The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info_dlict, 2021-08-02 00:31:36

คู่มือการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ สายงานการสอน

- 47 -

หมายเหตุ:
1) ผูขอรับการประเมินในสาขา/สาขาวิชา/กลุมสาระการเรียนรู ท่ีไมมีการทดสอบระดับเขต/

ประเทศ ใหรายงานเฉพาะขอ 1.1.1 และขอ 1.1.2 เทา น้ัน
2) ผูขอรับการประเมินที่สอนระดับปฐมวัย ใหรายงานผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะ

อันพึงประสงคในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่ครอบคลุมพัฒนาการดานรางกาย
อารมณและจิตใจ สังคม และสติปญญา (ไมตองรายงานผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนขอ 1.1.1 ขอ 1.1.2 และ
ขอ 1.1.3)

3) ผูขอรับการประเมินท่ีสอนการศึกษาพิเศษในกรณีเรียนรวมและขอในสาขาการศึกษาพิเศษ
ที่ไมมีการวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนใหรายงานผลการพัฒนาผูเรียนรายบุคคล ตามท่ีกําหนด
ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยตองมีผูเรียนเรียนรวมในความดูแล ทั้ง 2 ป
รวมกนั ไมน อยกวา 3 คน (ไมต องรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขอ 1.1.1 ขอ 1.1.2 และ ขอ 1.1.3)

4) ผูขอรับการประเมินที่สอนการศึกษาพิเศษ ใหรายงานผลการพัฒนาผูเรียนรายบุคคล
ท่ีครอบคลุมพัฒนาการดานสุขภาพรางกาย สติปญญา อารมณและสังคม โดยเปรียบเทียบผลกอนและ
หลังการพัฒนาวาผูเรียนแตละคนมีความกาวหนาในดานใด ระดับใด และอยางไร ตามที่กําหนดไว
ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) (ไมตองรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขอ 1.1.1 ขอ 1.1.2
และ ขอ 1.1.3)

1.2 ผลการพัฒนาผเู รยี นดา นอืน่ ๆ
ใหรายงานในรอบ 2 ปทที่ ําการสอนในวชิ าที่เสนอขอรบั การประเมิน ดังน้ี
1.2.1 ผเู รยี นในสาขา/สาขาวิชา/กลุม สาระการเรียนรทู ่ีเสนอขอ จาํ นวน.....................คน
1.2.2 ผูเรียนมกี ารพฒั นาดานสขุ ภาพ รางกาย สตปิ ญ ญา อารมณ และสังคมตามหลักสตู ร/
แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) และตามทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนดในระดับดี
จาํ นวน.............คน คิดเปน รอยละ............
1.2.3 ผูเ รียนมคี ุณลักษณะอันพึงประสงคตามหลกั สตู รและตามทีส่ ถานศกึ ษากาํ หนดในระดบั ดี
จาํ นวน.............คน คดิ เปนรอ ยละ............

2. รายงานการสังเคราะหผ ลการแกป ญ หาและพัฒนาผูเ รียน ตามหัวขอดังนี้
2.1 ปญหาและขอบเขตของปญหา
2.2 รปู แบบ เทคนคิ วิธกี ารแกปญ หาหรือพฒั นา
2.3 การนาํ รูปแบบเทคนิควิธีการแกปญหาหรือพัฒนาไปใชในการแกป ญ หาหรือพฒั นา
และผลทเี่ กดิ ขึ้น
2.4 ขอเสนอเชิงนโยบายในการแกปญ หาและพฒั นาในอนาคต

- 48 -

3. ปริมาณและสภาพของงาน (ณ วนั ทยี่ น่ื คาํ ขอรับการประเมนิ )
3.1 ปรมิ าณงาน
- จาํ นวนชวั่ โมงทสี่ อนตอสปั ดาห................ชว่ั โมง
- จํานวนกลมุ สาระการเรยี นรู/กลุมประสบการณ/สาขาวิชา และระดับชั้นท่สี อน…..
- จาํ นวนแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล(IEP)............ฉบับ(สําหรบั ผูข อรับการประเมนิ
ทีส่ อนการศึกษาพิเศษ)
- จํานวนผูเรียนทีส่ อน....................คน
- จาํ นวนคร้ังทผ่ี ูสอนใชแหลง เรยี นรปู ระกอบการจัดกจิ กรรมประจําวนั
ตอ ป................ ครั้ง (สาํ หรบั ผขู อรับการประเมินที่สอนระดบั ปฐมวัย)
- ปฏิบัตงิ านอน่ื (ถา ม)ี โปรดระบุ............................................................
3.2 สภาพของงาน
รบั ผิดชอบนกั เรียนทม่ี ีความตองการจําเปน พิเศษ
รับผิดชอบนักเรียนที่มีความตองการพเิ ศษหลายประเภทความพิการ
และมลี ักษณะอาการรุนแรง
รับผดิ ชอบนักเรยี นที่มคี วามหลากหลายทางเศรษฐกิจ/วฒั นธรรม
สถานศึกษาตงั้ อยบู นพ้ืนทป่ี กติ
สถานศกึ ษาทต่ี ัง้ อยูในพื้นทภี่ ูเขา หรอื เกาะหรอื ตดิ กบั รอยตะเขบ็ ชายแดน
สถานศกึ ษาทต่ี ัง้ อยใู นพนื้ ทที่ ่มี ีลกั ษณะพเิ ศษ เชน กนั ดาร เส่ยี งภัย
ตามประกาศของทางราชการ เปน ตน

ขอรบั รองวาขอ มลู ดังกลาวขา งตน ถูกตอง และเปน ความจริง

(ลงช่อื ).....................................................ผขู อรับการประเมนิ
(.....................................................)

ตาํ แหนง .....................................................
วันท่ี ...........เดอื น....................พ.ศ. ...........

การตรวจสอบและรบั รองของผบู งั คับบัญชา
ไดตรวจสอบแลวรับรองวา ขอมูลถกู ตอ ง และเปน ความจริง

(ลงช่ือ)..............................................ผูบงั คับบญั ชาชั้นตน
(.....................................................)

ตําแหนง...................................................
วนั ที่ .........เดอื น....................พ.ศ. .......

- 49 -

เอกสารแนบแบบ ก.ค.ศ. 3

คําอธบิ ายการหาคะแนนทเี ฉลี่ย (Average T score) ของผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกอ นเรียน
และหลงั เรียน และผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนปลายภาคเรียน/ปลายปก ารศกึ ษาท่แี ลว และ

ปก ารศึกษาปจ จุบนั
ใหแปลงคะแนนทไ่ี ดจากการทดสอบเปนคะแนนทเี ฉล่ยี (T score) ของกลมุ สาระ

การเรียนรู/ กลมุ ประสบการณ/ สาขาวิชา เดยี วกัน ที่เปนคะแนนกอ นเรยี นและหลังเรียน
หรือคะแนนของผูเรียนปลายภาคเรียน/ปลายปการศึกษาทแ่ี ลวและปลายภาคเรยี น/
ปลายปก ารศึกษาปจจบุ ัน

วิธีการแปลงคะแนนใหเปน คะแนนทีเฉล่ยี (Average T score)

1. ใหนําคะแนนกอนเรียนและคะแนนหลังเรียนของนักเรียนทุกคนมาเรียงตอกัน

ใหเปนคะแนนชุดเดียวกัน (คะแนนเต็มกอนเรียนและหลังเรียน อาจไมเทากันก็ได) แลวนํา

คะแนนมาบวกกันหาผลรวม

2. ใหนําคะแนนผลรวมจากขอ 1 มาคํานวณหาคาเฉลี่ย ( X) (Mean) โดยหารดวย

จํานวนนักเรยี นท้งั หมด(จํานวนนักเรียนกอ นเรียนและจาํ นวนนักเรยี นหลังเรยี นรวมกัน)

โดยใชสตู ร X   =  คะแนนผลรวมทั้งหมด
จาํ นวนนักเรียนท้ังหมด

(กรณีท่นี ักเรยี นไมม คี ะแนนกอนเรยี นหรือหลงั เรยี นอยา งใดอยา งหนึง่ หรอื ทง้ั 2 อยา ง

ไมต อ งนาํ มาคํานวณ)

3. ใหน ําคะแนนจากขอ 1 มาคาํ นวณหาคาสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)

โดยใชสูตร S.D.  = nΣx2 – (Σx) 2
n(n – 1) 

S.D. แทน คา สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
Σx2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล ะตวั ยกกําลงั สอง
(Σx) 2 แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมด ยกกําลงั สอง
n แทน จํานวนนกั เรียน

- 50 -

4. ใหนําคาเฉลี่ย (X) และคาสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) จากขอ 2 และขอ 3

มาคาํ นวณหาคา มาตรฐานซี (Z score)

โดยใชสตู ร Z   =  ( X - X)
S.D.

5. ใหน ําคะแนนคามาตรฐานซี (Z score) มาหาคะแนนที (T score)

โดยใชสตู ร T score = 50 + 10Z

6. ใหนําคะแนนคะแนนที (T score) มาแยกเปนคะแนน 2 ชดุ ไดแ ก ชุดคะแนน

กอนเรียนและชุดคะแนนหลงั เรียน

7. ใหคํานวณหาคาความแตกตางของคะแนนที ชุดคะแนนกอนเรียนและชุดคะแนน

หลังเรียน (ขอ 6) เพ่ือหาคารอยละของคะแนนทีหลังเรียนสูงกวาคะแนนทีกอนเรียน หรือ

ระหวางการทดสอบ 2 ครงั้ โดยใชสตู ร

7.1 หาความแตกตางของคะแนนทหี ลงั เรยี นและคะแนนทกี อนเรียน

XT post - X T pre
7.2 หาความแตกตางของคะแนนทีปการศึกษาปจ จุบนั และปการศึกษาทแ่ี ลว

X - XT ปป จ จุบัน T ปที่แลว

กรณีคะแนนปลายภาคเรยี น ใชวิธีการเดียวกบั ขอ 7.2

8. ใหนําคะแนนทีเฉลี่ยท่ีเพ่ิมข้ึนมาคํานวณหาคารอยละ เชน คะแนนทีเฉลี่ย

กอนเรียนเทากับ 60 คะแนนทีเฉลี่ยหลังเรียน เทากับ 80 คะแนนทีเฉล่ียเพิ่มข้ึน เทากับ 20

คิดเปน รอยละ 33.33 แลวเปรียบเทียบคารอยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่สูงขึ้น ตามเกณฑ ดังน้ี

(กรณที ่คี ะแนนทีเฉลี่ยไมเ พมิ่ ข้ึนหรือลดลง จะไมไ ดค ะแนนขอ น้ี)

8.1 ใหนําคะแนนคะแนนทีเฉลี่ยกอนเรียนและหลังเรียน กรอกลงใน ขอ 1.1.1

ตามแบบ ก.ค.ศ. 3

8.2 ใหกรอกคะแนนทีเฉลี่ยปลายภาคเรียน/ปลายปก ารศึกษาท่ีแลวและปลายภาคเรียน/

ปลายปการศึกษาปจ จุบันทค่ี าํ นวณได ลงในขอ 1.1.2 ตามแบบ ก.ค.ศ. 3

- 51 -

ก.ค.ศ. 3/1
แบบรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน
ของขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในการขอมหี รือเลอื่ นวิทยฐานะ
ชํานาญการพเิ ศษ หรือเช่ียวชาญ หรอื เช่ยี วชาญพเิ ศษ (สายงานการสอน)

1. ขอ มูลผูขอรบั การประเมนิ
ชอื่ ........................................................... นามสกลุ .........................................................................
ตาํ แหนง ...........................................วทิ ยฐานะ......................................ตาํ แหนงเลขท่.ี .................
สถานศึกษา/หนว ยงานการศกึ ษา............................................อําเภอ/เขต........................................
สํานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา...........................................สวนราชการ............................................
รบั เงินเดอื นอนั ดับ คศ. .................................ข้ัน........................................บาท
ขอมีหรอื เลื่อนเปนวิทยฐานะ...........................................................................................................

2. ผลการปฏิบตั ิงาน (ดา นที่ 3) มีดงั นี้
(ใหร ายงานขอมูลตามหัวขอที่กําหนดและแนบเอกสารหลักฐานอา งอิงแตล ะขอเพือ่ ประกอบการพิจารณาดว ย)
สว นที่ 1 ผลการพัฒนาคณุ ภาพผเู รียน
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
1.1ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในสาขา/สาขาวชิ า/กลุมสาระการเรียนรูทีเ่ สนอขอรับ
การประเมนิ ของปปจจบุ นั
- ชอื่ วิชาท่สี อน..............................................................................
- คะแนนทีเฉลี่ย* (Average T score) ของผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นกอ นเรยี น = .........
- คะแนนทีเฉลี่ย* (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรยี น = .........
1.2 คาทเี ฉล่ยี ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของสาขา/สาขาวิชา/กลุมสาระการเรยี นรทู สี่ อน
- คะแนนทีเฉลี่ย* (Average T score) ของผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ปลายภาคเรยี น/ปลายปก ารศกึ ษาทแี่ ลว = .......................................
- คะแนนทเี ฉล่ีย* (Average T score) ของผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ปลายภาคเรยี น/ปลายปก ารศกึ ษาปจ จุบนั = ...................................
1.3 ผลการประเมินและหรือการทดสอบของสาขา/สาขาวชิ า/กลมุ สาระการเรยี นรูทส่ี อน
ในระดับเขต/ประเทศ
- คะแนนเฉลยี่ ของผลการประเมนิ และหรอื การทดสอบของสาขา/สาขาวชิ า/
กลมุ สาระการเรยี นรูที่สอนในระดับเขต/ประเทศ ปก ารศึกษาท่ผี านมา = ............
- คะแนนเฉลย่ี ของผลการประเมินและหรอื การทดสอบของสาขา/สาขาวิชา/
กลุมสาระการเรียนรทู ่สี อนในระดบั เขต/ประเทศ ปการศกึ ษาปจจบุ ัน = ..............

* ใหค ิดคะแนนทเี ฉล่ียตามเอกสารแนบ และสง ประกอบการพจิ ารณาดวย

- 52 -

หมายเหตุ:
1) ผูขอรับการประเมินในสาขา/สาขาวิชา/กลุมสาระการเรียนรูที่ไมมีการทดสอบระดับเขต/

ประเทศ ใหรายงานเฉพาะขอ 1.1 และขอ 1.2 เทา น้นั
2) ผูขอรับการประเมินที่สอนระดับปฐมวัย ใหรายงานผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะ

อันพึงประสงคในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่ครอบคลุมพัฒนาการดานรางกาย
อารมณและจิตใจ สงั คม และสตปิ ญ ญา (ไมตองรายงานผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นขอ 1.1 ขอ 1.2 และ ขอ 1.3)

3) ผูขอรับการประเมินท่ีสอนการศึกษาพิเศษในกรณีเรียนรวมและขอในสาขาการศึกษาพิเศษ
ท่ีไมมีการวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนใหรายงานผลการพัฒนาผูเรียนรายบุคคล ตามท่ีกําหนด
ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยตองมีผูเรียนเรียนรวมในความดูแล ทั้ง 2 ป
รวมกันไมนอ ยกวา 3 คน (ไมต อ งรายงานผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนขอ 1.1 ขอ 1.2 และ ขอ 1.3)

4) ผูขอรับการประเมินท่ีสอนการศึกษาพิเศษ ใหรายงานผลการพัฒนาผูเรียนรายบุคคล
ท่ีครอบคลุมพัฒนาการดานสุขภาพรางกาย สติปญญา อารมณและสังคม โดยเปรียบเทียบผลกอนและ
หลังการพัฒนาวาผูเรียนแตละคนมีความกาวหนาในดานใด ระดับใด และอยางไร ตามที่กําหนดไว
ในแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) (ไมต อ งรายงานผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนขอ 1.1 ขอ 1.2 และ ขอ 1.3)

2. ผลการพัฒนาผูเรยี นดานอ่นื ๆ
ใหรายงานในรอบ 2 ปท ที่ าํ การสอนในวชิ าทีเ่ สนอขอรับการประเมนิ ดังน้ี
2.1 ผูเรียนในสาขา/สาขาวชิ า/กลุมสาระการเรียนรทู ี่เสนอขอ จํานวน.....................คน
2.2 ผเู รยี นมกี ารพัฒนาดานสขุ ภาพ รางกาย สตปิ ญ ญา อารมณ และสงั คม
ตามหลกั สูตร/แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP) และตามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด
ในระดบั ดี จาํ นวน.............คน คดิ เปน รอยละ............
2.3 ผเู รียนมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคตามหลกั สูตรและตามท่ีสถานศกึ ษากาํ หนดในระดบั ดี
จาํ นวน.............คน คิดเปน รอ ยละ............

3. ปริมาณและสภาพของงาน (ณ วนั ทีย่ ื่นคาํ ขอรับการประเมิน)
3.1 ปรมิ าณงาน
- จาํ นวนชวั่ โมงทสี่ อนตอ สปั ดาห................ชว่ั โมง
- จํานวนกลมุ สาระการเรยี นร/ู กลุมประสบการณ/สาขาวชิ าและระดับชนั้ ที่สอน…..
- จํานวนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP)............ฉบับ (สําหรับผูขอรับการประเมิน
ทีส่ อนการศกึ ษาพเิ ศษ)
- จํานวนผูเรียนทส่ี อน....................คน
- จาํ นวนครัง้ ทผี่ ูส อนใชแหลง เรยี นรปู ระกอบการจัดกจิ กรรมประจําวนั
ตอ ป................ ครั้ง (สาํ หรบั ผูขอรบั การประเมนิ ท่สี อนระดบั ปฐมวยั )
- ปฏิบัตงิ านอนื่ (ถาม)ี โปรดระบุ............................................................

- 53 -

3.2 สภาพของงาน
รบั ผดิ ชอบนกั เรียนทีม่ คี วามตอ งการจําเปน พเิ ศษ
รบั ผิดชอบนกั เรียนที่มคี วามตองการพเิ ศษหลายประเภทความพกิ าร
และมีลักษณะอาการรนุ แรง
รบั ผิดชอบนักเรยี นทีม่ คี วามหลากหลายทางเศรษฐกิจ/วฒั นธรรม
สถานศกึ ษาตง้ั อยูบนพนื้ ทีป่ กติ
สถานศกึ ษาทตี่ ้ังอยูในพืน้ ทภ่ี เู ขา หรอื เกาะหรือติดกบั รอยตะเข็บชายแดน
สถานศกึ ษาทตี่ ัง้ อยูในพนื้ ทที่ ี่มีลักษณะพเิ ศษ เชน กนั ดาร เสี่ยงภยั
ตามประกาศของทางราชการ เปนตน

สวนที่ 2 ผลงานทางวิชาการท่ีเสนอเพอื่ ขอรบั การประเมนิ
1. เสนอผลงานทางวิชาการ จาํ นวน.........................เรือ่ ง ดังน้ี
1. ชื่อผลงาน(งานวิจัย/งานวจิ ัยและพัฒนา)..............................................................
2. ชือ่ ผลงานทางวิชาการอนื่ ......................................................................................
3. .................................................................................................................................
2. ลกั ษณะการจัดทาํ
จัดทาํ แตผเู ดียว จาํ นวน.....................รายการ ไดแก..........................................
จดั ทํารวมกบั ผอู น่ื ในรูปคณะทํางานหรอื กลมุ จาํ นวน.....................รายการ
ไดแก. .................................................................................................................
3. การนําผลงานทางวชิ าการไปใช
(ใหอธิบายวา ผลงานทางวชิ าการท่ีเสนอไดนาํ ไปใชอยา งไร เม่ือใด)
4. การเผยแพรผ ลงานทางวิชาการ
(ใหอ ธบิ ายวา ไดนําผลงานทางวิชาการทเ่ี สนอไปเผยแพรที่ใด อยา งไร เม่ือใด โดยแนบ

เอกสารหลักฐานประกอบการพจิ ารณาดว ย)
3. ผลงานทางวิชาการท่ีเคยไดร ับอนมุ ตั ิ เพือ่ กําหนดตําแหนงและแตง ตัง้ ใหไดรบั เงนิ เดือนในระดบั
ที่สูงขึน้ หรือใหมีวิทยฐานะหรอื เล่อื นเปน วทิ ยฐานะท่ีสูงขน้ึ

มี
1. ช่ือผลงาน..........................................................................................................
ใชในการขอตําแหนง/วทิ ยฐานะ......................................................................
เมื่อ (พ.ศ. ) ...........................................................
2. ชอ่ื ผลงาน..........................................................................................................
ใชในการขอตาํ แหนง /วิทยฐานะ......................................................................
เมอ่ื (พ.ศ. ) ...........................................................

ไมมี

- 54 -

4. งานวจิ ยั หรอื วทิ ยานิพนธ ที่เคยเสนอเปน สว นหน่งึ ของการศกึ ษาเพอื่ ขอรบั ปริญญาหรอื
ประกาศนยี บตั ร หรอื เปน สวนหนงึ่ ของการฝกอบรม

มี
ชือ่ งานวจิ ยั ...................................................................เม่ือ (พ.ศ.)............................
ชื่อวทิ ยานพิ นธ.............................................................เมือ่ (พ.ศ.)............................
ไมม ี

ขอรบั รองวา ขอ มลู ดงั กลา วขา งตน ถกู ตอ ง และเปน ความจริง

(ลงช่ือ)................................................ผูขอรับการประเมนิ
(.....................................................)

ตําแหนง ....................................................
วันที่ .........เดอื น....................พ.ศ. ...........

การตรวจสอบและรับรองของผบู งั คับบญั ชา
ไดต รวจสอบแลว รบั รองวา ขอมูลถูกตอง และเปนความจรงิ

(ลงชอ่ื )..............................................ผบู งั คับบัญชาชัน้ ตน
(.....................................................)

ตาํ แหนง...................................................
วนั ที่ .........เดือน....................พ.ศ. ......

- 55 -

เอกสารแนบแบบ ก.ค.ศ. 3/1

คาํ อธบิ ายการหาคะแนนทีเฉลย่ี (Average T score) ของผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนกอนเรยี น

และหลังเรียน และผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนปลายภาคเรียน/ปลายปก ารศกึ ษาทีแ่ ลว และ
ปการศึกษาปจ จบุ นั

ใหแปลงคะแนนท่ไี ดจากการทดสอบเปนคะแนนทเี ฉลยี่ (T score) ของกลุม สาระ
การเรียนร/ู กลมุ ประสบการณ/ สาขาวิชา เดยี วกัน ท่ีเปน คะแนนกอนเรยี นและหลังเรียน หรอื
คะแนนของผเู รยี นปลายภาคเรยี น/ปลายปการศกึ ษาทแี่ ลว และปลายภาคเรยี น/ปลายปก ารศึกษา
ปจจบุ ัน

วธิ ีการแปลงคะแนนใหเปนคะแนนทเี ฉล่ยี (Average T score)

1. ใหนําคะแนนกอนเรียนและคะแนนหลังเรียนของนักเรียนทุกคนมาเรียงตอกัน

ใหเปนคะแนนชุดเดียวกัน (คะแนนเต็มกอนเรียนและหลังเรียน อาจไมเทากันก็ได) แลวนํา

คะแนนมาบวกกนั หาผลรวม

2. ใหนําคะแนนผลรวมจากขอ 1 มาคํานวณหาคาเฉล่ีย ( X) (Mean) โดยหารดวย

จาํ นวนนักเรยี นทง้ั หมด(จํานวนนักเรยี นกอ นเรียนและจาํ นวนนักเรยี นหลงั เรยี นรวมกนั )

โดยใชส ตู ร X   =  คะแนนผลรวมทัง้ หมด
จาํ นวนนกั เรียนท้งั หมด

(กรณีทนี่ กั เรียนไมมคี ะแนนกอ นเรียนหรือหลังเรียนอยา งใดอยางหนง่ึ หรือทง้ั 2 อยา ง

ไมต อ งนํามาคํานวณ)

3. ใหนาํ คะแนนจากขอ 1 มาคาํ นวณหาคาสว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)

โดยใชสูตร S.D.  = nΣx2 – (Σx) 2
n(n – 1) 

S.D. แทน คาสวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
Σx2 แทน ผลรวมของคะแนนแตละตวั ยกกาํ ลังสอง
(Σx) 2 แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด ยกกาํ ลังสอง
n แทน จาํ นวนนกั เรยี น

- 56 -

4. ใหนําคาเฉลี่ย (X) และคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) จากขอ 2 และขอ 3

มาคาํ นวณหาคา มาตรฐานซี (Z score)

โดยใชสูตร Z   =  ( X - X)
S.D.

5. ใหนาํ คะแนนคามาตรฐานซี (Z score) มาหาคะแนนที (T score)

โดยใชสูตร T score = 50 + 10Z

6. ใหนําคะแนนคะแนนที (T score) มาแยกเปนคะแนน 2 ชดุ ไดแ กช ุดคะแนน

กอนเรียนและชดุ คะแนนหลงั เรียน

7. ใหค ํานวณหาคา ความแตกตา งของคะแนนที ชุดคะแนนกอ นเรียนและชดุ คะแนนหลงั เรยี น

(ขอ 6) เพื่อหาคารอยละของคะแนนทีหลังเรียนสูงกวาคะแนนทีกอนเรียน หรือระหวาง

การทดสอบ 2 คร้ัง โดยใชส ตู ร

7.1 หาความแตกตา งของคะแนนทีหลงั เรยี นและคะแนนทกี อ นเรียน

XT post - X T pre
7.2 หาความแตกตา งของคะแนนทีปการศึกษาปจ จบุ นั และปก ารศึกษาที่แลว

X - XT ปปจจุบัน T ปท่ีแลว
กรณีคะแนนปลายภาคเรยี น ใชวธิ กี ารเดียวกับ ขอ 7.2

8. ใหนําคะแนนทีเฉล่ียที่เพิ่มข้ึนมาคํานวณหาคารอยละ เชน คะแนนทีเฉลี่ย

กอนเรียนเทากับ 60 คะแนนทีเฉล่ียหลังเรียน เทากับ 80 คะแนนทีเฉล่ียเพ่ิมข้ึน เทากับ 20

คิดเปน รอยละ 33.33 แลวเปรียบเทียบคารอยละของคะแนนทีเฉล่ียท่ีสูงขึ้น ตามเกณฑ ดังน้ี

(กรณที ี่คะแนนทเี ฉลี่ยไมเพิม่ ข้ึนหรอื ลดลง จะไมไ ดค ะแนนขอน)้ี

8.1 ใหนําคะแนนคะแนนทีเฉลี่ยกอนเรียนและหลังเรียน กรอกลงใน ขอ 1.1

ตามแบบ ก.ค.ศ. 3/1

8.2 ใหกรอกคะแนนทีเฉลี่ยปลายภาคเรียน/ปลายปการศึกษาที่แลว และปลายภาคเรียน/

ปลายปก ารศกึ ษาปจ จุบนั ทคี่ าํ นวณได ลงใน ขอ 1.2 ตามแบบ ก.ค.ศ. 3/1

 

การประเมินดา นท่ี 1
ดา นวินยั คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี

(สาํ หรบั ทุกตําแหนง และทกุ วิทยฐานะ)

- 58 -

คําชีแ้ จงการประเมนิ ดานท่ี 1

ดา นวินยั คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

การประเมินดานที่ 1 ดานวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
มอี งคประกอบการประเมนิ เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑการตัดสนิ และวธิ กี ารประเมิน ดังนี้

1. องคประกอบการประเมนิ
การประเมินดานท่ี 1 ดานวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบง เปน 5 ตอน จํานวน 25 ตวั บงช้ี ดงั นี้
ตอนท่ี 1 การมีวินยั (20 คะแนน) มจี ํานวน 5 ตัวบงชี้
ตอนท่ี 2 การประพฤติปฏิบัตติ นเปน แบบอยางทดี่ ี (20 คะแนน) มจี าํ นวน 5 ตัวบง ชี้
ตอนที่ 3 การดาํ รงชีวิตอยา งเหมาะสม (20 คะแนน) มจี ํานวน 5 ตัวบงชี้
ตอนท่ี 4 ความรักและศรทั ธาในวชิ าชีพ (20 คะแนน) มจี าํ นวน 5 ตัวบงช้ี
ตอนท่ี 5 ความรับผดิ ชอบในวิชาชีพ (20 คะแนน) มีจํานวน 5 ตวั บงช้ี

2. เกณฑก ารใหคะแนน
กาํ หนดใหม เี กณฑการใหค ะแนนเปนระดบั คณุ ภาพ 4 ระดบั คอื ระดบั 4

ระดับ 3 ระดับ 2 และระดบั 1 ในแตละระดบั คุณภาพกาํ หนดคาคะแนน ดงั น้ี

ระดับคณุ ภาพ คาคะแนน
4 4
3 3
2 2
1 1

- 59 -

3. เกณฑการตัดสิน
3.1 ผูท่ผี านการประเมนิ ดานท่ี 1 จะตอ งไดคะแนนจากกรรมการท้งั สามคนเฉล่ยี ดังนี้
1) วิทยฐานะชํานาญการ ตอ งไดคะแนนเฉลี่ยไมตาํ่ กวารอ ยละ 65
2) วทิ ยฐานะชาํ นาญการพเิ ศษ ตอ งไดค ะแนนเฉลย่ี ไมตา่ํ กวารอ ยละ 70
3) วิทยฐานะเช่ยี วชาญ ตอ งไดค ะแนนเฉลยี่ ไมต ํา่ กวา รอยละ 75
4) วทิ ยฐานะเชยี่ วชาญพเิ ศษ ตองไดคะแนนเฉล่ยี ไมต ํ่ากวา รอยละ 80
3.2 กรณีที่ผลการประเมินไมผานตามเกณฑ ขอ 3.1 และคณะกรรมการชุดที่ 1

มีความเห็นวาผลการประเมินอยูในวิสัยที่สามารถพัฒนาได ผูขอรับการประเมินตองไดคะแนน
จากคณะกรรมการท้ังสามคนเฉล่ีย ดงั น้ี

1) วทิ ยฐานะชํานาญการ ตองไดคะแนนเฉล่ยี ไมต ํ่ากวารอยละ 60
2) วิทยฐานะชํานาญการพเิ ศษ ตอ งไดค ะแนนเฉลี่ยไมตํา่ กวา รอยละ 65
3) วิทยฐานะเชยี่ วชาญ ตองไดคะแนนเฉล่ียไมต า่ํ กวา รอ ยละ 70
4) วิทยฐานะเช่ียวชาญพเิ ศษ ตองไดคะแนนเฉล่ยี ไมต า่ํ กวารอยละ 75
4. วธิ กี ารประเมิน
4.1ใหกรรมการผูประเมินใชแบบประเมินดานท่ี 1 (ก.ค.ศ.4 และ ก.ค.ศ.5)
ควบคูกับกรอบการประเมินดานท่ี 1 และคําอธิบายตัวบงช้ีการประเมินดานที่ 1 ทั้งนี้
แบบประเมนิ ดงั กลา ว ใชประเมนิ ไดทกุ ตาํ แหนงและทุกวทิ ยฐานะ
4.2 ใหกรรมการแตละคนตรวจสอบขอมูลของบุคคลและหรือหนวยงาน และ
เอกสาร หลักฐาน แหลงขอมูลที่แสดงรองรอยวาผูขอรับการประเมินเปนผูมีวินัย คุณธรรม
จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ เชน ประวัติการรับราชการ (ก.พ.7) คํารับรองของ
ผูบังคับบัญชา และคณะกรรมการสถานศึกษา/คณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษา/คณะกรรมการ
สงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เอกสาร หลักฐาน
ที่แสดงการมีสวนรวมในการเสริมสรางวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ เปนตน
รวมท้ังใชวิธีการประเมินในรูปแบบตาง ๆ ที่เหมาะสม เชน การสังเกต การสัมภาษณ หรือ
สอบถามขอมูลจากผูขอรับการประเมิน ผูบังคับบัญชา เพื่อนรวมงาน ผูรับบริการและผูท่ีเกี่ยวของ
กอนตัดสินใจใหคะแนนตามพฤติกรรมและหรือหลักฐานรองรอยที่ปรากฏในแตละตัวบงชี้
โดยวงกลมรอบตัวเลขตามระดับคุณภาพท่ีสอดคลองกับหลักฐาน รองรอย และใหบันทึกขอมูล/
สารสนเทศ/หลักฐาน ทีส่ ะทอ นพฤติกรรมการมีวินยั คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี  

 
 

- 60 -

ของผูขอรับการประเมินในแบบบันทึกการประเมินดานท่ี 1 (ก.ค.ศ. 4)  แลวนําระดับคุณภาพ
ที่ไดในแตละตัวบงชี้ บันทึกและคิดคาคะแนนลงในตารางทายแบบ ก.ค.ศ.4 พรอมท้ัง
บันทึกขอสังเกตซึ่งเปนจุดเดน จุดที่ควรพัฒนา และขอคิดเห็นในเรื่องที่ประเมินของ
ผขู อรับการประเมินไวดวย 

ทั้งน้ี การประเมินดานท่ี 1 ใหคณะกรรมการประเมินจากเอกสาร หลักฐาน
รวมทั้งการปฏิบัติงานจริง ณ สถานท่ีปฏิบัติงาน

4.3 ใหคณะกรรมการทั้งสามคน สรุปคะแนนการประเมินลงในแบบ ก.ค.ศ.5
ทุกคร้ังท่ีมีการประเมิน คือ คร้ังที่ 1 และหรือคร้ังที่ 2 (หลังจากการพัฒนาครั้งที่1) และหรือ
ครง้ั ท่ี 3 (หลังจากการพัฒนาครั้งที่ 2) แลวแตก รณี

ทั้งน้ี ใหคณะกรรมการประเมินบันทึกขอสังเกตซึ่งเปนจุดเดน จุดท่ีควรพัฒนา
และขอคิดเห็นในเรื่องทป่ี ระเมินของผูข อรบั การประเมนิ ทุกคร้ังท่ีมีการประเมินไวดวย 

- 61 -

คาํ อธบิ ายตัวบงช้ี

การประเมินดา นที่ 1 ดานวินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี
(ทุกตําแหนง และทกุ วิทยฐานะ)

ในการประเมินดานท่ี 1 คือ ดานวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
วิชาชีพไดกําหนดรายการประเมินเปน 5 ตอน ๆ ละ 5 ตัวบงชี้ และในแตละตัวบงชี้
มีเกณฑการใหคะแนนตามพฤติกรรมท่ีสอดคลองกับหลักฐานรองรอย โดยกําหนดให
ผูขอรับการประเมินรายงานพฤติกรรมท่ีแสดงถึงความเปนผูมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม
และจรรยาบรรณวิชาชีพ และรวบรวมเอกสารหลักฐานอางอิงไวที่สถานที่ปฏิบัติงาน
เพื่อรอรบั การประเมนิ จากคณะกรรมการประเมนิ ดงั นี้

ตอนที่ 1 การมีวนิ ยั ประกอบดว ยตวั บงช้ี 5 ตัวบง ชี้ ดังน้ี
ตัวบงช้ี 1.1 การมีวินัยในตนเอง ยอมรับและถือปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท

ขนบธรรมเนียม และแบบแผนอันดีงามของสังคม หมายถึง การมีวินัยในตนเอง การยอมรับ
และถือปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท ขนบธรรมเนียม และแบบแผนอันดีงามของสังคม
การเปนแบบอยางที่ดี และการเปนผูนําในการเสริมสรางการพัฒนาดานวินัย คุณธรรม
จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี

ตัวบงชี้ 1.2 การรักษาและเสริมสรางวินัยในตําแหนงหนาท่ีราชการ
การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ หมายถึง การมีพฤติกรรม
ท่ีแสดงถึงการรักษาและเสริมสรางวินัยในตําแหนงหนาที่ราชการ การปฏิบัติตามกฎหมาย 
ระเบยี บแบบแผนของทางราชการ การมสี วนรว มเสริมสรา งวนิ ัยแกผูอืน่ และผลงานเปนที่ปรากฏ
เปนแบบอยางท่ีด ี                 

ตัวบงชี้ 1.3 การตรงตอเวลา การอุทิศเวลาใหแกทางราชการและผูเรียน
อยา งตอ เนอื่ ง หมายถึง การมพี ฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ การตรงตอ เวลา ปฏบิ ตั ิงานตามที่ไดรับมอบหมาย
ไดสาํ เร็จ และอทุ ิศเวลาอยางตอ เนอ่ื ง

- 62 -

ตัวบงช้ี 1.4 ความซื่อสัตย สุจริตในการปฏิบัติหนาที่ การรักษาผลประโยชน
ของทางราชการ และไมมีผลประโยชนทับซอน หมายถึง การมีพฤติกรรมท่ีแสดงถึง
การปฏิบัติงานดวยความซื่อสัตยสุจริต การรักษาผลประโยชนของทางราชการ และไมมี
ผลประโยชนทับซอ น การไดรับการยกยอ ง ชมเชย

ตัวบงช้ี 1.5 การรักษาความสามัคคี มีนํ้าใจ เอื้อเฟอเผื่อแผตอเพ่ือนรวมงาน
องคกร และชุมชน หมายถึง การมีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการมีน้ําใจ เสียสละ ทํางานรวมกับผูอื่น
ไดอยางราบรื่นและประสบความสําเร็จจนไดรับการยอมรับจากหนวยงาน หรือองคกร
ที่เกีย่ วของ

ตอนที่ 2 การประพฤติปฏิบัติตนเปนแบบอยางทด่ี ี ประกอบดว ยตวั บงช้ี 5 ตัวบงชี้ ดงั น้ี
ตัวบงช้ี 2.1 ความอุตสาหะ ขยัน อดทน มุงม่ันและรับผิดชอบตอผลสัมฤทธิ์

ของงาน โดยยึดหลักประหยัด คุมคา มีประสิทธิภาพ หมายถึง การปฏิบัติงานที่ประสบความสําเร็จ
เปนท่ียอมรบั มีผลงานปรากฏชดั เจน และนําไปพัฒนาผอู ่นื ได

ตัวบงช้ี 2.2 การยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีความศรัทธาและปฏิบัติตน
ตามหลักศาสนา หมายถึง การมีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม
มีความศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักศาสนา เปนแบบอยางท่ีดีไดรับการยกยองชมเชย
และมสี ว นรว มและเสรมิ สรางพฒั นาผอู ่ืน

ตัวบงชี้ 2.3 การยึดม่ันในหลักนิติธรรม ยืนหยัด กระทําในสิ่งที่ถูกตอง เปนธรรม
และชอบดวยกฎหมาย หมายถึง การมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการยึดม่ันปฏิบัติหนาท่ีตามหลัก
นติ ธิ รรม ไดร ับการยกยอง ชมเชย และมีการรณรงคและเสรมิ สรา งผอู ่ืน

ตัวบงช้ี 2.4 การยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย
ทรงเปนประมุข และวางตัวเปนกลางทางการเมือง หมายถึง การมีพฤติกรรม ที่แสดงถึง
การใชสิทธิและหนาท่ีตามระบอบประชาธิปไตยการมีสวนรวมสงเสริมสนับสนุนกิจกรรม
ที่เกี่ยวของกับการเลือกตั้ง การวางตัวเปนกลางทางการเมืองและการวางรากฐาน
ระบอบประชาธปิ ไตย

ตัวบงชี้ 2.5 การมีสวนรวมอนุรักษวัฒนธรรมไทยและส่ิงแวดลอม หมายถึง
การมีกจิ กรรมท่ไี ดจัดหรือมีสวนรวมเก่ียวกับการอนรุ กั ษวัฒนธรรมไทยและส่งิ แวดลอม

- 63 -

ตอนที่ 3 การดํารงชวี ติ อยา งเหมาะสม ประกอบดวยตัวบงช้ี 5 ตัวบงช้ี ดังน้ี
ตัวบง ช้ี 3.1 การดํารงชวี ิตตามแนวทางหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง หมายถงึ

การมีพฤตกิ รรม/กจิ กรรม ที่แสดงถงึ การดํารงชวี ิตตามแนวทางหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตัวบง ชี้ 3.2 การละเวนอบายมุขและสง่ิ เสพตดิ หมายถงึ การมีพฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ

การเปน ผูละเวน อบายมขุ และส่งิ เสพติด และเปน ผนู าํ รณรงคแ ละเสรมิ สรา งผูอนื่ อยางตอเนอ่ื ง
ตวั บงชี้ 3.3 การใชหรอื ใหขอ มูลขาวสารสว นบคุ คลและของทางราชการ ใหเปน ไป

ดว ยความถกู ตอง หมายถึง การมีพฤติกรรมท่แี สดงถงึ การใชห รอื ใหขอมูลขาวสารสว นบคุ คล
และของทางราชการไดถ กู ตอ งเหมาะสม และพัฒนาผูอ่ืนในเรื่องดงั กลาวได

ตัวบง ชี้ 3.4 การดํารงตนเปน แบบอยา งทดี่ ี เหมาะสมกับสถานภาพและ
ตาํ แหนงหนา ท่ี หมายถึง การมพี ฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ การดาํ รงตนเปน แบบอยางทด่ี ี เหมาะสม
กับสถานภาพและตําแหนง หนาที่ การไดร บั การยกยอง ชมเชย และการมสี ว นรว มเสรมิ สรา ง
พฒั นาผูอน่ื

ตัวบงชี้ 3.5 การประหยัด มัธยัสถ อดออม หมายถึง การมีพฤติกรรม/โครงการ/
กิจกรรมท่ีแสดงถึงการประหยัด มัธยัสถ อดออม ซ่ึงมีผลตอการดํารงชีวิตเปนท่ีปรากฏ
การไดร บั การยกยองชมเชย และการมีสวนรวมรณรงคแ ละเสริมสรางผูอื่น

ตอนท่ี 4 ความรกั และศรัทธาในวชิ าชพี ประกอบดวยตวั บงชี้ 5 ตวั บง ชี้ ดังน้ี
ตัวบง ช้ี 4.1 การเปน สมาชิกท่ดี ี สนบั สนุนหรือรว มกิจกรรมของวิชาชพี และ

ทางวชิ าการอยางสรางสรรค หมายถงึ การมพี ฤติกรรมการเปนสมาชิกท่ีดีขององคก รวิชาชพี
และวิชาการการนาํ มาปรับใชใ หเ กดิ ประโยชนก ารไดร บั การยกยอ ง ชมเชย และการมสี ว นรวม
รณรงคแ ละเสริมสรางผอู ืน่ โดยระบชุ ่ือกจิ กรรมดงั กลา วดว ย

ตัวบงช้ี 4.2 การศึกษา คนควา ริเร่ิม สรางสรรคความรูใหม ๆ มาใชพัฒนางาน
ในวิชาชีพ หมายถึง การศึกษา คนควา ริเร่ิม สรางสรรค ความรูใหม ๆ นวัตกรรมในการ
พฒั นางานในวิชาชพี จนสาํ เรจ็ และเปนตัวอยางได

ตวั บง ช้ี 4.3 การมบี ทบาทเปนผูนาํ ทางวิชาการในวงการวชิ าชีพ หมายถงึ
การมีบทบาทการเปน ผนู ําทางวชิ าการในวงการวิชาชพี ในระดับจังหวัด/เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา
การมสี ว นรว มในการพฒั นาเสรมิ สรา งผูอ่นื และมผี ลงานปรากฏ

- 64 -

ตวั บง ชี้ 4.4 การรักษาช่อื เสียง ปกปองศักดิ์ศรีแหง วชิ าชีพและการยกยอ ง
เชดิ ชูเกียรติ หมายถึง การมีพฤติกรรม/โครงการ/กิจกรรม ทีแ่ สดงถงึ การรักษาชื่อเสยี ง ปกปอ ง
ศกั ดศิ์ รีแหงวิชาชพี และการยกยองเชดิ ชเู กยี รติท่ดี าํ เนินการอยางตอเนือ่ งเกิดผลดี เปน ทย่ี อมรับ
และการมีสว นรว มรณรงคแ ละเสริมสรางผอู ืน่

ตัวบงชี้ 4.5 การเสริมสรางปลูกจิตสํานึกท่ีดี แกผูเรียน ชุมชน สังคม หมายถึง
การมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการเปนผูนําในการเสริมสรางปลูกจิตสํานึกที่ดีแกผูเรียน ชุมชน
สงั คม ผลงานทีป่ รากฏ และการไดร ับการยกยอ ง ชมเชย

ตอนท่ี 5 ความรบั ผดิ ชอบในวชิ าชพี ประกอบดว ยตวั บงช้ี 5 ตวั บง ชี้ ดงั นี้
ตัวบงช้ี 5.1 การเอาใจใส ถายทอดความรู หรือสงเสริมการแสวงหาความรู

โดยไมบิดเบือน ปดบัง หวังสิ่งตอบแทน หมายถึง การมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการเอาใจใส
ถายทอดความรู หรือสงเสริมการแสวงหาความรูโดยไมบิดเบือน ปดบัง หวังสิ่งตอบแทน
และเกดิ ผลดตี องานในหนา ทแี่ ละไดร ับการยกยอ ง โดยมผี ลงานปรากฏอยางตอ เนอื่ ง

ตัวบงชี้ 5.2 การเอาใจใสชวยเหลือผูเรียนและผูรับบริการ เต็มความสามารถ
ตามหลักวิชาชีพอยางสมํ่าเสมอ เทาเทียมกัน หมายถึง การมีพฤติกรรม/โครงการ/กิจกรรม
ท่ีแสดงถึงการเอาใจใสชวยเหลือผูเรียนและผูรับบริการเต็มความสามารถตามหลักวิชาชีพ
อยางสมา่ํ เสมอเทา เทยี มกนั โดยระบุชอ่ื กิจกรรมดังกลาวดวย

ตัวบง ช้ี 5.3 การศึกษา คน ควา รเิ ริ่ม สรา งสรรคค วามรูใ หม นวตั กรรม ในการ
พัฒนางานในหนาท่ี หมายถึง การศึกษา คนควา ริเร่ิม สรางสรรคความรูใหมๆ นวัตกรรม
ในการพฒั นางานในหนา ทจ่ี นสําเรจ็ และเปนตัวอยา งได

ตัวบงช้ี 5.4 การประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผน
พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ หมายถึง การประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
และแบบแผน พฤติกรรม ตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ การไดร ับการยกยอง ชมเชยในระดับจังหวัด/
เขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา/คุรสุ ภา/องคก รภายนอก/หนวยงานอ่นื

ตัวบงช้ี 5.5 การมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และมุงประโยชนสวนรวม หมายถึง
พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการใหการชวยเหลือ หรือใหความรวมมือแกสวนรวมอยางทุมเทและเสียสละ
จนสาํ เร็จเกิดประโยชนตอ สวนรวม และไดร บั การยกยอง

กรอบการประเมนิ ดานที่ 1 ดา นวินัย คณุ ธรรม

  ตวั บง ช้ี เกณฑก า

ตอนท่ี 1 การมีวินยั 1.1 การมวี นิ ยั ในตนเอง ยอมรับและ ระดบั 4 มีวินยั ในตนเอง
ถือปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า มารยาท กติกา มารยาท
รายการ ขนบธรรมเนียม และแบบแผน อันดงี ามของสัง
อันดงี ามของสงั คม (4 คะแนน) เปน ผนู าํ ในการเ
1. การมวี ินยั
(20 คะแนน) ระดับ 3 มีวินยั ในตนเอง
กติกา มารยาท
อันดีงามของสัง
มีสวนรว มในกา

ระดับ 2 มีวนิ ยั ในตนเอง
กตกิ า มารยาท ข
อนั ดงี ามของสัง

ระดบั 1 มีวินยั ในตนเอง
กตกิ า มารยาท
อันดงี ามของสงั

ม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี

ารใหคะแนน วธิ กี าร/เคร่ืองมอื /แหลงขอมลู

ง ยอมรับและถือปฏิบตั ิตามกฎ ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอมลู เชน

ขนบธรรมเนยี ม และแบบแผน - คํารบั รองของผูบงั คับบญั ชา

งคม เปนแบบอยางทดี่ ี และ และคณะกรรมการสถานศกึ ษา *

เสริมสรางพฒั นาผูอน่ื ในดา นนี้ วาผขู อรบั การประเมินควบคุมพฤติกรรม

ง ยอมรับและถือปฏิบัตติ ามกฎ ของตนเองไดใ นระดับใด

ขนบธรรมเนยี ม และแบบแผน - หลักฐานทแี่ สดงถงึ การมวี นิ ยั ในตนเอง ยอมรับ - 65 -

งคม เปนแบบอยา งทีด่ ีและ และถือปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า มารยาท

ารเสรมิ สรา งพัฒนาผอู ่นื ในดานนี้ ขนบธรรมเนียมและแบบแผนอันดีงาม

ง ยอมรับและถอื ปฏบิ ัตติ ามกฎ ของสังคม เชน แผนงาน/โครงการ/

ขนบธรรมเนยี ม และแบบแผน คาํ สัง่ แตงตงั้ ฯลฯ

งคม เปน แบบอยา งทีด่ ี - เอกสาร หลกั ฐานอ่นื ทเี่ กย่ี วของ

ง ยอมรับและถือปฏิบัตติ ามกฎ

ขนบธรรมเนียม และแบบแผน

งคม

รายการ ตวั บง ช้ี เกณฑ

1.2 การรักษาและเสรมิ สรางวนิ ยั ระดับ 4 รักษาและเส
ในตําแหนงหนาท่ีราชการ หนา ที่ราชก
การปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบียบ ระเบียบแบ
แบบแผนของทางราชการ และมีสว นร
(4 คะแนน) มผี ลงานเป

ระดบั 3 รักษาและเส
หนา ท่รี าชก
ระเบียบ แบ
มีสว นรวมเ

ระดับ 2 รกั ษาและเส
หนา ทรี่ าชก
ระเบยี บ แบ

ระดบั 1 ไมเคยถูกลง

 
 
 

ฑก ารใหค ะแนน วิธกี าร/เครือ่ งมือ/แหลง ขอมลู - 66 -

สริมสรา งวินยั ในตาํ แหนง ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลง ขอมลู เชน
การ ปฏิบตั ิตามกฎหมาย - คํารบั รองของผูบังคับบญั ชา และ
บบแผนของทางราชการ
รว มเสรมิ สรา งวนิ ัยแกผ อู ่นื คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ปนทป่ี รากฏ เปน แบบอยา งท่ดี ี - ประวัตกิ ารรับราชการ (ก.พ.7) หลักฐานการ
สริมสรา งวินยั ในตาํ แหนง
การ ปฏิบตั ิตามกฎหมาย มีสวนรวมในการเสรมิ สรางวนิ ยั คุณธรรม
บบแผนของทางราชการและ จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี
เสริมสรา งวินัยแกผอู น่ื - เอกสาร หลกั ฐานอ่นื ทเี่ ก่ยี วของ
สรมิ สรางวินยั ในตาํ แหนง
การ ปฏบิ ัติตามกฎหมาย
บบแผนของทางราชการ
งโทษทางวินยั

  ตวั บงช้ี เกณฑ
 
 

รายการ

1.3 การตรงตอเวลา การอุทศิ เวลา ระดบั 4 ตรงตอเวลา
ใหแ กท างราชการและผูเรียน มอบหมายไ
อยา งตอเนอื่ ง (4 คะแนน) อยา งตอเน่อื

ระดบั 3 ตรงตอ เวลา
มอบหมายได

ระดับ 2 ตรงตอเวลา
มอบหมาย

ระดับ 1 ปฏบิ ตั ิงานต

ฑการใหค ะแนน วิธีการ/เครื่องมือ/แหลงขอมลู - 67 -

ปฏบิ ัติงานตามท่ไี ดรับ ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลงขอ มลู เชน
ไดสําเร็จ และอุทิศเวลา - คํารับรองของผูบงั คับบัญชา และ
อง
า และปฏิบตั ิงานตามท่ไี ดรบั คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ดส าํ เรจ็ และอทุ ิศเวลา - หลักฐานการปฏิบตั ริ าชการ/การปฏิบตั ิงาน/

และปฏบิ ัตงิ านตามทไ่ี ดร ับ การเขารว มประชุมฯ
- หลกั ฐานท่ีแสดงถงึ การอุทิศเวลาหรือการไดรบั
ตามปกติ
มอบหมายภารกิจทต่ี องอทุ ศิ เวลา และผลงาน
จากการอทุ ศิ เวลา เชน การสอนซอมเสริม
การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ การจัดหรือ
รวมกจิ กรรมในวนั หยุด
- เอกสาร หลกั ฐานอ่ืนทเ่ี กี่ยวขอ ง

รายการ ตวั บง ชี้ เกณฑ

1.4 ความซอื่ สตั ย สจุ ริต ระดบั 4 ปฏิบัตงิ านด
ในการปฏบิ ตั หิ นา ที่ รักษาผลปร
การรักษาผลประโยชน ไมม ผี ลประ
ของทางราชการ และไดรับก
และไมมผี ลประโยชนท ับซอ น
(4 คะแนน) ระดบั 3 ปฏิบตั ิงานด
รักษาผลปร

ระดบั 2 ปฏิบตั งิ านด
ระดบั 1 ไมเคยถกู ลง

ฑก ารใหค ะแนน วิธกี าร/เคร่ืองมอื /แหลง ขอ มลู - 68 -

ดว ยความซ่ือสัตยสุจริต ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลงขอ มลู เชน
ระโยชนของทางราชการ - คํารบั รองของผูบ งั คบั บญั ชา และ
ะโยชนท บั ซอ น
การยกยอ ง ชมเชย คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ดวยความซื่อสัตยส จุ ริต - ประวตั กิ ารถูกลงโทษทางวินยั ในดานน้ี
ระโยชนของทางราชการ - หลกั ฐานทแี่ สดงถงึ ความซื่อสตั ย สุจรติ
ดว ยความซอ่ื สัตยส จุ รติ
งโทษ การรกั ษาผลประโยชนข องทางราชการ
และไมมผี ลประโยชนทับซอน
- เอกสาร หลกั ฐานอ่ืนทเ่ี กีย่ วขอ ง

รายการ ตัวบง ช้ี เกณฑ

1.5 การรักษาความสามัคคี มนี ํา้ ใจ ระดบั 4 มนี ํา้ ใจ เสียส
เอือ้ เฟอ เผือ่ แผต อ เพอ่ื นรว มงาน ไดอยางราบ
องคก ร และชมุ ชน (4 คะแนน) จนไดรบั การ
องคก ร ทเ่ี ก่ีย

ระดบั 3 มนี าํ้ ใจ เสียส
ไดอ ยา งราบ

ระดับ 2 ทํางานรวมก
ประสบความ

ระดบั 1 สามารถทําง

ฑการใหคะแนน วิธีการ/เคร่อื งมือ/แหลงขอ มลู - 69 -

สละ ทํางานรว มกบั ผอู ่นื ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอมลู เชน
บรน่ื และประสบความสําเรจ็ - คาํ รับรองของผูบังคับบัญชา และ

รยอมรบั จากหนวยงาน หรือ คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ยวขอ ง - เอกสารหลกั ฐาน เชน คําสั่ง/หนงั สือเชิญ/
สละ ทาํ งานรว มกับผอู น่ื
บร่ืนและประสบความสาํ เร็จ หนังสอื ขอบคณุ /รางวัล/เกยี รตบิ ัตร/วุฒิบตั ร ฯลฯ
กบั ผอู น่ื ไดอ ยา งราบรน่ื และ - ภาพถายในการรว มกจิ กรรม เชน การทาํ งาน
มสําเร็จ
งานรว มกับผูอนื่ ได รวมกันในชมุ ชน ฯลฯ
- เอกสาร หลกั ฐานอื่นทเ่ี กีย่ วของ

ตอนท่ี 2 การประพฤติปฏบิ ตั ติ นเปน แบบอยา งที่ดี

รายการ ตวั บงช้ี เกณฑ

2. การประพฤติปฏบิ ัตติ น 2.1 ความอตุ สาหะ ขยนั อดทน ระดบั 4 ปฏบิ ตั ิงานป
เปนแบบอยา งทด่ี ี มุงมัน่ และรบั ผิดชอบตอ เปน ทย่ี อมรบั
(20 คะแนน) ผลสมั ฤทธข์ิ องงาน และนําไปเป
โดยยดึ หลกั ประหยดั คมุ คา
มีประสทิ ธิภาพ (4 คะแนน) ระดบั 3 ปฏบิ ตั งิ านป
และมผี ลงาน

ระดบั 2 ปฏิบตั งิ านป
มีหลกั ฐานท

ระดบั 1 ปฏิบตั งิ านได

ฑการใหคะแนน วิธกี าร/เคร่ืองมือ/แหลง ขอ มลู - 70 -

ประสบความสําเร็จ ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอ มลู เชน
บ และมีผลงานปรากฏชดั เจน - คํารบั รองของผูบังคบั บญั ชา ผูร ว มงาน และ
ปน ตน แบบพฒั นาผอู ่ืนได
คณะกรรมการสถานศกึ ษา*
ประสบความสําเรจ็ เปน ทยี่ อมรับ - เอกสารหลกั ฐานทแี่ สดงใหเหน็ ถงึ
นปรากฏชัดเจน
ประสบความสาํ เรจ็ ผลการปฏิบัติงานทเี่ ปนผลมาจาก
ท่ปี รากฏ เปนท่ียอมรบั ความอุตสาหะ ขยนั อดทน มงุ มัน่
ดไมบกพรอ ง และรบั ผดิ ชอบตอผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน เชน
ช้นิ งาน วุฒบิ ตั ร หนังสือรบั รอง และ
คาํ สั่งตาง ๆ ฯลฯ
- เอกสาร หลกั ฐานอืน่ ทเี่ กีย่ วขอ ง

รายการ ตวั บง ช้ี เกณฑ

2.2 การยึดมัน่ ในคณุ ธรรม จริยธรรม ระดับ 4 ยึดมน่ั ในคุณธร
มคี วามศรทั ธา และปฏิบตั ติ น และปฏิบัตติ นตา
ตามหลกั ศาสนา ไดรบั การยกยอ
(4 คะแนน) เสรมิ สรางพัฒน

ระดบั 3 ยดึ มน่ั ในคณุ ธร
และปฏบิ ัตติ นตา
ไดรบั การยกยอ

ระดบั 2 ยึดม่ันในคุณธร
ปฏบิ ัติตนตามห

ระดับ 1 ยดึ มนั่ ในคณุ ธร
และปฏบิ ัติตนต

ฑการใหค ะแนน วิธีการ/เคร่ืองมอื /แหลง ขอ มลู - 71 -

รรม จรยิ ธรรม มคี วามศรัทธา ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลง ขอ มลู เชน
ตามหลักศาสนา เปน แบบอยา งท่ดี ี - คํารับรองของผูบังคับบัญชา และ
อง ชมเชย และมีสว นรว ม
คณะกรรมการสถานศึกษา *
นาผอู น่ื - ประวัตกิ ารถูกลงโทษทางวนิ ยั ในดา นน้ี
รรม จริยธรรม มคี วามศรัทธา - หลกั ฐานท่ีแสดงถึงการเปนผยู ึดมั่นในคณุ ธรรม
ตามหลกั ศาสนา เปน แบบอยา งทด่ี ี
อง ชมเชย จริยธรรม มีความศรัทธาและปฏบิ ัตติ นตาม
รรม จรยิ ธรรม มีความศรัทธา ศาสนา และมีสว นรว มเสรมิ สรางพฒั นาผอู ืน่
หลกั ศาสนา เปนแบบอยา งทดี่ ี เชน โครงการ/กิจกรรม/คาํ ส่งั แตงตง้ั /
รรม จรยิ ธรรม มคี วามศรัทธา หนงั สือเชญิ /หนังสือขอบคุณ ยกยอ ง ชมเชย ฯลฯ
ตามหลกั ศาสนา - ภาพถา ย การเขา รวมกจิ กรรม/โครงการ ฯลฯ
- เอกสาร หลกั ฐานอื่นทเี่ กี่ยวของ

รายการ ตัวบงช้ี เกณฑ

2.3 การยดึ มนั่ ในหลกั นิตธิ รรม ระดับ 4 ยึดมน่ั ปฏบิ ัต
ยนื หยัด กระทําในสง่ิ ทถ่ี กู ตอง ไดร บั การยก
เปนธรรมและชอบดว ยกฎหมาย และเสรมิ สร
(4 คะแนน)
ระดับ 3 ยดึ มนั่ ปฏบิ
ไดรบั การยก

ระดับ 2 ยึดมนั่ ปฏบิ
ระดบั 1 ปฏบิ ัติราชก

หรอื วา กลา

ฑการใหค ะแนน วธิ ีการ/เคร่อื งมอื /แหลง ขอ มลู - 72 -

ตหิ นาทต่ี ามหลกั นติ ธิ รรม ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอ มลู เชน
กยอง ชมเชย และมกี ารรณรงค - คาํ รบั รองของผูบังคบั บัญชา และ
รางผอู ื่นในดานน้ี
บัตหิ นาที่ตามหลักนิตธิ รรม คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
กยอ ง ชมเชย ทเ่ี กี่ยวกับการปฏิบัติตน โดยยดึ ในหลกั นติ ิธรรม
บตั หิ นาทีต่ ามหลักนติ ธิ รรม ยืนหยัดกระทาํ ในสงิ่ ที่ถูกตอ งเปน ธรรม
การโดยไมเคยมกี รณถี ูกลงโทษ และชอบดว ยกฎหมาย
าวตกั เตอื นในดา นน้ี - เอกสารหลักฐานท่แี สดงใหเหน็ ถงึ
การเปน ผูยึดมัน่ ในหลกั นิตธิ รรมยืนหยดั กระทํา
ในส่ิงทถ่ี กู ตอ งเปนธรรม และชอบดว ยกฎหมาย
เชน คาํ สง่ั /หนังสอื เชิญ/หนงั สือขอบคุณ/
รางวลั /เกยี รติบตั ร/วุฒิบตั ร ฯลฯ
- เอกสาร หลกั ฐานอนื่ ทเ่ี กี่ยวของ

รายการ ตัวบงช้ี เกณฑ

2.4 การยดึ มนั่ ในการปกครอง ระดับ 4 ใชสิทธิและห
ระบอบประชาธปิ ไตย อันมี มสี วนรวมสง
พระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมขุ ที่เกีย่ วของกบั
และวางตวั เปน กลาง ทางการเมือง
ทางการเมือง (4 คะแนน) ระบอบประช

ระดับ 3 ใชสทิ ธิและห
มสี ว นรว มส
ท่ีเกย่ี วขอ งก
เปน กลางทา

ระดับ 2 ใชส ิทธิและห
และสงเสริม
กับการเลือก

ระดบั 1 ใชสิทธแิ ละห

ฑก ารใหค ะแนน วธิ ีการ/เคร่ืองมอื /แหลงขอ มลู

หนาทต่ี ามระบอบประชาธิปไตย ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอ มลู เชน - 73 -
งเสริม สนบั สนนุ กิจกรรม - คํารับรองของผบู งั คบั บัญชา และ
บการเลือกตง้ั วางตวั เปนกลาง
งและการวางรากฐาน คณะกรรมการสถานศึกษา *
ชาธปิ ไตย - เอกสารหลกั ฐาน เชน คาํ สง่ั /หนงั สอื เชิญ/
หนาทตี่ ามระบอบประชาธิปไตย
สง เสริม สนับสนนุ กิจกรรม หนังสือขอบคณุ /กิจกรรม/โครงการ/รางวัล/
กบั การเลือกตั้ง และวางตัว เกียรติบตั ร/วฒุ บิ ัตรฯ/รายงานการใชส ทิ ธิ ฯลฯ
างการเมอื ง - ภาพถายในการรวมกจิ กรรมการสง เสรมิ
หนาทตี่ ามระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ฯลฯ
ม สนบั สนนุ กจิ กรรมที่เก่ียวของ - เอกสาร หลกั ฐานอนื่ ทเี่ กย่ี วของ
กตง้ั
หนาทต่ี ามระบอบประชาธิปไตย

รายการ ตัวบง ช้ี เกณฑ

2.5 การมีสว นรว มอนุรกั ษ  
วฒั นธรรมไทย
และสิ่งแวดลอม ระดบั 4 จาํ นวนกจิ ก
(4 คะแนน) วฒั นธรรม
จํานวนมาก

ระดับ 3 จาํ นวนกิจก
วฒั นธรรม
จํานวน 7-8

ระดับ 2 จาํ นวนกิจก
วฒั นธรรม
จาํ นวน 5-6

ระดับ 1 จํานวนกจิ ก
วฒั นธรรม
จํานวน 3-4

ฑก ารใหค ะแนน วธิ ีการ/เครือ่ งมอื /แหลง ขอมลู - 74 -

กรรมทม่ี ีสวนรวมอนรุ ักษ ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอมลู เชน
มไทยและสงิ่ แวดลอ ม - คํารบั รองของผูบงั คบั บัญชา และ
กกวา 8 กิจกรรม
คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
กรรมทม่ี สี วนรวมอนุรักษ - เอกสารหลักฐาน เชน ภาพถายในการรว ม
มไทยและส่ิงแวดลอ ม
8 กิจกรรม กิจกรรม/หนงั สือเชญิ /หนงั สือขอบคณุ /รางวลั /
เกยี รติบัตร/วุฒบิ ตั ร ฯลฯ
กรรมที่มสี วนรว มอนุรักษ - ตวั อยางกจิ กรรม เชน การประหยดั พลงั งาน
มไทยและสง่ิ แวดลอม การอนรุ ักษสิง่ แวดลอ มการอนรุ ักษ
6 กจิ กรรม วัฒนธรรมไทย กิจกรรมรีไซเคลิ ฯลฯ
กรรมทมี่ ีสวนรว มอนรุ กั ษ - เอกสาร หลกั ฐานอื่นทเี่ กยี่ วของ
มไทยและส่ิงแวดลอม
4 กิจกรรม

ตอนท่ี 3 การดํารงชีวติ อยา งเหมาะสม

รายการ ตัวบงชี้ เกณฑ

3. การดํารงชีวติ 3.1 การดํารงชีวติ ตามแนวทาง ระดบั 4 มพี ฤติกรรมก
อยา งเหมาะสม หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การนาํ หลักเศ
(20 คะแนน) (4 คะแนน) 6 พฤตกิ รรม

ระดบั 3 มพี ฤตกิ รรมก
การนําหลักเศ
5 พฤติกรรม

ระดบั 2 มพี ฤตกิ รรมก
การนําหลกั เศ
4 พฤตกิ รรม

ระดับ 1 มีพฤตกิ รรมก
การนาํ หลักเศ
3 พฤตกิ รรม

ฑก ารใหคะแนน วิธีการ/เคร่ืองมือ/แหลง ขอมลู - 75 -

การดํารงชวี ติ ที่แสดงถงึ ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลงขอ มลู เชน
ศรษฐกจิ พอเพียงมาใช - คาํ รับรองของผูบงั คบั บัญชา และ
ม/กจิ กรรมขึน้ ไป
การดํารงชีวิตท่ีแสดงถึง คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช - เอกสารหลักฐาน/ประจกั ษพ ยาน /ภาพถาย
ม/กิจกรรม
การดํารงชีวติ ทแ่ี สดงถงึ สาํ เนาบญั ชเี งินฝาก เชน การจัดทาํ บญั ชคี รัวเรือน
ศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช การปลูกพืชผกั สวนครวั การแตง กาย
ม/กจิ กรรม การประหยดั มัธยัสถ การอดออม ไมมีรายจา ย
การดํารงชีวติ ทแ่ี สดงถึง ตามบัญชสี ูงกวารายรบั ฯลฯ
ศรษฐกจิ พอเพียงมาใช - เอกสาร หลกั ฐานอน่ื ทเ่ี ก่ียวของ
ม/กิจกรรม

รายการ ตวั บงชี้ เกณฑ

3.2 การละเวน อบายมขุ และ ระดับ 4 มีพฤตกิ รรมท
สงิ่ เสพตดิ (4 คะแนน) อบายมขุ และ
รณรงคแ ละเ
อยางตอเนื่อง

ระดับ 3 มพี ฤติกรรมท
อบายมขุ และ
ในการรณรง

ระดับ 2 มีพฤติกรรมท
อบายมขุ และ
ในการรณรงค

ระดับ 1 มีพฤติกรรมท
อบายมุขและ

ฑการใหค ะแนน วิธกี าร/เครื่องมือ/แหลง ขอมลู - 76 -

ที่แสดงถึงการเปนผูละเวน 1. ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลง ขอ มูล
ะสงิ่ เสพตดิ และเปน ผูนํา เชน
เสริมสรางผอู นื่ ในดา นนี้ - คาํ รับรองของผบู ังคับบญั ชา และ
ง คณะกรรมการสถานศกึ ษา *
ทแี่ สดงถงึ การเปนผลู ะเวน - เอกสารหลักฐานทแ่ี สดงถงึ พฤติกรรม
ะสง่ิ เสพติด และเปนผูน าํ การเปนผูล ะเวนอบายมขุ และสง่ิ เสพตดิ และ
งคแ ละเสรมิ สรา งผอู น่ื ในดา นน้ี เปนผมู ีสว นรว มหรอื เปน ผูนํารณรงค
ที่แสดงถึงการเปน ผลู ะเวน เสรมิ สรางผอู ่ืนในดานน้ี
ะสิ่งเสพติด และมีสว นรวม - เอกสาร หลกั ฐานอน่ื ทเี่ ก่ียวขอ ง
คและเสรมิ สรางผูอ ื่นในดา นน้ี
ท่ีแสดงถึงการเปนผูล ะเวน 2. สมั ภาษณ
ะสง่ิ เสพติด

รายการ ตัวบง ชี้ เกณฑก

3.3 การใชห รอื ใหขอมลู ขา วสาร ระดับ 4 ใชห รอื ใหขอ
สวนบคุ คลและของทางราชการ และสามารถ
ใหเ ปน ไปดว ยความถูกตอ ง เปน ทปี่ ระจ
(4 คะแนน)
ระดบั 3 ใชห รือใหข อ
เกดิ ประโยช
ใหคาํ แนะนํา

ระดับ 2 ใชห รือใหข อ
เกดิ ประโยช

ระดับ 1 ใชหรอื ใหขอ

การใหค ะแนน วธิ ีการ/เคร่อื งมือ/แหลงขอ มลู - 77 -

อมลู ไดถกู ตอง เหมาะสม ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลง ขอ มลู เชน
ถพัฒนาผอู ืน่ จนไดผ ลงาน - คํารบั รองของผูบ งั คับบญั ชา และ
จกั ษอ ยางตอเนื่อง
อมลู ไดถ ูกตองเหมาะสม คณะกรรมการสถานศึกษา *
ชนต อราชการ และสามารถ - เอกสารหลกั ฐานทแี่ สดงใหเห็นวา มกี ารใชห รอื ให
าผูอื่น
อมูลไดถ ูกตอ ง ขอ มลู ขา วสารเก่ียวกบั ผูเรียนหรือผูรบั บรกิ าร และ
ชนตอ ทางราชการ ขอ มลู ขาวสารของทางราชการอยางถกู ตอ ง เชน
อมลู ไดอ ยา งถกู ตอง การรักษาความลับของทางราชการ การรกั ษา
ความลบั ของศษิ ย การไมใ ชข อมลู เออ้ื ประโยชน
แกตนเองและผูอ่นื การเผยแพรขอ มลู
โดยไมบดิ เบือน มกี ารตดิ ประกาศประกวดราคา
ใหท ุนการศกึ ษา เลื่อนวิทยฐานะ/ตําแหนง

การสอบแขงขนั การคัดเลอื ก เปนตน
ใหทราบลว งหนาทั่วกนั ตามท่ีกฎหมายกาํ หนด
- เอกสาร หลกั ฐานอ่ืนทเ่ี กีย่ วของ

รายการ ตวั บงช้ี เกณฑ

3.4 การดํารงตนเปน แบบอยางท่ีดี ระดับ 4 ดาํ รงตนเปน
เหมาะสมกบั สถานภาพและ สถานภาพแ
ตําแหนงหนาที่ (4 คะแนน) การยกยอ ง ช
เสรมิ สรา งพ

ระดับ 3 ดาํ รงตนเปน
สถานภาพแ
สวนรวมเสร

ระดบั 2 ดํารงตนเปน
สถานภาพแ

ระดับ 1 ดํารงตนเหม
ตําแหนงหน

ฑการใหคะแนน วธิ กี าร/เครื่องมือ/แหลง ขอ มลู - 78 -

นแบบอยางที่ดี เหมาะสมกบั ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลงขอ มลู เชน
และตาํ แหนงหนาท่ี ไดรับ - คํารบั รองของผูบังคบั บัญชา
ชมเชย และมีสวนรว ม
พฒั นาผอู น่ื ในดานน้ี และคณะกรรมการสถานศกึ ษา *
นแบบอยางทด่ี ี เหมาะสมกบั - เอกสารหลกั ฐาน เชน คําสัง่ แตงตัง้ /
และตาํ แหนง หนาท่ี และมี
รมิ สรา งพฒั นาผูอ ืน่ ในดา นน้ี หนงั สือเชญิ /หนงั สือขอบคณุ ยกยอง ชมเชย/
นแบบอยา งทีด่ ี เหมาะสมกับ รางวลั /เกยี รตบิ ตั รฯ/วุฒบิ ตั ร ฯลฯ
และตาํ แหนง หนา ที่ - ภาพถา ยในการรวมกจิ กรรม
มาะสมกบั สถานภาพและ - ภาพ ขา วทางส่อื สารมวลชน ฯลฯ
นาที่ - เอกสาร หลกั ฐานอ่ืนทเ่ี กย่ี วขอ ง

รายการ ตัวบง ชี้ เกณฑ

3.5 การประหยดั มัธยัสถ อดออม ระดบั 4 มตี ้งั แต 4 พฤ
(4 คะแนน) กจิ กรรมข้นึ
เปนท่ปี ราก
และมีสวนร
ในดา นน้ี

ระดับ 3 มี 4 พฤตกิ ร
มผี ลตอการ
และมสี วนร
ในดา นนี้

ระดบั 2 มี 3 พฤติกร
และมีผลตอ

ระดับ 1 มี 2 พฤติกร

ฑก ารใหคะแนน วธิ กี าร/เครอ่ื งมอื /แหลง ขอ มลู - 79-

ฤตกิ รรม/โครงการ/ ตรวจสอบจากเอกสาร หลกั ฐาน แหลงขอมลู เชน
นไป มผี ลตอการดํารงชีวติ - คํารบั รองของผูบังคบั บญั ชา และ
กฏ ไดร บั การยกยอง ชมเชย
รวมรณรงคและเสริมสรา งผูอื่น คณะกรรมการสถานศึกษา *
- เอกสารหลักฐาน เชน คาํ ส่ังแตงตัง้ /
รรม/โครงการ/กจิ กรรม
รดาํ รงชวี ติ อยางชดั เจน หนงั สอื เชญิ /หนังสือขอบคุณ ยกยอ ง ชมเชย/
รว มรณรงคและเสริมสรา งผอู ่นื รางวลั /เกียรติบัตรฯ/วุฒิบตั ร ฯลฯ
- ภาพถา ยในการรวมกิจกรรม
รรม/โครงการ/กจิ กรรม - ภาพ ขา วทางส่ือสารมวลชน ฯลฯ
อการดาํ รงชวี ติ อยา งชดั เจน - เอกสาร หลกั ฐานอืน่ ทเ่ี กย่ี วขอ ง
รรม/โครงการ/กจิ กรรม

ตอนที่ 4 ความรกั และศรทั ธาในวชิ าชีพ

รายการ ตัวบงช้ี เกณฑ

4. ความรกั และศรัทธา 4.1 การเปน สมาชกิ ที่ดี สนบั สนุน ระดับ 4 มพี ฤติกรรม
ในวิชาชพี หรอื รวมกิจกรรมของวชิ าชพี เขา รวมกิจก
(20 คะแนน) และทางวชิ าการอยางสรา งสรรค และสามารถ
(4 คะแนน) ไดรบั การย
รณรงคแ ละ

ระดบั 3 มีพฤติกรรม
เขารว มกิจก
และสามารถ
และไดร ับก

ระดับ 2 มพี ฤตกิ รรม
เขารวมกจิ ก
และสามาร

ระดับ 1 มีพฤติกรรม
เขารว มกิจก

ฑก ารใหคะแนน วิธกี าร/เคร่ืองมอื /แหลง ขอ มลู

มการเปน สมาชกิ ท่ดี ี ตรวจสอบจากเอกสาร หลักฐาน แหลงขอมลู เชน

กรรม 2 กจิ กรรม - คํารบั รองของผบู ังคับบญั ชา และ

ถนํามาปรับใชใหเ กิดประโยชน คณะกรรมการสถานศกึ ษา *

ยกยอ ง ชมเชย และมีสว นรวม - เอกสารหลกั ฐาน/หนังสือเชญิ /หนังสือขอบคณุ /

ะเสริมสรา งผอู ่ืนในดา นนี้ รางวลั /เกียรตบิ ตั ร/วุฒิบัตร ฯลฯ

มการเปน สมาชกิ ท่ดี ี - ภาพถายในการรว มกจิ กรรม ฯลฯ

กรรม 2 กจิ กรรม - เอกสาร หลกั ฐานอ่นื ทเี่ กีย่ วขอ ง - 80-

ถนํามาปรับใชใ หเ กดิ ประโยชน

การยกยอ ง ชมเชย

มการเปน สมาชิกที่ดี

กรรม 2 กิจกรรม

รถนํามาปรับใชไ ด

มการเปนสมาชกิ ท่ีดี

กรรม 2 กจิ กรรม


Click to View FlipBook Version