แผนการจัดการเรยี นรทู ๑ี่
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรูท๑่ี เรื่องจากผาแตม...สูอ ยี ิปต เวลา๗ช่ัวโมง
เรอ่ื ง เรียนรูคาํ คคู วามหมาย เวลา๑ช่วั โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรูค ํา คํายาก ขอ ความและสาํ นวนภาษาไทยในบทเรียนและนาํ ไปใชใหถกู ตอ ง ถือเปน การ
พัฒนาทกั ษะทางภาษาที่ผูเรียนควรไดร ับการฝก ฝน เพอื่ พัฒนาทกั ษะใหถูกตอง จงึ จะทําใหการเรียนรูภาษา
เปน ไปดวยดแี ละเกิดการพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้ีวัด ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพื่อนาํ ไป
สาระท่ี ๑ การอา น ตัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดําเนนิ ชีวิตและมนี ิสยั รักการอาน
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคําประโยคและขอความทีเ่ ปน โวหาร
ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ป.๖/๒
๓. จดุ ระสงคก ารเรียนรู
- อา นและอธิบายความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การอานคาํ และความหมายของคํา
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อานออกเสยี งและบอกความหมายของคาํ
เจตคติ (A)
๑. ตระหนกั และเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๒. รักความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพ่อื พฒั นาตนเอง
๓. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มุงมัน่ การทาํ งาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- เขยี นคําศัพทและความหมายลงในสมุดบันทึก
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนาํ
๑. ครแู ละนักเรยี นสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมการเดนิ ทางไปทองเท่ยี วตามสถานที่ตา งๆ ใหนักเรยี น
ยกตวั อยางแหลงทองเท่ียวที่รูจัก แลว ใหนักเรยี นอาสาสมัครออกมาเลา ประสบการณทีป่ ระทับใจ
ข้นั สอน
๒. ครูใชส ือ่ PowerPoint นําภาพตา ง ๆ เชนภาพพีระมิดศลิ าจารกึ มัคคเุ ทศกกฐิน แลวต้งั คาํ ถามนกั
เรยี นรูความหมายของคาํ เหลาน้หี รือไม
๓. นกั เรยี นแบงกลุมกลุมละ ๖ คน คละกนั ตามความสามารถและใหน ักเรียนแตละกลุมเลอื ก
ประธาน รองประธานและเลขานุการกลมุ โดยครูแนะนาํ บทบาทหนาที่ของสมาชิกแตละคนในกลุมให
นักเรยี นเขาใจบทบาทหนาท่ีของตนเอง
๔. ครใู หน ักเรียนแตล ะกลุมอานบทเรียนเรอ่ื ง “จากผาแตม …สอู ยี ปิ ต” เพอ่ื สาํ รวจคํายากและคําท่ีไม
เขา ใจความหมาย ใหเ ลือกคาํ ไว ๑๐ คําแลว นาํ ไปตดิ บนกระดานดําคดั เลือกคาํ ทีซ่ ํา้ กนั ออก
๕.หลงั จากไดคําศัพททค่ี ดั เลือกคาํ ซํ้าออกไปแลว น้นั ใหนกั เรียนแตละกลมุ คน หาความหมายจ าก
พจนานุกรม แลว เขยี นลงในบัตรความหมาย นําไปตดิ หลังบัตรคาํ บนกระดานดํา
๖. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลย
๗. นกั เรยี นท้งั ชั้นฝก อา นคาํ ศัพทแ ละความหมายของคํา ตามบตั รคําและบตั รความหมายที่ตดิ ไวบน
กระดาน
๘. นกั เรยี นแตละคนเขยี นคาํ ศัพทแ ละความหมายลงในสมุดบนั ทกึ
ข้ันสรุป
๙. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปถึงประโยชนของการอานคาํ ศพั ทแ ละเขา ใจความหมายของคาํ ศัพท
๙. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทยชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาทีช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. PowerPoint:ภาพจากผาแตมสูอ ยี ิปต.pptx
๓. พจนานกุ รม
๔. บัตรคาํ และบัตรความหมาย
๑๐. การวัดและการประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วธิ ีการ
แบบสงั เกตการอานคาํ และ รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตการอานคําและความหมายของคาํ
ความหมายของคาํ ผานเกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว นรวม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม รอยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผาน
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝเ รียนรู
และมุง มั่นการทํางาน เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง ผา นเกณฑการประเมิน
ประสงค ระดับพอใช
เกณฑก ารประเมินการอานคาํ และความหมายของคํา
๑. อานคําและอา นความหมายของคําถูกตอ งทุกคาํ ไดคําละ ๑ คะแนน
๒. อานคําและอานความหมายของคาํ ผิด ๑ คําหกั คําละ ๑ คะแนน
ส่อื การเรยี นรูและแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑ เร่ือง จากผาแตม ...สูอยี ปิ ต
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑ เรื่อง เรียนรคู าํ คูความหมาย
PowerPoint|ภาพจากผาแตม สูอยี ิปต.pptx
อุปกรณ| บตั รคําและบตั รความหมาย
บตั รคาํ บตั รความหมาย
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี๒
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ๖่ี
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๑่ี เร่อื งจากผาแตม...สูอยี ิปต เวลา ๗ ช่ัวโมง
เร่อื งอา นคดิ พนิ จิ เรื่องราว เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา นในใจใหเกดิ ความเขา ใจชดั เจนลกึ ซง้ึ จะตองอานแลวสามารถต้งั คําถาม ตอบคําถาม อภิปราย
แสดงความคดิ เหน็ เนือ้ เรื่องลําดับเหตกุ ารณและสรุปใจความสาํ คญั ของเรอ่ื งได
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วดั
สาระท่ี ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรูแ ละความคดิ เพอ่ื นําไปตัดสินใจ
แกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชีวติ และมนี สิ ยั รกั การอาน
ตวั ชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากเรือ่ งทีอ่ า น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
๓. จุดระสงคการเรียนรู
๑. อา นในใจแลวต้งั คําถาม ตอบคําถามจากเรื่องในบทเรยี นได
๒. สรุปใจความสําคัญของเรอ่ื งทอี่ านได
๓. มีมารยาทในการอาน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๑. หลักการอา นจบั ใจความ
๒. มารยาทในการอาน
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นจับใจความ
เจตคติ (A)
๔. ตระหนกั และเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๕. รักความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พอื่ พัฒนาตนเอง
๖. มีมารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๔. มวี ินัย
๕. ใฝเรยี นรู
๖. มุงมน่ั การทาํ งาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงานเร่ือง ตั้งคําถาม-คนหาคาํ ตอบจากผาแตมสอู ยี ิปต
๘. กิจกรรมการเรยี นรู
ข้นั นํา
๑. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากบทเรียนเร่อื ง “จากผาแตม...สอู ยี ปิ ต” แลวสนทนากบั นกั เรียนเกีย่ วกับ
ภาพท่ีเห็นเปน อะไร บุคคลในภาพกําลงั ทําอะไร แลว นักเรยี นคิดวาเน้อื เร่ืองกลาวถงึ อะไรบา ง
๒. ครเู ชอื่ มโยงเขา สูบ ทเรียน
ขนั้ สอน
๓. นักเรียนอานชื่อบทเรยี นเร่ือง “จากผาแตม...สอู ียปิ ต ” แลว ใหนกั เรียนรวมกนั อภปิ รายช่ือเรอ่ื งใน
หวั ขอ ตอ ไปนี้
- ผาแตม :แหลงทอ งเท่ยี ว อยูท่อี ําเภอโขงเจียม จังหวัดอบุ ลราชธานี มีลกั ษณะเปนหนา ผามี
ภาพเขยี นแตมสเี ปนภาพ อายุราว ๓,๐๐๐ ป เปน ภาพสีทมี่ คี วามเกา แกท่ีสดุ ในประเทศไทย
- พรี ะมดิ อียิปต:เปน พีระมดิ ทใี่ หญท่สี ุด แหง เมืองกซิ า ประเทศอยี ปิ ต มภี าพและตัวอกั ษร
อายุราว ๕,๐๐๐ ป
๔. นักเรยี นทบทวนหลกั การอา นในใจ การสรปุ ใจความสําคญั มารยาทในการอาน จากใบความรู
เร่ือง หลกั การอา นในใจและมารยาทในการอา น
๕. ครูใหนักเรยี นรว มกนั บอกถึงจดุ มงุ หมายของการอานในใจ เชน
- อา นในใจแลว สามารถตั้งคาํ ถาม ตอบคาํ ถามได
- อภิปรายแสดงความคดิ เห็นเร่ืองได
- สามารถลาํ ดบั เหตุการณข องเรือ่ งได
- สรุปใจความสําคัญของเรือ่ งได
๖. นกั เรยี นแบงกลุมกลมุ ละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดิมแตเ ลอื กประธาน รองประธาน และเลขานุการ
กลมุ ใหม ไมซา้ํ เดิม
๗. นกั เรียนแตล ะกลุม อานในใจเนือ้ หาบทเรยี นและตัง้ คําถามจากเรือ่ งที่อานและวงเลบ็ คาํ ตอบท่ถี กู
ท่ีสดุ ไวดานหลังดว ยคาํ ถามงาย ๆ ไดแก คาํ ถามทขี่ นึ้ ตนวา ใคร อะไร ทไี่ หน เมื่อไร อยา งไร ทาํ ไม เปน
คาํ ถามทม่ี ีคาํ ตอบอยูใ นบทเรยี น หลงั จากนนั้ นาํ คาํ ถามและคาํ ตอบเขยี นลงในใบงาน เร่อื ง ตงั้ คาํ ถาม-คนหา
คําตอบจากผาแตม สอู ียปิ ต
๘. เมอื่ แตล ะกลุม ทาํ ใบงานเสร็จเรยี บรอยแลว ครูตงั้ คาํ ถามจากการอา นในใจนกั เรยี นตง้ั คําถาม -ตอบ
คาํ ถามไดจ าํ นวนกีข่ อ ครูและนักเรียนรว มกนั เฉลยใบงาน
๙. ครสู รปุ ผลการต้งั คําถามและตอบคําถาม
๑๐. นกั เรยี นแตละกลุมชวยกนั ลาํ ดับเหตุการณสาํ คญั ของเรอ่ื งคนละประโยคหรือมากกวา นัน้ จนจบ
เรอ่ื ง หลงั จากน้นั สมาชกิ ทกุ คนชว ยกันสรปุ ใจความสําคัญของเรือ่ งแลวบนั ทกึ ไวใ นสมดุ
๑๑. ตวั แทนแตละกลุมนาํ เสนอใจความสําคญั ของเรอื่ ง “จากผาแตมสูอียิปต”หนา ชั้นเรียน
ขน้ั สรปุ
๑๒. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรุป เรอื่ ง แนวปฏิบตั ใิ นการอานในใจทถี่ กู ตอ งและมารยาทในการอาน
และสรุปใจความสําคญั “จากผาแตม สอู ียิปต”
๑๓. ครใู หน กั เรยี นบอกถงึ สถานทสี่ ําคญั ในทองถ่นิ ของตนเองมอี ะไรบา ง และแหลงทอ งเท่ียวทาง
ประวตั ศิ าสตรท่นี ักเรียนรูจักมอี ะไรบา งและมีความเปนมาอยา งไร เขยี นลงสมดุ บนั ทกึ
๙. ส่อื และแหลง การเรียนรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖
๒. ใบความรู เรือ่ ง หลกั การอานในใจและมารยาทในการอาน
๓. ใบงานเรือ่ ง ตัง้ คาํ ถาม-คน หาคาํ ตอบจากผาแตม สูอียิปต
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการอา น แบบประเมินการอานจับใจความ รอ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
เกณฑ
ตรวจใบงานเร่ือง ตง้ั คาํ ถาม-คนหาคําตอบ แบบประเมินใบงานเรือ่ ง ต้ังคําถาม- รอ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
จากผาแตมสูอ ยี ปิ ต คน หาคาํ ตอบจากผาแตม สูอยี ปิ ต เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว นรวม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
ในกิจกรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเ รยี นรู แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ผา นเกณฑระดบั พอใช ขน้ึ
และมงุ มนั่ การทาํ งาน ประสงค ไป
สื่อการเรยี นรแู ละแบบประเมิน
หนวยการเรียนรูท่ี ๑ เรอ่ื ง จากผาแตม...สอู ียปิ ต
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๒ เร่อื ง อา นคดิ พินิจเรื่องราว
ใจ
และมารยาทในการอา น
การอาน เปน ทกั ษะอยางดียง่ิ ของการเรยี นรู เราสามารถทจ่ี ะเรียนรูผ า นการอานไดเ ปน
อยางดี ในแตละวันเราตองใชท ักษะในการอา นเกือบตลอดเวลา ดังนัน้ ควรทจี่ ะมีการฝก ทักษะ
ในการอานใหอา นได ดยี ิ่งขึ้น นอกจากทีจ่ ะอา นไดแลว ส่งิ ทสี่ ําคัญอีกอยา งคือ การ อานเปน
เพราะการอา นเปน จะเปน การจบั ประเดน็ ของเรื่องท่ีอาน การวิเคราะห การประเมนิ คาของเรอ่ื ง
ทีอ่ าน นอกจากนนั้ ยงั สามารถทนี่ ําประโยชนทีไ่ ดจ ากการอา น นําไปใชใหเกดิ ประโยชนใ น
ชวี ติ ประจําวนั จงึ จะถอื วา เปนผทู ี่อานเปน
การอานจะแบงออกเปน ๒ ชนดิ คือ การอานในใจ กับการอา นออกเสยี ง
การอา นในใจ
การอา นในใจ เปน การอา นทีไ่ มต องออกเสยี งในขณะที่อา น ผูอา นจะอา นขอความ เก็บ
ความและแปลความตามความเขาใจของผอู าน นยิ มใชเ พอื่ ตองการเก็บความรูจ ากเรอื่ งท่อี า น
ซึ่งการอานในใจน้ีผอู า นไมตองกงั วลวา จะตรงตามฉันทลักษณข องเรื่องทอ่ี า น เพราะเปน การ
อานเพ่อื ความเขาใจดวยตวั เองเทานน้ั การอานในใจไมน ิยมใชในการอา นเพ่อื ความบันเทงิ เชน
การรอ งเพลง การขับรอ งทาํ นองเสนาะ เพราะเราจะไมไ ดอรรถรสของเรอื่ งท่อี า น
หลกั การอานในใจ
๑. มีสมาธใิ นการอาน เพ่ือใหการอานเกดิ ประสทิ ธิภาพมากทส่ี ดุ กําหนดจุดมุงหมายใน
การอา น นน้ั กค็ อื วา กอ นอานตอ งกาํ หนดวาจะอานไปเพอ่ื อะไร เชน อานเพอ่ื ใหรโู ครงสรางของ
เร่ืองทก่ี ําลงั จะอา น ควรอา นแบบคราวๆ ไมจ ําเปนตอ งอา นโดยละเอียด หรือ การอานเพื่อ
ความรู ควรอานแลวทําความเขา ใจในเรอ่ื งที่อา นและตอ งอานโดยละเอียด การอานเพอื่ ความ
บันเทิง ไมจ าํ เปนตอ งอานเรื่องทง้ั หมด ใหอ า นแคเพียงใหรูสกึ วาสนกุ สนานผอนคลายเทานน้ั
๒. ในขณะอานควรเปลย่ี นบรรทดั ใหแมน ยาํ เพอ่ื ไมใ หข ามเน้อื หา
๓. มีประสบการณเ กยี่ วกบั เรอื่ งที่อาน เพราะการอานที่จะไดผลดี ผูอ า นควรมีความรู
เบ้ืองตน เกี่ยวกบั เรอ่ื งทจ่ี ะอา นมากอ น เชน ตอ งการจะอานเรอื่ ง สงครามโลกครัง้ ทส่ี องทีม่ ี
ผลกระทบกบั ประเทศไทย ผอู านควรมีความรูเกีย่ วกบั ประวตั ิของผูแ ตง หนังสอื มีความรู
เกย่ี วกบั แผนที่ประเทศไทย ประวตั ศิ าสตรของประเทศไทยท่ีอยใู นชวงนัน้ เพอ่ื ใหมองเหน็ ภาพ
โดยรวม
และหมลาักรยกาาทรอในา นกใานรอใจา น
๔. เขาใจความหมายของคําศพั ทหรอื สาํ นวน เพราะการแตง หนงั สือ ผแู ตงจะมคี วามรู
และประสบการณตา งจากผูอ าน ดงั น้ันการนําเสนอเน้ือหาจึงเปน ไปโดยประสบการณของ
ผเู ขียน บางคร้งั ศัพทหรอื สํานวนผอู านจะไมเ ขาใจตรงกบั ผเู ขยี น
๕. จบั ใจความสาํ คัญของเรือ่ งท่ีอา นได เชน ใคร ทาํ อะไร ทไ่ี หน เมอื่ ไร อยางไร
๖. จดจํา บันทึกความรูความเขาใจในรูปแบบของตนเองเพอื่ ประโยชนใ นโอกาสตอไป
การอา นจบั ใจความ
เปนเรื่องทีส่ ําคัญอยา งหนึง่ ของกระบวนการอา น เพราะการจบั ใจความสําคัญแสดงให
เหน็ วา ผูอานมีความเขาใจเนอ้ื เรือ่ งไดด ีแคไหน และเขา ใจจดุ มงุ หมายของผเู ขยี นไดด ีแคไ หน
หลกั การ อานจบั ใจความ
๑. อานตงั้ แตต นจนจบ โดยใหท าํ การอา นครา วๆ ๑ คร้ังเพอ่ื ใหเขา ใจเน้อื หาโดยรวม
จากน้ันจึงอานใหมอีก ๑ ครงั้ เพื่อเกบ็ รายละเอียดของเนอื้ หา
๒. จับใจความสาํ คัญที่ละ ๑ ยอ หนา
การจบั ใจความสาํ คญั จะแบงออกเปน ๒ แบบ
๑. ใจความหลัก คอื ประโยคทเี่ ปน เน้ือหาสาํ คัญของยอหนา นัน้ ๆ อาจวางอยูบ ริเวณใด
ของเน้ือหาก็ได แตในสวนน้จี ะไมสามารถตดั เนื้อหาทง้ิ ได แตสามารถท่จี ะนํามายอ ความใหมได
๒. ใจความรอง เปนเนื้อหาในสว นทีม่ าขยายสวนของใจความหลกั ใหมีความสมบูรณ
มากยิ่งข้ึน เชน การยกตัวอยา ง การอธบิ าย การเปรียบเทียบ การแสดงความคดิ เหน็
๓. นําเน้อื หามาเรยี บเรยี งใหม ดวยรูปแบบของผูอ านเอง
มารยาทในการอาน
๑. เลอื กอานหนังสือทม่ี ปี ระโยชน
๒. ไมอ า นเสียงดงั รบกวนผอู ่ืน
๓. อา นอยางมีวจิ ารณญาณ ไมม ีอคตใิ นการอาน
๔. อานออกเสยี งและเวน วรรคตอนอยา งถกู ตอง
๕. ระวังไมใหห นงั สอื เกิดความเสียหาย แตถา ทําเสียหายตอ งซอมหนังสอื ใหถ ูกตอ งตาม
วธิ ีการซอมหนงั สือ
๖. การนําเรือ่ งทอ่ี า นไปอางองิ ในงานเขยี นตองอางองิ ใหถ กู ตอ งตามหลักการ
ตัง้ คาํ ถาม-คน หาคําตอบ
จากผาแตมสอู ียิปต
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คําชีแ้ จง ใหนักเรียนตัง้ คาํ ถามพรอมคาํ ตอบจากการอานจบั ใจความจากเรือ่ ง
“จากผาแตม สูอยี ิปต”
ตัวอยา งคําถามและคําตอบ
คําถาม : ครอบครัวของอินและเอื้อง ไปทันเหน็ พระอาทิตยขนึ้ หรือไม เพราะเหตใุ ด
คําตอบ : ไปทัน เพราะเขาบรรยายวาเห็นปา ไม เทือกเขา กระแสนํา้ และอากาศเยน็
คาํ ถาม คําตอบ
ตัง้ คําถาม-คนหาคาํ ตอบ
จากผาแตมสอู ยี ิปต
คําถาม คาํ ตอบ
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี๓
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท๖่ี
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ี่๑เรอ่ื งจากผาแตม ...สอู ยี ิปต เวลา ๗ ชว่ั โมง
เรอ่ื งคิดวเิ คราะหด วยแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา๑ชว่ั โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง จะชว ยใหน กั เรยี นเขา ใจเรอื่ งและจาํ เรอ่ื งท่อี า นไดแ มน ยาํ ยังเปนการชวย
ฝก ทกั ษะ และพัฒนาในดานการเขียน การพูดตอ ไป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพอื่ นําไปตัดสินใจ
แกป ญ หาในการดาํ เนิน ชวี ิตและมีนิสยั รักการอาน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ ความ และเขยี น
เร่อื งราวในรูปแบบตา งๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคน ควา อยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟง และดูอยางมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู
ความคดิ และความรูสกึ ในโอกาสตา งๆอยางมีวจิ ารณญาณและ
สรางสรรค
ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ป.๖/๔ แยกขอ เท็จจริงและขอ คดิ เหน็ จากเร่ืองทอ่ี า น
ท ๑.๑ป.๖/๕ อธิบายการนําความรูและความคดิ จากเรื่องที่อา นไปตัดสนิ ใจ
แกป ญหาในการดาํ เนินชีวติ
ท ๒.๑ป.๖/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพื่อใชพัฒนางาน
เขียน
ท ๒.๑ป.๖/๙ มมี ารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ป.๖/๑ พูดแสดงความรคู วามเขาใจจดุ ประสงคของเร่อื งที่ฟง และดู
๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. อธบิ ายวธิ กี ารเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งได
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่อื งจากเรอ่ื งท่อี านได
๓. เลา เร่ืองตามแผนภาพโครงเรอื่ งได
๔. มีมารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลักการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
๑. เขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
๒. เลาเร่อื งตามแผนภาพโครงเรอ่ื ง
เจตคติ (A)
๗. ตระหนักและเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๘. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพอื่ พัฒนาตนเอง
๙. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๗. มีวินัย
๘. ใฝเ รยี นรู
๙. มุงม่นั การทํางาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นาํ
๑. ครขู ออาสาสมคั รบอกถึงสถานท่ีสาํ คญั ในทองถิ่นมีอะไรบาง และแหลง ทอ งเท่ยี วทางประวัติศาสตร
ทีน่ ักเรยี นรจู ัก
๒. นกั เรียนเลน เกม “เรียงรอ ยตอเรือ่ งราว”
ขั้นสอน
๓. ครูและนักเรยี นสนทนาทบทวนเร่อื ง “จากผาแตม ...สอู ียิปต” โดยใชภาพจาก บทเรยี นประกอบ
๔. นกั เรยี นรวมกนั อภปิ รายวิเคราะหโ ครงเร่ือง ลําดบั เหตกุ ารณข องเรอื่ งและบอกประเด็นสาํ คัญ
๕. นกั เรียนแบงกลุม กลุมละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กลมุ ใหม ไมใ หซ้าํ เดมิ
๖. นกั เรยี นแตละกลมุ ศึกษาใบความรู เร่ือง หลกั การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง และมารยาทในการ
เขียน
๗. นกั เรียนแตล ะกลุม อานในใจ“จากผาแตม ...สอู ียปิ ต” จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษา
ปที่ ๖ แลว รว มกนั ทําใบงาน เรื่อง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง ตอนท่ี ๑
๘. ครสู ุมตวั แทนของแตล ะกลุมออกมานาํ เสนอแผนภาพโครงเรื่อง และใหนกั เรยี นชวยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ งและเพิม่ เติมใหสมบรู ณ
๙. นกั เรียนแตล ะกลุมชว ยกันตรวจสอบแผนภาพโครงเรื่องและแกไ ขใหส มบรู ณ
๑๐. นักเรียนแตล ะคนทําใบงาน การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ตอนที่ ๒ แลว นําสงครูเพือ่ ประเมินผล
ข้ันสรุป
๑๑. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปบทเรยี น เร่ือง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง และแนวทางปฏิบัติที่
ถูกตอ งในการเลา เร่อื ง
๙. สอ่ื และแหลงการเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. เกม“เรยี งรอ ยตอ เร่อื งราว”
๓. ใบความรู หลักการเขยี นแผนภาพโครงเรื่องและมารยาทในการเขียน
๔. ใบงานเรือ่ ง การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ
วิธีการ
แบบประเมินการเขียนแผนภาพโครง รอยละ ๖๐ ข้นึ ไปผาน
ตรวจใบงานการเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
เรื่อง เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรว ม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู
และมงุ ม่ันการทํางาน เกณฑ
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ผานเกณฑร ะดบั พอใช
ประสงค ขน้ึ ไป
สอื่ การเรียนรูและแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑ เรื่อง จากผาแตม...สอู ียปิ ต
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๓ เรอื่ ง คดิ วเิ คราะหด วยแผนภาพโครงเร่อื ง
เกม “เรียงรอยตอ เรื่องราว”
อุปกรณ
๑. บัตรขอ ความ เปน เหตกุ ารณใ นเรื่อง เดยี วกนั มเี นื้อเร่ืองตอเนือ่ งกัน แตไดจ ดั คละกนั ไว จัดทาํ ไว
เปน ๒ ชุด
๒. นกหวดี
๓. นาฬิกาจับเวลา
อกี า คาบเนอ้ื อยใู นปาก หลงเช่ือคาํ พูดของ สนุ ขั จ้ิงจอก ที่ชมวา
อีกา
ช้นิ เนือ้ ท่ี มเี สยี งไพเราะ จึงอาปากรองเพลงให สนุ ขั จง้ิ จอก ฟง
อกี า คาบมาหลนออกจากปาก สุนัขจ้ิงจอก คาบเน้อื ไปกนิ แทน
วธิ กี ารเลน เกมมดี ังนี้
๑. แบงนกั เรยี นออกเปน ๒ กลุม
๒. ครูอธบิ ายกติกาการเลนโดย
- ใหแตล ะกลมุ มารบั ขอ ความซึ่งเปนขอความชนิดเดยี วกัน กลุม ละ ๑ ชุด
- ครูจะใหเวลาเลนเกมประมาณ ๑๐ นาที โดยจะใหส ัญญาณเรม่ิ เลนดวยการเปานกหวดี และให
สัญญาณหยดุ เลน ดวยการเปา นกหวีดเชนกนั
- เม่อื ไดย ินสญั ญาณใหนักเรียนเริ่มเลน เกมทนั ที โดยการจัดลําดบั ขอ ความทไี่ ดร ับ ใหเน้อื ความ
ตอ เน่อื งกนั จากขอ ความที่นักเรียนคดิ วานา จะอยอู ันดับ แรก หรือเริม่ ตนไปจนถึงขอ ความท่คี ดิ
วานาจะอยสู ุดทาย
- ใหนกั เรยี นชวยกนั เขียนเรอื่ งราวเพิม่ เตมิ จากขอความแรกจนถึงขอความสุดทายใหเ ปนเรื่องราว
ทส่ี มั พันธตอ เนอื่ งกนั
- เมื่อไดย ินสญั ญาณหมดเวลา ใหตวั แทนของกลุมมาจบั สลากกนั ออกมารายงานโดยเลา เรอ่ื งให
เพอ่ื น ๆ ฟง
- ใหแ ตละกลุมติดขอความทไ่ี ดร บั และสวนทีไ่ ดตอ เตมิ แตงตอ เรอ่ื งราวเสร็จไวบนกระดานดาํ ให
เพ่ือนดู
จากนนั้ ครูนาํ ขอความมาเฉลยใหน กั เรยี นดู แลวพจิ ารณาวา กลุมใดลาํ ดบั เรอื่ งไดถกู และตอเติมไดด ี
สมบูรณเ หมาะสม เปนฝา ยชนะ
หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง
และมารยาทในการเขียน
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง เปน การเขียนท่แี สดงใหเ หน็ โครงเร่อื งโดยรวมทั้ง
เรอ่ื งทําใหจ ับใจความสําคัญของเรือ่ งท่ีอานไดด ียง่ิ ข้ึน
การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง ตองอาศยั การตงั้ คําถามและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื ง
ทอี่ านวา ตวั ละครในเร่ืองมีใครบาง สถานทเ่ี กดิ เหตกุ ารณค ือที่ไหน มีเหตุการณอ ะไรเกิดขน้ึ
และผลของเหตุการณน นั้ คืออะไร แลว จึงเขยี นเปน แผนภาพโครงเรือ่ ง
ตวั อยา ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองเรอื่ ง กากับสนุ ัขจิ้งจอกเจาเลห
อีกาตัวหนงึ่ กาํ ลงั หิว มนั จงึ บินออกหาอาหาร มนั เหลือบไปเหน็ เนอ้ื ชิ้นหนึ่งหลน อยู มันจงึ ใชปาก
คาบเน้ือช้ินน้ันขึ้นมา แลว บนิ ไปเกาะทไี่ มตน หนึ่ง สนุ ัขจ้งิ จอกตัวหน่ึงเดินผา นมาเหน็ อีกาคาบเนอ้ื อยูใน
ปาก มนั อยากกนิ เนือ้ ชิน้ นน้ั มนั จึงเอย ปากทักอกี าวา
“สวสั ดคี รับคุณกา คณุ ชา งสงา งามอะไรอยางนี้ ขนของคุณก็ดูสวยงามมาก” อกี ารูสึก
ชอบใจมาก มันมองดูของของตัวเองอยา งภมู ใิ จ สนุ ัขจิ้งจอกจึงพูดตอไปวา
“คณุ คงมเี สยี งทีไ่ พเราะมาก คุณคงรองเพลงเพราะดวยใชไ หม” อีกา รบี ผงกหวั รบั
“ถา อยา งน้ันคุณชวยรอ งเพลงใหผมฟงสกั หนอ ยเถิดครับ” อีกา จึงอา ปากจะรองเพลง
พอมันอา ปาก เนือ้ ก็หลุดจากปากตกลงท่พี ืน้ สุนัขจิ้งจอกจึงรีบคาบเนอื้ ชน้ิ นนั้ แลววง่ิ หนีไป
แผนภาพโครงเรื่อง ของนทิ านเรื่องกากบั สุนขั จิ้งจอกเจา เลห
ตวั ละครในเร่ือง อกี า และสนุ ัขจ้ิงจอก
สถานท่ี ตน ไมตนหนึ่ง
เหตกุ ารณทีเ่ กดิ ขึ้น อกี าซง่ึ กําลงั คาบเนอื้ อยูในปาก หลงเช่อื คําพูดของ
สนุ ขั จ้ิงจอกทชี่ มวา อกี ามีเสียงไพเราะ จงึ อา ปากจะรองเพลงใหสุนขั
จิ้งจอกฟง
ผลของเหตกุ ารณ ทาํ ใหชิ้นเน้อื ท่อี กี าควบมาหลนออกจากปากสนุ ขั จิง้ จอกจึงมาคาบเนอ้ื
ไปกนิ แทน
หลกั การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
และมารยาทในการเขยี น
มารยาทในการเขียน
๑. เขียนดว ยลายมอื ทอ่ี านงาย สะอาด เปน ระเบยี บเรยี บรอย ไมขีดฆา ขูดลบ
๒. ใชก ระดาษทเ่ี หมาะสม สุภาพ
๓. ใชปากกาทีเ่ หมาะสม เชน ไมค วรใชสแี ดง เปน ตน
๔. ใชถ อยคาํ ภาษาทีส่ รางสรรค ไมกลา วรายผอู ่ืน
๕. ใชถอยคาํ ทส่ี ภุ าพ เหมาะสมแกก าลเทศะและบุคคล
๖. เขยี นใหถกู อกั ขรวิธี (สะกดการันตถูกตอ ง)
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
ตอนที่ ๑ ใหน กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง “เรือ่ งจากผาแตม ...สอู ียิปต
ตวั ละครสําคญั ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เรือ่ งเกดิ ข้ึนทไี่ หน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญหาท่ีเกดิ ขึน้ ในเรอ่ื ง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณท ี่….. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….
เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตุการณท่ี…… ………………………………………………………………………………………….…
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทาํ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ขอ คดิ ทไ่ี ด ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
ชอ่ื – สกุล .................................................................................................เลขท่ี..............
ตอนที่ ๒ ใหนกั เรยี นเขียนแผนภาพโครงเร่ือง จากเนอ้ื เร่อื งตอ ไปนี้
นายกลา่ํ รจู กั คุนเคยกบั พระยาขจดั ฯ ซงึ่ เปน ขา ราชการชัน้ ผใู หญท่มี ีคนนบั หนา ถอื ตา
มากทส่ี ุดคนหน่ึง เม่ือนายกลา่ํ จะประกอบพิธีงานมงคลทบี่ า นของตน จึงไดพยายามไปหาพระ
ยาขจัดฯ ขอเชญิ ทานใหมาในงานนีเ้ พ่อื เปน เกียรติ และศิริมงคลแกตัวเขา
พระยาขจดั ฯ กร็ บั ปากวา จะมาอยางแขง็ แรง จึงเตรียมการเปนการใหญ เพ่ือตอ นรับ
พระยาขจดั ฯ และออกการด เชญิ บรรดาแขกเหรื่อใหมาในงานนก้ี ันคับคงั่ พรอมท้ังแจงบรรดา
แขกอื่นๆ ท่มี าในงานรวู า พระยาขจดั ฯ จะมาในงานนอ้ี ยางแนน อนแขกเหรื่อทกุ คนทุกคนก็
คอยรบั พระยาขจดั ฯ แตเม่ือถงึ เวลาเริม่ พธิ มี งคลแลว พระยาขจัดก็ยังไมม ารอกันอยจู นกระทงั่
ลว งเลยเวลา เกือบจะหมดฤกษ ก็ยงั ไมป รากฏตวั พระยาขจัดฯเลย
ปญหาอยทู ีว่ า เมื่อพระยาขจัดฯ ผิดนัดงานเชน นี้ นายกลํ่าควรทําอยางไรกับ
แขกเหร่อื ท่ีมาในงาน
แหลง อางอิง: ฝกสมองทดลองภูมปิ ญ ญาของคุณหนู ๆ โดยนายปญ ญา รอบรู เอกลกั ษณห นงั สอื ดี
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
- เฉลย-
การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
ตอนที่ ๑ ใหน กั เรียนเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง “เรอ่ื งจากผาแตม ...สูอ ียิปต
ตวั ละครสาํ คญั อินและเอื้อง
ตัวละครประกอบ พอ และแม
เรือ่ งเกิดข้นึ ท่ีไหน ครอบครัวไปเทยี่ ว
ปญ หาทเี่ กดิ ขนึ้ ในเรอ่ื ง การไปเที่ยวทผ่ี าแตม
เหตกุ ารณท ี๑่ พอ แม อนิ และเอือ้ งไปทอดกฐนิ ที่จงั หวัดอบุ ลราชธานแี ละไป
เทีย่ วผาแตม
สถานท่ี ผาแตม อําเภอโขมเจียม จังหวัดอบุ ลราชธานี
ตวั ละคร อนิ และเอื้องพอและแม
การกระทาํ อนิ และเอื้องพอ และแมห ลังจากทาํ บญุ กฐินแลวเดินทางไปไปเที่ยว
อาํ เภอโขมเจยี ม จังหวัดอบุ ลราชธานี ซ่ึงสามารถมองเห็นทงุ นา
และภูเจาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและไดไปชม
ผาแตม ซ่ึงมภี าพคนสมัยโบราณบนั ทกึ ชวี ติ ความเปน อยูและ
วัฒนธรรมไวบ นหินอยางสวยงาม
ผลของการกระทํา อินและเออื้ งไดร บั ความรูจากพอและแม เรอื่ งผาแตม
เหตกุ ารณท่ี๒ เปด ภาคเรียน อินเลา เรื่องความมหัศจรรยของผาแตม ใหเพอ่ื น ๆ
ฟง และณภัทรเลา ความมหัศจรรยของประเทศอียปิ ต
สถานที่ โรงเรยี น
ตวั ละคร อนิ และณภัทร
การกระทาํ อินและณภทั รเปดเรียนอินไดเลาเรื่องการไปเทย่ี วผาแตมให
เพื่อนๆในหองฟง ณภทั รซึง่ ไดตดิ ตามพอแมไปเท่ยี งทปี่ ระเทศ
อียิปต ไดเ ลาถงึ พีระมิดซงึ่ เปน๗ สิ่งมหัศจรรยข องโลกไดไปชม
พรี ะมิดกฟู ูแหงกซี า มีการแกะสลักรปู ภาพตางๆตามผนัง จะมี
ลักษณะคลายผาแตม เปน การสือ่ สารดว ยภาพประมาณ ๕๐๐๐
มาแลว ผาแตม จะมีที่หลังอียปิ ต เพ่ือนๆในหอ งไดด ูภาพถายจาก
ทง้ั อนิ และณภัทร
ขอ คดิ การไปเท่ียวจะไดท้ังความรแู ละความสนกุ สนาน
ตอนท่ี ๒ ตามดุลยพนิ ิจครูผสู อน โดยใชแบบประเมินการเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
แบบประเมนิ การเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
ฟแผนการจดั การเรยี นรูท๔ี่
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรทู ๑่ี เรื่องจากผาแตม...สอู ยี ิปต เวลา ๗ ชว่ั โมง
เร่ืองการอานออกเสยี ง เวลา๑ช่วั โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การอานออกเสียง เปนการอานใหผูอ ืน่ ฟง ฉะน้นั ผูอ านจะตองแบง วรรคตอน เนนเสียงหนักเบา และ
ออกเสยี งใหถูกตอ งชัดเจน จึงจะสือ่ ความหมายไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพอ่ื นําไปตดั สินใจ
แกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชีวิตและมีนิสยั รกั การอาน
ตวั ช้ีวดั ท๑.๑ป.๖/๑ อา นออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอ ง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา น
๓. จุดระสงคก ารเรียนรู
๑. บอกหลกั การอา นออกเสยี งได
๒. อานออกเสยี งเรอ่ื งในบทเรยี นไดถ กู ตองชดั เจน
๓. มมี ารยาทในการอา น
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลกั การอานออกเสยี ง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสียง
เจตคติ (A)
๑๐. ตระหนกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย
๑๑. รกั ความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเพอ่ื พัฒนาตนเอง
๑๒. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑๐. มีวินยั
๑๑. ใฝเรียนรู
๑๒. มุง มนั่ การทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. การอานออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เรื่อง การอา นคําและขอความ
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ข้ันนาํ
๑. ครใู หน กั เรียนชมวีดที ัศน เรอ่ื ง หลกั พน้ื ฐานการอา นภาษาไทย (ใชเวลา ๑๓ นาที)
๒. ครูและนักเรยี นรว มกันอภปิ รายสาระสาํ คญั ทไี่ ดจ ากการชมวีดที ัศน
ขนั้ สอน
๓. ครูใหน กั เรยี นอาน คําศัพทในบทเรยี น ดงั น้ี กฐิน กระดาษสา โกฏิ ปโกฏิ พีระมดิ แมลงกุดจี่
แมลงสคารับ ศลิ าจารึก สังขยา สนี ้ําหมาก
๔. ครแู ละนกั เรียนรว มกันเฉลยการอา นคาํ ศัพท
๕. นักเรียนแบง กลุม กลุมละ ๖ คน โดยใชก ลมุ เดิม แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กลุม ใหม ไมใหซํ้าเดิม
๖. นกั เรยี นแตละกลมุ ฝกอานออกเสียงบทเรยี น เรือ่ ง จากผาแตม...สอู ียิปต โดยอานทั้งขอ ความ
บรรยายและขอความที่เปน คําพูดของตวั ละคร โดยอานออกเสยี งพรอมกนั และฝกอานออกเสียงเปนรายบคุ คล
โดยศกึ ษาจากใบความรู การอา นออกเสยี ง
๗. ครทู ดสอบการอา นออกเสยี งของนักเรียนเปนรายบุคคลโดยครูกาํ หนดใหน กั เรียนอานขอ ความคน
ละ ๓ บรรทดั โดยครเู ขยี นคาํ ท่ีนักเรยี นอานผดิ ไวบนกระดานดํา ครสู ังเกตการอานของนักเรียนแตล ะคนเพ่ือ
ประเมินผลการอา นของนกั เรียน นักเรียนฝกอานคาํ ที่อา นผิดทีค่ รเู ขียนไวบนกระดานอกี ครงั้
๘. นกั เรียนแตล ะคนทําใบงาน เร่ือง การอา นคําและขอความ แลว นาํ สง ครเู พือ่ ประเมินผล
ขน้ั สรปุ
๙.ครูและนักเรียนรว มกนั สรุปหลักเกณฑก ารอานออกเสียงทีด่ ี แลว บนั ทกึ ลงสมุดบันทึก
๙. สื่อและแหลงการเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖
๒. วดี ที ศั น เร่อื ง หลกั พืน้ ฐานการอา นภาษาไทย
๓. ใบความรู เรือ่ ง การอานออกเสยี ง
๔. ใบงาน เร่ือง การอานคาํ และขอความ
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล
วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ
ตรวจใบงานเร่ือง การอา นคําและขอความ ใบงาน เร่ือง การอานคาํ และ รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
ขอ ความ เกณฑ
สงั เกตการอานออกเสียงรายบุคคล แบบประเมนิ การอานออกเสยี ง รอยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ รอยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
ในกิจกรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเรียนรู แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึง ผา นเกณฑร ะดบั พอใช
และมุงมั่นการทํางาน ประสงค ข้ึนไป
สื่อการเรียนรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรูท ่ี ๑ เรอ่ื ง จากผาแตม ...สูอียิปต
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔ เร่ือง การอา นออกเสยี ง
ตัวอยาง วีดที ศั น |หลักพืน้ ฐานการอานภาษาไทย
หลักพน้ื ฐานการอา นภาษาไทย ความยาว ประมาณ ๑๒ นาที
ที่มา www.youtube.com/watch?v=a0rz01EgjzI
การอานออกเสยี ง
การอานออกเสยี งเปน การอานใหเกิดเสยี งดงั คือ เปลง เสียงตามตัวอกั ษร
ถอยคาํ และเคร่ืองหมายตา งๆ ทเ่ี ขียนออกมาใหถูกตองชัดถอ ยชัดคํา และเปน ที่เขา ใจ
แกผ ูฟงการอา นออกเสียงผอู า นตอ งอาศยั การทาํ งานทส่ี มั พันธก ันระหวางสายตา สมอง
และอวยั วะในการออกเสียง กลา วคือผอู า นตองใชส ายตากวาดไปบนตวั อกั ษรครง้ั ละหน่งึ
วรรค และตองแบง ใจความไวแ ปลงความคิดเปนเสียง แลวจึงเปลงเสยี งออกมาใหต รงตาม
ความหมายของถอ ยคํา เพื่อใหผ ูฟ งเขาใจขอความท่ีไดยนิ ผอู า นเปลงเสยี งออกมา
หลักท่วั ไปในการอา นออกเสียง
การอานออกเสยี งน้นั มงุ ใหผูอ า นอา นใหชัดเจน ถูกตอ ง และมีผลทาํ ใหผูฟ ง เขาใจ
เร่อื งไดต รงตามท่ผี ูเขียนตองการ การอา นออกเสียงแบง ออกไดออกไปเปน ๒ อยาง ตาม
ลกั ษณะของขอ ความท่อี าน คอื อา นเร่อื งท่เี ปนรอยแกว กบั เรื่องทเ่ี ปนบทรอยกรองสง่ิ ท่ี
ผอู านควรคํานึงถึง ในการอานออกเสียงมีดงั นี้
๑. ความชดั เจน ความชัดเจน หมายถึง การอานออกเสียงไดชัดถอยชดั คํา ทงั้
เสียงสระ เสียงพยญั ชนะ เสยี งวรรณยุกต และพยญั ชนะควบกลา้ํ รวมท้งั ออกเสียงตวั
ร ล ใหชดั เจน ไมสบั เสียงจากเสยี ง ร เปน ล นาํ้ เสียงทเ่ี ปลงออกมาตองดงั ฟงชัด
ไมดังมากหรือคอ ยเกินไปเพอื่ ใหผ ไู ดยนิ ทั่วถงึ กัน
๒. ความถูกตอ งคือ ผอู านสามารถอานออกเสียงไดถ กู ตองตามอักขรวธิ ีของไทย
หรอื ตามอักขรวธิ ขี องภาษาอ่ืนท่ีไทยนาํ มาใช รวมทัง้ การอา นถกู ตอ งตามความนิยมดว ย
ซึ่งผูอาน จะตอ งศึกษาหลกั การอานทถ่ี กู ตอ งจากหนงั สอื ตาํ ราหลกั ภาษาไทย และหมน่ั
สงั เกตศึกษารวบรวมคํา และคาํ อา นทถ่ี กู ตอ งอยา งสมาํ่ เสมอ เม่ือสงสัยคําอา นใดใหยดึ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ .ศ.๒๕๒๕ เปนหลกั เชน การอา น คําพอ งรปู
อักษรนํา อกั ษรควบ คาํ สมาส การอานคาํ ท่ีมตี วั ฤ ฑ การอา นตามความนิยม การ
อา นไมยมก และการอา นเคร่ืองหมาย วรรคตอน อื่น ๆ
การอานออกเสยี ง
๓. ความคลอ งแคลวหมายถงึ ความคลอ งตวั ในการอานออกเสียงไดต อ เนือ่ งกัน
ไมตดิ ขัดหรือเสียจังหวะในการอานออกเสยี ง ความคลอ งแคลว นจี้ ะเกดิ ไดจากการฝกฝน
ทักษะการอานออกเสยี ง รวมท้ังการฝก ทกั ษะการใชสายตากวาดไปบนตัวอกั ษรใหได
จงั หวะและความเรว็ ส่งิ เหลา นผี้ อู า นจะตองฝกปฏบิ ัตโิ ดยสมํ่าเสมอและฝก บอย ๆ กจ็ ะ
เกดิ ทักษะในการอา น แลว ก็จะเกดิ ความคลอ งแคลวในการอานได และสามารถแบงวรรค
ตอนไดอยางเหมาะสม
๔. การใชนาํ้ เสียงไดตามเน้ือเรอื่ ง หรอื อานถกู ตองตามลักษณะของคาํ ประพนั ธ
(อา นรอ ยกรอง ) เชน คาํ ครุลหุในคาํ ฉันท อา นออกเสียงโท เสยี งเอก ตามคาํ โคลงส่ี
สุภาพมี การเอื้อนเสยี งระหวา งวรรค การอานทง้ั รอ ยแกว และรอ ยกรองมกี ารอา น
จังหวะทอดเสยี งโดยเวนจังหวะ มนี า้ํ เสียงหนักเบาเพื่อใหเ กดิ ความไพเราะ
๕. การเวนจงั หวะวรรคตอน การเวน จังหวะวรรคตอน เปน ส่ิงสําคญั มากในการ
อา นออกเสียง เพราะถา ผูอ านเวนจังหวะวรรคตอนทผ่ี ดิ ท่ี เชน เวนวรรคตรงกลางประโยค
หรือกลางขอ ความ หรอื รวบคาํ จากวรรคแรกมาควบกบั คําตนของวรรคถดั ไป ก็อาจจะ
ทาํ ใหความหมายผดิ ไปจากสารเดิม ทําใหผฟู ง เขาใจความหมายคลาดเคลื่อนผดิ ไปจาก
ความหมายทแี่ ทจริง หรือไมเ ขา ใจความหมายท่ีถกู ตอ ง ผอู า นจงึ ควรไดทดลองอา นทาํ
ความเขาใจขอ ความ ใหด กี อ นวา ควรจะเวนวรรคตอนทีไ่ ด อยางไร จึงจะไมท าํ ให
ความหมายผิดไปจากสารเดิม
การอานคําและขอความ
ชื่อ– สกลุ .................................................................................................เลขท.ี่ .....................
คาํ ชี้แจง ใหน ักเรียนอานคําและเขยี นคาํ อา น ใหถกู ตอ งตามหลักการอา น
คาํ คาํ อาน
ตวั อยาง นักปราชญ นกั – ปราด
๑. ปาปรสุ
๒. อียปิ ต
๓. ทวิ ทัศน
๔. เทศกาล
๕. ธรรมชาติ
๖. ทวปี
๗. ปโกฏิ
๘. มคั คเุ ทศก
๙. ศลิ าจารกึ
๑๐. แมลงสคารับ
- เฉลย-
การอา นคาํ และขอความ
ชือ่ – สกลุ ...................................................................................เลขท.ี่ ........................
คําชแ้ี จง ใหนักเรียนอานคําและเขียนคาํ อาน ใหถกู ตอ งตามหลกั การอา น
คาํ คําอาน
ตัวอยาง นกั ปราชญ นกั – ปราด
๑. ปาปร ุส ปา – ป– รุส
๒. อยี ิปต อี – หยบิ
๓. ทิวทศั น ทิว–ทดั
๔. เทศกาล เทด– สะ – กาน
๕. ธรรมชาติ ทาํ – มะ – ชาด
๖. ทวีป ทะ – วบี
๗. ปโกฏิ ปะ – โกด
๘. มคั คุเทศก มัก – คุ – เทด
๙. ศลิ าจารกึ สิ – ลา – จา – รกึ
๑๐. แมลงสคารบั มะ – แลง – สะ – คา – รับ
แผนการจัดการเรียนรทู ี่๕
กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๑่ี เร่อื งจากผาแตม...สอู ียปิ ต เวลา ๗ช่วั โมง
เรือ่ งตัวเลขไทย เวลา๑ช่วั โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การรหู ลักเกณฑท างภาษา เรอื่ งการใชเลขไทยใหถูกตอ งตามความหมายและถกู ตองตามหนา ท่ขี อง
ประโยค ชว ยใหใชภ าษาในการส่อื สารไดอยางมีประสิทธิภาพแตละประเทศ แตละชาตภิ าษาจะมีตัวเลขใชเ ปน
ของตวั เองเปนสว นใหญ เลขไทยมีใชมาตงั้ แตกาํ เนดิ ตัวอกั ษรไทยสมยั พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ใชแ ทนจาํ นวน
ใชแทนวนั แตละวันในสปั ดาห แทนเดือนในแตละเดอื นในรอบป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชวี้ ัด
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคดิ เพือ่ นําไปตัดสนิ ใจ
แกปญ หาในการดําเนนิ ชวี ิตและมนี ิสยั รกั การอาน
สาระที่ ๔หลกั การใชภาษา
มาตรฐานการเรียนรู ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว
เปนสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ป.๖/ ๒ อธิบายความหมายของคาํ ประโยคและขอความที่เปน โวหาร
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเทจ็ จริงและขอคิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ า น
ท๔.๑ป.๖/๒ ใชค าํ ไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
๓. จุดระสงคการเรียนรู
๑. อา นและจบั ใจความสําคัญของบทรอยกรองได
๒. อา นและเขียนตัวเลขไทยได
๓. อานและเขียนวันเดอื นปแ บบไทยได
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๑. บทอานเสริม ตวั เลขไทย
๒. หลกั การอานวนั เดอื นปแ บบไทย
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๑. อานจับใจความ
๒. อานวันเดือนปแ บบไทย
เจตคติ (A)
๑๓. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๑๔. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพือ่ พัฒนาตนเอง
๑๕. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑๓.มีวินยั
๑๔.ใฝเรียนรู
๑๕.มงุ ม่ันการทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง การอา น วนั เดอื น ป แบบไทย
๘. กิจกรรมการเรยี นรู
ขั้นนํา
๑. นักเรียนแบง กลมุ กลมุ ละ ๖ คน โดยใชก ลุมเดมิ แตเ ลอื กประธาน รองประธาน เลขานุการกลุมใหม
ไมซาํ้ เดิม
๒. ครูแนะนาํ บทเรยี น เรื่อง ตวั เลขไทย
ขน้ั สอน
๓. ครใู หน ักเรยี นแตละกลุมอา นบทเรยี นเสริม เร่ือง ตัวเลขไทย หนา ๙ แลวสรุปใจความสําคญั
๔. ตัวแทนกลมุ นําเสนอผลงานหนา ชน้ั เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตองและอธบิ ายเพิ่มเตมิ
๕. ครูตรวจสอบความรูข องนักเรยี น โดยต้ังคาํ ถามแลวใหนกั เรียนตอบคาํ ถามดงั นี้
- ตวั เลขไทย มีมาตงั้ แตสมัยใด (สมยั สโุ ขทยั )
- จงบอกตัวเลขไทยในอดตี ( ๑– เอก ๒ – โท ๓ – ตรี ๔ – จัตวา
๕ – เบญจ ๖ – ฉ ๗ – สปั ,สัตตะ ๘ – อฐั ๙ – นพ )
๖. ครขู ออาสาสมคั ร เขยี นตัวเลขไทยบนกระดานดําหนา โดยนักเรยี นในชั้นเรยี นเปน ผตู รวจสอบ
ความถกู ตอง
๗. ครใู หน ักเรยี นรวมตอบคําถามวันใดคือวันแรกในสปั ดาห
๘. ครเู ฉลยคาํ ตอบวันอาทิตย แลวอธิบายการเรียงลาํ ดบั วันของคนไทยจะนับวนั อาทติ ยเ ปนวันแรก
๙. ครูใหนกั เรยี นรว มตอบคาํ ถาม เดือนแรกของป คือเดอื นอะไร
๑๐. ครูเฉลยคําตอบเดือนแรกของป คอื เดอื นมกราคม ตามหลักตามสากล หากเปนการนับเดือน
แบบไทย เดอื นแรกของปเรียกวา เดือนอา ย เดอื นกมุ ภาพันธ คอื เดอื นย่ี เดอื นมีนาคมคอื เดอื นสาม ครอู ธิบาย
เก่ยี วกับการใชต ัวเลขไทยในการอา นวนั เดอื น ป อันเปนเอกลกั ษณข องไทย
๑๑. นกั เรยี นศึกษาความรเู ร่อื งจากใบความรู เรือ่ ง ตวั เลขไทย
๑๒. ครเู ขียนวนั เดอื น ป แบบไทย ใหนักเรียนรว มกนั อา น เพอ่ื ตรวจสอบความรขู องนักเรียนที่ไดจ าก
การศกึ ษาใบความรู
๘ ๖ ฯ๕ ๓ ๔ ฯ๔ ๒
๔ฯ๑
๑๓. นักเรียนแตล ะคนทาํ ใบงาน เร่ือง ตัวเลขไทย
๑๔. ครแู ละนักเรียนรว มกันเฉลยใบงาน
ขั้นสรุป
๑๕. ครสู รุปถงึ การใชตวั เลขไทยและใหนักเรยี นใชต ัวเลขไทยเพื่อเปนการสรา งจิตสํานึกและอนุรกั ษ
ความเปนไทยใหคงอยูตอ ไป
๙. ส่อื และแหลงการเรียนรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖
๒. ใบความรู เร่อื ง ตัวเลขไทย
๓. ใบงาน เร่อื ง การอา น วัน เดือน ป แบบไทย
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ
วธิ กี าร ใบงาน เร่อื ง การอาน วัน เดอื น ป รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไปผา น
แบบไทย เกณฑ
ตรวจใบงานเร่อื ง การอา น วัน เดือน ป
แบบไทย แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ผา นเกณฑร ะดับพอใช
ประสงค ข้นึ ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ รียนรู
และมงุ ม่นั การทํางาน
สอื่ การเรียนรูและแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑ เรอ่ื ง จากผาแตม...สูอียปิ ต
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๕ เรือ่ ง ตัวเลขไทย
ตวั เลขไทย
ตัวเลขไทยมีใชมาตั้งแตก าํ เนิดตวั อักษรไทยสมยั พอ ขนุ รามคําแหงมหาราชใชแทน
จาํ นวน ใชแ ทนวนั แตล ะวนั ในสัปดาห แทนเดือนแตล ะเดอื นในรอบป ปจจบุ นั มีการใชเลข
อารบิกแพรหลาย เมือ่ มโี อกาสใชเ ลขไทยไดในเวลาใด คนไทยทุกคนควรใชเ พ่ือความภูมใิ จ
ในความเปน ไทย เลขไทยมี ๑๐ตวั ดังนี้
๑ ๒ ๓ ๔ ๕หน่ึง สอง สาม ส่ี หา
๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐หก เจด็ แปด เกา สบิ
วัน เดือน
๑ อาทติ ย ๑ อาย
๒ จนั ทร ๒ ย่ี
๓ อังคาร ๓ สาม
๔ พธุ ๔ ส่ี
๕ พฤหสั บดี ๕ หา
๖ ศกุ ร ๖ หก
๗ เสาร ๗ เจด็
๘ แปด
๙ เกา
๑๐ สบิ
๑๑ สิบเอด็
๑๒ สบิ สอง
ตัวเลขไทยหลักการอานใน
การอานวนั เดอื นปแ บบไทยประกอบดวย ขางขนึ้ ขา งแรม ในการเขยี น
ตวั เลขทอ่ี ยูข า งบนคอื ขางข้ึน สว นตวั เลขทอ่ี ยูขา งลางคอื ขา งแรม
๒๑ฯ๕๑
อานวา วันจันทร เดือนอาย ข้นึ สิบหาคํา่
๕ฯ๗๙
อา นวา วันพฤหัสบดเี ดอื นเกา แรมเจด็ คา่ํ
การอา น วนั เดอื น ป แบบไทย
ชือ่ – สกลุ ………………………………………………………………… เลขที่ ……………….
ตอนท่ี ๑ ใหนักเรียนเขียนตอบคําถามตอไปน้ี
๑. นักเรยี นคดิ วา การใชเ ลขไทยใหประโยชนอ ยางไร
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ใหน กั เรยี นบอกความสําคญั ของเลขไทยมาตามความเขา ใจ
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
ตอนที่ ๒ จงเขียนการอานวัน เดอื น ป แบบไทย
วัน เดอื น ป แบบไทย คําอา น
๔ ๔ฯ ๕
๕ ๘ฯ ๓
๗ฯ๖ ๔
๒๙ฯ ๗
๖ ๓ฯ ๕
- เฉลย -
การอาน วัน เดือน ป แบบไทย
ชือ่ – สกลุ ………………………………………………………………… เลขที่ ……………….
ตอนที่ ๑ ใหน กั เรียนเขียนตอบคําถามตอไปนี้
๑. นักเรียนคิดวา การใชเ ลขไทยใหประโยชนอยางไร
………….. …………………………ดุลยพนิ จิ ครูผูสอน………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ใหนักเรยี นบอกความสาํ คญั ของเลขไทยมาตามความเขาใจ
………….. …………………………ดลุ ยพนิ จิ ครผู สู อน………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
ตอนท่ี ๒ จงเขยี นการอา นวนั เดอื น ป แบบไทย
วนั เดือน ป แบบไทย คาํ อาน
๔ ๔ฯ ๕ วันพธุ เดือน หา ขน้ึ ๔ คา่ํ
๕ ๘ฯ ๓ วันพฤหัสบดี เดอื น สาม แรม ๘ คาํ่
๗ฯ๖๔ วันเสาร เดือน ส่ี แรม ๖ คาํ่
๒๙ฯ ๗ วนั จนั ทร เดือน เจ็ด ขึ้น ๙ คาํ่
๖ ๓ฯ ๕ วันศุกร เดือน หา ขึ้น ๓ คาํ่
แผนการจัดการเรียนรทู ่๖ี
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที่๖
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรูท๑่ี เรอื่ งจากผาแตม ...สอู ยี ิปต เวลา๗ชัว่ โมง
เรอื่ งพยางคแ ละคาํ เวลา๑ชั่วโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด “พยางค ” ถา
เสียงทเี่ ปลง ออกมาแตละคร้งั จะมีความหมายหรือไมม ีความหมายกต็ าม เรียกวา
พยางคมีความหมายจะเรยี กวา “คาํ ”
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ดั
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ าษา
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษาภูมิปญ ญทาางภาษาและรกั ษาภาษาไทย
ไวเปนสมบตั ิของชาติ
ตวั ชีว้ ดั ท ๔.๑ป.๖/๑ วิเคราะหชนดิ และหนา ทีข่ องคําในประโยค
ท ๔.๑ป.๖/๒ ใชค ําไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล
๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. บอกหลกั การอา นพยางคแ ละคําได
๒. อานและเขียนคาํ ท่มี ี ๑ - ๔ พยางคได
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- ความรเู รือ่ งพยางคและคาํ
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- อานพยางคแ ละคาํ
เจตคติ (A)
๑๖. ตระหนกั และเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๑๗. รกั ความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเพอื่ พัฒนาตนเอง
๑๘. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑๖. มวี นิ ยั
๑๗. ใฝเรียนรู
๑๘. มุงมัน่ การทาํ งาน
๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง พยางคและคํา
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นนาํ
๑. นักเรียนดภู าพที่กําหนด แลวใหน ักเรยี นบอกคําจากภาพใหไดค าํ มากทส่ี ุด
ขน้ั สอน
๑. นักเรียนแบงกลมุ กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุมใหม ไมซ า้ํ เดิม
๒. นักเรยี นแตละกลมุ ศึกษาใบความรู เร่อื ง คาํ และพยางค
๓. ตวั แทนกลมุ รับภาพที่ครไู ดจ ัดเตรยี มไว หลงั จากนั้นใหแ ตล ะกลุม ระบุ ภาพทีก่ ําหนดใหมคี ํา
อะไรบา งที่มกี ารออกเสียง ๑ พยางค , ๒ พยางค , ๓ พยางค , ๔ พยางค
๔. แตล ะกลมุ นําเสนอผลงานหนาชน้ั เรียน โดยครเู ปน ผตู รวจสอบความถูกตอง
๕. ครูเขยี นคํา ๑ – ๔ พยางคบ นกระดานใหนักเรยี นชวยตอ คาํ ใหถกู ตอ ง เชน
- เรยี น : เขียน เปลี่ยน เวยี น เพียร เจยี น เซยี น
- อาหาร : อานเขียน เปล่ียนใจ ไกลหาง วา งเวน
- หองสมุด : ฉดุ กระชาก รากตนไม ไมยราพ กราบพระสงฆ
- มหศั จรรย : ผันแปรชีวติ ลิขิตขีดเขยี น พากเพียรศึกษา ปญญาลาํ้
๖. นักเรียนแตละคนทาํ ใบงาน เรอ่ื ง พยางคและคํา
๗. ครแู ละนักเรยี นรว มกันเฉลยใบงาน
ข้นั สรุป
๘. ครแู ละ นักเรียน รวมกนั สรปุ เร่อื งพยางคและคํา พยางคเปน การเปลงเสยี งแตล ะครั้ง มีและไมม ี
ความหมาย แตห ากตองนาํ ไปใชใ นชีวติ ประจําวนั ตอ งใชค ําท่มี คี วามหมายเพือ่ ความเขาใจตรงกันทั้งผูพ ดู และ
ผูฟง
๙. สือ่ และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖
๒. ใบความรู เร่อื ง พยางคและคํา
๓. ใบงาน เร่อื ง พยางคแ ละคาํ
๔. บตั รภาพ
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วธิ ีการ
ใบงาน เร่ือง พยางคและคํา รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
ตรวจใบงานเรอื่ ง พยางคแ ละคาํ
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว นรวม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ รอยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝเรียนรู
และมุงมั่นการทํางาน เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ผา นเกณฑระดับพอใช ขนึ้
ประสงค ไป
ส่ือการเรียนรูแ ละแบบประเมิน
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑ เร่ือง จากผาแตม ...สูอยี ปิ ต
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่ือง พยางคแ ละคาํ