The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:51:47

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

- ๔๓ -
๒) วธิ ีที่สอง เป็นการฝึกกล้นั ลมหายใจท่ีใชใ้ นเมื่อทหารตอ้ งทาการยงิ ในจงั หวะเร็ว
(เป้ าหมายเกิดข้ึนในช่วงเวลาส้นั ๆ) (รูปที่ ๓-๗ ข) ซ่ึงทหารจะตอ้ งกล้นั ลมหายใจไดใ้ นทุกขณะที่
ตอ้ งการจะลน่ั ไก

รูปที่ ๓ – ๗ (ข)
ครูฝึก/ผฝู้ ึก ตอ้ งมนั่ ใจวา่ ทหารจะสามารถใชว้ ธิ ีการกล้นั ลมหายใจ ได้ ๒ วธิ ี ตลอดท้งั มี
ความเขา้ ใจถึงความแตกต่าง และไดฝ้ ึกฝนอยา่ งพอเพียงท่ีควบคุมอาการเคลื่อนไหวของปื น (เม่ือศูนย์
ปื นจบั ท่ีเป้ าหมาย) อนั เนื่องมาจากการหายใจ
ข. การเหน่ียวไกในลกั ษณะบบี ไก ทหารใหม่ท่ีฝึกหดั การยงิ ปื นไดร้ ับการฝึกใหส้ ามารถจดั ทา่
ยงิ ท่ีมน่ั คงและจดั ภาพการเล็งที่ถูกตอ้ งตามหลกั การแลว้ ก็ยงั อาจยงิ พลาดเป้ าหมายได้ ถา้ หากทหาร
คนน้นั ใชก้ ารเหนี่ยวไกไม่ถูกวธิ ี เพราะถา้ การเหนี่ยวไกเป็ นลกั ษณะการกระชากแลว้ จะทาใหแ้ นวปื น
ท่ีจดั ไวต้ อ้ งเสียไปภายในจงั หวะท่ีลน่ั ไกนนั่ เอง
ค. อาการเคลอ่ื นไหวของปื น การเหนี่ยวไกในลกั ษณะบีบไกน้นั มีความสาคญั ๒ ประการคือ

๑) ประการแรก การเคลื่อนไหวของนิ้วมือที่เหน่ียวไกน้นั หากรวดเร็วเกินไปกจ็ ะมีผล
ทาใหป้ ื นเคลื่อนออกจากแนวเดิมท่ีจดั ไว้ ซ่ึงเป็นสาเหตุของการยงิ พลาดเป้ าหมาย

๒) ประการท่ีสอง ในช่วงจงั หวะลน่ั ไกน้นั อาจทาใหท้ หารเกิดอาการผงะ อาการสะดุง้
หรือผงะที่เกิดข้ึนกบั ทหารเม่ือไดย้ นิ เสียงปื น และอาการกระตุกเพือ่ ออกแรงจากหวั ไหล่รับแรง
สะทอ้ นถอยหลงั ของปื นก่อนที่ปื นจะลนั่ กระสุนออกไปน้นั จะทาใหท้ หารคนน้นั ยงิ พลาดเป้ า อาการ
ดงั กล่าวน้นั ลว้ นแต่เกิดจากสัญชาตญาณของทหารซ่ึงจะตอ้ งใชเ้ วลาฝึกฝนเพ่ือแกไ้ ขมิใหเ้ กิดข้ึน และ
การที่ครูฝึกจะคน้ พบวา่ ทหารมีอาการดงั กล่าวหรือไม่น้นั ครูฝึกจะสังเกตไดจ้ ากการบรรจุกระสุนหดั
บรรจุเขา้ รังเพลิงโดยมิใหท้ หารหรือผทู้ ่ีทาการยงิ น้นั รู้ล่วงหนา้

- ๔๔ -

หมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดใน การใชเ้ คร่ืองช่วยฝึกยงิ ปลย. และการฝึกโดยการใช้
กระสุนจริงปนกบั กระสุนฝึกหดั บรรจุ เคร่ืองมือเหล่าน้ีจะช่วยใหค้ รูฝึกตรวจพบการลนั่ ไกที่ไม่
ถูกตอ้ ง ตามวธิ ีของทหารได้

ง. นิว้ ทใ่ี ช้เหน่ียวไก นิ้วท่ีใชเ้ หนี่ยวไก (โดยมากเป็ นนิ้วช้ี) จะถูกวางลงบนไกปื นประมาณ
ขอ้ นิ้วขอ้ ท่ีหน่ึง (แต่ไมใ่ ช่ปลายนิ้ว) ซ่ึงทหารจะตอ้ งพจิ ารณาความเหมาะสมกบั ขนาดของมือตนเอง
อาจปรับไดเ้ ล็กนอ้ ยและตอ้ งพจิ ารณาถึงขนาดของดา้ มปื น หรือส่วนประกอบอ่ืน ๆ ดว้ ยการเหนี่ยวไก
ของนิ้วท่ีจะตอ้ งไปในลกั ษณะการคอ่ ยๆ เพมิ่ แรงทีละนอ้ ยเช่นเดียวกบั การบีบ และตอ้ งไปส่งผลให้
เกิดการเคล่ือนไหวของแนวปื นในขณะท่ีนกปื นฟาดไปขา้ งหนา้ เมื่อทาการยงิ ดว้ ยกระสุนจริง ครูฝึก

ไม่อาจที่จะตรวจสอบไดว้ า่ ทหารไดใ้ ชว้ ธิ ีการเหน่ียวไกถูกตอ้ งหรือไม่ ดงั น้นั การฝึกฝนการลน่ั ไก
และการปรับตาแหน่งการวางนิ้วจะตอ้ งกระทาในระหวา่ งการฝึกยงิ แหง้

เม่ือทหารไดฝ้ ึกฝนจนมีทกั ษะเพิ่มข้ึนแลว้ ก็จะใชเ้ วลาในการเหน่ียวไกนอ้ ยลง ทหารที่เพง่ิ เร่ิม
ฝึกยงิ น้นั อาจใชเ้ วลาการเหนี่ยวไกถึง ๕ วนิ าที เพอ่ื ใหก้ ารออกแรงเหนี่ยวไกเป็ นไปอยา่ งน่ิมนวล
แต่เมื่อไดฝ้ ึกจนถึงระดบั หน่ึงทหารอาจใชเ้ วลาเพียง ๓ วนิ าทีหรือนอ้ ยกวา่ การเหน่ียวไกที่ถูกวธิ ี
จะตอ้ งเริ่มจากการออกแรงแต่นอ้ ยขณะเริ่มจดั ภาพการเล็ง แลว้ ค่อย ๆ เพม่ิ แรงข้ึน โดยระมดั ระวงั มิ
ใหจ้ ุดเล็งสีแดงหรือศูนยห์ นา้ เคล่ือนออกจากตาแหน่งภาพการเลง็ ท้งั น้ีทหารจะตอ้ งกล้นั ลมหายใจไว้
ดว้ ย

ในระหวา่ งการฝึกน้นั ใหค้ รูฝึกหมน่ั สังเกตดูการเหน่ียวไกปื น เนน้ ถึงวธิ ีการและข้นั ตอนที่
ถูกตอ้ งและตรวจสอบการออกแรงเหน่ียวไกของทหาร ครูฝึกอาจใชน้ ิ้วของตนเองวางท่ีไกปื น แลว้
ใหท้ หารฝึกเหนี่ยวไกโดยเหนี่ยวลงบนนิ้วมือของครูฝึกน้นั ครูฝึก/ผฝู้ ึกตอ้ งมนั่ ใจวา่ ทหารเหน่ียวไก
ปื นโดยใชก้ ารเหนี่ยวมาทางดา้ นหลงั จริงๆ ใหห้ ลีกเล่ียงการออกแรงเหนี่ยวมาทางดา้ นซา้ ยหรือขวา
ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดอาการบิดออกจากทิศทางที่ถูกตอ้ ง และทา่ ยงิ ที่มน่ั คงน้นั จะช่วยลดอาการเคลื่อนไหว
ของตวั ปื นในระหวา่ งการเหน่ียวไก

จากท่ายงิ ท่ีไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง ทหารจะพบวา่ ปื นมีอาการเคล่ือนไหวมากกวา่ ในท่ายงิ ท่ีมี

เครื่องหนุนรอง อาการเคลื่อนไหวน้ีสงั เกตไดจ้ ากภาพการเล็งท่ีมีจุดเลง็ สีแดงหรือศูนยห์ นา้ เคลื่อนท่ี
ไปมารอบๆ จุดเล็งท่ีเป้ าหมาย เม่ือทหารไดท้ าทา่ ยงิ ท่ีเหมาะท่ีสุดแลว้ ถา้ จุดเลง็ สีแดงหรือศูนยห์ นา้
ไม่สามารถเกาะอยู่ ณ จุดเลง็ ไดห้ รือเฉออกไปจากเป้ าหมาย ใหท้ หารระงบั การเหน่ียวไกไวต้ รงน้นั
จนกวา่ จะสามารถจดั ภาพการเลง็ ท่ีถูกตอ้ งได้ ท่ายงิ ท่ีเหมาะสมน้นั จะตอ้ งทาใหล้ ดอาการเคล่ือนไหว
ของปื นใหเ้ หลือนอ้ ยท่ีสุด

สาหรับท่ายงิ ท่ีใชเ้ ครื่องหนุนรองน้นั จะมีอาการเคล่ือนไหวของปื นนอ้ ยที่สุดอยแู่ ลว้ แต่ถา้
อาการเคล่ือนไหวของปื นเกิดข้ึนกบั ทหารคนใดจนกระทง่ั ทาใหจ้ ุดเล็งสีแดงหรือศูนยห์ นา้ เคลื่อนไป
มาจากจุดเลง็ ที่เป้ าหมายแลว้ ครูฝึกตอ้ งพจิ ารณาการฝึกเพิ่มเติมใหก้ บั ทหารคนน้นั เป็นพเิ ศษ ทหารไม่
ควรจะรีบร้อนเหน่ียวไก เพราะเห็นวา่ ในขณะน้นั ศนู ยห์ นา้ ของปื นอยทู่ ่ีจุดเล็ง ณ เป้ าหมาย การ

- ๔๕ -
เหนี่ยวไกที่ถูกตอ้ งน้นั คือ การออกแรงอยา่ งต่อเนื่องและค่อย ๆ เพ่ิมแรงทีละนอ้ ยในการใชน้ ิ้วเหนี่ยว
ไก ซ่ึงจะไมท่ าใหเ้ กิดอาการกระตุกหรือกระชากใหป้ ื นเคล่ือนออกจากแนวเส้นเล็ง ครูฝึกควรเนน้ ให้
ทหารเขา้ ใจวา่ การเหน่ียวไกไมใ่ ช่การเหนี่ยวตวั ปื น
๓-๙ ท่ายงิ

ท่ายงิ ทุกทา่ จะถูกนามาสอนใหท้ หารในระหวา่ งการฝึกหลกั การยงิ ปื นข้นั พ้นื ฐาน แต่
สาหรับในตอนเร่ิมการฝึกใหม่ ๆ น้นั ควรใชท้ ่ายงิ พ้ืนฐานเท่าน้นั ส่วนทา่ ยงิ ทา่ อ่ืน ๆ จะถูกนามา
สอนเพ่ิมเติมในภายหลงั เพ่ือใชใ้ นการฝึกทางยทุ ธวธิ ี

ก. ท่ายงิ พนื้ ฐาน ในระหวา่ งการฝึกข้นั ตน้ น้นั จะใชท้ ่ายงิ พ้ืนฐานเพียง ๒ ทา่ เทา่ น้นั คือ ทา่
ยงิ ต่อสู้ใชเ้ ครื่องหนุนรอง และทา่ นอนยงิ ไมใ่ ชเ้ คร่ืองหนุนรอง ซ่ึงท้งั ๒ ท่าน้ีให้ฐานรองรับท่ีมน่ั คง
สาหรับการยงิ ปลย. และจะใชใ้ นการยงิ บนั ทึกผลเพื่อจดั ช้นั คุณวฒุ ิในข้นั พ้นื ฐาน

ข. ท่ายงิ ต่อสู้ใช้เครื่องหนุนรอง ท่ายงิ ท่าน้ีใหฐ้ านรองรับที่มน่ั คงสาหรับการยงิ เป้ าหมาย
หลายเป้ าหมาย (รูปที่ ๓-๔ ก, ข และ ค) เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงท่ายงิ ที่มน่ั คงน้ี ทหารจะตอ้ งปรับแตง่ เคร่ือง
หนุนรอง (กระสอบทราย) หรือเครื่องหนุนรองอ่ืน ๆ ใหเ้ หมาะกบั ความสูงของตนเอง จากน้นั ให้
ทหารหนั หนา้ ไปตามทิศทางยงิ หลกั และวางตวั ใหท้ ามุมกบั ทิศทางยงิ น้นั เลก็ นอ้ ยในลกั ษณะก่ึงขวา
หรือก่ึงซา้ ย แลว้ เอนตวั ไปขา้ งหนา้ จนกระมงั่ หนา้ อกของตนสัมผสั กบั ผนงั หลุมบุคคลตอ่ จากน้นั จึง
ใชม้ ือขา้ งที่รองรับฝาปะกบั ลากลอ้ งทาเป็นรูปตวั วี (V) โดยใชน้ ิ้วหวั แม่มือและนิ้วช้ีของมือขา้ งน้นั
แลว้ ใชม้ ือขา้ งน้นั วางลงบนเคร่ืองหนุนรอง (กระสอบทรายหรือเครื่องหนุนรองอ่ืน ๆ ) ซ่ึงอยู่
ดา้ นหนา้ ของนาพานทา้ ยปื นเขา้ ร่องไหล่ขอ้ ศอกอีกขา้ งหน่ึงวางไวท้ ่ีมุมของปากหลุมบุคคล (ถา้ หาก
ไม่สามารถเตรียมท่าน้ีไดท้ นั กใ็ หใ้ ชท้ า่ นอนยงิ มีเคร่ืองหนุนรองแทนได)้

รูปท่ี ๓-๘ (ก) ท่ายงิ ต่อสู้ใช้เคร่ืองหนุนรอง(ท่านอน)

- ๔๖ -

รูปท่ี ๓-๘ (ข) ท่ายงิ ต่อสู้ใช้เคร่ืองหนุนรอง
(หลมุ บุคคลเด่ยี ว)

รูปท่ี ๓-๘ (ค) ท่ายงิ ต่อสู้ใช้เครื่องหนุนรอง
(ท่านั่ง)

- ๔๗ -
เมื่อทหารไดเ้ รียนรู้การปฏิบตั ิทา่ ยงิ ที่ถูกตอ้ งแลว้ ก็ควรไดฝ้ ึกฝนในทา่ ยงิ ที่ไม่มีเคร่ืองหนุน
รองเพ่ือใหเ้ กิดความชานาญ จนกระทงั่ ทหารสามารถลดอาการเคลื่อนไหวของตวั ปื นใหเ้ หลือนอ้ ย
ท่ีสุด ในช่วงขณะเวลาของการเล็งข้นั สุดทา้ ยและช่วงที่นกปื นฟาดไปขา้ งหนา้ ครูฝึก/ผฝู้ ึกจะสามารถ
ตรวจสอบความถูกตอ้ งและมนั่ คงของทา่ ยงิ ไดจ้ ากการสงั เกตการณ์เคลื่อนไหวของปลายปากกระบอก
ปื น, จากการมองที่กระจกตรวจสอบการเลง็ หรือจากการตรวจสอบวา่ ทหารไดใ้ ชเ้ คร่ืองหนุนรองน้นั
อยา่ งถูกตอ้ งหรือไม่
หมายเหตุ : ความมุง่ หมายของการฝึกทา่ ยงิ น้ี ก็เพื่อใหท้ หารไดส้ ามารถจดั ท่ายงิ ของตนเอง
ไดใ้ นสภาพการณ์ตา่ งๆ การใชป้ ระโยชนส์ ูงสุดของท่ายงิ น้ีจะเกิดข้ึนในขณะทาการรบ ถา้ แมว้ า่ ทหาร
คนน้นั ยงั ตอ้ งระลึกอยเู่ สมอวา่ ตนเองจะตอ้ งทาตวั ให้ต่าลงพอเพียงท่ีจะใชป้ ระโยชน์จากท่ีกาบงั เพ่อื
ป้ องกนั ตนเองจากการยงิ ของขา้ ศึกดว้ ยเช่นกนั

๓) ท่านอนยงิ ไม่มเี ครื่องหนุนรอง ท่ายงิ น้ี (รูปท่ี ๓-๙) ตอ้ งการฐานรองรับท่ีมน่ั คง
สาหรับการยงิ ต่อเป้ าหมายต่าง ๆ การจดั ทา่ น้ีกระทาไดโ้ ดยใหท้ หารยนื หนั หนา้ ไปทิศทางของเป้ า ขา
ท้งั สองขา้ งแยกห่างกนั พอสบาย จากน้นั ใหย้ อ่ ตวั ลงในท่าคุกเขา่ ท้งั สองขา้ ง ใหพ้ านทา้ ยปื นเป็นจุด
รองรับ แลว้ วางตวั นอนลงพ้ืนดิน ใชข้ อ้ ศอกขา้ งที่ไม่ถนดั วางใกลๆ้ กบั ซองกระสุนและนาพานทา้ ย
ปื นเขา้ ร่องไหล่ ใชม้ ือขวาจบั ดา้ มปื น แลว้ วางศอกขา้ งท่ีถนดั ลงบนพ้ืน ใชม้ ือขา้ งที่ไม่ถนดั ทาเป็น
ง่ามรูปตวั วี (V) โดยใชน้ ิ้วหวั แม่มือและนิ้วท่ีเหนือรองรับตวั ปื น ใหท้ หารปรับทา่ ยงิ ตนจนกระทงั่
หวั ไหล่ของตนอยใู่ นระดบั ใกลเ้ คียงกบั ปื น และออกแรงดึงปื นมาขา้ งหลงั เล็กนอ้ ยดว้ ยมือท้งั สองขา้ ง
ทหารจะตอ้ งวางจุดสัมผสั ท่ีพานทา้ ยกบั ใบหนา้ ของตน ทาตวั ใหส้ บายแลว้ จดั ส้นเทา้ ใหร้ าบติดพ้ืน

รูปท่ี ๓-๙ ท่านอนยิงไม่มเี ครื่องหนุนรอง

- ๔๘ -
๔) ท่ายิงอน่ื ๆ หลงั จากที่ไดถ้ ่ายทอดหลกั พ้ืนฐานการยงิ ปื นไปในทา่ ยงิ พ้นื ฐานท้งั
๒ ท่าน้นั แลว้ ทหารจะไดร้ ับการสอนท่ายงิ อ่ืน ๆ ซ่ึงเป็นการพฒั นาตอ่ ไปเพื่อใหไ้ ดร้ ู้จกั ทา่ ยงิ หลายทา่
สาหรับการใชง้ านในสนามรบ
๕) ท่านอนยงิ แบบสอง (รูปท่ี ๓-๑๐) ท่ายงิ น้ีเป็นการผสมผสานกนั ระหวา่ งทา่ นอน
ยงิ ที่ใชเ้ ครื่องหนุนรองกบั ท่ายงิ ตอ่ สู้ท่ีไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง ทหารจะใชก้ ารงอขาขา้ งที่ถนดั ซ่ึงจะช่วย
ใหเ้ กิดความสบายเม่ือทหารวางตวั อยใู่ นแนวเดียวกนั กบั เส้นแกนลากลอ้ งปื น นอกจากน้ีแลว้ ทหารจะ
มีโอกาสผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือทอ้ งและหายใจไดส้ ะดวกข้ึน

งอเข่าดา้ นท่ีพลยงิ ถนดั
รูปท่ี ๓ – ๑๐ ท่านอนยงิ แบบสอง

- ๔๙ -
๖) ท่าน่ังคุกเข่ายงิ มีเครื่องหนุนรอง (รูปท่ี ๓-๑๑) ท่ายงิ น้ีเป็นทา่ ยงิ ที่มีระดบั ความสูง
พอเพยี งท่ีจะทาใหส้ ามารถตรวจการณ์ป้ าหมายในพ้ืนที่ไดด้ ีพอสมควร โดยพจิ ารณาใหท้ า่ ยงิ น้ีหลงั ท่ี
กาบงั ท่ีเหมาะสม และที่กาบงั ซ่ึงเป็นเป็นของแขง็ น้ีก็จะช่วยรองรับบางส่วนของร่างกายหรือ ปลย.
ซ่ึงจะช่วยใหก้ ารยงิ มีความแม่นยามากข้ึน

ใชต้ น้ ไมเ้ ป็นที่พิงแขนเพื่อ
เพ่ิมความมนั่ คงของท่ายงิ

รูปท่ี ๓ – ๑๑ ท่านั่งคุกเข่ายงิ มีเครื่องหนุนรอง

- ๕๐ -
๗) ท่าน่ังคุกเข่ายงิ ไม่มเี คร่ืองหนุนรอง (รูปท่ี ๓-๑๒) ทา่ ยงิ น้ีเป็นทา่ ท่ีตอ้ งการใชเ้ พ่ือ
ความรวดเร็ว และช่วยใหท้ หารไดว้ างตวั อยใู่ นระดบั ที่สามารถตรวจการณ์เหนือที่กาบงั และใหค้ วาม
มน่ั คงพอสมควร การวางขอ้ ศอกของแขนท่ีใชร้ องรับฝาปะกบั ลากลอ้ งน้นั ควรวางล้าไปขา้ งหนา้
เพ่ือใหแ้ ขนท่องบนไดว้ างอยบู่ นส่วนหนา้ ของหวั เข่าหรืออาจวางศอกตาแหน่งใดกไ็ ดบ้ ริเวณหวั เข่า
ซ่ึงข้ึนอยกู่ บั ร่างกายของทหารแต่ละคน ส่วนเทา้ ดา้ นหลงั น้นั จะวางอยใู่ นตาแหน่งท่ีสบาย

รูปที่ ๓ – ๑๒ ท่าน่ังคุกเข่ายงิ ไม่มเี ครื่องหนุนรอง

๘) ท่ายนื ยงิ แบบที่ ๑ (รูปที่ ๓-๑๓ ก ) ในการทาทา่ ยนื ยงิ (พานทา้ ยปื นเขา้ ร่องไหล่) น้นั
ใหท้ หารยนื หนั หนา้ ไปทิศทางเป้ าหมาย จากน้นั ใหเ้ บี่ยงออกทางขา้ งไปทางดา้ นของมือท่ีใชท้ าการยงิ
แยกเทา้ ท้งั ๒ ขา้ งห่างกนั พอสบาย ใชม้ ือขา้ งที่ถนดั จบั ดา้ มปื น ส่วนมืออีกขา้ งหน่ึงอาจใชร้ องรับท่ี
ฝาปะกบั ลากลอ้ ง หรืออาจใชร้ องรับท่ีส่วนล่างของซองกระสุนก็ได้ จดั พานทา้ ยเขา้ ร่องไหล่ โดยให้
กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพอยใู่ นระดบั สายตา เป็นท่าที่เหมาะสมท่ีจะใชใ้ นการยงิ ในทิศทางตรงหนา้
ทางซา้ ย-ขวา และทาการยงิ ในลกั ษณะทีกาลงั เคลื่อนที่ไปข่างหนา้ ไดด้ ี น้าหนกั ของปื นจะถูกรองรับ
โดยร่องไหล่และมือขา้ งที่ใชจ้ บั ฝาปะกบั ลากลอ้ ง จากน้นั ใหท้ หารขยบั เทา้ ท้งั ๒ ขา้ ง จนกระทง่ั
สามารถวางตวั อยใู่ นทา่ ที่สบาย และทาการเล็งปื นไปยงั เป้ าหมายไดโ้ ดยไม่รู้สึกขดั ขืน และน้าหนกั
ตวั อยบู่ นเทา้ ท้งั ๒ ขา้ ง ทา่ ยนื ยงิ น้ีใหค้ วามมนั่ คงไดน้ อ้ ยที่สุด แต่มีประโยชนเ์ มื่อตอ้ งการตรวจการณ์
ตอ่ พ้ืนท่ีเป้ าหมาย และจะตอ้ งทาการยงิ ตอ่ เป้ าหมายน้นั ทนั ทีในขณะทาการเคล่ือนที่ ทหารอาจใช้

- ๕๑ -
ส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายช่วยเพ่ิมความมน่ั คงของท่ายงิ ได้ ความมนั่ คงของท่ายงิ อาจเพม่ิ เติมได้
จากการจดั กระเป๋ าใส่ซองกระสุนเพื่อรองรับขอ้ ศอกท่ีอยใู่ ตล้ ากลอ้ งปื น และใชม้ ือจบั ท่ีซองกระสุน
ไว้

รูปท่ี ๓-๑๓ (ก) ท่ายนื ยงิ
๙) ท่ายนื ยงิ แบบที่ ๒ (รูปท่ี ๓-๑๓ ข ) ในการทาทา่ ยนื ยงิ (พานทา้ ยปื นอยใู่ ตร้ ักแร้
ระหวา่ งลาตวั และแขนดา้ นที่ใชย้ งิ )น้นั ใหท้ หารยืนหนั หนา้ ไปทิศทางเป้ าหมาย จากน้นั ใหเ้ บ่ียงออก
ทางขา้ งเล็กนอ้ ยไปทางดา้ นของมือที่ใชท้ าการยงิ แยกเทา้ ท้งั ๒ ขา้ งห่างกนั พอสบาย ใชม้ ือขา้ งที่
ถนดั จบั ดา้ มปื น ส่วนมืออีกขา้ งหน่ึงอาจใชร้ องรับที่ฝาปะกบั ลากลอ้ ง หรืออาจใชร้ องรับที่ส่วนล่าง
ของซองกระสุนกไ็ ด้ จดั พานทา้ ยอยใู่ ตร้ ักแร้ ระหวา่ งลาตวั และแขนดา้ นท่ีใชย้ งิ และกระชบั ติดลาตวั
เป็นท่าท่ีเหมาะสมที่จะใชใ้ นการยงิ ในทิศทางตรงหนา้ ทางซา้ ย-ขวา และทาการยงิ ในลกั ษณะท่ีกาลงั
เคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้ และถอยหลงั ทาใหเ้ กิดความแม่นยาในการยงิ ไดน้ อ้ ยกวา่ ในท่ายนื ยงิ แบบท่ี ๑ แต่

- ๕๒ -
จะมีความคล่องแคลว้ ในการเคลื่อนท่ีในการเปล่ียนยา้ ยตาแหน่งในการยนื ยงิ ไดด้ ีกวา่ น้าหนกั ของปื น
จะถูกรองรับโดยท่อนแขนดา้ นล่างของมือที่ใชย้ งิ และมือขา้ งที่ใชจ้ บั ฝาปะกบั ลากลอ้ ง จากน้นั ให้
ทหารขยบั เทา้ ท้งั ๒ ขา้ ง จนกระทงั่ สามารถวางตวั อยใู่ นท่าท่ีสบาย และทาการเล็งปื นไปยงั เป้ าหมาย
ไดโ้ ดยไมร่ ู้สึกขดั ขืน และน้าหนกั ตวั อยบู่ นเทา้ ท้งั ๒ ขา้ ง ทา่ ยนื ยงิ น้ีใหค้ วามมน่ั คงไดม้ ากกวา่ ทา่
แบบที่ ๑ แต่มีประโยชน์เมื่อตอ้ งการตรวจการณ์ต่อพ้ืนท่ีเป้ าหมาย และจะตอ้ งทาการยงิ ต่อเป้ าหมาย
น้นั ทนั ทีในขณะทาการเคลื่อนที่ ทหารอาจใชส้ ่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายช่วยเพ่มิ ความมน่ั คงของทา่
ยงิ ได้ ความมนั่ คงของทา่ ยงิ อาจเพมิ่ เติมไดจ้ ากการจดั พานทา้ ยปื น และเขม็ ขดั สนาม

รูปท่ี ๓-๑๓ (ข) ท่ายนื ยงิ
๑๐) ท่ายงิ ดดั แปลง เม่ือไดฝ้ ึ กฝนทา่ ยงิ แบบพ้ืนฐานอยา่ งพอเพยี งแลว้ ทหารควรไดร้ ับ
การสอนใหค้ ุน้ เคยกบั ท่ายงิ ดดั แปลงเพือ่ ใหส้ ามารถใชป้ ระโยชนจ์ ากที่กาบงั ท่ีแสวงหาได้ หรืออาจใช้
ส่ิงต่าง ๆ ช่วยใหป้ ื นอยใู่ นสภาพมน่ั คง และเปล่ียนทิศทางยงิ ตอ่ เป้ าหมายอ่ืนไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ท่ายงิ
ตามที่แสดงในรูปที่ ๓-๑๔ น้นั ใชก้ ระสอบทรายรองรับฝาปะกบั ลากลอ้ งปื น ทาใหม้ ืออีกขา้ งเป็ น

- ๕๓ -
อิสระ และใชช้ ่วยจบั ส่วนอ่ืนของปื นไดเ้ พอ่ื เพิ่มความกระชบั ยงิ่ ข้ึน นอกจากน้ีถา้ สังเกตใหด้ ีจะเห็น
วา่ ทหารสามารถทาตวั ใหต้ ่าลงไดอ้ ีก จึงแสวงประโยชน์จากที่กาบงั ไดเ้ พม่ิ ข้ึน

หมายเหตุ : การใชท้ า่ ยงิ ดดั แปลงน้ีอาจมีผลกระทบทาใหต้ อ้ งปรับภาพการเลง็ ท้งั น้ี
เนื่องจากในระหวา่ งการยงิ จะตอ้ งมีการยา้ ยทิศทางยงิ ไปตามเป้ าหมายที่เกิดข้ึน และการจบั ถือปื นมี
การเปลี่ยนตาแหน่งเลก็ นอ้ ย

รูปท่ี ๓-๑๔ ท่ายงิ ดดั แปลง

๑๑) การใช้ท่ายงิ เมื่ออยู่ในพนื้ ทสี่ ่ิงปลูกสร้าง แมว้ า่ จะยงั คงใชห้ ลกั การพ้นื ฐานของการ
ยงิ ปื นมาดดั แปลงเช่นเดียวกบั ในพ้นื ที่อื่นๆ แตก่ ารเลือกท่ีกาบงั และการวางตวั ในพ้ืนที่สิ่งปลูกสร้าง
น้นั จะตอ้ งเพ่มิ ขอ้ พิจารณาบางประการข้ึนอีก เช่น การยงิ จากมุมตึก ทหารจะตอ้ งทาการยงิ จากการ
ประทบั ปื นบนไหล่ตรงขา้ มจากปกติ ท้งั น้ีเพือ่ หลีกเลี่ยงการเปิ ดเผยหรือปรากฏส่วนของร่างกายให้
ขา้ ศึกเห็นเป็ นเป้ าหมาย

ในบางสถานการณ์ ทหารอาจตอ้ งการท่ีจะวางตวั ในท่ีสูง จากพ้นื ดินมาก ๆ เพื่อผลในการ
ตรวจการณ์ไดร้ ะยะไกล รูปท่ี ๓-๑๖ แสดงใหเ้ ห็นถึงการยงิ จากดาดฟ้ าหรือหลงั อาคาร ซ่ึงทหารจะ
ปรากฏส่วนของร่างกายเพยี งส่วนท่ีจาเป็นเท่าน้นั สาหรับการยงิ รูปท่ี ๓-๑๕ จะแสดงใหเ้ ห็นสภาพ
ของการรบในพ้ืนที่สิ่งปลูกสร้างท่ีจะมีสิ่งปรักหกั พงั อยเู่ ป็ นจานวนมาก โดยที่ทหารสามารถใช้
ประโยชน์ทาการยงิ จากมุมต่างๆ เพอื่ ใชเ้ ป็นท่ีกาบงั จากการยงิ และการตรวจการณ์จากขา้ ศึกได้ และ

- ๕๔ -
การยงิ รูปท่ี ๓-๑๗ แสดงใหเ้ ห็นชดั ถึงความจาเป็นท่ีทหารจะตอ้ งวางตวั ในร่มเงา ขณะทาการยงิ จาก
ช่องหนา้ ต่างและความตอ้ งการท่ีกาบงั ตลอดจนท่ีรองรับ ปลย.

ภาพถ่ายจากดา้ นหนา้ ของพลยงิ
รูปที่ ๓-๑๕ (ก) การยงิ จากมุมอาคาร

ภาพถ่ายจากดา้ นหลงั ของพลยงิ
รูปที่ ๓-๑๕ (ข) การยงิ จากมุมอาคาร

- ๕๕ -
รูปท่ี ๓-๑๖ การยงิ จากหลงั คา
รูปท่ี ๓-๑๗ (ก) การยงิ จากหน้าต่าง (ภายในอาคาร)

- ๕๖ -
รูปท่ี ๓-๑๗ (ข) การตรวจค้นภายในอาคาร

- ๕๗ -
รูปท่ี ๓-๑๗ (ค) การยงิ ภายในอาคาร

- ๕๘ -

ตอนที่ ๓

การยงิ แห้ง

การฝึกยงิ แหง้ น้ีเป็ นส่ิงที่ตอ้ งปฏิบตั ิ เน่ืองจากมีความสัมพนั ธ์กบั หลกั การฝึกยงิ ปื นและการ
ฝึกพลแม่นปื นทุกข้นั ตอน เป้ าปรับศนู ยป์ ื นแบบมาตรฐานสาหรับ ปลย.ทาร์โวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม.
แบบ ทาร์ ๒๑ (รูปท่ี ๓-๒๐ และรูปที่ ๓-๒๑) เป็นแบบที่ไดร้ ับการยอมรับ เพราะมีการแสดงตาบล
เล็งท่ีแน่นอน สาหรับการฝึกยงิ ปื นในข้นั พ้นื ฐานและข้นั สูงตอ่ ไป
๓-๑๐ วธิ ีการฝึ ก

การฝึกผฝู้ ึกและครูฝึกจะตอ้ งวางแผนในกระบวนการ การเรียนการฝึกสอนซ่ึงในการฝึ กสอน
ในแต่ละคร้ังครูฝึกควรท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ิคือ

๑.ช้ีแจงถึงวตั ถุประสงคใ์ นการฝึก
๒.ทาการช้ีแจงในภาพรวมในการปฏิบตั ิใหท้ หารท่ีเขา้ รับการฝึก

- ช้ีแจงลกั ษณะ และมิติของสนามฝึก ตาแหน่งการวางของอุปกรณ์ หรือ คชฝ.ท่ี
เกี่ยวขอ้ งในการฝึก

- ชื่อเรียก อุปกรณ์ และ คชฝ. ที่เก่ียวขอ้ งในการฝึก
- วธิ ีการใชอ้ ุปกรณ์ และ คชฝ. ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการฝึก
- การปฏิบตั ิของผเู้ ขา้ รับการฝึก, คูฝ่ ึก ท้งั ซกั ซอ้ มการปฏิบตั ิหลายๆ คร้ังจนเชื่อมนั่ ได้
วา่ ผปู้ ฏิบตั ิสามารถกระทาไดถ้ ูกตอ้ ง
- ทศั นสญั ญาณ และความหมายทศั นสญั ญาณน้นั ๆ ที่ใชใ้ นการฝึก
- แสดงตวั อยา่ งการปฏิบตั ิที่สาคญั

- และอ่ืนๆ
๓.ผลลพั ธ์ท่ีไดส้ าหรับทหารที่เขา้ รับการฝึก
๔.การนาไปสู่การขยายผลในการฝึกในระดบั สูงต่อไป
๕.การใหค้ วามรู้ที่เกี่ยวขอ้ งที่จะเป็นประโยชนใ์ นการฝึก
ใหใ้ ชค้ รูฝึก/ผฝู้ ึกที่มีประสบการณ์เป็นผกู้ ากบั ดูแลในระหวา่ งการฝึก เมื่อครูฝึกไดอ้ ธิบายและ
สาธิตวธิ ีการปฏิบตั ิแลว้ ทหารควรไดฝ้ ึกฝนดว้ ยตนเองโดยมีการกากบั ดูแลและใหค้ าแนะนาตาม
สมควร การใชค้ ูฝ่ ึกช่วยในการฝึกหดั น้นั นบั วา่ เป็นวธิ ีการท่ีไดผ้ ลวธิ ีหน่ึงโดยมีครูฝึกเป็ นผกู้ ากบั ดูแล
เป็นส่วนรวม และในการฝึกน้ีควรพิจารณาใชเ้ คร่ืองช่วยฝึ กใหม้ ากชนิด ท้งั น้ีเพื่อผลการฝึกในเร่ือง
หลกั พ้ืนฐาน ๔ ประการของการยงิ ปื น
ในข้นั ตน้ ของการฝึก จะเริ่มจากการใชท้ ่ายงิ ที่มีเครื่องหนุนรอง เช่น กระสอบทราย และ
เคร่ืองหนุนรองร่างกายส่วนบน ซ่ึงจะใหป้ ระโยชน์ในการฝึกเป็นอยา่ งยง่ิ สาหรับเป้ าและสนามฝึก
น้นั จะใชท้ ่ีใดกไ็ ดต้ ามความเหมาะสม แต่จะตอ้ งเนน้ ถึงตาบลเล็งหรือจุดเล็งซ่ึงเป็นมาตรฐานในเป้ ารูป
หุ่นเงาดาที่ใชป้ รับศูนยป์ ื นในระยะ ๒๕ เมตร สาหรับเป้ ารูปหุ่นแบบยอ่ ส่วนหรือแบบอ่ืน ๆ ก็สามารถ
นามาใชไ้ ด้

- ๕๙ -
หลงั จากที่ทหารไดม้ ีความเขา้ ใจในหลกั พ้นื ฐาน ๔ ประการ และไดฝ้ ึกฝนเป็นอยา่ งดีแลว้ ก็
สมควรท่ีจะตอ้ งฝึกฝนการยงิ แหง้ เพือ่ ให้เกิดความสมบรู ณ์แบบในภาพรวมของการยงิ ปื น และจาก
การฝึกยงิ แหง้ น้ีเองทหารจะไดม้ ีโอกาสทดสอบทา่ ยงิ ของตนเองเพื่อปรับปรุงใหด้ ีข้ึน สบายข้ึน และ
มน่ั คงข้ึน ก่อนท่ีจะเขา้ ไปฝึกในสนามยงิ ปื นดว้ ยกระสุนจริง เพราะทหารจะไดฝ้ ึกฝนวิธีการเล็ง การ
ควบคุมลมหายใจท้งั ๒ วธิ ี และการเหน่ียวไกวิธีที่ถูกตอ้ งมากคร้ังเท่าที่จะทาได้ และถา้ หากครูฝึกได้
พจิ ารณาใชก้ ระสุนหดั บรรจุเพมิ่ ลงไปในซองกระสุนเปล่าดว้ ยแลว้ กจ็ ะทาใหส้ ามารถฝึกทกั ษะใน
เร่ืองอื่นไดเ้ พม่ิ ข้ึนอีก เช่น การฝึกบรรจุและเลิกบรรจุ การฝึกแกไ้ ขเหตุติดขดั แบบทนั ทีทนั ใด และ
การฝึกยงิ แหง้ โดยใชว้ สั ดุวางบนปากลากลอ้ งปื น
เม่ือไดป้ ฏิบตั ิอยา่ งถูกตอ้ งตามข้นั ตอนแลว้ การฝึกยงิ แหง้ น้ีจดั วา่ เป็นข้นั ตอนที่สาคญั ย่ิงกวา่ ท่ี
จะมีการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงเพอื่ จดั กลุ่มกระสุนและปรับศูนยป์ ื น และก่อนที่จะเขา้ ทาการฝึกยงิ เป้ า
รูปหุ่นคนแบบยอ่ ส่วน การฝึ กยงิ เป้ าหุ่นในสนามทราบระยะ หรือการยงิ ในสนามแบบทานองรบเพอื่
จดั ช้นั คุณวฒุ ิ นอกจากน้ีแลว้ ยงั สามารถใชก้ ารฝึกยงิ แหง้ น้ี เพือ่ แกไ้ ขขอ้ บกพร่องในการยงิ หรือเป็ น
การฝึกเสริม หรือฝึกเพือ่ ดารงสถานภาพ ทกั ษะความชานาญและขีดความสามารถในการยงิ ปื น

ก. การใช้ครูฝึ ก การใชค้ รูฝึกน้นั เป็นวธิ ีการฝึกโดยใชท้ หาร ๒ คน ซ่ึงมีขีดความสามารถใน
การยงิ ปื นเทา่ ๆ กนั และมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือ ใหค้ าแนะนาแก่กนั และกนั ในระหวา่ งการ
ฝึก แต่ถา้ หากไม่พิจารณาจดั คู่ฝึกใหเ้ หมาะสมหรือนาไปใชใ้ นหมู่ทหารที่ไม่มีประสบการณ์แลว้ กจ็ ะ
เกิดปัญหาในลกั ษณะ “เต้ียอุม้ ค่อม” ซ่ึงจะนาไปสู่ความลม้ เหลวในการฝึกและอาจเกิดอนั ตรายข้ึนใน
ระหวา่ งการยงิ ดว้ ยกระสุนจริง แต่อยา่ งไรก็ตามถา้ นาวธิ ีการฝึกน้ีไปใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งแลว้ ก็จะส่งผล
สาเร็จใหก้ บั การฝึกไมว่ า่ จะเป็นข้นั พ้ืนฐานหรือข้นั สูง

ข. ประโยชน์ ทหารท้งั ๒ คนที่เป็นคูฝ่ ึกซ่ึงกนั และกนั จะไดเ้ รียนรู้ส่ิงต่างๆ จากคูข่ องตนเอง
ผทู้ ี่ทาหนา้ ที่คูฝ่ ึกจะไดเ้ รียนรู้ถึงการทาหนา้ ท่ีเป็นครู คอยตรวจสอบการปฏิบตั ิของผยู้ งิ และพจิ ารณา
ใหค้ าแนะนาแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่างๆ ซ่ึงการสื่อสารกนั ระหวา่ งเพื่อนทหารดว้ ยกนั น้นั จะแตกตา่ งไป
จากการส่ือสารระหวา่ งนายสิบผเู้ ป็ นครูฝึกกบั พลทหารหรือผรู้ ับการฝึก เพราะทหารดว้ ยกนั เองยอ่ มจะ
มีโอกาสซกั ถามขอ้ สงสัยและการตอบคาถามไดม้ ากกวา่ ตลอดจนการใชค้ าพดู ซ่ึงเป็นคาถามและ
คาตอบก็น่าจะเป็นคาพดู ซ่ึงใหค้ วามเขา้ ใจไดง้ ่ายกวา่ รวมท้งั การแสดงตวั อยา่ งใหเ้ พือ่ นทหารดว้ ยกนั ดู
โดยใชท้ หารซ่ึงมีขีดความสามารถในการยงิ ปื นดีข้ึนน้นั จะช่วยแกไ้ ขขอ้ บกพร่องของทหารท่ีมีปัญหา
และพฒั นาขีดความสามารถของทหารคนอ่ืนๆ อีกดว้ ย แต่ท้งั หมดที่กล่าวมาน้ียอ่ มจะตอ้ งอยภู่ ายใต้
การกากบั ดูแลของครูฝึก

ค. หน้าที่ คู่ฝึกมีหนา้ ที่ช่วยเหลือผยู้ งิ ใหจ้ ดั ท่ายงิ ไดเ้ หมาะสม รวมท้งั ช่วยจดั เคร่ืองหนุนรองคู่
ฝึกจะตอ้ งเฝ้ ามองท่ีผยู้ งิ – มิใชเ้ ฝ้ ามองท่ีเป้ า – ท้งั น้ีเพื่อตรวจดูวา่ ผยู้ งิ ทาท่ายงิ ไดถ้ ูกตอ้ ง มีอาการผอ่ น
คลายและมน่ั คง ผยู้ งิ ไดท้ าการควบคุมการหายใจก่อนเหนี่ยวไกข้นั สุดทา้ ย และการเหนี่ยวไกน้นั ไดม้ ี
การแบง่ ออกเป็น ๒ ข้นั โดยไม่มีการกระตุกไกการสะดุง้ ผงะ การกะพริบตาหรืออาการอื่น ๆ ท่ีคู่ฝึก
อาจตรวจพบขณะทาการยงิ แหง้ หรือยงิ ดว้ ยกระสุนจริง คู่ฝึกอาจช่วยเหลือในการบรรจุกระสุนใส่ใน

- ๖๐ -
ซองกระสุน และอาจริเริ่มการใชเ้ ทคนิคการบรรจุกระสุนหดั บรรจุปนกบั กระสุนจริงเพื่อตรวจสอบ
การลน่ั ไกของผยู้ งิ ได้ และอาจมีในบางโอกาสที่คูฝ่ ึกจะตอ้ งช่วยตรวจดูบริเวณพ้นื ที่เป้ าหมาย เช่น ใน
กรณีท่ีทาการยงิ ฝึกเป้ ารูปหุ่นคนในสนามทราบระยะ เม่ือผยู้ งิ ไม่สามารถตรวจการณ์ไดว้ า่ กระสุนท่ี
พลาดเป้ าน้นั ตกบริเวณใด นอกจาน้ีคู่ฝึกยงั สามารถช่วยในเรื่องระบบความปลอดภยั ไดอ้ ีก โดยการ
ช่วยตรวจอาวธุ ใหก้ บั ผยู้ งิ

หมายเหตุ : เม่ือขณะทาการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงและตอ้ งใชค้ ู่ฝึกช่วยน้นั ควรติดต้งั เคร่ือง
กนั ปลอกกระสุนไวก้ บั ปลย. และใหค้ ู่ฝึกสวมเคร่ืองป้ องกนั นยั น์ตาดว้ ย

ง. รายการตรวจสอบสาหรับครูฝึ ก ต่อไปน้ีเป็ นวธิ ีการตรวจสอบสมรรถนะของ ปลย. และ
สมรรถภาพของผยู้ งิ

๑) ครูฝึกตรวจสอบดูวา่
ก) ปลย. มีสภาพดี และชิ้นส่วนท่ีบกพร่องไดถ้ ูกเปล่ียนเรียบร้อยแลว้
ข) กระสุนสะอาด และซองกระสุนถูกใส่อยใู่ นกระเป๋ าใส่ซองกระสุนอยา่ งถูกตอ้ ง
ค) ศูนยก์ ลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพอยใู่ นสภาพสมบูรณ์สามารถใชง้ านไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ง) ศูนยส์ ารอง (ศูนยห์ นา้ และศนู ยห์ ลงั แบบศนู ยร์ ู) ไดถ้ ูกรมดา และผา่ นการปรับ

ศนู ยร์ บสาหรับพร้อมท่ีจะทาการยงิ ปื นไวต้ ามระยะท่ีจะทาการยงิ
๒) ครูฝึกสงั เกตดูผทู้ าการยงิ วา่
ก) ใชท้ า่ ยงิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและวางตวั ในตาแหน่งที่เหมาะสม
ข) บรรจุกระสุนไดถ้ ูกวธิ ี
ค) จดั ภาพศนู ยพ์ อดีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ง) กล้นั ลมหายใจไดถ้ ูกวธิ ี (โดยการเฝ้ าดูท่ีหลงั ของผยู้ งิ )
จ) เหนี่ยวไกไดอ้ ยา่ งถูกวธิ ี ตรวจดูวา่ มีอาการสะดุง้ ผงะ โดยมองท่ีศีรษะ หวั ไหล่

นิ้วท่ีใชเ้ หนี่ยวไก มือและแขนขา้ งที่ใชเ้ หน่ียวไก
ฉ) ผยู้ งิ มีอาการเครียดหรือกงั วล ถา้ พบวา่ ผยู้ งิ มีอาการดงั กล่าวใหผ้ ยู้ งิ หายใจลึกๆ

หลายๆ คร้ัง เพ่อื ผอ่ นคลาย
๓) ครูฝึก/ผฝู้ ึก จะตอ้ งช่วยกากบั ดูแลการฝึกโดยใชค้ ู่ฝึก และตรวจดูวา่ มีขอ้ บกพร่อง

ประการใด และถา้ พบวา่ คูฝ่ ึกหลาย ๆ คูป่ ฏิบตั ิไดไ้ ม่ถูกตอ้ ง กจ็ ะตอ้ งเรียกทหารท่ีทาการฝึกอยู่
ท้งั หมดน้นั รวมเพ่ือช้ีแจงขอ้ บกพร่องและแสดงวธิ ีการท่ีถูกตอ้ งใหท้ หารเหล่าน้นั นาไปแกไ้ ขต่อไป

จ. ตาแหน่งการวางตัวของครูฝึ ก
ครูฝึกมีหนา้ ที่ตรวจสอบการฝึกและใหก้ ารช่วยเหลือต่อผทู้ ี่เขา้ รับการฝึกใหส้ ามารถนา
หลกั การของการยงิ ปื นมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในระหวา่ งการยงิ ปื น โดยการสงั เกตการปฏิบตั ิในท่ายงิ
และการใชเ้ ครื่องช่วยอ่ืนๆ เพอ่ื ใหท้ ่ายงิ มนั่ คงข้ึน ครูฝึกจะตอ้ งตรวจสอบดูปัจจยั และองคป์ ระกอบ
ต่างๆ ท่ีผรู้ ับการฝึกไม่อาจมองเห็นไดด้ ว้ ยตนเอง และป้ องกนั มิใหผ้ รู้ ับการฝึกกระทาผดิ ซ้าๆ กนั
หลายคร้ัง

- ๖๑ -
ในขณะทาการฝึกน้นั ครูฝึกควรจะวางตวั อยใู่ นตาแหน่งที่สามารถมองเห็นอากปั กิริยาของผู้
ยงิ ไดช้ ดั เจนที่สุด ครูฝึกจะเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ รอบตวั ผยู้ งิ (ดา้ นขา้ งและดา้ นหลงั ) เพ่ือตรวจดู
ทา่ ยงิ ของผยู้ งิ และช่วยใหค้ าแนะนาในการปรับท่ายงิ จนถูกตอ้ ง
เมื่อจดั ท่ายงิ ไดถ้ ูกตอ้ งแม่นยาแลว้ ใหค้ รูฝึกวางตวั ในท่านอน (รูปท่ี ๓- ๑๘ )อยู่ ณ ตาแหน่ง
ของตนซ่ึงจะอยขู่ า้ ง ๆ ผยู้ งิ และทาทา่ ใหใ้ กลเ้ คียงกบั ผยู้ งิ (ผยู้ งิ ใชท้ า่ นอนยงิ ครูฝึกก็ตอ้ งใชท้ า่ นอน
เช่นกนั ) ตามปกติแลว้ จะอยทู่ างดา้ นที่ผยู้ งิ ใชม้ ือขา้ งท่ีถนดั ในการยงิ ปื น

ครูฝึ ก

ผเู้ ขา้ รับการฝึก

รูปที่ ๓-๑๘ ท่านอนของครูฝึ ก (ทหารทท่ี าการยงิ ถนัดขวา)

ฉ. การยงิ จัดกลุ่มกระสุน การยงิ จดั กลุ่มกระสุนมีความหมาย ๒ ประการ คือ เพอ่ื ใหท้ หาร
ยงิ ปื นไดก้ ลุ่มกระสุนท่ีเลก็ และแน่น และสามารถทากลุ่มกระสุนน้นั ไดใ้ นตาแหน่งเดียวกนั การยงิ จดั
กลุ่มกระสุนน้ีควรทาการฝึกหลงั จากการฝึกยงิ แหง้ และก่อนทาการยงิ ปรับศูนย์ การยงิ ปื นดว้ ย
กระสุนจริงในคร้ังแรก ๆ น้นั จะตอ้ งเป็ นการยงิ จดั กลุ่มกระสุน เพื่อความมุง่ หมายในการฝึกและ
ปรับปรุงหลกั พ้นื ฐานการยงิ ปื น และการฝึกยงิ จดั กลุ่มกระสุนน้ี จะไมใ่ หท้ หารใชก้ ารปรับศูนยห์ ลาย
คร้ังเพยี งแต่ไดก้ ลุ่มกระสุนท่ีตรวจการณ์ไดก้ ็พอแลว้ เพราะในข้นั ตน้ น้ียงั ไมต่ อ้ งการการยงิ ใหก้ ระสุน
เขา้ ก่ึงกลางเป้ าหมาย การยงิ จดั กลุ่มกระสุนน้ีอาจทาการฝึ กยงิ ในสนามระยะ ๒๕ เมตร หรือสนามยงิ
ปื นทราบระยะกไ็ ด้ กลุ่มกระสุนที่ดีที่สุดที่ทหารควรจะกระทาไดไ้ ม่ควรเกิน วงกลมรัศมี ๔ ซม.

- ๖๒ -

ช. แนวปฏิบตั ิในการยงิ ปื นปรับศูนย์รบ วตั ถุประสงคใ์ นการปรับศูนยร์ บน้นั ก็เพอื่ จดั ระบบ
อุปกรณ์เล็งของ ปลย. ทาโวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม. จะมีศนู ยป์ ื น (ระบบอุปกรณ์เลง็ ) ๒ ระบบ
ประกอบดว้ ย กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ MEPRO 21M และศนู ยเ์ ล็งสารอง การจดั ระบบอุปกรณ์ของ
ระบบเครื่องเลง็ ในการควบคุมการยงิ ใหอ้ ยใู่ นแนวทิศทางเดียวกบั แกนลากลอ้ งปื น โดยพิจารณาถึง
เร่ืองกระสุนวถิ ีดว้ ย เม่ือปรับศนู ยร์ บเสร็จเรียบร้อยแลว้ แนวศูนยป์ ื น เส้นเลง็ และตาบลกระสุน
กระทบเป้ าหมาย จะเป็นแนวเดียวกนั ในระยะปรับศูนยร์ บแบบมาตรฐาน

เมื่อ ปลย. ไดถ้ ูกปรับศูนยแ์ ลว้ ตาบลที่กระสุนกระทบเป้ าจะเป็นตาบลเดียวกบั ที่ผยู้ งิ ทาการ
เล็งปื นในระยะบางระยะท่ีกาหนด การปรับศนู ยร์ บ (ในระยะ ๒๕๐ เมตร และ ระยะ ๓๐๐ เมตร )
เป็นการต้งั ศูนยเ์ พื่อให้ ปลย. กระบอกน้นั สามารถใชท้ าการยงิ โดยมีโอกาสถูกเป้ าหมายในการรบได้
มากที่สุด จากการเปล่ียนแปลงตาบลเล็งหรือจุดเลง็ ใหน้ อ้ ยที่สุด

เม่ือไดใ้ ชข้ ้นั ตอนการปรับศนู ยร์ บท่ีเป็นมาตรฐานถูกตอ้ งแลว้ ปลย. กระบอกน้นั ๆ จะ
สามารถถูกเปลี่ยนมือไปใชก้ บั ทหารคนอ่ืนที่ไมไ่ ดป้ รับศูนยร์ บ ปลย. กระบอกน้นั ดว้ ยตนเองได้ โดย
ไม่ตอ้ งการการปรับเปลี่ยนมากนกั ท้งั น้ีเพราะสายตาของคนปกติท่ีมองตามเส้นตรงที่ผา่ น อุปกรณ์ใน
การควบคุมการยงิ (กลอ้ งสะทอ้ นภาพ MEPRO 21M และศนู ยเ์ ลง็ สารอง) ตรงไปยงั ก่ึงกลางของ
เป้ าหมาย ในระยะ ๒๕๐ หรือ ๓๐๐ เมตรน้นั จะไมม่ ีความแตกต่างกนั มากมายนกั นนั่ เอง และ
ถึงแมว้ า่ จะมีองคป์ ระกอบเล็ก ๆ นอ้ ย ๆ ที่เป็นขอ้ แตกตา่ งในการปรับศนู ยข์ องทหารแต่ละคนก็ตาม
ครูฝึกกค็ วรจะเนน้ ความคลา้ ยคลึงกนั มากกวา่ ที่จะเนน้ เร่ืองความแตกตา่ งน้ีในเร่ืองศูนยร์ บ

ทหารหลายคนสามารถนา ปลย. ท่ีปรับศูนยแ์ ลว้ กระบอกเดียวกนั ไปใชย้ งิ ได้ ถา้ หากทหาร
เหล่าน้นั รู้จกั ใชห้ ลกั การยงิ ท่ีถูกตอ้ ง และถา้ หากในระหวา่ งการยงิ ปรับศูนยน์ ้นั ทหารคนใดเกิดมี
ปัญหา และไมส่ ามารถทาการยงิ ปรับไดห้ ลงั จากใชก้ ระสุนไปเป็นจานวนมาก ก็ยงั ไม่สามารถคน้ หา
ปัญหาขอ้ บกพร่องน้นั ได้ กค็ วรใหท้ หารคนอื่นซ่ึงมีทกั ษะในการยงิ ปื นที่ดีมาเป็ นผทู้ าการยงิ ปรับศูนย์
ใหก้ บั ปลย. กระบอกน้นั จะทาใหส้ ามารถคน้ พบและแกไ้ ขปัญหาน้นั ๆ ไดใ้ นบางสถานการณ์ที่
ทหารคนหน่ึงตอ้ งใช้ ปลย. ของทหารอีกคนหน่ึงเพื่อทาการยงิ ในการรบโดยท่ีไมม่ ีโอกาสยงิ ปรับ
ศูนยใ์ หมถ่ า้ หาก ปลย. กระบอกน้นั ไดถ้ ูกปรับศูนยร์ บไวแ้ ลว้ และมีการบนั ทึกขอ้ มลู ไว้ กจ็ ะทาให้
สามารถใชป้ ื นน้นั ยงิ ในระยะท่ีปรับศนู ยร์ บไวไ้ ด้ โดยไม่ตอ้ งเสียเวลามากนกั ปลย. ทุกกระบอกท่ีอยู่
ในคลงั อาวธุ แมว้ า่ บางกระบอกจะยงั ไม่ไดม้ อบหมายใหท้ หารคนใดรับผดิ ชอบ ก็ควรนาไปปรับ
ศนู ยร์ บไว้

ทหารแตล่ ะคนไม่ควรนาขอ้ มูลการปรับศนู ย์ (ของคน) จาก ปลย. กระบอกหน่ึงไปใชก้ บั
ปลย. อีกกระบอกหน่ึง เพราะอาจมีขอ้ แตกต่างระหวา่ ง ปลย. ๒ กระบอกน้นั ตวั อยา่ งเช่น ทหารคน
หน่ึงจะตอ้ งใชก้ ารปรับศูนยจ์ ากยา่ นกลางมาทางซา้ ย จานวน ๑๐ คลิ๊ก ในการยงิ ปรับศูนย์ ปลย.
กระบอกหน่ึง แตเ่ มื่อเปลี่ยนมาใช้ ปลย. อีกกระบอกหน่ึงเขาอาจตอ้ งใชก้ ารปรับศูนยจ์ ากยา่ นกลางมา
ทางขวา จานวน ๑๐ คล๊ิก ซ่ึงเป็นทิศทางตรงกนั ขา้ ม ท้งั น้ีเพราะความแตกต่างกนั ระหวา่ ง ปลย. ท้งั
๒ กระบอกนน่ั เอง และเป็นเหตุผลท่ีทาใหต้ อ้ งมีการแจกจ่ายมอบหมายใหท้ หารแตล่ ะคนมีปื น

- ๖๓ -
ประจาตวั ในการฝึกยงิ ปื นเสมอ และทหารที่บรรจุเขา้ รับราชการในหน่วยควรจะไดร้ ับการมอบหมาย
ใหร้ ับผดิ ชอบ ปลย. ประจากายโดยเร็วท่ีสุดในทานองเดียวกนั จะตอ้ งนาหลกั การดงั กล่าวน้ีใชท้ ุกคร้ัง
เมื่อทหารไดร้ ับมอบ ปลย. กระบอกใหม่เป็นอาวธุ ประจากาย หรือ ปลย. กระบอกเดิม แตส่ ่งกลบั มา
จากการซ่อมของหน่วยสนบั สนุน หรือ ปลย. กระบอกใดกต็ ามท่ีมีความจาเป็นเรื่องการปรับศูนย์

ซ. ศูนย์มาตรฐานของ ปลย.ทาโวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม. แบบ ทาร์๒๑ และการปรับศูนย์
ในการปรับศนู ยร์ บของ ปลย. น้นั ทหารจะตอ้ งเขา้ ใจถึงข้นั ตอนที่ถูกตอ้ งของการปรับศูนย์
การยงิ ปรับศนู ยท์ ่ีไดผ้ ลดีที่สุด คือ การยงิ ปรับในระยะตามความเป็นจริง แต่เนื่องจากความไม่
สะดวกและความไม่พร้อมในบางโอกาสที่ไมส่ ามารถทาการยงิ ในสนามระยะ ๒๕๐ เมตรได้ ดงั น้นั
การยงิ ปรับศนู ยส์ ่วนใหญ่จึงกระทากนั ในสนามระยะ ๒๕ เมตร

๑) การยงิ ปื นดว้ ยกระสุนแบบ เอม็ .๑๙๓ แนววถิ ีกระสุนจะข้ึนตดั แนวเส้นสายตาที่ระยะ
๔๒ เมตร และเคล่ือนสูงข้ึนจนถึงยอดกระสุนวถิ ี ซ่ึงสูงกวา่ แนวเส้นสายตาประมาณ ๑๗ ซม. ใน
ระยะ ๑๗๕ เมตร และเคลื่อนลงตดั กบั แนวเส้นสายตาอีกคร้ังในระยะ ๓๐๐ เมตร (รูปที่ ๓-๑๙ ก)

รูปท่ี ๓ -๑๙ (ก) วถิ ีกระสุนแบบ เอม็ .๑๙๓

- ๖๔ -
๒) การยงิ ปื นดว้ ยกระสุนแบบ เอม็ .๘๕๕ แนววถิ ีกระสุนจะข้ึนตดั แนวเส้นสายตาท่ีระยะ
๔๑ เมตร และเคล่ือนสูงข้ึนจนถึงยอดกระสุนวถิ ี ซ่ึงสูงกวา่ แนวเส้นสายตาประมาณ ๑๗ ซม. ใน
ระยะ ๑๗๕ เมตร และเคล่ือนลงตดั กบั แนวเส้นสายตาอีกคร้ังในระยะ ๓๐๐ เมตร
(รูปที่ ๓-๑๙ ข)

รูปท่ี ๓ – ๑๙ (ข) วถิ ีกระสุนแบบ เอม็ .๘๕๕

เป้ าหมายท่ีจะถูกทาการยงิ ในสนามรบน้นั โดยมากจะอยใู่ นระยะต้งั แต่ ๐ ถึง ๓๐๐ เมตร
ดงั น้นั ศูนยร์ บท่ีถูกปรับไวใ้ นระยะ ๒๕๐ เมตร จึงเป็นการปรับที่ยงั ตอ้ งคงไวท้ ่ี ปลย. กระบอกน้นั

๓) วถิ ีกระสุน
ก) กระสุนแบบ เอม็ .๑๙๓ ในระยะ ๒๕ เมตรแรกของการเคล่ือนท่ี จะมีอาการการ

เคลื่อนที่ของลูกกระสุนอยใู่ นแนวระดบั ณ ที่ระยะ๒๕ เมตรห่างจากปากลากลอ้ งปื นกระสุนอยตู่ ่ากวา่
แนวเส้นการเลง็ หรือแนวสายตาประมาณ ๓.๑ ซม. อาการการเคล่ือนท่ีของลูกกระสุนจะคอ่ ยๆเคลื่อน
ตวั เคล่ือนสูงข้ึนเป็นลาดบั และลูกกระสุนจะเคลื่อนข้ึนตดั กบั แนวเส้นสายตาหรือแนวเส้นการเล็ง ซ่ึง
ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนวระดบั ท่ีขนานกบั แนวเส้นการเล็งท่ีระยะ
ประมาณ ๔๒ เมตร จากน้นั ลูกกระสุนก็จะเคล่ือนข้ึนสู่ยอดกระสุนวถิ ีข้ึนอยเู่ หนือแนวเส้นสายตา

- ๖๕ -
หรือแนวเส้นการเล็งที่ประมาณ ๑๗ ซม. ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนว
ระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเล็งที่ระยะประมาณ ๑๗๕ เมตร หลงั จากน้นั ลูกกระสุนจะเคล่ือนท่ี
ตกต่าลงตามลาดบั ตามแรงดึงดูของโลกแลว้ วง่ิ ลงตดั กบั แนวเส้นสายตาอีกคร้ังในขณะน้นั ลูกกระสุน
จะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนวระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเล็งท่ีระยะประมาณ ๓๐๐ เมตร
และจะอยตู่ ่ากวา่ แนวเส้นสายตาประมาณ ๘ ซม. ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ ง
ปื นในแนวระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเลง็ ท่ีระยะประมาณ ๓๒๕ เมตร ดงั น้นั เป้ าหมายในการรบ
จึงถูกยงิ อยา่ งไดผ้ ลถึงระยะ ๓๐๐ เมตร โดยที่ผยู้ งิ ไมต่ อ้ งปรับเปล่ียนตาบลเลง็ เลย (ถา้ ตอ้ งการยงิ ให้
ไดผ้ ลมากข้ึนอีกกค็ วรใชก้ ารปรับเปลี่ยนตาบลเลง็ เล็กนอ้ ย)

ข) กระสุนแบบ เอม็ .๘๕๕ ในระยะ ๒๕ เมตรแรกของการเคลื่อนท่ี จะมีอาการการ
เคล่ือนที่ของลูกกระสุนอยใู่ นแนวระดบั ณ ท่ีระยะ ๒๕ เมตรห่างจากปากลากลอ้ งปื นกระสุนอยตู่ ่า
กวา่ แนวเส้นการเล็งหรือแนวสายตาประมาณ ๓.๓ ซม. อาการการเคล่ือนที่ของลูกกระสุนจะคอ่ ยๆ
เคล่ือนตวั เคลื่อนสูงข้ึนเป็นลาดบั และลูกกระสุนจะเคล่ือนข้ึนตดั กบั แนวเส้นสายตาหรือแนวเส้นการ
เล็งในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนวระดบั ท่ีขนานกบั แนวเส้นการเลง็ ที่
ระยะประมาณ ๔๑ เมตร จากน้นั ลูกกระสุนกจ็ ะเคลื่อนข้ึนสู่ยอดกระสุนวถิ ีข้ึนอยเู่ หนือแนวเส้น
สายตาหรือแนวเส้นการเลง็ ที่ประมาณ ๑๗ ซม. ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื น
ในแนวระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเล็งท่ีระยะประมาณ ๑๗๕ เมตร หลงั จากน้นั ลูกกระสุนจะ
เคลื่อนที่ตกต่าลงตามลาดบั ตามแรงดึงดูดของโลกแลว้ เคล่ือนลงตดั กบั แนวเส้นสายตาอีกคร้ังใน
ขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนวระดบั ท่ีขนานกบั แนวเส้นการเล็งที่ระยะ
ประมาณ ๓๐๐ เมตร จะอยตู่ ่ากวา่ แนวเส้นสายตาประมาณ ๗.๓ ซม. ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยู่
ห่างจากปากลากลอ้ งปื นในแนวระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเลง็ ที่ระยะประมาณ ๓๒๕ เมตร และ
จะอยตู่ ่ากวา่ แนวเส้นสายตาประมาณ ๑๖.๔ ซม. ในขณะน้นั ลูกกระสุนจะอยหู่ ่างจากปากลากลอ้ งปื น
ในแนวระดบั ที่ขนานกบั แนวเส้นการเล็งท่ีระยะประมาณ ๓๕๐ เมตร ดงั น้นั เป้ าหมายในการรบจึงถูก
ยงิ อยา่ งไดผ้ ลถึงระยะ ๓๐๐ เมตร โดยท่ีผยู้ งิ ไมต่ อ้ งปรับเปล่ียนตาบลเลง็ เลย (ถา้ ตอ้ งการยงิ ใหไ้ ดผ้ ล
มากข้ึนอีกกค็ วรใชก้ ารปรับเปลี่ยนตาบลเล็งเลก็ นอ้ ย)

๔) การปรับศูนย์
ก) การปรับศนู ยส์ าหรับกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ MEPRO 21M จะใชแ้ ผน่ เป้ า รูปที่ ๓ -

๒๐ จะใชท้ าการปรับปื นในสนามทราบระยะ ๒๕ เมตร ในการปรับปื นจะใชก้ ระสุน ๓ นดั หรือ ๕
นดั โดยทาการเลง็ ปื นดว้ ยการมองท้งั สองตาใหเ้ ลน็ ส์กลอ้ งเลง็ สีดาครอบพ้ืนท่ีวงกลมก่ึงกลางแผน่ เป้ า
และใหจ้ ุดเลง็ สีแดง (red dot )ทาบทบั ไปท่ีจุดก่ึงกลางวงกลมส่วนตาบลกระสุนถูกเป้ าที่ตอ้ งการน้นั จะ
อยทู่ ี่ตรงเคร่ืองหมาย X กากบาทดา้ นล่างของวงกลม กลุ่มกระสุนในการยงิ จะตอ้ งมีความกวา้ งของ
กลุ่มกระสุนรัศมีไม่ควรเกิน ๕ ซม. เพอ่ื ใหไ้ ดศ้ ูนยเ์ ล็งที่แม่นยา

- ๖๖ -

รูปท่ี ๓- ๒๐ เป้ าปรับศูนย์ปื นกล้องเลง็ สะท้อนภาพ (กล้องเลง็ MEPRO 21M)
ข) การปรับศูนยส์ ารอง จะใชแ้ ผน่ เป้ า รูปท่ี ๓ - ๒๑ จะใชท้ าการปรับปื นในสนาม

ทราบระยะ ๒๕ เมตร ในการปรับปื นจะใชก้ ระสุน ๓ นดั หรือ ๕ นดั โดยทาการเล็งปื นดว้ ยการมอง
ผา่ นใบศนู ยห์ ลงั ท่ีศนู ยร์ ูไปยงั แท่งศูนยห์ นา้ ไปยงั แผน่ เป้ าหมายในลกั ษณะการจดั ศูนยพ์ อดีของ
ศนู ยห์ นา้ (ศูนยแ์ ท่ง)และศูนยห์ ลงั ประกอบการเล็งนงั่ แท่นที่จุดคร่ึงวงกลมสีดาบนแผน่ เป้ า ส่วนตาบล
กระสุนถูกเป้ าที่ตอ้ งการน้นั จะอยทู่ ่ีตรงเครื่องหมาย บวก ( + ) ดา้ นล่างของรูปคร่ึงวงกลมควา่ สีดา
กลุ่มกระสุนในการยงิ จะตอ้ งมีความกวา้ งของกลุ่มกระสุนรัศมีไม่ควรเกิน ๕ ซม. เพื่อใหไ้ ดศ้ นู ยเ์ ลง็ ท่ี
แมน่ ยา

- ๖๗ -

รูปท่ี ๓- ๒๑ เป้ าปรับศูนย์ปื น (สาหรับศูนย์สารอง)

๓-๑๑ ระบบอปุ กรณ์เลง็ ของ ปลย. ทาโวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม. แบบ ทาร์ ๒๑
ระบบเคร่ืองเล็งของ ปลย. ทาโวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม. แบบ ทาร์ ๒๑ จะประกอบดว้ ยอุปกรณ์ท่ี

ใชใ้ นการควบคุมการยงิ ๒ ประเภท ซ่ึงสามารถปรับไดท้ ้งั ทางสูงและทางทิศ ประกอบดว้ ย
๑. กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ MEPRO 21M
๒.ศนู ยเ์ ลง็ สารอง

ก. กล้องเลง็ สะท้อนภาพ MEPRO 21M เป็นอุปกรณ์การเลง็ ที่ใชใ้ นการควบคุมการยงิ ปื นที่
เป็นชิ้นเดียวกนั ท่ีติดต้งั อยบู่ นแท่นยดึ อุปกรณ์บนตวั ปื น บริเวณประมาณก่ึงกลางของตวั ปื นมีลกั ษณะ
เป็นกลอ้ งสะทอ้ นภาพแบบใหแ้ สงจากสองแหล่งกาเนิดของแสง กล่าวคือ ในเวลากลางวนั กลอ้ งจะ
ใชร้ ะบบรวมแสงสวา่ งตามธรรมชาติดว้ ยใยแกว้ นาแสง (เป็นระบบแสงสวา่ งที่เกิดข้ึนจากภายนอก)
ส่วนในเวลากลางคืนใหแ้ สงจากสารทริเธ่ียม(tritium light source) (เป็นระบบแสงสวา่ งท่ีเกิดข้ึนจาก
สารเรืองแสงภายนอก) สร้างเป็นจุดเลง็ สีแดง (red dot) ไดร้ ับการออกแบบสาหรับเล็งไดอ้ ยา่ ง

- ๖๘ -
รวดเร็วและยงิ ปื นไดแ้ ม่นยาใชเ้ ลง็ ไดท้ นั ทีในทุกสภาพของแสงโดยไม่ตอ้ งใชแ้ บตเตอร่ี กลอ้ งเล็ง
สะทอ้ นภาพ MEPRO 21 M ติดเลนส์ ขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง ๓๐ มม. รูปที่ ๓ - ๒๒ จากการ
ทางานของกลอ้ งสะทอ้ นแสงส่งผลใหก้ ลอ้ งมีขอ้ ดีในหลายประการ คือ

- ยา่ นการมองเห็นภาพกวา้ ง
- ทาการยงิ ไดเ้ ร็ว เหมาะสาหรับการรบในเมือง
- เลง็ จบั เป้ าหมายไดร้ วดเร็ว
- ใชง้ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพภายใตส้ ภาพท่ีเลวร้าย เช่น อากาศปิ ด การยงิ ขณะที่
สภาพร่างกายเหนื่อยลา้ หรืออยภู่ ายใตค้ วามกดดนั

รูปที่ ๓ - ๒๒ กล้องเลง็ สะท้อนภาพ MEPRO 21 M

๑) คุณลกั ษณะเฉพาะและลกั ษณะทว่ั ไปของกลอ้ งเลง็ ที่ควรจะตอ้ งทราบ ไวเ้ พื่อเป็น

ความรู้ในการใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสุด มีดงั น้ี

- กาลงั ขยาย ๑ เท่า

- เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางของเลนส์ ๓๐ มม.

- ยา่ นการมองเห็นภาพ ไม่จากดั

- ระยะตา ๑๐ ถึง ๖๐๐ มม.

- เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางจุดเลง็ ๕.๕ MOA (ลิปดาของส่วนโคง้ )

- ความยาว ๑๑๕ มม.

- ความกวา้ ง ๔๒ มม.

- ความสูง ๕๔ มม.

- ๖๙ -

- น้าหนกั ๓๗๕ กรัม

หมายเหตุ ๑ MOA เทา่ กบั วงกลมเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ ๒.๙๐๘๘๘ ซม. ท่ีระยะ

๑๐๐ เมตร

ควงปรับทางสูง

ควงจดั ปรับทางระยะ

รูปท่ี ๓ - ๒๓ ควงเกลยี วปรับศูนย์ทางทศิ และทางสูง(ทางระยะ)

๒) การปรับศนู ยเ์ ล็งของกลอ้ งเล็ง MEPRO 21 M การปรับศูนยเ์ ลง็ ทางทิศและทาง
ระยะในจานวน ๑ คลิ๊ก มีคา่ เท่ากบั ๑ ซม.ในระยะ ๒๕ เมตร หรือถา้ ระยะยงิ ๑๐๐ เมตร
เทา่ กบั ๔ ซม.

ก) การปรับศนู ยต์ อ้ งการใหก้ ระสุนสูงข้ึนใหป้ รับหมุนควงเกลียวปรับทางสูงตาม
ลูกศร (UP) ตอ้ งการใหต้ าบลกระสุนต่าลงดา้ นล่าง หมุนควงปรับทางสูงทวนลูกศรหรือตามเขม็
นาฬิกา ๑ คล๊ิก มีค่าเทา่ กบั ๑ ซม.

ข) การปรับศูนยต์ อ้ งการใหก้ ระสุนตกทางทิศไปทางดา้ นขวาใหห้ มุนควงเกลียวปรับ
ทางทิศตามเขม็ นาฬิกา (R) หรือตอ้ งการเลื่อนตาบลกระสุนตกทางทิศไปทางดา้ นซา้ ยใหห้ มุนควง
เกลียวปรับทางทิศทวนเขม็ นาฬิกา ๑ คลิ๊ก มีคา่ เท่ากบั ๑ ซม.

ค) ในระยะยงิ ๑๐๐ เมตร การปรับศนู ยเ์ ล็งทางทิศและทางระยะ ๑ คลิ๊กเท่ากบั ๔ ซม.
ข. ศูนย์เลง็ สารอง (ศูนย์หน้า และศูนย์หลงั )
ศูนยเ์ ล็งสารองจะแบ่งออกเป็ น ๒ ส่วน ศูนยห์ นา้ เป็นแบบศนู ยแ์ ทง่ และศูนยห์ ลงั เป็นแบบ
ศูนยร์ ู ทาการเล็งแบบนงั่ แท่นจะถูกใชก้ ็ต่อเม่ือกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพชารุด
ศนู ยห์ นา้ เป็นแบบศูนยแ์ ท่ง และศูนยห์ ลงั เป็นแบบศนู ยร์ ู โดยสภาพปกติในขณะท่ีใชก้ ลอ้ ง
เล็งสะทอ้ นภาพในการยงิ ปื นอยนู่ ้นั ศูนยห์ นา้ จะถูกพบั เก็บมาทางดา้ นหลงั ขนานไปกบั ลากลอ้ งปื น
ศนู ยห์ ลงั จะถูกพบั เก็บลงมาทางดา้ นขวาในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา รูปที่ ๓ - ๒๔ ศนู ยเ์ ล็งสารองจะถูก
นามาใชใ้ นการยงิ ปื นมีกรณีเดียวเท่าน้นั คือ เมื่อ กลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ เกิดการชารุดไม่สามารถใชก้ าร
ได้

ศูนย์หลงั (ศูนย์รู)พบั เกบ็ - ๗๐ -
กล้องเลง็ สะท้อนภาพ
ศูนย์หน้า(แบบแท่ง)พบั เกบ็

รูปท่ี ๓ - ๒๔ ศูนย์หน้าและศูนย์หลงั พบั เกบ็

ศูนย์หลงั (ศูนย์รู) ศูนย์หน้า(ศูนย์แท่ง)

รูปท่ี ๓ - ๒๕ สภาพศูนย์สารองทพี่ ร้อมใช้งาน

- ๗๑ -
ศูนย์แท่ง

รูปท่ี ๓ - ๒๕(ก) ศูนย์หน้าเป็ นแบบศูนย์แท่ง
ศูนย์รู

รูปที่ ๓ - ๒๕ (ข) ศูนย์หลงั เป็ นแบบศูนย์รู

- ๗๒ -
กรณีท่ีกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพไม่สามารถใชก้ ารได้ ไมว่ า่ จะเกิดมาจากสาเหตุใดก็ตามผยู้ งิ
จะตอ้ งรีบดาเนินการแกไ้ ขใหป้ ื นสามารถนากลบั มาทาการยงิ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วตาม รูปที่ ๓ – ๒๕ ซ่ึง
น้นั หมายความวา่ ผยู้ งิ จะตอ้ งทาการปรับศูนยร์ บของศูนยเ์ ล็งสารองในระยะ ๒๕ เมตรมาแลว้ และ
จะตอ้ งไดร้ ับการฝึกการยงิ ปื นโดยใชศ้ นู ยเ์ ล็งสารองมาแลว้ โดยทาการยงิ ต่อเป้ าหมายในระยะต่างๆ
ของแผน่ ภาพเป้ ารูปหุ่นแบบยอ่ ส่วนมาเป็นอยา่ งดี สามารถใชศ้ ูนยส์ ารองไดโ้ ดยไม่ตอ้ งถอดกลอ้ งเลง็
สะทอ้ นภาพออก ให้ดาเนินการดงั น้ี

- งา้ งศูนยห์ นา้ ข้ึน ๙๐ องศา
- พลิกใบศนู ยห์ ลงั ข้ึนมาในทิศทางทวนเขม็ นาฬิกาใหใ้ บศูนยต์ ้งั ข้ึน
การปรับศนู ยเ์ ล็งสารอง ปรับไดท้ างทิศและทางระยะ ๑ คลิ๊ก มีค่าเท่ากบั ๑.๔ ซม. มี
วธิ ีการปรับดงั น้ี
- การปรับศูนยท์ างระยะใหใ้ ชป้ ระแจ รูปท่ี ๓ - ๒๖ ปรับท่ีกระเดื่องปรับทางระยะหมุน
ตามเขม็ นาฬิกากระสุนจะสูงข้ึน หากหมุนทวนตาบลกระสุนจะตกลง

รูปที่ ๓ - ๒๖ ประแจปรับศูนย์เลง็

- การปรับศูนยท์ างทิศ ใชป้ ระแจหมุนควงเกลียวปรับทางทิศในทิศทางท่ี
ตอ้ งการหมุนควงเกลียวตามเขม็ นาฬิกาจะเลื่อนตาบลกระสุนตกไปทางดา้ นซา้ ย หรือหมุนประแจ
ทวนเขม็ นาฬิกาจะเลื่อนตาบลกระสุนตกไปทางดา้ นขวา

- เป้ าปรับศูนยเ์ ล็งสารอง ๑ ช่องตารางมีค่าเท่ากบั ๑.๔ ซม.ในระยะ ๒๕ เมตร
๓-๑๒ การย้ายกลุ่มกระสุน

การยา้ ยที่ของกลุ่มกระสุนน้นั กระทาไดโ้ ดยใหผ้ ยู้ งิ กาหนดจุดยา่ นกลางของกลุ่มกระสุน ๓
นดั หรือ ๕ นดั ที่ทาการยงิ แลว้ คานวณหาคา่ เฉล่ียยา่ นกลางของกลุ่มกระสุนไมว่ า่ จะเป็นกลุ่มกระสุน
จานวน ๓ หรือ ๕ นดั แลว้ วดั ระยะทางจากจุดน้นั ไปยงั ตาบลท่ีตอ้ งการ(การเปล่ียนยา้ ยกลุ่มกระสุน)
ใหก้ ระสุนถูกเป้ าหมาย ระยะทางสูงใหว้ ดั ตามทางด่ิง ส่วนระยะทางทิศใหว้ ดั ตามแนวระดบั เม่ือใช้

- ๗๓ -
เป้ าปรับศูนยป์ ื นแบบมาตรฐานหรือแสดงผลน้นั จะกระทาในสนามทราบระยะ ๒๕ เมตร การหมุน
ควงเกลียวในการจดั ปรับทางทิศ และทางระยะจะกระทาใน ๒ ลกั ษณะ คือ

- การหมุนการระบบการเดินของเขม็ นาฬิกา จะใช้ “ สูง-ทวน” หมายถึง กางหมุนควง
เกลียวไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา, “ต่า-ตาม” หมายถึง การหมุนควงเกลียวไปในทิศทางตามเข็ม
นาฬิกา

- การหมุนควงเกลียวไปตามลูกศรท่ีมีระบุอยทู่ ี่เครื่องควบคุมการยงิ ในลกั ษณะ ตาม หรือ
ทวน( อกั ษร UP, R และ L )

ก. กล้องเลง็ สะท้อนภาพ MEPRO 21M เม่ือผยู้ งิ ตอ้ งการปรับใหก้ ลุ่มกระสุน หรือตาบล
กระสุนเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางท่ีตอ้ งการ

๑) กระสุนเปลี่ยนยา้ ยไปในทิศทางที่สูงข้ึนหรือต่าลง(ปรับทางระยะ) ผยู้ งิ จะตอ้ ง
ดาเนินการดงั น้ี

ก) ตาบลกระสุนตกสูงขึน้ (จากล่าง ขนึ้ บน) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับใหก้ ลุ่มกระสุน หรือ
ตาบลกระสุนเปลี่ยนยา้ ยไปในทิศทางท่ีสูงข้ึน ในรูปที่ ๓-๒๗ ใหผ้ ยู้ งิ หมุนควงเกลียวปรับทางสูงไป
ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาตามจานวนคลิ๊กท่ีตอ้ งการ (ตามทศิ ทางของลูกศรทมี่ ตี วั อกั ษร UP) ผลที่
เกิดข้ึนกค็ ือกลุ่มกระสุนจะสูงข้ึน ในการปรับน้นั ๑ คลิ๊กจะมีคา่ เทา่ กบั ๑ ซม. (สูง-ทวน)

หมุนตามลูกศร(UP)
หรือ

หมุนทวนเขม็ นาฬิกา

ยา้ ยจาก ล่าง ข้ึน บน

รูปที่ ๓ – ๒๗ หมุนควงเกลยี วปรับทางสูง(ปรับให้กล่มุ กระสุนสูงขึน้ )

- ๗๔ -
ข) ตาบลกระสุนตกต่าลง(จากบน ลง ล่าง) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับใหก้ ลุ่มกระสุน หรือ
ตาบลกระสุนเปล่ียนยา้ ยไปในทิศทางท่ีต่าลง รูปท่ี ๓ – ๒๘ ใหผ้ ยู้ งิ จะตอ้ งหมุนหมุนควงเกลียวปรับ
ทางสูงไปในทิศทางตามเขม็ นาฬิกาตามจานวนคล๊ิกท่ีตอ้ งการ (ทวนทศิ ทางของลกู ศรทม่ี ตี วั อกั ษร
UP) ผลท่ีเกิดข้ึนก็คือกลุ่มกระสุนจะต่าลงในการปรับน้นั ๑ คล๊ิกจะมีค่าเท่ากบั ๑ ซม. (ต่า-ตาม)

หมุนทวนลูกศร(UP)
หรือ

หมุนตามเขม็ นาฬิกา

ยา้ ยจาก บน ลง ล่าง

รูปที่ ๓ – ๒๘ หมุนควงเกลยี วปรับทางสูง(ปรับให้กล่มุ กระสุนต่าลง)

๒) เม่ือผยู้ งิ ตอ้ งการใหก้ ลุ่มกระสุนหรือตาบลกระสุนตกเปลี่ยนยา้ ยไปในทิศทาง ทางซา้ ย
หรือทางขวา (ปรับทางทิศ) ผยู้ งิ จะตอ้ งดาเนินการดงั น้ี

ก) ตาบลกระสุนตกเปล่ียนย้ายไปทางขวา(จาก ซ้าย ไป ขวา) ผยู้ งิ จะตอ้ งหมุนควง
เกลียวปรับทางทิศที่อยทู่ างดา้ นขา้ งหนา้ ขวาของกลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ รูปท่ี ๓ - ๒๙ โดยการหมุนควง
เกลียวปรับทางทิศตามเขม็ นาฬิกาตามจานวนคล๊ิกที่ตอ้ งการ (ตามทิศทางของลูกศรทมี่ ตี วั อกั ษร R)
ผลที่เกิดข้ึนก็คือกลุ่มกระสุนจะยา้ ยไปทางขวา ในการปรับน้นั ๑ คล๊ิกจะมีค่า ๑ ซม.(ขวา-ตาม)

- ๗๕ -
ขวา-ตาม

หมุนตามเขม็ นาฬิกา
หรือ

หมุนตามลูกศร R

ยา้ ยจาก ซา้ ย ไป ขวา

รูปท่ี ๓ – ๒๙ หมุนควงเกลียวปรับทางทศิ (ปรับให้กลุ่มกระสุนไปทางขวา)
ข) ตาบลกระสุนตกเปลี่ยนย้ายไปทางซ้าย(จาก ขวา ไป ซ้าย) ผยู้ งิ จะตอ้ งหมุนควง

เกลียวปรับทางทิศท่ีอยทู่ างดา้ นขา้ งหนา้ ขวาของกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ รูปท่ี ๓ - ๓๐ โดยการหมุนควง
เกลียวปรับทางทิศในลกั ษณะทวนเข็มนาฬิกา ตามจานวนคล๊ิกที่ตอ้ งการ(ทวนทศิ ทางของลกู ศรทมี่ ี
ตัวอกั ษร R) ผลท่ีเกิดข้ึนก็คือกลุ่มกระสุนจะยา้ ยไปทางซา้ ย ในการปรับน้นั ๑ คล๊ิกจะมีค่า ๑ ซม.
(ซ้าย-ทวน)

ซา้ ย-ทวน
หมุนทวนเขม็ นาฬิกา

หรือ
หมุนทวนลูกศร R

ยา้ ยจาก ขวา ไป ซา้ ย
รูปที่ ๓ – ๓๐ หมุนควงเกลียวปรับทางทิศ(ปรับให้กลุ่มกระสุนไปทางซ้าย)

- ๗๖ -

หมายเหตุ :
ก. ก่อนที่จะทาการยงิ ปื นเพื่อทาการปรับศนู ยร์ บ ของกลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ MEPRO

21M ดว้ ยวธิ ีหมุนควงเกลียวปรับทางสูง และทางทิศ ผยู้ งิ จะตอ้ งตรวจดูสภาพของกลอ้ งเลง็ สะทอ้ น
ภาพ MEPRO 21M ดูวา่ อยใู่ นสภาพปกติหรือไม่ ตรวจดูวา่ มีการหลวมคลอน หรือการชารุดในส่วน
ใดของกลอ้ ง หากไม่มีความมน่ั ใจใหท้ าการปรึกษาครูฝึกก่อนท่ีจะทาการปรับศูนยร์ บ และประการ
สาคญั คือ ผยู้ งิ จะตอ้ งสามารถยงิ ปื นไดก้ ลุ่มกระสุนขนาดรัศมีความกวา้ งไม่เกิน ๔ ซม.

ข. หลกั พ้นื ฐานของการต้งั ระบบควบคุมการยงิ ของกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ MEPRO 21M
ก่อนการนาไปใชง้ านโดยบริษทั ฯ น้นั เพื่อเป็นยา่ นกลางในการปรับศูนยร์ บ หรือการปรับปื นจะอาศยั
หลกั การคือ การทาให้เส้นของการเล็งและแนวแกนลากลอ้ งปื นขนานกนั มากท่ีสุดของปื นแต่ละ
กระบอก ซ่ึงในข้นั ตน้ ทางบริษทั ฯ ไดด้ าเนินการแลว้

๑) การจดั ปรับทางระยะ(ทางสูง)
ก) จานวนคลิ๊กในการจดั ปรับทางระยะท่ีตลอดยา่ นระยะในการจดั ปรับสามารถ

หมุนไดป้ ระมาณ ๑๔๐ คลิ๊ก(+ไมเ่ กิน ๑๐ คล๊ิก)
ข) ยา่ นกลางของจานวนคล๊ิกที่ใชใ้ นการจดั ต้งั ศูนยป์ ื นจากโรงงานผลิตจะอยทู่ ่ี

๗๐ คล๊ิก(U=๗๐ หรือ UP=๗๐)
๒) การจดั ปรับทางทิศ(ซา้ ย-ขวา)
ก) จานวนคลิ๊กในการจดั ปรับทางระยะท่ีตลอดยา่ นระยะในการจดั ปรับสามารถ

หมุนไดป้ ระมาณ ๑๘๐ คลิ๊ก(+ไม่เกิน ๑๐ คล๊ิก)
ข) ยา่ นกลางของจานวนคลิ๊กท่ีใชใ้ นการจดั ต้งั ศูนยป์ ื นจากโรงงานผลิตจะอยทู่ ี่

๙๐ คลิ๊ก(R=๙๐ หรือ Right=๙๐)
ข. ศูนย์เลง็ สารอง เม่ือกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพชารุดไมส่ ามารถใชก้ ารไดผ้ ยู้ งิ ตอ้ งการปรับให้

กลุ่มกระสุน หรือตาบลกระสุนตกกระทบเป้ าหมายเปล่ียนยา้ ยไปในทิศทางที่ตอ้ งการโดยใชศ้ ูนยเ์ ล็ง
สารองในการปรับการยงิ ผยู้ งิ จะตอ้ งดาเนินการดงั น้ี

๑) การเปล่ียนยา้ ยตาบลกระสุนตกใหส้ ูงข้ึนหรือต่าลง (ปรับทางระยะ)
ก) ตาบลกระสุนตกสูงขึน้ (จาก ล่าง ขนึ้ บน ) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับใหก้ ลุ่มกระสุน

หรือตาบลกระสุนเปล่ียนยา้ ยไปในทิศทางท่ีสูงข้ึน ในรูปที่ ๓ - ๓๑ ใหผ้ ยู้ งิ ใชป้ ระแจปรับศนู ยเ์ ล็ง
ปรับหมุนท่ีกระเดื่องปรับทางระยะ โดยทาการหมุนกระเดื่องปรับทางระยะไปในทิศทางตามเขม็

นาฬิกา(ตามทศิ ทางของลูกศรทม่ี ีตวั อกั ษร UP) ตามจานวนคล๊ิกท่ีตอ้ งการ ผลท่ีเกิดข้ึนก็คือกลุ่ม
กระสุนจะสูงข้ึน ในการปรับน้นั ๑ คล๊ิกจะมีค่าเท่ากบั ๑.๔ ซม. (สูง-ตาม)

ข) ตาบลกระสุนตกตา่ ลง(จาก บน ลง ล่าง) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับใหก้ ลุ่มกระสุน หรือ
ตาบลกระสุนเปลี่ยนยา้ ยไปในทิศทางท่ีต่าลง รูปท่ี ๓ – ๓๒ ใหผ้ ยู้ งิ ใชป้ ระแจปรับศูนยเ์ ล็ง ปรับหมุนท่ี

กระเด่ืองปรับทางระยะ โดยทาการหมุนกระเดื่องปรับทางระยะไปในทิศทางทวนเขม็ นาฬิกา(ทวน

- ๗๗ -
ทศิ ทางของลูกศรทม่ี ตี ัวอกั ษร UP) ตามจานวนคล๊ิกท่ีตอ้ งการ ผลท่ีเกิดข้ึนกค็ ือกลุ่มกระสุนจะต่าลง
ในการปรับน้นั ๑ คลิ๊กจะมีค่าเทา่ กบั ๑.๔ ซม. (ตา่ -ทวน)

สูง-ตาม หมุนตามเขม็ นาฬิกา
หรือ

หมุนตามลูกศร UP

ยา้ ยจาก ล่าง ข้ึน บน
รูปที่ ๓ – ๓๑ หมุนกระเดือ่ งปรับทางระยะ(ปรับให้กลุ่มกระสุนสูงขนึ้ )

ต่า-ทวน หมุนทวนเขม็ นาฬิกา
หรือ

หมุนทวนลูกศร UP

ยา้ ยจาก บน ลง ล่าง
รูปที่ ๓ – ๓๒ หมุนกระเดอื่ งปรับทางระยะ(ปรับให้กล่มุ กระสุนตา่ ลง)

- ๗๘ -
๒) เม่ือผยู้ งิ ตอ้ งการใหก้ ลุ่มกระสุนหรือตาบลกระสุนตกเปล่ียนยา้ ยไปในทิศทาง ทางซา้ ย
หรือทางขวา (ปรับทางทิศ) ผยู้ งิ จะตอ้ งดาเนินการดงั น้ี

ก) ตาบลกระสุนตกเปล่ียนย้ายไปทางขวา(จาก ซ้าย ไป ขวา) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับให้
กลุ่มกระสุน หรือตาบลกระสุนเปล่ียนยา้ ยจากซา้ ย ไป ขวา รูปที่ ๓ - ๓๓ ใหผ้ ยู้ งิ ใชป้ ระแจปรับศูนย์
เล็ง ปรับหมุนที่ควงเกลียวจดั ปรับทางทิศ โดยทาการหมุนควงเกลียวจดั ปรับทางทิศไปในทิศทางทวน
เข็มนาฬิกา(ทวนทิศทางของลูกศรทม่ี ีตัวอกั ษร L) ตามที่ตอ้ งการ ในการปรับน้นั ๑ คล๊ิกจะมีคา่ ๑.๔
ซม. (ขวา-ทวน)

ขวา-ทวน
หมุนทวนเขม็ นาฬิกา

หรือ
หมุนทวนลูกศร L

ยา้ ยจาก ซา้ ย ไป ขวา

รูปที่ ๓ – ๓๓ หมุนควงเกลยี วปรับทางทศิ (ปรับให้กลุ่มกระสุนไปทางขวา)

ข) ตาบลกระสุนตกเปล่ียนย้ายไปทางซ้าย(จาก ขวา ไป ซ้าย) ผยู้ งิ จะตอ้ งการปรับให้
กลุ่มกระสุน หรือตาบลกระสุนเปล่ียนยา้ ยจากขวา ไป ซา้ ย รูปท่ี ๓ - ๓๔ ใหผ้ ยู้ งิ ใชป้ ระแจปรับศูนย์
เล็ง ปรับหมุนที่ควงเกลียวจดั ปรับทางทิศ โดยทาการหมุนควงเกลียวจดั ปรับทางทิศไปในทิศทางตาม
เขม็ นาฬิกา(ตามทศิ ทางของลูกศรทมี่ ตี วั อกั ษร L) ตามท่ีตอ้ งการ ในการปรับน้นั ๑ คลิ๊กจะมีคา่ ๑.๔
ซม. (ซ้าย-ตาม)

- ๗๙ -

ซา้ ย-ตาม
หมุนตามเขม็ นาฬิกา

หรือ
หมุนตามลูกศร L

ยา้ ยจาก ขวา ไป ซา้ ย

รูปท่ี ๓ – ๓๔ หมุนควงเกลยี วปรับทางทศิ (ปรับให้กล่มุ กระสุนไปทางซ้าย)

หมายเหตุ :
ก. ก่อนที่ผยู้ งิ จะทาการปรับศูนยร์ บของศูนยเ์ ลง็ สารองดว้ ยวธิ ีการใชป้ ระแจหมุน

กระเดื่องปรับทางระยะ (ทางสูง) และหมุนควงเกลียวปรับทางทิศ ผยู้ งิ จะตอ้ งตรวจดูสภาพของ ศนู ย์
สารอง ซ่ึงประกอบดว้ ยศูนยห์ ลงั (ศนู ยร์ ู) และศูนยห์ นา้ (ศูนยแ์ ท่ง) ดูวา่ อยใู่ นสภาพปกติหรือไม่
ตรวจดูวา่ มีการหลวมคลอนหรือการชารุดในส่วนใดของใบศนู ยห์ ลงั และแท่งศูนยห์ นา้ (รมควนั ใบ
ศนู ยห์ ลงั และศนู ยห์ นา้ จะช่วยในการเล็งไดด้ ีข้ึน) หากไม่มีความมน่ั ใจใหท้ าการปรึกษาครูฝึกก่อนที่
จะทาการปรับศนู ยร์ บ และประการสาคญั คือ ผยู้ งิ จะตอ้ งสามารถยงิ ปื นไดก้ ลุ่มกระสุนขนาดรัศมี
ความกวา้ งไม่เกิน ๕ ซม.

ข. หลกั พ้นื ฐานของการต้งั ระบบควบคุมการยงิ ของกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ MEPRO 21M
ก่อนการนาไปใชง้ านโดยบริษทั ฯน้นั เพื่อเป็นยา่ นกลางในการปรับศูนยร์ บ หรือการปรับปื นจะอาศยั
หลกั การคือ การทาให้เส้นของการเล็งและแนวแกนลากลอ้ งปื นขนานกนั มากที่สุดของปื นแตล่ ะ
กระบอก ซ่ึงในข้นั ตน้ ทางบริษทั ฯ ไดด้ าเนินการแลว้

๑) การจดั ปรับทางระยะ(ทางสูง)
ก) จานวนคล๊ิกในการจดั ปรับทางระยะท่ีตลอดยา่ นระยะในการจดั ปรับสามารถ

หมุนไดป้ ระมาณ ๑๐ คล๊ิก
ข) ยา่ นกลางของจานวนคล๊ิกที่ใชใ้ นการจดั ต้งั ศูนยป์ ื นจากโรงงานผลิตจะอยทู่ ่ี ๕

คลิ๊ก(U=๕ หรือ UP=๕)

- ๘๐ -
๒) การจดั ปรับทางทิศ(ซา้ ย-ขวา)

ก) จานวนคลิ๊กในการจดั ปรับทางระยะที่ตลอดยา่ นระยะในการจดั ปรับสามารถ
หมุนไดป้ ระมาณ ๕๐ คล๊ิก(+ไม่เกิน ๑๐ คล๊ิก)

ข) ยา่ นกลางของจานวนคลิ๊กท่ีใชใ้ นการจดั ต้งั ศูนยป์ ื นจากโรงงานผลิตจะอยทู่ ่ี
๒๕ คล๊ิก(L=๒๕ )
๓-๑๓ ข้อห้ามในการปรับเครื่องควบคุมการยงิ

เครื่องควบคุมการยงิ ของ ปลย. ทาโวร์ ซ่ึงประกอบดว้ ย กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ MEPRO 21M
และ ศนู ยเ์ ลง็ สารอง ไดถ้ ูกจดั ปรับต้งั มาจากโรงงานผลิตเรียบร้อยแลว้ ดงั น้นั ในการปรับจดั ต้งั เคร่ือง
ควบคุมการยงิ ท้งั ๒ ชนิด สาหรับกรณีที่พลยงิ ไดร้ ับ ปลย.ทาโวร์ มาในคร้ังแรกเพ่ือนามาเป็นอาวธุ
ประจากาย และจะตอ้ งทาการปรับจดั ต้งั ศูนยร์ บของปื นกระบอกน้นั ทาใหส้ ภาพของเคร่ืองควบคุม
การยงิ ของ ปลย. มีความเหมาะสมกบั สายตาของตนเอง ครูฝึกและพลยงิ ควรท่ีจะทาการปรับจดั ต้งั
เครื่องควบคุมการยงิ ดว้ ยวธิ ีการยงิ ปื นในสนามทราบระยะ ๒๕ เมตร โดยใชก้ ระสุนจานวน ๓ หรือ๕
นดั เมื่อไดก้ ลุ่มกระสุนแลว้ ทาการปรับยา้ ยตามหลกั การในขอ้ ๓-๑๒ การยา้ ยกลุ่มกระสุน แต่ไม่ควรที่

จะทาการปรับจัดต้ังเครื่องควบคุมการยงิ ท้งั ๒ ชนิดด้วยการหมุนควงเกลยี วจัดปรับทางทศิ และทาง

ระยะ( กล้องเลง็ สะท้อนภาพ MEPRO 21M และ ศูนย์เลง็ สารอง) ไปจนสุดจานวนคลกิ๊ ด้านใดด้าน

หน่ึง แล้วหมุนควงเกลยี วของเครื่องควบคุมการยงิ ชนิดน้ันมาทต่ี าแหน่งย่านกลางก่อนทจ่ี ะเร่ิมทาการ

ปรับจัดต้งั ศูนย์รบของปื น ซึ่งถ้ากระทาเช่นน้ันอาจส่งผลให้ควงเกลยี วจัดปรับทางทศิ และทางระยะ

ของเคร่ืองควบคุมการยงิ ชารุดเสียหายจนไม่สามารถทาการปรับจัดต้งั เครื่องควบคุมการยงิ ได้
๓-๑๔ การปรนนิบัตบิ ารุงกล้องเลง็ สะท้อนภาพ MEPRO 21M

ก. การบารุงรักษากลอ้ ง
๑) ทาความสะอาดขจดั คราบสกปรก และฝ่ นุ ออกจากกลอ้ งเล็ง โดยใหพ้ ลยงิ เนน้ ไปที่

เลนส์และควงเกลียวต่างๆ
๒) ใชแ้ ปรงขนละเอียดปัดทาความสะอาดเลนส์ โดยใชค้ วามระมดั ระวงั ในการปัดผง

ทรายหรือฝ่ นุ ออก เพอ่ื ป้ องกนั การเกิดรอยขีดข่วน หลงั จากใชแ้ ปรงปัดแลว้ ใหเ้ ช็ดทาความสะอาด
เลนส์เบาๆ ดว้ ยผา้ สาลีท่ีแหง้ และนุ่ม หรือใชก้ ระดาษสาหรับเช็ดเลนส์

๓) การลา้ งรอยเป้ื อนโคลนที่บริเวณตวั กลอ้ ง และเลนส์ใหใ้ ชน้ ้าสะอาด
๔) การลา้ งเช็ดเลนส์ไม่วา่ กรณีใดก็ตาม หา้ มใชน้ ้ามนั ท่ีมีผลกระทบต่อความชดั เจนของ
เลนส์
๕) กรณีที่เกบ็ อาวธุ ปื นไวใ้ นคลงั อาวธุ ตอ้ งมีถุง หรือวสั ดุครอบคลุมป้ องกนั ฝ่ นุ ละออง
เกาะที่กลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพท่ีติดต้งั กบั ตวั ปื น
ข. การตรวจสภาพก่อนการใชง้ าน
๑) ตรวจดูวา่ ส่วนประกอบตา่ งๆ ของกลอ้ งเลง็ มีอยคู่ รบถว้ นสมบูรณ์
๒) ตรวจดูความยดึ ตรึง โดยใหแ้ น่ใจวา่ กลอ้ งประกอบติดอยกู่ บั ตวั ปื นอยา่ งถูกตอ้ ง

- ๘๑ -
๓) กรณีท่ีตรวจพบขอ้ บกพร่อง หรือสงสัยใหป้ รึกษา ผบู้ งั คบั บญั ชา และถา้ ใหแ้ น่ใจให้
จดั ส่งกลอ้ งไปใหช้ ่างซ่อมที่ผา่ นการฝึกอบรมมาแลว้ ดาเนินการตรวจซ่อม

๓-๑๕ การฝึ กยงิ ปลย.ในสนามทราบระยะด้วยเป้ าแสดงผล (Downrange Feedback Training)
การฝึกยงิ ดว้ ยเป้ าแสดงผลน้ี หมายถึง วธิ ีการฝึกแบบหน่ึงซ่ึงผรู้ ับการฝึกจะไดร้ ับขอ้ มลู จาก

การยงิ ของตนเองวา่ ตาบลกระสุนถูกเป้ าหมายเป็นอยา่ งไร (รู้ตาแหน่งท่ีแน่นอนวา่ ถูกหรือผดิ ไปใน
ทิศทางใด) ในระยะที่ไกลกวา่ ๒๕ เมตร ผรู้ ับการฝึกจะเกิดความเช่ือมนั่ ในการยงิ ปื น จากการที่ได้
รู้ถึงผลของการยงิ ที่เป้ าหมายที่แน่นอน และการฝึกแบบน้ีจะช่วยพฒั นาขีดความสามารถในการยงิ ปื น
ของทหารท้งั ในการฝึกทหารใหม่และในการฝึกทบทวนผบู้ งั คบั หน่วยอาจจะพจิ ารณาจดั ใหม้ ีการฝึก
แบบน้ีสอดแทรกไปในข้นั ตอนของการฝึกยงิ ปื นในช่องใดก็ได้ แตค่ วรระลึกอยเู่ สมอวา่ การฝึกยงิ ดว้ ย
เป้ าแสดงผลในระยะไกลน้ีควรกระทาหลงั จากการฝึกยงิ ในสนามระยะ ๒๕ เมตร และก่อนที่จะเขา้
ไปฝึกยงิ เป้ ารูปหุ่นคนในสนามทราบระยะ

การใชส้ นามยงิ ปื นทราบระยะเป็นวธิ ีที่เหมาะสมที่สุดกบั การยงิ เป้ าแสดงผล และอีกวิธีหน่ึง
ซ่ึงใหผ้ ลดีเช่นกนั ก็คือ การใชเ้ ป้ ารูปหุ่นคนดดั แปลงในสนามทราบระยะเป้ าดงั กล่าวน้ีก็คือ เป้ ารูป
หุ่นคนที่เพิ่มฉากรับกระสุนทางดา้ นซา้ ย ขวา และดา้ นบน ซ่ึงเมื่อทาการยงิ แลว้ ทหารจะตอ้ งเดินไป
ตรวจตาบลกระสุนถูกเป้ าดว้ ยตนเอง

หน่วยทหารตา่ ง ๆ อาจสร้างสนามยงิ ปื นแบบน้ีข้ึนมาเอง โดยใชส้ ่ิงอานวยความสะดวกที่มี
อยู่ เป้ ารูปหุ่นแบบธรรมดาที่นามาเพม่ิ ฉากดา้ นขา้ งและดา้ นบน เพื่อรอรับกระสุนที่พลาดเป้ ารูปหุ่น
ในขนาดท่ีเหมาะสมน้นั เป็นเคร่ืองมือท่ีสามารถสร้างข้ึนไดโ้ ดยไมต่ อ้ งใชเ้ ทคนิคมากมายนกั และ
สนามแบบดงั กล่าวน้ียงั เหมาะที่จะใชย้ นื ยนั การยงิ ปรับศูนยต์ ามระยะที่เป็นจริง เช่น ระยะ ๒๕๐
เมตร/๓๐๐ เมตร

๓-๑๖ การฝึ กยงิ เป้ ารูปหุ่นในสนามทราบระยะ
การฝึกยงิ เป้ ารูปหุ่นในสนามทราบระยะน้ีเป็นการดดั แปลงมาจากการฝึกยงิ ปื นในสนามทราบ

ระยะแบบเดิม ซ่ึงใชเ้ ป้ ารูปตาววั และยงิ แบบประณีต จงั หวะชา้ ๆ เราจะเห็นขอ้ แตกต่างของการฝึกก็
คือ การเปลี่ยนรูปเป้ ามาเป็นรูปเป้ าหุ่นคน และจากดั เวลาในการยงิ เพอ่ื ใหไ้ ดภ้ าพการฝึกท่ีใกลเ้ คียง
กบั การยงิ ในสนามรบ

การยงิ เป้ ารูปหุ่นคนท่ีใชใ้ นการฝึกน้ีจะมี ๒ ลกั ษณะ คือ การยงิ เป้ าเดี่ยว และการยงิ เป้ า
หลายตวั เป็นชุดตามกนั ซ่ึงจะใชร้ ะยะยงิ ๓ ระยะ ๓ รูปหุ่นยอ่ ส่วนใน เป้ ารูปหุ่นแบบยอ่ ส่วน แบบ
ก คือ ๕๐ เมตร ๑๕๐ เมตร และ ๓๐๐ เมตร และเป้ ารูปหุ่นแบบยอ่ ส่วน แบบ ข คือ ๑๐๐ เมตร
๒๐๐ เมตร และ ๒๕๐ เมตรใชท้ าการฝึกยงิ เพื่อความคุน้ เคยในจงั หวะการยงิ ชา้ ไม่จบั เวลาในสนาม
ทราบระยะไดแ้ ลว้ กจ็ ะตอ้ งพฒั นาการฝึกใหส้ ามารถยงิ เป้ าหลายตวั เป็นชุดที่มีการจดั เรียงรูปหุ่นแบบ
ยอ่ ส่วนท่ีอยบู่ นแผน่ เป้ าที่มีจานวนมากกวา่ น้ี จะเป็ นเป้ ารูปหุ่นแบบยอ่ ส่วนแบบ ค, ง, จ, และ ฉ ซ่ึงจะ
มีการจดั เรียงรูปหุ่นแบบยอ่ ส่วนท่ีมีจานวนมากกวา่ เดิม ของรูปหุ่นแบบยอ่ ส่วนในระยะต่างๆกนั ต้งั แต่
ระยะ ๕๐ ถึง ๓๐๐ เมตร โดยมีเวลาจากดั และเป้ าน้นั จะมีระยะตา่ ง ๆ กนั ซ่ึงทหารจะตอ้ งทาการ

- ๘๒ -

ตรวจการณ์คน้ หา และยงิ ภายในเวลาที่จากดั เป้ าท่ีปรากฏน้นั จะทาใหท้ หารไดร้ ับการฝึกทกั ษะ
เพิม่ ข้ึนอีกระดบั หน่ึง ในการที่จะนาหลกั การพ้นื ฐานมาใชอ้ ยา่ งรวดเร็ว

๓-๑๗ การฝึ กยงิ ปื นเพอ่ื บนั ทึกผลและจัดช้ันคุณวุฒิ

การฝึกข้นั ตอนน้ีเป็นการฝึกยงิ ปื นท่ีจะพฒั นาขีดความสามารถและทกั ษะของทหารในการยงิ
ทานองรบดว้ ยเครื่องมือ และเครื่องช่วยฝึกท่ีใหภ้ าพใกลเ้ คียงความเป็นจริงมากที่สุด ในการฝึกน้ี
ทหารจะตอ้ งทาการยงิ ต่อเป้ าหมายหลายแบบ ท้งั เป้ าเด่ียวและเป้ าหลายตวั ซ่ึงอยใู่ นระยะตา่ งๆ กนั
ต้งั แต่ ๕๐ ถึง ๓๐๐ เมตร ปรากฏข้ึนภายในเวลาจากดั และทหารจะตอ้ งคน้ หาเป้ าหมายดงั กล่าวดว้ ย
ตนเอง ทหารท่ีจะผา่ นการฝึ กข้นั น้ีไดจ้ ะตอ้ งนาเอาเทคนิคและทกั ษะในการยงิ ปื นท่ีไดร้ ับการสอน
และฝึกฝนจากข้นั ตอนตน้ ๆ มาใชผ้ สมผสานกนั ส่วนครูฝึกน้นั จะตอ้ งสงั เกตการณ์ฝึกใกลช้ ิดต่อ
ทหารแต่ละคน เพอื่ คน้ หาขอ้ บกพร่องและแกไ้ ขใหท้ หารเหล่าน้นั

การจดั ช้นั คุณวฒุ ิในการยงิ ปื น และการผา่ นการฝึกในคร้ังแรกเป็นส่ิงสาคญั ในการฝึกน้ี เมื่อ
นามาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด การยงิ ปื นในข้นั ตอนน้ีจะทาใหท้ หารไดบ้ รรลุถึง
วตั ถุประสงคแ์ ละผบู้ งั คบั บญั ชาจะสามารถประเมินผลการฝึกของหน่วยได้ ซ่ึงนายทหารฝ่ ายยทุ ธการ

และการฝึกจะตอ้ งพิจารณาจดั ลาดบั ข้นั การฝึกใหเ้ หมาะสมกบั เวลาและทรัพยากรภายในหน่วย
วตั ถุประสงคข์ องการฝึกน้ีก็เพื่อใหท้ หารไดร้ ู้ถึงขีดความสามารถและประสิทธิภาพของตนเอง และผู้
บงั คบั หน่วยก็จะประเมินผลของหลกั สูตรการฝึกวา่ เหมาะสมเพยี งใดดว้ ย

- ๘๓ -

บทท่ี ๔

เทคนิคของการยงิ ทานองรบ

การทดสอบผลการฝึกของทหารก็คือ การนาหลกั การพ้ืนฐานของการยงิ ปื นไปประยกุ ตใ์ ช้
ร่วมกบั ทกั ษะการยงิ ปื นในแบบทานองรบ ซ่ึงทกั ษะท่ีไดม้ าระหวา่ งการฝึกหดั และการยงิ บนั ทึกผล
เพ่ือจดั ช้นั คุณวุฒิน้นั จะถูกนาไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในการรบ (การเขา้ ตี, การตะลุมบอน, การ
ซุ่มโจมตี ,การรบในพ้นื ที่สิ่งปลูกสร้าง) ถึงแมว้ า่ ในสถานการณ์ต่างกนั จะสร้างปัญหาต่าง ๆ มากมาย
แตม่ ีการดดั แปลงเทคนิคพ้นื ฐานและหลกั การที่จาเป็ นเพียง ๒ ประการ เท่าน้นั ซ่ึงข้ึนอยกู่ บั อตั รา
ความเร็วในการยงิ และการเปล่ียนแนวเส้นการเล็งระหวา่ งลากลอ้ งปื นกบั เป้ าหมาย ครูฝึกจะตอ้ งสอน
ใหท้ หารรู้จกั การดดั แปลงที่จาเป็นในลกั ษณะน้ีอยา่ งแทจ้ ริง ก่อนที่จะทาการฝึกสอนในเร่ืองการยงิ
ปื นดว้ ยกระสุนจริง

ตอนที่ ๑

การยงิ ข่ม

ในสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ีหลาย ๆ แบบ จาเป็นตอ้ งใชก้ ารยงิ ข่มและตดั รอนขีดความสามารถ
ของขา้ ศึกท้งั เป็นบุคคลหรืออาวธุ ประจาหน่วยขา้ ศึก การยงิ ดว้ ย ปลย. ซ่ึงรวมอานาจการยงิ เป็นจุด
และเป็นพ้ืนท่ีน้นั จดั ไดว้ า่ เป็ นการยงิ ข่ม ในบางสถานการณ์อาจจะตอ้ งใหท้ หารทาการยงิ ข่ม ไปยงั
พ้ืนที่เป็นแนว เช่น แนวชายป่ า แนวร้ัว หรืออาคารเลก็ ๆ และในบางโอกาสเป้ าหมายอาจเป็นหลุม
บุคคลหรือช่องหนา้ ต่าง การยงิ ข่มน้ีใชเ้ พื่อกดขา้ ศึก หรือควบคุมพ้ืนที่ท่ีขา้ ศึกวางตวั อยู่ นอกจากน้ียงั
อาจใชเ้ พอื่ สงั หารขา้ ศึกหรือป้ องกนั และขดั ขวางมิใหข้ า้ ศึกน้นั ตรวจการณ์ หรือใชอ้ าวุธไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ เมื่อไดว้ างการยงิ ขม่ อยา่ งแน่นหนาไปยงั ท่ีวางตวั ของขา้ ศึกแลว้ น้นั ขา้ ศึกอาจถูกทาลาย
หรือกดดนั แมว้ า่ จะไมไ่ ดเ้ ปิ ดเผยตวั ใหฝ้ ่ ายเราเห็นกต็ าม และเมื่อขา้ ศึกถูกข่มใหอ้ ยภู่ ายในที่กาบงั แลว้
ขา้ ศึกจะถูกจากดั เสรีในการปฏิบตั ิก็จะไม่สามารถปฏิบตั ิการต่อฝ่ ายเราได้ ฝ่ ายเราก็จะสามารถดาเนิน
กลยทุ ธ์หรือปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งสะดวกข้ึน
๔-๑ ลกั ษณะการปรากฏของเป้ าหมาย

ทหารฝ่ ายเราหลาย ๆ คน พบวา่ เป็นการยากลาบากทีเดียวท่ีจะทาการยงิ ข่มอยา่ งไดผ้ ลในเมื่อ
ไม่สามารถตรวจการณ์เห็นเป้ าหมายไดอ้ ยา่ งแน่นอน พวกทหารเหล่าน้นั จะตอ้ งทาการยงิ ไปยงั ตาบล
หรือพ้ืนท่ีที่ฝ่ ายเราล่วงรู้และคาดหมายวา่ มีขา้ ศึกวางตวั อยู่ ถึงแมว้ า่ จะไมส่ ามารถรู้ไดว้ า่ เป้ าหมายที่
แน่นอนอยทู่ ่ีใด แต่การใชก้ ารยงิ ข่มน้ีก็ยงั คงตอ้ งใชก้ ารเล็งและยงิ อยา่ งประณีตเช่นกนั ในรูปที่ ๔-๑
(ก), รูปท่ี ๔ – ๑ (ข) และ รูปที่ ๔ – ๑(ค) น้นั แสดงใหเ้ ห็นภาพของพ้นื ท่ีเป้ าหมายซ่ึงเหมาะสมท่ีจะฝึก
การยงิ ขม่ เมื่อใชเ้ ป้ าหมายชนิดน้ีเพื่อทาการฝึกน้นั ครูฝึกจะตอ้ งวางแผนการยงิ เพ่ือใหค้ รอบคลุม
พ้นื ท่ีเป้ าหมายทาใหข้ า้ ศึกในพ้นื ท่ีตอ้ งถูกกดดนั ดว้ ยอานาจการยงิ ในระยะ ๒๕ เมตรน้ีทหารท่ีรับ
การฝึกจะไมส่ ามารถมองเห็นตวั ขา้ ศึกวา่ วางตวั อยู่ ณ ที่ใดบา้ ง

- ๘๔ -

รูปท่ี ๔-๑ (ก) ภาพพนื้ ทเ่ี ป้ าหมาย
ตาบลเล็งที่บริเวณหลงั คาอาคาร

รูปท่ี ๔-๑ (ข) ภาพพนื้ ทเี่ ป้ าหมาย

- ๘๕ -

ตาบลเลง็ ที่บริเวณช่องหนา้ ต่าง

รูปท่ี ๔-๑ (ค) ภาพพนื้ ทเี่ ป้ าหมาย

ก. ตาบลเลง็
ในการยงิ ขม่ น้นั ตอ้ งการการเลง็ อยา่ งดี และการยงิ ในแบบก่ึงอตั โนมตั ิอยา่ งตอ่ เน่ือง
ถึงแมว้ า่ จะไมร่ ู้ตาบลท่ีแน่ชดั ของขา้ ศึกก็ตาม ทหารจะตอ้ งไดร้ ับการสอนใหส้ ามารถควบคุมและทา
การยงิ ไปยงั พ้นื ที่และตาบลท่ีไดร้ ับมอบหมาย ทหารจะตอ้ งเรียนรู้ถึงการใช้ระบบอุปกรณ์เลง็ ของ
ปลย.ทาโวร์ ต่อเป้ าหมายที่เป็ นรูปตา่ งๆ กนั ในพ้ืนที่ (เช่น หนา้ ตา่ ง ที่กาบงั ท่ีใชว้ างตวั และแนวตน้ ไม)้
ข. อตั ราความเร็วในการยงิ
ในระหวา่ งการฝึกยงิ ปื นดว้ ยกระสุนส่วนมาก (การยงิ จดั กลุ่มกระสุน, การยงิ ปรับศูนย,์ การ
ยงิ ปื นเพ่อื จดั ช้นั คุณวฒุ ิ) จะใชก้ ารยงิ ประณีตในแบบก่ึงอตั โนมตั ิ (๑ นดั ภายในเวลา ๓ ถึง ๑๐
วนิ าที) นน่ั เป็นเพราะความตอ้ งการเวลาเพ่อื นาหลกั การพ้นื ฐานการยงิ ปื น ๔ ประการมาใช้ และความ
ประณีตแม่นยา แต่สาหรับการยงิ ขม่ น้ีตอ้ งการความเร็วในการยงิ ท่ีมากกวา่ และการยงิ ในจงั หวะ
ต่อเน่ืองมากกวา่ และในบางคร้ังก็อาจตอ้ งทาการยงิ ในแบบอตั โนมตั ิจงั หวะส้นั (ความเร็วประมาณ
๑๓ นดั /วนิ าที) เป็ นเวลา ๒–๓ วนิ าที เพอ่ื ให้เกิดอานาจการยงิ ที่เหนือกวา่ ต้งั แตเ่ ร่ิมการยงิ เร็วใน
แบบก่ึงอตั โนมตั ิ (๑ นดั ในทุก ๑ หรือ ๒ วนิ าที) ณ ตาบลหรือเป้ าหมายที่ตอ้ งการ จะทาใหผ้ ยู้ งิ
สามารถสร้างปริมาตรการยงิ ที่มากประกอบกบั ความแมน่ ยาและยงั สามารถประหยดั กระสุนไดใ้ น
เวลาเดียวกนั สถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ีน้นั มกั จะบงั คบั ใหต้ อ้ งใชป้ ริมาตรการยงิ ท่ีมาก แตท่ หารจะตอ้ ง
พิจารณาถึงหลกั การดงั ต่อไปน้ี

- ๘๖ -
ค. การนาหลักการยงิ ปื นมาใช้ ในสถานการณ์ท่ีตึงเครียด ทหารหลายคนที่ยงิ ปื นดี อาจจะ
กลายเป็นคนที่ยงิ ไม่ไดผ้ ลและลืมหลกั การยงิ ปื นท่ีฝึกฝนมา หรือไมส่ ามารถนามาใชไ้ ด้ ซ่ึงทาให้
อานาจการยงิ ของหม่ลู ดนอ้ ยลงไป ทหารทุกคนจะตอ้ งควบคุมสติใหไ้ ด้ และนาหลกั การยงิ ปื นมาใช้
โดยไมท่ าใหอ้ ตั ราความเร็วของการยงิ สูญเสียไปในทา่ มกลางความตึงเครียดในสนามรบ
ง. การเปลยี่ นซองกระสุนให้รวดเร็ว ปัจจยั สาคญั อีกประการหน่ึงท่ีจะทาใหก้ ารยงิ เป็นไป
อยา่ งตอ่ เน่ือง กค็ ือ การบรรจุกระสุนไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ดงั น้นั ครูฝึกจะตอ้ งสอนใหท้ หารรู้จกั การ
เปล่ียนซองกระสุนไดอ้ ยา่ งถูกวธิ ีและรวดเร็วในระหวา่ งการฝึกยงิ แหง้ และการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริง
จนกระทงั่ ทหารสามารถทาไดอ้ ยา่ งชานาญ ในการฝึกหน่วยทหารขนาดเลก็ ระดบั หมู่จึงควรพิจารณา
ใหท้ หารภายในหมู่ทยอยกนั เปล่ียนซองกระสุน โดยหลีกเล่ียงการเปล่ียนพร้อมกนั ทีละหลายๆ คน
เพราะจะทาใหส้ ูญเสียอานาจการยงิ ไปในขณะน้นั นอกจากน้ี ผบ.หมู่ และ หน.ชุด ยงั มีหนา้ ท่ีควบคุม
และพิจารณาส่งั การเพ่ือใหม้ ีการวางอานาจการยงิ ไปยงั พ้นื ท่ีเป้ าหมายอยา่ งครอบคลุม
จ. การประหยดั กระสุน ทหารทุกคนตอ้ งไดร้ ับการฝึกหดั ใหน้ บั จานวนกระสุนที่ยงิ ออกไป
การยงิ ในแบบอตั โนมตั ิน้นั ควรพจิ ารณาใชเ้ ทา่ ที่จาเป็นเทา่ น้นั เพ่ือใหม้ ีอานาจการยงิ เหนือขา้ ศึกใน
สถานการณ์ทุกสถานการณ์ ผบ.หน่วย จึงตอ้ งสง่ั การให้มีการปรับการยงิ เพือ่ ใหก้ ารใชก้ ระสุนเป็นไป
อยา่ งคุม้ ค่า การยงิ อยา่ งแมน่ ยาจะช่วยประหยดั กระสุน และยงั ป้ องกนั มิใหข้ า้ ศึกทาการยงิ มายงั ฝ่ าย
เราอยา่ งไดผ้ ลอีกดว้ ย

ตอนที่ ๒

การยงิ เร็วในแบบกงึ่ อตั โนมตั ิ

การยงิ เร็วในแบบก่ึงอตั โนมตั ิจะใหป้ ริมาตรการยงิ ท่ีมากมายไปยงั เป้ าหมาย หรือพ้ืนที่
เป้ าหมาย ในการฝึกสอนน้นั ครูฝึกจะเร่ิมสอนใหท้ หารเพ่ิมความเร็วและปริมาตรในการยงิ ไดก้ ็ตอ่ เม่ือ
ทหารไดม้ ีความชานาญ และทาการยงิ ในจงั หวะชา้ ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยาแลว้ เท่าน้นั เพราะในการยงิ เร็วน้ี
ทหารจะใชห้ ลกั พ้นื ฐานในการยงิ ปื นท้งั ๔ ประการอยา่ งรวดเร็ว การเล็งอยา่ งดีและการยงิ แตล่ ะนดั
จะกระทาภายในเวลา ๑ หรือ ๒ วนิ าที เทคนิคการยงิ แบบน้ีจะทาใหห้ น่วยทหารขนาดเลก็ สามารถ
สร้างปริมาตร การยงิ ที่มากและหนาแน่นไปยงั พ้นื ท่ีเป้ าหมาย และยงั สามารถประหยดั กระสุนไดใ้ น
ขณะเดียวกนั
๔-๒ ประสิทธิภาพของการยงิ เร็ว

ทหารที่ตอ้ งทาการยงิ เร็วในแบบก่ึงอตั โนมตั ิน้นั ตอ้ งการท้งั ความแมน่ ยา และปริมาตรการ
ยงิ เม่ือทหารภายในหน่วยไดร้ ับการฝึกอยา่ งถูกวธิ ีและหมน่ั ฝึกฝนตนเองแลว้ ความแตกตา่ งในเรื่อง
ประสิทธิภาพของการยงิ ในจงั หวะชา้ และจงั หวะเร็วจะมีนอ้ ยหรือแทบไม่ปรากฏ และปริมาตรความ
หนาแน่นของการยงิ ก็จะไมด่ อ้ ยไปกวา่ การใหท้ หารภายในหน่วยทาการยงิ แบบอตั โนมตั ิ แตค่ วาม
แม่นยาในการยงิ เร็วแบบก่ึงอตั โนมตั ิจะมีมากกวา่

- ๘๗ -
หมายเหตุ : การฝึกใหท้ หารยงิ เร็วในแบบก่ึงอตั โนมตั ิจะช่วยเพม่ิ ทกั ษะใหท้ หารมี
ความสามารถทาการยงิ ต่อเป้ าหมายที่เกิดข้ึนอยา่ งฉบั พลนั ในระยะเวลาส้ันๆ เป้ าหมายที่ปรากฏทีละ
หลาย ๆ เป้ า และเป้ าเคลื่อนท่ี

ก. การนาวธิ ีการยงิ เร็วประยุกต์มาใช้
ครูฝึกตอ้ งพิจารณาถึงผลกระทบต่อขีดความสามารถในการนาหลกั พ้ืนฐานของการยงิ ปื นมา
ใช้ เมื่อทหารตอ้ งเพิ่มอตั ราความเร็วในการยงิ รวมท้งั ผลกระทบท่ีจะมีต่อทกั ษะการยิงในแบบ
อื่นๆ ดว้ ย หลกั พ้ืนฐาน/ทกั ษะที่กล่าวถึง ไดแ้ ก่

๑) การปฏิบัติฉับพลนั เพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่ึงการเพ่ิมอตั ราความเร็วในการยงิ ขม่ และทาลาย
ทหารจะตอ้ งใชก้ ารปฏิบตั ิฉบั พลนั เมื่อเกิดเหตุติดขดั ข้ึนทหารตอ้ งรีบคน้ หาปัญหาและแกไ้ ขเหตุ
ติดขดั อยา่ งทนั ที ดงั น้นั การฝึ กทบทวนในเร่ืองการยงิ แหง้ การใชก้ ระสุนซอ้ มรบและบรรจุกระสุน
หดั บรรจุ ตามดว้ ยการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงและการประเมินผล จะทาใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ ทหารจะสามารถ
แกไ้ ขเหตุติดขดั ไดท้ นั ทว่ งที ในขณะที่ทหารคนอ่ืนทาการยงิ อยู่

๒) หลกั พนื้ ฐานของการยงิ ปื น หลกั พ้นื ฐาน ๔ ประการน้นั ใชส้ าหรับการยงิ ในแบบ
ก่ึงอตั โนมตั ิ แต่สาหรับการยงิ เร็วในแบบก่ึงอตั โนมตั ิจะมีขอ้ แตกต่างเลก็ นอ้ ยดงั น้ี :

ก) ท่ายงิ ทม่ี ัน่ คง การใชเ้ คร่ืองหนุนรองหรือเคร่ืองรองรับที่ดี จะช่วยใหก้ ารยงิ
แม่นยาข้ึน และการพยงุ ปื นหลงั จากที่เกิดแรงสะทอ้ นถอยหลงั เป็นไปไดร้ วดเร็วข้ึน การใชม้ ือจบั ดา้ ม
ปื นใหแ้ น่นข้ึนเล็กนอ้ ยกจ็ ะช่วยใหร้ ับแรงสะทอ้ นถอยหลงั ไดด้ ีข้ึน และยงั ทาใหก้ ารยา้ ยไปยงิ
เป้ าหมายอ่ืนกระทาไดร้ วดเร็วข้ึน และถา้ สามารถทาไดใ้ หท้ หารใชจ้ ุดที่มือรองรับฝาปะกบั ลากลอ้ ง
สมั ผสั กบั เครื่องหนุนรองน้นั เป็นจุดหมุน ทหารควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนจุดสมั ผสั ระหวา่ งมือขา้ งน้นั
กบั เครื่องหนุนรอง เพราะจะทาใหเ้ สียเวลาโดยใช่เหตุในการจดั ท่ายงิ ใหม่และทาใหก้ ารยงิ ชา้ ลง

ข) การเลง็ หลกั การเล็งน้นั คงไมแ่ ตกตา่ งกบั การยงิ จงั หวะชา้ ทหารจะต้งั ศีรษะให้
ตรงแนบใบหนา้ ไปบนสันพานทา้ ย บริเวณดา้ นหลงั แท่นยดึ กลอ้ งมองในเวลากลางคืน จดั แนวเส้น
การเลง็ หรือแนวเส้นสายตาใหอ้ ยใู่ นแนวกบั ระบบเครื่องเลง็ ของ ปลย. ทาโวร์ ( กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ
MEPRO 21M และ ศนู ยเ์ ลง็ สารอง ) และจบั ไปที่เป้ าหมาย

ค) การควบคุมการหายใจ ทหารจาเป็นตอ้ งเปล่ียนแปลงระบบการควบคุมการหายใจ
เพราะจะไมม่ ีโอกาสใชว้ งรอบของการหายใจแบบในจงั หวะการยงิ ชา้ ทหารจะตอ้ งใชก้ ารกล้นั ลม
หายใจไดใ้ นทุกช่วงของการหายใจ หรือ ณ จุดใดจุดหน่ึงภายในเวลาจากดั ในระหวา่ งการยงิ แตล่ ะ
นดั น้นั ใหท้ หารหายใจเขา้ โดยหายใจไมล่ ึกนกั

ง) การเหน่ียวไก เพือ่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงอตั ราความเร็วในการยงิ ทหารจะมีเวลาเพยี งช่วง
ส้นั ๆ เท่าน้นั สาหรับการเหน่ียวไก (การเลง็ อยา่ งดีและการยงิ อยา่ งถูกตอ้ งในทุก ๆ ๑ หรือ ๒ วินาที)
ทหารจะตอ้ งดาเนินกรรมวธิ ีในการยงิ ปื นจนถึงข้นั การลนั่ ไกในช่วงเวลาคร่ึงวนิ าทีหรือนอ้ ยกวา่ และ
จะตอ้ งไมม่ ีอาการสะดุง้ ผงะ หรือ กระตุก ในจงั หวะที่ลน่ั ไก ดว้ ยเหตุที่วา่ ทหารบางคนรู้ล่วงหนา้
เม่ือถึงจงั หวะลน่ั ไก จึงออกแรงท่ีหวั ไหล่เพ่ือรับแรงสะทอ้ นถอยหลงั ก่อนล่วงหนา้

- ๘๘ -
วธิ ีการลนั่ ไกใหเ้ ร็วโดยไมม่ ีอาการกระตุกน้นั กระทาไดโ้ ดยการเหน่ียวไกข้นั ที่หน่ึงไวก้ ่อน
เม่ือคน้ พบเป้ าหมายและนาจุดเลง็ สีแดง (red dot)หรือศูนยส์ ารอง (แท่งศูนยห์ นา้ ) เขา้ สู่ตาบลเลง็ ณ
เป้ าหมายไดแ้ ลว้ จึงใชก้ ารเหนี่ยวไกข้นั สุดทา้ ย ซ่ึงทหารจะตอ้ งระมดั ระวงั มิใหก้ ารเหน่ียวไกในข้นั
สุดทา้ ยน้ีส่งผลกระทบทาใหป้ ื นเคลื่อนไหวจนเสียแนวเส้นการเลง็
การฝึกทบทวนการยงิ แหง้ การใชอ้ ุปกรณ์เคร่ืองช่วยฝึกยงิ ปลย. และการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุน
จริงอยา่ งสม่าเสมอ จะทาใหม้ น่ั ใจไดว้ า่ ทหารจะสามารถเหนี่ยวไกไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและไมเ่ สียจงั หวะ
จนทาใหอ้ ตั ราความเร็วในการยงิ และความแมน่ ยาตอ้ งลดลงไป

หมายเหตุ : เมื่อทหารตอ้ งทาการยงิ เป้ าหลายๆ เป้ าน้นั จะตอ้ งใชว้ ธิ ีการยงิ ในนดั แรกแลว้
ปล่อยหรือผอ่ นคลายนิ้วท่ีเหนี่ยวไก เพอ่ื ใหเ้ กิดจุดสมั ผสั ที่กลไกของเคร่ืองลนั่ ไกใหม่ จากน้นั จึงออก
แรงเหน่ียวไกเพ่ือยงิ กระสุนนดั ใหม่ เทคนิคน้ีจะช่วยให้ทหารยงิ กระสุนนดั ต่อไปไดเ้ ร็วข้ึน การฝึก
ลกั ษณะน้ีจะทาใหท้ หารมีความชานาญในการยงิ จงั หวะเร็ว

ข.การเปลย่ี นซองกระสุน การเปลี่ยนซองกระสุนไดอ้ ยา่ งรวดเร็วเป็นส่ิงสาคญั สิ่งหน่ึงท่ีจะทา
ใหก้ ารยงิ ในจงั หวะเร็วน้ีเป็นไปอยา่ งตอ่ เนื่อง เพื่อผลในการกดดนั ตดั รอน และทาลายอานาจการยงิ
ของขา้ ศึก

๑) การจับถอื ซองกระสุน ทหารภายในหน่วยจะไดร้ ับคาสง่ั ใหน้ ากระสุนอตั รามูลฐาน
ส่วนหน่ึงติดตวั ไปและในจานวนน้นั จะตอ้ งมีกระสุนบรรจุไวใ้ นซองกระสุนซ่ึงจะมากหรือนอ้ ยเท่าใด
น้นั ยอ่ มข้ึนอยกู่ บั สถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ีในระหวา่ งการรบน้นั อาจจะมีซองกระสุนหล่นหายบา้ ง แต่
ทหารแต่ละคนตอ้ งรับผดิ ชอบและพยายามใหเ้ กิดข้ึนนอ้ ยที่สุด ครูฝึกจึงสมควรท่ีจะเนน้ ถึงความ
สาคญั ของการระมดั ระวงั ซองกระสุนน้ีดว้ ย

การจบั ถือซองกระสุนและเปล่ียนอยา่ งรวดเร็วน้นั ไดแ้ สดงไว้ สาหรับทหารที่ถนดั มือขวา
ตามรูปท่ี ๔-๒ ( ก, ข และ ค ) และทหารท่ีถนดั มือซา้ ย ตามรูปที่ ๔-๒ ( ง, จ และ ฉ )

๒) การบรรจุกระสุน การนาซองกระสุนออกจากกระเป๋ าใส่ซองกระสุนทางดา้ นที่ถนดั
น้นั คงกระทาในลกั ษณะเดียวกนั ท้งั ทหารท่ีถนดั มือขวาและทหารที่ถนดั มือซา้ ย แต่ก่อนอื่นจะตอ้ ง
นาซองกระสุนเปล่าออกจากตวั ปื นใหเ้ รียบร้อย แลว้ จึงเริ่มปฏิบตั ิข้นั ต่อไป

การนาซองกระสุนออกจากระเป๋ าน้นั ใหใ้ ชน้ ิ้วหวั แมม่ ือวางพาดไปตามสันดา้ นยาวของซอง
กระสุน และใชน้ ิ้วช้ีกบั นิ้วที่เหลือจบั ตรงดา้ นส้ัน

ซองกระสุนจะถูกดึงออกมาจากกระเป๋ า จากน้นั ให้เหยยี ดแขนออกไปขา้ งหนา้ หมุนมือและ
ขอ้ มือเพอ่ื ใหซ้ องกระสุนอยใู่ นตาแหน่งที่ถูกตอ้ ง (ดา้ นที่ใชบ้ รรจุกระสุนอยขู่ า้ งบน และดา้ นยาวอยู่
ขา้ งหลงั ) เพ่อื ท่ีจะบรรจุเขา้ ตวั ปื นแลว้ จบั ซองกระสุนใส่เขา้ ไปในช่องใส่ซองกระสุนดนั ข้ึนบนจนเขา้
ที่ แลว้ ตบท่ีดา้ นล่างซองกระสุนดว้ ยสันมือไมต่ อ้ งแรงนกั เพอื่ ใหม้ น่ั ใจวา่ ซองกระสุนเขา้ ท่ีแน่นหนา

การนาซองกระสุนออกจากกระเป๋ าดว้ ยมือขา้ งที่ไม่ถนดั น้นั ทหารจะตอ้ งใชม้ ือขา้ งที่ถนดั
ประคองปื นไวแ้ ลว้ ใชม้ ือขา้ งท่ีไม่ถนดั น้นั จบั ซองกระสุนบรรจุเขา้ ตวั ปื น

- ๘๙ -
๓) การเปลย่ี นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว การฝึกและหมน่ั ทบทวนบ่อย ๆ คร้ังจะทาให้
ทหารมีความชานาญ ในขณะที่เปล่ียนซองกระสุนน้นั ทหารไม่ตอ้ งผลกั คนั บงั คบั การยงิ ไปยงั
ตาแหน่ง SAFE แต่ทหารจะตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั ในขณะเปล่ียนซองกระสุนน้นั
ตอ่ ไปน้ีคือ ข้นั ตอนของการเปล่ียนซองกระสุนอยา่ งรวดเร็วตามลาดบั

ลาดบั ท่ี ๑

มอื ขวาตบจับซองกระสุน
รูปที่ ๔-๒ ( ก)

การเปลย่ี นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว (สาหรับทหารทถี่ นัดมือขวา)

- ๙๐ -
ลาดบั ท่ี ๒

ข้อมือขวาหมุนพร้อมใส่ทชี่ ่องใส่ซองกระสุน
รูปท่ี ๔-๒ ( ข)
การเปลยี่ นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว (การหมุนมอื และข้อมอื )

ลาดบั ท่ี ๓

มอื ขวาดันซองกระสุนเข้าช่องใส่ซองกระสุน
รูปท่ี ๔-๒ ( ค)
การเปลยี่ นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว (ซองกระสุนอยู่ในตาแหน่งพร้อมบรรจุ)
หมายเหตุ : รูปที่ ๔-๒ (ก, ข และ ค) เป็นลาดบั ภาพการปฏิบตั ิในการเปลี่ยนซองกระสุน
สาหรับทหารที่ใชม้ ือขวาในการยงิ ปื น

- ๙๑ -
ลาดบั ที่ ๑

มือซ้ายตบจับซองกระสุน
รูปที่ ๔-๒ ( ง)

การเปลยี่ นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว (สาหรับทหารทถี่ นัดมือซ้าย)
ลาดบั ที่ ๒

ข้อมือซ้ายหมุนพร้อมใส่ทช่ี ่องใส่ซองกระสุน
รูปที่ ๔-๒ ( จ)

การเปลย่ี นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว(การหมุนมอื และข้อมอื )

- ๙๒ -

ลาดบั ท่ี ๓

มือซา้ ยดนั ซองกระสุนใส่ช่องซองกระสุน

รูปที่ ๔-๒ ( ฉ)
การเปลยี่ นซองกระสุนอย่างรวดเร็ว (ซองกระสุนอย่ใู นตาแหน่งพร้อมบรรจุ)
หมายเหตุ : รูปท่ี ๔-๒ (ง, จ และ ฉ) เป็นลาดบั ภาพการปฏิบตั ิในการเปล่ียนซองกระสุน
สาหรับทหารท่ีใชม้ ือซา้ ยในการยงิ ปื น

ก) ทหารทถี่ นัดขวา นานิ้วช้ีออกจากโกร่งไก แลว้ ใชน้ ิ้วกดที่กระเดื่องปลดซอง
กระสุนโดยยงั ใชม้ ืออีกขา้ งหน่ึงประคองตวั ปื นไว้ (รูปที่ ๔-๓) ปล่อยมือขวาจากดา้ มปื นและใชม้ ือ
ขวาน้นั ควา้ ซองกระสุนไว้ ดึงซองกระสุนออกจากตวั ปื นแลว้ นาเขา้ ที่เกบ็ รักษา จากน้นั ใชม้ ือขวาจบั
ซองกระสุนใหม่ โดยจดั ให้ดา้ นท่ีบรรจุกระสุนอยดู่ า้ นบน และปลายหวั กระสุนช้ีไปขา้ งหนา้ แลว้ นา
ซองกระสุนใหมใ่ ส่เขา้ ไปทางช่องบรรจุ ซองกระสุนใชอ้ ุง้ มือขวาตบดา้ นล่างของซองกระสุนข้ึน
(ไมต่ อ้ งแรงมากนกั ) เพือ่ ใหเ้ ขา้ ท่ีและมนั่ ใจวา่ ซองกระสุนติดอยกู่ บั ปื นอยา่ งแน่นหนาแลว้ ใชม้ ือขวา
กดท่ีป่ ุมกระเดื่องหยดุ ชุดโครงนาลูกเล่ือนเพ่ือปล่อยใหล้ ูกเล่ือนเคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้ และพากระสุนนดั
แรกเขา้ สู่รังเพลิง จากน้นั นามือขวากลบั ไปจบั ดา้ มปื นและนานิ้วช้ีเขา้ โกร่งไกตามเดิม ทหารจะตอ้ ง
ระมดั ระวงั และรักษาความปลอดภยั ในขณะปฏิบตั ิ เน่ืองจากกระสุนไดเ้ ขา้ สู่รังเพลิงเรียบร้อยแลว้


Click to View FlipBook Version