บตั รภาพ
อุปกรณ| บตั รคําและบัตรความหมาย
บตั รคาํ บตั รความหมาย
แผนการจดั การเรยี นรูที่๒
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่๖
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรทู ๕ี่ เรอ่ื งละครยอนคิด เวลา ๙ ชว่ั โมง
เร่ืองอา นคิดพนิ จิ เรื่องราว เวลา๑ชั่วโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอานในใจใหเ กดิ ความเขา ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตองอา นแลว สามารถตง้ั คําถาม ตอบคําถาม อภปิ ราย
แสดงความคิดเหน็ เนื้อเรือ่ ง ลาํ ดับเหตุการณ และสรปุ ใจความสําคัญของเรือ่ งได
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้วี ัด
สาระท่ี ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรางความรูและความคิดเพ่อื นาํ ไปตัดสินใจแกป ญหา
ในการดาํ เนนิ ชีวิตและมีนิสัยรกั การอาน
ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเรื่องที่อา น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
๓. จดุ ระสงคก ารเรียนรู
๑. อานในใจแลวต้ังคําถาม ตอบคาํ ถามจากเร่ืองในบทเรียนได
๒. สรปุ ใจความสาํ คญั ของเร่อื งทอี่ า นได
๓. มีมารยาทในการอาน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๙. หลกั การอานจับใจความ
๑๐. มารยาทในการอาน
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นจับใจความ
เจตคติ (A)
๘๘. ตระหนกั และเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๘๙. รกั ความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พ่ือพัฒนาตนเอง
๙๐. มมี ารยาทในการอา น การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๘๙. มวี ินัย
๙๐. ใฝเรียนรู
๙๑. มุง มน่ั การทํางาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงานเร่ือง ต้ังคาํ ถาม คนหาคาํ ตอบ“ละครยอนคิด”
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นาํ
๑. ครเู ปด เพลง “สรรเสรญิ พระบารม”ี ใหนกั เรียนฟงรว มกนั สนทนาเกยี่ วกับความสําคญั และโอกาสที่ใช
เพลงบรรเลงนี้
๒. ครอู ธิบายเพลงสรรเสริญบารมีใชก บั พิธีการอันเกีย่ วของกบั พระราชวงศข องไทย นอกจากน้ี ในการ
มหรสพตา งๆ เชน การฉายภาพยนตรหรอื การแสดงดนตรี มีการบรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมกี อนเรม่ิ ทาํ การ
แสดงเสมอ
ขนั้ สอน
๓. นักเรยี นแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชกลุมเดิม แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานุการกลมุ
ใหม ไมใ หซ้าํ เดมิ
๔. นกั เรียนแตละกลมุ อานในใจเนื้อหาบทเรยี นและตง้ั คําถาม จากเรือ่ งทีอ่ า นและวงเล็บคาํ ตอบทถ่ี กู ท่สี ุด
ไวดา นหลงั ดวยคําถามงา ย ๆ ไดแก คําถามท่ขี ้นึ ตน วา ใคร อะไร ท่ไี หน เมอื่ ไร อยางไร ทําไม เปน คาํ ถามทม่ี ี
คาํ ตอบอยูในบทเรยี น หลังจากน้ันนําคําถามและคาํ ตอบเขยี นลงในใบงาน เรอ่ื ง ตัง้ คําถาม คนหาคาํ ตอบ “ละคร
ยอ นคดิ ”
๕. เม่อื แตล ะกลุมทําใบงานเสร็จเรียบรอยแลว ครตู ง้ั คําถามจากการอานในใจนักเรยี นต้งั คําถาม-ตอบ
คาํ ถามไดจาํ นวนกขี่ อ ครูและนกั เรียนรว มกนั เฉลยใบงาน
๖. ครสู รปุ ผลการต้ังคาํ ถามและตอบคาํ ถาม
๗. นักเรยี นแตล ะกลุมชว ยกนั ลาํ ดับเหตกุ ารณสําคญั ของเรอ่ื งคนละประโยคหรือมากกวา นนั้ จนจบเรือ่ ง
หลงั จากน้ันสมาชกิ ทุกคนชว ยกนั สรปุ ใจความสําคัญของเรอื่ งแลว บันทึกไวในสมดุ
๘. ครูใหนกั เรยี นรวมบอกถงึ ความแตกตา งระหวา ง สจู ิบตั ร แตกตาง สูตบิ ัตร อยา งไร
ข้ันสรปุ
๙. นักเรยี นและครรู ว มกนั อภปิ รายสรุปบทเรยี น ดวยการสรปุ ใจความสําคัญ การตั้งคาํ ถามและตอบ
คําถามจากเนื้อเรื่อง การลาํ ดบั เหตุการณ เปน ไปตามขน้ั ตอนไมสับสน และรวมท้งั การมลี ักษณะนสิ ยั ท่ีดใี นการ
อาน
๙. สื่อและแหลงการเรียนรู
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖
๒. เพลงสรรเสรญิ พระบารมี
๓. ใบงาน เร่ือง ตั้งคําถาม คน หาคาํ ตอบ “ละครยอนคดิ ”
๑๐. การวัดและการประเมินผล
วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการอา น แบบประเมนิ การอา นจับใจความ รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
เกณฑ
ตรวจใบงานเรือ่ ง ต้ังคาํ ถาม คนหาคาํ ตอบ แบบประเมนิ ใบงาน ตง้ั คาํ ถาม รอยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
“ละครยอ นคดิ ” คนหาคาํ ตอบ “ละครยอนคิด” เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรว ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ รอยละ ๖๐ ข้ึนไปผา น
ในกจิ กรรมกลมุ เกณฑ
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ยั ใฝเ รียนรู แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึง ผานเกณฑร ะดบั พอใช ขน้ึ
และมุงมน่ั การทํางาน ประสงค ไป
ส่อื การเรียนรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๕ เร่ือง ละครยอ นคดิ
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๒ เรอื่ ง อา นคิดพนิ ิจเร่อื งราว
เพลงสรรเสริญพระบารมี
คาํ รอ ง : สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ เจา ฟากรมพระยานรศิ รานุวัดตวิ งศ
ทาํ นอง : พระเจนดุรยิ างวงค (ปต ิ วาทยะกร)
ขาวรพทุ ธเจา เอามโนและศริ ะกราน
นบพระภมู ิบาลบุญดเิ รก เอกบรมจักรนิ
พระสยามินทรพระยศยง่ิ ยง เยน็ ศริ ะเพราะพระบริบาล
ผลพระคณุ ธ รักษา ปวงประชาเปนสขุ ศานต
ขอบนั ดาล ธ ประสงคใด จงสฤษดิ์ดงั
หวังวรหฤทยั ดุจถวายชยั ชโย
ตง้ั คํา“ถลามะคคนรหยาอ คนําตคอิดบ”
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชแี้ จง ใหนักเรียนตั้งคําถามพรอมคําตอบจากการอา นจบั ใจความจากเรื่อง
“ละครยอ นคดิ ”
คาํ ถาม คาํ ตอบ
ต้ังคาํ “ถลามะคคนรหยาอคนําตคอดิ บ”
คาํ ถาม คาํ ตอบ
แผนการจดั การเรียนรูท๓ี่
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที๖่
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรูท่ี๕เร่ืองละครยอนคดิ เวลา ๙ ช่วั โมง
เร่ืองคิดวเิ คราะหดวยแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา๑ชวั่ โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง จะชวยใหนักเรยี นเขาใจเร่อื งและจําเร่อื งท่ีอานไดแ มน ยาํ ยังเปนการชวยฝก
ทักษะ และพัฒนาในดา นการเขียน การพดู ตอไป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ดั
สาระท่ี ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพือ่ นําไปตดั สินใจแกป ญหา
ในการดําเนิน ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา น
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน
เรือ่ งราวในรูปแบบตางๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคนควา อยางมปี ระสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดอู ยา งมวี จิ ารณญาณและพูดแสดงความรู ความคิด
และความรสู ึกในโอกาสตา งๆอยา งมวี ิจารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ป.๖/๕ อธิบายการนําความรแู ละความคดิ จากเร่อื งทีอ่ านไปตดั สนิ ใจ
แกปญ หาในการดาํ เนินชวี ติ
ท ๒.๑ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใชพ ฒั นา
งานเขยี น
ท ๒.๑ป.๖/๙ มมี ารยาทในการเขียน
ท ๓.๑ป.๖/๑ พดู แสดงความรูความเขาใจจดุ ประสงคของเรื่องท่ฟี งและดู
๓. จุดระสงคก ารเรียนรู
๑. อธิบายวิธีการเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองได
๒. เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งจากเรอื่ งท่ีอานได
๓. เลา เรอื่ งตามแผนภาพโครงเรือ่ งได
๔. มมี ารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- เขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
เจตคติ (A)
๙๑. ตระหนกั และเห็นคุณคาของภาษาไทย
๙๒. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พ่ือพฒั นาตนเอง
๙๓. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๙๒.มีวนิ ัย
๙๓.ใฝเ รยี นรู
๙๔.มุงมั่นการทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้ันนาํ
๑. ครูทบทวนโดยใหน ักเรยี นตอบคาํ ถาม ดงั นี้
- ตัวละครในเรือ่ งน้ี มใี ครบา ง ?
- คุณยายพาหลาน ไปไหน และไปทําอะไร
- บรรยากาศในโรงละครแหง ชาตเิ ปน อยางไร
- นักเรียนคิดวาทําไมเขาจึงไมอ นุญาตใหถ ายภาพการแสดงละคร
- นกั เรียนบอกแนวปฏิบัตแิ ละมารยาทในการชมการแสดงละคร
ขน้ั สอน
๒. นักเรยี นแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชกลุม เดิม แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ ารกลุม
ใหม ไมใหซ ํ้าเดิม
๓. นกั เรยี นแตละกลุมอา นในใจ แลว รว มกันทาํ ใบงาน เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง ตามหัวขอ ดังนี้
- ตัวละครสาํ คัญ
- ตวั ละครประกอบ
- สถานทเ่ี กดิ เรอ่ื ง
- สาระสาํ คญั ในเรอื่ ง/ขอคิด
- จดุ จบของเรื่อง
๔. นักเรยี นแตล ะกลุม ชวยกันลาํ ดับเหตุการณแลว เตมิ ขอ ความในแผนภาพโครงเรอื่ ง และ ชว ยกนั
ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแกไขใหสมบูรณ
๕. ครู สมุ กลมุ ตวั อยางออกมาเลาเรอ่ื งตามแผนภาพโครงเรือ่ ง โดยครูและนักเรยี นรวมกันตรวจสอบความ
ถูกตอ ง
๖. นกั เรยี นแตล ะคนตอบคาํ ถามลงในสมดุ บนั ทึก ดงั น้ี
๑) วนั หยดุ สุดสัปดาห นักเรียนมกี ิจกรรมเพิม่ พูนความสขุ กายสุขใจอะไรบาง
๒) ผทู ่ีมวี ฒั นธรรมจะแตง กายในท่ีสาธารณะอยางไร
๓) นกั เรียนรูจกั เพลงไทยเดิมอะไรบา ง และแตกตางจากเพลงไทยสากลอยางไร
๔) กอนเร่ิมการแสดงทาํ ไมตองประกาศเปน ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
ขัน้ สรปุ
๗. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรปุ ถึงประโยชนข องการเขยี นแผนภาพโครงเรื่องวา จะทาํ ใหเขาใจเรอื่ งราวและ
เลาเรอ่ื งไดอยางชัดเจน
๙. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. ใบงานเร่ือง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ
วธิ กี าร
แบบประเมินการเขียนแผนภาพโครง รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
เร่ือง เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสวนรวม
ในกิจกรรมกลุม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม รอยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู
และมุงมั่นการทาํ งาน เกณฑ
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ผานเกณฑร ะดับพอใช ขน้ึ
ประสงค ไป
สื่อการเรียนรแู ละแบบประเมิน
หนวยการเรียนรทู ี่ ๕ เรื่อง ละครยอนคดิ
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๓ เร่ือง คิดวิเคราะหดวยแผนภาพโครงเร่อื ง
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คาํ ชี้แจง ใหน ักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง “ละครยอนคิด”
ตัวละครสําคัญ ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เร่ืองเกดิ ขึ้นทไี่ หน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในเรื่อง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตุการณที่….. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
การกระทาํ ………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
ผลของการกระทาํ ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณท่ี…… ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
ขอคิดที่ได ……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
- เฉลย-
การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง “ละครยอนคดิ ”
ตัวละครสาํ คัญ คุณยาย
ตวั ละครประกอบ โอม
โรงละครแหง ชาติ
เร่ืองเกดิ ข้ึนทไ่ี หน -
ปญหาทเี่ กดิ ข้นึ ในเรื่อง
เหตกุ ารณ คณุ ยายและโอมโรงละครแหง ชาติ
ตวั ละคร คณุ ยาย โอม
สถานที่ โรงละครแหง ชาติ
ปญ หา -
การกระทาํ คณุ ยายไดพา โอม ไปชมละครนอกท่ีโรงละครแหง ชาตซิ ง่ึ จะมีสจู ิบัตรแจก
การชมตอ งมีมารยาทในการเขา ชม ไดแ ก การรกั ษาความสะอาด การไม
นําอาหารมารบั ประทาน หามถายภาพการแสดงนัน้ เปน ไปอยา งสนกุ สนาน
ต่นื เตน และเราใจ
ผลของการกระทาํ ทาํ ใหโ อมอยากเรียนตกี ลองมโนราห
ขอคิด ภาคภมู ิใจในความเปน คนไทยชาตไิ ทยมวี ัฒนธรรมทงี่ ดงาม
แผนการจัดการเรียนรูท ่๔ี
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท๖ี่
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๕ี่ เรื่อง ละครยอนคิด เวลา ๙ช่วั โมง
เรอื่ งการอานออกเสยี ง เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอานออกเสียง เปนการอา นใหผอู ่ืนฟง ฉะนั้นผูอา นจะตองแบงวรรคตอน เนนเสียงหนักเบา และออก
เสยี งใหถ กู ตอ งชดั เจน จึงจะสอ่ื ความหมายไดอ ยา งมีประสิทธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ัด
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพื่อนาํ ไปตดั สนิ ใจแกปญ หา
ในการดาํ เนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอาน
ตวั ช้วี ัด ท๑.๑ป.๖/๑ อานออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอ ยกรองไดถ ูกตอ ง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
๓. จุดระสงคก ารเรียนรู
๑. บอกหลกั การอา นออกเสียงได
๒. อา นออกเสียงเร่ืองในบทเรียนไดถ กู ตอ งชัดเจน
๓. มมี ารยาทในการอาน
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การอา นออกเสียง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสียง
เจตคติ (A)
๙๔. ตระหนกั และเหน็ คณุ คา ของภาษาไทย
๙๕. รักความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเ พื่อพัฒนาตนเอง
๙๖. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค
๙๕. มวี ินัย
๙๖. ใฝเ รยี นรู
๙๗. มุง ม่ันการทํางาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
๑. การอานออกเสียงรายบุคคล
๒. ใบงาน เรื่อง การอานคาํ และขอ ความ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้นั นํา
๑. ครูใหน กั เรียนอา นคาํ ศพั ทต ามบัตรคํา โดยครเู ปนผตู รวจสอบและแกไขใหน ักเรยี นอานออกเสียงได
ถูกตอง
ขั้นสอน
๒. นักเรียนแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดิม แตเลอื กประธาน รองประธานและเลขานุการกลุม
ใหม ไมใ หซาํ้ เดมิ
๓. นกั เรียนแตล ะกลุมฝก อานออกเสยี งบทเรยี น เรอื่ ง ละครยอนคิด โดยอา นทัง้ ขอความบรรยายและ
ขอ ความท่เี ปนคําพูดของตัวละคร โดยอานออกเสยี งพรอมกัน และฝก อานออกเสยี งเปน รายบุคคล
๔. ครูทดสอบการอานออกเสยี งของนักเรยี นเปน รายบุคคล โดยครกู ําหนดใหนกั เรยี นอานขอความคนละ
๓ บรรทดั โดยครเู ขยี นคําท่นี ักเรยี นอานผดิ ไวบ นกระดานดาํ ครสู ังเกตการอานของนกั เรยี นแตล ะคนเพื่อ
ประเมินผลการอา นของนกั เรยี น นักเรยี นฝก อานคาํ ท่ีอา นผิดทีค่ รูเขยี นไวบนกระดานอกี ครั้ง
๕. นกั เรียนทุกคน ทาํ ใบงาน เรอ่ื ง การอานคาํ และขอความ ตรวจสอบความถกู ตอ งของผลงานกอนสง ครู
ข้นั สรปุ
๖. ครแู ละนักเรียนรวมกันสรปุ หลกั เกณฑก ารอานออกเสยี งท่ดี ี
๙. สอ่ื และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖
๒. ใบงาน เร่ือง การอานคาํ และขอ ความ
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ
ตรวจใบงานเร่ือง การอา นคาํ และขอ ความ ใบงาน เร่อื ง การอานคาํ และ รอยละ ๖๐ ขึ้นไปผาน
ขอความ เกณฑ
สงั เกตการอา นออกเสยี งรายบุคคล แบบประเมนิ การอานออกเสยี ง รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรว ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
ในกจิ กรรมกลุม เกณฑ
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝเ รียนรู แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ ผา นเกณฑร ะดบั พอใช
และมงุ มน่ั การทํางาน อนั พงึ ประสงค ขึ้นไป
ส่ือการเรยี นรแู ละแบบประเมนิ
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๕ เร่ือง ละครยอนคดิ
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๔ เร่ือง การอานออกเสยี ง
การอานคําและขอความ
ช่อื – สกุล .................................................................................................เลขที่......................
คาํ ชีแ้ จง ใหน กั เรียนเขยี นคาํ อานจากคาํ ทีก่ าํ หนดใหอ ยางถกู ตอ ง
คําศพั ท คําอาน
๑. ปรกติ
๒. สาธารณะ
๓. วัฒนธรรม
๔. ประดษิ ฐาน
๕. ฤๅษี
๖. มหรสพ
๗. อรรถรส
๘. จนิ ตนาการ
๙. เจรจา
๑๐. อยธุ ยา
- เฉลย -
การอา นคําและขอความ
ช่อื – สกุล .................................................................................................เลขท.ี่ .....................
คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรียนเขยี นคําอานจากคาํ ท่ีกําหนดใหอ ยา งถกู ตอ ง
คําศพั ท คําอา น
๑. ปรกติ ปรก– กะ – ติ
๒. สาธารณะ สา-ทา-ระ-นะ
๓. วัฒนธรรม วัด-ทะ-นะ-ทาํ
๔. ประดษิ ฐาน ปรฺ ะ-ดดิ -สะ-ถาน
๕. ฤๅษี
๖. มหรสพ รือ– สี
๗. อรรถรส มะ-หอ-ระ-สบ
๘. จนิ ตนาการ อดั -ถะ-รด
๙. เจรจา จิน– ตะ – นา – การ
๑๐. อยุธยา เจน-ระ-จา
อะ-ยุด-ทะ-ยา
แผนการจดั การเรยี นรทู ๕ี่
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ๖่ี
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรูท ๕ี่ เรอ่ื งละครยอ นคิด เวลา๙ชว่ั โมง
เรอ่ื งคาํ วเิ ศษณและคําบพุ บท เวลา๒ชั่วโมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรูเร่อื งหลกั เกณฑทางภาษา เร่ือง คาํ และชนดิ ของคํา การรูจกั ใชคําใหถ กู ตองตามชนิดและ
หนา ท่จี ะชว ยใหใ ชภาษาในการสอ่ื สารไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษาภูมปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิ
ของชาติ
ตัวชีว้ ดั ท๔.๑ป.๖/๑ วิเคราะหชนดิ และหนา ทข่ี องคาํ ในประโยค
๓. จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. บอกความหมายและชนิดของคําวิเศษณและคาํ บุพบทได
๒. ใชคาํ วเิ ศษณและคําบพุ บทในการสื่อสารไดถ ูกตอ ง
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๑. คาํ วิเศษณ
๒. คําบุพบท
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๑. ใชแ ละแยกประเภทของคําวิเศษณและคําบุพบท
๒. เลอื กใชคาํ วเิ ศษณแ ละคาํ บพุ บทไดถ ูกตอ งตามชนิดและหนาที่
เจตคติ (A)
๙๗. ตระหนักและเหน็ คุณคา ของภาษาไทย
๙๘. รกั ความเปนไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพ่ือพฒั นาตนเอง
๙๙. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค
๙๘. มวี นิ ัย
๙๙. ใฝเรยี นรู
๑๐๐. มงุ ม่ันการทํางาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง คาํ วิเศษณ
๒. ใบงาน เร่ือง คําบุพบท
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
๘.๑ ชัว่ โมงท่ี ๑
ขน้ั นาํ
๑. ครูยกตวั อยา งประโยค วันนฝี้ นตก กบั วันนีฝ้ นตกหนกั ใหน ักเรียนแสดงความคิดเห็นทั้งสองประโยค
แตกตา งกันอยางไร
๒. คาํ วา หนกั ทําหนาทขี่ ยายกริยา ตกครูเชอื่ มโยงเขาสบู ทเรียน เร่ือง คาํ วเิ ศษณ
ขั้นสอน
๓. ครอู ธิบายชนดิ และหนา ที่ของคําวเิ ศษณ
- ชนิดของคําวิเศษณแ บงเปน ๑๐ ชนิด ไดแก คาํ วิเศษณบอกลกั ษณะ บอกจํานวน บอกเวลา บอก
สถานที่ บอกความชี้เฉพาะ บอกความไมชเ้ี ฉพาะ บอกคาํ ถาม บอกปฏเิ สธ บอกคาํ ขานรับและ
เชื่อมคาํ
- หนาที่ของคาํ วเิ ศษณ คําทใี่ ชป ระกอบหรือขยายคาํ นาม สรรพนาม คํากริยา หรือคาํ วเิ ศษณ
เพ่อื ใหไดใจความชัดเจนและละเอยี ดมากขึ้น คาํ วเิ ศษณม กั อยหู ลังคําทน่ี ํามาขยาย
๔. นักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดิม แตเ ลอื กประธาน รองประธาน เลขานกุ ารกลุมใหม
ไมซ ํ้าเดมิ
๕. นกั เรียนแตละกลุมทําใบงาน เรือ่ ง คาํ วเิ ศษณ โดยนําความรทู ไี่ ดจากการบรรยายของครผู ูส อน ศกึ ษา
ความรจู ากหนงั สอื เรียน ภาษาพาที และใบความรู เรื่อง เรยี นรูเรื่องคาํ วเิ ศษณ
๖. ครใู หนกั เรียนแขง ขันการตอบคําถาม โดยครอู า นคาํ ถาม กลมุ ใดยกมอื กอนมสี ทิ ธิไดต อบกอ น กรณี
ตอบถูกไดคะแนน กลมุ ใดไดคะแนนสูงสุดเปน กลุม ทช่ี นะ โดยครเู ปนผูตรวจสอบความถกู ตอ ง
ขน้ั สรุป
๗. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรปุ ความหมาย ชนิดและหนาทข่ี องคาํ วิเศษณ
๘.๒ ช่วั โมงท่ี ๒
ข้นั นํา
๑. ครูยกตวั อยา งรปู ภาพและประโยค “ลกู ๆ น่งั อยรู ะหวางพอ กับแม ” ครตู ้ังคาํ ถามกระตนุ ใหน ักเรยี น
แสดงความคดิ เหน็ ใหน กั เรยี นหาคาํ นามในประโยค คํากรยิ า และระหวาง ทําหนา ทอี่ ะไรในประโยค
ขน้ั สอน
๒. ครูอธบิ ายหนาที่และชนิดของคาํ บุพบท
- หนาที่ของคําบุพบท ทําหนา ทแ่ี สดงความสัมพนั ธกบั คาํ นาม หรือคําสรรพนามในประโยค ซ่งึ จะ
อยขู า งหนาคาํ นาม หรือคาํ สรรพนาม
- ชนดิ ของบุพบท แบงเปน ๔ ชนดิ ไดแก คาํ บพุ บทบอกสถานที่ บอกความเปน เจา ของ บอกความ
เกีย่ วของ และบอกเวลา
๓. นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธาน เลขานกุ ารกลุมใหม
ไมซ ํา้ เดิม
๔. นกั เรียนแตล ะกลมุ ทําใบงาน เร่ือง คําบุพบท โดยนําความรทู ีไ่ ดจ ากการบรรยายของครผู ูสอน ศกึ ษา
ความรจู ากหนงั สอื เรยี น ภาษาพาที และใบความรู เรอ่ื ง เรียนรูเ ร่ืองคาํ บพุ บท
๕. ครูและนักเรียนรว มกนั เฉลย
๖. ครใู หน ักเรยี นเลม เกม “ฉันหา เธอทํา ” เชน กลุมท่ี ๑ หาคําวเิ ศษณ จาํ นวน ๒ คํา เพอ่ื ใหก ลุมที่ ๒
แตงประโยคกลุม ท่ี ๒ หาคาํ บพุ บท จาํ นวน ๒ คํา และกลุมท่ี ๑ แตง ประโยคเปน ตน
ข้ันสรปุ
๗. ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุป เรอ่ื ง คาํ บพุ บท
๙. ส่อื และแหลง การเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. หนังสือเรยี น หลักภาษาไทยเพ่ือการศกึ ษา ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ สาํ นกั พมิ พ อจท.
๓. เกม “ฉนั หา เธอทาํ ”
๔. ใบความรู เรอ่ื ง เรยี นรูคําวเิ ศษณ
๕. ใบความรู เรอ่ื ง เรยี นรูคาํ บพุ บท
๖. ใบงาน เร่อื ง คาํ วิเศษณ
๗. ใบงาน เร่อื ง คาํ บพุ บท
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ
วิธกี าร
ใบงาน เรอ่ื ง คาํ วิเศษณ รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
ตรวจใบงานเรอ่ื ง คําวเิ ศษณ
เกณฑ
ตรวจใบงานเรอื่ ง คําบพุ บท
ใบงาน เรื่อง คําบพุ บท รอยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกจิ กรรมกลมุ เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝเ รยี นรู
และมุงม่ันการทาํ งาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึง ผานเกณฑระดับพอใช
ประสงค ขนึ้ ไป
สือ่ การเรยี นรูแ ละแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๕ เร่ือง ละครยอ นคิด
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๕ เร่ือง คาํ วเิ ศษณและคําบพุ บท
เกม | ฉนั หา เธอทาํ
อปุ กรณ ๑. บัตรคาํ และ บตั รแตง ประโยค
๒. สลากและกลองใสสลาก
บัตร ประโยค
บัตรคํา
วิธีการ ๑. นักเรียนแบง กลมุ กลุมละ ๖ คน
๒. ครูเตรยี มสลาก เขียนเลขตามจํานวนกลุม แลวใหตวั แทนกลมุ ออกมาจับสลาก
๓. กลุมท่ีจับไดค กู ัน เชน กลุม ๑ จบั สลากได กลมุ ๒
- กลมุ ที่ ๑ ตอ งทําหนา ท่หี าคาํ วเิ ศษณ จาํ นวน ๒ คํา
- กลุมท่ี ๒ ตอ งแตง ประโยคจากคาํ ทกี่ ลุมท่ี ๑
- กลมุ ท่ี ๒ ตองทําหนาท่หี า คาํ บุพบท จํานวน ๒ คาํ
- กลมุ ท่ี ๑ ตอ งแตงประโยคจากคําท่กี ลุมที่ ๒
หมายเหตุ คนหาคําวเิ ศษณแ ละคําบุพบท จากบทเรยี นละครยอนคิด หนังสอื เรยี น ภาษาพาที
เรียนรคู าํ วิเศษณ
คาํ วิเศษณ คือ คําทใ่ี ชป ระกอบหรือขยายคํานาม สรรพนาม คาํ กริยา หรอื คาํ วิเศษณ เพอ่ื ให
ไดใ จความชัดเจนและละเอยี ดมากข้ึน เชน
คนอว นกินจุ
อวนเปนคาํ วิเศษณที่ขยายคํานาม “คน”
จุ เปนคําวิเศษณท ข่ี ยายคํากริยา “กิน”
เขารอ งเพลงไดไ พเราะ
ไพเราะ เปนคาํ วิเศษณท ข่ี ยายคาํ กริยา“รอ งเพลง”
เขารองเพลงไดไพเราะมาก
มาก เปนคําวิเศษณท่ขี ยายคําวิเศษณ“ไพเราะ”
คาํ วิเศษณแบง ออกเปน ๑๐ ชนิด ดงั น้ี
๑. คาํ วิเศษณบอกลักษณะ บอกชนดิ สี ขนาด สัณฐาน กล่นิ รส บอกความรสู ึก เชน ดี
ชั่ว ใหญ ขาว รอ น เย็น หอม หวาน กลม แบน เปน ตน
เรยี นรูคาํ วิเศษณ
ตัวอยา งประโยค -น้าํ รอ นอยูในกระตกิ สขี าว
- จานใบใหญราคาแพงกวาจานใบเล็ก
๒. คําวเิ ศษณบอกเวลา เชน เชา สาย บา ย เย็น อดีต อนาคต เปนตน
ตัวอยางประโยค - พรงุ น้เี ปน วนั เกิดของคุณแม
- เขามาโรงเรยี นสาย
๓. คําวเิ ศษณบอกสถานที่ เชน ใกล ไกล บน ลาง เหนอื ใต ซาย ขวา เปนตน
ตัวอยางประโยค - บานฉันอยูไกลตลาด
๔. คําวิเศษณบ อกจํานวน หรือปรมิ าณ เชน หน่ึง สอง สาม มาก นอย บอย หลาย
บรรดา ตา ง บาง เปน ตน
ตัวอยา งประโยค - เขามีเงนิ หาบาท
- เขามาหาฉันบอยๆ
๕. คําวเิ ศษณท ี่แสดงความปฏเิ สธ หรือไมยอมรับ เชน ไม ไมใช มิ มิใช ไมไ ด หามไิ ด
ตวั อยา งประโยค - เขามไิ ดมาคนเดียว
- ของนไ้ี มใชของฉนั ฉนั จึงรับไวไ มไ ด
๖. คาํ วเิ ศษณท ี่ใชแ สดงการขานรบั หรอื โตต อบ เชน ครับ ขอรับ คะ เปน ตน
ตวั อยา งประโยค - คณุ ครับมคี นมาหาขอรับ
- คณุ ครขู า สวัสดีคะ
๗. คาํ วิเศษณท บ่ี อกความชี้เฉพาะ เชน นี้ น่นั โนน ท้งั นี้ ทงั้ นั้น แนนอน เปนตน
ตัวอยางประโยค - บา น น้ันไมม ใี ครอยู
๘. คําวิเศษณทบี่ อกความไมชี้เฉพาะ เชน ใด อ่ืน ไหน อะไร ใคร ฉันใด เปน ตน
ตัวอยางประโยค - เธอจะมาเวลาใดก็ได
- คณุ จะน่ังเกาอี้ตัวไหนก็ได
๙. คําวเิ ศษณแสดงคาํ ถาม หรอื แสดงความสงสัย เชน ใด ไร ไหน อะไร สิง่ ใด ทําไม
ตวั อยา งประโยค - เสื้อตวั นี้ราคาเทา ไร
- เขาจะมาเมือ่ ไร
๑๐. คําวิเศษณทีท่ าํ หนา ท่เี ชื่อมคาํ หรือประโยคใหมคี วามเก่ยี วขอ งกนั เชนคําวา ท่ี ซง่ึ
อนั อยาง ทีว่ า เพอื่ วา ให เปน ตน
ตวั อยา งประโยค - เขาทาํ งานหนกั เพ่อื วาเขาจะไดม ีเงินมาก
เรยี นรคู าํ บพุ บท
คาํ บพุ บท คอื คําท่ีปรากฏหนา คาํ นามหรอื คาํ สรรพนาม โดยทําหนาทีต่ างๆดงั นี้
๑. คําบพุ บทบอกตาํ แหนงหรือสถานที่ เชน ตาม แถว หนา ริม บน ใกล ใต ท่ี ขา ง
เขาเดนิ ไปตามถนน
ฉนั นั่งอานหนงั สืออยรู ิมหนาตาง
๒. คาํ บพุ บทบอกเวลา เชน เมื่อ ตง้ั แต กอน จนกระทัง่ ฯลฯ
พอไปประชุมตงั้ แตอ าทติ ยท่ีแลว
แพนมาถงึ โรงเรียนกอ นใครๆ
๓. คําบพุ บทบอกสิ่งทีค่ าดหวงั เชน เพอื่ สาํ หรับ โดย ฯลฯ
เด็กควรหมน่ั เลา เรยี นเพ่อื อนาคตที่สดใส
แมเ ตรียมอาหารไวส าํ หรบั แขกของคุณพอ
๔. คําบุพบทบอกความเปนเจา ของ เชน ของ แหง ฯลฯ
จิตสาธารณะควรเกิดข้ึนในจิตใจของคนไทยมากข้ึน
๕. คาํ บุพบทบอกสาเหตุ เชน เพราะ ฯลฯ
ฉนั สอบผา นไดเ พราะเธอแทๆ
๖. คําบพุ บทบอกผูรับประโยชน เชน แด แก ตอ ฯลฯ
อาจารยใ หญม อบทนุ การศึกษาแกน ักเรยี น
คําวเิ ศษณ
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
ตอนท่ี ๑ ใหน ักเรียนขีดเสนใตค ําวิเศษณพรอมระบเุ ปนคําวเิ ศษณชนิดใดและบอก
ตวั อยาง หนาท่ขี องคาํ
ปน้ฝี นตกนอย นอ ย เปน คําวเิ ศษณบอกลักษณะ
ทาํ หนาทขี่ ยายคาํ กรยิ าตก ใ
๑.ไขสดอยูในตะกรา ……………………………..…………………………………...
…………………………………..………………………………
๒.เราทั้งหมดตองรว มมือกัน ……………………………..…………………………………...
…………………………………..………………………………
๓.เธอเองเปน คนอาสาจดั ปายนเิ ทศ……………………………..…………………………………….
…………………………………..………………………………
๔.นทั ขบั เสภาไพเราะ ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
๕.พายพุ ัดแรงมาก ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
๖. ฝนตกหนัก ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
คาํ วิเศษณ
๗.เสาธงหนาโรงเรยี นสงู ปรี๊ด ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
๘.ฉนั มาถึงโรงเรยี นกอ นเธอ ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
๙.เขาว่งิ อยา งรวดเร็ว ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
๑๐.ทกุ คนลุกข้ึนยืนตรงอยางสงบ ……………………………..……………………………………
…………………………………..………………………………
ตอนที่ ๒ ใหน กั เรยี นเติมคาํ วิเศษณลงในชองวา งใหเหมาะสม
๑. เขามาโรงเรียน จนครตู อ งตักเตอื น
๒. แมทาํ งาน เพื่อลกู ๆ
๓. บานหลงั เปน ของเธอคนเดยี ว
๔. แมวตวั ชอบกนิ ปลาทู
๕. ดอกกุหลาบมกี ล่ิน
๖. น้ํา ปลาเปน นํ้า ปลาเปน
๗. ลุงปลูกบานหลัง
๘. กรมอุตินยิ มวิทยาพยากรณว า ปนจี้ ะมีฝนตก
๙. บา นเขาอยู มาก คงเดินไปไมไ หว
๑๐. กรุงเทพ ฯ อยูภาค
คาํ บุพบท
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คาํ ชี้แจง ใหนักเรียนแตงประโยค จากคาํ บพุ บททกี่ ําหนดให
๑แด
๒ใน
๓ใกล
๔ เพือ่
๕ แหง
- เฉลย-
คําวิเศษณ
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
ตอนที่ ๑ ใหน ักเรียนขดี เสนใตคาํ วิเศษณ พรอมบอกหนา ท่ขี องคาํ วเิ ศษณ
ตวั อยา ง
ปนี้ฝนตกนอย นอ ย .
ทาํ หนา ทข่ี ยายคาํ กรยิ าตก ใ
๑.ไขส ดอยใู นตะกรา สด
ขยายคํานาม ไข
๒.เราท้ังหมดตองรวมมอื กนั ทงั้ หมด
ขยายคาํ สรรพนาม เรา
๓.เธอเองเปน คนอาสาจัดปายนเิ ทศเอง
ขยายสรรพนาม เธอ
๔.นทั ขบั เสภาไพเราะ ไพเราะ
ขยายคํากริยา ขับเสภา
๕.พายพุ ัดแรงมาก มาก
ขยายคาํ วเิ ศษณ แรง
๖. ฝนตก หนกั หนัก
ขยายคาํ กริยา ตก
คําวิเศษณ
๗.ตํารวจคนนั้นเปนคนเกง คนนั้น ขยายคํานาม ตํารวจ
เกง ขยายคํานาม คน
๘.เสาธงหนาโรงเรียนสูงปร๊ีด ปรี๊ด
ขยายคํากริยา สงู
๙.เขาวงิ่ อยางรวดเรว็ อยางรวดเร็ว
ขยายคํากรยิ า วิ่ง
๑๐.ทกุ คนลุกขน้ึ ยืนตรงอยา งสงบ อยางสงบ
ขยายกรยิ า ลุกขน้ึ
ตอนที่ ๒ ใหนกั เรียนเติมคําวเิ ศษณล งในชองวา งใหเ หมาะสม
๑. เขามาโรงเรียน สาย จนครูตองตักเตือน
๒. แมท ํางาน หนัก เพอ่ื ลูก ๆ
๓. บา นหลงั น้ี /นัน้ เปนของเธอคนเดยี ว
๔. แมวตัว น้ี /นัน้ ชอบกินปลาทู
๕. ดอกกุหลาบมกี ลิ่น หอม
๖. น้ํา รอน ปลาเปน น้ํา เยน็ ปลาเปน
๗. ลงุ ปลกู บา นหลงั ใหม
๘. กรมอตุ ินิยมวิทยาพยากรณว า ปนีจ้ ะมฝี นตก หนกั
๙. บานเขาอยู ไหล มาก คงเดินไปไมไหว
๑๐. กรงุ เทพ ฯ อยภู าค กลาง
คาํ บพุ บท
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชี้แจง ใหนักเรยี นแตง ประโยค จากคําบพุ บททกี่ ําหนดให
๑แด ดุลยพินจิ ครูผูสอน
๒ใน
๓ใกล
๔ เพอ่ื
๕ แหง
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี๖
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๕ เรอื่ ง ละครยอนคิด เวลา ๙ ชั่วโมง
เร่ืองการแบง ประโยคเพอ่ื การสอื่ สาร เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
ประโยคที่ใชใ นการสอื่ สารมหี ลายชนดิ ตอ งพิจารณาเลือกใชใ หต รงตามจุดประสงค ทัง้ ภาษาพดู และ
ภาษาเขียน
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวัด
สาระท๔ี่ หลักการใชภ าษาไทย
มาตรฐานการเรียนรูท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษาภมู ิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติ
ของชาติ
ตัวช้วี ดั ท ๔.๑ป.๖/๑ วเิ คราะหช นิดและหนา ที่ของคําในประโยค
ท ๔ .๑ป.๖/๒ ใชค าํ ไดเ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. บอกการแบงประโยคเพ่ือการสอ่ื สารได
๒. ใชป ระโยคในการสื่อสารได
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. ประโยคบอกเลา
๒. ประโยคปฏเิ สธ
๓. ประโยคคําถาม
๔. ประโยคขอรอง
๕. ประโยคแสดงความตอ งการ
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- การใชประโยคเพอ่ื การสือ่ สาร
เจตคติ (A)
๑๐๐. ตระหนกั และเหน็ คุณคาของภาษาไทย
๑๐๑. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเ พ่อื พฒั นาตนเอง
๑๐๒. มมี ารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑๐๑. มีวนิ ยั
๑๐๒. ใฝเรียนรู
๑๐๓. มงุ มัน่ การทาํ งาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง ประโยคเพอื่ การสือ่ สาร
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขัน้ นํา
๑. ครูทบทวนเร่อื งประโยคในภาษาไทย จะประกอบดว ยภาคประธานและภาคแสดง มีใจความสมบูรณ
ครบถว น รวู าใครทาํ อะไร ท่ไี หน อยา งไร ครูใหน ักเรียนรว มแสดงความคดิ เหน็ แลวถา เรานาํ ประโยคไปใชใ นการ
สอื่ สารจะแบงตามสิง่ ใด
๒. ครเู ฉลย ประโยคทใี่ ชในการสือ่ สาร จะแบง ประโยคตามเจตนาของผพู ดู หรือผูเ ขยี น ครยู กตัวอยาง ครู
พดู วา “หวั หนา ออกมาหนา หองเดีย๊ วน้ี” นกั เรยี นคิดวา ความครขู อรอ งหรอื ออกคําสงั่ เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ครูพดู
วา “หวั หนาหองชว ยออกมาหนา หอ ง”
๓. ครเู ช่ือมโยงเขา สบู ทเรยี น การแบงประโยคเพือ่ การสอ่ื สาร
ขน้ั สอน
๔. ครอู ธิบายเพิม่ เติม ประโยคเพื่อการสอื่ สาร จะแบงตามการเลอื กใชใ หตรงตามจดุ ประสงค จะแบง เปน
๖ ชนิด ไดแก ประโยคบอกเลา ประโยคปฏเิ สธ ประโยคคําถาม ประโยคคขอรอ ง ประโยคแสดงความตอ งการและ
ประโยคคาํ สั่ง
๕. นักเรยี นแบงกลุม กลุม ละ ๖ คน โดยใชก ลุมเดิม แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานุการใหม
ไมใ หซ ํ้าเดิม
๖. ครูใหนักเรยี นแตล ะกลุม เขยี นแตงประโยคเพื่อการส่อื สาร ทัง้ ๖ ชนดิ ลงในใบงาน เร่ือง ประโยคเพ่ือ
การสอื่ สาร โดยศกึ ษาความรูจ ากใบความรู เร่อื ง ประโยคเพือ่ การสื่อสาร
๗. ตวั แทนแตละกลมุ นําเสนอหนา ชนั้ เรยี น แลวรวมกันตัดสนิ กลุมที่แตง ประโยคเพอ่ื ใชใ นการส่อื สารไดดี
ทส่ี ุด
ข้นั สรปุ
๘.ครแู ละนักเรียนรวมกันสรุปประโยคเพือ่ ใชใ นการสือ่ สาร ทัง้ ๖ ชนดิ
๙. สื่อและแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. ใบความรู เรื่อง ประโยคเพอื่ การส่ือสาร
๓. ใบงาน เร่ือง ประโยคเพอื่ การสอ่ื สาร
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ
วิธีการ
แบบประเมนิ การใชป ระโยคเพ่ือการ รอยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
ตรวจใบงาน เร่อื ง การใชป ระโยคเพอื่ การ
ส่อื สาร เกณฑ
สอื่ สาร
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวม
ในกจิ กรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ยั ใฝเรียนรู
และมงุ มน่ั การทํางาน แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึง ผานเกณฑระดบั พอใช ขน้ึ
ประสงค ไป
สื่อการเรียนรูและแบบประเมนิ
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๕ เร่ือง ละครยอนคิด
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๗ เร่ือง การ แบง ประโยคเพ่อื การสื่อสาร
ประโยคเพอ่ื การส่อื สาร
การจาํ แนกประโยคเพอื่ การสอื่ สาร
๑. ประโยคบอกเลา หรือประโยคแจงใหทราบ
๒. ประโยคปฏเิ สธ
๓. ประโยคคําถาม
๔. ประโยคคําสั่ง หรือ ประโยคขอรอ ง
๕. ประโยคแสดงความตอ งการ
๑. ประโยคบอกเลา หรอื ประโยคแจง ใหท ราบ
ประโยคท่บี อกเร่ืองราววา ประธานของประโยคคอื ใคร ทาํ อะไร ทีไ่ หน อยา งไร
เม่อื ไร โดยปกติจะมปี ระธาน กรยิ า หรอื อาจมกี รรมดว ย และอาจมสี วนขยายตาง ๆ
เพือ่ ใหช ดั เจน ตามทผี่ ูพดู ตอ งการ เชน
- ฝนตกหนกั มาก
- แมคา คนนท้ี ําอาหารอรอยมาก
๒. ประโยคปฏเิ สธ
ประโยคท่ตี รงกนั ขามกับประโยคบอกเลา โดยทั่วไปจะมคี ําวา ไม ไมใช มิได มใิ ช
ฯลฯ อยูหนาคาํ กริยา เชน
- เขาไมชอบทานอาหารรสชาตเิ ผ็ด
- หนังสอื เลม น้ไี มใชของฉนั
๓. ประโยคคําถาม
ประโยคทีใ่ ชเ พอ่ื ถามเมื่อตอ งการทราบคาํ ตอบสิ่งใดสิ่งหน่ึงโดยทั่วไปจะมคี าํ วาใคร
อะไร ทีไ่ หน เมือ่ ไร คําเหลา นีอ้ าจจะอยูตรงสวนตน สว นกลาง หรือ สว นทายของประโยค
และจะมเี ครอ่ื งหมายปรัศนี (?) หรือไมมกี ไ็ ด เชน
- ใครอยากไปเท่ยี วทะเลบาง
- เธอจะไปพบเขาทีไ่ หน
- เธอรูเร่อื งน้แี ลว ใชห รือไม
ประโยคเพ่อื การส่ือสาร
๔. ประโยคคําสง่ั และ ประโยคขอรอง
ประโยคประเภทนีม้ ีลักษณะเดน คือ การละประธานไว การส่ัง หรือการขอรอ ง อาจ
เปน การสัง่ ใหป ฏบิ ตั ิ หรอื สง่ั ไมใ หปฏิบตั กิ ็ได ประโยคขอรอ งมักจะมีคําวา โปรด ชวย
กรุณา วาน เชน
- โปรดชว ยกันรักษาความสะอาด
- วานคณุ ชวยเปด ไฟใหห นอ ยครบั
ประโยคคาํ ส่งั มักมคี าํ วา จง ตอ ง หา ม อยา เชน อยา คยุ หามวงิ่ บนอาคารเรยี น
๕. ประโยคแสดงความตอ งการ
ประโยคท่ีบอกใหผ อู ื่นรูถึงความตองการสง่ิ ใดสง่ิ หนึ่ง มกั มคี าํ วา อยาก ตอ งการ
ปรารถนา ใฝฝน เชน
- ครูปรารถนาดตี อนกั เรยี นทุกคน
ประโยคเพ่อื การสอ่ื สาร
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรยี นแตง ประโยคเพ่ือการสอ่ื สารทง้ั ๖ ชนดิ
๑. ประโยคบอกเลา
๒. ประโยค ปฏิเสธ
๓. ประโยค คาํ ถาม
๔. ประโยค ขอรอง
๕. ประโยค แสดงความตองการ
๖. ประโยค ปฏิเสธ
- เฉลย -
ประโยคเพื่อการสือ่ สาร
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชีแ้ จง ใหนักเรียนแตงประโยคเพ่อื การสอ่ื สารท้ัง ๖ ชนดิ (ดลุ ยพินจิ ครผู สู อน)
๑. ประโยคบอกเลา
๒. ประโยค ปฏเิ สธ
๓. ประโยค คาํ ถาม
๔. ประโยค ขอรอ ง
๕. ประโยค แสดงความตองการ
๖. ประโยค ปฏิเสธ
แผนการจัดการเรยี นรทู ๗่ี
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๕เร่อื งละครยอ นคิด เวลา ๙ ชว่ั โมง
เร่อื งการเขียนเรียงความ เวลา๑ชวั่ โมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นเรียงความ เปน การเรียบเรียงความรู ความคิด ความรสู ึก โดยใชคาํ สาํ นวนภาษาที่ถูกตอง
เหมาะสมกับเรื่องสวนประกอบของเรียงความ มรี ปู แบบฉบับ ประกอบดว ยสวนสําคญั ๓ สว น คือ คาํ นํา เนื้อเร่อื ง
และสรุป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ดั
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขียน
เรอื่ งราวในรูปแบบตา งๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วัด ท ๒.๑ ป.๖/๔ เขียนเรียงความ
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. บอกหลักการเขยี นเรียงความได
๒. เขียนเรียงความได
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การเขียนเรียงความ
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- การเขียนเรียงความ
เจตคติ (A)
๑๐๓. ตระหนักและเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๑๐๔. รกั ความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พือ่ พฒั นาตนเอง
๑๐๕. มมี ารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑๐๔. มีวินัย
๑๐๕. ใฝเ รียนรู
๑๐๖. มุง ม่ันการทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง การเขยี นเรียงความ
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขนั้ นํา
๑. ครนู ําตัวอยา งเรียงความของนกั เรียนรนุ พี่ และขออาสาสมัครอานเรยี งความใหเ พอ่ื นฟงหนาชัน้ เรยี น
๒. ครูใหนักเรียนรวมแสดงความคิดเหน็ จากเรยี งความท่ีเพอื่ นอานหนาชน้ั เรียน
ขัน้ สอน
๓. ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ สว นประกอบแตล ะสวน คํานาํ เน้ือเรอ่ื งและสรุป และลกั ษณะของเรียงความทีด่ ี
๔. ครูใหนกั เรียนทาํ ใบงาน เรอื่ ง การเขยี นเรียงความ โดยศึกษาจากหนังสอื เรยี นและใบความรู
ขน้ั สรปุ
๕. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปหลกั การเขยี นเรยี งความท่ีดี
๙. ส่อื และแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. หนังสือเรียน หลกั ภาษาไทยเพอื่ การศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ สํานกั พมิ พ อจท.
๓. ตวั อยา งเรยี งความ
๔. ใบความรู เรือ่ ง การเขียนเรยี งความ
๕. ใบงาน เร่อื ง การเขียนเรยี งความ
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ
วธิ กี าร
แบบประเมนิ การเขียนเรยี งความ รอยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
ตรวจใบงาน เรื่อง การเขียนเรียงความ
เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกจิ กรรมกลมุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ รอยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู
และมุงม่นั การทํางาน เกณฑ
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ผานเกณฑระดับพอใช ขนึ้
ประสงค ไป
ส่อื การเรยี นรูและแบบประเมนิ
หนว ยการเรยี นรูที่ ๕ เรอ่ื ง ละครยอนคิด
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๗ เรือ่ ง การเขยี นเรยี งความ