The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KITTIPONG KUMPAPONG, 2021-11-13 09:47:34

LOCAL12

LOCAL12

ChanKen Tutor พระราชบญั ญตั ิเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖
[แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถึง (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๒]

เม่อื พ้นกำหนดหน่ึงปี นับแต่วันที่ได้มีประกำศกระทรวงมหำดไทยยกฐำนะท้องถนิ่ ใดเป็น
เทศบำลเมืองหรือเทศบำลนครแลว้ ใหย้ กเลกิ กำนนั ผู้ใหญ่บ้ำนฯ ในเขตเทศบำลนั้น

ให้มีกำนนั ผใู้ หญ่บ้ำน ฯ ในเขตเทศบำลตำบล ถ้ำหมดควำมจำเป็นใหร้ ัฐมนตรีประกำศ
ยกเลกิ ตำแหนง่ ดังกล่ำวในรำชกิจจำนุเบกษำ

การจดั ตงั้ เทศบาล

๑. เม่อื ทอ้ งถนิ่ ใดมสี ภำพอันสมควรยกฐำนะเปน็ เทศบำล ใหจ้ ดั ต้งั ท้องถิ่นน้ัน ๆ เปน็ เทศบำล
ตำบล เทศบำลเมือง หรอื เทศบำลนคร

๒. เมื่อมกี ำรจดั ตงั้ อบต. เป็น เทศบำล ให้เลอื กตั้งสมำชิกสภำเทศบำลและนำยกเทศมนตรี
ภำยในสีส่ ิบห้ำวันนับแตว่ นั ที่ไดจ้ ัดตง้ั เป็นเทศบำล

๓. ในระหว่ำงทไี่ ม่มนี ำยกเทศมนตรี ให้ปลัดองคก์ ำรบริหำรสว่ นตำบลซงึ่ ดำรงตำแหนง่ อยู่
กอ่ นวนั ทจ่ี ัดต้ังเทศบำลปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีปลัดเทศบำล และให้ปฏิบัตหิ น้ำที่นำยกเทศมนตรเี ท่ำที่จำเป็นได้
เปน็ กำรชวั่ ครำว จนถึงวนั ประกำศผลกำรเลือกตง้ั นำยกเทศมนตรี

๔. เทศบำลตำบล ไดแ้ ก่ ท้องถนิ่ ซึง่ มปี ระกำศกระทรวงมหำดไทยยกฐำนะข้นึ เป็นเทศบำล
ตำบล

๕. เทศบำลเมอื ง ได้แก่ ท้องถิ่นอนั เป็นที่ตงั้ ศำลำกลำงจังหวดั หรอื ท้องถ่ินชุมนุมชนที่มรี ำษฎร
ตั้งแตห่ น่ึงหมน่ื คนข้ึนไป ทัง้ มีรำยไดพ้ อควรแกก่ ำรท่ีจะปฏบิ ัติหน้ำที่อนั ตอ้ งทำตำมพระรำชบัญญตั ิน้ี
และซง่ึ มีประกำศกระทรวงมหำดไทยยกฐำนะเป็นเทศบำลเมือง

๖. เทศบำลนคร ไดแ้ ก่ ท้องถิน่ ชมุ นุมชนท่มี ีรำษฎรตง้ั แต่หำ้ หมื่นคนขึ้นไป ท้งั มรี ำยได้พอควร
แกก่ ำรที่จะปฏบิ ตั หิ น้ำทอี่ ันต้องทำตำมพระรำชบญั ญตั ินี้ และซ่ึงมีประกำศกระทรวงมหำดไทยยกฐำนะ
เปน็ เทศบำลนคร

๗. กำรเปล่ยี นช่อื เทศบำลหรือกำรเปล่ียนแปลงเขตเทศบำล ใหก้ ระทำโดยประกำศ
กระทรวงมหำดไทย

๘. ในกรณที ี่เปน็ กำรเปล่ียนแปลงเขตเทศบำลเมอื งหรอื เทศบำลนคร ให้กำนัน ผใู้ หญ่บ้ำนฯ
ส้นิ สุดอำนำจหนำ้ ที่เม่อื พ้นกำหนดหน่ึงปีนบั แตว่ ันที่ประกำศกระทรวงมหำดไทยใช้บังคับเป็นตน้ ไป

๙. ท้องถ่นิ ซง่ึ ไดย้ กฐำนะเป็นเทศบำลแล้วอำจถกู เปลี่ยนแปลงฐำนะหรือยบุ เลิกได้โดยทำเปน็
ประกำศกระทรวงมหำดไทย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

องคก์ ารเทศบาล

องคก์ ำรเทศบำลประกอบดว้ ยสภำเทศบำล และนำยกเทศมนตรี

สภาเทศบาล

๑. สภำเทศบำลประกอบดว้ ยสมำชกิ สภำเทศบำลตำมจำนวนดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) สภำเทศบำลตำบล ประกอบดว้ ยสมำชิกจำนวนสิบสองคน
(๒) สภำเทศบำลเมือง ประกอบดว้ ยสมำชกิ จำนวนสบิ แปดคน
(๓) สภำเทศบำลนคร ประกอบดว้ ยสมำชกิ จำนวนย่สี บิ สีค่ น

๒. ผูม้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกตั้งเปน็ สมำชิกสภำเทศบำล นอกจำกต้องมคี ุณสมบัติและไม่มี
ลักษณะต้องหำ้ มตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรเลือกต้ังสมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำรท้องถ่ินแล้ว จะตอ้ ง
ไมเ่ ปน็ ผู้ทพี่ ้นจำกตำแหน่งสมำชกิ สภำทอ้ งถิน่ คณะผบู้ รหิ ำรทอ้ งถ่ินหรอื ผู้บริหำรท้องถน่ิ รองผบู้ ริหำร
ทอ้ งถิ่นหรือท่ีปรึกษำหรอื เลขำนุกำรของผ้บู รหิ ำรท้องถ่ิน เพรำะเหตุมสี ว่ นได้เสียไม่วำ่ ทำงตรงหรือ
ทำงออ้ มในสัญญำหรอื กิจกำรท่กี ระทำกับองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไมถ่ งึ ห้ำปีนบั ถึงวันรับสมัคร
เลือกตง้ั

๓. สมำชิกสภำเทศบำลให้อยู่ในตำแหนง่ ไดค้ รำวละส่ีปีนับแต่วนั เลอื กตง้ั
๔. สมำชิกสภำเทศบำลตอ้ งไมเ่ ป็นผูม้ สี ว่ นไดเ้ สียไม่วำ่ โดยทำงตรงหรอื ทำงอ้อมในสัญญำท่ี
เทศบำลนั้นเปน็ คูส่ ญั ญำหรือในกิจกำรทีก่ ระทำใหแ้ ก่เทศบำลนั้น หรือทเี่ ทศบำลนัน้ จะกระทำ
๕. สมำชกิ ภำพของสมำชิกสภำเทศบำลส้ินสุดลง เมอ่ื

(๑) ถงึ ครำวออกตำมวำระ หรือมีกำรยุบสภำเทศบำล
(๒) ตำย
(๓) ลำออก โดยย่ืนหนังสอื ลำออกตอ่ ผวู้ ่ำรำชกำรจังหวัด
(๔) ขำดคณุ สมบัตหิ รือมลี ักษณะตอ้ งห้ำมตำมข้อ ๒
(๕) ขำดประชุมสภำเทศบำลสำมคร้ังติดตอ่ กนั โดยไมม่ เี หตอุ นั สมควร
(๖) กระทำกำรอนั ตอ้ งหำ้ มตำม ข้อ ๔
(๗) สภำเทศบำลมีมติให้พน้ จำกตำแหน่ง โดยมีสมำชิกสภำเทศบำลจำนวนไม่นอ้ ยกว่ำ
หนึ่งในสำมของจำนวนสมำชิกสภำเทศบำลทง้ั หมดเท่ำท่ีมีอยเู่ ข้ำช่ือเสนอให้สภำเทศบำลพิจำรณำ และ
มติดังกลำ่ วตอ้ งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกวำ่ สำมในสี่ของจำนวนสมำชิกสภำเทศบำลทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่
ทั้งนี้ ให้สมำชิกภำพส้ินสุดลงนับแต่วนั ทีส่ ภำเทศบำลมีมติ
(๘) รำษฎรผ้มู ีสทิ ธเิ ลอื กต้งั ในเขตเทศบำล จำนวนไมน่ ้อยกวำ่ สำมในสข่ี องจำนวนผมู้ ี
สทิ ธิเลือกต้งั ท่ีมำลงคะแนนเสียง ถอดถอนออกจำกตำแหน่ง
เม่อื มขี ้อสงสยั เกีย่ วกบั สมำชิกภำพของสมำชิกสภำเทศบำลผู้ใดส้ินสุดลงตำม (๔) (๕)
หรอื (๖) ให้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั สอบสวนและวนิ จิ ฉยั โดยเร็ว คำวนิ ิจฉัยของผวู้ ่ำรำชกำรจังหวดั ใหเ้ ปน็
ที่สดุ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

๖. สภำเทศบำลมีประธำนสภำคนหนงึ่ และรองประธำนสภำคนหน่งึ ซึ่งผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั
แต่งตัง้ จำกสมำชิกสภำเทศบำลตำมมติของสภำเทศบำล ดำรงตำแหนง่ จนครบอำยุของสภำเทศบำล

๗. นอกจำกกำรพ้นจำกตำแหนง่ ตำมตำมขอ้ ๖ ประธำนสภำเทศบำลและรองประธำนสภำ
เทศบำลพ้นจำกตำแหน่ง เม่ือ

(๑) ลำออก โดยยืนหนังสอื ลำออกตอ่ ผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั
(๒) สิน้ สดุ สมำชกิ ภำพของสมำชกิ สภำเทศบำล
(๓) รัฐมนตรสี ง่ั ให้พ้นจำกตำแหนง่
(๔) สภำเทศบำลมีมตใิ หพ้ ้นจำกตำแหน่ง โดยมสี มำชกิ สภำเทศบำลจำนวนไม่นอ้ ยกว่ำ
หน่ึงในสำมของจำนวนสมำชิกสภำเทศบำลท้งั หมดเท่ำทีม่ ีอยู่เข้ำชอ่ื เสนอใหส้ ภำเทศบำลพจิ ำรณำ
และมตดิ งั กลำ่ วตอ้ งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ำสำมในส่ขี องจำนวนสมำชิกสภำเทศบำลทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่
ผู้ซึง่ พ้นจำกตำแหน่งประธำนสภำเทศบำลหรอื รองประธำนสภำเทศบำลตำม (๓) หรือ
(๔) จะดำรงตำแหน่งประธำนสภำเทศบำลหรอื รองประธำนสภำเทศบำลอีกไม่ไดต้ ลอดอำยุของสภำ
เทศบำลนั้น
๘. ในกรณีที่ตำแหนง่ ประธำนสภำเทศบำลหรือรองประธำนสภำเทศบำลวำ่ งลงเพรำะเหตใุ ด
เหตหุ นึง่ ตำมขอ้ ๗ ให้สภำเทศบำลเลอื กสมำชกิ สภำเทศบำลข้นึ แทนตำแหนง่ ที่ว่ำงภำยในสบิ ห้ำวัน
นบั แตว่ ันทต่ี ำแหนง่ ว่ำงลง
๙. รองประธำนสภำเทศบำล มหี น้ำทกี่ ระทำกิจกำรแทนประธำนสภำเทศบำลในเม่ือ
ประธำนสภำเทศบำลไม่อยู่ หรือไม่สำมำรถปฏิบัตหิ น้ำที่ได้
๑๐. ถำ้ ประธำนและรองประธำนสภำเทศบำลไม่อยูใ่ นท่ีประชุม ให้สมำชิกสภำเทศบำล
เลอื กต้งั กันเองเปน็ ประธำนเฉพำะในครำวประชุมน้ัน
๑๑. ในปีหนง่ึ ให้มสี มยั ประชุมสำมญั สส่ี มัย
๑๒. ผู้ว่ำรำชกำรจงั หวดั ต้องกำหนดให้สมำชิกสภำเทศบำลได้มำประชุมสภำเทศบำลคร้ังแรก
ภำยในสบิ ห้ำวนั นับแตว่ ันประกำศผลกำรเลอื กตั้งสมำชิกสภำเทศบำลครบตำมจำนวนแลว้ และให้
ท่ปี ระชุมเลือกประธำนสภำเทศบำลและรองประธำนสภำเทศบำล
๑๓. กรณีทส่ี ภำเทศบำลไม่อำจจัดใหม้ กี ำรประชมุ ครั้งแรกไดต้ ำมกำหนดเวลำใน ข้อ ๑๒
หรอื มีกำรประชมุ สภำเทศบำลแต่ไม่อำจเลือกประธำนสภำเทศบำลได้ ผู้วำ่ รำชกำรจงั หวัดอำจเสนอ
รัฐมนตรใี ห้มคี ำส่งั ยุบสภำเทศบำล
๑๔. สมัยประชุมสำมญั สมยั หนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดไมเ่ กนิ สำมสิบวัน แตถ่ ำ้ จะขยำยเวลำออกไป
อกี จะตอ้ งได้รบั อนญุ ำตจำกผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั
๑๕. ในกรณีท่ียงั ไมม่ ีประธำนสภำเทศบำล หรอื ประธำนสภำเทศบำลไม่เรียกประชุม ให้ผวู้ ่ำ
รำชกำรจังหวัดเป็นผ้เู รียกประชุมและเป็นผเู้ ปดิ หรอื ปิดประชมุ
๑๖. นอกจำกสมัยประชุมสำมัญแล้ว ประธำนสภำเทศบำล หรือนำยกเทศมนตรี หรือสมำชิก
สภำเทศบำลมีจำนวนไมต่ ำ่ กวำ่ กึง่ หนงึ่ ของจำนวนสมำชกิ ท่อี ยู่ในตำแหน่ง อำจทำคำรอ้ งยื่นต่อผ้วู ำ่
รำชกำรจังหวัดขอให้เปิดประชมุ วิสำมญั ได้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

๑๗. สมัยประชมุ วสิ ำมัญให้มกี ำหนดไม่เกินสิบห้ำวัน แตถ่ ำ้ จะขยำยเวลำออกไปอกี จะตอ้ ง
ได้รับอนุญำตจำกผ้วู ่ำรำชกำรจงั หวดั

๑๘. เม่ือนำยกเทศมนตรี หรือสมำชิกสภำเทศบำลไมน่ ้อยกว่ำหนง่ึ ในสำมของจำนวนสมำชกิ
ท่มี ำประชุมรอ้ งขอให้ทำกำรประชมุ ลบั ก็ใหป้ ระธำนสภำเทศบำลดำเนินกำรประชมุ ลับได้ โดยไมต่ ้อง
ขอมติท่ปี ระชุม

๑๙. สมำชกิ สภำเทศบำลมสี ิทธติ ้ังกระทู้ถำมนำยกเทศมนตรหี รือรองนำยกเทศมนตรี เก่ยี วกบั
กำรงำนในหน้ำทไ่ี ด้ แต่นำยกเทศมนตรหี รอื รองนำยกเทศมนตรี มสี ิทธิทจ่ี ะไมต่ อบ เม่ือเหน็ ว่ำ
ขอ้ ควำมน้ัน ๆ ยงั ไมค่ วรเปิดเผยเพรำะเกยี่ วกบั ควำมปลอดภัยหรือประโยชน์สำคญั ของเทศบำล

๒๐. สภำเทศบำลมีอำนำจเลอื กสมำชิกสภำเทศบำลต้ังเปน็ คณะกรรมกำรสำมัญของสภำ
เทศบำล และมีอำนำจเลอื กบคุ คลผูเ้ ปน็ หรือมไิ ด้เป็นสมำชิกตั้งเป็นคณะกรรมกำรวิสำมัญของสภำ
เทศบำล เพอ่ื กระทำกิจกำรหรอื พิจำรณำสอบสวนหรือศึกษำเรือ่ งใด ๆ อันอยใู่ นอำนำจหน้ำทขี่ อง
สภำเทศบำล แลว้ รำยงำนต่อสภำเทศบำล

๒๑. กำรตัง้ คณะกรรมกำรวิสำมัญตำม ข้อ ๒๐ นำยกเทศมนตรีมีสิทธเิ สนอชือ่ บคุ คลผ้เู ปน็
หรือมไิ ด้เป็นสมำชิก เพือ่ ใหส้ ภำเทศบำลแต่งต้ังเปน็ กรรมกำรในคณะกรรมกำรวสิ ำมัญไดไ้ มเ่ กิน
หน่งึ ในสข่ี องจำนวนกรรมกำรทงั้ หมด

๒๒. คณะกรรมกำรทีส่ ภำตง้ั ข้นึ จะแตง่ ตงั้ คณะอนุกรรมกำรเพ่อื พจิ ำรณำหรอื ปฏบิ ัติกำรใน
เรื่องหนงึ่ ตำมทคี่ ณะกรรมกำรมอบหมำยก็ได้

๒๓. ในกรณีกิจกำรอื่นใดอำจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของเทศบำลหรือประชำชนใน
ท้องถ่ิน สมำชิกสภำเทศบำลจำนวนไมน่ ้อยกว่ำกึ่งหนึ่งของจำนวนสมำชิกเท่ำท่ีมอี ยู่หรือนำยกเทศมนตรี
อำจเสนอตอ่ ประธำนสภำเทศบำลเพือ่ ให้มกี ำรออกเสียงประชำมติในทอ้ งถิ่นได้

กำรออกเสยี งประชำมติใหม้ ผี ลเปน็ เพยี งกำรใหค้ ำปรึกษำแกส่ ภำเทศบำลหรอื
นำยกเทศมนตรใี นเรื่องนนั้

นายกเทศมนตรี

๑. ใหเ้ ทศบำลมีนำยกเทศมนตรีคนหนงึ่ ซ่ึงมำจำกกำรเลือกตง้ั โดยตรงของประชำชนตำม
๒. บคุ คลผูม้ ีสทิ ธสิ มคั รรับเลือกต้ังเปน็ นำยกเทศมนตรีต้องมีคณุ สมบตั แิ ละไมม่ ีลกั ษณะ
ต้องห้ำมตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรเลือกตัง้ สมำชกิ สภำท้องถิ่นหรอื ผบู้ รหิ ำรทอ้ งถิน่ และต้องมี
คุณสมบตั ิและไม่มลี กั ษณะต้องหำ้ มดังต่อไปนี้ดว้ ย

(๑) มีอำยุไม่ตำ่ กว่ำสำมสบิ ปบี ริบูรณใ์ นวันเลอื กตง้ั
(๒) สำเรจ็ กำรศึกษำไม่ตำ่ กว่ำปริญญำตรหี รอื เทียบเทำ่ หรอื เคยเป็นสมำชิกสภำท้องถ่นิ
ผู้บรหิ ำรท้องถิ่น หรือสมำชิกรฐั สภำ
(๓) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจำกตำแหน่งสมำชิกสภำท้องถนิ่ คณะผู้บริหำรทอ้ งถิ่นหรือผ้บู ริหำร
ท้องถน่ิ รองผู้บริหำรท้องถิ่น หรือที่ปรึกษำหรือเลขำนุกำรของผบู้ รหิ ำรทอ้ งถ่นิ เพรำะเหตมุ สี ่วนไดเ้ สีย
ไมว่ ำ่ ทำงตรงหรอื ทำงออ้ มในสัญญำท่ีกระทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ยงั ไมถ่ ึงห้ำปนี ับถงึ วันรับ
สมัครเลือกตัง้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

(๔) เคยเป็นสมำชกิ สภำท้องถ่นิ หรือผบู้ ริหำรท้องถิ่น ซ่ึงถูกใหพ้ น้ จำกตำแหน่งเนื่องจำก
กระทำกำรทุจรติ หรอื ประพฤตมิ ิชอบ

๓. นำยกเทศมนตรีดำรงตำแหนง่ ครำวละสีป่ นี ับแตว่ ันเลอื กตง้ั
๔. นำยกเทศมนตรีอำจแต่งต้งั รองนำยกเทศมนตรีซึ่งมใิ ชส่ มำชิกสภำเทศบำล ตำมเกณฑ์
ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) เทศบำลตำบล ใหแ้ ตง่ ตัง้ ได้ไมเ่ กินสองคน
(๒) เทศบำลเมอื ง ให้แตง่ ตง้ั ไดไ้ มเ่ กินสำมคน
(๓) เทศบำลนคร ให้แตง่ ต้ังไดไ้ ม่เกนิ สีค่ น
๕. นำยกเทศมนตรีอำจแต่งต้งั ที่ปรกึ ษำนำยกเทศมนตรีและเลขำนุกำรนำยกเทศมนตรี ซง่ึ
มใิ ช่สมำชกิ สภำเทศบำลได้ตำมเกณฑ์ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) เทศบำลตำบลให้แต่งตัง้ ได้จำนวนรวมกันไมเ่ กินสองคน
(๒) เทศบำลเมอื งใหแ้ ต่งตัง้ ได้จำนวนรวมกันไม่เกินสำมคน
(๓) เทศบำลนครใหแ้ ตง่ ต้ังได้จำนวนรวมกนั ไมเ่ กนิ ห้ำคน
๖. รองนำยกเทศมนตรตี ้องมีคณุ สมบตั ิและไมม่ ลี ักษณะต้องห้ำมเช่นเดยี วกับนำยกเทศมนตรี
๗. กอ่ นนำยกเทศมนตรีเข้ำรบั หน้ำท่ี ใหป้ ระธำนสภำเทศบำลเรียกประชุม สภำเทศบำล
เพือ่ ใหน้ ำยกเทศมนตรีแถลงนโยบำยตอ่ สภำเทศบำล โดยไม่มีกำรลงมติ ภำยในสำมสบิ วันนบั แต่วนั
ประกำศผลกำรเลือกตัง้ นำยกเทศมนตรี
๘. กรณีทีไ่ มม่ ผี ดู้ ำรงตำแหน่งประธำนสภำเทศบำลและรองประธำนสภำเทศบำล หรอื สภำ
เทศบำลถูกยุบ หำกมีกรณีท่ีสำคัญและจำเปน็ เรง่ ด่วนซึง่ ปลอ่ ยให้เน่นิ ช้ำไปจะกระทบต่อประโยชน์
สำคญั ของรำชกำรหรือรำษฎร นำยกเทศมนตรีจะดำเนนิ กำรไปพลำงก่อนเท่ำท่ีจำเปน็ กไ็ ด้
๙. สมำชกิ จำนวนไม่นอ้ ยกว่ำหนงึ่ ในสำมของจำนวนสมำชกิ เท่ำที่มีอยูม่ ีสิทธเิ ขำ้ ช่ือเสนอ
ญตั ตขิ อเปิดอภปิ รำยทว่ั ไปในทป่ี ระชุมสภำเทศบำลเพอื่ ใหน้ ำยกเทศมนตรแี ถลงขอ้ เทจ็ จริงหรอื แสดง
ควำมเห็นในปัญหำอนั เกี่ยวกับกำรบรหิ ำรรำชกำรเทศบำลโดยไมม่ ีกำรลงมติ
๑๐. ญัตตติ ำม ข้อ ๙ ให้ยน่ื ต่อประธำนสภำเทศบำล และใหป้ ระธำนสภำเทศบำลกำหนดวัน
สำหรบั กำรอภิปรำยทวั่ ไป ซงึ่ ต้องไม่เรว็ กวำ่ ห้ำวนั และไมช่ ้ำกว่ำสบิ ห้ำวันนับแต่วนั ทไี่ ดร้ บั ญัตติ
๑๑. นำยกเทศมนตรีมีอำนำจหน้ำที่ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) กำหนดนโยบำยโดยไมข่ ัดต่อกฎหมำย และรับผิดชอบในกำรบรหิ ำรรำชกำรของ
เทศบำลใหเ้ ป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคบั เทศบัญญัติ และนโยบำย
(๒) สง่ั อนญุ ำต และอนุมัติเกย่ี วกับรำชกำรของเทศบำล
(๓) แต่งตง้ั และถอดถอนรองนำยกเทศมนตรี ทป่ี รึกษำนำยกเทศมนตรี และเลขำนุกำร
นำยกเทศมนตรี
(๔) วำงระเบียบเพ่ือให้งำนของเทศบำลเป็นไปด้วยควำมเรียบรอ้ ย
(๕) รกั ษำกำรให้เป็นไปตำมเทศบญั ญตั ิ
(๖) ปฏบิ ัตหิ นำ้ ทอ่ี ่ืนตำมที่กฎหมำยบัญญัติไว้ในพระรำชบญั ญัติน้แี ละกฎหมำยอื่น

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

๑๒. นำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี ท่ีปรึกษำนำยกเทศมนตรี และเลขำนุกำร
นำยกเทศมนตรตี ้องไมก่ ระทำกำรอย่ำงใดอย่ำงหนง่ึ ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) ดำรงตำแหน่งหรือปฏบิ ตั ิหน้ำทอี่ นื่ ใดในสว่ นรำชกำร หน่วยงำนของรัฐ หรือ
รัฐวิสำหกิจ เวน้ แต่ตำแหนง่ ท่ดี ำรงตำมบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมำย

(๒) รบั เงนิ หรอื ประโยชนใ์ ดๆ เป็นพิเศษจำกส่วนรำชกำร หนว่ ยงำนของรัฐ หรือ
รฐั วสิ ำหกิจ นอกเหนือไปจำกทส่ี ่วนรำชกำร หนว่ ยงำนของรฐั หรอื รฐั วิสำหกิจ ปฏิบัติกับบุคคลใน
ธุรกจิ กำรงำนตำมปกติ

(๓) เป็นผมู้ ีสว่ นไดเ้ สียไม่วำ่ โดยทำงตรงหรอื ทำงอ้อมในสญั ญำท่เี ทศบำลนั้นเปน็
คู่สญั ญำ หรอื ในกิจกำรท่กี ระทำใหแ้ กเ่ ทศบำลน้ัน หรอื ท่ีเทศบำลน้ันจะกระทำ

๑๓. นำยกเทศมนตรีพ้นจำกตำแหนง่ เม่อื
(๑) ถงึ ครำวออกตำมวำระ
(๒) ตำย
(๓) ลำออก โดยยนื่ หนังสือลำออกตอ่ ผู้วำ่ รำชกำรจงั หวดั
(๔) ขำดคุณสมบตั ิหรือมลี ักษณะตอ้ งห้ำม
(๕) กระทำกำรฝ่ำฝืนข้อ ๑๒
(๖) รฐั มนตรสี งั่ ใหพ้ ้นจำกตำแหนง่
(๗) ถกู จำคุกโดยคำพิพำกษำถึงท่ีสุดให้จำคุก
(๘) รำษฎรผู้มีสิทธิเลอื กตัง้ ในเขตเทศบำลมีจำนวนไมน่ ้อยกวำ่ สำมในสี่ของจำนวนผู้มี

สิทธเิ ลือกตั้งทมี่ ำลงคะแนนเสียงถอดถอนออกจำกตำแหน่ง
ในระหวำ่ งท่ีไม่มีนำยกเทศมนตรี ให้ปลดั เทศบำลปฏิบัติหน้ำที่ของนำยกเทศมนตรเี ท่ำที่

จำเป็นได้เป็นกำรชว่ั ครำวจนถงึ วันประกำศผลกำรเลือกต้ังนำยกเทศมนตรี
เมอ่ื มีขอ้ สงสัยเกี่ยวกบั ควำมเป็นนำยกเทศมนตรีสิน้ สุดลงตำม (๔) หรือ (๕) ใหผ้ วู้ ่ำ

รำชกำรจงั หวดั สอบสวนและวนิ จิ ฉัยโดยเร็ว คำวนิ จิ ฉัยของผ้วู ำ่ รำชกำรจังหวดั ให้เป็นท่ีสดุ
๑๔. รองนำยกเทศมนตรพี ้นจำกตำแหนง่ เมอื่
(๑) นำยกเทศมนตรีพ้นจำกตำแหนง่
(๒) นำยกเทศมนตรีมีคำส่ังให้พน้ จำกตำแหนง่
(๓) ตำย
(๔) ลำออก โดยย่นื หนังสอื ลำออกต่อนำยกเทศมนตรี
(๕) ขำดคุณสมบัตหิ รือมลี ักษณะตอ้ งหำ้ ม
(๖) กระทำกำรฝำ่ ฝืนตำมขอ้ ห้ำม
(๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพำกษำถึงท่ีสดุ ให้จำคกุ
(๘) รัฐมนตรพี ิจำรณำสอบสวนและสัง่ ให้ออกจำกตำแหนง่
ใหน้ ำควำมใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) และ (๗) มำใช้บงั คับกบั กำรพน้ จำกตำแหนง่ ของ

ท่ีปรกึ ษำนำยกเทศมนตรีและเลขำนกุ ำรนำยกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

เมื่อมีข้อสงสัยเก่ยี วกบั ควำมเป็นรองนำยกเทศมนตรี ทปี่ รึกษำนำยกเทศมนตรีและ
เลขำนกุ ำรนำยกเทศมนตรีสิ้นสดุ ลงตำม (๕) ใหผ้ ู้ว่ำรำชกำรจงั หวัดสอบสวนและวนิ ิจฉัยโดยเรว็
คำวนิ ิจฉัยของผ้วู ำ่ รำชกำรจังหวดั ใหเ้ ปน็ ท่สี ุด

๑๕. ในกรณที ี่นำยกเทศมนตรีไมอ่ ำจปฏิบตั ิรำชกำรได้ ใหร้ องนำยกเทศมนตรีตำมลำดับที่
นำยกเทศมนตรจี ัดไวเ้ ป็นผู้รกั ษำรำชกำรแทน ถ้ำไม่มีรองนำยกเทศมนตรหี รอื มแี ต่ไม่อำจปฏิบัติ
รำชกำรไดใ้ ห้ปลัดเทศบำลเปน็ ผูร้ กั ษำรำชกำรแทน

๑๖. นำยกเทศมนตรอี ำจมอบอำนำจโดยทำเปน็ หนังสือโดยให้รองนำยกเทศมนตรเี ป็นผูป้ ฏิบตั ิ
รำชกำรแทนนำยกเทศมนตรีก็ได้ แตถ่ ำ้ มอบให้ปลัดเทศบำลหรือรองปลัดเทศบำลปฏบิ ตั ิรำชกำรแทน
ให้ทำเป็นคำสัง่ และประกำศใหป้ ระชำชนทรำบ

๑๗. ในกำรปฏิบัตหิ น้ำที่ให้นำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรีและพนกั งำนเทศบำลเป็น
เจ้ำพนกั งำนตำมประมวลกฎหมำยอำญำ

๑๘. ถำ้ ในเขตเทศบำลใด รัฐมนตรเี หน็ เป็นกำรสมควรใหน้ ำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี
ปลัดเทศบำล รองปลัดเทศบำล หรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรในเขตเทศบำลน้ันมีอำนำจเปรียบเทียบคดี
ละเมิดเทศบัญญัตไิ ด้ ให้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ

๑๙. เมอื่ พ้นกำหนดเวลำหน่ึงปีนับแต่วันทไ่ี ดม้ ีประกำศกระทรวงมหำดไทยยกฐำนะท้องถ่ินใด
เป็นเทศบำลแล้ว ให้นำยกเทศมนตรีมีอำนำจหน้ำทอี่ ย่ำงเดยี วกับอำนำจหน้ำท่ีของกำนันและผใู้ หญ่บ้ำน

กรณเี ทศบำลตำบลใดมีท้ังนำยกเทศมนตรี และกำนัน ผู้ใหญบ่ ำ้ น ผู้ชว่ ยผใู้ หญบ่ ้ำน
แพทยป์ ระจำตำบล และสำรวตั รกำนัน ใหบ้ ุคคลดงั กล่ำวมีอำนำจหน้ำทีต่ ำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยลักษณะ
ปกครองท้องที่หรือกฎหมำยอ่ืนในเขตเทศบำลตำบลตำมทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง

๒๐. เงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่ำงอื่นของนำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี ที่
ปรกึ ษำนำยกเทศมนตรี และเลขำนุกำรนำยกเทศมนตรี ใหเ้ ปน็ ไปตำมระเบยี บท่กี ระทรวงมหำดไทย
กำหนด

หนา้ ท่ีของเทศบาล

๑. เทศบำลตำบลมีหน้ำทีต่ อ้ งทำในเขตเทศบำล ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) รกั ษำควำมสงบเรียบร้อยของประชำชน
(๒) ให้มีและบำรุงทำงบกและทำงนำ้
(๓) รกั ษำควำมสะอำดของถนน หรอื ทำงเดินและท่สี ำธำรณะ รวมทง้ั กำรกำจดั มูลฝอย

และสง่ิ ปฏกิ ูล
(๔) ปอ้ งกันและระงบั โรคตดิ ต่อ
(๕) ให้มเี ครอ่ื งใช้ในกำรดบั เพลงิ
(๖) ให้รำษฎรได้รับกำรศึกษำอบรม
(๗) สง่ เสรมิ กำรพัฒนำสตรี เด็ก เยำวชน ผสู้ งู อำยุ และผพู้ ิกำร
(๘) บำรงุ ศิลปะ จำรตี ประเพณี ภูมิปญั ญำท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดขี องท้องถ่ิน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

(๙) หนำ้ ท่ีอ่นื ตำมทก่ี ฎหมำยบญั ญัตใิ ห้เปน็ หนำ้ ทข่ี องเทศบำล
๒. กำรปฏิบัตงิ ำนตำมอำนำจหนำ้ ท่ขี องเทศบำลต้องเป็นไปเพือ่ ประโยชน์สขุ ของประชำชนโดย
ใช้วธิ กี ำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมอื งท่ดี ีและให้คำนึงถึงกำรมีสว่ นร่วมของประชำชนในกำรจดั ทำแผนพัฒนำ
เทศบำล กำรจัดทำงบประมำณ กำรจัดซื้อจดั จำ้ ง กำรตรวจสอบ กำรประเมินผลกำรปฏิบตั งิ ำน และ
กำรเปิดเผยข้อมลู ข่ำวสำร ตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคบั ว่ำดว้ ยกำรนั้น และหลกั เกณฑ์และวิธกี ำร
ทีก่ ระทรวงมหำดไทยกำหนด
๓. เทศบำลตำบลอำจจัดทำกจิ กำรใด ๆ ในเขตเทศบำล ดงั ต่อไปนี้

(๑) ให้มีน้ำสะอำดหรือกำรประปำ
(๒) ใหม้ ีโรงฆ่ำสตั ว์
(๓) ให้มีตลำด ท่ำเทียบเรือและท่ำข้ำม
(๔) ให้มีสุสำนและฌำปนสถำน
(๕) บำรุงและส่งเสรมิ กำรทำมำหำกินของรำษฎร
(๖) ใหม้ ีและบำรงุ สถำนท่ที ำกำรพิทกั ษ์รักษำคนเจ็บไข้
(๗) ใหม้ แี ละบำรุงกำรไฟฟ้ำหรือแสงสวำ่ งโดยวิธีอื่น
(๘) ให้มแี ละบำรงุ ทำงระบำยน้ำ
(๙) เทศพำณชิ ย์
๔. เทศบำลเมืองมีหน้ำที่ต้องทำในเขตเทศบำล ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) กจิ กำรตำมทร่ี ะบุไว้ใน ขอ้ ๑
(๒) ใหม้ ีนำ้ สะอำดหรือกำรประปำ
(๓) ให้มีโรงฆ่ำสัตว์
(๔) ใหม้ ีและบำรุงสถำนทที่ ำกำรพิทักษแ์ ละรักษำคนเจ็บไข้
(๕) ให้มแี ละบำรงุ ทำงระบำยน้ำ
(๖) ใหม้ แี ละบำรงุ ส้วมสำธำรณะ
(๗) ให้มีและบำรุงกำรไฟฟ้ำ หรือแสงสวำ่ งโดยวธิ ีอื่น
(๘) ให้มีกำรดำเนนิ กิจกำรโรงรับจำนำหรอื สถำนสินเชอ่ื ท้องถน่ิ
๕. เทศบำลเมืองอำจจัดทำกิจกำรใด ๆ ในเขตเทศบำล ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ให้มตี ลำด ทำ่ เทยี บเรือและทำ่ ข้ำม
(๒) ให้มสี ุสำนและฌำปนสถำน
(๓) บำรุงและสง่ เสริมกำรทำมำหำกินของรำษฎร
(๔) ให้มีและบำรุงกำรสงเครำะห์มำรดำและเดก็
(๕) ใหม้ ีและบำรงุ โรงพยำบำล
(๖) ให้มกี ำรสำธำรณูปกำร
(๗) จัดทำกจิ กำรซึง่ จำเป็นเพอ่ื กำรสำธำรณสขุ
(๘) จดั ต้งั และบำรุงโรงเรียนอำชีวศกึ ษำ
(๙) ให้มแี ละบำรุงสถำนท่ีสำหรับกำรกฬี ำและพลศึกษำ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

(๑๐) ใหม้ แี ละบำรงุ สวนสำธำรณะ สวนสัตว์ และสถำนทพ่ี กั ผ่อนหย่อนใจ
(๑๑) ปรบั ปรุงแหลง่ เสอ่ื มโทรม และรกั ษำควำมสะอำดเรยี บร้อยของท้องถนิ่
(๑๒) เทศพำณชิ ย์
๖. เทศบำลนครมีหน้ำที่ต้องทำในเขตเทศบำลดังตอ่ ไปนี้
(๑) กิจกำรตำมที่ระบุไวใ้ นข้อ ๔
(๒) ให้มแี ละบำรุงกำรสงเครำะห์มำรดำและเด็ก
(๓) กจิ กำรอน่ื ซง่ึ จำเป็นเพ่ือกำรสำธำรณสุข
(๔) กำรควบคุมสุขลักษณะและอนำมัยในร้ำนจำหน่ำยอำหำร โรงมหรสพ และสถำนบริกำร
อื่น
(๕) จัดกำรเกี่ยวกบั ทีอ่ ยู่อำศัยและกำรปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม
(๖) จดั ใหม้ แี ละควบคมุ ตลำด ทำ่ เทียบเรือ ทำ่ ข้ำม และท่ีจอดรถ
(๗) กำรวำงผังเมืองและกำรควบคุมกำรก่อสร้ำง
(๘) กำรส่งเสรมิ กิจกำรกำรท่องเท่ียว
๗. เทศบำลนครอำจจดั ทำกิจกำรอนื่ ๆ ตำมข้อ ๕

การทาการนอกเขตเทศบาลและการทาการรว่ มกับบุคคลอน่ื

๑. เทศบำลอำจทำกิจกำรนอกเขต เมื่อ
(๑) กำรนนั้ จำเป็นต้องทำและเปน็ กำรที่เกยี่ วเนอ่ื งกับกิจกำรที่ดำเนินตำมอำนำจหน้ำที่

อยภู่ ำยในเขตของตน
(๒) ไดร้ บั ควำมยินยอมจำกสภำเทศบำล คณะกรรมกำรสุขำภิบำล สภำจังหวดั หรอื

สภำตำบลแหง่ ท้องถ่นิ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง และ
(๓) ได้รับอนมุ ตั จิ ำกรัฐมนตรี

๒. เทศบำลอำจทำกำรร่วมกบั บคุ คลอนื่ โดยกอ่ ตั้งบริษัทจำกัด หรอื ถือหุ้นในบริษัทจำกดั เม่ือ
(๑) บรษิ ทั จำกดั นนั้ มวี ตั ถุประสงค์เฉพำะเพือ่ กจิ กำรคำ้ ขำยอันเป็นสำธำรณูปโภค
(๒) เทศบำลต้องถอื หนุ้ เป็นมลู คำ่ เกินกว่ำรอ้ ยละห้ำสิบของทนุ ท่ีบริษัทน้ันจดทะเบียนไว้

ในกรณีท่ีมหี ลำยเทศบำล องค์กำรบรหิ ำรสว่ นจังหวดั องคก์ ำรบริหำรส่วนตำบลหรือสุขำภบิ ำล ถือ
หุน้ อยใู่ นบริษัทเดยี วกัน ใหน้ ับหุน้ ทีถ่ อื น้นั รวมกัน และ

(๓) ไดร้ ับอนุมัติจำกรฐั มนตรี
ควำมใน (๑) และ (๒) ไมใ่ ช้บังคับในกรณีท่ีบรษิ ัทจำกดั ท่เี ทศบำลรว่ มก่อต้ังหรือถือหนุ้
นนั้ ไม่มเี อกชนถือหนุ้ อยู่ดว้ ย

สหการ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐

๑. ถ้ำมกี ิจกำรใดอนั อยูภ่ ำยในอำนำจหนำ้ ที่ของเทศบำลต้งั แตส่ องแหง่ ขึ้นไปทจ่ี ะร่วมกนั ทำ
เพ่อื ให้เกดิ ประโยชนอ์ ย่ำงยิ่ง ก็ให้จดั ตั้งเปน็ องคก์ ำรข้นึ เรยี กว่ำสหกำร โดยตรำเปน็ พระรำชกฤษฎกี ำ

เทศบัญญัติ

๑. เทศบำลมอี ำนำจตรำเทศบัญญตั ิโดยไมข่ ัดหรือแย้งต่อบทกฎหมำยในกรณี ดังต่อไปน้ี
(๑) เพอ่ื ปฏบิ ตั ิกำรให้เป็นไปตำมหน้ำที่ของเทศบำล
(๒) เม่อื มกี ฎหมำยบญั ญัตใิ ห้เทศบำลตรำเทศบญั ญัติ หรือใหม้ อี ำนำจตรำเทศบญั ญัติ
ในเทศบัญญัตินนั้ จะกำหนดโทษปรบั ผลู้ ะเมิดเทศบัญญัติไว้ด้วยกไ็ ด้ แต่ห้ำมมิให้

กำหนดเกินกวำ่ หน่ึงพันบำท
๒. เทศพำณิชยข์ องเทศบำล ใหต้ รำเป็นเทศบญั ญัติ กจิ กำรใดทเี่ ทศบำลมีรำยไดห้ รือผล

พลอยได้อนั เกดิ จำกกำรกระทำตำมอำนำจหน้ำที่ จะไมต่ รำเป็นเทศบญั ญัติก็ได้
๓. รำ่ งเทศบญั ญัติจะเสนอได้กแ็ ตโ่ ดย
(๑) นำยกเทศมนตรี
(๒) สมำชกิ สภำเทศบำล โดยสมำชกิ สภำเทศบำลลงนำมรับรองไม่นอ้ ยกว่ำสองคน หรือ
(๓) รำษฎรผู้มีสิทธเิ ลอื กต้งั ในเขตเทศบำล
ร่ำงเทศบัญญตั ิเก่ยี วกับกำรเงิน สมำชกิ สภำเทศบำลจะเสนอได้ต่อเม่ือมีคำรบั รองของ

นำยกเทศมนตรี
๔. ร่ำงเทศบัญญตั เิ ก่ียวกบั กำรเงิน หมำยควำมถึงรำ่ งเทศพำณชิ ย์ หรอื รำ่ งเทศบญั ญัติวำ่

ด้วยเรอื่ งใดเรอ่ื งหน่งึ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) กำรจัดเกบ็ ยกเลิก ลด เปล่ียนแปลง แก้ไข ผ่อน หรอื วำงระเบยี บ กำรบงั คบั อนั

เกย่ี วกับภำษอี ำกร
(๒) กำรเกบ็ รกั ษำเงิน กำรจำ่ ยเงิน หรือกำรโอนงบประมำณของเทศบำล
(๓) กำรกเู้ งิน กำรค้ำประกนั หรอื กำรใช้เงนิ กู้
(๓) กำรคลงั กำรงบประมำณ กำรเงนิ ทรัพยส์ ิน กำรจัดหำผลประโยชน์จำกทรัพย์สนิ
(๔) กำรจำ้ งและกำรพสั ดุ
ในกรณเี ป็นทีส่ งสัยว่ำร่ำงเทศบัญญัตใิ ดเป็นร่ำงเทศบัญญัตเิ กยี่ วกับกำรเงินหรือไม่ ให้

ประธำนสภำเทศบำลเปน็ ผู้วินจิ ฉยั
๕. ภำยในเจด็ วันนบั แต่วนั ท่ีสภำเทศบำลได้มีมตเิ ห็นชอบดัวยกบั ร่ำงเทศบัญญัติใด ในกรณี

เทศบำลตำบล ให้ประธำนสภำเทศบำลสง่ ร่ำงเทศบัญญัตไิ ปยงั นำยอำเภอเพอ่ื ส่งไปยังผวู้ ำ่ รำชกำร
จงั หวดั พจิ ำรณำ ในกรณเี ทศบำลเมอื งและเทศบำลนคร ให้ประธำนสภำเทศบำลส่งไปยงั ผวู้ ำ่ รำชกำร
จังหวดั พิจำรณำ

ผ้วู ำ่ รำชกำรจงั หวดั ตอ้ งพจิ ำรณำร่ำงเทศบัญญัติใหเ้ สร็จและสง่ คืนประธำนสภำเทศบำล
ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันทีไ่ ดร้ ับร่ำงเทศบญั ญตั ิน้ัน ถำ้ ผู้ว่ำรำชกำรจังหวดั ไม่พิจำรณำใหแ้ ลว้ เสร็จ
ภำยในระยะเวลำทีก่ ำหนด ใหถ้ ือว่ำผวู้ ำ่ รำชกำรจังหวัดเหน็ ชอบดว้ ยกบั รำ่ งเทศบัญญัติ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๑

ในกรณที ่ผี ู้ว่ำรำชกำรจงั หวดั เห็นชอบ ให้ส่งนำยกเทศมนตรีลงนำมใชบ้ ังคบั เป็นเทศบญั ญตั ิ
แต่ถำ้ ผ้วู ่ำรำชกำรจงั หวัดไม่เหน็ ชอบด้วย ให้สง่ ร่ำงเทศบัญญัตนิ ั้นพรอ้ มด้วยเหตผุ ลไปยงั สภำเทศบำล
และให้สภำเทศบำลพิจำรณำใหม่ภำยในสำมสิบวันนบั แต่วันทีไ่ ดร้ ับร่ำงเทศบัญญตั ิคืนมำ ถ้ำสภำ
เทศบำลมีมตยิ ืนยันตำมร่ำงเทศบญั ญัติเดมิ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกวำ่ สองในสำมของสมำชกิ เท่ำที่
มอี ยู่ ให้ประธำนสภำเทศบำลส่งรำ่ งเทศบญั ญัตนิ ้ันใหน้ ำยกเทศมนตรลี งนำมใช้บังคับเป็นเทศบัญญัติ
และแจ้งให้ผวู้ ำ่ รำชกำรจังหวัดทรำบตอ่ ไป แต่ถ้ำสภำเทศบำลไม่ยืนยันภำยในสำมสิบวันนบั แตว่ นั ที่
ได้รับร่ำงเทศบญั ญตั ิคนื จำกผ้วู ำ่ รำชกำรจงั หวดั หรอื ยนื ยันตำมร่ำงเทศบัญญัตเิ ดมิ ด้วยคะแนนเสียง
น้อยกว่ำสองในสำมของสมำชกิ สภำเทศบำลเท่ำท่ีมีอยู่ ให้รำ่ งเทศบัญญตั ิน้ันเป็นอันตกไป

๖. ในกรณที ่สี ภำเทศบำลไม่รับหลักกำรแห่งร่ำงพระรำชบัญญัตงิ บประมำณรำยจ่ำย ใหผ้ วู้ ่ำ
รำชกำรจังหวัดตั้งคณะกรรมกำรคณะหนึ่ง ประกอบดว้ ย กรรมกำรจำนวนสิบห้ำคน เพอื่ พิจำรณำ
หำขอ้ ยตุ ิควำมขัดแย้ง โดยแก้ไข ปรบั ปรุงหรือยนื ยนั สำระสำคญั ในร่ำงเทศบญั ญัตนิ ั้น

คณะกรรมกำร ให้ประกอบดว้ ยสมำชิกสภำเทศบำลซ่ึงสภำเทศบำลเสนอจำนวนเจ็ดคน และ
บุคคลซง่ึ เป็นหรอื มิได้เป็นสมำชกิ สภำเทศบำลซง่ึ นำยกเทศมนตรีเสนอจำนวนเจ็ดคน โดยให้แต่งตง้ั
ภำยในเจ็ดวนั นับแตว่ ันทส่ี ภำเทศบำลมีมตไิ ม่รบั หลกั กำร และให้กรรมกำรทง้ั สบิ ส่ีคนรว่ มกนั ปรึกษำ
และเสนอบคุ คลซง่ึ มไิ ด้เป็นนำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี เลขำนกุ ำรนำยกเทศมนตรี ทปี่ รกึ ษำ
นำยกเทศมนตรี และมไิ ด้เป็นสมำชกิ สภำเทศบำลคนหน่ึง ทำหนำ้ ท่ีเป็นประธำนกรรมกำรดังกลำ่ ว
ภำยในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีกรรมกำรครบจำนวนสบิ ส่ีคน

กรณีทไี่ มส่ ำมำรถเสนอบุคคลทจ่ี ะทำหน้ำท่ีเป็นกรรมกำรหรือประธำนกรรมกำรไดภ้ ำยใน
กำหนดเวลำ หรอื กรรมกำรหรอื ประธำนกรรมกำรไม่ปฏิบัตหิ รือไมอ่ ำจปฏิบัตหิ น้ำที่ได้ ให้ผูว้ ่ำรำชกำร
จงั หวดั ตั้งบคุ คลซง่ึ มไิ ดเ้ ปน็ นำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี เลขำนกุ ำรนำยกเทศมนตรี ทีป่ รกึ ษำ
นำยกเทศมนตรี และมิไดเ้ ป็นสมำชิกสภำเทศบำลทำหน้ำทก่ี รรมกำรหรือประธำนกรรมกำรดงั กล่ำว
ให้ครบตำมจำนวน

คณะกรรมกำรพิจำรณำร่ำงเทศบญั ญตั ใิ หแ้ ลว้ เสรจ็ ภำยในสบิ ห้ำวนั นบั ตง้ั แต่วันท่ไี ด้
แต่งต้ังประธำนกรรมกำรในครำวแรก แล้วรำยงำนต่อผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ในกรณีที่คณะกรรมกำรไม่
สำมำรถพิจำรณำให้แล้วเสร็จภำยในระยะเวลำทีก่ ำหนด ใหป้ ระธำนกรรมกำรรวบรวมผลกำรพิจำรณำ
แลว้ วินจิ ฉยั ชีข้ ำดโดยเรว็ แล้วรำยงำนต่อผ้วู ่ำรำชกำรจังหวัด

ผ้วู ำ่ รำชกำรจังหวดั ส่งร่ำงเทศบัญญตั ทิ ่ีผ่ำนกำรพจิ ำรณำของคณะกรรมกำรหรือประธำน
กรรมกำร ใหน้ ำยกเทศมนตรโี ดยเรว็ แล้วใหน้ ำยกเทศมนตรีเสนอร่ำงเทศบญั ญตั ิตอ่ สภำเทศบำล
ภำยในเจ็ดวันนับแต่วนั ท่ไี ด้รับร่ำงเทศบัญญัตจิ ำกผวู้ ่ำรำชกำรจังหวดั หำกนำยกเทศมนตรไี ม่เสนอ
ร่ำงเทศบญั ญัติน้ันต่อสภำเทศบำลภำยในเวลำท่กี ำหนด ใหผ้ ู้ว่ำรำชกำรจงั หวดั รำยงำนต่อรัฐมนตรี
เพือ่ สัง่ ใหน้ ำยกเทศมนตรีพ้นจำกตำแหนง่

๗. ใหส้ ภำเทศบำลพิจำรณำร่ำงเทศบญั ญัตงิ บประมำณรำยจ่ำยตำม ขอ้ ๖ ใหแ้ ล้วเสรจ็
ภำยในสำมสบิ วนั นับแตว่ ันทีไ่ ด้รับร่ำงเทศบัญญัตจิ ำกนำยกเทศมนตรี หำกสภำเทศบำลพจิ ำรณำไม่
แล้วเสร็จภำยในกำหนดหรือมมี ติไม่เหน็ ชอบใหต้ รำเทศบัญญัตนิ ้ัน ให้รำ่ งเทศบัญญัตนิ ั้นตกไปและ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๒

ใหใ้ ชเ้ ทศบัญญัตงิ บประมำณรำยจ่ำยในปีงบประมำณปีท่แี ล้วไปพลำงกอ่ น ในกรณีเชน่ วำ่ น้ี ให้ผวู้ ำ่
รำชกำรจงั หวัดเสนอรัฐมนตรีให้มคี ำสัง่ ยบุ สภำเทศบำล

๘. เทศบัญญตั ินนั้ ใหใ้ ชบ้ ังคับได้ เม่อื ประกำศไวโ้ ดยเปิดเผยทีส่ ำนกั งำนเทศบำลแล้วเจด็ วนั
เวน้ แต่ในกรณฉี กุ เฉนิ ถ้ำมีควำมระบไุ ว้ในเทศบัญญตั ินั้นวำ่ ใหใ้ ชบ้ ังคบั ทนั ที กใ็ ห้ใช้บงั คับในวนั ทไ่ี ด้
ประกำศนั้น

๙. ในกรณฉี ุกเฉินซึ่งจะเรยี กประชุมสภำเทศบำลให้ทันทว่ งทีมิได้ คณะเทศมนตรีอำจออก
เทศบัญญตั ชิ ่วั ครำวได้เมอ่ื ไดร้ บั อนุมตั จิ ำกผ้วู ่ำรำชกำรจงั หวัด และเมอื่ ไดป้ ระกำศไวโ้ ดยเปิดเผยท่ี
สำนักงำนเทศบำลแลว้ กใ็ หใ้ ช้บังคบั ได้

ในกำรประชุมสภำเทศบำลครำวตอ่ ไป ให้นำเทศบัญญัตชิ ่ัวครำวนัน้ เสนอต่อสภำเทศบำล
เพอ่ื อนมุ ัติ ถ้ำสภำเทศบำลอนมุ ตั แิ ลว้ เทศบัญญตั ชิ ่ัวครำวนน้ั กเ็ ป็นเทศบัญญัติตอ่ ไป ถ้ำสภำเทศบำล
ไมอ่ นุมัติ เทศบญั ญตั ชิ ั่วครำวนัน้ ก็เปน็ อันตกไป แตท่ งั้ น้ี ไมก่ ระทบถึงกิจกำรทีไ่ ดเ้ ปน็ ไปในระหว่ำง
ท่ใี ช้เทศบัญญตั ชิ ว่ั ครำวน้ัน

คำอนุมัตแิ ละไม่อนุมัติของสภำเทศบำลที่กล่ำวน้ี ให้ทำเป็นเทศบญั ญตั ิ

การคลงั และทรัพยส์ ินของเทศบาล

๑. งบประมำณประจำปขี องเทศบำลตอ้ งตรำขึ้นเป็นเทศบัญญัติ ถ้ำเทศบัญญัตงิ บประมำณ
ออกไม่ทันปีใหม่ ใหใ้ ชเ้ ทศบัญญัตงิ บประมำณปีก่อนนัน้ ไปพลำง

ถ้ำในปใี ดจำนวนเงินซ่ึงได้อนญุ ำตไว้ตำมงบประมำณปรำกฏว่ำไม่พอสำหรบั กำรใช้จ่ำย
ประจำปีก็ดี หรอื มีควำมจำเป็นที่จะต้องตัง้ รำยรบั หรอื รำยจ่ำยข้นึ ใหม่ในระหว่ำงปกี ด็ ี ให้ตรำขึ้นเป็น
เทศบัญญัติงบประมำณเพ่ิมเตมิ

๒. เทศบำลอำจมรี ำยได้ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ภำษอี ำกรตำมแต่จะมีกฎหมำยกำหนดไว้
(๒) คำ่ ธรรมเนยี ม ค่ำใบอนญุ ำต และคำ่ ปรับ ตำมแตจ่ ะมกี ฎหมำยกำหนดไว้
(๓) รำยได้จำกทรัพย์สินของเทศบำล
(๔) รำยไดจ้ ำกกำรสำธำรณูปโภคและเทศพำณชิ ย์
(๕) พนั ธบัตร หรือเงนิ กู้ ตำมแตจ่ ะมีกฎหมำยกำหนดไว้
(๖) เงนิ กจู้ ำกกระทรวง ทบวง กรม องค์กำร หรือนิตบิ ุคคลต่ำง ๆ
(๗) เงนิ อดุ หนุนจำกรฐั บำลหรอื องคก์ ำรบริหำรสว่ นจงั หวัด
(๘) เงนิ และทรัพย์สินอยำ่ งอ่ืนทมี่ ีผูอ้ ุทศิ ให้
(๙) รำยไดอ้ ่นื ใดตำมแต่จะมกี ฎหมำยกำหนดไว้

๓. เทศบำลอำจมรี ำยจ่ำยดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เงินเดอื น
(๒) คำ่ จ้ำง
(๓) เงนิ ตอบแทนอืน่ ๆ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๓

(๔) คำ่ ใชส้ อย
(๕) ค่ำวัสดุ
(๖) คำ่ ครุภัณฑ์
(๗) คำ่ ทด่ี ิน ส่ิงก่อสร้ำง และทรพั ย์สินอน่ื ๆ
(๘) เงินอดุ หนุน
(๙) รำยจ่ำยอ่ืนใดตำมข้อผูกพนั หรือตำมท่มี กี ฎหมำย หรือระเบียบของ
กระทรวงมหำดไทยกำหนดไว้
๔. กำรจ่ำยเงินอดุ หนุนและรำยจ่ำยเพือ่ กำรลงทุน เทศบำลจะกระทำได้เมือ่ ไดร้ ับควำม
เหน็ ชอบจำกสภำเทศบำลและผู้วำ่ รำชกำรจงั หวัดอนุมัติแล้ว
๕. กำรจำ่ ยเงินตำมขอ้ ผูกพัน ถำ้ เป็นกำรชำระหนี้เงนิ กู้เมอ่ื ถึงกำหนดชำระ เทศบำลจะต้อง
ชำระเงินกู้นนั้ จำกทรพั ยส์ นิ ของเทศบำลไมว่ ่ำจะต้งั งบประมำณรำยจ่ำยประเภทนีไ้ ว้หรือไม่
๖. กำรจ่ำยเงินค่ำตอบแทนใหแ้ กป่ ระธำนสภำเทศบำล รองประธำนสภำเทศบำล สมำชกิ สภำ
เทศบำล และกำรจ่ำยเงินค่ำเบีย้ ประชุมใหแ้ ก่กรรมกำรท่ีสภำเทศบำลแตง่ ตัง้ ขนึ้ ใหเ้ ปน็ ไปตำม
ระเบยี บที่กระทรวงมหำดไทยกำหนด
๗. ให้รัฐมนตรีจัดให้มีกำรตรวจสอบกำรคลัง กำรบัญชี หรือกำรเงินอื่น ๆ ของเทศบำลปลี ะครงั้

การควบคุมเทศบาล

๑. ให้ผู้ว่ำรำชกำรจงั หวดั มีอำนำจหน้ำที่ควบคุมดแู ลเทศบำลในจังหวดั น้ันให้ปฏิบัตกิ ำรตำม
อำนำจหน้ำทโ่ี ดยถูกต้องตำมกฎหมำย ในกำรนี้ให้มีอำนำจหน้ำที่ชแ้ี จง แนะนำ ตักเตอื นเทศบำล
และตรวจสอบกิจกำร เรียกรำยงำนและเอกสำรหรอื สถิตใิ ด ๆ จำกเทศบำลมำตรวจ ตลอดจนเรยี ก
สมำชกิ สภำเทศบำลหรอื พนักงำนเทศบำลมำชแี้ จงหรือสอบสวนกไ็ ด้

ให้นำยอำเภอมอี ำนำจหนำ้ ที่ช่วยผวู้ ำ่ รำชกำรจังหวดั ควบคมุ ดูแลเทศบำลตำบลในอำเภอ
น้นั ให้ปฏิบตั ิกำรตำมอำนำจหน้ำทโ่ี ดยถูกตอ้ งตำมกฎหมำย ในกำรนีใ้ ห้มีอำนำจหน้ำที่ชี้แจงแนะนำ
ตักเตือนเทศบำลตำบล และตรวจสอบกจิ กำร เรยี กรำยงำนและเอกสำรหรือสถิติใด ๆ จำกเทศบำล
มำตรวจ ตลอดจนเรียกสมำชิกสภำเทศบำลหรือพนักงำนเทศบำลมำชแี้ จงหรือสอบสวนก็ได้

๒. เม่อื นำยอำเภอ กรณีเทศบำลตำบลในอำเภอน้ัน หรือผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ในกรณีแห่ง
เทศบำลเมอื งและเทศบำลนครเหน็ ว่ำ นำยกเทศมนตรี หรอื รองนำยกเทศมนตรีผู้ใดปฏิบตั ิกำรของ
เทศบำลไปในทำงทอ่ี ำจเปน็ กำรเสียหำยแกเ่ ทศบำล หรือเสยี หำยแกร่ ำชกำร และนำยอำเภอหรือผู้ว่ำ
รำชกำรจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้ช้แี จงแนะนำตักเตือนแลว้ ไม่ปฏิบัตติ ำม นำยอำเภอหรือผ้วู ่ำรำชกำร
จังหวัด แลว้ แตก่ รณี มีอำนำจท่ีจะสง่ั เพกิ ถอนหรือสงั่ ให้ระงบั กำรปฏบิ ัติของนำยกเทศมนตรหี รือรอง
นำยกเทศมนตรนี ั้นไว้ก่อนได้ แลว้ ให้ผูว้ ่ำรำชกำรจังหวัดรีบรำยงำนรฐั มนตรีทรำบภำยในกำหนด
สบิ หำ้ วันนับแตว่ ันท่ีมีคำสัง่ เพ่อื ให้รฐั มนตรวี ินจิ ฉัยสง่ั กำรตำมสมควร

คำส่งั ของรฐั มนตรีตำมควำมในวรรคกอ่ นไม่กระทบกระเทือนสทิ ธิของบคุ คลภำยนอก
ผู้กระทำกำรโดยสุจรติ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๔

๓. ในกรณีท่ผี วู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั เหน็ ว่ำ นำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี ประธำนสภำ
เทศบำล หรือรองประธำนสภำเทศบำล ปฏบิ ตั ิกำรฝ่ำฝนื ตอ่ ควำมสงบเรียบร้อยหรือสวัสดภิ ำพของ
ประชำชน ละเลยไม่ปฏบิ ัติตำมหรอื ปฏบิ ตั ิกำรไม่ชอบด้วยอำนำจหนำ้ ที่ หรอื มีควำมประพฤติ
ในทำงจะนำมำซึง่ ควำมเสอื่ มเสยี แก่ศักดต์ิ ำแหน่ง หรือแก่เทศบำล หรือแกร่ ำชกำร ให้เสนอควำมเห็น
ต่อรัฐมนตรพี ร้อมด้วยหลักฐำน รัฐมนตรอี ำจใช้ดุลพินิจส่ังให้นำยกเทศมนตรี รองนำยกเทศมนตรี
ประธำนสภำเทศบำล หรือรองประธำนสภำเทศบำลพน้ จำกตำแหน่งกไ็ ด้ คำสั่งของรัฐมนตรใี หเ้ ป็น
ทส่ี ดุ

๔. เพอื่ คุ้มครองประโยชน์ของประชำชนในเขตเทศบำลหรือประโยชนข์ องประเทศเป็น
ส่วนรวม ผู้วำ่ รำชกำรจังหวัดจะรำยงำนเสนอควำมเห็นต่อรฐั มนตรเี พอ่ื ยุบสภำเทศบำลกไ็ ด้

รัฐมนตรมี อี ำนำจยุบสภำเทศบำลและให้แสดงเหตุผลไว้ในคำสั่ง
๕. เมอื่ เหน็ จำเปน็ ทจ่ี ะใหเ้ ทศบำลใดอยใู่ นควำมควบคุมดแู ลของกระทรวงมหำดไทยโดยตรง
ก็ใหท้ ำไดโ้ ดยตรำเปน็ พระรำชกฤษฎีกำ

คณะกรรมการท่ีปรึกษาการเทศบาล

๑. ให้มีคณะกรรมกำรท่ปี รกึ ษำกำรเทศบำลคณะหนึง่ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหำดไทย
เปน็ ประธำน อธิบดกี รมมหำดไทย อธบิ ดีกรมโยธำเทศบำล อธบิ ดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมสำมญั ศกึ ษำ
อธิบดกี รมวสิ ำมัญศกึ ษำ อธิบดกี รมกำรแพทย์ อธบิ ดกี รมอนำมัย ผู้อำนวยกำรสำนักงบประมำณ
ผ้อู ำนวยกำรสว่ นกำรปกครองทอ้ งถนิ่ กรมมหำดไทย เปน็ กรรมกำรโดยตำแหน่ง และกรรมกำรอ่นื
ซึ่งรัฐมนตรแี ต่งต้ังอกี ไม่เกนิ ห้ำคน มีหนำ้ ทใี่ ห้คำปรกึ ษำ และเสนอขอ้ แนะนำแก่รฐั มนตรีเกี่ยวกบั
กิจกำรเทศบำลโดยทั่วไป

ให้ผอู้ ำนวยกำรส่วนกำรปกครองทอ้ งถ่ิน กรมมหำดไทย เป็นเลขำนกุ ำรคณะกรรมกำรท่ี
ปรึกษำกำรเทศบำล

๒. กรรมกำรที่ปรกึ ษำกำรเทศบำลซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังอยู่ในตำแหน่งครำวละสี่ปี หำกพน้ จำก
ตำแหนง่ อำจได้รับแตง่ ตง้ั อีกได้

๓. นอกจำกกำรพ้นจำกตำแหนง่ ตำมวำระ กรรมกำรท่ีปรกึ ษำกำรเทศบำลพน้ จำกตำแหน่ง
เมอื่

(๑) ตำย
(๒) ลำออก
(๓) เปน็ บคุ คลลม้ ละลำย
(๔) เป็นบุคคลไรค้ วำมสำมำรถหรือเสมอื นไร้ควำมสำมำรถ
(๕) ไดร้ ับโทษจำคุกโดยคำพพิ ำกษำถึงทส่ี ุดให้จำคุก เว้นแตค่ ดีควำมผดิ ทเ่ี ปน็ ลหุโทษ
หรอื ควำมผิดอันไดก้ ระทำโดยประมำท
เมื่อกรรมกำรที่ปรึกษำกำรเทศบำลพน้ จำกตำแหน่งกอ่ นวำระ รัฐมนตรีอำจแตง่ ต้งั ผูอ้ ืน่
แทนได้ และผ้ไู ด้รับแต่งต้งั อยู่ในตำแหน่งตำมวำระเท่ำผู้ที่ตนแทน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรุป
พระราชบญั ญัตอิ งคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด พ.ศ. ๒๕๔๐

[แก้ไขเพิม่ เตมิ ถงึ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๒]

โครงสร้างและเขตขององค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

๑. จังหวัดหน่ึงให้มีองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด ประกอบดว้ ย ๒ ส่วนคือสภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ น
จังหวดั และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

๒. องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เป็นนิตบิ ุคคลและเป็นราชการส่วนท้องถนิ่
เขตขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดได้แก่เขตจงั หวดั

สภาองค์การบริหารส่วนจังหวดั

๑. สภาประกอบดว้ ยสมาชกิ สภาซ่ึงมาจากการเลือกต้งั ของประชาชน
๒. ผูม้ ีสิทธสิ มัครรบั เลอื กต้งั เป็นสมาชิกสภา นอกจากต้องมีคุณสมบตั ิและไม่มลี ักษณะต้องห้ามตาม
กฎหมายว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาทอ้ งถ่นิ หรือผู้บริหารท้องถิ่นแลว้ จะต้องไม่เป็นผูท้ พี่ ้นจากตาแหน่ง
สมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน คณะผ้บู ริหารทอ้ งถิ่นหรอื ผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน รองผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน เลขานกุ ารหรอื ท่ี
ปรึกษาผู้บริหารท้องถน่ิ เพราะเหตมุ สี ่วนได้เสีย ไม่ว่าทางตรงหรอื ทางออ้ มในสญั ญาหรือกิจการท่กี ระทา
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ยังไมถ่ ึงหา้ ปนี ับถงึ วันสมคั รรับเลือกตั้ง
๓. การเลอื กตั้งสมาชิกสภา ใหถ้ ือเกณฑ์จานวนราษฎรแตล่ ะจังหวดั ตามหลกั ฐานการทะเบียน
ราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายกอ่ นปีท่ีมีการเลือกตง้ั ดังน้ี

(๑) จังหวัดใดมีราษฎรไม่เกินห้าแสนคน ใหม้ ีการเลือกต้ังสมาชกิ สภาได้ย่ีสิบสค่ี น
(๒) จงั หวดั ใดมรี าษฎรเกนิ ห้าแสนคนแต่ไม่เกินหน่งึ ล้านคน ให้มกี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาได้
สามสบิ คน
(๓) จงั หวดั ใดมรี าษฎรเกินหนึ่งลา้ นคนแต่ไมเ่ กนิ หน่งึ ลา้ นหา้ แสนคน ให้มีการเลือกตง้ั สมาชิก
สภาได้สามสิบหกคน
(๔) จังหวดั ใดมรี าษฎรเกินหนึ่งลา้ นห้าแสนคนแต่ไม่เกินสองล้านคน ให้มกี ารเลอื กต้งั สมาชิก
สภาได้สีส่ ิบสองคน
(๕) จงั หวัดใดมีราษฎรเกินสองล้านคนขนึ้ ไป ใหม้ ีการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาได้สี่สบิ แปดคน
๔. ในอาเภอหน่งึ ให้มกี ารเลอื กตั้งสมาชกิ สภาได้หน่งึ คน
๕. เม่อื รวมจานวนสมาชิกสภาจากแต่ละอาเภอแลว้ จานวนสมาชิกสภายงั ไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์
ใหเ้ อาจานวนสมาชิกสภาซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะพงึ มีได้ไปหารจานวนราษฎรท้ังจังหวัด ได้
ผลลัพธเ์ ทา่ ใดใหถ้ อื เปน็ เกณฑส์ าหรับคานวณสมาชกิ สภาเพม่ิ ขึ้น โดยอาเภอใดมีจานวนราษฎรมากที่สุด

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

ให้อาเภอนนั้ มสี มาชิกสภาเพ่มิ ข้นึ อกี หนงึ่ คน แลว้ ให้เอาผลลพั ธด์ ังกล่าวหกั ออกจากจานวนราษฎรของ
อาเภอนนั้ เหลือเท่าใดให้ถอื เปน็ จานวนราษฎรของอาเภอนนั้ ในการพิจารณาเพม่ิ สมาชิกสภาทย่ี ังขาด
จานวนอย่แู ละให้กระทาดังน้ีต่อ ๆ ไปจนได้สมาชิกสภาครบจานวน

๖. อายุของสภามกี าหนดคราวละส่ปี ีนับแตว่ ันเลอื กต้ัง สมาชิกภาพของสมาชิกสภาเริ่มต้ังแตว่ ัน
เลอื กต้ัง

๗. สมาชิกภาพของสมาชกิ สภาส้ินสุดลงเม่อื
(๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภา หรอื มกี ารยบุ สภา
(๒) ตาย
(๓) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกตอ่ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
(๔) ขาดประชุมสภาสามคร้ังตดิ ต่อกันโดยไม่มีเหตอุ ันสมควร
(๕) เปน็ ผูม้ สี ว่ นไดเ้ สยี ไม่วา่ โดยทางตรงหรอื ทางอ้อมในสัญญาท่อี งค์การบริหารส่วนจงั หวัดน้ัน

เปน็ คสู่ ญั ญาหรือในกิจการท่ีกระทาให้แกอ่ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดนั้นหรอื ท่ีองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
นั้นจะกระทา

(๖) ขาดคณุ สมบัติหรือมลี ักษณะต้องห้าม
(๗) สภามีมติให้พ้นจากตาแหน่ง โดยมีสมาชิกสภาจานวนไม่น้อยกวา่ หน่งึ ในสามของจานวน
สมาชกิ สภาท้ังหมดเทา่ ทม่ี อี ยู่เขา้ ช่ือเสนอใหส้ ภาพิจารณา และมติดงั กลา่ วตอ้ งมคี ะแนนเสียงไม่น้อยกวา่
สามในส่ีของจานวนสมาชิกสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
(๘) ราษฎรผู้มสี ิทธิเลอื กตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดมจี านวนไมน่ ้อยกว่าสามในส่ีของ
จานวน ผู้มีสทิ ธิเลือกตงั้ ทม่ี าลงคะแนนเสียง ถอดถอนจากตาแหน่ง
เมื่อมีขอ้ สงสัยเกย่ี วกบั สมาชกิ ภาพของสมาชิกสภาผใู้ ดสิน้ สุดลงตาม (๔) (๕) หรอื (๖) ให้ผ้วู า่
ราชการจงั หวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเรว็ คาวนิ ิจฉัยของผวู้ า่ ราชการจงั หวัดให้เป็นที่สดุ
๘. ให้สภาเลือกสมาชิกสภาเป็นประธานสภาคนหนึง่ และรองประธานสภาสองคน ดารงตาแหนง่
จนครบอายุของสภา
๙. นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตาม ข้อ ๘ ประธานสภาและรองประธานสภาพ้นจากตาแหน่ง เม่ือ
(๑) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกตอ่ ผวู้ า่ ราชการจังหวดั
(๒) สิน้ สุดสมาชกิ ภาพของสมาชิกสภา
(๓) รฐั มนตรีส่งั ใหพ้ ้นจากตาแหน่ง
(๔) สภามีมตใิ หพ้ ้นจาก โดยมีสมาชิกสภาจานวนไม่น้อยกว่าหน่ึงในสามของจานวนสมาชิก
สภาทง้ั หมดเทา่ ท่ีมอี ย่เู ข้าช่ือเสนอให้สภาพจิ ารณา และมติดงั กล่าวตอ้ งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่
ของจานวนสมาชิกสภาทงั้ หมดเท่าท่มี ีอยู่
ผู้ซ่งึ รฐั มนตรสี ั่งให้พ้นจากตาแหนง่ ตาม (๓) จะดารงตาแหนง่ ประธานสภาหรอื รอง
ประธานสภาอีกไม่ไดต้ ลอดอายุของสภาน้ัน
๑๐. เม่อื ตาแหน่งประธานสภาหรอื รองประธานสภาว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถงึ คราวออก
ตามอายุของสภาหรอื มกี ารยุบสภา ใหม้ ีการเลือกประธานสภาหรือรองประธานสภา แทนตาแหนง่ ทีว่ า่ ง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

ภายในสบิ ห้าวนั นับแต่วันที่ตาแหนง่ น้ันว่างลง
๑๑. กรณที ่ีประธานสภาไม่อยหู่ รอื ไมส่ ามารถปฏิบตั ิหน้าท่ไี ด้ ให้รองประธานสภาคนที่หนงึ่ ปฏิบตั ิ

หนา้ ทแ่ี ทน และในกรณที ี่ประธานสภาและรองประธานสภาคนทห่ี นึง่ ไมอ่ ย่หู รอื ไมส่ ามารถปฏิบตั ิหนา้ ทไี่ ด้
ใหร้ องประธานสภาคนท่ีสองปฏิบตั หิ น้าทแ่ี ทน

๑๒. เมื่อประธานสภาและรองประธานสภาท้ังสองคนไมอ่ ยู่ในทปี่ ระชุม ใหส้ มาชิกสภาเลือกกนั ข้ึน
เองเป็นประธานในที่ประชุมสาหรบั การประชุมคราวนนั้

๑๓. ในปหี นึ่งให้มสี มัยประชุมสามญั สองสมยั
- ผูว้ า่ ราชการจังหวัดตอ้ งกาหนดให้สมาชิกสภาได้มาประชุมสภาครง้ั แรกภายในสบิ ห้าวันนับ

แต่วันประกาศผลการเลือกตัง้ สมาชกิ สภา และให้ที่ประชุมเลือกประธานสภาและรองประธาน
- สมยั ประชุมสามญั ให้มกี าหนดสีส่ ิบห้าวัน แต่ถ้ามีกรณีจาเป็นให้ประธานสภาสั่งขยายสมัย

ประชุมสามัญออกไปอีกได้ตามความจาเป็นครั้งละไม่เกินสบิ ห้าวัน
- การปิดสมัยประชุมสามญั กอ่ นครบกาหนดเวลาสส่ี ิบหา้ วนั จะกระทามิได้
- กรณีทสี่ ภาไมอ่ าจจดั ให้มกี ารประชุมคร้ังแรกได้ตามกาหนดเวลา หรือมีการประชุมแตไ่ ม่

อาจเลอื กประธานสภาได้ ผู้ว่าราชการจังหวดั อาจเสนอรัฐมนตรใี ห้มคี าสั่งยุบสภา
๑๔. ในกรณีทไี่ ม่มีประธานสภาหรอื ประธานสภาไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ใหผ้ ู้ว่าราชการ

จงั หวดั เปน็ ผู้เรียกประชุมและเป็นผเู้ ปิดและปดิ การประชุม
๑๕. เม่อื เปน็ การจาเป็นเพอ่ื ประโยชนแ์ หง่ องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด ประธานสภาอาจเรยี ก

ประชมุ สภาเป็นสมยั วสิ ามญั กไ็ ด้ หรอื นายกหรือสมาชกิ สภาจานวนไม่นอ้ ยกว่าหน่ึงในสามของจานวน
สมาชิกสภาเท่าทมี่ อี ยอู่ าจทาคาร้องยื่นต่อประธานสภาขอให้เปิดการประชมุ สมัยวิสามัญได้

- ในกรณที ี่นายกหรอื สมาชกิ สภา ทาคาร้องขอให้เปิดประชมุ สภาสมัยวิสามัญ ให้
ประธานสภาเรียกประชมุ สภาสมัยวสิ ามัญภายในสิบห้าวันนบั แตว่ ันที่ไดร้ บั คาร้อง

- การประชุมสภาสมัยวสิ ามญั ใหม้ ีกาหนดเจด็ วนั แต่ถา้ จะขยายเวลาออกไปอกี ต้องได้รับ
ความเหน็ ชอบจากสภาดว้ ยคะแนนเสียงไม่นอ้ ยกว่าหน่ึงในสามของจานวนสมาชิกสภาเท่าท่ีมอี ย่แู ละให้
ขยายออกไปไดอ้ กี ไมเ่ กินเจ็ดวนั

๑๖. การประชุมลับย่อมมไี ด้เมือ่ นายกรอ้ งขอ หรือสมาชิกสภารวมกันมีจานวนไม่นอ้ ยกว่าหนึ่งใน
สามของจานวนสมาชกิ สภา ซึ่งมาประชุมร้องขอ

๑๗. สมาชิกสภามีสทิ ธติ ้ังกระทูถ้ ามนายกหรือรองนายกในเร่ืองใดอนั เก่ียวกบั งานในหน้าทีไ่ ด้ แต่
นายกหรือรองนายกมสี ิทธิที่จะไมต่ อบ เมอ่ื เห็นว่าเร่ืองน้ันยงั ไมค่ วรเปดิ เผยเพราะเก่ียวกบั ความปลอดภัย
หรอื ประโยชนส์ าคัญของ องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด

๑๘. สมาชิกสภาอาจเสนอขอ้ สอบถามต่อประธานสภาให้ผ้วู ่าราชการจงั หวัดชีแ้ จงข้อเท็จจริงใด
ๆ อันเกีย่ วกบั อานาจหน้าที่ของราชการส่วนภูมภิ าคและให้ หวั หน้าหนว่ ยงานราชการตามกฎหมายวา่
ด้วยระเบียบบริหารราชการแผน่ ดินซ่งึ มาปฏิบตั ิหน้าทใี่ นเขตจังหวัดชแ้ี จงข้อเท็จจริงใด ๆ อันเกย่ี วกบั งาน
ในหน้าทไี่ ด้ ท้ังนี้ ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวัดหรอื หวั หนา้ หน่วยงานราชการดงั กล่าวช้แี จงดว้ ยวาจาหรอื เป็น
หนงั สือต่อประธานสภาภายในเวลาอนั สมควรก็ได้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

- ผวู้ ่าราชการจังหวดั หรือหวั หนา้ หนว่ ยงานราชการยอ่ มมสี ิทธทิ ่ีจะไม่ตอบคาถามเม่อื เห็นว่า
ข้อเทจ็ จริงน้นั เป็นเรอื่ งท่ีเกี่ยวกบั ความม่ันคงของชาติหรอื เกยี่ วกับนโยบายของการบรหิ ารราชการ
ส่วนกลางทีย่ งั ไม่สมควรเปิดเผย

๑๙. สภามีอานาจเลอื กสมาชกิ สภาเป็นคณะกรรมการสามัญ และมีอานาจเลือกบุคคลซงึ่ มิได้เป็น
สมาชิกสภารว่ มเปน็ คณะกรรมการวิสามัญเพือ่ กระทากิจการหรอื พิจารณาสอบสวนเรอื่ งใด ๆ อนั อยู่ในวง
งานของสภาแล้วรายงานตอ่ สภา แตท่ งั้ น้กี จิ การหรือการสอบสวน ดงั กล่าวตอ้ งมิใช่เปน็ เรอ่ื งท่สี มาชกิ สภา
เสนอขอ้ สอบถามตอ่ ประธานสภา

- ให้สภาต้ังคณะกรรมการสามัญประจาสภา ชดุ หน่ึงเพอื่ ทาหน้าที่ใหค้ วามเห็นชอบในการ
ออกขอ้ บญั ญัติชั่วคราว

นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั

๑. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด มาจากการเลือกต้ังโดยตรงของประชาชน
๒. ผู้มสี ิทธิสมัครรบั เลอื กตง้ั เปน็ นายกต้องมคี ุณสมบตั ิและไมม่ ลี ักษณะต้องหา้ มตามกฎหมายว่า
ดว้ ยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาทอ้ งถ่ินหรอื ผู้บริหารทอ้ งถน่ิ และตอ้ งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังตอ่ ไปนี้

(๑) มอี ายุไม่ต่ากว่าสามสบิ ปบี ริบูรณ์ในวันเลอื กตง้ั
(๒) สาเรจ็ การศกึ ษาไม่ต่ากว่าปรญิ ญาตรีหรอื เทยี บเทา่ หรอื เคยเป็นสมาชิกสภาจงั หวัด
สมาชกิ สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหารทอ้ งถิน่ หรือสมาชกิ รฐั สภา
(๓) ไมเ่ ป็นผู้ที่พน้ จากตาแหนง่ สมาชกิ สภาท้องถ่นิ คณะผู้บริหารท้องถ่นิ หรือผู้บรหิ ารทอ้ งถิ่น
รองผู้บริหารทอ้ งถ่ิน เลขานุการหรอื ทีป่ รึกษาผู้บรหิ ารท้องถ่นิ เพราะเหตมุ ีสว่ นไดเ้ สียไม่ว่าทางตรงหรอื
ทางออ้ มในสัญญาหรือกิจการท่ีกระทากับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินยังไมถ่ ึงห้าปีนับถงึ วนั สมัครรับเลือกตง้ั
๓. นายกดารงตาแหน่งนบั แต่วนั เลือกตง้ั และมีวาระอยู่ในตาแหนง่ คราวละสปี่ ีนับแต่วนั เลือกตั้ง
๔. นายกอาจแตง่ ตัง้ รองนายกซึ่งมิใชส่ มาชกิ เป็นผูช้ ว่ ยเหลือ
(๑) สมาชกิ ส่สี บิ แปดคน ให้แตง่ ตั้งรองนายกได้ไมเ่ กนิ สค่ี น
(๒) สมาชกิ สามสบิ หกคนหรือส่สี ิบสองคน ให้แตง่ ตั้งรองนายกได้ไม่เกินสามคน
(๓) สมาชิกยีส่ ิบส่ีคนหรอื สามสบิ คน ให้แต่งตั้งรองนายกได้ไมเ่ กินสองคน
- นายกอาจแตง่ ต้ังเลขานกุ ารนายกและท่ีปรึกษานายกซง่ึ มิใช่สมาชิกได้จานวนรวมกันไมเ่ กินห้าคน
- รองนายกตอ้ งมีคุณสมบัติและไมม่ ีลักษณะต้องห้ามเช่นเดยี วกบั นายก
๕. ก่อนนายกเข้ารับหน้าท่ี ให้ประธานสภาเรยี กประชุมสภาเพอ่ื ใหน้ ายกแถลงนโยบายต่อสภา
โดยไม่มกี ารลงมติ ทง้ั น้ี ภายในสามสิบวนั นับแตว่ ันประกาศผลการเลือกตง้ั นายก
- กรณีทไี่ ม่มผี ูด้ ารงตาแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาหรือสภาถูกยุบ หากมีกรณีท่สี าคัญ
และจาเปน็ เร่งดว่ นซ่ึงปล่อยให้เนนิ่ ช้าไปจะกระทบตอ่ ประโยชน์สาคัญของราชการหรือราษฎร นายกจะ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

ดาเนินการไปพลางก่อนเท่าทจ่ี าเป็นก็ได้เม่ือได้มีการเลอื กประธานสภาแล้ว ให้ประธานสภาเรียกประชุม
สภาเพือ่ ให้นายกแถลงนโยบายโดยไมม่ กี ารลงมตภิ ายในสบิ ห้าวันนับแต่วนั ทมี่ กี ารเลือกประธานสภา

- การประชุมเพือ่ แถลงนโยบายของนายกให้กระทาโดยเปิดเผย โดยนายกตอ้ งจัดทานโยบายเป็น
ลายลักษณ์อกั ษรแจกใหส้ มาชิกทกุ คนท่ีมาประชุมดว้ ย

- หากนายกไม่สามารถแถลงนโยบายตอ่ สภาได้ ใหผ้ ูว้ า่ ราชการจงั หวดั แจ้งให้นายกจดั ทานโยบาย
แจง้ เป็นหนังสอื ส่งใหส้ มาชิกทุกคนภายในเจ็ดวัน โดยให้นาวิธกี ารแจ้งคาส่ังทางปกครองเป็นหนงั สือตาม
กฎหมายว่าด้วยวธิ ปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครองมาใช้บงั คับโดยอนโุ ลม ในกรณีเช่นนใ้ี หถ้ ือวา่ นายกได้แถลง
นโยบายต่อสภาแลว้

- ใหน้ ายกจดั ทารายงานแสดงผลการปฏิบตั ิงานตามนโยบายท่ไี ด้แถลงไว้ต่อสภาเปน็ ประจาทกุ ปี
- คาแถลงนโยบายของนายกและรายงานแสดงผลการปฏิบตั ิงานตามนโยบาย ให้ประกาศไวโ้ ดย
เปิดเผย ณ ที่ทาการองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ด้วย
๖. นายกมีอานาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) กาหนดนโยบายโดยไมข่ ดั ต่อกฎหมาย และรบั ผิดชอบในการบรหิ ารราชการขององคก์ าร
บริหารสว่ นจงั หวดั ให้เปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ข้อบญั ญัติ และนโยบาย

(๒) ส่งั อนุญาต และอนมุ ัตเิ ก่ียวกับราชการขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
(๓) แตง่ ตัง้ และถอดถอนรองนายก เลขานุการ นายกและท่ีปรกึ ษา
(๔) วางระเบียบเพอื่ ให้งานขององคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เปน็ ไปด้วยความเรยี บรอ้ ย
(๕) รกั ษาการใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บัญญตั ิองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด
(๖) ปฏิบตั ิหน้าท่ีอื่นตามทีบ่ ัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินแี้ ละกฎหมายอ่ืน
๗. นายกพ้นจากตาแหน่ง เม่อื
(๑) ถงึ คราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผวู้ า่ ราชการจังหวดั
(๔) ขาดคุณสมบตั ิหรือมีลักษณะตอ้ งหา้ ม
(๕) กระทาการฝ่าฝนื ข้อห้าม
(๖) รฐั มนตรสี ั่งให้พ้นจากตาแหน่ง
(๗) ถกู จาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงที่สุดให้จาคกุ
(๘) ราษฎรผ้มู ีสิทธเิ ลือกตง้ั ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีจานวนไม่น้อยกว่าสามในส่ีของ
จานวนผู้มีสิทธเิ ลือกต้ังทม่ี าลงคะแนนเสียงเห็นวา่ นายกไม่สมควรดารงตาแหนง่ ตอ่ ไปตามกฎหมายว่าด้วย
การลงคะแนนเสียงเพอ่ื ถอดถอนสมาชิกสภาทอ้ งถนิ่ หรือผูบ้ รหิ ารท้องถ่ิน
- เมอื่ มีข้อสงสยั เก่ยี วกับความเปน็ นายกส้ินสดุ ลงตาม (๔) หรือ (๕) ให้ผวู้ ่าราชการจังหวดั สอบสวน
และวินิจฉัยโดยเรว็ คาวินิจฉยั ของผวู้ า่ ราชการจังหวดั ใหเ้ ป็นท่สี ุด
- ในระหวา่ งทไ่ี ม่มีนายก ให้ปลัดองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ของนายกเท่าท่ีจา
เป็นได้เป็นการชั่วคราวจนถึงวันประกาศผลการเลือกตงั้ นายก

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

๘. รองนายกพน้ จากตาแหน่ง เมอ่ื
(๑) นายกพ้นจากตาแหน่ง
(๒) นายกมคี าสงั่ ให้พ้นจากตาแหน่ง
(๓) ตาย
(๔) ลาออก โดยย่ืนหนังสอื ลาออกตอ่ นายก
(๕) ขาดคณุ สมบัตหิ รือมีลักษณะต้องห้าม
(๖) กระทาการฝา่ ฝืนข้อหา้ ม
(๗) ถกู จาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงที่สุดให้จาคกุ
(๘) รัฐมนตรสี ง่ั ใหพ้ ้นจากตาแหน่ง

- เมอื่ มขี ้อสงสยั เก่ยี วกับความเปน็ รองนายกส้ินสุดลงตาม (๕) หรอื (๖) ใหผ้ วู้ ่าราชการจังหวัด
สอบสวนและวนิ ิจฉัยโดยเร็ว คาวนิ ิจฉยั ของผวู้ ่าราชการจังหวดั ใหเ้ ปน็ ทส่ี ดุ

๙. เลขานกุ ารนายกและท่ีปรกึ ษาพน้ จากตาแหนง่ เมื่อ
(๑) นายกพ้นจากตาแหน่ง
(๒) นายกมีคาสงั่ ใหพ้ ้นจากตาแหน่ง
(๓) ตาย
(๔) ลาออก โดยย่ืนหนังสอื ลาออกตอ่ นายก
(๕) กระทาการฝา่ ฝืนข้อหา้ ม
(๖) ถกู จาคกุ โดยคาพิพากษาถึงท่ีสดุ ให้จาคกุ

- เม่อื มีขอ้ สงสัยเกยี่ วกับความเป็นเลขานกุ ารนายก และทป่ี รึกษานายก ส้ินสุดลงตาม (๕) ให้ผู้วา่
ราชการจงั หวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คาวนิ ิจฉัยของผู้วา่ ราชการจังหวัดให้เป็นท่ีสุด

๑๐. ให้นายกควบคุมและรบั ผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารสว่ นจังหวดั ตาม
กฎหมาย และเป็นผบู้ ังคับบัญชาข้าราชการและลกู จ้างองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั

- ให้มีปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดคนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างองคก์ าร
บริหารสว่ นจังหวัด รองจากนายก และรบั ผิดชอบควบคุมดแู ลราชการประจาขององคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด
ใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย และมีอานาจหน้าท่อี นื่ ตามท่มี ีกฎหมายกาหนดหรอื ตามท่ีนายกมอบหมาย

- การบริหารงานบุคคลขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน
๑๑. อานาจหน้าท่ใี นการสัง่ หรือการปฏิบตั ริ าชการของรองนายก ใหเ้ ป็นไปตามทีน่ ายกมอบหมาย
- ในกรณีที่นายกไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้รองนายก ตามลาดับท่ีนายกไว้ เป็นผู้รักษาราชการ
แทน ถ้าไม่มีรองนายกหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้รักษา
ราชการแทน

- ในกรณีท่ีมกี ฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับ ข้อบญั ญตั ิ หรือคาสง่ั ใด แต่งตง้ั ใหน้ ายกเปน็
กรรมการหรอื ให้มีอานาจหนา้ ทีอ่ ย่างใด ใหผ้ ู้รกั ษาราชการแทน ทาหนา้ ทก่ี รรมการหรอื มีอานาจหน้าที่
เชน่ เดียวกบั นายกในระหว่างรักษาราชการแทนดว้ ย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

- อานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนมุ ตั ิ หรือการปฏิบัติราชการท่ีนายกจะพึงปฏิบัติหรือ
ดาเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติหรือคาส่ังใด หรือมติของคณะรัฐมนตรใี น
เรอ่ื งใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ขอ้ บัญญตั ิหรือคาส่ังน้ัน หรือมตขิ องคณะรฐั มนตรีในเร่ืองน้ัน
ไมไ่ ดก้ าหนดในเร่อื งการมอบอานาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกอาจมอบอานาจโดยทาเป็นหนงั สือให้รองนายก
เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนนายกก็ได้ แต่ถ้ามอบให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือรองปลัดองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ใหท้ าเป็นคาสั่งและประกาศให้ประชาชนทราบ

- การปฏิบตั ิราชการแทนนายกตามวรรคส่ีตอ้ งกระทาภายใต้การกากับดูแลและกรอบนโยบายท่ี
นายกกาหนดไว้

๑๒.ให้นายก รองนายก ปลัด รองปลดั และขา้ ราชการองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดซึง่ นายกแตง่ ตงั้
มอี านาจเปรียบเทียบคดีละเมิดขอ้ บัญญตั ิได้

- เม่อื ผู้กระทาความผดิ ได้ชาระค่าปรับตามจานวนทเี่ ปรียบเทยี บภายในสามสิบวันนับแตว่ นั ทม่ี ี
การเปรียบเทียบ ใหถ้ ือว่าคดเี ลกิ กนั ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

๑๓. เพ่อื ประโยชน์แกก่ ิจการขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดนายกอาจขอยืมตวั ข้าราชการ พนกั งาน
หรอื ลกู จา้ งของสว่ นราชการ หนว่ ยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกิจ หรือราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ อ่ืนมาช่วยปฏบิ ตั ิ
ราชการชัว่ คราวโดยมกี าหนดเวลาได้ โดยเสนอเร่อื งตอ่ ผ้วู ่าราชการจงั หวดั เพ่อื พจิ ารณาทาความตกลง
กับหนว่ ยงานต้นสังกัดของผู้นั้นก่อนและเม่อื หมดความจาเปน็ แลว้ ใหร้ ีบส่งตัวผู้น้นั คืนตน้ สงั กัด

- ใหถ้ อื วา่ ผซู้ ึ่งมาช่วยราชการองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดมอี านาจหน้าท่เี สมือนเป็นข้าราชการ
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ตามพระราชบัญญัติน้ี โดยไม่ขาดจากสถานภาพเดมิ และคงไดร้ บั เงินเดือนทาง
ตน้ สังกดั เดมิ

๑๔. ในการปฏิบตั ิหน้าที่ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ให้นายก รองนายก ปลัด รองปลดั และข้าราชการ
องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั เป็นเจ้าพนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

๑๕. นายก รองนายก หรือผู้ซ่ึงนายกมอบหมาย มีสิทธิเข้าประชุมสภาและมีสิทธิแถลงขอ้ เท็จจริง
ตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับงานในหน้าที่ของตนตอ่ ที่ประชมุ แต่ไม่มีสทิ ธอิ อกเสียงลงคะแนน

๑๖. สมาชิกจานวนไม่น้อยกว่าหน่ึงในสามของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าท่ีมอี ยู่ มีสิทธเิ ข้าช่ือ
เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในทปี่ ระชุมสภา เพ่อื ใหน้ ายกแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเหน็ ใน
ปัญหาอันเกีย่ วกับการบรหิ ารราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั โดยไม่มีการลงมติ

- ญัตติตามวรรคหนึง่ ให้ยืน่ ต่อประธานสภา และใหป้ ระธานสภากาหนดวันสาหรับการอภิปราย
ท่ัวไป ซึ่งต้องไม่เรว็ กว่าห้าวัน และไมช่ ้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วนั ที่ได้รับญตั ติ แลว้ แจ้งให้นายกทราบ

- การขอเปดิ อภิปรายทว่ั ไปตามมาตรานี้ จะทาได้ครงั้ เดียวในสมัยประชุมสามญั สมัยหน่งึ
๑๗. นายก รองนายก เลขานกุ ารนายก และทป่ี รกึ ษานายก ต้องไมก่ ระทาการอย่างใดอย่างหน่งึ
ดังต่อไปนี้

(๑) ดารงตาแหน่งหรือปฏิบัตหิ น้าทอี่ ื่นใดในสว่ นราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวสิ าหกิจ เวน้
แตต่ าแหนง่ ท่ดี ารงตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

(๒) รบั เงินหรือประโยชน์ใดๆ เป็นพเิ ศษจากส่วนราชการ หนว่ ยงานของรัฐ หรือรฐั วิสาหกิจ
นอกเหนอื ไปจากท่ีส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรอื รฐั วิสาหกิจ ปฏบิ ตั ิกับบคุ คลในธุรกิจการงานตามปกติ

(๓) เปน็ ผู้มสี ่วนได้เสียไมว่ ่าโดยทางตรงหรอื ทางอ้อมในสญั ญาท่อี งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด
น้นั เป็นคู่สัญญาหรือในกจิ การท่ีกระทาให้แกอ่ งคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั น้ันหรอื ท่อี งค์การบรหิ ารสว่ น
จังหวดั นั้นจะกระทา

- บทบญั ญตั ิมาตราน้ีมิให้ใช้บังคับกับกรณีท่ีบุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งได้รับเบ้ียหวดั บาเหน็จ
บานาญ เงนิ ปีพระบรมวงศานวุ งศ์ หรือเงินอน่ื ใดในลักษณะเดียวกันและมใิ ห้ใช้บงั คบั กับกรณที ี่บุคคล
ดังกล่าวตามวรรคหนง่ึ รบั เงินตอบแทนคา่ เบย้ี ประชุมหรือเงนิ อืน่ ใดเนื่องจากการดารงตาแหน่ง
กรรมาธิการของรัฐสภา สภา ผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือสภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดหรอื สภา
ท้องถ่นิ อ่ืน หรอื กรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติให้เปน็ โดยตาแหน่ง

อานาจหน้าท่ขี ององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด

๑. องค์การบริหารสว่ นจังหวดั มีอานาจหนา้ ท่ดี าเนนิ กิจการภายในเขต ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ตราขอ้ บัญญตั ิโดยไม่ขัดหรอื แยง้ ตอ่ กฎหมาย
(๒) จัดทาแผนพัฒนาองค์การบริหารสว่ นจังหวดั และประสานการจดั ทาแผนพัฒนาจงั หวดั

ตามระเบียบท่คี ณะรัฐมนตรีกาหนด
(๓) สนับสนุนสภาตาบลและราชการสว่ นท้องถ่ินอืน่ ในการพัฒนาท้องถ่นิ
(๔) ประสานและใหค้ วามรว่ มมือในการปฏิบตั หิ น้าที่ของสภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถน่ิ อนื่
(๕) แบ่งสรรเงินซึง่ ตามกฎหมายจะตอ้ งแบง่ ให้แกส่ ภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถิน่ อื่น
(๖) อานาจหนา้ ทข่ี องจังหวัดตามพระราชบัญญตั ิระเบยี บบริหารราชการสว่ นจงั หวัด พ.ศ.

๒๔๙๘ เฉพาะภายในเขตสภาตาบล
(๗) คมุ้ ครอง ดูแล และบารงุ รักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
(๗ ทวิ) บารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถ่ิน
(๘) จัดทากิจการใด ๆ อันเป็นอานาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถ่ินอนื่ ทอี่ ยู่ในเขตองคก์ าร

บริหารสว่ นจังหวดั และกิจการน้ันเป็นการสมควรให้ราชการสว่ นทอ้ งถิ่นอื่นร่วมกนั ดาเนนิ การหรอื ให้
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั จัดทา ทั้งนี้ ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

(๙) จัดทากิจการอน่ื ใดตามทีก่ าหนดไวใ้ นพระราชบัญญัตนิ หี้ รอื กฎหมายอนื่ กาหนดใหเ้ ป็น
อานาจหน้าที่ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด

- บรรดาอานาจหน้าทีใ่ ดซ่ึงเป็นของราชการส่วนกลางหรือราชการสว่ นภูมิภาค อาจมอบให้
องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ปฏิบตั ไิ ด้ ทัง้ น้ี ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

๒. การปฏิบัติงานตามอานาจหน้าท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด ต้องเป็นไปเพ่ือประโยชน์
สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดีและให้คานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนใน
การจัดทาแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดการจัดทางบประมาณ การจดั ซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน และการเปดิ เผย ขอ้ มลู ขา่ วสาร ทงั้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ระเบยี บ
ขอ้ บังคบั วา่ ด้วยการนัน้ และหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทกี่ ระทรวงมหาดไทยกาหนด

๓. องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อาจจดั ทากิจการใด ๆ อนั เป็นอานาจหน้าท่ีของราชการส่วน
ท้องถิน่ อ่ืนหรอื องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดอน่ื ทอี่ ยู่นอกเขตจงั หวัดได้ เมือ่ ไดร้ ับความยินยอมจากราชการ
สว่ นทอ้ งถน่ิ อนื่ หรือองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดอ่ืนที่เก่ยี วขอ้ ง ท้งั น้ี ตามหลักเกณฑ์วธิ กี ารและเง่ือนไขที่
กาหนดในกฎกระทรวง

๔. กิจการใดเป็นกิจการท่อี งค์การบริหารส่วนจังหวดั พึงจดั ทาตามอานาจหนา้ ท่ี ถ้าองค์การ
บริหารสว่ นจงั หวัดไม่จดั ทา รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรอี าจมีคาส่ังใหร้ าชการสว่ นกลาง
หรือราชการส่วนภูมิภาคจัดทากิจการน้ันได้

- ในกรณที รี่ าชการส่วนกลางหรือราชการสว่ นภูมิภาคจดั ทากิจการตามวรรคหนง่ึ ให้คดิ คา่ ใช้จ่าย
และค่าภาระตา่ ง ๆ ตามความเป็นจรงิ ไดต้ ามอัตราและระยะเวลาทีเ่ หมาะสม

๕. องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดอาจใหบ้ ริการแก่เอกชนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวสิ าหกิจ
หรอื ราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ อ่นื โดยเรียกค่าบรกิ ารได้ โดยตราเป็นข้อบญั ญัติ

๖. องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั อาจมอบใหเ้ อกชนกระทากิจการซ่ึงอยู่ในอานาจหน้าทขี่ ององคก์ าร
บรหิ ารส่วนจังหวดั และเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนียม คา่ บรกิ ารหรือค่าตอบแทน ท่เี กย่ี วข้องแทนองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวดั ได้ แต่ต้องไดร้ บั ความเห็นชอบจากสภา และผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เสยี กอ่ น

- สทิ ธิในการกระทากจิ การตามวรรคหน่งึ เปน็ สิทธเิ ฉพาะตัวจะโอนไปไม่ได้
๗. การดาเนนิ กิจการขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ท่มี ลี กั ษณะเป็นการพาณชิ ย์อาจทาไดโ้ ดย
การตราเป็นข้อบญั ญตั ิ
๘. ข้อบัญญัติจะตราข้ึนได้ในกรณี ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) เพือ่ ปฏิบัติการใหเ้ ป็นไปตามหนา้ ที่ขององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั ท่ีกาหนดไวใ้ น
พระราชบัญญัติน้ี

(๒) เม่ือมีกฎหมายบญั ญัตใิ ห้องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั ตราขอ้ บัญญัติหรอื ใหม้ ีอานาจตรา
ข้อบญั ญัติ

(๓) การดาเนินการพาณิชย์
- ในข้อบญั ญัตจิ ะกาหนดโทษผู้ละเมดิ ข้อบญั ญัตไิ ว้ด้วยกไ็ ด้ แต่หา้ มมใิ หก้ าหนดโทษจาคกุ เกินหก
เดือน และหรอื ปรับเกินหน่ึงหมืน่ บาท เวน้ แตจ่ ะมกี ฎหมายบญั ญัติไวเ้ ปน็ อย่างอื่น
๙. ร่างขอ้ บัญญัตจิ ะเสนอได้กแ็ ต่โดยนายก สมาชกิ หรอื ราษฎรผูม้ สี ทิ ธิเลือกตั้งในเขตองค์การ
บรหิ ารส่วนจงั หวดั ตามกฎหมายเก่ยี วกับการเข้าชอ่ื ให้สภาทอ้ งถ่ินพิจารณาออกข้อบญั ญตั ทิ ้องถิน่
- การเสนอรา่ งข้อบัญญัตเิ กี่ยวกบั การเงนิ จะต้องมคี ารบั รองของนายก
๑๐. ภายในเจด็ วันนับแต่วันท่ีสภาได้มีมติเหน็ ชอบด้วยกบั ร่างขอ้ บัญญตั ใิ ด ใหป้ ระธานสภาสง่ ร่าง
ข้อบญั ญัตนิ ั้นใหผ้ ู้วา่ ราชการจงั หวัดพิจารณา

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐

- ผวู้ ่าราชการจงั หวดั ตอ้ งพิจารณารา่ งข้อบญั ญตั ิตามวรรคหนึง่ ให้เสร็จและส่งคืนประธานสภาภายใน
สบิ หา้ วันนบั แตว่ นั ที่ได้รับร่างข้อบญั ญัตนิ ั้น ถ้าผูว้ ่าราชการจังหวัดไม่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา
ที่กาหนด ใหถ้ อื วา่ ผ้วู ่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกบั ร่างข้อบญั ญตั นิ ั้น

- ในกรณีท่ผี ู้ว่าราชการจงั หวัดเหน็ ชอบดว้ ยกบั รา่ งข้อบัญญตั ติ ามวรรคหนึง่ ใหส้ ง่ นายกลงนามใช้
บังคับเป็นข้อบัญญัติต่อไป แต่ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เหน็ ชอบด้วยใหส้ ง่ รา่ งขอ้ บัญญตั นิ ้นั พร้อมดว้ ย
เหตผุ ลไปยังสภาเพื่อพิจารณาใหม่ ถ้าสภามีมติยืนยันตามร่างข้อบัญญัติเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อย
กว่าสองในสามของจานวนสมาชิกท้ังหมดเท่าท่ีมีอยู่ ให้ประธานสภาส่งร่างขอ้ บญั ญัตินน้ั ให้นายกลงนาม
ใชบ้ ังคับเป็นข้อบัญญตั แิ ละแจง้ ให้ผูว้ ่าราชการจังหวัดทราบตอ่ ไป แต่ถ้าสภาไม่ยืนยันภายในสามสิบวัน
นบั แต่วนั ทไี่ ด้รบั ร่างข้อบัญญตั ิหรือยืนยันร่างข้อบญั ญตั ิเดมิ ดว้ ยคะแนนเสียงนอ้ ยกวา่ สองในสาม ใหร้ ่าง
ข้อบญั ญตั ินั้นตกไป

๑๑. เมือ่ สภาได้พิจารณาและเห็นชอบดว้ ยกับร่างข้อบญั ญัติใด ใหป้ ระธานสภาส่งรา่ งขอ้ บัญญตั ิ
นัน้ ไปยังนายกเพอื่ ลงนามแล้วสง่ ไปยงั ผวู้ า่ ราชการจังหวัดเพ่อื พิจารณาภายในเจด็ วันนบั แตว่ ันทีส่ ภาให้
ความเหน็ ชอบ

- ในกรณที ่ีนายกไมเ่ หน็ ด้วยกับร่างขอ้ บัญญัติท่ีได้รับความเห็นชอบจากสภาแลว้ ใหส้ ่งร่างขอ้ บัญญัติ
นัน้ ไปยังผวู้ า่ ราชการจังหวดั ภายในเจด็ วนั เพือ่ ใหผ้ วู้ า่ ราชการจังหวัดวินจิ ฉัยชี้ขาด ถา้ ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั
เหน็ ด้วยกับสภาให้ส่งร่างขอ้ บญั ญตั นิ ั้นให้นายกและให้นายกลงนามภายในเจด็ วันนับแต่วนั ทไี่ ดร้ ับคืนมา
ถา้ นายกไม่ลงนามภายในกาหนดเวลาดังกล่าว ให้ผ้วู ่าราชการจงั หวัดลงนามและประกาศใช้บงั คบั ตอ่ ไป

- ถ้าผ้วู ่าราชการจังหวัดไมเ่ ห็นดว้ ยกับสภาให้ส่งร่างขอ้ บญั ญตั ิคนื ไปยงั สภา และให้สภาพิจารณา
ใหม่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับรา่ งขอ้ บัญญตั ิคืนมาถา้ สภายังยืนยัน ให้ความเห็นชอบด้วยคะแนน
เสียงไม่นอ้ ยกวา่ สองในสามของจานวนสมาชกิ เทา่ ท่ีมีอยู่ ใหด้ าเนินการประกาศรา่ งข้อบญั ญัตินั้นใช้บังคับ
ต่อไป

๑๒. ในกรณที ่ีสภาไม่รบั หลกั การแห่งร่างขอ้ บญั ญัติงบประมาณรายจา่ ยประจาปีหรอื ร่างข้อบญั ญัติ
งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเตมิ ใหผ้ วู้ า่ ราชการจังหวัดตง้ั คณะกรรมการคณะหน่ึงประกอบด้วยกรรมการ
จานวนสบิ ห้าคน เพื่อพจิ ารณาหาขอ้ ยุติความขัดแยง้ โดยแกไ้ ข ปรบั ปรุง หรือยืนยันสาระสาคัญในรา่ งข้อบญั ญัติ
นั้นทั้งนี้ ใหย้ ึดถอื หลกั เกณฑ์ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวขอ้ ง ตลอดจนประโยชนข์ องทอ้ งถิน่ และ
ประชาชนเป็นสาคัญ

- คณะกรรมการตามวรรคหนง่ึ ให้ประกอบดว้ ยสมาชิกซึ่งสภาเสนอจานวนเจ็ดคน และบุคคลซึ่ง
เปน็ หรือมไิ ด้เป็นสมาชกิ ซึง่ นายกเสนอจานวนเจด็ คน โดยใหต้ ัง้ ภายในเจด็ วนั นับแต่วันทส่ี ภามีมตไิ มร่ ับ
หลักการ และใหก้ รรมการท้ังสบิ ส่คี นรว่ มกันปรกึ ษาและเสนอบุคคลซึง่ มิได้เป็นนายก รองนายก
เลขานุการนายก ท่ีปรึกษานายก และมไิ ดเ้ ป็นสมาชิกคนหน่ึงทาหน้าที่เป็นประธานกรรมการดังกลา่ ว
ภายในเจ็ดวนั นับแตว่ ันทก่ี รรมการครบจานวนสิบสคี่ น

- ในกรณที ี่ไม่สามารถเสนอบคุ คลทีจ่ ะทาหนา้ ท่เี ปน็ กรรมการหรอื ประธานกรรมการไดภ้ ายใน
กาหนดเวลาตามวรรคสอง หรอื กรรมการหรือประธานกรรมการไม่ปฏบิ ตั หิ รอื ไมอ่ าจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๑

ผวู้ ่าราชการจังหวดั ตง้ั บุคคลซ่งึ มไิ ดเ้ ป็นนายก รองนายก เลขานุการนายก ทีป่ รึกษานายก และมไิ ดเ้ ป็น
สมาชิก ทาหนา้ ท่กี รรมการหรือประธานกรรมการดังกล่าวใหค้ รบตามจานวน

- ให้คณะกรรมการตามวรรคหน่ึงพจิ ารณาร่างขอ้ บัญญัตใิ ห้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนบั ตั้งแต่
วนั ท่ีได้ตงั้ ประธานกรรมการในคราวแรกแล้วรายงานตอ่ ผู้วา่ ราชการจังหวดั ในกรณีท่ีคณะกรรมการไม่
สามารถพิจารณาให้แลว้ เสร็จภายในระยะเวลาทก่ี าหนดให้ประธานกรรมการรวบรวมผลการพิจารณาแลว้
วนิ จิ ฉัยชี้ขาดโดยเร็ว แล้วรายงานต่อผู้ว่าราชการจงั หวัด

- ใหผ้ วู้ ่าราชการจังหวดั สง่ ร่างขอ้ บญั ญตั ทิ ผ่ี ่านการพิจารณาของคณะกรรมการหรือประธาน
กรรมการในวรรคสใ่ี ห้นายกโดยเร็ว แล้วใหน้ ายกเสนอร่างขอ้ บญั ญตั ิดงั กล่าวตอ่ สภาภายในเจด็ วนั นบั แต่
วันทีไ่ ดร้ บั รา่ งขอ้ บญั ญัตจิ ากผู้วา่ ราชการจงั หวัด หากนายกไม่เสนอร่างขอ้ บญั ญัตนิ ้ันต่อสภาภายในเวลาที่
กาหนด ให้ผวู้ ่าราชการจงั หวดั รายงานตอ่ รัฐมนตรีเพอื่ สั่งให้นายกพ้นจากตาแหนง่

๑๓. ให้สภาพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ใหแ้ ล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแตว่ ันที่
ไดร้ ับร่างข้อบัญญตั ิจากนายก หากสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกาหนดหรือมีมติไม่เห็นชอบให้ตรา
ข้อบัญญัติน้ัน ให้ร่างข้อบัญญัตินั้นตกไปและให้ใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีที่
แล้วไปพลางก่อน ในกรณีเช่นว่าน้ีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอรัฐมนตรีมีคาสั่งยุบสภา

- ในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของสภา การเสนอ การแปรญัตติหรือการ
กระทาด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้สมาชิกมีส่วนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย
จะกระทามิได้

๑๔. ข้อบัญญตั ิใหใ้ ช้บังคบั ไดใ้ นเขตขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเท่าที่ไม่ขดั หรอื แย้งกับ
ข้อบัญญตั ิทอ้ งถิน่ อน่ื ในเขตจังหวัดนั้น

- ให้องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดปดิ ประกาศขอ้ บัญญัตทิ ี่ประกาศใช้บังคับแล้วไว้ ณ ที่ทาการองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดโดยเปิดเผยเพ่ือใหป้ ระชาชนเข้าตรวจดูได้

๑๕. ในกรณีฉุกเฉินซ่ึงจะเรียกประชมุ สภาใหท้ ันทว่ งทีมิได้ นายกอาจออกขอ้ บญั ญัติชั่วคราวที่
มิใชข่ ้อบญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายประจาปีหรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติมได้เม่ือได้รับ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสามัญประจาสภา และเมื่อได้ประกาศไว้โดยเปดิ เผย ณ ทท่ี าการ
องค์การบริหารส่วนจงั หวดั แล้วให้ใช้บงั คับได้

- ในการประชุมสภาคราวตอ่ ไป ใหน้ าข้อบัญญัตชิ ว่ั คราวนน้ั เสนอต่อสภาเพ่อื อนุมตั แิ ละเมอ่ื สภา
อนมุ ัติแล้ว ใหใ้ ชข้ อ้ บญั ญตั ชิ ว่ั คราวน้ันเปน็ ขอ้ บญั ญัติต่อไป แตถ่ า้ สภาไมอ่ นมุ ัติ ใหข้ ้อบญั ญตั ิชัว่ คราวน้ัน
เป็นอันตกไปแตท่ ัง้ นไ้ี มก่ ระทบกระเทอื นถึงกิจการท่ไี ดเ้ ปน็ ไปในระหว่างทีใ่ ช้ขอ้ บญั ญัติชั่วคราวนนั้

การงบประมาณและการคลัง

๑. งบประมาณรายจ่ายขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดให้ทาเป็นข้อบัญญัติถ้าขอ้ บัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายประจาปีงบประมาณออกไมท่ ันปงี บประมาณใหม่ ให้ใชข้ อ้ บัญญตั งิ บประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณที่
แลว้ นน้ั ไปพลางกอ่ น

- งบประมาณรายจ่ายจะมไี ดเ้ ฉพาะในเร่อื ง ดงั ต่อไปน้ี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๒

(๑) กจิ การตามอานาจหน้าท่ี
(๒) กจิ การอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
๒. ถ้าในปีใดจานวนเงินท่ไี ดอ้ นุมตั ิไว้ตามข้อบัญญตั ิงบประมาณรายจา่ ยประจาปีงบประมาณไม่
พอสาหรบั การใช้จา่ ยประจาปหี รือมีความจาเป็นท่ีจะต้องต้ังงบประมาณรายจา่ ยข้ึนใหมใ่ นระหว่างปี ให้ทา
เป็นข้อบัญญตั ิงบประมาณรายจา่ ยเพิ่มเติม
๓. ภาษแี ละคา่ ธรรมเนียมรถยนตแ์ ละลอ้ เลอื่ นท่ีจัดเกบ็ ได้ในจงั หวดั ใด ใหจ้ ดั สรรให้แก่องค์การ
บริหารส่วนจงั หวดั ตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมายวา่ ดว้ ยการน้นั
๔. ภาษมี ลู ค่าเพ่ิมทจ่ี ดั เกบ็ ตามประมวลรษั ฎากร จัดเก็บไดใ้ นจงั หวัดใด ใหส้ ง่ มอบให้องคก์ าร
บรหิ ารส่วนจงั หวดั รอ้ ยละห้าของภาษที ีจ่ ัดเกบ็ ได้
๕. คา่ ภาคหลวงแร่ตามกฎหมายวา่ ด้วยแร่ และคา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลียมตามกฎหมายวา่ ด้วย
ปโิ ตรเลียม ทีไ่ ดม้ กี ารจัดเก็บตามกฎหมายว่าดว้ ยการนั้น ในเขตองค์การบริหารส่วนจงั หวัดใดให้จดั สรร
ให้แกอ่ งค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดน้ันตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
๖. องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดมอี านาจออกขอ้ บญั ญตั เิ ก็บภาษีบารงุ องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด
จากการค้าในเขตจังหวัด ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) นา้ มนั เบนซินและน้ามันทคี่ ล้ายกัน นา้ มันดีเซลและนา้ มนั ทค่ี ล้ายกัน หรอื ก๊าซปิโตรเลยี ม
ที่ใชเ้ ป็นเชือ้ เพลงิ สาหรบั รถยนต์ โดยจัดเกบ็ เพม่ิ ขนึ้ ได้ไมเ่ กินลติ รละสิบสตางค์สาหรับนา้ มนั และกิโลกรัม
ละไม่เกนิ สิบสตางค์สาหรับก๊าซปิโตรเลียม
(๒) ยาสบู โดยจดั เก็บเพิ่มขน้ึ ได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์

- ราคาจาหน่ายทีเ่ พ่ิมขึน้ ตามวรรคหนึ่ง ไมถ่ อื ว่าเป็นการตอ้ งห้ามตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
การกาหนดราคาสนิ ค้าและป้องกันการผูกขาด

๗. องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั มอี านาจออกข้อบัญญัติเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบารุงองคก์ าร
บริหารส่วนจงั หวัดจากผู้พกั ในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราท่กี าหนด
ในกฎกระทรวง

๘. องค์การบริหารส่วนจังหวดั มอี านาจออกขอ้ บญั ญตั เิ พ่ือเก็บภาษีอากรและคา่ ธรรมเนียม
เพม่ิ ข้นึ ไม่เกินรอ้ ยละสบิ ของภาษอี ากรและคา่ ธรรมเนียมประเภทใดประเภทหนงึ่ หรอื ทุกประเภทสาหรับใน
พืน้ ทีเ่ ขตจงั หวัดทอ่ี ย่นู อกเขตราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ อืน่ ดังต่อไปน้ี

(๑) ภาษธี รุ กิจเฉพาะตามประมวลรษั ฎากร
(๒) คา่ ธรรมเนียมใบอนญุ าตขายสรุ าตามกฎหมายวา่ ด้วยสรุ า
(๓) ค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตในการเลน่ การพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนนั

- ในการเสียภาษอี ากรตามมาตรานเ้ี ศษของหนึง่ บาทใหป้ ัดท้ิง
- ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามมาตรานี้ ให้ถอื เป็นภาษอี ากรและคา่ ธรรมเนียมตาม
กฎหมายว่าดว้ ยการน้ัน
๙. องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั มอี านาจออกข้อบัญญตั เิ พอื่ เก็บภาษมี ลู คา่ เพิ่ม โดยให้กาหนดเป็น
อัตราภาษีมลู คา่ เพิ่มเพ่ิมข้ึนจากอัตราทเี่ รียกเกบ็ ตามประมวลรษั ฎากรสาหรับในพืน้ ท่เี ขตจงั หวัดทอ่ี ยู่นอก

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๓

เขตราชการสว่ นทอ้ งถิ่นอืน่ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ในกรณที ี่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษมี ูลค่าเพมิ่ ในอัตราร้อยละศูนย์ ใหอ้ งคก์ ารบรหิ าร

ส่วนจงั หวัดเก็บในอตั ราร้อยละศนู ย์
(๒) ในกรณที ่ปี ระมวลรัษฎากรเรียกเกบ็ ภาษมี ลู คา่ เพ่มิ ในอตั ราอื่นให้องคก์ ารบรหิ ารส่วน

จงั หวดั เก็บหน่ึงในเกา้ ของอตั ราภาษีมูลค่าเพ่ิมท่ีเรียกเก็บตามประมวลรัษฎากร
- ภาษมี ลู ค่าเพ่มิ ทีเ่ ก็บเพม่ิ ข้ึนตามมาตรานี้ ให้ถอื เปน็ ภาษีมูลค่าเพ่ิมตามประมวล

รัษฎากร
๑๐. กิจการใดทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิให้เทศบาลเป็นผู้ดาเนินการถา้ กิจการน้นั อยใู่ นพืน้ ทเ่ี ขตจังหวัดท่ี

อยูน่ อกเขตราชการส่วนทอ้ งถิน่ อน่ื ให้องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดาเนินการตาม
กฎหมายนน้ั และบรรดาค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และคา่ ปรับเนือ่ งในกิจการเช่นวา่ นัน้ ให้ถอื เป็นรายได้
ขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด

๑๑. องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดอาจออกขอ้ บญั ญัติเพื่อเก็บคา่ ธรรมเนยี มใด ๆ จากผู้ซ่งึ ใชห้ รอื
ไดร้ ับประโยชน์จากบรกิ ารสาธารณะทอ่ี งคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จดั ให้มีขน้ึ ได้ ท้งั น้ี ตามระเบียบที่
กระทรวงมหาดไทยกาหนด

๑๒. ใหก้ ารจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญตั ิน้ี ให้นายก รองนายก ปลดั
และรองปลัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าทีซ่ ึ่งมอี านาจและหนา้ ท่ปี ฏบิ ตั ิการตามกฎหมาย เว้นแต่ กฎหมายว่า
ด้วยการนั้นจะได้บญั ญัติไว้เป็นอย่างอื่น

- ในการบังคบั เรียกเก็บภาษีอากรค้างชาระ ให้ปลัดหรือหัวหน้าส่วนราชการขององค์การ
บริหารส่วนจงั หวัดมอี านาจสง่ั ยึดและส่งั ขายทอดตลาดทรพั ย์สินของผู้ตอ้ งรับผิดชอบเสียภาษอี ากรได้โดย
มติ อ้ งขอให้ศาลออกหมายยึดหรอื มคี าส่งั ทั้งน้ี เม่อื ไดร้ ับความเหน็ ชอบจากนายกแล้ว

- วธิ กี ารยึดและการขายทอดตลาดทรัพย์สินดงั กลา่ วในวรรคสอง ให้ปฏบิ ัตติ ามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม เงนิ ท่ีได้จากการขายทอดตลาด เมอ่ื หักคา่ ธรรมเนียมและ
ค่าใชจ้ ่ายในการยดึ และขายทอดตลาดและเงินภาษีอากรค้างชาระแลว้ ถา้ มเี งินเหลือให้คนื แกเ่ จา้ ของ
ทรพั ย์สิน

๑๓. องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั จะมอบให้สว่ นราชการ ราชการสว่ นท้องถ่ินอ่นื เรียกเกบ็ ภาษี
อากร ค่าธรรมเนียม คา่ ใบอนญุ าต คา่ ตอบแทนหรอื รายไดอ้ ่ืนใดเพื่อองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั ก็ได้ ทงั้ น้ี
โดยใหค้ ิดคา่ ใช้จ่ายได้ตามหลกั เกณฑ์ วิธกี ารและอตั ราที่กาหนดในกฎกระทรวง ราชการสว่ นทอ้ งถ่ินอื่นจะ
มอบใหอ้ งคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดจดั เก็บภาษีอากร คา่ ธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต คา่ ตอบแทนหรอื รายได้
อื่นใดเพือ่ ราชการส่วนทอ้ งถิน่ อื่นก็ได้ ท้งั นี้ โดยให้คิดค่าใชจ้ า่ ยได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราที่
กาหนดในกฎกระทรวง

- องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดจะมอบหมายใหเ้ อกชนดาเนนิ การตามวรรคหน่งึ ยกเว้น การ
เรยี กเก็บภาษีอากร กไ็ ด้ ท้ังนี้ ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเง่ือนไขทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

๑๔. ทุกปีงบประมาณ ใหร้ ัฐบาลจัดสรรเงินให้แก่องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดเป็นเงนิ อุดหนนุ
๑๕. องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั อาจมีรายได้ ดงั ต่อไปนี้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๔

(๑) ภาษีอากรตามท่ีมกี ฎหมายบัญญัตไิ ว้
(๒) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนญุ าต และคา่ ปรับ ตามที่มกี ฎหมายบัญญัตไิ ว้
(๓) รายได้จากทรัพยส์ ินขององคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด
(๔) รายได้จากสาธารณูปโภคขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั
(๕) รายได้จากการพาณิชย์ขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
(๖) พนั ธบัตรหรอื เงนิ กู้ตามทม่ี ีกฎหมายบัญญตั ิไว้
(๗) เงนิ กู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนติ ิบุคคลตา่ ง ๆ ซ่ึงได้รับความเห็นชอบจาก
รัฐมนตรี
(๘) เงินอุดหนุนหรอื รายไดอ้ นื่ ตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้
(๙) เงินและทรัพย์สินอย่างอน่ื ท่ีมีผู้อทุ ศิ ให้
(๑๐) รายได้อ่ืนตามที่มีกฎหมายบญั ญตั ใิ ห้เปน็ ขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
๑๖. องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดอาจมีรายจ่าย ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เงนิ เดอื น
(๒) ค่าจ้าง
(๓) เงินตอบแทนอน่ื ๆ
(๔) คา่ ใชส้ อย
(๕) ค่าวัสดุ
(๖) คา่ ครภุ ัณฑ์
(๗) ค่าท่ีดิน สง่ิ ก่อสรา้ ง และทรพั ย์สนิ อนื่ ๆ
(๘) เงนิ อุดหนนุ
(๙) รายจา่ ยอ่ืนใดตามที่มีข้อผูกพันหรอื ตามทมี่ ีกฎหมายหรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทย
กาหนดไว้
๑๗. เงินเดือนและค่าตอบแทนสมาชิกสภา นายก รองนายก เลขานุการนายก ทีป่ รึกษานายก
และกรรมการสภา ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบทกี่ ระทรวง มหาดไทยกาหนด
๑๘. การคลัง การงบประมาณ การรกั ษาทรัพยส์ ิน การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การ
ดาเนินกจิ การการพาณิชย์ขององค์การบริหารสว่ นจงั หวัดและการจัดหาพสั ดุและการจัดจา้ ง และการให้
ไดร้ บั สวสั ดิการของขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั ให้เปน็ ไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทย
กาหนด
- ในการออกระเบียบตามวรรคหน่งึ ให้คานึงถึงความเป็นอสิ ระ ความคลอ่ งตวั และความมี
ประสิทธิภาพในการบริหารงานขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดด้วย

การกากับดูแล

๑. ผวู้ า่ ราชการจังหวดั มอี านาจกากบั ดแู ลการปฏิบัติราชการขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ให้
เปน็ ไปตามกฎหมาย กฎ และระเบียบขอ้ บงั คบั ของทางราชการ เพอ่ื การน้ีใหผ้ ูว้ ่าราชการจงั หวัดมีอานาจ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๕

ส่ังสอบสวนข้อเท็จจริงหรอื สัง่ ให้องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ช้แี จงแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั การปฏิบัติ
ราชการขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ได้ ในกรณีท่ีผู้วา่ ราชการจังหวดั เห็นว่านายก หรอื รองนายก
ปฏิบตั ิการในทางทอี่ าจนามาซึ่งความเสียหายแกอ่ งค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั หรือกระทาการฝ่าฝืน
กฎหมาย กฎ หรอื ระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจยับย้ังการปฏิบตั กิ าร
ดังกล่าวไวเ้ ป็นการช่วั คราวได้ แล้วให้รายงานรฐั มนตรภี ายในสิบห้าวันนับแตว่ ันทอี่ อกคาสง่ั

- ให้รัฐมนตรวี ินิจฉัยสั่งการในเรอื่ งดังกล่าวภายในสามสิบวนั นับแตว่ ันท่ไี ด้รับรายงานจากผู้ว่า
ราชการจังหวัด คาสั่งของรัฐมนตรีให้เปน็ ที่สดุ

๒. ผู้วา่ ราชการจงั หวดั อาจสงั่ เพกิ ถอนมตขิ องสภาซึง่ มิใช่ข้อบัญญตั ิได้ ในกรณที ป่ี รากฏว่ามติน้ัน
ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎหรือระเบยี บขอ้ บังคับของทางราชการ หรือเป็นมตทิ ่ีนอกเหนืออานาจหน้าท่ีของ
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด

- คาสง่ั เพิกถอนมติของผูว้ ่าราชการจังหวัดตามวรรคหนึ่งต้องแสดงเหตผุ ลของการเพกิ ถอนมติ
นน้ั และตอ้ งกระทาภายในสามสิบวันนบั แต่วนั ท่ีสภามีมติ

- ในกรณที ่ีสภายังยืนยันมติเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่นอ้ ยกวา่ สองในสามของจานวนสมาชิกเทา่ ท่ีมี
อยูใ่ หผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวัดรายงานการยืนยนั มติดงั กลา่ วและเหตุผลของการเพิกถอนมติของผูว้ า่ ราชการ
จงั หวดั ตอ่ รฐั มนตรีภายในส่ีสิบหา้ วนั นับแตว่ นั ทสี่ ภามีมติยนื ยันมตเิ ดิม

- ให้รัฐมนตรวี ินิจฉัยสงั่ การในเร่อื งดังกล่าวภายในสามสิบวนั นับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้ว่า
ราชการจังหวัด

๓. ในกรณีที่นายก รองนายก ประธานสภา หรือรองประธานสภา ละเลยไม่ปฏิบัติการตาม
อานาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอานาจหน้าท่ี หรือประพฤตติ นฝ่าฝนื ตอ่ ความสงบเรยี บร้อยของ
ประชาชน ผวู้ า่ ราชการจังหวัดจะดาเนินการสอบสวนกไ็ ด้

- ถา้ หากผลการสอบสวนปรากฏว่านายก รองนายก ประธานสภา หรือรองประธานสภา มี
พฤตกิ ารณเ์ ช่นนั้นจริง ให้ผูว้ ่าราชการจังหวัดเสนอใหร้ ัฐมนตรใี ช้ดุลพินิจส่ังให้นายก รองนายก ประธานสภา
หรอื รองประธานสภา พ้นจากตาแหน่ง คาสงั่ ของรัฐมนตรใี ห้เป็นท่ีสุด

๔. เพอื่ คมุ้ ครองประโยชน์ของประชาชนในเขตองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั หรอื ประโยชนข์ อง
ประเทศเป็นส่วนรวม ผู้ว่าราชการจังหวัดจะรายงานเสนอความเหน็ ต่อรฐั มนตรีเพือ่ ยบุ สภาก็ได้

- เมอื่ มกี รณีตามวรรคหนงึ่ หรอื กรณีอื่นตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญตั ิน้ี รัฐมนตรีมีอานาจยุบ
สภาไดแ้ ละให้แสดงเหตผุ ลไวใ้ นคาสง่ั ด้วย

****************************************

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรุปสาระสาคัญ
พระราชบญั ญัตสิ ภาตาบลและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล พ.ศ. ๒๕๓๗

[แก้ไขเพิม่ เตมิ ถึง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๒]

--------------------------------

การจดั ต้งั และการยบุ รวม อบต.

๑. สภาต่าบลมรี ายได้ไม่รวมเงินอุดหนนุ ในปงี บประมาณที่ล่วงมาติดต่อกนั สามปเี ฉลยี่ ไม่ตา่ กว่า
๑๕๐,๐๐๐ บาท อาจตั้งเป็น อบต.ได้ โดยท่าเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย (ปัจจุบันไม่มสี ภาตา่ บลแล้ว)

๒. อบต.อาจรวมกบั อบต.ท่มี ีเขตติดต่อกนั ภายในเขตอ่าเภอเดียวกนั ได้ตามเจตนารมณ์ของ
ประชาชนในเขตต่าบลนั้น โดยท่าเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย

๓. อบต.อาจรวมกับหน่วยการบริหารสว่ นท้องถิ่นอน่ื ที่มีเขตติดตอ่ กนั ภายในเขตอา่ เภอเดียวกันได้
ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตต่าบลน้นั โดยท่าเปน็ ประกาศของกระทรวงมหาดไทย

๔. ให้ มท.ประกาศยบุ รวม สภาตา่ บลและ อบต.ท่ีมจี ่านวนประชากรท้ังหมดไม่ถึง ๒,๐๐๐ คน กับ
อบต.อน่ื หรือทอ้ งถน่ิ อ่ืนที่มเี ขตตดิ ต่อกันภายในเขตอา่ เภอเดียวกัน ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตต่าบล
นัน้ ทง้ั นีภ้ ายในเกา้ สบิ วันนับแต่วนั ทีม่ ีเหตดุ งั กลา่ ว ยกเวน้ อบต. ที่มีพื้นทเี่ ปน็ เกาะหรือไมส่ ามารถติดต่อกับ
ท้องถน่ิ อ่นื ที่จะไปรวมไดโ้ ดยสะดวก

๕. อบต.อาจแยกพืน้ ท่ีบางส่วนไปรวมกับ อบต.หรือหนว่ ยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถน่ิ อ่นื หรือรับ
พ้ืนท่บี างสว่ นของ อบต.หรือหนว่ ยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืนมารวมด้วยได้ โดยท่าเป็นประกาศของ
กระทรวงมหาดไทย

๖. อบต.อาจจัดต้ังขึน้ เป็นเทศบาลได้ โดยท่าเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย

โครงสรา้ งของ อบต.

๑. อบต.มีฐานะเป็นนิตบิ คุ คลและเปน็ ราชการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถนิ่
๒. อบต. ประกอบด้วยสภา อบต. และนายก อบต.

สภา อบต.

๑. สภา อบต. ประกอบดว้ ยสมาชิกสภา อบต.ท่ีไดร้ ับเลือกตั้งจากราษฎรในแตล่ ะหมู่บ้าน หมบู่ ้านละ
๒ คน ถา้ อบต.ใดมี ๑ หมู่บ้าน ให้มสี มาชิกสภา อบต. ๖ คน ถ้ามี ๒ หมู่บา้ น ใหม้ สี มาชกิ สภา อบต. หมบู่ า้ น
ละ ๓ คน

๒. สภา อบต. มอี ่านาจหนา้ ทด่ี ังตอ่ ไปนี้
(๑) ใหค้ วามเหน็ ชอบแผนพัฒนา อบต.
(๒) พจิ ารณาและใหค้ วามเห็นชอบร่างขอ้ บัญญัติ อบต. และร่างขอ้ บญั ญตั งิ บประมาณรายจ่าย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

(๓) ควบคมุ การปฏิบตั ิงานของนายก อบต.ให้เปน็ ไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพฒั นา
ข้อบญั ญตั ิ ระเบียบและขอ้ บังคับของทางราชการ

๓. ผูม้ ีสิทธสิ มคั รรับเลอื กตัง้ เปน็ สมาชิกสภา อบต.ต้องมีคณุ สมบตั แิ ละไม่มลี ักษณะต้องหา้ มดังต่อไปน้ี
(๑) มีชือ่ ในทะเบียนบ้านในหมู่บ้านของตา่ บลทส่ี มัครเปน็ เวลาตดิ ตอ่ กนั ไม่นอ้ ยกวา่ หนึง่ ปีจนถึง

วนั รับสมคั รเลือกตั้ง
(๒) ไม่เป็นผู้มพี ฤติกรรมในทางทจุ รติ หรือพน้ จากตา่ แหน่งสมาชิกสภาต่าบล สมาชิกสภา

ทอ้ งถ่ิน คณะผบู้ รหิ ารท้องถ่ินหรอื ผูบ้ ริหารทอ้ งถิน่ รองผู้บริหารท้องถน่ิ หรอื ทีป่ รึกษาหรอื เลขานกุ ารของ
ผู้บริหารท้องถิ่นเพราะเหตมุ ีส่วนไดเ้ สยี ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือ กจิ การท่ีกระท่ากับสภาต่าบล
หรอื องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินยังไมถ่ งึ หา้ ปีนบั ถงึ วนั รับสมัครเลือกตงั้

(๓) มคี ณุ สมบตั ิและไม่มีลักษณะตอ้ งห้ามประการอืน่ ตามกฎหมายว่าดว้ ยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภา
ทอ้ งถน่ิ หรือผบู้ ริหารทอ้ งถิน่

๔. สมาชกิ ภาพของสมาชิกสภา อบต.ส้ินสดุ ลงเมอ่ื
(๑) ถงึ คราวออกตามอายุของสภา หรอื มีการยุบสภา
(๒) ตาย
(๓) ลาออก โดยยน่ื หนังสอื ลาออกตอ่ นายอา่ เภอ
(๔) ขาดประชุมสภา อบต.สามครง้ั ตดิ ต่อกันโดยไม่มเี หตอุ นั สมควร
(๕) มไิ ดอ้ ยู่ประจ่าในหม่บู ้านทีไ่ ด้รบั เลือกต้งั เปน็ ระยะเวลาตดิ ตอ่ กนั เกินหกเดอื น
(๖) เปน็ ผู้มสี ่วนได้เสียไมว่ า่ โดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่ อบต.นั้นเป็นคู่สญั ญาหรือใน

กิจการทกี่ ระท่าใหแ้ ก่ อบต.นนั้ หรอื ที่ อบต.น้นั จะกระท่า
(๗) ขาดคุณสมบตั หิ รือมีลกั ษณะต้องห้าม ของผ้มู ีสิทธิสมัครรับเลอื กตัง้ เป็นสมาชกิ สภา อบต.
(๘) สภา อบต.มมี ตใิ ห้พน้ จากต่าแหนง่
ในกรณีท่สี มาชิกภาพของสมาชิกสภา อบต.ผใู้ ดสิน้ สดุ ลงตาม (๘) ผนู้ ั้นอาจอทุ ธรณ์มตขิ องสภา

อบต.ไปยงั นายอ่าเภอได้ ภายในสิบห้าวันแต่วนั ท่รี บั ทราบมตขิ องสภา อบต. และให้นายอา่ เภอสอบสวนและ
วนิ จิ ฉัยใหเ้ สร็จสิ้นภายในสามสิบวนั นับแต่วันทีไ่ ด้รับคา่ อุทธรณ์ คา่ วนิ ิจฉยั ของนายอา่ เภอให้เป็นทสี่ ดุ

(๙) ราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้ังในเขต อบต.ใดมีจ่านวนไม่น้อยกวา่ สามในสีข่ องจ่านวนผ้มู ีสทิ ธิ
เลือกต้ัง ที่มาลงคะแนนเสียงลงมติถอดถอน

เมือ่ มขี อ้ สงสัยเก่ียวกบั สมาชกิ ภาพของสมาชกิ สภา อบต.ผู้ใดส้นิ สุดลงตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗)
ใหน้ ายอ่าเภอสอบสวนและวินจิ ฉัยโดยเรว็ คา่ วินิจฉัยของนายอา่ เภอให้เปน็ ทีส่ ุด

๕. สมาชกิ สภา อบต.เลือกประธานสภา อบต. ๑ คน รองประธานสภา อบต. ๑ คน โดยมวี าระการ
ดา่ รงตา่ แหนง่ ตามอายุของสภา หรอื มกี ารยบุ สภา โดยนายอา่ เภอเป็นผู้แต่งต้ังตามมติของสภา

๖. นอกจากการพ้นจากตา่ แหนง่ เน่ืองจากครบอายุสภาหรอื มีการยุบสภาแล้ว ประธานสภา อบต.และ
รองประธานสภา อบต.พน้ จากตา่ แหน่งเมือ่

(๑) ลาออก โดยยน่ื หนงั สอื ลาออกตอ่ นายอา่ เภอ
(๒) สน้ิ สุดสมาชกิ ภาพของสมาชกิ สภา อบต.
(๓) ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดสงั่ ให้พน้ จากต่าแหนง่

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

ผ้ซู ง่ึ ผวู้ ่าราชการจังหวดั สัง่ ให้พน้ จากตา่ แหน่ง จะด่ารงต่าแหน่งประธานสภา อบต. หรือรองประธาน
สภา อบต.อีกไม่ได้ตลอดอายุของสภา อบต.นัน้

๗. เมอื่ ต่าแหนง่ ประธานหรือรองประธานสภา อบต.วา่ งลงเพราะเหตุอืน่ ใดนอกจากครบวาระ ใหม้ ีการ
เลือกประธานหรือรองประธานสภา อบต.แทนต่าแหน่งทวี่ ่างภายในสบิ ห้าวันนบั แต่วนั ท่ีต่าแหน่งนั้นว่างลง และ
ใหผ้ ้ซู ่ึงได้รบั เลอื กแทนนั้นอยูใ่ นตา่ แหน่งได้เพียงเท่าวาระทีเ่ หลืออยู่ของผ้ซู ึ่งตนแทน

๘. ในกรณที ่ีไม่มปี ระธานสภา อบต.หรือประธานสภา อบต.ไมอ่ ยู่ หรอื ไมส่ ามารถปฏิบัติหน้าท่ไี ดห้ รือ
ไมป่ ฏิบตั ิหน้าท่ี ให้รองประธานสภา อบต.ปฏบิ ัติหนา้ ที่แทน ถา้ ไม่มผี ้ปู ฏิบัตหิ น้าที่ประธานในท่ีประชุมให้
สมาชกิ สภา อบต.ท่ีมาประชุมเลอื กกันเองเพื่อทา่ หน้าที่ประธานในทป่ี ระชุมสา่ หรบั การประชมุ ในครง้ั นนั้

๙. ในการประชุมสภา อบต.คร้ังใด ถา้ ผู้ทา่ หน้าที่ประธานในท่ีประชุมส่ังปิดประชุมก่อนหมดระเบยี บ
วาระการประชมุ แต่มสี มาชิกสภา อบต.อยู่ในท่ีประชุมครบองคป์ ระชุม และสมาชิกสภา อบต.จ่านวนไม่น้อย
กว่ากง่ึ หนึ่งของสมาชิกสภา อบต.เทา่ ที่มอี ยูใ่ นท่ีประชุม เสนอใหเ้ ปดิ ประชุมให้ดา่ เนินการประชุมตามระเบยี บ
วาระการประชุมนั้นตอ่ ไปจนกว่าจะหมดระเบยี บวาระการประชุม หรอื อบต.จะได้มีมติใหป้ ิดประชุม

๑๐. ในปีหนึง่ ใหม้ ีสมยั ประชุมสามญั สองสมยั หรอื หลายสมัยแล้วแตส่ ภา อบต.จะก่าหนด แตต่ อ้ งไมเ่ กนิ
ส่ีสมัย

นายอ่าเภอตอ้ งก่าหนดให้สมาชกิ สภา อบต. ดา่ เนนิ การประชุมสภา อบต.ครง้ั แรกภายในสิบห้าวัน
นับแต่วันประกาศผลการเลือกตัง้ สมาชกิ สภา อบต. และใหท้ ป่ี ระชุมเลือกประธานสภาและรองประธานสภา

กรณที ี่สภา อบต.ไม่อาจจัดให้มีการประชุมครั้งแรกได้ หรือมีการประชุมแต่ไม่อาจเลอื กประธานสภา
ได้ นายอา่ เภออาจเสนอผู้วา่ ราชการจงั หวัดให้มีคา่ สงั่ ยุบสภา อบต.

สมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่งๆ ให้มกี า่ หนดไม่เกินสิบหา้ วนั แตถ่ ้าจะขยายเวลาออกไปอกี จะต้อง
ไดร้ บั อนุญาตจากนายอ่าเภอ

ในกรณีที่ยงั ไม่มปี ระธานสภา หรอื ประธานสภา ไม่เรยี กประชุม ให้นายอ่าเภอเปน็ ผู้เรียกประชุม
และเป็นผ้เู ปดิ หรือปิดประชุม

๑๑. ประธานสภา อบต. นายก อบต. หรอื สมาชกิ สภา อบต.มีจ่านวนไมต่ า่ กว่ากึง่ หน่ึงของจ่านวนสมาชิก
สภา อบต.ทัง้ หมดเท่าท่ีมอี ยู่ อาจท่าค่าร้องยื่นต่อนายอา่ เภอขอเปิดประชุมวสิ ามญั ถ้าเหน็ สมควรให้นายอ่าเภอ
เรียกประชุมวสิ ามัญได้

สมัยประชุมวิสามญั ให้กา่ หนดไมเ่ กินสิบห้าวัน ถ้าจะขยายเวลาออกไปอกี จะต้องได้รบั อนญุ าตจาก
นายอ่าเภอ

๑๒. สมาชกิ สภา อบต.มสี ิทธติ ง้ั กระทู้ถามนายก อบต.หรอื รองนายก อบต. เกีย่ วกับงานในหน้าทไี่ ด้
๑๓. ใหส้ ภา อบต.เลอื กปลัด อบต. หรือ สมาชิกสภา อบต. เป็นเลขานกุ ารสภา อบต. ๑ คน มี
หน้าที่รับผดิ ชอบงานธรุ การและการจดั การประชมุ

นายก อบต.

๑. นายก อบต. มาจากการเลอื กตงั้ โดยตรงของประชาชน
๒. ผู้มีสิทธสิ มคั รรับเลอื กตง้ั เป็นนายก อบต. ตอ้ งมคี ุณสมบตั ิและไม่มีลักษณะตอ้ งห้ามตามกฎหมาย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

วา่ ด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาทอ้ งถ่ินหรอื ผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่นิ และตอ้ งมีคุณสมบัตแิ ละไม่มีลกั ษณะต้องห้าม
ดังตอ่ ไปนด้ี ้วย

(๑) มีอายไุ มต่ า่ กวา่ สามสบิ ปบี ริบรู ณ์ในวันเลือกตัง้
(๒) สา่ เร็จการศึกษาไม่ตา่ กว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรอื เทียบเทา่ หรือเคยเป็นสมาชิกสภาต่าบล
สมาชกิ สภาท้องถน่ิ ผ้บู ริหารทอ้ งถิ่น หรอื สมาชกิ รฐั สภา
(๓) ไม่เปน็ ผู้มีพฤติกรรมในทางทุจรติ หรอื พน้ จากตา่ แหนง่ สมาชิกสภาต่าบล สมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ
คณะผู้บริหารทอ้ งถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถ่ินหรือเลขานกุ าร หรือท่ีปรึกษา ของผ้บู รหิ ารทอ้ งถิน่
เพราะเหตทุ ่ีมสี ว่ นได้เสยี ไม่ว่าโดยทางตรงหรอื ทางออ้ มในสัญญาหรือกิจการที่กระท่ากบั องค์กรปกครองสว่ น
ท้องถ่ินยงั ไม่ถงึ หา้ ปีนบั ถงึ วันรบั สมคั รเลอื กตง้ั
๓. นายก อบต.ด่ารงต่าแหน่งนบั แตว่ ันเลือกต้งั และมีวาระอยใู่ นต่าแหนง่ คราวละส่ีปนี ับแตว่ ันเลอื กต้ัง
๔. นายก อบต.อาจแต่งต้งั รองนายก อบต.ซ่งึ มใิ ช่สมาชิกสภา อบต.และต้องมคี ุณสมบัตแิ ละไม่มี
ลักษณะต้องหา้ มเชน่ เดียวกับนายกได้ไม่เกนิ สองคน
๕. นายก อบต.อาจแต่งตั้งเลขานุการนายก อบต.คนหนึง่ ซ่งึ มไิ ด้เปน็ สมาชกิ สภา อบต.หรอื เจ้าหน้าที่
ของรัฐ
๖. ก่อนนายก อบต.เข้ารับหนา้ ท่ี ให้ประธานสภา อบต.เรียกประชมุ สภา อบต.เพ่ือให้นายก อบต.
แถลงนโยบายตอ่ สภา อบต. โดยไม่มกี ารลงมติ ภายในสามสบิ วันนับแต่วนั ประกาศผลการเลอื กตั้งนายก
อบต.
๗. สมาชิกสภา อบต.จ่านวนไม่น้อยกว่าหน่งึ ในสามของจ่านวนสมาชิกสภา อบต.ท้ังหมดเท่าท่ีมอี ยู่
มีสิทธเิ ขา้ ชอ่ื เสนอญัตติขอเปิดอภปิ รายทัว่ ไปในท่ปี ระชุมสภา อบต. เพือ่ ให้นายก อบต.แถลงข้อเทจ็ จริงหรือ
แสดงความคิดเห็นในปญั หาเกี่ยวกับการบรหิ าร อบต.โดยไม่มีการลงมติ
ให้ประธานสภา อบต.ก่าหนดวันส่าหรับการอภิปรายท่วั ไปซึ่งต้องไมเ่ ร็วกว่าห้าวันและไม่ช้ากว่าสิบห้า
วันนบั แตว่ ันทไี่ ด้รบั ญัตติ และให้ท่าได้คร้งั เดียวในสมัยประชมุ สามัญสมยั หน่งึ
๘. นายก อบต.มีอา่ นาจหน้าทดี่ งั ตอ่ ไปนี้
(๑) ก่าหนดนโยบายโดยไมข่ ดั ตอ่ กฎหมาย และรบั ผิดชอบในการบริหารราชการของ อบต.ให้
เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพัฒนา อบต. ข้อบญั ญตั ิ ระเบียบ และขอ้ บังคบั ของทางราชการ
(๒) ส่ัง อนุญาต และอนุมัติเก่ยี วกบั ราชการของ อบต.
(๓) แต่งต้งั และถอดถอนรองนายก อบต.และเลขานุการนายก อบต.
(๔) วางระเบยี บเพ่ือใหง้ านของ อบต.เปน็ ไปดว้ ยความเรียบร้อย
(๕) รักษาการใหเ้ ป็นไปตามข้อบญั ญัติ อบต.
(๖) ปฏิบตั ิหน้าท่อี นื่ ตามท่บี ญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ินีแ้ ละกฎหมายอ่นื
๙. ในกรณที ่ีนายก อบต.ไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้รองนายก อบต.ตามลา่ ดับทีน่ ายก อบต.แตง่ ตัง้ ไว้
เปน็ ผู้รักษาราชการแทน ถา้ ไม่มรี องนายก อบต. หรอื มีแต่ไม่อาจปฏบิ ตั หิ น้าที่ได้ ใหป้ ลดั อบต.เปน็ ผูร้ ักษา
ราชการแทน
นายก อบต.อาจมอบอ่านาจโดยท่าเป็นหนงั สอื ใหร้ องนายก อบต.เป็นผู้ปฏบิ ตั ิราชการแทนนายก
อบต.กไ็ ด้ แตถ่ า้ มอบให้ ปลดั อบต.หรอื รองปลัด อบต. ปฏิบตั ิราชการแทนให้ทา่ เป็นคา่ สง่ั และประกาศให้
ประชาชนทราบ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

๑๐. นายก อบต.พน้ จากตา่ แหน่งเมื่อ
(๑) ถงึ คราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออก โดยยื่นหนังสอื ลาออกตอ่ นายอ่าเภอ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรอื มีลกั ษณะตอ้ งห้าม
(๕) กระท่าการฝ่าฝืนข้อห้าม
(๖) ผวู้ า่ ราชการจังหวัดส่งั ให้พ้นจากต่าแหน่ง
(๗) ถกู จา่ คกุ โดยค่าพิพากษาถงึ ที่สุดให้จ่าคกุ
(๘) ราษฎรผ้มู สี ิทธิเลือกตง้ั ในเขต อบต.มจี ่านวนไม่น้อยกวา่ สามในส่ขี องจ่านวนผมู้ ีสิทธิเลอื กตั้ง

ทม่ี าลงคะแนนเสยี งลงมตถิ อดถอน
เมอ่ื มีข้อสงสัยเก่ยี วกบั ความเป็นนายก อบต.ส้ินสดุ ลงตาม (๔) หรือ (๕) ให้นายอ่าเภอสอบสวน

และวนิ ิจฉยั โดยเร็ว ค่าวนิ ิจฉัยของนายอา่ เภอใหเ้ ป็นที่สุด
ในระหว่างท่ไี มม่ ีนายก อบต. ให้ปลัด อบต.ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีของนายก อบต.เท่าที่จ่าเป็นไดเ้ ปน็ การ

ชวั่ คราวจนถงึ วันประกาศผลการเลอื กตง้ั นายก อบต.
๑๑. รองนายก อบต.พ้นจากต่าแหน่งเม่ือ
(๑) นายก อบต.พน้ จากตา่ แหน่ง
(๒) นายก อบต.มีคา่ สง่ั ใหพ้ ้นจากตา่ แหนง่
(๓) ตาย
(๔) ลาออก โดยย่ืนหนังสือลาออกต่อนายก อบต.
(๕) ขาดคุณสมบตั ิหรอื มีลักษณะตอ้ งห้าม
(๖) กระท่าการฝ่าฝนื ขอ้ ห้ามตามข้อ ๑๒
(๗) ถกู จ่าคุกโดยคา่ พพิ ากษาถึงทีส่ ุดใหจ้ า่ คกุ
(๘) ผวู้ า่ ราชการจังหวัดสัง่ ใหพ้ ้นจากต่าแหน่ง
ใหน้ ่าความใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) และ (๗) มาใชบ้ งั คับกับการพ้นจากตา่ แหน่งของเลขานุการ

นายก อบต.ด้วย
เมื่อมขี อ้ สงสัยเก่ยี วกับความเป็นนายก อบต.สิน้ สุดลงตาม (๕) ให้นายอา่ เภอสอบสวนและ

วนิ จิ ฉยั โดยเร็ว ค่าวนิ ิจฉัยของนายอ่าเภอให้เป็นท่สี ุด
๑๒. นายก อบต. รองนายก อบต.และเลขานกุ ารนายก อบต. ตอ้ งไม่กระท่าการอยา่ งใดอย่างหน่งึ

ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ดา่ รงต่าแหน่งหรือปฏิบัตหิ น้าท่อี ืน่ ใดในสว่ นราชการ หนว่ ยงานของรัฐหรอื รัฐวิสาหกิจ เว้น

แตต่ า่ แหนง่ ทด่ี ่ารงตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย
(๒) รับเงนิ หรือประโยชน์ใดๆ เปน็ พิเศษจากสว่ นราชการ หนว่ ยงานของรัฐ หรือรฐั วสิ าหกจิ

นอกเหนือไปจากท่สี ว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั หรือรฐั วิสาหกิจ ปฏิบตั กิ ับบุคคลธรุ กิจการงานตามปกติ
(๓) เป็นผู้มสี ่วนไดเ้ สยี ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาท่ี อบต.นั้นเป็นคูส่ ญั ญาหรือใน

กจิ การท่กี ระทา่ ให้แก่ อบต.นน้ั หรือท่ี อบต.นน้ั จะกระท่า

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

๑๓. สมาชิกสภา อบต. นายก อบต. รองนายก อบต. ปลัด อบต.และพนกั งานส่วนต่าบล เป็นเจ้า
พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

๑๔. นายก อบต. รองนายก อบต. ปลัด อบต. และพนักงานสว่ นต่าบลทีไ่ ด้รับมอบหมาย มีอ่านาจ
เปรียบเทยี บคดลี ะเมิดขอ้ บัญญตั ิ อบต.

อานาจหน้าที่ของ อบต.

๑. อบต.มอี า่ นาจหน้าที่ในการพัฒนาตา่ บลท้งั ในดา้ นเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
๒. อบต. มหี น้าที่ต้องทา่ ในเขต อบต. ดังต่อไปนี้

(๑) จัดให้มีและบา่ รงุ รักษาทางน่า้ และทางบก
(๒) รกั ษาความสะอาดของถนน ทางน้า่ ทางเดิน และทีส่ าธารณะ รวมทัง้ ก่าจดั มูลฝอยและสง่ิ ปฏกิ ลู
(๓) ปอ้ งกันโรคและระงับโรคติดตอ่
(๔) ป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(๕) สง่ เสรมิ การศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
(๖) สง่ เสรมิ การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผูพ้ ิการ
(๗) ค้มุ ครอง ดูแล และบา่ รุงรักษาทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
(๘) บา่ รุงรักษาศลิ ปะ จารีตประเพณี ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และวฒั นธรรมอันดีของทอ้ งถน่ิ
(๙) ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีอ่ืนตามทีท่ างราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรอื บุคลากรใหต้ ามความ
จ่าเป็นและสมควร
๓. อบต. อาจจัดท่ากจิ การ ในเขต อบต.
(๑) จดั ใหม้ ีน้่าเพอ่ื การอุปโภค บริโภค และการเกษตร
(๒) ใหม้ ีและบา่ รุงการไฟฟ้าหรือแสงสวา่ งโดยวธิ ีอนื่
(๓) ใหม้ แี ละบ่ารงุ รกั ษาทางระบายน่้า
(๔) ให้มแี ละบา่ รงุ สถานทปี่ ระชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจ และสวนสาธารณะ
(๕) ใหม้ ีและสง่ เสริมกลุ่มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
(๖) สง่ เสรมิ ใหม้ ีอุตสาหกรรมในครอบครวั
(๗) บ่ารงุ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
(๘) การคุ้มครอง ดแู ล และรกั ษาทรัพย์สินอนั เป็นสาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดิน
(๙) หาผลประโยชน์จากทรพั ยส์ ินของ อบต.
(๑๐) ให้มตี ลาด ทา่ เทยี บเรือ ท่าข้าม
(๑๑) กิจการเก่ียวกบั การพาณชิ ย์
(๑๒) การท่องเท่ียว
(๑๓) การผังเมือง
๔. อา่ นาจหน้าทีข่ อง อบต. นนั้ ไม่เป็นการตัดอา่ นาจหน้าท่ีของกระทรวง ทบวง กรม หรอื องคก์ ารหรือ
หนว่ ยงานของรฐั ในอนั ทีจ่ ะด่าเนินกจิ การใด ๆ เพอื่ ประโยชนข์ องประชาชนในต่าบล แตต่ ้องแจ้งให้ อบต. ทราบ
ลว่ งหนา้ ตามสมควร ในกรณีนห้ี าก อบต.มีความเหน็ เกย่ี วกับการด่าเนินกิจการดังกล่าว ใหน้ ่าความเห็นของ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

อบต.ไปประกอบการพิจารณาด่าเนินกิจการนั้นด้วย
๕. การปฏบิ ัตงิ านตามอ่านาจหน้าที่ของ อบต.ต้องเป็นไปเพอื่ ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน โดยใช้วธิ ีการ

บริหารกจิ การบ้านเมอื งที่ดี และใหค้ า่ นงึ ถึงการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการจัดทา่ แผนพัฒนา อบต. การจดั ทา่
งบประมาณ การจดั ซอ้ื จดั จ้าง การตรวจสอบ การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน และการเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสาร
ตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ว่าด้วยการนนั้ และหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารท่กี ระทรวงมหาดไทยก่าหนด

๖. อบต.อาจออกข้อบัญญัติ อบต.เพ่อื ใช้บงั คับในเขต อบต.ได้ ในการน้ีจะกา่ หนดค่าธรรมเนียมท่ีจะ
เรยี กเก็บและก่าหนดโทษปรับผฝู้ า่ ฝนื ดว้ ยกไ็ ด้ แต่มใิ หก้ ่าหนดโทษปรบั เกินหนง่ึ พันบาท เวน้ แต่จะมีกฎหมาย
บญั ญตั ไิ ว้เป็นอย่างอื่น

๗. รา่ งขอ้ บญั ญัติ อบต.จะเสนอได้ก็แตน่ ายก อบต.หรือสมาชกิ สภา อบต. หรือราษฎรในเขต อบต.
๘. เม่อื สภา อบต.และนายอ่าเภอใหค้ วามเห็นชอบรา่ งข้อบัญญตั ิ อบต.แล้ว ให้นายก อบต.ลงช่อื และ
ประกาศเป็นข้อบญั ญตั ิ อบต.
๙. ในกรณที ี่นายอา่ เภอไมเ่ หน็ ชอบด้วยกับร่างข้อบญั ญัติใด ให้ส่งคืนสภา อบต.ภายในสิบห้าวันแต่
วันทน่ี ายอ่าเภอไดร้ บั ร่างข้อบัญญตั ิ เพอื่ ใหส้ ภา อบต.พิจารณาทบทวนใหม่ หากนายอ่าเภอไมส่ ่งคนื สภา อบต.
ภายในสบิ ห้าวันนับแต่วันที่นายอ่าเภอได้รับร่างขอ้ บัญญตั ิ ให้ถอื ว่านายอ่าเภอเหน็ ชอบกบั ร่างข้อบญั ญัติ
อบต.นั้น

ถ้า สภา อบต. มีมตยิ ืนยันตามร่างข้อบญั ญัติเดมิ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกวา่ สองในสาม ของจา่ นวน
สมาชกิ สภา อบต.ท้งั หมดเท่าทีม่ ีอยู่ ให้นายก อบต. ลงชอ่ื และประกาศเปน็ ขอ้ บญั ญัติ อบต.ไดโ้ ดยไมต่ ้องขอความ
เห็นชอบจากนายอ่าเภอ แต่ถ้าสภา อบต.ไม่ยนื ยนั ภายในสามสิบวนั นบั แตว่ นั ทีไ่ ด้รับร่างขอ้ บญั ญตั ิคนื จากนายอ่าเภอ
หรือยนื ยนั ด้วยคะแนนเสยี งนอ้ ยกวา่ สองในสามของจ่านวนสมาชกิ สภา อบต.ทงั้ หมดเท่าท่ีมอี ยู่ ใหร้ ่างขอ้ บัญญัติ
นนั้ เป็นอันตกไป

๑๐. อบต.อาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกิจหรอื
หน่วยการบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถิ่น ไปด่ารงต่าแหนง่ หรอื ปฏบิ ตั กิ ิจการของ อบต.เป็นการช่ัวคราวไดโ้ ดยไม่ขาด
จากต้นสงั กัดเดิม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวดั เป็นผู้มีอา่ นาจอนญุ าตไดต้ ามความจ่าเป็น ในกรณีที่เป็นข้าราชการ
ซึ่งไมอ่ ยู่ในอา่ นาจของผู้วา่ ราชการจงั หวัด ให้กระทรวงมหาดไทยท่าความตกลงกับหนว่ ยงานต้นสงั กดั ก่อนแตง่ ตงั้

๑๑. อบต.อาจท่ากิจการนอกเขต อบต. หรอื รว่ มกับ อบต. องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด หรอื หนว่ ยการ
บรหิ ารราชการสว่ นท้องถิน่ อืน่ เพอ่ื กระท่ากิจการร่วมกันได้ เม่อื ไดร้ บั ความยินยอมจากสภาต่าบล อบต. องคก์ าร
บริหารสว่ นจงั หวัด หรือหน่วยการบรหิ ารราชการส่วนท้องถนิ่ ทีเ่ กย่ี วข้อง และกจิ การน้ันเปน็ กิจการ ท่ีจ่าเป็นต้อง
ท่าและเป็นการเกยี่ วเน่ืองกับกิจการทอ่ี ยใู่ นอ่านาจหน้าท่ขี องตน

รายไดแ้ ละรายจา่ ยของ อบต.

๑. รายไดจ้ ากการจัดเก็บเอง ได้แก่ ภาษบี ่ารุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและท่ีดิน ภาษปี ้าย อากรการฆ่าสตั ว์
และค่าธรรมเนียมรวมถงึ ผลประโยชน์อ่ืนอนั เกดิ จากการฆ่าสตั ว์ ซง่ึ อบต.อาจมอบอ่านาจและหน้าทใ่ี นการจดั เก็บ
ให้หน่วยงานอืน่ ของรัฐด่าเนินการแทนได้ และใหห้ ักค่าใช้จา่ ยได้

๒. อบต.อาจมีรายได้ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) รายได้จากทรัพยส์ ินของ อบต.

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

(๒) รายได้จากสาธารณูปโภคของ อบต.
(๓) รายได้จากกิจการเก่ียวกับการพาณิชยข์ อง อบต.
(๔) ค่าธรรมเนยี ม คา่ ใบอนญุ าต และคา่ ปรับ ตามที่จะมกี ฎหมายกา่ หนดไว้
(๕) เงนิ และทรพั ย์สนิ อ่ืนที่มผี ้อู ทุ ิศให้
(๖) รายได้อื่นตามทีร่ ัฐบาลหรือหนว่ ยงานของรฐั จดั สรรให้
(๗) เงนิ อดุ หนุนจากรฐั บาล
(๙) รายได้อน่ื ตามท่ีจะมีกฎหมายก่าหนดให้เป็นของ อบต.
๓. อบต.อาจมีรายจา่ ย ดังต่อไปน้ี
(๑) เงนิ เดอื น
(๒) คา่ จ้าง
(๓) เงนิ ค่าตอบแทนอน่ื ๆ
(๔) ค่าใชส้ อย
(๕) ค่าวัสดุ
(๖) ค่าครภุ ณั ฑ์
(๗) ค่าที่ดนิ สิง่ ก่อสร้าง และทรพั ยส์ นิ อื่น ๆ
(๘) ค่าสาธารณปู โภค
(๙) เงินอุดหนุนหนว่ ยงานอ่นื
(๑๐) รายจ่ายอ่ืนใดตามขอ้ ผูกพนั หรอื ตามทม่ี ีกฎหมายหรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทยก่าหนด
๔. เงินคา่ ตอบแทนประธานสภา อบต. รองประธานสภา อบต. นายก อบต. รองนายก อบต. เลขานกุ าร
สภา อบต. เลขานกุ ารนายก อบต.และสมาชกิ สภา อบต. ให้เปน็ ไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยก่าหนด
๕. งบประมาณรายจา่ ยของ อบต.ให้จัดทา่ เป็นขอ้ บัญญัติ และจะเสนอไดก้ ็แตโ่ ดยนายก อบต.
๖.ถ้าในระหว่างปงี บประมาณใดรายจ่ายซึ่งก่าหนดไว้ในงบประมาณไม่พอใช้จา่ ยประจ่าปีนั้นหรอื มี
ความจ่าเป็นตอ้ งตงั้ รายจ่ายข้ึนใหม่ระหว่างปีงบประมาณ ให้จดั ท่าขอ้ บัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติม
๗. เมอื่ สภา อบต.เห็นชอบด้วยกับรา่ งขอ้ บัญญัติงบประมาณรายจ่ายแลว้ ให้เสนอนายอ่าเภอเพอื่ ขอ
อนมุ ัติ และใหน้ ายอ่าเภอพิจารณาใหแ้ ลว้ เสร็จภายในสิบห้าวันนับแตว่ นั ท่ีได้รับรา่ งข้อบัญญตั ิ ถ้านายอ่าเภอ
ไมอ่ นมุ ตั ติ อ้ งแจ้งเหตุผลและสง่ คนื ให้สภา อบต.เพ่ือพจิ ารณาทบทวนร่างข้อบญั ญตั ิใหม่ หากพ้นก่าหนดเวลา
นายอ่าเภอพจิ ารณาไมแ่ ลว้ เสร็จ ให้ถอื วา่ นายอ่าเภออนุมัติร่างข้อบญั ญตั ิ
๘. ในกรณีทีส่ ภา อบต.มมี ติยนื ยันตามร่างขอ้ บญั ญตั งิ บประมาณรายจา่ ย ใหน้ ายอา่ เภอสง่ ร่าง
ขอ้ บัญญัตินัน้ ไปยังผ้วู ่าราชการจังหวัดภายในก่าหนดเวลาสบิ ห้าวนั นบั แตว่ นั ท่สี ภา อบต.แจ้งมตยิ ืนยันเพอื่ ให้
ผู้ว่าราชการจังหวดั พิจารณาภายในสิบห้าวัน ถ้าผ้วู า่ ราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกบั ร่างข้อบัญญตั นิ ัน้ ให้
สง่ ไปยังนายอ่าเภอเพ่ือลงช่ืออนุมตั ิ ถ้าไม่เหน็ ชอบดว้ ยกบั รา่ งข้อบัญญัตนิ ั้นให้รา่ งข้อบญั ญัตนิ นั้ ตกไป หาก
พน้ ก่าหนดเวลาดังกลา่ วแล้วยังพิจารณาไมแ่ ลว้ เสร็จใหถ้ อื ว่าเห็นชอบดว้ ยกับรา่ งข้อบญั ญตั ินัน้
๙. ในการพิจารณาร่างขอ้ บัญญตั ิงบประมาณรายจ่าย สภา อบต.ตอ้ งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
หกสบิ วนั นับแตว่ นั ทีไ่ ดร้ บั ร่างข้อบญั ญตั ินั้น ถ้าสภา อบต.พิจารณาไมแ่ ล้วเสรจ็ ให้ถอื วา่ สภา อบต.ใหค้ วาม
เหน็ ชอบตามทน่ี ายก อบต.เสนอและให้ดา่ เนินการต่อไป

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

๑๐. ถ้าขอ้ บญั ญัติงบประมาณรายจ่ายประจ่าปอี อกไมท่ ันปีงบประมาณใหม่ ใหใ้ ชข้ อ้ บญั ญตั ิงบประมาณ
รายจ่ายประจ่าปใี นปีงบประมาณที่แล้วไปพลางก่อน

๑๑. ในการพิจารณาร่างขอ้ บัญญัตงิ บประมาณรายจา่ ย สมาชกิ สภา อบต.จะแปรญัตตเิ พ่ิมเตมิ รายการ
หรอื จ่านวนในรายการไมไ่ ด้ แต่อาจแปรญัตตไิ ดใ้ นทางลดหรอื ตัดทอนรายจ่าย ซึ่งมิไดเ้ ป็นรายจ่ายท่เี ปน็ เงิน
ส่งใชต้ ้นเงินกู้ หรือเงนิ ท่ีก่าหนดให้จ่ายตามกฎหมาย และในการพิจารณาของสภา อบต. การเสนอ การแปร
ญตั ติ หรอื การกระท่าดว้ ยประการใดๆ ท่ีมีผลให้สมาชิกสภา อบต. มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยอ้อมใน
การใช้งบประมาณรายจ่ายจะกระทา่ มไิ ด้

๑๒. กรณีท่สี ภา อบต.ไมร่ ับหลกั การแหง่ ร่างขอ้ บัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายให้นายอ่าเภอตัง้
คณะกรรมการคณะหน่ึงประกอบด้วยกรรมการจ่านวนเจ็ดคน เพ่ือพิจารณาหาข้อยุตคิ วามขัดแย้ง โดยแก้ไข
ปรับปรุงหรอื ยืนยันสาระส่าคัญท่ีบัญญตั ไิ วใ้ นร่างขอ้ บญั ญัตินั้น

คณะกรรมการประกอบดว้ ยสมาชิกสภา อบต.ซ่งึ สภา อบต.เสนอจา่ นวนสามคน และบุคคลซึ่ง
เป็นหรอื มิได้เป็นสมาชกิ สภา อบต.ซึ่งนายก อบต.เสนอจา่ นวนสามคน โดยใหต้ งั้ ภายในเจด็ วนั นับแตว่ ันทส่ี ภา
อบต. มมี ตไิ ม่รบั หลักการ และใหก้ รรมการท้ังหกคนรว่ มกนั ปรกึ ษาและเสนอบุคคลซึ่งมไิ ดเ้ ป็นนายก อบต.
รองนายก อบต. เลขานกุ ารนายก อบต. และมิได้เป็นสมาชิกสภา อบต. คนหนงึ่ ท่าหนา้ ทเ่ี ป็นประธาน
กรรมการ ภายในเจ็ดวนั นับแต่วันท่ีกรรมการครบจ่านวนหกคน

กรณีท่ีไม่สามารถเสนอบคุ คลท่ีจะท่าหนา้ ท่ีเปน็ กรรมการหรือประธานกรรมการได้ภายในก่าหนด
หรือคณะกรรมการหรือประธานกรรมการไม่ปฏบิ ตั ิหรือไม่อาจปฏิบตั ิหน้าที่ได้ ให้นายอ่าเภอตงั้ บุคคล ซึ่งมิได้
เป็นนายก อบต. รองนายก อบต. เลขานกุ ารนายก อบต. และมิได้เป็นสมาชิกสภา อบต. ท่าหนา้ ทกี่ รรมการ
หรือประธานกรรมการใหค้ รบตามจ่านวน

ให้คณะกรรมการพิจารณาร่างข้อบญั ญตั ใิ หแ้ ลว้ เสร็จภายในสบิ ห้าวันนับตั้งแตว่ ันทไ่ี ด้แต่งต้งั
ประธานกรรมการในคราวแรก แลว้ รายงานต่อนายอา่ เภอ ในกรณที ไ่ี ม่สามารถพิจารณาใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายใน
ระยะเวลาท่ีกา่ หนด ให้ประธานกรรมการรวบรวมผลการพจิ ารณาแลว้ วินิจฉัยชขี้ าดโดยเรว็ แลว้ รายงานตอ่
นายอ่าเภอ

ให้นายอ่าเภอส่งร่างข้อบญั ญัตทิ ผี่ า่ นการพิจารณาของคณะกรรมการหรอื ประธานกรรมการ ให้
นายก อบต.โดยเรว็ แล้วให้นายก อบต.เสนอร่างข้อบญั ญตั ิดงั กล่าวต่อสภา อบต. ภายในเจ็ดวันนับแต่วนั ท่ี
ไดร้ ับจากนายอ่าเภอ หากนายก อบต.ไม่เสนอร่างขอ้ บัญญัติน้นั ต่อสภา อบต.ในเวลาทกี่ ่าหนด ให้นายอ่าเภอ
รายงานตอ่ ผูว้ า่ ราชการจังหวดั เพ่อื ส่ังใหน้ ายก อบต.พ้นจากต่าแหน่ง

ให้สภา อบต.พิจารณารา่ งข้อบญั ญตั งิ บประมาณรายจ่าย ใหแ้ ล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่
วนั ที่ได้รบั ร่างขอ้ บญั ญัติจากนายก อบต. หากสภาพิจารณาไมแ่ ลว้ เสร็จภายในก่าหนด หรือมีมตไิ ม่เห็นชอบให้
ตราขอ้ บัญญัตนิ ้ัน ใหร้ ่างข้อบัญญัติน้ันตกไป ในกรณีเชน่ นี้ให้นายอา่ เภอเสนอผูว้ ่าราชการจงั หวัดใหม้ คี ่าสง่ั
ยบุ สภา

๑๓. ใหก้ ระทรวงมหาดไทยจดั ให้มกี ารตรวจสอบการคลงั การบัญชี หรือการเงินอืน่ ๆ ของ อบต.

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐

การกากับดูแล อบต.

๑. ให้นายอ่าเภอมีอ่านาจก่ากับดูแลการปฏบิ ัติหน้าท่ขี อง อบต.ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายและระเบียบ
ข้อบังคับของทางราชการ

๒. ในการปฏิบตั กิ ารตามอ่านาจหน้าทีข่ องนายอา่ เภอ ให้นายอ่าเภอมีอ่านาจเรียกสมาชกิ สภา อบต.
นายก อบต. รองนายก อบต. เลขานกุ ารนายก อบต. พนกั งานส่วนตา่ บล และลกู จ้างของ อบต.มาชแี้ จง
หรือสอบสวน ตลอดจนเรียกรายงานและเอกสารใดๆ จาก อบต.มาตรวจสอบก็ได้

๓. เม่ือนายอ่าเภอเห็นวา่ นายก อบต.ผ้ใู ดปฏิบตั กิ ารในทางทีอ่ าจเป็นการเสยี หายแก่ อบต.หรือ
เสียหายแก่ราชการและนายอ่าเภอไดช้ ้แี จงแนะนา่ ตกั เตือนแลว้ ไม่ปฏบิ ตั ติ าม ในกรณีฉกุ เฉินหรือจ่าเป็น
เร่งด่วนท่ีจะรอช้ามิได้ ให้นายอา่ เภอมีอ่านาจออกค่าสั่งระงบั การปฏบิ ตั ิราชการของนายก อบต.ไวต้ ามที่
เหน็ สมควรได้ แล้วให้รีบรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสบิ ห้าวันเพ่อื ใหผ้ วู้ า่ ราชการจังหวัดวนิ ิจฉัย
ตามที่เห็นสมควรโดยเรว็

การกระทา่ ของนายก อบต. ทฝี่ า่ ฝนื คา่ ส่งั ของนายอ่าเภอหรือผ้วู า่ ราชการจงั หวัด ไมม่ ผี ลผูกพัน
อบต.

๔. เพ่ือคุ้มครองประโยชนข์ องประชาชนในเขต อบต.หรือประโยชน์ของประเทศเป็นสว่ นรวม
นายอ่าเภอจะรายงานเสนอความเหน็ ตอ่ ผู้ว่าราชการจงั หวัดเพื่อยบุ สภา อบต.กไ็ ด้

ผู้วา่ ราชการจังหวดั มอี า่ นาจยบุ สภา อบต.และให้แสดงเหตผุ ลไวใ้ นคา่ สง่ั ด้วย เม่อื มีการยุบสภา
หรอื ถอื วา่ มีการยบุ สภา ให้มีการเลอื กต้ังสมาชิกสภา อบต.ข้นึ ใหม่ภายในสี่สบิ ห้าวนั

หากปรากฏว่านายก อบต. รองนายก อบต. ประธานสภา อบต. หรอื รองประธานสภา อบต.
กระท่าการฝ่าฝนื ต่อความสงบเรยี บร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏบิ ตั ิตามหรือปฏิบตั กิ าร
ไม่ชอบดว้ ยอ่านาจหน้าท่ี ใหน้ ายอา่ เภอด่าเนนิ การสอบสวนโดยเร็ว

กรณีท่ีผลการสอบสวนปรากฏว่านายก อบต. รองนายก อบต. ประธานสภา อบต. หรือรอง
ประธานสภา อบต.มี พฤติการณ์ตามน้นั จรงิ ให้นายอา่ เภอเสนอให้ผ้วู ่าราชการจังหวัดสั่งให้บุคคลดังกล่าว
พ้นจากตา่ แหน่ง ผวู้ ่าราชการจังหวัดอาจดา่ เนนิ การสอบสวนเพม่ิ เตมิ ด้วยกไ็ ด้ คา่ ส่งั ของผ้วู า่ ราชการจงั หวดั
ใหเ้ ป็นท่สี ดุ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรปุ

พระราชบญั ญัติ
การเลอื กต้ังสมาชกิ สภาท้องถิ่นหรือผู้บรหิ ารทอ้ งถิ่น

พ.ศ. ๒๕๔๕
[แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถงึ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖]

************************

มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตินใ้ี หใ้ ช้บงั คับต้ังแต่วนั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เป็นตน้ ไป
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบบั กฤษฎีกา เลม่ ๑๑๙ ตอนที่ ๑๐๗ ก วันท่ี ๑๗ ตลุ าคม ๒๕๔๕) แต่จะใช้บังคับ
แก่การเลือกตง้ั สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรอื ผู้บริหารท้องถน่ิ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ประเภทใดและเมือ่ ใด ให้
ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า

การดาเนินการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึง ให้นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง

มาตรา ๕ ให้ประธานกรรมการการเลือกต้ังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอานาจออก
ประกาศ ระเบยี บ ขอ้ กาหนด หรอื คาสงั่ ของคณะกรรมการการเลือกตัง้ เพื่อปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

หมวด ๑
บทท่ัวไป

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังจัดให้มีการเลือกต้ังภายในส่ีสิบห้าวันนับแต่วันที่สมาชิกสภา
ท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นดารงตาแหน่งครบวาระ หรือภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีสมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือ
ผู้บริหารท้องถ่ินพ้นจากตาแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ เว้นแต่วาระการดารงตาแหน่งของสมาชิก
สภาทอ้ งถิ่นจะเหลอื อยู่ไมถ่ งึ หน่งึ รอ้ ยแปดสิบวัน

คณะกรรมการการเลือกต้ัง อาจมีคาสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาให้มีการเลือกต้ังตามวรรคหน่ึงได้ตาม
ความจาเป็นเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ โดยต้องระบุเหตุผลการมีคาส่ังดังกล่าวด้วยในการจัดให้มีการเลือกต้ังตาม
วรรคหนึง่ ใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื และอานวยความสะดวกในการจัดการเลอื กตั้ง

มาตรา ๘ เม่ือมีกรณีท่ีต้องมีการเลือกตั้ง ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ตามมาตรา ๑๙ ประกาศใหม้ กี ารเลอื กตงั้ ซง่ึ อยา่ งน้อยต้องมีเรื่องดังต่อไปน้ี

(๑) วนั เลอื กตั้ง
(๒) วนั รับสมัครเลือกต้ัง ซึ่งต้องให้มีการเร่ิมรบั สมัครไม่เกินสิบวันนับแต่วันประกาศให้มีการเลอื กต้ัง
และต้องกาหนดวันรับสมคั รไมน่ อ้ ยกว่าหา้ วัน
(๓) สถานที่รบั สมัครเลือกต้งั
(๔) จานวนสมาชกิ สภาท้องถนิ่ ท่ีจะมีการเลอื กตงั้ ในแต่ละเขตเลอื กตั้ง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

(๕) จานวนเขตเลือกต้ัง ซ่ึงตอ้ งมรี ายละเอียดเก่ยี วกับอาเภอหรือตาบลหรือเขตทอ้ งที่ท่อี ย่ภู ายในเขต
เลอื กตั้ง

(๖) หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง
การกาหนดตาม (๑) (๒) (๔) และ (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจา
จงั หวดั กอ่ น
มาตรา ๙ ให้ผอู้ านวยการทะเบียนกลางมีหน้าที่จัดทาบัญชีรายชอื่ ผู้มสี ทิ ธิเลอื กต้ัง
มาตรา ๑๐ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการเลือกต้ังท้ังหมด เว้นแต่
ค่าใชจ้ ่ายของคณะกรรมการการเลือกตงั้ และคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวดั
ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีรายได้ไม่เพียงพอสาหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งตามวรรค
หนึง่ ใหค้ ณะรัฐมนตรี พจิ ารณาจดั สรรเงินอุดหนุนให้

หมวด ๒
เขตเลือกตั้ง หนว่ ยเลือกตั้ง และทเ่ี ลือกตัง้

มาตรา ๑๓ การกาหนดเขตเลือกต้ังสาหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ิน ใหเ้ ปน็ ไปตาม หลักเกณฑ์
ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้ถือเขตเป็นเขตเลือกต้ัง ถ้าเขตใดมีจานวนราษฎร
ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกต้ัง เกินหน่ึงแสนคน ให้แบ่งเขตนั้น
ออกเป็นเขตเลือกต้ัง โดยถือเกณฑ์จานวนราษฎรหนึ่งแสนคน เศษของหน่ึงแสนถ้าเกินห้าหม่ืน ให้เพ่ิมเขต
เลอื กต้งั ในเขตนน้ั ไดอ้ ีกหนงึ่ เขตเลือกตัง้

(๒) การเลือกต้ังสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ถือเขตอาเภอเป็นเขตเลือกต้ัง ในกรณีที่
อาเภอใดมีสมาชิกได้เกินกว่าหน่ึงคนให้แบ่งเขตอาเภอเป็นเขตเลือกต้ังเท่ากับจานวนสมาชิกท่ีจะพึงมี ในอาเภอ
นนั้

(๓) การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตาบล ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็นสองเขตเลือกต้ัง การเลือกต้ัง
สมาชิกสภาเทศบาลเมือง ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็นสามเขตเลือกต้ัง การเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาลนคร หรือ
การเลือกต้ังสมาชิกสภาเมืองพัทยา ให้แบ่งเขตเทศบาลหรือเขตเมืองพัทยาเป็นส่ีเขตเลือกต้ัง และต้องมีจานวน
สมาชกิ สภาเทศบาลเท่ากันทกุ เขตเลอื กตั้ง

(๔) การเลือกตัง้ สมาชกิ สภาองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล ให้ถอื เขตหมู่บา้ นเป็นเขตเลือกตงั้
มาตรา ๑๔ ในการแบง่ เขตเลอื กตง้ั ตอ้ งพยายามจัดใหม้ จี านวนราษฎรในแตล่ ะเขตเลอื กตัง้ ใกล้เคียงกัน
มากท่ีสุดและต้องแบ่งพ้ืนที่ของแต่ละเขตเลือกต้ังให้ติดต่อกัน ในเขตเทศบาลหรือเขตชุมชนหนาแน่นอาจ
กาหนดให้ใช้แนวถนน ตรอกหรือซอย คลอง หรือแม่น้าเป็นแนวเขตของเขตเลือกต้ังได้ สาหรับการเลือกต้ัง
สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มใิ หน้ าพ้นื ที่เพยี งบางส่วนของเขตหนง่ึ ไปรวมกบั เขตอ่นื
มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา ๑๔ ให้ผู้อานวยการทะเบียนกลางตาม
กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร มีหน้าท่ีแจ้งรายละเอียดของจานวนราษฎรเป็นรายจังหวัด รายอาเภอ ราย
เทศบาล รายองค์การบริหารส่วนตาบล รายตาบล และรายหมู่บ้าน ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังทราบภายใน
ยสี่ บิ วนั นบั แต่วนั ทผี่ อู้ านวยการทะเบียนกลางประกาศจานวนราษฎรทัง้ ประเทศ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

ในกรณีท่ีมีการเปล่ียนแปลงเขตจังหวัด เขตอาเภอ เขตเทศบาล เขตองค์การบริหารส่วนตาบล เขตตาบล
หรือเขตหมู่บ้าน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่แจ้งการเปล่ียนแปลงให้คณะกรรมการการเลือกต้ังทราบ
ภายในเจด็ วนั นับแต่วนั ทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลง

มาตรา ๑๖ การกาหนดเขตเลือกต้ังสาหรับการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถ่ิน ให้ใช้เขตขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่ินน้นั เป็นเขตเลอื กต้งั

มาตรา ๑๗ ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กาหนดหน่วยเลือกตั้งและ
ทเ่ี ลอื กตัง้ ทจี่ ะพงึ มีในแต่ละเขตเลือกตงั้

การกาหนดหน่วยเลือกต้ังและที่เลือกตั้งตามวรรคหน่ึง ให้กระทาก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าย่ีสิบวัน
โดยให้ทาเป็นประกาศปิดไว้ ณ ท่ีทาการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น และสถานที่อื่นท่ีเห็นสมควรรวมท้ังให้
จัดทาแผนทส่ี งั เขปแสดงเขตของหน่วยเลือกต้ังและทีเ่ ลอื กต้งั ไว้ดว้ ย

การเปล่ียนแปลงเขตของหนว่ ยเลือกตั้งหรอื ท่เี ลือกตงั้ ให้กระทาได้โดยประกาศก่อนวนั เลอื กตั้งไม่นอ้ ย
กว่าสบิ วัน เว้นแตใ่ นกรณีฉุกเฉินจะประกาศเปล่ียนแปลงก่อนวนั เลอื กต้ังน้อยกว่าสิบวันกไ็ ด้ และ ให้นาความใน
วรรคสองมาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม

มาตรา ๑๘ การกาหนดหน่วยเลือกตั้งตามมาตรา ๑๗ ให้คานึงถึงความสะดวกในการเดินทางมาใช้
สทิ ธเิ ลอื กตงั้ ของราษฎร ตามหลักเกณฑด์ ังต่อไปนี้

(๑) ให้ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยเลือกต้ัง ในกรณีที่หมู่บ้านใดมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจานวนน้อยจะ
ให้รวมหมู่บ้านตั้งแต่สองหมู่บ้านขึ้นไปเป็นหน่วยเลือกต้ังเดียวกันก็ได้ สาหรับใน เขตเทศบาล เขต
กรุงเทพมหานคร หรือเขตชุมชนหนาแน่น อาจกาหนดให้ใช้แนวถนน ตรอกหรือซอย คลอง หรือแม่น้าเป็นแนว
เขตของหน่วยเลอื กตงั้ กไ็ ด้

(๒) ให้ถือเกณฑ์จานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละแปดร้อยคนเป็นประมาณ แต่ถ้าเห็นว่าไม่
เป็นการสะดวก หรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะกาหนดหน่วยเลือกตั้ง
เพ่มิ ข้ึน โดยให้มจี านวนผมู้ ีสิทธเิ ลอื กตงั้ น้อยกว่าจานวนดังกล่าวก็ได้

หมวด ๓
การดาเนินการเลือกต้ัง

มาตรา ๑๙ เมื่อมีกรณที ่ีต้องมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ินหรอื ผู้บรหิ ารท้องถิน่ ขององคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิ่นใด ให้คณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจาจังหวัดแต่งตงั้ หัวหน้าพนักงานสว่ นทอ้ งถิ่น เป็นผู้อานวยการ
การเลือกตัง้ ประจาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน และแต่งตง้ั คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ิน ประกอบด้วยหัวหน้าพนักงานสว่ นท้องถน่ิ นั้น และกรรมการอ่ืนอีกไมน่ ้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็น
ผรู้ ับผิดชอบในการจัดใหม้ ีการเลือกตั้ง

การสรรหา การแต่งต้ัง ระยะเวลาการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของคณะกรรมการการ
เลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกต้ัง
กาหนด

มาตรา ๒๐ ให้ผอู้ านวยการการเลอื กต้ังประจาองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นมอี านาจหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) รบั สมคั รเลือกตั้ง
(๒) กาหนดหนว่ ยเลือกตั้งและท่เี ลือกตงั้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

(๓) แต่งตง้ั และจัดอบรมเจา้ พนกั งานผู้ดาเนินการเลอื กต้ัง
(๔) ตรวจสอบบญั ชีรายชือ่ ผู้มีสทิ ธเิ ลือกต้ัง และดาเนินการเพิ่มชอื่ หรอื ถอนช่ือผ้มู สี ทิ ธเิ ลอื กต้งั
(๕) ดาเนินการเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกต้ัง การนับคะแนนเลือกต้ัง และการประกาศผลการนับ
คะแนนเลอื กตงั้
(๖) จัดให้มีหีบบตั รเลอื กตงั้ และวัสดุอุปกรณ์เก่ยี วกับการเลอื กตงั้
(๗) ดาเนนิ การอ่ืนอันจาเปน็ เกยี่ วกับการเลือกตง้ั
เพอ่ื ประโยชน์ในการปฏิบัตหิ น้าทใ่ี ดตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการการเลอื กต้ังประจาจงั หวัดอาจแต่งต้ัง
หรือมอบหมายให้คณะบุคคลหรือบุคคลใดเป็นผู้ช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการ
การเลอื กตงั้ กาหนด
มาตรา ๒๑ คณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ มอี านาจหน้าท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) เสนอแนะและให้ความเห็นชอบในการกาหนดหน่วยเลือกตั้ง ที่เลือกตั้ง และการแต่งต้ังเจ้า
พนักงานผูด้ าเนนิ การเลอื กต้ังของผอู้ านวยการการเลือกต้ังประจาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
(๒) ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกต้ัง และการเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อ ผู้มี
สทิ ธิเลือกตัง้
(๓) กากับดูแล และอานวยการการเลือกตั้ง การลงคะแนนเลือกตั้ง การนับคะแนนเลือกตั้ง และการ
ประกาศผลการนบั คะแนนเลอื กต้งั
(๔) กาหนดสถานที่รวบรวมผลคะแนน และรวบรวมผลคะแนนของทุกหน่วยเลือกต้ังและรายงานผล
การเลือกตงั้ ตอ่ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัด
(๕) ปฏิบัติการใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอ่ืน หรือตามท่ีคณะกรรมการการ
เลือกตัง้ หรอื คณะกรรมการการเลอื กตั้งประจาจงั หวดั มอบหมาย
เพ่ือประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัด มีอานาจ
แต่งต้ัง หรือมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งต้ังคณะอนุกรรมการ
หรอื คณะบคุ คลหรอื บคุ คลใดเป็นผชู้ ว่ ยเหลอื ในการปฏบิ ัตงิ านในการเลอื กต้งั ได้ตามสมควร
มาตรา ๒๒ เพ่ือประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น คณะกรรมการการ
เลือกตั้งอาจมีคาสั่งให้นายอาเภอดาเนินการในเร่ืองใดที่เป็นอานาจหน้าท่ีของผู้อานวยการการเลือกต้ังประจา
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ตามพระราชบญั ญตั นิ ีไ้ ด้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๓ ก่อนวนั เลือกตั้งไม่น้อยกวา่ ยส่ี ิบวนั ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองคก์ รปกครองส่วน
ท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งผู้มีสิทธิ
เลือกตง้ั เปน็ เจา้ พนักงานผูด้ าเนนิ การเลือกต้งั ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ผูอ้ านวยการประจาหนว่ ยเลอื กตงั้ หนง่ึ คน
(๒) คณะกรรมการประจาหน่วยเลือกต้ังจานวนเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานกรรมการหน่ึงคน และ
กรรมการอกี หกคน มีอานาจหนา้ ทเี่ กี่ยวกับการลงคะแนนเลือกต้งั ในทีเ่ ลือกต้ังของแตล่ ะหน่วยเลอื กตงั้
ในการประชุมเพื่อวินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามอานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการประจาหน่วย
เลือกตั้ง ต้องมีกรรมการอยู่ในการประชุมน้ันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการท้ังหมดท่ีมีอยู่ และการลง
มตใิ ห้ใชเ้ สยี งขา้ งมากเปน็ เกณฑ์ ในกรณที ค่ี ะแนนเสยี งเทา่ กนั ให้ประธานออกเสียงช้ขี าด
ให้ผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่งต้ังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ประจาที่เลือกตง้ั อย่างนอ้ ยที่เลือกต้ังละสองคน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

มาตรา ๒๕ เม่ือมกี ารเลอื กต้งั ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นน้ันจัดให้
พนักงานส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือและอานวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าท่ีของผู้อานวยการการเลือกต้ังประจา
องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ และคณะกรรมการการเลอื กต้งั ประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่

ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใดมีพนักงานส่วนท้องถิ่นไม่เพียงพอใน การปฏิบัติงานเก่ียวกับ
การเลือกต้ังตามวรรคหนึ่ง ผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือคณะกรรมการการ
เลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอาจร้องขอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมีคาส่ังให้ข้าราชการ พนักงาน
หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน
จังหวัดน้นั ให้ช่วยเหลอื ในการปฏบิ ัติงานเก่ียวกับการเลอื กตง้ั ได้

มาตรา ๒๖ นอกจากหน้าท่ีตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบญั ญัติน้ี หรือตามท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้ง
มอบหมายหรือส่ังการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอาเภอ และพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตารวจตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มหี นา้ ที่รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยและความปลอดภัยในการเลอื กต้งั

มาตรา ๒๗ ในกรณีท่ีมีการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้พบการกระทาความผิดแจ้งต่อ
พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตารวจหรือเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่รักษา
ความปลอดภัยประจาทเี่ ลอื กตง้ั

ถ้าผู้พบการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นเจ้าพนักงานผู้ดาเนินการเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่รักษา
ความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจาท่ีเลือกตั้งให้ดาเนินการกล่าวโทษ
หรือดาเนนิ การตามอานาจหน้าท่ี

ในกรณีท่ีเจ้าหน้าท่ีรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกต้ัง หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจา
ท่ีเลือกต้ัง พบการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ในวันเลือกตั้ง หรือได้รับแจ้งโดยมีพยานหลักฐานอัน
น่าเช่ือถือ และผู้กระทาความผิดยังปรากฏตัวอยู่ในบริเวณที่เลือกต้ังให้เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย หรือ
เจ้าหน้าท่ีรักษาความปลอดภัยประจาที่เลือกตั้งมีอานาจจับกุมและควบคุมตัวผู้กระทาความผิดส่งพนักงาน
สอบสวนดาเนินการตอ่ ไป โดยใหถ้ อื วา่ เปน็ กรณพี บการกระทาความผดิ ซ่ึงหน้า

มาตรา ๓๒ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดพิมพ์ ควบคุมการพิมพ์ และจัดส่ง
บตั รเลือกตง้ั และให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์บตั รเลือกต้ัง

หมวด ๔
ผู้มีสทิ ธเิ ลือกต้งั และบัญชีรายชอ่ื ผู้มีสทิ ธเิ ลือกตัง้

มาตรา ๓๓ บุคคลผมู้ คี ุณสมบตั ิดงั ต่อไปนี้เป็นผ้มู สี ิทธิเลือกตงั้
(๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อย
กวา่ หา้ ปี
(๒) มอี ายไุ มต่ า่ กว่าสบิ แปดปบี ริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคมของปที ม่ี ีการเลือกตั้ง
(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวัน
เลอื กตัง้ และ
(๔) คุณสมบัตอิ น่ื ทก่ี ฎหมายวา่ ด้วยการจดั ต้งั องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ กาหนด
ในกรณีท่ีมีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกต้ังหน่ึง ไปยังอีกเขตเลือกต้ังหน่ึงภายในองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินเดียวกัน อันทาให้บุคคลมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

หน่ึงปีนับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียน
บ้านคร้งั สดุ ทา้ ยเป็นเวลาติดต่อกันไมน่ ้อยกว่าหน่ึงปี

มาตรา ๓๔ บคุ คลผมู้ ีลกั ษณะดังตอ่ ไปนใ้ี นวนั เลือกตงั้ เปน็ บคุ คลต้องหา้ มมใิ ห้ใช้สทิ ธเิ ลือกตัง้
(๑) วกิ ลจรติ หรือจติ ฟน่ั เฟอื นไมส่ มประกอบ
(๒) เปน็ ภิกษุ สามเณร นกั พรต หรอื นักบวช
(๓) ต้องคุมขงั อยโู่ ดยหมายของศาลหรอื โดยคาสง่ั ท่ชี อบดว้ ยกฎหมาย
(๔) อยใู่ นระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลอื กตงั้
(๕) มลี กั ษณะอนื่ ตามทก่ี ฎหมายว่าดว้ ยการจดั ตง้ั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินกาหนด
มาตรา ๓๕ ผูม้ ีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ และไม่มีลกั ษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๔ มีหน้าท่ีไปใชส้ ิทธิ
เลือกต้ัง เว้นแต่ผู้มีสิทธเิ ลือกต้ังซึ่งได้แจ้งเหตุ ดังต่อไปนี้ต่อผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน จะไม่ไปใชส้ ิทธิเลือกตั้งก็ได้
(๑) เจ็บป่วย ไมว่ า่ ถึงขนาดต้องเข้ารบั การรกั ษาในโรงพยาบาลหรือไม่
(๒) มรี า่ งกายทุพพลภาพจนไมส่ ะดวกในการไปใช้สิทธเิ ลือกต้ัง
(๓) มอี ายเุ กนิ เจ็ดสบิ ปีบริบรู ณ์ในวันเลอื กตง้ั
(๔) ไม่อยใู่ นภมู ิลาเนาในเวลาเลอื กตง้ั
(๕) เหตอุ นื่ ทีค่ ณะกรรมการการเลอื กต้ังกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การแจ้งเหตุตามวรรคหน่งึ ให้ทาเป็นหนังสอื ย่นื ต่อผอู้ านวยการการเลอื กต้ังประจาองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ซึ่งรับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกต้ังก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยจะจัดส่งหนังสือแจ้งเหตุ
นั้นทางไปรษณีย์กไ็ ด้ ในการนี้ให้ผอู้ านวยการการเลือกต้ังประจาองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ บนั ทกึ เหตทุ ่ไี มอ่ าจ
ไปใช้สทิ ธเิ ลอื กตั้ง ไวใ้ นบญั ชีรายชือ่ ผมู้ ีสิทธเิ ลอื กต้ัง และเกบ็ หนงั สือแจง้ เหตุน้ันไวเ้ ปน็ หลักฐาน
การแจ้งเหตุตามวรรคสอง ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้น้ัน ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวัน
เลอื กต้งั
มาตรา ๓๖ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกต้ังผู้ใดไม่ไปใช้สิทธเิ ลือกตั้ง โดยมิได้แจ้งเหตุตามมาตรา ๓๕ วรรค
หนึ่ง ให้ผู้นั้นทาหนังสือแจ้งเหตุดังกล่าวต่อผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน
เจด็ วันนับแตว่ ันเลือกต้งั และให้นาความในมาตรา ๓๕ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๗ ผู้มีสิทธิเลือกต้ังผู้ใดไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยมิได้แจ้งเหตุตามมาตรา ๓๕ วรรคหน่ึง หรือ
มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ให้ผ้นู ้ันเสยี สทิ ธิดงั ต่อไปน้ี
(๑) สทิ ธยิ ื่นคาร้องคดั ค้านการเลือกตงั้ สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นและผู้บรหิ ารท้องถิ่น
(๒) สิทธิร้องคดั คา้ นการเลือกกานนั และผูใ้ หญบ่ า้ นตามกฎหมายว่าดว้ ยลกั ษณะปกครองท้องท่ี
(๓) สิทธิสมัครรับเลอื กตั้งเปน็ สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นและผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น
(๔) สิทธิสมคั รรบั เลอื กเป็นกานันและผใู้ หญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลกั ษณะปกครองท้องท่ี
(๕) สทิ ธิเข้าชอ่ื ร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถนิ่ ตามกฎหมายว่าดว้ ยการเข้าชื่อ
เสนอข้อบญั ญตั ทิ อ้ งถิน่
(๖) สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือผูบ้ ริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการ
ลงคะแนนเสยี งเพือ่ ถอดถอนสมาชกิ สภาท้องถน่ิ หรือผู้บริหารท้องถิน่
การเสียสิทธิตามวรรคหน่ึง ให้มีกาหนดเวลาตั้งแต่วันเลอื กตั้งครั้งท่ีผู้น้ันไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนถึงวัน
เลอื กตั้งคร้ังทีผ่ ู้นน้ั ไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กต้งั

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

มาตรา ๓๘ เมื่อได้มีประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้ว ให้ผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ังของแต่ละหน่วยเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ัง
ตามมาตรา ๙ ให้ถูกต้องตามความจริง และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้โดยเปิดเผย ณ ศาลากลาง
จังหวัด หรือท่ีว่าการอาเภอที่ตั้งอยู่ในเขตเลือกต้ังนั้น ที่ทาการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ที่เลือกต้ังหรือ
บริเวณใกล้เคียงกับท่ีเลือกตั้งและสถานท่ีอื่นที่เห็นสมควรก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าย่ีสิบวันและแจ้งรายชื่อผู้มี
สิทธเิ ลือกตงั้ ให้เจ้าบ้านทราบก่อนวนั เลอื กตง้ั ไม่นอ้ ยกวา่ สบิ ห้าวนั

มาตรา ๓๙ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือเจ้าบ้านผู้ใดเห็นว่าตนหรือผู้มีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านของตนไม่มีชื่ออยู่
ในบญั ชรี ายชอื่ ผ้มู สี ิทธเิ ลือกต้งั ให้แจ้งเปน็ หนงั สือต่อผูอ้ านวยการการเลอื กตัง้ ประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
กอ่ นวนั เลอื กต้งั ไม่นอ้ ยกว่าสิบวนั

เมื่อผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับหนังสือตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รีบ
ตรวจสอบหลักฐาน ถ้าเห็นว่าผู้แจ้งหรือผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นผู้มีสิทธิเลือกต้ัง ให้ผู้อานวยการการเลือกตั้ง
ประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินดาเนินการเพ่ิมชื่อผู้นั้นลงในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเร็วและแจ้งให้ผู้
แจ้งและเจ้าบ้านทราบ แต่ถ้าเห็นว่าบุคคลผู้แจ้งหรือผู้มีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกต้ัง ให้
ผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ พรอ้ มทั้งแจง้ ใหผ้ ้แู จง้ หรอื เจ้าบ้านทราบภายในสามวันนับแตว่ นั ท่ไี ดร้ ับหนงั สือ

ในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าผู้แจ้งหรือผู้มีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนบ้านเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้มีคาสั่งเพ่ิมช่ือผู้น้ันลงในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกต้ังและให้แจ้งไปยัง
ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยเร็ว ในการนี้ให้ผู้อานวยการเลือกตั้งประจาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแจ้ง
ให้ผ้แู จง้ และเจา้ บ้านทราบโดยเร็ว

มาตรา ๔๐ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเห็นว่าผู้มีชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกต้ังท่ีได้ประกาศ
ตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง เป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกต้ัง ให้มีสิทธิยื่นคาร้องต่อผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน เพ่ือให้ถอนช่ือผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งผู้น้ันออกจากบัญชี
รายชอ่ื ผ้มู สี ิทธิเลือกตงั้

เม่ือผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้มีช่ืออยู่ในบัญชี
รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ังเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้มีคาสั่งถอนชื่อผู้น้ันออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ัง และ
แจง้ ให้ผ้ยู ่ืนคาร้องและเจ้าบ้านทราบ ถ้าผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นว่าผมู้ ีชื่อ
อยู่ในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกต้ังเป็นผู้มีสิทธิเลือกต้ัง ให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน พร้อมท้ังแจ้งให้ผู้ยื่นคาร้องทราบภายในสามวันนับแต่วันได้รับคาร้อง ในกรณีท่ี
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าผู้มีช่ืออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ัง
เปน็ ผู้ไม่มีสิทธิเลือกต้ัง ใหม้ ีคาสง่ั ถอนช่อื ผนู้ ้ันออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสทิ ธิเลือกต้ังและให้นาความในมาตรา ๓๙
วรรคสอง มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม

ถ้าเจ้าบ้านผู้ใดเห็นว่าบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปรากฏชื่อบุคคลอ่ืนซ่ึงมิได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ของตน เมื่อเจ้าบ้านหรือผู้ซ่ึงเจ้าบ้านมอบหมายนาหลักฐานทะเบียนบ้านมาแสดงให้เห็นว่าไม่มีช่ือบุคคลนั้นอยู่
ในทะเบียนบ้าน ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรอื คณะกรรมการประจาหน่วย
เลือกต้ังแล้วแต่กรณี มีคาสั่งถอนชื่อบุคคลนั้นออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ัง และแจ้งให้เจ้าบ้านหรือผู้ซึ่ง
เจ้าบา้ นมอบหมายทราบโดยเร็ว

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

มาตรา ๔๓ หา้ มมิให้ผู้ใดดาเนินการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกต้ังโดย
มิชอบ

กรณีดังต่อไปนี้ให้สันนิษฐานว่าเป็นการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกต้ัง
โดยมชิ อบดว้ ย เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการย้ายโดยมีเหตุผลอัน
สมควร

(๑) การย้ายบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปซ่ึงไม่มีช่ือสกุลเดียวกับเจ้าบ้านเข้ามาในทะเบียนบ้าน เพื่อให้
บคุ คลดงั กล่าวมสี ิทธิเลือกตั้ง ที่จะมีขึน้ ภายในสองปนี ับแต่วนั ทีย่ ้ายเข้ามาในทะเบียนบา้ น

(๒) การย้ายบุคคลเขา้ มาในทะเบียนบ้านโดยบุคคลน้ันมิได้อยอู่ าศยั จริง
(๓) การยา้ ยบคุ คลเข้ามาในทะเบียนบ้านโดยมไิ ด้รับความยนิ ยอมจากเจ้าบ้าน

หมวด ๕
ผูส้ มคั ร การสมัครรับเลอื กต้งั และตวั แทนผสู้ มัคร

มาตรา ๔๔ บคุ คลผูม้ คี ณุ สมบตั ิดังตอ่ ไปนีเ้ ปน็ ผมู้ ีสทิ ธิสมัครรับเลือกตั้ง
(๑) มสี ัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มอี ายไุ มต่ ่ากวา่ ยส่ี บิ ห้าปบี รบิ ูรณใ์ นวันเลอื กตงั้
(๓) มีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีสมัครรับเลือกต้ังเป็นเวลาติดต่อกัน
ไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและท่ีดินหรือ
กฎหมายว่าด้วยภาษีบารุงท้องท่ีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ันเป็นเวลาติดตอ่ กนั สามปีนับถึงปีทีส่ มัครรับ
เลอื กตัง้ และ
(๔) คุณสมบตั อิ ื่นท่กี ฎหมายว่าดว้ ยการจัดตง้ั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ กาหนด
มาตรา ๔๕ บุคคลผมู้ ลี ักษณะดงั ต่อไปนีเ้ ปน็ บคุ คลตอ้ งห้ามมิให้ใช้สิทธิสมคั รรับเลอื กตั้ง
(๑) ตดิ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) เปน็ บุคคลผู้มีลกั ษณะต้องห้ามมิใหใ้ ชส้ ทิ ธเิ ลอื กตัง้ ตามมาตรา ๓๔ (๑) (๒) หรือ (๔)
(๔) ตอ้ งคาพิพากษาให้จาคุกและถูกคมุ ขงั อยู่โดยหมายศาล
(๕) ไดร้ ับโทษจาคกุ โดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกตั้งแตส่ องปขี ึ้นไปและได้พน้ โทษมายังไม่ถงึ ห้าปี
นบั ถงึ วนั เลอื กตั้ง เว้นแตใ่ นความผดิ อนั ได้กระทาโดยประมาท
(๖) ต้องคาพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดย
ได้พ้นโทษหรือตอ้ งคาพพิ ากษามายงั ไมถ่ ึงห้าปีนับถงึ วันเลอื กตง้ั แล้วแต่กรณี
(๗) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรอื รัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริต
ตอ่ หนา้ ที่ หรอื ถือว่ากระทาการทจุ ริตและประพฤติมชิ อบในวงราชการ
(๘) เคยต้องคาพิพากษาหรือคาสั่งของศาลให้ทรัพยส์ ินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ารวยผิดปกติ หรือ
มีทรพั ย์สนิ เพิม่ ข้ึนผดิ ปกติ
(๙) เคยถูกถอดถอนออกจากตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น
หรอื ผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนน
เสียงเพ่อื ถอดถอนสมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ หรือผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น แล้วแตก่ รณี มายังไม่ถึงห้าปนี ับถึงวันเลือกตั้ง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

(๑๐) อยู่ในระหว่างเสียสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา
๓๗ หรอื ตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการเลือกตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชกิ วฒุ สิ ภา

(๑๑) เคยถูกคณะกรรมการการเลือกต้ัง ส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมายังไม่ถึงหน่ึงปีนับแต่วันท่ี
คณะกรรมการการเลือกตั้งมคี าสง่ั อนั เน่อื งมาจากการกระทาการโดยไม่สุจริตตามพระราชบัญญัตนิ ี้หรอื กฎหมาย
วา่ ด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับเลือกต้ัง หรือได้รับ
เลือกตง้ั มาโดยไมส่ จุ ริต

(๑๒) เปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร สมาชกิ วฒุ ิสภา สมาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ หรอื ผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่ิน
(๑๓) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับ
เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือผู้บริหารท้องถ่ินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินอ่นื
(๑๔) เปน็ ข้าราชการซง่ึ มีตาแหน่งหรือเงนิ เดือนประจา
(๑๕) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถ่ิน หรือเป็น
เจ้าหนา้ ทอ่ี ื่นของรฐั
(๑๖) เป็นกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แหง่ ชาติ กรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรอื ผตู้ รวจการแผน่ ดินของรัฐสภา
(๑๗) ลักษณะอื่นทก่ี ฎหมายว่าด้วยการจดั ต้งั องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ กาหนด
มาตรา ๔๖ ในการสมัครรับเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถน่ิ การย่ืนใบสมัครตามวรรคหนึ่งให้ผู้สมัครยื่นหลักฐานการสมคั รพร้อมกับชาระค่าธรรมเนียม
การสมคั รตามท่ีคณะกรรมการการเลอื กตง้ั กาหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา ๔๗ เมื่อผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้รับใบสมัครแล้ว ให้
บันทึกการรับสมัครไว้เป็นหลักฐาน และออกใบรับให้แก่ผู้สมัครในวันน้ัน และให้ตรวจสอบหลักฐานการสมัคร
คุณสมบัติของผู้สมัคร และสอบสวนว่าผู้สมัครมีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ให้เสร็จส้ินภายในเจ็ดวนั นับแต่
วันปิดการรับสมัคร ถ้าผู้สมัครมีสิทธิท่ีจะสมัครรับเลือกต้ังได้ ให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังไว้โดย
เปิดเผย ณ ศาลากลางจังหวัด หรือที่ว่าการอาเภอท่ีตั้งอยู่ในเขตเลือกตั้งน้ัน ท่ีทาการองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ น้ัน ทีเ่ ลอื กตง้ั หรือบริเวณใกล้เคียงกับทเี่ ลือกต้ังและสถานที่อืน่ ที่เหน็ สมควร
ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้มีชื่อผู้สมัคร รูปถ่ายผู้สมัคร และหมายเลขประจาตัวผู้สมัครที่จะใช้ในการ
ลงคะแนนเลือกตง้ั ตามแบบทคี่ ณะกรรมการการเลือกต้ังกาหนด
มาตรา ๔๘ เมื่อผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้ออกใบรับให้แก่ผู้สมัคร
ตามมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่งแล้ว ผู้สมัครจะถอนการสมัครมิได้ และให้ค่าธรรมเนียมการสมัครตกเป็นขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ น้นั
มาตรา ๔๙ ผู้สมัครผู้ใดไม่มีชื่อในประกาศตามมาตรา ๔๗ ให้มีสิทธิยื่นคาร้องต่อคณะกรรมการการ
เลือกต้ังภายในสามวันนับแต่วันที่ประกาศรายช่ือผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ในการน้ี ให้คณะกรรมการการ
เลือกตั้งมีคาวินิจฉัยโดยเร็ว และให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ และหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องดาเนินการตามคาวินิจฉยั น้ัน
มาตรา ๕๐ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ผู้มีสิทธิเลือกต้ังผู้น้ันมี
สทิ ธิยืน่ คาร้องตอ่ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ก่อนวันเลือกตั้งไม่นอ้ ยกว่ายสี่ ิบวันเพ่อื ให้ถอนชื่อผูไ้ มม่ สี ิทธิสมัคร
รับเลอื กต้ังผู้นัน้ และให้นาความในมาตรา ๔๙ มาใชบ้ ังคบั โดยอนุโลม

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐

มาตรา ๕๒ ผู้สมัครผู้ใดประสงค์จะส่งตัวแทนไปประจาอยู่ ณ ท่ีเลือกตั้ง ให้ยื่นหนังสือแต่งตั้งตัวแทน
ของตนตอ่ ผอู้ านวยการการเลือกตงั้ ประจาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ กอ่ นวันเลือกต้งั ไมน่ ้อยกว่าเจ็ดวนั โดยให้
แต่งตัง้ ได้แห่งละหน่งึ คน

หมวด ๖
คา่ ใชจ้ ่ายในการเลอื กต้ังและวิธีการหาเสยี งเลอื กตงั้

มาตรา ๕๔ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัด ประกาศกาหนดจานวนเงินค่าใช้จ่ายในการ
เลือกต้ังของผู้สมัคร ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกาหนดโดยประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา

ห้ามมิให้ผู้สมัครใช้จ่ายในการเลือกต้ังเกินจานวนเงินค่าใช้จ่ายที่กาหนดตามวรรคหน่ึง จานวนเงิน
คา่ ใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถงึ บรรดาเงินท่ีบุคคลอ่นื ได้จ่าย หรอื รบั ว่าจะจ่ายแทน และทรัพย์สนิ ท่ีบุคคลอ่ืนได้นามา
ให้ใช้ หรือยกให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน ท้ังนี้ เพ่ือประโยชน์ในการหาเสียงเลือกต้ังของผู้สมัครโดยผู้สมัครรับรู้
หรอื ยนิ ยอม ในกรณที ีน่ าทรพั ย์สินมาให้ใช้ ให้คานวณตามอตั ราค่าเช่า หรอื คา่ ตอบแทนตามปกตใิ นทอ้ งทนี่ นั้

มาตรา ๕๕ ภายในเก้าสิบวันนบั แต่วนั ประกาศผลการเลือกตัง้ ผสู้ มัครตอ้ งย่ืนบัญชีรายรบั และรายจา่ ย
ในการเลือกตั้ง ซ่ึงรับรองความถูกต้อง พร้อมทั้งหลักฐานท่ีเกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงต่อ
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจาจงั หวดั

มาตรา ๕๖ ภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง เม่ือคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ประจาจังหวัด มีเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งโดยมีหลักฐานอันสมควรว่าผู้สมัครผู้ใดใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกิน
จานวนเงินค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัดประกาศกาหนด ให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง
ประจาจังหวัด ทาการสอบหาข้อเท็จจรงิ โดยเร็ว ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัดเห็นว่า ผู้สมัครผู้นั้น
ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจานวนเงินค่าใช้จ่ายท่ีกาหนดดังกล่าว ให้แจ้งพนักงานสอบสวน เพื่อดาเนินคดีตาม
กฎหมาย พร้อมท้ังรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและถ้าผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกต้ัง หากคณะกรรมการ
การเลือกตั้งเห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าว ให้มีคาสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกต้ังผู้น้ัน และให้
ดาเนินการจัดให้มีการเลือกต้ังใหม่สาหรับตาแหน่งท่ีว่าง แต่ท้ังน้ี ไม่กระทบกระเทือนกิจการท่ีผู้นั้นได้กระทาไป
ในหนา้ ท่กี อ่ นวันประกาศให้มกี ารเลอื กตงั้ ใหม่

ในกรณีที่ผู้สมัครผู้ใดไม่ย่ืนบัญชีรายรับและรายจ่ายตามมาตรา ๕๕ วรรคหน่ึงเป็นผู้ได้รับเลือกต้ัง ให้
คณะกรรมการการเลือกตัง้ มีคาสั่งเพิกถอนผลการเลือกตั้งของผไู้ ดร้ ับเลือกต้ังผู้น้ัน และให้ดาเนินการจัดให้มกี าร
เลือกต้งั ใหมส่ าหรับตาแหน่งทวี่ า่ ง

มาตรา ๕๗ เมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งในกรณีอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระการดารง
ตาแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทาการเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกต้ังให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอ่ืน หรือให้งดเว้นการลงคะแนนเลือกต้ังให้แก่ผู้สมัครใด
ดว้ ยวิธีการดงั นี้

(๑) จัดทา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจ
คานวณเป็นเงินไดแ้ ก่ผใู้ ด

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๑

(๒) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดไม่ว่าโดยทางตรง หรือ
ทางอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดที่คณะกรรมการการ
เลือกตง้ั ประกาศกาหนดในราชกจิ จานุเบกษา

(๓) ทาการโฆษณาหาเสยี งเลอื กตง้ั ดว้ ยการจดั ให้มีมหรสพหรือการร่นื เริงต่างๆ
(๔) เล้ยี งหรือรับจะจัดเล้ยี งผใู้ ด
(๕) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเร่ืองใดอันเก่ียวกับ
ผู้สมคั รใด
กรณีตามวรรคหนึ่ง หากเป็นการเลือกต้ังอันเนื่องมาจากการครบวาระการดารงตาแหน่งของสมาชิก
สภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น ห้ามมิให้กระทาภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระการดารงตาแหน่งจนถึงวัน
เลือกตงั้
การประกาศนโยบาย หรอื การดาเนนิ การตามแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาตามอานาจหน้าทขี่ องท้องถ่ิน
ด้วยวธิ กี ารใช้จ่ายจากเงนิ งบประมาณขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ มิใหถ้ อื วา่ เป็นกรณีตาม (๑) หรอื (๒)
มาตรา ๕๘ ห้ามมิให้ผู้สมัครจัดยานพาหนะนาผู้มีสิทธิเลือกต้ังไปยังท่ีเลือกต้ังเพ่ือการเลือกตั้งหรือ
นากลับจากท่ีเลือกตงั้ หรอื จดั ให้ผู้มสี ิทธิเลอื กตัง้ ไปยงั ที่เลือกตั้งหรือกลบั จากท่เี ลือกต้ังโดยไม่ต้องเสยี ค่าโดยสาร
หรอื ค่าจ้างซ่งึ ต้องเสียตามปกติ
ห้ามมิให้ผู้ใดกระทาการตามวรรคหน่ึง เพ่ือจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังไปลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่
ผู้สมัครผู้ใด
บทบัญญัติในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่การท่ีหน่วยงานของรัฐจัดยานพาหนะเพ่ืออานวยความสะดวก
แกผ่ มู้ สี ิทธิเลอื กตั้ง
มาตรา ๕๙ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามีส่วนช่วยเหลือในการเลือกตั้ง หรือกระทาการใดๆ
เพ่ือประโยชน์แก่การเลือกตั้ง โดยประการที่อาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ท้ังนี้ เว้นแต่การกระทานั้นเป็น
การชว่ ยราชการตามที่ทางราชการร้องขอ หรอื เปน็ การประกอบอาชีพตามปกตโิ ดยสจุ ริตของผนู้ นั้
มาตรา ๖๐ ห้ามมิให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐใช้ตาแหน่งหน้าท่ีกระทาการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่
ผสู้ มคั ร เว้นแตเ่ ป็นการกระทาตามอานาจหน้าที่
มาตรา ๖๑ ห้ามมิให้ผู้ใดทาการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่
ผูส้ มคั ร นบั ตั้งแตเ่ วลา ๑๘.๐๐ นาฬกิ าของวนั ก่อนวนั เลอื กตัง้ หนึ่งวนั จนสิ้นสุดวนั เลอื กตั้ง
มาตรา ๖๒ เม่ือได้มีประกาศให้มีการเลือกตั้งตามมาตรา ๘ ในเขตเลือกตั้งใดแล้วมิให้นากฎหมายว่า
ด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองมาใช้บังคับแก่การโฆษณาหาเสียง
เลอื กตงั้
การโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งต้องไม่กระทาโดยวิธีทา พ่น หรือระบายสีซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอย
ใดๆ หรือโดยวิธีการปิดประกาศ ณ ท่ีรั้ว กาแพง ผนัง อาคาร สะพาน เสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ บรรดาซึ่งเป็น
ทรัพย์สินของทางราชการ หรือ ณ บริเวณที่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน มิได้อนุญาต เวน้ แต่เป็นการปิด
ประกาศ ณ สถานทท่ี ี่กาหนดตามมาตรา ๖๓
ในกรณีท่ีมีการโฆษณาหาเสียงเลือกต้ังอันเป็นการฝ่าฝืนวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถ่ินตาม
กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง มีอานาจหน้าท่ีทาลาย
ปกปิด ลบ หรือล้างข้อความ ภาพ หรือรูปรอยดังกล่าว แต่ในกรณีท่ีมิใช่ทรัพย์สินของทางราชการ เจ้าพนักงาน
ทอ้ งถิน่ จะมีอานาจดังกลา่ วเมื่อได้รบั คาร้องขอจากเจ้าของหรือผคู้ รอบครองทรัพย์สิน

ChanKen Tutor


Click to View FlipBook Version