The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KITTIPONG KUMPAPONG, 2021-11-13 09:47:34

LOCAL12

LOCAL12

ChanKen Tutor ๑๒

มาตรา ๖๓ เม่ือได้มีประกาศให้มีการเลือกต้ังตามมาตรา ๘ ในเขตเลือกต้ังใดแล้วให้เจ้าพนักงาน
ทอ้ งถน่ิ ตามกฎหมายว่าด้วยการรกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของบ้านเมอื งกาหนดสถานที่
เพอื่ ปิดประกาศโฆษณาหาเสยี งเลือกตั้งไว้ตามความจาเปน็

มาตรา ๖๔ เมื่อได้มีประกาศกาหนดท่ีเลือกต้ังตามมาตรา ๑๗ แล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดนาส่ิงพิมพ์ แผ่น
ประกาศ หรือส่ิงอืน่ ใด มาปิดหรือแสดงไว้ภายในทเี่ ลือกต้ัง เวน้ แต่เป็นการดาเนินการตามคาสั่งของผอู้ านวยการ
การเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ เพ่ือประโยชน์ในการอานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้สิทธิเลือกต้ังตาม
ระเบยี บทคี่ ณะกรรมการการเลอื กตงั้ กาหนด

ในกรณีที่มีส่ิงพิมพ์ แผ่นประกาศ หรือส่ิงอื่นใด ปิดหรือแสดงไว้ภายในท่ีเลือกตั้งอยู่ก่อนหรือในวัน
เลือกต้ังอันเป็นการฝ่าฝืนวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการประจาหน่วยเลือกตั้งทาลาย ปกปิด หรอื นาออกไปไว้นอก
ทเ่ี ลอื กต้งั

หมวด ๗
การลงคะแนนเลือกต้ัง

มาตรา ๖๗ ในวันเลือกต้ังให้เปิดการลงคะแนนเลือกตั้งตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๕.๐๐
นาฬกิ า

มาตรา ๖๙ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกต้ัง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งประสงค์จะลงคะแนน
เลือกต้ังไปแสดงตนต่อกรรมการประจาหน่วยเลือกตั้งโดยแสดงบัตรประจาตัวประ ชาชนหรือแสดงบัตรหรือ
หลักฐานอน่ื ใดของทางราชการที่มีรปู ถ่ายอันแสดงตนได้ตามที่คณะกรรมการการเลอื กตง้ั กาหนด โดยประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา

บัตรประจาตัวประชาชนทห่ี มดอายแุ ล้วใหใ้ ช้แสดงตนตามวรรคหน่งึ ได้
มาตรา ๗๓ เม่ือผู้มีสิทธิเลือกตั้งทาเคร่ืองหมายลงในบัตรเลือกตั้งแล้วให้พับบัตรเลือกต้ังเพ่ือมิให้ผู้อ่ืน
ทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครใดแล้วให้นาบัตรเลือกตั้งน้ันใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อ
หน้ากรรมการประจาหน่วยเลือกตั้ง และให้นาความในมาตรา ๗๑ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการนาบัตร
เลอื กต้งั ใส่ลงในหบี บัตรเลือกตงั้ ของคนพิการด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๗๕ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกต้ังในหน่วย
เลอื กตัง้ นั้น ลงคะแนนเลือกตัง้ หรอื พยายามลงคะแนนเลอื กตั้ง
มาตรา ๘๑ หา้ มมใิ ห้ผู้ใดจ่าย แจก หรอื ให้เงิน ทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อ่ืนใดแก่ผมู้ สี ทิ ธิเลอื กตั้งเพ่ือจูง
ใจมใิ หไ้ ปลงคะแนนเลอื กต้งั หรือกระทาการใดๆ เพ่อื มิใหผ้ ูม้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ไปลงคะแนนเลอื กตง้ั
ผู้ใดมีบตั รประจาตัวประชาชนของผมู้ ีสทิ ธเิ ลือกตั้งผอู้ ่ืนตั้งแตส่ องคนข้ึนไปไวใ้ นความครอบครองโดยไม่
มีเหตุอันสมควรในระหว่างวันประกาศให้มีการเลือกตั้งถึงวันถัดจากวันเลือกตั้ง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทาการตาม
วรรคหนงึ่
มาตรา ๘๒ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใด
สาหรับตนเองหรอื ผอู้ น่ื เพื่อลงคะแนนเลอื กตงั้ หรืองดเวน้ ไมล่ งคะแนนเลอื กต้ังให้แกผ่ ู้สมัครใด
มาตรา ๘๓ ในกรณีที่การลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดไม่สามารถกระทาได้ เน่ืองจากเกิด
จลาจล อุทกภัย อัคคีภัย หรือเหตุสุดวิสัยอย่างอื่น ถ้าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันเลือกต้ังให้ผู้อานวยการการ
เลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกาหนดที่เลือกตั้งใหม่ในตาบลเดียวกัน ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไป

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๓

ลงคะแนนเลือกต้ังได้โดยสะดวก แตถ่ ้าไม่อาจกาหนดที่เลือกตั้งใหม่ในตาบลเดียวกันและไม่เป็นการสะดวกท่ีผู้มี
สิทธิเลือกตั้งจะไปลงคะแนนเลือกตั้งในตาบลอื่นให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกต้ังนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัด
และคณะกรรมการการเลอื กตงั้ โดยเร็ว

เมอื่ ไดม้ ปี ระกาศงดการลงคะแนนเลือกต้ังตามวรรคหนึ่งหรอื วรรคสองแลว้ ใหผ้ ูอ้ านวยการการเลอื กตั้ง
ประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัด จัดให้มีการ
ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกต้ังน้ันภายในสิบห้าวันนับแต่วันท่ีสามารถจัดให้มีการลงคะแนนเลือกต้ังได้
ในการนี้ให้ประกาศวันลงคะแนนเลือกต้ังใหม่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันและรายงานต่อคณะกรรมการการ
เลอื กตั้งโดยเรว็

มาตรา ๘๔ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกต้ังในหน่วยเลือกตั้งใดจะมิได้เป็นไปโดยสุจริต
หรือเท่ียงธรรม ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ประจาจังหวัดรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอานาจประกาศงดการ
ลงคะแนนเลือกตั้งในหนว่ ยเลอื กตงั้ น้ัน

เมอื่ ได้มีประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้งตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้ผู้อานวยการการเลือกตัง้ ประจาองคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัด จัดให้มีการลงคะแนน
เลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกต้ังนั้นภายในย่ีสิบเอ็ดวันนับแต่วันท่ีประกาศงดการลงคะแนนเลือกต้ัง ในการนี้ให้
ประกาศวันลงคะแนนเลอื กตงั้ ใหมล่ ว่ งหน้าไมน่ อ้ ยกวา่ สามวัน

หมวด ๘
การนับคะแนนเลือกต้งั และการประกาศผลการเลือกตั้ง

มาตรา ๘๗ ให้นับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นทุกหน่วยเลือกตั้งของแต่ละเขตเลือกตั้งรวมกัน
ณ สถานท่ีนับคะแนนแห่งใดแห่งหน่ึงเพียงแห่งเดียว เว้นแต่การเลือกต้ังผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรงจากประชาชน
ใหก้ าหนดสถานท่นี บั คะแนนดังนี้

(๑) กรณีท่ีเป็นการเลือกต้ังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทุกหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ในเขตท้องท่ีเดียวกัน
ใหก้ าหนดสถานท่ีนับคะแนนแห่งเดยี วภายในเขตท้องทนี่ ั้น

(๒) กรณีที่เป็นการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกหน่วยเลอื กตั้งที่อยู่ในอาเภอเดียวกัน
ให้กาหนดสถานทนี่ ับคะแนนแห่งเดียวภายในอาเภอน้ัน

(๓) กรณีที่เป็นการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ให้กาหนดสถานที่นับคะแนนของทุกหน่วยเลือกต้ัง ณ
สถานที่แห่งเดียวภายในเขตเทศบาลน้ัน

(๔) กรณีที่เป็นการเลือกต้ังนายกเมืองพัทยา ให้กาหนดสถานที่นับคะแนนของทุกหน่วยเลือกต้ัง ณ
สถานท่ีแห่งเดยี วภายในเขตเมืองพทั ยา

(๕) กรณีที่เป็นการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตาบล ให้กาหนดสถานท่ีนับคะแนนของทุก
หน่วยเลอื กตงั้ ณ สถานท่ีแหง่ เดียวภายในเขตองค์การบริหารส่วนตาบลน้ัน

การรวมนบั คะแนนเลือกตั้งผู้บรหิ ารทอ้ งถิ่นในเขตท้องทีเ่ ขตอาเภอหรอื เขตองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ตามวรรคหนึ่ง ถ้าเขตดังกล่าวมีจานวนราษฎรเกินกว่าหน่ึงแสนคนหรือมีความจาเป็นตามลักษณะพ้ืนที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกาหนดสถานทน่ี ับคะแนนเลือกต้ังมากกวา่ หน่ึงแห่งตามความเหมาะสมและจาเป็น
กไ็ ด้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๔

ให้เร่ิมนับคะแนนเม่ือได้ส่งหีบบัตรเลือกต้ังจากทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังน้ันมายังสถานที่นับ
คะแนนครบถ้วนแล้ว

ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินประกาศกาหนดสถานที่นับคะแนน
เลือกต้ังล่วงหน้าไม่น้อยกวา่ เจ็ดวันก่อนวันเลือกต้ัง โดยปิดประกาศ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือท่ีว่าการอาเภอท่ี
ต้ังอยู่ในเขตเลือกต้ังท่ีทาการองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนั้น สถานท่ีนับคะแนนเลือกตั้งและสถานท่ีอ่ืนตามท่ี
เห็นสมควร

ใหผ้ อู้ านวยการการเลอื กตงั้ ประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่งตงั้ คณะกรรมการนบั คะแนนเลือกต้ัง
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าย่ีสิบวัน ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการมีจานวนท่ีเพียงพอต่อ
การนับคะแนนซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกคน โดยแต่งต้ังจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งและต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการการเลือกต้งั ประจาจงั หวัด

มาตรา ๘๙ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทาการใดๆ เพ่ือให้บัตรเลือกตั้งท่ีอยู่ในสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง มี
จานวนผิดจากความจรงิ

มาตรา ๙๐ ให้คณะกรรมการนับคะแนนสาหรับบัตรเลือกตั้งที่ได้ทาเครื่องหมายในช่องไม่ลงคะแนน
เลือกตั้งและใหป้ ระกาศจานวนบตั รดังกลา่ วดว้ ย

ในการนับคะแนนหากปรากฏว่ามีบัตรเสียให้แยกบัตรเสียออกไว้ต่างหากและห้ามมิให้นับบัตรเสียเป็น
คะแนนไม่ว่ากรณีใด

บตั รเลอื กตั้งตอ่ ไปนี้ให้ถอื ว่าเปน็ บัตรเสีย
(๑) บตั รปลอม
(๒) บตั รที่มิไดท้ าเคร่อื งหมายใดๆ
(๓) บัตรทไ่ี มอ่ าจทราบได้วา่ ลงคะแนนเลือกตัง้ ใหก้ ับผ้สู มัครคนใด
(๔) บัตรที่ทาเคร่ืองหมายเป็นทสี่ งั เกตตามาตรา ๗๗
(๕) บัตรที่มลี กั ษณะตามทค่ี ณะกรรมการการเลือกตัง้ ประกาศกาหนด
ให้กรรมการนับคะแนนเลือกตั้งสลักหลังในบัตรเสียว่า “เสีย” พร้อมทั้งระบุเหตุผลว่าเป็นบัตรเสียตาม
ความในอนุมาตราใด และให้กรรมการนับคะแนนเลอื กตัง้ ลงลายมอื ช่ือกากับไว้ไม่น้อยกวา่ สามคน
มาตรา ๙๑ ห้ามมิให้กรรมการนับคะแนนเลือกตั้งจงใจนับบัตรเลือกตั้ง อ่านบัตรเลือกตั้งนับคะแนน
เลือกต้ังหรือรวมคะแนนเลือกตั้งให้ผิดจากความเป็นจริงหรือกระทาการใดโดยไม่มีอานาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้บัตรเลอื กตงั้ ชารดุ เสียหายหรือให้เปน็ บัตรเสียหรอื กระทาการใดแก่บัตรเสียเพอื่ ใหเ้ ป็นบัตรเลือกตั้งทใี่ ช้ได้หรือ
ทารายงานการเลอื กต้งั ผดิ จากความจรงิ
มาตรา ๙๒ เมื่อรวมผลการนับคะแนนเสร็จสน้ิ แล้วให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองคก์ รปกครอง
สว่ นท้องถ่ินประกาศผลการนบั คะแนนเลือกต้งั ของเขตเลอื กตัง้ น้ัน จานวนบัตรเลือกตั้งที่มีอยทู่ ั้งหมดจานวนบัตร
เลือกต้ังที่ใช้และจานวนบัตรเลือกต้ังท่ีเหลือจากการลงคะแนนและรีบทารายงานผลการนับคะแนนส่งไปยัง
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจาจังหวดั โดยเรว็
ให้ผู้อานวยการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจัดทาสาเนาบัญชีผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ัง
ซึง่ ปรากฏหลักฐานการมาใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยให้แล้วเสรจ็ ภายในสิบหา้ วันนับแต่วนั ประกาศผลการ
นับคะแนนในเขตเลอื กต้งั น้ัน
มาตรา ๙๓ ถ้าการนับคะแนน ณ สถานที่นับคะแนนไม่สามารถกระทาได้ เนื่องจากเกิดจลาจล
อทุ กภัย อัคคภี ัยหรือเหตุสุดวิสัยอยา่ งอ่ืน ให้ผูอ้ านวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินประกาศ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๕

งดการนับคะแนนสาหรับเขตเลือกตั้งน้ัน แล้วรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดและคณะกรรมการการเลอื กต้ังโดยเร็วเพื่อให้คณะกรรมการการ
เลือกตงั้ ประจาจังหวัดกาหนดวนั และสถานทนี่ ับคะแนนต่อไปโดยตอ้ งไม่เกินสามวันนับแตเ่ หตดุ ังกล่าวส้ินสุดลง

มาตรา ๙๔ ในกรณีที่ผลการนับคะแนนเลือกต้ังไม่ตรงกับรายงานการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ
เลอื กตัง้ ในเขตเลือกตั้งนนั้ ให้คณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ จัดใหม้ ีการนับคะแนน
เลือกตั้งใหม่ ถ้ายังไม่ตรงกันอีกให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดเพ่ือเสนอให้
คณะกรรมการการเลอื กตงั้ พิจารณาว่าจะสมควรมีคาส่ังให้มีการเลอื กต้ังใหม่หรือไม่

มาตรา ๙๕ เมื่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดได้รับรายงานผลการนับคะแนนเลือกต้ังตาม
มาตรา ๙๒ แล้วเห็นว่าการเลือกตั้งและการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้รายงานต่อ
คณะกรรมการการเลือกตง้ั เพอ่ื ประกาศผลการเลือกตง้ั

ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดเห็นว่าได้มีการทุจริตในการเลือกต้ังหรือการนับ
คะแนนเลือกต้งั หรือมหี ลักฐานอันควรเช่ือได้วา่ การเลอื กต้งั หรือการนับคะแนนเลือกตั้ง มิไดเ้ ป็นไปโดยสจุ ริตหรือ
เที่ยงธรรมหรือมีการฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ ให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าวให้มีคาสั่งให้นับคะแนนเลือกต้ังใหม่หรือให้มีการเลือกตั้งใหม่ เว้นแต่การทุจริตหรือ
ความไม่สุจริตหรือไม่เท่ียงธรรมดังกล่าวหรือการฝ่าฝืน มาตรา ๕๗ มิได้เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับเลือกตั้งหรือมิได้เป็น
เหตสุ าคัญทท่ี าใหผ้ ้นู ัน้ ได้รบั เลอื กต้ัง

มาตรา ๙๖ ก่อนประกาศผลการเลือกต้ัง ถ้าคณะกรรมการการเลอื กตั้งประจาจังหวัดสืบสวนสอบสวน
แล้วเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่าผู้สมัครผู้ใดกระทาการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติน้ี หรือมี
พฤติการณ์ท่ีเช่ือได้ว่าผู้สมัครผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทา สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นกระทาการดังกล่าว
หรือรู้ว่ามีการกระทาดังกล่าวแล้วไม่ดาเนินการเพื่อระงับการกระทาน้ัน ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจา
จังหวัดเห็นว่าการกระทาน้ันน่าจะมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการ
เลือกต้ังประจาจังหวัดรายงานผลการสืบสวนสอบสวนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ัง เพ่ือพิจารณาสั่งเพิกถอน
สิทธิเลือกต้ังผสู้ มัครท่ีกระทาการเช่นน้ันทุกรายเป็นเวลาหนึ่งปีโดยให้มีผลนับแต่วันท่ีคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
มีคาสั่ง

มติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพ่ือเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังตามมาตราน้ีต้องมีคะแนนเสียงเป็นเอก
ฉนั ท์

เมื่อมีคาส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังผู้สมัครคนใดแล้วให้พิจารณาดาเนินการให้มีการดาเนินคดีอาญาแก่
ผู้สมคั รผ้นู ัน้ ดว้ ย

ในกรณีท่ีมีคาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังตามมาตราน้ี ภายหลังวันลงคะแนนและผู้สมัครที่ถูกเพิกถอน
สิทธิเลือกต้ังท่ีได้คะแนนเลือกตั้งในลาดับที่ได้รับการเลือกต้ังในเขตเลือกตั้งน้ัน ให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง ส่ังให้
มีการเลือกตัง้ ใหม่และใหน้ าความในมาตรา ๙๕ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๙๗ เม่ือคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกต้ังแล้ว หากภายหลังมีหลักฐานอัน
ควรเช่ือได้ว่าผู้สมัครรับเลือกต้ังผู้ใดกระทาการใดๆ โดยไม่สุจริตเพ่ือให้ตนเองได้รับเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง
หรือการนับคะแนนเลือกตงั้ ในเขตเลอื กต้ังใดมิไดเ้ ปน็ ไปโดยสุจรติ และเท่ียงธรรมหรือมีการฝา่ ฝนื มาตรา ๕๗ ให้
คณะกรรมการการเลือกตัง้ มคี าสั่งเพิกถอนสิทธิเลอื กต้ังผู้สมัครรับเลอื กต้ังผนู้ ้ัน มีกาหนดเวลาหน่ึงปหี รือมีคาสั่ง
ให้เลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ แต่ต้องส่ังภายในหน่ึงปีนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง เว้นแต่ความไม่
สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมดังกล่าวหรือการฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ มิได้เก่ียวข้องกับผู้ได้รับเลือกตั้งหรือมิได้เป็นเหตุ
สาคญั ทที่ าให้ผ้นู ้นั ได้รับเลอื กต้ัง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๖

มาตรา ๙๙ ในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังมีคาสั่งให้มีการเลือกต้ังใหม่ตามมาตรา ๕๖ หรือเพิก
ถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกต้ังผู้ใด ตามมาตรา ๙๖ หรือมาตรา ๙๗ ให้ผู้ซ่ึงกระทาการฝ่าฝืนมาตรา ๕๖
หรอื ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังนั้น ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจานวนที่คณะกรรมการการเลอื กตั้งกาหนด
ซึ่งต้องไม่เกนิ ค่าใชจ้ ่ายในการให้มกี ารเลือกต้งั ใหม่

ค่าเสียหายทไ่ี ดร้ ับชดใช้ตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นที่มกี ารเลือกต้งั ใหม่น้ัน
มาตรา ๑๐๐ ในกรณีที่มีผู้สมัครเป็นผู้บริหารท้องถ่ินเท่ากับจานวนผู้บริหารท้องถ่ินท่ีจะพึงมีในเขต
เลือกต้ังนั้นหรือในกรณีท่ีมีผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นน้อยกว่าหรือเท่ากับจานวนสมาชิกสภาท้องถ่ิน ท่ีจะ
พึงมีในเขตเลือกต้ังนั้น ผู้สมัครจะได้รับเลือกต้ังต่อเมื่อได้คะแนนเลือกต้ังไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจานวนผู้มี
สทิ ธิเลือกตัง้ ในเขตเลือกตัง้ น้ัน ในกรณีทผี่ ู้สมัครได้คะแนนเลือกต้ังน้อยกวา่ รอ้ ยละสิบของจานวนผ้มู ีสทิ ธิเลือกต้ัง
ในเขตเลือกต้ังนั้น ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัดประกาศให้มีการเลือกต้ังใหม่หรือใหม้ ีการเลือกต้ัง
สมาชิกสภาทอ้ งถ่ินที่ยังขาดอยู่ในเขตเลอื กตั้งนัน้

หมวด ๙
การคดั คา้ นการเลอื กต้งั

มาตรา ๑๐๒ เม่ือคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งของเขตเลือกต้ังใดแล้ว หากผู้มี
สิทธิเลือกต้ังไม่น้อยกว่าสิบคน ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอาเภอในเขตเลือกต้ังนั้น เห็นว่าการ
เลือกต้ังหรอื การนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลอื กตั้งน้ันเป็นไปโดยทุจริตหรอื ไม่เท่ียงธรรมหรือไม่ถูกต้องให้มีสิทธิ
ยื่นคารอ้ งคัดค้านการเลือกตงั้ ต่อคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ภายในสามสบิ วันนบั แต่วนั ประกาศผลการเลอื กตัง้

มาตรา ๑๐๓ เม่ือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับคาร้องคัดค้านการเลือกต้ังและพิจารณาแล้วเห็นว่า
การเลอื กตั้งหรือการนับคะแนนเลอื กตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจรติ หรอื เท่ียงธรรมหรือมีกรณีการฝ่าฝืนบทบญั ญัติแห่ง
พระราชบัญญัตินี้หรือมีกรณีท่ีเช่ือได้ว่ามีการฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ ให้คณะกรรมการการเลือกต้ัง มีคาส่ังให้นับ
คะแนนเลือกตั้งใหม่หรอื ให้มีการเลือกตั้งใหม่ เว้นแต่ความไม่สุจริตหรอื ไม่เที่ยงธรรมหรือการฝ่าฝืนดังกล่าวมิได้
เก่ียวข้องกับผู้ได้รับเลือกต้ังหรือมิได้เป็นเหตุสาคัญท่ีทาให้ผู้น้ันได้รับเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมี
คาส่ังยกคาร้องคดั คา้ น

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาคาร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับ
แต่วันทีไ่ ดร้ บั คารอ้ งคัดคา้ น ในกรณีจาเป็นอาจขยายระยะเวลาไดไ้ ม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสบิ วนั

หมวด ๑๐
การควบคุมการเลือกต้งั

มาตรา ๑๐๘ ในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ัง มีคาสั่งให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินพ้นจากหน้าที่ความ
รับผิดชอบตามมาตรา ๑๐๗ วรรคสอง ถา้ คณะกรรมการการเลือกตงั้ เหน็ สมควรให้มีการดาเนินการทางวินัยด้วย
ให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาของคณะกรรมการการเลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ หรือผู้อานวยการการ
เลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนั้นเพื่อดาเนินการทางวินัยในการน้ีให้ใช้ข้อเท็จจริงที่ได้รับจาก
คณะกรรมการการเลอื กตั้งเปน็ หลักในการพิจารณาดาเนินการทางวนิ ยั

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๗

หมวด ๑๑
บทกาหนดโทษ

มาตรา ๑๐๙ ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างผู้ใดขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวกโดยไม่มี
เหตุอันสมควรในการไปใช้สิทธเิ ลอื กต้ังของผู้ใต้บังคับบัญชาหรอื ลูกจ้างแล้วแตก่ รณี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน
หน่ึงปหี รอื ปรบั ไมเ่ กินสองหม่ืนบาทหรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั

มาตรา ๑๑๐ เจ้าพนักงานผดู้ าเนินการเลือกตง้ั หรอื เจ้าหน้าท่ีรกั ษาความปลอดภัยประจาทเี่ ลือกตั้งผู้ใด
ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับ ตั้งแต่สองหม่ืนบาทถึง
สองแสนบาทหรือทั้งจาทงั้ ปรับ

ถ้าผู้กระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นข้าราชการพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงาน
ของรัฐ รฐั วสิ าหกิจ หรือราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน หรือเจ้าหน้าท่ีอ่ืนของรฐั ให้ผู้บงั คับบัญชาของผู้นั้นดาเนินการทางวินัย
ดว้ ย

มาตรา ๑๑๑ ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิก
สภาท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซ่ึงสั่งตามมาตรา
๒๙ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหม่ืนบาทหรือทั้งจาท้งั ปรบั

มาตรา ๑๑๒ ผู้ใดแจ้งเหตุตามมาตรา ๓๕ วรรคสองหรือมาตรา ๓๖ วรรคหน่ึง อันเป็นเท็จ ต้องระวาง
โทษจาคุกไม่เกนิ หกเดือนหรือปรบั ไมเ่ กนิ หนึ่งหม่ืนบาทหรือทัง้ จาทง้ั ปรบั

มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดฝา่ ฝนื มาตรา ๔๓ วรรคหน่ึง ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปีหรือปรบั ไม่เกินสหี่ ม่ืน
บาทหรอื ท้ังจาทัง้ ปรับ

มาตรา ๑๑๔ ผู้ใดกระทาการอันเป็นเท็จเพ่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทาการฝ่าฝืนหรือไม่
ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปหี รือปรับไม่เกินส่ีหม่ืนบาทและให้ศาลส่งั เพิกถอน
สทิ ธิเลอื กต้ังมกี าหนดหา้ ปี

ถ้าการกระทาตามวรรคหนึ่ง เป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้สมัครน้ันถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกต้ังหรือเพื่อ
ไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนง่ึ แสนบาทถึงสอง
แสนบาทและให้ศาลสัง่ เพิกถอนสิทธิเลือกตงั้ มีกาหนดสิบปี

ถ้าการกระทาตามวรรคหน่ึงเป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยคาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษ
จาคุกตั้งแต่เจ็ดปีถงึ สิบปีและปรบั ต้ังแต่หน่ึงแสนส่ีหมืน่ บาทถึงสองแสนบาทและให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมี
กาหนดยี่สบิ ปี

ถา้ การกระทาตามวรรคสอง หรือวรรคสามเปน็ การกระทาหรือกอ่ ใหผ้ ู้อื่นกระทาสนบั สนุนหรอื รเู้ หน็ เป็น
ใจของหัวหน้าพรรคการเมืองให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทาการอันอาจเป็นภัยต่อความม่ันคงของรัฐตาม
กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง

มาตรา ๑๑๕ กรรมการการเลือกต้ัง กรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัด กรรมการการเลือกต้ังประจา
องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ผู้อานวยการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้ง
หรือมอบหมายให้ดาเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ จงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือกระทา
การอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือกระทาการหรือละเว้นกระทาการโดยทุจริตหรือ
ประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าท่ีต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสอง
แสนบาทและให้ศาลส่งั เพกิ ถอนสิทธิเลือกต้ังมีกาหนดสบิ ปี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๘

ในกรณีท่ีบุคคลตามวรรคหน่ึงกระทาการตามหน้าที่โดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้ง
ทางแพ่งหรือทางอาญา

มาตรา ๑๑๖ ผู้สมัครผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือ
ปรับตั้งแต่สองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาทหรือปรับเป็นจานวนสามเท่าของจานวนเงินท่ีเกินจานวนที่
คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาจังหวัดประกาศกาหนดแล้วแต่จานวนใดจะมากกว่ากันหรือ ทั้งจาทั้งปรับและ
ใหศ้ าลสงั่ เพิกถอนสทิ ธเิ ลือกต้งั มีกาหนดห้าปี

มาตรา ๑๑๗ ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกต้ังต่อคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ประจาจังหวัดภายในระยะเวลาท่ีกาหนดหรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความจริงตามมาตรา ๕๕ วรรค
หนึ่ง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจาทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ
เลือกตัง้ มีกาหนดหา้ ปี

ถ้าข้อความในบัญชีรายรับและรายจ่ายท่ีได้ย่ืนไว้ตามมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง เป็นเท็จผู้ได้รับเลือกตั้ง
ต้องระวางโทษจาคุกตงั้ แต่หน่ึงปีถงึ ห้าปีและปรับต้ังแตส่ องหม่ืนบาทถึงหนง่ึ แสนบาทและให้ศาลสง่ั เพิกถอนสิทธิ
เลอื กต้ังมกี าหนดห้าปี

มาตรา ๑๑๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐ มาตรา ๗๕ มาตรา ๘๙ หรือ มาตรา ๙๑ ต้องระวาง
โทษจาคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปีและปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทและให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังมี
กาหนดสิบปี

มาตรา ๑๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงห้าปีหรือปรับต้ังแต่สองหม่ืน
บาทถึงหนึง่ แสนบาทหรอื ทง้ั จาท้ังปรับและให้ศาลสง่ั เพิกถอนสิทธเิ ลือกตงั้ มีกาหนดหา้ ปี

มาตรา ๑๒๐ ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๙ ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
และปรบั ต้งั แต่สองหม่นื บาทถงึ สองแสนบาท

มาตรา ๑๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๑ หรือมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไมเ่ กนิ หนึ่งหมน่ื บาทหรอื ท้งั จาทั้งปรับ

มาตรา ๑๒๒ ผู้ใดฝา่ ฝืนมาตรา ๖๒ วรรคสอง ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดอื นหรอื ปรบั ไม่เกนิ หนึ่ง
หมนื่ บาทหรือปรบั แห่งละหนงึ่ พันบาทแลว้ แต่จานวนใดจะสูงกว่ากันหรอื ทั้งจาทง้ั ปรับ

คา่ ปรับตามวรรคหน่ึง ให้นาส่งเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีความผิดได้เกิดข้ึน เพื่อใช้
ในการแก้ไขความเสยี หายทเี่ กดิ ขึน้

มาตรา ๑๒๓ ผู้ใดจงใจกระทาด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชารุดหรือเสียหายหรือให้เป็นบัตรเสีย
หรือกระทาด้วยประการใดๆ แก่บัตรเสียเพ่ือให้เป็นบัตรเลือกตั้งที่ใช้ได้ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งปีและ
ปรับไม่เกินสองหม่นื บาทและให้ศาลสงั่ เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลอื กตง้ั มกี าหนดห้าปี

ถ้าผู้กระทาความผิดตามวรรคหน่ึง เป็นเจ้าพนักงานผู้ดาเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่
หน่งึ ปีถงึ สบิ ปีและปรับต้งั แต่สองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาทและให้ศาลสง่ั เพกิ ถอนสิทธเิ ลอื กต้ังมกี าหนดสบิ ปี

มาตรา ๑๒๔ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งจนถงึ เวลาปดิ การลงคะแนนเลอื กต้ัง กรรมการ
ประจาหน่วยเลือกต้ังผู้ใดเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกต้ังผู้ใดมาลงคะแนนเลือกตั้ง หรือยังไม่มา
ลงคะแนนเลือกต้ังเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หนง่ึ ปี หรือปรบั ไมเ่ กินสอง
หม่นื บาทหรอื ท้งั จาทงั้ ปรบั

มาตรา ๑๒๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๘๖ หรือมาตรา ๘๖/๑ หรือจงใจขัดขวางมิให้มี
การส่งหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่นับคะแนนเลือกตั้งหรือกระทาด้วยประการใดๆ เพ่ือให้การส่งหีบบัตร

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๙

เลือกต้ังล่าช้าต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทและให้ศาล
เพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กต้งั มกี าหนดสบิ ปี

มาตรา ๑๒๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๖ วรรคสอง มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ หรือมาตรา ๘๐
ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปีหรือปรับต้ังแต่สองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาทหรือท้ังจาทั้งปรับและให้
ศาลส่ังเพกิ ถอนสิทธเิ ลือกต้งั มีกาหนดห้าปี

มาตรา ๑๒๗ ผูใ้ ดฝ่าฝนื มาตรา ๘๑ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่
สองหม่นื บาทถึงสองแสนบาทหรือท้ังจาทงั้ ปรับและใหศ้ าลส่ังเพกิ ถอนสิทธิเลอื กต้ังมกี าหนดสบิ ปี

มาตรา ๑๒๘ ผ้ใู ดฝ่าฝืนมาตรา ๘๒ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกนิ หนึ่งหมื่นบาท
หรอื ทงั้ จาท้ังปรับ

ในกรณีทีผ่ ู้ฝ่าฝืนตามวรรคหน่ึงเป็นผู้รับหรอื ยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใด ถ้าได้แจง้ ถึง
การกระทาดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังมอบหมายก่อนหรือในวัน
เลือกตง้ั ผนู้ ้ันไม่ตอ้ งรับโทษ

มาตรา ๑๒๙ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้อานวยการการ
เลือกต้ังประจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ วรรคสาม ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี
หรอื ปรบั ไม่เกินสี่หม่นื บาทหรือทงั้ จาทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๐ ผู้ใดขาย จาหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเล้ียงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้งในระหว่างเวลา
๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
ปรบั ไม่เกินหน่งึ หมนื่ บาทหรือท้งั จาทัง้ ปรับ

มาตรา ๑๓๑ ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง ต้องระวาง
โทษจาคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงห้าปีหรือปรับตั้งแต่สองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาทหรือทั้งจาท้ังปรับและให้ศาลส่ังเพิก
ถอนสิทธเิ ลอื กตงั้ มกี าหนดห้าปี

มาตรา ๑๓๒ ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ขัดขวาง หน่วงเหน่ียว หรือกระทาด้วยประการใดๆ อันเป็นการทาให้
ผู้อ่ืนเสียสิทธิหรือไม่สามารถไปสมัครเป็นสมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่
หนง่ึ ปถี ึงหา้ ปีและปรบั ต้ังแต่สองหม่นื บาทถงึ หน่ึงแสนบาทและใหศ้ าลส่งั เพกิ ถอนสิทธเิ ลอื กตง้ั มกี าหนดห้าปี

มาตรา ๑๓๓ สมาชิกสภาท้องถิ่นผใู้ ดได้รับเลือกจากสมาชิกสภาท้องถ่ินด้วยกันให้ดารงตาแหน่ง ผู้บรหิ าร
ท้องถ่ินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่สุจริตและเท่ียงธรรม เนื่องจากมี
หลักฐานเชื่อได้ว่าตนเองได้กระทาหรือก่อให้ผู้อื่นกระทาสนับสนุนหรือยินยอมหรือรู้เห็น เป็นใจให้ผู้อ่ืนกระทา
การให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้แก่สมาชิกสภาท้องถ่ิน
หรือผู้ใดเพ่ือจูงใจให้สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้น้ันลงคะแนนเสียงเลือกตนเป็นผู้บริหารท้องถ่ินหรืองดเว้นการ
ลงคะแนนเสียงเพื่อให้ตนได้รับเลือกเป็นผู้บริหารท้องถ่ินหรือสมาชิกสภาท้องถ่ินผู้ใดเรียกรับหรือยอม จะรับ
ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สาหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นการลงคะแนนเลือกผู้บริหาร
ท้องถ่ิน ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่หน่ึงแสนบาทถึงสี่แสนบาท และให้ศาลส่ังเพิก
ถอนสิทธิเลอื กตง้ั มีกาหนดสบิ ปี

มาตรา ๑๓๔ ผู้ใดกระทาหรือก่อให้ผู้อื่นกระทาหรือสนับสนุนการให้สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้สมาชิกสภาท้องถ่ินลงคะแนนเสียงหรืองดเวน้ การลงคะแนนเสียงเลือกตัง้ สมาชิกสภา
ท้องถ่ินเป็นผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือกลั่นแกล้งไม่ว่าด้วย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒๐
ประการใดๆ เพ่ือมิให้สมาชิกสภาท้องถิ่นได้รบั เลือกเป็นผู้บริหารท้องถ่ิน ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบ
ปีและปรับตัง้ แต่สองหมนื่ บาทถงึ สองแสนบาทและใหศ้ าลส่ังเพกิ ถอนสทิ ธิเลือกตัง้ มกี าหนดสิบปี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรุป
พระราชบัญญัติ
กาหนดแผนและขัน้ ตอนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ น

ทอ้ งถน่ิ
พ.ศ. ๒๕๔๒

[แกไ้ ขเพมิ่ เติมถงึ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙]

--------------------------------

ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันท่ี ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒

เป็นปีท่ี ๕๔ ในรชั กาลปจั จบุ นั

๑. พระราชบญั ญตั นิ ้ใี หใ้ ช้บังคับต้ังแตว่ ันที่ ๑๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๒ เปน็ ต้นไป
๒. ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

หมวด ๑
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน

๑. ให้มคี ณะกรรมการคณะหนึ่งเรยี กว่า “คณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถนิ่ ” ประกอบดว้ ย

(๑) นายกรัฐมนตรีหรอื รองนายกรัฐมนตรีซง่ึ นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน
(๒) รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการคลัง ปลดั กระทรวง
มหาดไทย ปลดั กระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ
คณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธกิ าร ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
ผู้อานวยการสานักงบประมาณ และอธบิ ดกี รมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่นิ *
(๓) ผูแ้ ทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจานวนสบิ สองคน ประกอบดว้ ย

- ผู้บริหารองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดสองคน
- ผ้บู รหิ ารเทศบาลสามคน
- ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตาบลห้าคน
- ผบู้ รหิ ารกรงุ เทพ มหานคร ผูบ้ รหิ ารเมืองพัทยาหรือผูบ้ ริหารองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นอน่ื ที่มกี ฎหมายจัดตัง้ ขน้ึ รวมสองคน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

ท้ังนี้ โดยใหผ้ บู้ รหิ ารองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินแตล่ ะประเภทเลือกกนั เองตามหลกั เกณฑ์
และวธิ ีการทน่ี ายกรฐั มนตรีกาหนด

(๔) ผูท้ รงคณุ วฒุ ิจานวนสบิ สองคน ประกอบดว้ ยบุคคลซ่ึงมคี วามรคู้ วามเชีย่ วชาญในด้าน
การบริหารราชการแผ่นดิน ด้านการพัฒนาทอ้ งถนิ่ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ใน
สาขารัฐศาสตรห์ รอื รฐั ประศาสนศาสตร์ และด้านกฎหมาย ทัง้ นี้ การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใหเ้ ป็นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่นายกรัฐมนตรกี าหนด

ให้หัวหนา้ สานกั งานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ เป็น
เลขานกุ ารคณะกรรมการ

๒. กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิต้องมีคณุ สมบตั ิและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดงั ต่อไปนี้
(๑) มีสญั ชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) ไมเ่ ปน็ ข้าราชการซึ่งมีตาแหนง่ หรอื เงินเดอื นประจา พนักงานหรอื ลกู จ้างของหน่วย

ราชการ หนว่ ยงานของรัฐ รัฐวสิ าหกิจ หรอื องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแตเ่ ป็นผู้สอนใน
สถาบันอุดมศึกษาของรฐั

(๔) ไมเ่ ป็นผูด้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง
(๕) ไม่เปน็ สมาชิกสภาท้องถ่นิ หรอื ผ้บู ริหารทอ้ งถ่นิ
(๖) ไมเ่ ปน็ เจ้าหน้าทหี่ รือผู้มตี าแหนง่ ใดๆ ในพรรคการเมือง
๓. กรรมการผูแ้ ทนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ้นจากตาแหนง่ เม่ือลาออก โดยย่ืนหนงั สือ
ลาออกต่อประธานกรรมการ หรอื พ้นจากการเปน็ ผู้บริหารท้องถน่ิ
๔. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราวละสปี่ ี และอาจได้รับสรรหาเป็นกรรมการ
อีกไดไ้ มเ่ กนิ สองวาระตดิ ตอ่ กนั ถา้ กรรมการวา่ งลง ให้สรรหาแทน และใหผ้ ู้ซึ่งไดร้ ับสรรหาอยู่ใน
ตาแหนง่ เท่ากบั ระยะเวลาทีเ่ หลอื อยขู่ องผู้ซึง่ ตนแทน
๕. นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ พิ ้นจากตาแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออกโดยยืน่ หนงั สือลาออกต่อประธานกรรมการ
(๓) เปน็ บุคคลลม้ ละลาย
(๔) เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ
(๕) ขาดคณุ สมบัติหรือมีลกั ษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๗
(๖) ได้รบั โทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงทส่ี ุดใหจ้ าคุก
๖. คณะกรรมการมอี านาจและหนา้ ทด่ี ังตอ่ ไปน้ี
(๑) จดั ทาแผนการกระจายอานาจให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการเพ่อื
ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรแี ละรายงานตอ่ รฐั สภา
(๒) กาหนดการจดั ระบบการบรกิ ารสาธารณะตามอานาจและหน้าที่ระหวา่ งรัฐกับองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน และระหวา่ งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดว้ ยกันเอง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

(๓) ปรบั ปรุงสดั สว่ นภาษีและอากร และรายได้ระหวา่ งรัฐกับองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ และ
ระหว่างองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นดว้ ยกันเอง โดยคานึงถงึ ภาระหนา้ ที่ของรฐั กับองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น และระหวา่ งองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ดว้ ยกันเองเป็นสาคัญ

(๔) กาหนดหลักเกณฑแ์ ละขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจจากราชการส่วนกลางและราชการ
ส่วนภูมิภาคใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

(๕) ประสานการถ่ายโอนขา้ ราชการ ข้าราชการส่วนท้องถ่นิ และพนักงานรัฐวิสาหกิจระหว่าง
ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ กับคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิน่ หรอื
หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง เพื่อใหส้ อดคล้องกับการกาหนดอานาจและหนา้ ทกี่ ารจัดสรรภาษแี ละอากร เงิน
อดุ หนุน เงินงบประมาณท่ีราชการสว่ นกลางโอนใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน และการถ่ายโอน
ภารกจิ ตาม (๒) (๓) และ (๔)

(๖) เสนอแนะตอ่ คณะรัฐมนตรใี ห้มีการกระจายอานาจการอนุมตั หิ รือการอนุญาตตามท่ีมี
กฎหมายบญั ญัตใิ ห้ตอ้ งขออนุมตั หิ รือขออนญุ าตไปใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินโดยคานึงถึงความ
สะดวก รวดเรว็ ในการใหบ้ ริการประชาชน และการกากับดูแลใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายน้นั ๆ เป็นสาคญั

(๗) เสนอแนะมาตรการด้านการเงิน การคลัง การภาษอี ากร การงบประมาณและการรักษา
วินัยทางการเงนิ การคลังขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

(๘) เสนอแนะการตราพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวงประกาศ ขอ้ บังคับ
ระเบียบ และคาสงั่ ที่จาเปน็ เพอ่ื ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ ตอ่ คณะรฐั มนตรี

(๙) เร่งรัดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคบั ระเบยี บ และ
คาส่งั ที่จาเป็นเพ่อื ดาเนินการให้เปน็ ไปตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ

(๑๐) เสนอแนะตอ่ คณะรัฐมนตรีในการจัดสรรเงินงบประมาณทีจ่ ัดสรรเพมิ่ ขึ้นให้แกอ่ งค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน เนอื่ งจากการถา่ ยโอนภารกิจจากส่วนกลาง

(๑๑) พจิ ารณาหลกั เกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนนุ ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นตามความ
จาเป็น

(๑๒) เสนอแนะและจดั ระบบตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนในทอ้ งถ่นิ
(๑๓) เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรเี พ่อื พจิ ารณาส่งั การในกรณที ี่ปรากฏวา่ ส่วนราชการ
หรือรัฐวสิ าหกิจไมด่ าเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
(๑๔) เสนอรายงานเกย่ี วกับการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ตอ่
คณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปลี ะหน่ึงครง้ั
(๑๕) ออกประกาศกาหนดตามทก่ี าหนดไว้ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๑๖) ปฏบิ ตั ิการอ่นื ตามที่กาหนดไว้ในพระราชบญั ญตั นิ ้ีและกฎหมายอ่ืน
ประกาศของคณะกรรมการตาม (๑๕) เมือ่ ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใหใ้ ช้บังคับได้
๗. ให้มสี านักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นใน
สานักงานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี โดยมอี านาจและหน้าท่ดี ังตอ่ ไปนี้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

(๑) รบั ผดิ ชอบงานธรุ การของคณะกรรมการ
(๒) รวบรวมข้อมลู ศึกษา และวเิ คราะหเ์ กีย่ วกับการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น และขอ้ มลู ต่างๆ เกย่ี วกบั งานของคณะกรรมการ
(๓) รว่ มมอื และประสานงานกบั ราชการส่วนกลาง ราชการสว่ นภูมิภาค องคก์ รปกครองสว่ น
ทอ้ งถิน่ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อดาเนนิ การให้เป็นไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี
(๔) ตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ัตติ ามแผนตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๕) ปฏิบัติหน้าทีอ่ ่นื ตามท่กี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ีของสานักงานคณะกรรมการการ
กระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ หรือตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย

หมวด ๒
การกาหนดอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบรกิ ารสาธารณะ

๑. มาตรา ๑๕ ใหเ้ ทศบาล เมอื งพัทยา และองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลมอี านาจและหน้าท่ใี นการ
จัดระบบการบรกิ ารสาธารณะเพอ่ื ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองดงั น้ี

(๑) การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถ่ินของตนเอง
(๒) การจัดใหม้ ีและบารุงรกั ษาทางบก ทางน้า และทางระบายน้า
(๓) การจดั ใหม้ แี ละควบคุมตลาด ทา่ เทียบเรอื ท่าข้าม และที่จอดรถ
(๔) การสาธารณปู โภคและการก่อสร้างอ่ืนๆ
(๕) การสาธารณปู การ
(๖) การส่งเสริม การฝึก และประกอบอาชีพ
(๗) การพาณชิ ย์ และการสง่ เสรมิ การลงทนุ
(๘) การส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียว
(๙) การจัดการศึกษา
(๑๐) การสงั คมสงเคราะห์ และการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ เดก็ สตรี คนชรา และผูด้ ้อยโอกาส
(๑๑) การบารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญั ญาท้องถนิ่ และวัฒนธรรมอันดีของท้องถ่นิ
(๑๒) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออดั และการจัดการเก่ียวกบั ทอ่ี ยูอ่ าศยั
(๑๓) การจดั ให้มแี ละบารุงรักษาสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ
(๑๔) การสง่ เสรมิ กฬี า
(๑๕) การส่งเสริมประชาธปิ ไตย ความเสมอภาค และสทิ ธิเสรภี าพของประชาชน
(๑๖) สง่ เสริมการมสี ่วนร่วมของราษฎรในการพฒั นาท้องถ่ิน
(๑๗) การรกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยของบา้ นเมอื ง
(๑๘) การกาจัดมูลฝอย สง่ิ ปฏิกูล และน้าเสีย
(๑๙) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครวั และการรักษาพยาบาล
(๒๐) การจดั ให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

(๒๑) การควบคมุ การเลี้ยงสตั ว์
(๒๒) การจดั ให้มแี ละควบคุมการฆ่าสตั ว์
(๒๓) การรกั ษาความปลอดภัย ความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย และการอนามัย โรงมหรสพ และ
สาธารณสถานอ่ืนๆ
(๒๔) การจดั การ การบารุงรกั ษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ท่ีดินทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดล้อม
(๒๕) การผงั เมือง
(๒๖) การขนส่งและการวศิ วกรรมจราจร
(๒๗) การดแู ลรักษาทส่ี าธารณะ
(๒๘) การควบคุมอาคาร
(๒๙) การปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๓๐) การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรกั ษาความ
ปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพยส์ ิน
(๓๑) กจิ การอื่นใดที่เปน็ ผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถ่ินตามที่คณะกรรมการประกาศ
กาหนด
๒. ภายใต้บังคบั มาตรา ๑๖ ให้องค์การบริหารส่วนจงั หวัดมอี านาจและหน้าทใ่ี นการจดั ระบบ
บรกิ ารสาธารณะเพ่อื ประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถิน่ ของตนเอง ดังนี้
(๑) การจดั ทาแผนพัฒนาทอ้ งถน่ิ ของตนเอง และประสานการจดั ทาแผนพัฒนาจังหวัดตาม
ระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกาหนด
(๒) การสนับสนุนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอืน่ ในการพัฒนาทอ้ งถ่นิ
(๓) การประสานและให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอน่ื
(๔) การแบง่ สรรเงินซึง่ ตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินอ่ืน
(๕) การคุ้มครอง ดแู ล และบารุงรักษาป่าไม้ ท่ดี นิ ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
(๖) การจดั การศกึ ษา
(๗) การส่งเสรมิ ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสทิ ธิเสรภี าพของประชาชน
(๘) การสง่ เสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถ่ิน
(๙) การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
(๑๐) การจดั ตง้ั และดแู ลระบบบาบัดนา้ เสยี รวม
(๑๑) การกาจัดมลู ฝอยและสงิ่ ปฏิกูลรวม
(๑๒) การจดั การสิง่ แวดลอ้ มและมลพิษตา่ งๆ
(๑๓) การจดั การและดแู ลสถานขี นสง่ ทง้ั ทางบกและทางน้า
(๑๔) การส่งเสรมิ การท่องเทยี่ ว
(๑๕) การพาณิชย์ การสง่ เสริมการลงทุน และการทากิจการไม่ว่าจะดาเนินการเองหรอื
รว่ มกบั บคุ คลอื่นหรือจากสหการ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

(๑๖) การสร้างและบารงุ รักษาทางบกและทางน้าที่เชอ่ื มตอ่ ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อน่ื

(๑๗) การจัดตัง้ และดแู ลตลาดกลาง
(๑๘) การส่งเสริมการกฬี า จารตี ประเพณี และวฒั นธรรมอันดงี ามของทอ้ งถ่ิน
(๑๙) การจัดให้มโี รงพยาบาลจังหวดั การรกั ษาพยาบาล การป้องกันและควบคมุ โรคตดิ ต่อ
(๒๐) การจัดให้มพี ิพธิ ภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ
(๒๑) การขนสง่ มวลชนและการวศิ วกรรมจราจร
(๒๒) การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๒๓) การจัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบรอ้ ยในจังหวดั
(๒๔) จดั ทากจิ การใดอันเปน็ อานาจและหน้าที่ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืนทอี่ ย่ใู นเขต
และกิจการน้ันเป็นการสมควรให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นอน่ื รว่ มกันดาเนนิ การหรือให้องค์การบรหิ าร
ส่วนจังหวัดจัดทา ทงั้ น้ี ตามทค่ี ณะกรรมการประกาศกาหนด
(๒๕) สนบั สนุนหรอื ช่วยเหลอื ส่วนราชการ หรอื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอ่นื ในการพฒั นา
ท้องถิ่น
(๒๖) การใหบ้ ริการแก่เอกชน สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั รัฐวิสาหกิจหรอื องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ อน่ื
(๒๗) การสงั คมสงเคราะห์ และการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
(๒๘) จดั ทากิจการอื่นใดตามทก่ี าหนดไว้ในพระราชบญั ญัตนิ หี้ รือกฎหมายอ่นื กาหนดใหเ้ ป็น
อานาจและหนา้ ที่ขององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั
(๒๙) กิจการอ่ืนใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่นิ ตามท่ีคณะกรรมการประกาศ
กาหนด
๓. ให้กรงุ เทพมหานครมีอานาจและหน้าทีใ่ นการจดั ระบบบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของ
ประชาชนในทอ้ งถน่ิ ของตนเองตามขอ้ ๑ และข้อ ๒
๔. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ อ่นื ท่มี ีกฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
รปู แบบพิเศษไมเ่ ต็มพ้ืนท่จี ังหวดั มอี านาจและหนา้ ท่ีในการจัดระบบบริการสาธารณะเพ่ือประโยชนข์ อง
ประชาชนในทอ้ งถิ่นของตนเองตาม ขอ้ ๑
๕. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ อ่นื ท่ีมกี ฎหมายกาหนดให้เป็นองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
รปู แบบพิเศษเต็มพน้ื ท่ีจังหวดั มีอานาจและหน้าทีใ่ นการจัดระบบบรกิ ารสาธารณะเพือ่ ประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถน่ิ ของตนเองตามข้อ ๑ และ ข้อ ๒
๖. ในกรณีทีก่ ฎหมายบญั ญัตใิ ห้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ มีอานาจและหน้าทีเ่ ก่ยี วกับการ
ให้บรกิ ารสาธารณะอยา่ งเดียวกนั หรอื คลา้ ยคลึงกันใหค้ ณะกรรมการมอี านาจกาหนดว่าองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่นิ มอี านาจและหน้าท่ีรับผดิ ชอบในสว่ นใด
๗. องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอาจร่วมมือกนั ดาเนนิ การ หรอื อาจรอ้ งขอให้รัฐหรือองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นอืน่ แล้วแต่กรณี ดาเนนิ การแทนได้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

๘. องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินอาจมอบให้เอกชนดาเนินการตามอานาจและหน้าที่แทนได้ ทัง้ น้ี
ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเง่อื นไขทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

หมวด ๓
การจัดสรรสดั ส่วนภาษแี ละอากร

๑. เทศบาล เมอื งพัทยา และองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลอาจมรี ายได้จากภาษีอากร คา่ ธรรมเนียม
และเงนิ รายไดด้ ังต่อไปน้ี

(๑) ภาษีโรงเรอื นและท่ดี ินตามกฎหมายวา่ ด้วยภาษโี รงเรือนและที่ดนิ
(๒) ภาษีบารงุ ท้องท่ีตามกฎหมายว่าดว้ ยภาษบี ารุงท้องท่ี
(๓) ภาษีป้ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีปา้ ย
(๔) ภาษีมูลค่าเพ่มิ ตามประมวลรษั ฎากรทีไ่ ดร้ บั การจดั สรรในอตั ราไมเ่ กินร้อยละสามสบิ ของ
ภาษีมูลค่าเพมิ่ ที่จดั เก็บได้หักส่วนท่ตี อ้ งจา่ ยคืนแลว้ โดยเปน็ หน้าทข่ี องกรมสรรพากรทจี่ ะจัดเกบ็
(๕) ภาษีธรุ กิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกขอ้ บัญญัตจิ ดั เกบ็ เพม่ิ ขนึ้ ในอัตราไม่เกนิ
ร้อยละสามสิบของอัตราภาษีท่ีจดั เก็บตามประมวลรษั ฎากร โดยเป็นหนา้ ท่ขี องกรมสรรพากรท่ีจะจดั เกบ็
(๖) ภาษสี รรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษสี รรพสามติ ภาษสี รุ าตามกฎหมายวา่ ด้วยสรุ า
และคา่ แสตมป์ยาสูบตามกฎหมายวา่ ดว้ ยยาสูบ ซึ่งเกบ็ จากการค้าในเขตเทศบาลเมืองพัทยา และ
องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล โดยออกขอ้ บญั ญตั ิจดั เก็บเพ่ิมข้ึนในอัตราไมเ่ กินร้อยละสามสบิ ของอัตราภาษี
ทีก่ รมสรรพสามิตจดั เก็บ และให้ถอื เป็นภาษีและค่าแสตมปต์ ามกฎหมายวา่ ด้วยการนนั้ โดยเปน็ หน้าที่
ของ กรมสรรพสามติ ที่จะจดั เกบ็
(๗) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมท้ังเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าดว้ ยรถยนตภ์ าษีรถตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการขนสง่ ทางบก และค่าธรรมเนยี มลอ้ เล่ือนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลอ่ื น
(๘) ภาษกี ารพนนั ตามกฎหมายว่าดว้ ยการพนัน
(๙) ภาษีเพื่อการศกึ ษาตามกฎหมายว่าด้วยการศกึ ษาแหง่ ชาติ
(๑๐) อากรการฆา่ สัตว์และผลประโยชน์อน่ื อนั เกิดจากการฆ่าสตั วต์ ามกฎหมายว่าด้วยการ
ควบคมุ การฆา่ สตั ว์และจาหน่ายเนือ้ สตั ว์
(๑๑) อากรรังนกอีแอน่ ตามกฎหมายว่าดว้ ยอากรรงั นกอีแอ่น
(๑๒) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าดว้ ยแร่หลังจากหกั สง่ เปน็ รายได้ของรัฐในอัตรารอ้ ยละ
ส่สี ิบแล้วดงั ต่อไปน้ี

(ก) องค์การบริหารส่วนตาบลหรอื เทศบาลทีม่ ีพ้ืนท่คี รอบคลุมพ้ืนทตี่ ามประทานบตั ร ให้
ได้รบั การจัดสรรในอัตราร้อยละยส่ี บิ ของเงนิ ค่าภาคหลวงแร่ทจี่ ัดเก็บไดภ้ ายในเขต

(ข) องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลและเทศบาลอื่นทีอ่ ยู่ภายในจังหวัดที่มพี ้ืนทีค่ รอบคลุม
พื้นที่ตามประทานบตั ร ให้ไดร้ ับการจัดสรรในอัตราร้อยละสิบของเงนิ ค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บไดภ้ ายใน
เขต

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

(ค) องคก์ ารบริหารส่วนตาบลและเทศบาลในจังหวดั อืน่ ให้ไดร้ ับการจดั สรรในอัตราร้อย
ละสิบของเงนิ ค่าภาคหลวงแร่ท่ีจัดเก็บไดภ้ ายในเขต

(๑๓) ค่าภาคหลวงปิโตรเลยี มตามกฎหมายวา่ ด้วยปิโตรเลียมหลังจากหักส่งเป็นรายไดข้ อง
รฐั ในอตั ราร้อยละสี่สิบแลว้ ดังตอ่ ไปนี้

(ก) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลหรือเทศบาลท่มี ีพนื้ ท่คี รอบคลุมพ้นื ทต่ี ามสัมปทาน ให้
ไดร้ บั การจัดสรรในอตั รารอ้ ยละย่ีสิบของเงินคา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลยี มทจี่ ัดเกบ็ ได้ภายในเขต

(ข) องคก์ ารบริหารส่วนตาบลหรือเทศบาลอื่นท่อี ยู่ภายในจังหวัดท่ีมีพ้ืนท่คี รอบคลุม
พื้นท่ีตามสัมปทาน ให้ได้รบั การจัดสรรในอัตรารอ้ ยละสิบของเงินคา่ ภาคหลวงปิโตรเลียมที่จัดเกบ็ ได้
ภายในเขต

(ค) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลและเทศบาลในจังหวัดอ่นื ใหไ้ ดร้ ับการจัดสรรในอัตราร้อย
ละสบิ ของเงนิ ค่าภาคหลวงปิโตรเลยี มท่ีจัดเก็บได้ภายในเขต

(๑๔) ค่าธรรมเนยี มการจดทะเบยี นสิทธแิ ละนติ กิ รรมเกยี่ วกบั อสังหาริมทรพั ยท์ ี่มีทุนทรัพย์
ภายในเขต ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายทดี่ ินและกฎหมายวา่ ด้วยอาคารชดุ

(๑๕) ค่าธรรมเนยี มสนามบินตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเดินอากาศ ทัง้ นี้ ให้เปน็ ไปตามอตั รา
และวิธีการท่ีคณะกรรมการกาหนด

(๑๖) คา่ ธรรมเนยี มดังต่อไปน้ี โดยออกข้อบัญญตั จิ ัดเก็บเพ่ิมข้ึนในอตั ราไมเ่ กินรอ้ ยละสบิ
ของค่าธรรมเนียมทม่ี กี ารจัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(ก) ค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสรุ า
(ข) คา่ ธรรมเนยี มใบอนุญาตเลน่ การพนนั ตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
(๑๗) ค่าธรรมเนียม คา่ ใบอนุญาต และคา่ ปรบั ในกิจการท่ีกฎหมายมอบหมายหน้าทใ่ี ห้
เทศบาล เมอื งพทั ยา และองค์การบรหิ ารส่วนตาบลเป็นเจ้าหนา้ ทีด่ าเนินการภายในเขตทอ้ งถิน่ นั้นๆ
และให้ตกเปน็ รายได้ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นดงั กลา่ ว ในกรณกี ฎหมายกาหนดใหเ้ ทศบาลเป็นผู้
จดั เกบ็ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และคา่ ปรับ ให้นารายได้มาแบง่ ให้แกอ่ งคก์ ารบริหารส่วนตาบลทอี่ ยู่
ภายในเขตจงั หวดั ตามท่ีคณะกรรมการกาหนด
(๑๘) คา่ ใช้น้าบาดาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยน้าบาดาล ทัง้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามสดั สว่ นที่
คณะกรรมการกาหนด
(๑๙) ค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เรียกเกบ็ จากผใู้ ช้หรือได้รับประโยชน์จากบรกิ ารสาธารณะท่ีจัดให้มีขน้ึ
(๒๐) รายไดอ้ ่ืนตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ใิ หเ้ ป็นของเทศบาล เมืองพัทยา และองคก์ ารบริหาร
สว่ นตาบล
๒. องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดอาจมีรายไดจ้ ากภาษีอากรค่าธรรมเนยี มและเงนิ รายได้
ดังต่อไปนี้
(๑) ภาษีบารุงองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั สาหรบั นา้ มันเบนซินและน้ามนั ทคี่ ล้ายกนั นา้ มัน
ดีเซลและน้ามันท่ีคลา้ ยกนั กา๊ ซปิโตรเลยี มท่ใี ช้เป็นเชอ้ื เพลงิ สาหรับรถยนต์ซึ่งเกบ็ จากการค้าในเขต

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

จงั หวดั โดยออกข้อบัญญัตจิ ัดเก็บเพ่มิ ไดไ้ ม่เกินลติ รละสิบสตางคส์ าหรับน้ามันและกิโลกรัมละไมเ่ กินสิบ
สตางคส์ าหรบั ก๊าซปโิ ตรเลยี ม

(๒) ภาษีบารุงองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั สาหรับยาสูบ ซึง่ เก็บจากการคา้ ในเขตจงั หวดั โดย
ออกขอ้ บญั ญัตจิ ัดเกบ็ เพิม่ ได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์

(๓) ภาษีมลู ค่าเพ่มิ ตามประมวลรัษฎากรที่ไดร้ บั การจดั สรรในอัตราซ่ึงเม่ือรวมกบั อัตราตาม
มาตรา ๒๓ (๔) และมาตรา ๒๕ (๖) แลว้ ไม่เกินรอ้ ยละสามสิบของภาษีมลู คา่ เพิ่มที่จัดเก็บไดห้ กั ส่วนท่ี
ต้องจ่ายคืนแลว้ โดยเป็นหน้าทขี่ องกรมสรรพากรที่จะจดั เกบ็

(๔) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกข้อบญั ญตั จิ ดั เก็บเพ่มิ ขึ้นในอัตราไมเ่ กิน
รอ้ ยละสามสิบของอตั ราภาษที ีจ่ ดั เก็บตามประมวลรษั ฎากร โดยเป็นหน้าทขี่ องกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ

(๕) ภาษแี ละค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทั้งเงนิ เพ่ิมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภาษีรถตาม
กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และค่าธรรมเนียมลอ้ เล่อื นตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน

(๖) ภาษีเพือ่ การศกึ ษาตามกฎหมายว่าดว้ ยการศึกษาแหง่ ชาติ
(๗) อากรรังนกอแี อน่ ตามกฎหมายว่าดว้ ยอากรรังนกอแี อ่น
(๘) ค่าภาคหลวงแรต่ ามกฎหมายว่าด้วยแร่ ให้ไดร้ ับการจัดสรรในอตั รารอ้ ยละย่ีสบิ ของ
คา่ ภาคหลวงแร่ทีจ่ ัดเกบ็ ได้ภายในเขตขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดนั้น
(๙) คา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลียมตามกฎหมายวา่ ด้วยปิโตรเลียมให้ได้รบั การจดั สรรในอัตรารอ้ ย
ละย่สี ิบของคา่ ภาคหลวงปิโตรเลยี มที่จดั เก็บได้ภายในเขตขององคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั น้ัน
(๑๐) ค่าธรรมเนียมบารุงองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั โดยออกข้อบญั ญตั เิ รียกเกบ็ จากผพู้ กั ใน
โรงแรมตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงแรม
(๑๑) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และคา่ ปรบั ในกิจการท่ีกฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้
องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั เป็นเจ้าหนา้ ท่ีดาเนินการภายในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดน้ันและให้ตก
เปน็ รายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวดั
(๑๒) คา่ ธรรมเนียมใดๆ ท่ีเรยี กเกบ็ จากผู้ใชห้ รอื ได้รับประโยชน์จากบรกิ ารสาธารณะที่
องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั จัดใหม้ ขี ึน้
(๑๓) รายไดอ้ น่ื ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ใิ ห้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวดั
๓. กรงุ เทพมหานครอาจมีรายได้จากภาษีอากร คา่ ธรรมเนียม และเงินรายไดด้ งั ต่อไปนี้
(๑) ภาษีโรงเรือนและท่ีดินตามกฎหมายวา่ ด้วยภาษโี รงเรือนและทีด่ ิน
(๒) ภาษบี ารุงทอ้ งทตี่ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษีบารุงท้องที่
(๓) ภาษปี ้ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีปา้ ย
(๔) ภาษีบารุงกรงุ เทพมหานครสาหรบั น้ามันเบนซินและนา้ มันทีค่ ล้ายกัน นา้ มันดีเซลและ
นา้ มนั ที่คลา้ ยกัน กา๊ ซปโิ ตรเลียมทใ่ี ชเ้ ป็นเชื้อเพลงิ สาหรับรถยนต์ ซง่ึ เกบ็ จากการค้าในเขต
กรุงเทพมหานคร โดยออกข้อบัญญัตจิ ดั เกบ็ เพิม่ ไดไ้ มเ่ กินลติ รละสิบสตางค์สาหรบั น้ามันและไมเ่ กิน
กโิ ลกรัมละสบิ สตางคส์ าหรับกา๊ ซปโิ ตรเลียม

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐

(๕) ภาษบี ารุงกรงุ เทพมหานครสาหรับยาสบู ซ่ึงเก็บจากการค้าในเขตกรงุ เทพมหานคร โดย
ออกขอ้ บัญญัติจัดเก็บเพิม่ ไดไ้ มเ่ กนิ มวนละสิบสตางค์

(๖) ภาษีมูลค่าเพ่ิมตามประมวลรษั ฎากรทไ่ี ด้รบั การจัดสรร ในอตั ราไม่เกินร้อยละสามสิบของ
ภาษมี ูลค่าเพิ่มท่ีจัดเกบ็ ได้หักสว่ นท่ตี ้องจ่ายคนื แล้ว โดยเปน็ หน้าท่ีของกรมสรรพากรทจ่ี ะจัดเก็บ

(๗) ภาษธี ุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกขอ้ บญั ญัติจดั เกบ็ เพมิ่ ขึ้นในอัตราไม่เกิน
รอ้ ยละสามสิบของอัตราภาษที ่ีจัดเกบ็ ตามประมวลรัษฎากร โดยเปน็ หน้าท่ขี องกรมสรรพากรท่ีจะจัดเก็บ

(๘) ภาษสี รรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษสี รรพสามิต ภาษสี ุราตามกฎหมายวา่ ด้วยสรุ า
และค่าแสตมป์ยาสบู ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยยาสูบ ซ่ึงเก็บจากการคา้ ในเขตกรงุ เทพมหานคร โดยออก
ขอ้ บัญญัติจัดเก็บเพมิ่ ข้นึ ในอตั ราไม่เกนิ ร้อยละสามสบิ ของอตั ราภาษีทีก่ รมสรรพสามิตจัดเก็บ และให้ถือ
เปน็ ภาษแี ละคา่ แสตมป์ตามกฎหมายว่าดว้ ยการนั้นโดยเปน็ หน้าท่ีของกรมสรรพสามติ ท่ีจะจดั เก็บ

(๙) ภาษเี พ่ือการศกึ ษาตามกฎหมายว่าดว้ ยการศึกษาแห่งชาติ
(๑๐) ภาษแี ละค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทง้ั เงินเพ่ิมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภาษีรถตาม
กฎหมายว่าด้วยการขนสง่ ทางบก และค่าธรรมเนยี มลอ้ เลื่อนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยล้อเลอ่ื น
(๑๑) ภาษีการพนันตามกฎหมายว่าดว้ ยการพนัน
(๑๒) ค่าภาคหลวงแรต่ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยแรท่ ่ีจัดเก็บภายในเขตของกรุงเทพมหานคร ใน
อัตรารอ้ ยละสส่ี ิบของค่าภาคหลวงแรท่ ่กี รมทรัพยากรธรณีจัดเกบ็ ได้จรงิ
(๑๓) คา่ ภาคหลวงปิโตรเลยี มตามกฎหมายว่าด้วยปโิ ตรเลียมทจ่ี ดั เกบ็ ภายในเขตของ
กรงุ เทพมหานคร ในอตั ราร้อยละส่สี ิบของค่าภาคหลวงปโิ ตรเลยี มทก่ี รมทรัพยากรธรณจี ดั เกบ็ ได้จริง
(๑๔) อากรการฆ่าสัตว์ และผลประโยชน์อน่ื อนั เกดิ จากการฆ่าสตั ว์ตามกฎหมายว่าด้วยการ
ควบคมุ การฆ่าสัตว์และจาหนา่ ยเนือ้ สัตว์
(๑๕) ค่าธรรมเนยี มบารงุ กรุงเทพมหานคร โดยออกข้อบญั ญตั ิเรยี กเก็บจากผูพ้ กั ในโรงแรม
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงแรม
(๑๖) คา่ ธรรมเนยี มสนามบินตามกฎหมายว่าดว้ ยการเดินอากาศ ท้งั นี้ ให้เป็นไปตามอตั รา
และวธิ ีการท่คี ณะกรรมการกาหนด
(๑๗) คา่ ธรรมเนยี มการจดทะเบียนสิทธแิ ละนิตกิ รรมเกี่ยวกบั อสังหารมิ ทรัพยท์ ่ีมีทนุ ทรัพย์
ตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ และกฎหมายว่าดว้ ยอาคารชุด
(๑๘) ค่าธรรมเนยี มดังต่อไปนี้ โดยออกขอ้ บญั ญัตจิ ัดเกบ็ เพม่ิ ขึ้นในอัตราไม่เกนิ รอ้ ยละ
สามสิบของค่าธรรมเนียมท่ีจดั เก็บตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน

(ก) คา่ ธรรมเนยี มใบอนญุ าตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา
(ข) ค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตเลน่ การพนนั ตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
(๑๙) คา่ ธรรมเนยี ม ค่าใบอนุญาต และคา่ ปรบั ในกิจการทีก่ ฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้
กรงุ เทพ มหานครเป็นเจ้าหน้าทด่ี าเนินการภายในเขตของกรุงเทพมหานคร และให้ตกเปน็ รายได้ของ
กรุงเทพมหานคร

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๑

(๒๐) ค่าธรรมเนียมใดๆ ทเ่ี รยี กเก็บจากผใู้ ช้หรอื ไดร้ ับประโยชน์จากบริการสาธารณะท่ี
กรงุ เทพ มหานครจดั ให้มขี ึ้น

(๒๑) รายไดอ้ นื่ ตามทกี่ ฎหมายบัญญัติใหเ้ ปน็ ของกรุงเทพมหานคร
๔. ใหอ้ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอน่ื ทม่ี ีกฎหมายกาหนดให้เป็นองค์กรปกครองรปู แบบพิเศษไม่
เตม็ พืน้ ที่จงั หวัด มีรายได้จากภาษอี ากร คา่ ธรรมเนียม และเงินรายได้อนื่ ตามขอ้ ๑
ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ อน่ื ทีม่ ีกฎหมายกาหนดให้เปน็ องคก์ รปกครองรปู แบบพิเศษเตม็
พ้นื ทจ่ี ังหวัด มีรายได้จากภาษอี ากร คา่ ธรรมเนียม และเงินรายได้อ่นื ตามขอ้ ๑ และข้อ ๒
๕. องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ อาจมีรายรับดังตอ่ ไปน้ี

(๑) รายไดจ้ ากทรพั ยส์ ินขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
(๒) รายได้จากสาธารณูปโภค
(๓) รายได้จากการพาณิชยแ์ ละการทากจิ การ ไมว่ า่ จะดาเนินการเองหรือรว่ มกับบคุ คลอื่น
หรอื จากสหการ
(๔) ภาษีอากร ค่าธรรมเนยี ม คา่ ใบอนุญาต ค่าปรับ ค่าตอบแทน หรอื รายไดอ้ ่ืนใดตามที่มี
กฎหมายบญั ญตั ิไว้ให้เปน็ รายได้ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
(๕) คา่ บรกิ าร
(๖) เงนิ อดุ หนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวสิ าหกิจ หรอื องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ อ่นื
(๗) เงนิ ชว่ ยเหลือจากตา่ งประเทศ องคก์ ารต่างประเทศ หรือองคก์ ารระหว่างประเทศ
(๘) รายได้จากการจาหน่ายพันธบตั ร
(๙) เงินกูจ้ ากกระทรวง ทบวง กรม องคก์ าร หรือนิตบิ ุคคลต่างๆ
(๑๐) เงินกู้จากต่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือองค์การระหวา่ งประเทศ
(๑๑) เงินและทรัพยส์ ินอย่างอนื่ ทีม่ ผี ู้อทุ ิศให้
(๑๒) เงินช่วยเหลอื หรือเงนิ คา่ ตอบแทน
(๑๓) รายได้จากทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือรายได้จากทรพั ย์สินของรัฐวสิ าหกิจที่ดาเนินการ
เพื่อม่งุ หากาไรในเขตขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
(๑๔) รายได้จากค่าธรรมเนยี มพเิ ศษ
การออกพนั ธบัตร การกู้เงินจากองคก์ าร หรอื นิตบิ ุคคลต่างๆ และรายได้ (๑๓) ให้ออกเปน็
ขอ้ บัญญตั ทิ ้องถน่ิ โดยได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะรัฐมนตรี
๖. องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ จะมอบใหส้ ่วนราชการ รัฐวิสาหกจิ หรอื องคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถิ่นอืน่ จัดเก็บภาษีอากร คา่ ธรรมเนียม คา่ ใบอนุญาต คา่ ตอบแทน หรอื รายได้อน่ื ใด เพอื่ องคก์ ร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ น้นั กไ็ ด้ ทงั้ นี้ โดยใหค้ ดิ คา่ ใช้จา่ ยไดต้ ามหลกั เกณฑ์ วิธีการและอตั ราที่กาหนดใน
กฎกระทรวง

หมวด ๔
แผนการกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๒

๑. แผนการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินให้ดาเนินการดงั น้ี
(๑) ใหด้ าเนินการถา่ ยโอนภารกิจการใหบ้ รกิ ารสาธารณะที่รฐั ดาเนินการอยใู่ นวนั ท่ี

พระราชบญั ญัตนิ ้ีใชบ้ ังคบั แกอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในกาหนดเวลา ดังนี้
(ก) ภารกิจที่เป็นการดาเนินการซา้ ซ้อนระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือ

ภารกิจท่ีรัฐจัดให้บริการในเขตขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ให้ดาเนินการให้เสร็จส้นิ ภายในสี่ปี
(ข) ภารกิจที่รัฐจัดใหบ้ รกิ ารในเขตขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและกระทบถึงองค์กร

ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ อน่ื ให้ดาเนินการใหเ้ สรจ็ ส้ินภายในสป่ี ี
(ค) ภารกิจทเี่ ป็นการดาเนินงานตามนโยบายของรฐั บาล ให้ดาเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายในส่ีปี

(๒) กาหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการใหบ้ ริการสาธารณะของรฐั และขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และระหวา่ งองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ดว้ ยกนั เองตามอานาจและหน้าทท่ี กี่ าหนดไวใ้ น
พระราช บัญญัติน้ใี ห้ชัดเจน โดยในระยะแรกอาจกาหนดภารกจิ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้
แตกตา่ งกนั ได้ โดยใหเ้ ป็นไปตามความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินแต่ละแหง่ ซ่ึงต้องพิจารณา
จากรายไดแ้ ละบคุ ลากรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ น้นั จานวนประชากร ค่าใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน
ตลอดจนคณุ ภาพในการให้บริการที่ประชาชนจะได้รบั ท้งั นี้ ตอ้ งไมเ่ กนิ ระยะเวลาสบิ ปี

(๓) กาหนดแนวทางและหลกั เกณฑ์ใหร้ ฐั ทาหน้าท่ีประสานความรว่ มมือและช่วยเหลือการ
ดาเนินงานขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ

(๔) กาหนดการจดั สรรภาษแี ละอากร เงินอุดหนุน และรายได้อน่ื ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วน
ท้องถิน่ เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับการดาเนินการตามอานาจและหนา้ ทขี่ ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแตล่ ะ
ประเภทอย่างเหมาะสม โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นตน้ ไป ให้องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
มรี ายไดค้ ิดเป็นสัดส่วนตอ่ รายได้สทุ ธิของรัฐบาลไม่น้อยกวา่ ร้อยละย่สี ิบห้า และโดยมจี ดุ มุ่งหมายท่ีจะให้
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นมรี ายได้เพ่ิมขึ้นคดิ เปน็ สัดส่วนตอ่ รายได้สทุ ธขิ องรฐั บาลในอัตราไม่นอ้ ยกว่า
ร้อยละสามสิบห้า โดยการจัดสรรสดั ส่วนท่เี ป็นธรรมแก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และคานงึ ถึงรายได้
ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ นั้นด้วย

การเพ่ิมสัดสว่ นรายไดข้ ององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นต่อรายไดส้ ุทธขิ องรัฐบาลตามวรรค
หนง่ึ ให้เพ่มิ ข้ึนตามระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การพัฒนาใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถดาเนิน
กิจการบรกิ ารสาธารณะได้ด้วยตนเอง และให้เปน็ ไปตามภารกิจทถี่ ่ายโอนให้แก่องคก์ รปกครองสว่ น
ทอ้ งถิ่นทถี่ ่ายโอนเพิ่มข้ึนภายหลังปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นตน้ ไป แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด
เงินอุดหนนุ ท่ีจัดสรรใหต้ ้องมีจานวนไม่น้อยกว่าเงินอุดหนุนที่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการจัดสรรใน
ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙

(๕) การจดั ต้งั งบประมาณรายจ่ายประจาปใี นส่วนทเี่ ก่ียวกบั การบริการสาธารณะในเขต
องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ให้รัฐจัดสรรเงนิ อุดหนนุ ให้เปน็ ไปตามความจาเป็นและความต้องการของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ นัน้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๓

๒. ให้คณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนปฏบิ ตั ิการเพ่ือกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจตาม
แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยอย่างน้อยต้องมสี าระสาคญั ดังตอ่ ไปนี้

(๑) กาหนดรายละเอยี ดของอานาจหนา้ ท่ีในการให้บรกิ ารสาธารณะทอี่ งคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถิ่นแต่ละรูปแบบจะตอ้ งกระทาโดยในกรณใี ดเปน็ อานาจและหน้าท่ีท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการดาเนินการของ
รัฐหรอื ระหวา่ งองคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ดว้ ยกัน ให้กาหนดแนวทางวิธีปฏบิ ตั เิ พอ่ื ประสานการ
ดาเนินการใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่สว่ นรวม

(๒) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธดี าเนินการในการจดั สรรสดั สว่ นภาษีและอากรใหเ้ พยี งพอแก่
การดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ที ก่ี าหนดใหเ้ ป็นอานาจและหน้าที่ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทัง้ น้ี โดยต้องคานึงถงึ ภาระหนา้ ที่ของรฐั ในการใหบ้ รกิ ารสาธารณะเปน็ สว่ นรวมดว้ ย

(๓) รายละเอยี ดเกีย่ วกบั การเสนอใหแ้ ก้ไขหรอื จัดให้มีกฎหมายท่ีจาเปน็ เพื่อดาเนนิ การตาม
แผนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น

(๔) จดั ระบบการบรหิ ารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยกาหนดนโยบายและ
มาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการสว่ นกลางและราชการส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนท้องถิน่ โดยการ
สรา้ งระบบการถ่ายเทกาลังคนสู่ท้องถ่นิ และสรา้ งระบบความก้าวหน้าสายอาชีพทีเ่ หมาะสม

แผนปฏิบตั ิการตามวรรคหนงึ่ ตอ้ งกาหนดรายละเอียดวิธปี ฏิบัติ และกาหนดหนว่ ยงานที่มี
หนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ รวมท้ังระยะเวลาในการดาเนินการให้ชดั เจนดว้ ย

๓. เมือ่ คณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบัตกิ ารแลว้ ให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเหน็ ชอบ แลว้
รายงานต่อรฐั สภาเพอื่ ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาใชบ้ ังคับต่อไป

๔. ใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาทบทวนการกาหนดอานาจและหนา้ ที่และการจัดสรรรายไดข้ อง
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ภายหลงั ท่ไี ดด้ าเนนิ การตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่ินไปแลว้ โดยตอ้ งพจิ ารณาทบทวนใหมท่ ุกระยะเวลาไมเ่ กินหา้ ปีนบั แต่วนั ทม่ี กี ารกาหนด
อานาจและหนา้ ที่หรอื วนั ที่มีการจดั สรรรายได้ ทั้งน้ี จะต้องพจิ ารณาถึงความเหมาะสมของการกาหนด
อานาจและหน้าท่แี ละการจดั สรรรายได้ เพือ่ กระจายอานาจเพ่ิมข้นึ ใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบัญญตั ิ
ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

___________

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตนิ ใ้ี ห้ใช้บงั คับเมอ่ื พน้ กาหนดเก้าสิบวันนับแตว่ ันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นตน้ ไป

[๑] รก.๒๕๔๐/๔๖ก/๑/๑๐ กันยายน ๒๕๔๐
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญัติน้ี
“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สง่ิ ท่ีส่อื ความหมายใหร้ เู้ ร่ืองราว ข้อเท็จจรงิ ข้อมลู หรอื ส่ิงใดๆ ไมว่ ่า
การส่ือความหมายนั้นจะทาได้โดยสภาพของส่ิงนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ และไม่วา่ จะไดจ้ ัดทาไวใ้ นรูป
ของเอกสาร แฟม้ รายงาน หนังสอื แผนผงั แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟลิ ม์ การบันทึกภาพ หรือเสยี ง การ
บันทกึ โดยเคร่อื งคอมพิวเตอร์ หรอื วธิ ีอน่ื ใดท่ีทาให้สิง่ ที่บนั ทกึ ไวป้ รากฏได้
“ข้อมลู ข่าวสารของราชการ” หมายความวา่ ขอ้ มูลข่าวสารทอี่ ยใู่ นความครอบครองหรือควบคุมดแู ลของ
หนว่ ยงานของรฐั ไมว่ ่าจะเป็นขอ้ มลู ข่าวสารเก่ยี วกับการดาเนนิ งานของรัฐหรอื ข้อมลู ข่าวสารเกี่ยวกบั เอกชน
“หนว่ ยงานของรัฐ” หมายความวา่ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมภิ าค ราชการส่วนท้องถน่ิ
รฐั วสิ าหกจิ ส่วนราชการสงั กดั รัฐสภา ศาลเฉพาะในสว่ นท่ไี มเ่ ก่ียวกบั การพิจารณาพพิ ากษาคดี องคก์ รควบคมุ
การประกอบวชิ าชีพ หนว่ ยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอนื่ ตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
“เจ้าหน้าท่ีของรัฐ” หมายความวา่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หนว่ ยงานของรัฐ
“ขอ้ มูลข่าวสารสว่ นบุคคล” หมายความว่า ข้อมลู ข่าวสารเกีย่ วกับสิ่งเฉพาะตวั ของบคุ คล เช่น การศกึ ษา
ฐานะการเงนิ ประวตั สิ ุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรอื ประวตั กิ ารทางาน บรรดาที่มชี ่อื ของผนู้ นั้ หรือมเี ลข
หมาย รหสั หรือสงิ่ บอกลกั ษณะอนื่ ทท่ี าให้รูต้ ัวผูน้ ้ันได้ เชน่ ลายพิมพ์นิว้ มอื แผน่ บันทึกลักษณะเสียงของคน
หรอื รูปถ่าย และใหห้ มายความรวมถงึ ขอ้ มลู ข่าวสารเก่ียวกบั ส่งิ เฉพาะตัวของผ้ทู ถี่ ึงแกก่ รรมแลว้ ด้วย
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการขอ้ มูลข่าวสารของราชการ
“คนตา่ งด้าว” หมายความวา่ บคุ คลธรรมดาท่ไี ม่มสี ัญชาติไทยและไม่มีถน่ิ ทอ่ี ยู่ในประเทศไทยและนิติ
บุคคลดังตอ่ ไปนี้
(๑) บริษัทหรอื ห้างหุ้นส่วนที่มที ุนเกนิ ก่ึงหน่ึงเป็นของคนต่างด้าวใบหุ้นชนิดออกใหแ้ กผ่ ูถ้ ือใหถ้ อื วา่ ใบ
หนุ้ นนั้ คนต่างด้าวเป็นผูถ้ ือ
(๒) สมาคมที่มสี มาชิกเกนิ กึ่งหนง่ึ เปน็ คนต่างด้าว
(๓) สมาคมหรอื มูลนิธทิ ี่มีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ ประโยชนข์ องคนตา่ งดา้ ว
(๔) นติ ิบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรอื นติ ิบุคคลอืน่ ใดที่มีผู้จัดการหรอื กรรมการเกินก่งึ หนง่ึ เป็นคนต่างด้าว
นติ บิ คุ คลตามวรรคหนึ่ง ถ้าเขา้ ไปเป็นผจู้ ัดการหรือกรรมการ สมาชกิ หรือมที ุนในนิตบิ คุ คลอืน่ ใหถ้ ือ
ว่าผูจ้ ดั การหรือกรรมการ หรือสมาชกิ หรอื เจ้าของทุนดังกลา่ วเปน็ คนต่างดา้ ว
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบญั ญัตินี้ และมีอานาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบตั ิ
ตามพระราชบญั ญัติน้ี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ให้ใชบ้ ังคับได้
มาตรา ๖ ให้จดั ต้ังสานักงานคณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการขึ้นในสานักงานปลดั สานกั
นายกรัฐมนตรี มหี น้าท่ีปฏบิ ัติงานเกยี่ วกับงานวิชาการและธรุ การให้แกค่ ณะกรรมการและคณะกรรมการวินจิ ฉัย
การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร ประสานงานกับหนว่ ยงานของรฐั และใหค้ าปรกึ ษาแกเ่ อกชนเกย่ี วกับการปฏบิ ตั ิตาม
พระราชบญั ญัตนิ ี้

หมวด ๑
การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสาร

_________

มาตรา ๗ หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งส่งข้อมลู ขา่ วสารของราชการอย่างนอ้ ยดังตอ่ ไปนลี้ งพิมพใ์ นราชกิจจา
นุเบกษา

(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดาเนนิ งาน
(๒) สรุปอานาจหน้าที่ที่สาคัญและวธิ กี ารดาเนินงาน
(๓) สถานท่ตี ิดต่อเพือ่ ขอรบั ขอ้ มูลขา่ วสารหรือคาแนะนาในการตดิ ต่อกับหนว่ ยงานของรฐั
(๔) กฎ มติคณะรฐั มนตรี ข้อบงั คับ คาสง่ั หนงั สอื เวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรอื การตคี วาม
ทั้งน้ี เฉพาะท่ีจดั ให้มขี ้นึ โดยมสี ภาพอย่างกฎ เพื่อให้มผี ลเป็นการท่วั ไปต่อเอกชนทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
(๕) ข้อมูลข่าวสารอืน่ ตามท่ีคณะกรรมการกาหนด
ขอ้ มูลข่าวสารใดทไ่ี ด้มกี ารจัดพิมพ์เพื่อใหแ้ พร่หลายตามจานวนพอสมควรแล้ว ถ้ามีการลงพิมพ์ในราช
กจิ จานุเบกษาโดยอา้ งอิงถงึ ส่งิ พมิ พ์นั้น กใ็ ห้ถอื วา่ เป็นการปฏบิ ัติตามบทบัญญัติวรรคหนงึ่ แลว้
ให้หน่วยงานของรฐั รวบรวมและจัดใหม้ ีข้อมูลขา่ วสารตามวรรคหนงึ่ ไว้ เผยแพรเ่ พอื่ ขายหรือจาหน่าย
จ่ายแจก ณ ท่ที าการของหนว่ ยงานของรฐั แหง่ นั้นตามทีเ่ หน็ สมควร
มาตรา ๘ ขอ้ มลู ข่าวสารทต่ี ้องลงพิมพต์ ามมาตรา ๗ (๔) ถา้ ยงั ไม่ไดล้ งพิมพใ์ นราชกิจจานุเบกษา จะ
นามาใช้บงั คบั ในทางทไ่ี มเ่ ป็นคุณแกผ่ ใู้ ดไม่ได้ เว้นแตผ่ นู้ นั้ จะไดร้ ู้ถงึ ข้อมลู ขา่ วสารน้ันตามความเป็นจริงมาก่อน
แลว้ เปน็ เวลาพอสมควร
มาตรา ๙ ภายใต้บังคบั มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หน่วยงานของรัฐต้องจดั ใหม้ ีข้อมลู ข่าวสารของ
ราชการอย่างนอ้ ยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการ
กาหนด
(๑) ผลการพจิ ารณาหรือคาวินิจฉัยท่ีมีผลโดยตรงตอ่ เอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคาสัง่ ทเ่ี กย่ี วข้อง
ในการพิจารณาวินิจฉัยดังกลา่ ว
(๒) นโยบายหรอื การตคี วามทีไ่ มเ่ ข้าข่ายตอ้ งลงพมิ พ์ในราชกจิ จานุเบกษาตามมาตรา ๗ (๔)
(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจาปขี องปที กี่ าลงั ดาเนนิ การ
(๔) คมู่ ือหรือคาสั่งเกี่ยวกับวิธปี ฏิบัติงานของเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ซงึ่ มผี ลกระทบถึงสทิ ธหิ นา้ ท่ีของเอกชน
(๕) สง่ิ พิมพ์ทีไ่ ด้มกี ารอา้ งอิงถึงตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาท่ีมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรอื สญั ญารว่ มทุนกับเอกชนในการ
จัดทาบรกิ ารสาธารณะ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

(๗) มติคณะรฐั มนตรี หรอื มตคิ ณะกรรมการทแี่ ตง่ ตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมตคิ ณะรฐั มนตรี ทงั้ นี้ ให้
ระบุรายช่อื รายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจรงิ หรือขอ้ มูลข่าวสารทน่ี ามาใช้ในการพิจารณาไวด้ ว้ ย

(๘) ข้อมูลขา่ วสารอื่นตามท่ีคณะกรรมการกาหนด
ข้อมูลขา่ วสารท่ีจัดใหป้ ระชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรคหน่ึง ถา้ มสี ว่ นทต่ี ้องห้ามมใิ ห้เปิดเผยตามมาตรา
๑๔ หรอื มาตรา ๑๕ อย่ดู ้วย ให้ลบหรอื ตัดทอน หรือทาโดยประการอ่นื ใดทไี่ ม่เปน็ การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร
ส่วนน้นั
บคุ คลไมว่ ่าจะมีสว่ นไดเ้ สียเกยี่ วขอ้ งหรอื ไม่กต็ าม ย่อมมสี ทิ ธิเข้าตรวจดู ขอสาเนาหรอื ขอสาเนาทมี่ ีคา
รบั รองถกู ตอ้ งของขอ้ มูลข่าวสารตามวรรคหนึง่ ได้ ในกรณที ่ีสมควรหนว่ ยงานของรฐั โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการ จะวางหลกั เกณฑ์เรยี กค่าธรรมเนียมในการน้ันก็ได้ ในการนีใ้ ห้คานึงถงึ การช่วยเหลอื ผ้มู ีรายได้
น้อยประกอบด้วย ทงั้ นี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอยา่ งอ่ืน
คนต่างด้าวจะมีสทิ ธติ ามมาตราน้เี พียงใดให้เปน็ ไปตามทกี่ าหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๑๐ บทบญั ญัติมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ไม่กระทบถงึ ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการที่มกี ฎหมาย
เฉพาะกาหนดใหม้ กี ารเผยแพรห่ รอื เปิดเผยดว้ ยวิธกี ารอยา่ งอนื่
มาตรา ๑๑ นอกจากข้อมูลขา่ วสารของราชการท่ีลงพิมพใ์ นราชกิจจานุเบกษาแลว้ หรือท่จี ดั ไว้ให้
ประชาชนเข้าตรวจดูไดแ้ ล้วหรือทมี่ กี ารจดั ใหป้ ระชาชนได้ค้นควา้ ตามมาตรา ๒๖ แล้ว ถ้าบคุ คลใดขอขอ้ มูล
ขา่ วสารอื่นใดของราชการและคาขอของผู้นัน้ ระบุข้อมูลข่าวสารท่ตี อ้ งการในลักษณะทอี่ าจเขา้ ใจไดต้ ามควร ให้
หน่วยงานของรัฐผู้รับผดิ ชอบจัดหาขอ้ มูลข่าวสารนน้ั ให้แกผ่ ูข้ อภายในเวลาอนั สมควร เว้นแตผ่ ู้น้ันขอจานวน
มากหรอื บ่อยครัง้ โดยไม่มเี หตุผลอันสมควร
ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการใดมีสภาพที่อาจบบุ สลายง่าย หนว่ ยงานของรฐั จะขอขยายเวลาในการจดั หา
ใหห้ รือจะจัดทาสาเนาให้ในสภาพอย่างหนึง่ อย่างใดเพ่ือมใิ ห้เกดิ ความเสียหายแก่ขอ้ มลู ข่าวสารนั้นกไ็ ด้
ข้อมลู ขา่ วสารของราชการที่หน่วยงานของรฐั จดั หาใหต้ ามวรรคหนึง่ ต้องเป็นข้อมลู ขา่ วสารที่มอี ยแู่ ลว้
ในสภาพทพี่ รอ้ มจะใหไ้ ด้ มิใชเ่ ปน็ การต้องไปจัดทา วเิ คราะห์ จาแนก รวบรวม หรือจัดใหม้ ีข้ึนใหม่ เว้นแตเ่ ป็น
การแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลข่าวสารทบ่ี ันทกึ ไว้ในระบบการบันทกึ ภาพหรอื เสียง ระบบคอมพิวเตอร์
หรอื ระบบอ่นื ใด ทงั้ น้ี ตามทคี่ ณะกรรมการกาหนด แต่ถา้ หน่วยงานของรัฐเหน็ ว่ากรณที ข่ี อน้ันมิใช่การแสวงหา
ผลประโยชน์ทางการค้าและเป็นเรอื่ งท่ีจาเปน็ เพอ่ื ปกป้องสิทธิเสรภี าพสาหรับผูน้ ั้นหรือเป็นเร่ืองท่ีจะเปน็
ประโยชน์แก่สาธารณะ หนว่ ยงานของรฐั จะจดั หาข้อมลู ข่าวสารน้นั ให้ก็ได้
บทบญั ญัติวรรคสามไมเ่ ป็นการห้ามหนว่ ยงานของรัฐที่จะจัดใหม้ ีขอ้ มูลข่าวสารของราชการใดข้ึนใหม่
ให้แกผ่ ู้รอ้ งขอหากเปน็ การสอดคลอ้ งดว้ ยอานาจหน้าทีต่ ามปกติของหน่วยงานของรัฐนน้ั อย่แู ลว้
ใหน้ าความในมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสามและวรรคส่ี มาใช้บงั คับแกก่ ารจัดหาข้อมลู ขา่ วสารใหต้ าม
มาตราน้ี โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๒ ในกรณีทีม่ ผี ู้ยื่นคาขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๑๑ แม้ว่าขอ้ มูลขา่ วสารท่ีขอ
จะอยู่ในความควบคุมดแู ลของหน่วยงานสว่ นกลางหรือส่วนสาขาของหนว่ ยงานแห่งนั้น หรือจะอยูใ่ นความ
ควบคุมดแู ลของหน่วยงานของรฐั แหง่ อ่นื กต็ าม ให้หนว่ ยงานของรัฐที่รับคาขอใหค้ าแนะนาเพ่อื ไปย่ืนคาขอตอ่
หน่วยงานของรฐั ทค่ี วบคมุ ดูแลขอ้ มูลข่าวสารนั้นโดยไม่ชักช้า
ถา้ หนว่ ยงานของรัฐผรู้ ับคาขอเหน็ วา่ ขอ้ มลู ข่าวสารที่มีคาขอเปน็ ข้อมูลขา่ วสารท่ีจัดทาโดยหนว่ ยงาน
ของรฐั แหง่ อน่ื และไดร้ ะบุห้ามการเปิดเผยไวต้ ามระเบียบที่กาหนดตามมาตรา ๑๖ ใหส้ ่งคาขอน้ันให้หน่วยงาน
ของรฐั ผจู้ ดั ทาข้อมูลขา่ วสารนัน้ พิจารณาเพ่ือมีคาส่งั ตอ่ ไป

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

มาตรา ๑๓ ผู้ใดเห็นว่าหน่วยงานของรฐั ไม่จัดพิมพ์ข้อมูลขา่ วสารตามมาตรา ๗ หรือไม่จัดขอ้ มลู
ข่าวสารไวใ้ ห้ประชาชนตรวจดไู ด้ตามมาตรา ๙ หรือไม่จัดหาขอ้ มูลข่าวสารใหแ้ กต่ นตามมาตรา ๑๑ หรือฝา่ ฝืน
หรอื ไมป่ ฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี หรอื ปฏิบัติหน้าท่ลี ่าช้า หรือเหน็ ว่าตนไมไ่ ด้รบั ความสะดวกโดยไม่มีเหตุอัน
สมควร ผูน้ น้ั มสี ิทธริ อ้ งเรียนต่อคณะกรรมการ เวน้ แต่เป็นเร่ืองเก่ยี วกับการมีคาสง่ั มิใหเ้ ปดิ เผยข้อมลู ข่าวสาร
ตามมาตรา ๑๕ หรอื คาส่งั ไม่รบั ฟงั คาคัดค้านตามมาตรา ๑๗ หรอื คาส่ังไมแ่ ก้ไขเปลย่ี นแปลงหรือลบขอ้ มลู
ขา่ วสารสว่ นบคุ คลตาม มาตรา ๒๕

ในกรณีท่ีมกี ารร้องเรียนตอ่ คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการต้องพจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็
ภายในสามสิบวนั นบั แต่วันทไ่ี ดร้ ับคารอ้ งเรียน ในกรณีท่ีมเี หตุจาเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้ แต่ตอ้ งแสดง
เหตุผลและรวมเวลาทง้ั หมดแลว้ ตอ้ งไม่เกนิ หกสิบวนั

หมวด ๒
ข้อมูลข่าวสารทไ่ี มต่ ้องเปิดเผย

_________

มาตรา ๑๔ ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการทีอ่ าจกอ่ ให้เกิดความเสยี หายต่อสถาบนั พระมหากษัตริย์จะ
เปดิ เผยมิได้

มาตรา ๑๕ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการที่มลี ักษณะอย่างหน่งึ อยา่ งใดดงั ตอ่ ไปน้ี หนว่ ยงานของรฐั หรือ
เจา้ หนา้ ที่ของรฐั อาจมคี าสง่ั มิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคานึงถงึ การปฏบิ ตั หิ น้าท่ตี ามกฎหมายของหน่วยงานของรฐั
ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนทเ่ี ก่ยี วข้องประกอบกัน

(๑) การเปิดเผยจะก่อใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ ความมัน่ คงของประเทศ ความสมั พันธ์ระหว่างประเทศ
หรอื ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรอื การคลงั ของประเทศ

(๒) การเปิดเผยจะทาใหก้ ารบงั คบั ใชก้ ฎหมายเสอ่ื มประสิทธภิ าพ หรือไมอ่ าจสาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์
ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกบั การฟ้องคดี การปอ้ งกนั การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรแู้ หล่งท่ีมา
ของขอ้ มูลขา่ วสาร หรอื ไม่ก็ตาม

(๓) ความเห็นหรอื คาแนะนาภายในหน่วยงานของรัฐในการดาเนนิ การเร่ืองหนงึ่ เรือ่ งใด แต่ทงั้ นี้ไม่
รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานขอ้ เท็จจริง หรอื ข้อมลู ข่าวสารท่ีนามาใชใ้ นการทาความเหน็ หรือคาแนะนา
ภายในดงั กล่าว

(๔) การเปิดเผยจะก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อชีวิตหรอื ความปลอดภยั ของบคุ คลหนึง่ บคุ คลใด
(๕) รายงานการแพทย์หรอื ข้อมูลข่าวสารสว่ นบุคคลซึ่งการเปดิ เผยจะเปน็ การรกุ ลา้ สิทธิสว่ นบุคคลโดย
ไม่สมควร
(๖) ข้อมูลขา่ วสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมใิ ห้เปิดเผยหรือขอ้ มูลข่าวสารที่มผี ใู้ ห้มาโดยไม่
ประสงค์ใหท้ างราชการนาไปเปดิ เผยตอ่ ผู้อนื่
(๗) กรณีอ่นื ตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา
คาส่ังมิใหเ้ ปดิ เผยข้อมูลข่าวสารของราชการจะกาหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ แต่ต้องระบุไวด้ ว้ ยว่าท่ี
เปิดเผยไมไ่ ดเ้ พราะเปน็ ขอ้ มูลขา่ วสารประเภทใดและเพราะเหตุใดและให้ถอื วา่ การมีคาสงั่ เปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร
ของราชการเป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของเจ้าหน้าทข่ี องรฐั ตามลาดับสายการบงั คบั บัญชา แตผ่ ู้ขออาจอุทธรณ์ตอ่
คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารไดต้ ามท่กี าหนดในพระราชบญั ญัตินี้

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

มาตรา ๑๖ เพ่ือให้เกิดความชดั เจนในทางปฏิบตั ิว่าข้อมูลขา่ วสาร ของราชการจะเปิดเผยตอ่ บุคคลใด
ได้หรอื ไม่ภายใตเ้ งื่อนไขเช่นใดและสมควรมวี ิธีรักษามิให้ร่ัวไหลให้หน่วยงานของรฐั กาหนดวธิ กี ารค้มุ ครอง
ขอ้ มลู ข่าวสารน้ัน ทัง้ น้ี ตามระเบียบทีค่ ณะรัฐมนตรกี าหนดวา่ ดว้ ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ

มาตรา ๑๗ ในกรณีทเ่ี จ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารของราชการใดอาจกระทบถงึ
ประโยชน์ไดเ้ สยี ของผู้ใด ให้เจ้าหนา้ ท่ีของรฐั แจ้งใหผ้ นู้ ั้นเสนอคาคดั คา้ นภายในเวลาที่กาหนด แตต่ อ้ งใหเ้ วลา
อันสมควรท่ีผนู้ ้ันอาจเสนอคาคดั คา้ นได้ ซ่งึ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่าสิบห้าวนั นับแตว่ ันทีไ่ ด้รับแจ้ง

ผู้ทไี่ ด้รับแจง้ ตามวรรคหนงึ่ หรือผู้ท่ที ราบว่าการเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึง
ประโยชนไ์ ด้เสียของตน มสี ิทธิคัดคา้ นการเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารนัน้ ไดโ้ ดยทาเป็นหนังสือถึงเจ้าหนา้ ที่ของรัฐ
ผรู้ ับผดิ ชอบ

ในกรณีท่ีมกี ารคัดค้าน เจ้าหนา้ ที่ของรัฐผรู้ ับผดิ ชอบต้องพจิ ารณาคาคดั ค้านและแจ้งผลการพจิ ารณาให้
ผคู้ ัดคา้ นทราบโดยไมช่ กั ช้า ในกรณที ่ีมคี าสง่ั ไม่รับฟังคาคดั ค้าน เจ้าหน้าที่ของรฐั จะเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารน้ัน
มไิ ดจ้ นกว่าจะล่วงพน้ กาหนดเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘ หรอื จนกวา่ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยข้อมลู
ขา่ วสารได้มีคาวินจิ ฉัยใหเ้ ปิดเผยข้อมลู ข่าวสารนัน้ ได้ แล้วแตก่ รณี

มาตรา ๑๘ ในกรณที เ่ี จ้าหน้าที่ของรัฐมคี าสั่งมิให้เปดิ เผยขอ้ มูลข่าวสารใดตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา
๑๕ หรอื มีคาสัง่ ไม่รับฟังคาคัดคา้ นของผู้มีประโยชนไ์ ดเ้ สยี ตามมาตรา ๑๗ ผ้นู ้นั อาจอุทธรณต์ ่อคณะกรรมการ
วินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารภายในสิบหา้ วันนับแต่วันทไี่ ดร้ ับแจ้งคาสัง่ น้ัน โดยย่ืนคาอทุ ธรณ์ตอ่
คณะกรรมการ

มาตรา ๑๙ การพิจารณาเกี่ยวกบั ข้อมูลข่าวสารที่มคี าสั่งมใิ หเ้ ปิดเผยนัน้ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาของ
คณะกรรมการ คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารหรือศาลก็ตาม จะต้องดาเนินกระบวนการ
พิจารณา โดยมิให้ขอ้ มลู ข่าวสารนั้นเปดิ เผยแก่บุคคลอื่นใดทไ่ี ม่จาเป็นแกก่ ารพิจารณาและในกรณีทีจ่ าเป็นจะ
พจิ ารณาลบั หลังคู่กรณหี รอื คูค่ วามฝ่ายใดกไ็ ด้

มาตรา ๒๐ การเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสารใดแม้จะเข้าข่ายต้องมีความรับผิดตามกฎหมายใด ให้ถือว่า
เจ้าหนา้ ที่ของรฐั ไมต่ อ้ งรับผิดหากเปน็ การกระทาโดยสุจรติ ในกรณีดังต่อไปน้ี

(๑) ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ ถา้ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดาเนินการโดยถูกตอ้ งตามระเบียบตามมาตรา ๑๖
(๒) ข้อมูลขา่ วสารตามมาตรา ๑๕ ถ้าเจ้าหน้าทข่ี องรัฐในระดับตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง มีคาสั่งให้
เปิดเผยเปน็ การทว่ั ไปหรอื เฉพาะแก่บคุ คลใดเพ่อื ประโยชน์อนั สาคญั ย่ิงกว่าทเ่ี ก่ียวกับประโยชน์สาธารณะ หรอื
ชีวิต ร่างกาย สขุ ภาพ หรอื ประโยชน์อ่ืนของบคุ คล และคาสัง่ น้ันได้กระทาโดยสมควรแก่เหตุ ในการนี้จะมกี าร
กาหนดขอ้ จากดั หรือเงอื่ นไขในการใชข้ อ้ มูลข่าวสารนัน้ ตามความเหมาะสมก็ได้
การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งไมเ่ ป็นเหตใุ หห้ นว่ ยงานของรฐั พ้นจากความรับผิดตาม
กฎหมายหากจะพึงมีในกรณีดงั กล่าว

หมวด ๓
ขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคล

_________

มาตรา ๒๑ เพ่ือประโยชน์แห่งหมวดน้ี “บคุ คล” หมายความวา่ บุคคลธรรมดาท่มี ีสัญชาติไทยและ
บคุ คลธรรมดาทไี่ มม่ สี ัญชาติไทยแตม่ ีถน่ิ ท่อี ยใู่ นประเทศไทย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๖

มาตรา ๒๒ สานักขา่ วกรองแหง่ ชาติ สานักงานสภาความมัน่ คงแหง่ ชาติ และหน่วยงานของรฐั แห่งอืน่
ตามที่กาหนดในกฎกระทรวงอาจออกระเบียบโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ กาหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ
และเง่อื นไขที่มใิ ห้นาบทบญั ญตั วิ รรคหน่ึง (๓) ของมาตรา ๒๓ มาใชบ้ งั คบั กับข้อมูลข่าวสารสว่ นบุคคลทอี่ ยู่ใน
ความควบคมุ ดแู ลของหน่วยงานดงั กล่าวก็ได้

หน่วยงานของรัฐแห่งอ่นื ท่ีจะกาหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงนั้น ต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ ซ่ึงการ
เปิดเผยประเภทข้อมูลข่าวสารส่วนบคุ คลตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง (๓) จะเปน็ อุปสรรคร้ายแรงต่อการ
ดาเนินการของหนว่ ยงานดงั กล่าว

มาตรา ๒๓ หน่วยงานของรฐั ต้องปฏบิ ัตเิ กยี่ วกบั การจัดระบบขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ต้องจัดใหม้ รี ะบบข้อมลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลเพียงเทา่ ทเ่ี ก่ียวข้องและจาเปน็ เพ่อื การดาเนนิ งานของ
หน่วยงานของรัฐให้สาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์เท่านน้ั และยกเลกิ การจดั ให้มีระบบดังกล่าวเม่ือหมดความจาเป็น
(๒) พยามยามเก็บข้อมลู ข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมลู โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกรณที จ่ี ะกระทบถึง
ประโยชน์ไดเ้ สยี โดยตรงของบุคคลนั้น
(๓) จัดให้มกี ารพมิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษาและตรวจสอบแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ งอยู่เสมอเกย่ี วกับส่ิงดังตอ่ ไปนี้

(ก) ประเภทของบุคคลท่ีมีการเก็บข้อมลู ไว้
(ข) ประเภทของระบบขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบคุ คล
(ค) ลกั ษณะการใช้ขอ้ มลู ตามปกติ
(ง) วธิ กี ารขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของเจา้ ของขอ้ มูล
(จ) วิธกี ารขอใหแ้ ก้ไขเปล่ียนแปลงขอ้ มลู
(ฉ) แหลง่ ที่มาของข้อมูล
(๔) ตรวจสอบแก้ไขข้อมลู ข่าวสารสว่ นบคุ คลในความรับผดิ ชอบให้ถกู ตอ้ งอยูเ่ สมอ
(๕) จัดระบบรกั ษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่ระบบขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลตามความเหมาะสมเพือ่ ป้องกันมิ
ให้มีการนาไปใช้โดยไมเ่ หมาะสม หรอื เป็นผลร้ายตอ่ เจ้าของขอ้ มลู
ในกรณที ีเ่ ก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของขอ้ มูล หน่วยงานของรฐั ตอ้ งแจ้งให้เจ้าของขอ้ มลู ทราบ
ลว่ งหนา้ หรือพร้อมกบั การขอข้อมลู ถงึ วตั ถปุ ระสงค์ทจ่ี ะนาขอ้ มลู มาใช้ ลกั ษณะการใชข้ ้อมลู ตามปกติ และกรณี
ท่ีขอข้อมูลน้ันเป็นกรณที อี่ าจใหข้ อ้ มลู ไดโ้ ดยความสมัครใจหรอื เป็นกรณีมกี ฎหมายบังคับ
หน่วยงานของรฐั ตอ้ งแจ้งให้เจ้าของข้อมลู ทราบในกรณีมีการใหจ้ ดั สง่ ข้อมลู ข่าวสารสว่ นบุคคลไปยังที่
ใดซงึ่ จะเปน็ ผลใหบ้ คุ คลทว่ั ไปทราบขอ้ มลู ขา่ วสารนั้นได้ เว้นแตเ่ ป็นไปตามลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ
มาตรา ๒๔ หน่วยงานของรฐั จะเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารส่วนบคุ คลท่อี ยู่ในความควบคมุ ดแู ลของตนตอ่
หน่วยงานของรฐั แห่งอืน่ หรือผ้อู ่ืน โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมลู ท่ใี หไ้ ว้ลว่ งหนา้ หรือ
ในขณะน้ันมไิ ด้ เวน้ แตเ่ ป็นการเปิดเผย ดังต่อไปนี้
(๑) ต่อเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐในหนว่ ยงานของตนเพื่อการนาไปใช้ตามอานาจหนา้ ทขี่ องหนว่ ยงานของรฐั
แห่งน้นั
(๒) เปน็ การใช้ข้อมลู ตามปกติภายในวตั ถปุ ระสงค์ของการจดั ใหม้ ีระบบข้อมูลข่าวสารสว่ นบุคคลนั้น
(๓) ต่อหน่วยงานของรฐั ที่ทางานดา้ นการวางแผนหรอื การสถติ ิหรือสามะโนต่าง ๆ ซึ่งมหี นา้ ที่ตอ้ ง
รกั ษาข้อมลู ข่าวสารสว่ นบุคคลไว้ไม่ใหเ้ ปิดเผยตอ่ ไปยงั ผอู้ นื่
(๔) เปน็ การใหเ้ พอ่ื ประโยชน์ในการศกึ ษาวิจัยโดยไมร่ ะบชุ อ่ื หรอื สว่ นทที่ าให้ร้วู า่ เป็นข้อมลู ข่าวสาร
สว่ นบคุ คลที่เกี่ยวกับบคุ คลใด

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๗

(๕) ตอ่ หอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึง่ เพ่อื
การตรวจดคู ณุ ค่าในการเกบ็ รักษา

(๖) ตอ่ เจ้าหนา้ ทขี่ องรัฐเพอ่ื การปอ้ งกันการฝา่ ฝนื หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน
หรอื การฟอ้ งคดี ไมว่ ่าเปน็ คดปี ระเภทใดกต็ าม

(๗) เป็นการให้ซงึ่ จาเป็นเพือ่ การป้องกนั หรอื ระงับอนั ตรายต่อชีวติ หรอื สุขภาพของบุคคล
(๘) ตอ่ ศาลและเจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั หรือหน่วยงานของรฐั หรือบุคคลท่ีมีอานาจตามกฎหมายที่จะขอ
ขอ้ เทจ็ จริงดังกล่าว
(๙) กรณีอื่นตามท่กี าหนดในพระราชกฤษฎีกา
การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบคุ คลตามวรรคหน่งึ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ใหม้ กี ารจดั ทา
บญั ชีแสดงการเปดิ เผยกากับไว้กบั ข้อมูลขา่ วสารน้ัน ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๕ ภายใตบ้ งั คับมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ บุคคลยอ่ มมีสทิ ธิที่จะได้ร้ถู งึ ข้อมลู ขา่ วสารสว่ น
บคุ คลทเี่ กย่ี วกับตนและเมือ่ บคุ คลนน้ั มีคาขอเป็นหนังสือ หน่วยงานของรัฐทคี่ วบคุมดูแลขอ้ มลู ข่าวสารน้นั
จะตอ้ งให้บคุ คลนนั้ หรอื ผู้กระทาการแทนบุคคลนั้นไดต้ รวจดหู รือไดร้ บั สาเนาขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบคุ คลส่วนท่ี
เก่ยี วกับบุคคลน้ันและใหน้ ามาตรา ๙ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคบั โดยอนุโลม
การเปดิ เผยรายงานการแพทย์ท่เี กย่ี วกับบุคคลใด ถ้ากรณมี ีเหตุอันควรเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปดิ เผยตอ่
เฉพาะแพทย์ท่ีบคุ คลนั้นมอบหมายก็ได้
ถา้ บุคคลใดเหน็ วา่ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลท่เี กี่ยวกบั ตนส่วนใดไม่ถกู ตอ้ งตามท่ีเป็นจริง ให้มีสทิ ธิย่ืนคา
ขอเปน็ หนงั สอื ให้หน่วยงานของรฐั ท่ีควบคมุ ดูแลขอ้ มลู ข่าวสารแก้ไขเปล่ียนแปลงหรือลบขอ้ มูลขา่ วสารส่วนนัน้
ได้ ซึง่ หนว่ ยงานของรัฐจะต้องพิจารณาคาขอดงั กลา่ ว และแจง้ ใหบ้ ุคคลน้ันทราบ โดยไมช่ ักชา้
ในกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐไมแ่ ก้ไขเปล่ียนแปลงหรอื ลบขอ้ มูลข่าวสารให้ตรงตามที่มีคาขอ ใหผ้ นู้ ั้นมี
สทิ ธอิ ทุ ธรณ์ตอ่ คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารภายในสามสบิ วันนับแต่วันไดร้ ับแจง้ คาสัง่ ไม่
ยนิ ยอมแก้ไขเปล่ียนแปลงหรือลบขอ้ มลู ข่าวสาร โดยย่ืนคาอทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการและไม่ว่ากรณใี ด ๆ ให้
เจ้าของขอ้ มูลมีสิทธริ ้องขอให้หน่วยงานของรฐั หมายเหตคุ าขอของตนแนบไว้กับข้อมลู ขา่ วสารสว่ นท่ีเก่ียวขอ้ งได้
ให้บุคคลตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวงมสี ิทธดิ าเนนิ การตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรานแี้ ทน
ผเู้ ยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไรค้ วามสามารถ หรอื เจา้ ของขอ้ มลู ท่ีถึงแก่กรรมแล้วได้

หมวด ๔
เอกสารประวตั ิศาสตร์

_________

มาตรา ๒๖ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการทีห่ นว่ ยงานของรัฐไมป่ ระสงคจ์ ะเก็บรักษาหรือมีอายุครบ
กาหนดตามวรรคสองนบั แต่วันที่เสรจ็ ส้ินการจัดใหม้ ีขอ้ มลู ขา่ วสารน้ัน ให้หน่วยงานของรฐั สง่ มอบให้แก่หอ
จดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศิลปากรหรอื หนว่ ยงานอ่นื ของรฐั ตามทก่ี าหนดในพระราชกฤษฎกี า เพ่ือคดั เลอื กไว้
ให้ประชาชนได้ศกึ ษาค้นคว้า

กาหนดเวลาต้องสง่ ขอ้ มูลข่าวสารของราชการตามวรรคหน่ึง ให้แยกตามประเภท ดังนี้
(๑) ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา ๑๔ เมอ่ื ครบเจ็ดสบิ ห้าปี
(๒) ข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๑๕ เมอ่ื ครบยีส่ ิบปี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๘

กาหนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปได้ในกรณีดงั ต่อไปนี้
(๑) หนว่ ยงานของรัฐยังจาเป็นตอ้ งเกบ็ รักษาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้เองเพื่อประโยชน์ในการใช้
สอย โดยต้องจดั เกบ็ และจัดให้ประชาชนได้ศกึ ษาค้นคว้าตามท่ีจะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศิลปากร
(๒) หนว่ ยงานของรัฐเห็นว่า ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการนนั้ ยงั ไมค่ วรเปดิ เผยโดยมีคาส่งั ขยายเวลา
กากบั ไว้เป็นการเฉพาะราย คาส่งั การขยายเวลาน้ันให้กาหนดระยะเวลาไวด้ ว้ ย แต่จะกาหนดเกินคราวละหา้ ปี
ไมไ่ ด้
การตรวจสอบหรือทบทวนมิใหม้ ีการขยายระยะเวลาไมเ่ ปดิ เผย จนเกนิ ความจาเป็นให้เปน็ ไปตาม
หลักเกณฑ์และวธิ กี ารที่กาหนดในกฎกระทรวง
บทบัญญัติตามมาตราน้มี ใิ ห้ใชบ้ ังคับกับข้อมลู ข่าวสารของราชการตามทีค่ ณะรฐั มนตรีออกระเบยี บ
กาหนดใหห้ นว่ ยงานของรัฐหรือเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั จะตอ้ งทาลายหรอื อาจทาลายไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเกบ็ รักษา

หมวด ๕
คณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการ

_________

มาตรา ๒๗ ให้มคี ณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ ประกอบด้วยรัฐมนตรี ซ่ึงนายกรัฐมนตรี
มอบหมายเป็นประธาน ปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎกี า เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น เลขาธกิ ารสภาความมั่นคง
แห่งชาติ เลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร ผอู้ านวยการสานักขา่ วกรองแหง่ ชาติ ผู้อานวยการสานักงบประมาณ
และผู้ทรงคณุ วฒุ ิอื่นจากภาครัฐและภาคเอกชน ซง่ึ คณะรฐั มนตรีแต่งตั้งอกี เกา้ คนเป็นกรรมการ

ให้ปลดั สานกั นายกรฐั มนตรีแต่งตัง้ ขา้ ราชการของสานักงานปลัดสานกั นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็น
เลขานุการ และอีกสองคนเปน็ ผชู้ ่วยเลขานกุ าร

มาตรา ๒๘ คณะกรรมการมีอานาจหน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) สอดส่องดูแลและให้คาแนะนาเกี่ยวกบั การดาเนินงานของเจ้าหน้าทขี่ องรัฐและหนว่ ยงานของรฐั ใน
การปฏบิ ตั ิตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๒) ให้คาปรกึ ษาแกเ่ จ้าหน้าทขี่ องรฐั หรอื หนว่ ยงานของรัฐ เก่ยี วกบั การปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญัตินี้
ตามทไี่ ด้รับคาขอ
(๓) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี าและการออกกฎกระทรวง หรอื ระเบียบของคณะรัฐมนตรีตาม
พระราชบญั ญตั ินี้
(๔) พจิ ารณาและให้ความเห็นเรือ่ งรอ้ งเรยี นตามมาตรา ๑๓
(๕) จัดทารายงานเกยี่ วกับการปฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญัติน้ีเสนอคณะรฐั มนตรเี ป็นครัง้ คราวตามความ
เหมาะสม แต่อยา่ งนอ้ ยปลี ะหนงึ่ ครง้ั
(๖) ปฏบิ ตั ิหน้าที่อนื่ ตามทกี่ าหนดในพระราชบญั ญตั ินี้
(๗) ดาเนนิ การเรอ่ื งอ่นื ตามทีค่ ณะรัฐมนตรีหรอื นายกรฐั มนตรีมอบหมาย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๙

มาตรา ๒๙ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิซึง่ ได้รับแตง่ ต้งั ตามมาตรา ๒๗ มีวาระอยใู่ นตาแหนง่ คราวละสามปี
นับแตว่ นั ทไ่ี ด้รับแต่งต้ัง ผู้ที่พ้นจากตาแหน่งแลว้ อาจได้รบั แตง่ ตัง้ ใหมไ่ ด้

มาตรา ๓๐ นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิซ่งึ ได้รับแตง่ ตัง้ ตามมาตรา
๒๗ พ้นจากตาแหนง่ เมอื่

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรฐั มนตรใี หอ้ อกเพราะมคี วามประพฤติเสอ่ื มเสีย บกพรอ่ ง หรอื ไมส่ ุจรติ ตอ่ หนา้ ที่หรอื หย่อน
ความสามารถ
(๔) เปน็ บคุ คลล้มละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๖) ไดร้ บั โทษจาคกุ โดยคาพพิ ากษาถงึ ที่สุดให้จาคุก เว้นแต่ เป็นโทษสาหรบั ความผิดท่ไี ด้กระทาโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๓๑ การประชุมของคณะกรรมการต้องมกี รรมการมาประชมุ ไมน่ ้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวน
กรรมการทงั้ หมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในท่ปี ระชุม ถ้าประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรอื ไม่อาจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนง่ึ เป็นประธานในท่ีประชุม
การวินิจฉยั ชี้ขาดของทปี่ ระชุมให้ถือเสียงขา้ งมาก กรรมการคนหน่ึงใหม้ เี สยี งหนึง่ ในการลงคะแนน ถ้า
คะแนนเสียงเท่ากัน ใหป้ ระธานในท่ีประชุมออกเสียงเพิ่มขึน้ อีกเสยี งหน่ึงเป็นเสยี งชี้ขาด
มาตรา ๓๒ ใหค้ ณะกรรมการมอี านาจเรยี กใหบ้ คุ คลใดมาให้ ถอ้ ยคาหรือให้ส่งวัตถุเอกสาร หรอื
พยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาได้
มาตรา ๓๓ ในกรณีท่หี น่วยงานของรฐั ปฏิเสธว่าไมม่ ีข้อมลู ข่าวสารตามท่ีมคี าขอไม่ว่าจะเป็นกรณตี าม
มาตรา ๑๑ หรอื มาตรา ๒๕ ถา้ ผู้มคี าขอไมเ่ ชอื่ ว่าเป็นความจรงิ และร้องเรียนตอ่ คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓
ใหค้ ณะกรรมการมีอานาจเข้าดาเนินการตรวจสอบขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการทีเ่ ก่ียวข้องได้และแจง้ ผลการ
ตรวจสอบให้ผรู้ อ้ งเรยี นทราบ
หนว่ ยงานของรฐั หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยินยอมใหค้ ณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย
เข้าตรวจสอบขอ้ มูลข่าวสารท่ีอยู่ในความครอบครองของตนได้ไมว่ า่ จะเป็นข้อมลู ข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ก็ตาม
มาตรา ๓๔ คณะกรรมการจะแตง่ ต้งั คณะอนกุ รรมการเพอ่ื พิจารณาหรือปฏิบตั ิงานอยา่ งใดอย่างหนึง่
ตามท่คี ณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นาความในมาตรา ๓๑ มาใช้บงั คับโดยอนุโลม

หมวด ๖
คณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสาร

_________

มาตรา ๓๕ ให้มีคณะกรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร สาขาต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ซ่ึง
คณะรฐั มนตรแี ต่งตงั้ ตามขอ้ เสนอของคณะกรรมการ มอี านาจหนา้ ท่ีพิจารณาวินิจฉยั อทุ ธรณค์ าสง่ั มใิ ห้เปิดเผย
ขอ้ มูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๕ หรอื คาส่ังไม่รบั ฟงั คาคัดคา้ นตาม มาตรา ๑๗ และคาส่งั ไม่แก้ไข
เปลย่ี นแปลงหรือลบข้อมลู ข่าวสารส่วนบคุ คล ตามมาตรา ๒๕

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๑๐
การแตง่ ตัง้ คณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารตามวรรคหน่ึง ให้แตง่ ตั้งตามสาขาความ
เชย่ี วชาญเฉพาะด้านของขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ เช่น ความม่นั คงของประเทศ เศรษฐกจิ และการคลังของ
ประเทศหรือการบังคบั ใชก้ ฎหมาย
มาตรา ๓๖ คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสาร คณะหนง่ึ ๆ ประกอบด้วยบุคคลตาม
ความจาเป็น แตต่ อ้ งไมน่ อ้ ยกว่าสามคน และให้ข้าราชการท่คี ณะกรรมการแตง่ ต้ังปฏบิ ัติหนา้ ทีเ่ ป็นเลขานกุ าร
และผชู้ ่วยเลขานุการ
ในกรณีพิจารณาเก่ียวกบั ขอ้ มูลข่าวสารของหน่วยงานของรฐั แห่งใด กรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผย
ข้อมลู ขา่ วสารซง่ึ มาจากหน่วยงานของรฐั แห่งน้ัน จะเข้าร่วมพิจารณาด้วยไมไ่ ด้
กรรมการวนิ จิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสาร จะเป็นเลขานกุ ารหรือผูช้ ่วยเลขานุการไม่ได้
มาตรา ๓๗ ให้คณะกรรมการพิจารณาส่งคาอุทธรณ์ให้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูล
ข่าวสาร โดยคานึงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารแต่ละ
สาขาภายในเจ็ดวันนับแตว่ นั ที่คณะกรรมการได้รบั คาอุทธรณ์
คาวินิจฉัยของคณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารใหเ้ ป็นทส่ี ดุ และในการมคี าวินิจฉยั จะมี
ขอ้ สงั เกตเสนอตอ่ คณะกรรมการเพอื่ ให้หน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้องปฏบิ ัติเกี่ยวกับกรณใี ดตามทเี่ ห็นสมควรก็ได้
ให้นาความในมาตรา ๑๓ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั แก่การพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการ
เปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารโดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๘ อานาจหน้าท่ขี องคณะกรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารแต่ละสาขา วิธีพิจารณา
และวนิ จิ ฉยั และองค์คณะในการพิจารณาและวนิ ิจฉัยให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา ๓๙ ให้นาบทบญั ญัติมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๒ และบทกาหนดโทษทป่ี ระกอบกับ
บทบัญญัติดังกล่าวมาใชบ้ ังคบั กบั คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารโดยอนโุ ลม

หมวด ๗
บทกาหนดโทษ

_________

มาตรา ๔๐ ผ้ใู ดไมป่ ฏิบัติตามคาสงั่ ของคณะกรรมการทีส่ งั่ ตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน
สามเดอื นหรอื ปรับไม่เกินห้าพันบาทหรอื ท้ังจาทงั้ ปรับ

มาตรา ๔๑ ผใู้ ดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามขอ้ จากดั หรือเงอื่ นไขทเี่ จ้าหน้าท่ีของรัฐกาหนดตามมาตรา ๒๐
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หนึง่ ปหี รอื ปรับไม่เกินสองหมน่ื บาทหรอื ท้งั จาทง้ั ปรับ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบัญญัติ
ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ๒ พระราชบญั ญัติน้ีให้ใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๖๐ ก/หน้า ๒๕/๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)

มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญัตินี้
“เจา้ หนา้ ที่” หมายความว่า ขา้ ราชการ พนักงาน ลกู จา้ ง หรอื ผู้ปฏบิ ัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็น
การแตง่ ตงั้ ในฐานะเปน็ กรรมการหรอื ฐานะอื่นใด
“หนว่ ยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรอื สว่ นราชการทเ่ี รียกช่อื อยา่ งอื่นและมี
ฐานะเปน็ กรม ราชการส่วนภมู ิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน และรัฐวิสาหกิจท่ตี ้งั ขึ้นโดยพระราชบัญญัตหิ รอื
พระราชกฤษฎกี า และให้หมายความรวมถงึ หน่วยงานอ่นื ของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากาหนดใหเ้ ป็น
หน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญตั ินด้ี ้วย
มาตรา ๕ หน่วยงานของรัฐต้องรับผดิ ตอ่ ผู้เสยี หายในผลแหง่ ละเมิดที่เจ้าหนา้ ทีข่ องตนไดก้ ระทา
ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟอ้ งหนว่ ยงานของรฐั ดงั กลา่ วไดโ้ ดยตรง แต่จะฟอ้ งเจ้าหนา้ ท่ี
ไมไ่ ด้
ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าทซ่ี ง่ึ ไมไ่ ด้สงั กดั หน่วยงานของรัฐแห่งใดให้ถือว่ากระทรวงการคลัง
เป็นหนว่ ยงานของรฐั ที่ตอ้ งรับผดิ ตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๖ ถ้าการกระทาละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทาในการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าทตี่ อ้ งรับ
ผดิ ในการน้ันเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีน้ผี ูเ้ สียหายอาจฟอ้ งเจ้าหน้าท่ีได้โดยตรง แตจ่ ะฟอ้ งหนว่ ยงานของ
รัฐไม่ได้
มาตรา ๗ ในคดีที่ผู้เสียหายฟ้องหนว่ ยงานของรฐั ถา้ หน่วยงานของรัฐเหน็ ว่าเปน็ เรื่องทเ่ี จา้ หนา้ ที่
ต้องรับผดิ หรอื ตอ้ งรว่ มรับผิด หรือในคดที ผ่ี ู้เสียหายฟอ้ งเจ้าหน้าที่ ถา้ เจ้าหน้าทีเ่ ห็นว่าเป็นเร่ืองท่ี
หนว่ ยงานของรัฐต้องรับผดิ หรอื ตอ้ งร่วมรับผิด หนว่ ยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีสทิ ธขิ อใหศ้ าลที่
พจิ ารณาคดีนน้ั อยู่เรยี กเจ้าหน้าท่ีหรอื หนว่ ยงานของรฐั แล้วแต่กรณเี ข้ามาเป็นคู่ความในคดี
ถา้ ศาลพพิ ากษายกฟ้องเพราะเหตทุ หี่ นว่ ยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าทีท่ ่ีถูกฟ้องมิใชผ่ ู้ต้องรับผดิ ให้
ขยายอายคุ วามฟอ้ งรอ้ งผู้ท่ีตอ้ งรับผิดซ่ึงมไิ ดถ้ ูกเรยี กเข้ามาในคดีออกไปถึงหกเดอื นนบั แตว่ ันท่คี า
พิพากษาน้ันถงึ ทีส่ ุด
มาตรา ๘ ในกรณีทหี่ น่วยงานของรฐั ตอ้ งรับผดิ ใช้คา่ สินไหมทดแทนแกผ่ ู้เสยี หายเพือ่ การละเมิด
ของเจา้ หนา้ ท่ี ให้หนว่ ยงานของรฐั มสี ิทธเิ รียกให้เจ้าหน้าท่ีผ้ทู าละเมิดชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนดังกล่าวแก่
หน่วยงานของรัฐได้ ถา้ เจ้าหน้าที่ได้กระทาการนั้นไปด้วยความจงใจหรอื ประมาทเลินเลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง
สิทธิเรียกใหช้ ดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนงึ่ จะมีไดเ้ พียงใดให้คานึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการ
กระทาและความเปน็ ธรรมในแตล่ ะกรณเี ป็นเกณฑ์ โดยมิตอ้ งให้ใช้เตม็ จานวนของความเสียหายกไ็ ด้
ถ้าการละเมดิ เกดิ จากความผดิ หรอื ความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรอื ระบบการดาเนนิ งาน
ส่วนรวม ใหห้ กั สว่ นแห่งความรบั ผิดดงั กลา่ วออกดว้ ย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

ในกรณีท่ีการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าท่ีหลายคน มิให้นาหลกั เร่อื งลูกหน้รี ว่ มมาใช้บงั คบั และ
เจา้ หน้าท่ีแตล่ ะคนต้องรบั ผิดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเฉพาะสว่ นของตนเท่านั้น

มาตรา ๙ ถ้าหน่วยงานของรฐั หรอื เจ้าหนา้ ท่ีไดใ้ ช้ค่าสินไหมทดแทนแกผ่ ้เู สยี หาย สทิ ธิท่จี ะเรียก
ให้อกี ฝา่ ยหน่งึ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแกต่ นให้มีกาหนดอายคุ วามหน่ึงปีนบั แตว่ นั ท่หี น่วยงานของรฐั หรอื
เจา้ หน้าทไ่ี ด้ใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ันแก่ผเู้ สยี หาย

มาตรา ๑๐ ในกรณที เ่ี จ้าหน้าท่เี ป็นผกู้ ระทาละเมิดต่อหนว่ ยงานของรัฐไมว่ า่ จะเปน็ หนว่ ยงานของ
รฐั ท่ผี ู้นัน้ อยูใ่ นสังกดั หรอื ไม่ ถา้ เปน็ การกระทาในการปฏิบัติหนา้ ท่ี การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก
เจา้ หน้าทใี่ ห้นาบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใชบ้ ังคับโดยอนุโลม แตถ่ า้ มใิ ชก่ ารกระทาในการปฏิบตั ิหน้าทใ่ี ห้
บงั คับตามบทบัญญัติแหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์

สิทธิเรียกรอ้ งคา่ สินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าท่ีทัง้ สองประการตามวรรคหนง่ึ ใหม้ ีกาหนดอายุ
ความสองปีนับแตว่ นั ท่หี น่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรูต้ วั เจา้ หนา้ ท่ี ผูจ้ ะพงึ ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
และกรณีทีห่ น่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าทผี่ ู้นนั้ ไม่ตอ้ งรบั ผดิ แต่กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเหน็ วา่
ต้องรับผดิ ให้สิทธิเรียกรอ้ งค่าสนิ ไหมทดแทนน้ันมีกาหนดอายุความหนง่ึ ปีนบั แต่วันท่หี นว่ ยงานของรัฐมี
คาส่ังตามความเหน็ ของกระทรวงการคลงั

มาตรา ๑๑ ในกรณีทผ่ี ู้เสียหายเหน็ ว่า หนว่ ยงานของรฐั ต้องรบั ผิดตามมาตรา ๕ ผ้เู สยี หายจะย่นื
คาขอต่อหนว่ ยงานของรฐั ให้พจิ ารณาชดใช้คา่ สินไหมทดแทนสาหรับความเสียหายท่ีเกิดแกต่ นก็ได้ ใน
การนห้ี นว่ ยงานของรฐั ต้องออกใบรับคาขอใหไ้ ว้เป็นหลักฐานและพิจารณาคาขอน้นั โดยไม่ชักชา้ เมอ่ื
หน่วยงานของรัฐมีคาสัง่ เช่นใดแล้วหากผ้เู สยี หายยังไม่พอใจในผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐกใ็ หม้ ี
สทิ ธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวนิ ิจฉยั รอ้ งทกุ ข์ตามกฎหมายว่าดว้ ยคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ภายใน
เกา้ สิบวนั นับแต่วันทีต่ นได้รับแจง้ ผลการวนิ ิจฉัย

ใหห้ นว่ ยงานของรัฐพจิ ารณาคาขอทไ่ี ด้รบั ตามวรรคหนึ่งใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวัน
หากเรื่องใดไมอ่ าจพิจารณาได้ทันในกาหนดน้ันจะตอ้ งรายงานปัญหาและอุปสรรคใหร้ ัฐมนตรีเจา้ สงั กัด
หรอื กากับหรอื ควบคุมดูแลหน่วยงานของรัฐแหง่ น้ันทราบและขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้ แต่
รฐั มนตรดี งั กล่าวจะพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาใหอ้ ีกได้ไมเ่ กนิ หน่งึ รอ้ ยแปดสิบวนั

มาตรา ๑๒ ในกรณที ่เี จ้าหน้าท่ีต้องชดใชค้ า่ สินไหมทดแทนท่หี นว่ ยงานของรฐั ได้ใช้ใหแ้ ก่
ผเู้ สยี หายตามมาตรา ๘ หรือในกรณที ่ีเจ้าหนา้ ทีต่ ้องใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนเนอ่ื งจากเจ้าหนา้ ท่ผี ู้น้ันได้
กระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรฐั ตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ ให้หนว่ ยงานของรัฐท่ีเสียหายมี
อานาจออกคาสง่ั เรียกให้เจ้าหน้าท่ีผู้นน้ั ชาระเงินดงั กลา่ วภายในเวลาทกี่ าหนด

มาตรา ๑๓ ให้คณะรฐั มนตรีจดั ให้มีระเบียบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ซงึ่ ตอ้ งรับผดิ ตามมาตรา ๘ และ
มาตรา ๑๐ สามารถผอ่ นชาระเงนิ ทีจ่ ะต้องรับผดิ นนั้ ไดโ้ ดยคานึงถึงรายได้ ฐานะครอบครัวและความ
รบั ผดิ ชอบ และพฤติการณแ์ ห่งกรณปี ระกอบดว้ ย

มาตรา ๑๔ เมอ่ื ได้มีการจัดตง้ั ศาลปกครองขนึ้ แลว้ สิทธริ อ้ งทุกข์ต่อคณะกรรมการวินจิ ฉัยร้องทกุ ข์
ตามมาตรา ๑๑ ให้ถอื วา่ เปน็ สทิ ธิฟอ้ งคดีต่อศาลปกครอง

มาตรา ๑๕ ใหน้ ายกรัฐมนตรรี ักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ้ี

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบญั ญตั ิ
จัดต้งั ศาลปกครองและวิธพี จิ ารณาคดปี กครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒
[แก้ไขเพม่ิ เตมิ ถงึ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๕๔]

มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตินี้ให้ใชบ้ งั คับตั้งแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษา(๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๒)เป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญัติ
“หนว่ ยงานทางปกครอง” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สว่ นราชการที่
เรยี กชอื่ อย่างอนื่ และมีฐานะเปน็ กรม ราชการสว่ นภูมิภาค ราชการส่วนทอ้ งถิน่ รฐั วิสาหกิจทต่ี งั้
ขน้ึ โดยพระราชบญั ญตั หิ รอื พระราชกฤษฎกี าหรอื หนว่ ยงานอืน่ ของรัฐ และให้หมายความรวมถึง
หนว่ ยงานที่ได้รบั มอบหมายใหใ้ ช้อานาจทางปกครองหรือใหด้ าเนินกิจการทางปกครอง
“เจา้ หน้าท่ีของรัฐ” หมายความวา่
(๑) ข้าราชการ พนกั งาน ลูกจา้ ง คณะบุคคล หรอื ผ้ทู ่ีปฏิบตั งิ านในหน่วยงาน
ทางปกครอง
(๒) คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท คณะกรรมการหรือบุคคลซ่ึงมกี ฎหมายให้
อานาจในการออกกฎ คาส่ัง หรือมตใิ ด ๆ ท่มี ีผลกระทบต่อบุคคล และ
(๓) บุคคลท่ีอยูใ่ นบงั คับบัญชาหรือในกากับดแู ลของหน่วยงานทางปกครอง
หรือเจา้ หนา้ ของรัฐตาม (๑) หรอื (๒)
“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎกี า กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง
ขอ้ บญั ญตั ิท้องถ่ิน ระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรือบทบญั ญตั อิ ่ืนท่ีมีผลบงั คบั เปน็ การทัว่ ไป โดยไม่มงุ่
หมายให้ใช้บังคบั แกก่ รณใี ดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ
“สญั ญาทางปกครอง” หมายความรวมถึง สญั ญาทค่ี ู่สัญญาอยา่ งน้อยฝา่ ยใด
ฝ่ายหนึ่งเปน็ หนว่ ยงานทางปกครองหรอื เป็นบคุ คลซึง่ กระทาการแทนรฐั และมลี กั ษณะเป็น
สญั ญาสัมปทาน สัญญาทใี่ ห้จดั ทาบรกิ ารสาธารณะ หรือจัดให้มสี ่งิ สาธารณปู โภคหรือแสวง
ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ
มาตรา ๔ ให้ประธานศาลปกครองสูงสดุ รักษาการตามพระราชบัญญตั ิน้ี

หมวด ๑
การจัดต้งั และเขตอานาจศาลปกครอง

มาตรา ๗ ศาลปกครองแบ่งออกเปน็ สองชั้น คือ

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

(๑) ศาลปกครองสูงสดุ
(๒) ศาลปกครองช้นั ต้น ได้แก่

(ก) ศาลปกครองกลาง
(ข) ศาลปกครองในภูมิภาค
มาตรา ๘ ให้จัดตง้ั ศาลปกครองสงู สุดข้ึนมีทีต่ ้งั ในกรุงเทพมหานครหรือใน
จังหวัดใกลเ้ คยี ง
ใหจ้ ดั ต้งั ศาลปกครองกลางข้ึนมีท่ตี ัง้ ในกรงุ เทพมหานครหรือในจังหวัดใกลเ้ คยี ง
โดยมเี ขตตลอดทอ้ งท่ีกรุงเทพมหานคร จังหวดั นครปฐม จงั หวัดนนทบรุ ี จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมทุ รปราการ จงั หวดั สมุทรสงคราม และจงั หวัดสมทุ รสาคร
มาตรา ๙ ศาลปกครองมอี านาจพจิ ารณาพิพากษาหรือมีคาส่งั ในเรื่อง
ดงั ต่อไปนี้
(๑) คดพี พิ าทเกยี่ วกับการท่ีหนว่ ยงานทางปกครองหรือเจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐกระทา
การโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไมว่ า่ จะเป็นการออกกฎ คาส่งั หรอื การกระทาอน่ื ใด เนื่องจาก
กระทาโดยไม่มอี านาจหรือนอกเหนืออานาจหน้าที่หรอื ไม่ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย หรอื โดยไม่
ถูกต้องตามรปู แบบขั้นตอน หรอื วิธีการอนั เป็นสาระสาคัญทีก่ าหนดไวส้ าหรับการกระทานน้ั
หรอื โดยไม่สุจรติ หรอื มีลักษณะเป็นการเลอื กปฏิบัตทิ ่ไี ม่เป็นธรรม หรอื มีลกั ษณะเป็นการสร้าง
ขั้นตอนโดยไม่จาเป็นหรอื สรา้ งภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรอื เปน็ การใช้ดุลพินจิ โดย
มิชอบ
(๒) คดีพพิ าทเกีย่ วกบั การที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจา้ หน้าทข่ี องรัฐละเลย
ต่อหน้าที่ตามท่กี ฎหมายกาหนดใหต้ ้องปฏบิ ัติ หรือปฏิบัติหน้าท่ีดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
(๓) คดีพพิ าทเกย่ี วกบั การกระทาละเมดิ หรอื ความรบั ผดิ อย่างอื่นของหนว่ ยงาน
ทางปกครองหรอื เจ้าหน้าท่ีของรัฐอนั เกดิ จากการใช้อานาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คาสั่งทาง
ปกครอง หรอื คาสั่งอื่น หรือจากการละเลยตอ่ หน้าท่ีตามท่กี ฎหมายกาหนดให้ตอ้ งปฏบิ ตั ิหรอื
ปฏิบัตหิ น้าท่ดี ังกลา่ วล่าช้าเกินสมควร
(๔) คดีพิพาทเกย่ี วกบั สัญญาทางปกครอง
(๕) คดที ี่มีกฎหมายกาหนดใหห้ น่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าท่ขี องรฐั ฟ้อง
คดตี อ่ ศาลเพื่อบังคับใหบ้ คุ คลต้องกระทาหรือละเวน้ กระทาอย่างหนึง่ อย่างใด
(๖) คดพี พิ าทเกย่ี วกับเร่ืองทมี่ กี ฎหมายกาหนดใหอ้ ยใู่ นเขตอานาจศาลปกครอง
เรื่องดงั ตอ่ ไปนี้ไมอ่ ยู่ในอานาจศาลปกครอง
(๑) การดาเนนิ การเกี่ยวกบั วนิ ัยทหาร
(๒) การดาเนินการของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบ
ขา้ ราชการฝ่ายตุลาการ
(๓) คดีทอี่ ยู่ในอานาจของศาลเยาวชนและครอบครวั ศาลแรงงาน ศาลภาษี
อากร ศาลทรัพยส์ ินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย หรือศาลชานัญพเิ ศษอ่ืน

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

มาตรา ๑๑ ศาลปกครองสูงสุดมอี านาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดี ดงั ต่อไปนี้
(๑) คดพี พิ าทเกีย่ วกบั คาวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉยั ขอ้ พิพาทตามท่ีที่
ประชุมใหญต่ ลุ าการในศาลปกครองสงู สุดประกาศกาหนด
(๒) คดีพิพาทเก่ียวกบั ความชอบดว้ ยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎท่ี
ออกโดยคณะรฐั มนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(๓) คดที ี่มกี ฎหมายกาหนดให้อยู่ในอานาจศาลปกครองสูงสุด
(๔) คดที ่ีอุทธรณค์ าพิพากษาหรอื คาสัง่ ของศาลปกครองช้ันตน้

หมวด ๔
วิธพี จิ ารณาคดปี กครอง

สว่ นท่ี ๑
การฟอ้ งคดีปกครอง

มาตรา ๔๒ ผใู้ ดได้รบั ความเดอื ดรอ้ นหรือเสียหาย หรืออาจจะเดอื ดร้อนหรอื
เสยี หายโดยมอิ าจหลีกเลีย่ งได้อันเนอื่ งจากการกระทาหรอื การงดเว้นการกระทาของหนว่ ยงาน
ทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือมีข้อโต้แย้งเกีย่ วกับสัญญาทางปกครอง หรือกรณีอ่ืนใดท่ี
อยู่ในเขตอานาจศาลปกครองตามมาตรา ๙ และการแก้ไขหรอื บรรเทาความเดือนรอ้ นหรือความ
เสียหายหรอื ยตุ ิขอ้ โตแ้ ยง้ น้ัน ตอ้ งมคี าบังคบั ตามทกี่ าหนดในมาตรา ๗๒ ผ้นู ้นั มสี ิทธิฟอ้ งคดีต่อ
ศาลปกครอง

ในกรณที ่ีมกี ฎหมายกาหนดข้ันตอนหรือวธิ ีการสาหรับการแก้ไขความเดอื ดรอ้ น
หรอื เสียหายในเรอ่ื งใดไวโ้ ดยเฉพาะ การฟ้องคดปี กครองในเรอ่ื งนั้นจะกระทาไดต้ ่อเมอื่ มกี าร
ดาเนินการตามขน้ั ตอนและวิธีการดังกล่าว และได้มีการส่งั การตามกฎหมายนั้น หรือมิไดม้ กี าร
สัง่ การภายในเวลาอนั สมควร หรือภายในเวลาท่ีกฎหมายนนั้ กาหนด

มาตรา ๔๕ คาฟ้องใหใ้ ช้ถอ้ ยคาสุภาพและต้องมี
(๑) ช่ือและที่อย่ขู องผูฟ้ อ้ งคดี
(๒) ชื่อหน่วยงานทางปกครองหรือเจา้ หน้าท่ีของรัฐทีเ่ กย่ี วข้องอันเปน็ เหตุแหง่
การฟ้องคดี
(๓) การกระทาทงั้ หลายทีเ่ ป็นเหตแุ ห่งการฟอ้ งคดี พรอ้ มทงั้ ข้อเท็จจริงหรอื
พฤตกิ ารณต์ ามสมควรเกยี่ วกบั การกระทาดงั กล่าว
(๔) คาขอของผู้ฟอ้ งคดี
(๕) ลายมอื ช่อื ของผฟู้ อ้ งคดี ถา้ เป็นการย่ืนฟอ้ งคดแี ทนผอู้ น่ื จะตอ้ งแนบใบมอบ
ฉันทะใหฟ้ อ้ งคดมี าดว้ ย

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๔

มาตรา ๔๖ คาฟ้องให้ยน่ื ต่อพนกั งานเจา้ หน้าที่ของศาลปกครอง ในการนอ้ี าจ
ยื่นคาฟอ้ งโดยสง่ ทางไปรษณยี ์ลงทะเบียนกไ็ ด้ และเพ่อื ประโยชน์ในการนับอายคุ วาม ให้ถือวา่
วนั ที่สง่ คาฟอ้ งแก่เจ้าพนักงานไปรษณยี ์เป็นวันที่ยนื่ คาฟอ้ งตอ่ ศาลปกครอง

มาตรา ๔๗ การฟอ้ งคดีท่อี ยู่ในเขตอานาจของศาลปกครองชน้ั ต้น ให้ย่ืนฟอ้ ง
ตอ่ ศาลปกครองชัน้ ตน้ ทีผ่ ู้ฟ้องคดีมีภูมลิ าเนาหรือท่ีมลู คดีเกดิ ขึน้ ในเขตศาลปกครองชน้ั ต้นนน้ั

มาตรา ๔๙ การฟ้องคดีปกครองจะตอ้ งย่ืนฟอ้ งภายในเกา้ สบิ วนั นับแตว่ ันท่ีรู้
หรือควรรถู้ ึงเหตุแหง่ การฟอ้ งคดี หรือนับแต่วนั ท่พี ้นกาหนดเก้าสบิ วันนบั แตว่ ันท่ีผู้ฟอ้ งคดไี ดม้ ี
หนังสือรอ้ งขอตอ่ หนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจ้าหน้าท่ีของรัฐเพือ่ ใหป้ ฏิบัตหิ น้าท่ีตามที่
กฎหมายกาหนดและไม่ได้รับหนังสือช้ีแจงจากหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั หรอื
ไดร้ บั แตเ่ ปน็ คาช้แี จงท่ผี ฟู้ อ้ งคดีเห็นว่าไม่มเี หตุผล แลว้ แต่กรณี เว้นแตจ่ ะมีบทกฎหมายเฉพาะ
กาหนดไว้เป็นอยา่ งอื่น

มาตรา ๕๐ คาสั่งใดท่ีอาจฟ้องต่อศาลปกครองได้ ให้ผู้ออกคาสัง่ ระบวุ ธิ ีการย่ืน
คาฟอ้ งและระยะเวลาสาหรับย่นื คาฟ้องไวใ้ นคาส่งั ดงั กล่าวดว้ ย

ในกรณีที่ปรากฏตอ่ ผูอ้ อกคาสง่ั ใดในภายหลังว่า ตนมิไดป้ ฏบิ ัติตามวรรคหนงึ่
ให้ผนู้ ้ันดาเนนิ การแจ้งข้อความซง่ึ พงึ ระบุตามวรรคหนง่ึ ให้ผู้รบั คาส่ังทราบโดยไมช่ กั ช้า ในกรณี
นใี้ ห้ระยะเวลาสาหรบั ยื่นคาฟอ้ งเริม่ นับใหม่นบั แตว่ ันท่ีผู้รับคาสงั่ ได้รับแจ้งขอ้ ความดังกล่าว

ถา้ ไม่มีการแจง้ ใหม่ตามวรรคสองและระยะเวลาสาหรับยืน่ คาฟอ้ งมีกาหนดน้อย
กว่าหน่ึงปี ใหข้ ยายเวลาสาหรบั ย่ืนคาฟ้องเป็นหน่ึงปนี ับแตว่ นั ท่ไี ดร้ บั คาสัง่

มาตรา ๕๑ การฟ้องคดตี ามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ใหย้ น่ื ฟอ้ งภายในหนงึ่ ปี
และการฟ้องคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนง่ึ (๔) ให้ยืน่ ฟอ้ งภายในห้าปี นบั แต่วันทีร่ ้หู รือควรรู้ถึง
เหตแุ หง่ การฟ้องคดีแต่ไมเ่ กินสบิ ปีนับแต่วันท่ีมีเหตุแห่งการฟอ้ งคดี

มาตรา ๕๒ การฟ้องคดีปกครองที่เกย่ี วกับการคมุ้ ครองประโยชนส์ าธารณะ
หรือสถานะของบคุ คลจะย่นื ฟอ้ งคดเี มอ่ื ใดก็ได้

สว่ นที่ ๒
การดาเนินคดปี กครอง

มาตรา ๕๔ ศาลปกครองสูงสดุ ตอ้ งมตี ุลาการในศาลปกครองสูงสดุ อยา่ งน้อย
ห้าคนจงึ จะเป็นองคค์ ณะพิจารณาพิพากษา

ศาลปกครองชั้นต้นต้องมีตลุ าการในศาลปกครองช้นั ต้นอย่างนอ้ ยสามคน จงึ จะ
เปน็ องคค์ ณะพจิ ารณาพิพากษา

สว่ นท่ี ๓
คาพพิ ากษาหรือคาสง่ั คดปี กครอง

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๕

มาตรา ๗๓ การคัดค้านคาพิพากษาหรือคาสัง่ ของศาลปกครองช้นั ต้นนั้น ให้
ย่นื อุทธรณต์ ่อศาลปกครองชน้ั ตน้ ท่ีมีคาพิพากษาหรอื คาสั่งภายในกาหนดสามสิบวันนับแต่วันที่
ได้มคี าพพิ ากษาหรือคาสงั่ ถา้ มิได้ยน่ื อุทธรณ์ตามกาหนดเวลาดังกลา่ ว ให้ถอื ว่าคดนี ั้นเป็นอนั
ถึงท่ีสุด

มาตรา ๗๕ ในกรณีทศ่ี าลปกครองไดม้ คี าพิพากษาหรือคาสง่ั ชี้ขาดคดี
ปกครองเสรจ็ เด็ดขาดแลว้ คู่กรณหี รือบุคคลภายนอกผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี หรอื อาจถกู กระทบจากผล
แห่งคดนี ้นั อาจมีคาขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดหี รือมคี าส่งั ช้ขี าดคดีปกครองนัน้ ใหม่
ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ศาลปกครองฟังข้อเทจ็ จริงผิดพลาดหรอื มีพยานหลกั ฐานใหม่ อันอาจทาให้
ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ฟี งั เปน็ ยุตแิ ลว้ นน้ั เปล่ียนแปลงไปในสาระสาคญั

(๒) คกู่ รณีทแ่ี ท้จริงหรือบคุ คลภายนอกนนั้ มิไดเ้ ข้ามาในการดาเนินกระบวน
พจิ ารณาคดหี รือไดเ้ ข้ามาแลว้ แต่ถกู ตัดโอกาสโดยไมเ่ ป็นธรรมในการมสี ว่ นร่วมในการดาเนิน
กระบวนพิจารณา

(๓) มีข้อบกพรอ่ งสาคญั ในกระบวนพิจารณาพพิ ากษาท่ีทาให้ผลของคดไี ม่มี
ความยุติธรรม

(๔) คาพิพากษาหรือคาส่งั นั้นได้ทาขึน้ โดยอาศยั ขอ้ เท็จจรงิ หรือข้อกฎหมายใด
และตอ่ มาขอ้ เทจ็ จริงหรือขอ้ กฎหมายน้นั เปลย่ี นแปลงไปในสาระสาคัญซ่ึงทาให้ผลแหง่ คา
พิพากษาหรือคาส่ังขดั กับกฎหมายท่ีใชบ้ งั คบั อยู่ในขณะนน้ั

การย่ืนคาขอให้พจิ ารณาพิพากษาคดีหรอื มีคาสั่งใหม่ตอ้ งกระทาภายในเกา้ สิบ
วนั นับแตว่ นั ที่ผู้นนั้ ได้รหู้ รือควรรถู้ งึ เหตซุ ึง่ อาจขอให้พิจารณาพพิ ากษาหรือมคี าสง่ั ใหมไ่ ด้ แตไ่ ม่
เกนิ ห้าปีนับแต่ศาลปกครองได้มคี าพพิ ากษาหรอื คาสั่งช้ีขาด

ChanKen Tutor

สรุป ChanKen Tutor
พระราชบัญญตั ิ
ปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม

พ.ศ. ๒๕๔๕
แกไ้ ขเพิ่มเติมถึง(ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๕๓

********************************

มาตรา ๔ ให้นายกรฐั มนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้
มาตรา ๕ ให้มกี ระทรวง และสว่ นราชการที่มีฐานะเปน็ กระทรวง ดงั ต่อไปน้ี
(๑) สานกั นายกรัฐมนตรี
(๒) กระทรวงกลาโหม
(๓) กระทรวงการคลัง
(๔) กระทรวงการต่างประเทศ
(๕) กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกฬี า
(๖) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
(๗) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(๘) กระทรวงคมนาคม
(๙) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
(๑๐) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร
(๑๑) กระทรวงพลังงาน
(๑๒) กระทรวงพาณิชย์
(๑๓) กระทรวงมหาดไทย
(๑๔) กระทรวงยุตธิ รรม
(๑๕) กระทรวงแรงงาน
(๑๖) กระทรวงวัฒนธรรม
(๑๗) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(๑๘) กระทรวงศึกษาธกิ าร
(๑๙) กระทรวงสาธารณสุข
(๒๐) กระทรวงอตุ สาหกรรม

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๒

หมวด ๑
สานักนายกรฐั มนตรี

มาตรา ๖ สานักนายกรัฐมนตรี มอี านาจหน้าทเ่ี กี่ยวกับราชการทั่วไปของนายกรัฐมนตรีและคณะรฐั มนตรี
รบั ผิดชอบการบรหิ ารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกจิ สังคม การเมอื ง
และความมั่นคง และราชการเกยี่ วกบั การงบประมาณ ระบบราชการ การบรหิ ารงานบุคคล กฎหมายและการ
พฒั นากฎหมาย การตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิราชการ การปฏิบัติภารกิจพิเศษและราชการอ่นื ตามท่ีมี
กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าที่ ของสานกั นายกรฐั มนตรีหรือสว่ นราชการท่สี ังกัดสานกั นายกรฐั มนตรี หรือ
ท่ีมิไดอ้ ยู่ภายในอานาจหน้าที่ของกระทรวงใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๗ สานักนายกรัฐมนตรี มีสว่ นราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
(๒) กรมประชาสัมพันธ์
(๓) สานักงานคณะกรรมการคมุ้ ครองผ้บู ริโภค
ส่วนราชการทอ่ี ยูใ่ นบงั คบั บัญชาขึ้นตรงต่อนายกรฐั มนตรี
(๔) สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
(๕) สานกั เลขาธิการคณะรฐั มนตรี
(๖) สานกั ข่าวกรองแห่งชาติ
(๗) สานกั งบประมาณ
(๘) สานักงานสภาความม่ันคงแหง่ ชาติ
(๙) สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑๐) สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น
(๑๑) สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ
(๑๒) สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

หมวด ๒
กระทรวงกลาโหม

มาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาความม่ันคงของราชอาณาจักร
จากภยั คกุ คามทัง้ ภายนอกและภายในประเทศ การรักษาผลประโยชนแ์ หง่ ชาติ สนับสนุนการพัฒนาประเทศ
และราชการอืน่ ตามที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหนา้ ท่ีของกระทรวงกลาโหมหรือสว่ นราชการทส่ี งั กดั
กระทรวงกลาโหม

มาตรา ๙ การจดั ระเบยี บราชการกระทรวงกลาโหมให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบแบบ
แผนว่าด้วยการนั้น

ChanKen Tutor

ChanKen Tutor ๓

หมวด ๓
กระทรวงการคลงั

มาตรา ๑๐ กระทรวงการคลัง มีอานาจหนา้ ที่เกี่ยวกับการเงินการคลังแผน่ ดิน การประเมินราคา
ทรัพยส์ ิน การบริหารพสั ดุภาครัฐ กจิ การเก่ียวกับทร่ี าชพสั ดุ ทรพั ย์สนิ ของแผ่นดิน ภาษีอากร การรษั ฎากร
กิจการหารายได้ท่ีรัฐมอี านาจดาเนนิ การไดแ้ ต่ผ้เู ดียวตามกฎหมายและไมอ่ ยใู่ นอานาจหน้าทีข่ องส่วนราชการอ่ืน
การบรหิ ารหนสี้ าธารณะ การบริหารและการพัฒนารัฐวิสาหกจิ และหลักทรพั ย์ของรัฐ และราชการอ่ืนตามทม่ี ี
กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าทข่ี องกระทรวงการคลงั หรอื ส่วนราชการท่ีสงั กัดกระทรวงการคลัง

มาตรา ๑๑ กระทรวงการคลัง มีส่วนราชการ ดังต่อไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมธนารักษ์
(๔) กรมบญั ชกี ลาง
(๕) กรมศลุ กากร
(๖) กรมสรรพสามิต
(๗) กรมสรรพากร
(๘) สานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวสิ าหกิจ
(๙) สานกั งานบริหารหน้ีสาธารณะ
(๑๐) สานกั งานเศรษฐกิจการคลัง

หมวด ๔
กระทรวงการต่างประเทศ

มาตรา ๑๒ กระทรวงการต่างประเทศ มีอานาจหน้าทีเ่ กย่ี วกบั ราชการต่างประเทศ และราชการอ่ืน
ตามทีไ่ ด้มีกฎหมายกาหนดให้เปน็ อานาจหน้าท่ีของกระทรวงการตา่ งประเทศหรอื สว่ นราชการทส่ี งั กดั กระทรวง
การตา่ งประเทศ

มาตรา ๑๓ กระทรวงการต่างประเทศ มสี ่วนราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรมการกงสลุ
(๔) กรมพธิ กี ารทูต
(๕) กรมยุโรป
(๖) กรมวิเทศสหการ
(๗) กรมเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
(๘) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

ChanKen Tutor



(๙) กรมสารนเิ ทศ
(๑๐) กรมองค์การระหว่างประเทศ
(๑๑) กรมอเมรกิ าและแปซิฟิกใต้
(๑๒) กรมอาเซียน
(๑๓) กรมเอเชยี ตะวันออก
(๑๔) กรมเอเชยี ใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

หมวด ๕
กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า

มาตรา ๑๔ กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี า มอี านาจหน้าทเ่ี ก่ียวกับการสง่ เสริมสนับสนนุ และพัฒนา
อตุ สาหกรรมการทอ่ ง เที่ยว การกฬี า การศึกษาด้านกีฬา นันทนาการ และราชการอน่ื ตามทีม่ ีกฎหมาย
กาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าท่ีของกระทรวงการทอ่ ง เทย่ี วและกีฬาหรอื ส่วนราชการท่ีสงั กดั กระทรวงการท่องเทยี่ ว
และกีฬา

มาตรา ๑๕ กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี า มสี ่วนราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) สานกั งานพัฒนาการกฬี าและนันทนาการ
(๔) สานกั งานพัฒนาการทอ่ งเทย่ี ว
ChanKen Tutor
หมวด ๖
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์

มาตรา ๑๖ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ มอี านาจหน้าทเี่ ก่ียวกับการพัฒนา
สังคม การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสงั คม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความม่นั คงใน
ชีวิต สถาบันครอบครวั และชุมชน และราชการอนื่ ตามทม่ี กี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าที่ของกระทรวง
การพัฒนา สงั คมและความม่นั คงของมนุษย์หรือสว่ นราชการทส่ี งั กดั กระทรวงการพัฒนาสังคม และความม่ันคง
ของมนุษย์

มาตรา ๑๗ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ มสี ่วนราชการ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวง
(๓) กรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ
(๔) สานกั งานกจิ การสตรแี ละสถาบนั ครอบครวั
(๕) สานักงานสง่ เสริมสวัสดิภาพและพิทักษเ์ ด็ก เยาวชน ผู้ดอ้ ยโอกาส คนพิการ และผ้สู งู อายุ

ChanKen Tutor



หมวด ๗
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มาตรา ๑๘ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอานาจหน้าที่เกีย่ วกับเกษตรกรรม กรมปา่ ไม้ การจัดหา
แหลง่ นา้ และพัฒนาระบบชลประทาน ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สง่ เสริมและพัฒนาระบบสหกรณ์ รวมตลอด
ทั้งกระบวนการผลิตและสนิ ค้าเกษตรกรรม และราชการอ่นื ตามทก่ี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าที่ของ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรอื สว่ นราชการทสี่ ังกดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มาตรา ๑๙ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มสี ว่ นราชการ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๒/๑) กรมการข้าว
(๓) กรมชลประทาน
(๔) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
(๕) กรมประมง
(๖) กรมปศสุ ัตว์
(๗) กรมป่าไม้
(๘) กรมพัฒนาทด่ี ิน
(๙) กรมวชิ าการเกษตร
(๑๐) กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
(๑๑) กรมส่งเสริมสหกรณ์
(๑๑/๑) กรมหมอ่ นไหม
(๑๒) สานักงานการปฏริ ูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม
(๑๓) สานักงานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
(๑๔) สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ChanKen Tutor
หมวด ๘
กระทรวงคมนาคม

มาตรา ๒๐ กระทรวงคมนาคม มอี านาจหน้าท่เี กยี่ วกับการขนส่ง ธรุ กิจการขนสง่ การวางแผนจราจร
และการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านการคมนาคม และราชการอื่นตามท่มี กี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าท่ี
ของกระทรวงคมนาคมหรอื สว่ นราชการทสี่ งั กัดกระทรวงคมนาคม

มาตรา ๒๑ กระทรวงคมนาคม มสี ่วนราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการขนส่งทางน้าและพาณิชยนาวี(กรมเจ้าท่า)
(๔) กรมการขนส่งทางบก

ChanKen Tutor



(๕) กรมการขนสง่ ทางอากาศ
(๖) กรมทางหลวง
(๗) กรมทางหลวงชนบท
(๘) สานักงานนโยบายและแผนการขนสง่ และจราจร

หมวด ๙
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

มาตรา ๒๒ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม มอี านาจหน้าทีเ่ กยี่ วกบั การสงวน อนุรกั ษ์
และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม การจัดการการใช้ประโยชนอ์ ย่างยัง่ ยืน และราชการอืน่ ตามท่ี
กฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหนา้ ท่ีของกระทรวงทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มหรอื ส่วนราชการที่สงั กัด
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดล้อม

มาตรา ๒๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม มีส่วนราชการ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวง
(๓) กรมควบคมุ มลพิษ
(๔) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั
(๕) กรมทรัพยากรธรณี
(๖) กรมทรัพยากรน้า
(๗) กรมทรพั ยากรน้าบาดาล
(๘) กรมสง่ เสริมคณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ ม
(๙) กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ปา่ และพันธุ์พืช
(๑๐) สานกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม

หมวด ๑๐
กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร
ChanKen Tutor

มาตรา ๒๔ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร มีอานาจหนา้ ที่เกยี่ วกับการวางแผน
ส่งเสริม พัฒนา และดาเนินกจิ การเกี่ยวกับเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร การอุตนุ ยิ มวทิ ยา และการสถิติ
และราชการอืน่ ตามที่มกี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหนา้ ที่ของกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร
หรอื ส่วนราชการทีส่ ังกดั กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและ การสอื่ สาร

มาตรา ๒๕ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร มีสว่ นราชการ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมไปรษณียโ์ ทรเลข
(๔) กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา
(๕) สานักงานสถิติแห่งชาติ

ChanKen Tutor



หมวด ๑๑
กระทรวงพลงั งาน

มาตรา ๒๖ กระทรวงพลงั งาน มอี านาจหน้าทเ่ี ก่ียวกบั การจัดหา พัฒนาและบริหารจัดการพลงั งาน และ
ราชการอ่ืนตามท่มี กี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจและหน้าที่ของกระทรวงพลังงานหรอื ส่วนราชการที่สังกัด
กระทรวงพลงั งาน

มาตรา ๒๗ กระทรวงพลังงาน มีส่วนราชการ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมเชอ้ื เพลงิ ธรรมชาติ
(๔) กรมธรุ กิจพลงั งาน
(๕) กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรกั ษ์พลังงาน
(๖) สานกั งานนโยบายและแผนพลังงาน
ChanKen Tutor
หมวด ๑๒
กระทรวงพาณิชย์

มาตรา ๒๘ กระทรวงพาณิชย์ มอี านาจหน้าท่เี กี่ยวกับการคา้ ธรุ กิจบรกิ าร ทรัพย์สนิ ทางปัญญา และ
ราชการอ่ืนตามทม่ี กี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์หรือส่วนราชการทสี่ ังกดั กระทรวง
พาณชิ ย์

มาตรา ๒๙ กระทรวงพาณิชย์ มีส่วนราชการ ดังต่อไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการคา้ ตา่ งประเทศ
(๔) กรมการคา้ ภายใน
(๕) (ยกเลกิ )
(๖) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
(๗) กรมทรพั ย์สินทางปัญญา
(๘) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๙) กรมสง่ เสริมการส่งออก

ChanKen Tutor



หมวด ๑๓
กระทรวงมหาดไทย

มาตรา ๓๐ กระทรวงมหาดไทย มีอานาจหน้าที่เก่ียวกบั การบาบัดทุกข์บารุงสุข การรกั ษาความสงบ
เรยี บร้อยของประชาชน การอานวยความเป็นธรรมของสังคม การสง่ เสริมและพัฒนาการเมืองการปกครอง การ
พฒั นาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องท่ี การสง่ เสริมการปกครองท้องถนิ่ และพัฒนาชุมชน
การทะเบียนราษฎร ความมั่นคงภายใน กิจการสาธารณภัย และการพฒั นาเมืองและราชการอื่นตามที่มกี ฎหมาย
กาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าท่ีของกระทรวงมหาดไทยหรอื สว่ นราชการท่สี ังกดั กระทรวงมหาดไทย

มาตรา ๓๑ กระทรวงมหาดไทย มีสว่ นราชการ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการปกครอง
(๔) กรมการพัฒนาชุมชน
(๕) กรมที่ดิน
(๖) กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๗) กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง
(๘) กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิน่

หมวด ๑๔
กระทรวงยุตธิ รรม
ChanKen Tutor
มาตรา ๓๒ กระทรวงยตุ ธิ รรม มอี านาจหนา้ ทเี่ กยี่ วกบั การบรหิ ารจัดการกระบวนการยตุ ธิ รรม
เสริมสร้างและอานวยความยุตธิ รรมในสังคม และราชการอ่นื ตามท่ีมกี ฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ อานาจหน้าท่ีของ
กระทรวงยตุ ธิ รรมหรอื ส่วนราชการทสี่ งั กัดกระทรวงยุตธิ รรม

มาตรา ๓๓ กระทรวงยุตธิ รรม มีสว่ นราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรมคุมประพฤติ
(๔) กรมค้มุ ครองสิทธแิ ละเสรภี าพ
(๕) กรมบงั คบั คดี
(๖) กรมพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน
(๗) กรมราชทัณฑ์
(๘) กรมสอบสวนคดพี ิเศษ
(๙) สานักงานกิจการยตุ ิธรรม
(๑๐) สถาบันนติ ิวทิ ยาศาสตร์
ส่วนราชการท่ีอยใู่ นบงั คับบัญชาข้ึนตรงตอ่ รัฐมนตรี
(๑๑) สานักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามยาเสพติด

ChanKen Tutor



หมวด ๑๕
กระทรวงแรงงาน

มาตรา ๓๔ กระทรวงแรงงาน มีอานาจหน้าท่เี ก่ียวกับการบริหารและคุ้มครองแรงงาน พฒั นาฝีมอื
แรงงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมงี านทา และราชการอนื่ ตามที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหนา้ ที่ของกระทรวง
แรงงานหรอื ส่วนราชการท่ีสังกัดกระทรวงแรงงาน

มาตรา ๓๕ กระทรวงแรงงาน มีสว่ นราชการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการจัดหางาน
(๔) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
(๕) กรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน
(๖) สานกั งานประกันสังคม
ChanKen Tutor
หมวด ๑๖
กระทรวงวฒั นธรรม

มาตรา ๓๖ กระทรวงวฒั นธรรม มอี านาจหน้าทเ่ี กีย่ วกับศลิ ปะ ศาสนา และวัฒนธรรม และราชการอ่ืน
ตามท่ีมกี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าท่ีของกระทรวงวฒั นธรรมหรือส่วนราชการท่ีสงั กัดกระทรวง
วัฒนธรรม

มาตรา ๓๗ กระทรวงวัฒนธรรม มสี ว่ นราชการ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการศาสนา
(๔) กรมศิลปากร
(๕) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
(๖) สานกั งานศลิ ปวัฒนธรรมร่วมสมัย

หมวด ๑๗
กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรา ๓๘ กระทรวง วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มอี านาจหน้าท่ีเกยี่ วกบั การวางแผน สง่ เสริมและ
พฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และราชการอ่ืนตามทมี่ กี ฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของ
กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยหี รือส่วนราชการที่สังกดั กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ChanKen Tutor

๑๐

มาตรา ๓๙ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มสี ว่ นราชการ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรมวิทยาศาสตร์บรกิ าร
(๔) สานักงานปรมาณูเพ่อื สันติ

หมวด ๑๘
กระทรวงศกึ ษาธิการ

มาตรา ๔๐ กระทรวงศึกษาธกิ าร มอี านาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและกากบั ดแู ลการศึกษาทุกระดับ
และทุกประเภท กาหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศกึ ษา สนับสนุนทรพั ยากรเพื่อการศึกษา ส่งเสรมิ และ
ประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกฬี าเพ่อื การศกึ ษา รวมทง้ั การติดตามตรวจสอบ และ
ประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา และราชการอ่ืนตามทม่ี ีกฎหมายกาหนดให้เป็นอานาจหน้าท่ีของ
กระทรวงศึกษาธิการหรือสว่ นราชการทสี่ งั กัดกระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา ๔๑ การจดั ระเบยี บราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าดว้ ยการน้นั
ChanKen Tutor
หมวด ๑๙
กระทรวงสาธารณสุข

มาตรา ๔๒ กระทรวงสาธารณสขุ มีอานาจหนา้ ทีเ่ กี่ยวกับการสรา้ งเสรมิ สุขภาพอนามัย การปอ้ งกัน
ควบคมุ และรักษาโรคภยั การฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน และราชการอ่นื ตามที่มกี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็น
อานาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขหรอื สว่ นราชการทส่ี ังกดั กระทรวงสาธารณสุข

มาตรา ๔๓ กระทรวงสาธารณสุข มสี ว่ นราชการ ดังต่อไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลัดกระทรวง
(๓) กรมการแพทย์
(๔) กรมควบคุมโรค
(๕) กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
(๖) กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
(๗) กรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ
(๘) กรมสุขภาพจิต
(๙) กรมอนามัย
(๑๐) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ChanKen Tutor

๑๑

หมวด ๒๐
กระทรวงอตุ สาหกรรม

มาตรา ๔๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีอานาจหน้าทเี่ ก่ียวกับการส่งเสรมิ และพัฒนาอุตสาหกรรม การ
สง่ เสรมิ การลงทุน การพัฒนาผู้ประกอบการ และราชการอืน่ ตามทม่ี กี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าทข่ี อง
กระทรวงอุตสาหกรรมหรือสว่ นราชการท่ีสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

มาตรา ๔๕ กระทรวงอุตสาหกรรม มีส่วนราชการ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรมโรงงานอตุ สาหกรรม
(๔) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
(๕) กรมอตุ สาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมอื งแร่
(๖) สานกั งานคณะกรรมการออ้ ยและน้าตาลทราย
(๗) สานกั งานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม
(๘) สานักงานเศรษฐกิจอตุ สาหกรรม
ส่วนราชการท่อี ยู่ในบงั คบั บัญชาข้ึนตรงตอ่ รัฐมนตรี
(๙) สานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ChanKen Tutor
หมวด ๒๑
สว่ นราชการไม่สงั กดั สานักนายกรฐั มนตรี กระทรวงหรอื ทบวง

มาตรา ๔๖ สว่ นราชการไม่สงั กัดสานกั นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง มีดงั ต่อไปนี้
(๑) สานักราชเลขาธิการ มอี านาจหน้าท่ีเกี่ยวกบั การเลขานกุ ารในพระองคพ์ ระมหากษตั ริย์
(๒) สานกั พระราชวงั มอี านาจหน้าท่ีเก่ยี วกบั การจดั การพระราชวงั ตลอดจนดแู ลรกั ษาทรพั ย์สินและ
ผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์
(๓) สานักงานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ มอี านาจหน้าท่เี กีย่ วกบั กิจการพระพุทธศาสนา ส่งเสริมพัฒนา
พระพุทธศาสนาและดูแลรกั ษาศาสนสมบตั ิตามกฎหมายวา่ ดว้ ยคณะสงฆ์ และอานาจหน้าทีต่ ามทีก่ าหนดไวใ้ น
กฎหมาย
(๔) สานกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพื่อประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ มีอานาจหน้าท่ี
เก่ยี วกับการประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริตามทีก่ าหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๕) สานักงานคณะกรรมการวิจัยแหง่ ชาติ มอี านาจหน้าท่เี กี่ยวกับการวจิ ยั และอานาจหน้าทตี่ ามที่
กาหนดไวใ้ นกฎหมาย
(๖) ราชบัณฑิตยสถาน มีอานาจหน้าทเ่ี กี่ยวกบั การค้นคว้า วิจัย และเผยแพร่ทางวชิ าการและอานาจ
หนา้ ท่ีตามท่กี าหนดไวใ้ นกฎหมาย
(๗) สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ มอี านาจหน้าที่เกี่ยวกบั การรักษาความสงบเรียบร้อย และอานาจหน้าท่ี
ตามทก่ี าหนดไวใ้ นกฎหมาย

ChanKen Tutor


Click to View FlipBook Version