The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by marut.03122535, 2022-09-17 10:33:07

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

37

6. คูณและหารจานวนทเี่ ขียนอยใู่ นรปู เลขยกกาลงั ท่ีมเี ลขชก้ี าลังเป็นจานวนเตม็ โดยใชบ้ ทนิยามและ
สมบัติของเลขยกกาลงั และนาไปใช้ในการแก้ปญั หาได้
7. คานวณและใชเ้ ลขยกกาลงั ในการเขียนแสดงจานวนทมี่ ีคา่ นอ้ ยๆ หรือมากๆ ในรูปสัญกรณ์
วทิ ยาศาสตร์ (scientific notation) พร้อมทงั้ ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคาตอบที่ได้
8. ใชค้ วามรเู้ กี่ยวกบั จานวนเต็มและเลขยกกาลังในการแกป้ ญั หาไดแ้ ละตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผล
ของคาตอบทไ่ี ด้

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

38

คาอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 2 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2

รหสั วิชา ค20202 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1 หน่วยกติ

ศึกษา ค้นคว้า และฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นสาระตอ่ ไปน้ี

พหุนาม เอกนาม การบวกและการลบเอกนาม พหุนาม การบวกและการลบพหุนาม การคูณพหุนาม

และการหารพหุนาม

การประยุกต์เกี่ยวกับอัตราส่วนและร้อยละ การประยุกต์เก่ียวกับอัตราส่วน การประยุกต์

เกี่ยวกับร้อยละและการประยกุ ตเ์ กี่ยวกบั อตั ราส่วนและร้อยละ

การประยุกต์ 2 แบบรูปของจานวนข่ายงานการประยกุ ต์ของเศษสว่ นและทศนยิ ม

โดยจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณใ์ นชีวิตประจาวันที่ใกลต้ ัวผ้เู รียนใหผ้ ู้เรยี นได้ศึกษา
ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหา การ
ให้เหตุผล การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้
ตา่ งๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ โดย
นาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่างๆ และใช้ใน
ชวี ิตประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์

เพ่ือให้เกิดสมรรถนะสาคัญใหน้ ักเรียนมีความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี ตลอดจนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านต่างๆ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์
สุจริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหนุ ามได้
2. หาผลคูณและผลหารของพหนุ ามอยา่ งงา่ ยได้
3. ใช้ความร้เู ก่ยี วกับอตั ราสว่ น สัดส่วน และรอ้ ยละแก้ปัญหาหรือสถานการณต์ ่างๆ พรอ้ มทัง้ ตระหนัก
ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบท่ไี ด้
4. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาตา่ งๆ ได้
5. ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบท่ีได้

รวม 5 ผลการเรียนรู้

รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน 3 คาอธบิ ายรายวชิ า 39
รหัสวิชา ค22101 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
เวลา 60 ช่ัวโมง ภาคเรยี นท่ี 1
จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา ฝึกทกั ษะ / กระบวนการในสาระต่อไปนี้
การวัด พ้ืนที่ผิว ปริมาตร การแปลงทางเรขาคณิต การวัดหน่วยความยาว การหาพื้นท่ีผิวของ
ปรซิ มึ และทรงกระบอกการหาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก การแก้ปญั หาหรือสถานการณใ์ น
ชีวิตประจาวันโดยใช้ความรู้เก่ียวกับพื้นที่ และปริมาตร การแปลงทางเราขาคณิต การเลื่อนขนาน
การสะทอ้ น และการหมุน

โดยจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณใ์ นชีวิตประจาวันที่ใกลต้ ัวใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาค้นคว้า
โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้
ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิง่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์
รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างมีระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณและมคี วามเช่ือมนั่ ในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ
เน้อื หาและทักษะทต่ี อ้ งการวดั

รหัสตวั ชว้ี ัด
ค 1.2 ม.2/1-,ม.2/3
ค 2.1 ม.2/1 ,ม2/2
ค 2.2 ม.2/1
ค 3.2 ม.2/3 , ม.2/4
ค 4.2 ม 2/2

รวม 9 ตวั ชวี้ ัด

รายวิชา คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 4 คาอธบิ ายรายวชิ า 40
รหสั ค22102 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 60 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 2
จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา ฝึกทักษะ / กระบวนการในสาระตอ่ ไปน้ี
ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับจานวนจริง จานวนตรรกยะ จานวนอตรรกยะ รากที่สอง ราก
ที่สาม การประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้
โจทย์สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ทฤษฎีบทบีทาโกรัส บทกลับของทฤษฎีบทบีทาโกรัส การ
แก้ปัญหาหรือสถานการณ์โดยใช้ทฤษฎีบทบีทาโกรสั และบทกลับ เสน้ ขนาน สมบัติของเส้นขนาน
การใหเ้ หตุผลและแก้ปัญหาโดยใชส้ มบตั ขิ องเส้นขนาน
โดยจดั ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวนั ทีใ่ กล้ตวั ให้ผ้เู รยี นไดศ้ ึกษาค้นคว้า
โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้
ความคิด ทักษะกระบวนการทีไ่ ด้ไปใชใ้ นการเรียนร้สู ่ิงตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างมีระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ
เน้ือหาและทักษะทต่ี ้องการวัด

รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ม. 2/1 2/2

ค 2.2 ม.2/2 ,2/5

รวม 4 ตัวช้วี ัด

รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 3 คาอธบิ ายรายวชิ า 41
รหสั ค20203 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
เวลา 60 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 1
จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา ฝกึ ทกั ษะ / กระบวนการในสาระตอ่ ไปนี้
พหุนาม การบวก การลบและการคณู ของพหุนาม การหารพหุนามด้วยเอกนามที่มี

ผลหารเป็นพหุนาม การแยกตัวประกอบพหุนาม ดีกรีสองโดยใช้สมบัติการแจกแจง กาลังสอง
สมบูรณ์ ผลต่างกาลังสอง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การประยุกต์เกี่ยวกับอัตราส่วนและร้อยละ
การแกโ้ จทย์สมการเชงิ เสน้ ตวั แปร

โดยจัดประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณใ์ นชวี ิตประจาวนั ทใ่ี กล้ตัวให้ผเู้ รียนได้ศึกษาค้นคว้า
โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้
ความคิด ทักษะกระบวนการทไ่ี ด้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างมีระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมคี วามเชอ่ื มัน่ ในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับ
เนื้อหาและทกั ษะทต่ี ้องการวดั

ผลการเรียนรู้

1 บวก ลบ คณู หาร พหุนามได้
2.หารพหุนามได้ดว้ ยเอกนามได้
3. คณู พหุนามด้วยพหุนามได้
4. หารพหนุ ามด้วยพหนุ ามได้
5.บวก ลบ คณู หาร เศษสว่ นของพหุนามท่มี ีดีกรไี มเ่ กนิ หนึ่งได้
6.แยกตัวประกอบของพหุนามดกี รีสองโดยใชส้ มบตั ิการแจกแจงได้
7.แยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสองตวั แปรเดยี วในรปู เมื่อ a b เป็นจานวนเตม็ และ c=0 ได้
8.แยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองตวั แปรเดยี วในรปู เม่ือ a=1 bและ c เปน็ จานวนเต็ม
และ c ≠0 ได้
9.แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องตัวแปรเดียวในรปู เมอื่ a b cเปน็ จานวนเตม็ และ a≠0,
a≠1,c≠0ได้
10.แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองท่เี ป็นกาลงั สองสมบูรณไ์ ด้

42

11.แยกตัวประกอบของพหุนามดกี รีสองทีเ่ ป็นผลต่างของกาลงั สองได้
12.หาคาตอบของสมการกาลงั สองตวั แปรเดยี วได้
13.แก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับสมการกาลังสองตวั แปรเดยี วได้
14.เขยี นสมการแสดงการแปรผนั ตรงและแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ียวกับการแปรผนั ตรงได้
15.เขยี นสมการแสดงการแปรผกผนั และแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั การแปรผกผนั ได้
16.เขยี นสมการแสดงการแปรผนั เกยี่ วเนอื่ งและแกโ้ จทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั การแปรผนั เกย่ี วเนอื่ งได้
17.ใช้ความรเู้ กี่ยวกบั อัตราสว่ นแกโ้ จทย์ปญั หาได้
18.ใชค้ วามรเู้ กีย่ วกับรอ้ ยละแก้โจทย์ปญั หาได้
19.สามารถประยุกต์เก่ยี วกับอัตราสว่ นและรอ้ ยละได้
20.ใชค้ วามรเู้ กี่ยวกับการเล่ือนขนานในการสร้างสรรค์งานศลิ ปะหรอื ออกแบบได้
21.ใช้ความรเู้ กี่ยวกับการสะทอ้ นในการสรา้ งสรรคง์ านศิลปะหรอื ออกแบบได้
22.ใช้ความรเู้ กย่ี วกับการหมนุ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะหรือออกแบบได้

รวม 22 ผลการเรยี นรู้

43

คาอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม 4 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2

รหัส ค20204 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศกึ ษา ฝึกทักษะ / กระบวนการในสาระต่อไปน้ี

สถติ ิ การนาเสนอข้อมลู และวเิ คราะห์ขอ้ มูล แผนภาพจุด แผนภาพตน้ -ใบ ฮิสโตรแกรมคา่ กลางของข้อมูล

การแปลความหมายผลลัพธ์ การนาสถิติไปใช้ในชิวิตจริง การสร้างทางเรขาคณิตใช้ความรู้ทางเรขาคณิต

และเคร่อื งมือเชน่ วงเวียน และเสน้ ตรงรวมมทงั้ โปรแกรมGeometerไปใชใ้ นชวี ิตจริง

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดย

การปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทกั ษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้

เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการที่

ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่งิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดตี ่อ

คณิตศาสตร์ สามารถทางานอยา่ งมรี ะบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมี

ความเชื่อมั่นในตนเอง

การวดั และประเมนิ ผล ใชว้ ิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ

ทักษะท่ตี อ้ งการวัด

ผลการเรียนรู้
1.บอกความเทา่ กนั ทกุ ประการของส่วนของสว่ นตรง มมุ และรูปสามเหลย่ี มได้
2.ระบไุ ดว้ า่ รูปสามเหลี่ยมสองรูปทมี่ ีความสัมพันธ์แบบดา้ น-มุม-ด้าน เท่ากันทุกประการ
3. ระบุได้วา่ รปู สามเหลี่ยมสองรปู ทมี่ ีความสัมพันธแ์ บบ มมุ -ดา้ น-มมุ เทา่ กนั ทุกประการ
4.ระบไุ ด้ว่ารปู สามเหลย่ี มสองรูปทม่ี ีความสมั พันธ์แบบ ดา้ น-ด้าน-ดา้ น เท่ากนั ทุกประการ
5.นาความรเู้ ก่ียวกับรูปสามเหลยี่ มไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ได้
6.เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถติ ใิ นการนาเสนอขอ้ มลู นาเสนอและวิเคราะหข์ อ้ มูลจากแผนภาพจุดแผนภาพ
ต้นใบฮสิ โทรแกรมและค่ากลางของขอ้ มูลและแปรความหมายผลลพั ธร์ วมท้ังนาสถิติไปใช้ในชีวิตจรงิ
7. อา่ นข้อมลู จากแผนภมู ิรปู วงกลมได้
8. นาเสนอข้อมูลดว้ ยแผนภมู ริ ปู วงกลมได้
9.ใชค้ วามรทู้ างเรขาคณติ และเครือ่ งมอื เชน่ วงเวยี น และ สันตรง รวมท้งั โปรแกรม
The geometer’s Sketchpad หรอื โปรแกรมพลวัตอื่นๆ เพ่อื สรา้ งรูปเรขาคณิต ตลอดจนนาความรู้
เก่ียวกบั การสร้างไปประยุกตใ์ ชก้ ารแก้ปญั หาในชวี ติ จรงิ
รวม 9 ผลการเรียนรู้

44

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 คาอธบิ ายรายวชิ า ภาคเรียนที่ 1
รหัสวชิ า ค23101 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
เวลา 60 ชั่วโมง

ศึกษา และฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ นั ไดแ้ ก่ การแกป้ ญั หา การใหเ้ หตผุ ลการ
สอื่ สาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ตา่ งๆ ทาง
คณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปนี้

พ้ืนที่ผวิ การหาพน้ื ทีผ่ วิ ของพรี ะมดิ กรวยและทรงกลม การนาความรเู้ ก่ียวกบั พื้นทีผ่ วิ ของ

พรี ะมิด กรวย และทรงกลม ไปใช้ในการแกป้ ัญหา

ปรมิ าตร การหาปรมิ าตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนาความรเู้ กี่ยวกับปรมิ าตร
ของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลมไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา

ระบบสมการ ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร การแกร้ ะบบสมการเชิงเส้นสองตวั แปร

และการนาความรเู้ ก่ยี วกับการแก้ระบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปรไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

ความคลา้ ย รปู สามเหล่ยี มท่คี ล้ายกนั การนาความรเู้ กยี่ วกบั ความคล้ายไปใช้ในการแก้ปญั หา

รหัสตวั ชี้วัด

ค 2.1 ม.3/1, ม.3/2
ค 1.3 ม.3/3
ค 2.2 ม.3/1

รวมทั้งหมด 3 ตัวชี้วดั

รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน 6 คาอธบิ ายรายวิชา 45
รหสั วชิ า ค23101 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
เวลา 60 ชว่ั โมง ภาคเรยี นท่ี 2
จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา และฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ ันได้แก่ การแกป้ ญั หา การให้เหตุผลการ
ส่ือสาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรูต้ ่างๆ ทาง
คณติ ศาสตรแ์ ละเชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ่ืนๆ และมคี วามคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว อสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว การแกอ้ สมการเชิงเส้นตวั แปร
เดยี ว การนาความรูเ้ กยี่ วกับการแกอ้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใชใ้ นการแก้ปญั หา

ความนา่ จะเปน็ เหตกุ ารณ์จากการทดลองส่มุ ความน่าจะเปน็ การนาความร้เู ก่ียวกบั ความ
น่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ

สถติ ิ ขอ้ มูลและการวิเคราะห์ข้อมูล แผนภาพกลอ่ ง การแปลความหมายผลลัพธ์ การนา
สถติ ไิ ปใช้ในชวี ิตจรงิ

อตั ราสว่ นตรโี กณมติ ิ อัตราสว่ นตรีโกณมติ ิ การนาอตั ราสว่ นตรีโกณมิติของมุม 30 องศา 45
องศา และ 60 องศา และการนาไปใช้ในการแก้ปญั หา

รหสั ตวั ช้วี ัด
ค 1.3 ม.3/1
ค 3.2 ม.3/1
ค 3.1 ม.3/1
ค 2.2 ม.3/2

รวมท้งั หมด 4 ตัวช้วี ดั

รายวชิ า คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 5 คาอธบิ ายรายวิชา 46
รหัสวิชา ค20205 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
เวลา 60 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 1
จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา และฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันได้แก่ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ลการ
สื่อสาร การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ตา่ งๆ ทาง
คณิตศาสตรแ์ ละเชอื่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

การแยกตวั ประกอบของพหนุ าม การแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี อง และพหนุ าม
ดกี รีสงู กวา่ สอง

สมการกาลงั สองตวั แปรเดียว สมการกาลังสองตวั แปรเดยี ว การแกส้ มการกาลังสองตวั แปร
เดียว การนาความรูเ้ ก่ียวกบั การแกส้ มการกาลังสองตวั แปรเดยี วไปใชใ้ นการแก้ปัญหา

ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจและใช้การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามท่ีมีดกี รสี งู กวา่ สองในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์
2. ประยกุ ตใ์ ชส้ มการกาลังสองตวั แปรเดียวในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์

รวมทง้ั หมด 2 ผลการเรยี นรู้

รายวิชา คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 6 คาอธบิ ายรายวชิ า 47
รหัสวชิ า ค20206 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
เวลา 60 ชั่วโมง ภาคเรยี นท่ี 2
จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา และฝึกทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรอ์ ันได้แก่ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ลการ
สือ่ สาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ต่างๆ ทาง
คณิตศาสตร์และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี

วงกลม วงกลม คอร์ด และเสน้ สมั ผสั ทฤษฎีบทเก่ียวกบั วงกลม

ฟังก์ชันกาลงั สอง กราฟของฟงั ก์ชันกาลงั สองการนาความรู้เก่ยี วกบั ฟงั กช์ ันกาลงั สองไปใช้ใน
การแก้ปัญหา
ผลการเรียนรู้
1. เขา้ ใจและใช้ทฤษฎบี ทเกี่ยวกบั วงกลม ในการแกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์
2.เข้าใจและใชค้ วามร้เู กี่ยวกบั ฟังกช์ ันกาลงั สองในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์
รวมท้งั หมด 2 ผลการเรยี นรู้

48

โครงสร้างรายวชิ าระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

โรงเรียนมัธยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวัดสกลนคร
สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

49

คาอธบิ ายรายวชิ า ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

รายวชิ าพืน้ ฐาน

ว21101 วิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ

ว21102 วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต

ว21103 เทคโนโลยกี ารออกแบบ 1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต

ว21104 เทคโนโลยีการคานวณ 1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต

ว22101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกิต

ว22102 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน จานวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หน่วยกิต

ว22103 เทคโนโลยีการออกแบบ 2 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต

ว22104 เทคโนโลยกี ารคานวณ 2 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต

ว23101 วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ

ว23102 วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต

ว23103 เทคโนโลยกี ารออกแบบ 3 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต

ว23104 เทคโนโลยีการคานวณ 3 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต

รายวชิ าเพิม่ เตมิ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว20201 ชวี ิต-สง่ิ แวดลอ้ ม จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ว20202 อาหารและยา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว20203 โครงงาน 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว20204 โครงงาน 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว20205 ของเล่นเชิงวทิ ยาศาสตร์ จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ว20206 สนกุ กบั อเิ ลก็ ทรอนิกส์ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว20207 ทักษะวิทยาศาสตร์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว20208 วิทยก์ บั การแกป้ ญั หา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว20209 จับแสงอาทติ ย์ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว20210 แสงและทศั นูปกรณ์ จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ
ว20211 ของเล่นเชงิ กลและไฟฟา้ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว20212 การศกึ ษาคน้ คว้าอิสระ จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ว20213 วิทยาศาสตร์สรา้ งสรรค์

50

สาระที่ 4 เทคโนโลยี (_ปรบั หลักสูตร60 เรม่ิ ใช้ป2ี 561) 0.5 หน่วยกติ
ว20281 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1 จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หน่วยกติ
ว20282 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2 จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ว20283 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว20284 เทคโนโลยีสารสนเทศ 4 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ว20285 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 5 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ว20286 เทคโนโลยีสารสนเทศ 6 จานวน 20 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว20287 เทคโนโลยีสารสนเทศ 7 จานวน 40 ชั่วโมง

51

คาอธิบายรายวิชา

ว21101 วิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบ
เสาะหาความรู้ เกย่ี วกับเซลล์ ส่ิงมชี วี ิตเซลลเ์ ดยี ว และหลายเซลล์ องคป์ ระกอบและหนา้ ท่ขี องเซลล์
พืช เซลลส์ ัตว์ กระบวนการแพร่ และการออสโมซิสของสาร ปจั จยั สาคญั ในการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
ของพชื สงิ่ ที่ได้จากการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช ความสาคัญของการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืชตอ่
การดารงชวี ติ ของส่งิ มีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม การลาเลยี งนา้ ของพืช การลาเลียงอาหารของพชื การคาย
นา้ ของพชื โครงสร้างของดอก การสืบพันธแ์ุ บบอาศัยเพศของพชื การสบื พันธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศของ
พืช การตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ ของพชื เทคโนโลยกี ารเพ่มิ ผลผลติ พชื การเพาะเลี้ยงเนือ้ เยอ่ื พันธุ
วศิ วกรรม บรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งช้ันบรรยากาศ ความสัมพันธร์ ะหว่าง
อณุ หภูมิ ความชืน้ และความกดอากาศ ปรากฏการณท์ างลมฟา้ อากาศ การพยากรณอ์ ากาศ ปจั จัย
ทางธรรมชาตแิ ละการกระทาของมนุษย์ท่สี ่งผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของโลก ภาวะโลกรอ้ น

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภปิ ราย เพอื่ ให้เกิดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในการดารงชวี ิตประจาวนั
มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม

เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งท่เี รยี นรู้ มีความสามารถใน การ
ตัดสนิ ใจ นาความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีด่ งี าม

รหัสตวั ชี้วดั
ว1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10,
ม.1/11, ม.1/12, ม.1/13
ว6.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
รวมทงั้ หมด 20 ตัวช้ีวดั

52

คาอธิบายรายวิชา

ว21102 วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสบื
เสาะหาความรู้ เก่ียวกับสารและสมบตั ขิ องสาร สารเนอื้ เดยี ว สารเนอื้ ผสม การจาแนกสารเนอื้ เดยี ว
สารเนอ้ื ผสม สมบัตแิ ละการเปล่ยี นสถานะของสาร สารละลายกรด-เบส ค่าความเป็นกรด-เบสของ
สาร กรด-เบสในชีวติ ประจาวนั สารละลาย ความเข้มขน้ ของสารละลาย ปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การเปลีย่ น
สถานะของสาร ปรมิ าณ สเกลาร์ ปริมาณเวคเตอร์ ระยะทาง การกระจัด อตั ราเรว็ ความเรว็ อณุ หภูมิ
การวัดอณุ หภมู ิ การถา่ ยโอนความรอ้ น การนาความร้อน การพาความรอ้ น การแผร่ งั สคี วามรอ้ น การ
ดดู กลนื ความรอ้ น การคายความร้อน สมดุลความรอ้ น ผลของความรอ้ นต่อการขยายตวั ของสาร

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื ค้นขอ้ มูล การอภปิ ราย เพือ่ ใหเ้ กดิ ความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ท่ี
เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในการดารงชวี ิตประจาวัน มจี ติ
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารส่ิงที่เรียนรู้ มคี วามสามารถใน การ
ตดั สนิ ใจ นาความร้ไู ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีดงี าม

รหัสตวั ชว้ี ัด
ว 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ว 4.1 ม.1/1, ม.1/2
ว 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมท้งั หมด 13 ตวั ชวี้ ัด

53

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว22101 วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์ อธบิ ายโครงสรา้ งหนา้ ท่กี ารทางานของระบบย่อยอาหาร ระบบ
หมนุ เวียนเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบสบื พนั ธ์ุ ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบ
ประสาทของมนุษย์ และความสมั พนั ธข์ องระบบตา่ งๆในรา่ งกายของมนุษยแ์ ละสัตว์ พฤตกิ รรมของ
มนุษยแ์ ละสัตว์ท่ีตอบสนองตอ่ สงิ่ เร้าภายนอกและภายใน หลักการและผลของการใช้
เทคโนโลยีชวี ภาพในการขยายพนั ธป์ุ รับปรุงพันธุ์และเพิ่มผลผลิตของสัตว์ สารอาหาร การทดสอบ
สารอาหาร พลงั งานจากอาหาร การใช้พลงั งานจากอาหารในกจิ กรรมต่างๆ ความสาคญั ของ
สารอาหารตอ่ การดารงชวี ติ ของมนษุ ยแ์ ละสัตว์ สารเสพติด ผลของสารเสพติดตอ่ ระบบตา่ ง ๆ ใน
รา่ งกาย การปอ้ งกันตนเองจากสารเสพติด แรงและการเคลื่อนท่ี การหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรง
ในระนาบเดยี วกันท่กี ระทาตอ่ วัตถุ แรงลพั ธ์ทกี่ ระทาตอ่ วตั ถุที่หยุดนงิ่ หรอื วตั ถุท่ีเคล่อื นท่ดี ว้ ย
ความเรว็ คงตัว

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื ค้นข้อมูล การอภิปราย เพอื่ ให้เกดิ ความคดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งท่ี
เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจนาความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชวี ติ ประจาวัน มีจติ
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสิง่ ที่เรียนรู้ มีความสามารถใน การ
ตดั สนิ ใจ นาความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทด่ี ีงาม

รหสั ตวั ชวี้ ัด
ว 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม2/5, ม.2/6
ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2
ว 8.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9
รวมทงั้ หมด 17 ตวั ชวี้ ัด

54

คาอธิบายรายวิชา

ว22102 วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธบิ าย องค์ประกอบสมบัติของธาตุ สารประกอบ เปรียบเทยี บสมบตั ขิ อง
ธาตุโลหะ ธาตอุ โลหะ ธาตกุ ่งึ โลหะ และธาตุกมั มนั ตรังสี การแยกสารดว้ ยวิธกี ารกรอง การตก
ผลกึ การสกดั การกลน่ั และโครมาโทรกราฟี การเปลยี่ นแปลงของสาร การเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
การเขียนสมการเคมี ผลของปฏิกิริยาเคมีตอ่ ชวี ิตและส่งิ แวดลอ้ ม การใชส้ ารเคมอี ยา่ งถูกต้อง
ปลอดภัย วธิ ีป้องกนั และแกไ้ ขอนั ตรายท่ีเกิดจากการใชส้ ารเคมี การสะทอ้ นของแสง การหกั เหของ
แสง นยั นต์ าและการมองเหน็ การดดู กลนื แสงสี การมองเห็นสีของวตั ถุ สมบตั ิ และกระบวนการ
เกิดดิน การใช้ประโยชน์และปรบั ปรุงคุณภาพของดิน กระบวนการเกิดและลกั ษณะองคป์ ระกอบของ
หนิ ประเภทของหนิ ลกั ษณะทางกายภาพของแร่ กระบวนการเกดิ ลกั ษณะและสมบตั ิของ
ปิโตรเลียม การเกดิ แหลง่ นา้ โลกและการเปลย่ี นแปลง โครงสร้างและองค์ประกอบของโลก

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภปิ ราย เพื่อใหเ้ กดิ ความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวนั มจี ติ
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสิง่ ท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถใน การ
ตัดสนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ดี ีงาม

รหัสตวั ช้วี ดั
ว 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ว 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ว 6.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10
รวมทง้ั หมด 20 ตวั ชี้วดั

55

คาอธบิ ายรายวิชา

ว23101 วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง 1.5
หนว่ ยกติ

ศกึ ษา วิเคราะห์ และอธิบาย เปรียบเทียบ จาแนก แรงและแรงเสียดทาน โมเมนตข์ อง
แรง การเคลือ่ นที่ในหนึง่ มิติ งานและพลงั งาน อุณหภูมแิ ละการวัด การถ่ายโอนความร้อน สมดลุ
ความรอ้ น การดดู กลนื แสงและการคลายความรอ้ น นาหลกั การของกฎการอนุรักษพ์ ลงั งาน
ความรอ้ นตอ่ การเปลีย่ นแปลงขนาดและรูปร่างของสาร การดูดกลืนแสงและการคายความร้อน นา
ความรูไ้ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันได้

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื ค้นข้อมูล การอภิปราย เพอื่ ใหเ้ กดิ ความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ที่
เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ิตประจาวนั มจี ิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสงิ่ ท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถใน การ
ตดั สนิ ใจ นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทีด่ ีงาม

ตัวชีว้ ดั
ว4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ว4.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
รวมท้งั หมด 22 ตัวชว้ี ดั

56

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว23102 วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน กลุม่ สาระวิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ และอธบิ ายความหมายพันธุกรรม โครโมโซมและยนี กระบวนการ
ถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม โรคทางพนั ธุกรรม เทคโนโลยชี ีวภาพ ประโยชน์ของ
เทคโนโลยชี ีวภาพ ความหลากหลายทางชวี ภาพ ความหลากหลายของพืชและสัตว์
ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถน่ิ ความหลากหลายทางชวี ภาพกับการดารงชวี ติ ระบบสรุ ยิ ะ
ดาวเคราะหใ์ นระบบสรุ ยิ ะ กาแล็กซแี ละเอกภพ ดาวฤกษ์ เทคโนโลยอี วกาศ สามารถนาความรูไ้ ป
ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภปิ ราย

เพื่อใหเ้ กดิ ความคิด ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสิ่งท่เี รียนรู้ มคี วามสามารถในการ
ตดั สินใจนาความรไู้ ปประยุกต์ใช้ในการดารงชวี ิตประจาวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านิยมที่เหมาะสม

ตวั ช้วี ดั
ว1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ว 7.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ว 7.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9
รวมทั้งหมด 18 ตวั ชว้ี ัด

ว20201ชีวติ -สงิ่ แวดลอ้ ม 57
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น
คาอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างของระบบนิเวศ ประเภทของระบบนิเวศ โครงสร้างของส่ิงมีชีวิต
ภายในระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม บทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
การถ่ายทอดพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างย่ังยืนตลอดจนร่วมมือกนั แก้ปญั หาที่เกิดข้ึน ตระหนักถึง
คณุ ค่าและประโยชน์ของป่าไม้ทีม่ ตี อ่ ความสมดลุ ในธรรมชาติ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบคน้
ข้อมูล การอภิปราย

เพอ่ื ใหเ้ กิดความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการ
ตดั สนิ ใจนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชวี ติ ประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและ
ค่านยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของคาตอ่ ไปนไ้ี ด้ กลุ่มสิ่งมชี วี ิต แหล่งทีอ่ ยู่ หว่ งโซอ่ าหาร ผ้ผู ลติ

ผบู้ รโิ ภค ผู้ยอ่ ยสลายอินทรยี ส์ าร ผู้ลา่ เหยอื่ ภาวะสมดลุ การพัฒนาและการอนุรักษ์
2. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผผู้ ลิต ผบู้ ริโภค ผ้ยู อ่ ยสลายอนิ ทรียส์ ารในระบบนเิ วศได้
3. ทดลองและสรุปความสาคญั ของสิ่งแวดลอ้ มที่มผี ลต่อการดารงชวี ติ ของสิง่ มีชวี ติ ใน

ระบบนเิ วศได้
4. สามารถเขียนแผนผงั แสดงห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารในระบบนเิ วศได้
5. ทดสอบและระบุชอ่ื แก๊สทีอ่ อกมากับลมหายใจของคนและพชื ได้
6. สรปุ ความสาคัญของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มที่มีผลต่อการดารงชีวิตของ

สง่ิ มีชวี ิตได้
7. อธิบายถึงสาเหตทุ ี่ทาใหส้ ตั ว์ป่าบางชนิดสญู พนั ธุ์หรอื ลดจานวนลงมากได้
8. วเิ คราะหเ์ กีย่ วกบั ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มท่ีพบในชุมชน พร้อมทั้งอธบิ ายถึงสาเหตขุ องปัญหา

ตลอดจนรว่ มมือกันแก้ปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ ในชมุ ชนน้นั ๆ
9. ตระหนักถงึ คุณค่าและประโยชนข์ องปา่ ไมท้ มี่ ีตอ่ ความสมดุลในธรรมชาติ
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้

58

คาอธิบายรายวิชา

ว21102 อาหารและยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาวิเคราะห์ อาหาร ประเภทของสารอาหาร คณุ ภาพและสัดสว่ นของสารอาหารการ
ถนอมอาหาร สารปรงุ แตง่ อาหารสารพษิ ในอาหารความยนื ยาวของชีวติ โรคและสาเหตุการเกิดโรค
ยารกั ษาโรคประเภทตา่ งๆ ยาเสพตดิ การสบื ค้นและการอภิปรายเพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความ
เขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสิง่ ทเี่ รยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
ในชีวิตประจาวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรมคณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของอาหารและสารอาหารและจาแนกประเภทของสารอาหารท่ีมี

ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย
2. ทดสอบและบอกแหลง่ สมบตั ิ โครงสรา้ งของอาหารแตล่ ะประเภท และเปรยี บเทียบ

ความแตกต่างของสารอาหารนั้นๆ
3. เลอื กรับประทานอาหารไดถ้ ูกสดั ส่วนครบทง้ั ปรมิ าณและคุณภาพ
4. เลือกใชว้ ิธกี ารถนอมอาหารให้เหมาะสมกับอาหารแต่ละชนดิ
5. เลือกใชส้ ารปรงุ แตง่ อาหารท่ไี ม่เป็นอันตรายตอ่ ร่างกาย
6. ยกตวั อย่างสารพษิ ทพี่ บในชวี ติ ประจาวันและบอกวธิ กี ารปอ้ งกนั เพอื่ ให้รา่ งกายรับ

สารอาหารทีเ่ ปน็ พษิ นอ้ ยทีส่ ดุ
7. บอกปัจจยั ที่มผี ลต่อความยนื ยาวของชีวิต
8. อธบิ ายสาเหตุทีท่ าใหเ้ กดิ โรคและการรกั ษาโรคนน้ั ๆ
9. บอกแหล่งทมี่ า ประโยชนแ์ ละโทษของยาชนิดตา่ งๆ ตลอดจนหลักการใช้ยาและการ

เกบ็ รักษายาทถี่ กู ต้อง ปลอดภยั
10. บอกประเภท โทษและวธิ ีการปอ้ งกันอันตรายจากยาเสพตดิ
11. อธบิ ายความสาคัญของเทคโนโลยีในการวนิ จิ ฉยั และรกั ษาโรคพรอ้ มทงั้ ยกตวั อย่าง

ประกอบ
รวมทง้ั หมด 11 ผลการเรยี นรู้

59

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว20203 วทิ ย์สขุ ภาพ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา วิเคราะห์ อธบิ าย อาหารกบั สุขภาพ ความสาคัญของอาหารตอ่ สุขภาพ แนวทางการ

บรโิ ภคอาหาร วตั ถเุ จอื ปนในอาหาร โภชนาการของเด็กวยั เรียน อาหารกับสขุ ภาพเด็ก การขาด

สารอาหาร การบริโภคอาหารเกนิ ความตอ้ งการ การปอ้ งกนั การบริโภคอาหารเกินความตอ้ งการ

การออกกาลงั การเพอ่ื ชวี ิต ความสาคัญของการออกกาลงั กาย การออกกาลังกายเพอ่ื สุขภาพชวี ติ สาร

เสพติดและผลตอ่ ร่างกาย ความหมายของสารเสพติด ประเภทของสารเสพตดิ อันตรายจากสาร

เสพติด สาเหตทุ ่ีทาให้ติดสาร เสพตดิ แนวทางการปฏิบัตติ นไม่เกย่ี วข้องกับสารเสพติด การ

ปอ้ งกนั ร่างกาย การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั รา่ งกาย สิง่ แวดล้อมตอ่ การดารงชวี ิตท่ดี ี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ

การสบื คน้ ข้อมูล การอภิปราย

เพ่อื ให้เกดิ ความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสงิ่ ทเี่ รยี นรู้ มีความสามารถในการ

ตัดสนิ ใจนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในการดารงชวี ิตประจาวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม

และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายเกี่ยวกับความสาคญั ของอาหารทท่ี าใหม้ สี ุขภาพท่ดี เี พ่ือใชเ้ ปน็
แนวทางเลอื กรบั ประทานอาหารในชวี ิตประจาวนั

2. สืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายเก่ยี วกับโภชนาการของเด็กวยั เรยี นและสามารถนาความรู้ทไี่ ด้
จากการศกึ ษามาประยกุ ต์ใช้ในการรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้อง

3. สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายเกย่ี วกบั หลักในการออกกาลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพชวี ติ ที่ดแี ละนา
ความรทู้ ่ีไดม้ าประยุกตใ์ ช้ในการออกกาลังการเพ่อื สุขภาพชีวิตทดี่ ไี ด้อยา่ งถูกตอ้ ง

4. ทดลองและอธิบายการวดั ชพี จรได้
5. สบื ค้นข้อมลู และอธิบายเก่ียวกบั ผลของสารเสพติดท่มี ตี อ่ รา่ งกาย ตลอดจนการปอ้ งกัน
และตอ่ ตา้ นสารเสพติด
6. สบื ค้นข้อมลู และอธิบายเกย่ี วกับการทางานของระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกายมาประยุกตใ์ ชใ้ น
การปอ้ งกนั ร่างกายและการดแู ลสุขภาพของตนเองได้
7. อธิบายเก่ียวกับผลของสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี ีต่อสขุ ภาพทดี่ ีและนาความรู้ทีไ่ ด้ไปประยกุ ต์ใชใ้ น
การดารงชวี ิตทด่ี ไี ด้
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้

60

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว20204 ไฟฟา้ เครอ่ื งกล กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ อธิบาย ไฟฟา้ เบ้อื งต้น ความหมาย แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ พลงั งานไฟฟา้
เครื่องวัดไฟฟา้ ตัวนาไฟฟ้า ชนิด อปุ กรณไ์ ฟฟ้า ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟา้ และอปุ กรณไ์ ฟฟ้า
การประหยัดพลงั งานในการลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟา้ และเครือ่ งใช้ไฟฟ้า ประเภท
เครอื่ งใช้ไฟฟ้า การเลอื กใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟา้ ความหมาย และประโยชน์ของเครอ่ื งกล หลักการทางาน
ของเครอื่ งกลอยา่ งงา่ ยและ เคร่อื งกลไฟฟ้าอนื่ ๆ

โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื ค้นขอ้ มูล การอภปิ ราย

เพอื่ ใหเ้ กิดความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสงิ่ ท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการ
ตัดสินใจนาความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม
และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1.สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายเกย่ี วกบั ความหมาย แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า พลงั งานไฟฟา้ ตวั นา

ไฟฟา้ เคร่ืองวดั ไฟฟา้ ได้
2.อธิบาย สืบคน้ ข้อมลู และจาแนกประเภทของเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวนั ได้
3.สืบคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายเกย่ี วกับการเลือกใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า ในชวี ิตประจาวันได้

ถูกต้องประหยัด และคุ้มค่า
4.สบื คน้ ข้อมลู และอธิบายเกีย่ วกบั ความหมาย และบอกประโยชนข์ องเครอื่ งกลได้
6. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายเกยี่ วกบั หลักการทางานของเครอื่ งกลอยา่ งงา่ ยได้
7. สืบคน้ ข้อมูลและอธบิ ายเกยี่ วกับหลกั การทางานของเครอ่ื งกลไฟฟา้ ได้

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้

ว20205 โครงงาน 61
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
คาอธิบายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ ทดลอง และอภปิ รายความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์
การวเิ คราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเขียนรายงาน
และการจดั แสดงโครงงานวทิ ยาศาสตร์

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การ
สืบคน้ ข้อมูลและการอภปิ ราย

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสาร สิ่งทเี่ รียนรู้ มคี วามสามารถใน
การตดั สินใจ นาความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มที่
เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายเกี่ยวกบั ความหมาย ของโครงงาน วทิ ยาศาสตร์ จดุ ประสงค์

และคณุ คา่ ของการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ หลกั การของโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทของ
โครงงานวิทยาศาสตร์ ลกั ษณะของโครงงานวิทยาศาสตร์

2. สบื ค้นข้อมลู และอธบิ ายเก่ียวกับ การคิดหวั ข้อเรื่องและการเลอื กหวั ขอ้ เร่อื ง การศึกษา
เอกสารที่เก่ยี วข้องการจัดทาเคา้ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ การลงมอื ศกึ ษาทดลอง การลงมือศึกษา
ทดลอง การเกบ็ รวบรวมข้อมูลทไ่ี ด้จาก การทดลอง การเขียนรายงานฉบบั สมบรณู ์ การเสนอ
ผลงานและการเผยแพร่

รวมทัง้ หมด 2 ผลการเรยี นรู้

62

ว20206 อิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ คาอธบิ ายรายวชิ า
ชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา วิเคราะห์ ช้นิ สว่ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ประโยชน์ของอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เบอื้ งตน้ ทดลอง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบคน้ ขอ้ มลู และการอภปิ ราย

เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สาร สง่ิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถใน
การตดั สนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่
เหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายเก่ียวกับลักษณะตวั ตา้ นทาน ไดโอด ทรานซสิ เตอร์ ไอซีหรอื

ซลิ ิคอนซปิ
2. สบื คน้ ข้อมูลและอธบิ ายเกยี่ วกบั ประโยชนข์ องตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์

ประโยชนข์ องไอซหี รือซลิ ิคอนซปิ
3. สืบคน้ ขอ้ มูลและอธิบายเกยี่ วกบั การตอ่ วงจรตวั ตา้ นทาน การตอ่ วงจรไดโอดเปลง่ แสง

การต่อวงจรทรานซสิ เตอร์
รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้

63

โครงสร้างรายวิชาระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

โรงเรียนมธั ยมวานรนิวาส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

64

โครงสรา้ งรายวชิ า ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาพนื้ ฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ส21101 สังคมศกึ ษา จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ส21102 สงั คมศึกษา จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส21103 ประวตั ศิ าสตร์ จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ส21104 ประวัติศาสตร์ จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ส22101 สังคมศึกษา จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ส22102 สังคมศึกษา จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ส22103 ประวัตศิ าสตร์ จานวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกติ
ส22104 ประวตั ิศาสตร์ จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส23101 สังคมศึกษา จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ส23102 สังคมศกึ ษา จานวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ส23103 ประวัตศิ าสตร์ จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ส23104 ประวัติศาสตร์
จานวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ส20201 โลกศึกษา

65

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 21101 สงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษา พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอื่นของสังคมชาวไทย ฝกึ อธบิ าย วเิ คราะห์
เหน็ คณุ ค่า ปฏิบัติตน เข้ารว่ มพธิ ีกรรมและบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ศาสนา โดย สาระการเรยี นรพู้ ุทธ
ประวัติ พทุ ธสาวก – สาวกิ า การสังคายนา การเผยแผ่ หลักธรรม พระรัตนตรยั อรยิ สัจ ๔
พทุ ธสุภาษิต การบรหิ ารจิต ศาสนพธิ ี วันสาคญั ทางศาสนาและสรา้ งความสัมพนั ธศ์ าสนาอื่น
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม ศาสนพิธแี ละ
เป็นศาสนิกชนท่ีดี ศรทั ธายดึ มน่ั ธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาอื่นใหอ้ ยู่รว่ มกนั อยา่ ง
สันติสุข

ศึกษา สาระสาคญั ของรฐั ธรรมนญู ราชอาณาจกั รไทยและกฎหมายค้มุ ครองสทิ ธิ
ฝึกอธิบาย วิเคราะห์ และปฏบิ ตั ิตนตามบทบัญญัติ โดย สาระการเรยี นรกู้ ฎหมายคุ้มครอง บทบาท
สิทธแิ ละหน้าท่ี หลกั การ เจตนารมณ์ โครงสร้าง สาระสาคญั และอานาจอธปิ ไตยของระบอบ
ประชาธปิ ไตย

โดยใช้กระบวนการการจดั การเรยี นรทู้ ่เี น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั กระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนร้กู ารเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย

เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ตั ติ นตามหน้าที่ของพลเมอื งดี เข้าใจการเมอื งการ
ปกครอง ยึดม่ัน ศรทั ธา และธารงรกั ษาไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข การดารงชีวิตอยูร่ ว่ มกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยา่ งสันตสิ ขุ โดย
นาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม
รหัสตวั ชี้วดั

ส 1.1 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3, ม. 1/4, ม. 1/5, ม. 1/6, ม. 1/7, ม. 1/8, ม. 1/9,
ม. 1/10, ม. 1/11

ส 1.2 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3, ม. 1/4, ม. 1/5
ส 2.1 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3, ม. ¼ ส 2.2 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3
รวมทง้ั หมด 23 ตัวชวี้ ัด

66

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 21102 สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษา สภาพทัว่ ไปทวปี เอเชยี ออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี ฝกึ เลือกใช้ อธบิ าย วเิ คราะห์
สารวจและเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมอื โดย สาระการเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ เส้นแบง่ เวลา
ลักษณะทางกายภาพ สังคม เศรษฐกจิ และการปอ้ งกันภยั ธรรมชาตขิ องเอเชยี ออสเตรเลีย
โอเชยี เนยี เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจลกั ษณะทางกายภาพ และความสมั พนั ธข์ องสรรพส่งิ ซ่งึ มีผล
ตอ่ กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแ่ี ละเครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์ ในการคน้ หาวเิ คราะห์
สรปุ การสรา้ งสรรค์วฒั นธรรม มีจติ สานึก และมีสว่ นรว่ มในการอนุรกั ษท์ รพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม
เพอื่ การพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื

ศกึ ษา หลกั การทางเศรษฐศาสตร์อยา่ งเหมาะสมกับชวี ิตประจาวัน ฝกึ อธบิ าย วเิ คราะห์
ยกตัวอย่าง ระบุปัจจยั และอภิปรายกฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค โดย สาระการเรียนรู้ หลกั การ
เศรษฐศาสตร์ ความหมาย ความสาคัญ หลักการบริโภค เศรษฐกจิ พอเพียง สถาบันการเงิน
อปุ สงค์ อปุ ทาน และกฎหมายทรัพย์สนิ ทางปญั ญา เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจการจดั การทรัพยากร หลักการ
เศรษฐกิจพอเพยี ง สถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ในการผลิตและการบรโิ ภค การใชท้ รพั ยากรที่มอี ยู่
จากดั ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและคุ้มค่า ตอ่ การดารงชวี ิตอยา่ งมดี ุลยภาพ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ
และ ความจาเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก

โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรู้ทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสัย

เพ่ือ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบตั ติ นตามหนา้ ที่ของพลเมอื งดี เข้าใจการเมอื งการ
ปกครอง ยดึ ม่นั ศรทั ธา และธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ การดารงชีวิตอยูร่ ว่ มกันในสังคมไทย และ สงั คมโลกอย่างสันติสุข
โดยนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวันอย่างเหมาะสม

67

รหัสตวั ชวี้ ดั
ส 5.1 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3
ส 5.2 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3, ม.1/4
ส 3.1 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3
ส 3.2 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3, ม.1/4
รวมทงั้ หมด 14 ตวั ชวี้ ดั

68

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 21103 ประวตั ศิ าสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ความสาคญั ของเวลาในการศึกษาประวตั ิศาสตร์ เทียบศกั ราชตามระบบ
ตา่ งๆ ทใ่ี ช้ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองราวทางประวตั ิศาสตรส์ มยั กอ่ น
สุโขทัยในดนิ แดนไทยโดยสงั เขป พัฒนาการของอาณาจกั รสุโขทยั ในดา้ นต่าง ๆ ฝกึ วเิ คราะห์ อธบิ าย
อภปิ ราย สืบค้นขอ้ มูล เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจการใช้เวลา ชว่ งเวลาและยุคสมัย
ท่ีปรากฏในเอกสารประวตั ศิ าสตรไ์ ทย ความสาคัญของเวลา และช่วงเวลาสาหรับการศกึ ษา
ประวัติศาสตร์ ความสมั พนั ธแ์ ละความสาคญั ของอดีตท่มี ีตอ่ ปจั จบุ ันและอนาคต ท่ีมาของศักราชท่ี
ปรากฏในเอกสารประวตั ิศาสตรไ์ ทย ได้แก่ จ.ศ. / ม.ศ. /ร.ศ./ พ.ศ. /ค.ศ. และ ฮ.ศ. วิธีการเทียบ
ศกั ราชต่างๆ นาวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรไ์ ปใช้ศึกษาเรอื่ งราวของประวตั ศิ าสตรไ์ ทย และเหตุการณ์
สาคัญในสมยั สุโขทัย ความเปน็ มาของชนชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาไทย ตระหนกั ถึง
ความสาคญั ความภมู ิใจและธารงความเปน็ ไทย

โดยใช้กระบวนการการจดั การเรียนรู้ทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั กระบวนการเรียนรู้แบบ
บรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมือทาจรงิ
กระบวนการจดั การ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทขี่ องพลเมอื งดี เข้าใจการเมือง
การปกครอง ยดึ มน่ั ศรัทธา และธารงรักษาไว้ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข การดารงชีวิตอยู่รว่ มกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันติสขุ
โดยนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

รหัสตวั ชว้ี ดั
ส 4.1 ม. 1/1, ม. 1/2, ม. 1/3
ส 4.3 ม 1/1, ม.1/2
รวมทง้ั หมด 5 ตัวชวี้ ัด

69

คาอธิบายรายวิชา

ส 21104 ประวัติศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา อทิ ธิพลของวัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาไทยสมยั สโุ ขทยั และสงั คมไทยในปัจจบุ นั
พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของประเทศตา่ ง ๆ ในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ความสาคัญของแหลง่ อารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฝึกวิเคราะห์ อธบิ าย อภปิ ราย
สืบค้นข้อมูล เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ ท่ตี ัง้ และสภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องประเทศต่าง ๆ ใน
ภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ท่ีมผี ลต่อพัฒนาการทางดา้ นตา่ งๆ พัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกจิ
และการเมอื งของประเทศตา่ ง ๆ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ความรว่ มมือผา่ นการรวมกลุ่ม
เปน็ อาเซียนของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใตท้ ถ่ี อื วา่ เป็น พัฒนาการของภูมภิ าค ทต่ี งั้
และความสาคญั ของแหลง่ อารยธรรมในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ เช่น แหลง่ มรดกโลกใน
ประเทศต่าง ๆ ของเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ อทิ ธิพลของอารยธรรมโบราณ ในดนิ แดนไทยทม่ี ตี ่อ
พฒั นาการของสงั คมไทยในปัจจบุ ัน ตระหนักถงึ ความสาคัญ ความภมู ิใจ และธารงความเป็นไทย

โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรยี นรู้ที่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั

เพ่อื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบตั ิตนตามหนา้ ทีข่ องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยดึ ม่ัน ศรทั ธา และธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข การดารงชีวติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทย และ สังคมโลกอย่างสันติสุข
โดยนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

รหสั ตวั ชวี้ ัด
ส 4.2 ม.1/1, ม.1/2
ส 4.3 ม.1/3
รวมท้ังหมด 3 ตวั ชว้ี ัด

70

คาอธิบายรายวชิ า

ส 22101 สงั คมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา เข้าสปู่ ระเทศเพ่อื นบา้ นและ ความสาคญั ของ
พระพุทธศาสนาท่ชี ว่ ยเสริมสร้างความเข้าใจอันดกี ับประเทศเพ่อื นบ้าน ความสาคญั ของ
พระพุทธศาสนาของสังคมไทยในฐานะเป็นรากฐานของวฒั นธรรม เอกลกั ษณ์และมรดกของชาติ
ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนากับการพฒั นาชมุ ชนและการจัดระเบยี บสงั คม สรุปและวิเคราะห์
พทุ ธประวตั ิการผจญมาร การตรัสรู้ การสง่ั สอน พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา โครงสรา้ งและสาระสงั เขป
ของพระวนิ ยั ปฏิ ก พระสุตตันปฏิ ก และพระอภิธรรมปฏิ ก หลกั ธรรม อรยิ สจั 4 พฒั นา สวดมนต์
แปลและแผเ่ มตตา ประโยชนข์ องการบริหารจิตและเจรญิ ปญั ญาฝึกการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา
ตามหลกั สตปิ ฏั ฐานเน้นอาณาปานสติ วธิ กี ารบริหารจติ และเจริญปญั ญาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั การ
ปฏิบัตติ นคามหลักธรรม มรรยาทของศาสนิกชน การตอ้ นรบั มารยาทของผเู้ ป็นแขก ฝกึ ปฏิบัตติ าม
ระเบยี บพธิ ี ปฏบิ ัติต่อพระภกิ ษุ การปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสม ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมตามแนวปฏิบตั ิของ
ศาสนาอื่นๆเพอื่ นาไปสู่การยอมรบั และความเข้าใจซง่ึ กนั และกัน

รแู้ ละเขา้ ใจประวัตคิ วามสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนบั ถือและศาสนาอนื่ ทีม่ ศี รัทธาทีถ่ กู ตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมเพอื่ อยรู่ ว่ มกัน
อยา่ งสันตสิ ขุ และตระหนกั ในการปฏิบตั ติ นเป็นศาสนิกชนทด่ี แี ละธารงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทตี่ นนบั ถอื

ศึกษาการปฏิบตั ิตนตามกฎหมายเก่ียวกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และประเทศปฏิบตั ติ น
ตามสถานภาพบทบาทสิทธเิ สรภี าพหนา้ ทีใ่ นฐานะพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตย ความสาคัญและ
ความสัมพนั ธ์ของสถาบันทางสงั คม ความคล้ายคลงึ และความแตกตา่ งของวฒั นธรรมไทยและ
วัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชยี ไปสูค่ วามเขา้ ใจระหวา่ งกัน กระบวนการในการตรากฎหมาย
ข้อมูลข่าวสารทางการเมอื งการปกครองท่ีมผี ลกระทบต่อสงั คมไทยสมัยปจั จุบัน

โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนร้ทู ่เี น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณา
การ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั

เพอื่ รเู้ ขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหน้าทก่ี ารเป็นพลเมืองดี มคี านยิ มทีด่ งี ามและธารงรกั ษา
ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทยดารงชวี ติ อยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสันตสิ ขุ และเขา้ ใจใน

71

ระบบการเมืองการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุขโดยนาหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวันอยา่ งเหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด
ส 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10,

ม.2/11
ส 1.2 ม.2/1, ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ส 2.1 ม.2/1, ม. 2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 2.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมท้ังหมด 22 ตวั ชว้ี ดั

72

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 22102 สังคมศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษา ปัจจัยทมี่ ีผลต่อการลงทนุ และการออม และการผลติ สนิ ค้าท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ การผลิต
สนิ คา้ และบริการ แนวทางการพฒั นาการผลิต ในท้องถิน่ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แนวทางการคุม้ ครองสิทธิของตนเองในฐานะเป็นผู้บรโิ ภค ระบบเศรษฐกจิ ตา่ งๆ การแข่งกนั ทาง
เศรษฐกจิ ภมู ิภาคเอเชยี การกระจายของทรพั ยากรในโลกทสี่ ง่ ผลต่อความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ
ระหว่างประเทศ การแข่งขันด้านการค้าในประเทศและตา่ งประเทศที่สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพสินค้า ปริมาณ
การผลติ และราคาสนิ ค้า

มคี วามเขา้ ใจและบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตแลการบรโิ ภคและใช้ทรพั ยากรอยอู่ ย่าง
จากัดและเขา้ ใจในระบบสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก

ศกึ ษาเครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วิเคราะหแ์ ละนาเสนอขอ้ มลู เกีย่ วกับลกั ษณะ
ทางกายภาและสังคมของทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ า การก่อเกดิ สง่ิ แวดลอ้ มใหม่ในสงั คม อันเปน็ ผลมา
จากการเปลีย่ นแปลงทางธรรมชาติและทางสงั คมของทวปี ยุโรปและแอฟริกา แนวทางการอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มในทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า ปญั หาเกย่ี วกบั สง่ แวดลอ้ มท่เี กิดขนึ้ ใน
ทวีปยุโรป และแอฟริกา ผลกระทบที่ประเทศไทยไดร้ บั จากการเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มในทวีป
ยุโรปและแอฟริกา

มีความเข้าใจในลกั ษณะโลกกายภาพ และความสมั พันธแ์ ละสรรพสงิ่ ทม่ี ตี อ่ กันและกนั ใน
ระบบธรรมชาติและเขา้ ใจการปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างมนุษยก์ บั ส่งิ แวดลอ้ ม เพ่ือการพฒั นาทยี่ ัง่ ยืน

โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรทู้ เี่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพอื่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ท่ีของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื งการ
ปกครอง ยึดมนั่ ศรัทธา และธารงรกั ษาไว้ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ การดารงชวี ติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทย และ สังคมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
โดยนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั อย่างเหมาะสม

73

รหัสตวั ช้ีวดั
ส 3.1 ม.2/1, ม. 2/2, ม. 2/3, ม. 2/4
ส 3.2 ม.2/1, ม. 2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
รวมท้ังหมด 12 ตวั ชวี้ ดั

74

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 22103 ประวัติศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาวิธกี ารประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในลักษณะตา่ งๆ
การศึกษาภูมิหลังของผทู้ า หรือผเู้ ก่ียวขอ้ ง สาเหตุ ชว่ งระยะเวลา รปู ลกั ษณข์ องหลกั ฐานทาง
ประวัติศาสตร์ ตัวอยา่ งการประมินความนา่ เชอื่ ถือของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทยท่อี ยใู่ นท้องถิ่น
ของตนเอง หรือหลกั ฐานสมัยอยธุ ยา ตัวอยา่ งการวเิ คราะหข์ ้อมูลจากเอกสารต่างๆในสมยั อยุธยาและ
ธนบรุ ี ข้อความบางตอนในพระราชพงศาวดารอยธุ ยาจากจดหมายเหตุชาวต่างชาติ การ
แยกแยะระหว่างขอ้ มูลกับความคิดเห็น รวมทั้งความจรงิ กบั ขอ้ เท็จจริงจากหลกั ฐานประวัตศิ าสตร์
ตัวอย่างการตคี วามข้อมูลจากหลักฐานทีแ่ สดงเหตุการณ์สาคัญในสมัยอยธุ ยาและ กรงุ ธนบุรี
ความสาคัญของการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและการตคี วามทางประวัตศิ าสตร์ ที่ตัง้ และสภาพทางภูมิศาสตร์
ของภมู ิภาคตา่ งๆของทวีปเอเเชยี ท่มี ีผลตอ่ พัฒนาการ พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ
และการเมือง ของภูมิภาคเอเชีย ทีต่ ัง้ และความสาคญั ของแหลง่ อารยธรรมตะวนั ออกและแหล่ง
มรดกโลกในประเทศตา่ งๆในภมู ิภาคเอเชยี อทิ ธพิ ลของอารยธรรมโบราณทม่ี ตี ่อภูมิภาคเอเชยี ใน
ปัจจุบนั

มีความรูค้ วามเขา้ ใจความหมายและความสาคญั ของเวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์
สามารถใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณต์ ่างๆอย่างเปน็ ระบบ
และเพ่อื ความเข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถงึ ปัจจุบันในดา้ นความสัมพนั ธแ์ ละการ
เปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณอ์ ย่างต่อเน่ือง ตระหนกั ถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกรทบท่ี
เกิดขึน้

โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนร้ทู ่เี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทาจรงิ
กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ยั

เพอื่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทขี่ องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยดึ มน่ั ศรทั ธา และธารงรักษาไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การดารงชีวติ อยู่รว่ มกันในสังคมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันติสุข
โดยนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวันอยา่ งเหมาะสม

75

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ส 4.1 ม. 2/1, ม. 2/2, ม. 2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมท้งั หมด 5 ตวั ชวี้ ัด

76

คาอธิบายรายวิชา

ส 22104 ประวัติศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาการสถาปนาอาณาจกั รอยุธยา ปัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ ความเจรญิ รงุ่ เรอื งของอาณาจกั ร
อยธุ ยา พฒั นาการของอาณาจกั รอยธุ ยาในด้านการเมอื งการปกครอง สงั คมเศรษฐกจิ และ
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศ การเสยี กรุงศรอี ยธุ ยา ครั้งที่ 1 และการกู้เอกราช ภมู ิปญั ญา และ
วฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยา การควบคุมกาลังคนและศลิ ปวฒั นธรรม การเสยี กรงุ คร้ังท่ี 2 การกู้เอก
ราชและการสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ี ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมยั ธนบุรี วรี กรรมของบรรพ
บรุ ษุ ไทยผลงานของบคุ คลสาคัญของไทยทมี่ ีสว่ นสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย เช่น สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 2
พระสรุ โิ ยทัย พระนเรศวรมหาราช พระนารายณม์ หาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ด้วง ) สมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสรุ สิงหนาถ
(บญุ มา)

โดยใช้กระบวนการการจัดการเรียนรทู้ ีเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสาคัญ กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรูก้ ารเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพ่อื ให้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรมภมู ิปญั ญาไทย มีความรกั
ความภูมใิ จและธารงความเปน็ ไทย โดยนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม

รหสั ตวั ช้วี ัด
ส 4.3 ม.2/1, ม.2/3
รวมทงั้ หมด 2 ตัวชวี้ ดั

77

คาอธิบายรายวชิ า

ส 23101 สังคมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา พุทธประวตั ิ ประวตั พิ ุทธสาวก พทุ ธสาวิกา
และชาวพุทธตัวอยา่ ง หลกั ธรรม หนา้ ทแี่ ละมรรยาทชาวพทุ ธ วิธกี ารบริหารจติ เจรญิ ปัญญา
วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี สัมมนาพระพทุ ธศาสนากบั เศรษฐกิจพอเพยี งเพ่อื ใหเ้ กิด
ความเขา้ ใจและตระหนกั ถงึ การปฏบิ ัตติ นในฐานะทเ่ี ป็นสว่ นหนึง่ ของสงั คม ปฏิบตั ติ นตามหลัก
ศาสนาท่ีตนนบั ถือและมีแนวคิดที่เหมาะสมในการดาเนนิ ชวี ติ

ศกึ ษาเก่ยี วกับวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ของไทย ศึกษาความรู้เกี่ยวกบั ระบบ
การเมืองการปกครองท่ีสาคญั ของโลก เพอ่ื ใหเ้ กิดความภาคภูมิใจและตระหนักถงึ คณุ ค่าของ
วฒั นธรรมและภูมิปัญญาท้องถนิ่ ของไทย สามารถเปรียบเทียบรปู แบบการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยของประเทศไทยกับประเทศทป่ี กครองระบอบประชาธิปไตยอ่ืน ๆ ศึกษาความรู้
เกยี่ วกับกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายต่าง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ งกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน
ประเทศชาติและสงั คมโลก รวมท้งั แนวทางปฏบิ ตั ิตนในฐานะพลเมืองดตี ามรัฐธรรมนญู ไทยฉบบั
ปัจจบุ ัน ตามกฎหมายต่าง ๆ และการปฏบิ ัติตนในฐานะพลเมอื งโลกที่เคารพสิทธมิ นษุ ยชนและ
ศักด์ิศรีความเป็นมนษุ ย์ เพอ่ื ใหส้ ามารถดาเนนิ ชวี ิตในฐานะสมาชิกทดี่ ขี องสังคม ประเทศ ภมู ิภาค
และโลก

โดยใชก้ ระบวนการการจัดการเรียนรู้ทเี่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณา
การ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมือทา
จรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย

เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏิบัติตนตามหน้าท่ีของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื งการ
ปกครอง ยดึ ม่นั ศรทั ธา และธารงรกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ การดารงชีวติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันติสุข
โดยนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั อย่างเหมาะสม

78

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ส 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ส 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ส 2.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมทง้ั หมด 26 ตวั ชวี้ ัด

79

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 23102 สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาวเิ คราะห์ เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการรวบรวม นาเสนอขอ้ มลู เกีย่ วกบั
ลกั ษณะทางกายภาพ ลักษณะทางสงั คม ความสัมพนั ธร์ ะหว่างลกั ษณะทางกายภาพกับลักษณะทาง
สงั คม และปัญหาเกย่ี วกบั ส่งิ แวดลอ้ มของทวปี อเมรกิ าเหนือและทวปี อเมริกาใต้ เพอ่ื ให้เข้าใจระบบ
ธรรมชาตแิ ละลักษณะประชากรและวัฒนธรรมของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ ตลอดจน
ตระหนักถงึ วกิ ฤตการณส์ ิ่งแวดลอ้ ม ความเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาติและทางสงั คม และเสนอ
แนวทางในการอนุรกั ษแ์ ก้ปญั หาเพอื่ นาไปส่กู ารพฒั นาโลกที่ยงั่ ยืน

ศึกษาระบบเศรษฐกิจ การพฒั นาเศรษฐกจิ ภูมภิ าคและการรวมกลุ่มความรว่ มมือ
ทางเศรษฐกิจของประเทศตา่ ง ๆ ในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของโลก ความสัมพันธร์ ะหวา่ งแนวคิด
เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ระบบสหกรณ์ เพื่อให้ตระหนักถงึ ความสาคัญทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศไทย
กับภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ในโลก เข้าใจความสาคญั และความจาเป็นในการพัฒนาเศรษฐกจิ ไทยให้สอดคลอ้ ง
กบั เศรษฐกจิ โลก และตระหนักในคุณคา่ ของการน้อมนาแนวพระราชดารเิ ศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ น
การพฒั นาชุมชน ประเทศชาติ และชวี ิตประจาวนั

โดยใช้กระบวนการการจดั การเรยี นรู้ท่ีเน้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั กระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจดั การ กระบวนการเรยี นรูก้ ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ตั ติ นตามหน้าที่ของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื งการ
ปกครอง ยดึ มนั่ ศรัทธา และธารงรักษาไว้ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข การดารงชวี ติ อย่รู ว่ มกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอย่างสันตสิ ุข
โดยนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวันอย่างเหมาะสม

รหัสตวั ช้วี ดั
ส 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ส 3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ส 5.1 ม.3/1, ม.3/2 ส 5.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมทงั้ หมด 4 ตัวชวี้ ัด

80

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 23103 สงั คมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะหเ์ รอื่ งราว เหตกุ ารณส์ าคัญ วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ การเปลยี่ นแปลง
ความร่วมมอื ความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และความพยายามใน การแกไ้ ขปัญหา
พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมภิ าคต่าง ๆ ในโลก เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความ
เขา้ ใจและสามารถใชว้ ิธีการทเี่ หมาะสมในการศกึ ษาขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์

โดยใช้กระบวนการการจดั การเรยี นรทู้ ีเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ กระบวนการเรยี นรแู้ บบ
บูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทาจรงิ
กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนร้กู ารเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ยั

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ขี องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื ง
การปกครอง ยึดมนั่ ศรทั ธา และธารงรกั ษาไว้ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข การดารงชวี ิตอยู่รว่ มกันในสังคมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
โดยนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

รหสั ตวั ช้วี ดั
ส 4.1 ม.3/1, ม.3/2
ส 4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมทง้ั หมด 4 ตัวชว้ี ัด

81

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 23104 สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาวิเคราะหเ์ รอ่ื งราว เหตกุ ารณส์ าคัญ พัฒนาการของไทยสมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทรใ์ นดา้ น
การเมอื ง เศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม ตระหนักถงึ คุณคา่ ของมรดกทางวัฒนธรรม
และภูมปิ ญั ญาไทย ทม่ี ตี อ่ สงั คมไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในโลก

โดยใชก้ ระบวนการการจัดการเรยี นรู้ทเ่ี น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ กระบวนการเรียนรู้แบบ
บรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ
สถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการเรยี นรูก้ ารเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ัติตนตามหนา้ ที่ของพลเมอื งดี เข้าใจการเมืองการ
ปกครอง ยดึ มน่ั ศรทั ธา และธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข การดารงชีวิตอยรู่ ว่ มกันในสงั คมไทย และ สังคมโลกอยา่ งสันติสขุ
โดยนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวันอยา่ งเหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด
ส 4.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมท้งั หมด 4 ตวั ชวี้ ดั

82

คาอธิบายรายวิชา

ส 20201 โลกศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ สภาพเหตกุ ารณ์ในดา้ นต่างๆของโลกทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายหลังสงครามโลกครั้ง
ท่ี 2 ท้ังทางดา้ นการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ และสงั คม ที่เก่ยี วขอ้ งกบั ความขัดแยง้
การประสานประโยชนพ์ ง่ึ พาอาศยั กัน ปญั หาที่เกดิ ขนึ้ จากการแข่งขนั ทางเศรษฐกิจและการเมอื ง
แนวทางการแกป้ ญั หาทีก่ อ่ ใหเ้ กิดผลกระทบในดา้ นต่างๆ เพือ่ ประเมนิ แนวโน้มสถานการณโ์ ลก
ทจ่ี ะเกิดข้นึ ในอนาคต

ศึกษา วเิ คราะห์ แนวคิดและหลกั การการพัฒนาที่ยง่ั ยนื การมสี ่วนรว่ มขององคก์ รต่างๆ ท่ีมี
ตอ่ ชมุ ชน เพ่ือใหเ้ กดิ ระบบเศรษฐกิจแบบพงึ่ ตนเองในชมุ ชน ตามวถิ ไี ทย ศึกษาโครงการใน
พระราชดาริ ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น การดาเนินชวี ติ อย่างพอเพยี งและยง่ั ยืน เพอ่ื พัฒนาคุณภาพชวี ิต
สภาพแวดลอ้ ม เศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมและการปกครอง

ศกึ ษาและวิเคราะห์ ภาวะประชากรในดา้ นตา่ งๆ ปัจจัยดา้ นทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ มท่ีมีผล
ต่อคุณภาพชวี ิตท่แี ตกต่างกนั อันส่งผลถึงความหลากหลายประชากร ความเปน็ ธรรมในสังคม
ตลอดจนถึงสิทธมิ นษุ ยชนในสงั คม เพ่ือใหเ้ กิดการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต ผลกระทบที่เกิดขึน้ ทั้งใน
ระดบั ครอบครวั สงั คมประเทศชาติ

โดยใชท้ ฤษฎกี ารสร้างองคค์ วามรู้ สร้างองค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง เน้นกระบวนการสบื สอบ
กระบวนการคดิ การะบวนการสบื คน้ ข้อมูล การนาเสนอ เรยี บเรยี งข้อมลู อย่างเปน็ ลาดับข้นั ตอน
โดยใชภ้ าษาและการอ้างองิ อยา่ งถูกต้องในเชงิ วชิ าการ กระบวนการปฏบิ ตั โิ ดยการสร้างสรรค์ชิน้ งาน
จากประสบการณก์ ารเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง สามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตและสงั คมได้

เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ตระหนักถึงความสาคัญของการเปน็ พลโลก เขา้ ใจและ
เห็นคุณคา่ ความหลากหลายทางสังคมและวฒั นธรรม และรว่ มรับผิดชอบในผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ
ตระหนกั ถึงความสาคญั ของปญั หา คณุ คา่ ความเปน็ ธรรม สทิ ธมิ นุษยชน การพ่งึ พาอาศัยกนั ของ
พลเมอื ง เสนอแนะแนวทางการแกป้ ญั หา อนั จะนาส้กู ารพัฒนาอยา่ งยั่งยนื ของสังคมโลก

83

ผลการเรยี นรู้
1. ผูเ้ รยี นมที ักษะการวเิ คราะห์ ประเมนิ ข้อมลู ขา่ วสาร และทศั นคติความเห็นทแ่ี ตกตา่ งกนั

ซึ่งส่งผา่ นสือ่ และแหลง่ ขอ้ มลู ต่างๆ
2. ตระหนักถงึ บทบาทของเยาวชนในการแสดงออกถงึ ความรบั ผดิ ชอบท่ีมอี ทิ ธพิ ล สง่ ผล

ตอ่ ประเด็นต่างๆระดบั โลก
3. ตระหนกั ถึงคณุ คา่ ความถูกตอ้ งทางสังคมและเข้าใจตามสาคัญในความเสมอภาค ความ

ถกู ตอ้ ง ความโปร่งใสสาหรบั ทกุ คนในสงั คมเดียวกันและระหว่างสังคม ความเป็นธรรมในสงั คม
4. มีความเข้าใจและตระหนกั ในคุณคา่ ของสิทธิมนุษยชน รวมทง้ั กฎบตั ร อนุสญั ญาตา่ งๆ ที่

เก่ียวข้องตลอดจนสนธสิ ญั ญาและกฎหมายเกย่ี วกบั สิทธเิ ดก็ ของสหประชาชาติและของประเทศไทย
5. วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างมนุษย์ ทรพั ยากรสงิ่ แวดล้อม เศรษฐกจิ และการเมอื ง

การปกครอง ตระหนกั ในความสาคัญของการใชท้ รพั ยากรอยา่ งยงั่ ยนื
6. วิเคราะห์บทบาท ของสถาบนั องค์กร สนธสิ ญั ญา ตลอดจนบทบาทขององคก์ รพฒั นา

เอกชนและรฐั บาลของประเทศต่างๆ ที่นาสูก่ ารประสานประโยชน์ในการสรา้ งสันตภิ าพของโลก
7. วเิ คราะหผ์ ลกระทบของกระแสโลกาภวิ ตั น์และการเลอื กตัดสนิ ใจตา่ งๆทั้งในระดบั บคุ คล

และระดับโลก
8. วเิ คราะหป์ ญั หาสงั คมทีต่ ้องรว่ มมอื ปอ้ งกัน แก้ไขและอนรุ ักษ์ทงั่ ในประเทศและระดบั ลก

เพอ่ื กอ่ ให้เกิดความยัง่ ยนื ตลอดไป
9. มีความเข้าใจแนวคดิ หลกั การ การพฒั นาท่ียั่งยืน โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ

ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ อันนาสกู่ ารดาเนนิ ชวี ิตอย่างพอเพียง
10. มคี วามเข้าใจการพฒั นาคุณภาพประชากร
11. วเิ คราะห์ปจั จยั ความแตกตา่ ง ปญั หาและผลกระทบอนั เนอ่ื งมาจากคุณภาพประชากร
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู้

84

โครงสร้างรายวิชาระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนต้น
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาพลศึกษา

โรงเรยี นมธั ยมวานรนิวาส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

85

โครงสร้างรายวชิ า ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาพลศกึ ษา

รายวชิ าพ้ืนฐาน จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
พ23101 สุขศกึ ษา 1 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
พ23102 พลศึกษา 1 (ยืดหยนุ่ ) จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
พ22103 สุขศกึ ษา 2 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
พ22104 พลศึกษา(เทเบิลเทนนสิ ) จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
พ22101 สุขศึกษา 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
พ22102 พลศกึ ษา (กรีฑา 1) จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
พ22103 สขุ ศึกษา 4 จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
พ22104 พลศึกษา(กรฑี า 2) จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
พ23101 สขุ ศึกษา 5 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
พ23102 พลศกึ ษา (แบดมนิ ตัน) จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ
พ23103 สขุ ศึกษา 6 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
พ23104 พลศกึ ษา (วอลเลยบ์ อล)

86

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ 21101 สุขศึกษา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษาและพลศกึ ษา

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาและวเิ คราะห์ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ การดแู ลรักษาระบบ
ประสาท ระบบตอ่ มไรท้ ่อทมี่ ผี ลตอ่ สขุ ภาพและพฒั นาการของวยั รุ่น การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย
จติ ใจ อารมณแ์ ละพฒั นาการทางเพศ ลักษณะของผตู้ ดิ สารเสพติด อาการและการปอ้ งกนั การตดิ
สารเสพตดิ ความสัมพันธข์ องการใชส้ ารเสพติดกบั การเกดิ โรคและอุบัตเิ หตุ การชกั ชวนผอู้ น่ื ใหล้ ด
ละ เลิกสารเสพตดิ

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรู้จาก
ประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั เพอื่ ให้เกิดมี
ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสื่อสารสงิ่ ทีเ่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ

เพ่ือใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรักชาติ ศาสน์
กษตั รยิ ์ ซอื่ สัตยส์ ุจรติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย
มีจิตสาธารณะ

รหสั ตวั ช้วี ดั

พ 1.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
พ 5.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
รวมทัง้ หมด 8 ตวั ชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version