ChanKen Tutor ๑๒
(๘) สานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มอี านาจหน้าทเ่ี ก่ียวกับการดาเนินการใหเ้ ป็นไปตาม
มติของคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม และอานาจหน้าท่ตี ามท่ี
กาหนดไว้ในกฎหมาย
(๙) ยกเลกิ
สว่ นราชการตามวรรคหนึง่ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) มฐี านะเป็นกรม อยูใ่ นบังคบั บัญชาของ
นายกรฐั มนตรี
ส่วนราชการตามวรรคหน่งึ (๘) มีฐานะเป็นกรม อยู่ในบังคบั บญั ชาของรฐั มนตรีว่าการกระทรวงยุตธิ รรม
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๕๑
********************************
มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั ินใี้ ห้ใช้บงั คบั ตงั้ แต่วนั ท่ี ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑ เป็นตน้ ไป
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตนิ ี้
“ขา้ ราชการพลเรือน” หมายความว่า บุคคลซงึ่ ได้รับบรรจแุ ละแต่งต้ังตามพระราชบัญญัตนิ ีใ้ ห้รับ
ราชการโดยได้รับเงนิ เดอื นจากเงินงบประมาณในกระทรวง กรมฝา่ ยพลเรือน
“สว่ นราชการ” หมายความว่า สว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม
และสว่ นราชการท่ีจัดต้งั ขึน้ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน และมฐี านะไมต่ า่ กว่ากรม
มาตรา ๕ ให้นายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตินี้
มาตรา ๖ ใหม้ ีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนคณะหนึง่ เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.” ประกอบด้วย
นายกรฐั มนตรหี รือรองนายกรัฐมนตรที ี่นายกรัฐมนตรมี อบหมาย เปน็ ประธาน ปลัดกระทรวงการคลงั
ผอู้ ่านวยการสา่ นกั งบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ เป็น
กรรมการโดยต่าแหน่ง และกรรมการซ่ึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แต่งตัง้ จากผทู้ รงคุณวุฒิด้าน การ
บรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล ดา้ นการบริหารและการจัดการ และดา้ นกฎหมายซึง่ มผี ลงานเป็นที่ประจักษ์ใน
ความสามารถมาแล้ว และเปน็ ผ้ทู ไี่ ด้รับการสรรหาตามหลักเกณฑ์ วิธกี ารและเงอื่ นไขท่กี ่าหนดในกฎ ก.พ.
จ่านวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกนิ เจ็ดคน และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
มาตรา ๗ กรรมการซึ่งทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ แต่งต้งั ใหอ้ ยู่ในต่าแหนง่ ได้คราวละสามปี ถา้
ตา่ แหนง่ กรรมการว่างลงกอ่ นกา่ หนดและยังมกี รรมการดังกล่าวเหลืออยอู่ ีกไม่นอ้ ยกว่าสามคนใหก้ รรมการ
ที่เหลอื ปฏิบัตหิ น้าท่ีต่อไปได้
กรรมการซึง่ พ้นจากต่าแหน่ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตง้ั ให้เปน็ กรรมการอีกก็ได้
มาตรา ๘ ก.พ. มอี ่านาจหน้าที่ดงั ต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คา่ ปรกึ ษาแก่คณะรัฐมนตรีเก่ียวกับนโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารบรหิ าร
ทรัพยากรบคุ คลภาครฐั ในด้านมาตรฐานค่าตอบแทน การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลรวมตลอด
ทัง้ การวางแผนก่าลังคนและด้านอ่ืนๆ เพอื่ ให้ส่วนราชการใช้เป็นแนวทางในการด่าเนินการ
(๒) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพจิ ารณาปรบั ปรงุ เงินเดือน เงนิ ประจ่าตา่ แหนง่ เงนิ เพ่มิ คา่ ครองชีพ
สวัสดกิ าร หรอื ประโยชนเ์ กื้อกูลอ่นื สา่ หรับข้าราชการฝ่ายพลเรอื นให้เหมาะสม
(๓) ก่าหนดหลักเกณฑ์ วิธกี าร และมาตรฐานการบรหิ ารและพัฒนาทรพั ยากรบคุ คลของข้าราชการ
พลเรอื น เพื่อส่วนราชการใช้เปน็ แนวทางในการดา่ เนินการ
(๔) ใหค้ วามเห็นชอบกรอบอตั ราก่าลังของส่วนราชการ
(๕) ออกกฎ ก.พ. และระเบียบเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลเพ่อื ปฏิบตั กิ ารตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ี รวมตลอดทงั้ การใหค้ ่าแนะน่าหรอื วางแนวทางในการปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญตั นิ ้ีกฎ
ก.พ. เม่อื ได้รบั อนุมัติจากคณะรฐั มนตรแี ละประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บังคบั ได้
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๒
(๖) ตีความและวินิจฉัยปญั หาทเี่ กดิ ข้ึนเนือ่ งจากการใชบ้ ังคบั พระราชบัญญตั นิ ้ี รวมตลอดทั้ง
ก่าหนดแนวทางปฏิบตั ิในกรณที เ่ี ปน็ ปัญหา มติของ ก.พ. ตามข้อน้ี เม่ือได้รบั ความเห็นชอบจาก
คณะรัฐมนตรีแล้ว ใหใ้ ชบ้ งั คับไดต้ ามกฎหมาย
(๗) กา่ กับ ดแู ล ตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบคุ คลของข้าราชการพล
เรือนในกระทรวงและกรม เพ่อื รกั ษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบรหิ ารทรัพยากรบุคคล รวมท้งั
ตรวจสอบและตดิ ตามการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ในการน้ี ใหม้ ีอา่ นาจเรียกเอกสารและหลักฐานจาก
สว่ นราชการ หรือให้ผู้แทนส่วนราชการ ขา้ ราชการหรือบคุ คลใดๆ มาช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริง และให้มีอา่ นาจออก
ระเบียบใหก้ ระทรวง และกรมรายงานเก่ียวกบั การบรหิ ารทรพั ยากรบุคคลของขา้ ราชการพลเรือนทอี่ ยูใ่ น
อา่ นาจหน้าที่ไปยงั ก.พ.
(๘) ก่าหนดนโยบายและออกระเบียบเกีย่ วกบั ทุนเล่าเรียนหลวงและทุนของรัฐบาลให้สอดคล้องกบั
นโยบายการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลของข้าราชการฝา่ ยพลเรือน ตลอดจนจัดสรรผรู้ ับทุนทสี่ ่าเร็จการศึกษา
แล้วเข้ารบั ราชการในกระทรวงและกรมหรือหนว่ ยงานของรฐั
(๙) ออกขอ้ บังคับหรอื ระเบียบเก่ยี วกบั การจัดการการศกึ ษาและควบคุมดูแลและการให้ความ
ช่วยเหลือบคุ ลากรภาครัฐ นักเรียนทนุ เลา่ เรียนหลวง นักเรียนทนุ ของรฐั บาล และนักเรียนทุนส่วนตวั ท่อี ยู่
ในความดูแลของ ก.พ. ตลอดจนการเกบ็ เงินชดเชยคา่ ใช้จา่ ยในการดูแลจดั การการศกึ ษา ท้งั นี้ ให้ถอื วา่ เงิน
ชดเชยค่าใช้จ่ายในการดแู ลจดั การการศึกษาเป็นเงินรายรบั ของสว่ นราชการทเ่ี ป็นสถานอ่านวยบริการอนั
เปน็ สาธารณประโยชน์ ตามความหมายในกฎหมายว่าด้วยวธิ ีการงบประมาณ
(๑๐) กา่ หนดหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารเพอ่ื รบั รองคณุ วุฒิของผไู้ ด้รับปริญญา ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
หรือคณุ วฒุ อิ ย่างอื่น เพอ่ื ประโยชนใ์ นการบรรจุและแต่งตงั้ เป็นขา้ ราชการพลเรอื น และการก่าหนดอัตรา
เงินเดอื นหรือค่าตอบแทน รวมทงั้ ระดับต่าแหน่งและประเภทตา่ แหนง่ ส่าหรับคณุ วุฒิดังกลา่ ว
(๑๑) กา่ หนดอตั ราค่าธรรมเนยี มในการปฏิบตั กิ ารเก่ียวกบั การบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้
(๑๒) พจิ ารณาจัดระบบทะเบยี นประวัตแิ ละแก้ไขทะเบียนประวตั ิเกยี่ วกบั วนั เดอื น ปีเกดิ และการ
ควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน
(๑๓) ปฏิบัตหิ น้าทอ่ี น่ื ตามท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ินแี้ ละกฎหมายอื่น
มาตรา ๑๒ ก.พ. มอี ่านาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามญั เรียกโดยย่อวา่ “อ.ก.พ. วสิ ามญั ” เพ่อื
ทา่ การใดๆ แทนได้
จ่านวน คุณสมบัติ หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการแต่งตงั้ อ.ก.พ. วิสามญั รวมตลอดทั้งวิธกี ารได้มาวาระ
การด่ารงต่าแหน่ง และการพน้ จากตา่ แหนง่ ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีก่าหนดในกฎ ก.พ.
มาตรา ๑๓ ใหม้ ีส่านักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น เรียกโดยยอ่ วา่ “สา่ นักงาน ก.พ.”
โดยมเี ลขาธิการ ก.พ. เปน็ ผู้บงั คบั บัญชาข้าราชการและบริหารราชการของส่านักงาน ก.พ. ขึน้ ตรงต่อ
นายกรฐั มนตรี
ส่านกั งาน ก.พ. มอี ่านาจหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เปน็ เจ้าหน้าที่เก่ียวกับการด่าเนินงานในหน้าท่ีของ ก.พ. และ ก.พ.ค. และด่าเนินการตามท่ี
ก.พ. หรือ ก.พ.ค. มอบหมาย
(๒) เสนอแนะและใหค้ า่ ปรกึ ษาแกก่ ระทรวง กรม เกย่ี วกับหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และแนวทางการ
บรหิ ารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๓
(๓) พฒั นา สง่ เสริม วิเคราะห์ วิจัยเก่ยี วกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และ
มาตรฐานด้านการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คลของข้าราชการพลเรือน
(๔) ตดิ ตามและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบคุ คลของข้าราชการพลเรือน
(๕) ด่าเนนิ การเก่ียวกับแผนก่าลังคนของข้าราชการพลเรือน
(๖) เป็นศูนยก์ ลางขอ้ มูลทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
(๗) จดั ทา่ ยุทธศาสตร์ ประสานและด่าเนินการเก่ียวกบั การพัฒนาทรัพยากรบคุ คลของข้าราชการ
ฝา่ ยพลเรอื น
(๘) สง่ เสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้ค่าปรกึ ษาแนะน่า และดา่ เนินการเก่ยี วกับการจดั สวสั ดกิ าร
และการเสริมสรา้ งคณุ ภาพชีวติ สา่ หรับทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
(๙) ด่าเนินการเก่ียวกบั ทุนเลา่ เรียนหลวงและทุนของรฐั บาลตามนโยบายและระเบียบของ ก.พ.
ตามมาตรา ๘ (๘)
(๑๐) ดา่ เนินการเก่ยี วกบั การดูแลบุคลากรภาครฐั และนักเรียนทนุ ตามขอ้ บังคับหรอื ระเบยี บของ
ก.พ. ตามมาตรา ๘ (๙)
(๑๑) ด่าเนินการเก่ยี วกับการรับรองคุณวุฒิของผูไ้ ดร้ ับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชพี หรือคุณวฒุ ิ
อย่างอ่ืน เพื่อประโยชนใ์ นการบรรจแุ ละแตง่ ตง้ั เป็นขา้ ราชการพลเรอื น และการกา่ หนดอัตราเงินเดอื นหรือ
คา่ ตอบแทน รวมท้ังระดับต่าแหน่งและประเภทต่าแหน่งส่าหรบั คุณวุฒดิ ังกลา่ ว
(๑๒) ดา่ เนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัตแิ ละการควบคุมเกษยี ณอายุของข้าราชการพล
เรือน
(๑๓) จัดทา่ รายงานประจา่ ปีเก่ยี วกบั การบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือนเสนอตอ่ ก.พ.
และคณะรฐั มนตรี
(๑๔) ปฏบิ ตั ิหน้าทีอ่ ื่นตามท่ีบญั ญัติไวใ้ นพระราชบญั ญัติน้ี กฎหมายอ่ืน หรอื ตามทค่ี ณะรฐั มนตรี
นายกรฐั มนตรี หรือ ก.พ. มอบหมาย
มาตรา ๑๔ ให้มีคณะอนกุ รรมการสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.พ. สามญั ” เพือ่ เปน็ องคก์ รบริหาร
ทรพั ยากรบคุ คลในสว่ นราชการตา่ งๆ ดังน้ี
(๑) คณะอนกุ รรมการสามัญประจา่ กระทรวง เรียกโดยย่อวา่ “อ.ก.พ. กระทรวง” โดยออกนาม
กระทรวง
(๒) คณะอนุกรรมการสามัญประจ่ากรม เรียกโดยย่อวา่ “อ.ก.พ. กรม” โดยออกนามกรม
(๓) คณะอนกุ รรมการสามัญประจา่ จงั หวัด เรยี กโดยย่อว่า “อ.ก.พ. จังหวดั ” โดยออกนามจงั หวัด
(๔) คณะอนุกรรมการสามญั ประจา่ ส่วนราชการอ่ืนนอกจากส่วนราชการตาม (๑) (๒) และ (๓)
การเรียกชื่อ องค์ประกอบ และอ่านาจหนา้ ท่ีของ อ.ก.พ. ตาม (๔) ใหเ้ ป็นไปตามท่กี ่าหนดในกฎ
ก.พ.
มาตรา ๑๕ อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบดว้ ยรัฐมนตรเี จ้าสงั กัด เปน็ ประธาน ปลดั กระทรวงเปน็ รอง
ประธาน และผูแ้ ทน ก.พ. ซึ่งต้งั จากข้าราชการพลเรอื นในส่านักงาน ก.พ. หน่ึงคนเป็นอนกุ รรมการโดย
ตา่ แหนง่ และอนุกรรมการซ่ึงประธาน อ.ก.พ. แตง่ ตงั้ จาก
(๑) ผู้ทรงคณุ วฒุ ดิ ้านการบริหารทรพั ยากรบคุ คล ดา้ นการบรหิ ารและการจดั การ และด้านกฎหมาย
ซงึ่ มผี ลงานเป็นท่ีประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว และมไิ ด้เป็นขา้ ราชการในกระทรวงน้นั จา่ นวนไม่เกนิ
สามคน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๔
(๒) ข้าราชการพลเรือนผู้ด่ารงตา่ แหน่งประเภทบริหารระดับสงู ในกระทรวงนั้น ซึ่งไดร้ บั เลือกจาก
ข้าราชการพลเรอื นผู้ด่ารงต่าแหน่งดังกล่าว จา่ นวนไม่เกินหา้ คน
ให้ อ.ก.พ. นี้ต้ังเลขานุการหนึง่ คน
มาตรา ๑๗ อ.ก.พ. กรม ประกอบดว้ ยอธบิ ดี เป็นประธาน รองอธิบดที ่อี ธบิ ดีมอบหมายหน่งึ คน
เป็นรองประธาน และอนุกรรมการซงึ่ ประธาน อ.ก.พ. แต่งตัง้ จาก
(๑) ผทู้ รงคุณวฒุ ิด้านการบริหารทรพั ยากรบุคคล ดา้ นการบริหารและการจัดการและดา้ นกฎหมาย
ซึง่ มีผลงานเป็นท่ีประจกั ษใ์ นความสามารถมาแล้ว และมิไดเ้ ป็นขา้ ราชการในกรมน้ันจ่านวนไมเ่ กินสามคน
(๒) ข้าราชการพลเรอื นซึ่งด่ารงตา่ แหน่งประเภทบรหิ ารหรอื ประเภทอ่านวยการในกรมน้ันซึ่งไดร้ ับ
เลือกจากขา้ ราชการพลเรอื นผดู้ า่ รงตา่ แหนง่ ดงั กลา่ ว จ่านวนไม่เกินหกคน
ให้ อ.ก.พ. น้ตี ้ังเลขานกุ ารหนงึ่ คน
มาตรา ๑๙ อ.ก.พ. จังหวัด ประกอบดว้ ยผ้วู ่าราชการจังหวัด เปน็ ประธาน รองผวู้ ่าราชการจังหวัด
ท่ผี วู้ า่ ราชการจังหวดั มอบหมายหนงึ่ คน เปน็ รองประธาน และอนกุ รรมการ ซง่ึ ประธาน อ.ก.พ. แตง่ ต้ังจาก
(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบคุ คล ดา้ นการบรหิ ารและการจดั การ และด้านกฎหมาย
ซ่งึ มผี ลงานเป็นที่ประจกั ษ์ในความสามารถมาแลว้ และมิไดเ้ ป็นข้าราชการพลเรือนในจังหวัดน้ัน จ่านวนไม่
เกนิ สามคน
(๒) ข้าราชการพลเรอื นซ่ึงด่ารงต่าแหน่งประเภทบริหารหรือประเภทอ่านวยการ ซง่ึ กระทรวงหรือ
กรมแตง่ ตัง้ ไปประจ่าจังหวดั น้นั และได้รับเลอื กจากข้าราชการพลเรอื นผ้ดู ่ารงต่าแหนง่ ดงั กล่าวจ่านวนไม่
เกินหกคน ซงึ่ แต่ละคนต้องไม่สังกัดกระทรวงเดียวกนั
ให้ อ.ก.พ. นีต้ ง้ั เลขานกุ ารหนึง่ คน
มาตรา ๒๔ ใหม้ ีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมคณะหนึง่ เรียกโดยยอ่ ว่า “ก.พ.ค.”
ประกอบดว้ ยกรรมการจ่านวนเจ็ดคนซ่งึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตงั้ ตามมาตรา ๒๖
กรรมการ ก.พ.ค. ต้องทา่ งานเต็มเวลา
ให้เลขาธกิ าร ก.พ. เป็นเลขานุการของ ก.พ.ค.
มาตรา ๒๕ ผจู้ ะไดร้ ับการแต่งตั้งเปน็ กรรมการ ก.พ.ค. ตอ้ งมคี ุณสมบตั ดิ ังตอ่ ไปน้ี
(๑) มีสัญชาตไิ ทย
(๒) มอี ายไุ มต่ ่ากว่าสสี่ บิ ห้าปี
(๓) มีคณุ สมบตั อิ ืน่ อย่างหน่ึงอยา่ งใด ดงั ต่อไปนี้
(ก) เป็นหรอื เคยเป็นกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิในคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น คณะกรรมการ
ข้าราชการครู คณะกรรมการขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื นใน
มหาวทิ ยาลยั คณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นในสถาบันอุดมศกึ ษา หรือคณะกรรมการข้าราชการตา่ รวจ
(ข) เป็นหรอื เคยเป็นกรรมการกฤษฎกี า
(ค) รับราชการหรือเคยรับราชการในต่าแหน่งไมต่ ่ากว่าผพู้ พิ ากษาศาลอุทธรณ์หรือเทียบเท่า
หรอื ตุลาการหวั หนา้ คณะศาลปกครองช้ันตน้
(ง) รบั ราชการหรือเคยรบั ราชการในต่าแหนง่ ไม่ต่ากว่าอัยการพิเศษประจา่ เขตหรือเทียบเท่า
(จ) รบั ราชการหรอื เคยรบั ราชการในตา่ แหน่งประเภทบริหารระดบั สงู หรือเทยี บเทา่ ตามท่ี
ก.พ. ก่าหนด
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๕
(ฉ) เปน็ หรือเคยเปน็ ผู้สอนวิชาในสาขานติ ศิ าสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรอื วชิ าท่ีเก่ยี วกบั การบริหารราชการแผ่นดิน ในสถาบันอดุ มศึกษา และดา่ รง
ตา่ แหนง่ หรอื เคยด่ารงต่าแหน่งไมต่ า่ กวา่ รองศาสตราจารย์ แต่ในกรณที ่ีดา่ รงต่าแหน่งรองศาสตราจารย์ตอ้ งด่ารง
ตา่ แหนง่ หรือเคยด่ารงตา่ แหนง่ มาแล้วไม่นอ้ ยกว่าหา้ ปี
มาตรา ๒๖ ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. ประกอบดว้ ยประธานศาลปกครองสูงสดุ
เป็นประธาน รองประธานศาลฎีกาทีไ่ ด้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกาหนึ่งคน กรรมการ ก.พ.
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิหนง่ึ คนซึ่งไดร้ ับเลอื กโดย ก.พ. และให้เลขาธกิ าร ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
ให้คณะกรรมการคัดเลอื กมีหนา้ ท่ีคัดเลอื กบุคคลผมู้ ีคุณสมบตั ติ ามมาตรา ๒๕ จ่านวนเจด็ คน
ให้ผไู้ ดร้ ับคดั เลอื กตามวรรคสองประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ก.พ.ค.
แลว้ ให้นายกรัฐมนตรีน่าความกราบบงั คมทลู เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แตง่ ตงั้
มาตรา ๒๘ ผู้ได้รับคัดเลอื กเปน็ กรรมการ ก.พ.ค. ผูใ้ ดมีลักษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๒๗ ผู้นัน้
ตอ้ งลาออกจากการเปน็ บุคคลซ่งึ มลี ักษณะต้องห้ามหรือแสดงหลักฐานใหเ้ ป็นที่เชือ่ ไดว้ ่าตนไดเ้ ลกิ การ
ประกอบอาชพี หรือวชิ าชีพหรือการประกอบการอันมีลักษณะตอ้ งหา้ มดังกลา่ วต่อเลขานุการ ก.พ.ค.
ภายในสบิ ห้าวนั นับแตว่ ันทีไ่ ด้รบั คัดเลือก
มาตรา ๒๙ กรรมการ ก.พ.ค. มีวาระการด่ารงต่าแหน่งหกปนี บั แตว่ นั ทท่ี รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง และใหด้ า่ รงตา่ แหน่งได้เพียงวาระเดยี ว
มาตรา ๓๐ นอกจากการพ้นจากตา่ แหนง่ ตามวาระ กรรมการ ก.พ.ค. พน้ จากต่าแหนง่ เมอื่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มอี ายคุ รบเจ็ดสิบปีบรบิ ูรณ์
(๔) ขาดคณุ สมบัตหิ รอื มีลกั ษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๗
(๕) ตอ้ งคา่ พิพากษาถึงที่สดุ ให้จา่ คุก แม้จะมกี ารรอการลงโทษ เว้นแตเ่ ปน็ การรอการลงโทษใน
ความผิดอนั ได้กระท่าโดยประมาท ความผิดลหโุ ทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
(๖) ไม่สามารถปฏิบตั งิ านไดเ้ ตม็ เวลาอย่างสมา่ เสมอตามระเบยี บของ ก.พ.ค.
มาตรา ๓๑ ก.พ.ค. มีอ่านาจหน้าท่ีดังต่อไปน้ี
(๑) เสนอแนะต่อ ก.พ. หรือองคก์ รกลางบริหารงานบคุ คลอื่น เพ่อื ให้ ก.พ. หรือองคก์ รกลาง
บริหารงานบุคคลอ่ืน ดา่ เนนิ การจดั ให้มีหรือปรับปรงุ นโยบายการบริหารทรพั ยากรบุคคลในสว่ นท่เี ก่ยี วกบั
การพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(๒) พจิ ารณาวนิ ิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๑๔
(๓) พจิ ารณาวินิจฉยั เร่อื งรอ้ งทกุ ข์ตามมาตรา ๑๒๓
(๔) พจิ ารณาเร่อื งการคุ้มครองระบบคณุ ธรรมตามมาตรา ๑๒๖
(๕) ออกกฎ ก.พ.ค. ระเบยี บ หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารเพ่อื ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบัญญตั ินี้ กฎ
ก.พ.ค. เมอื่ ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคับได้
(๖) แต่งตั้งบคุ คลซึ่งมีคุณสมบตั ิและไม่มีลักษณะตอ้ งหา้ มตามท่ี ก.พ.ค. ก่าหนด เพื่อเป็นกรรมการ
วนิ ิจฉัยอุทธรณ์หรือเป็นกรรมการวนิ จิ ฉัยรอ้ งทุกข์
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๖
มาตรา ๓๔ การจัดระเบียบข้าราชการพลเรอื นต้องเป็นไปเพอื่ ผลสมั ฤทธ์ติ ่อภารกิจของรัฐ ความมี
ประสิทธิภาพ และความคุม้ คา่ โดยให้ขา้ ราชการปฏบิ ัติราชการอย่างมคี ุณภาพ คุณธรรมและมีคณุ ภาพชีวติ
ทดี่ ี
มาตรา ๓๕ ข้าราชการพลเรอื นมี ๒ ประเภท คอื
(๑) ข้าราชการพลเรอื นสามัญ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับราชการโดยได้รับบรรจแุ ตง่ ต้งั ตามท่ี
บญั ญัติไวใ้ นลกั ษณะ ๔ ข้าราชการพลเรอื นสามญั
(๒) ข้าราชการพลเรอื นในพระองค์ ไดแ้ ก่ ขา้ ราชการพลเรอื นซงึ่ รบั ราชการโดยได้รับบรรจแุ ตง่ ต้งั
ให้ด่ารงตา่ แหนง่ ในพระองค์พระมหากษัตริยต์ ามทีก่ ่าหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๓๖ ผทู้ จ่ี ะเข้ารบั ราชการเปน็ ข้าราชการพลเรอื นตอ้ งมีคณุ สมบัตทิ ่วั ไป และไม่มีลกั ษณะ
ตอ้ งหา้ มดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติท่ัวไป
(๑) มสี ัญชาตไิ ทย
(๒) มีอายุไมต่ ่ากวา่ สิบแปดปี
(๓) เปน็ ผู้เล่อื มใสในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุขด้วย
ความบรสิ ุทธใิ์ จ
ข. ลักษณะตอ้ งห้าม
(๑) เปน็ ผู้ด่ารงต่าแหนง่ ทางการเมือง
(๒) เปน็ คนไรค้ วามสามารถ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ คนวิกลจริตหรอื จติ ฟั่นเฟอื นไม่
สมประกอบ หรอื เป็นโรคตามท่กี า่ หนดในกฎ ก.พ.
(๓) เป็นผู้อยใู่ นระหว่างถกู สงั่ พกั ราชการหรือถกู ส่ังให้ออกจากราชการไวก้ ่อนตาม
พระราชบญั ญัตนิ ห้ี รอื ตามกฎหมายอื่น
(๔) เปน็ ผบู้ กพรอ่ งในศลี ธรรมอันดจี นเป็นทร่ี ังเกียจของสงั คม
(๕) เป็นกรรมการหรอื ผู้ด่ารงตา่ แหน่งทรี่ บั ผดิ ชอบในการบริหารพรรคการเมอื ง หรือเจา้ หน้าที่
ในพรรคการเมือง
(๖) เปน็ บุคคลลม้ ละลาย
(๗) เป็นผู้เคยตอ้ งรบั โทษจ่าคกุ โดยค่าพิพากษาถงึ ท่ีสุดใหจ้ ่าคกุ เพราะกระท่าความผดิ ทาง
อาญาเวน้ แตเ่ ป็นโทษสา่ หรับความผดิ ที่ไดก้ ระทา่ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษใหอ้ อก ปลดออก หรอื ไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๙) เป็นผเู้ คยถูกลงโทษให้ออก หรอื ปลดออก เพราะกระท่าผิดวนิ ัยตามพระราชบัญญัตนิ หี้ รอื
ตามกฎหมายอน่ื
(๑๐) เป็นผูเ้ คยถกู ลงโทษไล่ออก เพราะกระท่าผดิ วินัยตามพระราชบญั ญตั ินี้ หรือตามกฎหมายอ่ืน
(๑๑) เป็นผเู้ คยกระท่าการทจุ รติ ในการสอบเข้ารบั ราชการ หรอื เข้าปฏิบตั งิ านในหนว่ ยงานของรฐั
ผูท้ ี่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซ่ึงมลี กั ษณะตอ้ งห้ามตาม ข. (๔) (๖) (๗) (๘) (๙)
(๑๐) หรือ (๑๑) ก.พ. อาจพิจารณายกเวน้ ใหเ้ ข้ารบั ราชการได้ แตถ่ า้ เป็นกรณีมลี กั ษณะต้องหา้ มตาม (๘)
หรือ (๙) ผ้นู ้นั ตอ้ งออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกนิ สองปีแล้ว และในกรณมี ีลกั ษณะตอ้ งหา้ มตาม
(๑๐) ผู้นน้ั ตอ้ งออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปแี ลว้ และต้องมใิ ช่เป็นกรณีออกจากงานหรอื
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๗
ออกจากราชการเพราะทจุ ริตตอ่ หน้าที่ มติของ ก.พ. ในการยกเว้นดังกลา่ วตอ้ งไดค้ ะแนนเสียงไม่นอ้ ยกวา่ สี่
ในห้าของจา่ นวนกรรมการที่มาประชมุ การลงมติใหก้ ระทา่ โดยลับ
มาตรา ๓๙ วนั เวลาท่างาน วนั หยดุ ราชการตามประเพณี วันหยดุ ราชการประจ่าปี และการลาหยุด
ราชการของขา้ ราชการพลเรือน ใหเ้ ป็นไปตามท่คี ณะรัฐมนตรกี ่าหนด
มาตรา ๔๒ การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ให้คา่ นงึ ถึงระบบ
คณุ ธรรมดังต่อไปนี้
(๑) การรับบคุ คลเพอื่ บรรจุเข้ารับราชการและแตง่ ตง้ั ให้ด่ารงต่าแหนง่ ต้องค่านงึ ถึงความรู้
ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ
(๒) การบรหิ ารทรัพยากรบุคคล ตอ้ งค่านึงถึงผลสัมฤทธิแ์ ละประสทิ ธิภาพขององค์กรและลกั ษณะ
ของงาน โดยไมเ่ ลือกปฏิบัตอิ ย่างไมเ่ ปน็ ธรรม
(๓) การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตา่ แหน่ง และการให้ประโยชนอ์ ่ืนแก่ข้าราชการต้อง
เปน็ ไปอย่างเป็นธรรมโดยพิจารณาจากผลงาน ศกั ยภาพ และความประพฤติ และจะน่าความคิดเห็น
ทางการเมอื งหรือสังกัดพรรคการเมอื งมาประกอบการพิจารณามไิ ด้
(๔) การด่าเนินการทางวินัย ต้องเป็นไปดว้ ยความยตุ ธิ รรมและโดยปราศจากอคติ
(๕) การบริหารทรพั ยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมอื ง
มาตรา ๔๓ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั มีเสรีภาพในการรวมกลมุ่ ตามที่บญั ญตั ไิ ว้ในรัฐธรรมนูญ แต่
ท้งั นตี้ ้องไมก่ ระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผน่ ดินและความตอ่ เนือ่ งในการจัดท่าบรกิ าร
สาธารณะ และต้องไม่มวี ัตถปุ ระสงค์ทางการเมอื ง
มาตรา ๔๕ ต่าแหน่งข้าราชการพลเรอื นสามญั มี ๔ ประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ต่าแหนง่ ประเภทบริหาร ได้แก่ ต่าแหนง่ หัวหนา้ ส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับ
กระทรวง กรม และตา่ แหน่งอ่ืนท่ี ก.พ. กา่ หนดเปน็ ต่าแหน่งประเภทบรหิ าร
(๒) ต่าแหนง่ ประเภทอ่านวยการ ไดแ้ ก่ ตา่ แหน่งหวั หน้าส่วนราชการทีต่ ่ากว่าระดบั กรมและ
ต่าแหนง่ อ่ืนที่ ก.พ. ก่าหนดเป็นตา่ แหน่งประเภทอา่ นวยการ
(๓) ต่าแหนง่ ประเภทวิชาการ ไดแ้ ก่ ต่าแหนง่ ท่ีจา่ เป็นต้องใช้ผู้ส่าเร็จการศกึ ษาระดับปริญญาตามท่ี
ก.พ. กา่ หนดเพื่อปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ีของต่าแหนง่ นั้น
(๔) ต่าแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ ต่าแหนง่ ท่ีไมใ่ ช่ตา่ แหนง่ ประเภทบริหาร ต่าแหน่งประเภท
อา่ นวยการ และต่าแหน่งประเภทวิชาการ ทั้งน้ี ตามที่ ก.พ. กา่ หนด
มาตรา ๔๖ ระดับตา่ แหน่งขา้ ราชการพลเรอื นสามญั มีดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ตา่ แหนง่ ประเภทบรหิ าร มีระดับดงั ตอ่ ไปนี้
(ก) ระดบั ตน้
(ข) ระดบั สงู
(๒) ตา่ แหนง่ ประเภทอ่านวยการ มีระดับดงั ตอ่ ไปน้ี
(ก) ระดบั ต้น
(ข) ระดบั สูง
(๓) ตา่ แหน่งประเภทวิชาการ มรี ะดบั ดงั ต่อไปน้ี
(ก) ระดับปฏิบตั กิ าร
(ข) ระดับช่านาญการ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๘
(ค) ระดบั ช่านาญการพเิ ศษ
(ง) ระดบั เช่ียวชาญ
(จ) ระดับทรงคณุ วฒุ ิ
(๔) ตา่ แหนง่ ประเภทท่ัวไป มรี ะดบั ดังตอ่ ไปนี้
(ก) ระดับปฏิบัติงาน
(ข) ระดับช่านาญงาน
(ค) ระดับอาวุโส
(ง) ระดบั ทกั ษะพิเศษ
มาตรา ๔๗ ตา่ แหน่งข้าราชการพลเรอื นสามญั จะมีในส่วนราชการใด จา่ นวนเท่าใด และเปน็
ตา่ แหนง่ ประเภทใด สายงานใด ระดับใด ให้เป็นไปตามท่ี อ.ก.พ. กระทรวงก่าหนด โดยตอ้ งค่านึงถงึ
ประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล ความไม่ซ้า่ ซอ้ นและประหยัดเปน็ หลัก ทง้ั นี้ ตามหลกั เกณฑ์และเง่ือนไขที่ ก.พ.
ก่าหนด และตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานก่าหนดตา่ แหน่งตามมาตรา ๔๘
มาตรา ๔๘ ให้ ก.พ. จดั ท่ามาตรฐานกา่ หนดต่าแหน่ง โดยจ่าแนกตา่ แหนง่ เป็นประเภทและสาย
งานตามลกั ษณะงาน และจัดตา่ แหนง่ ในประเภทเดียวกันและสายงานเดยี วกนั ที่คณุ ภาพของงานเทา่ กัน
โดยประมาณเปน็ ระดับเดียวกนั ทัง้ นี้ โดยค่านงึ ถึงลักษณะหน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบและคณุ ภาพของงาน
มาตรา ๕๑ คณะรฐั มนตรีจะพิจารณาปรับเงินเดอื นขัน้ ต่าขนั้ สูงหรือเงินประจา่ ต่าแหน่งของ
ขา้ ราชการพลเรอื นสามัญให้เหมาะสมย่ิงข้ึนตามความจา่ เปน็ กไ็ ด้ โดยหากเป็นการปรับเงนิ เดอื นข้นั ต่าขนั้
สงู หรอื เงินประจ่าต่าแหนง่ เพ่มิ ไม่เกินร้อยละสิบของเงินเดอื น หรอื เงนิ ประจ่าตา่ แหนง่ ท่ีใชบ้ ังคบั อยู่ ให้
กระท่าได้โดยตราเปน็ พระราชกฤษฎีกา และใหถ้ ือวา่ เงินเดือนข้ันต่าข้ันสูง และเงินประจา่ ต่าแหนง่ ท้ายพระ
ราชกฤษฎกี าดังกลา่ ว เป็นเงนิ เดอื นขั้นต่าขั้นสูง และเงินประจ่าต่าแหนง่ ท้ายพระราชบัญญัติน้ี
มาตรา ๕๓ การบรรจุบุคคลเขา้ รบั ราชการเป็นข้าราชการพลเรอื นสามัญเพอ่ื แต่งต้ังใหด้ ่ารง
ต่าแหนง่ ใด ให้บรรจแุ ละแต่งตงั้ จากผสู้ อบแขง่ ขนั ได้ในตา่ แหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งต้งั ตามลา่ ดบั ทใ่ี น
บัญชผี ้สู อบแขง่ ขันได้
มาตรา ๕๗ การบรรจบุ ุคคลเขา้ รับราชการเป็นข้าราชการพลเรอื นสามัญ และการแต่งตัง้ ใหด้ ่ารง
ตา่ แหนง่ ตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๖ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ และมาตรา ๖๖ ให้ผมู้ ี
อ่านาจดงั ตอ่ ไปนี้ เป็นผู้ส่งั บรรจุและแต่งต้งั
(๑) การบรรจุและแตง่ ต้งั ให้ด่ารงตา่ แหนง่ ประเภทบรหิ ารระดับสูงตา่ แหน่งหัวหน้าส่วนราชการ
ระดบั กระทรวง หวั หนา้ สว่ นราชการระดับกรมท่ีอยู่ในบงั คบั บัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัตริ าชการขึ้นตรง
ตอ่ นายกรัฐมนตรีหรอื ต่อรฐั มนตรี แล้วแต่กรณี ให้รฐั มนตรีเจ้าสงั กดั นา่ เสนอคณะรัฐมนตรเี พ่อื พิจารณา
อนมุ ตั ิ เมอ่ื ได้รบั อนุมตั ิจากคณะรฐั มนตรีแล้ว ให้รฐั มนตรเี จ้าสงั กัดเปน็ ผสู้ ง่ั บรรจุ และใหน้ ายกรฐั มนตรนี ่า
ความกราบบังคมทลู เพ่อื ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตั้ง
(๒) การบรรจแุ ละแต่งตงั้ ให้ด่ารงตา่ แหนง่ ประเภทบริหารระดับสูงตา่ แหนง่ รองหัวหนา้ ส่วนราชการ
ระดับกระทรวง หัวหนา้ ส่วนราชการระดับกรม รองหัวหน้าสว่ นราชการระดับกรมที่อยูใ่ นบงั คบั บญั ชาหรือ
รบั ผิดชอบการปฏิบตั ิราชการขนึ้ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรีหรอื ต่อรัฐมนตรีแล้วแตก่ รณี หรอื ตา่ แหน่งอื่นท่ี ก.พ.
ก่าหนดเปน็ ต่าแหน่งประเภทบรหิ ารระดับสูง ใหป้ ลดั กระทรวงผูบ้ ังคับบัญชา หรอื หัวหนา้ สว่ นราชการระดับ
กรมท่ีอย่ใู นบังคบั บญั ชาหรือรบั ผดิ ชอบการปฏบิ ตั ริ าชการข้ึนตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือตอ่ รัฐมนตรี แล้วแต่
กรณี เสนอรฐั มนตรเี จา้ สังกัดเพอื่ นา่ เสนอคณะรฐั มนตรีพจิ ารณาอนุมัติ เมอ่ื ไดร้ ับอนุมัตจิ ากคณะรฐั มนตรี
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๙
แลว้ ให้ปลดั กระทรวงผ้บู งั คับบญั ชา หรือหัวหนา้ สว่ นราชการระดับกรมดงั กล่าวเป็นผสู้ ัง่ บรรจุ และให้
นายกรัฐมนตรีน่าความกราบบงั คมทลู เพ่ือทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ แตง่ ตงั้
(๓) การบรรจุและแต่งต้งั ใหด้ ่ารงตา่ แหน่งประเภทบรหิ ารระดับตน้ ให้ปลดั กระทรวงผู้บังคบั บญั ชา
หรือหวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กรมท่ีอยูใ่ นบังคับบญั ชาหรือรับผดิ ชอบการปฏิบตั ริ าชการขึน้ ตรงตอ่
นายกรัฐมนตรีหรอื ตอ่ รัฐมนตรี แลว้ แต่กรณี เปน็ ผูม้ ีอา่ นาจสัง่ บรรจแุ ละแตง่ ตัง้
(๔) การบรรจแุ ละแต่งตง้ั ให้ด่ารงตา่ แหน่งประเภทอ่านวยการ ประเภทวชิ าการ ระดับปฏิบัตกิ าร
ช่านาญการ ชา่ นาญการพเิ ศษ และเช่ยี วชาญ และประเภทท่วั ไปในส่านกั งานรัฐมนตรี ให้รฐั มนตรเี จ้าสังกัด
เปน็ ผู้มีอ่านาจสง่ั บรรจุและแตง่ ตั้ง
(๕) การบรรจุและแต่งต้งั ให้ด่ารงต่าแหนง่ ประเภทอา่ นวยการระดับสงู ให้ปลัดกระทรวง
ผูบ้ ังคับบญั ชา หรือหัวหน้าสว่ นราชการระดับกรมท่อี ยู่ในบังคับบญั ชาหรือรับผดิ ชอบการปฏบิ ตั ิราชการข้นึ
ตรงต่อนายกรัฐมนตรหี รอื ต่อรัฐมนตรี แลว้ แตก่ รณี เป็นผ้มู อี ่านาจส่ังบรรจุและแต่งตงั้
(๖) การบรรจุและแต่งตง้ั ให้ด่ารงตา่ แหนง่ ประเภทอา่ นวยการระดับต้น ให้อธิบดีผูบ้ ังคับบัญชาเปน็
ผูม้ ีอ่านาจสงั่ บรรจแุ ละแตง่ ต้งั เมื่อได้รบั ความเหน็ ชอบจากปลัดกระทรวง ส่วนการบรรจุและแตง่ ตัง้ ใหด้ า่ รง
ตา่ แหน่งประเภทอา่ นวยการระดับตน้ ในส่วนราชการระดับกรมที่หัวหน้าส่วนราชการอยู่ในบังคับบัญชาหรอื
รับผิดชอบการปฏบิ ตั ิราชการขึน้ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี หรอื ต่อรัฐมนตรี แลว้ แต่กรณีใหอ้ ธิบดีผูบ้ ังคบั บญั ชา
เปน็ ผ้มู ีอ่านาจสั่งบรรจแุ ละแต่งต้ัง
(๗) การบรรจแุ ละแตง่ ตั้งใหด้ ่ารงตา่ แหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคณุ วุฒิ ให้รัฐมนตรเี จ้าสังกัด
นา่ เสนอคณะรฐั มนตรเี พอ่ื พิจารณาอนุมัติ เมื่อไดร้ บั อนุมัตจิ ากคณะรัฐมนตรแี ล้ว ให้รฐั มนตรเี จ้าสงั กดั เป็นผู้
สง่ั บรรจุ และให้นายกรัฐมนตรนี ่าความกราบบงั คมทูลเพอ่ื ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ตั้ง
(๘) การบรรจแุ ละแต่งตั้งให้ดา่ รงต่าแหน่งประเภทวิชาการระดบั เช่ยี วชาญ ให้ปลัดกระทรวงหรอื
หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมทอี่ ยใู่ นบงั คับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏบิ ัติราชการข้นึ ตรงต่อ
นายกรัฐมนตรหี รือต่อรัฐมนตรี แลว้ แต่กรณี เป็นผ้มู อี ่านาจสั่งบรรจุและแตง่ ตงั้
(๙) การบรรจแุ ละแต่งตงั้ ใหด้ ่ารงตา่ แหนง่ ประเภทวิชาการระดับช่านาญการพเิ ศษ และตา่ แหนง่
ประเภททว่ั ไประดับทักษะพิเศษ ให้อธิบดีผ้บู ังคับบัญชา เปน็ ผู้มอี า่ นาจสงั่ บรรจุและแตง่ ตง้ั เม่อื ไดร้ ับความ
เห็นชอบจากปลดั กระทรวง สว่ นการบรรจุและแต่งตัง้ ให้ดา่ รงต่าแหน่งประเภทวิชาการระดับชา่ นาญการ
พิเศษ และต่าแหนง่ ประเภทท่วั ไประดับทักษะพิเศษในส่วนราชการระดบั กรมท่ีหวั หน้าส่วนราชการอยู่ใน
บงั คับบัญชาหรือรับผดิ ชอบการปฏบิ ัตริ าชการขึน้ ตรงต่อนายกรัฐมนตรหี รอื ตอ่ รัฐมนตรี แลว้ แต่กรณี ให้
อธบิ ดีผ้บู งั คบั บัญชา เป็นผู้มีอ่านาจสั่งบรรจแุ ละแต่งต้งั
(๑๐) การบรรจุและแตง่ ตง้ั ให้ดา่ รงต่าแหน่งประเภทวิชาการ ระดบั ปฏบิ ตั กิ าร ชา่ นาญการ ต่าแหน่ง
ประเภททัว่ ไประดับปฏบิ ตั งิ าน ช่านาญงาน และอาวุโส ให้อธบิ ดีผูบ้ งั คับบญั ชา หรอื ผซู้ ่งึ ไดร้ ับมอบหมาย
จากอธิบดีผ้บู ังคับบญั ชา เป็นผู้มีอา่ นาจส่งั บรรจุและแต่งต้งั
(๑๑) การบรรจแุ ละแต่งต้ังตามมาตรา ๕๓ และการย้ายตามมาตรา ๖๓ ให้ด่ารงต่าแหน่งตาม (๙)
ซ่ึงไมใ่ ชต่ ่าแหนง่ ประเภททวั่ ไประดับทกั ษะพิเศษ และต่าแหน่งตาม (๑๐) ในราชการบรหิ ารส่วนภูมภิ าค ให้
ผูว้ ่าราชการจงั หวดั ผู้บังคบั บญั ชา เป็นผูม้ ีอ่านาจส่งั บรรจแุ ละแตง่ ตั้ง
มาตรา ๕๘ ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดา่ รงต่าแหน่งประเภทบริหารผู้ใดปฏิบตั หิ น้าท่ีเดียว
ติดตอ่ กันเปน็ เวลาครบสป่ี ี ให้ผู้บงั คบั บัญชาซึ่งมีอา่ นาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ ดา่ เนนิ การให้มีการ
สบั เปล่ียนหนา้ ที่ ยา้ ย หรือโอนไปปฏิบัติหน้าท่ีอนื่ เว้นแต่มคี วามจา่ เป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๐
ขออนุมตั คิ ณะรัฐมนตรีให้คงอยู่ปฏบิ ตั ิหนา้ ทีเ่ ดิมต่อไปเป็นเวลาไม่เกินสองปกี ็ได้ ท้งั นต้ี ามหลักเกณฑแ์ ละ
วธิ กี ารที่ ก.พ. ก่าหนด
มาตรา ๗๘ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ต้องรักษาจรรยาข้าราชการตามทส่ี ่วนราชการกา่ หนดไว้โดย
มงุ่ ประสงคใ์ หเ้ ป็นข้าราชการทด่ี ี มีเกียรตแิ ละศักดศ์ิ รีความเป็นข้าราชการ โดยเฉพาะในเรอ่ื งดังต่อไปน้ี
(๑) การยดึ มั่นและยืนหยัดท่าในสงิ่ ที่ถูกต้อง
(๒) ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และความรับผิดชอบ
(๓) การปฏิบตั ิหน้าที่ด้วยความโปรง่ ใสและสามารถตรวจสอบได้
(๔) การปฏบิ ัตหิ น้าทโ่ี ดยไม่เลอื กปฏบิ ัตอิ ย่างไมเ่ ป็นธรรม
(๕) การมงุ่ ผลสัมฤทธิ์ของงาน
ให้สว่ นราชการก่าหนดข้อบังคบั ว่าดว้ ยจรรยาข้าราชการเพือ่ ใหส้ อดคล้องกับลักษณะของงานใน
ส่วนราชการน้ันตามหลกั วิชาและจรรยาวชิ าชีพ
มาตรา ๘๕ การกระท่าผดิ วินัยในลักษณะดงั ต่อไปน้ี เป็นความผดิ วินยั อย่างร้ายแรง
(๑) ปฏิบตั ิหรอื ละเวน้ การปฏบิ ตั ิหน้าทร่ี าชการโดยมิชอบเพ่ือใหเ้ กิดความเสียหายอยา่ งรา้ ยแรงแก่
ผหู้ นงึ่ ผู้ใด หรือปฏิบัตหิ รือละเว้นการปฏิบัตหิ น้าท่ีราชการโดยทุจริต
(๒) ละทิ้งหรอื ทอดทง้ิ หน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตผุ ลอนั สมควรเป็นเหตใุ หเ้ สียหายแก่ราชการอย่าง
รา้ ยแรง
(๓) ละท้งิ หน้าทร่ี าชการตดิ ตอ่ ในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกนิ สบิ ห้าวนั โดยไม่มเี หตุอนั สมควรหรอื
โดยมีพฤตกิ ารณ์อนั แสดงถึงความจงใจไมป่ ฏิบัติตามระเบยี บของทางราชการ
(๔) กระท่าการอันได้ช่ือว่าเป็นผูป้ ระพฤติช่วั อยา่ งร้ายแรง
(๕) ดูหมนิ่ เหยยี ดหยาม กดข่ี ข่มเหง หรือท่าร้ายประชาชนผู้ตดิ ต่อราชการอย่างร้ายแรง
(๖) กระท่าความผดิ อาญาจนไดร้ บั โทษจ่าคุกหรือโทษที่หนกั กวา่ โทษจ่าคุกโดยคา่ พิพากษาถงึ ท่สี ุด
ให้จา่ คกุ หรือให้รับโทษทีห่ นักกวา่ โทษจ่าคุก เว้นแต่เปน็ โทษสา่ หรับความผิดที่ได้กระท่าโดยประมาทหรือ
ความผิดลหโุ ทษ
(๗) ละเวน้ การกระท่าหรอื กระท่าการใด ๆ อนั เป็นการไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๘๒ หรือฝา่ ฝนื ขอ้ หา้ ม
ตามมาตรา ๘๓ อนั เปน็ เหตุให้เสยี หายแก่ราชการอยา่ งรา้ ยแรง
(๘) ละเว้นการกระท่าหรอื กระท่าการใดๆ อนั เป็นการไมป่ ฏิบตั ิตามมาตรา ๘๐ วรรคสองและ
มาตรา ๘๒ (๑๑) หรือฝ่าฝืนขอ้ หา้ มตามมาตรา ๘๓ (๑๐) ที่มกี ฎ ก.พ. กา่ หนดใหเ้ ป็นความผิดวินยั อย่าง
รา้ ยแรง
มาตรา ๘๘ ขา้ ราชการพลเรอื นสามญั ผใู้ ดกระทา่ ผดิ วินัย จะตอ้ งได้รับโทษทางวินยั เว้นแตม่ เี หตุ
อันควรงดโทษตามทีบ่ ัญญตั ิไวใ้ นหมวด ๗ การด่าเนินการทางวนิ ัย โทษทางวินัยมี ๕ สถาน ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตดั เงนิ เดือน
(๓) ลดเงินเดอื น
(๔) ปลดออก
(๕) ไล่ออก
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๑
มาตรา ๘๙ การลงโทษข้าราชการพลเรอื นสามัญให้ทา่ เป็นค่าสั่ง ผู้สง่ั ลงโทษตอ้ งสั่งลงโทษให้
เหมาะสมกับความผิดและต้องเปน็ ไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ โดยในคา่ สง่ั ลงโทษใหแ้ สดง
วา่ ผู้ถกู ลงโทษกระท่าผดิ วนิ ัยในกรณีใดและตามมาตราใด
มาตรา ๙๔ การแตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบสวนส่าหรับกรณีท่ขี ้าราชการพลเรอื นสามญั ต่าแหน่ง
ต่างกนั หรอื ต่างกรมหรือตา่ งกระทรวงกันถูกกล่าวหาวา่ กระท่าผิดวนิ ยั รว่ มกันให้ดา่ เนินการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) สา่ หรบั ข้าราชการพลเรือนสามญั ในกรมเดียวกัน ที่อธิบดหี รือปลัดกระทรวงถกู กล่าวหาวา่
กระท่าผดิ วินยั ร่วมกับผอู้ ยู่ใต้บังคบั บญั ชา ให้ปลัดกระทรวงหรอื รัฐมนตรวี ่าการกระทรวง แลว้ แต่กรณเี ปน็ ผู้
สง่ั แตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน
(๒) สา่ หรับข้าราชการพลเรือนสามญั ตา่ งกรมในกระทรวงเดียวกันถูกกลา่ วหาวา่ กระทา่ ผดิ วินยั
ร่วมกัน ให้ปลดั กระทรวงเป็นผสู้ งั่ แตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบสวน เวน้ แต่เป็นกรณีที่ปลัดกระทรวงถกู
กล่าวหาร่วมดว้ ย ให้รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงเปน็ ผู้สง่ั แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบสวน
(๓) สา่ หรับข้าราชการพลเรือนสามัญตา่ งกระทรวงกันถูกกล่าวหาว่ากระท่าผดิ วินยั ร่วมกันให้
ผู้บังคบั บัญชาซึ่งมีอ่านาจส่ังบรรจุตามมาตรา ๕๗ ร่วมกันแต่งตงั้ คณะกรรมการสอบสวน เว้นแต่เป็นกรณที ี่
มผี ้ถู ูกกลา่ วหาด่ารงต่าแหน่งประเภทบรหิ ารระดับสงู ร่วมดว้ ย ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผสู้ ั่งแต่งต้งั
คณะกรรมการสอบสวน
(๔) สา่ หรบั กรณอี ื่น ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ ่าหนดในกฎ ก.พ.
มาตรา ๙๕ หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และระยะเวลาเก่ียวกบั การด่าเนินการทางวนิ ยั ใหเ้ ป็นไปตามที่
กา่ หนดในกฎ ก.พ.
ในกรณที ่ีเปน็ ความผดิ ที่ปรากฏชัดแจง้ ตามทีก่ า่ หนดในกฎ ก.พ. จะด่าเนินการทางวินัยโดยไม่ตอ้ ง
สอบสวนก็ได้
มาตรา ๙๖ ข้าราชการพลเรอื นสามญั ผู้ใดกระท่าผดิ วินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาซึง่ มี
อ่านาจส่งั บรรจตุ ามมาตรา ๕๗ สัง่ ลงโทษภาคทณั ฑ์ ตัดเงนิ เดือนหรือลดเงนิ เดือนตามควรแกก่ รณีให้
เหมาะสมกับความผดิ
ในกรณีมีเหตอุ ันควรลดหยอ่ น จะน่ามาประกอบการพจิ ารณาลดโทษกไ็ ด้ แตส่ ่าหรับการลงโทษ
ภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระท่าผิดวินยั เล็กนอ้ ย
ในกรณีกระท่าผดิ วนิ ัยเลก็ น้อยและมเี หตุอนั ควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ท่าทณั ฑ์บนเป็นหนังสือ
หรอื ว่ากล่าวตกั เตอื นกไ็ ด้
มาตรา ๙๗ ภายใตบ้ งั คบั วรรคสอง ขา้ ราชการพลเรอื นสามัญผ้ใู ดกระท่าผดิ วนิ ยั อย่างร้ายแรงให้
ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะน่ามาประกอบการ
พิจารณาลดโทษกไ็ ด้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ากว่าปลดออก
ผูใ้ ดถูกลงโทษปลดออก ใหม้ ีสิทธิไดร้ ับบ่าเหน็จบา่ นาญเสมอื นว่าผนู้ ั้นลาออกจากราชการ
มาตรา ๑๐๑ ข้าราชการพลเรอื นสามัญผใู้ ดมกี รณีถูกกลา่ วหาวา่ กระท่าผดิ วนิ ัยอย่างรา้ ยแรงจนถกู
ตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟอ้ งคดีอาญา หรือต้องหาวา่ กระท่าความผดิ อาญา เว้นแตเ่ ป็นความผดิ ท่ไี ด้
กระท่าโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ ผู้บังคับบญั ชาซึง่ มอี า่ นาจสัง่ บรรจตุ ามมาตรา ๕๗ มีอา่ นาจสง่ั พัก
ราชการหรือส่ังให้ออกจากราชการไวก้ อ่ นเพ่อื รอฟงั ผลการสอบสวนหรือพจิ ารณา หรือผลแหง่ คดไี ด้
มาตรา ๑๐๘ ข้าราชการพลเรือนสามัญผใู้ ดเม่อื อายุครบหกสบิ ปบี ริบรู ณ์ในสนิ้ ปงี บประมาณและ
ทางราชการมคี วามจ่าเป็นท่ีจะใหร้ ับราชการตอ่ ไปเพ่ือปฏบิ ตั หิ น้าที่ในทางวชิ าการหรือหนา้ ท่ที ต่ี อ้ งใช้
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๒
ความสามารถเฉพาะตวั ในตา่ แหนง่ ตามมาตรา ๔๖ (๓) (ง) หรอื (จ) หรอื (๔) (ค) หรอื (ง) จะให้รับ
ราชการต่อไปอกี ไมเ่ กินสบิ ปีกไ็ ดต้ ามท่ีกา่ หนดในกฎ ก.พ.
มาตรา ๑๐๙ ข้าราชการพลเรอื นสามัญผใู้ ดประสงคจ์ ะลาออกจากราชการให้ยืน่ หนงั สือขอลาออก
ตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาเหนอื ข้ึนไปช้นั หนง่ึ โดยยื่นลว่ งหนา้ ก่อนวนั ขอลาออกไม่น้อยกวา่ สามสิบวันเพือ่ ให้
ผบู้ งั คบั บัญชาซึ่งมีอา่ นาจส่ังบรรจุตามมาตรา ๕๗ เปน็ ผู้พจิ ารณาก่อนวันขอลาออก
ในกรณีท่ผี ู้ประสงคจ์ ะลาออกยน่ื หนงั สอื ขอลาออกล่วงหน้าน้อยกวา่ สามสบิ วนั และผู้บังคบั บญั ชาซึง่
มีอ่านาจส่ังบรรจุตามมาตรา ๕๗ เห็นวา่ มีเหตผุ ลและความจา่ เปน็ จะอนญุ าตให้ลาออกตามวันที่ขอลาออกก็
ได้
ในกรณที ีผ่ ู้บงั คับบญั ชาซ่ึงมีอา่ นาจสัง่ บรรจุตามมาตรา ๕๗ เหน็ วา่ จ่าเปน็ เพอื่ ประโยชน์แก่ราชการ
จะยับยง้ั การลาออกไวเ้ ปน็ เวลาไมเ่ กินเกา้ สิบวันนับแต่วันขอลาออกก็ได้ ในกรณเี ช่นนั้นถ้าผู้ขอลาออกมิได้
ถอนใบลาออกกอ่ นครบกา่ หนดระยะเวลาการยบั ย้ังให้ถือวา่ การลาออกน้ันมผี ลเมอื่ ครบก่าหนดเวลาตามท่ี
ได้ยบั ยั้งไว้
ในกรณที ผ่ี ู้บังคับบญั ชาซึ่งมีอา่ นาจส่งั บรรจตุ ามมาตรา ๕๗ มไิ ดย้ ับย้งั ตามวรรคสามใหก้ ารลาออก
น้นั มผี ลต้ังแต่วันขอลาออก
ในกรณที ี่ข้าราชการพลเรอื นสามัญผ้ใู ดประสงค์จะลาออกจากราชการเพือ่ ด่ารงต่าแหน่งในองค์กร
อสิ ระตามรัฐธรรมนูญ ต่าแหน่งทางการเมือง หรือต่าแหน่งอื่นที่ ก.พ. ก่าหนด หรือเพ่อื สมัครรบั เลือกตง้ั
เปน็ สมาชกิ รัฐสภา สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรือผู้บรหิ ารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสอื ขอลาออกต่อผ้บู ังคับบญั ชาตาม
วรรคหนึง่ และให้การลาออกมผี ลนบั ต้ังแต่วันทผี่ ู้นัน้ ขอลาออกหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารเกี่ยวกบั การลาออก
การพิจารณาอนุญาตให้ลาออกและการยับย้งั การลาออกจากราชการ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บที่ ก.พ. กา่ หนด
มาตรา ๑๑๐ ผู้บังคบั บัญชาซ่งึ มอี า่ นาจสง่ั บรรจุตามมาตรา ๕๗ มอี ่านาจสั่งใหข้ ้าราชการพลเรือน
สามัญออกจากราชการเพื่อรับบา่ เหน็จบ่านาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าดว้ ยบ่าเหนจ็ บ่านาญข้าราชการ
ได้ในกรณดี ังต่อไปนี้
(๑) เม่ือขา้ ราชการพลเรือนสามัญผใู้ ดเจ็บป่วยไมอ่ าจปฏบิ ัตหิ น้าท่ีราชการของตนได้โดยสม่าเสมอ
(๒) เมอื่ ขา้ ราชการพลเรือนสามัญผใู้ ดสมัครไปปฏบิ ตั งิ านใดๆ ตามความประสงคข์ องทางราชการ
(๓) เม่ือข้าราชการพลเรอื นสามญั ผู้ใดขาดคณุ สมบัติทวั่ ไปตามมาตรา ๓๖ ก. (๑) หรือ (๓) หรือมี
ลักษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา ๓๖ ข. (๑) (๓) (๖) หรอื (๗)
(๔) เม่ือทางราชการเลิกหรือยุบหน่วยงานหรือต่าแหน่งทขี่ า้ ราชการพลเรือนสามญั ปฏิบตั ิหน้าที่
หรอื ด่ารงอยู่ ส่าหรับผู้ท่ีออกจากราชการในกรณีนใี้ หไ้ ด้รับเงินชดเชยตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงอ่ื นไขที่
กระทรวงการคลังก่าหนดด้วย
(๕) เมอื่ ข้าราชการพลเรือนสามญั ผ้ใู ดไม่สามารถปฏิบตั ิราชการให้มีประสิทธิภาพและเกดิ
ประสิทธผิ ลในระดับอันเป็นทพ่ี อใจของทางราชการ
(๖) เมอ่ื ขา้ ราชการพลเรอื นสามัญผใู้ ดหย่อนความสามารถในอนั ท่ีจะปฏิบัติหนา้ ที่ราชการบกพรอ่ ง
ในหน้าท่ีราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับต่าแหน่งหน้าที่ราชการ ถา้ ให้ผู้น้ันรบั ราชการต่อไปจะ
เป็นการเสียหายแก่ราชการ
(๗) เมื่อขา้ ราชการพลเรือนสามัญผใู้ ดมกี รณีถูกสอบสวนวา่ กระท่าผิดวนิ ัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา
๙๓ และผลการสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะฟังลงโทษตามมาตรา ๙๗ วรรคหนึ่งแต่มีมลทินหรือมัวหมอง
ในกรณีทถี่ ูกสอบสวน ถา้ ให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๓
(๘) เมือ่ ขา้ ราชการพลเรือนสามัญผูใ้ ดต้องรบั โทษจ่าคกุ โดยค่าพิพากษาถึงทสี่ ุดให้จ่าคุกในความผิด
ทไ่ี ด้กระทา่ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรอื ต้องรบั โทษจา่ คกุ โดยค่าส่งั ของศาลซ่งึ ยังไม่ถงึ กับจะตอ้ ง
ถูกลงโทษปลดออกหรอื ไลอ่ อก
มาตรา ๑๑๔ ผูใ้ ดถูกส่ังลงโทษตามพระราชบัญญตั ิน้ีหรือถกู สั่งใหอ้ อกจากราชการตามมาตรา
๑๑๐ (๑) (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ผ้นู น้ั มสี ิทธอิ ุทธรณ์ตอ่ ก.พ.ค. ภายในสามสบิ วันนับแต่วนั ทราบหรอื ถอื
ว่าทราบคา่ สงั่
การอทุ ธรณ์และการพิจารณาวนิ ิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามทกี่ ่าหนดในกฎ ก.พ.ค.
มาตรา ๑๑๕ ในการพิจารณาวนิ ิจฉัยอทุ ธรณ์ ก.พ.ค. จะพิจารณาวนิ ิจฉยั เองหรอื จะต้ัง
คณะกรรมการวินิจฉยั อทุ ธรณ์ เพื่อท่าหนา้ ทีเ่ ปน็ ผพู้ ิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์กไ็ ด้ ทั้งน้ี ให้เปน็ ไปตามท่ี
กา่ หนดในกฎ ก.พ.ค.
มาตรา ๑๑๖ เมือ่ ก.พ.ค. พจิ ารณาวินิจฉยั อทุ ธรณแ์ ล้ว ใหผ้ บู้ ังคับบัญชาซงึ่ มีอา่ นาจสัง่ บรรจตุ าม
มาตรา ๕๗ ด่าเนินการให้เป็นไปตามคา่ วินิจฉยั น้นั ภายในสามสบิ วันนับแต่วนั ท่ี ก.พ.ค. มคี า่ วนิ ิจฉยั
ในกรณีทผี่ อู้ ทุ ธรณ์ไม่เห็นด้วยกบั ค่าวนิ ิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.พ.ค. ใหฟ้ อ้ งคดีตอ่ ศาลปกครองสงู สดุ
ภายในเก้าสิบวันนับแตว่ นั ที่ทราบหรือถือว่าทราบค่าวนิ ิจฉัยของ ก.พ.ค.
มาตรา ๑๑๗ ในการปฏบิ ัติหนา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญัตนิ ้ี ให้กรรมการ ก.พ.ค. และกรรมการวินิจฉัย
อทุ ธรณ์ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มอี า่ นาจดงั ต่อไปนี้
(๑) ส่งั ใหผ้ ู้บงั คับบญั ชาซ่งึ ส่ังลงโทษหรอื สง่ั ให้ออกจากราชการอันเป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์ส่ง
สา่ นวนการสอบสวนและการลงโทษให้ ก.พ.ค. ภายในเวลาทก่ี า่ หนด
(๒) ส่ังให้กระทรวง กรม ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอ่ืนของรัฐรวมตลอดท้ังองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่นิ ที่เกี่ยวขอ้ งสอบสวนใหม่หรือสอบสวนเพิม่ เติมหรือสง่ ตัวขา้ ราชการหรอื เจ้าหนา้ ท่ใี น
สงั กัดมาใหถ้ อ้ ยค่า ในการนี้จะก่าหนดระยะเวลาในการสอบสวนใหมห่ รอื สอบสวนเพ่ิมเติมไวด้ ว้ ยก็ได้
(๓) มคี ่าสัง่ ใหข้ ้าราชการ พนกั งาน หรอื ลูกจ้างของกระทรวง กรม ส่วนราชการ รฐั วิสาหกิจและ
หน่วยงานอืน่ ของรัฐ หรอื องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน หรอื บุคคลใดทีเ่ กยี่ วขอ้ ง มาใหถ้ ้อยค่าหรอื ใหส้ ่ง
เอกสารหรือหลกั ฐานทเี่ กีย่ วขอ้ ง
(๔) เขา้ ไปในอาคาร หรือสถานท่ีใดๆ ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั ิหน้าที่ของ ก.พ.ค. ท้งั น้ี ในระหวา่ ง
พระอาทติ ย์ข้ึนถงึ พระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทา่ การของสถานท่ีน้นั
(๕) สอบสวนใหมห่ รอื สอบสวนเพิ่มเติม
มาตรา ๑๑๘ การพิจารณาวนิ ิจฉยั อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๑๔ ใหด้ ่าเนินการให้แลว้ เสรจ็ ภายในหน่ึง
รอ้ ยย่สี บิ วนั นับแต่วันท่ไี ด้รับอทุ ธรณ์ เว้นแต่มเี หตขุ ดั ข้องท่ีทา่ ใหก้ ารพิจารณาไม่แลว้ เสรจ็ ภายในระยะเวลา
ดงั กล่าว ก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกซงึ่ ไมเ่ กินสองครงั้ โดยแตล่ ะครงั้ จะต้องไมเ่ กนิ หกสิบวัน และให้บันทึก
เหตขุ ดั ขอ้ งใหป้ รากฏไวด้ ้วย
มาตรา ๑๒๑ เมอื่ มกี รณีดังตอ่ ไปน้ี กรรมการวนิ ิจฉัยอทุ ธรณ์อาจถกู คัดค้านได้
(๑) รูเ้ หน็ เหตกุ ารณ์ในการกระท่าผดิ วินัยทผ่ี ู้อุทธรณถ์ ูกลงโทษหรือการถูกสง่ั ใหอ้ อกจากราชการ
(๒) มสี ว่ นได้เสยี ในการกระท่าผิดวนิ ัยทีผ่ ู้อทุ ธรณถ์ กู ลงโทษหรือการถูกสงั่ ใหอ้ อกจากราชการ
(๓) มีสาเหตโุ กรธเคืองกบั ผอู้ ทุ ธรณ์
(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรอื เป็นหรอื เคยเปน็ ผู้บังคับบญั ชาผู้สง่ั ลงโทษหรอื สัง่ ให้ออกจากราชการ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๔
(๕) เปน็ ผู้มีสว่ นเก่ียวขอ้ งกับการด่าเนินการทางวนิ ัยหรือการสง่ั ใหอ้ อกจากราชการที่ผอู้ ทุ ธรณถ์ ูก
ลงโทษหรอื ถูกส่งั ใหอ้ อกจากราชการ
(๖) มีความเก่ียวพันทางเครือญาตหิ รอื ทางการสมรสกับบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) อนั อาจ
กอ่ ให้เกิดความไมเ่ ป็นธรรมแกผ่ ู้อุทธรณ์
มาตรา ๑๒๒ ขา้ ราชการพลเรอื นสามัญผู้ใดมีความคับขอ้ งใจอนั เกิดจากการปฏบิ ตั ิหรือไม่ปฏิบัติ
ต่อตนของผ้บู ังคับบญั ชา และเป็นกรณีท่ไี ม่อาจอุทธรณ์ตามหมวด ๙ การอทุ ธรณ์ ได้ ผนู้ นั้ มีสิทธริ อ้ งทุกข์
ได้ตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารที่กา่ หนดไว้ในหมวดน้ี
มาตรา ๑๒๓ การร้องทุกข์ที่เหตุเกดิ จากผู้บังคับบัญชา ใหร้ อ้ งทกุ ข์ตอ่ ผบู้ งั คบั บัญชาชนั้ เหนือขน้ึ
ไปตามล่าดับ
มาตรา ๑๒๔ ในการพิจารณาวนิ จิ ฉัยเร่อื งรอ้ งทุกขใ์ ห้ ก.พ.ค. มอี ่านาจไม่รับเรือ่ งร้องทกุ ข์ ยกคา่
รอ้ งทกุ ข์ หรือมีค่าวนิ ิจฉยั ให้แกไ้ ขหรอื ยกเลกิ ค่าส่ัง และให้เยียวยาความเสยี หายให้ผู้ร้องทกุ ข์หรือให้
ด่าเนินการอ่นื ใดเพอ่ื ประโยชน์แหง่ ความยุติธรรมตามระเบยี บท่ี ก.พ.ค. ก่าหนด
ในการพิจารณาวนิ ิจฉัยเร่อื งรอ้ งทุกข์ ก.พ.ค. จะพิจารณาวินจิ ฉัยเอง หรือจะตง้ั กรรมการ ก.พ.ค.
คนหนึง่ หรือจะตง้ั คณะกรรมการวินิจฉัยรอ้ งทกุ ข์ เพื่อท่าหน้าที่เป็นผพู้ ิจารณาวนิ ิจฉัยเรอ่ื งร้องทุกข์ก็ได้
ทง้ั น้ี ใหเ้ ป็นไปตามท่กี า่ หนดในกฎ ก.พ.ค. และในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ตี ามพระราชบัญญัติน้ี ให้กรรมการ
วนิ ิจฉัยรอ้ งทุกข์เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอ่านาจตามมาตรา ๑๑๗ โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๒๕ เมือ่ มีกรณีดังตอ่ ไปนี้ กรรมการวนิ ิจฉัยร้องทกุ ขอ์ าจถกู คดั คา้ นได้
(๑) เป็นผบู้ งั คับบัญชาผู้เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความคบั ขอ้ งใจ หรือเป็นผูอ้ ยใู่ ตบ้ ังคบั บัญชาของ
ผู้บงั คับบญั ชาดงั กลา่ ว
(๒) มีส่วนได้เสยี ในเรือ่ งท่ีร้องทกุ ข์
(๓) มสี าเหตุโกรธเคืองกับผูร้ อ้ งทกุ ข์
(๔) มีความเกีย่ วพันทางเครือญาตหิ รือทางการสมรสกับบคุ คลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) อันอาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ ความไม่เป็นธรรมแกผ่ ู้ร้องทุกข์
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบญั ญตั ิ
ระเบยี บบริหารงานบคุ คลสว่ นท้องถ่นิ
พ.ศ. ๒๕๔๒
--------------------------------
๑. พระราชบัญญัตินใ้ี ห้ใช้บงั คบั ตั้งแตว่ นั ท่ี ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เปน็ ต้นไป
๒. “พนักงานส่วนท้องถ่ิน” หมายความว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงาน
เทศบาล พนักงานส่วนตาบล ข้าราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และข้าราชการหรือ
พนักงานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ อนื่ ที่มีกฎหมายจดั ต้งั
๓. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
หมวด ๑
การบริหารงานบคุ คลในองค์การบริหารส่วนจังหวดั
๑. ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง ให้มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวัดคณะหนง่ึ ประกอบด้วย
(๑) ผู้ว่าราชการจงั หวดั เปน็ ประธาน
(๒) หัวหน้าส่วนราชการประจาจังหวัดจานวนสามคนจากส่วนราชการในจังหวัดนั้น ซ่ึง
ผ้วู ่าราชการจังหวัดประกาศกาหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ท้ังนี้ ในกรณีจาเป็นเพื่อประโยชน์ใน
การบริหารงานบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกาหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเม่ือใด
ก็ได้
(๓)ผแู้ ทนองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดจานวนสี่คน ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคัดเลือกจานวนหนึ่ง
คน ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวัดซึง่ คัดเลือกกันเอง
จานวนหนง่ึ คน
(๔) ผทู้ รงคุณวุฒิจานวนสี่คน ซ่ึงคัดเลือกจากบคุ คลซึ่งมีความร้คู วามเช่ียวชาญในด้านการ
บริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือ
ดา้ นอ่นื ทจี่ ะเปน็ ประโยชนแ์ กก่ ารบริหารงานบุคคลขององค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒)เสนอรายช่ือบุคคล
จานวนหกคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายช่ือบุคคลจานวนหกคนและให้บุคคลทั้งสิบสองคน
ดงั กล่าวประชุมเพ่ือคดั เลอื กกันเองใหเ้ หลอื สคี่ น
วิธีการคัดเลือกผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละเงือ่ นไขทค่ี ณะกรรมการกลางข้าราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดกาหนด
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๒
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ดาเนินการจัดให้มีการคัดเลือกผู้แทนข้าราชการองค์การ
บริหารส่วนจงั หวัด
ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นเลขานุการคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวัด
๒. กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ติ อ้ งมีคณุ สมบัติและไมม่ ีลักษณะตอ้ งหา้ มดงั ต่อไปน้ี
(๑) มีสญั ชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ตา่ กวา่ สีส่ ิบปีบรบิ ูรณ์
(๓) ไมเ่ ปน็ ข้าราชการซึง่ มตี าแหน่งหรือเงนิ เดอื นประจา
(๔) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือ
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
(๕) ไมเ่ ปน็ ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง
(๖) ไม่เป็นสมาชกิ สภาท้องถนิ่ หรือผู้บรหิ ารทอ้ งถิ่น
(๗) ไมเ่ ป็นเจา้ หน้าที่หรือผู้มีตาแหนง่ ใดๆ ในพรรคการเมอื ง
บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียน
บ้าน ในเขตจงั หวดั นั้นเป็นเวลาติดตอ่ กนั ไม่น้อยกว่าหนึง่ ปีนับถึงวันท่ีได้รบั การเสนอช่ือ
๓. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมี
วาระอย่ใู นตาแหนง่ คราวละส่ปี ี และอาจได้รับคัดเลอื กอีกได้
ถ้ากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรอื กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
ว่างลงให้ดาเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตาแหน่งท่ีว่างโดยเร็ว และให้กรรมการซ่ึงได้รับการคัดเลือก
มวี าระอยูใ่ นตาแหน่งเท่ากับระยะเวลาทเ่ี หลืออยูข่ องผซู้ งึ่ ตนแทน
๔. กรรมการซ่ึงเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ
เม่ือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ หรือพ้นจากการเป็นข้าราชการองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดน้นั
๕. นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒพิ ้นจากตาแหน่งเม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยืน่ หนงั สือลาออกตอ่ ประธานกรรมการ
(๓) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(๔) เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื เสมอื นไรค้ วามสามารถ
(๕) ขาดคุณสมบตั หิ รอื มลี ักษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๖
(๖) ได้รับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถงึ ทีส่ ุดใหจ้ าคุก
๖. ค่าตอบแทนของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดและคณะอนุกรรมการ
ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบท่คี ณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั กาหนด
๗. คณะกรรมการข้าราชการองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั มอี านาจหน้าท่ีกาหนดหลักเกณฑ์และ
ดาเนนิ การเก่ยี วกบั การบริหารงานบคุ คลในองค์การบริหารส่วนจังหวดั นน้ั ในเรอื่ งดังต่อไปนี้
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๓
(๑) กาหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่มีความจาเป็นเฉพาะสาหรับข้าราชการ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดน้นั
(๒) กาหนดจานวนและอัตราตาแหน่ง อัตราเงินเดือนและวิธีการจ่ายเงินเดือนและ
ประโยชนต์ อบแทนอื่น สาหรับขา้ ราชการองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั
(๓) กาหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้งการย้าย การโอน
การรับโอน การเล่ือนระดับ การเลื่อนข้ันเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจาก
ราชการ การอทุ ธรณ์ และการร้องทุกข์
(๔) กาหนดระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการปฏิบัติงานของข้าราชการองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวัด
(๕) กากับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนาและช้ีแจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการ
องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด
การดาเนินการตาม (๑) ถึง (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลาง
ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั
๘. การออกคาสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอนการรับโอน การเลื่อน
ระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การ
อุทธรณ์ และการร้องทุกข์ หรือการอื่นใดท่ีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ให้เป็นอานาจของนายก
องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด
กาหนด แต่สาหรับการออกคาส่ังแต่งตั้ง และการให้ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจาก
ตาแหน่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดกอ่ น
๙. ใหม้ คี ณะกรรมการกลางข้าราชการองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดคณะหนงึ่ ประกอบดว้ ย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่ง
ได้รบั มอบหมาย เปน็ ประธาน
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้อานวยการ
สานกั งบประมาณ อธบิ ดกี รมบญั ชกี ลาง และอธบิ ดกี รมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิ่น*
(๓) ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากนายกองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดจานวนสามคน และปลัดองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดจานวนสามคน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้าน
การบริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการ
หรือดา้ นอ่ืน ทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒)เสนอรายช่ือ
บุคคลจานวนเก้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายช่ือบุคคลจานวนเก้าคนและให้บุคคลท้ังสิบแปด
คนดงั กลา่ วประชุมเพอ่ื คดั เลอื กกนั เองให้เหลือหกคน
ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ดาเนินการจัดให้มีการคัดเลือกนายกองค์การบริหาร
ส่วนจงั หวัดหรอื ปลัดองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด แล้วแตก่ รณี เปน็ ผแู้ ทนองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๔
ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น* แต่งตั้งข้าราชการในกรมคนหน่ึงซ่ึงดารง
ตาแหนง่ ไม่ตา่ กว่ารองอธิบดีเปน็ เลขานกุ ารคณะกรรมการกลางข้าราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด
กรรมการผู้แทนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ซ่ึงคัดเลือกจากปลดั องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละส่ีปี และอาจได้รับคัดเลือกอีกได้
๑๐. คณะกรรมการกลางขา้ ราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั มีอานาจหน้าท่ี ดังตอ่ ไปนี้
(๑) กาหนดหลักเกณฑ์และเง่ือนไขการคัดเลือกผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วน
จังหวัด และผูท้ รงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ วรรคสาม
(๒) กาหนดมาตรฐานท่ัวไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นสาหรับ
ข้าราชการองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั
(๓) กาหนดมาตรฐานท่ัวไปเก่ียวกับอัตราตาแหน่งและมาตรฐานของตาแหน่ง (๔)
กาหนดมาตรฐานทั่วไปเกีย่ วกบั อตั ราเงินเดือนและวิธีการจา่ ยเงินเดอื นและประโยชน์ตอบแทนอืน่
(๕) กาหนดมาตรฐานท่ัวไปเก่ียวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก การบรรจุและ
แต่งต้ัง การย้าย การโอน การรบั โอน การเล่อื นระดับ และการเลอ่ื นข้ันเงนิ เดือน
(๖) กาหนดมาตรฐานทั่วไปเก่ียวกับวินยั และการรกั ษาวินยั และการดาเนนิ การทางวินัย
(๗) กาหนดมาตรฐานทั่วไปเกีย่ วกับการให้ออกจากราชการ
(๘) กาหนดมาตรฐานท่ัวไปเก่ียวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้อง
ทกุ ข์
(๙) กาหนดมาตรฐานท่ัวไปเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ วิธีการบริหาร และ
การปฏิบัติงานของข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกิจการอันเก่ียวกับการบริหารงานบุคคล
ในองค์การบริหารสว่ นจังหวดั
(๑๐) ให้ข้อคิดเห็นหรือให้คาปรึกษาในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการข้าราชการ
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
(๑๑) กากับดูแล แนะนาและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่ข้าราชการองค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอ่ืนบัญญัติให้เป็นอานาจหน้าท่ี
ของคณะกรรมการกลางข้าราชการองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด
๑๑. ค่าตอบแทนคณ ะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและ
คณะอนกุ รรมการ ให้เป็นไปตามทกี่ าหนดในพระราชกฤษฎกี า
หมวด ๒
การบริหารงานบคุ คลในเทศบาล
๑. เทศบาลท่ีอยู่ในเขตจังหวัดหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการพนักงานเทศบาลร่วมกันคณะหนึ่งทา
หนา้ ทบ่ี ริหารงานบคุ คลสาหรับเทศบาลทกุ แห่งทอี่ ยู่ในเขตจังหวัดนั้นประกอบดว้ ย
(๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดเปน็ ประธาน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๕
(๒) หัวหนา้ สว่ นราชการประจาจังหวัดจานวนห้าคนจากส่วนราชการในจงั หวัดนัน้ ซึ่งผ้วู ่า
ราชการจังหวัดประกาศกาหนดว่าเป็นส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งน้ี ในกรณีจาเปน็ เพอ่ื ประโยชน์ในการ
บรหิ ารงานบุคคล ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกาหนดส่วนราชการที่เกี่ยวขอ้ งเมอื่ ใดก็ได้
(๓) ผู้แทนเทศบาลจานวนหกคน ดังน้ี
(ก) ประธานสภาเทศบาล ซ่ึงประธานสภาเทศบาลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเอง
จานวนสองคน
(ข) นายกเทศมนตรี ซ่ึงนายกเทศมนตรีในเขตจังหวัดน้ันคัดเลือกกันเองจานวนสอง
คน
(ค) ผู้แทนพนักงานเทศบาล ซ่ึงปลัดเทศบาลในเขตจังหวัดนั้นคัดเลือกกันเองจานวนสอง
คน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจานวนหกคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญในด้าน
การบริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหาร และการจัดการ
หรือ ด้านอืน่ ท่ีจะเปน็ ประโยชน์แก่การบรหิ ารงานบุคคลของเทศบาล
ในการคัดเลือกประธานสภาเทศบาล นายกเทศมนตรี และผู้แทนพนักงานเทศบาล ให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดมีหน้าทดี่ าเนินการจดั ให้มกี ารคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และเงือ่ นไขท่ีคณะกรรมการกลาง
พนกั งานเทศบาลกาหนด
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อ
บุคคลจานวนเก้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจานวนเก้าคนและให้บุคคลท้ังสิบแปด
คนดังกล่าวประชุมเพ่ือคัดเลือกกันเองให้เหลือหกคน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการกลาง
พนักงานเทศบาลกาหนด
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลคนหนึ่งในจังหวัดเป็น
เลขานุการคณะกรรมการพนกั งานเทศบาล
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนพนักงานเทศบาลและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตาแหน่ง
คราวละส่ปี ี และอาจได้รับคดั เลือกอีกได้ และให้นาความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มา
ใช้บังคบั โดยอนุโลม
ให้นาความในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มา
ใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลด้วยโดยอนุโลมทั้งน้ี โดยให้การใช้
อานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล
คณะกรรมการพนกั งานเทศบาล หรอื นายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี
มาตรา ๒๔ เพื่อให้การปฏิบัติงานเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาลแต่ละแหง่ เป็นไป
โดยมีมาตรฐานท่ีสอดคล้องกัน ให้มคี ณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลคณะหนึ่ง ประกอบดว้ ย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่ง
ไดร้ ับมอบหมาย เป็นประธาน
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนผู้อานวยการ
สานักงบประมาณ อธบิ ดกี รมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น*
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๖
(๓) ผู้แทนเทศบาลจานวนหกคน ซ่ึงคัดเลือกจากนายกเทศมนตรีจานวนสามคนและ
ปลัดเทศบาลจานวนสามคน
(๔) ผู้ทรงคณุ วุฒิจานวนหกคน ซึง่ คัดเลือกจากบุคคลซึ่งมคี วามรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการ
บริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ หรือด้านอื่นที่จะเป็น
ประโยชน์แกก่ ารบริหารงานบุคคลของเทศบาล
การคัดเลือกกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อบุคคล
จานวนเก้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายชื่อบุคคลจานวนเก้าคนและให้บุคคลท้ังสิบแปดคน
ดังกลา่ วประชมุ เพอ่ื คดั เลอื กกนั เองให้เหลือหกคน
วิธีการคัดเลือกผู้แทนเทศบาลและผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขท่ี
คณะกรรมการ มาตรฐานการบรหิ ารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถิ่นกาหนด
ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ดาเนินการจัดให้มีการคัดเลือกนายกเทศมนตรีหรือ
ปลัดเทศบาล แลว้ แต่กรณี เป็นผแู้ ทนเทศบาล
ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น* แต่งต้ังข้าราชการในกรมการปกครองคนหนึ่งซึ่ง
ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่ารองอธิบดเี ปน็ เลขานกุ ารคณะกรรมการกลางพนกั งานเทศบาล
กรรมการผู้แทนเทศบาลซึ่งคัดเลือกจากปลัดเทศบาลและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการ
ดารงตาแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับคัดเลือกอีกได้ และให้นาความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗
และมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม
ให้นาความในหมวด ๑ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกลางพนักงาน
เทศบาลด้วยโดยอนุโลม ท้ังน้ี โดยใหก้ ารใช้อานาจหนา้ ท่ีตามบทบัญญัติดังกล่าว เป็นอานาจหน้าทขี่ อง
คณะกรรมการกลางพนกั งาน เทศบาล หรอื คณะกรรมการพนกั งานเทศบาล แลว้ แตก่ รณี
หมวด ๓
การบริหารงานบุคคลในองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
๑. องค์การบริหารส่วนตาบลทอี่ ยูใ่ นเขตจงั หวัดหน่งึ ให้มีคณะกรรมการพนักงานส่วนตาบล
ร่วมกนั คณะหน่ึง ทาหน้าที่บริหารงานบุคคลสาหรับองค์การบริหารสว่ นตาบลทุกแห่งท่ีอยู่ในเขตจังหวัด
น้ัน ประกอบด้วย
(๑) ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั หรือรองผวู้ ่าราชการจังหวัดซง่ึ ไดร้ ับมอบหมายเป็นประธาน
(๒) นายอาเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจาจังหวัดนั้น จานวนแปดคนซ่ึงผู้ว่าราชการ
จังหวัดประกาศกาหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ท้ังน้ี ในกรณีจาเป็นเพื่อประโยชน์ในการ
บริหารงานบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลีย่ นแปลงการกาหนดส่วนราชการท่เี กย่ี วข้องเม่ือใด
กไ็ ด้
(๓) ผู้แทนองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลจานวนเกา้ คน ดงั นี้
(ก) ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตาบล ซึ่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตาบล
ในเขตจังหวัดนั้นคัดเลอื กกันเองจานวนสามคน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๗
(ข) นายกองค์การบริหารส่วนตาบล ซ่ึงผู้ บริหารองค์การบริหารส่วนตาบลในเขต
จงั หวดั น้นั คดั เลือกกันเองจานวนสามคน
(ค) ผู้แทนพนักงานส่วนตาบลซึ่งปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลในจังหวัดน้ันคัดเลือก
กันเองจานวนสามคน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจานวนเก้าคน ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญในด้าน
การบริหาร งานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการ
หรอื ด้านอ่ืนที่จะเปน็ ประโยชน์แกก่ ารบริหารงานบคุ คลขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒)เสนอรายชื่อ
บุคคลจานวนสิบห้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายช่ือบุคคลจานวนสิบห้าคนและให้บุคคลท้ัง
สามสิบคนดังกลา่ วประชมุ เพือ่ คดั เลือกกันเองให้เหลอื เกา้ คน
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าท่ีจัดให้มีการคัดเลือกประธานสภาองค์การบริหารส่วนตาบล
ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตาบลหรือปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลแล้วแต่กรณี เป็น
ผู้แทนองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งต้ังข้าราชการหรือพนักงานส่วนตาบลคนหนึ่งในจังหวัด เป็น
เลขานุการคณะกรรมการพนักงานส่วนตาบล
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนพนักงานส่วนตาบล และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดารง
ตาแหน่งคราวละสีป่ ี และอาจไดร้ บั คัดเลือกอกี ได้
ให้นาความในหมวด ๑ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการพนักงานส่วน
ตาบลด้วยโดยอนุโลมทั้งน้ี โดยให้การใช้อานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอานาจหน้าที่ของ
คณ ะกรรมการกลางพนักงานส่วนตาบล คณ ะกรรมการพนักงานส่วนตาบล หรือประธาน
กรรมการบริหารองค์การบริหารสว่ นตาบล แลว้ แตก่ รณี
๒. ใหม้ คี ณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตาบลคณะหน่งึ ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซ่ึง
ไดร้ บั มอบหมาย เป็นประธาน
(๒) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ผู้อานวยการ
สานกั งบประมาณ อธิบดกี รมบญั ชกี ลาง และอธิบดกี รมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถ่นิ *
(๓) ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตาบลจานวนหกคน ซ่ึงคัดเลือกจากประธานกรรมการ
บรหิ ารองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลจานวนสามคน และปลัดองค์การบริหารสว่ นตาบลจานวนสามคน
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจานวนหกคน ซ่ึงคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเช่ียวชาญในด้าน
การบริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการ
หรอื ด้านอนื่ ท่ีจะเปน็ ประโยชนแ์ กก่ ารบรหิ ารงานบุคคลขององค์การบริหารสว่ นตาบล
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายชื่อ
บุคคลจานวนเก้าคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายช่ือบุคคลจานวนเก้าคน และให้บุคคลทั้งสิบแปด
คนดังกล่าวประชุมเพ่ือคดั เลอื กกนั เองให้เหลอื หกคน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๘
ใ ห้ ป ลั ด ก ร ะ ท ร ว ง ม ห า ด ไ ท ย มี ห น้ า ที่ ด า เ นิ น ก า ร จั ด ใ ห้ มี ก า ร คั ด เลื อ ก ป ร ะ ธ า น
กรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตาบลหรือปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล แล้วแต่กรณี เป็นผู้แทน
องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล
ให้อธิบดีกรมสง่ เสริมการปกครองท้องถ่ิน*แต่งต้ังข้าราชการคนหน่ึงซึ่งดารงตาแหน่งไม่ต่า
กว่า รองอธิบดเี ปน็ เลขานุการคณะกรรมการกลางพนักงานสว่ นตาบล
กรรมการผู้แทนองค์การบริหารส่วนตาบลซ่ึงคัดเลือกจากปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล
และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับคัดเลือกอีกได้ และให้นา
ความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗ และมาตรา ๙ มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม
ให้นาความในหมวด ๑ มาใช้บังคับกับการปฏบิ ัติหน้าที่ของคณะกรรมการกลาง พนักงาน
ส่วนตาบลด้วยโดยอนุโลม ท้ังนี้ โดยให้การใช้อานาจหน้าท่ีตามบทบัญญัติดังกล่าว เป็นอานาจหน้าท่ี
ของคณะกรรมการกลางพนกั งานส่วนตาบล หรอื คณะกรรมการพนกั งานส่วนตาบล แล้วแต่กรณี
หมวด ๔
การบริหารงานบุคคลในกรุงเทพมหานคร
๑. การบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ขา้ ราชการกรงุ เทพมหานคร
หมวด ๕
การบริหารงานบุคคลในเมืองพทั ยา
๒. ให้มีคณะกรรมการพนักงานเมืองพัทยาคณะหน่ึง ทาหน้าท่ีกาหนดหลักเกณฑ์และ
ดาเนนิ การเกยี่ วกับการบริหารงานบุคคลของพนกั งานเมอื งพทั ยา ประกอบดว้ ย
(๑) ผูว้ า่ ราชการจังหวดั ชลบรุ เี ป็นประธาน
(๒) นายอาเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชลบุรีจานวนสามคน ซึ่งผู้ว่าราชการ
จังหวัดชลบุรีประกาศกาหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เก่ียวข้อง ท้ังน้ี ในกรณีจาเป็นเพ่ือประโยชน์ในการ
บริหารงานบุคคล ผู้วา่ ราชการจังหวัดชลบุรีจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกาหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
เมอ่ื ใดกไ็ ด้
(๓) ผู้แทนเมืองพัทยาจานวนส่ีคน ประกอบด้วย นายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมือง
พัทยา ซึ่งสภาเมืองพัทยาคัดเลือกจานวนหนึ่งคน ปลัดเมืองพัทยา และผู้แทนพนักงานเมืองพัทยาซึ่ง
คดั เลอื กกนั เองจานวนหนง่ึ คน
(๔) ผ้ทู รงคุณวุฒิจานวนส่คี น ซงึ่ คัดเลือกจากบคุ คลซง่ึ มคี วามรูค้ วามเช่ียวชาญในด้านการ
บริหารงานท้องถ่ิน ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือ
ดา้ นอน่ื ทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์แก่การบรหิ ารงานบุคคลของเมืองพัทยา
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๙
การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้กรรมการตาม (๑) และ (๒) เสนอรายช่ือ
บุคคลจานวนหกคน และกรรมการตาม (๓) เสนอรายช่ือบุคคลจานวนหกคน และให้บุคคลทั้งสบิ สองคน
ดงั กลา่ วประชมุ เพือ่ คัดเลอื กกันเองให้เหลอื สค่ี น
วธิ กี ารคัดเลือกผู้แทนพนักงานเมืองพัทยาและผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ใหน้ าหลกั เกณฑแ์ ละเงื่อนไขที่
คณะกรรมการกลางพนกั งานเทศบาลกาหนด มาใช้บังคบั โดยอนุโลม
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีมีหน้าท่ีดาเนินการจัดให้มีการคัดเลือกพนักงานเมืองพัทยา
เป็นผแู้ ทนพนักงานเมอื งพทั ยา
ให้ปลดั เมอื งพทั ยาเปน็ เลขานุการคณะกรรมการพนักงานเมืองพทั ยา
กรรมการซ่ึงเป็นผู้แทนพนักงานเมืองพัทยาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารง
ตาแหน่งคราวละสี่ปี และอาจไดร้ ับคัดเลือกอกี ได้
ให้นาความในหมวด ๑ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการพนักงานเมือง
พัทยาด้วยโดยอนุโลม ท้ังนี้ โดยให้การใช้อานาจหน้าท่ีตามบทบัญญัติดังกล่าว เป็นอานาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการพนักงานเมอื งพัทยา หรือนายกเมอื งพทั ยา แลว้ แตก่ รณี
หมวด ๖
การบริหารงานบุคคลในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นอ่นื
๑. การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืนให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ
น้นั
หมวด ๗
คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลสว่ นทอ้ งถ่ิน
๑. ให้มีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเรียกโดยย่อว่า “ก.ถ.”
ประกอบดว้ ย
(๑) บุคคลซงึ่ ได้รบั การคดั เลอื กตามมาตรา ๓๑ เป็นประธาน
(๒) กรรมการโดยตาแหน่งจานวนหกคน ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อานวยการสานักงบประมาณ
ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธบิ ดีกรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่ิน
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจานวนห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้ซึ่งมีความรู้ความ
เช่ียวชาญในด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการด้านบริหารและ
การจดั การหรือดา้ นกฎหมาย ซง่ึ มผี ลงานทางวชิ าการ หรือมคี วามรเู้ ปน็ ท่ยี อมรบั
(๔) ผ้แู ทนคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดจานวนหน่งึ คน ผแู้ ทน
คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลจานวนหน่ึงคน ผู้แทนคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตาบล
จานวนหน่ึงคน ผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครจานวนหนึ่งคน ผู้แทนคณะกรรมการ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๐
พนักงานเมืองพัทยาจานวนหน่ึงคน และในกรณีท่ีมีกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
ให้มีผู้แทนคณะกรรมการพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืนซ่ึงองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่นน้ัน
คดั เลอื กกนั เองจานวนหนึง่ คน
ให้หัวหน้าสานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็น
เลขานุการคณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถิ่น
๒. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าท่ีดาเนินการจัดให้มีการคัดเลือกประธาน
กรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขที่คณะรัฐมนตรี
กาหนด
๓. ให้ประธานกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลส่วนท้องถ่ินมีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราว
ละหกปีนับแต่วันทไ่ี ดร้ ับการแตง่ ต้ัง และให้ดารงตาแหนง่ ได้เพียงวาระเดียว
๔. นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
สว่ นทอ้ งถ่นิ พ้นจากตาแหนง่ เม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยืน่ หนงั สอื ลาออกตอ่ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
(๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยส่ังให้ออก โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
เนื่องจากมคี วามประพฤตเิ สื่อมเสยี บกพรอ่ ง หรอื ไมส่ จุ ริตตอ่ หน้าท่ี
(๔) ขาดคุณสมบัตติ ามมาตรา ๓๑ วรรคสอง
(๕) เปน็ บุคคลลม้ ละลาย
(๖) เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๗) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงท่สี ุดให้จาคุก
๕. ใหค้ ณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมีอานาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี้
(๑) กาหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการ
บริหารงานบุคคลโดยเฉพาะในเรื่องการแต่งต้ังและการให้พ้นจากตาแหน่งของพนักงานส่วนท้องถิ่น
รวมตลอดถึงการกาหนดโครงสร้างอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นให้มีสัดส่วนท่ีเหมาะสมแก่
รายได้และการพัฒนาท้องถ่ินตามอานาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้ังน้ี การกาหนด
มาตรฐานกลางและแนวทางจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการกาหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลโดย
เฉพาะเจาะจงท่ีทาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถบริหารงานบุคคลตามความต้องการและ
ความเหมาะสมของแต่ละองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ได้
(๒) กาหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ินเพื่อรองรับการกระจาย
อานาจการปกครองสว่ นท้องถิ่น
(๓) กาหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ
ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ ในคณะกรรมการกลางฯ
(๔) ส่งเสริมใหม้ กี ารศกึ ษา วเิ คราะห์ หรือวิจยั เกี่ยวกับการบรหิ ารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถ่นิ
(๕) ใหค้ าปรกึ ษา คาแนะนา และพจิ ารณาปญั หาเก่ยี วกบั การบริหารงานบคุ คลสว่ นท้องถ่ิน
แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๑
(๖)ประสานงานกับคณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คณะกรรมการข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทต่างๆ คณะกรรมการกลาง
ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ิน และคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพ่ือ
สง่ เสริมให้การบริหารงานบคุ คลส่วนท้องถ่ินมปี ระสทิ ธิภาพ
(๗) ปฏบิ ัติการอน่ื ตามทกี่ าหนดไว้ในพระราชบญั ญัติน้ีหรือกฎหมายอนื่
๖. ในการจ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และเงินค่าจ้างของข้าราชการ หรือพนักงาน
ส่วนท้องถ่ิน และลูกจ้าง ท่ีนามาจากเงินรายได้ท่ีไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินกู้หรือเงินอื่นใดน้ัน องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งจะกาหนดสูงกว่าร้อยละส่ีสบิ ของเงนิ งบประมาณรายจ่ายประจาปีไมไ่ ด้
๗. ให้จัดตั้งสานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ินข้ึนใน
สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย มีหน้าท่ีรับผิดชอบงานในราชการของคณะกรรมการ
มาตรฐานการบริหารงานบคุ คลสว่ นทอ้ งถ่ิน และมีอานาจหนา้ ทด่ี งั ตอ่ ไปนี้
(๑) รบั ผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลสว่ นท้องถ่ิน
(๒) ศกึ ษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกบั งานของคณะกรรมการมาตรฐานการ
บรหิ ารงานบุคคลส่วนท้องถน่ิ
(๓) ประสานงาน ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น
(๔) ช่วยเหลอื และใหค้ าปรึกษาและแนะนาเกี่ยวกบั การบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถน่ิ
(๕) จัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม รวมทั้งการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับการ
บริหารงานบคุ คลสว่ นทอ้ งถ่นิ
(๖) จัดทารายงานประจาปีเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ผลงาน และอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่
และในการดาเนินงานของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและสานักงาน
คณะกรรมการมาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคลสว่ นท้องถิน่
(๗) ปฏิบัติงานอ่ืนๆ ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
มอบหมาย
ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
[แก้ไขเพ่ิมเติมถงึ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๑]
มาตรา ๓/๑ การบรหิ ารราชการตามพระราชบญั ญัติน้ีต้องเป็นไปเพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของ
ประชาชน เกดิ ผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ ความมปี ระสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชงิ ภารกิจแห่งรัฐ การ
ลดขน้ั ตอนการปฏิบตั ิงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานท่ีไม่จาเป็น การกระจายภารกิจและ
ทรัพยากรให้แก่ท้องถน่ิ การกระจายอานาจตดั สินใจ การอานวยความสะดวก และการตอบสนองความ
ต้องการของประชาชน ทง้ั นี้ โดยมผี ูร้ ับผดิ ชอบต่อผลของงาน
ในการปฏิบตั ิหนา้ ทข่ี องส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกจิ การบ้านเมืองทดี่ ีโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งให้คานงึ ถึงความรับผดิ ชอบของผปู้ ฏบิ ตั ิงาน การมสี ่วนร่วมของประชาชน การเปดิ เผยขอ้ มลู การ
ตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบตั งิ าน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ
มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้
มาตรา ๗ ใหจ้ ดั ระเบยี บบริหารราชการส่วนกลาง ดงั นี้
(๑) สานักนายกรฐั มนตรี
(๒) กระทรวง หรอื ทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
(๓) ทบวง ซ่ึงสงั กัดสานักนายกรฐั มนตรีหรือกระทรวง
(๔) กรม หรือส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออยา่ งอ่นื และมฐี านะเปน็ กรม ซงึ่ สงั กดั หรือไม่สังกดั สานัก
นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง
สานกั นายกรัฐมนตรีมฐี านะเป็นกระทรวง
ส่วนราชการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีฐานะเปน็ นิติบุคคล
มาตรา ๘ การจดั ตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา ๗ ใหต้ ราเป็นพระราชบญั ญตั ิ
มาตรา ๘ ทวิ การรวมหรอื การโอนสว่ นราชการตามมาตรา ๗ ไม่วา่ จะมผี ลเป็นการจดั ตงั้ สว่ น
ราชการขน้ึ ใหม่หรือไม่ ถา้ ไมม่ กี ารกาหนดตาแหนง่ หรืออตั ราของข้าราชการหรอื ลูกจา้ งเพ่ิมข้ึนใหต้ รา
เปน็ พระราชกฤษฎีกา
ให้สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือนและสานักงบประมาณมหี น้าที่ตรวจสอบดแู ลมใิ ห้
มีการกาหนดตาแหนง่ หรอื อัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างของสว่ นราชการทจ่ี ัดตั้งข้ึนใหม่ หรอื ที่ถูกรวม
หรือโอนไปตามวรรคหน่งึ เพิ่มขนึ้ จนกว่าจะครบกาหนดสามปีนบั แต่วนั ท่ีพระราชกฤษฎกี าตามวรรค
หนง่ึ มีผลใช้บังคับ
มาตรา ๘ ตรี การเปลย่ี นชื่อส่วนราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า และใน
กรณีทช่ี อื่ ตาแหนง่ ของข้าราชการในส่วนราชการนั้นเปลี่ยนไปให้ระบุการเปลย่ี นช่อื ไวใ้ นพระราช
กฤษฎกี าดว้ ย
มาตรา ๘ จัตวา การยุบสว่ นราชการตามมาตรา ๗ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๒
มาตรา ๘ ฉ การแบง่ ส่วนราชการภายในสานกั งานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรยี กช่ือ
อย่างอ่นื และมฐี านะเปน็ กรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอานาจหนา้ ทขี่ องแต่ละสว่ นราชการไวใ้ น
กฎกระทรวงดว้ ย
มาตรา ๘ สัตต ให้สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นและสานกั งบประมาณรว่ มกนั
เสนอความเหน็ ตอ่ คณะรัฐมนตรีในการแบง่ สว่ นราชการภายในและในการกาหนดอานาจหน้าที่ของแตล่ ะ
ส่วนราชการตามมาตรา ๘ ฉ ในการเสนอความเห็นดงั กลา่ วใหส้ านักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพล
เรอื นจัดอัตรากาลัง และสานักงบประมาณจดั สรรเงนิ งบประมาณให้สอดคล้องเสนอไปในคราวเดียวกัน
มาตรา ๙ การจัดระเบยี บราชการในสานกั นายกรัฐมนตรีใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายว่าดว้ ยการ
ปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม
ให้สว่ นราชการในสานักนายกรัฐมนตรีบรรดาทีก่ าหนดไวใ้ นกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม มฐี านะเป็นกรม
มาตรา ๑๐ สานกั นายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าทต่ี ามท่ีกาหนดไวใ้ นกฎหมายว่าด้วยการปรับปรงุ
กระทรวง ทบวง กรม
สานักนายกรัฐมนตรีมีนายกรฐั มนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาขา้ ราชการและรับผดิ ชอบในการกาหนด
นโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในสานักนายกรฐั มนตรีให้สอดคล้องกับนโยบายท่ีคณะรฐั มนตรี
แถลงไวต้ อ่ รฐั สภาหรือท่ีคณะรฐั มนตรกี าหนดหรืออนุมตั ิ โดยจะให้มีรองนายกรฐั มนตรีและรฐั มนตรี
ประจาสานกั นายกรัฐมนตรีเป็นผชู้ ่วยสัง่ และปฏิบตั ิราชการก็ได้
ในกรณีท่ีมีรองนายกรัฐมนตรีหรือรฐั มนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรีหรอื มีทงั้ รองนายกรฐั มนตรี
และรัฐมนตรีประจาสานักนายกรฐั มนตรี การสั่งและการปฏบิ ัตริ าชการของรองนายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรใี ห้เป็นไปตามทนี่ ายกรฐั มนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๑ นายกรฐั มนตรีในฐานะหัวหน้ารฐั บาลมอี านาจหน้าที่ ดงั น้ี
(๑) กากบั โดยทว่ั ไปซึ่งการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ เพ่ือการนี้จะสัง่ ใหร้ าชการส่วนกลาง ราชการ
สว่ นภูมิภาค และส่วนราชการซง่ึ มีหนา้ ทค่ี วบคมุ ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น ชแ้ี จง แสดงความคดิ เห็น ทา
รายงานเกีย่ วกบั การปฏบิ ัติราชการ ในกรณีจาเปน็ จะยับยง้ั การปฏิบตั ิราชการใดๆ ที่ขดั ต่อนโยบายหรือ
มตขิ องคณะรัฐมนตรีกไ็ ด้และมีอานาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจรงิ เกี่ยวกับการปฏิบตั ิราชการของราชการ
สว่ นกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนทอ้ งถิน่
(๒) มอบหมายใหร้ องนายกรฐั มนตรีกากับการบรหิ ารราชการของกระทรวง หรอื ทบวงหนึง่ หรือ
หลายกระทรวงหรอื ทบวง
(๓) บงั คับบญั ชาขา้ ราชการฝา่ ยบริหารทุกตาแหนง่ ซ่ึงสังกดั กระทรวง ทบวง กรม และสว่ น
ราชการที่เรียกชือ่ อยา่ งอ่ืนท่ีมีฐานะเป็นกรม
(๔) ส่ังให้ขา้ ราชการซ่ึงสงั กัดกระทรวง ทบวง กรมหน่ึงมาปฏบิ ตั ิราชการสานกั นายกรัฐมนตรี
โดยจะใหข้ าดจากอตั ราเงินเดือนทางสังกดั เดิมหรือไมก่ ็ได้ ในกรณที ่ีให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสงั กดั
เดมิ ใหไ้ ด้รับเงินเดอื นในสานักนายกรัฐมนตรใี นระดับ และขัน้ ท่ไี มส่ งู กวา่ เดิม
(๕) แตง่ ต้ังข้าราชการซงึ่ สงั กดั กระทรวง ทบวง กรมหนึ่งไปดารงตาแหน่งของอีกกระทรวง
ทบวง กรมหนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดอื นจากกระทรวง ทบวง กรมเดิม ในกรณีเช่นวา่ นีใ้ หข้ ้าราชการซง่ึ
ไดร้ บั แตง่ ตงั้ มฐี านะเสมอื นเป็นข้าราชการสงั กัดกระทรวง ทบวง กรม ซ่ึงตนมาดารงตาแหน่งนั้นทุก
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๓
ประการ แต่ถา้ เป็นการแต่งตัง้ ขา้ ราชการตัง้ แต่ตาแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าข้ึนไปต้องได้รบั อนมุ ตั ิจาก
คณะรัฐมนตรี
(๖) แตง่ ตงั้ ผูท้ รงคุณวุฒเิ ป็นประธานที่ปรกึ ษา ทปี่ รกึ ษา หรือคณะทีป่ รึกษาของนายกรัฐมนตรี
หรอื เปน็ คณะกรรมการเพื่อปฏิบตั ิราชการใดๆ และกาหนดอัตราเบ้ียประชุมหรอื ค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซง่ึ
ได้รบั แตง่ ต้ัง
(๗) แตง่ ตัง้ ข้าราชการการเมืองใหป้ ฏบิ ตั ิราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี
(๘) วางระเบียบปฏิบัติราชการ เพ่ือใหก้ ารบรหิ ารราชการแผ่นดินเป็นไปโดยรวดเร็วและมี
ประสิทธิภาพ เท่าท่ไี ม่ขัดหรือแย้งกบั พระราชบัญญตั นิ ี้หรอื กฎหมายอื่น
(๙) ดาเนินการอ่นื ๆ ในการปฏิบตั ิตามนโยบาย
ระเบียบตาม (๘) เมอ่ื คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ใช้บงั คบั ได้
มาตรา ๑๓ สานกั เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี มอี านาจหน้าท่เี ก่ียวกับราชการทางการเมือง มี
เลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรเี ป็นผบู้ ังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขน้ึ ตรงตอ่
นายกรฐั มนตรี และใหม้ รี องเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝา่ ยการเมอื งและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี ่าย
บรหิ าร เปน็ ผู้ช่วยสงั่ และปฏิบัติราชการและจะใหม้ ผี ชู้ ว่ ยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชว่ ยสัง่ และ
ปฏบิ ตั ิราชการด้วยกไ็ ด้
ให้เลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี ่ายการเมือง เปน็ ข้าราชการ
การเมือง และให้รองเลขาธิการนายกรฐั มนตรีฝา่ ยบรหิ าร และผูช้ ว่ ยเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี เปน็
ขา้ ราชการพลเรือนสามัญ
มาตรา ๑๔ สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรมี ีอานาจหนา้ ท่ีเกีย่ วกบั ราชการของคณะรัฐมนตรี
รฐั สภา และราชการในพระองค์ มีเลขาธิการคณะรฐั มนตรเี ป็นผู้บังคบั บญั ชาข้าราชการ และรับผดิ ชอบ
ในการปฏบิ ตั ิราชการขึน้ ตรงต่อนายกรัฐมนตรี และให้มีรองเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรเี ป็นผชู้ ่วยสั่งและ
ปฏิบตั ริ าชการ และจะให้มผี ู้ช่วยเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรีเป็นผูช้ ว่ ยสง่ั และปฏิบตั ิราชการด้วยก็ได้
ให้เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผ้ชู ว่ ยเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี เปน็
ขา้ ราชการพลเรือนสามัญ
มาตรา ๑๘ ให้จดั ระเบยี บราชการของกระทรวง ดังน้ี
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานกั งานปลดั กระทรวง
(๓) กรม หรอื ส่วนราชการที่เรยี กช่ืออยา่ งอน่ื เว้นแตบ่ างกระทรวงเหน็ ว่าไมม่ ีความจาเปน็ จะไม่
แยกสว่ นราชการตง้ั ข้ึนเป็นกรมก็ได้
ใหส้ ่วนราชการตาม (๒) และสว่ นราชการที่เรียกชื่ออย่างอน่ื ตาม (๓) มฐี านะเปน็ กรม
กระทรวงใดมคี วามจาเป็นจะต้องมีสว่ นราชการเพื่อทาหนา้ ท่ีจัดทานโยบายและแผน กากับ
เร่งรัด และติดตามนโยบายและแผนการปฏบิ ตั ริ าชการของกระทรวง จะจดั ระเบียบบรหิ ารราชการโดย
อนุมตั คิ ณะรัฐมนตรีเพอ่ื ใหม้ ีสานกั นโยบายและแผนเป็นส่วนราชการภายใน ขึ้นตรงต่อรฐั มนตรวี ่าการ
กระทรวงก็ได้
ในกระทรวงจะตราพระราชกฤษฎกี าจดั ตั้งส่วนราชการเพอ่ื รบั ผิดชอบภาระหน้าทีใ่ ดโดยเฉพาะ
ซง่ึ ไม่มฐี านะเปน็ กรมแต่มีผู้บังคบั บัญชาของส่วนราชการดงั กล่าวเป็นอธิบดหี รอื ตาแหน่งท่เี รียกช่อื อยา่ ง
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๔
อื่นที่มฐี านะเป็นอธบิ ดกี ไ็ ด้ ในกรณีเช่นนั้นให้อธบิ ดีหรือผดู้ ารงตาแหนง่ ที่เรียกชอ่ื อยา่ งอื่นดังกล่าวมี
อานาจหน้าที่สาหรับสว่ นราชการนั้นเช่นเดียวกับอธบิ ดี ตามท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎกี า และให้
คณะอนกุ รรมการสามญั ประจากระทรวงทาหน้าทคี่ ณะอนกุ รรมการสามญั ประจากรม สาหรับสว่ น
ราชการนัน้
การตราพระราชกฤษฎกี าตามวรรคส่ีใหก้ ระทาได้ในกรณีเปน็ การยุบ รวม หรือโอนกรมใน
กระทรวงใดมาจดั ตั้งเป็นส่วนราชการตามวรรคส่ีในกระทรวงน้ันหรอื กระทรวงอืน่ โดยไม่มีการกาหนด
ตาแหนง่ หรอื อัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพม่ิ ข้ึน และใหน้ าความในมาตรา ๘ ทวิ และมาตรา ๘
เบญจ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม
การแตง่ ต้งั อธิบดีหรอื ผู้ดารงตาแหน่งท่เี รยี กช่ืออย่างอ่ืนของส่วนราชการตามวรรคส่ี ใหร้ ฐั มนตรี
เจา้ สงั กัดเป็นผนู้ าเสนอคณะรฐั มนตรเี พ่ือพจิ ารณาอนุมตั ิ และให้ผดู้ ารงตาแหนง่ ดังกล่าวเปน็ ผดู้ ารง
ตาแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ
กอ่ นทีค่ ณะรัฐมนตรีจะใหค้ วามเห็นชอบในร่างพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ ส่วนราชการตามวรรคส่ี
ของกระทรวงใด ใหน้ ายกรัฐมนตรสี ่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวตอ่ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒสิ ภาเพอ่ื ทราบ
มาตรา ๑๙/๑ ให้ปลดั กระทรวง หวั หน้ากลุ่มภารกิจและหวั หน้าส่วนราชการตงั้ แต่ระดับกรมข้ึน
ไป วางแผนและประสานกิจกรรมให้มีการใช้ทรพั ยากรของสว่ นราชการต่างๆ ในกระทรวงร่วมกันเพื่อให้
เกดิ ประสิทธิภาพ ความค้มุ คา่ และบรรลเุ ป้าหมายของกระทรวง
เพ่อื ประโยชน์ในการดาเนินการตามวรรคหนึ่ง หวั หน้าส่วนราชการและหวั หน้ากลุ่มภารกิจ
ดงั กล่าวจะมีมตใิ ห้นางบประมาณทแ่ี ต่ละส่วนราชการได้รบั จัดสรรมาดาเนินการและใชจ้ ่ายร่วมกนั กไ็ ด้
มาตรา ๒๑ ในกระทรวงให้มีปลดั กระทรวงคนหนง่ึ มอี านาจหน้าที่ ดงั นี้
(๑) รบั ผดิ ชอบควบคมุ ราชการประจาในกระทรวง แปลงนโยบายเปน็ แนวทางและแผนการ
ปฏิบัติราชการ กากับการทางานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกดิ ผลสัมฤทธิ์ และประสานการปฏบิ ตั งิ าน
ของส่วนราชการในกระทรวงใหม้ เี อกภาพสอดคลอ้ งกนั รวมทั้งเรง่ รดั ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏิบัติ
ราชการของสว่ นราชการในกระทรวง
(๒) เปน็ ผบู้ ังคบั บญั ชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวงรองจากรฐั มนตรี
(๓) เปน็ ผ้บู ังคับบญั ชาข้าราชการในสานักงานปลัดกระทรวง และรบั ผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานักงานปลดั กระทรวง
ในการปฏบิ ัติราชการของปลัดกระทรวงตามวรรคหน่ึง จะให้มีรองปลัดกระทรวงคนหนึ่งเป็น
ผชู้ ว่ ยสงั่ และปฏิบตั ริ าชการตามที่ปลดั กระทรวงมอบหมายกไ็ ด้
ภายในกระทรวงจะออกกฎกระทรวงกาหนดให้สว่ นราชการระดบั กรมตง้ั แตส่ องส่วนราชการขึ้น
ไปอยู่ภายใตก้ ลุ่มภารกจิ เดียวกนั ก็ได้ โดยให้แตล่ ะกลุ่มภารกจิ มีผดู้ ารงตาแหนง่ ไม่ตา่ กวา่ อธบิ ดีคนหนึ่ง
เปน็ หวั หน้ากล่มุ ภารกิจรบั ผิดชอบราชการและบังคับบัญชาข้าราชการของสว่ นราชการในกลุ่มภารกิจนั้น
โดยปฏบิ ตั ริ าชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงหรือขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีตามที่กาหนดโดยกฎกระทรวง และใน
กรณที ข่ี ึ้นตรงต่อรฐั มนตรีต้องรายงานผลการดาเนินงานตอ่ ปลัดกระทรวงตามทก่ี าหนดโดยกฎกระทรวง
ในกลุ่มภารกิจเดยี วกัน หัวหนา้ กลุ่มภารกิจอาจกาหนดใหส้ ่วนราชการของสว่ นราชการระดบั
กรมแห่งหนง่ึ ปฏิบัติงานทีเ่ กี่ยวกบั สารบรรณ บคุ ลากร การเงิน การพัสดุ หรือการบริหารงานทั่วไปใหแ้ ก่
สว่ นราชการแหง่ อืน่ ภายใต้กล่มุ ภารกิจเดียวกนั ก็ได้
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๕
กระทรวงใดมีภารกจิ เพิ่มขึ้น และมีความจาเป็นอย่างยิ่งตอ้ งมรี องปลัดกระทรวงมากกว่าท่ี
กาหนดไว้ในวรรคห้าหรือวรรคหก คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และคณะกรรมการพัฒนาระบบ
ราชการจะรว่ มกันอนมุ ัตใิ ห้กระทรวงน้นั มีรองปลดั กระทรวงเพ่ิมขึ้นเป็นกรณีพเิ ศษโดยจะกาหนดเง่อื นไข
หรือเง่ือนเวลาไวด้ ว้ ยหรือไม่กไ็ ด้
มาตรา ๒๒ สานักงานรฐั มนตรีมอี านาจหนา้ ที่เก่ยี วกับราชการทางการเมือง มเี ลขานุการ
รฐั มนตรีซ่งึ เป็นขา้ ราชการการเมืองเปน็ ผ้บู ังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการ
ของสานักงานรฐั มนตรีขน้ึ ตรงตอ่ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวง และจะใหม้ ีผ้ชู ว่ ยเลขานุการรัฐมนตรีซง่ึ เปน็
ขา้ ราชการการเมืองคนหนึ่งหรอื หลายคนเป็นผู้ช่วยสั่งหรือปฏบิ ตั ิราชการแทนเลขานกุ ารรฐั มนตรกี ไ็ ด้
มาตรา ๓๑ กรมซึ่งสังกดั หรือไม่สงั กัดสานกั นายกรฐั มนตรี กระทรวง หรือทบวงอาจแบ่งส่วน
ราชการดงั น้ี
(๑) สานักงานเลขานกุ ารกรม
(๒) กองหรือส่วนราชการท่ีมีฐานะเทียบกอง เว้นแตบ่ างกรมเห็นวา่ ไม่มคี วามจาเป็นจะไมแ่ ยก
ส่วนราชการตง้ั ขนึ้ เป็นกองก็ได้
มาตรา ๓๔ กระทรวง ทบวง กรมใดมีเหตุพิเศษ จะตราพระราชกฤษฎกี าแบ่งทอ้ งที่ออกเปน็
เขตเพื่อให้มหี ัวหนา้ ส่วนราชการประจาเขตแลว้ แตจ่ ะเรียกชื่อเพอ่ื ปฏบิ ตั งิ านทางวชิ าการก็ได้
หัวหนา้ ส่วนราชการประจาเขตมอี านาจหน้าท่เี ป็นผรู้ ับนโยบายและคาสั่งจากกระทรวง ทบวง
กรม มาปฏบิ ตั ิงานทางวชิ าการ และเป็นผู้บงั คับบัญชาข้าราชการประจาสานกั งานเขตซ่งึ สงั กดั กระทรวง
ทบวง กรมน้ัน
ความในมาตรานีไ้ ม่ใช้บังคบั แกก่ ารแบ่งเขตและการปกครองบงั คับบัญชาของตารวจและอยั การ
มาตรา ๓๘ อานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมตั ิ การปฏบิ ตั ริ าชการหรอื การดาเนนิ การอ่ืน
ท่ีผู้ดารงตาแหน่งใดจะพึงปฏบิ ตั หิ รอื ดาเนนิ การตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ประกาศ หรือคาสั่งใด หรือ
มตขิ องคณะรฐั มนตรใี นเรอื่ งใด ถา้ กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรอื คาสงั่ น้ัน หรอื มตขิ อง
คณะรฐั มนตรีในเรื่องน้ันมไิ ดก้ าหนดเร่อื งการมอบอานาจไว้เป็นอย่างอน่ื หรอื มไิ ดห้ ้ามเรื่องการมอบ
อานาจไว้ ผูด้ ารงตาแหน่งน้ันอาจมอบอานาจให้ผดู้ ารงตาแหน่งอื่นในสว่ นราชการเดียวกันหรือสว่ น
ราชการอ่ืน หรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เป็นผ้ปู ฏบิ ตั ริ าชการแทนได้ ทั้งนี้ ตามหลกั เกณฑท์ กี่ าหนดในพระ
ราชกฤษฎกี า
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนง่ึ อาจกาหนดให้มีการมอบอานาจในเรื่องใดเร่ืองหนึ่งตลอดจนการ
มอบอานาจให้ทานติ ิกรรมสัญญา ฟ้องคดีและดาเนินคดี หรอื กาหนดหลกั เกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขใน
การมอบอานาจหรอื ท่ผี ู้รับมอบอานาจต้องปฏบิ ตั กิ ็ได้
ความในวรรคหนึ่งมใิ หใ้ ช้บังคบั กับอานาจในการอนุญาตตามกฎหมายที่บัญญัตใิ หต้ อ้ งออก
ใบอนุญาตหรอื ทบ่ี ัญญตั ผิ ู้มีอานาจอนญุ าตไว้เปน็ การเฉพาะ ในกรณีเชน่ นนั้ ใหผ้ ูด้ ารงตาแหนง่ ซ่งึ มี
อานาจตามกฎหมายดังกล่าวมีอานาจมอบอานาจให้ข้าราชการซ่ึงเปน็ ผู้ใตบ้ ังคบั บัญชาและผู้วา่ ราชการ
จงั หวัดได้ตามทเี่ หน็ สมควร หรือตามท่ีคณะรฐั มนตรีกาหนดในกรณีมอบอานาจให้ผ้วู ่าราชการจังหวัด
ให้ผ้วู ่าราชการจังหวัดมีอานาจมอบอานาจได้ตอ่ ไปตามหลักเกณฑ์และเง่อื นไขท่ผี ู้มอบอานาจกาหนด
การมอบอานาจให้ทาเปน็ หนงั สอื
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๖
มาตรา ๓๙ เมอื่ มีการมอบอานาจแลว้ ผูร้ บั มอบอานาจมีหนา้ ท่ีตอ้ งรับมอบอานาจน้ัน โดยผ้มู อบ
อานาจจะกาหนดใหผ้ ้รู ับมอบอานาจมอบอานาจใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งอน่ื ปฏิบตั ิราชการแทนตอ่ ไป โดยจะ
กาหนดหลักเกณฑห์ รือเง่อื นไขในการใช้อานาจน้ันไว้ด้วยหรอื ไมก่ ็ได้ แต่ในกรณกี ารมอบอานาจใหผ้ ูว้ ่า
ราชการจงั หวดั คณะรัฐมนตรจี ะกาหนดหลักเกณฑ์ใหผ้ ู้ว่าราชการจังหวดั ตอ้ งมอบอานาจตอ่ ไปใหร้ อง
ผวู้ ่าราชการจังหวดั ปลัดจังหวัดหรอื หัวหนา้ สว่ นราชการท่เี กยี่ วขอ้ งในจังหวัดกไ็ ด้
มาตรา ๔๐ ในการมอบอานาจ ให้ผ้มู อบอานาจพิจารณาถึงการอานวยความสะดวกแก่
ประชาชน ความรวดเร็วในการปฏบิ ัตริ าชการ การกระจายความรบั ผิดชอบตามสภาพของตาแหน่งของ
ผรู้ ับมอบอานาจ และผูร้ ับมอบอานาจตอ้ งปฏิบตั หิ นา้ ที่ที่ได้รับมอบอานาจตามวัตถุประสงค์ของการมอบ
อานาจดงั กลา่ ว
เม่อื ไดม้ อบอานาจแลว้ ผ้มู อบอานาจมหี น้าทก่ี ากับดแู ลและตดิ ตามผลการปฏิบัติราชการของ
ผรู้ ับมอบอานาจ และให้มอี านาจแนะนาหรือแก้ไขการปฏิบัตริ าชการของผูร้ ับมอบอานาจได้
มาตรา ๔๐/๑ ในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการภายในกรม ถา้ การปฏิบตั ริ าชการใดของ
สว่ นราชการนั้นมีลักษณะเป็นงานการใหบ้ ริการหรือมกี ารให้บรกิ ารเก่ียวเนอื่ งอยดู่ ว้ ยและหากแยกการ
บริหารออกเป็นหนว่ ยบริการรูปแบบพิเศษจะบรรลเุ ป้าหมายตามมาตรา ๓/๑ ยิง่ ขึ้น สว่ นราชการ
ดงั กล่าวโดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรีจะแยกการปฏิบตั ิราชการในเรอื่ งนัน้ ไปจดั ตัง้ เป็นหน่วย
บริการรูปแบบพเิ ศษ ซึง่ มใิ ช่เปน็ สว่ นราชการหรือรฐั วสิ าหกิจแตอ่ ยใู่ นกากับของสว่ นราชการดังกล่าวกไ็ ด้
ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี
มาตรา ๔๑ ในกรณีท่ีนายกรัฐมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ ใหร้ องนายกรัฐมนตรเี ปน็ ผูร้ ักษา
ราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรหี ลายคน ให้คณะรัฐมนตรมี อบหมายให้รองนายกรฐั มนตรีคนใดคน
หน่ึงเป็นผู้รกั ษาราชการแทน ถ้าไม่มผี ู้ดารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏิบัตริ าชการได้
ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึง่ เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน
มาตรา ๔๒ ในกรณที ไี่ ม่มผี ู้ดารงตาแหน่งรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงหรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงเป็นผ้รู ักษาราชการแทน ถา้ มีรัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวง
หลายคน ใหค้ ณะรฐั มนตรีมอบหมายใหร้ ฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผรู้ ักษาราชการ
แทน ถ้าไม่มผี ดู้ ารงตาแหนง่ รัฐมนตรชี ว่ ยว่าการกระทรวงหรอื มีแต่ไม่อาจปฏบิ ัตริ าชการได้ ให้
คณะรฐั มนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรคี นใดคนหน่งึ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
มาตรา ๔๓ ในกรณที ไี่ มม่ ีผู้ดารงตาแหน่งเลขานกุ ารรฐั มนตรี หรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้ผชู้ ว่ ยเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายคน ให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมายให้ผูช้ ว่ ยเลขานุการรัฐมนตรีคนใดคนหนง่ึ เป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้าไม่มผี ้ชู ่วยเลขานกุ ารรฐั มนตรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงคนหน่ึงเป็น
ผู้รักษาราชการแทน
มาตรา ๔๔ ในกรณีทีไ่ ม่มีผู้ดารงตาแหน่งปลัดกระทรวง หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ ให้
รองปลดั กระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถา้ มีรองปลัดกระทรวงหลายคน ให้นายกรัฐมนตรีสาหรับ
สานักนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแตง่ ต้ังรองปลดั กระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผรู้ กั ษา
ราชการแทน ถ้าไม่มผี ู้ดารงตาแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ตั ิราชการได้ ให้นายกรัฐมนตรี
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๗
สาหรบั สานกั นายกรฐั มนตรีหรือรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงแต่งตงั้ ขา้ ราชการในกระทรวงซ่ึงดารงตาแหนง่
ไม่ตา่ กวา่ อธิบดีหรือเทียบเท่าเปน็ ผู้รักษาราชการแทน
ในกรณที ไี่ ม่มผี ู้ดารงตาแหน่งรองปลดั กระทรวง หรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้ ปลดั กระทรวง
จะแตง่ ตัง้ ขา้ ราชการในกระทรวงซึ่งดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผอู้ านวยการกองหรือเทียบเท่าเป็นผู้รกั ษา
ราชการแทนก็ได้
มาตรา ๔๖ ในกรณีท่ไี ม่มีผู้ดารงตาแหน่งอธบิ ดี หรอื มแี ตไ่ มอ่ าจปฏบิ ัตริ าชการได้ ให้รองอธบิ ดี
เปน็ ผู้รักษาราชการแทน ถา้ มีรองอธบิ ดหี ลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตัง้ รองอธบิ ดีคนใดคนหนึง่ เปน็
ผูร้ กั ษาราชการแทน ถ้าไม่มีผดู้ ารงตาแหนง่ รองอธิบดีหรือมแี ต่ไมอ่ าจปฏิบตั ริ าชการได้ ให้ปลดั กระทรวง
แตง่ ต้ังข้าราชการในกรมซึ่งดารงตาแหนง่ เทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการตัง้ แต่ตาแหนง่ หวั หน้ากอง
หรือเทยี บเท่าขึ้นไปคนใดคนหน่ึงเป็นผู้รกั ษาราชการแทน แต่ถ้านายกรัฐมนตรีสาหรับสานัก
นายกรฐั มนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเห็นสมควรเพื่อความเหมาะสมแกก่ ารรับผิดชอบการปฏิบตั ิ
ราชการในกรมน้ัน นายกรัฐมนตรหี รอื รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงจะแต่งต้ังข้าราชการคนใดคนหนึ่งซ่ึงดารง
ตาแหนง่ ไมต่ า่ กวา่ รองอธบิ ดีหรอื เทยี บเท่า เป็นผู้รกั ษาราชการแทนก็ได้
ในกรณที ่ไี มม่ ผี ู้ดารงตาแหน่งรองอธบิ ดี หรือมแี ตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ อธิบดีจะแต่งต้งั
ข้าราชการในกรมซงึ่ ดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการต้ังแตต่ าแหน่งหัวหน้ากองหรือ
เทียบเท่าข้ึนไปเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้
มาตรา ๔๘ ให้ผรู้ ักษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญตั ินีม้ อี านาจหนา้ ท่ีเช่นเดยี วกับผู้
ซง่ึ ตนแทน
ในกรณที ผ่ี ูด้ ารงตาแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผูด้ ารงตาแหนง่ นนั้ มอบหมายหรอื มอบ
อานาจให้ผูด้ ารงตาแหนง่ อืน่ ปฏิบัตริ าชการแทน ให้ผปู้ ฏิบัติราชการแทนมอี านาจหน้าที่เช่นเดยี วกับผู้ซ่ึง
มอบหมายหรือมอบอานาจ
ในกรณที ี่มีกฎหมายอ่ืนแตง่ ต้ังให้ผดู้ ารงตาแหน่งใดเป็นกรรมการหรือใหม้ อี านาจหน้าท่อี ย่างใด
ให้ผรู้ กั ษาราชการแทนหรอื ผ้ปู ฏบิ ตั ิราชการแทนมีอานาจหน้าทเ่ี ป็นกรรมการหรือมีอานาจหน้าที่
เชน่ เดยี วกับผู้ดารงตาแหน่งนนั้ ในการรักษาราชการแทนหรือปฏบิ ัติราชการแทนด้วย แลว้ แตก่ รณี
มาตรา ๔๙ การเป็นผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญตั ินไ้ี มก่ ระทบกระเทอื นอานาจ
นายกรฐั มนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง หรือผดู้ ารงตาแหนง่ เทียบเท่าปลัดกระทรวง ปลัดทบวง
อธบิ ดหี รือผ้ดู ารงตาแหนง่ เทียบเท่าอธิบดี ซึง่ เป็นผูบ้ ังคับบัญชาทจ่ี ะแต่งตง้ั ขา้ ราชการอน่ื เปน็ ผ้รู ักษา
ราชการแทนตามอานาจหน้าที่ที่มอี ยู่ตามกฎหมาย
มาตรา ๕๐/๑ ในหมวดน้ี
“คณะผู้แทน” หมายความวา่ บรรดาขา้ ราชการฝ่ายพลเรือน หรือขา้ ราชการฝ่ายทหารประจาการ
ในตา่ งประเทศซ่ึงได้รบั แต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งในสถานเอกอคั รราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล
สถานรองกงสลุ สว่ นราชการของกระทรวงการต่างประเทศซึง่ เรียกช่ือเปน็ อย่างอืน่ และปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
เช่นเดยี วกับสถานเอกอคั รราชทตู หรอื สถานกงสลุ ใหญ่ และคณะผแู้ ทนถาวรไทยประจาองคก์ ารระหวา่ ง
ประเทศ
“หวั หน้าคณะผู้แทน” หมายความวา่ ขา้ ราชการสังกดั กระทรวงการต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งต้ัง
ใหด้ ารงตาแหนง่ หวั หน้าคณะผ้แู ทนตามระเบียบพิธกี ารทตู หรอื ระเบียบพธิ กี ารกงสลุ ในกรณีของคณะ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๘
ผแู้ ทนถาวรไทยประจาองค์การระหว่างประเทศ ใหห้ มายความวา่ ข้าราชการสงั กัดสว่ นราชการซง่ึ ได้รบั
แตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ หัวหน้าคณะผ้แู ทนถาวรไทยประจาองคก์ ารระหวา่ งประเทศ
“รองหัวหนา้ คณะผู้แทน” หมายความว่า ข้าราชการสังกดั กระทรวงการตา่ งประเทศ ซง่ึ ไดร้ บั
แต่งตั้งใหด้ ารงตาแหน่งเป็นผู้ชว่ ยสง่ั และปฏิบัตริ าชการแทนหัวหน้าคณะผ้แู ทน ในกรณีของคณะผแู้ ทน
ถาวรไทยประจาองคก์ ารระหว่างประเทศ ให้หมายความวา่ ข้าราชการสงั กดั สว่ นราชการ ซึ่งไดร้ บั แตง่ ต้ัง
ให้ดารงตาแหน่งในลักษณะเดยี วกัน
มาตรา ๕๐/๕ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวง รฐั มนตรวี ่าการทบวง ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธบิ ดีหรือผดู้ ารงตาแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอานาจให้หัวหน้าคณะผแู้ ทน
ปฏบิ ตั ริ าชการแทนได้ ในการน้ใี ห้นาความในมาตรา ๓๘ มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม
มาตรา ๕๑ ให้จัดระเบียบบรหิ ารราชการสว่ นภมู ิภาค ดังนี้
(๑) จงั หวัด
(๒) อาเภอ
มาตรา ๕๒ ใหร้ วมท้องท่หี ลายๆ อาเภอต้งั ขน้ึ เป็นจงั หวัด มีฐานะเป็นนิติบคุ คล
การตงั้ ยบุ และเปลย่ี นแปลงเขตจงั หวดั ใหต้ ราเป็นพระราชบัญญัติ
เพ่อื ประโยชน์ในการบริหารงานแบบบูรณาการในจังหวัดหรือกล่มุ จังหวัด ใหจ้ งั หวัดหรือกลุม่
จังหวดั ย่ืนคาขอจัดตง้ั งบประมาณได้ ท้ังนี้ ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกาหนดในพระราช
กฤษฎีกา ในกรณีนใ้ี หถ้ อื วา่ จังหวัดหรือกลุม่ จังหวัดเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธีการ
งบประมาณ
มาตรา ๕๒/๑ ให้จงั หวดั มีอานาจภายในเขตจงั หวัด ดงั ต่อไปนี้
(๑) นาภารกิจของรัฐและนโยบายของรฐั บาลไปปฏิบัติใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์
(๒) ดแู ลใหม้ กี ารปฏบิ ตั ิและบงั คับการใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย เพ่ือให้เกิดความสงบเรยี บรอ้ ย
และเป็นธรรมในสงั คม
(๓) จดั ใหม้ กี ารคุ้มครอง ปอ้ งกัน สง่ เสรมิ และช่วยเหลอื ประชาชนและชุมชนท่ีด้อยโอกาส
เพื่อให้ได้รบั ความเป็นธรรมท้ังดา้ นเศรษฐกิจและสงั คมในการดารงชีวิตอยา่ งพอเพียง
(๔) จัดให้มีการบริการภาครัฐเพอ่ื ใหป้ ระชาชนสามารถเขา้ ถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเรว็ และมี
คุณภาพ
(๕) จัดใหม้ กี ารส่งเสริม อดุ หนุน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ เพอื่ ให้สามารถ
ดาเนินการตามอานาจและหนา้ ท่ีขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ และให้มีขดี ความสามารถพร้อมท่ีจะ
ดาเนินการตามภารกิจทไี่ ด้รับการถ่ายโอนจากกระทรวง ทบวง กรม
(๖) ปฏิบัตหิ น้าทีอ่ นื่ ตามท่ีคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรอื หน่วยงานอื่นของรฐั
มอบหมาย หรือท่ีมกี ฎหมายกาหนด
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าท่ีของจังหวัดตามวรรคหนึง่ ให้เปน็ หน้าที่ของส่วนราชการและ
หน่วยงานของรัฐท่ีประจาอยู่ในเขตจังหวดั ท่ีจะต้องปฏิบัตใิ ห้สอดคล้องและเปน็ ไปตามแผนพัฒนาจังหวดั
ตามมาตรา ๕๓/๑
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๙
มาตรา ๕๓ ในจังหวดั หนงึ่ ใหม้ ีคณะกรมการจังหวัด ทาหนา้ ทีเ่ ป็นทป่ี รกึ ษาของผวู้ ่าราชการ
จงั หวดั ในการบริหารราชการแผ่นดินในจงั หวัดน้ัน กับปฏิบัติหน้าท่อี ืน่ ตามท่กี ฎหมายหรอื มตขิ อง
คณะรฐั มนตรีกาหนด
คณะกรมการจังหวดั ประกอบดว้ ย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน รองผู้ว่าราชการจังหวดั หน่ึงคน
ตามทีผ่ ู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย ปลดั จังหวัด อยั การจังหวัดซ่ึงเป็นหัวหน้าที่ทาการอัยการจังหวัด ผู้
บังคบั การตารวจภธู รจงั หวัด และหวั หน้าสว่ นราชการประจาจงั หวดั จากกระทรวงและทบวงต่างๆ เวน้ แต่
กระทรวงมหาดไทยซ่งึ ประจาอยู่ในจงั หวัด กระทรวง หรือทบวงละหน่ึงคน เป็นกรมการจงั หวดั และ
หวั หนา้ สานกั งานจังหวดั เป็นกรมการจังหวัดและเลขานุการ
ถ้ากระทรวงหรือทบวงมีหัวหนา้ ส่วนราชการประจาจังหวัดซ่งึ กรมต่างๆ ในกระทรวงหรือทบวง
นน้ั สง่ มาประจาอยู่ในจังหวัดมากกวา่ หน่ึงคน ให้ปลัดกระทรวงหรอื ปลดั ทบวงกาหนดใหห้ วั หน้าส่วน
ราชการประจาจังหวัดหนึง่ คนเป็นผแู้ ทนของกระทรวงหรอื ทบวงในคณะกรมการจงั หวัด
มาตรา ๕๓/๑ ใหจ้ งั หวดั จัดทาแผนพัฒนาจังหวัดให้สอดคลอ้ งกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมในระดับชาติ และความตอ้ งการของประชาชนในท้องถน่ิ ในจังหวัด
ในการจดั ทาแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนงึ่ ให้ผูว้ ่าราชการจงั หวดั จดั ให้มีการประชุม
ปรึกษาหารือรว่ มกันระหว่างหวั หน้าส่วนราชการท่มี สี ถานท่ตี ง้ั ทาการอยใู่ นจังหวัดไม่วา่ จะเป็นราชการ
บริหารสว่ นภมู ิภาคหรือราชการบรหิ ารสว่ นกลางและผ้บู รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นทัง้ หมดใน
จงั หวดั รวมท้ังผแู้ ทนภาคประชาสังคม และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน
เมอ่ื ประกาศใชแ้ ผนพัฒนาจังหวัดแลว้ การจดั ทาแผนพัฒนาท้องถ่ินขององคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถ่ิน และการดาเนินกจิ การของส่วนราชการและหนว่ ยงานอนื่ ของรัฐทง้ั ปวงท่ีกระทาในพื้นท่ีจงั หวัด
ต้องสอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาจงั หวัดดงั กล่าว
มาตรา ๕๔ ในจังหวัดหนึง่ ให้มีผู้วา่ ราชการจงั หวัดคนหนง่ึ เป็นผู้รับนโยบายและคาสั่งจาก
นายกรัฐมนตรใี นฐานะหวั หนา้ รัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติการใหเ้ หมาะสมกับ
ท้องท่แี ละประชาชน และเป็นหวั หนา้ บังคบั บัญชาบรรดาขา้ ราชการฝ่ายบริหาร ซ่ึงปฏบิ ัตหิ น้าทใี่ น
ราชการสว่ นภูมภิ าคในเขตจังหวัด และรับผดิ ชอบในราชการจังหวดั และอาเภอ และจะให้มีรองผวู้ า่
ราชการจังหวัด หรือผชู้ ว่ ยผู้วา่ ราชการจังหวดั หรือทั้งรองผูว้ า่ ราชการจังหวดั และผู้ชว่ ยผูว้ า่ ราชการ
จงั หวัดเปน็ ผู้ชว่ ยสงั่ และปฏิบัตริ าชการแทนผู้วา่ ราชการจงั หวดั ก็ได้
ผวู้ ่าราชการจังหวดั รองผ้วู ่าราชการจังหวัดและผชู้ ่วยผู้ว่าราชการจังหวัดสงั กัดกระทรวงมหาดไทย
มาตรา ๕๕ ในจงั หวัดหนึ่ง นอกจากจะมผี วู้ า่ ราชการจังหวัดเปน็ หัวหน้าปกครองบังคบั บัญชา
ขา้ ราชการ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของจงั หวัดดงั กลา่ วในมาตรา๕๔ ใหม้ ีปลัดจงั หวดั และ
หวั หน้าสว่ นราชการประจาจังหวดั ซึ่งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ส่งมาประจาทาหน้าท่เี ป็นผ้ชู ่วยเหลือ
ผู้วา่ ราชการจังหวัด และมอี านาจบังคับบญั ชาข้าราชการฝา่ ยบริหารส่วนภูมภิ าคซึง่ สงั กดั กระทรวง
ทบวง กรมนั้น ในจงั หวัดน้ัน
มาตรา ๕๕/๑ ในจังหวดั หน่ึงนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจงั หวดั
คณะหนึ่ง เรยี กโดยยอ่ วา่ “ก.ธ.จ.” ทาหน้าท่สี อดส่องและเสนอแนะการปฏบิ ตั ภิ ารกิจของหน่วยงานของ
รฐั ในจงั หวดั ให้ใช้วธิ ีการบริหารกิจการบ้านเมืองทดี่ ีและเป็นไปตามหลกั การท่กี าหนดไวใ้ นมาตรา ๓/๑
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๐
ก.ธ.จ. ประกอบดว้ ยผตู้ รวจราชการสานกั นายกรัฐมนตรีซงึ่ มเี ขตอานาจในจงั หวดั เป็นประธาน
ผู้แทนภาคประชาสงั คม ผู้แทนสมาชิกสภาทอ้ งถ่ินท่ีไม่ไดด้ ารงตาแหน่งผู้บรหิ ารและผแู้ ทนภาคธรุ กิจ
เอกชน ทั้งน้ี จานวน วธิ ีการสรรหา และการปฏิบัตหิ น้าท่ีของ ก.ธ.จ. ให้เป็นไปตามระเบยี บสานกั
นายกรฐั มนตรี
มาตรา ๕๖ ในกรณีท่ไี ม่มีผู้ดารงตาแหนง่ ผวู้ า่ ราชการจังหวดั หรอื มแี ต่ไมอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้
ใหร้ องผูว้ า่ ราชการจงั หวดั เป็นผูร้ กั ษาราชการแทน ถ้าไม่มีผดู้ ารงตาแหน่งรองผวู้ ่าราชการจังหวัด หรือมี
แต่ไมอ่ าจปฏบิ ตั ริ าชการได้ให้ผ้ชู ่วยผวู้ ่าราชการจังหวดั เป็นผรู้ ักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหนง่
ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวดั หรอื มแี ตไ่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้ให้ปลดั จงั หวดั เปน็ ผู้รักษาราชการแทน ถา้ มี
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผ้ชู ว่ ยผู้วา่ ราชการจงั หวดั หรือปลัดจงั หวดั หลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตงั้ รอง
ผวู้ า่ ราชการจังหวดั ผชู้ ว่ ยผู้ว่าราชการจงั หวัด หรอื ปลดั จงั หวดั คนใดคนหนงึ่ แลว้ แต่กรณี เปน็ ผูร้ กั ษา
ราชการแทน ถ้าไมม่ ีทง้ั ผดู้ ารงตาแหน่งรองผวู้ ่าราชการจงั หวดั ผ้ชู ว่ ยผวู้ า่ ราชการจังหวดั และปลัด
จงั หวดั หรอื มีแต่ไมอ่ าจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการประจาจงั หวดั ซึ่งมีอาวุโสตามระเบียบ
แบบแผนของทางราชการเป็นผ้รู กั ษาราชการแทน
มาตรา ๕๗ ผวู้ ่าราชการจงั หวัดมอี านาจและหน้าที่ดงั น้ี
(๑) บรหิ ารราชการตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และตามแผนพฒั นาจังหวัด
(๒) บรหิ ารราชการตามท่คี ณะรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมายหรอื ตามที่
นายกรัฐมนตรสี ่ังการในฐานะหวั หน้ารฐั บาล
(๓) บริหารราชการตามคาแนะนาและคาช้แี จงของผตู้ รวจราชการกระทรวงในเมือ่ ไม่ขัดตอ่
กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ หรอื คาสง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม มติของคณะรัฐมนตรหี รือการสั่งการ
ของนายกรัฐมนตรี
(๔) กากับดแู ลการปฏิบัตริ าชการอันมิใช่ราชการสว่ นภูมิภาคของข้าราชการซึ่งประจาอยูใ่ น
จงั หวัดน้ัน ยกเว้นข้าราชการทหาร ขา้ ราชการฝา่ ยตลุ าการ ขา้ ราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรอื นใน
มหาวิทยาลัย ข้าราชการในสานักงานตรวจเงนิ แผ่นดินและขา้ ราชการครู ให้ปฏิบตั ิราชการใหเ้ ป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคบั หรือคาสั่งของกระทรวง ทบวง กรม หรือมตขิ องคณะรัฐมนตรี หรือการสั่ง
การของนายกรฐั มนตรี หรอื ยบั ย้ังการกระทาใดๆ ของข้าราชการในจงั หวัดท่ีขดั ตอ่ กฎหมาย ระเบยี บ
ข้อบังคบั หรอื คาสงั่ ของกระทรวง ทบวง กรมมติของคณะรฐั มนตรี หรอื การสง่ั การของนายกรัฐมนตรีไว้
ช่ัวคราวแล้วรายงานกระทรวง ทบวง กรม ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
(๕) ประสานงานและรว่ มมือกบั ขา้ ราชการทหาร ขา้ ราชการฝ่ายตุลาการข้าราชการฝ่ายอัยการ
ขา้ ราชการพลเรอื นในมหาวิทยาลยั ข้าราชการในสานกั งานตรวจเงนิ แผ่นดินและขา้ ราชการครู ผตู้ รวจ
ราชการและหวั หนา้ สว่ นราชการในระดับเขตหรือภาค ในการพัฒนาจังหวัดหรอื ป้องปัดภัยพิบัติ
สาธารณะ
(๖) เสนองบประมาณตอ่ กระทรวงที่เก่ยี วขอ้ ง หรือเสนอขอจัดตง้ั งบประมาณตอ่ สานัก
งบประมาณตามมาตรา ๕๒ วรรคสาม และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
(๗) กากับดูแลการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินตามกฎหมาย
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๑
(๘) กากับการปฏิบตั หิ น้าที่ของพนักงานองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวสิ าหกจิ ในการนใี้ ห้มีอานาจ
ทารายงานหรือแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั การดาเนินงานขององคก์ ารของรฐั บาลหรือรัฐวิสาหกิจตอ่
รัฐมนตรีเจ้าสงั กดั องคก์ ารของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ
(๙) บรรจุ แตง่ ตงั้ ใหบ้ าเหน็จ และลงโทษข้าราชการสว่ นภูมิภาคในจงั หวัดตามกฎหมาย และ
ตามท่ีปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรืออธิบดีมอบหมาย
มาตรา ๕๘ การยกเวน้ จากดั หรอื ตัดทอน อานาจหน้าทขี่ องผ้วู า่ ราชการจังหวดั ในการบรหิ าร
ราชการในจงั หวัด หรอื ใหข้ า้ ราชการของส่วนราชการใดมีอานาจหน้าทใี่ นการบรหิ ารราชการส่วนภูมิภาค
เชน่ เดยี วกบั ผ้วู า่ ราชการจังหวดั จะกระทาได้โดยตราเป็นพระราชบญั ญตั ิ
มาตรา ๖๑ ในจงั หวดั หนง่ึ ใหม้ หี น่วยราชการบริหารรองจากจงั หวัดเรียกวา่ อาเภอ
การตั้ง ยบุ และเปลยี่ นเขตอาเภอ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี า
มาตรา ๖๑/๑ ให้อาเภอมอี านาจหน้าที่ภายในเขตอาเภอ ดังต่อไปน้ี
(๑) อานาจและหน้าที่ตามที่กาหนดในมาตรา ๕๒/๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) โดยใหน้ า
ความในมาตรา ๕๒/๑ วรรคสอง มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการบริการรว่ มกนั ของหนว่ ยงานของรัฐในลักษณะ
ศูนยบ์ รกิ ารรว่ ม
(๓) ประสานงานกบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพ่ือรว่ มมือกับชมุ ชนในการดาเนินการให้มแี ผน
ชมุ ชน เพ่ือรองรับการสนบั สนนุ งบประมาณจากองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ จังหวัด และกระทรวง
ทบวง กรม
(๔) ไกล่เกลี่ยหรือจดั ใหม้ ีการไกลเ่ กลีย่ ประนอมข้อพิพาทเพอื่ ให้เกดิ ความสงบเรียบร้อยในสังคม
ตามมาตรา ๖๑/๒ และมาตรา ๖๑/๓
มาตรา ๖๑/๒ ในอาเภอหนึ่ง ให้มีคณะบคุ คลผทู้ าหน้าที่ไกล่เกล่ยี และประนอมข้อพิพาทของ
ประชาชนท่คี ่กู รณฝี ่ายใดฝ่ายหนึ่งมภี ูมิลาเนาอยใู่ นเขตอาเภอ ในเรื่องทพ่ี ิพาททางแพง่ เกี่ยวกับทด่ี นิ
มรดก และข้อพิพาททางแพ่งอน่ื ท่มี ีทนุ ทรัพยไ์ มเ่ กนิ สองแสนบาทหรอื มากกวา่ นั้น ตามท่ีกาหนดใน
พระราชกฤษฎีกา
ให้นายอาเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวดั จัดทาบญั ชีรายช่ือบคุ คลท่ีจะทาหน้าท่ี
เป็นคณะบคุ คลผูท้ าหน้าทไี่ กลเ่ กลีย่ และประนอมขอ้ พพิ าท โดยคดั เลอื กจากบุคคลที่มคี วามรหู้ รือมี
ประสบการณ์เหมาะสมกบั การทาหน้าทไ่ี กล่เกลย่ี ข้อพพิ าท
เมอ่ื มขี ้อพพิ าทเกดิ ข้ึนและคู่พิพาทตกลงยนิ ยอมใหใ้ ชว้ ิธีการไกล่เกลี่ยขอ้ พพิ าทให้คพู่ ิพาทแต่ละ
ฝ่ายเลือกบุคคลจากบัญชรี ายชอื่ ตามวรรคสองฝ่ายละหนึง่ คน และให้นายอาเภอ พนกั งานอยั การประจา
จงั หวดั หรือปลดั อาเภอที่ได้รบั มอบหมายคนหนงึ่ เป็นประธาน เพ่ือทาหน้าทีเ่ ป็นคณะบคุ คลผูท้ าหนา้ ท่ี
ไกล่เกลยี่ และประนอมขอ้ พิพาท
ความในมาตรานี้ให้ใชก้ ับเขตของกรุงเทพมหานครด้วยโดยอนโุ ลม
มาตรา ๖๑/๓ บรรดาความผิดท่ีมีโทษทางอาญาทีเ่ กิดขน้ึ ในเขตอาเภอใดหากเป็นความผิดอนั
ยอมความได้ และมิใช่เป็นความผิดเกี่ยวกบั เพศ ถ้าผ้เู สียหายและผู้ถกู กล่าวหายินยอม หรือแสดงความ
จานง ให้นายอาเภอของอาเภอนั้นหรือปลดั อาเภอท่ีนายอาเภอดังกลา่ วมอบหมายเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตาม
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๒
ควรแกก่ รณี และเม่ือผเู้ สียหายและผถู้ ูกกล่าวหายนิ ยอมเปน็ หนังสือตามทไี่ กลเ่ กลี่ยและปฏบิ ตั ิตามคา
ไกลเ่ กลี่ยดงั กลา่ วแลว้ ใหค้ ดีอาญาเป็นอนั เลกิ กนั ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา
มาตรา ๖๒ ในอาเภอหนง่ึ มีนายอาเภอคนหนงึ่ เป็นหัวหน้าปกครองบงั คับบัญชาบรรดา
ข้าราชการในอาเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอาเภอ
นายอาเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย
บรรดาอานาจและหน้าทเ่ี กี่ยวกบั ราชการของกรมการอาเภอหรือนายอาเภอซ่ึงกฎหมาย
กาหนดใหก้ รมการอาเภอและนายอาเภอมีอยู่ ใหโ้ อนไปเปน็ อานาจและหนา้ ที่ของนายอาเภอ
มาตรา ๖๔ ในกรณีทีไ่ ม่มผี ู้ดารงตาแหน่งนายอาเภอ ให้ผูว้ า่ ราชการจังหวัดแตง่ ต้ังปลัดอาเภอ
หรือหวั หนา้ ส่วนราชการประจาอาเภอผู้มอี าวุโส ตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รกั ษา
ราชการแทน
ถา้ มีผดู้ ารงตาแหน่งนายอาเภอ แตไ่ มอ่ าจปฏิบัตริ าชการได้ ให้นายอาเภอแต่งตง้ั ปลัดอาเภอ
หรอื หัวหน้าส่วนราชการประจาอาเภอผมู้ อี าวุโสตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเป็นผ้รู ักษา
ราชการแทน
มาตรา ๖๕ นายอาเภอมอี านาจและหน้าท่ีดังน้ี
(๑) บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ ถ้ากฎหมายใดมไิ ด้
บญั ญตั ิวา่ การปฏบิ ัตติ ามกฎหมายนั้นเปน็ หน้าท่ีของผู้ใดโดยเฉพาะ ใหเ้ ป็นหน้าท่ีของนายอาเภอที่
จะตอ้ งรักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายน้ันด้วย
(๒) บริหารราชการตามทค่ี ณะรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมายหรือตามท่ี
นายกรัฐมนตรีสง่ั การในฐานะหวั หน้ารัฐบาล
(๓) บรหิ ารราชการตามคาแนะนาและคาช้ีแจงของผู้วา่ ราชการจังหวัดและผู้มหี นา้ ท่ีตรวจการอื่น
ซึ่งคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และผวู้ ่าราชการจงั หวัดมอบหมาย ในเมอื่ ไม่ขดั
ต่อกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรือคาสั่งของกระทรวง ทบวง กรม มติของคณะรัฐมนตรี หรอื การส่ัง
การของนายกรัฐมนตรี
(๔) ควบคุมดูแลการบรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ ในอาเภอตามกฎหมาย
มาตรา ๗๐ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ดงั นี้
(๑) องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั
(๒) เทศบาล
(๓) สุขาภบิ าล
(๔) ราชการสว่ นท้องถิ่นอื่นตามที่มกี ฎหมายกาหนด
มาตรา ๗๑/๑ ให้มคี ณะกรรมการพฒั นาระบบราชการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ร.”
ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรที ี่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน รฐั มนตรีหน่งึ
คนท่ีนายกรัฐมนตรกี าหนดเปน็ รองประธาน ผู้ซึง่ คณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครอง
สว่ นท้องถิ่นมอบหมายหน่ึงคน และกรรมการผูท้ รงคณุ วุฒไิ ม่เกินสิบคน ซึ่งคณะรฐั มนตรแี ต่งตั้งจากผู้มี
ความรคู้ วามเช่ียวชาญในทางด้านนติ ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกจิ การบริหารธุรกิจ
การเงินการคลัง จติ วิทยาองค์การ และสงั คมวิทยา อย่างนอ้ ยดา้ นละหนึ่งคน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๓
ในกรณที ่ีมีความจาเป็นเพื่อใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านบรรลผุ ล คณะรฐั มนตรจี ะกาหนดให้กรรมการ
ผูท้ รงคณุ วุฒิไม่นอ้ ยกว่าสามคนแตไ่ ม่เกินห้าคนต้องทางานเต็มเวลาก็ได้
เลขาธกิ าร ก.พ.ร. เป็นกรรมการและเลขานกุ ารโดยตาแหนง่
มาตรา ๗๑/๓ กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสป่ี ี ผซู้ ึง่ พ้นจากตาแหน่ง
แลว้ อาจได้รบั แต่งต้ังอกี ได้แต่ไม่เกนิ สองวาระติดตอ่ กนั
มาตรา ๗๑/๙ ให้มีสานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นสว่ นราชการในสานัก
นายกรฐั มนตรี ทาหนา้ ที่รับผดิ ชอบงานธรุ การของ ก.พ.ร. และหน้าท่อี ่นื ตามท่ีกฎหมายหรอื ก.พ.ร.
กาหนด โดยมีเลขาธกิ าร ก.พ.ร. ซ่ึงเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเป็นผู้บงั คับบัญชาข้าราชการและ
ลกู จ้างของสานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ และรบั ผดิ ชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงตอ่
นายกรัฐมนตรี
มาตรา ๗๑/๑๐ ก.พ.ร. มอี านาจหนา้ ท่ี ดังต่อไปน้ี
(๑) เสนอแนะและใหค้ าปรึกษาแกค่ ณะรัฐมนตรเี ก่ียวกบั การพัฒนาระบบราชการและงานของรฐั
อยา่ งอื่น ซง่ึ รวมถงึ โครงสร้างระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุคลากร มาตรฐานทางคณุ ธรรม
และจริยธรรม ค่าตอบแทน และวิธปี ฏิบตั ิราชการอ่นื ให้เป็นไปตามมาตรา ๓/๑ โดยจะเสนอแนะให้มกี าร
กาหนดเปา้ หมาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการกไ็ ด้
(๒) เสนอแนะและให้คาปรึกษาแกห่ นว่ ยงานอ่ืนของรฐั ที่มไิ ดอ้ ยูใ่ นกากบั ของราชการฝ่ายบริหาร
ตามทหี่ นว่ ยงานดงั กล่าวรอ้ งขอ
(๓) รายงานตอ่ คณะรัฐมนตรีในกรณีทม่ี กี ารดาเนินการขดั หรอื ไมส่ อดคล้องกับหลกั เกณฑท์ ่ี
กาหนดในมาตรา ๓/๑
(๔) เสนอต่อคณะรฐั มนตรีเพอ่ื กาหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการจดั ตั้ง การรวม การโอน
การยุบเลิก การกาหนดช่อื การเปล่ียนชอ่ื การกาหนดอานาจหนา้ ที่ และการแบง่ ส่วนราชการภายในของ
ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือสว่ นราชการอืน่
(๕) เสนอความเหน็ ตอ่ คณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎกี า และกฎทอี่ อกตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(๖) ดาเนนิ การให้มกี ารชแ้ี จงทาความเข้าใจแกส่ ว่ นราชการและเจ้าหน้าท่ที ่ีเกย่ี วขอ้ งและ
ประชาชนท่วั ไป รวมตลอดท้งั การฝึกอบรม
(๗) ติดตาม ประเมินผล และแนะนาเพื่อให้มกี ารปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และรายงานตอ่
คณะรัฐมนตรพี รอ้ มทัง้ ขอ้ เสนอแนะ
(๘) ตีความและวนิ ิจฉยั ปญั หาท่เี กิดข้ึนจากการใช้บงั คับพระราชบญั ญตั ิน้ี หรือกฎหมายวา่ ด้วย
การปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม รวมตลอดทั้งกาหนดแนวทางปฏิบตั ิ ในกรณที ีเ่ ป็นปญั หา มติของ
คณะกรรมการตามข้อนี้ เม่อื ได้รบั ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรแี ลว้ ใหใ้ ช้บังคับไดต้ ามกฎหมาย
(๙) เรียกให้เจา้ หน้าทหี่ รือบุคคลอืน่ ใดมาช้ีแจงหรอื แสดงความเห็นประกอบการพจิ ารณา
(๑๐) จัดทารายงานประจาปีเก่ียวกับการพัฒนาและจัดระบบราชการและงานของรฐั อย่างอ่ืน
เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี เพือ่ เสนอต่อสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ ิสภา
(๑๑) แต่งต้งั คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรอื คณะทางาน เพื่อปฏิบตั ิหนา้ ทต่ี า่ งๆ ตามที่
มอบหมาย และจะกาหนดอัตราเบ้ยี ประชุมหรือค่าตอบแทนอืน่ ด้วยกไ็ ด้
(๑๒) ปฏบิ ัติหน้าท่อี น่ื ตามท่ีกาหนดในพระราชบญั ญตั ินี้หรือตามท่ีคณะรัฐมนตรมี อบหมาย
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor สรปุ
พระราชบญั ญตั วิ ธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัติน้ีให้ใชบ้ ังคบั เม่ือพน้ กาหนดหนึง่ รอ้ ยแปดสบิ วันนับแตว่ นั ถัดจากวันประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
(ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๑๓/ตอนที่ ๖๐ ก/หน้า ๑/๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)
มาตรา ๓ วิธีปฏิบตั ริ าชการทางปกครองตามกฎหมายต่างๆ ใหเ้ ป็นไปตามทก่ี าหนดในพระราชบญั ญตั ิน้ี
เวน้ แต่ในกรณีทกี่ ฎหมายใดกาหนดวิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครองเรื่องใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่ประกัน
ความเป็นธรรมหรอื มมี าตรฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ากวา่ หลักเกณฑท์ ี่กาหนดในพระราชบญั ญัตินี้
ความในวรรคหนึง่ มใิ หใ้ ช้บงั คับกับข้นั ตอนและระยะเวลาอทุ ธรณ์หรอื โต้แย้งทกี่ าหนดในกฎหมาย
มาตรา ๔ พระราชบญั ญตั นิ ้ีมิใหใ้ ชบ้ ังคับแก่
(๑) รฐั สภาและคณะรัฐมนตรี
(๒) องค์กรทีใ่ ชอ้ านาจตามรัฐธรรมนญู โดยเฉพาะ
(๓) การพิจารณาของนายกรฐั มนตรหี รือรฐั มนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง
(๔) การพิจารณาพพิ ากษาคดขี องศาลและการดาเนินงานของเจ้าหน้าท่ใี นกระบวนการพิจารณาคดี การ
บังคับคดี และการวางทรัพย์
(๕) การพิจารณาวนิ ิจฉยั เร่ืองร้องทุกข์และการสั่งการตามกฎหมายว่าดว้ ยคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) การดาเนินงานเกีย่ วกบั นโยบายการต่างประเทศ
(๗) การดาเนนิ งานเกี่ยวกบั ราชการทหารหรอื เจ้าหน้าท่ีซึ่งปฏิบตั ิหน้าที่ทางยุทธการรว่ มกับทหารใน
การปอ้ งกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจกั รจากภัยคกุ คามทัง้ ภายนอกและภายในประเทศ
(๘) การดาเนินงานตามกระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา
(๙) การดาเนินกิจการขององค์การทางศาสนา
การยกเว้นไม่ให้นาบทบญั ญัตแิ ห่งพระราชบัญญัตนิ ี้มาใช้บังคับแก่การดาเนินกิจการใดหรือกับหน่วยงานใด
นอกจากทีก่ าหนดไวใ้ นวรรคหน่ึง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามขอ้ เสนอของคณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ิราชการ
ทางปกครอง
มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้
“วิธปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง” หมายความวา่ การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหน้าท่ีเพื่อจัด
ใหม้ ีคาสัง่ ทางปกครองหรอื กฎ และรวมถงึ การดาเนินการใด ๆ ในทางปกครองตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“การพิจารณาทางปกครอง” หมายความว่า การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจดั ให้มี
คาส่ังทางปกครอง
“คาสง่ั ทางปกครอง” หมายความว่า
(๑) การใชอ้ านาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ท่ีมผี ลเป็นการสร้างนติ ิสัมพันธ์ขึน้ ระหว่างบุคคลในอันที่จะ
กอ่ เปล่ียนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธหิ รือหนา้ ที่ของบุคคล ไมว่ า่ จะเปน็ การ
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๒
ถาวรหรอื ชั่วคราว เช่น การส่งั การ การอนญุ าต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจด
ทะเบยี น แต่ไม่หมายความรวมถงึ การออกกฎ
(๒) การอ่ืนทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎกี า กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ขอ้ บญั ญตั ิทอ้ งถน่ิ ระเบยี บ
ข้อบงั คับ หรือบทบญั ญตั อิ นื่ ที่มีผลบังคบั เป็นการทวั่ ไป โดยไม่มุ่งหมายใหใ้ ช้บังคับแก่กรณีใดหรอื บคุ คลใดเป็น
การเฉพาะ
“คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท” หมายความวา่ คณะกรรมการที่จดั ตง้ั ขึน้ ตามกฎหมายท่ีมีการจดั
องค์กรและวิธีพิจารณาสาหรบั การวนิ ิจฉัยช้ีขาดสิทธแิ ละหน้าท่ตี ามกฎหมาย
“เจา้ หน้าท่ี” หมายความว่า บคุ คล คณะบคุ คล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อานาจหรอื ได้รบั มอบใหใ้ ช้อานาจ
ทางปกครองของรฐั ในการดาเนนิ การอยา่ งหน่งึ อย่างใดตามกฎหมาย ไมว่ า่ จะเป็นการจัดตง้ั ขึ้นในระบบราชการ
รฐั วสิ าหกิจหรอื กจิ การอ่ืนของรฐั หรือไม่กต็ าม
“ค่กู รณ”ี หมายความว่า ผู้ยื่นคาขอหรือผ้คู ัดคา้ นคาขอ ผอู้ ย่ใู นบงั คบั หรอื จะอยู่ในบังคบั ของคาส่งั ทาง
ปกครอง และผูซ้ ่ึงไดเ้ ข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเน่อื งจากสิทธิของผู้นนั้ จะถูกกระทบกระเทอื น
จากผลของคาส่ังทางปกครอง
มาตรา ๖ ใหน้ ายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มอี านาจออกกฎกระทรวงและ
ประกาศ เพอ่ื ปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมอื่ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้ว ให้ใชบ้ ังคับได้
หมวด ๑
คณะกรรมการวธิ ีปฏิบัตริ าชการทางปกครอง
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ริ าชการทางปกครอง”
ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหน่ึง ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎกี าและผทู้ รงคุณวุฒอิ กี ไม่น้อยกวา่
ห้าคนแต่ไม่เกินเกา้ คนเปน็ กรรมการ
ให้คณะรัฐมนตรีแต่งต้ังประธานกรรมการและกรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิ โดยแต่งตัง้ จากผู้ซงึ่ มีความ
เชี่ยวชาญในทางนิตศิ าสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รฐั ศาสตร์ สงั คมศาสตร์ หรือการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ แต่ผูน้ ั้น
ต้องไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
ให้เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งต้งั ข้าราชการของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าเป็น
เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา ๘ ให้กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรแี ตง่ ตัง้ มีวาระดารงตาแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึง่ พ้นจาก
ตาแหน่งอาจไดร้ ับแตง่ ต้งั อกี ได้
ในกรณที ี่กรรมการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ แตย่ งั มิได้แตง่ ต้ังกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏบิ ตั ิ
หนา้ ทีไ่ ปพลางก่อนจนกวา่ จะไดแ้ ต่งตงั้ กรรมการใหม่
มาตรา ๙ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรแี ต่งตัง้ พ้นจาก
ตาแหน่งเมอื่ คณะรฐั มนตรีมีมติใหอ้ อกหรอื เมอื่ มเี หตหุ นึ่งเหตใุ ดตามมาตรา ๗๖
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๓
มาตรา ๑๐ ให้สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าทาหน้าทีเ่ ป็นสานักงานเลขานุการของคณะกรรมการวธิ ี
ปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง รบั ผดิ ชอบงานธุรการ งานประชุม การศกึ ษาหาข้อมลู และกจิ การต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวกับ
งานของคณะกรรมการวธิ ปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง
มาตรา ๑๑ คณะกรรมการวธิ ปี ฏิบตั ิราชการทางปกครองมีอานาจหน้าทด่ี ังต่อไปน้ี
(๑) สอดส่องดูแลและให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินงานของเจ้าหน้าทีใ่ นการปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๒) ให้คาปรกึ ษาแกเ่ จ้าหน้าท่เี กี่ยวกบั การปฏิบัตติ ามพระราชบัญญตั นิ ้ี ตามทบี่ ุคคลดังกลา่ วรอ้ งขอ
ทัง้ นี้ ตามหลักเกณฑท์ ่คี ณะกรรมการวธิ ปี ฏบิ ัติราชการทางปกครองกาหนด
(๓) มีหนังสือเรียกใหเ้ จา้ หน้าที่หรือบคุ คลอ่นื ใดมาชแ้ี จงหรือแสดงความเห็นประกอบการพิจารณาได้
(๔) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี าและการออกกฎกระทรวงหรอื ประกาศตามพระราชบัญญตั ิน้ี
(๕) จดั ทารายงานเกย่ี วกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ีเสนอคณะรัฐมนตรี เป็นครงั้ คราวตามความ
เหมาะสมแต่อยา่ งนอ้ ยปลี ะหนงึ่ คร้ัง เพื่อพัฒนาและปรับปรงุ การปฏบิ ตั ิราชการทางปกครองใหเ้ ปน็ ไปโดยมคี วาม
เปน็ ธรรมและมีประสทิ ธิภาพย่งิ ขึ้น
(๖) เร่อื งอนื่ ตามที่คณะรัฐมนตรีหรอื นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
หมวด ๒
คาสัง่ ทางปกครอง
ส่วนที่ ๑
เจา้ หน้าท่ี
มาตรา ๑๒ คาสง่ั ทางปกครองจะต้องกระทาโดยเจ้าหน้าทซ่ี ง่ึ มอี านาจหน้าที่ในเรือ่ งนั้น
มาตรา ๑๓ เจ้าหน้าท่ีดังต่อไปน้ีจะทาการพจิ ารณาทางปกครองไมไ่ ด้
(๑) เป็นคกู่ รณีเอง
(๒) เป็นคูห่ มนั้ หรือคสู่ มรสของคู่กรณี
(๓) เป็นญาติของคูก่ รณี คือ เปน็ บุพการีหรอื ผสู้ ืบสันดานไม่ว่าช้นั ใด ๆ หรอื เปน็ พี่น้องหรือลกู พีล่ ูกนอ้ ง
นบั ได้เพียงภายในสามชัน้ หรือเป็นญาตเิ กยี่ วพนั ทางแตง่ งานนับไดเ้ พียงสองชั้น
(๔) เป็นหรอื เคยเป็นผ้แู ทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผแู้ ทนหรือตัวแทนของคูก่ รณี
(๕) เป็นเจ้าหนห้ี รือลูกหนี้ หรอื เป็นนายจ้างของคกู่ รณี
(๖) กรณีอืน่ ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔ เมือ่ มีกรณีตามมาตรา ๑๓ หรอื คู่กรณีคดั ค้านว่าเจ้าหน้าท่ีผ้ใู ดเป็นบคุ คลตามมาตรา ๑๓
ใหเ้ จา้ หน้าทผี่ ู้น้ันหยุดการพิจารณาเรื่องไวก้ ่อน และแจง้ ใหผ้ ูบ้ งั คบั บญั ชาเหนอื ตนขึ้นไปชั้นหนงึ่ ทราบ เพ่ือที่
ผบู้ งั คับบญั ชาดังกลา่ วจะได้มีคาสัง่ ตอ่ ไป
มาตรา ๑๕ เมอ่ื มกี รณตี ามมาตรา ๑๓ หรอื คู่กรณคี ดั คา้ นวา่ กรรมการในคณะกรรมการที่มีอานาจ
พจิ ารณาทางปกครองคณะใดมีลักษณะดงั กล่าว ให้ประธานกรรมการเรียกประชมุ คณะกรรมการเพื่อพจิ ารณา
เหตุคดั คา้ นน้ัน ในการประชุมดงั กล่าวกรรมการผ้ถู ูกคัดค้านเมื่อได้ชีแ้ จงข้อเทจ็ จริงและตอบขอ้ ซักถามแลว้ ตอ้ ง
ออกจากที่ประชุม
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๔
ถ้าคณะกรรมการที่มอี านาจพิจารณาทางปกครองคณะใดมีผู้ถกู คดั คา้ นในระหว่างที่กรรมการผถู้ ูก
คดั ค้านต้องออกจากที่ประชุม ให้ถอื ว่าคณะกรรมการคณะนนั้ ประกอบด้วยกรรมการทุกคนท่ีไม่ถูกคดั คา้ น
ถา้ ทปี่ ระชุมมมี ตใิ หก้ รรมการผถู้ ูกคดั ค้านปฏิบัติหนา้ ทต่ี ่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของ
กรรมการทไี่ ม่ถกู คดั ค้าน ก็ให้กรรมการผนู้ ้ันปฏิบัตหิ น้าที่ต่อไปได้ มตดิ งั กล่าวใหก้ ระทาโดยวิธีลงคะแนนลับและ
ให้เป็นท่ีสดุ
มาตรา ๑๖ ในกรณีมีเหตุอ่ืนใดนอกจากทบี่ ญั ญตั ิไว้ในมาตรา ๑๓ เก่ยี วกับเจา้ หน้าท่ีหรอื กรรมการใน
คณะกรรมการท่ีมอี านาจพิจารณาทางปกครองซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทาให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็น
กลาง เจา้ หน้าทหี่ รอื กรรมการผู้นนั้ จะทาการพิจารณาทางปกครองในเร่อื งน้ันไมไ่ ด้
ในกรณีตามวรรคหนึง่ ให้ดาเนนิ การดังนี้
(๑) ถ้าผู้นนั้ เห็นเองว่าตนมกี รณีดงั กลา่ ว ใหผ้ ู้นัน้ หยดุ การพจิ ารณาเร่อื งไวก้ ่อนและแจ้งให้ผบู้ งั คับบญั ชา
เหนือตนข้นึ ไปชน้ั หนึ่งหรือประธานกรรมการทราบ แล้วแต่กรณี
(๒) ถา้ มคี กู่ รณคี ดั ค้านวา่ ผู้นัน้ มีเหตุดงั กลา่ ว หากผู้นั้นเหน็ วา่ ตนไมม่ ีเหตตุ ามท่คี ัดค้านนั้น ผ้นู ั้นจะทา
การพิจารณาเรือ่ งต่อไปกไ็ ดแ้ ต่ต้องแจง้ ใหผ้ ู้บังคบั บัญชาเหนอื ตนขนึ้ ไปช้ันหนึง่ หรือประธานกรรมการทราบ
แลว้ แต่กรณี
(๓) ให้ผบู้ ังคับบัญชาของผู้นนั้ หรือคณะกรรมการที่มีอานาจพิจารณาทางปกครองซ่ึงผนู้ นั้ เป็นกรรมการ
อยมู่ คี าสง่ั หรือมีมตโิ ดยไมช่ ักชา้ แลว้ แตก่ รณวี ่าผ้นู ้ันมอี านาจในการพจิ ารณาทางปกครองในเรื่องน้ันหรอื ไม่
ใหน้ าบทบญั ญัติมาตรา ๑๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๕ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่มี าใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๗ การกระทาใด ๆ ของเจา้ หน้าท่ีหรอื กรรมการในคณะกรรมการที่มีอานาจพจิ ารณาทาง
ปกครองทไ่ี ดก้ ระทาไปกอ่ นหยดุ การพจิ ารณาตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ ย่อมไม่เสียไป เวน้ แต่เจ้าหน้าท่ผี ู้
เข้าปฏิบตั ิหน้าท่แี ทนผถู้ กู คัดค้านหรือคณะกรรมการท่มี ีอานาจพิจารณาทางปกครอง แล้วแต่กรณีจะเห็นสมควร
ดาเนินการส่วนหนง่ึ สว่ นใดเสยี ใหมก่ ไ็ ด้
มาตรา ๑๘ บทบญั ญตั มิ าตรา ๑๓ ถงึ มาตรา ๑๖ ไมใ่ ห้นามาใชบ้ งั คบั กับกรณีท่ีมีความจาเป็นเรง่ ด่วน
หากปล่อยใหล้ า่ ช้าไปจะเสียหายตอ่ ประโยชน์สาธารณะหรอื สิทธขิ องบุคคลจะเสียหายโดยไม่มที างแกไ้ ขได้
หรือไม่มีเจ้าหน้าท่ีอื่นปฏบิ ตั ิหนา้ ทีแ่ ทนผู้นัน้ ได้
มาตรา ๑๙ ถา้ ปรากฏภายหลงั ว่าเจา้ หน้าทีห่ รอื กรรมการในคณะกรรมการท่ีมีอานาจพจิ ารณาทาง
ปกครองใดขาดคณุ สมบัติหรอื มีลักษณะตอ้ งหา้ มหรอื การแต่งตัง้ ไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้น
จากตาแหนง่ การพน้ จากตาแหน่งเชน่ ว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถงึ การใดทผี่ ู้น้ันไดป้ ฏิบัตไิ ปตามอานาจหนา้ ท่ี
มาตรา ๒๐ ผ้บู งั คับบญั ชาเหนอื ตนขึ้นไปช้ันหนงึ่ ตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ ใหห้ มายความรวมถึง
ผซู้ ง่ึ กฎหมายกาหนดให้มอี านาจกากบั หรือควบคมุ ดแู ลสาหรบั กรณขี องเจ้าหน้าทท่ี ไ่ี มม่ ผี ู้บงั คบั บัญชาโดยตรง
และนายกรฐั มนตรีสาหรับกรณีทีเ่ จ้าหนา้ ทผี่ ู้นัน้ เป็นรัฐมนตรี
สว่ นท่ี ๒
คกู่ รณี
มาตรา ๒๑ บคุ คลธรรมดา คณะบุคคล หรอื นิติบคุ คล อาจเป็นคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครองได้
ตามขอบเขตทสี่ ิทธิของตนถูกกระทบกระเทอื นหรอื อาจถกู กระทบกระเทอื นโดยมิอาจหลกี เลีย่ งได้
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๕
มาตรา ๒๒ ผมู้ คี วามสามารถกระทาการในกระบวนการพิจารณาทางปกครองได้จะตอ้ งเป็น
(๑) ผู้ซ่งึ บรรลนุ ติ ภิ าวะ
(๒) ผู้ซงึ่ มีบทกฎหมายเฉพาะกาหนดให้มคี วามสามารถกระทาการในเรือ่ งทก่ี าหนดได้ แมผ้ นู้ ัน้ จะยงั ไม่
บรรลุนติ ภิ าวะหรือความสามารถถูกจากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(๓) นติ บิ คุ คลหรอื คณะบุคคลตามมาตรา ๒๑ โดยผู้แทนหรือตวั แทน แล้วแต่กรณี
(๔) ผ้ซู ่งึ มีประกาศของนายกรัฐมนตรหี รอื ผูซ้ ง่ึ นายกรัฐมนตรีมอบหมายในราชกิจจานเุ บกษากาหนดให้
มคี วามสามารถกระทาการในเรื่องทีก่ าหนดได้ แม้ผู้น้ันจะยังไมบ่ รรลุนิตภิ าวะหรอื ความสามารถถกู จากัดตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
มาตรา ๒๓ ในการพิจารณาทางปกครองท่ีคกู่ รณตี อ้ งมาปรากฏตัวต่อหนา้ เจ้าหน้าที่ คู่กรณมี สี ทิ ธนิ า
ทนายความหรอื ท่ีปรึกษาของตนเขา้ มาในการพิจารณาทางปกครองได้
การใดท่ีทนายความหรอื ที่ปรกึ ษาได้ทาลงตอ่ หน้าคกู่ รณีใหถ้ ือวา่ เป็นการกระทาของคกู่ รณี เวน้ แต่
คู่กรณจี ะได้คัดค้านเสียแต่ในขณะน้ัน
มาตรา ๒๔ คกู่ รณีอาจมหี นังสือแต่งตั้งใหบ้ ุคคลหนึ่งบคุ คลใดซึง่ บรรลุนิติภาวะกระทาการอยา่ งหนง่ึ
อย่างใดตามท่ีกาหนดแทนตนในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใด ๆ ได้
ในการนี้เจ้าหน้าท่ีจะดาเนินกระบวนพิจารณาทางปกครองกับตัวคกู่ รณไี ดเ้ ฉพาะเมื่อเปน็ เรอื่ งทผ่ี ู้
น้นั มหี น้าท่โี ดยตรงท่ีจะต้องทาการน้ันด้วยตนเองและต้องแจง้ ใหผ้ ูไ้ ด้รบั การแต่งตง้ั ให้กระทาการแทนทราบด้วย
หากปรากฏว่าผไู้ ดร้ ับการแตง่ ตัง้ ให้กระทาการแทนผ้ใู ดไม่ทราบขอ้ เท็จจริงในเรือ่ งน้ันเพยี งพอหรอื มีเหตุ
ไม่ควรไวว้ างใจในความสามารถของบคุ คลดงั กล่าวใหเ้ จ้าหน้าท่ีแจง้ ใหค้ ู่กรณที ราบโดยไม่ชักช้า
การแตง่ ตั้งใหก้ ระทาการแทนไมถ่ ือว่าสิน้ สุดลงเพราะความตายของคู่กรณหี รือการท่ีความสามารถหรือ
ความเป็นผแู้ ทนของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป เว้นแตผ่ สู้ ืบสิทธติ ามกฎหมายของคู่กรณีหรอื คูก่ รณีจะถอนการ
แตง่ ตั้งดงั กลา่ ว
มาตรา ๒๕ ในกรณที ี่มกี ารย่นื คาขอโดยมผี ู้ลงชื่อรว่ มกันเกนิ ห้าสิบคนหรือมคี กู่ รณีเกินห้าสิบคนย่ืนคา
ขอท่ีมขี อ้ ความอย่างเดียวกันหรอื ทานองเดียวกัน ถ้าในคาขอมีการระบใุ หบ้ คุ คลใดเป็นตัวแทนของบุคคล
ดงั กลา่ วหรอื มีขอ้ ความเป็นปริยายใหเ้ ข้าใจไดเ้ ชน่ นนั้ ใหถ้ ือว่าผทู้ ่ีถกู ระบชุ ่อื ดงั กล่าวเป็นตัวแทนร่วมของคกู่ รณี
เหล่าน้ัน
ในกรณีท่ีมีคู่กรณเี กินหา้ สิบคนยื่นคาขอใหม้ คี าสั่งทางปกครองในเรอื่ งเดียวกันโดยไม่มกี ารกาหนดให้
บุคคลใดเปน็ ตัวแทนร่วมของตนตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ีในเรอื่ งนั้นแต่งต้ังบุคคลทคี่ ่กู รณีฝา่ ยข้างมาก
เหน็ ชอบเป็นตัวแทนร่วมของบคุ คลดังกลา่ ว ในกรณีนใ้ี ห้นามาตรา ๒๔ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบ้ ังคบั โดย
อนโุ ลม
ตัวแทนร่วมตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองต้องเป็นบคุ คลธรรมดา
คู่กรณีจะบอกเลิกการใหต้ ัวแทนร่วมดาเนินการแทนตนเมื่อใดก็ไดแ้ ตต่ อ้ งมหี นังสอื แจ้งให้เจ้าหน้าที่
ทราบและดาเนินการใด ๆ ในกระบวนการพิจารณาทางปกครองต่อไปดว้ ยตนเอง
ตวั แทนรว่ มจะบอกเลกิ การเป็นตวั แทนเมอื่ ใดกไ็ ด้ แต่ตอ้ งมหี นังสอื แจง้ ให้เจ้าหนา้ ท่ีทราบกับต้องแจ้งให้
คกู่ รณีทุกรายทราบดว้ ย
ส่วนที่ ๓
การพิจารณา
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๖
มาตรา ๒๖ เอกสารที่ยื่นตอ่ เจ้าหน้าที่ใหจ้ ัดทาเป็นภาษาไทย ถา้ เป็นเอกสารท่ีทาข้ึนเป็นภาษาต่างประเทศ
ให้คู่กรณจี ัดทาคาแปลเปน็ ภาษาไทยท่มี ีการรบั รองความถูกตอ้ งมาให้ภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าท่กี าหนด ใน
กรณีนใ้ี ห้ถือว่าเอกสารดังกลา่ วไดย้ น่ื ต่อเจ้าหน้าท่ีในวันทเี่ จ้าหนา้ ทไ่ี ดร้ ับคาแปลนั้น เว้นแต่เจ้าหน้าท่ีจะยอมรบั
เอกสารทีท่ าข้ึนเป็นภาษาตา่ งประเทศ และในกรณนี ใี้ ห้ถอื วา่ วันท่ีได้ยนื่ เอกสารฉบับที่ทาขนึ้ เปน็
ภาษาต่างประเทศเป็นวนั ทีเ่ จ้าหนา้ ทีไ่ ดร้ บั เอกสารดังกล่าว
การรับรองความถูกตอ้ งของคาแปลเปน็ ภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารท่ีทาขน้ึ เป็นภาษาต่างประเทศ
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๗ ใหเ้ จ้าหนา้ ที่แจ้งสทิ ธิและหนา้ ท่ีในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใหค้ ูก่ รณีทราบตาม
ความจาเป็นแก่กรณี
ถา้ คาขอหรือคาแถลงมขี ้อบกพรอ่ งหรอื มขี ้อความท่ีอา่ นไมเ่ ข้าใจหรอื ผดิ หลงอันเห็นได้ชดั วา่ เกิดจาก
ความไม่รู้หรือความเลินเลอ่ ของคู่กรณี ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ีแนะนาใหค้ กู่ รณแี กไ้ ขเพ่มิ เติมให้ถูกตอ้ ง
มาตรา ๒๘ ในการพจิ ารณาทางปกครอง เจา้ หน้าท่ีอาจตรวจสอบข้อเท็จจรงิ ไดต้ ามความเหมาะสมใน
เรื่องนนั้ ๆ โดยไม่ต้องผูกพันอย่กู ับคาขอหรอื พยานหลักฐานของคกู่ รณี
มาตรา ๒๙ เจา้ หน้าที่ต้องพจิ ารณาพยานหลกั ฐานทต่ี นเห็นวา่ จาเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ในการน้ี
ให้รวมถึงการดาเนนิ การดังต่อไปน้ี
(๑) แสวงหาพยานหลักฐานทกุ อยา่ งทีเ่ ก่ียวข้อง
(๒) รบั ฟังพยานหลักฐาน คาช้แี จง หรือความเห็นของคู่กรณหี รอื ของพยานบุคคลหรอื พยานผู้เช่ยี วชาญ
ทีค่ ่กู รณกี ลา่ วอ้าง เวน้ แต่เจา้ หน้าที่เหน็ ว่าเป็นการกลา่ วอา้ งทีไ่ ม่จาเป็นฟุ่มเฟือยหรือเพอื่ ประวิงเวลา
(๓) ขอข้อเทจ็ จริงหรือความเห็นจากคกู่ รณี พยานบุคคล หรอื พยานผ้เู ชี่ยวชาญ
(๔) ขอใหผ้ ูค้ รอบครองเอกสารส่งเอกสารทเ่ี ก่ยี วข้อง
(๕) ออกไปตรวจสถานที่
คกู่ รณีตอ้ งใหค้ วามร่วมมอื กับเจ้าหนา้ ท่ีในการพสิ ูจน์ข้อเทจ็ จรงิ และมีหน้าทีแ่ จง้ พยานหลักฐานทีต่ น
ทราบแกเ่ จ้าหน้าที่
พยานหรือพยานผเู้ ชี่ยวชาญทเี่ จ้าหนา้ ทเ่ี รียกมาใหถ้ ้อยคาหรอื ทาความเหน็ มีสิทธิได้รับคา่ ปว่ ยการตาม
หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารทก่ี าหนดในกฎระทรวง
มาตรา ๓๐ ในกรณีท่ีคาส่งั ทางปกครองอาจกระทบถงึ สิทธิของคู่กรณี เจ้าหนา้ ท่ีตอ้ งใหค้ ่กู รณีมโี อกาสที่
จะไดท้ ราบข้อเท็จจริงอย่างเพยี งพอและมีโอกาสไดโ้ ตแ้ ย้งและแสดงพยานหลกั ฐานของตน
ความในวรรคหนง่ึ มใิ ห้นามาใชบ้ ังคับในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแตเ่ จ้าหน้าที่จะเห็นสมควรปฏิบัตเิ ป็นอย่างอ่ืน
(๑) เม่อื มีความจาเปน็ รบี ด่วนหากปล่อยให้เน่นิ ชา้ ไปจะก่อใหเ้ กิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแกผ่ ู้หนงึ่
ผู้ใดหรอื จะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๒) เมอ่ื จะมผี ลทาใหร้ ะยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎกาหนดไวใ้ นการทาคาสงั่ ทางปกครองตอ้ งล่าชา้
ออกไป
(๓) เมื่อเปน็ ขอ้ เทจ็ จริงท่คี ู่กรณนี ั้นเองไดใ้ หไ้ วใ้ นคาขอ คาใหก้ ารหรือคาแถลง
(๔) เมอื่ โดยสภาพเหน็ ได้ชัดในตัวว่าการให้โอกาสดังกลา่ วไม่อาจกระทาได้
(๕) เมื่อเป็นมาตรการบงั คับทางปกครอง
(๖) กรณีอน่ื ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๗
ห้ามมใิ ห้เจ้าหน้าทใ่ี ห้โอกาสตามวรรคหนึง่ ถา้ จะก่อให้เกิดผลเสยี หายอย่างร้ายแรงตอ่ ประโยชน์
สาธารณะ
มาตรา ๓๑ คกู่ รณีมีสิทธขิ อตรวจดเู อกสารที่จาเปน็ ต้องรเู้ พอ่ื การโตแ้ ย้งหรอื ช้ีแจงหรือป้องกนั สิทธิของ
ตนได้ แต่ถา้ ยังไมไ่ ด้ทาคาส่ังทางปกครองในเรอ่ื งนั้น คกู่ รณีไม่มีสทิ ธขิ อตรวจดูเอกสารอันเป็นตน้ รา่ งคาวินิจฉัย
มาตรา ๓๒ เจ้าหนา้ ที่อาจไมอ่ นญุ าตใหต้ รวจดูเอกสารหรือพยานหลกั ฐานได้ ถา้ เปน็ กรณที ีต่ อ้ งรักษาไว้
เป็นความลับ
สว่ นท่ี ๔
รปู แบบและผลของคาส่ังทางปกครอง
มาตรา ๓๔ คาส่ังทางปกครองอาจทาเปน็ หนังสือหรอื วาจาหรือโดยการสือ่ ความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้
แตต่ ้องมขี ้อความหรือความหมายทช่ี ดั เจนเพียงพอท่ีจะเขา้ ใจได้
มาตรา ๓๕ ในกรณีที่คาสั่งทางปกครองเป็นคาสั่งดว้ ยวาจา ถา้ ผรู้ ับคาสั่งนั้นรอ้ งขอและการร้องขอได้
กระทาโดยมีเหตุอนั สมควรภายในเจ็ดวนั นับแตว่ นั ที่มีคาสง่ั ดังกลา่ วเจ้าหน้าทผี่ ูอ้ อกคาส่งั ต้องยืนยันคาสง่ั นั้นเป็น
หนงั สอื
มาตรา ๓๖ คาสัง่ ทางปกครองท่ที าเป็นหนังสืออย่างน้อยต้องระบุ วัน เดือนและปที ่ีทาคาส่งั ชือ่ และ
ตาแหน่งของเจ้าหนา้ ทผี่ ทู้ าคาส่ัง พร้อมทง้ั มีลายมือชอ่ื ของเจ้าหน้าทผี่ ้ทู าคาส่ังนั้น
มาตรา ๓๗ คาส่ังทางปกครองทีท่ าเป็นหนังสือและการยืนยันคาส่งั ทางปกครองเป็นหนังสอื ต้องจดั ให้มี
เหตผุ ลไว้ด้วย และเหตุผลนน้ั อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑) ขอ้ เท็จจรงิ อันเป็นสาระสาคัญ
(๒) ขอ้ กฎหมายทอี่ ้างอิง
(๓) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนนุ ในการใช้ดุลพนิ ิจ
มาตรา ๓๙ การออกคาสง่ั ทางปกครองเจ้าหน้าทีอ่ าจกาหนดเง่อื นไขใด ๆ ได้เท่าที่จาเปน็ เพอ่ื ให้บรรลุ
วตั ถุประสงค์ของกฎหมาย เว้นแตก่ ฎหมายจะกาหนดข้อจากดั ดลุ พินิจเป็นอย่างอ่นื
การกาหนดเงอ่ื นไขตามวรรคหนง่ึ ให้หมายความรวมถงึ การกาหนดเงือ่ นไขในกรณีดังต่อไปน้ี ตาม
ความเหมาะสมแก่กรณดี ว้ ย
(๑) การกาหนดให้สทิ ธิหรอื ภาระหนา้ ท่ีเรม่ิ มีผลหรือสิ้นผล ณ เวลาใดเวลาหนึง่
(๒) การกาหนดใหก้ ารเริ่มมีผลหรอื สน้ิ ผลของสิทธหิ รอื ภาระหน้าทต่ี อ้ งขนึ้ อยกู่ ับเหตุการณใ์ นอนาคตที่
ไม่แน่นอน
(๓) ขอ้ สงวนสิทธทิ จ่ี ะยกเลิกคาส่ังทางปกครอง
(๔) การกาหนดใหผ้ ้ไู ด้รับประโยชน์ตอ้ งกระทาหรืองดเวน้ กระทาหรือต้องมีภาระหนา้ ท่หี รือยอมรับ
ภาระหน้าทหี่ รอื ความรับผดิ ชอบบางประการ หรือการกาหนดขอ้ ความในการจัดให้มี เปลย่ี นแปลง หรือเพิม่
ข้อกาหนดดังกล่าว
มาตรา ๔๐ คาส่ังทางปกครองทีอ่ าจอทุ ธรณ์หรือโต้แย้งตอ่ ไปได้ใหร้ ะบกุ รณีทีอ่ าจอทุ ธรณ์หรือโตแ้ ยง้
การย่ืนคาอุทธรณห์ รือคาโต้แย้ง และระยะเวลาสาหรบั การอุทธรณห์ รอื การโต้แย้งดงั กล่าวไวด้ ้วย
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๘
ในกรณีท่ีมีการฝ่าฝืนบทบัญญตั ติ ามวรรคหน่ึง ให้ระยะเวลาสาหรบั การอุทธรณ์หรือการโตแ้ ยง้ เริ่มนับ
ใหมต่ ั้งแต่วนั ทีไ่ ดร้ บั แจ้งหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และระยะเวลาดังกลา่ วมีระยะเวลาสั้น
กวา่ หนึ่งปี ให้ขยายเปน็ หน่งึ ปีนบั แตว่ นั ทีไ่ ดร้ ับคาสงั่ ทางปกครอง
มาตรา ๔๑ คาสัง่ ทางปกครองที่ออกโดยการฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบัตติ ามหลกั เกณฑ์ดังต่อไปนี้ ไม่เป็นเหตุ
ใหค้ าสัง่ ทางปกครองนั้นไมส่ มบูรณ์
(๑) การออกคาสั่งทางปกครองโดยยังไม่มีผู้ย่ืนคาขอในกรณที เ่ี จ้าหนา้ ท่ีจะดาเนินการเองไมไ่ ด้นอกจาก
จะมผี ยู้ ่ืนคาขอ ถ้าตอ่ มาในภายหลังไดม้ กี ารยน่ื คาขอเช่นนั้นแลว้
(๒) คาสั่งทางปกครองท่ีตอ้ งจดั ใหม้ ีเหตผุ ลตามมาตรา ๓๗ วรรคหนง่ึ ถา้ ไดม้ กี ารจัดใหม้ เี หตผุ ลดังกลา่ ว
ในภายหลงั
(๓) การรับฟงั คู่กรณที ่ีจาเป็นต้องกระทาไดด้ าเนนิ การมาโดยไม่สมบูรณ์ ถ้าได้มกี ารรับฟงั ให้สมบูรณใ์ น
ภายหลงั
(๔) คาส่งั ทางปกครองท่ตี ้องให้เจา้ หน้าท่อี ื่นให้ความเห็นชอบกอ่ น ถ้าเจ้าหนา้ ท่ีนัน้ ได้ใหค้ วามเห็นชอบ
ในภายหลงั
มาตรา ๔๒ คาส่ังทางปกครองให้มีผลใชย้ ันตอ่ บุคคลตัง้ แต่ขณะท่ีผ้นู ้ันได้รับแจ้งเปน็ ต้นไป
คาสง่ั ทางปกครองย่อมมีผลตราบเท่าท่ียังไม่มีการเพกิ ถอนหรอื ส้ินผลลงโดยเงือ่ นเวลาหรอื โดยเหตอุ ื่น
มาตรา ๔๓ คาสัง่ ทางปกครองท่ีมขี ้อผดิ พลาดเล็กนอ้ ยหรือผดิ หลงเล็กนอ้ ยนน้ั เจ้าหนา้ ทีอ่ าจแก้ไข
เพมิ่ เติมได้เสมอ
สว่ นที่ ๕
การอทุ ธรณค์ าสงั่ ทางปกครอง
มาตรา ๔๔ ภายใต้บงั คบั มาตรา ๔๘ ในกรณีทีค่ าสัง่ ทางปกครองใดไม่ไดอ้ อกโดยรัฐมนตรีและไม่มี
กฎหมายกาหนดขัน้ ตอนอทุ ธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไวเ้ ป็นการเฉพาะ ให้ค่กู รณอี ุทธรณ์คาส่งั ทางปกครองนน้ั
โดยย่ืนต่อเจ้าหนา้ ท่ีผู้ทาคาสง่ั ทางปกครองภายในสิบห้าวนั นับแต่วนั ทีต่ นได้รับแจง้ คาสัง่ ดังกล่าว
คาอทุ ธรณ์ต้องทาเป็นหนงั สือโดยระบุข้อโตแ้ ยง้ และขอ้ เทจ็ จริงหรือขอ้ กฎหมายทอ่ี า้ งอิงประกอบดว้ ย
การอุทธรณไ์ ม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคาสั่งทางปกครอง เวน้ แตจ่ ะมกี ารส่งั ใหท้ ุเลาการบงั คับตามมาตรา
๕๖ วรรคหนงึ่
มาตรา ๔๕ ใหเ้ จา้ หน้าที่ตามมาตรา ๔๔ วรรคหน่ึง พิจารณาคาอทุ ธรณ์และแจ้งผอู้ ุทธรณโ์ ดยไมช่ กั ชา้
แตต่ อ้ งไม่เกินสามสบิ วันนับแต่วนั ทีไ่ ด้รับอทุ ธรณ์ ในกรณที เ่ี ห็นด้วยกับคาอุทธรณ์ไม่ว่าทงั้ หมดหรือบางส่วนก็ให้
ดาเนินการเปล่ียนแปลงคาสั่งทางปกครองตามความเห็นของตนภายในกาหนดเวลาดังกล่าวด้วย
ถา้ เจา้ หน้าทีต่ ามมาตรา ๔๔ วรรคหนึง่ ไมเ่ ห็นด้วยกับคาอุทธรณ์ไมว่ ่าท้ังหมดหรอื บางส่วนกใ็ ห้เรง่
รายงานความเห็นพรอ้ มเหตผุ ลไปยังผ้มู อี านาจพิจารณาคาอุทธรณ์ภายในกาหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผูม้ ี
อานาจพจิ ารณาคาอุทธรณ์พจิ ารณาให้แลว้ เสร็จภายในสามสบิ วันนับแตว่ ันที่ตนได้รับรายงาน ถา้ มเี หตุจาเป็นไม่
อาจพิจารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในระยะเวลาดังกลา่ ว ใหผ้ ู้มีอานาจพจิ ารณาอทุ ธรณ์มีหนงั สอื แจ้งใหผ้ ้อู ุทธรณ์ทราบ
ก่อนครบกาหนดเวลาดงั กล่าว ในการน้ี ให้ขยายระยะเวลาพจิ ารณาอทุ ธรณ์ออกไปไดไ้ มเ่ กนิ สามสิบวันนบั แต่
วนั ทคี่ รบกาหนดเวลาดังกล่าว
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๙
มาตรา ๔๖ ในการพิจารณาอุทธรณ์ ให้เจา้ หน้าที่พิจารณาทบทวนคาสงั่ ทางปกครองไดไ้ มว่ า่ จะเปน็
ปัญหาขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ กฎหมาย หรือความเหมาะสมของการทาคาสงั่ ทางปกครอง และอาจมีคาสั่งเพกิ ถอนคาส่งั
ทางปกครองเดิมหรือเปล่ยี นแปลงคาสัง่ น้ันไปในทางใด ทั้งนี้ ไมว่ ่าจะเป็นการเพิ่มภาระหรือลดภาระหรือใช้
ดุลพินจิ แทนในเรือ่ งความเหมาะสมของการทาคาสง่ั ทางปกครองหรอื มีขอ้ กาหนดเป็นเงอ่ื นไขอย่างไรก็ได้
สว่ นท่ี ๖
การเพิกถอนคาสั่งทางปกครอง
มาตรา ๔๙ เจา้ หน้าที่หรือผู้บงั คับบัญชาของเจ้าหน้าทอ่ี าจเพิกถอนคาส่ังทางปกครองได้ตามหลักเกณฑ์
ในมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ ไม่ว่าจะพ้นขั้นตอนการกาหนดให้อทุ ธรณ์หรือให้โต้แยง้ ตามกฎหมาย
น้ีหรือกฎหมายอืน่ มาแลว้ หรือไม่
การเพิกถอนคาสง่ั ทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการใหป้ ระโยชน์ตอ้ งกระทาภายในเก้าสิบวันนับแตไ่ ดร้ ู้
ถงึ เหตุทจ่ี ะใหเ้ พิกถอนคาส่งั ทางปกครองน้ัน เว้นแตค่ าสัง่ ทางปกครองจะได้ทาขึน้ เพราะการแสดงขอ้ ความอัน
เป็นเท็จหรอื ปกปิดขอ้ ความจรงิ ซง่ึ ควรบอกให้แจ้งหรอื การข่มขู่หรือการชกั จูงใจโดยการให้ทรัพยส์ ินหรอื
ประโยชนอ์ ืน่ ใดที่มชิ อบดว้ ยกฎหมาย
มาตรา ๕๐ คาสง่ั ทางปกครองทไ่ี ม่ชอบด้วยกฎหมายอาจถกู เพิกถอนทงั้ หมดหรอื บางสว่ น โดยจะให้มี
ผลย้อนหลงั หรอื ไม่ย้อนหลงั หรือมีผลในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหน่ึงตามท่กี าหนดได้ แต่ถา้ คาสง่ั นั้นเป็นคาสง่ั
ซง่ึ เป็นการให้ประโยชนแ์ ก่ผู้รับ การเพิกถอนต้องเป็นไปตามบทบัญญัตมิ าตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒
มาตรา ๕๑ การเพกิ ถอนคาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบดว้ ยกฎหมายซ่งึ เป็นการให้เงิน หรอื ใหท้ รพั ย์สิน
หรือใหป้ ระโยชนท์ ่อี าจแบง่ แยกได้ ให้คานงึ ถงึ ความเชอื่ โดยสจุ รติ ของผรู้ บั ประโยชน์ในความคงอยู่ของคาสงั่ ทาง
ปกครองนั้นกบั ประโยชนส์ าธารณะประกอบกนั
ความเชื่อโดยสุจริตตามวรรคหนงึ่ จะไดร้ ับความคุ้มครองต่อเม่ือผู้รบั คาส่ังทางปกครองได้ใช้ประโยชนอ์ ัน
เกดิ จากคาสงั่ ทางปกครองหรอื ได้ดาเนินการเก่ยี วกบั ทรัพยส์ นิ ไปแลว้ โดยไมอ่ าจแก้ไขเปล่ยี นแปลงไดห้ รือการ
เปลย่ี นแปลงจะทาให้ผู้นนั้ ต้องเสยี หายเกินควรแก่กรณี
ในกรณดี งั ต่อไปนี้ ผู้รับคาส่ังทางปกครองจะอา้ งความเชอ่ื โดยสุจรติ ไม่ได้
(๑) ผูน้ นั้ ไดแ้ สดงข้อความอนั เปน็ เทจ็ หรอื ปกปดิ ข้อความจรงิ ซ่ึงควรบอกให้แจง้ หรือข่มขู่ หรือชกั จูงใจ
โดยการให้ทรัพยส์ ินหรือให้ประโยชนอ์ ื่นใดท่ีมชิ อบด้วยกฎหมาย
(๒) ผูน้ ั้นไดใ้ ห้ขอ้ ความซ่ึงไม่ถูกต้องหรือไมค่ รบถว้ นในสาระสาคัญ
(๓) ผนู้ นั้ ได้รถู้ งึ ความไม่ชอบดว้ ยกฎหมายของคาส่งั ทางปกครองในขณะได้รับคาส่ังทางปกครองหรือ
การไม่รู้นัน้ เป็นไปโดยความประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งร้ายแรง
ในกรณีที่เพกิ ถอนโดยใหม้ ีผลยอ้ นหลัง การคนื เงิน ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชนท์ ีผ่ ู้รับคาสั่งทางปกครองได้
ไป ให้นาบทบัญญตั วิ ่าด้วยลาภมิควรได้ในประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์มาใช้บังคบั โดยอนุโลม โดยถ้า
เมือ่ ใดผู้รับคาสั่งทางปกครองไดร้ ูถ้ ึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคาสัง่ ทางปกครองหรอื ควรได้รูเ้ ชน่ นั้นหากผู้
นั้นมิได้ประมาทเลินเลอ่ อย่างรา้ ยแรงให้ถือวา่ ผนู้ ้ันตกอยู่ในฐานะไมส่ จุ ริตตัง้ แตเ่ วลานน้ั เป็นต้นไป และในกรณี
ตามวรรคสาม ผนู้ นั้ ตอ้ งรบั ผิดในการคืนเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชนท์ ไี่ ด้รับไปเต็มจานวน
มาตรา ๕๒ คาสัง่ ทางปกครองท่ไี มช่ อบด้วยกฎหมายและไมอ่ ยใู่ นบงั คบั ของมาตรา ๕๑ อาจถกู เพกิ ถอน
ท้งั หมดหรือบางสว่ นได้ แต่ผไู้ ด้รบั ผลกระทบจากการเพิกถอนคาสั่งทางปกครองดังกล่าวมสี ิทธิได้รับค่าทดแทน
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๐
ความเสียหายเน่อื งจากความเชือ่ โดยสุจริตในความคงอย่ขู องคาสงั่ ทางปกครองได้ และใหน้ าความในมาตรา ๕๑
วรรคหน่งึ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ตอ้ งร้องขอคา่ ทดแทนภายในหน่งึ ร้อยแปดสบิ วัน
นบั แต่ได้รับแจ้งใหท้ ราบถึงการเพกิ ถอนน้ัน
มาตรา ๕๓ คาส่งั ทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่เปน็ การใหป้ ระโยชน์แก่ผู้รับคาสัง่ ทางปกครอง
อาจถูกเพิกถอนทัง้ หมดหรอื บางสว่ นโดยให้มีผลตัง้ แตข่ ณะท่เี พิกถอนหรือมีผลในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหน่ึง
ตามท่ีกาหนดได้ เวน้ แตเ่ ป็นกรณที ค่ี งต้องทาคาส่งั ทางปกครองท่มี เี น้ือหาทานองเดยี วกนั น้นั อกี หรอื เปน็ กรณีที่
การเพกิ ถอนไมอ่ าจกระทาได้เพราะเหตุอ่ืน ทั้งนี้ ใหค้ านึงถึงประโยชน์ของบคุ คลภายนอกประกอบด้วย
คาส่งั ทางปกครองท่ีชอบด้วยกฎหมายซงึ่ เป็นการให้ประโยชน์แก่ผรู้ ับคาส่งั ทางปกครองอาจถูกเพิกถอน
ทัง้ หมดหรือบางสว่ นโดยให้มีผลตง้ั แต่ขณะทเ่ี พกิ ถอน หรือมผี ลในอนาคตไปถงึ ขณะใดขณะหนง่ึ ตามทีก่ าหนดได้
เฉพาะเมือ่ มีกรณีดังต่อไปนี้
(๑) มีกฎหมายกาหนดใหเ้ พิกถอนได้หรือมขี ้อสงวนสิทธิใหเ้ พกิ ถอนไดใ้ นคาส่ังทางปกครองนัน้ เอง
(๒) คาสัง่ ทางปกครองนัน้ มีขอ้ กาหนดใหผ้ ู้รบั ประโยชน์ตอ้ งปฏิบัติ แตไ่ ม่มีการปฏบิ ัตภิ ายในเวลาที่
กาหนด
(๓) ขอ้ เทจ็ จริงและพฤติการณ์เปล่ยี นแปลงไป ซ่ึงหากมีข้อเทจ็ จริงและพฤตกิ ารณ์เช่นนใี้ นขณะทาคาสง่ั
ทางปกครองแลว้ เจ้าหนา้ ที่คงจะไมท่ าคาสง่ั ทางปกครองนนั้ และหากไม่เพกิ ถอนจะก่อใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่
ประโยชน์สาธารณะได้
(๔) บทกฎหมายเปลีย่ นแปลงไป ซึง่ หากมีบทกฎหมายเชน่ นี้ในขณะทาคาสงั่ ทางปกครองแลว้ เจา้ หน้าท่ี
คงจะไม่ทาคาสั่งทางปกครองน้ัน แตก่ ารเพกิ ถอนในกรณีนี้ใหก้ ระทาได้เท่าทผี่ ู้รบั ประโยชน์ยงั ไมไ่ ด้ใชป้ ระโยชน์
หรือยงั ไม่ได้รบั ประโยชน์ตามคาส่ังทางปกครองดงั กล่าวและหากไม่เพิกถอนจะกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายต่อ
ประโยชน์สาธารณะได้
(๕) อาจเกดิ ความเสยี หายอย่างร้ายแรงต่อประโยชนส์ าธารณะหรอื ตอ่ ประชาชนอนั จาเป็นต้องปอ้ งกัน
หรอื ขจดั เหตดุ งั กลา่ ว
ในกรณีท่ีมีการเพิกถอนคาสั่งทางปกครองเพราะเหตุตามวรรคสอง (๓) (๔) และ (๕) ผูไ้ ด้รับประโยชน์มี
สทิ ธิไดร้ ับค่าทดแทนความเสียหายอันเกิดจากความเชอ่ื โดยสจุ รติ ในความคงอยขู่ องคาสง่ั ทางปกครองได้ และให้
นามาตรา ๕๒ มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม
คาส่งั ทางปกครองท่ีชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการใหเ้ งินหรือให้ทรัพย์สินหรือใหป้ ระโยชน์ท่อี าจแบง่ แยก
ได้ อาจถูกเพิกถอนทัง้ หมดหรือบางสว่ นโดยให้มผี ลยอ้ นหลังหรือไม่มผี ลย้อนหลงั หรอื มผี ลในอนาคตไปถงึ ขณะ
ใดขณะหน่งึ ตามท่ีกาหนดได้ในกรณีดงั ต่อไปนี้
(๑) มไิ ดป้ ฏิบตั หิ รอื ปฏิบัตลิ ่าชา้ ในอันที่จะดาเนินการให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคข์ องคาสง่ั ทางปกครอง
(๒) ผูไ้ ด้รบั ประโยชน์มิได้ปฏิบตั หิ รือปฏบิ ัติลา่ ช้าในอนั ทจี่ ะดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามเงอื่ นไขของคาสงั่
ทางปกครอง ทัง้ นี้ ให้นาความในมาตรา ๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สว่ นที่ ๗
การขอให้พิจารณาใหม่
ChanKen Tutor
ChanKen Tutor ๑๑
มาตรา ๕๔ เม่อื คกู่ รณีมคี าขอ เจ้าหนา้ ที่อาจเพิกถอนหรือแกไ้ ขเพ่มิ เติมคาส่งั ทางปกครองที่พน้ กาหนด
อทุ ธรณ์ตามสว่ นท่ี ๕ ไดใ้ นกรณดี ังตอ่ ไปนี้
(๑) มพี ยานหลักฐานใหม่ อันอาจทาให้ข้อเท็จจรงิ ท่ฟี ังเป็นยุตแิ ล้วน้ันเปลยี่ นแปลงไปในสาระสาคญั
(๒) คกู่ รณีทีแ่ ท้จริงมิได้เขา้ มาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรอื ไดเ้ ข้ามาในกระบวนการ
พจิ ารณาคร้งั กอ่ นแล้วแต่ถูกตดั โอกาสโดยไม่เปน็ ธรรมในการมสี ่วนรว่ มในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง
(๓) เจา้ หน้าทีไ่ ม่มอี านาจท่ีจะทาคาส่ังทางปกครองในเรื่องน้ัน
(๔) ถ้าคาส่ังทางปกครองได้ออกโดยอาศยั ขอ้ เทจ็ จริงหรือข้อกฎหมายใดและต่อมาข้อเท็จจรงิ หรือขอ้
กฎหมายนนั้ เปลยี่ นแปลงไปในสาระสาคัญในทางที่จะเป็นประโยชนแ์ ก่ค่กู รณี
การย่ืนคาขอตามวรรคหนง่ึ (๑) (๒) หรือ (๓) ใหก้ ระทาได้เฉพาะเมอื่ คู่กรณีไม่อาจทราบถึงเหตนุ ้ันใน
การพิจารณาคร้งั ท่ีแลว้ มาก่อนโดยไมใ่ ชค่ วามผิดของผูน้ ้ัน
การย่ืนคาขอให้พจิ ารณาใหม่ตอ้ งกระทาภายในเก้าสิบวันนบั แตผ่ ู้นนั้ ได้รู้ถึงเหตซุ ึง่ อาจขอให้พิจารณา
ใหม่ได้
สว่ นที่ ๘
การบงั คับทางปกครอง
มาตรา ๕๕ การบังคับทางปกครองไม่ใช้กับเจ้าหน้าทด่ี ว้ ยกนั เว้นแต่จะมีกฎหมายกาหนดไว้เป็นอย่างอน่ื
มาตรา ๕๖ เจา้ หน้าทผี่ ้ทู าคาสงั่ ทางปกครองมีอานาจท่ีจะพิจารณาใช้มาตรการบังคับทางปกครองเพอ่ื ให้
เปน็ ไปตามคาสง่ั ของตนได้ตามบทบัญญัตใิ นสว่ นนี้ เวน้ แต่จะมีการสงั่ ให้ทุเลาการบังคบั ไวก้ ่อนโดยเจ้าหน้าที่
ผู้ทาคาสง่ั น้ันเอง ผ้มู อี านาจพิจารณาคาอุทธรณ์หรอื ผมู้ ีอานาจพิจารณาวนิ ิจฉยั ความถกู ตอ้ งของคาสงั่ ทาง
ปกครองดังกลา่ ว
เจ้าหน้าท่ีตามวรรคหนึ่งจะมอบอานาจให้เจ้าหน้าทีซ่ ่ึงอยู่ใตบ้ ังคบั บญั ชาหรือเจ้าหน้าที่อ่นื เป็นผู้ดาเนนิ การก็
ได้ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ตี ามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสองใชม้ าตรการบังคับทางปกครองเพียงเท่าที่จาเปน็ เพอื่ ใหบ้ รรลุ
ตามวตั ถุประสงค์ของคาสง่ั ทางปกครอง โดยกระทบกระเทอื นผ้อู ยู่ในบังคับของคาส่งั ทางปกครองนอ้ ยที่สดุ
มาตรา ๕๗ คาสัง่ ทางปกครองท่ีกาหนดให้ผใู้ ดชาระเงนิ ถ้าถงึ กาหนดแลว้ ไม่มกี ารชาระโดยถกู ตอ้ ง
ครบถ้วน ให้เจา้ หนา้ ท่ีมหี นังสอื เตอื นใหผ้ ู้นั้นชาระภายในระยะเวลาที่กาหนด แตต่ ้องไมน่ อ้ ยกว่าเจ็ดวนั ถ้าไมม่ ี
การปฏิบตั ิตามคาเตอื น เจา้ หนา้ ทอ่ี าจใช้มาตรการบงั คับทางปกครองโดยยดึ หรอื อายัดทรัพยส์ ินของผู้นั้นและ
ขายทอดตลาดเพือ่ ชาระเงินให้ครบถว้ น
วิธกี ารยดึ การอายดั และการขายทอดตลาดทรัพยส์ ินให้ปฏิบตั ิตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความ
แพ่งโดยอนโุ ลม ส่วนผู้มอี านาจส่งั ยึดหรืออายัดหรอื ขายทอดตลาดให้เปน็ ไปตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕๘ คาสั่งทางปกครองท่ีกาหนดให้กระทาหรอื ละเวน้ กระทา ถ้าผูอ้ ยูใ่ นบังคับของคาส่งั ทาง
ปกครองฝ่าฝืนหรอื ไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าทอี่ าจใช้มาตรการบังคับทางปกครองอย่างหนงึ่ อยา่ งใด ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เจ้าหน้าทเี่ ข้าดาเนินการดว้ ยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอ่ืนกระทาการแทนโดยผ้อู ยใู่ นบังคับของ
คาสั่งทางปกครองจะต้องชดใชค้ ่าใชจ้ ่ายและเงินเพิ่มในอัตรารอ้ ยละย่สี ิบห้าต่อปีของคา่ ใช้จ่ายดงั กล่าวแก่
เจ้าหนา้ ท่ี
(๒) ใหม้ ีการชาระคา่ ปรับทางปกครองตามจานวนท่ีสมควรแก่เหตุแต่ตอ้ งไมเ่ กินสองหมืน่ บาทตอ่ วัน
ChanKen Tutor