The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายณัฐภัทร มีเผือก รหัส6212404001115 กลุ่มเรียน62062.121

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐภัทร มีเผือก, 2021-07-03 23:34:49

นายณัฐภัทร มีเผือก รหัส6212404001115 กลุ่มเรียน62062.121

นายณัฐภัทร มีเผือก รหัส6212404001115 กลุ่มเรียน62062.121

103

ารบัญชี

KPIs สมรรถนะตาแหน่งงาน (FC)

Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ

จสอบเอกสารดา้ นรับผิดพลาด • ความรู้ดา้ นการ • การบริหาร • ความซอ่ื สตั ย์

บญั ชี บัญชีลูกหน้ี • ความละเอยี ด

ระเงินเกินระยะเวลาท่ีกาหนด • ความรูด้ า้ นภาษี • การบรหิ าร รอบคอบ

กบญั ชีผิดพลาด อากร บญั ชแี ละภาษี

ารายงานทางบญั ชีเสร็จลา่ ชา้ อากร

รพั ยส์ นิ ท่ีไม่ตรงกับทะเบียนคุม • การส่ือสาร

ประสานงาน

• การวิเคราะห์

และจดั การ

รายงาน

แผนกการเงนิ

ตารางท่ี 6. 19 การสร้างสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งผู้จดั การแผนกการเ

กิจกรรมหลัก

1. บรหิ ารอตั ราแลกเปล่ยี นทางการเงินของบริษัทใหเ้ ป็นไปตาม เปอร์เซน็ ต์กาไรจ
เป้าหมายและนโยบายของทีอ่ งค์กรกาหนดขน้ึ เปอร์เซน็ ตผ์ ลตอ
2. อนมุ ตั บิ นั ทึกขออนุมตั กิ ารลงทนุ ในสถาบันการเงนิ ทใ่ี ห้อัตรา จานวนครั้งของม
ผลตอบแทนที่ดี จานวนคร้ังการข
3. ตรวจสอบงบประมาณค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนนิ การของ
หนว่ ยงานต่างๆประจาปีและปรมิ าณการรายรับรายจา่ ย จานวนข้อร้องเรีย
4. วิเคราะห์และคาดการณส์ ภาพคลอ่ งการกระจายความเสยี่ ง จ่ายเงนิ สดบ่อยแ
และความมน่ั คงของสถาบนั การเงนิ ต่างๆเพ่อื นาข้อมลู มาบรหิ าร
สภาพคลอ่ งทางการเงินของบรษิ ทั
5. พจิ ารณาอนุมตั ิเงินสดย่อยและการเบิกชดเชยเงนิ สดยอ่ ย
พรอ้ มเชค็ จ่าย

104

เงิน สมรรถนะตาแหน่งงาน (FC)
KPIs
Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)
จากอัตราแลกเปลย่ี น
อบแทนทางการเงิน ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ
มลู คา่ เงนิ ท่ีมีการสญู หาย
ขาดสภาพคล่องทางการเงนิ • ความรดู้ า้ น • การวางแผน • ความซือ่ สตั ย์

การเงิน เชงิ กลยทุ ธ์ • ความละเอียด

• ความรู้ด้าน • การแกไ้ ขปญั หา รอบคอบ

ภาษีมูลคา่ เพม่ิ และการตัดสินใจ • ความคดิ เชิง

และภาษีหัก ณ • การบรหิ ารการ วิเคราะห์

ทจ่ี ่าย เงนิ

• การบรหิ าร

ความเส่ียง

ยนจากลกู ค้าในการเบิก-
และเชค็

ตารางท่ี 6. 20 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหนง่ หัวหนา้ แผนกการเง
กิจกรรมหลัก

1. ตรวจสอบความถกู ต้องของเงนิ สดและเช็คกบั ฝา่ ยขายพร้อม เปอร์เซ็นต์การเก็บ

ทัง้ การนาเงนิ สดและใช้เปน็ รายรับเขา้ บญั ชเี งนิ ฝากธนาคารของ

บรษิ ัท

2. ตดิ ตามการรับวางบิลและตรวจสอบเอกสารประกอบการ เปอรเ์ ซ็นต์การจดั ท

จ่ายเงนิ พร้อมทง้ั การนาสง่ ภาษีให้กับสรรพากรตามรอบและ เวลาที่กาหนด

ระยะเวลาท่ีกาหนด

3. ตรวจสอบรายงานการรับเงินและรายงานการรับวางบิล เปอร์เซ็นต์ความถูก

ประจาวนั และประจาเดือนพร้อมทง้ั งบกระทบยอดเงนิ ฝาก

ธนาคารและงบกระแสเงนิ สดประจาวันและประจาเดือน

4. ติดตามการนาสง่ ภาษีให้กับสรรพากรตามรอบและ จานวนครัง้ ทน่ี าส่ง

ระยะเวลาที่กาหนด

5. ตรวจสอบข้อมลู เชค็ นาจา่ ยและรายงานสรปุ การจ่าย จานวนครง้ั ทย่ี อดเ

ค่าใชจ้ ่ายจากเงินสดย่อยรายวันและรายเดือน

105

งิน

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)
บหน้ีไมท่ นั เวลาที่กาหนด
ทาใบสาคัญจา่ ยเสรจ็ ภายใน Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)
กต้องในการรบั และจา่ ยเงนิ
งภาษลี า่ ชา้ ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ

• ความรู้ด้าน • การวางแผนงาน • ความซือ่ สตั ย์

การเงิน • การแก้ไขปญั หา • ความละเอยี ด

• ความรู้ด้าน และการตัดสนิ ใจ รอบคอบ

ภาษีมลู คา่ เพม่ิ • การบรหิ าร • ความคดิ เชงิ

และภาษหี ัก ณ การเงิน วเิ คราะห์

ทจ่ี า่ ย • การบรหิ ารจัด

การงบกระแสเงนิ

สด

• การเบกิ จา่ ยเงิน

เงินในเช็คผิดพลาด

ตารางที่ 6. 21 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งเจ้าหนา้ ที่แผนกการ
กิจกรรมหลัก

1. นาเงินสดและเช็คท่เี ปน็ รายรบั เขา้ บญั ชีเงินฝากธนาคารของ เปอรเ์ ซน็ ตข์ องเชค็
บรษิ ทั ตามระยะเวลาทก่ี าหนด
2. จัดทาเอกสารในการรบั ชาระหน้ีจากลูกหน้ี เช่น ใบเสรจ็ รบั จานวนคร้งั ที่จัดทา
เงิน ใบกากับภาษีใ บแจง้ หน้ี เปน็ ต้น ผดิ พลาด
3. จัดทารายงานรบั เงินประจาวนั และรายงานประจาเดือน จานวนครัง้ ทีจ่ ัดทา
ตามเวลาที่กาหนด
4. จัดทางบกระทบยอดเงนิ ฝากธนาคารและงบกระแสเงินสด จานวนครั้งทย่ี อดเ
ประจาวันและประจาเดือน เงิน
5. ตรวจสอบขอ้ มลู ใบวางบิลท่ีถึงงวดระยะเวลากาหนดชาระ เปอร์เซน็ ต์หน้ีท่ีได
หนีแ้ ละติดตามทวงถามลกู หนี้ค้างชาระหนีเ้ กบ็ หนี้

106

รเงิน

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

คท่ีไดร้ ับจากลกู คา้ มีปัญหา Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)
าเอกสารและรายงานการเงนิ ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ
าเอกสารและรายงานไม่ทนั
ด • ความรู้ด้านการ • การบรหิ ารเงนิ • ความซ่อื สัตย์
เงนิ ไมต่ รงกับเอกสารทางการ เงนิ สด • ความละเอียด
ด้รับชาระตรงเวลา • ความรดู้ ้าน • การเบิก รอบคอบ
ภาษีมูลค่าเพมิ่ จา่ ยเงิน
และภาษหี ัก ณ ท่ี • การบริหาร
จ่าย จัดการหนี้

• การติดตอ่
ประสานงาน

แผนกการพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์

ตารางท่ี 6. 22 การสร้างสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหนง่ ผ้จู ดั การแผนกการพ

กิจกรรมหลัก

1. กาหนดเห็นทางของฝา่ ยพัฒนาทรัพยากรบคุ คลให้สอดคลอ้ ง เปอร์เซน็ ตค์ วามสา

กับนโยบายและแผนงานรวมของบริษัท แผนงานท่กี าหนด

2. จัดทางบประมาณการใชจ้ ่ายของฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล เปอร์เซน็ ต์การบรหิ

และพจิ ารณาอนุมตั ิการใชง้ บประมาณภายในอานาจทีก่ าหนด และงานฝกึ อบรมอ

3. ใหค้ าปรกึ ษาและแนะนาในการวเิ คราะหป์ ัญหาและออก เปอร์เซน็ ตค์ วามสา

แบบระบบการพฒั นาบุคลากรทเ่ี หมาะสมกับเปา้ หมายและ เมือ่ เปรียบเทียบกบั

นโยบายขององค์กรในแต่ละปี

4. ตรวจสอบเหตุการสอ่ื สารระบบงาน HR ดีทน่ี ามาใช้ในองค์ เปอร์เซ็นต์ความพงึ

กรและตดิ ตามการประสานงานกบั หนว่ ยงานตา่ งๆในการ ระบบงานพัฒนาแ

รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับระบบงานHRD ท่นี ามาใชใ้ นองค์กร

5. ให้คาปรกึ ษาแนะนาการออกแบบหลักสตู รฝึกอบรมพร้อม เปอร์เซน็ ต์การจดั อ

ทง้ั แห่งการตดิ ตามผลการฝกึ อบรมให้กบั หน่วยงานต่างๆ กาหนด

107

พัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

าเร็จของโครงการพัฒนาตาม Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

หารคา่ ใช้จา่ ยในงานพัฒนา ความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ
อยู่ในงบประมาณ
ามารถของบคุ ลากรที่เพ่มิ ขึ้น • ความรดู้ า้ นการ • การวางแผน • การคิดเชิง
บปีท่ผี า่ นมา
พฒั นาทรัพยากร เชงิ กลยุทธ์ วเิ คราะห์
งพอใจของพนักงานตอ่
และฝึกอบรม มนุษย์ • การแก้ไข • การเรยี นรอู้ ยา่ ง

อบรมเป็นไปตามแผนงานที่ • ความรเู้ กีย่ วกบั ปญั หาตดั สนิ ใจ ตอ่ เน่อื ง

พรบ.ดา้ นการ • ทกั ษะการ • มนษุ ยสมั พันธ์

ฝกึ อบรม บริหารการ

ฝึกอบรม

• การให้คา

ปรึกษา

• การโน้มน้าว

ผ้อู ื่น

ตารางท่ี 6. 23 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหนง่ หวั หนา้ แผนกการพ
กิจกรรมหลกั

1. ควบคมุ การใชจ้ ่ายใหเ้ ป็นไปตามงบประมาณทไี่ ดร้ ับอนุมัติ เปอร์เซน็ ต์การบรหิ

และการจัดฝึกอบร

2. วเิ คราะหป์ ัญหาและออกแบบระบบการพฒั นาบุคลากรที่ เปอร์เซน็ ต์การจดั ฝ

เหมาะสมกบั เปา้ หมายและนโยบายขององค์การในแต่ละปี ท่กี าหนด

3. ใหค้ าปรึกษาแนะนาในการออกแบบรายละเอยี ดของขั้นตอน เปอร์เซน็ ตค์ วามสา

การดาเนนิ งานของระบบ HRD ทไ่ี ด้รบั อนมุ ัติในแต่ละปี แผนงานที่กาหนด

4. ใหค้ าปรึกษาแนะนาแก่พนักงานในหนว่ ยงานต่างๆเกีย่ วกบั เปอรเ์ ซน็ ตค์ วามพงึ

ระบบ HRD ทีน่ ามาใชใ้ นองค์การ ระบบงานพัฒนาแ

5. ออกแบบหลักสูตรฝกึ อบรมพร้อมท้งั แผนการติดตามผลการ เปอร์เซน็ ตค์ วามสา

จดั ฝึกอบรมให้กบั หน่วยงานต่างๆตลอดจนตดิ ตามผลการ เม่ือเปรยี บเทียบกับ

ฝกึ อบรมตามแผนงานทีก่ าหนด

108

พัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์

KPIs สมรรถนะตาแหน่งงาน (FC)

หารค่าใช้จ่ายด้านการพฒั นา Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)
รมใหอ้ ยู่ในงบประมาณ
ฝกึ อบรมเป็นไปตามแผนงาน ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ

าเรจ็ ของโครงการพฒั นาตาม • ความร้ดู ้านการ • การวางแผน • การคดิ เชงิ

งพอใจของพนกั งานต่อ พฒั นาทรัพยากร เชิงกลยทุ ธ์ วเิ คราะห์
และงานฝึกอบรม
ามารถของบคุ ลากรท่เี พ่มิ ข้นึ มนษุ ย์ • การแก้ไข • การเรยี นรู้อย่าง
บปีทผ่ี า่ นมา
• ความรเู้ กยี่ วกบั ปญั หาตัดสินใจ ตอ่ เน่ือง

พรบ.ด้านการ • การบริหาร • มนุษย์สัมพนั ธ์

ฝึกอบรม การฝกึ อบรม

• การโนม้ น้าว

ผู้อืน่

• การพัฒนา

ผอู้ นื่

ตารางท่ี 6. 24 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหนง่ เจา้ หน้าท่ีแผนกการ
กิจกรรมหลัก

1. ออกแบบรายละเอียดของขน้ั ตอนการดาเนินงานของระบบ จานวนความคดิ สร
HRD ทไ่ี ดร้ บั อนุมัติในแต่ละปี ระบบงาน HRD
2. สือ่ สารระบบ HRD ทนี่ ามาใชใ้ นองค์กรตามแผนงานท่ี เปอรเ์ ซน็ ตค์ วามพงึ
กาหนด ระบบงาน HRD
3. ติดต่อวิทยากรและสถาบนั อบรมและประสานงานกับหน่วย เปอร์เซ็นต์การจดั ฝ
งานท่เี กย่ี วข้องในการจดั ส่งพนักงานเขา้ รับการฝกึ อบรม ทีก่ าหนด
4. จัดเตรียมสถานท่เี อกสารและอุปกรณ์ในการจัดฝกึ อบรม จานวนครั้งทีจ่ ดั ทา
ขอ้ งกับการจดั ฝึกอ
5. แจง้ ข้อมูลและรายละเอยี ดเกยี่ วกบั หลักสูตรฝกึ อบรมแก่ผู้ จานวนครั้งทีจ่ ัดทา
เข้ารับการอบรม เกย่ี วข้องกบั การจัด

109

รพฒั นาทรัพยากรมนุษย์

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

รา้ งสรรค์ในการพฒั นา Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

งพอใจของพนักงานตอ่ ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ

ฝึกอบรมเป็นไปตามแผนงาน • ความรู้เกย่ี วกับ • การบริหาร • ความละเอยี ด

าเอกสารและรายงานทเี่ กย่ี ว ขน้ั ตอนการ การฝึกอบรม รอบคอบ
อบรมลา่ ชา้
าเอกสารและรายงานที่ ฝกึ อบรม • การนาเสนอ • มนุษยส์ มั พันธ์
ดฝึกอบรมผิดพลาด
• ความรเู้ ก่ียวกับ • การสือ่ สาร

พรบ.ด้านการ ประสานงาน

ฝกึ อบรม • การรวบรวม

ข้อมลู และการ

รายงาน

แผนกการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์

ตารางท่ี 6. 25 การสร้างสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งผ้จู ดั การแผนกการร

กิจกรรมหลกั

1. จดั ทาแผนงบประมาณการใชจ้ ่ายของฝ่ายบรหิ ารทรพั ยากร เกณฑ์การบรหิ ารค

บุคคลและพจิ ารณาอนมุ ัตกิ ารใช้งบประมาณภายในอานาจท่ี ทรัพยากรมนุษยใ์ ห

กาหนด

2. รว่ มกบั หน่วยงานตน้ สงั กัดสัมภาษณผ์ สู้ มคั รงานทมี่ ี จานวนคร้งั ท่รี บั พน

คุณสมบัตเิ หมาะสมในตาแหน่งงานหัวหนา้ แผนกถึงผูจ้ ดั การ กาหนด

ฝ่าย

3. สอบทานกฎระเบียบและข้อบังคบั เก่ยี วกบั การทางานที่ จานวนครงั้ ทเ่ี กดิ ข

ไดร้ ับการปรบั ปรุงและใหส้ อดคลอ้ งถูกต้องตามพระราชบัญญัติ

คมุ้ ครองแรงงานและกฎหมายแรงงานทเ่ี ก่ียวข้อง

4. ให้คาปรึกษาแนะนาการแกไ้ ขข้อร้องเรยี นในงานดา้ นความ จานวนขอ้ ร้องเรียน
ปลอดภยั และสง่ิ แวดล้อม ทรัพยากรมนษุ ย์
5. สัมภาษณ์และคดั เลอื กผูส้ มัครทม่ี คี ุณสมบัตเิ หมาะสมใน จานวนครงั้ ท่อี ัตรา
ตาแหนง่ งาน

110

ริหารทรพั ยากรมนุษย์

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ

ค่าใชจ้ า่ ยดา้ นการบริหาร • ความรู้กฎหมาย • การวางแผน • ความคิดเชงิ

ห้อยใู่ นงบประมาณ • ความรู้ด้านการ เชงิ กลยทุ ธ์ วเิ คราะห์

บรหิ ารงานบคุ คล • การแปก้ไข • การควบคุม

นักงานไมท่ ันตามระยะเวลาที่ ปัญหาตัดสินใจ อารมณ์และ

• การสรรหา บคุ ลกิ ภาพ

และคดั เลือก

ข้อพิพาทแรงงาน • ทักษะการ

บรหิ ารระบบ

HRIS

นทเี่ กิดขึน้ ในงานบริหาร • การให้คา
ปรึกษา

ากาลงั พลขาด/ไมเ่ พยี งพอ • การโนม้ น้าว
ผอู้ ืน่

ตารางท่ี 6. 26 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหนง่ หวั หนา้ แผนกการบ
กิจกรรมหลัก

1. สมั ภาษณแ์ ละคัดเลือกผสู้ มัครท่มี คี ุณสมบัตเิ หมาะสมใน จานวนครั้งทีอ่ ัตรา

ตาแหน่งงานพนักงาน

2. หน่วยงานตน้ สังกดั ในการสัมภาษณผ์ ูส้ มคั รงานที่มีคณุ สมบัติ จานวนครง้ั ทรี่ ับพน

เหมาะสมในตาแหน่งงาน กาหนด

3. สอบสวนพนักงานและผทู้ ่เี กยี่ วขอ้ งกรณเี กิดอุบัตเิ หตพุ ร้อม จานวนขอ้ รอ้ งเรยี น

ทง้ั ดาเนนิ การแก้ไขขอ้ ร้องเรยี นในงานด้านความปลอดภยั และ ทรัพยากรมนษุ ย์

ส่งิ แวดล้อม

4. ให้คาปรึกษาเกยี่ วกับกฎระเบียบข้อบังคบั วนิ ัยพนักงานและ จานวนคร้ังที่เกดิ ข

ปญั หาของพนักงานเกี่ยวกบั กฎหมายแรงงานแกพ่ นักงานระดบั

ผบู้ งั คบั บัญชา

5. ควบคมุ การใช้จา่ ยให้เป็นไปตามงบประมาณท่ีไดร้ ับอนุมัติ เปอร์เซน็ ต์การบริห

ทรพั ยากรมนษุ ย์ให

111

บริหารทรพั ยากรมนษุ ย์

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ

ากาลังคนขาดและไม่เพียงพอ • ความรูก้ ฎหมาย • การวางแผน • ความคดิ เชิง

• ความรดู้ า้ นการ เชงิ กลยทุ ธ์ วิเคราะห์

นักงานไม่ทันตามระยะเวลาท่ี บรหิ ารงานบุคคล • การแปก้ไข • การควบคุม

ปญั หาตดั สินใจ อารมณ์และ

นทีเ่ กิดขนึ้ ในงานบริหาร • การสรรหา บคุ ลกิ ภาพ

และคดั เลือก

• ทักษะการ

ขอ้ พิพาทแรงงาน บริหารระบบ

HRIS

• การใหค้ า

หารคา่ ใชจ้ ่ายดา้ นการบริหาร ปรึกษา

ห้อยู่ในงบประมาณ • การโนม้ น้าว

ผู้อน่ื

ตารางท่ี 6. 27 การสร้างสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งเจ้าหนา้ ท่ีแผนกการ
กจิ กรรมหลกั

1. สมั ภาษณ์และคดั เลอื กบุคลากรด้วยวิธกี ารทก่ี าหนดเพ่ือคดั ระยะเวลาการสรร

สรรผ้สู มัครงานในเบอื้ งตน้

2. ติดตอ่ นดั หมายผสู้ มัครงานที่ไดร้ บั การคัดเลือกเขา้ มาร่วม เปอรเ์ ซน็ ต์ของบุคล

งานตามวันเวลาท่ีกาหนดพร้อมท้ังประสานงานการรว่ มงานกับ คัดเลือก

ต้นสงั กดั

3. ติดตอ่ นดั หมายผูส้ มัครงานและผู้สมคั รเข้ารับการสมัครงาน จานวนผู้เขา้ รับการ

ตามเวลาทีก่ าหนดข้นึ งาน

4. ตดิ ตามเอกสารการประเมินผลการทดลองงาน เปอร์เซ็นต์ของคนท

5. ตดิ ต่อประสานงานกบั แรงหรือช่องทางการสรรหาบุคลากร จานวนข้อรอ้ งเรียน

ดว้ ยวธิ ตี ่างๆ คดั เลือกพนักงาน

112

รบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)
KPIs Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

รหาต่อหน่งึ ตาแหนง่ ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ
ลากรทีผ่ า่ นการสรรหา • ความร้กู ฎหมาย • การสรรหา • มนษุ ย์สมั พันธ์
• ความรูด้ า้ นการ และคดั เลือก • การควบคมุ
รสมั ภาษณ์ตอ่ หนึ่งตาแหน่ง บรหิ ารงานบคุ คล • การโนม้ นา้ ว อารมณ์และ

ผู้อืน่ บุคลิกภาพ
• การสือ่ สาร
ประสานงาน

ท่ีไม่ผ่านการทดลองงาน
นทีเ่ กิดขน้ึ ในเร่ืองสรรหา

แผนกการจัดการกฎหมาย

ตารางที่ 6. 28 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งผจู้ ัดการแผนกการ

กจิ กรรมหลัก

1. แผนงานของฝ่ายกฎหมายให้สอดคล้องกบั นโยบายและ จานวนคดีความทชี่

แผนงานรวมของบริษัท

2. ปรบั ปรุงขอ้ มูลเกยี่ วกบั กฎระเบียบข้อบังคับของบรษิ ัทให้ จานวนครง้ั ทีด่ าเนนิ

สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลีย่ นแปลงไป ของราชการ

3. รา่ งสญั ญาประกาศบงั คบั ใช้สญั ญาและเอกสารสาคญั ต่างๆที่ เปอรเ์ ซน็ ต์ข้อสัญญ

เกย่ี วขอ้ งกบั ประเดน็ ด้านกฎหมาย

4. การรวบรวมและจดั เตรยี มข้อมลู ต่างๆเกี่ยวกับการยน่ื ระยะเวลาเฉลย่ี ใน

ฟอ้ งร้องคดใี หพ้ ร้อม

5. การดาเนินการตา่ งๆเกีย่ วกับการฟ้องร้องเม่ือมีขอ้ พิพาทเกดิ จานวนคร้ังที่มีการ

ขน้ึ กบั บริษัท ขอ้ ผดิ พลาดในการ

113

รจัดการกฎหมาย

KPIs สมรรถนะตาแหน่งงาน (FC)

ชนะ Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)
นการไม่ตรงตามข้อกาหนด
ญาทไี่ ม่สามารถประกาศใช้ได้ ความรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะ
นการดาเนนิ คดี
รฟ้องร้องเน่ืองจาก • ความรดู้ ้าน • การวางแผน • ความละเอยี ด
รโต้ตอบ
กฎหมาย เชงิ กลยุทธ์ รอบคอบ

• ความรู้ดา้ นนิติ • การแกไ้ ข • การคิดเชงิ

กรรมสัญญาต่างๆ ปญั หาและการ วิเคราะห์

ตัดสินใจ • การเรยี นรู้

• การเจรจา อย่างต่อเนือ่ ง

ตอ่ รอง

• การโน้มนา้ ว

ผู้อน่ื

• การให้

คาปรึกษา

ตารางท่ี 6. 29 การสร้างสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งหวั หนา้ แผนกการจ
กจิ กรรมหลกั

1. ปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกบั กฎระเบยี บข้อบังคับของบรษิ ทั ให้ จานวนคร้งั ทดี่ าเนิน

สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลีย่ นแปลงไป ข้อบังคับของบรษิ ัท

2. จัดทารา่ งสัญญาและเอกสารสาคญั ต่างๆท่เี กี่ยวข้องกบั จานวนข้อผดิ พลาด

ประเดน็ ดา้ นกฎหมาย

3. จัดเรียงเอกสารประกอบทเี่ กี่ยวขอ้ งกับสญั ญาและเอกสาร จานวนครง้ั ทเี่ อกส

สาคัญท่มี ีประเด็นดา้ นกฎหมาย ชารุดและไม่ครบถ

4. จดั ทาประกาศบงั คับในสัญญาทีไ่ ดจ้ ัดทาขึ้นอยา่ งถกู ต้องตาม เปอรเ์ ซน็ ต์สัญญาท

กฎหมาย กาหนด

5. ตรวจสอบรายงานการประชมุ ผ้ถู อื ห้นุ จานวนครง้ั ที่ตรวจ

ห้นุ ผดิ พลาด

114

จดั การกฎหมาย

KPIs สมรรถนะตาแหน่งงาน (FC)

Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ

นการปรับปรงุ กฎระเบียบ • ความรูด้ า้ น • การวางแผน • ความละเอยี ด

ทล่าชา้ กฎหมาย งาน รอบคอบ

ดจากการทาสัญญา • ความรดู้ า้ นนติ ิ • การแก้ไข • การคดิ เชิง

กรรมสญั ญาต่างๆ ปญั หาและการ วิเคราะห์

สารทางกฎหมายสูญหายหรอื ตัดสินใจ • การเรียนรู้

ถ้วน • การเจรจา อย่างต่อเนอื่ ง

ท่ดี าเนินการสาเรจ็ ตาม ตอ่ รอง

• การประสาน

จสอบรายงานการประชุมผู้ถือ งาน

• การให้

คาปรึกษา

ตารางที่ 6. 30 การสรา้ งสมรรถนะตาแหน่งงาน (FC) ของตาแหน่งนติ ิกรแผนกการจดั
กิจกรรมหลัก

1. ปรบั ปรุงขอ้ มูลเก่ยี วกับกฎระเบยี บข้อบงั คับของบรษิ ทั ให้ จานวนครั้งทจ่ี ัดทา

สอดคลอ้ งกับกฎหมายทเี่ ปลี่ยนแปลงไป ผดิ พลาด

2. จัดทารา่ งสัญญาและทาเอกสารสัญญาต่างๆทเี่ กยี่ วข้องกบั จานวนข้อผิดพลาด

ประเด็นดา้ นกฎหมาย

3. จดั เตรยี มเอกสารประกอบท่เี ก่ียวข้องกบั สัญญาและเอกสาร จานวนครงั้ ทถ่ี กู ตกี

สาคัญทมี่ ปี ระเด็นด้านกฎหมาย

4. จัดทาประกาศบังคบั ใชส้ ัญญาท่ีได้จัดทาข้ึนอย่างถูกต้องตาม จานวนครงั้ ทป่ี ระก

กฎหมาย

5. ดาเนินการฟ้องร้องเม่ือมีข้อพิพาทเกดิ ขนึ้ กบั บริษัท ค่าใช้จา่ ยเฉลี่ยตอ่ ก

115

ดการกฎหมาย

KPIs สมรรถนะตาแหนง่ งาน (FC)

Knowledge(K) Skills(S) Attribute(A)

ความรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะ

าเอกสารสาคญั เกี่ยวกับบริษทั • ความรูด้ า้ น • การเจรจาตอ่ • ความละเอยี ด

กฎหมาย รอง รอบคอบ

ดจากการทาสญั ญา • ความรดู้ ้านนติ ิ • การประสาน • การคิดเชงิ

กรรมสญั ญาตา่ งๆ งาน วเิ คราะห์

กลบั จากการจดทะเบียน • การสื่อสาร

ด้วยการเขยี น

กาศบังคับใช้สญั ญาลา่ ชา้ เปน็ ลายลกั ษณ์

อักษร

การดาเนินคดี • การใหค้ า

ปรกึ ษา

Work Shop ท่ี 7 Function Competency (FC)Matrix ของบริษทั แอบแ

สมรรถนะ ตาแหนง่ งาน

116

แซ่บ จากดั

Work Shop ท่ี 8 Competency Dictionary ของบรษิ ัท แอบแซบ่

Core Com

ตารางท่ี 8. 1 นิยาม Core Competency

vision Core values Core competency

เปน็ ผผู้ ลิตอาหารท่ผี บู้ รโิ ภค -ลกู คา้ เปน็ สง่ิ สำคญั Customer Oriented
ยอมรับและรสู้ กึ พึงพอใจ โดยผลิต
อาหารทม่ี ีคามปลอดภยั และมี
คณุ ภาพตามมาตรฐาน

-ซื่อสตั ย์และมีคณุ ธรรม Honesty and Integrity

-มที ัศนคติทดี่ เี ป็นคนคิดบวก

-มคี วามสามัคคีในการทำงาน Teamwork
-ยอมรบั นับถอื ซ่งึ กนั และกนั

117

mpetency

ระดับ นยิ าม
บุคคล
ความเข้าใจ รบั ฟัง ตอบขอซกั ถาม และช้แี จง้ รายละเอียดต่างๆ ที่
บคุ คล ลกู ค้าต้องการรวมทงั้ การคดิ หาวิธกี ารตอบสนองความตอ้ งการของ
กลุ่ม ลกู ค้าใหเ้ หนือความคาดหวัง ตลอดจนการวางกลยทุ ธ์และคดิ รเิ ร่ิม
นำระบบงานหรอื เทคโนโลยใี หมๆ่ มาใช้เพ่ือปรบั ปรงุ และพฒั นา
รปู แบบการใหบ้ รกิ ารลกู ค้า

ความเขา้ ใจในระเบียบหรือข้อบงั คับขององคก์ าร สอนแนะและพูด
จูงใจให้ผู้อนื่ ปฏิบตั ติ นด้วยความซอื่ สัตยส์ ุจรติ ในการทำงานรวมท้งั
ให้คำปรกึ ษาแนะนำและอธิบายถงึ แนวทางและหลกั ปฏิบตั ติ นในการ
ทำงานดว้ ยความซ่อื สตั ย์
การรับฟงั และแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ สมาชิกในทมี พรอ้ มทง้ั
ความสามารถในการกำหนดวตั ถปุ ระสงคเ์ ปา้ หมายและแผนการ
ดำเนนิ งานของทมี ตลอดจนติดตามตรวจสอบและประเมิน
ความสำเรจ็ ของทีมงานใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายของหน่วยงานและ
องคก์ าร

vision Core values Core competency

-เรียนรูอ้ ยตู่ ลอดเวลา Individual Learning an
Development

-การผลติ ตอ้ งคำนึงถึงคุณภาพ Quality Awareness
และความปลอดภยั

ระดบั 118
nd องคก์ ร
นิยาม
องค์กร
การวางแผนกำหนดรูปแบบและแนวทางการเรียนรูแ้ ละพัฒนา
ตนเองรวมท้ังการตรวจสอบตดิ ตามและประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละ
การพัฒนาตนเองของผู้ใตบ้ งั คบั บญั ชาพร้อมท้งั สอนแนะ และให้
คำปรึกษาแนะนำถงึ วธิ ีการแกไ้ ขปรับปรุงและการพฒั นาขดี
ความสามารถของตนเอง

ความเข้าใจถงึ วธิ ีการกระบวนการจดั การคณุ ภาพงานที่ตน
รบั ผิดชอบนำเสนอความคดิ เห็นเพอ่ื ปรบั ปรงุ ระบบการทำงาน
รวมท้งั สามารถวางแผนตรวจสอบและประเมนิ คณุ ภาพของ
หน่วยงานอยู่เสมอตลอดจนวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบคณุ ภาพสินค้า
บรกิ ารและงานภายในองคก์ ารของตนกบั องค์การอ่นื

ชือ่ สมรรถนะ นิยาม ความเขา้ ใจ รบั ฟงั ตอบขอซักถาม และช้แี จ้งรายละเอ
Customer Oriented คาดหวัง ตลอดจนการวางกลยุทธ์และคิดริเริ่มนาระบบงานห

ระดับ รู้ เขา้ ใจ และยอมรบั ฟงั ความต้องการของลกู คา้ ท่ีแตกต่างกนั
1 • สอบถามถงึ ความตอ้ งการของลกู คา้ เพื่อนความมัน่ ใจและ
• รับฟังความต้องการของลกู ค้าดว้ ยความตงั้ ใจ สุภาพออ่ นน
2 • อธบิ ายความแตกต่างของลูกคา้ และความคาดหวงั ของลกู
ตอบข้อซักถาม ควบคุมอารมณ์ และหาวธิ กี ารทบทวนความ
3 • ตอบขอ้ ซักถามของลูกค้าให้ครบถ้วนตามกรอบหรือแนวท
• ควบคมุ อารมณ์ของตนเม่ือตอ้ งชี้แจงและอธิบายถึงรายะเอ
4 • หาวธิ ใี นการทบทวนความต้องการของลกู คา้ เม่ือไม่มั่นใจถ
วิเคราะห์ ค้นหาสาเหตุ ความต้องการจากลกู คา้ เพอ่ื นาเสนอ
5 • วเิ คราะห์ความตอ้ งการและความคาดหวังของลูกค้าจากข
• คิดหาวธิ ีการในการปรบั ปรุงข้ันตอนการให้บริการแกล่ ูกคา้
• นาเสนอแนวทางเลอื กใหมๆ่ ของสินค้าและบริการเพอื่ สรา้
วางแผน กาหนดกลยุทธใ์ นการตอบสนองความต้องการของล
• วางแผนและกาหนดแนวทางการตอบสนองความตอ้ งการ
• คน้ หาขอ้ มูลและความรูใ้ หม่ๆมาปรบั ปรุงและพัฒนาคุณภา
• ให้คาปรกึ ษาและขอ้ เสนอแนะในการแกไ้ ขปัญหาการใหบ้
กาหนดกลยุทธก์ ารบรหิ ารเพ่อื ตอบสนองการมงุ่ เน้นใหค้ วาม
• พฒั นาบริการใหม่ๆเพ่อื สร้างความพึงพอใจลกู ค้าและเสริม
• ริเริ่มนาระบบหรอื เทคโนโลยีใหมๆ่ เพือ่ เสริมสรา้ งประสทิ ธิภ

119

อยี ดตา่ งๆ ทีล่ ูกคา้ ต้องการรวมท้งั การคดิ หาวธิ กี ารตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ ใหเ้ หนอื ความ
หรอื เทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพ่อื ปรบั ปรุงและพัฒนารปู แบบการใหบ้ ริการลูกคา้

รายละเอยี ดพฤตกิ รรม

ะความเข้าใจที่ตรงกนั
น้อม
กคา้ แตล่ ะราย
มต้องการของลกู คา้
ทางปฏบิ ตั ิทกี่ าหนด
อยี ดของสินค้าและบริการแกล่ กู ค้า
ถึงความตอ้ งการท่ีแท้จรงิ
อ แนวทางเลือกใหม่
ข้อมลู และข้อเทจ็ จรงิ
าเพอ่ื ใหล้ ูกค้าเกดิ ความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ
างความประทับใจให้กับลูกค้า
ลูกคา้ เชิงรกุ
รของลูกคา้ ในเชงิ รุก
าพของงานดา้ นบริการที่อย่รู บั ผิดชอบ
บรกิ ารของทมี งาน
มสาคญั ท่ีลูกค้า
มสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั
ภาพการใหบ้ รกิ ารแกล่ ูกคา้

ชือ่ สมรรถนะ นิยาม ความเขา้ ใจในระเบยี บหรอื ข้อบงั คับขององคก์ าร สอน
Honesty and Integrity และอธิบายถงึ แนวทางและหลกั ปฏบิ ตั ติ นในการทางานด้วยค

ระดบั ปฏิบตั ิตนตามระเบยี บ ยอมรับขอ้ ผิดพลาดของตนเอง และใ
1 • ปฏิบัติตนตามระเบยี บหรือข้อบงั คบั ขององค์การ
• ยอมรับขอ้ ผดิ พลาดของตนเองไม่กล่าวโทษผอู้ ื่นและดาเนนิ
2 • ให้ขอ้ มูลความเปน็ จริงทีเ่ ก่ียวข้องกับงานแก่ผู้อนื่ โดยไมบ่ ดิ เ
3 พูดเตอื นและ ตอบข้อซักถามแกผ่ อู้ นื่ ได้
• พดู เตอื นให้เพื่อนรว่ มงานปฏิบตั ติ นตามระเบยี บหรอื ขอ้ บงั
4 • ตอบข้อซักถามแกผ่ อู้ ื่นถงึ ประโยชน์และขอ้ เสยี ในการไมป่ ฏ
สอนแนะผู้ใตบ้ ังคบั บญั ชาและพูดชกั จงู ผอู้ ื่น
5 • สอนแนะผู้ใตบ้ งั คับบญั ชาถงึ กรอบหรอื แนวทางการปฏิบตั ิง
• พดู ชกั จงู ให้ผใู้ ต้บงั คบั บัญชาปฏบิ ัตติ นและทางานดว้ ยความ
ให้คาปรึกษาแนะนาและยอมรบั ขอ้ ผดิ พลาดของหน่วยงาน
• ให้คาปรกึ ษาแนะนาและขอ้ เสนอแนะในการสรา้ งความซ่อื
• ยอมรับข้อผิดพลาดที่เกดิ ขึน้ ของหนว่ ยงานไมก่ ลา่ วโทษผอู้ ่ืน
นาเสนอหลักการทางานแกห่ น่วยงานภายนอก และสนบั สนนุ
• นาเสนอหลกั การทางานดว้ ยความโปร่งใสในการดาเนินธรุ ก
• คิดหาวธิ ีการสนบั สนนุ และจงู ใจให้พนักงานในองการยดึ มน่ั

120

นแนะและพดู จงู ใจให้ผ้อู ่ืนปฏบิ ตั ติ นด้วยความซื่อสตั ย์สจุ รติ ในการทางานรวมท้งั ให้คาปรึกษาแนะนา
ความซอื่ สัตย์

รายละเอยี ดพฤตกิ รรม
ให้ขอ้ มลู ตามความเป็นจริง

นการแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาด
เบือนขอ้ มลู ทใ่ี ห้

งคบั ขององค์การ
ฏบิ ตั ติ ามระเบียบหรอื ขอ้ บังคบั ขององคก์ าร

งานดว้ ยความซ่ือสัตยส์ จุ ริต
มซ่ือสตั ย์

อสตั ยส์ ุจริต ดว้ ยหลักจรยิ ธรรมและศลี ธรรมแกผ่ ู้อ่นื
นและดาเนินการแกไ้ ขข้อผิดพลาด
นใหเ้ กดิ ความซือ่ สัตยใ์ นการทางาน
กิจขององคก์ ารแก่หนว่ ยงานภายนอก
นและปฏบิ ัตติ นอยา่ งซือ่ สตั ยส์ จุ รติ

ชอื่ สมรรถนะ นยิ าม การรบั ฟังและแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ สมาชิกในทีมพร
Teamwork ตดิ ตามตรวจสอบและประเมนิ ความสาเร็จของทมี งานใหบ้ รรล

ระดับ อธิบายวัตถปุ ระสงค์เปา้ หมายและปฏิบัติหน้าท่ี
1 • อธิบายไดถ้ ึงวัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายการทางานของทมี
• ปฏบิ ตั ิงานตามหนา้ ทที่ ่ีได้รบั มอบหมายจากทีมไดต้ ามกรอบ
2 รบั ฟงั แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ และช่วยเหลอื สมาชิก
• รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของสมาชกิ ในทีม
3 • แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ในทมี และให้ขอ้ มูลทเ่ี ปน็ ประโยชน์แ
• ช่วยเหลอื สมาชกิ ในทีมเพอื่ ให้งานบรรลเุ ป้าหมายตามท่กี าห
4 เข้ารว่ มกาหนดเป้าหมาย แกไ้ ขปญั หาและอุปสรรค
• เข้าร่วมกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย และแผนการดาเนนิ
5 • แก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการทางานเปน็ ทมี
• ใกล้เกลยี่ และแกไ้ ขปญั หาหรอื ขอ้ พิพาทระหวา่ งสมาชิกในท
กาหนดเป้าหมาย แผนงานและติดตามตรวจสอบ
• กาหนดวัตถปุ ระสงค์เปา้ หมายและแผนการดาเนนิ งานของท
• ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดาเนินงานและความ
พูดจงู ใจ ตดิ ตามตรวจสอบ
• พดู จงู ใจใหผ้ ู้อนื่ เห็นความสาคญั ของการทางานเปน็ ทีม และ
• ติดตามและตรวจสอบการทางานเปน็ ทมี ของพนกั งานในองค

121

รอ้ มทั้งความสามารถในการกาหนดวัตถปุ ระสงคเ์ ปา้ หมายและแผนการดาเนนิ งานของทีม ตลอดจน
ลุตามเปา้ หมายของหนว่ ยงานและองค์การ

รายละเอยี ดพฤตกิ รรม

บหรือแนวทางทก่ี าหนด

แก่ทมี
หนดไว้

นงานของทมี

ทีม

ทีมพร้อมท้งั เปดิ โอกาสใหส้ มาชกิ มสี ว่ นรว่ มในการกาหนด
มสาเรจ็ ของทมี

ะสามารถทางานเปน็ ทมี ได้
ค์การเพือ่ ใหง้ านบรรลุตามเปา้ หมายท่กี าหนดไว้

ชอ่ื สมรรถนะ นิยาม การวางแผนกาหนดรูปแบบและแนวทางการเรียนรแู้ ล
Individual Learning and ผใู้ ต้บงั คบั บญั ชาพร้อมท้ังสอนแนะ และให้คาปรึกษาแนะนา

Development อธิบายเปา้ หมายการทางาน ยอมรับฟงั คาแนะนาและแสวงห
ระดับ • อธิบายได้ถึงเปา้ หมาย ความจาเป็นทีจ่ ะตอ้ งการเรยี นรู้ พัฒ
1 • ยอมรับฟงั คาแนะนาจากผู้อน่ื ในการปรับปรงุ ขีดความสามา
• แสวงหาโอกาสที่จะพัฒนาขีดความสามารถของตนเองด้วย
2 รเิ รม่ิ การพัฒนาตนเอง และเรียนรใู้ นเรอ่ื งใหม่ๆ
• ริเร่มิ หัวขอ้ ในการเรียนรู้ และการพฒั นาตนเองในเรอ่ื งใหม
3 • กาหนดเปา้ หมาย ระยะเวลาความสาเร็จ ในเรอ่ื งที่ตอ้ งการ
• อธบิ ายไดถ้ ึงจดุ แข็ง และจดุ ออ่ นท่ตี อ้ งการพฒั นาคงตน
4 เสนอแนะ และตดิ ตามผลลัพธก์ ารเรียนรู้ของผ้ใู ต้บงั คับบญั ช
• สอนและผใู้ ต้บงั คับบัญชา ถงึ แนวทางการพฒั นาและการเร
5 • ติดตามและประเมินผลการเรียนรู้ และการพฒั นาของผใู้ ตบ้
คิดริเริม่ โปรแกรมการพฒั นาตนเอง และการกระตุ้นใหผ้ ใู้ ตบ้
• คดิ ริเรมิ่ โปรแกรมการพฒั นาเพ่ือให้พนักงานเกิดการเรยี นร
• พูดชักจงู และกระตุ้นใหผ้ ูใ้ ต้บงั คบั บัญชารกั การเรียนรู้ และ
กาหนดเป้าหมาย ประเมินผลและให้คาปรกึ ษาแนะนาถึงแน
• กาหนดตัวช้ีวดั ผลงานหรือเป้าหมายของการเรยี นรู้และการ
• ติดตามและประเมินผลการเรยี นรู้ และการพัฒนาตนเองขอ
• ให้คาปรกึ ษาแนะนาแก่ผ้ใู ตบ้ ังคับบญั ชาในการปรับปรุงรูป

122

ละพัฒนาตนเองรวมทั้งการตรวจสอบติดตามและประเมนิ ผลการเรยี นร้แู ละการพฒั นาตนเองของ
าถงึ วธิ กี ารแก้ไขปรบั ปรุงและการพัฒนาขดี ความสามารถของตนเอง

รายละเอียดพฤตกิ รรม
หาโอกาสท่ีจะพฒั นาตนเอง
ฒนาตนเอง
ารถของตนเองใหด้ ีข้ึน
ยวธิ กี ารตา่ งๆอย่เู สมอ

มๆ่ อยเู่ สมอ
รเรียนรู้ และการพฒั นาตนเอง

ชา
รียนรูด้ ้วยตนเอง
บงั คับบญั ชา
บังคบั บัญชาพฒั นาตนเอง
รสู้ ง่ิ ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
ะหมน่ั พฒั นาตนเองอยู่เสมอ
นวทางการปรบั ปรงุ ตนเอง
รพฒั นาตนเอง
องผใู้ ต้บงั คบั บัญชา
ปแบบการเรยี นรู้ และการพัฒนา

ชือ่ สมรรถนะ นิยาม ความเข้าใจถงึ วธิ ีการกระบวนการจดั การคณุ ภาพงาน
Quality Awareness ตรวจสอบและประเมนิ คณุ ภาพของหน่วยงานอยเู่ สมอตลอด

ระดับ อธบิ ายความสาคญั และวธิ กี ารจดั การคณุ ภาพไดต้ ามมาตรฐ
1 • อธิบายถึงวิธกี ารและกระบวนการการจดั การคณุ ภาพสินคา้
• ตอบข้อซกั ถามแก่ผูอ้ ื่นถงึ แนวทางคุณภาพในงานที่ตนรับผ
2 • ปฏบิ ตั หิ นา้ ทที่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมายอยา่ งถกู ต้องตามกรอบ และ
ให้คาแนะนา และนาเสนอความคดิ เห็นเพอ่ื ปรับปรงุ ระบบกา
3 • ให้คาแนะนาแก่ผูอ้ น่ื ในการปรบั เปลย่ี นวิธกี ารปฏิบัติงานให
4 • อธิบายถึงผลกระทบและปญั หาที่เกดิ ขึ้นจากสินคา้ บรกิ าร
• นาเสนอความคดิ เหน็ เพอื่ ปรบั ปรุงระบบการทางานให้มีคุณ
5 พดู จงู ใจ และแสวงหาวธิ กี ารในการปรับปรุงคณุ ภาพสนิ ค้า บ
• แสวงหาวิธกี ารในการปรบั ปรุงคณุ ภาพของสินคา้ และการใ
• ควบคมุ ติดตาม ตรวจสอบคณุ ภาพของการทางานของผู้ใต
วางแผน ตรวจสอบและประเมินคณุ ภาพของหน่วยงานอยู่เส
• วางแผน และปรบั ปรุงและพัฒนาสนิ ค้า บริการ และระบบ
• ตรวจสอบและประเมินการทางานของผูใ้ ตบ้ งั คับบัญชาในเร
• เลือกใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมเพอ่ื พัฒนาคุณภาพการทางาน
วิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบคณุ ภาพสนิ คา้ บริการ และงานภายใน
• วเิ คราะห์เปรียบเทียบคุณภาพสนิ คา้ บริการ และงานในอง
• กาหนดนโยบาย และแผนงานระดับองค์การในการพฒั นา

123

นทีต่ นรับผดิ ชอบนาเสนอความคดิ เห็นเพอ่ื ปรบั ปรุงระบบการทางานรวมทัง้ สามารถวางแผน
ดจนวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บคณุ ภาพสนิ ค้าบรกิ ารและงานภายในองค์การของตนกบั องค์การอืน่

รายละเอยี ดพฤติกรรม
ฐาน
า/บริการในงานทีร่ ับผดิ ชอบได้
ผิดชอบไดต้ ามกรอบท่กี าหนดไว้
ะแนวทางทีห่ นว่ ยงานกาหนด
ารทางาน
หม้ ีประสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขึน้
และการทางานท่ีไมไ่ ด้คณุ ภาพ
ณภาพมาตรฐานสากล
บริการ งานท่ีรับผดิ ชอบ
ใหบ้ รกิ ารของหนว่ ยงาน ท่รี บั ผดิ ชอบได้
ต้บังคบั บญั ชาใหไ้ ดม้ าตรฐานตามท่ีกาหนด
สมอ
บงานในหน่วยงานใหม้ ีประสทิ ธิภาพสงู สุด
รอื่ งคณุ ภาพงานอยู่เสมอ
นใหโ้ รงรบั กบั นโยบายขององค์การ
นองค์การของตนกับองคก์ รอืน่
งค์การของตน กับองค์กรอ่ืน
ควบคมุ คณุ ภาพให้มปี ระสิทธิภาพสูงสุด

Managerial

ตารางที่ 8. 2 นยิ าม Managerial Competency

Vision Core values Managerial
competency
เปน็ ผผู้ ลติ อาหารทผี่ บู้ รโิ ภค -ลกู ค้าเปน็ สิ่งสาคญั Change Management
ยอมรบั และรสู้ กึ พงึ พอใจ โดย Skills
ผลติ อาหารที่มคี ามปลอดภยั และ -ซื่อสัตย์และมีคณุ ธรรม
มีคุณภาพตามมาตรฐาน -มที ัศนคติที่ดเี ป็นคนคิดบวก Leadership Skills

-มคี วามสามคั คใี นการทางาน Problem Solving and
-ยอมรับนบั ถอื ซ่งึ กนั และกนั Decision Making Skills

-เรียนรูอ้ ยตู่ ลอดเวลา Motivation
Management Skills

-การผลติ ตอ้ งคานึงถงึ คณุ ภาพ Strategic Thinking

และความปลอดภยั Skills

124

Competency

นยิ าม

ความเขา้ ใจยอมรับสนับสนุนมสี ว่ นร่วมและริเร่มิ ในการจัดการความเปล่ียนแปลงภายในองคก์ าร
ตามบทบาทหนา้ ทขี่ องตนเองเพื่อให้การเปลีย่ นแปลงประสบความสาเร็จตามเปา้ หมายของ
องคก์ าร
การกาหนดทศิ ทางเป้าหมายในการทางานของหน่วยงานและองคก์ ารสรา้ งความเช่อื มั่นความ
ไว้วางใจความนา่ เชื่อถอื และเป็นตน้ แบบท่ีดใี นการทางานรวมท้งั การกระตนุ้ จงู ใจและให้
คาปรกึ ษาแนะนาแกผ่ ูอ้ นื่ ถงึ แนวทางการทางานใหม้ ีประสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
ความสามารถในการวเิ คราะห์สาเหตแุ ละผลกระทบของปญั หาพรอ้ มท้งั ความสามารถในการ
วิเคราะหค์ ้นหาทางเลือกในการแกไ้ ขปัญหาได้หลากหลายวธิ ีการและสามารถตดั สนิ ใจแก้ปญั หา
ได้เหมาะสมกบั สถานการณป์ ัญหาและเกดิ ประโยชน์สงู สดุ กบั การดาเนนิ ธุรกิจขององค์การ
ความเขา้ ใจถงึ ทฤษฎีการสรา้ งแรงจูงใจและนามาประยุกต์ใชใ้ นการบรหิ ารงานได้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพรวมทง้ั ความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละหาเทคนคิ วธิ กี ารในการสร้างแรงจูงใจ
ใหแ้ กผ่ ู้อ่ืนตลอดจนการสร้างระบบการบรหิ ารแรงจูงใจของพนักงานให้เชือ่ มโยงกบั เป้าหมายและ
ผลงานทตี่ ้องการ
ความเขา้ ใจในทศิ ทางเปา้ หมายและกลยทุ ธ์ของหนว่ ยงานและองคก์ ารพร้อมทัง้ ความสามารถใน
การวางแผนการดาเนินงานและดาเนนิ งานใหส้ อดคล้องและรบั รองกบั กลยทุ ธ์ท้งั ของหน่วยงาน
และองคก์ าร

ชือ่ สมรรถนะ นิยาม ความเข้าใจยอมรับสนับสนุนมสี ว่ นร่วมและรเิ ริม่
Change Management Skills เปลย่ี นแปลงประสบความสาเร็จตามเปา้ หมายขององค

ระดบั อธบิ ายได้ถึงการเปล่ยี นแปลง และปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม
1 • อธิบายได้ถึงสาเหตุ สภาพการเปลี่ยนแปลงและผลกระท
• ปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมกับสภาพการเปลย่ี น
2 ปรบั เปลยี่ นรปู แบบการปฏบิ ตั ิงาน และให้คาแนะนาผูอ้ น่ื
• ปรับเปลย่ี นรูปแบบการปฏิบัตงิ านใหเ้ หมาะสมกับสภาพ
3 • ให้คาแนะนาผูอ้ นื่ เก่ยี วกับสภาพการเปลยี่ นแปลง และว
จงู ใจให้ผใู้ ตบ้ ังคับบญั ชาปรบั เปล่ียนพฤติกรรมและวิธกี าร
4 • อธิบายความจาเป็นในการเปลย่ี นแปลงและผลประโยชน
• ตอบขอ้ ซักถามแก่ผอู้ นื่ ถึงสาเหตแุ ละวิธีการในการเปลยี่
5 • พูดจูงใจผใู้ ต้บังคบั บัญชาให้ปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมและร
วางแผนและนาเสนอแนวทางการบรหิ ารการเปล่ียนแปลง
• อธิบายเป้าหมายกลยทุ ธ์การเปลย่ี นแปลงและระยะเวลา
• วางแผนและกาหนดแนวทางการเปลย่ี นแปลงและแผนป
• นาเสนอแนวทางเลอื กในการบรหิ ารการเปลยี่ นแปลงทม่ี
รเิ รมิ่ การเปล่ียนแปลงและกาหนดทิศทางเพือ่ ใหเ้ กิดการเป
• ติดตามสภาพการณเ์ ปลย่ี นแปลงภายนอกองคก์ ารท่สี ง่ ผ
• กาหนดเป้าหมาย นโยบาย และกลยุทธก์ ารเปล่ียนแปล

125

มในการจดั การความเปลีย่ นแปลงภายในองค์การตามบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเองเพือ่ ใหก้ าร
คก์ าร

รายละเอียดพฤติกรรม
มใหเ้ หมาะสม
ทบการเปลย่ี นแปลง
นแปลง

พแวดล้อมการเปลยี่ นแปลง
วธิ ีการปรับตัวใหเ้ หมาะสม
รทางาน
น์ท่ีไดร้ ับจากการเปลี่ยนแปลง
ยนแปลงตนเองและหนว่ ยงาน
รูปแบบการทางานใหส้ อดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทเ่ี กิดขน้ึ ในองคก์ าร
งที่เกดิ ขึ้น
าแผนการเปลีย่ นแปลง
ปอ้ งกนั การต่อต้านการเปลย่ี นแปลง
มีผลตอ่ หนว่ ยงานหรอื องค์การ
ปลยี่ นแปลง
ผลกระทบตอ่ การดาเนินธรุ กิจ
ลงให้เหมาะสมกบั สภาพการณ์

ช่อื สมรรถนะ นิยาม การกาหนดทิศทางเปา้ หมายในการทางานของหน
Leadership Skills รวมทง้ั การกระตนุ้ จูงใจและให้คาปรึกษาแนะนาแกผ่ ้อู ่นื ถ

ระดับ อธบิ ายทศิ ทางในการทางาน และการสรา้ งความเช่อื มน่ั ให
1 • อธบิ ายทิศทาง เปา้ หมายในการทางานใหก้ ับผู้ใต้บังคบั บ
• อธบิ ายความคาดหวงั ในผลการทางานท่ีชดั เจนให้แก่สม
2 • หาวธิ กี ารในการสร้างความเชือ่ มน่ั และทาความรู้สกึ ท่ีด
พูดสง่ เสริม กระตนุ้ จูงใจ และจัดหาเคร่ืองมอื ท่จี าเป็น
3 • ผู้สง่ เสรมิ ใหเ้ พือ่ นร่วมงานทางานตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย
• กระตุ้นจงู ใจให้เพือ่ นรว่ มงานนาเสนอความคิดเหน็ เพ่มิ เ
4 • จัดหาเครื่องมอื สิ่งอานวยความสะดวกท่ีจาเป็นแก่หน่วย
เปน็ ต้นแบบทดี่ ีในการทางานแบบผ้นู า และแสดงพฤติกร
5 • หาวธิ ีการสร้างความสมดุลในการทางานใหแ้ ก่สมาชกิ ใน
• เป็นต้นแบบที่ดใี นการทางานทง้ั ในเรอื่ งความคดิ ความเ
• เปิดใจรับฟัง และยอมรบั ความคดิ เห็นตอบกลับท้งั ทางบ
ถ่ายทอดกลยุทธ์ จูงใจให้แก่สมาชกิ ในทมี กระตอื รือรน้ ใน
• ถ่ายทอดกลยทุ ธ์ ทิศทางในการดาเนินธรุ กิจให้แก่สมาช
• หาวิธกี ารจูงใจผ้ใู ตบ้ ังคบั บัญชาให้เกิดความกระตือรือรน้
• ส่วนในผใู้ ต้บังคบั บญั ชาถึงแนวทางในการทางานโดยอ้า
กาหนดแผนกลยทุ ธ์ หาวธิ กี ารสร้างความไว้วางใจ และให
• กาหนดแผนกลยทุ ธ์ในการทางานให้สอดคลอ้ งกับ Corp
• หาวิธีในการสรา้ งความไวว้ างใจและความนา่ เชือ่ ถอื แก่ส
• ให้คาปรกึ ษาแนะนาช่วยเหลอื แกไ้ ขและหาทางออกในก

126

น่วยงานและองค์การสร้างความเชอื่ ม่นั ความไวว้ างใจความน่าเชือ่ ถอื และเปน็ ตน้ แบบที่ดใี นการทางาน
ถึงแนวทางการทางานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ

รายละเอยี ดพฤตกิ รรม
หเ้ กดิ ขึน้ ในหนว่ ยงาน
บญั ชาไดอ้ ย่างชัดเจนเปน็ ลาดับข้ันตอน
มาชกิ ในทมี
ดใี หเ้ กดิ ข้ึนแก่หน่วยงาน

ยไดด้ ้วยตนเอง
เติมในการทางานใหด้ ีขน้ึ
ยงานเพื่อให้งานมปี ระสทิ ธิภาพ
รรมทเี่ หมาะสม
นทีมในเร่อื งการทางาน สุขภาพ และชีวิตครอบครวั
เป็นผนู้ า และพฤตกิ รรมแกส่ มาชกิ ในทีม
บวก และทางลบเพือ่ นามาปรับปรุงตนเอง
นการทางาน
ชิกในทีมรบั ทราบเป้าหมายองค์การ
นในการทางาน
างถึงเหตุการณ์ตา่ งๆท่ีเก่ียวข้องได้
หค้ าปรกึ ษาแนะนา
porate Strategies ขององค์การ
สมาชิกในทมี และบุคคลภายนอก
การทางานใหก้ ับสมาชิกในทีม

ชื่อสมรรถนะ นิยาม ความสามารถในการวเิ คราะหส์ าเหตแุ ละผลกระท
Problem Solving and Decision วธิ กี ารและสามารถตดั สนิ ใจแกป้ ญั หาได้เหมาะสมกับสถา

Making Skills อธิบายถงึ สาเหตุและแกไ้ ขปัญหาในเบื้องต้น
ระดับ • อธิบายสาเหตขุ องปญั หาที่เกิดขนึ้ จากงานทร่ี บั ผิดชอบไ
1 • แกไ้ ขปญั หาที่เกดิ ขน้ึ ในเบ้อื งต้นไดต้ ามกรอบหรอื แนวท
ชปี้ ระเดน็ ปญั หาและนำเสนอแนวทางเลือกภายใตง้ านที่ร
2 • ชีป้ ระเด็นและแจกแจงปญั หาและผลลัพธท์ ่ีเกิดข้นึ แกผ่ ู้อ
• นำเสนอแนวทางเลอื กในการแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใต
3 เสนอทางเลอื ก ตดั สินใจแก้ปญั หาและให้คำแนะนำผู้อน่ื
• เสนอทางเลอื กในการแก้ไขปญั หาไดห้ ลากหลายวธิ ีการแ
4 • ตดั สนิ ใจเลอื กวธิ ีการแกไ้ ขปญั หาที่เหมาะสมและก่อให้เ
• ใหค้ ำแนะนำและช่วยเหลอื ผู้อื่นตัดสนิ ใจแก้ปญั หาทเ่ี กดิ
5 วิเคราะหส์ าเหตผุ ลกระทบของปญั หาและสอบถามความค
• วิเคราะห์และอธบิ ายสาเหตุของปญั หาผลกระทบท่ีเกดิ ข
• สอบถามความคิดเห็นหรอื จดั ประชมุ เพอ่ื เปดิ โอกาสใหผ้
คาดการณแ์ ละวางแผนกลยุทธ์
• คาดการณป์ ญั หาท่ีอาจเกดิ ขึ้นในอนาคตจากขอ้ มลู การด
• วางแผนกลยทุ ธใ์ นการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาระดับอง

127

ทบของปญั หาพร้อมทง้ั ความสามารถในการวเิ คราะห์ค้นหาทางเลอื กในการแกไ้ ขปัญหาไดห้ ลากหลาย
านการณป์ ญั หาและเกิดประโยชน์สูงสดุ กับการดำเนนิ ธรุ กจิ ขององค์การ

รายละเอียดพฤติกรรม

ได้
ทางทก่ี ำหนดข้ึน
รบั ผิดชอบ
อืน่ ได้
ใตข้ อบเขตงานทรี่ ับผดิ ชอบได้

และเหมาะสมกับสถานการณ์
เกดิ ประโยชนส์ งู สุดต่องาน
ดขน้ึ ได้
คดิ เหน็ ผอู้ ื่น
ขนึ้ และทางเลือกในการแกไ้ ขปญั หาสำคญั ระดบั หน่วยงานได้
ผู้อนื่ มสี ่วนรว่ มแสดงความคดิ เหน็ และร่วมแกไ้ ขปญั หา

ดำเนินธรุ กจิ ขององคก์ ารที่ผ่านมาและจากขอ้ มลู สภาพการแวดลอ้ มทางธรุ กิจ
งค์การได้อย่างเหมาะสมและทนั ต่อสถานการณ์

ชือ่ สมรรถนะ นยิ าม ความเข้าใจถงึ ทฤษฎกี ารสร้างแรงจูงใจและนามา
Motivation เทคนคิ วธิ กี ารในการสรา้ งแรงจูงใจใหแ้ กผ่ ้อู ่ืนตลอดจนกา
Management Skills
รูแ้ ละเขา้ ใจความคาดหวงั และเปา้ หมายในการทางาน
ระดับ • อธิบายได้ถึงความคาดหวังในการทางานและเป้าหมายของง
1 • หาวธิ กี ารท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพในการเสรมิ สร้างแรงจูงใจในการท
• สอบถามผอู้ นื่ ถึงแนวทางการสรา้ งแรงจงู ใจในการทางานเมื่อ
2 หาเทคนคิ วธิ ีการสรา้ งแรงจูงใจใหค้ าแนะนาและคดิ วธิ กี ารปรบั
• หาเทคนคิ วธิ กี ารสรา้ งแรงจงู ใจสมาชกิ ในทมี ให้มีกาลงั ใจ แล
3 • ใหค้ าแนะนาแก่ผู้อน่ื ในการเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจในการทางาน
• คิดหาวธิ ีการปรบั ปรุงรูปแบบและกระบวนการการทางานขอ
4 เขา้ ใจทฤษฎกี ารบรหิ ารแรงจงู ใจเพ่ือนามาประยุกต์ในการบริห
• ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผูใ้ ตบ้ ังคับบัญชาเพื่อนามาปรบั ป
5 • พูดจงู ใจใหผ้ ู้ใต้บังคับบัญชา เหน็ ความสาคญั ของการทางาน
• อธบิ ายไดถ้ ึง ทฤษฎกี ารบริหารแรงจูงใจและนามาประยกุ ต์ใ
วิเคราะห์และเปรยี บเทียบระบบเสริมสรา้ งแรงจงู ใจขององคก์
• วิเคราะห์ว่าระบบการบรหิ ารแรงจูงใจในองค์การมีความเหม
• เปรยี บเทยี บระบบเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจขององค์การกับองคก์ า
• ให้คาแนะนาแกผ่ ู้อ่นื ถึงการเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจทง้ั ท่เี ป็นตัวเง
การสร้างระบบการบริหารแรงจงู ใจของพนักงานให้เชอ่ื มโยงก
• สร้างระบบการบรหิ ารแรงจงู ใจของพนักงานใหเ้ ช่อื มโยงกบั ผ
• กาหนดรูปแบบการใหร้ างวัลกับการทางานทง้ั เฉพาะบุคคลแ


Click to View FlipBook Version