- ๓๔๒ -
ครูฝึก/ผฝู้ ึกควรอธิบายใหท้ หารเขา้ ใจถึงความเป็ นมาของวงกลมขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง
๑๒ ซม. ที่ระยะ ๗๕ เมตร, ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง ๒๘ ซม. ที่ระยะ ๑๗๕ เมตร และขนาด
เส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง ๔ ซม. ที่ระยะ ๒๕ เมตร, วา่ มีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไร และการใชช้ ่องตาราง
สาหรับการปรับศนู ย์ ตลอดจนการทาเครื่องหมายท่ีแผน่ เป้ า, ตาบลเล็ง และตาบลกระสุนถูกเป้ า
นอกจากน้ีแลว้ ควรใหท้ หารไดม้ ีประสบการณ์เก่ียวกบั ผลกระทบของแรงลมตอ่ ทิศทางของกระสุน
ขอ้ มูลต่าง ๆ ท่ีทหารควรไดร้ ับทราบควรจะมีตามท่ีแสดงในรูปท่ี ช – ๒๘ (ก- ๑) จะเห็นวา่ ทหารท่ียงิ
เป้ าทางดา้ นซา้ ยมีปัญหาเก่ียวกบั หลกั พ้ืนฐานการยงิ ปื น ถึงแมว้ า่ จะยงิ ถูกเป้ าถึง ๒ นดั ส่วนทหารท่ียงิ
เป้ าทางดา้ นขวาน้นั ยงิ ผดิ เป้ า ๒ นดั ถูก ๑ นดั ในรูปท่ี ช – ๒๘ (ก – ๒) แต่กลุ่มกระสุนแสดงใหเ้ ห็น
วา่ ทหารคนน้นั มีหลกั ฐานการยงิ ปื นที่ดี เพียงแต่ตอ้ งการการปรับศนู ยห์ รือปรับตาบลเลง็ เท่าน้นั
ทหารที่ยงิ เป้ าในรูปท่ี ช - ๒๘ (ข – ๑) และทหารท่ียงิ เป้ าในรูปที่ ช – ๒๘(ข – ๒) น้นั ดู
เหมือนวา่ จะยงิ ไดด้ ีเท่ากนั เม่ือทาการยงิ ต่อเป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ แต่เม่ือทาการยงิ ท่ีเป้ าแสดงผลแลว้ จะเป็น
วา่ ทหารท่ียงิ เป้ าในรูปที่ ช – ๒๘(ข – ๒) จะมีขีดความสามารถในการยงิ ปื นที่สูงกวา่ ( ดูจากกลุ่ม
กระสุน )
รูปที่ ช – ๒๘ (ก - ๑)
การเปรียบเทยี บผลการยงิ จากเป้ าแสดงผล ทร่ี ะยะ ๗๕ เมตร เป็ นการยงิ คร้ังแรก
- ๓๔๓ -
รูปท่ี ช – ๒๘ (ก - ๒)
การเปรียบเทยี บผลการยงิ จากเป้ าแสดงผล ทรี่ ะยะ ๗๕ เมตร เป็ นการยงิ คร้ังทสี่ อง
รูปที่ ช – ๒๘ (ข - ๑)
การเปรียบเทยี บผลการยงิ จากเป้ าแสดงผล ทร่ี ะยะ ๑๗๕ เมตร เป็ นการยงิ คร้ังแรก
- ๓๔๔ -
รูปที่ ช – ๒๘ (ข - ๒)
การเปรียบเทยี บผลการยงิ จากเป้ าแสดงผล ทร่ี ะยะ ๑๗๕ เมตร เป็ นการยงิ คร้ังทสี่ อง
ตอนท่ี ๔
สนามยงิ ปื นทราบระยะ
สนามยงิ ปื นทราบระยะน้นั เหมาะสมสาหรับการฝึกพลแมน่ ปื นและทดสอบขีดความสามารถ
ซ่ึงเป็นข้นั ตอนท่ีต่อจากการฝึ กทหารเพื่อยงิ ปื นทานองรบ ( ใชเ้ ป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ ) การยงิ ปื นในสนาม
ทราบระยะน้ีจะทาใหท้ หารไดท้ ราบผลการยงิ อยา่ งละเอียดในการยงิ แตล่ ะระยะ ซ่ึงในสนามแตล่ ะ
ช่องยงิ จะประกอบดว้ ยเป้ าเดี่ยวหน่ึงเป้ า ซ่ึงสามารถเห็นไดช้ ดั ในทุกระยะ การฝึกยงิ ปื นในสนามทราบ
ระยะน้ีสามารถพฒั นาทกั ษะการยงิ ปื นไดด้ ี แต่มีลกั ษณะเหมาะสมสาหรับการยงิ แขง่ ขนั มากกวา่ การ
ยงิ เพอ่ื ทาการรบ
- ๓๔๕ -
ช-๕ การดาเนินการฝึ กในสนามยงิ ปื นทราบระยะ
การใชส้ นามยงิ ปื นทราบระยะน้นั เป็นข้นั ตอนหน่ึงในการฝึกพลแม่นปื น ซ่ึงสามารถใชไ้ ด้
เป็นอยา่ งดี ( รูปท่ี ช - ๒๙ ) สนามยงิ ปื นทราบระยะสามารถใชเ้ ป้ าไดห้ ลายประเภท ไม่วา่ จะเป็นเป้ า
กระดาษรูปหุ่นหรือเป้ าแบบแสดงผล
- ๓๔๖ -
ในการฝึกยงิ ปื นในสนามทราบระยะ ทหารไมจ่ าเป็ นตอ้ งใชเ้ ทคนิคการคน้ หาเป้ าหมาย,
เทคนิคการกะระยะ หรือการตรวจการณ์ในเขตรับผดิ ชอบ เพือ่ ทาการยงิ ต่อเป้ าในลกั ษณะฉบั พลนั
หรือยงิ เร็วต่อ เป้ าหลาย ๆ เป้ าในเวลาตอ่ เน่ือง
ขอ้ ดีของสนามยงิ ปื นแบบน้ีก็คือ ทหารจะไดเ้ ห็นตาบลกระสุนถูกเป้ าหรือพลาดเป้ าที่แทจ้ ริง
ตราบใดท่ีทหารคนน้นั ยงั สามารถยงิ ถูกภายในกรอบเป้ าไมว่ า่ จะเป็นการยงิ ทีละนดั , การยงิ จดั กลุ่ม
กระสุน หรือการยงิ ทีละ ๑๐ นดั การแสดงตาแหน่งของรอยกระสุนน้นั ควรแสดงดว้ ยแผน่ ปิ ดเป้ าที่มี
ขนาดเหมาะสมกบั ระยะ ในระยะไกลออกไปอาจใชก้ ลอ้ งขยายหรือกลอ้ งส่องสองตาตามความ
เหมาะสม
ก. การจัดภายในสนาม
การจดั เจา้ หนา้ ที่และสิ่งอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ภายในสนามยงิ ปื นทราบระยะน้นั จะมีความแตกต่าง
กบั สนามยงิ ปื นประเภทแบบอื่น ๆ บุคลากรในสนามจะแบง่ ออกเป็ น ๒ พวก คือพวกท่ีประจาแนวยงิ
เพอ่ื ดูแลรักษาความปลอดภยั และพวกท่ีประจาหลุมเป้ า โดยท่ีผกู้ ากบั ดูแลท่ีแนวยงิ คือนายทหาร
ควบคุมการยงิ และผทู้ ี่กากบั ดูแลท่ีแนวหลุมเป้ าคือนายทหารกากบั หลุมเป้ า
ข. นายทหารควบคุมการยงิ มีหนา้ ที่อานวยการ ควบคุม กากบั ดูและการปฏิบตั ิของผรู้ ับการ
ฝึก และครูฝึก/ผฝู้ ึก ใหอ้ ยภู่ ายในกฎและระเบียบของการรักษาความปลอดภยั นายทหารควบคุมการยงิ
อาจจะนดั แนะกบั ผคู้ วบคุมบนหอควบคุมการยงิ หรือปฏิบตั ิหนา้ ที่ดว้ ยตนเองบนหอควบคุมกไ็ ด้
หนา้ ที่โดยสรุปจะมีดงั น้ี :
๑) ช้ีแจงสรุประเบียบและกฎการรักษาความปลอดภยั แก่ทหารทุกคน รวมท้งั เจา้ หนา้ ที่
สนบั สนุนก่อนที่จะแบ่งพวกปฏิบตั ิหนา้ ที่ ตอ้ งมีการแต่งต้งั มอบหมายเจา้ หนา้ ที่รักษาความปลอดภยั
โดยชดั แจง้
๒) รับผดิ ชอบเกี่ยวกบั กระสุน และ สป.๕ อื่นๆ
๓) จดั แบ่งทหารออกเป็ นพลดั การยงิ และเตรียมเจา้ หนา้ ที่หลุมเป้ าใหเ้ พยี งพอสาหรับ
การปฏิบตั ิงาน
๔) จดั ลาดบั ผลดั ท่ีเขา้ ทาการยงิ และผลดั ที่เป็นคู่ฝึก
๕) จดั ใหม้ ีการติดต่อประสานงานกนั ระหวา่ งแนวยงิ และหลุมเป้ าตลอดเวลาที่มีการใช้
สนาม
ค. นายทหารกากบั หลุมเป้ า นายทหารควบคุมการยงิ อาจจดั นายทหารคนอ่ืน ๆ หรือ อาจจดั
นายทหารช้นั ประทวนอาวโุ สทาหนา้ ท่ีกากบั ดูแลการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีหลุมเป้ า โดยมีหนา้ ท่ีสรุปไดด้ งั น้ี :
๑) ดารงการติดตอ่ สื่อสารระหวา่ งแนวหลุมเป้ ากบั นายทหารควบคุมการยงิ ไวต้ ลอดเวลา
๒) ทาหนา้ ที่จบั เวลาสาหรับการปรากฏของเป้ า
๓) ดูแลการปฏิบตั ิใหเ้ ป็นไปตามระเบียบและกฎการรักษาความปลอดภยั ภายในแนว
หลุดเป้ า
๔) จดั เตรียมเป้ า, ชกั เป้ าข้ึน – ลง, บนั ทึกคะแนน, เตรียมการสาหรับการยงิ ซ้า
- ๓๔๗ -
๕) ทาการช้ีแจงสรุปแก่กาลงั พลที่มาปฏิบตั ิหนา้ ท่ีผลดั เปลี่ยนในแนวหลุมเป้ า
๖) กากบั ดูแลการปฏิบตั ิของเจา้ หนา้ ที่เป้ า ในการนาเป้ าข้ึน – ลง, การปิ ดรอยกระสุนท่ี
เป้ า, การซ่อมเป้ า, อานวยการปฏิบตั ิใหเ้ ป้ าทุกเป้ าข้ึน – ลงในเวลาเดียวกนั ภายใตก้ ารออกคาสง่ั คน
เดียว
๗) ประกาศใหเ้ จา้ หนา้ ที่เป้ าทราบวา่ เป้ าหมายเลขใดจะตอ้ งถูกทาการยงิ ตอ่ ไปหรือยงิ ซ้า
๘) เก็บรวบรวมบตั รบนั ทึกคะแนนภายหลงั จบการยงิ
๙) ลงช่ือรับรองในบตั รบนั ทึกคะแนน
๑๐) ประกาศคะแนนการยงิ เป็นรายบุคคล หากไดร้ ับคาส่ังจากนายทหารควบคุมการยิง
ง. ผ้ชู ่วยครูฝึ ก/ผู้ช่วยผู้ฝึ ก ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีบนแนวยงิ ในการช่วยดูแลรักษาความปลอดภยั และให้
คาแนะนาในการยงิ แก่ผรู้ ับการฝึก
จ. เจ้าหน้าทร่ี ักษาความปลอดภยั แนวยงิ เจา้ หนา้ ท่ีรักษาความปลอดภยั บนแนวยงิ จะปฏิบตั ิ
หนา้ ที่ในเวลาที่มีการยงิ ต่อภายหลงั ท่ีมีเหตุติดขดั หรือเหตุขดั ขอ้ งเป็ นบุคคล โดยจะรายงานให้
นายทหารควบคุมการยงิ ทราบวา่ มีกระสุนเหลือกี่นดั , มีเวลาสาหรับการยงิ เท่าใดเพื่อท่ีนายทหาร
ควบคุมการยงิ จะไดต้ ิดต่อถ่ายทอดไปยงั แนวหลุมเป้ า
ฉ. ผ้รู ับการฝึ กและบุคลากรในสนามท้งั หมด จะตอ้ งกรอกขอ้ ความลงในบตั รบนั ทึกคะแนน
และลงชื่อตามตาแหน่งของตน
ช. การดาเนินการฝึ ก
ก่อนเร่ิมทาการยงิ ทหารจะไดร้ ับจา่ ยกระสุน ๑ ซอง ( ๖ ถึง ๑๐ นดั ) เพอ่ื ทาการยงิ ปรับศนู ย์
เพ่อื ความเชื่อมน่ั ในระยะ ๓๐๐ หลา ( ๒๗๐ เมตร ) โดยทาการยงิ ๒ ชุด ๆ ละ ๓ หรือ ๕ นดั แลว้ ให้
เจา้ หนา้ ท่ีหลุมเป้ าเป็นผปู้ ิ ดรอยกระสุนแตล่ ะหลุม
เมื่อไดย้ งิ เพ่ือมน่ั ใจในศูนยป์ ื นแลว้ ใหท้ หารกลบั มาเริ่มตน้ ที่ระยะ ๑๐๐ หลา ( ๙๐ เมตร ) ครู
ฝึกจา่ ยกระสุนใหท้ หาร ๑ ซอง ( ๖ ถึง ๑๐ นดั ) และใหท้ หารทาการยงิ ต่อเป้ าแสดงผล ( ท่ีใชใ้ นระยะ
๗๕ เมตร ) โดยใชท้ า่ นอนยงิ มีเครื่องหนุนรองหรือทา่ นอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรอง ( ถา้ ทาไดใ้ หท้ หาร
ใชท้ า่ ยนื ยงิ ในหลุมบุคคลโดยมีเครื่องหนุนรอง ) เม่ือทหารยงิ จบแต่ละชุดแลว้ ใหเ้ จา้ หนา้ ที่ในแนว
หลุมเป้ าทาเครื่องหมายรอยกระสุน โดยใชแ้ ผน่ สีดาปิ ดบริเวณสีขาวของเป้ าและแผน่ สีขาวบริเวณสีดา
ของเป้ า ส่วนรอยกระสุนรอยเดิมใหป้ ิ ดทบั ดว้ ยแผน่ สีดาบริเวณสีดาและแผน่ สีขาวบริเวณสีขาว ครูฝึก
ใหค้ าแนะนาและวจิ ารณ์ผลการยงิ ของทหารแต่ละคน
ถา้ หากทหารไดใ้ ชก้ ระสุนหมดแลว้ และไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึงทกั ษะในการยงิ ปื น ใหค้ รูฝึกพา
ทหารไปท่ีแนวยงิ ระยะ ๒๐๐ หลา และ ๓๐๐ หลา ตามลาดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั ิคงเป็นเช่นเดียวกบั
ระยะ ๑๐๐ หลา นน่ั เอง
ครูฝึก/ผฝู้ ึก อาจจดั ทหารแบ่งออกเป็ น ๒ พวกใหญ่ ๆ ขณะท่ีพวกที่ ๑ อยทู่ ่ีแนวยงิ พวกที่ ๒
จะอยทู่ ี่แนวหลุมเป้ า เมื่อพวกท่ี ๑ ยงิ จบก็ใหเ้ ปลี่ยนพวกที่ ๒ ออกมาทาการยงิ บา้ งโดยใชข้ ้นั ตอนการ
ปฏิบตั ิเช่นเดียวกนั
- ๓๔๘ -
ตอนท่ี ๕
หลกั สูตรสารองหรือเสริมในสนามยงิ ปื นทราบระยะ
หลกั สูตรสารองหรือหลกั สูตรเสริมน้ีจะใหโ้ อกาสทหารไดท้ าการยงิ ภายในเวลาท่ีกาหนด
และไดร้ ับทราบผลการยงิ นอกจากน้ีจะยงั จะไดม้ ีประสบการณ์เกี่ยวกบั ผลของแรงลม และแรงดึงดูด
ของโลก ก่อนที่จะทาการยงิ น้นั ทหารจะไดม้ ีโอกาสยงิ ทดสอบศูนยใ์ นระยะ ๓๐๐ หลา ดว้ ยกระสุน ๖
นดั โดยใชท้ ่านอนยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง และในการยงิ บนั ทึกผลน้นั จะไม่นบั คะแนนกระสุน ๖ นดั ที่ใช้
ยงิ ทดสอบศนู ยน์ ้ี ระยะเวลาของหลกั สูตรสารองหรือเสริมน้ีมีเวลา ๑๒ ชว่ั โมง
การปรับศนู ยร์ ะยะ ๒๕ เมตร : ๔ ชว่ั โมง
การยงิ บนั ทึกผล : ๘ ชวั่ โมง
ช-๖ การดาเนินการฝึ ก
นายทหารควบคุมการยงิ หรือเจา้ หนา้ ท่ีบนหอควบคุมการยิง จะใชบ้ อกคาสั่งเหล่าน้ีส่งั การ
ปฏิบตั ิในสนาม
ตาราง ๑ : ท่านอนยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง, ระยะ ๓๐๐ หลา, กระสุน ๒ ซอง ๆ ละ ๑๐ นดั ,
เวลา ๖๐ วนิ าที, เป้ ารูปหุ่นคร่ึงตวั ( หรือ เป้ าหุ่น ข)
“ ผยู้ งิ , จดั ท่านอนยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง ”
“ คู่ฝึก, ส่งกระสุนใหผ้ ยู้ งิ ๑ ซอง ๑๐ นดั ”
“ แนวยงิ ไมป่ ลอดภยั ”
“ กระสุน ๑ ซอง ๑๐ นดั ๑ นดั บรรจุ ” ( เวน้ ช่วง )
( ใหต้ รวจดูวา่ ทหารผยู้ งิ อยใู่ นทา่ ยงิ และมีความพร้อมหรือไม,่ ถา้ ไมพ่ ร้อมใหค้ รูฝึกช่วย
จดั ทา่ , ถา้ พร้อมให้ออกคาสง่ั ตอ่ )
“ ซา้ ยพร้อม ”
“ ขวาพร้อม ”
“ ผยู้ งิ ตรวจการณ์ในช่องยงิ ของตนเอง ”
เม่ือถึงตอนน้ีใหน้ ายทหารกากบั หลุมเป้ าออกคาสง่ั “ เป้ าข้ึน ” เม่ือเป้ าข้ึนอยใู่ นลกั ษณะนายทหาร
กากบั หลุมเป้ าจะเร่ิมจบั เวลา ทหารจะเริ่มยงิ เป้ าปรากฏพร้อม นายทหารควบคุมการยงิ อาจออกคาสงั่ “
เริ่มยงิ ” ดว้ ยกไ็ ด้ เม่ือหมดเวลาใหน้ ายทหารกากบั หลุมเป้ าสงั่ “ เป้ าลง ” นายทหารควบคุมการส่ังยงิ
จะสงั่ “ หยดุ ยงิ , หยดุ ยงิ ,หยดุ ยงิ ” เม่ือสังเกตไดว้ า่ เป้ าเร่ิมถูกดึงต่าลงนายทหารควบคุมการยงิ อาจจะมี
นาฬิกาจบั เวลาดว้ ยแต่ผรู้ ักษาเวลาก็คือนายทหารกากบั หลุมเป้ า
“ มกี ารยงิ ต่อหรือไม่ ”
การอนุมตั ิใหท้ หารซ่ึงยงิ ไม่ทนั ตามเวลาในคร้ังแรกอาจเนื่องมาจากเหตุติดขดั หรือเหตุสุดวสิ ัย
บางประการ นายทหารควบคุมการยงิ จะใหเ้ วลาในการยงิ ต่อไปในเกณฑ์ ๖ วนิ าที ต่อ การยงิ ๑ นดั
ท้งั น้ีครูฝึกจะตอ้ งพจิ ารณาแลว้ วา่ เหตุติดขดั หรือเหตุสุดวสิ ัยน้นั ไมใ่ ช่ความผดิ พลาดที่เกิดจากตวั ทหาร
- ๓๔๙ -
ผยู้ งิ เอง ถา้ ผยู้ งิ ทาการยงิ ไมท่ นั ตามเวลาเพราะเลง็ นานเกินไป ใหถ้ ือวา่ ไมม่ ีสิทธิทาการยงิ กระสุนที่
เหลือ ในกรณีท่ีปื นติดขดั เม่ือทาการยงิ ต่อไปแลว้ ยงั เกิดการติดขดั อยอู่ ีก ใหห้ ยดุ ยงิ แลว้ นา ปลย.
กระบอกน้นั ลงจากแนวเพื่อนาไปใหช้ ่างอาวธุ ทาการตรวจสภาพ
นายทหารควบคุมการยงิ เป็นผอู้ อกคาสั่งใหท้ าการยงิ ใหม่ต่อไปจนจบ ในกรณีท่ีทหารยงิ เป้ า
ของผอู้ ่ืนใหถ้ ือเป็ นความผดิ ของทหารคนน้นั เอง หากตอ้ งการจะบนั ทึกผลใหม่ใหเ้ ร่ิมตน้ การยงิ โดย
ไมน่ บั คะแนนในชุดที่ทาการยงิ ผดิ พลาด
เจา้ หนา้ ที่รักษาความปลอดภยั บนแนวยงิ เป็นผจู้ บั เวลาในการยงิ ใหมต่ ่อไป เมื่อการยงิ ใหม่จบ
ลงแลว้ ใหเ้ จา้ หนา้ ที่หลุมเป้ าบนั ทึกคะแนน, ปิ ดเป้ า และยกเป้ าข้ึน ทหารผยู้ งิ จะไดท้ ราบผลการยงิ ของ
ตน ท้งั ขนาดและตาแหน่งของกลุ่มกระสุน จากน้นั เจา้ หนา้ ท่ีจะดึงเป้ าลงมาเอาแผน่ ปิ ดเป้ าออก แลว้
ทาการซ่อมแผน่ เป้ าเพ่ือเตรียมสาหรับการยงิ ในตารางต่อไป นายทหารควบคุมการยงิ จะแจง้ ให้
นายทหารกากบั หลุมเป้ าทราบถึงการปฏิบตั ิในข้นั ตอนตอ่ ไป ทหารบนแนวยงิ จะทาการตรวจอาวธุ
เมื่อจบการยงิ แตล่ ะคร้ัง หอควบคุมการยงิ จะออกคาสง่ั :
“ ตรวจอาวธุ ท้งั หมด
ซา้ ยปลอดภยั
ขวาปลอดภยั
แนวยงิ ปลอดภยั ” ( หลงั จากยงิ จบ ๑๐ นดั จะออกคาสง่ั อีกคร้ัง )
ตาราง ๒ : ทา่ นอนยงิ ไม่มีเคร่ืองหนุนรอง, ระยะ ๑๐๐ หลา, กระสุน ๑ ซอง ๑๐ นดั ,
เวลา ๖๐ วนิ าที เป้ ารูปหุ่นคร่ึงตวั ( หรือเป้ าหุ่น ข )
ตาราง ๓ : ท่านอนยงิ ไม่มีเครื่องหนุนรอง, ระยะ ๑๐๐ หลา, กระสุน ๑ ซอง ๑๐ นดั ,
เวลา ๖๐ วนิ าที, เป้ ารูปหุ่นนอน
คาสง่ั ยงิ สาหรับตาราง ๒ และ ๓ คงเช่นเดียวกบั ตาราง ๑ รวมท้งั คาสง่ั ใหย้ งิ ต่อหรือทาการยงิ
ซ้าใหม่จากตาราง ๒ ไปยงั ตาราง ๓ นายทหารกากบั หลุมเป้ าจะตอ้ งสงั่ เปล่ียนเป้ ารูปหุ่นแลว้ รายงาน
ใหน้ ายทหารควบคุมการยงิ ทราบ เมื่อปฏิบตั ิเสร็จ
ช-๗ อุปกรณ์สาหรับการฝึ ก
กระดาษเป้ ารูปหุ่นคร่ึงตวั ( เป้ าหุ่น ข ) ๒ แผน่ / ทหาร ๑ คน
กระดาษเป้ ารูปหุ่นนอน ๑ แผน่ / ทหาร ๑ คน
กระดาษซ่อมเป้ าสีดา
กระดาษซ่อมเป้ าสีขาว
แผน่ วงกลมปิ ดเป้ าแสดงตาแหน่งรอยกระสุน ๒๐ แผน่ / ๑ ช่องยงิ
ชุดเครื่องขยายเสียงพร้อมลาโพง ๒ ชุด
โทรทศั นส์ นามหรือวทิ ยุ ๒ ชุด
กระสุนสาหรับยงิ ปรับศนู ย์ ๖ นดั / ทหาร ๑ คน
กระสุนสาหรับยงิ บนั ทึกผล ๔๐ นดั / ทหาร ๑ คน
- ๓๕๐ -
ซองกระสุน ๔ ซอง / ทหาร ๑ คน
กาวหรือแป้ งเปี ยก
นาฬิกาจบั เวลา
บตั รบนั ทึกคะแนน
ช-๘ เกณฑ์การจัดช้ันคุณวฒุ ิ
นายทหารกากบั หลุมเป้ าเป็ นผบู้ นั ทึกคะแนน โดยใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีหลุมเป้ าเป็นผดู้ าเนินการในแต่
ละเป้ า รวมท้งั การรายงานจานวนกระสุนที่มีการยงิ ผิดเป้ าเกิดข้ึน กระสุนท่ีแฉลบหรือกระดอนเขา้ เป้ า
น้นั ไม่ถือเป็นคะแนนเกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิของการยงิ ปื นในสนามทราบระยะมีดงั น้ี :
ผเู้ ชี่ยวชาญ : ยงิ ถูก ๓๘ ถึง ๔๐ นดั ยงิ ปื นดี : ยงิ ถูก ๒๖ ถึง ๓๒ นดั
พลแม่นปื น : ยงิ ถูก ๓๓ ถึง ๓๗ นดั ไมไ่ ดผ้ ล : ยงิ ถูก ๒๕ นดั หรือนอ้ ยกวา่
รูปที่ ช - ๓๐
ตวั อย่างการบันทกึ ลงในบตั รบนั ทกึ คะแนนสาหรับการยงิ ในสนามยงิ ปื นทราบระยะ
- ๓๕๑ -
ตอนที่ ๖
การยงิ เป้ าหุ่นอตั โนมตั ิในสนามยงิ ปื นทราบระยะ
เมื่อทหารไดผ้ า่ นการฝึกจนมีความมนั่ ใจในผลการยงิ ท่ีถูกหรือผดิ เป้ าของตน จากการใชเ้ ป้ า
แผน่ กระดาษแสดงผลแลว้ ทหารจะไดร้ ับการฝึกฝนการตรวจการณ์ในเขตการยงิ ของตน, การยงิ เร็ว
และการยงิ เป้ าหลายเป้ าต่อเน่ืองกนั เพื่อใหพ้ ร้อมท่ีจะทาการยงิ ในสนามทานองรบเพ่ือบนั ทึกผลและ
จดั ช้นั คุณวฒุ ิต่อไป
ช-๙ การดาเนินการฝึ ก
ตามปกติแลว้ สนามทราบระยะประกอบเป้ าหุ่นอตั โนมตั ิน้ีจะประกอบดว้ ย ๓๕ จุดยงิ ซ่ึง
ภายในเขตรับผดิ ชอบของแต่ละจุดยงิ จะมีเป้ าหุ่นอตั โนมตั ิ ๓ ตวั ในระยะ๗๕ เมตร, ๑๗๕ เมตรและ
๓๐๐ เมตร ( ที่ระยะ ๗๕ เมตร จะเป็นเป้ าหุ่นนอน ส่วนที่ระยะ ๑๗๕ และ ๓๐๐ เมตร จะเป็นเป้ าหุ่น
คร่ึงตวั ) แรงส่นั สะเทือนจากการกระทบเป้ าของลูกกระสุน จะส่งผลใหเ้ ครื่องกลไกของเป้ าทางาน ทา
ใหเ้ ป้ าลม้ ลงในลกั ษณะเหมือนกบั การถูกยงิ ( รูปท่ี ช - ๓๑ และรูปท่ี ช - ๓๒ )
ลาโพงขยายเสียง
หลกั หมายจุดยงิ
รูปท่ี ช - ๓๑ สนามยงิ ปื นทราบระยะประกอบเป้ าหุ่นอตั โนมัติ
- ๓๕๒ -
รูปที่ ช - ๓๒
เป้ าหุ่นอตั โนมตั แิ บบ เอม็ .๑๓ เอ ๑ ตดิ ต้ังหุ่นคร่ึงตัว
ก. การตรวจสอบสภาพสนาม
ก่อนการใชส้ นามจะตอ้ งมีการตรวจสอบการปฏิบตั ิงานของกลไกเป้ าอตั โนมตั ิและการ
รายงานผลการยงิ ของเครื่องคานวณ ถา้ หากกลไกไม่ทางานกจ็ ะมีผลเสียคือ เม่ือทหารถูกยงิ เป้ าแลว้ เป้ า
ไม่ลม้ ทหารก็จะเขา้ ใจวา่ ตนยงิ ไมถ่ ูกเป้ า ครูฝึกจะตอ้ งตรวจสอบสภาพของแผน่ เป้ าวา่ มีรูทะลุเป็นรอย
ใหญเ่ กินไปจนกระสุนวงิ่ ผา่ นรูน้นั แลว้ ไม่เกิดผลทาใหก้ ลไกของเป้ าทางานหรือไม่
ข. การดาเนินการฝึ ก
ในการฝึกควรใหท้ หารไดใ้ ชท้ า่ ยงิ จากหลุมบุคคลมีเครื่องหนุนรองหรือท่านอนยงิ ท่ีมีเคร่ือง
หนุนรองเม่ือทหารทาการยงิ จาก ๒ ท่าน้ีไดผ้ ล จึงค่อยพจิ ารณาใหใ้ ชท้ า่ ยงิ อื่นในการฝึ กในตอนเร่ิมการ
ฝึกควรใหท้ หารทาการยงิ ต่อเป้ าเดี่ยวก่อน แลว้ คอ่ ย ๆ ลดระยะเวลาการปรากฏของเป้ าลงไปเรื่อย ๆ
เมื่อทหารเริ่มมีความชานาญแลว้ จึงทาใหก้ ารยงิ เป้ าหมายเป้ าตอ่ เน่ืองกนั และลดเวลาการปรากฏของ
เป้ าลง
- ๓๕๓ -
ทหารซ่ึงยงิ ไม่ถูกเป้ าเป็นจานวนหลาย ๆ เป้ า จะตอ้ งถูกแยกออกไปทาการฝึกพเิ ศษหรือแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่อง ทหารท่ียงิ ไม่ถูกเป้ าระยะ ๓๐๐ เมตร ๑๐ คร้ัง จากการปรากฏของเป้ า ๑๐ คร้ังน้นั ถือวา่ ได้
สูญเสียความเชื่อมนั่ ในขีดความสามารถของตนเอง ปกติแลว้ ทหารควรจะยงิ ถูกเป้ า ๗ คร้ัง จากการ
ปรากฏของเป้ า ๑๐ คร้ัง
คูฝ่ ึกสามารถช่วยเหลือเพื่อนของตนขณะทาการยงิ ได้ โดยช่วยตรวจตาบลกระสุนตกหรือคอย
สังเกตการณ์ยงิ ของเพือ่ นวา่ มีขอ้ บกพร่องอยา่ งไรบา้ ง ถา้ กระสุนตกต่าหนา้ เป้ าหลา ๆ คร้ัง กค็ วรบอก
ใหเ้ พื่อนทาการเลง็ สูงข้ึนหรือปรับตาบลเล็งต่อเป้ าหมายใหม่
การฝึกยงิ ดว้ ยกระสุนจริงน้ีสามารถกระทาไดห้ ลายแนวทาง เช่น ผฝู้ ึกอาจแบ่งทหารออกเป็น
๒ ผลดั หรือมากกวา่ น้นั ข้ึนอยกู่ บั จานวนทหารโดยมอบใหผ้ ลดั ที่ ๑ ทาการยงิ ผลดั ที่ ๒ เป็นคู่ฝึก
และผลดั ที่ ๓ เป็นผบู้ นั ทึกคะแนน แลว้ ทาการหมุนเวยี นกนั ฝึกต่อไป
ในการใชก้ ระสุนตอ่ เป้ าหมายควรกาหนดใหใ้ ช้ ๑ นดั ต่อ ๑ เป้ าหมาย
ค. การบนั ทกึ ผลการปฏบิ ัติ
ครูฝึก/ผฝู้ ึก ควรทาการบนั ทึกผลการยงิ ของทหารแต่ละคนไว้ แลว้ นามาแสดงรวมกนั ภายใน
แผน่ ชาร์ท หรือประกาศใหท้ ราบ การบนั ทึกผลการยงิ กระทาได้ คือ การบนั ทึกดว้ ยบุคคล
การบนั ทึกจะตอ้ งมีรายละเอียดของการยงิ แต่ละนดั วา่ ถูกหรือผิด หรือไมไ่ ดท้ าการยงิ เพื่อใหค้ รูฝึกได้
ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการวเิ คราะห์ขีดความสามารถของทหารแตล่ ะคน
- ๓๕๔ -
รูปท่ี ช - ๓๓ ตัวอย่างการบันทกึ คะแนนลงในบตั รลงคะแนน
- ๓๕๕ -
รูปที่ ช - ๓๔ ตัวอย่างการบนั ทกึ คะแนนลงในบตั รบนั ทกึ คะแนน
- ๓๕๖ -
ตอนท่ี ๗
การยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นทานองรบเพอ่ื จัดช้ันคุณวฒุ ิ
การยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นทานองรบน้ีถือเป็ นการฝึกหดั ท่ีผรู้ ับการฝึกตอ้ งใชท้ กั ษะและ
ประสบการณ์ที่ไดร้ ับมาท้งั หมดจากการฝึกข้นั เบ้ืองตน้ มาผสมผสานกนั ทหารที่ผา่ นการฝึกข้นั ตอนน้ี
และสามารถทาการยงิ ไดผ้ ลอยใู่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด จะมีความพร้อมและเชื่อมนั่ ในการใชอ้ าวธุ เขา้ ทา
การรบ
ช-๑๐ การดาเนินการฝึ ก
ผเู้ ขา้ รับการฝึกจะไดร้ ับฟังการช้ีแจงบรรยายสรุปใหท้ ราบถึงข้นั ตอนการปฏิบตั ิ และภาพของ
การฝึกตลอดจนการทบทวนหลกั การข้นั พ้ืนฐานต่าง ๆ การจดั แบ่งผลดั การยงิ , ช่องยงิ , การคน้ หา
เป้ าหมายในเขตรับผดิ ชอบ, การปฏิบตั ิเพอ่ื แกไ้ ขเหตุติดขดั และเกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิ จากน้นั ผฝู้ ึก
จะแบ่งทหารออกเป็ นผลดั การยงิ : ผลดั ท่ี ๑ เป็นผทู้ าการยงิ , ผลดั ท่ี ๒ เป็นคูฝ่ ึกและผบู้ นั ทึกคะแนน,
ผลดั ท่ี ๓ อยใู่ นพ้นื ท่ีเตรียมพร้อม เม่ือแต่ละผลดั ปฏิบตั ิหนา้ ที่เสร็จแลว้ ใหท้ าการหมุนเวยี นเขา้ ทาการ
ฝึ ก
สนามยงิ ปื นทานองรบแบบมาตรฐานในคู่มือ FM ๒๓-๙ จะแบง่ ออกเป็ น ๑๖ ช่องยงิ
( ตามรูปท่ี ช - ๓๕ ) แต่ละช่องยงิ มีความกวา้ ง ๓๐ เมตร และประกอบดว้ ยหลุมบุคคล ๑ หลุม กบั เป้ า
อตั โนมตั ิช่องละ ๗ ตวั
เป้ าอตั โนมตั ิน้นั จะมี ๒ แบบ คือ เป้ าหุ่นคร่ึงตวั และเป้ าหุ่นนอน ( ติดต้งั บนโครงเป้ าและ
กลไกแบบ เอม็ .๑๓ เอ ๑ ) ในระยะ ๕๐ เมตร เป้ าหุ่นนอน ๒ ตวั จะอยหู่ ่างกนั ทางขา้ ง ๑๐ เมตร
เป้ าอ่ืนๆ ท่ีเหลืออยตู่ ามระยะต่าง ๆ จนถึงระยะ ๓๐๐ เมตร
- ๓๕๗ -
รูปที่ ช - ๓๕ สนามยงิ ปื นทานองรบแบบมาตรฐาน
- ๓๕๘ -
ก. การตรวจสอบสภาพทหาร
เพ่ือใหก้ ารฝึกไดส้ มความมุง่ หมายจะตอ้ งมีการตรวจสอบการทางานของเป้ าอตั โนมตั ิและ
เคร่ืองมือบนั ทึกคะแนนท่ีเป็ นคอมพวิ เตอร์ ถา้ หากการทางานของเคร่ืองมือดงั กล่าวไม่เป็นปกติจะทา
ใหข้ อ้ มูลต่าง ๆ ท่ีไดร้ ับไม่ตรงกบั ความเป็นจริง เช่น ทหารยงิ ถูกเป้ าไมล่ ม้ ลง ทหารจะขาดความมนั่ ใจ
หรือเกิดการลงั เลในผลการยงิ ครูฝึกและผฝู้ ึกกไ็ ม่สามารถใหค้ าแนะนาหรือช้ีแจงแกไ้ ขการยงิ ของ
ทหารไดถ้ ูกตอ้ ง
ข. การดาเนินการฝึ ก
ในการฝึกยงิ ๑ คร้ัง ทหารจะตอ้ งยงิ เป้ าหมายท่ีเกิดข้ึน ๔๐ เป้ า ซ่ึงอาจจะเกิดข้ึนทีละเป้ าหรือ
หลายเป้ าในเวลาไล่เล่ียกนั ทหารจะไดร้ ับการจา่ ยกระสุน ๔๐ นดั แบง่ ออกเป็น ๒ ภาคการยงิ คือ ภาค
ท่ี ๑ ใชท้ า่ ยงิ จากหลุมบุคคลมีเครื่องหนุนรอง ใชก้ ระสุน ๒๐ นดั ภาคที่ ๒ ท่านอนยงิ ไม่มีเคร่ืองหนุน
รอง ใชก้ ระสุน ๒๐ นดั
การปรากฏของเป้ าจะมีเวลาต่าง ๆ กนั ต้งั ระยะเวลา ๓ ถึง ๗ วนิ าที ในระยะต้งั แต่ ๕๐ ถึง
๓๐๐ เมตร ตามแตผ่ ทู้ าหนา้ ท่ีควบคุมเครื่องจะเป็ นผกู้ าหนดการทางานของเป้ าอตั โนมตั ิ
ค. การอนุญาตให้ทาการยงิ ใหม่ ในขณะทาการยงิ ถา้ เกิดมีเหตุติดขดั หรือเหตุสุดวสิ ยั อนั มิได้
เกิดจากความบกพร่องของทหารผยู้ งิ และเป็นเหตุใหไ้ มส่ ามารถทาการยงิ เป้ าหมายไดท้ นั หรือตอ้ ง
หยดุ ชะงกั ลง ทหารจะไดร้ ับอนุญาตใหเ้ ร่ิมตน้ ทาการยงิ ใหมอ่ ีกคร้ัง ภายหลงั ที่ทหารบนแนวยงิ ส่วน
ใหญ่ไดจ้ บการยงิ แลว้ สาเหตุที่ทาใหก้ ารยงิ หยดุ ชะงกั และจะไดร้ ับอนุญาตใหย้ งิ ใหม่ได้ มี ๓ สาเหตุ
คือ เกิดจากเหตุติดขดั ของปื น, เป้ าอตั โนมตั ิขดั ขอ้ ง, กระสุนผดิ ปกติ
ง. การแต่งกายและการใช้อปุ กรณ์ ทหารที่เขา้ รับการฝึกสวมหมวกเหล็ก เขม็ ขดั สนาม สายโยง
บ่า กระติกน้า และกระเป๋ าใส่ซองกระสุน ไมต่ อ้ งใชเ้ ป้ สนาม แต่ครูฝึก/ผฝู้ ึก อาจส่งั การเปลี่ยนแปลง
ไดเ้ ป็นคร้ังคราว
จ. พนื้ ทส่ี าหรับการฝึ กในสนามยงิ ปื น แบง่ ออกเป็น ๓ ส่วน คือ
๑) พนื้ ทส่ี าหรับการชี้แจงสรุป พ้ืนที่ส่วนน้ีจะอยใู่ นบริเวณที่ทหารเขา้ รับฟังการช้ีแจงจะ
ไมส่ ามารถมองเห็นพ้ืนที่ต้งั เป้ าหมายได้ การช้ีแจงสรุปน้นั จะมีขอ้ มลู เก่ียวกบั วธิ ีการยิง, กฎการรักษา
ความปลอดภยั , และระเบียบปฏิบตั ิในสนามยงิ ปื น ( ภายในพ้ืนที่เตรียมพร้อมและพ้ืนที่พกั ผอ่ น )
๒) พนื้ ทเ่ี ตรียมพร้อม พ้ืนที่ส่วนน้ีอยใู่ กลก้ บั แนวยงิ แตท่ หารท่ีอยใู่ นพ้ืนท่ีน้ีจะไม่
สามารถมองเห็นที่ต้งั เป้ าหมายไดใ้ นพ้นื ท่ีส่วนน้ีทหารจะเตรียมงานตา่ ง ๆ เช่น การรมศนู ย,์ การหล่อ
ล่ืน และตรวจสภาพการทางานของปื นเพ่ือป้ องกนั เหตุติดขดั อนั อาจเกิดข้ึนระหวา่ งทาการยงิ
๓) พนื้ ทพ่ี กั ผ่อน พ้นื ที่ส่วนน้ีจะอยหู่ ่างจากพ้นื ท่ีเตรียมพร้อมประมาณ ๑๐๐ เมตรไปทาง
ดา้ นหลงั ทหารท่ีทาการยงิ จบแลว้ จะเคลื่อนที่ไปยงั พ้ืนที่ส่วนน้ีเพือ่ ทาความสะอาดอาวธุ และรับฟัง
วจิ ารณ์จากครูฝึ ก
- ๓๕๙ -
จ. การบนั ทกึ ในบตั รบันทกึ คะแนน ตวั อยา่ งในรูปท่ี ช - ๓๖
ฉ. เกณฑ์มาตรฐานในการจัดช้ันคุณวฒุ ิ การบนั ทึกคะแนนของทหารผยู้ งิ น้นั สามารถกระทา
ได้ ๒ วธิ ี คือ การบนั ทึกดว้ ยบุคคลในบตั รบนั ทึกลงคะแนน และการบนั ทึกโดยใชเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์
จากผลการบนั ทึกคะแนนน้ี ครูฝึกจะนาไปพจิ ารณาดูผลการยงิ ท่ีพลาดเป้ าในแต่ละระยะและท่ายงิ เพ่อื
วจิ ารณ์และแนะนาทหารต่อไป
เกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิจะใชม้ าตรฐานดงั น้ี :
- ช้นั ยงิ ปื นดี : ยงิ ถูก ๒๓ ถึง ๒๙ เป้ า
- พลแมน่ ปื น : ยงิ ถูก ๓๐ ถึง ๓๕ เป้ า
- ช้นั ผเู้ ช่ียวชาญ : ยงิ ถูก ๓๖ ถึง ๔๐ เป้ า
ทหารท่ียงิ ถูกเป้ านอ้ ยกวา่ ๒๓ เป้ าน้นั ถือวา่ ยงิ ไม่ไดผ้ ล ครูฝึกจะตอ้ งแยกทหารพวกน้ีออกไป
ทาการฝึกพิเศษเพอ่ื แกไ้ ขขอ้ บกพร่องและทาการยงิ ใหม่
- ๓๖๐ -
รูปท่ี ช - ๓๖ ตวั อย่างการบันทกึ คะแนนด้วยบุคคล
- ๓๖๑ -
ตอนที่ ๘
สนามยงิ ปื นทานองรบ
ความมุ่งหมายของการจดั ให้มีการยงิ ปื นในสนามทานองรบน้ีก็เพื่อใหผ้ บู้ งั คบั หน่วยสามารถ
ประเมินขีดความสามารถในการใชอ้ าวธุ และความพร้อมของหน่วย เกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิน้นั มีท่ีมา
จากองคป์ ระกอบ ๓ ประการ คือ
- ใชห้ ลกั สูตรใดทาการทดสอบ (หลกั สูตรมาตรฐาน, หลกั สูตรยงิ ปื นในสนามทราบระยะ
หรือหลกั สูตรยงิ โดยใชเ้ ป้ ายอ่ ส่วน )
- จดั การทดสอบดว้ ยวธิ ีการใด
- จดั วางเป้ ารูปหุ่นและการปรากฏของเป้ าอยา่ งไร (หลกั สูตรมาตรฐานใชเ้ กณฑต์ ่าสุด
( เป้ าอตั โนมตั ิ ) ส่วนหลกั สูตรยงิ ในสนามทราบระยะใชเ้ กณฑต์ ่าสุด ๒๖ ( เป้ าอตั โนมตั ิ ) )
ช-๑๑ หลกั เกณฑ์การจัดช้ันคุณวุฒิ
ทหารทุกคนจะตอ้ งทาการยงิ ทดสอบเพือ่ จดั ช้นั คุณวฒุ ิอยา่ งนอ้ ย ๑ คร้ังทุกปี หลกั สูตร
มาตรฐานน้ีใชไ้ ดก้ บั ทหารทุกคนและทุกตาแหน่งในหน่วย แต่อยา่ งไรกต็ ามมีหลายคร้ังทีเดียวที่
จาเป็นตอ้ งใชห้ ลกั สูตรสารองหรือหลกั สูตรเสริมหลกั สูตรอื่น ๆ
ขอ้ มลู ที่จะแสดงต่อไปน้ีเป็ นเกณฑก์ ารคิดท่ีไดม้ าจากสถิติการยงิ และความยากง่ายในการยงิ
เป้ าหมายแตล่ ะระยะนามาจดั เป็นตาราง
ตาราง ช-๑ โอกาสยงิ ถูก
ระยะ (เมตร) โอกาสยงิ ถูก จานวนเป้ า
๕๐ ๑.๐ ๐๕
๑๐๐ ๑.๐ ๐๘
๑๕๐ ๑.๐ ๑๐
๒๐๐ .๙๙ ๐๘
๒๕๐ .๙๕ ๐๕
๓๐๐ .๙๐ ๐๓
เม่ือทหารไดร้ ับการฝึกข้นั พ้ืนฐานและทาการยงิ ดว้ ยกระสุนจริงตามลาดบั ข้นั การฝึกมาแลว้
โอกาสยงิ ถูกเป้ าหมายจะใชต้ าราง ช-๒
ตาราง ช-๒ ผลจากการฝึ กข้นั พนื้ ฐานและการฝึ กตามลาดับข้นั ตอน
ระยะ จานวนเป้ า เกณฑ์ตา่ เกณฑ์กลาง เกณฑ์สูง
๕๐ ๐๕ .๘๐ .๙๕ .๙๘
๑๐๐ ๐๘ .๗๐ .๙๐ .๙๕
๑๕๐ ๑๐ .๖๕ .๙๐ .๙๕
- ๓๖๒ -
๒๐๐ ๐๘ .๔๕ .๗๐ .๙๐
๒๕๐ ๐๕ .๓๕ .๖๐ .๘๕
๓๐๐ ๐๓ .๒๕ .๕๐ .๘๐
๒๓ เป้ า ๓๒ เป้ า ๓๗ เป้ า
เมื่อนาตาราง ช-๒ มาพจิ ารณาและจดั ทาเป็นเกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิ กจ็ ะไดจ้ านวนเป้ าท่ี
ตอ้ งการให้ผยู้ งิ ทาการยงิ ใหถ้ ูก ในแต่ละหลกั สูตร ( หลกั สูตรมาตรฐานและหลกั สูตรสารองหรือ
หลกั สูตรเสริม ) สาหรับหลกั สูตรสารองน้นั จะมีจานวนเป้ าท่ีตอ้ งการยงิ ใหถ้ ูกมากกวา่ เพราะมีความ
ง่ายกวา่ หลกั สูตรมาตรฐาน
ตาราง ช-๓ เกณฑ์การคดิ ช้ันคุณวฒุ ิ
ช้ันคุณวุฒิ หลกั สูตรเก่า หลกั สูตรใหม่ หลกั สูตรสารอง
ผเู้ ช่ียวชาญ ๒๘-๔๐ ๓๖-๔๐ ๓๘-๔๐
พลแมน่ ปื น ๓๓-๓๗
๒๔-๒๗ ๓๐-๓๕ ๒๖-๓๒
ยงิ ปื นดี ๒๕-ต่ากวา่
ไมไ่ ดผ้ ล ๑๗-๒๓ ๒๓-๒๙
๑๖-ต่ากวา่ ๒๒-ต่ากวา่
เกณฑก์ ารคิดดงั กล่าวอยภู่ ายใตส้ มมุติฐานคือ เป้ าอตั โนมตั ิทุกเป้ าทางานเป็นปกติ ดงั น้นั ครู
ฝึกและเจา้ หนา้ ท่ีประจาสนามจะตอ้ งทาการตรวจสอบการทางานของเป้ าก่อนการใชง้ านทุกคร้ัง การ
ตรวจเป้ าโดยใชก้ า้ นเหลก็ สอดเขา้ ไปในรูหรือรอยกระสุนเดิมน้นั อาจทาใหเ้ คร่ืองกลไกของเป้ าทางาน
แต่เมื่อใชง้ านจริงในสภาพอากาศร้อนแผน่ พลาสติกอาจยอมใหก้ ระสุนขนาด ๕.๕๖ มม. ผา่ นไปได้
โดยเคร่ืองกลไกไม่ทางานใหเ้ ป้ าลม้ ลง การเปลี่ยนแผน่ เป้ าตามระยะเวลาอนั สมควรจะทาใหก้ ารฝึก
ไดผ้ ลตามความมุ่งหมาย
ช-๑๒ การจัดภายในสนามยงิ ปื น
หลกั สูตรการยงิ ปื นในสนามทานองรบน้ี จะใหภ้ าพการปฏิบตั ิท่ีใกลเ้ คียงกบั ความเป็นจริงใน
สนามรบที่ทหารจะตอ้ งประสบ เพราะเป้ าหมายจะปรากฏข้ึนอยา่ งฉบั พลนั ทนั ใดในสภาพภูมิประเทศ
เหมือนจริงท่ีใหก้ ารซ่อนพรางแก่เป้ าหมายไดพ้ อสมควร ทหารผทู้ ี่ยงิ ไดค้ ะแนนตามเกณฑจ์ ะมีสิทธ์ิ
ไดร้ ับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการยงิ ปื น ท้งั น้ีจะตอ้ งนาคะแนนไปพิจารณาร่วมกบั การยงิ
ปื นในเวลากลางคืนและการยงิ ปื นเมื่อสวมชุดป้ องกนั นคช.ซ่ึงตอ้ งอยใู่ นเกณฑผ์ า่ น
จากผลการยงิ ท่ีไดม้ า ผบู้ งั คบั หน่วยจะนาไปพิจารณาและวิเคราะห์ถึงขีดความสามารถในการ
ใชอ้ าวธุ ของทหารภายในหน่วยในข้นั ตน้ มีหลกั เกณฑท์ ่ีพิจารณาคือในจานวนทหาร ๑๐๐ คน ควรมี
ระดบั ผเู้ ชี่ยวชาญ ๓๐ คน พลแม่นปื น ๖๐ คน และพวกยงิ ปื นดี ๑๐ คน เม่ือไดร้ ับการฝึ กต่อไประดบั
พลแม่นปื นและผเู้ ชี่ยวชาญจะเพมิ่ ข้ึน
- ๓๖๓ -
มาตรฐานของหลกั สูตรการฝึ กยงิ ในสนามยงิ ปื นทานองรบน้ี จะสามารถวดั ผลการปฏิบตั ิของ
ทหารไดห้ ลายประการ เช่น
- การปรนนิบตั ิบารุง ปลย.และซองกระสุน
- การตรวจสอบสภาพ ปลย.สาหรับการใชง้ าน
- การแสดงออกถึงความเขา้ ใจในวชิ าอาวธุ ศึกษา
- การปฏิบตั ิฉบั พลนั เพ่ือแกไ้ ขเหตุติดขดั
- การตรวจการณ์ในพ้ืนท่ีเขตรับผดิ ชอบ/การคน้ หาเป้ าหมาย
- การใชห้ ลกั การพ้นื ฐานของการยงิ ปื นไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
- การยงิ ปื นจากทา่ ยงิ ที่มีเคร่ืองหนุนรองและไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง
- ความรู้ในเร่ืองของผลของแรงลมและแรงดึงดูดโลก
- การใชก้ ระสุน
- การปรับศูนยอ์ ยา่ งถูกตอ้ ง
ผบู้ งั คบั หน่วยอาจส่งั การใหท้ หารท่ีรับการสวมใส่เคร่ืองแบบประกอบอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ได้
ตามแต่จะเห็นเหมาะสม แต่โดยปกติแลว้ ทหารผยู้ งิ จะสวมหมวกเหลก็ สายโยงบา่ เขม็ ขดั สนาม
ประกอบกระติกน้าและกระเป๋ าซองกระสุนในการฝึกยงิ ก่อนการทดสอบ ทหารอาจไดร้ ับการ
ช่วยเหลือแนะนาจากคูฝ่ ึกหรือครูฝึก/ผฝู้ ึก แต่เมื่อทาการทดสอบจดั ช้นั คุณวฒุ ิทหารจะไม่ไดร้ ับการ
ช่วยเหลือใด ๆ จากผอู้ ื่น ถา้ หากเกิดเหตุติดขดั ข้ึนกบั อาวุธ ปลย.ทหารผยู้ งิ จะตอ้ งแกไ้ ขดว้ ยตนเอง
ก. พนื้ ทสี่ าหรับการชี้แจงสรุป พ้ืนท่ีน้ีจะอยใู่ กลก้ บั พ้ืนที่ฝึ กยงิ แตท่ หารที่อยใู่ นพ้นื ท่ีน้ีจะไม่
สามารถมองเห็นภายในพ้นื ที่ฝึกยงิ ได้ การช้ีแจงสรุปจะมีขอ้ มลู เก่ียวกบั การปฏิบตั ิในการยงิ แต่ละ
ข้นั ตอน, กฎการรักษาความปลอดภยั , ระเบียบการปฏิบตั ิภายในสนาม, การใชก้ ระสุนและการบนั ทึก
คะแนน
ข. พนื้ ทเี่ ตรียมพร้อม พ้ืนที่จะอยใู่ กลก้ บั แนวยงิ แต่ทหารท่ีอยใู่ นพ้ืนท่ีจะไมส่ ามารถมองเห็น
ท่ีต้งั เป้ าได้ ในพ้ืนท่ีน้ีทหารจะทาการรมศนู ย,์ หล่อล่ืนอาวุธปื น, ตรวจสภาพของอาวธุ , ซองกระสุน
และกระสุน เพอ่ื คน้ หาความผดิ ปกติซ่ึงอาจก่อใหเ้ กิดการติดขดั ของอาวธุ ได้ ถา้ ตรวจพบความผดิ ปกติ
ดงั กล่าว ทหารตอ้ งรีบดาเนินการขอเปลี่ยนทนั ที นายสิบช่างอาวธุ จะซ่อมแซมหรือเปล่ียนชิ้นส่วนท่ี
ผดิ ปกติน้นั ก่อนทาการยงิ ทหารควรทาการบรรจุกระสุนลงในซองกระสุนดว้ ยตนเอง
หมายเหตุ : การเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอยา่ ง เช่น ศูนยป์ ื น จะมีผลทาใหก้ ารปรับศนู ยท์ ่ีไดก้ ระทา
ไวน้ ้นั ตอ้ งเสียไป ถา้ หากมีการเปล่ียนศูนย์ ทหารจะตอ้ งเร่ิมยงิ ปรับศนู ยก์ ่อนที่จะยงิ บนั ทึกผล
หากใชก้ ารบนั ทึกคะแนนโดยตวั บุคคลแลว้ อาจเกิดการทุจริตข้ึนได้ การบนั ทึกคะแนนโดย
ใชค้ อมพวิ เตอร์จะช่วยขจดั ปัญหาการทุจริตไดม้ าก แตใ่ นการยงิ ทดสอบหลายคร้ังไม่อาจหลีกเล่ียงการ
บนั ทึกคะแนนโดยใชบ้ ุคคลได้ นายทหารควบคุมการยงิ จึงควรที่จะกาหนดมาตรการควบคุมอื่น ๆ
ข้ึนมาอีก เช่น การใชส้ ัญญาณนกหวดี ในช่วงท่ีเป้ าเริ่มลดตวั ลงต่าเพื่อใหเ้ จา้ หนา้ ที่ประจาแนวยงิ ไดร้ ู้วา่
- ๓๖๔ -
หมดเวลาสาหรับการยงิ เป้ าน้นั ๆ และเม่ือเกิดการสงสยั วา่ เป้ าใดเป้ าหน่ึงจะทางานผดิ ปกติ ให้
เจา้ หนา้ ท่ีประจาแนวยงิ รายงานใหน้ ายทหารควบคุมการยงิ ทราบทนั ที
ค. การดาเนินการฝึ ก
การฝึกยงิ ปื นในสนามยงิ ปื นน้ีใชก้ ระสุนท้งั หมด ๔๐ นดั แบ่งการยงิ ออกเป็น ๒ ภาค ๆ ละ
๒๐ นดั ภาคที่ ๑ จะเป็นการยงิ ตอ่ เป้ าเดี่ยวหรือเป้ าหลายเป้ า ซ่ึงปรากฏรวม ๒๐ คร้ัง ใชท้ ่ายงิ จากหลุม
บุคคลที่มีเคร่ืองหนุนรอง ส่วนภาคท่ี ๒ จะเป็นการยงิ ต่อเป้ าเด่ียวหรือหลายเป้ าผสมกนั ปรากฏรวม
๒๐ คร้ัง ใชท้ า่ นอนยงิ ไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง เม่ือเริ่มการยงิ จะไมอ่ นุญาตใหม้ ีการบรรจุกระสุนเพ่ิมเติม
ครูฝึกและเจา้ หนา้ ท่ีบนั ทึกคะแนนจะตอ้ งไมพ่ จิ ารณาใหค้ ะแนนสาหรับการยกั ยา้ ยกระสุน
จากการยงิ เป้ าระยะไกล มาใชย้ งิ เป้ าระยะใกล้ ตวั อยา่ งเช่น ไม่ทาการยงิ เป้ าระยะ ๓๐๐ เมตร แต่เกบ็
กระสุนไวส้ าหรับการยงิ เป้ าระยะ ๑๕๐ เมตร ทาใหม้ ีกระสุนสาหรับเป้ าระยะใกลถ้ ึง ๒ นดั
หากเกิดเป้ าหมายข้ึน ๒ เป้ าในเวลาไล่เลี่ยกนั ทหารตอ้ งตดั สินใจในทนั ทีวา่ จะยงิ เป้ าใดก่อน
ท้งั น้ีควรพจิ ารณาวา่ เป้ าหมายใดจะเป็นอนั ตรายต่อตนไดม้ ากกวา่ กนั ปกติแลว้ จะพิจารณาเป้ า
ระยะใกลก้ ่อน แตค่ รูฝึกหรือเจา้ หนา้ ท่ีบนั ทึกคะแนนก็จะไม่ตดั คะแนน หากทหารจะเลือกยงิ เป้ า
ระยะไกลก่อน แตห่ า้ มทหารเก็บเอากระสุนที่เหลือจากการยงิ ในภาคที่ ๑ มาใชย้ งิ ในภาคที่ ๒
ทหารที่ทาการยงิ แลว้ ไมไ่ ดผ้ ลในคร้ังแรก ครูฝึกจะตอ้ งแยกฝึกพิเศษ ใหค้ าแนะนาเพม่ิ เติม
แกไ้ ขขอ้ บกพร่อง ใชเ้ วลา ๒-๓ วนั แลว้ ใหก้ ลบั มาทาการยงิ ใหม่อีกคร้ัง ในคร้ังน้ีไมว่ า่ ทหารจะได้
คะแนนเทา่ ใดก็ตามต้งั แต่ ๒๓ – ๔๐ คะแนน ก็จะถูกจดั อยใู่ นช้นั คุณวฒุ ิยงิ ปื นดีเท่าน้นั
การพจิ ารณาอนุมตั ิใหท้ หารทาการยงิ ใหม่ไดน้ ้นั จะพจิ ารณาสาหรับทหารที่ประสบกบั ปัญหา
เป้ าอตั โนมตั ิขดั ขอ้ ง, กระสุนผดิ ปกติ หรือเหตุสุดวสิ ยั อนั เกิดจากปื น ยกเวน้ ในกรณีท่ีปื นเกิดติดขดั
เน่ืองมาจากการกระทาของทหารคนน้นั เอง และกรณีที่ทหารแกไ้ ขเหตุติดขดั ของอาวธุ ปื นดว้ ยตนเอง
ได้ ครูฝึกจะไม่อนุมตั ิใหท้ าการยงิ เป้ าหมายที่เกิดข้ึนในระหวา่ งเวลาท่ีใชแ้ กไ้ ขเหตุติดขดั น้นั
หมายเหตุ : การพจิ ารณาจานวนกระสุนและเวลาใหท้ าการยงิ ใหม่ สาหรับการฝึกยงิ และการ
ทดสอบยงิ บนั ทึกผลน้นั คงใชก้ ารพจิ ารณาเช่นเดียวกนั การดาเนินการอื่น ๆ คงเหมือนกนั เวน้ แต่ใน
การฝึกยงิ มีครูหรือคูฝ่ ึกคอยใหค้ าแนะนาแต่ในการยงิ ทดสอบไมม่ ีการใชค้ ู่ฝึก
เจา้ หนา้ ที่ควบคุมเป้ าอตั โนมตั ิ แลว้ ทาการบนั ทึกไวว้ า่ มีเป้ าใดขดั ขอ้ งบา้ ง และขดั ขอ้ งก่ีคร้ัง
- ๓๖๕ -
รูปท่ี ช - ๓๗
ตัวอย่างการบันทกึ คะแนนลงในบัตรบนั ทกึ คะแนน สาหรับการยงิ ปลย.หลกั สูตรสารอง
- ๓๖๖ -
สาหรับการทาใหท้ หารทาการยงิ ใหม่ในกรณีท่ีเป้ าขดั ขอ้ ง ทหารจะไดร้ ับจา่ ยกระสุนตาม
จานวนคร้ังที่เป้ าขดั ขอ้ งและจะทาการยงิ ต่อเป้ าระยะน้นั ๆ ตามจานวนคร้ังท่ีขดั ขอ้ ง ตวั อยา่ งเช่น
ทหารคนหน่ึงไดร้ ับการยนื ยนั วา่ เป้ าระยะ ๒๕๐ เมตร ขดั ขอ้ ง ๒ คร้ัง, ถึงแมว้ า่ ทหารคนน้นั จะมี
กระสุนเหลือจากการยงิ ท้งั หมด ๕ นดั ( เนื่องจากยงิ ไม่ทนั หลายเป้ า ) ทหารคนน้นั ก็จะไดร้ ับอนุมตั ิให้
ทาการยงิ ตอ่ เป้ าระยะ ๒๕๐ เมตรน้นั ๒ คร้ัง ดว้ ยกระสุน ๒ นดั เทา่ น้นั
ในกรณีท่ีเกิดอาวธุ ปลย. ขดั ขอ้ ง ทหารจะตอ้ งรีบแกไ้ ขเหตุติดขดั น้นั ก่อนในทนั ที เมื่อแกไ้ ข
ไดแ้ ลว้ ใหท้ าการยงิ ต่อเป้ าที่ปรากฏตอ่ ไปจนจบหลกั สูตรการยงิ หลงั จากน้นั จึงค่อยนาอาวธุ ไปใหค้ รู
ฝึกหรือนายทหารเอง หรือไม่ถา้ หากพบวา่ ไมใ่ ช่ความผดิ ของทหารผยู้ งิ ทหารคนน้นั ก็จะไดร้ ับอนุมตั ิ
ใหท้ าการยงิ ใหมต่ อ่ เป้ าท่ีปรากฏข้ึนในช่วงท่ีกาลงั แกไ้ ขเหตุติดขดั ซ่ึงไมไ่ ดท้ าการยงิ
อาวธุ ปลย.ท่ีมีความผดิ ปกติ เป็นสาเหตุใหเ้ กิดการติดขดั ขณะทางานเช่น เขม็ แทงชนวนหกั ,
การป้ อนกระสุนซอ้ นกนั อนั ไม่ใช่ความบกพร่องของผยู้ งิ , การไมค่ ดั ปลอกกระสุนเนื่องจากเหล็กคดั
ปลอกกระสุนหกั ,หรือหวั กระสุนติดคา้ งในลากลอ้ ง เป็นตน้ ทหารผยู้ งิ ตอ้ งใชค้ วามพยายามแกไ้ ข
เหตุติดขดั เหล่าน้นั และถา้ ยงั ไม่สามารถแกไ้ ขได้ เพราะทหารปฏิบตั ิไมถ่ ูกวธิ ี ในกรณีเช่นน้ีถือเป็ น
ความบกพร่องของทหารผยู้ งิ เอง
ช่างอาวธุ หรือผทู้ ่ีมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสภาพอาวธุ ตอ้ งมีการวนิ ิจฉยั สาเหตุท่ีแทจ้ ริง
ก่อนที่ทหารจะไดร้ ับอนุมตั ิใหท้ าการยงิ ไดอ้ ีกคร้ังถา้ ตรวจพบวา่ มีการบกพร่องของหารผยู้ งิ ก็จะถือวา่
ทหารคนน้นั จดั อยใู่ นพวก “ ยงิ ไมไ่ ดผ้ ล ” ตอ้ งจดั ไปรวมกบั พวกที่ตอ้ งฝึกพเิ ศษ และจะมีโอกาสทา
การยงิ ใหม่อีกคร้ัง ในอีก ๒-๓ วนั ต่อไป
ในการสังเกตการณ์การฝึกของผบู้ งั คบั หน่วย มีแง่คิดไดห้ ลายแง่คือถา้ มีอาวธุ ปลย.ติดขดั มาก
ในการติดขดั ไดน้ ่าจะเป็นไปไดว้ า่ ทหารไดร้ ับการฝึกฝนมาไดด้ ีพอ นอกจากน้นั แลว้ ทหารท่ียงิ พลาด
เป้ าหลายๆ เป้ าแสดงใหเ้ ห็นวา่ ทหารไม่ไดห้ ลกั การข้นั พ้ืนฐานของการยงิ ปื นอยา่ งครบถว้ น หรือการ
ปรับศูนยไ์ มถ่ ูกตอ้ ง สาหรับทหารท่ียงิ ไมท่ นั น้นั น่าจะเกิดจากสาเหตุดงั ตอ่ ไปน้ี
- ตรวจการณ์ในพ้ืนที่รับผดิ ชอบไม่ดี
- ไมม่ ีขีดความสามารถคน้ หาเป้ าหมายพอเพียง
- ไมม่ ีขีดความสามารถในการยา้ ยการยงิ พอเพยี ง
- บริหารการใชก้ ระสุนไม่ดีพอ
- เกิดจากการติดขดั ของอาวธุ
ง. เกณฑ์มาตรฐานในการจัดช้ันคุณวุฒิ
เกณฑต์ ่าสุดท่ีทหารจะไดร้ ับการจดั ช้นั คุณวฒุ ิ คือทหารจะตอ้ งยงิ ถูกเป้ าอยา่ งนอ้ ยท่ีสุด ๒๓
เป้ า ในสนามยงิ ปื นทานองรบน้ี
๑) ช้นั คุณวฒุ ิในการยงิ ปื น มี ๓ ระดบั คือ
ก) ช้นั ผเู้ ช่ียวชาญ : ยงิ ถูก ๓๖ ถึง ๔๐ เป้ า
ข) พลแมน่ ปื น : ยงิ ถูก ๓๐ ถึง ๓๕ เป้ า
- ๓๖๗ -
ค) ช้นั ยงิ ปื นดี : ยงิ ถูก ๒๓ ถึง ๒๙ เป้ า
๒) สาหรับเกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิในหลกั สูตรสารองท่ียงิ ในสนามยงิ ปื นอ่ืน ๆ มีดงั น้ี
ก) ช้นั ผเู้ ช่ียวชาญ : ยงิ ถูก ๓๘ ถึง ๔๐ เป้ า
ข) พลแมน่ ปื น : ยงิ ถูก ๓๓ ถึง ๓๗ เป้ า
ค) ช้นั ยงิ ปื นดี : ยงิ ถูก ๒๖ ถึง ๓๒ เป้ า
ถา้ หากการทดสอบไมไ่ ดก้ ระทาตามมาตรฐานแลว้ การประเมินผลก็ยอ่ มคลาดเคลื่อนไป
ไมไ่ ด้ ตามความเป็นจริง ครูฝึก/ผฝู้ ึก และผบู้ งั คบั หน่วยจะไม่ไดส้ งั เกตเห็นสถานภาพที่แทจ้ ริงของ
กาลงั พลและความพร้อมรบของหน่วย
ทหารที่ยงิ ไม่ไดผ้ ลในคร้ังแรกจะไดร้ ับการฝึกพิเศษเพื่อแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง และทาการยงิ อีก
คร้ังใน ๒-๓ วนั ต่อมา ในคร้ังท่ีสองของการยงิ น้ีไม่วา่ ทหารผนู้ ้นั จะทาคะแนนไดอ้ ยใู่ นเกณฑส์ ูงสุด
ของการจดั ช้นั คุณวฒุ ิ หรือเกณฑก์ ารจดั ช้นั คุณวฒุ ิใด ๆ ก็จะถูกจดั อยใู่ นช้นั ยงิ ปื นดีเท่าน้นั เวน้ เสียแต่
วา่ จะยงิ ไม่ไดผ้ ลอีก ตวั อยา่ งเช่น ในการยงิ คร้ังที่สองทหารทาคะแนนไดถ้ ึง ๓๗ แตก่ ็จะถูกบนั ทึกวา่ ยงิ
ไดค้ ะแนนเทา่ กบั ๒๓
ตอนที่ ๙
หลกั สูตรสารองสาหรับจัดช้ันคุณวุฒิ
หน่วยทหารทุกหน่วยตอ้ งพยายามจดั ใหม้ ีการยงิ ปื นบนั ทึกผลเพ่ือจดั ช้นั คุณวุฒิโดยใช้
หลกั สูตรมาตรฐานในสนามยงิ ปื นทานองรบ แตถ่ า้ ไม่สามารถกระทาได้ หน่วยจะตอ้ งพจิ ารณาใช้
สนามยงิ ปื นแบบอื่น ๆ เช่น สนามยงิ ปื นทราบระยะ ( หลกั สูตรสารอง ) สนามยงิ ปื นระยะ ๒๕ เมตร
( หลกั สูตรสารอง ) และสนามยงิ ปื น ๑๕ เมตร ( หลกั สูตรสารอง )
การบนั ทึกผลการยงิ ของกาลงั พลภายในหน่วย จะตอ้ งมีหมายเหตุระบุไวด้ ว้ ยวา่ ยงิ โดยใช้
หลกั สูตรใดในสนามแบบใด ตามตวั อยา่ งที่แสดง :
ส.อ.ชาญ แมน่ ปื น หมายเลข....คุณวฒุ ิ ผเู้ ชี่ยวชาญ ๓๖
( มาตรฐาน, ทานองรบ )
จ.ส.อ.ยอด ยงิ แม่น หมายเลข....คุณวฒุ ิ ผเู้ ช่ียวชาญ ๓๘
( สารอง, ทราบระยะ )
ส.อ.สอน เป้ าสะอาด หมายเลข....คุณวฒุ ิ ผเู้ ชี่ยวชาญ ๓๘
( มาตรฐาน, ๒๕ เมตร )
ช-๑๓ หลกั สูตรสารองในสนามยงิ ปื นระยะ ๒๕ เมตร และ ๑๕ เมตร
หลกั สูตรสารองน้ี สามารถนาไปใชท้ ดสอบจดั ช้นั คุณวฒุ ิใหก้ บั กาลงั พลไดเ้ ช่นเดียวกนั ทหาร
ที่จะเขา้ ทาการยงิ บนั ทึกผลจะตอ้ งยงิ ปรับศนู ยก์ ่อนทุกคร้ัง ซ่ึงอาจใชก้ ระสุน ๖ นดั ทา่ นอนยงิ มีเคร่ือง
หนุนรอง ในการยงิ ปรับศูนยน์ ้ีไมม่ ีการบนั ทึกคะแนน
- ๓๖๘ -
เป้ าที่ใชส้ าหรับการยงิ น้ีจะเป็ นแผน่ เป้ ากระดาษ มีรูปหุ่นยอ่ ส่วนตามระยะตา่ ง ๆ ต้งั แต่ ๕๐
เมตร จนถึง ๓๐๐ เมตร ทหารจะยงิ ต่อเป้ าเหล่าน้ีภายในเวลาที่กาหนด การฝึกยงิ ตามหลกั สูตรสารอง
ในสนามระยะ ๒๕ เมตร หรือ ๑๕ เมตร ครูฝึกและผบู้ งั คบั หน่วยจะตอ้ งระลึกเสมอวา่ ขาดการทดสอบ
ความรู้ในเรื่องผลของแรงลม, แรงดึงดูดของโลกและการคน้ หาเป้ าหมายในภูมิประเทศจริง การยงิ ตาม
หลกั สูตรสารองในสนามระยะ ๒๕ เมตร หรือ ๑๕ เมตรน้ี ใชเ้ วลาท้งั สิ้น ๘ ชวั่ โมงดงั น้ี :
การยงิ ปรับศูนยใ์ นระยะ ๒๕/๑๕ เมตร - ๔ ชวั่ โมง
การยงิ บนั ทึกผล - ๔ ชวั่ โมง
ก. อุปกรณ์และเคร่ืองช่วยฝึ ก
โครงเป้ า ๑ ชุด ต่อ ๑ ช่องยงิ
ตวั แผน่ เป้ ารูปหุ่น ๑ แผน่ ต่อ ๑ ช่องยงิ
เป้ าสาหรับปรับศูนย์
ระยะ ๒๕ เมตร ๑ แผน่ /ทหาร ๑ คน*
ระยะ ๑๕ เมตร ๑ แผน่ /ทหาร ๑ คน*
ระยะ ๑๕ เมตร ๑ แผน่ /ทหาร ๑ คน
แผน่ เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วน
ระยะ ๒๕ เมตร ๒ แผน่ /ทหาร ๑ คน
ระยะ ๑๕ เมตร ๒ แผน่ /ทหาร ๑ คน
แผน่ กระดาษซ่อมเป้ า สีดา
แผน่ กระดาษซ่อมเป้ า สีขาว
เคร่ืองยงิ ชาร์ท
กระสุนสาหรับยงิ ปรับศนู ย์ ๑๘ (๖) นดั / ทหาร ๑ คน**
กระสุนสาหรับยงิ บนั ทึกผล ๔๐ นดั / ทหาร ๑ คน
ซองกระสุน ๒ ซอง / ทหาร ๑ คน
กาว, แป้ งเปี ยก
นาฬิกาจบั เวลา
บตั รบนั ทึกคะแนน
นกหวดี , เคร่ืองใหเ้ สียงสัญญาณ
* ใชเ้ ม่ือมีการยงิ ทดสอบศูนย์
** เพ่ิมอีก ๖ นดั ถา้ มีการยงิ ทดสอบศูนย์
ข. การจัดภายในสนามยงิ ปื น
หลกั สูตรสารองน้ีสามารถใชฝ้ ึกยงิ ภายในสนามระยะ ๒๕ เมตร ( ๑,๐๐๐ นิ้ว ) หรือสนาม
ระยะ ๑๕ เมตร ( ๕๐ ฟุต ) ซ่ึงเป็นสนามยงิ ปื นในร่ม เน่ืองจากสนามท้งั ๒ แบบ มีความแตกตา่ งกนั
ดงั น้นั อุปกรณ์ประจาสนามอาจแตกตา่ งกนั ไปตามสภาพของสนาม
- ๓๖๙ -
นายทหารควบคุมการยงิ หรือนายทหารควบคุมสนามยงิ ปื น จะเป็นผจู้ ดั แบ่งมอบหนา้ ท่ีความ
รับผดิ ชอบแก่เจา้ หนา้ ท่ีส่วนตา่ ง ๆ รวมท้งั การจดั การเรื่องกระสุน และการแตง่ ต้งั เจา้ หนา้ ที่ประจาหอ
ควบคุมการยงิ ( สนามระยะ ๒๕ เมตร )
นายทหารรักษาความปลอดภยั ประจาสนาม จะเป็นผชู้ ้ีแจงสรุปแก่ผเู้ ขา้ รับการฝึกและแบง่
ผลดั การยงิ หรือนายทหารควบคุมสนามยงิ ปื น อาจดาเนินการเองก็ได้
ทหารท่ีไมไ่ ดอ้ ยใู่ นผลดั ท่ี ๑ หรือผลดั ท่ีทาการยงิ จะมีหนา้ ที่เป็นคู่ฝึก, ลูกมือของเจา้ หนา้ ท่ี
รักษาความปลอดภยั และเจา้ หนา้ ที่บนั ทึกคะแนน เป็นตน้
ค. การดาเนินการฝึ ก
ผรู้ ับการฝึกจะยงิ เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนภายในแผน่ กระดาษ จานวน ๑๐ ตวั โดยใชก้ ระสุน ๑๐ นดั
จากซองแรก จากน้นั ใหเ้ ปล่ียนซองกระสุนอยา่ งรวดเร็ว แลว้ ยงิ ตอ่ เป้ ารูปหุ่นยอ่ ส่วนน้นั อีก ๑๐ นดั
นายทหารควบคุมการยงิ หรือเจา้ หนา้ ที่ประจาหอควบคุมการยงิ จะเป็นผอู้ อกคาส่ังยงิ ดงั น้ี
ตารางที่ ๑ ท่านอนยงิ มีเคร่ืองหนุนรอง, กระสุน ๒ ซอง ๆ ละ ๑๐ นดั เวลา ๑๒๐ วินาที
“ ผยู้ งิ , จดั ทา่ นอนยงิ ใชเ้ คร่ืองหนุนรอง ”
“ คูฝ่ ึก, จดั ซองกระสุน ๒ ซอง ๆ ละ ๑๐ นดั ใหผ้ ยู้ งิ ”
“ แนวยงิ ไมป่ ลอดภยั ”
“ ผยู้ งิ , กระสุน ๑ ซอง ๑๐ นดั , ๑ นดั บรรจุ ” ( เวน้ ช่วง )
“ กระสุนซองท่ี ๒ จานวน ๑๐ นดั ผยู้ งิ เป็นผบู้ รรจุโดยไมต่ อ้ งรอคาสง่ั ”
( นายทหารควบคุมการยงิ ตรวจดูแนวยงิ วา่ ทหารผยู้ งิ พร้อมหรือไม่, ถา้ ยงั ไม่พร้อมให้
เตือนใหท้ หารและคู่ฝึกช่วยดาเนินการ เม่ือพร้อมแลว้ ใหอ้ อกคาสงั่ ตอ่ )
“ ซา้ ยพร้อม, ขวาพร้อม
แนวยงิ ระวงั
ผยู้ งิ ตรวจการณ์ไปขา้ งหนา้ ”
( เสียงนกหวดี หรือเสียงสัญญาณใหท้ าการยงิ เร่ิมข้ึน ภายหลงั หมดเวลาใหเ้ สียง
สัญญาณอีกคร้ังเพ่ือหยดุ ยงิ )
“ หยดุ ยงิ , หยดุ ยงิ , หยดุ ยงิ ” ( ออกคาสง่ั พร้อมเสียงนกหวดี )
“ มีช่องยงิ ใดมีปัญหา ตอ้ งทาการยงิ ต่อหรือไม่ ? ”
เวลาสาหรับการยงิ ต่อ จะให้ ๖ วนิ าที สาหรับการยงิ ๑ นดั , การอนุมตั ิใหย้ งิ ต่อจะตอ้ ง
พิจารณาวา่ เกิดจากกระสุนผิดปกติ หรืออาการขดั ขอ้ งของปื นอนั มิไดเ้ กิดจากความบกพร่องของผยู้ งิ
การยงิ ไม่ทนั เวลาน้นั ถือเป็นความผดิ ของผยู้ งิ จะไมไ่ ดก้ ารพิจารณาใหย้ งิ ตอ่ เจา้ หนา้ ท่ีประจาแนวยงิ
จะบนั ทึกจานวนกระสุนท่ีจะยงิ ต่อ และคานวณเวลาให,้ ถา้ ยงั มีการติดขดั ของอาวธุ ปื นอีกจะตอ้ งนา
อาวธุ น้นั ไปใหช้ ่างอาวธุ ตรวจสอบและซ่อม
ทหารที่ยงิ ผดิ เป้ า โดยไปยงิ เป้ าของคนอ่ืน ใหถ้ ือวา่ กระสุนนดั น้นั ไม่ไดค้ ะแนน และถา้ ผลการ
ยงิ ไม่อยใู่ นเกณฑท์ ี่จะไดร้ ับการจดั ช้นั คุณวฒุ ิ ทหารคนน้นั จะไดร้ ับการอนุมตั ิใหท้ าการยงิ คร้ังที่ ๒
- ๓๗๐ -
โดยไมน่ าคะแนนในคร้ังท่ี ๑ มาคิดรวม การยงิ ใหม่ในคร้ังที่ ๒ น้ี ไมว่ า่ ทหารคนน้นั จะทาคะแนน
ไดม้ ากจนถึงข้นั ผเู้ ช่ียวชาญ หรือช้นั แมน่ ปื น หรือช้นั ยงิ ปื นดี กต็ าม ครูฝึกจะบนั ทึกผลเป็นช้นั ยงิ ปื นดี
เทา่ น้นั เวน้ แตจ่ ะทาการยงิ ไม่ไดผ้ ล
เมื่อนายทหารควบคุมการยงิ เห็นวา่ จบการยงิ แลว้ ใหอ้ อกคาสั่ง
“ ตรวจอาวธุ ,
ซา้ ยปลอดภยั ,
ขวาปลอดภยั ,
แนวยงิ ปลอดภยั ,
ผยู้ งิ และคู่ฝึกไปท่ีแนวเป้ า บนั ทึกคะแนนและซ่อมหรือเปลี่ยนเป้ า ”
ตารางท่ี ๒ ท่านอนยงิ ไมม่ ีเคร่ืองหนุนรอง, กระสุน ๒ ซอง ๆ ละ ๑๐ นดั , เวลา ๑๒๐ วินาที
หมายเหตุ : คาสัง่ ยงิ และการพิจารณาใหย้ งิ ต่อ คงเป็ นเช่นเดียวกบั ตารางท่ี ๑
ง. เกณฑ์มาตรฐานในการจัดช้ันคุณวฒุ ิ
นายทหารควบคุมการยงิ จะช้ีแจงใหท้ หารท่ีทาหนา้ ท่ีประจาแนวยงิ ปฏิบตั ิดงั น้ี
- ทาหนา้ ท่ีบนั ทึกคะแนน
- แจง้ ใหน้ ายทหารควบคุมการยงิ ทราบ เม่ือมีการยงิ ผดิ เป้ า
- แจง้ ใหน้ ายทหารควบคุมการยงิ ทราบ เมื่อตอ้ งการมีการยงิ ต่อ
- ช่วยบนั ทึกคะแนนอยา่ งถูกตอ้ ง กระสุนนดั ท่ีจะบนั ทึกไดค้ ะแนนน้นั จะตอ้ งถูก
บริเวณรูปตวั หุ่นบริเวณใดบริเวณหน่ึง รอยกระสุนที่เป็นรอยแฉลบไม่ถือวา่ ถูกเป้ า
- นบั รอยกระสุนที่จะใหค้ ะแนนเพียง ๒ รอยตอ่ เป้ ารูปหุ่น ๑ ตวั เทา่ น้นั
- บนั ทึกคะแนนลงในบตั ร
- ช่วยทหารผยู้ งิ ทาการซ่อมเป้ า
- ลงช่ือกากบั ในบตั รบนั ทึกคะแนนก่อนนาส่งนายทหารควบคุมการยงิ
เกณฑ์การจัดช้ันคุณวฒุ ิ มีดงั นี้ :
- ช้นั ผเู้ ชี่ยวชาญ : ยงิ ถูก ๓๘ ถึง ๔๐ เป้ า
- พลแม่นปื น : ยงิ ถูก ๓๓ ถึง ๓๗ เป้ า
- ช้นั ยงิ ปื นดี : ยงิ ถูก ๒๖ ถึง ๓๒ เป้ า
- ไม่ไดผ้ ล : ยงิ ถูก ๒๕ เป้ าหรือต่ากวา่
- ๓๗๑ -
จุดสีขาวบนรูปหุ่น เป็ นจุดใช้ในการเลง็ แบบจีก้ ลางเป้ า กระสุนควรจะถูกทกี่ ากบาท
สีขาว การคิดคะแนนให้นับรอยกระสุนภายในรูปหุ่น และในแนวรอยเส้นประสีดา
รูปท่ี ช - ๓๘
ตัวอย่างแผ่นเป้ า สาหรับหลกั สูตรสารองในสนามยงิ ปื น ระยะ ๒๕ เมตร
หมายเหตุ : วงกลมทหี่ ุ่นมเี ส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร
- ๓๗๒ -
คาเตอื น
ให้พงึ ระมัดระวงั เป็ นพเิ ศษในข้นั ตอนดังต่อไปนี้
- ตอ้ งมน่ั ใจวา่ ไดใ้ ส่สลกั ยดึ ลูกเบ้ียวเขา้ ท่ีเรียบร้อยในชุดลูกเลื่อนแลว้ มิฉะน้นั เมื่อนา
ปลย.กระบอกน้นั ไปทาการยงิ กระสุนจะลนั่ ออกไป แตจ่ ะเกิดการระเบิดภายในโครงปื น
ตามมา
- เมื่อติดต้งั ปลอกทวีแรงถอยเขา้ กบั ปลย. แลว้ ใหใ้ ชก้ ระสุนซอ้ มรบแบบ เอม็ .๒๐๐
( ดูเคร่ืองหมายท่ีกล่องกระสุน ) ทาการยงิ เท่าน้นั หา้ มใชก้ ระสุนชนิดอ่ืนทาการยงิ
เด็ดขาด
- หา้ มเปลี่ยนหรือสลบั ชุดลูกเลื่อนจาก ปลย. จากกระบอกหน่ึงไปอีกกระบอกหน่ึง
มิฉะน้นั อาจทาใหผ้ ใู้ ชเ้ กิดการบาดเจบ็ หรืออาจเกิดอนั ตรายถึงชีวติ ได้
- ถา้ เกิดการติดขดั ข้ึนในขณะทาการยงิ และยงั มีกระสุนคา้ งอยใู่ นรังเพลิง ขณะท่ีลากลอ้ งมี
ความร้อนใหร้ ีบนากระสุนออกโดยเร็ว แต่ถา้ ไม่สามารถนากระสุนน้นั ออกมาไดภ้ ายใน
๑๐ วนิ าที, ใหป้ ลดซองกระสุนออกมาแลว้ รอประมาณ ๑๕ นาที โดยท่ีลากลอ้ งปื นช้ีไป
ยงั ทิศทางท่ีปลอดภยั การปฏิบตั ิเช่นน้ีจะทาใหท้ หารปลอดภยั จากการเกิดกระสุนลน่ั
ออกไปโดยไม่ไดเ้ หนี่ยวไก ( COOK-OFF ) นอกจากน้ี ใหท้ หารนากระสุนออกจากรัง
เพลิงที่กาลงั ร้อนอยู่ ให้เบนช่องคดั ปลอกกระสุนออกไปใหไ้ กลพน้ จากใบหนา้ ของทหาร
- ใชก้ ระสุนขนาด ๕.๕๖ มม. ที่ถูกผลิตข้ึนมาใชก้ บั ปลย. ถา้ หากเป็นไปไดค้ วรใชก้ ระสุน
ที่ผลิตมาตรฐานของกองทพั บกสหรัฐฯ หรือ NATO
- ถา้ หากลูกเล่ือนเกิดติดขดั และทหารใชว้ ธิ ีการแกไ้ ขโดยใชพ้ านทา้ ยกระแทกกบั พ้ืนให้
ระมดั ระวงั อยา่ ใหส้ ่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายอยขู่ วางหนา้ ปากกระบอกปื น
- ถา้ หากมีของเหลวหรือน้าอยภู่ ายในลากลอ้ งปื นหา้ มทาการยงิ เดด็ ขาด เพราะอาจเกิดการ
ระเบิดข้ึนได้
- ถา้ หากทหารรู้สึกวา่ แรงสะทอ้ นถอยหลงั ของ ปลย. มีนอ้ ยกวา่ ปกติในขณะทาการยงิ ให้
หยดุ ยงิ ทนั ทีเพราะส่ิงผดิ ปกติดงั กล่าวเป็นเคร่ืองบ่งช้ีวา่ น่าจะเกิดการเผาไหมท้ ี่ไม่
สมบูรณ์ของดินปื น หรือหวั กระสุนน่าจะติดคา้ งอยภู่ ายในลากลอ้ งปื น
- ๓๗๓ -
ผนวก ซ
การปรนนิบัติบารุงอาวุธ ปลย.ทาร์โว ขนาด ๕.๕๖ มม.
ซ-๑ นา
การสอนอาวธุ ศึกษาใหท้ หารเรียนรู้ และปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ตามข้นั ตอนน้นั เป็ น
พ้ืนฐานข้นั แรก ในการที่จะใหท้ หารสามารถใช้ ปลย. ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ก่อนท่ีทหารจะไดร้ ับ
การพฒั นาการฝึก การยงิ ปื นเบ้ืองตน้ ไปจนถึงการฝึกเบ้ืองสูง ทหารจะตอ้ งมีความรู้ในอาวธุ ปลย. เป็น
อยา่ งดีและโดยเฉพาะก่อนท่ีจะเริ่มดาเนินการฝึกหลกั พ้ืนฐานของการฝึกยงิ ปื นทหารทุกคนจะตอ้ ง
ไดร้ ับการทบทวนในเร่ืองอาวธุ ศึกษา โดยเฉพาะการปรนนิบตั ิบารุงอาวธุ ก่อนทาการยิงปื นดว้ ย
กระสุนจริงทุกคร้ัง
ซ-๒ หน้าทขี่ องผ้ใู ช้ในการปรนนิบตั บิ ารุงอาวธุ
สาเหตุสาคญั ของปัญหาปื นขดั ขอ้ งมกั เกิดจากขาดการดูแลเอาใจใส่หรือการปรนนิบตั ิบารุง
มากกวา่ เกิดจากกลไกของปื นบกพร่อง การดูแลเอาใจใส่ทาความสะอาดและปรนนิบตั ิบารุงปื นอยา่ ง
ถูกตอ้ งจะส่งผลใหป้ ื นทางานอยา่ งถูกตอ้ งไมต่ ิดขดั แมว้ า่ จะอยใู่ นสถานการณ์ขบั ขนั ปลย.ทาโวร์
จะตอ้ งไดร้ ับการทาความสะอาด คือ
- ปรนนิบตั ิบารุงอาวธุ ของตนและอยใู่ นสภาพใชง้ านไดต้ ลอดเวลา
- ตรวจสภาพอาวธุ โดยทว่ั
- รายงานการชารุดและการเส่ือมสภาพในทนั ที
ซ-๓ โอกาสทจี่ ะปรนนิบตั ิบารุง
- ก่อนทาการยงิ ปื น
- หลงั จากการยงิ ปื น
- เม่ือเก็บรักษาอยใู่ นคลงั อาวธุ
- เม่ือสภาพอากาศไมป่ กติ
การปรนนิบตั ิบารุงถือวา่ เป็นเร่ืองที่มีความสาคญั เป็นอยา่ งมากประการหน่ึง เพราะการ
ปรนนิบตั ิบารุงจะช่วยยดื อายุการใชง้ านของอาวธุ ปื น ทาใหอ้ าวธุ ปื นไมเ่ ส่ือมสภาพไป อนั เกิดจากการ
ใชง้ าน ยงั ทาใหอ้ าวธุ ปื นทางานไดเ้ ป็นปกติตามวงรอบของการทางาน แตส่ าเหตุท่ีสาคญั ของปัญหา
ปื นขดั ขอ้ งมกั เกิดจากการ ขาดการเอาใจใส่ดูแล หรือการปรนนิบตั ิบารุงมากเกินไปจนทาใหช้ ิ้นส่วน
เกิดการสึกหรอ แทนท่ีจะเกิดจากกลไกของปื นบกพร่อง การดูแลเอาใจใส่ทาความสะอาดและ
ปรนนิบตั ิบารุงปื นอยา่ งถูกตอ้ งจะส่งผลใหป้ ื นทางานอยา่ งถูกตอ้ งไม่ติดขดั แมว้ า่ จะอยใู่ นสถานการณ์
ขบั ขนั
ก. การทาความสะอาดประจาวนั เพ่อื รักษาปื นใหอ้ ยใู่ นสภาพพร้อมใชง้ านเสมอ จะตอ้ งทา
การปรนนิบตั ิบารุงประจาวนั ทุกวนั แมว้ า่ ปื นจะไม่ไดใ้ ชย้ งิ ในวนั น้นั โดยใหท้ าการถอดแยกข้นั ที่ ๑
และข้นั ที่ ๒ ทาความสะอาดชิ้นส่วนท่ีสาคญั เช่น ปัดเอาคราบทรายและฝ่ นุ ออกจากชิ้นส่วนภายใน
ใชก้ ระดาษเช็ดเลนส์ทาความสะอาดเลนส์ของลากลอ้ งเล็ง ใชก้ า้ นแส้ติดผา้ แหง้ ทาความสะอาด
- ๓๗๔ -
ลากลอ้ งและรังเพลิงและหนา้ ลูกเล่ือน ชโลมน้ามนั ส่วนที่เสียดสี เช่น ร่องนาดา้ นขา้ งโครงนาลูกเล่ือน
ดา้ นหลงั ของแง่ขดั กลอน คอลูกเลื่อน สลกั ลูกเล่ือนบงั คบั ขดั กลอน
ข. การทาความสะอาดประจาสัปดาห์ ทาการตรวจและบริการประจาสัปดาห์ เนน้ การถอด
แยกปื นในข้นั ตน้ และในข้นั ท่ี ๒ รวมท้งั ชุดเคร่ืองลน่ั ไก ทาความสะอาดใหต้ รวจสภาพการทางานของ
ชิ้นส่วนดงั ต่อไปน้ี
๑) จะตอ้ งไมม่ ีร่องรอยชารุดเสียหายที่พ้ืนผวิ ลูกเล่ือนและเขม็ แทงชนวน
๒) ความหยนุ่ ตวั ของแหนบขอร้ังปลอกและเหลก็ คดั ปลอก
๓) ความสมบรู ณ์ของประกบั รองมือและคนั ร้ังลูกเล่ือน
๔) จดั คนั บงั คบั การยงิ ไปยงั ทุกตาแหน่งไดโ้ ดยไมต่ ิดขดั
ค. การทาความสะอาดก่อนทาการยงิ ก่อนทาการยงิ ปื นควรตรวจใหแ้ น่ใจวา่ ปื นสะอาดโดย
การถอดแยกชิ้นส่วนในข้นั ตน้ เช็ดทาความสะอาดขจดั คราบเขม่า,ทรายและน้ามนั หล่อล่ืน ใชแ้ ส้ติด
ผา้ แหง้ เช็ดแยงลากลอ้ ง หยอดน้ามนั CLP ตรงจุดต่างๆ ที่เสียดสีกนั ของชุดกลไกเคล่ือนท่ีถอยหลงั
ในการยงิ ปื นใหใ้ ชก้ ระสุนมาตรฐานท่ีรับรองโดยเจา้ หนา้ ท่ีตรวจสภาพกระสุน ห้ามหล่อล่ืนหรือลา้ ง
ทาความสะอาดกระสุนดว้ ยน้ามนั
ง. การทาความสะอาดหลงั การยงิ หลงั การยงิ ปื นใหท้ าความสะอาดปื นอยา่ งทว่ั ถึงโดยเอาใจ
ใส่เนน้ พิเศษตรงชิ้นส่วนที่สัมผสั แกส๊ ร้อน โดยใหถ้ อดแยกในข้นั ที่ ๒ และทาความสะอาดชิ้นส่วน
ต่างๆ โดยทวั่
ซ-๔ นา้ มันทาความสะอาด,หล่อลน่ื และการใช้ น้ามนั ทาความสะอาดและหล่อลื่นท่ีจะไดร้ ับจา่ ยจาก
สพ.ทบ. มีหลายชนิดดงั น้ี.-
ก. น้ามนั CLP ( Cleaner = สารทาความสะอาด,Lubricant = สารหล่อลื่นและ Preservative =
สารถนอมรักษาป้ องกนั สนิม)
ข. น้ามนั ชนิดใสหล่อลื่นและป้ องกนั สนิม (U.S. OIL GENERAL PURPOSE
PRESERVATING OIL)
ค. น้ามนั หล่อลื่นชนิดขน้ ( LUBRICATING GENERAL PURPOSE MEDIUM)
ง. น้ามนั หล่อล่ืนก่ึงขน้ LSA[ LUBE OIL,SEMI- FLUID – (AUTOMATIC WEAPONS)
จ. น้ามนั ชาระลา้ งลากลอ้ ง ( CLEANING COMPOUND SOLVENT,RIFLE BORE)
ฉ. น้ามนั ทาความสะอาดลากลอ้ ง (CLEANER RIFLE BORE/CR)
ซ-๕ การบารุงรักษาและทาความสะอาด ปลย.ทาโวร์ มีข้นั ตอนดงั น้ี
ก. การตรวจปื น/ทาปื นใหป้ ลอดภยั
ข. การถอดปื น
ค. การทาความสะอาดปื น
ง. การชโลมปื น/การหล่อลื่น
จ. การประกอบปื น
- ๓๗๕ -
ฉ. การทาความสะอาดซองกระสุน
ซ-๖ การตรวจปื น- ก่อนการถอดปื น ให้กระทาดังนี.้ -
ก. จดั คนั บงั คบั การยงิ ไปที่ตาแหน่ง หา้ มไก
ข. ปลดซองกระสุน
ค. แขวนลูกเล่ือน
ง. ตรวจหอ้ งลูกเลื่อนและรังเพลิง วา่ มีกระสุนอยหู่ รือไม่ เพื่อความปลอดภยั ในการถอดปื น
จ. ปล่อยลูกเลื่อนไปขา้ งหนา้
ฉ. ถอดและประกอบปื นตามข้นั ตอนปกติ
ซ-๗ การทาความสะอาดปื น รูปท่ี ซ - ๑
ก. ภายหลงั ที่ถอดชิ้นส่วนปกติในหนา้ ท่ีผใู้ ชอ้ อกแลว้ ใหผ้ ใู้ ชท้ าความสะอาดอาวธุ โดยใช้
อุปกรณ์ทาความสะอาด ซ่ึงไดแ้ ก่.-
๑) แส้และดอกแส้ทาความสะอาดลากลอ้ ง
๒) วสั ดุท่ีใชท้ าความสะอาด เช่น ผา้ และน้ามนั ทาความสะอาดชนิดต่าง ๆ
ข. หลงั จากท่ียงิ ปื นดว้ ยกระสุนซอ้ มรบหรือกระสุนจริง ใหท้ าความสะอาดดว้ ยน้ามนั กดั สนิม
๑ คร้ัง เพื่อใหม้ นั่ ใจวา่ เขม่าปื นไดถ้ ูกเช็ดออกไปแลว้ จากน้นั เช็ดชิ้นส่วนตา่ ง ๆ ใหแ้ หง้ และชโลมดว้ ย
น้ามนั ถา้ มีชิ้นส่วนใดหายหรือชารุด ใหแ้ จง้ ช่างอาวธุ ของหน่วย
ค. เทคนิคในการทาความสะอาดลากลอ้ ง ปลย.
ลากลอ้ ง ปลย. จะประกอบดว้ ยสนั เกลียวและร่องเกลียว การทาความสะอาดลากลอ้ ง โดย
ใชแ้ ส้และดอกแส้น้นั กระทาดว้ ยวธิ ีการดึงดอกแส้ผา่ นจาก รังเพลิงไปถึงปากลากลอ้ งจะทาใหด้ อกแส้
หมุนเวยี นตามเกลียวลากลอ้ ง ซ่ึงจะเป็นการทาความสะอาดลากลอ้ งท่ีถูก ท้งั ยงั เป็นการรักษาสันเกลียว
มิใหส้ ึก โดยทาตามข้นั ตอนดงั น้ี.-
๑) ใชผ้ า้ ชุบน้ามนั CLP หรือ CLEANER แยงลากลอ้ งใหช้ ุ่ม
๒) ตอ่ กา้ นแส้ ๓ ท่อนเขา้ ดว้ ยกนั โดยใหแ้ ตล่ ะขอ้ เหลือเกลียวไวส้ องรอบก่อนจะแน่น
๓) ประกอบดอกแส้โดยเหลือเกลียวไวส้ องรอบ เช่นเดียวกนั
๔) สอดกา้ นแส้เขา้ ในรังเพลิง ผา่ นลากลอ้ งปื นโผล่ท่ีปากลากลอ้ ง
๕) ประกอบดา้ มแส้เขา้ กบั กา้ นแส้
๖) ดึงดอกแส้ผา่ นลากลอ้ งจนพน้ ปากลากลอ้ งปื น
๗) ใชผ้ า้ ชุบน้ามนั แยงลากลอ้ งสลบั เป็นคร้ังคราว เพ่อื ใหผ้ า้ ทาความสะอาดรูดตามเกลียว
ในลากลอ้ ง
คาเตือน
หา้ มใชผ้ า้ ที่เป้ื อนคราบน้ามนั หรือสารอื่น เช็ดถูบริเวณเลนส์ของ
กลอ้ งเลง็ สะทอ้ นภาพ MEPRO 21M เพราะจะทาใหเ้ ลนส์เสื่อมสภาพ
- ๓๗๖ - 5
ซ-๘ เคร่ืองมอื ทาความสะอาดประกอบด้วย
1 2 34
รูปที่ ซ-๑ เคร่ืองมือทาความสะอาด
ลาดบั ช่ือชิ้นส่วน หมายเลข
1 หลอดน้ามนั หล่อลื่น
2 กา้ นแส้
3 แปรงทาความสะอาดทวั่ ไป
4 ดอกแส้ทาความสะอาดรังเพลิงและโครงตอ่ ทา้ ยลากลอ้ ง
5 แปรงทาความสะอาดภายในโครงปื น
ซ-๙ การชโลมปื น/การหล่อล่ืน
ก. ชโลมบาง หมายถึง การชโลมดว้ ย น้ามนั หล่อล่ืนหรือน้ามนั CLP ใหพ้ อเห็นวา่ มีคราบ
น้ามนั เคลือบอยู่
ข. ชโลมหนา หมายถึง การชโลมใหม้ ีคราบน้ามนั หนามากพอที่จะใชน้ ิ้วมือปาดกระจาย
ออกได้
- ๓๗๗ -
ซ-๑๐ การทาความสะอาดซองกระสุน ใหก้ ระทาดงั น้ี.-
ก. การถอดซองกระสุน
๑) ใชป้ ลายกระสุนกดสลกั ยดึ แผน่ ฐานซองกระสุน เพ่ือปลดสลกั
๒) ดึงแผน่ ฐานออกจากซองกระสุน
๓) ดึงสปริงและแผน่ รองกระสุน โดยการโยกคลอนเบา ๆ
ข. วธิ ีทาความสะอาดและหล่อล่ืนซองกระสุน
๑) เช็ดสิ่งสกปรกออกจากซองกระสุน, แหนบ และแผน่ รองกระสุน
๒) ชโลมบางที่แหนบ
ค. การประกอบซองกระสุน
๑) ค่อย ๆ ใส่สปริงและแผน่ รองกระสุนเขา้ ไปในซองกระสุน
๒)ใส่แผน่ ฐานเขา้ ไปในซองกระสุน
- ๓๗๘ -
ผนวก ด
ท่ายงิ แบบต่าง ๆ
ด-๑กล่าวทว่ั ไป
เน้ือหาในตอนน้ีกล่าวถึงรายละเอียดของทา่ ยงิ แบบต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
- ทา่ ยงิ ท่ีมนั่ คง
- ทา่ ยงิ ตอ่ เนื่อง
- การยงิ ขณะเคล่ือนในสถานการณ์เขา้ ตี
หมายเหตุ : อนั ตราย ถา้ ผยู้ งิ ถนดั ขวายงิ ปื นสาหรับผยู้ งิ ถนดั ซา้ ย หรือผยู้ งิ ถนัดซา้ ยยงิ ปื น
สาหรับผยู้ งิ ถนดั ขวา, อาจไดร้ ับอนั ตรายจากปลอกกระสุนร้อนถูกดีดใส่แกม้
ด-๒ ท่ายิงทม่ี ่ันคง
ท่ายงิ ที่มน่ั คงมีอยดู่ ว้ ยกนั หลายทา่ ยงิ ประกอบดว้ ย ๔ ทา่ ยงิ ดงั น้ี
๑) ท่านอนยงิ
๒) ท่านงั่ คุกเข่ายงิ (หรือนงั่ สูง)
๓) ท่ายนื ยงิ พ้ืนฐาน
๔) ท่านงั่ ยงิ
ก. ท่านอนยงิ เป็นทา่ ยงิ ท่ีมีความมนั่ คงมากที่สุดในจานวนท้งั ๔ ท่า เหมาะสมสาหรับใชท้ า
การยงิ ท่ีทาใหเ้ กิดความแม่นยามากท่ีสุด
๑) มีเหตุผลสองประการสาหรับการใชท้ า่ นอนยงิ :
ก) เป็นท่ายงิ ที่ทาใหก้ ารยงิ ปื นไดแ้ ม่นยาเนื่องจากผยู้ งิ มีจุดสัมผสั พ้ืนมากกวา่ ทา่ ยงิ
แบบอื่น ๆ, จึงทาใหม้ ีความมน่ั คงสูงสุด
ข) ท่านอนยงิ เป็นทา่ ที่ผยู้ งิ เผยตวั เป็นเป้ าใหข้ า้ ศึกยงิ ไดเ้ ลก็ ท่ีสุด
ท่ายงิ ท่ีอธิบายไวใ้ นตอนที่ ๕ นามาจาก “หลกั การเจด็ ประการของพลแม่นปื น” และอา้ งถึง
การยงิ จากทา่ ประจาท่ี, ภายใตส้ ภาพไมม่ ีความกดดนั , ส่วนใหญ่ใชใ้ นการปรับแนวเส้นเลง็ ของปื น
ในการยงิ ต่อสู้หรือภายใตส้ ภาพมีความกดดนั , ท่านตอ้ งยดึ หลกั การของพลแม่นปื นใหม้ ากที่สุดเท่าที่
จะทาไดโ้ ดยใชท้ า่ พร้อมยงิ (การยงิ ภายใตส้ ภาพที่ยากลาบาก- กลา้ มเน้ือกระตุก, อตั ราการหายใจถ่ี,
และต่ืนเตน้ สุดขีด ฯลฯ) และสภาพต่าง ๆ ในสนาม (ภูมิประเทศขรุขระ, การยงิ จากที่กาบงั ฯลฯ)
๒) หลกั การสาหรับท่านอนยิงในสถานการณ์รบ ในการรบ ขณะทาการยงิ จากทา่ นอนยงิ ,
ผยู้ งิ ควรปฏิบตั ิตามขอ้ แนะนาดงั ต่อไปน้ี รูปท่ี ซ-๑(ก,ข)
ก) นอนราบบนพ้ืน
ข) จบั ปื นใหม้ นั่ คง (เกร็งกลา้ มเน้ือ), เพอ่ื ป้ องกนั มือส่นั ขณะทาการเลง็
ค) สัมผสั ปื น ๕ จุด
- ๓๗๙ -
ง) ควบคุมการหายใจ
(๑) ภายใตค้ วามกดดนั : เมื่อทาการยงิ ขณะมีความเครียดทางกาย, ใหส้ ูดหายใจ
เขา้ , กล้นั หายใจ – ผอ่ นหายใจหลงั เหนี่ยวไก
(๒) ยงิ ขณะอยภู่ ายใตท้ ี่กาบงั หรือในการซุ่มยงิ : ผอ่ นหายใจแลว้ หายใจตามปกติ
รูปที่ ซ-๑ (ก)ท่านอนยิง(ด้านข้างขวา)
รูปท่ี ซ-๑ (ข)ท่านอนยงิ
- ๓๘๐ -
ข. ท่านั่งคุกเข่ายงิ รูปที่ ซ -๒(ก,ข) เป็นทา่ ยงิ ระหวา่ งท่ายนื กบั ทา่ นอน เป็นท่ายากที่จะยงิ ปื น
ไดแ้ มน่ ยา เม่ือเปรียบเทียบกบั ท่ายงิ อื่น ๆ ดงั น้นั จึงใชท้ ่านง่ั คุกเข่ายงิ เฉพาะเม่ือสภาพสนามไม่
อานวยสาหรับนอนยงิ (มีพมุ่ ไม,้ พ้นื ท่ีลาดเอียง หรือขรุขระ, ซุ่มยงิ ในพ้นื ท่ีที่มีสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ)
การยงิ จากท่านงั่ คุกเขา่ ใชส้ าหรับระยะยงิ ปานกลางถึง ๑๐๐ เมตร
ลกั ษณะสาคัญสาหรับการยิงจากท่าน่ังคุกเข่ายงิ (ผู้ยิงถนัดขวา)
คาแนะนาต่อไปน้ีสาหรับการยงิ ปื นขณะนงั่ คุกเขา่ , ใชส้ าหรับผยู้ งิ ถนดั ขวา (ผยู้ งิ ถนดั ซา้ ยปฏิบตั ิตาม
คาแนะนาขา้ งล่างน้ี, โดยเปลี่ยนจากคาวา่ ”ขวา” เป็น “ซา้ ย” และ “ซา้ ย” เป็น “ขวา”)
- ขาสองขาทามุมฉากกนั
- ขาซา้ ยทามุมฉากกบั พ้นื
- เทา้ ซา้ ยทามุมฉากกบั เป้ าหมาย
- นิ้วหวั แมเ่ ทา้ ขวางหรือเหยยี ดตรงเพ่อื ใหส้ ามารถเปล่ียนเป็นทา่ อื่นไดเ้ ร็ว
- ผยู้ งิ นง่ั อยบู่ นส้นเทา้ ขวาเพื่อใหม้ นั่ คง
- ขอ้ ศอกแขนซา้ ยต้งั อยบู่ นเข่าซา้ ย (อาจเหนือศอกเล็กนอ้ ยหรือใตศ้ อก ข้ึนอยกู่ บั ความ
สะดวกของผยู้ งิ )
- ขอ้ ศอกแขนขวาทามุม ๔๕ องศา หรือ ๙๐ องศา
- พานทา้ ยโผล่ข้ึนเหนือซอกบ่าเล็กนอ้ ย
- ใชน้ ิ้วมือท้งั หา้ นิ้วกาดา้ มปื นไว้
- โกร่งไกพาดอยกู่ บั หนา้ ขอ้ มือ หลีกเล่ียงการรบกวนการจดั แนวปื น
- ใชม้ ือซา้ ยจบั ปะกบั รองมือดา้ นหนา้
รูปที่ ซ- ๒(ก) ท่านั่งคุกเข่ายงิ (ส้นเท้าหลงั ต้งั )
- ๓๘๑ -
รูปที่ ซ- ๒(ก) ท่าน่ังคุกเข่ายิง(เท้าหลงั แบนราบ)
ค. ท่ายนื ยงิ พนื้ ฐาน นามาจากการยงิ ปื นเพือ่ การกีฬาเหมาะสมสาหรับใชใ้ นกรณีดงั ต่อไปน้ี
๑) เมื่อยงิ จากท่ีกาบงั สูง (เช่น การยงิ ในบริเวณที่มีส่ิงปลูกสร้าง, จากดา้ นหลงั หนา้ ตา่ ง,
มุมอาคาร, รถยนต,์ บลอ็ กคอนกรีต ฯลฯ
๒) เม่ือไมส่ ามารถใชท้ า่ นอนยงิ หรือทา่ นงั่ คุกเข่ายงิ , เน่ืองจากสภาพพ้ืนภมู ิประเทศ
ขรุขระ
ลกั ษณะสาคญั สาหรับการยงิ จากท่ายนื ยงิ พนื้ ฐาน (ผยู้ งิ ถนดั ขวา)ขอ้ แนะนาสาหรับการยงิ ปื น
ขณะอยใู่ นท่ายนื ซ่ึงใชก้ บั ผยู้ งิ ถนดั ขวา (ผยู้ งิ ถนดั ซา้ ยปฏิบตั ิตามคาแนะนาขา้ งล่างน้ี, โดยเปล่ียนจาก
คาวา่ ”ขวา” เป็น “ซา้ ย” และ “ซา้ ย” เป็น “ขวา”)
๑. ยนื ทามุมฉากกบั เป้ าหมาย
๒. สะโพกหนั ตรงไปทางเป้ าหมายเพื่อใชเ้ ป็นท่ีรองรับขอ้ ศอก
๓. แยกเทา้ สองขา้ งห่างจากกนั เทา่ ช่วงไหล่ ถ่างกวา้ งกวา่ หรือแคบกวา่ ช่วงไหล่จะลด
ความมน่ั คง
๔. เทา้ สองขา้ งขนานกนั
๕. เข่าเหยยี ดตรง – เขา่ งอจะทาใหส้ ่นั และขาดความมนั่ คงหลงั จากอยใู่ นท่ายนื ยงิ
ขณะหน่ึง
๖. ขอ้ ศอกซา้ ย (ผยู้ งิ ถนดั ขวา) ยนั กระเป๋ าใส่ซองกระสุนในเส้ือกก๊ั ผยู้ งิ ถนดั ซา้ ยจะยนั ขอ้
ซอกซา้ ยกบั กระเป๋ าใส่ลูกระเบิด (ในการฝึกอาจใชก้ อ้ นหินแทนลูกระเบิด)
- ๓๘๒ -
๗. มีจุดสัมผสั หลายจุดสาหรับมือซา้ ย (ทหารแตล่ ะคนควรเลือกจบั ในตาแหน่งท่ีสะดวก
ท่ีสุด)
ก) หงายมือจบั ปะกบั รองมือ, หนา้ ขอ้ มือชิดกบั โกร่งไก
ข) หงายมือจบั ปะกบั รองมือ, หนา้ ขอ้ มืออยบู่ นโกร่งไก
ค) อุง้ มือกาโกร่งไกตรงจุดที่ใกลล้ ากลอ้ งมากที่สุด
ง) อุง้ มือกาโกร่งไกจากดา้ นล่าง
๘. พานทา้ ยปื นประทบั อยใู่ นคร่ึงซอกบ่า – เป็นไปไมไ่ ดท้ ี่จะประทบั พานทา้ ยปื นอยใู่ น
ซอกบ่าท้งั หมด, เน่ืองจากผยู้ ิงยนื ทามุมฉากกบั เป้ าหมาย
๙. ขอ้ ศอกขวายกข้ึนทามุม ๙๐ องศา เพ่ือรองรับพานทา้ ยและป้ องกนั ปื นเลื่อนไถล
ระหวา่ งการยงิ แตล่ ะนดั
๑๐. แนบแกม้ เขา้ กบั พานทา้ ยปื นใหแ้ น่น – ถา้ แนบแกม้ เขา้ กบั พานทา้ ยปื นไดย้ าก ขาขา้ ง
ท่ีรับน้าหนกั นอ้ ยกวา่ ควรขยบั ถอยหลงั เล็กนอ้ ย (ผยู้ งิ ถนดั ขวา – ขาขวา) จะช่วยใหส้ ามารถแนบ
แกม้ เขา้ กบั พานทา้ ยปื นได้
๑๑. การเหน่ียวไกปื นใหล้ ากไกโดยอยใู่ นแนวต้งั ฉากกบั แกนลากลอ้ ง ซ่ึงเป็นสิ่งสาคญั
สาหรับทา่ ยนื ยงิ พ้ืนฐาน ถา้ การเหนี่ยวไกไมไ่ ดแ้ นวต้งั ฉากกบั แกนลากลอ้ ง จะยงิ ไมถ่ ูกเป้ าหมาย
รูปที่ ๑-๓ ท่ายนื ยงิ พนื้ ฐาน
- ๓๘๓ -
ง. ท่านั่งราบยงิ เหมาะสาหรับการซุ่มยงิ เน่ืองจากการนง่ั ซุ่มยงิ ตอ้ งอยใู่ นท่าต่อเน่ืองเป็ น
เวลานาน (นานถึง ๗๒ ชม.)ประเด็นสาคญั ของท่านง่ั ยงิ คือความสะดวกสบายของผยู้ งิ
ลกั ษณะสาคัญสาหรับการยงิ จากท่าน่ังราบยงิ (ผู้ยงิ ถนัดขวา) ขอ้ แนะนาสาหรับการยงิ ปื นจาก
ท่านงั่ ราบยงิ , สาหรับใชก้ บั ผยู้ งิ ถนดั ขวา (ผยู้ งิ ถนดั ซ้ายปฏิบตั ิตามคาแนะนาขา้ งล่างน้ี โดยเปล่ียน
จากคาวา่ ”ขวา” เป็น “ซา้ ย” และ “ซา้ ย” เป็น “ขวา”)
๑. นงั่ ทามุม ๔๕ องศา กบั เป้ าหมาย, เพ่อื วา่ ใหแ้ ขนท้งั สองขา้ งชิดขา้ งลาตวั และมีช่อง
สาหรับประทบั พานทา้ ยในซอกบา่ ของผยู้ งิ
๒. เขา่ ท้งั สองขา้ งงอ
๓. ส้นเทา้ วางราบอยกู่ บั พ้ืนเพื่อป้ องกนั การเอนไปดา้ นหลงั สามารถใชก้ อ้ นหินหนุนส้น
เทา้ ไวไ้ ด้
๔. อิงหลงั ยนั หมวกเหลก็ หรือเนินดิน – ควรวางหมวกเหลก็ ไวด้ า้ นหลงั ผยู้ งิ ตรงดา้ นใต้
เส้ือกก๊ั เพอื่ รับน้าหนกั เส้ือกกั๊ จากผยู้ งิ ไว้
๕. ขอ้ ศอกต้งั อยบู่ นหวั เขา่
๖. คร่ึงหน่ึงของพานทา้ ยปื นอยเู่ หนือซอกไหล่เพอ่ื ป้ องกนั กลา้ มเน้ือคอเมื่อยลา้ สามารถ
สอดพานทา้ ยปื นไวใ้ ตป้ ี กเส้ือกกั๊ เพื่อใหป้ ื นมนั่ คง
๗. จุดสมั ผสั ปื น ๕ แห่ง
ด-๓ ท่ายงิ ต่อเน่ือง ทา่ ยงิ ต่อเนื่องมีอยดู่ ว้ ยกนั ๓ ท่ายงิ ประกอบดว้ ย
๑) ท่านอนยงิ
๒) ท่านง่ั คุกเข่ายงิ
๓) ท่ายนื ยงิ ตามสญั ชาตญาณ
ลกั ษณะสาคัญสาหรับการยงิ ด้วยท่าต่อเน่ือง ขอ้ แนะนาเหล่าน้ีเป็นลกั ณณะสาคญั ในการยงิ
ดว้ ยท่าตอ่ เน่ือง
๑. ปลดหา้ มไกหลงั เล็งเขา้ เป้ าหมาย
๒. ระวงั ลากลอ้ งปื นสะบดั ข้ึน
๓. จดั ท่ายงิ อยา่ งรวดเร็ว, เพอื่ ใหม้ ีเวลากบั การเล็ง
ก. ท่านอนยิง ใชเ้ ม่ือเผชิญหนา้ ขา้ ศึกที่ระยะคอ่ นขา้ งไกล ผยู้ งิ มีเวลามาพอที่จะลดตวั ลงอยใู่ น
ทา่ นอนยงิ ทา่ น้ีเป็นทา่ ยงิ ท่ีมน่ั คงช่วยใหก้ ารยงิ แมน่ ยาและกาบงั ตวั ไดม้ ากที่สุด เป็นท่ายงิ ที่เหมาะ
สาหรับภูมิประเทศที่เป็นพ้ืนเรียบ, เป้ าหมายไม่ถูกบงั โดยพมุ่ ไมห้ รือเนินดิน ท่านอนยงิ ใชส้ าหรับการ
เผชิญหนา้ ในระยะ ๑๐๐ เมตรข้ึนไป
- ๓๘๔ -
ข้นั ตอนการปฏิบัตสิ าหรับท่านอนยงิ ป้ องกนั ตวั
ก. ยอ่ ตวั ลงใชม้ ือซา้ ยยนั พ้นื ไวใ้ หข้ อ้ ศอกทามุม ๖๐ องศา ลาตวั ทามุมกบั ปื น ใชแ้ ขนซ้าย
เป็นเบรกในการยอ่ ตวั ลง และใชเ้ ป็นจุดหมุนในการจดั ลาตวั เขา้ อยใู่ นท่านอน
ข. ขณะยอ่ ตวั ลงใชม้ ือซา้ ยยนั พ้ืนไว้ ใหเ้ ข่าซา้ ยเขา้ หาใบหนา้ (ผยู้ งิ ถนดั ขวา)
ค. ตวดั ขาท้งั สองขา้ งไปทางดา้ นหลงั
ง. เร่ิมยงิ หลงั จากจดั ท่ายงิ ไดท้ ี่แลว้
จ. หลงั ทาการยงิ , ใหต้ รวจอาวธุ ดว้ ยความระมดั ระวงั ดูวา่ ปื นขดั หรือไม่
ฉ. ขณะลุกข้ึนจากทา่ นอนยงิ , อยา่ ใหห้ วั เข่ายนั พ้ืนเพราะเป็นการเสี่ยงท่ีจะทาใหไ้ ดร้ ับ
บาดเจบ็
ลกั ณณะสาคญั ของทา่ นอนยงิ จากทา่ ต่อเน่ืองเหมือนกนั กบั ทา่ นอนยงิ ใหย้ กปื นข้ึนเพอื่ ให้
กลอ้ งเล็งอยใู่ นระดบั สายตา (ไม่ใช่กม้ หวั ลงเขา้ หาปื น) จะช่วยใหก้ ารจดั ท่ายงิ ไดเ้ ร็วและมี
ประสิทธิภาพ
หมายเหตุ : อนั ตราย ขณะลดตวั ลงอยใู่ นท่านอนยงิ ใหแ้ น่ใจวา่ ลากลอ้ งปื นหนั ไปทาง
เป้ าหมาย และลากลอ้ งไมท่ ่ิมพ้นื
ข. ท่าน่ังคุกเข่ายงิ ป้ องกนั ตัว สาหรับการเผชิญหนา้ ขา้ ศึกในระยะปานกลาง, ใชร้ ะหวา่ ง
กาลงั เดินหรือวง่ิ – เม่ือไมม่ ีเวลามากพอสาหรับจดั ท่านอนยงิ นอกจากน้ีทา่ นงั่ คุกเขา่ ยงิ ป้ องกนั ตวั ยงั
ใชใ้ นกรณีดงั ต่อไปน้ี
๑) พรางตวั ในการเขา้ โจมตี
๒) จดั การกบั ปื นขดั
๓) ลดขนาดเป้ าหมาย ในกรณีน้ีมกั ใชท้ ่านง่ั คุกเข่ายงิ ป้ องกนั ตวั มากกวา่ ท่ายงิ อื่น ๆ
เนื่องจากมีความมนั่ คงมากกวา่ ทา่ ยนื ยงิ และสามารถเคล่ือนไหวแขนไดม้ ากกวา่ ท่านอนยงิ ซ่ึงท่านอน
ยงิ ตอ้ งยนั ขอ้ ศอกไวก้ บั พ้นื ในระหวา่ งที่ทาการยงิ ดว้ ยท่าน้ี ขอ้ ศอกซา้ ย (ผยู้ งิ ถนดั ขวา) จะยกลอยข้ึน
(ไม่ยนั เข่า) ซ่ึงช่วยใหไ้ ดย้ า่ นการมองเห็นภาพกวา้ งมากข้ึน
การจัดท่านั่งคุกเข่ายงิ ป้ องกันตวั ถา้ เป็นการใชท้ ่าคุกเขา่ ยงิ ป้ องกนั ตวั เพ่อื จดั การกบั ปื นขดั ให้
กา้ วทางขา้ งหน่ึงกา้ วกะวา่ ใหพ้ น้ จากแนวยงิ ของขา้ ศึก แลว้ ยอ่ ตวั ใหเ้ ป็ นเป้ าหมายเล็กลง ถา้ เป็นไปได้
ใหโ้ ผลงที่ต่า แลว้ จดั ท่ายงิ ตามข้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี
๑. กา้ วเทา้ ซา้ ยไปดา้ นหนา้ ใหอ้ ยใู่ นแนวตรงกบั เทา้ ขวา
๒. ขยบั เทา้ ขวาใหส้ ้นเทา้ ซา้ ยอยตู่ รงขา้ มกบั นิ้วหวั แม่เทา้ ขวา
๓. ยกปื นข้ึนใหป้ ระทบั ซอกไหล่ดว้ ยการวาดข้ึนเป็นแนวโคง้ จงั หวะเดียว
๔. พลิกปื นตรวจดูรังเพลิงก่อนเพื่อใหแ้ น่ใจวา่ ปื นไมข่ ดั
ลกั ณณะสาคญั สาหรับทา่ นงั่ คุกเขา่ ยงิ ป้ องกนั ตวั เหมือนกบั ท่านงั่ คุกเขา่ ยงิ
- ๓๘๕ -
ค. ท่ายนื ยงิ สาหรับการยงิ โดยสัญชาตญาณ การยงิ โดยสัญชาตญาณจากท่ายนื ยงิ ใชส้ าหรับ
การเผชิญหนา้ อยา่ งกระช้นั ชิดถึงระยะ ๕๐ เมตร เป็นการจดั ท่ายงิ ขณะกาลงั เดินหรือวง่ิ เม่ือ
จาเป็นตอ้ งตอบสนองอยา่ งรวดเร็ว และไมม่ ีเวลาในการจดั ทา่ นง่ั คุกเข่ายงิ ป้ องกนั หรือทา่ นอนยงิ
ป้ องกนั
ลกั ษณะสาคัญสาหรับท่ายนื ยิงโดยสัญชาตญาณ ขอ้ แนะนาดงั ต่อไปน้ีสาหรับการจดั ทา่ ยนื ยงิ
โดยสัญชาตญาณ
๑. วางตวั ทามุมกบั เป้ าหมาย ๔๕ องศา – จดั ทา่ ยงิ ดว้ ยการกา้ วเทา้ ขา้ งที่ไมแ่ ขง็ แรง(ท่ีไม่
ถนดั )ไปดา้ นหนา้ ทามุม ๔๕ องศากบั เป้ าหมาย เพื่อใหข้ าดา้ นที่แขง็ แรง(ท่ีถนดั ) มีความมนั่ คงสูงสุด
ในการทาหนา้ ที่เบรกใหก้ ารเคล่ือนของร่างกาย
๒. ถ่างขาใหก้ วา้ งกวา่ ช่วงไหล่เลก็ นอ้ ย เพอื่ เสริมความมน่ั คงใหก้ บั การยนื
๓. ยอ่ เข่าท้งั สองขา้ ง (จดั ให้เขา่ อยใู่ นท่าท่ีมนั่ คงอยา่ งรวดเร็ว)
๔. แบ่งใหน้ ้าหนกั ตวั ถ่ายลงเทา้ ท้งั สองเทา่ กนั
๕. หลงั ยดื ตรง
๖. เบนเขา่ ท้งั สองขา้ งออก
๗. ยกปื นข้ึนดว้ ยการวาดข้ึนเป็นแนวโคง้ เขา้ หาใบหนา้ ขณะยกปื นข้ึนใหป้ ื นห่างลาตวั
เพอื่ ป้ องกนั ปื นเกี่ยวกบั สายเชือกผกู เส้ือกก๊ั
๘. สิ่งสาคญั ที่ตอ้ งยกปื นข้ึนใหก้ ลอ้ งเล็งเขา้ มาอยใู่ นระดบั ตา ไมใ่ ช่กม้ หวั ลงเขา้ หากลอ้ ง
เลง็ เพอ่ื ใหก้ ารจดั ท่ายงิ ทาไดร้ วดเร็วและป้ องกนั คอเคล็ด
๙. แขนขวาทามุม ๔๕ – ๙๐ องศา ตามความถนดั ของผยู้ ิง
๑๐. สองในสามของพานทา้ ยปื นโผล่พน้ ซอกไหล่
๑๑. นิ้วมือท้งั หา้ กาดา้ มปื น
๑๒. มือซา้ ยจบั ปะกบั รองมือ
๑๓. แกม้ แนบพานทา้ ย
๑๔. ขอ้ มือ แนบอยใู่ ตโ้ กร่งไก – ส่วนน้ีเป็นสิ่งสาคญั สาหรับทา่ ยนื ยงิ โดยสญั ชาตญาณ
เน่ืองจากการรองรับโกร่งไกไวจ้ ะเป็นการทาใหม้ นั่ คงเพยี งท่ีเดียวที่จะช่วยรักณาแนวของปื นไว้
๑๕. ในการยงิ แตล่ ะนดั จบั ปื นไวใ้ หแ้ น่นเพ่ือลดอาการปื นสะบดั ข้ึนและกลบั มาเลง็ จบั
เป้ าหมายไดเ้ ร็ว
๑๖. ใชพ้ ลงั อยา่ งเตม็ ท่ีในการจดั ใหอ้ ยใู่ นท่ายงิ ตบเทา้ ลงพ้ืนและจดั พานทา้ ยปื นเขา้ ซอก
ไหล่ใหแ้ น่น ทาการเคล่ือนไหวอยา่ งรวดเร็วใหอ้ ยใู่ นท่ายงิ ที่มนั่ คงภายในเวลาส้ัน ๆ เมื่อทาการยงิ
ใหแ้ น่ใจวา่ ใชก้ ลา้ มเน้ือท้งั หมดเพ่อื รองรับปื นและกลบั มาเล็งเขา้ หาเป้ าหมายไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
- ๓๘๖ -
รูปท่ี ๑-๔ ท่ายงิ โดยสัญชาตญาณ
ด-๔ การยงิ ขณะเคลอื่ นทใ่ี นสถานการณ์เข้าโจมตี ในการเขา้ โจมตีมีท่ายงิ อยสู่ องท่า
๑) การยงิ โดยสัญชาตญาณขณะเคล่ือนท่ี
๒) การยงิ จากทา่ ประทบั ขา้ งลาตวั
ก. การยงิ โดยสัญชาตญาณขณะเคลอ่ื นที่ ใชท้ ่ายงิ น้ีเมื่อทา่ นตอ้ งการเขา้ ประชิดขา้ ศึกให้เร็ว
ที่สุดเทา่ ท่ีจะทาไดโ้ ดยทาการยงิ ไปดว้ ย การยงิ โดยสญั ชาติญาณขณะเคล่ือนท่ีจะใชใ้ นการรบข้นั
สุดทา้ ย ต้งั แต่ปักธงไดแ้ ลว้ จนถึงระยะตาตอ่ ตากบั ขา้ ศึก
- ๓๘๗ -
ข้อแนะนาดังต่อไปนีส้ าหรับการยงิ โดยสัญชาตญาณขณะเคลอ่ื นที่
๑) ทาการยงิ ขณะวง่ิ ในการฝึกท่ีสนามยงิ ปื นคร้ังแรก, ทหารควรจะวง่ิ เหยาะ ๆ ก่อน
๒) พานทา้ ยควรอยใู่ นซอกไหล่, ขอ้ ศอกยนั อยกู่ บั กระเป๋ าใส่ซองกระสุนบนเส้ือกก๊ั เส้ือ
กก๊ั รองรับแขน, ซ่ึงจะช่วยจากดั ไมใ่ หป้ ื นเคลื่อนมากและป้ องกนั ปลายปากลากลอ้ งท่ิมลง ซ่ึงปื นอาจ
ลน่ั ใส่เทา้ ทาใหเ้ ทา้ ไดร้ ับบาดเจบ็ ได้
๓) ขณะเล็งปื นจบั เป้ าหมายอยู่ ถือปื นใหอ้ ยตู่ ่ากวา่ แนวเส้นเล็ง ไม่จาเป็นตอ้ งจดั ศูนยห์ นา้
อยกู่ ่ึงกลางศนู ยห์ ลงั ใหเ้ หน่ียวไกเม่ือเห็นเป้ าหมายในเลนส์ (ไมจ่ าเป็นตอ้ งจดั ใหจ้ ุดเล็งสีแดงอยู่
ก่ึงกลางเป้ าหมาย)
๔) ในระหวา่ งเขา้ โจมตี, ท่านไมค่ วรยงิ ในจงั หวะการยงิ แบบอตั โนมตั ิ ทุกคร้ังที่ยกปื น
ข้ึนประทบั บ่าใหย้ งิ ติดตอ่ กนั อยา่ งเร็วสองนดั - การปฏิบตั ิเช่นน้ีจะช่วยให้ ทา่ นไมต่ อ้ งละสายตาจาก
พ้ืนและจะช่วยใหท้ ่านไม่ลม้ ลง
หมายเหตุ : วตั ถุประสงคห์ ลกั ของการยงิ โดยสญั ชาตญาณขณะเคลื่อนท่ีกเ็ พื่อยงิ เป็น
ฉากกาบงั ใหก้ องกาลงั ท่ีเขา้ โจมตี
ข. การยงิ จากท่าประทบั สีข้าง ระหวา่ งการเขา้ โจมตีในข้นั สุดทา้ ย (ระยะประชิดมาก)
การจะใชท้ ่ายงิ แบบน้ีข้ึนอยกู่ บั เหตุผลสองประการ
๑) ระยะยงิ ที่ประชิดทาใหม้ ียา่ นการมองเห็นภาพกวา้ ง ทาใหผ้ ยู้ งิ สามารถจบั ตาที่
เป้ าหมายไดอ้ ยา่ งต่อเนื่อง, ผยู้ งิ จะประเมินตาบลกระสุนตกพร้อมกบั เลง็ แกท้ ิศทางไดใ้ นทนั ที
๒) อตั ราเร็วในการยงิ สูงกวา่
๓) วงิ่ ดว้ ยความเร็วสูง
ข้อแนะนาดังต่อไปนีส้ าหรับใช้ในการยงิ จากท่าประทบั สีข้าง
- ใชห้ นา้ แขนขวา (เหนือขอ้ มือ) หนีบพานทา้ ยปื นเขา้ กบั สีขา้ ง มือขวากาโกร่งไก
(ผยู้ งิ ถนดั ขวา)
- ถือปื นใหข้ นานกบั พ้ืน ใหร้ ะวงั ไม่ทาใหป้ ลายลากลอ้ งท่ิมลงพ้นื ขณะทาการยงิ
- ใชล้ ากลอ้ งจดั ปรับการเลง็ ขณะกระชบั ปื นเขา้ กบั ลาตวั อยา่ งมนั่ คง ทาการปรับแกท้ าง
ระยะดว้ ยการยกลากลอ้ งข้ึนหรือกดลากลอ้ งลง และปรับแกท้ างทิศดว้ ยการส่ายลากลอ้ งในทิศทางที่
ตอ้ งการ
หมายเหตุ : ถา้ ทา่ นไมส่ ามารถเห็นกระสุนกระทบเป้ าหมาย แสดงวา่ กระดกปลายปาก
ลากลอ้ งข้ึนสูงไปหรือต่าไปเล็กนอ้ ย ใหย้ งั ทาการยงิ ต่อไปพร้อมกบั ปรับแกอ้ ยา่ งต่อเน่ือง