ่ ากการสํํารวจของผู้�้เขีียนกัับผู้ใ�้ ช้้ทวิติ เตอร์์ พ.ศ. 2564มักั พบเห็น็ ผู้�ค้ นใน
สัังคมใช้้ คํําว่่า “สวย” เพื่�่อชื่่�นชมลัักษณะของเพศชายที่่�มีีลักั ษณะเหมืือนผู้ห้� ญิิง
ทั้้ง� โครงหน้้าที่่ม� ีีความหวาน น่่ารััก ขนตายาว ผิิวขาว ทั้้ง� รููปร่า่ งที่่�บอบบางอรชร
อ้้อนแอ้้น ยังั ไม่ท่ ํําให้้เห็็นว่่าถึึงเวลาจะผ่่านไป ถึึงความหมายของคํําว่่า “สวย” จะไม่่ถููก
ใช้้นิยิ ามลัักษณะของเพศหญิิงเพีียงอย่า่ งเดีียว เพศชายก็ถ็ ููกใช้้เช่น่ กันั แต่ล่ ัักษณะหน้้า
ตาของเพศชายที่่�ใช้้คํําว่า่ “สวย” ในการชื่่น� ชมนั้้�น ก็ย็ ังั มีีความคล้้ายคลึึงทั้้ง� ลักั ษณะ
รููปลักั ษณ์์แบบเพศหญิิงอยู่�ดีและผู้�้ชายที่่�มัักจะโดนชื่น่� ชม โดยใช้้คํําว่่า “สวย” มักั จะ
เป็น็ ศิลิ ปิินชายสัญั ชาติิเกาหลีีหรืือจีีนที่่ม� ีีลัักษณะตามที่่�กล่า่ วไว้้ข้้างต้้น ไม่ค่ ่อ่ ยพบเห็็น
มากนักั กับั ภาพของเพศชายที่่ใ� ช้้คํําว่่า “สวย”ชื่น�่ ชมรููปลักั ษณ์ข์ องเพศชายที่่�เป็็นความ
หมายดั้�งเดิมิ ของคํําว่่า“หล่่อ” โดยรููปลัักษณ์ท์ ี่่�ว่่าคืือเพศชายที่่ม� ีีลักั ษณะโครงหน้้าคม
เข้้ม คิ้้ว� หน้้า รููปร่่างร่า่ งกายบึึกบึึน กํํายํํา มีีกล้้าม ซึ่่�งผู้�้ใช้้ทวิิตเตอร์์หลายรายจะชื่น�่ ชม
เพศชายที่่�มีีลักั ษณะที่่ก� ล่่าวไปด้้วยคํําว่่า “หล่่อ” แต่เ่ พีียงแค่่ระยะเวลาผ่่านไปไม่่
ถึึง 1 ปีี ในปีี พ.ศ. 2564 ก็เ็ ริ่�มมีีผู้้ใ� ช้้ทวิิตเตอร์์ให้้ความเห็็นถึึงการใช้้คํําว่า่ “สวย”
ชื่น�่ ชมรููปลักั ษณ์์ของเพศชายในปัจั จุุบัันของผู้ค�้ นในสัังคม ดังั ตััวอย่า่ งนี้�้
(3) “สวยในภาษาไทยมีีเพศ เพราะฉะนั้้�นจะเอาไปเทีียบกับั ภาษาอื่น่� ไม่ไ่ ด้้ถ้้าอยากให้้มัั
นไม่ม่ ีีเพศจริงิ ๆ ก็เ็ ลิิกเอาไปใช้้ชมกัับแค่่ผู้ช�้ ายที่่ม� ีีลุคุ feminine”
(@27jullochocopie, 25 ตุุลาคม 2564)
ถึึงแม้้ตอนนี้�้จะยังั ไม่่เกิดิ การเปลี่่ย� นแปลงความหมายของการใช้้คํําว่า่ “สวย”
ในการ ชื่น่� ชมเพศชายที่่�มีีรููปลักั ษณ์์อื่น�่ ที่่แ� ตกต่่างจากเพศหญิงิ แต่จ่ ากการเปลี่่�ยนแปลง
ของ เวลาที่่ผ� ่่านไปเรื่�่อย ๆ ก็เ็ กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงของภาษาไม่่แน่ว่ ่า่ ในอนาคตภาย
ภาคหน้้า จะมีีผู้้�คนในสัังคมใช้้คํําว่า่ “สวย” ในการชื่่�นชมและอธิิบายรููปลัักษณ์ข์ องผู้้�
ชายที่่� เป็็นความหมายของคํําว่า่ “หล่่อ” ดัังที่่ไ� ด้้กล่่าวไปข้้างต้้น
312
2. “สวย” การเปลี่�ย่ นแปลงจากอิทิ ธิิพลสังั คม
อีีกหนึ่่ง� สาเหตุทุ ี่่�ทํําให้้ภาษาเกิดิ การเปลี่่�ยนแปลงความหมายคืือ สังั คมเมื่�่อมีี
ผู้�ค้ นในสังั คมหนึ่่ง� ใช้้คํําที่่ม� ีีการเปลี่่�ยนแปลงความหมายที่่ส� ร้้างขึ้น้� มาเองและใช้้เฉพาะ
ในกลุ่�มของตััวเอง การใช้้งานคํํานั้้น� เกิิดขึ้น้� ซ้ํํ�า ๆ บ่่อย ๆ จนเริ่ม� แพร่่หลาย
รวมถึึงกลายเป็็นอิิทธิิพลด้้านภาษา เกิดิ การใช้้งานสังั คมกลุ่�มอื่น่� ทั้้�งจงใจและไม่่จงใจ
ทํําให้้ความหมายของคํํานั้้น� เริ่�มเกิิดการเปลี่่ย� นแปลงไป จนกลายเป็น็ ความหมายใหม่่
ที่่อ� าจจะเกี่ย� วข้้องกับั ความหมายดั้�งเดิมิ หรืือเป็็นความหมายที่่ฉ� ีีกออกจากความหมาย
ดั้ง� เดิิม ผู้�้เขีียนจึึงเก็็บข้้อมููลการใช้้คํําว่่า “สวย” เป็น็ คํําอุทุ านจากคลิิปวิดิ ีีโอในยููทููป
ของนัักแข่่งเกมที่่�มักั จะตะโกนคํําว่า่ “สวย” ตอนที่่ไ� ด้้ผลลััพธ์ด์ ีี ๆ หรืือกระทํําบางอย่า่
งด้้วยความคาดหวังั แล้้วเกิดิ ผลดีี ๆ ตามมา ดังั ตััวอย่่าง (4)
(4) ก : Murad เจ็็บ ๆ
ข : ถอย ๆ
ค : โอเค สวย
ง : สวย ๆ
(ตอน ช็อ็ ตเด็ด็ เช็็คไมค์์นััดชิงิ ชนะเลิศิ !!! | RoV Pro League Season 4 (Garena
RoV Thailand, 2562))
จากตััวอย่่างนี้้� นัักแข่่งเกม ก บรรลุเุ ป้้าหมายที่่ต� ััวเองคาดหวังั และประสบผล
สํําเร็จ็ อย่่างงดงาม เพื่่อ� นร่ว่ มทีีม ค จึึงอุุทานด้้วยคํําว่า่ “สวย” และเพื่่�อนร่่วมทีีม ง
เอ่ย่ ปากชมผลลัพั ธ์์นั้้น� ด้้วยคํําว่า่ “สวย” เช่่นกันั
313
ความหมายของคํําว่่า “สวย” ในการอุุทาน เป็น็ การศึกึ ษาความหมายในระดับั
มโนทัศั น์์ เกิดิ จากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ กล่า่ วคืือ จากนิิยามความหมายของคํําว่า่
“สวย” ที่่�มีีความหมายว่า่ งามน่า่ พึึงพอใจ(ราชบััณฑิติ ยสถาน 2554) มาใช้้กับั
การอุทุ าน ซึ่่ง� ต้้องดููจากบริิบท มัักจะใช้้อุุทานเมื่�อ่ ได้้ผลลััพธ์ด์ ีี ๆ จากการกระทํําบาง
อย่่างที่่�เป็็นการหวัังทํําให้้สํําเร็็จผล ซึ่่ง� เป็็นความหมายบวก อุทุ านด้้วยความดีีใจเมื่�อ่ ผล
ลััพธ์น์ ั้้�นประสบความสํําเร็จ็ ออกมาเป็็นที่่�น่า่ พึึงพอใจ ซึ่่�งผลลััพธ์ท์ ี่่ว� ่า่ ในความหมาย
ของนักั เล่น่ เกมคืือผลลััพธ์์ที่่ท� ํําให้้ตััวเองพลิกิ กลัับมาชนะเกมได้้ในที่่�สุุด
ซึ่ง� การเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํําว่า่ “สวย” ใช้้ในคํําอุทุ านเช่น่ นี้�้ ไม่่มีีที่่�
มาแน่น่ อนว่่าเริ่ม� ใช้้ตั้้�งแต่เ่ มื่่�อไหร่่ แต่่เป็็นการใช้้ในสัังคมคนเล่่นเกมที่่ไ� ม่จ่ ํํากััดว่า่ ต้้อง
เป็็นแค่่เกม ๆ เดีียว แต่เ่ ป็็นการใช้้กัับการเล่น่ เกมทุกุ ประเภท และในปัจั จุบุ ันั ที่่�การถ่า่ ย
ทอดสดเล่่นเกมพร้้อมพููดบทสนทนาตามเนื้้�อหาของเกมไปด้้วยเป็็นอาชีีพที่่�ได้้รัับ
ความนิยิ มอย่า่ งมากในหมู่่�วัยั รุ่่�นรวมถึึงวัยั ทํํางาน ทํําให้้ผู้ช�้ มได้้รัับอิิทธิิพลทางสังั คม มีี
ผลทํําให้้รัับรู้้เ� กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงด้้านความหมายของคํํา และทํําให้้เกิดิ การเข้้าใจการ
เปลี่่�ยนแปลงของความหมายคํําว่า่ “สวย” ที่่ใ� ช้้ในเชิงิ คํําอุทุ านได้้โดยอัตั โนมััติิ
3. สรุปุ ผลการศึึกษา
การศึึกษาการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายและมุุมมองทางภาษาของคํําว่่า
“สวย” เป็็นการศึึกษาความหมายในระดัับมโนทััศน์์ เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงความหมาย
จากกระบวนการอุุปลัักษณ์์ จากผลการศึึกษาดัังกล่่าวนี้้�สัันนิิษฐานว่่าปรากฏการณ์์
เปลี่่�ยนแปลงความหมายของคํํานี้้� เกิิดการการเปลี่่�ยนแปลงด้้านเวลาและอิิทธิิพลทาง
สังั คม การรัับรู้�้ซึึมทราบความหมายที่่เ� ปลี่่ย� นแปลงไปของคํํา ๆ นั้้�นจากสังั คม ซึ่่�งอาจ
เป็น็ สังั คมกลุ่�มเล็ก็ แพร่่กระจายไปยัังสังั คมกลุ่�มใหญ่่ โดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� ในโลกปัจั จุบุ ััน
ที่่�เป็็นยุุคอิินเทอร์์เน็็ต การถ่่ายทอดและการรัับข้้อมููลจากโซเชีียลมีีเดีียเกิิดขึ้้�นอย่่าง
ง่่ายดาย จนแทบจะอยู่ �ในชีีวิิตประจํําวัันของผู้้�คนในสัังคมเมื่่�อหัันกลัับมาพิิจารณา
ตััวเราเอง ก็็มีีความเป็็นไปได้้ว่่าอาจจะเคยได้้รัับข้้อมููลการเปลี่่�ยนแปลงของคํําและใช้้
ความหมายที่่เ� ปลี่่�ยนแปลงไปของคํํา ๆ นั้้น� ขึ้น้� โดยไม่ร่ ู้้ต� ััว
314
ภาษาเป็็นส่่วนหนึ่่�งของสัังคม และสัังคมก็็เป็็นส่่วนหนึ่่�งของภาษา เมื่่�อมีีการ
เปลี่่�ยนแปลงเกิิดขึ้้�นในสัังคมผลกระทบของการเปลี่่�ยนแปลงนั้้�นๆ จะสะท้้อนให้้เห็็น
อยู่�ในภาษา และถ้้ามีีการเปลี่่�ยนแปลงใด ๆ เกิิดขึ้้�นในภาษาก็็อนุุมานได้้ว่่าได้้เกิิดการ
เปลี่่ย� นแปลงขึ้้น� แล้้วในสังั คม (วิไิ ลวรรณ ขนิษิ ฐานันั ท์์ 2526: 28) และอีีกปััจจัยั หนึ่่ง� ที่่�
ทํําให้้ภาษามีีการเปลี่่�ยนแปลงอยู่�เสมอ คืือการไหลผ่่านของเวลา ภาษาที่่�ใช้้ก็็จะเกิิด
การเปลี่่�ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่่นกัันผู้้�เขีียนหวัังว่่าบทความฉบัับนี้้�จะทํําให้้
ผู้้�อ่่านเรีียนรู้้�และเข้้าใจถึึงการเปลี่่�ยนแปลงทางความหมายของภาษาที่่�เกิิดจากเวลา
และอิทิ ธิิพลสังั คม รวมถึึงตระหนัักความหมายของภาษาที่่�ลื่�่นไหลแปรเปลี่่�ยนไปพร้้อม
กัับกาลเวลาและสัังคม เพราะภาษาที่่�ไม่่เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงคืือภาษาที่่�ตายแล้้วนั่่�น
เอง
315
เอกสารอ้้างอิิง
ธนิิยา นันั ตสุคุ นธ์์, “การปรากฏใช้้และการขยายความหมายของคํําว่่า “สวย”
จากอดีีตสู่่�ปััจจุบุ ััน” (วิทิ ยานิิพนธ์ป์ ริิญญามหาบััณฑิิต สาขาวิิชาภาษาไทย
คณะมนุุษยศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลััยเกษตรศาสตร์,์ 2561), 146-157.
วิิไลวรรณ ขนิิษฐานัันท์,์ “ภาษา สังั คม และการเปลี่่�ยนแปลง,”ภาษาและ
ภาษาศาสตร์์2, 1 (กรกฎาคม 2526):28-45.
สํํานัักงานราชบัณั ฑิิตยสภา. (2554). พจนานุกุ รม ฉบับั ราชบัณั ฑิติ ยสถาน.
เข้้าถึึงเมื่�่อ 30 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th/
@bornin96s. (2562). เข้้าถึึงเมื่่อ� 30 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก
https://twitter.com/bornin96s/status/1108754924014190594
Garena RoV Thailand (ผู้้ผ� ลิติ รายการ). (2562). ช็็อตเด็็ด เช็ค็ ไมค์น์ ัดั ชิิงชนะเลิศิ
!!! | RoV Pro League Season 4. เข้้าถึึงเมื่่อ� 31 ตุุลาคม 2564.
เข้้าถึึงได้้จาก https://www.youtube.com/watch?v=ves6bW6E
gyo&t=99s
@izzygii. (2561). เข้้าถึึงเมื่อ่� 30 ตุุลาคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก
https://twitter.com/izzygii/status/1264101927589015552
@27jullochocopie. (2564). เข้้าถึึงเมื่�อ่ 30 ตุลุ าคม 2564. เข้้าถึึงได้้จาก
https://twitter.com/27jullochocopie/sta
tus/1452507022935560192
316
เรื่อ� งทิพิ ย์ท์ ี่ไ่� ม่่ทิิพย์์
นางสาวนุุชนาฎ แท่น่ ทอง 05610247
ส่่วนนำ�ำ
หากพููดถึึงคำำ�ศัพั ท์์ที่่เ� ป็็นที่่�นิิยมในตอนนี้�้ หลายคนคงเคยได้้ยิินกับั ยอดฮิติ จาก
โซเชีียลทั้้�ง เมืืองทิิพย์์, จนทิพิ ย์์, เที่่ย� วทิพิ ย์์ , แฟนทิพิ ย์์ , เงินิ ทิพิ ย์ท์ ี่่เ� น็ต็ ไอดอลชื่่�อดััง
ในขณะนี้้�อย่า่ ง พระมหาเทวีีเจ้้า ได้้รัับแรงบัันดาลใจมาจากละครเรื่�่อง“เพลิิงพระนาง”
ก็็เลยนำ�ำ มาตั้�งเป็็นชื่�่อ จึึงเป็็นที่่ม� าของ พระมหาเทวีีเจ้้าแห่ง่ เมืืองทิิพย์์ ซึ่่ง� เมืืองทิิพย์์ ณ
ที่่น� ี้ม�้ ีีความหมายว่่า ไม่ม่ ีีอยู่่�จริงิ จากความโด่ง่ ดัังที่่ก� ำำ�ลัังมาแรงทำ�ำ ให้้ชาวโซเชีียลจึึงนำำ�
คำำ�ว่่า“ทิิพย์์”ไปต่่อท้้ายคำำ�นามหรืือกริิยาเผื่่�อความบัันเทิิงสนุุกสนานเพิ่่�มอรรถรสใน
บทสนทนามากยิ่ง� ขึ้น้� คำ�ำ ว่่า“ทิิพย์”์ จึึงกลายเป็็นอีีกหนึ่่�งคำำ�ที่่�นิยิ มใช้้กันั บ่อ่ ยและแพร่่
หลายในช่ว่ งนี้�้ แล้้วทำ�ำ ไมคำำ�ว่า่ “ทิิพย์”์ ในความหมายที่่�นิยิ มใช้้กันั ในปัจั จุุบันั
ถึึงแปลว่า่ สิ่�งที่่จ� ิินตนาการขึ้้�นมา
จากการศึกึ ษาพบว่่า“ทิิพย์์” มีีทั้้ง� หมด 3 ความหมาย ได้้แก่่ 1.เป็น็ ของเทวดา
2.ดีีวิิเศษ อย่า่ งเทวดา3.ดีีวิิเศษเหนืือปรกติิธรรมดาซึ่�งถ้้าเปรีียบ เทีียบคำ�ำ ความหมาย
ของคำ�ำ ว่่าทิพิ ย์์แล้้ว จะมีีความแตกต่า่ งจาก“ทิิพย์”์ ในความหมายที่่น� ิิยมใช้้ในปัจั จุบุ ััน
ที่่�มีีความหมายว่า่ มโน จินิ ตนาการ วััตถุปุ ระสงค์์ของการวิิจััยนี้ค�้ ืือ เพื่่�อวิิเคราะห์์
ความหมายของคำ�ำ ว่่า “ทิพิ ย์์” ในภาษาไทย และวิเิ คราะห์์ความหมายของคำำ�ว่่า“ทิิพย์์
”ที่่เ� ป็น็ ศัพั ท์์แสลงนั้้น� มีีที่่ม� าที่่ไ� ปอย่า่ งไร และเพื่�่อวิิเคราะห์ค์ วามสััมพัันธ์์ระหว่่าง
ความหมายต่่าง ๆของคํําว่า่ “ทิิพย์”์ ในภาษาไทย
317
สมมติิฐานของการวิจิ ััยนี้้ค� ืือ “ทิพิ ย์์” ในความหมายที่่น� ิยิ มใช้้กันั ในปัจั จุุบััน
เกิดิ จากการเปลี่่ย� นแปลงทางความหมาย โดยเกิดิ จากอุุปลัักษณ์เ์ ชิงิ มโนทัศั น์์ มาจาก
“ทิิพย์์” ในความหมายดั้ง� เดิมิ ที่่�มีีความหมายเกี่�ยวข้้องกัับเทวดา
ประโยชน์์ที่่�ได้้รัับจากการวิจิ ััยครั้ง� นี้้ค� ืือ ทำำ�ให้้เกิิดความเข้้าใจเรื่�อ่ งการปรับั
ขยายคำ�ำ คำ�ำ หลายความหมายในภาษาไทยมากขึ้น้� ได้้รู้้�ถึึงสาเหตุวุ ่า่ ทำ�ำ ไมคำำ�ว่า่ “ทิพิ ย์์”
ถึึงได้้มีีการเปลี่่�ยนแปลงความหมายไปจากเดิิม
เปรีียบเทีียบความหมายและตััวอย่า่ งของคำำ�ว่า่ “ทิิพย์์” ทั้้ง� ดั้้�งเดิิมและ
ความหมายใหม่่
ความหมายของคำำ�ว่า่ ทิพิ ย์์ ในความหมายเดิมิ มีีทั้้ง� หมด 3 ความหมาย ได้้แก่่
1.เป็น็ ของเทวดา เช่่น”อาหารทิิพย์ ์ ทิพิ ยวิมิ าน”
2.ดีีวิเิ ศษ อย่่างเทวดา เช่น่ “อิ่ม� ทิพิ ย์ ์ กายทิิพย์”์
3.ดีีวิิเศษเหนืือปกติิธรรมดา เช่่น น้ำ�ำ� ทิพิ ย์์ เนื้้อ� ทิิพย์์
ตััวอย่่างของคำำ�ที่ต�่ ่่อด้้วย “ทิิพย์”์ ในความหมาย เป็น็ ของเทวดา
1.เมืืองทิพิ ย์์
ความหมายดั้�งเดิมิ จะมีีความหมายว่า่ เมืืองสวรรค์์ เมืืองของเทวดา
ความหมายใหม่ใ่ นปัจั จุุบัันจะมีีความหมายว่า่ เมืืองที่่�สมมติขิ ึ้น�้ เช่น่ พระมหาเทวีีเจ้้า
เป็็นผู้�้ปกครองเมืืองทิพิ ย์์ เมืืองทิิพย์์ในความหมายนี้้�คืือเมืืองที่่�เกิิดจากจินิ ตนาการของ
พระมหาเทวีีเจ้้า เมืืองนี้ไ้� ม่่ได้้มีีอยู่�ในความเป็็นจริงิ
2.อาหารทิพิ ย์์
ความหมายดั้ง� เดิมิ จะมีีความหมายว่่า เป็็นอาหารพิิเศษที่่ม� ีีรสอร่่อยที่่ส� ุุดและเพีียงแต่น่ ึึ
กอยากกินิ ก็็จะได้้รสอาหารนั้้น� อาหารของเทวดา ความหมายใหม่ใ่ นปััจจุุบันั จะมีี
ความหมายว่่า อาหารที่่�ไม่่มีีอยู่่�จริงิ
3.ผมทิพิ ย์์
ความหมายดั้ง� เดิมิ จะมีีความหมายว่่า ผมสวย ผมของเทวดา
ความหมายใหม่ใ่ นปัจั จุุบัันจะมีีความหมายว่่า ไม่่มีีผม หรืือการมโนว่า่ ตัวั เองมีีผมยาว
สำำ�หรัับคนที่่ม� ีีผมสั้�น คนผมสั้�นที่่ม� โนว่า่ ตัวั เองมีีผมยาวสลวย
318
ตัวั อย่่างของคำำ�ที่ต่� ่่อด้้วย “ทิพิ ย์์”ในความหมาย เป็น็ ของดีีวิิเศษ อย่า่ งเทวดา
1.อิ่ม� ทิิพย์์
ความหมายดั้ง� เดิมิ จะมีีความหมายว่า่ ไม่ต่ ้้องกิินอาหารอะไรก็จ็ ะรู้ส�้ ึึกเสมืือนได้้กินิ สิ่่�งที่่�
ต้้องการและอิ่�มอยู่�ได้้ตลอดเวลาความหมายใหม่ใ่ นปััจจุบุ ัันจะมีีความหมายว่่า ทั้้�งๆที่่�
ไม่ไ่ ด้้กิินอะไรแต่่ก็ร็ ู้ส�้ ึึกอิ่ม�
2.กายทิิพย์์
ความหมายดั้�งเดิิมจะมีีความหมายว่า่ กายที่่ล� ะเอีียดและวิเิ ศษ
ความหมายใหม่่ในปัจั จุบุ ัันจะมีีความหมายว่า่ กายที่่ส� ร้้างขึ้้�นมาจากจินิ ตนาการ เช่น่
ในสถานการณ์ท์ ี่่ป� ่ว่ ยหนักั มากๆ แต่ย่ ัังสามารถมาโรงเรีียนได้้ เพื่�่อนๆอาจจะแซวว่่า
“กายทิพิ ย์ห์ รืือเปล่่าเนี่่�ย” มีีความหมายโดยนัยั ว่า่ ป่่วยขนาดนั้้�นแต่ย่ ัังมาโรงเรีียนได้้อีีก
คงเป็น็ ตััวปลอมแน่ๆ่
ตัวั อย่่างของคำำ�ที่ต่� ่่อด้ว้ ย “ทิพิ ย์์”ในความหมายเป็น็ ดีีวิเิ ศษเหนืือปกติธิ รรมดา
1.หููทิพิ ย์์
ความหมายดั้�งเดิมิ จะมีีความหมายว่า่ หููที่่ส� ามารถได้้ยินิ เสีียงได้้เป็น็ พิิเศษคืือได้้ยิินไป
ไกล อยู่่�บนสวรรค์์แต่ส่ ามารถได้้ยินิ เสีียงพููดของคนที่่�อยู่่�บนโลกได้้ หรืือได้้ยินิ คำ�ำ ที่่�คน
พููดอยู่�ในใจ เป็น็ ต้้น
ความหมายใหม่ใ่ นปัจั จุบุ ัันจะมีีความหมายเหมืือนกับั ความหมายดั้ง� เดิิม
2.ตาทิิพย์์
ความหมายดั้ง� เดิมิ จะมีีความหมายว่่า ดวงตาที่่ส� ามารถแลเห็น็ สิ่่ง� ที่่�มนุษุ ย์ธ์ รรมดาไม่่
อาจเห็็นได้้
ความหมายใหม่ใ่ นปัจั จุุบัันจะมีีความหมายเหมืือนกับั ความหมายดั้�งเดิิม
3.น้ำำ��ทิิพย์์
ความหมายดั้ง� เดิมิ จะมีีความหมายว่า่ เป็น็ ยาน้ำ�ำ�หรืือเครื่�อ่ งดื่�่มซึ่ง� เชื่่�อกันั ว่า่ จะยัังให้้ผู้�้ดื่่�
มเป็็นอมตะหรืือคงความเยาว์์วััยแห่่งรููปร่่างไว้้ชั่่ว� กััลป์ ์ บ้้างก็็ว่า่ สามารถชุบุ ชีีวิติ หรืือ
สร้้างชีีวิิตใหม่ไ่ ด้้ เรีียกว่า่ เป็็นยาแก้้สรรพโรค ซึ่่ง� เป็็นคำ�ำ ที่่�ปรากฎอยู่�ในวรรณคดีีไทย
ความหมายใหม่่ในปัจั จุุบันั จะมีีความหมายว่า่ ไม่ม่ ีีน้ำ��ำ
319
อุปุ ลัักษณ์เ์ ชิิงมโนทััศน์์ในคำ�ำ ว่า่ “ทิพิ ย์์”
เลคอฟ์ฟ์ และจอห์์นสันั (Lakoff & Johnson, 1980) ได้้อธิบิ ายเรื่อ่� งอุปุ ลัักษณ์์
แนวใหม่่ไว้้ในหนังั สืือ Metaphors we live by โดยเสนอมุมุ มองเกี่�ยวกับั ทฤษฎีี
อุปุ ลัักษณ์์เชิิงมโนทััศน์์ (conceptual metaphor theory) ว่า่ เป็็นทฤษฎีีที่่เ� ชื่่อ� ว่่า
อุปุ ลัักษณ์์ปรากฏอยู่�ทั่ว� ไปในการใช้้ภาษาของมนุษุ ย์ใ์ นชีีวิติ ประจำ�ำ วััน ส่่งผลต่อ่
กระบวนการคิิดและการกระทำำ�ของมนุุษย์ด์ ้้วยส่ว่ น “ภาษา” เป็น็ หลักั ฐานสำำ�คัญั
ที่่ส� ะท้้อนให้้เห็็นระบบมโนทััศน์ข์ องมนุษุ ย์ ์ เมื่่อ� มนุุษยพ์บ์ สิ่่ง� ใหม่่ จึึงมักั จับั โยงกัับ
ประสบการณ์แ์ ละความรู้้เ� ก่า่ ที่่ม� ีีอยู่�เพื่่�อให้้เข้้าใจในภาษามากขึ้้�น
โดยหากเปรีียบเทีียบความหมายดั้ง� เดิิม และความหมายใหม่ข่ อง“ทิิพย์”์ นั้้�น
มีีจุดุ เชื่อ�่ มโยงกัันคืือมีีมโนทัศั น์์คำ�ำ ว่่า “ทิพิ ย์”์ เกี่ย� วกัับเทวดา เป็็นสิ่่�งที่่ม� ีีอยู่�ในความ
เชื่อ�่ ของคนไทยอยู่�เป็็นพื้้น� ฐานอยู่�แล้้ว มีีความหมายว่่าเป็น็ ของเทวดาดีีวิเิ ศษอย่า่ ง
เทวดา ดีีวิเิ ศษเหนืือปกรติธิ รรมดา โดยจะนำำ�มาเปรีียบเทีียบกัับสิ่่ง� ของหรืือส่่วนต่า่ งๆ
ของร่า่ งกาย ทำำ�ให้้มีีความหมายว่า่ สิ่�งนั้้น� ราวกัับสิ่่�งที่่ม� าจากเทวดา วิเิ ศษดั่ง� เทวดา
ต่า่ งจาก “ทิพิ ย์”์ ในความหมายที่่�นิิยมใช้้ในปัจั จุุบัันซึ่่�งความหมายที่่เ� กิดิ มาที่่เ� น็ต็
ไอดอลชื่่�อดังั ในขณะนี้้�อย่่าง พระมหาเทวีีเจ้้า ได้้รับั แรงบันั ดาลใจมาจากละครเรื่่�อง
“เพลิิงพระนาง” ก็เ็ ลยนำ�ำ คำำ�ว่า่ “ทิิพย์์” มาตั้ง� เป็็นชื่อ�่ เมืือง จึึงเป็น็ ที่่�มาของ พระมหา
เทวีีเจ้้าแห่่งเมืืองทิิพย์์ซึ่่�งเมืืองทิิพย์์เป็็นเมืืองที่่�เกิิดจากสมมติิของพระมหาเทวีีเจ้้า
เกิิดมา จากกลไกอุุปลัักษณ์์เชิิงมโนทัศั น์์ โดยเชื่อ่� มคำ�ำ ว่่าทิิพย์์กัับสิ่่�งที่่เ� กิดิ จาก
จิินตนาการ คำ�ำ ว่่า “ทิพิ ย์์” ในความหมายใหม่่นั้้�นจึึงหมายถึึง การจินิ ตนาการขึ้น�้ มา
สมมติิหรืือมโนภาพ จินิ ตนาการขึ้น้� มาเอง สนองความอยากได้้อยากมีีนั่่�นเอง
ภาพที่่�1 พระมหาเทวีีเจ้้าแห่่งเมืืองทิิพย์์ เน็็ตไอดอลชื่อ�่ ดังั
ภาพจาก https://www.tnnthailand.com/news/trueinside/73432/
320
ตััวอย่่างของคำำ�ที่ต่� ่อ่ ด้้วย “ทิิพย์”์ ที่เ่� ป็น็ ที่่�มักั ปรากฎในปัจั จุุบััน
1.แฟนทิพิ ย์์
ความหมายดั้ง� เดิิมจะหมายถึึง สามีีที่่�ดีีแต่่ความหมายใหม่่ในปัจั จุบุ ัันจะมีีความหมาย
ว่่าไม่ม่ ีีผััว เป็็นการมโนว่า่ ผู้้�ชายที่่�เราชื่�่นชอบมาเป็็นแฟนของเรา ทั้้�ง ๆ ที่่ค� วามจริิง
แล้้วไม่่ได้้เป็็นแบบนั้้�น มัักจะนำำ�มาใช้้กับั ศิิลปินิ หรืือนัักแสดงที่่ช� ื่น่� ชอบ
ภาพจากhttps://www.irasutoya.com/2014/08/ol.html
2.เมาทิิพย์์
มีีความหมายว่่า เมา ทั้้ง� ๆที่่ไ� ม่่ได้้ดื่�ม่ เหล้้า
3.เที่่�ยวทิพิ ย์์
มีีความหมายว่า่ มโนว่่าไปเที่่�ยว แต่จ่ ริงิ ๆ แล้้วไม่่ได้้ไป
4.อกหักั ทิพิ ย์์
มีีความหมายว่่า รู้�ส้ ึึกเจ็็บปวดเหมืือนอกหักั ทั้้ง� ๆที่่�ยัังไม่่มีีแฟน
5.ท้้องทิิพย์์
มีีความหมายว่่า ท้้องลม ท้้องไม่่จริิง เช่่น เปิดิ ใจหมดเปลืือก! “เตย ท้้องทิิพย์์”
ร่ำำ��ไห้้ขอโทษทุกุ คน ผัวั ลั่น� เลิิกจริิง
321
สรุุปผลการศึึกษา
ทิิพย์”์ ทั้้�งในความหมายดั้�งเดิมิ และความหมายใหม่ท่ ี่่�เป็น็ คำ�ำ แสลง จะมีีใน
กรณีีที่่�จะมีีทั้้ง� เปลี่่�ยนความหมายไปเลย และในบางกรณีีจะยัังคงความหมายเดิิมหรืือ
ความหมายใกล้้เคีียงอยู่� เช่น่ ตาทิพิ ย์ ์ หููทิิพย์์คำ�ำ ว่่า“ทิิพย์”์ เกิดิ จากอุปุ ลักั ษณ์์เชิงิ
มโนทััศน์ว์ ่่า ทิพิ ย์์ในความหมายดั้�งเดิิมเกี่�ยวข้้องกัับเทวดา สวรรค์ซ์ึ่ง� เป็น็ สิ่่�งที่่เ� กี่ย� วกัับ
ความเชื่่�อ จึึงเป็น็ เหมืือนสิ่่ง� ที่่�ถููกสัังเคราะห์์ เติิมแต่่ง จิินตนาการขึ้น้� มา ไม่่มีีอยู่่�จริงิ
ทำ�ำ ให้้ “ทิพิ ย์”์ ที่่เ� ป็น็ ความหมายที่่เ� กิดิ ขึ้น�้ มาให้้ปัจั จุบุ ัันจึึงมีีความหมายใหม่ว่ ่า่
สิ่ง� ที่่ไ� ม่่มีีจริงิ เป็็นสิ่่ง� ที่่�เกิิดจากจิินตนาการ
ในปััจจุบุ ัันธรรมชาติขิ องภาษาโดยทั่่ว� ไปแล้้วย่อ่ มมีีการเปลี่่ย� นแปลงไปตาม
กาลเวลา และตาม สภาพแวดล้้อมของผู้้ใ� ช้้ภาษาความเปลี่่ย� นแปลงนี้้อ� าจเป็น็ การ
เปลี่่�ยนแปลงในคลัังคํําเกิิดจากผู้้�ใช้้ภาษามีีความรู้้�สึึกเบื่่�อและไม่่พอใจที่่�จะใช้้คํําเดิิมที่่�มีี
อยู่�ในภาษา และต้้องการแสดงความรู้้�สึึกให้้กระจ่า่ ง และมีีชีีวิติ ชีีวามากยิ่�งขึ้�้น จึึงทํําให้้
มีีการคิดิ สร้้างคํําใหม่ๆ่ ที่่แ� ปลกน่า่ สนใจและให้้ความรู้ส�้ ึึกที่่ส� ะดุดุ หูู ขบขันั และมีีอรรถรส
มากยิ่ง� ขึ้�น้
322
เอกสารอ้า้ งอิงิ
Natchaphon B. (2564).”ทิิพย์”์ แปลว่่าอะไร ศััพท์โ์ ซเชีียลสุุดฮิติ
ทำำ�ไมต้้องเติิมทิิพย์ต์ ่่อท้า้ ยคำำ�. เข้้าถึึงเมื่อ�่ 30 ตุลุ าคม 2564, เข้้าถึึงได้้จาก
https://www.sanook.com/campus/1403463/
สำ�ำ นัักงานราชบััณฑิติ ยสภา. (2556). พจนานุุกรมฉบับั ราชบััณทิติ ยสถาน. เข้้าถึึงเมื่อ�่
30 ตุุลาคม 2564, เข้้าถึึงได้้จาก https://dictionary.orst.go.th/
รััชนีี ศิริ ิไิ สยาสน์์. (2551). การศึกึ ษาการสร้า้ งคํําและความหมายของคํําสแลง
ในพจนานุกุ รมฉบับั มติชิ น (วิิทยานิพิ นธ์ป์ ริิญญาการศึกึ ษามหาบััณฑิิต
สาขาวิิชาภาษาศาสตร์์การศึกึ ษา) มหาวิทิ ยาลัยั ศรีีนครินิ ทรวิโิ รฒ,1-2.
323
“เทพจริิงๆ” “เทพขิิงๆ”
นางสาวพััชริดิ า อุุยมา 620510213
ส่่วนนำำ�
งานวิิจััยนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อวิิเคราะห์์ความหมายของคํําว่่า “ขิิง” ใน
ภาษาไทย คํําถามวิิจััยคืือเหตุุใดคํําว่่า“ขิิง” ที่่�หมายถึึง พืืชล้้มลุุก มีีเหง้้าใต้้ดิิน
เปลืือกนอกสีีน้ํำำ���ตาลแกมเหลืืองรสเผ็็ดซ่่า ใช้้ประกอบอาหาร และทํํายาได้้เนื้้�อใน
สีีนวล มีีกลิ่่�นหอมเฉพาะ ถึึงมีีการเปลี่่�ยนแปลงความหมายเป็็นคํําว่่า “ขิิง”
ที่่�หมายถึึงโอ้้อวด เกทัับ หรืือขี้้�คุุยและ เหตุุใดคํําว่่า “ขิิง” มัักนิิยมใช้้ในกลุ่�มวััยรุ่่�น
อะไรคืือสาเหตุุหรืือปััจจััยของปรากฏการณ์ภ์ าษาดังั กล่่าว
ผลการศึึกษาพบว่่าสาเหตุุสํําคััญที่่�ทํําให้้ผู้้�ใช้้ภาษาไทยเลืือกการใช้้คํําว่่า
“ขิงิ ”ที่่�เป็็นพืืชล้้มลุกุ สามารถใช้้ประกอบอาหารและทํํายาได้้ กลายมาเป็น็ คํําว่า่ “ขิงิ ”
ที่่�แสดงการโอ้้อวด เกทัับ หรืือ ขี้้�คุุย และเหตุุใดจึึงนิิยมในกลุ่�มวััยรุ่่�น ผู้้�ใช้้ภาษา
ส่่วนใหญ่่ที่่�ใช้้คํํานี้้�ส่่วนมากเป็็นกลุ่�มวััยรุ่่�น และวััยรุ่่�นส่่วนใหญ่่ใช้้คอมพิิวเตอร์์ใน
การเล่่นเกมส์์หรืือ ใช้้ในการพิิมพ์์สื่่�อสารกัันผ่่านแอปพลิิเคชัันต่่าง ๆ จึึงทํําให้้มีี
การผิิดเพี้้�ยนของภาษาเกิิดขึ้้�น ในการศึึกษาครั้�งนี้้�ผู้้�เขีียนแบ่่งการนํําเสนอออกเป็็น
2 หัวั ข้้อ โดยมีีรายละเอีียดดัังนี้�้
1.สาเหตุทุ ี่ท�่ ํําให้ค้ ํําว่า่ “ขิิง” มีีความหมายถึึงการโอ้้อวด มีีดังั ต่่อไปนี้้�
1.1การเร่่งรีีบในการพิมิ พ์จ์ นทํําให้้เกิิดความผิิดเพี้้�ยนของภาษา
ในปััจจุุบัันวััยรุ่่�นไทยสมััยนี้้�นิิยมใช้้โซเชีียลเน็็ตเวิิร์์คเพื่่�อการติิดต่่อที่่�รวดเร็็ว
และเนื่่�องจากความเร็็วในการสื่่�อสารและความยากลํําบากในการพิิมพ์์ตััวอัักษรทํําให้้
คํําเหล่า่ นั้้�นสั้้�นลงและเกิิดคํําที่่ผ� ิิดเพี้้�ยนไปจากคํําที่่�ถููกต้้อง
324
ซึ่่�งจริิง ๆ แล้้วมาจากคอเกมส์์ออนไลน์์ทั้้�งหลาย เพี้้�ยนมาจากคํําว่่า
“เทพจริิง ๆ” ด้้วยความที่่�เวลาเล่่นเกมส์์บางเกมส์์ต้้องทํําเวลา จึึงทํําให้้บางทีี
พิิมพ์์ผิิดที่่�แป้้นคีีย์์บอร์์ด ท. ทหาร จะติิดกัับ ม.ม้้า และ จ.จาน จะติิดกัับ ข.ไข่่
เวลาพิิมพ์์รีีบ ๆ บางทีีก็็พลาดเป็น็ เทพขิงิ ๆ ต่่อมาก็็ตััดเหลืือคํําเดีียวคืือคํําว่่า “ขิงิ ”
1.2 เพื่่�อลดความรุนุ แรงในการใช้ภ้ าษาที่่ไ� ม่ส่ ุภุ าพ
เราจะเห็็นได้้ว่่า คํําว่่า โอ้้อวด อาจจะดููเหมืือนกัับเป็็นการว่่ากระแนะ
กระแหน ทํําให้้คนที่่�ฟัังอาจจะรู้้�สึึกไม่่ดีี และอาจจะเกิิดความเคืืองใจต่่อกัันได้้ แต่่เมื่่�อ
เปลี่่�ยนมาใช้้เป็็นคํําว่่า “ขิิง” แล้้วจะดููน่่าฟัังขึ้้�น ฟัังแล้้วดููน่่ารััก และมีีอรรถรส
ในการพููดมากขึ้�้น เช่่น เธออย่่ามาขิิงแฟนแถวนี้�้ ก็็มีีความหมายว่่า
“เธออย่า่ มาอวดแฟนแถวนี้�น้ ะ”
2.สาเหตุทุ ี่่ค� ํําว่า่ “ขิงิ ” มักั นิิยมใช้ใ้ นกลุ่�มวััยรุ่่�นมีีดัังต่อ่ ไปนี้้�
2.1 การพููดของวัยั รุ่่�นใช้้ภาษาพูดู แบบสั้้น� ๆ ห้้วนๆ กระชัับ และเข้้าใจง่า่ ย
คํําศััพท์์ใหม่่ๆ ที่่�วััยรุ่่�นหรืือคนบางกลุ่�มนํํามาใช้้จนแพร่่หลายนั้้�น ก็็เพราะว่่า
คํําไทยที่่�มีีอยู่�เดิิมอาจจะไม่่สามารถสื่่�อถึึงลัักษณะและรายละเอีียดของสิ่ �งที่่�ต้้องการ
จะสื่่�อสารได้้มากพอ คนส่่งสารก็็เลยต้้องพยามยามคิิดคํําขึ้้�นมาใหม่่ให้้สามารถ
บอกรายละเอีียดและความรู้้�สึึกของตนเองให้้ได้้มากที่่�สุุด และเพื่่�อความกระชัับ
ของการพููดวััยรุ่่�นส่ว่ นใหญ่่จึึงมัักนิิยมใช้้ คํําว่า่ “ขิงิ ” แทนคํําว่า่ โอ้้อวด
เรื่่�องของคํําวััยรุ่่�นที่่�มีีให้้เห็็นมากมายนี้้�จัักรกฤต โยมพะยอม หรืือ ครููทอม
คํําไทย ครููภาษาไทยชื่อ�่ ดังั เผยว่่า การที่่�ศััพท์์ใหม่่ๆเกิดิ ขึ้�้นสะท้้อนธรรมชาติขิ องภาษา
ที่่�เมื่่�อใช้้อยู่ �ในชีีวิิตประจํําวัันย่่อมต้้องเปลี่่�ยนแปลงเป็็นธรรมดาไม่่เหมืือนภาษา
ที่่�ตายแล้้ว ซึ่่�งการลื่่�นไหลนี้�อ้ าจมีีทั้้ง� เปลี่่ย� นการออกเสีียง การสะกด ก็็ได้้
325
วััยรุ่่�นส่่วนใหญ่่คิิดว่่า ศััพท์์เหล่่านี้้�ไม่่ใช่่เรื่่�องเสีียหาย หากเปิิดหนัังสืือพิิมพ์์
นิิตยสารย้้อนไปหลายสิิบปี ี ก็็อาจเจอคํําอย่่างจ๊๊าบ เปิ๊๊�ดสะก๊๊าด ที่่ท� ุุกวันั นี้้�ก็็หายไปแล้้ว
เมื่อ�่ เรารู้้ส� ึึกว่่าคํําเหล่่านี้ล้� ้้าสมััย หรืือใช้้จนเบื่่�อ ตอนนี้้ก� ็ม็ ีีคํําว่า่ บ่่องตง จุงุ เบย นะครัชั
ที่่เ� ริ่ม� จะซาบ้้างแล้้ว กลายเป็็นมีีคํําใหม่่ๆอย่า่ ง ขิงิ นก เท ลํําไย เข้้ามาแทน
ซึ่�งในเรื่อ�่ งนี้้� จะใช้้คํําเหล่า่ นี้้�ไม่ผ่ ิิด แต่่ต้้องมีีกาลเทศะ ศัพั ท์์เฉพาะกลุ่�มเหล่่านี้้�
จะใช้้คุุยกััน แชตกัันในหมู่่�วััยรุ่่�นไม่่ใช่่เรื่่�องผิิด แต่่หากใช้้กัับผู้้�ใหญ่่ก็็อาจทํําให้้สื่่�อสาร
ไม่่เข้้าใจ ยิ่่�งหากใช้้กัับการเขีียนข้้อสอบ หรืือบทความทางวิิชาการยิ่ �งไม่่เหมาะสม
แสดงออกว่า่ ผู้ใ�้ ช้้แยกแยะไม่ไ่ ด้้ว่า่ ควรเป็น็ ทางการหรืือไม่ ่ นํํามาซึ่ง� ปัญั หา และอาจส่ง่ ผล
ต่อ่ ภาพลัักษณ์์ผู้้�ใช้้ภาษาเองได้้
สรุปุ ผลการศึกึ ษา
จากการศึึกษาทั้้�งหมดการวิิจััยนี้้�สามารถตอบคํําถามการวิิจััยได้้ครบถ้้วน
จากการที่่�มีีการตั้้�งคํําถามไปว่่าเหตุุใดคํําว่่า “ขิิง” ที่่�เป็็นพืืชล้้มลุุก มีีเหง้้าใต้้ดิิน
เปลืือกนอกสีีน้ำ�ำ�ตาลแกมเหลืืองรสเผ็ด็ ซ่า่ ใช้้ประกอบอาหาร และทํํายาได้้เนื้้อ� ในสีีนวล
มีีกลิ่น� หอมเฉพาะ จึึงกลายมาเป็น็ คํําว่า่ “ขิงิ ” ที่่ห� มายถึึงการโอ้้อวดได้้ และจากการวิจิ ัยั
จึึงทํําให้้ได้้ได้้คํําตอบว่่าเป็็นการผิิดเพี้้�ยนจากการพิิมพ์์ในขณะที่่�เล่่นเกมส์์
จากที่่�จะพิิมพ์์คํําว่่า “เทพจริิงๆ” กลัับพิิมพ์์คํําว่่า “เทพขิิงๆ” จนสุุดท้้าย กลายมา
เป็็นคํําว่่า “ขิิง” เพื่่�อความกระชัับในการพููดหรืือการพิิมพ์์ของกลุ่�มวััยรุ่่�น
และอีีกประเด็็นคํําถามหนึ่่�งทีีผู้้�วิิจััยได้้ตั้้�งคํําถามไปว่่า เหตุุใดคํําว่่า “ขิิง” ถึึง
ไ ด้้ เ ป็ ็ นที่่ � นิ ิ ย ม กั ั น ใ น ก ลุ่ � ม วั ั ย รุ่่�นผู้ ้ � วิ ิ จั ั ย ไ ด้้ ศึ ึ ก ษ า ห า ข้้ อ มููล แ ล ะ ไ ด้้คํํ า ต อ บว่ ่ า
วััยรุ่่�นส่่วนใหญ่่ชอบพููดคํําสั้�นๆ ห้้วนๆ กระชัับ และเข้้าใจง่่าย และคิิดว่่าศััพท์์เหล่่านี้้�
ไม่่ได้้ไม่่ใช่่เรื่่�องเสีียหาย และสามารถพููดหรืือพิิมพ์์ผ่่านแอปพลิิเคชัันต่่างๆได้้อย่่าง
รวดเร็ว็ และได้้ใจความเข้้าใจง่่าย และดููน่า่ รััก
326
อย่่างไรก็็ตามผู้้�วิิจััยมองว่่า ภาษาวิิบััติิยัังเป็็นคํําพููดที่่�ไม่่ได้้รัับความยิินยอมให้้
ใช้้ทั่่�วไปในระดัับสากล หากแต่่ใช้้ให้้ถููกกาลเทศะหรืือพููดกัันเองในกลุ่�มเพื่่�อนฝููงหรืือ
ในกลุ่�มวััยรุ่่�น ก็็ย่่อมไม่่เสีีย หายหรืือเป็็นเรื่่�องใหญ่่อะไร แต่่การใช้้ภาษาเหล่่านี้้�มัักจะ
ได้้รับั การต่อ่ ต้้านจากผู้้�หลักั ผู้ใ้� หญ่่ในสัังคมอยู่�เสมอ ฉะนั้้�นก็็ควรใช้้ให้้ถููกกาลเทศะ และ
ผู้้�วิิจััยรู้้�สึึกว่่าการใช้้ภาษาตามค่่านิิยมวััยรุ่่�นเหล่่านั้้�นดููเป็็นคํําที่่�น่่ารััก และยัังช่่วยให้้
พิิมพ์์ง่่ายขึ้้�นก็็จริิงแต่่ถ้้าใช้้ไม่่ถููกกาลเทศะสิ่ �งที่่�จะตามมานั่่�นก็็คืือการทํําลายภาษาไทย
โดยทางอ้้อม ผู้้�วิิจััยหวัังว่่าผู้้�อ่่านจะตระหนัักคิิดและใช้้คํํานี้้�ให้้ถููกกาลเทศะที่่�จะไม่่
ส่ง่ ผลเสีียต่อ่ ตนเองและผู้อ�้ ื่�่น
327
เอกสารอ้า้ งอิงิ
ความหมายของคํําว่า่ ขิิง.สืืบค้้นวันั ที่่� 29 ตุลุ าคม 2564,
จาก https://dict.longdo.com
คํําว่่าขิงิ หมายถึงึ อะไร.สืืบค้้นวัันที่่� 29 ตุลุ าคม 2564, จาก https//pantip.com
สาเหตุุที่ค�่ ํําว่่า “ขิงิ ” นิิยมกันั ในกลุ่�มวััยรุ่่�น.สืืบค้้นวันั ที่่� 29 ตุลุ าคม 2564,
จาก https://www.matichon.co.th/
สาเหตุุที่ค่� ํําว่่าขิิงหมายถึึงการโอ้้อวด.สืืบค้้นวัันที่่� 29 ตุุลาคม 2564,
จาก https://sites.google.com/site/
328
“ตาแตก” “งงเป็็นไก่่ตาแตก”
“ตาแตก” เหมืือนกันั ทำ�ำ ไมความหมายไม่่เหมืือน?
นางสาวกุุลปริิยา สิิงห์ส์ ถิิตย์์ 05610037
ส่่วนนำำ�
ในอดีีต เมื่่�อเราได้้ยินิ คำำ�ว่า่ “ตาแตก” มัักจะถึึงนึึกสำ�ำ นวนไทยหนึ่่�งที่่ว� ่่า
“งงเป็็นไก่่ตาแตก” ตามพจนานุกุ รม ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน (2554) เป็น็ คำำ�กริิยา
หมายถึึง งงมากจนทำ�ำ อะไรไม่ถ่ ููก แต่ใ่ นปััจจุบุ ัันคำ�ำ ว่า่ “ตาแตก” ไม่ไ่ ด้้ถููกใช้้ตามความ
หมายสำ�ำ นวนนี้แ�้ ล้้ว ความหมายของคำำ�ถููกเพิ่่ม� เติมิ ขึ้น้� มาและมีีหน้้าที่่�แสดงความหมา
ยแตกต่า่ งไปจากสำ�ำ นวนดัังกล่่าว แต่่ถููกแทนด้้วยความหมายว่่า สวยมาก ๆ
ผู้้ว� ิิจัยั จึึงเล็ง็ เห็็นถึึงความเปลี่่�ยนแปลงความหมายนี้้� แต่ย่ ัังไม่ม่ ีีผู้�้ใดศึกึ ษาวิจิ ััย
ผู้้�เขีียนจึึงนำำ�คำำ�นี้้�มาศึึกษาและเขีียนเป็็นผลงานนี้้�ขึ้้�นมาศึึกษาเกี่ �ยวกัับการเปลี่่�ยนแปลง
ความหมายของคำ�ำ ว่่า “ตาแตก”
ผู้้�วิจิ ััยได้้ตั้้�งข้้อสังั เกตเกี่�ยวกับั คำำ�ว่่า “ตาแตก” ว่่า ทำ�ำ ไมถึึงกลายเป็น็ หมายถึึง
สวยมาก และ คำำ�ว่่า “ตาแตก” เกี่ย� วข้้องอย่า่ งไรกัับสำำ�นวนไทย “งงเป็น็ ไก่่ตาแตก”
หากเกี่�ยวข้้องแล้้วสามารถใช้้แทนกันั ได้้หรืือไม่่ งานวิจิ ััยนี้จ�้ ึึงมีีวัตั ถุปุ ระสงค์์เพื่่�อให้้เข้้า
ใจการเปลี่่�ยนแปลงความหมายของคำำ�ว่่า “ตาแตก” และเพื่�่อเข้้าใจความแตกต่่าง
ระหว่า่ งคำ�ำ ว่่า “ตาแตก” กัับ สำำ�นวน “งงเป็็นไก่่ตาแตก”
329
จากผลการสำำ�รวจในพื้้น� ที่่�สื่�่อออนไลน์์ เช่่น บทความวารสารออนไลน์์
เฟสบุ๊๊ค� (Facebook) ยููทููป(Youtube) พบว่า่ ผู้้�ใช้้คำำ�ว่่า “ตาแตก” มีีการใช้้ความหมาย
และปริบิ ทที่่ต� ่่างไปจากสำ�ำ นวน “งงเป็็นไก่่ตาแตก” ผู้�ใ้ ช้้ภาษามีีภาพมโนทัศั น์ห์ รืือ
มุุม มองทางความคิิดของการใช้้ภาษาเหมืือนกันั แต่่ให้้ความหมายที่่�แตกต่า่ งกันั ไป
โดยมีีสาเหตุแุ ละปัจั จััยสำ�ำ คัญั คืือ เจตนาของผู้ใ้� ช้้ภาษา โดยจะเปรีียบเทีียบแบบ
อุปุ ลักั ษณ์เ์ ชิิงมโนทัศั น์ ์ มีีรายละเอีียดดัังนี้้�
1. “ตาแตก” หมายถึึง สวยมาก : มโนทััศน์์การเปรีียบนามธรรมสู่่�รูปู ธรรม
เคยสงสััยหรืือไม่ว่ ่า่ “ตาแตก” กลายเป็็นคำ�ำ ว่่า สวยมาก ได้้อย่า่ งไร สาเหตุุที่่�เป็็นเช่่นนี้้�
มาจากการรับั ชมการประกวดนางงาม โดยผู้เ้� ข้้าประกวด สวมชุดุ ราตรีียาวสวยและมีี
เครื่�อ่ งเพชรละลานตาประดัับไว้้กับั ชุดุ เมื่่อ� เพชรตกกระทบกับั แสงทำำ�ให้้เกิิดการ
สะท้้อนของแสงเข้้าตาจนทำ�ำ ให้้เกิดิ ภาพมโนทัศั น์์ของ “ตาแตก” ขึ้้�นมาโดยความหมาย
เดิิมของคำ�ำ ว่่า “ตาแตก” หมายถึึง ส่่วนหนึ่่�งของตาคนหรืือสัตั ว์์แตกออก เช่น่ เส้้น
เลืือดฝอยในตาแตก ด้้วยเหตุนุ ี้ ้� จึึงทำำ�ให้้ผู้ใ้� ช้้ภาษาประดิษิ ฐ์์คำ�ำ เปรีียบเปรยเพื่่อ� อธิบิ าย
ความคิิดที่่�ว่า่ สวยมาก ให้้ชัดั เจนโดยแสดงออกมาในรููปแบบเป็็นรููปธรรมด้้วยอาการข
อง “ตาแตก” นั่่�นเอง
ภาพที่่� 1 แสดงโครงสร้้างมโนทัศั น์์ของคำ�ำ ว่่า ตาแตก กัับ สวยมาก
330
นอกจากนี้้ � คำำ�ว่า่ “ตาแตก” เดิิม ถููกใช้้เฉพาะกลุ่�มของผู้�ช้ มนางงาม
เพื่�่อกล่่าวชมนางงามว่่าสวยมาก แต่ใ่ นปัจั จุบุ ััน คนใช้้เครืือข่า่ ยสัังคมออนไลน์์มากขึ้�้น
ข้้อมููลจึึงเผยแพร่่ไปอย่่างรวดเร็ว็ ทำำ�ให้้ผู้้�คนทั่่ว� ไปเริ่�มใช้้คำ�ำ ว่่า “ตาแตก” ในความหมาย
ที่่�กว้้างขึ้�น้ กล่่าวชมสิ่ง� สวยงามมาก ๆ ไม่เ่ พีียงแค่่นางงาม แต่ร่ วมถึึงบุคุ คลอื่่น� หรืือ
สิ่ง� ของอยู่�ด้วย เช่่น ลิิปสติิกแท่่งนี้ส�้ ีีสวยตาแตก วัันนี้้�เธอสวยตาแตกมาก กล่า่ วได้้ว่า่
สื่่�อออนไลน์์ก็็เป็็นหนึ่่�งในปััจจััยที่่�ทำำ�ให้้ความหมายปรัับขยายกว้้างมากขึ้้�นเช่่นกััน
2. คำ�ำ ว่า่ “ตาแตก” กับั สำำ�นวน “งงเป็น็ ไก่ต่ าแตก” : ภาพมโนทััศน์์เดีียวกันั แต่่ให้้
ความหมายต่่าง
คำำ�ว่่า “ตาแตก” หมายถึึง สวยมาก มีีที่่�มาดัังที่่�กล่่าวไปใน ข้้อ 1 ในขณะที่่�
“งงเป็น็ ไก่ต่ าแตก” ตามพจนานุุกรม ฉบัับราชบัณั ฑิิตยสถาน (2554) เป็็นคำำ�กริิยา
หมายถึึง งงมากจนทำ�ำ อะไรไม่่ถููก มีีที่่ม� าจากการชนไก่่ เมื่อ่� ไก่่ชนตัวั ใดถููกแทงเข้้าที่่�ตา
ตาก็็จะแตกเลืือดออก มองอะไรไม่เ่ ห็็น ทำำ�ให้้เกิิดอาการงง ทำำ�อะไรไม่่ได้้ จึึงเปรีียบกัับ
อาการงงของคนเข้้ากับั อาการงงของไก่ช่ น จึึงมัักใช้้เปรีียบเทีียบกับั คนที่่� งงมากจนทำำ�
อะไรไม่่ถููกเพราะยัังตั้ง� สติไิ ม่อ่ ยู่� เช่่น เพื่อ�่ นๆถึึงกัับงงเป็็นไก่ต่ าแตกเมื่อ�่ เขามาประกาศ
ว่า่ จะแต่่งงานในอีีก 2 เดืือนข้้างหน้้า ทั้้ง� ที่่ไ� ม่่เคยมีีวี่่�แววอะไรมาก่อ่ น ไม่ร่ ู้้�ว่่าเขาทั้้�งสอง
ไปคบกัันตอนไหน (Niran Kasri, 2021)
จากความแตกต่่างของที่่�มาของคำำ�ว่่า “ตาแตก” กัับสำำ�นวน
“งงเป็็นไก่่ตาแตก” แสดงเห็น็ ว่า่ แม้้มีีจุดุ เชื่�่อมโยงภาพมโนทััศน์์ “ตาแตก” เหมืือนกันั
แต่เ่ จตนาของผู้�้ใช้้ในการแสดงความหมายแตกต่่างกันั โดยสิ้�นเชิงิ โดยแสดงภาพ
มโนทัศั น์ไ์ ด้้ ดัังนี้�้
ภาพที่่� 2 แสดงโครงสร้้างมโนทัศั น์ข์ องสำำ�นวน “งงเป็น็ ไก่่ตาแตก” กัับอาการงงของมนุุษย์์
331
จากภาพที่่� 2 ผู้ใ้� ช้้ภาษามองภาพมโนทััศน์์คำำ�ว่า่ “ตาแตก” หมายถึึง ตาของไก่่
ซึ่ง� เป็็นสััตว์์ที่่ไ� ม่ม่ ีีศัักยภาพในการคิดิ วิเิ คราะห์แ์ ตกต่่างกัับมนุษุ ณ์์ (“สื่อ่� การเรีียนการ
การสอนภาษาไทย,” 2017) ทำ�ำ ให้้ผู้�้ใช้้ภาษามองภาพมโนทััศน์อ์ าการของไก่่ตาแตก
เปรีียบกับั อาการงงของคนว่า่ มีีอากััปกิริ ิยิ าเหมืือนกันั แตกต่า่ งกับั ภาพที่่� 1 ผู้�้ใช้้แสดง
ความหมายของสวยมาก ด้้วยการมองภาพมโนทััศน์ค์ ำ�ำ ว่า่ “ตาแตก” ของมนุุษย์์ซึ่ง� มีี
สติปิ ััญญาและอารมณ์์ความรู้�้สึึก ทำำ�ให้้บรรยายความรู้้�สึึกของสิ่�งตรงหน้้าได้้นั่่น� เอง
อย่า่ งไรก็็ตาม คำ�ำ ว่่า “ตาแตก” ได้้ถููกเพิ่่ม� ความหมายขึ้น�้ มาภายหลััง
ส่ง่ ผลให้้ในปััจจุุบันั หากได้้ยิินคำ�ำ นี้จ�้ ะไม่่ได้้ให้้ความหมายของอาการงงของคน แต่่จะใช้้
แสดงความหมายว่า่ สวยมากแทน หากต้้องการกล่่าวถึึงสำำ�นวนงงมากจนทำ�ำ อะไรไม่ถ่ ููก
จะพููดสำ�ำ นวนเต็็ม ๆ คืือ “งงเป็็นไก่่ตาแตก” เช่่น คํําถามนี้้ท� ํําให้้ผู้�จ้ ัดั การแต่ล่ ะฝ่่ายที่่�
นั่่ง� ร่่วมประชุมุ พากัันงงเป็็นไก่่ตาแตก เพราะเดาใจไม่ถ่ ููกว่่าสถานการณ์ท์ ี่่ม� ีีการทะเลาะ
กัันขนาดนี้้� เหตุุใดผู้้จ� ััดการยัังจะมาถามคํําถามอะไรแปลก ๆ
สรุปุ ผลการศึึกษา
การศึกึ ษาความหมายคำำ�ว่า่ “ตาแตก” และความเกี่ย� วข้้องกันั ของคำำ�ว่า่
“ตาแตก” กัับสำำ�นวน “งงเป็็นไก่่ตาแตก” เป็็นการศึึกษาความหมายอุปุ ลักั ษณ์์โดยใช้้
ภาพมโนทััศน์ ์ ซึ่่�งทั้้ง� สองคำำ�ข้้างต้้นแสดงมโนทัศั น์เ์ ดีียวกันั คืือ ตาแตก แต่ใ่ ห้้ความหมาย
แตกต่า่ งกันั ขึ้�น้ อยู่่�กับั เจตนาการใช้้ภาษาของผู้�้พููด คำ�ำ ว่่า “ตาแตก” ใช้้แสดงการเปรีียบ
เทีียบกัับสิ่่�งที่่ส� วยงามมาก ๆ ส่่วนสำ�ำ นวน งงเป็็นไก่่ตาแตก หมายถึึง อาการงงจนทำ�ำ
332
อย่่างไรก็ด็ ีี การศึึกษาการเปลี่่ย� นแปลงความหมายครั้ง� นี้�้ มิิใช่เ่ พีียงแค่่ศึึกษา
และวิิเคราะห์์ในความหมายเหมืือนหรืือลัักษณะร่่วมของอุุปลัักษณ์์มโนทััศน์์
“ตากแตก” กัับสำำ�นวน “งงเป็็นไก่ต่ าแตก” แต่ย่ ังั ให้้เห็น็ ถึึงความสำำ�คััญของ
เจตนารมณ์์ ของมนุษุ ย์์ซึ่�งเป็น็ ปััจจััยสำำ�คัญั ในทำ�ำ ให้้ความหมายมีีความหลากหลายและ
จะถููกเพิ่่ม� ขึ้้�นเรื่อ�่ ย ๆ ในอนาคต สเหมืือนนัักปราชณ์์ผู้้�ที่่�แสวงหาความรู้ม้� ิริ ู้้จ� บ ผู้เ้� ขีียน
จึึงหวัังว่่าบทความฉบัับนี้้�จะเป็็นประโยชน์์ให้้แก่่ผู้้�อ่่านเข้้าใจถึึงความสำำ�คััญของการ
ศึกึ ษาการเปลี่่�ยนแปลงความหมายกัับเจนตนาของผู้้�ใช้้ และหวังั เป็็นอย่่างยิ่�งว่า่ ใน
อนาคตจะมีีผู้ท�้ ี่่�ศึกึ ษาความหมายที่่�ผู้ว้� ิิจัยั ได้้เขีียนวิเิ คราะห์น์ ำำ�ไปศึกึ ษาต่่อและเกิิด
ประโยชน์์แก่ผ่ ู้�อ้ ่่านสืืบไป
333
เอกสารอ้า้ งอิงิ
สํํานักั งานราชบัณั ฑิติ ยสภา. (2556). พจนานุุกรมฉบับั ราชบัณั ทิติ ยสถาน. สืืบค้้น
31 ตุุลาคม 2564.จาก : https://dictionary.orst.go.th/
สื่อ� การเรีียนการสอนภาษาไทย. (2017). สืืบค้้น 31 ตุลุ าคม 2564.
จาก : https://sites.google.com/site/thai2studies/kar-peliynpael
ng-khxng-phasa
Chaniss. (2021). ศััพท์ว์ ััยรุ่่�น ศััพท์ใ์ หม่่ สแลงไทย หาความหมาย. สืืบค้้น
31 ตุุลาคม 2564. จาก : https://slang.in.thm/%E0%B9%81%E0%B8
%95%E0%B8%81
Niran Kasri. (2021). งงเป็น็ ไก่ต่ าแตก หมายถึงึ อะไร?. สืืบค้้น 31 ตุลุ าคม 2564.
จาก : https://www.blogsdit.com/2020/03/confuse.html
รายชื่่อ� ผู้�จัดั ทำ�ำ
05600180 นายนัฐั ภััทร์์ กะรััตน์์
05600444 นางสาวอักั ษรา ต่อ่ สกุลุ ศักั ดิ์�
05610006 นางสาวกนกภรณ์์ ธานีี
05610020 นางสาวกััญญา ปัญั จศิริ ิิ
05610036 นางสาวกุลุ นาถ สุวุ พรหม
05610037 นางสาวกุลุ ปริิยา สิิงห์์สถิติ ย์์
05610044 นางสาวแก้้วกาญจน์์ ถิ่น� หัวั เตย
05610060 นางสาวจัันทร์์จิิรา เกษะประกร
05610065 นางสาวจิิตตานันั ท์์ นาคสนธิ์์�
05610124 นายณภัทั ร ไชยสุุข
05610148 นางสาวณััฐธยาน์์ เหล่า่ สมาธิกิ ุลุ
05610152 นางสาวณััฐภััสสร บุญุ ประเสริิฐ
05610153 นางสาวณััฐมน ภู่่�ทัับทิิมทอง
05610157 นางสาวณิิชนันั ทน์์ คงกระพันั ธ์์
05610164 นางสาวดารารัตั น์์ เกษมสมใจ
05610173 นางสาวทอฝััน อรุุณบุุญงาม
05610174 นางสาวทอแสง สุโุ กศล
05610175 นางสาวทัักษพร เลี้�้ยงพฤกษา
05610213 นางสาวธิดิ ารััตน์์ ศรีีปลั่่�ง
05610229 นางสาวนริสิ รา มาเจริิญ
05610236 นางสาวนันั ท์น์ ภััส สุุขนุ่่�ม
05610237 นางสาวนัันทิชิ า ชนิิดกิจิ เจริิญพร
05610247 นางสาวนุุชนาฎ แท่น่ ทอง
05610255 นางสาวเบญจมาศ ทองสุุขธรรม
รายชื่่อ� ผู้�จัดั ทำ�ำ (ต่อ่ )
05610263 นางสาวปภัสั รา แจ้้งสุุทิิมล
05610281 นายปัณั ณธร ข้้องนอก
05610287 นางสาวปาณิสิ รา ฮััทโทริิ
05610307 นางสาวพรรณิภิ า คำำ�ภัักดีี
05610318 นางสาวพััณณิติ า นากอ้้น
05610321 นางสาวพิิจิติ รา ช่ว่ ยสุวุ รรณ
05610427 นางสาวศศิริ ดา จงเจตน์์ดีี
05610461 นางสาวสุพุ รรณิกิ า เนีียมกลาง
05610486 นางสาวอนััญพร พุ่ �มวิิวััฒนา
05610494 นางสาวอภิญิ ญา สกุุลงาม
05610643 นายจามิิกร โพธิ์์เ� ผื่�่อนน้้อย
05610665 นายวรรษกรฐ์์ ภัทั รพัันธ์ว์ ิิเชีียร
05610694 นางสาวธััญญา ศรีีธัญั ญา
05610725 นางสาวชลธิชิ า ณ นุุวงศ์์
05610739 นางสาวปิิยฉััตร ฤกษ์ฉ์ วีี
05610742 นางสาววััตถาภรณ์์ นาคสู่่�สุขุ
05610748 นางสาวสุุนิิศา สุดุ รอด
620510001 นางสาวณััฐิกิ า ปราบสงคราม
620510002 นางสาวธนพร กาฬภักั ดีี
620510003 นางสาวนันั ทวัชั ร์์ อำำ�พลจัันทน์์
620510045 นางสาวฉััตรจิิญา ฉััตรวิิวัฒั นากุุล
620510115 นางสาวปิิยวรรณ สุุกขาว
620510176 นางสาวอรอุุมาวดีี เผ่า่ วิหิ ค
620510178 นางสาวอริิสา ศิริ ิิวรรโณ
รายชื่่�อผู้�จััดทำ�ำ (ต่่อ)
620510213 นางสาวพััชริิดา อุยุ มา
620510215 นางสาวศุุภนิดิ า เชาวน์ด์ ีี
620510248 นางสาววีีรปริยิ า คลังั สินิ ศิิริกิ ุลุ
620510294 นางสาวนภัสั วรรณ เกตุจุ ัันทร์์
620510602 นางสาวปภาวริินทร์์ ทองหลาง
620510623 นางสาวปิิยาภรณ์์ ตั้ �งตระกููลธรรม
620510694 นางสาวรััตติิกาล พินิ ิจิ ทะ
620510732 นายศุกุ รีี สมิทิ ธิชิ ัยั นนท์์
620510751 นางสาวสุชุ ัญั ญา อ่อ่ นสร้้อย
630510745 นางสาววิิชิิตา โตโทน