แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 การลบภาพ การพลิก 1 ชวั่ โมง
และหมนุ ภาพ
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การลบภาพ การพลกิ และหมนุ ภาพดว้ ยโปรแกรมเพนต์ สามารถเลอื กใชเ้ คร่อื งมอื ในโปรแกรมเพนตไ์ ด้
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/5 สรา้ งภาพหรอื ชน้ิ งานจากจนิ ตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิกดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ใชเ้ คร่อื งมอื ตา่ งๆ ของโปรแกรมเพนตล์ บภาพ พลกิ และหมุนภาพได้
2) ลบภาพ พลกิ และหมุนภาพโดยใชโ้ ปรแกรมเพนตไ์ ด้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การใชโ้ ปรแกรมกราฟิกขนั้ พน้ื ฐาน เชน่ การวาดภาพ การระบายสี การพมิ พข์ อ้ ความ
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 2) ทกั ษะการระบุ
4) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ตรงต่อเวลา
4. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
1. ใฝ่เรยี นรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยใช้การ สาธิต
ขนั้ ที่ 1 เตรยี มการสาธิต
สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4
1. ครอู ธบิ ายถงึ ความสามารถของโปรแกรมเพนตใ์ นการสรา้ ง
งานตา่ งๆ เพอ่ื กระตนุ้ ความสนใจใหน้ ักเรยี นอยากทจ่ี ะเรยี นรแู้ ละลง
มอื ฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ
2. นักเรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การลบภาพ การพลกิ
และหมนุ ภาพ จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ท่ี 2 สาธิต
แหลง่ การเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. ครอู ธบิ ายความรเู้ กย่ี วกบั การลบ การพลกิ และหมนุ ภาพ
ใหน้ กั เรยี นฟัง
2. ครสู าธติ การลบภาพ การพลกิ และหมุนภาพ พรอ้ มอธบิ าย
ประกอบทกุ ขนั้ ตอน
ขนั้ ที่ 3 สรปุ การสาธิต
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปขนั้ ตอนในการลบภาพ พลกิ ภาพ และ
หมุนภาพของโปรแกรมเพนต์
2. นกั เรยี นฝึกลบภาพ พลกิ ภาพ และหมุนภาพ ตามขนั้ ตอน
ทค่ี รสู าธติ
3. ครสู งั เกตการปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น หากนักเรยี นคนใดทา
ไมถ่ ูกตอ้ งใหเ้ สนอแนะเพอ่ื แกไ้ ขใหป้ ฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 4 วดั ผลประเมินผล คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – การเรียนร้กู ารลบภาพและการหมุนภาพมี
ประโยชน์ในการใช้งานอย่างไร
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคนฝึกวาดภาพอสิ ระโดยใชด้ นิ สอ ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
หรอื แปรงทาสดี ว้ ยโปรแกรมเพนต์ แลว้ ทาการลบภาพ
พลกิ หรอื หมนุ ภาพตามคาสงั ่ ของครู โดยครตู รวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
3. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั การลบภาพ การพลกิ
และหมุนภาพจากโปรแกรมเพนต์
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงตอ่ เวลา
มคี วามรบั ผดิ ชอบ และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน
8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
- หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
ชอ่ื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้
ต่ากว่า 39 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 8 การวาดภาพทะเลจาก 1 ชวั่ โมง
โปรแกรมเพนต์
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การวาดภาพทะเลดว้ ยโปรแกรมเพนต์ สามารถใชเ้ ครอ่ื งมอื ตา่ งๆ ทก่ี าหนดใหใ้ นการวาดและตกแตง่ ภาพ
ไดอ้ ย่างสวยงาม
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/5 สรา้ งภาพหรอื ชน้ิ งานจากจนิ ตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิกดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ใชเ้ คร่อื งมอื ตา่ งๆ ของโปรแกรมเพนตว์ าดภาพได้
2) วาดภาพระบายสโี ดยใชโ้ ปรแกรมเพนตไ์ ด้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) การใชโ้ ปรแกรมกราฟิกขนั้ พน้ื ฐาน เช่น การวาดภาพ การระบายสี การพมิ พข์ ้อความ
2) การสรา้ งภาพหรอื ชน้ิ งานโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิก เชน่ การวาดภาพประกอบการเลา่ นทิ าน
โดยไม่คดั ลอกผลงานของผอู้ ่นื ใชค้ าสภุ าพและไม่สรา้ งความเสยี หายต่อผอู้ น่ื
3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการระบุ
4) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ตรงต่อเวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 4. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ หากให้นักเรยี นวาดภาพทะเลแสนสวย นักเรยี น
จะเร่ิมต้นวาดภาพอยา่ งไร
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. ครนู าตวั อยา่ งภาพทะเลแสนสวยมาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ให้ ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
นกั เรยี นบอกวา่ ภาพดงั กล่าวควรจะเรมิ่ ตน้ วาดจาก
สว่ นประกอบใดของภาพก่อน พรอ้ มอธบิ ายเหตผุ ลประกอ
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ :
1. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การวาดภาพ
ทะเลแสนสวยจากโปรแกรมเพนต์ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครลู งมอื วาดภาพทะเลแสนสวยจากโปรแกรมเพนต์ให้
นกั เรยี นดู พรอ้ มอธบิ ายแตล่ ะขนั้ ตอนประกอบอยา่ งชา้ ๆ
เพ่อื ใหน้ กั เรยี นจดจาและทาความเขา้ ใจ
3. นกั เรยี นสงั เกตการสาธติ ของครใู นแตล่ ะขนั้ ตอน หากสงสยั
ใหส้ อบถามครผู สู้ อน
4. นักเรยี นทุกคนลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแบบทค่ี รสู าธติ
5. ครตู รวจผลงาน และเสนอแนะขอ้ บกพรอ่ งใหน้ ักเรยี น
แต่ละคนนาไปปรบั แกไ้ ขใหส้ วยงาม
ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นวาดภาพทะเลแสนสวยโดยเพม่ิ องคป์ ระกอบภาพ
มากขน้ึ จากโปรแกรมเพนตโ์ ดยไมม่ แี บบ
2. นกั เรยี นตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของผลงาน พรอ้ มนา
ขอ้ เสนอแนะของครมู าแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง
ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ :
1. ใบงานท่ี 5.1
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
นกั เรยี นทาใบงานท่ี 5.1 เร่ือง การวาดภาพทะเลโดย
ใช้โปรแกรมเพนต์ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจสอบความถูกตอ้ ง
แลว้ นาใบงานสง่ ครู
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 5.1 ใบงานท่ี 5.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงต่อเวลา แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
มคี วามรบั ผดิ ชอบ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) บตั รภาพ ทะเลแสนสวย
3) ใบงานท่ี 5.1 เร่อื ง การวาดภาพทะเลโดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
บตั รภาพ
ภาพทะเล
ใบงานท่ี
5.1 การวาดภาพทะเลโดยใช้โปรแกรมเพนต์
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพทะเลแสนสวยตามจนิ ตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์ และพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพ
แลว้ สงั่ พมิ พ์ (ครแู นะนาวธิ กี ารสงั่ พมิ พ)์ จากนนั้ นาผลงานมาตดิ ลงในกรอบ
วิชาคอมพิวเตอร์ ชือ่ .................................................................................ช้นั ...........................เลขที่..............
ใบงานที่
5.1 การวาดภาพทะเลโดยใช้โปรแกรมเพนต์
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพทะเลแสนสวยตามจนิ ตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์ และพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพ
แลว้ สงั่ พมิ พ์ (ครแู นะนาวธิ กี ารสงั่ พมิ พ)์ จากนนั้ นาผลงานมาตดิ ลงในกรอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความ ผลสาเรจ็ รวม
ท่ี ของผ้รู บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา สะอาด ของงาน 15
เรียบรอ้ ย
ประเมิน 321 321 321 คะแนน
321
321
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้
ต่ากวา่ 39 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 9 การวาดภาพ 1 ชวั่ โมง
ประกอบนิ ทาน
โดยใช้โปรแกรมเพนต์
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การวาดภาพประกอบนิทานดว้ ยโปรแกรมเพนต์ จะตอ้ งตกแตง่ ภาพใหส้ วยงามและสอดคลอ้ งกบั เน้อื เรอ่ื ง
และสรา้ งผลงานดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/5 สรา้ งภาพหรอื ชน้ิ งานจากจนิ ตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิกดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วาดภาพประกอบนิทาน เรอ่ื ง กระต่ายกบั เตา่ โดยใชโ้ ปรแกรมเพนตไ์ ด้
2) บนั ทกึ ภาพทว่ี าดจากโปรแกรมเพนตไ์ ด้
3) สงั่ พมิ พเ์ อกสารทว่ี าดจากโปรแกรมเพนตไ์ ด้
3 สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) การใชโ้ ปรแกรมกราฟิกขนั้ พน้ื ฐาน เช่น การวาดภาพ การระบายสี การพมิ พข์ อ้ ความ
2) การสรา้ งภาพหรอื ชน้ิ งานโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิก เชน่ การวาดภาพประกอบการเล่านทิ าน
โดยไมค่ ดั ลอกผลงานของผอู้ น่ื ใชค้ าสุภาพและไมส่ รา้ งความเสยี หายต่อผอู้ น่ื
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 2) ทกั ษะการระบุ
4) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ตรงต่อเวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 4. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความรคู้ วามเข้าใจ
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต ตระหนัก คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : การฟังนิทาน ถ้ามรี ปู ภาพประกอบดว้ ยนักเรียน
จะชอบหรือไม่ เพราะเหตุใด
1. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4 (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
2. นทิ าน เร่อื ง กระตา่ ยกบั เต่า ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. ครเู ล่านิทาน เร่อื ง กระต่ายกบั เต่า ใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้
สนทนาเกย่ี วกบั เหตุการณ์สาคญั ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเน้อื เรอ่ื ง
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นทราบว่า ภาพประกอบทใ่ี ชใ้ นการ
เลา่ นิทานจะชว่ ยเสรมิ จนิ ตนาการและทาใหผ้ ฟู้ ังมคี วาม
สนุกสนานไปกบั เน้อื เร่อื งไดง้ า่ ย และนักเรยี นกส็ ามารถ
วาดภาพประกอบนทิ าน เรอ่ื ง กระตา่ ยกบั เตา่ โดยใช้
โปรแกรมเพนตไ์ ด้
3. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การบนั ทกึ ภาพ
ทว่ี าดจากโปรแกรมเพนต์ และการสงั ่ พมิ พเ์ อกสารทว่ี าด
จากโปรแกรมเพนต์ จากหนังสอื เรยี น
4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละคนวาดภาพประกอบนิทาน เร่อื ง กระต่ายกบั เต่า โดยใช้โปรแกรมเพนต์
แลว้ นาเสนอผลงาน โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การใชเ้ ครอื่ งมอื และคาสงั ่ ตา่ งๆ ในโปรแกรมเพนต์วาดภาพระบายสี
2) การพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพ
3) การบนั ทกึ และสงั ่ พมิ พภ์ าพ
ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
นกั เรยี นวางแผนปฏบิ ตั กิ ารวาดภาพประกอบนิทาน เรอ่ื ง
กระต่ายกบั เต่า โดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ
แหลง่ การเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
นักเรยี นลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารวาดภาพประกอบนทิ าน เร่อื ง
กระต่ายกบั เต่า โดยใชโ้ ปรแกรมเพนตต์ ามทไ่ี ดว้ างแผนไว้
ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นตรวจสอบผลงานภาพประกอบนทิ าน เร่อื ง
กระต่ายกบั เตา่ โดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์
2. นกั เรยี นบนั ทกึ ภาพทว่ี าดจากโปรแกรมเพนต์ พรอ้ มทงั้
สงั ่ พมิ พผ์ ลงานทางเครอ่ื งพมิ พ์ แลว้ นาส่งครผู สู้ อน
ขนั้ ที่ 5 สรปุ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : –
1. นกั เรยี นแต่ละคนนาเสนอผลงานการวาดภาพประกอบนทิ าน
เรอ่ื ง กระต่ายกบั เตา่ โดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั คดั เลอื กผลงานทน่ี ่าสนใจทส่ี ดุ
5 ผลงาน เพอ่ื ตดิ ป้ายนเิ ทศหน้าชนั้ เรยี นและลงในเวบ็ ไซต์
ของโรงเรยี น เป็นการเผยแพรผ่ ลงานของนกั เรยี น
3. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการใชง้ าน
โปรแกรมเพนต์
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจภาพประกอบนทิ าน เร่อื ง กระต่ายกบั เตา่ แบบประเมนิ ภาพประกอบนทิ าน เร่อื ง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
โดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์ กระต่ายกบั เต่า โดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์
8 ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) นทิ านเรอ่ื ง กระตา่ ยกบั เต่า
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินภาพประกอบนิทาน เรอ่ื ง กระต่ายกบั เต่า โดยใช้โปรแกรมเพนต์
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การใชเ้ ครอ่ื งมอื และคาสงั่ ตา่ งๆ ในโปรแกรมเพนต์
วาดภาพระบายสี
2 การพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพ
3 การบนั ทกึ และสงั่ พมิ พภ์ าพ
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน 8 - 9 ดี
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 5 - 7 พอใช้
ต่ากว่า 5 ปรบั ปรงุ
เอกสารประกอบการสอน
นิทานเรอ่ื ง กระต่ายกบั เต่า
กาลครงั้ หน่ึงนานมาแลว้ มกี ระต่ายตวั หน่ึงอาศยั อย่ใู นป่ ามนั วง่ิ ไดเ้ รว็ มาก จนหลงตวั เองว่าในป่ าแห่งน้ี ไม่มใี คร
วง่ิ เรว็ ชนะตนเองได้ วนั หน่งึ กระต่ายเดนิ รอ้ งเพลงมาอย่างสบายใจ และพบกบั เต่าเขา้ เหน็ เต่าคลานตว้ มเตย้ี มผา่ นหน้าไป
กระต่ายจงึ พดู กบั เตา่ ว่า
“มวั แต่คลานต้วมเตย้ี มอยู่แบบน้ีเม่อื ไหร่จะถงึ บ้านล่ะ แบบน้ีขา้ ว่า ขา้ ต่อใหเ้ จา้ คลานล่วงหน้าไปก่อน สกั ครง่ึ วนั
ขา้ กว็ ง่ิ ตามทนั ฮา่ ฮ่า ฮา่ ” กระต่ายหวั เราะเยาะเยย้ เจา้ เตา่
“ขา้ กค็ ลานของขา้ แบบน้มี าตงั้ นานแลว้ ” เตา่ รสู้ กึ ไมพ่ อใจทก่ี ระต่ายพดู จาแบบนนั้ ใส่ตน แลว้ พดู ต่ออกี วา่
“กระต่ายหลงตวั เองอยา่ งเจา้ ไม่เหน็ ว่าจะเกง่ ตรงไหน ดแี ต่โมไ้ ปวนั วนั ”
กระต่ายผทู้ ะนงในความวง่ิ เรว็ ของตนเอง เหน็ เตา่ พดู จาอย่างนนั้ จงึ พดู ขน้ึ ว่า
“งนั้ แน่จรงิ กลา้ วง่ิ แขง่ กบั ขา้ ไหมละ่ ? เจา้ เต่าตว้ มเตย้ี ม ฮ่า ฮา่ ฮ่า ไม่กลา้ ละ่ ส”ิ
เต่า ตอบทนั ควนั วา่ “ตกลง...เรามาวง่ิ แขง่ กนั ใครถงึ เสน้ ชยั กอ่ นคนนนั้ ชนะ”
กระต่ายแทบไมเ่ ช่อื หตู วั เอง “เจา้ นะหรอกลา้ ทา้ แขง่ กบั ขา้ ฮา่ ฮ่า ฮา่ ขอ้ ต่อใหเ้ จา้ กอ่ นกไ็ ด้ ฮา่ ฮ่า ฮา่ ”
ทนั ใดนนั้ เจา้ นกน้อยบนิ ผ่านมาพอดี เตา่ และกระต่ายจงึ ขอใหน้ กน้อยเป็นกรรมการตดั สนิ ให้ เม่อื การแขง่ ขนั เรม่ิ ขน้ึ
กระต่ายวงิ่ ออกจากจุดเรม่ิ ตน้ ดว้ ยความเรว็ สดุ ฝีเทา้ นาเตา่ ไปกอ่ น พอถงึ กลางทางหนั กลบั ไปมองขา้ งหลงั ไมเ่ หน็ แมแ้ ตเ่ งา
ของเต่า เจา้ กระต่ายจงึ นัง่ พกั ทใ่ี ต้ต้นไมใ้ หญ่ขา้ งทางจนเผลอหลบั ไป ส่วนเจา้ เต่ายงั คงคลานต้วมเต้ยี มๆ อย่างไม่ย่อท้อ
โดยมเี พ่อื นสตั ว์ป่ าส่งเสยี งเชยี รใ์ ห้กาลงั ใจ เน่ืองจากเพ่อื นทุกตวั ไม่ชอบนิสยั ของเจา้ กระต่ายขค้ี ุย เจา้ กระต่ายคงคลาน
ต่อไปจนแซงหน้ากระต่ายทม่ี วั แต่นอนหลบั อยู่
เจา้ กระตา่ ยสะดงุ้ ต่นื ขน้ึ มาอกี ทเี ม่อื เจา้ เตา่ คลานจะถงึ เสน้ ชยั แลว้ มนั รบี วง่ิ ไปขา้ งหน้าอยา่ งรวดเรว็ หวงั จะไลใ่ หท้ นั
แต่ก็สายไปเสยี แล้ว พวกสตั วป์ ่ าต่างหอ้ มลอ้ มเขา้ ไปแสดงความยนิ ดกี บั เต่าตวั แรกทส่ี ามารถเอาชนะกระต่ายไดใ้ น การ
วง่ิ แขง่ ขนั เป็นตานานเล่าขานสบื ตอ่ กนั มาจนถงึ ทุกวนั น้ี
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล
ชอ่ื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ คา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้
ต่ากว่า 39 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรียนรู้
ตอนที่ 1 นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ตอ่ ไปน้ี ง 3.1 (ป.4/5)
ดา้ นความรู้
(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้
ระดบั คุณภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื
(
ตาแหน่ง
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว
1. หากตอ้ งการวาดภาพประกอบการเลา่ นทิ านจะตอ้ ง 7. หากนักเรยี นตอ้ งการทราบขอ้ มลู ของโปรแกรมเพนต์
เพมิ่ เตมิ ควรใชค้ าสงั ่ ใด
วาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรมใด ก. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit)
ข. คาสงั ่ มมุ มอง (View)
ก. โปรแกรมเพนต์ ค. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image)
ง. คาสงั ่ ชว่ ยเหลอื (Help)
ข. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
8. หากนกั เรยี นตอ้ งการใชส้ ที ไ่ี มม่ ใี นกล่องสที ก่ี าหนด
ค. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล ควรเลอื กใชค้ าสงั ่ ใด
ก. คาสงั ่ สี (Colors)
ง. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ ข. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit)
ค. คาสงั ่ มุมมอง (View)
2. การบนั ทกึ งานทก่ี าลงั ทาอย่เู ขา้ แฟ้มจะตอ้ งใชค้ าสงั ่ ใด ง. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image)
ก. New ข. Open 9. บุคคลในขอ้ ใด ใชโ้ ปรแกรมเพนตว์ าดภาพไดอ้ ยา่ ง
สรา้ งสรรค์ และรบั ผดิ ชอบ
ค. Save ง. Edit ก. ชบา ดตู วั อย่างจากนติ ยสาร
ข. มะลิ ดดั แปลงภาพจากผลงานของเพอ่ื น
3. คาสงั ่ ทใ่ี ชแ้ สดง หรอื ซอ่ นเครอ่ื งมอื ต่างๆ ในการวาดรปู ค. พดุ ซอ้ น วาดภาพจากจนิ ตนาการและความเป็นจรงิ
ง. ปาหนัน ขอคดั ลอกงานของเพ่อื นมาระบายสใี หม่ให้
บนจอภาพ คอื คาสงั ่ ใด สวยกว่า
ก. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit) 10. การวาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์ ควรกาหนดสงิ่ ใดเป็น
อนั ดบั แรก
ข. คาสงั ่ มมุ มอง (View) ก. ขนาดพน้ื ทท่ี จ่ี ะวาดภาพ
ข. ความสงู ของภาพทจ่ี ะวาด
ค. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image) ค. สแี ละจานวนภาพทจ่ี ะวาด
ง. เคร่อื งมอื ทจ่ี าเป็นตอ้ งใชใ้ นการวาด
ง. คาสงั ่ ชว่ ยเหลอื (Help)
มฐ. ง 3.1 ป.4/5
4. เคร่อื งมอื วาดภาพในขอ้ ใดใชส้ าหรบั วาดรปู สเ่ี หลย่ี ม ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็
ก. ข. 10
ค. ง. 6. ก 7. ง 8. ก 9. ค 10. ก
5. เป็นเคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นขอ้ ใด
ก. รปู วงรี
ข. รปู หลายเหลย่ี ม
ค. กรอบเลอื กอสิ ระ
ง. กรอบเลอื กสเ่ี หลย่ี ม
6. การพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพจะตอ้ งใชค้ าสงั ่ ใด
ก. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื A
ข. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื
ค. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื
ง. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื
เฉลย
1. ก 2. ค 3. ข 4. ก 5. ก
แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว
1. การวาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรมเพนต์ ควรกาหนดสง่ิ ใดเป็น 5. หากนกั เรยี นตอ้ งการใชส้ ที ไ่ี มม่ ใี นกล่องสที ก่ี าหนด
อนั ดบั แรก
ก. เคร่อื งมอื ทจ่ี าเป็นตอ้ งใชใ้ นการวาด ควรเลอื กใชค้ าสงั ่ ใด
ข. สแี ละจานวนภาพทจ่ี ะวาด
ค. ขนาดพน้ื ทท่ี จ่ี ะวาดภาพ ก. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image)
ง. ความสงู ของภาพทจ่ี ะวาด
ข. คาสงั ่ มุมมอง (View)
2. หากนกั เรยี นตอ้ งการทราบขอ้ มลู ของโปรแกรมเพนต์
เพมิ่ เตมิ ควรใชค้ าสงั ่ ใด ค. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit)
ก. คาสงั ่ ชว่ ยเหลอื (Help)
ข. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image) ง. คาสงั ่ สี (Colors)
ค. คาสงั ่ มมุ มอง (View)
ง. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit) 6. การบนั ทกึ งานทก่ี าลงั ทาอยเู่ ขา้ แฟ้มจะตอ้ งใชค้ าสงั ่ ใด
3. บุคคลในขอ้ ใด ใชโ้ ปรแกรมเพนตว์ าดภาพไดอ้ ย่าง ก. New ข. Open
สรา้ งสรรค์ และรบั ผดิ ชอบ
ก. ปาหนนั ขอคดั ลอกงานของเพอ่ื นมาระบายสใี หมใ่ ห้ ค. Save ง. Edit
สวยกวา่
ข. พุดซอ้ น วาดภาพจากจนิ ตนาการและความเป็นจรงิ 7. เคร่อื งมอื วาดภาพในขอ้ ใดใชส้ าหรบั วาดรูปสเ่ี หลย่ี ม
ค. มะลิ ดดั แปลงภาพจากผลงานของเพ่อื น
ง. ชบา ดตู วั อยา่ งจากนติ ยสาร ก. ข.
4. หากตอ้ งการวาดภาพประกอบการเล่านิทานจะตอ้ ง ค. ง.
วาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรมใด
ก. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ 8. การพมิ พข์ อ้ ความลงในภาพจะตอ้ งใชค้ าสงั ่ ใด
ข. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล
ค. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ก. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื
ง. โปรแกรมเพนต์
ข. คลกิ ทเ่ี ครอ่ื งมอื A
เฉลย
ค. คลกิ ทเ่ี คร่อื งมอื
1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ง
ง. คลกิ ทเ่ี คร่อื งมอื
9. เป็นเคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นขอ้ ใด
ก. กรอบเลอื กสเ่ี หลย่ี ม
ข. กรอบเลอื กอสิ ระ
ค. รปู หลายเหลย่ี ม
ง. รปู วงรี
10. คาสงั ่ ทใ่ี ชแ้ สดง หรอื ซ่อนเคร่อื งมอื ตา่ งๆ ในการวาดรปู
บนจอภาพ คอื คาสงั ่ ใด
ก. คาสงั ่ ช่วยเหลอื (Help)
ข. คาสงั ่ รปู ภาพ (Image)
ค. คาสงั ่ มมุ มอง (View)
ง. คาสงั ่ แกไ้ ข (Edit)
มฐ. ง 3.1 ป.4/5
ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็
10
6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ค
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 การพิมพเ์ อกสาร 1 ชวั่ โมง
ด้วยโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วิรด์
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ จะต้องศกึ ษาวธิ กี ารเรยี กใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ หน้าตา่ ง
โปรแกรมและขนั้ ตอนการสรา้ งเอกสาร จงึ จะสามารถพมิ พแ์ ละจดั รปู แบบเอกสารในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/4 ใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ พ่อื การทางาน
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เรยี กใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
2) อธบิ ายหน้าต่างโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ บอ้ื งต้น
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 3) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ตรงต่อเวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 4. มุง่ มนั่ ในการทางาน
6 กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – นักเรยี นใช้โปรแกรมใดในการพิมพง์ าน
(โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ )
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ งการใชง้ านโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ในการทางานว่า สามารถใชท้ าอะไรไดบ้ า้ ง
3. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจว่า โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
สามารถสรา้ งเอกสารใหน้ ่าสนใจไดด้ ว้ ยการตกแตง่ เอกสาร
การใชเ้ ครอ่ื งมอื วาดภาพ การสรา้ งตาราง และอ่นื ๆ ตาม
ความตอ้ งการ
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ :
1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การพมิ พเ์ อกสารดว้ ย
โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ จากหนังสอื เรยี น
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเกย่ี วกบั การเรยี กใชโ้ ปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ และส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
3. ครสู าธติ การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ พรอ้ มอธบิ าย
ในแต่ละขนั้ ตอนประกอบ ดงั น้ี
1) การเรยี กใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
2) ส่วนประกอบตา่ งๆ บนหน้าต่างโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
4. นกั เรยี นสงั เกตการสาธติ ของครใู นแตล่ ะขนั้ ตอน
หากนกั เรยี นมขี อ้ สงสยั ใหส้ อบถามครผู สู้ อน
5. นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบทค่ี รสู าธติ ในแตล่ ะขนั้ ตอน
ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 3 ทาโดยไม่มีแบบ
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นฝึกการเรยี กใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ และใช้
เคร่อื งมอื ตา่ งๆ บนหน้าตา่ งโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
ในแต่ละขนั้ ตอนโดยไมม่ แี บบ
2. ครตู รวจสอบผลงานของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล
พรอ้ มเสนอแนะใหแ้ กไ้ ข
ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ :
1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นฝึกการเรยี กใชโ้ ปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ และใชเ้ คร่อื งมอื ต่างๆ บนหน้าตา่ งโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
2. นักเรยี นแตล่ ะคนทาแบบฝึกกจิ กรรมท่ี 1 ขอ้ 1-3
จากแบบวดั ฯ เป็นการบา้ น แลว้ นาสง่ ครใู นการเรยี น
ครงั้ ต่อไป
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงต่อเวลา แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
มคี วามรบั ผดิ ชอบ และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน
8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
ชอ่ื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหล่งเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ่อื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ คา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้
ต่ากว่า 39 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 การพิมพแ์ ละการจดั 1 ชวั่ โมง
รปู แบบเอกสาร (1)
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ในการพมิ พข์ อ้ ความ สามารถเปลย่ี นแบบอกั ษร ขนาด สี และลกั ษณะ
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสวยงามในเอกสารทส่ี รา้ งขน้ึ
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/4 ใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การทางาน
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) พมิ พข์ อ้ ความในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
2) เปลย่ี นแบบอกั ษร ขนาด สี และลกั ษณะในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
3 สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ บอ้ื งต้น
3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 3) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ตรงต่อเวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 4. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6 กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : – โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์ สามารถพิมพแ์ ละ
เปลยี่ นแบบอกั ษรได้หรอื ไม่ จงอธิบาย
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
2. ครนู าตวั อยา่ งผลงานการพมิ พแ์ ละจดั รปู แบบเอกสารดว้ ย ดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ มาใหน้ ักเรยี นดู แล้วใหน้ กั เรยี น
ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ :
1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4 2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การพมิ พข์ อ้ ความ
และการเปลย่ี นแบบอกั ษร ขนาด สี และลกั ษณะ
จากหนังสอื เรยี น
2. ครปู ฏบิ ตั กิ ารสาธติ การพมิ พข์ อ้ ความ และการเปล่ยี นแบบ
อกั ษร ขนาด สี และลกั ษณะ พรอ้ มทงั้ อธบิ ายในแต่ละขนั้ ตอน
ประกอบ
3. นกั เรยี นพจิ ารณาและสงั เกตการสาธติ ของครใู นแต่ละขนั้ ตอน
หากนกั เรยี นมขี อ้ สงสยั ใหส้ อบถามครผู สู้ อน
4. นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบทค่ี รสู าธติ ในแต่ละขนั้ ตอน
ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 3 ทาโดยไม่มีแบบ
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. นกั เรยี นฝึกพมิ พข์ อ้ ความ และเปลย่ี นแบบอกั ษร ขนาด
สี และลกั ษณะจากโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ในแต่ละขนั้ ตอนโดย
ไมม่ แี บบ
2. นกั เรยี นแตล่ ะคนสงั ่ พมิ พผ์ ลงานทางเครอ่ื งพมิ พ์ แลว้ นาสง่
ครผู สู้ อน
3. ครตู รวจสอบผลงานของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล พรอ้ ม
เสนอแนะใหแ้ กไ้ ข หรอื ปรบั ใหส้ วยงาม
4. ครสู ุ่มนักเรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงผลงานหน้าชนั้ เรยี น
ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ :
1. ตวั อย่างขอ้ ความ
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
1. ครนู าตวั อยา่ งขอ้ ความมาใหน้ ักเรยี นดู แลว้ ใหน้ ักเรยี น
ฝึกพมิ พข์ อ้ ความ และเปลย่ี นแบบอกั ษร ขนาด สี และ
ลกั ษณะจากโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ตามตวั อยา่ ง
2. นกั เรยี นสงั ่ พมิ พผ์ ลงานทางเครอ่ื งพมิ พ์ แล้วนาสง่ ครู
3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งของผลงาน และใหข้ อ้ เสนอแนะ
7 การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงตอ่ เวลา
มคี วามรบั ผดิ ชอบ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน
8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.4
2) ตวั อยา่ งผลงานการพมิ พแ์ ละจดั รปู แบบเอกสาร
3) ตวั อย่างขอ้ ความ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
เอกสารประกอบการสอน
ตวั อย่างขอ้ ความ
นกกระเรยี นกบั หมาป่ า
นกกระเรยี นเหน็ หมาป่านอนดน้ิ ทรุ นทุรายอย่างเจบ็ ปวดทก่ี ลางป่า จงึ เขา้ ไปถามไถ่อยา่ งเวทนาว่า
“เจา้ เป็นอะไรหรอื ”
“ขา้ กลนื ชน้ิ เน้อื เขา้ ไป กระดกู ตดิ คอขา้ ทาอยา่ งไรกไ็ มอ่ อก”
หมาป่าบอกแลว้ กร็ อ้ งใหน้ กกระเรยี นช่วยตนดว้ ย แลว้ ตนจะใหร้ างวลั อยา่ งงามเป็นการตอบแทน
นกกระเรยี นจงึ ย่นื คออนั ยาวเรยี วของมนั เขา้ ไปในปากหมาป่า และสามารถลว้ งเอากระดกู ออกมาไดส้ าเรจ็
เม่อื นกกระเรยี นทวงถามถงึ รางวลั หมาป่ากค็ ารามว่า “ขา่ ไม่งบั คอเจา้ ขาดตายกด็ แี ลว้ ยงั จะมาเอาอะไรจากขา้ อกี เลา่ ”
นิทานเรอ่ื งน้สี อนใหร้ วู้ า่ “คนเลวมกั ไมเ่ หน็ ความดขี องผอู้ นื่ ”
ตวั อยา่ งข้อความ
ชา้ งนับเป็นสตั วบ์ กทม่ี ขี นาดใหญ่ทส่ี ุดในปัจจุบนั ใชเ้ วลาตงั้ ครรภถ์ งึ 22 เดอื น ซง่ึ นับวา่ นานทส่ี ดุ ในบรรดา
สตั วบ์ กทุกชนดิ ชา้ งแรกเกดิ มนี ้าหนกั เฉลย่ี 120 กโิ ลกรมั มอี ายุขยั อย่รู ะหว่าง 50 ถงึ 70 ปี แต่ชา้ งอายุมากท่สี ุดท่ี
เคยบนั ทกึ ไวม้ อี ายุถงึ 82 ปี ชา้ งขนาดใหญท่ ส่ี ดุ ทเ่ี คยบนั ทกึ ไวอ้ าศยั อย่ใู นแองโกลาในปี ค.ศ. 1956 ซง่ึ มนี ้าหนักถงึ
11,000 กโิ ลกรมั ความสงู วดั ถงึ ไหล่ 3.96 เมตร สงู กว่าชา้ งแอฟรกิ าเพศผทู้ วั่ ไปถงึ หน่งึ เมตร
ตวั อยา่ งข้อความ
แพนดา้ ยกั ษ์มีถ่นิ อาศยั อยู่ตามพ้นื ท่ภี ูเขา เช่น มณฑลเสฉวน ซานซี กานซู และทิเบต แพนด้ายกั ษ์เป็น
สญั ลกั ษณ์ของกองทุนสตั ว์ป่ าโลก องค์กรดา้ นการอนุรกั ษ์สตั ว์ป่ า ตงั้ แต่ช่วงหลงั ของศตวรรษท่ี 20 แพนด้าได้
กลายเป็นสตั วป์ ระจาชาตขิ องประเทศจนี
ถงึ แมพ้ วกมนั จะจดั อย่ใู นวงศข์ องหมี แต่พฤตกิ รรมการกนิ ของมันแตกต่างจากหมโี ดยสน้ิ เชงิ แพนดา้ เป็น
สตั วก์ นิ พชื เป็นอาหาร โดย 99% ของอาหารทม่ี นั กนิ คอื ไผ่ แต่บางทอี าจพบวา่ มนั กก็ นิ ไข่ ปลา และแมลงบางชนิด
ในไมไ้ ผ่ทม่ี นั กนิ น่เี ป็นแหลง่ โปรตนี ทส่ี าคญั
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความ ผลสาเรจ็ รวม
ที่ ของผรู้ บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา สะอาด ของงาน 15
เรียบรอ้ ย
ประเมิน 321 321 321 คะแนน
321
321
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน 12 - 15 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 18 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ พรอ้ มบอกความหมายของ
เพลงชาตไิ ด้
กษตั ริย์
1.2 เขา้ ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
3. มีวินัย โรงเรยี น
รบั ผิดชอบ
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
4. ใฝ่ เรียนรู้ ตามโอกาส
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและ
ชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
และโรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ
ในชวี ติ ประจาวนั
4.1 ตงั้ ใจเรยี นรู้
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางานใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ กั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน 59 - 78 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน 39 - 58 พอใช้
ต่ากวา่ 39 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 การพิมพแ์ ละการจดั 1 ชวั่ โมง
รปู แบบเอกสาร (2)
1 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ในการพมิ พข์ อ้ ความ สามารถลบ ยา้ ย หรอื คดั ลอกขอ้ ความ และใส่
สญั ลกั ษณ์แสดงขอ้ ยอ่ ย เพอ่ื ความสะดวกและรวดเรว็ ในการทางาน
2 ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.4/4 ใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การทางาน
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ลบ ยา้ ย หรอื คดั ลอกขอ้ ความในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
2) ใสส่ ญั ลกั ษณ์แสดงขอ้ ย่อยในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ได้
3 สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การใชง้ านระบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอรเ์ บอ้ื งตน้ เช่น การสรา้ ง ลบ เปลย่ี นชอ่ื ยา้ ยแฟ้มและ
โฟลเดอร์
3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 3) ทกั ษะการประเมนิ
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ตรงต่อเวลา
1. ใฝ่เรยี นรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 4. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : – หากนักเรียนต้องการลบข้อความ นักเรียน
จะต้องกดป่ ุมใดในแผงแป้นอกั ขระ
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (Delete)
2. ครถู ามนกั เรยี นว่า การลบ การยา้ ย หรอื คดั ลอกขอ้ ความนนั้
มวี ธิ กี ารอยา่ งไร
3. ครอู ธบิ ายเช่อื มโยงความรใู้ หน้ ักเรยี นเขา้ ใจถงึ ขนั้ ตอน
ของการลบ การยา้ ย คดั ลอกขอ้ ความจากโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : การย้าย หรือคดั ลอกขอ้ ความทาให้สะดวกต่อ
การทางานของนักเรยี นอย่างไร
1. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.4 (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การลบ การยา้ ย
หรอื คดั ลอกขอ้ ความ และการใสส่ ญั ลกั ษณ์แสดงขอ้ ยอ่ ย
จากหนังสอื เรยี น
2. ครสู าธติ การลบ การยา้ ย หรอื คดั ลอกขอ้ ความ และการใส่
สญั ลกั ษณ์แสดงขอ้ ยอ่ ย ในเอกสารทส่ี รา้ งจากโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
3. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามขอ้ สงสยั กอ่ นลงมอื ปฏบิ ตั ิ
4. นักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบทค่ี รสู าธติ ในแตล่ ะขนั้ ตอน
ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
5. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ