The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยี ป.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.aekapop, 2021-10-24 08:44:47

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยี ป.4

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยี ป.4

Keywords: แผนการสอนเทคโนโลยี ป.4

บันทึกข้อความ

สว่ นราชการ โรงเรียนบ้านหนิ ดาด อ.แมว่ งก์ จ.นครสวรรค์
ท่ี........................วนั ท่ี ............................................................
เรอ่ื ง ขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้

เรียน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหนิ ดาด

ตามทข่ี ้าพเจ้าวา่ ทร่ี ้อยตรเี อกภพ สุดสะอาด ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้รับมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั งิ านสอนในระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 รายวิชา คอมพิวเตอร์ จำนวน 0.5 หน่วยกติ ในภาค
เรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 นั้น

ขา้ พเจ้าไดว้ เิ คราะหต์ ัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ คำอธิบายรายวิชา โครงสรา้ งรายวชิ า เพื่อจดั ทำแผนการจดั การ
เรยี นรู้ ซ่งึ สอดคล้องกบั หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นหินดาด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551 โดยจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั เพ่ือทจี่ ะได้นำไปใชใ้ นการจัดการเรียนรู้
และพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนให้บรรลุเปา้ หมายของหลักสตู รฯ ต่อไป

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .................................................
( เอกภพ สดุ สะอาด )
......................................................................................... ตำแหนง่ ครู
.........................................................................................
ความเหน็ ของหัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวิชาการ

.........................................................................................
.........................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................ ลงช่ือ ............................................................

( ......................................................) ( ......................................................)

ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น

.........................................................................................
.........................................................................................

ลงชือ่ ............................................................
(นางปุณยวีร์ โพธิ)

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 30 ชัว่ โมง/ปี

ศึกษา วิเคราะห์ ช่ือและหน้าที่ของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ หลักการทำงานเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์ ใช้
กระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อสรุปประโยชน์และโทษจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพื่อการ
ทำงาน นำความรู้และทักษะมาสรา้ งช้นิ งานจากจินตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟกิ ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ

โดยใชก้ ระบวนการทำงาน กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลุ่ม
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งท่เี รยี นรแู้ ละเห็นคุณค่าของการทำงาน และนำความรู้ท่ี
เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม ที่เหมาะสม
และมจี ติ สำนึกในการอนุรกั ษ์สิ่งแวดล้อม

ตัวชว้ี ัด
ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5
รวม 5 ตัวชว้ี ัด

โครงสร้างรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ป.4

ลำดับ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี เรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน
ง 3.1 ป.4/1
1 ข้อมูลและเทคโนโลยี อปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นอุปกรณ์ที่ 3 5
สารสนเทศ ง 3.1 ป.4/4 สร้างขึน้ เพ่ืออำนวยความสะดวกในการใช้
งานต่างๆ และเก็บขอ้ มูล ซงึ่ ผู้ใช้จะต้องรู้จัก 20
ง 3.1 ป.4/2 ชื่อและหน้าท่ีของอุปกรณ์เทคโนโลยี
สารสนเทศใหถ้ ูกต้อง 15
ง 3.1 ป.4/4
2 อุปกรณ์เทคโนโลยี การจดั การข้อมลู โดยใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 5 5
สารสนเทศกบั การ ง 3.1 ป.4/5 จะชว่ ยทำให้เกดิ ความสะดวกรวดเร็วในการ
จดั การขอ้ มูล รับขอ้ มลู ประมวลผลข้อมูล และเก็บบนั ทึก 30
ง 3.1 ป.4/3 ข้อมูล
3 เรยี นร้คู อมพวิ เตอร์ ป.4/4 25
คอมพิวเตอรเ์ ป็นอุปกรณเ์ ทคโนโลยี 4
สารสนเทศที่มีหลักการทำงานโดยการรบั
ขอ้ มลู ประมวลผล และแสดงผลขอ้ มูล
รวมท้ังมีการจดั ประเภทของอุปกรณ์
คอมพวิ เตอร์ตามหลกั การทำงานเบอื้ งตน้

4 เรียนรซู้ อฟตแ์ วร์ ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ 3
เปน็ ชดุ คำสั่งหรือโปรแกรมทส่ี ร้างขึ้น
5 วาดภาพสวยด้วย เพอ่ื ใช้สง่ั งานใหค้ อมพวิ เตอร์ทำงานตาม ท่ี
โปรแกรมเพนต์ ตอ้ งการ

6 สรา้ งงานเอกสารด้วย ในการสรา้ งภาพจากจนิ ตนาการด้วย 9
ไมโครซอฟต์-เวริ ์ด โปรแกรมเพนต์ ซึ่งเปน็ การใช้โปรแกรม
กราฟิกขน้ั พืน้ ฐานในการสรา้ งชิ้นงานนน้ั
จะต้องมคี วามรบั ผดิ ชอบ

คอมพวิ เตอร์มที ง้ั ประโยชน์และโทษ ดังน้นั 6
การสร้างงานเอกสารดว้ ยคอมพิวเตอรโ์ ดยใช้
โปรแกรมไมโคร-ซอฟต์เวริ ด์ น้ัน จะตอ้ งมี
จติ สำนกึ และ มคี วามรบั ผดิ ชอบ

โครงสรา้ งแผนฯ รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ป.4

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วธิ สี อน/กระบวนการจัดการ ทักษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ เรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 (ชวั่ โมง)
ขอ้ มูลและเทคโนโลยี 1. ขอ้ มูลและการจัดเกบ็ - วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการสำรวจค้นหา 1
สารสนเทศ ขอ้ มูล แบบรว่ มมอื : เทคนิคคคู่ ดิ 2. ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล
สส่ี หาย 3. ทกั ษะการจดั กลุ่ม 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 4. ทกั ษะการประเมิน
อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี 1
สารสนเทศกับการ 2. อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี - วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นรู้ 1. ทักษะการสำรวจค้นหา 1
จดั การข้อมูล สารสนเทศ แบบรว่ มมอื : เทคนคิ คู่ 2. ทักษะการรวบรวมข้อมลู
ตรวจสอบ 3. ทักษะการจัดกลุ่ม 1
3. ประโยชนข์ อง 4. ทักษะการประเมิน
อุปกรณเ์ ทคโนโลยี 1
สารสนเทศ - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
กระบวนสร้างความตระหนัก 2. ทักษะการประเมนิ 1
1. การรับข้อมลู
- วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทักษะการประเมนิ
2. การประมวลผลและ : กระบวนการเรยี นความรู้ 2. ทักษะกระบวนการคดิ
การแสดงผลข้อมลู ความเข้าใจ
แก้ปญั หา
3. อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 3. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
สารสนเทศที่ใช้ : กระบวนการเรยี นความรู้
จดั เก็บข้อมลู ความเขา้ ใจ 1. ทกั ษะการประเมิน
2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
4. การจัดเกบ็ ขอ้ มูลใน - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ
คอมพวิ เตอร์ : กระบวนการสร้างความคดิ แกป้ ัญหา
รวบยอด 3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้

- วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการประเมิน
(Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แก้ปญั หา
3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้

1. ทักษะการประเมนิ
2. ทักษะกระบวนการคดิ

แก้ปญั หา
3. ทักษะการนำความรูไ้ ปใช้

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการจดั การ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ เรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 (ชวั่ โมง)
อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี
สารสนเทศกับการ 5. การสรา้ งแฟม้ สำหรับ - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการประเมนิ 1
จดั การข้อมูล (ตอ่ ) 2. ทักษะกระบวนการคดิ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เก็บขอ้ มูล ใน : กระบวนการปฏิบตั ิ
เรียนร้คู อมพวิ เตอร์ แกป้ ญั หา
คอมพวิ เตอร์ 3. ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4
เรยี นรูซ้ อฟตแ์ วร์ 1. ววิ ัฒนาการของ - วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล 1
คอมพวิ เตอร์ (Inquiry Method : 5E) 2. ทักษะการคดิ อย่างมเี หตผุ ล
3. ทกั ษะการประเมนิ

2. ประเภทของ - วิธีสอนโดยการจัดการเรยี นรู้ 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล 1
คอมพิวเตอร์ แบบรว่ มมือ : เทคนิคเล่าเร่อื ง 2. ทกั ษะการคิดอย่างมเี หตผุ ล
รอบวง 3. ทักษะการประเมนิ

3. การทำงานของ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล 1
คอมพิวเตอร์ (1) แบบรว่ มมอื : เทคนคิ ค่คู ดิ สี่ 2. ทกั ษะการคดิ อย่างมเี หตผุ ล
สหาย 3. ทกั ษะการประเมนิ

4. การทำงานของ - วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้ 1. ทักษะการรวบรวมข้อมูล 1
คอมพิวเตอร์ (2) แบบรว่ มมอื : เทคนคิ คู่ 2. ทกั ษะการคิดอยา่ งมเี หตผุ ล
ตรวจสอบ 3. ทักษะการประเมนิ

1. ความหมายของ - วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
ซอฟต์แวร์ (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แก้ปญั หา
3. ทกั ษะการประเมนิ

2. ประเภทของ - วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการนำความร้ไู ปใช้ 1
ซอฟตแ์ วร์ (1) แบบรว่ มมอื : เทคนคิ คคู่ ดิ ส่ี 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
สหาย แก้ปัญหา
3. ทักษะการประเมนิ

3. ประเภทของ - วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู้ 1. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
ซอฟต์แวร์ (2) แบบร่วมมอื : เทคนคิ เล่าเร่อื ง 2. ทักษะกระบวนการคดิ
รอบวง
แก้ปญั หา
3. ทักษะการประเมิน

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั วธิ สี อน/กระบวนการจัดการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ เรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 (ช่ัวโมง)
วาดภาพสวยด้วย 1. โปรแกรมเพนต์ - วิธีสอนโดยใชก้ ารสาธิต 1. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้ 1
โปรแกรมเพนต์ 2. ทกั ษะการระบุ
3. ทกั ษะกระบวนการคดิ 1

แกป้ ญั หา 1
4. ทกั ษะการประเมิน
1
2. การวาดภาพ - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
เรขาคณติ : กระบวนการปฏบิ ัติ 2. ทกั ษะการระบุ 1
3. ทกั ษะกระบวนการคดิ
1
แกป้ ัญหา
4. ทักษะการประเมนิ

3. การลากเส้นตรง และ - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
เสน้ โค้ง : กระบวนการปฏิบัติ 2. ทกั ษะการระบุ
3. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แก้ปญั หา
4. ทกั ษะการประเมนิ

4. การวาดภาพอสิ ระ - วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทักษะการนำความรูไ้ ปใช้
โดยใชด้ นิ สอหรือ : กระบวนการปฏิบัติ 2. ทกั ษะการระบุ
แปรงทาสี 3. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แกป้ ญั หา
4. ทกั ษะการประเมิน

5. การระบายสโี ดยใช้ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
กระปอ๋ งเทสีและ ใช้ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 2. ทกั ษะการระบุ
สเปรย์ 3. ทักษะกระบวนการคดิ

แกป้ ญั หา
4. ทกั ษะการประเมนิ

6. การพิมพ์ข้อความลง - วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
ในภาพ : กระบวนการปฏิบัติ 2. ทักษะการระบุ
3. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แกป้ ญั หา
4. ทักษะการประเมนิ

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการจดั การ ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรยี นรู้ เรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 (ชั่วโมง)
วาดภาพสวยด้วย 7. การลบภาพ - วิธสี อนโดยใช้การสาธติ 1. ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้ 1
โปรแกรมเพนต์ (ตอ่ ) การพลิก 2. ทกั ษะการระบุ
และหมนุ ภาพ 3. ทกั ษะกระบวนการคดิ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6
สรา้ งงานเอกสารด้วย แกป้ ญั หา 1
ไมโครซอฟต์เวริ ์ด 4. ทกั ษะการประเมิน
1
8. การวาดภาพทะเล - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
จากโปรแกรมเพนต์ : กระบวนการปฏิบตั ิ 2. ทกั ษะการระบุ
3. ทักษะกระบวนการคดิ 1

แก้ปญั หา
4. ทักษะการประเมิน

9. การวาดภาพประกอบ - วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
นทิ านโดยใชโ้ ปรแกรม : กระบวนการเรยี นความรู้ 2. ทักษะการระบุ
เพนต์ ความเขา้ ใจ 3. ทกั ษะกระบวนการคดิ

แก้ปญั หา
4. ทักษะการประเมนิ

1. การพิมพ์เอกสารด้วย - วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
2. ทักษะกระบวนการคดิ
โปรแกรม : กระบวนการปฏบิ ัติ
แกป้ ัญหา
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ 3. ทักษะการประเมิน

2. การพิมพแ์ ละการ - วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทักษะการนำความร้ไู ปใช้
จัดรปู แบบเอกสาร : กระบวนการปฏบิ ัติ 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
(1)
แก้ปญั หา
3. ทักษะการประเมนิ

3. การพิมพ์และการ - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ 1. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
จดั รปู แบบเอกสาร : กระบวนการปฏิบตั ิ 2. ทักษะกระบวนการคดิ
(2)
แก้ปัญหา
3. ทกั ษะการประเมิน

4. การพิมพ์และการ - วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
จดั รปู แบบเอกสาร : กระบวนการปฏิบัติ 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
(3)
แกป้ ญั หา
3. ทักษะการประเมนิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วิธีสอน/กระบวนการจดั การ ทักษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ เรียนรู้
(ช่ัวโมง)
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 5. การจัดการเอกสาร - วธิ สี อนโดยใชก้ ารสาธิต 1. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
สร้างงานเอกสารดว้ ย จากโปรแกรม 2. ทักษะกระบวนการคดิ
ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด (ต่อ) ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด 1
แก้ปัญหา
3. ทกั ษะการประเมิน

6. ประโยชนแ์ ละโทษ - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 1. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
ของการใชง้ าน : กระบวนการสรา้ งความ 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
คอมพิวเตอร์ ตระหนัก
แกป้ ัญหา
3. ทักษะการประเมนิ

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1 ขอ้ มลู และการจดั เกบ็ 1 ชวั่ โมง
ขอ้ มลู

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ในการจดั เกบ็ ขอ้ มลู ชนิดต่างๆ อยา่ งเป็นระเบยี บ จะทาใหส้ ามารถนาขอ้ มลู มาใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างสะดวก
และรวดเรว็

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/1 บอกชอ่ื และหน้าทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายความหมายของขอ้ มลู ได้
2) บอกวธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู แตล่ ะประเภทได้

3 สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

 อุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ เชน่
- กลอ้ งดจิ ทิ ลั ทาหน้าทบ่ี นั ทกึ ภาพ
- สแกนเนอร์ ทาหน้าทส่ี แกนขอ้ ความ หรอื ภาพทอ่ี ย่ใู นรปู สงิ่ พมิ พใ์ หอ้ ยใู่ นรปู ขอ้ มลู ดจิ ทิ ลั
- แผ่นซดี ี ทาหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
4) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการจดั กลุ่ม

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิ คค่คู ิดส่ีสหาย

นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน คาถามกระต้นุ ความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ :  ขอ้ มูลต่างๆ ที่อยู่รอบตวั เรามคี วามสาคญั หรอื ไม่
เพราะเหตุใด
1. บตั รภาพ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. เอกสารประกอบการสอน ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

1. ครนู าภาพมาแจกใหน้ กั เรยี นคนละ 1 ใบ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี น
เขยี นอธบิ ายขอ้ มลู เกย่ี วกบั ภาพทน่ี ักเรยี นไดร้ บั ไวด้ า้ นหลงั
ภาพ

2. ครใู หอ้ าสาสมคั รทไ่ี ดร้ บั บตั รภาพหมายเลข 1 และหมายเลข 2
ออกมาอธบิ ายขอ้ มลู เกย่ี วกบั บตั รภาพทไ่ี ดร้ บั หน้าชนั้ เรยี น

3. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ภาพดงั กล่าวจดั เป็นขอ้ มลู ภาพ
และสง่ิ ทน่ี ักเรยี นอธบิ ายนนั้ เป็นขอ้ มลู ทน่ี กั เรยี นมคี วามรู้
ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ภาพนนั้ ๆ

4. ครแู จกเอกสารประกอบการสอนใหน้ ักเรยี นอ่าน เพอ่ื ให้
นกั เรยี นเขา้ ใจขอ้ มลู เก่ยี วกบั ชา้ งและดอกทานตะวนั

5. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

ขนั้ สอน คาถามกระตุ้นความคิด

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ :  การเกบ็ ข้อมูลให้สะดวกต่อการนามาใช้งาน
มวี ิธีการอย่างไร
1. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4 (จดั เกบ็ โดยแยกหมวดหมู่ และจดั ใหเ้ ป็นระเบยี บ
2. เอกสารประกอบการสอน เรยี บรอ้ ย เพอื่ ใหส้ ะดวกในการนามาใชง้ าน)
3. ใบงานท่ี 1.1

1. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเกง่ ปานกลาง
คอ่ นขา้ งออ่ น และอ่อน จากนนั้ ใหส้ มาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั
ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ความหมายของขอ้ มลู จากหนงั สอื เรยี น

2. ครนู าเอกสารประกอบการสอนมาแจกใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่
ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาขอ้ มลู แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั
อภปิ รายถงึ การนาความรจู้ ากขอ้ มลู ดงั กล่าวมาใชป้ ระโยชน์
ในชวี ติ ประจาวนั

3. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกนาเสนอแนวทาง
ในการนาขอ้ มลู ดงั กลา่ วมาใชป้ ระโยชน์หน้าชนั้ เรยี น
โดยมคี รเู ป็นผตู้ รวจสอบความถกู ตอ้ ง

4. ครถู ามนกั เรยี นว่า ในชวี ติ ประจาวนั ของนกั เรยี นมวี ธิ กี าร
เลอื กรบั ขอ้ มลู อย่างไร

5. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายแลกเปลย่ี นความ
คดิ เหน็ กนั เกย่ี วกบั ขอ้ มลู ทส่ี มาชกิ ในกลุ่มสนใจ เช่น ขอ้ มลู
เกย่ี วกบั โรคระบาด อุทกภยั เป็นตน้

6. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั บอกวธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู
ดงั กล่าวอย่างเหมาะสม พรอ้ มทงั้ แสดงเหตผุ ลประกอบว่า
เพราะเหตุใด จงึ เลอื กจดั เกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยวธิ กี ารดงั กล่าว

7. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การจดั เกบ็
ขอ้ มลู จากหนงั สอื เรยี น

8. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นทราบวา่ การเกบ็ ขอ้ มลู ต่างๆ ทเ่ี ป็น
ประโยชน์ สามารถจดั เกบ็ ไดห้ ลายวธิ แี ลว้ แต่ความสะดวก
ในการจดั เกบ็ หรอื ความสาคญั มากน้อยของขอ้ มลู นนั้ ๆ เชน่
- การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยการบนั ทกึ
- การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในแฟ้มเกบ็ เอกสาร
- การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในคอมพวิ เตอร์
- การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในแฟลชไดรฟ์
- การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในแผ่นซดี ี แผน่ ดสิ ก์

9. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการ
จดั เกบ็ ขอ้ มลู อยา่ งเป็นระเบยี บ แลว้ สรุปผลการอภปิ ราย

10. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ทาใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ขอ้ มูลและ
การจดั เกบ็ ขอ้ มูล โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุ่มหาคาตอบ

ในใบงานดว้ ยตนเองจนครบทุกขอ้ จากนนั้ จบั คกู่ บั เพอ่ื น
ในกลมุ่ ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของตนเองใหเ้ พ่อื นฟัง
(นกั เรยี นอกี ค่หู นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )
11. สมาชกิ แตล่ ะคใู่ นกลุ่มเดยี วกนั นผลดั กนั อธบิ ายคาตอบ
ของค่ตู นเองใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่งึ ฟัง และสรปุ คาตอบทเ่ี ป็นมติ
ของกล่มุ แลว้ บนั ทกึ คาตอบลงในใบงานท่ี 1.1 เสรจ็ แลว้ นา
สง่ ครตู รวจ
12. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

ขนั้ สรปุ

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : –

ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรเู้ ร่อื ง ความหมายของ
ขอ้ มลู และการจดั เกบ็ ขอ้ มลู

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )

ตรวจใบงานท่ี 1.1 ใบงานท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มนั ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน

8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) เอกสารประกอบการสอน
3) บตั รภาพ
4) ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง ขอ้ มลู และการจดั เกบ็ ขอ้ มลู

8.2 แหล่งการเรียนรู้



เอกสารประกอบการสอน

ข้อมูลเกี่ยวกบั ช้าง และดอกทานตะวนั

ชา้ ง เป็นสตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยน้านม มจี มกู ย่นื ยาว เรยี กวา่ งวง ตวั ผมู้ งี า เรยี กว่า ชา้ งพลาย แต่ถา้ ไมม่ งี า เรยี กว่า
ชา้ งสดี อ สว่ นตวั เมยี เรยี กว่า ชา้ งพงั และส่วนใหญจ่ ะไมม่ งี า ชา้ งเป็นสตั วบ์ กทม่ี ขี นาดใหญ่ทส่ี ดุ ในปัจจุบนั

ดอกทานตะวนั เป็นไม้ดอกประเภทพืชล้มลุก ปลูกง่ายเจรญิ เติบโตเร็ว ชอบอากาศรอ้ น ให้ดอกสวยงาม
กลีบดอกมีหลายสี ได้แก่ สีเหลือง สสี ้ม และสนี ้าตาล ใบมีสีเขยี วอ่อน ลาต้นและใบจะมีขน แหล่งท่ีปลูกทานตะวนั
มากทส่ี ุดในประเทศไทย คอื บรเิ วณเขตจงั หวดั ลพบรุ ี

เอกสารประกอบการสอน

ประโยชน์ของส้มเขียวหวาน

สม้ เขยี วหวาน เป็นผลไมท้ ม่ี รี สหวานอมเปรย้ี ว มวี ติ ามนิ เอสงู มาก ตามดว้ ยวติ ามนิ ซที ม่ี ปี ระโยชน์ต่อร่างกาย
อย่างมาก การรบั ประทานสม้ เขยี วหวานจงึ มปี ระโยชน์ ดงั น้ี

- ช่วยป้องกนั โรคเลอื ดออกตามไรฟัน
- เป็นยาระบายอ่อนๆ
- เสรมิ สรา้ งคอลลาเจนช่วยทาใหแ้ ผลหายเรว็ ขน้ึ
- บารงุ ผวิ พรรณใหส้ วยเปลง่ ปลงั่ มนี ้ามนี วล ขจดั ความหมองคลา้ และชะลอการเกดิ รว้ิ รอย
- เปลอื กผวิ สม้ มนี ้ามนั หอมระเหยช่วยแกว้ งิ เวยี นศรี ษะ
- เปลอื กแหง้ เมอ่ื นามาจดุ ไฟจะมกี ลน่ิ หอมและสามารถไลย่ ุงไดด้ ี

บตั รภาพ 

ภาพช้าง
ภาพดอกทานตะวนั

ใบงานท่ี

1.1 ข้อมลู และการจดั เกบ็ ข้อมูล

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
1. คาวา่ ขอ้ มลู มคี วามหมายอย่างไร

2. ขอ้ มลู ต่างๆ มคี วามสาคญั และมคี วามจาเป็นตอ่ คนเราอยา่ งไร

3. ขอ้ มลู ตา่ งๆ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

4. การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ตา่ งๆ สามารถจดั เกบ็ ไวใ้ นรูปแบบใดไดบ้ า้ ง

5. การจดั เกบ็ ขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ มผี ลดตี ่อนกั เรยี นอย่างไร จงอธบิ าย

วิชาคอมพิวเตอร์ ช่อื .................................................................................ช้นั ...........................เลขที่..............

ใบงานท่ี

1.1 ขอ้ มลู และการจดั เกบ็ ขอ้ มูล

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
1. คาว่า ขอ้ มลู มคี วามหมายอย่างไร

ขอ้ มลู หมายถงึ ขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื เหตกุ ารณ์ทเี่ กยี่ วกบั สงิ่ ตา่ งๆ ทเี่ กดิ ข้นึ หรอื เรอื่ งราวต่างๆ เกยี่ วกบั คน สตั ว์
สงิ่ ของ หรอื สถานที่

2. ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ มคี วามสาคญั และมคี วามจาเป็นต่อคนเราอย่างไร

เพราะเรานาขอ้ มลู ต่างๆ มาใชใ้ หเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ การดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั ดา้ นตา่ งๆ ตามความจาเป็นและ
ความเหมาะสม

3. ขอ้ มลู ต่าง ๆ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร

สามารถนาขอ้ มลู มาใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั เช่น ใชข้ อ้ มลู เพอื่ ประโยชน์เกยี่ วกบั การเรยี น ใชข้ อ้ มลู
มาประกอบในการตดั สนิ ใจ และใชข้ อ้ มลู เพอื่ สอื่ สารกบั บุคคลอนื่

4. การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ สามารถจดั เกบ็ ไวใ้ นรปู แบบใดไดบ้ า้ ง

การจดั เกบ็ ขอ้ มลู ตา่ งๆ สามารถจดั เกบ็ ไดใ้ นหลายรปู แบบ เชน่ จดั เกบ็ ขอ้ มลู ในแฟ้ม แผ่นซดี ี แผน่ ดสิ ก์
แฟลชไดรฟ์

5. การจดั เกบ็ ขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ มผี ลดตี อ่ นกั เรยี นอย่างไร จงอธบิ าย

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ ิจของครผู ู้สอน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม

ช่อื กล่มุ ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง

3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ

4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม

4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื

8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น

8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้

ต่ากวา่ 39 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตาแหน่ง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2 อปุ กรณ์เทคโนโลยี 1 ชวั่ โมง
สารสนเทศ

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศสรา้ งขน้ึ เพอ่ื อานวยความสะดวกในการใชง้ านต่างๆ ซง่ึ มชี ่อื และทาหน้าท่ี
แตกตา่ งกนั

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/1 บอกช่อื และหน้าทข่ี องอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- บอกชอ่ื และหน้าทข่ี องอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศได้

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

 อุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่น
- กลอ้ งดจิ ทิ ลั ทาหน้าทบ่ี นั ทกึ ภาพ
- สแกนเนอร์ ทาหน้าทส่ี แกนขอ้ ความ หรอื ภาพทอ่ี ย่ใู นรปู สงิ่ พมิ พใ์ หอ้ ย่ใู นรปู ขอ้ มลู ดจิ ทิ ลั
- แผ่นซดี ี ทาหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
4) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการจดั กลุ่ม

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมือ : เทคนิ คค่ตู รวจสอบ

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น คาถามกระตุ้นความคิด

ส่อื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ  นักเรยี นมีวิธีจดั เกบ็ ขอ้ มูลต่างๆ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

2. ครนู าภาพอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศตา่ งๆ มา
ใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกชอ่ื และหน้าท่ี
ของอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศดงั กลา่ ว
3. ครเู ฉลยคาตอบ พรอ้ มทงั้ ชมเชยนกั เรยี นทกุ คนท่ี
ใหค้ วามร่วมมอื ในการตอบคาถาม
4. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า อุปกรณ์
เทคโนโลยจี ากบตั รภาพสรา้ งขน้ึ มาเพอ่ื อานวยความ
สะดวกใหก้ บั คนเราในการจดั การขอ้ มลู ตา่ งๆ

ขนั้ สอน

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ :

1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4
2. แบบวดั ฯ
3. อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
4. ใบงานท่ี 1.2
5. หอ้ งสมุด

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั
ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ จากหนังสอื เรยี นหรอื
คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ จากหอ้ งสมุด

2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายเก่ยี วกบั
ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ และอุปกรณ์

เทคโนโลยสี ารสนเทศ จากนนั้ สรุปผลการอภปิ ราย แลว้
บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน

3. ครนู าตวั อย่างอุปกรณ์ตา่ งๆ ของคอมพวิ เตอร์ เช่น
แผน่ ซดี ี แผ่นดสิ ก์ ฮารด์ ดสิ กภ์ ายนอก แฟลชไดรฟ์
เป็นตน้ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม
บอกชอ่ื ของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ โดยครสู ุม่ ตวั แทน
นกั เรยี นแต่ละกล่มุ บอกชอ่ื
ของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอรจ์ นครบทกุ อปุ กรณ์

4. ครอู ธบิ ายขอ้ มลู เกย่ี วกบั อปุ กรณ์ตา่ งๆ ของ
คอมพวิ เตอรเ์ พมิ่ เตมิ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมคี วามรคู้ วาม
เขา้ ใจมากยง่ิ ขน้ึ

5. สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ทาใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง
อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยใหส้ มาชกิ ในแต่
ละกลุ่มจบั ค่กู นั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคปู่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ดงั น้ี

- สมาชกิ คนท่ี 1 ดภู าพ แลว้ เขยี นช่อื และหน้าทข่ี อง
อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

- สมาชกิ คนท่ี 2 เป็นฝ่ายสงั เกต ตรวจสอบคาตอบให้
สมาชกิ แตล่ ะคเู่ ปลย่ี นบทบาทกนั ในคาถามขอ้

ตอ่ ไป
6. สมาชกิ แต่ละคู่นาคาตอบของค่ตู นเองมานาเสนอให้

เพอ่ื นอกี
ค่หู น่งึ ในกลมุ่ เดยี วกนั ฟัง เพ่อื ชว่ ยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง แลว้ สรุปคาตอบเป็นมตขิ องกลมุ่
จากนนั้ นาใบงานท่ี 1.2
สง่ ครู

7. นกั เรยี นแต่ละคนทากจิ กรรมรวบยอดท่ี 1.1 ชดุ ท่ี 1 ขอ้ 1
และ 2 จากแบบวดั ฯ เป็นการบา้ น แลว้ นามาส่งครใู นวนั ถดั ไป

ขนั้ สรปุ คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : –  นักเรียนคิดว่า อปุ กรณ์เทคโนโลยีชนิดใดสาคญั
ท่ีสดุ อธิบายเหตุผล
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปเกย่ี วกบั ความหมาย

ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ และอปุ กรณ์เทคโนโลยี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
สารสนเทศ พรอ้ มทงั้ ยกตวั อย่างช่อื และหน้าทข่ี อง ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
อปุ กรณ์และเทคโนโลยปี ระกอบ

7 การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์

วิธีการ ใบงานท่ี 1.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.2 แบบบนั ทกึ การอา่ น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่
ในการทางาน

8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
3) บตั รภาพ อุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
4) อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ เช่น แผน่ ซดี ี แผน่ ดสิ ก์ ฮารด์ ดสิ กภ์ ายนอก แฟลชไดรฟ์ เป็นตน้
5) ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

- หอ้ งสมดุ

บตั รภาพ



ภาพคอมพิวเตอร์ ภาพเมาส์

ภาพเครอื่ งพิมพ์ ภาพสแกนเนอร์

ภาพกล้องดิจิทลั ภาพแฟลชไดรฟ์

ใบงานที่

1.2 อปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นช่อื และหน้าทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศทก่ี าหนดให้
1. 2.

ชอ่ื ชอ่ื
หน้าท่ี หน้าท่ี

3. 4.

ช่อื ชอ่ื
หน้าท่ี หน้าท่ี

วชิ าคอมพิวเตอร์ ชื่อ.................................................................................ชั้น...........................เลขท่.ี .............

ใบงานที่

1.2 อปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นช่อื และหน้าทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศทก่ี าหนดให้
1. 2.

ช่อื คอมพวิ เตอร์ ชอ่ื เครอื่ งพมิ พ์
หน้าท่ี สามารถรบั -ส่งขอ้ มลู เกบ็ ขอ้ มลู เคลอื่ นยา้ ย หน้าท่ี สามารถแสดงผลขอ้ มลู ออกมาเป็นรปู ภาพ

ขอ้ มลู คดั ลอกขอ้ มลู ทาใหก้ ารปฏบิ ตั มิ ขี อ้ ผดิ พลาด และขอ้ ความลงบนกระดาษทาใหม้ คี วามสะดวกสบาย
น้อยลง งานเป็นไปอย่างมรี ะบบและเป็นระเบยี บ ในการดาเนินงาน
มากขน้ึ และลดปรมิ าณการใชท้ รพั ยากรต่างๆ ใน
ระหวา่ งการทางาน 4.

3.

ชอ่ื สแกนเนอร์ ช่อื กลอ้ งดจิ ทิ ลั
หน้าท่ี สามารถสแกนเอกสารหรอื ภาพถา่ ยเพอื่ หน้าท่ี สามารถบนั ทกึ ภาพลงในสอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์

สง่ ไปยงั คอมพวิ เตอร์ ทาใหม้ คี วามสะดวกสบาย สามารถเชอื่ มต่อกบั เครอื่ งพมิ พเ์ พอื่ พมิ พภ์ าพต่างๆ
ทาใหม้ คี วามสะดวกสบายในการดาเนินงาน ทาให้
ในการดาเนนิ งานและประหยดั พลงั งาน การดาเนินงานมขี อ้ ผดิ พลาดน้อยลง ผลงานทไี่ ดม้ ี
ความสวยงาม

ช่อื หนังสอื ราคา ช่อื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่าน
สานักพมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์
จานวนหน้า บาท อ่านวนั ท่ี เดอื น นามปากกา
ปีทพ่ี มิ พ์

พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคญั ของเรอ่ื ง

2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเร่อื งทอ่ี า่ น
3. สง่ิ ทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
4. ขอ้ เสนอแนะของครู

ลงช่อื นกั เรยี น ลงช่อื ผปู้ กครอง
( )( )

ลงช่อื ครผู สู้ อน
( )

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องเพียงเลก็ น้อย ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

ชอ่ื ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี การมี
ที่ ของผรู้ บั การ ความ ฟังคนอ่ืน ตามท่ีได้รบั น้าใจ ส่วนร่วมใน รวม
คิดเหน็ มอบหมาย การปรบั ปรงุ 15
ประเมิน 321 321 ผลงานกลุ่ม คะแนน
321 321
321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง

3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ

4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม

4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื

8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น

8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้

ต่ากว่า 39 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตาแหน่ง

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 ประโยชน์ของอปุ กรณ์ 1 ชวั่ โมง
เทคโนโลยีสารสนเทศ

1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การนาอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มาใชง้ านในดา้ นต่างๆ ทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ และช่วยอานวย
ความสะดวกกบั ผใู้ ชง้ าน

2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/1 บอกชอ่ื และหน้าทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- บอกประโยชน์ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศได้

3 สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

 อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่น
- กลอ้ งดจิ ทิ ลั ทาหน้าทบ่ี นั ทกึ ภาพ
- สแกนเนอร์ ทาหน้าทส่ี แกนขอ้ ความ หรอื ภาพทอ่ี ยใู่ นรปู สงิ่ พมิ พใ์ หอ้ ยใู่ นรปู ขอ้ มลู ดจิ ทิ ลั
- แผน่ ซดี ี ทาหน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่

(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการประเมนิ

4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

6 กิจกรรมการเรียนรู้

วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสรา้ งความตระหนัก

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : -  นักเรยี นรจู้ กั อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
อะไรบ้าง
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
2. สมาชกิ กลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) แต่ละคน ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

เขยี นประโยชน์ของการนาเทคโนโลยมี าใชใ้ นความคดิ เหน็
ของนักเรยี น ใหน้ ักเรยี นตอบคนละ 2 ขอ้
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ จบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บความแตกต่างของ
ผลงาน

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์ คาถามกระตุ้นความคิด

สอ่ื การเรยี นรู้ :  อปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์
ต่อนักเรียนอย่างไร
1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4 (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. ใบงานท่ี 1.3 ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

1. สมาชกิ แตล่ ะคนในกล่มุ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ประโยชน์

ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ จากหนังสอื เรยี น

2. เม่อื สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ ศกึ ษาจบแลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั
วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ในประเดน็ ทค่ี รกู าหนด ดงั น้ี
1) อปุ กรณ์เทคโนโลยี มบี ทบาทสาคญั ในการปฏบิ ตั งิ าน
อยา่ งไร
2) อุปกรณ์เทคโนโลยี มบี ทบาทสาคญั ในการจดั การงาน
อย่างไร
3) อปุ กรณ์เทคโนโลยี มคี วามสาคญั ในเรอ่ื งการจดั เกบ็ ขอ้ มลู
อยา่ งไร

3. ครสู ุม่ ตวั แทนนักเรยี นของแตล่ ะกลุ่มออกมารายงานผล
การวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ในแตล่ ะประเดน็ หน้าชนั้ เรยี น จากนนั้
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเกย่ี วกบั ประโยชน์ของ
การนาอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชง้ าน เช่น
- ชว่ ยลดจานวนผดู้ าเนินงานและประหยดั พลงั งาน
- ช่วยลดปรมิ าณการใชท้ รพั ยากรตา่ งๆ ในระหว่าง
การทางาน
- ชว่ ยใหก้ ารดาเนนิ งานมขี อ้ ผดิ พลาดน้อยลง

4. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานที่ 1.3 เร่ือง ประโยชน์ของ
อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ เม่อื นกั เรยี นทาใบงาน
เสรจ็ แลว้ ตรวจความถกู ตอ้ งกอ่ นนาสง่ ครตู รวจ

5. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ

ขนั้ ที่ 3 สรปุ

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : –

1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั สรปุ เกย่ี วกบั ประโยชน์ของ
อปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ และยกตวั อย่างอปุ กรณ์เทคโนโลยี
สารสนเทศทน่ี ักเรยี นเคยใช้ พรอ้ มทงั้ บอกประโยชน์ของอปุ กรณ์
ดงั กลา่ ว

2. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมารายงานผลการสรุป
และตวั อยา่ งอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศทน่ี กั เรยี นเคยใช้
พรอ้ มทงั้ บอกประโยชน์หน้าชนั้ เรยี น โดยครเู ป็นผตู้ รวจสอบ
ความถูกตอ้ ง

 ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนจดั ทารายงาน เร่อื ง ขอ้ มลู และอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยใหค้ รอบคลมุ
ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การบอกประโยชน์ของขอ้ มลู และอปุ กรณ์จดั เกบ็ ขอ้ มลู
2) การบอกชอื่ ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3) การบอกหน้าทขี่ องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1

7 การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 1.3 ใบงานท่ี 1.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจรายงาน เรอ่ื ง อปุ กรณ์เทคโนโลยี แบบประเมนิ รายงาน เร่อื ง อปุ กรณ์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สารสนเทศ เทคโนโลยสี ารสนเทศ

8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ประโยชน์ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

8.2 แหล่งการเรยี นรู้



ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นจดั ทารายงาน เร่อื ง ขอ้ มลู และอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยคน้ ควา้ ขอ้ มลู ดงั น้ี
1. ใหน้ กั เรยี นบอกความหมายขอ้ มลู และประโยชน์จากการใชข้ อ้ มลู ทงั้ 3 ดา้ น ดงั น้ี
- เพอ่ื ประโยชน์เก่ยี วกบั การเรยี น
- เพอ่ื ใชข้ อ้ มลู ประกอบการตดั สนิ ใจ
- เพอ่ื ใหส้ อ่ื สารกบั ผอู้ ่นื
2. ยกตวั อยา่ งอปุ กรณ์ทใ่ี ชจ้ ดั เกบ็ ขอ้ มลู มาอย่างน้อย 3 ชนิด พรอ้ มทงั้ อธบิ าย
3. อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ พรอ้ มทงั้ ยกตวั อยา่ งอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
มาอย่างน้อย 3 ชนิด แลว้ บอกช่อื และหน้าทข่ี องอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศดงั กล่าว

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินรายงาน เร่ือง ข้อมลู และอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การบอกประโยชน์ของขอ้ มลู และอุปกรณ์การจดั เกบ็ ขอ้ มลู
2 การบอกชอ่ื ของอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3 การบอกหน้าทข่ี องอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

พอใช้ = 2 คะแนน 8 - 9 ดี

ปรบั ปรุง = 1 คะแนน 5 - 7 พอใช้

ต่ากว่า 5 ปรบั ปรงุ

ใบงานที่

1.3 ประโยชน์ของอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแผนผงั ความคดิ เก่ยี วกบั ประโยชน์ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ

ประโยชน์ของอุปกรณ์
เทคโนโลยีสารสนเทศ

วิชาคอมพิวเตอร์ ชอ่ื .................................................................................ชัน้ ...........................เลขท่.ี .............

ใบงานท่ี

1.3 ประโยชน์ของอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแผนผงั ความคดิ เกย่ี วกบั ประโยชน์ของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
(ตวั อย่าง)

ทาใหก้ ารปฏบิ ตั งิ าน ลดจานวนผดู้ าเนนิ งาน มคี วามสะดวกสบาย
เป็นไปอยา่ งมรี ะบบ และประหยดั พลงั งาน ในการดาเนนิ งาน
และเป็นระเบยี บมากข้นึ

ประโยชน์ของอุปกรณ์
เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทาใหก้ ารดาเนินงาน ลดปรมิ าณการใช้ เน้อื ทใี่ นการจดั เกบ็
มขี อ้ ผดิ พลาดน้อยลง ผลงาน ทรพั ยากรต่างๆ ในระหวา่ ง เอกสารน้อยลง
ทไี่ ดม้ คี วามสวยงามสะอาด
การทางาน
และดเู ป็นระเบยี บ

(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม

ช่อื กล่มุ ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแบง่ หน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง

3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั

4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ

4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม

4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน

8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื

8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น

8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้

ต่ากว่า 39 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตาแหน่ง


Click to View FlipBook Version