87
คาอธิบายรายวชิ า
พ 21103 สขุ ศึกษา 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาและวเิ คราะห์ การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์และพฒั นาการ
ทางเพศ เพื่อการปรบั ตวั อยา่ งเหมาะสม การเลอื กกินอาหารให้ถกู หลกั โภชนาการที่เหมาะสมกบั วยั
วิธีการควบคมุ นา้ หนักของตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน ปัญหาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการ
ท่ีมีผลต่อสขุ ภาพ การปฏิเสธปอ้ งกันตนจากการลว่ งละเมดิ ทางเพศ และการปฏบิ ัตหิ น้าทข่ี องตนเอง
อยา่ งเหมาะสม
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้จาก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั เพอ่ื ให้เกิด
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสอื่ สารส่งิ ท่เี รยี นรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจ
เพือ่ ใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์
กษัตรยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
รหสั ตวั ช้วี ดั
พ 2.1 ม.1/1, ม.1/2
พ 4.1 ม.1/3 , ม.1/4
รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้วี ดั
88
คาอธบิ ายรายวชิ า
พ 21102 ยืดหยนุ่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา ประวตั ิและความสาคญั ของกีฬายืดหยุ่น การบริหารร่างกาย การเสรมิ สรา้ ง
สมรรถภาพร่างกาย จิตใจ ทกั ษะการเคลอ่ื นไหวพืน้ ฐานเบื้องต้น ทกั ษะการมว้ นตัว ทักษะ
การทรงตวั ทักษะการตอ่ ตวั ทกั ษะการเหวย่ี งตวั และการสปริงตวั มารยาทและความปลอดภยั ใน
การเลน่ กีฬายดื หยุ่น
โดยใชก้ ระบวนโดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการ
เรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง กระบวนการเรยี นร้กู ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะ
นสิ ยั กระบวนการปฏิบัติลงมือทาจริง เพอื่ ใหเ้ กดิ มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสื่อสาร
สิ่งทเี่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของการออกกาลงั กายที่ถูกตอ้ ง การเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย
และทางจติ ท่ีดี นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน และรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สตั ย์สุจริต มวี ินยั
ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มนั่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
รหสั ตวั ชีว้ ดั
พ 3.1 ม.1/1 , ม.1/3
พ 3.2 ม.1/2
พ 4.1 ม.1 /1
รวมทั้งหมด 4 ตัวชีว้ ดั
89
คาอธบิ ายรายวิชา
พ 21104 เทเบลิ เทนนิส กลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาและวิเคราะห์ ทักษะการเคลือ่ นไหวที่ใชท้ กั ษะกลไกและทักษะพน้ื ฐานในการ
ออกกาลงั กาย และเขา้ รว่ มเลน่ กฬี าตามความถนัดและความสนใจ การทดสอบสมรรถภาพเปน็ ไป
ตามเกณฑม์ าตรฐานในกีฬาเทเบิลเทนนสิ การจับไม้ การตลี กู หนา้ มอื การตีลูกหลังมอื การเสริ ฟ์
ลกู การรับลูก การส่งลูก การเล่นเกมการแข่งขันประเภทเด่ยี ว ประเภทคู่ การทางานเป็นทีมอย่าง
ถกู ตอ้ ง
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรู้จากการ
ปฏบิ ัตจิ รงิ พัฒนาลักษณะนสิ ยั เพอ่ื ใหเ้ กดิ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสอ่ื สารสงิ่ ท่ี
เรยี นรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หาในสถานการณ์คับขนั
เพอื่ ใหเ้ ห็นคุณค่าของการออกกาลงั กายนาความรไู้ ปใชส้ รา้ งเสริมสขุ ภาพ พัฒนา
คุณภาพชีวิตอย่างมีความสขุ ในชีวติ ประจาวัน เผยแพรค่ วามร้ใู หก้ ับผอู้ ื่นได้ และรักชาติ ศาสน์
กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ จุ ริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ ม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
รหัสตวั ชี้วัด
พ 3.1ม.1/1 , ม.1/2
พ 3.2 ม.1/2 ม.1/3 , ม.1/4, ม.1/5 , ม.1/6
พ 4.1 ม.1/4
รวมท้ังหมด 8 ตวั ชวี้ ดั
90
คาอธิบายรายวิชา
พ 22101 สุขศึกษา 3 กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและวิเคราะห์ การเปลย่ี นแปลงและระบุปจั จยั ทีผ่ ลกระทบต่อการเจรญิ เตบิ โต
พัฒนาการด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญาในวัยรุน่ ปจั จัยท่มี ีอทิ ธพิ ลตอ่ เจตคติ
ในเรอ่ื งเพศ ปัญหาและผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธใ์ นวยั เรยี น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธแ์ ละ
การหลีกเลี่ยงปอ้ งกันโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ เอดส์ และการตัง้ ครรภ์ทีไ่ มพ่ ึงประสงค์ ความเสมอ
ภาคทางเพศและการวางตวั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรจู้ าก
ประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย เพอ่ื ใหเ้ กดิ
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสือ่ สารส่ิงทเี่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ
เพ่ือให้เห็นคณุ คา่ ในการเลือกใชบ้ รกิ ารสขุ ภาพ การนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิต ประจาวนั
และรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ม่งุ มนั่ ในการทางาน
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
รหสั ตวั ช้ีวัด
พ 1.1 ม.2/1 , ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1 , ม.2/2, ม.2/3 , ม.2/4
รวมทง้ั หมด 6 ตัวชีว้ ดั
91
คาอธบิ ายรายวชิ า
พ 22103 สุขศกึ ษา 4 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาและวิเคราะหค์ วามเจรญิ กา้ วหน้าทางการแพทย์ทม่ี ผี ลตอ่ สขุ ภาพความสัมพันธ์
ของภาวะสมดลุ ระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจติ ลกั ษณะอาการเบอื้ งต้นของผ้มู ีปญั หาสขุ ภาพจติ
แนวทางวธิ ีปฏบิ ตั ิตนเพอ่ื จดั การกับอารมณ์และความเครยี ด พฒั นาสมรรถภาพทางกายของตนเองให้
เปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่กาหนด ระบุวธิ กี าร ปัจจัยและแหลง่ ชว่ ยเหลอื ฟื้นฟผู ้ตู ิดสารเสพติด วิธกี าร
หลกี เล่ียงพฤติกรรมเสยี่ งและสถานการณเ์ สี่ยง ทักษะชีวติ ในการป้องกนั ตนเองและหลกี เลี่ยง
สถานการณค์ ับขันทีอ่ าจนาไปสูอ่ ันตราย
โดยใชก้ ระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรจู้ าก
ประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย เพ่อื ใหเ้ กิด
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่เรยี นรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจ
เพอ่ื ให้เห็นคณุ คา่ ของการมีสขุ ภาพดี นาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวนั และรกั ชาติ
ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ จุ รติ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความ
เปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
รหัสตวั ชี้วัด
พ 4.1 ม.2/1, ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1 , ม.2/2, ม.2/3
รวมท้งั หมด 10 ตัวชว้ี ดั
92
คาอธบิ ายรายวชิ า
พ 22103 กรีฑา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา ประวัตแิ ละประโยชนข์ องกรฑี าประเภทลู่ การออกกาลังกายเสริมสรา้ ง
สมรรถภาพทางกาย เล่นกีฬาที่ถนดั และความสนใจ ประเภททีมและบุคคล รวมทง้ั กีฬาไทย
กีฬาสากล การทดสอบสมรรถภาพกิจกรรมการเลน่ กรฑี า การตงั้ ต้นการวิ่ง การเขา้ สเู่ สน้ ชัย
การวิ่งผลดั การวง่ิ ข้ามรั้ว การฝกึ และเทคนคิ เบ้อื งต้นของกรีฑาประเภทลู่ มารยาท กฎ
และกตกิ าการแข่งขัน ความปลอดภยั ในการเล่น
โดยใช้กระบวนโดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการ
เรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั
กระบวนการปฏบิ ัติลงมอื ทาจริง เพื่อให้เกดิ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ความคิด สามารถส่ือสาร
สิ่งท่ีเรียนรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หาในสถานการณค์ บั ขนั
เพอ่ื ให้เห็นคณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใชส้ รา้ งเสรมิ สขุ ภาพในชวี ิตประจาวนั เลน่ กฬี า
อย่างมีความสุข และรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
มงุ่ มัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
รหสั ตวั ชีว้ ดั
พ 3.1 ม.2/1,ม.2/3
พ 4.1 ม.2/7
พ 5.1 ม.2/ 3
รวมทงั้ หมด 4 ตัวชี้วัด
93
คาอธิบายรายวิชา
พ 22104 กรฑี า 1 กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2
เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา ประวัติและประโยชนข์ องกรีฑาประเภทลาน การออกกาลงั กายเสรมิ สรา้ ง
สมรรถภาพทางกาย เลน่ กีฬาท่ถี นดั และความสนใจ รวมทั้งกฬี าไทย กีฬาสากล การทดสอบ
สมรรถภาพจากกิจกรรมการเลน่ กรฑี า การวิง่ กระโดไกล การวิ่งกระโดดสูง การทุม่ ลกู น้าหนัก การ
ขวา้ งจักร การพ่งุ แหลน การฝึกและเทคนิคเบอ้ื งตน้ ของกรีฑาประเภทลาน มารยาท กฎ
และกตกิ าการแขง่ ขนั ความปลอดภัยในการเล่น
โดยใชก้ ระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนร้จู าก
ประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั
กระบวนการปฏิบตั ิลงมอื ทาจริง เพอ่ื ใหเ้ กดิ มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสื่อสารส่งิ ที่
เรียนรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจและแก้ปญั หาในสถานการณ์คบั ขัน
เพ่อื ใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของการนาความรไู้ ปใชส้ ร้างเสรมิ สุขภาพ พฒั นาคณุ ภาพชวี ิต
อย่างมคี วามสุขในชวี ติ ประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่
อย่างพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ
รหัสตวั ชวี้ ัด
พ 3.1 ม.2/1, ม.2/3
พ 4.1 ม.2/ 7
พ 5.1 ม.2/3
รวมทงั้ หมด 4 ตัวช้ีวัด
94
คาอธบิ ายรายวชิ า
พ 23101 สขุ ศึกษา 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา วเิ คราะห์เปรียบเทยี บการเปลยี่ นแปลงและอทิ ธพิ ลทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เติบโต
พฒั นาการการเปล่ียนแปลงของวยั รุ่นในดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปญั ญา
อิทธพิ ลของสอ่ื โฆษณาทีม่ ีอทิ ธพิ ลตอ่ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของวยั ร่นุ องค์ประกอบของ
อนามยั แม่และเด็ก การวางแผนครอบครวั และปฏิบตั ิตนทเี่ หมาะสม ปจั จยั ท่มี ีผลกระทบต่อ
การตั้งครรภ์ สาเหตแุ ละแนวทางการป้องกนั การขัดแย้งในครอบครวั การกาหนดรายการอาหาร
ทเี่ หมาะสมกบั วัยตา่ งๆโดยคานงึ ถึงความประหยัดและคณุ คา่ ทางโภชนาการ แนวทางสาคัญใน
การปอ้ งกันโรคทเี่ ป็นสาเหตุสาคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรูจ้ าก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั เพอื่ ให้เกดิ มคี วามรู้
ความเข้าใจ ความคดิ สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจและ มี
ทกั ษะชวี ิตแกป้ ัญหาในสถานการณ์ทีค่ ับขัน
เพือ่ ให้เหน็ คณุ ค่าของการนาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์
กษตั รยิ ์ ซือ่ สตั ยส์ ุจริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง ม่งุ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
รหัสตวั ชว้ี ัด
พ 1.1ม.3/1 , ม.3/2,
พ 2.1ม.3/1 , ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมทั้งหมด 6 ตวั ชวี้ ัด
95
คาอธิบายรายวิชา
พ 23102 สุขศึกษา 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาและวเิ คราะห์ ปญั หาและแนวทางแก้ไขปัญหาสขุ ภาพในชุมชน การวางแผน
การการจัดเวลาในการออกกาลังกาย การพักผ่อน การเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกายและพฒั นาไดต้ ามความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล ปัจจัยและพฤตกิ รรมเส่ียงท่มี ผี ล
ต่อสุขภาพ และแนวทางปอ้ งกัน วิธีหลีกเล่ยี งการใชค้ วามรุนแรง อิทธพิ ลของสอื่ ตอ่ พฤตกิ รรม
สุขภาพ ความสัมพนั ธ์ของเคร่อื งดืม่ ทแี่ อลกอฮอลต์ อ่ สขุ ภาพและการเกิดอบุ ตั เิ หตุ วิธกี ารชว่ ยฟน้ื คนื
ชีพ
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรู้จาก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย เพื่อให้เกดิ
มีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสอ่ื สารส่ิงทีเ่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจและ
แก้ปัญหาในสถานการณท์ ่ีคับขนั
เพอ่ื ให้เห็นคณุ ค่าของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์
กษตั ริย์ ซือ่ สัตยส์ จุ ริต มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย
มจี ติ สาธารณะ
รหัสตวั ช้วี ัด
พ 4.1 ม.3/1 , ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
พ 5.1 ม.3/1 , ม.3/2, ม.3/3 , ม.3/4
รวมท้ังหมด 8 ตวั ชว้ี ัด
96
คาอธิบายรายวชิ า
พ 23103 แบดมนิ ตนั กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษา ประวัตแิ ละความสาคญั ของกีฬาแบดมินตนั การบริหารรา่ งกาย ออกกาลัง
กายท่ีเหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย และศกั ยภาพในการเล่น
แบดมินตนั การฝกึ และเทคนคิ เบอื้ งตน้ มารยาท กฎ และกติกา กลวิธีการแข่งขนั และ
ความปลอดภัยในการเล่นแบดมินตนั
โดยใชก้ ระบวนโดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการ
เรียนรจู้ ากประสบการณจ์ ากการปฏบิ ตั จิ ริง พัฒนาลักษณะนิสยั นักกฬี า เพอ่ื ให้เกดิ มีความรู้
ความเข้าใจ ความคิด สามารถส่อื สารส่ิงท่ีเรียนรู้ ความสามารถในการตดั สินใจและแกป้ ญั หา
เพ่ือให้เห็นคณุ คา่ ของการนาความร้ไู ปใชส้ ร้างเสรมิ สขุ ภาพและพฒั นาคุณภาพชตี ิ
อย่างมคี วามสขุ ในชวี ิตประจาวนั และรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ มั่นในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ
รหัสตวั ชีว้ ัด
พ 3.1 ม.3/1 , ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1 , ม.3/2, ม.3/3 , ม.3/4
พ 4.1 ม.3/5
พ 5.1 ม.3/3
รวมท้งั หมด 8 ตัวชีว้ ัด
97
คาอธบิ ายรายวชิ า
พ 23104 วอลเลย์บอล กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา ประวัติและประโยชนข์ องกีฬาวอลเลยบ์ อล การออกกาลงั กายเสริมสรา้ ง
สมรรถภาพทางกาย เล่นกีฬาทถ่ี นดั และความสนใจ รวมทัง้ กีฬาไทย กฬี าสากล การทดสอบ
สมรรถภาพจากกิจกรรมการเล่นวอลเลยบ์ อล การสง่ ลกู การรบั ลกู การตั้งลกู การตบลกู วิธีการ
เล่นในตาแหนง่ ต่างๆทั้งฝา่ ยสง่ ลกู และรบั ลกู การเล่นเป็นทมี การฝกึ และเทคนิคเบอ้ื งตน้ ของกีฬา
วอลเลยบ์ อล มารยาท กฎ และกตกิ า กลวิธกี ารแขง่ ขัน ความปลอดภัยในการเลน่ วอลเลย์บอล
โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้จาก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสยั
กระบวนการปฏิบตั ิลงมอื ทาจรงิ เพ่ือใหเ้ กิดมีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถส่อื สารส่งิ ท่ี
เรยี นรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ
เพอ่ื ใหเ้ ห็นคณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใชส้ ร้างเสรมิ สุขภาพ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ
อย่างมคี วามสขุ ในชีวิตประจาวนั และรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มุง่ มน่ั ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
รหัสตวั ชีว้ ดั
พ 3.1 ม.3/1 , ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1 , ม.3/2, ม.3/3 , ม.3/4
พ 4.1 ม.3/5
พ 5.1 ม.3/3
รวมทงั้ หมด 8 ตัวชว้ี ดั
98
โครงสร้างรายวชิ า ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน้
กลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
โรงเรียนมธั ยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
99
คาอธบิ ายรายวชิ า ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
กล่มุ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ
รายวิชาพนื้ ฐาน
ศ21101 ศิลปศกึ ษา (ทศั นศลิ ป์ 1) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศ21102 ศลิ ปศกึ ษา (นาฏศิลป์ 1) จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ
ศ22101 ศิลปศึกษา (ดนตรี 1) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ศ22102 ศิลปศกึ ษา (ทศั นศลิ ป์ 2) จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศ23101 ศลิ ปศึกษา (นาฏศลิ ป์ 2) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ศ23102 ศิลปศึกษา (ดนตรี 2) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
รายวชิ าเพิ่มเตมิ
ศ20201 ทฤษฎีดนตรี 1 จานวน 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศ20202 ทฤษฎีดนตรี 2 จานวน 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศ20203 ปฏิบัติดนตรี 1 จานวน 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศ20204 ปฏบิ ัตดิ นตรี 2 จานวน 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศ20205 ปฏิบัตดิ นตรี 3 จานวน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศ20206 ปฏบิ ตั ดิ นตรี 4 จานวน 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศ20207 ปฏบิ ัติดนตรี 5 จานวน 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศ20208 ปฏบิ ัตดิ นตรี 6 จานวน 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศ20209 ดนตรีรวมวง 1 จานวน 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศ20210 ดนตรีรวมวง 2 จานวน 40 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศ20211 โสตทักษะทางดนตรี จานวน 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศ20212 สังคีตนยิ ม จานวน 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศ20213 ขับร้องประสานเสียงเบอ้ื งตน้ จานวน 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศ20214 สุนทรียภาพทางดนตรี จานวน 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
100
คาอธิบายรายวิชา
ศ21101 ศลิ ปศึกษา (ทศั นศลิ ป์ 1) กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความแตกตา่ งและความคลา้ ยคลึงกนั ของทัศนธาตใุ นงานทัศนศิลป์
และส่ิงแวดลอ้ ม ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื ความสมดลุ หลักการวาดภาพแสดงทัศนยี ภาพ
เอกภาพความกลมกลืนของเร่อื งราวในงานป้ันหรืองานส่อื ผสม การออกแบบรูปภาพ สญั ลกั ษณห์ รืองาน
กราฟกิ การประเมินงานทัศนศิลป์ รูปแบบของทัศนธาตแุ ละแนวคิดในงานทัศนศิลป์
ความเหมอื นและความแตกตา่ งของรปู แบบการใช้วัสดุ อปุ กรณ์ในงานทศั นศลิ ป์ของศิลปนิ เทคนิคใน
การวาดภาพสอ่ื ความหมาย การประเมินและวจิ ารณง์ านทัศนศิลป์ การพัฒนางานทัศนศิลป์ การ
จดั ทาแฟ้มสะสมงานทัศนศิลป์ การวาดภาพถา่ ยทอดบคุ ลกิ ลกั ษณะของตวั ละครและงานทศั นศลิ ป์ใน
การโฆษณา
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ
กระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ตั ิลงมือทา
จรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสร้างคา่ นยิ มและ
กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย
เพอื่ ให้นักเรียนเปน็ ผมู้ ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ศ 1.1 ม1/1, 1/2, 1/3, 1/4, 1/5, 1/6
ศ 1.1 ม2/1, 2/2, 2/3, 2/4, 2/5, 2/6
รวมท้ังหมด 12 ตัวชีว้ ัด
101
คาอธบิ ายรายวิชา
ศ21102 ศลิ ปศกึ ษา (นาฎศลิ ป์ 1) กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง / สปั ดาห์ จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาการปฏิบตั ิของผู้แสดงและผชู้ ม ประวัตินกั แสดงทช่ี น่ื ชอบ การพัฒนารูปแบบของ
การแสดง อิทธพิ ลของนักแสดงท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมของผชู้ ม นาฏศัพทห์ รอื ศัพทท์ าง การ
ละครในการแสดง ภาษาท่า และการตีบท ทา่ ทางเคล่ือนไหวทแี่ สดงสอ่ื ทางอารมณ์ ระบา
เบ็ดเตลด็ ราวงมาตรฐาน รปู แบบการแสดงนาฏศิลป์ บทบาทและหนา้ ทข่ี องฝา่ ยต่าง ๆ ในการ
จดั การแสดง การสรา้ งสรรคก์ จิ กรรมการแสดงที่สนใจโดยแบง่ ฝา่ ยและหน้าทใี่ ห้ชัดเจน หลักในการ
ชมการแสดง ศิลปะแขนงอ่ืน ๆ กับการแสดง หลกั และวธิ กี ารสรา้ งสรรค์การแสดง โดยใช้
องคป์ ระกอบนาฏศิลป์และการละคร หลักและวิธีการวเิ คราะห์ การแสดง วิธีการวเิ คราะห์ วิจารณ์
การแสดง นาฏศิลป์ และการละคร ราวงมาตรฐาน ความสมั พนั ธ์ของนาฏศิลปห์ รอื การละครกบั
สาระการเรยี นรอู้ ่ืน ๆ ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์ รปู แบบการแสดง การประดษิ ฐท์ า่ ราและ
ท่าทางประกอบการแสดง องค์ประกอบนาฏศลิ ป์ และวธิ กี ารเลอื กการแสดง
โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการปฏบิ ตั ิลงมอื ทาจรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการ
สรา้ งคา่ นยิ มและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย
เพอื่ ให้นกั เรียนเปน็ ผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ศ 3.1 ม1/1, 1/2
ม2/1, 2/2
ม3/1, 3/2
รวมท้งั หมด 6 ตัวชี้วดั
102
คาอธิบายรายวิชา
ศ22101 ศลิ ปศกึ ษา (ดนตรี 1) กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 1 ช่ัวโมง / สปั ดาห์ จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาเครอ่ื งหมายและสญั ลกั ษณ์ทางดนตรี เสยี งรอ้ งและเสียงของเครอื่ งดนตรใี นบท
เพลงจากวัฒนธรรมต่าง ๆ การร้องและการบรรเลงเคร่อื งดนตรปี ระกอบการร้องบทเพลงพ้นื บา้ น บท
เพลงปลกุ ใจ บทเพลงไทยเดมิ บทเพลงประสานเสียง 2 แนว บทเพลงรปู แบบ ABA บทเพลง
ประกอบการเต้นรา วงดนตรพี น้ื เมือง วงดนตรไี ทย วงดนตรสี ากล การถา่ ยทอดอารมณข์ องบท
เพลง การนาเสนอบทเพลงท่ีตนสนใจ การประเมินคณุ ภาพของบทเพลง การใชแ้ ละบารุงรักษา
เครื่องดนตรขี องตน องคป์ ระกอบของดนตรีจากแหลง่ วัฒนธรรมต่าง ๆ เครอื่ งหมายและสญั ลักษณ์
ทางดนตรี ปจั จยั ในการสรา้ งสรรค์บทเพลง เทคนิคการรอ้ งและบรรเลงดนตรี การบรรยายอารมณ์
และความรสู้ กึ ในบทเพลง การประเมนิ ความสามารถทางดนตรี
โดยใช้กระบวนการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
กระบวนการปฏิบัติลงมอื ทาจรงิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการ
สร้างค่านยิ มและกระบวนการพฒั นาลักษณะนิสัย
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเปน็ ผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ศ 1.1 ม1/1, 1/2, 1/3, 1/4, 1/5, 1/6, 1/7, 1/8, 1/9
ม2/1, 2/2, 2/3, 2/4, 2/5, 2/6, 2/7
รวมท้ังหมด 16 ตัวชว้ี ัด
103
คาอธิบายรายวชิ า
ศ22102 ศลิ ปศกึ ษา(ทัศนศลิ ป์ 2) กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาทัศนธาตุ หลักการออกแบบในส่ิงแวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป์ เทคนคิ วธิ ีการของ
ศลิ ปนิ ในการสร้างงานทัศนศิลป์ วิธกี ารใชท้ ัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบในการสร้างงานทศั นศลิ ป์
การสรา้ งงานทศั นศิลป์ทง้ั ไทยและสากล การใช้หลกั การออกแบบในการสร้างงานสอ่ื ผสม การสรา้ ง
งานทัศนศิลป์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และจินตนาการ
การประยกุ ต์ใชท้ ัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ การวิเคราะห์รูปแบบ เนอ้ื หา และ
คณุ ค่าในงานทัศนศลิ ป์ การใช้เทคนิค วธิ ีการท่ีหลากหลายสร้างงานทศั นศลิ ป์เพอื่ สอื่ ความหมายการ
ประกอบอาชพี ทางทศั นศิลป์ การจดั นิทรรศการ ลักษณะ รูปแบบงานทัศนศลิ ป์ของชาตแิ ละท้องถนิ่
งานทัศนศลิ ป์ภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทย ความแตกตา่ งของงานทศั นศิลป์ ในวฒั นธรรมไทย
และสากล วฒั นธรรมท่ีสะทอ้ นในงานทศั นศลิ ปป์ ัจจุบนั งานทศั นศิลป์ของไทยในแต่ละยคุ สมยั การ
ออกแบบงานทัศนศิลป์ในวฒั นธรรมไทยและสากลงานทศั นศลิ ปก์ ับการสะทอ้ นคุณคา่ ของวฒั นธรรม
และความแตกตา่ งของงานทัศนศลิ ป์ในแต่ละยคุ สมัยของวฒั นธรรมไทยและสากล
โดยใช้กระบวนการเรียนร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบัติลงมอื ทา
จริง กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสร้างคา่ นยิ มและ
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย
เพื่อใหน้ ักเรยี นเปน็ ผ้มู ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ
รหสั ตวั ชีว้ ดั
ศ 1.1 ม3/1, 3/2, 3/3, 3/4, 3/5, 3/6, 3/7, 3/8, 3/9, 3/10, 3/11
ศ 1.2 ม1/1, 1/2, 1/3
ม2/1, 2/2, 2/3
ม3/1, 3/2
รวมทั้งหมด 19 ตวั ชว้ี ดั
104
คาอธิบายรายวิชา
ศ23101 ศิลปศกึ ษา (นาฏศลิ ป์ 2) กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาลักษณะ รปู แบบงานทศั นศิลป์ของชาตแิ ละทอ้ งถน่ิ งานทัศนศิลป์ภาคต่าง ๆ
ในประเทศไทย ความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ ในวัฒนธรรมไทยและสากล วัฒนธรรมทสี่ ะท้อนใน
งานทศั นศลิ ป์ปัจจุบัน งานทศั นศิลปข์ องไทยในแต่ละยคุ สมัย การออกแบบงานทัศนศลิ ปใ์ น
วัฒนธรรมไทยและสากล งานทศั นศลิ ปก์ บั การสะท้อนคุณค่าของวฒั นธรรม
ความแตกตา่ งของงานทศั นศิลปใ์ นแต่ละยุคสมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากล
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏบิ ตั ิลงมอื ทาจรงิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการ
สร้างคา่ นยิ มและกระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั
เพื่อใหน้ ักเรียนเป็นผ้มู ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ย์สจุ ริต มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ
รหสั ตวั ช้วี ดั
ศ 3.2 ม1/1, 1/2, 1/3
ม2/1, 2/2, 2/3
ม3/1, 3/2
รวมทงั้ หมด 8 ตวั ช้ีวัด
105
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศ23102 ศิลปศกึ ษา(ดนตรี 2) กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาอาชพี ทางด้านดนตรี บทบาทของดนตรใี นธรุ กิจบันเทิง การเปรียบเทยี บ
องคป์ ระกอบในงานศิลปะ เทคนคิ และการแสดงออกในการขับร้องและบรรเลงดนตรเี ดีย่ วและรวมวง
อตั ราจังหวะ 2 และ 4 การประพันธ์เพลงในอตั ราจังหวะ 2 และ 4 การเลือกใช้องค์ประกอบในการ
สร้างสรรคบ์ ทเพ4 ลง ก4ารเปรยี บเทยี บความแตกต่างของบ4ทเพลง4 อทิ ธพิ ลของดนตรี การจดั การแสดง
ดนตรีในวาระตา่ ง ๆ บทบาทและอิทธพิ ลของดนตรี องคป์ ระกอบของดนตรีในแตล่ ะวฒั นธรรม
ดนตรใี นวฒั นธรรมต่างประเทศ เหตุการณ์ประวตั ศิ าสตร์กบั การเปล่ยี นแปลง ทางดนตรีในประเทศไทย
ประวัตดิ นตรไี ทยยคุ สมัย ต่าง ๆ ประวัติดนตรีตะวนั ตกยคุ สมัยต่าง ๆ ปัจจัยทที่ าให้งานดนตรไี ด้รับ
การยอมรับ
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการปฏิบตั ิลงมอื ทาจรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการ
สรา้ งคา่ นิยมและกระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเป็นผูม้ ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สัตยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพียง ม่งุ มัน่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมจี ิตสาธารณะ
ตัวชี้วดั
ศ 2.1 ม3/1, 3/2, 3/3, 3/4, 3/5, 3/6, 3/7
ศ 2.2 ม1/1, 1/2
ม2/1, 2/2
ม3/1, 3/2
รวมท้งั หมด 13 ตวั ชวี้ ัด
106
คาอธิบายรายวิชา ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น
กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
โรงเรยี นมัธยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวัดสกลนคร
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
107
โครงสร้างรายวชิ า ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
รายวิชาพน้ื ฐาน จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ง21102 การงานอาชีพ1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ง21103 การงานอาชีพ
ง21104 การงานอาชีพ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หน่วยกติ
ง22102 การงานอาชพี 2 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ง22103 การงานอาชีพ
ง22104 การงานอาชีพ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ง23101 การงานอาชีพ 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ง23102 การงานอาชพี 4 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ง23103 การงานอาชพี 5
ง23104 การงานอาชพี 6
รายวิชาเพิ่มเตมิ จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ง20201 โครงงานเพอ่ื สงั คม จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ง20208 การงานอาชีพ จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ง20209 การงานอาชีพ
108
คาอธิบายรายวิชา
ง21102 การงานอาชีพ 1 กล่มุ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาลักษณะงานและขน้ั ตอนการปฏิบตั ิงาน วเิ คราะหว์ างแผนและ ลงมอื ปฏบิ ัติงาน
เก่ยี วกับงานบา้ น เรอ่ื ง การรกั ษาความสะอาด และ การจดั ตกแต่งบ้านและบรเิ วณบา้ น การใช้
อปุ กรณอ์ านวยความสะดวกในการทางานบ้าน การซ่อมแซมและดดั แปลงเครอื่ งนงุ่ ห่ม การดูแล
ชว่ ยเหลอื และ บรกิ ารบุคคลในครอบครวั การประกอบอาหารทีม่ คี ุณคา่ ทางโภชนาการ การ
ประกอบอาหารและการถนอมอาหารเหมาะสมกบั สภาพเศรษฐกิจของครอบครวั
โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการคิดกระบวนการทางสังคม
กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทาจริง กระบวนการจดั การ
กระบวนการกลุม่ และกระบวนการลักษณะนสิ ัย
เพ่อื ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับงานบ้านและ ปฏิบตั งิ านบ้านอยา่ งรับผดิ ชอบ มวี นิ ยั
ใฝ่เรยี นรู้ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ ม่งุ มน่ั ในการทางาน อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง รักความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ
รหัสตวั ชว้ี ดั
ง 1.1 ม.1/1-3
ง 1.1 ม.2/1-3
ง 1.1 ม.3/1-3
รวมทัง้ หมด 9 ตัวชวี้ ัด
109
คาอธิบายรายวิชา
ง22102 การงานอาชพี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาเก่ยี วกบั งานชา่ งพ้นื ฐานท่จี าเป็นในบา้ น วิเคราะห์ วางแผน และลงมือปฏบิ ัติ
ในเรอื่ ง การใช้ การเกบ็ การบารงุ รกั ษาเครือ่ งมอื และอุปกรณ์งานชา่ ง การอา่ นแบบเบือ้ งตน้
การซอ่ มแซมและ ดัดแปลงเครือ่ งใชใ้ นบา้ น และการรักษาความปลอดภยั ในการทางาน
โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการคิดกระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ
กระบวนการกลุ่มและกระบวนการลักษณะนิสยั
เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในงานชา่ งพนื้ ฐาน สามารถซอ่ มแซมและ ดดั แปลงเครอื่ งใช้
ในบา้ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตามกระบวนการทางาน และปลอดภัย มีนสิ ยั รักการทางาน ขยนั อดทน
ประณีต รอบคอบ มรี ะเบยี บ และ ประหยัด
รหสั ตวั ช้วี ัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, 2/4
ม.3/1, ม.3/2
ง 2.1 ม.2/1, ม.2/3
รวมทั้งหมด 11 ตัวชีว้ ัด
110
คาอธบิ ายรายวิชา
ง23101 การงานอาชพี 3 กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาลกั ษณะงานและขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ าน วิเคราะหว์ างแผนและ ลงมอื ปฏิบตั ิงาน
เกย่ี วกบั งานประดษิ ฐ์ เรอ่ื ง ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั งานประดษิ ฐ์ กระบวนการจัดการงานประดษิ ฐ์
การฝกึ ปฏิบตั เิ ก่ียวกับงานประดษิ ฐ์ การประดิษฐ์ของเลน่ การประดษิ ฐ์ของใช้ การประดษิ ฐข์ อง
ตกแต่งจากวสั ดุในโรงเรยี นและในท้องถน่ิ การประดษิ ฐบ์ รรจภุ ณั ฑ์จากวัสดธุ รรมชาติ
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทาจรงิ กระบวนการจดั การ
กระบวนการกลมุ่ และกระบวนการลักษณะนิสยั
เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับงานประดษิ ฐแ์ ละ ปฏิบตั ิงานประดษิ ฐ์อยา่ งรับผิดชอบ มี
วินยั ใฝเ่ รียนรู้ ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต มุ่งมนั่ ในการทางานอยอู่ ย่างพอเพียง รกั ความเปน็ ไทยและมจี ิต
สาธารณะ
รหัสตวั ช้วี ดั
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ม.3/1, ม.3/2
ง 2.1 ม.2/1, ม.2/3
รวมทง้ั หมด 10 ตัวชี้วดั
111
คาอธบิ ายรายวิชา
ง23102 การงานอาชีพ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาเก่ียวกบั คณุ สมบตั ิของดนิ การเตรยี มดิน การอนุรักษด์ ินและ น้าทใี่ ชใ้ นการเกษตร
ปุ๋ยและ คุณสมบตั ขิ องปุ๋ย การคัดเลือกพนั ธพุ์ ืช ขยายพนั พชื การดูแลรกั ษาและตกแตง่ สวน
การจัดการผลผลติ การจดั สวนในภาชนะ ชนิด ประเภท การเลอื กใช้ การเก็บและ บารงุ รกั ษา
เคร่อื งมอื การเกษตร วิเคราะหว์ างแผนและลงมอื ปลูกพชื และ เลย้ี งสตั ว์ การใหอ้ าหาร บารุงรกั ษา
ปอ้ งกันโรคและ ใชป้ ระโยชนจ์ ากผลผลิตตามหลกั วชิ าการเกษตรเพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ
เก่ียวกบั การเกษตรเบอ้ื งตน้ การดารงชวี ิตประจาวนั สามารถปลูกพชื และ ท่ีเหมาะสมกับท้องถน่ิ การ
แปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร และ เป็นประโยชนก์ ับครอบครัว
โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทาจริง กระบวนการจดั การ
กระบวนการกลุ่มและกระบวนการลักษณะนิสัย
เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเกษตรและปฏบิ ัตเิ กยี่ วกบั การเกษตรอยา่ ง
รับผิดชอบ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสัตย์สจุ รติ มุง่ มนั่ ในการทางาน อยู่อยา่ งพอเพยี ง รักความเปน็ ไทยและ
มีจติ สาธารณะ
รหัสตวั ชวี้ ัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ม.3/1, ม.3/2
ง 2.1 ม.2/1, ม.2/3
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชว้ี ัด
ง20201 โครงงานเพอ่ื สงั คม 112
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
คาอธิบายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี
เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาคน้ ควา้ และพฒั นาสร้างสรรคก์ ิจกรรม แผนงาน หรอื โครงการตา่ งๆ ท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ
ประโยชนต์ ่อสาธารณะ หรอื บรกิ ารสังคม โรงเรยี น ชุมชน การเร่ิมตน้ โครงการ การเลือกหัวขอ้
การเขียนเค้าโครงโครงงานและแผนปฏบิ ัติงาน การปฏบิ ตั ติ ามแผนงานและตรวจสอบความกา้ วหน้า
แนวทางการเขยี นรายงานและการเขียนรายงานโครงงาน การนาเสนอผลงานและวจิ ารณ์
โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบบูรณาการ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทาจรงิ กระบวนการจดั การ
กระบวนการกล่มุ และกระบวนการลกั ษณะนิสยั
เพ่ือให้ผเู้ รียนมที กั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ และทักษะการคิดวเิ คราะห์ การปฏิบตั ิ มงุ่ หวังให้
ผู้เรียนลงมอื ปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ีเกดิ จากความคดิ สรา้ งสรรคข์ องตนเอง การบริการ เปน็ กจิ กรรมจติ
อาสาท่ไี ม่มคี ่าจ้างตอบแทน เปน็ กิจกรรมทม่ี ุ่งหวังให้มีความตระหนักรู้ มสี านึกตอ่ ความรับผดิ ชอบตอ่
ตนเองและสงั คม และนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวันได้
ผลการเรยี นรู้
1. วางแผนเริ่มตน้ โครงการได้
2. เลอื กและวเิ คราะหห์ วั ขอ้ โครงงานได้
3. เขยี นเค้าโครงโครงงานและแผนปฏิบัติงานได้
4. ปฏบิ ตั ิตามแผนและตรวจสอบความก้าวหนา้ ได้
5. กาหนดแนวทางการเขยี นรายงานและเขยี นรายงานได้
6. นาเสนอผลงานและวิจารณ์
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
113
คาอธบิ ายรายวชิ า
ง 20208 การงานอาชพี กลุม่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
ช้นั มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาหลกั การจดั อาหารประจาวนั การหุงตม้ อาหาร การสงวนคณุ ค่าทางโภชนาการ
สุขอนามยั การเลือกซือ้ อาหารสดอาหารแหง้ การเลอื กใชอ้ ุปกรณ์ เครอื่ งใช้ใหเ้ หมาะสมกบั ชนดิ ของ
อาหาร การประกอบอาหารประเภทตา่ งๆ
ปฏบิ ตั กิ ารจดั รายการอาหารประจาวัน ซือ้ อาหารสด อาหารแห้ง ใชอ้ ปุ กรณ์เคร่ืองใชเ้ หมาะ
กบั ชนดิ ของอาหาร ประกอบอาหารไทยประเภทตา่ งๆ เชน่ แกงจดื แกงเผด็ ผัด ยา เครือ่ งจมิ้ และ
อาหารว่าง คานวณค่าใชจ้ า่ ย กาหนดราคาหรอื ค่าบริการ จดั จาหน่าย จดบนั ทึกการปฏบิ ัติงาน ทา
บญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย และประเมนิ ผล
เพื่อให้มคี วามร้คู วามเชา้ ใจและมที ักษะเกย่ี วกับการประกอบอาหารไทยและจาหนา่ ยได้
มีความรบั ผดิ ชอบ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มุ่งม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะและน้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ความหมายความสาคญั ประโยชน์ ของอาหารไทย
2. รู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั หลกั การ วิธกี ารของการประกอบอาหารไทย
3. สามารถเลือกใช้วสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการประกอบอาหารไทย
4. มที กั ษะการประกอบอาหารไทยและจาหน่ายได้
5. จดั ตกแตง่ บรรจภุ ณั ฑ์ใหเ้ หมาะสมกับโอกาสการใชง้ าน
6. คานวณค่าใชจ้ า่ ย จดบนั ทกึ การปฏิบตั ิงานกาหนดราคาจาหน่าย
7. เสนอแนวทางในการประกอบอาชพี และประเมนิ ผลงานได้
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้
114
คาอธิบายรายวิชา ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
โรงเรียนมัธยมวานรนิวาส อาเภอวานรนิวาส จังหวดั สกลนคร
สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
115
โครงสร้างรายวชิ า ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน้
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ
รายวชิ าพ้นื ฐาน
อ21101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
อ22101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกติ
อ22102 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
อ23101 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
อ23102 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
อ20201 ภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสาร จานวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
อ20202 ภาษาองั กฤษเพอื่ มัคคุเทศก์ จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หน่วยกิต
อ20203 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
อ20204 ภาษาองั กฤษอ่าน-เขียน1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
อ20205 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 2 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
อ20206 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น 2 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
อ20207 ทกั ษะพัฒนาเพือ่ การสื่อสารภาษาองั กฤษ1 จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
อ20208 การเขยี นเรยี งความเบือ้ งตน้ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
อ20209 Game & Scrabble 1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
อ20210 Game & Scrabble 2 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
อ20211 Game & Scrabble 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
อ20212 Game & Scrabble 4 จานวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
อ20213 Game & Scrabble 5 จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
อ20214 Game & Scrabble 6 จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
อ20215 Speaking 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
อ20216 Speaking 2 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
อ20217 Speaking 3 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
อ20218 Speaking 4 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
อ20219 Speaking 5 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
อ20220 Speaking 6 จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกติ
อ20221 สนทนาภาษาอังกฤษ 1 จานวน 20 ชั่วโมง 116
อ20222 สนทนาภาษาองั กฤษ 2 จานวน 20 ช่วั โมง
อ20223 สนทนาภาษาองั กฤษ 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
อ20224 สนทนาภาษาอังกฤษ 4 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
อ20225 สนทนาภาษาองั กฤษ 5 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
อ20226 สนทนาภาษาอังกฤษ 6 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
0.5 หน่วยกติ
0.5 หน่วยกติ
117
คาอธิบายรายวิชา
อ21101 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาการใช้ภาษา อ่านออกเสียงขอ้ ความ นิทาน บทร้อยกรอง บอกความเหมือนและแตกตา่ ง
ระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ ต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลาดับคาตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย ปฏิบตั ติ ามและใช้คาสั่ง คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชีแ้ จง
การขอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือ พดู และเขยี นบรรยาย สรุปใจความสาคญั ทไ่ี ดจ้ ากการ
วิเคราะห์ แสดงความคิดเหน็ แลกเปล่ยี น ขอและใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเอง กิจวัตรประจาวนั ประสบการณ์
สิ่งแวดล้อมและเหตกุ ารณ์ใกล้ตัวในความสนใจ ระบุและเลือกขอ้ มลู ประโยค ขอ้ ความ บทสนทนา
นิทาน เร่อื งส้ัน ความสมั พันธ์กบั ส่อื ทไี่ มใ่ ช่ความเรยี งและตอบคาถามเกี่ยวกับเรือ่ งทฟี่ งั หรอื อ่าน คน้ คว้า
รวบรวม สรปุ ขอ้ มูลจากส่อื และแหล่งเรียนรูต้ า่ งๆทงั้ ท่เี ป็นข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นท่ีเก่ียวข้องกบั กลมุ่ สาระ
การเรยี นรอู้ นื่ บรรยายและเปรียบเทยี บประเพณี งานเทศกาล งานฉลอง วนั สาคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เข้าร่วมและจัดกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม สอื่ สารด้วยภาษา
น้าเสยี ง และกิริยาทา่ ทางสุภาพเหมาะสม ทัง้ ในสถานการณ์จรงิ และสถานการณจ์ าลองทเ่ี กดิ ข้นึ ใน
ห้องเรยี นและสถานศกึ ษาอย่างถกู ตอ้ งเหมาะสมตามกาลเทศะ
โดยใช้ภาษาองั กฤษในกระบวนการสบื คน้ ค้นคว้า รวบรวมข้อมลู และความรูต้ า่ งๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบ
อาชพี จากส่อื และแหล่งการเรยี นรตู้ ่างๆเพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจและมีทกั ษะในการสอื่ สาร
เห็นคุณคา่ ของการนาภาษาอังกฤษมาใชป้ ระโยชน์ในการเรยี นร้แู ละในชีวิตประจาวนั รักการอา่ น แสวงหา
ความรดู้ ว้ ยตนเอง มีความมงุ่ มั่นใฝร่ ้ใู ฝ่เรยี น มวี ินัย คุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยม เจตคติท่ีดีตอ่ อาชพี สจุ รติ
และการทางานรว่ มกับผอู้ ่ืน มีจติ สาธารณะ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ รกั ความเปน็ ไทย และรู้จกั นาหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชีวติ ประจาวัน
รหสั ตวั ชี้วดั
ต1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ต1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ต1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต3.1 ม.1/1
ต4.1 ม.1/1
ต4.2 ม.1/1
รวมทงั้ หมด 20 ตวั ชี้วดั
118
คาอธิบายรายวิชา
อ21102 ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาการใช้ภาษา อ่านออกเสียงข้อความ นทิ าน บทรอ้ ยกรอง บอกความเหมอื นและแตกต่าง
ระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ ต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลาดับคาตามโครงสรา้ ง
ประโยคของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย ปฏิบตั ิตามและใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาแนะนา คาชแ้ี จง
การขอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลือ พดู และเขียนบรรยาย สรุปใจความสาคญั ทไ่ี ด้จากการ
วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นแลกเปลีย่ น ขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์
สิ่งแวดล้อมและเหตกุ ารณ์ใกล้ตัวในความสนใจ ระบแุ ละเลือกขอ้ มูล ประโยค ข้อความ บทสนทนา
นิทาน เร่อื งส้ัน ความสมั พนั ธ์กับส่อื ท่ีไม่ใชค่ วามเรยี งและตอบคาถามเกี่ยวกับเร่อื งที่ฟงั หรอื อา่ น ค้นควา้
รวบรวม สรปุ ขอ้ มูลจากส่อื และแหล่งเรยี นรตู้ ่างๆท้ังท่ีเปน็ ขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ ท่ีเกีย่ วข้องกบั กลมุ่ สาระ
การเรยี นรอู้ นื่ บรรยายและเปรียบเทยี บประเพณี งานเทศกาล งานฉลอง วนั สาคญั ชวี ิตความเป็นอยู่
และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เข้าร่วมและจดั กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ส่อื สารดว้ ยภาษา
น้าเสยี ง และกิรยิ าทา่ ทางสภุ าพเหมาะสม ทง้ั ในสถานการณ์จรงิ และสถานการณจ์ าลองทเี่ กิดขน้ึ ใน
ห้องเรยี นและสถานศกึ ษาอย่างถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ
โดยใช้ภาษาอังกฤษในกระบวนการสืบคน้ คน้ ควา้ รวบรวมข้อมูลและความร้ตู ่างๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบ
อาชพี จากส่อื และแหล่งการเรยี นร้ตู ่างๆเพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจและมที กั ษะในการส่อื สาร
เห็นคุณคา่ ของการนาภาษาอังกฤษมาใช้ประโยชนใ์ นการเรียนรแู้ ละในชวี ิตประจาวนั รกั การอา่ น แสวงหา
ความรดู้ ว้ ยตนเอง มีความมงุ่ มั่นใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มีวินัย คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นยิ ม เจตคตทิ ีด่ ตี อ่ อาชพี สจุ รติ
และการทางานรว่ มกับผอู้ ่ืน มีจิตสาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ รักความเปน็ ไทย และร้จู ักนาหลกั
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดารงชวี ิตประจาวนั
รหสั ตวั ชี้วดั
ต1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ต1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ต1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต3.1 ม.1/1
ต4.1 ม.1/1
ต4.2 ม.1/1
รวมทงั้ หมด 20 ตวั ชี้วดั
119
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ปฏิบัตแิ ละใชค้ าขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแี้ จง และคาอธบิ ายง่ายๆ เลอื กหวั ขอ้ เรอ่ื ง ใจความสาคญั บอก
รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเรอ่ื งที่ฟงั หรอื อ่าน อา่ นออกเสียงข้อความ ขา่ ว
ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสั้น ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน ระบุ เขียนประโยคและขอ้ ความใหส้ ัมพนั ธ์กับสือ่
ทไ่ี มใ่ ช่ความเรยี งรูปแบบตา่ ง ๆ สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตวั พดู และเขียน
แสดงความตอ้ งการ เสนอ และใหค้ วามชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธ ขอและใหข้ ้อมลู บรรยาย และ แสดง
ความรู้สกึ แสดงความคิดเหน็ ในสถานการณต์ ่าง ๆ ที่ฟงั หรืออา่ นอยา่ งเหมาะสมพรอ้ มท้ังให้เหตผู ล
ประกอบ พูดและเขยี นบรรยายเก่ยี วกับเรื่องต่าง ๆ สรุปใจความสาคญั แก่นสาระ หวั เร่อื ง ท่ไี ด้จากการ
วิเคราะหเ์ รื่อง ข่าว เหตุการณ์ ใช้ภาษา น้าเสียง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกบั บุคคล และโอกาส ตามมารยาท
สังคม อธบิ ายเกยี่ วกับ โครงสร้าง ชวี ิตความเป็นอยู่ และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทย ค้นคว้า
รวบรวม และสรุปข้อมูลเกย่ี วข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นร้อู ื่นจากแหล่งเรยี นรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู เขยี น
ใชภ้ าษาส่ือสาร สบื ค้น ค้นควา้ รวบรวมและสรปุ ความรู้ ขอ้ มูล เผยแพร่ ขอ้ มลู นาเสนอประเพณลี ะ
วัฒนธรรมในชุมชนของตนเอง
โดยใช้ทักษะกระบวนการ ฟัง พดู อ่าน เขียน สืบค้น ค้นควา้ รวบรวม สรุป อภปิ ราย และนาเสนอ
ข้อมลู เพื่อให้เกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริงได้
เหน็ คณุ ค่าของภาษาตา่ งประเทศ สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ ท้งั ในการศกึ ษาตอ่ และ การประกอบ
อาชพี และรู้จกั นาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ต์ใชใ้ นการดารงชีวิตประจาวัน
รหัสตวั ชวี้ ัด
ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมทั้งหมด 20 ตวั ชวี้ ดั
120
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ22102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ปฏิบัติและใชค้ าขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแี้ จง และคาอธบิ ายง่ายๆ เลอื กหัวข้อเรอ่ื ง ใจความสาคญั บอก
รายละเอียดสนับสนนุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับเรอ่ื งที่ฟงั หรอื อ่าน อา่ นออกเสยี งขอ้ ความ
ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสัน้ ๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน ระบุ เขยี นประโยคและขอ้ ความให้
สมั พนั ธ์กบั สอ่ื ทีไ่ ม่ใช่ความเรยี งรปู แบบต่าง ๆ สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ
ใกล้ตวั พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอ และให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธ ขอและให้
ขอ้ มลู บรรยาย และ แสดงความร้สู กึ แสดงความคิดเหน็ ในสถานการณต์ ่าง ๆ ทฟ่ี งั หรืออา่ น
อย่างเหมาะสมพรอ้ มท้ังให้เหตผู ลประกอบ พดู และเขียนบรรยายเกยี่ วกบั เรอ่ื งต่าง ๆ สรุปใจความ
สาคญั แกน่ สาระ หัวเร่อื ง ที่ไดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ รอื่ ง ขา่ ว เหตกุ ารณ์ ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิรยิ า
ทา่ ทางเหมาะกบั บุคคล และโอกาส ตามมารยาทสังคม อธบิ ายเกี่ยวกับ โครงสรา้ ง ชวี ติ ความเปน็ อยู่
และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูลเกย่ี วข้องกบั กลมุ่ สาระ
การเรียนร้อู ่ืนจากแหล่งเรยี นรู้ และนาเสนอด้วยการพดู เขยี น ใช้ภาษาสอื่ สาร สบื ค้น คน้ คว้า
รวบรวมและสรุปความรู้ ขอ้ มลู เผยแพร่ ขอ้ มูล นาเสนอประเพณลี ะวัฒนธรรมในชุมชนของตนเอง
โดยใช้ทักษะกระบวนการ ฟัง พูด อ่าน เขียน สบื คน้ คน้ คว้า รวบรวม สรปุ อภปิ ราย และ
นาเสนอข้อมลู เพ่อื ให้เกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริงได้
เหน็ คณุ ค่าของภาษาต่างประเทศ สามารถนาไปใช้ประโยชน์ ท้ังในการศกึ ษาตอ่ และ การ
ประกอบอาชพี และรู้จกั นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวนั
รหสั ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมท้ังหมด 21 ตวั ชว้ี ัด
121
คาอธิบายรายวิชา
อ23101 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ใชภ้ าษาน้าเสยี งและทา่ ทางส่ือสารตามมารยาททางสังคม ใช้เทคโนโลยีในการสรา้ ง
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลในโรงเรยี น การปฏิบัตงิ าน การสมคั รงาน ขอและให้ขอ้ มลู ความ
ชว่ ยเหลอื และการบริการผอู้ นื่ ถา่ ยโอนข้อมลู ที่ไดฟ้ งั และอ่าน อา่ นออกเสยี งคาและวลี ใชป้ ระโยค
คาส่ัง คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาอธบิ าย อา่ นขอ้ ความที่ซับซ้อน ข้อมลู บทอา่ น เรอ่ื งราวสนั้ ๆทง้ั ทีเ่ ป็น
ความเรียงและไมเ่ ป็นความเรยี งจากหนงั สอื พิมพ์ และสอ่ื อเิ ลกทรอนิก ในเรื่องราวเก่ียวกบั ส่ิงแวดลอ้ ม
วทิ ยาศาสตร์ ภูมศิ าสตร์ สขุ ภาพการศกึ ษา ประวตั ศิ าสตรแ์ ละอนื่ ๆแลว้ ถา่ ยโอนเปน็ ถอ้ ยคาของตนเอง
ในรปู แบบต่างๆ
โดยใช้ทักษะกระบวนการ ฟัง พูด อ่าน เขยี นเพื่อแสดงความคิดเหน็ ความตอ้ งการ ความรสู้ กึ
เกี่ยวกบั ประสบการณข์ องตนเอง บทกวี บทเพลง บทละครส้นั ๆ เปรียบเทียบข้อมลู ขา่ วสาร
เหตกุ ารณต์ า่ งๆในชวี ิตประจาวันของทอ้ งถนิ่ และสังคม ประสบการณ์การศกึ ษา การทางาน
เทคโนโลยี งานประเพณี วันสาคัญของชาติ วฒั นธรรมไทย และวัฒนธรรมเจา้ ของภาษา
เห็นคุณคา่ ของภาษาองั กฤษ เขา้ รว่ มกิจกรรมของเจา้ ของภาษาและวฒั นธรรม สามารถใช้
ภาษาเปน็ เครอ่ื งมอื แสวงหาความรูเ้ พิม่ เติม และเชอื่ มโยงกบั กลมุ่ สาระอื่น มีจติ สาธารณะ มวี นิ ยั ใฝร่ ใู้ ฝ่
เรยี นและรจู้ กั นาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยกุ ต์ใช้ในการดารงชวี ติ ประจาวนั
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ต1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4,
ต1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต3.1 ม.3/1
ต4.1 ม.3/1
ต4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมท้งั หมด 21 ตัวชวี้ ดั
122
คาอธบิ ายรายวิชา
อ23102 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ใช้ภาษาน้าเสียงและท่าทางสอ่ื สารตามมารยาททางสงั คม ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลในโรงเรยี น การปฏิบัตงิ าน การสมคั รงาน ขอและให้ข้อมลู ความ
ช่วยเหลอื และการบริการผอู้ น่ื ถ่ายโอนขอ้ มูลทไ่ี ด้ฟังและอ่าน อา่ นออกเสียงคาและวลี ใชป้ ระโยค
คาส่งั คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาอธบิ าย อา่ นขอ้ ความที่ซบั ซอ้ น ข้อมูล บทอ่าน เรอ่ื งราวสน้ั ๆทัง้ ท่เี ป็น
ความเรียงและไม่เปน็ ความเรยี งจากหนังสอื พมิ พ์ และสอ่ื อเิ ลกทรอนิก ในเร่อื งราวเกยี่ วกับส่ิงแวดลอ้ ม
วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สขุ ภาพการศึกษา ประวัติศาสตร์และอน่ื ๆแล้วถา่ ยโอนเป็นถอ้ ยคาของตนเอง
ในรูปแบบตา่ งๆ
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการ ฟงั พดู อา่ น เขียนเพ่อื แสดงความคดิ เห็นความต้องการ ความรูส้ กึ เก่ยี วกบั
ประสบการณ์ของตนเอง บทกวี บทเพลง บทละครสัน้ ๆ เปรียบเทียบข้อมูลขา่ วสาร เหตุการณต์ า่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวันของทอ้ งถนิ่ และสงั คม ประสบการณ์การศึกษา การทางาน เทคโนโลยี งานประเพณี
วนั สาคญั ของชาติ วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมเจา้ ของภาษา
เหน็ คุณคา่ ของภาษาอังกฤษ เข้ารว่ มกิจกรรมของเจา้ ของภาษาและวฒั นธรรม สามารถใช้ภาษาเปน็
เครือ่ งมอื แสวงหาความรเู้ พมิ่ เติม และเชอื่ มโยงกบั กลมุ่ สาระอ่ืน มีจติ สาธารณะ มวี ินัยใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี นและ
รู้จักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ในการดารงชวี ิตประจาวนั
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ต1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4,
ต1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต3.1 ม.3/1
ต4.1 ม.3/1
ต4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมทงั้ หมด 21 ตัวชวี้ ดั
123
คาอธิบายรายวิชา
อ20201 ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สาร(Communicative English ) กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ศกึ ษา ปฏบิ ัติ พัฒนาทักษะการฟัง พดู อา่ น และเขียนภาษาอังกฤษในลกั ษณะผสมผสาน
กันทั้ง 4 ทกั ษะ เพื่อใชส้ าหรบั การสื่อสารในชวี ิตประจาวนั ในสถานการณต์ า่ งๆ การทักทาย การบอก
ลา การแนะนาตวั เองและผอู้ นื่ การรบั โทรศพั ท์ การเสนอความคดิ เห็น การบอกลกั ษณะบุคคลและ
ส่งิ ของ การถามและบอกทิศทาง การเจรจาซอ้ื ขายสินค้า การแนะนาบคุ คลหรือสถานท่ี อา่ นและ
เขยี น สบื คน้ / ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ จากสงิ่ พิมพ์หรอื สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ปา้ ย ฉลาก แผน่ พบั หนังสอื พมิ พ์ วารสาร Websites แหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ ในโรงเรียน ชมุ ชน
และทอ้ งถ่ิน เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม
มคี วามใฝร่ ู้มงุ่ มั่นในการทางาน รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์และรกั ความเป็นไทย และรู้จักนาหลักปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ต์ใชใ้ นการดารงชวี ิตประจาวนั
ผลการเรียนรู้
1. พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษ โดยสืบค้น / ค้นคว้า / รวบรวม และสรุป
ความรู้ / ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ จากสอื่ และแหล่งการเรยี นรู้ได้
2. สามารถทกั ทาย รบั โทรศพั ท์ บอกลา แนะนาตวั เองและผอู้ ืน่ ได้
3. สามารถบอกลกั ษณะบคุ คลและสิง่ ของ และเสนอความคดิ เหน็ ได้
4. สามารถเจรจาซ้ือ ขายสินคา้ ได้อยา่ งเหมาะสมกับระดบั ช้นั
5. สามารถถามและบอกทิศทาง แนะนาสถานที่ โรงเรยี น ชมุ ชน และท้องถนิ่ ได้
6. เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
7. มีความใฝ่รู้มุ่งม่นั ในการทางาน รักชาติ ศาสตร์ กษัตรยิ ์และรักความเป็นไทย
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้
124
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20202 ภาษาอังกฤษเพอ่ื มคั คุเทศก์ (English for Tourists Guide)กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาคาศพั ท์ สานวน ฝึกปฏิบัติทักษะการฟงั พูดภาษาองั กฤษตอ่ หน้าชุมชน อา่ นและเขยี นเอกสาร
และแผ่นพับในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการ
ติดต่อสื่อสารในสถานการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเท่ียวเช่น การกรอกแบบฟอร์ม
ต่างๆ การติดต่อจองที่พัก การเช่าพาหนะในการเดินทาง การส่ังอาหาร ประโยคเบ้ืองต้นเก่ียวกับ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เทศกาล ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ตลอดจนความรู้และมารยาททเ่ี ป็นสากลเพื่อนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นงานมคั คุเทศก์ โดยเน้นการ
ฟังและการพูดสื่อสารด้วยภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ทั้งในสถานการณ์จริง
และสถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษาอย่างถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ
และรจู้ กั นาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิตประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
1. ศึกษาคาศัพท์และสานวนเกีย่ วกับประวัตศิ าสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เทศกาล ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณี ตลอดจนความรู้และมารยาทท่ีเป็นสากลเพื่อนาไปประยุกต์ใช้ในงานมัคคุเทศก์โดยใช้
ประโยคเบ้อื งตน้ ได้
2. สามารถอา่ นและเขยี นเอกสารแผ่นพบั ในการโฆษณา ประชาสัมพนั ธก์ ารท่องเทีย่ วได้
3. มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ การติดต่อจองท่ีพัก การเช่า
พาหนะในการเดนิ ทาง
4. สามารถส่ังอาหาร ติดตอ่ จองทีพ่ กั ถามและบอกทศิ ทาง และแนะนาสถานท่ไี ด้
5. ใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการติดต่อส่ือสารด้วยภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ท้ัง
ในสถานการณจ์ ริงและสถานการณจ์ าลองท่เี กิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศึกษาอยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ตามกาลเทศะ
6. ฝกึ ปฏิบัตทิ กั ษะการฟงั พูดภาษาองั กฤษต่อหนา้ ชมุ ชน
7. ความรู้และมารยาทท่เี ปน็ สากลเพ่อื นาไปประยุกตใ์ ช้ในงานมัคคุเทศก์
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้
125
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20203 ภาษาองั กฤษฟัง-พดู 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้น
ศกึ ษาคาศัพท์ วลี สานวน น้าเสียง ภาษาทา่ ทาง ความร้สู ึกของผพู้ ูด ตลอดจนความเหมอื นความ
แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย สามารถใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมเพือ่ แสดง
ความคดิ ความต้องการ ของตนเก่ียวกบั เรอ่ื งราวต่างๆในชวี ิตประจาวนั หรอื เสนอความชว่ ยเหลอื และ
บรกิ ารแกผ่ ูอ้ ื่นในสถานการณต์ ่างๆได้อย่างเหมาะสมกบั ระดับบคุ คลและวัฒนธรรม ของเจา้ ของภาษา
ท่รี ้ทู ี่มาและเหตผุ ลของงานประเพณี วันสาคัญของชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ของเจา้ ของภาษา เห็น
คณุ ค่าของการนาภาษาอังกฤษมาใช้ประโยชนใ์ นการเรยี นรแู้ ละในชวี ติ ประจาวนั รักการอ่าน แสวงหา
ความรดู้ ้วยตนเอง มีความมงุ่ มน่ั ใฝร่ ้ใู ฝเ่ รียน มีวนิ ยั คณุ ธรรมจริยธรรมและค่านิยม เจตคตทิ ี่ดีตอ่
อาชพี สุจรติ และการทางานรว่ มกับผ้อู ่ืน มจี ิตสาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และรกั ความเปน็
ไทยและรู้จักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. เขา้ ใจภาษา ทา่ ทาง น้าเสยี ง ความรู้สึกของผพู้ ูด รวมทั้งเข้าใจคาสงั่ คาขอร้อง คาแนะนา
คาอธบิ ายและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ข้อความ ข้อมลู และข่าวสารเกยี่ วกับเร่อื งทอ่ี ยูใ่ นความสนใจ
ในชวี ิตประจาวัน
2. ใช้ภาษาตามมารยาทสงั คม เพอ่ื สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหว่างบุคคล และสามารถดาเนนิ การสื่อสาร
ได้อยา่ งต่อเนอื่ งโดยใชส้ ่อื เทคโนโลยีท่ีมอี ยูใ่ นแหล่งการเรียนรทู้ ง้ั ใน และนอกสถานศกึ ษา
3. นาเสนอขอ้ มลู เรอ่ื งราว รายงานที่เกยี่ วกับประสบการณ์
4. ใชภ้ าษา และทา่ ทางในการส่ือสารไดเ้ หมาะสมกบั ระดบั บคุ คล และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ดว้ ยความเขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย
5. เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทยในเรอื่ งคา วลี สานวน ประโยค และ
นาไปใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
6. ใช้ภาษาตามสถานการณต์ ่างๆภายในสถานศึกษา และชุมชนดว้ ยวธิ กี ารและรูปแบบที่หลากหลาย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
126
คาอธิบายรายวิชา
อ20204 ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น 1 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาคาศพั ท์ วลี สานวน ประโยค ข้อมลู บทความ สารคดีตา่ งๆ อยา่ งงา่ ยและรปู แบบท่ีซับซอ้ นใน
ขอ้ ความรปู แบบต่างๆโดยการอ่านและฟงั พรอ้ มกับทาความเข้าใจ ตีความ วเิ คราะห์แลว้ แสดงความ
คิดเห็นตอ่ ข้อความ เรยี นรู้รูปแบบการเขียน ฝกึ เขยี นข้อความทหี่ ลากหลาย นาเสนอข้อมูลเพอื่ ฝกึ
ทกั ษะการอา่ นและการเขียน เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาและวัฒนธรรม
ไทย มีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน มีนิสยั รกั การอ่าน รูส้ กึ เพลดิ เพลินในการใช้ภาษาอังกฤษในการแสวงหา
ความรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สาระการเรียนรู้อนื่ และเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธข์ อ้ มลู ข่าวสารของชมุ ชนใน
ท้องถิน่ และ ประเทศชาติ และร้จู กั นาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ต์ใช้ในการดารงชวี ติ
ประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศพั ท์ วลี สานวน ประโยค ขอ้ มลู บทความ สารคดีตา่ งๆ อย่างง่ายและรปู แบบท่ีซับซ้อน
ในขอ้ ความรปู แบบต่างๆ
2. สามารถอา่ นออกเสียงบทอ่านได้ถูกต้องตามหลกั การอา่ นออกเสยี งและเหมาะสมกบั
เนอื้ หาทอ่ี ่าน
3. สามารถอา่ นจับใจความ การหารายละเอยี ดของบทอา่ น การหาความสัมพันธ์ระหวา่ งคาในบทอ่าน
และการระบุความคิดเห็นของผูเ้ ขียนบทอ่าน
4. เข้าใจตีความหมายหรอื แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับสือ่ ท่เี ป็นความเรียงและไมใ่ ช่ความเรียงใน
รูปแบบตา่ งๆถ่ายโอนเปน็ ขอ้ ความได้
5. เรยี นรู้รปู แบบการเขียน ฝึกเขยี นขอ้ ความทีห่ ลากหลาย นาเสนอขอ้ มูลเพ่อื ฝึกทักษะการอา่ นและ
การเขยี น โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยที ีม่ อี ยู่ในแหลง่ การเรยี นรทู้ ั้งในและนอกสถานศึกษา
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้
127
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20205 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
เข้าใจ ภาษา ทา่ ทาง นา้ เสยี ง ความร้สู กึ ของผพู้ ูดเก่ยี วกับชวี ติ ประจาวนั สามารถออกเสยี งได้อยา่ ง
ถกู ต้อง ตลอดจนเข้าใจ ความเหมอื นความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย
ใช้ภาษาตามมารยาทสังคมเพอ่ื แสดงความคิดเหน็ ความตอ้ งการของตนตลอดจนนาเสนอขอ้ มูลคาส่ัง
คาขอร้อง คาแนะนา คาอธบิ ายท่พี บในสอื่ จริงและสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเหตกุ ารณ์ต่างๆได้
พอสมควรขอ้ ความท่ซี บั ซ้อนข้ึนตามระดับที่เรยี น เสนอความช่วยเหลอื และบรกิ ารแกผ่ อู้ ่นื ใน
สถานการณต์ า่ งๆไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั ระดับบคุ คลและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาเพอ่ื ให้ผ้เู รยี นใช้
ภาษาเปน็ เครอ่ื งมือในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชพี และตระหนักในประโยชน์และคณุ คา่ ของ
ภาษาตา่ งประเทศในการเข้าสสู่ ังคม มคี วามมุ่งมั่นใฝ่รูใ้ ฝเ่ รยี น มีวนิ ัย คณุ ธรรมจริยธรรมและคา่ นิยม
เจตคติท่ดี ีต่ออาชีพสุจรติ และการทางานร่วมกบั ผอู้ ื่น และรจู้ ักนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ิตประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจภาษา ทา่ ทาง นา้ เสยี ง ความรสู้ กึ ของผพู้ ูด รวมทง้ั เข้าใจคาส่งั คาขอร้อง คาแนะนา
คาอธิบายและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ข้อความ ข้อมูล และขา่ วสารเก่ียวกับเรอื่ งทอ่ี ยู่ในความสนใจ
ในชวี ติ ประจาวัน
2. ใช้ภาษาตามมารยาทสังคม เพอื่ สร้างความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคล และสามารถดาเนนิ การสือ่ สาร
ได้อยา่ งต่อเนอื่ งโดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยีทม่ี อี ยใู่ นแหล่งการเรยี นรู้
3. นาเสนอขอ้ มลู เรอื่ งราว รายงานท่ีเก่ยี วกับประสบการณ์ ใช้ภาษา และทา่ ทางในการสือ่ สารได้
เหมาะสมกบั ระดบั บุคคลและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาดว้ ยความเข้าใจความเหมือนและความ
แตกต่างระหวา่ งวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
4. เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทยในเรอื่ งคา วลี สานวน ประโยค และ
นาไปใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
5. สามารถฟงั และพูดตามสถานการณต์ า่ งๆภายในสถานศกึ ษา และชุมชนด้วยวิธีการและรปู แบบที่
หลากหลาย
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้
128
คาอธิบายรายวิชา
อ20206 ภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา อธิบาย และสามารถเปรยี บเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ คาศัพท์
สานวน ความรู้สกึ ประโยคซบั ซ้อน ข้อความทเี่ ปน็ ความเรยี งมีตวั เชอื่ มข้อความ ขอ้ ความที่ไมเ่ ปน็
ความเรยี งภาษาทใ่ี ช้ในการแสดงความรู้สึกนกึ คิด ภาษาที่ใช้ในการสรปุ ความคิดรวบยอด ฝกึ ทักษะ
การอ่าน และการเขียนแสดงความคดิ เหน็ เพอ่ื ขยายเพม่ิ พนู ความรแู้ ละแสวงหาความเพลดิ เพลิน ใช้
ภาษาเพอื่ ศกึ ษาตอ่ และเตรียมเข้าส่อู าชพี ฝึกทักษะการใชภ้ าษาสืบค้นขอ้ มลู ความรู้ ตามความสนใจใน
หวั ข้อเร่อื งตา่ ง ๆ ตลอดจนศกึ ษาวฒั นธรรมทางภาษา และชวี ติ ความเปน็ อยู่ของเจา้ ของภาษา
นอกจากนี้ยงั เหน็ คณุ ค่าและประโยชน์ของภาษาในการทีจ่ ะนามาใช้พัฒนาตนเอง ครอบครวั ชุมชน
สังคมและประเทศชาติ และรจู้ ักนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ิต
ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษา อธิบาย และสามารถเปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค ขอ้ ความ คาศัพท์
สานวน อยา่ งงา่ ยและประโยคทซ่ี ับซ้อน
2. สามารถอ่านจับใจความ การหารายละเอยี ดของบทอา่ น การหาความสัมพันธ์ระหว่างคาในบทอ่าน
และการระบุความคิดเห็นของผู้เขยี นบทอา่ น
3. เข้าใจตีความหมายหรอื แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั สอื่ ทเ่ี ปน็ ความเรยี งและไมใ่ ช่ความเรยี งใน
รปู แบบตา่ งๆถ่ายโอนเป็นขอ้ ความทใี่ ช้ถอ้ ยคาตนเอง
4. สามารถการเขียนโดยใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมอยา่ งเหมาะสม เพื่อสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
บุคคล โดยใชส้ ่อื เทคโนโลยีท่ีมอี ยูใ่ นแหล่งการเรยี นรู้ทั้งในและนอกสถานศกึ ษา
5. ใชภ้ าษาเพ่ือศกึ ษาตอ่ และเตรียมเข้าสอู่ าชพี ฝึกทกั ษะการใชภ้ าษาสบื คน้ ขอ้ มูลความรู้ ตามความ
สนใจในหวั ข้อเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนศึกษาวัฒนธรรมทางภาษา และชวี ิตความเปน็ อยูข่ องเจ้าของภาษา
6. สามารถสรุปความคดิ รวบยอด ฝึกทักษะการอา่ น และการเขียนแสดงความคดิ เหน็ เพอ่ื ขยาย
เพ่มิ พนู ความรแู้ ละแสวงหาความเพลดิ เพลนิ ได้
7. เพ่ือใหน้ กั เรียนมีเจตคติท่ีดีตอ่ การอา่ น มีนสิ ัยรักการอ่าน เหน็ คุณค่าและประโยชนข์ องภาษาในการ
ทจ่ี ะนามาใชพ้ ฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้
129
คาอธบิ ายรายวิชา
อ20207 ทกั ษะพฒั นาเพอื่ การส่อื สารภาษาอังกฤษ1 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา ปฏิบตั ิ พัฒนาทกั ษะทางดา้ นการฟงั พูด อา่ น เขียน เพื่อการสอ่ื สารในชีวติ ประจาวนั เพ่มิ พูน
การใชค้ า และสานวนในสถานการณต์ า่ ง ๆ การปฏิบัตติ นและ เขา้ ใจความเหมอื นความแตกต่าง
ระหว่างวัฒนธรรม ตามมารยาทสังคม ประเพณี และของเจา้ ของภาษา ฝกึ การสนทนาในรปู แบบต่าง
ๆ ฝกึ ทกั ษะการวเิ คราะห์ แกป้ ญั หาและตดั สินใจ โดยใช้บทบาทสมมุติ สถานการณจ์ าลองหรอื
สถานการณจ์ ริงในชวี ติ ประจาวัน และการทางาน เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม มีความ
ใฝ่รู้มุง่ มั่นในการทางาน รกั ชาติ ศาสตร์ กษัตริยแ์ ละรกั ความเปน็ ไทยและร้จู กั นาหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยกุ ต์ใช้ในการดารงชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาโต้ตอบเร่ืองราวในชวี ติ ประจาวนั ตามสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้ถูกตอ้ งเหมาะสม
ตามวฒั นธรรมสงั คม
2. เลือกใช้สานวนภาษา ไดเ้ หมาะสมกบั บุคคลและกาลเทศะ
3. สามารถฟังและอา่ นเพื่อความเข้าใจ บอกใจความสาคญั รายละเอยี ด ถ่ายโอน
ข้อมลู จากเรอ่ื งที่ฟงั และอ่านได้
4. เขยี นบรรยาย เขียนบันทกึ เขยี นจดหมาย กรอกขอ้ มูล แบบฟอรม์ โดยใชโ้ ครงสร้าง
ทางภาษาที่ถกู ต้อง
5. ฝึกทกั ษะการวเิ คราะห์ แก้ปัญหาและตดั สนิ ใจ โดยใชบ้ ทบาทสมมุติ สถานการณ์
จาลองหรือสถานการณจ์ รงิ ในชวี ติ ประจาวันและการทางาน
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
130
คาอธบิ ายรายวิชา
อ20208 การเขยี นเรยี งความเบอื้ งต้น กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาคาศพั ท์ วลี สานวน ประโยค ทาความเขา้ ใจ ตคี วาม วิเคราะห์ข้อความ เรียนรรู้ ูปแบบการ
เขยี นมคี วามที่หลากหลาย ฝกึ ทักษะการเขียนยอ่ หนา้ ท่สี ละสลวย การเขียนโครงรา่ งสาหรับ
เรยี งความ การเขียนบทนา เน้ือเรอ่ื งและบทสรปุ การเขียนเรยี งความขนาดสั้นในรูปแบบและ
หวั ข้อต่างๆ อยา่ งงา่ ยและรปู แบบท่ีซับซอ้ น มคี วามรู้ในการใชภ้ าษาเขียนท่ถี ูกต้องตามหลกั ภาษา
การเรยี บเรียงเนอ้ื หา เพอ่ื การถ่ายทอดความคดิ นาเสนอไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม เข้าใจ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาและวฒั นธรรมไทย เห็นคณุ ค่าของการนา
ภาษาอังกฤษมาใชป้ ระโยชน์ในการเรียนรูแ้ ละในชวี ติ ประจาวัน รักการอ่าน แสวงหา ความรู้ดว้ ย
ตนเอง มีความมุ่งมนั่ ใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น มวี นิ ยั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยม เจตคติที่ดแี ละรู้จกั นาหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกต์ใชใ้ นการดารงชวี ิตประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. ศกึ ษาคาศัพท์ วลี สานวน ประโยค การใช้ภาษาเขยี นทถี่ กู ต้องตามหลกั ภาษา
2. ทาความเข้าใจ ตคี วาม วเิ คราะห์ข้อความ เรียนรรู้ ูปแบบการเขียนเรยี งความ
ท่ีหลากหลาย
3. ฝึกทักษะการเขียนเรียงความ รูปแบบและหวั ข้อตา่ งๆ การเขยี นยอ่ หน้าทสี่ ละสลวย
การเรยี บเรยี งเนอ้ื หา เพ่อื การถา่ ยทอดความคิดนาเสนอไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
4. สามารถเขียนโครงร่างสาหรบั เรยี งความ การเขยี นบทนา เนอ้ื เรอ่ื งและบทสรุป
อย่างงา่ ยและรปู แบบที่ซบั ซอ้ นได้
5. เหน็ คณุ คา่ ของการนาภาษาองั กฤษมาใชป้ ระโยชน์ในการเรยี นรแู้ ละในชวี ติ ประจาวนั รกั การอา่ น
แสวงหา ความรดู้ ว้ ยตนเอง มคี วามมุ่งมน่ั ใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน มวี นิ ยั คุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยม เจตคติ
ที่ดีต่อการเรียนภาษาองั กฤษ
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
131
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20209 Game & Scrabble 1 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ฝึกทักษะการเล่นเกม
คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเล่นเกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ การเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนร้ขู องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมือทาจริง
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาองั กฤษสาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทกั ษะการเล่นเกมคาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
3. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกม
4. นาคาศัพทท์ ่ีได้จากการเล่นเกมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการเรยี น
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
132
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20210 Game & Scrabble 2 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ฝึกทกั ษะการเลน่ เกม
คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเล่นเกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ การเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนร้ขู องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมือทาจริง
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาองั กฤษสาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทกั ษะการเล่นเกมคาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
3. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกม
4. นาคาศัพทท์ ่ีได้จากการเล่นเกมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการเรยี น
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
133
คาอธบิ ายรายวิชา
อ20211 Game & Scrabble 3 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ฝึกทกั ษะการเลน่ เกม
คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ การเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรยี นร้ขู องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทาจริง
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาองั กฤษสาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทกั ษะการเล่นเกมคาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
3. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกม
4. นาคาศัพทท์ ่ีได้จากการเล่นเกมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการเรยี น
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
134
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20212 Game & Scrabble 4 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ฝึกทกั ษะการเล่นเกม
คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเล่นเกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ การเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนร้ขู องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมือทาจริง
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นการดารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทกั ษะการเล่นเกมคาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
3. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกม
4. นาคาศัพทท์ ่ีได้จากการเล่นเกมมาประยุกต์ใชใ้ นการเรยี น
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
135
คาอธบิ ายรายวชิ า
อ20213 Game & Scrabble 5 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ฝึกทกั ษะการเลน่ เกม
คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอื่ การเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนร้ขู องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมือทาจริง
เพือ่ ใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาคาศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาองั กฤษสาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทกั ษะการเล่นเกมคาศพั ท์ภาษาองั กฤษ
3. ปฏิบัตติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเล่นเกม
4. นาคาศัพทท์ ่ีได้จากการเล่นเกมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการเรียน
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
136
คาอธบิ ายรายวิชา
อ20214 Game & Scrabble 6 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาคาศัพท์พ้นื ฐานภาษาองั กฤษสาหรบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น ฝึกทกั ษะการเลน่ เกม
คาศพั ท์ภาษาอังกฤษ ตามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกมในรปู แบบเดย่ี วและกลมุ่
โดยใช้กระบวนการเรียนร้จู ากสื่อการเรยี นทางภาษา กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรยี นร้กู ารเรยี นร้ขู องตนเอง
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทาจริง
เพอ่ื ให้นกั เรียนเหน็ ประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอยา่ งมี
ความสขุ และร้จู ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดารงชวี ิต
ผลการเรยี นรู้
1. ศึกษาคาศัพท์พนื้ ฐานภาษาองั กฤษสาหรับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
2. ฝึกทักษะการเล่นเกมคาศัพทภ์ าษาองั กฤษ
3. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา มารยาทในการเลน่ เกม
4. นาคาศัพท์ท่ีได้จากการเลน่ เกมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการเรยี น
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้