แผนการจดั การเรียนรทู ๓ี่
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี๖
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรทู ๓่ี เร่ือง อา นปา ยไดส าระ เวลา๘ชวั่ โมง
เรื่องคิดวิเคราะหดว ยแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา๑ช่ัวโมง
๑. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง จะชวยใหน กั เรยี นเขา ใจเรือ่ งและจําเรือ่ งทีอ่ า นไดแ มน ยาํ ยงั เปน การชวย
ฝก ทักษะ และพัฒนาในดานการเขยี น การพดู ตอไป
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด
สาระที่ ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพื่อนําไปตัดสนิ ใจ
แกป ญหาในการดาํ เนิน ชีวิตและมีนสิ ัยรักการอาน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ยอ ความ และเขยี น
เร่อื งราวในรูปแบบตา งๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคนควาอยางมปี ระสิทธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงและดอู ยางมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู
ความคิด และความรูสึกในโอกาสตางๆอยางมีวิจารณญาณและ
สรา งสรรค
ตัวชี้วดั ท ๑.๑ป.๖/๕ อธบิ ายการนาํ ความรแู ละความคดิ จากเรื่องทอ่ี านไปตดั สินใจ
แกป ญ หาในการดําเนินชวี ิต
ท ๒.๑ป.๖/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดเพอื่ ใชพัฒนางาน
เขยี น
ท ๒.๑ป.๖/๙ มมี ารยาทในการเขียน
ท ๓.๑ป.๖/๑ พูดแสดงความรคู วามเขา ใจจุดประสงคข องเรอ่ื งทฟ่ี ง และดู
๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. อธิบายวิธกี ารเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งได
๒. เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งจากเรือ่ งท่อี านได
๓. เลา เร่อื งตามแผนภาพโครงเรอ่ื งได
๔. มีมารยาทในการเขยี น
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
เจตคติ (A)
๕๒. ตระหนกั และเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๕๓. รกั ความเปนไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พ่อื พฒั นาตนเอง
๕๔. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๕๓. มวี นิ ยั
๕๔. ใฝเรยี นรู
๕๕. มงุ มนั่ การทํางาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นํา
๑. ครใู หน ักเรียนน่ังประจําตามกลมุ เดิมชัว่ โมงเรียนท่ผี านมา
๒. ครแู จงกจิ กรรมใหนักเรียนแตละกลมุ หาขาวอบุ ตั ิเหตจุ ากหนังสือพิมพท่ีไดจ ัดเตรียมไว อภิปราย
สรุปสาระสําคญั และแนวทางแกไ ขเพอื่ ลดอุบัตเิ หตุ แลว สงตวั แทนกลมุ นาํ เสนอหนาชนั้ เรยี น กลมุ ละ ๕ นาที
ขน้ั สอน
๓. ครชู มเชยทุกคนในการมีสวนรวมและเนนยาํ้ ใหร ะมดั ระวังการขามถนน การคาดเข็มขดั นริ ภัย หรือ
การสวมใสหมวกนิรภัย
๔. นักเรยี นแตละกลุมอา นในใจ บทเรยี นเร่อื ง “อานปา ยไดสาระ ” แลวรวมกันทาํ ใบงาน เรอื่ ง การ
เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๕. ครูสุมตัวแทนของแตละกลุม ออกมานาํ เสนอแผนภาพโครงเร่ือง และใหน ักเรียนชว ยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตองและเพิม่ เติมใหส มบูรณ
๖. นกั เรยี นแตละกลมุ ชว ยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอื่ งและแกไขใหสมบูรณ
๗. นกั เรียนแตล ะคนตอบคําถามลงในสมดุ บนั ทกึ ดังน้ี
๑) “รกั เมืองไทย รวมใจทาํ ดี ” ทาํ ดีหมายความวา อยา งไร ไดแ ก การกระทาํ อะไรบา งท่นี ักเรยี น
สามารถทําได
๒) อาชีพทํานา ทาํ สวน ทาํ ไร มีลักษณะแตกตางกนั อยางไร
๓) กฎจราจรทนี่ กั เรียนรจู กั ไดแ กอะไรบาง
๔) ถาครอบครวั ของนักเรยี นซ้อื รถคันใหม ควรคาํ นึงถึงอะไรบา ง แลว นาํ สง ครเู พอ่ื ประเมนิ ผลใน
ช่วั โมงตอ ไป
ข้นั สรปุ
๘. ครูสรุปถงึ ประโยชนของการเขยี นแผนภาพโครงเร่อื งวา จะทําใหเ ขา ใจเรื่องราวและเลาเร่ืองได
อยา งชัดเจน
๙. สอ่ื และแหลงการเรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. ใบงานเรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ
วิธีการ
แบบประเมินการเขียนแผนภาพโครง รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไปผาน
ตรวจใบงานการเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
เรื่อง เกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรว ม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู
และมงุ ม่ันการทํางาน เกณฑ
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ผานเกณฑระดบั พอใช ขนึ้
ประสงค ไป
สื่อการเรยี นรแู ละแบบประเมิน
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๓ เรือ่ ง อา นปา ยไดส าระ
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง คดิ วิเคราะหด วยแผนภาพโครงเร่อื ง
การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คาํ ชีแ้ จง ใหนักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง “อานปา ยไดส าระ”
ตวั ละครสําคญั ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เร่ืองเกดิ ข้นึ ที่ไหน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเร่อื ง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตุการณท ี่….. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….
การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ งการ
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณที่…… ………………………………………………………………………………………….…
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทาํ ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ขอ คดิ ทีไ่ ด ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
- เฉลย-
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่อง “อานปา ยไดส าระ”
ตวั ละครสําคญั เจาโกรง รถกระบะของคุณปู
ตัวละครประกอบคณุ ปู พอ แม นองแปงหอม พ่ีชายของแปงหอมชือ่ แหลม
เรอื่ งเกิดข้ึนที่ไหน การไปชมงานมหกรรมยานยนตทีศ่ นู ยแสดงสินคา
ปญหาท่เี กดิ ขนึ้ ในเร่อื งรถกระบะทที่ กุ คนนงั่ ไปนัน้ เปน รถยนตเกาแกหลายปแตส ภาพรถยนตย ังดีอยู
เหตุการณท ี่๑
สถานท่ี ขณะนัง่ รถ
ตวั ละคร คุณปู พอ แม แปงหอมและพี่ชายคือแหลม
การกระทํา การแขง ขันอา นปายทะเบยี นรถยนตบ วกเลขทะเบยี นและอา นปายขางทาง
ผลของการกระทาํ อานปายบอกเสนทาง ปา ยบอกหมบู า น ตาํ บล จังหวัด ทางแยก ปา ยชือ่
วดั สถานทีท่ าํ การ ชอ่ื รานคา งตา งๆ และปา ยหลักกโิ ลเมตร เมือ่ เลนเกม
ในขณะเดนิ ทางแลว เด็ก ๆ ไดค วามรูดา นภาษาและการรูกฎจราจร
เหตกุ ารณท่๒ี สถานท่งี านแสดงมหกรรมยานยนต
สถานที่ คณุ ปู คุณพอและพชี่ ายของแปงหอม
ตวั ละคร การแสดงสินคาท่บี ริษัทตาง ๆ นาํ รถยนตท ี่ผลติ ในประเทศไทยและนําเขา จาก
การกระทาํ ตา งประเทศมาแสดงทาํ ใหเ ห็นความกา วหนา ทางอุตสาหกรรมยานยนต
พี่ชายของแปง หอมสนใจจะทําโครงงานทเ่ี ก่ยี วกบั รถยนต พฤตกิ รรมการขบั
ผลของการกระทํา รถยนตป า ยขอ ความทา ยรถยนตก บั ความหมาย ปา ยจราจรและปาย
หนวยงานตาง ๆ สงคณุ ครู
ขอคิดจากเรอ่ื ง การเรียนรอู ยูที่ใดกส็ ามารถทําได
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี๔
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท๖ี่
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๓ี่ เรือ่ ง อานปายไดสาระ เวลา๘ชวั่ โมง
เรอื่ งการอานออกเสียง เวลา๑ชั่วโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอา นออกเสียง เปน การอา นใหผ ูอ นื่ ฟง ฉะน้ันผูอานจะตองแบงวรรคตอน เนนเสียงหนกั เบา และ
ออกเสยี งใหถ ูกตองชัดเจน จงึ จะสอ่ื ความหมายไดอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูแ ละความคิดเพ่อื นําไปตัดสนิ ใจ
แกปญหาในการดําเนิน ชีวติ และมีนิสยั รกั การอาน
ตวั ชี้วัด ท๑.๑ป.๖/๑ อา นออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถกู ตอง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
๓. จุดระสงคก ารเรียนรู
๑. บอกหลกั การอา นออกเสียงได
๒. อานออกเสยี งเร่ืองในบทเรียนไดถูกตอ งชดั เจน
๓. มมี ารยาทในการอา น
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลักการอา นออกเสียง
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสยี ง
เจตคติ (A)
๕๕. ตระหนักและเหน็ คณุ คา ของภาษาไทย
๕๖. รกั ความเปนไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพื่อพัฒนาตนเอง
๕๗. มีมารยาทในการอา น การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๕๖. มีวนิ ยั
๕๗. ใฝเรียนรู
๕๘. มงุ มัน่ การทํางาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
๑. การอา นออกเสียงรายบคุ คล
๒. ใบงาน เร่ือง การอา นคําและขอความ
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขน้ั นาํ
๑. ครูใหน ักเรียนรว มบอกหลักเกณฑก ารอา นออกเสยี งท่ีดี เชน อานคลอ ง อานถูกตอ งชดั เจน เวน
วรรคตอนถกู ตอ ง ใชน ํา้ เสยี งสอดคลอ งกับอารมณของตัวละคร
ขั้นสอน
๒. นักเรยี นแบงกลุม กลมุ ละ ๖ คน โดยใชก ลมุ เดมิ แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กลมุ ใหม ไมใ หซ ้าํ เดมิ
๓. ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมความถกู ตอง คอื ผอู า นสามารถอา นออกเสยี งไดถ กู ตอ งตามอักขรวิธขี องไทย
หรือ ตามอักขรวธิ ีของภาษาอืน่ ทไี่ ทยนาํ มาใช เมอ่ื สงสัยคาํ อานใดใหย ดึ พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน
เปน หลักเชน การอานคําพอ งรปู อักษรนาํ อักษรควบ คาํ สมาสการอา นคาํ ท่มี ตี วั ฤ ฑ การอา นตามความ
นิยม การอา นไมย มก และการอา นเครื่องหมายวรรคตอนอน่ื ๆ
๔. นักเรียนแตล ะกลุมฝกอา นออกเสยี งบทเรยี น เร่อื ง อานปายไดส าระ โดยอานทง้ั ขอ ความบรรยาย
และขอ ความทีเ่ ปนคาํ พูดของตัวละคร โดยอา นออกเสียงพรอ มกนั และฝก อา นออกเสยี งเปน รายบคุ คล
๕. ครทู ดสอบการอา นออกเสยี งของนกั เรยี นเปน รายบุคคล โดยครกู าํ หนดใหน ักเรียนอานขอ ความคน
ละ ๓ บรรทัด โดยครูเขียนคําทนี่ ักเรียนอานผดิ ไวบ นกระดานดํา ครสู ังเกตการอานของนกั เรยี นแตล ะคนเพ่ือ
ประเมินผลการอานของนักเรียน นักเรยี นฝกอา นคาํ ที่อา นผิดทค่ี รูเขียนไวบนกระดานอกี คร้งั
๖. นักเรียนแตละคนทําใบงาน เรอ่ื ง การอา นคาํ และขอ ความ
๗. ครูและนกั เรียนรวมกนั เฉลยใบงาน และใหนกั เรยี นแกไ ข เพ่มิ เตมิ ใหถกู ตอ งสมบูรณ
ขน้ั สรปุ
๘. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรปุ หลักเกณฑการอานออกเสยี งท่ดี ี
๙. สอื่ และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. ใบงาน เร่ือง การอานคําและขอ ความ
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ
ตรวจใบงานเรอื่ ง การอานคําและขอความ ใบงาน เร่ือง การอานคาํ และ รอยละ ๖๐ ข้ึนไปผา น
ขอความ เกณฑ
สงั เกตการอา นออกเสยี งรายบุคคล แบบประเมินการอานออกเสยี ง รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
ในกิจกรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝเรยี นรู แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ผา นเกณฑระดับพอใช ขนึ้
และมุงม่นั การทํางาน ประสงค ไป
ส่อื การเรียนรูและแบบประเมิน
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง อานปา ยไดส าระ
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๔ เร่อื ง การอา นออกเสียง
การอา นคําและขอความ
ชอ่ื – สกลุ .................................................................................................เลขที.่ .....................
คาํ ช้แี จง ใหน กั เรียนเขยี นคาํ อา นจากคาํ ทกี่ ําหนดใหอ ยางถกู ตอ ง
คําศัพท คําอาน
๑. มหกรรม
๒. อนั ตราย
๓. จราจร
๔. เอกสาร
๕. บริษัท
๖. สัญญาณ
๗. ทันสมัย
๘. ธรรมชาติ
๙. เมล็ด
๑๐. บิณฑบาต
- เฉลย -
การอา นคําและขอความ
ชื่อ– สกลุ .................................................................................................เลขท.่ี .....................
คาํ ชี้แจง ใหนักเรยี นเขียนคาํ อา นจากคาํ ท่กี ําหนดใหอยางถกู ตอง
คําศพั ท คาํ อา น
๑. มหกรรม มะ– หะ – กาํ
๒. อันตราย อัน – ตะ – ราย
๓. จราจร จะ– รา – จอน
๔. เอกสาร เอก– กะ –สาน
๕. บรษิ ัท บอ – ริ – สัด
๖. สัญญาณ
๗. ทนั สมัย สนั –ยาน
๘. ธรรมชาติ ทนั – สะ – ไหม
๙. เมลด็ ทาํ – มะ – ชาด
๑๐. บณิ ฑบาต
มะ-เลด็
บนิ -ทะ-บาด
แผนการจดั การเรยี นรูท๕่ี
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท่๖ี
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรูท ๓่ี เร่อื งอานปา ยไดส าระ เวลา๘ชวั่ โมง
เร่ืองวลีและประโยค เวลา๒ชัว่ โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
กลมุ คาํ หรอื วลี คือ ขอความที่เกิดจากการนาํ คําตัง้ แตส องคําขึ้นไปมาเรยี งติดตอกนั ทาํ ใหเกดิ
ความหมายเพ่ิมขึ้นตามความหมายของคําเดมิ ทีน่ ํามารวมกัน แตเ ปน ความหมายพอเปนทเี่ ขา ใจไดยังไม
สมบรู ณเ ปน ประโยค ซึง่ ประโยคคอื การนาํ คํานาม คํากรยิ า และคําขยายมาเรียงกนั แลวไดใจความสมบรณู ว า
ใครทาํ อะไร อยางไร ท่ีไหน ซ่ึงในชวี ิตประจาํ วันเราจะใชป ระโยคเพอื่ สือ่ สารมากมาย การเรียนรใู หเขา ใจ
และนําไปใชใหถูกตองกจ็ ะทําใหเกิดประโยชนเปน อยางมาก
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ าษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษาภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว
เปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ดั ท๔.๑ป.๖/๔ ระบลุ ักษณะของประโยค
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. บอกองคประกอบของประโยคได
๒. ระบลุ ักษณะของประโยคทมี่ ีวลไี ด
๓. มีมารยาทในการอาน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๑. ลักษณะของวลี
๒. สวนประกอบของประโยค
ทักษะ/กระบวนการ(P)
๑. แยกวลแี ละประโยค
๒. แตงประโยคใชในการส่อื สาร
เจตคติ (A)
๕๘. ตระหนกั และเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๕๙. รักความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พอื่ พัฒนาตนเอง
๖๐. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๕๙. มีวนิ ยั
๖๐. ใฝเ รียนรู
๖๑. มุงมัน่ การทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่อื ง ประโยค หรือ วลี
๒. ใบงาน เร่อื ง สวนประกอบของประโยค
๘. กิจกรรมการเรียนรู
๘.๑ ช่ัวโมงที่ ๑
ข้ันนาํ
๑. ครูใชสื่อ PowerPoint ใหนกั เรียนพิจารณาขอความฝง ซา ยและฝงขวา มีความแตกตางกนั อยางไร
๒. ครอู ธิบายขอ ความฝง ซา ย บนิ รวดเรว็ มาก แตไมรวู า ตวั อะไร หรือสง่ิ ใดบนิ ซง่ึ แตกตา งกับขอความ
ทปี่ รากฏฝง ขวา เมอื่ อานแลว จะรทู ันทีวา ใคร ทาํ อะไร กบั ใคร เชน แมว จับ หนู
๓. ครูเช่ือมโยงเขา สบู ทเรยี น ขอความฝง ซาย เรียกกวา วลี และขอ ความฝงขวา เรยี กวา ประโยค
ขัน้ สอน
๔. ครูใชส่อื PowerPoint อธบิ ายเร่ืองวลี และยกตวั อยา งวลแี ละประโยค
๕. ครูใหนกั เรยี นแตละคนทําใบงาน เร่อื ง วลี หรอื ประโยค
๖. ครแู ละนักเรียนรว มกันเฉลยใบงาน
๗. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอหนา ช้นั เรียน โดยครเู ปนผตู รวจสอบและอธบิ ายเพม่ิ เติม
ขั้นสรปุ
๘. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ เรื่อง วลีและประโยค แตกตา งกันอยา งไร
๘.๒ ช่วั โมงที่ ๒
ขั้นนาํ
๑. ครูขออาสาสมัคร จํานวน ๗ คน เพอ่ื ถอื บตั รคาํ หนา ชัน้ เรียน หลงั จากนนั้ นําบตั รคาํ ทีไ่ ดมาเรยี งให
เปนประโยค หลังจากนนั้ ครูถาม วลี หรือ ประโยค กรณีเปน ประโยคนักเรียนทราบไดอ ยางไรวา เปน ประโยค
คุณพอ ดัง ตะกรา
สุนขั สาน เหา เสียง
ประโยคที่ ๑ คณุ พอ สานตะกรา
ประโยคที่ ๒ สุนขั เหาเสียงดัง
๒. ครูเชอื่ มโยงเขา สูบ ทเรียนประโยค จะปรกอบดว ย ภาคประธานและภาคแสดง
ข้นั สอน
๓. ครใู ชสอื่ PowerPoint อธิบายเรื่องสวนประกอบประโยค ในภาคประธานและภาคแสดง
๔. ครูตรวจสอบความรูของนักเรยี น โดยการสมุ ใหน ักเรียนบอกวาประโยคน้ัน สวนใดเปน ประธาน
หรอื ภาคแสดง
๕. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธานและ
เลขานกุ ารกลุมใหม ไมใ หซา้ํ เดิม
๖. นักเรยี นแตละกลมุ ทาํ ใบงาน เร่ือง สว นประกอบของประโยค โดยหาประโยคสามัญหรอื ประโยค
พน้ื ฐานจากบทเรยี น เรื่อง อานปายไดส าระ จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที กลมุ ละ ๕ ประโยค โดยศกึ ษาความรู
จากหนังสอื เรียนและใบความรู เรือ่ ง วลแี ละประโยค
๗. ตวั แทนกลุมนําเสนอผลงานหนา ชน้ั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกตอ ง และอธบิ ายเพิ่มเตมิ เพื่อให
นกั เรียนมีความเขาใจมากยิ่งข้นึ
๘. ครูเปด โอกาสใหน กั เรยี นไดซ กั ถามขอ สงสยั
ขั้นสรปุ
๙. นกั เรียนและครูชว ยกันสรุปบทเรียน เรอ่ื ง ประโยคและคาํ หรอื กลุม คาํ ทนี่ าํ มาเรียงกนั มีความหมาย
ครบถวนสมบูรณ สามารถสอ่ื ความไดว า ใครทาํ อะไร คดิ อยา งไร รูสึกอยา งไร หรือมสี ภาพอยางไร ประโยค
โดยท่วั ไปประกอบดวยสว นสาํ คัญ ๒ สว น คือภาคประธานและภาคแสดง
๙. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๒. PowerPoint :วลีและประโยค.pptx
๓. ใบความรู เร่ือง วลีและประโยค
๔. ใบงาน เร่ือง วลี หรอื ประโยค
๕. ใบงาน เร่อื ง ประโยค
๑๐. การวัดและการประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ
วธิ ีการ
ใบงาน เรื่อง วลี หรอื ประโยค รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
ตรวจใบงานเรือ่ ง วลี หรือ ประโยค
เกณฑ
ตรวจใบงานเรอื่ ง ประโยค
ใบงาน เร่ือง ประโยค รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมสี วนรว ม
ในกิจกรรมกลมุ เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู
และมงุ มั่นการทํางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ผานเกณฑร ะดบั พอใช ขนึ้
ประสงค ไป
สื่อการเรียนรูแ ละแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอ่ื ง อา นปายไดสาระ
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๕ เรือ่ ง วลแี ละประโยค
PowerPoint | วลแี ละประโยค
วลแี ละประโยค
วลหี รือกลมุ คาํ
การนาํ คาํ มาเรยี งกันต้ังแต ๒ คาํ ขึ้นไป แตย งั มคี วามหมายไมครบถวนสมบรู ณ
อยา งประโยค เรยี กวา กลุมคํา หรอื วลี
เชน เสียงประกาศเตือน รายชื่อผูแสดง
เขา ชมอยางคับคง่ั จองตว๋ั ลวงหนา
ประโยค
ประโยค คอื คาํ หรอื กลมุ คาํ ทีน่ ํามาเรียงกันมีความหมายครบถวนสมบรู ณ
สามารถสอ่ื ความไดวา ใครทาํ อะไร คดิ อยา งไร รสู กึ อยางไร หรอื มสี ภาพอยา งไร
ประโยคโดยทว่ั ไปประกอบดวยสว นสําคัญ ๒ สวน ดังนี้
ประโยค
ประธาน ภาคแสดง
นาม หรอื สรรพนาม กรยิ า
ปา นแกว ย้ิมแยม อาย
แปงรา่ํ ขยัน
ฉนั
เขา วิ่ง
วลีและประโยค
นกั เรยี นสงั เกตประโยคตอ ไปน้ี
ประธาน ภาคแสดง
นาม/สรรพนาม สว นขยาย กริยา สวนขยาย
นก ตวั เลก็ ๆ กระโดด ไปมา
รถบรรทกุ คันนน้ั แลน เรว็ มาก
เขา คนนนั้ หลบั สนิท
ประโยคขางตนนี้ มสี ว นขยายคํานามหรือคําสรรพนาม และสว นขยายคํากริยาเพม่ิ ขน้ึ
สงั เกตประโยคตอไปน้ี โอปอชอบพีแ่ ปง มาก
เพือ่ นของพีท่ ําโครงงานนทิ านไทยเรือ่ งมโนราห
ลกู ๆของเรากําลงั ปลกู ตนไมพ นั ธใ หมอ ยา งสนกุ สนานในสวนหลังบา น
รถสิบลอ คันน้ีแซงเราไปแลว
ประธาน กรยิ า ภาคแสดง สว นขยาย
นาม/ สว นขยาย สวนขยาย กรรม
สรรพนาม ชอบ -
ทํา (นาม/สรรพ เรอ่ื ง
โอปอ - กําลังปลูก นาม) มโนราห
เพอื่ น ของพ่ี พันธุใ หม
มาก พ่ีแปง
ลกู ๆ ของเรา
- โครงงาน
นิทานไทย
อยาง ตน ไม
สนกุ สนานใน
สวนหลังบา น
ประโยคขา งตนนีม้ ีคํานาม หรอื คาํ สรรพนามอยขู า งหลงั คํากริยา ทาํ หนา ทเี่ ปน กรรมของ
ประโยค และอาจมีสวนขยายคาํ นามหรอื คาํ สรรพนามทที่ ําหนา ทเ่ี ปนกรรมดว ย
วลี หรอื ประโยค
ชอื่ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
ตอนที่ ๑ เขยี น หรือ X หนาขอความตอไปนี้
ตอนท่ี ๒
๑.พยางคทุกพยางคต อ งมคี วามหมาย
๒.คาํ บางคําอาจมีเพียงพยางคเดียว
๓.พยางคจะตองประกอบดว ยเสยี งพยัญชนะตน เสียงสระและ
เสียงวรรณยกุ ต
๔.เสียงพยญั ชนะทายพยางคเรยี กวา เสียงตวั สะกด
๕.คาํ อาจมีหลายพยางค และพยางคอ าจมีหลายวลกี ็ได
๖.คาํ แตล ะคําจะตองประกอบดวยเสยี งและความหมาย
๗.คําตงั้ แตส องคาํ ขน้ึ ไปเรยี งกันมคี วามหมายเดียวกนั เรยี กวา
ประโยค
๘.วลเี ปนสวนสาํ คญั ท่ีสดุ ของประโยค
๙.ประโยคทส่ี มบรู ณบางประโยคอาจมเี พียงสองคํากไ็ ด
๑๐.กลุมคําจะตองประกอบดว ย ประธาน กรยิ า กรรม
เขยี นเคร่ืองหมาย หนาประโยคและเขยี นเครือ่ งหมาย X หนาวลี
๑. กายกรรมเปย งยางจากจีน
๒. ฝนตกหนกั เมอ่ื วานน้ี
๓. โปรดชวยกนั รักษาความสะอาด
๔. นองดูโทรทศั นแลวจึงเขา นอน
๕. คณุ ยายเปนลม
๖. ใครไมอ ยากไปดหู นังบาง
๗. เธอตองขยันเรยี นหนงั สอื มฉิ ะน้ันจะสอบตก
๘. ฉันสอบได
๙. กางเกงสนี ้ําเงิน
๑๐. เรอื ยนตล ําใหญ
ประโยค
สมาชกิ
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลมุ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
คาํ ชีแ้ จง ใหน กั เรยี นหาประโยคสามญั หรือประโยคพน้ื ฐานจากบทเรียน
เร่ือง อานปายไดสาระ จาํ นวน ๕ ประโยค พรอ มบอกสว นประกอบ
ของประโยคใหสมบรู ณ
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สว นขยาย กริยา สว นขยาย กรรม(นาม/ สว นขยาย
เดก็ ๆ ทุกคนไมควรกนิ ขนม สรรพนาม
รสหวานมากเกนิ ไป สรรพนาม)
เด็ก ๆ ทกุ คน
ไมควร มาก ขนม รสหวาน
กนิ เกนิ ไป
๑. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๒. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ประโยค
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สวนขยาย กรยิ า สวนขยาย กรรม(นาม/ สวนขยาย
สรรพนาม สรรพนาม)
๓. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๔. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๕. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
- เฉลย -
วลี หรอื ประโยค
ชอื่ – สกลุ ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
ตอนท่ี ๑ เขียน หรอื X หนา ขอ ความตอ ไปนี้
( X ) ๑.พยางคทกุ พยางคต องมคี วามหมาย
( ) ๒.คาํ บางคาํ อาจมเี พียงพยางคเดยี ว
( X ) ๓.พยางคจะตอ งประกอบดว ยเสยี งพยญั ชนะตน เสียงสระและ
เสยี งวรรณยุกต
( ) ๔.เสยี งพยญั ชนะทายพยางคเ รยี กวา เสยี งตวั สะกด
( ) ๕.คาํ อาจมหี ลายพยางค และพยางคอาจมหี ลายวลกี ไ็ ด
( ) ๖.คาํ แตละคําจะตองประกอบดวยเสียงและความหมาย
( ) ๗.คําตงั้ แตสองคาํ ข้ึนไปเรยี งกันมคี วามหมายเดียวกันเรียกวา
ประโยค
( X ) ๘.วลีเปน สว นสําคญั ทส่ี ุดของประโยค
( ) ๙.ประโยคทส่ี มบรู ณบางประโยคอาจมีเพียงสองคํากไ็ ด
( X ) ๑๐.กลมุ คาํ จะตองประกอบดวย ประธาน กริยา กรรม
ตอนที่ ๒ เขยี นเคร่ืองหมาย หนา ประโยคและเขียนเคร่ืองหมาย X หนา วลี
… X …. ๑. กายกรรมเปย งยางจากจนี
……. ๒. ฝนตกหนกั เม่ือวานน้ี
… X …. ๓. โปรดชวยกนั รกั ษาความสะอาด
……. ๔. นองดูโทรทศั นแ ลว จึงเขานอน
……. ๕. คณุ ยายเปน ลม
……. ๖. ใครไมอ ยากไปดูหนงั บา ง
…. ๗. เธอตอ งขยนั เรยี นหนังสือมฉิ ะนน้ั จะสอบตก
……. ๘. ฉนั สอบได
… X ….. ๙. กางเกงสีน้ําเงนิ
… X ….. ๑๐. เรือยนตล าํ ใหญ
ประโยค
สมาชกิ
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลมุ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
คาํ ชีแ้ จง ใหน กั เรยี นหาประโยคสามญั หรือประโยคพน้ื ฐานจากบทเรียน
เร่ือง อานปายไดสาระ จาํ นวน ๕ ประโยค พรอ มบอกสว นประกอบ
ของประโยคใหสมบรู ณ
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สว นขยาย กริยา สว นขยาย กรรม(นาม/ สว นขยาย
เดก็ ๆ ทุกคนไมควรกนิ ขนม สรรพนาม
รสหวานมากเกนิ ไป สรรพนาม)
เด็ก ๆ ทกุ คน
ไมควร มาก ขนม รสหวาน
กนิ เกนิ ไป
๑. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๒. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ประโยค
ประโยค ประธาน ภาคแสดง
นาม/ สว นขยาย กรยิ า สวนขยาย กรรม(นาม/ สวนขยาย
สรรพนาม สรรพนาม)
๓. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๔. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
๕. ………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
……………………………………….. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
………………………………………. …………… …………… …………… …………… …………… ……………
ดุลยพนิ จิ ครูผูส อน
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่๖
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่๖ี
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๓่ี เรื่องอานปา ยไดสาระ เวลา๘ช่ัวโมง
เร่ืองภาษาพดู ภาษาเขยี น เวลา๑ช่ัวโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
“ภาษาพดู ” หรอื “ภาษาปาก” เปนการใชภ าษาทไี่ มเครงครัดดา นกฎเกณฑและไมเ ปน ทางการ สวน
“ภาษาเขยี น” เปนภาษาทีใ่ ชอยา งเปนทางการตองเลือกใชใ หถกู ตอ งตามกฎเกณฑ และคํานงึ ถึงวัฒนธรรมของ
เจาของภาษา ดังนน้ั จงึ ตอ งเรยี นรแู ละนําไปใชใ หถูกตอง
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวัด เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
สาระท่ี ๔หลักการใชภาษา ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว
มาตรฐานการเรยี นรู ท๔.๑ เปน สมบัติของชาติ
ใชค าํ ไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
ตัวชว้ี ัด ท๔.๑ป.๖/๒
๓. จดุ ระสงคก ารเรียนรู
๑. บอกและแยกภาษาพดู และภาษาเขยี นได
๒. นําภาษาพดู และภาษาเขียนไปใชส ่ือสารไดถ ูกตองตามสถานการณ
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลักภาษาพูด ภาษาเขยี น
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- ใชภาษาพดู และภาษาเขยี นไดถ ูกตอ งเหมาะสม
เจตคติ (A)
๖๑. ตระหนกั และเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๖๒. รักความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพ่ือพฒั นาตนเอง
๖๓. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๖๒. มีวนิ ยั
๖๓. ใฝเ รยี นรู
๖๔. มุง มั่นการทาํ งาน
๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขั้นนํา
๑. ครูขออาสาสมคั ร จาํ นวน ๒ คน ออกมาหนา ชนั้ เรยี น ครูทําการสมั ภาษณ สมมติวาท้ังสองคนเจอกนั
โดยบงั เอญิ จะทกั ทายหรอื คยุ กันอยา งไร เชน เปนไง สบายดไี หม มาทาํ อะไร
๒. ครูอธิบายนกั เรียนทง้ั สองคน ใชภ าษาพูดในการส่อื สารแบบเปน กันเอง เชน เปน ไงบาง สบายดีไหม
จะเหน็ ไดว าการสื่อสารดว ยวธิ พี ูดขึน้ อยกู ับสถานการณ ความสัมพันธ การเลือกใชภาษาใหเ หมาะสมกบั บุคคล
โอกาส สถานที่
๓. ครเู ชือ่ มโยงเขา สบู ทเรียน เร่ือง ภาษาพดู กบั ภาษาเขยี น
ข้ันสอน
๔. ครูอธิบาย การสอ่ื สารทงั้ การพูดและการเขยี น จะขึ้นอยกู ับ สถานการณ ความสัมพันธ การเลอื กใช
ภาษาใหเ หมาะสมกบั บคุ คล โอกาส สถานที่ ครยู กตัวอยา งประกอบ
๕. นกั เรียนแบงกลุม กลมุ ละ ๖ คน ใชก ลุมเดิม แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ ารใหม ไมให
ซาํ้ เดมิ
๖. ครใู หน ักเรยี นแตล ะกลุมศกึ ษาความรูเร่ืองภาษาพดู ภาษาเขยี น จากหนังสือเรยี น
๗. นกั เรียนแตล ะกลุม ทําใบงาน เร่อื ง ภาษาพดู ภาษาเขียน โดยแบงหนาท่ีรบั ผดิ ชอบดงั นี้
- กลมุ ยอ ยท่ี ๑ เปลี่ยนประโยคภาษาพดู ใหเปน ภาษาเขยี น จํานวน ๓ ประโยค
โดยหาประโยคทเ่ี ปน ภาษาพูดในบทเรียนแลวเขียนใหเ ปน ภาษาเขียน
- กลมุ ยอยที่ ๒ เปลี่ยนประโยคภาษาเขียนใหเปนพูด จาํ นวน ๓ ประโยค
โดยหาประโยคที่เปนภาษาเขยี นในบทเรยี นแลวเขยี นใหเปนภาษาพูด
๘. ตัวแทนกลมุ ยอยท่ี ๑ และ ๒ ของแตละกลุม ออกมานาํ เสนอผลงานหนา ช้ันเรยี น โดยครเู ปนผู
ตรวจสอบความถูกตอ ง
ขน้ั สรปุ
๙. ครแู ละนักเรยี นรว มกันสรปุ เรอ่ื ง ภาษาพดู และภาษาเขียน
๙. สอ่ื และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง ภาษาพดู ภาษาเขียน
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ
วิธกี าร ใบงาน เร่ือง ภาษาพดู ภาษาเขียน รอยละ ๖๐ ขึ้นไปผาน
เกณฑ
ตรวจใบงานกลมุ เรอื่ ง ภาษาพดู ภาษา แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ
เขยี น ประสงค ผา นเกณฑร ะดับพอใช ขนึ้
ไป
สงั เกตพฤติกรรมความมวี นิ ัย ใฝเรยี นรู
และมุงมัน่ การทาํ งาน
ส่ือการเรียนรูและแบบประเมิน
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เร่ือง อา นปา ยไดส าระ
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๖ เรือ่ ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
ภาษาพูด ภาษาเขียน
สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คาํ ชี้แจง ใหน ักเรยี นหาประโยคภาษาพดู และภาษาเขียน จากบทเรยี น เรือ่ ง อา นปา ยไดสาระ
ตอนที่ ๑
เปล่ียนประโยคที่เปน ภาษาพดู ใหเ ปน ภาษาเขียน จาํ นวน ๓ ประโยค
ภาษาพดู ภาษาเขยี น
ภาษาพดู ภาษาเขียน
ตอนท่ี ๒ เปลี่ยนประโยคทเี่ ปนภาษาเขยี นใหเ ปนภาษาพูด จาํ นวน ๓ ประโยค
ภาษาเขียน ภาษาพูด
แผนการจัดการเรียนรูท๗่ี
กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ๓่ี เรอื่ งอานปา ยไดสาระ เวลา๘ชัว่ โมง
เร่ืองการอา นเสรมิ บทเรียน เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นเสริมบทเรียน ทําใหผ ูอานไดร ับความรู ความบันเทงิ และขอ คิดจากการอา น และสามารถเลือก
หนงั สืออา นไดตรงตามความตอ งการ นอกจากน้ที ่ีสําคญั คือสามารถนาํ ความรทู ไี่ ดรับจากการอานมาปรบั ใชใ หเปน
ประโยชนในชีวิตประจําวนั ได
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ดั
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรูและความคดิ เพื่อนําไปตัดสนิ ใจแกป ญหา
ในการดาํ เนิน ชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอาน
ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ เทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากเรอื่ งท่ีอา น
ท ๑.๑ ป .๖/๙ มีมารยาทในการอา น
๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. อา นและจับใจความสาํ คัญของเร่ืองท่อี า นได
๒. วิเคราะหสรุปเนือ้ หาจากเรอื่ งท่ีอานได
๓. มมี ารยาทในการอา น
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- การอา นบทเรยี นเสรมิ เร่ือง คําไทย เกิดใหมเปน ธรรมดา
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- สรปุ ใจความสําคญั เน้ือหา
เจตคติ (A)
๖๔. ตระหนักและเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๖๕. รักความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเพอื่ พัฒนาตนเอง
๖๖. มมี ารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๖๕. มีวนิ ัย
๖๖. ใฝเ รยี นรู
๖๗. มุงม่ันการทาํ งาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง คน หาคาํ ไทยสมัยใหม
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นนํา
๑. ครยู กตัวอยางคําวา “กิ๊ก ขาโจ กูรู ตสิ๊ ตช วิ ชวิ ” นักเรยี นรไู หมคําน้ีมคี วามหมายวาอยางไร
๒. ครเู ชื่อมโยงเขาสูบ ทเรยี น โดยใหนักเรียนรว มกันบอกคําไทยใหม ในปจจบุ นั ทีเ่ ราเคยไดย นิ หรอื ใชกนั
เปน ประจาํ
๓. ครูเชอ่ื มโยงเขา สูบทเรียน
ขัน้ สอน
๔. นักเรยี นแบง กลุม กลุมละ ๖ คน โดยใชก ลุมเดิม แตเลอื กประธาน รองประธาน และเลขานกุ ารใหม
ไมซ้ําเดิม
๕. นกั เรยี นแตละกลุม อา นในใจบทอานเสรมิ “คําไทย เกิดใหมเปน ธรรมดา ”หนา ๔๓ แลวตั้งคําถาม
คาํ ตอบ อภิปรายแลว สรปุ ใจความสาํ คญั ทไ่ี ดจ ากการอา น
๖. ตัวแทนกลมุ นาํ เสนอสรุปใจความสาํ คญั หนาชนั้ เรยี น โดยครเู ปน ผูตรวจสอบและแนะนาํ
๗. นักเรยี นบอกแตละคนบอกคําไทยทเี่ กิดใหมใ นปจ จุบนั คนละ ๑ คํา พรอ มระบคุ วามหมาย และบอก
คําไทยทีเ่ กิดใหมน ั้นแทนคําใดในอดตี แลว นําเสนอหนาชนั้ เรยี น เชน
- เกาเหลากวยเตย๋ี วไมใ สเสน ซง่ึ คาํ เกดิ ใหมจ ะมคี วามหมายไมถ ูกกัน
- งานเขา มีคนจา งทํางานมาก หรอื งานเขามาใหท ําจน ลนมอื เลย ซงึ่ คําเกดิ ใหมจะมคี วามหมาย มีเรอ่ื ง
เดือดรอ น ปญ หา ความยุง ยาก ทีต่ องแกไข
๘. ครมู อบหมายใหนกั เรยี น คนหาคาํ ไทยทเี่ กิดใหมในปจจบุ นั โดยสืบคน ขอมูลจากพจนานกุ รมคําใหม
ฉบับราชบัณฑิตยสถานลงในใบงานแลวนาํ สงครูเพอ่ื ประเมนิ ผลในช่วั โมงตอไป
ข้ันสรุป
๙. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ สาระสําคญั เรื่อง คาํ ไทย เกิดใหมในปจ จบุ ัน พรอ มท้ังการเลือกใชคาํ ให
ถูกตอ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๙. สอ่ื และแหลงการเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๖
๒. ใบงาน เร่ือง คนหาคําไทยสมยั ใหม
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ
วธิ ีการ
ใบงาน เร่ือง คนหาคําไทยสมยั ใหม รอยละ ๖๐ ข้นึ ไปผา น
ตรวจใบงานเรือ่ ง คนหาคําไทยสมยั ใหม
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี วนรวม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเรยี นรู
และมุง ม่นั การทํางาน เกณฑ
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึง ผานเกณฑร ะดับพอใช ขนึ้
ประสงค ไป
สื่อการเรียนรูและแบบประเมนิ
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑ เร่ือง อานปา ยไดส าระ
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๗ เร่อื ง การอา นเสรมิ บทเรยี น
คนหาคําไทยสมัยใหม
ชือ่ – สกุล ………………………………………………………………… เลขที่ ……………….
คาํ ช้แี จง ใหน ักเรียนคน หาคําไทยทเี่ กดิ ใหมใ นปจ จบุ ันพรอมความหมาย โดยสืบคน จาก
ตวั อยา ง พจนานกุ รมคาํ ใหม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ชิวชวิ สบาย ๆ งาย ๆธรรมดา
๑. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๒. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๓. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๔. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๕. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
- เฉลย -
คนหาคําไทยสมัยใหม
ชื่อ – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….
คําชี้แจง ใหนักเรยี นคน หาคําไทยที่เกิดใหมในปจจุบนั พรอมความหมาย โดยสบื คนจาก
ตัวอยาง พจนานกุ รมคาํ ใหม ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน
ชิวชวิ สบาย ๆ งาย ๆธรรมดา
๑. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๒. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๓. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๔. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
๕. ……………………………….. ………………………………………………………………
………………………………………………………………
………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรทู ี๑่
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรูที๔่ เร่อื งกทลีตานี เวลา ๗ ชว่ั โมง
เร่ืองเรยี นรคู ํา คูความหมาย เวลา๑ช่วั โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรยี นรูค ํา คํายาก ขอความและสํานวนภาษาไทยในบทเรยี นและนําไปใชใ หถ กู ตอง ถือเปนการพฒั นา
ทกั ษะทางภาษาทผ่ี ูเรยี นควรไดรบั การฝกฝน เพือ่ พฒั นาทกั ษะใหถกู ตอง จึงจะทําใหการเรียนรภู าษาเปนไปดว ยดี
และเกิดการพฒั นาตามมา
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชีว้ ดั ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นําไปตดั สนิ ใจ
สาระท่ี ๑ การอาน แกปญ หาในการดําเนิน ชวี ติ และมนี ิสัยรักการอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคาํ ประโยคและขอความทเี่ ปน โวหาร
ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ป.๖/๒
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
- อานและอธิบายความหมายของคําในบทเรียนได
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลกั การอานคําและความหมายของคาํ
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสยี งและบอกความหมายของคาํ
เจตคติ (A)
๖๗. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๖๘. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พ่ือพัฒนาตนเอง
๖๙. มมี ารยาทในการอา น การเขียน การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๖๘. มวี นิ ยั
๖๙. ใฝเ รียนรู
๗๐. มงุ มน่ั การทํางาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- เขยี นคาํ ศพั ทแ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก
๘. กิจกรรมการเรยี นรู
ขัน้ นาํ
๑. ครตู งั้ คาํ ถามนักเรยี นเคยไดย นิ คาํ วา กทลี หรอื ไม คืออะไร มคี วามหมายวาอยางไร
๒. ครเู ฉลย กทลี คือ กลว ย
ขนั้ สอน
๓. นกั เรยี นแบงกลมุ กลุม ละ ๖ คน คละกนั ตามความสามารถและใหนักเรยี นแตล ะกลมุ เลอื กประธาน
รองประธานและเลขานุการกลุม โดยครแู นะนาํ บทบาทหนา ทขี่ องสมาชิกแตล ะคนในกลมุ ใหน กั เรียนเขาใจ
บทบาทหนา ท่ีของตนเอง
๔. ครใู หนักเรียนแตละกลุม อา นบทเรยี นเร่ือง “กทลีตานี” เพ่ือสาํ รวจคํายากและคําทีไ่ มเขา ใจ
ความหมาย ใหเ ลอื กคาํ ไว ๑๐ คํา แลว นาํ ไปติดบนกระดานดาํ คัดเลือกคําทซี่ า้ํ กนั ออก
๕. หลงั จากไดค าํ ศพั ทท ี่คัดเลอื กคําซาํ้ ออกไปแลว น้นั ใหน ักเรียนแตล ะกลุมคน หาความหมายจ าก
พจนานกุ รม แลว เขยี นลงในบัตรความหมาย นําไปตดิ หลังบัตรคําบนกระดานดาํ
๖. ครูและนักเรียนรวมกนั เฉลย
๗. นักเรียนทั้งช้ันฝก อา นคาํ ศัพทและความหมายของคาํ ตามบัตรคําและบตั รความหมายท่ีตดิ ไวบ น
กระดาน เนน การมมี ารยาทในการอา นโดยใหนกั เรียนศกึ ษาใบงาน เร่อื ง หลักและมารยาทในการอาน
๘. นกั เรยี นแตล ะคนเขียนคําศพั ทและความหมายลงในสมดุ บนั ทึก
ข้ันสรุป
๙. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ถึงประโยชนข องการอา นคาํ ศพั ทแ ละเขาใจความหมายของคาํ ศัพท
๙. สอื่ และแหลง การเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. พจนานุกรม
๓. บตั รคาํ และบตั รความหมาย
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ
วธิ ีการ
แบบสงั เกตการอานคาํ และ รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
สงั เกตการอานคําและความหมายของคาํ
ความหมายของคํา ผา นเกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม รอยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู
และมุงมั่นการทาํ งาน เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ผานเกณฑร ะดบั พอใช
ประสงค ขึน้ ไป
เกณฑก ารประเมินการอา นคําและความหมายของคํา
๗. อานคําและอานความหมายของคาํ ถกู ตองทกุ คาํ ไดค าํ ละ ๑ คะแนน
๘. อานคาํ และอา นความหมายของคาํ ผดิ ๑ คําหักคําละ ๑ คะแนน
ส่ือการเรยี นรูแ ละแบบประเมนิ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอื่ ง กทลตี านี
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เร่ือง เรยี นรูคาํ คคู วามหมาย
อุปกรณ| บตั รคําและบตั รความหมาย
บตั รคาํ ถาม บตั รคําตอบ
แผนการจดั การเรียนรูท๒ี่ ๗ ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท๖ี่
รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรยี นรทู ่ี๔ เรือ่ ง กทลตี านี เวลา
เรื่องอานคิดพนิ ิจเรือ่ งราว เวลา๑ชั่วโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอา นในใจใหเ กิดความเขา ใจชัดเจนลกึ ซง้ึ จะตองอา นแลวสามารถตั้งคําถาม ตอบคาํ ถาม อภปิ ราย
แสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลําดบั เหตกุ ารณ และสรุปใจความสําคัญของเรอ่ื งได
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ัด
สาระท่ี ๑ การอาน
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรูและความคิดเพ่อื นาํ ไปตัดสนิ ใจแกปญ หา
ในการดําเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอาน
ตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเหน็ จากเรื่องทอี่ า น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอาน
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. อา นในใจแลวตงั้ คําถาม ตอบคําถามจากเร่ืองในบทเรียนได
๒. สรปุ ใจความสําคญั ของเรือ่ งทีอ่ า นได
๓. มีมารยาทในการอา น
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๗. หลกั การอานจับใจความ
๘. มารยาทในการอาน
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อานจับใจความ
เจตคติ (A)
๗๐. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๗๑. รักความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พ่อื พฒั นาตนเอง
๗๒. มมี ารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๗๑.มีวินยั
๗๒.ใฝเรยี นรู
๗๓.มุง มั่นการทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง ตัง้ คาํ ถาม-คนหาคาํ ตอบ เรอ่ื ง กทลตี านี
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขนั้ นํา
๑. ครูสนทนากับนักเรียนถึงเรื่องเกยี่ วกับผีตานที ีเ่ ปนความเชื่อของคนโบราณ
ขน้ั สอน
๒. ครสู นทนากบั นักเรียนในเรื่องเก่ยี วกับกลวยตานี เชน
- คาํ วา “กทลีตานี” หมายความวาอยางไร
- นกั เรียนรูจักตน กลวยตานหี รือไม มลี ําตน ใบ และผลเปนอยางไร
- กลว ยตานมี ลี กั ษณะอยางไรแตกตา งจากกลว ยชนิดอน่ื อยางไร
- ประโยชนข องกลวยตานีทําอะไรไดบาง
- นกั เรียนเช่ือเรอื่ งผีกลวยตานหี รือไม เพราะเหตุใด
๓. นักเรียนแบง กลมุ กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดิม แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานุการกลุม
ใหม ไมใ หซ้าํ เดมิ
๔. นกั เรียนแตล ะกลุมอานในใจเน้ือหาบทเรียนและต้งั คําถาม จากเร่อื งที่อา นและวงเลบ็ คาํ ตอบท่ีถกู ที่สุด
ไวดา นหลังดวยคาํ ถามงาย ๆ ไดแ ก คําถามท่ีขึ้นตน วา ใคร อะไร ทไี่ หน เมื่อไร อยางไร ทําไม เปน คาํ ถามทม่ี ี
คําตอบอยูในบทเรยี น หลังจากน้ันนําคาํ ถามและคาํ ตอบเขียนลงในใบงาน เรอ่ื ง ต้ังคําถาม-คน หาคาํ ตอบ เรอ่ื ง
กทลตี านี
๕. เมอ่ื แตล ะกลมุ ทําใบงานเสร็จเรยี บรอยแลว ครตู ง้ั คําถามจากการอานในใจนักเรียนตั้งคาํ ถาม-ตอบ
คําถามไดจํานวนกขี่ อ ครแู ละนักเรียนรว มกนั เฉลยใบงาน
๖. ครูสรุปผลการต้ังคําถามและตอบคําถาม
๗. นักเรียนแตล ะกลมุ ชวยกนั ลําดบั เหตกุ ารณส าํ คัญของเร่อื งคนละประโยคหรือมากกวาน้ันจนจบเรอ่ื ง
หลงั จากนนั้ สมาชิกทกุ คนชวยกนั สรุปใจความสาํ คัญของเร่อื งแลวบนั ทกึ ไวใ นสมุด
๘. ตวั แทนแตล ะกลมุ นําเสนอใจความสําคญั ของเรือ่ ง “กทลีตานี”หนาช้ันเรียน
ขัน้ สรุป
๙. นกั เรียนและครูรว มกันอภปิ รายสรุปบทเรียน ดว ยการสรุปใจความสาํ คัญ การตัง้ คําถามและตอบ
คาํ ถามจากเนือ้ เรือ่ ง การลาํ ดบั เหตุการณ เปน ไปตามขน้ั ตอนไมสับสน และรวมท้งั การมีลกั ษณะนสิ ัยท่ีดีในการ
อา น
๙. สอ่ื และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง ถาม-ตอบ เรอ่ื ง กทลีตานี
๑๐. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการอาน แบบประเมนิ การอา นจบั ใจความ รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
เกณฑ
ตรวจใบงานเรื่อง ต้งั คําถาม-คนหาคาํ ตอบ แบบประเมนิ ใบงาน เรื่อง ตงั้ คาํ ถาม- รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไปผาน
เรือ่ ง กทลีตานี คน หาคาํ ตอบ เรือ่ ง กทลีตานี เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี วนรวม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผาน
ในกิจกรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ผานเกณฑร ะดับพอใช ขนึ้
และมุง มนั่ การทํางาน ประสงค ไป
สื่อการเรียนรูแ ละแบบประเมนิ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอื่ ง กทลตี านี
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๒ เร่ือง อานคดิ พนิ จิ เรื่องราว