The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ป6 ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mat Lalipatr, 2022-09-16 03:38:34

แผนการจัดการเรียนรู้ ป6 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ ป6 ภาคเรียนที่ 1

๓๘. รักความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรเู พอ่ื พฒั นาตนเอง
๓๙. มีมารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏิบตั ิ

๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๓๘.มวี นิ ัย
๓๙.ใฝเ รยี นรู
๔๐.มุงมัน่ การทาํ งาน

๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
๑. ใบงาน เรอ่ื ง อกั ษร ๓ หมู
๒. ใบงาน เร่ือง คําเปน คําตาย

๘. กจิ กรรมการเรียนรู
๘.๑ ชวั่ โมงท่ี ๑

ขน้ั นาํ
๑. ครูยกตัวอยา งคาํ แลวใหน ักเรยี นตอบวาคําเหลานั้นเปน อกั ษรสงู กลาง หรอื ตา่ํ ตวั อยางคํา ไดแก
เจบ็ ปวด แขง็ ขนั ศกึ ษา ทบทวน ปฏิบัติ เรยี บรอ ย สอดไส( แขง็ ขนั สอดไส ศกึ ษา - อกั ษรสงู , เจ็บปวด ปฏิบัติ
- อักษรกลาง, เรยี บรอ ย ทบทวน - อกั ษรตาํ่ )

ขัน้ สอน
๒. ครใู หน ักเรียนรวมกันตอบคําถาม ดงั นี้

- อกั ษรกลาง มีทงั้ หมดกีต่ วั ไดแ กอ ะไรบา ง
อักษรกลาง พน้ื เสียงเปนเสียงสามญั มี ๙ ตวั ไดแ ก ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ

- อกั ษรสูง มที ้ังหมดกต่ี ัว ไดแ กอ ะไรบาง

อกั ษรสูง พ้ืนเสียงเปน เสยี งจตั วา มี ๑๑ตวั ไดแก ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห
- อักษรตา่ํ มีทงั้ หมดก่ีตัว ไดแ กอะไรบา ง

อักษรตํ่ามที ้ังหมด ๒๔ ตวั
๓. ครูอธบิ ายอักษรตํา่ แบง เปน อักษรคแู ละอักษรเด่ียว โดยอักษรคพู ืน้ เสยี งสามญั คูก ับอกั ษรสูง มี ๑๔
ตวั จัดได ๗ คู ไดแ ก ค ฅ ฆช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ และอกั ษรเดยี่ วพืน้ เสียงเปน สามญั ไมม ีเสยี งคูกบั อกั ษร
สงู มี ๑๐ ตัว ไดแก ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ
๔. นักเรียนแบงกลมุ กลมุ ละ ๖ คน โดยใชกลุมเดมิ แตเลอื กประธาน รองประธานและเลขานุการ
กลุมใหม ไมใหซ ํ้าเดิม แลวจับคเู พ่ือทําใบงาน เร่ือง อักษร ๓ หมู

- คูที่ ๑ พยญั ชนะตนท่มี ีอักษรสูง
- คทู ี่ ๒ พยญั ชนะตน ท่ีมีอักษรกลาง
- คทู ี่ ๓ พยัญชนะตนที่มอี กั ษรตํา่
๕. นกั เรียนแตล ะคู นําผลงานจากการทาํ ใบงานทีค่ ูตนเองรบั ผิดชอบ อธบิ ายใหสมาชกิ ภายในกลมุ ฟง
โดยสมาชกิ ในกลมุ ชวยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง
๖. ตัวแทนกลุม นาํ เสนอผลงานหนาช้นั เรียน ครแู ละนกั เรียนรวมกันเฉลยคําตอบ
๗. นกั เรยี นแกไ ขคําตอบทีถ่ ูกตอ งลงในใบงานและครเู ปด โอกาสใหน กั เรยี นไดซ กั ถาม

ขัน้ สรุป
๘. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรปุ เรือ่ งอักษร ๓ หมู

๘.๒ ชั่วโมงท่ี ๒
ขนั้ นํา

๑. ครเู ขยี นบนกระดานดาํ ฝงซายมอื คําเปน ฝงขวามอื คําตาย แลวถามชือ่ เลนของนกั เรยี น โดยครู
เปน ผูแยกวา ช่ือเลน ของนักเรยี นเปน คําเปน หรือคําตาย แลว เขียนบนกระดานดํา

๒. ครูใหน กั เรยี นบอกถึงความแตกตา งจากช่อื เลนท่ถี ูกแยกไวบ นกระดาน

ข้นั สอน
๓. ครูอธิบายลักษณะคําเปน และคาํ ตาย คาํ เปน จะเปนคาํ ท่ปี ระสมดว ยสระเสยี งยาว คาํ ทม่ี ีตวั สะกด
ในแม กง กน กม เกยเกอว สว นคําตาย คําท่ีประสมดวยสระเสยี งส้ันคําท่มี ตี ัวสะกด ในแม กก กด กบ
โดยใชส อ่ื PowerPoint ประกอบการสอน

๔. ครูใหน กั เรียนแยกคําเปน คําตาย โดยใหน กั เรียนมีสวนรว มบอกชอื่ ผลไม พรอมระบชุ ่อื ผลไมท ่ี

นักเรยี นยกตัวอยางนนั้ เปน คาํ เปน หรือ คําตาย

๕. ครใู หนักเรียนแยกคําเปน คาํ ตาย จากคาํ ทค่ี รูบอก ดังน้ี

หมวดของสัตว : หมา (คําเปน) แมว (คาํ เปน) นก(คาํ ตาย) สุนขั (คาํ ตาย)

หมวดของสี : เขยี ว (คาํ เปน ) ฟา (คําเปน ) แดง(คําเปน) สม (คําเปน ) แสด (คําตาย)

นํา้ เงิน (คาํ เปน )

ทว่ั ๆ ไป : สวย (คําเปน ) ชอ น (คาํ เปน ) จาน(คําเปน) ครก(คาํ ตาย) สาก(คาํ ตาย)

๖. ครใู หนกั เรยี นดภู าพจาก PowerPoint แลว ใหร ะบวุ า คําไหนคือคําเปน หรอื คาํ ตาย

๗. นกั เรียนแตละคนทาํ ใบงาน เรื่อง คาํ เปน คาํ ตาย

๘. ครแู ละนักเรยี นรว มกนั เฉลย แลวใหน กั เรียนแกไขใหถกู ตอ ง

๙. ครูตรวจสอบความรขู องนักเรียนรายบุคคล โดยใหบอกช่อื จริงของตนเองแลวระบชุ ือ่ จรงิ ขึ้นตน

ดว ยพยญั ชนะอกั ษรสูง กลางหรือตาํ่ พรอมระบุวา ชื่อประกอบดว ยคําเปน หรือคําตาย เชน ดาวิกามีอกั ษรกลาง

เปน พยัญชนะตน ดา - คําเปน วิ – คําตายกา - คําเปน

ข้ันสรุป
๑๐. ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุป เรื่อง อกั ษร ๓ หมู และคําเปน คําตาย

๙. สื่อและแหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖
๒. PowerPoint :คาํ เปน คําตาย.pptx

๓. ใบความรู เร่อื ง อกั ษร ๓ หมู
๔. ใบความรู เรื่อง คําเปน คาํ ตาย

๕. ใบงาน เรอื่ ง อักษร ๓ หมู
๖. ใบงาน เร่ือง คําเปน คาํ ตาย
แหลงการเรยี นรู
http://www.dlit.ac.th
คลังสือ่ การเรียนรู (DLIT Resources)สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน

๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วิธกี าร
ใบงาน เรือ่ ง อกั ษร ๓ หมู รอยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
ตรวจใบงาน เร่อื ง อักษร ๓ หมู
เกณฑ
ตรวจใบงานเรอื่ ง คําเปน คําตาย
ใบงาน เร่อื ง คําเปน คําตาย รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
สงั เกตพฤติกรรมการมีสวนรว ม
ในกจิ กรรมกลมุ เกณฑ
สงั เกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเรยี นรู
และมงุ มนั่ การทํางาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น

เกณฑ

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึง ผานเกณฑระดับพอใช

ประสงค ขึน้ ไป

ส่อื การเรียนรูแ ละแบบประเมนิ

หนวยการเรยี นรูท่ี ๒ เรอื่ ง ควาย ขาวและชาวนา
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๕ เรอ่ื ง อักษร ๓ หมู และคาํ เปน คาํ ตาย

PowerPoint | คาํ เปน คาํ ตาย.pptx

ท่มี า ภาษาไทย ป.6 คาํ เปน คาํ ตาย ครูศรีอัมพร ประทมุ นันท

จากโครงการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาดว ยเทคโนโลยสี ารสนเทศ DLIT (Distance Learning
Information Technology)

อกั ษร ๓ หมู

อักษรกลาง อกั ษรสูง อกั ษรตํา่ คู อกั ษรต่ําเดยี่ ว

พยญั ชนะไทยมี ๔๔ ตัว แบง เปน กลุมตามลกั ษณะการผันอกั ษรได ๓ กลมุ เรียกวา อักษร
๓ หมู ดังน้ี

๑. อักษรกลาง มี ๙ ตัวไดแกก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ

ไก ( ก ) จกิ ( จ ) เดก็ ( ด ฎ ) ตาย ( ตฏ ) บน ( บ ) ปาก ( ป ) โอง ( อ )

๒. อักษรสงู มี ๑๑ ตวั ไดแ กข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห

ผี ( ผ ) ฝาก ( ฝ ) ถุง (ฐ ถ ) ขาว ( ฃ ข ) สาร ( ศ ษ ส ) ให ( ห ) ฉัน ( ฉ )

อกั ษร ๓ หมู

๓. อกั ษรต่ํา มี ๒๔ ตวั สําหรับอกั ษรต่ําสามารถแบงออกเปน ๒ ประเภท คือ
อกั ษรคแู ละอักษรเด่ียว

๓.๑ อกั ษรคู คอื อักษรต่าํ ทีม่ ีเสยี งคูกับกบั อักษรสงู เชน ข กับ ค พ กับ ผ
มี ๑๔ ตัว ไดแ ก ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ

พอ ( พ ภ ) คา ( ค ฅ ) ฟน ( ฟ ) ทอง ( ฒ ฑ ท ธ ) ซือ้ ( ซ ) ชา ง ( ช ) ฮอ (ฮ )

๓.๒ อักษรเดยี่ ว มี ๑๐ ตวั ไดแก ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ

งู ( ง ) ใหญ ( ญ ) นอน ( น ) อยู ( ย ) ณ( ณ ) รมิ ( ร )
วัด ( ว ) โม ( ม ) ฬี ( ฬ )โลก ( ล )

คาํ เปน คาํ ตาย

คําเปน และคําตายมลี ักษณะตา งกันดังตอไปน้ี

คําเปน คําตาย

๑. คาํ ทีป่ ระสมดวยสระเสียงยาว ไมม ตี ัวสะกด ๑. คําท่ปี ระสมดว ยสระเสียงสั้นไมม ตี ัวสะกด
๒. คําทม่ี ีตัวสะกดในแมก งกนกมเกย ๒. คําท่มี ีตัวสะกดในแมกกกดกบ
เกอว
๓. คําท่ปี ระสมดว ยสระ อํา ใ_ ไ_ เ_ า

อกั ษร ๓ หมู

สมาชิก
๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุม
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ

คําชี้แจง อา นคําท่ีกาํ หนดให และสงั เกตพยญั ชนะตน แลวเขียนจัดกลุม ตามหมู
อักษรทกี่ ําหนดให

ธงชาติ ทบทวน เจ็บปวด สอดไส ฉุกเฉิน

ภาคภมู ิ ปองกนั กตกิ า ตกใจ แขง็ ขนั

ปฏบิ ัติ ฝกฝน ศึกษา เฒาชรา เรยี บรอ ย

อกั ษรสูง

อักษรกลาง

อกั ษรตา่ํ

คาํ เปน คําตาย

ชื่อ – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

ตอนท่ี ๑ ใหนักเรียนบอกชอ่ื ภาพทเ่ี หน็ และวเิ คราะหว าเปน คําเปน หรอื คําตาย
๑ ๒๓

…………….…. เปนคํา…….….…… …………….…. เปน คาํ …….….…… …………….…. เปน คาํ …….….……

๔ ๕

…………….…. เปนคํา…….….…… …………….…. เปน คาํ …….….……

ตอนที่ ๒ ใหน กั เรียนบอกวา คําตอ ไปนเ้ี ปนคาํ เปนหรือคาํ ตาย
ตวั อยา ง บานทรายทอง เปน เปน เปน

๑. รักเกิดในตลาดสด
๒. ขอใจแลกเบอรโ ทร
๓. ลูกผูชายไมต ะพด
๔. ตกุ แกรกั แปง มาก
๕. ฟรแี ลนซ หา มปว ย หา มพกั หา มรกั หมอ

- เฉลย -

อกั ษร ๓ หมู

สมาชิก
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. ประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน
๓. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลุม
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๕. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ

ตอนท่ี ๑ อานคําทก่ี าํ หนดให และสังเกตพยัญชนะตนแลว เขยี นจัดกลุมตามหมู
อกั ษรทก่ี าํ หนดให

ธงชาติ ทบทวน เจบ็ ปวด สอดไส ฉกุ เฉิน

ภาคภมู ิ ปองกนั กติกา ตกใจ แขง็ ขัน

ปฏิบัติ ฝก ฝน ศึกษา เฒาชรา เรยี บรอย

อักษรสูง แข็งขนั ฉกุ เฉนิ สอดไส ฝก ฝน ศึกษา

อกั ษรกลาง ตกใจ เจบ็ ปวด ปฏบิ ตั ิ ปองกัน กตกิ า

อกั ษรสูง เรยี บรอย ทบทวน ธงชาติ เฒาชรา ภาคภมู ิ

- เฉลย -

คาํ เปน คําตาย

ชื่อ – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

ตอนที่ ๑ ใหนักเรยี นบอกชื่อภาพที่เหน็ และวิเคราะหวา เปน คําเปน หรอื คําตาย
๑ ๒๓

….หม…ู . เปนคํา….. เปน……… ….พริก…. เปน คาํ ….ตาย…… ….มด…. เปน คาํ ….ตาย……

๔ ๕

….ชาง…. เปน คาํ ….เปน …… …เพชร…. เปน คาํ ….ตาย……

ตอนท่ี ๒ ใหนกั เรียนบอกวา คําตอ ไปน้ีเปน คําเปนหรือคําตาย
ตวั อยา ง บานทรายทอง เปน เปน เปน

๑. รกั เกดิ ในตลาดสด ตาย ตาย เปน ตาย ตาย ตาย
๒. ขอใจแลกเบอรโทร เปน เปน เปน ตาย เปน เปน
๓. ลกู ผชู ายไมตะพด ตาย เปน เปน เปน ตาย ตาย
๔. ตุกแกรักแปงมาก ตาย เปน ตาย เปน ตาย
๕. ฟรีแลนซ หามปวย หามพกั หา มรักหมอ เปน เปน เปน เปน เปน ตาย เปน ตาย เปน

แผนการจัดการเรียนรทู ๗่ี

กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท๖่ี

รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕

หนวยการเรียนรทู ่ี๒เร่ืองควายขา วและชาวนา เวลา ๙ ช่วั โมง

เรอ่ื งการผันวรรณยกุ ต เวลา๑ชั่วโมง

๑. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การสะกดคาํ นนั้ จําเปนตอ งรจู ักการผนั วรรณยุกต ซึ่งการผนั วรรณยุกตใ หถูกตอ งจะตองเขา ใจเร่ืองไต

รยางค และคาํ เปน คาํ ตาย

๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชีว้ ดั
สาระที่ ๔ หลักการใชภ าษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรูท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว

เปน สมบตั ขิ องชาติ

ตวั ชว้ี ดั ท๔.๑ป.๖/๑ วเิ คราะหชนิดและหนา ทขี่ องคาํ ในประโยค

๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. ผันวรรณยุกตได

๒. บอกเสยี งวรรณยุกตใ นคาํ ตา งๆได

๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- การผันวรรณยุกต

ทักษะ/กระบวนการ(P)
- ผนั วรรณยกุ ตจากคาํ ท่ีใชอกั ษรกลาง อักษรสงู อกั ษรตาํ่
เจตคติ (A)
๔๐. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย

๔๑. รักความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพอ่ื พัฒนาตนเอง

๔๒. มมี ารยาทในการอา น การเขยี น การฟง การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร

๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห

๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
- กระบวนการทํางานกลมุ
- กระบวนการปฏิบัติ

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๔๑.มวี ินยั

๔๒.ใฝเรยี นรู
๔๓.มุงม่ันการทาํ งาน

๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง การผนั วรรณยกุ ต

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขน้ั นํา

๑. ครูทบทวนความรเู ดิม เรือ่ งอักษร ๓ หมู โดยการทอ งจําอกั ษร ๓ หมู

อักษรกลาง คือ ไกจิกเด็กตายเฎก็ ฏายบนปากโอง

อกั ษรสงู คือ ผีฝากถุงขาวสารใหฉ ันศึกษาฐานฃวด

อกั ษรตาํ่ เดย่ี ว คือ งูใหญนอนอยู ณ รมิ วดั โมฬโี ลก

อักษรตํา่ คู คือ พอ คาฟนทองซอื้ ชา งฮอ

๒. ครใู หน กั เรียนบอกลกั ษณะคําเปน คาํ ตาย

- คําเปน คือ คาํ ทีป่ ระสมดว ยสระเสียงยาว และไมมีตวั สะกด หรอื คําที่สะกดในมาตราแมก ง แม

กม แมก น แมเ กย แมเกอว รวมทั้งคําในสระ อาํ ไอ ใอ เอา

- คําตาย คอื คาํ ทีป่ ระสมสระเสยี งส้นั ไมมตี วั สะกด หรอื คาํ ท่ีสะกดในมาตราแมกก กบ กด

๓. ครแู นะนาํ บทเรยี น เร่อื ง การผันวรรณยุกต

ขน้ั สอน
๔. นกั เรยี นแบงกลุม กลุมละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดมิ แตใหเ ลือกประธาน รองประธาน เลขานกุ ารกลุม

ใหม ไมใ หซาํ้ เดิม
๕. ครูใหนกั เรียนแตล ะกลมุ ศกึ ษาความรู เรื่อง การผันวรรณยุกต จากหนังสอื เรียนภาษาพาทแี ละใบ

ความรู เรอื่ ง การผันวรรณยุกต โดยใหสมาชิกในกลุมจบั คูเพ่ือศึกษาความรดู ังนี้

- คทู ่ี ๑ การผนั วรรณยกุ ตค าํ ทีม่ พี ยญั ชนะตนเปน อกั ษรกลาง
- คทู ี่ ๒ การผันวรรณยกุ ตค าํ ทมี่ ีพยัญชนะตน เปนอักษรสูง
- คทู ี่ ๓ การผันวรรณยกุ ตคําท่มี พี ยญั ชนะตน เปนอกั ษรตาํ่
หลังจากนน้ั นาํ ความรทู ี่ไดอ ธิบายใหส มาชิกในกลุม แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ เพ่ือใหมคี วามเขา ใจท่ี
ตรงกนั
๖. นักเรยี นแตละกลมุ ทาํ ใบงาน เร่อื ง การผนั วรรณยุกต
๗. ครูและนักเรยี นรวมกันเฉลยใบงาน โดยครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ และเปดโอกาสใหนกั เรยี นไดซักถาม

ขัน้ สรปุ
๘. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรุป เรอื่ ง คาํ เปน คาํ ตาย และหลกั เกณฑการผนั อักษร ๓ หมู จะผนั ไดไม

เหมอื นกัน เชน อักษรกลางจะสามารถผนั ไดค รบหา เสียง เชน กา กากากา กา สวนอักษรสงู และอกั ษรต่าํ
จะผนั ไดเ พยี งสามเสยี ง คา คา คา ภาษาไทยจะมีเสียงวรรณยกุ ต ซงึ่ สามารถผนั หรอื การทําใหม ีระดับเสียง

แตกตางกนั ไปและจะทําใหค วามหมายเปลี่ยนไปดวยซึง่ เปนประโยชนใ นการเรียนรคู าํ และนําไปใช
๙. สอ่ื และแหลงการเรยี นรู

๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๖
๒. ใบความรู เรอ่ื ง การผนั วรรณยกุ ต

๓. ใบงาน เร่ือง การผันวรรณยุกต

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ
วิธีการ ใบงาน เร่ือง การผนั วรรณยุกต รอยละ ๖๐ ขนึ้ ไปผา น
เกณฑ
ตรวจใบงานเรอ่ื ง การผนั วรรณยกุ ต
ผา นเกณฑร ะดบั พอใช ขนึ้
สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝเ รยี นรู แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ไป
และมงุ มัน่ การทาํ งาน ประสงค

สื่อการเรียนรแู ละแบบประเมนิ

หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑ เรื่อง จากผาแตม...สอู ยี ิปต
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๗ เรอ่ื ง การผันวรรณยกุ ต

อกั ษร ๓ หมู

การผันวรรณยกุ ต

๑. คําที่มพี ยัญชนะตน เปนอกั ษรกลางผันได๒ วธิ คี ือ
๑) อกั ษรกลางคําเปน พ้นื เสยี งเปน เสยี งสามัญผนั ไดครบทั้ง๔ เสยี ง
เชน กากากา กากา
๒) อักษรกลางคําตายพนื้ เสยี งเปน เสียงเอกผันไดครบท้งั โทตรีจตั วา
เชน จะจะ จะจะ

๒. คํา ทมี่ พี ยัญชนะตน เปน อกั ษรสงู ผนั ได๒ วธิ คี อื
๑) อกั ษรสูงคาํ เปนพน้ื เสยี งเปน เสียงจตั วาผันดว ยไมเอกและไมโ ท ไดเ สยี งเอกและ

เสยี งโทตามลาํ ดับ
เชนขาขาขา /ฉายฉายฉาย

๒) อักษรสูงคําตายพื้นเสยี งเปน เสยี งเอกผันดวยไมโ ท ไดเสียงโท
เชนขะขะ/ผักผ้ักฯลฯ

๓. คาํ ท่ีมีพยัญชนะตน เปน อักษรต่าํ ผนั ได๓ วธิ ีคือ
๑) อกั ษรต่าํ คาํ เปน พนื้ เสียงเปน เสียงสามญั ผนั ดวยไมเ อกไดเสียงโท ผันดวยไมโทได

เสยี งตรี
เชน คาคา คา/เพิงเพ่งิ เพ้ิง
๒) อักษรตาํ่ คําตายเสียงสนั้ พน้ื เสียงเปน เสียงตรผี ันดวยไมเ อกได เสียงโท
เชนคะคะ /รักร่กั
๓) อกั ษรต่ําคําตายเสยี งยาวพน้ื เสียงเปนเสียงโทผนั ดว ยไมโ ทไดเ สียงตรี
เชนนากนาก

อกั ษร ๓ หมู

การผนั วรรณยุกต

สมาชิก …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. เลขานกุ ารกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ
๔. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี

คําช้ีแจง ลากเสนการผนั วรรณยกุ ตจากวลีหรือประโยคท่ีกําหนด คาํ

แมคาขายไก

เสเยี สงียวงรวรรณรยณกุ ยตุก ต

จจตั ัตววา
ตตรรี ี
โโทท
เอเอกก
สามญั

แม คา ขายไก

การผันวรรณยุกต

จิ๊ก๑เปนเพ่ือนกบ

เสียงวรรณยกุ ต

จตั วา

ตรี

โท

เอก

สามัญ …………….… ………….…… ……………… คํา

……………… ……………..

ฝน๒รักโอคะ

เสยี งวรรณยกุ ต

จัตวา

ตรี

โท

เอก

สามัญ …………….… ………….…… ……………… คํา

……………… ……………..

การผันวรรณยุกต

๓ ปย ะพรวายน้ํา

เสียงวรรณยุกต

จัตวา

ตรี

โท

เอก

สามญั ……………… คํา

……………… …………….… ………….…… ……………..

๔ นนทเก่ียวขาวแลว หรอื

เสียงวรรณยกุ ต

จัตวา

ตรี

โท

เอก

สามัญ …………….… ………….…… …………….. คาํ

……………… ………………

การผันวรรณยุกต

๕ กระแสชลวนเช่ียว

เสียงวรรณยกุ ต

จัตวา

ตรี

โท

เอก

สามัญ …………….… ………….…… ……………… คาํ

……………… ……………..

๖ ผดิ เพยี งเพอ เผลอพลัดพราก

เสยี งวรรณยกุ ต

จตั วา

ตรี

โท

เอก

สามัญ …………….… ………….…… ……………… คาํ

……………… ……………..

- เฉลย -

การผันวรรณยกุ ต

สมาชิก

๑. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. ประธาน

๒. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. รองประธาน

…๓…. ……………………………………………………….………………………………….………………………………เล…ข…ท…่ี ………….…. …เล…ข.า.นกุ …าร…ก…ล…มุ …..
๔. ……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….……………… เเลลขขทท…ี่่ี ……………………….... สมา…ช…กิ ………..
สมาชิก
๕.

๖. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชกิ

คาํ ชแี้ จง ลากเสน การผันวรรณยุกตจากวลีหรอื ประโยคทกี่ าํ หนด คคําํา

แมค า ขายไก

เสเสียยีงวงวรรณรณยกุ ยตุก ต

จตั วา
ตตรรีี
โท

เอเอกก
สสาามมัญัญ

แม คา ขาย ไก

การผันวรรณยกุ ต

จกิ๊ ๑เปนเพ่ือนกบ คคาํ าํ
คคคาํ าํ ํา
เสเสียียงงววรรรรณณยยกุ กุ ตต

จจตั ตั ววาา
ตรี

โโทท
เเออก
สสาามมัญัญ

จ๊กิ เปน เพื่อน กบ

ฝน๒รักโอคะ

เเสสียยี งงววรรรรณณยยุกกุตต 

จจจตั ตั ัตวววาาา
ตตตรรรี ีี

โโทท

เเอเออกกก รัก โอ คะ

สสสาามมญััญ
ฝน

การผันวรรณยุกต

๓ ปยะพรวายนํ้า

เสเสียยี งงววรรรรณณยยุกกุ ตต 

จจตั ตั ววาา

ตรี

โโทท ยะ พร วาย นา้ํ คํา
เเออกก หรอื คํา
สสาามมญั ัญ

ป

นน๔ทเ ก่ียวขา วแลวหรอื

เสเสียียงงววรรรรณณยยกุ ุกตต

จจตััตววาา

ตตรรี ี
โโทท

เเออกก

สสาามมญััญ เกย่ี ว ขา ว แลว
นนท

การผนั วรรณยุกต

๕ กระแสชลวนเช่ียว

เสเสียยี งงววรรรรณณยยุกกุ ตต

จตั วา

ตตรรี ี
โโทท

เเออกก

สสาามมญั ญั แส ชล วน เชย่ี ว คํา
กระ
พลดั พราก คํา
๖ ผดิ เพยี งเพอ เผลอพลัดพราก

เเสสียยี งงววรรรณยุกต

จจตั ัตววาา

ตตรรี ี
โทโท

เอเอกก

สสาามมัญญั เพยี ง เพอ เผลอ
ผิด

แผนการจัดการเรียนรทู ี่๘

กลุม สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ่๖ี

รายวิชาภาษาไทย รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นที่ ๑ ป ๒๕๖๕

หนว ยการเรยี นรูท่ี๒เรอื่ งควาย ขาว และชาวนา เวลา๙ชว่ั โมง

เรอื่ งความหมายของคํา เวลา๑ช่ัวโมง

๑. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
ความหมายตรงและความหมายเปรียบเทยี บ หรอื ความหมายแฝง และคาํ พอ งหรือคําไวพจน มี

ประโยชนในการเขยี นและการพู ดผูเขยี นผพู ดู ตอ ง เลอื ก คํานํามาใชใ หถ ูกตอง เหมาะสมกบั การสือ่ สาร ผูทจ่ี ะ
เลือกใชคาํ ใหถกู ตองเหมาะสมไดน ้นั จะตอ งมคี วามรเู รอ่ื งความหมายขอ งคาํ หนาท่ีของคํา และความเหมาะสม

ในเลือกใชค าํ เปน อยา งดี เพอื่ ใหสามารถนาํ ไปใชสอื่ สารไดถูกตอ ง

๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว

เปนสมบตั ิของชาติ

ตัวช้ีวดั ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะหช นดิ และหนา ที่ของคาํ ในประโยค

๓. จดุ ระสงคการเรียนรู
๑. ใชคาํ ทีม่ ีความหมายตรงและความหมายแฝงได

๒. รจู ักคําและความหมายของคําพองความ

๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
- ความหมายตรงและความหมายแฝง

- คาํ พอ งความ หรอื คําไวพจน

ทกั ษะ/กระบวนการ(P)
- การเลือกใชค ําไดถ ูกตอ งเหมาะสมกับการสื่อสาร

เจตคติ (A)
๔๓. ตระหนักและเหน็ คณุ คาของภาษาไทย

๔๔. รกั ความเปนไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พ่ือพฒั นาตนเอง

๔๕. มีมารยาทในการอาน การเขยี น การฟง การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห
๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ัติ

๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๔๔. มีวินัย
๔๕. ใฝเ รียนรู
๔๖. มงุ มั่นการทาํ งาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน ความหมายตรง ความหมายแฝง

๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ข้ันนํา

๑. ครูยกตัวอยา งประโยค“เขาฝกโดดรม ” กับ “อารท วันนี้เรา โดดรม ไปเทย่ี วเดอะมอลลก นั ดีกวา ”
ครูใหนักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ คําวาโดดรม จากทง้ั สองประโยคนต้ี า งกันอยา งไร

๒. ครูอธิบาย “เขาฝกโดดรว ม ” โดดรม เปนคํากริยา ตวั ลงจากเคร่ืองบินโดยมรี ม ชูชีพ แต “อารท
วนั นเี้ ราโดดรมไปเท่ียวเดอะมอลลกันดีกวา ”โดดรม หมายถงึ หนีงาน

๓. ครูเช่ือมโยงเขา สบู ทเรยี น คํา ประกอบดว ย รปู เสียง และความหมาย ในสวนของความหมายขอ ง
คาํ นัน้ จะมีอยู ๒ แบบ ความหมายตรง และความหมายเปรียบเทยี บ

ขน้ั สอน
๔. นักเรียนแบง กลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชก ลุมเดมิ แตเ ลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ

กลมุ ใหม ไมใ หซ าํ้ เดมิ
๕. นกั เรียนแตละกลุมหาความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบของคําตอ ไปน้ี และแตงประโยค

ประกอบ โดยศกึ ษาจากหนังสือเรยี น ภาษาพาที และใบความรู เรือ่ ง ความหมายตรง ความหมายแฝงและคํา
ไวพจน

จูงจมูก คอยฝน กน บาตร
ขา วแดงแกงรอน สซี อใหควายฟง

๖. ตวั แทนกลุมนาํ เสนอผลงานหนาชั้นเรยี น โดย ครูและนกั เรยี นชวยกนั สรปุ อภิปราย แสดงความ
คดิ เหน็ จากสมาชิกของกลุม ที่ออกมานําเสนอรายงานหนา ชัน้ เรยี น และเตมิ เต็มในสวนทไี่ มส มบรู ณ

๗. ครูอธิบายความหมายของคําไวพจน (คาํ พองความ) คือ คาํ ที่มคี วามหมายเหมือนกันแตมรี ปู
ตา งกนั เชน

นา้ํ - ชล วารี นทสี าคร คงคา ชลาลัย ชลธาร ชลธี อทุ ก ธารา
พระอาทติ ย - สรุ ิยา สุรยิ ะ ทิพากร ทินกร รวี ตะวนั สรุ ยิ น
คําพดู - วาจา วจี พจนา ถอย
๘. ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ ในการใชค ําไวพจน ตอ งใชใหเหมาะกับกาลเทศะและบุคคลเชน
- พระอาทติ ยสอ งแสงใหค วามสวางแกผืนโลก (ใชใ นภาษาทั่วไป)
- ทินกรรอ นแรงสาดแสงจา (ใชในคาํ ประพนั ธ)
๙. ครูเปด โอกาสใหน กั เรียนไดซักถามขอสงสยั
๑๐. นกั เรยี นแตละคนทาํ ใบงาน เรือ่ ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคําไวพจน

ขนั้ สรุป
๗ . ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุปบทเรยี น เร่ือง คําทม่ี ีความหมายตรง ความหมายแฝง และ คําไวพจน
เนน ใหนักเรียนนําไปใชในใหถ ูกตอ งในชีวิตประจําวนั

๙. สือ่ และแหลง การเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
๒. ใบความรู เรอื่ ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคาํ ไวพจน
๓. ใบงาน เร่อื ง ความหมายตรง ความหมายแฝง และคาํ ไวพจน

๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ
วธิ ีการ แบบประเมินใบงานคาํ ที่มี รอยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา น
ความหมายตรง ความหมายแฝง เกณฑ
ตรวจใบงานคาํ ท่มี ีความหมายตรง และคาํ ไวพจน
ความหมายแฝง และคําไวพจน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ รอยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวม
ในกจิ กรรมกลุม เกณฑ
สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเรยี นรู
และมงุ ม่ันการทํางาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึง ผานเกณฑร ะดับพอใช ขน้ึ

ประสงค ไป

สือ่ การเรียนรูแ ละแบบประเมนิ

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง ควาย ขา วและชาวนา
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๘ เร่ือง ความหมายของคาํ

พยางค และ คํา

คําประกอบดวยเสยี งและความหมายเม่อื พิจารณาดานความหมายพบวา ความหมาย
ของคํามีอยู ๒ แบบ คือ ความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบหรอื ความหมายแฝง

ความหมายตรง ความหมายเปรยี บเทียบ
(แฝง)
เสือ เสือเปน สตั วก นิ เน้ืออาศัยอยใู นปา
ดาว คนื นไ้ี มมีเมฆฝน เรามองเหน็ ดาว เสอื ใบเปนโจรทดี่ รุ า ย
เธอเปนดาวเดนของโรงเรียน
สุกสวางในทอ งฟา
ซโู ม ผมชอบดกู ารแขงขนั ของซูโม พีช่ ายของฉนั ตัวอว นใหญเปนซโู ม

คาํ บางคาํ เขียนตา งกนั แตม ีความหมายเหมือนกัน หรอื ใกลเคียงกนั มาก เชน

คน - มนุษย
พระจันทร - ศศิธร
ตาย - เสียชีวิต
กิน - รับประทาน
คําพูด - วจี

คาํ เหลาน้ีเรียกวา คาํ พองความ หรือคําไวพจน เม่อื จะใชคําเหลา นค้ี วรเลอื กใชให

เหมาะกบั กาลเทสะ และบุคคล โดยพจิ ารณากลุมคําขางเคียง หรือบริบทในประโยค

เชน

พระจนั ทรม ีแสงนวลเยน็ ตา (ใชใ นภาษาทวั่ ไป)

ศศธิ รแจมกระจา งกลางนภา (ใชใ นคาํ ประพนั ธ)

เจาพระยาเปนชือ่ แมนาํ้ สายสาํ คญั ของประเทศไทย (ใชในภาษาทว่ั ไป)

หากตราบใดสายนทยี งั ร่ีไหล (ใชในคาํ ประพนั ธ)

เดก็ ๆกําลงั กินขา วทโ่ี รงอาหาร (ใชใ นภาษาพดู ทั่วไป)

วันนค้ี ณุ ยา รับประทานอาหารไดม าก (ใชในภาษาสภุ าพ)

ความหมายคตาํ รไงวพคจวานม หมายแฝง

ช่ือ – สกุล ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

ตอนที่ ๑ ใหนักเรียนบอกความหมายตรง ความหมายแฝงและแตงประโยคใหส มบรู ณ

คาํ ความหมายตรง ความหมายแฝง
มอื ขวา มอื ขางขวา ลกู นองคนสําคัญทเ่ี จานายไวใจให
ทาํ งานสําคัญแทน
ประโยค มดถกู มดี บาดมือขวา
คมกฤชเปนมือชวาของกํานัน

๑. จับมอื …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๒. แมพมิ พ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๓. นางฟา …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ความหมายคตาํ รไงวพคจวานม หมายแฝง

คํา ความหมายตรง ความหมายแฝง

๔. เขา หู …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๕. ปลาซิว …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ตอนท่ี ๒ ใหน กั เรียนนาํ คําพอ งทีก่ าํ หนดจบั กลมุ ใหถูกตอ ง

๑. นที นที ไพรี ภผู า ผกา
๒. ไพรี บหุ งา คีรี พนาวัน คงคา
๓. ภผู า วารี ไพรสัณฑ บรรพต บษุ บา
๔. ผกา มาลา สิงขร พนา ชลธาร
สาคร พงพี ไศล มาลี

ความหมายคตํารไงวพคจวานม หมายแฝง - เฉลย -

ชอ่ื – สกลุ ………………………………………………………………… เลขท่ี ……………….

ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นบอกความหมายตรง ความหมายแฝงและแตงประโยคใหส มบูรณ

คํา ดลุ ยพนิ ิจครผู ูสอน
มอื ขวา
ความหมายตรง ความหมายแฝง
ประโยค
มือขางขวา ลูกนองคนสาํ คัญที่เจานายไวใ จให

ทํางานสาํ คญั แทน

มดถกู มีดบาดมือขวา คมกฤชเปน มอื ชวาของกํานนั

๑. จับมือ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๒. แมพมิ พ …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๓. นางฟา …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ความหมายคตํารไงวพคจวานม หมายแฝง

คํา ความหมายตรง ความหมายแฝง

๔. เขา หู …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

๕. ปลาซิว …………………………………………….. …………………………………………………
ประโยค ……………………………………………… ………………………………………………….

…………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………… ………………………………………………….

ตอนท่ี ๒ ใหนกั เรียนนําคาํ พอ งทีก่ าํ หนดจบั กลุมใหถูกตอ ง

๑. นที นที ไพรี ภูผา ผกา
๒. ไพรี บุหงา ครี ี พนาวัน คงคา
๓. ภผู า วารี ไพรสณั ฑ บรรพต บษุ บา
๔. ผกา มาลา สิงขร พนา ชลธาร
สาคร พงพี ไศล มาลี

คงคา วารี ชลธาร สาคร
พนาวนั ไพรสณั ฑ พนา พงพี
ครี ี บรรพต สงิ ขร ไศล
บุหงา บุษบา มาลา มาลี

แผนการจัดการเรียนรทู ่๑ี

กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่๖

รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรยี นท่ี ๑ ป ๒๕๖๕

หนวยการเรยี นรูท๓่ี เรอ่ื งอา นปา ยไดส าระ เวลา๘ชั่วโมง

เรือ่ งเรยี นรคู ํา คูค วามหมาย เวลา๑ชว่ั โมง

๑. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนรูค ํา คาํ ยาก ขอ ความและสาํ นวนภาษาไทยในบทเรยี นและนําไปใชใหถ ูกตอง ถือเปน การ

พฒั นาทกั ษะทางภาษาที่ผูเรยี นควรไดรับการฝกฝน เพ่ือพัฒนาทกั ษะใหถ กู ตอง จงึ จะทําใหการเรยี นรภู าษา
เปน ไปดวยดแี ละเกิดการพัฒนาตามมา

๒. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชว้ี ดั ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพือ่ นาํ ไปตัดสินใจ
สาระท่ี ๑ การอา น แกปญหาในการดําเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รักการอาน
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ อธิบายความหมายของคําประโยคและขอ ความท่เี ปน โวหาร

ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ป.๖/๒

๓. จุดระสงคการเรยี นรู
- อานและอธิบายความหมายของคําในบทเรียนได

๔. สาระการเรยี นรู
ความรู (K)
- หลกั การอานคาํ และความหมายของคาํ
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นออกเสยี งและบอกความหมายของคํา

เจตคติ (A)
๔๖. ตระหนักและเหน็ คุณคา ของภาษาไทย
๔๗. รกั ความเปน ไทย ใชภาษาแสวงหาความรูเพอื่ พฒั นาตนเอง
๔๘. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด

๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร

๒. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห

๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
- กระบวนการทํางานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ

๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๔๗. มวี ินยั
๔๘. ใฝเ รยี นรู
๔๙. มงุ มน่ั การทาํ งาน

๗. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- เขยี นคาํ ศพั ทแ ละความหมายลงในสมุดบันทกึ

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขน้ั นํา

๑. นกั เรยี นเลนเกม “ตอความยาว” การคดิ คาํ ตอ จากคําท่ีกําหนด โดยมีคําท่กี ําหนดปรากฏอยูด ว ย
เชน น้ํา น้าํ มอื นา้ํ ใจ น้าํ คาํ นาํ้ ลาย น้าํ มนต

๒. ครูและนกั เรียนรวมกันอภิปรายเน้ือหาสาระที่ไดจ ากการเลน เกม

ข้ันสอน
๓. นกั เรียนแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน คละกนั ตามความสามารถและใหนักเรยี นแตละกลมุ เลอื ก
ประธาน รองประธานและเลขานกุ ารกลุม โดยครูแนะนําบทบาทหนาที่ของสมาชิกแตล ะคนในกลมุ ให
นกั เรียนเขา ใจบทบาทหนาที่ของตนเอง
๔. ครูใหนักเรยี นแตล ะกลมุ อา นบทเรยี นเร่ือง “อา นปายไดส าระ” เพื่อสํารวจคาํ ยากและคําทีไ่ มเ ขา ใจ
ความหมาย ใหเ ลือกคาํ ไว ๑๐ คํา แลว นําไปตดิ บนกระดานดาํ คดั เลือกคาํ ทีซ่ ํ้ากนั ออก
๕. หลงั จากไดค ําศัพทท ี่คดั เลือกคําซํ้าออกไปแลว นนั้ ใหน ักเรียนแตละกลมุ คนหาความหมายจ าก
พจนานุกรม แลวเขยี นลงในบัตรความหมาย นาํ ไปตดิ หลังบัตรคําบนกระดานดํา
๖. ครูและนักเรยี นรว มกนั เฉลย
๗. นกั เรียนทัง้ ช้นั ฝก อานคาํ ศัพทและความหมายของคํา ตามบตั รคําและบัตรความหมายที่ตดิ ไวบน
กระดาน เนนการมมี ารยาทในการอาน
๘. นกั เรยี นแตล ะคนเขียนคาํ ศัพทและความหมายลงในสมุดบันทึก

ขั้นสรปุ
๙. ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรปุ ถงึ ประโยชนของการอานคาํ ศัพทแ ละเขา ใจความหมายของคําศัพท

๙. สอื่ และแหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖
๒. เกม “ตอ ความยาว”

๓. พจนานกุ รม
๔. บตั รคําและบตั รความหมาย

๑๐. การวดั และการประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ
วิธีการ
แบบสังเกตการอานคาํ และ รอ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
สังเกตการอานคําและความหมายของคาํ
ความหมายของคาํ ผา นเกณฑ
สงั เกตพฤติกรรมการมีสว นรว ม
ในกจิ กรรมกลมุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผา น
สังเกตพฤติกรรมความมวี ินัย ใฝเรียนรู
และมงุ มน่ั การทํางาน เกณฑ

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึง ผานเกณฑร ะดับพอใช ขน้ึ

ประสงค ไป

เกณฑก ารประเมินการอานคาํ และความหมายของคํา
๕. อานคําและอานความหมายของคาํ ถูกตองทกุ คํา ไดค ําละ ๑ คะแนน

๖. อานคําและอา นความหมายของคํา ผดิ ๑ คําหักคาํ ละ ๑ คะแนน

ส่อื การเรียนรแู ละแบบประเมิน

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง อานปายไดส าระ
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๑ เร่อื ง เรยี นรูคาํ คคู วามหมาย

เกม “ตอความยาว”

วธิ ีการ
๑. ใหน กั เรียนแตละคนคดิ คาํ ๑ พยางคข ึ้นมา
๒. แตละคนตอคาํ จากที่คิดขนึ้ มานั้นเพียง ๑ พยางค

ตวั อยา ง เชน น้ํา : น้ําใจ น้ําคํา น้ํามือ นาํ้ ไหล น้าํ ใส นํา้ ครํา่

อุปกรณ| บตั รคําและบตั รความหมาย 
บตั รคาํ บตั รความหมาย

แผนการจัดการเรยี นรูท ๒ี่
กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ่๖ี
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาคการเรียนที่ ๑ ป ๒๕๖๕
หนวยการเรียนรทู ่๓ี เร่ือง อา นปา ยไดส าระ เวลา๘ชัว่ โมง
เรื่องอา นคดิ พินิจเรื่องราว เวลา๑ชัว่ โมง

๑. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา นในใจใหเกิดความเขาใจชัดเจนลึกซึง้ จะตอ งอา นแลวสามารถตัง้ คาํ ถาม ตอบคําถาม อภิปราย

แสดงความคิดเห็นเนื้อเรือ่ ง ลําดับเหตุการณ และสรปุ ใจความสําคญั ของเรือ่ งได

๒. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชวี้ ดั
สาระที่ ๑ การอา น
มาตรฐานการเรยี นรู ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรูและความคดิ เพอ่ื นําไปตัดสินใจ
แกปญหาในการดาํ เนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา น
ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอเทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากเรอื่ งทอี่ า น
ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา น

๓. จุดระสงคการเรยี นรู
๑. อา นในใจแลว ตัง้ คําถาม ตอบคําถามจากเรือ่ งในบทเรยี นได
๒. สรปุ ใจความสาํ คญั ของเร่อื งทอี่ านได
๓. มีมารยาทในการอาน

๔. สาระการเรียนรู
ความรู (K)
๕. หลักการอา นจับใจความ
๖. มารยาทในการอาน
ทักษะ/กระบวนการ(P)
- อา นจับใจความ
เจตคติ (A)
๔๙. ตระหนักและเห็นคณุ คา ของภาษาไทย
๕๐. รกั ความเปน ไทย ใชภ าษาแสวงหาความรเู พือ่ พฒั นาตนเอง
๕๑. มีมารยาทในการอาน การเขียน การฟง การดู และการพดู

๕. สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
๓. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
- กระบวนการทาํ งานกลุม
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ

๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๕๐.มวี นิ ยั
๕๑.ใฝเ รียนรู
๕๒.มุงม่นั การทาํ งาน

๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง ตั้งคําถาม-คน หาคําตอบ เรือ่ ง อา นปา ยไดส าระ

๘. กจิ กรรมการเรียนรู
ข้ันนํา
๑ . ครทู บทวนจุดมงุ หมายในการอานในใจ โดยตกลงการเรียนรรู วมกันวา เมือ่ อา นในใจแลวสามารถ
สรปุ ใจความสําคัญ และขอ คดิ ได สามารถต้ังคําถาม ตอบคําถามได สามารถลําดับเหตกุ ารณข องเรอื่ งได

ขน้ั สอน
๒. ครสู นทนากับนกั เรียนเกยี่ วกบั ปายโฆษณาในชมุ ชนของนกั เรยี นโดยทว่ั ไป เชน
- ในชมุ ชนของนกั เรยี นมีปา ยอะไรบา ง
- ใครบา งท่ีเคยอานปายโฆษณาในชมุ ชนของนักเรยี น
- อาชพี ทาํ นา ทาํ ไร ทาํ สวน มีลักษณะท่แี ตกตา งกันอยางไร
- กฎจราจรทนี่ ักเรยี นรูจกั ไดแกอ ะไรบา ง
- การอานปา ยไดส าระอยา งไร และมีประโยชนต อ นกั เรียน
๓. นกั เรยี นแบงกลมุ กลุมละ ๖ คน โดยใชกลมุ เดิม แตเ ลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ

กลมุ ใหม ไมใ หซ า้ํ เดมิ
๔. นกั เรียนแตละกลมุ อา นในใจเนื้อหาบทเรยี นและตัง้ คําถาม จากเร่ืองทอ่ี านและวงเลบ็ คําตอบทถี่ ูก

ที่สุดไวด านหลังดว ยคาํ ถามงาย ๆ ไดแก คาํ ถามท่ขี นึ้ ตน วา ใคร อะไร ทไ่ี หน เมอื่ ไร อยา งไร ทําไม เปน

คําถามทีม่ ีคาํ ตอบอยูใ นบทเรียน หลังจากนั้นนําคาํ ถามและคาํ ตอบเขยี นลงในใบงาน เรื่อง ต้ังคําถาม-คนหา
คําตอบ เรือ่ ง อานปายไดสาระ

๕. เมอ่ื แตล ะกลุม ทําใบงานเสร็จเรยี บรอ ยแลว ครูตั้งคาํ ถามจากการอานในใจนกั เรียนต้งั คําถาม-ตอบ
คําถามไดจ าํ นวนกขี่ อ ครูและนักเรยี นรวมกันเฉลยใบงาน

๖. ครูสรุปผลการต้งั คาํ ถามและตอบคําถาม
๗. นกั เรยี นแตละกลุมชว ยกันลาํ ดบั เหตกุ ารณสาํ คญั ของเรอ่ื งคนละประโยคหรือมากกวานัน้ จนจบ
เรื่อง หลังจากนน้ั สมาชกิ ทุกคนชวยกนั สรุปใจความสําคญั ของเร่อื งแลวบันทกึ ไวใ นสมุด
๘. ตวั แทนแตละกลุม นําเสนอใจความสําคัญของเร่อื ง “อา นปา ยไดส าระ”หนาชนั้ เรียน

ขน้ั สรุป
๙. นักเรียนและครรู ว มกันอภิปรายสรุปบทเรียน ดวยการสรปุ ใจความสําคัญ การตั้งคาํ ถามและตอบ

คําถามจากเนอ้ื เรอ่ื ง การลาํ ดับเหตกุ ารณ เปนไปตามข้ันตอนไมสับสน และรวมท้งั การมลี ักษณะนิสยั ทีด่ ใี น

การอา น

๙. ส่อื และแหลงการเรียนรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖

๒. ใบงาน เร่ือง ต้ังคาํ ถาม-คนหาคําตอบ เร่ือง อานปา ยไดส าระ

๑๐. การวัดและการประเมนิ ผล

วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ

สงั เกตพฤติกรรมการอา น แบบประเมินการอา นจบั ใจความ รอ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป ผา น

เกณฑ

ตรวจใบงานเรือ่ ง ตง้ั คําถาม-คนหาคาํ ตอบ แบบประเมินใบงาน เร่ือง ต้ังคําถาม- รอ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป ผา น

เรื่อง อา นปา ยไดสาระ คน หาคําตอบ เรอ่ื ง อานปายไดส าระ เกณฑ

สงั เกตพฤติกรรมการมสี วนรวม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ รอ ยละ ๖๐ ขึ้นไป ผาน

ในกจิ กรรมกลุม เกณฑ

สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ัย ใฝเ รียนรู แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ผานเกณฑระดบั พอใช ขน้ึ

และมุง มัน่ การทํางาน ประสงค ไป

ส่อื การเรียนรแู ละแบบประเมนิ

หนวยการเรียนรูท ่ี ๓ เร่ือง อา นปายไดส าระ
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๒ เรือ่ ง อานคิดพนิ จิ เรื่องราว

ตง้ั คําถาม คน หาคําตอบ
เรื่อง อา นปา ยไดสาระ

สมาชกิ …….. ประธาน
๑. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. รองประธาน
๒. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. เลขานุการกลมุ
๓. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๔. ……………………………………………………………………… เลขท่ี …….. สมาชิก
๕. ……………………………………………………………………… เลขที่ …….. สมาชกิ
๖. ……………………………………………………………………… เลขที่

คําช้แี จง ใหนกั เรียนตั้งคาํ ถามพรอ มคําตอบจากการอานจบั ใจความจากเรือ่ ง
“อานปา ยไดสาระ”

คําถาม คําตอบ

ตง้ั คาํ ถาม คน หาคําตอบ
เรอ่ื ง อา นปา ยไดสาระ

คําถาม คาํ ตอบ


Click to View FlipBook Version