The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:51:47

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

นส.ปลย.ทาโวร์ รวมเล่ม

- ๑๔๒ -
ก-๖ กจิ เฉพาะในการฝึ กพลแม่นปื น

แนวทางในการฝึกพลแม่นปื นตอ่ ไปน้ีโดยจะใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ซ่ึงจะ
ประกอบดว้ ยกิจเฉพาะซ่ึงจะมีอยใู่ นกาหนดการฝึกและหลกั สูตรการฝึกมาตรฐาน ซ่ึงหน่วยสามารถ
นาไปใชท้ ดสอบและตรวจสอบทหารแตล่ ะคนได้ จะมีรายการกาหนดการฝึกถึง ๑๙ รายการดงั น้ี

รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑

การกล่าวนาถงึ การฝึ กพลแม่นปื นและการฝึ กอาวุธศึกษา
(๔ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : แสดงวธิ ีการปรนนิบตั ิบารุงอาวธุ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
ซองกระสุน และกระสุน

เงือ่ นไข : ทหารจะไดร้ ับมอบ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ซองกระสุน กระสุนหดั
บรรจุ ขนาด ๕.๕๖ มม. และกล่องใส่เคร่ืองมือทาความสะอาดอาวธุ ปลย.

มาตราฐาน : ก. ตรวจอาวธุ และถอดชิ้นส่วนของ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
ข. ตรวจสอบ ทาความสะอาด และชะโลมน้ามนั หล่อล่ืน ปลย.
ค. ประกอบ ปลย. และทาการตรวจสอบระบบการทางานของ ปลย.
ง. ถอดชิ้นส่วนซองกระสุน
จ. ทาความสะอาดและชะโลมน้ามนั หล่อล่ืนซองกระสุน
ฉ. ประกอบซองกระสุน
ช. ทาความสะอาดกระสุน

กจิ เฉพาะ : แสดงวธิ ีการปฏิบตั ิฉบั พลนั และข้นั ตอนการปฏิบตั ิเพอื่ แกไ้ ข และลดสาเหตุ
การติดขดั ของ ปลย.

เงอื่ นไข : ทหารจะไดร้ ับมอบ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุนหดั บรรจุ
ขนาด ๕.๕๖ มม. จานวน ๕ นดั และซองกระสุนชนิด ๒๐-/๓๐ นดั

มาตรฐาน : ทหารตอ้ งแสดงขีดความสามารถในการแกไ้ ขเหตุติดขดั โดยใชก้ ารปฏิบตั ิ
ฉบั พลนั

หมายเหตุ : ครูฝึก/ผฝู้ ึกจะตอ้ งระมดั ระวงั ในขณะทาการฝึกสอนทหารใหใ้ ชก้ ารแกไ้ ขเหตุติดขดั
ทนั ทีทนั ใดอยา่ ใหส้ บั สนกบั วธิ ีการบรรจุกระสุนเขา้ รังเพลิงอนั เน่ืองมาจากตาแหน่ง
ของลูกเลื่อน

กจิ เฉพาะ : บรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุน ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ และนากระสุนออกจาก
ซองกระสุน

เงือ่ นไข : ทหารไดร้ ับจ่ายซองกระสุนชนิด ๒๐ หรือ ๓๐ นดั และกระสุนหดั บรรจุ
จานวน ๕ นดั

- ๑๔๓ -
มาตรฐาน : การบรรจุกระสุนและการนาเอากระสุนออกจากซองกระสุน

ก. การบรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุน กระสุนจะถูกบรรจุลงในซองในลกั ษณะที่
หวั กระสุนช้ีไปในทิศทางเดียวกนั ตามเคร่ืองหมายท่ีซองกระสุน

ข. การนากระสุนออกจากซองกระสุน ถือซองกระสุนโดยใหป้ ากซองกระสุนอยดู่ า้ น
นอกของตวั ทหาร และใชก้ ารดนั ตรงจานทา้ ยของกระสุนนดั แรกเพอื่ ใหก้ ระสุน
ดีดตวั ออกจากซองกระสุน ทาในลกั ษณะน้ี จนกระทงั่ กระสุนทุกนดั ออกจากซอง
กระสุน

กจิ เฉพาะ : การปรับและจดั ศูนยข์ องกลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ( MEPRO 21M)
ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑

เงื่อนไข : ทหารไดร้ ับจ่าย ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุนหดั บรรจุขนาด ๕.๕๖ มม.
เหรียญบาทหรือเครื่องมือปลายแหลมท่ีเหมาะสม คาอธิบาย การสาธิตและการฝึกหดั

มาตรฐาน : ทหารสามารถสาธิตวิธีการปรับและจดั ศูนยข์ องกลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ
( MEPRO 21M)ใหไ้ ปอยใู่ นทิศทางและตาแหน่งที่จะทาใหก้ ารเล็งและการยงิ กระสุน
ออกไปถูกเป้ าหมายตามทิศทางที่ตอ้ งการ

กจิ เฉพาะ : การปรับและจดั ศูนยข์ องกลอ้ งเลง็ สารอง ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เงอ่ื นไข : ทหารไดร้ ับจ่าย ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุนหดั บรรจุขนาด ๕.๕๖ มม.

ประแจปรับศูนยเ์ ลง็ สารอง คาอธิบาย การสาธิตและการฝึกหดั
มาตรฐาน : ทหารสามารถสาธิตวิธีการปรับและจดั ศนู ยข์ องกลอ้ งเล็งสารองใหไ้ ปอยใู่ นทิศทาง

และตาแหน่งที่จะทาใหก้ ารเล็งและการยงิ กระสุนออกไปถูกเป้ าหมายตามทิศทาง
ที่ตอ้ งการ

รายการกาหนดการฝึ กที่ ๒

หลกั พนื้ ฐานของพลแม่นปื น (การยงิ แห้ง)
(๖ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : การใชห้ ลกั พ้นื ฐาน ๔ ประการของการยงิ ปื น
ก. ทา่ ยงิ ที่มน่ั คง
ข. การเลง็
ค. การควบคุมการหายใจ
ง. การเหนี่ยวไก

เง่อื นไข : การฝึกในเวลากลางวนั ในพ้ืนที่ท่ีเหมาะสม ใช้ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
ทาการฝึกในทา่ ยงิ มีเคร่ืองหนุนรองหรือท่านอนยงิ ไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง การฝึกโดย
ใชเ้ ป้ าและหีบเลง็ การฝึกโดยใชว้ สั ดุแผน่ กลมเลก็ ๆ หรือเหรียญบาทสาหรับวางบน
ลากลอ้ งปื นขณะยงิ แหง้ การฝึกจดั ภาพการเลง็ โดยใชเ้ คร่ืองมือและเครื่องช่วยฝึก
แบบตา่ งๆในขณะทาการฝึกใหท้ หารสวมหมวกเหลก็ และสายโยงบา่ ประกอบเขม็ ขดั

- ๑๔๔ -
สนามและเครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : การนาหลกั พ้นื ฐานของการยิงปื นมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในขณะฝึกยงิ แหง้ โดยใช้
ก. ท่ายงิ มีเคร่ืองหนุนรอง ใชเ้ ป้ าปรับศนู ยร์ ะยะ ๒๕๐ เมตร หรือใชเ้ ป้ าปรับศูนย์

ระยะ ๓๐๐ เมตร
ข. ท่านอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรองใชเ้ ป้ าปรับศนู ยร์ ะยะ ๒๕๐ เมตร หรือใชเ้ ป้ าปรับ

ศูนยร์ ะยะ ๓๐๐ เมตร
ค. การใชว้ สั ดุแผน่ กลมเล็กๆวางบนลากลอ้ งปื นขณะยงิ แหง้ การใชแ้ ผน่ บตั ร

ภาพการเล็ง เคร่ืองมือแบบจดั ภาพการเลง็ การปฏิบตั ิฉบั พลนั เพอ่ื แกไ้ ขเหตุติดขดั
เป้ าปรับศูนยร์ ะยะ ๒๕๐ เมตร หรือใชเ้ ป้ าปรับศูนยร์ ะยะ ๓๐๐ เมตร และการฝึก
โดยใชห้ ีบเลง็

รายการกาหนดการฝึ กที่ ๓

การยงิ จัดกล่มุ (การยงิ ปื นด้วยกระสุนจริง)
(๔ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : การใชห้ ลกั พ้นื ฐานของพลแม่นปื น (หลกั พ้ืนฐานของการยงิ ปื น) ท้งั ๔ ประการใน
การยงิ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในสนามยงิ ปื น (ยงิ ดว้ ยกระสุนจริง)

เง่อื นไข : ทาการฝึกในเวลากลางวนั ในสนามยงิ ปื นระยะ ๒๕ เมตร ใชเ้ ป้ าปรับศนู ยร์ ะยะ
๒๕๐ เมตร หรือเป้ าปรับศูนยร์ ะยะ ๓๐๐ เมตร ติดท่ีกลางตวั เป้ าหุ่นคร่ึงตวั
ใชก้ ระสุน ๒๗ นดั ทหารสวมหมวกเหล็กและสายโยงบ่า ประกอบเขม็ ขดั สนามและ
เคร่ืองสนาม (เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : จากท่ายงิ ท่ีมีเครื่องหนุนรอง ใหท้ หารทาการยงิ กระสุน ๒๗ นดั (หรือนอ้ ยกวา่ )
โดยใชก้ ารยงิ ๙ คร้ัง ๆ ละ ๓ นดั ในทุก ๒ คร้ัง ใหจ้ ดั กลุ่มกระสุนกลุ่มละ ๓ นดั เพ่ือ
เปรียบเทียบระหวา่ ง ๒ กลุ่ม ใชเ้ คร่ืองมือวดั ที่มีขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง ๔ ซม.
ทหารจะตอ้ งทากลุ่มกระสุนขนาด ๔ ซม.ได้

หมายเหตุ : ในการยงิ จดั กลุ่มน้ียงั ไมต่ อ้ งคานึงถึงตาบลกระสุนถูกเป้ าวา่ จะอยคู่ อ่ นไปอยทู่ างดา้ น
ใด ขอเพียงแต่กระสุนเกาะกลุ่มกนั ก็ใชไ้ ด้ แตถ่ า้ หากทหารคนใดสามารถทากลุ่ม
กระสุนไดข้ นาด ๔ ซม. หรือเลก็ กวา่ โดยใชก้ ระสุนไม่ถึง ๒๗ นดั ครูฝึกก็อาจให้
ทหารคนน้นั ทาการยงิ เพื่อปรับศูนย์ ใหต้ าบลกระสุนถูกเป้ าไดย้ า้ ยมาอยบู่ ริเวณ
ก่ึงกลางเป้ ากไ็ ด้

- ๑๔๕ -

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๔

การยงิ ปรับศูนย์รบสาหรับกล้องเลง็ สะท้อนภาพ(MEPRO 21M)

ในระยะ ๒๕ เมตร
(๘ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : การยงิ ปรับศูนยร์ บของ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เงอ่ื นไข : ทาการยงิ ในระยะ ๒๕ เมตร โดยใช้ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในท่ายงิ ที่

มีเคร่ืองหนุนรองใชก้ ระสุน ๑๘ นดั เป้ าสาหรับปรับศูนยร์ ะยะ ๓๐๐ เมตร
ติดท่ีก่ึงกลางเป้ าหุ่นคร่ึงตวั ใชก้ ระสอบทรายเป็นเคร่ืองหนุนรอง ทหารสวม
หมวกเหล็กสายโยงบา่ เขม็ ขดั สนามและเคร่ืองสนาม (เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะตอ้ งสามารถยงิ ปรับศูนยไ์ ด้ โดยกระสุน ๕ ใน ๖ นดั ที่ทา
การยงิ ไป น้นั เป็นกระสุนที่อยใู่ นวงกลมขนาด ๔ ซม. ท่ีอยตู่ รงกลางเป้ า
ปรับศูนยร์ ะยะ ๒๕ เมตร
หมายเหตุ : จานวนกระสุนท่ีไมอ่ ยใู่ นกลุ่มขนาด ๔ ซม. น้นั จะเป็นเครื่องบง่ ช้ีความสามารถของ
ทหารที่ทาการยงิ วา่ อยใู่ นมาตรฐานหรือไม่ ทหารที่ไม่สามารถยงิ ปรับศูนยไ์ ดโ้ ดยใช้
กระสุน ๑๘ นดั น้นั จะตอ้ งถูกนาไปฝึกพเิ ศษ เพ่อื แกไ้ ขขอ้ บกพร่อง เมื่อครูฝึกแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่องไดแ้ ลว้ กใ็ หท้ หารกลบั ไปทาการยงิ ปรับศนู ยโ์ ดยใช้ กระสุนอีก ๑๘ นดั
และถา้ หากยงั ไมส่ ามารถยงิ ปรับศนู ยไ์ ดโ้ ดยใชก้ ระสุนที่กาหนด ครูฝึก/ผฝู้ ึกควร
พจิ ารณาตรวจสอบสภาพอาวุธ ปลย. กระบอกน้นั ๆ

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๕

การยงิ ปรับศูนย์รบสาหรับกล้องเลง็ สารอง

ในระยะ ๒๕ เมตร
(๘ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : การยงิ ปรับศนู ยร์ บของ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เงอื่ นไข : ทาการยงิ ในระยะ ๒๕ เมตร โดยใช้ ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในท่ายงิ ท่ี

มีเคร่ืองหนุนรองใชก้ ระสุน ๑๘ นดั เป้ าสาหรับปรับศนู ยร์ ะยะ ๓๐๐ เมตร
ติดที่ก่ึงกลางเป้ าหุ่นคร่ึงตวั ใชก้ ระสอบทรายเป็นเครื่องหนุนรอง ทหารสวม
หมวกเหล็กสายโยงบ่า เขม็ ขดั สนามและเครื่องสนาม (เวน้ เป้ าสนาม)
มาตรฐาน : ทหารแตล่ ะคนจะตอ้ งสามารถยงิ ปรับศนู ยไ์ ด้ โดยกระสุน ๕ ใน ๖ นดั ที่ทา
การยงิ ไป น้นั เป็นกระสุนที่อยใู่ นวงกลมขนาด ๔ ซม. ที่อยตู่ รงกลางเป้ า
ปรับศนู ยร์ ะยะ ๒๕ เมตร

- ๑๔๖ -
หมายเหตุ : จานวนกระสุนท่ีไมอ่ ยใู่ นกลุ่มขนาด ๔ ซม. น้นั จะเป็นเครื่องบง่ ช้ีความสามารถของ

ทหารท่ีทาการยงิ วา่ อยใู่ นมาตรฐานหรือไม่ ทหารท่ีไม่สามารถยงิ ปรับศนู ยไ์ ดโ้ ดยใช้
กระสุน ๑๘ นดั น้นั จะตอ้ งถูกนาไปฝึกพเิ ศษเพอ่ื แกไ้ ขขอ้ บกพร่อง เม่ือครูฝึกแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่องไดแ้ ลว้ กใ็ หท้ หารกลบั ไปทาการยงิ ปรับศูนยโ์ ดยใชก้ ระสุนอีก ๑๘ นดั
และถา้ หากยงั ไมส่ ามารถยงิ ปรับศนู ยไ์ ดโ้ ดยใชก้ ระสุนที่กาหนด ครูฝึก/ผฝู้ ึกควร
พจิ ารณาตรวจสอบสภาพอาวุธ ปลย. กระบอกน้นั ๆ

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๖

การยงิ ปื นในสนามทราบระยะด้วยเป้ าแสดงผล

(ระยะ ๗๕ , ๑๗๕ , ๓๐๐ เมตร)
(๘ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : เพือ่ ยนื ยนั การปรับศนู ยใ์ นระยะ ๑๗๕ เมตร
เง่ือนไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ใชท้ ่ายงิ มีเครื่องหนุนรอง ในสนามยงิ ปื นทราบระยะ

หรือสนามดดั แปลงประกอบเป้ าหุ่นคร่ึงตวั ซ่ึงเป็ นเป้ าแสดงผลในระยะ ๑๗๕ เมตร
ใชก้ ระสุน ๖ นดั ทหารสวมหมวกเหลก็ สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนามและเครื่องสนาม
(เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : ทหารตอ้ งสามารถใชห้ ลกั พ้นื ฐานของพลแมน่ ปื น ทาการยงิ โดยกระสุน ๔
จาก ๖ นดั จะตอ้ งอยภู่ ายในวงกลมเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง ๑๑ นิ้ว ที่อยกู่ ่ึงกลางตวั เป้ า
แสดงผลระยะ ๑๗๕ เมตร
หมายเหตุ : ๑. ทหารจะตอ้ งไดร้ ับการสอนใหร้ ู้และเขา้ ใจผลของแรงลมดึงดูดของโลกตลอดจน

การกาหนดระยะเลง็ เผอ่ื (เลง็ ดกั ) ก่อนที่ทาการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงในสนาม
ทราบระยะ ในการฝึกให้ทหารไดม้ ีโอกาสตรวจเป้ าและบนั ทึกผลทุก ๆ ๓ นดั
๒. ครูฝึก/ผฝู้ ึก จะตอ้ งตรวจดูผลการยงิ ของทหารทุก ๆ ๓ นดั และให้คาแนะนาใน
การปรับศูนยห์ รือ ปรับตาบลเล็งใหก้ บั ทหารตามสมควร เพอื่ ใหก้ ลุ่มกระสุนอยู่
ภายในวงกลมขนาด ๑๑ นิ้ว และถา้ ใชส้ นามทราบระยะท่ีมีแนวหลุมเป้ าดา้ นหลงั
กใ็ หท้ หารที่อยใู่ นแนวหลุมเป้ าน้นั ทาหนา้ ท่ีปิ ดเป้ าดว้ ยเครื่องหมายท่ีเห็นไดใ้ น
ระยะไกล โดยท่ีทหารที่อยบู่ นแนวยงิ ไมต่ อ้ งไปตรวจเป้ าดว้ ยตนเอง
๓. ทหารที่ไมส่ ามารถยงิ กระสุนเขา้ ภายในวงกลมไดต้ ามเกณฑท์ ่ีกาหนด จะตอ้ งถูก
นาไปฝึกพิเศษเพื่อแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง โดยครูฝึก/ผฝู้ ึก แลว้ กลบั มาทาการยงิ อีกคร้ัง
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ตอ่ เป้ าแสดงผลในสนามทราบระยะ ๗๕ , ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร

เง่อื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ทาการยงิ ในสนามยงิ ปื น
ทราบระยะที่ติดต้งั เป้ าแสดงผลรูปหุ่นคร่ึงตวั และรูปหุ่นนอน ทหารที่รับการฝึกสวม
หมวกเหล็ก สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนาม เครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม) ทาการยงิ ตอ่ เป้ า
แสดงผลรูปหุ่นนอนในระยะ ๗๕ เมตร ดว้ ยกระสุน ๕ นดั จากท่านอนไม่มีเครื่อง

- ๑๔๗ -
หนุนรองและอีก ๕ นดั จากทา่ ยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง ทาการยงิ ต่อเป้ าแสดงผลรูปหุ่น
คร่ึงตวั ในระยะ ๑๗๕ เมตร ดว้ ยกระสุน ๑๐ นดั จากทา่ ยงิ ท่ีมีเครื่องหนุนรอง และทา
การยงิ ตอ่ เป้ าแสดงผลในระยะ ๓๐๐ เมตร ดว้ ยกระสุน ๕ นดั จากท่ายงิ ที่มีเครื่อง
หนุนรองและอีก ๕ นดั จากท่านอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรอง
มาตรฐาน : ทหารตอ้ งแสดงออกถึงขีดความสามารถในการนาหลกั พ้นื ฐานของพลแม่นปื นมาใช้
ในการยงิ โดยจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าระยะ ๗๕ เมตร จานวน ๘ นดั จาก ๑๐ นดั ยงิ ถูกเป้ า
ระยะ ๑๗๕ เมตร จานวน ๑๔ นดั จาก ๒๐ นดั และยงิ ถูกเป้ าระยะ ๓๐๐ เมตร
จานวน ๕ นดั จาก ๑๐ นดั
หมายเหตุ : ใหท้ หารไดม้ ีโอกาสตรวจเป้ าและบนั ทึกผลการยงิ ทุก ๆ ๕ นดั ครูฝึก/ผฝู้ ึก
ควรวจิ ารณ์และแนะนาการปฏิบตั ิของทหารหลงั จากการยิง ๕ นดั ผา่ นไปทุก
คร้ัง อาจ ปรับศูนยห์ รือปรับตาบลเล็งไดต้ ามความจาเป็น แต่ทหารไมค่ วรใช้
การปรับศนู ยพ์ ร้อมกบั การปรับตาบลเล็งในขณะเดียวกนั

รายการกาหนดการฝึ กที่ ๗

การยงิ ปื นในสนามทราบระยะโดยใช้เป้ าหุ่นอตั โนมัตคิ ร้ังที่ ๑

(เป้ าเด่ยี ว ขึน้ -ลง ตามเวลา) และการฝึ กค้นหาเป้ าหมาย
(๓ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ต่อเป้ าเดี่ยว ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เง่อื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั โดยใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในสนาม

ยงิ ปื น ทราบระยะประกอบเป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ ข้ึน-ลง ตามเวลากาหนด มีระยะ
การปรากฏของเป้ า ๓ ระยะ คือ ๗๕ , ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร ใช้
กระสุน ๑๘ นดั สาหรับการฝึ กยงิ คุน้ เคยและใชก้ ระสุนอีกจานวน ๓๖ นดั
เพ่ือฝึกหดั ยงิ หรืออาจเพม่ิ เติมจานวนกระสุนไดต้ ามความเหมาะสม ทหาร
ตอ้ งสวมหมวกเหล็ก สายโยงบ่า เขม็ ขดั สนามและเคร่ืองสนาม
(เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : ทหารตอ้ งคน้ หาเป้ าหมายและยงิ ถูกเป้ าหมายเป็นจานวน ๒๒ นดั จาก
๓๖ นดั (เป้ าปรากฏ ๓๖ คร้ัง)
หมายเหตุ : ทหารแตล่ ะคนจะตอ้ งคน้ หาเป้ าหมายพบ จานวน ๙ เป้ า จาก ๑๐ เป้ า จึงจะ
อยใู่ นเกณฑผ์ า่ น

- ๑๔๘ -

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๘

การยงิ ปื นในสนามทราบระยะโดยใช้เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิคร้ังที่ ๒

(เป้ าเด่ยี วและเป้ าหลายตวั ผสมกนั )
(๓ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ต่อเป้ าหมายเด่ียวและเป้ าหลายตวั ท่ี ข้ึน-ลง
ตามเวลาดว้ ย ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑

เงอ่ื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ทหารสวมหมวกเหลก็ สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนาม และ
เครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม) ฝึ กในสนามยงิ ปื นทราบระยะติดต้งั เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิซ่ึง
ปรากฏในระยะ ๗๕ , ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร ใชก้ ระสุน ๑๐ นดั สาหรับการยงิ คุน้ เคย
และใชก้ ระสุน ๔๔ นดั สาหรับการฝึกหดั ยงิ หรืออาจเพ่มิ เติมไดต้ ามความเหมาะสม

มาตรฐาน : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ตอ่ เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ โดยยงิ ถูกเป้ า จานวน ๒๗ นดั จาก
๔๔ นดั (เป้ าปรากฏ ๔๔ คร้ัง)

หมายเหตุ : ระหวา่ งการฝึกยงิ เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิคร้ังที่ ๑ และ ๒ ใหค้ รูฝึ ก/ผฝู้ ึก ใชเ้ ทคนิค การฝึก
โดยใชค้ ู่ฝึกเป็นผชู้ ่วยเหลือในการตรวจการณ์คน้ หาเป้ าหมายได้

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๙

การฝึ กยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นทานองรบคร้ังที่ ๑
(๔ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ดว้ ย ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เง่อื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ทาการฝึกยงิ ในสนามยงิ

ปื นทานองรบ เป้ าอตั โนมตั ิและปรากฏ ๔๐ คร้ัง ในระยะต้งั แต่ ๕๐ เมตร ถึง
๓๐๐ เมตร การยงิ แบง่ ออกเป็ น ๒ ข้นั

ข้นั ท่ี ๑ ใชท้ ่ายงิ มีเครื่องหนุนรอง กระสุน ๒๐ นดั เป้ าปรากฏ ๒๐ คร้ัง
ข้นั ที่ ๒ ใชท้ ่านอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรองกระสุน ๒๐ นดั เป้ าปรากฏ

๒๐ คร้ัง
หมายเหตุ : ทหารสวมหมวกเหล็ก สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนาม เครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ใหถ้ ูกเป้ าหมายอยา่ งนอ้ ย ๒๓ คร้ัง จากการปรากฏของ

เป้ า ๔๐ คร้ัง

- ๑๔๙ -
รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑๐

การฝึ กยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นทานองรบคร้ังที่ ๒
(๔ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ดว้ ย ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑

เงื่อนไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ฝึกยงิ ในสนาม
ยงิ ปื นทานองรบ เป้ าปรากฏ ๔๐ คร้ัง ต้งั แต่ระยะ ๕๐ เมตร ถึง ๓๐๐ เมตร
ใชก้ ระสุน ๔๐ นดั ใชท้ ่ายงิ มีเครื่องหนุนรอง ยงิ ต่อเป้ าหมาย ๒๐ นดั และใช้
ทา่ นอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรอง ยงิ ต่อเป้ าหมาย ๒๐ นดั ทหารสวมหมวก
เหลก็ สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนาม เครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ใหถ้ ูกอยา่ งนอ้ ย ๒๓ คร้ัง จากการปรากฏของ
เป้ า ๔๐ คร้ัง

หมายเหตุ : การฝึกยงิ ท้งั ๒ คร้ังน้ี ไมค่ วรทาการฝึกในสถานท่ีหรือช่องเดียวกนั ครูฝึกสามารถ
ใหค้ าแนะนาช่วยเหลือทหารในการยงิ ไดต้ ามสมควร
รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๑๑

การยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นทานองรบเพอื่ บนั ทกึ ผลจัดช้ันคุณวฒุ ิ
(๔ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ดว้ ย ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เงอื่ นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในสนามยงิ ปื นทานอง

รบต่อเป้ าอตั โนมตั ิปรากฏ ๔๐ คร้ัง ในระยะ ๕๐ เมตร ถึง ๓๐๐ เมตร ใชก้ ระสุน
๔๐ นดั

ข้นั ท่ี ๑ ใชท้ า่ ยงิ มีเครื่องหนุนรอง เป้ าปรากฏ ๒๐ นดั
ข้นั ที่ ๒ ใชท้ า่ นอนยงิ ไม่มีเคร่ืองหนุนรอง เป้ าปรากฏ ๒๐ คร้ัง

กระสุน ๒๐ นดั
หมายเหตุ : ทหารสวมหมวกเหล็ก สายโยงบ่า เขม็ ขดั สนาม เคร่ืองสนาม (เวน้ เป้ สนาม)
มาตรฐาน : ทหารจะตอ้ งคน้ หาเป้ าหมายและยงิ ตอ่ เป้ าหมาย ดว้ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ให้

ถูกเป้ าอยา่ งนอ้ ย ๒๓ คร้ัง จากการปรากฏ ๔๐ คร้ัง (ทหารจะตอ้ งปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง
ไม่มีครูหรือคูฝ่ ึกช่วยเหลือ)

เกณฑ์การจัดช้ันคุณวุฒิ
- ทหารท่ียงิ ถูกเป้ า ๒๒ คร้ัง หรือนอ้ ยกวา่ น้นั อยใู่ นข้นั ยงิ ปื นไม่ไดผ้ ล
- ทหารที่ยงิ ถูกเป้ า ๒๓ คร้ัง ถึง ๒๙ คร้ัง อยใู่ นข้นั ยงิ ปื นดี
- ทหารท่ียงิ ถูกเป้ า ๓๐ คร้ัง ถึง ๓๕ คร้ัง อยใู่ นข้นั พลแมน่ ปื น
- ทหารท่ียงิ ถูกเป้ า ๓๖ คร้ัง ถึง ๔๐ คร้ัง อยใู่ นข้นั ผเู้ ช่ียวชาญ

- ๑๕๐ -
หมายเหตุ : ในกรณีที่เกิดการขดั ขอ้ งเป้ าอตั โนมตั ิ หรือเกิดเหตุติดขดั เนื่องมาจากสภาพของ

กระสุนผดิ ปกติ หรือเหตุติดขดั อนั เกิดจากการแตกหกั ของช้นั ส่วน ปลย. ซ่ึงเป็นเหตุ
สุดวสิ ยั และไม่สามารถทาการยงิ ตอ่ ไปได้ ให้ครูฝึกสั่งทหารคนน้นั หยดุ ยงิ และ
กลบั มาแกไ้ ข ซ่อมแซมอาวธุ ปลย. จนสามารถทาการยงิ ไดแ้ ลว้ กลบั ข้ึนไปบนแนว
ยงิ เพ่ือทาการยงิ ใหม่อีกคร้ัง แตถ่ า้ เกิดเหตุติดขดั ที่สามารถใชก้ ารปฏิบตั ิฉบั พลนั
แกไ้ ขเหตุติดขดั น้นั ได้ แลว้ ทหารไมป่ ฏิบตั ิ หรือทหารตรวจการณ์ไมพ่ บเป้ าหมายท่ี
ปรากฏ เช่นน้ีไม่อนุญาตใหท้ าการยงิ ใหม่

รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑๒

การยงิ แบบอตั โนมัติ /การยงิ แบบอตั โนมตั จิ ังหวะส้ัน

(ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑)
(๒ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ปลย. ในแบบอตั โนมตั ิ/อตั โนมตั ิจงั หวะส้นั โดยใชท้ ่ายงิ แบบ
อตั โนมตั ิ

เงื่อนไข : ครูฝึกใหค้ าอธิบาย สาธิต การใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ใชก้ ระสุน ๒๑ นดั
ฝึกทหารใหท้ าการยิงแบบอตั โนมตั ิจากทา่ ยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง ในสนามทราบระยะ
ประกอบเป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ ปรากฏในระยะ ๗๕ , ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร โดยทหาร
สวมหมวกเหล็ก สายโยงบ่า เขม็ ขดั สนาม และเครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : ใชก้ ารยงิ อตั โนมตั ิเป็นชุด ๆ ละ ๓ นดั แลว้ ตรวจเป้ าแต่ละระยะ พร้อมกบั แสดง
วธิ ีการควบคุมการยงิ ในแบบอตั โนมตั ิ/อตั โนมตั ิจงั หวะส้นั
รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑๓

การยงิ ปื นโดยสวมหน้ากากป้ องกนั นชค.
(๓ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ตอ่ เป้ าหมายโดยใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ในสถานการณ์ นชค.

เง่อื นไข : ครูฝึกใหค้ าอธิบาย สาธิตการปฏิบตั ิ ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๒๐ นดั
ทาการยงิ ตอ่ เป้ าหมายท่ีปรากฏคร้ังละ ๕ วนิ าที(เป้ าหุ่นนอน) ๒๐ คร้ัง ในระยะ
๒๕ เมตร ในการปรากฏของเป้ า ๑๐ คร้ังแรก ใชท้ า่ นอนยิงไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง
ใชก้ ระสุน ๑๐ นดั และอีก ๑๐ คร้ังหลงั ใชท้ า่ นอนยงิ หรือท่ายงิ จากหลุมบุคคลมี
เคร่ืองหนุนรอง ใชก้ ารยงิ แบบก่ึงอตั โนมตั ิ โดยทหารสวมหมวกเหลก็ หนา้ กาก
ป้ องกนั หมวกคลุมศีรษะ ถุงมือ สายโยงบ่า เขม็ ขดั สนาม และเครื่องสนาม
(เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : ทหารจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายอยา่ งนอ้ ย ๑๑ คร้ัง จากการปรากฏ ๒๐ คร้ัง การฝึกยงิ ใน
ข้นั ตอนน้ีถือเกณฑผ์ า่ น/ไม่ผา่ นเท่าน้นั

- ๑๕๑ -
รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๑๔

การยงิ ปื นในเวลากลางคนื
(๓ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อเป้ าหมายโดยใชเ้ ทคนิคการยงิ ในเวลากลางคืน ดว้ ย ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑

เง่ือนไข : ครูใหค้ าอธิบาย สาธิต และใหท้ หารทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ก่อน ดว้ ย
กระสุน ๕ นดั ต่อจากน้นั ให้ทหารฝึกยงิ ในเวลากลางคืน โดยใชก้ ารยงิ แบบ
ก่ึงอตั โนมตั ิต่อเป้ าหุ่นนอนในระยะ ๒๕ เมตร จากทา่ นอนยงิ ไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง
ทาการยงิ ตอ่ เป้ าหุ่นคร่ึงตวั ในระยะ ๕๐ เมตร จากท่านอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรอง
ใชก้ ระสุน ๓๕ นดั โดยมีกระสุนส่องวถิ ีผสมอยดู่ ว้ ยในจานวนน้ีใช้ ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑ ทหารสวมหมวกเหลก็ สายโยงบ่า เขม็ ขดั สนาม และเคร่ืองสนาม
(เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : ใชก้ ระสุน ๕ นดั สาหรับการยงิ ในเวลากลางวนั หลงั จากน้นั จึงใชเ้ ทคนิคการยงิ ใน
เวลากลางคืน ฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงในเวลากลางคืน
รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑๕

การฝึ กพลแม่นปื นในข้นั สูง
(๘ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายและทาการยงิ ตอ่ เป้ าหมายเคล่ือนท่ีและเป้ าหมายอยกู่ บั ท่ีโดยใช้
ปลย.ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ (ฝึกหดั )

เง่ือนไข : ทาการฝึ กในเวลากลางวนั ใชเ้ ป้ าแบบอตั โนมตั ิ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เป้ าเคล่ือนท่ีปรากฏ ๘ คร้ัง จากระยะ ๓๕ ถึง ๑๒๕ เมตร เป้ าอยกู่ บั ที่ปรากฏ ๒ คร้ัง
ในระยะ ๑๗๕ ถึง ๓๐๐ เมตร กระสุน ๑๐ นดั ทาการยงิ จากท่ายงิ มีเคร่ืองหนุนรอง
โดยสวมหมวกเหล็ก สายโยงบ่า เขม็ สนามและเครื่องสนาม (เวน้ เป้ สนาม)

มาตรฐาน : ทหารจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายอยา่ งนอ้ ย ๕ คร้ัง จากการปรากฏ ๑๐ คร้ัง
หมายเหตุ : ทหารที่ยงิ ไมไ่ ดต้ ามเกณฑ์ จะตอ้ งถูกนาไปฝึกพเิ ศษเพอื่ แกไ้ ขขอ้ บกพร่องก่อนที่จะ

ผา่ นไปทาการยงิ ๔๐ นดั ตามสถานการณ์ตามยทุ ธวธิ ี
กจิ เฉพาะ : ครูฝึกอธิบายใหท้ หารเขา้ ใจถึงท่ายงิ มีเคร่ืองหนุนรอง
เงือ่ นไข : ครูฝึกใหก้ ารอธิบายและสาธิตใหท้ หารดู
มาตรฐาน : อธิบายการปฏิบตั ิตามมาตรฐาน ดงั น้ี :

ก. การจบั ฝาปะกบั รองมือแน่นข้ึน
ข. ยกศอกของแขนขา้ งที่ไม่ถนดั ใหเ้ ป็นอิสระเพอ่ื สะดวกการเลง็ เกาะ

เป้ าหมาย
ค. มือขา้ งท่ีจบั ดา้ มปื นออกแรงดึงปื นมาขา้ งหลงั อยา่ งต่อเน่ือง

- ๑๕๒ -
ง. ยกศอกของแขนขา้ งท่ีถนดั เพ่ือสะดวกในการเล็งเกาะเป้ าหมาย
จ. ยนื แยกเทา้ ห่างกนั พอสมควร เพ่อื ใหเ้ กิดความสบาย
ฉ. อยา่ ใชห้ นา้ อกพงิ กบั ผนงั หลุมบุคคล
กจิ เฉพาะ : ใชก้ ฎการเลง็ นาในการยงิ เป้ าเคลื่อนท่ี
เงอ่ื นไข : ครูใหก้ ารอธิบายและใหท้ หารไดฝ้ ึกหดั โดยใชห้ ลกั การ
มาตรฐาน : ทหารแตล่ ะคนจะตอ้ งสามารถเลือกใชเ้ ทคนิคการยงิ เป้ าเคล่ือนท่ีไดต้ ามกฎขอ้ ใด
ขอ้ หน่ึง
หมายเหตุ : ทหารแต่ละคนตอ้ งไดร้ ับการทดสอบจากครูฝึกช่วงสุดทา้ ยของการฝึก
กจิ เฉพาะ : แสดงการเปลี่ยนซองกระสุนอยา่ งรวดเร็ว
เง่อื นไข : ทหารไดร้ ับจา่ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ และซองกระสุน ๒ ซอง
มาตรฐาน : ทหารตอ้ งสามารถเปล่ียนซองกระสุนไดภ้ ายใน ๕ วนิ าที
กจิ เฉพาะ : ทาการฝึกยงิ แหง้ ต่อเป้ าเคลื่อนที่
เงอ่ื นไข : ครูฝึกใหค้ าอธิบาย ใหท้ หารฝึกหดั โดยใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ทาการยงิ แหง้
ตอ่ เป้ าเคลื่อนท่ี จากท่ายงิ ก่ึงมีเคร่ืองหนุนรอง
มาตรฐาน : ทหารสามารถใชเ้ ทคนิคการเกาะเป้ าหมายและการดกั รอหนา้ เป้ าหมายในการยงิ เป้ า
เคลื่อนที่ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายเคลื่อนที่และเป้ าหมายอยกู่ บั ท่ี แลว้ ทาการยงิ ดว้ ย ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑ (บนั ทึกผล)
เงอ่ื นไข : ทาการฝึกในเวลากลางวนั ยงิ เป้ าเคล่ือนที่แบบอตั โนมตั ิ ใช้ ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑ เป้ าปรากฏในลกั ษณะการเคลื่อนท่ี ๓๐ คร้ัง ต้งั แต่ระยะ ๓๕ ถึง
๑๒๕ เมตร เป้ าปรากฏในลกั ษณะอยกู่ บั ท่ี ๒๐ คร้ัง ในระยะ ๑๗๕ เมตร และ
๓๐๐ เมตร ใชก้ ระสุน ๔๐ นดั : ยงิ ในแบบก่ึงอตั โนมตั ิ จากท่ายงิ ก่ึงมีเครื่องหนุนรอง
มาตรฐาน : ทหารจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายอยา่ งนอ้ ย ๑๕ คร้ังจากการปรากฏ ๔๐ คร้ัง

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๑๖

การจัดช้ันคุณวุฒิในการฝึ กพลแม่นปื นข้นั สูง
(๘ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : คน้ หาเป้ าหมายเคลื่อนท่ีและเป้ าหมายอยกู่ บั ที่ แลว้ ทาการยงิ ดว้ ย ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑

เงื่อนไข : ทาการฝึกในเวลากลางวนั ยงิ เป้ าหมายอตั โนมตั ิ ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เป้ าหมายปรากฏในลกั ษณะเคล่ือนที่ ๒๕ คร้ัง ในระยะต้งั แต่ ๓๕ ถึง ๑๒๕ เมตร
ปรากฏในลกั ษณะอยกู่ บั ท่ี ๒๕ คร้ัง ในระยะต้งั แต่ ๕๐ ถึง ๓๐๐ เมตร ทหารไดร้ ับ
ซองกระสุน ๒ ซองบรรจุซองละ ๒๕ นดั

- ๑๕๓ -
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายอยา่ งนอ้ ย ๑๘ คร้ัง จากการปรากฏ

๕๐ คร้ัง
หมายเหตุ : ใหท้ าการฝึกยงิ ก่อน ๑ คร้ัง หลงั จากน้นั ใหท้ าการยงิ เพือ่ บนั ทึกผลและจดั ช้นั คุณวุฒิ

ทหารท่ียงิ ไม่ไดผ้ ลจะมีโอกาสยงิ ใหมอ่ ีกเพยี ง ๑ คร้ัง ในวนั เดียวกนั น้นั
รายการกาหนดการฝึ กที่ ๑๗

การยงิ ฉับพลนั
(๒ ชว่ั โมง)
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อเป้ าหุ่นนอนและเป้ าหุ่นคร่ึงตวั ในระยะ ๑๕ เมตร และ ๒๕ เมตร
ตามลาดบั ใชเ้ ทคนิคการยงิ ฉบั พลนั
เงื่อนไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๒๐ นดั เป้ า
ปรากฏ ๑๐ คร้ังๆ ละ ๒ วนิ าที ในระยะ ๑๕ เมตรและระยะ ๒๕ เมตร พร้อมกนั
มาตรฐาน : ทหารจะตอ้ งยงิ ถูกระยะ ๑๕ เมตร ๗ คร้ัง จากการปรากฏ ๑๐ คร้ัง และยงิ ถูกเป้ า
ระยะ ๒๕ เมตร ๕ คร้ัง จากการปรากฏ ๑๐ คร้ัง
รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๑๘

การฝึ กยงิ เม่ือสวมชุดป้ องกนั นชค.
(๒ ชว่ั โมง)

กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อเป้ ารูปหุ่นคน โดยขณะทาการยงิ ใหส้ วมหนา้ กากป้ องกนั นชค.
เงอื่ นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ในสนามทราบระยะติดต้งั เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิใช้ ปลย.

ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๓๐ นดั บรรจุในซองกระสุน ๓ ซองๆ ละ ๑๐ นดั
เป้ ารูปหุ่นคร่ึงตวั ในระยะ ๗๕, ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะมีเวลา ๖๐ นาที สาหรับการยงิ ในแตล่ ะระยะ เกณฑก์ ารตดั สิน ดงั น้ี

- ๗๕ เมตร : ยงิ ถูกเป้ า ๗ นดั จากระยะ ๑๐ นดั
- ๑๗๕ เมตร: ยงิ ถูกเป้ า ๖ นดั จากระยะ ๑๐ นดั
- ๓๐๐ เมตร : ยงิ ถูกเป้ า ๒ นดั จากระยะ ๑๐ นดั

รายการกาหนดการฝึ กท่ี ๑๙

การยงิ ปื นในเวลากลางคืน
(๔ ชวั่ โมง)

กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อเป้ าหมายในเวลากลางคืน เม่ือมีการส่องสวา่ งช่วย
เง่อื นไข : ทาการฝึ กยงิ ในเวลากลางคืน ในสนามทราบระยะติดต้งั เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิใช้ ปลย.

ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ประกอบขาทราย กระสุน ๓๐ นดั แบ่งเป็นกระสุนส่องวถิ ี
๑๐ นดั และกระสุนธรรมดา ๒๐ นดั ท้งั ๓๐ นดั น้ีแยกบรรจุเป็ นกระสุน ๒ ซองๆ
ละ ๑๕ นดั ; ใชท้ า่ นอนยงิ ปลย. ประกอบขาทราย ; เป้ าหุ่นคร่ึงตวั ในระยะ ๗๕ และ
๑๗๕ เมตร ใชเ้ วลาในการยงิ ในแตล่ ะระยะ ๙๐ วนิ าที

- ๑๕๔ -
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนตอ้ งยงิ ถูกเป้ า ๕ นดั จากท้งั หมด ๑๕ นดั ในระยะ ๗๕ เมตรและ

ยงิ ถูกเป้ า ๓ นดั จาก ๑๕ นดั ในระยะ ๑๗๕ เมตร
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อเป้ าหมายในเวลากลางคืน โดยใชก้ ลอ้ งเล็งแบบ ( ตามที่ไดร้ ับแจกจ่าย

ให้ ) และ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
เงื่อนไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางคืน ในสนามทราบระยะติดต้งั เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิใช้ ปลย.

ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๓๐ นดั บรรจุกระสุน ๓ ซองๆ ละ ๑๐ นดั เป้ าหุ่นคร่ึง
ตวั ในระยะ ๗๕, ๑๓๕ และ ๓๐๐ เมตร
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะมีเวลายงิ ๖๐ วนิ าที ในแต่ละระยะ เกณฑก์ ารตดั สินผา่ นในแต่ละ
ระยะ คือ

- ระยะ ๗๕ เมตร : ยงิ ถูกเป้ า ๗ นดั จาก ๑๐ นดั
- ระยะ ๑๗๕ เมตร : ยงิ ถูกเป้ า ๕ นดั จาก ๑๐ นดั
- ระยะ ๓๐๐ เมตร : ยงิ ถูกเป้ า ๒ นดั จาก ๑๐ นดั
กจิ เฉพาะ : การติดต้งั ถอด และเตรียมกลอ้ งเลง็ แบบ ( ตามที่ไดร้ ับแจกจ่ายให้ )เพอ่ื ใชง้ าน
เง่อื นไข : ทาการฝึกยงิ ในขณะที่มีแสงสวา่ งหรือขณะท่ีมีทศั นวสิ ัยจากดั ทหารไดร้ ับมอบกลอ้ ง
เล็งแบบ * พร้อมอุปกรณ์ติดต้งั ประกอบ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะตอ้ งปฏิบตั ิใหไ้ ดต้ ามมาตรฐาน ดงั น้ี:
ก. ติดต้งั กลอ้ งเลง็ แบบ ( ตามที่ไดร้ ับแจกจา่ ยให้ ) ประกอบดว้ ย

ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ภายในระยะเวลา ๓ นาที
ข. ถอดกลอ้ งเล็งแบบ ( ตามท่ีไดร้ ับแจกจ่ายให้ ) ออกจาก ปลย. ทาโวร์

แบบ ทาร์ ๒๑ ภายในระยะเวลา ๑ นาที
ค. เตรียมกลอ้ งเลง็ แบบ ( ตามท่ีไดร้ ับแจกจ่ายให้ ) เพ่ือใชง้ านภายใน ๕

นาที
กจิ เฉพาะ : การพิจารณาคานวณหาผลกระทบจากแรงลมและแรงดึงดูดของโลก เพือ่ ใชป้ รับศูนย์

ปลย. สาหรับการยงิ เป้ าหมายในระยะถึง ๔๐๐ เมตร (๕๐๐ เมตรสาหรับ ปลย.
ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑)
เงื่อนไข : ทหารไดร้ ับจา่ ย ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ แผน่ เป้ ากระดาษมีรูปหุ่นขนาดยอ่ ส่วน
ตามระยะตา่ งๆ ภาพศูนยข์ นาดยอ่ ส่วน ขอ้ มูลเกี่ยวกบั แรงลม กระดาษและดินสอ
คาอธิบายและเวลาสาหรับการฝึ กหดั
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะตอ้ งสามารถแสดงการจดั ศนู ยแ์ ละภาพการเลง็ โดยการพจิ ารณาผล
ของแรงลม แรงดึงดูดของโลก และระยะทางท่ีกระสุนเดินทางในอากาศ และการเลง็
เผอื่ ตอ่ เป้ ารูปหุ่น
กจิ เฉพาะ : การยงิ ปรับศูนยข์ อง ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในระยะ ๓๐๐, ๔๐๐, ๕๐๐
และ ๖๐๐ หลา

- ๑๕๕ -
เงอื่ นไข : ใชเ้ ป้ ารูปหุ่นคร่ึงตวั และกระสุน ๓๖ นดั ทาการยงิ ปรับศูนย์ ๔ คร้ังๆ ละ ๓ นดั ในแต่

ละระยะดว้ ยท่านอนยงิ มีเครื่องหนุนรอง
มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนจะตอ้ งยงิ ปรับศนู ยข์ อง ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ ในแตล่ ะระยะ

ไดผ้ ลดว้ ยการใชก้ ระสุนระยะละ ๑๒ นดั (๓๐๐, ๔๐๐ และ ๕๐๐ หลา)
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ตอ่ เป้ าหมายในระยะ ๓๐๐, ๔๐๐, ๕๐๐ หลา โดยใช้ ปลย. ทาโวร์

แบบ ทาร์ ๒๑
เงอื่ นไข : ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ และกระสุน ๔๖ นดั ทาการยงิ ในสนามทราบระยะ

จากท่านอนยงิ มีเครื่องหนุนรอง ในแต่ละระยะใหท้ หารไดม้ ีโอกาสยงิ ปรับระยะละ
๒ นดั , จากน้นั ทาการยงิ ๑๐ นดั ที่ระยะ ๓๐๐ หลา, ๑๕ นดั ที่ระยะ ๔๐๐ หลา,
๑๕ นดั ที่ระยะ ๕๐๐ หลา
มาตรฐาน : ภายในเวลาที่กาหนด ๑ นาที ที่ระยะ ๓๐๐ หลา, ๒ นาที ท่ีระยะ ๔๐๐ หลา ๒ นาที
ที่ระยะ ๕๐๐ หลา ทหารแตล่ ะคนจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายท้งั ๓ ระยะรวมกนั อยา่ งนอ้ ย
๓๐ นดั จาก ๔๐ นดั โดยแบง่ ดงั น้ี : ระยะ ๓๐๐ หลา ๑ นาที; ยงิ ถูก ๘ จาก ๑๐ นดั
ระยะ ๔๐๐ หลา ๒ นาที; ยงิ ถูก ๑๒ จาก ๑๕ นดั ระยะ ๕๐๐ หลา ๒ นาที; ยงิ ถูก
๑๐ นดั จาก ๑๕ นดั
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อแผน่ เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนโดยใชก้ ารยงิ เร็วในแบบก่ึงอตั โนมตั ิ

เง่อื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ในสนามระยะ ๒๕ เมตร ใช้ ปลย. ทาโวร์
แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๑ ซอง ๒๐ นดั เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนสาหรับยงิ จบั เวลา;
ใชท้ า่ นอนยงิ มีเครื่องหนุนรอง, ยงิ ๑ นดั ท่ีเป้ ารูปหุ่น ๑ ตวั โดยใชก้ ารยงิ เร็ว
(เป้ ารูปหุ่นมี ๑๐ ตวั )

หมายเหตุ : การฝึกยงิ เร็วน้ีกระทา ๒ คร้ัง : การยงิ คร้ังแรก จะทาการยงิ ภายในกาหนดเวลา
๔๐ วนิ าที, การยงิ คร้ังที่ ๒ จะทาการยงิ ภายในกาหนดเวลา ๓๐ วนิ าที หลงั จากจบ
การยงิ แตล่ ะคร้ังใหท้ หารตรวจเป้ าและปิ ดเป้ า

มาตรฐาน : ทหารแตล่ ะคนตอ้ งยงิ ถูกเป้ าอยา่ งนอ้ ย ๑๔ นดั
กจิ เฉพาะ : ทาการยงิ ต่อแผน่ ภาพพ้ืนที่เป้ าหมาย (ยอ่ ส่วน) โดยใชเ้ ทคนิคการยงิ ขม่
เงอ่ื นไข : ทาการฝึกยงิ ในเวลากลางวนั ในสนามทราบระยะ ๒๕ เมตร ใช้ ปลย. ทาโวร์

แบบ ทาร์ ๒๑ แผน่ ภาพพ้ืนท่ีเป้ าหมายสาหรับการยงิ ในสนาม ๒๕ เมตร , กระสุน
๑ ซอง บรรจุ ๑๕ นดั , ๑ ซองบรรจุ ๑๐ นดั และ ๓ ซอง บรรจุซองละ ๕ นดั , ใชท้ ่า
ยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง , ยงิ ในแบบยิงเร็วก่ึงอตั โนมตั ิ ทาการยงิ ๙ นดั ไปยงั พ้ืนที่
เป้ าหมาย “หนา้ ตา่ งท่ีเปิ ดอย”ู่ ทาการยงิ ๑๒ นดั ไปยงั พ้ืนท่ีเป้ าหมาย “แนวร้ัวและ
กาแพงเต้ีย” ตอ่ จากน้นั ใชก้ ารยงิ ในแบบอตั โนมตั ิ ชุดละ ๓ นดั ไปยงั พ้นื ที่เป้ าหมาย
“ป้ อมผบู้ งั คบั รถถงั ”

- ๑๕๖ -

มาตรฐาน : ทหารแต่ละคนตอ้ งยงิ ถูกเป้ าหมายที่เป็นรูปรอยเส้นประบริเวณแนวร้ัวกาแพงเต้ีย
อยา่ งนอ้ ย ๑๐ นดั ภายใน ๒๔ วนิ าที ยงิ ถูกเป้ าหมายรูปรอยเส้นประที่หนา้ ต่างเปิ ด
อยา่ งนอ้ ย ๕ นดั ภายใน ๑๘ วนิ าที ยงิ ถูกบริเวณป้ อมผบู้ งั คบั รถถงั อยา่ งนอ้ ย ๓ นดั
(ไมจ่ ากดั เวลา)

กจิ เฉพาะ : ใชเ้ ทคนิคการยงิ แบบอตั โนมตั ิยงิ ต่อเป้ าหมาย

เงือ่ นไข : ใช้ ปลย. ทาโวร์ แบบ ทาร์ ๒๑ กระสุน ๓๖ นดั และแผน่ เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนสาหรับ
การยงิ ระยะ ๒๕ เมตร ใชท้ ่ายงิ แบบการยงิ ปก.เอม็ .๖๐ ดดั แปลง หรือ ทา่ ยงิ ปก.
เอม็ .๖๐ แบบมีเครื่องหนุนรอง

มาตรฐาน : ทหารตอ้ งทาการยงิ เป็ นชุด ๆ ละ ๓ นดั และยงิ ถูกเป้ ารูปหุ่นอยา่ งนอ้ ย ๕ ตวั โดย
ทหารจะตอ้ งแสดงท่าการบงั คบั ปื นท่ีถูกตอ้ งขณะทาการยิงแบบอตั โนมตั ิน้นั

ก-๗ การยิงด้วยกระสุนจริงเป็ นหน่วย
การฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงเป็นหน่วยจะตอ้ งมีการวางแผน เตรียมการ และปฏิบตั ิตามแนว

ทางการวางแผนการฝึกของหมู่ และหมวดปื นเล็กของทหารราบ ภาพของการฝึกจะคลา้ ยกบั ภาพการ
รบในสถานการณ์จริง ซ่ึงจะทาใหท้ หารตอ้ งใชก้ ารปฏิบตั ิท่ีใกลเ้ คียงกบั ความเป็นจริงในสนามรบ

ในระหวา่ งการฝึกน้ี ทหารยงั ตอ้ งระลึกเสมอวา่ ใชห้ ลกั พ้นื ฐานของการยงิ ปื นยงั คงเป็น
เช่นเดียวกบั การฝึกยงิ ในสนามยงิ ปื น บ่อยคร้ังทีเดียวท่ีทหารส่วนใหญ่ไม่คานึงถึงหลกั พ้นื ฐานของ
การยงิ ปื น เมื่อตอ้ งตกอยภู่ ายใตค้ วามกดดนั ในสนามรบ ดงั น้นั ทหารท่ีเขา้ รับการฝึกจะตอ้ งทราบผล
ของการยงิ ปื นเมื่อเขา้ ทาการฝึกในสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ีเป็นหน่วย เพ่อื เปรียบเทียบกบั ผลการยงิ ใน
สนามฝึกยงิ ปื น และนอกจากน้ียงั ตอ้ งมีการวจิ ารณ์ถึงขีดความสามารถในการคน้ หาและยงิ ถูก
เป้ าหมาย การยงิ เป็นพ้ืนที่ การยงิ ฉบั พลนั การเลือกใชท้ า่ ยิงท่ีเหมาะสม การปฏิบตั ิตามคาสัง่ ยงิ ของ
ผบ.หน่วย และมาตรการรักษาความปลอดภยั การฝึกยงิ แหง้ หรือการซกั ซอ้ มใชเ้ คร่ืองช่วยฝึกดว้ ยแสง
เลเซอร์ จะตอ้ งปฏิบตั ิตามข้นั ตอน ไม่มีการขา้ มหรือลดั ข้นั ตอนเดด็ ขาด

ตอ้ งใชผ้ สู้ ังเกตการณ์และประเมินผลจานวนพอเพียงที่จะสังเกตการณ์ปฏิบตั ิของทหารภายใน
หน่วย และใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั ผปู้ ระเมินผลจะตอ้ งรู้และเขา้ ใจปัญหาและสถานการณ์ฝึกที่ต้งั ของ
เป้ าหมาย แผนการปฏิบตั ิ ของฝ่ ายเดียวกนั และ รปจ. ผปู้ ระเมินผล ตอ้ งติดตามทหารไปเพื่อดูการ
คน้ หาเป้ าหมาย , การยงิ เป้ าหมายท่ีปรากฏภายในเขตรับผิดชอบ ท้งั ผปู้ ระเมินผลยอ่ มมีความรู้ความ
เขา้ ใจในหลกั พ้นื ฐานของการยงิ ปื นเป็นอยา่ งดี จึงจะสามารถคน้ หาขอ้ บกพร่องและวจิ ารณ์การปฏิบตั ิ
หลงั การจบการฝึกได้

ก-๘ การฝึ กเพอ่ื ดารงขีดความสามารถของหน่วย
การฝึกยงิ เบ้ืองตน้ เพยี งอยา่ งเดียวจะไมส่ ามารถดารงขีดความสามารถในการยงิ ปื นของหน่วย

ไวไ้ ด้ ทกั ษะในการยงิ ปื นของทหารจะค่อย ๆ ลดลงภายใน ๒ เดือน และความรู้ในเรื่องอาวธุ ศึกษาจะ
คอ่ ย ๆ หมดไปเพราะการหลงลืม การฝึกยงิ แหง้ จะเป็นวธิ ีการหน่ึงท่ีทาใหพ้ ้ืนฐานในการยงิ ปื นยงั คง
ดารงอยู่

- ๑๕๗ -
ทหารใหมท่ ุกคนควรจะไดร้ ับมอบหมายใหร้ ับผดิ ชอบ ปลย. และทาการฝึกยงิ จดั กลุ่มปรับ
ศนู ยแ์ ละยงิ เพื่อบนั ทึกผลแบ่งช้นั คุณวฒุ ิ การฝึกหลาย ๆ แบบที่ไม่ตอ้ งใชก้ ารยงิ กระสุนจริง จะช่วย
เสริมใหก้ ารฝึกยงิ ประสบผลสาเร็จ
หมายเหตุ : การฝึกเรื่องอาวธุ ศึกษาและการทางานของกลไก จะช่วยใหก้ ารปรนนิบตั ิ
บารุงเป็นไปอยา่ งไดผ้ ล ปัญหาและขอ้ บกพร่องในการยงิ ปื นของทหารตอ้ งไดร้ ับความสนใจเป็นพเิ ศษ
เม่ือทาการฝึกยงิ ปื นในสนามยงิ ปื น การท่ีใหท้ หารไดม้ ีโอกาสเห็นและรู้ผลการยงิ ที่เป้ าดว้ ยตนเอง จะ
ทาใหเ้ กิดประโยชนแ์ ละพฒั นาการฝึกไดด้ ี
ก-๙ ตวั อย่างของแนวทางการประเมินค่าผลการฝึ ก
คาถามตอ่ ไปน้ีเป็ นตวั อยา่ งของการต้งั คาถามในใจของผบู้ งั คบั บญั ชา เพ่อื ช่วยในการ
ประเมินผลการฝึกยงิ ปื นของกาลงั พลในหน่วย และสภาพความพร้อมของอาวธุ เบาภายในหน่วย
ก. แนวทางการประเมินค่าของผ้บู ังคับบญั ชา/ผ้บู งั คับหน่วยในเรื่องการยงิ ปื น

๑) ทา่ นไดก้ าหนดลาดบั ความสาคญั ของขีดความสามารถในการยงิ ปลย. (อาวธุ เบา)
ภายในหน่วยหรือไม่ ? ฝ่ ายอานวยการและหน่วยรองของท่านไดใ้ หค้ วามร่วมมือในการลาดบั
ความสาคญั น้ีหรือไม่ ? การฝึ กยงิ ปลย. จะช่วยใหห้ น่วยของท่านปฏิบตั ิภารกิจในสนามรบไดส้ าเร็จ
หรือไม่ ?

๒) ท่านไดเ้ ขา้ ใจความมุ่งหมายและวตั ถุประสงคข์ องการยงิ ปื นเพ่อื บนั ทึกผลและจดั ช้นั
คุณวฒุ ิหรือไม่ ? ผบ.หน่วยรอง ไดม้ ีการประเมินคา่ ขีดความสามารถการยงิ ปื นของกาลงั พลอยา่ ง
ถูกตอ้ งหรือไม่ ? เพียงใด ?

๓) ท่านคิดวา่ การประเมินขีดความสามารถการยงิ ปื นของกาลงั พลภายในหน่วยเป็ นส่ิง
หน่ึงท่ีช่วยใหท้ ่านไดล้ ่วงรู้ถึงสถานภาพของความรู้ความสามารถในการใชอ้ าวธุ ทหารราบอ่ืน ๆ
หรือไม่ ?

๔)จะใชห้ ลกั สูตรยงิ ปื นเพ่อื บนั ทึกผลจดั ช้นั คุณวฒุ ิหลกั สูตรใด เพอ่ื ประเมินค่าขีด
ความสามารถในการยงิ ปื นและความพร้อมรบของหน่วยของท่าน ?

ก) มีการใชส้ นามยงิ ปื นทานองรบระยะ ๓๐๐ หลา หรือ สนามยงิ ปื นระยะ ๒๕ เมตร
ประกอบเป้ าหุ่นยอ่ ส่วนหรือไม่ ?

ข) จะใชว้ ธิ ีการฝึกอยา่ งไร ? ปฏิบตั ิตามระเบียบข้นั ตอนของหลกั สูตรหรือไม่ ?
ค) ผใู้ ดจะทาการรวบรวมและบนั ทึกขอ้ มลู
๕) ท่านไดท้ าความเขา้ ใจความมุง่ หมายและวตั ถุประสงคข์ องการฝึกอาวธุ ศึกษาเบ้ืองตน้
หรือไม่ ?
ก) วชิ าอาวธุ ศึกษาเบ้ืองตน้ จะใหท้ กั ษะและความชานาญแก่ทหารในเรื่องใด ?
ข) ทหารในหน่วยของทา่ นแสดงออกซ่ึงความรู้ความเขา้ ใจในวชิ าอาวธุ ศึกษา
หรือไม่ ?

- ๑๕๘ -
๖) ทหารไดป้ รนนิบตั ิบารุงอาวธุ ปลย. และซองกระสุนตามวธิ ีการที่บ่งบอกไวใ้ นคู่มือ
ทางเทคนิคหรือไม่ ? ทหารมีคู่มือดงั กล่าวหรือไม่
๗) ทหารไดต้ รวจสภาพการใชง้ านของ ปลย. และซองกระสุนก่อนใชท้ าการฝึกหรือไม่ ?
การตรวจสภาพและการปรนนิบตั ิบารุงถูกวธิ ีหรือไม่ ? ไดผ้ ลหรือไม่ ?
๘) ทหารไดแ้ สดงออกหรือเขา้ ใจระบบการทางานของกลไกของอาวธุ และขีด
ความสามารถของอาวธุ หรือไม่ ?
๙) ทหารสามารถใชก้ ารปฏิบตั ิฉบั พลนั เพ่ือแกไ้ ขเหตุติดขดั อยา่ งไดผ้ ล และทาการยงิ
ต่อไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วหรือไม่ ? ในระหวา่ งการฝึกแหง้ ทหารสามารถปฏิบตั ิดงั กล่าวไดห้ รือไม่ ?
๑๐) ทหารทาการยงิ ปื นโดยใชอ้ าวธุ ของตนท่ีไดร้ ับมอบหมายเป็นอาวธุ ประจากาย
หรือไม่ ?

ก) มีการเปลี่ยนอาวธุ ประจากายบอ่ ยคร้ังเพยี งใด ?
ข) มีการบนั ทึกขอ้ มูลการปรับศนู ยห์ รือไม่ ?
๑๑) ทหารของท่านสามารถใชห้ ลกั พ้ืนฐานของการยงิ ปื นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและต่อเนื่อง
หรือไม่ ? มาตรฐานระดบั ใด ? ในระหวา่ งการฝึกต่อไปน้ีทหารไดแ้ สดงออกถึงขีดความสามารถใน
การใชห้ ลกั การดงั กล่าวหรือไม่ ?
ก) ระหวา่ งการฝึกยงิ แหง้
ข) ระหวา่ งการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริง
ค) ระหวา่ งการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงในสนามระยะ ๒๕ เมตร
ง) ระหวา่ งการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงในสนามทราบระยะ
๑๒)ทหารของท่านสามารถทาการยงิ ปรับศูนยร์ บ โดยใชอ้ าวธุ ประจากายของตนไดผ้ ล
หรือไม่ ?
ก) ทหารเขา้ ใจวธิ ีการปรับศูนยห์ รือไม่ ?
ข) ทหารบนั ทึกขอ้ มลู การปรับศนู ยห์ รือไม่ ? ถา้ ทาทาอยา่ งไร ? เพ่อื อะไร ?
ค) ไดม้ ีการบนั ทึกวนั เวลาในการปรับศูนยค์ ร้ังสุดทา้ ยไวห้ รือไม่ ? ท่านจะตรวจสอบ
ไดอ้ ยา่ งไร ?
๑๓) ทหารของทา่ นไดแ้ สดงออกถึงความรู้ความเขา้ ใจผลของแรงลม แรงดึงดูดของโลก
เม่ือตอ้ งทาการยงิ ในระยะถึง ๓๐๐ เมตรหรือไม่ ? ทหารไดร้ ับขอ้ มลู ยอ้ นกลบั จากการยิงของตน
หรือไม่ ? อยา่ งไร ?
๑๔) ทหารของทา่ นสามารถตรวจการณ์คน้ หาเป้ าหมายในพ้นื ที่รับผิดชอบของตนได้
ตลอดระยะ ๓๐๐ เมตร หรือไม่ ? ถา้ ทาไมไ่ ด้ เพราะเหตุใด ?
๑๕) ทหารของท่านสามารถทาการยงิ ต่อเป้ าเดี่ยวและเป้ าหลายตวั ภายในเวลาจากดั โดย
ใชท้ า่ ที่มีเคร่ืองหนุนรอง และไม่มีเคร่ืองหนุนรอง ในระยะ ๓๐๐ เมตร ไดผ้ ลหรือไม่ ? ถา้ ทาไม่ได้ เป้ า
ระยะใดที่ไมไ่ ดท้ าการยงิ ? เป้ าระยะใดที่ยงิ พลาด ? เพราะเหตุใด ?

- ๑๕๙ -
๑๖) ในระหวา่ งการฝึกเป็นบุคคลและเป็นหน่วยน้นั ทหารไดแ้ สดงออกถึงวจิ ารณญาณใน
การใชก้ ระสุนยงิ ตอ่ เป้ าหมายท้งั หมดหรือไม่ ? ทหารใชก้ ระสุนมากกวา่ ๑ นดั ทาการยงิ เป้ าเด่ียว
หรือไม่ ? เป้ าระยะใด ? ทาไมจึงปฏิบตั ิเช่นน้นั
๑๗) ตามเกณฑค์ ะแนนสาหรับจดั ช้นั คุณวฒุ ิ ทหารของท่านส่วนใหญอ่ ยใู่ นช้นั คุณวฒุ ิ
ใด ?

ก) อยใู่ นระดบั คะแนนตน้ คือ การยงิ ปื นดีหรือไม่ ?
ข) อยใู่ นระดบั คะแนนสูง คือ พลแมน่ ปื น ผเู้ ช่ียวชาญหรือไม่ ?
ค) คะแนนรวมในการฝึกยงิ เป็นหน่วยในสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี จานวนเท่าใด ?
๑๘) ทหารของท่านไดแ้ สดงออกถึงขีดความสามารถในการยงิ ปื นในเวลากลางคืนการ
คน้ หาเป้ าหมาย การวเิ คราะห์เป้ าหมาย และการใชเ้ ทคนิคการยงิ ในเวลากลางคืนหรือไม่ ? ตลอดจน
การยงิ โดยใชเ้ คร่ืองช่วยมองเห็นในเวลากลางคืน ทหารปฏิบตั ิไดผ้ ลเพยี งใด ?
๑๙) ทหารของทา่ นไดแ้ สดงออกถึงขีดความสามารถในการยงิ ในสถานการณ์ที่มี นชค.
ไดใ้ นระดบั ใด ท้งั ขีดความสามารถเป็นบุคคลและเป็นหน่วย ?
๒๐) ทหารของท่านไดแ้ สดงออกถึงขีดความสามารถในการยงิ เป้ าเคล่ือนที่เพยี งใด ? ถา้
ทหารไมส่ ามารถยงิ ถูกเป้ าเคล่ือนที่ไดเ้ ลย ทา่ นไดจ้ ดั ใหม้ ีการฝึกยงิ เป้ าเคล่ือนที่หรือไม่ ?
๒๑) ทา่ นไดพ้ จิ ารณาให้มีการฝึกเพ่ือเพิ่มทกั ษะการยงิ ปื นในระหวา่ งการฝึกทางยทุ ธวธิ ี
และการฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงเป็นหน่วยหรือไม่ ? ถา้ มีไดม้ ีการฝึกยงิ ข่มและทาลาย การยงิ เร็วในแบบ
ก่ึงอตั โนมตั ิ และทาการยงิ แบบอตั โนมตั ิหรือไม่ ? ใชก้ ารระบุกิจเฉพาะและการประเมินค่าการฝึก
อยา่ งไร ?
๒๒) ในสายตาของทา่ น เม่ือไดว้ ิเคราะห์ดูจากการฝึกและผลการยงิ แลว้ คิดวา่ ทกั ษะการ
ยงิ หรือกิจเฉพาะใดที่จะแสดงใหเ้ ห็นถึงความพร้อมรบ ?
ก) ในการฝึกควรเนน้ ทกั ษะดา้ นใด ? เนน้ ต่อกาลงั พลในดา้ นใด ? เนน้ ต่อ ผบ.หน่วย
ในดา้ นใด ?
ข) วตั ถุประสงคข์ องท่านคืออะไร
๒๓) ท่านไดม้ อบหมายใหใ้ ครหรือจะมอบหมายใหใ้ ครทาการฝึก ครูฝึก/ผฝู้ ึก ?
ก) จะเนน้ ทกั ษะในเร่ืองใดใหก้ บั ครูฝึก
ข) ครูฝึก/ผฝู้ ึก ไดฝ้ ึกทกั ษะในเรื่องน้นั หรือไม่ ?
ค) ครูฝึก/ผฝู้ ึก ไดม้ ีการฝึกโดยไม่ใชก้ ารยงิ ก่อนหรือไม่ ?
ง) ไดใ้ ชเ้ ครื่องมือและเครื่องช่วยฝึกอะไรบา้ ง ?

- ๑๖๐ -
๒๔) ท่านไดใ้ หค้ วามช่วยเหลือในการแกไ้ ขปัญหาขอ้ ขดั ขอ้ ง และช่วยเหลือการ
บริหารงานการฝึกใหก้ บั นายทหารผฝู้ ึกและนายสิบที่เป็นครูฝึกไดห้ รือไม่ ? อยา่ งไร ?

ก) เคร่ืองมือและเคร่ืองช่วยฝึ กเหล่าน้ี มีความสาคญั ตอ่ การควบคุมการฝึกยงิ ปื นใน
ระดบั ใด – เวลา , เคร่ืองช่วยฝึก , อาวธุ , กระสุน , สนามยงิ ปื น ?

ข) นายสิบท่ีเป็นครูฝึกไดท้ าหนา้ ท่ีของตนไดด้ ีเพียงใด ?

- ๑๖๑ -

ผนวก ข

การฝึ กค้นหาเป้ าหมาย

รายละเอียดในผนวกน้ี จะกล่าวถึงดว้ ยขอ้ มูลเกี่ยวกบั การฝึกทกั ษะเทคนิคต่างๆในการคน้ หา
เป้ าหมาย การสร้างสนามในการฝึกคน้ หาเป้ าหมาย และวเิ คราะห์เป้ าหมายอยา่ งถูกวธิ ี

ตอนที่ ๑

การค้นหาเป้ าหมายและการยงิ

การคน้ หาเป้ าหมายเป็นกรรมวธิ ีในการตรวจการณ์เพอ่ื กาหนดจุดท่ีอยู่ การสงั เกต และการ
กะกาหนดระยะทางไปยงั เป้ าหมายในการรบ ไม่วา่ จะเป็นสิ่งที่มีชีวติ เคลื่อนไหว และไม่เคล่ือนไหว
สาหรับทหารส่วนมากแลว้ การคน้ หาเป้ าหมายใหพ้ บถือวา่ เป็นเรื่องท่ีมีความสาคญั มากประการหน่ึง
เพราะเป้ าหมายท่ีเกิดข้ึนน้นั ยงั สามารถบ่งบอกถึงสถานการณ์ หรือสภาวการณ์ของสนามรบในขณะ
ปัจจุบนั และในอนาคต เพอ่ื เป็นการเตรียมการของฝ่ ายเราท้งั ปวง ท่ีจะรองรับต่อปฏิบตั ิการต่างๆท่ีจะ
เกิดข้ึน การเตรียมการสนบั สนุนในดา้ นตา่ งๆ การคน้ หา หรือการตรวจการณ์เพื่อใหไ้ ดม้ าซ่ึงเป้ าหมาย
น้นั เป็นเร่ืองที่ยากกวา่ การยงิ ใหถ้ ูกเป้ าหมายเสียอีก การคน้ หาเป้ าหมายตอ้ งถูกนาไปดาเนินการฝึก
เป็นบุคคลและฝึกเป็นหน่วยทางยทุ ธวธิ ีตลอดจนตอ้ งนาไปสอดแทรกเพิ่มเติมในการฝึ กยงิ ปื นดว้ ย
กระสุนจริงในเวลากลางคืน สถานท่ีสาหรับการฝึกคน้ หาเป้ าหมายน้นั ควรพจิ ารณาใหม้ ีระยะและ
สภาพภมู ิประเทศใกลเ้ คียงกบั ที่ทหารจะตอ้ งพบในการปฏิบตั ิการรบจริง และยงั ตอ้ งพิจารณาให้
สามารถทาการฝึกในเวลากลางคืนไดอ้ ีกดว้ ย

ข-๑ การกาหนดทต่ี ้งั เป้ าหมาย
ความสามารถในการกาหนดท่ีต้งั ของเป้ าหมายในการรบน้นั ข้ึนอยกู่ บั สถานท่ีวางตวั ของ

ทหารและทกั ษะที่ไดร้ ับจากกาฝึกการตรวจการณ์คน้ หาดว้ ยสายตาในพ้ืนท่ีรับผดิ ชอบรวมท้งั การ
วนิ ิจฉยั และการแยกฝ่ ายเราและฝ่ ายขา้ ศึกในเวลากลางวนั และกลางคืน

ข-๒ การเลอื กทว่ี างตัว
ท่ีวางตวั ที่เหมาะสมจะใหพ้ ้นื การตรวจการณ์ท่ีดีท่ีสุด และยงั ใหก้ ารกาบงั และซ่อนพรางกบั

ตวั ผตู้ รวจการณ์ในขณะเดียวกนั ดว้ ย การพจิ ารณาเลือกที่วางตวั สาหรับตรวจการณ์น้นั มีปัจจยั
สาหรับพจิ ารณา ๒ ประการคือ ตาบลท่ีวางตวั สาหรับตรวจการณ์ในทางยทุ ธวธิ ี และสภาพการ
เปิ ดเผยหรือกาบงั และซ่อนพรางของตวั ทหารเองในขณะน้นั

ตามปกติแลว้ ทหารมกั จะไดร้ ับคาสงั่ ใหด้ ดั แปลงที่มน่ั ต้งั รับ แต่ในบางสถานการณ์ (เช่น
ในการเขา้ ตี หรือการจดั ระเบียบ ณ ท่ีหมาย) อาจตอ้ งบงั คบั ใหท้ หารเลือกที่มนั่ เพ่ือวางตวั ดว้ ยตนเอง

ในการฝึกคน้ หาเป้ าหมาย นอกจากเพง่ เลง็ ถึงตาบลท่ีวางตวั ที่ใหก้ ารตรวจการณ์ที่ดีแลว้ ครู
ฝึกยงั ตอ้ งเนน้ ใหท้ หารระลึกถึงท่ี ท่ีอานวยใหท้ หารจดั ทา่ ยงิ ไดอ้ ยา่ งมน่ั คงไปดว้ ยในตวั

- ๑๖๒ -
ข-๓ การตรวจการณ์เป็ นพนื้ ท่ี

เม่ือทหารไดเ้ คลื่อนยา้ ยไปยงั พ้ืนท่ีแห่งใหม่น้นั จะตอ้ งทาการตรวจสอบอยา่ งเร็วท่ีสุดเท่าท่ี
จะกระทาได้ เพอ่ื ใหล้ ่วงรู้ถึงขอ้ มลู ข่าวสาร ทา่ ทีของขา้ ศึก หนทางที่ขา้ ศึกจะปฏิบตั ิอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง
ต่อฝ่ ายเรา การตรวจการณ์ในพ้นื ท่ีรับผดิ ชอบน้ี กระทาโดยการใชส้ ายตาตรวจการณ์อยา่ งรวดเร็วใน
จุดที่น่าสงสัยเป็นหว้ ง ๆ ดีกวา่ ท่ีจะใชก้ ารกวาดสายตาไปทว่ั บริเวณ ธรรมชาติของนยั น์ตาน้นั จะไวต่อ
การเคล่ือนไหวแมเ้ พียงเลก็ นอ้ ยในจุดท่ีใชก้ ารเพง่ มอง ซ่ึงในกรณีน้ีทหารจะตอ้ งใชก้ ารเพง่ มองท่ีจุด
ใดจุดหน่ึงที่กาหนดไว้

ถา้ หากทหารไม่สามารถตรวจการณ์พบขา้ ศึกในคร้ังแรก ก็จะตอ้ งเปล่ียนวธิ ีการเป็นการใช้
การตรวจการณ์เป็นระยะส้นั ๆ ออกไปขา้ งหนา้ โดยใหช้ ่วงระยะดงั กล่าวคาบเกี่ยวกนั ไป (รูปท่ี ข-๑)
ปกติแลว้ พ้ืนที่บริเวณใกลต้ วั ทหารยอ่ มจะเก้ือกลู ตอ่ อนั ตรายท่ีจะเกิดข้ึนกบั ทหารคนน้นั ไดม้ ากท่ีสุด
ดงั น้นั การเริ่มตรวจการณ์คน้ หาจึงควรเร่ิมจากพ้นื ท่ีใกลต้ วั ทหารและที่วางตวั ของทหารก่อน

โดยการเริ่มจากปี กดา้ นใดดา้ นหน่ึง ทหารตรวจการณ์ไปยงั ภมู ิประเทศตรงหนา้ โดยใชม้ ุม
๑๘๐ องศา ระยะไกลออกไป ๕๐ เมตร เม่ือตรวจการณ์ไปจนถึงปี กดา้ นตรงขา้ ม ใหท้ หารตรวจการณ์
ไกลออกไปอีก ๕๐ เมตร แต่มีช่วงของการคาบเก่ียวกบั ระยะเดิมอยปู่ ระมาณ ๑๐ เมตร ใหท้ หาร
ปฏิบตั ิเช่นน้ีไปเรื่อยจนทวั่ พ้ืนที่รับผดิ ชอบของตน

รูปที่ ข-๑
การตรวจการณ์ค้นหาในภูมิประเทศโดยมีช่วงการคาบเก่ียวเพอ่ื ค้นหาเป้ าหมาย

- ๑๖๓ -
เพ่ือใหก้ ารตรวจการณ์ทางขา้ งไดเ้ กิดผลสูงสุด ใหท้ หารพิจารณาเลือกจาตาบลที่คาดวา่ ขา้ ศึก
จะใชเ้ ป็นท่ีกาบงั หรือที่ซ่อนตวั อยู่ เมื่อทหารตรวจการณ์จากปี กซา้ ยไปขวา หรือขวาไปซา้ ยใหจ้ า
ตาบลตา่ ง ๆ น้นั ไว้ เม่ือตรวจการณ์ไปทวั่ บริเวณแลว้ ในคร้ังแรก ข้นั ต่อไปทหารจะตอ้ งใชเ้ ทคนิคการ
เพง่ มองอยา่ งรวดเร็วตามตาบลตา่ ง ๆ ดงั กล่าวน้นั โดยใชก้ ารเพง่ มองทีละตาบลไปเรื่อย ๆ ทว่ั บริเวณ
การปฏิบตั ิเช่นน้ีในคร้ังแรก ๆ อาจไมพ่ บส่ิงผดิ ปกติหรือการเคล่ือนไหวของขา้ ศึก ทหารจะตอ้ ง
ปฏิบตั ิซ้ากนั หลาย ๆ คร้ัง ถา้ หากทหารไดล้ ะสายตาหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อ่ืน ๆ ชวั่ ระยะเวลา
หน่ึง ทหารจะตอ้ งเริ่มตน้ การปฏิบตั ิการตรวจการณ์คน้ หาขา้ ศึกใหมเ่ ช่นเดียวกบั ในคร้ังแรกในพ้ืนท่ี
รับผดิ ชอบของตน

ข-๔ การปรากฏสิ่งบอกเหตุแก่ฝ่ ายตรงข้าม
การปรากฏสิ่งบอกเหตุกค็ ือ การที่ทหารไดก้ ระทาหรือละเวน้ การกระทาในอนั ที่ส่งผลให้

เปิ ดเผยตวั หรือที่วางตวั ของตนต่อฝ่ ายตรงขา้ ม จากสิ่งบอกเหตุต่าง ๆ ซ่ึงทหารไดส้ ังเกตเห็นวา่ เป็น
สิ่งผดิ ปกติที่นาไปสู่การเปิ ดเผยตวั น้นั ทหารจะตอ้ งนาประสบการณ์น้นั ไปใชเ้ พอ่ื ป้ องกนั ตนไม่ให้
ฝ่ ายขา้ ศึกตรวจการณ์พบได้ สิ่งบอกเหตุต่างๆ น้ี อาจแบ่งออกไดเ้ ป็ น ๓ พวก ไดแ้ ก่ : เสียง การ
เคลื่อนไหว และรูปร่างท่ีไม่กลมกลืนกบั สิ่งแวดลอ้ ม

ก. เสียง เสียงจะเปิ ดเผยหรือแสดงที่อยขู่ องเป้ าหมายเป็นบริเวณกวา้ ง ๆ (เสียงฝีเทา้ เสียงไอ
หรือจาม หรือเสียงจากยทุ โธปกรณ์) ซ่ึงจะระบุถึงทิศทางและที่ต้งั เป็นบริเวณ ซ่ึงยากตอ่ การที่จะระบุ
เจาะจงลงไปใหแ้ น่ชดั วา่ เป็นท่ีใด แต่อยา่ งไรกต็ ามทหารที่เฝ้ าตรวจการณ์อยา่ งต่อเนื่องและเห็นสิ่ง
ผดิ ปกติอยา่ งอ่ืน ๆ มาก่อนแลว้ ถา้ หากไดย้ นิ เสียงดงั ผดิ ปกติเพิม่ ข้ึนมาอีกอยา่ งหน่ึงกจ็ ะช่วยให้
สามารถกาหนดท่ีต้งั ของเป้ าหมายไดแ้ น่ชดั ข้ึน

ข. การเคลอื่ นไหว การคน้ หาเป้ าหมายที่กาลงั เคลื่อนท่ีอยนู่ ้นั จะมีความยากหรือง่ายข้ึนอยู่
กบั อตั ราความเร็วของการเคลื่อนท่ีเป็นสาคญั การเคล่ือนไหวอยา่ งระมดั ระวงั และเช่ืองชา้ จะทาใหถ้ ูก
ตรวจการณ์คน้ พบไดย้ ากกวา่ การเคลื่อนไหวอยา่ งรวดเร็วและไมร่ ะมดั ระวงั เทคนิคการตรวจการณ์
คน้ หาเป้ าหมายที่กล่าวมาแลว้ น้นั เหมาะสาหรับการใชค้ น้ หาป้ าหมายเคลื่อนท่ี

ค. รูปร่างทไี่ ม่กลมกลนื กบั ส่ิงแวดล้อม การพรางท่ีไม่เหมาะสมและการซ่อนเร้นกาบงั
ร่างกายท่ีไมด่ ีพอเพยี งจะทาใหท้ หารตอ้ งเปิ ดเผยตวั ต่อฝ่ ายตรงขา้ ม แสงสะทอ้ นจากผวิ ของวสั ดุที่มี
ความมนั วาว หรือการทาตวั ตดั กบั พ้นื ท่ีฉากหลงั ของจุดท่ีวางตวั จะเป็ นที่สงั เกตพบไดง้ ่าย คาแนะนา
ในการพรางจะบง่ ถึงสิ่ง ๓ ส่ิงดงั กล่าวต่อไปน้ี :

๑) แสง วสั ดุตา่ ง ๆ เช่น หวั เขม็ ขดั หรือวตั ถุที่เป็นโลหะสะทอ้ นแสง จะบ่งช้ีตาบลที่อยู่
ของทหารหรือผทู้ ่ีสวมใส่หรือถือสิ่งของน้นั ๆ อยู่ ส่ิงต่าง ๆ ดงั กล่าวน้นั จะตอ้ งถูกพราง ขอ้ น้ีควร
ระมดั ระวงั ท้งั ในเวลากลางวนั และกลางคืน

๒) รูปร่าง ร่างกายคนและส่ิงอุปกรณ์ทางทหารหลาย ๆ อยา่ ง จะมีรูปร่างท่ีคุน้ ตาของ
ทหาร คุณสมบตั ิในขอ้ น้ีจะข้ึนอยกู่ บั สภาพของทศั นวสิ ยั ในขณะน้นั ดว้ ยในวนั ที่มีทศั นวสิ ัยดีน้นั

- ๑๖๔ -
ทหารจะสามารถตรวจการณ์เห็นรูปร่างของขา้ ศึกหรือยทุ โธปกรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏได้ แตใ่ นขณะที่
ทศั นวสิ ยั จากดั จะตรวจการณ์เห็นไดไ้ มช่ ดั และบางคร้ังอาจเกิดการเขา้ ใจผดิ กไ็ ด้ ดงั น้นั ในเม่ือ
ทศั นวสิ ัยกระจ่างชดั แลว้ ทหารควรเรียนรู้และจดจาสภาพภมู ิประเทศไวใ้ หด้ ี

๓) ความไม่กลมกลืน ความไม่เหมือนธรรมชาติ และการตดั กนั หรือส่ิงท่ีเป็นตรงขา้ มกนั
ถา้ หากทหารสวมเคร่ืองแบบสีเขม้ แลว้ เดินไปอยหู่ นา้ ฉากหลงั ที่เป็นสีอ่อนหรือท่ีสวา่ ง สองสิ่งที่กล่าว
น้ีจะทาใหก้ ารตรวจการณ์คน้ หากระทาไดง้ ่ายข้ึน การตดั กนั หรือสิ่งท่ีเป็นตรงขา้ มน้ีเป็ นสิ่งที่
หลีกเลี่ยงไดย้ าก ไม่มีเครื่องแบบชุดพรางแบบใด ที่จะกลมกลืนกบั พ้นื ฉากหลงั ทุกชนิดได้ ดงั น้นั
ทหารจะตอ้ งพิจารณาสภาพแวดลอ้ มและพืชพรรณไมโ้ ดยรอบให้ดี ดินท่ีถูกขดุ ข้ึนมาใหม่ ๆ บริเวณ
รอบ ๆ หลุมบุคคลจะเป็นท่ีสังเกตเห็นไดช้ ดั ถึงแมว้ า่ จะใชว้ สั ดุมาทาการพราง แต่ก็ควรระวงั ในเรื่อง
น้ีเพราะวสั ดุน้นั อาจเปล่ียนแปลงสภาพได้ เช่น ก่ิงไม้ หรือใบไมท้ ่ีถูกตดั และนามาพรางบริเวณหลุม
น้นั ยอ่ มจะตอ้ งเห่ียว เฉา และเปลี่ยนสีไป นอกจากน้ีบริเวณท่ีถูกตดั ก่ิงไมห้ รือใบไมอ้ อกไปจนเป็ นที่
สงั เกตกอ็ าจเป็ นส่ิงบอกเหตุใหส้ ามารถคน้ หาที่ต้งั ของหลุมบุคคลท่ีอยใู่ กลเ้ คียงน้นั ได้

ข-๕ การหมายตาบลของเป้ าหมาย

เม่ือทหารสามารถตรวจการณ์คน้ พบเป้ าหมายไดแ้ ลว้ ก็ควรที่จะหมายตาบลน้นั ไวโ้ ดยใชก้ าร
อา้ งจากภูมิประเทศเด่นชดั หรือส่ิงปลูกสร้าง หรือส่ิงที่มนุษยส์ ร้างข้ึนที่สงั เกตเห็นไดง้ ่าย แมว้ า่
ทหารสามารถตรวจการณ์พบเป้ าหมายหลาย ๆ เป้ าในเวลาเดียวกนั ก็จะสามารถทาการยงิ ไดค้ ร้ังละ
เป้ าหมายเดียวเท่าน้นั ดงั น้นั การหมายตาบลท่ีสงั เกตเห็นไดเ้ ด่นชดั จึงตอ้ งถูกนามาใช้ การหมายตาบล
น้ีใชเ้ ทคนิคการกาหนดจุดอา้ ง จุดอา้ งหรือตาบลเล็งท่ีเหมาะสมน้นั ควรจะเป็ นจุดที่พลยงิ สามารถทา
การยา้ ยหรือเปล่ียนทิศทางการยงิ มาทางขา้ งท่ีเป็นจุดอา้ งไดง้ ่ายและมีความสะดวกต่อการยงิ มายงั
เป้ าหมาย จะตอ้ งเป็นจุดที่ง่ายตอ่ การที่ฝ่ ายเราจะกระทาการเล็งและยงิ จุดอา้ งน้ี เช่น ตน้ ไมใ้ หญ่ ซ่ึง
ง่ายต่อการใชก้ ระสุนจริงทาการยงิ ช้ีเป้ าใหท้ หารคนอ่ืนเห็นจุดอา้ งน้นั ได้ การกาหนดจุดอา้ งน้นั ข้ึนอยู่
กบั ปัจจยั ประกอบต่าง ๆ ดงั น้ี :

ก. จานวนของเป้ าหมาย ถา้ หากเป้ าหมายหลายเป้ าหมายไดป้ รากฏข้ึนพร้อม ๆ กนั และ
หายไปพร้อม ๆ กนั และไม่สามารถสังเกตเห็นตาบลท่ีปรากฏและหายไปของเป้ าหมายได(้ เป้ าหมาย
เกิดข้ึนจานวนมาก ในหลายๆ จุด ในเวลาเดียวกนั ) ทาใหเ้ กิดความสับสนต่อการจดจา

ข. เวลาการปรากฏของเป้ าหมาย โดยทวั่ ไปแลว้ เป้ าหมายเคลื่อนที่มกั จะปรากฏข้ึนในหว้ ง
เวลาส้ัน ๆ ดงั น้นั ทหารจะตอ้ งตื่นตวั อยเู่ สมอและตอ้ งจดจาตาบลที่เป้ าหมายน้นั หายไปได้ เป้ าหมาย
ใดที่ปรากฏตวั ในระยะเวลาท่ีส้ันมาก จะทาใหก้ ารตรวจการณ์ท่ีไม่ดีอยแู่ ลว้ ไมเ่ กิดผล จนไม่สามารถ
บง่ บอกขอ้ มลู เกี่ยวกบั เป้ าหมายที่เกิดข้ึนไดเ้ ลย

ค.ระยะห่างระหว่างเป้ าหมาย ถา้ เป้ าหมายหลายเป้ ามีระยะห่างระหวา่ งกนั มาก ๆ ก็จะทาให้

ทหารสงั เกตการณ์เคลื่อนไหวของเป้ าหมายน้นั ไดย้ าก ในกรณีน้ีใหท้ หารสงั เกตและจดจาตาบลของ
เป้ าหมายที่อยใู่ กลต้ วั ทหารมากท่ีสุดก่อน

- ๑๖๕ -

ง. จุดเลง็ จุดเล็งอาจจะมีท้งั ท่ีดีและไม่ดี จุดเลง็ ที่ดีน้นั จะเกิดจากตาบลอา้ งหรือจุดอา้ งในภมู ิ
ประเทศที่กาหนดไวท้ ่ีมีระยะห่างใกลเ้ คียงกนั ในกรณีของเป้ าหมายท่ีเกิดข้ึนแลว้ หายไปในจุดหรือ
ตาบลท่ีพลยงิ สามารถสงั เกตเห็นไดช้ ดั เช่น อาคารส่ิงก่อสร้างหรือในภูมิประเทศเด่นชดั จะใหพ้ ลยงิ
ง่ายต่อการจดจาเป้ าหมายท่ีเกิดข้ึน ถา้ ทาไดใ้ หท้ าการจดบนั ทึกไว้ เพอ่ื ทาการยงิ ในโอกาสตอ่ ไป จุด
เลง็ ท่ีไมด่ ีน้นั อาจเกิดมาจากลกั ษณะภูมิประเทศในหลายๆ ประการ ที่ส่งผลใหย้ ากตอ่ การจดจาเพราะ
การจาแนกแยกแยะจะไมม่ ีลกั ษณะภูมิประเทศท่ีเด่นชดั เมื่อเทียบกบั ภมู ิประเทศโดยรอบ ณ จุดวางตวั
เป้ าหมายท่ีมีการเคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนยา้ ยตาแหน่ง แลว้ หายไปบริเวณจุดเลง็ ที่ไมด่ ีน้นั จะยากแก่การ
จดจาและถูกลืมไดง้ ่าย ดงั น้นั เป้ าหมายประเภทน้ีควรจะถูกยงิ ก่อนเป็นลาดบั แรก

ข-๖ วธิ ีการกะระยะ
การกะระยะเป็นกระบวนการคิด การบนั ทึก การจดจา เพ่ือคน้ หาระยะทางระหวา่ งตาบล ๒

ตาบล หรือจุด ๒ จุดในภูมิประเทศที่ทหารวางตวั จุดแรกก็มกั จะเป็นตาบลท่ีวางตวั ของทหารท่ีทา
การตรวจการณ์อยู่ และอีกจุดหน่ึงก็มกั จะเป็นเป้ าหมายที่เกิดข้ึน หรือจุดอา้ งไปยงั เป้ าหมายน้นั ๆ การ
กะระยะน้ีเป็นทกั ษะที่สาคญั ยง่ิ ประการหน่ึงท่ีจะทาใหก้ ารปฏิบตั ิภารกิจลุล่วงไปดว้ ยดี เพราะการกะ
ระยะจะช่วยใหก้ ารยงิ ปื นถูกเป้ าหมายไดง้ ่ายข้ึน นอกจากน้ีแลว้ ยงั จาเป็นตอ่ การรายงานขอ้ มลู
ข่าวสาร ไปยงั หน่วยเหนือสาหรับใชใ้ นการวางแผน การปรับการยงิ ป. และ ค.อีกดว้ ย

เทคนิคหลายประการจะถูกนามาใชใ้ นการกะระยะ เช่น การวดั ระยะบนแผนที่ การนบั กา้ ว
ระหวา่ งการเดินทางจากจุดหน่ึงไปอีกจุดหน่ึง การใชเ้ คร่ืองมือวดั ระยะ แต่อยา่ งไรกต็ ามทหารส่วน
ใหญ่จะไม่มีแผนที่ติดตวั และไม่มีเครื่องมือวดั ระยะ ดงั น้นั เทคนิคการนบั กา้ วจะถูกนามาใชเ้ สมอใน
ระหวา่ งท่ีขา้ ศึกยงั อยหู่ ่างไกลและไม่มีการปะทะ การวาดภาพภูมิประเทศอยา่ งหยาบ ๆ ในพ้ืนที่ที่
ตนเองรับผิดชอบ ตวั อยา่ ง รูปที่ ข-๒ จะแสดงใหเ้ ห็นถึงพ้นื ที่ที่พลยงิ ไดร้ ับแบ่งมอบในการ
ตรวจการณ์ ซ่ึงจะเป็ นภาพวาดแบบหยาบแบบภาพลายเส้นที่ระบุ ระยะและทิศทางจากตวั ทหารไปยงั
ตาบลที่เด่นชดั ในภูมิประเทศน้นั ลกั ษณะทว่ั ไปของภูมิประเทศน้นั เส้นทางการเคล่ือนที่และตาบลที่
คาดวา่ ขา้ ศึกน่าจะใชว้ างตวั มีการกาหนดหมายเลขของภูมิประเทศที่สาคญั หรือท่ีจะใชเ้ ป็นจุดอา้ ง มี
การกาหนดเส้นเขตรับผดิ ชอบดา้ นซา้ ย-ขวาท่ีชดั เจน ไมท่ าใหเ้ กิดความสับสนระหวา่ งทหารท่ีวางตวั
อยดู่ า้ นขา้ ง การเตรียมภาพร่างของภูมิประเทศน้ี ทหารควรจะตอ้ งใชก้ ารนบั กา้ วไปยงั จุดและตาบล
ต่าง ๆ เพ่อื กนั การคลาดเคล่ือน วธิ ีการเตรียมภาพร่างของภูมิประเทศน้ีจะทาใหท้ หารสามารถ
คานวณหาระยะทางไปยงั เป้ าหมายที่ปรากฏข้ึนใกล้ ๆ จุดอา้ งท่ีไดเ้ ตรียมไว้

- ๑๖๖ -

รูปที่ ข-๒ ภาพวาดภูมปิ ระเทศ

ก. เทคนิคการกะระยะเป็ นหน่วย ๑๐๐ เมตร การท่ีจะนาเทคนิคน้ีมาใชไ้ ดน้ ้นั ทหารจะตอ้ ง
ฝึกจดจาระยะที่ปรากฏแก่สายตาในระยะ ๑๐๐ เมตร บนพ้นื ดินไวใ้ หไ้ ด้ เมื่อจะตอ้ งนาไปใชใ้ น
ระยะถึง ๕๐๐ เมตรน้นั ทหารจะตอ้ งใชก้ ารกะระยะเป็นช่วง ๆ ละ ๑๐๐ เมตร

ในระยะ ๕๐๐ เมตร หรือมากกวา่ น้นั ทหารจะตอ้ งเลือกจุดใดจุดหน่ึงเป็ นจุดก่ึงกลาง
ระหวา่ งทางจากตวั ทหารไปยงั ปลายทาง (รูปท่ี ข-๓) จากน้นั ใหแ้ บง่ ระยะทางจากตวั ทหารไปยงั จุดที่
กาหนดเป็นช่วง ๆ ละ ๑๐๐ เมตร ไดก้ ่ีช่วงใหค้ านวณเป็นระยะ เช่น ได้ ๔ ช่วง ๆ ละ ๑๐๐ เมตร เป็น
ระยะคร่ึงทาง ๔๐๐ เมตร แลว้ นาไปคูณ ๒ ก็จะไดร้ ะยะโดยประมาณ ๘๐๐ เมตร (รูปท่ี ข-๓) ใน
ระหวา่ งการฝึกทหารตอ้ งระมดั ระวงั ปัญหาเกี่ยวกบั ความลาดชนั ของพ้ืนที่ ซ่ึงจะมีผลกระทบตอ่ ระยะ
๑๐๐ เมตร เช่น พ้ืนท่ีที่เป็นลาดชันขนึ้ จะทาใหท้ หารกะระยะดว้ ยสายตาไดม้ ากกว่าความเป็นจริง
และในทางตรงกนั ขา้ มพ้นื ท่ีที่เป็นลาดตา่ ลงทหารจะกะระยะไดน้ ้อยกว่าความเป็นจริง

การท่ีจะใชเ้ ทคนิคการกะระยะเป็นหน่วย ๑๐๐ เมตร ให้ไดผ้ ลน้นั ตอ้ งใชก้ ารฝึกฝนอยา่ งมาก
นอกจากน้ีแลว้ ทหารควรไดม้ ีโอกาสเปรียบเทียบการกะระยะดว้ ยสายตากบั ระยะจริงท่ีไดจ้ ากการนบั
กา้ ววดั ระยะหรือวธิ ีการอ่ืน ๆ วธิ ีการฝึกท่ีดีท่ีสุดก็คือ ใหท้ หารไดใ้ ชก้ ารนบั กา้ ววดั ระยะหลงั จากที่ได้
ใชส้ ายตากะระยะแลว้ เพ่อื ใหไ้ ดท้ ราบระยะที่แทจ้ ริงดว้ ยตนเอง วธิ ีการเช่นน้ีไดผ้ ลดีกวา่ การท่ีทหาร
ไดท้ ราบระยะจริงโดยครูฝึกเป็นผบู้ อก

- ๑๖๗ -
ขอ้ เสียประการหน่ึงของการกะระยะเป็นหน่วย ๑๐๐ เมตร กค็ ือ ความแม่นยาถูกตอ้ งน้นั
ข้ึนอยกู่ บั การมองเห็นภมู ิประเทศมากนอ้ ยเพยี งใด ภายในระยะ ๕๐๐ เมตร แตถ่ า้ เป้ าหมายเกิดข้ึน
ในระยะไกลกวา่ ๕๐๐ เมตร และทหารสามารถมองเห็นภูมิประเทศส่วนที่เป็ นพ้ืนดินเพียงบางส่วน
(เนื่องจากส่วนที่เหลืออาจเป็ นที่ต่าหรือหุบลึก หรือถูกหมอกควนั บดบงั ) การใชเ้ ทคนิคการกะระยะ
เป็นหน่วย ๑๐๐ เมตร จะใชไ้ มค่ ่อยไดผ้ ลถูกตอ้ งนกั )
ข.เทคนิคการจาขนาดของส่ิงต่าง ๆ วธิ ีการน้ีเป็นวธิ ีการธรรมดาที่คนทว่ั ไปใชก้ ะระยะใน
ชีวติ ประจาวนั ตวั อยา่ งเช่น ผทู้ ่ีขบั รถยนตต์ อ้ งการจะแซงรถยนตค์ นั หนา้ กจ็ ะตอ้ งกะระยะของ
รถยนตอ์ ีกคนั ท่ีกาลงั วง่ิ สวนทางมาขา้ งหนา้ ผทู้ ่ีทาเช่นน้นั ไดก้ ็โดยอาศยั การจาขนาดของรถยนตใ์ น
ระยะตา่ ง ๆ สมมติวา่ ผขู้ บั รถยนตด์ งั กล่าวสามารถจาขนาดของรถยนตใ์ นระยะ ๑ ไมล์ ไดว้ า่ มีขนาด
กวา้ ง ๑ นิ้ว และสูง ๒ นิ้ว ดงั น้นั เมื่อใดก็ตามถา้ เขาไดเ้ ห็นรถยนตท์ ี่กาลงั วงิ่ สวนทางมามีขนาด
ดงั กล่าวแลว้ เขายอ่ มรู้ไดท้ นั ทีวา่ รถยนตท์ ี่กาลงั วงิ่ สวนทางมาอยหู่ ่างจากเขาเป็นระยะ ๑ ไมล์ วธิ ีการ
น้ีสามารถนาไปใชใ้ นสนามรบไดเ้ ช่นกนั เม่ือทหารสามารถจาขนาดและรายละเอียดของทหารขา้ ศึก
หรือยทุ โธปกรณ์บางอยา่ งในระยะตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยา ทหารคนน้นั ยอ่ มสามารถนาขนาดของคน
หรือสิ่งตา่ ง ๆ น้นั ไปเปรียบเทียบและกาหนดระยะที่ตอ้ งการรู้ได้ เม่ือเห็นคนหรือส่ิงตา่ ง ๆ น้นั ใน
สนามรบ

รูปท่ี ข-๓ เทคนิคและการกะระยะเป็ นหน่วย ๑๐๐ เมตร

- ๑๖๘ -
ค. การใช้ศูนย์หน้าในการกะระยะ ศนู ยข์ อง ปลย. ทาโวร์ ขนาด ๕.๕๖ มม.แบบ ทาร์ ๒๑ มี
ศนู ยท์ ี่ใชใ้ นการยงิ ปื นอยู่ ๒ ระบบ คือ กลอ้ งเล็งสะทอ้ นภาพ MEPRO 21 M และศูนยเ์ ลง็ สารอง ซ่ึง
ประกอบดว้ ย ศนู ยห์ นา้ ( ศนู ยแ์ บบแท่ง) และศนู ยห์ ลงั ( ศูนยร์ ู )

๑) กลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ MEPRO 21M จะมีจุดเล็งสีแดง( red dot ) ที่อยภู่ ายในตวั กลอ้ ง
ที่ไดร้ ับการออกแบบมาสาหรับการเลง็ หาเป้ าหมายไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และทาการยงิ ปื นไดอ้ ยา่ งเม่นยา อยู่
ภายในตวั เลนส์ ขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง ๓๐ มม. ที่ระยะ ๑๐๐ ม. จุดเล็งสีแดงจะมีขนาดเทา่ กบั
๒.๙๐๐๘๘ ซม. แต่ในสภาพของความเป็ นจริงแลว้ สายตาของมนุษยไ์ ม่สามารถท่ีจะมอง จุดเล็งสีแดง
แลว้ มีขนาดเทา่ กบั ความเป็นจริงได้ อนั เน่ืองมาจากความไม่คมชดั ของสายตา การนาจุดเล็งสีแดงเพ่ือ
ใชใ้ นการกะระยะ ซ่ึงศนู ยข์ อง ปลย.ทาโวร์ สามารถท่ีจะนามาใชใ้ นการกะระยะไดเ้ ช่นกนั ซ่ึงในที่น้ี
จะนามาเปรียบเทียบกบั เป้ าหุ่นยอ่ ส่วน แสดงให้เห็นวา่ จุดเล็งสีแดงจะมีขนาดเท่ากบั ขนาดของตวั
ทหารในระยะ ๓๐๐ ม. ซ่ึงเป้ าหุ่นยอ่ ส่วนในระยะน้ีจะมีขนาดลาตวั กวา้ ง ๔ ซม. ดงั น้นั ถา้ เป้ าหมายซ่ึง
เป็นตวั ของทหารขา้ ศึกอยเู่ ลยห่างออกไปในระยะ ๓๕๐ ม. แลว้ ขนาดจุดเลง็ สีแดงจะบงั เป้ าหมายหมด
กฎการจาง่ายที่จะช่วยใหท้ หารสามารถแยกแยะตาบลของขา้ ศึกที่อยหู่ ่างจากตวั ของทหารใหใ้ ชก้ ฎ
ดงั น้ีคือ ถา้ เป้ าหมายรูปคนน้นั เลก็ กว่าจุดเลง็ สีแดงหรือจุด RED DOT ปลย.ทาโวร์ แสดงวา่ เป้ าหมาย
น้นั อยหู่ ่างจากตาแหน่งของพลยงิ เกินกวา่ ๓๐๐ ม. เป้ ารูปหุ่นคนที่ใชใ้ นการฝึกยงิ น้นั ถูกจาลองมาจาก
ขนาดของตวั คนจริงในระยะ ๒๕๐ ม. นอกจากน้ีเป้ ารูปหุ่นคนในระยะตา่ งๆ ที่จาลองใส่ลงในแผน่ เป้ า
สาหรับใชใ้ นการฝึกยงิ น้นั สามารถถูกนามาใชเ้ ปรียบเทียบกบั ขนาดของจุดเล็งสีแดง เพ่ือเป็นการฝึก
การกะระยะโดยการยงิ แหง้ เปรียบเทียบกบั เป้ าหมายของเป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนขนาด ๕๐ ม., ๑๐๐ ม.,
๑๕๐ ม., ๒๐๐ ม., ๒๕๐ ม. และที่ระยะ ๓๐๐ ม. ของสนามทราบระยะ ๒๕ ม. ตามรูปท่ี ข – ๔,
รูปที่ ข – ๕, รูปท่ี ข – ๖, รูปท่ี ข – ๗, รูปท่ี ข – ๘ และ รูปท่ี ข – ๙ ตามลาดบั

รูปที่ ข – ๔
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเมื่อทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทร่ี ะยะ ๕๐ ม.

- ๑๖๙ -

รูปที่ ข – ๕
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเมอ่ื ทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทรี่ ะยะ ๑๐๐ ม.

รูปที่ ข – ๖
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเม่ือทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทร่ี ะยะ ๑๕๐ ม.

- ๑๗๐ -

รูปที่ ข – ๗
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเม่อื ทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทร่ี ะยะ ๒๐๐ ม.

รูปที่ ข – ๘
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเม่อื ทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทร่ี ะยะ ๒๕๐ ม.

- ๑๗๑ -

รูปท่ี ข – ๙
ขนาดจุดเลง็ สีแดงเม่อื ทาบไปบนเป้ าหุ่นย่อส่วนทรี่ ะยะ ๓๐๐ ม.
จะมขี นาดของจุดเลง็ สีแดงเท่ากบั ขนาดความกว้างของเป้ าหุ่นย่อส่วนพอดี
๒) ศูนยเ์ ลง็ สารอง จะประกอบดว้ ยศูนยห์ นา้ (ศูนยแ์ บบแท่ง มีขนาดของศูนยเ์ ท่ากบั
๒.๐๓ มม.) ศูนยห์ ลงั เป็นแบบศนู ยร์ ู ซ่ึงศูนยแ์ บบแท่งของปลย.ทาโวร์ สามารถที่จะนามาใชใ้ นการกะ
ระยะไดเ้ ช่นกนั ซ่ึงในท่ีน้ีจะนามาเปรียบเทียบกบั เป้ าหุ่นยอ่ ส่วน แสดงใหเ้ ห็นวา่ ขนาดของแท่ง
ศนู ยห์ นา้ จะมีความกวา้ งเท่ากบั เป้ าหุ่นยอ่ ส่วนที่ระยะประมาณ ๑๐๐ - ๑๐๕ เมตร ดงั น้นั ถา้ เป้ าหมายซ่ึง
เป็นตวั ของทหารขา้ ศึกอยหู่ ่างออกไปในระยะ ๒๐๐ ม. แลว้ ก็จะมีขนาดประมาณคร่ึงหน่ึงของ
ศนู ยห์ นา้ กฎการจาง่ายที่จะช่วยใหท้ หารสามารถแยกแยะตาบลของขา้ ศึกที่อยหู่ ่างจากตวั ของทหารให้
ใชก้ ฎดงั น้ีคือ ถา้ เป้ าหมายรูปคนน้นั เล็กกวา่ ศนู ยห์ นา้ ปลย.ทาโวร์ แสดงวา่ เป้ าหมายน้นั อยหู่ ่างจาก
ตาแหน่งของตนเกินกวา่ ๑๐๐ ม. เป้ ารูปหุ่นคนที่ใชใ้ นการฝึกยงิ น้นั ถูกจาลองมาจากขนาดของตวั คน
จริงในระยะ ๒๕๐ ม. นอกจากน้ีเป้ ารูปหุ่นคนในระยะต่างๆ ที่จาลองใส่ลงในแผน่ เป้ าสาหรับใชใ้ น
การฝึกยงิ น้นั สามารถถูกนามาใชเ้ ปรียบเทียบกบั ขนาดของศนู ยห์ นา้ ไดเ้ พื่อเป็นการฝึกการกะระยะโดย
การยงิ แหง้
หมายเหตุ : การใชศ้ ูนยส์ ารอง(ศูนยแ์ ทง่ )ในการกะระยะน้นั ครูฝึกจะตอ้ งทราบประการหน่ึง
วา่ ศูนยแ์ ทง่ ของ ปลย. ทาโวร์ น้นั จะไม่มีใบบงั ศูนยห์ นา้ ที่ดา้ นขา้ ง ซ่ึงคุณลกั ษณะประการหน่ึงของใบ
บงั ดา้ นขา้ งที่ศนู ยห์ นา้ ช่วยทาใหก้ ารมองเห็นแท่งศูนยห์ นา้ มีความคมชดั จึงทาใหก้ ารใชศ้ ูนยห์ นา้ ใน
การกะระยะ จะไม่ตรงกบั ความเป็นจริง และทาใหก้ ารมองเห็นแท่งศูนยห์ นา้ เกิดอาการมองไม่ชดั
(บริเวณขอบจะเห็นรางๆพร่ามวั ) กรณีท่ีการนาศนู ยป์ ื น ปลย.(แบบอ่ืน) หรือ ปลก.ที่มีใบบงั ศูนยห์ นา้

- ๑๗๒ -
มาใชส้ อนในการกะระยะ ตวั อยา่ งเช่น การนา ปลก. เนเกฟ มาใชใ้ นการกะระยะ แทง่ ศนู ยห์ นา้ จะมี
ความกวา้ งเทา่ กบั เป้ าหุ่นคนนงั่ ที่ระยะ ๑๑๐-๑๑๕ เมตร (จากการเลง็ จริงในแนวระดบั ) ซ่ึงโดย
ขอ้ เทจ็ จริงแลว้ ศนู ยแ์ ทง่ ของ ปลก.เนเกฟ จะมีความกวา้ ง ใหญ่ กวา่ ปลย. ทาโวร์
ข-๗ การสร้างสนาม

สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมายตอ้ งอยใู่ นพ้นื ที่ท่ีประกอบดว้ ยพชื พรรณไมต้ ามธรรมชาติและต้งั อยู่
ใกล้ ๆ กบั สนามฝึกยงิ ปื น (รูปที่ ข- ๑๐)

ในการสร้างสนามฝึกน้นั จะตอ้ งพจิ ารณาถึงพ้นื ที่ที่เป็นแนวตรวจการณ์ก่อนเป็ นอนั ดบั แรก
สาหรับที่ต้งั ของป้ ายอกั ษรและเลข ระบบเสียง และการวางแนวกลุ่มตน้ ไมน้ ้นั ข้ึนอยกู่ บั ทศั นวสิ ยั จาก
ท่ีต้งั ของจุดตรวจการณ์ แนวตรวจการณ์ควรจะมีความกวา้ งพอเพยี งสาหรับจุดตา่ ง ๆ อยา่ งนอ้ ย ๕๐
จุด ระยะห่างของจุดตรวจการณ์แตล่ ะจุดควรห่างกนั อยา่ งนอ้ ย ๒ เมตร แนวตรวจการณ์ขนาด
ดงั กล่าวน้ีเป็นขนาดที่เหมาะสมสาหรับหน่วยระดบั กองร้อย (แบง่ ผรู้ ับการฝึกออกเป็ น ๕๐ ชุด)

หมายเหตุ : ก่อนการฝึกการคน้ หาเป้ าหมายแตล่ ะคร้ังน้นั ควรมีการซกั ซอ้ มกนั ก่อนใน
ข้นั ตน้ และหากมีการเปล่ียนตวั ทหารท่ีทาหนา้ ที่เป็นเป้ าหมายกต็ อ้ งมีการซกั ซอ้ มเพิ่มตามสมควร

รัศมีทางขา้ งของพ้ืนที่ตรวจการณ์ควรจะครอบคลุมพ้นื ท่ีซ่ึงมีมุมกวา้ ง ๓๐ องศา ออกไป
นอกปี กซา้ ยสุดและ ๓๐ องศา ออกไปดา้ นนอกปี กขวาสุดของสนาม ความลึกของสนามฝึกไมค่ วร
นอ้ ยกวา่ ๕๐๐ เมตร ท้งั น้ีเพือ่ ใหเ้ กิดความอ่อนตวั ในการจดั การฝึก แต่ถา้ บางหน่วยมีพ้ืนท่ีจากดั ก็
ควรพิจารณาใหล้ ึกอยา่ งนอ้ ย ๓๐๐ เมตร

รูปที่ ข- ๑๐ สนามฝึ กค้นหาเป้ าหมาย

- ๑๗๓ -

ท้งั ป้ ายอกั ษรและเลขจะถูกวางอยทู่ ว่ั ไปในพ้นื ท่ีตรวจการณ์ ป้ ายอกั ษรน้นั ทาหนา้ ที่ ๒
ประการคือ แบ่งเขตตรวจการณ์ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อแบง่ ความรับผดิ ชอบในพ้ืนท่ีตรวจการณ์ใหก้ บั
ทหาร และใชเ้ ป็นจุดอา้ งในการกาหนดเป้ าหมาย สาหรับป้ ายหมายเลขน้นั จะใชใ้ นระหวา่ งการคน้ หา
เป้ าหมายจากเสียงท่ีไดย้ นิ ป้ ายอกั ษรและหมายเลขน้ีสามารถถูกปรับใหส้ ูงหรือต่าไดต้ ามความ
ตอ้ งการ

จานวนของป้ ายดงั กล่าวจะมีมากหรือนอ้ ยเพียงใดน้นั ข้ึนอยกู่ บั ขนาดของสนามสาหรับสนาม
ฝึกที่มีขนาด ๕๐ จุดตรวจการณ์ และมีความลึก ๓๐๐ เมตรน้นั จะตอ้ งการใชป้ ้ ายอกั ษร ๗ ป้ าย
และป้ ายตวั เลข ๑๔ ป้ าย

นอกจากป้ ายแลว้ ยงั มีหลกั หมายเลขในสนามอีกดว้ ย แต่หลกั หมายเลขน้ีจะไมถ่ ูกมองเห็นได้
จากแนวตรวจการณ์ เพราะหลกั หมายเลขน้ีใชส้ าหรับครูฝึ กและพลเป้ าหมายเพ่อื การแสดงตวั เป็ น
เป้ าหมายปรากฏตอ่ ผรู้ ับการฝึก จานวนหลกั จะมีมากนอ้ ยเพยี งใดข้ึนอยกู่ บั ความลึกของสนาม
สาหรับสนามที่มีความลึก ๓๐๐ เมตร ควรมีจานวนหลกั อยา่ งนอ้ ย ๑๕๐ หลกั การกาหนดหมายเลข
ชื่อหลกั น้นั ใหใ้ ชว้ ธิ ีแบ่งสนามออกเป็ น ๓ ส่วน : ก, ข และ ค ซ่ึงจะง่ายต่อการอา้ ง การกาหนด
หมายเลขของหลกั ใหเ้ ริ่มจากดา้ นลึกที่สุดของสนามเขา้ มายงั แนวตรวจการณ์ หลกั หมายเลขในแต่ละ
ส่วนจะถูกกาหนดช่ือดว้ ยตวั เลขและตามดว้ ยอกั ษรประจาส่วนน้นั ๆ ตวั อยา่ งเช่น ถา้ ส่วนของสนาม
ทางดา้ นขวาถูกกาหนดเป็ นส่วน ก หลกั หมายเลขในส่วนขวาท้งั หมดก็จะข้ึนตน้ หมายเลขและตาม
ดว้ ยอกั ษร ก เป็ นตน้ ที่ต้งั ของป้ ายอกั ษร ป้ ายเลข และหลกั หมายเลขจะตอ้ งถูกบนั ทึกลงในแผน่
บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม (ดูรูปท่ี ข- ๑๑)

ลาดบั ระยะ พลเป้ าหมาย การปฏบิ ตั ขิ องพลเป้ าหมาย
(เมตร) คนท่ี
๑ - ยนื ปรากฏตวั ขา้ งตน้ ไม้ นงั่ คุกเข่าลง ปรากฏตวั แลว้ เคล่ือนท่ีชา้ ๆ
๑ ๒๐๐ ออกไปจนกระทง่ั พน้ จากการตรวจการณ์ จากน้นั ใหย้ งิ ปื น ๑ นดั
๒ เพ่ือใหเ้ กิดควนั หลกั หมายเลข ๑ ก
๒ ๑๕๐ ๓ - เช่นเดียวกบั ลาดบั ๑ แตไ่ ม่ปรากฏตวั เด่นชดั หลกั หมายเลข ๓ ข
๓ ๑๗๕ - เร่ิมจากท่ายนื จากน้นั หลบซ่อนตวั โดยคาสงั่ ครูฝึ ก แลว้ ปรากฏตวั
๑ อีกคร้ังที่จุดเดิม เคลื่อนท่ีในลกั ษณะปรากฏตวั เป็นเวลา ๔ วนิ าทีอยา่ ง
๔ ๓๐๐ เร็ว ยงิ ปื น ๑ นดั ณ จุดสุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๒ค – ๓ค – ๔ค – ๕ค
๒ – ๖ค – ๗ค
๕ ๓๐๐ - เริ่มจากท่านงั่ คุกเขา่ หลงั พมุ่ ไม้ เคล่ือนท่ีอยา่ งเร็ว ๔ – ๕ วนิ าที เมื่อ
ถึงจุดที่ซ่อนตวั ใหห้ ลบซ่อน ปรากฏตวั อีกคร้ัง ณ จุดเดิม ๕-๓-๓-๕-
๕ วนิ าที ยงิ ปื น ๑ นดั ณ จุดสุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๑ก-๒ก-๓ก-
๔ก-๕ก-๖ก
- เริ่มจากท่าหมอบ เคลื่อนท่ีเป็ นหว้ ง ๔-๕-๘ วนิ าทีอยา่ งเร็ว เม่อื ถึง
จุดซ่อนตวั ใหห้ ลบซ่อน จากที่ซ่อนหน่ึงไปอีกแห่งหน่ึงใหใ้ ชก้ ารโผ

๖ ๑๗๕ - ๑๗๔ -
๗ ๑๗๕
๘ ๒๐๐ หรือกลิ้ง หรือยอ่ ตวั เขา้ ท่ีกาบงั โผ ๓ วนิ าที คลานไปทางซา้ ย โผ ๖
๙ ๓๐๐ วนิ าที คลานไปทางขวา ขา้ มร่องแคบ ๆ ปรากฏตวั แลว้ โผ ๘ วนิ าที
๑๐ ๓๐๐ จากน้นั คลานไปทางซา้ ย โผ ๓ วนิ าที คลานไปทางขวา ยงิ ปื น ๑
นดั ณ จุดสุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๓ข-๔ข-๕ข-๖ข-๗ข-๘ข
๓ - เริ่มจากท่าหมอบ โผไปทางขา้ ง ๓ คร้ัง ๆ ละ ๔ วนิ าที ๒ คร้ัง ๆ ละ
๖ วนิ าที ไปยงั ที่ซ่อนตวั แลว้ ปรากฏตวั อีกคร้ัง ณ จุดสุดทา้ ย การโผ
ใหใ้ ชเ้ วลาสลบั กนั ยงิ ปื น ๑ นดั ณ จุดสุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๗ท-
๘ท-๙ท-๑๐ค-๑๑ค-๑๒ค
๓ - เคลื่อนที่ในทางกลบั กนั กบั ลาดบั ๖ ใชก้ ารคลานหรือกลิ้งตวั ออก
จากที่ซ่อน ยงิ ปื น ๑ นดั ณ จุดสุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๑๒ค-๑๑ค-๑๐ค-
๙ท-๘ท-๗ท
๑ - วงิ่ เป็ นระยะ ๒๐๐ หลา จากตน้ ไมไ้ ปยงั ท่ีซ่อนตวั โดยใชก้ ารซ่อน
พราง หลงั จากเขา้ ที่ซ่อนแลว้ ๑ นาที ใหย้ งิ กระสุนซ่อมรับ ๒ นดั
หลกั หมายเลข ๖ก-๑๑ค
๒ - เร่ิมจากท่าหมอบ โผเป็ นเวลา ๓ วนิ าที คลานไปทางซา้ ย โผ ๕
วนิ าที คลานไปทางขวา ๕-ซา้ ย-๓-๓-๖-ขวา-๔-๕ แลว้ ใชก้ ารคืน ยงิ
ปื น ๑ นดั ณ จุดสุดทา้ ย (ตวั เลขแสดงเวลาเป็ นวนิ าที ทิศทางกาหนด
ดว้ ยคาวา่ ซา้ ยหรือขวา) หลกั หมายเลข ๘ข-๙ข-๑๐ข-๑๑ข
๓ - เริ่มตน้ จากหลงั พมุ่ ไม้ ๖-๘-ขวา-๓-ขวา-๔-๓ ยงิ ปื น ๑ นดั ณ จดุ
สุดทา้ ย หลกั หมายเลข ๗ท-๙ท-๑๐ท-๑๑ท-๑๒ท
หมายเหตุ : แผน่ บนั ทึกการปฏิบตั ิของเป้ าหมายจะตอ้ งมีรายละเอยี ด
การปฏิบตั ิเหมือนกบั แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม

รูปที่ ข- ๑๑ ตัวอย่างแผ่นบันทกึ หลกั ฐานประจาสนาม

เพือ่ ใหก้ ารควบคุมพลเป้ าหมายเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ จะตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์เครื่องเสียงท่ี
สามารถกระจายเสียงไดท้ ว่ั สนามฝึก และเพอ่ื ป้ องกนั ไม่ใหเ้ กิดปัญหาการควบคุม ผฝู้ ึ กควรเดิน
สารวจตามจุดตา่ ง ๆ วา่ สามารถไดย้ นิ เสียงสง่ั การทว่ั ถึงหรือไม่ ก่อนท่ีจะติดต้งั อุปกรณ์หรือป้ ายอกั ษร
หมายเลขและหลกั หมายเลขตา่ ง ๆ

นอกจากน้ีแลว้ ผฝู้ ึกจะตอ้ งสารวจจากจุดตรวจการณ์บนแนวตรวจการณ์วา่ สามารถมองเห็น
ป้ ายอกั ษรและหมายเลขหรือไม่ แตส่ าหรับอุปกรณ์เครื่องเสียงและหลกั หมายเลขต่าง ๆ ควรจะถูก
ซ่อนพรางเป็ นอยา่ งดี

ก. พนื้ ทเ่ี หมาะสมสาหรับการฝึ ก ถา้ หากหน่วยไม่มีสนามฝึ กคน้ หาเป้ าหมายแบบมาตรฐาน
ผบ.หน่วย กค็ วรพิจารณาเลือกพ้ืนท่ีท่ีเป็นป่ า หรือพ้นื ที่ที่อุดมไปดว้ ยพชื พรรณตามธรรมชาติ หรือ
แมแ้ ต่พ้นื ที่ท่ีมีส่ิงปลูกสร้างก็สามารถใชเ้ ป็นพ้ืนท่ีฝึกได้ ขอ้ มูลต่อไปน้ีจะเป็นขอ้ พิจารณาในการเลือก
พ้นื ที่ฝึก

- ๑๗๕ -
ระยะทางลึกไม่ควรมากเกินกวา่ สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมายมาตรฐาน รัศมีการตรวจการณ์ทาง
ขา้ งควรมีมากข้ึน ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ความรกทึบของภูมิประเทศ
ในพ้นื ที่ซ่ึงค่อนขา้ งโล่ง ควรกาหนดใหเ้ ป้ าหมายปรากฏในระยะห่างกนั พอสมควรและถา้
พ้นื ท่ีโล่งเกินไปก็อาจเพม่ิ เติมดว้ ย ขอนไม้ สิ่งปลูกสร้าง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้
สาหรับการฝึกคน้ หาเป้ าหมายในพ้นื ที่สิ่งปลูกสร้าง ควรเลือกแนวตรวจการณ์โดยใชต้ วั
อาคารท่ีเป็นตึกห้องแถว หรือหอ้ งชุด แตถ่ า้ หาไมไ่ ดก้ ใ็ ห้พิจารณากลุ่มอาคารที่อยรู่ วมกนั โดยใช้
ประกอบกบั เป้ าหมายที่เป็ นบุคคล หรือเป้ ารูปหุ่นคน
ข. เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ประจาสนาม

๑)เจา้ หนา้ ที่ที่จาเป็ นสาหรับการควบคุมและกากบั ดูแลการฝึก ไดแ้ ก่
ก) นายทหารควบคุมการฝึก หรือหวั หนา้ ครูฝึก หรือผฝู้ ึก
ข) ผชู้ ่วยผฝู้ ึก จานวน ๔ นาย (สาหรับแนวตรวจการณ์ที่มี ๕๐ จุดตรวจการณ์)
ค) ทหารซ่ึงทาหนา้ ที่เป็นพลเป้ าหมาย

๒)อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีจาเป็นสาหรับการฝึก ไดแ้ ก่
ก) เครื่องมือเลง็ (ดูรูปท่ี ข-๑๒) ชุด ตอ่ จุดตรวจการณ์ ๑ จุด
ข) แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม (รูป ข- ๑๑) สาหรับผฝู้ ึกและผชู้ ่วยผฝู้ ึก
ค) แผน่ บนั ทึกคาตอบสาหรับผรู้ ับการฝึกคนละ ๑ แผน่
ง) บตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิ (รูป ข- ๑๓) สาหรับพลเป้ าหมาย
จ) สีฝ่ นุ พราง หรือ สีพรางแบบอ่ืน ๆ
ฉ) ปลย. ๑ กระบอก ต่อจุดตรวจการณ์ ๑ จุด (สาหรับการฝึกเลง็ หรือยงิ แหง้ ตอ่

เป้ าหมาย)
ช) เคร่ืองสนามรวมท้งั หมวกเหลก็ และ ปลย. สาหรับพลเป้ าหมาย

รูปท่ี ข-๑๔ เคร่ืองมือเลง็

- ๑๗๖ -

ตอนท่ี ๒

การฝึ ก
ในการฝึกคน้ หาเป้ าหมายน้นั ผฝู้ ึกควรพจิ ารณาใหพ้ ลเป้ าหมายไดแ้ ตง่ กายดว้ ยเคร่ืองแบบ
ทหารและเคร่ืองสนามของฝ่ ายขา้ ศึกถา้ ทาได้ แตถ่ า้ ไม่มีสิ่งอุปกรณ์ดงั กล่าว กส็ ามารถใชเ้ คร่ืองแบบ
และเคร่ืองสนามท่ีมีอยไู่ ด้ การสอนวธิ ีการคน้ หาเป้ าหมายน้นั แบง่ ออกเป็น ๓ ข้นั ตอน :

ข้นั ที่ ๑ ตรวจการณ์ใหพ้ ลเป้ าหมาย
ข้นั ที่ ๒ การกาหนดที่ต้งั และพกิ ดั เป้ าหมาย
ข้นั ท่ี ๓ การกาหนดระยะไปยงั เป้ าหมายน้นั

ข-๘ แผ่นบนั ทกึ หลกั ฐานประจาสนาม และบัตรบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิของพลเป้ าหมาย
แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานและบตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิจะประกอบดว้ ยส่ิงตา่ ง ๆ ดงั น้ี :
ก. แผ่นบนั ทกึ หลกั ฐานประจาสนาม (รูปท่ี ข- ๑๑) แสดงถึงจานวนพลเป้ าหมายท่ีตอ้ งการ

ในการฝึก, การปฏิบตั ิของพลเป้ าหมาย, ระยะเวลาการปฏิบตั ิ, ตาแหน่งของป้ ายอกั ษรหมายเลขหรือ
หลกั หมายเลขท่ีการปฏิบตั ิเกิดข้ึน ณ จุดน้นั , แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนามจะใชเ้ ฉพาะการฝึกแต่
ละคร้ังเทา่ น้นั

ข. บตั รบนั ทกึ การปฏบิ ัตขิ องพลเป้ าหมาย (รูปท่ี ข - ๑๓) จะถูกแจกจ่ายใหก้ บั ทหารแตล่ ะ
คนที่ทาหนา้ ท่ีเป็ น “ขา้ ศึก” ซ่ึงเป็นเป้ าหมายในพ้ืนท่ีตรวจการณ์ ทหารเหล่าน้ีจะถูกเรียกวา่ “พล
เป้ าหมาย” จะใชบ้ ตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิเพือ่ เป็นขอ้ มูลสาหรับการเขา้ ประจาท่ีต้งั และการปฏิบตั ิ ณ จุด
ต่าง ๆ ตลอดการฝึก การปฏิบตั ิของพลเป้ าหมายจะช่วยสร้างภาพการฝึกใหส้ มบูรณ์

ค.การปฏิบตั ติ ามบ่งการ ก่อนเริ่มการปฏิบตั ิใหผ้ รู้ ับการฝึกหนั หนา้ ออกจากสนามฝึก เพ่อื ให้
พลเป้ าหมายไดเ้ ขา้ ประจาท่ีโดยไม่ถูกมองเห็นเป้ าหมายก่อน เม่ือพลเป้ าหมายเขา้ ประจาท่ีแลว้ จึงให้
ผรู้ ับการฝึกหนั หนา้ เขา้ สนาม ประเภทของการปฏิบตั ิน้นั จะแบง่ ออกเป็ น ๔ ประเภท คือ การอยกู่ บั
ที่, การเคล่ือนที่, การอยกู่ บั ท่ีแต่ทาใหเ้ กิดเสียงดงั และการเคล่ือนที่หลายคร้ังเป็นห้วง ๆ ประกอบกบั
การทาเสียงดงั การปฏิบตั ิดงั กล่าวจะปรากฏแก่ผรู้ ับการฝึ ก

๑) การอยู่กบั ที่ ปกติแลว้ จะมีข้นั ตอนการปฏิบตั ิ ๔ ข้นั ในการหยดุ อยกู่ บั ที่แต่ละคร้ัง
๓ ข้นั ตอน ตอนแรกจะใชเ้ วลาประมาณข้นั ละ ๓๐ วนิ าที

ข้นั ตอนที่ ๑ : พลเป้ าหมายจะยงั คงอยกู่ บั ที่แต่เร่ิมปรากฏตวั เลก็ นอ้ ย โดยให้
สามารถตรวจการณ์เห็นศีรษะ และไหล่ของผรู้ ับการฝึกบนแนวตรวจการณ์

ข้นั ตอนท่ี ๒ : พลเป้ าหมายคนเดิมค่อย ๆ ทาตวั ใหส้ ูงข้ึนจนสามารถตรวจการณ์
เห็นทหารบนแนวตรวจการณ์บนพ้ืนดินไดช้ ดั

ข้นั ตอนที่ ๓ : พลเป้ าหมายคนเดิมเคลื่อนท่ีอยา่ งรวดเร็ว ไม่เป็นจงั หวะภายในเวลา
๓๐ วนิ าที

- ๑๗๗ -
ข้นั ตอนที่ ๔ : พลเป้ าหมายคนเดิมยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ หรือ ๒ นดั ไปยงั แนว
ตรวจการณ์ (ใชม้ าตรการรักษาความปลอดภยั ) คาส่งั การปฏิบตั ิสาหรับเป้ าน่ิงอยกู่ บั ที่ คือ “ลาดบั ๑
ข้นั ตอนที่ ๑, ตรวจการณ์”

ตาราง ข-๑ ปัจจัยทมี่ ีอทิ ธิพลต่อการปรากฏของวตั ถุ

ปัจจยั ในการกะระยะ วตั ถเุ หมือนใกลก้ วา่ วตั ถุเหมือนไกลกวา่

ดว้ ยสายตา ความเป็ นจริง ความเป็ นจริง

เป้ าหมาย-ความชดั เจน เมื่อสามารถมองเห็นเป้ าหมาย เมื่อสามารถมองเห็นเป้ าหมาย

ของรูปร่างและรายละเอียด เกือบทุกส่วนและเห็นรูปร่างชดั เจน เพียงบางส่วนหรือเห็นไดไ้ มช่ ดั

เท่าบริเวณรอบ ๆ

ลกั ษณะของภูมิประเทศหรือ เม่ือมองขา้ มหุบเหวซ่ึงไม่มี เมื่อมองขา้ มหุบเหวซ่ึงมองเห็น

ตาแหน่งที่ตรวจการณ์ รายละเอียดทางพ้นื ดินใหม้ องเห็น รายละเอียดทางพ้ืนดินขา้ งลา่ งชดั เจน

เมื่อมองจากท่ีสูงลงไปยงั ที่ต่า เมื่อมองจากที่ต่าข้ึนไปยงั ที่สูง

เม่ือมองลงไปยงั ถนนเสน้ ตรง เม่ือพ้ืนท่ีตรวจการณ์เป็ นที่แคบ ๆ

ถนนวา่ งหรือตามเสน้ ทางรถ และจากดั เช่น ถนนคดเค้ียว,

ร่องแคบ ๆ หรือแนวป่ า

แสงและบรรยากาศ เมื่อมองเห็นพ้นื ผิวเรียบ เช่น น้า, ในสภาพแสงสลวั หรือคร้ึมฟ้ าคร้ึมฝน

หิมะ, ทะเลทราย หรือทุ่งหญา้ หรือ หรือช่วงฝนตก, หมอกลง หรือเม่ือ

เมื่อดวงอาทิตยส์ ่องมาทางดา้ นหลงั ดวงอาทิตยส์ ่องหนา้ ผตู้ รวจการณ์

ผตู้ รวจการณ์

เม่ือเป้ าหมายตดั กนั กบั ฉากหลงั หรือ เม่ือเป้ าหมายกลมกลืนกบั ฉากหลงั

มีเงาดาทาใหข้ นาด, รูปร่างหรือสี หรือภมู ิประเทศ

ชดั เจนข้นึ

เมื่อมองผา่ นบรรยากาศที่แจ่มใสหรือ

แสงสวา่ งจา้

ถา้ หากในข้นั ตอนท่ี ๑ น้นั ทหารผรู้ ับการฝึกคิดวา่ ตนสามารถคน้ หาเป้ าหมายพบ ให้
ทหารคนน้นั จดอกั ษรกากบั ป้ ายอกั ษรที่อยใู่ กลเ้ ป้ าหมายน้นั ท่ีสุดเอาไวแ้ ละกะระยะจากตนไปยงั
เป้ าหมาย จากน้นั ใหก้ รอกขอ้ ความลงในแผน่ บนั ทึกคาตอบ แลว้ ใหผ้ ชู้ ่วยผฝู้ ึกตรวจคาตอบดูวา่
ถูกตอ้ งหรือไม่ถา้ ระยะคลาดเคล่ือนไมเ่ กินร้อยละ ๑๐ ถือวา่ อยใู่ นเกณฑท์ ี่ยอมรับได้ แต่ถา้ หากทหาร
คนน้นั เลือกป้ ายอกั ษรผดิ หรือกะระยะคลาดเคล่ือนเกินกวา่ ร้อยละ ๑๐ ใหผ้ ชู้ ่วยผฝู้ ึกบอกใหท้ หารรู้
และตรวจการณ์ต่อไป

ถา้ หากคาตอบน้นั ถูกตอ้ ง ใหท้ หารตรวจการณ์ในพ้นื ท่ีรับผดิ ชอบต่อไป พร้อมท้งั จด
ขอ้ มลู ที่จาเป็นลงในกระดาษคาตอบ ทาเช่นน้ีเรื่อยไปจนจบข้นั ตอนสุดทา้ ยของการฝึ ก

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฝึกหดั ๑ และ ๒

- ๑๗๘ -

๒) การปฏบิ ัตโิ ดยใช้การเคลอื่ นที่ บตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิสาหรับการเคล่ือนที่น้ีจะระบุถึง
การปฏิบตั ิที่แน่นอนสาหรับพลเป้ าหมาย, ตาแหน่งของหลกั หมายเลขท่ีจะตอ้ งเคลื่อนท่ีไปและ
ประเภทของการเคลื่อนท่ีที่จะตอ้ งใช้ ตวั อยา่ งเช่น บตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิของพลเป้ าหมายคนที่ ๑ จะ
ระบุการปฏิบตั ิในบง่ การที่ ๑, ๕, ๖ และ ๘ ในบง่ การที่ ๑ จะตอ้ งปฏิบตั ิตามข้นั ตอน ๔ ข้นั ของ
เป้ าหมายอยกู่ บั ท่ี ในบง่ การท่ี ๕ พลเป้ าหมายจะตอ้ งเคลื่อนท่ีดว้ ยการโผเป็ นหว้ งส้นั ๆ ๕ คร้ัง จาก
หลกั หมายเลข ๒๕ ไปยงั หมายเลข ๒๕ ค

เพื่อตรวจสอบความถูกตอ้ งของการปฏิบตั ิ ใหใ้ ชเ้ ครื่องมือเล็งหมายจุดที่เป้ าหมาย
เคล่ือนที่หายไปในแตล่ ะจุด

ทหารที่รับการฝึกตรวจการณ์ตอ้ งปรับป่ ุมปรับสายตาท้งั ๒ ป่ ุม บนเครื่องมือเลง็ ไปยงั
บริเวณที่คิดวา่ คน้ พบเป้ าหมาย ปกติแลว้ เคร่ืองมือเลง็ ๑ ชุด จะใชท้ หาร ๒ คน : คนแรกสาหรับใช้
เครื่องมือในฐานะผรู้ ับการฝึกและอีกคนหน่ึงช่วยตรวจสอบการปฏิบตั ิ

คาส่ังใหพ้ ลเป้ าหมายเริ่มเคลื่อนท่ี คือ “เป้ าหมายเคลื่อนท่ี ลุกข้ึนยนื : ซ่อนตวั และเร่ิม
การเคล่ือนไหว” เมื่อไดย้ นิ คาส่ังน้ีพลเป้ าหมายปรากฏตวั ใหท้ หารบนแนวตรวจการณ์ แลว้ เคล่ือนที่
กลบั เขา้ ท่ีซ่อนตวั จากน้นั เคลื่อนที่ไปยงั ท่ีหมายต่อไปตามบตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิ ในการปฏิบตั ิ
บางคร้ังพลเป้ าหมายอาจตอ้ งทาการยงิ กระสุนซอ้ มรบหลงั จากเคล่ือนท่ีถึงท่ีหมาย ทหารบนแนวตรวจ
การณ์จะมีเวลา ๓๐ วนิ าที สาหรับการเล็งหมายจุดที่เป้ าหมายเคลื่อนท่ีหายไปดว้ ยเคร่ืองมือเล็ง
จากน้นั ใหผ้ ฝู้ ึกสั่งการ “พลเป้ าหมายลุกข้ึนยนื , คูฝ่ ึกบนแนวตรวจการณ์ตรวจสอบแนวเส้นเล็ง” คูฝ่ ึก
บนแนวตรวจการณ์ทาการตรวจสอบการปฏิบตั ิของผรู้ ับการฝึกการปฏิบตั ิคงเป็นไปเช่นน้ีจนกระทง่ั
ถึงบ่งการสุดทา้ ย

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฝึกหดั ๓, ๔ และ ๖
๓) การอยู่กบั ทแี่ ต่ทาให้เกดิ เสียงดัง ก่อนเริ่มปฏิบตั ิตามบ่งการทหารผรู้ ับการฝึกควรทา

การร่างภาพภูมิประเทศในพ้ืนท่ีรับผดิ ชอบตนเอง
ป้ ายหมายเลขท้งั หมดควรไดถ้ ูกยกใหส้ ูงข้ึนสาหรับการฝึกน้ี พลเป้ าหมายแต่ละคนเขา้

วางตวั ในท่ีซ่อนพรางใกล้ ๆ กบั ป้ ายหมายเลขต่าง ๆ น้นั ผฝู้ ึกบอกกบั ทหารวา่ จะมีการยงิ ปื นตามเป้ า
หมายเลขต่าง ๆ ทหารที่ทาการตรวจการณ์จะตอ้ งพิจารณาวา่ เสียงดงั ข้ึนใกลป้ ้ ายหมายเลขใด และจด
ขอ้ มลู ลงในแผน่ บนั ทึกคาตอบ คาสง่ั ใหเ้ ริ่มการฝึก คือ “บ่งการท่ี (๑) : พร้อม, เล็ง , ยงิ ทหารที่
ตรวจการณ์บนั ทึกคาตอบ”

ถา้ หากมีความจาเป็นตอ้ งเคล่ือนยา้ ยพลเป้ าหมายเพอื่ การฝึ กตามบ่งการต่อไป ใหผ้ ฝู้ ึกส่งั
การใหท้ หารยนื แนวตรวจการณ์หนั หนา้ ออกจากสนามฝึก ขณะพลเป้ าหมายเคลื่อนยา้ ยที่ต้งั ในบ่งการ
อาจใชพ้ ลเป้ าหมาย ๒ คน ทาการยงิ พร้อมกนั เพอ่ื แสดงใหเ้ ห็นวา่ เป็นการยากทีเดียวท่ีจะกาหนด
ทิศทางของเสียงแบบเดียวกนั แตม่ าจากคนละทิศทางในเวลาเดียวกนั

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพ่ิมเติมในแบบฝึกหดั ที่ ๕

- ๑๗๙ -

ดา้ นหลงั พลเป้ าหมายคนที่ ๑

บง่ การ ตาแหน่งของหลกั หมายเลข

๑๒

๕ ๒๕-๒๕ก-๒๕ข-๓ค-๑๕ง-๒๕ค

๖ ๑๓-๑๓ก-๑๓ข-๑๓ง-๑๓ง

๘ ๙-๙ก-๙ข-๙ค

.....................................................................................................................................................

ลาดบั ข้นั ตอน การปฏิบตั ิ

๑ ๑ อยนู่ ิ่งในท่าหมอบ

๒ ค่อย ๆ ยกศีรษะและไหล่ข้ึนชา้ ๆ

๓ คอ่ ย ๆ ยกศีรษะและไหล่ข้ึนแลว้ ทิง้ ตวั อยา่ งรวดเร็ว

๔ ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

๕ รีบโผไปยงั จุดแต่ละจุด รอคาสั่งใหล้ ุกข้ึน ซ่อนตวั และเคล่ือนท่ีตอ่ ไป

๖ คลานไปยงั แต่ละจุด รอคาส่ังใหล้ ุกข้ึน ซ่อนตวั และเคล่ือนท่ีต่อไป

๗ รีบโผไปยงั แตล่ ะจุด หยดุ คร้ังละ ๒ วนิ าที

สนามฝึก จ เวลา ๑๖๐๐

รูปที่ ข- ๑๓ ตัวอย่างของบัตรบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิ (แต่ละตาบล)

- ๑๘๐ -

๔) การเคลอื่ นท่หี ลายคร้ังเป็ นห้วง ๆ ประกอบกบั การทาเสียงดัง การปฏิบตั ิลกั ษณะน้ี
ตอ้ งการพลเป้ าหมาย ๘ คน (๒ ทีม ๆ ละ ๔ คน)

ทหารท่ีรับการฝึกจะถูกแบ่งออกเป็น ๒ พวก และทุกคูใ่ นแต่ละพวกจะมีเคร่ืองมือเลง็ คู่
ละ ๑ ชุด คาสั่งใหเ้ ริ่มตน้ การฝึก คือ “เป้ าหมายเคลื่อนท่ีลุกข้ึนยนื ; ซ่อนตวั และเร่ิมการเคลื่อนที่”
พลเป้ าหมายจะปรากฏตวั แลว้ เขา้ ท่ีซ่อนพราง และเริ่มการเคลื่อนท่ีอยา่ งรวดเร็วหลงั จากเคล่ือนที่ไป
แลว้ พลเป้ าหมายบางคนควรจะยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั หรือมากกวา่ ทหารท่ีกาลงั ตรวจการณ์ใช้
เคร่ืองมือเลง็ หมายจุดที่เป้ าหมายหายไป ในแต่ละคร้ังเท่าที่จะทาได้

ในตอนสุดทา้ ยของบ่งการ ผฝู้ ึกจะสั่งการวา่ “เป้ าหมายท้งั หมดลุกข้ึนยนื , ทหารบนแนว
ตรวจการณ์ตรวจสอบแนวเส้นเลง็ ” พลเป้ าหมายท้งั หมดลุกข้ึนยนื , คูฝ่ ึกบนแนวตรวจการณ์
ตรวจสอบการปฏิบตั ิของผรู้ ับการฝึก ในบ่งการต่อไป ใหค้ ู่ฝึกเปล่ียนตาแหน่งมาทาหนา้ ที่
ตรวจการณ์บา้ ง

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฝึกหดั ท่ี ๗
ข-๙ การทดสอบ

ในข้นั สุดทา้ ยของการฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ทหารจะไดร้ ับการทดสอบขีดความสามารถในการ
คน้ หาเป้ าหมาย และกะระยะไปยงั เป้ าหมายเดียวอยกู่ บั ที่ นอกจากน้ีทหารจะตอ้ งหมายจุดที่เป้ าหมาย
เด่ียวและเป้ าหมายหลายเป้ าหมายหายไปในภูมิประเทศ และทหารจะตอ้ งคน้ หาเป้ าหมายจากเสียงที่
ไดย้ นิ

ก.การทดสอบคร้ังที่ ๑ เป้ าหมายอยกู่ บั ท่ี การทดสอบคร้ังที่ ๑ น้ีใชข้ ้นั ตอน ๔ ข้นั ตอน
เช่นเดียวกบั การฝึกคน้ หาเป้ าหมายอยกู่ บั ท่ี ทหารจะไดร้ ับคะแนนจากการทดสอบตามลาดบั ดงั น้ี :
ถา้ คน้ พบเป้ าหมายไดใ้ นข้นั ตอนที่ ๑ ได้ ๔ คะแนน ; คน้ พบเป้ าหมายในข้นั ตอนท่ี ๒ ได้ ๓
คะแนน ; คน้ พบเป้ าหมายในข้นั ตอนท่ี ๓ ได้ ๒ คะแนน ; คน้ พบเป้ าหมายในข้นั ตอนท่ี ๔ ได้
๑ คะแนน ; ถา้ หลงั จากจบข้นั ตอนท่ี ๔ แลว้ ไม่พบเป้ าหมาย ทหารจะไมไ่ ดค้ ะแนนเลย ในการ
ตรวจสอบต่อไปก็คือ ทหารจะตอ้ งเลือกป้ ายอกั ษรที่คิดวา่ ใกลเ้ ป้ าหมายที่สุดและกะระยะจากตนไปยงั
เป้ าหมาย ถา้ กะระยะคลาดเคลื่อนประมาณร้อยละ ๑๐ หรือนอ้ ยกวา่ จดั อยใู่ นเกณฑย์ อมรับได้ แผน่
บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม, บตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิ และระเบียบปฏิบตั ิประจาของสนามฝึก คงเป็น
เช่นเดียวกบั การฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ทหารแตล่ ะคนจะไดร้ ับบ่งการ ๑๖ บง่ การ ในการทดสอบคน้ หา
เป้ าหมายเด่ียวอยกู่ บั ที่เพือ่ วดั ขีดความสามารถในการคน้ หาเป้ าหมาย

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพ่ิมเติมในแบบฝึกหดั ที่ ๘
ข.การทดสอบคร้ังที่ ๒ เป้ าหมายเคล่ือนท่ี การทดสอบคร้ังท่ี ๒ น้ีตอ้ งการใหท้ หารหมาย
จุดที่เป้ าหมายเคล่ือนที่หายไปในภูมิประเทศแตล่ ะคร้ัง ข้นั ตอนการปฏิบตั ิจะเป็นเช่นเดียวกนั กบั ใน
การฝึกคน้ หาเป้ าหมายเคล่ือนท่ีภายหลงั จากที่พลเป้ าหมายจบการเคลื่อนท่ี, ทหารบนแนวตรวจการณ์
จะมีเวลา ๓๐ วินาที เพื่อทาการหมายจุดที่เป้ าหมายหายไปในภมู ิประเทศโดยใชเ้ ครื่องมือเล็งคู่มือฝึก
จะทาการตรวจสอบผลการปฏิบตั ิและใหค้ ะแนนสาหรับการหมายจุดท่ีต้งั เป้ าหมายแตล่ ะจุด

- ๑๘๑ -

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฝึกหดั ที่ ๙
ค.การทดสอบคร้ังท่ี ๓ เป้ าหมายที่เกิดจากเสียง คงมีข้นั ตอนการปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั การฝึก
คน้ หาเป้ าหมายที่เกิดจากเสียงดงั เม่ือผฝู้ ึกออกคาส่ัง พลเป้ าหมายหน่ึงหรือสองคนยงิ ปื น ใหท้ ราบบน
แนวตรวจการณ์ฟังเสียงและพยายามกาหนดที่อยขู่ องเป้ าหมายโดยอาศยั ป้ ายหมายเลขจุดอา้ ง ถา้
ทหารเลือกคาตอบไดถ้ ูกตอ้ งจะไดค้ ะแนนคาตอบละ ๑ คะแนน

หมายเหตุ : ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฝึกหดั ท่ี ๙ แบบฟอร์มสาหรับบนั ทึกคะแนนและ
อ่ืน ๆ มีแสดงไวใ้ นผนวก ช

ข-๑๐ แบบฝึ กหดั
แบบฝึกหดั ต่อไปน้ีจะสอนใหท้ หารไดม้ ีทกั ษะและรู้วธิ ีการคน้ หา, กาหนดท่ีต้งั และกะ

กาหนดระยะทางไปยงั เป้ าหมายในสภาพคลา้ ยการรบจริง
ก.แบบฝึ กหัดที่ ๑ : กล่าวนาถึงการคน้ หาเป้ าหมาย (๒ ชวั่ โมง)
๑) สิ่งอานวยความสะดวก สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ๒ สนาม
๒) เจา้ หนา้ ที่ * ผฝู้ ึก ๒ นาย (สนามละ ๑ นาย)
* พลเป้ าหมาย ๖ นาย (สนามละ ๓ นาย)
หมายเหตุ : แตล่ ะสนามฝึกตอ้ งการผฝู้ ึก ๑ นาย ซ่ึงจะตอ้ งทาหนา้ ที่เตรียมสนาม, ฝึกซอ้ ม

พลเป้ าหมาย และเป็นผฝู้ ึกสอนทหารที่เขา้ รับการฝึก ผฝู้ ึ ก ๑ นาย จะมีผชู้ ่วย ๔ นาย ซ่ึงจะทา
หนา้ ท่ีควบคุมผรู้ ับการฝึก, ช่วยบนั ทึกคะแนนและช่วยจดจาที่ต้งั ของเป้ าหมาย พลเป้ าหมาย ๖ นาย
(สนามละ ๓ นาย) ตอ้ งไดร้ ับการฝึกซอ้ มเพือ่ ทาหนา้ ท่ีเป็ นเป้ าหมายแต่ละคนจะตอ้ งไดร้ ับตาแหน่ง
เป้ าหมายในพ้นื ที่ของตน และจะไดร้ ับจ่ายบตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิ ซ่ึงประกอบดว้ ยหมายเลขบง่ การ
และวธิ ีการปฏิบตั ิในแต่ละบ่งการและข้นั ตอน

๓) ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ
ก)* สาหรับการแนะนาแตล่ ะคร้ัง
(๑)ชวั่ โมงแรก : ๕ นดั สาหรับการสาธิต
(๒)ชว่ั โมงท่ีสอง : ๑๕ นดั สาหรับการฝึกหดั
ข)* สาหรับการซกั ซอ้ มแต่ละคร้ัง
(๑)ชว่ั โมงแรก : ๕ นดั
(๒)ชว่ั โมงที่ ๒ : ๑๕ นดั

แผ่นบนั ทกึ หลกั ฐานประจาสนาม : แบบฝึ กหัดท่ี ๑, ๒ และ ๘ (ตาราง ข-๒)

บ่งการ พล การปฏบิ ตั ขิ องพลเป้ าหมาย ตาบล ระยะ หลกั

ท่ี เป้ า (เมตร) หมายเลข

หมาย

๑ ๑ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไม่เคลื่อนไหว ก-ข ๒๒ ๔๑ ก

๒. โผล่ศีรษะข้ึนและลงชา้ ๆ

- ๑๘๒ -

๓. ปฏิบตั ิตามขอ้ ๒, เร็วข้ึน

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั

๒ ๒ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไม่เคลื่อนไหว ข-ง ๖๖ ๓๑ ข
๑๖๑ ๑๑ ค
๒. เคลื่อนศีรษะไปขา้ ง ๆ ชา้ ๆ ๑๑๙ ๑๓ ข
๔๔ ๓๒ ก
๓. โผล่ศีรษะข้ึนชา้ ๆ ; ผลบุ ลงอยา่ งเร็ว ๙๕ ๑๙ ข
๙๑ ๒๙ ข
๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั ๕๑ ๒๗
๔๑ ๒๙ ก
๓ ๓ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย ไม่เคล่ือนไหว จ-ฉ

๒. เคลื่อนท่ีไปมา – หนา้ – หลงั ทุก ๑๐ วนิ าที

๓. กา้ วเดินไปมาอยา่ งเร็ว

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

๔ ๑ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไม่เคลื่อนไหว ช

๒. เขยา่ พมุ่ ไมท้ ุก ๕ วนิ าที

๓. โผล่ศีรษะข้ึนและผลบุ ลงชา้ ๆ โดยใหส้ วมหมวก

เหลก็ ที่สะทอ้ นแสง

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

๕ ๒ ๑. นง่ั คุกเขา่ ปรากฏตวั บางส่วน, ไม่เคล่ือนไหว ค

๒. เคล่ือนไหวศีรษะและไหล่ชา้ ๆ ไปทางขา้ ง

๓. กระโดดไปมาทุก ๕ วนิ าที

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั

๖ ๓ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไมเ่ คลื่อนไหว ง

๒. ทาท่านง่ั คุกเข่าชา้ ๆ

๓. คอ่ ย ๆ ลกุ ข้ึนชา้ ๆ : ลดตวั ลงอยา่ งเร็ว

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

เปลย่ี นตาแหน่งเป้ าหมาย

๗ ๑ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย ,นงั่ คุกเข่า ข

๒. โผลศ่ ีรษะชา้ ๆ ลดลงอยา่ งเร็ว

๓. ปฏิบตั ติ ามขอ้ ๒, อยา่ งเร็ว

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

๘ ๒ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไม่เคล่ือนไหว ง

๒. เคล่ือนไหวข้ึน – ลง ชา้ ๆ

๓. เคลื่อนไหวอยา่ งรวดเร็ว ไมเ่ ป็ นจงั หวะ

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั

๙ ๓ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย, ไม่เคล่ือนไหว ก-ง

๒. เคลื่อนไหวศีรษะและไหลไ่ ปทางขา้ งอยา่ งชา้ ๆ

๓. ปฏิบตั ิตามขอ้ ๒ แตส่ วมหมวกเหลก็ สะทอ้ น

แสง

๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั

- ๑๘๓ - ง-จ ๘๘ ๒๘ ข

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย
๑๐ ๑ ๑. เปิ ดเผยตวั เลก็ นอ้ ย

๒. เคล่ือนไหวชา้ ๆ
๓. เคลื่อนไหวอยา่ งเร็ว
๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

หมายเหตุ : บตั รบนั ทึกการปฏิบตั ิเป็นบุคคลของพลเป้ าหมาย (รูปท่ี ข - ๑๑) ทาข้ึนสาหรับ
พลเป้ าหมายแตล่ ะคน ซ่ึงจะประกอบดว้ ยจานวนบ่งการที่พลเป้ าหมายแต่ละคนตอ้ งปฏิบตั ิ , หลกั
หมายเลขท่ีตอ้ งใช้ และการปฏิบตั ิในแตล่ ะบง่ การถึงแมว้ า่ จะมีการซกั ซอ้ มแลว้ กต็ าม บตั รบนั ทึกการ
ปฏิบตั ิจะช่วยประกนั ไม่ใหเ้ กิดความผดิ พลาด

ข. แบบฝึ กหดั ท่ี ๒ : การคน้ หาเป้ าหมายในสภาพคลา้ ยการรบจริง (๒ ชวั่ โมง)
ถา้ สามารถทาไดใ้ หใ้ ชก้ ารปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั ในแบบฝึกหดั ท่ี ๑ แตไ่ มใ่ ชส้ นามฝึกท่ีเดิม ส่ิง
อานวยความสะดวก , เจา้ หนา้ ที่, การจดั การฝึก , ความตอ้ งการกระสุน , แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจา
สนาม และแผน่ บนั ทึกคาตอบคงเป็นเช่นเดียวกบั ในแบบฝึกหดั ที่ ๑
ค. แบบฝึ กหัดที่ ๓ : การคน้ หาเป้ าหมายเดี่ยวเคล่ือนท่ี (๒ ชว่ั โมง)
แบบฝึกหดั น้ีจะใชฝ้ ึกทหารในการคน้ หาเป้ าหมายเดี่ยวท่ีมีลกั ษณะการเคล่ือนท่ีคลา้ ยกบั ใน
สนามรบจริง

๑)สิ่งอานวยความสะดวก สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ๑ สนาม
๒)เจา้ หนา้ ที่

ก)* ผฝู้ ึก ๑ นาย
ข)* พลเป้ าหมาย ๓ นาย
๓)ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ
ก)* กระสุนสาหรับการแนะนา - ๑๐ นดั
ข)* กระสุนสาหรับการซกั ซ้อมแต่ละคร้ัง - ๑๐ นดั
๔)แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม : แบบฝึกหดั ที่ ๓ (ตาราง ข-๓)

ตาราง ข-๓ แบบฝึ กหัดท่ี ๓

บ่งการ พล การปฏบิ ตั ขิ องพลเป้ าหมาย ระยะ หลกั
(เมตร) หมายเลข
ที่ เป้ าหมาย ๒๐๐ ๖ ก

๑ ๑ ๑. ยนื ขา้ งตน้ ไม้ ๑๕๐
๒๘ ข
๒. คุกเข่าลงชา้ ๆ

๓. เคล่ือนที่ออกไปชา้ ๆ

๒ ๒ ๔. ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั

เช่นเดียวกบั บ่งการท่ี ๑ แต่อยใู่ นที่ท่ีถูกมองเห็น

ไดไ้ ม่ชดั

- ๑๘๔ -

๓ ๓ ๕. ลกุ ข้ึนยนื ซ่อนตวั เมื่อไดร้ ับคาสง่ั ปรากฏตวั ๑๗๕ ๒๗ ค-๒๘ ค-๒๙

อีกคร้ังท่ีเดิม เคล่ือนดว้ ยการโผเป็ น ๔ หว้ ง ๆ ละ ค-๓๐ ค-๓๒ ค

๔ วนิ าที ไปยงั ที่ที่ถูกมองเห็นไดง้ ่าย

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

๔ ๑ ๑. เริ่มจากท่านงั่ คุกเขา่ หลงั พมุ่ ไม้ เคลื่อนท่ีดว้ ยการ ๓๐๐ ๑ ค-๒-๓ ก-๕ก-

โผ ๕ หว้ ง , ซ่อนตวั ในที่ที่ถกู มองเห็นไดย้ าก แลว้ ๖ก

ปรากฏตวั ที่เดิม ; ๕-๓-๓-๕-๕ วนิ าที ยงิ กระสุน ๑

นดั จากจุดสุดทา้ ย

๕ ๓ ๒. เร่ิมจากท่าหมอบ ,โผ ๕ หว้ ง, ซ่อนตวั ภายหลงั ๓๐๐ ๑ ค-๒ ค-๓ ค-๔

จากการโผแตล่ ะคร้งั แลว้ กลิง้ หรือคลานไปยงั ท่ีแห่ง ค-๕ ค-๖ค

ใหมแ่ ละปรากฏตวั อีกคร้ัง ; ๕-๓-๒-๘-๘ วนิ าที ยงิ

กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั จากจุดสุดทา้ ย

๖ ๒ ๓. เริ่มจากท่าหมอบ , โผไปทางขา้ ง ๕ คร้ัง แลว้ ๑๗๕ ๒๘ ข-๒๙ ข-๓๐

กลบั มาปรากฏท่ีเดิม ; ๔-๕-๔-๔-๓ วนิ าที ยงิ ข-๓๑ ข-๓๒ ข-

กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั จากจุดสุดทา้ ย ๓๓ ข

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

๗ ๒ ๑. วง่ิ กลบั ไปเป็ นระยะ ๖ เมตร ๑๗๕ ๓๓ ข-๓๒ ข-๓๑

ข-๓๐ ข-๒๙ ข-

๒๘ ข

๘ ๓ ๒. วงิ่ เป็ นระยะ ๑๐๐ เมตร จากตน้ ไมไ้ ปยงั ท่ีที่ถกู ๒๐๐ ๒๕ ค-๓๙ ค

มองเห็นไดย้ าก

๙ ๑ ๓. เร่ิมจากท่าหมอบ ; ๕ ซา้ ย-๓-๓-๖-ขวา-๔-๕ ๒๖๐ ๖ ก-๗ ก-๘ ก-๙ ก-

วนิ าที ; ผา่ นร่องแคบ ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั จาก ๑๐ ก-๑๑ ก

จุดสุดทา้ ย (หมายเลขคือ จานวนวนิ าที คาวา่ ซา้ ย

หรือขวา (แสดงทิศทางการเคล่ือนท่ี)

๑๐ ๒ ๔. เร่ิมจากหลงั พมุ่ ไม้ ; ๖-๘-๓-ขวา-๔-๓ วนิ าที ๓๐๐ ๑ ข-๒ ข-๓ ข-๔

ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั จากจุดสุดทา้ ย ข-๕ ข-๖ ข

ง.แบบฝึ กหัดท่ี ๔ : การคน้ หาเป้ าหมายหลายเป้ าเคลื่อนท่ีเป็นหว้ ง ๆ (๒ ชว่ั โมง)

แบบฝึกหดั น้ีจะใชฝ้ ึกทหารในการคน้ หาและเล็งตอ่ เป้ าหมายหลายเป้ า , เคล่ือนที่ตามแบบ

การรบ

๑)สิ่งอานวยความสะดวก : สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ๒ สนาม

๒)เจา้ หนา้ ท่ี

ก)* ผฝู้ ึก ๒ นาย (สนามละ ๑ นาย)

ข)* ผชู้ ่วยผฝู้ ึก ๘ นาย (สนามละ ๔ นาย)

ค)* พลเป้ าหมาย ๑๖ นาย (สนามละ ๘ นาย)

- ๑๘๕ -
๓)การจดั การฝึก แบง่ ทหารออกเป็ น ๒ พวก ทาการฝึกในแต่ละสนาม
๔)ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ

ก)* กระสุนสาหรับการแนะนา - ๔๗ นดั
ข)* กระสุนสาหรับการซกั ซ้อม - ๔๗ นดั
๕)แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม : แบบฝึกหดั ที่ ๔ ทหารใชเ้ คร่ืองมือเล็งหมายจุดที่
เป้ าหมายเคล่ือนท่ีหายไปในภูมิประเทศ (ตาราง ข-๔)

ตาราง ข-๔ แบบฝึ กหดั ท่ี ๔

บ่งการ พล การปฏบิ ัตขิ องพลเป้ าหมาย ระยะ หลกั

ท่ี เป้ าหมาย (เมตร) หมายเลข

๑ ๑ ๑. ปรากฏตวั ในท่านง่ั คุกเข่า, คลานเป็ นระยะ ๕ ๗๕ ๔๒ก-๔๓ก-๔๔ก-

เมตร ไปที่วางตวั ใหม่ ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั ๔๕ก-๔๖ก

เมื่อเปลี่ยนท่ีวางตวั ทุก ๒ คร้ัง (พลเป้ าหมาย ๑ ๔๐ข-๔๑ข-๔๒ข-

นาย ยงิ ๑ นดั ) แลว้ ปรากฏตวั ในท่ีท่ีถูกมองเห็น ๔๓ข-๔๔ข

ง่าย

๒ ๓ ๒. ปฏิบตั ิตามขอ้ ๑ แต่ปรากฏตวั ในที่ที่ถกู ๑๐๐ ๓๙ก-๔๐ก-๔๑ก-

๔ มองเห็นไดไ้ มช่ ดั , แตม่ ีจุดอา้ งได้ ถา้ ปรากฏตวั ใน ๔๒ก-๔๓ก

ท่ีรกทึบตอ้ งมีจดุ อา้ งท่ีเห็นไดช้ ดั ๓๗ข-๓๘ข-๓๙ข-

๔๐ข-๔๑ข

๓ ๕ ๓. เริ่มตน้ โดยพลเป้ าหมายเดินผา่ นป่ าหรือท่ีรกทึบ ๓๐๐ ๙ก-๑๐ก-๑๑ก-๑๒ก-

๖ ซ่อนตวั เม่ือมีการยงิ โผ ๕ คร้ัง ๆ ละ ๔ วนิ าที ไป ๑๓ก-๑๔ก-๑๑ข-

ยงั ที่ที่ถูกมองเห็นไดง้ ่าย แลว้ ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ ๑๒ข-๑๓ข-๑๔ข-

นดั เมื่อถึงจุดสุดทา้ ย ๑๕ข-๑๖ข-๗ค-๘ข-

๙ข-๑๐ค-๑๑ค-๑๒ค-

๑๓ค-๑๔ค

๔ ๗ ๔. เร่ิมตน้ จากท่านง่ั คุกเข่าหลงั พมุ่ ไมโ้ ผไป ๕ หว้ ง ๒๐๐ ๑๒ค-๑๓ค-๑๔ค-

แลว้ ปรากฏตวั ในที่ท่ีถกู มองเห็นไดไ้ มช่ ดั เจน ๑๕ค-๑๖ค-๑๗ค

๘ โผไปยงั จุดที่มีจุดอา้ งท่ีพอมองเห็นได้ ๔-๒-๔-๔ ๑๔ค-๑๕ค-๑๖ค-

วนิ าที เมื่อถึงจุดสุดทา้ ยยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั ๑๗ค-๑๘ค-๑๙ค

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

๕ ๔ ๑. เริ่มจากท่าหมอบ , โผ ๕ หว้ งไปยงั ที่ที่ถกู ๓๐๐ ๘ก-๙ก-๑๐ก-๑๑ก-

๕ มองเห็นไดง้ ่ายและยาก ; ๒-๔-๖-๒ วนิ าที แลว้ ๑๒ก-๑๓ก-๑๔ก-

๖ ยงิ กระสุนซอ้ มรบจากจุดสุดทา้ ย ๑ นดั ๑๕ก-๑๖ก

๑๐ข-๑๑ข-๑๒ข-

๑๓ข-๑๔ข-๑๕ข

๖ ๑ ๒. เริ่มตน้ จากตน้ ไม,้ โผ ๕ หว้ ง ไปยงั ท่ีที่ถูก ๑๗๕ ๑๔ก-๑๕ก-๑๖ก-

- ๑๘๖ -

มองเห็นไดง้ ่ายและยากสลบั กนั ; ๒-๓-๔-๒ ๑๗ก-๑๘ก-๑๙ก-

วนิ าที แลว้ ยงิ กระสุนซอ้ มรบจากจุดสุดทา้ ย ๑ นดั ๑๘ข-๑๙ข-๒๐ข-

๒๑ข-๒๒ข-๒๓ข-

๑๗ค-๑๘ค-๑๙ค-

๒๐ค-๒๑ค-๒๒ค-

๒๓ค-๒๔ค

๗ ๓ ๓. เร่ิมตน้ จากระยะตา่ ง ๆ ,โผ ๕ หว้ ง ๔-๒-๓-๔ ๑๗๕ ๑๗ก-๑๘ก-๑๙ก-

วนิ าที ไปยงั ท่ีท่ีถูกมองเห็นไดง้ ่ายและยากสลบั กนั ๒๐ก-๒๑ก-๒๒ก

ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั จากจุดสุดทา้ ย ๑๓ก-๑๔ก-๑๕ก-

๑๖ก-๑๗ก-๑๘ก-

๑๙ก-๒๐ก-๒๑ก

เปลย่ี นตาแหน่งเป้ าหมาย

๘ ๑ ๑. คลานไป ๕ หว้ ง ๆ ละ ๕ เมตร ไปยงั จุดตา่ ง ๆ ๒๐๐ ๑๑ก-๑๒ก-๑๓ก-

ที่ถูกมองเห็นไดง้ ่าย ถา้ หากเป็ นที่ถูกมองเห็นได้ ๑๔ก-๑๕ก-๑๖ก

ยากจะตอ้ งมีจุดอา้ งท่ีถูกมองเห็นง่าย เม่ือถึงจุด ๑๒ข-๑๓ข-๑๔ข-

สุดทา้ ยใหย้ งิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั ๑๕ข-๑๖ข

๑๒ค-๑๓ค-๑๔ค-

๑๕ค-๑๖ค-๙ก-

๑๕ค-๑๖ค-๙ก-๑๐ก-

๑๑ก-๑๒ก-๑๓ก-

๑๔ก

๙ ๓ ๒. เร่ิมเดินในป่ า แลว้ โผ ๕ หว้ ง ; ๔-๒-๒-๖-๔ ๓๐๐ ๑๐ข-๑๑ข-๑๒ข-

๔ วนิ าที แลว้ ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๑ นดั ท่ีจุดสุดทา้ ย ๑๓ข-๑๔ข-๑๕ข-

๕ ๑๐ค-๑๑ค-๑๒ค-

๑๓ค-๑๔ค-๑๕ค

๑๐ ๓ ๓. โผ ๕ หว้ ง ; ๔-๓-๖-๒-๓ วนิ าที ยงิ กระสุน ๑๕๐ ๒๐ก-๒๑ก-๒๒ก-

๔ ซอ้ มรบ ๑ นดั ที่จุดสุดทา้ ย ๒๓ก-๒๔ก-๒๕ก-

๕ ๒๑ข-๒๒ข-๒๓ข-

๖ ๒๔ข-๒๕ข-๒๖ข

๑๘ข-๑๙ข-๒๐ข-

๒๑ข-๒๒ข-๒๓ข

๑๙ค-๒๐ค-๒๑ค-

๒๒ค-๒๓ค-๒๔ค

- ๑๘๗ -
จ.แบบฝึ กหดั ที่ ๕ : การคน้ หาเป้ าหมายจากเสียง (๒ ชวั่ โมง)
แบบฝึกหดั น้ีใชฝ้ ึกทหารคน้ หาเป้ าหมายจากเสียงปื นท่ีฝ่ ายตรงขา้ มทาการยงิ

๑)สิ่งอานวยความสะดวก สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ๑ สนาม
๒)เจา้ หนา้ ท่ี

ก)* ผฝู้ ึก ๑ นาย
ข)* ผชู้ ่วยผฝู้ ึก ๑ นาย ต่อทหาร ๑๐ นาย
ค)* พลเป้ าหมาย ๕ นาย
๓)การจดั การฝึก ฝึกแบบรวมการในสนามฝึกเดียวกนั
๔)ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ
ก)* กระสุนสาหรับการแนะนา - ๔๖ นดั
ข)* กระสุนสาหรับการซักซ้อม - ๔๖ นัด
๕)แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม : แบบฝึกหดั ที่ ๕ (ตาราง ข-๕)

บ่งการที่ ตาราง ข-๕ แบบฝึ กหัดท่ี ๕ ป้ ายหมายเลข
๑ ๑๔
๒ พลเป้ าหมาย ๑๑
๑ ๔
๓ ๒ ๗
๓ ๙
๔ ๔ ๑๔
๕ ๑๑
๕ ๑ ๔
๖ ๒ ๗
๗ ๓ ๙
๔ ๑๑
๘ ๕
๒ ๒
๙ ๘
๑๐ เปล่ียนตาแหน่งเป้ าหมาย ๑๒
๑ ๑๓
๑๑ ๓ ๖
๔ ๘




- ๑๘๘ -

๔ ๑๒

๑๒ ๑ ๒

๒ ๑๓

๑๓ ๔ ๑๒

๕๖

เปลี่ยนตาแหน่งเป้ าหมาย

๑๕ ๔ ๑

๕๓

๑๖ ๑ ๑๐

๑๗ ๓ ๕

๒๙

๑๘ ๔ ๑

๑ ๑๐

๑๙ ๓ ๕

๒๐ ๕ ๓

๒๑ ๒ ๙

๔๑

๓๕

๒๒ ๑ ๓

๒๓ ๒ ๙

๒๔ ๓ ๑๔

๔ ๑๐

๒๕ ๕ ๓

๑๙

๒๖ ๒ ๙

๓ ๑๔

๒๗ ๔ ๑๐

๕๘

๒๘ ๔ ๘

- ๑๘๙ -
ฉ.แบบฝึ กหัดท่ี ๖ ; การคน้ หาเป้ าหมายเคลื่อนท่ีเป็นชุด, ผรู้ ับการฝึกใชก้ ารพราง
แบบฝึกหดั น้ีใชฝ้ ึกทหารในการคน้ หาเป้ าหมายท่ีสมมติวา่ เป็นทหารขา้ ศึก ๑ ชุด กาลงั
เคลื่อนที่ ผรู้ ับการฝึ กใชก้ ารพรางเป็นบุคคล

๑)สิ่งอานวยความสะดวก สนามฝึ กค้นหาเป้ าหมาย ๒ สนาม

๒)เจ้าหน้าที่
ก)* ผฝู้ ึก จานวน ๒ นาย (สนามละ ๑ นาย)
ข)* ผชู้ ่วยผฝู้ ึก ๔ นาย (สนามละ ๒ นาย)
ค)* ผสู้ าธิต ๔ นาย (สนามละ ๒ นาย)

๓)การจดั การฝึ ก แบง่ ทหารออกเป็ น ๒ พวก แยกกนั ฝึกพวกละสนาม
๔)ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ ไม่มี
๕)แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม แบบฝึกหดั ท่ี ๖ (ตาราง ข-๖)

ตาราง ข-๖ แบบฝึ กหัดท่ี ๖

บ่ง (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐)

การ โผ โผ คลาน โผ คลาน โผ คลาน โผ โผ โผ

ท่ี ๖ วนิ าที ๒ วนิ าที ตา่ ๔ ตา่ ๔ ตา่ ๒ ๖ ๕.๐

๕ เมตร วนิ าที ๕ เมตร วนิ าที ๑๐ เมตร วนิ าที วนิ าที เมตร

๑X XX XX

๒X X X XX

๓X XX XX

๔X XX XX

๕ XX XX

๖X X X XX

๗X X X XX

๘ X XX X

๙X XX XX

๑๐ X XX XX

๑๑ X XXX X

๑๒ X XX XX

๑๓ X X X XX

๑๔ X X XX

แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนามน้ีจะมีบ่งการ ๑๐ บ่งการ ใหท้ หาร ๑๔ คน ทาหนา้ ที่เป็น
พลเป้ าหมาย หน่วยอาจปรับปรุงแกไ้ ขแผน่ บนั ทึกหลกั ฐานน้ีใหเ้ หมาะสมกบั หน่วยระดบั หมู่หรือ
หน่วยท่ีมีทหารมากกวา่ ได้

- ๑๙๐ -

ช.แบบฝึ กหดั ท่ี ๗ : เป้ าหมายเคลื่อนที่ผสมกบั การเกิดเสียง (๒ ชว่ั โมง)
แบบฝึกหดั น้ีใชฝ้ ึกทหารใหค้ น้ หา, กาหนดท่ีต้งั , เล็ง และยงิ ต่อเป้ าหมายเคล่ือนที่ในการรบ
ได้

๑)สิ่งอานวยความสะดวก สนามฝึกคน้ หาเป้ าหมาย ๒ สนาม
๒)เจา้ หนา้ ที่

ก)* ผฝู้ ึก ๒ นาย (สนามละ ๑ นาย)
ข)* ผชู้ ่วยผฝู้ ึก ๑๐ นาย (สนามละ ๕ นาย)
ค)* พลเป้ าหมาย ๑๖ นาย (สนามละ ๘ นาย)
๓)การจดั การฝึก แยกฝึกเป็น ๒ พวก ๆ ละสนาม
๔)ความตอ้ งการกระสุนซอ้ มรบ
ก)* กระสุนสาหรับการแนะนาแต่ละคร้ัง - ๗๕ นดั
ข)* กระสุนสาหรับการซกั ซอ้ มแต่ละคร้ัง *- ๗๕ นดั
๕)แผน่ บนั ทึกหลกั ฐานประจาสนาม : แบบฝึกหดั ท่ี ๗ (ตาราง ข-๗)

ตาราง ข-๗ แบบฝึ กหัดที่ ๗

บ่งการ พล การปฏบิ ัตขิ องพลเป้ าหมาย ระยะ หลกั

ท่ี เป้ าหมาย (เมตร) หมายเลข

๑ ๑ ๑. พลเป้ าหมาย ๒ คน คลานชา้ ๆ ๗๕ เมตร และทาการ ๑๕๐ ๒๘ก-๓๑ก

ยงิ กระสุนซอ้ มรบไปยงั แนวตรวจการณ์คนละ ๔ นดั

๒ ท้งั ๒ คนอยใู่ นที่ที่ถูกมองเห็นไดง้ ่าย ๒๘ข-๓๑ข

๓ ป๑๔

๔ ป๓

๒ ๕ ๒. พลเป้ าหมาย ๓ คน คลานอยา่ งคล่องแคล่ว ๕ เมตร , ๒๐๐ ๒๒ก-๒๓ก

พลเป้ าหมาย ๑ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั ท้งั หมดอยใู่ น ๒๐ข-๒๒ข

ท่ีที่ถูกมองเห็นไดย้ าก ระยะเคียงระหวา่ งเป้ าหมาย ๒๕ ป๔

เมตร

เปลย่ี นตาแหน่งเป้ าหมาย

๓ ๑ ๑. พลเป้ าหมาย ๒ คน เดินผา่ นท่ีรกทึบ, ซ่อนตวั เมื่อไดร้ ับ ๓๐๐ ๑ก-๒ก

๒ คาสงั่ ,โผอยา่ งรวดเร็ว ๔ วนิ าที พลเป้ าหมาย ๒ คนยงิ ๒ข-๓ข
๓ กระสุนซอ้ มรบคนละ ๓ นดั ๑ค-๒ค

๔ ป๑๒

๔ ๕ ๒. พลเป้ าหมาย ๒ คน โผเป็ นเวลา ๓ วนิ าที ๒๕๐ ๑๔ข-๑๕ข

๖ แลว้ เขา้ ที่ซ่อนตวั ๑๓ค-๑๔ค

๗ พลเป้ าหมาย ๒ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบคนละ ๓ นดั ป๑๓

๘ ป๑๐

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

- ๑๙๑ -

๕ ๑ ๑. พลเป้ าหมาย ๑ คน คลานเป็นระยะ ๕ เมตร แลว้ หยดุ ๑๐๐ ๓๑ก-๓๒ก

ตรงที่ท่ีถกู มองเห็นไดง้ ่าย

๒. พลเป้ าหมาย ๑ คน โผ ๕ วินาที และหยดุ ตรงที่ท่ีถกู ๓๑ข-๓๒ข

มองเห็นไดย้ าก

๓. พลเป้ าหมาย ๑ คน โผ ๑๐ เมตร ๒๙ค-๓๑ค

๔. พลเป้ าหมาย ๑ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๕ นดั ป๙

๖ ๕ ๒. พลเป้ าหมาย ๓ คน คลานชา้ ๆ ระยะ ๕ เมตร พล ๑๕๐ ๒๗ข-๒๘ข

เป้ าหมาย

๖ ๑ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๒ นดั ทุกคนอยใู่ นท่ีท่ีมอง ๒๖ค-๒๗ค

๗ เห็นไดย้ าก แต่มีจดุ อา้ งท่ีมองเห็นง่าย ๒๕ก-๒๖ก

๘ ป๒

เปลยี่ นตาแหน่งเป้ าหมาย

๗ ๑ ๑. พลเป้ าหมาย ๒ คน คลานอยา่ งคล่องแคลว่ ๒๒๕ ป๑๑

๒ เป็ นระยะ ๕ เมตร ท้งั ๒ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ป๑

คนละ ๒ นดั ท้งั หมดอยู่

๓ ในท่ีท่ีถกู มองเห็นไดง้ ่าย ๑๓ค-๑๔ค

๔ ๑๔ข-๑๕ข

๘ ๕ ๒. พลเป้ าหมาย ๓ คน เดินผา่ นท่ีรกทึบ จนกระทงั่ ถกู ยงิ ๓๐๐ ป๖

จากแนวตรวจการณ์, ใหเ้ ขา้ ที่หลบซ่อนแลว้ คลานไป ๕ ๒ค-๓ค

เมตร พลเป้ าหมาย ๑ คน ยงิ กระสุนซอ้ มรบ ๔ นดั ๒ก-๓ก

๒ข-๓ข

เปลย่ี นตาแหน่งเป้ าหมาย

๙ ๑ ๑. ปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั ขอ้ ๗-๘ เวน้ แต่พลเป้ าหมายอยใู่ นที่ที่ ๕๐ ๒๔ก-๒๕ก

๒ ถกู มองเห็นไดย้ าก ๒๕ข-๒๔ข

๓ ป๖-๒๖ค-

๑๐ ๔ ๒. พลเป้ าหมาย ๒ คน โผ ๕ วินาที แลว้ ยงิ ๒๒๕ ๒๗ค
๕ กระสุนซอ้ มรบคนละ ๑ นดั ๑๕ค-๑๗ค
๖ ป๘

เปลย่ี นตาแหน่งเป้ าหมาย ๑๙ข-๒๐ข
๑๑ ๑ ๑. พลเป้ าหมายยงิ กระสุนซอ้ มรบ คนละ ๑ นดั ๒๕๐

๒ ป๑๑

๓ ป๑๓

๔ ป๙

ป๑๒

๑๒ ๕ ๒. พลเป้ าหมาย ๑ คน โผระยะ ๑๐ เมตรไปยงั ท่ี ๑๐๐ ป๖

๖ ท่ีถกู มองเห็นไดย้ าก พลเป้ าหมาย ๓ คน ยงิ ป๑๐

๗ กระสุนซอ้ มรบคนละ ๒ นดั ป๔

๘ ๓๙ข-๓๒ข


Click to View FlipBook Version