The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประชุม HACC FORUM 16

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by HACC FORUM 16, 2023-11-07 03:56:19

HACC FORUM 16

การประชุม HACC FORUM 16

Keywords: HACC FORUM

การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 301 E8.14 การพัฒนารูปแบบการรับยาโรคเรื้อรังผ่านHealth Station รพ.โนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ อรณศุกร์ ค้างาม โรงพยาบาลโนนนารายณ์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : จากนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาลในช฽วงการระบาดของโควิด-19 มีการส฽งยาออกให฾ ผู฾ปุวยโรคเรื้อรังที่บ฾านโดยที่ยังไม฽มีระบบติดตาม ผู฾ปุวยรับยาโดยที่ไม฽ได฾วัดความดันโลหิตและระดับน้้าตาลปลายนิ้ว ผู฾ปุวยไม฽ รับรู฾ภาวะสุขภาพ ไม฽เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม แพทย์ไม฽ได฾ปรับการรักษา ส฽งผลให฾ผู฾ปุวยควบคุมโรคได฾ไม฽ดี วัตถุประสงค์การศึกษา : เพื่อให฾ผู฾ปุวยได฾รับการติดตามความดันโลหิตและระดับน้้าตาลในเลือดก฽อนรับยาและผู฾ปุวยสามารถ ควบคุมระดับน้้าตาลและความดันโลหิตได฾ดี วิธีการด าเนินการ : คัดเลือกกลุ฽มตัวย฽างแบบเฉพาะเจาะจง เป็นผู฾ปุวยโรคเรื้อรังกลุ฽มสีเขียวในเขตรับผิดชอบ ของHealth Stationวัดบ฾านหนองพวง ทั้งสิ้น 5 ราย เข฾ารับบริการวัดความดันโลหิตและตรวจน้้าตาลปลายนิ้ว ซึ่งมีระบบการส฽งต฽อข฾อมูลผ฽าน QRcode และ ใช฾ระบบTelemedicine ในการดูแลผู฾ปุวยที่ต฾องพบแพทย์โดย มีอสม.เชี่ยวชาญในการดูแลผู฾ปุวยและให฾ค้าแนะน้าเบื้องต฾น พยาบาลและแพทย์ที่โรงพยาบาลปรับยาและส฽ง ยาออกให฾ผู฾ปุวย ผลการศึกษา : ผู฾ปุวยได฾รับการติดตามความดันโลหิตและระดับน้้าตาลในเลือดร฾อยละ100 ในผู฾ปุวยเบาหวานยังต฾องติดตาม ระดับน้้าตาลสะสม ส฽วนระดับน้้าตาลปลายนิ้วยังคุมได฾ไม฽ดีซึ่งผู฾ปุวยกลุ฽มนี้ได฾รับค้าแนะน้าในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกราย และพบว฽าผู฾ปุวยเกิดความพึงพอใจในการรับบริการ ช฽วยลดค฽าใช฾จ฽าย ลดระยะเวลารอคอย สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: เกิดกระบวนการและรูปแบบในการดูแลผู฾ปุวยที่รับยาโรคเรื้อรังที่Health Station ทั้งนี้ทั้งนั้น Health Station ควรมีความพร฾อม ทั้งด฾าน คน(อสม.ชี่ยวชาญ) เงิน/งบประมาณ ของ(เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ,สัญญาณอินเตอร์เน็ท,เครื่องมือสื่อสาร) เพื่อการดูแลผู฾ปุวยที่มีประสิทธิภาพอย฽างสูงสุด


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 302 E8.15 การพัฒนาระบบปูองกันความเสี่ยงในผู้ปุวยที่ได้รับยาที่มีความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง ธนิดา เอกตาแสง กลุ฽มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ มีผู฾รับบริการจ้านวนมากที่ได฾รับการตรวจวินิจฉัย และเริ่มยาครั้งแรก ซึ่งต฾องเฝูาระวังในยาที่มีความเสี่ยง ที่จะแพ฾รุนแรง 8 รายการ ได฾แก฽ allopurinol carbamazepine sulfasalazine sulfadiazine phenytoin phenobarbitone co-trimoxazole Abacavir ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองยีนที่มีความเสี่ยงที่จะแพ฾ยาได฾ 3 รายการ คือ allopurinol (HLA-B 5801) , carbamazepine (HLA-B 1502) และ abacavir (HLA-B 5701) ทีมเภสัชกรงานผู฾ปุวยนอกจึงต฾องการที่จะสร฾างแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจ฽ายยากลุ฽มนี้ เพื่อให฾เกิดความ ปลอดภัยกับผู฾ปุวยมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.เพื่อพัฒนาระบบการปูองกันความเสี่ยงในผู฾ปุวยที่มีความเสี่ยงแพ฾ยารุนแรง 2.เพื่อศึกษาผลการคัดกรองและให฾ค้าปรึกษาผู฾ปุวยที่ได฾รับยาที่มีความเสี่ยงแพ฾ยารุนแรงเป็นครั้งแรก วิธีการด าเนินการ เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีส฽วนร฽วม พบว฽ายังไม฽มีระบบแจ฾งเตือนการได฾รับยาครั้งแรก และผู฾ปุวยไม฽ได฾รับข฾อมูลการเฝูาระวังอาการแพ฾ยาที่เหมาะสม จึงได฾ร฽วมกันออกแบบระบบแจ฾งเตือน และก้าหนด หน฾าที่ของเภสัชกรในแต฽ละจุด จากนั้นน้าระบบมาใช฾ที่หน฾างานบริการ และเก็บรวบรวมข฾อมูลในวันเวลาราชการ ช฽วงเดือนเมษายน-สิงหาคม 2566 ผลการศึกษา จัดท้าระบบแจ฾งเตือนในรูปแบบฉลากยาเมื่อได฾รับยาครั้งแรก เภสัชกรจะตรวจสอบข฾อมูลตามที่ ก้าหนด และส฽งยืนยันการตรวจยีนรวมทั้งส฽งผู฾ปุวยเข฾าห฾องให฾ค้าปรึกษายาเพื่อให฾ค้าแนะน้าและโทรศัพท์ติดตาม อาการในวันที่ 7 และวันที่ 30 พบว฽าผู฾ปุวยที่ได฾รับยาที่มีความเสี่ยงครั้งแรกจ้านวน 277 ราย แต฽ผู฾ปุวยที่ถูกส฽ง ต฽อมาห฾องให฾ค้าปรึกษาจ้านวน 215 ราย (77.62%) ผู฾ปุวยที่สามารถตรวจยีนแพ฾ยาได฾ 101 ราย แต฽ได฾รับการ ตรวจเพียง 57 ราย (56.44%) ผลตรวจ positive 1 ราย (0.99%) negative 100 ราย (99.01%) ผู฾ปุวยผลตรวจ ยีน positive ได฾เริ่มยาไปแล฾วได฾มีการโทรศัพท์ไปแนะน้าให฾ผู฾ปุวยหยุดยาที่วันที่ 14 ผู฾ปุวยไม฽มีอาการแพ฾ยา ส฽วน ผู฾ปุวยผล negative 100 รายพบว฽าแพ฾ยา 1 ราย ผู฾ปุวยที่ได฾รับยาที่ไม฽สามารถตรวจยีนได฾มี 114 ราย (53.02%) พบว฽าแพ฾ยา 6 ราย (5.26%) ไม฽มีผู฾ปุวยรายใดที่มีอาการแพ฾ยารุนแรงจนต฾องนอนโรงพยาบาล เนื่องจากผู฾ปุวย ปฏิบัติตามค้าแนะน้าโดยหยุดยาตั้งแต฽เริ่มมีอาการ และจากการติดตามอาการผู฾ปุวยทางโทรศัพท์ยังพบปัญหาด฾าน ยาอื่นๆ ได฾แก฽ ปัญหาไม฽รับประทานยา 15 ราย (6.98%) เนื่องจากกังวลเรื่องการแพ฾ยา พบ ADR 1 ราย (0.47%) medication error 3 ราย (1.40%) เภสัชกรได฾ให฾ค้าแนะน้า และแก฾ไขปัญหาให฾กับผู฾ปุวยครบทุกราย สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์การมีระบบแจ฾งเตือนในรูปแบบฉลาก แนวทางคัดกรองและติดตามให฾ ค้าปรึกษาด฾านยา ช฽วยเพิ่มความปลอดภัยให฾ผู฾ปุวยที่รับยาที่มีความเสี่ยงแพ฾ยารุนแรง ค าส าคัญ : แพ฾ยารุนแรง, คัดกรอง, ให฾ค้าปรึกษา, โทรศัพท์ติดตาม


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 303 E8.16 Multimodal Norepinephrine Management แนวทางการบริหารยา NE แบบผสมผสาน พ.ต.หญิงสมลักษณ์ ตั้งสุณาวรรณ โรงพยาบาลค฽ายสุรนารี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ภาวะช็อกจากการติดเชื้อเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ส้าคัญของทั่วทุกภูมิภาคของ โลก และมีอัตราการเสียชีวิตสูง ท้าให฾การดูแล รักษาผู฾ปุวยกลุ฽มนี้ได฾ผลลัพธ์ที่ไม฽น฽าพอใจ ตามแนวทางการรักษาผู฾ปุวย ที่มีภาวะช็อกจากการติดเชื้อล฽าสุดมีค้าแนะน้าให฾เริ่มบริหารยากระตุ฾นความดันโลหิตภายใน 1 ชั่วโมงแรก โดยมี เปูาหมายคงระดับความดันโลหิตเฉลี่ยของผู฾ปุวย Mean aterial pressure (MAP) ≥ 65 มิลลิเมตรปรอท เพื่อให฾ ผลลัพธ์ของการรักษาดีขึ้น จากอุบัติการณ์ในปี 2565 พบผู฾ปุวยเกิด Limb Ischemia จากการได฾รับยาจ้านวน 3 ราย ซึ่งส฽งผลให฾ต฾อง Amputation 1 ราย ทางหอผู฾ปุวยวิกฤตเห็นความส้าคัญจึงสร฾างแนวทางการบริหารยาที่มีความ ชัดเจนและพัฒนาเครื่องมือการประเมินผู฾ปุวยที่ได฾รับยา Norepinephrine ร฽วมกับ สหสาขาแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล เพื่อให฾เกิดความปลอดภัยต฽อผู฾ปุวย และญาติได฾รับข฾อมูลก฽อนการบริหารยา NE ไม฽เกิดปัญหาการฟูองร฾องจากการเกิดผลข฾างเคียงจากการได฾รับ Norepinephrine วัตถุประสงค์: สร฾างแนวทางในการบริหารยา โดยใช฾เครื่องมือการประเมินผู฾ปุวยที่ได฾รับยา NE แนวทางการให฾ข฾อมูล ผู฾ปุวยและญาติได฾รับข฾อมูลก฽อนการบริหารยา Norepinephrine แบบบูรณาการร฽วมกันของทีม สหสาขาวิชาชีพ ปูองกันการเกิดปัญหาการฟูองร฾อง ลดภาวะแทรกซ฾อนจากการได฾รับยา Norepinephrine (NE) วิธีด าเนินการ : Multimodal Norepinephrine Management เป็นนวัตกรรมที่สร฾างขึ้นเพื่อพัฒนาแนวทางการ บริหารยา Norepinephrine ที่ชัดเจน ร฽วมกับสหสาขาแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล โดยการใช฾แนวทางปฏิบัติการสั่ง ใช฾ยาและการบริหารยาความเสี่ยงสูง(Norepinephrine) ใช฾แบบประเมิน Limb Ischemia จัดท้าStanding order การบริหารยา Norepinephrine (NE) (FR-PCM-005-B)แบบสรุปติดตามหลังการเกิด ADR (FR-PCM-006-A)ซึ่ง เป็นการพัฒนาระบบงานและสร฾างนวัตกรรมในหอผู฾ปุวย สามารถน้าไปสู฽การ early detect และลดความรุนแรง และ การเกิด ADR ผลการศึกษา : จากการเก็บสถิติของหอผู฾ปุวยวิกฤตเดือนกุมภาพันธ์ - มิถุนายน พ.ศ. 2566 มีผู฾ปุวยที่ได฾รับการ บริหารยา NE จ้านวน 44 รายแบ฽งเป็นอัตราส฽วน 1: 12.5 จ้านวน 28 ราย และอัตราส฽วน 1:25 จ้านวน 16 ราย พบว฽าเกิด Limb Ischemia จ้านวน 2 ราย Cyanosis จ้านวน 6 ราย พบว฽าทีมแพทย์ พยาบาล บริหารยา Norepinephrine (NE) ได฾อย฽างถูกต฾องตามแนวทางปฏิบัติ 100% ไม฽พบเกิดการฟูองร฾องจากผลข฾างเคียงของยา NE ข้อเสนอแนะในการน าไปใช้ : การวางระบบการดูแลรักษาพยาบาลต฾องมาจากปัญหาร฽วมกันและทีมที่เกี่ยวข฾อง มาร฽วมหาแนวทางในแต฽ละกระบวนการ ออกเป็นนโยบาย สื่อสารแนวทางทั้งองค์กร ก้าหนดผู฾ที่ต฾องก้ากับติดตาม การ ปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว฾อย฽างชัดเจน ค าส าคัญ : การเกิด Extravasation , Limb Ischemia


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 304 E8.17 การพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ปุวยวัณโรคดื้อยาหลายขนานด้วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือน เกษมศักดิ์ ทูลมาลา, พ.ญ.วันทนีย์ มามูล, นคพร วีระพันธ์ โรงพยาบาลปราสาท อ้าเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ โรงพยาบาลปราสาทเป็น MDR–TB center มีผู฾ปุวย MDR-TB ตั้งแต฽ปี 2553-2563 จ้านวน 30 ราย เดิมใช฾สูตรยารักษาวัณโรคดื้อยาดั้งเดิม ระยะเวลานานถึง 20 เดือน มียาชนิดฉีด 6-8 เดือน ส฽งผลให฾ผู฾ปุวยขาดยาและความส้าเร็จในการ รักษาต่้า (ร฾อยละ 66.67 และ 75.00 ในปี 2562 และ 2563 ตามล้าดับ) ในปี 2561 ประเทศไทยได฾มีนโยบายในการรักษา MDR-TB ด฾วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือน ซึ่งเป็นสูตรยาประสิทธิภาพสูง ระยะเวลาสั้น และราคาถูกกว฽ายาสูตรดั้งเดิม เนื่องจากเป็นสูตรการรักษา ใหม฽ เพื่อปูองกันไม฽ให฾เป็นวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงหรือเสียชีวิต คลินิกวัณโรคและเครือข฽ายสาธารณสุขในพื้นที่ จึงได฾มีการ พัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวย MDR-TB ด฾วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือน เริ่มในปี 2563 ถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวย MDR-TB ด฾วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือน 2) เพื่อเพิ่มความส้าเร็จในการรักษาวัณโรคดื้อยาให฾มากกว฽า ร฾อยละ 70 3) เพื่อส฽งเสริมความร฽วมมือและความถูกต฾องในการใช฾ยาตลอดระยะเวลาการรักษา ร฾อยละ 100 4) เพื่อให฾ผู฾ปุวยได฾รับการแก฾ไขอาการไม฽พึงประสงค์จากการใช฾ยาได฾อย฽างเหมาะสม วิธีการด าเนินการ • ประชุมวางแผนการดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพ คัดกรองผู฾สัมผัสโรค ออกเยี่ยมบ฾านผู฾ปุวยและชุมชน • จัดตั้งกลุ฽มใน Line Application เพื่อเป็นช฽องทางการสื่อสารในทีมและการก้ากับการกินยาทุกมื้อและทุกวัน • จัดท้าเอกสารแนวทางปฏิบัติ แผนการรักษา แผนการติดตามผู฾ปุวย และตารางบันทึกก้ากับการกินยาและ ADR • จัดยาเป็น Unit dose • จัดท้าระบบแจ฾งเตือน Pop alert • ติดตามและบันทึกข฾อมูล ADR ที่เกิดระหว฽างการรักษาในโปรแกรม aDSM ผลการศึกษา • มีระบบการดูแลผู฾ปุวย MDR-TB ด฾วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือน โดยทีมสหสาขาวิชาชีพและเครือข฽ายสาธารณสุข • จากข฾อมูลของผู฾ปุวยเริ่มวันที่ 1 สิงหาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน พบมีผู฾ปุวยวินิจฉัยเป็น MDR-TB จ้านวน 5 ราย อยู฽ในเขต อ.ปราสาท 4 ราย (รักษาที่ รพศ.สุรินทร์1 ราย) และ อ.กาบเชิง 1 ราย • ผู฾ปุวยทั้ง 4 ราย ใช฾สูตรยา Shorter all-oral bedaquline-containing regimen รักษาครบและส้าเร็จ 2 ราย คิดเป็นร฾อยละ 100 (2/2) และอยู฽ในระหว฽างการรักษา 2 ราย (เดือนที่ 5) โดยผู฾ปุวยทั้ง 4 รายเสมหะไม฽พบเชื้อวัณโรคตั้งแต฽หลังเดือนแรกของการรักษา • ผลประเมินการใช฾ยาของผู฾ปุวยทั้ง 4 ราย พบว฽ามีความร฽วมมือและความถูกต฾องในการใช฾ยาของผู฾ปุวยตลอดช฽วงการรักษา ร฾อยละ 100 • ADR จากการใช฾ยาทุกครั้ง มีการจัดการที่เหมาะสม ร฾อยละ 100 สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน 1) การท้างานร฽วมกันของสหสาขาวิชาชีพและเครือข฽ายสาธารณสุข ท้าให฾ผู฾ปุวยได฾รับการรักษาตามมาตรฐาน และปลอดภัยจากอาการ ไม฽พึงประสงค์ 2) ขยายผลแนวทางการรักษาผู฾ปุวยวัณโรคดื้อยาไปยังโรงพยาบาลลูกข฽าย โดยมีโรงพยาบาลปราสาทเป็นพี่เลี้ยง ค าส าคัญ : วัณโรคดื้อยาหลายขนาน, MDR-TB, Shorter MDR-TB regimen


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 305 E8.18 การดูแลผู้ปุวย STEMI ที่ได้รับ SK บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดูแลผู฾ปุวยที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ชนิด STEMI จะเกิดการตายของกล฾ามเนื้อหัวใจมากขึ้นตามระยะเวลาที่ผ฽านไป ดังนั้นการรักษาที่เป็น มาตรฐานในปัจจุบันคือ การให฾ยาละลายลิ่มเลือดเพื่อเปิดหลอดเลือด การรักษาที่รวดเร็วภายใน 12 ชั่วโมง แรกหลังมีอาการเจ็บแน฽นหน฾าอกจะช฽วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู฾ปุวยได฾และการรักษาผู฾ปุวยในกลุ฽มนี้ตาม บริบทของโรงพยาบาลล้าทะมนชัย คือ การให฾ยาละลายลิ่มเลือดและส฽งต฽อผู฾ปุวยไปยัง รพ.มหาราช นครราชสีมา หรือรพ.บุรีรัมย์จึงได฾วางแผนด้าเนินงานการจัดท้าแนวทาง การใช฾ยาละลายลิ่มเลือดและการ ดูแลผู฾ปุวยขณะให฾ยา เพื่อให฾เจ฾าหน฾าที่ที่เกี่ยวข฾องมีความเข฾าใจและปฏิบัติได฾ถูกต฾อง เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ได฾แก฽ (1) จัดท้าแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู฾ปุวย STEMI (2) จัดท้า แนวทางการส฽งต฾อผู฾ปุวย STEMI ผลการศึกษา พบว฽า 1. ร฾อยละผู฾ปุวยACLS (STEMI) ที่ได฾รับการท้า EKG ภายใน 10 นาทีหลังซักประวัติขณะส฽งต฽อ ผู฾ปุวย เปูาหมาย ร฾อยละ 100 โดยผลการด้าเนินการที่ท้าได฾ร฾อยละ 80 2. อัตราผู฾ปุวย ACS ได฾รับการวินิจฉัยเป็น STEMI ได฾ถูกต฾อง เปูาหมาย มากกว฽าร฾อยละ 80 โดย ผลการด้าเนินการที่ท้าได฾ร฾อยละ 100 3. อัตราผู฾ปุวย Door To Needle time ≤ 30 นาที(ให฾SK) เปูาหมาย มากกว฽าร฾อยละ 80 โดย ผลการด้าเนินการที่ท้าได฾ร฾อยละ 100 4. อัตราการเสียชีวิตในผู฾ปุวย STEMI เปูาหมาย 0 % โดยผลการด้าเนินการที่ท้าได฾ร฾อยละ 20 ค าส าคัญ แนวปฏิบัติหลอดเลือดหัวใจ ยาละลายลิ่มเลือด


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 306 E8.19 การพัฒนาแนวทางการปูองกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ วิลาวรรณ นิลรัตนโกศล และคณะ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ความส าคัญและความเป็นมา โรคติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นปัญหาส้าคัญที่เกิดขึ้นกับผู฾ปุวยที่เข฾ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ สามารถพบได฾ในโรงพยาบาลทุกระดับ ที่ผ฽านมาโรงพยาบาลสตึกยังไม฽มีการจัดท้า MDR bundle ท้าให฾ผู฾ปฏิบัติไม฽ทราบแนว ทางการปฏิบัติเพื่อปูองกันการติดเชื้อดื้อยา ส฽งผลให฾เกิดการติดเชื้อดื้อยาระหว฽างเตียงผู฾ปุวย โดยพบเชื้อดื้อยาที่พบมากที่สุด คือ Escherichia coli Extended spectrum beta-lactamase (ESBL) วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแนวทางการปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลสตึก วิธีการด าเนินการ ทบทวนระบบการเฝูาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลร฽วมกับทีม IC และทีมระบบยา พบว฽ายังไม฽มีระบบแนว ทางการปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลสตึก และสาเหตุการติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล มี 3 ปัจจัยหลัก คือ (1)ด฾านผู฾ปุวย พบว฽ามีการใช฾ยาปฏิชีวนะไม฽สมเหตุสมผล และมีโรคประจ้าตัว เช฽น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไตวายเรื้อรัง เป็น ต฾น (2)แนวทางการดูแลผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยายังไม฽ชัดเจน (3) บุคลากรขาดความตระหนักในการเฝูาระวังการติดเชื้อดื้อยา ในปี 2563 จึงพัฒนาแนวทางการปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล Satuek MDR Bundle ให฾ได฾ มาตรฐานและครอบคลุม 8 ด฾าน ได฾แก฽ 1.Notify ICN/ICWN 2.Isolation precaution 3.Contact precaution 4.Zoning 5.Hand hygiene 6.Protective Equipment 7.Proper antibiotic 8.Report MDR and Pop up และเพิ่มรูปแบบการให฾ความรู฾ผู฾ปุวยและญาติ เรื่องการใช฾ยา ปฏิชีวนะอย฽างสมเหตุสมผล การปฏิบัติตัวเพื่อปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยา รวมถึงมีระบบเฝูาก้ากับติดตามการรายงานผล ทางห฾องปฏิบัติการลงสู฽ผู฾ปฏิบัติ ผลการศึกษา พบว฽า ปี 2563-2566 (1) อัตราการใช฾แนวทางปฏิบัติ MDR Bundle ในผู฾ปุวย MDR = 100% (2)อัตราการติดเชื้อ เดื้อยาในโรงพยาบาลสตึก = 0.37, 0.09, 0.24 และ 0.1ตามล้าดับ ซึ่งผ฽านตัวชี้วัด (< 5 ครั้งต฽อ 1000 วันนอน) (3) อัตราการติด เชื้อข฾ามเตียงผู฾ปุวย = 0 (4) ปี 2566 ผู฾ปุวยและญาติมีความรู฾การใช฾ยาปฏิชีวนะอย฽างสมเหตุสมผล และการปฏิบัติตัวเพื่อ ปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น 95.8 % 5) ความพึงพอใจโดยรวมผู฾ใช฾แนวทาง MDR Bundle ระดับดีมาก (ค฽าเฉลี่ย 3.86, SD 0.59) สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ จากการพัฒนาแนวทางฯ พบว฽า อัตราการติดเชื้อเดื้อยาผ฽านตัวชี้วัด และมีแนวโน฾ม ลดลง ผู฾ปฏิบัติมีความพึงพอใจในระดับดีมาก จึงสามารถน้าข฾อมูลมาพัฒนาระบบการเฝูาระวังการติดเชื้อในชุมชนให฾เกิดความ ยั่งยืนมากขึ้น และมีการประเมินผลติดตามต฽อเนื่อง นอกจากนี้ยังสามารถน้าไปพัฒนาระบบ Discharge Planning ในผู฾ปุวยติดเชื้อ ดื้อยาและจัดท้า Antibiogram ของโรงพยาบาลสตึก เพื่อให฾เกิดการใช฾ยาปฏิชีวนะอย฽างสมเหตุสมผล เพื่อปูองกันการติดเชื้อดื้อ ยาในอนาคต ลดภาระค฽าใช฾จ฽ายของโรงพยาบาลด฾านยาปฏิชีวนะที่ใช฾ในการรักษาผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยาและอื่นๆ ค าส าคัญ การพัฒนาแนวทาง, แนวทางการปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยาต฾านจุลชีพโรงพยาบาลสตึก


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 307 E8.20 พัฒนาระบบการดูแลผู้ปุวยเชื้อดื้อยา นภาเพ็ญ เชื้อเดิม โรงพยาบาลโนนนารายณ์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ ปัญหาเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลมีแนวโน฾มเพิ่มมากขึ้นอย฽างต฽อเนื่อง จากข฾อมูล การเฝูาระวังเชื้อดื้อยา โรงพยาบาลโนนนารายณ์ มีผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยา ในปี2566 จ้านวน 9 ราย โดยแบ฽งผู฾ปุวย ที่ตรวจพบเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลโนนนารายณ์จ้านวน 2 ราย และผู฾ปุวยที่รับส฽งต฽อจาก รพศ.สุรินทร์ 7 ราย จากการวิเคราะห์ปัญหาพบว฽าโดยส฽วนใหญ฽เจ฾าหน฾าที่ปฏิบัติไม฽ถูกต฾องตามตามแนวทาง ไม฽ได฾จัดโซนแยกผู฾ปุวย ผู฾ปุวยใช฾ห฾องน้้าร฽วมกัน การเคลื่อนย฾ายผู฾ปุวยไม฽ถูกต฾อง และญาติยังขาดทักษะการดูแลผู฾ปุวย จึงน้ามาสู฽การ พัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวยเชื้อดื้อยา วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อให฾ผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยาได฾รับการปฏิบัติอย฽างถูกต฾องและไม฽พบอุบัติการณ์ระบาดใน ผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยา ขั้นตอนการด้าเนินงาน ประกอบด฾วย 2 ระยะ ได฾แก฽ ระยะที่ 1 รวบรวมข฾อมูลผู฾ปุวยที่ตรวจ พบเชื้อดื้อยา ศึกษาข฾อมูลการดูแลผู฾ปุวยพร฾อมจัดท้าแนวทางการดูแลผู฾ปุวยที่ติดเชื้อดื้อยาและจัดท้า flow chart การรับผู฾ปุวยเชื้อดื้อยา จัดอบรมและซ฾อมแผนการปูองกันการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยา วิธีด าเนินการ ระยะที่ 1 พบว฽า เจ฾าหน฾าที่ปฏิบัติไม฽ถูกต฾องตามแนวทาง เจ฾าหน฾าที่ผู฾ปฏิบัติการล฾างมือ ร฾อยละ75 สวมชุด PPE ร฾อยละ 62.5 มีการแยกโซนผู฾ปุวยผิด ร฾อยละ50 ระยะที่ 2 น้าปัญหาที่ได฾จากระยะที่ 1 มาวิเคราะห์ พบว฽า จัดผู฾ปุวยโซนแยกแต฽ไม฽จ้ากัดพื้นที่ ผู฾ปุวยใช฾ห฾องน้้าร฽วมกัน ญาติขาดทักษะการดูแลและ ไม฽ได฾รับค้าแนะน้าในการดูแลผู฾ปุวย การจัดการสิ่งแวดล฾อมไม฽เหมาะสม มีปัญหาในการแยกโซนกรณีห฾องแยก เต็ม ประชุมทุกหน฽วยงานเพื่อหาทางแก฾ไข พัฒนาแนวทางการดูแลผู฾ปุวยเชื้อดื้อยาใหม฽ เน฾นความสะดวก ความเข฾าใจของผู฾ปฏิบัติ และถูกต฾องตามหลัก Universal precaution ผลการศึกษา พบว฽า เจ฾าหน฾าที่มีความเข฾าใจเกี่ยวกับทางการดูแลผู฾ปุวยติดเชื้อดื้อยา สามารถปฏิบัติการ ควบคุมการแพร฽กระจายเชื้อดื้อยา ทั้งในด฾าน การแยกผู฾ปุวย การท้าความสะอาดมือ การให฾ค้าแนะน้าแก฽ผู฾ปุวย และญาติการจัดการผ฾าเปื้อน การจัดการสิ่งแวดล฾อม การสวมอุปกรณ์ปูองกัน การปฏิบัติตามแนวทางการรับ ผู฾ปุวย Refer back จาก รพ.แม฽ข฽าย โดยคะแนนได฾มากกว฽าร฾อยละ 80 สรุปผลการศึกษาและการน้าไปใช฾ ประโยชน์ การด้าเนินงานปูองกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยา โดยการพัฒนาระบบเชื้อดื้อยา สามารถลดการ แพร฽กระจายเชื้อ ส฽งผลให฾การติดเชื้อดื้อยาลดลงได฾อย฽างไรก็ตามการปฏิบัติกิจกรรมตามแนวปฏิบัติการ พยาบาลเพื่อปูองกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยา ส฽วนใหญ฽ยังไม฽ครบถ฾วนร฾อยเปอร์เซ็นต์และบางการปฏิบัติท้า ได฾น฾อยกว฽าร฾อยละ 80 จึงควรพัฒนาการด้าเนินงานปูองกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาอย฽างต฽อเนื่อง โดย วิเคราะห์สาเหตุอุปสรรคร฽วมกับการพัฒนาระบบสนับสนุนการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาล เพื่อให฾ ผู฾ปุวยได฾รับการดูแลอย฽างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ค าส าคัญ: เชื้อดื้อยา การดูและผู฾ปุวยเชื้อดื้อยา การพัฒนา


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 308 มหกรรมคุณภาพ HACC Forum นครชัยบุรินทร์ครั้งที่ 16 “Growth Mindset for Better Healthcare System” ในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30-17.00 น. ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา E-Poster Presentation กลุ่มที่ 9 ระบบสนับสนุน/Back office จ านวน 19 เรื่อง น าเสนอวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.30-18.30 น ห้องอรพิม ล าดับ เวลา น าเสนอ ชื่อเรื่อง ผู้น าเสนอ หน่วยงาน จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ หมาย เหตุ 1 14.30 - 14.40 น. ปรับเพื่อเปลี่ยน AFB to TB culture นางพนิดา จันทรชิต โรงพยาบาล หนองบัวระเหว ชัยภูมิ 081-7090692 2 14.40 - 14.50 น. การพัฒนางานตรวจคัด กรองเสมหะที่เหมาะสม ส้าหรับการส฽งตรวจเพาะ เชื้อแบคทีเรียประเภทแอ โรบโดยวิธีย฾อมแกรม เพื่อลดค฽าใช฾จ฽ายในการส฽ง ตรวจเพาะเชื้อในเสมหะที่ ไม฽เหมาะสม นางอรียาภรณ์ นิ รันดร์กานต์ โรงพยาบาล ขามทะเลสอ นครราชสีมา 098-6359499 3 15.00 - 15.10 น. การน้าอุปกรณ์ทางการ แพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้ง กลับมาใช฾ซ้้า นางนันทนา พลสระ คู โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี นครราชสีมา 081-8767640 4 15.10 - 15.20 น. พัฒนาระบบล฾างเครื่องมือ แพทย์เพื่อลดอุบัติการณ์ การเกิดสนิม ลดค฽าใช฾จ฽าย รพ.ครบุรี (KEEP CLEAN CARE) นางสาวสายพิน มุ฽ง จองกลาง โรงพยาบาลคร บุรี นครราชสีมา 082-6464146 5 15.20 - 15.30 น. การปรับปรุงรูปแบบการ บันทึกข฾อมูลเพื่อ Monitor ยากลุ฽มเสี่ยง นางสาวณฏฐวรรณ จงรักษ์ โรงพยาบาล เซนต์เมรี่ นครราชสีมา 086-6512070 6 15.30 - 15.40 น. การ์ดกางอุปกรณ์ การแพทย์ปราศจากเชื้อ นางสมภูมิ โรจน์หิรัญ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี นครราชสีมา 089-2852491 7 15.40 - 15.50 น. การพัฒนาสื่อวิดิทัศน์เรื่อง การปฏิบัติตัวของผู฾ปุวย หลังผ฽าตัดต฾อกระจก โรงพยาบาลนางรอง จ. บุรีรัมย์ นางสาวฑิตภากร เกา แกกูล โรงพยาบาล นางรอง บุรีรัมย์ 094-4694269 8 15.50 - 16.00 น. Central Supply เติมเต็ม เครื่องมือทางการแพทย์ (pull system) นางสาวสายรุ฾ง สอน นอก โรงพยาบาลคู เมือง บุรีรัมย์ 086-2507735 9 16.00 - 16.10 น. How to...ทิ้ง (ทิ้งอย฽างไร ให฾ถูกถัง จัดการอย฽างไรให฾ ถูกวิธี) นางปานฝัน ศิริ มนตรี โรงพยาบาลคอน สวรรค์ ชัยภูมิ 087-2374283


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 309 ล าดับ เวลา น าเสนอ ชื่อเรื่อง ผู้น าเสนอ หน่วยงาน จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ หมาย เหตุ 10 16.10 - 16.20 น. โปรแกรมระบบการบริหาร พัสดุ (Parcel Management System) นายนิรุทธ์ ระวันประ โคน โรงพยาบาล หนองกี่ บุรีรัมย์ 091-0166121 11 16.20 - 16.30 น. โครงการรดน้้าต฾นไม฾ อัตโนมัติ ด฾วยน้้าทิ้งและ น้้าฝน นายราชศักดิ์ มะยม ทอง โรงพยาบาล กรุงเทพราชสีมา นครราชสีมา 089-4502458 12 16.30 - 16.40 น. โปรแกรมเช็ค stock คลัง ยาและวันหมดอายุยา นายปริญญา บัวบาน รพ.สต.ขนงพระ ใต฾ อ.ปาก ช฽อง จ. นครราชสีมา นครราชสีมา 096-8599203 13 16.40 - 16.50 น. เพิ่มความมั่นใจ Authen code ครบถ฾วน นางสาวกาญจนา ค้า สุภาพ โรงพยาบาลโนน นารายณ์ สุรินทร์ 099-3263336 14 16.50- 17.00 น Forward IMC Delivery Information นางสาวปณยา พรม สูงยาง โรงพยาบาล มหาราช นครราชสีมา นครราชสีมา 093-5720555 15 17.00 - 17.10 น. IPD Paperless ระบบการ จัดการผู฾ปุวยในอัจฉริยะ นางสาวภาลินี ตอพล โรงพยาบาลภักดี ชุมพล ชัยภูมิ 089-4284565 16 17.10 - 17.20 น. การพัฒนาระบบจัดเก็บ รายได฾ค฽ารักษาพยาบาล และการก้ากับติดตามผล TPS โรงพยาบาลพิมาย นางปิยาวดี ประสงค์ สุธน โรงพยาบาลพิ มาย นครราชสีมา 091-8794659 17 17.20 - 17.30 น. การพัฒนากระบวนการ บรรจุเครื่องมือและ อุปกรณ์ทางการแพทย์ของ หน฽วยจ฽ายกลาง รพ.เฉลิม พระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2566 นางสาวพลอยชมพู แก฾ววิเศษ โรงพยาบาลเฉลิม พระเกียรติ บุรีรัมย์ 0995426409 18 17.30 - 17.40 น. การพัฒนารูปแบบการ จัดการระบบบ้าบัดน้้าเสีย โรงพยาบาลบุณฑริก จ. อุบลราชธานี นางสาวลลณา ดอก พุฒ โรงพยาบาล บุณฑริก อุบลราชธานี 098 5868656 19 17.40 - 17.50 น. การตรวจสุขภาพตาม ปัจจัยเสี่ยงส้าหรับพนักงาน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี นางศรัญญา อุทัยมา โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี นครราชสีมา 098-1462651


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 310 E9.1 ปรับเพื่อเปลี่ยน AFB to TB culture พนิดา จันทรชิต งานเทคนิคการแพทย์โรงพยาบาลหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ จากผลการด้าเนินงานการดูแลผู฾ปุวยวัณโรค โรงพยาบาลหนองบัวระเหว ผู฾ปุวย ที่ผลตรวจเสมหะด฾วยวิธีย฾อมสีทนกรดเป็นบวก (AFB Positive)รายใหม฽ ไม฽ได฾รับการส฽งตรวจวินิจฉัยด฾วยวิธีเพาะเชื้อ วัณโรค และทดสอบการดื้อยา(TB culture & DST)ทุกราย ท้าให฾ผลลัพธ์การด้าเนินงานไม฽บรรลุเปูาหมาย วิเคราะห์ สาเหตุเกิดจาก 1.แนวทางการดูแลผู฾ปุวยวัณโรคในโรงพยาบาลยังไม฽ชัดเจน 2.การสื่อสารแนวทางยังไม฽ครอบคลุม 3. การเปลี่ยนแปลงบุคลากร 4.ตัวอย฽างเสมหะที่เป็นบวกถูกท้าลาย เนื่องจากห฾องปฏิบัติการต฾องรอค้าสั่งตรวจ สาเหตุ ดังกล฽าวอาจส฽งผลท้าให฾ผู฾ปุวยได฾รับการวินิจฉัย และรักษาตามเกณฑ์ล฽าช฾า, success rate ลดลง อาจส฽งผลให฾ กระบวนการรักษานานขึ้น ห฾องปฏิบัติการจึงปรับระบบงานเพื่อสนับสนุนการดูแลผู฾ปุวยวัณโรคให฾ครอบคลุมยิ่งขึ้น ก้าหนดให฾เก็บตัวอย฽างใส฽หลอดพลาสติกก฾นแหลมเมื่อพบผู฾ปุวยที่ผล AFB Positive หลังจากรายงานค฽าวิกฤติแล฾ว โดย ไม฽ต฾องรอพยาบาลผู฾รับผิดชอบมาแจ฾งส฽งตรวจ เพื่อปูองกันเสมหะที่เป็นบวกถูกท้าลายภายในวัน วัตถุประสงค์การศึกษา 1. เพื่อผู฾ปุวยที่ผลตรวจเสมหะ AFB เป็นบวกครั้งแรก ได฾รับการส฽งตรวจวินิจฉัยด฾วยวิธีTB culture & DST 100% 2. เพื่อพัฒนาระบบการสนับสนุนรายโรคอย฽างมีประสิทธิภาพ วิธีการด าเนินการ 1. วิเคราะห์สาเหตุ ปัญหา ความเสี่ยง ที่ท้าให฾ผลลัพธ์การดูแลผู฾ปุวยวัณโรคไม฽บรรลุตามเปูาหมาย 2. ประชุมชี้แจงแนวทางการดูแลผู฾ปุวยวัณโรคให฾เจ฾าหน฾าที่ห฾องปฏิบัติการได฾รับทราบ เข฾าใจปัญหา 3. ร฽วมกันหาวิธีการแก฾ไข และปรับปรุงวิธีการ เพื่อให฾บรรลุเปูาหมายตามบทบาทหน฾าที่ 4. ก้าหนดแนวทางปฏิบัติ ข฾อตกลง ในห฾องปฏิบัติการ 5. สรุปผลลัพธ์การพัฒนาระบบการสนับสนุนแนวทางการดูแลผู฾ปุวยวัณโรค ผลการศึกษา ผลลัพธ์การปรับปรุงแนวทางการจัดเก็บตัวอย฽างเสมหะผู฾ปุวยรายใหม฽ที่ผล AFB เป็นบวก เพื่อส฽งตรวจ วินิจฉัยด฾วยวิธีเพาะเชื้อวัณโรค และทดสอบการดื้อยา เปูาหมาย 100% ผลลัพธ์การด้าเนินงานตั้งแต฽ปี 2561-2566 เพิ่มขึ้น โดยเสมหะผู฾ปุวยที่ผล AFB Positive ได฾รับการส฽งตรวจ TB culture & DST คิดเป็น 86% และ ตั้งแต฽ปี 2562 ถึงปัจจุบันเป็น 100% พบในปี 2565 ผลลัพธ์เป็น 92.6% มี 1 ราย สิ่งส฽งตรวจไม฽เพียงพอต฽อการตรวจ ติดตาม ไม฽ได฾ ผู฾ปุวยเสียชีวิต สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ การพัฒนาระบบงานห฾องปฏิบัติการ ช฽วยให฾ผลการด้าเนินงานตามแนว ทางการดูแลผู฾ปุวยวัณโรคของโรงพยาบาล มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น การปรับเปลี่ยนวิธีการท้างานแบบถ฾อยทีถ฾อยอาศัย ตาม บทบาทส฽วนหนึ่งในทีมดูแลผู฾ปุวย เจ฾าหน฾าที่ห฾องปฏิบัติการช฽วยติดตามไม฽ให฾มีเสมหะค฾างเกิน 7 วัน ค าส าคัญ TB culture, DST, AFB Positive, AFB Negative


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 311 E9.2 การพัฒนางานตรวจคัดกรองเสมหะที่เหมาะสมส าหรับการส่งตรวจเพาะเชื้อแบคทีเรียประเภทแอโรบโดยวิธีย้อมแกรมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการ ส่งตรวจเพาะเชื้อในเสมหะที่ไม่เหมาะสม อรียาภรณ์ นิรันดร์กานต์ โรงพยาบาลขามทะเลสอ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : การเก็บเสมหะส฽งเพาะเชื้อเป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งของการเฝูาระวังการติดเชื้อของผู฾ปุวยระบบทางเดินหายใจตาม มาตรฐานการประกันคุณภาพการรักษาพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลจะต฾องเสียค฽าใช฾จ฽ายจ้านวนมากในการส฽งตรวจไปยังหน฽วยงานภายนอก การเก็บ เสมหะที่เหมาะสมต฽อการการส฽งตรวจทางจุลชีววิทยา ควรเป็นสารข฾นเหนียว (purulent) ซึ่งได฾จากการไอลึกๆออกมาจากปอด ไม฽ใช฽น้้าลาย จึงจะ ท้าให฾ได฾มาซึ่งผลการตรวจทางจุลชีววิทยาที่ถูกต฾องและได฾เชื้อก฽อโรคที่แท฾จริง จากข฾อมูลปีงบประมาณ 2564 และ 2565 พบว฽ามีการส฽งเสมหะเพาะ เชื้อ(Sputum) เป็นจ้านวน 138 และ 162 ตามล้าดับ และพบสิ่งส฽งตรวจที่ไม฽เหมาะสม เป็นจ้านวน 90 และ 138 (ร฾อยละ 57, 85 ) คิดเป็นจ้านวน เงิน27,000 และ 41,400 บาทตามล้าดับ จากข฾อมูลดังกล฽าวพบว฽าเกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณเป็นจ้านวนมาก เนื่องจากการส฽งเพาะเชื้อเสมหะแต฽ ละครั้ง รพ.มหาราชนครราชสีมาคิดค฽าตรวจ ครั้งละ 300 บาท ในปีงบประมาณ 2566 ทางกลุ฽มงานเทคนิคการแพทย์จึงเริ่มท้าการปฏิเสธสิ่งส฽ง ตรวจที่ไม฽เหมาะสม โดยการย฾อมสีแกรม วัตถุประสงค์การศึกษา : เพื่อให฾ได฾เสมหะที่เหมาะสมส้าหรับการส฽งตรวจเพาะเชื้อแบคทีเรียประเภทแอ โรบ วิธีการด าเนินการ :1.ประชุมร฽วมกับทีมคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลขามทะเลสอถึงเกณฑ์การปฏิเสธเสมหะที่ไม฽เหมาะสม พร฾อมแจ฾งให฾ทุกแผนกทราบ มีเกณฑ์การส฽งตรวจ ดังนี้ เสมหะที่เหมาะสม : เม็ดเลือดขาวมากกว฽า 25 เซลล์ ต฽อ low power field และ epithelium cell น฾อยกว฽า 10 เซลล์ ต฽อ low power field (ทั้งนี้ ยกเว฾นผู฾ปุวยที่เป็น pancytopenia ซึ่งจะมีระดับเม็ดเลือดขาวต่้าอยู฽แล฾ว) 2.จัดอบรมวิชาการเรื่อง วิธีการเก็บสิ่งส฽งตรวจที่ถูกต฾อง เพื่อให฾ทราบถึงปัญหาและข฾อเสียในการเก็บสิ่งส฽งตรวจที่ไม฽เหมาะสม ให฾กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจ้าวันและบุคลากรที่เข฾ามาปฏิบัติงานใหม฽ใน ทุกปี 3.จัดท้าแผ฽นปูายวิธีการเก็บสิ่งส฽งตรวจแบบย฽อพร฾อมภาพประกอบติดในจุดที่ให฾ผู฾ปุวยเก็บสิ่งส฽งตรวจที่เป็นเสมหะ เพื่อให฾ผู฾ปุวยเข฾าใจได฾ง฽าย และปฏิบัติได฾อย฽างถูกต฾อง 4.เมื่อพบสิ่งส฽งตรวจที่ไม฽เหมาะสมจะแจ฾งให฾พยาบาลจุดที่ส฽งตรวจทราบ พร฾อมทั้งบันทึกลงในระบบHosXP เพื่อให฾ผู฾ปุวย ได฾เก็บสิ่งส฽งตรวจใหม฽ที่เหมาะสม จึงจะท้าการส฽งตรวจเพาะเชื้อให฾ ผลการศึกษา:ข฾อมูลการปฏิเสธสิ่งส฽งตรวจโดยห฾องปฏิบัติการเดือนตุลาคม 2565 - เดือนกรกฎาคม 2566 สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: 1.ลดค฽าใช฾จ฽ายของโรงพยาบาลในการส฽งตรวจเพาะเชื้อเสมหะ 2.แพทย์สามารถวินิจโรคได฾ถูกต฾อง และสามารถให฾การดูแลรักษาผู฾ปุวยได฾อย฽างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ค าส าคัญ : เชื้อแบคทีเรียประเภทแอโรบ 1000 57 62 57 64 82 74 67 77 85 71 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. แผนภูมิแสดงเสมหะที่ไม่เหมาะสมต่อเดือน เสมหะไม่เหมาะสมต่อเดือน เสมหะที่ Lab ปฏิเสธเอง คิดเป็ น % การปฏิเสธ 5100 6300 5100 7500 6900 8400 5400 3000 6600 3000 0 5000 10000 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ลดค่ำใช้จ่ำยในกำรส่งตรวจ (บำท)


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 312 E9.3 การน าอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช้ซ้ า นันทนา พลสระคู โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โทร. 081-8767640 บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ: การท้าหัตถการทางการแพทย์มีความจ้าเป็นต฾องใช฾อุปกรณ์ร฽วมรักษาหลาย ประเภท เช฽น อุปกรณ์ผ฽าตัด อุปกรณ์ช฽วยระบบทางเดินหายใจซึ่งมีราคาสูง หาซื้อได฾ยาก และมีความเสี่ยงใน การติดเชื้อสูงอุปกรณ์การแพทย์ที่น้ากลับมาใช฾ซ้้าจึงต฾องผ฽านการท้าลายเชื้อและการท้าปราศจากเชื้อถือเป็น กิจกรรมที่ส้าคัญในการปูองกันการติดเชื้อ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต฾องใช฾หลักวิชาการด฾วยความละเอียด รอบคอบ เพื่อให฾มั่นใจว฽าไม฽ก฽อให฾เกิดผลกระทบต฽อผู฾ปุวย เกิดความปลอดภัยสูงสุดจึงได฾พัฒนาระบบการน้า อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้า วัตถุประสงค์: เพื่อให฾เกิดความปลอดภัยจากการใช฾อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้า วิธีการด าเนินการ: (Plan)วางแผนจัดระบบและจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาการน้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้าโดยทีมสหวิชาชีพ, (Do)ก้าหนดเกณฑ์คัดเลือกพิจารณารายการ จัดท้า ทะเบียนบัญชีรายการ ก้าหนดนโยบายการจัดการน้าอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้า ได฾แก฽ การท้าสัญลักษณ์ที่สามารถติดตามเครื่องมือได฾ ระบบการ Re call การประกันคุณภาพและการ ตรวจสอบประสิทธิภาพความปราศจากเชื้อด฾านกลไก ด฾านเคมี และด฾านชีวภาพ การตรวจสอบด฾านความ สะอาด การทดสอบแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ(Pyrogens) การตรวจสอบการใช฾งาน การรักษาสภาพ ความสมบูรณ์การท้างานอุปกรณ์การควบคุมคุณภาพวัสดุ การรายงานเหตุการณ์ไม฽พึงประสงค์ การจัดท้า ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ดีและการชี้แจงผู฾ปุวย, (Check)ก้ากับติดตามการใช฾อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้ง เดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้าโดยใช฾ระบบสารสนเทศ, (Act)ปรับปรุงพัฒนาระบบการจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้าต฽อเนื่อง ผลการศึกษา: อุปกรณ์การแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้าที่ไม฽สามารถท้าความสะอาดได฾ อุปกรณ์ที่ ช้ารุด ทดสอบสภาพการใช฾งานไม฽ได฾สามารถใช฾ได฾น฾อยกว฽าจ้านวนครั้งที่ก้าหนดรอบการน้ากลับมาใช฾ซ้้า จึงควร ก้ากับติดตามการใช฾อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้าเฝูาระวังความเสี่ยงอย฽างน฾อยทุก 3 เดือนและมีระบบตามรอยการใช฾งานทุกครั้งที่เกิดภาระแทรกซ฾อน สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: การน้าอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้า ต฾อง ผ฽านการตรวจสอบคุณภาพด฾านการท้าลายเชื้อและการท้าปราศจากเชื้อให฾อยู฽ในเกณฑ์ที่ได฾มาตรฐานในทุก ขั้นตอนเพื่อให฾เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก฽ผู฾ใช฾งาน ค าส าคัญ: REUSE OF SINGLE-USE MEDICAL DEVICES หรือ SUDs เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช฾ครั้ง เดียวทิ้งกลับมาใช฾ซ้้า


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 313 E9.4 พัฒนาระบบล้างเครื่องมือแพทย์เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดสนิม ลดค่าใช้จ่าย รพ.ครบุรี (KEEP CLEAN CARE) สายพิน มุ฽งจองกลาง หน฽วยงานจ฽ายกลาง โรงพยาบาลครบุรี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ: งานจ฽ายกลางบริการท้าความสะอาดเครื่องมือแพทย์ เฉลี่ยวันละ 412 ชิ้นต฽อวัน พบร฾อยละ 54.82 มีการช้ารุด มีสนิม มีหลุมด้าและคราบปนเปื้อน สาเหตุคือไม฽มีการล฾างอุปกรณ์หลังใช฾งาน ณ จุดบริการ(Pre wash) ก฽อน แยกลงกล฽องส฽งงานจ฽าย ขั้นตอนการล฾างไม฽ได฾มาตรฐานการบริหารงานจ฽ายกลาง(Central Sterile Supply Department; CSSD)การ ผสมน้้ายาล฾างไม฽ถูกต฾องตามเอกสารก้ากับการใช฾งาน(Instruction For Use; IFU) เครื่องมือมีความชื้นก฽อนหีบห฽อเข฾าระบบท้า ปราศจากเชื้อ ค฽าใช฾จ฽ายน้้ายาก้าจัดสนิมเพิ่มขึ้น จึงเกิดการพัฒนาระบบขึ้น วัตถุประสงค์การศึกษา 1.เพื่อพัฒนาระบบล฾างเครื่องมือแพทย์ให฾มีมาตรฐานและลดการเกิดสนิม 2.เพื่อลดค฽าใช฾จ฽ายในการ ล฾างท้าความสะอาดเครื่องมือแพทย์ 3.เพื่อให฾ผู฾ใช฾เครื่องมือมีความพึงพอใจในการใช฾เครื่องมือแพทย์ วิธีการศึกษา: ประชุมวางแผนทีมจ฽ายกลางระหว฽างพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อประจ้าหอผู฾ปุวย (Infection Control Ward Nurse ;ICWN) ทุกแผนก พัฒนาแนวทางการส฽งล฾างเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน CSSD และมี ICWN ก้ากับ เริ่มด้าเนินการตั้งแต฽ 1 ตุลาคม 2565 – 30 มิถุนายน 2566 ด าเนินการ โดยปรับปรุงแนวทางการใช฾น้้ายาและสารขัดล฾างที่ถูกต฾องตามาตรฐาน ก้าหนดขั้นตอนการล฾างตาม IFU ของบริษัท ก้าหนดเครื่องมือแพทย์ที่ต฾องล฾างเครื่องอัลตราโซนิค ตรวจสอบความสะอาด Double check ทุกขั้นตอน พัฒนาแนวทางการท้าให฾เครื่องมือแพทย์แห฾งก฽อนน้าไปหีบห฽อด฾วยการอบลมร฾อน จัดท้าแนวทางการ Pre wash และsprayด฾วยEnzymeก฽อนส฽งล฾าง จัดท้าคู฽มือการล฾างเครื่องมือแพทย์ตาม IFU ของบริษัท ประเมินผล ส้ารวจความ สะอาด การช้ารุด รอยสนิมของอุปกรณ์ ประเมินค฽าใช฾จ฽ายในการล฾างเครื่องมือทุกไตรมาส และประเมินความพึงพอใจของ ผู฾ใช฾งาน ผลการศึกษา: พบเครื่องมือแพทย์ที่ช้ารุดก฽อนและหลังพัฒนา ดังนี้ Forcep 481 และ 17 ชิ้น, Needle holder 25 และ 2 ชิ้น, Arterial clamp 103 และ 2 ชิ้น, Towel clamp 103 และ 3 ชิ้น, กรรไกร 81 และ 1 ชิ้น, Sponge holder forceps 15 ชิ้นและไม฽มีช้ารุด และ proctoscope 3 ชิ้นและไม฽มีช้ารุด ร฾อยละก฽อนและหลังของเครื่องมือแพทย์สะอาด ไม฽มีสิ่งปนเปื้อน เท฽ากับ 54.82 และ 85.22 ร฾อยละก฽อนและหลังของความพึงพอใจของผู฾ใช฾เครื่องมือ เท฽ากับ 60.51 และ 83.51 ร฾อยละก฽อนและหลังของความพึง พอใจของเจ฾าหน฾าที่ปฏิบัติงาน เท฽ากับ 70.50 และ 95.00 จ้านวนการเบิก Surgestain สารเคมีส้าหรับท้าความสะอาดคราบสนิม ลดลง ในปี 2563-2566 เท฽ากับ 12 13 18 และ 3 แกลลอน และค฽าใช฾จ฽ายในการท้าความสะอาดเครื่องมือ ในปี 2563-2566 เท฽ากับ 26,210.52 28,394.73 39,315.78 และ 6552.00 บาท สรุปผลการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: การพัฒนาดังกล฽าวส฽งผลให฾เครื่องมือแพทย์สะอาด ลดค฽าใช฾จ฽ายในการซื้อน้้ายา ล฾างและซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม฽จึงพัฒนาต฽อเนื่องถึงระบบการจัดการเครื่องมือทันตกรรมและห฾องผ฽าตัดต฽อไป ค าส าคัญ : CSSD, IC, ICWN


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 314 E9.5 การปรับปรุงรูปแบบการบันทึกข้อมูลเพื่อ Monitor ยากลุ่มเสี่ยง ภญ. ณฏฐวรรณ จงรักษ์ โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ จังหวัดนครราชสีมา บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ การปฏิบัติงานดูแลผู฾ปุวยที่ได฾รับยากลุ฽มเสี่ยง พบว฽าผู฾ปุวยต฾องได฾รับการติดตามใกล฾ชิดจากพยาบาล การ ติดตามเดิมมีเพียงเอกสาร เพื่อให฾ทีมพยาบาลอ฽านและจดจ้า ท้าให฾ยากต฽อการประเมิน ADRs เนื่องจากยาแต฽ละ รายการมีการติดตามที่ต฽างกัน การปรับปรุงใบ Monitor ที่สะดวกและใช฾งานง฽าย การลดภาระงานในการบันทึก ซ้้าซ฾อน ส฽งผลให฾การติดตาม ADRs มีประสิทธิภาพมากขึ้น วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให฾ผู฾ปฏิบัติงาน Monitor ค฽าวิกฤติ และ ADRs รายงานแพทย์ผู฾ท้าการรักษาได฾อย฽างทันท฽วงที 2.เพื่อปูองกัน หรือลด เหตุการณ์อันไม฽พึงประสงค์ วิธีการด าเนินการ ปี 2549-2552 ประชุมทีมการท้างาน เก็บปัญหาการใช฾เอกสาร ข฾อมูลปัญหาจากทีมพยาบาล จากรูปแบบเอกสารยาก ลุ฽มเสี่ยงที่ผ฽านมา ทั้งการเป็นข฾อมูลในรูปเล฽มในนโยบายยา การเพิ่มข฾อมูลส้าคัญในฉลากยา การมีปฏิทินยากลุ฽มเสี่ยง การเป็นเอกสารฉลากช฽วยให฾กับพยาบาล สรุปปัญหาจาการใช฾ เพื่อตอบโจทย์ผู฾ปฏิบัติงาน แพทย์ พยาบาล ปี 2556-2559 เภสัชกรจัดท้าเอกสารใบ Monitor ปรับรูปแบบจากเป็นเอกสารแจ฾งเตือนให฾ข฾อมูล ซึ่งแยกจากการลง ข฾อมูลการ Monitor ผู฾ปุวย โดยให฾การลงค฽าสัญญาณชีพ การประเมินอาการ ADRs ของยา มาอยู฽ในใบ Monitor ที่มี ข฾อมูลค฽าวิกฤติ ที่เมื่อพยาบาลลงข฾อมูลจะทราบได฾ทันที ว฽าผู฾ปุวยเกิด ADRs (แพทย์และเภสัชกร ร฽วมกันประเมินข฾อมูล ที่จ้าเป็นในใบ Monitor) ปี2560-2562น้าปัญหาการลงข฾อมูลที่ซ้้าซ฾อนเพิ่มภาระงาน ปรับใบ Monitor ให฾เป็นสติก เกอร์เพื่อติดลงใน Nurse’ Note เพื่อให฾พยาบาลลงข฾อมูลที่เดียว ผลการศึกษา การปรับปรุงเอกสารใบ Monitor ยากลุ฽มเสี่ยง ที่มีรายละเอียดการติดตาม การประเมิน ADRs ลดการท้า เอกสารที่ซ้้าซ฾อน ช฽วยส฽งผลให฾การติดตามอาการไม฽พึงประสงค์จากยาติดตามได฾มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพยาบาล ผู฾ใช฾งานมีความพึงพอใจในการใช฾ใบ Monitor แบบใหม฽ ที่สามารถลงข฾อมูลสัญญาณชีพของผู฾ปุวยได฾โดยตรง กรณีที่ เกิด ADRs กับผู฾ปุวย ก็สามารถรายงานแพทย์ได฾อย฽างทันท฽วงที ผู฾ปุวยมีความความปลอดภัย จากการได฾รับการเฝูา ระวังอย฽างต฽อเนื่อง ส฽งผลต฽อการดูแลรักษา และการท้างานเป็นทีมที่ดี ข้อเสนอแนะจากการน าผลการศึกษาไปใช้ การท้าเอกสารเพื่อสื่อสารระหว฽างสหวิชาชีพ เป็นเครื่องมือที่สามารถช฽วยให฾ในการติดตามประเมิน ADRs ของผู฾ปุวยที่ดี และหากมีการติดตามทบทวนกับผู฾ปฏิบัติงาน และมีการสื่อสารกันระหว฽างสหวิชาชีพ เพื่อติดตามการ เสนอรูปแบบเอกสาร หรือเครื่องมือเอื้อที่กับการท้างานของผู฾ปฏิบัติเหมาะสมหรือไม฽ ก็ยิ่งจะท้าใหเกิดประสิทธิภาพใน การใช฾งานสูงสุด ค าส าคัญ : Hight Alert Drugs, ยากลุ฽มเสี่ยง, ใบ Monitor


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 315 E9.6 การ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์ปราศจากเชื้อ สมภูมิ โรจน์หิรัญ แผนก จ฽ายกลาง(CSSD) โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โทร. 089-2852491 บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา: จากการปฏิบัติงานในกระบวนการท้าลายเชื้อและท้าปราศจากเชื้ออุปกรณ์ การแพทย์ พบปัญหาไอน้้าเข฾าไม฽ทั่วถึงในอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นข฾อพับ ตรวจพบเชื้อมากกว฽าเกณฑ์มาตรฐาน ปลายอุปกรณ์ แหลมคมไม฽มีวัสดุปกปูองเกิดการแท฽งทะลุอุปกรณ์ช้ารุด เสี่ยงอันตรายและเสี่ยงต฽อการติดเชื้อเมื่อน้าไปใช฾กับผู฾รับบริการ วัตถุประสงค์: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราศจากเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่เป็นข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคม วิธีการด าเนินการ: Plan วางแผนจัดท้าวิธีการเปิดหรือกางอุปกรณ์การแพทย์ที่เป็นข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคม DO 1.คัดเลือกวัสดุปกปูองส฽วนปลายอุปกรณ์การแพทย์ที่เหมาะสมในการเปิดหรือกาง 2.จัดท้าการ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์ข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคมขนาดเล็ก กลาง ใหญ฽ 3.แบ฽งหน฾าที่รับผิดชอบประจ้าวันในการท้าการ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์ข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคม 4.ให฾ความรู฾และฝึกปฏิบัติการจัดท้าการ์ดกางอุปกรณ์ข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคมแก฽ผู฾ปฏิบัติงาน 5.จัดท้ากล฽องจัดเก็บ Stock การ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์ที่สะดวกพร฾อมใช฾งานแก฽ผู฾ปฏิบัติ 6.สุ฽มตรวจเชื้อบนอุปกรณ์การแพทย์หลังท้าปราศจากเชื้อประจ้าวัน Check 1.สุ฽ม/ส้ารวจการใช฾การ์ดกางอุปกรณ์ข฾อพับ 2.เก็บและวิเคราะห์ข฾อมูลการใช฾การ์ดกางอุปกรณ์ข฾อพับผิดพลาด ได฾แก฽ การเลื่อนหลุด แทงทะลุ ACT 1.น้าเสนอข฾อมูลที่วิเคราะห์ได฾ให฾ทีมผู฾ปฏิบัติรับฟังและหาแนวทางแก฾ไขร฽วมกัน 2.ด้าเนินการปรับปรุงแก฾ไขการใช฾การ์ดกางอุปกรณ์ข฾อพับผิดพลาดซ้้า ผลการศึกษา: จากการจัดท้าการ์ดกางอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ปราศจากเชื้อท้าให฾สามารถกางอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เป็น ข฾อพับและอุปกรณ์ปลายแหลมคมห฽อแยกได฾ดี ช฽วยให฾ไอน้้าเข฾าได฾ทั่วถึงทุกส฽วน ลดการติดเชื้อจากการใช฾อุปกรณ์เครื่องมือ แพทย์ปราศจากเชื้อ ท้าให฾เกิดผลลัพธ์อัตราการเปิดหรือกางอุปกรณ์ข฾อพับเพิ่มขึ้น จาก 88% เป็น 99% ยกเว฾นอุปกรณ์ที่มี การบรรจุหีบห฽อมากว฽า 1 ชิ้นต฽อห฽อต฾องใช฾วัสดุเฉพาะในการถ฽างขยายอุปกรณ์สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: จาก การจัดท้า CQI เรื่องนี้พบมีข฾อจ้ากัดส้าหรับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กหรือใหญ฽กว฽าการ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์อาจมีการเลื่อนหลุด จากการ์ดกางอุปกรณ์ได฾ ควรจัดท้าการ์ดกางอุปกรณ์หลากหลายขนาดให฾เหมาะสมกับอุปกรณ์การแพทย์แต฽ละชนิด การจัดท้า การ์ดกางอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ปราศจากเชื้อแบบซองส้าเร็จรูปเหมาะส้าหรับอุปกรณ์ที่เป็นข฾อพับที่มีขนาดไม฽ใหญ฽มาก เช฽น กรรไกรตัดไหม คีมหนีบเส฾นเลือด เป็นต฾น อุปกรณ์การแพทย์ขนาดใหญ฽ต฾องใช฾การ์ดกางอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ฽ขึ้น และควร บรรจุหีบห฽อเป็นแบบ 1 ชิ้นต฽อ 1 ห฽อ จึงจะสามารถกางอุปกรณ์ข฾อพับได฾ดี ค าส าคัญ: การ์ดกางอุปกรณ์การแพทย์ปราศจากเชื้อ เป็นวัสดุที่ใช฾พยุง ถ฽างขยาย ปกปูองอุปกรณ์การแพทย์ที่สามารถใช฾ใน กระบวนการท้าปราศจากเชื้อได฾


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 316 E9.7 การพัฒนาสื่อวีดิทัศน์เรื่องการปฏิบัติตัวของผู้ปุวยหลังผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลนางรองจังหวัดบุรีรัมย์ ฑิตภากร เกาแกกูล โรงพยาบาลนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ โรคต฾อกระจกนับเป็นปัญหาทางตาที่ส้าคัญของประเทศไทย และเป็นสาเหตุที่ท้าให฾เกิด ภาวะตาบอดมากที่สุด อุบัติการณ์การเกิดโรคพบได฾หลายสาเหตุ แต฽ส฽วนใหญ฽มักเกิดจากการเสื่อมตามวัยในผู฾สูงอายุ จาก สถิติงานหอผู฾ปุวยจักษุ หู คอ จมูก โรงพยาบาลนางรอง ตั้งแต฽ปี พ.ศ. 2563-2565 มีผู฾เข฾ามารับการักษาโรคต฾อกระจกโดย การผ฽าตัดเพื่อเปลี่ยนเลนส์แก฾วตาเทียม จ้านวน 379, 343 และ 360 ราย ตามล้าดับ แต฽พบปัญหาการเกิดภาวะแทรกซ฾อน หลังผ฽าตัดและกลับมารักษาซ้้าในโรงพยาบาลจ้านวน 4 ราย จากภาวะแผลแยกเพราะปฏิบัติตัวไม฽ถูกต฾อง ซึ่งในหน฽วยงาน อาจมีเอกสารค้าแนะน้าการดูแลหลังผ฽าตัดที่เนื้อหาไม฽ครอบคลุม ท้าให฾เข฾าใจคลาดเคลื่อน และการแพร฽ระบาดของไวรัสโควิด -19 มีผลกระทบต฽อการเรียนการสอนแบบกลุ฽มจนถูกแทนที่ด฾วยการเรียนการสอนแบบทางไกลผ฽านแพลตฟอร์มดิจิทัลการ สร฾างสื่อวิดีทัศน์จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมของการวางแผนจ้าหน฽ายที่ดีในการเรียนรู฾ไปในแนวทางเดียวกัน เพิ่มทักษะการ ดูแลผู฾ปุวยอย฽างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อพัฒนาสื่อวีดิทัศน์การปฏิบัติตัวหลังผ฽าตัดต฾อกระจกช฽วยปูองกันภาวะแทรกซ฾อนและลดอัตรา การกลับมารักษาซ้้าในโรงพยาบาล วิธีการด าเนินการ 1. ขั้นวางแผน (P – Plan) ประชุมร฽วมกับทีม วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการสร฾างสื่อวีดิทัศน์ 2. ขั้นปฏิบัติตามแผน (D – DO) พัฒนาและด้าเนินการสร฾างสื่อวิดีทัศน์ 3. ขั้นตอนตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน (C – Check) ตรวจสอบความเหมาะสมชองสื่อวิดีทัศน์ 4. ขั้นปรับปรุง (A – Act) แก฾ไขเนื้อหา ปรับปรุงผลงานและน้าไปใช฾ เครื่องมือที่ใช้แบบประเมินความพึงพอใจของผู฾รับบริการต฽อสื่อวีดิทัศน์เรื่องการปฏิบัติตัวของผู฾ปุวยหลังผ฽าตัดต฾อกระจก ผลการศึกษา ผู฾ตอบแบบสอบถามจ้านวน 50 ราย คิดเป็น เจ฾าหน฾าที่ 10 ราย ผู฾ปุวย 6 ราย ญาติที่ดูแล 34 ราย โดยเจ฾าหน฾าที่ ในหน฽วยงานมีระดับความพึงพอใจอยู฽ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร฾อยละ 97 มีการน้าสื่อวีดิทัศน์ตามแนวทางการปฏิบัติการ พยาบาลไปใช฾ในหน฽วยงานจริงคิดเป็นร฾อยละ 100 สามารถลดภาระงาน ลดระยะเวลาการสอนได฾ผู฾ปุวยมีระดับความพึงพอใจ คิดเป็นร฾อยละ 89.6 และญาติที่ดูแลคิดเป็นร฾อยละ 94 ท้าให฾ผู฾ปุวยและญาติรู฾สึกมั่นใจ เข฾าใจในการดูแลสามารถปฏิบัติได฾จริง โดยสามารถทบทวนความรู฾ที่บ฾านได฾ และอัตราการกลับมารักษาซ้้าในโรงพยาบาลจากการปฏิบัติตัวไม฽ถูกต฾องหลังผ฽าตัดต฾อ กระจก ปี พ.ศ. 2566เป็นศูนย์ สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์สามารถน้าสื่อวีดิทัศน์การปฏิบัติตัวของผู฾ปุวยหลังผ฽าตัดต฾อกระจกไปใช฾กับ ผู฾ปุวยที่ได฾รับการผ฽าตัดทุกราย เจ฾าหน฾าที่สามารถลดภาระงาน และลดการเกิดภาวะแทรกซ฾อนหลังผ฽าตัดและอัตราการกลับมา รักษาซ้้าในโรงพยาบาล ค าส าคัญ : สื่อวีดิทัศน์, ต฾อกระจก


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 317 E9.8 Central Supply เติมเต็มเครื่องมือทางการแพทย์(pull system) สายรุ฾ง สอนนอก โรงพยาบาลคูเมือง บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ปี 2564 พบจ้านวน Re-sterile ทั้งใน รพ. และ รพ.สต. 865 รายการ ปี 2565 612 รายการ อัตราการ Re-sterile สูง สาเหตุจากภาระงานในหน฽วยงานมากท้าให฾ไม฽ได฾จัดเรียงเครื่องมือเข฾าตู฾ FIFO หน฽วยงานเบิกเครื่องมือไปส้ารองจ้านวนมาก ลดการเขียนเบิกบ฽อยและตรวจเช็คก฽อนเบิก บางหน฽วยงานลืมเบิกท้าให฾ ไม฽มีของใช฾ ต฾องไปยืมเครื่องมือทางการแพทย์ในหน฽วยงานอื่น ๆ บางครั้งเบิกเครื่องมือทางการแพทย์ไม฽เพียงพอกับ การใช฾งาน เบิกของฉุกเฉินบ฽อย ไม฽มี Stock กลางส้ารองเครื่องมือต฾องไปขอเบิกจ฽ายกลางนอกเวลา ท้าให฾งานเกิด ความผิดพลาดงาน หรือเกิดความล฽าช฾าในการให฾บริการผู฾ปุวย วัตถุประสงค์การศึกษา : เพื่อลดเครื่องมือทางการแพทย์หมดอายุในหน฽วยงาน, ลดภาระงานการเบิกของของ หน฽วยงานย฽อย วิธีการด าเนินการ : พัฒนาระบบStock ของเครื่องมือทางการแพทย์ โดยมีการน้าระบบโปรแกรมจ฽ายกลาง มาใช฾ใน การดูแลระบบ Stock เครื่องมือทางการแพทย์ปรับความคงสภาพของเครื่องมือแต฽ละชิ้นให฾มีความเหมาะสมกับการ ใช฾งาน ก้าหนดจ้านวน max min ในแต฽ละหน฽วยงานเพื่อความเพียงพอพร฾อมใช฾ ปรับการเบิกจากเขียนกระดาษมา เป็นการยิง QR code เครื่องมือ ที่ใช฾งานแล฾ว โดยหน฽วยงานยิง QR code ใช฾เครื่องมือ จ฽ายกลางจะไปเติมเต็ม เครื่องมือตามรายการที่ยิงใช฾ พร฾อมทั้งจัดเรียง FIFO ให฾แต฽ละหน฽วยงาน หน฽วยงานจ฽ายกลางดูแลการเติมเต็มเครื่องมือ ทุกวัน และมีการจัดเตรียมตู฾ Stock กลางไว฾ที่หอผู฾ปุวยชั้น 2 ให฾เบิกนอกเวลาท้าการ หน฽วยงานจ฽ายกลางใช฾ BI ในการ บริหารจัดการข฾อมูลในโปรแกรมจ฽ายกลาง มีข฾อมูลชุดเดียวกัน สามารถบริหารจัดการได฾ง฽าย ดูข฾อมูลได฾ Realtime ผลการศึกษา : หน฽วยงานจ฽ายกลางที่ดูแลเครื่องมือทางการแพทย์สามารถดูแลยอดการใช฾ของแต฽ละหน฽วยงานในแต฽ ละวัน และสามารถจัดเตรียมเครื่องมือไปเติมเต็มให฾แต฽ละหน฽วยงานตามยอดการเบิกใช฾งาน มีการลดการส้ารอง เครื่องมือในหน฽วยงาน โดยมี stock กลางหลักนอกเวลา จ้านวน re-sterile ลดลง ปี2566 185 รายการ, อัตราความ พึงพอใจของเจ฾าหน฾าที่หน฽วยงานจ฽ายกลาง 95% (5% ต฾องจัดเรียงของเข฾าตู฾ทุกหน฽วยงาน), อัตราความพึงพอใจของ เจ฾าหน฾าที่หน฽วยงานรับบริการ 100%(ไม฽ต฾องเบิกของ ไม฽ต฾องเช็คของ) สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: ระบบStockของเครื่องมือทางการแพทย์ โดยการน้าโปรแกรมจ฽ายกลาง มาใช฾ และระบบการเติมเต็มเครื่องมือทางการแพทย์ (Full System) การมีStockส฽วนกลาง เพื่อลดจ้านวนStockที่ หน฽วยงาน จ฽ายกลางไม฽ต฾องตรวจสอบStockเยอะ ลดการ Re-sterile ลดภาระงานของบุคลากรท้าให฾หน฽วยงานย฽อยมี เวลาในการดูแลผู฾ปุวย หรือท้ากิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และเจ฾าหน฾าที่จ฽ายกลาง และหัวหน฾างานมีข฾อมูลในการติดตาม และบริหารจัดการที่ real time ได฾ดียิ่งขึ้น และลดงบประมาณของโรงพยาบาลได฾ ค าส าคัญ : Logistic & Supply Chain Management


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 318 E9.9 How to...ทิ้ง (ทิ้งอย่างไรให้ถูกถัง จัดการอย่างไรให้ถูกวิธี) ปานฝัน ศิริมนตรี โรงพยาบาลคอนสวรรค์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : โรงพยาบาลคอนสวรรค์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง มีเครือข฽าย รพ.สต. 9 แห฽ง ให฾บริการผู฾ปุวยนอกเฉลี่ยวันละ 347 ราย ผู฾ปุวยในเฉลี่ยวันละ 27 ราย อัตราครองเตียงร฾อยละ 84 จากการให฾บริการ ท้าให฾เกิดมูลฝอยมาจากผู฾ปุวยและญาติ และเจ฾าหน฾าที่ รวมถึงจากกระบวนการรักษา จากการส้ารวจพบมูลฝอยทั่วไป ปะปนไปกับมูลฝอยติดเชื้อที่ขนส฽งไปยังโรงพักมูลฝอยติดเชื้อ ปี 2563-2565 มีแนวโน฾มเพิ่มขึ้น 14,845, 23,261 และ 52,229 กิโลกรัม ท้าให฾โรงพยาบาลต฾องมีรายจ฽ายในการจัดการขยะมูลค฽า 268,000 บาทต฽อปี และพบปัญหา ด฾านผู฾มารับบริการและบุคลากรยังทิ้งขยะไม฽ถูกประเภท ท้าให฾ส฽งผลต฽อการคัดแยกตามมา ดังนั้นขยะมูลฝอยต฽างๆที่ เกิดขึ้นในโรงพยาบาลและเครือข฽าย รพ.สต. ต฾องด้าเนินการจัดการตามหลักสุขาภิบาลตามมาตรฐานและ GCH เพื่อให฾ เกิดความปลอดภัยต฽อผู฾ปฏิบัติงานและผู฾มารับบริการ วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาการจัดการมูลฝอยทุกประเภทในโรงพยาบาลให฾ได฾ตามมาตรฐานและเพื่อให฾ผู฾รับบริการและ บุคลากรคัดแยกขยะและทิ้งขยะได฾ถูกประเภท วิธีด าเนินการ : ใช฾กระบวนการ Plan-Do-Check-Action (PDCA) ประกอบด฾วย 1) วางแผนด้าเนินการ (Plan) โดย แต฽งตั้งคณะท้างาน วิเคราะห์สภาพปัญหาด฾วย 5W1H และจัดท้าแผนปฏิบัติการ 2) ด้าเนินการตามแผน (DO) โดย ก้าหนดนโยบายและมาตรการในการด้าเนินงาน, ก้าหนดแนวทางการด้าเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยทุกประเภทใน โรงพยาบาล, พัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งในโรงพยาบาลและเครือข฽ายสุขภาพ 9 รพ.สต., ให฾ความรู฾ผู฾รับบริการ และญาติ ทุกช฽องทาง เช฽น บอร์ด, Website, lineกลุ฽มฯลฯ 3) ประเมินและสรุปผล (Check) ) โดยใช฾เกณฑ์มาตรฐาน GCH (หมวดที่ 2 G : GARBAGE) และแบบประเมินความรู฾ ทัศนคติ และการปฎิบัติเกี่ยวกับการจัดการขยะ 4) ปรับปรุงแก฾ไขและวางแผนการด้าเนินงานใหม฽ต฽อไป (Action) โดยใช฾ CIPP Model ร฽วมกับ SWOT Analysis เพื่อ วิเคราะห์ประเด็นปัญหาและอุปสรรคที่ได฾น้าไปวางแผนด้าเนินการในวงรอบต฽อไป ผลการศึกษา : ผลการจัดการมูลฝอยในโรงพยาบาลคอนสวรรค์ได฾ตามเกณฑ์ GCH การจัดการมูลฝอยทั่วไป มูลฝอยที่ เป็นพิษหรืออันตราย และมูลฝอยติดเชื้อ ผ฽านเกณฑ์ทั้ง 3 ประเภท ผู฾มารับบริการและบุคลากรมีความรู฾เกี่ยวกับ ประเภทของขยะ ตามหลัก 3R สามารถคัดแยกขยะและทิ้งขยะถูกประเภท ร฾อยละ 98.21 ทัศนคติเกี่ยวกับการทิ้ง ขยะ ร฾อยละ 98.80 และการทิ้งขยะถูกประเภทร฾อยละ 80.95 ปี 2566 มีปริมาณขยะติดเชื้อลดลง อยู฽ที่ 15,0791 กิโลกรัม คิดเป็น เงิน 134,204 บาท และเกิดนวัตกรรม “กองทุนขยะบุญ” “ต฾นแบบแหล฽งเรียนรู฾สวนผักโรงพยาบาล จากปุ฻ยหมักชีวภาพ” สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : เมื่อบุคลากรและผู฾มารับบริการมีความรู฾และเกิดความตระหนัก และ สามารถทิ้งขยะถูกประเภท โรงพยาบาลได฾ผ฽านเกณฑ์GCH การด้าเนินงานควรมีการพัฒนาต฽อเนื่องถึงในระดับชุมชน เพื่อสร฾างกระบวนการมีส฽วนร฽วมในการจัดการขยะอย฽างต฽อเนื่องและยั่งยืนต฽อไป ค าส าคัญ : ขยะ, การคัดแยกขยะ, การจัดการขยะ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 319 E9.10 โปรแกรมระบบการบริหารพัสดุ(Parcel Management System) นิรุทธ์ ระวันประโคน นักจัดการงานทั่วไปช้านาญการ โรงพยาบาลหนองกี่อ้าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 0910166121 Email [email protected] บทคัดย่อ โรงพยาบาลหนองกี่ เป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 60 เตียง มีรายการพัสดุจ้านวนมาก ระบบ เดิมในการบันทึกข฾อมูลพัสดุใช฾โปรแกรม Microsoft office Excel ต฾องบันทึกหลายแบบฟอร์มและซ้้าซ฾อนไม฽ สามารถออกรายงานได฾สะดวกรวดเร็วครบถ฾วนถูกต฾องตามระเบียบพัสดุ ผู฾วิจัยจึงได฾ประดิษฐ์นวัตกรรม โปรแกรมระบบการบริหารพัสดุ (Parcel Management System) วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมส้าหรับ การบริหารพัสดุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงาน ลดระยะเวลาการด้าเนินงานพัสดุ วิธีการพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ ได฾แก฽ การศึกษาระเบียบกระทรวงการคลังว฽าด฾วยการจัดซื้อจัดจ฾างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ระเบียบที่เกี่ยวข฾องในส฽วนการจัดการพัสดุ ขั้นตอนการด้าเนินการตั้งแต฽จุดเริ่มต฾นจนถึงจุดสุดท฾าย ระบบเอกสารที่เกี่ยวข฾องทั้งหมดในทุกขั้นตอน ออกแบบโครงสร฾างระบบสารสนเทศ รายละเอียดข฾อมูลน้าเข฾า การประมวลผลข฾อมูล เขียนโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช฾ โปรแกรม Delphi Ver 10.2, Mysql การ แสดงผลหน฾าจอคอมพิวเตอร์ การออกแบบการแสดงผลรายงาน การทดสอบการใช฾งาน การน้าเข฾าข฾อมูลทีละ รายการ ออกแบบการประมวลผล การแสดงผลหน฾าจอคอมพิวเตอร์ การพิมพ์รายงานในระบบ น้าผลการ ทดสอบมาปรับปรุงโปรแกรม และน้าโปรแกรมไปปฏิบัติงานจริงโดยเจ฾าหน฾าที่พัสดุ ระหว฽าง วันที่ 5 เมษายน 2566 ถึง ปัจจุบัน การวิเคราะห์ข฾อมูลใช฾สถิติเชิงพรรณนา ผลการด าเนินงาน พบว฽า ผู฾ใช฾งานโปรแกรม ปฏิบัติงานได฾รวดเร็วครบถ฾วนถูกต฾องมากขึ้น ดังนี้ การลงทะเบียนพัสดุใหม฽และออกรายงานเดิมใช฾เวลา 40 นาที ระบบใหม฽ใช฾เวลา 5 นาที รายงานส฽งการเงินประจ้าเดือน เดิมใช฾เวลา 30 นาที ระบบใหม฽ใช฾เวลา 1 นาที การออกเอกสารตรวจสอบพัสดุประจ้าปีเดิมใช฾เวลา 3 ชั่วโมง ระบบใหม฽ใช฾เวลา 30 นาที การออกเอกสาร ตรวจสอบข฾อเท็จจริงพัสดุประจ้าปีเดิมใช฾เวลา 1 ชั่วโมง ระบบใหม฽ใช฾เวลา 20 นาที การออกเอกสารจ้าหน฽าย พัสดุประจ้าปีเดิมใช฾เวลา 1 ชั่วโมง ระบบใหม฽ใช฾เวลา 20 นาที ความถูกต฾องครบถ฾วนจากเดิมร฾อยละ 70 ระบบ ใหม฽ร฾อยละ 97 เจ฾าหน฾าที่ผู฾ใช฾งานพึงพอใจร฾อยละ 95 ค าส าคัญ : โปรแกรมระบบการบริหารพัสดุ Parcel Management System การบริหารพัสดุ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 320 E9.11 โครงการรดน้ าต้นไม้อัตโนมัติ ด้วยน้ าทิ้งและน้ าฝน ราชศักดิ์ มะยมทอง และเนตรนภา เมฆสอน โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : รพ.กรุงเทพราชสีมามีปริมาณน้้าทิ้งที่ผ฽านการบ้าบัด 96,000 ลบ.ม/ปี ซึ่งเป็น การสูญเสียน้้าไปโดยไม฽เกิดประโยชน์สูงสุด มีบ฽อกักเก็บน้้าฝนที่โรงพยาบาลมีการหน฽วงระบายน้้าไว฾อีก 20 ลบ.ม รพ.มีการใช฾น้้าประปาเพื่อรดต฾นไม฾ในพื้นที่ปริมาณ 4,800 ลบ.ม / ปีคิดเป็นค฽าใช฾จ฽ายต฽อปีดังนี้ ค฽า น้้าประปา 115,200 บาท ค฽าไฟฟูาส้าหรับปั๊มรดน้้าต฾นไม฾ 1,506 บาท,ค฽าแรงงาน 128,520 บาท , เกิด คาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2,163 kgCO2e อีกทั้งการรดน้้าที่ระดับความชื้นสูง เป็นการสูญเสียน้้าโดยเปล฽าประโยชน์ และท้าให฾เกิดอันตรายต฽อพืชได฾ วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) งดการใช฾น้้าประปาเพื่อรดน้้าต฾นไม฾โดยน้าน้้าฝนและน้้าทิ้งมาใช฾แทนน้้าประปา 100% 2) ใช฾พลังงานทดแทนจาก Solar Cell ในการปั๊มน้้า 100% 3) งดการใช฾แรงงานคนในการรดน้้าต฾นไม฾ จาก 1.02 FTE เป็น 0 FTE 4) ระดับความชื้นในดินอยู฽ในช฽วง 50-69% 5) ไม฽มีค฽าใช฾จ฽ายในการรดน้้าต฾นไม฾ใน พื้นที่โครงการหลังระยะการคืนทุน 6) ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) 2,163 kgCO2e/ปี วิธีการด าเนินการ : Plan: ระดมสมองเพื่อประหยัดพลังงานและการน้าน้้าทิ้งมาใช฾ให฾เกิดประโยชน์สูงสุด DO: ติดตั้งระบบรดน้้าต฾นไม฾อัตโนมัติ วางระบบสูบส฽งน้้าระยะไกล, ติดตั้งสถานีตรวจวัดพารามิเตอร์ในดิน, ติดตั้ง ระบบ Solar Cell ,เขียนโปรแกรม IoT เพื่อให฾ใช฾พลังงานจาก Solar cell เพื่อปั๊มน้้า,ใช฾ระบบ IOT ในการ Monitor ค฽าความชื้นในดินหากค฽าความชื้น < 50% RH ระบบจะรดน้้าต฾นไม฾ให฾อัตโนมัติ และหยุดปั๊มน้้า เมื่อ ค฽าความชื้น > 60% RH และน้าข฾อมูลลงในระบบ Data base ของ โรงพยาบาลได฾Check: ตรวจสอบความ เที่ยงตรงของสถานการณ์ท้างานต฽าง ๆ เป็นรายวันเป็นเวลา 1 เดือน และมีการติดตามเป็นรายเดือนภายหลัง จากนั้น Act: การวางแผนที่จะน้าผลงานไปขยายผลไปยังพื้นที่สีเขียวอื่น ๆของโรงพยาบาล /รพ. ในเครือ, และน้าระบบ IoT ไปใช฾กับระบบอื่น ๆ ในโรงพยาบาล ผลการศึกษา : 1) B/C Ratio = 0.99 ความสามารถในการคืนทุน 245,000 / 245,226 = 0.99 ปี (1 ปี) 2) น้า น้้าฝน และน้้าทิ้งมาใช฾ในการรดน้้าต฾นไม฾แทนน้้าประปา 100% 3) ใช฾พลังงานไฟฟูาจากพลังงานทดแทน Solar Cell ในการรดน้้าต฾นไม฾ 100% 4) งดการใช฾แรงงานคน จาก 1.02 FTE เป็น 0 FTE 5) วัตถุประสงค์ที่ อยู฽ในขั้นตอนการ Monitoring ได฾แก฽ การลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ (Carbon Footprint) ให฾ได฾ตาม Target สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : นวัตกรรมนี้สามารถลดทรัพยากรน้้าประปาและไฟฟูาเพื่อใช฾ใน การรดน้้าต฾นไม฾ได฾จริง ความชื้นในดินอยู฽ที่ 50-69 %RH ลดการใช฾แรงงานคน เครื่องมือมีความเที่ยงตรง ทั้งนี้ วางแผนขยายไปยังพื้นที่สีเขียวอื่น ๆ ของโรงพยาบาลและโรงพยาบาลในเครือ ค าส าคัญ : Internet of Things (IoT)


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 321 E9.12 โปรแกรมเช็ค stockคลังยาและวันหมดอายุยา ปริญญา บัวบาน โรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพต้าบลขนงพระใต฾ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : โรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพต้าบลขนงพระใต฾ ได฾มีการปฏิบัติงานด฾านเภสัชกรรม มี ระบบการเบิกจ฽ายยา เป็นประจ้าทุกเดือน ได฾พบปัญหาต฽าง ๆ เช฽น ปัญหาstockยาไม฽ตรงกับจ้านวนยาที่มีอยู฽จริง ปัญหาในการใช฾เวลาระยะเวลามากในการตัด stock card แบบวิธีเดิม,ปัญหาพบยาหมดอายุ ซึ่งในปัจจุบันระบบ เทคโนโลยีด฾านสารสนเทศเข฾ามามีบทบาทในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น มีระบบฐานข฾อมูลที่เกิดขึ้นจากการบันทึก ข฾อมูลด฾านสารสนเทศ โดยนวัตกรรม “โปรแกรมเช็ค stockคลังยาและวันหมดอายุยา” อาศัยแนวคิดมาจากการตัด stockสินค฾าของ ร฾านสะดวกซื้อ ในปัจจุบัน ที่มีการสร฾างระบบ stock สินค฾า ,การตัด stockสินค฾าผ฽านการใช฾เครื่อง สแกนบาร์โค฾ด ประกอบกับการที่ รพ.สต. มีระบบการคีย์วัคซีนโควิด-19 โดยการสแกนบาร์โค฾ด ท้าให฾มีอุปกรณ์ พร฾อม ที่ใช฾พัฒนานวัตกรรม ดังนั้นจึงได฾จัดท้านวัตกรรม นี้ขึ้นเพื่อต฾องการให฾ stockยาตรงกับยาที่มีในปัจจุบัน ต฾องการลด ภาระงาน ลดระยะเวลาในการตัด stockยา และลดความเสี่ยงในการจ฽ายหมดอายุให฾คนไข฾ วัตถุประสงค์: 1) เพื่อลดภาระการท้างานของบุคคลากรใน รพ.สต. 2) เพื่อความสมบูรณ์และถูกต฾องแม฽นย้า ของ การเบิกจ฽ายยา และ stockคลังยา วิธีการด าเนินการ : 1) ประชุมทีมเจ฾าหน฾าที่บุคลากร ร฽วมกับเภสัชกร ประจ้า รพ.สต. ร฽วมปรึกษา/หาทางแก฾ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น 2) เริ่มวางแผน แก฾ไขปัญหา หาความรู฾ เพื่อจัดท้าโปรแกรมฯ 3) เตรียมอุปกรณ์ที่ใช฾ ได฾แก฽ คอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนบาร์โค฾ด โปรแกรมMicrosoft excel 4) จัดท้าโปรแกรมฯ และค฾นหาของผิดพลาดของโปรแกรมฯ 5) ทดลองใช฾โปรแกรมฯ ปรับปรุงแก฾ไขระบบทดลอง 6) น้าโปรแกรมฯ มาใช฾จริงในคลังยา รพ.สต. ผลการศึกษา : กลุ฽มเปูาหมาย คือ จ้านวนบุคลากร ใน รพ.สต.ขนงพระใต฾จ้านวน 10 คน ผลการศึกษา พบว฽า บุคลากรมีความพึงพอใจด฾านการภาระงานลดลง สะดวก ประหยัดเวลา ในการเบิกจ฽ายยา อยู฽ในระดับมากที่สุด ร฾อย ละ 88.8, ความพึงพอใจด฾านลดการน้ายาหมดอายุก฽อนไปใช฾ อยู฽ในระดับมากที่สุด ร฾อยละ 77.47 และความพึงพอใจ ด฾านมียาเพียงพอในการจ฽ายยา อยู฽ในระดับมากที่สุด ร฾อยละ 66.6 ซึ้งสอดคล฾องกับวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระการ ท้างานของบุคคลากรใน รพ.สต. สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : นวัตกรรมนี้เป็นการพัฒนา ระบบคลังยาให฾มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ท้าให฾มีความสะดวกในการเบิกยา ลดภาระงานของบุคคลกรใน รพ.สต. ซึ่งนวัตกรรมนี้ยังเป็นระบบที่ใช฾ใน รพ.สต. ขนงพระใต฾ จึงอยากเผยแพร฽ไป ใช฾ภายใน สสอ.ปากช฽อง แต฽ยังมีข฾อผิดพลาด ในกรณีที่ พบว฽า ยามีหลายบริษัท ไม฽ สามารถสแกนยาได฾ หลายตัว และยังไม฽มีการจัดท้าในรายการของเวชภัณฑ์มิใช฽ยา จึงควรพัฒนาควบคู฽กันไป ค าส าคัญ : ยา, ระบบคลังยา, การเบิกจ฽ายยา


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 322 E9.13 เพิ่มความมั่นใจ Authen code ครบถ้วน กาญจนา ค้าสุภาพ โรงพยาบาลโนนนารายณ์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ปีงบประมาณ 2566 กองทุนส้านักงานหลักประกันสุขภาพแห฽งชาติ(สปสช) มีนโยบายให฾ผู฾รับบริการยืนยันตัวตน (Authen code) ก฽อนเข฾ารับบริการในสถานพยาบาล ประเภท การ รักษาพยาบาล การส฽งเสริม การปูองกัน การฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งสถานพยาบาลต฾องลงทะเบียนผู฾รับบริการพร฾อมกับ Authen code ทุกรายที่มีการเรียกเก็บค฽าบริการทางการแพทย์จากสปสช. มีระยะเวลาการลงทะเบียนเพิ่มจากเดิม 1-3 นาที/ราย และหากผู฾รับบริการไม฽น้าบัตรประชาชนตัวจริงมา จะต฾องถ฽ายภาพบุคคลทุกราย ในสองไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 2566 มีการอุธรณ์ข฾อมูลผู฾รับบริการไม฽ Authen code จ้านวน 522 ราย ส฽งผลกระทบต฽อการถูก ปฏิเสธจ฽ายชดเชยค฽าบริการทางการแพทย์ได฾ เพื่อลดผลกระทบและปูองกัน ความผิดพลาด หรือลืม Authen code ผู฾รับบริการ จึงท้ารายงานตรวจสอบการ Authen code ขึ้น เดิมตรวจสอบข฾อมูลด฾วยการท้ารายงานส้าเร็จใน HOSxP ประมาณ 15 รายงาน(แยกตามหมวดที่เรียกเก็บชดเชยฯ) ซึ่งผู฾ตรวจสอบต฾องใช฾เวลาหนึ่งชั่วโมงในการตรวจสอบ ดังนั้น งานประกันสุขภาพจึงเล็งเห็นความส้าคัญและค฾นหาวิธี เพื่อให฾เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน จึงใช฾ โปรแกรมเชื่อมตรวจสอบข฾อมูลผู฾รับบริการที่ไม฽ Authen code แบบรวดเร็ว ถูกต฾อง และทันเวลา วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อตรวจสอบข฾อมูลผู฾รับบริการที่ไม฽มีการ Authen code 2) เพื่อให฾เจ฾าหน฾าที่ ผู฾ปฏิบัติงานท้าบัตรผู฾รับบริการและ Authen code ถูกต฾องครบถ฾วน 100% วิธีด าเนินการ : 1) login เข฾าโปรแกรม HOSxP PCU XE เลือกแผนกฝุายเวชระเบียน และคลิกเมนู OPD Registry หมวดย฽อย Visit List 2) พิมพ์ข฾อมูล วันที่ที่ต฾องการตรวจสอบคลิกเมนูTask หมวดย฽อยตรวจสอบรหัส Aunt Code แล฾วปิดโปรแกรม 3) เข฾าโปรแกรม HOSxP ตรวจสอบในรายงาน ซึ่งข฾อมูล จะ link รายชื่อ คงเหลือที่ไม฽ Authen code และ4. ท้าการขอ Authen code ในระบบ ส้านักงานหลักประกันสุขภาพแห฽งชาติ ผลการศึกษา : การตรวจสอบการ Authen code ผู฾รับบริการ มีแนวโน฾มความครบถ฾วนมากขึ้น ซึ่ง เดือนตุลาคม 2565 มีค฽าต่้าสุด ร฾อยละ 0.43 และ เดือน สิงหาคม 2566 มีค฽าสูงสุด ร฾อยละ 99.92 ซึ่งงานประกันสุขภาพ ได฾น้า โปรแกรมมาใช฾ในการตรวจสอบข฾อมูล เริ่มต฾นเดือนสิงหาคม 2566 ท้าให฾ข฾อมูลมีความครบถ฾วนมากยิ่งขึ้น ไม฽ถูก ปฏิเสธจ฽ายชดเชยค฽าบริการทางการแพทย์จากกองทุน สปสช. สรุปการศึกษาและน าไปใช้ประโยชน์: 1) มีระบบตรวจสอบการการ Authen code Realtime 2) เจ฾าหน฾าที่ Authen code ผู฾รับบริการครบถ฾วนทุกราย 3) ไม฽ถูกปฏิเสธจ฽ายชดเชยค฽าบริการทางการแพทย์จาก สปสช. ค าส าคัญ : Authen code, ผู฾รับบริการ, สปสช


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 323 E9.14 Forward IMC Delivery information ปณยา พรมสูงยาง กลุ฽มงานกายภาพบ้าบัด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ การดูแลผู฾ปุวยระยะกึ่งเฉียบพลัน (Intermediate care; IMC) เป็นการดูแลผู฾ปุวยใน ระยะฟื้นฟูประกอบด฾วย 4 กลุ฽มโรค คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ โรคบาดเจ็บทางไข สันหลัง และกลุ฽มผู฾ปุวยกระดูกสะโพกหัก จากการเก็บข฾อมูลผู฾ปุวยระยะกึ่งเฉียบพลันของกลุ฽มงานกายภาพบ้าบัด พบว฽า มีปัญหาด฾านการส฽งต฽อข฾อมูล ขาดการติดตามดูแลผู฾ปุวยอย฽างต฽อเนื่องตั้งแต฽ระยะนอนโรงพยาบาล จนถึงระยะ ออกจากโรงพยาบาลส฽งผลให฾ผู฾ปุวยไม฽ได฾รับการรักษาที่เหมาะสมในระยะ 6 เดือนแรกของการฟื้นฟู ท้าให฾ผู฾ปุวยมี ภาวะพึ่งพิงสูงขึ้นและมีความสามารถในการช฽วยเหลือตนเองลดลง ทีมนักกายภาพบ้าบัดเห็นถึงความส้าคัญในการ พัฒนารูปแบบการจัดเก็บข฾อมูล ให฾มีความสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุม 4 กลุ฽มโรค ตามนโยบายของกระทรวง สาธารณสุข วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อพัฒนาการส฽งต฽อ การตอบกลับข฾อมูลและผลลัพธ์การให฾บริการทางกายภาพบ้าบัดใน ผู฾ปุวยระยะกึ่งเฉียบพลัน วิธีการด าเนินการ พัฒนาจัดท้ารูปแบบการเก็บข฾อมูลและบันทึกเวชระเบียนในการดูแลผู฾ปุวยระยะกึ่งเฉียบพลันใน รูปแบบ PT Data Center โดยแสกนข฾อมูลทาง Google form ผ฽านฐานการเก็บข฾อมูลด฾วยโปรแกรม Google sheet เพื่อส฽งต฽อและตอบกลับข฾อมูลระหว฽างนักกายภาพบ้าบัดในโรงพยาบาลและนักกายภาพบ้าบัดชุมชน โดยมีตัวชี้วัด แบ฽งเป็น ระยะนอนโรงพยาบาล คือ 1. มีการบันทึกข฾อมูลครบถ฾วนและส฽งต฽อข฾อมูลหลังจ้าหน฽าย ร฾อยละ 100 2. สอน home program ร฾อยละ 80 ระยะหลังจ้าหน฽าย คือ 1. มีการตอบกลับข฾อมูลผู฾ปุวยครบถ฾วน ร฾อยละ 100 2. ผู฾ปุวยไม฽ เกิดภาวะแทรกซ฾อน ข฾อติด ร฾อยละ 80 3. ผู฾ปุวยมีความสามารถในการด้าเนินชีวิตประจ้าวันเพิ่มขึ้น 1 ระดับ ร฾อยละ 80 4. ผู฾ปุวยมีคะแนน JH-activity and mobility เพิ่มขึ้น 2 ระดับ ร฾อยละ 80 ผลการศึกษา จากการด้าเนินงาน 5 เดือน พบว฽า มีการบันทึกและส฽งต฽อข฾อมูลท้าให฾การติดตามผู฾ปุวยครบถ฾วน คิดเป็น ร฾อยละ 100 ผู฾ปุวยและผู฾ดูแลหลักได฾รับการสอน home program คิดเป็นร฾อยละ 93 ระยะหลังจ้าหน฽าย มีการตอบ กลับข฾อมูลจากชุมชน คิดเป็นร฾อยละ 100 ผู฾ปุวยไม฽เกิดภาวะแทรกซ฾อน คิดเป็นร฾อยละ 83 ผู฾ปุวยมีภาวะพึ่งพิงลดลง อย฽างน฾อย 1 ระดับ คิดเป็นร฾อยละ 58 ผู฾ปุวยมีคะแนน JH-activity and mobility เพิ่มขึ้น 2 ระดับ คิดเป็นร฾อยละ 70 มีการตอบกลับข฾อมูลจากโรงพยาบาลส฽วนของ OPD คิดเป็นร฾อยละ 100 ผู฾ปุวยไม฽เกิดภาวะแทรกซ฾อน คิดเป็นร฾อย ละ 80 ผู฾ปุวยมีภาวะพึ่งพิงลดลงอย฽างน฾อย 1 ระดับ คิดเป็นร฾อยละ 70 ผู฾ปุวยมีคะแนน JH-activity and mobility เพิ่มขึ้น 2 ระดับ คิดเป็นร฾อยละ 60 สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์นักกายภาพบ้าบัดชุมชนเข฾าถึงข฾อมูลได฾ง฽าย สะดวก รวดเร็ว ทราบถึง ความก฾าวหน฾าการรักษาทางกายภาพบ้าบัดหลังผู฾ปุวยถูกจ้าหน฽ายออกจากโรงพยาบาล และสามารถพัฒนาโปรแกรม ในการบันทึกข฾อมูลน้าไปสู฽การขยายผลในการส฽งต฽อข฾อมูลสู฽เครือข฽ายโรงพยาบาลชุมชนต฽อไปได฾ ค าส าคัญ การส฽งต฽อข฾อมูล, ผู฾ปุวยระยะกึ่งเฉียบพลัน (IMC), google form, google sheet


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 324 9.15 IPD Paperless ระบบการจัดการผู้ปุวยในอัจฉริยะ ภาลินี ตอพล โรงพยาบาลภักดีชุมพล บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : IPD Paperless เป็นนวัตกรรมการจัดการ เพื่อยกระดับคุณภาพองค์กรไปสู฽องค์กร ดิจิตอล ระบบ IPD Paperless ของโรงพยาบาลภักดีชุมพล สร฾างขึ้นจากการเล็งเห็นปัญหาในการบริการผู฾ปุวยใน แบบเดิม ที่ใช฾กระดาษในการบันทึกข฾อมูลของแพทย์ ในรูปแบบของชาร์ทผู฾ปุวย การส฽งต฽อข฾อมูลให฾กับทีมสหวิชาชีพ อาจท้าให฾เกิดความคลาดเคลื่อน ล฽าช฾า จากการบันทึกและการอ฽าน รวมถึงการสิ้นเปลืองทรัพยากรที่ใช฾ท้าเวชระเบียน ผู฾ปุวย บุคลากรพยาบาลต฾องใช฾เวลาส฽วนใหญ฽ในการท้าชาร์ท และเก็บเวชระเบียนผู฾ปุวย ดังนั้นระบบ IPD Paperless เป็นระบบจัดการผู฾ปุวยในแบบอัจฉริยะ น้าเทคโนโลยีดิจิตอล มาพัฒนาเชื่อมโยงข฾อมูลการรักษาของผู฾ปุวยในทั้งหมด เพิ่มความรวดเร็ว แม฽นย้า ลดภาระงานของบุคลากรในการบริการผู฾ปุวยใน และยังช฽วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสาร ได฾อีกด฾วย วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อเชื่อมต฽อข฾อมูลของผู฾ปุวยในรูปแบบดิจิตอล สู฽ Smart Hospital 2) จัดเก็บ ข฾อมูลในรูปแบบดิจิตอลทดแทนกระดาษ 3) ลดความคลาดเคลื่อนของข฾อมูล 4) ลดภาระงานการบันทึกข฾อมูลและ การจัดเก็บข฾อมูล วิธีการด าเนินการ : 1) ประชุมคณะกรรมการ HRD และ IM เพื่อวางแผนขั้นตอนการด้าเนินงาน 2) ศึกษาดูงาน IPD Paperless 3) ขั้นตอนเตรียมการ 3.1) ประชุมคณะกรรมการ IM และทีมงาน ที่เกี่ยวข฾อง ในการลงข฾อมูล 3.2) จัดซื้ออุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ที่จ้าเป็นต฽อการใช฾งาน 4) ขั้นตอนด้าเนินงาน 4.1) งาน IM ประสานกับแม฽ข฽ายการลง โปรแกรมระบบ IPD Paperless 4.2) เจ฾าหน฾าที่ทดสอบระบบการใช฾งาน 5) ก้ากับ ติดตาม ทบทวนการปฏิบัติงาน วางแผนแก฾ไข ร฽วมกับทีม ทุก 1 เดือน ผลการศึกษา : 1) เก็บข฾อมูลที่ครบถ฾วนสมบูรณ์ สามารถเรียกดูข฾อมูล ได฾ง฽ายแทนการค฾นหาเอกสาร 2) สื่อสาร ส฽ง ต฽อข฾อมูลได฾ครบถ฾วนสมบูรณ์ ลดความคลาดเคลื่อนการอ฽านตัวหนังสือ เข฾าใจง฽าย และรวดเร็ว 3) ลดระยะเวลาการรอ คอยจาก 2 ชม. คงเหลือ 1 ชม. ก฽อนจ้าหน฽ายกลับบ฾าน 4) อัตราความพึงพอใจของผู฾ปุวยใน และเจ฾าหน฾าที่ เพิ่มขึ้น ร฾อยละ 87.72 , 95 ตามล้าดับ 5) งานด฾านเอกสารลดลง ร฾อยละ 70 6) ลดต฾นทุนทรัพยากรสิ้นเปลือง โดยเฉลี่ย 4026 บาท ลดลงเหลือ 1258 บาท/เดือน 7) ลดพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสาร ด฾านเวชระเบียน คิดเป็น ร฾อยละ 70 สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : โรงพยาบาลภักดีชุมพลเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได฾น้าระบบ IPD Paperless เข฾ามาจัดการเชื่อมโยงข฾อมูลทั้งหมดของงานผู฾ปุวยใน ให฾ก฾าวเข฾าสู฽ Smart Hospital อย฽างสมบูรณ์ จาก การเล็งเห็นปัญหาในการบริการผู฾ปุวยในแบบเดิม ที่ใช฾กระดาษในการบันทึกข฾อมูลเป็นระบบการจัดการแบบอัจฉริยะ โดยน้าเทคโนโลยีดิจิตอล เข฾ามาพัฒนาการเชื่อมโยงกับข฾อมูลการรักษาของผู฾ปุวยในทั้งหมด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การรักษา เพิ่มความรวดเร็ว แม฽นย้า ของการบริการ จัดเก็บเอกสารเป็นระเบียบและลดพื้นที่ในการเก็บเวชระเบียน ลดภาระงานของบุคลากร ผู฾รับบริการและเจ฾าหน฾าที่พึงพอใจมากขึ้น ค าส าคัญ : Paperless, ระบบการจัดการผู฾ปุวยในอัจฉริยะ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 325 E9.16 การพัฒนาระบบจัดเก็บรายได้ค่ารักษาพยาบาลและการก ากับติดตาม TPS โรงพยาบาลพิมาย ปิยาวดี ประสงค์สุธน กลุ฽มงานประกันสุขภาพ และคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาลพิมาย บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา : จากสถานการณ์การเงินบัญชีเงินบ้ารุงคงเหลือ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 บัญชีรายได฾ - รายจ฽ายติดลบ (- 6,322,929.83 บาท) ผลประเมิน TPS (Total Performance score) อยู฽ใน ระดับ F โรงพยาบาลพิมายจึงก้าหนดเข็มมุ฽ง “พัฒนาสู฽ความมั่นคงด฾านการเงินการคลัง”โดย พัฒนาระบบการจัดเก็บ รายได฾ ค฽ารักษาพยาบาล มาตรฐาน (4S4C) และการก้ากับ ติดตาม นโยบายด฾านการเงิน-การคลัง ตามเกณฑ์ TPS วัตถุประสงค์ : เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได฾ขององค์กร ผลการด้าเนินงานการจัดเก็บรายได฾จาก สปสช. ไม฽ น฾อยกว฽า รพ. M2 ใกล฾เคียง M1 เงินบ้ารุงคงเหลือไม฽ติดลบ และผลการประเมิน TPS ระดับ B ขึ้นไป วิธีการด าเนินการพัฒนา : 1) ทบทวนการจัดบริการร฽วมกับคณะกรรมการโรงพยาบาลเพื่อให฾เกิดรายได฾ เช฽น การ ผ฽าตัด,การรับผู฾ปุวยในวิกฤต, การรับผู฾ปุวยส฽งต฽อจากโรงพยาบาลเครือข฽าย เป็นต฾น 2) ชี้แจงนโยบายด฾านการเงิน-การ คลัง ด้าเนินงานตามเกณฑ์และก้ากับ ติดตามผล TPS ต฽อคณะกรรมบริหารทุกเดือน 3) ทบทวนระบบการจัดเก็บ รายได฾ เพื่อให฾การจัดเก็บรายได฾ค฽ารักษาพยาบาล เป็นไปตาม planfin โดยพัฒนาตามมาตรฐาน (4S4C) ได฾แก฽ จัดท้า โครงสร฾างการจัดเก็บรายได฾ (Structure) จัดตั้งคณะกรรมการจัดเก็บรายได฾ 4) จัดระบบงานจัดเก็บในการเรียกเก็บ ทุกกองทุน (System) ปฏิบัติงานตาม Flow chart การบันทึกข฾อมูลลูกหนี้ผู฾ปุวยนอกผู฾ปุวยใน ในแต฽ละสิทธิให฾ถูกต฾อง และเป็นปัจจุบัน 5) ก้าหนดบุคลากรในการจัดเก็บรายได฾ค฽ารักษาพยาบาล (Staff) 6) การพัฒนาทักษะ (Skill) โดย จัดอบรมพัฒนาระบบการจัดเก็บรายได฾ค฽าบริการทางการแพทย์, จัดอบรมการพัฒนาระบบฐานข฾อมูลโรงพยาบาล การ Mapping ค฽ารักษาพยาบาลให฾กับเจ฾าหน฾าที่ที่เกี่ยวข฾อง 7) การติดตามการบันทึกข฾อมูลกิจกรรมการรักษา (Care) ความสมบูรณ์ เวชระเบียน 8) การให฾รหัสโรค รหัสหัตถการให฾ถูกต฾องและครบถ฾วน (Code) มีระบบการทวน สอบ (Audit) 9) จัดระบบการเบิกชดเชยแต฽ละกองทุนให฾มีประสิทธิภาพ (Claim) ร฽วมกับกลุ฽มงานสารสนเทศทาง การแพทย์ อบรมการติดตั้งและใช฾งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Authentication Code การยืนยันตัวตนผู฾รับบริการ น้า โปรแกรม H-soft, K@MECC, AAA มาใช฾ในการส฽งเบิกชดเชย 10) ก้าหนดการส฽งข฾อมูลลูกหนี้เพื่อบันทึกบัญชี (Account) ร฽วมกับงานการเงิน-บัญชีทบทวนการบันทึกลูกหนี้ให฾เป็นปัจจุบัน โดยด้าเนินการพัฒนา ตั้งแต฽ตุลาคม 2565 - กันยายน 2566 ผลการพัฒนา : ผลประเมินการส฽งเบิกชดเชยค฽ารักษาพยาบาลผ฽าน E-claim (STM 6510-SMT 6608) ไม฽น฾อยกว฽า รพ. M2 ใกล฾เคียง M 1 ผลประเมินเงินบ้ารุงคงเหลือจากเขตสุขภาพที่ 9 (R9hmoney ข฾อมูล ณ สิงหาคม 2566) เงิน บ้ารุงคงเหลือ 49.9 ล฾านบาท คงเหลือมากกว฽า รพ.ระดับเดียวกันในจังหวัดนครราชสีมา และ ผลประเมิน TPS อยู฽ใน ระดับ A


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 326 E9.17 การพัฒนากระบวนการบรรจุเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของหน่วยจ่ายกลาง โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ปี 2566 พลอยชมพู แก฾ววิเศษ หน฽วยจ฽ายกลาง โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา หน฽วยงานจ฽ายกลางให฾บริการดูแลท้าความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งจัดและ บรรจุหีบห฽อเครื่องมือเพื่อท้าให฾ปราศจากเชื้อ จากการด้าเนินงานในปี 2564-2565 พบว฽า มีอุบัติการณ์บรรจุ เครื่องมือผิดท้าให฾เครื่องมือไม฽พร฾อมใช฾เมื่อเปิด Set อุปกรณ์มา พบว฽า อุปกรณ์ไม฽ครบเท฽ากับ 26 ครั้ง และ 43 ครั้ง จากจ้านวนเครื่องมือปราศจากเชื้อทั้งหมด ปี 64= 57072 ,ปี 65= 38,050 set คิดเป็นร฾อยละ 0.46 และ 0.11 ตามล้าดับ ซึ่งส฽งผลต฽อการเปิด Set เครื่องมือใหม฽และสิ้นเปลืองทรัพยากร มีวัตถุประสงค์เพื่อลด อุบัติการณ์การบรรจุเครื่องมือผิด การวิจัยเชิงพัฒนา กลุ฽มตัวอย฽างที่ศึกษาเป็น Set เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีการบรรจุ หีบห฽อจ้านวน 60,922 set โดยท้าการเก็บข฾อมูลจากรายงานอุบัติการณ์บรรจุเครื่องมือผิดจากหน฽วยงานต฽างๆ และจัดท้าคู฽มือการปฏิบัติงาน คู฽มือรูปภาพเครื่องมือแต฽ละประเภท เพื่อสื่อสารระหว฽างหน฽วยจ฽ายกลาง และ หน฽วยงานภายในโรงพยาบาล ด้าเนินศึกษาวิจัยระหว฽างเดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2565 จากนั้นน้า ข฾อมูลที่ได฾จากการรายงานอุบัติการณ์บรรจุเครื่องมือผิดจากหน฽วยงานต฽างๆ มาวิเคราะห์ข฾อมูลก฽อนและหลัง พัฒนากระบวนการบรรจุเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยใช฾สถิติเชิงพรรณนาด฾วย จ้านวน และร฾อยละ ผลการวิจัย พบว฽า ในปีงบประมาณ 2566 หลังพัฒนากระบวนการบรรจุเครื่องมือและอุปกรณ์ด฾วย การจัดท้าคู฽มือการปฏิบัติงาน และคู฽มือรูปภาพเครื่องมือแต฽ละประเภท เพื่อใช฾สื่อสารระหว฽างหน฽วยจ฽ายกลาง และหน฽วยงานภายในโรงพยาบาลท้าให฾อุบัติการณ์บรรจุเครื่องมือผิดไม฽พร฾อมใช฾เมื่อเปิด Set อุปกรณ์มา พบว฽า อุปกรณ์ไม฽ครบเท฽ากับ 6 ครั้ง จากจ้านวนเครื่องมือปราศจากเชื้อทั้งหมด 16,871 set คิดเป็นร฾อยละ 0.036 โดยพบการรายงานอุบัติการณ์จากหน฽วยงานผู฾ปุวยใน และห฾องฉุกเฉิน ข฾อเสนอแนะในการน้าผลการศึกษาไปใช฾กระบวนการบรรจุเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ หน฽วยงานต฽างๆในโรงพยาบาล ใช฾เครื่องมือแตกต฽างกัน ต฾องเรียนรู฾การจัดเตรียมเครื่องมือและคิดค฾นวิธีการ ใหม฽ๆเพื่อช฽วยจ้าและลดอุบัติการณ์ ดังนั้นควรมีการจัดท้าขั้นตอนการบรรจุเครื่องมือแต฽ละชนิดไว฾ด฾วยและ ดับเบิ้ลเช็คทุก Set ตามแนวทางที่วางไว฾ เพื่อไม฽ให฾เกิดความผิดพลาดรวมถึงปูองกันการเปิด Set ใหม฽ท้าให฾เกิด ความสิ้นเปลืองทรัพยากร ค าส าคัญ การพัฒนากระบวนการ, การบรรจุหีบห฽อเครื่องมือ, หน฽วยจ฽ายกลาง


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 327 E9.18 การพัฒนารูปแบบการจัดการระบบบ าบัดน้ าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ลลณา ดอกพุฒ โรงพยาบาลบุณฑริก บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : โรงพยาบาลบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด F2 จ้านวน เตียงตามกรอบ 30 เตียง มีการก฽อสร฾างและเปิดใช฾ระบบบ้าบัดน้้าเสียแบบตะกอนเร฽งหรือแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (Activated sludge : AS) ขนาด 45 ลบ.ม. จากการขยายขนาดให฾บริการและเพิ่มปริมาณยูนิตไตเทียม ส฽งผลให฾การ ใช฾น้้าประจ้าวันมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นท้าให฾น้้าเสียที่เข฾าระบบมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นตามล้าดับ โรงพยาบาลบุณฑริกมี การส฽งตรวจคุณภาพน้้าทิ้งทุก 3 เดือนตามมาตรฐานควบคุมการระบายน้้าทิ้งจากอาคาร ซึ่งปัญหาค฽าพารามิเตอร์ที่ไม฽ ผ฽านเกณฑ์มาตรฐานอย฽างต฽อเนื่องและคุณภาพไม฽คงที่คือค฽าสารทั้งหมดที่ละลายน้้า (Total dissolved Solids: TDS) ผู฾ศึกษามองเห็นความส้าคัญของปัญหาการบ้าบัดน้้าเสียและคุณภาพน้้าทิ้งจึงท้าการศึกษาการพัฒนาแนวทางการ จัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อศึกษาบริบทและสถานการณ์การจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก อ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี 2) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก อ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี 3) เพื่อประเมินผลรูปแบบการจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก อ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานีวิธีการด าเนินการ : 1) การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยแบบเชิงปฏิบัติการ 2) พื้นที่ในการศึกษาวิจัย โรงพยาบาลบุณฑริก อ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี 3) ผู฾เข฾าร฽วมวิจัย ผู฾ส฽วนเกี่ยวข฾อง กับการจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริกจ้านวน 30 คน โดยการเลือกตัวอย฽างแบบเจาะจงจากผู฾มีส฽วน เกี่ยวข฾องกับการจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก 4) เครื่องมือที่ใช฾ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ แบบบันทึก ข฾อมูลประจ้าวันของระบบบ้าบัดน้้าเสีย 5) การวิเคราะห์ข฾อมูล จากพารามิเตอร์ของระบบบ้าบัดน้้าเสีย ผลการศึกษา : รูปแบบการจัดการระบบบ้าบัดน้้าเสียโรงพยาบาลบุณฑริก 1) ระบบการเฝูาระวังคุณภาพน้้าทิ้ง 1.1) บันทึกข฾อมูล ประจ้าวันในแบบบันทึก ท.ส.1 ทส.2 1.2) ตรวจคุณภาพน้้าประจ้าวัน ได฾แก฽ ค฽า pH DO BOD SV30 TDS อุณหภูมิ คลอรีนอิสระคงเหลือ 2) การด้าเนินการในการพัฒนาแนวทางการบ้าบัด โดยการเพิ่มบ฽อพักน้้าก฽อนเข฾าสู฽ระบบบ้าบัด ระบบขนาด 107 ลบ.ม.สรุปการศึกษาและการน าไปใช้โยชน์ : ผลการบ้าบัดน้้าเสียของโรงพยาบาลบุณฑริกในปี 2566 คือ pH 8.16 SS <0.01 TDS 338.50 ทีเคเอ็น 11.76 ไขมันและน้้ามัน 2.60 ปริมาณซัลไฟด์ 0.70 บีโอดี 0.59 โคลิฟอร์มแบคทีเรีย <18 ซึ่งผลจากคุณภาพน้้าทิ้งที่ผ฽านเกณฑ์จะส฽งผลต฽อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ลดผลกระทบต฽อคุณภาพของแหล฽งน้้าซึ่งกระจายออกสู฽ชุมชน สามารถน้าผลการศึกษาไปใช฾ในการเฝูาระวังและ ควบคุมคุณภาพน้้าทิ้งในสถานบริการสาธารณสุขได฾ ค าส าคัญ : ระบบบ้าบัดน้้าเสีย, Activated sludge, AS


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 328 E9.19 การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงส าหรับพนักงานโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศรัญญา อุทัยมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา : การมีสุขภาพที่ดีย฽อมก฽อให฾เกิดความพร฾อมในการปฏิบัติงานอย฽าง เต็มความสามารถ ส฽งผลให฾งานออกมามีประสิทธิภาพสูง และเป็นเครื่องบ฽งชี้ถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจัยที่ ส฽งผลกระทบต฽อสุขภาพมีหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมการใช฾ชีวิตประจ้าวัน สภาพแวดล฾อมรวมถึงสิ่งคุกคามต฽างๆ ในพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งทางด฾านกายภาพ เคมี ชีวภาพ และเออร์โกโนมิคส์ ก฽อให฾เกิดปัญหาสุขภาพและการ เจ็บปุวยขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการท้างาน การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงจึงมีความส้าคัญในการช฽วย คัดกรอง เพื่อวางแผนสุขภาพให฾เหมาะสม ทั้งการปูองกัน ส฽งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นแนวทางใน การปรับปรุงสภาพแวดล฾อมการปฏิบัติงานให฾เกิดความปลอดภัยสูงสุดกับพนักงานและผู฾รับบริการ วัตถุประสงค์ : เพื่อคัดกรองสุขภาพของพนักงาน และน้าข฾อมูลสุขภาพที่ได฾ไปออกแบบการดูแลสุขภาพ รวมถึงเป็นข฾อเสนอแนะแนวทางพัฒนาสภาพแวดล฾อมในการท้างานให฾เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของ พนักงาน วิธีการด าเนินการ : 1) ส้ารวจพื้นที่ปฏิบัติงาน 2) ประเมินความเสี่ยงสุขภาพ 3) ก้าหนดโปรแกรมตรวจ สุขภาพตามความเสี่ยง 4) ด้าเนินการตรวจสุขภาพตามที่ก้าหนด 5) สรุปและประเมินผลการตรวจสุขภาพ ผลการศึกษา : จากการส้ารวจพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทั้งหมดจ้านวน 91 แผนก พบว฽า มีหน฽วยงานที่มีความเสี่ยงจากการท้างานและได฾รับการจัดรายการตรวจ สุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมจ้านวน 24 แผนก โดยมีการจัดโปรแกรมการตรวจตามลักษณะพื้นที่การท้างาน ออกเป็น 9 โปรแกรม รวมทั้งสิ้น 18 รายการ พนักงานเข฾ารับการตรวจตามโปรแกรมตรวจสุขภาพตามปัจจัย เสี่ยง คิดเป็นร฾อยละ 86.06 ผลการตรวจสมรรถภาพการมองเห็น พบผิดปกติร฾อยละ 77.78 ผลการตรวจ สารเคมีในเลือด (Formic acid) พบผิดปกติร฾อยละ 18.18, ผลการตรวจค฽า CBC พบผิดปกติร฾อยละ 15.25 ผลการตรวจการท้างานของตับ (SGOT) พบผิดปกติร฾อยละ 12.5, ผลการตรวจสมรรถภาพการได฾ยิน พบ ผิดปกติร฾อยละ 11.11, ผลการตรวจการท้างานของตับ (SGPT) พบผิดปกติร฾อยละ 8.33, และผลการตรวจการ ท้างานของไต (Creatinine) พบผิดปกติร฾อยละ 8.33 ข้อเสนอแนะในการน าผลการศึกษาไปใช้ : 1) ประสานการท้างานร฽วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อวางแผนการ ท้างานร฽วมกันทั้งด฾านการคัดกรอง ปรับปรุง และการให฾ความรู฾เกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการ ติดตามขยายผลในกลุ฽มพนักงานที่ไม฽เข฾ารับการตรวจตามเกณฑ์ 2) ควรจัดให฾มีการตรวจสุขภาพตามปัจจัย เสี่ยงก฽อนเริ่มงานเพิ่มเติม เพื่อคัดกรองและเฝูาระวังโรคจากการท้างานได฾อย฽างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ค าส าคัญ : ตรวจสุขภาพ, ความเสี่ยง, สภาพแวดล฾อมในการท้างาน


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 329 มหกรรมคุณภาพ HACC Forum นครชัยบุรินทร์ครั้งที่ 16 “Growth Mindset for Better Healthcare System” ในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30-17.00 น. ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา E- Poster Presentation กลุ่มที่ 10 Innovation/Technology/Lean จ านวน 21 เรื่อง น าเสนอวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.30-18.30 น ห้องอรพิม ล าดับ เวลา น าเสนอ ชื่อเรื่อง ผู้น าเสนอ หน่วยงาน จังหวัด เบอร์ โทรศัพท์ หมาย เหตุ 1 14.30 - 14.40 น. การศึกษารูปแบบ Smart OPD ของโรงพยาบาลหลวงพ฽อคูณ ปริสุทฺโธ นางสาวณปภัช รัตนวิชัย โรงพยาบาล หลวงพ฽อคูณ ปริ สุทฺโธ นครราชสีมา 064- 6956393 2 14.40 - 14.50 น. การลดอุบัติเหตุจราจร อ้าเภอ พลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ นางชนิตา ซิวประ โคน โรงพยาบาล พลับพลาชัย บุรีรัมย์ 087- 7986136 3 14.50 - 15.00 น. การพัฒนาแนวทางการแก฾ไข ปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดย บูรณาการการมีส฽วนร฽วมของ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอ้าเภอ ของอ้าเภอ บุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี นางสาวณัฐธิดา บังศรี โรงพยาบาล บุณฑริก อุบลราชธานี 085- 0772843 4 15.00 - 15.10 น. ระบบการจัดการผู฾ปุวยแบบ บูรณาการผ฽านระบบการดูแล ผู฾ปุวยในที่บ฾าน (Home Ward) โรงพยาบาลรัตนบุรี นางสาวพัลลภา อินทร์เหลา โรงพยาบาลรัต นบุรี สุรินทร์ 094- 4787259 5 15.20 - 15.30 น. การประยุกต์ใช฾ Looker Studio ส้าหรับการพัฒนา ระบบรายงานงบค฽าเสื่อม และ งบลงทุนแบบ Online Real– time โรงพยาบาลวารินช้าราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายณภัค พล อ้านวย โรงพยาบาลวา รินช้าราบ อุบลราชธานี 098- 2898396 6 15.30 - 15.40 น. การพัฒนาระบบรายงาน ออนไลน์เพื่อบริหารงบพัฒนา บุคลากร โรงพยาบาลวารินช้า ราบ อ้าเภอวารินช้าราบ จังหวัดอุบลราชธานี นางฐินันท์พัทธ์ สิ มานุรักษ์ โรงพยาบาลวา รินช้าราบ อุบลราชธานี 094- 5559695 7 15.40 - 15.50 น. การพัฒนารูปแบบการส฽งผล งานคุณภาพผ฽านระบบออนไลน์ นางสาวภัชรินทร์ โม฾แก฾ว โรงพยาบาลวา รินช้าราบ อุบลราชธานี 091- 0211011 8 15.50 - 16.00 น. โปรแกรมรายงานผลการตรวจ สุขภาพในผู฾รับบริการที่มา ตรวจสุขภาพประจ้าปี ที่ โรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา นางนุจรี อั่วกลาง โรงพยาบาลส฽ง เริมสุขภาพศูนย์ อนามัยที่ 9 นครราชสีมา นครราชสีมา 093- 4193616 9 16.00 - เชื่อมโยงไร฾รอยต฽อและบูรณา นางสาวดาว โรงพยาบาลบัว นครราชสีมา 086-


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 330 ล าดับ เวลา น าเสนอ ชื่อเรื่อง ผู้น าเสนอ หน่วยงาน จังหวัด เบอร์ โทรศัพท์ หมาย เหตุ 16.10 น. การการดูแลผู฾ปุวยระยะกลาง ด฾วยระบบการโทรปรึกษา ทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกาย แก฾วนอก ใหญ฽ 6009143 10 16.10 - 16.20 น. Smart OPD ลดระยะเวลารอ คอยผู฾ปุวยนอก นางรุจิเรศ ศรีลาย โรงพยาบาล เกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ 091- 0527121 11 16.20 - 16.30 น. พัฒนาระบบการแจ฾งเตือน ผู฾ปุวย Clinic CAPD ที่ Admit และ Refer ผ฽านระบบ ALEART by Line Notify นางพัชราภรณ์ วงศ์ปรเมษฐ์ โรงพยาบาลชุม พวง นครราชสีมา 087- 2611312 12 16.30 - 16.40 น. การพัฒนารูปแบบการเตรียม ความพร฾อมก฽อนผ฽าตัดด฾วยการ ใช฾แอพพลิเคชั่นไลน์ นางเตือนใจ มะณี จันทร์ และ นางสาวลลนา ยศ รุ฽งเรือง โรงพยาบาล หนองบัวแดง ชัยภูมิ 091- 0200152 13 16.40 - 16.50 น. ER Phakdee I-Service V.1 นายพีระ ทองปั้น โรงพยาบาลภักดี ชุมพล ชัยภูมิ 081- 9664850 14 16.50 - 17.00 น. Navigator E-Queue คุณละมัย พล สวัสดิ์ โรงพยาบาล กรุงเทพราชสีมา นครราชสีมา 083- 2896149 15 17.00 - 17.10 น. นวัตกรรม Paperless Admission ร.อ.หญิง สิริพร อภัยบุรี โรงพยาบาลค฽าย สุรนารี นครราชสีมา 062- 2614288 16 17.10 - 17.20 น. โปรแกรมแสดงล้าดับผู฾เข฾ารับ บริการห฾องฉุกเฉิน โรงพยาบาลค฽ายสุรนารี (FSH Service Queue) นายณัฐพงศ์ ไพเราะ โรงพยาบาลค฽าย สุรนารี นครราชสีมา 062- 2614288 17 17.20 - 17.30 น. การพัฒนาโปรแกรม Cataract–Okamod.com ส้าหรับ คัดกรองผู฾ปุวยต฾อกระจก ใน ศูนย์ผ฽าตัดต฾อกระจกจังหวัด บุรีรัมย์ นายธนวิชญ์ วัชระ เงิน โรงพยาบาลห฾วย ราช บุรีรัมย์ 083- 6819697 18 17.30 - 17.40 น. โครงการพัฒนาระบบผู฾ปุวยใน ไร฾กระดาษ (IPD Paperless: Kips) โรงพยาบาลขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา นางสาวศิริลักษณ์ สอนจันทร์ โรงพยาบาล ขามทะเลสอ นครราชสีมา 093- 3210058 19 17.40 - 17.50 น. นวัตกรรมการใช฾แนวคิด LEAN, บาร์โค฾ด และ Line notify ควบคุมเจ฾าหนี้การค฾า นายประทีป ลิขิต ด้ารงเกียรติ โรงพยาบาลคู เมือง บุรีรัมย์ 086- 2507735 20 17.50 - 18.00 น. นวัตกรรมติดตามระบบ Maintenance ด฾วย Looker Studio นายสามารถ บุษบงค์ โรงพยาบาลคู เมือง บุรีรัมย์ 086- 2507735


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 331 E10.1 การศึกษารูปแบบ Smart OPD ของโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ณปภัช รัตนวิชัย แผนกผู฾ปุวยนอก โรงพยาบาลหลวงพ฽อคูณ ปริสุทฺโธ อ้าเภอด฽านขุนทด บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : จากนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 มุ฽งเน฾นให฾คนไทยสุขภาพดี เศรษฐกิจมั่งคั่ง (Health for Wealth) เพื่อมุ฽งสู฽เปูาหมายประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจไทยเข฾มแข็ง เขตสุขภาพที่ 9 ก้าหนดแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 - 2568 มุ฽งเน฾นองค์กรเป็นเลิศด฾านการบริหารจัดการด฾านสุขภาวะ (Smart Organization) โดยพัฒนาศักยภาพ สถานบริการสู฽การเป็น Smart Hospital เน฾นกลุ฽ม Secondary Care ให฾ปรับโฉมโรงพยาบาลให฾ทันสมัย ใช฾ระบบ IT ขับเคลื่อน เพื่อให฾ประชาชนเข฾าถึงบริการสุขภาพได฾มากขึ้น สะดวก และรวดเร็ว จากที่กล฽าวมานั้น สอดคล฾องกับนโยบายของ โรงพยาบาล ที่ต฾องการพัฒนาการบริการรูปแบบ Smart OPD เพื่อให฾ผู฾รับบริการได฾รับความสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น จึง ท้าการศึกษารูปแบบ Smart OPD ของโรงพยาบาลหลวงพ฽อคูณ ปริสุทฺโธ เพื่อเป็นข฾อมูลพื้นฐานการพัฒนาและปรับปรุงระบบ บริการให฾มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาและประเมินรูปแบบ Smart OPD ของโรงพยาบาลหลวงพ฽อคูณ ปริสุทฺโธ วิธีการด าเนินการ : การศึกษาครั้งนี้ใช฾เครื่องมือแบบประเมินเกณฑ์ Smart OPD หน฽วยงานบริการสังกัดกรมการแพทย์ จ้านวน 7 ข฾อ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน) โดยมีหัวข฾อในการประเมินดังนี้ 1) สถานสะอาด สวยงาม ปลอดภัย 2) การจัดสถานที่ มีความทันสมัย (Digital Look) : ระบบการจัดคิว 3) การจัดข฾อมูลเวชระเบียนผู฾ปุวยด฾วยรูปแบบิเล็กทรอนิกส์ (EMR: Electronic Medical Records) 4) การยกเลิกการเรียกรับส้าเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นๆที่ออกโดยราชการ 5) การใช฾ ใบสั่งยาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 6) การมีข฾อมูลระยะเวลารับบริการทุกคลินิก และ 7) การช้าระค฽าบริการ ยา หรือหัตถการ อื่น ๆ ด฾วยระบบออนไลน์ โดยให฾พยาบาลวิชาชีพผู฾ปฏิบัติงานที่แผนกผู฾ปุวยนอก จ้านวน 7 ท฽านเป็นผู฾ประเมินคะแนน และน้า ข฾อมูลมาวิเคราะห์ ด฾วยสถิติ ร฾อยละ ผลการศึกษา : พบว฽า ข฾อที่ผ฽านเกณฑ์ร฾อยละ 100 ได฾แก฽ โรงพยาบาลผ฽าน Green and Clean ระดับมาตรฐานกรมอนามัย การจัดข฾อมูลเวชระเบียนด฾วยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) การยกเลิกการเรียกรับส้าเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ออกโดยราชการ การใช฾ใบสั่งยาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการมีข฾อมูลระยะเวลารับบริการทุกคลินิก สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : รูปแบบ Smart OPD ของโรงพยาบาลหลวงพ฽อคูณ ปริสุทฺโธ ต฾องพัฒนาเพิ่มเติม จ้านวน 5 หัวข฾อ ดังนี้ 1) การจัดสถานที่ให฾ดูทันสมัย สะอาด สวยงาม และเพียงพอต฽อการให฾บริการ 2) มีระบบปรับอากาศ และระบบหมุนเวียนอากาศ อากาศถ฽ายเทสะดวก 3) ระบบนัดคิวออนไลน์ ที่สามารถนัดหมายแบบเหลื่อมเวลาในการรับ บริการ 4) ระบบแจ฾งเตือนคิวรับบริการผ฽านช฽องทางออนไลน์ หรือช฽องทางอื่นๆ และ 5) การช้าระเงิน ยา หรือหัตถการอื่น ๆ ด฾วยระบบออนไลน์ เช฽น การ scan QR code หรือ Internet Banking พร฾อมทั้งควรท้าการประเมินความคาดหวังของผู฾มารับ บริการ เพื่อสะท฾อนข฾อมูลการจัดบริการให฾ตรงกับความคาดหวังของผู฾รับบริการ และน้าข฾อมูลไปพัฒนาระบบให฾มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ค าส าคัญ : Smart OPD, แผนกผู฾ปุวยนอก, OPD


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 332 E10.2 การลดอุบัติเหตุจราจรอ าเภอพลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชนิตา ซิวประโคน โรงพยาบาลพลับพลาชัย บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : อ้าเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชากรจ้านวน 47,586 คน (ข฾อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2565 ชาย 23,976 คน หญิง 23,610 คน) มีองค์กรปกครองส฽วนท฾องถิ่น 6 แห฽ง ประกอบด฾วย 5 ต้าบล 67 หมู฽บ฾าน เส฾นทางคมนาคมอยู฽ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท เป็นถนนทางเลี่ยงเมือง เส฾นทาง คมนาคมทางหลวงชุมชนและถนนเชื่อมผ฽านหลายสาย ในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีนโยบาย ถนนสีขาว ถนนปลอดภัย เส฾น 2208 ประโคนชัย – กระสัง มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ทางถนน ปี2561-2566 ดังนี้ 519,455,359,369,353 และ 323 รายตามล้าดับ และมีจ้านวนผู฾เสียชีวิต 8, 3, 7, 4, 3 และ 1 รายตามล้าดับ วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อปูองกันและแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรให฾ลดลงกว฽าปีที่ผ฽านมา 2) เพื่อประชาสัมพันธ์ให฾ ประชาชนทั่วไป ผู฾ใช฾รถใช฾ถนนให฾ถือปฏิบัติตามกฎหมายและอยู฽ในความไม฽ประมาท รู฾จักการปูองกันอุบัติเหตุด฾าน จราจรและการใช฾เส฾นทางต฽าง ๆ วิธีการด าเนินการ : 1) แต฽งตั้งคณะท้างานระดับอ้าเภอมีคณะท้างานฝุายต฽าง ๆ พร฾อมมอบหมายภารกิจ และจัดท้า บันทึกความร฽วมมือ 2) ขับเคลื่อนการด้าเนินงานการปูองกันและลดจ้านวนการเกิดอุบัติเหตุจราจร ผ฽านคณะท้างาน พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ้าเภอ และคณะท้างานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับต้าบล 3) ชี้เปูาหมายจุดเสี่ยงระดับต้าบล เพื่อหาแก฾ไขเบื้องต฾น 4) บังคับใช฾กฎหมายอย฽างเข฾มงวด 5) ผู฾น้าชุมชนจัดตั้งด฽านชุมชนและตั้งกติการ฽วมของชุมชน พร฾อมสร฾างจิตส้านึกและวัฒนธรรมความปลอดภัย และมีการประชาสัมพันธ์การปูองกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยหอ กระจายข฽าวในชุมชนและประเมินผลทุกวัน 6) ประเมินผลและรายงานผลระดับอ้าเภอทุกวัน 7) ใช฾เทคโนโลยี ID Line ในการส฽งต฽อข฾อมูลรายงานข฾อมูลเป็นปัจจุบัน วิเคราะห์ข฾อมูลเพื่อใช฾วางแผนการด้าเนินงานปีต฽อไป ผลการศึกษา : จากการวิเคราะห์ข฾อมูลการเกิดอุบัติเหตุจราจร ในปี พ.ศ. 2561–2566 มีจ้านวนการเกิดอุบัติเหตุทาง ถนน 519,455,359,369,353 และ 323 รายตามล้าดับ และมีจ้านวนผู฾เสียชีวิต 8,3,7,4,3 และ 1 รายตามล้าดับ จ้าแนกตามยานพาหนะ ร฾อยละ 91.95 เป็นรถจักรยายนต์ ร฾อยละ 67.0 เป็นคนขับ พฤติกรรมเสี่ยง ร฾อยละ 84.52 ไม฽สวมหมวกนิรภัย ร฾อยละ 63.15 ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในจ้านวนผู฾บาดเจ็บทั้งหมดจะเป็นเพศชาย > เพศหญิง ที่เกิด เหตุมากที่สุด ช฽วงเวลา 16.01-20.00 น.คิดเป็น 34.09% บทเรียนที่ได้รับ : เกิดภาคีเครือข฽ายในการด้าเนินงานครอบคลุมทุกหน฽วยงานในพื้นที่ เกิดศูนย์ความปลอดภัยทาง ถนนระดับอ้าเภอเป็นรูปธรรม มีการประสานการท้างานในระดับผู฾ปฏิบัติในพื้นที่ชัดเจนครอบคลุมองค์กรปกครอง ส฽วนท฾องถิ่น ผู฾น้าชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาล โรงเรียน สถานีต้ารวจ และกู฾ภัยเอกชน สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : 1) สถานศึกษาระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาส มี นโยบายให฾นักเรียนและบุคลากรของสถานศึกษาที่ขับขี่และซ฾อนท฾ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย 100% 2) สถานีต้ารวจ มีการจัดอบรมให฾ความรู฾ด฾านกฎหมายจราจรให฾กับเด็กนักเรียน ในสถานศึกษาระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาสทุกแห฽ง (จราจรน฾อย)


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 333 E10.3 การพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดยบูรณาการการมีส่วนร่วมของ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ าเภอของอ าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ณัฐธิดา บังศรี โรงพยาบาลบุณฑริก บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : สถานการณ์อุบัติเหตุจราจรในพื้นที่พบว฽าจ้านวนอุบัติเหตุจราจรมีแนวโน฾ม ลดลง แต฽มีความรุนแรงมากขึ้น โดยพบว฽าปี 2563-2565 มีอุบัติเหตุจราจรทั้งหมดจ้านวน 278, 316 และ 175 ครั้งตามล้าดับ อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร 4.5, 10.8 และ 6.3 ต฽อแสนประชากร ตามล้าดับ ซึ่งจาก การวิเคราะห์สาเหตุและปัญหาในพื้นที่พบว฽าการเกิดอุบัติเหตุในแต฽ละครั้งค฽อนข฾างรุนแรง ผู฾เสียชีวิตส฽วนใหญ฽ เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ทางทีมมีการทบทวนพบว฽ามีจุดเสี่ยงในพื้นที่โดยพบจุดเสี่ยง 10 จุด ดังนั้นผู฾ศึกษาจึงมี ความสนใจในการพัฒนาแนวทางการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดยบูรณาการ การมีส฽วนร฽วมของ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ้าเภอ เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่อ้าเภอบุณฑริก วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อพัฒนาแนวทางการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดยบูรณาการ การมีส฽วนร฽วมของ คณะกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ้าเภอของอ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี 2) เพื่อประเมินผล แนวทางการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดยบูรณาการมีส฽วนร฽วมของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อ้าเภอของอ้าเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี วิธีด าเนินการ : 1) รูปแบบการศึกษา การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) 2) สถานที่ด้าเนินการ อ้าเภอ บุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี 3) ผู฾เข฾าร฽วมวิจัย คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ้าเภอ 4) เครื่องมือที่ใช฾ ในการวิจัย บันทึกการรักษาของโรงพยาบาล รายงานชันสูตร แบบสรุปการสอบสวนอุบัติเหตุจากการจราจร 5) วิธีการเก็บข฾อมูล แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม และ 6) การวิเคราะห์ข฾อมูล โดยใช฾สถิติเชิงพรรณนา ศึกษา ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา โดยศึกษาภาพรวมของเหตุการณ์ พฤติกรรมผู฾ขับขี่ พฤติกรรมผู฾โดยสาร และลักษณะการ บาดเจ็บ ผลการศึกษา : แนวทางการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจร ได฾มีการด้าเนินการร฽วมกับภาคีเครือข฽ายโดยจัดตั้ง คณะกรรมการ RTI ระดับอ้าเภอ มีการส้ารวจจุดเสี่ยงในพื้นที่โดยพบจุดเสี่ยง 10 จุด มีการสอบสวนเพื่อหา แนวทางการปูองกันเมื่อพบเหตุการณ์อุบัติเหตุจราจรเสียชีวิต พัฒนาระบบ EMS ในพื้นที่เพื่อการเข฾าถึงผู฾ปุวย กลุ฽ม trauma อย฽างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีหน฽วยกู฾ชีพระดับต้าบลจ้านวน 9 หน฽วยครอบคลุมทั้ง 8 ต้าบล พัฒนาระบบส฽งต฽อในกลุ฽มผู฾ปุวย Trauma การประสานงานกับภาคีเครือข฽ายจัดการจุดเสี่ยงโดยการ จัดท้าปูายเตือนและแก฾ไขตามปัญหาของแต฽ละจุด คืนข฾อมูลแก฽ชุมชนการให฾สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง การตั้งด฽านชุมชนในช฽วงเทศกาล ส้าหรับปี 2566 พบผู฾ปุวยที่เสียชีวิตจุดเสี่ยงซ้้าจ้านวน 1 ราย ซึ่งท้าให฾พบว฽า ในกระบวนการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรโดยบูรณาการการมีส฽วนร฽วมของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอ้าเภอสามารถจัดการแก฾ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรรุนแรงบริเวณจุดเสี่ยงได฾ สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : เพื่อใช฾เป็นแนวทางในการปูองกันอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่อ้าเภอ บุณฑริก และสามารถน้าไปปรับใช฾กับพื้นที่อื่นได฾ ค าส าคัญ : อุบัติเหตุจราจร, พชอ., ภาคีเครือข฽าย


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 334 E10.4 ระบบการจัดการผู้ปุวยแบบบูรณาการผ่านระบบการดูแลผู้ปุวยในที่บ้าน (Home Ward) โรงพยาบาลรัตนบุรี พัลลภา อินทร์เหลา โรงพยาบาลรัตนบุรี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญส าคัญ : โรงพยาบาลรัตนบุรี รับผู฾ปุวยได฾จริง 137 ปัจจุบันมีปริมาณผู฾ปุวย จ้านวนมากรวมทั้งผู฾ปุวยหนักวิกฤตใส฽ท฽อช฽วยหายใจ ผู฾ปุวยผ฽าตัด เพื่อลด ความแออัด ลดภาระเรื่องค฽าใช฾จ฽าย ในขณะนอนโรงพยาบาล เพิ่มการเข฾าถึงบริการสุขภาพ ผู฾ปุวยได฾รับการดูแลอย฽างอบอุ฽นจากญาติ จึงได฾มีการ พัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวยในที่บ฾าน (Home Ward) เป็นการรักษาพยาบาล ผู฾ปุวยที่บ฾าน ที่มีมาตรฐานการ ดูแลเทียบเคียงกับผู฾ปุวยในโรงพยาบาล (IPD) โดยยึดผู฾ปุวยเป็นศูนย์กลาง (Patient Centered Care) และ ค้านึงถึงความปลอดภัยของผู฾ปุวยเป็นส้าคัญตามมาตรฐานการรักษา วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวยแบบผสมผสาน ทั้งผู฾ปุวยหนักวิกฤต ผู฾ปุวยใน ต฽อเนื่องสู฽ระบบผู฾ปุวยในที่บ฾าน 2) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวยผ฽าตัดไส฾ติ่งแบบวันเดียวกลับ (ODS) ต฽อเนื่องสู฽ระบบผู฾ปุวยในที่บ฾าน 3) เพื่อยกระดับการบริการดูแลผู฾ปุวยในที่บ฾านในเคสที่ซับซ฾อน และขยายไปยัง กลุ฽มโรคอื่นให฾มีประสิทธิภาพ วิธีการด าเนินงาน : 1) ประชุมและจัดตั้งคณะกรรมการปฏิบัติงานและเริ่มด้าเนินการ เดือนกุมภาพันธ์ 2566 2) จัดท้าแนวทางการดูแลผู฾ปุวย 7 กลุ฽มโรค และดูแลผู฾ปุวยตามแนวทางที่ก้าหนดอย฽างปลอดภัย ผลการด าเนินงาน : ด้าเนินการโรค 7 กลุ฽มโรค มีผู฾ปุวยรับบริการสะสมทั้งสิ้น 150 ราย โรคโควิด-19 45 ราย โรคเบาหวาน 34 ราย โรคปอดอักเสบ 31 ราย (เป็นผู฾ปุวยหนักวิกฤต หลังใส฽ท฽อช฽วยหายใจ 2 ราย) โรคไส฾ติ่ง อักเสบผ฽าตัดแบบวันเดียวกลับ (ODS) 11 ราย( แห฽งเดียวในเขตสุขภาพที่ 9) แผลกดทับ 9 ราย โรคติดเชื้อ ทางเดินปัสสาวะ 13 ราย ความดันโลหิตสูง 7 ราย อาการทุเลาและหายปุวยรวม 148 ราย ไม฽ทุเลา 2 ราย ไม฽ มีภาวะแทรกซ฾อน ไม฽มีผู฾ปุวยเสียชีวิต เบิกค฽าชดเชยล฽าสุด 143 ราย ยอด 1,394,207 บาท ผู฾ปุวยสามารถดูแล ตัวเองที่บ฾าน ได฾รับความพึงพอใจจากผู฾ปุวยและญาติ 90.01 % สรุปผลการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : การดูแลผู฾ปุวยแบบ home ward เป็นการดูแลผู฾ปุวยที่ ปลอดภัย ไม฽มีภาวะแทรกซ฾อน ผู฾ปุวยได฾อยุ฽บ฾านกับครอบครัว และผู฾ปุวยที่ผ฽าตัดไส฾ติ่งสามารถผ฽าตัดแบบวัน เดียวกลับร฽วมกับ Home ward โดยผู฾ปุวยปลอดภัยไม฽มีภาวะแทรกซ฾อน แต฽ต฾องอาศัยความร฽วมมือร฽วมใจของ ภาคีเครือข฽ายทุกภาคส฽วน ผู฾บริหาร บุคลากร ภาคประชาชนให฾ความร฽วมมือในการดูแลผู฾ปุวย และหน฽วยงาน สาธารณสุข โรงพยาบาลและทีม 3 หมองานจึงจะส้าเร็จได฾ ค าส าคัญ : การดูแลผู฾ปุวยในที่บ฾าน (Home Ward), One Day Surgery, ผู฾ปุวยเป็นศูนย์กลาง


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 335 E10.5 การประยุกต์ใช้ Looker Studio ส าหรับการพัฒนาระบบรายงานงบค่าเสื่อม และงบลงทุนแบบ Online Real–time โรงพยาบาลวารินช าราบ จ.อุบลราชธานี ณภัค พลอ้านวย, สถาพร มณี, ล้าใย ตางาม, ปรินรัตน์ จันดาพืช โรงพยาบาลวารินช้าราบ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : จากแนวคิด Data-Driven Organization ที่มุ฽งเน฾นให฾หน฽วยงานน้าเทคโนโลยีเข฾ามาใช฾ในการ บริหารองค์กรให฾มีความทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ตามนโยบาย EMS และจากความน฽าสนใจของลุกเกอร์ สตูดิโอ (Looker Studio) ซึ่งเป็นเครื่องมือของ Google Marketing Platform บนระบบคลาวด์ ผู฾ศึกษาจึงได฾พัฒนานวัตกรรมการรายงาน ข฾อมูลครุภัณฑ์ สิ่งก฽อสร฾างงบค฽าเสื่อมและงบลงทุนของรพ. ผ฽านระบบออนไลน์ เพื่อให฾ผู฾บริหาร หัวหน฾ากลุ฽มงาน รวมทั้งเอกชน สามารถเข฾าถึงข฾อมูลได฾รวดเร็ว ไม฽ต฾องใช฾เอกสารรายงานต฽างๆ ลดการใช฾กระดาษ ลดระยะเวลารอคอยและช฽วยให฾ผู฾บริหาร สามารถมีข฾อมูลไว฾ส้าหรับน้าเสนอได฾ตลอดเวลา วัตถุประสงค์การศึกษา : เพื่อพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ส้าหรับระบบรายงานและแจ฾งสถานะ การด้าเนินงาน งบค฽าเสื่อมและ งบลงทุน รพ.วารินช้าราบ วิธีการด าเนินการ : เป็นการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์แบบออนไลน์บนระบบคลาวด์ด฾วย Google Looker Studio ศึกษาช฽วง เดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 โดยการร฽วมคิด ร฽วมพัฒนาของกลุ฽มงานยุทธศาสตร์ งานพัสดุ และงานการเงิน ซึ่งใช฾แนวคิด เชิงออกแบบ (Design Thinking) ในการพัฒนาระบบรายงาน มี 5 ขั้นตอนคือ 1.Empathize (การท้าความเข฾าใจปัญหา) 2.Define (ก้าหนดขอบเขตของระบบ) 3.Ideate (การสร฾างสรรค์รูปแบบรายงาน) 4.Prototype (การสร฾างแฟลตฟอร์ม ส้าหรับอัปเดทข฾อมูล) 5.Test (การทดสอบและประเมินระบบ) จากนั้นประเมินผลความพึอพอใจของผู฾ใช฾งานด฾วย แบบสอบถาม เพื่อน้าผลที่ได฾ไปปรับปรุงและพัฒนา ผลการศึกษา : 1.ด้านระบบรายงาน 1.1) ระยะเวลาการรายงานรวดเร็วขึ้นสามารถรับรู฾ข฾อมูลได฾ภายใน 3 วินาทีเมื่อเทียบกับ ระบบรายงานแบบเดิม 1.2 ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ฾างรวดเร็วขึ้น 1.3 สร฾างการน้าเสนอที่หลากหลาย สวยงามง฽ายต฽อการ ใช฾งาน ไม฽ต฾องท้าซ้้า 1.4 การเข฾าถึงข฾อมูลแบบออนไลน์ได฾ตลอดเวลาในทุกพื้นที่ที่มีอินเตอร์เน็ต 2.ด้านความพึงพอใจของ ผู้ใช้งาน จ้านวน 40 คน พบว฽า ความพึงพอใจด฾านระบบรายงานแผนงบลงทุน งบค฽าเสื่อมเข฾าถึงง฽าย การจัดรูปแบบเหมาะสม ต฽อการใช฾งานคิดเป็นร฾อยละ 90.00 ด฾านระบบตอบสนองตรงตามความต฾องการของผู฾ใช฾งานคิดเป็นร฾อยละ 92.50 ด฾านระบบ รายงานมีประสิทธิภาพและพร฾อมให฾บริการแก฽ผู฾ใช฾งานคิดเป็นร฾อยละ 90.00 ด฾านระบบรายงานมีความปลอดภัยคิดเป็นร฾อยละ 87.50 และความพึงพอใจภาพรวมการใช฾งานระบบรายงานคิดเป็นร฾อยละ 92.50 สรุปผลการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ระบบการรายงานสถานะ การด้าเนินงานงบค฽า เสื่อมและงบลงทุนที่พัฒนาขึ้น สามารถให฾ข฾อมูลเพื่อการวิเคราะห์และสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อให฾ผู฾บริหารเข฾าใจข฾อมูลได฾ดีขึ้นและ น้าไปใช฾ในการวางแผนกลยุทธ์ในการปรับปรุงกระบวนการด้าเนินงานให฾เกิดผลลัพธ์ที่ดี ลดระยะเวลาและลดการใช฾ทรัพยากร อีกทั้งสามารถใช฾เป็นเครื่องมือในการควบคุม ก้ากับ ติดตาม และรายงานความก฾าวหน฾าสถานะการด้าเนินงาน สามารถน้าไปใช฾ ในการพัฒนาระบบรายงานต฽างๆในรพ.ได฾ เช฽น ออกแบบการน้าเสนอระบบรายงานด฾านการเงินการคลัง ข฾อมูลด฾านการรักษา ฯลฯ ค าส าคัญ : การประยุกต์,การพัฒนา, งบค฽าเสื่อม, งบลงทุน, ลุกเกอร์ สตูดิโอ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 336 E10.6 การพัฒนาระบบรายงานออนไลน์เพื่อบริหารงบพัฒนาบุคลากร โรงพยาบาลวารินช าราบ อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ฐินันท์พัทธ์ สิมานุรักษ์ กลุ฽มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลวารินช้าราบ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ในยุคที่หลายองค์กรต฽างมุ฽งสู฽องค์กรที่ขับเคลื่อนด฾วยข฾อมูล ที่ต฾องปรับรูปแบบการท้างานโดย ใช฾ข฾อมูลเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจทุกๆกิจกรรมภายในองค์กร โรงพยาบาลวารินช้าราบ ก้าลังขยายการบริการจาก 250 เตียง เป็น 400 เตียงในปี 2568 มีการให฾บริการที่ซับซ฾อนขึ้น มีค฽าใช฾จ฽ายในการลงทุนด฾านครุภัณฑ์และก้าลังคนเพิ่มขึ้น บุคลากรต฾องได฾รับการพัฒนาสมรรถนะที่สอดคล฾องตามเข็มมุ฽งของโรงพยาบาล ปัญหาที่พบคือไม฽มีระบบการรายงานงบพัฒนา บุคลากรที่ให฾ผู฾บริหารก้ากับ ติดตามที่เป็นปัจจุบัน และไม฽มีการก้าหนดวงเงิน ท้าให฾งบพัฒนาบุคลากรที่ผ฽านมาเกินวงเงินที่ ก้าหนด ดังนั้นการพัฒนาระบบรายงานออนไลน์เพื่อการควบคุมงบประมาณการพัฒนาบุคลากรขึ้น เพื่อให฾ผู฾บริหารใช฾ข฾อมูลใน การตัดสินใจ เป็นการช฽วยลดค฽าใช฾จ฽ายให฾แก฽โรงพยาบาลอีกหนึ่งช฽องทาง วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาระบบรายงานและควบคุมงบพัฒนาบุคลากรรูปแบบออนไลน์ วิธีด าเนินการ : ใช฾กรอบแนวคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) คือ 1) เข฾าใจ : สอบถามข฾อมูลจากผู฾ที่เกี่ยวข฾อง 2) ก้าหนด ปัญหา : ที่จะแก฾ไขและรวบรวมข฾อมูล 3) คิดค฾นแนวคิด : การจัดระเบียบข฾อมูลที่ต฾องการใน google sheet 4) สร฾างต฾นแบบ : แฟลตฟอร์ม Looker studio ส้าหรับอัพเดทข฾อมูล 5) ทดสอบ : โดยการส้ารวจความคิดเห็นของผู฾ใช฾งาน 6) น้าไปใช฾: การ แชร์ข฾อมูลรายงานบนเว็บไซด์ของโรงพยาบาล ผลการศึกษาพบว่า : ด้านระบบงาน 1) งบประมาณในการพัฒนาบุคลากรลดลง 2) เข฾าถึงข฾อมูลได฾ตลอดเวลาและเป็น ปัจจุบัน 3) ลดระยะเวลาในการท้ารายงาน 4) การท้างานเป็นทีมและการแสดงผลที่เหมาะสมในทุกอุปกรณ์ ด้านการใช้ ประโยชน์บุคลากรตอบแบบประเมินทั้งหมด 45 คน พบว฽า 1) เพื่อเตรียมจัดสรรงบประมาณส฽งบุคลากรไปอบรม 97.28% 2) เพื่อติดตามตรวจสอบงบประมาณการพัฒนาบุคลากรของกลุ฽มงาน 95.74% ด้านความพึงพอใจ พบว฽า 1) ด฾านความ สะดวกในการเข฾าใช฾งาน 95.98% 2) ด฾านประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลของระบบรายงาน 93.25% 3) ด฾านความน฽าเชื่อถือใน การน้าข฾อมูลไปใช฾98.27 4) ด฾านความปลอดภัยของระบบรายงาน 89.36% 5) ด฾านความพึงพอใจโดยรวมของการใช฾ระบบ รายงาน 94.45% สรุปการศึกษา : การศึกษาครั้งนี้เป็นการประยุกต์ใช฾กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อแก฾ปัญหาและตอบสนองความต฾องการ ของผู฾ใช฾งานได฾อย฽างมีประสิทธิภาพ สามารถรวบรวมข฾อมูลการเบิกจ฽ายงบประมาณจากทุกหน฽วยงานในโรงพยาบาลมาแสดงใน รูปแบบที่เข฾าใจง฽าย ช฽วยให฾ผู฾บริหารสามารถติดตามและประเมินผลการใช฾งบประมาณพัฒนาบุคลากร และน้าข฾อมูลไปใช฾ใน การวางแผนการพัฒนาบุคลากร น้าไปสู฽การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการให฾บริการของโรงพยาบาลได฾อย฽างยั่งยืน การน าไปใช้ประโยชน์ : 1) เข฾าถึงข฾อมูลได฾สะดวก ช฽วยในการตัดสินใจได฾ดีขึ้น 2) ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการรวบรวม และน้าเสนอข฾อมูล 3) ผู฾บริหาร ติดตามและวิเคราะห์ข฾อมูลได฾อย฽างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 4) ผู฾บริหารใช฾ข฾อมูลเพื่อ วางแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย฽างมีระบบ ค าส าคัญ : ระบบรายงานออนไลน์, การบริหารงบประมาณ, การพัฒนาบุคลากร


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 337 E10.7 การพัฒนารูปแบบการส่งผลงานคุณภาพผ่านระบบออนไลน์ ภัชรินทร์ โม฾แก฾ว, นพ.สถาพร มณี และฐินันท์พัทธ์ สิมานุรักษ์ กลุ฽มงานพัฒนาคุณภาพบริการและมาตรฐาน โรงพยาบาลวารินช้าราบ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลวารินช้าราบ เป็นกระบวนการที่ส้าคัญเพื่อให฾การบริการและ การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพแก฽ประชาชน ซึ่งการพัฒนาคุณภาพรวมไปถึงการจัดมหกรรมคุณภาพของโรงพยาบาล ถือเป็นอีก กิจกรรมส้าคัญในการส฽งเสริมและพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล และเป็นโอกาสในการเผยแพร฽ความรู฾และประสบการณ์ที่ดี ในการดูแลผู฾ปุวยและการบริการทางการแพทย์ จึงได฾ก้าหนดการจัดมหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลและส฽งผลงาน โดยการส฽งผล งานเดิมจะเป็นแบบกระดาษ และส฽งไฟล์ข฾อมูลผ฽านแฟลชไดร์ฟ ท้าให฾มีการส฽งผลงานเข฾าร฽วมค฽อนข฾างน฾อย (ผลงานปี 2564 จ้านวน 25 เรื่อง) และพบว฽ามีข฾อจ้ากัดในการรวบรวมข฾อมูล ทางทีมงานจึงได฾พัฒนารูปแบบการส฽งผลงานผ฽านระบบออนไลน์ ผ฽านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อจัดการข฾อมูลและกระบวนการท้างานให฾มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ผลงานปี 2566 จ้านวน 35 เรื่อง) ลดต฾นทุนในกระบวนการท้างาน สามารถตอบสนองความต฾องการของผู฾ใช฾งาน ทีมงานสามารถใช฾ข฾อมูลและตัดสินใจได฾ ง฽ายขึ้น วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการส฽งผลงานคุณภาพผ฽านระบบออนไลน์ วิธีด าเนินการ : 1) ก้าหนดรูปแบบ และช฽องทางการส฽งข฾อมูลผ฽าน Google From และออกแบบระบบการรายงานข฾อมูลโดย ใช฾ข฾อมูลจาก Google sheet 2) พัฒนาและทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบความถูกต฾อง 3) สื่อสารท้าความเข฾าใจการใช฾ งาน พร฾อมแก฾ไขปัญหาที่พบ 4) รายงานผลความส้าเร็จแก฽ผู฾บริหารและผู฾ที่เกี่ยวข฾อง ผ฽านระบบรายงาน looker studio 5) วิเคราะห์ข฾อมูลและปรับปรุงระบบตามความต฾องการและความพึงพอใจของผู฾ใช฾งาน ผลการศึกษา : 1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการท้างาน และความสามารถในการประมวลผลและการท้างานของระบบได฾ รวดเร็วขึ้น 2) ปรับปรุงคุณภาพผลงาน ช฽วยให฾สามารถสร฾างผลงานที่มีคุณภาพได฾ดีขึ้น 3) การลดการสูญเสียเวลา เพิ่มความ คล฽องตัวในการท้างาน และทรัพยากรที่ไม฽จ้าเป็นในกระบวนการท้างาน 4) ช฽วยให฾องค์กรสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ในการใช฾และเทคโนโลยีได฾อย฽างรวดเร็วและมีความยืดหยุ฽น 5) สามารถตอบสนองความต฾องการของผู฾ใช฾ในทุกระดับ อภิปรายและสรุปผล : จากการพัฒนารูปแบบการส฽งผลงานคุณภาพผ฽านระบบออนไลน์ (ช฽วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566) ท้าให฾ช฽วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส฽งผลงานคุณภาพได฾รวดเร็ว ลดเวลาและทรัพยากรที่ใช฾ในกระบวนการ สามารถด้าเนินการ ได฾ภายใน 3 นาที เมื่อเทียบกับระบบเดิมที่ต฾องใช฾เวลาประมาณ 1-2 วัน และเพิ่มคุณภาพของผลงานที่ส฽งให฾กับผู฾ใช฾งาน ช฽วย ลดความยุ฽งยากในการส฽งผลงาน เพิ่มความคล฽องตัวในการท้างาน อีกทั้งผู฾ใช฾งานสามารถส฽งผลงานและรับข฾อมูลได฾ตลอดเวลา ข้อเสนอแนะในการน าผลการศึกษาไปใช้ : จากการพัฒนารูปแบบการส฽งผลงานคุณภาพผ฽านระบบออนไลน์ โดยการน้า เทคโนโลยีเข฾ามาช฽วยในการพัฒนาระบบงาน ท้าให฾ผู฾ใช฾งานเข฾าถึงข฾อมูลได฾รวดเร็วขึ้น ผู฾รับผลงานได฾รับความสะดวก และการ บริหารจัดการข฾อมูลได฾ดียิ่งขึ้น ค าส าคัญ : การพัฒนา, ระบบออนไลน์, ผลงานคุณภาพ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 338 E10.8 โปรแกรมรายงานผลการตรวจสุขภาพในผู้รับบริการที่มาตรวจสุขภาพประจ าปี ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา นุจรี อั่วกลาง งานตรวจสุขภาพประจ้าปีโรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา บทคัดย่อ ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : การตรวจสุขภาพประจ้าปี เป็นสิ่งจ้าเป็นในการคัดกรองสุขภาพเบื้องต฾นและเป็นการตรวจรักษา ตั้งแต฽เริ่มแรก เพื่อปูองกันอันตรายจากภาวะแทรกซ฾อนของโรค และให฾ผู฾รับบริการมีสภาวะสุขภาพที่ดียาวนานขึ้น การ ให฾บริการตรวจสุขภาพ จึงเป็นการอ้านวยความสะดวกแก฽ผู฾รับบริการในการรับบริการตรวจสุขภาพประจ้าปีและ ท้าให฾ เจ฾าหน฾าที่สามารถถ฽ายทอดความรู฾ด฾านสุขภาพรายบุคคลตามบริบทของแต฽ละบุคคลเพื่อน้าไปสู฽การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ ดูแลสุขภาพตนเองต฽อไป ผลการด้าเนินงานปีงบประมาณ 2564 ของงานตรวจสุขภาพประจ้าปีโรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา มีผู฾รับบริการจ้านาน 1,558 ราย ซึ่งการด้าเนินงานพบปัญหาคือระบบการรายงานผลตรวจ สุขภาพมีหลายขั้นตอน รูปแบบซับซ฾อน และเกิดความผิดพลาดในการรายงานผล คิดเป็นร฾อยละ 1.5 ของผู฾รับบริการ โดยเจ฾าหน฾าที่ใช฾เวลาในการลงผลการตรวจสุขภาพเป็นเวลา 4 นาทีต฽อราย ดังนั้นงานตรวจสุขภาพประจ้าปี โรงพยาบาล ส฽งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ ๙ นครราชสีมา จึงได฾พัฒนาโปรแกรมการรายงานผลการตรวจสุขภาพ เพื่อลดระยะเวลาและ ขั้นตอนการรายงานผลตรวจสุขภาพ เพื่อปูองกันการเกิดข฾อผิดพลาดในการรายงานผลการตรวจและผู฾รับบริการเกิดความพึง พอใจในการตรวจสุขภาพประจ้าปี เปูาหมาย : 1) ไม฽พบอุบัติการณ์ในการรายงานผลผิดพลาด 2) เพื่อลดขั้นตอนการท้างานลงจากเดิม ร฾อยละ 60 3) เพื่อให฾ผู฾รับบริการเกิดความพึงพอใจ ร฾อยละ 85 ขั้นตอนการด าเนินงาน : ระยะที่1 วางแผนการด าเนินงาน (Plan) เจ฾าหน฾าที่ตรวจสุขภาพพูดคุยปัญหาอุปสรรคในการ ด้าเนินงาน ขั้นตอนการให฾บริการ และสรุปปัญหาอุปสรรคในการด้าเนินงานเพื่อหาแนวทางแก฾ไข ระยะที่2 ปฏิบัติการ (DO) ประชุมร฽วมกับเจ฾าหน฾าที่ IT เพื่อเขียนโปรแกรม รวบรวมข฾อมูลการรายงานผลทางห฾องปฏิบัติการเพื่อให฾เจ฾าหน฾าที่ IT เจ฾าหน฾าที่ IT แนะน้าการใช฾โปรแกรมรายงานผลตรวจสุขภาพ และทดลองใช฾โปรแกรมการรายงานผลตรวจสุขภาพ ระยะที่3 การตรวจสอบผลการด าเนินงาน(Check) ตรวจสอบความถูกต฾องและปรับข฾อมูลบางส฽วนให฾ตรงกับความต฾องการ ระยะที่4 ปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา(Action) ปรับปรุงการใช฾โปรแกรมการรายงานผล LAB บางรายการอย฽างต฽อเนื่องเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงค฽าปกติตามค฽าแต฽ละหน฽วยงานที่โรงพยาบาลส฽งสิ่งส฽งตรวจ และเพิ่มรายการ LAB พร฾อมค้าแนะน้าเมื่อมีรายการ ตรวจเพิ่มเติม การประเมินผลการเปลี่ยนแปลง : ก่อนด าเนินงาน อุบัติการณ์ในการรายงานผลผิดพลาด 1.5% ระยะเวลาขั้นตอนการ ท้างาน 4 นาทีผู฾รับบริการเกิดความพึงพอใจ 90% หลังด าเนินงาน อุบัติการณ์ในการรายงานผลผิดพลาด 0% ระยะเวลา ขั้นตอนการท้างาน 1 นาที (75%) ผู฾รับบริการเกิดความพึงพอใจ 95.15% การเรียนรู้ที่ได้รับ : 1)การท้างานเป็นทีม และร฽วมกันวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงการช฽วยกันวางแผนแก฾ไขปัญหาร฽วมกัน จะช฽วย ให฾การแก฾ไขปัญหาและการปรับปรุงงานมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามผลรับตามที่ต฾องการ 2) การพัฒนางานบริการเป็น สิ่งจ้าเป็น ต฾องใช฾ข฾อมูลและปัญหาจากการท้างานมาปรับปรุงระบบบริการ เพื่อให฾ประสิทธิภาพในการท้างานดีขึ้น 3) การ พัฒนางานเพื่อให฾ผู฾รับบริการเกิดความพึงพอใจ โอกาสพัฒนาในครั้งต่อไป : การติดตามรายงานผลตรวจสุขภาพผู฾รับบริการที่มีค฽าตรวจทางห฾องปฏิบัติการวิกฤต ค าส าคัญ : โปรแกรมรายงานผล


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 339 E10.9 เชื่อมโยงไร้รอยต่อและบูรณาการการดูแลผู้ปุวยระยะกลางด้วยระบบการโทรปรึกษาทีมสหสาขาวิชาชีพ : Seamless Integrated Intermediate care system with Teleconsult ดาวประกาย แก฾วนอก, รัชนีวรรณ กวดนอก และอรสา หนันติ โรงพยาบาลบัวใหญ฽ จังหวัดนครราชสีมา เขตสุขภาพที่ 9 บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ :การดูแลระยะกลาง (IMC) มุ฽งเน฾นการแก฾ปัญหาการเข฾าถึงการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพของผู฾ปุวย ที่เชื่อมโยงการบริการระหว฽างสถานบริการในแต฽ละระดับ เพื่อให฾ผู฾ปุวยที่พ฾นระยะวิกฤตที่มีอาการคงที่แล฾ว แต฽ยังมีความ บกพร฽องทางร฽างกายบางส฽วนและมีข฾อจ้ากัดในการปฏิบัติกิจวัตรประจ้าวัน ให฾ได฾รับการดูแลแบบบูรณาการจากทีมสหวิชาชีพ อย฽างต฽อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน มีเปูาหมายให฾ผู฾ปุวยสามารถช฽วยเหลือตนเอง กลับสู฽สังคมได฾เต็มศักยภาพ และลดการเกิด ความพิการ จากข฾อมูลผลการด้าเนินงาน ระหว฽างปีงบ 2563 – 2565 พบว฽า 1) ปัจจัยด฾านบริการ ผู฾ปุวยกลุ฽มนี้มีปัญหา ช฽วยเหลือตนเองได฾น฾อย ท้าให฾ได฾รับการดูแลไม฽ต฽อเนื่อง ร฾อยละ 27.36 2) ปัจจัยด฾านบุคลากรไม฽เพียงพอ ขาดความรู฾และขาด ความมั่นใจในการดูแลผู฾ปุวยระยะกลาง 3) ปัจจัยด฾าน ระบบการจัดเก็บและเชื่อมโยงข฾อมูลไม฽ครบถ฾วน วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู฾ปุวยระยะกลางด฾วยระบบการโทรปรึกษาทีมสหสาขาวิชาชีพ (Teleconsult) 2) เพื่อให฾ผู฾ปุวยระยะกลางมีความสามารถในการใช฾ชีวิตประจ้าวันเพิ่มขึ้น (BI) วิธีการด าเนินการ : เพื่อให฾ผู฾ปุวยระยะกลางมีความสามารถในการใช฾ชีวิตประจ้าวันเพิ่มขึ้น (BI)ดังนี้ 1) ด฾านการพัฒนา ระบบงานและผู฾มีส฽วนเกี่ยวข฾อง ด้าเนินการดังนี้ 1.1) ศึกษาและทบทวนระบบงานที่เกี่ยวข฾องกับการดูแลระยะกลาง 1.2) จัด ประชุมภาคีเครือข฽ายในการด้าเนินงานการดูแลระยะกลาง 2) ด฾านการพัฒนา การดูแลผู฾ปุวยระยะกลาง ด้าเนินการดังนี้ 2.1) เตรียมความพร฾อมของผู฾ปุวยและครอบครัวจากโรงพยาบาล วางแผนการดูแลรักษาต฽อเนื่องที่บ฾าน 2.2) ลงเยี่ยมบ฾าน เสริม พลังแนะน้าการดูแลผู฾ปุวย กระตุ฾นการมีส฽วนร฽วมขององค์กรในชุมชน ติดตามการใช฾ Teleconsult ในการปรึกษาทีมสหสาขา วิชาชีพ 2.3) จัดระบบให฾ค้าปรึกษาทีมสหสาขาวิชาชีพ แพทย์เจ฾าของไข฾ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหสาขาวิชาชีพ ผ฽านระบบ Teleconsult 2.4) นัดหมายติดตามเยี่ยมครั้งต฽อไป วางแผนการดูแลต฽อเนื่องร฽วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพและชุมชน เพื่อสร฾างเครือข฽ายการดูแลที่เข฾มแข็งและเชื่อมโยง สรุปและประเมินผลการดูแลผู฾ปุวย ตามเกณฑ์การดูแล 6 เดือน ผลการศึกษา : พบว฽า ปี 2566 สามารถติดตามดูแลผู฾ปุวย Stroke 94.40%, Traumatic brain 100%, Hip fracture 100% ด฾านความพึง พอใจของผู฾ดูแล ครอบครัว ชุมชน อยู฽ในเกณฑ์พึงพอใจมาก 96.05% ด฾านองค์ความรู฾การดูแลผู฾ปุวยระยะกลางของเจ฾าหน฾าที่ พบว฽า มีคะแนนสูงขึ้นและผ฽านเกณฑ์การประเมินความรู฾ สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : หลังการติดตามดูแลผู฾ปุวยครบเกณฑ์6 เดือน พบว฽า ผู฾ปุวยร฾อยละ 4.43 มีค฽า คะแนนความสามารถในชีวิตประจ้าวัน BI เท฽าแรกรับร฾อยละ 1.46 เสียชีวิตระหว฽างการดูแลร฾อยละ 2.97 ซึ่งปัจจัยที่ท้าให฾BI ไม฽ เพิ่มขึ้น เนื่องจากอายุ มากกว฽า 80 ปี และเป็นกลุ฽มผู฾ปุวยติดเตียงเดิม (BI = 0-4) ปี2567 จะขยายผลเป็นต฾นแบบสู฽โรงพยาบาล เครือข฽ายในพื้นที่รับผิดชอบ 4 แห฽งได฾แก฽ ประทาย สีดา บัวลาย และแก฾งสนามนาง ต฽อไป ค าส าคัญ : Teleconsult, IMC


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 340 E10.10 Smart OPD ลดระยะเวลารอคอยผู้ปุวยนอก รุจิเรศ ศรีลาย โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์เป็นระดับ F2 ในปี 2562-2565 มีจ้านวนผู฾รับบริการผู฾ปุวยนอก ทุกประเภทเฉลี่ยต฽อวัน 494, 529, 577 และ 452 คน ตามล้าดับ ระยะเวลารอคอยเฉลี่ย ตั้งแต฽ผู฾ปุวยลงทะเบียนจนถึงรับยา อยู฽ที่90.68, 93.75, 88.86 และ 95.47 นาที ตามล้าดับ จ้านวนผู฾รับบริการที่มากส฽งผลให฾มีระยะเวลารอคอยนาน เกิดปัญหา สถานที่แออัดไม฽เพียงพอรองรับผู฾รับบริการ ท้าให฾ความพึงพอใจของผู฾รับบริการลดลง งานการพยาบาลผู฾ปุวยนอกจึงปรับปรุง ระบบบริการต฽างๆ เพื่อให฾ผู฾รับบริการได฾รับความสะดวกและเกิดความพึงพอใจ เพื่อบรรลุเปูาหมายให฾บริการตรวจ รักษาพยาบาลอย฽างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพอย฽างถูกต฾อง รวดเร็ว ปลอดภัย ผู฾รับบริการพึงพอใจ วัตถุประสงค์: เพื่อลดระยะเวลารอคอยผู฾ปุวยนอกไม฽เกิน 90 นาทีและผู฾ใช฾บริการแผนกผู฾ปุวยนอกมีความพึงพอใจมากกว฽า ร฾อยละ 80 และลดจ้านวนข฾อร฾องเรียนน฾อยกว฽า 5 ครั้งต฽อปี วิธีด าเนินการ : หน฽วยงานได฾มีการปรับระบบบริการตามหลักการ lean ดังนี้ 1) ปรับปรุงพื้นที่บริการแผนกผู฾ปุวยนอก ก้าหนดจุดชัดเจน ส้ารวจอุปกรณ์เครื่องมือให฾พร฾อมใช฾งานและเพียงพอ พัฒนาระบบบริการเป็น OPD Smart service 2) ปรับระบบบริการเป็น OPD Smart Queue เริ่ม OPD paper less ใช฾ระบบ Scan เวชระเบียนผู฾ปุวยนอก และบันทึกข฾อมูล การรักษาลงในระบบ HosXP ผู฾รับบริการลงทะเบียนเปิดบัตรรับบริการและตรวจสอบสิทธิ์การรักษาผ฽านตู฾ KIOSK ด฾วยตนเอง ด฾วยบัตรประชาชน พัฒนาล้าดับการซักประวัติและเข฾าตรวจตามคิวผ฽านระบบอัตโนมัติก้าหนดจ้านวนผู฾ปุวยนัดหมายในแต฽ละ วันชัดเจน ปรับให฾มีการสั่งตรวจ Lab ล฽วงหน฾าให฾ครบถ฾วนตรงกับรายการสั่งตรวจในนัดครั้งต฽อไป เมื่อมาตรงวันนัดสามารถยื่น เปิดบัตรรับบริการสามารถไปตรวจ Lab ได฾เลย จัดระบบนัดหมายผู฾ปุวยแบบเหลื่อมเวลาเพื่อลดความแออัด 3) ด฾านบุคลากร ผู฾ให฾บริการ จัดเจ฾าหน฾าที่คัดกรองและพยาบาลซักประวัติ 2 คน ปฏิบัติงาน เวลา 07.00 น. และเวลา 08.30 น. เป็นต฾นไปมี พยาบาลซักประวัติ 3 คน แพทย์ให฾บริการตรวจโรค 4 ห฾องและคลินิก ARI อีก 1 ห฾อง มีแพทย์เข฾าตรวจห฾อง OPD 1 เริ่มเวลา 08.30 น. จัดอัตราก้าลังทดแทนกรณีมีแพทย์พยาบาลหรือเจ฾าหน฾าที่ลา/ประชุม ผลการศึกษา : จากผลการด้าเนินงานท้าให฾สามารถลดขั้นตอนการบริการจากเดิม 11 ขั้นตอน เหลือ 7 ขั้นตอน ระยะเวลารอ คอยเฉลี่ยผู฾ปุวยนอกจากเดิมมากกว฽า 90 นาที เหลือ 65 นาที และมีความพึงพอใจของผู฾ใช฾บริการ ร฾อยละ 84.75 จ้านวนข฾อ ร฾องเรียนเกี่ยวกับการบริการผู฾ปุวยนอกลดลง สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: 1) ผู฾รับบริการได฾รับการคัดกรองประเมินอาการอย฽างถูกต฾องรวดเร็วปลอดภัย 2) การใช฾ระบบ paper less ช฽วยลดเวลาการบันทึกข฾อมูล ลดขั้นตอนการรับบริการ และลดระยะเวลารอคอย 3) พัฒนาระบบ Smart OPD ในคลินิกพิเศษ เช฽น คลินิกโรคเบาหวาน คลินิกโรคไต 4) วิเคราะห์ข฾อมูลร฽วมกับงานสารสนเทศ เพื่อ ก้าหนดรหัสข฾อมูลใน HosXP แยกประเภทผู฾มารับบริการที่ชัดเจน เช฽น ผู฾ปุวยมาตามนัด ผู฾ปุวยมาเองไม฽มีนัด เพื่อเป็นข฾อมูลใน การคิดระยะเวลารอคอยแต฽ละประเภท เพื่อจัดบริการที่เหมาะสมต฽อไป ค าส าคัญ : ระยะเวลารอคอย, แผนกผู฾ปุวยนอก, การให฾บริการ


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 341 E10.11 พัฒนาระบบการแจ้งเตือนผู้ปุวย Clinic CAPD ที่ Admit และ Refer ผ่านระบบ ALEART by Line Notify พัชราภรณ์ วงศ์ปรเมษฐ์และคณะ โรงพยาบาลชุมพวง บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ปัจจุบันหลายหน฽วยงานได฾น้าเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช฾ในการด้าเนินงานเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพด฾านการจัดระบบบริการและการสื่อสารให฾มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน฾นให฾บุคลากรได฾รับข฾อมูลหลากหลาย ช฽องทาง มีความสะดวก รวดเร็ว ทันเวลา ได฾ผลลัพธ์ที่ดีและมีคุณภาพในการจัดระบบบริการแก฽ผู฾ปุวยอย฽างครอบคลุม เหมาะสมกับบริบทของงานนั้น ๆ งาน CAPD ตระหนักถึงความส้าคัญในการน้าเทคโนโลยีในปัจจุบัน ได฾แก฽ Line notify เข฾า มาแก฾ไขระบบการแจ฾งเตือน Case consult ที่มีความล฽าช฾าให฾มีความรวดเร็วขึ้น เนื่องจากช฽องทางดังกล฽าวเป็นช฽องทางการ สื่อสารรูปแบบหนึ่งที่ได฾รับความนิยมในปัจจุบัน โดยน้ามาประยุกต์ใช฾ในการพัฒนางาน เน฾นการแจ฾งเตือนที่รวดเร็วและข฾อมูล ตรงกับวัตถุประสงค์การพัฒนา สามารถลดเวลาการเข฾าถึงข฾อมูลและสามารถให฾การดูแลผู฾ปุวยได฾อย฽างรวดเร็วทั้งใน สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต วัตถุประสงค์ : เพื่อให฾มีระบบการแจ฾งเตือนการ Admit และ Refer ของผู฾ปุวย CAPD ผ฽านระบบ Line notify 2.เพื่อให฾ ผู฾รับผิดชอบงานได฾รับการรายงานอย฽างครบถ฾วน รวดเร็ว 3.เพื่อลดภาระงานเจ฾าหน฾าที่ตึกผู฾ปุวยในส้าหรับโทรศัพท์แจ฾งผู฾ปุวยส฽ง ปรึกษา และ 4.เพื่อให฾ผู฾รับผิดชอบงานเข฾าไปเมินภาวะการเจ็บปุวยได฾ทันเวลา วิธีด้าเนินการ : การวางแผนงาน ประชุมทีมพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อหาRoot cause analysis และทีมพยาบาลร฽วมกับ เจ฾าหน฾าที่สารสนเทศ เพื่อวางแผนออกแบบการพัฒนา การออกแบบระบบ : 1) เจ฾าหน฾าที่สารสนเทศ เขียนโปรแกรมด฾วยภาษา Java Script (NodeJS) สร฾าง Application Programming Interface (API) เชื่อมต฽อระหว฽างระบบ API Line Notify และระบบ HOSxP และส฽งข฾อมูลไปยังระบบ API Line Notify เพื่อแจ฾งเตือน 2) เมื่อแพทย์ Admit หรือ Refer ผู฾ปุวย CAPD ในระบบ HOSxP ระบบจะแจ฾งเตือนใน Line Notify ทันที ส฽งผลผู฾รับผิดชอบงานเข฾าไปเมินภาวการณ์เจ็บปุวยได฾เร็ว 3) เริ่มทดลองใช฾งาน Line Notify ตั้งแต฽ 1 ม.ค.2566 – 31 ม.ค.2566 ผลการด าเนินงาน : น้าข฾อมูลจากทดลองใช฾มาวิเคราะห์ พบว฽ามีผู฾ปุวยที่ไม฽ได฾รับการแจ฾งเตือนผ฽านระบบLine Notify ผู฾ปุวย ที่ไม฽ถูกลงทะเบียนคลินิกจะไม฽ถูกแจ฾งเตือน ในLine Notify และหลังจากทดลองใช฾ระบบ และแก฾ไขข฾อบกพร฽องแล฾ว ได฾เริ่มใช฾ ระบบLine Notify และติดตามประเมินผลทุก 1, 3, 6 และ 1 ปี ผลการศึกษา : ผลผลิต: ระบบการแจ฾งเตือนผ฽าน Line Notify ผลลัพธ์ 1) อัตราการได฾รับการแจ฾งเตือนอย฽างครบถ฾วน รวดเร็ว 100% 2) อัตราความพึงพอใจของพยาบาลประจ้าตึกในการไม฽ต฾องโทรแจ฾งปรึกษาระดับดี-ดีมาก 100% และ 3) อัตราผู฾รับผิดชอบงานเข฾าไปเมินภาวะ การเจ็บปุวยได฾ทันเวลา100% สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : การน้าโปรแกรม Line Notify มาใช฾ในระบบรับปรึกษาผู฾ปุวยในของแผนก CAPD โรงพยาบาลชุมพวง เป็นระบบที่ช฽วยเชื่อมโยงการส฽งต฽อcase ได฾อย฽างรวดเร็วและครบถ฾วน การใช฾หลักการ/ กระบวนการพัฒนางานร฽วมกับเทคโนโลยีในปัจจุบันเข฾ามาแก฾ไขปัญหาระบบงานในปัจจุบัน และสามารถน้าไปพัฒนาต฽อยอด ระบบงานอื่นๆในอนาคต ค าส าคัญ : Continuous ambulatory peritoneal dialysis :CAPD, ALEART, Line Notify


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 342 E10.12 การพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เตือนใจ มะณีจันทร์ โรงพยาบาลหนองบัวแดง บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทส้าคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน ระบบ บริการสุขภาพด฾านสาธารณสุขน้าเทคโนโลยีมาใช฾ เพื่อสอดคล฾องกับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ 20 ปี โรงพยาบาลหนองบัวแดง พัฒนาเป็น "Smart Hospital" โดยให฾ความส้าคัญกับการใช฾เทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการด้าเนินงาน ปี 2564-2566 ผู฾รับบริการเข฾ารับการผ฽าตัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยผ฽าคลอดมากที่สุด ปี 2564-2566 มีการเลื่อนผ฽าตัดเนื่องจากความไม฽พร฾อมของผู฾รับบริการเกิดขึ้นในบางกรณี โดยการปฏิบัติตัว ไม฽ถูกต฾อง การเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัด การฟื้นตัวหลังผ฽าตัดไม฽เป็นไปตามที่ควร การเตรียมความพร฾อม ก฽อนการผ฽าตัดเป็นสิ่งส้าคัญเพื่อลดความเครียดของผู฾รับบริการและเพิ่มคุณภาพของการผ฽าตัด จึงมีการพัฒนา รูปแบบการเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัดผ฽านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อปูองกันการเลื่อนการผ฽าตัดเนื่องจากขาด ความพร฾อมของผู฾รับบริการ เน฾นการให฾ข฾อมูลและค้าแนะน้าผ฽านแอพพลิเคชั่นไลน์ มีผลในการเพิ่มความเข฾าใจ ของผู฾รับบริการเกี่ยวกับการเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัด ลดการเลื่อนการผ฽าตัด และได฾รับความพึงพอใจ เพื่อ รักษาคุณภาพการพยาบาล ลดความเครียดก฽อนผ฽าตัด วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัดผ฽านแอพพลิเคชั่นไลน์ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู฾รับบริการต฽อรูปแบบการเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัดผ฽านแอพพลิเคชั่นไลน์ วิธีการด าเนินการ : ศึกษางานวิจัย หลักฐานเชิงประจักษ์ ประสานงานกับหน฽วยงานที่เกี่ยวข฾อง แผนกฝากครรภ์ ห฾องคลอด และห฾องผ฽าตัด ตึกหลังคลอด ท้าคลิปวีดีโอ ให฾ความรู฾ในการเตรียมความพร฾อม ก฽อนการผ฽าตัด และสร฾าง line Group เพื่อเป็นการสื่อสารกับผู฾รับบริการ และให฾ความรู฾ในการเตรียมความ พร฾อมก฽อนผ฽าตัดประเมินและติดตามผลการด้าเนินงานกลุ฽มเปูาหมายที่แพทย์นัดผ฽าตัดแบบ Elective case ในระหว฽างวันที่ 1 มี.ค. – 31 พ.ค. 2566 จ้านวน 16 ราย เครื่องมือที่ใช฾ 1) แบบสอบถามความรู฾ความเข฾าใจ ในการผ฽าตัด ผ฽าน QR code 2) แบบบันทึกการเยี่ยมติดตามจากการตอบแบบสอบถาม และการศึกษาจาก คลิปให฾ความรู฾ผ฽าน QR code 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู฾รับบริการ ผ฽าน QR code ผลการศึกษา : 1) มีสื่อเตรียมความพร฾อมก฽อนมาผ฽าตัดอย฽างน฾อย 1 อย฽าง 2) ผู฾รับบริการได฾รับการเตรียม ความพร฾อมก฽อนการผ฽าตัด 100% 3) อุบัติการณ์การเลื่อนผ฽าตัด เป็น 0% 4) ผู฾รับบริการมีความพึงพอใจ ต฽อรูปแบบการเตรียมความพร฾อมก฽อนการผ฽าตัด 85.5% สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : รูปแบบการเตรีมความพร฾อมผู฾ปุวยช฽วยลดอุบัติการณ์การเลื่อน ผ฽าตัดได฾ ข฾อมูลที่ได฾จากการศึกษาใช฾เป็นแนวทางในการวางระบบการดูแลผู฾ปุวยที่มารับการผ฽าตัดได฾ตาม มาตรฐาน ค าส าคัญ : การเตรียมความพร฾อมก฽อนผ฽าตัด แอฟพลิเคชั่นไลน์


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 343 10.13 ER Phakdee I-Service V.1 พีระ ทองปั้น โรงพยาบาลภักดีชุมพล บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : จากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยก้าลังก฾าวสู฽ยุคดิจิทัลอย฽างเต็มตัวและสื่อ สังคมออนไลน์เป็นช฽องทางที่ได฾รับ ความนิยมเป็นอย฽างสูง จากการพัฒนาเทคโนโลยีทางด฾านการสื่อสาร และ อัตราการเติบโตของจ้านวนผู฾ใช฾งาน Smart Phone รวมถึงพฤติกรรมผู฾รับบริการที่หันมาเสพข฾อมูลข฽าวสาร จากโลกออนไลน์มากขึ้นในทุกช฽วงวัย ท้าให฾การสื่อสาร และการเสพข฾อมูลข฽าวสารสามารถท้าได฾อย฽างรวดเร็ว ข฾อมูลต฽างๆถูกอัพเดท Real Time ท้าให฾สามารถรับรู฾ข฾อมูลต฽างๆ ไม฽เว฾นแม฾แต฽เรื่องสุขภาพ ER Phakdi I-Service V.1 จะเป็นตัวช฽วยอีกหนึ่งช฽องทางที่ผู฾รับบริการจะได฾รับเกี่ยวกับปัญหา สุขภาพ เป็นการสนับสนุน การสร฾างสุขภาพและสุขภาวะที่ยั่งยืน วัตถุประสงค์การศึกษา : พัฒนาระบบบริการ การเข฾าถึงสุขภาพให฾รวดเร็ว สะดวกแก฽ผู฾รับบริการ วิธีการด าเนินการ : 1) ผู฾รับบริการเพิ่ม Line ER Phakdi I-Service V.1 ของผู฾ให฾บริการเป็นเพื่อน 2) ผู฾รับบริการคุยกับ chatbot หรือเลือกใช฾เมนูต฽าง ๆ 3) ผู฾ให฾บริการสามารถส฽งข฾อมูลหาผู฾รับบริการที่ อนุญาตได฾เช฽น ปัญหาสุขภาพ การปฐมพยาบาลเบื้องต฾น กิจกรรมทางด฾านสาธารณสุข ผลการศึกษา : ตัวชี้วัดรายการ (N=20) ดังนี้ 1) สามารถติดต฽อสอบถามปัญหาต฽าง ๆ ด฾านสุขภาพได฾เร็วขึ้น Line &โทรศัพท์ 60% และ ER Phakdee I-Service V.1 90% 2) อัตราการเข฾าถึงบริการผู฾ปุวย Stroke, STEMI รวดเร็วขึ้น Line &โทรศัพท์ 46% และ ER Phakdee I-Service V.1 67% 3) ระบบบริการ EMS ผู฾ปุวยเข฾าถึงรวดเร็วขึ้น Line &โทรศัพท์ 72% และ ER Phakdee I-Service V.1 96% 4) ใช฾งานง฽ายไม฽ ซับซ฾อน Line &โทรศัพท์87% และ ER Phakdee I-Service V.1 97% สรุปผลการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : 1) line official account ER Phakdi I-Service V.1 เข฾าถึง กลุ฽มผู฾รับบริการได฾รวดเร็วมากขึ้นเพราะระบบตอบกลับโดยอัตมัติในช฽วงเวลาที่ก้าหนดเองได฾ด฾วย สะดวกมาก 2) line official account ER Phakdi I-Service V.1 สามารถสื่อสารระหว฽างโรงพยาบาล กับผู฾รับบริการ ได฾สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นสอบถามปัญหาสุขภาพอามัยจากทีมงานห฾องอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาล ภักดีชุมพล 3) line official account ER Phakdi I-Service V.1 ยังช฽วยอ้านวยความสะดวกส้าหรับ โรงพยาบาลด฾วยระบบ Auto Reply สามารถตั้งข฾อความตอบกลับอัตโนมัติได฾หลายรูปแบบเช฽น Keyword Auto โดยผู฾รับบริการสามารถกดดูข฾อมูลบริการสุขภาพ ตามที่ก้าหนด 4) line official account ER Phakdi I-Service V.1 สอบถามข฾อมูลต฽างๆ สถานที่ห฾องรับบริการ เบอร์โทรศัพท์ภายในโรงพยาบาลภักดีชุมพล แชร์ ต้าแหน฽งปัจจุบันของตัวเองเพื่อให฾ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลภักดีชุมพลช฽วยเหลือได฾รวดเร็วมากขึ้น ค าส าคัญ : -


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 344 E10.14 Navigator E-Q ละมัย พลสวัสดิ์ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ศูนย์ส฽งเสริมสุขภาพของรพ.กรุงเทพราชสีมาในปี 2564 พบปัญหาดังนี้ Environment คาร์บอนฟุตปริ้นท์จากกระดาษและค฽าน้้ามันส้าหรับการขนส฽งผลทางไปรษณีย์ 640.7 kgCO2.eq/kg เทียบเท฽าการดูดซับ คาร์บอนของต฾นไม฾ 71 ต฾น Social ข฾อร฾องเรียนเรื่องการรอคอยนาน 300 ครั้ง,ไม฽ทราบคิวตรวจ ถูงแซงคิว ไม฽ทราบขั้นตอน ตรวจ 60 ครั้ง ,ตะโกนเรียกชื่อผู฾รับบริการ 100% (PDPA) ,บริษัทคู฽สัญญาไม฽พึงพอใจการส฽งผลตรวจสุขภาพล฽าช฾า 10 ครั้ง , คะแนนความพึงพอใจในการรายงานผลตรวจสุขภาพ 48.9%, Internal CSI เรื่องระบบคิว 50% Governance ระบบคิว แบบเดิมท้าให฾ รพ.เสียค฽าใช฾จ฽ายต฽อปีดังนี้ ค฽าส฽งผลตรวจสุขภาพทางไปรษณีย์ 187,000 บาท, ค฽าน้้ามัน ส้าหรับการขนส฽งผล ตรวจสุขภาพ 11,760 บาท,ค฽าแรงงาน 250,000 บาท และค฽ากระดาษและอุปกรณ์ ในการจัดท้าคิว 14,500 บาท วัตถุประสงค์การศึกษา : 1. Revenue growth 9% , customer growth 10% 2.ระยะเวลารอคอยลดลง 50 นาที 3. คะแนนความพึงพอใจต฽อการใช฾ระบบคิว >90% 4.ข฾อร฾องเรียนเรื่องระยะเวลารอคอยลดลง 50% 5.ไม฽มีค฽าใช฾จ฽ายค฽า กระดาษ 6.ไม฽เกิดประเด็นด฾านกฏหมายและจริยธรรมในเรื่อง PDPA วิธีการด าเนินการ : Plan วิเคราะห์สาเหตุ หาแนวทางแก฾ไขโดยใช฾เทคโนโลยีเข฾ามาช฽วย DO 1) ออกแบบระบบร฽วมกับทีม IT และทดลองใช฾ Electronic Queue 2) ขั้นตอนปฏิบัติ Electronic Queue 2.1) ลงทะเบียน และเลือก Package ใส฽ หมายเลข 4 ตัวท฾ายของ EN คิวของผู฾รับบริการจะถูกส฽งข฾อมูลไปตามทุกจุดบริการ 2.2) เจ฾าหน฾าที่น้าปูายข฾อมือติดให฾ ผู฾รับบริการ สามารถใช฾โทรศัพท์มือถือของผู฾รับบริการ Scan QR Code ที่ปูายข฾อมือ นอกเหนือจากแสดงผลในจอทีวี 2.3) เจ฾าหน฾าที่สามารถบริหารจัดการคิวตรวจได฾ กรณีเรียกไม฽พบ สามารถ Hold Queue ตรวจไว฾ได฾ คิวค฾างตรวจระบบคิวจะ บันทึกข฾อมูลไว฾เพื่อใช฾ท้านัดและติดตาม Check ดึงข฾อมูลประเภทโปรแกรมตรวจและระยะเวลาการตรวจ แต฽ละจุดบริการ น้ามาวิเคราะห์ได฾ Act น้า Electronic Queue ขยายไปยัง OPD อื่นและ รพ. ในเครือ ผลการศึกษา : Environment Carbon foot print จากการใช฾กระดาษและการขนส฽งผลทางไปรษณีย์เป็น 0 Social 1) ข฾อ ร฾องเรียนเรื่องรอนาน ไม฽ทราบคิวตรวจ ถูกแซงคิว 0% 2) งดการตะโกนเรียกชื่อผู฾รับบริการ 100% (PDPA) 3) ความพึง พอใจเรื่องระบบคิวเพิ่มขึ้น 50% , ค้าชมจากผู฾รับบริการเพิ่มขึ้น 68% 4) Customer Growth 15.20% Governance 1) ใน 1 ปีสามารถลดค฽าขนส฽ง /ค฽าส฽งผลตรวจสุขภาพทางไปรษณีย์ 200,000 บาท ค฽าแรงงาน 250,000 บาท ,ค฽ากระดาษ 14,500 บาท 2) Revenue Growth 17.19% 3) ช฽วยลดระยะเวลารอคอย 60 นาที สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : เนื่องจากApplication ไม฽เชื่อมต฽อกับ HIS สามารถขยายผลให฾กับทุก รพ. ไม฽ว฽า จะใช฾ระบบ HIS แบบใดก็ตาม หากต฾องการ Plug inกับระบบ HIS ของ รพ. นั้น ๆ ก็สามารถท้าได฾ ค าส าคัญ : PDPA


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 345 E10.15 นวัตกรรม Paperless Admission ร.อ.หญิง สิริพร อภัยบุรี โรงพยาบาลค฽ายสุรนารี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ใช฾ลงข฾อมูลนัดนอนผู฾ปุวยของแผนกศัลยกรรมกระดูกและข฾อ ซึ่งระบบเดิมคือ พยาบาล OPD ortho โทรประสานหอผู฾ปุวย 51 เพื่อลงสมุดนัดนอน รพ. ต฾องตรวจสอบนับยอดนัดนอนในแต฽ ละวันโดยการนับ manual เสี่ยงต฽อการเกิด Error ทั้งจองซ้้าซ฾อน ต฾องยกเลิกการนอน หรือลืมลงนัดในสมุดนัด นอนจากภาระงาน นวัตกรรม Paperless admission เป็นการน้า application Treetime ซึ่งเป็น app ปฎิ ทินออนไลน์ มาใช฾ลงข฾อมูลนัดนอนผู฾ปุวยของแผนกศัลยกรรมกระดูกและข฾อ แทนการโทรจองเตียงเพื่อนอน รพ. application นี้ใช฾ระบบ paperless พยาบาล OPD สามารถลงข฾อมูลผ฽าน app ข฾อมูลจะถูกบันทึกใน รูปแบบดิจิตอล แสดงให฾เห็นนัดหมายในแต฽ละวัน รวมทั้งสามารถลงข฾อมูลที่ครบถ฾วน ทั้งรูปภาพและข฾อความที่ จ้าเป็นส้าหรับพยาบาลหอผู฾ปุวย และจะแจ฾งมีระบบเตือน ให฾พยาบาลหอผู฾ปุวยทราบทันทีที่มีการจองผ฽าน App. ท้าให฾สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนต฽าง ๆ วัตถุประสงค์ : มีระบบนัดหมาย/เลื่อนนัดหมายถูกต฾องและบริหารการนัดนอน รพ. เพื่อผ฽าตัดได฾มี ประสิทธิภาพ การสื่อสารระหว฽าง ward และ OPDที่ถูกต฾องและมีประสิทธิภาพ วิธีด าเนินการ : ใช฾ Application Time tree ซึ่งเป็นแอพปฏิทินออนไลน์ที่สามารถใช฾ร฽วมกับผู฾อื่นได฾ น้ามา ช฽วย ในการลงบันทึกข฾อมูลนัดนอน โดยพยาบาล OPD เป็นคนลงข฾อมูลผู฾ปุวย ที่นัดนอนในแต฽ละวัน (ถ฾า เพศชายจะใช฾ สีฟูา เพศหญิงจะใช฾สีชมพู) ข฾อมูลนัดนอนจะแสดงในปฎิทินออนไลน์ และใน application สามารถเพิ่มข฾อมูล ที่ส้าคัญส้าหรับการส฽งต฽อข฾อมูลในการเตรียมผ฽าตัด ทีมแพทย์ และพยาบาล OPDIPD ดูข฾อมูลแบบ Real time ซึ่งท้าให฾เกิดการบริหารจัดการเตียงอย฽างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ลด ระยะเวลา ลดความผิดพลาดในการสื่อสาร ผลการศึกษา : 1) อุบัติการณ์จองเตียงซ้้า การสื่อสารผิดพลาด=0% 2) ความพึงพอใจของพยาบาลที่ใช฾ Application 92.5 % 3) Lean ระบบลดเวลาและค฽าใช฾จ฽าย( กระดาษ) 100% ข้อเสนอแนะในการน าผลการศึกษาไปใช้ : จากการน้า Application Timetree ไปใช฾งาน พบว฽า ลด ระยะเวลาและภาระงานของ พยาบาลประจ้า ward ในการรับโทรศัพท์เพื่อจองเตียง บางครั้งต฾องใช฾เวลาใน การจอง ถึง 2-3 ครั้ง เนื่องจาก ต฾องแจ฾งแพทย์เพื่อเลื่อนวันผ฽าตัดใหม฽จากการที่ยอดจองเต็ม รวมทั้งทีม ยังช฽วยตรวจสอบความถูกต฾องจองข฾อมูลร฽วมกันได฾ อีกทั้งยังเหมาะส้าหรับ รพ. ที่ระบบ HIS ยังไม฽รองรับ ระบบการจองเตียงได฾ ค าส าคัญ : Application Treetime


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 346 E10.16 โปรแกรมแสดงล าดับผู้เข้ารับบริการห้องฉุกเฉิน รพ.ค่ายสุรนารี (FSH Service Queue) ณัฐพงศ์ ไพเราะ โรงพยาบาลค฽ายสุรนารี บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : แผนกห฾องฉุกเฉิน รพ.ค฽ายสุรนารี ให฾บริการผู฾ปุวยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีผู฾มา ใช฾บริการประมาณวันละ 70 คน (ไม฽รวมผู฾ปุวยนัดฉีดยา-ท้าแผล) ซึ่งล้าดับการให฾บริการจะจัดแบ฽งตามการ ประเมินความเร฽งด฽วนฉุกเฉินของผู฾ปุวยเป็น 5 ระดับ และเมื่อผู฾ปุวยเข฾าไปใช฾บริการแล฾ว ญาติที่เฝูารอคอยอยู฽ ภายนอกมักเกิดความกังวลใจ ต฾องการทราบความคืบหน฾าของการดูแลรักษาผู฾ปุวย ท้าให฾เจ฾าหน฾าที่ต฾องคอย ตรวจสอบและตอบค้าถามหลาย ๆ ครั้งอยู฽ตลอดเวลา ดังนั้นการจัดให฾มีระบบดิจิทัล เพื่อแจ฾งล้าดับคิวในการ เข฾ารับการตรวจรักษา ตลอดจนความคืบหน฾าในการตรวจรักษาผู฾ปุวย โดยแสดงเป็นจอมอนิเตอร์ให฾ญาติ ติดตามได฾ จะช฽วยบรรเทาความกังวลใจของญาติ และสร฾างความพึงพอใจในการเข฾ารับบริการของผู฾ปุวยและ ญาติได฾ วัตถุประสงค์ : น้าระบบดิจิทัล แสดงผลการรอรับบริการในห฾องฉุกเฉินเป็นการสื่อสารกับญาติ เพื่อลดข฾อ ขัดแย฾งระหว฽างผู฾ปุวยและญาติกับเจ฾าหน฾าที่ห฾องฉุกเฉิน เพิ่มความพึงพอใจในการเข฾ารับบริการของผู฾ปุวยและ ญาติ วิธีด าเนินการ : ทีมพัฒนาโปรแกรม ศกม. และแผนกห฾องฉุกเฉิน ร฽วมประชุมเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ ปัญหา และหาแนวทางแก฾ไข โดยออกแบบโปรแกรมเชื่อมระบบปฏิบัติการของ รพ. (HIS) โปรแกรม “FSH Service Queue” ได฾รับการสนับสนุนจอทีวีขนาดใหญ฽ จากผู฾บริหาร ได฾ติดตั้งที่ห฾องฉุกเฉิน โดยหน฾าจอแสดงคิว และ เริ่มทดลองใช฾งานในเดือน มกราคม 2566 หลังจากนั้น น้าปัญหาและข฾อเสนอแนะ มาปรับปรุงแก฾ไข คือ เรื่อง สถานะของการรับบริการ และเริ่มเปิดใช฾งานจริงในเดือน กุมภาพันธ์ 2566 ผลการศึกษา : 1) ความพึงพอใจของผู฾ปุวยและญาติต฽อระบบแสดงล้าดับคิว 86.24% 2) ความพึงพอใจของ เจ฾าหน฾าที่ห฾องฉุกเฉินต฽อการน้าโปรแกรม “FSH Service Queue” 100 % ข้อเสนอแนะในการน าผลไปใช้ : การเชื่อมต฽อกับระบบ HIS สามารถขยายผลไป แสดงล้าดับการรับบริการ ของห฾องตรวจอื่นๆได฾ ค าส าคัญ : Service Queue


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 347 E10.17 ผลของการใช้โปรแกรม Cataract–Okamod.com คัดกรองผู้ปุวยต้อกระจก ในศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกจังหวัดบุรีรัมย์ มนต์ชัย นะรารัมย์และคณะ โรงพยาบาลห฾วยราช บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ต฾อกระจก เป็นปัญหาทางตาที่พบบ฽อยในผู฾สูงอายุ และเป็นสาเหตุหลักที่ท้าให฾ตาบอดมากที่สุด เนื่องจากผู฾ปุวยเข฾ารับการคัดกรองและการรักษาที่ล฽าช฾า ปฏิเสธการรักษาเพราะระยะเวลารอคอยยาวนาน การพัฒนาโปรแกรม Cataract–Okamod.com เพื่อให฾การคัดกรองและเข฾าถึงบริการของผู฾ปุวยสะดวก และได฾รับการผ฽าตัดรวดเร็วตามแนวคิดระบบลีน และมีการใช฾ระบบ AI จัดล้าดับความเร฽งด฽วนในการผ฽าตัดของผู฾ปุวยมีปัญหาการมองเห็นระดับ blinding และ Low vision เพื่อให฾ คุณภาพชีวิตของผู฾ปุวยดีขึ้น วัตถุประสงค์การศึกษา : 1) เพื่อศึกษาผลของการใช฾โปรแกรม Cataract–Okamod.com คัดกรองผู฾ปุวย ต฾อกระจก 2) เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของบุคลากรผู฾ใช฾โปรแกรม Cataract–Okamod.com วิธีการด าเนินการ : ศึกษาแบบ Retrospective Crossection study โดยคัดเลือกกลุ฽มตัวอย฽างแบบเฉพาะเจาะจง ได฾แก฽ บุคลากรทาง การแพทย์ 30 คน และผู฾ปุวยต฾อกระจก 1,011 ราย ระหว฽างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 พฤษภาคม 2566 เครื่องมือที่ใช฾ในการวิจัย ได฾แก฽ 1) แบบบันทึกเวชระเบียนในโปรแกรม CATARACT OKAMOD 2) แบบประเมินความพึงพอใจของบุคลากรผู฾ใช฾โปรแกรม วิเคราะห์ข฾อมูลโดยใช฾สถิติร฾อยละ ค฽าเฉลี่ย ผ฽านการรับรองจริยธรรมของส้านักงานสาธารสุข จังหวัดบุรีรัมย์ BRO 2023-057 ผลของการศึกษา : พบว฽า มีเครือข฽ายโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส฽งเสริมสุขภาพต้าบลในจังหวัดบุรีรัมย์ เข฾าร฽วมโปรแกรม 111 หน฽วยงาน มีความสมบูรณ์ของเวชระเบียนร฾อยละ 100 โดยลงบันทึกอาการผู฾ปุวยตามแนวทางของการดูแลผู฾ปุวยต฾อกระจก จังหวัดบุรีรัมย์ จ้านวน 1,011 รายอัตราผู฾ปุวยต฾อกระจกได฾รับการผ฽าตัด 939ราย ร฾อยละ 92.87 และอัตราผู฾ปุวยต฾อกระจกรอคอย ผ฽าตัดที่ได฾รับวันนัดหมายแล฾ว 72 ราย ร฾อยละ 7.12 ซึ่งมีการเข฾าถึงของผู฾ปุวยมากขึ้น 5 เท฽า จากปี 2562-2565 สามารถช฽วยลด ความแอดอัดจากโรงพยาบาลบุรีรัมย์ได฾ร฾อยละ 25 ผลการศึกษาความพึงพอใจของบุคลากรผู฾ใช฾โปรแกรม พบว฽าบุพึงพอใจใน การใช฾โปรแกรม CATARACT-OKAMOD .COM ระดับมากถึงมากที่สุดคิดเป็นร฾อยละ 100 และจากการประเมินรายข฾อพบว฽า ข฾อโปรแกรมมีความสะดวก รวดเร็วในการใช฾งานง฽าย เป็นช฽องทางในการบันทึกข฾อมูลผู฾ปุวยระหว฽างหน฽วยงาน ช฽วยลดระยะเวลา เดินทางและค฽าใช฾จ฽ายของผู฾ปุวย ระดับมากถึงมากที่สุดร฾อยละ 100 สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์: การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมช฽วยเพิ่มการเข฾าถึงของผู฾รับบริการได฾อย฽างรวดเร็ว ช฽วยลดระยะเวลารอคอย และลดอัตราความแออัดจากโรงพยาบาลศูนย์ได฾ สามารถพัฒนาต฽อยอดน้าไปใช฾ได฾ทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ และประยุกต์ใช฾ในการดูแลผู฾ปุวยโรคอื่นๆได฾ตามบริบทของพื้นที่ให฾มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลดียิ่งขึ้นต฽อไป ทั้งนี้ยังได฾เป็นแหล฽ง ศึกษาดูงานการพัฒนาโปรแกรมให฾เครือข฽ายจากโรงพยาบาลข฾างเคียงในเขตสุขภาพที่ 9 ค าส าคัญ : คัดกรองผู฾ปุวยต฾อกระจก, ผ฽าตัดต฾อกระจก,ศูนย์ผ฽าตัดต฾อกระจกจังหวัดบุรีรัมย์


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 348 E10.18 โครงการพัฒนาระบบผู้ปุวยในไร้กระดาษ (IPD Paperless: Kips) ศิริลักษณ์ สอนจันทร์ โรงพยาบาลขามทะเลสอ บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : จากงานดูแลรักษาผู฾ปุวยใน โรงพยาบาลขามทะเลสอ บุคลากรทางการแพทย์ ต฾อง เขียนและบันทึกข฾อมูลรับผู฾ปุวยใน หลายขั้นตอนในระหว฽างรับผู฾ปุวยแบบนอนรพ. เกิดความซ้้าซ฾อนและความ ผิดพลาดได฾ง฽าย จึงพัฒนาระบบผู฾ปุวยในไร฾กระดาษ IPD Paperless ผ฽านเว็บแอพพลิเคชั่น เพื่อลดภาระงาน และลด ความซ้้าซ฾อน สอดคล฾องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบาย Smart Hospital ตามนโยบาย Thailand 4.0 ปรับเปลี่ยนกระบวนการปฏิบัติงานโดยน้าเทคโนโลยีด฾านดิจิทัล มาประยุกต์ใช฾กับระบบเดิมแบบไร฾ รอยต฽อ ทั้งระบบริหารและระบบบริการให฾มีคุณภาพ รวดเร็วถูกต฾องและอ้านวยความสะดวก วัตถุประสงค์การศึกษา : มีระบบ ผู฾ปุวยในไร฾กระดาษ ( IPD Paperless ) พร฾อมใช฾งาน เพื่อสนับสนุนระบบการ บริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามนโยบาย Smart Hospital ลดต฾นทุนค฽าใช฾จ฽ายในการติดตั้งโปรแกรม จาก บริษัทเอกชน เพิ่มประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม฽นย้า และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมของเจ฾าหน฾าที่ วิธีการด าเนินการ : 1) รวบรวมปัญหาจาการกระบวนการท้างานตามระบบเดิม และความต฾องการของงานดูแลผู฾ปุวย ในและแผนกต฽างๆที่เกี่ยวข฾อง 2) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับเจ฾าหน฾าที่ที่ดูแลข฾อมูลสารสนเทศ ในการพัฒนา โปรแกรมและเว็บแอพพลิเคชั่นแบบต฽อเนื่องด฾วยเฟรมเวิร์กเว็บแอปพลิเคชันที่ชื่อ Angular, Adonis 3) จัดประชุม วางแผนการใช฾งานระบบร฽วมกับทุกแผนกที่เกี่ยวข฾อง 4) อบรมการใช฾งานระบบ IPD Paperless: Kips ทุกแผนกที่ เกี่ยวข฾อง 5) ด้าเนินการติดตั้งระบบงาน 6) จัดท้าคู฽มือการใช฾งานระบบ 7) ติดตามการใช฾งานระบบ ผลการศึกษา : เจ฾าหน฾าที่สามารถให฾การดูแลรักษาผู฾ปุวยได฾อย฽างเหมาะสม โดยน้าเทคโนโลยีด฾านดิจิทัล มา ประยุกต์ใช฾กับระบบเดิมแบบไร฾รอยต฽อ ลดเวลาและความซ้้าซ฾อน ลดค฽าใช฾จ฽ายของโรงพยาบาลจากการติดตั้งระบบ IPD Paperless ลดปริมาณการใช฾กระดาษ แพทย์สรุปการรักษาเร็วขึ้นท้างานเวชระเบียนตรวจสอบ ชาร์ทผ฽านระบบ ได฾ สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : 1) เขียน nurse note เร็วขึ้น, แพทย์สั่งรายการการรักษาผ฽านระบบไม฽ ต฾องอ฽านลายมือ เห็นค้าสั่งแพทย์ได฾ก฽อนที่ผู฾ปุวยมาถึงตึก, ได฾รับยาที่เร็วขึ้น ลดเวลารอคอย, มีเวลาดูแลผู฾ปุวยมากขึ้น มีประสิทธิภาพตามนโยบาย Smart Hospital 2) มีการปรับระบบให฾อัพเดตเสมอ เช฽น การเชื่อมต฽อผล LAB และ XRAY สะดวกต฽อการการท้างานจริง ลดข฾อผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนสื่อสารในกระดาษ ลดกระดาษจากการพิมพ์ผล แลป ลดปัญหาการท้างานซ้้าซ฾อนของเจ฾าหน฾าที่ 3) มีการพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมและเว็บแอพพลิเคชั่นที่ดีขึ้น 4) ลดค฽าใช฾จ฽ายจากการติดตั้งระบบ 85% และไม฽ต฾องเสียค฽าดูแลระบบรายปี ปีละ 10% 5) บริษัทเอกชนส฽งใบเสนอ ราคาโปรแกรม IPD Paperless ราคา800,000 บาท ไม฽รวม คอมพิวเตอร์แม฽ข฽าย ราคา 350,000 ค าส าคัญ : IPD paperless, KiPs


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 349 E10.19 นวัตกรรมการใช้แนวคิด LEAN, บาร์โค้ด และ Line notify ควบคุมเจ้าหนี้การค้า ประทีป ลิขิตด้ารงเกียรติ โรงพยาบาลคูเมือง บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : ปี 2565 พบปัญหาจากการติดตามตัวชี้วัด TPS score เรื่อง ระยะเวลานับ เฉลี่ยในการช้าระหนี้เจ฾าหนี้การค฾าเกินเปูาหมาย วิเคราะห์สาเหตุ พบปัญหา 3 ส฽วน คือ 1) หน฽วยงาน มีภาระ งานมากท้าเอกสารไม฽ทัน ใช฾โปรแกรม Word ในการพิมพ์ท้าให฾มีโอกาสผิดพลาดสูงโดยเฉพาะข฾อมูลจ้าพวก ตัวเลข, ชื่อบริษัท, รายการที่ซื้อ ซึ่งต฾องมีการเปลี่ยนข฾อมูลทุกหน฾า จึงปรับการคีย์ข฾อมูลจากโปรแกรม Word เป็น Excel ท้าให฾คีย์ข฾อมูลครั้งเดียวแล฾วลิงค์ไปแต฽ละหน฾า ช฽วยลดข฾อผิดพลาด ท้างานได฾เร็วขึ้น 2) พัสดุ คีย์ EGP ไม฽ทันเวลา เกิดจากไม฽ได฾ก้าหนดวันให฾หน฽วยงานส฽งเอกสารเพื่อคีย์เข฾าระบบ EGP จึงได฾ปรับ โดยใช฾ แนวคิด LEAN เพื่อลด Matching ก้าหนดวันในการส฽งเอกสารเพื่อให฾พัสดุคีย์ 3) งานการเงินและบัญชี พบ ปัญหาทะเบียนคุมเจ฾าหนี้ระบบเดิมก้าหนดรหัสเป็นตัวอักษรปนตัวเลขใช฾ยาก มีโอกาสคีย์ยอดเงินผิดสูง ไม฽ สามารถทราบขั้นตอนของเอกสารว฽าอยู฽สถานะไหน การค฾นหาข฾อมูลที่ไม฽สะดวก ไม฽มีขั้นตอนการติดตาม เอกสารกลับมาเพื่อท้าเบิกจ฽ายจากหน฽วยงานจึงได฾มีการปรับโดย ก้าหนดรูปแบบทะเบียนคุมให฾สามารถทราบ สถานะของเอกสารว฽าอยู฽ขั้นตอนไหน มีการสะท฾อนข฾อมูลในกลุ฽ม line ทุกวันพุธ ให฾ทราบสถานะของบิลของ หน฽วยงาน จ้านวนเงินที่ค฾าง มีบาร์โค฾ดติดต฾นฉบับใบส฽งของเพื่อใช฾สแกนตัดเจ฾าหนี้ลดข฾อผิดพลาด มีการ ก้าหนดระยะเวลาการท้างานโดยส฽งบิล 30 วันนับจากวันตรวจรับ และจ฽ายเงินภายใน 60 วัน เพื่อให฾มี ระยะเวลาในการติดตามบิลที่ค฾างและมีปัญหา วัตถุประสงค์การศึกษา : ลงรับเจ฾าหนี้ และช้าระหนี้ครบถ฾วน ถูกต฾อง ทันเวลา ค฾นหาข฾อมูลได฾รวดเร็ว วิธีการด าเนินการ : 1) ปัญหาจากหน฽วยงาน (เอกสารตีกลับเพื่อแก฾ไข)มีการเปลี่ยนวิธีคีย์ข฾อมูลจากโปรแกรม Word เป็น Excel ท้าให฾ไม฽ต฾องเปลี่ยนข฾อมูลที่ซ้้าๆบ฽อย เนื่องจากตั้งค฽าให฾คีย์ข฾อมูลครั้งเดียวแล฾วลิงค์เปลี่ยน ข฾อมูลทุกหน฾า 2) ปัญหาจากพัสดุ (คีย์ EGP ไม฽ทัน)มีการก้าหนดให฾หน฽วยงานส฽งเอกสารเพื่อคีย์ EGP ราย สัปดาห์ ท้าให฾ทยอยคีย์เอกสารได฾เร็วพร฾อมส฽งเอกสารคืนให฾หน฽วยงานด้าเนินการต฽อได฾รวดเร็ว 3) การเงินและ บัญชีการเงินจ฽ายเงินช้าระหนี้ช฾ามีการปรับทะเบียนคุมให฾ง฽ายและสะดวกขึ้นและมีการสะท฾อนข฾อมูล line notify ทุกวันพุธ ถึงสถานะของบิล จ้านวนเงินที่ค฾างที่ยังไม฽ส฽ง น้าเสนอเป็นเข็มมุ฽ง รพ.ทุกเดือน ให฾ผู฾บริหาร ทราบข฾อมูล สามารถติดตามงานที่ต฽อเนื่อง ผลการศึกษา : ผลลัพธ์ในปี 2566 พบว฽า หน฽วยงานส฽งบิลเฉลี่ยอยู฽ที่ 35 วัน และระยะเวลานับเฉลี่ยในการ ช้าระหนี้เจ฾าหนี้การค฾า < 60 วัน สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : การใช฾เทคโนโลยีและสารสนเทศ การสื่อสารการท้างานเป็นทีม ระบบการก้ากับติดตามที่ต฽อเนื่องสม่้าเสมอ ท้าให฾การท้างานบรรลุเปูาหมาย ค าส าคัญ : LEAN, บาร์โค฾ด , Line notify, เจ฾าหนี้การค฾า


การประชุมมหกรรมคุณภาพ HACC FORUM ครั ้งที่ 16 หน้า 350 E10.20 นวัตกรรมติดตามระบบ Maintenance ด้วย Looker Studio สามารถ บุษบงค์ โรงพยาบาลคูเมือง บทคัดย่อ ความเป็นมาและความส าคัญ : การดูแลบ้ารุงรักษาพบว฽า เครื่องก้าเนิดไฟฟูาส้ารองไม฽ท้างาน ปี 2558 - 2560 = 2, 1,1 ครั้ง สาเหตุจาก ปี2558 ขาดการดูแลบ้ารุงรักษาประจ้าปี ท้าให฾เครื่องไม฽ท้างานจากการเสื่อมสภาพ ของอุปกรณ์ ปี2559 สายส฽งท฽อน้้ามันรั่ว ปี2560 ไดร์ทสตาร์ทเสีย และปี 2565 = 1 ครั้ง สายส฽งไหม฾ละลาย จาก การใช฾โหลดเกินพิกัดขนาดสายไฟฟูา ไฟช฿อตลงตู฾ Control เครื่องก้าเนิดไฟฟูาเสียหายทั้งระบบ สาเหตุจากไม฽มีการ ตรวจสอบที่ชัดเจน ทั้งประจ้าวัน เดือน ประจ้าปี และไม฽ครอบคลุมตามมาตรฐาน ลิฟท์อาคาร 114 เตียงค฾างบ฽อย พบอุบัติการณ์ ปี 2563 - 2565 = 16 ครั้ง จากระบบไฟฟูาขัดข฾อง ระบบ Safety ที่ติดมากับระบบลิฟท์ไม฽ เสถียรภาพท้างานไม฽ได฾ ระบบประปา พบอุบัติการณ์ ปี 2560 -2565 = 15 ครั้ง น้้าประปาไม฽ไหลเกิดจากซัมเมิทไม฽ ท้างาน (พบสวิตช์ลูกลอยตัดต฽ออัตโนมัติเสีย), ปั๊มน้้าสูบขึ้นหอสูงเสีย(ชุดขดลวดไหม฾เกิดการเสื่อมสภาพจากอายุการใช฾ งาน), ท฽อเมนประปาแตก (เดิมเป็นท฽อเหล็กชนิดแปฺบน้้าใช฾งานมานานเกิดสนิมในท฽อผุกร฽อน) เครื่องปรับอากาศ มี จ้านวน 290 เครื่อง การส฽งซ฽อมในปี 2564 - 2565 = 158 ครั้ง, 108 ครั้ง เนื่องจากขาดการบ้ารุงรักษาไม฽ได฾ล฾างตาม รอบ จากการวิเคราะห์หาสาเหตุ คือระบบเดิมบันทึกลงกระดาษ ไม฽มีการตรวจสอบทะเบียน การบันทึกข฾อมูลไม฽ ต฽อเนื่อง การน้าข฾อมูลมาใช฾ในได฾ยาก ผู฾บริหารและคณะกรรมการติดตามระบบการmaintenance ไม฽สม่้าเสมอ วัตถุประสงค์การศึกษา : เพื่อให฾มีระบบการบ้ารุงรักษาของระบบงานและเครื่องมือที่ส้าคัญสม่้าเสมอ ลดการส฽งซ฽อม หรือลดผลกระทบเมื่อระบบงานส้าคัญขัดข฾อง วิธีการด าเนินการ : ก้าหนดรายการเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะต฾อง Maintenance ประจ้าวัน โดยหน฽วยงาน หน฽วยงานช฽าง หน฽วยงาน IT, ท้า QR Code และลงผลการตรวจสอบประจ้าวันในGoogle form, ใช฾ Looker Studio ในการท้า Dashboard ติดตามงานทุกวัน , ส฽งสรุปรายงานจาก Looker Studio เสนอผู฾บริหาร ผลการศึกษา : อัตราการบ้ารุงรักษาของเครื่องมือประจ้าวันปี2564-2566 = 45%, 75%, 100% จ้านวนครั้งการส฽ง ซ฽อมจากสาเหตุของเครื่องมือไม฽ได฾รับการบ้ารุงรักษา ปี 2566 = 0 ลดภาระงานของหน฽วยงานที่ต฾องรวบรวมส฽ง และ ลดการลงข฾อมูลซ้้าซ฾อน อัตราความพึงพอใจของเจ฾าหน฾าที่ในการบ้ารุงรักษาประจ้าวัน ปี 2566 = 95% สรุปการศึกษาและการน าไปใช้ประโยชน์ : ระบบการ Maintenance ประจ้าวันของระบบงาน และเครื่องมือที่ ส้าคัญ ถ฾ามีระบบการบ้ารุงรักษาที่สม่้าเสมอและต฽อเนื่อง จะช฽วยการให฾บริการและการดูแลผู฾ปุวยของโรงพยาบาลมี ความต฽อเนื่อง ไม฽ติดขัด ลดงบประมาณที่สูญเสียจากการซ฽อมในราคาที่สูงหรือต฾องซื้อใหม฽ การใช฾เทคโนโลยีและ สารสนเทศมาช฽วย แม฾เป็นเทคโนโลยีราคาถูก แต฽ตอบโจทย์ผู฾ปฏิบัติการมีส฽วนร฽วมในการวางแผนการท้างานกับทีมผู฾ ปฏิบัติท้าให฾การเปลี่ยนแปลงระบบง฽ายขึ้น ระบบการก้ากับติดตามท้าให฾ผู฾บริหารเห็นข฾อมูลในการท้างาน การท้างานมี เปูาหมายที่ชัดเจนประสบผลส้าเร็จ ค าส าคัญ : ระบบ Maintenance, Line notify, Looker Studio


Click to View FlipBook Version