The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by marut.03122535, 2022-09-17 10:33:07

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส

หลัหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวานรนิวาส (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)

337

6. นกั เรียนเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ท์และสานวนมาประยกุ ตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
8. นาความร้ไู ปปฏิบตั งิ านอาชพี ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
9. สามารถสนทนากับเจ้าของภาษาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนสามารถนาความรู้ทีไ่ ด้รับไปบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื ๆ ได้
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรียนรู้

338

คาอธิบายรายวชิ า

อ30215 สนทนาภาษาอังกฤษ 3 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสนั้ ๆ คาชีแ้ จง คาแนะนา คาบรรยาย และอธิบาย
บรรยาย เปรียบเทยี บ ให้ขอ้ มลู ตีความ เข้าใจ ข่าวสาร ขอ้ มูลประเภทตา่ ง ๆ จากสอื่ วฒั นธรรม
ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใชภ้ าษาเพ่อื การสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณต์ ่าง ๆ และ
เรียนรภู้ าษาใหเ้ กีย่ วโยงสัมพนั ธก์ บั กลุม่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื โดยมกี ารใชส้ ่ือทางเทคโนโลยี เพอื่ ค้นควา้
พฒั นาความรูใ้ ห้มากขึ้นใชภ้ าษาเพอ่ื การส่ือสาร ฟัง พดู อา่ น เขียน และใชท้ กั ษะภาษาใน การสืบคน้
ข้อมูลจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ ทง้ั ท่เี ป็นสิ่งพิมพแ์ ละไมใ่ ชส่ งิ่ พิมพ์ แสวงหาความรูโ้ ดยอาศยั สือ่ เทคโนโลยี
มคี วามรู้ ความเพลิดเพลินในการสบื คน้ ข้อมูลขา่ วสาร บทความ สารคดี ค้นหาความแตกตา่ งระหวา่ ง
ภาษากบั วฒั นธรรมไทย และภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา พดู สอ่ื สารโดยใชภ้ าษาทา่ ทาง พดู
แนะนา พูดบรรยายหรือใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ท้องถ่ิน และชมุ ชนของตนเอง แสดงความคดิ เหน็
แลกเปลี่ยนข้อมลู บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคัญหรอื บรกิ ารในท้องถ่นิ มคี วามรแู้ ละแลกเปลีย่ น
ประสบการณ์ตา่ ง ๆ กับเจา้ ของภาษาท้งั ทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม
กบั บุคคล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้จากสอ่ื เทคโนโลยี ส่ือการเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรียนทีเ่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลดว้ ย
วิธีการที่หลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมปี ระสทิ ธภิ าพ

เหน็ ประโยชนข์ องการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั ผูอ้ น่ื อยา่ งมีความสขุ โดยรู้จัก
ควบคมุ ตนเอง รบั ฟังความคดิ เหน็ ของตนอย่างเหมาะสม และเจรจาโน้มนา้ วต่อรองอยา่ งมีเหตุผล

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถสนทนาได้อยา่ งถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นกั เรียนสามารถสนทนาเกี่ยวกับชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. นกั เรียนสามารถสนทนาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพูดแนะนาสถานที่ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างคลอ่ งแคล่ว
5. นักเรยี นสามารถพดู เพอื่ นาเสนอข้อมลู สว่ นตวั ได้
6. นักเรียนเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา

339

7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยุกต์ใชไ้ ดอ้ ย่างถกู ต้อง
8. นาความรูไ้ ปปฏิบตั งิ านอาชีพไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจ้าของภาษาไดอ้ ย่างถูกต้อง
10. นักเรยี นสามารถนาความรูท้ ีไ่ ด้รับไปบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื ๆ ได้
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

340

คาอธิบายรายวชิ า

อ30216 สนทนาภาษาองั กฤษ 4 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

พูด คาศพั ท์ สานวน ประโยค บทสนทนาส้ัน ๆ คาชี้แจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธิบาย
บรรยาย เปรียบเทยี บ ให้ขอ้ มลู ตีความ เข้าใจ ขา่ วสาร ข้อมูลประเภทตา่ ง ๆ จากสอ่ื วัฒนธรรม
ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใช้ภาษาเพื่อการส่อื สารไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ สถานการณ์ตา่ ง ๆ และ
เรยี นรภู้ าษาใหเ้ ก่ยี วโยงสัมพนั ธ์กับกลุม่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื โดยมีการใช้ส่อื ทางเทคโนโลยี เพื่อค้นควา้
พฒั นาความรู้ใหม้ ากขน้ึ ใช้ภาษาเพ่อื การสอื่ สาร ฟงั พูด อา่ น เขยี น และใช้ทักษะภาษาใน การสบื คน้
ข้อมลู จากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ ทัง้ ท่เี ปน็ สิง่ พมิ พ์และไม่ใชส่ ิ่งพมิ พ์ แสวงหาความรโู้ ดยอาศยั สอื่ เทคโนโลยี
มีความรู้ ความเพลิดเพลนิ ในการสบื คน้ ขอ้ มลู ข่าวสาร บทความ สารคดี ค้นหาความแตกตา่ งระหวา่ ง
ภาษากับวฒั นธรรมไทย และภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา พูดสอื่ สารโดยใชภ้ าษาท่าทาง พูด
แนะนา พูดบรรยายหรือให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับทอ้ งถน่ิ และชมุ ชนของตนเอง แสดงความคดิ เหน็
แลกเปลี่ยนขอ้ มลู บอกกจิ กรรม สนิ คา้ สาคัญหรอื บริการในทอ้ งถน่ิ มีความรู้และแลกเปลีย่ น
ประสบการณต์ า่ ง ๆ กับเจ้าของภาษาทั้งทางด้านวฒั นธรรม งานเทศกาลได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
กบั บคุ คล กาลเทศะ

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากส่ือเทคโนโลยี สอ่ื การเรียนทางภาษาและผลจากการฝกึ ทกั ษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ ีการเรียนทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย
วธิ กี ารท่หี ลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมปี ระสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏิบตั ิงานรว่ มกับผู้อืน่ อยา่ งมีความสขุ โดยรจู้ ัก
ควบคมุ ตนเอง รับฟังความคดิ เหน็ ของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าวตอ่ รองอยา่ งมีเหตุผล

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาได้อยา่ งถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นกั เรยี นสามารถสนทนาเก่ียวกับชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
3. นักเรียนสามารถสนทนาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ
4. นกั เรียนสามารถพดู แนะนาสถานทต่ี ่าง ๆ ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรียนสามารถพูดเพอ่ื นาเสนอขอ้ มูลสว่ นตวั ได้
6. นกั เรียนเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา
7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

341

8. นาความรู้ไปปฏิบัติงานอาชพี ได้อย่างถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนสามารถนาความรูท้ ่ไี ด้รับไปบูรณาการกบั วชิ าอ่ืน ๆ ได้
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้

342

คาอธิบายรายวิชา

อ30217 สนทนาภาษาอังกฤษ 5 กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสน้ั ๆ คาชี้แจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธิบาย
บรรยาย เปรยี บเทียบ ใหข้ ้อมลู ตีความ เข้าใจ ขา่ วสาร ข้อมลู ประเภทตา่ ง ๆ จากสอ่ื วฒั นธรรม
ประเพณขี องเจา้ ของภาษา ใชภ้ าษาเพอื่ การสื่อสารไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ สถานการณต์ า่ ง ๆ
และเรยี นรภู้ าษาให้เกีย่ วโยงสมั พนั ธ์กับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ นื่ โดยมีการใชส้ ือ่ ทางเทคโนโลยี เพือ่
ค้นควา้ พัฒนาความรใู้ หม้ ากข้ึนใช้ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร ฟงั พูด อา่ น เขยี น และใชท้ ักษะภาษาใน การ
สืบคน้ ข้อมลู จากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ ทงั้ ท่เี ป็นสิง่ พมิ พแ์ ละไมใ่ ชส่ ่งิ พิมพ์ แสวงหาความรู้โดยอาศยั สอื่
เทคโนโลยี มีความรู้ ความเพลิดเพลินในการสืบค้นขอ้ มลู ขา่ วสาร บทความ สารคดี คน้ หาความ
แตกต่างระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมไทย และภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา พูดสอ่ื สารโดยใช้
ภาษาท่าทาง พูดแนะนา พูดบรรยายหรอื ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ทอ้ งถน่ิ และชมุ ชนของตนเอง แสดงความ
คดิ เห็น แลกเปลยี่ นข้อมลู บอกกิจกรรม สนิ คา้ สาคญั หรอื บริการในท้องถนิ่ มีความรู้และแลกเปลยี่ น
ประสบการณต์ า่ ง ๆ กับเจา้ ของภาษาท้ังทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
กับบคุ คล กาลเทศะ

โดยใช้กระบวนการเรยี นรจู้ ากส่ือเทคโนโลยี สือ่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกึ ทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรยี นทเี่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมลู ดว้ ย
วธิ กี ารที่หลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมปี ระสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏิบัติงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นอย่างมีความสขุ โดยรูจ้ กั
ควบคมุ ตนเอง รับฟังความคดิ เหน็ ของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าวต่อรองอยา่ งมเี หตผุ ล

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้อยา่ งถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเก่ยี วกบั ชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3. นกั เรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรยี นสามารถพูดแนะนาสถานทต่ี ่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรียนสามารถพดู เพอื่ นาเสนอข้อมลู สว่ นตวั ได้
6. นกั เรยี นเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยกุ ต์ใชไ้ ดอ้ ย่างถกู ต้อง

343

8. นาความรู้ไปปฏิบัติงานอาชพี ได้อย่างถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนสามารถนาความรูท้ ่ไี ด้รับไปบูรณาการกบั วชิ าอ่ืน ๆ ได้
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้

344

คาอธบิ ายรายวิชา

อ30218 สนทนาภาษาอังกฤษ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้
เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

พดู คาศัพท์ สานวน ประโยค บทสนทนาสน้ั ๆ คาช้ีแจง คาแนะนา คาบรรยาย และอธบิ าย
บรรยาย เปรยี บเทียบ ใหข้ อ้ มลู ตีความ เข้าใจ ขา่ วสาร ข้อมลู ประเภทตา่ ง ๆ จากสอื่ วัฒนธรรม
ประเพณีของเจา้ ของภาษา ใชภ้ าษาเพอ่ื การสอ่ื สารไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ สถานการณต์ ่าง ๆ และ
เรียนรภู้ าษาใหเ้ กี่ยวโยงสัมพนั ธก์ ับกลุม่ สาระการเรียนรอู้ น่ื โดยมกี ารใชส้ อื่ ทางเทคโนโลยี เพ่อื คน้ ควา้
พัฒนาความรู้ใหม้ ากข้ึนใช้ภาษาเพื่อการสือ่ สาร ฟัง พดู อ่าน เขยี น และใช้ทักษะภาษาใน การสืบคน้
ขอ้ มลู จากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ ท้ังทเี่ ป็นสิ่งพิมพแ์ ละไมใ่ ชส่ ่ิงพมิ พ์ แสวงหาความรู้โดยอาศยั ส่ือเทคโนโลยี
มีความรู้ ความเพลดิ เพลินในการสบื คน้ ขอ้ มลู ข่าวสาร บทความ สารคดี คน้ หาความแตกต่างระหว่าง
ภาษากับวัฒนธรรมไทย และภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา พดู สอื่ สารโดยใชภ้ าษาท่าทาง พดู
แนะนา พูดบรรยายหรือใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ทอ้ งถิ่น และชุมชนของตนเอง แสดงความคิดเหน็
แลกเปลี่ยนขอ้ มูล บอกกิจกรรม สินค้าสาคัญหรอื บรกิ ารในท้องถ่นิ มคี วามรู้และแลกเปลย่ี น
ประสบการณ์ตา่ ง ๆ กบั เจ้าของภาษาทัง้ ทางดา้ นวฒั นธรรม งานเทศกาลไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
กบั บคุ คล กาลเทศะ

โดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี สอ่ื การเรียนทางภาษาและผลจากการฝกึ ทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรียนทีเ่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย
วธิ ีการทีห่ ลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมีประสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏบิ ัตงิ านรว่ มกบั ผู้อื่นอย่างมคี วามสขุ โดยร้จู ัก
ควบคุมตนเอง รบั ฟังความคดิ เห็นของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโน้มนา้ วตอ่ รองอยา่ งมเี หตผุ ล

ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถสนทนาได้อยา่ งถูกตอ้ งตามหลักไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเกี่ยวกบั ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3. นักเรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมตามกาลเทศะ
4. นกั เรียนสามารถพูดแนะนาสถานทตี่ า่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรยี นสามารถพูดเพอื่ นาเสนอขอ้ มลู สว่ นตวั ได้
6. นักเรยี นเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา

345

7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยุกต์ใชไ้ ดอ้ ย่างถกู ต้อง
8. นาความรูไ้ ปปฏิบตั งิ านอาชีพไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
9. สามารถสนทนากับเจ้าของภาษาไดอ้ ย่างถูกต้อง
10. นักเรยี นสามารถนาความรูท้ ีไ่ ด้รบั ไปบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื ๆ ได้
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

346

คาอธบิ ายรายวิชา

อ30219 ภาษาองั กฤษธรุ กิจ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้
เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วย
ภาษาต่างประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

กิต

ใช้ภาษาเพอื่ การสอื่ สารโดยการแปลและบูรณาการทกั ษะภาษาสัมพันธ(์ ฟัง พดู อา่ น เขียน)
สามารถถา่ ยทอดความหมายของภาษาหนึ่งสอู่ กี ภาษาหนึ่งโดยคงความหมายและอารมณ์ของภาษา
เดิม และมีใจความครบถ้วน สมบรู ณ์ตรงตามตน้ ฉบับทุกประการ อธิบายส่วนประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสรา้ งของคาประโยคท้ังที่ซับซอ้ นและไม่ซับซอ้ นได้ เพ่ือประกอบ
เปน็ ความหมายและใช้ในการส่ือสารระหวา่ งกันได้ รวมทั้งเข้าใจวัฒนธรรม ธรรมเนยี มประเพณเี พอ่ื
ชว่ ยในการสอ่ื ความและสอ่ื สาร พดู ทกั ทาย ขอโทษ ขอบคุณ ออกเสียงได้ถกู ต้อง ขอ หรอื ใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื ถามหรอื ตอบ แนะนาแสดงความคดิ เห็นในการเลา่ เรอ่ื งหรอื เหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวนั หรอื
ประสบการณ์ของตน ใชภ้ าษาเพอ่ื สื่อสารในการทางาน สมคั รงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คดิ เห็น เจรจาโนม้ นา้ วอย่างมเี หตุผล เผยแพรข่ อ้ มูลในทอ้ งถิ่น ฟังข่าวสารหรอื โฆษณาจากสือ่ ประเภท
ต่าง ๆ ตคี วาม สรปุ ใจความขอ้ มูลตา่ ง ๆ บอก อธิบายความหมายของป้าย สัญลักษณป์ ระกาศ รวมทั้ง
เขียนคาขวัญ คาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กิจ กรอกข้อมลู สว่ นตวั เข้าใจประเพณี
วฒั นธรรม ความเชอื่ ของเจ้าของภาษา และเปรยี บเทียบกบั ของไทย

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้จู ากสอื่ เทคโนโลยี ส่อื การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทกั ษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย
วิธีการทหี่ ลากหลายและสร้างสรรค์และมีประสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกับผู้อ่นื อยา่ งมีความสขุ โดยรจู้ กั
ควบคุมตนเอง รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวต่อรองอยา่ งมีเหตุผล

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์
2. นกั เรยี นสามารถสนทนาเกี่ยวกับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
3 นกั เรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
5. นักเรียนสามารถพูดเพอื่ นาเสนอข้อมูลสว่ นตวั ได้

347

6. นักเรียนเข้าใจวฒั นธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ท์และสานวนมาประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
8. นาความรู้ไปปฏิบตั งิ านอาชีพไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
9. สามารถสนทนากบั เจา้ ของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปบรู ณาการกับวชิ าอื่น ๆ ได้
11. นักเรยี นสามารถเขียนคาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กจิ และกรอกขอ้ มลู
สว่ นตวั ได้
รวมท้งั หมด 11 ผลการเรยี นรู้

348

คาอธิบายรายวชิ า

อ30220 ภาษาอังกฤษธุรกจิ 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้
เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ภาษาต่างประเทศ

ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ใช้ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สารโดยการแปลและบรู ณาการทักษะภาษาสัมพันธ(์ ฟงั พูด อา่ น เขยี น)
สามารถถ่ายทอดความหมายของภาษาหน่งึ สอู่ กี ภาษาหนงึ่ โดยคงความหมายและอารมณ์ของภาษา
เดมิ และมใี จความครบถ้วน สมบูรณ์ตรงตามตน้ ฉบบั ทกุ ประการ อธิบายส่วนประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสร้างของคาประโยคทงั้ ทีซ่ บั ซอ้ นและไมซ่ ับซ้อนได้ เพ่อื ประกอบ
เปน็ ความหมายและใชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งกันได้ รวมทัง้ เขา้ ใจวัฒนธรรม ธรรมเนียมประเพณเี พอ่ื
ชว่ ยในการสอ่ื ความและสอ่ื สาร พูดทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ ออกเสียงได้ถกู ต้อง ขอ หรือให้ความ
ช่วยเหลอื ถามหรอื ตอบ แนะนาแสดงความคิดเห็นในการเลา่ เรอ่ื งหรอื เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั หรอื
ประสบการณข์ องตน ใช้ภาษาเพอ่ื ส่ือสารในการทางาน สมคั รงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คดิ เห็น เจรจาโน้มน้าวอยา่ งมเี หตผุ ล เผยแพร่ข้อมูลในทอ้ งถิ่น ฟังขา่ วสารหรอื โฆษณาจากสอ่ื ประเภท
ตา่ ง ๆ ตคี วาม สรปุ ใจความขอ้ มูลต่าง ๆ บอก อธบิ ายความหมายของปา้ ย สญั ลกั ษณ์ประกาศ รวมทั้ง
เขยี นคาขวญั คาอวยพร จดหมายสมคั รงาน จดหมายธรุ กจิ กรอกข้อมูลสว่ นตวั เข้าใจประเพณี
วัฒนธรรม ความเชอ่ื ของเจ้าของภาษา และเปรียบเทียบกบั ของไทย

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรูจ้ ากสอ่ื เทคโนโลยี สอื่ การเรียนทางภาษาและผลจากการฝกึ ทกั ษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรยี นทีเ่ หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มูลดว้ ย
วิธีการทห่ี ลากหลายและสร้างสรรค์และมปี ระสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏิบัติงานรว่ มกับผู้อืน่ อย่างมีความสขุ โดยรู้จัก
ควบคมุ ตนเอง รับฟังความคดิ เห็นของตนอย่างเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าวตอ่ รองอยา่ งมเี หตผุ ล

ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถสนทนาได้อย่างถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นกั เรียนสามารถสนทนาเกย่ี วกบั ชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
3 นกั เรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมตามกาลเทศะ
4. นกั เรยี นสามารถพูดแนะนาสถานท่ีตา่ ง ๆ ได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรียนสามารถพดู เพอื่ นาเสนอขอ้ มูลสว่ นตวั ได้
6. นกั เรียนเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา

349

7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
8. นาความรไู้ ปปฏบิ ัติงานอาชีพไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
10. นักเรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปบูรณาการกบั วชิ าอน่ื ๆ ได้
11. นักเรยี นสามารถเขียนคาอวยพร จดหมายสมคั รงาน จดหมายธุรกิจ และกรอกข้อมูล
ส่วนตวั ได้
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู้

350

คาอธิบายรายวิชา

อ30221 ภาษาองั กฤษธุรกจิ 3 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย

ใช้ภาษาเพอื่ การสอื่ สารโดยการแปลและบรู ณาการทักษะภาษาสัมพนั ธ(์ ฟงั พดู อ่าน เขยี น)
สามารถถ่ายทอดความหมายของภาษาหนึ่งสอู่ ีกภาษาหนง่ึ โดยคงความหมายและอารมณข์ องภาษา
เดิม และมีใจความครบถ้วน สมบูรณต์ รงตามต้นฉบับทุกประการ อธิบายสว่ นประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสร้างของคาประโยคทั้งทีซ่ ับซ้อนและไมซ่ บั ซ้อนได้ เพ่อื ประกอบ
เป็นความหมายและใช้ในการสอ่ื สารระหวา่ งกนั ได้ รวมท้ังเข้าใจวัฒนธรรม ธรรมเนียมประเพณเี พอ่ื
ชว่ ยในการสอื่ ความและสอ่ื สาร พดู ทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ ออกเสยี งได้ถูกตอ้ ง ขอ หรอื ให้ความ
ช่วยเหลอื ถามหรือตอบ แนะนาแสดงความคดิ เห็นในการเล่าเรอ่ื งหรอื เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจาวนั หรอื
ประสบการณข์ องตน ใช้ภาษาเพอื่ สอ่ื สารในการทางาน สมัครงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คิดเห็น เจรจาโน้มน้าวอยา่ งมเี หตผุ ล เผยแพรข่ อ้ มูลในทอ้ งถนิ่ ฟังข่าวสารหรือโฆษณาจากส่ือประเภท
ตา่ ง ๆ ตีความ สรุปใจความขอ้ มูลตา่ ง ๆ บอก อธบิ ายความหมายของปา้ ย สัญลักษณ์ประกาศ รวมทั้ง
เขียนคาขวัญ คาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กจิ กรอกข้อมูลส่วนตวั เขา้ ใจประเพณี
วัฒนธรรม ความเชอื่ ของเจา้ ของภาษา และเปรยี บเทียบกับของไทย

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากส่อื เทคโนโลยี สือ่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ ีการเรียนทเ่ี หมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมลู ดว้ ย
วิธกี ารทหี่ ลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมปี ระสิทธภิ าพ

เห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏิบัติงานรว่ มกับผอู้ ่นื อยา่ งมคี วามสุขโดยรูจ้ ัก
ควบคุมตนเอง รบั ฟังความคดิ เห็นของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโนม้ น้าวต่อรองอยา่ งมเี หตผุ ล

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถสนทนาได้อยา่ งถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเก่ยี วกบั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3 นกั เรียนสามารถสนทนาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานทตี่ ่าง ๆ ได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรยี นสามารถพดู เพอ่ื นาเสนอขอ้ มูลสว่ นตวั ได้
6. นกั เรยี นเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา
7. นาคาศัพท์และสานวนมาประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

351

8. นาความรู้ไปปฏิบัติงานอาชพี ไดอ้ ย่างถูกต้อง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
10. นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ี่ไดร้ ับไปบรู ณาการกบั วชิ าอื่น ๆ ได้
11. นกั เรยี นสามารถเขยี นคาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธุรกจิ และกรอกขอ้ มูล
สว่ นตวั ได้
รวมท้งั หมด 11 ผลการเรียนรู้

352

คาอธบิ ายรายวิชา

อ30222 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ย
ภาษาต่างประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

กิต

ใช้ภาษาเพอื่ การสอื่ สารโดยการแปลและบรู ณาการทักษะภาษาสัมพนั ธ(์ ฟงั พูด อา่ น เขยี น)
สามารถถา่ ยทอดความหมายของภาษาหนึ่งสอู่ กี ภาษาหนึ่งโดยคงความหมายและอารมณข์ องภาษา
เดิม และมีใจความครบถ้วน สมบรู ณ์ตรงตามตน้ ฉบบั ทุกประการ อธิบายส่วนประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสรา้ งของคาประโยคท้ังทซี่ ับซอ้ นและไมซ่ ับซอ้ นได้ เพือ่ ประกอบ
เปน็ ความหมายและใช้ในการสือ่ สารระหวา่ งกันได้ รวมทั้งเข้าใจวฒั นธรรม ธรรมเนียมประเพณเี พอื่
ชว่ ยในการสอ่ื ความและสอ่ื สาร พดู ทกั ทาย ขอโทษ ขอบคุณ ออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ ง ขอ หรอื ให้ความ
ชว่ ยเหลอื ถามหรอื ตอบ แนะนาแสดงความคดิ เห็นในการเลา่ เรอื่ งหรอื เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั หรอื
ประสบการณ์ของตน ใชภ้ าษาเพอ่ื สื่อสารในการทางาน สมคั รงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คดิ เห็น เจรจาโนม้ น้าวอย่างมเี หตุผล เผยแพรข่ ้อมูลในทอ้ งถน่ิ ฟงั ข่าวสารหรอื โฆษณาจากสือ่ ประเภท
ต่าง ๆ ตคี วาม สรุปใจความขอ้ มูลตา่ ง ๆ บอก อธบิ ายความหมายของปา้ ย สญั ลักษณ์ประกาศ รวมทัง้
เขียนคาขวัญ คาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กิจ กรอกข้อมูลสว่ นตวั เข้าใจประเพณี
วฒั นธรรม ความเชอ่ื ของเจ้าของภาษา และเปรยี บเทียบกบั ของไทย

โดยใชก้ ระบวนการเรียนร้จู ากสอื่ เทคโนโลยี ส่อื การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ ีการเรยี นท่ีเหมาะสมกับตนเอง สามารถนาเสนอข้อมลู ดว้ ย
วิธีการทหี่ ลากหลายและสร้างสรรค์และมีประสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏบิ ัติงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื อย่างมคี วามสุขโดยร้จู กั
ควบคุมตนเอง รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของตนอยา่ งเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าวต่อรองอยา่ งมีเหตผุ ล

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถสนทนาไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
2. นักเรียนสามารถสนทนาเกี่ยวกับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3 นกั เรียนสามารถสนทนาไดเ้ หมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพดู แนะนาสถานทตี่ ่าง ๆ ได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
5. นกั เรียนสามารถพูดเพอื่ นาเสนอข้อมลู สว่ นตวั ได้

353

6. นักเรียนเข้าใจวฒั นธรรมทางภาษาของเจา้ ของภาษา
7. นาคาศพั ท์และสานวนมาประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
8. นาความรู้ไปปฏิบตั งิ านอาชีพไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
9. สามารถสนทนากบั เจา้ ของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนสามารถนาความรทู้ ไี่ ดร้ ับไปบรู ณาการกับวชิ าอื่น ๆ ได้
11. นักเรยี นสามารถเขียนคาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กจิ และกรอกขอ้ มลู
สว่ นตวั ได้
รวมท้งั หมด 11 ผลการเรยี นรู้

354

คาอธิบายรายวชิ า

อ30223 ภาษาองั กฤษธรุ กิจ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ภาษาต่างประเทศ

ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย

ใชภ้ าษาเพอ่ื การสอื่ สารโดยการแปลและบูรณาการทกั ษะภาษาสัมพันธ(์ ฟงั พูด อ่าน เขยี น)
สามารถถา่ ยทอดความหมายของภาษาหนงึ่ สอู่ ีกภาษาหนึง่ โดยคงความหมายและอารมณ์ของภาษา
เดิม และมีใจความครบถว้ น สมบูรณต์ รงตามต้นฉบับทกุ ประการ อธบิ ายส่วนประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสร้างของคาประโยคทงั้ ท่ซี บั ซอ้ นและไมซ่ ับซอ้ นได้ เพือ่ ประกอบ
เปน็ ความหมายและใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งกันได้ รวมทงั้ เขา้ ใจวฒั นธรรม ธรรมเนยี มประเพณเี พอื่
ชว่ ยในการสอื่ ความและสอื่ สาร พดู ทักทาย ขอโทษ ขอบคณุ ออกเสียงได้ถกู ตอ้ ง ขอ หรือใหค้ วาม
ช่วยเหลอื ถามหรอื ตอบ แนะนาแสดงความคิดเหน็ ในการเล่าเรอ่ื งหรอื เหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวนั หรอื
ประสบการณข์ องตน ใช้ภาษาเพอื่ สอ่ื สารในการทางาน สมัครงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คิดเหน็ เจรจาโน้มน้าวอยา่ งมเี หตุผล เผยแพรข่ อ้ มลู ในทอ้ งถิน่ ฟงั ข่าวสารหรอื โฆษณาจากสื่อประเภท
ตา่ ง ๆ ตีความ สรุปใจความขอ้ มลู ตา่ ง ๆ บอก อธิบายความหมายของปา้ ย สญั ลักษณ์ประกาศ รวมท้ัง
เขียนคาขวญั คาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กจิ กรอกข้อมลู สว่ นตวั เขา้ ใจประเพณี
วฒั นธรรม ความเชอ่ื ของเจ้าของภาษา และเปรียบเทยี บกับของไทย

โดยใช้กระบวนการเรยี นรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี สื่อการเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรียนทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย
วิธีการทหี่ ลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมีประสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏิบตั ิงานรว่ มกบั ผอู้ นื่ อย่างมีความสขุ โดยร้จู กั
ควบคุมตนเอง รับฟงั ความคดิ เห็นของตนอย่างเหมาะสม และเจรจาโน้มน้าวตอ่ รองอยา่ งมีเหตผุ ล

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้อย่างถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรียนสามารถสนทนาเก่ียวกบั ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3 นักเรยี นสามารถสนทนาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรียนสามารถพูดแนะนาสถานที่ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่
5. นักเรยี นสามารถพูดเพอื่ นาเสนอขอ้ มูลสว่ นตวั ได้
6. นักเรียนเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา

355

7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
8. นาความรไู้ ปปฏบิ ัติงานอาชีพไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
10. นักเรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปบูรณาการกบั วชิ าอน่ื ๆ ได้
11. นักเรยี นสามารถเขียนคาอวยพร จดหมายสมคั รงาน จดหมายธุรกิจ และกรอกข้อมูล
ส่วนตวั ได้
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู้

356

คาอธิบายรายวชิ า

อ30224 ภาษาองั กฤษธรุ กิจ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ภาษาต่างประเทศ

ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย

ใชภ้ าษาเพอ่ื การสอื่ สารโดยการแปลและบูรณาการทกั ษะภาษาสัมพันธ(์ ฟงั พูด อ่าน เขยี น)
สามารถถา่ ยทอดความหมายของภาษาหนงึ่ สอู่ ีกภาษาหนึง่ โดยคงความหมายและอารมณ์ของภาษา
เดิม และมีใจความครบถว้ น สมบูรณต์ รงตามต้นฉบับทกุ ประการ อธบิ ายสว่ นประกอบของประโยค
คา วลี สานวน ไวยากรณห์ รอื โครงสร้างของคาประโยคทงั้ ท่ซี บั ซอ้ นและไมซ่ ับซอ้ นได้ เพือ่ ประกอบ
เปน็ ความหมายและใชใ้ นการสอื่ สารระหวา่ งกันได้ รวมทงั้ เขา้ ใจวฒั นธรรม ธรรมเนยี มประเพณเี พอื่
ชว่ ยในการสอื่ ความและสอื่ สาร พดู ทักทาย ขอโทษ ขอบคณุ ออกเสียงไดถ้ กู ตอ้ ง ขอ หรือใหค้ วาม
ช่วยเหลอื ถามหรือตอบ แนะนาแสดงความคดิ เหน็ ในการเล่าเรอ่ื งหรอื เหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวันหรอื
ประสบการณข์ องตน ใช้ภาษาเพอื่ สื่อสารในการทางาน สมัครงานและประกอบอาชพี แสดงความ
คิดเหน็ เจรจาโนม้ น้าวอยา่ งมเี หตุผล เผยแพรข่ อ้ มลู ในทอ้ งถิน่ ฟงั ข่าวสารหรอื โฆษณาจากสอื่ ประเภท
ตา่ ง ๆ ตีความ สรุปใจความขอ้ มลู ตา่ ง ๆ บอก อธิบายความหมายของป้าย สัญลักษณ์ประกาศ รวมท้ัง
เขียนคาขวญั คาอวยพร จดหมายสมัครงาน จดหมายธรุ กจิ กรอกข้อมลู ส่วนตวั เขา้ ใจประเพณี
วฒั นธรรม ความเชอ่ื ของเจ้าของภาษา และเปรียบเทียบกับของไทย

โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรจู้ ากสอ่ื เทคโนโลยี ส่ือการเรียนทางภาษาและผลจากการฝึกทักษะ
การสนทนาภาษาองั กฤษ แสวงหาวธิ กี ารเรียนทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย
วิธีการทหี่ ลากหลายและสร้างสรรคแ์ ละมีประสทิ ธภิ าพ

เห็นประโยชน์ของการใชภ้ าษาองั กฤษในการปฏิบตั ิงานรว่ มกับผอู้ นื่ อย่างมีความสุขโดยร้จู กั
ควบคุมตนเอง รับฟงั ความคดิ เห็นของตนอย่างเหมาะสม และเจรจาโน้มนา้ วต่อรองอยา่ งมีเหตผุ ล

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถสนทนาได้อย่างถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์
2. นักเรยี นสามารถสนทนาเก่ียวกบั ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3 นักเรียนสามารถสนทนาได้เหมาะสมตามกาลเทศะ
4. นักเรยี นสามารถพูดแนะนาสถานที่ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่
5. นักเรียนสามารถพูดเพอื่ นาเสนอข้อมูลสว่ นตวั ได้
6. นักเรียนเขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา

357

7. นาคาศัพทแ์ ละสานวนมาประยุกตใ์ ช้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
8. นาความรไู้ ปปฏบิ ัติงานอาชีพไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
9. สามารถสนทนากบั เจ้าของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
10. นักเรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปบูรณาการกบั วิชาอน่ื ๆ ได้
11. นักเรยี นสามารถเขียนคาอวยพร จดหมายสมคั รงาน จดหมายธุรกิจ และกรอกข้อมูล
ส่วนตวั ได้
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู้

358

คาอธิบายรายวิชา

อ30225 ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวนั กลุม่ สาระการเรียนรู้

ภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาภาษาท่ีใชใ้ นการสือ่ สารระหว่างบุคคล เช่น การทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ
ชมเชย การพดู แทรกอย่างสภุ าพ การชกั ชวน การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู เก่ียวกับตนเอง เร่อื งใกลต้ วั
สถานการณ์ต่างๆ ในชวี ิตประจาวัน การสนทนา/เขยี นขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกลต้ ัว
ประสบการณ์ สถานการณ์ตา่ งๆ ข่าวเหตุการณ์ ประเดน็ ที่อยู่ในความสนใจของสงั คม ภาษาทีใ่ ชใ้ น
การแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลอื ใน
สถานการณ์ต่างๆ ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงความรสู้ ึก ความคิดเห็น และใหเ้ หตุผลประกอบ เช่น ชอบ
ไมช่ อบ ดีใจ เสยี ใจ มีความสขุ เศรา้ หวิ รสชาติ สวย น่าเกลยี ด เสียงดงั ดี ไม่ดี จากข่าว
เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ติ ประจาวัน การเลอื กใชภ้ าษา น้าเสียง และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา
ระดบั ของภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การขอบคณุ ขอโทษ การ
ชมเชย การใช้สหี นา้ ท่าทางประกอบ การพูดขณะแนะนาตนเอง การสัมผสั มอื การโบกมอื การแสดง
ความ รูส้ ึกชอบ/ไมช่ อบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรบั หรือปฏิเสธ การค้นควา้ /การ
สบื คน้ การบนั ทกึ การสรุป การแสดงความคดิ เหน็ และนาเสนอข้อมลู ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการ
เรยี นรอู้ นื่ จากแหลง่ เรยี นรตู้ ่างๆ การใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จาลองเสมือนจริง
ท่ีเกิดขึ้นในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

โดยใช้กระบวนการเรยี นรจู้ ากสื่อเทคโนโลยี ส่ือการเรียนทางภาษาและผลจากการฝกึ ทกั ษะ
การพดู แสวงหาวธิ ีการเรยี นทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง สามารถนาเสนอข้อมลู ดว้ ยวิธกี ารท่ีหลากหลาย
และสร้างสรรค์และมปี ระสิทธิภาพ

เห็นประโยชนข์ องการใชภ้ าษาอังกฤษในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกับผอู้ นื่ อยา่ งมีความสุข

ผลการเรียนรู้
1. สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองและเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์

สถานการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ ประเดน็ ทีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม และสอ่ื สาร อยา่ งตอ่ เนอื่ งและ
เหมาะสม

2. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์
จาลองหรอื สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเหมาะสม

359

3. พูดบรรยายความรูส้ ึกและแสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื งตา่ งๆ กจิ กรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตกุ ารณอ์ ย่างมีเหตผุ ล

4. เลอื กใชภ้ าษา นา้ เสยี ง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

5. คน้ ควา้ /สบื คน้ บนั ทึก สรุป และแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ข้อมลู ที่เก่ยี วข้องกบั กลุ่ม
สาระการเรยี นรอู้ ืน่ จากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ และนาเสนอดว้ ยการพูด

6. ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ าลองท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี น สถานศกึ ษา
ชุมชน และสงั คม

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้

360

สาระการเรียนรูม้ าตรฐานสากล

โรงเรียนมัธยมวานรนิวาส อาเภอวานรนิวาส จังหวดั สกลนคร
สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

361

สาระการเรียนรู้มาตรฐานสากล

รายวชิ าเพิ่มเตมิ
สาระมาตรฐานสากล

รายวิชามาตรฐานสากล ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้

I0201 การศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1) จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต

I20202 การสือ่ สารและการนาเสนอ (IS2) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต

* การนาองคค์ วามร้ไู ปใชบ้ รกิ ารสังคม (IS3)

รายวิชามาตรฐานสากล ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย

I30201 การศกึ ษาค้นควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ (IS1) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต

I30202 การส่อื สารและการนาเสนอ (IS2) จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ

* การนาองค์ความร้ไู ปใช้บรกิ ารสงั คม (IS3)

หมายเหต:ุ *บูรณาการกับกจิ กรรมสาธารณะประโยชน์

362

คาอธิบายรายวิชา

I20201 การศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ สาระการเรยี นรมู้ าตรฐานสากล
จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง

ศึกษา วิเคราะห์ ฝกึ ทักษะต้งั ประเด็นปญั หา /ตั้งคาถามในเรื่องท่ีสนใจโดยเรม่ิ จากตนเอง
เชอ่ื มโยงกบั ชมุ ชน ทอ้ งถนิ่ และประเทศ ต้ังสมมติฐานและใหเ้ หตุผลโดยใช้ความรจู้ ากศาสตร์สาขา
ตา่ งๆ คน้ ควา้ แสวงหาความรเู้ กีย่ วกับสมมติฐานท่ีตง้ั ไวจ้ ากแหลง่ เรยี นรู้ทหี่ ลากหลาย ออกแบบ
วางแผนรวบรวมข้อมลู วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใชว้ ิธกี ารทเี่ หมาะสม ทางานบรรลผุ ลตามเปา้ หมายภายใน
กรอบการดาเนนิ งานท่ีกาหนด โดยการกากบั ดแู ล ช่วยเหลอื ของครอู ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สงั เคราะหส์ รุปองค์
ความร้แู ละรว่ มกันเสนอแนวคดิ วธิ ีการแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ ดว้ ยกระบวนการคิด กระบวนการ
สบื ค้นขอ้ มลู กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการปฏิบตั แิ ละกระบวนการกล่มุ ในการวพิ ากษ์ เพื่อให้
เกดิ ทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ เปรียบเทยี บเชือ่ มโยงองค์ความรู้ สังเคราะหส์ รุป อภปิ ราย
เพอ่ื ให้เห็นประโยชนแ์ ละคุณค่าของการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. ตงั้ ประเด็นปญั หา โดยเลือกประเดน็ ทีส่ นใจ เรมิ่ จากตนเอง ชมุ ชนท้องถ่ิน ประเทศ
2. ตั้งสมมตฐิ านประเด็นปญั หาทตี่ นเองสนใจ
3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมลู อย่างมีประสิทธภิ าพ
4. ศึกษา ค้นควา้ แสวงหาความรูเ้ กย่ี วกบั ประเดน็ ทเี่ ลือก จากแหลง่ เรยี นรทู้ ี่หลากหลาย
5. ตรวจสอบความนา่ เชอื่ ถือของแหล่งทม่ี าของข้อมูลได้
6. วเิ คราะห์ขอ้ ค้นพบดว้ ยสถติ ิทเ่ี หมาะสม
7. สงั เคราะห์สรปุ องค์ความรดู้ ว้ ยกระบวนการกลุม่
8. เสนอแนวคิด การแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ระบบด้วยองค์ความรจู้ ากการค้นพบ
9. เห็นประโยชน์และคณุ คา่ ของการศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง

รวมท้ังหมด 9 ผลการเรียนรู้

363

คาอธบิ ายรายวชิ า

I20202 การสือ่ สารและการนาเสนอ สาระการเรียนรมู้ าตรฐานสากล
จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ช้นั มธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง

ศกึ ษา เรยี บเรียง และถา่ ยทอดความคดิ อยา่ งชัดเจน เปน็ ระบบจากข้อมูลองคค์ วามร้จู าก
การศึกษาคน้ ควา้ ในรายวชิ าการศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge
Formation) โดยเขยี นโครงรา่ ง บทนา เนื้อเร่อื ง สรปุ ในรปู ของรายงานเชงิ วชิ าการ โดยใชค้ าจานวน
2,500 คา มีการอา้ งองิ แหล่งความรู้ทเ่ี ชอื่ ถอื ไดอ้ ยา่ งหลากหลาย เรียบเรยี งและถา่ ยทอดความคิด
อย่างชดั เจน เป็นระบบ มกี ารนาเสนอในรูปแบบเด่ยี ว (Oral individual) หรือกล่มุ (Oral panel
presentation)

โดยใช้สอ่ื ประกอบท่หี ลากหลาย และเผยแพร่ผลงานสสู่ าธารณะ
เพือ่ ให้เกิดทักษะ ในการเขียนรายงานเชงิ วิชาการ และทักษะการสือ่ สารที่มีประสิทธภิ าพ
เห็นประโยชน์และคุณคา่ ในการสร้างสรรคง์ านและถ่ายทอดสิ่งท่เี รียนรู้ใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. วางโครงร่างการเขยี นตามหลักเกณฑ์ องค์ประกอบและวธิ กี ารเขยี นโครงร่าง
2. เขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เชงิ วชิ าการภาษาไทย ความยาว 2,500 คา
3. นาเสนอขอ้ คน้ พบ ข้อสรุปจากประเด็นท่ีเลอื กในรูปแบบเดย่ี ว(Oral individual

presentation) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation)
4. โดยใชส้ อ่ื อปุ กรณใ์ นการนาเสนอได้อย่างเหมาะสม
5. เผยแพรผ่ ลงานสู่สาธารณะ
6. เหน็ ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ในการสรา้ งสรรคง์ านและถา่ ยทอดส่งิ ทเ่ี รยี นร้แู ก่สาธารณะ

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

364

คาอธบิ ายรายวชิ า

I30201 การศกึ ษาคน้ คว้าและสร้างองคค์ วามรู้ สาระการเรยี นรมู้ าตรฐานสากล
ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ ฝึกทักษะตง้ั ประเด็นปญั หา /ต้งั คาถามเกี่ยวกับสถานการณป์ จั จบุ ันและ
สงั คมโลก ตง้ั สมมตฐิ านและให้เหตผุ ลทสี่ นบั สนุนหรอื โต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใชค้ วามรจู้ ากศาสตร์
สาขาต่างๆและมีทฤษฎีรองรบั ออกแบบวางแผน รวบรวมขอ้ มลู ค้นคว้าแสวงหาความรเู้ กย่ี วกับ
สมมติฐานที่ตัง้ ไว้จากแหลง่ เรยี นรู้ทง้ั ปฐมภมู แิ ละทุตยิ ภมู ิ และสารสนเทศ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และ
พิจารณาความนา่ เชอื่ ถอื ของแหล่งเรยี นรอู้ ย่างมีวจิ ารณญาณเพอื่ ให้ไดข้ อ้ มลู ที่ครบถว้ นสมบูรณ์
วเิ คราะหข์ ้อมลู โดยใชว้ ิธกี ารทเ่ี หมาะสม สงั เคราะหส์ รุปองค์ความรูแ้ ละรว่ มกนั มีกระบวนการกลุ่มใน
การการวพิ ากษ์ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ โดยใชค้ วามรจู้ ากสาขาวชิ าตา่ งๆ เสนอแนวคิด วธิ ีการ
แกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการปฏบิ ตั ิ เพื่อใหเ้ กิด
ทักษะในการคน้ คว้าแสวงหาความรู้ สงั เคราะหส์ รุป อภิปรายผลเปรยี บเทียบเชื่อมโยงความรู้ ความ
เปน็ มาของศาสตร์ เข้าใจหลกั การและวิธีคิดในส่ิงทศ่ี กึ ษา เหน็ ประโยชน์และคุณค่าของการศกึ ษา
ค้นควา้ ดว้ ยตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. ตง้ั ประเดน็ ปญั หา จากสถานการณป์ จั จบุ ันและสงั คมโลก
2. ตง้ั สมมตฐิ านและให้เหตผุ ลทสี่ นับสนุนหรอื โต้แยง้ ประเด็นความรู้โดยใชค้ วามรจู้ าก

สาขาวชิ าต่างๆและมที ฤษฎรี องรบั
3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมขอ้ มูลอย่างมีประสิทธภิ าพ
4. ศึกษา คน้ ควา้ แสวงหาความร้เู ก่ยี วกบั ประเดน็ ทเ่ี ลอื ก จากแหล่งเรยี นรูท้ มี่ ี

ประสทิ ธิภาพ
5. ตรวจสอบความนา่ เชอื่ ถือของแหล่งที่มาของข้อมูล
6. วิเคราะห์ข้อคน้ พบดว้ ยสถติ ิท่ีเหมาะสม
7. สงั เคราะหส์ รุปองคค์ วามรดู้ ว้ ยกระบวนการกลุ่ม
8. เสนอแนวคิด การแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ระบบด้วยองค์ความร้จู ากการคน้ พบ

รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรยี นรู้

365

คาอธิบายรายวิชา

I30202 การสือ่ สารและการนาเสนอ สาระการเรยี นรมู้ าตรฐานสากล
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา เรียบเรยี งและถ่ายทอดความคดิ อย่างสร้างสรรค์จากรายวิชา IS1 (Research and
Knowledge Formation) เก่ียวกับสถานการณ์ปัจจุบนั และสังคมโลก โดยเขียนโครงรา่ ง บทนา เนื้อ
เรื่อง สรุป ในรปู ของรายงานการศึกษาคน้ คว้าเชิงวชิ าการเป็นภาษาไทยความยาว จานวน 4,000 คา
หรือ เปน็ ภาษาอังกฤษ ความยาว 2,000 คา มีการอ้างองิ แหล่งความรูท้ เ่ี ชือ่ ถอื ได้อยา่ งหลากหลาย
เชอ่ื ถือได้ ทัง้ ในประเทศและตา่ งประเทศ เรยี บเรยี งและถา่ ยทอดสื่อสาร นาเสนอความคดิ อย่าง
ชดั เจน เป็นระบบ มีการนาเสนอในรูปแบบเด่ียว (Oral individual) หรือกลมุ่ (Oral panel
presentation) โดยใช้สอื่ เทคโนโลยที ่หี ลากหลาย และมกี ารเผยแพรผ่ ลงานสสู่ าธารณะ เพอื่ ใหเ้ กดิ
ทักษะ ในการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ และทกั ษะการสอื่ สารทม่ี ปี ระสิทธิภาพ เห็นประโยชน์และ
คุณค่าในการสรา้ งสรรค์งานและถ่ายทอดสิ่งท่เี รียนรู้ใหเ้ ป็นประโยชน์แกส่ าธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. วางโครงรา่ งการเขียนตามหลักเกณฑ์ องคป์ ระกอบและวธิ กี ารเขยี นโครงร่าง
2. เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้ เชงิ วชิ าการเป็นภาษาไทยความยาว 4,000 คา หรอื

ภาษาองั กฤษ ความยาว 2,500 คา
3. นาเสนอขอ้ ค้นพบ ขอ้ สรุปจากประเด็นที่เลอื กในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual

presentation) หรอื กล่มุ (Oral panel presentation) โดยใชส้ อื่ เทคโนโลยีทห่ี ลากหลาย
4. เผยแพรผ่ ลงานสสู่ าธารณะ โดยใชก้ ารสนทนา / วพิ ากษ์ผา่ นส่อื อเิ ลคทรอนคิ ส์

เชน่ e-conference, social media online
5. เหน็ ประโยชนแ์ ละคุณคา่ การสร้างสรรค์งานและถา่ ยทอดส่งิ ทีเ่ รียนรู้ใหเ้ ป็นประโยชน์

รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

366

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

367

กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน เปน็ กจิ กรรมที่มงุ่ ให้ผเู้ รยี นพฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นา
รอบด้าน เพอื่ ความเปน็ มนุษยท์ ี่สมบูรณท์ ง้ั รา่ งกาย สตปิ ญั ญา อารมณแ์ ละสังคม เสริมสร้างใหเ้ ป็น
ผ้มู ีศีลธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบียบวนิ ัย ปลูกฝังและสรา้ งจติ สานกึ ของการทาประโยชนเ์ พือ่ สังคม
สามารถจดั การตนเองได้ และอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้อย่างมีความสขุ

โรงเรยี นมธั ยมวานรนวิ าส ได้จดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน โดยแบ่งเปน็ 3 ลกั ษณะ ดังน้ี
1. กจิ กรรมแนะแนว

กิจกรรมแนะแนว เปน็ กิจกรรมที่ส่งเสรมิ และพฒั นาผเู้ รยี นใหพ้ ฒั นาตนเองอย่างเตม็
ศกั ยภาพ รักและเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผอู้ ื่น พึ่งพาตนเอง มีทักษะในการเลอื กแนวทางการศกึ ษา
อาชพี สว่ นตวั และสงั คม มสี ุขภาพจิตที่ดี และมีจิตสานึกในการทาประโยชนต์ ่อครอบครัว สังคม
และประเทศชาติ

นักเรยี นทกุ คนตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมแนะแนว 20 ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น แนวการจัด
กจิ กรรมแนะแนว มดี ังน้ี

1) สารวจสภาพปญั หา ความตอ้ งการ ความสนใจ และธรรมชาตขิ องผู้เรยี น
เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการกาหนดแนวทางและแผนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมแนะแนว

2) ศึกษาวสิ ัยทศั นข์ องสถานศกึ ษา และวเิ คราะห์ขอ้ มูลของผเู้ รยี นที่ไดจ้ ากฐานข้อมลู
ผู้เรียนเป็นรายบคุ คล หรือการสารวจเพอื่ ทราบปัญหา ความต้องการ และความสนใจเพ่อื นาไป
กาหนดเปา้ หมายและสาระของกจิ กรรมแนะแนว

3) กาหนดสดั สว่ นของกจิ กรรมด้านการศกึ ษา ด้านอาชีพ ด้านส่วนตัวและสงั คมให้
ได้สัดสว่ นทเี่ หมาะสม โดยยดึ สภาพปญั หา ความต้องการ ตลอดจนธรรมชาติของผเู้ รยี นเปน็ หลัก
ทงั้ นีค้ รแู ละผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

4) กาหนดแผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมแนะแนว โดยจดั เป็นรายภาค เมือ่ กาหนด
สัดสว่ นของกจิ กรรมในแตล่ ะด้านแลว้ จะตอ้ งระบวุ ่าจะจดั กิจกรรมแนะแนวในดา้ นใด จานวน ก่ี
ช่ัวโมง พรอ้ มทัง้ ต้องกาหนดรายละเอียดของแตล่ ะดา้ นใหช้ ดั เจนวา่ ควรมีเรอ่ื งอะไรบา้ งเพ่อื จะได้
จัดทาเป็นรายละเอียดของแตล่ ะกิจกรรมยอ่ ยต่อไป

5) การจัดทารายละเอียดของแต่ละแผนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม เร่ิมต้ังแต่การกาหนด
ชอ่ื กิจกรรม จดุ ประสงค์ เวลา เนอ้ื หา/สาระ วธิ ีดาเนนิ กจิ กรรม สือ่ /อุปกรณ์ และการประเมินผล

6) จัดกจิ กรรมตามแผนปฏิบตั กิ ิจกรรมแนะแนว วัดและประเมินผลและสรุปรายงาน

368

2. กจิ กรรมนักเรยี น
กิจกรรมนักเรยี นเป็นกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นได้เขา้ รว่ มกจิ กรรมตามความถนัด

และความสนใจ โดยเน้นเร่ืองคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ความมรี ะเบียบวนิ ัย การไม่เห็นแก่ตวั ความเป็น
ผ้นู า ผตู้ ามที่ดี ความรบั ผิดชอบ การทางานรว่ มกัน การรู้จักแกป้ ัญหา การตัดสินใจ ความมี
เหตผุ ล การชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั กัน ความเอือ้ อาทรและสมานฉันท์ กิจกรรมนักเรยี นประกอบดว้ ย

2.1 กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด นักเรียนทกุ คนตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรม
ลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด 20 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น

2.1.1 แนวการจดั กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี การจดั กจิ กรรมลูกเสอื เนตร
นารี มีแนวการจัดกจิ กรรมตามวธิ กี ารลกู เสอื ซ่งึ มีองค์ประกอบ 7 ประการ คอื

1) คาปฏญิ าณและกฎ ถือเป็นหลกั เกณฑท์ ่ลี ูกเสือทกุ คนใหค้ ามัน่ สัญญาวา่ จะ
ปฏบิ ัตติ ามกฎของลกู เสอื กฎของลกู เสอื มไี วใ้ หล้ กู เสือเปน็ หลกั การในการปฏบิ ัติ ไมไ่ ด้ “หา้ ม”ทา
หรอื “บงั คบั ให”้ ทา แต่ถา้ “ทา” กจ็ ะทาให้เกิดผลดแี กต่ ัวเอง เป็นคนดี ไดร้ บั การยกย่องว่าเป็นผู้
มีเกยี รตเิ ชอ่ื ถือได้ ฯลฯ

2) เรยี นรู้จากการกระทา เป็นการพฒั นาสว่ นบคุ คล ความสาเรจ็ หรอื ไม่
สาเรจ็ ของผลงานอยู่ที่การกระทาของตนเอง ทาให้มคี วามรูท้ ี่ชดั เจน และสามารถแกป้ ญั หาตา่ งๆ
ด้วยตนเองได้ และทา้ ทายความสามารถของตนเอง

3) ระบบหมู่ เป็นรากฐานอนั แท้จริงของการลกู เสอื เป็นพน้ื ฐานในการอยู่
รว่ มกนั การยอมรบั ซ่งึ กันและกนั การแบง่ หนา้ ความรบั ผดิ ชอบ การชว่ ยเหลอื ซงึ่ กันและกันซึ่งเป็น
การเรียนรูก้ ารใชป้ ระชาธปิ ไตยเบ้อื งตน้

4) การใชส้ ญั ลกั ษณ์รว่ มกนั ฝึกใหม้ คี วามเปน็ หน่งึ เดยี วในการเปน็ สมาชิก
ลกู เสือ เนตรนารี ด้วยการใช้สัญลกั ษณร์ ่วมกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครอ่ื งหมาย การทาความ
เคารพ รหัส คาปฏญิ าณ กฎ คตพิ จน์ คาขวัญ ธง เปน็ ตน้ วิธีการนจ้ี ะชว่ ยใหผ้ เู้ รียนตระหนกั
และภาคภมู ิใจในการเปน็ สมาชกิ ขององคก์ ารลกู เสอื แหง่ โลก ซง่ึ มีสมาชิกอยทู่ ว่ั โลกและเป็นองคก์ รที่มี
จานวนสมาชิกมากท่ีสุดในโลก

5) การศึกษาธรรมชาติ คอื สง่ิ สาคญั อนั ดบั หน่งึ ในกจิ กรรมลกู เสอื
ธรรมชาตอิ นั โปรง่ ใสตามชนบท ป่าเขา ปา่ ละเมาะ และพ่มุ ไม้ เปน็ ท่ปี รารถนาอย่างยง่ิ ในการไปทา
กิจกรรมกับธรรมชาติ การปนี เขา ตง้ั ค่ายพกั แรมในสุดสปั ดาห์หรอื ตามวาระของการอยู่คา่ ยพักแรม
ตามกฎระเบยี บ เป็นเสนห่ าแก่เดก็ ทกุ คน ถา้ ขาดสงิ่ นี้แล้ว กไ็ ม่เรียกวา่ ใชช้ วี ิตแบบลกู เสือ

6) ความก้าวหน้าในการรว่ มกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ ทจี่ ัดใหเ้ ดก็ ทาต้องใหม้ ี
ความกา้ วหนา้ และดงึ ดดู ใจ สร้างใหเ้ กิดความกระตอื รอื รน้ อยากทจ่ี ะทาและวัตถุประสงคใ์ นการจัด

369

แต่ละอยา่ งใหส้ ัมพันธก์ ับความหลากหลายในการพฒั นาตนเอง เกมการเล่นที่สนุกสนาน การแขง่ ขนั
กนั กเ็ ปน็ ส่ิงดงึ ดดู ใจและเปน็ การจงู ใจทด่ี ี

7) การสนับสนนุ โดยผใู้ หญ่ ผู้ใหญเ่ ป็นผูท้ ี่ชแ้ี นะหนทางทถ่ี กู ตอ้ งใหแ้ ก่เด็ก
เพอ่ื ใหเ้ ขาเกดิ ความมั่นใจในการทจี่ ะตดั สินใจกระทาสงิ่ ใดลงไป ทั้งคู่มีความต้องการซึ่งกนั และกัน
เด็กก็ต้องการใหผ้ ใู้ หญช่ ่วยชนี้ า ผู้ใหญเ่ องก็ตอ้ งการนาพาไปสู่หนทางท่ดี ี ให้ได้รบั การพฒั นาอยา่ ง
ถูกต้องและดที ่สี ุด จึงเปน็ การรว่ มมอื กันท้ังสองฝา่ ย

2.1.2 แนวการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด การจัดกิจกรรมยวุ กาชาดประกอบดว้ ย
กิจกรรมหลักและกิจกรรมพิเศษ ดงั น้ี

1) กิจกรรมหลัก หมายถงึ กิจกรรมซ่ึงเปน็ พน้ื ฐานที่สาคญั ทสี่ มาชิกยวุ กาชาด
ทุกคนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรม กิจกรรมหลักประกอบดว้ ย 4 กลมุ่ กจิ กรรม คือ

1.1) กลุ่มกิจกรรมกาชาดและยวุ กาชาด เปน็ กิจกรรมท่สี ง่ เสริมใหส้ มาชิก
ยุวกาชาดมคี วามรู้ ความเข้าใจในหลกั การและอุดมการณข์ องกาชาด มีศรัทธาในการเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมดว้ ยความเสียสละ เป็นคนดี มีคณุ ธรรม ชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คม เปน็ ผ้นู าในการเผยแพร่
กจิ กรรมกาชาดและยวุ กาชาด กฎหมายมนษุ ยธรรมระหวา่ งประเทศ ส่งเสรมิ สุขภาพ คณุ คา่ ของ
ความเปน็ มนษุ ย์ บทบาทชายหญงิ เปน็ ผมู้ ีทักษะชวี ติ ในการจดั การกับปญั หารอบๆตวั มคี วาม
พรอ้ มเพอื่ การปรบั ตวั เรอ่ื งตา่ ง ๆ ในอนาคตประกอบดว้ ยสาระที่เกย่ี วกับเรอื่ ง

1.1.1) กาชาดสากล
1.1.2) สภากาชาดไทย
1.1.3) ยุวกาชาด
1.2) กลมุ่ กิจกรรมสขุ ภาพ เปน็ การจดั กิจกรรมใหส้ มาชกิ ยุวกาชาดได้
ศึกษาและฝึกฝนทกั ษะการปอ้ งกันชวี ิตและสขุ ภาพ การสง่ เสริมสมรรถภาพ มคี วามร้แู ละทักษะใน
การรักษาอนามยั ของตนเอง และสง่ เสริมอนามยั ของผู้อ่ืน การปฐมพยาบาลและ
การเคหพยาบาล การเตรยี มตัวป้องกนั อบุ ัติภยั และภยนั ตรายตา่ ง ๆ เชน่ มที ักษะในการปอ้ งกนั
ตนเองจากการถกู ลว่ งละเมิดชีวติ ครอบครัว อิทธิพลจากสอ่ื และสิง่ แวดล้อม ประกอบด้วยสาระ
เกีย่ วกบั เรอ่ื ง
1.2.1) สุขภาพ
1.2.2) การปอ้ งกนั ชีวติ และสุขภาพ
1.3) กลุ่มกจิ กรรมสัมพันธภาพและความเขา้ ใจอันดเี ป็นการจดั กจิ กรรมให้
สมาชกิ ยุวกาชาดได้รูจ้ กั ตนเองมรี ะเบยี บวินยั มบี ุคลิกภาพทีด่ ี รจู้ กั การปรับตัวเข้ากับผอู้ ่นื และสังคม
ไดด้ มี คี วามสามคั คี มีสัมพนั ธภาพและความเข้าใจอนั ดกี บั บคุ คลทว่ั ไปยอมรับความแตกต่างระหวา่ ง
บคุ คลทม่ี ีพ้นื ฐานการดารงชีวติ และวัฒนธรรมท่ีแตกต่างกันสามารถทางานรว่ มมกบั ผู้อนื่

370

ประสบการณ์ของยวุ กาชาดทปี่ ฏิบัติงานสรา้ งเสริมสันตภิ าพ ซ่งึ เปน็ พนื้ ฐานของการทางานในด้านอืน่
ๆ ตอ่ ไป ประกอบด้วยสาระเก่ยี วกับเร่ือง

1.3.1) ความสามคั คแี ละความพรอ้ มเพรียง
1.3.2) ความมีระเบยี บวนิ ัย
1.3.3) สมั พนั ธภาพและความเข้าใจอนั ดี
1.4) กลุ่มกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ เป็นกจิ กรรมเพอ่ื ส่งเสรมิ และสนับสนุน
ใหส้ มาชิกยวุ กาชาดปฏิบตั ติ นเพ่อื สนองต่ออดุ มการณ์และวตั ถปุ ระสงคข์ องยวุ กาชาดมคี วามภาคภมู ใิ จ
ในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และมรดกของชาติ พร้อมทีจ่ ะอนรุ ักษส์ ภาพแวดลอ้ มและ
ธรรมชาติ เปน็ ผมู้ คี วามเสยี สละ และบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กส่ ว่ นรวมประกอบดว้ ยสาระ
เกยี่ วกับเรอ่ื ง
1.4.1) การบาเพ็ญประโยชน์
1.4.2) การอนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
2) กจิ กรรมพิเศษเปน็ กิจกรรมทีส่ ง่ เสริมกจิ กรรมหลกั เพอื่ สร้างทักษะ
ความสามารถ ความถนดั หรือความสนใจของผเู้ รียนโดยเฉพาะ ซ่ึงผ้เู รยี นสามารถเข้าเลอื กกิจกรรม
ไดแ้ ละเมอื่ ผ่านเกณฑ์การใหเ้ ครื่องหมาย ผเู้ รยี นจึงจะมสี ทิ ธ์ิประดบั เคร่ืองหมายกิจกรรมพเิ ศษนนั้ ๆ
กิจกรรมพเิ ศษมี จานวน 54 กิจกรรม
2.1.3 กจิ กรรมนักศกึ ษาวชิ าทหาร
กิจกรรมนกั ศกึ ษาวชิ าทหารเป็นกจิ กรรมทม่ี ่งุ ใหผ้ ้เู รียนมรี ะเบยี บวินยั เชอ่ื ฟัง
และปฏิบัติตามคาสง่ั ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นกรอบของประเพณีและวฒั นธรรมที่ดมี สี ขุ ภาพและพลานามัย
แขง็ แรง
แนวการจัดกจิ กรรม การสมคั รเข้าร่วมกิจกรรมนกั ศกึ ษาวชิ าทหารตอ้ งมี
คณุ สมบตั ดิ ังตอ่ ไปน้ี
1) เปน็ ชายหรอื หญงิ ทม่ี ีสญั ชาติไทย
2) ไมพ่ กิ าร ทุพพลภาพหรอื มีโรคซง่ึ ไม่สามารถจะรบั ราชการทหารไดต้ าม
กฎหมายว่าดว้ ยการรับราชการทหาร
3) มขี นาดรอบตวั นา้ หนัก และความสูงตามส่วนสัมพนั ธก์ ัน
4) มีความประพฤตเิ รยี บรอ้ ย
5) กาลงั ศึกษาอยใู่ นสถานศกึ ษาท่หี น่วยบญั ชาการกาลังสารองเปิดทาการ
ฝกึ วิชาทหาร
6) สาเรจ็ การศึกษาตั้งแต่ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 หรอื เทียบเทา่ ข้นึ ไปและมี
ผลการศกึ ษาของช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3 หรอื เทียบเท่าต้งั แต่ 1.00 ขึน้ ไปหรือนกั เรยี นทเ่ี คยเป็น

371

ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่และสอบได้วิชาพเิ ศษไมน่ อ้ ยกว่า 8 วชิ า จะตอ้ งมผี ลการศกึ ษาของชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 หรอื เทยี บเท่าไมต่ ่ากว่า 1.5 เวน้ แตผ่ ซู้ ึง่ สาเรจ็ การศึกษาต้งั แตช่ ัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่
3 หรือเทียบเทา่ ขน้ึ ไปและกาลังศึกษาอยใู่ นโรงเรยี นช่างฝมี อื ทหารของกระทรวงกลาโหมหรือกาลัง
ศกึ ษาอยู่ในโรงเรยี นตามท่ีกระทรวงกลาโหมกาหนดไมต่ อ้ งมผี ลการศึกษาของช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
หรอื เทียบเทา่ ตามกองทัพบกกาหนด

7) นกั ศึกษาวชิ าทหารจะตอ้ งผา่ นการทดสอบสมรรถภาพทางรา่ งกาย
ตามทก่ี าหนดดังนี้

7.1) ลกุ น่ัง 34 คร้งั ภายในเวลา 2 นาที
7.2) ดนั พืน้ 22 ครัง้ ไมจ่ ากดั เวลา

7.3) วิ่งระยะทาง 800 เมตรใช้เวลาไม่เกนิ 3 นาที 15 วินาที

8) นักศึกษาหญงิ จะตอ้ งผา่ นการทดสอบสมรรถภาพทางรา่ งกายตามที่
กาหนดดังน้ี

8.1) ลุกนง่ั 25 ครงั้ ภายในเวลา 2 นาที
8.2) ดันพืน้ 15 ครงั้ ภายในเวลา 2 นาที
8.3) วิง่ ระยะทาง 800 เมตรใชเ้ วลาไม่เกิน 4 นาที
2.2 กิจกรรมชมุ นุม
กจิ กรรมชมุ นมุ ชมรมเปน็ กิจกรรมท่ผี เู้ รยี นรวมกล่มุ กันจดั ขนึ้ ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผเู้ รยี นเพอ่ื เพิ่มเตมิ ความรู้ ความชานาญ
ประสบการณ์ ทักษะ เจตคตเิ พื่อพฒั นากนั เองตามศักยภาพ
นกั เรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมชุมนมุ 20 ชว่ั โมงต่อภาคเรยี นแนว
การจดั กจิ กรรมชุมนุม ชมรม มีดงั นี้
1) สถานศกึ ษาจดั การใหผ้ เู้ รยี นดาเนินกจิ กรรมไดห้ ลากหลายท้งั รูปแบบ
ภายในหรอื ภายนอกหอ้ งเรียน และระยะเวลาการจดั กจิ กรรม เช่น กจิ กรรมระยะเวลา 1 ภาค
เรียน
2) สถานศกึ ษาสารวจความสนใจของผู้เรยี นในการเลอื กเข้าชุมนุม
3) ในกรณียงั ไมม่ ีการจัดตั้งชมุ นมุ ควรใหผ้ ู้เรยี นรว่ มกนั จดั ต้งั ชมุ นุมและเชญิ
ครเู ป็นท่ปี รึกษาโดยรว่ มกนั ดาเนินกจิ กรรมชมุ นมุ ตามระเบียบปฏิบตั ิท่ีสถานศกึ ษากาหนด
4) ถอดประสบการณแ์ ลกเปลย่ี นเรยี นรู้และเผยแพร่กิจกรรม
5) ครูที่ปรึกษากิจกรรมประเมนิ ตามหลกั เกณฑ์การประเมนิ ผล

372

3. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชนเ์ ปน็ กิจกรรมทส่ี ง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นบาเพ็ญตน

ใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครวั ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ ในลักษณะอาสาสมคั รเพอื่ ชว่ ยขัด
เกลาจิตใจของผเู้ รียนใหม้ ีความเมตตากรุณา มีความเสยี สละและมีจติ สาธารณะเพอ่ื ชว่ ยสรา้ งสรรค์
สังคมให้อยูร่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสุข นกั เรยี นทุกคนตอ้ งเข้าร่วมกิจกรรมเพือ่ สาธารณประโยชน์ 20
ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน

แนวการจดั กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ มดี ังนี้
1) จัดกจิ กรรมในลกั ษณะบรู ณาการณ์ใน 8 กลุม่ สาระการเรยี นรูแ้ ละประสบการณ์

ของผู้เรียนเองโดยผเู้ รยี นสามารถจดั กิจกรรมตามองคค์ วามรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี นร้แู ละประสบการณ์ซ่งึ
สามารถจดั กจิ กรรมไดด้ งั นี้

1.1) จดั กิจกรรมภายในโรงเรยี น
1.2) จดั กิจกรรมภายนอกโรงเรียน
2) จัดกิจกรรมลกั ษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรมหมายถึงกจิ กรรมท่ีผเู้ รียน
นาเสนอการจัดกจิ กรรมตอ่ โรงเรยี นเพอ่ื ขอความเหน็ ชอบในการจดั ทาโครงงาน โครงการ หรอื
กิจกรรมซึง่ มีระยะเวลาเรม่ิ ตน้ และสิ้นสดุ ทีช่ ดั เจนโดยสามารถจัดกิจกรรมได้ดงั นี้
2.1) จดั กิจกรรมในโรงเรยี น
2.2) จดั กจิ กรรมนอกโรงเรยี น
3) จัดกิจกรรมกบั องค์กรอืน่ หมายถึง จดั กจิ กรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมกบั หนว่ ยงานหรอื องคก์ รอื่นๆท่ีจดั กจิ กรรมในลักษณะเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชนโ์ ดย
ผ้เู รยี นสามารถเลอื กเขา้ ร่วมกจิ กรรมไดด้ งั นี้
3.1) รว่ มกับหนว่ ยงานทเ่ี ขา้ มาจัดกิจกรรมในโรงเรียน
3.2) ร่วมกับหน่วยงานอ่นื จัดกิจกรรมนอกโรงเรยี น
แนวทางการประเมนิ ผลกจิ กรรมการพฒั นาผูเ้ รียน
1) มีเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรม 20 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น
2) ระดับผลการเรยี น
ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมครบตามเวลา ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมผี ลงาน/ชนิ้ งาน/
คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ ่ีสถานศกึ ษากาหนด
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมไม่ครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมและมผี ลงาน/
ช้นิ งาน/คณุ ลกั ษณะไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ท่สี ถานศกึ ษากาหนด
ในกรณที ผี่ ู้เรยี นไมผ่ า่ นครูท่ปี รึกษาต้องให้ผเู้ รยี นซอ่ มเสรมิ การทากจิ กรรมใหค้ รบตามกรอ
เวลาที่กาหนดในโครงสรา้ งของหลกั สตู ร

373

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

374

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น
1. การตัดสนิ ผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผูเ้ รียนแต่ละ
คนเป็นหลัก และต้องเก็บขอ้ มลู ของผู้เรยี นทกุ ด้านอยา่ งสมา่ เสมอและต่อเนื่องในแตล่ ะภาคเรียน รวมท้ัง
สอนซอ่ มเสรมิ ผู้เรียนใหพ้ ัฒนาจนเตม็ ตามศักยภาพ

- ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวชิ า ผู้เรียนต้องมเี วลาเรียนตลอดภาคเรียน
ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมดในรายวิชานั้น ๆ

- ผู้เรียนต้องไดร้ บั การประเมินทกุ ตวั ชี้วดั และผ่านตามเกณฑท์ สี่ ถานศกึ ษากาหนด
- ผ้เู รียนตอ้ งได้รับการตดั สินผลการเรยี นทุกรายวิชา
- ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา
กาหนดในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
การพิจารณาเล่อื นชนั้ ระดบั มธั ยมศกึ ษา ถา้ ผู้เรียนมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเล็กนอ้ ย และ
สถานศกึ ษาพจิ ารณาเหน็ วา่ สามารถพฒั นา และสอนซอ่ มเสริมได้ ใหอ้ ยใู่ นดลุ พินิจของสถานศกึ ษาที่
จะผอ่ นผนั ให้เลอ่ื นชน้ั ได้ แต่หากผเู้ รียนไมผ่ า่ นรายวิชาจานวนมากและมแี นวโน้มวา่ จะเปน็ ปญั หาตอ่
การเรียนในระดับชั้นที่สูงขนึ้ สถานศกึ ษาอาจตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ้ รียนซ้าช้ันได้ ทั้งนี้ให้
คานงึ ถงึ วุฒภิ าวะและความร้คู วามสามารถของผ้เู รยี นเป็นสาคญั
2. การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น
ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาสาหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและ
ตอนปลาย ให้ใชต้ ัวเลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเปน็ 8 ระดับ คอื 0, 1, 1.5, 2, 2.5, 3, 3.5, 4
การประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นน้ั ให้ผล
การประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน กรณที ่ีผ่านให้ระดบั ผลการประเมินเป็น ดเี ย่ียม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการ
ปฏิบัติกจิ กรรมและผลงานของผูเ้ รยี น ตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ประเมินเปน็ ผา่ น และไมผ่ ่าน
3. การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี นเป็นการสื่อสารใหผ้ ู้ปกครองและผู้เรยี นทราบความกา้ วหนา้
ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมิน และจัดทาเอกสารรายงานให้
ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง

375

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ี
สะทอ้ นมาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดเกณฑ์กลาง
สาหรบั การจบการศกึ ษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ และระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คือ

เกณฑ์การจบการศึกษาชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
1. ผูเ้ รยี นเรยี นรายวิชาพื้นฐานและรายวชิ าเพ่ิมเตมิ โดยเปน็ รายวชิ าพืน้ ฐาน 66 หน่วยกติ

และรายวชิ าเพมิ่ เติมตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด
2. ผู้เรียนตอ้ งมีผลการเรยี นผา่ นตลอดหลกั สตู ร ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกติ

โดยประกอบดว้ ย รายวิชาพน้ื ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เติม ไมน่ ้อยกว่า 11 หนว่ ยกิต
3. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น ในระดบั 1-3
4. ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ 1-3
5. ผู้เรยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมิน “ผา่ น” (ผ)
6. ผูเ้ รียนมีผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ในระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามทีส่ ถานศกึ ษา

กาหนด

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผเู้ รยี นเรยี นรายวชิ าพื้นฐานและรายวชิ าเพ่ิมเติม โดยเปน็ รายวิชาพน้ื ฐาน 41 หน่วยกติ

และรายวชิ าเพ่มิ เติมตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
2. ผู้เรยี นต้องมีผลการเรียนผา่ นตลอดหลักสตู ร ไมน่ อ้ ยกว่า 77 หน่วยกิต

โดยประกอบดว้ ย รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว่ ยกิต และรายวิชาเพ่ิมเติม ไมน่ อ้ ยกวา่ 36 หน่วยกิต
3. ผู้เรยี นมผี ลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับ 1-3
4. ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ในระดบั 1-3
5. ผเู้ รยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนและมีผลการประเมิน “ผา่ น” (ผ)
6. ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ สมรรถนะสาคัญในระดบั ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษา

กาหนด

376

เอกสารหลักฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษาเปน็ เอกสารท่ีสาคญั ทใี่ ช้บนั ทึกผลการเรยี น ข้อมลู และ
สารสนเทศทเ่ี กีย่ วข้องกับพฒั นาการของผเู้ รียนในดา้ นต่าง ๆ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี

1. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่กี ระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด
1.1 ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.1) เป็นเอกสารสาหรบั บันทกึ ขอ้ มูลผลการ

เรยี นของผู้เรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้แก่ ผลการเรยี น
ตามกลมุ่ สาระ การเรยี นรู้ แสดงผลการเรยี น และรบั รองผลการเรียนของผูเ้ รยี นตามรายวชิ า
ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของ
สถานศกึ ษา และผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น สถานศกึ ษาตอ้ งจดั ทาบนั ทกึ ข้อมลู และออก
เอกสารน้ใี ห้ผเู้ รยี นเปน็ รายบคุ คล เมอื่ ผ้เู รยี นจบการศึกษาระดบั หรอื เมอ่ื ผเู้ รยี นออกจากสถานศกึ ษา
ในทุกกรณี เพ่อื ใชแ้ สดงผลการเรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ระดบั ประถมศึกษา(ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี6) จบการศกึ ษาภาคบงั คบั (ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี3) และจบ
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน(ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6) หรือเมอื่ ลาออกจากสถานศกึ ษาในทุกกรณี

1.2 ประกาศนยี บัตร (ปพ.2) เปน็ เอกสารแสดงวุฒกิ ารศกึ ษาท่ีมอบให้แก่ผู้จบ
การศกึ ษาภาคบังคบั และผสู้ าเร็จการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 เพอ่ื รบั รองศกั ด์แิ ละสทิ ธข์ิ องผ้สู าเร็จการศึกษาตามวุฒแิ หง่ ประกาศนยี บัตรนั้น

1.3 แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศึกษา (ปพ.3) เปน็ เอกสารสาหรับอนมุ ัติการจบ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ของผู้เรยี นในแตล่ ะรนุ่ การศึกษาโดย
บันทกึ รายช่อื และขอ้ มูลทางการศึกษาของผจู้ บการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6)
ผจู้ บการศกึ ษาภาคบงั คบั (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3) และผจู้ บการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน (ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี
6) ใช้เปน็ เอกสารสาหรบั ตดั สนิ และอนุมัตผิ ลการเรียนใหผ้ เู้ รียนเปน็ ผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา และใชใ้ นการ
ตรวจสอบยนื ยนั และรับรองความสาเร็จและวฒุ กิ ารศึกษาของผูส้ าเรจ็ การศกึ ษาแตล่ ะคนตลอดไป
โดยบนั ทึกรายชอ่ื และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศกึ ษา(ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6) ผู้จบ
การศกึ ษาภาคบังคับ (ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3) และผจู้ บการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน (ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6)

2. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีสถานศึกษากาหนด เอกสารทสี่ ถานศึกษาจัดทาขึ้นเพอื่
บันทึกพฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และขอ้ มูลสาคัญ เกีย่ วกบั ผู้เรยี น เชน่ แบบรายงานประจาตวั นักเรยี น
แบบบันทกึ ผลการเรยี นประจารายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรยี น และเอกสารอื่น ๆ
ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการนาเอกสารไปใช้

2.1 แบบบันทึกผลการเรยี นประจารายวชิ า เปน็ เอกสารท่สี ถานศกึ ษาจัดทาขึ้น
เพอ่ื ใหผ้ ูส้ อนใช้บันทึกข้อมูลการวดั และประเมนิ ผลการเรียนตามแผนการจดั การเรยี นรแู้ ละประเมินผล

377

การเรียน และใช้เป็นขอ้ มูลในการพิจารณาตดั สินผลการเรียนแต่ละรายวิชา เอกสารนคี้ วรจัดทาเพือ่
บนั ทึกขอ้ มูลของผเู้ รยี นเปน็ รายห้อง

2.2 แบบรายงานประจาตัวนักเรยี น เปน็ เอกสารท่สี ถานศกึ ษาจัดทาข้ึนเพอ่ื บนั ทึก
ข้อมูลการประเมินผลการเรยี นรู้ และพฒั นาการด้านตา่ ง ๆ ของผ้เู รียนแตล่ ะคนตามเกณฑก์ ารตัดสิน
การผา่ นระดับชั้นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 รวมทง้ั ขอ้ มลู ด้าน
อืน่ ๆ ของผูเ้ รียนทงั้ ท่ีบ้านและโรงเรยี น เป็นเอกสารรายบุคคล สาหรับสือ่ สารใหผ้ ู้ปกครองของผเู้ รียน
แตล่ ะคนไดท้ ราบผลการเรยี นและพฒั นาการด้านต่าง ๆ ของผเู้ รยี น และรว่ มมอื ในการพฒั นาผเู้ รยี น
อย่างตอ่ เนอ่ื ง

2.3 ใบรับรองผลการเรยี น เปน็ เอกสารทสี่ ถานศกึ ษาจัดทาข้ึนเพือ่ รับรองสถานภาพ
ความเปน็ ผเู้ รียนในสถานศึกษาท่ีกาลงั ศึกษาอยหู่ รอื รบั รองผลการเรยี น หรอื วุฒิของผเู้ รียนเปน็ การ
ช่วั คราวตามทผี่ ู้เรียนรอ้ งขอ ท้งั กรณที ี่ผ้เู รียนกาลงั ศึกษาอยใู่ นโรงเรยี นหรอื เมอ่ื จบการศกึ ษาไปแลว้
แต่กาลังรอรับหลักฐานการศึกษา ระเบียนแสดงผลการเรยี นเป็นต้น ใบรับรองผลการเรยี นมอี ายกุ าร
ใช้งานชัว่ คราว โดยปกตปิ ระมาณ 30 วัน ซ่ึงผู้เรยี นสามารถนาไปใชเ้ ป็นหลกั ฐานแสดงคุณสมบัติของ
ผเู้ รียนในการสมัครเข้าศกึ ษาตอ่ สมคั รเข้าทางาน หรอื เมอื่ มกี รณีอื่นใดท่ีผเู้ รียนแสดงคณุ สมบตั ิ
เก่ยี วกับวุฒิความรู้ หรอื สถานภาพการเป็นผเู้ รียนของตน

2.4 ระเบยี นสะสม เปน็ เอกสารทีส่ ถานศึกษาจัดทาขน้ึ เพอ่ื บนั ทกึ ขอ้ มูลเกี่ยวกับ
พฒั นาการของผเู้ รยี นในด้านตา่ ง ๆเป็นรายบคุ คลอยา่ งต่อเนือ่ ง ตลอดชว่ งระยะเวลาการศึกษาตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 12 ปี ระเบยี นสะสมใหข้ ้อมูลทเี่ ปน็ ประโยชน์ในการแนะ
แนวทางการศึกษาและการประกอบอาชพี ของผู้เรยี น การพฒั นาปรบั ปรงุ บุคลิกภาพ การปรับตัวของ
ผ้เู รยี น และผลการเรียน ตลอดจนรายงานกระบวนการพฒั นาคุณภาพของผเู้ รียนระหวา่ งสถานศึกษา
กับบ้าน และใชเ้ ป็นหลกั ฐานในการตรวจสอบคณุ สมบตั ขิ องผู้เรยี นตามความเหมาะสม

การเทียบโอนผลการเรยี น

สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผูเ้ รียนจากสถานศกึ ษาได้ในกรณตี ่าง
ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศกึ ษา การเปลย่ี นรปู แบบการศกึ ษา การย้ายหลกั สตู ร การออกกลางคัน และ
การขอกลับเข้ารับการศกึ ษาต่อ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศ และขอเข้าศกึ ษาตอ่ ในประเทศ นอกจากน้ี
ยงั สามารถเทยี บโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหลง่ การเรียนรอู้ น่ื ๆ เช่น สถานประกอบการ
สถาบันทางศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชพี การจัดการศึกษาโดยครอบครัว เป็นต้น

การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดาเนินการในชว่ งกอ่ นเปดิ ภาคเรยี น หรอื ต้นภาคเรยี น

378

ทีส่ ถานศึกษารับผ้ขู อเทยี บโอนเป็นผ้เู รียน ทัง้ น้ี ผเู้ รียนท่ีได้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศกึ ษา
ตอ่ เนอื่ งในสถานศึกษาท่ีรับเทียบโอนอย่างนอ้ ย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาทร่ี ับผู้เรียนจากการ
เทยี บโอนควรกาหนดรายวชิ า/จานวนหนว่ ยกติ ที่จะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดังน้ี
1. พจิ ารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอืน่ ๆ ท่ีให้ขอ้ มลู แสดงความรู้
ความสามารถของผูเ้ รยี น
2. พจิ ารณาจากความรู้ความสามารถของผเู้ รียน โดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่าง ๆ
ทง้ั ภาคความรู้และภาคปฏบิ ตั ิ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจรงิ การเทียบโอนผลการเรยี น
ให้ดาเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนจานวนไมน่ ้อยกว่า 3 คน แต่ไมค่ วรเกิน 5 คน
และใหเ้ ปน็ ไปตามประกาศ หรอื แนวปฏิบัติของกระทรวงศกึ ษาธิการ

379

ภาคผนวก

380

คาสง่ั แตง่ ตั้งคณะกรรมการบรหิ าร
หลกั สตู รและวิชาการ
คาสัง่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการดาเนนิ
งานวิชาการ

381

คาส่ังแตง่ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและวชิ าการ

382

383

คาส่ังแตง่ ตงั้ คณะกรรมการดาเนินงานวชิ าการ

384

385

386


Click to View FlipBook Version