The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by marut.03122535, 2022-09-17 10:33:07

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

137

คาอธิบายรายวิชา

อ20215 Speaking 1 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาท่ีใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสภุ าพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองใกล้ตัว สถานการณต์ ่างๆ ใน
ชีวิตประจาวัน การสนทนาขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณต์ า่ งๆ ข่าว
เหตกุ ารณ์ ประเด็นทอ่ี ยูใ่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่างๆ ภาษาทีใ่ ช้ในการแสดงความรูส้ ึก
ความคดิ เห็น และใหเ้ หตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสียใจ มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ สวย น่า
เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี จากขา่ ว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ติ ประจาวัน การเลอื กใช้ภาษา นา้ เสยี ง
และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การ
ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ การพดู ขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การ
โบกมอื การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ

โดยใช้กระบวนการเรียนร้จู ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการ
พูด สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานร่วมกับผ้อู น่ื อยา่ งมีความสขุ และรจู้ กั นาหลกั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /
เหตกุ ารณ์ ประเด็นท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณจ์ าลองหรือ
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

138

คาอธิบายรายวิชา

อ20216 Speaking 2 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาที่ใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสภุ าพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณต์ ่างๆ ใน
ชีวิตประจาวัน การสนทนาขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณต์ า่ งๆ ข่าว
เหตกุ ารณ์ ประเด็นที่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆ ภาษาทีใ่ ช้ในการแสดงความรูส้ ึก
ความคดิ เห็น และให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสยี ใจ มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ สวย น่า
เกลยี ด เสียงดัง ดี ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ิตประจาวัน การเลอื กใช้ภาษา นา้ เสยี ง
และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การ
ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ การพดู ขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การ
โบกมอื การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกลา่ วอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนร้จู ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการ
พูด สามารถนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกับผู้อน่ื อยา่ งมีความสขุ และรจู้ กั นาหลกั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขยี นโต้ตอบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /
เหตกุ ารณ์ ประเด็นท่อี ยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลองหรือ
สถานการณจ์ ริงอยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

139

คาอธิบายรายวิชา

อ20217 Speaking 3 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาท่ใี ชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การ
พดู แทรกอยา่ งสุภาพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองใกล้ตัว สถานการณต์ า่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจาวนั การสนทนาขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณต์ า่ งๆ ข่าว
เหตกุ ารณ์ ประเดน็ ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่างๆ ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความรูส้ ึก
ความคดิ เห็น และใหเ้ หตผุ ลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสยี ใจ มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ สวย น่า
เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ิตประจาวัน การเลอื กใชภ้ าษา นา้ เสยี ง
และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ
ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การ
โบกมอื การแสดงความรูส้ ึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ

โดยใช้กระบวนการเรียนร้จู ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการ
พดู สามารถนาเสนอข้อมูลดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรค์และมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกับผ้อู นื่ อย่างมีความสุขและรจู้ กั นาหลกั
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /
เหตกุ ารณ์ ประเดน็ ท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลองหรือ
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่อื งตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตกุ ารณ์อย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

140

คาอธิบายรายวิชา

อ20218 Speaking 4 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสภุ าพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่ืองใกล้ตัว สถานการณต์ า่ งๆ ใน
ชีวิตประจาวัน การสนทนาข้อมูลเก่ียวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณต์ า่ งๆ ข่าว
เหตกุ ารณ์ ประเด็นทอ่ี ยูใ่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆ ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความรูส้ ึก
ความคดิ เห็น และใหเ้ หตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสยี ใจ มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ สวย น่า
เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ิตประจาวัน การเลอื กใชภ้ าษา นา้ เสยี ง
และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ระดบั ของภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ
ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหนา้ ท่าทางประกอบ การพดู ขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การ
โบกมอื การแสดงความรู้สกึ ชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ

โดยใช้กระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการ
พูด สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวิธกี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกับผ้อู นื่ อย่างมีความสุขและรจู้ กั นาหลกั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /
เหตกุ ารณ์ ประเด็นท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลองหรือ
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรือ่ งตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

141

คาอธิบายรายวิชา

อ20219 Speaking 5 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาท่ีใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การ

พูดแทรกอย่างสภุ าพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่ืองใกล้ตัว สถานการณต์ า่ งๆ ใน

ชีวิตประจาวัน การสนทนาขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณต์ า่ งๆ ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ ประเด็นทอ่ี ยูใ่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ

ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆ ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความรูส้ ึก

ความคดิ เห็น และใหเ้ หตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสยี ใจ มีความสุข เศรา้ หวิ รสชาติ สวย น่า

เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ิตประจาวัน การเลอื กใชภ้ าษา นา้ เสยี ง

และกิริยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ

ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ การพดู ขณะแนะนาตนเอง การสมั ผสั มือ การ

โบกมอื การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ

โดยใช้กระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการ

พูด สามารถนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกับผ้อู นื่ อย่างมีความสุขและรูจ้ กั นาหลกั

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว /
เหตกุ ารณ์ ประเด็นท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลองหรือ
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรือ่ งตา่ งๆ กิจกรรม ประสบการณ์
และขา่ ว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรียนรู้

142

คาอธิบายรายวิชา

อ20220 Speaking 6 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาภาษาท่ีใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คล การทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ
พูดแทรกอย่างสภุ าพ การชักชวน การแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่ืองใกลต้ วั สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวิตประจาวัน การสนทนาขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ขา่ ว
เหตกุ ารณ์ ประเด็นทอ่ี ยูใ่ นความสนใจของสงั คม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆ ภาษาทใี่ ช้ในการแสดงความรู้สึก
ความคดิ เห็น และใหเ้ หตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสยี ใจ มีความสุข เศรา้ หวิ รสชาติ สวย น่า
เกลยี ด เสียงดงั ดี ไมด่ ี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ติ ประจาวัน การเลอื กใชภ้ าษา นา้ เสยี ง
และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การ
ขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ การพดู ขณะแนะนาตนเอง การสมั ผัสมือ การ
โบกมอื การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรอื ปฏิเสธ

โดยใช้กระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ เทคโนโลยี สอื่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกึ ทักษะการ
พูด สามารถนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและสรา้ งสรรคแ์ ละมปี ระสิทธิภาพ

เห็นประโยชนข์ องการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกบั ผ้อู นื่ อยา่ งมคี วามสขุ และรูจ้ กั นาหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้

1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ขา่ ว /
เหตกุ ารณ์ ประเด็นท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสาร อย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
2. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลองหรอื
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม
3. พูดบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรือ่ งตา่ งๆ กจิ กรรม ประสบการณ์
และข่าว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตุผล
4. เลือกใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองท่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

143

อ 20221 สนทนาภาษาอังกฤษ 1 คาอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสั้นๆ คาชแ้ี จง คาแนะนา คาบรรยาย และอธบิ าย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมูล ตคี วาม เขา้ ใจขา่ วสาร ขอ้ มลู ประเภทตา่ งๆ จากสื่อ วัฒนธรรม ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ า่ งๆ และสอื่ การเรียนรู้ใหเ้ ก่ยี วโยงสมั พนั ธ์กับกลุม่ สาระ
การเรยี นรอู้ น่ื โดยมีการใชส้ อ่ื เทคโนโลยีเพอ่ื ค้นควา้ พฒั นาความรูใ้ หมใ่ หม้ ากข้ึนใชภ้ าษาเพ่อื การสือ่ สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื คน้ ข้อมูลจากสอื่ ประเภทตา่ งๆ ทั้งทเ่ี ป็นสิง่ พิมพ์และไมใ่ ช่สงิ่ พิมพ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลิดเพลนิ ในการสบื คน้ ข้อมลู ข่าวสาร บทความ สารคดี คน้ หาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมไทย และภาษากบั วัฒนธรรมเจา้ ของภาษาและทไ่ี มใ่ ช่เจา้ ของภาษา พดู สือ่ สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรอื ใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ทอ้ งถ่นิ และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เห็น
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคัญหรือบรกิ ารในท้องถน่ิ มีความรแู้ ละแลกเปลยี่ นประสบการณต์ ่างๆ กับ
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสมกับบคุ คล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี ส่อื การเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทกั ษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวิธีการทห่ี ลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ

เหน็ ประโยชน์ของการใช้ภาษาอังกฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกับผูอ้ น่ื อย่างมคี วามสุขโดยร้จู ักควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวต่อรองอย่างมีเหตผุ ลและรูจ้ ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ
ดารงชีวติ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเกี่ยวกบั ชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานท่ตี า่ งๆ ไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพือ่ นาเสนอขอ้ มูลสว่ นตัวได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ทแ์ ละสานวนมาประยกุ ต์ใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง
8. นาความรูไ้ ปปฎิบตั ิงานอาชีพไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจา้ ของภาษาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
10. นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ีไ่ ดร้ ับไปบรู ณาการกบั วิชาอืน่ ๆได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

144

อ 20222 สนทนาภาษาอังกฤษ 2 คาอธิบายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาส้นั ๆ คาชแ้ี จง คาแนะนา คาบรรยาย และอธบิ าย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมูล ตคี วาม เขา้ ใจขา่ วสาร ข้อมลู ประเภทตา่ งๆ จากสอื่ วฒั นธรรม ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ า่ งๆ และสอ่ื การเรียนรูใ้ หเ้ ก่ยี วโยงสมั พนั ธ์กบั กลมุ่ สาระ
การเรยี นรอู้ น่ื โดยมีการใชส้ อ่ื เทคโนโลยีเพอ่ื ค้นควา้ พัฒนาความร้ใู หม่ให้มากขึน้ ใชภ้ าษาเพื่อการสือ่ สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื คน้ ขอ้ มูลจากส่ือประเภทตา่ งๆ ทัง้ ที่เป็นส่ิงพิมพ์และไมใ่ ช่สง่ิ พมิ พ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลิดเพลินในการสืบคน้ ขอ้ มลู ข่าวสาร บทความ สารคดี ค้นหาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมไทย และภาษากับวฒั นธรรมเจา้ ของภาษาและท่ีไมใ่ ชเ่ จา้ ของภาษา พดู สอ่ื สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรือใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ทอ้ งถิน่ และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เห็น
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคัญหรือบรกิ ารในทอ้ งถิน่ มีความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณต์ า่ งๆ กบั
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสมกบั บุคคล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี สื่อการเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวธิ ีการทหี่ ลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ

เหน็ ประโยชน์ของการใช้ภาษาอังกฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผูอ้ นื่ อยา่ งมคี วามสขุ โดยรู้จกั ควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวต่อรองอย่างมเี หตผุ ลและรจู้ ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการ
ดารงชีวติ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเก่ยี วกบั ชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานท่ตี า่ งๆ ได้อยา่ งคล่องแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพือ่ นาเสนอขอ้ มูลส่วนตวั ได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ทแ์ ละสานวนมาประยกุ ตใ์ ช้ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
8. นาความรูไ้ ปปฎิบตั ิงานอาชพี ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจา้ ของภาษาได้อยา่ งถูกต้อง
10. นักเรยี นสามารถนาความรู้ที่ได้รบั ไปบรู ณาการกับวิชาอ่ืนๆได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรียนรู้

145

อ 20223 สนทนาภาษาอังกฤษ 3 คาอธบิ ายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสนั้ ๆ คาชี้แจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธิบาย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมูล ตคี วาม เขา้ ใจขา่ วสาร ข้อมลู ประเภทตา่ งๆ จากสอ่ื วัฒนธรรม ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารได้เหมาะสมกับกาลเทศะ สถานการณต์ า่ งๆ และสอื่ การเรียนรู้ใหเ้ ก่ยี วโยงสมั พนั ธก์ บั กลมุ่ สาระ
การเรยี นรอู้ น่ื โดยมกี ารใช้สอ่ื เทคโนโลยีเพอ่ื คน้ ควา้ พัฒนาความรใู้ หมใ่ หม้ ากขนึ้ ใชภ้ าษาเพอื่ การส่อื สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื คน้ ขอ้ มูลจากสอื่ ประเภทตา่ งๆ ทงั้ ทีเ่ ปน็ สง่ิ พมิ พ์และไมใ่ ชส่ ่ิงพมิ พ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลิดเพลนิ ในการสืบคน้ ขอ้ มลู ข่าวสาร บทความ สารคดี ค้นหาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมไทย และภาษากบั วัฒนธรรมเจา้ ของภาษาและทีไ่ มใ่ ชเ่ จา้ ของภาษา พดู สอ่ื สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรือใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกับทอ้ งถ่ิน และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เห็น
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคัญหรือบริการในท้องถนิ่ มคี วามรู้และแลกเปลีย่ นประสบการณต์ ่างๆ กบั
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสมกบั บุคคล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี ส่ือการเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวิธกี ารที่หลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ

เหน็ ประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผอู้ น่ื อยา่ งมคี วามสุขโดยรู้จกั ควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวต่อรองอยา่ งมีเหตุผลและรูจ้ ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการ
ดารงชีวติ

ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเกี่ยวกบั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
3. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานทตี่ า่ งๆ ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพอ่ื นาเสนอข้อมูลสว่ นตัวได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ทแ์ ละสานวนมาประยกุ ตใ์ ช้ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
8. นาความรูไ้ ปปฏิบตั ิงานอาชีพไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจา้ ของภาษาไดอ้ ย่างถกู ต้อง
10. นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ีไ่ ด้รบั ไปบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ ๆได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรียนรู้

146

อ 20224 สนทนาภาษาอังกฤษ 4 คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสน้ั ๆ คาชี้แจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธบิ าย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมลู ตีความ เขา้ ใจขา่ วสาร ขอ้ มูลประเภทตา่ งๆ จากส่อื วัฒนธรรม ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ ่างๆ และส่อื การเรียนรู้ใหเ้ กี่ยวโยงสมั พนั ธก์ ับกลมุ่ สาระ
การเรยี นรอู้ ืน่ โดยมกี ารใชส้ ่ือเทคโนโลยเี พอ่ื คน้ ควา้ พฒั นาความร้ใู หมใ่ หม้ ากขึ้นใชภ้ าษาเพ่อื การสอื่ สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื คน้ ข้อมูลจากสื่อประเภทตา่ งๆ ทั้งท่ีเป็นส่งิ พิมพ์และไมใ่ ช่ส่งิ พิมพ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลดิ เพลินในการสบื คน้ ข้อมลู ข่าวสาร บทความ สารคดี ค้นหาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมไทย และภาษากบั วฒั นธรรมเจ้าของภาษาและท่ีไมใ่ ช่เจา้ ของภาษา พดู ส่อื สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรอื ใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ทอ้ งถิ่น และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เหน็
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกจิ กรรม สนิ ค้าสาคญั หรอื บริการในท้องถ่นิ มคี วามรู้และแลกเปลยี่ นประสบการณต์ า่ งๆ กับ
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวัฒนธรรม งานเทศกาลไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสมกบั บคุ คล กาลเทศะ

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากส่ือเทคโนโลยี ส่ือการเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทกั ษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมูลด้วยวิธกี ารท่ีหลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ

เหน็ ประโยชน์ของการใช้ภาษาองั กฤษในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกับผู้อน่ื อยา่ งมคี วามสุขโดยรจู้ ักควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ นา้ วต่อรองอยา่ งมเี หตผุ ลและรจู้ ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการ
ดารงชีวติ

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถสนทนาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์
2. นกั เรียนสามารถสนทนาเกีย่ วกบั ชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. นกั เรยี นสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
4. นักเรยี นสามารถพดู แนะนาสถานท่ีตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรียนสามารถพดู เพ่อื นาเสนอข้อมลู ส่วนตัวได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ท์และสานวนมาประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
8. นาความรู้ไปปฏิบตั ิงานอาชพี ได้อยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจ้าของภาษาได้อย่างถกู ต้อง
10. นักเรียนสามารถนาความรู้ทไ่ี ดร้ บั ไปบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ ๆได้
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรียนรู้

147

อ 20225 สนทนาภาษาองั กฤษ 5 คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสน้ั ๆ คาชแ้ี จง คาแนะนา คาบรรยาย และอธิบาย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมูล ตีความ เขา้ ใจขา่ วสาร ขอ้ มลู ประเภทตา่ งๆ จากสื่อ วัฒนธรรม ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ ่างๆ และส่ือการเรียนรู้ใหเ้ ก่ยี วโยงสมั พนั ธก์ ับกล่มุ สาระ
การเรยี นรอู้ ืน่ โดยมกี ารใชส้ ือ่ เทคโนโลยเี พ่ือค้นควา้ พัฒนาความรใู้ หมใ่ หม้ ากข้ึนใชภ้ าษาเพ่อื การสอื่ สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื ค้นขอ้ มูลจากส่ือประเภทตา่ งๆ ทงั้ ทเ่ี ปน็ สง่ิ พิมพ์และไมใ่ ช่สง่ิ พิมพ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลดิ เพลินในการสบื คน้ ข้อมลู ขา่ วสาร บทความ สารคดี ค้นหาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมไทย และภาษากับวัฒนธรรมเจา้ ของภาษาและทไ่ี มใ่ ช่เจา้ ของภาษา พดู สือ่ สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรอื ใหข้ ้อมลู เก่ียวกบั ทอ้ งถิน่ และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เห็น
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกิจกรรม สินคา้ สาคญั หรือบริการในท้องถน่ิ มีความร้แู ละแลกเปลยี่ นประสบการณต์ ่างๆ กับ
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวัฒนธรรม งานเทศกาลไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสมกับบคุ คล กาลเทศะ

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้จากสอื่ เทคโนโลยี สอ่ื การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทกั ษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรียนทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวิธีการท่ีหลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธภิ าพ

เหน็ ประโยชนข์ องการใช้ภาษาอังกฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื อย่างมคี วามสุขโดยรจู้ ักควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ นา้ วตอ่ รองอย่างมเี หตุผลและรูจ้ กั นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ
ดารงชีวติ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรียนสามารถสนทนาเก่ยี วกบั ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3. นกั เรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ
4. นักเรยี นสามารถพดู แนะนาสถานที่ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพื่อนาเสนอข้อมูลสว่ นตัวได้
6. นกั เรียนเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา
7. นาคาศพั ทแ์ ละสานวนมาประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
8. นาความรไู้ ปปฏบิ ตั ิงานอาชพี ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
9. สามารถสนทนากบั เจา้ ของภาษาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
10. นกั เรียนสามารถนาความรูท้ ่ีได้รับไปบรู ณาการกับวิชาอืน่ ๆได้
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้

148

อ 20226 สนทนาภาษาอังกฤษ 6 คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาส้ันๆ คาชี้แจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธบิ าย บรรยาย
เปรียบเทียบ ใหข้ ้อมูล ตคี วาม เขา้ ใจขา่ วสาร ขอ้ มลู ประเภทตา่ งๆ จากส่อื วฒั นธรรม ประเพณขี องเจ้าของภาษา ใช้
ภาษาเพอื่ การส่อื สารได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ า่ งๆ และสือ่ การเรียนรูใ้ หเ้ ก่ยี วโยงสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระ
การเรยี นรอู้ น่ื โดยมีการใชส้ อ่ื เทคโนโลยีเพอ่ื ค้นควา้ พัฒนาความรใู้ หมใ่ หม้ ากขึน้ ใชภ้ าษาเพื่อการส่อื สาร ฟัง พดุ อา่ น
เขยี น และใช้ทกั ษะภาษาในการสบื คน้ ข้อมูลจากสอื่ ประเภทตา่ งๆ ทัง้ ที่เปน็ สิ่งพิมพ์และไมใ่ ชส่ ง่ิ พิมพ์ แสวงหาความรู้
โดยใช้สอ่ื และเทคโนโลยี มคี วามรคู้ วามเพลิดเพลนิ ในการสืบคน้ ขอ้ มูลข่าวสาร บทความ สารคดี ค้นหาความ
แตกต่างระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมไทย และภาษากับวัฒนธรรมเจา้ ของภาษาและท่ีไมใ่ ชเ่ จา้ ของภาษา พดู ส่อื สาร
โดยใชภ้ าษาท่าทาง พดุ แนะนา พดู บรรยายหรอื ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกับทอ้ งถิ่น และชุมชนของตนเอง แสดงความคดิ เห็น
แลกเปลีย่ นขอ้ มูล บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคัญหรอื บริการในท้องถ่นิ มคี วามรแู้ ละแลกเปลี่ยนประสบการณต์ า่ งๆ กบั
เจ้าของภาษาท้ังทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั บุคคล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี ส่ือการเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะการสนทนา
ภาษาอังกฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลด้วยวธิ กี ารท่ีหลากหลายและ
สรา้ งสรรคแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ

เหน็ ประโยชน์ของการใช้ภาษาอังกฤษในการปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผอู้ น่ื อยา่ งมคี วามสุขโดยรู้จกั ควบคมุ ตนเอง
อยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวตอ่ รองอย่างมีเหตุผลและรูจ้ กั นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการ
ดารงชีวติ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเกี่ยวกบั ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานที่ตา่ งๆ ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพือ่ นาเสนอข้อมลู สว่ นตัวได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา
7. นาคาศพั ทแ์ ละสานวนมาประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้อยา่ งถูกตอ้ ง
8. นาความรูไ้ ปปฏิบตั ิงานอาชีพไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจา้ ของภาษาได้อย่างถกู ตอ้ ง
10. นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ีไ่ ด้รบั ไปบรู ณาการกบั วชิ าอ่ืนๆได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

149

คาอธบิ ายรายวิชา ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาจีน

โรงเรียนมัธยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

150

โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาษาจีน

รายวิชาพ้นื ฐาน จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
- จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
จ20201 การฟัง-พดู ภาษาจนี 1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
จ20202 การฟัง-พูดภาษาจนี 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
จ20203 การฟงั -พูดภาษาจนี 3
จ20204 การฟงั -พูดภาษาจนี 4
จ20205 การอ่านภาษาจนี 1
จ20206 การอา่ นภาษาจีน 2

จ20201 การฟงั -พูดภาษาจีน 1 151
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
คาอธบิ ายรายวิชา

กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

ปฏบิ ัตติ ามคาสง่ั คาขอร้อง คาแนะนา และอธิบายท่ีฟงั และอา่ นง่าย ๆ อา่ นออกเสยี งตัวอักษร
คาศัพท์ ตามระบบพนิ อิน เลือกภาพตรงกบั ความหมายของคาและกลุ่มคาท่ฟี ัง เขียนคา กลุ่มคา ประโยค
สั้น ๆ งา่ ย ๆ ใหส้ ัมพันธก์ บั สอื่ ทเี่ ป็นความเรียงและไม่ใชค่ วามเรยี ง พดู โต้ตอบดว้ ยคาและประโยคสนั้ ๆ
งา่ ย ๆ ในการส่อื สารระหว่างบุคคล ใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ วั

โดยใชก้ ิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษาและกิจกรรมการฝกึ ให้รวู้ ธิ กี ารเรยี นภาษาดว้ ยพดู และ
ทาทา่ ทางสุภาพตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจนี บอกความร้สู กึ ของตนเองเกีย่ วกบั สง่ิ ตา่ ง ๆ
ใกล้ตัว ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับเทศกาล วนั สาคัญ งานฉลอง และชวี ิตความเป็นอย่งู ่าย ๆ ของเจา้ ของภาษา
โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการคิด

เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถใชภ้ าษาจนี เบอ้ื งตน้ สอื่ สารอย่างงา่ ยๆ เห็นประโยชนข์ องการรภู้ าษาและ
วัฒนธรรมจนี ใชภ้ าษาเปน็ เครอื่ งมือในการคน้ คว้าหาความรู้ มศี ักยภาพในการคิดและ การทางานอยา่ ง
สรา้ งสรรค์ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มีความซอ่ื สตั ย์ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มีความมงุ่ ม่ันในการทางาน มจี ิต
สาธารณะ มคี า่ นยิ มทเี่ หมาะสมและรจู้ กั นาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดารงชวี ิต

ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบัตติ ามคาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา และอธบิ ายที่ฟังและอา่ นงา่ ย ๆ
2. อ่านออกเสยี งตวั อักษร คาศัพท์ ตามระบบพินอนิ
3. เลือกภาพตรงกับความหมายของคาและกล่มุ คาท่ีฟัง
4. เขยี นคา กลุ่มคา ประโยคสน้ั ๆ งา่ ย ๆ ให้สัมพนั ธก์ ับสอื่ ที่เปน็ ความเรยี งและไม่ใชค่ วาม

เรียง
5. พูดโตต้ อบด้วยคาและประโยคสนั้ ๆ ง่าย ๆ ในการสอื่ สารระหวา่ งผลการเรียนรู้
6. ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกล้ตัว
7. พูดและทาทา่ ทางสภุ าพตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจีน
8. บอกความรู้สกึ ของตนเองเกย่ี วกบั ส่งิ ต่าง ๆ ใกล้ตัว
9. ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับเทศกาล วันสาคญั งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยงู่ ่าย ๆ ของเจา้ ของ

ภาษา
รวม 9 ผลการเรียนรู้

จ20202 การฟงั -พดู ภาษาจนี 2 152
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
คาอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต

ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง คาแนะนา และอธิบายทีฟ่ ังและอา่ นงา่ ย ๆ อ่านออกเสยี งตัวอักษร
คาศพั ท์ ตามระบบพินอิน เลอื กภาพตรงกับความหมายของคาและกล่มุ คาที่ฟงั เขยี นคา กลุ่มคา ประโยค
สน้ั ๆ งา่ ย ๆ ให้สัมพนั ธก์ บั สอื่ ท่ีเป็นความเรียงและไม่ใชค่ วามเรียง พูดโต้ตอบดว้ ยคาและประโยคสั้น ๆ
ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล ให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง และเรือ่ งใกล้ตวั

โดยใช้กจิ กรรมการฝึกทักษะทางภาษาและกิจกรรมการฝกึ ให้รวู้ ธิ ีการเรยี นภาษาดว้ ยพดู และ
ทาทา่ ทางสุภาพตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของจนี บอกความร้สู กึ ของตนเองเก่ียวกับสิง่ ตา่ ง ๆ
ใกล้ตวั ใหข้ ้อมูลเกีย่ วกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง และชวี ิตความเป็นอยงู่ า่ ย ๆ ของเจา้ ของภาษา

เบ้ืองตน้ ส่อื สารอยา่ งง่ายๆ เห็นประโยชนข์ องการรูภ้ าษาและวัฒนธรรมจีน ใชภ้ าษาเปน็
เคร่ืองมอื ในการคน้ คว้าหาความรู้ มศี ักยภาพในการคิดและ การทางานอย่างสรา้ งสรรค์ มวี ินยั ใฝ่
เรยี นรู้ มีความซอ่ื สตั ย์ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน มีจติ สาธารณะ มีคา่ นยิ มท่ี
เหมาะสมและรจู้ ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชวี ิต

ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบตั ติ ามคาสัง่ คาขอร้อง คาแนะนา และอธิบายทฟี่ งั และอา่ นง่าย ๆ
2. อ่านออกเสียงตวั อกั ษร คาศพั ท์ ตามระบบพินอิน
3. เลือกภาพตรงกับความหมายของคาและกล่มุ คาทีฟ่ งั
4. เขยี นคา กล่มุ คา ประโยคสัน้ ๆ งา่ ย ๆ ให้สมั พนั ธ์กับสอ่ื ท่ีเป็นความเรยี งและไม่ใช่
ความเรียง
5. พดู โตต้ อบดว้ ยคาและประโยคสน้ั ๆ งา่ ย ๆ ในการส่อื สารระหว่างผลการเรียนรู้
6. ใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกลต้ วั
7. พูดและทาท่าทางสภุ าพตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจนี
8. บอกความรูส้ กึ ของตนเองเกีย่ วกบั สง่ิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตัว
9. ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั เทศกาล วันสาคญั งานฉลอง และชีวติ ความเป็นอยงู่ ่าย ๆ ของเจา้ ของ
ภาษาและ ประเทศในประชาคมอาเซยี น

รวม 9 ผลการเรียนรู้

จ20203 การฟงั -พูดภาษาจีน 3 153
ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น
คาอธบิ ายรายวิชา

กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา และอธบิ ายที่ฟงั และอา่ นงา่ ย ๆ อ่านออกเสยี งตวั อักษร
คาศัพท์ ตามระบบพินอนิ เลอื กภาพตรงกบั ความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟงั เขียนคา กลมุ่ คา ประโยค
สน้ั ๆ ง่าย ๆ ใหส้ ัมพันธ์กบั สอ่ื ทเี่ ป็นความเรยี งและไม่ใชค่ วามเรยี ง พดู โต้ตอบดว้ ยคาและประโยคสั้น ๆ
ง่าย ๆ ในการสอ่ื สารระหวา่ งบุคคล ใหข้ ้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ วั

โดยใชก้ จิ กรรมการฝึกทกั ษะทางภาษาและกจิ กรรมการฝกึ ให้รวู้ ธิ ีการเรยี นภาษาดว้ ยพดู และ
ทาทา่ ทางสุภาพตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของจนี บอกความรู้สกึ ของตนเองเกย่ี วกบั สงิ่ ตา่ ง ๆ
ใกล้ตวั ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั เทศกาล วนั สาคญั งานฉลอง และชวี ติ ความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจา้ ของภาษา

เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถใชภ้ าษาจนี เบือ้ งต้นสอื่ สารอยา่ งง่ายๆ เหน็ ประโยชน์ของการรภู้ าษา
และวฒั นธรรมจีน ใชภ้ าษาเปน็ เครอื่ งมอื ในการค้นควา้ หาความรู้ มีศักยภาพในการคิดและ การ
ทางานอยา่ งสรา้ งสรรค์ มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มีความซอ่ื สัตย์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มคี วามมุ่งม่นั ในการ
ทางาน มจี ติ สาธารณะ มคี ่านยิ มที่เหมาะสมและรจู้ ักนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการ
ดารงชวี ิต

ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบตั ติ ามคาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา และอธิบายทฟี่ งั และอา่ นง่าย ๆ
2. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คาศัพท์ ตามระบบพินอนิ
3. เลือกภาพตรงกบั ความหมายของคาและกลุ่มคาทฟ่ี ัง
4. เขยี นคา กลุ่มคา ประโยคสัน้ ๆ งา่ ย ๆ ใหส้ ัมพันธก์ ับสอ่ื ทเ่ี ป็นความเรยี งและไม่ใช่
ความเรียง
5. พดู โต้ตอบด้วยคาและประโยคสั้น ๆ งา่ ย ๆ ในการสื่อสารระหว่างผลการเรยี นรู้
6. ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเอง และเร่อื งใกล้ตัว
7. พูดและทาทา่ ทางสภุ าพตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของจนี
8. บอกความรู้สกึ ของตนเองเกย่ี วกบั สิง่ ตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
9. ให้ข้อมลู เกยี่ วกบั เทศกาล วนั สาคญั งานฉลอง และชีวิตความเปน็ อยงู่ า่ ย ๆ ของเจา้ ของ
ภาษาและ ประเทศในประชาคมอาเซียน

รวม 9 ผลการเรยี นรู้

154

คาอธบิ ายรายวิชา

จ20204 การฟงั -พูดภาษาจีน 4 กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ

การสนทนาขอ้ มูล ข่าวสาร เรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ ัวประสบการณ์ และเรอ่ื งทีอ่ ย่ใู นความสนใจของ

สังคม การใชภ้ าษาจนี ส่ือสารในสถานการณจ์ ริงหรอื สถานการณจ์ าลองทเี่ กดิ ข้นึ ในชวี ติ ประจาวัน การ

คน้ คว้า รวบรวม เกีย่ วกบั กลุม่ สาระการเรยี นรอู้ ่นื จากแหล่งเรยี นรแู้ ละนาเสนอด้วยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย

การเลอื กใช้ภาษา ฟังเสยี ง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกบั บคุ คล โอกาสและสถานทตี่ ามมารยาทสังคมและ

วัฒนธรรมจีน

โดยใช้กิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษาและกิจกรรมการฝึกให้ร้วู ิธีการเรียนภาษาด้วยการพูด

และเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์

ข่าว เหตุการณ์ พรอ้ มให้เหตุผลประกอบ การพูดและเขียนเพอ่ื ขอและให้ข้อมูล อธบิ าย เปรียบเทยี บ

และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังและอ่าน การบอกความต้องการของตนเอง เพื่อและ

ครอบครัว การพูดหรือเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องราว

ชวี ติ ประจาวัน

เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนสามารถใชภ้ าษาจนี เบ้ืองตน้ สอ่ื สารอยา่ งงา่ ยๆ เหน็ ประโยชน์ของการรภู้ าษา

และวัฒนธรรมจนี ใชภ้ าษาเปน็ เคร่อื งมอื ในการค้นคว้าหาความรู้ มศี ักยภาพในการคดิ และ การ

ทางานอยา่ งสรา้ งสรรค์ มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มคี วามซอื่ สตั ย์ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มคี วามมุง่ มนั่ ในการ

ทางาน มจี ติ สาธารณะ มีคา่ นิยมทีเ่ หมาะสมและรูจ้ กั นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ

ดารงชวี ิต

ผลการเรยี นรู้

1.ใช้ภาษาจีนสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริงหรอื สถานการณ์จาลองทเี่ กิดข้ึนในชวี ิตประจาวนั

2.ค้นคว้า รวบรวม เก่ยี วกับกล่มุ สาระการเรียนรอู้ ่ืน จากแหลง่ เรยี นรูแ้ ละนาเสนอด้วยวธิ ีการที่

หลากหลาย

3.เลือกใช้ภาษา ฟังเสียง และกริ ิยาทา่ ทางเหมาะกบั บุคคล โอกาสและสถานทตี่ ามมารยาทสังคม

และวฒั นธรรมจนี

4.พูดและเขยี นบรรยายความรูส้ กึ และความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกับเรือ่ งต่าง ๆ กิจกรรม

ประสบการณ์ ข่าว เหตกุ ารณ์ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ

5.บอกความต้องการของตนเอง เพอ่ื และครอบครวั

6. พูดหรือเขียนแสดงความรสู้ ึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกบั เรอื่ งราวชวี ิตประจาวัน

7. พูดและสรุปใจความสาคญั สาระ หรอื หวั ข้อเรอ่ื งทีไ่ ด้จากการ วเิ คราะห์ เหตกุ ารณ์ และสถานท่ี

อยใู่ นความสนใจ

155

8.พดู และเขียนแสดงความต้องการ ขอและเสนอให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับ และปฏิเสธใน
สถานการณ์ต่าง ๆ

9.เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
10. บอกความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาลงานฉลอง และประเพณขี องจนี กบั ของ
ไทยและประเทศอาเซยี น

รวม 11 ผลการเรียนรู้

156

คาอธิบายรายวิชา

จ20205 การอา่ นภาษาจนี 1 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแ้ี จง คาอธิบายงา่ ย ๆทฟ่ี งั และอ่าน หลกั การอ่านออกเสยี ง

ประโยค ข้อความ ให้สมั พนั ธก์ ับส่ือท่ีไมใ่ ช่ความเรียง ขา่ ว ประกาศ ท่อี ยู่ในความสนใจของสังคม ข้อมลู

เกีย่ วกบั ตนเอง กิจกรรมและสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวัน ความคดิ เหน็ ของตนเอง กิจวตั ร

ประจาวันประสบการณแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ ัว บทสนทนา นิทาน และบทรอ้ ยกรองสน้ั ๆ และชวี ติ ความ

เปน็ อยวู่ ัฒนธรรมคนจีน

โดยใช้กิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษาและกิจกรรมการฝึกให้รู้วิธีการเรียนภาษาด้วยการ

ปฏิบัติ เบือก ระบุ ใช้คา อ่านออกเสียงถูกต้องตามหบักการอ่าน เปรียบเทียบ แลกเปล่ียนข้อมูล จับ

ใจความสาคัญ ตอบคาถาม พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองใกล้ตัว กิจกรรม

ต่าง ๆ พร้อมให้เหตุผลประกอบสั้น ๆ เข้าร่วมกิจกรรม เกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจาวัน

ประสบการณแ์ ละส่งิ แวดล้อมใกล้ตวั บทสนทนา นิทาน และบทร้อยกรองสน้ั ๆ และชีวติ ความเป็นอยู่

ของคนจีน

เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนสามารถใชภ้ าษาจีนเบอ้ื งตน้ สอื่ สารอยา่ งง่ายๆ เห็นประโยชนข์ องการรู้ภาษา

และวัฒนธรรมจีน ใชภ้ าษาเปน็ เคร่ืองมอื ในการค้นคว้าหาความรู้ มีศักยภาพในการคิดและ การ

ทางานอยา่ งสรา้ งสรรค์ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มีความซื่อสตั ย์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มีความมงุ่ มัน่ ในการ

ทางาน มจี ติ สาธารณะ มคี ่านิยมท่ีเหมาะสมและร้จู กั นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ

ดารงชวี ิต

ผลการเรยี นรู้

1. ปฏิบัติตามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้แี จง แบะคาอธิบายงา่ ย ๆ ทฟ่ี ังและอา่ น

2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าวสาร ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลกั การ

อา่ น

3. ระบุ เขียนประโยค และขอ้ ความ ใหส้ ัมพนั ธก์ บั สอื่ ท่ีไม่ใชค่ วามเรียง รูปแบบตา่ ง ๆ ทีอ่ า่ น

4. เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเหน็

เกีย่ วกับเรอื่ งท่ฟี งั และอา่ น พรอ้ มทั้งให้เหตผุ ลและยกตัวอยา่ งง่าย ๆ ประกอบ

5. สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ วั และสถานการต์ ่าง ๆ ใน

ชวี ติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม

6. . ใชค้ าขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ ายตามสถารการณ์

157

7. พูดและเขียนสรปุ ใจความสาคัญแกน่ สาระ หวั ขอ้ เรือ่ งทไี่ ด้จากการวเิ คราะหเ์ รอื่ ง/ ขา่ ว /
เหตุการณ์ที่อย่ใู นความสนใจของสงั คม

8. ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ / สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา
และชมุ ชน

รวม 8 ผลการเรียนรู้

158

คาอธิบายรายวชิ า

จ20206 การอา่ นภาษาจนี 2 กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้ จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจาวัน ประสบการณ์ ข่าว เหตกุ ารณ์ ชวี ติ ประจาวนั

เทศกาลวนั สาคญั ชีวติ ความเปน็ อยู่ประเพนจี ีน กรริ ิยาทา่ ทาง มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจีน

โดยใช้กิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษาและกิจกรรมการฝึกให้รู้วิธีการเรียนภาษาด้วยปฏิบัติ

เบือก ระบุ ใช้คา อ่านออกเสียงถูกต้องตามหบักการอ่าน เปรยี บเทียบ แลกเปล่ียนข้อมลู จับใจความ

สาคัญ ตอบคาถาม พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว กิจกรรมต่าง ๆ

พร้อมให้เหตุผลประกอบสั้น ๆ เข้าร่วมกิจกรรม เกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจาวันประสบการณ์และ

ส่ิงแวดลอ้ มใกลต้ ัว บทสนทนา นทิ าน และบทร้อยกรองส้ัน ๆ และชีวติ ความเป็นอยขู่ องคนจีน

เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถใชภ้ าษาจีนเบ้ืองต้นสอ่ื สารอยา่ งง่ายๆ เห็นประโยชน์ของการรูภ้ าษา

และวฒั นธรรมจนี ใชภ้ าษาเปน็ เคร่ืองมอื ในการค้นคว้าหาความรู้ มศี กั ยภาพในการคดิ และ การ

ทางานอย่างสร้างสรรค์ มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มคี วามซือ่ สตั ย์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มคี วามมงุ่ มั่นในการ

ทางาน มีจิตสาธารณะ มีค่านยิ มทีเ่ หมาะสมและรจู้ กั นาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการ

ดารงชวี ิต

ผลการเรยี นรู้

1. ปฏิบัติตามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้แี จง แบะคาอธบิ ายงา่ ย ๆ ท่ีฟงั และอา่ น

2. อ่านออกเสยี งขอ้ ความ ข่าวสาร ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสั้น ๆ ถกู ต้องตามหลักการ

อา่ น

3. ระบุ เขียนประโยค และขอ้ ความ ให้สมั พนั ธ์กับสอ่ื ท่ไี ม่ใช่ความเรยี ง รูปแบบตา่ ง ๆ ที่อา่ น

4. เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคญั บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ และแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกบั เรอ่ื งทฟ่ี งั และอ่าน พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลและยกตัวอย่างง่าย ๆ ประกอบ

5. สนทนา แลกเปลีย่ นข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และสถานการต์ า่ ง ๆ

ในชวี ติ ประจาวันอย่างเหมาะสม

6. . ใชค้ าขอร้อง ใหค้ าแนะนา คาชแี้ จง และคาอธิบายตามสถารการณ์

7. พูดและเขยี นสรปุ ใจความสาคัญแกน่ สาระ หวั ขอ้ เร่อื งทไี่ ดจ้ ากการวิเคราะหเ์ รอ่ื ง/ ขา่ ว /

เหตุการณ์ทอ่ี ยู่ในความสนใจของสงั คม

8. ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ / สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา

และชุมชน

รวม 8 ผลการเรียนรู้

159

หลกั สูตรโรงเรียนมัธยมวานรนวิ าส

พุทธศักราช 2564

เทยี บเคยี งหลกั สตู รมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2560)

ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย

สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

160

คาอธบิ ายรายวิชาระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โรงเรียนมัธยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวัดสกลนคร
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

161

รายวชิ า ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายวชิ าพนื้ ฐาน จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ท31101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ท31102 ภาษาไทย จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท32101 ภาษาไทย จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท32102 ภาษาไทย จานวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ท33101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท33102 ภาษาไทย

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ท30201 การประชาสมั พนั ธ์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ท30202 รายวชิ าการเขียน 1 จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ท30203 รายวิชาการอ่าน 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ท30204 รายวิชาวรรณคดมี รดก จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ท30205 รายวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ท30206 รายวชิ านทิ านพ้ืนบ้าน จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ท30207 รายวชิ าข้อควรสงั เกตของภาษาไทย จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ท30208 รายวชิ าวรรณคดีการละคร จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ท30209 รายวชิ าการเขียน 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ท30210 รายวชิ าพนิ จิ วรรณคดี จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกติ
ท30211 รายวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ท30212 รายวชิ าการอา่ น 2 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ท30213 รายวชิ าวรรณกรรมปัจจบุ นั

162

คาอธบิ ายรายวิชา

ท31101 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝึกทักษะการอา่ นออกเสียง การวิเคราะหเ์ รอื่ งท่อี า่ น การตีความจากเรือ่ งทอ่ี า่ น

และจับใจความเรอ่ื งทอ่ี า่ นทั้งบทรอ้ ยแกว้ ประเภทบทความ และความเรยี ง บทร้อยกรอง ประเภท

โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน ร่าย และลลิ ิต และมีมารยาทในการอา่ น ฝึกทักษะการเขียนย่อความ

การประเมนิ ค่าเรอ่ื งที่เขียน การเขียนเรอื่ งส้นั การเขยี นเรียงความ เขียนบทความเชิงวิจารณ์

การเขียนรายงาน การเขียนบันทึก มีมารยาทในการเขียน ฝกึ ทักษะการพดู แสดงความคิดเหน็ การ

ฟังเพอื่ วิเคราะห์ การพดู อภปิ รายแสดงความคิดเห็น การพูดโนม้ นา้ วใจ การพูดอภิปราย การ

พูดแสดงทัศนะ ศึกษา การประเมินคณุ ค่างานประพันธ์ องค์ประกอบของพยางค์และคา

สว่ นประกอบของภาษา ธรรมชาติของภาษาและพลังของภาษา

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการ
สร้างคา่ นิยมและกระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพ่ือใหน้ ักเรียนเป็นผ้มู คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สัตย์สุจรติ มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ

รหสั ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม4/1, ม4/2, ม4/3, ม4/5
ท 2.1 ม4/1, ม4/2, ม4/3, ม4/4, ม4/5, ม4/6 ,ม4/7 , ม4/8
ท 3.1 ม4/1, ม4/2, ม4/5
ท 4.1 ม4/1
รวมทั้งหมด 16 ตัวชว้ี ัด

163

คาอธบิ ายรายวชิ า

ท31102 วชิ าภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝึกทักษะการอา่ นฉนั ท์ การอา่ นกลอนบทละคร การอา่ นเพื่อวเิ คราะห์วจิ ารณ์ การ
อ่านเพื่อประเมนิ ค่าการอ่านแปลความ ตีความ ขยายความ การอ่านอยา่ งมวี จิ ารณญาณ มารยาท
การอา่ น ฝกึ ทกั ษะการเขยี นบันทึก การเขยี นเรยี งความ การเขียนรายงาน การเขยี นบันทกึ จาก
แหล่งเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย การเขยี นบันทกึ ฝกึ ทักษะการใช้ภาษาอยา่ งสร้างสรรค์ การพดู แสดง
ความทศั นะ การเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ การพดู ในโอกาสต่าง ๆ ฝึกทักษะการอ่าน
วรรณคดี วิเคราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดีการรวบรวมท้ังหมดวรรณกรรมพ้นื บา้ น ขบั เพลงกล่อมเด็กเขา้ ใจ
และแสดงความคิดเห็นตอ่ วรรณกรรมพ้ืนบา้ น การแตง่ คาประพันธ์ประเภทโคลงสีส่ ภุ าพ คา
สานวนและการเพิม่ คา

โดยใช้กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการ
สรา้ งค่านิยมและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย

เพอ่ื ให้นักเรยี นเป็นผูม้ ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สัตย์สุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

รหัสตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม4/1, ม4/2,ม4/3, ม4/4, ม4/5, ม4/6, ม4/7, ม4/9
ท 2.1 ม4/2, ม4/4, ม4/5, ม4/6, ม4/7
ท 3.1 ม4/1 , ม4/2 , ม4/5
ท 4.1 ม4/1
รวมทง้ั หมด 17 ตัวชว้ี ัด

164

คาอธิบายรายวชิ า

ท32101 ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝึกทักษะการอา่ นออกเสยี ง การอ่านออกเสยี งบทความ การอา่ นร่ายยาว

ฝึกทักษะการเขียนวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ขา่ วบทความ การเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ เขียนสอื่ สารใน

รปู แบบตา่ งๆ มารยาทในการเขยี น ฝกึ ทักษะการพูดโนม้ นา้ วใจ การสรุปความและแสดง ทรรศนะ

จากเรือ่ งทฟ่ี ัง และ ดู การพดู ตอ่ ที่ประชุม การมีมารยาทในการฟงั ดแู ละพูด ศกึ ษาการอ่าน

วเิ คราะหว์ รรณคดี หลักการวิเคราะหว์ จิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบ้อื งตน้ การวิเคราะหแ์ ละ

ประเมินคุณคา่ วรรณคดแี ละวรรณกรรม ลกั ษณะเดน่ ทางวรรณคดีไทย การใช้คา การสะกดคา

การผลติ งานเขยี นของตนเอง การท่องบทอาขยาน การวเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาถิ่น

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทาจรงิ กระบวนการกล่มุ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการ
สร้างค่านยิ มและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสยั

เพ่ือให้นกั เรยี นเปน็ ผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ท 1.1 ม5/1, ม5/2 , ม5/3, ม5/4 , ม5/5 , ม5/6 , ม5/7,ม5/9
ท 2.1 ม5/4 , ม5/5 , ม5/6 , ม5/8
ท 3.1 ม5/2 , ม5/3, ม5/4 , ม5/5 , ม5/6
ท 4.1 ม5/2 , ม5/6
ท 5.1 ม5/1 , ม5/2 , ม5/3, ม5/6

รวมท้งั หมด 23 ตัวชว้ี ัด

165

คาอธบิ ายรายวิชา

ท32102 ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝึกทักษะการอา่ นร้อยแก้ว อา่ นทานองเสนาะ บทละครพดู การถามจากการอ่าน
มารยาทการอา่ น ฝกึ ทักษะการเขยี นสะกดคา เขียนย่อความ การเขยี นบันทกึ จากการอา่ น
การเขียนโฆษณา การนาความรจู้ ากการอ่านไปพัฒนาการพดู การเขยี น การตดั สนิ ใจการเขียนบท
ละครพูด ฝกึ ทักษะ การพูดอภิปราย การวเิ คราะหภ์ าษาจากเรอื่ งที่ฟัง การสรา้ งสรรคง์ านเชงิ
วิชาการ การฟงั การดู สารคดีจากสอื่ ตา่ ง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณ และมารยาทการฟงั ดู พูด
ศกึ ษาหลักการแต่งคาประพันธ์ ประเภทและรา่ ย วเิ คราะหห์ ลักการสร้างคาไทย คาราชาศพั ทแ์ ละ
ระดับของภาษา

โดยใช้กระบวนการเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏิบตั ลิ งมอื ทาจรงิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการ
สรา้ งค่านยิ มและกระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสัย

เพ่อื ให้นักเรียนเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ิตสาธารณะ

รหสั ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ม5/1, ม5/6 , ม5/7 , ม5/9
ท 2.1 ม5/1 , ม5/3, ม5/4
ท 3.1 ม5/1 , ม5/4 , ม5/5
ท 4.1 ม5/3, ม5/6

รวมทงั้ หมด 12 ตัวชว้ี ัด

166

คาอธบิ ายรายวิชา

ท33101 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝกึ ทกั ษะการอา่ นรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ ฉนั ท์ การอา่ นเพอ่ื แปลความ ตีความ
ขยายความ หลกั การวจิ ารณบ์ ทกวีเบอื้ งตน้ ฝึกทักษะการเขยี นยอ่ ความ การพดู แสดงความคดิ เหน็
การวเิ คราะห์ วิจารณ์ ศึกษาอทิ ธิพลของภาษาพดู และภาษาถิน่ วรรณกรรมพน้ื บ้าน ศึกษาภาษา
ถ่ินจากวรรณคดี และเขา้ ใจโลกทัศน์และวถิ ชี วี ิตของคนไทยจากการอา่ นวรรณคดี การประเมนิ การ
ใช้ภาษา การสงั เคราะห์วรรณคดี การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม อ่าน
วรรณคดมี รดก การแตง่ คาประพันธ์ประเภทฉันท์ หลกั การสร้างคาไทย การใชท้ กั ษะภาษาและ
เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ
กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทาจรงิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการ
สรา้ งค่านยิ มและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสยั

เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเปน็ ผ้มู คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง ม่งุ มน่ั ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ิตสาธารณะ

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ท 1.1 ม6/1, ม6/7, ม6/8
ท 2.1 6/3, ม6/4
ท 3.1 ม6/1
ท 4.1 ม6/4, ม6/5, ม6/6, ม6/7
ท 5.1 ม6/1, ม6/3, ม6/4, ม6/5
รวมท้ังหมด 14 ตัวช้ีวัด

167

คาอธบิ ายรายวชิ า

ท33102 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝึกทักษะการอา่ นรอ้ ยแก้วอยา่ งมีวิจารณญาณ การอา่ นนวนิยาย บทความ

การสังเคราะห์ความรจู้ ากการอ่าน การอา่ นแปลความ ตีความ ขยายความ การเชื่อมโยงวรรณคดี

ฝึกทักษะการเขยี นสารคดี นวนยิ าย บทความ การจดั ทารายงานวรรณคดที ีไ่ ด้รบั รางวลั การเขียน

สือ่ สารในรปู แบบตา่ งๆ การเขยี นเรยี งความเชิงสร้างสรรค์ การสรา้ งสรรคง์ านเชงิ วชิ าการและ

มารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการพูดเสนอแนวคิดใหม่ การเลอื กเรอ่ื งทฟ่ี งั และดูอย่างมี

วิจารณญาณ ศึกษาการประเมนิ คุณค่างานเขียน หลกั การสร้างคาไทย การสงั เคราะหว์ รรณคดแี ละ

วรรณกรรม การอ่านวรรณกรรมพืน้ บ้าน แต่งบทรอ้ ยกรอง การวจิ ารณว์ รรณคดี การนาความรู้

จากการฟงั มา ตดั สนิ ใจ คณุ คา่ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม พลงั ภาษา

โดยใช้กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏิบัตลิ งมอื ทาจรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการ
สรา้ งคา่ นิยมและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพ่ือใหน้ กั เรียนเปน็ ผมู้ คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ จุ ริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มั่นในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

รหสั ตวั ช้วี ัด
ท 1.1 ม6/1, ม6/2 , ม6/3, ม6/4 , ม6/5 , ม6/6 , ม6/7,ม6/8
ท 2.1 ม6/1, ม6/2, ม6/4 , ม6/5 , ม6/6 , ม6/8,
ท 3.1 ม6/4
ท 4.1 ม6/4 , ม6/6
ท 5.1 ม6/1, ม6/4
รวมท้ังหมด 19 ตวั ชว้ี ดั

168

คาอธบิ ายรายวชิ า

ท30201 การประชาสมั พนั ธ์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาประวตั ิความเป็นมา ความหมายและขอบเขตของวทิ ยุกระจายเสียง
ความแตกตา่ งระหวา่ งการจัดรายการวทิ ยุกระจายเสยี ง ความสาคญั วตั ถปุ ระสงค์ และประโยชนใ์ น
การจดั รายการวิทยกุ ระจายเสยี งและการผลิตรายการ รูปแบบรายการประเภทตา่ งๆของการจัด
รายการวิทยุ ความสาคญั ประเภท ลกั ษณะและการกาหนดเน้ือหารายการวิทยุ ฝึกทักษะการอ่าน
ร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองในการจัดรายการวิทยุ อธิบายลักษณะ หลกั การและวธิ กี ารเขียนบท
วิทยกุ ระจายเสียง ฝกึ ทกั ษะการเขียนบทสัมภาษณ์ วเิ คราะห์หน้าท่แี ละคณุ สมบตั ิของนกั จัดรายการ
วิทยุและมารยาทในการจัดรายการวิทยุ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทา
จรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ มและ
กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย

เพอ่ื ให้นกั เรียนเปน็ ผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. สามารถอธบิ ายความเป็นมาของวิทยกุ ระจายเสยี งได้
2. ศกึ ษาความหมายและขอบเขตของการจดั รายการ
3. วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งของการจัดรายการวทิ ยุการผลิตรายการ
4. มมี ารยาทในการพูดและการเขยี นขา่ ว
5. บอกความสาคัญของการจัดรายการวทิ ยุ
6. อธบิ ายความสาคญั ของการผลติ รายการ
7. อธิบายวตั ถปุ ระสงคแ์ ละประโยชนข์ องการจัดรายการวิทยไุ ด้
8. อธบิ ายรปู แบบของรายการวทิ ยกุ ระจานเสยี งแตล่ ะประเภทได้

9. วเิ คราะห์ข้อความสาคัญและลักษณะของเน้ือหารายการวทิ ยุ

169

10. วิเคราะห์ประเภทของเนอ้ื หารายการวิทยุ
11. สามารถกาหนดเนอื้ หารายการวิทยุได้
12. สามารถอา่ นบทรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองได้
13. มีมารยาทในการอา่ น
14. สามารถเขียนบทละครได้
15. อธิบายรปู แบบของการเขยี นบทวิทยุกระจายเสียงได้
16. มีมารยาทในการเขียน
17. เขยี นบทสัมภาษณไ์ ด้
รวมท้ังหมด 17 ผลการเรยี นรู้

170

คาอธิบายรายวิชา

ท30202 การเขียน 1 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาความหมายของการยอ่ ความ วธิ กี ารยอ่ ความ รูปแบบการยอ่ ความ
ความสาคัญของการย่อความ ความเสียหายของการย่อความ ความหมายบทความ ลกั ษณะทวั่ ไป
ของ บทความ ประเภทบทความ การเขียนแสดงความคิดเห็น มารยาทในการเขยี น ศกึ ษารูปแบบ
ของประกาศ เลอื กสานวนภาษาการเขยี นสานวน ประกาศสถานการณ์ การเขยี นรายงาน การ
เขียนจดหมายการเขยี นเรยี งและความภาพพจนโ์ วหาร

โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริงกระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทา
จริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านยิ มและ
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพ่ือให้นกั เรยี นเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่อื สัตยส์ จุ รติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจความหมายของการยอ่ ความได้
2. ร้วู ธิ ีการย่อความเพอ่ี จดุ ประสงค์ตา่ งๆได้
3. ร้จู กั รปู แบบในการยอ่ ความ
4. รคู้ วามสาคัญของการเขยี นยอ่ ความ
5. เขา้ ใจถงึ ความเสยี หายของการย่อความ
6. บอกความหมายและความเปน็ มาของบทความ
7. ระบุลกั ษณะท่ัวไปของบทความได้
8. สามารถจาแนกประเภทของบทความได้
9. มมี ารยาทในการเขียนบทความ
10. บอกรปู แบบประกาศประเภทต่างๆได้
11. เลอื กใช้สานวนภาษาไดเ้ หมาะสม
12. เขียนประกาศตามสถานการณไ์ ด้

171

13. บอกรปู แบบการเขยี นรายงานประเภทตา่ งๆ
14. เลือกใช้สานวนภาษาไดเ้ หมาะสม
15. เขยี นรายงานประเภทตา่ งๆได้
16. บอกรูปแบบของการเขยี นจดหมายได้
17. ใชภ้ าษาได้เหมาะสมกบั ระดบั บุคคล
18. เขียนจดหมายสว่ นตวั สอ่ื สารได้
19. เขยี นจดหมายกจิ ธรุ ะสอื่ สารได้
20. บอกองค์ประกอบของเรยี งความได้
21. กาหนดขอบขา่ ยของโครงเรอ่ื งและลาดับความคิดของเร่ืองได้
22. รวบรวมท้งั หมดขอ้ มูลเก่ยี วกบั เร่ืองทเี่ ขียนได้
23. เรยี บเรียงถอ้ ยคาให้เปน็ ความเรยี งทสี่ ละสลวยได้
24. รวบรวมทงั้ หมดคาศัพท์และสานวนท่จี ะนามาเรยี งความได้
25. สามารถอธบิ ายขอ้ แตกต่างของโวหารแต่ละชนิดได้
26. สามารถจาแนกโวหารแตล่ ะชนิดได้
27. สามารถเขียนโวหารแตล่ ะชนดิ ได้
รวมทงั้ หมด 27 ผลการเรยี นรู้

172

คาอธบิ ายรายวชิ า

ท30203 การอา่ น 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ฝกึ ทกั ษะการอา่ นเก็บความรู้ การอ่านจบั ใจความ การอ่านวเิ คราะห์ การอา่ นตีความ
การอา่ นเพ่อื พัฒนาความรู้ อารมณ์ และคุณธรรม หลักการอ่านรอ้ ยแกว้ หลกั การอา่ นรอ้ ยกรอง
การวินิจคณุ ค่าหนังสือ วรรณกรรม การท่องจาคาประพนั ธ์ การจดบนั ทกึ จากการอา่ น การอ่าน
ประเมนิ ค่า การอ่านประเมนิ คา่ จากเรอ่ื งท่ีกาหนดไว้และมีมารยาทในการอา่ น

โดยใช้กระบวนการเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคิด
กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทา
จริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ มและ
กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ยั

เพอ่ื ให้นกั เรียนเปน็ ผมู้ คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นเกบ็ ความรู้จากเรื่องทอ่ี า่ นได้
2. อา่ นจบั ใจความสาคัญได้
3. อา่ นวิเคราะห์ได้
4. อา่ นตคี วามได้
5. อา่ นพฒั นาตนในดา้ นความรู้ได้
6. อา่ นเพอ่ื พฒั นาตนในดา้ นอารมณไ์ ด้
7. อ่านเพอ่ื พฒั นาตนในดา้ นคุณธรรมได้
8. บอกหลกั การอ่านรอ้ ยแกว้ ได้
9. อา่ นร้อยแกว้ ได้ถูกต้องเหมาะสม
10. บอกหลกั การอ่านรอ้ ยกรองได้

173

11. อา่ นร้อยกรองไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม
12. อา่ นวนิ ิจคณุ คา่ หนงั สอื วรรณกรรมต่าง ๆ ได้
13. ทอ่ งบทอาขยานทม่ี ีคุณค่าได้
14. จดบันทกึ เร่ืองราวจากการอา่ นได้
15. สามารถประเมินคา่ เรอ่ื งทีอ่ า่ นได้
16. ประเมินคา่ การอา่ นจากเรอ่ื งท่กี าหนดใหไ้ ด้
17. มีมารยาทในการอา่ น
รวมท้งั หมด 17 ผลการเรียนรู้

174

คาอธบิ ายรายวิชา

ท30204 วรรณคดมี รดก กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาความหมายของวรรณคดีมรดก วรรณศลิ ปแ์ ละตัวละครสาคญั ในวรรณคดี
เร่อื งรามเกยี รติ์ ขนุ ช้างขุนแผน อิหนา พระอภัยมณี

โดยใช้กระบวนการเรียนร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริงกระบวนการปฏิบตั ิลงมือทา
จริง กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ มและ
กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย

เพือ่ ใหน้ กั เรยี นเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตย์สุจริต มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้

1. บอกความหมายของวรรณคดีมรดกและชอ่ื วรรณคดีมรดก
2. ศกึ ษาวรรณคดีเรอ่ื งรามเกียรติ์ เพอ่ื ให้ทราบความงามทางวรรณศลิ ป์
3. วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ตวั ละคร
4. ศึกษาวรรณคดีเรอื่ งขนุ ชา้ งขนุ แผน เพ่อื ให้ทราบความงามทางวรรณศิลป์
5. วิเคราะห์และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับตวั ละคร
6. ศึกษาวรรณคดเี รอ่ื งอเิ หนา เพอ่ื ใหท้ ราบความงามทางวรรณศลิ ป์
7. วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับตวั ละคร
8. ศึกษาวรรณคดีเรอ่ื งพระอภัยมณี เพอื่ ให้ทราบความงามทางวรรณศลิ ป์
9. วเิ คราะห์และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ตวั ละคร
รวมทัง้ หมด 9 ผลการเรียนรู้

175

คาอธบิ ายรายวิชา

ท30205 การเขียนเชงิ สร้างสรรค์ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาและฝกึ ทักษะการกรอกแบบฟอรม์ ชนิดต่างๆ วธิ ีเขยี นประกาศ การเขยี น
จดหมายธรุ กิจ รปู แบบและประเภทของจดหมาย ความหมาย ความสาคญั และประเภทของ
บทความของบทความ และสารคดี บันเทิงคดี หลักในการเขยี นบทความ เขยี นบทความสารคดี
และบันเทงิ คดี การแต่งคาประพันธป์ ระเภทฉันท์ ความหมาย ความสาคญั และวัตถปุ ระสงค์ของการ
ประชาสัมพันธ์ ลักษณะการดาเนนิ งานของการประชาสมั พนั ธ์ การวเิ คราะหข์ า่ วประชาสมั พันธแ์ ละ
การเขยี นข่าวประชาสัมพันธ์

โดยใช้กระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบัตลิ งมือทา
จริง กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสรา้ งค่านิยมและ
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพือ่ ให้นกั เรียนเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สัตยส์ จุ ริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง ม่งุ ม่นั ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. สามารถใช้กระบวนการเขยี น พัฒนางานเขียนโดยการเตรยี มการเขยี น การกาหนด

หัวข้อเรอื่ ง เนื้อหา องค์ประกอบการเขียน การยกร่างขอ้ เขยี น การตรวจทาน การปรับปรุงแก้ไข
และการเขยี นเรอื่ งใหส้ มบูรณ์

2. สามารถบอกวีการเขียนประกาศได้
3. สามารถเขียนประกาศท่ไี ม่เป็นทางการได้
4. สามารถเขยี นประกาศทีเ่ ปน็ ทางการได้
5. บอกขอ้ สงั เกตของการเขียนประกาศท่ีดีได้
6. สามารถบอกคุณสมบัติของจดหมายธุรกจิ ได้
7. บอกรแู บบของจดหมายธรุ กจิ ได้
8. บอกประเภทของจดหมายธรุ กิจได้
9. บอกข้อควรคานึงถงึ การเขียนจดหมายธรุ กจิ ได้
10.อธบิ ายความหมายและลกั ษณะสาคัญของบทความ สารคดี และบนั เทิงคดี

176

11.จาแนกประเภทของบทความ สารคดแี ละบนั เทิงคดี
12.สามารถอธบิ ายหลักในการเขยี นบทความ ได้
13.เขยี นบทความสารคดีและบนั เทิงคดีได้
14.อธิบายความเปน็ มาของคาประพนั ธ์ประเภทฉนั ท์ได้
15.อธิบายฉันทลักษณ์ของฉันท์แตล่ ะประเภทได้
16. แตง่ ฉันทไ์ ดถ้ ูกตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์และวธิ กี ารแตง่ ฉันทลักษณ์แตล่ ะประเภท
17.มีความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การ ประชาสัมพันธแ์ ละสามารถอธบิ าย วเิ คราะห์
วจิ ารณ์
18.ลักษณะของขา่ วประชาสมั พนั ธ์ และเขยี นข่าวประชาสมั พันธไ์ ดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ

รวมท้ังหมด 18 ผลการเรียนรู้

177

ท30206 นทิ านพน้ื บา้ น คาอธิบายรายวิชา
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษาวฒั นธรรมไทยและสภาพชีวิตของสงั คม ความเชื่อ ประวัติศาสตร์และพธิ กี รรม
ต่างๆ ของคนไทยสภาพแวดลอ้ ม สภาพสงั คมของชาวบา้ นในท้องถ่ินตา่ งๆ และนทิ านพื้นบา้ นเปน็
มรดกทางวฒั นธรรมของคนไทยทส่ี ืบทอดกันมา

โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคิด
กระบวนการเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ัติลงมอื ทา
จริง กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสร้างค่านิยมและ
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพ่อื ใหน้ ักเรยี นเป็นผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. สามารถอธิบายความหมายและลักษณะของนทิ านพน้ื บา้ นได้
2. สามารถอธิบายจุดประสงคใ์ นการเล่านทิ านได้
3. เลา่ พัฒนาการของนิทานพ้ืนไทยได้
4. สามารถจดั ประเภทของนทิ านพื้นบ้านได้
5. สามารถอธิบายลักษณะของนทิ านแตล่ ะประเภทไดถ้ กู ตอ้ ง
6. บอกคุณคา่ ของการศึกษานิทานพนื้ บา้ นในเชิงสังคมและเชงิ ภาษาได้
7. สามารถอธิบายความหมายของคาว่า เทวตานานได้
8. เขา้ ใจลกั ษณะของนิทานประเภทเทวตานาน
9. รู้และเขา้ ใจเทวตานานไทย
10. สามารถอธิบายความคิดของคนไทยทถี่ ่ายทอดผ่านเทวตานาน
11. บอกคุณคา่ ของเทวตานานทอ้ งถ่นิ ได้
12. สามารถอธิบายลกั ษณะของนทิ านประจาทอ้ งถ่นิ ได้
13. รู้และเข้าใจนิทานประจาถิ่นของชาวปตั ตานี สโุ ขทัย ยโสธร เชยี งใหม่
14. รู้และเห็นคุณค่า วฒั นธรรมของนทิ านประจาถิ่น
15. รแู้ ละเห็นคณุ คา่ วัฒนธรรมของนทิ านพ้นื บา้ น
16. สามารถระบุคณุ ค่าของนทิ านพื้นบา้ นได้
รวมท้งั หมด 16 ผลการเรียนรู้

178

คาอธิบายรายวชิ า

ท30207 ข้อควรสงั เกตของภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาความหมายของภาษา การแบง่ ภาษา องคป์ ระกอบของภาษา เสียงในภาษาไทย
ระบบเสยี งในภาษา เสยี งของคาไทย เสยี งของคาไทยที่มาจากภาษาอื่น พยัญชนะ สระวรรณยุกต์
และเครอื่ งหมายอน่ื ๆ วธิ ีการสรา้ งคา การยืมคา และการเปลีย่ นแปลงรูปคา
การเรียงคาในวลีและประโยคภาษาไทยและภาษาอ่นื การใชถ้ ้อยคาใหต้ รงตามความหมาย
การใชถ้ อ้ ยคาให้เหมาะสมกบั บุคคล เหมาะสมกับโอกาส และการใชถ้ อ้ ยคาในประโยค

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมือทา
จริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างคา่ นิยมและ
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพ่ือใหน้ กั เรียนเปน็ ผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมั่นในการทางาน รกั ความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถบอกความหมายของภาษาได้
2. นกั เรียนสามารถบอกองค์ประกอบของภาษาไทยได้
3. อธิบายระบบเสียงในภาษาไทยได้
4. บอกวิธีการสังเกตเสียงคาไทยท่ีมาจากภาษาอน้ื ได้
5. บอกวิธกี ารเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเครอื่ งหมายอ่นื ๆได้
6. สามารถบอกวธิ ีการสรา้ งคาไทยได้
7. สามารถบอกการเปลี่ยนแปลงรปู คาได้
8. บอกวิธเี รยี งคาในวลแี ละประโยคได้
9. อธบิ ายประโยคและสว่ นประกอบของประโยคได้
10. สามารถเรยี บเรยี งคาและเปลยี่ นแปลงลาดบั คาในประโยคได้
11. บอกลักษณะการเรยี งคาของภาษาไทยและภาษาอ่นื ได้
12. สามารถใช้ถอ้ ยคาที่ตรงความหมายได้
13. สามารถใช้ถอ้ ยคาให้เหมาะสมกบั บคุ คลและถูกกาลเทศะ
รวมทง้ั หมด 13 ผลการเรยี นรู้

179

คาอธบิ ายรายวิชา

ท30208 วรรณคดกี ารละคร กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมาย องค์ประกอบและเนื้อหาของวรรณคดีการละคร ศึกษาประวตั ิ ชนิด

และลกั ษณะของละครไทยความเปลยี่ นแปลงของละครไทยถึงปจั จุบนั ความหมายของนาฏกรรมและ

นาฏศลิ ป์ วเิ คราะห์และประเมินคุณคา่ ทางด้าน วรรณกรรม จติ รกรรม ประติมากรรม

สถาปัตยกรรม ธรรมเนยี มในวรรณคดกี ารละคร แนวทางการศึกษาและการวิจารณว์ รรณคดีบทละคร

จดั การแสดงวพิ ธิ ทศั นา ความรทู้ ่วั ไปเก่ยี วกับวรรณคดกี ารละครและฝึกทกั ษะเขยี นกลอนบทละคร

โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคิด

กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ตั ิลงมือทา

จรงิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสรา้ งค่านิยมและ

กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั

เพือ่ ให้นักเรียนเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สัตยส์ จุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและขอบเขตของวรรณคดีการละคร
2. ศึกษาองค์ประกอบของวรรณคดกี ารละคร
3. ตระหนักถงึ คุณค่าของวรรณคดีการละคร
4. ศึกษาค้นควา้ ประวัติ ชนดิ และลักษณะของละครไทยความเปลี่ยนแปลงของ

ละครไทย ต้งั แต่ตน้ จนถึงปจั จบุ นั
5. บอกศัพท์เฉพาะทเี่ ก่ียวข้องในวรรณคดกี ารละคร
6. อธิบายศัพทเ์ ฉพาะทเี่ ก่ยี วข้องในวรรณคดี
7. วเิ คราะหแ์ ละประเมินคุณค่าทางวรรณคดีการละครในฐานะท่เี ปน็ มรดกทาง

วฒั นธรรมของไทย
8. วิเคราะห์วจิ ารณว์ รรณคดกี ารละครตามหลักการวจิ ารณเ์ บ้อื งตน้
9. สามารถจัดแสดงวพิ ธิ ทศั นาตามหลกั การได้
10. ศกึ ษาเนือ้ หาความรูท้ วั่ ไปเกี่ยวกบั วรรณคดกี ารละคร
11. ผลิตงานเขยี นของตนเองในการเขยี นกลอนบทละคร
12. ประเมนิ งานเขียนผอู้ ืน่ แล้วนามาพฒั นางานเขยี นของตนเองได้
รวมท้งั หมด 12 ผลการเรียนรู้

180

คาอธบิ ายรายวชิ า

ท30209 การเขยี น 2 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษาขอ้ บงั คบั การเลือกคาในการแตง่ กาพยย์ านี 11 โคลงสี่สภุ าพ
อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท์ หลักการและวิธกี ารการเขียนรายงาน เขยี นโครงงาน เขียนวจิ ารณ์
เขยี นวรรณคดี การเขียนบรรยาย การเขียนพรรณนา การเขยี นอธบิ าย และมารยาทการเขียน

โดยใช้กระบวนการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริงกระบวนการปฏิบัตลิ งมอื ทา
จรงิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยมและ
กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั

เพ่ือให้นักเรยี นเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ จุ รติ มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. บอกขอ้ บังคบั การแต่งคาประพันธท์ ่มี ีในบทเรยี นได้
2. เลอื กคาทีใ่ ชใ้ นการแตง่ คาประพนั ธไ์ ด้เหมาะสมกบั เรอื่ งท่กี าหนดใหไ้ ด้
3. แตง่ กาพย์ยานี 11 โคลงสีส่ ภุ าพ และฉนั ท์ได้
4. เขียนเรยี งความตามจนิ ตนาการ เขยี นย่อความสารคดี บทวจิ ารณ์ รายงาน

โครงงาน การเขียนช้ีแจง
5. โดยใช้กระบวนการเขยี นพัฒนางานเขียนอย่างมีประสิทธภิ าพ
6. แสดงมารยาทการเขียน โดยเขยี นดว้ ยลายมอื สวยงามอา่ นง่าย ใช้คาสุภาพ

ใชเ้ ลขไทยในการเขียน
7. บอกความหมายของการเขียนบรรยายได้
8. บอกหลกั การเขยี นบรรยายได้
9. เขยี นบรรยายได้
10. อธบิ ายความหมายของการเขยี นพรรณนาได้

181

11. บอกรูปแบบการเขียนพรรณนาได้
12. เขียนพรรณนาได้
13. อธบิ ายความหมายของการเขยี นอธบิ ายได้
14. บอกรูปแบบการเขยี นอธบิ ายได้
15. บอกประเภทของการเขยี นอธบิ ายได้
16. บอกหลกั การเขยี นอธบิ ายได้
17. บอกกลวธิ กี ารเขียนอธิบายได้
18. บอกแนวทางการเขยี นอธิบายได้
19. เขยี นอธบิ ายได้
รวมท้ังหมด 19 ผลการเรียนรู้

182

คาอธบิ ายรายวิชา

ท30210 การพนิ จิ วรรณคดี กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาแนวการวิจักษ์ องค์ประกอบของวรรณคดแี ละวรรณกรรม การพิจารณาคณุ คา่
ทางวรรณศลิ ป์ การพจิ ารณาคุณค่าดา้ นเนือ้ หา การพจิ ารณาคุณค่าดา้ นสงั คม และการพจิ ารณา
คุณค่าตอ่ การนาไปใช้

โดยใช้กระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ัตลิ งมือทา
จรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสรา้ งค่านิยมและ
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย

เพ่ือใหน้ ักเรียนเปน็ ผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตยส์ จุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายแนวทางการวิจกั ษอ์ งค์ประกอบของวรรณคดแี ละวรรณกรรมได้
2. สามารถยกตัวอยา่ งการวิจกั ษอ์ งคป์ ระกอบของวรรณคดไี ด้
3. อธิบายแนวทางการพิจารณาคุณคา่ ทางวรรณศลิ ป์
4. สามารถยกตวั อยา่ งการพิจารณาคณุ คา่ ทางวรรณศิลปไ์ ด้
5. อธิบายแนวทางการพิจารณาคณุ ค่าด้านเนอ้ื หา
6. สามารถยกตวั อย่างการพิจารณาคุณคา่ ดา้ นเนอื้ หา
7. อธิบายแนวทางการพจิ ารณาคุณคา่ ด้านสงั คมได้
8. สามารถยกตัวอย่างการพิจารณาคณุ คา่ ด้านสังคมได้
9. อธบิ ายแนวทางการพิจารณาคุณค่าตอ่ การนาไปใช้
10. สามารถยกตัวอยา่ งการพิจารณาคุณคา่ ต่อการนาไปใช้ได้
รวมทัง้ หมด 18 ผลการเรยี นรู้

183

คาอธิบายรายวชิ า

ท30211 วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษาความรเู้ บอื้ งตน้ เกย่ี วกับวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน การเขียนเคา้ โครงของโครงงาน
วรรณกรรมท้องถนิ่ การพูดรายงานผลการศกึ ษาวชิ าวรรณกรรมทอ้ งถิน่ ศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มา
ของเพลงพ้นื บา้ น ปรศิ นาคาทาย ภาษติ ตานาน นทิ านพนื้ บ้าน การเขียนรายงานโครงงานและ
การนาเสนอผลงาน

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริงกระบวนการปฏบิ ัติลงมอื ทา
จรงิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านยิ มและ
กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั

เพือ่ ให้นักเรยี นเปน็ ผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมนั่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายของคาวา่ วรรณกรรมท้องถน่ิ ได้
2. อธบิ ายลกั ษณะของวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
3. สามารถอธบิ ายเคา้ โครงของโครงงานวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ได้
4. อธิบายวธิ กี ารเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน
5. ลาดบั ขน้ั ตอนในการทาโครงงานวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ
6. สามารถเขยี นโครงงานวรรณกรรมทอ้ งถ่ินได้
7. สามารถพดู รายงานผลการศกึ ษาวรรณกรรมท้องถน่ิ
8. สามารถอธบิ ายเกยี่ วกบั เพลงพ้นื บา้ นแตล่ ะประเภทได้อย่างถกู ต้อง
9. นกั เรียนสามารถอธิบายเกย่ี วกบั ปริศนาคาทายได้
10. นกั เรยี นสามารถอธิบายเกี่ยวกับความหมายของภาษิตได้

184

11. นักเรียนสามารถอธบิ ายความหมายของคาวา่ ตานานได้
12. สามารถบอกประวัตคิ วามเปน็ มาของตานานได้
13. นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของนทิ านพื้นบา้ นได้
14. สามารถบอกประวตั ิความเปน็ มาของนิทานพื้นบ้านได้
15. นักเรยี นสามารถเขียนรายงานโครงงานได้
16. นักเรยี นสามารถอธิบายโครงงานที่ ศึกษามาแลว้ อยา่ งชัดเจนได้
17. นกั เรยี นสามารถประเมนิ ค่าของวรรณกรรมท้องถ่ินได้
18. นักเรียนเหน็ ความสาคญั และอนรุ กั ษว์ รรณกรรมท้องถิ่นได้
รวมทง้ั หมด 18 ผลการเรยี นรู้

185

คาอธบิ ายรายวิชา

ท30212 การอ่าน 2 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ฝึกทักษะการอา่ นเรอื่ งต่าง ๆ อยา่ งเขา้ ใจ แปลความ ตีความ ขยายความ

และการใช้วจิ ารณญาณ นาความรแู้ ละประสบการณจ์ ากการอ่านมาใช้ในการพัฒนาสมรรถภาพการ

เขยี น การพูด การคิด ตัดสินใจ แกป้ ญั หาและสร้างวสิ ยั ทศั นใ์ นการดาเนนิ ชวี ิต การ

วเิ คราะหเ์ น้อื หา รูปแบบ คุณคา่ ด้านวรรณศิลป์และสงั คมรวมทั้งหมดทง้ั การวิเคราะหแ์ ละประเมนิ

ค่า อา่ นหนังสือทม่ี คี ณุ คา่ การเลอื กอ่านหนงั สอื หรอื สิง่ พมิ พแ์ ละสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ มี

มารยาทการอ่านและการปลกู ฝังนสิ ยั รกั การอา่ น

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรูแ้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ

กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริงกระบวนการปฏิบตั ิลงมือทา

จริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสร้างคา่ นิยมและ

กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพอ่ื ให้นกั เรียนเป็นผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นแปลความได้
2. อา่ นตคี วามได้
3. อ่านขยายความได้
4. อา่ นอยา่ งมวี ิจารณญาณได้
5. นาความรู้และประสบการณจ์ ากการอ่านมาใชใ้ นการพดู การคิดไตร่ตรอง
6. สามารถใชก้ ระบวนการคดิ วเิ คราะหเ์ ป็นเครอ่ื งมือพัฒนาสมรรถภาพการอา่ น

และการเรียนรู้ได้
7. สามารถอา่ นหนังสอื ประเภทตา่ ง ๆ วิเคราะหเ์ นอื้ หา รปู แบบ คุณค่าดา้ น

วรรณศลิ ปแ์ ละสังคมรวมท้งั หมดทั้งวจิ ารณแ์ ละประเมินค่าได้
8. เลอื กอา่ นหนงั สอื ทมี่ ีคุณค่าได้
9. เลอื กอ่านหนงั สอื และสื่อสารสนเทศทัง้ สือ่ /ส่งิ พิมพ์ และสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์

จากแหล่งการเรยี นร้ตู ่าง ๆ
10. ร้จู ักนาประโยชนจ์ ากการอา่ นไปใช้ได้

186

11. มีมารยาทนสิ ยั รักการอ่าน และมสี ุขลักษณะในการอา่ นหนังสือ ใชเ้ วลาวา่ งใน
การอ่านหนังสือได้

12. ร้แู ละเข้าใจความจาเป็นในการอ่านเพอื่ ศกึ ษาตอ่ และเพ่อื ประกอบอาชพี ได้
13. อ่านเพอ่ื ศกึ ษาตอ่ และเพอื่ ประกอบอาชพี ได้
14. เลอื กศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี ท่เี หมาะสมกับตนได้
15. อธบิ ายความหมายของวรรณกรรมบนั เทงิ คดีได้
16. จาแนกรูปแบบของวรรณกรรมบนั เทิงคดีประเภทตา่ ง ๆ ได้
17. อธบิ ายองคป์ ระกอบทางโครงสรา้ งของวรรณกรรมบนั เทงิ คดีได้
18. วเิ คราะห์กลวธิ ใี นการเขยี นวรรณกรรมบนั เทงิ คดไี ด้
รวมทง้ั หมด 19 ผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version