พยางค และ คํา
พยางค คือเสียงทเี่ ปลงออกมาครั้งหน่งึ ๆ จะมีความหมายหรือไมม ีความหมายกไ็ ด
พยางคแตละพยางคจ ะตองประกอบดวยเสยี งพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยกุ ต
เชนกะ ตะ บุ ปา อโิ อะ โอ ทา ใส ผงึ้ เปนตน
คํา คอื เสียงที่เปลง ออกมา แลวมคี วามหมาย จะประกอบดว ยพยางคหลายๆ พยางค ก็
ไดประกอบดว ยเสยี งพยัญชนะ เสียงสระและเสียงวรรณยุกต ตอ งเปน กลมุ เสียงทีม่ คี วามหมาย
เสมอ
ฟง เตน นอง เทยี่ ว ภาพ เปน คาํ พยางคเ ดยี ว
เดนิ ทาง คดเคีย้ ว ทวิ ทัศน ลานหนิ หนงั สือ เปน คาํ ๒ พยางค
ทอดกฐนิ ธรรมชาติ อธบิ าย พีระมดิ ภูมิปญญา เปนคาํ ๓ พยางค
วฒั นธรรม ระยบิ ระยบั มหัศจรรย ศลิ าจารกึ เปน คํา ๔ พยางค
พยางคและคาํ
ช่อื – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….
ตอนที่ ๑ เขยี นคาํ อานและบอกจํานวนพยางคข องคําตอ ไปนี้
๑. เกษตรกรรม อานวา พยางค
พยางค
๒. ปศสุ ัตว อา นวา พยางค
พยางค
๓. พัฒนา อานวา พยางค
พยางค
๔. มาตรฐาน อา นวา พยางค
พยางค
๕. ผลิตภัณฑ อานวา พยางค
พยางค
๖. ทรัพยากร อา นวา
๗. ธรรมชาติ อานวา
๘. เศรษฐกจิ อา นวา
๙. อุตสาหกรรม อานวา
๑๐. วิทยากร อานวา
พยางคและคํา
ตอนท่ี๒ เขยี นคําอานและบอกจํานวนพยางคของคาํ ตอ ไปนี้
๑. พอเลยี้ งสตั ว คาํ พยางค
พยางค
๒. พดู ไปสองไพเบย้ี นิง่ เสียตาํ ลงึ ทอง คาํ พยางค
พยางค
๓. สามัคคคี ือพลัง คํา พยางค
พยางค
๔. เกษตรกรขายทดี่ ิน คํา พยางค
พยางค
๕. เราเลี้ยงสตั วไวใชง านและเปนอาหาร คํา พยางค
พยางค
๖. การเกษตรมีความสําคัญ คาํ
๗. ผูประกอบการจะตอ งมคี ณุ ธรรม คาํ
๘. พอ คาขายอาหาร คาํ
๙. ปยุ มีราคาแพง คาํ
๑๐. โรงงานผลติ ผลไมกระปอง คํา
- เฉลย -
พยางคแ ละคํา
ช่ือ – สกลุ ………………………………………………………………… เลขที่ ……………….
ตอนที่ ๑ เขียนคาํ อานและบอกจํานวนพยางคข องคําตอ ไปน้ี
๑. เกษตรกรรม อา นวา กะ – เสด – ตระ – กาํ ๔ พยางค
๓ พยางค
๒. ปศุสัตว อานวา ปะ – สุ – สดั ๓ พยางค
๓ พยางค
๓. พัฒนา อา นวา พดั – ทะ – นา ๔ พยางค
๔ พยางค
๔. มาตรฐาน อา นวา มาด – ตระ – ถาน ๓ พยางค
๓ พยางค
๕. ผลิตภณั ฑ อานวา ผะ – หลดิ – ตะ - พนั ๔ พยางค
๔ พยางค
๖. ทรัพยากร อา นวา ซบั – พะ – ยา – กอน
๗. ธรรมชาติ อา นวา ทาํ – มะ – ชาด
๘. เศรษฐกจิ อา นวา เสด – ถะ – กดิ
๙. อุตสาหกรรม อานวา อุด – สา – หะ – กาํ
๑๐. วทิ ยากร อานวา วดิ – ทะ - ยา – กอน
พยางคแ ละคาํ
ตอนที่ ๒ เขียนคาํ อานและบอกจาํ นวนพยางคของคําตอไปนี้
๑. พอ เล้ยี งสตั ว ๓ คํา ๓ พยางค
๑๐ พยางค
๒. พดู ไปสองไพเบีย้ น่ิงเสยี ตําลึงทอง ๘ คํา ๖ พยางค
๗ พยางค
๓. สามคั คคี อื พลงั ๓ คํา ๑๐ พยางค
๗ พยางค
๔. เกษตรกรขายที่ดิน ๓ คํา ๑๐ พยางค
๕ พยางค
๕. เราเลี้ยงสตั วไ วใชงานและเปนอาหาร ๙ คํา ๕ พยางค
๙ พยางค
๖. การเกษตรมคี วามสําคญั ๓ คํา
๗. ผปู ระกอบการจะตองมีคณุ ธรรม ๕ คาํ
๘. พอคาขายอาหาร ๓ คาํ
๙. ปยุ มรี าคาแพง ๔ คาํ
๑๐. โรงงานผลติ ผลไมกระปอ ง ๔ คํา
อปุ กรณ |บตั รภาพ
บตั รภาพข้ันนาํ เขา สูบทเรียน ใหน กั เรยี นดูภาพแลวใหนกั เรยี นบอกคาํ จากภาพใหไ ดคํามากท่สี ดุ
ตัวอยางพยางคแ ละคํา
ดอกไม ดอกกุหลาบ กระถาง
ชมพเู ขียวสวย บาน ธรรมชาติ
ใบไม กระถางดอกไม
บัตรภาพข้นั สอน จัดเตรยี มภาพใหเทากับจาํ นวนกลุมของนกั เรยี นในแตละหอง
แผนการจัดการเรียนรูท ๗ี่
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่๖
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรูท่๑ี เรือ่ งจากผาแตม...สอู ยี ปิ ต เวลา ๗ชว่ั โมง
เรื่องการนําความรู ความคดิ จากการอา น การฟง ไปใชในการดาํ เนนิ ชวี ติ เวลา๑ชว่ั โมง
๑. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
การอา นและการฟงทาํ ใหเกดิ การเรยี นรอู ยา งมาก เชน ไดรับความรอู ยางหลากหลาย ไดขอ คดิ คติ
สอนใจ ตัวอยางทีค่ วรปฏบิ ตั แิ ละไมค วรปฏิบตั ิ การเกดิ จินตนาการ
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้ีวดั
สาระที่ ๑การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอ่ื นําไปตัดสนิ ใจ
แกป ญ หาในการดําเนิน ชีวติ และมีนสิ ัยรักการอาน
สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพดู
มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู
ความคดิ และความรสู กึ ในโอกาสตางๆอยา งมวี ิจารณญาณและ
สรา งสรรค
ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนําความรแู ละความคิดจากเร่ืองทอี่ านไปตัดสินใจ
แกปญ หาในการดาํ เนนิ ชวี ิต
ท ๑.๑ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา น
ท ๓.๑ ป.๖/๒ ต้งั คําถามและตอบคาํ ถามเชงิ เหตผุ ลจากเรือ่ งทีฟ่ งและดู
ท ๓.๑ ป.๖/๖ มมี ารยาทในการฟง การดแู ละการพูด
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
๑. จับใจความสาํ คัญของเรือ่ งที่ไดอาน ฟง และดู
๒. หาขอ คิดจากเร่ืองที่อา น ฟง และดู
๓. มมี ารยาทในการอาน ฟง การดูและการพูด
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
๑. หลกั การฟง และดู
๒. การหาขอ คิดจากเร่ืองที่อา น ฟงและดู
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- จับใจความสําคญั ของเร่อื งท่ไี ดฟ งและดู
เจตคติ (A)
๑๙. ตระหนกั และเหน็ คณุ คา ของภาษาไทย
๒๐. รกั ความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเพอ่ื พัฒนาตนเอง
๒๑. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑๙. มวี นิ ยั
๒๐. ใฝเรยี นรู
๒๑. มุงมัน่ การทาํ งาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- สงั เกตการฟง และการดู
๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ขนั้ นํา
๑. ครูใหน กั เรยี นชมวีดที ศั น เร่ือง แปลงเกษตรสาธิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. ครใู หน ักเรยี นรว มกันบอกถึง วดี ีทศั นน้ี มีจุดประสงคอะไร เน้อื หาสาระคืออะไร
ขน้ั สอน
๓. ครผู สู อนดแู นวโนม การตอบคาํ ถามของนักเรียน
- กรณที ่ีนักเรยี นตอบไมได ครเู ปดวดี ีทัศนใหน กั เรยี นดูอกี คร้ัง แลวใชคําถามเดมิ ในตอนตน
วีดีทัศนน ้ี มจี ุดประสงคอ ะไร เนอ้ื หาสาระคืออะไร เมอ่ื นกั เรยี นตอบถูก ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ หลัก
ในการฟงและดู
- กรณีนกั เรียนตอบได (ดุลยพนิ ิจครูผสู อน)ครูอธิบายเพมิ่ เติมหลักในการฟง และการดู
๔. ครูสรุปสาระสําคัญจากวีดีทัศน โดยจดุ ประสงคของเรอ่ื ง คือ สํานักงานกรุงเทพและสาํ นักงานเขต
ลาดพราวจัดโครงการพัฒนาพืน้ ทรี่ กลางใหเปน พนื้ ทสี่ ีเขยี วตาม โครงการแปลงเกษตรสาธติ ตามแนวเศรษฐกจิ
พอเพียง และเปน ศูนยการเรียนรเู กษตรอนิ ทรีย
๕. นักเรียนแบง กลมุ กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
กลุมใหม ไมซํา้ เดิม
๖. นกั เรียนศึกษาหลกั ในการฟงและดู จากใบความรู โดยใชเ วลา ๑๐ นาที หลงั จากนั้นใหนักเรยี นชม
วีดที ัศนอ กี ครั้ง ครูต้ังคําถามใหน ักเรียนตอบคําถามดงั นี้
- โครงการ แปลงเกษตรสาธิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง นีม้ พี นื้ ที่ทั้งหมดกไี่ รและใชป ระโยชน
ดา นใดบา ง (๒๕ ไร โดยปลกู ดอกทานตะวนั ๑๐ ไร แหลงนํา้ ๑๐ ไร และทเ่ี หลอื สําหรับการทาํ เกษตรอินทรีย
อาทเิ ชน การปลกู ขา วพันธสุ ที อง)
- ผกั สวนครัวลอยฟา ปลกู ขน้ึ ท่ใี ด (ชั้นดาดฟา สํานักงานเขตลาดพรา ว)
- แปลงสาธิตการปลกู พชื ผักสวนครัวตามโครงการใชปยุ ประเภทใด (ใชป ยุ ตามแนวเกษตร
อินทรีย ใชปยุ หมักใบไม นาํ ใบไมม ายอยแลวหมกั ผสมดินเดมิ )
- แปลงสาธติ การปลกู ผักสวนครัว และผักสวนครัวลอยฟา มีเปาหมายเผยแพรใ หค นกลุมใด
(ประชาชนท่วั ไปทส่ี นใจ แตมงุ เนนทีป่ ระชาชนในกรงุ เทพฯ)
- นักเรยี นไดขอคิดใดบางจากการชมวีดีทศั น
๗. ครูมอบหมายใหน กั เรยี นแตล ะคนหาขา ว หรอื เหตกุ ารณประจําวันจากสือ่ ตาง ๆ แลว หาขอคิดจาก
เรอ่ื งทอี่ า นและฟง
ขั้นสรุป
๘. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ หลกั การแลละมารยาทในการฟงและการดู การจับใจความสาํ คญั และ
การนาํ ขอ คดิ ทไ่ี ดไปใชในการดาํ เนนิ ชีวิต
๙. สือ่ และแหลงการเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. วดี ีทัศน เร่อื ง แปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ใบความรู เรอื่ ง เรยี นการฟงและการดู
๔. ใบงาน เร่อื ง ขอคดิ ทไ่ี ดจ ากการอาน / การฟง
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ
วิธกี าร
แบบประเมินสรุปความรู ผา นเกณฑร ะดับพอใช
ตรวจใบงานเร่อื ง ขอ คิดทไ่ี ดจ ากการอา น
/ การฟง ขน้ึ ไป
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว นรวม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไปผา น
ในกจิ กรรมกลุม
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝเ รยี นรู
และมงุ ม่นั การทํางาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ผา นเกณฑร ะดบั พอใช
ประสงค ขน้ึ ไป
สื่อการเรยี นรูและแบบประเมนิ
หนว ยการเรียนรูที่ ๑ เรอ่ื ง จากผาแตม...สูอ ียิปต
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง การนาํ ความรู ความคิดจาก
การอาน การฟง ไปใชใ นการ
ดาํ เนนิ ชีวติ
วดี ีทศั น | แปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพยี ง
ท่มี า https://www.youtube.com/watch?v=gw3V2WRAR7c
เรียนรูก ารฟง และการดู
การฟง หมายถงึ กระบวนการรบั สารผานเสยี ง ผูรบั สารไดย นิ เสียงน้ันแลวเกดิ การรับรู
ตคี วาม จนกระท่ังเขาใจสาร แลวเกิดปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง
การดู หมายถงึ กระบวนการรบั สารผานภาพหรอื ตัวอกั ษร ผูรบั สารเกิดการรับรู ตีความ
จนกระทั่งเขา ใจสาร แลวเกดิ ปฏกิ ิรยิ าตอบสนอง
หลักการฟง และดู
กําหนดจุดมงุ หมายใน จดบนั ทกึ
การฟง และดูเพอื่ ชว ยให ใจความสําคัญเพื่อ
การฟงสาํ เรจ็ ตาม ศึกษาทบทวน
จดุ มงุ หมาย ในการฟงหรอื ดสู ิง่ ทเ่ี ปน
ความรู ควรหาขอมูล
กอ นท่ีจะฟง หรือดู จะ
ฟง และดอู ยา งตั้งใจเพอ่ื ชว ยใหเขาใจสาระไดเ รว็
จะไดร ับเนื้อหาสาระได ขน้ึ
ถูกตองและครบถวน
เรยี นรกู ารฟง และการดู
มารยาทในการฟง ควรปฏิบัติ ดงั นี้
๑. ฟงอยา งตั้งใจ ตามองผูพูด ไมค ุยหรอื เลนในขณะท่ฟี ง
๒. ไมแ สดงกริ ยิ าที่ไมเ หมาะสม เชน กระทืบเทา เปา ปากโห และไมท ําความราํ คาญใหก บั ผอู ืน่
๓. ปรบมอื เพอ่ื เปน การใหเ กยี รติผพู ดู กอนที่ผูพ ดู จะพดู และหลงั จากท่ีผพู ดู พดู จบเเลว
มารยาทในการดู ควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
๑. ดูดวยความต้ังใจ ไมคยุ เลน ในขณะท่ดี ู
๒. ไมส ง เสียงดงั หรอื ทาํ ความราํ คาญใหก บั ผูอืน่
๓. เมือ่ ตอ งเดนิ ผานผูอ ืน่ ทีก่ ําลงั ดู ใหเดินอยา งสํารวม และระมดั ระวังมใิ หกระทบผอู ่นื
ขอคิดทไ่ี ดจ ากการอาน / การฟง
ชื่อ – สกลุ ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….
แหลงคน ควา การอาน / การฟง
หนังสอื ชื่อหนังสอื ……….……………...…………………..…ชอื่ ผูแ ตง ………………………………………….
สาํ นกั พมิ พ ……….…สถานที่พมิ พ……………………..…ปที่พมิ พ ……….จํานวนหนา ................
แหลงสารสนเทศที่มา....................................................................... .......................................................
อน่ื ๆ ……………........................................................................................ .............................................
อา น/ฟง เม่ือวันท่ี........................................................................................................................................…
สาระสาํ คญั ของเร่อื ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ความรทู ่ีไดจากการศกึ ษาเรื่องน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………..……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรูท่๑ี
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที๖่
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรูท่๒ี เรอื่ งควายขา วและชาวนา เวลา ๙ ชวั่ โมง
เรือ่ งเรียนรูค ํา คูความหมาย เวลา๑ชว่ั โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
การเรียนรูคํา คาํ ยาก ขอความและสํานวนภาษาไทยในบทเรียนและนําไปใชใหถ กู ตอ ง ถอื เปน การ
พัฒนาทกั ษะทางภาษาทีผ่ เู รียนควรไดร ับการฝกฝน เพ่อื พฒั นาทกั ษะใหถ ูกตอง จึงจะทําใหก ารเรียนรภู าษา
เปน ไปดว ยดแี ละเกดิ การพัฒนาตามมา
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด ใชก ระบวนการอา นสรา งความรูและความคิดเพื่อนําไปตัดสนิ ใจ
สาระท่ี ๑ การอา น แกป ญหาในการดําเนิน ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ อธบิ ายความหมายของคําประโยคและขอ ความทีเ่ ปนโวหาร
ตวั ชีว้ ัด ท ๑.๑ป.๖/๒
๓. จดุ ระสงคก ารเรยี นรู
- อา นและอธิบายความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลักการอานคาํ และความหมายของคํา
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสียงและบอกความหมายของคาํ
เจตคติ (A)
๒๒. ตระหนักและเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๒๓. รกั ความเปนไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พอ่ื พฒั นาตนเอง
๒๔. มมี ารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๒๒. มวี ินัย
๒๓. ใฝเ รยี นรู
๒๔. มุงม่นั การทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- เขียนคําศพั ทและความหมายลงในสมุดบนั ทกึ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนํา
๑. ครูนาํ เขาสูบ ทเรยี นโดยการใหน กั เรยี นรวมกันบอกถึงวธิ ีการทก่ี วาจะมาเปนขาวใหท ุกๆ คนได
รบั ประทาน
ขนั้ สอน
๒. ครูใชส ่อื Powerpointเพ่ือใหนกั เรยี นทกุ คนมีสว นรว มวาในแตล ะภาพคอื ส่ิงใด ใชท ําอะไรและมี
ความหมายอยา งไร
๓. นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละ ๖ คน คละกนั ตามความสามารถและใหน ักเรียนแตละกลุมเลอื ก
ประธาน รองประธานและเลขานกุ ารกลุม โดยครูแนะนําบทบาทหนา ทีข่ องสมาชิกแตละคนในกลมุ ให
นกั เรยี นเขาใจบทบาทหนา ท่ีของตนเอง
๔. ครูใหน ักเรียนแตละกลุม อานบทเรียนเรอ่ื ง “ควาย ขาวและชาวนา” เพื่อสาํ รวจคํายากและคําทีไ่ ม
เขา ใจหรือไมร ูความหมาย ใหเลอื กคาํ ไว ๑๐ คาํ เขียนลงในกระดาษทีเ่ ตรียมไวพรอมหาความหมายจาก
พจนานกุ รม
๕. ตัวแทนกลุมนําเสนอความหมาย โดยครเู ปนผตู รวจสอบความถกู ตอง
๖. ครสู รปุ คาํ ท้งั หมดโดยใหนกั เรียนใชปากกาสแี ดงขีดเสนใตล งบนหนังสอื เรยี น
๗. นักเรยี นอานออกเสียงฝกอานคาํ พรอ มกัน
ขน้ั สรปุ
๗. รูใหนกั เรยี นเขียนคาํ พรอ มความหมายลงในสมุดบนั ทึก
๙. ส่อื และแหลง การเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. PowerPoint:ภาพควาย ขา วและชาวนา.pptx
๓. พจนานกุ รม
๔. กระดาษ A4
๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ
วิธกี าร
แบบสงั เกตการอา นคาํ และ รอยละ ๖๐ ข้ึนไป
สงั เกตการอา นคําและความหมายของคาํ
ความหมายของคํา ผานเกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรว ม
ในกจิ กรรมกลุม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี นิ ยั ใฝเ รยี นรู
และมงุ มั่นการทาํ งาน ผา นเกณฑ
แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึง ผานเกณฑการประเมิน
ประสงค ระดับพอใช
เกณฑก ารประเมนิ การอา นคาํ และความหมายของคาํ
๓. อานคําและอานความหมายของคําถกู ตอ งทุกคาํ ไดคาํ ละ ๑ คะแนน
๔. อา นคาํ และอา นความหมายของคํา ผิด ๑ คาํ หกั คําละ ๑ คะแนน
ส่อื การเรียนรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๒ เร่อื ง ควายขาวและชาวนา
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑ เรื่อง เรยี นรูคาํ คคู วามหมาย
PowerPoint|ภาพควายขา วและชาวนา.pptx
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่๒
กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่๖ี
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรทู ่ี๒เรื่องควายขา วและชาวนา เวลา ๙ ชว่ั โมง
เรอ่ื งอานคิดพินจิ เรื่องราว เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นในใจใหเ กิดความเขา ใจชัดเจนลกึ ซึง้ จะตองอานแลวสามารถตั้งคําถาม ตอบคาํ ถาม อภปิ ราย
แสดงความคดิ เหน็ เนื้อเรื่อง ลาํ ดบั เหตกุ ารณ และสรุปใจความสําคญั ของเรื่องได
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี ๑ การอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูและความคิดเพื่อนําไปตัดสนิ ใจ
แกปญหาในการดําเนิน ชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอา น
ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ป.๖/๔ แยกขอเท็จจริงและขอคดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่ีอา น
ท ๑.๑ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอาน
๓. จดุ ระสงคการเรียนรู
๑. อานในใจแลว ตั้งคําถาม ตอบคาํ ถามจากเร่ืองในบทเรยี นได
๒. สรุปใจความสําคัญของเรอื่ งทอี่ า นได
๓. มมี ารยาทในการอาน
๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
๓. หลักการอานจับใจความ
๔. มารยาทในการอาน
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- อานจับใจความ
เจตคติ (A)
๒๕. ตระหนกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย
๒๖. รักความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรูเพือ่ พฒั นาตนเอง
๒๗. มีมารยาทในการอา น การเขียน การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๒๕. มวี นิ ยั
๒๖. ใฝเ รยี นรู
๒๗. มุงมนั่ การทาํ งาน
๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงานเร่ือง ตั้งคําถาม-คน หาคาํ ตอบ เร่อื ง ควาย ขาวและชาวนา
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนาํ
๑. ครใู หนักเรียนดภู าพจากบทเรยี นเร่ือง “ควาย ขา วและชาวนา ” แลว สนทนากับนกั เรยี นเก่ยี วกบั
ภาพทเี่ ห็นเปน อะไร บุคคลในภาพกําลังทาํ อะไร ชาวนามีบญุ คุณตอเราอยางไร เปน ตน แลวนักเรยี นคดิ วาเน้อื
เรือ่ งกลาวถงึ อะไรบาง
ขั้นสอน
๒. นักเรียนรว มกนั อภปิ รายเมอื่ กลา วถงึ “ชาวนา” (ชาวนาคือผูท่ปี ลกู ขา วในอดตี ใชเ พียงควายไถนา)
๓. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ ความหมายของชื่อเรื่อง “ควายขา วและชาวนา”ความสัมพนั ธร ะหวา ง
ชาวนาควายที่มีบทบาทในการผลติ ขา ว
๔. ครทู บทวนหลกั การอา นจบั ใจความสาํ คัญ เรยี งลําดับเหตุการณสาํ คัญตัง้ คําถามและตอบคําถาม
๕. นกั เรียนแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเ ลอื กประธาน รองประธาน และเลขานกุ าร
กลุมใหมไ มซา้ํ เดิม
๖. นักเรียนอา นในใจบทเรียน เร่อื ง ควาย ขาวและชาวนา แลวต้ังคําถามและตอบคําถาม โดยเขียนลง
ในใบงาน เรอ่ื ง ตัง้ คําถาม-คน หาคาํ ตอบ เรอ่ื ง ควาย ขาวและชาวนา
๗. เม่อื แตล ะกลุมทําใบงานเสรจ็ เรียบรอ ยแลว ครูต้งั คาํ ถามนกั เรยี นตง้ั คําถาม-ตอบคาํ ถามไดจํานวนก่ี
ขอ ครแู ละนกั เรยี นรวมกันเฉลยใบงาน
๘. ครสู รปุ ผลการตัง้ คําถามและตอบคาํ ถาม
๙. ครูขออาสาสมคั ร นาํ เสนอใจความสําคัญของเร่ือง “ควาย ขา วและชาวนา ”หนาช้ันเรยี น โดยครู
เปนผูตรวจสอบและเพิ่มเติมใหถ กู ตอ งและครบถวนสมบรู ณ หลังจากน้ันนักเรียนทกุ คนบนั ทกึ สรปุ สาระสําคญั
ของเรอ่ื งลงในสมดุ
ข้นั สรุป
๑๐. ครูและนกั เรียนรว มกันสรุปใจความสาํ คัญ และการตอบคาํ ถามของเร่ือง“ควายขาวและชาวนา”
๙. สอื่ และแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๒. ใบงาน เร่ือง ตั้งคําถาม-คน หาคําตอบ ควาย ขา วและชาวนา
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วิธีการ
แบบประเมนิ การอานจับใจความ รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการอาน
เกณฑ
ตรวจใบงาน เรอื่ ง ต้งั คาํ ถาม-คนหา
คาํ ตอบ เร่อื ง ควาย ขา วและชาวนา แบบประเมินใบงาน เรอ่ื ง ต้ังคําถาม- รอยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมสี วนรว ม คน หาคาํ ตอบ เรอื่ ง ควาย ขาวและ เกณฑ
ในกิจกรรมกลุม
สงั เกตพฤติกรรมความมีวินยั ใฝเรยี นรู ชาวนา
และมงุ ม่ันการทาํ งาน
แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึง ผานเกณฑร ะดับพอใช ขนึ้
ประสงค ไป
ส่ือการเรยี นรแู ละแบบประเมิน
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ควาย ขา วและชาวนา
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เรือ่ ง อานคิดพินิจเร่อื งราว
ต้ังคําถาม-คนหาตอบ
ควาย ขา วและชาวนา
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชแ้ี จง ใหนักเรียนต้ังคาํ ถามพรอ มคาํ ตอบจากการอานจับใจความจากเรือ่ ง
“ควาย ขา ว และชาวนา”
คาํ ถาม คาํ ตอบ
ตั้งคําถาม-คน หาตอบ
ควาย ขาวและชาวนา
คาํ ถาม คาํ ตอบ
แผนการจัดการเรียนรทู ๓่ี
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ๖ี่
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรูท๒ี่ เรื่องควาย ขา วและชาวนา เวลา ๙ ชั่วโมง
เรอ่ื งคิดวิเคราะหด วยแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง จะชวยใหน ักเรยี นเขาใจเรื่องและจําเร่ืองท่อี านไดแ มนยาํ ยงั เปนการชว ย
ฝกทักษะ และพฒั นาในดานการเขยี น การพูดตอไป
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตัดสนิ ใจ
แกปญ หาในการดําเนิน ชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอาน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี นสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียน
เร่ืองราวในรปู แบบตา งๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคน ควา อยางมปี ระสิทธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดอู ยา งมวี จิ ารณญาณและพูดแสดงความรู
ความคิด และความรูส กึ ในโอกาสตา งๆอยางมีวิจารณญาณและ
สรางสรรค
ตัวชี้วดั ท ๑.๑ป.๖/๔ แยกขอ เทจ็ จริงและขอ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอาน
ท ๑.๑ป.๖/๕ อธบิ ายการนาํ ความรแู ละความคดิ จากเรื่องทีอ่ านไปตัดสินใจ
แกปญ หาในการดําเนินชวี ิต
ท ๒.๑ป.๖/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพ่อื ใชพฒั นา
งานเขยี น
ท ๒.๑ป.๖/๙ มมี ารยาทในการเขยี น
ท ๓.๑ป.๖/๑ พูดแสดงความรูความเขาใจจุดประสงคของเรื่องทฟ่ี งและดู
๓. จดุ ระสงคการเรยี นรู
๑. เขียนแผนภาพโครงเร่อื งจากเรอื่ งท่อี านได
๒. เลา เรอ่ื งตามแผนภาพโครงเรอื่ งได
๓. มมี ารยาทในการเขียน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลกั การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๑. เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๒. เลา เรอื่ งตามแผนภาพโครงเรอื่ ง
เจตคติ (A)
๒๘. ตระหนกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย
๒๙. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพ่อื พัฒนาตนเอง
๓๐. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๒๘.มวี ินยั
๒๙.ใฝเ รียนรู
๓๐.มุงม่นั การทํางาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขน้ั นํา
๑. ครสู นทนาทบทวนเนอื้ หาจากบทเรยี น เร่อื ง ควายขาวและชาวนา โดยใชภาพจากบทเรยี น
ประกอบ
ขนั้ สอน
๒. ครแู ละนักเรยี น รวมกัน อภปิ รายวเิ คราะหโ ครงเรื่อง ลําดบั เหตุการณข องเรอื่ ง และบอกประเดน็
สาํ คัญ เรือ่ ง ควาย ขา วและชาวนา
๓. นักเรยี นแบง กลุม กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลุม เดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กลมุ ใหม ไมใหซ ้าํ เดมิ
๔. นักเรยี นแตล ะกลุมอา นในใจเรอื่ ง ควายขา วและชาวนา แลวรวมกันทําใบงาน เรื่อง การเขยี น
แผนภาพโครงเร่อื ง
๕. ครูสุมตวั แทนของแตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอแผนภาพโครงเร่ือง และใหน ักเรียนชวยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ งและเพ่ิมเตมิ ใหส มบูรณ
๖. นกั เรยี นแตละกลมุ ชวยกนั ตรวจสอบแผนภาพโครงเรื่องและแกไขใหสมบรู ณ
๗. ครใู หนกั เรียนแตละกลมุ ทําใบงาน เร่ือง คําถามทายบท ควาย ขาวและชาวนา
๘. ตัวแทนกลมุ นาํ เสนอผลงานหนาชัน้ เรียน
๙. เมื่อตัวแทนกลุมนําเสนอผลงานครบทุกกลุม ครูเปนผูสรุปสาระสําคัญของคําถามทายบท
ขัน้ สรปุ
๑๐. ครูสรุปถึงประโยชนของการเขียนแผนภาพโครงเร่อื งวาจะทําใหเขาใจเรื่องราวและเลาเรอ่ื งได
อยางชัดเจน
๙. สื่อและแหลงการเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖
๒. ใบงานเรอ่ื ง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
๓. ใบงาน เร่ือง คําถามทา ยบท ควาย ขา วและชาวนา
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล
วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ
ตรวจใบงาน เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพโครง แบบประเมินการเขยี นแผนภาพโครง รอยละ ๖๐ ขน้ึ ไปผาน
เรื่อง เรอ่ื ง เกณฑ
ตรวจใบงาน เรือ่ ง คาํ ถามทายบท ควาย ใบงาน เร่ือง คําถามทายบท ควาย รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป ผา น
ขาวและชาวนา ขาวและชาวนา เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี ว นรวม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
ในกิจกรรมกลมุ เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รียนรู แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึง ผา นเกณฑระดบั พอใช
และมงุ มั่นการทาํ งาน ประสงค ขนึ้ ไป
สอื่ การเรยี นรูแ ละแบบประเมิน
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒ เรื่อง ควาย ขาวและชาวนา
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๓ เร่อื ง คดิ วเิ คราะหดว ยแผนภาพโครงเร่อื ง
การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คําช้แี จง ใหนกั เรยี นเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง “เรือ่ งควาย ขาวและชาวนา”
ตวั ละครสาํ คญั ………………………………………………………………………………………….….
ตัวละครประกอบ ………………………………………………………………………………………….….
เรอ่ื งเกดิ ข้ึนทไี่ หน ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
ปญหาทีเ่ กดิ ขนึ้ ในเร่ือง ………………………………………………………………………………………….….
……………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณท ี่….. ………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….….
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….….
ตวั ละคร ………………………………………………………………………………………….….
การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….…
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…
เหตกุ ารณท่ี…… ………………………………………………………………………………………….…
สถานที่ ………………………………………………………………………………………….…
ตวั ละคร ……………………………………………………………………………………………
การกระทํา ………………………………………………………………………………………….….
ผลของการกระทาํ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
ขอ คดิ ทไ่ี ด ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
………………………………………………………………………………………….…
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
คําถา“มคทวาายยบขทา ว และชาวนา”
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คําชีแ้ จง จงตอบคําถามจากเรอ่ื ง ควาย ขาวและชาวนา
๑. ผาขาวมาไดชื่อวา “ผาสารพัดประโยชน” มปี ระโยชนอยางไรบา ง
……………………………………………………………………………………………………………………….
๒. เครอื่ งอํานวยความสะดวกทใ่ี ชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ของนักเรยี นมอี ะไรบา ง
……………………………………………………………………………………………………………………….
๓. นักเรียนมคี วามรสู กึ หรอื คดิ เห็นอยางไรกับคาํ ทว่ี า “โงอ ยางกับควาย”
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ถานกั เรียนไดม รดกเปนทด่ี ินทํานา นักเรียนจะทาํ อยางไรกบั ทดี่ นิ นัน้ เพราะเหตุใด
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขาวมีหลายชนดิ และมหี ลายสนี ้ัน นักเรียนรจู ักขาวอะไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
๖. ประเพณีลงแขกทาํ นาในอดีต จะสบื ทอดปรับใชใ นปจ จบุ ันอยา งไร
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
- เฉลย-
การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
คาํ ชแี้ จง ใหนักเรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่อง “เร่ืองควาย ขาวและชาวนา”
ตวั ละครสาํ คญั พโ่ี มก
ตวั ละครประกอบ เด็กๆ ควาย(ชือ่ ลุงดาํ ) พโ่ี จ
เรอ่ื งเกดิ ข้นึ ทไี่ หน ชายทงุ
ปญ หาทเ่ี กิดขนึ้ ในเรือ่ ง เด็ก ๆ ที่มาเขาคาย “ ควาย ขาว และชาวนา”
เหตกุ ารณท่๑ี พี่โมกแสดงการควบควายใหว ง่ิ เปนวงกลม
สถานที่ ชายทุง นาในหมบู านแหง หนง่ึ
ตวั ละคร พโี่ มกเดก็ ชายและเดก็ หญงิ อายุตั้งแต ๑๓ – ๑๕ ป และควาย
การกระทาํ พ่ีโมกจดั อบรมเขาคาย “ ควาย ขาวและชาวนา” ซ่ึงจดั เปน
ประจาํ ทุกปใ ชร ะยะเวลาอบรม๑๐วนั โดยไมมีคา ใชจายในการ
ผลของการกระทาํ อบรม
เดก็ ๆ ไดรับความรู ความเขาใจในการทาํ นา และตัง้ ใจใหค วาม
ขอ คิดที่ได รวมมอื และมกี ารชว ยเหลือซึ่งกันและกัน ทําใหเ ดก็ ๆมคี วามรู
ในดานการทําการเกษตรและรูจักภูมปิ ญญาไทยทม่ี มี าตัง้ แตค น
สมยั กอ น
ไดข อคิดเก่ยี วกบั หลกั การเศรษฐกิจพอเพยี ง
คําถา“มคทวาายยบขทาว และชาวนา” - เฉลย-
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คําชแ้ี จง จงตอบคําถามจากเรือ่ ง ควาย ขา วและชาวนา
๑. ผา ขาวมาไดช อ่ื วา “ผาสารพัดประโยชน” มปี ระโยชนอ ยางไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………….
๒. เครื่องอํานวยความสะดวกที่ใชใ นชวี ิตประจําวันของนกั เรียนมอี ะไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………….
๓. นักเรยี นมคี วามรสู ึกหรอื คดิ เหน็ อยา งไรกับคําทีว่ า “โงอยางกับควาย”
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ถานักเรียนไดมรดกเปน ท่ดี นิ ทาํ นา นักเรียนจะทําอยางไรกับที่ดนิ นัน้ เพราะเหตุใด
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ขา วมหี ลายชนิด และมหี ลายสีนัน้ นักเรยี นรูจ กั ขาวอะไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
๖. ประเพณีลงแขกทํานาในอดีต จะสืบทอดปรบั ใชใ นปจ จุบนั อยางไร
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
ดลุ ยพนิ ิจครผู สู อน
แผนการจดั การเรียนรูท๔ี่
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ๖่ี
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนว ยการเรียนรูท๒่ี เรอ่ื งควาย ขาวและชาวนา เวลา๙ช่วั โมง
เร่ืองการอานออกเสียง เวลา๑ช่ัวโมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การอานออกเสยี ง เปนการอานใหผูอ ื่นฟง ฉะนัน้ ผูอานจะตองแบง วรรคตอน เนน เสียงหนักเบา และ
ออกเสียงใหถูกตองชัดเจน จึงจะส่ือความหมายไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ดั
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรูแ ละความคิดเพอื่ นําไปตัดสนิ ใจ
แกป ญหาในการดาํ เนิน ชีวิตและมนี ิสัยรกั การอาน
ตวั ชว้ี ดั ท๑.๑ป.๖/๑ อานออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรองไดถ กู ตอง
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มมี ารยาทในการอาน
๓. จุดระสงคก ารเรียนรู
๑. บอกหลกั การอา นออกเสยี งได
๒. อานออกเสียงเร่ืองในบทเรียนไดถูกตอ งชดั เจน
๓. มีมารยาทในการอาน
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- หลกั การอานออกเสยี ง
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อานออกเสยี ง
เจตคติ (A)
๓๑. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย
๓๒. รักความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพื่อพฒั นาตนเอง
๓๓. มีมารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพดู
๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏิบตั ิ
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๓๑. มีวินยั
๓๒. ใฝเ รยี นรู
๓๓. มุง มนั่ การทาํ งาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การอานออกเสียงรายบคุ คล
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ข้ันนาํ
๑. ครูใหน กั เรยี นรว มบอกหลกั เกณฑก ารอา นออกเสียงท่ีดี เชน อา นคลอง อานถูกตอ งชัดเจน เวน
วรรคตอนถกู ตอ ง ใชน าํ้ เสียงสอดคลองกับอารมณของตัวละคร
ข้ันสอน
๒. นกั เรยี นแบง กลุม กลุม ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดิม แตเลือกประธาน รองประธานและเลขานกุ าร
กลุม ใหม ไมใหซ ํา้ เดมิ
๓. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ ความชัดเจนในการอา น การอา นออกเสียงไดชัดถอยชัดคํา ทงั้ เสยี งสระเสยี ง
พยญั ชนะ เสียงวรรณยกุ ต และพยญั ชนะควบกลํา้ รวมทั้งออกเสยี งตัว ร ล ใหชัดเจน ไมสับเสยี งจาก
เสียง ร เปน ล น้าํ เสยี งทีเ่ ปลงออกมาตองดัง ฟง ชัด ไมด งั มากหรอื คอ ยเกินไปเพ่อื ใหผูไดยินทั่วถงึ กนั
๔. นักเรียนแตล ะกลมุ ฝกอานออกเสียงบทเรยี น เรอื่ ง ควาย ขา ว และชาวนาโดยอา นทงั้ ขอ ความ
บรรยายและขอ ความที่เปนคาํ พดู ของตัวละคร โดยอานออกเสียงพรอ มกัน และฝกอานออกเสียงเปนรายบุคคล
๕. ครทู ดสอบการอา นออกเสยี งของนกั เรียนเปน รายบคุ คล โดยครูกาํ หนดใหน กั เรียนอา นขอความคน
ละ ๓ บรรทัด โดยครเู ขยี นคาํ ที่นักเรยี นอานผิดไวบ นกระดานดํา ครสู งั เกตการอา นของนกั เรียนแตล ะคนเพื่อ
ประเมินผลการอา นของนกั เรียน นกั เรยี นฝก อา นคาํ ทอ่ี า นผิดทคี่ รเู ขยี นไวบนกระดานอกี ครั้ง
๖. นกั เรยี นแตละคนทาํ ใบงาน เรื่อง การอานคาํ และขอ ความ
๗. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั เฉลยใบงาน และใหนักเรยี นแกไ ข เพิ่มเตมิ ใหถกู ตองสมบรู ณ
ข้นั สรุป
๘. ครูและนักเรยี นรว มกันสรุปหลกั เกณฑการอา นออกเสยี งทีด่ ี ความชัดเจนในการอา น การอานออก
เสยี งไดชดั ถอยชดั คาํ ทง้ั เสยี งสระเสยี งพยญั ชนะ เสียงวรรณยกุ ต และพยญั ชนะควบกลาํ้
๙. สื่อและแหลง การเรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. ใบงาน เร่ือง การอา นคาํ
๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ
วิธีการ
แบบประเมินการอา นคํา รอยละ ๖๐ ขึ้นไปผา น
สงั เกตการอา นคําและขอความ
เกณฑ
สังเกตการอา นออกเสียงรายบุคคล
แบบประเมนิ การอา นออกเสยี ง รอ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรวม
ในกิจกรรมกลุม เกณฑ
สงั เกตพฤตกิ รรมความมวี ินยั ใฝเ รียนรู
และมุงมน่ั การทาํ งาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม รอ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป ผา น
เกณฑ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ผานเกณฑระดบั พอใช ขนึ้
ประสงค ไป
สอื่ การเรยี นรแู ละแบบประเมนิ
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒ เรื่อง ควาย ขาว และชาวนา
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๔ เร่อื ง การอานออกเสยี ง
การอา นคาํ
ช่อื – สกุล .................................................................................................เลขที่......................
คําชีแ้ จง ใหน กั เรยี นเขยี นคาํ อา นจากคําท่กี ําหนดใหอยา งถูกตอ ง
คําศัพท คาํ อาน
๑. ทรมาน
๒. ปฏบิ ัติ
๓. อรา ม
๔. เกษตรกรรม
๕. ปรญิ ญา
๖. อนุญาต
๗. เบญจมาศ
๘. ธรรมชาติ
๙. เกสร
๑๐. พยกั พเยิด
- เฉลย-
การอา นคํา
ชอ่ื – สกลุ ...................................................................................เลขท.ี่ ........................
คําช้ีแจง ใหน กั เรยี นเขยี นคําอา นจากคาํ ท่ีกาํ หนดใหอ ยางถกู ตอ ง
คําศัพท คาํ อาน
๑. ทรมาน ทอ – ระ – มาน
๒. ปฏบิ ตั ิ ปะ – ติ – บดั
๓. อราม อะ– หรา ม
๔. เกษตรกรรม กะ-เสด-ตรฺ ะ-กํา
๕. ปริญญา ปะ-ริน-ยา
๖. อนุญาต อะ-น-ุ ญาต
๗. เบญจมาศ เบน – จะ – มาด
๘. ธรรมชาติ ทํา – มะ – ชาด
๙. เกสร
๑๐. พยกั พเยิด เก-สอน
พะ-ยัก-พะ-เยิด
แผนการจดั การเรียนรทู ี๕่
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ๖่ี
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรูที่ ๒ เรอ่ื ง ควาย ขาวและชาวนา เวลา ๙ ช่วั โมง
เรอ่ื งการอานเสริมบทเรียน เวลา๑ชวั่ โมง
๑. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นเสริมบทเรียน ทําใหผูอา นไดรบั ความรู ความบันเทิงและขอคิดจากการอาน และสามารถ
เลือกหนงั สอื อา นไดตรงตามความตองการ นอกจากนที้ ีส่ ําคญั คอื สามารถนําความรูท่ไี ดรบั จากการอา นมาปรับ
ใชใหเปนประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั ได
๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด
สาระที่ ๑ การอาน
มาตรฐานการเรียนรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรูแ ละความคดิ เพอ่ื นําไปตัดสินใจ
แกปญ หาในการดาํ เนิน ชีวิตและมีนิสยั รกั การอาน
ตัวชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเหน็ จากเรอ่ื งที่อา น
ท ๑.๑ ป .๖/๙ มมี ารยาทในการอาน
๓. จุดประสงคการเรยี นรู
๑. อา นและจับใจความสําคญั ของเรื่องท่อี า นได
๒. วิเคราะหสรุปเนอื้ หาจากเรื่องท่อี านได
๓. มมี ารยาทในการอา น
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- การอานบทเรยี นเสรมิ เร่อื ง ประเพณีลงแขกทํานา
ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- สรปุ ใจความสําคญั เนอ้ื หา
เจตคติ (A)
๓๔. ตระหนกั และเห็นคุณคา ของภาษาไทย
๓๕. รักความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พอ่ื พัฒนาตนเอง
๓๖. มมี ารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด
๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
- กระบวนการทาํ งานกลมุ
- กระบวนการปฏิบัติ
๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๓๔. มีวนิ ัย
๓๕. ใฝเ รยี นรู
๓๖. มุงมนั่ การทาํ งาน
๓๗. รักความเปนไทย
๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน คําถามทา ยบท “ประเพณีลงแขกทาํ นา”
๘. กิจกรรมการเรียนรู
ขัน้ นํา
๑. ครเู ชือ่ มโยงเขาสูบทเรยี น เรอ่ื ง ประเพณลี งแขกทาํ นา
ขน้ั สอน
๓. นักเรยี นแบงกลุม กลมุ ละ ๖ คน โดยใชก ลมุ เดมิ แตเลอื กประธาน รองประธาน และเลขานุการ
ใหม ไมซ ้ําเดมิ
๔. นักเรยี นแตละกลุมอานในใจบทอา นเสรมิ “ประเพณีลงแขกทํานา ”หนา ๒๖ แลว ตง้ั คําถาม
คาํ ตอบ อภิปรายแลวสรปุ ใจความสําคญั ท่ีไดจากการอา น
๕. ตวั แทนกลมุ นําเสนอสรปุ ใจความสาํ คญั หนา ช้ันเรยี น โดยครูเปนผูต รวจสอบและเพ่ิมเติม
๖. ครใู หนักเรียนชมวีดที ัศน เพลง เตนกาํ ราํ เคียว ซ่งึ เปนมรดกการละเลน พื้นบาน และเปน การ
ปลกู ฝงจติ สํานึกใหรักความเปน ไทย
๗. นักเรียนแตล ะกลุมทาํ ใบงาน เรอ่ื ง คําถามทายบท ประเพณลี งแขกเกีย่ วขาว
๘. ครแู ละนักเรียนรวมกันเฉลยใบงาน
ขนั้ สรุป
๙. ครแู ละนกั เรียนรวมกันสรปุ สาระสาํ คญั เรอื่ ง ประเพณีลงแขกทาํ นา ซงึ่ เปนการแสดงความมีนํา้ ใจ
การชวยเหลือกัน
๙. สอื่ และแหลง การเรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๒. วีดที ัศน เร่อื ง เตน รํากําเคยี ว
๓. ใบงาน เร่ือง คําถามทา ยบท “ประเพณีลงแขกทํานา”
แหลงการเรียนรู
https://www.youtube.com/watch?v=EJBM-kY0PEc
๑๐. การวัดและการประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ
วธิ กี าร
ใบงาน คําถามทายบท “ประเพณลี ง รอยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
ตรวจใบงานคําถามทา ยบท “ประเพณลี ง
แขกทาํ นา” แขกทาํ นา” เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมการมสี วนรว ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น
ในกจิ กรรมกลุม
เกณฑ
สังเกตพฤติกรรมความมวี นิ ยั ใฝเรยี นรู
และมงุ ม่ันการทํางาน แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ผานเกณฑระดับพอใช ขนึ้
ประสงค ไป
ส่ือการเรยี นรูแ ละแบบประเมิน
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๒ เรอื่ ง ควาย ขา วและชาวนา
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๕ เร่อื ง การอานเสรมิ บทเรยี น
วีดที ัศน | เตน รํากําเคยี ว
ตัวอยางวดี ที ัศน เพลงเตนราํ กาํ เคยี ว จากรายการคณุ พระชวย
ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=EJBM-kY0PEc
คําถา“มปทราะยเพบณท ีลงแขกทาํ นา”
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่
คําช้ีแจง นกั เรยี นอานในใจเพอื่ จับใจความสาํ คญั ของเรอ่ื งแลว ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอง
๑. จงบอกถงึ ประเพณลี งแขกทํานา
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ประเพณลี งแขกทาํ นา มขี อดอี ยางไร
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ประเพณีลงแขกทาํ นา “แขก” เปรียบไดก บั ส่งิ ใด
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. จงบอกประโยชนข องการรองเพลงพนื้ บา นขณะลงแขกทํานา
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. ปจจยั ใด ทท่ี าํ ใหประเพณลี งแขกทาํ นาในปจ จบุ ันลดลง
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
คาํ ถา“มปทราะยเพบณท ีลงแขกทาํ นา” - เฉลย -
สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานุการกลุม
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี
คาํ ช้ีแจง นกั เรียนอา นในใจเพอ่ื จบั ใจความสําคญั ของเร่ืองแลว ตอบคาํ ถามใหถ ูกตอง
๑. จงบอกถงึ ประเพณีลงแขกทํานา
ประเพณีลงแขกทาํ นา บา นใดตอ งการแรงงานมาชว ยทํานาชวงเวลาใด จะบอกกลา วตอกันไป
เจาของนานําธงมาปกทน่ี าของตน เพื่อนบานจะมาชว ยงานจนเสร็จ(ดลุ ยพนิ ิจครูผูสอน)
๒. ประเพณีลงแขกทาํ นา มีขอ ดีอยา งไร
การชวยเหลือซ่ึงกันและกันความมนี ํ้าใจของคนไทย สรา งความสมคั รสมานสามัคคีกนั ใน
หมูบานไดอีกดวย (ดุลยพินจิ ครผู สู อน)
๓. ประเพณีลงแขกทํานา “แขก” เปรียบไดกับสิ่งใด
คนท่ีมาชวยงานเกีย่ วขาว ใหเจาของนา
๔. จงบอกประโยชนของการรอ งเพลงพ้ืนบานขณะลงแขกทาํ นา
การละเลนรอ งเพลงเกย่ี วขอ งระหวา งหนมุ สาว เปน ทีส่ นุกสนานและเพลิดเพลินเพอ่ื
คลายความเหน็ดเหน่อื ยได
๕. ปจจยั ใดท่ีทําใหประเพณลี งแขกทํานาในปจ จุบันลดลง
ดุลยพนิ ิจครผู สู อน
แผนการจดั การเรยี นรทู ่๖ี
กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี๖่
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนท่ี ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรยี นรูท ๒ี่ เรอ่ื งควาย ขา วและชาวนา เวลา๙ชวั่ โมง
เรื่องอักษร ๓ หมู และคาํ เปนคาํ ตาย เวลา๑ชัว่ โมง
๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
พยัญชนะ หมายถึงตัวอักษรหรอื ตัวหนังสือ พยัญชนะทใ่ี ชในภาษาไทยมี ๔๔ ตวั ซ่ึงพยัญชนะทงั้ หมด
จะมรี ะดบั เสยี งทแี่ บงเปน ๓ ระดับ เรียกวาอกั ษรสามหมู หรือไตรยางค เพ่อื สะดวกแกก ารผนั เสยี งวรรณยุกต
อักษรสามหมู ไดแ ก อักษรสูง อักษรกลางและอักษรตํา่ และในภาษาไทยจะมีคาํ ทีม่ ีเสียงยาว ซง่ึ เรียกวา คํา
เปน และคาํ ทม่ี ีเสยี งสนั้ ซง่ึ เรยี กวา คาํ ตาย อยูมากมาย ควรเรยี นรเู รื่องนใ้ี หเ ขาใจและนาํ ไปใชใหถกู ตองจึงจะ
สามารถใชภาษาสอ่ื ไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรูท๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว
เปน สมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ดั ท ๔.๑ป.๖/๑ วิเคราะหชนิดและหนาทข่ี องคําในประโยค
๓. จดุ ระสงคการเรยี นรู
๑. แยกพยัญชนะท่เี ปนอกั ษรสูง อกั ษรกลางและอักษรตา่ํ ได
๒. บอกลกั ษณะของคําเปน คาํ ตายได
๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๑. หลกั เกณฑของอักษร ๓ หมู
๒. คําเปน คาํ ตาย
ทักษะ/กระบวนการ(P)
๑. แยกอักษรสงู อักษรกลางและอักษรต่ํา
๒. แยกคําเปน คาํ ตาย
เจตคติ (A)
๓๗. ตระหนกั และเห็นคุณคา ของภาษาไทย