แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ส22101) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดย นายทักษิณ โยคาวัตร์ (นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู) กลุ่มสาระเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
รายวิชาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 รหัสวิชา ส 22101 เวลา 20 ชั่วโมง/ปี ศึกษาวิเคราะห์บทบาท ความสำคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม ความ คล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อ นำไปสู่ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองการปกครองที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย ในปัจจุบัน กระบวนการในการตรากฎหมาย การปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติตนตาม สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ในฐานะพลเมืองดี โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการ เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี ดำรงชีวิต ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข มีคุณธรรมจริยธรรม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในด้านความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ส 2.2 ม.2/1 ม.2/2 รวม 6 ตัวชี้วัด
ตารางโครงสร้างหลักสูตร รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตรโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ รหัสตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1 ผลเมืองดีตามวิถี ประชาธิปไตย ส 2.1 ม.2/2 การปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ใน ฐานะพลเมืองดีตาม วิถีประชาธิปไตย ย่อมส่งผลดีต่อความสงบ เรียบร้อย และการพัฒนาประเทศให้เจริญ ก้าวหน้าอย่างมั่นคง 3 6 2 กฎหมายกับการ ดำเนินชีวิต ส 2.1 ม.2/1 ส 2.2 ม.2/1 การตรากฎหมายนั้น จะต้องปฏิบัติตาม ขั้นตอนของกระบวนการตรา กฎหมายและ ประชาชนทุกคน จะต้องปฏิบัติตนตาม กฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับตนเอง ชุมชน และ ประเทศชาติ 5 6 3 เหตุการณ์และการ เปลี่ยนแปลงสำคัญ ของระบบการ ปกครองไทย ส 2.2 ม.2/2 การใช้หลักการในการเลือกรับข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องนั่น ย่อมส่งผลดีต่อการ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองการปกครอง ไทยได้ถูกต้อง 5 6 4 สถาบันทางสังคม ส 2.1 ม.2/3 สถาบันทางสังคมต่างก็มีบทบาทความ ความสำคัญต่อวิถีชีวิตของสมาชิกในสังคม และมีความสัมพันธ์กัน 3 6 5 วัฒนธรรมของไทย และวัฒนธรรมของ ประเทศในภูมิภาค เอเชีย ส 2.1 ม.2/4 วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมในประเทศใน ภูมิภาคเอเชียมีทั้งความคล้ายคลึงและความ แตกต่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน 3 6 6 สอบกลางภาคเรียน 1 20
การวัดและประเมินผล 1. คะแนนระหว่างภาคเรียน 80 คะแนน - ใบงาน 30 คะแนน - ทดสอบเก็บคะแนน 20 คะแนน - สอบกลางภาค 20 คะแนน - เข้าเรียน 10 คะแนน 2. สอบปลายภาค 20 คะแนน รวม 100 คะแนน ระดับผลการเรียน หมายถึง ระดับคะแนน 4 ดีเยี่ยม 80-100 3.5 ดีมาก 75-79 3 ดี 70-74 2.5 ค่อนข้างดี 65-69 2 ปานกลาง 60-64 1.5 พอใช้ 55-59 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 50-54 0 ต่ำกว่าเกณฑ์ 0-49
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เวลา 3 ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะของสังคมประชาธิปไตย เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/2 เห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ในฐานะ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะสำคัญของสังคมประชาธิปไตยได้ (K) 2. นักเรียนสามารถบอกแนวทางการปฏิบัติเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยได้ (P) 3. นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าถึงความสำคัญของการปฏิบัติเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย (A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 3. มีจิตสาธารณะ 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. สาระสำคัญ การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย การดำเนินชีวิตในสังคมประชาธิปไตยนั้นจะต้องปฏิบัติตนให้ สอดคล้องกับหลักการและอุดมคติของประชาธิปไตย กล่าวคือ ต้องยอมรับว่าทุกคนเสมอภาคกัน เคารพสิทธิ เสรีภาพของกันและกัน รวมทั้งจะต้องปฏิบัติหน้าที่และรับผิดชอบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่าง เคร่งครัด
5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ลักษณะสำคัญของสังคมประชาธิปไตย 5.2 คุณลักษณะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ Cooperative Learning) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูชี้แจงให้นักเรียนทราบเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะทำการเรียนการสอนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 จากนั้นครูให้ นักเรียนทำกิจกรรม ‘ปรอทวัดความเป็นประชาธิปไตย’ จำนวน 20 ข้อ เพื่อทำการประเมินว่านักเรียนมีวิถี ชีวิตประจำวันแบบประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด เมื่อทำกิจกรรมแล้วเสร็จครูเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 สอน 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับคุณลักษณะของพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย และลักษณะของสังคม ประชาธิปไตย 3. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนโดยคละตามความสามารถ เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับสังคมประชาธิปไตยและ คุณลักษณะของพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ตามประเด็นที่กำหนด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานำเสนอหน้าชั้นเรียน 5. ครูและนักเรียนอภิปราย วิเคราะห์ เกี่ยวกับสังคมประชาธิปไตย และคุณลักษณะของพลเมืองดีตามวิถี ประชาธิปไตยแล้วตอบคำถามร่วมกัน 6. สมาชิกในกลุ่มจับคู่ร่วมกันทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สังคมประชาธิปไตย 7. สมาชิกในแต่ละร่วมกันเฉลยใบงาน และนำเสนอผลการทำใบงานเพิ่มเติม 8. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 สรุป 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับสังคมประชาธิปไตย ตลอดจนความสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการ ดำเนินชีวิตของประชากร ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน 10. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สังคมประชาธิปไตยเป็นการบ้าน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ 11. ครูชี้นำให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ทั้งต่อชุมชน โรงเรียน และประเทศชาติ 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ปรอทวัความเป็นประชาธิปไตย 20 ข้อ 2. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สังคมประชาธิปไตย 3. Power Point
8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน / ภาระ งาน เครื่องมือวัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัด และประเมินผล 1. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะสำคัญของ สังคมประชาธิปไตยได้ (K) ใบงาน1.1 เรื่อง สังคม ประชาธิปไตย ใบงาน ตรวจสอบ ความถูกต้อง ของใบงาน ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถบอกแนวทางการปฏิบัติ เป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยได้ (P) การตอบคำถาม แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกต พฤติกรรมของ นักเรียน ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 3. นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการ ปฏิบัติเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย (A) การตอบคำถาม / การแสดง ความคิดเห็นใน ชั้นเรียน แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกตการตอบ คำถามของ นักเรียน ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี
9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วิธีการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (นายทักษิณ โยคาวัตร์) ครูผู้สอน ……………./…………..……./…..………… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)................................................. (นางกษมล เสิกภูเขียว) ครูพี่เลี้ยง ……………./…………..……./…..…………
11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)...................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันธร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ……………./…………..……./…..………… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ……………./…………..……./…..…………
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่………….ปีการศึกษา.............. คำชี้แจง :ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องว่าที่ ตรงกับระดับคะแนน ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่………….ปีการศึกษา.............. คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องว่าที่ ตรงกับระดับคะแนน ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 26 27 28 29 30 ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (…….…………………………………..…….) …………/…………/………. เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ปรับปรุง = 1
ใบงานที่ 1.1 สังคมประชาธิปไตย คำชี้แจง ให้นักเรียนบรรยายประเด็นสำคัญในกรณีตัวอย่างที่สอดคล้องกับลักษณะสำคัญของสังคมประชาธิปไตย 1. นายเอ๋ชวนเพื่อนๆ ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเอ๋บอกกับเพื่อนว่า ต้องเลือกผู้สมัคร จากพรรคการเมืองที่มีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จะเป็นตัวแทน ของพวกเราในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือตรากฎหมาย 2. ธำรงผ่อนบ้านและรถยนต์เป็นเวลานานถึงสิบปี เมื่อผ่อนครบตามกำหนดแล้วธำรงก็ได้รับโอนกรรมสิทธิ์บ้าน และรถยนต์เป็นของเขาตามกฎหมาย ธำรงมีสิทธิในบ้านของเขา เขาไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาทำความรำคาญ ใจในบ้านของเขา และเขาก็ไม่เปิดวิทยุเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน 3. หมู่บ้านดอนหวายได้รับการยกย่องว่า เป็นหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง เพราะเป็นหมู่บ้านที่ช่วยกันรักษาความ สะอาด ปลูกต้นไม้ร่มรื่น มีสวนสาธารณะ ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงกันของชาวบ้าน และช่วยกัน ขุดลอกคูคลอง ที่ตื้นเขิน ทำถนนภายในหมู่บ้าน 4. ต้นมะม่วงในบ้านของสน ยื่นกิ่งเข้าไปในบ้านของก้าน ก้านบอกให้สนตัดกิ่งมะม่วงภายในเวลา 1 เดือน แต่สนไม่ ตัด ดังนั้นก้านจึงตัดกิ่งมะม่วงด้วยตนเอง ทำให้สนไม่พอใจ มีการต่อว่ากันขึ้น ในที่สุดก้านก็ให้เหตุผลว่า เขาทำ ตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้นสนจึงยอมรับ
5. ปัจจุบันนี้สตรีสามารถประกอบอาชีพรับราชการทหาร ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา ได้ นอกจากนั้นทุกคนยังใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน และสมาชิกสภาท้องถิ่นได้เมื่ออายุครบตามที่ กฎหมายกำหนด 6. ในการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการบริหารหมู่บ้านจอมทอง ประธานในที่ประชุมเสนอความคิดเห็นว่า ชาวบ้านทุกคนควรรวมพลังศรัทธาสร้างวัดประจำหมู่บ้านแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน แต่ คณะกรรมการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของประธาน ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ เช่น มีวัดใกล้ หมู่บ้านอยู่แล้วถึง 2 วัด และการที่จะสร้างวัดใหม่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ชาวบ้านก็มีรายได้น้อยอยู่แล้ว คงขาดกำลัง ทรัพย์ที่จะช่วยเหลือ ในที่สุดประธานก็ยอมตามความคิดเห็นของคณะกรรมการ 7. ชาวบ้านโนนสูงต่างก็มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในเรื่องขุดบ่อบาดาลในหมู่บ้าน บางกลุ่มต้องการให้ขุดบริเวณ หน้าหมู่บ้าน บางกลุ่มต้องการให้ขุดบริเวณหลังหมู่บ้าน แต่ในที่สุดผู้ใหญ่ก็นัดเจรจากับทุกกลุ่ม และสามารถตก ลงกันได้ 8. ประธานฝ่ายกิจกรรมนักเรียนประชุมคณะกรรมการเรื่อง การจัดกิจกรรมในวันเด็ก กรรมการมีความคิดเห็น แตกต่างกัน บางคนเสนอให้จัดกิจกรรมในห้องประชุมของโรงเรียน บางคนเสนอให้จัดกิจกรรมบริเวณลานกีฬา ของโรงเรียน บางคนเสนอให้จัดที่หน้าเสาธง ในที่สุดประธานจึงให้ลงคะแนน ใช้เสียง ข้างมากในการตัดสินเรื่อง สถานที่จัดงาน และพิจารณาประเภท และวิธีการดำเนินกิจกรรมต่อไป ที่ประชุมได้ข้อคิดสำคัญ จึงได้จัด กิจกรรมบางอย่างบริเวณลานกีฬา และหน้าเสาธง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เวลา 3 ชั่วโมง เรื่อง สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/2 เห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ในฐานะ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของสถาบันทางสังคมได้อย่างถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละสถาบันทางสังคมได้อย่างเหมาะสม (P) 3. นักเรียนสามารถบอกความสำคัญของการปฏิบัติตามบทบาทและสถานภาพในสถาบันทางสังคมที่ตน ดำรงอยู่ (A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ความสามารถในการคิด 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. สาระสำคัญ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยต้องปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ของประชาชน ชาวไทย ซึ่งส่งผลต่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขและการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง
5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ความหมายและความสำคัญของสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของประชาชนชาวไทย 5.2 การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ 5.3 ผลจากการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน กระตุ้นความสนใจ(Engage) 1. ครูทบทวนบทเรียนเดิมจากคาบเรียนที่ผ่านมา และแจ้งหัวข้อที่จะเรียนรู้ จุดประสงค์ จากนั้นนำภาพ ให้นักเรียนดู เช่น ภาพบุคคลอาชีพต่าง ๆ ภาพประชาชนเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย และภาพประชาชนไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง แล้วครูตั้งคำถามกระตุ้นความสนใจ 1.1 นักเรียนเคยปฏิบัติตนตามภาพเหล่านี้หรือไม่ เมื่อปฏิบัติแล้วรู้สึกอย่างไร 1.2 นักเรียนคิดว่าบุคคลในภาพนี้มีบทบาทอย่างไรในสังคมบ้าง และหนึ่งคนสามารถมีได้หลาย บทบาทหน้าที่หรือไม่ ขั้นที่ 2 สอน สำรวจค้นหา(Explore) 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม จากนั้น ส่งตัวแทนออกมาจับสลากเลือกสถาบันทางสังคมกลุ่มละ 1 สถาบัน สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันศาสนา นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงบทบาท หน้าที่และความสำคัญของแต่ละสถาบัน พร้อมกับนำเสนอหน้าชั้นเรียน ในกิจกรรม “สถาบันทางสังคมของเรา” โดยกำหนดประเด็นอภิปรายดังนี้ 2.1 บทบาทหน้าที่และความสำคัญของสถาบัน 2.2 หากสถาบันทำหน้าที่บกพร่อง จะส่งผลเสียต่อสมาชิกในสังคมอย่างไร 2.3 สถาบันที่ได้รับมีความสัมพันธ์กับสถาบันอื่นอย่างไร อธิบายความรู้(Explain) 3. นักเรียนระดมความคิดและร่วมกันเขียนแผนผังความคิดของแต่ละกลุ่มลงในกระดาษ flipchart จากนั้นให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความรู้หน้าชั้นเรียน 4. หลังจากการนำเสนอ ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของประชาชนชาวไทย ขยายความเข้าใจ(Expand) 5. หลังจากการนำเสนอ ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของประชาชนชาวไทย
6. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 1.2 เรื่อง สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดี ตามวิถีประชาธิปไตย 7. ครูดูแลให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 สรุป ตรวจสอบผล(Evaluate) 8. ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบผลจากการตอบคำถาม การทำใบงาน และการทำแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมืองฯ ม.2 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปใจความสำคัญเรื่อง สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ในฐานะ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน 10. ครูให้นักเรียนบอกว่าตามสถานภาพของนักเรียน นักเรียนมีบทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยอย่างไร และมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร ขั้นที่ 5 นำไปใช้ 11. ครูชี้แนะให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ โดยไม่ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถี ประชาธิปไตย เช่น ภาพบุคคลอาชีพต่าง ๆ ภาพประชาชนเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย และภาพประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.2 2. หนังสือเรียน สังคมศึกษาฯ ม.2 3. ใบงานที่ 1.2 เรื่อง สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 4. Power Point 5. กระดาษ Flipchart
8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน / ภาระ งาน เครื่องมือวัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1.นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของ สถาบันทางสังคมได้อย่างถูกต้อง (K) กิจกรรม “สถาบัน ทางสังคมของเรา” แบบประเมิน การนำเสนอ ตรวจแบบ ประเมินการ นำเสนอ ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ของแต่ละสถาบันทางสังคมได้อย่าง เหมาะสม (P) การตอบคำถามใน ชั้นเรียน แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 3. นักเรียนสามารถบอกความสำคัญของ การปฏิบัติตามบทบาทและสถานภาพใน สถาบันทางสังคมที่ตนดำรงอยู่ (A) การแสดงความ คิดเห็นในชั้นเรียน แบบสังเกต พฤติกรรม สังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี
9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วิธีการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (นายทักษิณ โยคาวัตร์) ครูผู้สอน ……………./…………..……./…..………… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)................................................. (นางกษมล เสิกภูเขียว) ครูพี่เลี้ยง ……………./…………..……./…..…………
11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)...................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันธร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ……………./…………..……./…..………… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ……………./…………..……./…..…………
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 31 32 33 34 35 เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ปรับปรุง = 1 ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (…….…………………………………..…….) …………/…………/………..
ภาพประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ภาพประชาชนข้ามถนนตรงทางม้าลาย ภาพอาชีพต่าง ๆ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เวลา 3 ชั่วโมง เรื่อง แนวทางการส่งเสริมให้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/2 เห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ในฐานะ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกแนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในระดับครอบครัว โรงเรียน และสังคมได้อย่างเหมาะสม(K) 2. จากกรณีศึกษาที่กำหนดให้นักเรียนสามารถระบุแนวทางปฏิบัติตนในฐานะพลเมืองที่ดีได้อย่าง เหมาะสม (P) 3. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ที่มีต่อสังคมจากการที่พลเมืองปฏิบัติตนตามหน้าที่ของตนได้อย่าง เหมาะสม(A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ความสามารถในการคิด 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. สาระสำคัญ การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย สมาชิกทุกคนจะต้องปฏิบัติตามสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของตนใน ฐานะพลเมืองดี รวมทั้งต้องเคารพในสิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่นด้วย เพื่อช่วยให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่าง สงบสุขและมีดุลยภาพ
5. สาระการเรียนรู้ 5.1 การทำกิจกรรมร่วมกันในกระบวนการทางประชาธิปไตย 5.2 การมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม 5.3 การดูแลรักษาสาธารณะประโยชน์และสิ่งแวดล้อมของชุมชนและประเทศ 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูนำตัวอย่างข่าวให้นักเรียนพิจารณา แล้วร่วมกันสนทนากับนักเรียน 2. ครูให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างกิจกรรมในกระบวนการทางประชาธิปไตย เช่น ร่วมกิจกรรมเพื่อ พัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นต้น แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ 2.1 นักเรียนเคยเข้าร่วมกิจกรรมประชาธิปไตยใดบ้าง เมื่อเข้าร่วมแล้วรู้สึกอย่างไร 2.2 กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยมีความจำเป็นหรือไม่ในสังคม เพราะเหตุใด 2.3 “หากพูดถึงคำว่าระบอบประชาธิปไตย นักเรียนนึกถึงอะไรบ้าง” ขั้นที่ 2 สอน สำรวจค้นหา (Explore) 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมให้ปฏิบัติตนเป็น พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย จากวีดีทัศน์เรื่อง ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากนั้นครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุม ประชาคมในกิจกรรม “เวทีประชาคม (กรณีฝุ่นควัน)” เพื่อร่วมพูดคุยหาทางออกในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ร่วมกันหัวข้อในการประชุมแต่ละกลุ่มที่ต้องช่วยระดมความคิดมีดังนี้ 3.1 สาเหตุการเกิดปัญหาหมอกควัน 3.2 แนวทางในการแก้ไขปัญหา 3.3 วิธีการแก้ไขปัญหา 3.4 แนวทางการปฏิบัติตนเองและสมาชิกในสังคม อธิบายความรู้ (Explain) 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกข้อมูลเพื่อมาเสนอหน้าชั้นเรียนตามประเด็นที่ศึกษา อภิปรายและตอบ คำถามร่วมกันในชั้นเรียน 5. จากนั้นครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมโดยการนำข่าวที่แสดงถึงสิทธิ เสรีภาพของประชาชนชาวไทยตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่น การชุมนุมอย่างสงบ การจัดตั้งพรรคการเมือง หรือข่าว เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสมบัติสาธารณะ นำข้อมูลมาอภิปรายร่วมกัน
ขั้นที่ 3 สรุป ขยายความเข้าใจ (Expand) 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวทางส่งเสริมการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย “สำหรับการส่งเสริมการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยนั้นสามารถทำได้ในหลายระดับตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ระดับโรงเรียนและระดับชุมชนนักเรียนลองช่วยกันยกตัวอย่างแนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติตนเป็น พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในแต่ระดับว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง” ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการใช้สิทธิเสรีภาพในโรงเรียนอย่างเหมาะสม และบอกถึงผลดีที่จะ เกิดขึ้น ขั้นที่ 5 นำไปใช้ 8. ครูแนะนำให้นักเรียนนำแนวทางการส่งเสริมให้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยไปแนะนำ คนในครอบครัวให้ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว รวมทั้งให้นักเรียนนำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้ในโรงเรียน ชุมชนที่ นักเรียนอาศัยอยู่ 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.2 2. แหล่งสืบค้นออนไลน์ 3. ข่าวการชุมนุมอย่างสงบ/ข่าวการตั้งพรรคการเมือง/ข่าวเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสมบัติ สาธารณะ
8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน / ภาระ งาน เครื่องมือวัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถบอกแนวทางการปฏิบัติตน เป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในระดับ ครอบครัว โรงเรียน และสังคมได้อย่างเหมาะสม (K) การตอบคำถาม ในชั้นเรียน คำถาม สังเกต พฤติกรรม รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 2. จากกรณีศึกษาที่กำหนดให้นักเรียนสามารถ ระบุแนวทางปฏิบัติตนในฐานะพลเมืองที่ดีได้ อย่างเหมาะสม (P) กิจกรรม “เวทีประชาคม (กรณีฝุ่นควัน)” นำเสนอหน้า ชั้นเรียน แบบประเมิน การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 3. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ที่มีต่อ สังคมจากการที่พลเมืองปฏิบัติตนตามหน้าที่ ของตนได้อย่างเหมาะสม(A) ตอบคำถาม / แสดงความ คิดเห็น แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี
9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วิธีการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… … (ลงชื่อ).................................................... (นายทักษิณ โยคาวัตร์) ครูผู้สอน ……………./…………..……./…..………. 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)................................................. (นางกษมล เสิกภูเขียว) ครูพี่เลี้ยง ……………./…………..……./…..…………
11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)...................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันธร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ……………./…………..……./…..………… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)....................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ……………./…………..……./…..…………
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 31 32 33 34 35 เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ปรับปรุง = 1 ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (…….…………………………………..…….) …………/…………/………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เวลา 5 ชั่วโมง เรื่อง กระบวนการตรากฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่ง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/1 อธิบายและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ ส 2.2 ม.2/1 อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทยได้อย่างถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนสามารถบอกความสำคัญและประโยชน์ของการมีส่วนร่วมในกระบวนการตรากฎหมายได้อย่าง เหมาะสม (A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ความสามารถในการคิด 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
4. สาระสำคัญ การตรากฎหทายแต่ละประเภท จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจในการตรา กฎหมายไว้ ดังนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบัญญัติองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ความหมายของกฎหมาย 5.2 ความสำคัญของกฎหมาย 5.3 กระบวนการในการตรากฎหมาย 5.4 ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การสอนแบบบรรยายโดยใช้เทคนิคการเล่นเกม) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสนทนากับนักเรียนด้วยการยกตัวอย่างข่าวเหตุการณ์กรณีศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติและการละเว้น ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังต่อไปนี้ 1.1 จากข่าวดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ 1.2 นักเรียนคิดว่าสิ่งใดที่ใช้ในการตัดสินว่าการกระทำต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำได้หรือไม่ได้ใน สังคม (แนวคำตอบ: กฎ, ข้อตกลง, ระเบียบ, กฎหมาย) 2. ครูเชื่อมโยงคำตอบของนักเรียนเข้าสู่บทเรียนเรื่อง ความหมาย ความสำคัญ และประเภทของกฎหมาย ดังนี้ “โดยปกติแล้วคนเราเมื่ออยู่คนเดียวจะทำตามใจตนเอง แต่พอเมื่อมาอยู่ในสังคมร่วมกัน การที่แต่ละคนต่าง ทำตามใจตนเองนั้น จะทำให้สังคมนั้นเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดกฎระเบียบขึ้นมาให้คนในสังคม ปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้สังคมมีความสงบสุขและไม่วุ่นวาย” ขั้นที่ 2 สอน 3. ครูอธิบายความหมาย ความสำคัญของกฎหมายให้นักเรียนเข้าในโดยใช้ Power Point ประกอบการ บรรยาย และแจกใบความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น 4. อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมายให้นักเรียนฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียน เกี่ยวกับกระบวนการในการตรากฎหมาย 5. ครูนำเสนอเกม“เปิดกล่องมหาสนุก” (เกมใน Power Point) จากนั้นแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มหรือ ตามความเหมาะสม
6. ครูชี้แจงวิธีการเล่น กติกาการเล่นเกมให้นักเรียนทั้ง 2 กลุ่มได้เข้าใจร่วมกัน จากนั้นให้นักเรียนเริ่มเล่น เกมจากนั้นครูสรุปคะแนนและให้รางวัลกลุ่มที่ชนะเลิศ ขั้นที่ 3 สรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ และกระบวนการในการตรากฎหมาย โดย สรุปเฉพาะใจความสำคัญ โดยการเล่นเกมเปิดแผ่นป้ายปริศนาตอบคำถามเพื่อทบทวนความรู้ ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน 8. ให้นักเรียนเขียนความหมายของกฎหมายประเภทต่าง ๆ และเขียนสรุปกระบวนการในการตรา กฎหมายลงในสมุด นำมาส่งในคาบถัดไป ขั้นที่ 5 นำไปใช้ 9. ครูเสนอให้นักเรียนทุกคนปฏิบัติตนตามกฎหมายในชีวิตปะจำวัน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.2 2. ภาพพฤติกรรมการปฏิบัติตนในสังคมแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย 3. ใบความรู้ เรื่อง กระบวนการในการตรากฎหมาย 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน / ภาระ งาน เครื่องมือวัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัด และ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ไทยได้อย่างถูกต้อง (K) สรุปการจัดลำดับ ศักดิ์ของกฎหมาย ลงสมุดบันทึก แบบประเมิน ชิ้นงาน ตรวจคำตอบ ตรวจความ ถูกต้อง ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 2. นักเรียนสามารถร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุป องค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมาย ได้อย่างถูกต้อง(P) การตอบคำถามใน ชั้นเรียน คำถาม สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 3. นักเรียนเห็นคุณค่าของการตรากฎหมาย เพิ่มมากขึ้น (A) ตอบคำถาม / แสดงความคิดเห็น แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี
9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วิธีการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (นายทักษิณ โยคาวัตร์) ครูผู้สอน ……………./…………..……./…..……….. 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)................................................. (นางกษมล เสิกภูเขียว) ครูพี่เลี้ยง ……………./…………..……./…..…………
11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)...................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันทร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ……………./…………..……./…..………… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)....................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ……………./…………..……./…..………… แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 15 คะแนน ความตั้งใจ ในการทำงาน ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา ความสะอาด เรียบร้อย ผลสำเร็จของงาน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน ที่ รายการประเมิน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ของเนื้อหาสาระ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเขียนสื่อความ ความ รับผิดชอบ การตรงต่อเวลา หมายเหตุ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 เกณฑก์ารตดัสินคณุภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 18 - 11 พอใช้ ต ่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง
4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 18 - 11 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง ลงชื่อ…………………………….….ผู้ประเมิน (…….…………………………………..…….) …………/…………/………..
ใบความรู้ เรื่อง กระบวนการในการตรากฎหมาย กฎหมายที่ใช้ในประเทศไทยมีมากมาย หลายประเภท เช่น พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น กฎหมายบางประเภทก็มีผลบังคับใช้ กับบุคคล โดยทั่วไป บางประเภทก็มีผลบังคับใช้เฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขตท้องที่นั้นๆ กฎหมายที่มีความสำคัญบังคับใช้ กับบุคคลทั่วไปย่อมมีความสำคัญมากกว่ากฎหมายที่มีผลบังคับใช้เฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขตท้องที่นั้นๆ ซึ่งเรียก ลักษณะนี้ว่า ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ศักดิ์ของกฎหมายไทย มีดังนี้
**ราชกิจจานุเบกษา เป็นหนังสือรวบรวมคำประกาศของทางราชการเป็นเอกสารหลักในการแจ้งประกาศ กฎหมาย และคำสั่งทางราชการให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการ ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย การจัดลำดับฐานะหรือความสูงต่ำของกฎหมาย โดยมีหลักในการตีความว่า กฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่า คือ มี ลำดับชั้นต่ำกว่าจะขัดหรือแย้งต่อกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่าหรือมีลำดับชั้นสูงกว่ามิได้ดังนั้นกฎหมายที่มีศักดิ์หรือ ลำดับชั้นต่ำกว่าหรืออาจเรียกอีกอย่างว่ากฎหมายลูกจะต้องออกหรือตราออกมาให้มีข้อความสอดคล้องกับ กฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่าซึ่งเป็นกฎหมายแม่ให้อำนาจกฎหมายลูกไว้ หากบัญญัติออกมามีข้อความขัดแย้งหรือ ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายแม่แล้ว จะมีผลให้กฎหมายลูกที่มีศักดิ์ต่ำกว่าใช้บังคับมิได้ ดังนั้น ศักดิ์ของกฎหมาย
จึงหมายถึง ลำดับฐานะหรือความสูงต่ำของกฎหมายที่มีความสำคัญสูงกว่าหรือต่ำกว่ากัน การจัดแบ่งลำดับชั้นของ กฎหมายไทยสามารถจัดแบ่งลำดับชั้น ออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้ 1.รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมายใดขัดแย้งไม่ได้ โดยจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจ อธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง สิทธิเสรีภาพของประชาชน 2.พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมาย เป็นกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น 3.พระราชกำหนด เป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรีตามบท บัญญัติใน รัฐธรรมนูญใช้ในกรณีจำเป็นรีบด่วนหรือเรื่องที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของประเทศ แต่ต้องเสนอต่อรัฐสภาโดยเร็ว 4.พระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนด รายละเอียดตามพระราชบัญญัติที่กำหนดไว้ 5.กฎกระทรวง เป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีตราขึ้นผ่านคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหรือ พระราชกำหนด 6.ข้อบังคับหรือข้อบัญญัติเป็นกฎหมายขององค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เป็นต้น 7.ประกาศคำสั่ง เป็นกฎหมายเฉพาะกิจ เช่น พระบรมราชโองการ ประกาศคณะปฏิวัติ คำสั่งหน่วยงานราชการ เป็นต้น ที่มา: https://dla.wu.ac.th
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เวลา 5 ชั่วโมง เรื่อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/1 อธิบายและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ ประเทศ ส 2.2 ม.2/1 อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัวได้(K) 2. เมื่อครูถามคำถามเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว นักเรียนสามารถตอบคำถามได้ อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนตระหนักเห็นถึงความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว (A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ความสามารถในการวิเคราะห์ 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. สาระสำคัญ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว ได้แก่ กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับความสามารถของผู้เยาว์ กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน และกฎหมายแพ่งเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งหากปฏิบัติตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว ก็จะส่งผลดีต่อตนเองในการดำเนินชีวิตในสังคม
5. สาระการเรียนรู้ 5.1 กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับความสามารถของผู้เยาว์ 5.2 กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (เทคนิคการสอนโดยการใช้คำถาม) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูสุ่มถามนักเรียนให้แสดงความคิดเห็นถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายในชีวิตประจำวันของ นักเรียน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีคำถามดังนี้ 1.1 บัตรประชาชนเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่? (แนวคำตอบ 7 ปีบริบรูณ์) 1.2 บัตรประชาชนมีองค์ประกอบอะไรบ้าง? 1.3 บัตรประชาชนมีความสำคัญอะไรกับเราบ้าง? จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 สอน 3. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน ดังนี้ 3.1 นักเรียนรู้หรือไม่ว่า ผู้เยาว์คืออะไร ? (แนวตอบ : บุคคลที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์) จากนั้นครูอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายแพ่งเกี่ยวกับความสามารถของผู้เยาว์ โดยมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการ อธิบาย ดังต่อไปนี้ 3.1.2 นักเรียนคิดว่าผู้เยาว์สามารถทำอะไรได้บ้าง โดยที่ไม่ต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้ปกครอง ? (แนวตอบ : การซื้อขนม การทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เยาว์เป็นฝ่ายได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว) 3.1.3 นักเรียนคิดว่าทำไมจึงต้องมีกฎหมายแพ่งที่เกี่ยวกับความสามารถของผู้เยาว์? (แนวตอบ : เพื่อคุ้มครองไม่ให้ผู้เยาว์ถูกเอารัดเอาเปรียบ) 4. ครูอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการ อธิบาย ดังต่อไปนี้ 4.1 คุณสมบัติของผู้ที่จะขอมีบัตรประจำตัวประชาชนมีอะไรบ้าง (แนวตอบ : อายุครบ 7 บริบูรณ์ ขึ้นไป สัญชาติไทย และมีชื่อในทะเบียนบ้าน) 4.2 บัตรประชาชนมีอายุกี่ปี นับแต่วันออกบัตร (แนวตอบ : 8 ปี) 4.3 บุคคลใดไม่จำเป็นต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน (แนวตอบ : ภิกษุและสามเณร) 4.4 ถ้าบัตรประชาชนหมดอายุ จะต้องขอบัตรใหม่ภายในกี่วัน (แนวตอบ : ก่อนวันหมดอายุ 60 วัน และหลังวันหมดอายุไม่เกิน 60 วัน) 5. ครูอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับครอบครัว โดยมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการอธิบาย ดังต่อไปนี้ 5.1 ชายและหญิงที่จะทำการหมั้นต้องมีอายุเท่าใด ? (แนวตอบ : อายุครบ 17 ปีบริบูรณ์) 5.2 การสมรสจะสมบูรณ์เมื่อใด ? (แนวตอบ : เมื่อชายและหญิงมีการจดทะเบียนสมรสกัน)
ขั้นที่ 3 สรุป 6. ครูให้นักเรียนเล่นเกมตอบคำถามผ่านเกมใน Power Point จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปใจความ สำคัญเรื่อง กฎหมายที่เกี่ยวกับตนเองและครอบครัว ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน 7. ครูให้นักเรียนเล่นเกมตอบคำถามผ่านเกมใน Power Point ขั้นที่ 5 นำไปใช้ 8. ครูให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการรู้กฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว ว่า มีประโยชน์ต่อตนเองมากน้อยเพียงใด ซึ่งควรแก่การศึกษาเพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และรักษาสิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ ของตนไว้ 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.2 2. เกม Power Point 3. Power Point เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน / ภาระงาน เครื่องมือวัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถระบุกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ตนเองและครอบครัวได้ (K) ตอบคำถาม Power Point คำถาม แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 2. เมื่อครูถามคำถามเกี่ยวกับกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว นักเรียน สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง (P) การร่วม กิจกรรมในชั้น เรียน คำถาม / แบบสังเกต พฤติกรรมการ ร่วมกิจกรรม สังเกต พฤติกรรมกา ร่วมกิจกรรม ในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี 3. นักเรียนตระหนักเห็นถึงความสำคัญของ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว (A) ตอบคำถาม / แสดงความ คิดเห็น แบบสังเกต พฤติกรรม รายบุคคล สังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ใน ระดับดี
9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วิธีการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ).................................................... (นายทักษิณ โยคาวัตร์) ครูผู้สอน ……………./…………..……./…..……… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)................................................. (นางกษมล เสิกภูเขียว) ครูพี่เลี้ยง ……………./…………..……./…..…………
11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)...................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันทร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ……………./…………..……./…..……… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)....................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ ……………./…………..……./…..…………
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล การอธิบาย การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ความสนใจ หมายเหตุ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 31 32 33 34 35 เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ปรับปรุง = 1 ลงชื่อ……………………………….ผู้สังเกต (…….…………………………………..…….) …………/…………/………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เวลา 5 ชั่วโมง เรื่อง กฎหมายภาษีอากร เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. นายทักษิณ โยคาวัตร์ ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่ง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.2/1 อธิบายและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ ส 2.2 ม.2/1 อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เมื่อถามเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร นักเรียนสามารถตอบได้ถูกต้อง (K) 2. เมื่อครูให้นักเรียนนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษี นักเรียนสามารถคำนวณได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนสามาถบอกประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามกฎหมายภาษีอากรสามารถบอกได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม (A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ความสามารถในการวิเคราะห์ 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. สาระสำคัญ กฎหมายภาษีอากร คือ เงินที่รัฐหรือท้องถิ่นได้รับมอบหมายอำนาจรัฐเรียกเก็บจากบุคคล เพื่อนำไปใช้ จ่ายในการบริหารประเทศหรือท้องถิ่น เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตร อากรแสตมป์ เป็นต้น