180
แผนการสอน หน่วยที่ 5
ชื่อวชิ า งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้ สอนคร้ังที่ 7
ชื่อหน่วย ระบบจุดระเบดิ เคร่ืองยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
หัวเทียน(สปาร์คปลก๊ั : Spark plug )
รูปท่ี 5.6 หวั เทียน
หวั เทียนจะติดต้งั อยทู่ ี่ฝาสูบของเครื่องยนตท์ าหนา้ ทร่ี ับไฟแรงเคล่ือนสูงจากจานจา่ ยเพอ่ื ใหไ้ ฟ
กระโดดขา้ มช่องวา่ งของเข้ยี วหวั เทียนไปลงกราวดแ์ ละนาผลของการกระโดดท่เี รียกวา่ สปาร์ค (Spark)
ไปจดุ ระเบดิ ส่วนผสมของอากาศกบั น้ามนั เช้ือเพลิงภายในหอ้ งเผาไมห้ รือในกระบอกสูบทาให้
เคร่ืองยนตส์ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ส่วนประกอบของหัวเทยี น
1.ฉนวนของหวั เทยี น (สปาร์คปลกั๊ อินซุเรเตอร์ : Spark plug insulator) จะทาดว้ ยกระเบ้ืองชนิดพเิ ศษทีม่ ี
คุณสมบตั ิคือป้ องกนั กระแสไฟฟ้ าแรงสูงไม่ใหร้ ่ัวออกไปทอี่ ื่น
2.แกนกลางของหวั เทียน (สปาร์คปลก๊ั อิเล็กโทรด : Spark plug electrode) จะทาจากโลหะผสมพเิ ศษทมี่ ี
คุณสมบตั ทิ นตอ่ ความร้อนทเี่ กิดจากการเผาไหมข้ องเช้ือเพลิงท่เี กิดตดิ ต่อกนั หลายคร้ังและทนตอ่ การกดั กร่อน
3.เปลือกนอกของหวั เทยี น (สปาร์คปลกั๊ เชลล์ : Spark plug shell) ทาดว้ ยเหลก็ กลา้ ซ่ึงทาหนา้ ท่ีเป็นตวั สามารถ
กนั รวั่ ป้ องกนั ความรอ้ นและทนต่อการกดั กร่อนไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
6.แหวนกนั ร่ัวเป็นแหวนซ่ึงทามาจากโลหะอ่อนสาหรบั ป้ องกนั ความดนั หุม้ ฉนวนที่มีแกนกลางอยภู่ ายในเป็ น
ส่วนท่ีตดิ กบั เข้ียวหวั เทียนและเป็นตวั จบั ยดื หวั เทยี นเขา้ กบั รูหวั เทยี นเขา้ กบั รูหวั เทียนดว้ ยเกลียวทสี่ ่วนล่างของ
ปลอก
4.เข้ยี วของหวั เทียน (กราวดอ์ ิเลก็ โทรด : Ground electrode ) ทามาจากโลหะผสมชนิดพเิ ศษอยา่ งเดียวกนั กบั
แกนกลางนาเชื่อมติดไวก้ บั เปลือกนอกและสามารถงอใหม้ ีระยะห่างจากแกนกลางไดต้ ามกาหนดท่ตี อ้ งการได้
ระยะห่างของเข้ียวหวั เทียนจะอยใู่ นเกณฑเ์ ฉลี่ย 0.7 – 0.8 มิลลิเมตร
181
แผนการสอน หน่วยท่ี 6
ช่ือวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้ สอนคร้ังที่ 8
ชื่อหน่วยระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
5.ผนึกหวั เทยี นซ่ึงหวั เทยี นทกุ ตวั จะตอ้ งมีผนึกบรรจุอยอู่ ยา่ งนอ้ ย 1 แห่งหรือ 2 แห่งแรกจะหุม้ ฉนวนตอนล่าง
และแห่งท่สี องจะหุม้ ฉนวนตายในปลอกเหลก็ ตอนบนรั่วตามร่องเกลียวของปลอกนอก
ประเภทของหัวเทยี น
1.หัวเทยี นเยน็ จะมีแกนกลางทสี่ ้นั ระบายความร้อนไดด้ ีตวั เลขท่ีนิยมใชก้ นั มากเช่น NGK BPES เป็นตน้ จะนิยม
ใชก้ บั รถยนตท์ ตี่ อ้ งวงิ่ ระยะทางไกลหรือเครื่องยนตท์ ี่ใชต้ ิดต่อกนั เป็ นระยะเวลานานๆเพราะสามารถระบายความ
รอ้ นทเี่ กิดจาการเผาไหมไ้ ดด้ ี
2.หัวเทยี นร้อนจะมีลกั ษณะเป็นกระเบ้ืองและมีแกลนกลางยาวแตร่ ะบายความร้อนไดน้ อ้ ยเพราะจะตอ้ งสะสม
ความรอ้ นไดน้ อ้ ยเพราะจะตอ้ งสะสมความรอ้ นไวต้ วั เลขที่จะใชน้ อ้ ยเช่น NGK BP 4 ES เป็ นตน้ นิยมใชก้ บั
รถยนตท์ ต่ี อ้ งวง่ิ ระยะทางใกลๆ้ ซ่ึงจะเก็บสะสมความรอ้ นไดด้ ี
3.หัวเทียนธรรมดาจะใชห้ มายเลขนมั เบอร์เช่น NGK BP 5 ES – NGK BP 7 ES ซ่ึงจะนิยมใชก้ บั เครื่องยนต์
ที่ทางานตามปกติ
สายไฟแรงต่า (โลเทนชั่นไวริ้ง : Low tension wiring )
สายไฟแรงต่าเป็นสายไฟสาหรบั ใหก้ ระแสไฟฟ้ าที่ไหลมาจากแบตเตอร์รี่จา่ ยไปยงั วงจรไฟแรงต่าซ่ึงจะ
ประกอบดว้ ยขดลวดปฐมภูมิหนา้ ทองขาวและคอนแดนเซอร์โดยทหี่ นา้ ทองขาวจะมีลูกเบ้ียวของจานจ่ายหมุน
บงั คบั ใหต้ ่อและตดั กระแสไฟฟ้ าเป็นจงั หวะๆเม่ือสวติ ชจ์ ุดระเบดิ หนา้ ทองขาวต่อกระแสไฟฟ้ าทาให้
กระแสไฟฟ้ าทาใหก้ ระแสไฟฟ้ าไหลในวงจรไฟฟ้ าแรงต่าทาใหเ้ กิดเสน้ แรงแม่เหล็กรอบๆขดลวดปฐมภูมิและ
ทุติยภมู ิเมื่อลูกเบ้ียวหมุนชนใหห้ นา้ ทองขาวก็แยกออกทาใหเ้ สน้ แรงแม่เหล็กยบุ ตวั ไฟฟ้ าแรงสูงจะเกิดข้ึนทคี่ อลย์
จุดระเบิดเพอ่ื ส่งไปยงั หวั โรเตอร์ของจานจา่ ยและส่งตอ่ ไปยงั หวั เทยี นสูบตา่ งๆตามลาดบั การจุดระเบดิ ของ
เคร่ืองยนต์
สายไฟแรงสูง (ไฮเทนช่ันไวร่ิง : High jtension wiring)
สายไฟแรงสูงเป็นสายไฟสาหรบั ใหก้ ระแสไฟฟ้ าแรงสูงจากคอยลจ์ ุดระเบดิ ส่งไปยงั หวั เทียนสายไฟแรงสูงเป็ น
ส่วนประกอบหน่ึงของวงจรไฟฟ้ ารงสูงและยงั ประกอบดว้ ยขดลวดทตุ ินิยมจานจ่าย (หวั โรเตอร์และฝาครอบจาน
จ่าย) และหวั เทียนโดยที่กระแสไฟฟ้ าแรงสูงจากขดลวดทุตนิ ิยมจะไหลผา่ นสายไฟแรงสูง (สายคอยลจ์ ดุ ระเบดิ )
เพอ่ื ส่งไปยงั ฝาครอบจานจา่ ยผา่ นแปรงถ่าน (คาร์บอนบลสั : Carbon Brush) ไปยงั หวั โรเตอร์จากหวั โรเตอร์
ส่งไปยงั ข้วั ต่างๆใตฝ้ าจานจ่ายผา่ นสายไฟแรงสูง (สายหวั เทียน) ไปยงั หวั เทียนลงกราวดค์ รบวงจร
182
แผนการสอน หน่วยท่ี 6
ช่ือวชิ า งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้อื งตน้ สอนคร้ังที่ 8
ชื่อหน่วยระบบจุดระเบิดเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
คอนเดนเซอร์ (Condenser )
รูปท่ี 6.8คอนเดนเซอร์
โดยทวั่ ไปคอนเดนเซอร์จะถูกติดต้งั อยภู่ ายนอกของเรือนจานจ่ายและตอ่ ขนานกบั หนา้ ทองขาวแรงดนั ไฟฟ้ าจะ
ถูกเหนี่ยวนาใหเ้ กิดมากข้ึนในขดลวดทุตนิ ิยม
คอนเดนเซอร์ทาหนา้ ท่ีช่วยใหเ้ สน้ แงแม่เหลก็ ยบุ ตวั อยา่ งรวดเร็วโดยการรบั ประจไุ วเ้ พอื่ ไม่ใหก้ ระแสไฟฟ้ า
กระโดดขา้ มทีห่ นา้ ทองขาว (Contact) และเพอื่ ป้ องกนั ไม่ใหห้ นา้ ทองขาวเกิดการไหมเ้ น่ืองจากการอาร์ค
8.3 มมุ ดเวล (ดเวลแอนเกิล : Dwell agle )
มุมดเวลหมายถึงมุมการหมุนของเพลาแกนจา่ ย (ลูกเบ้ียว) ระหวา่ งเวลาซ่ึงหนา้ ทองขาวปิ ดโดยสปริงของแขน
หนา้ ทองขาวและเวลาท่หี นา้ ทองขาวเปิ ดข้ึนโดยส่วนนูนของลูกเบ้ียวอนั ตอ่ ไป
ถา้ ระยะห่างหนา้ ทองขาวของเคร่ืองยนต์ 4 สูบ 4 จงั หวะมีการปรบั ไวถ้ ูกตอ้ งและตามคา่ มาตรฐานหนา้ ทองขาว
ควรจะเปิ ดในขณะท่ลี ูกเบ้ียวหมุนไปเป็นมุม 52 องศา 6 องศา
รูปท่ี 6.9 แสดงมุมดเวลของเคร่ืองยนต์ 4 จงั หวะ
183
แผนการสอน หน่วยท่ี 6
ชื่อวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้ สอนคร้ังท่ี 8
ช่ือหน่วยระบบจุดระเบดิ เครื่องยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
สรุป
ระบบจดุ ระเบิดในเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีนเป็ นระบบทีม่ ีความสาคญั มากในเครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีนนอกจาก
อากาศท่ผี สมกบั น้ามนั เช้ือเพลิงหรือไอดีทีเ่ ขา้ ไปในกระบอกสูบแลว้ การจา่ ยไฟแรงสูงใหก้ บั หวั
เทยี นกเ็ พอื่ ทาการเผา่ ไหมไ้ อดีในหอ้ งเผา่ ไหมก้ เ็ ป็ นส่วนท่ีสาคญั ทท่ี าใหเ้ ครื่องยนตส์ ามารถทางานไดห้ นา้ ท่ีของ
ระบบจดุ ระเบิดคือทาใหเ้ กิดกระแสไฟแรงสูงแลว้ จา่ ยไปยงั หวั เทียนในกระบอกสูบของ
เคร่ืองยนตใ์ นจงั หวะระเบดิ ของแต่ละสูบในส่วนของเครื่องยนตด์ ีเซลจะไม่มีระบบจดุ ระเบิดแต่จะมี
ระบบทีช่ ่วยในการสตาร์ตในช่วงเชา้ ในขณะท่เี ครื่องยนตย์ งั เยน็ อยมู่ ีอุณหภมู ิทต่ี ่า
184
แผนการสอน หน่วยที่ 6
ชื่อวชิ า งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้ สอนคร้ังท่ี 8
ชื่อหน่วย ระบบจุดระเบิดของเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
แบบทดสอบ
จงทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) คาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทีส่ ุด
เพยี งขอ้ เดียว 6.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ทีต่ ดั และต่อกระแสไฟจาก
1. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบของระบบจดุ ระเบิดของ แบตเตอร่ี
เครื่องยนตท์ ้งั หมด ก. จานจ่าย ข. คอยลจ์ ุดระเบดิ
ก. จานจา่ ยคาร์บเู รเตอร์คอนเดนเซอร์ ค. สวติ ชจ์ ดุ ระเบิดง. คอนเดนเซอร์
ข. หวั เทยี นจานจ่ายคอยลจ์ ุดระเบดิ 7.อุปกรณ์ใดต่อไปน้ีทไี่ ม่มใี นจานจา่ ย
ค. ป๊ัมแรงดนั ต่าสวติ ชจ์ ดุ ระเบดิ หวั โรเตอร์ ก. คอนแทค ข. ลูกเบ้ียว
ง. สายไฟแรงสูงหวั ฉีดจานจา่ ย ค. แท่งคาร์บอนง. คอนเดนเซอร์
2.ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีคือหนา้ ท่ีของระบบจุดระเบดิ 8. ขอ้ ใดคือหนา้ ทีข่ องจานจ่าย
ก. ช่วยใหเ้ คร่ืองยนตต์ ดิ ก. จ่ายแรงเคล่ือนสูงไปยงั หวั เทียน
ข. เป็นตวั กาเนินของพลงั งานไฟฟ้ า ข. ตดั และต่อไฟจากแบตเตอรี่
ค. ส่งไฟแรงเคลื่อนสูงไปยงั หวั เทยี น ค. เก็บประจุไฟฟ้ า
ง. ควบคุมการตดิ ของเครื่องยนต์ ง. สรา้ งสนามแม่เหลก็
3.แบตเตอรี่ทาหนา้ ที่อะไร 9.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ท่แี ปลงกระแสไฟฟ้ าแรงต่าใหเ้ ป็น
ก. เปลี่ยนพลงั งานเคมีเป็นพลงั งานไฟฟ้ า แรงสูง
ข. เปล่ียนพลงั งานไฟฟ้ าเป็นพลงั งานกล ก. จานจา่ ย ข. คอยลจ์ ดุ ระเบิด
ค. เปล่ียนพลงั งานกลเป็นพลงั งานไฟฟ้ า ค. คอนเดนเซอร์ ง. โรเตอร์
ง. เปลี่ยนพลงั งานเคมีเป็นพลงั งานกล 10.คอยลจ์ ุดระเบิดประกอบดว้ ยขดลวดก่ีขด
4.ข้วั สวติ ชจ์ ดุ ระเบิดข้วั ใดต่อไปทขี่ ้วั + ของคอยลจ์ ดุ ก. 1 ขด ข. 2 ขด
ระเบดิ และระบบไฟแสงสวา่ ง ค. 3 ขดง. 4 ขด
ก. ข้วั B ข. ข้วั M
ค. ข้วั ST ง. ข้วั IG
5.อุปกรณ์ใดต่อไปน้ีทไ่ี ม่มีในระบบจุดระเบดิ
ก.สายไฟแรงต่า ข.จานจ่าย
ค.คอนเดนเซอร์ง.คาร์บูเรเตอร์
แผนการสอน 185
ชื่อวิชา งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้
ชื่อหน่วย ระบบจุดระเบิดของเคร่ืองยนต์ หน่วยที่ 6
เฉลยแบบทดสอบ สอนคร้ังท่ี 8
จานวน 4 ชั่วโมง
1. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบของระบบจุดระเบดิ ของ 6.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ทตี่ ดั และต่อกระแสไฟจาก
แบตเตอร่ี
เครื่องยนตท์ ้งั หมด ก. จานจา่ ย ข. คอยลจ์ ดุ ระเบดิ
ค. สวติ ชจ์ ุดระเบดิ ง. คอนเดนเซอร์
ก. จานจ่ายคาร์บูเรเตอร์คอนเดนเซอร์ 7.อุปกรณ์ใดตอ่ ไปน้ีทไ่ี ม่มใี นจานจา่ ย
ก. คอนแทค ข. ลูกเบ้ยี ว
ข. หวั เทยี นจานจ่ายคอยลจ์ ดุ ระเบิด ค. แท่งคาร์บอนง. คอนเดนเซอร์
8.ขอ้ ใดคือหนา้ ทีข่ องจานจา่ ย
ค. ปั๊มแรงดนั ต่าสวติ ชจ์ ดุ ระเบดิ หวั โรเตอร์ ก. จ่ายแรงเคล่ือนสูงไปยงั หวั เทียน
ข. ตดั และต่อไฟจากแบตเตอรี่
ง. สายไฟแรงสูงหวั ฉีดจานจา่ ย ค. เกบ็ ประจุไฟฟ้ า
ง. สร้างสนามแม่เหล็ก
2.ขอ้ ใดต่อไปน้ีคือหนา้ ทข่ี องระบบจุดระเบิด 9.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ที่แปลงกระแสไฟฟ้ าแรงต่าใหเ้ ป็น
แรงสูง
ก. ช่วยใหเ้ คร่ืองยนตต์ ิด ก. จานจา่ ย ข. คอยลจ์ ุดระเบิด
ค. คอนเดนเซอร์ ง. โรเตอร์
ข. เป็นตวั กาเนินของพลงั งานไฟฟ้ า 10.คอยลจ์ ดุ ระเบิดประกอบดว้ ยขดลวดก่ีขด
ก. 1 ขด ข. 2 ขด
ค. ส่งไฟแรงเคล่ือนสูงไปยงั หวั เทียน ค. 3 ขดง. 4 ขด
ง. ควบคุมการติดของเครื่องยนต์
3.แบตเตอร่ีทาหนา้ ท่ีอะไร
ก. เปล่ียนพลงั งานเคมีเป็นพลงั งานไฟฟ้ า
ข. เปล่ียนพลงั งานไฟฟ้ าเป็นพลงั งานกล
ค. เปลี่ยนพลงั งานกลเป็นพลงั งานไฟฟ้ า
ง. เปลี่ยนพลงั งานเคมีเป็นพลงั งานกล
4.ข้วั สวติ ชจ์ ดุ ระเบดิ ข้วั ใดต่อไปที่ข้วั + ของคอยลจ์ ดุ
ระเบิดและระบบไฟแสงสวา่ ง
ก. ข้วั B ข. ข้วั M
ค. ข้วั ST ง. ข้วั IG
5.อุปกรณ์ใดตอ่ ไปน้ีทไี่ ม่มีในระบบจดุ ระเบดิ
ก.สายไฟแรงต่า ข.จานจ่าย
ค.คอนเดนเซอร์ง.คาร์บเู รเตอร์
186
บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง/
ผล 5 มติ ิ / นโยบาย 3 D และ 11 ดี 11 เก่ง
รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ
5 4 3 21
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลมุ ท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้ สอน
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวิธีการนาเขา้ สู่บทเรียนที่น่าสนใจ
5. มีกิจกรรมที่หลากหลาย เพ่ือช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ ความเขา้ ใจ
6. จดั กิจกรรมที่ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรียนมีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่ีเนน้ กระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกบั ชีวิตจริงโดยนาภมู ิปัญญา/บรู ณาการเขา้ มามีส่วนร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเม่ือนกั เรียนปฏิบตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อยา่ งทว่ั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาที่กาหนด
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ ่ือท่ีเหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผเู้ รียน
17. ใชส้ ่ือ แหลง่ การเรียนรู้อยา่ งหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นตน้
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18.ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมินผล
19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพิสยั
20. ครู ผเู้ รียน ผปู้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั 5ิ = ปฏิบตั ิดีเยย่ี ม 4= ปฏิบตั ิดี 3= ปฏิบตั ิพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏิบตั ิ ค่าเฉลี่ย
187
บนั ทึกหลงั สอน ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา
ปัญหาที่พบ แนวทางแก้ปัญหา
ด้านการเตรียมการสอน …………………………………………………….
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้ ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านการวัดและประเมินผล ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ) ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
……………………………………………………………...
……………………………………………………………..
ลงช่ือ ........................................................................ครูผสู้ อน
(........................................... ............................)
ตาแหน่ง ................................................. ......................
วนั -เดอื น-ปี เวลา บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 188
รายการนิเทศและติดตาม ชื่อ-สกลุ ผู้นิเทศ ตาแหน่ง
189
หน่วยที่ 7
สัปดาห์ที่ 9
เรื่อง
ระบบหล่อลน่ื ของเครื่องยนต์
190
แผนการจดั การเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
/ ผล 5 มติ ิ / นโยบาย 3 D และ 11 ดี 11 เก่ง
รหัสวชิ า 2101-1004 วชิ า งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้อื งตน้
หน่วยที่ 7 ช่ือหน่วย ระบบหล่อล่ืนเครื่องยนต์
ช่ือเร่ืองระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
1. สาระสาคญั
1. หนา้ ทขี่ องระบบหล่อลื่นของเคร่ืองยนต์
2. คุณสมบตั ิของน้ามนั หล่อลื่น ,ประเภทของน้ามนั หล่อล่ืน ,หนา้ ทขี่ องส่วนประกอบระบบ
หล่อลื่นเคร่ืองยนต์
3. คาศพั ทเ์ ทคนิคระบบหล่อลื่นของเคร่ืองยนตเ์ พอ่ื สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้
1. ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ทขี่ องระบบหล่อล่ืนของเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. ผเู้ รียนสามารถบอกคุณสมบตั ขิ องน้ามนั หล่อล่ืนและประเภทของน้ามนั หล่อล่ืนไดถ้ ูกตอ้ ง
3. ผเู้ รียนสามารถอธิบายหนา้ ท่ีของส่วนประกอบระบบหล่อลื่นเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะห์ขอ้ ขดั ขอ้ งของระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทวั่ ไป
- ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ขี องระบบหล่อล่ืนของเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
- ผเู้ รียนสามารถบอกบอกคุณสมบตั ิของน้ามนั ล่ืนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
- ผเู้ รียนสามารถบอกประเภทของน้ามนั หล่อล่ืนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
- สามารถแยกประเภทน้ามนั หล่อลื่นเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
- สามารถสามารถวเิ คราะหข์ อ้ งขดั ขอ้ งระบบหล่อล่ืนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้
- ระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนต์
- หนา้ ทข่ี องระบบหล่อล่ืน
- การแบ่งประเภทของระบบหล่อลื่น
191
4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ัติ
- การใชเ้ ครื่องมือในงานเคร่ืองยนต์
4.3 ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
- ความมีวนิ ยั : การแตง่ กาย , การตรงต่อเวลา
- ความรบั ผดิ ชอบ : ทางานเสร็จทนั ตามเวลาท่ี กาหนด
- ความสนใจใฝ่รู้:มีความสนใจในการหาความรูเ้ พมิ่ เติมความกระตอื รือรน้ จะเรียนรู้
- ความมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ : ยอมรับความคดิ เห็นผอู้ ื่น
- ความอดทน อดกล้นั : มีสติควบคุมอารมณ์ไดด้ ี
- ความซื่อสตั ยส์ ุจริต : ไม่นาผลงานผอู้ ื่นมาแอบอา้ งเป็ นของตน
- การประหยดั : ใชว้ สั ดุทีเ่ หมาะสมกบั งาน , ปิ ดไฟฟ้ า ทกุ คร้ังท่ีเลิกใช้
- ความกตญั ญกู ตเวที : อาสาช่วยเหลือและถือของช่วยครู –อาจารย์
192
กิจกรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมครู กิจกรรมนักเรียน
ข้นั นาเข้าสูบทเรียน(10 นาที)
1. ครูถามถึงความจาเป็นของการเรียนเร่ืองระบบ 1. ผเู้ รียนต้งั ใจฟังพรอ้ มท้งั ซกั ถามขอ้ สงสยั
หล่อล่ืนของเครื่องยนต์
ข้นั ดาเนินการสอน(3 ชว่ั โมง)
1.ครูอธิบายหนา้ ทีข่ องระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนต์ 1. ผเู้ รียนท้งั ช้นั ต้งั ใจฟังการบรรยายและจดบนั ทึก
2.ครูอธิบายคุณสมบตั ขิ องน้ามนั หล่อลื่น 2. ผเู้ รียนต้งั ใจฟังการบรรยายพรอ้ มจดบนั ทกึ
3.ครูอธิบายประเภทของการหล่อล่ืนพรอ้ มอธิบาย 3. ผเู้ รียนต้งั ใจฟังพรอ้ มจดบนั ทกึ หนา้ ทแ่ี ละประเภท
การทางานแต่ละประเภท ของการหล่อล่ืนพร้อมอธิบายการทางานแต่ละประเภท
4.ครูและผเู้ รียนดูเคร่ืองฉาย projector แสดงลกั ษณะ 4. ผเู้ รียนดูเคร่ืองฉาย projector ต้งั ใจฟังและดูแสดง
ของระบบหล่อลื่นพร้อมร่วมกนั อธิบายหนา้ ท่ีและ ลกั ษณะระบบหล่อลื่นพร้อมอธิบายหนา้ ที่และการ
การทางานระบบหล่อลื่น ทางานระบบหล่อลื่น
5.ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสยั 5. ผเู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสยั
ข้นั พยายาม (20 นาท)ี 1. ผเู้ รียนตอบคาถามเมื่อครูถามเป็นรายบุคคล
1.ครูซกั ถามขอ้ สงสยั เป็นรายบคุ คล 2. ผเู้ รียนส่งแบบฝึกหดั
2.ครูใหผ้ เู้ รียนทกุ คนทาแบบฝึกหดั
ข้นั สรุป(30 นาท)ี 1. นกั เรียนต้งั ใจฟังสรุปเน้ือหา
1. ครูสรุปเน้ือหาเพม่ิ เติมในส่วนทีข่ าดให้ 2. ผเู้ รียนเปลี่ยนกนั ตรวจแบบฝึกหดั
2. ครูเฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
แผนการสอน 193
ชื่อวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนต์ หน่วยที่ 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4 ชั่วโมง
งานที่มอบหมาย หรือกจิ กรรม
ก่อนเรียน
1. ตรวจเครื่องแตง่ กาย , ทรงผม , เครื่องประดบั , ผา้ เชด็ มือ
2. เช็คช่ือประจาวนั
3. ตกั เตอื นนกั เรียนท่ีแตง่ กายผดิ ระเบยี บและนกั เรียนทมี่ าสายพร้อมสอบถามสาเหตุและ
เหตุผล
ขณะเรียน
1. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ระดมความคิดและอธิบายในหวั ขอ้ ทคี่ รูกาหนด
2. ใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกสาระสาคญั ท่จี บั ประเดน็ ได้
หลงั เรียน
1. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบทา้ ยบท
2. ใหน้ กั เรียนตรวจแบบทดสอบ
3. ใหน้ กั เรียนทาความสะอาดหอ้ งเรียน
194
ส่ือการเรียนการสอน
สื่อส่ิงพมิ พ์
1. หนงั สือ งานเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้
2. แบบทดสอบ 10 ขอ้
ส่ือโสตทศั น์
1. เครื่องฉายProjector
2. คอมพวิ เตอร์
3. แผน่ ซีดี
ส่ือของจริง
1. วงจรระบบหล่อล่ืนจาก เคร่ืองยนตจ์ ริง
วิธีการประเมินผล / เกณฑ์การให้คะแนน
1. ซกั ถามความเขา้ ใจเป็นรายบคุ คล เรื่อง ระบบหล่อลื่นของเคร่ืองยนต์
2. การทาแบบทดสอบ
แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้
ภายในสถานศึกษา
1. ตกึ วทิ ยบริการ
2. หอ้ งสมุดชมรมวชิ าชีพช่างยนต์
3. หอ้ ง Internet ช่างยนต์
ภายนอกสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดมหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
2. หอ้ งสมุดมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม
3. รา้ น Internet
เอกสารอ้างอิง
พรจิต ปทุมสุวรรณ. งานเครื่องยนต์แก๊สโซลนี . กรุงเทพฯ : ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ,2540.
พชิ าญ สิริบตุ ร. งานเคร่ืองยนต์เบอื้ งต้น. กรุงเทพฯ : สถาบนั เทคโนโลยี พระจอมเกลา้ พระนคร เหนือ, 2531.
195
หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
ก่อนเรียน
- สงั เกตจากคาถาม ของผเู้ รียน
ขณะเรียน
- สงั เกตจากคาถาม ของผเู้ รียน
หลงั เรียน
- แบบทดสอบ
รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน
คะแนนระหว่างภาคเรียน ร้อยละ 80 ไดจ้ าก
- ผลจากแบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 20
- ผลจากใบงาน ร้อยละ 20
- ผลจากการปฏิบตั งิ านกลุ่ม ร้อยละ 30
- ผลจากแบบฝึกหดั ร้อยละ 10
คะแนนคณุ ธรรมและ จริยธรรม ร้อยละ 20 ไดจ้ าก
- ความตรงต่อเวลา รอ้ ยละ 5
- ความมีระเบยี บวนิ ยั ร้อยละ 5
- ความรบั ผดิ ชอบ รอ้ ยละ 5
- ความซ่ือสตั ย์ ร้อยละ 5
196
การประเมนิ ผล นาคะแนนท่ีไดจ้ ากการวดั ผลมาประเมิน โดยยดึ หลกั เกณฑก์ ารประเมินผลของ
วทิ ยาลยั เทคนิคมหาสารคาม ซ่ึงกาหนดดงั น้ี
อตั ราคะแนน ระดบั คะแนน
80 – 100 4.0
75 – 79 3.5
70 – 74 3.0
65 – 69 2.5
60 – 64 2.0
55 – 59 1.5
50 – 54 1.0
0 – 49 0
แผนการสอน 197
ช่ือวชิ า งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้
ชื่อหน่วยระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ หน่วยท่ี 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4 ชั่วโมง
เนื้อหา
ระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์(Engine Lubricating System)
ในเครื่องยนตเ์ ครื่องหน่ึงๆจะประกอบดว้ ยชิ้นส่วนทมี่ ีการหมุนอยมู่ ากมายและในขณะท่เี ครื่องยนต์
ทางานชิ้นส่วนเหล่าน้ีจะผลิตความรอ้ นจากความฝืดของชิ้นส่วนโลหะซ่ึงมีการสมั ผสั โดยตรงกบั ชิ้นส่วนโลหะ
อื่นๆสึกหรอความร้อนจากการเคล่ือนไหวและความฝืดท้งั หมดน้ียอ่ มทาใหเ้ คร่ืองยนตช์ ารุดและเสียหายไดง้ า่ ย
ระบบหล่อล่ืนทาหนา้ ทห่ี ล่อล่ืนช้ินส่วนทีเ่ คล่ือนที่ภายในเคร่ืองยนตก์ ารหล่อลื่นจะช่วยสรา้ งฟิ ลม์ ของ
น้ามนั เครื่องบนช้ินส่วนโลหะทม่ี ีการเคลื่อนไหวเหล่าน้ีช่วยลดการสึกกร่อนและลดความรอ้ นทาใหช้ ้ินส่วน
รถยนตท์ างานไดเ้ รียบข้ึน
หน้าท่ขี องระบบหล่อลน่ื ในเคร่ืองยนต์
ระบบหล่อลื่นทาหนา้ ทีห่ ล่อล่ืนช้ินส่วนที่เคล่ือนท่ภี ายในเคร่ืองยนตเ์ ช่นเพลาขอ้ เหวยี่ งเพลาลูกเบ้ียวชุดกลไกล
ลิ้นเป็นตน้ ระบบหล่อล่ืนยงั ทาหนา้ ท่ีโดยทวั่ ๆไปซ่ึงสามารถแยกไดด้ งั น้ี
ลดความฝื ดระหว่างชิ้นส่วนท่ีเคลื่อนทค่ี ุณภาพในการหล่อลื่นของน้ามนั หล่อล่ืนเป็ นอยา่ งแรกซ่ึงจะทาใหเ้ กิด
ฟิลม์ บางๆเพอ่ื เคลือบผวิ ของโลหะไวใ้ หผ้ วิ ของโลหะสมั ผสั โดยตรงเพราะจะทาใหเ้ กิดการสึกไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
แผนการสอน 198
ช่ือวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อล่ืนเครื่องยนต์ หน่วยที่ 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4 ช่ัวโมง
การทาความสะอาด น้ามนั หล่อลื่นทดี่ ีจะตอ้ งมีคุณสมบตั ิในการชะลา้ งความสกปรกท่ีเกิดข้นึ จากการเผา
ไหมใ้ หห้ มดสิ้นไปของโลหะ
การระบายความร้อนน้ามนั หล่อล่ืนจะเป็นส่วนหน่ึงในการเอาความร้อนออกไปจากเครื่องยนตด์ ว้ ยเหตุน้ี
น้ามนั หล่อล่ืนเครื่องยนตจ์ ึงมีอุณหภมู ิสูง
การป้ องกนั สนิม น้ามนั หล่อลื่นท่มี ีคุณภาพจะตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นการป้ องกนั สนิมภายในเครื่องยนต์
การป้ องกันการรั่วซึมของแก๊ส ความหนืดของน้ามนั หล่อลื่นมีความสาคญั อยา่ งมากในการป้ องกนั การรัว่ ซึม
ของแก๊สไม่ใหผ้ า่ นแหวนลูกสูบได้
การแบ่งประเภทของน้ามันหล่อล่ืน
น้ามนั หล่อลื่นที่ใชส้ าหรับยานยนตแ์ ละโรงงานอุสาหกรรมซ่ึงน้ามนั หล่อลื่นจะทาหนา้ ทหี่ ลกั คือกรหล่อ
ล่ืนชิ้นส่วนการป้ องกนั สนิมลดการศกึ หรอและการถ่ายทอดกาลงั เป็ นตน้ ส่วนน้ามนั ท่ใี ชส้ าหรบั งานพเิ ศษซ่ึง
เป็นน้ามนั ที่ไม่ไดน้ ามาใชส้ าหรบั การหล่อลื่นแต่จะทาหนา้ ท่พี เิ ศษเช่นเป็ นตวั นาความร้อนเป็ นฉนวนไฟฟ้ า
ภายในหมอ้ แปลงและนามาใชเ้ คลือบผวิ โลหะเพอื่ ป้ องกนั สนิมหรือใชผ้ สมเป็ นวตั ถุดิบในกระบวนการผลิต
เป็นน้ามนั หล่อล่ืนสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็นประเภทต่างๆดงั น้ี
สาหรับยานยนต์
น้ามนั เคร่ือง
น้ามนั เกียร์
น้ามนั ไฮดรอลิก
รูปท่ี 7.1 น้ามนั เคร่ือง
แผนการสอน 199
ช่ือวชิ า งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ หน่วยท่ี 7
สอนคร้ังที่ 9
สาหรับงานอตุ สาหกรรมแบ่งออกเป็ น 2 ประเภทคอื จานวน 4ชั่วโมง
1.งานท่วั ไป
น้ามนั เกียร์
น้ามนั เทอร์ไบน์
น้ามนั ไฮดรอลิก
น้ามนั เครื่องอดั ลม
รูปท่ี 7.2 น้ามนั เกียร์
2.งานพเิ ศษ
งานช่างโลหะ
น้ามนั ที่ใชภ้ ายในหมอ้ แปลง
น้ามนั ท่ีถ่ายเทความรอ้ น
น้ามนั ขาว
ผลิตภณั ฑก์ นั สนิม
น้ามันหล่อล่ืนสาหรับยานยนต์
ยานยนตท์ ี่ใชง้ านในโลกปัจจบุ นั น้ีสามารถแล่นไดโ้ ดยอาศยั เช้ือเพลิงเป็ นพลงั งานแต่เคร่ืองยนตจ์ ะตอ้ ง
มีการหล่อล่ืนช้ินส่วนตา่ งๆเพอื่ ลดการสึกหรอระบายความรอ้ นและชะลา้ งสิ่งสกปรกจากชิ้นส่วนของ
เคร่ืองยนตห์ ากไม่มีการหล่อล่ืนชิ้นส่วนของเคร่ืองยนตจ์ ะเกิดการสึกหรอและถา้ อุณหภูมิสูงข้ึนทเ่ี กิด
จากแรงเสียดทานซ่ึงจะทาใหผ้ วิ ของโลหะเชื่อมติดกนั เป็ นเน้ือเดียวกนั ไดเ้ ป็ นผลทาใหเ้ ครื่องยนตเ์ กิด
ความเสียหายได้
แผนการสอน 200
ช่ือวิชา งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้อื งตน้
ชื่อหน่วยระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ หน่วยที่ 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4ช่ัวโมง
คณุ สมบัตขิ องน้ามันหล่อลน่ื
1. คณุ สมบตั ิในการหล่อลน่ื
น้ามนั เคร่ืองท่ีมีคุณภาพในการหล่อล่ืนทดี่ ีจะข้นึ อยกู่ บั ความหนืดของน้ามนั เป็ นส่ิงแรกเยอ่ื บางๆของ
น้ามนั เครื่องจะทาหนา้ ทีเ่ คลือบโลหะใหม้ ีการเสียดสีกนั โดยตรงซ่ึงเป็ นสาเหตุทาใหเ้ กิดการสึกหรอความหนา
ของเยอื่ น้ามนั หล่อล่ืนจะข้ึนอยกู่ บั ความหนืดถา้ ความหนืดของน้ามนั หล่อลื่นสูงจะทาใหเ้ ยอ่ื น้ามนั มีความหนา
มากน้าทนั หล่อลื่นทด่ี ีจะตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นการรักษาความหนาของเยอื่ น้ามนั ใหเ้ กือบคงท่ีอยไู่ ดใ้ นทกุ ๆ
อุณหภมู ิคอื ไม่บางจนเกินไป (ขน้ มาก) เม่ืออุณหภมู ิต่าน้ามนั หล่อลื่นที่มีคุณสมบตั ิเช่นน้ีเรียกวา่ มีดชั นีความ
หนืดสูง
2. คณุ สมบตั ใิ นการรักษาความสะอาด
เครื่องยนตท์ ่มี ีการเผาไหมภ้ ายในจะมีเขม่าเกิดข้นึ หลงั การเผาไหมข้ องเช้ือเพลิงบางส่วนก็จะรวั่ ผา่ นแหวน
ลูกสูบและผนงั ลูกสูบข้นึ ไปอยฝู่ าครอบวาลว์ ตลอดจนส่วนอ่ืนๆภายในเคร่ืองยนตน์ ้ามนั หล่อลื่นท่ีดีจะตอ้ ง
สามารถชะลา้ งส่ิงสกปรกออกจากผวิ ของโลหะไดน้ อกจากน้ียงั ตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นการกระจายเขม่าสิ่งสกปรก
ไม่ใหร้ วมตวั กนั เป็นกอ้ นส่ิงสกปรกเหล่นน้ีจะตอ้ งรวมตวั วนเวยี นอยใู่ นน้ามนั หล่อลื่นโดยไม่มีการตกตะกอน
และรอการถูกถ่ายออกจากเคร่ืองยนตเ์ ม่ือมีการเปลี่ยนน้ามนั เครื่องซ่ึงจะสงั เกตไดว้ า่ เครื่องทใ่ี ชแ้ ลว้ จะมีสีดา
เป็นการแสดงวา่ น้ามนั หล่อล่ืนไดท้ าหนา้ ท่ใี นการชะลา้ งสิ่งสกปรกภายในเคร่ืองยนตอ์ ยา่ งสมบูรณแลว้
แผนการสอน 201
ช่ือวชิ า งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ หน่วยท่ี 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4 ช่ัวโมง
3.คณุ สมบัตใิ นการระบายความร้อน
น้ามนั เคร่ืองถูกส่งไปหล่อล่ืนชิ้นส่วนตา่ งๆภายในเคร่ืองยนตเ์ ช่นลูกสูบแหวนลูกสูบเพลาขอ้ เหวย่ี งและกลไก
ยกล้ินเป็นตน้ ความรอ้ นที่เกิดจากการเผาไหมจ้ ะถูกถ่ายเทออกจากเครื่องยนตโ์ ดยอาศยั น้ามนั เคร่ืองจะเป็ นอีกตวั
ช่วยหน่ึงความรอ้ นภายในเคร่ืองยนตจ์ ะถูกระบายออกโดยอาศยั น้ามนั เครื่องเป็ นการถ่ายเทจงึ ทาใหอ้ ุณหภูมิ
ของน้ามนั เคร่ืองคอ่ นขา้ งสูงอุณหภูมิท่ีสูงทาใหอ้ ตั ราการรวมตวั ระหวา่ งน้ามนั กบั ออกซิเจนภายในอากาศเร็ว
ข้นึ ดว้ ยเหตุน้ีน้ามนั เครื่องที่ดีจะตอ้ งมีสารเคมีเพมิ่ คุณภาพในการป้ องกนั การรวมตวั กบั ออกซิเจนเพอ่ื ยดื อายกุ าร
ใชง้ านใหย้ าวนานข้ึน
4.คุณสมบตั ิในการป้ องกันสนิมและการกดั กร่อน
เม่ือเราเริ่มสตาร์ทเครื่องยนตใ์ หต้ ดิ คร้ังแรกๆซ่ึงในขณะทเ่ี คร่ืองยนตแ์ ละน้ามนั เคร่ืองยงั เยน็ อยกู่ ารเผา
ใหม่ของเช้ือเพลิงจะยงั ไม่สมบูรณ์เทา่ ท่ีควรทาใหม้ ีแก๊สและไอน้าเกิดจากการเผาไหมร้ ่วั ผา่ นแหวนลูกสูบลงไป
ยงั ส่วนล่างของเครื่องยนตม์ ากกวา่ ปกติแก๊สที่ร่ัวผา่ นลูกสูบเหล่าน้ีจะไปรวมตวั กนั กบั ไอน้ากลายเป็ นกรดซ่ึง
สามารถกดั กร่อนช้ินส่วนของเคร่ืองยนตแ์ ละยงั ทาใหเ้ กิดเป็ นสนิมไดส้ ารเคมีจะช่วยป้ องกนั ไม่ใหเ้ หลก็ เป็ น
สนิมและตา้ นทานการกดั กร่อนที่เป็นอนั ตรายเหล่านน้ีทาใหเ้ คร่ืองยนตม์ ีอายกุ ารใชง้ านยาวนานข้นึ
5.คุณสมบตั ใิ นการป้ องกนั การร่ัวซึมของแก๊สและเพิม่ กาลงั อัด
ความหนืดของน้ามนั หล่อลื่นมีความสาคญั เป็ นอยา่ งมากในการป้ องกนั การรว่ั ซึมของแก๊สไม่ใหผ้ า่ นแหวน
ลูกสูบไดซ้ ่ึงจะทาหนา้ ทเี่ ป็นเยอ่ื อุดช่องวา่ งระหวา่ งแหวนลูกสูบกบั ผนงั กระบอกสูบน้ามนั เคร่ืองที่ดีมีคุณภาพ
จะตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นการเคลือบและจบั กบั ผวิ ของโลหะเพอ่ื ทาหนา้ ทป่ี ้ องกนั การร่ัวซึมของแก๊สภายใน
กระบอกสูบของเคร่ืองยนต์
แผนการสอน 202
ช่ือวิชา งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้
ชื่อหน่วยระบบหล่อล่ืนเคร่ืองยนต์ หน่วยที่ 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4 ชั่วโมง
นา้ มนั หล่อลนื่ สาหรับงานอุตสาหกรรม
เครื่องจกั รกลสมยั ใหม่ส่วนมากจะมีกาลงั ขบั สูงมีอุณหภมู ิทางานสูงและบางกรณีกส็ ามารถทางานติดตอ่ กนั โดย
ไม่มีวนั หยดุ เพราะฉะน้นั เคร่ืองจกั รกลเหล่าน้ีจาเป็ นจะตอ้ งมีการหล่อลื่นดว้ ยน้ามนั ท่มี ีคุณภาพเพอ่ื ลดความ
เสียดทานป้ องกนั การสึกหรอหรือการกดั กร่อนและรักษาเครื่องจกั รกล
ใหส้ มารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพดีทส่ี ุดการใชผ้ ลิตภณั ฑแ์ ละการหล่อล่ืนท่ีถูกตอ้ งจะช่วยลด
ความสิ้นเปลืองในการซ่อมบารุงและยงั เพมิ่ ผลผลิตไดอ้ ีกดว้ ย
คณุ สมบัติของน้ามันหล่อล่ืน
น้ามนั หล่อล่ืนท่มี ีคุณภาพจะตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นการหล่อล่ืนชิ้นส่วนทเี่ คลื่อนทข่ี องเครื่องจกั รกลและ
เคร่ืองยนตเ์ พอื่ ป้ องกนั ไม่ใหช้ ิ้นส่วนเกิดการสึกหรอเร็วเกินไปแต่น้ามนั หล่อลื่นยงั มีคุณสมบตั ติ ่างๆดงั ตอ่ ไปน้ี
1.ความหนืด(วสิ โคซิสต้ี : Viscosity )
ความหนืดหมายถึงความตา้ นทานความไหลของน้ามนั หล่อล่ืนน้นั มีการแปรกลบั กบั อุณหภูมิของ
น้ามนั หล่อล่ืนถา้ อุณหภูมิต่าจะทาใหน้ ้ามนั หล่อล่ืนขน้ และมีเยอื่ หล่อลื่นที่หนาแต่ถา้ อุณหภูมิของ
น้ามนั หล่อล่ืนสูงจะใสและมีเยอื่ หล่อลื่นทบี่ าง
2.ดชั นีความหนืด (วสิ โคซิต้ีอินเดก็ – ว.ี ไอ. : Viscosity Index – V.I.)
ดชั นีความหนืดหมายถึงอตั ราการเปล่ียนแปลงของความหนืดเมื่ออุณหภมู ิเกิดการเปล่ียนแปลน้ามนั หล่อลื่น
ทีม่ ีดชั นีความหนืดสูงจะทาใหก้ ารเปล่ียนแปลงความหนืดนอ้ ยแตถ่ า้ อุณหภูมิการใชง้ านเปลี่ยนไปซ่ึงเป็ คุณ
สมบตั ทิ ี่ดีของน้ามนั หล่อล่ืนสาหรับน้ามนั หล่อล่ืนที่มีดชั นีความหนืดต่าในขณะที่มีอุณหภูมิต่าน้ามนั หล่อลื่น
มกั จะมีความหนืดสูงทาใหช้ ้ินส่วนของเครื่องจกั รกลหรือเคร่ืองยนตเ์ คลื่อนทีไ่ ดล้ าบากแตถ่ า้ ใชง้ านอีกระยะ
หน่ึงอุณหภมู ิจะสูงข้ึนทาใหค้ วามหนืดของน้ามนั หล่อลื่นลดลง
แผนการสอน 203
ช่ือวชิ า งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ หน่วยท่ี 7
สอนคร้ังที่ 9
จานวน 4 ชั่วโมง
การรวมตัวกบั ออกซิเจน (ออกซิเดชั่น :Oxidation)
น้ามนั ปิ โตเลียมสามารถทาปฏิกิริยากบั ออกวเิ จนในอากาศวง่ิ จะทาใหเ้ กิดเป็ นสารประเภทกรดความ
เหนียวแลคเกอร์ซ่ึงไม่สามารถช่วยในการหล่อลื่นเม่ือไดร้ บั ความรอ้ นแลว้ จนกลายเป็ นไอแลว้ ลุกวาบ
เม่ือถูกเปลวไฟแตเ่ ปลวไฟจะเกิดระยะเวลาไม่นานสาหรับน้ามนั หล่อล่ืนท่มี ีจุดวาบไฟต่าจะทาใหเ้ กิด
การสูญเสียเน่ืองจากการระเหยมากจงึ ตอ้ งมีการเติมเพมิ่ บ่อยคร้งั
จดุ วาบไฟ (แฟลสพ้อยส์ : Flash point)
จดุ วาบไฟหมายถึงอุณหภูมิของน้ามนั หล่อล่ืนเม่ือไดร้ ับความร้อนจนกลายเป็ นไอแลว้ ลุกวาบ
เมื่อถูกเปลวไฟแตเ่ ปลวไฟจะเกิดในระยะเวลาไม่นานสาหรับน้ามนั หล่อล่ืนทม่ี ีจุดวาบไฟต่าจะทาให้
เกิดการสูญเสียเนื่องจากการระเหยมากจงึ ตอ้ งมีการเตมิ เพม่ิ บอ่ ยคร้งั
จดุ ไหลเท (พัวส์พ้อยส์ : Pour point)
จดุ ไหลเทหมายถึงอุณหภมู ิต่าสุดทน่ี ้ามนั หล่อลื่นยงั สามารถไหลไดไ้ ข (แวค : Wax) ท่ีมีอยภู่ ายใน
เน้ือของน้ามนั หล่อลื่นจะแขง็ ตวั และเมื่ออุณหภูมิต่ากวา่ จุดไหลเทของน้ามนั หล่อลื่นจะทาใหน้ ้ามนั หล่อลื่น
ไหลไดย้ ากข้ึนสาหรบั การนาน้ามนั หล่อลื่นมาใชง้ านขณะท่มี ีอุณหภุมิต่ามากเช่นโรงน้าแขง็ หรือหอ้ งเยน็ และ
ในฤดูหนาวจะตอ้ งใชน้ ้ามนั หล่อลื่นท่ีมีจุดไหลเทต่ากวา่ อุณหภมู ิทใี่ ชง้ าน
แผนการสอน 204
ช่ือวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้
ชื่อหน่วยระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ หน่วยท่ี 7
สอนคร้ังท่ี 9
จานวน 4ช่ัวโมง
การแบ่งประเภทนา้ มนั หล่อล่นื สาหรับเคร่ืองยนต์
แบ่งตามลกั ษณะการใช้งานไดแ้ ก่การแบ่งตามมาตรฐานสถาบนั ปิ โตรเลียมของอเมริกาหรือ API
(American Petroleum Institute) สามารถแบง่ ได้ 9 ประเภท
1. SA Ulitary Gasoline and Diesel Engine Serviceใชไ้ ดท้ ้งั เคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีนและเครื่องยนตด์ ีเซล
ทีไ่ ม่ตอ้ งการคุณสมบตั นิ ้ามนั สาหรบั ป้ องกนั รักษาเครื่อง
2.SB Minimum Duty Gasoline Engine Serviceใชก้ บั เคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีนทใ่ี ชง้ านเบาตอ้ งการน้ามนั
ประเภทมีไขช่วยเหลือและป้ องกนั ปฏกิ ิริยากบั ออกซิเจนรวมท้งั ป้ องกนั แบริ่งสึกกร่อนดว้ ยซ่ึงเร่ิมใชเ้ ม่ือ
ค.ศ. 1930
3.SC 1964 Gasoline Engine Warranty Maintenance Serviceใชก้ บั เครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีนสาหรับรถ
รุ่นปี ค.ศ. 1964-1967 ท้งั รถนงั่ บรรทุกมีคุณสมบตั ปิ ้ องกนั คราบตะกอนท่อี ุณหภมู ิสูงและต่าป้ องกนั การ
สึกหรอสนิมและการกดั กร่อนซ่ึงตรงกบั มาตรฐานทางทหารของอเมริกาคอื MIL-L-2104C
4.SD 1968 Gasoline Engine Warranty Maintenance Serviceใชก้ บั เครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีนสาหรบั รถ
รุ่นปี ค.ศ. 1968-1971 ท้งั รถนงั่ และรถบรรทุกทม่ี ีคุณสมบตั ิสูงกวา่ ระดบั SE
5.SE 1972 Gasoline Engine Warranty Maintenance Serviceใชก้ บั เครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีนสาหรบั รถ
รุ่นปี ค.ศ. 1972 ข้ึนไปท้งั รถนงั่ และรถบรรทกุ มีคุณสมบตั ปิ ้ องกนั เครื่องยนตไ์ ดส้ ูงเช่นป้ องกนั ปฏกิ ิริยา
กบั ออกซิเจนป้ องกนั คราบตะกอนทอ่ี ุณหภมู ิสูงป้ องกนั สนิทและการกดั กร่อนและมีคุณสมบตั สิ ูงกวา่
ระดบั SD และ SC ซ่ึงตรงตามมาตรฐานทางทหารของอเมริกาคือ MIL-L-46152
6.CA Light Duty Diesel Engine Serviceใชก้ บั เคร่ืองยนตท์ ี่ดีเซลท่ใี ชง้ านเบาและเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีนท่ี
ใชง้ านขนาดปานกลางสาหรบั รถรุ่นปี ค.ศ.1940-1950 มีคุณสมบตั ิการกดั กร่อนและป้ องกนั คราบตะกอนที่
อุณหภมู ิซ่ึงตรงกบั มาตรฐานทางทหารของอเมริกาคอื MIL-L-2104A ทป่ี ระกาศใชเ้ ม่ือปี ค.ศ. 1954 และได้
ยกเลิกแลว้
7.CB Moderate Duty Diesel Engineใชก้ บั เครื่องยนตด์ ีเซลทีใ่ ชง้ านเบาขนาดปานกลางมีคุณสมบตั ิ
ป้ องกนั การสึกหรอและคราบตะกอนและยงั ใชก้ บั เคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีนทีใ่ ชง้ านเบาไดอ้ ีกดว้ ย
8.CC Moderate Duty Diesel Engine and Gasoline Engine Serviceใชส้ าหรับเครื่องยนตด์ ีเซลซูเปอร์
ชาร์จและเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีนท่ีใชง้ านปานกลางสาหรับรถบรรทกุ เครื่องยนตส์ าหรบั งานอุตสาหกรรมและรถ
แทรกเตอร์มีคุณสมบตั ปิ ้ องกนั คราบตะกอนที่อุณหภมู ิสูงป้ องกนั สนิมและการกดั กร่อนสาหรับเครื่องยนตด์ ีเซล
ซูเปอร์ชาร์จและป้ องกนั คราบตะกอนทีอ่ ุณหภมู ิต่าในเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
9.CD Severe Duty Diesel Engine Serviceใชก้ บั เคร่ืองยนตด์ ีเซลซูเปอร์ชาร์จหมุนรอบสูงทใ่ี ชง้ านหนกั
แผนการสอน 205
ช่ือวิชา งานซ่อมเคร่ืองยนตเ์ บ้ืองตน้
ชื่อหน่วยระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ หน่วยที่ 7
สอนคร้ังท่ี 9
ระบบหล่อลนื่ แบ่งได้ดงั นี้ จานวน 4ช่ัวโมง
ระบบวดิ สาด (Splash systen)
รูปท่ี 7.4แสดงระบบหล่อล่ืนแบบวดิ สาด
ระบบหล่อล่ืนแบบน้ีจะใชก้ บั เครื่องยนตเ์ ลก็ และเคร่ืองยนตส์ มยั ก่อนสาหรบั เครื่องยนตเ์ ลก็ จะมิชอ้ นตดิ
ต้งั อยฝู่ าครอบแบร่ิงกา้ นสูบในขณะที่เครื่องยนตห์ มุนชอ้ นจะทาหนา้ ทว่ี ดิ สาดน้ามนั เคร่ืองเขา้ ไปทางรูที่ฝา
ครอบแบริ่งเพอื่ หล่อลื่นแบร่ิงน้ามนั หล่อลื่นอีกส่วนหน่ึงจะถูกสาดข้ึนไปบนผนงั กระบอกสูบลูกสูบเพลาลูก
เบ้ยี วและกลไกล้ินสาหรบั เครื่องยนตจ์ ะมีป๊ัมน้ามนั หล่อล่ืนเพอื่ อดั ดนั น้ามนั ไปอดั ล่ืนแบริ่งเพลาขอ้ เหวยี่ ง
น้ามนั หล่อล่ืนอีกส่วนหน่ึงจะจ่ายไปยงั แอ่งเลก็ ๆเพอ่ื ใชช้ อ้ นทีฝ่ าครอบแบริ่งกา้ นสูบวดิ สาดน้ามนั หล่อลื่นไป
หล่อล่ืนช้ินส่วนตา่ งๆและช่วยระบายความร้อนออกจากกระบอกสูบชุดลูกสูบและกลไกล้ินอีกดว้ ย
ระบบกาลงั ดัน (Pressure feed system)
รูปที่ 7.5แสดงระบบหล่อล่ืนแบบใชก้ าลงั ดนั
แผนการสอน 206
ชื่อวชิ า งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้
ช่ือหน่วยระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ หน่วยที่ 7
กรองนา้ มนั เคร่ือง ( Oil filter) สอนคร้ังที่ 9
จานวน 4 ชั่วโมง
รูปท่ี 7.6 แสดงลกั ษณะของกรองน้ามนั เครื่อง
กรองน้ามนั เครื่องทาหนา้ ทกี่ รองหรือดกั ส่ิงสกปรกทีป่ นมากบั น้ามนั หล่อล่ืนภายในเคร่ืองยนต์
เช่นเศษโลหะชิ้นเลก็ เป็นตน้ ส่ิงสกปรกเหล่าน้ีจาเป็ นอยา่ งยงิ่ ทจี่ ะแยกออกมาจากน้ามนั หล่อลื่นเคร่ืองยนต์
ก่อนท่ีจะส่งไปหล่อล่ืนช้ินส่วนตา่ งๆภายในเคร่ืองยนตก์ รองน้ามนั เครื่องน้ีจะถูกติดต้งั อยดู่ า้ นนอกของ
เคร่ืองยนตซ์ ่ึงน้ามนั เครื่องบางแบบอาจจะทาเป็ นผา้ ไฟเบอร์แบบพเิ ศษหรือกระดาษและถา้ เป็ นเคร่ืองยนตท์ ี่ใช้
งานหนกั จะนิยมใชก้ รองแบบโลหะซ่ึงจะเป็นแบบท่ดี ีทส่ี ุดในการกรองน้ามนั เคร่ืองกรองน้ามนั เครื่องแบ่งออก
ตามลกั ษณะของน้ามนั ทีห่ ล่อล่ืนทีไ่ หลผา่ นกรองไดเ้ ป็ น 2 แบบคอื วธิ ีกรองแบบกรองบางส่วน ( Bypass
filters )
วธิ ีการกรองน้ามนั หล่อลื่นแบบการกรองบางส่วนน้ีปั๊มน้ามนั หล่อล่ืนจะมีท่อทางใหน้ ้ามนั ล่อล่ืนที่
ออกจากปั๊มส่วนหน่ึงไหลผา่ นกรองกลบั ลงผา่ นน้ามนั เครื่องสาหรับน้ามนั หล่อล่ืนทีเ่ หลือจะไม่ไหลผา่ น
กรองแตจ่ ะส่งข้ึนไปตามท่อทางน้ามนั หล่อลื่นตา่ งๆเพอ่ื ไปหล่อลื่นชิ้นส่วนของเคร่ืองยนตว์ ธิ ีกรอง
แบบน้ีไม่จาเป็นตอ้ งใชล้ ้ินควบคุมความดนั แมว้ า่ น้ามนั หล่อลื่นเพยี งบางส่วนไหลผา่ นกรองแลว้ ไหล
ผา่ นกรองแลว้ ไหลไปอ่างน้ามนั เคร่ืองน้ามนั หล่อลื่นช้ินส่วนตา่ งๆของเคร่ืองยนตไ์ ด้
สรุป
ระบบหล่อลื่นของเครื่องยนตเ์ ป็นระบบทีม่ ีความสาคญั การที่ชิ้นส่วนของเคร่ืองยนตห์ มุนหรือ
เคลื่อนทีจ่ ะเกิดการเสียดสีกนั ทาใหเ้ กิดความรอ้ นข้นึ เป็ นผลทาเคร่ืองยนตส์ ึกหรออยา่ งรวดเร็วระบบ
หล่อลื่นจงึ ถูกนามาใชง้ านเพอ่ื ลดการเสียดสีของชิ้นส่วนในเครื่องยนตล์ ดความฝืดจากการสมั ผสั กนั
ระบายความร้อนและช่วยลดการสึกหรอของเคร่ืองยนตเ์ ครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีนและเคร่ืองยนตด์ ีเซล
จาเป็นจะตอ้ งมีระบบหล่อล่ืน
207
แผนการสอน หน่วยท่ี 7
ชื่อวิชา งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้ สอนคร้ังที่ 9
ชื่อหน่วย ระบบหล่อลื่นของเครื่องยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
แบบทดสอบ หน่วยท่ี 9
คาสั่งจงทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) คาตอบท่ีถูกตอ้ ง
ที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
1.ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่หนา้ ทข่ี องระบบหล่อล่ืนเครื่องยนต์ 6.”อุณหภูมิของน้ามนั หล่อลื่นเมื่อไดร้ ับความรอ้ นแลว้
ก.ใหก้ ารหล่อล่ืน จนกลายเป็นไอแลว้ จุดวาบเม่ือถูกเปลวไฟ” หมายถึงขอ้
ข.ระบายความร้อน ใด
ค.ป้ องกนั สนิม ก.จดุ ไหลเท ข.ดชั นีความหนืด
ง.ช่วยในการกดั กร่อนช้ินส่วนเคร่ืองยนต์ ค.จุดวาบไฟ ง.การรวมตวั กบั ออกซิเจน
2.ขอ้ ใดเป็นคุณสมบตั ขิ องน้ามนั เครื่อง (Oil) 7.ระบบหล่อลื่นของเคร่ืองยนตส์ ามารถแบ่งออกไดเ้ ป็ น
ก.ช่วยในการจดุ ระเบิด ก่ีประเภท
ข.เพม่ิ ความฝืดของช้ินส่วนที่เคล่ือนไหวสมั ผสั กนั ก.2 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค.ป้ องกนั การรัว่ ซึมของแกส๊ ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท
ง.เพม่ิ อตั ราเร่งของเคร่ืองยนต์
8.ระบบหล่อล่ืนแบบใดใชก้ บั รถยนตใ์ นปัจจุบนั
3.ขอ้ ใดคอื หนา้ ท่ีของระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ ก. แบบวดิ สาด ข. แบบกาลงั ดนั
ก. ป้ องกนั สนิม ข. ลดความฝืดระหวา่ งช้ินส่วน ค. ถูกขอ้ ก . และ ข. ง. แบบวดิ สาดและใชก้ าลงั ดนั
ค. ช่วยใหเ้ ครื่องยนตเ์ ดินเรียบ ง. ถูกทุกขอ้ รวมกนั
4.ความหนาของเยอ่ื น้ามนั หล่อล่ืนข้นึ อยกู่ บั ขอ้ ใด 9.ป๊ัมน้ามนั หล่อล่ืน (Oil pump) ทาหนา้ ที่อะไร
ก. ความหนืด ข. ดชั นีความหนืด ก.ดูดน้ามนั เครื่องจากอ่างน้ามนั เครื่อง
ข.ทาความสะอาดน้ามนั เครื่อง
ค. ความถ่วงจาเพาะ ง. อุณหภูมิ ค.จา่ ยน้ามนั หล่อล่ืนไปชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่
ง.ถูกขอ้ ก. และค.
5.ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่คุณสมบตั ิของน้ามนั หล่อลื่น
10.วธิ ีการกรองน้ามนั หล่อล่ืนมีกี่แบบ
ก. ความเคน้ ข. ดชั นีความหนืด ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ
ค. การรวบตวั กบั ออกซิเจน ง. จุดวาบไฟ
แผนการสอน 208
ช่ือวชิ า งานซ่อมเครื่องยนตเ์ บ้อื งตน้
ช่ือหน่วย ระบบหล่อล่ืนของเคร่ืองยนต์ หน่วยท่ี 7
เฉลยแบบทดสอบ หน่วยท่ี 9 สอนคร้ังที่ 9
จานวน 4ชั่วโมง
1.ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่หนา้ ทีข่ องระบบหล่อลื่นเคร่ืองยนต์ 6.”อุณหภูมิของน้ามนั หล่อล่ืนเม่ือไดร้ บั ความร้อนแลว้
ก.ใหก้ ารหล่อลื่น จนกลายเป็นไอแลว้ จุดวาบเมื่อถูกเปลวไฟ” หมายถึงขอ้
ข.ระบายความรอ้ น ใด
ค.ป้ องกนั สนิม ก.จดุ ไหลเท ข.ดชั นีความหนืด
ง.ช่วยในการกดั กร่อนช้ินส่วนเครื่องยนต์ ค.จุดวาบไฟ ง.การรวมตวั กบั ออกซิเจน
2.ขอ้ ใดเป็นคุณสมบตั ิของน้ามนั เครื่อง (Oil) 7.ระบบหล่อล่ืนของเครื่องยนตส์ ามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็ น
ก.ช่วยในการจดุ ระเบิด กี่ประเภท
ข.เพม่ิ ความฝืดของช้ินส่วนที่เคล่ือนไหวสมั ผสั กนั ก.2 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค.ป้ องกนั การรัว่ ซึมของแกส๊ ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท
ง.เพมิ่ อตั ราเร่งของเคร่ืองยนต์
8.ระบบหล่อล่ืนแบบใดใชก้ บั รถยนตใ์ นปัจจุบนั
3.ขอ้ ใดคือหนา้ ทีข่ องระบบหล่อล่ืนเครื่องยนต์ ก. แบบวดิ สาด ข. แบบกาลงั ดนั
ก. ป้ องกนั สนิม ข. ลดความฝืดระหวา่ งชิ้นส่วน ค. ถูกขอ้ ก . และข. ง. แบบวดิ สาดและใชก้ าลงั ดนั
ค. ช่วยใหเ้ คร่ืองยนตเ์ ดินเรียบ ง. ถูกทุกขอ้ รวมกนั
4.ความหนาของเยอื่ น้ามนั หล่อล่ืนข้ึนอยกู่ บั ขอ้ ใด 9.ปั๊มน้ามนั หล่อล่ืน (Oil pump) ทาหนา้ ที่อะไร
ก. ความหนืด ข. ดชั นีความหนืด ก.ดูดน้ามนั เครื่องจากอ่างน้ามนั เครื่อง
ข.ทาความสะอาดน้ามนั เครื่อง
ค. ความถ่วงจาเพาะ ง. อุณหภมู ิ ค.จ่ายน้ามนั หล่อล่ืนไปช้ินส่วนท่เี คลื่อนที่
ง.ถูกขอ้ ก. และค.
5.ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีไม่ใช่คุณสมบตั ขิ องน้ามนั หล่อลื่น
10.วธิ ีการกรองน้ามนั หล่อลื่นมีกี่แบบ
ก. ความเคน้ ข. ดชั นีความหนืด ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ
ค. การรวบตวั กบั ออกซิเจน ง. จดุ วาบไฟ
209
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง/ ผล 5 มิติ / นโยบาย 3 D และ 11 ดี 11 เก่ง
รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ
543 21
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สื่อ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้ สอน
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวิธีการนาเขา้ สู่บทเรียนที่น่าสนใจ
5. มีกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อชว่ ยให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรู้ ความเขา้ ใจ
6. จดั กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผเู้ รียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรียนมีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่ีเนน้ กระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกบั ชีวิตจริงโดยนาภมู ิปัญญา/บูรณาการเขา้ มามีส่วนร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเม่ือนกั เรียนปฏิบตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อยา่ งทวั่ ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาที่กาหนด
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ ื่อที่เหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผเู้ รียน
17. ใชส้ ื่อ แหลง่ การเรียนรู้อยา่ งหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นตน้
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18.ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมินผล
19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพิสยั
20. ครู ผเู้ รียน ผปู้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั 5ิ = ปฏิบตั ิดีเยี่ยม 4= ปฏิบตั ิดี 3= ปฏิบตั ิพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไม่มีการปฏิบตั ิ ค่าเฉล่ีย
210
บันทกึ หลงั สอน ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา
ปัญหาทพ่ี บ แนวทางแก้ปัญหา
ด้านการเตรียมการสอน …………………………………………………….
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้ ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านการวดั และประเมนิ ผล ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ) ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
…………………………………………………….. ……………………………………………………..
……………………………………………………..
……………………………………………………………...
……………………………………………………………..
ลงชื่อ ........................................................................ครูผสู้ อน
(........................................... ............................)
ตาแหน่ง ................................................. ......................
บนั ทกึ การนิเทศและตดิ ตาม 211
วนั -เดอื น-ปี เวลา รายการนิเทศและติดตาม ช่ือ-สกลุ ผู้นิเทศ ตาแหน่ง
212
หน่วยที่ 8
สัปดาห์ที่ 10
เรื่อง
ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์
213
แผนการจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
/ ผล 5 มิติ / นโยบาย 3 D และ 11 ดี 11 เก่ง
รหัสวชิ า 2101-9004 วิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น
หน่วยที่ 8 ชื่อหน่วย ระบบระบายความรอ้ น
ช่ือเร่ืองระบบระบายความร้อน จานวน 4 ช่ัวโมง
1. สาระสาคญั
1. หนา้ ที่ของระบบระบายความรอ้ นของเคร่ืองยนต์
2. ลกั ษณะของการระบายความรอ้ นของเครื่องยนต์
3. หนา้ ที่ของส่วนประกอบระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์
4. คาศพั ทเ์ ทคนิคระบบระบายความรอ้ นของเคร่ืองยนต์
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้
1. ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ขี องระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของการระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. ผเู้ รียนสามารถอธิบายหนา้ ที่ของส่วนประกอบระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง
4. ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะหข์ อ้ ขดั ขอ้ งของระบบระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่วั ไป
1. นกั ศึกษาสามารถอธิบายหนา้ ทีข่ องระบบระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. นกั ศกึ ษาสามารถอธิบายลกั ษณะของการระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. นกั ศึกษาสามารถบอกหนา้ ทีข่ องระบบระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. ผเู้ รียนสามารถถอดประกอบหมอ้ น้าเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. ผเู้ รียนสามารถถอดประกอบพดั ลมหมอ้ น้าเคร่ืองยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะห์ขอ้ ขดั ขอ้ งของระบบระบายความรอ้ นของเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
214
4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้
- หนา้ ท่ขี องระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนต์
- ลกั ษณะของการระบายความรอ้ นของเคร่ืองยนต์
- หนา้ ทขี่ องส่วนประกอบระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนต์
4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ัติ
- การใชเ้ ครื่องมือในงานเคร่ืองยนต์
- การถอดประกอบหมอ้ น้า
- การถอดประกอบพดั ลมหมอ้ น้า
4.3 ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
- ความมีวนิ ยั : การแตง่ กาย , การตรงต่อเวลา
- ความรบั ผดิ ชอบ : ทางานเสร็จทนั ตามเวลาที่ กาหนด
- ความสนใจใฝ่รู้ : มีความสนใจในการหาความรูเ้ พม่ิ เตมิ , การกระตือรือรน้ ที่จะเรียนรู้
- ความมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ : ยอมรบั ความคิดเห็นผอู้ ่ืน
- ความอดทน อดกล้นั : มีสติควบคุมอารมณ์ไดด้ ี
- ความซื่อสตั ยส์ ุจริต : ไม่นาผลงานผอู้ ่ืนมาแอบอา้ งเป็ นของตน
- การประหยดั : ใชว้ สั ดุทเ่ี หมาะสมกบั งาน , ปิ ดไฟฟ้ า ทุกคร้ังทเี่ ลิกใช้
- ความกตญั ญกู ตเวที : อาสาช่วยเหลือและถือของช่วยครู –อาจารย์
215
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ การเรียนหรือกจิ กรรมของผู้เรียนข้ันตอน
ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมครู 1.ผเู้ รียนท้งั ช้นั แสดงความคดิ เห็นตามหวั ขอ้ ท่ีครู
ชกั ถาม
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (10 นาที )
1. ครูถามถึงหนา้ ท่ขี องหมอ้ น้ารถยนตเ์ ครื่องยนต์
เพอ่ื อะไร
ข้นั การสอน (1 ช่ัวโมง 50 นาที ) 1.ผเู้ รียนท้งั หมดต้งั ใจฟังการบรรยาย
1.ครูฉาย Projector อธิบายหนา้ ทแ่ี ละลกั ษณะของ
ระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนต์ 2.ผเู้ รียน ต้งั ใจฟังการบรรยายและจดบนั ทกึ เน้ือหา
2.ครูฉาย Projector ส่วนประกอบของระบบระบาย จากคาบรรยายใส่สมุด
ความรอ้ นและหนา้ ที่ 3.ผเู้ รียน ต้งั ใจฟังการบรรยายและดูภาพประกอบ
3.ครูอธิบายการทางานของส่วนประกอบระบบ
ระบายความรอ้ นของเครื่องยนต์ 4.ผเู้ รียนชกั ถามขอ้ สงสยั
4.ครูเปิ ดโอกาสใหช้ กั ถามขอ้ สงสยั 5.ผเู้ รียนตอบคาถามตามหวั ขอ้ ที่ครูซกั ถามเป็น
5.ครูต้งั คาถามเพอื่ ใหผ้ เู้ รียนตอบเป็นรายบุคคลดว้ ย รายบุคคล
วธิ ีการสุ่มถาม
ข้นั พยายาม(1 ชั่วโมง30นาท)ี 1.ผเู้ รียนแบง่ กลุ่มถอดประกอบระบบระบายความ
1. ครูใหน้ กั ศึกษาแบง่ กลุ่มถอดประกอบระบบ รอ้ น
ระบายความรอ้ น 2.ผเู้ รียนทาแบบทดสอบ
2.ครูใหท้ าแบบทดสอบ
ข้ันสรุป (30นาท)ี 1.ผเู้ รียนช่วยกนั เฉลยแบบทดสอบ
1. ครูใหส้ ่งแบบทดสอบและเฉลย 2. ผเู้ รียนต้งั ใจฟังสรุปเน้ือหา
2.ครูสรุปเน้ือหาเพม่ิ เติม
216
6. ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้
6.1 สื่อสิ่งพิมพ์
1. หนงั สืองานเครื่องยนตเ์ บ้ืองตน้
2. แบบทดสอบ 10 ขอ้
3. แบบฝึกหดั
6.2 สื่อโสตทัศน์
1. เครื่องฉาย Projector
2. คอมพวิ เตอร์
6.3 สื่อของจริง
1. เครื่องยนตจ์ ริง
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ตกึ วทิ ยาบริการ
2. หอ้ งสมุดชมรมวชิ าชีพช่างยนต์
3. หอ้ ง Internet ช่างยนต์
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดมหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
2. หอ้ งสมุดมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม
3. ร้าน Internet
8. งานท่มี อบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
- ใหผ้ เู้ รียนตรวจความเรียบร้อยของตนก่อนเรียน
8.2 ขณะเรียน
- ใหผ้ เู้ รียนถอดประกอบหมอ้ น้าและใบพดั หมอ้ น้า
- ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบ
8.3 หลังเรียน
- ใหผ้ เู้ รียนตรวจแบบทดสอบ
- ใหผ้ เู้ รียนไปศึกษา เรื่อง ระบบไอดีไอเสียเคร่ืองยนตม์ าล่วงหนา้
217
9. เอกสารอ้างองิ
พรจิต ปทมุ สุวรรณ. งานเคร่ืองยนต์แก๊สโซลนี . กรุงเทพฯ : ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, 2540.
พชิ าญ สิริบุตร. งานเครื่องยนต์เบอื้ งต้น. กรุงเทพฯ : สถาบนั เทคโนโลยี พระจอมเกลา้ พระนคร
เหนือ, 2531.
10. หลักการประเมนิ ผลการเรียน
10.1 ก่อนเรียน
- สงั เกตจากคาถาม ของผเู้ รียน
10.2 ขณะเรียน
- สงั เกตจากคาถาม ของผเู้ รียน
10.3 หลงั เรียน
- แบบทดสอบ
11. รายละเอียดการประเมินผลการเรียน
11.1คะแนนระหว่างภาคเรียน ร้อยละ 80 ไดจ้ าก
- ผลจากแบบทดสอบหลงั เรียน รอ้ ยละ 20
- ผลจากใบงาน รอ้ ยละ 20
- ผลจากการปฏบิ ตั งิ านกลุ่ม รอ้ ยละ 30
- ผลจากแบบฝึกหดั รอ้ ยละ 10
11.2คะแนนคณุ ธรรมและ จริยธรรม ร้อยละ 20 ไดจ้ าก
- ความตรงต่อเวลา รอ้ ยละ 5
- ความมีระเบยี บ วนิ ยั ร้อยละ 5
- ความรับผดิ ชอบ ร้อยละ 5
- ความซ่ือสตั ย์ รอ้ ยละ 5
218
การประเมนิ ผล นาคะแนนท่ีไดจ้ ากการวดั ผลมาประเมิน โดยยดึ หลกั เกณฑก์ ารประเมินผลของ
วทิ ยาลยั เทคนิคมหาสารคาม ซ่ึงกาหนดดงั น้ี
อตั ราคะแนน ระดบั คะแนน
80 – 100 4.0
75 – 79 3.5
70 – 74 3.0
65 – 69 2.5
60 – 64 2.0
55 – 59 1.5
50 – 54 1.0
0 – 49 0
219
แผนการสอน หน่วยท8ี่
ช่ือวชิ า งานซอ่ มเครื่องยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังท1่ี 0
ช่ือหน่วยระบบระบายความรอ้ นเครื่องยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
เนือ้ หาสาระ
1. ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ (Engine Cooling System )
เมื่อเครื่องยนตท์ างานหรือในขณะที่เครื่องยนตห์ มุนจะทาใหเ้ กิดความรอ้ นสูงมากจงึ จาเป็ นตอ้ งมี
การระบายความรอ้ นออกจากเครื่องยนตซ์ ่ึงเป็นการรกั ษาอุณหภมู ิการทางานของเคร่ืองยนตใ์ หส้ ามารถ
ทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
8.1 หน้าทขี่ องระบบระบายความร้อนในเคร่ืองยนต์
1.เพอื่ ควบคุมอุณหภมู ิของเครื่องยนตใ์ หอ้ ยใู่ นระดบั ที่เหมาะสมหากเคร่ืองยนตร์ ้อนเกินไป
2.เพอื่ ป้ องกนั ไม่ใหเ้ คร่ืองยนตร์ อ้ นจนเกินไปซ่ึงหากอุณหภมู ิของเครื่องยนตร์ อ้ นจนเกินไปที่
8.2 ลักษณะของการระบายความร้อนในเคร่ืองยนต์
ระบบระบายความรอ้ นที่ใชท้ วั่ ๆไปสาหรับเคร่ืองยนตท์ ่ีมีอยู่ 2 วธิ ีคอื
1. การระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air cooling )
รูปท่ี 8.1 ใบพดั หมอ้ น้า
220
แผนการสอน หน่วยท8่ี
ชื่อวชิ า งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังท1ี่ 0
ช่ือหน่วย ระบบระบายความร้อนเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
เพอื่ ใหค้ วามสามารถในการระบายความรอ้ นไดด้ ียง่ิ ข้นึ โลหะผสมโดยการทาเป็ นครีบ (Fin)ไวโ้ ดยรอบ
นอกจากน้ียงั มีกระบงั ลม (Shroud) เพอื่ บงั คบั ทิศทางของลมใหไ้ หลวนไปทิศทางทีต่ อ้ งการระบายความ
รอ้ นแบบท้งั น้ีเพอื่ ใหก้ ารระบายความร้อนไดม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึนการระบายความรอ้ นแบบน้ีจะมากข้ึน
หรือนอ้ ยลงข้ึนอยกู่ บั ความเร็วของรถทขี่ บั
2. การระบายความร้อนด้วยน้า (Water cooling)
รูปท่ี 8.2 หมอ้ น้ารถยนต์
วธิ ีการระบายความร้อนดว้ ยน้าเป็นวธิ ีการระบายความรอ้ นทนี่ ิยมนามาใชก้ บั รถยนตใ์ นปัจจบุ นั น้ี
ซ่ึงภายในฝาสูบและเส้ือสูบจะทาเป็นช่องทางเดินของน้าไวช้ ่องทางน้ีจะตดิ ต่อกนั กบั หมอ้ ของ
เครื่องยนต์
8.3 ส่วนประกอบของระบบระบายความร้อนด้วยน้า
ช่องทางของนา้ ภายในเสื้อสูบและฝาสูบ (Water jacket)
ภายในเส้ือสูบและฝาสูบจะมีช่องทางเดินของน้าหล่อเยน็ อยรู่ อบๆกระบอกสูบของทกุ สูบเพอ่ื ระบายความ
รอ้ นทเี่ กิดข้นึ จากการเผาไหมอ้ อกมาถ่ายเทใหก้ บั อากาศภายนอก
รูปที่ 8.3 ช่องทางน้าเครื่องยนต์
แผนการสอน 221
ชื่อวชิ า งานซอ่ มเครื่องยนต์เบือ้ งต้น
ช่ือหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ หน่วยท่ี 8
1.หม้อนา้ (Radiator) สอนคร้ังท่ี 10
จานวน 4 ชั่วโมง
รูปท่ี 8.4 หมอ้ น้า
หม้อน้าทาหนา้ ท่ีบรรจนุ ้าทใ่ี ชส้ าหรบั ระบายความร้อนของเคร่ืองยนตแ์ ละสาหรบั ใหน้ ้าหล่อเยน็ ที่
ไดร้ บั ความร้อนมาจากเคร่ืองยนตม์ าระบายความร้อนจากเครื่องยนตม์ าระบายความรอ้ นใหก้ บั อากาศ
ทีน่ ี่
1. ฝาปิ ดหม้อน้า (Radiator cap)
รูปที่ 8.5 ฝาปิ ดหมอ้ น้า
ฝาปิ ดหม้อนา้ ทาหนา้ ที่ควบคุมความดนั ของน้าในหมอ้ น้าและป้ องกนั การระเหยเป็ นไอของน้าซ่ึง
ส่วนมากจะทาเป็นลิ้นแรงดนั และล้ินสุญญากาศ (Vacuum Valve ) ในระบบระบายความรอ้ นดว้ ยน้าจะ
มีซีลกนั รวั่ อยา่ งดี
แผนการสอน 222
ชื่อวิชา งานซอ่ มเครื่องยนต์เบือ้ งต้น
ชื่อหน่วย ระบบระบายความรอ้ นเครื่องยนต์ หน่วยที่ 8
2. พัดลมเครื่องยนต์ (Engine fan ) สอนคร้ังท่ี 10
จานวน 4 ชั่วโมง
รูปที่ 8.7 พดั ลมเครื่องยนต์
พดั ลมหม้อน้า ทาหนา้ ทด่ี ูดอากาศผา่ นหมอ้ พดั ความร้อนออกไปเพอื่ ทาใหน้ ้าในหมอ้ น้าเยน็ ลงและในการ
ใชง้ านบางแบบอาจจะมีโลหะที่เรียกวา่ กระบงั ลมก้นั อยรู่ อบใบพดั เพอื่ เพมิ่ ประสิทธิภาพในการทางานของ
พดั ลม
3.ป้ัมนา้ (Water pump)
รูปที่ 8.6 ป้ัมน้า
ป๊ัมน้าทาหนา้ ท่ใี หน้ ้าหมุนวนในเครื่องยนตแ์ ละเกิดแรงดนั ปั๊มน้าทใี่ ชก้ บั เครื่องยนตส์ ่วนมากจะเป็ นแบบ
แรงเหวยี่ ง(Centrifugal pump)ซ่ึงจะถูกตดิ ต้งั อยดู่ า้ นหนา้ ของเครื่องยนตห์ รือยดึ ตดิ อยกู่ บั เส้ือ
สูบส่วนประกอบของปั๊มจะประกอบดว้ ยเรือนปั๊ม (Pump housing ) ซ่ึงจะมีช่องทางของน้าไหลพดั
(Impeller blade ) เป็นแผน่ เหล็กกลมประกอบดว้ ยครีบโคง้
แผนการสอน 223
ช่ือวิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น
ชื่อหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ หน่วยท่ี 8
5.เทอร์โมสตัท (Thermostat) สอนคร้ังที่ 10
จานวน 4 ช่ัวโมง
รูปที่ 8.8 เทอร์โมสตัท
เทอร์โมสตทั เคร่ืองควบคุมความรอ้ นทาหนา้ ทค่ี วบคุมอุณหภมู ิของเคร่ืองยนตใ์ หถ้ ึงอุณหภูมิในการทางาน
เร็วข้นึ และรกั ษาอุณหภูมิของน้าใหค้ งทีต่ ลอดเวลาเพอ่ื ปิ ดไม่ใหน้ ้าไหลออกโดยเฉพาะในขณะ
ทีเ่ ครื่องยนตม์ ีอุณหภมู ิต่าน้าก็จะไหลอยเู่ ฉพาะภายในเคร่ืองยนตบ์ ริเวณรอบๆกระบอกสูบและฝาสูบ
เทา่ น้นั เพอื่ ช่วยใหเ้ คร่ืองยนตถ์ ึงอุณหภูมิในการทางานเร็วข้นึ เม่ือเครื่องยนตม์ ีอุณหภมู ิสูงข้นึ เทอร์โมสตทั ก็
จะเปิ ดออกและยอมใหน้ ้าหมุนเวยี นผา่ นหมอ้ น้า
เทอร์โมสตทั ใชใ้ นรถยนตจ์ ะมีอยู่ 2 แบบดว้ ยกนั คอื แบบถุงจีบและแบบใชก้ าลงั ของข้ผี ้งึ
6.ถงั นา้ สารอง
รูปที่ 8.9 ถงั น้าสารอง
ถงั น้าสารองระบบระบายความรอ้ นดว้ ยน้าจะตอ้ งมีถงั น้าสารองเพอ่ื ใหน้ ้าในหมอ้ น้าขยายตวั ได้
โดยจะมีท่อตอ่ จากคอหมอ้ น้าน้าหล่อเยน็ ในระบบระบายความร้อนจะขยายตวั เมื่อมีความรอ้ นสูงข้ึน
น้าในหมอ้ น้าจะถูกส่งเขา้ ไปในถงั น้าสารอง
224
แผนการสอน หน่วยที่ 8
ชื่อวิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังที่ 10
ช่ือหน่วย ระบบระบายความร้อนเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
สรุป
ระบบระบายความร้อนเป็นอีกระบบทม่ี ีความสาคญั มากเม่ือเครื่องยนตท์ างานหรือในขณะที่
เคร่ืองยนตห์ มุนจะเกิดความร้อนสูงมากจาเป็ นตอ้ งมีการระบายออกจากเครื่องยนตก์ ารระบายความ
ร้อนของเครื่องยนตม์ ี 2 วธิ ีคอื การระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศนิยมใชก้ บั เคร่ืองยนตเ์ ล็กหรือ
จกั รยานยนตแ์ ละการระบายความร้อนดว้ ยน้าเป็ นท่ีนิยมใชก้ นั มากเพราะสามารถระบายความร้อนออก
จากเคร่ืองยนตไ์ ดด้ ีนิยมใชก้ นั มากกบั รถยนตใ์ นปัจจบุ นั และรถจกั รยานยนต์
225
แผนการสอน หน่วยที่ 8
ช่ือวิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังที่ 10
ชื่อหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ จานวน 4 ช่ัวโมง
แบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 10
ตอนที่ 1 คาส่ังจงตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์ทสี่ ุด
1.จงบอกหนา้ ทข่ี องระบบระบายความรอ้ นของเครื่องยนต์
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
2.จงบอกลกั ษณะของการระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศและการทางานมาพอเขา้ ใจ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
3.จงบอกชื่อช้ินส่วนและหนา้ ทขี่ องระบบระบายความร้อนดว้ ยน้าของเครื่องยนต์
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
226
แผนการสอน หน่วยท่ี 8
ชื่อวิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังที่ 10
ชื่อหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
แบบทดสอบหน่วยท่ี 10
1.ลกั ษณะของการระบายความร้อนมีก่ีแบบ 6.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ทีใ่ หน้ ้าหล่อเยน็ หมุนเวยี นใน
ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ เคร่ืองยนต์
ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ ก. ป๊ัมน้า ข. หมอ้ น้า
ค. เทอร์โมสตทั ง. พดั ลม
2. เส้ือสูบและฝาสูบทาเป็นครีบไวโ้ ดยรอบเป็ น
วธิ ีการระบายความรอ้ นแบบใด 7.หนา้ ทีข่ องพดั ลมของเคร่ืองยนตค์ ือ
ก. ระบายความร้อนดว้ ยน้า ก. ดูดอากาศ ข. เพมิ่ ความดนั
ข. ระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศ ค. ถ่ายเทความรอ้ น ง. ระบายอากาศ
ค. ระบายความร้อนดว้ ยน้ามนั หล่อลื่น 8. หนา้ ท่ีของเทอร์โมสตทั คือ
ง. ระบายความร้อนดว้ ยสารเคมี
ก. ควบคุมน้าใหเ้ ยน็ ข. ควบคุมน้าใหร้ อ้ น
3. ในรถยนตส์ ่วนใหญ่ใชร้ ะบบระบายความร้อน ค. ควบคุมน้าใหอ้ ุณหภมู ิเหมาะสม ง. ถูกทกุ ขอ้
แบบใด
ก. อากาศ ข. ผสม 9. การทมี่ ีน้ามนั เคร่ืองในน้าหล่อเยน็ เกิดจากสาเหตุ
ค. น้ายาเคมี ง. น้า ใด
4.ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่ส่วนประกอบของระบบ ก. เติมน้ามนั เครื่องลงหมอ้ น้า
ข. ปะเกน็ ฝาสูบรวั่
ระบายความร้อนดว้ ยน้า ค. เตมิ น้ามนั เคร่ืองเกิดพกิ ดั
ก. ป๊ัมน้า ข. หมอ้ น้า ง. ปะเกน็ อ่างน้ามนั เครื่องรั่ว
ค. เทอร์โทสตทั ง. ล้ินควบคุมความดนั 10. ปกติอุณหภูมิน้าหล่อเยน็ มีคา่ เท่าไร
ก. 50 องศาเซลเซียส ข. 60 องศาเซลเซียส
5.หมอ้ น้านอกจากทาหนา้ ทีเ่ กบ็ น้าแลว้ ยงั ทาหนา้ ที่
อะไร ค. 70 องศาเซลเซียส ง. 80 องศาเซลเซียส
ก. ดูดอากาศ ข. ทาใหน้ ้าหมุนวน
ค. ถ่ายเทความร้อน ง. เปิ ด-ปิ ดน้า
227
แผนการสอน หน่วยท8ี่
ชื่อวิชา งานซอ่ มเคร่ืองยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังท1ี่ 0
ช่ือหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
แบบฝึ กหัดหน่วยที่ 10
ตอนที่ 1 คาสั่งจงตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์ทส่ี ุด
1.จงบอกหน้าทข่ี องระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์
ตอบ เพอ่ื ควบคุมอุณหภมู ิของเคร่ืองยนตใ์ หอ้ ยใู่ นระดบั ที่เหมาะสมหากเคร่ืองยนตร์ อ้ นเกินไปชิ้นส่วน
บางช้ินอาจหลอมเหลวละลายไดแ้ ละหากเคร่ืองยนตเ์ ยน็ เกินไปคืออุณหภมู ิของเคร่ืองยนตต์ ่าเกินไปกจ็ ะ
เป็นผลเสียต่อเครื่องยนตไ์ ดเ้ ช่นกนั โดยจะทาใหเ้ กิดการสึกหรอมากเนื่องจากระบบหล่อล่ืนทางานไดไ้ ม่
เตม็ ท่แี ละการส้ินเปลืองน้ามนั เช้ือเพลิงก็จะสูงข้ึนดว้ ย
2.เพอื่ ป้ องกนั ไม่ใหเ้ ครื่องยนตร์ อ้ นจนเกินไปซ่ึงหากอุณหภูมิของเคร่ืองยนตร์ อ้ นจนเกินไปที่จะทาให้
ชิ้นส่วนของเครื่องยนตบ์ างช้ินส่วนหลอมละลายไดเ้ ป็ นผลใหเ้ ครื่องยนตช์ ารุดดงั น้นั ระบบระบายความ
รอ้ นจะทาหนา้ ทนี่ าความร้อนทเ่ี กินออกไปจากเคร่ืองยนต์
2.จงบอกลักษณะของการระบายความร้อนด้วยอากาศและการทางานมาพอเข้าใจ
ตอบ วธิ ีการระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศน้ีความรอ้ นจะถูกระบายออกจากเคร่ืองยนตโ์ ดยตรงใหก้ บั อากาศ
ท้งั น้ีเพอื่ ใหค้ วามสามารถในการระบายความรอ้ นไดด้ ียง่ิ ข้นึ จงึ มีการออกแบบใหเ้ ส้ือสูบและฝาสูบทาดว้ ย
โลหะผสมและเพม่ิ พ้นื ทผ่ี วิ สมั ผสั อากาศไดม้ ากข้นึ ในการระบายความรอ้ นโดยการทาเป็ นครีบ (Fin) ไว้
โดยรอบนอกจากน้ียงั มีกระบงั ลม (Shroud) เพอ่ื บงั คบั ทิศทางของลมใหไ้ หลวนไปทศิ ทางที่ตอ้ งการ
ระบายความร้อนแบบท้งั น้ีเพอ่ื ใหก้ ารระบายความร้อนไดม้ ีประสิทธิภาพมากข้นึ การระบายความรอ้ นแบบ
น้ีจะมากข้ึนหรือนอ้ ยลงข้ึนอยกู่ บั ความเร็วของรถทีข่ บั ดงั น้นั การระบายความร้อนจงึ ไม่สม่าเสมอ
นอกจากน้ีในฤดูร้อนการระบายความรอ้ นของเคร่ืองยนตจ์ ะนอ้ ยกวา่ ในฤดูหนาว
3.จงบอกช่ือชิ้นส่ วนและหน้ าที่ของระบบระบายความร้ อนด้วยน้าของเคร่ืองยนต์
ตอบ 1.ช่องทางของน้าภายในเส้ือสูบและฝาสูบ (Water jacket)หนา้ ทภ่ี ายในเส้ือสูบและฝาสูบจะมี
ช่องทางเดินของน้าหล่อเยน็ อยรู่ อบๆกระบอกสูบของทุกสูบเพอื่ ระบายความรอ้ นที่เกิดข้ึนจากการเผาไหม้
ออกมาถ่ายเทใหก้ บั อากาศภายนอกน้าจะไหลไปตามท่อทางน้าที่ต่อมาจากหมอ้ น้าตรงส่วนล่างและน้าก็
จะเกิดการไหลหมุนเวยี นอยบู่ ริเวณรอบๆกระบอกสูบไปตามท่อทางเดินของน้าระหวา่ งกระบอกสูบกบั
เส้ือสูบน้าก็จะไหลออกไปยงั ชิองทางเดินของน้าบนฝาสูบไปยงั หมอ้ น้าตรงส่วนบน
2.หมอ้ น้า (Radiator) ทาหนา้ ทีบ่ รรจุน้าที่ใชส้ าหรับระบายความรอ้ นของเครื่องยนตแ์ ละสาหรับใหน้ ้า
หล่อเยน็ ท่ไี ดร้ บั ความร้อนมาจากเคร่ืองยนตม์ าระบายความรอ้ นจากเคร่ืองยนตม์ าระบายความร้อนใหก้ บั
อากาศทีน่ ่ี
228
แผนการสอน หน่วยท8่ี
ช่ือวิชา งานซอ่ มเครื่องยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังท1ี่ 0
ชื่อหน่วย ระบบระบายความรอ้ นเคร่ืองยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
3.ฝาปิ ดหมอ้ น้า (Radiator cap) ทาหนา้ ที่ควบคุมความดนั ของน้าในหมอ้ น้าและป้ องกนั การระเหยเป็ นไอ
ของน้าซ่ึงส่วนมากจะทาเป็นล้ินแรงดนั และล้ินสุญญากาศ (Vacuum Valve ) ในระบบระบายความร้อน
ดว้ ยน้าจะมีซีลกนั ร่ัวอยา่ งดี
4.ปั๊มน้า (Water pump) ทาหนา้ ที่ใหน้ ้าหมุนวนในเคร่ืองยนตแ์ ละเกิดแรงดนั
5.พดั ลมเคร่ืองยนต์ (Engine fan ) ทาหนา้ ทดี่ ูดอากาศผา่ นหมอ้ พดั ความร้อนออกไปเพอ่ื ทาใหน้ ้าในหมอ้
น้าเยน็ ลง
6.เทอร์โมสตทั (Thermostat) ทาหนา้ ท่ีควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนตใ์ หถ้ ึงอุณหภูมิในการทางานเร็วข้ึน
และรักษาอุณหภูมิของน้าใหค้ งทต่ี ลอดเวลาซ่ึงตามปกตแิ ลว้
229
แผนการสอน หน่วยท8่ี
ช่ือวิชา งานซอ่ มเครื่องยนต์เบือ้ งต้น สอนคร้ังท1่ี 0
ช่ือหน่วย ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ จานวน 4 ชั่วโมง
เฉลยแบบทดสอบหน่วยท่ี 10
1.ลกั ษณะของการระบายความรอ้ นมีกี่แบบ 6.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ทีใ่ หน้ ้าหล่อเยน็ หมุนเวยี นใน
ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ เคร่ืองยนต์
ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ ก. ปั๊มน้า ข. หมอ้ น้า
ค. เทอร์โมสตทั ง. พดั ลม
2. เส้ือสูบและฝาสูบทาเป็นครีบไวโ้ ดยรอบเป็ น
วธิ ีการระบายความร้อนแบบใด 7.หนา้ ท่ขี องพดั ลมของเคร่ืองยนตค์ อื
ก. ระบายความร้อนดว้ ยน้า ก. ดูดอากาศ ข. เพมิ่ ความดนั
ข. ระบายความร้อนดว้ ยอากาศ
ค. ถ่ายเทความรอ้ น ง. ระบายอากาศ
ค. ระบายความรอ้ นดว้ ยน้ามนั หล่อลื่น 8. หนา้ ท่ขี องเทอร์โมสตทั คอื
ง. ระบายความรอ้ นดว้ ยสารเคมี
ก. ควบคุมน้าใหเ้ ยน็ ข. ควบคุมน้าใหร้ อ้ น
3. ในรถยนตส์ ่วนใหญใ่ ชร้ ะบบระบายความรอ้ น ค. ควบคุมน้าใหอ้ ุณหภูมิเหมาะสม ง. ถูกทกุ ขอ้
แบบใด
ก. อากาศ ข. ผสม 9. การท่ีมีน้ามนั เคร่ืองในน้าหล่อเยน็ เกิดจากสาเหตุ
ค. น้ายาเคมี ง. น้า ใด
4.ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่ส่วนประกอบของระบบ ก. เติมน้ามนั เครื่องลงหมอ้ น้า
ข. ปะเก็นฝาสูบรั่ว
ระบายความร้อนดว้ ยน้า ค. เติมน้ามนั เคร่ืองเกิดพกิ ดั
ก. ปั๊มน้า ข. หมอ้ น้า ง. ปะเก็นอ่างน้ามนั เคร่ืองรวั่
ค. เทอร์โทสตทั ง. ล้ินควบคุมความดนั 10. ปกติอุณหภมู ิน้าหล่อเยน็ มีคา่ เท่าไร
ก. 50 องศาเซลเซียส ข. 60 องศาเซลเซียส
5.หมอ้ น้านอกจากทาหนา้ ทเี่ ก็บน้าแลว้ ยงั ทาหนา้ ที่
อะไร ค. 70 องศาเซลเซียส ง. 80 องศาเซลเซียส
ก. ดูดอากาศ ข. ทาใหน้ ้าหมุนวน
ค. ถ่ายเทความร้อน ง. เปิ ด-ปิ ดน้า