ตง้ั คําถาม-คน หาคาํ ตอบ
เรอ่ื ง กทลีตานี
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คําชแี้ จง ใหน กั เรียนตั้งคําถามพรอมคําตอบจากการอา นจับใจความจาก
เรอ่ื ง “กทลตี านี”
คาํ ถาม คําตอบ
ตั้งคาํ ถาม-คน หาคําตอบ
เรือ่ ง กทลตี านี
คาํ ถาม คาํ ตอบ
แผนการจดั การเรียนรทู ่๓ี
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรทู ี่๔ เร่ือง กทลตี านี เวลา ๗ ชวั่ โมง
เรื่องคิดวเิ คราะหด ว ยแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา๑ชวั่ โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง จะชว ยใหนักเรยี นเขา ใจเรอ่ื งและจําเรือ่ งทอ่ี านไดแ มน ยํายงั เปนการชว ยฝก
ทักษะ และพัฒนาในดานการเขียน การพดู ตอ ไป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพอื่ นําไปตัดสินใจแกปญหา
ในการดําเนิน ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอา น
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขยี น
เรือ่ งราวในรปู แบบตางๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคนควาอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงและดอู ยางมวี จิ ารณญาณและพูดแสดงความรู ความคดิ
และความรสู ึกในโอกาสตางๆอยา งมวี จิ ารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ป.๖/๕ อธิบายการนําความรแู ละความคดิ จากเรือ่ งที่อานไปตัดสนิ ใจ
แกปญหาในการดาํ เนนิ ชวี ติ
ท ๒.๑ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพื่อใชพ ัฒนา
งานเขยี น
ท ๒.๑ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ป.๖/๑ พดู แสดงความรูค วามเขา ใจจดุ ประสงคของเรอ่ื งที่ฟงและดู
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. อธิบายวิธีการเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งได
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองจากเรอื่ งทอี่ านได
๓. เลาเรื่องตามแผนภาพโครงเรอ่ื งได
๔. มมี ารยาทในการเขยี น
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลักการเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- เขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง
เจตคติ (A)
๗๓. ตระหนกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย
๗๔. รกั ความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พือ่ พฒั นาตนเอง
๗๕. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๗๔.มีวินยั
๗๕.ใฝเรียนรู
๗๖.มุงม่ันการทาํ งาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขนั้ นํา
๑. ครูต้งั คาํ ถามใหนกั เรียนรว มแสดงความคดิ เหน็ “ถา เหน็ คําวา โรงเรยี น” นักเรียนจะนกึ ถงึ คําอะไรบา ง
(ครนู ักเรยี น หอ งสมุดกระดานดํา เปนตน )
๒. ครเู ช่อื มโยงเขาสูบทเรียน การเขียนผงั ความคดิ
ข้ันสอน
๓. ครเู ขียนคําวา “สนุ ัข” บนกระดาน แลวขออาสาสมัครออกไปเขียนคาํ สาํ คัญเมื่อ กลาวถงึ สนุ ขั นกั เรียน
จะถงึ อะไร ครูเขยี นเปน ตวั อยาง ลักษณะ ขนสั้น ขนยาว
ตัวใหญ
ขนสั้น
อาหาร ลกั ษณะ ขนยาว
ตัวเลก็
สนุ ัข
ประโยชน
๔. นกั เรยี นแบงกลมุ กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ ารกลุม
ใหม ไมใ หซํ้าเดิม
๕. นักเรียนแตละกลุม อา นในใจ เรอื่ ง กทลีตานี แลว รวมกันทําใบงาน เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
๖. ครูสุมตวั แทนของแตล ะกลุมออกมานําเสนอแผนภาพโครงเรือ่ ง และใหนกั เรียนชวยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตองและเพิม่ เติมใหสมบรู ณ
๗. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรอ่ื งและแกไ ขใหส มบรู ณ
๘. นักเรียนแตล ะคนตอบคําถามลงในสมุดบนั ทกึ ดังนี้
๑) การใสบ าตรมวี ิธกี ารเตรยี มตัวและปฏบิ ตั ติ นอยา งไร
๒) ตนกลวยมหี ลากหลายพนั ธุ กลว ยชนิดใดนยิ มมาทาํ อาหารคาวหวานอะไรไดบ า ง
๓) “เจา หมอผปี านดาํ ” ในบทเรียนหมายถงึ อะไร ใหอธบิ าย
๔) “โลกน้ีจะมที ่ีอยสู าํ หรบั คนคิดดี ทําดเี ทา น้ัน” นกั เรยี นมคี วามเขาใจวา อยางไร
ขน้ั สรปุ
๙. ครสู รุปถงึ ประโยชนข องการเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งวา จะทาํ ใหเขาใจเรอ่ื งราวและเลาเรอ่ื งไดอยา ง
ชดั เจน
๙. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. ใบงานเร่อื ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
๑๐. การวัดและการประเมินผล เกณฑ
วธิ กี าร เครอ่ื งมอื รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
เกณฑ
ตรวจใบงานการเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง แบบประเมนิ การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
รอยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
สงั เกตพฤติกรรมการมีสวนรวม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ เกณฑ
ในกจิ กรรมกลุม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
ผานเกณฑระดับพอใช ขน้ึ
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ รยี นรู ไป
และมุงม่ันการทํางาน
ส่ือการเรียนรแู ละแบบประเมิน
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๔ เร่อื ง กทลตี านี
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอ่ื ง คดิ วิเคราะหดว ยแผนภาพโครงเร่อื ง
การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คาํ ชี้แจง ใหน ักเรยี นเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง “กทลีตานี”
ตัวละครสําคัญ ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เร่อื งเกดิ ขึ้นทไี่ หน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในเรื่อง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตุการณที่….. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….
การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
การกระทาํ ………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
ผลของการกระทาํ ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณท่ี…… ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
สถานท่ี ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………….….
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
ขอคิดที่ได ……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรูท ่๔ี
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท๖ี่
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรยี นรูท ๔ี่ เรื่อง กทลีตานี เวลา ๗ชวั่ โมง
เรือ่ งการอานออกเสยี ง เวลา๑ชั่วโมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา นออกเสียง เปน การอา นใหผอู นื่ ฟง ฉะนั้นผูอา นจะตองแบงวรรคตอน เนนเสียงหนักเบา และออก
เสยี งใหถ กู ตองชัดเจน จึงจะส่อื ความหมายไดอ ยา งมีประสิทธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ การอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพอ่ื นาํ ไปตดั สินใจแกปญหา
ในการดาํ เนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอาน
ตัวช้ีวัด ท๑.๑ป.๖/๑ อา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถกู ตอง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. บอกหลักการอานออกเสยี งได
๒. อานออกเสียงเรื่องในบทเรยี นไดถ กู ตอ งชัดเจน
๓. มีมารยาทในการอา น
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลักการอานออกเสียง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสียง
เจตคติ (A)
๗๖. ตระหนักและเหน็ คุณคาของภาษาไทย
๗๗. รักความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเ พื่อพัฒนาตนเอง
๗๘. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๗๗.มวี นิ ยั
๗๘.ใฝเ รยี นรู
๗๙.มงุ มน่ั การทาํ งาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- การอานออกเสียงรายบคุ คล
- ใบงาน เรอื่ ง การอา นคํา
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขัน้ นํา
๑. ครูใหน กั เรียนรวมบอกหลักเกณฑก ารอานออกเสียงท่ดี ี เชน อา นคลอ ง อานถกู ตอ งชัดเจน เวนวรรค
ตอนถกู ตอ ง ใชน ํ้าเสียงสอดคลองกบั อารมณของตัวละคร
ขั้นสอน
๒. นกั เรียนแบง กลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชก ลมุ เดมิ แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานุการกลุม
ใหม ไมใ หซ้ําเดิม
๓. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ความคลอ งแคลว ในการอา น คอื ความคลองตัวในการอานออกเสยี งไดตอ เนอ่ื งกัน
ไมต ดิ ขัดหรือเสยี จังหวะในการอา นออกเสียง ความคลองแคลวนีจ้ ะเกดิ ไดจ ากการฝก ฝนทกั ษะการอา นออกเสียง
รวมท้ังการฝกทักษะการใชส ายตากวาดไปบนตัวอกั ษรใหไ ดจ งั หวะและความเร็ว ส่งิ เหลานีผ้ ูอ า นจะตองฝกปฏิบัติ
โดยสมาํ่ เสมอและฝกบอ ย ๆ ก็จะเกิดทักษะในการอา น แลวก็จะเกิดความคลอ งแคลวในการอา นได และสามารถ
แบง วรรคตอนไดอยางเหมาะสม
๔. นกั เรียนแตละกลุมฝก อานออกเสยี งบทเรยี น เรอื่ ง กทลตี านีโดยอา นทั้งขอความบรรยายและขอความ
ทีเ่ ปนคําพูดของตัวละคร โดยอา นออกเสียงพรอมกัน และฝก อา นออกเสยี งเปนรายบคุ คล
๕. ครูทดสอบการอา นออกเสยี งของนักเรยี นเปน รายบคุ คล โดยครกู ําหนดใหนักเรยี นอานขอความคนละ
๓ บรรทดั โดยครูเขยี นคาํ ทน่ี ักเรยี นอา นผดิ ไวบ นกระดานดํา ครูสังเกตการอานของนักเรยี นแตละคนเพ่ือ
ประเมนิ ผลการอา นของนักเรยี น นักเรียนฝกอานคําทอ่ี านผดิ ที่ครูเขยี นไวบ นกระดานอีกครง้ั
๖. นักเรยี นแตละคนทาํ ใบงาน เรื่อง การอานคําและขอความ
๗. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั เฉลยใบงาน และใหน ักเรยี นแกไ ข เพม่ิ เตมิ ใหถกู ตองสมบูรณ
ขัน้ สรปุ
๘. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ หลักเกณฑการอานออกเสียงที่ดี
๙. ส่อื และแหลง การเรียนรู
๑. หนงั สือเรยี น ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง การอานคาํ
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ
วิธกี าร
ใบงาน เร่อื ง การอา นคํา รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
ตรวจใบงานเรอื่ ง การอานคาํ
เกณฑ
สงั เกตการอา นออกเสยี งรายบคุ คล
แบบประเมนิ การอา นออกเสียง รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกจิ กรรมกลุม เกณฑ
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวินัย ใฝเ รียนรู
และมุง ม่นั การทํางาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึง ผานเกณฑระดับพอใช ขน้ึ
ประสงค ไป
สือ่ การเรยี นรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง กทลตี านี
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๔ เร่ือง การอา นออกเสยี ง
การอานคําและขอความ
ชื่อ– สกุล .................................................................................................เลขที่......................
คาํ ชแี้ จง ใหนกั เรยี นเขียนคาํ อานจากคําทกี่ ําหนดใหอ ยางถกู ตอง
คาํ ศัพท คาํ อาน
๑. สไบ
๒. อนั ตราย
๓. สยอง
๔. กทลี
๕. สมาธิ
๖. เศรษฐี
๗. บาตร
๘. ธรรมชาติ
๙. เมลด็
๑๐. บิณฑบาต
- เฉลย -
การอา นคาํ และขอความ
ชอ่ื – สกุล .................................................................................................เลขท่.ี .....................
คาํ ชีแ้ จง ใหนกั เรยี นเขียนคําอานจากคําทีก่ ําหนดใหอยางถกู ตอง
คําศพั ท คาํ อาน
๑. สไบ สะ – ไบ
๒. อนั ตราย อนั – ตะ – ราย
๓. สยอง
๔. กทลี สะ – หยอง
๕. สมาธิ กะ – ทะ – ลี
๖. เศรษฐี สะ – มา – ทิ
๗. บาตร
๘. ธรรมชาติ เสด – ถี
๙. เมลด็ บาด
๑๐. บณิ ฑบาต ทํา – มะ – ชาด
มะ-เล็ด
บิน-ทะ-บาด
แผนการจัดการเรยี นรูท่๕ี
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท่๖ี
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรูท ี่๔เรอ่ื งกทลีตานี เวลา๗ช่วั โมง
เร่ืองการอานเสริมบทเรยี น เวลา๑ชว่ั โมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอานเสริมบทเรียน ทําใหผูอา นไดร บั ความรู ความบนั เทงิ และขอคิดจากการอาน และสามารถเลือก
หนงั สอื อา นไดตรงตามความตอ งการ นอกจากนท้ี ่สี าํ คญั คือสามารถนาํ ความรูท ไ่ี ดรบั จากการอา นมาปรับใชใหเ ปน
ประโยชนในชีวติ ประจําวนั ได
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวดั
สาระที่ ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพื่อนาํ ไปตัดสนิ ใจแกป ญหา
ในการดาํ เนิน ชีวิตและมีนสิ ยั รักการอาน
สาระที่ ๒การเขยี น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ยอ ความ และเขียน
เรอ่ื งราวในรูปแบตางๆ เขยี นรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเทจ็ จริงและขอคิดเห็นจากเรอื่ งท่ีอาน
ท ๑.๑ ป .๖/๙ มีมารยาทในการอา น
ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดเพ่อื ใชพัฒนางานเขยี น
๓. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. อานและจับใจความสําคญั ของเรือ่ งทีอ่ านได
๒. วิเคราะหส รุปเนอ้ื หาจากเรอ่ื งท่ีอา นได
๓. เขยี นแผนภาพความคิดได
๔. มมี ารยาทในการอาน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- การอา นบทเรียนเสรมิ เรอื่ ง กลวยตานี
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๑. สรุปใจความสําคัญเน้อื หา
๒. เขียนแผนภาพความคิด
เจตคติ (A)
๗๙. ตระหนกั และเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๘๐. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพอ่ื พัฒนาตนเอง
๘๑. มีมารยาทในการอา น การเขียน การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏบิ ัติ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๘๐. มีวนิ ัย
๘๑. ใฝเ รยี นรู
๘๒. มงุ มั่นการทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรอ่ื ง แผนภาพความคิด “กลวยตานี”
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นนาํ
๑. ครูใหน กั เรยี นบอกประโยชนของกลวยตานี เชน ผลกลว ย ใบตอง นาํ ไปทําอะไรไดบ าง เปน ตน
ขนั้ สอน
๒. นักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละ ๖ คน โดยใชก ลุม เดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการกลุม
ใหม ไมใ หซ า้ํ เดิม
๓. นักเรียนแตล ะกลมุ อา นในใจบทอา นเสริม “กลวยตาน”ี หนา ๕๙ แลว ตัง้ คาํ ถาม คาํ ตอบ อภปิ รายแลว
สรปุ ใจความสาํ คญั ทีไ่ ดจากการอาน และแสดงความคิดเหน็ “ตน กลวยตานี มนี างตานีสงิ อยู เปนหญงิ สาวสวย ผม
ยาว นงุ ผาสเี ขยี ว หม สไบสตี องออ น”
๔. ตัวแทนกลมุ นําเสนอผลงานหนาช้ันเรยี นโดยครเู ปนผูตรวจสอบและแนะนาํ
๕. นกั เรียนแตล ะคนเขียนแผนภาพความคดิ เรอ่ื ง กลวยตานี ลงในใบงาน
ข้ันสรปุ
๖ . ครูและนักเรียนรว มกนั สรุปสาระสาํ คัญจากการอาน “กลว ยตานี” และประโยชนตา ง ๆ มากมายจาก
ผลกลวย กา นกลว ย ใบตอง ลําตน
๙. สอ่ื และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถม ศึกษาปท ี่ ๖
๒. ใบงาน เร่อื ง แผนภาพความคิด “กลวยตานี”
๑๐. การวดั และการประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ
วธิ กี าร แบบประเมนิ แผนภาพความคดิ รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
เกณฑ
ตรวจใบงาน เร่อื ง แผนภาพความคดิ
แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
“กลวยตาน”ี
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกิจกรรมกลมุ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึง ผานเกณฑร ะดบั พอใช
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ัย ใฝเรียนรู
และมุงมัน่ การทาํ งาน ประสงค ขน้ึ ไป
สอ่ื การเรยี นรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรือ่ ง กทลตี านี
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๕ เร่ือง การอา นเสรมิ บทเรยี น
แผนภาพความคิด
“กลว ยตานี”
ชอื่ – สกุล ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
คําชแี้ จง ใหนกั เรียนเขียนแผนภาพความคิดจาก เรอ่ื ง กลวยตานี
แผนภาพความคดิ “กลว ยตานี ”
แผนการจัดการเรยี นรูท่๖ี
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่๖
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรยี นรูท ี่๔ เรอ่ื ง กทลตี านี เวลา๗ชั่วโมง
เรื่องคาํ นามคาํ สรรพนามและคาํ กริยา เวลา๒ช่วั โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรูเ ร่อื งหลักเกณฑทางภาษา เรื่อง คํา และชนิดของคํา การรูจักใชค ําใหถ กู ตอ งตามชนดิ และ
หนา ที่จะชวยใหใ ชภาษาในการสอ่ื สารไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ดั
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษาภูมิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ิ
ของชาติ
ตวั ชีว้ ดั ท๔.๑ป.๖/๑ วเิ คราะหชนดิ และหนา ทีข่ องคาํ ในประโยค
๓. จุดระสงคก ารเรยี นรู
๑. บอกความหมายและชนิดของคํานาม คําสรรพนามและคํากรยิ าได
๒. ใชค ํานาม คําสรรพนามและคาํ กริยาในการสื่อสารไดถกู ตอ ง
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. คาํ นาม
๒. คาํ สรรพนาม
๓. คํากรยิ า
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๑. ใชแ ละแยกประเภทของคาํ นาม คาํ สรรพนาม และคํากริยา
๒. เลอื กใชค ํานาม คาํ สรรพนามและคาํ กริยา ไดถ ูกตอ งตามชนดิ และหนา ที่
เจตคติ (A)
๘๒. ตระหนักและเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๘๓. รกั ความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พอื่ พฒั นาตนเอง
๘๔. มมี ารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๘๓. มวี นิ ัย
๘๔. ใฝเ รียนรู
๘๕. มงุ มั่นการทาํ งาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เร่ือง คํานาม
๒. ใบงาน เร่ือง คําสรรพนาม
๓. ใบงาน เร่อื ง คํากรยิ า
๔. ใบงาน เร่ือง คาํ นาม คาํ สรรพนามและคาํ กริยา
๘. กิจกรรมการเรียนรู
๘.๑ ช่วั โมงท่ี ๑
ขั้นนาํ
๑. ครทู บทวนความรูเดมิ ของนักเรียน โดยใหน กั เรียนบอกถึงความหมายของคํานาม
๒. ครตู รวจสอบความถูกตอง คํานาม เปน คําทใ่ี ชเรียกคน สัตว พชื สง่ิ ของ สถานที่ สภาพกริ ิยาอาการ
และความรูสกึ
๓. ครูเชอ่ื มโยงเขาสบู ทเรยี น โดยตงั้ คําถามนกั เรยี นรูห รอื ไม คาํ นาม แบงออกเปน กปี่ ระเภท
ขั้นสอน
๔. ครยู กตวั อยางนกั เรยี นกับ ด.ช. กฤษฎา , นักเรียน ๒ คน กับ นักเรียน ๒ กลุม , อาน กับ การอาน
แตกตางกันอยา งไร ใหน กั เรยี นรวมกนั ตอบคําถาม หลงั จากนน้ั ครเู ฉลยพรอมอธิบาย ชนดิ ของคาํ นามแบง เปน ๕
ประเภท และหนา ทขี่ องคาํ นาม โดยใชส ่อื PowerPoint
๕. นกั เรียนแบง กลุม กลุมละ ๖ คน แตง ประโยค โดยเลอื กบตั รคํา จาํ นวน ๑ บตั ร (บัตรคาํ จะ แลว
ประกอบดวยคํานาม จํานวน ๔ คํา) แลว เลอื กคํานาม จํานวน ๒ คาํ นําไปแตงประโยค คําละ ๑ ประโยค
นําเสนอหนา ชั้นเรยี น โดยครูเปนผูตรวจสอบ
โรงเรียน ครู เลม ชิ้น กลุม หมู
ละคร หองสมุด ตัว แทง ฝงู คณะ
การอา น ความดี ความรัก พระอภัยมณี สุดสาคร
การแสดง มา นิลมังกร ชีเปลือย
๖. ครูใหน ักเรยี นแตล ะคน ทําใบงาน เรื่อง คํานาม
๗. ครแู ละนักเรียนรว มกันเฉลยใบงาน
๘. ครูยกตัวอยา งประโยค แดงกาํ ลังออกกําลงั กาย กับ เขากําลงั ออกกําลังกาย คําวา “เขา” นกั เรยี นรู
หรอื ไมคาํ วา เขา คอื คาํ ชนดิ ใด ครูเฉลย เขา แทน แดง เปน คาํ ท่ีใชแทนคาํ นาม หลงั จากนัน้ ครอู ธบิ าย ชนิดและ
หนา ทข่ี องคําสรรพนาม โดยใชส ือ่ PowerPoint
๙. ครูใหน กั เรียน แบง กลุม ใหไดจํานวน ๖ กลมุ แลว ทําใบงานเรือ่ ง คําสรรพนาม โดยแตล ะกลุมหาคํา
สรรพนามชนิดตาง ๆ จากเน้ือเพลง
๑๐. ตวั แทนแตล ะกลุมนาํ เสนอหนา ช้ันเรียนโดยครูเปน ผตู รวจสอบและใหแตละกลุม เขียนสรรพนามแต
ละชนิดลงในใบงาน ตามท่เี ฉลยใหถ ูกตอ งและสมบูรณ
๑๑. ครเู ปดโอกาสใหนกั เรยี นไดซกั ถามขอสงสัย
ขน้ั สรปุ
๑๒. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ เรอ่ื ง คํานามและสรรพนาม
๘.๒ ช่ัวโมงท่ี ๒
ข้ันนาํ
๑. ครใู หน ักเรียนบอกความหมายของคําวา กริยา
๒. ครตู รวจสอบความถูกตอ ง คํากริยา เปน คาํ ที่แสดงอาการ หรือการกระทาํ ของคํานาม หรอื คําสรรพ
นามเพื่อใหรูวา คํานามหรอื คาํ สรรพนามนั้นๆ ทาํ อะไร หรอื เปนอะไร
ขัน้ สอน
๓. ครูอธิบายชนิดและหนาท่ีของคํากรยิ า โดยใชสื่อ PowerPoint
๔. นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละ ๖ คน ตามความสมัครใจ เลอื กประธาน รองประธาน เลขานกุ าร
๕. นักเรียนแตละกลุมทาํ ใบงาน เรอ่ื ง คํากริยา
๖. ครูและนกั เรยี นรว มกนั เฉลยใบงาน เรอ่ื ง คํากริยา
๗. นกั เรยี นแตละกลุมทําใบงาน เรือ่ ง คํานาม คาํ สรรพนามและคาํ กรยิ า โดยแตงประโยคแลว บอกวา
ประโยคท่แี ตงนั้นคาํ ใดเปนคํานาม คําสรรพนามและบอกชนดิ ยอ ยของคาํ นน้ั ดวย
ขน้ั สรปุ
๘. ครแู ละนกั เรยี นชวยกันสรุปบทเรียน เรื่อง ความหมายและชนิดของคาํ นาม คําสรรพนามคาํ กริยา และ
การนาํ ไปใชใ นการส่อื สาร
๙. สอื่ และแหลงการเรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖
๒. หนงั สือเรยี น หลักภาษาไทย เพือ่ การศึกษา ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 6 สํานกั พมิ พ อจท.
๓. PowerPoint :คํานาม คาํ สรรพนามและคํากริยา.pptx
๔. บตั รคาํ
๕. ใบความรู เร่ือง เรยี นรเู รื่องคาํ นาม
๖. ใบความรู เรื่อง เรียนรูค ําสรรพนาม
๗. ใบความรู เรื่อง เรยี นรคู าํ กริยา
๘. ใบงาน เร่อื ง คํานาม
๙. ใบงาน เร่ือง คําสรรพนาม
๑๐.ใบงาน เรอื่ ง คํากรยิ า
๑๑. ใบงาน เร่อื ง คํานาม คําสรรพนามและคาํ กริยา
แหลง การเรียนรู
- แหลง การเรียนรู คลงั สอ่ื การเรียนรู (DLIT Resources)
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ
วิธกี าร
ใบงาน เรื่อง คาํ นาม รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
ตรวจใบงานเรือ่ ง คํานาม
เกณฑ
ตรวจใบงานเรอ่ื ง คําสรรพนาม
ใบงาน เรอ่ื ง คําสรรพนาม รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
ตรวจใบงานเรื่อง คํากริยา
เกณฑ
ตรวจใบงานเร่ือง คํานาม คาํ สรรพนาม
และคํากรยิ า ใบงาน เร่ือง คาํ กริยา รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวม
ในกิจกรรมกลมุ เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเ รียนรู
และมงุ มนั่ การทํางาน ใบงานเรือ่ ง คาํ นาม คําสรรพนาม รอ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
และคํากรยิ า เกณฑ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ผา นเกณฑร ะดบั พอใชขน้ึ
ประสงค ไป
ส่อื การเรยี นรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรอื่ ง กทลตี านี
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๖ เรอื่ ง คํานาม คําสรรพนามและคํากรยิ า
บัตรคาํ
บตั รคาํ ประกอบการสอนเร่อื งคํานาม เพื่อใหนกั เรยี นแตละกลุม แตง ประโยค
โรงเรียน ครู เลม ช้ิน กลมุ หมู
ละคร หองสมุด ตวั แทง ฝงู คณะ
การอา น ความดี ความรกั พระอภัยมณี สุดสาคร
การแสดง มานลิ มงั กร ชเี ปลือย
PowerPoint | คาํ นาม สรรพนามและคาํ กรยิ า.pptx
เรยี นรูคาํ นาม
คํานาม คํานามสามัญ
หรอื สามานยนามใชเ รียกช่อื ทว่ั ไป
เชน มะนาว บา น ตลาด แม เสอื ปากกา เปน ตน
คํานามวสิ ามัญ
หรอื วสิ ามานยนามใชเ รยี กชอ่ื เฉพาะ
เชน ด.ญ. นติ ยา วดั พระแกว เปนตน
คํานามบอกอาการ
หรือ อาการนาม เปน คาํ แสดงอาการ
มคี าํ วา การ ความ นาํ หนา
เชน การอา น ความดี เปนตน
คาํ นามบอกลักษณะ
หรอื ลกั ษณนาม ใชบอกลักษณะของคํานามสามญั
เชน คน เลม ชิ้น อัน ตวั แทง เปน ตน
คํานามบอกหมวดหมู
หรือ สมหุ นามใชบ อกหมวดหมขู องคํานามสามัญ
เชน กลมุ หมู แฝง เปน ตน
ทวิดาอานวรรณคดเี ร่ืองขนุ ชา งขุนแผน
ทวดิ า เปนคําวิสามานยนาม วรรณคดี เปน คําสามานยนาม ขนุ ชา งขุนแผนเปนคาํ วสิ ามานยนาม
ทาํ หนา ทเ่ี ปน ประธานของประโยค ทาํ หนาท่เี ปน กรรมของประโยค ทาํ หนาทเี่ ปน ขยายคํา คือ วรรณคดี
เรียนรูคําสรรพนาม
คําสรรพนามแทนบุคคล
หรอื บุรษุ สรรพนาม เปน คาํ ทีใ่ ชแทนผพู ูด ผฟู ง ผทู ี่ถกู กลา วถงึ
เชน ฉัน เธอ เขา ทา น เปน ตน
คาํ สรรพนามแยกฝา ย
หรอื วิภาคสรรพนาม เปนคําท่ใี ชแ ยกคํานาม
เชน บาง ตา ง กนั เปนตน
คําสรรพนาม คาํ สรรพนามเชอ่ื ม
หรือ ประพันธสรรพนาม เปน คําเชื่อม ไดแ ก ที่ ซ่ึง อนั
คาํ สรรพนามชีเ้ ฉพาะ
หรอื นยิ มสรรพนาม เปน คําที่บอกความเฉพาะ
เชน นัน่ นี่ โนน เปนตน
คําสรรพนามไมช ้เี ฉพาะ
หรือ อนิยมสรรพนาม เปนคาํ ที่ไมเ ฉพาะเจาะจง
เชน ใด ๆ ใคร ๆ อะไร เปน ตน
คาํ สรรพนามถาม
หรือ ปฤจฉาสรรพนาม เปน คําท่ีใชเ ปน คําถาม
เชน ใคร อะไร ไหน เปนตน
ตัวอยางคําบรุ ุษสรรพนาม ฉัน ผม หนู กระผม ดิฉนั ขาพเจา
บุรษุ ท่ี ๑ แทนผูพดู ทาน คณุ เธอ แก ใตเทา ฝา พระบาท พระคณุ เจา
บรุ ุษที่ ๒ แทนผฟู ง เขา พวกเขา มัน ทา น พระองค
บรุ ุษท่ี ๓ แทนผทู กี่ ลาวถงึ
เรียนรคู ํากริยา
คํากรยิ า อกรรมกรยิ า
เปน คําทม่ี ีความสมบูรณไมต องมกี รรมมารบั
เชน ตก ถลม ว่ิง เปน ตน
สกรรมกริยา
เปน คําที่ตองมกี รรมมารบั จงึ ไดใจความสมบูรณ
เชน ซือ้ ปรงุ กนิ เปน ตน
วิกตรรถกริยา
เปนคาํ ที่ตอ งอาศยั คาํ นาม คําสรรพนาม หรือคํา
วเิ ศษณม าขยาย จึงจะมคี วามหมาย
เชน เปน เหมอื น คลา ย เปนตน
กรยิ านุเคราะห
เปนคาํ ที่ชวยคาํ กรยิ าอน่ื ใหม คี วามหมายชัดเจน
ย่งิ ขึ้น เชน จะ อาจ ตอง ควร เปน ตน
ตัวอยา งอกรรมกริยา ตัวอยา งสกรรมกรยิ า
ฝนตก ฉนั กินขนม
พระอาทติ ยข ึน้ เขาสอนภาษาไทย
ลูก ๆ กังวล นอ งอานหนงั สือ
นาฬิกาตาย ชาวนาเก่ยี วขา ว
เดก็ หัวเราะ แมใหเงินลกู
พอฟง ขา ว
รถจอด พีป่ อ นขา วนอง
เราเสยี ใจ
คาํ นาม
ชอ่ื – สกุล……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
คําชแี้ จง เขยี นบอกชนิดของคาํ นามท่พี ิมพด วยตวั หนาในประโยค
ตัวอยา ง ชาง ชอบกนิ กลวย คํานามสามัญ หรือ สามานยนามใ
๑.วนั นีม้ ดแดงรูสกึ มคี วามสุขมาก
๒.วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามมีเจดียหลายองค
๓.นกั กีฬาของโรงเรยี นเราไดรบั รางวัยนกั กฬี าดีเดน
๔.ครูโรงเรียนประสาทพรไปประชมุ
๕.ปากกาวางอยูบ นโตะ
๖.แปง หยิบขลยุ ๓ เลาไปทอ่ี าคารเรยี น
๗.เกง กาจชอบวชิ าภาษาไทยมาก
๘.การออกกาํ ลงั กายทําใหรา งกายแขง็ แรง
๙.ฝงู นกบินออกจากปา
๑๐.นก ๒ ฝูง บนิ ไปทางเหนอื
คาํ สรรพนาม
สมาชกิ ……..
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
……..
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
……..
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คาํ ชแี้ จง ใหนกั เรยี นแตละกลุม อานเนอ้ื เพลง แลวเขียนขีดเสน ใตค ําสรรพนาม
ความคดิ
เนือ้ รอง / ทาํ นอง : อภวิ ัฒน เออ้ื ถาวรสขุ
ยงั เดนิ ผา นทกุ วันท่ที เี่ ราพบกนั เมอ่ื กอนยังจาํ ซาํ้ ๆ ไดท ุกตอนราวกลบั มใี ครมาหมุน ยอ น
เวลาแตกค็ งจะหมนุ ยอนไดแคในความคดิ ในชีวติ จริง คงไมเจอกนั อกี แลวยืนอยตู รงทีเ่ ดิม แตไ มมี
ว่แี ววเธอจากไปแลว และคงไมย อ นคนื มาหา
ไดแ ตฝ ากความคดิ ของฉันเอาไวเ ผ่อื วนั ไหนเธอผา นมาเห็นทีเ่ ดียวกนั น้ี เธอจะนึกข้ึนไดวา
เคยมีคนหนงึ่ ยืนขางเธอ อยูตรงน้ีเสมอตลอดมา
ใหเธอสมั ผสั ความคิดที่ฉนั ทง้ิ ไวอาจไมเ หน็ ไดด ว ยตาฉนั จะฝากเอาไว อยใู นพ้นื ดนิ และ
ทองฟา มันเปน ความคดิ ทก่ี ระซบิ วา ฉันยงั รักเธอ
อยากเจอเธอเหลือเกินเพราะกอนทเี่ ราตองเดินแยกทางฉนั มคี วามคดิ หลายๆ อยา ง
หลายอยา งเหลอื เกนิ ท่ฉี ันไมไ ดพ ูดไปแตกลบั มานึกขึ้นไดในเวลานใ้ี นเวลาทีเ่ ธอเดนิ จากฉันไปแสน
ไกลหากเธอนน้ั ยังอยู จะกอดเธอใหช ่นื ใจและคอ ยพดู ออกไป ทกุ ส่งิ ท่ีอยใู นใจฉัน
คาํ กรยิ า
สมาชิก
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุม
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรยี นแตละกลมุ อานนทิ านพ้ืนบา น เรือ่ ง กําเนดิ กบแลวตอบคําถาม
กําเนดิ กบ
กาลครง้ั หนงึ่ นานมาแลว มีชายผูเกียจครา นมากคนหนึ่ง ในแตล ะวนั เขาจะอยูในบาน กินๆ
นอนๆ ท้ังวนั เมอ่ื เปนเชน นนั้ ภรรยาของเขาตองทาํ หนา ทหี่ าเลี้ยงสามีผูเกยี จครานเอง โดยเธอจะ
ออกไปปลกู ผกั นําไปขายที่ตลาด
ฝายสามไี มย อมทาํ อะไรเอาแตก ินจนพุงปอ ง ทําใหม ือเทาผอมลีบเพราะไมคอ ยได
เคล่ือนไหว ตางจากภรรยาของเขา เธอเปนคนขยันขันแข็ง ทําใหร างกายแขง็ แรง ในทุกๆวนั
หลังจากตื่นนอนตอนเชาตรู เธอจะรบี ออกไปที่สวน เพื่อพรวนดนิ ใสป ุย รดน้ําผัก ทําใหผ ักงอกงาม
เตม็ แปลง จากน้นั เธอก็จะใชจ อบขดุ ดินทาํ แปลงผักเพอื่ ขยายพื้นท่ีปลูกผกั ใหม ากขึน้ หรอื ไมก ป็ ลกู
ใหมท ดแทนผักทขี่ ายไป
วนั ไหนทเ่ี ธอตองไปขายผกั เธอจะตนื่ นอนเร็วกวา ปกติ เธอหาบผักท่ีตัดเตรียมใสต ะกรา
ขนาดใหญไ ปขายทีต่ ลาด เมือ่ ขายผกั หมด เธอจะซือ้ อาหารเพอื่ นํามาทํากับขาวใหสามีผเู กยี จคราน
กิน อยูมาวันหน่ึงสามภี รรยาคูน้ไี ดรบั เชิญไปงานเลยี้ งในเมือง ชายผูเปนสามกี นิ อาหารในงานเล้ียง
ดว ยความเอรด็ อรอย เขากนิ กิน และกก็ ิน จนเขาลุกไมข้นึ เดินกลบั บา นไมไ ด เมอ่ื เหน็ เชน นั้น
ภรรยากช็ วยเอาสามใี สในรถเขน็ ผกั แลว เธอกเ็ ข็นสามีกลับบาน ซึง่ ในระหวางทางกลบั บา นตอง
ขามสะพานไมเล็กๆ ดวยเหตุที่สามขี องเธอกนิ จนตัวใหญห นกั มาก ทําใหร ถเข็นผักตกจากสะพาน
ลงไปในแมน ้าํ
คํากรยิ า
เม่ือชายพุงปอ งตกลงไปในนํ้า เขาโกรธภรรยาของเขามาก เขาตะโกนดุดา ภรรยา ดว ยเสียง
อันดัง แตเสียงท่เี ขาพดู ดา ออกมากลายเปน เสียง ” อบ อบ อบ“ เขามองดตู ัวเองกพ็ บวา ตัวเอง
กลายเปน กบเสียแลว ทาํ ใหเ ขาตองวายน้ําหนีไปดว ยความอับอาย
นิทานฟลปิ ปน ส : ส.พลายนอ ย
ตอบคําถาม
๑. จากเรื่องมีคํากรยิ าคําวา อะไรบา ง และเปนคาํ กริยาชนิดใด
๒. คํากรยิ าท่ไี ดจ ากขอ ๑ ทาํ หนา ท่ีใดบาง
คํานาม คาํ สรรพนาม
และคาํ กริยา
สมาชิก
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุม
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
คําช้ีแจง ใหน กั เรียนแตง ประโยค พรอมระบุวาคําใดในประโยคเปน คํานาม คาํ สรรพนาม
คาํ กรยิ าและบอกชนิดยอยของคาํ นั้น จํานวน ๕ ประโยค
๑. ประโยค
คํานาม
คําสรรพนาม
คาํ กรยิ า
๒. ประโยค
คํานาม
คําสรรพนาม
คํากรยิ า
คํานาม คาํ สรรพนาม
และคาํ กริยา
๓. ประโยค
คาํ นาม
คําสรรพนาม
คาํ กรยิ า
๔. ประโยค
คาํ นาม
คาํ สรรพนาม
คํากรยิ า
๕. ประโยค
คํานาม
คาํ สรรพนาม
คาํ กรยิ า
- เฉลย -
คาํ นาม
ชอ่ื – สกุล……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
คาํ ชีแ้ จง เขียนบอกชนดิ ของคาํ นามท่ีพิมพดว ยตวั หนาในประโยค
ตวั อยาง ชา ง ชอบกินกลว ย คํานามสามัญ หรือ สามานยนามใ
๑.วันน้ีมดแดงรูสกึ มคี วามสขุ มาก คํานามบอกอาการ หรือ อาการนาม
๒.วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลารามมีเจดียหลายองค คํานามวสิ ามญั หรือ วิสามานยนาม
๓.นักกีฬาของโรงเรยี นเราไดรับรางวัยนกั กีฬาดเี ดน คํานามสามัญ หรือ สามานยนาม
๔.ครูโรงเรียนประสาทพรไปประชุม คํานามวิสามญั หรือ วสิ ามานยนาม
๕.ปากกาวางอยูบ นโตะ คํานามสามัญ หรอื สามานยนาม
๖.แปงหยิบขลุย ๓ เลาไปท่อี าคารเรยี น คาํ นามบอกลักษณะ หรือ ลักษณนาม
๗.เกง กาจชอบวิชาภาษาไทยมาก คํานามวิสามญั หรอื วสิ ามานยนาม
๘.การออกกําลงั กายทาํ ใหรา งกายแขง็ แรง คํานามบอกอาการ หรือ อาการนาม
๙.ฝูงนกบนิ ออกจากปา คํานามบอกหมวดหมู หรือ สมหุ นาม
๑๐.นก ๒ ฝงู บนิ ไปทางเหนอื คํานามบอกลกั ษณะ หรือ ลักษณนาม
คําสรรพนาม - เฉลย -
สมาชกิ ……..
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
……..
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ ……..
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี ……..
……..
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชี้แจง ใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ อานเนื้อเพลง แลวเขียนขีดเสนใตคําสรรพนาม
ความคดิ
เนอื้ รอ ง / ทาํ นอง : อภวิ ฒั น เอือ้ ถาวรสขุ
ยังเดนิ ผานทกุ วนั ทท่ี ี่เราพบกันเมื่อกอนยงั จาํ ซ้ําๆ ไดทกุ ตอนราวกลบั มี ใครมาหมุน ยอน
เวลาแตก็คงจะหมุนยอนไดแ คใ นความคดิ ในชวี ิตจริง คงไมเจอกันอกี แลว ยืนอยตู รงทเ่ี ดมิ แตไ มม ี
ว่ีแววเธอจากไปแลว และคงไมย อนคืนมาหา
ไดแตฝ ากความคิดของฉันเอาไวเผอ่ื วนั ไหนเธอผานมาเห็นทีเ่ ดยี วกนั น้ี เธอจะนึกขึ้นไดวา
เคยมคี นหน่ึงยืนขางเธอ อยูตรงนี้เสมอตลอดมา
ใหเธอสมั ผัสความคิดท่ี ฉันทงิ้ ไวอาจไมเห็นไดด ว ยตา ฉนั จะฝากเอาไว อยใู นพนื้ ดินและ
ทองฟา มันเปน ความคดิ ทก่ี ระซิบวา ฉนั ยังรกั เธอ
อยากเจอ เธอเหลอื เกินเพราะกอ นทีเ่ ราตองเดนิ แยกทางฉันมีความคดิ หลายๆ อยาง
หลายอยา งเหลือเกนิ ที่ฉันไมไดพูดไปแตกลบั มานึกข้นึ ไดใ นเวลานี้ในเวลาทีเ่ ธอเดนิ จากฉนั ไปแสน
ไกลหาก เธอ นน้ั ยังอยู จะกอด เธอ ใหชื่นใจและคอยพดู ออกไป ทุกส่งิ ทอ่ี ยใู นใจ ฉนั
คาํ กรยิ า - เฉลย -
สมาชกิ
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลมุ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
คําชีแ้ จง ใหน กั เรยี นแตละกลุมอา นนทิ านพนื้ บา น เรื่อง กําเนดิ กบแลวตอบคําถาม
กาํ เนดิ กบ
กาลครัง้ หน่งึ นานมาแลว มีชายผเู กยี จครา นมากคนหนึ่ง ในแตละวนั เขาจะอยูในบา น กนิ ๆ
นอนๆ ทัง้ วนั เม่อื เปนเชนนน้ั ภรรยาของเขาตองทาํ หนา ทห่ี าเลี้ยงสามีผเู กียจครานเอง โดยเธอจะ
ออกไปปลูกผักนาํ ไปขายท่ตี ลาด
ฝายสามไี มยอมทําอะไรเอาแตก ินจนพงุ ปอง ทาํ ใหมือเทาผอมลีบเพราะไมคอ ยได
เคลื่อนไหว ตางจากภรรยาของเขา เธอเปนคนขยันขันแขง็ ทําใหรา งกายแขง็ แรง ในทุกๆวัน
หลังจากต่ืนนอนตอนเชา ตรู เธอจะรบี ออกไปที่สวน เพื่อพรวนดินใสปยุ รดน้าํ ผัก ทาํ ใหผ กั งอกงาม
เตม็ แปลง จากนั้นเธอกจ็ ะใชจ อบขุดดนิ ทําแปลงผกั เพ่อื ขยายพน้ื ที่ปลกู ผกั ใหมากขนึ้ หรือไมก็ปลูก
ใหมท ดแทนผกั ทีข่ ายไป
วนั ไหนท่ีเธอตอ งไปขายผัก เธอจะตื่นนอนเร็วกวาปกติ เธอหาบผักท่ตี ดั เตรยี มใสต ะกรา
ขนาดใหญไ ปขายทต่ี ลาด เม่อื ขายผกั หมด เธอจะซ้ืออาหารเพือ่ นํามาทํากับขาวใหส ามีผเู กียจครา น
กิน อยมู าวนั หน่ึงสามภี รรยาคนู ี้ไดรบั เชิญไปงานเลีย้ งในเมอื ง ชายผูเ ปนสามกี นิ อาหารในงานเลยี้ ง
ดว ยความเอรด็ อรอ ย เขากิน กิน และก็กิน จนเขาลุกไมข น้ึ เดนิ กลบั บานไมได เมือ่ เห็นเชน นนั้
ภรรยากช็ ว ยเอาสามีใสในรถเข็นผกั แลวเธอกเ็ ข็นสามกี ลับบาน ซงึ่ ในระหวางทางกลับบานตอ ง
ขามสะพานไมเ ล็กๆ ดว ยเหตุทสี่ ามขี องเธอกินจนตัวใหญหนักมาก ทําใหรถเขน็ ผกั ตกจากสะพาน
ลงไปในแมนาํ้
คาํ กรยิ า
เม่ือชายพงุ ปองตกลงไปในน้ํา เขาโกรธภรรยาของเขามาก เขาตะโกนดุดา ภรรยา ดว ยเสยี ง
อันดัง แตเ สียงที่เขาพดู ดาออกมากลายเปน เสียง ” อบอบอบ“ เขามองดตู ัวเองกพ็ บวาตัวเอง
กลายเปน กบเสยี แลว ทาํ ใหเ ขาตอ งวา ยนํ้าหนีไปดวยความอบั อาย
นิทานฟล ปิ ปน ส : ส.พลายนอย
ตอบคาํ ถาม
๑. จากเร่ืองมีคาํ กริยาคําวา อะไรบา ง และเปน คาํ กรยิ าชนดิ ใด
กิน นอน เลีย้ ง ตน่ื รีบ พรวน รดนํ้า ขดุ ปลูก ขาย หาบ ซอ้ื ใส เขน็ ตก โกรธ
จะ กลาย ดา วา ยน้ํา
๒. คํากรยิ าทีไ่ ดจากขอ ๑ ทําหนา ท่ีใดบา ง
อกรรมกริยา : นอน ตื่น รบี โกรธวายน้ํา ดา
สกรรมกรยิ า : กนิ เลยี้ ง พรวน รดนํ้า ขดุ ปลูก ขาย หาบ ซ้ือ ใส เข็น ตก
วกิ ตรรถกรยิ า : กลาย
กริยานเุ คราะห : จะ
คํานาม คาํ สรรพนาม - เฉลย -
และคํากริยา
สมาชกิ
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
คาํ ช้ีแจง ใหนักเรียนแตง ประโยค พรอมระบวุ า คาํ ใดในประโยคเปน คาํ นาม คําสรรพนาม
คํากริยาและบอกชนดิ ยอ ยของคํานัน้ จํานวน ๕ ประโยค
๑. ประโยค
คํานาม
คาํ สรรพนาม
คํากริยา
๒. ประโยค
คาํ นาม
คาํ สรรพนาม
คาํ กรยิ า
คํานาม คําสรรพนาม
และคาํ กรยิ า
๓. ประโยค
คํานาม
คําสรรพนาม
คาํ กริยา
๔. ประโยค
คาํ นาม
คาํ สรรพนาม
คาํ กริยา
๕. ประโยค
คาํ นาม
คําสรรพนาม
คาํ กริยา
ดลุ ยพนิ ิจครผู ูสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท ่๑ี
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ๖่ี
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๕ เรือ่ ง ละครยอ นคดิ เวลา ๙ชวั่ โมง
เรอื่ ง เรียนรคู ํา คคู วามหมาย เวลา๑ช่วั โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรูคาํ คาํ ยาก ขอ ความและสาํ นวนภาษาไทยในบทเรยี นและนาํ ไปใชใหถกู ตอ ง ถอื เปน การพฒั นา
ทกั ษะทางภาษาทผี่ ูเรยี นควรไดร บั การฝก ฝน เพ่อื พัฒนาทกั ษะใหถ ูกตอง จึงจะทาํ ใหก ารเรียนรภู าษาเปน ไปดว ยดี
และเกิดการพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชวี้ ัด ใชก ระบวนการอา นสรางความรูแ ละความคิดเพื่อนําไปตดั สินใจ
สาระที่ ๑ การอา น แกปญ หาในการดาํ เนนิ ชีวิตและมีนสิ ัยรักการอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ อธบิ ายความหมายของคําประโยคและขอ ความทเ่ี ปน โวหาร
ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ป.๖/๒
๓. จดุ ระสงคการเรยี นรู
- อานและอธิบายความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลักการอานคาํ และความหมายของคาํ
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสยี งและบอกความหมายของคํา
เจตคติ (A)
๘๕. ตระหนกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย
๘๖. รกั ความเปนไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พื่อพฒั นาตนเอง
๘๗. มมี ารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๘๖. มีวนิ ยั
๘๗. ใฝเรียนรู
๘๘. มุงมนั่ การทํางาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- เขยี นคําศพั ทและความหมายลงในสมุดบันทกึ
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นนํา
๑. ครใู ชบ ตั รภาพ โขน ละครหุน แลว ตง้ั คาํ ถามวา ภาพนี้คือส่งิ ใด นกั เรยี นรูจ กั หรือไมโดยใหน ักเรยี นรว ม
แสดงความคิดเห็น
๒. ครเู ฉลยภาพทนี่ าํ มาใหน กั เรยี นดูนนั้ เปน การแสดงเรยี กวา มหรสพ กอ นทจ่ี ะอา นจบั ใจความสําคัญ
ของเรอื่ ง นักเรยี นจําเปน ทจี่ ะตองรูความหมายของคาํ ยาก ในบทเรยี น
ข้นั สอน
๓. นกั เรียนแบงกลมุ กลมุ ละ ๖ คน คละกนั ตามความสามารถและใหนักเรยี นแตละกลมุ เลอื กประธาน
รองประธานและเลขานกุ ารกลุม โดยครแู นะนําบทบาทหนาท่ขี องสมาชกิ แตละคนในกลุม ใหน ักเรยี นเขาใจ าก
บทบาทหนาทขี่ องตนเอง
๔. ครูใหนกั เรยี นแตล ะกลมุ อานบทเรียนเรือ่ ง “ละครยอนคดิ ” เพ่ือสาํ รวจคาํ ยากและคําที่ไมเขา ใจ
ความหมาย ใหเ ลอื กคําไว ๑๐ คาํ แลวนําไปติดบนกระดานดาํ คัดเลอื กคาํ ที่ซ้ํากนั ออก
๕. หลังจากไดคําศัพทท ่ีคัดเลือกคําซาํ้ ออกไปแลวนั้น ใหน กั เรยี นแตละกลุมคนหาความหมายจ
พจนานกุ รม แลวเขียนลงในบตั รความหมาย นําไปติดหลังบัตรคําบนกระดานดํา
๖. ครูและนกั เรียนรวมกันเฉลย
๗. นักเรียนท้ังชนั้ ฝกอา นคําศพั ทและความหมายของคาํ ตามบัตรคาํ และบตั รความหมายทตี่ ิดไวบน
กระดาน
๘. นกั เรียนแตล ะคนเขยี นคําศพั ทแ ละความหมายลงในสมุดบันทกึ
ขั้นสรุป
๙. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรุปถึงประโยชนข องการอานคําศพั ทแ ละเขาใจความหมายของคําศัพท
๙. สอ่ื และแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖
๒. บตั รภาพ
๓. พจนานกุ รม
๔. บตั รคําและบัตรความหมาย
๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ
วิธีการ
แบบสังเกตการอา นคําและ รอ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
สงั เกตการอา นคาํ และความหมายของคํา
ความหมายของคาํ ผา นเกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว นรว ม
ในกิจกรรมกลมุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไปผา น
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
และมุงมัน่ การทํางาน เกณฑ
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึง ผานเกณฑระดับพอใช ขน้ึ
ประสงค ไป
เกณฑก ารประเมินการอา นคําและความหมายของคํา
๙. อานคําและอา นความหมายของคาํ ถูกตองทุกคาํ ไดค าํ ละ ๑ คะแนน
๑๐.อานคาํ และอานความหมายของคาํ ผิด ๑ คาํ หกั คาํ ละ ๑ คะแนน
ส่อื การเรยี นรูและแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๕ เร่ือง ละครยอนคิด
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑ เรื่อง เรียนรูคํา คคู วามหมาย