เร่ือง อารยธรรมจีน
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรียนพทุ ธริ งั สพี บิ ลู
น.ฮวงโห Lung Shan
วฒั นธรรมหลงซาน
ชุนชนยคุ หินใหม่ อย่บู ริเวณลุ่มนา้ แยงซเี กียง
พบหลักฐานสาคัญคือ เครอ่ื งปัน้ ดนิ เผาสีด้าขดั เงา
และหมอ้ สามขา
น.แยงซีเกยี ง
เรือ่ ง อารยธรรมจนี ราชวงศ์ซาง
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วิชา ประวตั ิศาสตร์ (ส32101) (1,776-1,122 B.C.)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ ังสีพิบูล
ราชวงศโ์ จว
สมัยโบราณ
(1,122-249 B.C.)
(1,776-249 B.C.)
เร่อื ง อารยธรรมจนี
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรียนพุทธิรังสีพิบลู
ราชวงศซ์ าง
(1,776-1,122 B.C.)
ศูนยก์ ลางอยูเ่ มืองอนั ยาง
ปกครองแบบชนเผ่า/นครรัฐ
พบบันทึกตัวอักษรสลักบนกระดองเต่า หรือกระดูกสัตว์
เรียกว่า กระดกู มงั กร ไวส้ าหรับเสยี่ งทาย
พบเครอื่ งมือเครอ่ื งใชท้ าด้วยสาริด หยก และของแกะสลัก
มปี ฏทิ ินใช้สาหรบั การเพาะปลูก
เร่มิ สร้างกาแพงเมอื งจีน
ตวั อกั ษรสลกั บนกระดองเตา่
เร่ือง อารยธรรมจนี
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธริ งั สพี บิ ลู
ราชวงศโ์ จว
(1,122-249 B.C.)
ศนู ยก์ ลางอยเู่ มืองซีอาน
เกดิ แนวคิดเทียนมงิ่ เรียกว่า อาณัติสวรรค์
เช่ือว่ากษตั รยิ ไ์ ดร้ บั อานาจจากสวรรคใ์ หม้ าปกครอง
ปกครองแบบรวมอ้านาจ และเกิดระบบศกั ดนิ า
เจรญิ ด้านปรัชญา เชน่ ขงจอ้ื เลา่ จื้อ ฟาเฉีย ซนุ วู ฯลฯ เล่าจ้อื
วทิ ยาการ เช่น การใชเ้ หลก็ แมเ่ หลก้ ตะเกียบ ขงจ้อื
เรอื่ ง อารยธรรมจีน ราชวงศ์ฉิน (221-206 B.C.)
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ ราชวงศ์ฮ่นั (206 B.C. -220 A.D.)
วชิ า ประวัตศิ าสตร์ (ส32101) ยคุ สามกก๊ (220-280 A.D.)
ธวชั ชยั เดอื นขาว โรงเรยี นพทุ ธิรงั สีพิบลู ราชวงศ์ถงั (618-907 A.D.)
ราชวงศซ์ ้อง (960-1127 A.D.)
สมยั จกั รวรรดิ ราชวงศห์ ยวน (1279-1644 A.D.)
ราชวงศ์หมงิ (1368-1644 A.D.)
(221 B.C. -1,911 A.D.) ราชวงศ์ชงิ (1644-1911 A.D.)
เรอ่ื ง อารยธรรมจีน
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรียนพุทธิรังสีพบิ ลู
ราชวงศฉ์ นิ
(221-206 B.C.)
ผู้นาเผ่าฉินสามารถเอาชนะและรวมแผ่นดินจีนเป็นหน่ึงและ
สถาปนาตนเองเปน็ จกั รพรรดิคนแรก ชอ่ื จน๋ิ ซีฮ่องเต้
ปกครองดว้ ยหลกั ฟาเฉีย (นติ ิธรรม) และเผาตาราขงจ้ือทิ้ง
บังคบั ใช้ภาษาเขยี นเหมือนกันทั่วราชอาณาจกั ร
คดิ ระบบช่งั ตวง วัด และเงินตรา ใชแ้ บบเดียวกันทวั่ ราชอาณาจักร
สรา้ งกาแพงเมืองจนี สาเร็จในยุคนี้
จ๋ินซฮี อ่ งเต้
จักรพรรดคิ นแรกของจนี
เร่อื ง อารยธรรมจนี
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรียนพทุ ธิรงั สพี บิ ูล
ราชวงศฮ์ ัน่
(206 B.C. -220 A.D.) เส้นทางสายไหม
ฟ้ืนฟปู รชั ญาและวรรณกรรมใหม่ โดยเฉพาะขงจอื้
มีการสอบเขา้ รบั ราชการ สอบจอหงวน ตตี ง้ อี๋
เกิดเส้นทางสายไหม Silk Road เพ่ือการค้า เครอ่ื งพยากรณแ์ ผ่นดนิ ไหว
ชาติแรกท่ีพบวิธีการทากระดาษจากเปลือกไม้
ชาตแิ รกทนี่ าแม่เหล็กมาทาเข็มทิศสาหรับเดินเรอื
มกี ารบนั ทึกประวตั ิศาสตรค์ รง้ั แรก ชือ่ สอ่ื จี
มีการประดิษฐเ์ ครอื่ งตรวจวดั ดาราศาสตร์ และเคร่อื งพยากรณ์แผ่นดนิ ไหว
ชาวจนี ภูมิใจในยุคนมี้ าก จนเรียกวา่ ชาวฮนั่ หนุ เทียนอี
เครือ่ งตรวจวัดดาราศาสตร์
เรอ่ื ง อารยธรรมจีน เลา่ ป่ี ซนุ กวน
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ ังสพี ิบลู
ยุคสามกก๊
(220-280 A.D.)
เปน็ ยคุ แตกแยกแบ่งเป็นสามกก๊ ไดแ้ ก่
1. วุยก๊ก นาโดยโจโฉ
2. จกกก๊ นาโดยเล่าปี่
3. งอ่ ก๊ก นาโดยซุนกวน
โจโฉ
เรอื่ ง อารยธรรมจนี เส้นทางสายไหม
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ พระถงั ซาจ๋งั
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรียนพทุ ธิรังสีพิบลู
ราชวงศ์ถัง
(618-907 A.D.)
เมืองหลวงอยูท่ ่ีล่ัวหยาง
เปน็ ยคุ ทองของวรรณกรรมจีน
พระถงั ซาจั๋งเดนิ ทางไปอญั เชิญพระไตรปฎิ กท่อี นิ เดยี
พระพุทธศาสนาเจริญ และศลิ ปะอนิ เดยี เรมิ่ มีอทิ ธพิ ล
ก่อสรา้ งพระราชวังใหญโ่ ต
เกดิ เส้นทางสายไหมทางทะเล
ปลายราชวงศ์มีการตอ่ ต้านศาสนาพุทธ และฟนื้ ฟูขงจอ้ื
เรื่อง อารยธรรมจีน เขม็ ทศิ แทน่ พมิ พ์
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ ดินปนื
วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดอื นขาว โรงเรียนพุทธริ งั สีพิบูล
ราชวงศ์ซอ้ ง
(960-1127 A.D.)
เป็นยคุ แห่งความก้าวหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ
เชน่ เขม็ ทศิ แทน่ พิมพ์ และดินปืน
ถกู ชนเผ่ามองโกลรุกรานอยา่ งหนกั
เกดิ ประเพณรี ดั เทา้ สภุ าพสตรี ซึ่งสะทอ้ นคา่ นยิ มกดขี่
ประเพณรี ัดเทา้
สภุ าพสตรี
เรือ่ ง อารยธรรมจีน กบุ ไลขา่ น
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ จกั รพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดือนขาว โรงเรียนพทุ ธิรงั สพี บิ ูล
ราชวงศ์หยวน
(1279-1644 A.D.)
เป็นการปกครองโดยชาวมองโกล โดยกบุ ไลขา่ น
มีชาวตา่ งชาติมารบั ราชการเปน็ จานวนมาก
ครสิ ตศ์ าสนามบี ทบาทในจนี
เกดิ การแลกเปล่ยี นอารยธรรมจนี -ตะวนั ตก
บา้ นเมอื งจีนเจริญมาก
มารโ์ คโปโล
เรื่อง อารยธรรมจนี พระราชวังตอ้ งหา้ มสรา้ งในสมยั น้ี
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดอื นขาว โรงเรยี นพทุ ธิรังสีพบิ ูล
ราชวงศห์ มิง
(1368-1644 A.D.)
จนี สร้างจกั รวรรดใิ หม่ ไล่พวกมองโกลออกไป
โดดเดน่ เรือ่ งการเดนิ เรอื
โดยมหาขันทีเจิงเหอ
เกิดการค้าแบบรัฐบรรณาการ
ไมส่ ามารถปรับตวั รบั วัฒนธรรม
ตะวันตกและวทิ ยาการสมัยใหม่
ที่เขา้ มา
มหาขันทเี จ้ิงเหอ
เรอ่ื ง อารยธรรมจนี สงครามฝนิ่
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101) จกั รพรรดปิ ยู ี
ธวชั ชยั เดอื นขาว โรงเรียนพทุ ธริ งั สพี บิ ูล ฮอ่ งเต้องค์สดุ ทา้ ยของจีน
ราชวงศ์ชิง
(1644-1911 A.D.)
ราชวงศส์ ุดท้ายของจักรวรรดิจีน
ปกครองโดยเผ่าแมนจู
บงั คบั ให้ชายจีนไวผ้ มหางเปีย
โดนญปี่ นุ่ คกุ คาม
แพส้ งครามฝนิ่ ตอ่ องั กฤษ
จกั รพรรดิปยู ี เป็นฮอ่ งเตอ้ งค์สุดท้าย
ชายจีนไวผ้ มหางเปีย
เร่ือง อารยธรรมจีน ดร.ซุน ยตั เซ็น
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ เจียงไคเช็ค
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรยี นพุทธิรงั สีพบิ ูล
สมัย
ประชาธปิ ไตย
(1911-1949 A.D.)
เร่อื ง อารยธรรมจีน
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ งั สีพบิ ูล
ดร.ซนุ ยตั เซน็ เจยี งไคเช็ค
หลักไตรราษฎร์ ได้แก่ เอกราช อธิปไตย ความยตุ ธิ รรม ช่วงน้เี ปน็ การแข่งขนั ทางการเมืองของ 2 ข้วั อุดมการณ์ คือ
หลักเบญจาธปิ ไตย ได้แก่ บรหิ าร นิตบิ ัญญตั ิ ตลุ าการ ฝา่ ยประชาธิปไตย นาโดย เจยี งไคเชค็
ฝ่ายคอมมิวนสิ ต์ นาโดย เหมาเจ๋อตุง
สอบแข่งขัน ตรวจตราดูแล
แนวทางการปฏิวตั ิ 1. ลม้ ราชวงศ์ชงิ และจกั รวรรดนิ ยิ ม ผลคือฝา่ ยประชาธิปไตยพา่ ยแพ้
ทาให้ต้องหนไี ปตัง้ รัฐบาลพลดั ถน่ิ ท่ี เกาะไต้หวนั
2. ต้งั รัฐบาลตามระบบสาธารณรฐั
3. จดั สรรทีด่ ินใหแ้ กป่ ระชาชน
เรอ่ื ง อารยธรรมจนี เหมาเจง๋ ตุง
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ เติงเส่ียวผงิ
วิชา ประวตั ิศาสตร์ (ส32101) เจยี งเจอ๋ หมนิ
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรียนพุทธริ ังสพี ิบลู หจู ิน่ เทา
สีจนิ ผิง
สมัย
คอมมวิ นสิ ต์
(1949 A.D. -ปัจจบุ ัน)
เรอ่ื ง อารยธรรมจนี
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดอื นขาว โรงเรยี นพทุ ธิรังสีพิบูล
เหมาเจ๋งตุง เติงเส่ยี วผงิ เจียงเจอ๋ หมิน หูจน่ิ เทา สีจินผิง
ปิดประเทศ เปิดประเทศ ทฤษฎสี ามตัวแทน ฟ้นื ฟคู วามสมั พนั ธ์กับ เสน้ ทางสายไหมใหม่
การผลิต วัฒนธรรม ไตห้ วัน เส้นทางการค้าที่เชื่อม
พ่ึงพาตนเอง ค้าขายกบั ตา่ งชาติ ตวั แทนประชาชน เปน็ ยุคแรกไต้หวันเร่มิ อาเซยี นสยู่ โุ รป
ยอมคยุ กบั จนี
นารวม 4 ทันสมยั แผน่ ดนิ ใหญ่
ชุมชนทีร่ ่วมกนั ทางาน ทหาร อตุ สาหกรรม
และปันผลประโยชน์ เกษตร วทิ ยาศาสตร์
Red guard สังหารหมู่เทยี นอันเหมนิ
กล่มุ เยาวชนท่ีร่วม เกดิ จากการประทว้ ง
ปฏวิ ตั ิวฒั นธรรม คอร์รัปชน่ั ของรัฐบาล
เร่ือง อารยธรรมจนี
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ งั สพี บิ ูล
กระดาษ วทิ ยาการสา้ คัญของจนี เข็มทิศ
จี น เ ป็ น ช า ติ แ ร ก ท่ี น า จีนเป็นชาติแรกในโลกท่ี
เปลือกไม้ เศษผ้า และ สามารถประดิษฐ์เข็มทิศ
ต า ข่ า ย ดั ก ป ล า ม า บ ได้ โดยทาจากแมเ่ หล็ก
ดรวมกันเรียกว่า กระ
ดาษไช่หลุน แท่นพิมพ์
จี น เ ป็ น ช า ติ แ ร ก ท่ี
ดินปนื ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ โดย
จีนเป็นชาติแรกที่คิดค้น การสลักบนโลหะ แล้ว
ดินปืนจากความบังเอิญ นาเรียงกนั
ใ น ป ล า ย ร า ช ว ง ศ์ ถั ง
เนอ่ื งจากต้องการปรุงยา
อายวุ ฒั นะ
เร่อื ง อารยธรรมจีน
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพุทธริ ังสีพบิ ลู
ขงจอื ลทั ธปิ รัชญาจนี พระพทุ ธศาสนา
คุณธรรมนยิ ม มหายาน
เน้นการจัดระเบียบสังคม จีนรับพระพุทธศาสนามาจาก
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ อิ น เ ดี ย ใ น ส มั ย
บุคคล ความกตัญญู และ ราชวงศ์ถงั
ยดึ หลักจารีตประเพณ๊
ฟาเฉยี
เลา่ จอื นติ ิธรรมนยิ ม
ธรรมชาตนิ ยิ ม เชื่อวา่ กฎหมายเป็นสิ่งจาเป็นต้อง
เป็นแนวคิดสานักเต๋า โดยเน้น ใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด เพ่ือ
การปรับตวั ใหเ้ ขา้ กับธรรมชาติ ควบคุมความประพฤติคน
เรื่อง อารยธรรมจนี
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ ังสพี บิ ลู
จติ รกรรม ศลิ ปวัฒนธรรม วรรณกรรม
รุ่งเรืองมากสมัยราชวงศ์ สามกก๊ -เรอื่ งราวปลาย ร.ฮ่นั
ฮั่นที่นิยมมากคือ ภาพบน ซ้องกั่ง-การประทว้ ง ร.หยวน
ผ้าไหม เน้นเรื่องขงจ้ือ หงโหลวเมงิ่ -ความฝนั ในหอแดง
พุทธศาสนา และภาพ สื่อจี้-บันทึกประวัติศาสตร์จีน
ธรรมชาติ
ประตมิ ากรรม สถาปตั ยกรรม
ร.ซาง-แกะสลักงาชา้ ง หนิ อ่อน หยก ร.ฉิน-กาแพงเมืองจนี
ร . ห มิ ง - พ ร ะ ร า ช ต้ อ ง ห้ า ม
ร.ฉนิ -หุ่นดนิ เผาสุสานจ๋นิ ซีฮ่องเต้ พระราชวงั ฤดรู อ้ น
ร.ถงั -เครอ่ื งเคลอื บ 3 สี พระพุทธรูป
ร.หมิง-เครือ่ งลายครามและเครอื่ งลายคราม
Chapter 11
อารยธรรมอนิ เดยี
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ครธู วัชชยั เดือนขาว โรงเรียนพุทธิรงั สพี ิบูล
เร่อื ง อารยธรรมอนิ เดีย
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ งั สีพบิ ลู
สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ สมัยประวตั ศิ าสตร์
พระเวท (ภาษาสกฤต)
ยคุ อารยธรรมล่มุ นา้ สนิ ธุ ยุคพระเวท ยุคจกั รวรรดิ ยุคมสุ ลมิ ยคุ อาณานคิ ม ยุคเอกราช
1500-600 B.C. 600B.C.-600A.D. 12-17 17-20 20 Century A.D.
Century A.D.
Century A.D. -Now
เร่ือง อารยธรรมอินเดีย เมอื งโมเฮนโจดาโร
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ เมอื งฮารปั ปา
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธริ งั สพี บิ ลู
น.สนิ ธุ
อารยธรรมลุ่มแม่น้าสินธุเป็นอารยธรรมแรกของอินเดีย เป็นอารยธรรมส้าริด
รุ่งเรืองเมื่อประมาณ 2600-1900 B.C. มีการขุดค้นพบแหล่งอารยธรรมสินธุ
ขนาดใหญ่ท่ีเมืองโมเฮนโจดาโรและเมืองฮารัปปา ซึ่งมีพัฒนาการความเจริญ
ได้แก่ การสร้างบา้ นดว้ ยอฐิ การวางผังเมอื ง และระบบสาธารณูปโภค
เรื่อง อารยธรรมอินเดีย
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธิรงั สีพบิ ูล
ยุคพระเวท
(1500-600 B.C.)
เรือ่ ง อารยธรรมอินเดีย
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ ังสีพิบูล
ยคุ พระเวท
(1500-600 B.C.)
เป็นอารยธรรมของชนเผา่ อนิ โด-อารยัน
เพอ่ื ปอ้ งกนั การถกู กลนื เชือชาติ จงึ มกี ารน้า
ระบบวรรณะมาใช้
หลักฐานสา้ คญั คอื คัมภีร์พระเวท
บางครังเรียกว่ายุคมหากาพย์ เพราะมีบท
ละครดัง คือ รามายณะ มหาภารตะ
วทิ ยาการ คอื เลขอารบิก ทศนยิ ม ปฏทิ ิน
ชาวอารยัน ชาวดราวิเดียน
เรือ่ ง อารยธรรมอินเดยี วรรณะกษตั ริย์
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ ก้าเนิดจาก แขน
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101) มหี นา้ ทปี่ กครองและปกปอ้ ง
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธิรังสพี บิ ลู
วรรณะศูทร
วรรณะพราหมณ์ ก้าเนดิ จาก เท้า
ก้าเนิดจาก ปาก คือกรรมกร คนรับใช้
มีหนา้ ทีต่ ดิ ต่อกับเทพเจา้ และเป็นผู้
ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา ยงั มี จัณฑาล วรรณะตา้่ สุด ทถี่ ูกเหยยี ด
หยามมาก เกดิ จากพ่อแมต่ ่างวรรณะกัน
วรรณะแพศย์/ไวศยะ
กา้ เนดิ จาก ต้นขา
คือประชาชนท่ัวไป มอี าชีพตา่ ง ๆ
เชน่ พ่อค้า เกษตรกร
ระบบวรรณะ
เรอื่ ง อารยธรรมอนิ เดีย คมั ภรี พ์ ระเวท
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101) คัมภีรพ์ ระเวท หมายถึง บทสวดต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับความเช่ือ
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ ังสพี บิ ูล ของชาวอินโดอารยัน หรือเรียกได้ว่าศาสนาพราหมณ์
ประกอบดว้ ยไปด้วย
ส่วนหนึง่ ของคมั ภีร์พระเวท
1. ฤคเวท ใช้สวดสรรเสรญิ เทพเจ้า
2. สามเวท ใชส้ วดในพธิ กี รรมขับกลอ่ มเทพเจ้า
3. ยชุรเวท วา่ ดว้ ยระเบยี บวธิ ใี นการบวงสรวงตา่ ง ๆ
4. อาถรรพเวท เปน็ ทีร่ วบรวมคาถาอาคม
เรือ่ ง อารยธรรมอนิ เดีย สมัยพุทธกาล/มคธ
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ (600-300 B.C.)
วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธิรงั สีพบิ ลู ราชวงศเ์ มารยะ
(321-184 B.C.)
ยุคจกั รวรรดิ
ราชวงศ์กษุ าณะ
(600 B.C.-600 A.D.)
(200 B.C.-320 B.C.)
เกดิ แคว้นต่าง ๆ ริมลมุ่ นา้ คงคา-สินธุ เรยี กว่า “มหาชนบท”
ชนชันสูงใชภ้ าษาสันสกฤต ชนชันล่างใช้ภาษาบาลี ราชวงศ์คปุ ตะ
(320-550 A.D.)
หลงั ราชวงศ์คุปตะ
(550-1206 A.D.)
เรอ่ื ง อารยธรรมอนิ เดีย มหาวีระ
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรียนพทุ ธริ งั สีพิบลู
สมยั พุทธกาล/มคธ
(600-300 B.C.)
ก้าเนิดศาสนาพทุ ธโดย เจา้ ชายสทิ ธตั ถะ
ก้าเนิดศาสนาเชนโดย มหาวีระ
เป็นสมัยท่ีเศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม
เจริญกา้ วหน้ามาก
กษัตริย์คนส้าคัญคือ พระเจ้าพิมพิสาร
และพระเจ้าอชาตศตั รู
เจา้ ชายสิทธตั ถะ
เร่ือง อารยธรรมอินเดยี
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพุทธริ งั สีพบิ ูล
สมยั ราชวงศเ์ มารยะ
(321-184 B.C.)
ปฐมกษตั รยิ ค์ ือ พระเจา้ จนั ทร์คปุ ต์
ผู้รวบรวมแผ่นดนิ อนิ เดยี เปน็ ปกึ แผ่น
พระพทุ ธศาสนาเจรญิ รงุ่ เรืองมาก ในสมัยของ
พระเจา้ อโศกมหาราช
มีการสง่ สมณทูตออกไปเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
เสาอโศก พระเจา้ อโศกมหาราช
สรา้ งเป็นพทุ ธบูชา และระบสุ ถานท่สี า้ คญั
เรอ่ื ง อารยธรรมอนิ เดีย
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ ังสีพิบลู
สมัยราชวงศ์กุษาณะ เหรยี ญรูปพระเจา้ กนิษกะ
(200 B.C.-320 B.C.)
พวกกษุ าณะเปน็ ชาวตา่ งชาติทีเ่ ข้ามาปกครองทางเหนือ
มกี ษัตริย์ทีย่ ง่ิ ใหญ่คือ พระเจา้ กนิษกะ ผ้ตู งั มหาศกั ราช
ถูกเปอร์เซีย-กรีกรุกราน จึงเกิดการแลกเปล่ียนอารยธรรม
จนท้าให้เกิดพระพทุ ธรูปขึนเป็นครังแรกในโลก
พุทธศาสนิกายมหายานเจริญรุ่งเรือง และเกิดศิลปะท่ีมี
ช่ือเสียงส้าคัญคอื ศิลปะคนั ธาระ
พระพุทธรปู ศิลปะคนั ธาระ
เรือ่ ง อารยธรรมอินเดีย
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรยี นพุทธริ งั สพี บิ ลู
สมัยราชวงศค์ ุปตะ
(320-550 A.D.) วรรณกรรมเรื่อง ศกนุ ตลา
พระเจา้ จันทรคุปต์ท่ี 1 ได้รวมอินเดียเป็นปึกแผ่นอีกครงั มหาวทิ ยาลยั นาลันทา
ไดช้ ื่อวา่ เป็นยุคทองของอินเดียและอารยธรรมฮินดู
กวีชอ่ื ดงั นาม กาลิทาส เขียนเร่ือง ศกนุ ตลา
กา้ เนิดมหาวทิ ยาลัยแหง่ แรกของโลกคือ ม.นาลันทา
รู้วิธกี ารท้าปูนซีเมนต์และสบู่ และชาวอาหรบั นา้ ไปยโุ รป
พระถา้ ซมั จง๋ั เดนิ ทางมาอญั เชิญพระไตรปิฎกไปยังจีน
ศูนย์กลางของพุทธเถรวาทยา้ ยไปอย่ทู ศ่ี รีลงั กา
ปลายยุคมกี ารแตกแยก และถูกกองทัพมุสลิมเติร์กเขา้ ยดึ ครอง
เรื่อง อารยธรรมอนิ เดยี สมยั สุลต่านแห่งเดลฮี
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101) (1206-1526 A.D.)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ ังสีพิบลู
สมัยราชวงศโ์ มกลุ
ยุคมสุ ลมิ
(1526-1858 A.D.)
12-17 Century A.D.
เรอื่ ง อารยธรรมอนิ เดยี ครุ นุ านกั
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรยี นพุทธริ งั สีพบิ ลู
สมัยสลุ ตา่ นแหง่ เดลฮี
(1206-1526 A.D.)
พวกมสุ ลมิ อพยพจากเอเชยี กลางเขา้ มายึดดินแดน
บังคบั ให้ชาวอินเดียนับถอื ศาสนาอสิ ลาม
ทา้ ลายศาสนสถานของพราหมณ์-ฮินดู พทุ ธ และเชน
มีการเกบ็ ภาษจี ิซยา คอื ภาษีที่เก็บคนทไี่ ม่ใช่มุสลมิ
ปี 1498 วาสโก ดา กามา ชาวโปรตุเกส เป็นคนแรกท่ีค้นพบ
เส้นทางเดนิ เรอื จากยโุ รปมาเอเชยี (อินเดีย)
เกิดศาสนาสิกข์โดยคุรุนานัก
วาสโก ดา กามา
เร่ือง อารยธรรมอนิ เดยี
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วิชา ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดอื นขาว โรงเรียนพุทธริ งั สีพิบลู
สมยั ราชวงศโ์ มกุล พระเจ้าอักบารม์ หาราช
(1526-1858 A.D.)
พระเจา้ บาบรู ์โคน่ ลม้ สลุ ต่านแหง่ เดลฮี ทชั มาฮาล
เจริญทกุ ด้านมากในสมัยของพระเจ้าอักบารม์ หาราช
สมัยซาห์ เจฮัน เปน็ ผู้สร้างทัชมาฮาล เพื่อร้าลึกถงึ มเหสี
และประกาศใหศ้ าสนาอิสลามเปน็ ศาสนาประจ้าชาติ
สมัยพระเจา้ ออรังเซปปราบปรามประชาชนทน่ี บั ถือศาสนาอน่ื
และเกิดกฎบชาวฮนิ ดูบอ่ ยครงั
หลงั จากนัน จกั รวรรดติ กตา่้ ลงอยา่ งรวดเร็ว
และตกเปน็ อาณานคิ มขององั กฤษในปี ค.ศ. 1858
เรอื่ ง อารยธรรมอินเดยี
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดือนขาว โรงเรยี นพุทธิรงั สพี ิบูล
สรุปสาเหตกุ ารล่มสลายของราชวงศโ์ มกลุ
- กษัตริย์ออ่ นแอ ใชจ้ ่ายฟมุ่ เฟอื ย ข่มเหงประชาชน คลัง่ ศาสนามากเกนิ ไป
- ประชาชนเดือดรอ้ นจากการเก็บภาษีของกษัตรยิ ์
- เป็นช่วงเวลาท่ปี ระเทศลา่ อาณานคิ มจ้องจะครอบครองอนิ เดยี
เรอื่ ง อารยธรรมอินเดยี
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธิรงั สีพิบลู
ยุคอาณานิคม
17-20 Century A.D.
เร่อื ง อารยธรรมอินเดีย
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรียนพุทธิรังสพี ิบลู
องั กฤษเขา้ ยดึ ครองอนิ เดีย
(1858-1947 A.D.)
องั กฤษยึกครองอนิ เดยี ดว้ ยหลกั “แบ่งแยกแลว้ ปกครอง”
อินเดียเป็นเปา้ หมายขององั กฤษและฝรั่งเศส
สรา้ งทางรถไฟเชือ่ มเมืองเพื่อประโยชนท์ างการคา้
นา้ เข้าสินค้าอังกฤษ ท้าใหส้ ินคา้ ท้องถ่ินกระทบอย่างหนกั
สนับสนุนการปลกู ปอ ปลูกชา ท้าให้ดา้ นนีเจริญมาก
ตงั โรงเรยี นชนั สูงแบบองั กฤษ และสนบั สนุนการใช้ภาษาองั กฤษ
ควบคุมการผูกขาดสินคา้ หลายอยา่ ง เช่น ฝ่ิน คราม ปอ ชา
เรอ่ื ง อารยธรรมอินเดยี
หนว่ ยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธริ ังสีพบิ ูล
ก้าเนิดลัทธิชาตินยิ ม
อินเดียถกู อังกฤษดูดเอาทรพั ยากร และเปลี่ยนแปลงวฒั นธรรม
อินเดยี จดั ตงั สภาแหง่ ชาติอินเดยี ขนึ เพื่อเรยี กรอ้ งอิสรภาพ
นา้ โดย มหาตมะ คานธี
นโยนายสตั ยานเุ คราะห์ คือ ไม่ให้ความรว่ มมือในกฎหมายทไี่ ม่แฟร์
หลกั อหิงสา คอื หลีกเลย่ี งความรุนแรง
มหาตมะ คานธี
เรอื่ ง อารยธรรมอินเดีย ปี 1945
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101) องั กฤษใหอ้ สิ รภาพแกอ่ นิ เดยี แตอ่ นิ เดียตกลงไมไ่ ด้วา่ จะ
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธริ ังสพี ิบลู ใหพ้ รรคใดเปน็ รัฐบาล (ฮินดู-มุสลมิ )
ปี 1922 ปี 1947
มหาตมะ คานธี ทา้ “สตั ยานเุ คราะหเ์ กลอื ” คือใหค้ นอนิ เดยี อินเดยี ไดร้ บั อสิ รภาพจากอังกฤษอยา่ งสมบรู ณ์
ไปหาทา้ เกลือสมุทรใช้ ซ่ึงเป็นข้อหา้ มของอังกฤษ และคนมุสลิมแยกตวั ออกไปเป็นประเทศปากีสถาน
ปี 1946
ชาวฮนิ ดแู ละมุสลมิ ในอินเดยี เกิดการปะทะรุนแรงกัน
จากความเห็นตา่ งของศาสนา
เรื่อง อารยธรรมอินเดยี
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดอื นขาว โรงเรียนพทุ ธริ งั สีพิบูล
ยุคเอกราช
20 Century A.D. - Now
เรื่อง อารยธรรมอนิ เดยี
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรยี นพุทธริ ังสีพบิ ูล
ยคุ เอกราช
อินเดียมีประชากรมากที่สดุ เปน็ อันดับ 2 ของโลก
วิทยาการก้าวหน้า แตฐ่ านะยากจน
ปากีสถานแยกตัว ด้วยปญั หาดา้ นศาสนา
บงั คลาเทศแยกตัว ดว้ ยปัญหาเศรษฐกิจ—การเมือง
เกิดข้อพิพาทเขตแดนระหว่างอินเดียกบั ปากีสถาน
ตรงบรเิ วณแคว้นแคชเมียร์
เนปาลได้รบั สนธสิ ญั ญามิตรภาพจากองั กฤษ
ภูฎานท้าสนธิสญั ญาสงบศึกกับอังกฤษ
ศรลี ังกาเกิดกลุ่มพยัคฆ์ทมฬิ อีแลม (ด้านเชือชาต)ิ
เรอื่ ง อารยธรรมอินเดีย
หน่วยท่ี 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธิรงั สีพิบลู
วิทยาการทส่ี า้ คญั
เลข ของอนิ เดีย เคร่ือง
อารบกิ ทศนยิ ม หมายลบ
เร่อื ง อารยธรรมอนิ เดีย
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชยั เดือนขาว โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล
ศิลปกรรมท่สี า้ คญั
สถาปตั ยกรรม ของอนิ เดีย วรรณกรรม
ประตมิ ากรรม โดยมากจะเป็นคัมภีร์ทางศาสนา
เช่น คัมภีร์พระเวท และคัมภีร์
ทัชมาฮาล ปุราณะ และบทละครรามายณะ
และมหาภารตะ
สถปู สาญจี
พระพทุ ธรูปศิลปะคันธาระ
Chapter 12
การติดตอ่ ระหวา่ งโลกตะวนั ตก
กบั โลกตะวันออก และอิทธพิ ลทม่ี ีต่อกนั
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาประวัตศิ าสตร์ (ส32101)
ครูธวชั ชยั เดือนขาว โรงเรยี นพทุ ธิรังสพี ิบูล
โลกตะวนั ตกและโลกตะวนั ออกมกี ารติดต่อกันมากว่า 2,000 ปีมาแลว้ เสน้ ทางติดตอ่ ใน
ระยะแรกคือเส้นทางบกทีเ่ รยี กวา่ เส้นทางสายไหม Silk Rord ต่อมามีการสารวจทางทะเล
โดยชาวโปรตุเกสจงึ ทาให้เกดิ เส้นทางทะเลเรียกว่า เสน้ ทางเคร่ืองเทศ Spice Trade
เรื่อง การตดิ ตอ่ ระหวา่ งโลกตะวนั ตกกบั โลกตะวนั ออก และอทิ ธพิ ลท่มี ีตอ่ กัน
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรียนพทุ ธริ ังสีพบิ ลู
สาเหตุและ
รปู แบบการตดิ ตอ่
เร่อื ง การตดิ ต่อระหวา่ งโลกตะวนั ตกกบั โลกตะวนั ออก และอทิ ธพิ ลท่มี ีตอ่ กนั
หนว่ ยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วชิ า ประวัติศาสตร์ (ส32101)
ธวัชชัย เดือนขาว โรงเรียนพุทธริ ังสพี ิบลู
การขยายอานาจ
การรุกรานเอเชียจนถึงอินเดยี ของ
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทาให้
อิทธิพลศิลปกรรมของกรีกแพร่หลายใน
อินเดยี โดยเฉพาะประตมิ ากรรม
สงครามครูเสด
การขยายอานาจเข้าครอบครองเอเชีย
กลางไปจนถงึ ยโุ รปของมองโกล
เร่อื ง การติดต่อระหว่างโลกตะวันตกกบั โลกตะวันออก และอทิ ธพิ ลที่มตี อ่ กัน
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยุคโบราณ
วิชา ประวตั ศิ าสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดอื นขาว โรงเรยี นพุทธิรังสพี ิบูล
การแสวงหาพันธมติ ร
เชน่ สมัยรางวงศ์ฮ่นั ส่งทูตไปดินแดนทางตะวนั ตกของ
จนี เพอ่ื หาพนั ธมติ รช่วยปราบพวกฉงหนู
จางเซยี นเดินทางไปจนถึงจักรวรรดิโรมัน และเส้นทาง
ที่จางเซียนเดินทางก็กลายเป็นเส้นทางการค้าที่สาคัญ
คือ เส้นทางสายไหม Silk Rord
เร่อื ง การติดต่อระหว่างโลกตะวันตกกบั โลกตะวนั ออก และอิทธิพลที่มตี อ่ กัน
หน่วยที่ 3 อารยธรรมโลกยคุ โบราณ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ (ส32101)
ธวชั ชัย เดือนขาว โรงเรียนพทุ ธิรังสพี ิบูล
การเผยแผ่ศาสนา
เช่น การเผยแผใ่ นทวปี เอเชยี ดว้ ยกัน คอื ศาสนาพุทธ และศาสนาอสิ ลาม
เชน่ การเผยแผข่ ้ามทวีปคือ ศาสนาคริสต์ (จากยุโรปมาเอเชีย)