The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by marut.03122535, 2022-09-17 10:33:07

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

237

คาอธิบายรายวิชา

ว 30244 ชวี วทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต

สืบค้นขอ้ มลู อภปิ รายและอธบิ ายเกยี่ วกับการเคลือ่ นที่ของสิ่งมชี ีวติ เซลลเ์ ดียว

การเคลอ่ื นทีข่ องสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สันหลัง การเคลอื่ นทีข่ องสัตว์มกี ระดกู สันหลงั สืบคน้ ขอ้ มูล

อภปิ รายและอธบิ าย การรบั รแู้ ละการตอบสนอง การตอบสนองของสิง่ มชี วี ติ เซลลเ์ ดยี วและสตั วบ์ าง

ชนิด เซลล์ประสาท การทางานของเซลล์ประสาท โครงสรา้ งของระบบประสาท การ

ทางานของระบบประสาทสั่งการ อวยั วะรับความรสู้ กึ สืบค้นขอ้ มูล สารวจตรวจสอบและอธิบาย

ระบบตอ่ มไร้ทอ่ ฮอร์โมนจากตอ่ มไร้ทอ่ และอวยั วะทส่ี าคญั การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายดว้ ย

ฮอร์โมน ฟโี รโมน สบื ค้นขอ้ มลู อภิปรายและอธิบายสารควบคุมการเจรญิ เติบโตของพืช การ

ตอบสนองของพชื ต่อส่งิ แวดลอ้ ม

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ

การสืบค้นข้อมูลและการอภปิ ราย เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสือ่ สาร

สิ่งเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์

จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. อธบิ ายความสาคัญของการเคล่ือนไหวของสง่ิ มีชวี ติ

2. อธบิ ายการเคล่อื นไหวของโปรตสิ ต์โดยใชซ้ เิ ลยี แฟลกเจลลมั และการไหลของไซโตปลา

สซมึ

3. อธบิ ายกลไกการเคลอื่ นทข่ี องสตั วห์ ลายเซลล์ทีไ่ ม่มโี ครงร่างแข็ง

4. ทาการทดลองการเคลอื่ นท่ีของไสเ้ ดอื นดนิ

5. อธบิ ายการเคลอื่ นไหวของสตั ว์ท่มี ีโครงร่างแขง็

6. ทาการทดลองชนิดของขอ้ ต่อกบั การเคลอ่ื นไหว

7. ทาการทดลองการทางานของกล้ามเน้ือยดึ กระดูกท่ีแขน

8. อธิบายกลไกการเคลอื่ นไหวของพชื

9. เปรยี บเทยี บวธิ กี ารรับรู้และการตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ ของโพรโตซวั และสัตวไ์ ม่มกี ระดกู

สนั หลังบางชนดิ

10. บอกสว่ นประกอบและหนา้ ทขี่ องสว่ นต่างๆของเซลล์ประสาท

11. จาแนกชนดิ ของเซลลป์ ระสาทและหน้าท่ขี องเซลล์ประสาทแตล่ ะชนดิ

238

12. อธิบายการเคล่อื นที่ของกระแสประสาทในเซลล์ประสาท และการถ่ายทอดกระแส
ประสาทจากเซลลป์ ระสาทหนง่ึ ไปยังเซลลป์ ระสาทหนง่ึ

13.สามารถอธบิ ายการถา่ ยทอดกระแสประสาทจากเซลลห์ นง่ึ ไปอีกเซลลป์ ระสาทหนง่ึ ได้
14. เปรยี บเทยี บพฒั นาการทางสมองสว่ นตา่ งๆ ของสตั วท์ ม่ี ีกระดูกสันหลังชนดิ ตา่ งๆ
15. ระบุสว่ นต่างๆ ท่ีสาคัญของสมองรวมทง้ั หน้าทข่ี องสว่ นนั้นๆและจาแนกประเภท
ของเสน้ ประสาทสมองตามหนา้ ท่ี
16. ระบุสว่ นประกอบรวมทัง้ หน้าท่ขี องไขสันหลงั และอธิบายการเคลอื่ นที่ของกระแส
ประสาทผา่ นไขสนั หลัง
17. อธบิ ายการทางานของระบบประสาทโซมาติกและระบบประสาทอตั โนมตั ิ
18. เขยี นแผนผงั แสดงวงจรรเี ฟลกซพ์ รอ้ มทง้ั ยกตวั อย่างรีเฟลกซแ์ อกชนั
19. บอกสว่ นประกอบและหนา้ ทข่ี องอวยั วะรบั สัมผสั แต่ละชนิดได้แก่ นยั นต์ า หู จมูก ล้ิน
และผวิ หนงั
20. ตระหนกั ถึงความ สาคญั ของระบบประสาท และอวยั วะรบั สมั ผัสตอ่ การดารงชวี ติ
และวธิ ีการปอ้ งกันอนั ตรายทจี่ ะเกิดขน้ึ ตอ่ ระบบประสาทและอวัยวะรบั สัมผสั
21. บอกความหมายของคาวา่ ฮอรโ์ มนและความสาคญั ของฮอรโ์ มน
22. บอกตาแหนง่ ของตอ่ มไร้ทอ่ ทีส่ าคญั ๆของคนรวมทง้ั ชนิดของฮอรโ์ มนสาคัญทส่ี รา้ งจาก
ต่อมไรท้ อ่ นั้น ๆ
23. อธิบายบทบาทของฮอรโ์ มนที่สาคัญ ๆ รวมท้ังกลไกการควบคมุ การหลั่งฮอร์โมนชนิด
นน้ั ๆ
24. บอกชนดิ และบทบาทสาคัญของฮอรโ์ มนท่ีสาคญั จากตอ่ มไธมัสและเนอ้ื เยอื่ อ่นื ใน
ร่างกาย
25. บอกวธิ กี ารรักษาดุลยภาพของรา่ งกายดว้ ยฮอร์โมน
26. ระบสุ มบัติของฟิโรโมนและเปรียบเทียบความแตกตา่ งระหว่างฮอรโ์ มนกับฟโิ รโมน
27. บอกความสาคญั สารควบคมุ การเจริญเติบโตของพืช
28. อธิบายการทางานของฮอร์โมนพืชทส่ี าคญั บางชนิด
29. กาหนดปญั หาต้งั สมมตฐิ านออกแบบ และทาการทดลองศกึ ษาผลของฮอร์โมนบาง
ชนิดตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและสรรี วทิ ยาของพชื
30. บอกการตอบสนองของพชื ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มขน้ึ อย่กู บั ปัจจยั ส่งิ แวดภายนอกต่างได้
รวมทง้ั หมด 30 ผลการเรยี นรู้

239

คาอธิบายรายวชิ า

ว 30245 ชีววทิ ยา กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ

สืบค้นขอ้ มลู อภปิ รายและอธบิ ายเก่ยี วกับววิ ฒั นาการ หลกั ฐานทบี่ ่งบอกถงึ ววิ ฒั นาการของ
สง่ิ มีชีวิต แนวคดิ เก่ียวกบั ววิ ฒั นาการของส่ิงมีชวี ิต พันธศุ าสตร์ประชากร ปจั จยั ท่ที าใหเ้ กิดการ
เปลีย่ นแปลงความถี่ของแอลลีล กาเนดิ ของสปชี สี ์ สบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ รายและอธบิ าย กลไกการเกิด
พฤติกรรมของสตั ว์ ประเภทพฤติกรรมของสัตว์ ความสัมพันธร์ ะหว่างพฤตกิ รรมกบั การพัฒนาการ
ของระบบประสาท การสอื่ สารระหวา่ งสตั ว์ สืบคน้ ข้อมลู สารวจตรวจสอบและอภิปราย มนุษย์
กบั ความยงั่ ยนื ของสิง่ แวดลอ้ ม ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชนจ์ าก
ทรพั ยากรธรรมชาติ ปัญหาและการจดั การ หลกั การอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ชนดิ พันธต์ุ ่างถนิ่ ท่ี
ส่งผลกระทบต่อระบบนเิ วศโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ การสบื ค้นขอ้ มลู และการอภิปราย เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ความคดิ สามารถ
ส่ือสารส่ิงเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความสาคัญของการเคลอ่ื นไหวของสิ่งมชี วี ติ
2. อธิบายการเคลือ่ นไหวของโปรตสิ ตโ์ ดยใช้ซเิ ลยี แฟลกเจลลัม และการไหลของไซโต

ปลาสซมึ
3. อธบิ ายกลไกการเคลอ่ื นท่ีของสตั ว์หลายเซลลท์ ไ่ี ม่มีโครงร่างแข็ง
4. ทาการทดลองการเคลอ่ื นทขี่ องไสเ้ ดอื นดนิ
5. อธิบายการเคลอื่ นไหวของสตั วท์ ่มี ีโครงรา่ งแขง็
6. ทาการทดลองชนิดของข้อตอ่ กับการเคลอื่ นไหว
7. ทาการทดลองการทางานของกล้ามเนอื้ ยึดกระดกู ทแ่ี ขน
8. อธบิ ายกลไกการเคลอ่ื นไหวของพืช
9. เปรียบเทียบวธิ ีการรบั รู้และการตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ ของโพรโตซวั และสัตวไ์ ม่มีกระดกู

สันหลังบางชนิด
10. บอกส่วนประกอบและหนา้ ทข่ี องสว่ นตา่ งๆของเซลลป์ ระสาท
11. จาแนกชนดิ ของเซลลป์ ระสาทและหน้าที่ของเซลลป์ ระสาทแตล่ ะชนดิ

240

12. อธิบายการเคลอ่ื นที่ของกระแสประสาทในเซลล์ประสาท และการถ่ายทอดกระแส
ประสาทจากเซลลป์ ระสาทหน่งึ ไปยังเซลลป์ ระสาทหนง่ึ

13. สามารถอธบิ ายการถ่ายทอดกระแสประสาท จากเซลลห์ นงึ่ ไปอกี เซลล์ประสาท
หน่ึงได้

14. เปรยี บเทยี บพัฒนาการทางสมองสว่ นตา่ งๆ ของสัตวท์ ่มี กี ระดกู สันหลังชนิด
ตา่ งๆ

15. ระบสุ ว่ นตา่ งๆ ท่สี าคัญของสมองรวมทั้งหนา้ ทีข่ องส่วนนนั้ ๆและจาแนกประเภท
ของเสน้ ประสาทสมองตามหนา้ ที่

16. ระบสุ ่วนประกอบรวมทง้ั หนา้ ท่ขี องไขสันหลัง และอธิบายการเคลอื่ นที่ของกระแส
ประสาทผา่ นไขสนั หลัง

17. อธบิ ายการทางานของระบบประสาทโซมาตกิ และระบบประสาทอตั โนมัติ
18. เขียนแผนผงั แสดงวงจรรเี ฟลกซพ์ รอ้ มทง้ั ยกตวั อยา่ งรีเฟลกซแ์ อกชนั
19. บอกสว่ นประกอบและหนา้ ท่ขี องอวัยวะรบั สมั ผสั แต่ละชนดิ ไดแ้ ก่ นัยน์ตา หู จมูก
ลิน้ และผวิ หนงั
20. ตระหนักถงึ ความ สาคญั ของระบบประสาท และอวยั วะรับสมั ผสั ต่อการดารงชวี ิต
และวธิ กี ารปอ้ งกนั อนั ตรายทจ่ี ะเกิดข้นึ ต่อระบบประสาทและอวัยวะรบั สมั ผสั
รวมทงั้ หมด 20 ตัวช้ีวดั

241

ว21103 เทคโนโลยีการออกแบบ คาอธบิ ายรายวชิ า
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วเิ คราะหส์ าเหตหุ รอื ปจั จยั ท่สี ง่ ผลตอ่ การ
เปล่ียนแปลงของ เทคโนโลยี การทางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ
ทรพั ยากร โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทียบและเลอื กข้อมูลท่จี าเป็นเพอื่ ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาใน
ชีวติ ประจาวนั ในด้านการเกษตรและ อาหาร และสรา้ งชนิ้ งานหรือพัฒนาวธิ กี ารโดยใชก้ ระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทงั้ เลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมือในการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
เหมาะสม และปลอดภัย

โดยใช้กระบวนการเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ
กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏิบัตลิ งมอื

ทาจริง กระบวนการกล่มุ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยมและ
กระบวนการพฒั นาคุณลกั ษณะตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพื่อให้นักเรียนเป็นผ้มู คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตยส์ จุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ

ตัวชีว้ ัด
ว 4.1 เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. อธบิ ายแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีในชีวติ ประจาวนั และวิเคราะห์สาเหตุหรือปจั จัยทส่ี ่งผล

ต่อการ เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
2. ระบปุ ญั หาหรอื ความต้องการในชวี ิตประจาวนั รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มลู และแนวคิดท่ี

เกยี่ วขอ้ งกับ ปัญหา
3. ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา โดยวเิ คราะหเ์ ปรียบเทยี บ และตัดสินใจเลอื กขอ้ มลู ท่จี าเปน็
นาเสนอแนวทาง การแกป้ ญั หาให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ วางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา
4. ทดสอบ ประเมนิ ผล และระบุขอ้ บกพรอ่ งที่เกดิ ขึน้ พรอ้ มท้ังหาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข

และนาเสนอ ผลการแก้ปัญหา
5. ใช้ความรแู้ ละทกั ษะเกยี่ วกบั วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื กลไก ไฟฟ้า หรอื อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ พื่อ

แก้ปญั หาได้ อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมและปลอดภัย

รวมทง้ั หมด 5 ตวั ชี้วดั

242

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว31181 การออกแบบและเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี การเปลยี่ นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี
ทเี่ กิดข้ึน และความสมั พันธข์ องเทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ ืน่ ออกแบบ สร้าง หรอื พฒั นาผลงานสาหรบั
แกป้ ัญหาท่คี านงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ สังคมในประเด็นที่เกย่ี วขอ้ งกบั สุขภาพและการบริการ โดยใช้
กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ซงึ่ ใชค้ วามรูท้ กั ษะ และเลอื กใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ กลไก
ไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ เพอ่ื แก้ปญั หาไดอ้ ยา่ ง ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คานงึ ถงึ ทรพั ยส์ นิ ทาง
ปญั ญา ใชซ้ อฟต์แวรช์ ว่ ยในการออกแบบและนาเสนอ ผลงาน

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการ
คดิ กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบัตลิ ง
มือ

ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสร้างค่านิยมและ
กระบวนการพฒั นาคณุ ลกั ษณะตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพือ่ ให้นักเรยี นเป็นผมู้ ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สัตย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ

ตวั ชวี้ ดั
ว 4.1 เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. วเิ คราะหแ์ นวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสมั พนั ธ์กับศาสตร์อ่นื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์

หรอื คณติ ศาสตร์ รวมทง้ั ประเมนิ ผลกระทบทีจ่ ะเกดิ ขึน้ ตอ่ มนุษย์ สงั คม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
เพ่ือเป็น แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี

2. ระบปุ ัญหาหรอื ความตอ้ งการทมี่ ีผลกระทบตอ่ สังคม รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมลู และแนวคดิ
ท่เี กีย่ วขอ้ งกับ ปัญหาทมี่ ีความซบั ซอ้ นเพอ่ื สังเคราะหว์ ธิ ีการ เทคนคิ ในการแกป้ ัญหา โดยคานึงถึง
ความถูกต้องดา้ น ทรัพย์สินทางปัญญา

3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มลู ท่จี าเปน็
ภายใตเ้ ง่อื นไข และทรพั ยากรท่ีมอี ยู่ น าเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผอู้ ื่นเขา้ ใจดว้ ยเทคนิคหรือ
วิธกี ารทีห่ ลากหลาย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ชว่ ยในการออกแบบ วางแผนขั้นตอนการท างานและ
ดาเนนิ การแกป้ ญั หา

243

4. ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์และใหเ้ หตผุ ลของปญั หาหรอื ข้อบกพรอ่ งทเ่ี กดิ ขึน้ ภายใต้
กรอบเงอ่ื นไข หาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทงั้ เสนอแนว
ทางการพัฒนาตอ่ ยอด

5. ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกบั วัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งมอื กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ และ
เทคโนโลยที ี่ ซับซอ้ นในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั

รวมทง้ั หมด 5 ตัวชว้ี ดั

244

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว31107 การเคลอื่ นท่แี ละแรงในธรรมชาติ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาการบอกตาแหน่งของวตั ถกุ ารเคลอื่ นที่แนวตรงอตั ราเรว็ ความเรว็ และความเร่ง
การเคลอ่ื นท่ี แบบโพรเจกไทลการเคลอ่ื นทแี่ บบวงกลม การเคลอื่ นทแ่ี บบฮารม์ อนกิ อยา่ งง่าย
แรงโนม้ ถว่ งและสนาม โนม้ ถ่วงประโยชนจากสนามโน้มถว่ ง แรงแม่เหลก็ และสนามแมเ่ หลก็
ประโยชนจากสนามแมเ่ หล็ก สนามแม่เหล็กโลก แรงไฟฟา้ และสนามไฟฟ้าประโยชนจาก
สนามไฟฟา้ แรงนิวเคลียร์ โดยใช้ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก์ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การ
สบื คน้ ขอ้ มลู การสงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบายการอภปิ รายและสรปุ เพือ่ ใหเ้ กิดความรูความคดิ
ความเข้าใจ
มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ สอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรแู ละนาความรไู ปใชใ้ นชวี ิตของตนเองและ
ดูแลรักษาสงิ่ มชี ีวติ อน่ื ๆ เฝา้ ระวังและพฒั นา สิง่ แวดลอ้ มอยา่ งย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตรจ์ ริยธรรม
คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการ
คิด กระบวนการเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จริงกระบวนการปฏบิ ตั ลิ ง
มือ

ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสร้างคา่ นยิ มและ
กระบวนการพัฒนาคุณลกั ษณะตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

เพ่อื ใหน้ ักเรยี นเปน็ ผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ

รหัสตัวชีว้ ัด
ว 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ว 4.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
ว 8.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12

รวมทงั้ หมด 19 ตวั ชวี้ ัด

245

คาอธิบายรายวชิ า

ว31141 ชีววทิ ยาพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาโครงสรา้ งของเยอื่ หุ้มเซลล์ การลาเลียงสารผา่ นเซลล์ การรักษาดลุ ยภาพของเซลล์
ของ สิ่งมีชวี ิต การรักษาดุลยภาพของนา้ ในพชื กลไกการควบคุมดุลยภาพของน้า แรธาตุและ
อณุ หภมู ิในร่างการมนษุ ยแ์ ละสัตว์ ระบบภมู ิคมุ้ กันของรา่ งกายมนษุ ย์ กระบวนการถ่ายทอดสารพันธุกรรม
การแปรผันทางพันธกุ รรม การเกดิ มวิ เทชนั การเกดิ ความหลากหลายทางชีวภาพ ผลของความหลากหลาย
ทางชีวภาพและเทคโนโลยีชวี ภาพท่มี ีตอ่ มนุษยแ์ ละสิ่งแวดลอ้ ม กระบวนการคัดเลอื กตามธรรมชาติและผล
ของกระบวนการคัดเลอื กตามธรรมชาติตอ่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ ดุลยภาพของระบบนิเวศ การ
เปล่ียนแปลงแทนท่ขี องส่ิงมีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการใช้ประโยชนจากทรพั ยากรธรรมชาติ
ส่งิ แวดล้อมและ ปญั หาสิง่ แวดล้อม รวมทง้ั แนวทางในการแกไขปญั หา
สงิ่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ ตลอดจนการอนรุ ักษ์และสงิ่ แวดลอ้ มและพฒั นาทรัพยากร
ธรรมชาติ อย่างยง่ั ยืน โดยใช้กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู
การสืบค้น ขอ้ มูลการสงั เกต การวิเคราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธบิ ายและสรุป เพ่ือใหเ้ กดิ
ความรคู วามคดิ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สื่อสารสง่ิ ท่เี รียนรแู ละนาความรูไปใชใ้ นชีวิตของ
ตนเอง ดูแลรักษาสง่ิ มีชีวิตอ่ืน เฝา้ ระวังและพัฒนา สิ่งแวดล้อมอย่างย่งั ยืน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และคา่ นยิ ม
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบตั ิลงมือ
ทาจรงิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสรา้ งคา่ นิยมและ
กระบวนการพฒั นาคุณลักษณะตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอื่ ให้นกั เรียนเปน็ ผูม้ ีความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ย่างพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ

รหัสตวั ชวี้ ดั

ว 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ว 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ว 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
ว 2.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3
ว 8.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
รวมท้ังหมด 26 ตัวช้วี ดั

246

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว30291 คอมพิวเตอร์1(ระบบฐานขอ้ มูล) สาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

อธิบายองค์ประกอบ หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ หลกั การทางานระบบสารสนเทศ
ฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร์ ขอ้ มลู บุคลากร ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน การทางานของคอมพวิ เตอร์ สาคญั 5
หน่วยได้แก่ หนว่ ยรับเขา้ หนว่ ยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจาหลกั หนว่ ยความจารอง และหนว่ ย
สง่ ออก ระบบส่ือสารข้อมลู และนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ต์ใชใ้ นการปฏิบตั งิ าน

บอก ชนิด คุณลกั ษณะ(specification)ของอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ และอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง เชน่
ความเรว็ และความจขุ องฮารด์ ดสิ ก์

เขยี นโปรแกรม เช่น ซี จาวา ปาสคาล วิชวลเบสกิ ซชี ารป์ และโปรแกรมในงานด้าน
ตา่ งๆ เช่น การจัดการข้อมูล การวเิ คราะห์ขอ้ มูล การแก้ปัญหาในวชิ าคณิตศาสตร์ และ
วิทยาศาสตร์ การสร้างชิ้นงาน

ส่ือสารและปฏบิ ตั ิตอ่ ผอู้ ื่นอยา่ งสภุ าพ ปฏบิ ัตติ ามระเบียบข้อบงั คับของระบบ ทีใ่ ช้งานไมท่ า
ผดิ กฎหมายและศลี ธรรม แบ่งปันความสุขใหก้ ับผู้อน่ื และแกป้ ญั หาด้วยกระบวนการเทคโนโลยี

สารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม

กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ

กระบวนการกล่มุ และกระบวนการสร้างคา่ นิยมและกระบวนการพัฒนาคุณลกั ษณะตามหลักปรชั ญา

เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศและรู้จกั ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

อย่างรับผดิ ชอบ มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต มุง่ มัน่ ในการทางาน อยอู่ ย่างพอเพียง รกั ความเป็น

ไทยและมีจิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ

2. อธิบายองคป์ ระกอบและหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์
3. อธบิ ายระบบสอ่ื สารขอ้ มลู สาหรบั เครือข่ายคอมพวิ เตอร์

4. ตดิ ต่อส่อื สาร ค้นหาข้อมลู ผา่ นอนิ เทอร์เนต็

5. บอกคณุ ลักษณะของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพว่ ง
6. แก้ปญั หาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

7. ใชค้ อมพิวเตอรช์ ว่ ยสรา้ งชนิ้ งานหรอื โครงงานอยา่ งมีจติ สานึกและความรับผิดชอบ

8. นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดาเนินชวี ติ ได้

รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู้

247

คาอธิบายรายวชิ า

ว30292 คอมพวิ เตอร์2 (ระบบฐานขอ้ มลู ) สาระเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

อธบิ าย หลกั วธิ กี ารใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานในรปู แบบโดยพิจารณา
วัตถุประสงค์ของงาน การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศชว่ ยในการตัดสนิ ใจของบคุ คล กลุ่ม องคก์ ร
ในงานต่างๆ การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ขอ้ ปฏบิ ัติสาหรบั ผ้ใู ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ เชน่
สอื่ สารและปฏบิ ัตติ ่อผอู้ น่ื อยา่ งสภุ าพ ปฏิบัตติ ามระเบยี บขอ้ บงั คบั ของระบบท่ีใชง้ าน ไม่ทาผดิ
กฎหมายและศลี ธรรม แบง่ ปนั ความสขุ ใหก้ ับผู้อ่นื และนาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมา
ประยุกต์ใชใ้ นการปฏิบัตงิ าน

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม

กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทาจรงิ กระบวนการจดั การ

กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการสรา้ งค่านยิ มและกระบวนการพฒั นาคุณลักษณะตามหลกั ปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพื่อให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศและรจู้ กั ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

อย่างรบั ผิดชอบ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ มุ่งม่ันในการทางาน อย่อู ย่างพอเพียง รักความเปน็

ไทยและมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองานในรูปแบบท่เี หมาะสม ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ของงาน
2. ใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการประมวลผลข้อมลู ให้เป็นสารสนเทศเพอื่ ประกอบ การตดั สนิ ใจ
3. พฒั นาโครงงานคอมพิวเตอร์
4. บอกขอ้ ควรปฏิบตั สิ าหรับผใู้ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
5. นาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนินชวี ิตได้
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

248

คาอธบิ ายรายวิชา

ว30293 คอมพวิ เตอร์3 (ระบบฐานข้อมูล) สาระเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาความหมายและพัฒนาการอินเทอรเ์ นต็ การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ เช่น ไปรษณยี ์
อิเล็กทรอนกิ ส์ blog การโอนยา้ ยแฟม้ ขอ้ มลู การสบื ค้นขอ้ มลู และการใชโ้ ปรแกรมเรียกค้นขอ้ มลู
(search engine) การสนทนาบนเครือขา่ ย คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็
ผลกระทบของการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตกับสังคม การเลือกคณุ ลกั ษณะของฮารด์ แวร์และซอฟตแ์ วร์ให้
เหมาะสมกบั งาน ข้ันตอนการพฒั นาโปรแกรมข้อปฏบิ ตั สิ าหรับผใู้ ช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ และนา
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏิบัตงิ าน

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทาจรงิ กระบวนการจัดการ
กระบวนการกล่มุ และกระบวนการสร้างค่านิยมและกระบวนการพฒั นาคณุ ลักษณะตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศและรจู้ กั ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
อย่างรับผิดชอบ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซอ่ื สัตย์สจุ ริต มุ่งมัน่ ในการทางาน อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง รกั ความเปน็
ไทยและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. ตดิ ตอ่ สอื่ สารผา่ นเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ อยา่ งมีคุณธรรมและ จรยิ ธรรม
2. ใช้ฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวรใ์ ห้เหมาะสมกับงาน
3. เขยี นโปรแกรมภาษาได้

4. บอกขอ้ ควรปฏบิ ตั สิ าหรบั ผู้ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
5. นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ได้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้

249

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว30294 คอมพิวเตอร์4 (ระบบฐานข้อมูล) สาระเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา ปฏบิ ัติ แนวคิดและหลักการโปรแกรม โครงสร้างโปรแกรม ตวั แปร คาสง่ั
การตรวจสอบเงอื่ นไข การโตต้ อบกับฟอรม์ แบบตา่ งๆ การจัดการเซสชัน รูปแบบการเขา้ ถึง
ฐานข้อมูลผ่านเวบ็ การออกแบบโปรแกรม การเขียนและทดสอบโปรแกรม และการประยุกต์ใชง้ าน
Web Programming ดว้ ยภาษา PHP, ASP หรอื JSP ได้

เพอื่ ให้นักเรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ มีทักษะกระบวนการ ในการเขียน Web
Programming สามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้ในการสร้างสรรคง์ าน มคี วามรบั ผิดชอบ มี
ความสามารถในการคดิ การแก้ปญั หา สามารถใชเ้ ทคโนโลยไี ด้อย่างเหมาะสม มเี จตคติท่ีดีต่อการ
ทางานและรจู้ ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใ์ ช้ในการปฏบิ ัตงิ าน

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมาย หลักการ วิธกี าร ของ Web Programming ได้
2. สามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของโปรแกรมและตวั แปรต่าง ๆได้
3. สามารถใชค้ าสงั่ ตา่ ง ๆ และอธิบายวธิ ีการตรวจสอบเงอื่ นไขได้
4. อธิบายการโต้ตอบกบั ฟอร์มแบบต่างๆ การจดั การเซสชนั ได้
5. บอกรูปแบบการเข้าถึงฐานข้อมลู ผ่านเว็บได้
6. สามารถอธิบายขั้นตอนการออกแบบโปรแกรม การเขยี นและทดสอบโปรแกรมได้
7. สามารถประยุกตใ์ ชง้ านกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้

250

คาอธบิ ายรายวิชา

ว30295 คอมพวิ เตอร์ 5 (ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์) สาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาหลกั การขน้ั ตอน และปฏิบัตเิ กย่ี วกับการสรา้ งภาพเคลือ่ นไหว ด้วย ในเรอื่ งของ ความ
ตอ้ งการของระบบ ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์ องคป์ ระกอบของซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ อุปกรณท์ ใ่ี ชส้ าหรับวาด
รูปตา่ ง ๆ การใช้ และปรบั แตง่ สี เครอ่ื งมอื ในการตกแต่งภาพ เครอื่ งมอื จัดตาแหนง่ การสรา้ ง
ตัวอักษร การใชง้ าน Symbol, Instance และ Layer การจดั การกบั เสียงหลักการสร้าง
ภาพเคลือ่ นไหว และการเผยแพรผ่ ลงาน

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะ เกี่ยวกับการสร้างภาพเคลื่อนไหว ด้วยการใช้
ซอฟต์แวร์ในการทางาน โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ ในการทางาน อย่างมีจิตสานึก และรับผิดชอบได้
และร้จู กั นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏิบตั ิงาน

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายถงึ ความสาคัญของโปรแกรมได้
2. บอกหน้าตาองค์ประกอบ และเครอ่ื งมือของโปรแกรม Flash ได้
3. บอกความแตกต่างของภาพกราฟกิ แต่ละชนิดได้
4. สามารถปฏิบัตกิ ารใช้งานหนา้ ตา่ งแบบต่างๆ บน โปรแกรมได้
5. บอกความหมายของ เครอ่ื งมอื และปฏบิ ัตกิ ารใชง้ าน Selection ได้
6. สามารถใช้เครอ่ื งมือในการชว่ ยจดั และวางในโปรแกรมได้
7. สามารถใสข่ องความโดยใช้ Text Tool ได้
8. สามารถใชง้ าน Symbol ได้
9. สามารถบอกความหมายและใช้งาน Layer ได้
10. บอกหลักการพน้ื ฐานในการสรา้ ง Animationได้
11. บอกขอ้ แตกตา่ งของการสรา้ งภาพแบบตา่ งๆ ได้
12. สามารถปฏบิ ตั กิ ารเกีย่ วกับการสรา้ งภาพและเสยี งได้
13. สามารถ Publish ไฟล์รปู แบบต่างๆ ได้

รวมท้งั หมด 13 ผลการเรียนรู้

251

คาอธิบายรายวิชา

ว30296 คอมพิวเตอร์ 6 (โปรแกรมกราฟิก) สาระเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก หลกั การ วิธกี ารออกแบบกราฟิก ปฏิบตั กิ ารใช้
ซอฟต์แวร์ดา้ นกราฟกิ ระบบคอมพวิ เตอรส์ าหรบั งานคอมพวิ เตอรก์ ราฟิก การใช้งานซอฟต์แวรด์ ้าน
กราฟกิ ใช้เครือ่ งมอื และอุปกรณต์ ่าง ๆ รวมถึงคาสัง่ ที่สาคญั ในการออกแบบคอมพิวเตอรก์ ราฟิก
ในโปรแกรมกราฟิกได้อย่างชานาญ การนาภาพจากแหลง่ ภาพตา่ งๆ มาสร้างสรรคง์ านกราฟิกใหม้ ี
จนิ ตนาการตามความคิดริเริ่ม ท้งั ยงั ศึกษาหลักการออกแบบเทคนคิ การใช้โปรแกรม การออกแบบ
คอมพิวเตอรก์ ราฟกิ ไดจ้ ากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ เพือ่ นามาประยกุ ต์ใช้ในการสรา้ งสรรค์งาน ปฏบิ ัตกิ าร
ออกแบบคอมพวิ เตอรก์ ราฟิกดว้ ยโปรแกรมกราฟิก

ผเู้ รยี นสามารถใชซ้ อฟตแ์ วร์ดา้ นกราฟิกออกแบบและสรา้ งสรรค์ผลงานด้านกราฟิก เผยแพร่
สู่สาธารณะชนได้อยา่ งมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม มคี วามรับผิดชอบ มคี วามสามารถใน การใช้
เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม มเี จตคติท่ีดีตอ่ การทางาน และรจู้ กั นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมา
ประยกุ ต์ใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมาย หลกั การและวธิ ีการออกแบบกราฟกิ ได้
2. สามารถใชซ้ อฟต์แวรส์ ร้างงานกราฟกิ ได้ถูกตอ้ ง
3. สามารถเลือกคณุ สมบัติของคอมพวิ เตอร์ได้เหมาะสมกบั งานกราฟิก
4. สามารถบอกส่วนประกอบของโปรแกรมดา้ นกราฟกิ ได้
5. สามารถบอกประโยชน์ของโปรแกรมดา้ นกราฟิกได้
6. สามารถบอกหนา้ ท่ขี องเครือ่ งมอื และอุปกรณ์ตกแต่งภาพได้
7. สามารถใชเ้ ครอ่ื งมือ และอุปกรณ์สร้างชิ้นงานได้
8. สามารถนาภาพจากแหลง่ ภาพต่างๆ มาสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ชน้ิ งานจากจติ นาการได้
9. สามารถใช้คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสรา้ งช้ินงานหรอื โครงงานอยา่ งมจี ติ สานึกและความ
รบั ผดิ ชอบ
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้

252

คาอธิบายรายวชิ า

ว30297 คอมพิวเตอร์ 7(มลั ตมิ ิเดียเพื่อการนาเสนอ) สาระเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาระบบคอมพวิ เตอร์สาหรับงานมลั ติมีเดยี อุปกรณ์แสดงผลกราฟกิ การแสดงผลดว้ ย
ภาพ วีดีโอ เสียง อุปกรณป์ ระกอบ เชน่ เครอ่ื งขับแผ่นบนั ทกึ ซดี ี การด์ ประมวลผลเสยี ง วดี ีโอ
สแกนเนอร์ เคร่ืองพิมพ์สี ฯลฯ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู แบบมัลตมิ ีเดียภาพ วดี ีโอ เสียง ขอ้ มลู การใช้
โปรแกรมแบบมลั ติมเี ดยี คาสั่งในการดาเนนิ งาน หลกั การกราฟกิ การเขยี นรูปภาพ การเก็บรปู ภาพ
การแก้ไข การสร้างกราฟกิ การสรา้ งงานมลั ตมิ ีเดีย การใชส้ ี การตกแตง่ ภาพ การเช่ือมข้อมูล
หลักการสอ่ื หลายมิติ การสรา้ งข้อความหลายมติ ิ งานประยกุ ตด์ า้ นการศึกษา

ปฏบิ ัติการสรา้ งงานแบบมัลตมิ เี ดียและการใชโ้ ปรแกรมสาหรบั นาเสนองานมลั ติมีเดีย เพ่อื
นาเสนองาน การถา่ ยทอดเเนวความคิดสู่ช้ินงานทเ่ี ป็นรปู ธรรม (Story Board) การผลติ ช้นิ งาน
นาเสนอ การใชภ้ าษา การนาเสนอขอ้ มลู ต่าง ๆ

เพื่อใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจและทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยสี รา้ งงานแบบมลั ตมิ เี ดีย ในการ
นาเสนองานตา่ ง ๆ อยา่ งหลากหลาย มีจติ สานึกและรบั ผดิ ชอบ และรจู้ กั นาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี งมาประยุกตใ์ ช้ในการปฏบิ ตั งิ าน

ผลการเรยี นรู้
1. บอกลักษณะของโปรแกรมทส่ี ามารถสร้างงานมลั ตมิ ีเดยี แบบตา่ งๆได้
2. บอกลักษณะโปรกรมทใี่ ชใ้ นการสรา้ งงานมลั ติมีเดยี ได้
3. สามารถอธิบายถงึ หน้าที่ของเครอ่ื งมอื ในการใช้งานโปรแกรมมัลติมเี ดียได้
4. สามารถสรา้ งภาพกราฟิกแบบตา่ งๆ ได้
5. สามารถปฏิบัตกิ ารการซอ้ นภาพแบบตา่ งๆ ได้
6. สามารถบันทกึ เสยี งและตดั ต่อเสยี งได้
7. สามารถใช้ Effect ในการสร้างงานมัลตมิ ีเดียได้
8. สามารถผลิตช้ินงาน และนาเสนอผลงานแบบมลั ติมีเดียได้
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้

253

คาอธบิ ายรายวิชา

ว30298 คอมพิวเตอร์ 8(การสร้างเวบ็ ไซต์) สาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาหลักการและโครงสรา้ งการทางานของเวบ็ เพจ รวมทัง้ ไวยกรณ์ของโปรแกรมหรอื
กระบวนการ โครงสรา้ งการทางานของเว็บไซต์ การออกเเบบเวบ็ ไซต์ การสรา้ งเวบ็ ไซตด์ ว้ ยโปรแกรม
ภาษาหรอื โปรแกรมสาเรจ็ รปู หรือโปรเเกรมระบบ CMS (Content Management System) การ
ทดสอบการทางานของเวบ็ ไซต์ และการ Upload เว็บไซต์

ปฏิบตั กิ ารใชเ้ คร่อื งมอื ในการสร้างเว็บเพจ ออกแบบและกาหนดส่วนประกอบของเวบ็ เพจ
โครงสร้างและรปู แบบภาษา html การจัดและตกแต่งข้อความ การจดั การเกย่ี วกบั รูปภาพ การสรา้ ง
ตาราง การเชื่อมโยงเว็บเพจ การสร้างแบบฟอรม์ การสรา้ งเฟรม การทดสอบการทางานของเว็บเพจ
และการอพั โหลด เว็บเพจ และโปรแกรมประกอบอน่ื ๆ

สร้างสรรคเ์ ว็บเพจดว้ ยจติ นาการ เผยแพรส่ ู่สาธารณะชนได้อยา่ งมีคณุ ธรรมและจริยธรรม
มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มีเจตคตทิ ่ดี ตี ่อการทางาน
และรจู้ ักนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใ์ ช้ในการปฏิบตั งิ าน

ผลการเรียนรู้
1. บอกโครงสร้างและรูปแบบของภาษา HTML ได้
2. สามารถใช้คาสง่ั ภาษา HTML จดั และตกแตง่ ขอ้ ความได้
3. สามารถใชค้ าสง่ั ภาษา HTML จดั และตกแตง่ ข้อความได้
4. สามารถใชค้ าสั่งภาษา HTML สร้างตารางได้
5. สามารถใชค้ าสงั่ ภาษา HTML เชื่อมโยงหน้าเวบ็ เพจได้
6. สามารถใช้คาส่ังภาษา HTML สรา้ งแบบฟอรม์ ในการสรา้ งเฟรมได้
7. สามารถตดิ ตั้งเเละอพั โหลต (Upload) ไฟลข์ อ้ มูลได้
8. สามารถสรา้ งสรรคเ์ ว็บเพจดว้ ยภาษา HTML ได้

รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้

254

คาอธิบายรายวชิ า

ว30299 คอมพวิ เตอร์ 9(หนุ่ ยนตเ์ บ้อื งตน้ ) สาระเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา หลกั การเบอื้ งต้นของหนุ่ ยนต์ ประเภทของหนุ่ ยนตแ์ บบตา่ งๆ ชนดิ และการทางาน
ของอุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นวิชาการพฒั นาโปรแกรมหุน่ ยนต์

ปฏิบตั กิ ารการออกแบบตัวหนุ่ ยนตต์ ามแบบที่กาหนด ตดิ ตั้งโปรแกรม Robolab หรอื
Mindstorms เขียนโปรแกรมบังคับห่นุ ยนต์ Robolab หรือ Mindstorms เขียนโปรแกรมบังคบั
การทางานของ Motor เขยี นโปรแกรมบงั คบั การทางานของ Touch Sensor และ Light Sensor

สรา้ งช้นิ งานโดยใช้ความรู้ ความคดิ จินตนาการ ทักษะ เหตุผล และกระบวนการต่างๆ ทาง
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตลอดจนประสบการณ์ดา้ นคอมพวิ เตอร์ ซอฟตแ์ วร์ ระบบการสอื่ สารขอ้ มลู
ในการแกป้ ญั หาต่างๆ ทม่ี อี ยู่ มาเชอื่ มโยงสมั พนั ธ์กันจน เกิดความร้ใู หมท่ ี่มีความหมายสอดคลอ้ ง และ
เชอื่ มโยงกนั ได้ โดยมีการบูรณาการความรู้ดา้ นอ่นื ๆ หรอื จากรายวชิ าอื่นๆ ทเี่ กย่ี วข้องเข้ามาร่วมดว้ ย
เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจและสามารถประยกุ ต์ใชใ้ นการสร้างชนิ้ งานไดอ้ ยา่ งมีจิตสานกึ และมคี วาม
รบั ผิดชอบ และร้จู กั นาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใชใ้ นการปฏิบัตงิ าน

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายหลักการเบอื้ งตน้ ของหุ่นยนต์
2. สามารถจาแนกประเภทของหุ่นยนต์แบบตา่ งๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
3. บอกชนดิ และการทางานของอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นวชิ าการพัฒนาโปรแกรมหุ่นยนต์
4. สามารถฝกึ ทกั ษะการออกแบบตัวหนุ่ ยนต์ตามแบบท่ีกาหนด
5. สามารถติดตงั้ โปรแกรม Robolab หรอื Mindstorms
6. สามารถฝกึ ทกั ษะการเขียนโปรแกรมบังคบั หุ่นยนต์ Robolab หรือ Mindstorms
7. สามารถฝกึ ทกั ษะการเขียนโปรแกรมบังคบั การทางานของ Motor
8. สามารถฝึกทักษะการเขียนโปรแกรมบงั คับการทางานของ Touch Sensor
9. สามารถฝกึ ทกั ษะการเขยี นโปรแกรมบงั คบั การทางานของ Touch Sensor
10. สามารถนาเสนอชิน้ งานได้

รวมท้งั หมด 10 ผลการเรียนรู้

255

คาอธบิ ายรายวชิ าระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

โรงเรยี นมธั ยมวานรนิวาส อาเภอวานรนวิ าส จงั หวดั สกลนคร
สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

รายวชิ า ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

256

กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าพื้นฐาน จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ส31101 สงั คมศึกษา จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส31102 สังคมศึกษา จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ส31103 ประวัตศิ าสตร์ จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกิต
ส31104 ประวตั ิศาสตร์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ส32101 สังคมศกึ ษา จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส32102 สงั คมศกึ ษา จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส32103 ประวตั ิศาสตร์ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส33101 สังคมศึกษา จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ส33102 สงั คมศกึ ษา จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ส33103 ประวตั ิศาสตร์

รายวิชาเพิม่ เตมิ

ส30221 การปกครองไทย จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
1.0 หนว่ ยกิต
ส 30241 การเงิน การคลัง การธนาคาร จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต
1.0 หน่วยกิต
ส30222 กฎหมายน่ารู้ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
1.0 หนว่ ยกติ
ส30281 สงั คมศกึ ษา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
1.0 หนว่ ยกติ
ส30261 ทอ้ งถิ่นสกลนคร 1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
1.0 หน่วยกติ
ส30262 ทอ้ งถิน่ สกลนคร 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ

ส30223 การปกครองทอ้ งถ่นิ ไทย จานวน 40 ชั่วโมง

ส30201 ศาสนาสากล จานวน 40 ช่ัวโมง

ส30224 ประชากรศกึ ษา จานวน 40 ชั่วโมง

ส30225 เหตุการณ์โลกปัจจุบนั จานวน 40 ชว่ั โมง

ส30282 โครงงานสงั คมศึกษา จานวน 40 ช่วั โมง

257

คาอธิบายรายวิชา

ส 31101 สังคมศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาและวเิ คราะห์ ความรูพ้ ้นื ฐานเกย่ี วกบั สังคม ในเรอื่ ง ความหมาย โครงสรา้ ง
สถาบันทางสังคม วัฒนธรรมในสงั คม การขดั เกลาทางสงั คมและการจัดระเบียบทางสังคม

ศึกษาวเิ คราะหส์ งั คมไทย วัฒนธรรมภูมิปัญญา การเปลี่ยนแปลงและแนวโนม้
การเปลย่ี นแปลง การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรบั วฒั นธรรมสากล สิทธมิ นษุ ยชนและแนว
ทางการพฒั นา

ศกึ ษาความรู้เบอ้ื งตน้ เกีย่ วกบั กฎหมาย กฎหมายในชวี ติ ประจาวัน หนว่ ยงานและบคุ คล
ท่ีเกยี่ วข้องกับการบังคบั ใช้กฎหมาย

มีความรู้ความเข้าใจในระบบความสมั พันธ์ของสถาบันทางสังคม วฒั นธรรม การจัด
ระเบยี บและการขดั เกลาทางสงั คม ตระหนกั ถงึ ความสาคญั การอยรู่ ว่ มกันในสังคมอยา่ งสันติสขุ
ปฏบิ ัตติ นตามกฎหมายและมสี ่วนสนับสนุนใหผ้ ูอ้ ่นื ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมอื งดขี องประเทศชาติ
และสังคมโลก ประเมนิ และเสนอแนวทางการพฒั นาสิทธมิ นษุ ยชนในประเทศ ภาคภูมใิ จและมี
ส่วนรว่ มในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย ตลอดจนการเลอื กรับวฒั นธรรมสากล

โดยใชก้ ระบวนการการจัดการเรยี นรทู้ ่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั กระบวนการเรียนร้แู บบบูรณา
การ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแก้ปัญหา กระบวนการเรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จริง กระบวนการจดั การ กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย

เพอื่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ตั ติ นตามหน้าทีข่ องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมืองการ
ปกครอง ยดึ มัน่ ศรทั ธา และธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข การดารงชวี ิตอย่รู ว่ มกันในสงั คมไทย และ สังคมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
รหัสตวั ช้วี ดั

ส 2.1 ม. 4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5
รวมท้ังหมด 5 ตวั ชว้ี ดั

258

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 31102 สงั คมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาและวิเคราะห์ ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับการเมืองการปกครอง ความสัมพันธ์
ระหวา่ งรฐั กบั พลเมือง และระบบการปกครองรัฐพืน้ ฐาน

ศกึ ษาและวเิ คราะห์การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ ประมุข
ศกึ ษาและวเิ คราะห์ปญั หาการเมืองท่สี าคญั ในประเทศ พรอ้ มเสนอแนะแนวทางการ
แกไ้ ข

ศกึ ษาและวเิ คราะหก์ ารมสี ว่ นรว่ มตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั
ศกึ ษาและวเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธก์ ารประสานประโยชนร์ ะหวา่ งประเทศ
มีความรูค้ วามเข้าใจในระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยเ์ ปน็
ประมุข วิเคราะห์เสนอแนะแนวทางการแกป้ ัญหาสภาพปัญหาทางการเมืองการปกครองของไทย
ตระหนกั ถึงมีสว่ นร่วมทางการเมืองและการตรวจสอบการใช้อานาจ ธารงไว้ซ่งึ การปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข
โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั กระบวนการเรยี นรแู้ บบ
บูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั
เพื่อ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบตั ิตนตามหน้าที่ของพลเมอื งดี เข้าใจการเมือง
การปกครอง ยดึ มน่ั ศรัทธา และธารงรกั ษาไวซ้ ง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ การดารงชวี ติ อยู่รว่ มกันในสังคมไทย และ สงั คมโลกอย่างสนั ติสขุ

รหสั ตวั ชี้วดั
ส 2.2 ม. 4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5
รวมทงั้ หมด 4 ตวั ชว้ี ดั

259

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 33103 ประวัตศิ าสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาความสมั พนั ธพ์ ืน้ ฐานทางประวตั ิศาสตร์ เกีย่ วกับหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
การกาหนดเวลายุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ และสามารถใช้กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์
สรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่ทางประวัตศิ าสตร์บนพื้นฐานความเปน็ เหตุเปน็ ผลอย่างเป็นระบบ

มีความเข้าใจ ตระหนักถงึ คณุ ค่าความสาคัญของยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตร์ กระบวนการ
ทางประวตั ิศาสตรท์ ่มี ีต่อการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์

โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรยี นรูท้ ี่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ กระบวนการเรียนร้แู บบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรียนร้กู ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ัย

เพ่ือ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ที่ของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมืองการ
ปกครอง ยดึ ม่ัน ศรัทธา และธารงรักษาไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข การดารงชวี ิตอย่รู ว่ มกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ติสขุ

รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 4.1 ม.4/1, ม.4/2
รวมทัง้ หมด 2 ตัวชวี้ ดั

260

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 33104 ประวตั ศิ าสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาและวิเคราะหอ์ ทิ ธิพลของอารยธรรมโบราณและการติดตอ่ ระหวา่ งโลกตะวนั ออกกับ
โลกตะวนั ตกทม่ี ผี ลตอ่ พัฒนาการและการเปล่ียนแปลงของโลก เหตกุ ารณส์ าคญั ตา่ งๆท่มี ผี ลตอ่ การ
เปล่ยี นแปลงทางสังคมเศรษฐกจิ และการเมอื งส่โู ลกสมยั ปัจจบุ นั ผลกระทบของการขยายอิทธพิ ลของ
ประเทศยุโรปไปยงั ภมู ิภาคอน่ื ของโลก

มีความรคู้ วามเข้าใจถงึ อารยธรรมยุคโบราณ กรกี โรมัน เมโสโปเตเมยี จนี อินเดยี
อยี ิปต์ การตดิ ต่อระหวา่ งโลกตะวนั ตกและตะวนั ออกและอทิ ธิพลทางวฒั นธรรมท่มี ตี ่อกนั เหตุการณ์
สาคญั ๆของโลกระบบศักดนิ าสวามิภกั ด์ิ สงครามครเู สด การฟื้นฟูศลิ ปะวิทยา
การปฏวิ ัติทางวิทยาศาสตร์ การสารวจทางทะเล การปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรม แนวคิดเสรนี ยิ ม จกั รวรรดิ
นิยม ชาตนิ ยิ ม การขยายอานาจและการล่าอาณานคิ มและผลกระทบ

โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรียนร้ทู เี่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนิสยั

เพอื่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ัติตนตามหน้าท่ีของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยึดมั่น ศรทั ธา และธารงรกั ษาไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การดารงชวี ิตอย่รู ว่ มกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสันตสิ ุข

รหัสตวั ช้วี ัด
ส 4.2 ม.4/1, ม. 4/2, ม.4/3
รวมทั้งหมด 3 ตวั ชวี้ ดั

261

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 32101 สงั คมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาความสัมพันธท์ างภูมิศาสตร์และสภาวะแวดลอ้ มตา่ งๆซึ่งทาให้เกดิ ลกั ษณะเฉพาะหรือ
ปรากฎการณใ์ นพ้ืนที่ประเทศในภมู ิภาคตา่ งๆของโลก

ศึกษาแผนท่แี ละเครื่องมือเทคโนโลยีสมยั ใหม่ทางภูมศิ าสตร์ในการวิเคราะหข์ อ้ มูลทางพื้นทใี่ น
รูปแบบตา่ งๆและสามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

วิเคราะหว์ ิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มระดับประเทศ ระดับโลก วิธกี าร
มาตรการ การปอ้ งกันและการแกไ้ ขปัญหาในประเทศและระหว่างประเทศ

ศกึ ษาหมาย เฉพาะเร่อื งกระบวนการ ประเมินทางเลอื ก การตัดสนิ ใจในการจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

วิเคราะห์สาเหตกุ ารเปล่ยี นแปลงสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนรุ กั ษส์ ่งิ แวดลอ้ มทางสังคม ภูมิ
ปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทย

ตระหนกั และรจู้ ักใช้ทรัพยากร เหน็ แนวทางการวิเคราะหป์ ัญหา การเลือกรับ
ข่าวสารจากแหล่งความรู้ ติดตามสภาพการณ์สง่ิ แวดล้อมในระดับประเทศและระดบั โลก

เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพ ตระหนกั ในความสมั พนั ธข์ องสภาพสง่ิ ท่ปี รากฏ ในพ้ืนที่ในภมู ิภาค
ต่างๆของโลก ซึง่ มผี ลตอ่ กันในระบบธรรมชาติ รู้จักใชเ้ คร่ืองมือทางธรรมชาติ รจู้ ักใชเ้ คร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
ในการคน้ หาขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ เข้าใจในปฏบิ ัติสัมพันธ์ระหว่างมนุษยก์ บั สภาพแวดล้อมทาง
กายภาพทกี่ อ่ ให้เกดิ การสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมและมีจติ สานกึ อนุรักษท์ รัพยากรและพัฒนาสง่ิ แวดล้อมท่ี
ยงั่ ยืน

โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรยี นรู้ทีเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสาคญั กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ
กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และ
แกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทาจรงิ กระบวนการจัดการ
กระบวนการเรยี นรู้การเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ยั

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ิตนตามหน้าทข่ี องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื ง
การปกครอง ยึดมัน่ ศรทั ธา และธารงรักษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์
ทรงเปน็ ประมุข การดารงชวี ติ อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมไทย และ สังคมโลกอย่างสันตสิ ขุ

รหสั ตวั ช้วี ดั

ส 5.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3
ส 5.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5
รวมทัง้ หมด 8 ตัวช้วี ัด

262

คาอธบิ ายรายวิชา

ส 32102 สังคมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาความหมาย ความสาคญั ของหนว่ ยเศรษฐกิจ หนว่ ยครวั เรอื น หน่วยธรุ กิจ
หนว่ ยรฐั บาล ศกึ ษาแนวคิดพ้นื ฐานของหนว่ ยธรุ กจิ และของหนว่ ยงานรฐั บาล เกยี่ วกับการจดั การ
การเงนิ การธนาคาร การคลัง งบประมาณ หนี้สาธารณะ

ศึกษาระบบสหกรณ์ ระบบวธิ กี าร ตวั อยา่ งที่ชุมชนต่างๆ ใชร้ ะบบสหกรณ์
มาแกป้ ัญหาและร่วมมือทางเศรษฐกจิ ในระดับชมุ ชนและประเทศ

ศึกษาแนวคิดพน้ื ฐานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การค้า และการเงนิ ระหวา่ งประเทศตลอดจนการ
ลงทนุ ระหวา่ งประเทศ ท้ังทางตรงและทางออ้ ม ปจั จยั ตา่ งๆท่ีนาไปสกู่ าร
พง่ึ พา การแข่งขนั การขัดแยง้ และการประสานประโยชน์อย่างมคี ณุ ธรรมและรเู้ ท่าทนั

เขา้ ใจหลักเศรษฐศาสตร์ แนวคิดพนื้ ฐานของหน่วยธรุ กิจและหนว่ ยรฐั บาล เกย่ี วกับการ
จดั การเงนิ การธนาคาร การคลงั และงบประมาณ หนสี้ าธารณะ กระบวนการและวิเคราะหผ์ ลดี
ผลเสีย ของการนาเทคโนโลยมี าใช้ เพอื่ เพิม่ ผลผลติ และบรกิ ารอยา่ งอย่างมีประสทิ ธิภาพ
กระบวนการวเิ คราะหร์ ะบบเศรษฐกิจท่ีตอบสนองความตอ้ งการของสังคม โดยเฉพาะการ
เจรญิ เติบโตของประเทศ แนวคิดพ้ืนฐานที่เกยี่ วข้องกบั การค้า และการเงนิ ระหวา่ งประเทศ ปจั จยั
ตา่ งๆท่นี าไปสู่การพ่ึงพา การแขง่ ขัน การขดั แยง้ และการประสานประโยชนอ์ ย่างมคี ุณธรรมและ
รเู้ ท่าทนั

โดยใช้กระบวนการการจดั การเรียนรู้ทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ กระบวนการเรียนรูแ้ บบบรู ณา
การ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแก้ปัญหา กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมือทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย

เพ่ือ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏิบตั ติ นตามหนา้ ท่ขี องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมอื ง
การปกครอง ยึดมัน่ ศรัทธา และธารงรกั ษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ การดารงชีวิตอย่รู ว่ มกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ติสุข

รหสั ตวั ชว้ี ัด

ส 3.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6
ส 3.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4
รวมทั้งหมด 9 ตัวชี้วัด

263

คาอธิบายรายวชิ า

ส 32103 ประวัตศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา วิเคราะหส์ ถานการณ์โลกในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 21 พฒั นาการและเหตกุ ารณท์ ่สี าคญั ของ
มนุษยชาตจิ ากอดีตถงึ ปัจจบุ นั ในแง่ความสัมพนั ธ์ การเปลีย่ นแปลงและผลกระทบของเหตุการณ์
โดยเฉพาะลกั ษณะการถา่ ยทอดทางวัฒนธรรม ตะวันตกและตะวันออก ทัง้ ทางด้านสงั คม เศรษฐกิจ
การเมืองการปกครอง จากอดตี ถึงปัจจุบัน

มคี วามรู้ ความข้าใจถงึ เหตุปจั จยั การเปล่ยี นแปลง ทางดา้ นสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกจิ และ
การเมืองการปกครอง สามารถวเิ คราะหส์ ถานการณ์ ตลอดจนผลกระทบของการขายอิทธิพลของ
อารยธรรมตะวนั ตกสู่ภมู ิภาคอื่นๆของโลก จากอดตี ถงึ ปจั จบุ ันศกึ ษาวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณ์ นาไปสู่
ความรว่ มมอื และความขัดแย้ง ตลอดจนแนวทางการประสานประโยชนเ์ พอื่ สันติภาพของโลกจาก
อดตี ถึงปัจจุบนั

โดยใชก้ ระบวนการการจดั การเรยี นรูท้ ี่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนรูก้ ารเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั

เพ่ือ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ การปฏิบตั ติ นตามหนา้ ที่ของพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยึดมน่ั ศรัทธา และธารงรักษาไว้ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข การดารงชวี ติ อยูร่ ว่ มกนั ในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ติสขุ

รหสั ตวั ชีว้ ัด
ส 4.2 ม. 5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4
รวมทั้งหมด 4 ตัวชวี้ ัด

264

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 33101 สงั คมศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

วิเคราะห์ ประวัตแิ ละความสาคัญของพระพุทธศาสนาในด้านความเป็นศาสตร์แหง่
การศกึ ษาเนน้ ความสัมพันธข์ องเหตปุ จั จยั และวธิ ีการแก้ปญั หาฝึกคนไม่ใหป้ ระมาท มุ่งประโยชน์สุข
และสนั ตภิ าพแก่บคุ คล สงั คม โลก การธารงรกั ษาพระพุทธศาสนา การเป็นมนษุ ยผ์ ฝู้ ึกตนได้สูงสดุ

ศกึ ษา พทุ ธประวัติ สภาพสังคมชมพูทวีปสมยั ก่อนพทุ ธกาล ชาดก ประวตั พิ ทุ ธสาวก
พุทธสาวกิ า และชาวพุทธตวั อย่าง

วิเคราะหห์ ลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาธรรมเพอ่ื ชวี ติ และสังคม เรอ่ื งอริยสจั 4 ทกุ ข์
(ธรรมทคี่ วรร้)ู สมทุ ยั (ธรรมทค่ี วรละ) นโิ รธ(ธรรมทีค่ วรบรรล)ุ มรรค (ธรรมท่ีควรเจรญิ )
มงคล 38 ประการ

ศกึ ษาพระไตรปฎิ ก เรอ่ื งนา่ รู้จากพระไตรปฎิ ก ศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา
ศกึ ษา วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี ศาสนพธิ ีเรอ่ื ง บญุ พธิ ี ทานพธิ ี
กศุ ลพธิ ี เหน็ คณุ คา่ และประโยชนข์ องศาสนพธิ ี
ฝึกปฏบิ ัติการบรหิ ารจิตและการเจรญิ ปัญญา สวมมนตแ์ ปลและเจรญิ ปัญญาตามหลกั สติ
ปฏั ฐาน นาการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญาไปใชใ้ นการพัฒนาการเรียนรูค้ ุณภาพชวี ิตและสงั คม
พัฒนาการเรยี นรูด้ ว้ ยวธิ ีคดิ แบบโยนโิ สมนสิการสรปุ ท้ัง 10 วธิ ี
วิเคราะห์ สมั มนาพระพทุ ธศาสนากับการแกป้ ญั หาและการพัฒนาเรอ่ื ง พระพุทธศาสนา
กบั การพัฒนาแบบยง่ั ยนื
มีความรคู้ วามเขา้ ใจทีถ่ ูกตอ้ ง เกดิ ศรัทธาตอ่ พระพทุ ธศาสนา และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ พระ
รตั นตรยั รกั การเรยี นรพู้ ระพทุ ธศาสนา ตระหนักถงึ ผลของการทาดที าชั่ว มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมใน
การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม สามารถนาหลักธรรมไปปฏบิ ัตใิ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ซ่ึงจะกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ต่อตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
โดยใช้กระบวนการการจัดการเรยี นรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ กระบวนการเรยี นรู้แบบบรู ณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสัย

265

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทข่ี องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยดึ มั่น ศรัทธา และธารงรกั ษาไว้ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข การดารงชีวติ อยูร่ ว่ มกนั ในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ตสิ ุข

รหัสตวั ชว้ี ัด

ส 1.1 ม.6/2, ม.6/3, ม.6/4, ม.6/5, ม.6/6, ม.6/7, ม.6/8, ม.6/9, ม.6/10, ม.6/11,
ม.6/12, ม.6/13, ม.6/15, ม.6/16, ม.6/18, ม.6/19, ม.6/20, ม.6/21, ม.6/22

ส1.2 ม.6/1
รวมทงั้ หมด 23 ตัวชว้ี ัด

266

คาอธิบายรายวิชา

ส 33102 สงั คมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา พทุ ธประวัตแิ ละประวตั ิศาสดาของศาสนาอนื่ ๆโดยสังเขป
วเิ คราะหค์ ณุ ค่าและความสาคัญของการสงั คายนาพระไตรปิฎกหรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทต่ี น
นับถือ
ตระหนกั ในคณุ คา่ และความสาคัญของคา่ นยิ ม จรยิ ธรรมทเ่ี ป็นตัวกาหนดความเชือ่ และ
พฤติกรรมท่แี ตกต่างกันของศาสนิกชนศาสนาต่างๆ เพอ่ื ขจดั ความขัดแยง้ และอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอยา่ ง
สันติสขุ
วิเคราะหห์ ลกั ธรรมสาคญั ในการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติสขุ ของพทุ ธศาสนาและศาสนาอน่ื ๆ
สง่ เสรมิ สนับสนุนให้บุคคลอน่ื เหน็ ความสาคญั ของการทาความดีต่อกัน
ศึกษา หน้าท่ชี าวพทุ ธ มารยาทชาวพทุ ธ บทบาทของพระภิกษุในฐานะพระนักเทศน์
พระธรรมทตู พระธรรมจารกิ พระวิทยากร พระวปิ สั สนาจารย์ และพระนักพฒั นา บทบาทหน้าที่
ของอุบาสก อุบาสกิ าทมี่ ตี อ่ สงั คมไทยในปัจจุบนั การปกป้อคุ้มครองพระพทุ ธศาสนาของพทุ ธบรษิ ทั ใน
สังคมไทย การปฏิบตั ติ นตามหลกั ทิศ 6 การเข้าค่ายพทุ ธธรรม การปฏบิ ัติตนทเ่ี หมาะสมต่อ
พระภิกษุ
ปฏบิ ัตติ นถกู ต้องตาม ศาสนพิธี และพธิ ีกรรมตามหลักศาสนาที่ตนนบั ถอื ตลอดจนการ
แสดงตนเปน็ พุทธมามกะหรอื แสดงตนเปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนา
วเิ คราะหห์ ลกั ธรรม คติธรรมทเี่ กยี่ วเนอ่ื งกบั วนั สาคัญทางศาสนาและเทศกาลที่สาคญั ของ
ศาสนาท่ีตนนับถือและเทศกาลที่สาคญั ทางศาสนาและเทศกาลทสี่ าคญั ของศาสนาทตี่ นนบั ถือและ
ปฏิบตั ติ นไดถ้ ูกตอ้ ง
วเิ คราะหส์ ัมมนาและเสนอแนะแนวทางในการธารงรักษาศาสนาท่ีตนนบั ถอื อันสง่ ผลถงึ
การพฒั นาตนพฒั นาชาตแิ ละโลก
เพอื่ ปลกู จิตสานึกและการมีสว่ นรว่ มในการแก้ปัญหาและการพฒั นาที่ย่ังยนื มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อ
พระรตั นตรัยมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการอยรู่ ว่ มกันในสงั คม
โดยใช้กระบวนการการจดั การเรียนรูท้ เี่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั กระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมือทา
จรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย

267

เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ติ นตามหน้าทข่ี องพลเมอื งดี เขา้ ใจการเมือง
การปกครอง ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรักษาไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข การดารงชีวิตอยู่รว่ มกนั ในสังคมไทย และ สังคมโลกอยา่ งสันติสขุ

รหัสตวั ชี้วัด
ส 1.1 ม.6 /1, ม.6 /15, ม.6 /17, ม.6 /18, ม.6 /21
ส 1.2 ม.6 /1, ม.6 /2, ม.6 /3, ม.6 /4, ม.6 /5
รวมท้ังหมด 10 ตัวชว้ี ัด

268

คาอธิบายรายวิชา

ส 33103 ประวัตศิ าสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5

หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ประเด็นสาคญั ของประวัตศิ าสตรว์ ิเคราะหค์ วามสาคญั ของสถาบนั
พระมหากษตั ริย์ ทม่ี ีต่อชาตไิ ทย ปัจจยั ท่สี ่งเสริมการสร้างสรรคภ์ มู ปิ ญั ญาไทยและวัฒนธรรมไทยทมี่ ี
ผลตอ่ สังคมไทยปจั จุบนั วิเคราะหป์ ัจจยั ทส่ี ่งเสรมิ การสร้างสรรค์ภูมปิ ญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทยทมี่ ี
ผลตอ่ สังคมไทยปัจจุบนั ปจั จยั ทสี่ ่งเสรมิ การสรา้ งสรรคภ์ มู ิปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทย วางแผน
กาหนดแนวทางและการมี-
สว่ นรว่ มการอนุรกั ษภ์ ูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทย

มคี วามรู้ ความเข้าใจบทบาทของสถาบันพระมหากษตั ริยใ์ นการพฒั นาชาติไทยในดา้ นตา่ งๆ
อทิ ธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่มีต่อสังคมไทย ผลงานของบคุ คลสาคัญทมี่ สี ่วน
สรา้ งสรรค์วัฒนธรรมภมู ปิ ัญญาและประวตั ศิ าสตรไ์ ทย สภาพแวดล้อมท่มี ีผลตอ่ การสร้างสรรคภ์ ูมิ
ปญั ญาและวฒั นธรรมไทย วถิ ชี ีวิตของคนไทยในสมัยตา่ งๆ การสบื ทอดและเปลย่ี นแปลงวฒั นธรรม
ไทย แนวทางอนุรักษภ์ ูมิปญั ญาไทยและการมีส่วนรว่ ม ตระหนักถึงคุณคา่ ความสาคญั ของสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์

โดยใชก้ ระบวนการการจัดการเรยี นรูท้ ่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณา
การ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ
สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ ลงมอื ทา
จริง กระบวนการจัดการ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ การปฏิบัตติ นตามหน้าทขี่ องพลเมอื งดี เข้าใจการเมอื ง
การปกครอง ยดึ ม่นั ศรทั ธา และธารงรกั ษาไว้ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ การดารงชีวิตอยรู่ ว่ มกันในสงั คมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ตสิ ขุ
รหสั ตวั ช้วี ัด

ส 4.3 ม.6 /1, ม.6 /2
ส 4.3 ม.6/3
รวมทั้งหมด 3 ตัวชวี้ ัด

269

คาอธิบายรายวชิ าระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

โรงเรียนมธั ยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จงั หวดั สกลนคร
สานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

270

รายวิชา ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาพลศกึ ษา

รายวชิ าพื้นฐาน

พ31101 สขุ ศกึ ษา จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ

พ31102 พลศึกษา (กอลฟ์ ) จานวน 20 ช่วั โม 0.5 หน่วยกิต

พ32101 สขุ ศึกษา จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต

พ32102 พลศกึ ษา (กอลฟ์ ) จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต

พ33101 สขุ ศึกษา จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต

พ33102 พลศึกษา(กิจกรรมเข้าจังหวะ) จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ

รายวชิ าเพมิ่ เตมิ

พ30201 กอลฟ์ จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ

พ30202 เปตอง จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ

พ30203 ลลี าศ จานวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

พ30204 เทนนิส 1 จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ

พ30205 เทนนสิ 2 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต

พ 30206 กอลฟ์ 2 (วิถีอาชพี การจัดการกอลฟ์ ) จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต

พ30207 กอลฟ์ 3 (ความสามารถในการเลน่ กอล์ฟขัน้ ตน้ ) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต

พ30208 กอล์ฟ 4 (การสร้างสมรรถภาพทางกายสาหรบั นักกอลฟ์ ) จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต

พ30209 กอล์ฟ 5 (กตกิ าและการจดั การแข่งขันกอลฟ์ ) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

พ30210 กอลฟ์ 6 (การฝกึ ทกั ษะสาหรับการเปน็ นกั กอลฟ์ 1) จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ

พ30211 กอลฟ์ 7 (การฝกึ ทักษะสาหรับการเปน็ นกั กอล์ฟ 2) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

พ30212 การป้องกนั ตัวเองจากภัยสงั คม จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ

พ30213 สิ่งเสพติดศกึ ษา จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต

พ30214 ยาและสารเสพตดิ จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกิต

พ30222 วิทยาศาสตร์การกฬี า จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ

พ30223 เทคโนโลยที างการกฬี า จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ

271

คาอธิบายรายวิชา

พ 31101 สขุ ศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาและวิเคราะหเ์ ก่ียวกบั กระบวนการสรา้ งเสริมและดารงประสทิ ธิภาพการทางานของ
ระบบอวัยวะของร่างกาย ไดแ้ ก่ ระบบผวิ หนัง ระบบกลา้ มเนื้อ ระบบกระดูก การวางแผนดแู ล
สขุ ภาพของตนเอง อทิ ธิพลของครอบครวั และเพอื่ นท่มี ตี ่อพฤติกรรมทางเพศและการดาเนิน
ชีวติ ค่านิยมในเรอื่ งเพศตามวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมอ่ืนๆ การเลือกใช้ทกั ษะสมั พนั ธภาพ ที่ดี
ในการปอ้ งกนั ลดความขัดแย้งในการแกป้ ัญหาเรอื่ งเพศและครอบครวั บทบาทและหนา้ ท่ี ความ
รบั ผดิ ชอบของบุคคลทมี่ ีตอ่ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพและการป้องกันโรคในชมุ ชน อิทธิพลของส่อื โฆษณา
เกย่ี วข้องกับสุขภาพ สิทธขิ ้นั พน้ื ฐานของผ้บู รโิ ภค กฎหมายท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการค้มุ ครอง
ผู้บริโภค การสร้างเสรมิ สุขภาพตนเองและการปอ้ งกันโรค การวางแผนการพฒั นาสมรรถภาพทาง
กายและสมรรถภาพทางจติ ใจ ปัจจยั เสยี่ งท่ีมีผลต่อสุขภาพในการเกิดอบุ ัตเิ หตุ ความรนุ แรงใน
สงั คมไทย การเสนอแนวทางป้องกัน ทกั ษะการตัดสินใจแก้ปญั หาในสถานการณ์ทเ่ี สยี่ งต่อสขุ ภาพ
และความรนุ แรง และวธิ กี ารช่วยฟื้นคืนชพี อย่างถกู วธิ ี

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์
จรงิ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั เพื่อให้เกิดมีความรู้
ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสื่อสารสิ่งทเ่ี รยี นรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ

เพอ่ื ให้เหน็ คณุ คา่ ของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
ซ่อื สตั ย์สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุง่ มัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย
มจี ติ สาธารณะ

รหสั ตวั ชี้วัด ม.4/1, ม.4/2
พ 1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4
พ 2.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/5
พ 4.1 ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7
พ 5.1 15 ตวั ชว้ี ัด
รวมทงั้ หมด

คาอธิบายรายวิชา

พ 31102 พลศกึ ษา (กอลฟ์ ) 272
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาและวเิ คราะห์ ทกั ษะการเคล่ือนไหวท่ีใช้ทกั ษะกลไกและทักษะพน้ื ฐาน
ใน การออกกาลงั กาย และเขา้ รว่ มเลน่ กีฬาตามความถนดั และความสนใจ การทดสอบสมรรถภาพ
เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐานในกีฬากอลฟ์ การจับไม้ การจบั กรฟิ การเหวี่ยงไมไ้ ปข้างหลัง การ
หมนุ ตัว การถา่ ยน้าหนัก การยนื จรดลูก วธิ ตี ลี ูก การตลี กู หน้ามือ การตีลูกหลังมือ การเสริ ฟ์ ลูก
การรบั ลูก การส่งลกู การเลน่ เกมการแขง่ ขันประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ การทางานเปน็ ทมี อย่าง
ถกู ต้อง

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์
จรงิ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั เพอ่ื ใหเ้ กดิ มีความรู้
ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสือ่ สารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจ

เพื่อให้เห็นคณุ คา่ ของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
ซื่อสัตยส์ จุ รติ มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ มนั่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ

รหสั ตวั ชีว้ ัด
พ 3.1 ม.4/2, ม.4/3
พ 3.2 ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4
พ 4.1 ม.4/5
พ 5.1 ม.4/4
รวมทัง้ หมด 7 ตัวชว้ี ดั

273

คาอธบิ ายรายวิชา

พ 32101 สุขศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั กระบวนการสรา้ งเสรมิ และดารงประสิทธิภาพการทางานของ
ระบบอวัยวะของร่างกาย ไดแ้ ก่ ระบบยอ่ ยอาหาร ระบบขบั ถา่ ย ระบบหายใจ ระบบไหลเวยี น
โลหิต การวางแผนดูแลสขุ ภาพของตนเองและบุคคลในครอบครวั อิทธพิ ลของครอบครวั และเพอ่ื น
ท่ีมตี ่อพฤตกิ รรมทางเพศและการดาเนนิ ชวี ิต การเลอื กใช้ทกั ษะสมั พนั ธภาพทดี่ ใี นการปอ้ งกันลด
ความขดั แย้งในการแกป้ ญั หาเรอ่ื งเพศและครอบครวั สาเหตแุ ละผลของความขดั แยง้ ท่ีอาจเกิดขน้ึ
ระหวา่ งนักเรียนหรอื เยาวชนในชมุ ชน และเสนอแนวทางแกไ้ ขปญั หา บทบาทและหน้าทค่ี วาม
รับผดิ ชอบของบคุ คลทมี่ ีตอ่ การสร้างเสริมสุขภาพและการปอ้ งกนั โรคในชุมชน อิทธิพลของสอ่ื โฆษณา
เกี่ยวข้องกบั สุขภาพ แนวทางการเลอื กบรโิ ภคอยา่ งฉลาดและปลอดภัย สาเหตแุ ละเสนอแนะ
แนวทางป้องกนั การเจ็บป่วยและการตายของคนไทย การวางแผนการพฒั นาสขุ ภาพของตนเองและ
ครอบครวั การป้องกันความเส่ยี งต่อการใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง ผลกระทบและโทษ
ทางกฎหมายท่ีเกิดจากการครอบครอง การใช้ และจาหน่ายสารเสพติด การเสนอแนวทางการลด
อุบตั เิ หตุ และการสร้างเสริมความปลอดภยั ในชุมชน และวธิ ีการชว่ ยฟ้นื คนื ชีพอยา่ งถกู วธิ ี

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์
จริงกระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั เพือ่ ใหเ้ กดิ มีความรู้
ความเข้าใจ ความคดิ สามารถสอ่ื สารสิง่ ท่เี รียนรู้ ความสามารถในการตัดสินใจ

เพ่อื ใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของการนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
ซ่ือสัตยส์ จุ ริต มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ
รหสั ตวั ชวี้ ัด

พ 1.1 ม.5/1, ม.5/2
พ 2.1 ม.5/1,ม.5/3, ม.5/4
พ 4.1 ม.5/1, ม.5/5, ม.5/7
พ 5.1 ม.5/4, ม.5/5,ม.5/7
รวมทัง้ หมด 11 ตวั ชี้วัด

274

คาอธิบายรายวิชา

พ 32102 พลศึกษา (บาสเกตบอล) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาประวัติความเปน็ มาและประโยชนข์ องการเลน่ กฬี าบาสเกตบอล การทดสอบ
สมรรถภาพทางกลไกของกีฬาบาสเกตบอล ทกั ษะพื้นฐานในการสร้างความค้นุ เคยในการจบั -รบั ส่ง
ลูกบาสเกตบอล การยืนเตรยี มพร้อม การเคลอ่ื นท่ี การหยดุ การครอบครองบอล การส่งลูก
บาสเกตบอล การรบั ลกู บาสเกตบอล การรับ-สง่ ลูกบาสเกตบอล การเลี้ยงลกู บาสเกตบอล การยิง
ประตบู าสเกตบอล เทคนคิ และรูปแบบของการเล่น กฎและกติกาของกีฬาบาสเกตบอล มารยาทท่ี
ดีของผ้เู ลน่ และผู้ชมกฬี าบาสเกตบอล ความปลอดภยั ในการเล่นกฬี าบาสเกตบอล

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์
จรงิ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั เพอ่ื ใหเ้ กิดมีความรู้
ความเขา้ ใจ ความคดิ สามารถสือ่ สารสิง่ ที่เรยี นรู้ ความสามารถในการตดั สนิ ใจ

เพื่อใหเ้ ห็นคณุ ค่าของการนาความรบู้ ารงุ รกั ษาและเสรมิ สร้างสุขภาพจากกจิ กรรมกีฬา
บาสเกตบอลไปใช้ในชวี ิตประจาวนั และรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

รหัสตวั ช้วี ัด
พ 3.1 ม.5/2, ม.5/3
พ 3.2 ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4
พ 4.1 ม.5/7
พ 5.1 ม.5/4
รวมท้งั หมด 7 ตวั ชวี้ ัด

275

คาอธิบายรายวชิ า

พ 33101 สขุ ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั กระบวนการสรา้ งเสริมและดารงประสิทธภิ าพ
การทางาน การทางานของระบบอวัยวะของรา่ งกาย ได้แก่ ระบบประสาท ระบบสบื พันธ์ุ
ระบบต่อมไร้ทอ่ การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและบุคคลในครอบครวั อิทธิพลของครอบครวั
และเพื่อนท่ีมีต่อพฤตกิ รรมทางเพศและการดาเนินชวี ิต การเลอื กใชท้ กั ษะสมั พันธภาพท่ดี ีในการ
ป้องกนั ลดความขัดแย้งในการแก้ปญั หาเรื่องเพศและครอบครัว สาเหตแุ ละผลของความขดั แยง้ ทีอ่ าจ
เกิดขึน้ ระหว่างนักเรียนหรอื เยาวชนในชมุ ชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา บทบาทและหน้าที่
ความรับผดิ ชอบของบคุ คลทม่ี ีตอ่ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพและการปอ้ งกนั โรค ในชมุ ชน อทิ ธิพลของสือ่
โฆษณาเกยี่ วข้องกับสขุ ภาพ แนวทางการเลือกบรโิ ภคอย่างฉลาดและปลอดภยั สาเหตแุ ละ
เสนอแนะแนวทางป้องกันการเจบ็ ปว่ ยและการตายของคนไทยการวางแผนการพัฒนาสุขภาพของ
ตนเองและครอบครัว การปอ้ งกันความเส่ียงต่อการใช้ยาสารเสพตดิ และความรุนแรง ผลกระทบ
และโทษทางกฎหมายทเ่ี กิดจากการครอบครอง การใช้และจาหนา่ ยสารเสพตดิ การเสนอแนวทาง
การลดอบุ ตั เิ หตุ และการสรา้ งเสริมความปลอดภยั ในชุมชน วิธีการช่วยฟื้นคืนชพี อยา่ งถูกวธิ ี

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรูจ้ าก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย เพอ่ื ให้
เกิดมีความรู้ ความเข้าใจ ความคิด สามารถสือ่ สารส่ิงที่เรยี นรู้ ความสามารถในการตัดสนิ ใจ

เพอื่ ให้เหน็ คณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ซอื่ สัตยส์ ุจริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย
มจี ิตสาธารณะ
รหสั ตวั ช้ีวดั

พ 1.1 ม.6/1, ม.6/2
พ 2.1 ม.6/1, ม.6/3
พ 4.1 ม.6/1,ม.6/5, ม.6/7
พ 5.1 ม.6/4, ม.6/7
รวมท้งั หมด 9 ตัวชว้ี ัด

276

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ 33102 พลศึกษา (กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ) กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาและวเิ คราะห์ ประวัตคิ วามเปน็ มาของกิจกรรมเขา้ จังหวะ ประโยชน์ของกจิ กรรม
เขา้ จังหวะ ทกั ษะการเคล่อื นทีแ่ บบตา่ งๆ ทักษะการเล่นประกอบเพลง ทักษะการเคลอ่ื นไหวตาม
บทเพลง มารยาทการเขา้ รว่ มกิจกรรมเข้าจงั หวะ และทกั ษะการเคลอื่ นไหวแบบอ่ืนๆอย่างถูกต้อง
ปลอดภยั

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์
จริงกระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนสิ ัย กระบวนการปฏิบัตลิ ง
มอื ทาจรงิ

เพื่อให้เหน็ คณุ ค่าของการนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และรักชาติ ศาสน์
กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตยส์ จุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย
มีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้

1. รู้ เขา้ ใจ และมีทักษะในการเลน่ กีฬาประเภทบุคคล ประเภททมี
2. นาความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั การเคล่อื นไหวแบบตา่ ง ๆ มาประยุกต์ใชใ้ นการเล่นกีฬาได้อย่าง
สร้างสรรค์
3. ประยกุ ต์ความคิดรวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตรก์ ารเคลื่อนไหว ไปใช้ใน
การเล่นกีฬาอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
4. ออกกาลังกายและเล่นกฬี าท่เี หมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอ และใชค้ วามสามารถ ของ
ตนเองเพิ่มศกั ยภาพของทีม ลดความเป็นตวั ตน คานงึ ถึงผลท่เี กิดต่อสงั คม
5. ประยกุ ตห์ ลกั การรกุ การป้องกนั และการให้ความรว่ มมอื ในการเลน่ และการแขง่ ขนั
กฬี า
6. รู้ เข้าใจเก่ียวกบั สทิ ธิ กฎ กตกิ า ความปลอดภัย และกลวิธใี นระหว่างการเลน่ และ
การแข่งขนั กีฬากบั ผู้อน่ื และนาไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติ และใชใ้ นชีวิตประจาวนั
7. แสดงออกถงึ การมมี ารยาท ในการดู การเลน่ และการแขง่ ขันกีฬาด้วย ความมนี า้ ใจ
นกั กฬี า และนาไปใช้ปฏบิ ตั ทิ กุ โอกาสจนเป็นบคุ ลิกภาพทีด่ ี
7. เขา้ ร่วมกจิ กรรมนันทนาการ และนาหลกั การแนวคดิ ไปปรับปรงุ พัฒนาคณุ ภาพ
ชวี ิตของตนและสังคม ชื่นชมในคณุ ค่าและความงามของกีฬา

รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้

277

คาอธิบายรายวชิ า

พ 30201 เทนนิส กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา ประวตั ิและประโยชน์ของกฬี าเทนนสิ การออกกาลังกายเสรมิ สร้าง

สมรรถภาพทางกาย ทักษะพนื้ ฐานเบอื้ งตน้ ของการเลน่ กีฬาเทนนิส การจับไมเ้ ทนนิส การตีลกู กระดอน

แบบหน้ามือและหลงั มือ การส่งลูก การตีลูกท่ีลอยในอากาศ การตีลูกโดง่ และการตบลกู เหนอื ศรี ษะ การ

ตลี ูกหยอด การเล่นกฬี าเทนนิสประเภทบุคคล ประเภททีม กฎ และกตกิ า มารยาท กลวิธีการแข่งขัน

กฬี าเทนนิส

โดยใช้กระบวนโดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการ

เรยี นร้จู ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการเรียนรกู้ ารเรียนร้ขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั

กระบวนการปฏิบตั ลิ งมือทาจริง เพื่อให้เกดิ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ความคดิ สามารถส่อื สาร สิ่งที่เรยี นรู้

ความสามารถในการตัดสินใจ

เพอื่ ใหเ้ ห็นคณุ ค่าและมีความสขุ จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมทางกายจากการเลน่ กฬี าเทนนสิ

นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้

อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. รู้ เขา้ ใจ และมีทกั ษะในการเล่นกฬี าประเภทบุคคล ประเภททีม
2. นาความคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั การเคลือ่ นไหวแบบตา่ ง ๆ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการเลน่ กฬี าได้อยา่ ง

สร้างสรรค์
3. ประยุกตค์ วามคดิ รวบยอดจากหลักการทางวิทยาศาสตรก์ ารเคล่ือนไหว ไปใช้ใน การเล่นกีฬา

อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
4. ออกกาลงั กายและเล่นกีฬาที่เหมาะสมกบั ตนเองอย่างสมา่ เสมอ และใช้ความสามารถ ของ

ตนเองเพ่ิมศักยภาพของทมี ลดความเปน็ ตวั ตน คานงึ ถึงผลท่ีเกดิ ตอ่ สังคม
5. ประยกุ ตห์ ลักการรกุ การป้องกันและการใหค้ วามร่วมมือในการเลน่ และการแขง่ ขันกฬี า
6. รู้ เขา้ ใจเกีย่ วกบั สทิ ธิ กฎ กตกิ า ความปลอดภัย และกลวิธใี นระหวา่ งการเล่นและ

การแขง่ ขนั กฬี ากบั ผ้อู ่นื และนาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิ และใช้ในชีวติ ประจาวนั อย่างตอ่ เนือ่ ง
7. แสดงออกถึงการมมี ารยาท ในการดู การเล่น และการแขง่ ขันกฬี าดว้ ย ความมนี า้ ใจ

นกั กีฬา และนาไปใช้ปฏิบัตทิ กุ โอกาสจนเปน็ บคุ ลกิ ภาพทดี่ ี
8. เขา้ รว่ มกจิ กรรมนันทนาการ และนาหลักการแนวคิดไปปรับปรุงพฒั นาคุณภาพชวี ิต

ของตนและสงั คม ชื่นชมในคุณค่าและความงามของกฬี า
รวมทัง้ หมด 8 ผลการเรียนรู้

278

คาอธบิ ายรายวิชา

พ 30202 เปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาและวเิ คราะห์การทดสอบสมรรถภาพ ประวตั ิความเปน็ มาของกีฬาเปตอง ประโยชน์ของ
กฬี าเปตอง และใหม้ สี ่วนร่วมปฏิบตั ิจรงิ ในกจิ กรรมการบรหิ าร การออกกาลงั กายด้วยกิจกรรมกีฬาเปตอง
ทักษะพื้นฐานของกฬี าเปตอง ทักษะการจับถือลกู เปตอง ทักษะการโยนลูก เปตอง ทกั ษะการน่ังโยน
ลูกเปตอง ทักษะการยืนโยนลูกเปตอง ทกั ษะการตีลูก ทกั ษะการแขง่ ขนั การเล่นประเภทเด่ยี ว การเลน่
ประคู่ การเล่นเป็นทมี กฎ กตกิ าและมารยาททด่ี ขี องผเู้ ลน่ และผู้ชมกฬี าเปตอง

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ
กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย เพอื่ ใหเ้ กิดมีความรู้ ความเขา้ ใจ
ความคดิ สามารถสือ่ สารสิ่งทีเ่ รียนรู้ ความสามารถในการตดั สินใจ

เพื่อให้เห็นคุณคา่ ของการนาความร้บู ารงุ รกั ษาและเสริมสรา้ งสุขภาพจากกิจกรรมกีฬา
เปตองไปใช้ในชีวติ ประจาวันและรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซือ่ สตั ย์สุจริต มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้

1. รู้ เข้าใจ และมที กั ษะในการเลน่ กฬี าประเภทบคุ คล ประเภททมี

2. นาความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั การเคล่อื นไหวแบบต่าง ๆ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการเลน่ กีฬาไดอ้ ย่าง

สรา้ งสรรค์

3. ประยกุ ต์ความคิดรวบยอดจากหลกั การทางวทิ ยาศาสตรก์ ารเคลื่อนไหว ไปใช้ใน

การเลน่ กีฬาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

4. ออกกาลังกายและเล่นกฬี าท่ีเหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสมา่ เสมอ และใชค้ วามสามารถ

ของตนเองเพ่ิมศักยภาพของทีม ลดความเป็นตัวตน คานึงถงึ ผลทเ่ี กิดต่อสังคม

5. ประยุกต์หลกั การรุก การป้องกนั และการใหค้ วามร่วมมือในการเล่น และการแข่งขันกฬี า

6. รู้ เข้าใจเกีย่ วกบั สทิ ธิ กฎ กติกา ความปลอดภัย และกลวิธใี นระหวา่ งการเล่นและ

การแข่งขันกฬี ากับผูอ้ น่ื และนาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิ และใช้ในชวี ิตประจาวนั อย่าง ตอ่ เนอื่ ง

7. แสดงออกถึงการมมี ารยาท ในการดู การเลน่ และการแข่งขนั กฬี าด้วย ความมีนา้ ใจ

นักกีฬา และนาไปใช้ปฏิบัติทกุ โอกาสจนเป็นบุคลกิ ภาพทดี่ ี

8. เข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการ และนาหลักการแนวคิดไปปรับปรุงพัฒนาคุณภาพ

ชวี ติ ของตนและสังคม ชน่ื ชมในคุณคา่ และความงามของกีฬา

รวมทงั้ หมด 8 ตวั ช้ีวดั

279

คาอธิบายรายวิชา

พ 30203 ลลี าศ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาการวเิ คราะห์ความคดิ รวบยอดเก่ียวกบั การเคลือ่ นไหวรปู แบบต่าง ๆ ในการลีลาศการ
บริหารรา่ งกาย การออกกาลงั กาย ความรูท้ วั่ ไปเก่ียวกับประวตั แิ ละววิ ฒั นาการของการ
ลลี าศ ความหมาย ประเภทของการลีลาศ ประโยชน์ มารยาท ทิศทางของการลีลาศ การจับคูล่ ลี าศ
ลักษณะและวธิ ีการลลี าศ จังหวะบกี ิน จงั หวะวอลทซ์ จังหวะตะลงุ เทมโป้ จงั หวะช่า ช่า ช่า และจงั หวะ
รุมบ้า จังหวะราวง

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนิสยั กระบวนการปฏิบัตลิ งมือทาจริง

เพือ่ ให้เกิดมีความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสอื่ สารส่ิงทเ่ี รียนรู้ ความสามารถใน
การตัดสินใจ นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน และรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ มน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้

1. รู้ เข้าใจ และมีทกั ษะในการเล่นกีฬาประเภทบุคคล ประเภททีม

2. นาความคดิ รวบยอดเก่ียวกบั การเคล่ือนไหวแบบตา่ ง ๆ มาประยุกต์ใชใ้ นการเลน่ กีฬาไดอ้ ย่าง

สร้างสรรค์

3. ประยกุ ตค์ วามคิดรวบยอดจากหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว ไปใช้ใน

การเลน่ กฬี าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

5. ออกกาลงั กายและเล่นกีฬาที่เหมาะสมกบั ตนเองอยา่ งสม่าเสมอ และใช้

ความสามารถของตนเองเพมิ่ ศักยภาพของทีม ลดความเป็นตวั ตน คานึงถงึ ผลทเ่ี กดิ ต่อสงั คม

5. ประยุกตห์ ลกั การรุก การปอ้ งกนั และการให้ความรว่ มมือในการเลน่ และการแข่งขันกีฬา

6. รู้ เข้าใจเกย่ี วกบั สิทธิ กฎ กตกิ า ความปลอดภยั และกลวิธีในระหวา่ งการเล่นและ

การแขง่ ขันกฬี ากบั ผอู้ ่ืน และนาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิ และใช้ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ ง ต่อเน่ือง

9. แสดงออกถึงการมมี ารยาท ในการดู การเล่น และการแข่งขันกฬี าดว้ ย ความมนี ้าใจ

นกั กฬี า และนาไปใช้ปฏบิ ตั ิทกุ โอกาสจนเปน็ บุคลิกภาพทีด่ ี

10. เข้าร่วมกิจกรรมนนั ทนาการ และนาหลักการแนวคิดไปปรับปรุงพฒั นาคุณภาพ

ชีวิตของตนและสังคม ชนื่ ชมในคุณค่าและความงามของกฬี า

รวมท้งั หมด 8 ตัวชวี้ ดั

280

คาอธบิ ายรายวชิ า ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ

โรงเรยี นมธั ยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

281

รายวิชา ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ

รายวิชาพ้นื ฐาน จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศ321101 ศลิ ปศึกษา (ดนตรี3) จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศ31102 ศิลปศกึ ษา (ทศั นศลิ ป์3) จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ศ32101 ศิลปศกึ ษา (นาฎศิลป์ 3) จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศ32102 ศลิ ปศกึ ษา (ดนตรี 4) จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ศ33101 ศลิ ปศึกษา(ทัศนศิลป์ 4) จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศ33102 ศลิ ปศกึ ษา (นาฎศลิ ป์ 4)

282

คาอธิบายรายวชิ า

ศ32102 ศิลปศกึ ษา (ดนตรี3) กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาการจัดวงดนตรี ประเภทของวงดนตรี ปจั จยั ในการสรา้ งสรรค์ผลงานดนตรใี นแต่
ละวัฒนธรรม เครอื่ งหมายและสญั ลกั ษณท์ างดนตรี โน้ตบทเพลงไทยอัตราจงั หวะ 2 ชน้ั และ 3
ชนั้ เทคนิค และ การถา่ ยทอดอารมณเ์ พลงดว้ ยการรอ้ ง บรรเลงเครอื่ งดนตรเี ดย่ี วและรวมวงเกณฑ์
ในการประเมินผลงานดนตรี การถา่ ยทอดอารมณ์ ความรสู้ กึ ของงานดนตรีจาก แต่ละวัฒนธรรม
ดนตรกี ับการผ่อนคลาย ดนตรกี บั การพัฒนามนษุ ย์ ดนตรีกบั การประชาสมั พันธ์ ดนตรกี บั การ
บาบัดรกั ษา ดนตรีกับธรุ กิจ ดนตรีกับการศกึ ษา

โดยใช้กระบวนการเรียนร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏบิ ัตลิ งมอื ทาจรงิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการ
สรา้ งคา่ นยิ มและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพ่ือใหน้ ักเรยี นเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ยส์ ุจรติ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ

ตวั ช้วี ดั
ศ 2.1 ม4/1, ม4/2 ม4/3, ม4/4, ม4/5, ม4/6, ม4/7, ม4/8
รวมทงั้ หมด 8 ตวั ชีว้ ัด

283

คาอธิบายรายวิชา

ศ31102 ศลิ ปศึกษา(ทศั นศลิ ป3์ ) กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาทศั นธาตแุ ละหลกั การออกแบบ ศพั ท์ทางทัศนศลิ ป์ วเิ คราะห์การเลอื กใช้วสั ดุ
อุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปนิ ในการแสดงออกทางทัศนศลิ ป์ ทัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบ
บรรยายจุดประสงคแ์ ละเนอื้ หาของงานทัศนศลิ ป์ วสั ดุ อปุ กรณ์ และเทคนิคของศลิ ปนิ ในการ
แสดงออกทางทศั นศิลป์

โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ
กระบวนการปฏบิ ตั ลิ งมอื ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการ
สร้างคา่ นิยมและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย

เพือ่ ให้นักเรยี นเปน็ ผ้มู ีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ย์สจุ ริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพียง ม่งุ ม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ศ 1.1 ม4/1, ม4/2, ม4/3
รวมทั้งหมด 3 ตัวช้ีวดั

284

คาอธิบายรายวิชา

ศ32101 ศิลปศกึ ษา (นาฏศลิ ป์ 3) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษารูปแบบของการแสดง ละครสร้างสรรค์ การประดษิ ฐท์ า่ ราที่เปน็ คแู่ ละหมู่
การประดษิ ฐท์ า่ ราท่ีเปน็ คู่และหมู่ หลกั การสร้างสรรค์และการวจิ ารณ์ หลกั การชมการแสดงนาฏศิลป์
และละคร ประวัติความเป็นมาของนาฏศิลป์และการละคร เทคนคิ การจัดการแสดง
การประเมนิ คณุ ภาพของ การแสดง การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน

โดยใช้กระบวนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง
กระบวนการปฏบิ ตั ิลงมอื ทาจริง กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการ
สร้างค่านิยมและกระบวนการพฒั นาลักษณะนิสัย

เพ่ือให้นกั เรียนเป็นผู้มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซือ่ สัตยส์ จุ ริต มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ

รหสั ตวั ช้วี ดั
ศ 3.1 ม5/1, ม5/2, ม5/3, ม5/4, ม5/5, ม5/6, ม5/7, ม5/8
รวมทง้ั หมด 8 ตวั ชี้วดั

285

คาอธิบายรายวิชา

ศ32102 ศิลปศึกษา (ดนตรี 4) กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศกึ ษารปู แบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยแต่ละยคุ สมัย รูปแบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลแต่
ละ ยุคสมยั ประวัตสิ งั คีตกวี ลกั ษณะเดน่ ของดนตรีในแตล่ ะวัฒนธรรม บทบาทดนตรีใน การสะทอ้ น
สังคม และแนวทางและวธิ กี ารในการสง่ เสริมอนรุ ักษ์ดนตรไี ทย

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสรา้ ง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ
กระบวนการปฏิบัติลงมอื ทาจริง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการ
สรา้ งคา่ นิยมและกระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเป็นผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทางาน รักความเปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ

รหสั ตวั ชี้วดั
ศ 2.2 ม6/1, 6/2, 6/3, 6/4, 6/5
รวมทั้งหมด 5 ตวั ชว้ี ดั

286

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศ33101 ศลิ ปศกึ ษา(ทศั นศลิ ป์ 4) กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและอภปิ รายงานทัศนศิลปร์ ปู แบบตะวนั ออกและตะวันตก งานทัศนศิลปข์ อง
ศลิ ปนิ ท่มี ีช่อื เสยี ง อิทธิพลของวัฒนธรรมระหวา่ งประเทศ ทีม่ ีผลตอ่ งานทศั นศลิ ป์

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง
กระบวนการปฏิบัติลงมอื ทาจรงิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการ
สร้างคา่ นิยมและกระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั

เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเปน็ ผู้มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สัตย์สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมีจติ สาธารณะ

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ศ 1.2 ม6/1, ม6/2, ม6/3
รวมท้งั หมด 3 ตวั ชี้วดั


Click to View FlipBook Version