187
คาอธิบายรายวชิ า
ท30213 วรรณกรรมปัจจบุ นั กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาความหมาย ขอบเขตและววิ ฒั นาการของวรรณกรรมปจั จบุ นั การอา่ นวเิ คราะห์
การวิจารณ์ ความหมายของนวนยิ าย กาเนดิ นวนิยายไทย บทบาทของนวนยิ ายและการวิเคราะห์
วจิ ารณ์นวนยิ าย ความหมายของเรอ่ื งส้ัน กาเนิดและววิ ัฒนาการเรอื่ งสน้ั ของไทย ลกั ษณะเร่ืองสั้น
ปจั จบุ นั ข้อเสนอแนะในการอ่านเรื่องสั้น ฉนั ทลักษณ์ กลวิธีนาเสนอ เนื้อหา ลกั ษณะของหนังสอื
สารคดี ประวตั ิความเป็นมาของการเขยี นสารคดขี องไทย และประเภทของสารคดี
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการ กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการคดิ
กระบวนการเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิลงมือทา
จรงิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ มและ
กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั
เพอ่ื ให้นักเรยี นเป็นผ้มู คี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์สจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ิตสาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหายของวรรณกรรมปัจจุบันได้
2. อธบิ ายววิ ัฒนาการของวรรณกรรมปัจจุบนั ได้
3. สามารถจาแนกประเภทของวรรณกรรมได้
4. สามารถอธิบายประวัติความเป็นมาของนวนยิ ายได้
5. สามารถอธิบายประเภทและองค์ประกอบของนวนิยายได้
6. สามารถเขียนรายงานการวิเคราะหน์ วนยิ ายเชงิ วจิ กั ษณ์ ตคี วามและจบั ประเด็น
สาคัญของเนอ้ื เรอ่ื งได้
7. สามารถอธิบายความเป็นมาของเรือ่ งส้ันได้
8. สามารถอธิบายประเภทและองคป์ ระกอบของเรื่องส้ันได้
9. สามารถเขยี นรายงานการวิเคราะหเ์ รอ่ื งสัน้ เชิงวิจักษณ์ ตคี วามและจับประเดน็
สาคัญของเนอ้ื เรอ่ื งได้
188
10. สามารถอธบิ ายความไพเราะและความงดงามของวรรณกรรมทอี่ า่ นได้
11. สามารถแต่งคาประพันธไ์ ด้
12. สามารถบอกลักษณะของหนงั สอื สารคดีได้
13. สามารถอธบิ ายประวตั ิความเป็นมาของการเขียนสารคดีได้
14. สามารถบอกประเภทของสารคดีได้
รวมทัง้ หมด 14 ผลการเรยี นรู้
189
คาอธิบายรายวชิ าระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
โรงเรียนมธั ยมวานรนวิ าส อาเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษา สกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
190
รายวชิ า ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ค31101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ค31102 คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ค32101 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 3 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ค32102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 4 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ค33101 คณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 5 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ค33102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6
รายวิชาเพิ่มเตมิ จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกติ
ค30201 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม1 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ค30202 คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ 2 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ค30203 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 3 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ค30204 คณติ ศาสตร์เพ่มิ เติม4 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ค30205 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 5 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ค30206 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม6 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ค30207 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 7 จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ค30208 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 8 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ค30209 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 9 10 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วย
ค302010 คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ
11 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ย
กติ
ค302011 คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ 12 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ย
กิต
ค302012 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเติม
กติ
191
คาอธิบายรายวิชา
ค 31101 คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา/ฝึกทักษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปน้ี
เซต การดาเนินการของเซต แผนภาพเวนน์ - ออยเลอร์ และการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล
การใหเ้ หตุผลแบบอุปนยั และนริ นยั การอ้างเหตุผล
โดยใช้วธิ ีการที่หลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ
และสรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การสอ่ื สาร การสอื่
ความหมายและการนาเสนอได้อย่างถกู ตอ้ งและชัดเจน เชอื่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตรแ์ ละนา
ความรู้ หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับศาสตร์อื่น ๆ
เพื่อใหม้ ีความคดิ ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบยี บ มคี วามรอบคอบ
มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามเช่อื มนั่ ในตนเอง พร้อมท้งั ตระหนักในคุณค่าและมี
เจตคตทิ ดี่ ีต่อคณิตศาสตรร์ วมทั้งมีความรกั ชาติ ศาสน์กษัตรยิ ์ ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กับเน้ือหาและทักษะท่ีตอ้ งการวัด
รหัสตวั ชี้วดั
ค 4.1 ม. 4/1
ค 4.2 ม. 4/1
รวมทง้ั หมด 2 ตัวชี้วัด
192
คาอธิบายรายวชิ า
ค 31102 คณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 2 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปน้ี
จานวนจรงิ จานวนจรงิ สมบตั ิของจานวนจริงเก่ียวกับการบวกและการคูณ
สมบตั กิ ารเท่ากนั และการไมเ่ ท่ากัน สมการกาลงั สองตัวแปรเดียว อสมการตวั แปรเดียว
ค่าสมั บูรณ์
เลขยกกาลงั ท่ีมเี ลขช้กี าลงั เปน็ จานวนตรรกยะ เลขยกกาลงั ทม่ี เี ลขช้กี าลงั เป็น
จานวนตรรกยะ รากที่ n ของจานวนจรงิ
โดยใช้วธิ ีการทหี่ ลากหลายแก้ปญั หา ใช้ความรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผล
ประกอบการตดั สนิ ใจและสรปุ ผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ใน การ
สื่อสาร การสอ่ื ความหมายและการนาเสนอไดอ้ ยา่ งถูกต้องและชัดเจน เชอื่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ใน
คณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมี
ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มี
วิจารณญาณ มีความเชอ่ื ม่ันในตนเอง พรอ้ มทง้ั ตระหนกั ในคณุ คา่ และมเี จตคตทิ ่ดี ีตอ่ คณิตศาสตร์
รวมทัง้ มคี วามรักชาติ ศาสนก์ ษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุง่ มน่ั ใน
การทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
การวดั และประเมินผล ใช้วธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กบั เน้ือหาและทกั ษะท่ีตอ้ งการวดั
รหสั ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ม. 4/1, ม. 4/2
ค 1. 4 ม. 4/1
ค 4.2 ม. 4/1, ม. 4/2, ม. 4/3
ค 6.1 ม. 4/1, ม. 4/2, ม. 4/3 , ม. 4/4, ม. 4/5, ม. 4/6
รวมท้ังหมด 12 ตวั ช้ีวัด
193
คาอธบิ ายรายวิชา
ค 32101 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 3 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา/ฝึกทักษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ความสมั พันธ์และฟังกช์ นั โดเมนและเรนจ์ของ
ความสัมพันธ์และฟังกช์ ัน กราฟของความสัมพนั ธ์และฟังก์ชัน ตวั อยา่ งของฟงั ก์ชันทค่ี วรรจู้ กั การ
นากราฟไปแก้ปญั หาบางประการ
อัตราส่วนตรโี กณมติ แิ ละการนาไปใช้ อตั ราสว่ นตรีโกณมิติ อตั ราสว่ น
ตรโี กณมิติของมมุ 30 องศา 45 องศา 60 องศา การอา่ นค่าอัตราสว่ นตรโี กณมติ จิ ากตาราง
หรอื เครื่องคิดเลข การนาอัตราส่วนตรีโกณมิตไิ ปใช้ในการแกป้ ัญหาเก่ยี วกับการหาระยะทางและ
ความสงู
โดยใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ให้เหตุผล
ประกอบการตัดสนิ ใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใชภ้ าษาและสญั ลักษณท์ างคณิตศาสตรใ์ น การ
ส่ือสาร การสอื่ ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถกู ตอ้ งและชัดเจน เชื่อมโยงความรูต้ ่าง ๆ ใน
คณติ ศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ื่น ๆ และมี
ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณ มคี วามเชอื่ มั่นในตนเอง พร้อมทงั้ ตระหนักในคุณค่าและมเี จตคติทดี่ ีต่อคณิตศาสตร์
รวมทั้งมคี วามรกั ชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ ม่ันใน
การทางาน รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ใหส้ อดคลอ้ ง
กับเนอื้ หาและทกั ษะทตี่ อ้ งการวัด
รหสั ตวั ช้วี ัด
ค 4.1 ม. 5/ 3
ค 4.2 ม. 5/ 4, ม. 5/5
ค 6.1 ม. 5/1, ม. 5/2, ม. 5/3 , ม. 5/4, ม. 5/5, ม. 5/6
รวมท้งั หมด 9 ตวั ชว้ี ัด
194
คาอธบิ ายรายวิชา
ค 32102 คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน 4 กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ศึกษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ลาดับและอนุกรม ลาดับ ลาดบั เลขคณิต ลาดบั เรขาคณติ อนุกรมเลขคณิต
และอนุกรมเรขาคณิต ผลบวก n พจนแ์ รกของอนุกรม
โดยใช้วธิ ีการท่หี ลากหลายแกป้ ญั หา ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ใหเ้ หตุผล
ประกอบการตัดสนิ ใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ใน การ
ส่อื สาร การสือ่ ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถกู ต้องและชดั เจน เชือ่ มโยงความรตู้ ่าง ๆ ใน
คณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอ่ื มโยงกบั ศาสตร์อืน่ ๆ และมี
ความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ ทางานอย่างมรี ะบบ มีระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มี
วจิ ารณญาณ มคี วามเชอ่ื มัน่ ในตนเอง พรอ้ มทัง้ ตระหนกั ในคณุ ค่าและมเี จตคติท่ีดตี ่อคณิตศาสตร์
รวมท้ังมคี วามรกั ชาติ ศาสนก์ ษัตรยิ ์ ซื่อสัตยส์ จุ รติ มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่นั ใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กบั เน้ือหาและทกั ษะท่ตี อ้ งการวดั
รหัสตวั ชวี้ ัด
ค 4.1 ม. 5/4, ม. 5/5
ค 4.2 ม. 5/6
ค 6.1 ม. 5/1, ม. 5/2, ม. 5/3 , ม. 5/4, ม. 5/5, ม. 5/6
รวมท้ังหมด 9 ตัวชวี้ ดั
195
คาอธบิ ายรายวชิ า
ค 33101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา/ฝกึ ทกั ษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปนี้
สถติ เิ บอื้ งตน้ การเก็บรวบรวมข้อมลู การหาคา่ กลางของขอ้ มูลโดยใชค้ ่าเฉลย่ี เลข
คณิต มัธยฐาน และฐานนยิ ม การหาตาแหนง่ ที่ของขอ้ มลู โดยใชเ้ ปอรเ์ ซ็นไทล์ การวดั การกระจาย
ของข้อมูลโดยใชส้ ว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การนาเสนอขอ้ มูล
โดยใชว้ ธิ ีการทีห่ ลากหลายแกป้ ญั หา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ใหเ้ หตุผล
ประกอบการตดั สนิ ใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใชภ้ าษาและสญั ลักษณท์ างคณิตศาสตร์ใน การ
ส่อื สาร การสอ่ื ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถกู ต้องและชดั เจน เชือ่ มโยงความรตู้ า่ ง ๆ ใน
คณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ื่น ๆ และมี
ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ทางานอย่างมรี ะบบ มรี ะเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มี
วจิ ารณญาณ มีความเชอื่ มน่ั ในตนเอง พร้อมท้ังตระหนกั ในคุณคา่ และมเี จตคตทิ ีด่ ตี ่อคณิตศาสตร์
รวมท้ังมีความรักชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซ่อื สัตยส์ ุจริต มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ใหส้ อดคลอ้ ง
กับเนอื้ หาและทักษะท่ตี อ้ งการวัด
รหัสตวั ช้วี ัด
ค 5.1 ม. 6/1, ม. 6/2, ม. 6/3
ค 5.2 ม. 6/1
ค 6.1 ม. 6/1, ม. 6/2, ม. 6/3, ม. 6/4, ม. 6/5, ม. 6/6
รวมทงั้ หมด 10 ตัวชวี้ ดั
196
คาอธบิ ายรายวชิ า
ค 33102 คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 6 กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ความนา่ จะเป็น กฎเกณฑ์เบ้อื งต้นเกี่ยวกบั การนับ ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์
โดยใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายแกป้ ัญหา ใช้ความรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตผุ ล
ประกอบการตดั สินใจและสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ น การ
สื่อสาร การส่ือความหมายและการนาเสนอไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและชัดเจน เชอื่ มโยงความรตู้ า่ ง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ่นื ๆ และมี
ความคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มีระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ มคี วามเชอ่ื มนั่ ในตนเอง พรอ้ มท้งั ตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ คณิตศาสตร์
รวมทั้งมีความรกั ชาติ ศาสนก์ ษตั ริย์ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมัน่ ใน
การทางาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารท่ีหลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลอ้ ง
กับเน้อื หาและทกั ษะทีต่ อ้ งการวัด
รหัสตวั ชว้ี ดั
ค 5.2 ม 6 / 2
ค 6.1 ม. 6/1, ม. 6/2, ม. 6/3, ม. 6/4, ม. 6/5, ม. 6/6
รวมทงั้ หมด 7 ตวั ชวี้ ดั
197
คาอธบิ ายรายวชิ า
ค 30201 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา/ฝกึ ทกั ษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปนี้
ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้ ประพจน์ การหาค่าความจริงของประพจน์ การสร้างตารางคา่
ความจริง รปู แบบของประพจน์ทส่ี มมลู กัน การอา้ งเหตผุ ล ข้อความท่ีมตี วั บ่งปรมิ าณและค่าความจรงิ ของ
ประโยคทมี่ ีตวั บง่ ปรมิ าณ สมมูลและนิเสธของประโยคทีม่ ีตวั บง่ ปรมิ าณ
ระบบจานวนจริง จานวนจรงิ การเท่ากนั การบวก การลบ การคณู และการหารใน
ระบบจานวนจรงิ สมบัตขิ องระบบจานวนจริง การแก้สมการพหุนามตัวแปรเดยี ว สมบตั ิการไมเ่ ท่ากัน
ชว่ งและการแก้อสมการ คา่ สมั บรู ณ์ การแก้สมการและอสมการในรูปคา่ สัมบูรณ์
ทฤษฎีจานวนเบ้ืองตน้ สมบตั ิของจานวนเต็ม
โดยใชว้ ิธกี ารทห่ี ลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์และ
เทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ลประกอบการตดั สินใจและ
สรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใชภ้ าษาและสัญลักษณท์ างคณติ ศาสตรใ์ น การสื่อสาร การส่อื ความหมายและ
การนาเสนอได้อย่างถกู ตอ้ งและชดั เจน เชื่อมโยงความรตู้ ่าง ๆ ในคณิตศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชือ่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ื่น ๆ และมีความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ ทางานอย่างมี
ระบบ มรี ะเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง พรอ้ มท้ัง
ตระหนกั ในคณุ คา่ และมเี จตคตทิ ีด่ ตี ่อคณิตศาสตรร์ วมท้งั มคี วามรักชาติ ศาสน์กษตั ริย์ ซอ่ื สัตย์สุจรติ มีวนิ ัย
ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลอ้ งกบั
เนอ้ื หาและทักษะที่ตอ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. หาคา่ ความจริงของประพจนไ์ ด้
2. หารูปแบบของประพจนท์ สี่ มมลู กันได้
3. บอกไดว้ ่าการอ้างเหตผุ ลทกี่ าหนดใหส้ มเหตุสมผลหรอื ไม่
4. มีความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั ระบบจานวนจรงิ
5. นาสมบตั ิตา่ งๆเกีย่ วกบั จานวนจริงและการดาเนินการไปใชไ้ ด้
6. เข้าใจสมบตั ขิ องจานวนเตม็
7. นาสมบตั ิของจานวนเตม็ ไปใช้ในการใหเ้ หตผุ ลเกีย่ วกับการหารลงตวั ได้
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้
198
คาอธิบายรายวชิ า
ค 30202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปนี้
เมทริกซแ์ ละดีเทอร์มนิ นั ต์ สญั ลักษณข์ องเมทรกิ ซ์ สมบตั ิของเมทริกซ์
ดีเทอรม์ นิ นั ต์ การใชเ้ มทรกิ ซแ์ กร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ การแก้ระบบสมการโดยวิธีดเี ทอรม์ นิ ันต์
การแก้ระบบสมการโดยวิธกี ารดาเนินการตามแถวเบ้อื งต้น
เรขาคณิตวิเคราะห์ เส้นตรง ระยะระหว่างจุดสองจดุ จดุ ก่งึ กลางระหวา่ งจดุ สอง
จุด ความชนั ของเสน้ ตรง เสน้ ขนาน เสน้ ตง้ั ฉาก ความสมั พนั ธ์ซ่ึงมกี ราฟเปน็ เสน้ ตรง ระยะห่าง
ระหว่างเสน้ ตรงกับจุด ภาคตดั กรวย วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา
ฟังกช์ ัน ฟงั กช์ ันโพลโิ นเมียล ฟงั กช์ นั คอมโพสิท ฟังก์ชนั อินเวอร์ส พีชคณิตของ
ฟงั ก์ชนั
โดยใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายแก้ปัญหา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
ให้เหตุผลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใชภ้ าษาและสญั ลักษณ์
ทางคณิตศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสอ่ื ความหมายและการนาเสนอไดอ้ ย่างถกู ต้องและชดั เจน
เชอ่ื มโยงความรู้ตา่ ง ๆ ในคณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ป
เชอื่ มโยงกับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มีระเบยี บ มคี วาม
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ มคี วามเชอื่ มนั่ ในตนเอง พร้อมทง้ั ตระหนักในคุณคา่
และมีเจตคตทิ ดี่ ีต่อคณิตศาสตรร์ วมท้งั มีความรักชาติ ศาสน์กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ยส์ ุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กบั เน้ือหาและทักษะทีต่ อ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. มคี วามคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั เมทรกิ ซ์และการดาเนินการของเมทริกซ์
2. หาดีเทอรม์ นิ ันต์ของเมทรกิ ซ์ n x n เมอ่ื n เป็นจานวนเตม็ ไม่เกนิ สไ่ี ด้
3. วิเคราะหแ์ ละหาคาตอบของระบบสมการเชงิ เสน้ ได้
199
4. หาระยะหา่ งระหว่างจดุ สองจุด จุดก่งึ กลาง ระยะหา่ งระหวา่ งเส้นตรงกับจุดได้
5. หาความชนั ของเสน้ ตรง สมการเส้นตรง เส้นขนาน เส้นต้งั ฉากและนาไปใช้แกป้ ัญหาได้
6. เขียนความสมั พนั ธ์ทม่ี ีกราฟเปน็ ภาคตดั กรวย เม่อื กาหนดสว่ นต่างๆ ของภาคตัดกรวยให้
และเขียนกราฟของความสัมพนั ธน์ น้ั ได้
7. นาความรเู้ รอ่ื งการเลอ่ื นทางแกนขนานไปใช้ในการเขยี นกราฟได้
8. นาความร้เู รอ่ื งเรขาคณติ วเิ คราะห์ไปใชแ้ ก้ปญั หาได้
9. มคี วามคิดรวบยอดเกีย่ วกบั ฟังก์ชนั เขียนกราฟของฟงั กช์ ันและสรา้ งฟงั กช์ ันจากโจทย์
ปัญหาทก่ี าหนดให้ได้
10. นาความรเู้ รอื่ งฟงั กช์ ันไปใช้แก้ปญั หาได้
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
200
คาอธิบายรายวชิ า
ค 30203 คณิตศาสตร์เพมิ่ เตมิ 3 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ฟงั ก์ชันเอกซ์โพเนนเชยี ลและฟงั กช์ ันลอการิทมึ ฟงั ก์ชนั เอกซ์โพเนนเชียล
ฟงั ก์ชันลอการรทิ ึม กราฟของฟังกช์ ันเอกซ์โพเนนเชยี ลและฟงั กช์ นั ลอการิทมึ การคานวณคา่
โดยประมาณโดยใชล้ อการทิ มึ การแกส้ มการเอกซโ์ พเนนเชยี ลและสมการลอการิทึม
ฟงั กช์ นั ตรโี กณมติ แิ ละการประยุกต์ ฟังกช์ ันไซน์ โคไซน์ และฟังกช์ ันตรีโกณมติ ิ
อืน่ ๆ กราฟของฟงั ก์ชนั ตรีโกณมติ ิ ฟงั ก์ชนั ตรโี กณมิตขิ องผลบวกและผลตา่ งของจานวนจริงหรอื มุม
อนิ เวอรส์ ของฟังกช์ นั ตรีโกณมิติ กฎของไซนแ์ ละโคไซน์
เวกเตอรใ์ นสามมติ ิ เวกเตอร์ และการเท่ากัน การบวกและการลบเวกเตอร์ การ
คูณเวกเตอรด์ ว้ ยสเกลาร์ ผลคูณเชิงสเกลาร์ ผลคณู เชงิ เวกเตอร์
โดยใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลายแก้ปัญหา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตผุ ล
ประกอบการตดั สนิ ใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การ
สอ่ื สาร การสอ่ื ความหมายและการนาเสนอไดอ้ ยา่ งถูกต้องและชัดเจน เชือ่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และมี
ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ ทางานอย่างมรี ะบบ มรี ะเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณ มีความเชอื่ มั่นในตนเอง พรอ้ มทงั้ ตระหนักในคณุ ค่าและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณติ ศาสตร์
รวมทง้ั มคี วามรักชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซื่อสัตยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ใน
การทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ใหส้ อดคลอ้ ง
กับเน้ือหาและทกั ษะที่ตอ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้
1. มีความคิดรวบยอดเกย่ี วกบั
2. ฟังกช์ นั เอกโพเนนเชยี ล ฟงั ก์ชันลอกาลิทึมและเขยี นกราฟของฟงั ก์ชนั ท่ีกาหนดให้
3. นาความรเู้ รอ่ื งฟงั กช์ นั เอกโพเนนเชยี ลและฟังกช์ นั ลอกาลทิ ึมไปแก้ปญั หาได้
4. มีความคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั ฟงั กช์ ันตรโี กณมิตแิ ละเขียนกราฟของฟงั ก์ชนั ทีก่ าหนดใหไ้ ด้
201
5. นาความรเู้ รอื่ งฟังก์ชนั ตรโี กณมิติและการประยุกต์ไปใชแ้ กป้ ัญหาได้
6. มคี วามคดิ รวบยอดเก่ียวกับเวกเตอร์ในสามมติ ิ
7. หาผลบวกเวกเตอร์ ผลคูเวกเตอรด์ ้วยสเกลาร์ และผลคูณเชงิ เวกเตอรไ์ ด้
8. หาขนาดและทิศทางของเวกเตอรท์ ีก่ าหนดใหไ้ ด้
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรียนรู้
202
คาอธิบายรายวิชา
ค 30204 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 4 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปนี้
จานวนเชงิ ซอ้ น จานวนเชงิ ซอ้ น กราฟและคา่ สมั บรู ณข์ องจานวนเชิงซ้อน
จานวนเชิงซอ้ นในรปู เชิงขวั้ สมการพหุนาม
กราฟเบอ้ื งต้น กราฟ กราฟออยเลอร์ การประยกุ ตข์ องกราฟ
ความนา่ จะเปน็ กฎเกณฑเ์ บ้ืองต้นเกีย่ วกับการนับ วิธเี รยี งสบั เปลยี่ น วธิ จี ดั หมู่
ทฤษฎีบททวนิ าม ความน่าจะเปน็ และกฎสาคัญบางประการของความน่าจะเป็น
โดยใชว้ ธิ ีการทหี่ ลากหลายแกป้ ญั หา ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ใน การ
สื่อสาร การสอื่ ความหมายและการนาเสนอไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและชดั เจน เช่ือมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ใน
คณิตศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั ศาสตร์อ่นื ๆ และมี
ความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มีระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณ มีความเชอ่ื มั่นในตนเอง พรอ้ มทัง้ ตระหนกั ในคณุ ค่าและมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อคณิตศาสตร์
รวมทง้ั มคี วามรักชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ มัน่ ใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงให้สอดคลอ้ ง
กบั เนือ้ หาและทกั ษะทตี่ อ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้
1. มคี วามคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั จานวนเชิงซอ้ น
2. นาสมบตั ิต่างๆเกีย่ วกับจานวนเชงิ ซ้อนการดาเนินการไปใชแ้ กป้ ัญหาได้
3. หารากที่ n ของจานวนเชงิ ซ้อน เมอื่ nเป็นจานวนเตม็ บวกได้
4. เขยี นกราฟเมอื่ กาหนดจุด(vertex)และเสน้ (edge)ให้ และระบุได้ว่าการที่กาหนดใหเ้ ปน็ กราฟ
ออยเลอรห์ รอื ไม่
5. นาความร้เู รอื่ งกราฟไปใชใ้ นการแก้ปญั หาบางประการได้
6. แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใช้กฎเกณฑเ์ บอื้ งตน้ เกี่ยวกบั การนบั วิธเี รียงสับเปลยี่ นและวธิ จี ัดหมู่
7. นาความรเู้ รอ่ื งทฤษฎีบททวินามไปใชไ้ ด้
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้
203
คาอธบิ ายรายวชิ า
ค 30205 คณติ ศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปนี้
การวิเคราะห์ขอ้ มูลเบ้อื งตน้ โดยใชค้ า่ กลางของขอ้ มูล และ การวดั การกระจายของ
ขอ้ มูล
การแจกแจงปกติ คา่ มาตรฐาน การแจกแจงปกติและเส้นโคง้ ปกติ พ้ืนที่ใต้เส้นโคง้
ปกติ
ความสัมพนั ธ์เชงิ ฟังก์ชนั ระหวา่ งขอ้ มูล แผนภาพการกระจาย ความสมั พนั ธเ์ ชิง
ฟงั กช์ ันของขอ้ มูลท่ปี ระกอบด้วยสองตัวแปรทอ่ี ยู่ในรูปอนกุ รมเวลา การใช้ความสมั พนั ธ์ของข้อมูลทานาย
คา่ ตัวแปรตาม เมื่อกาหนดตวั แปรอิสระให้
โดยใช้วธิ ีการที่หลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ให้เหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจและ
สรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณท์ างคณติ ศาสตรใ์ นการสื่อสาร การสือ่ ความหมายและการ
นาเสนอไดอ้ ย่างถูกต้องและชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ในคณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ์ ื่น ๆ และมคี วามคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ ทางานอยา่ งมี
ระบบ มีระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามเช่ือม่ันในตนเอง พรอ้ มทง้ั
ตระหนักในคณุ ค่าและมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ คณิตศาสตรร์ วมทั้งมคี วามรักชาติ ศาสน์กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตย์สุจรติ มีวินยั
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลอ้ งกบั
เนอื้ หาและทกั ษะทต่ี อ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. เลือกวิธวี เิ คราะหข์ อ้ มลู เบื้องต้นและอธิบายผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้ถกู ต้อง
2. นาความรู้เรื่องการวเิ คราะหข์ ้อมลู ไปใชแ้ ก้ปัญหาบางประการได้
3. นาความรเู้ รื่องค่ามาตรฐานไปใชใ้ นการเปรยี บเทยี บขอ้ มูลได้
4. หาพื้นท่ใี ต้เสน้ โคง้ ปกตแิ ละนาความรู้เก่ยี วกับพื้นที่ใต้เส้นโคง้ ปกตไิ ปใชไ้ ด้
5. เข้าใจความหมายของการสร้างความสมั พนั ธเ์ ชงิ ฟังก์ชนั ของขอ้ มลู ทป่ี ระกอบด้วยสองตัวแปร
6. สรา้ งความสัมพันธ์เชงิ ฟงั ก์ชันของข้อมลู ที่ประกอบด้วยสองตัวแปรท่ีอยู่ในรูปอนกุ รมให้เวลาโดย
ใช้เคร่อื งคานวณ
7. ใชค้ วามสมั พันธ์เชงิ ฟังก์ชันของข้อมลู ทานายคา่ ตวั แปรตามเมอ่ื กาหนดตวั แปรอสิ ระให้
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้
204
คาอธิบายรายวชิ า
ค 30206 คณติ ศาสตรเ์ พมิ่ เติม 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ลาดบั อนันต์ และอนกุ รมอนนั ต์ ลมิ ติ ของลาดบั ผลบวกของอนกุ รมอนันต์
แคลคูลสั เบ้ืองต้น ลิมติ ของฟงั กช์ ัน ความต่อเน่อื งของฟังก์ชัน อนพุ ันธ์ของฟังกช์ ัน
การหาอนุพนั ธ์ของฟังก์ชนั พชี คณิตโดยใช้สูตร อนพุ นั ธข์ องฟังกช์ ันคอมโพสิท อนพุ นั ธ์อันดับสูง การ
ประยกุ ตข์ องอนพุ ันธ์ ปรพิ ันธไ์ มจ่ ากดั เขต ปรพิ ันธจ์ ากดั เขต พื้นทที่ ีป่ ดิ ลอ้ มด้วยเส้นโคง้
กาหนดการเชิงเส้น การสร้างแบบจาลองทางคณติ ศาสตร์ และการใช้วธิ ีของ
กาหนดการเชงิ เส้นในการแกป้ ัญหา
โดยใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ให้เหตผุ ลประกอบการตดั สินใจและ
สรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ น การส่ือสาร การส่อื ความหมายและ
การนาเสนอไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและชัดเจน เช่ือมโยงความรตู้ ่าง ๆ ในคณิตศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลกั การ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเช่อื มโยงกบั ศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ทางานอย่างมี
ระบบ มีระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความเชื่อมัน่ ในตนเอง พร้อมทง้ั
ตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ่ีดีต่อคณิตศาสตร์รวมทงั้ มีความรักชาติ ศาสน์กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์สุจริต มวี นิ ยั
ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
การวดั และประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคล้องกับ
เนือ้ หาและทักษะทต่ี ้องการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. หาลิมติ ของลาดับอนันต์โดยอาศยั ทฤษฎีเก่ียวกับลิมติ ได้
2. หาผลบวกขออนุกรมอนันตไ์ ดแ้ ละนาความรู้เรื่องลาดับและอนกุ รมไปใช้แก้ปัญหาได้
3. หาลมิ ิตของฟังก์ชันที่กาหนดให้ได้
4. บอกไดว้ า่ ฟังก์ชนั ที่กาหนดใหเ้ ปน็ ฟังชันต่อเนือ่ งหรอื ไม่
5. หาอนพุ นั ธ์ของฟังกช์ ันทีก่ าหนดใหไ้ ด้
6. นาความรู้เรอ่ื งอนพุ ันธ์ของฟังก์ชันปประยกุ ตไ์ ด้
7. หาปรพิ ันธไ์ มจ่ ากดั เขตของฟังก์ชนั ท่กี าหนดให้ได้
8. หาปรพิ นั ธ์จากดั เขตของฟงั ก์ชนั บนชว่ งท่ีกาหนดให้และหาพ้ืนท่ที ่ีปิดลอ้ มดว้ ยเส้นโคง้ บนชว่ งท่ีกาหนดให้ได้
9. สร้างแบบจาลองทางคณติ ศาสตร์และใช้วธิ กี ารของกาหนดการเชงิ เส้นทใ่ี ช้กราฟ
ของสมการและอสมการท่มี สี องตวั แปรในการแกป้ ญั หาได้
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้
205
คาอธิบายรายวิชา
ค 30207 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม 7 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา/ฝึกทกั ษะกระบวนการในสาระตอ่ ไปน้ี
ตรรกศาสตร์เบอื้ งตน้ ประพจน์ การหาค่าความจริงของประพจน์ การสรา้ งตาราง
ค่าความจริง รูปแบบของประพจน์ทส่ี มมูลกัน การอ้างเหตผุ ล ขอ้ ความท่มี ีตัวบ่งปรมิ าณและค่า
ความจรงิ ของประโยคทีม่ ีตวั บง่ ปรมิ าณ สมมลู และนเิ สธของประโยคท่มี ีตวั บง่ ปริมาณ
ระบบจานวนจริง จานวนจรงิ การเท่ากนั การบวก การลบ การคูณ และการ
หารในระบบจานวนจริง สมบัติของระบบจานวนจรงิ การแก้สมการพหุนามตัวแปรเดยี ว สมบัตกิ าร
ไม่เทา่ กนั ช่วงและการแกอ้ สมการ คา่ สัมบูรณ์ การแกส้ มการและอสมการในรปู ค่าสมั บูรณ์
โดยใชว้ ธิ ีการท่หี ลากหลายแกป้ ัญหา ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการ
ส่ือสาร การสอื่ ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ งและชัดเจน เช่อื มโยงความรตู้ ่าง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมี
ความคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ทางานอย่างมรี ะบบ มรี ะเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มี
วจิ ารณญาณ มคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเอง พรอ้ มทงั้ ตระหนักในคุณคา่ และมเี จตคตทิ ดี่ ีต่อคณติ ศาสตร์
รวมทั้งมีความรกั ชาติ ศาสนก์ ษตั ริย์ ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มั่นใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
การวดั และประเมินผล ใช้วธิ กี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลอ้ ง
กบั เน้ือหาและทกั ษะทีต่ อ้ งการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. หาค่าความจรงิ ของประพจน์ได้
2. หารปู แบบของประพจนท์ สี่ มมูลกันได้
3. บอกไดว้ า่ การอา้ งเหตผุ ลทก่ี าหนดใหส้ มเหตสุ มผลหรอื ไม่
4. มคี วามคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั ระบบจานวนจรงิ
5. นาสมบตั ิตา่ งๆเกย่ี วกับจานวนจริงและการดาเนินการไปใช้ได้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
206
ค 30208 คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 8 คาอธิบายรายวิชา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
เวลา 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา/ฝกึ ทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
เมทรกิ ซแ์ ละดีเทอร์มนิ นั ต์ สัญลกั ษณ์ของเมทรกิ ซ์ สมบัตขิ องเมทริกซ์
ดีเทอรม์ ินันต์ การใช้เมทรกิ ซแ์ ก้ระบบสมการเชงิ เส้น การแกร้ ะบบสมการโดยวิธีดเี ทอรม์ นิ ันต์
การแกร้ ะบบสมการโดยวธิ ีการดาเนินการตามแถวเบ้อื งต้น
เรขาคณติ วิเคราะห์ เสน้ ตรง ระยะระหว่างจุดสองจุด จดุ กึ่งกลางระหวา่ งจดุ สอง
จดุ ความชันของเสน้ ตรง เสน้ ขนาน เสน้ ตั้งฉาก ความสัมพนั ธซ์ ่ึงมกี ราฟเปน็ เสน้ ตรง ระยะหา่ ง
ระหว่างเสน้ ตรงกบั จุด ภาคตดั กรวย วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา
โดยใช้วธิ กี ารทหี่ ลากหลายแกป้ ญั หา ใช้ความรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบการตดั สินใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณท์ างคณิตศาสตร์ใน การ
สอื่ สาร การส่ือความหมายและการนาเสนอไดอ้ ยา่ งถูกต้องและชัดเจน เชื่อมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลกั การกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตร์อน่ื ๆ และมี
ความคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ ทางานอย่างมรี ะบบ มรี ะเบยี บ มคี วามรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มี
วจิ ารณญาณ มคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเอง พร้อมท้ังตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อคณติ ศาสตร์
รวมท้ังมคี วามรกั ชาติ ศาสนก์ ษตั ริย์ ซอื่ สตั ยส์ ุจริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมั่นใน
การทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
การวดั และประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ใหส้ อดคลอ้ ง
กบั เนอ้ื หาและทกั ษะทต่ี อ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. มีความคิดรวบยอดเกีย่ วกบั เมทริกซ์และการดาเนินการของเมทรกิ ซ์
2. หาดเี ทอรม์ ินันต์ของเมทรกิ ซ์ n x n เมื่อ n เป็นจานวนเตม็ ไม่เกนิ สีไ่ ด้
3. วิเคราะหแ์ ละหาคาตอบของระบบสมการเชิงเสน้ ได้
4. หาระยะหา่ งระหว่างจุดสองจุด จดุ กง่ึ กลาง ระยะห่างระหว่างเสน้ ตรงกับจุดได้
5. หาความชนั ของเส้นตรง สมการเส้นตรง เส้นขนาน เสน้ ตง้ั ฉากและนาไปใชแ้ กป้ ญั หาได้
207
6.เขยี นความสมั พนั ธ์ท-่ี หาระยะห่างระหวา่ งจุดสองจุด จดุ กึง่ กลาง ระยะห่างระหว่างเสน้ ตรง
กับจดุ ได้
7. หาความชนั ของเสน้ ตรง สมการเส้นตรง เส้นขนาน เสน้ ตั้งฉากและนาไปใช้แก้ปัญหาได้
8. เขียนความสมั พันธท์ ่มี กี ราฟเป็นภาคตัดกรวย เมอ่ื กาหนดสว่ นตา่ งๆ ของภาคตัดกรวยให้
และเขยี นกราฟของความสมั พันธน์ ้นั ได้
9. นาความรู้เรอ่ื งการเลอื่ นทางแกนขนานไปใช้ในการเขยี นกราฟได้
10. นาความรเู้ รอื่ งเรขาคณติ วเิ คราะหไ์ ปใช้แกป้ ญั หาได้
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู้
208
คาอธบิ ายรายวิชา
ค 30209 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 9 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
ฟังกช์ นั เอกซโ์ พเนนเชียลและฟงั กช์ นั ลอการทิ มึ ฟงั กช์ นั เอกซโ์ พเนนเชียล
ฟงั กช์ นั ลอการริทึม กราฟของฟังก์ชนั เอกซ์โพเนนเชยี ลและฟงั กช์ ันลอการทิ ึม การคานวณค่า
โดยประมาณโดยใช้ลอการทิ มึ การแกส้ มการเอกซโ์ พเนนเชยี ลและสมการลอการทิ มึ
ฟงั ก์ชันตรโี กณมติ แิ ละการประยกุ ต์ ฟงั ก์ชันไซน์ โคไซน์ และฟังก์ชันตรีโกณมิติ
อน่ื ๆ กราฟของฟงั กช์ นั ตรโี กณมติ ิ ฟังก์ชันตรโี กณมติ ขิ องผลบวกและผลตา่ งของจานวนจริงหรอื มมุ
อินเวอร์สของฟังกช์ ันตรโี กณมิติ กฎของไซน์และโคไซน์
โดยใชว้ ธิ ีการที่หลากหลายแกป้ ญั หา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณท์ างคณิตศาสตรใ์ น การ
สื่อสาร การส่อื ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถูกต้องและชดั เจน เช่ือมโยงความร้ตู ่าง ๆ ใน
คณิตศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตร์อืน่ ๆ และมี
ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ มีความเชอื่ มัน่ ในตนเอง พรอ้ มทงั้ ตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคติท่ดี ีต่อคณติ ศาสตร์
รวมทงั้ มคี วามรกั ชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันใน
การทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กับเน้ือหาและทกั ษะท่ีตอ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามคิดรวบยอดเกย่ี วกับฟงั ก์ชนั เอกโพเนนเชียล ฟงั ก์ชันลอกาลทิ ึมและเขียนกราฟของ
ฟังก์ชันที่กาหนดใหไ้ ด้
2. นาความรูเ้ รื่องฟงั ก์ชนั เอกโพเนนเชยี ลและฟังก์ชนั ลอกาลิทมึ ไปแกป้ ัญหาได้
3. มีความคดิ รวบยอดเกีย่ วกบั ฟงั ก์ชนั ตรีโกณมิตแิ ละเขยี นกราฟของฟงั กช์ ันท่ีกาหนดใหไ้ ด้
4. นาความรเู้ ร่อื งฟงั ก์ชนั ตรโี กณมิตแิ ละการประยกุ ต์ไปใช้แก้ปญั หาได้
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
209
คาอธบิ ายรายวิชา
ค 30210 คณติ ศาสตร์เพ่มิ เตมิ 10 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกติ
ศึกษา/ฝกึ ทกั ษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
จานวนเชงิ ซ้อน จานวนเชงิ ซอ้ น กราฟและค่าสมั บูรณข์ องจานวนเชงิ ซอ้ น
จานวนเชิงซอ้ นในรปู เชิงขวั้ สมการพหุนาม
ความนา่ จะเป็น กฎเกณฑเ์ บ้ืองต้นเกี่ยวกับการนับ วิธเี รยี งสับเปลยี่ น วธิ จี ดั หมู่
ทฤษฎบี ททวินาม ความน่าจะเป็น และกฎสาคญั บางประการของความนา่ จะเปน็
โดยใช้วธิ ีการท่หี ลากหลายแก้ปญั หา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณท์ างคณติ ศาสตรใ์ นการ
สื่อสาร การส่อื ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ งและชดั เจน เชอ่ื มโยงความรู้ต่าง ๆ ใน
คณติ ศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตร์อื่น ๆ และมี
ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ มคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง พรอ้ มทั้งตระหนกั ในคณุ คา่ และมเี จตคตทิ ด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์
รวมท้ังมีความรักชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซ่ือสัตยส์ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งม่นั ใน
การทางาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคลอ้ ง
กบั เนอื้ หาและทักษะทต่ี อ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. มีความคิดรวบยอดเกีย่ วกบั จานวนเชงิ ซอ้ น
2. นาสมบตั ติ ่างๆเกยี่ วกบั จานวนเชิงซอ้ นการดาเนินการไปใชแ้ กป้ ญั หาได้
3. หารากที่ n ของจานวนเชงิ ซ้อน เมอ่ื nเปน็ จานวนเตม็ บวกได้
4. แกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใช้กฎเกณฑเ์ บอื้ งตน้ เกีย่ วกบั การนบั วธิ เี รยี งสับเปลยี่ นและวธิ จี ดั หมู่
5.นาความร้เู รื่องทฤษฎบี ททวนิ ามไปใชไ้ ด้
6. หาความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์ทก่ี าหนดให้ได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
210
คาอธบิ ายรายวิชา
ค 30211 คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ 11 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี
การวเิ คราะห์ข้อมูลเบอื้ งตน้ โดยใชค้ า่ กลางของข้อมลู และ การวดั การกระจาย
ของข้อมูล
การแจกแจงปกติ คา่ มาตรฐาน การแจกแจงปกติและเส้นโคง้ ปกติ พ้ืนท่ใี ตเ้ สน้
โค้งปกติ
โดยใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลายแกป้ ญั หา ใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใหเ้ หตผุ ล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการ
สือ่ สาร การสอื่ ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถูกต้องและชดั เจน เช่อื มโยงความรตู้ า่ ง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมี
ความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มรี ะเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ มคี วามเชอื่ ม่นั ในตนเอง พรอ้ มทั้งตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ คณิตศาสตร์
รวมท้ังมีความรกั ชาติ ศาสนก์ ษตั รยิ ์ ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารท่ีหลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงใหส้ อดคลอ้ ง
กบั เนือ้ หาและทักษะที่ตอ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้
1. เลอื กวธิ ีวเิ คราะห์ขอ้ มลู เบอื้ งต้นและอธบิ ายผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ได้ถกู ต้อง
2. นาความรเู้ รอื่ งการวิเคราะห์ข้อมูลไปใช้แกป้ ญั หาบางประการได้
3. นาความรู้เรอ่ื งคา่ มาตรฐานไปใชใ้ นการเปรียบเทยี บข้อมูลได้
4. หาพืน้ ทใ่ี ต้เสน้ โคง้ ปกติและนาความรเู้ กย่ี วกบั พ้ืนทีใ่ ตเ้ สน้ โค้งปกติไปใช้ได้
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู้
211
คาอธบิ ายรายวชิ า
ค 30212 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 12 กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา/ฝกึ ทักษะกระบวนการในสาระต่อไปนี้
ลาดับอนนั ต์ และอนกุ รมอนันต์ ลิมิตของลาดบั ผลบวกของอนกุ รมอนนั ต์
แคลคูลสั เบอ้ื งต้น ลิมิตของฟงั ก์ชนั ความตอ่ เนอ่ื งของฟงั กช์ ัน อนพุ ันธข์ อง
ฟงั ก์ชนั การหาอนพุ ันธข์ องฟงั ก์ชันพชี คณิตโดยใชส้ ูตร อนพุ ันธ์ของฟงั กช์ ันคอมโพสทิ อนพุ ันธ์
อนั ดบั สงู การประยุกต์ของอนุพนั ธ์ ปริพนั ธไ์ มจ่ ากดั เขต ปรพิ ันธจ์ ากัดเขต พน้ื ทท่ี ปี่ ดิ ลอ้ มด้วยเส้น
โคง้
โดยใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง
คณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตผุ ล
ประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณท์ างคณติ ศาสตรใ์ นการ
สือ่ สาร การสอ่ื ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถกู ต้องและชัดเจน เชอื่ มโยงความรู้ตา่ ง ๆ ใน
คณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชอื่ มโยงกับศาสตรอ์ ื่น ๆ และมี
ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ทางานอยา่ งมรี ะบบ มีระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มี
วจิ ารณญาณ มีความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง พรอ้ มทัง้ ตระหนกั ในคุณค่าและมเี จตคติท่ดี ีตอ่ คณิตศาสตร์
รวมท้งั มคี วามรกั ชาติ ศาสนก์ ษัตริย์ ซื่อสัตยส์ จุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ใน
การทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ กี ารทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ให้สอดคลอ้ ง
กับเนือ้ หาและทกั ษะที่ตอ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. หาลิมติ ของลาดบั อนันต์โดยอาศยั ทฤษฎเี กี่ยวกบั ลิมติ ได้
2. หาผลบวกขออนกุ รมอนันตไ์ ดแ้ ละนาความรเู้ รอื่ งลาดับและอนุกรมไปใช้แก้ปญั หาได้
3. หาลมิ ติ ของฟงั กช์ ันที่กาหนดให้ได้
4. บอกไดว้ า่ ฟังกช์ ันท่ีกาหนดให้เป็นฟงั ชนั ต่อเนอื่ งหรอื ไม่
5. หาอนุพนั ธ์ของฟงั ก์ชันท่กี าหนดใหไ้ ด้
6. นาความรเู้ รอื่ งอนุพันธ์ของฟงั ก์ชนั ประยกุ ต์ได้
7. หาปรพิ นั ธ์ไมจ่ ากดั เขตของฟังกช์ นั ทก่ี าหนดให้ได้
8. หาปริพันธจ์ ากัดเขตของฟงั กช์ ันบนช่วงทกี่ าหนดให้และหาพื้นท่ที ี่ปดิ ล้อมด้วยเส้นโคง้ บน
ชว่ งท่กี าหนดให้ได้
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรยี นรู้
212
คาอธิบายรายวชิ าระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรยี นมธั ยมวานรนิวาส อาเภอวานรนวิ าส จงั หวัดสกลนคร
สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
213
รายวิชา ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
รายวชิ าพ้ืนฐาน (วิทย_์ ปรบั หลักสตู ร60 เรม่ิ ใชป้ ี2561)
ว31141 ชีววิทยาพน้ื ฐาน จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
2.0 หนว่ ยกติ
ว32109 ฟสิ กิ ส์พื้นฐาน จานวน 80 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
1.0 หนว่ ยกติ
ว32121 เคมพี ้นื ฐาน จานวน 60 ช่วั โมง
1.0 หน่วยกิต
ว33161 โลกดาราศาสตร์ จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกติ
1.0 หน่วยกติ
รายวชิ าพื้นฐาน (ศลิ ป_์ ปรบั ) 1.0 หน่วยกติ
1.0 หน่วยกิต
ว31107 การเคลื่อนที่และแรงในธรรมชาติ จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว31143 ดุลยภาพของสิง่ มชี วี ติ จานวน 40 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
0.5 หน่วยกิต
ว32110 ฟสิ ิกสพ์ นื้ ฐาน (พลงั งาน) จานวน 40 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
0.5 หน่วยกติ
ว32122 สารและสมบตั ิของสาร จานวน 40 ชว่ั โมง
2.0 หนว่ ยกติ
ว33161 โลกดาราศาสตร์ จานวน 40 ชว่ั โมง 2.0 หนว่ ยกติ
2.0 หนว่ ยกติ
ว33142 พันธุกรรมและสิ่งแวดลอ้ ม จานวน 40 ชวั่ โมง 2.0 หน่วยกติ
2.0 หน่วยกิต
รายวชิ าพน้ื ฐาน (ปรบั ) 1.0 หนว่ ยกิต
1.5 หน่วยกิต
ว31181 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 จานวน 20 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกิต
1.5 หนว่ ยกติ
ว31182 วิทยาการคานวณ 1 จานวน 20 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
1.5 หน่วยกติ
ว32181 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 จานวน 20 ช่ัวโมง
ว32182 วทิ ยาการคานวณ 2 จานวน 20 ชว่ั โมง
รายวชิ าเพิ่มเตมิ
ว30201 ฟสิ กิ ส์ จานวน 80 ชวั่ โมง
ว30202 ฟสิ ิกส์ จานวน 80 ชว่ั โมง
ว30203 ฟสิ กิ ส์ จานวน 80 ชั่วโมง
ว30204 ฟิสกิ ส์ จานวน 80 ชั่วโมง
ว30205 ฟิสิกส์ จานวน 80 ชว่ั โมง
ว30206 ปฏบิ ตั กิ ารทดลองฟิสกิ ส์ จานวน 40 ชั่วโมง
ว30221 เคมี จานวน 60 ชัว่ โมง
ว30222 เคมี จานวน 60 ช่วั โมง
ว30223 เคมี จานวน 60 ชวั่ โมง
ว30224 เคมี จานวน 60 ชว่ั โมง
ว30225 เคมี จานวน 60 ชั่วโมง
214
ว30226 ปฏิบตั ิการทดลองเคมี จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ
ว30241 ชีววิทยา จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว30242 ชีววทิ ยา จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว30243 ชวี วิทยา จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกิต
ว30244 ชีววทิ ยา จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว30245 ชีววิทยา จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ว30246 ปฏบิ ตั ิการทดลองชีววทิ ยา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
ว30281 โครงงานวทิ ยาศาสตร์ จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว30282 ไมโครเทคนคิ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ว30283 การคน้ ควา้ อิสระ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ว30284 วิทยาศาสตรส์ รา้ งสรรค์ จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ว30285 การใชอ้ ุปกรณว์ ทิ ยาศาสตร์ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ว30286 เทคนคิ ปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว30287 วิจัยเบ้ืองต้น จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว30288 การศกึ ษาปัญหาเฉพาะ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว30289 กลศาสตรเ์ คร่อื งกล จานวน 120 ช่วั โมง 3.0 หน่วยกิต**
ว30290 มติ ิสมั พนั ธ์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต*
ว30291 คอมพิวเตอร์ 1(ระบบฐานข้อมลู 1) จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ว30292 คอมพิวเตอร์ 2(ระบบฐานข้อมลู 2) จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว30293 คอมพิวเตอร์ 3(ระบบฐานข้อมูล 3) จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว30294 คอมพวิ เตอร์ 4(ระบบฐานข้อมลู 4) จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว30295 คอมพิวเตอร์ 5(ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว30296 คอมพวิ เตอร์ 6(กราฟกิ ) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว30297 คอมพวิ เตอร์ 7(มลั ตมิ ิเดยี เพอ่ื การนาเสนอ)จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกิต
ว30298 คอมพวิ เตอร์ 8(การออกแบบ-สรา้ งเว็บไซต์)จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว30299 คอมพิวเตอร์ 9 (วทิ ยาการคานวณ-หุ่นยนต์) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
215
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว 31101 การเคลอ่ื นท-ี่ พลังงาน กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ช่วั โมง 2.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาวิเคราะห์ การเคลอื่ นทแ่ี นวตรง โพรเจคไทล์ วงกลม ฮารโ์ มนิค สนามโน้มถว่ ง
สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟา้ คลน่ื องคป์ ระกอบของคล่นื สมบัติของคลืน่ เสยี งและการได้ยิน ธรรมชาติ
ของเสยี ง มลภาวะของเสยี ง คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กมั มนั ตรังสี
กัมมนั ตภาพรงั สี สญั ลกั ษณ์นวิ เคลยี ร์ ครงึ่ ชวี ิต ไอโซโทป พลงั งานนวิ เคลยี ร์ ปฏิกริ ยิ าฟชิ ชนั -ฟิวชนั
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสบื คน้
ขอ้ มลู และการอภิปราย
เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารส่งิ ทเี่ รยี นรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ว. 4.1 ม.4/1 , ม.4/2, ม.4/3 , ม.4/4
ว. 5.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8
รวมทัง้ หมด 9 ตวั ชวี้ ัด
216
คาอธิบายรายวิชา
ว 31102 สารและสมบตั ขิ องสาร กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาและวเิ คราะห์ โครงสรา้ งอะตอมและสญั ลักษณน์ วิ เคลยี รข์ องธาตุ การจัดเรยี ง
อเิ ลก็ ตรอนในอะตอม ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานนอกสดุ กบั สมบัติของธาตุ
และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ า การจดั เรียงธาตแุ ละทานายแนวโน้มสมบัติของธาตุในตารางธาตุ การเกดิ
พนั ธะเคมใี นโครงผลกึ ในโมเลกุลของสาร ความสัมพันธร์ ะหวา่ งจดุ เดือด จุดหลอมเหลวและสถานะ
ของสารกับแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนภุ าคของสาร ปฏิกิรยิ าเคมีทว่ั ไปท่พี บในชวี ติ ประจาวนั รวมทง้ั
อธิบายผลของสารเคมที ่มี ีต่อสิ่งมชี วี ติ และสิ่งแวดล้อม อัตราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ปจั จัยท่มี ผี ลต่อ
อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมแี ละนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ การเกดิ ปโิ ตรเลียม กระบวนการแยก
แกส๊ ธรรมชาตแิ ละการกลน่ั ลาดบั สว่ นน้ามันดบิ การนาผลติ ภัณฑจ์ ากการแยกแกส๊ ธรรมชาติและการ
กล่ันลาดบั สว่ นนา้ มันดิบไปใชป้ ระโยชนร์ วมท้ังผลของผลิตภณั ฑต์ อ่ สิ่งมชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม การเกดิ
พอลเิ มอร์และสมบัติของพอลเิ มอร์ การนาพอลเิ มอร์ไปใช้ประโยชน์ รวมทง้ั ผลทเี่ กดิ จากการ
ผลิตและใชพ้ อลเิ มอร์ ตอ่ ส่งิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม องค์ประกอบ ประโยชน์และปฏิกิรยิ าบางชนดิ
ของคารโ์ บไฮเดรต ไขมนั และนา้ มัน โปรตีนและกรดนวิ คลีอกิ
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื คน้ ขอ้ มลู การอภปิ ราย
การวเิ คราะห์ การเปรียบเทยี บ การสารวจตรวจสอบ การทานายและการทดลอง
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารส่งิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการ
ตดั สินใจนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยม
ทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ว 3.1 ม 4/1 , ม 4/2 , ม 4/3 , ม 4/4 , ม 4/5 ,
ว 3.2 ม 4/1, ม 4/2 , ม 4/3 , ม 4/4 , ม 4/5 , ม 4/6
ว 3.2 ม 4/7 , ม 4/8 , ม 4/9
รวมท้งั หมด 14 ตวั ชว้ี ดั
217
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว31103 ชีวติ -สงิ่ แวดลอ้ ม กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชวั่ โมง 2.0 หน่วยกติ
ศึกษา คน้ ควา้ วิเคราะห์ ทดลอง เกี่ยวกบั ระบบนิเวศ การสารวจระบบนเิ วศในทอ้ งถน่ิ
การเปลยี่ นแปลงแทนท่ี การถา่ ยทอดพลงั งาน ความสมั พนั ธ์ในระบบนิเวศ การรักษาดลุ ยภาพของ
ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตใิ นทอ้ งถ่นิ การใช้
และข้อจากดั ของทรพั ยากรธรรมชาติการอนรุ ักษ์ และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
การรักษาดุลยภาพของสิง่ มชี วี ิตโครงสรา้ งของเซลล์ การเคลือ่ นท่ีของสารผา่ นเซลล์ การรักษาดลุ ย
ภาพของพชื การรักษาดุลยภาพของสัตว์ การรกั ษาดุลยภาพในรา่ งกาย การสร้างภูมคิ ุ้มกันของ
ร่างกาย การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม โครงสร้างและหนา้ ท่ีของสารพนั ธุกรรม กลไกการ
ถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม กฎของเมนเดล การแปรผนั ทางพนั ธุกรรม การเกิดมวิ เทชนั ความ
ผิดปกตทิ างพันธุกรรม พนั ธุกรรมและส่ิงแวดลอ้ ม การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม โครงสรา้ งและ
หน้าที่ของสารพนั ธุกรรม และส่งิ แวดลอ้ มความหลากหลายของสิ่งมีชวี ติ ปจั จัยตา่ ง ๆ ท่ีมีผลต่อความ
อยู่รอดของสง่ิ มีชวี ติ การอยรู่ อดของสิง่ มชี วี ติ กับความหลากหลาย ของส่ิงมีชวี ติ ประโยชน์ของ
เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพกบั ความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบคน้ ข้อมูล การอภิปราย เพอื่ ใหเ้ กิดความคดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สาร
สง่ิ ท่เี รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจนาความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นการดารงชวี ิตประจาวนั
มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม
ตัวชว้ี ัด
ว.1.1 ม. 4/4
ว. 1.2 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 ,ม.4/4
ว. 2.2 ม.4/1, ม.4/2 ม.4/3
ว. 8.1 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5, ม.4/6 , ม.4/7, ม.4/8 , ม.4/9 ,ม.4/10 ,ม.
4/11, ม.4/12
รวมทงั้ หมด 20 ตวั ชีว้ ดั
218
คาอธิบายรายวิชา
ว 31104 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 80 ช่ัวโมง 2.0 หน่วยกติ
ศึกษาโครงสร้างโลก และการเปลี่ยนแปลงของโลก การเปล่ียนแปลงของธรณภี าค ธรณี
ประวตั ิ การกาเนดิ เอกภพ วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ การกาเนดิ ระบบสุรยิ ะ และเทคโนโลยีอวกาศ
โดยมีการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สอ่ื สารสงิ่ ทเ่ี รียนรู้ และนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
เพอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่ิงทเ่ี รยี นรู้
มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นาความร้ไู ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
รหัสตวั ชีว้ ัด
ว.7.1 ม.5/1, ม.5/2
ว.7.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3
รวมทงั้ หมด 5 ตัวชว้ี ัด
219
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว 30201 ฟสิ ิกส์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 80 ช่ัวโมง 2.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา วิเคราะห์ งาน กาลัง พลงั งาน พลังงานจลน์ พลงั งานศกั ย์ กฎการอนรุ ักษ์
พลังงาน เครอ่ื งกล โมเมนตมั แรง การเปล่ียนโมเมนตมั การดล แรงดล กฎการอนุรักษ์ โมเมนตมั
การชน การะเบดิ การเคล่อื นทแ่ี บบหมุน ความเร็วเชิงมมุ ความเร่งเชงิ มุม ทอรก์ กบั การเคลื่อนท่ี
แบบหมุน โมเมนต์ความเฉ่ือย พลังงานจลนข์ องการหมนุ โมเมนตมั เชงิ มุม การทางานในการหมนุ
การแกว่งของวัตถุ สภาพสมดลุ โมเมนต์ของแรง โมเมนตข์ องแรงคคู่ วบ เสถียรภาพของสมดลุ การ
นาหลกั สมดลุ ไปประยกุ ตใ์ ช้ สภาพยืดหยุน่ และความทนแรงของวตั ถุ รวมทัง้ ฝึกปฏบิ ตั ิการตา่ งๆ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสบื คน้
ขอ้ มูลและการอภิปราย
เพือ่ ให้มีความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคติทางวทิ ยาศาสตรเ์ ห็นคณุ ค่าของ
วิทยาศาสตร์ นาความรู้และหลักการไปใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณต์ า่ งๆ มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายงาน กาลงั พลงั งาน พลงั งานจลน์ กฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงาน เครอ่ื งกล
2. อธบิ ายโมเมนตมั แรง การเปลี่ยนโมเมนตมั การดล แรงดล กฎการอนุรกั ษ์ โมเมนตมั
การชน การะเบิด การเคลอ่ื นท่แี บบหมุน ความเร็วเชงิ มมุ ความเร่งเชงิ มมุ ทอร์กกบั การเคลื่อนที่
แบบหมนุ โมเมนต์ความเฉือ่ ย พลังงานจลน์ของการหมุน โมเมนตมั เชิงมุม การทางานในการหมนุ
การแกวง่ ของวตั ถุ สภาพสมดุล โมเมนตข์ องแรง โมเมนตข์ องแรงคู่ควบ เสถยี รภาพของสมดุล
3. การนาหลักสมดลุ สภาพยดื หยนุ่ และความทนแรงของวัตถุ ไปประยุกตใ์ ช้
4. ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารตา่ งๆ
รวมทงั้ หมด 4 ผลการเรยี นรู้
220
คาอธิบายรายวชิ า
ว 30202 ฟสิ ิกส์ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 4 ชว่ั โมง 2.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์และอธิบายคานวณเก่ียวกับของไหล ความหนาแน่น ความ
ดันในของเหลว กฎของพาสคาลและเครื่องอัดไฮโดรลิก แรงลอยตัวและหลักของอาร์คิมีดิส
ความตึงผิว ความหนืด และพลศาสตร์ของของไหล ความร้อน สมบัติของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์
ของแก๊ส พลังงานภายในระบบ คลื่นกล การถ่ายโอนพลังงานของคลื่นกล คลื่นผิวน้า การซ้อนทับ
ของคล่นื สมบตั ขิ องคลื่น คลน่ื นิ่งและการสัน่ พอ้ ง
โดยใชก้ ระบวนการทางงวทิ ยาศาสตร์ กระบวนสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้น
ขอ้ มลู อภิปรายและการทดลอง
เพอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารส่ิงที่เรยี นรู้
มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. จาแนกวัตถตุ า่ งๆ ท่พี บในชีวติ ประจาวนั ตามลักษณะทางกายภาพเป็นของแข็งและ
ของไหลได้ถกู ตอ้ ง
2.อธบิ ายสมบตั ิของของแขง็ ได้แก่ ความเคน้ ความเครยี ด และมอดุลสั ของความยดื หยุน่ ได้
3. อธบิ ายสมบัตขิ องของเหลว ได้แก่ ความหนาแนน่ ความถว่ งจาเพาะ ความดันในของเหลว
แรงดนั ในของเหลว แรงลอยตวั ความตึงผวิ ความหนืด และหลกั การของแบร์นูลลี
4. นาความรู้เรื่อง สมบัติของของเหลวไปใช้อธบิ ายหลกั การของอุปกรณท์ ่ีอานวยความ
สะดวกของมนษุ ย์ได้
5. สารวจตรวจสอบ และอภปิ รายทฤษฎีจลนข์ องแกส๊
6. สบื ค้นขอ้ มูล สารวจตรวจสอบและอธิบายเกย่ี วกบั พลังงานภายในระบบและการใชท้ ฤษฎจี ลน์
ของแกส๊ อธิบายการเปลีย่ นสถานะและการขยายตัวของสาร
7. คานวณปรมิ าณท่เี กี่ยวข้องกับสมบัติของแก๊สและทฤษฎจี ลน์ของแกส๊
8. สารวจตรวจสอบ อภิปราย วิเคราะห์และคานวณส่ิงทเ่ี กี่ยวข้องกับคลื่นกล คล่นื นา้ และการ
ซอ้ นทบั ของคล่ืนได้
9. สารวจตรวจสอบ ทดลอง อภปิ ราย และคานวณสง่ิ ทเ่ี กย่ี วข้องกบั สมบัตขิ องคล่ืนได้
10. สารวจตรวจสอบ อภิปราย และคานวณส่ิงทเี่ ก่ยี วข้องกบั คลน่ื น่ิงและการสั่นพ้องได้
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู้
221
คาอธบิ ายรายวิชา
ว 30203 ฟิสิกส์ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาคน้ คว้า วเิ คราะหแ์ ละอธิบายคานวณ คล่ืนเสยี ง การเคล่ือนทข่ี องเสยี งใน
ตวั กลางต่างๆ คณุ สมบตั โิ ดยทวั่ ไปของคล่ืนเสียง ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ คลื่นกระแทก ความเขม้ เสยี ง
ระดบั ความเข้มเสยี งและผลกระทบของเสยี งในชีวติ ประจาวนั แสง การแทรกสอด การเลย้ี วเบน
คุณสมบตั เิ ชิงกายภาพของแสง การสะทอ้ น การหักเห การคานวณปริมาณตา่ ง ๆ จากการเกิดภาพเมื่อ
แสงผา่ นเลนส์ และการเกดิ โพลาไรซ์เซชัน
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์สบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล อภิปรายและการ
ทดลองเพื่อให้เกดิ การเรียนรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารส่งิ ที่เรยี นรู้
เพื่อให้มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. สารวจตรวจสอบ อภปิ รายเกี่ยวกับคลื่นเสยี ง
2. สารวจตรวจสอบ และอภิปรายเกย่ี วกับธรรมชาติและสมบตั ขิ องคลน่ื เสียง
3. สารวจตรวจสอบเก่ยี วกบั การเกิดบตี สแ์ ละคลน่ื น่ิงของเสยี ง
4. สารวจตรวจสอบ และอภปิ รายเกยี่ วกบั การสั่นพ้องของเสยี ง ปรากฏการณด์ อปเปลอรแ์ ละคล่ืน
กระแทก
5. สบื คน้ ข้อมูลและอภิปรายเกี่ยวกบั ความเขม้ เสยี งและระดบั ความเขม้ เสยี ง
6. สบื คน้ ขอ้ มูลและอภิปรายเกี่ยวกับการไดย้ นิ ระดบั เสยี ง คุณภาพเสยี ง
7. สืบค้นขอ้ มูล สารวจตรวจสอบและอภิปรายเกี่ยวกบั มลภาวะของเสียงและการนาความรูไ้ ปใช้
ประโยชน์
8. สารวจตรวจสอบ อภิปรายเก่ียวกบั สมบัติของแสง เช่น การสะท้อนและการหกั เหของแสง
9. คานวณหาปรมิ าณทีเ่ ก่ียวข้องกบั สมบัติของแสง
10. สบื ค้นข้อมูล สารวจตรวจสอบ การกระจายแสง การกระเจงิ แสง และนาความรูไ้ ปอธบิ าย
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบางอยา่ งได้
11. สารวจตรวจสอบ อภปิ รายเกย่ี วกับความเขม้ ของแสง ความสวา่ งและคานวณปริมาณท่เี กยี่ วข้อง
12. ทดลองและอภิปรายเกี่ยวกบั การเกิดภาพจากกระจกและเลนส์และจากทัศนอปุ กรณแ์ ละ
คานวณปริมาณท่เี กี่ยวขอ้ ง
13. สืบคน้ ข้อมูล สารวจตรวจสอบและอภิปรายเก่ยี วกับแสงแลทศั นูปกรณพ์ รอ้ มทง้ั
สามารถนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
รวมทงั้ หมด 13 ผลการเรยี นรู้
ว 30204 ฟสิ ิกส์ 222
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เวลา 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ
สืบค้นข้อมูล อภปิ รายและอธบิ ายไฟฟา้ สถติ เกยี่ วกบั ปรากฏการธรรมชาติของไฟฟ้า
ประจุไฟฟา้ กฎการอนุรักษ์ประจุไฟฟา้ การเหนยี่ วนาไฟฟ้า แรงระหว่างประจแุ ละกฎของคูลอมบ์
สนามไฟฟ้าเส้นแรงไฟฟ้า และศักยไ์ ฟฟา้ วเิ คราะห์และอธบิ ายกระแสไฟฟา้ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
กระแสไฟฟา้ และความต่างศกั ย์ พลังงานในวงจรไฟฟ้า การต่อตวั ตา้ นทานและแบตเตอรี่ การ
วิเคราะหว์ งจรไฟฟา้ กระแสตรงเบอ้ื งต้น เครอ่ื งวดั ไฟฟ้า ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกระแสไฟฟ้าและ
สนามแมเ่ หลก็ กระแสไฟฟ้าทาให้เกิดสนามแม่เหลก็ แรงกระทาตอ่ ลวดตวั นาที่มีกระแสไฟฟา้ ผา่ นและ
อย่ใู นสนามแม่เหลก็ แรงระหวา่ งลวดตัวนาสองเส้นทีข่ นานกนั และมีกระแสไฟฟ้าผา่ น แรงกระทาตอ่
ขดลวดทม่ี กี ระแสไฟฟ้าและอยูใ่ นสนามแมเ่ หล็ก การประยกุ ตผ์ ลของสนามแมเ่ หลก็ ต่อตวั นาท่มี ี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สารวจตรวจสอบ สบื ค้นข้อมูล อธบิ ายกระแสไฟฟ้าเหน่ียวนาและ
แรงเคลอื่ นไฟฟ้าเหน่ยี วนา มอเตอรแ์ ละเครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟา้ หมอ้ แปลง ค่าของปริมาณทเี่ กีย่ วขอ้ งกับ
ไฟฟ้ากระแสสลบั ตัวตา้ นทาน ตัวเก็บประจแุ ละตวั เหนย่ี วนาในวงจรไฟฟา้ กระแสสลบั การ
คานวณหาพลงั งานไฟฟ้าของไฟฟ้าในบ้าน การนาไปใชป้ ระโยชน์และโทษตอ่ สงิ่ มชี วี ติ และ
ผลกระทบตอ่ สงิ่ มีชวี ติ และส่ิงแวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภปิ ราย
เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถสอื่ สาร
สงิ่ เรยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรูไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มท่เี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายเก่ยี วกับปรากฏการณธ์ รรมชาติของไฟฟา้ ได้
2. อธิบายการเกิดไฟฟา้ สถิต
3. อธิบายการทาใหว้ สั ดุมปี ระจไุ ฟฟ้าโดยกฎการอนุรกั ษป์ ระจไุ ฟฟา้ ได้
4. นากฎของคลู อมบไ์ ปคานวณหาปริมาณต่างๆท่เี กยี่ วข้องได้
5. อธบิ ายความหมายของสนามไฟฟา้ และหาคา่ ของสนามไฟฟ้า ณ ตาแหน่งต่างๆทีอ่ ยู่ห่าง
จากประจุท่ีทาใหเ้ กดิ สนามไฟฟา้ ได้
6. อธบิ ายความหมายของเส้นแรงไฟฟ้า
223
7. บอกความหมายของพลังงานศกั ยไ์ ฟฟา้ ศักย์ไฟฟา้ และความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้
8. อธิบายวธิ ีหาศักย์ไฟฟา้ เนอื่ งจากจดุ ประจุ และคานวณหาศักย์ไฟฟา้ ท่ีตาแหนง่ ต่างๆเน่ืองจาก
จุดประจหุ นึ่งจดุ ประจุหรือมากกว่า 1 จดุ ประจุได้
9. บอกความสัมพันธร์ ะหวา่ งความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้าและสนามไฟฟา้ และจากความสัมพนั ธ์ดังกล่าว
คานวณหาปริมาณต่างๆทเี่ ก่ียวขอ้ งได้ เมื่อกาหนดสถานการณ์ให้
10. ยกตวั อยา่ งการนาความรูเ้ ก่ยี วกับไฟฟ้าสถติ ไปอธิบายการทางานของเคร่ืองใช้ในบ้าน
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้
224
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว 30205 ฟิสิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 80 ชัว่ โมง 2.0 หน่วยกิต
สืบค้นขอ้ มูล อภิปรายและอธบิ ายทฤษฏคี ล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ของแมกซเ์ วลล์และการทดลองของ
เฮิรตซ์การแผค่ ลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปคตรัมคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ โครงสรา้ งอะตอม ชนิดและ
จานวนอนุภาคมูลฐานของอะตอม วิเคราะห์และอธบิ ายแรงยึดเหนย่ี วในนวิ เคลยี สและแรงระหว่างอนุภาค
สารวจตรวจสอบ สืบค้นขอ้ มลู อธิบาย ประโยชน์และอันตรายของคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ปฏกิ ิรยิ านวิ เคลยี ร์
(ฟิวชัน และฟิชชนั ) ปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน การนาไปใชป้ ระโยชนแ์ ละโทษตอ่ ส่งิ มชี ีวิต และ
สงิ่ แวดล้อม การเกิดกมั มันตภาพรังสี การนาไปใชป้ ระโยชน์ และผลกระทบตอ่ ส่ิงมีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
สารวจตรวจสอบ สืบค้นขอ้ มลู อภปิ ราย วัสดุอิเล็กทรอนิกส์และการใชง้ านทางวทิ ยาศาสตร์
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื ค้นข้อมูลและการอภปิ ราย
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สามารถส่ือสารสงิ่ เรียนรู้ มคี วามสามารถใน
การตัดสนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า โดยใชท้ ฤษฎีคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ของแมกซเ์ วลล์
2. อธบิ ายวิธีการทดลองของเฮิรตซ์ ซึง่ พสิ ูทธ์ิว่าคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าตามแนวคิดของ
แมกซ์เวลลม์ ีจริง
3. อธิบายความหมายของสเปคตรัม ความแตกต่าง และประโยชนข์ องคล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้
4. อธิบายความหมายโพราไรเซชันของคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า
5. อธบิ ายโพราไรเซชนั ของแสงโดยการสะท้อน การหักเห และการกระเจงิ
6. อธิบายมุมบรูสเตอร์และกฎของบรูสเตอร์
5. คานวณหารศั มแี ละระดับพลังงานของอิเลคตรอนของอะตอมไฮโดรเจนในวงโคจรตา่ งๆตา
มทฤฏีอะตอมของโบรไ์ ด้
6. อธิบายการเกิดรงั สเี อกซ์ ต่อเน่อื งและรงั สีเอกซเ์ ฉพาะตัว
7. คานวณหาความยาวคล่ืนต่าสุดของรังสเี อกซ์พร้อมทงั้ บอกสมบตั แิ ละประโยชนข์ องรังสเี อกซ์
8. อธบิ ายไดว้ า่ ปรากฎการณค์ อมปต์ นั สนับสนุนความคิดของไอนส์ ไตนท์ ี่วา่ แสงแสดงสมบัติของ
อนภุ าค
9. อธบิ ายไดว้ ่าสมมตฐิ านของเดอบรอยลส์ นับสนุนโครงสรา้ งอะตอมไฮโดรเจนของโบร์
รวมทัง้ หมด 9 ผลการเรียนรู้
225
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว 30221 เคมี กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกติ
การศึกษาวเิ คราะห์ สมบัติของสารประกอบตามคาบ ปฏิกิริยาของธาตุและสารประกอบ
ตามหมตู่ าแหน่งของธาตไุ ฮโดรเจนในตารางธาตุ ธาตุแทรนซชิ นั ธาตกุ ึ่งโลหะ ธาตุกมั มนั ตรังสี การ
ทานายตาแหนง่ และสมบตั ขิ องธาตใุ นตารางธาตุ ธาตุและสารประกอบบางชนิดในส่ิงมีชีวิตและ
สิ่งแวดลอ้ ม มวลอะตอม โมล มวลโมเลกุล สารละลาย สมการเคมี การคานวณเก่ียวกบั สูตรเคมี
สมบัติของของแขง็ การจดั เรยี งอนุภาคของของแข็ง ชนิดของผลึก การเปลย่ี นสถานะของของแขง็
สมบตั ิของของเหลว สมบตั ิของแก๊ส เทคโนโลยที เี่ ก่ยี วขอ้ งกับสมบัติของของแขง็ ของเหลวและแก๊ส
โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื คน้ ข้อมูลและการอภปิ ราย การอธิบาย
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคดิ สามารถสื่อสารส่งิ ทเ่ี รียนรู้ มคี วามสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ นาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ตรวจสอบและวเิ คราะหข์ อ้ มลู เกยี่ วกบั สมบัตขิ องสารประกอบและเลขอะตอมของธาตุ
2. อธิบายการจดั เรียงธาตุในตารางธาตแุ ละทานายแนวโนม้ ของสมบัตขิ องธาตุในตาราง
ธาตุ
3. สืบคน้ ขอ้ มลู และนาเสนอเกย่ี วกบั สารท่เี กิดจากปฏกิ ริ ยิ าเคมจี ะมผี ลตอ่ สงิ่ มีชีวติ และ
สง่ิ แวดลอ้ ม
4. ทดลองอภปิ รายและอธบิ ายอตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
5. สบื ค้นขอ้ มลู และยกตวั อยา่ งการนาความรเู้ กย่ี วกับการควบคุมอัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจา วัน
6. ตรวจสอบและวเิ คราะหข์ ้อมลู อภิปรายและอธบิ ายการเกิดพันธะเคมใี นโมเลกุลหรอื ใน
โครงผลึกของสาร
7. ทดลองและอธบิ ายความพนั ธร์ ะหว่างสมบัตขิ องสารในเรือ่ งจดุ เดอื ด จุดหลอมเหลวและ
สถานะกบั และสถานะกบั แรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนภุ าคของสารน้ัน
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู้
226
คาอธิบายรายวิชา
ว 30222 เคมี กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์และทดลองเกย่ี วกับ พนั ธะของคาร์บอน หมู่ฟงั ก์ชนั สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอน สารประกอบอนิ ทรยี ท์ ม่ี ธี าตอุ อกซิเจนเปน็ องคป์ ระกอบ สารประกอบอนิ ทรยี ์ท่ีมีธาตุ
ไนโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ สารประกอบอินทรีย์ทม่ี ธี าตอุ อกซิเจนและไนโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ
ศกึ ษา วิเคราะห์และทดลองเกย่ี วกบั ถ่านหิน หินน้ามัน ปโิ ตรเลียม พอลเิ มอร์
และภาวะมลพษิ ท่ีเกดิ จากการผลติ และการใช้ผลิตภณั ฑจ์ ากเชอื้ เพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์
ศึกษา วิเคราะหแ์ ละทดลองเก่ียวกับ โปรตนี คาร์โบไฮเดรต ลิพดิ และกรดนวิ คลอี ิก
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสารวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมูลและ
การอภปิ ราย
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ มคี วามสามารถ
ในการตัดสินใจ และนาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปราย และอธบิ ายเก่ียวกบั การเกิดพนั ธะไอออนิก ซง่ึ ทาให้เกดิ เปน็
สารประกอบไอออนิก การเกิดพันธะโคเวเลนตท์ าใหเ้ กดิ เปน็ โมเลกลุ โคเวเลนต์ โดยสารประกอบท่ี
เกิดขึ้นอาจมโี ครงสรา้ งของผลกึ หรอื โมเลกุลต่าง ๆ กนั มีสมบตั ิ การเขยี นสูตรและมชี อื่ เฉพาะ
รวมทง้ั การอภปิ รายการเกดิ พนั ธะโลหะ การอธบิ ายสมบตั ิบางประการของโลหะ
2. อภปิ รายเก่ยี วกับการเกิดปฏกิ ิริยาเคมที ่ีกล่าวว่าปฏกิ ิรยิ าเคมจี ะเกดิ ข้นึ ได้ เม่ืออนภุ าคของ
สารตง้ั ต้นมีการชนกนั ในทิศทางทเี่ หมาะสมและมพี ลงั งานสงู เพยี งพอ
3. ทดลอง อภปิ รายปฏิกิรยิ าเคมที ่มี ีอัตราเรว็ แตกต่างกัน ทาใหอ้ ตั ราการเกิดปฏิกิรยิ า
เปล่ียนแปลงไดเ้ มื่อมีการเปลยี่ นปัจจยั ตา่ ง ๆ
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรียนรู้
227
คาอธิบายรายวิชา
ว 30223 เคมี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะหแ์ ละทดลอง สมบัติของของแขง็ การจัดเรยี งอนภุ าคของของแขง็ ชนิดของ
ผลกึ การเปลีย่ นสถานะของของแข็ง สมบตั ขิ องของเหลว สมบตั ิของแกส๊ เทคโนโลยที เี่ กีย่ วข้องกบั
สมบัติของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ศึกษา วิเคราะห์และทดลอง เกี่ยวกับความหมายของอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี แนวคดิ
เก่ียวกบั การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี พลงั งานกับการดาเนินไปของปฏิกริ ิยา กลไกของปฏิกิริยา พลงั งาน
กอ่ กมั มันต์กบั ปฏกิ ริ ยิ าเคมีที่มีหลายขน้ั ตอน ปจั จัยท่มี ีผลตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมหี าอตั ราการ
เกดิ ปฏิกิริยาเคมี ผลของความเขม้ ข้น พื้นที่ผวิ อณุ หภมู ิ ตัวเรง่ และตวั ยับยั้งปฏกิ ริ ยิ าตอ่ อตั ราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ศกึ ษาพลงั งานกับการดาเนนิ ไปของปฏกิ ริ ิยา การใชท้ ฤษฎจี ลน์อธิบายผลของ
ปจั จยั ตา่ ง ๆ ที่มีต่ออตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสารวจตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มลู และ การ
อภิปราย เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสนิ ใจ และนาความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มที่
เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ทดลอง อภปิ รายเกยี่ วกับประเภทของสารประกอบคาร์บอน เช่น ไฮโดรคารบ์ อน
กรดอินทรีย์ แอลกอฮอร์ เอสเทอร์ โดยท่สี ารแตล่ ะประเภทจะมโี ครงสรา้ ง สมบัตกิ ารเกิดปฏกิ ริ ยิ า
และการนาไปใชป้ ระโยชน์แตกต่างกัน
2. สืบคน้ ขอ้ มูลและอภิปรายเก่ยี วกับพอลิเมอร์ ปฏิกิรยิ าพอลเิ มอไรเซชนั ผลติ ภณั ฑจ์ าก
พอลเิ มอร์ และการนาไปใชป้ ระโยชน์
3. ทดลอง สบื ค้นขอ้ มูลและอภิปรายเกย่ี วกับคาร์โบไฮเดรต ไขมันและน้ามนั โปรตีน
กรดนวิ คลีอกิ เอนไซม์และฮอรโ์ มน ซึง่ เป็นสารทีม่ คี วามสาคญั ตอ่ การดารงชีวิต สารแตล่ ะชนิดมี
สมบตั ิ โครงสร้าง และการเกิดปฏกิ ิรยิ าแตกตา่ งกนั
รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้
228
คาอธบิ ายรายวชิ า
ว 30224 เคมี กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ การเปลยี่ นแปลงทีผ่ ันกลบั ได้ การเปลี่ยนแปลงท่ีทาใหเ้ กิดภาวะสมดลุ สมบัติ
ของระบบท่ีมภี าวะสมดุลระหว่างสถานะ สมดุลในสารละลายอ่มิ ตัว สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมีศึกษา
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความเข้มข้นของสารตา่ ง ๆ ณ ภาวะสมดุล ศกึ ษาและฝกึ คานวณค่าคงที่สมดลุ และ
ความเขม้ ข้นของสารในปฏกิ ริ ยิ า ณ ภาวะสมดุล ศกึ ษาปจั จัยที่มผี ลต่อภาวะสมดลุ ไดแ้ กก่ ารเปลย่ี นความ
เขม้ ข้น การเปลยี่ นความดนั และอุณหภูมิ และการใชห้ ลักของเลอชาเตอลิเอในอุตสาหกรรม
ศึกษา ชนดิ และสมบัติบางประการของสารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์และนอนอเิ ลก็ โทรไลตศ์ กึ ษา
ไอออนในสารละลายกรด-เบส ทฤษฎีกรด-เบส และการถา่ ยเทโปรตอนระหว่างกรด-เบสศึกษาและฝกึ
คานวณการแตกตัวของกรด-เบส การแตกตัวเป็นไอออนของน้าบรสิ ุทธิ์ pH ของสารละลาย ศึกษา
สมบัตแิ ละการแตกตัวของอนิ ดิเคเตอร์สาหรับกรด-เบส และทดลองการเปลย่ี นสีของอินดเิ คเตอรช์ นิดต่าง ๆ
ในสารละลาย ศกึ ษาสารละลายกรด-เบสในชวี ติ ประจาวันและในสิ่งมชี ีวติ ศึกษาและทดลองปฏกิ ริ ยิ า
ระหวา่ งกรดกับเบส ศึกษาปฏิกิรยิ าของกรดหรอื เบสกบั สารบางชนดิ และปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซีส ศึกษา
และฝึกคานวณหาความเขม้ ข้นของสารละลายกรด – เบสโดยการไทเทรต ศึกษาและทดลองเลือกใชอ้ ินดเิ ค
เตอรส์ าหรบั ไทเทรตกรด-เบสและประยกุ ต์ใชว้ ิธีการไทเทรตในชวี ติ ประจาวัน ศึกษาองคป์ ระกอบและ
ทดสอบสมบตั ิของสารละลายบัฟเฟอร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู และ การ
อภิปรายเพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งทเ่ี รยี นรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจและนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู อภปิ ราย ทดลอง และสรปุ ความเก่ยี วกับ
การเปลีย่ นแปลงท่ผี นั กลับได้ ภาวะสมดุล การเปล่ยี นแปลงทเี่ กิดภาวะสมดลุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างความ
เขม้ ขน้ ของสารตา่ ง ๆ ณ ภาวะสมดุล ค่าคงท่สี มดุลกบั สมการเคมี การคานวณเกย่ี วกบั ค่าคงท่ีสมดุล
2. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู อภิปราย ทดลอง และสรุปความเกยี่ วกับปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่
ภาวะสมดลุ การเปล่ยี นความเขม้ ขน้ การเปลีย่ นความดันและอุณหภมู ิ
3. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู อภปิ ราย และสรปุ ความเกี่ยวกับหลักของ
เลอชาเตอลิเอ และสมดลุ เคมใี นสิง่ มีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม
รวมทง้ั หมด 3 ผลการเรียนรู้
ว 30225 เคมี 229
ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
คาอธบิ ายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เวลา 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาและทดลองปฎกิ ิรยิ าการถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอน ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชัน ปฏิกิรยิ ารดี กั ชัน
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ ฝกึ เขยี นและดุลสมการรีดอกซ์ ศกึ ษาและทดลองหลักการของเซลล์กลั ปว์ านกิ
การหาค่าศักยไ์ ฟฟา้ มาตรฐานของครึง่ เซลล์ การคานวณหาคา่ ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ ปฏกิ ิริยาใน
เซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์ทุติยภมู ิบางชนิดท่ีเป็นเซลล์ไฟฟา้ เคมใี นชวี ิตประจาวัน ศึกษาหลักการ
ของเซลล์อเิ ล็กโทรไลตแ์ ละปฏิกิรยิ าทีเ่ กดิ ข้นึ ภายในเซลล์ การนาหลักการของเซลลอ์ ิเลก็ โทรไลตไ์ ปใช้
แยกสาร การทาใหโ้ ลหะบริสทุ ธิ์ การถลุงแรแ่ ละการชบุ โลหะดว้ ยกระแสไฟฟา้ การทาอะโนไดซ์
ศกึ ษาปฏกิ ริ ิยาการเกดิ การผกุ ร่อนของโลหะ ศกึ ษาความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับ
เซลล์ไฟฟา้ เคมี
ศกึ ษาและคน้ คว้าเก่ียวกับธาตุและสารประกอบท่ีสาคญั ในประเทศไทย แรเ่ ศรษฐกิจและการ
นาไปใช้เพือ่ การอตุ สาหกรรมในประเทศไทย อุตสาหกรรมเคมใี นประเทศไทย อตุ สาหกรรมทใ่ี ช้
โซเดยี มคลอไรดเ์ ปน็ วัตถดุ บิ อตุ สาหกรรมปยุ๋ อตุ สาหกรรมแร่ อุตสาหกรรมเซรามกิ ส์
ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม
เพ่ือให้มคี วามเข้าใจ มที กั ษะกระบวนการและเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เห็นคณุ ค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ และนาความร้แู ละหลักการไปใชอ้ ธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาท่เี กี่ยวกบั
ปฏิกิริยาในเซลล์ไฟฟา้ เคมแี ละในอุตสาหกรรมเคมี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การ
สารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู และการอภิปราย เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ
สามารถสือ่ สารสง่ิ ท่เี รยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจและนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน มจี ิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู อภิปราย ทดลอง และสรปุ ความเกี่ยวกับสารละลายอิเล็ก
โทรไลตแ์ ละนอนอเิ ลก็ โทรไลต์ สารละลายกรดและสารละลายเบส ทฤษฎกี รด-เบส ค่กู รด-เบสการแตก
ตัวของกรดแกแ่ ละเบสแกก่ ารแตกตวั เป็นไอออนในน้า การเปลี่ยนความเขม้ ขน้ ของไฮโดรเนียมไอออนในนา้
และpHของสารละลาย
2. สารวจตรวจสอบ สืบคน้ ข้อมูล อภิปราย ทดลอง และสรุปความเกย่ี วกบั
อนิ ดิเคเตอรส์ าหรับกรด-เบส ตลอดจนสารละลายกรด-เบสในชีวติ ประจาวนั และในสิง่ มีชวี ิต
230
3. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรปุ ความเกี่ยวกบั ปฏิกริ ยิ าระหวา่ งกรดกับเบส
ปฏิกิริยาของกรดหรอื เบสกับสารบางชนดิ และปฏิกิรยิ าไฮโดรลซิ สี
4. สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู อภปิ ราย ทดลอง และสรปุ ความเก่ียวกับ
การไทเทรตกรด-เบส อนิ ดเิ คเตอร์กับการไทเทรตกรด-เบส การประยุกต์ใชว้ ธิ กี ารไทเทรตในชีวติ ประจาวนั
5.สารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูลอภปิ ราย ทดลอง และสรปุ ความเกี่ยวกับสารละลายบฟั เฟอร์
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้
231
คาอธิบายรายวิชา
ว 30241 ชีววทิ ยา กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาวเิ คราะห์ ทดลอง สบื ค้น ข้อมลู เก่ยี วกบั ศกึ ษาเคมที ่เี ปน็ พ้นื ฐานของส่ิงมีชวี ติ
สารอนิ ทรยี ์ สารอนนิ ทรยี ์ ปฏกิ ิรยิ าเคมีในเซลล์ส่ิงมชี ีวติ การควบคมุ กระบวนการตา่ งๆและ
ลักษณะต่างๆของส่งิ มีชวี ติ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องสาร
พันธุกรรม กลไกการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม กฎของเมนเดล การแปรผันทางพนั ธกุ รรม การ
เกิดมิวเทชัน ความผดิ ปกติทางพันธุกรรม พันธกุ รรมและสง่ิ แวดลอ้ ม การถา่ ยทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรม โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องสารพันธกุ รรม และสง่ิ แวดล้อมความหลากหลายของสิง่ มชี วี ติ
การสบื พันธุ์ของ พชื สตั ว์ การขยายพนั ธุ์ การคมุ กาเนิด การเปลย่ี นแปลงแทนท่ี การถ่ายทอด
พลงั งานความสมั พันธ์ในระบบนเิ วศการรกั ษาดุลยภาพของระบบนเิ วศ ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ้ มสิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติในทอ้ งถิน่ การใช้และข้อจากดั ของทรัพยากรธรรมชาติ
การอนุรักษ์ และพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสบื คน้ ข้อมลู การอภปิ ราย เพือ่ ให้เกิดความคิด ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สาร
ส่งิ ท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจนาความรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวัน
มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ วเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายเก่ียวกับโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องสารอินทรีย์ท่เี ปน็ องค์ประกอบ
ของเซลล์สง่ิ มชี วี ิต
2. อธบิ ายสตู รโครงสร้างของสารอนิ ทรียช์ นิดต่างๆ และบอกหนา้ ทีข่ องสารอนิ ทรีย์
แตล่ ะชนิด
3. สืบคน้ วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมใี นเซลล์ของเซลล์ของสิ่งมชี วี ิต จาแนก
ประเภทของปฏิกิรยิ า
4. สารวจตรวจสอบ วิเคราะหแ์ ละอธิบายการทางานของเอนไซมจ์ ากสงิ่ มชี ีวติ
5. สบื ค้นและอธิบายการเรง่ ปฏกิ ริ ิยาของเอนไซม์ ปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การทางานของเอนไซม์
และอธิบายการทางานของตวั ยบั ยง้ั เอนไซม์
232
6. สบื ค้นและอธบิ ายการสบื พนั ธุ์ ของ พชื สัตว์ การขยายพนั ธุ์ และการคุมกาเนดิ
7. สบื คน้ และอธิบาย การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม โครงสร้างและหน้าท่ีของสาร
พันธุกรรม กลไกการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม กฎของเมนเดล การแปรผนั ทางพนั ธุกรรม การ
เกดิ มิวเทชนั ความผิดปกตทิ างพันธกุ รรม พันธุกรรมและสงิ่ แวดลอ้ ม การถ่ายทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรม โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องสารพันธกุ รรม
8. วิเคราะห์ อภิปราย อธิบายกระบวนการเปลยี่ นแปลงแทนที่ของสงิ่ มีชวี ิต
9. วิเคราะห์ อภิปราย อธบิ ายความสาคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพของระบบนเิ วศและ
ดลุ ยภาพของระบบนเิ วศ
10.สารวจ วิเคราะหส์ ภาพปญั หาส่งิ แวดลอ้ มและการใช้ทรัพยากรธรรมชาตริ ะดับทอ้ งถน่ิ
ระดับประเทศ ระดับโลก วางแผนและลงมอื ปฏิบตั ริ ่วมกับชุมชน ป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา เฝา้ ระวงั
อนุรกั ษ์และพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
233
คาอธบิ ายรายวิชา
ว 30242 ชวี วิทยา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษากระบวนการและปจั จัยท่เี กีย่ วข้องกบั การเจรญิ เตบิ ของส่ิงมีชีวติ ทาปฏบิ ัตกิ ารศกึ ษา
การเจรญิ เตบิ โตของสง่ิ มีชวี ติ
ศกึ ษาปฏิกริ ยิ า ผลผลติ และทาปฏิบัติการเกยี่ วกับปจั จยั ทเ่ี กีย่ วข้องกบั กระบวนการ
สังเคราะห์ ด้วยแสง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องใบพชื ศึกษาและทาปฏบิ ตั ิการ
เก่ยี วกับโครงสรา้ ง กระบวนการและสภาพแวดลอ้ มท่ีมคี วามสัมพนั ธก์ ับกระบวนการลาเลยี งน้า
เกลือแรแ่ ละสารอาหารท่ใี ช้ ในการดารงชวี ติ
เพ่อื ให้มีความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการและเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เหน็ คุณค่าของ
วิทยาศาสตร์ และนาความรแู้ ละหลกั การไปใชป้ ระโยชน์ในการรบั และใชพ้ ลงั งานของชวี ิต
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายกระบวนการเจรญิ เติบโตของสิ่งมชี วี ิตและแปลความหมายกราฟแสดงการ
เจรญิ เติบโตของส่งิ มีชวี ติ สรปุ แบบแผนการเจริญ เติบโตของสงิ่ มีชวี ิตและระบุเกณฑ์การวัดการ
เจรญิ เตบิ โต
2. สรปุ การะบวนการเจรญิ เติบโตของพชื ดอกในระยะเอม็ บริโอและระยะหลังเอ็มบรโิ อ
3. ทากจิ กรรมศึกษาการเจรญิ เติบโตของพชื เช่นส่วนประกอบของเมลด็ ปัจจยั การงอกของ
เมลด็ การตรวจ สอบความแขง็ แรงของเมล็ดผลของปยุ๋ ทมี่ ีตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยกาหนด
ปญั หา ตั้งสมมตุ ิฐาน ออกแบบการทดลอง ดาเนินการทดลองและอภิปรายผลการทดลอง
4. อธิบายถึงปจั จยั ทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เติบโตของพชื
5. อธิบายกระบวนการเจรญิ เติบโตของสตั วใ์ นระยะเอม็ บริโอและระยะหลังเอ็มบริโอ
6. อธิบายการเจรญิ เตบิ โตของคนในระยะเอ็มบรโิ อ ฟีตสั และหลังคลอด
7. อธิบายบทบาทของสภาวะบางประการทีมผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโต ของสง่ิ มีชวี ติ
8. สรปุ หาคาตอบจากข้อมูลการคน้ คว้าของนกั วิทยาศาสตร์ในอดีตเก่ยี วกับกลไกการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสง พรอ้ มนาความรมู้ ารวบรวมเป็นหลกั การโดยสรุปของปฏกิ ริ ยิ าการสงั เคราะห์ดว้ ย
แสง
9. ออกแบบการทดลองเพือ่ ศึกษาการเกดิ ก๊าซขณะทพ่ี ชื น้าได้รับแสง
234
10. อธบิ ายลาดับขั้นตอนการเกิด ปฏกิ ริ ยิ าและผลิตภณั ฑท์ ่เี กิดขึ้นในปฏิกริ ิยาแสงและการ
ตรงึ คาร์บอน ไดออกไซด์
11. อภิปรายความสัมพันธร์ ะหวา่ งโครงสรา้ งและหน้าที่คลอโรพลาสต์ทเ่ี กี่ยวกบั การ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
12. ระบชุ นดิ และหนา้ ทข่ี องสารสที ี่ใชใ้ นกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
13. อภปิ รายถึงความสัมพันธร์ ะหวา่ งอุณหภูมิ ความเข้มของแสงและปจั จัยอืน่ ๆ ท่มี ผี ลต่อ
อัตราการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
14. อธบิ ายกลไกพชื ทีใ่ ชใ้ นการลาเลยี งน้า แรธ่ าตุ และอาหาร
15. ทากิจกรรมศกึ ษารูปรา่ งและตาแหน่งของเนอ้ื เยอ่ื ลาเลยี งของพืชและทากิจกรรมเพอื่
ศกึ ษาความ สัมพันธร์ ะหวา่ งการสญู เสยี นา้ กบั การลาเลียงน้าของพชื
รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้
235
คาอธิบายรายวิชา
ว 30243 ชวี วทิ ยา กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาโครงสรา้ งทางเคมี คุณค่าและแหลง่ ของสารอาหารทกุ ประเภท ทาปฏิบตั กิ ารเกยี่ วกับ
การรกั ษาคณุ คา่ ของสารอาหาร ศกึ ษาและฝกึ วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างอาหารหลกั ของคนใน
ทอ้ งถนิ่ กับสขุ ภาพ และการเจรญิ เติบโต ศึกษาโครงสรา้ งและการรักษาสขุ ภาพของฟนั ทา
ปฏบิ ัตกิ ารศกึ ษาสมบัตขิ องนา้ ยอ่ ยอาหาร การยอ่ ยอาหาร สภาวะที่มผี ลตอ่ ระบบการย่อยอาหาร
และโรคระบบทางเดินอาหาร
ศึกษากระบวนการเมแทบอลซิ มึ ทาปฏบิ ัตกิ ารศกึ ษาอัตราการหายใจ การทางานของ
เอนไซม์ การยบั ย้ังเอนไซม์ ศึกษาสภาวะทเ่ี หมาะสมและโครงสรา้ งของส่ิงมชี วี ติ ทใ่ี ช้ในการ
แลกเปลยี่ นแกส๊ โครงสร้างของไมโทคอนเดรยี ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้และไม่ใชอ้ อกซิเจน
เพื่อใหม้ คี วามเข้าใจ มที กั ษะกระบวนการและเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เห็นคณุ คา่ ของ
วทิ ยาศาสตร์ และนาความรแู้ ละหลกั การไปใชป้ ระโยชนใ์ นการรับและใชพ้ ลังงานของชวี ติ
ผลการเรียนรู้
1. จาแนกประเภทของอาหาร ตรวจสอบอาหารประเภท โปรตนี คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
2. หาจานวนแคลอรขี องอาหารต่างๆ ประเมนิ คุณค่าอาหารตามความตอ้ งการของรา่ งกาย
3. บอกรายการอาหารท่คี วรบรโิ ภคใหถ้ กู สัดส่วนและเพียงพอกบั ความตอ้ งการของร่างกาย
4. ระบสุ ว่ นประกอบ หนา้ ทข่ี องทางเดิน อาหารแต่ละสว่ นของคน
5. ทากิจกรรมเพื่อทอสอบการทางานของน้ายอ่ ยบางชนดิ
6. อธบิ ายกระบวนการยอ่ ยทางเคมใี นทางเดินอาหารสว่ นตา่ งๆ ของคน
7. ระบุสาเหตทุ ีท่ างเดนิ อาหารเกิดความผิดปกติ อาการที่สงั เกตได้และการปอ้ งกันรกั ษา
8. ตระหนักถึงความสาคัญของการดแู ลรกั ษาสุขภาพเหงอื กและฟนั
9. เปรยี บเทียบแบบแผนทางเดนิ อาหารในสัตว์บางชนดิ ทรี่ ู้จกั
10. อธบิ ายกระบวนการยอ่ ยอาหารของจลุ ินทรยี บ์ างชนดิ
11. บอกประโยชนข์ องเอนไซมใ์ น จุลินทรียท์ ี่นามาใชใ้ นดา้ นเทคโนโลยีชวี ภาพ
12. บอกแหลง่ ของพลังงานในเซลล์ ความแตกตา่ งของพลงั งานจลน์และพลงั งานศักย์
13. อธิบายได้ว่าส่ิงมชี วี ติ ไดพ้ ลังงานศกั ยจ์ ากอาหารที่บรโิ ภคเข้าไป
236
14. บอกความหมายของกระบวนการเมแทบอลิซึม พลงั งานพันธะ พลังงานเคมี ปฏกิ ิรยิ า
ดดู พลังงาน ปฏิกริ ยิ าคายพลงั งาน
15. สรุปปฏิกิริยาเคมีทที ่เี กดิ ขน้ึ ในสิ่งมีชีวติ แง่การสังเคราะห์สาร การสลายสาร การ
ถา่ ยทอดพลงั งานเคมี การรบั และการใหอ้ ิเล็กตรอน ของสาร
16. สรุปปจั จัยต่างๆ ท่มี ผี ลต่อการทางานของเอนไซมแ์ ละทากิจกรรมเพอื่ ศกึ ษาสมบตั ิของ
เอนไซม์ การทางานของเอนไซมแ์ ละทากจิ กรรมเพอ่ื ศึกษาอทิ ธิพลของอณุ หภมู มิ ผี ลต่อการทางานของ
เอนไซม์
17. บอกบทบาทหนา้ ทีอ่ เิ ล็กตรอน และสรุปความสมั พันธร์ ะหว่างอเิ ล็กตรอน พันธะเคมี
และพลงั งานเคมี
18. สรปุ ปฏิกริ ิยาการสลายโมเลกลุ ของสารอาหารแบบใชอ้ อกซเิ จนและไมใ่ ช้ออกซิเจน
19. อธบิ ายโครงสรา้ งและบทบาทสาคญั ของไมโทคอนเดรียท่เี กี่ยว ข้องกบั ปฏิกริ ยิ าหายใจ
ระดบั เซลล์
รวมท้งั หมด 19 ผลการเรยี นรู้