ต�ำราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ
ภูมิคมุ้ กนั โรค ปี 2562
กองโรคป้องกนั ดว้ ยวคั ซีน
กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสขุ
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค ปี 2562
คณะบรรณาธิการ
กลุ กญั ญา โชคไพบลู ยก์ ิจ
ชนเมธ เตชะแสนศริ ิ
วีระชยั วฒั นวีรเดช
อจั ฉรา ตงั้ สถาพรพงษ์
ฤดีวิไล สามโกเศศ
พมิ พค์ รั้งท่ี 1
จาํ นวนพมิ พ ์ 800 เลม่
พมิ พท์ ่ี บรษิ ัท เวริ ค์ พรนิ้ ตงิ้ จำ� กดั
จดั พมิ พแ์ ละเผยแพร่โดย กองโรคปอ้ งกนั ดว้ ยวคั ซีน กรมควบคมุ โรค
กระทรวงสาธารณสขุ
โทร 0 2590 3196-9
โทรสาร 0 2590 3196 ตอ่ 104
https://ddc.moph.go.th/th/site/office/view/dvpd
รายนามคณะผเู้ รยี บเรยี ง
แพทยห์ ญิง กลุ กญั ญา โชคไพบลู ยก์ ิจ
ศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหิดล
แพทยห์ ญิง เกษวดี ลาภพระ
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหิดล
นายแพทย์ ชนเมธ เตชะแสนศริ ิ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
นายแพทย์ ชนินนั ท์ สนธิไชย
หวั หนา้ กลมุ่ พฒั นางานวคั ซีนพืน้ ฐาน กองโรคปอ้ งกนั ดว้ ยวคั ซีน กรมควบคมุ โรค
นายแพทย์ ชิษณุ พนั ธเ์ จรญิ
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
นายแพทย์ ทวีวงศ์ ตนั ตราชีวธร
รองศาสตราจารย์
ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล
แพทยห์ ญิง ธนั ยวีร์ ภธู นกิจ
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
ดร.นายแพทย์ นพพร อภิวฒั นากลุ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
นายแพทย์ พนิต ทกั ขิญเสถียร
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรม์ หาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ
ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค ปี 2562
นายแพทย์ ภาคภมู ิ เจนวงศว์ โิ รจน์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
แพทยห์ ญิง รติ ตวิ ทิ ยา
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหิดล
นายแพทย์ รตั นชยั เรม่ิ รวย
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ กองกมุ ารเวชกรรม โรงพยาบาลภมู ิพลอดลุ ยเดช
แพทยห์ ญิง วนทั ปรยี า พงษส์ ามารถ
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหิดล
แพทยห์ ญิง วรพร พมุ่ เลก็
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหิดล
นายแพทย์ วรมนั ต์ ไวดาบ
แผนกกมุ ารเวชกรรม โรงพยาบาลเจรญิ กรุงประชารกั ษ์
แพทยห์ ญิง วรรษมน จนั ทรเบญจกลุ
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
นายแพทย์ วชั รพงศ์ ปิยะภาณี
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
หน่วยเวชศาสตรท์ ่องเท่ียวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตรเ์ ขตรอ้ น คณะเวชศาสตรเ์ ขตรอ้ น
มหาวิทยาลยั มหิดล
นายแพทย์ วีระชยั วฒั นวีรเดช
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์ วทิ ยาลยั แพทยศาสตรพ์ ระมงกฎุ เกลา้
แพทยห์ ญิง ศภุ วรรณ สายหงษท์ อง
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหิดล
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคุ้มกนั โรค ปี 2562
แพทยห์ ญิง ศริ พิ ร ผอ่ งจิตสริ ิ
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ กองกมุ ารเวชกรรม โรงพยาบาลภมู ิพลอดลุ ยเดช
แพทยห์ ญิง สชุ าดา เจียมศิริ
ผอู้ ำ� นวยการกองโรคปอ้ งกนั ดว้ ยวคั ซีน
กรมควบคมุ โรค
แพทยห์ ญิง สพุ ตั รา รุง่ ไมตรี
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหิดล
นายแพทย์ สรุ ภทั ร อศั ววริ ุฬหการ
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
แพทยห์ ญิง โสภิดา บญุ สาธร
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
แพทยห์ ญิง อรศรี วทิ วสั มงคล
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหิดล
แพทยห์ ญิง อจั ฉรา ตงั้ สถาพรพงษ์
รองศาสตราจารย์
หนว่ ยโรคตดิ เชือ้ ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค ปี 2562
คำ� นำ�
ตำ� ราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคฉบบั นี้จดั ทำ� และเรยี บเรยี งโดยคณาจารยแ์ ละ
ผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ากสถาบนั การศกึ ษาทางการแพทยแ์ ละกระทรวงสาธารณสขุ ท่มี คี วามรู้ความเช่ยี วชาญ
รวมทงั้ มีประสบการณด์ า้ นการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคเป็นอยา่ งมาก โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือใชเ้ ป็น
เอกสารอา้ งองิ ในการปฏบิ ตั งิ าน ของบคุ ลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในประเทศไทยทงั้ ภาครฐั
และเอกชน ในการจดั ทำ� ตำ� ราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคไดม้ ีการทบทวนปรบั ปรุงเพ่ือให้
เหมาะสมกบั สถานการณข์ องโรค ตลอดจนทนั ตอ่ องคค์ วามรูแ้ ละการพฒั นาทางดา้ นวคั ซีน โดยมี
เนือ้ หาครอบคลมุ รายละเอียดตงั้ แตป่ ระวตั ิการใหว้ คั ซีนในประเทศไทย ทิศทางการพฒั นาวคั ซีนใน
ประเทศไทย หลกั การท่วั ไปสำ� หรบั การสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค การเก็บรกั ษาวคั ซีน ผลขา้ งเคียง
ของวคั ซีนและวิธีการรกั ษา กำ� หนดการใหว้ คั ซีนมาตรฐานของประเทศ ซง่ึ ไดร้ บั ความเห็นชอบจาก
คณะอนกุ รรมการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคภายใตค้ ณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ ขอ้ มลู วคั ซีนทงั้ ท่ีอยู่
ในและนอกแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ รวมทงั้ สถานการณ์ของโรคตดิ ตอ่
ท่ีปอ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวคั ซีนซง่ึ ปัจจบุ นั มีการเปล่ียนแปลงทางดา้ นระบาดวิทยาเป็นอยา่ งมาก นอกจากนี้
ยงั ไดบ้ รรจเุ นือ้ หาวคั ซนี สำ� หรบั ผทู้ ่ีมีภาวะพเิ ศษ วคั ซนี สำ� หรบั ผเู้ ดนิ ทางระหวา่ งประเทศ การใชว้ คั ซนี
ในผใู้ หญ่ ตลอดจนวคั ซีนท่ีบคุ ลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ควรไดร้ บั
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ ขอขอบคณุ คณะบรรณาธิการและผนู้ พิ นธท์ ท่ี รงคณุ วฒุ ิ
ทกุ ทา่ น ทไ่ี ดร้ ว่ มกนั อทุ ศิ เวลาในการรวบรวมและเรยี บเรยี งตำ� ราฉบบั นจี้ นเป็นผลสำ� เรจ็ สมความมงุ่ หมาย
อย่างดีย่ิงและหวงั ว่าองคค์ วามรูใ้ นตำ� ราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กันโรคจะเป็นประโยชน์
สำ� หรบั บคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ ท่ปี อ้ งกนั
ไดด้ ว้ ยวคั ซีนอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ อนั จะสง่ ผลตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ีดีของประชาชนชาวไทย
ตอ่ ไป
(นายสวุ รรณชยั วฒั นาย่ิงเจรญิ ชยั )
อธิบดีกรมควบคมุ โรค
ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ้มุ กนั โรค ปี 2562
คำ� ย่อ
BCG Bacillus Calmette Guerin vaccine (วคั ซีนวณั โรค)
CD4 Cluster of differentiation antigen 4
DTP Diphtheria - Tetanus - Pertussis Vaccine combined (วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน)
DT Diphtheria - Tetanus Vaccine combined (วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั สำ� หรบั เดก็ อายตุ ่ำ�
กวา่ 7 ปี)
DTaP Diphtheria -Tetanus - acellular Pertussis Vaccine combined
(วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดไรเ้ ซลล)์
DTwP Diphtheria - Tetanus - whole cell Pertussis
(วคั ซีนรวม คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดทงั้ เซลล)์
EPI Expanded Program on Immunization
(แผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ )
ERIG Equine Rabies Immunoglobulin (อมิ มโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคพษิ สนุ ขั บา้ ท่ที ำ� จากซรี ่มั ของมา้ )
Flu Influenza Vaccine (วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่)
HA Hepatitis A Vaccine (วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบ เอ)
HB Hepatitis B Vaccine (วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบ บี)
HBIG Hepatitis B Immunoglobulin (อิมมโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคตบั อกั เสบบี)
HDCV Human Diploid Cell Rabies Vaccine (วคั ซนี พษิ สนุ ขั บา้ ชนิดท่ีทำ� จาก Human Diploid Cell)
Hib Haemophilus influenzae type b (Hib) vaccine
(วคั ซีนโรคจากเชือ้ ฮีโมฟิลสุ อินฟลเู อนเซท่ ยั ป์ บี หรอื ฮิบ)
HIV Human Immunodeficiency Virus (ไวรสั เอชไอวี)
HPV Human Papillomavirus (วคั ซีนเอชพีวี)
HRIG Human Rabies Immunoglobulin
(อิมมโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคพิษสนุ ขั บา้ ท่ีทำ� จากซีร่มั ของมนษุ ย)์
ID Intradermal (การฉีดเขา้ ในหนงั )
IM Intramuscular (การฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ )
IPV Inactivated Polio Vaccine (วคั ซีนโปลโิ อชนิดท่ีทำ� จากเชือ้ ท่ีตายแลว้ )
IU International unit
IVIG Intravenous Immune Globulin (อิมมโู นโกลบลุ นิ ชนิดฉีดเขา้ เสน้ เลือดดำ� )
JE Japanese Encephalitis Vaccine (วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอี)
Live JE Live attenuated Japanese Encephalitis Vaccine (วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอีชนิดเชือ้ มีชีวิต
ออ่ นฤทธิ์)
LAIV Live Attenuated Influenza Vaccine (วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิดเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์)
M Measles Vaccine (วคั ซีนหดั )
ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค ปี 2562
MCV Meningococcal Conjugate Vaccine (วคั ซีนไขก้ าฬหลงั แอน่ ชนิดคอนจเู กต)
MMR Measles- Mumps - Rubella Vaccine combined (วคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั )
MMRV Measles- Mumps- Rubella - Varicella Vaccine combined
(วคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั -อีสกุ อีใส)
Mnc Meningococcal Vaccine (วคั ซีนไขก้ าฬหลงั แอน่ ชนิดโพลแี ซคคาไรด)์
OPV Oral Polio Vaccine (วคั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทาน)
PCEC Purified Chick Embryo Cell Rabies Vaccine
(วคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ ชนิดท่ีทำ� จาก Chicken Embryo Cell)
PCV Pneumococcal Conjugate Vaccine (วคั ซีนโรคจากเชือ้ นิวโมคอคคสั ชนิดคอนจเู กต)
PDEV Purified Duck Embryo Cell Rabies Vaccine
(วคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ ชนิดท่ีทำ� จาก Duck Embryo Cell)
PhiD-CV Pneumococcal Polysaccharide Protein D-Conjugate Vaccine
(วคั ซีนโรคจากเชือ้ นิวโมคอคคสั ชนิดคอนจเู กตกบั โปรตีนดี)
Pnc Pneumococcal Vaccine (วคั ซีนโรคจากเชือ้ นิวโมคอคคสั )
PO Per oral (รบั ประทาน)
PRP-T Polyribosyl Ribitol Phosphate conjugated with Tetanus toxoid
(วคั ซีนฮีโมฟิลสุ อินฟลเู อนเซท่ ยั ป์ บีชนิดคอนจเู กตกบั ท๊อกซอยของบาดทะยกั )
PPSV23 Pneumococcal Polysaccharide Vaccine (23-valent)
(วคั ซีนโรคจากเชือ้ นิวโมคอคคสั ชนิดโพลแี ซคคาไรด์ 23 สายพนั ธ)ุ์
PVRV Purified Vero Cell Rabies Vaccine (วคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ ชนิดท่ีทำ� จาก Vero Cell)
R Rubella Vaccine (วคั ซีนหดั เยอรมนั )
Rota Rotavirus vaccine (วคั ซีนโรคอจุ จาระรว่ งจากเชือ้ ไวรสั โรตา้ )
RV1 Monovalent Rotavirus Vaccine (Rotarix™) (วคั ซีนโรตา้ ชนิด 1 สายพนั ธ)ุ์
RV5 Pentavalent Rotavirus Vaccine (Rota Teq™) (วคั ซีนโรตา้ ชนิด 5 สายพนั ธ)ุ์
RIG Rabies Immunoglobulin (อิมมโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคพิษสนุ ขั บา้ )
SC Subcutaneous (การฉีดเขา้ ชนั้ ใตห้ นงั )
TAT Tetanus antitoxin
TTCd ID50 Tissue Culture Infectious Dose 50%
Tetanus - Diphtheria toxoid Vaccine combined
(วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั สำ� หรบั ผใู้ หญ่)
Tdap, TdaP Tetanus - reduced diphtheria toxoid and acellular pertussis
(วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดไรเ้ ซลลส์ ำ� หรบั ผใู้ หญ่)
TIG Tetanus Immunoglobulin (อิมมโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคบาดทะยกั )
TIV Trivalent Inactivated Influenza Vaccine (วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิดเชือ้ ตาย 3 สายพนั ธ)ุ์
ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค ปี 2562
TT Tetanus Toxoid (วคั ซีนบาดทะยกั )
Ty Typhoid Vaccine (วคั ซีนทยั ฟอยด)์
VAPP Vaccine Associated Paralytic Poliomyelitis (ภาวะกลา้ มเนือ้ ออ่ นปวกเปียกจากวคั ซนี
โปลโิ อ)
VAR Varicella Vaccine (วคั ซีนอีสกุ อีใส)
VZIG Varicella-Zoster Immune Globulin (อิมมโู นโกลบลุ นิ สำ� หรบั โรคอีสกุ อีใส)
pfu/โด๊ส plaque-forming units/โด๊ส
มก./กก. มิลลกิ รมั /กิโลกรมั
มก./มล. มิลลกิ รมั /มิลลลิ ติ ร
มคก./กก. ไมโครกรมั /กิโลกรมั
มคก./มล. ไมโครกรมั /มิลลลิ ติ ร
มม. มิลลเิ มตร
มล./กก. มิลลลิ ติ ร/กิโลกรมั
oซ. องศาเซลเซียส
ชอื่ บริษัท
BGT Biogenetech
GCC Green Cross Co-operation
GPO The Government Pharmaceutical Organization (องคก์ ารเภสชั กรรม)
GSK GlaxoSmithKline
MSD Merck Sharp and Dohme
NV Novartis
SP Sanofi Pasteur
SII Serum Institute of India
ตําราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค ปี 2562
ส ารบัญ
หนา้
รายนามคณะผู้เรียบเรียง
คำ� นำ�
คำ� ย่อ
บทท่ี 1 ความเป็ นมาของการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรคในประเทศไทย 1
บทท่ี 2 คำ� แนะนำ� ท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค 17
บทท่ี 3 มาตรฐานการดำ� เนินงานสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรคและการควบคุมโรค 33
ทป่ี ้องกันไดด้ ว้ ยวัคซนี โดยกระทรวงสาธารณสุข
บทท่ี 4 ผลข้างเคยี งของวัคซนี และวธิ ีการรักษา 53
บทท่ี 5 กำ� หนดการใหว้ ัคซนี ในแผนการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค 81
ของกระทรวงสาธารณสุข (EPI)
บทท่ี 6 รายละเอยี ดของวัคซนี ป้องกันโรคทอี่ ยูใ่ นแผนการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค 89
ของกระทรวงสาธารณสุข
บทท่ี 6.1 วคั ซีนปอ้ งกนั วณั โรค (BCG Vaccine) 91
บทท่ี 6.2 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไวรสั ตบั อกั เสบ บี (HB) 97
บทท่ี 6.3 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคจากเชือ้ ฮีโมฟิลสุ อินฟลเู อน็ เซ่ ทยั ป์ บี หรอื ฮิบ (Hib) 108
บทท่ี 6.4 วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน (DTP) 115
บทท่ี 6.4A วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคคอตีบ-บาดทะยกั (dT, DT) 127
บทท่ี 6.5 วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ชนิดทงั้ เซลล-์ ตบั อกั เสบบี 133
และฮิบ (DTwP-HBV-Hib)
บทท่ี 6.6 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคโปลโิ อ (ไขไ้ ขสนั หลงั อกั เสบ โปลโิ อ) (OPV, IPV) 137
บทท่ี 6.7 วคั ซีนรวมปอ้ งกนั โรคหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR) 148
บทท่ี 6.8 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขส้ มองอกั เสบ เจอี (JE) 159
บทท่ี 6.9 วคั ซีนปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza vaccine) 166
บทท่ี 6.10 วคั ซีนปอ้ งกนั เอชพีวี (Human Papillomavirus Vaccine) 177
บทท่ี 7 วัคซนี นอกแผนการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข 185
บทท่ี 7.1 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โรตา้ (Rotavirus Vaccine) 193
บทท่ี 7.2 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคอีสกุ อีใส (VAR) 200
บทท่ี 7.3 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไวรสั ตบั อกั เสบเอ (HAV) 208
บทท่ี 7.4 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคจากเชือ้ Streptococcus pneumoniae 216
(Pneumococcal Vaccine: Pnc)
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค ปี 2562
ส ารบัญ (ตอ่ )
หนา้
บทท่ี 7.5 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขก้ าฬหลงั แอน่ (Mnc) 227
บทท่ี 7.6 วคั ซีนและอิมมโู นโกลบลุ นิ ปอ้ งกนั โรคพิษสนุ ขั บา้ 242
(Rabies Vaccine and Rabies Immunoglobulin) 256
บทท่ี 7.7 วคั ซีนปอ้ งกนั ไขเ้ ลือดออก (Dengue Vaccine) 263
บทท่ี 8 วัคซนี รวม 273
บทท่ี 9 การใหว้ ัคซนี ในผู้ทมี่ ภี าวะภมู คิ ุ้มกันบกพร่อง 299
บทท่ี 10 วัคซนี สำ� หรับผู้ทเี่ ดนิ ทางไปตา่ งประเทศ 313
บทท่ี 10.1 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขท้ ยั ฟอยด์ (Ty) 319
บทท่ี 10.2 วคั ซีนปอ้ งกนั โรคไขเ้ หลอื ง (Yellow Fever Vaccine) 325
บทท่ี 10.3 วคั ซีนปอ้ งกนั อหิวาตกโรค (Cholera Vaccine) 331
บทท่ี 11 การสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรคในผู้ใหญ่ หญิงตงั้ ครรภ์ และผู้สูงอายุ 363
บทท่ี 12 คำ� แนะนำ� การใหว้ ัคซนี สำ� หรับบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภมู คิ ้มุ กนั โรค ปี 2562
1บทที่ ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ
ภมู ิคุ้มกันโรคในประเทศไทย
1 ความเป็นมาของการสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กนั โรคในประเทศไทย
บทท่ี ในประเทศไทย
การสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคดว้ ยวคั ซนี เป็นกลวธิ ีปอ้ งกนั โรคท่ีมีประสทิ ธิภาพสงู และมีความคมุ้ คา่
มากท่ีสดุ ประเทศต่าง ๆ รวมทงั้ ประเทศไทย ไดใ้ ชก้ ารสรา้ งเสริมภูมิคุม้ กันโรคเป็นเคร่ืองมือป้องกัน
และควบคมุ โรคติดต่อท่ีเป็นปัญหาสำ� คญั อย่างไดผ้ ลดีย่ิง เช่น วณั โรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยกั ไวรสั
ตบั อกั เสบบี หดั หดั เยอรมนั คางทมู ไขส้ มองอกั เสบเจอี และพิษสนุ ขั บา้ เป็นตน้
ในระยะทผ่ี า่ นมา ประเทศตา่ ง ๆ ไดร้ ว่ มกนั กวาดลา้ งโรคไขท้ รพษิ ใหห้ มดไปจากโลกเป็นผลสำ� เรจ็
องคก์ ารอนามยั โลกประกาศการปลอดไขท้ รพิษในปี พ.ศ. 2523 ในปัจจบุ นั ประเทศตา่ ง ๆ ท่วั โลกกำ� ลงั
รว่ มมอื กนั กวาดลา้ งโรคโปลโิ อ ซง่ึ คาดวา่ จะเป็นผลสำ� เรจ็ ในระยะอนั ใกล้โดยใชก้ ลวธิ ีหลกั คอื การสรา้ งเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั โรคดว้ ยวคั ซีน ในอนาคตโรคตดิ ตอ่ อีกเป็นจำ� นวนมากจะไดร้ บั การปอ้ งกนั และควบคมุ ไดด้ ีขนึ้
เม่ือสามารถพฒั นาและผลติ วคั ซีนปอ้ งกนั ไดส้ ำ� เรจ็
ยุคกอ่ นการขยายการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
การใชว้ คั ซนี ปอ้ งกนั โรคในประเทศไทยเรม่ิ ขนึ้ ตงั้ แตส่ มยั รชั กาลท่ี 3 เน่ืองจากในสมยั นนั้ ปรากฏวา่
มีโรคไขท้ รพิษระบาดเป็นจำ� นวนมาก เม่ือปี พ.ศ. 2381 พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา้ เจา้ อย่หู วั จึงทรง
พระราชดำ� ริใหห้ มอหลวงนำ� หนองจากผทู้ ่ีกำ� ลงั ออกฝีมาปลกู ในคนปกติตามแบบของจีนและอินเดีย
แตก่ ็ไมเ่ ป็นผลสำ� เรจ็ ตอ่ มานายแพทยบ์ รดั เลย์(Dr. Dan Beach Bradley) มิชชนั นารชี าวอเมรกิ นั ซง่ึ เขา้ มา
ในพระนคร ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2378 บตุ รสาวของท่านไดเ้ สียชีวิตลงดว้ ยไขท้ รพิษ จึงทำ� ใหท้ ่านมีความคิด
อนั แรงกลา้ ท่จี ะหาวธิ ีปอ้ งกนั ไขท้ รพษิ ใหแ้ กค่ นไทยในสมยั นนั้ ครนั้ ในปี พ.ศ. 2382 ทา่ นไดร้ ว่ มมอื กบั หมอหลวง
โดยการนำ� หนองจากผปู้ ่ วยมาปลกู ใหค้ นปกติเพ่ือปอ้ งกนั โรคจนเป็นผลสำ� เรจ็ ต่อมาในปี พ.ศ. 2383
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้ส่ังหนองฝีป้องกันไข้ทรพิษเข้ามาจาก
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า เพ่ือใหบ้ รกิ ารแก่ขา้ ราชการและประชาชน1 แตม่ กั ประสบปัญหาวคั ซีนเสยี กลางทาง
เพราะเดนิ ทางนานทำ� ใหเ้ ชือ้ ตาย
รูปท่ี 1-1 นายแพทยแ์ ดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรดั เลย)์
ตาํ ราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมคิ ุม้ กันโรค 3
ปี 2562
นอกจากนีก้ ารคมนาคมท่ีไมส่ ะดวก ทำ� ใหม้ ีหนองสำ� หรบั การปลกู ฝีไมเ่ พียงพอ ในสมยั รชั กาลท่ี 5
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหท้ ำ� พนั ธุห์ นองฝีขึน้ ใชเ้ อง โดย
สง่ นายแพทยเ์ อชอาดมั สนั (พระบำ� บดั สรรพโรค) กบั นายแพทยอ์ ดั หลติ ะเวช ไปศกึ ษาการทำ� พนั ธหุ์ นองฝี
ท่ีประเทศฟิลปิ ปินส์แลว้ กลบั มาผลติ ใชเ้ องท่ีตำ� หนกั ส่กี ๊กั ถนนเจรญิ กรุง แตผ่ ลติ ไดพ้ นั ธหุ์ นองท่ีไมส่ ดู้ นี กั
และไมพ่ อใช้เพราะสถานท่ีคบั แคบ ในปี พ.ศ. 2446 จงึ ยา้ ยการผลติ ไปท่ีตำ� บลหว้ ยจระเข้จงั หวดั นครปฐม ซง่ึ ผลติ
ไดผ้ ลดี ไมต่ อ้ งซอื้ มาจากท่ีอ่ืน ตอ่ มาในสมยั รชั กาลท่ี 6 ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิ
จดั การปลกู ฝีปอ้ งกนั ไขท้ รพิษ เม่ือปี พ.ศ. 2456 เพ่ือใหป้ ระชาชนไดร้ บั การปลกู ฝีมากท่ีสดุ
รูปท่ี 1-2 การปลกู ฝีในปี พ.ศ. 2445
ในระยะกอ่ นสงครามโลกครงั้ ท่ีสอง มีการพฒั นาวคั ซนี ขนึ้ หลายชนิดในตา่ งประเทศ เชน่ วคั ซนี
โรคพษิ สนุ ขั บา้ วคั ซนี คอตบี วคั ซนี ไอกรน วคั ซนี บาดทะยกั วคั ซนี บซี จี ี ปอ้ งกนั วณั โรค สว่ นในประเทศไทย
เม่ือปี พ.ศ. 2455 ไดเ้ รม่ิ ผลติ วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคพษิ สนุ ขั บา้ ชนิดไขแหง้ ตามวธิ ีการของหลยุ สป์ าสเตอร์เพ่ือ
ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชนท่ีถกู สนุ ขั บา้ กดั เป็นครงั้ แรกท่ีปัสตรุ สภาหรอื สถานเสาวภาในปัจจบุ นั 2
ระยะหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ีสอง ความรูด้ า้ นวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยเ์ จรญิ ขนึ้ มีการพฒั นาและ
ผลติ วคั ซนี เพ่มิ ขนึ้ ประเทศไทยนำ� วคั ซนี มาใชป้ อ้ งกนั โรคมากขนึ้ เป็นลำ� ดบั โดยในปี พ.ศ. 2488 กระทรวง
สาธารณสุข เร่ิมนำ� วคั ซีนคอตีบและไอกรนชนิดเด่ียวมาใช้ ในปี พ.ศ. 2493 กระทรวงสาธารณสุข
เร่ิมโครงการทดลองขยายการใชว้ คั ซีนในบางพืน้ ท่ี โดยการสนบั สนนุ ขององคก์ ารอนามยั โลก ต่อมา
ในชว่ งปี พ.ศ. 2496-2499 กระทรวงสาธารณสขุ จดั ทำ� โครงการชำ� นญั พเิ ศษ เพ่ือรณรงคฉ์ ีดวคั ซนี ปอ้ งกนั
วณั โรค (BCG) ในเดก็ ซง่ึ เป็นผลสำ� เรจ็ ในปี พ.ศ. 2510 กระทรวงสาธารณสขุ จงึ ขยายผลตอ่ ไป โดยเรม่ิ
ผสมผสานงานฉีดวคั ซีนบีซีจีเขา้ ในระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ในลกั ษณะโครงการบรู ณาการ (Integrated
program) เป็นครงั้ แรก ถดั มาในชว่ งปี พ.ศ. 2510-2512 ไดน้ ำ� วคั ซนี รวม คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน (DTP)
และวคั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทาน (OPV) มารว่ มใหบ้ รกิ ารดว้ ย
4 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภมู คิ มุ้ กนั โรค
ปี 2562
เม่ือการใหว้ คั ซนี ปอ้ งกนั โรคแกป่ ระชาชนในประเทศเรม่ิ ขยายตวั ขนึ้ แตก่ ารใชว้ คั ซนี ยงั ไมอ่ ยใู่ น บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กนั โรคในประเทศไทย
มาตรฐานเดียวกนั ในปี พ.ศ. 2513 กระทรวงสาธารณสขุ จงึ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการพิจารณาการสรา้ งเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั โรคขึน้ เพ่ือจดั ทำ� กำ� หนดการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค และวิธีใหว้ คั ซีนท่ีเหมาะสม โดยอาศยั
คำ� แนะนำ� ขององคก์ ารอนามยั โลกเป็นหลกั ในการพิจารณา และจดั ทำ� เป็นเอกสารค่มู ือการสรา้ งเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั โรคฉบบั แรกในปี พ.ศ. 25143 เพ่ือใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีอนามยั และโรงพยาบาลต่างๆ ไดย้ ึดถือเป็น
แนวปฏบิ ตั ิ ตอ่ มาคณะกรรมการคณะดงั กลา่ วนี้ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ปรบั ปรุงองคป์ ระกอบเป็นระยะอยา่ งตอ่ เน่อื ง
ในปัจจบุ นั คือ อนกุ รรมการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคภายใตค้ ณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ ซง่ึ แตง่ ตงั้ โดย
คณะรฐั มนตรี และคมู่ ือการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคก็ไดร้ บั การปรบั ปรุงใหมเ่ ป็นระยะ ตามคำ� แนะนำ� ของ
คณะกรรมการฯ ใหท้ นั สมยั เหมาะสมกบั สถานการณจ์ นถงึ ฉบบั ปัจจบุ นั
การขยายการสร้างเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค (Expanded Program on Immunization, EPI)
การใหบ้ รกิ ารวคั ซีนในประเทศไทยชว่ งหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ีสอง สว่ นใหญ่เป็นไปอยา่ งเฉพาะกิจ
หรือตามสภาพปัญหา ยงั มิไดบ้ ริหารจดั การอย่างเป็นระบบ ไม่มีการกำ� หนดประชากรกล่มุ เป้าหมาย
การใหว้ คั ซีนท่ีแนน่ อน มกั ใหว้ คั ซีนแก่เดก็ โตซง่ึ ในความเป็นจรงิ มีความเส่ยี งท่ีจะตดิ โรคนอ้ ยกวา่ เดก็ เลก็
ระบบลกู โซค่ วามเยน็ ยงั ไมเ่ ป็นมาตรฐาน อตั ราความครอบคลมุ ของการใหว้ คั ซนี อยใู่ นระดบั ต่ำ� จงึ ยงั ไมส่ ามารถ
ปอ้ งกนั โรคไดด้ ีเพียงพอ
ดงั นนั้ เพ่ือท่ีจะพฒั นาการปอ้ งกนั โรคดว้ ยวคั ซีนใหไ้ ดผ้ ลดีย่ิงขนึ้ ตอ่ เน่ืองจากการผสมผสาน
การใหว้ คั ซนี เขา้ กบั บรกิ ารสาธารณสขุ ในพนื้ ทซ่ี ง่ึ เรม่ิ ขนึ้ ในทศวรรษกอ่ น ในปี พ.ศ. 2520 กระทรวงสาธารณสขุ
จึงริเร่ิมการขยายงานสรา้ งเสริมภูมิคุม้ กันโรค (Expanded Program on Immunization, EPI) โดย
การแนะนำ� และสนบั สนนุ ทางวชิ าการขององคก์ ารอนามยั โลก เรม่ิ ตน้ ดว้ ยวคั ซนี 4 ชนิด คอื ในเดก็ กลมุ่ อายุ
ต่ำ� กวา่ 1 ปี ไดแ้ ก่ วคั ซีน BCG, DTP, OPV (เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร) และในกลมุ่ หญิงตงั้ ครรภ์
กำ� หนดใหม้ ีการฉีดวคั ซีนบาดทะยกั (T)
นอกจากนีย้ งั มีการปรบั ปรุงระบบหว่ งลกู โซค่ วามเยน็ (cold chain) โดยไดร้ บั ความชว่ ยเหลือ
จาก UNICEF และ WHO ในการจดั หาตเู้ ยน็ หีบแชเ่ ยน็ และกระตกิ ใสว่ คั ซีนสำ� หรบั บรกิ ารนอกสถานท่ี
รวมทงั้ อบรมบคุ ลากร ในปี พ.ศ. 2540 ไดเ้ รม่ิ มีการจดั ระบบเฝา้ ระวงั อาการภายหลงั รบั วคั ซีน (Adverse
event following immunization : AEFI) เพ่ือใหม้ ่นั ใจวา่ วคั ซีนมีความปลอดภยั และตรวจจบั ปัญหาจาก
วคั ซีนเพ่ือจะไดแ้ กไ้ ขไดท้ นั ทว่ งที
การบรหิ ารจดั การ
การใหบ้ รกิ ารวคั ซนี ภายใตแ้ ผนงาน EPI ดำ� เนินการแบบผสมผสานหรอื บรู ณาการเขา้ ในระบบ
บริการสาธารณสขุ ทงั้ ภาครฐั และภาคเอกชนท่วั ประเทศมาตงั้ แต่ตน้ โดยตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2520-2552
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ เป็นหนว่ ยงานท่ีรบั ผิดชอบดแู ลดา้ นนโยบาย ยทุ ธศาสตร์วชิ าการ
การประสานจดั การรวมทงั้ การจดั หาและกระจายวคั ซนี ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2553 สำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพ
แห่งชาติเป็นหน่วยงานท่ีรบั ผิดชอบการจัดหาและกระจายวคั ซีน โดยปรบั ระบบการกระจายวคั ซีน
ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภมู ิคมุ้ กันโรค 5
ปี 2562
จากคลงั ส่วนกลางไปยงั คลงั ระดบั อำ� เภอโดยตรงดว้ ยการใชร้ ะบบท่ีผขู้ ายบริหารสินคา้ คงคลงั ใหผ้ ซู้ ือ้
(Vendor Managed Inventory หรอื VMI) ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2548 ไดม้ ีการพฒั นามาตรฐานจดั การวคั ซนี และ
ระบบลกู โซค่ วามเยน็ และคณุ ภาพบรกิ าร
ในขณะนปี้ ระชาชนมากกวา่ รอ้ ยละ 90 ไดร้ บั วคั ซนี ในระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั สว่ นบรกิ าร
วคั ซีนในสถานบรกิ ารภาคเอกชนเป็นท่ีนิยมในเขตเมือง
เปา้ หมายหลกั ของการขยายงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค คอื การปกปอ้ งประชาชนใหป้ ลอดภยั
จากโรคท่ีปอ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวคั ซีนใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ แนวทางสำ� คญั ท่ีนำ� สเู่ ปา้ หมายดงั กลา่ วคือการเพ่ิมชนิด
วคั ซีน การขยายกลมุ่ เปา้ หมายและการขยายความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซีน
รูปท่ี 1-3 การกระจายวคั ซีนดว้ ยระบบ VMI
การเพิม่ ชนดิ วัคซนี ทใ่ี หบ้ ริการในงานสร้างเสรมิ ภมู คิ ุม้ กันโรค
นบั ตงั้ แตเ่ รม่ิ ตน้ การขยายงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคมาจนปัจจบุ นั เป็นเวลากวา่ 3 ทศวรรษ
มีการเพ่ิมชนิดวคั ซีนอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามพฒั นาการของระบบบรกิ ารสาธารณสขุ และตามกำ� ลงั
งบประมาณของประเทศ ดงั ท่สี รุปไวใ้ นตารางท่ี 1-1 ในปัจจบุ นั งานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคมวี คั ซนี พนื้ ฐาน
ท่ีใหบ้ รกิ ารจำ� นวนรวม 8 ชนิด ซง่ึ มีแอนตเิ จนท่ีกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ปอ้ งกนั โรค รวม 11 ชนิด ไดแ้ ก่ วคั ซีน
วณั โรค (BCG) วคั ซนี ตบั อกั เสบบี (HB) วคั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน-ตบั อกั เสบบ-ี ฮบิ (DTP-HB-Hib)
วคั ซนี โปลโิ อชนดิ รบั ประทาน (OPV) วคั ซนี โปลโิ อชนดี ฉีด (IPV) วคั ซนี รวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR)
วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอีชนิดเชือ้ เป็น (LAJE) วคั ซีน คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน (DTP) วคั ซีนคอตีบ-
บาดทะยกั (dT) วคั ซีนวคั ซีนปอ้ งกนั มะเรง็ ปากมดลกู จากเชือ้ เอชพีวี (HPV) และสามารถปอ้ งกนั ได้12 โรค
6 ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภมู ิคุ้มกนั โรค
ปี 2562
ตารางท่ี 1-1 สรุปชนิดวคั ซีนท่ีใหบ้ รกิ ารในงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2520 ถงึ ปัจจบุ นั บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กนั โรคในประเทศไทย
2520- 2525- 2530- 2535- 2540- 2545- 2550- 2560- หมายเหตุ
2524 2529 2534 2539 2544 2549 2559 2563
BCG BCG BCG BCG BCG BCG BCG BCG
DTP DTP DTP DTP DTP DTP DTP DTP เปล่ยี น DTP เป็น DTP-HB ในเดก็ อายุ
DTP-HB DTP-HB ต่ำ� กวา่ 1 ปี ท่วั ประเทศตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2551
OPV OPV OPV OPV OPV OPV bOPV bOPV เปล่ยี น Trivalent OPV เป็น bivalent OPV และเพ่ิม
IPV IPV วคั ซีน IPV 1 ครงั้ แก่ทารกอายุ 4 เดือน
T T T T T T/dT dT dT เปล่ยี น T เป็น dT
ในหญิงตงั้ ครรภท์ ่วั ประเทศตงั้ แต่ ปีพ.ศ. 2548
Ty Ty Ty - - - - - ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น และยกเลกิ ใน ปี พ.ศ. 2533
dT dT dT dT dT dT dT ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น (เก็บตก ป.1 และกระตนุ้ ทกุ ราย
ตอน ป.6)
M M M M M M/MMR MMR เปล่ยี น M เป็น MMR ในเดก็ อายุ 9-12 เดือน
ท่วั ประเทศ ตงั้ แตปี พ.ศ. 2553
R R R - - - - ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น
MMR MMR MMR MMR เปล่ียน M และ R ในนกั เรียน ชนั้ ป.1 เป็น MMR
ท่วั ประเทศ ตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2540
JE JE JE JE JE JE เรม่ิ มีการใช้ live vaccine แทน mouse brain de-
rived ใน 8 จงั หวดั ภาคเหนือ เป็นโครงการ นำ� รอ่ ง
จากนนั้ ในปี 2559 จงึ ใหใ้ ชว้ คั ซีนท่วั ประเทศ
HB HB HB HB HB
HPV สำ� หรบั นกั เรยี นหญิง ป.5 ในปี 2560
Hib เรม่ิ ใหว้ คั ซีน Hib โดยใชเ้ ป็นวคั ซีนรวมกบั
คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน-ตบั บี (DTP-HB-Hib)
Rota เรม่ิ ใหใ้ นทารก ตงั้ แตป่ ี 2563
ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมคิ ้มุ กันโรค 7
ปี 2562
Rota เรม่ิ ใชป้ ี พ.ศ. 2563
Hib เรม่ิ ใชเ้ ป็น DTP-HB-Hib
HPV นกั เรยี นหญิง ชนั้ ป.5
Flu เรม่ิ ใหใ้ นปี พ.ศ. 2547 เฉพาะกลมุ่ เส่ยี ง
HB เรม่ิ ใชใ้ นปี พ.ศ. 2535
JE เรม่ิ ใช้ LAJE ในปี พ.ศ. 2555 ในจงั หวดั นำ� รอ่ ง และขยายท่วั ประเทศในปี พ.ศ. 2559
MMR เปล่ยี น M และ R เป็น MMR ในนกั เรยี นชนั้ ป.1 ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2540
R ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น
M เปล่ยี น M เป็น MMR ในในเดก็ อายุ 9-12 เดือน ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2553
dT ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น (เก็บตก ป.1 และกระตนุ้ ทกุ รายใน ป.6)
Ty ใหใ้ นกลมุ่ นกั เรยี น และยกเลกิ ในปี พ.ศ. 2533
T เปล่ยี น T เป็น dT ในหญิงตงั้ ครรภท์ ่วั ประเทศ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2548
โปลโิ อ ในปี 2559 เปล่ยี นจากชนิดกิน 3 สายพนั ธุ์ เป็น 2 สายพนั ธุ์ และเพ่ิมชนิดฉีด 1 ครงั้ ในเดก็ อายุ 4 เดือน
DTP เปล่ยี นเป็น DTP-HB ในเดก็ อายตุ ่ำ� กวา่ 1 ปี ตงั้ แต่ พ.ศ. 2561 และเปล่ยี นเป็น DTP-HB-Hib ในปี 2562
BCG ใหเ้ ดก็ แรกเกิดทกุ คน
2520 2525 2530 2535 2540 2540 2545 2550 2555 2560 2562
ในขณะท่ีเพ่มิ ชนิดของวคั ซนี ก็มีการเพ่มิ จำ� นวนครงั้ ท่ีใหว้ คั ซนี แตล่ ะชนิด เพ่ือยืดระยะภมู คิ มุ้ กนั โรค
สำ� หรบั ผรู้ บั วคั ซีนแตล่ ะคนอยา่ งเป็นขนั้ ตอน พอสรุปไดด้ งั นี้ 4-8
วคั ซีนวณั โรค (BCG) เร่ิมตน้ ใหห้ น่ึงครงั้ ในเด็กแรกเกิด ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 กำ� หนดใหซ้ ำ้�
ในเด็กนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 ทุกคน ครนั้ ถึงปี พ.ศ. 2535 ไดก้ ำ� หนดใหซ้ ำ้� เม่ืออายุ 4-6 ปี
(ตามแผนการปฏบิ ตั งิ านของกระทรวงสาธารณสขุ ดำ� เนนิ การในนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1) หากไมม่ ี
แผลเป็นจากการไดร้ บั วคั ซีนมาก่อน และในปี พ.ศ. 2546 กำ� หนดใหซ้ ำ้� ในนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
เฉพาะในรายท่ีไม่มีหลกั ฐานการไดร้ บั วคั ซีนบีซีจีในอดีตและไม่มีแผลเป็นจากการใหว้ คั ซีนครงั้ ก่อน
หากเคยไดร้ บั แตไ่ มม่ ีแผลเป็นไมต่ อ้ งใหซ้ ำ้�
วคั ซีนรวม คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน (DTP) เรม่ิ ใหว้ คั ซีน DTP ชนิดทงั้ เซลล์ (DTwP) สองครงั้
แก่เด็กอายุ 2 เดือนและ 4 เดือน ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 เพ่ิมใหค้ รงั้ ท่ีสามแก่เด็กอายุ 6 เดือน ครนั้ ถึง
ปี พ.ศ. 2534 จึงเพ่ิมใหว้ คั ซีนครงั้ ท่ีส่ีแก่เด็กอายุ 1½ -2 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ไดป้ รบั เพ่ิมอายุ
การรบั วคั ซีนครงั้ ท่ีหา้ ในเดก็ อายุ 4 ปี
วคั ซนี โปลโิ อชนิดรบั ประทาน (OPV) มีการ
เพม่ิ จำ� นวนครงั้ สำ� หรบั เดก็ แตล่ ะคนขนานกนั กบั วคั ซนี
DTP โดยก่อนปี พ.ศ. 2520 มีการใหว้ คั ซีน OPV
ในรูปโครงการเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และ
ในปี พ.ศ. 2521 เรม่ิ ขยายการใหว้ คั ซีนใน 24 จงั หวดั
แลว้ คอ่ ย ๆ ขยายไปจงั หวดั อ่นื จนเตม็ พนื้ ท่ที กุ จงั หวดั
ในปี พ.ศ. 2525 ในปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยพบผปู้ ่วย
โปลิโอเป็นรายสุดทา้ ย จากนั้นประเทศไทยไดร้ บั
8 ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันโรค
ปี 2562
การรบั รองเป็นประเทศในภมู ภิ าคท่กี วาดลา้ งโปลโิ อไดส้ ำ� เรจ็ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย ไดเ้ ปลย่ี น บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กนั โรคในประเทศไทย
วคั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทานจาก 3 สายพนั ธุ์ เป็น 2 สายพนั ธุ์ (1 และ 3) และเพ่ิมวคั ซีนโปลโิ อชนิดฉีด
3 สายพนั ธุ์ ใหแ้ กเ่ ดก็ อายุ 4 เดอื น 1 เขม็ ทงั้ นีเ้ ป็นไปตามคำ� แนะนำ� ขององคก์ ารอนามยั โลก ตามมาตรการ
กวาดลา้ งโปลโิ อ
วคั ซีนหดั (M) ในปี พ.ศ. 2527 เรม่ิ ใหห้ นง่ึ ครงั้ แก่เดก็ อายุ 9-12 เดือน ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2539
จงึ เพ่มิ ใหค้ รงั้ ท่ีสอง แกเ่ ดก็ นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ครนั้ ถงึ ปี พ.ศ. 2540 ไดเ้ ปล่ยี นวคั ซนี หดั สำ� หรบั
เดก็ นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 เป็นวคั ซีนรวม หดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR) และใน ปีพ.ศ.2553
ไดเ้ ปล่ียนวคั ซีนหดั สำ� หรบั เด็กอายุ 9-12 เดือน เป็นวคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั (MMR) ต่อมา
ในปี พ.ศ. 2557 ไดเ้ ปล่ียน MMR ในนกั เรียน ป.1 เป็นเด็กอายุ 2½ ปี โดยมีการใหว้ คั ซีนแบบเก็บตก
ในเดก็ อายุ 2½-7 ปี ในปี 2558 เพ่ือใหเ้ ดก็ ในชว่ งอายนุ นั้ ไดร้ บั วคั ซีน จะไดไ้ มพ่ ลาดโอกาสรบั วคั ซีนเม่ือ
มกี ารเปลย่ี นอายขุ อง MMR เขม็ ท่ี 2 ถือเป็นโครงการในสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
นอกจากนีย้ งั มีการจดั สรรวคั ซีน MR ใหบ้ คุ ลากรทางการแพทย์ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ.2561 เป็นตน้ มา
วคั ซีนหดั เยอรมนั (R) เร่ิมใหแ้ ก่เด็กนกั เรียนหญิงชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2529
โดยมงุ่ ลดปัญหา congenital rubella syndrome เป็นสำ� คญั ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2536 จงึ เพ่ิมใหว้ คั ซีนนี้
แกเ่ ดก็ นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ทงั้ หญิงและชายไปพรอ้ มกนั ดว้ ย เพ่ือตดั วงจรการแพรโ่ รคในชมุ ชน
ใหไ้ ดผ้ ลมากขนึ้ ตอ่ มาหลงั จากท่ีประมาณวา่ เดก็ ท่ีเคยไดร้ บั วคั ซีนครงั้ แรกเม่ือเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
ไดเ้ ตบิ โตจนเขา้ เรยี นถงึ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 แลว้ จงึ งดการใหว้ คั ซนี นีแ้ กน่ กั เรยี นหญิงชนั้ ประถมศกึ ษา
ปีท่ี 6 ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2541 เป็นตน้ มา
วคั ซนี ตบั อกั เสบบี (HB) เรม่ิ มีการใชใ้ นประเทศไทยตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2531 แตเ่ รม่ิ ใหว้ คั ซนี แกท่ ารก
แรกเกิดทกุ คนท่วั ประเทศตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2535 ตอ่ มาปีพ.ศ. 2539 กระทรวงสาธารณสขุ ไดด้ ำ� เนินโครงการ
สาธิตการใชว้ คั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน-ตบั อกั เสบบี (DTP-HB) ในจงั หวดั เชยี งรายและไดท้ ำ� การ
ประเมินผลโครงการพบวา่ วคั ซีนดงั กลา่ วมีประสิทธิภาพในการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรคดี มีความปลอดภยั
และเป็นท่ียอมรบั ของประชาชน ดงั นนั้ เพ่ือเป็นการลดความเจ็บปวดของเดก็ จากการฉีดวคั ซีนหลายเข็ม
ตลอดจนลดขนั้ ตอนการบรกิ ารของเจา้ หนา้ ท่ี ในปี พ.ศ. 2548 กระทรวงสาธารณสขุ จงึ ไดเ้ รม่ิ ขยายพืน้ ท่ี
การใชว้ คั ซนี รวม DTP-HB ใน 12 จงั หวดั แลว้ คอ่ ย ๆ ขยายไปจงั หวดั อ่ืนจนเตม็ พืน้ ท่ีทกุ จงั หวดั ในปี พ.ศ. 2551
โดยมีกำ� หนดการใหว้ คั ซีนคือ ใหว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีแก่เดก็ แรกเกิด จากนนั้ ใหว้ คั ซีนรวม DTP-HB แก่เดก็
อายุ 2, 4 และ 6 เดือน สำ� หรบั เด็กท่ีคลอดจากมารดาท่ีเป็นพาหะของโรคตบั อกั เสบบี จะไดร้ บั วคั ซีน
ตบั อกั เสบบีเพ่ิมอีก 1 เข็ม เม่ือเดก็ อายุ 1 เดือน
วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอีชนิดเชือ้ ตาย ท่ีผลติ จากสมองหนู (Inactivated Japanese encephalitis
vaccine หรอื mouse brain derived vaccine: JE) เรม่ิ ตน้ ใหส้ องครงั้ แกเ่ ดก็ อายุ 1½ ปีถงึ 2 ปี ในบางจงั หวดั
ทางภาคเหนือ ตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2533 ตอ่ มาขยายพืน้ ท่ีใหบ้ รกิ ารวคั ซนี นีท้ ีละนอ้ ยจนครบทกุ จงั หวดั ในภาคเหนือ
รวมถงึ จงั หวดั ในภาคอ่ืนๆ ท่ีมีอบุ ตั กิ ารณโ์ รคไขส้ มองอกั เสบสงู จนถงึ ปี พ.ศ. 2543 จงึ ขยายใหว้ คั ซีนชนิดนี้
ทงั้ ประเทศ และเพ่มิ ใหว้ คั ซนี ครงั้ ท่สี ามเพ่อื กระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั โรคในเดก็ อายุ 2½ ปีถงึ 3 ปี ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2544
ในปี พ.ศ. 2556 ไดเ้ รม่ิ มีการใชว้ คั ซีนเจอีชนิดเชือ้ มีชีวิต นำ� รอ่ งใน 8 จงั หวดั ภาคเหนือ ไดแ้ ก่ เชียงใหม่
เชียงราย แมฮ่ อ่ งสอน ลำ� ปาง ลำ� พนู นา่ น แพร่ พะเยา และในปี พ.ศ. 2559 ไดใ้ ชว้ คั ซนี ชนดิ เชอื้ มชี ีวติ ทงั้ ประเทศ
ตําราวัคซนี และการสร้างเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค 9
ปี 2562
วคั ซนี บาดทะยกั (T) เรม่ิ ใหแ้ กห่ ญิงมีครรภ์คนละ 2 ครงั้ ตอ่ มาจงึ เพ่มิ ใหว้ คั ซนี ครงั้ ท่ีสามตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2536
ครนั้ ถงึ ปี พ.ศ. 2548 ไดเ้ ปลย่ี นไปใชว้ คั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั (dT) แทน เพ่อื กระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคคอตบี
ซง่ึ จะลดต่ำ� ลงในผใู้ หญ่ เน่ืองจากไมม่ ีการติดเชือ้ ตามธรรมชาติมากระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั นอกจากนีไ้ ดม้ ีการ
ใหว้ คั ซีน dT แก่ผใู้ หญ่อายุ 20 – 50 ปี ท่วั ประเทศ เพ่ือเป็นการยกระดบั ภมู ิคมุ้ กนั คอตีบและบาดทะยกั
จากนนั้ แนะนำ� ใหร้ บั วคั ซีน dT ทกุ 10 ปี เม่ืออายลุ งทา้ ยดว้ ย “0”
วคั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั (dT) เรม่ิ ใหแ้ ก่นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 คนละ 2 ครงั้ ตงั้ แต่
ปี พ.ศ. 2525 ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2536 ไดป้ รบั กำ� หนดการใหเ้ ฉพาะในเดก็ ท่ีไดร้ บั วคั ซีน DTP มาไมค่ รบ
และใหว้ คั ซนี นีแ้ กน่ กั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ทกุ คน ๆ ละ 1 ครงั้ เพ่อื ขยายระยะภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคคอตบี
และบาดทะยกั ใหย้ าวนานขนึ้
วคั ซีนปอ้ งกนั โรคเย่ือหมุ้ สมองอกั เสบจากเชือ้ ฮิบ (Haemophilus influenzae type b: Hib) ไดร้ บั
การจดั สรรใหเ้ ดก็ อายตุ งั้ แต่ 2 เดอื น โดยใหเ้ ป็นวคั ซนี รวมกบั วคั ซนี คอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน-ตบั อกั เสบบี
(DTP-HB-Hib) เรม่ิ ใหป้ ี 2562
สำ� หรบั วคั ซนี ไขท้ ยั ฟอยด์(Ty) ชนิดฉีด เรม่ิ ใหแ้ กน่ กั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2521
แตต่ อ่ มาพบปัญหาการเกิดอาการขา้ งเคียงหลงั ไดร้ บั วคั ซีนบอ่ ย และพบโรคทยั ฟอยดน์ อ้ ยลงมาก จงึ ยตุ ิ
การใชว้ คั ซีนนีต้ งั้ แตป่ ี พ.ศ. 2533
วัคซีนไขห้ วัดใหญ่ เร่ิมมีการจัดสรรใหใ้ นบุคลากรดา้ นสาธารณสุขท่ีมีความเส่ียงต่อโรค
โดยรวมถงึ เจา้ หนา้ ท่ที ่มี โี อกาสเสย่ี งตอ่ ไขห้ วดั นก ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2547 ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2551 เรม่ิ มกี ารจดั สรร
เพ่ิมใหใ้ นประชาชนกลมุ่ เส่ยี งไดแ้ ก่ ผสู้ งู อายุ และผทู้ ่ีมีโรคเรอื้ รงั 7 โรค ไดแ้ ก่ โรคปอดอดุ กนั้ เรอื้ รงั หอบหืด
หวั ใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวายเรือ้ รงั มะเรง็ ท่ีกำ� ลงั รบั เคมีบำ� บดั เบาหวาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2553
มีการขยายกลมุ่ ประชากรท่ีใหว้ คั ซีน โดยรวมถงึ ธาลสั ซีเมีย และภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง รวมทงั้ ผตู้ ดิ เชือ้ เอชไอวี
ท่ีมีอาการ หญิงตงั้ ครรภช์ ว่ งไตรมาสท่ีสาม ผทู้ ่ีมีโรคอว้ น ผปู้ ่วยสมองพิการ และเดก็ อายุ 6 เดือน-2 ปี
เพราะมีการระบาดของไขห้ วดั ใหญ่ สายพนั ธใุ์ หม่ H1N1 (2009) ซง่ึ พบวา่ ผปู้ ่ วยอว้ นและสมองพิการ
เป็นผทู้ ่ีเส่ยี งดว้ ย ในปี พ.ศ. 2555 ไดม้ ีการปรบั กลมุ่ เส่ยี งเพ่ิมคือ หญิงมีครรภ์ ตงั้ แตอ่ ายคุ รรภ์ 4 เดือนขนึ้ ไป
วคั ซีนเอชพีวีปอ้ งกนั มะเรง็ ปากมดลกู เรม่ิ จดั สรรใหใ้ นเดก็ หญิงชนั้ ประถมปีท่ี 5 ตงั้ แตป่ ี 2560
เป็นตน้ มา โดยใหฉ้ ีด 2 เขม็ หา่ งกนั 6-12 เดือน
วคั ซีนโรตา้ เรม่ิ จดั สรรใหใ้ นเดก็ ทารก อายนุ อ้ ยกวา่ 4 เดือน ตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2563
การขยายความครอบคลุมของการรับวัคซนี
การขยายความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซีนในประชาชนกลมุ่ เปา้ หมายเพ่ือใหไ้ ดป้ ระโยชน์
สงู สดุ จากวคั ซนี ในการปอ้ งกนั และควบคมุ โรค ทำ� โดยเพม่ิ กลมุ่ เปา้ หมายผรู้ บั วคั ซนี และเพม่ิ ความครอบคลมุ
ของการรบั วคั ซีนในกลมุ่ เปา้ หมาย
การเพ่ิมกล่มุ เป้าหมายผรู้ บั วคั ซีน ไดด้ ำ� เนินการในหลายกรณี ไดแ้ ก่ กรณีการเพ่ิมเป้าหมาย
ใหว้ คั ซนี ในกลมุ่ อายทุ ่ีสงู ขนึ้ เพ่ือขยายระยะภมู ิคมุ้ กนั จากวคั ซนี ใหย้ าวนานขนึ้ โดยเพ่ิมจำ� นวนครงั้ ของการ
ใหว้ คั ซนี (เชน่ วคั ซนี DTP, OPV, dT) หรอื เพ่ือสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั แกผ่ ทู้ ่ีพลาดวคั ซนี เม่ืออายนุ อ้ ย (เชน่ วคั ซนี
บซี จี ,ี MMR) กรณีการขยายพนื้ ทเ่ี ปา้ หมายการปอ้ งกนั โรค (เชน่ วคั ซนี JE) และกรณีการขยายวตั ถปุ ระสงค์
10 ตําราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562
ของการป้องกนั โรค (เช่น วคั ซีนหดั เยอรมนั ซ่งึ เพ่ิมการใหว้ คั ซีนในกล่มุ นกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กนั โรคในประเทศไทย
ทงั้ สองเพศ จากเดมิ ซง่ึ ใหว้ คั ซีนเฉพาะนกั เรยี นหญิงชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เพราะเพ่ิมวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีจะ
ตดั การแพรเ่ ชือ้ ในชมุ ชน นอกเหนือจากวตั ถปุ ระสงคเ์ ดมิ คือปอ้ งกนั congenital rubella syndrome)
การเพม่ิ ความครอบคลมุ ของการรบั วคั ซนี ในกลมุ่ เปา้ หมาย9 โดยขยายบรกิ ารใหเ้ ขา้ ถงึ กลมุ่ เปา้ หมาย
หรืออำ� นวยความสะดวกใหป้ ระชาชนกล่มุ เป้าหมายเขา้ ถึงบริการไดม้ ากท่ีสดุ อตั ราความครอบคลมุ
ของวคั ซีนทกุ ชนิดในงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคในประเทศไทยมีแนวโนม้ สงู ขนึ้ โดยตลอด (รูปท่ี 1-3)
จากการสำ� รวจของกระทรวงสาธารณสขุ ครงั้ ลา่ สดุ ในปี พ.ศ. 2551 พบวา่ อตั ราความครอบคลมุ โดยเฉลย่ี
ของวคั ซนี ทกุ ชนิดในงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค (ยกเวน้ วคั ซนี DTP และ OPV ครงั้ ท่ี 5) อยใู่ นระดบั สงู กวา่
รอ้ ยละ 90 (ตารางท่ี 1-2)
รูปท่ี 1-4 ความครอบคลมุ ของวคั ซนี ขนั้ พนื้ ฐานครบชดุ ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี และหญิงตงั้ ครรภป์ ี 2530-2556
100
80
วณั โรค
60 คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน 3 ครงั้
40 โปลโิ อ 3 ครงั้
20 หดั
บาดทะยกั ครบชดุ ในหญิงตงั้ ครรภ์
0
2530 2531 2532 2533 2534 2535 2536 2537 2538 2539 2540 2541 2542 2546 2551 2556
ท่ีมา: การสำ� รวจดว้ ยวธิ ี 30 - Cluster survey, กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
ตําราวคั ซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กันโรค 11
ปี 2562
ตารางท่ี 1-2 อตั ราความครอบคลมุ โดยเฉล่ียของวคั ซีนในงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค ในประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2556
วัคซนี ร้อยละ
BCG 100
DTP และ OPV ครบ 3 ครงั้ 99.3
DTP และ OPV ครบ 4 ครงั้ 97.8
DTP และ OPV ครบ 5 ครงั้ 90.4
HB ครบ 3 ครงั้ 99.3
MMR 1 ครงั้ 98.7
JE ครบ 2 ครงั้ 96.2
JE ครบ 3 ครงั้ 91.7
T ในหญิงตงั้ ครรภ์ (2 ครงั้ หรอื กระตนุ้ ) 96.4
ท่ีมา: การสำ� รวจดว้ ยวิธี Cluster survey โดยกรมควบคมุ โรคปี พ.ศ. 2556
การขยายความครอบคลุมของวัคซีน ตัง้ แต่เร่ิมงานขยายการสรา้ งเสริมภูมิคุม้ กันโรคใน
ประเทศไทย สง่ ผลใหโ้ รคท่ีปอ้ งกนั ดว้ ยวคั ซนี ทกุ โรคลดลงอยา่ งมาก สะทอ้ นจากรายงานการเฝา้ ระวงั โรค
ของกระทรวงสาธารณสุข โรคท่ีลดลงมากท่ีสุดคือโปลิโอ โดยพบผูป้ ่ วยรายสุดทา้ ยในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2540 สว่ นโรคหดั มีแนวโนม้ ลดลงอยา่ งชดั เจน แตย่ งั คงมีการระบาดเป็นระยะในพืน้ ท่ีท่ีมีอตั รา
ความครอบคลมุ ของวคั ซีนหดั ในระดบั ต่ำ�
แนวทางการปรบั ปรุงงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุม้ กนั โรคในอนาคต
หลงั จากท่ีงานสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรคในประเทศไทย ไดด้ ำ� เนินดว้ ยความกา้ วหนา้ มากว่า
สามทศวรรษ ซง่ึ ยงั ประโยชนต์ อ่ การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคในประเทศสมความประสงค์ ในระยะตอ่ ไป
ผทู้ ่ีรบั ผดิ ชอบในงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคทกุ ระดบั ยงั มีภาระท่ีจะคงระดบั ความสำ� เรจ็ ของงานภายใต้
การปฏิรูประบบบรกิ ารสาธารณสขุ ซง่ึ กำ� ลงั ดำ� เนินอยู่ พรอ้ มทงั้ ขยายความสำ� เรจ็ ตอ่ ไปทงั้ ในเชิงปรมิ าณ
เชน่ การเพ่ิมชนิดวคั ซีน การเพ่ิมกลมุ่ เปา้ หมาย การเพ่ิมความครอบคลมุ ของบรกิ ารวคั ซีนในภาครฐั และ
ภาคเอกชนและในเชิงคณุ ภาพ เชน่ การดแู ลคณุ ภาพวคั ซีน การเก็บรกั ษาวคั ซีนในระบบลกู โซค่ วามเยน็
อยา่ งถกู ตอ้ ง การควบคมุ ความปลอดภยั ในการใหบ้ รกิ ารวคั ซีน การทำ� ลายอปุ กรณก์ ารฉีดวคั ซีนอยา่ ง
เหมาะสม การเฝา้ ระวงั อาการขา้ งเคยี งจากวคั ซนี การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการควบคมุ คลงั เกบ็ วคั ซนี การสรา้ ง
ความรูค้ วามเขา้ ใจของประชาชน และการเพม่ิ ความพงึ พอใจของประชาชนในการรบั บรกิ ารวคั ซนี เป็นตน้
12 ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภูมิคุม้ กนั โรค
ปี 2562
บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสร้างเสรมิ ภูมคิ ้มุ กนั โรคในประเทศไทย
2560
2558
2556
2554
2552
2550
2548
2546
2544
2542
2540
2538
2536
2534
2532
2530
2528
2526
2524
2522
2520
อุบตั ิการณ์ของโรคที่ป้องกนั ด้วยวัคซนี เปรียบเทียบกับอัตราความครอบคลมุ ของวัคซีนในประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2520 – 2560
รูปท่ี 1-5 อตั ราป่วยโรคคอตีบและความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซีน DTP ครบ 3 ครงั้
ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี : ประเทศไทย พ.ศ. 2520-2560
อัตราป่ วยตอ่ ประชากรแสนคน ความครอบคลุม (ร้อยละ)
6 100
5 90
4 80
3 70
2 60
1 50
0 40
30
20
10
0
ความครอบคลุมของการไดร้ ับวัคซนี DTP ครบ 3 ครั้ง อัตราป่ วยโรคคอตบี
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค
รูปท่ี 1-6 อตั ราป่วยโรคไอกรนและความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซีน DTP ครบ 3 ครงั้
ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี : ประเทศไทย พ.ศ. 2520-2560
อัตราป่ วยตอ่ ประชากรแสนคน ความครอบคลุม (ร้อยละ)
12 100
10 80
8 60
6 40
4 20
2 0
0
2560
2558
2556
2554
2552
2550
2548
2546
2544
2542
2540
2538
2536
2534
2532
2530
2528
2526
2524
2522
2520
ความครอบคลุมของการไดร้ ับวัคซนี DTP ครบ 3 ครั้ง อัตราป่ วยโรคไอกรน
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค
ตาํ ราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค 13
ปี 2562
รูปท่ี 1-7 อตั ราป่วยโรคโปลโิ อและความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซีน OPV ครบ 3 ครงั้
ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี : ประเทศไทย พ.ศ. 2520-2560
อัตราป่ วยตอ่ ประชากรแสนคน ความครอบคลุม (ร้อยละ)
2.5 100
2 80
1.5 60
1 40
0.5 20
00
2528 2530 25302532 25322534 25342536 2536 2538 25382540 25402542 25422544 25442546 2546 2548 2548 2550 2550 2554 2554 2556 25562558 2558 2560 2560
2526 2552 2552
2524
2522
2520
ความครอบคลุมของกาารไดร้ ับวัคซนี OPV ครบ 3 ครั้ง อัตราป่ วยโรคโปลโิ อ
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค
รูปท่ี 1-8 อตั ราป่วยโรคหดั และความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซนี หดั ในเดก็ อายคุ รบ 1 ปี : ประเทศไทย
พ.ศ. 2520-2560
อัตราป่ วยตอ่ ประชากรแสนคน ความครอบคลุม (ร้อยละ)
100 100
80 80
60
40 60
20 40
0 20
0
2528
2526
2524
2522
2520
ความครอบคลุมของการไดร้ ับวัคซนี หดั อัตราป่ วยโรคหดั
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค
14 ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
ปี 2562
บทท่ี 1 ความเปน็ มาของการสรา้ งเสรมิ ภมู ิค้มุ กันโรคในประเทศไทย
2560
2558
2556
2554
2552
2550
2548
2546
2544
2542
2540
2538
2536
2534
2532
2530
2528
2526
2524
2522
2520
รูปท่ี 1-9 อตั ราป่วยโรคบาดทะยกั ในทารกแรกเกิดและความครอบคลมุ ของการไดร้ บั
วคั ซีนบาดทะยกั ครบชดุ ในหญิงตงั้ ครรภ์ : ประเทศไทย พ.ศ. 2520-2560
อัตราป่ วยตอ่ ประชากรแสนคน ความครอบคลุม (ร้อยละ)
100 100
80 80
60 60
40 40
20 20
0 0
ความครอบคลุมของการไดร้ ับวัคซนี บาดทะยกั ครบชุดในหญิงมคี รรภ์ อัตราป่ วยโรคบาดทะยกั ในทารกแรกเกดิ
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค
ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภมู ิคุม้ กนั โรค 15
ปี 2562
เอกสารอา้ งองิ
1. ประเมิน จนั ทวิมล. ประวตั โิ รคตดิ ตอ่ อนั ตรายในประเทศไทย. พิมพเ์ พ่ิมจาก แพทยสภาสาร 2515;
1: 757-99.
2. พลายยงค์สการะเศรณี. แนวทางการควบคมุ โรคพษิ สนุ ขั บา้ . กองโรคตดิ ตอ่ ท่วั ไป กรมควบคมุ โรคตดิ ตอ่
กระทรวงสาธารณสขุ กนั ยายน พ.ศ. 2535. เอกสารอดั สำ� เนา.
3. ประเสรฐิ ทองเจรญิ , บรรณาธิการ. ใน: วคั ซีนและซีร่มั . กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพอ์ กั ษรสมยั ,
2519: 218-9.
4. นดั ดา ศรียาภยั , สมพงษ์ จิตการุณ. ผลการดำ� เนินงานแผนงานขยายงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
ของประเทศไทย ในระยะ 5 ปี แรก พ.ศ. 2520-2524. วารสารโรคตดิ ตอ่ 2526; 9: 121-34.
5. กลุ กญั ญา โชคไพบลู ยก์ ิจ, มกุ ดา ตฤษณานนท,์ ศภุ มติ ร ชณุ หส์ ทุ ธิวฒั น,์ ปิยนิตย์ธรรมาภรณพ์ ลิ าศ,
บรรณาธิการ. ใน : ตำ� ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค 2550. พิมพค์ รงั้ ท่ี 1. กรุงเทพมหานคร :
สำ� นกั งานกิจการโรงพิมพ์ องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผา่ นศกึ , 2550 : 14-23. (ISBN : 947-297-606-6)
6. ประมวญ สนุ ากร, บรรณาธิการ. ใน: วณั โรคในเดก็ . พมิ พค์ รงั้ ท่ี 5. กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัทดีไซรจ์ ำ� กดั ,
2540: 59-60.
7. แผนปฏิบัติงานประจำ� ปี 2520-2545: โรคติดต่อท่ีป้องกันไดด้ ว้ ยวัคซีน กองโรคติดต่อท่ัวไป
กรมควบคมุ โรคตดิ ตอ่ กระทรวงสาธารณสขุ .
8. แผนปฏิบตั ิงานประจำ� ปี 2546-2555: โรคติดต่อท่ีป้องกันไดด้ ว้ ยวคั ซีน สำ� นักโรคติดต่อท่วั ไป
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ .
9. การสำ� รวจความครอบคลมุ ของการไดร้ บั วคั ซนี ขนั้ พนื้ ฐานและวคั ซนี โปลโิ อ ในการรณรงค์พ.ศ. 2551.
กลมุ่ โรคติดตอ่ ท่ีปอ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวคั ซีน สำ� นกั โรคตดิ ตอ่ ท่วั ไป กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ
พ.ศ. 2551. (ISBN :978-974-297-795-5)
16 ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
ปี 2562
2บทที่ ค�ำแนะนำ� ท่วั ไปส�ำหรับ
การสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค
2 คำ� แนะนำ� ทั่วไปส�ำหรับการสร้างเสรมิ บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
บทที่ ภมู ิคมุ้ กนั โรค
วคั ซีนเป็นชีววตั ถทุ ่ีผลิตขนึ้ เพ่ือใชก้ ระตนุ้ รา่ งกายใหส้ รา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรค วคั ซีนท่ีใชใ้ นปัจจบุ นั
แบง่ เป็น 3 กลมุ่ คือ
กลุ่มท่ี 1 ทอ็ กซอยด์ (toxoid) ใชป้ อ้ งกนั โรคท่ีเกิดจากพิษ (toxin) ของเชือ้ แบคทีเรยี ไมไ่ ด้
ปอ้ งกนั การตดิ เชือ้ จากตวั แบคทีเรยี โดยตรง ผลติ โดยนำ� พิษของแบคทีเรยี มาทำ� ใหส้ นิ้ พิษ แตย่ งั สามารถ
กระตุน้ ใหร้ ่างกายสรา้ งภูมิคุม้ กันได้ เช่น วคั ซีนคอตีบ วคั ซีนบาดทะยัก โดยท่วั ไปเม่ือฉีดท็อกซอยด์
จะมีไขห้ รอื ปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีเลก็ นอ้ ย ถา้ เคยฉีดมาแลว้ หลายครงั้ หรอื รา่ งกายมีภมู ิคมุ้ กนั สงู อยกู่ ่อนแลว้
อาจเกิดปฏิกิรยิ าเฉพาะท่ีมากขนึ้ ทำ� ใหบ้ วม แดง เจ็บบรเิ วณท่ีฉีดและมีไขไ้ ด้
กลุ่มท่ี 2 วัคซนี ชนิดเชือ้ ตาย (inactivated vaccine หรอื killed vaccine) แบง่ เป็น 2 กลมุ่ ยอ่ ย คือ
2.1 วคั ซนี ทท่ี ำ� จากแบคทเี รยี หรอื ไวรสั ทงั้ ตวั ทท่ี ำ� ใหต้ ายแลว้ (whole cell vaccine หรอื whole
virion vaccine) วคั ซนี ท่ที ำ� จากเชือ้ แบคทเี รยี มกั ทำ� ใหเ้ กิดปฏกิ ิรยิ าบรเิ วณท่ฉี ีด บางครงั้ อาจมไี ข้รว่ มดว้ ย
อาการมกั เรม่ิ หลงั ฉีด 3-4 ช่วั โมง และคงอยปู่ ระมาณ 1 วนั ตวั อยา่ งของวคั ซีนในกลมุ่ นี้ไดแ้ ก่ วคั ซีนไอกรน
ชนิดทงั้ เซลล์ วคั ซีนอหิวาตกโรคชนิดฉีด วคั ซีนโปลโิ อชนิดฉีด วคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบเอ
วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอีชนิดท่ีทำ� จากเชือ้ ท่ีตายแลว้ วคั ซีนกลมุ่ นีม้ กั จะตอ้ งเก็บไวใ้ นตเู้ ยน็ หา้ มเก็บใน
ตแู้ ชแ่ ขง็ เพราะจะทำ� ใหแ้ อนตเิ จนเส่อื มคณุ ภาพ
2.2 วคั ซีนท่ีทำ� จากบางสว่ นของแบคทีเรยี หรอื ไวรสั ท่ีเก่ียวกบั การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั (subunit
vaccine) วคั ซีนในกลมุ่ นี้มกั มีปฏิกิรยิ านอ้ ยหลงั ฉีด เชน่ วคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบบี วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ วคั ซีนฮิบ
วคั ซีนไอกรนชนิดไรเ้ ซลล์ วคั ซีนไทฟอยดช์ นิดฉีด วคั ซีนนิวโมคอคคสั
กลุ่มท่ี 3 วัคซนี ชนิดเชอื้ มชี วี ติ อ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine) ทำ� จากเชือ้ ท่ียงั มีชีวติ
อย่แู ต่ทำ� ใหฤ้ ทธิ์อ่อนลง เช่น วคั ซีนโปลิโอชนิดรบั ประทาน วคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั วคั ซีน
อีสกุ อีใส วคั ซีนวณั โรค วคั ซีนไขส้ มองอกั เสบเจอี (SA 14-14-2) วคั ซีนตบั อกั เสบเอ (ชนิดเตรยี มจาก H2
attenuated strain ของ HAV) วคั ซีนทยั ฟอยดช์ นิดรบั ประทาน วคั ซนี โรตา้ วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิดพน่ จมกู
(cold adapted, live attenuated quadrivalent influenza vaccine; LAIV) วคั ซีนในกลมุ่ นี้เม่ือใหเ้ ขา้ ไป
ในรา่ งกายแลว้ จะยงั ไมม่ ีปฏิกิรยิ าทนั ที แตจ่ ะมีปฏิกิรยิ าและการกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ใหเ้ กิดขนึ้ เลียนแบบ
เสมือนการติดเชือ้ ตามธรรมชาติ หลงั จากระยะฟักตวั ตวั อย่างเช่น วคั ซีนหดั จะทำ� ใหเ้ กิดอาการไข้
ประมาณ วนั ท่ี 5 ถงึ วนั ท่ี 12 หลงั ฉีด วคั ซนี ในกลมุ่ นีจ้ ะตอ้ งเก็บไวใ้ นอณุ หภมู ติ ่ำ� ตลอดเวลา (cold chain)
เพราะถา้ อณุ หภมู ิสงู ขนึ้ เชือ้ จะตาย การใหว้ คั ซีนจะไม่ไดผ้ ล นอกจากนีถ้ า้ รา่ งกายมีภมู ิคมุ้ กนั เดิมอย่บู า้ ง
เชน่ ไดร้ บั อมิ มโู นโกลบลุ นิ อาจขดั ขวางการออกฤทธิข์ องวคั ซนี การใหว้ คั ซนี กลมุ่ นแี้ กผ่ ทู้ ม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง
หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั ยาหรอื สารกดภมู ิคมุ้ กนั จะตอ้ งระมดั ระวงั เพราะอาจมีอนั ตรายเกิดโรคจากวคั ซีนได้
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค 19
ปี 2562
วิธกี ารบริหารวคั ซีน
วิธีการใหว้ คั ซีน มี 5 วิธี คือ
1. การรบั ประทาน (oral route) ใชก้ ระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ในลำ� ไส้เชน่ วคั ซนี โปลโิ อชนดิ รบั ประทาน
วคั ซีนไขท้ ยั ฟอยด์ วคั ซีนโรตา้
2. การฉีดเข้าในหนัง (intradermal หรอื intracutaneous route) โดยฉีดเขา้ ในหนงั ใหเ้ ป็น
ตมุ่ นนู ขนึ้ ควรใชเ้ ขม็ ขนาด 25-27G ยาว 3/8-5/8 นวิ้ การฉีดวธิ ีนที้ ำ� ใหแ้ อนตเิ จนเขา้ ไปทางระบบนำ้� เหลอื ง
ไดด้ ี สามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ชนดิ เซลลเ์ ป็นสอ่ื (cell-mediated immune response) ไดด้ แี ละใชป้ รมิ าณ
วคั ซีนนอ้ ย ซ่ึงจะช่วยประหยัดวคั ซีนดว้ ย ผูฉ้ ีดตอ้ งมีความชำ� นาญในการฉีด เช่น วคั ซีนบีซีจี วคั ซีน
พิษสนุ ขั บา้ ปัจจบุ นั มีวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิดฉีดเขา้ ในหนงั ใชใ้ นผใู้ หญ่ซง่ึ ขนาดเข็มจะสนั้ เพียง 1.5 มม.
ต่างจากวคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ท่ีมีใชอ้ ย่เู ดิมท่ีเป็นชนิดฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ การฉีดวคั ซีนบีซีจีในทารกแรกเกิด
ควรฉีดท่ีตน้ แขนเพ่ือใหส้ ามารถตรวจสอบแผลเป็นไดง้ ่าย ไม่ควรฉีดท่ีสะโพกเพราะอาจเกิดการติดเชือ้
ซำ้� เตมิ ไดง้ า่ ย เน่อื งจากอยใู่ กลผ้ า้ ออ้ ม ซง่ึ อาจเปือ้ นอจุ จาระ ปัสสาวะได้และตรวจสอบแผลเป็นไดไ้ มส่ ะดวก
เทา่ บรเิ วณตน้ แขน
เทคนิคการฉีดวัคซนี เข้าในหนัง
- แทงเข็มใหป้ ลายเข็มหงายขนึ้ เกือบขนานกบั ผิวหนงั แลว้ คอ่ ยๆ ฉีดวคั ซีนเขา้ ในชนั้ ตืน้ สดุ
ของชนั้ ผิวหนงั ซง่ึ จะรูส้ กึ มีแรงตา้ นและมีตมุ่ นนู ลกั ษณะคลา้ ยเปลือกผิวสม้ ปรากฏขนึ้ ทนั ที (รูปท่ี 2-1)
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นบน
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นลา่ ง
ชนั้ ใตผ้ ิวหนงั
ชนั้ กลา้ มเนือ้
รูปท่ี 2-1 วิธีการฉีดเขา้ ในหนงั (intradermal: ID) เชน่ การฉีดวคั ซีน BCG ใชเ้ ข็ม No.26 ยาว ½ นิว้
- หากฉีดวคั ซีนลกึ เกินไป จะไม่เห็นตมุ่ นนู ท่ีมีลกั ษณะเปลือกผิวสม้ หากการฉีดวคั ซีนแบบ
เขา้ ในหนงั พลาดลกึ ลงไปเขา้ ชนั้ ใตห้ นงั (subcutaneous) จะทำ� ใหภ้ มู คิ มุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ นอ้ ยกวา่ การฉีดเขา้
ในหนงั แต่ยงั มีผลในการป้องกนั โรคได1้ แต่วคั ซีนบีซีจีการฉีดลกึ ลงไปเขา้ ชนั้ ใตห้ นงั ทำ� ใหเ้ กิดอาการ
แทรกซอ้ นมากกวา่ การฉีดเขา้ ในหนงั กรณีท่ีฉีดลกึ ไปไมแ่ นะนำ� ใหฉ้ ีดซำ้� ใหม่ เพราะอาจทำ� ใหเ้ กิดอาการ
แทรกซอ้ นมากขนึ้ 2 ยกเวน้ วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคพษิ สนุ ขั บา้ แบบฉีดเขา้ ในหนงั หากฉีดพลาดลกึ ไป ใหฉ้ ีดวคั ซนี
เขา้ ในหนงั ซำ้� อีก3 เพราะเป็นโรคท่ีมีอตั ราการตายสงู มาก และตอ้ งการใหม้ ีการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โดย
เรว็ ท่ีสดุ
20 ตาํ ราวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันโรค
ปี 2562
3. การฉีดเข้าชั้นใตห้ นัง (subcutaneous route) ควรใชเ้ ข็ม ขนาด 25-27G ยาว 3/8-5/8 นิว้ บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
การฉีดใหต้ งั้ เข็มทำ� มมุ 45 องศากบั ผิวหนงั (รูปท่ี 2-2) การฉีดเขา้ ใตห้ นงั มกั จะใชก้ บั วคั ซีนท่ีไมต่ อ้ งการ
ใหม้ ีการดูดซึมเร็วเกินไป เพราะอาจเกิดปฏิกิริยามากขึน้ ได้ เช่น วคั ซีนรวมหดั -คางทูม-หดั เยอรมัน
วคั ซนี ทยั ฟอยด์วคั ซนี ไขส้ มองอกั เสบเจอี วคั ซนี อีสกุ อีใส ในเดก็ เลก็ ควรฉีดบรเิ วณกง่ึ กลางตน้ ขาดา้ นหนา้
คอ่ นไปทางดา้ นนอก สว่ นในเดก็ โตและผใู้ หญ่ควรฉีดท่ีตน้ แขน
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นบน
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นลา่ ง
ชนั้ ใตผ้ ิวหนงั
ชนั้ กลา้ มเนือ้
รูปท่ี 2-2 วิธีการฉีดเขา้ ใตห้ นงั (subcutaneous: SC) เชน่ การฉีดวคั ซีน MMR, JE ใชเ้ ขม็ No.26 ยาว ½ นิว้
4. การฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ (intramuscular route) เป็นการฉีดลกึ ลงถงึ ชนั้ กลา้ มเนือ้ ควรตงั้ เขม็
ทำ� มมุ ฉากกบั ผิวหนงั (รูปท่ี 2-3) ขนาดของเขม็ ท่ีใช้ ขนึ้ กบั ขนาดตวั ของเดก็ โดยประมาณขนาดของเขม็
ดงั นี้
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นบน
ชนั้ ผิวหนงั สว่ นลา่ ง
ชนั้ ใตผ้ ิวหนงั
ชนั้ กลา้ มเนือ้
รูปท่ี 2-3 วธิ ีการฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ (intramuscular) เชน่ การฉีดวคั ซีน HB, DTP-HB, DTP, dT, TT ใชเ้ ขม็
No.23-26 ยาว 5/8-1 ¼ นิว้
ทารกแรกเกิด ใชเ้ ขม็ เบอร ์ 26-27G ยาว 5/8-1 นิว้
เดก็ อายุ 2-12 เดือน ใชเ้ ขม็ เบอร ์ 25-27G ยาว 5/8-1 นิว้
เดก็ อายุ 1 ปีขนึ้ ไป ใชเ้ ขม็ เบอร ์ 24-27G ยาว 1-1¼ นิว้ ขนึ้ อยกู่ บั ขนาดตวั
ผใู้ หญ่ ใชเ้ ข็มเบอร ์ 23-25G ยาว 1-2 นิว้ ขนึ้ อยกู่ บั ขนาดตวั
ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค 21
ปี 2562
การฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ควรฉีดบริเวณตน้ แขนในเด็กโตและผูใ้ หญ่ และบริเวณก่ึงกลางตน้ ขา
ดา้ นหนา้ คอ่ นไปทางดา้ นนอกในเดก็ เลก็ เพราะมกี ารดดู ซมึ วคั ซนี ไดเ้ รว็ เน่ืองจากในบรเิ วณนีม้ ไี ขมนั ไมม่ าก
มีเสน้ เลือดมาเลีย้ งมาก นอกจากนีก้ ารเคล่ือนไหวของแขนและขาทำ� ใหด้ ดู ซมึ ดีขึน้ ไม่แนะน�ำให้ฉีด
บริเวณสะโพก เพราะอาจเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทไซเอตคิ (sciatic nerve) หรือเกิดการบวม
เฉพาะทจี่ นไปกดเส้นประสาทไซเอตคิ นอกจากนีบ้ ริเวณนี้ มีไขมันมาก อาจทำ� ให้ฉีดเข้าไม่ถงึ
ชัน้ กล้ามเนือ้ วคั ซีนท่ีผสม adjuvant เชน่ วคั ซีนรวม คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน (DTP) ควรฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้
เพราะถา้ ฉีดเขา้ ในหนงั หรอื ใตห้ นงั จะทำ� ใหร้ ะคายเคอื ง เกิดการอกั เสบเป็นไตแขง็ เฉพาะท่ี หรอื เป็นฝีไรเ้ ชือ้
(sterile abscess) วคั ซีนบางชนิด จะกระตุน้ ภูมิคุม้ กันโรคไดด้ ีถา้ ฉีดเขา้ กลา้ มเนือ้ เช่น วคั ซีนไวรสั
ตบั อกั เสบบี และวคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ เป็นตน้
5. การพน่ ทางจมูก (intranasal route) ทำ� ใหม้ ีภมู ิคมุ้ กนั ในกระแสเลือดและทางเดนิ หายใจ
ไดแ้ ก่ วคั ซีนไขห้ วดั ใหญ่ชนิดพน่ จมกู
การจัดทา่ ฉดี วัคซนี รูปท่ี 2-4 และ 2-5
สำ� หรบั เดก็ เลก็ ควรจบั เดก็ นอนหงาย และตรงึ บรเิ วณตน้ ขาและเขา่ ใหอ้ ยนู่ ่ิงก่อนฉีด สว่ นเดก็
ก่อนวยั เรยี น ควรใหน้ ่งั บนตกั โดยผปู้ กครองกอดไว้ ซง่ึ จะชว่ ยทำ� ใหเ้ ดก็ ลดความกลวั และความเจ็บปวด
ไดม้ าก เดก็ โตและผใู้ หญ่ควรใหน้ ่งั เกา้ อี้เพราะหากมีอาการหนา้ มืดเป็นลม จะไมเ่ ป็นอนั ตราย หลังจาก
ฉีดวัคซนี ทกุ ชนิดควรใหน้ ่ังพกั ดอู าการอยา่ งน้อย 30 นาทกี ่อนจะใหก้ ลับบา้ น เพราะปฏกิ ริ ิยา
แพร้ ุนแรงจากวัคซนี มักเกดิ ภายใน 30 นาทหี ลังฉีด
การลดความเจบ็ ปวดจากการฉดี วคั ซีน
การฉีดวคั ซีนแตล่ ะชนิด ทำ� ใหเ้ จ็บปวดไมเ่ ทา่ กนั การฉีดวคั ซีนท่ีผสม adjuvant มกั ทำ� ใหเ้ จ็บ
มากกว่าการฉีดวคั ซีนท่ีไม่ไดผ้ สม adjuvant การฉีดวคั ซีนเขา้ กลา้ มเนือ้ มกั จะเจ็บกว่าการฉีดวคั ซีน
เขา้ ใตห้ นงั ความเจบ็ ปวดจากการแทงเขม็ อาจลดไดโ้ ดยการดงึ ผวิ หนงั ใหต้ งึ เฉียงลง (Z-track) กอ่ นแทงเขม็
และอาจใชว้ ิธีอ่ืนรว่ มดว้ ย เชน่ การปลอบใจ การใหเ้ ดก็ กอดผปู้ กครองแนน่ ๆ
รูปท่ี 2-4 การจดั ทา่ ฉีดวคั ซีนบรเิ วณตน้ แขน รูปท่ี 2-5 การจดั ทา่ ฉีดวคั ซีนบรเิ วณตน้ ขา
ในเดก็ เลก็ ในเดก็ เลก็
22 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
ปี 2562
หลักการทัว่ ไปในการใหว้ คั ซีน บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
1. โดยท่วั ไปการตรวจเลือดก่อนรบั วคั ซีนไมม่ ีความจำ� เป็น ยกเวน้ กรณี ดงั ตอ่ ไปนี้
1.1 ผนู้ นั้ อาจมีภมู ิคมุ้ กนั แลว้ หรอื ตดิ เชือ้ มาก่อนแลว้ ทำ� ใหว้ คั ซีนไมม่ ีประโยชนเ์ พ่ิม เชน่
ตบั อกั เสบบี ตบั อกั เสบเอ อีสกุ อีใส (กรณีไมแ่ น่ใจหรอื คิดวา่ ยงั ไมเ่ คยเป็นมาก่อน) อยา่ งไรก็ดีหากการ
ตรวจเลือดมีความยงุ่ ยาก และมีราคาแพงมากกวา่ คา่ วคั ซีน อาจฉีดวคั ซีนไปเลยโดยไมต่ อ้ งตรวจเลือด
เชน่ MMR, JE เพราะการฉีดท่ีเกินไปไมท่ ำ� ใหเ้ กิดโทษ
1.2 กรณีวคั ซีนไขเ้ ลือดออกควรตรวจเลือดก่อนฉีดในเด็ก เพราะผทู้ ่ีไม่เคยมีการติดเชือ้
มาก่อน อาจเกิดโรครุนแรงหลงั ฉีดวคั ซีนได้ จึงควรฉีดวคั ซีนเฉพาะผทู้ ่ีเคยเป็นมาก่อนหรือตรวจพบว่า
มีแอนตบิ อดียอ์ ยกู่ ่อน
2. โดยท่วั ไปไมม่ คี วามจำ� เป็นตอ้ งตรวจหลงั จากฉีดวคั ซนี ยกเวน้ กรณีหลงั ฉีดวคั ซนี ตบั อกั เสบบี
ในทารกท่ีคลอดจากมารดาท่ีเป็นพาหะ ควรเจาะดเู ม่ือทารกอายุ 9-12 เดอื น หรอื บคุ ลากรทางการแพทย์
หรอื ผปู้ ่วยภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งท่ตี อ้ งสมั ผสั เลอื ด เชน่ ผปู้ ่วยท่ตี อ้ งลา้ งไต เหลา่ นคี้ วรตรวจหลงั ฉีดวคั ซนี 1-2 เดอื น
เพ่อื ดวู า่ ตอบสนองแลว้ มฉิ ะนนั้ จะตอ้ งใหก้ ารรกั ษาหลงั สมั ผสั ในผทู้ ่ไี มต่ อบสนองตอ่ วคั ซนี และตอ้ งตรวจ
ในชว่ งเวลาสนั้ ๆ หลงั ฉีดครบ เพราะภมู ิคมุ้ กนั ท่ีเกิดขนึ้ อาจตกลง และวดั ไมไ่ ด้ ทงั้ ๆ ท่ีตอบสนองตอ่ วคั ซีนแลว้
3. ควรอธิบายใหผ้ ปู้ กครองหรอื ผปู้ ่วยทราบวา่ จะฉีดวคั ซนี ปอ้ งกนั โรคอะไร และอาจเกิดอาการ
ขา้ งเคยี งใดบา้ งหลงั จากใหว้ คั ซนี ควรใหผ้ ปู้ กครองไดอ้ า่ น หรอื รบั ฟังเก่ียวกบั เอกสารอธิบายรายละเอียด
ของแตล่ ะวคั ซนี ท่ีจดั ทำ� ใหผ้ ปู้ กครอง (vaccine information statement หรอื VIS) เอกสาร VIS นีส้ ามารถ
ดาวนโ์ หลดไดจ้ ากเวบ็ ไซดข์ องสำ� นกั โรคติดตอ่ ท่วั ไป http://thaigcd.ddc.moph.go.th/mediapublics/
index/0/144?page=1
4. ก่อนใหว้ คั ซีนทกุ ครงั้ ตอ้ งตรวจสอบวนั หมดอายทุ ่ีขา้ งขวดหรือขา้ งหลอดก่อนเสมอ และ
ควรบนั ทกึ เลขท่ีวคั ซีน (lot number) ไวใ้ นเวชระเบียนผปู้ ่วย หรอื ทะเบียนการใหบ้ รกิ ารผปู้ ่วย
5. ตอ้ งบนั ทกึ ชอ่ื วคั ซนี ในสมดุ บนั ทกึ การฉีดวคั ซนี ประจำ� ตวั เดก็ ทกุ ครงั้ ทใ่ี หว้ คั ซนี โดยควรบนั ทกึ
ช่ือวคั ซีนเป็นภาษาท่ีเขา้ ใจไดง้ า่ ย และระบชุ ่ือการคา้ (ถา้ มี) รวมทงั้ Lot number ควรแนะนำ� ผปู้ กครอง
ใหเ้ ก็บสมดุ บนั ทกึ วคั ซีนไวต้ ลอดไป เพ่ือเป็นประโยชนใ์ นการประเมินภมู ิคมุ้ กนั ตอ่ โรคไดใ้ นอนาคต
6. ในการใหว้ คั ซนี ตอ้ งใชเ้ ขม็ และกระบอกฉีดยาท่สี ะอาด ปลอดเชอื้ ควรใชเ้ ขม็ และกระบอกฉีดยา
ชนิดใชค้ รงั้ เดียว เพ่ือหลีกเล่ยี งจากการปนเปื้อนเชือ้
7. สามารถใหว้ คั ซนี หลายชนดิ พรอ้ มกนั ในวนั เดยี วได้แตต่ อ้ งใหต้ า่ งตำ� แหนง่ กนั เชน่ ฉีดท่แี ขน
คนละขา้ ง หากฉีดขา้ งเดียวกนั ตำ� แหนง่ ท่ีฉีดตอ้ งหา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 1 นิว้
8. หา้ มนำ� วคั ซีนตา่ งชนิดมาผสมรวมในกระบอกฉีดยาเดียวกนั โดยไมม่ ีคำ� แนะนำ� จากผผู้ ลติ
9. กรณีท่ีมีการใหว้ คั ซีนซำ้� เน่ืองจากไมม่ ่นั ใจวา่ เคยไดร้ บั วคั ซีนมาก่อนหรอื ไม่ โดยท่วั ไปไมม่ ี
อนั ตรายรุนแรง แตอ่ าจมีปฏิกิรยิ าตอ่ วคั ซีนเพ่ิมขนึ้ ได้
10. การใหว้ คั ซีนหลงั สมั ผสั โรคแลว้ ในผปู้ ่ วยท่ีไม่มีภมู ิคมุ้ กนั มาก่อน อาจช่วยป้องกนั โรคได้
ในกรณีหลงั สมั ผสั โรคบางชนิดเชน่ หดั ตบั อกั เสบเอ อีสกุ อีใส แตค่ วรใหว้ คั ซนี เรว็ ท่ีสดุ หลงั จากสมั ผสั โรค
โดยระยะเวลาหลงั สมั ผสั โรคท่ีวคั ซีนจะมีประสทิ ธิภาพขนึ้ อยกู่ บั ลกั ษณะโรคนนั้ ๆ และระยะฟักตวั
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรค 23
ปี 2562
11. ควรใหว้ คั ซีนตามขนาดท่ีแนะนำ� ไวเ้ ท่านนั้ เพราะขนาดท่ีแนะนำ� ไดม้ าจากผลการศกึ ษา
หากใชข้ นาดแตกตา่ งจากท่ีมีคำ� แนะนำ� ไวใ้ นฉลากยาอาจไดผ้ ลไมเ่ ตม็ ท่ี หรอื อาจเกิดอาการขา้ งเคียงสงู
และไมส่ ามารถประเมินประสทิ ธิผลของวคั ซีนได้ ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งลดขนาดของวคั ซีน แมเ้ ดก็ จะมีนำ้� หนกั
ตวั นอ้ ย นำ้� หนักตวั ไม่ไดเ้ ป็นตวั กำ� หนดขนาดของวัคซีนท่ีใชท้ ัง้ ในเด็กและผูใ้ หญ่ แต่จะใชอ้ ายุเป็น
ตวั กำ� หนดการใชว้ คั ซีน
12. ควรใหว้ คั ซีนตามอายทุ ่ีแนะนำ� ไว้ เพราะไดม้ าจากการพิจารณาขอ้ มลู การระบาดของโรค
อายทุ ่ีป่วยเป็นโรคบอ่ ย อายทุ ่ีมีโรคแทรกซอ้ นสงู ความสามารถในการตอบสนองตอ่ วคั ซีนในอายตุ า่ งๆ กนั
และการขดั ขวางของภมู ิคมุ้ กนั จากมารดา โดยท่วั ไปแนะนำ� ใหว้ คั ซีนแก่เดก็ ในกลมุ่ อายนุ อ้ ยท่ีสดุ ท่ีเรม่ิ มี
ความเส่ยี งตอ่ โรค และสามารถสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั หลงั จากการรบั วคั ซีนนนั้ ได้ ในทารกท่ีคลอดก่อนกำ� หนด
ใหน้ บั อายตุ ามอายหุ ลงั คลอด
13. วคั ซีนไวรสั ชนิดเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ สามารถใหพ้ รอ้ มกนั ไดห้ ลายชนิดในวนั เดียวกนั ซง่ึ จะ
สรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ไดด้ ีสำ� หรบั วคั ซีนทกุ ชนิด ถา้ ไมไ่ ดใ้ หพ้ รอ้ มกนั ในวนั เดียวกนั ควรเวน้ ชว่ งหา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย
1 เดือน มิฉะนนั้ วคั ซีนท่ีใหภ้ ายหลงั อาจกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ไดไ้ มด่ ี ยกเวน้ วคั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทานจะ
ใหห้ า่ งจากวคั ซีนอ่ืนก่ีวนั ก็ได้ เน่ืองจากไมม่ ีผลขดั ขวางหรอื ถกู ขดั ขวางการกระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั กบั วคั ซีนอ่ืน
สว่ นวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายสามารถใหพ้ รอ้ มหรอื หลงั จากใหว้ คั ซีนชนิดอ่ืนๆ ก่ีวนั ก็ได้
14. สำ� หรบั วคั ซีนท่ีตอ้ งใหห้ ลายครงั้ การใหว้ คั ซีนห่างเกินกว่ากำ� หนดไม่ไดท้ ำ� ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั
เกิดนอ้ ยลง ดงั นนั้ หากเดก็ มารับวัคซีนเลยกำ� หนดนัด สามารถให้วัคซีนครัง้ ต่อไปได้ โดยไม่ต้อง
ตัง้ ต้นนับหนึ่งใหม่
ในทางตรงกนั ขา้ มการฉีดวคั ซนี ท่ีเรว็ กวา่ กำ� หนด อาจทำ� ใหภ้ มู คิ มุ้ กนั เกิดขนึ้ นอ้ ยลง หรอื อยไู่ มน่ าน
เท่าท่ีควร อายทุ ่ีนอ้ ยท่ีสดุ ท่ีแนะนำ� ในแต่ละโด๊สรวมทงั้ ระยะห่างในการใหว้ คั ซีนแต่ละโด๊ส ดใู นตาราง
ท่ี 2-14 ถา้ ไดร้ บั วคั ซีนเรว็ กวา่ ระยะสนั้ ท่ีสดุ หรอื อายทุ ่ีแนะนำ� นอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั 4 วนั ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งให้
วคั ซีนใหม่ (ยกเวน้ วคั ซีนพิษสนุ ขั บา้ ) แตถ่ า้ ไดร้ บั วคั ซีนเรว็ กวา่ ระยะสนั้ ท่ีสดุ หรอื อายทุ ่ีแนะนำ� มากกวา่ 4 วนั
ควรใหฉ้ ีดโด๊สนนั้ ใหม่ โดยชว่ งหา่ งตอ้ งนบั จากโด๊สลา่ สดุ (โด๊สท่ีฉีดผิด)5
15. ผทู้ ่ีเจ็บป่วยเลก็ นอ้ ย เชน่ เป็นหวดั ไอ หรอื มีไขต้ ่ำ� ๆ สามารถรบั วคั ซีนได้ แตผ่ ทู้ ่ีกำ� ลงั มีไขส้ งู
ควรเล่อื นการรบั วคั ซีนออกไปจนกวา่ จะหายไข้
16. ผทู้ ่ีไดร้ บั อิมมโู นโกลบลุ นิ พลาสมา่ หรอื เลือดภายใน 3 เดือนท่ีผา่ นมา ไมค่ วรไดร้ บั วคั ซีน
ไวรสั เชือ้ มีชีวิตอ่อนฤทธิ์ เช่น วคั ซีนหดั วคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั วคั ซีนอีสกุ อีใส เพราะว่า
แอนติบอดีท่ีไดร้ บั มาจะตา้ นเชือ้ ในวคั ซีนทำ� ใหว้ คั ซีนไม่สามารถกระตุน้ ภูมิคุม้ กันไดด้ ี ถา้ เด็กไดร้ บั
อิมมโู นโกลบลุ นิ ขนาดสงู เขา้ หลอดเลอื ดมาก่อน (เชน่ ขนาด 400 มก. – 2,000 มก. ตอ่ นำ้� หนกั ตวั 1 กก.ตอ่ ครงั้ )
จะตอ้ งเล่อื นการใหว้ คั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ไปอยา่ งนอ้ ย 5-11 เดือน (ดใู นบทวคั ซีน MMR) ยกเวน้
วคั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทาน วคั ซีนไขเ้ หลือง วคั ซีนโรตา้ จะไมถ่ กู รบกวนโดยอิมมโู นโกลบลุ นิ 6,7
ในกรณีท่ีไดร้ บั อิมมโู นโกลบลุ นิ พลาสมา่ หรอื เลอื ด ภายในเวลา 2 สปั ดาหห์ ลงั จากไดร้ บั วคั ซีนหดั
หรอื วคั ซนี รวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั หรอื อสี กุ อใี ส จะตอ้ งฉีดวคั ซนี นีซ้ ำ้� อกี ในเวลา 3 เดอื นตอ่ มา เพราะ
แอนติบอดีท่ีไดร้ บั จะไปทำ� ลายเชือ้ อ่อนฤทธิ์ในวคั ซีนท่ีไดร้ บั ไปก่อนหนา้ นนั้ ไม่นาน ทำ� ใหว้ คั ซีนกระตนุ้
ภมู ิคมุ้ กนั ไดน้ อ้ ย
24 ตําราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กันโรค
ปี 2562
การใหอ้ ิมมโู นโกลบุลินร่วมกับวคั ซีนชนิดเชือ้ ตาย เม่ือมีขอ้ บ่งชีห้ ลงั สมั ผสั เชือ้ เช่น วคั ซีน บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
บาดทะยัก วคั ซีนพิษสุนัขบา้ หรือวคั ซีนไวรสั ตบั อกั เสบบีนัน้ สามารถใหไ้ ดโ้ ดยไม่มีปัญหา แต่ควร
ฉีดอิมมโู นโกลบลุ นิ คนละตำ� แหนง่ กบั วคั ซีน เชน่ ท่ีแขนคนละขา้ ง และหา้ มใหม้ ากกวา่ ขนาดท่ีแนะนำ�
17. วคั ซนี อาจทำ� ใหเ้ กดิ เป็นปฏกิ ริ ยิ าเฉพาะท่ี เชน่ บวมบรเิ วณทฉ่ี ีด หรอื เป็นปฏกิ ริ ยิ าท่วั รา่ งกาย
เชน่ ไข้ ปวดเม่ือย เป็นลมพิษ และอาจรุนแรงจนถงึ หายใจลำ� บาก หรอื ช็อก ปฏิกิรยิ ารุนแรงมกั เกิดเรว็
ภายใน 30 นาที ผทู้ ่ีเคยมีปฏิกิรยิ ารุนแรงในการฉีดครงั้ ก่อนถือเป็นขอ้ หา้ มในการฉีดเขม็ ตอ่ ไป สำ� หรบั คนท่ี
เคยแพไ้ ขแ่ บบ anaphylaxis หรอื มีลมพิษ ไมค่ วรใหว้ คั ซีนท่ีผลติ โดยใชไ้ ข่ เชน่ วคั ซีนไขเ้ หลอื ง สว่ นวคั ซีนหดั
และวคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั และไขห้ วดั ใหญ่สามารถใหไ้ ด้เพราะโอกาสท่ีจะเกิดการแพอ้ ยา่ ง
รุนแรงแบบ anaphylaxis มนี อ้ ยมาก และเกือบทงั้ หมดไมไ่ ดเ้ กดิ ในผทู้ ่แี พไ้ ขร่ ุนแรง และการแพว้ คั ซนี รุนแรง
ทำ� นายไมไ่ ดด้ ว้ ยการทดสอบผวิ หนงั 8-10 ดงั นนั้ จงึ แนะนำ� ใหว้ คั ซนี รวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั และไขห้ วดั ใหญ่
ในคนท่ีแพไ้ ขไ่ ด้ แตใ่ หส้ งั เกตอาการหลงั ฉีดอยา่ งนอ้ ย 30 นาที ผทู้ ่ีแพไ้ ขร่ ุนแรงแบบ anaphylaxis ควรรบั
วคั ซีนในสถานพยาบาลท่ีมีความพรอ้ ม วคั ซีนบางอยา่ งมียาปฏิชีวนะผสมอยู่ เชน่ วคั ซีนโปลโิ อ วคั ซีนหดั
และวคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั มี neomycin คนท่ีเคยแพ้ neomycin แบบ anaphylactic shock
ไมค่ วรใหว้ คั ซีนกลมุ่ นี้ ถา้ เคยแพแ้ บบไมร่ ุนแรงสามารถใหว้ คั ซีนเหลา่ นีไ้ ด้
18. วคั ซนี ไอกรนชนิดท่ีทำ� จากแบคทีเรยี ทงั้ เซลล์(whole cell: wP) หรอื ชนิดไรเ้ ซลล์(acellular: aP)
ซง่ึ ผสมอยกู่ บั วคั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั เป็นวคั ซนี DTwP หรอื DTaP วคั ซนี ทงั้ สองชนดิ นมี้ ปี ระสทิ ธิภาพ
ไมต่ า่ งกนั แต่ DTwP จะทำ� ใหเ้ กิดอาการขา้ งเคียงมากกวา่ DTaP เดก็ ท่ีเคยไดว้ คั ซีน DTwP แลว้ มีไขส้ งู
(มากกวา่ 40.5 oซ) หรอื มีอาการชกั หรอื กรดี รอ้ งนานเกินกวา่ 3 ช่วั โมง หรอื มีภาวะตวั ออ่ นและไมต่ อบ
สนอง (hypotonic hyporesponsive episode) ซง่ึ เกิดขนึ้ ภายใน 48 ช่วั โมงหลงั ไดร้ บั วคั ซีน หากจะให้
วคั ซีนครงั้ ตอ่ ไปควรพิจารณาใหว้ คั ซีนชนิด DTaP แทน เพราะอาการทงั้ หมดดงั กลา่ วมกั เกิดจากวคั ซีน
ไอกรนชนิดทงั้ เซลล์
หากเด็กไดว้ คั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน ไมว่ า่ จะเป็นวคั ซีนชนิดใด แลว้ เกิดอาการแพ้
รุนแรงแบบ anaphylaxis เป็นขอ้ หา้ มในการไดร้ บั วคั ซนี ท่ีมีสว่ นประกอบของคอตบี บาดทะยกั หรอื ไอกรน
เพราะปฏิกิรยิ าดงั กลา่ วไมส่ ามารถบอกไดว้ า่ เกิดจากแอนตเิ จนตวั ใด
เด็กท่ีไดว้ คั ซีนรวมคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน แลว้ เกิดอาการทางสมอง (encephalopathy)
ภายใน 7 วนั มกั เกิดจากวคั ซนี ไอกรน ซง่ึ มีโอกาสเกิดทงั้ แบบทงั้ เซลลแ์ ละไรเ้ ซลล์จงึ หา้ มรบั วคั ซนี ไอกรน
ไมว่ า่ จะเป็นชนิดทงั้ เซลล์หรอื ไรเ้ ซลล์ในครงั้ ตอ่ ไปควรใหว้ คั ซนี รวมคอตบี -บาดทะยกั (ไมม่ ีไอกรน) ไดแ้ ก่
DT หรอื dT (ถา้ อายเุ กิน 7 ปี) แทน หากหาวคั ซีน DT ไมไ่ ด้ ใหใ้ ชว้ คั ซีน dT
เดก็ ท่ีมีโรคทางระบบประสาท ซง่ึ ยงั ควบคมุ อาการของโรคไมไ่ ด้เชน่ โรคลมชกั ท่ียงั ควบคมุ ไมไ่ ด,้
infantile spasm, progressive encephalopathy ไมค่ วรใหว้ คั ซีนไอกรน ควรใหว้ คั ซีน DT แทน (หรอื dT
ถ้าอายุเกิน 7 ปี หรือหา DT ไม่ได)้ ถ้าเป็นโรคชักท่ีควบคุมไดแ้ ลว้ หรือเป็น cerebral palsy หรือ
hydrocephalus ท่ีไดร้ บั การผา่ ตดั แกไ้ ขแลว้ หรอื เป็นเดก็ ท่ีเจรญิ เตบิ โตชา้ สามารถใหว้ คั ซีนไอกรนได้
19. ผหู้ ญิงท่ีไดร้ บั วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวิต ควรคมุ กำ� เนิดหลงั ไดว้ คั ซีนนาน 1 เดือน
20. วคั ซีนทกุ ชนิดท่ีตอ้ งใหซ้ ำ้� หลายครงั้ ในแตล่ ะครงั้ สามารถใชว้ คั ซีนตา่ งย่ีหอ้ หรอื ตา่ งผผู้ ลติ ได้
ถา้ มีสว่ นประกอบไมต่ า่ งกนั เชน่ หดั -คางทมู -หดั เยอรมนั อีสกุ อีใส แตว่ คั ซนี ท่ีมีสว่ นประกอบท่ีตา่ งกนั มาก
ควรใชช้ นิดเดิมจนครบชดุ ยกเวน้ กรณีท่ีมีการศกึ ษายืนยนั วา่ สามารถใชส้ ลบั กนั ได้ โดยไม่มีผลเสียตอ่
ตําราวคั ซีนและการสร้างเสริมภมู ิคมุ้ กนั โรค 25
ปี 2562
การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั หรือความปลอดภยั เช่น วคั ซีน DTaP มีส่วนประกอบของวคั ซีนไอกรนต่างกนั มาก
ในระหวา่ งวคั ซีนท่ีผลติ จากตา่ งบรษิ ัท จงึ ควรใชข้ องบรษิ ัทเดียวกนั ใหค้ รบชดุ 3 โด๊สแรก แตส่ ำ� หรบั โด๊ส
ท่ีฉีดกระตนุ้ นนั้ สามารถใชข้ องบริษัทใดก็ได้ เน่ืองจากในเด็กโตมีการตอบสนองต่อวคั ซีนค่อนขา้ งดี
หากไม่สามารถหาวคั ซีนชนิดเดิมได้ ใหใ้ ชต้ ่างบรษิ ัทไดเ้ พราะประโยชนจ์ ากการไดร้ บั วคั ซีนมีมากกว่า
ความกงั วลในเรอ่ื งความตา่ งกนั ของวคั ซีน11 โดยท่วั ไปจะถือหลกั วา่ พยายามใหว้ คั ซีนชนิดเดมิ แตถ่ า้ หา
ชนิดเดมิ ไมไ่ ด้ ก็ใหใ้ ชช้ นิดใหมไ่ ด้
การให้วคั ซนี ในเด็กกลุม่ พิเศษ
1. ทารกท่ีคลอดก่อนกำ� หนด ควรใหว้ คั ซนี เหมือนเดก็ ท่ีคลอดครบกำ� หนด โดยไมต่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ
อายคุ รรภก์ อ่ นคลอด และไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งลดขนาดวคั ซนี ทงั้ นีย้ กเวน้ กรณีการใหว้ คั ซนี ตบั อกั เสบบใี นทารก
แรกเกิดท่ีนำ้� หนกั ตวั นอ้ ยกวา่ 2,000 กรมั จะตอบสนองตอ่ วคั ซีนตบั อกั เสบบี ท่ีฉีดแรกเกิดไดไ้ มด่ ีเทา่ เดก็
ท่ีคลอดครบกำ� หนด ถา้ มารดา HBsAg เป็นผลลบ แนะนำ� ใหเ้ ล่ือนการฉีดวคั ซีนตบั อกั เสบบีโด๊สแรก
จากเม่ือแรกเกิดเป็นเม่ืออายุ 1 เดือนและสขุ ภาพแขง็ แรงดี หรอื ขณะจำ� หนา่ ย และใหเ้ ขม็ ถดั ไปท่ีอายุ 2, 4
และ 6 เดอื น โดยไมต่ อ้ งตรวจหาแอนตบี อดที ่อี ายุ 9-12 เดอื น แตถ่ า้ มารดาเป็นพาหะของเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบี
หรอื มารดาไมไ่ ดต้ รวจการติดเชือ้ ไวรสั ตบั อกั เสบบีก่อนคลอด ควรใหฉ้ ีดวคั ซีนตบั อกั เสบบีตอนแรกเกิด
และ HBIG ภายใน 12 ช่วั โมงหลงั เกิด แตไ่ มน่ บั เป็นโด๊สแรก ถือเป็นโด๊สเพ่ิมเตมิ และใหเ้ รม่ิ ฉีดโด๊สแรก
เม่ืออายุ 1-2 เดือน สว่ นโด๊สท่ี 2 และ 3 ใหฉ้ ีดหา่ งจากโด๊สแรก 1-2 เดือน และ 6 เดือนตอ่ มา เดก็ เหลา่ นี้
จะไดว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีรวม 4 โด๊ส (กรณีใชว้ คั ซีนรวมอาจไดว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีเพ่ิมท่ีอายุ 4 เดือนดว้ ย
เป็น 5 เข็ม) และใหต้ รวจ HBsAg และ anti-HBs ท่ีอายุ 9-12 เดือน
2. ทารกท่ียงั ไมแ่ ขง็ แรง ยงั ไมค่ วรเรม่ิ ฉีดวคั ซนี ถา้ ทารกยงั ไดร้ บั การดแู ลในหนว่ ยบรบิ าลทารก
แรกเกิดในโรงพยาบาล ยงั ไมค่ วรใหว้ คั ซีน OPV และ BCG เพราะอาจจะทำ� ใหเ้ ชือ้ ท่ีออ่ นฤทธิ์ในวคั ซีน
ตดิ ตอ่ ไปยงั เดก็ ป่วยคนอ่ืนท่ีอยใู่ นหอผปู้ ่วยเดียวกนั ได้
3. หญิงท่ีกำ� ลงั ตงั้ ครรภไ์ มค่ วรรบั วคั ซนี ชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ ยกเวน้ ในกรณีท่ีมีโอกาสตดิ โรคสงู
ซง่ึ จะเป็นอนั ตรายตอ่ มารดาหรอื ทารกในครรภ์หญิงท่ไี ดว้ คั ซนี หดั เยอรมนั ระหวา่ งตงั้ ครรภ์หรอื เกิดตงั้ ครรภ์
หลงั จากไดว้ คั ซนี ไมถ่ งึ 1 เดอื น ไมใ่ ชข่ อ้ บง่ ชใี้ นการทำ� แทง้ เพราะยงั ไมม่ รี ายงานเดก็ คนใดเป็นโรคหดั เยอรมนั
แต่กำ� เนิดจากการท่ีมารดาไดร้ บั วคั ซีนระหว่างตงั้ ครรภ์ เพราะฉะนนั้ หากมีขอ้ สงสยั ควรปรกึ ษาแพทย์
ซง่ึ แพทยจ์ ะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป สว่ นวคั ซีนชนิดเชือ้ ตายสามารถใหไ้ ดเ้ ทา่ ท่ีจำ� เป็น12-13
4. เดก็ ทม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั ผดิ ปกติ สามารถใหท้ อ็ กซอยด์และวคั ซนี ชนดิ เชอื้ ตายได้ถงึ แมว้ า่ ภมู คิ มุ้ กนั
จากวคั ซีนจะเกิดขนึ้ นอ้ ยกวา่ ในคนปกติ แตอ่ าจจะเพียงพอท่ีจะปอ้ งกนั โรคได้
5. ผปู้ ่วยท่ที ราบแนน่ อนวา่ จะเรม่ิ ไดร้ บั ยากดภมู คิ มุ้ กนั ควรใหว้ คั ซนี ท่จี ำ� เป็นใหค้ รบถว้ น โดยวคั ซนี
ชนิดเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ตอ้ งใหก้ ่อนไดร้ บั ยากดภมู ิคมุ้ กนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์ วคั ซีนชนิดเชือ้ ตายตอ้ งให้
ก่อนไดร้ บั ยากดภมู คมุ้ กนั อยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์ ถา้ ไมส่ ามารถใหใ้ นระยะดงั กลา่ ว ตอ้ งเล่อื นการใหว้ คั ซีน
ไปก่อน โดยสามารถใหว้ คั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ไดห้ ลงั หยดุ ยากดภมู ิคมุ้ กนั อยา่ งนอ้ ย 3-24 เดือน
ขนึ้ อยกู่ บั ชนิดของวคั ซีน (ดบู ทท่ี 10 การใหว้ คั ซีนในผทู้ ่ีมีภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง)13
26 ตําราวัคซนี และการสร้างเสริมภมู คิ ้มุ กันโรค
ปี 2562
6. สำ� หรบั วคั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ ไมค่ วรใหใ้ นเดก็ ท่ีมีภมู ิคมุ้ กนั ผิดปกติ ยกเวน้ เฉพาะ บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
กลมุ่ ตอ่ ไปนี้
6.1 เดก็ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวี ท่ียงั ไมม่ ีอาการโรคเอดส์และระดบั เมด็ เลอื ด CD4 ปกติ สามารถ
ใหว้ คั ซีนชนิดเชือ้ มีชีวติ ออ่ นฤทธิ์ไดท้ กุ ชนิด
6.2 เดก็ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีท่ีมีอาการโรคเอดสแ์ ลว้ ไมค่ วรใหว้ คั ซีน BCG
6.3 เดก็ ท่ีตดิ เชือ้ เอชไอวีท่ีมีอาการเตม็ ขนั้ หรอื มีระดบั CD4 ต่ำ� กวา่ รอ้ ยละ 15 ไมใ่ หว้ คั ซนี หดั
หรอื วคั ซีนรวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั และวคั ซีนอีสกุ อีใส
6.4 เด็กท่ีติดเชือ้ เอชไอวีทงั้ มีและไม่มีอาการ สามารถรบั วคั ซีนโรตา้ หรือวคั ซีนโปลิโอ
ชนิดรบั ประทานได้
6.5 วคั ซนี ชนดิ เชอื้ มชี วี ติ ออ่ นฤทธิ์ ถอื เป็นขอ้ หา้ มในผปู้ ่วยทไ่ี ดร้ บั ยาเคมบี ำ� บดั หรอื รงั สรี กั ษา
จะสามารถพิจารณาใหห้ ลงั หยดุ การรกั ษาดว้ ยยาเคมีบำ� บดั หรอื รงั สีรกั ษา เป็นเวลา
อยา่ งนอ้ ย 3-6 เดือน14-15 กรณีวคั ซีนอีสกุ อีใสพิจารณาใหใ้ นผทู้ ่ีโรคสงบ (remission)
เป็นเวลาอยา่ งนอ้ ย 1 ปี และมีเมด็ เลอื ดขาวชนิด lymphocyte > 700 เซลล/์ มคล. และ
มีเกลด็ เลอื ด > 100,000 เซลล/์ มคล.และควรใหห้ ยดุ ยาเคมีบำ� บดั maintenance รวมทงั้
สเตียรอยด์ 1 สปั ดาหก์ ่อนและ 1 สปั ดาหห์ ลงั ฉีดวคั ซีน14
7. เดก็ ท่ีไดร้ บั ยากลมุ่ คอรต์ ิโคสเตียรอยดข์ นาดสงู มากกวา่ 2 มก./กก./วนั หรอื มากกวา่ หรอื
เทา่ กบั 20 มก./วนั ตดิ ตอ่ กนั นานเกิน 2 สปั ดาห์หรอื มีโรคซง่ึ ทำ� ใหภ้ มู ิคมุ้ กนั ต่ำ� ไมค่ วรใหว้ คั ซนี ไวรสั ชนิด
เชือ้ มีชีวิตออ่ นฤทธิ์ ตอ้ งหยดุ ยาอยา่ งนอ้ ย 1 เดือนจงึ จะใหว้ คั ซีน14
เดก็ ท่มี ภี มู คิ มุ้ กนั ปกตทิ ่ไี ดย้ าคอรต์ โิ คสเตยี รอยดข์ นาดต่ำ� หรอื ปานกลางทกุ วนั เป็นเวลานอ้ ยกวา่
2 สปั ดาห์ หรอื ไดย้ าคอรต์ โิ คสเตียรอยดท์ ่ีออกฤทธิ์สนั้ วนั เวน้ วนั ในขนาดต่ำ� หรอื ปานกลางเป็นเวลานาน
หรอื ไดย้ าขนาดทดแทนฮอรโ์ มนของรา่ งกายในระดบั ปกติ (maintenance physiologic dose) อยเู่ ป็นประจำ�
หรอื ไดย้ าคอรต์ โิ คสเตียรอยดช์ นิดทา หรอื ชนิดพน่ สามารถใหว้ คั ซนี ไดท้ กุ ชนิดรวมทงั้ วคั ซนี ไวรสั ชนิดเชือ้
มีชีวิตออ่ นฤทธิ์
8. ผูท้ ่ีอาศยั อยู่ในบา้ นเดียวกัน หรืออยู่ใกลช้ ิดกับผูท้ ่ีมีภูมิคุม้ กันบกพร่อง ควรไดร้ บั วคั ซีน
ไขห้ วดั ใหญ่ และวคั ซนี อสี กุ อใี ส เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ป็นโรคดงั กลา่ ว ซง่ึ จะแพรเ่ ชอื้ ใหแ้ กผ่ ทู้ ม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ ง
และป่วยรุนแรงได้แตห่ า้ มใหว้ คั ซีนโปลโิ อชนิดรบั ประทาน เพราะเชือ้ จากวคั ซีนในลำ� ไสอ้ าจแพรไ่ ปยงั ผทู้ ่ีมี
ภมู คิ มุ้ กนั บกพรอ่ งท่อี ยใู่ นบา้ นเดยี วกนั และอาจเป็นอนั ตรายได้สว่ นวคั ซนี โรตา้ สามารถใหไ้ ดเ้ พราะโอกาส
ตดิ เชือ้ ในธรรมชาตคิ อ่ นขา้ งสงู ซง่ึ จะรุนแรงได้ และเชือ้ จากวคั ซีนออ่ นฤทธิ์ มีโอกาสก่อโรคต่ำ�
9. ผทู้ ่มี ปี ัญหาเลอื ดออกงา่ ย ควรใหว้ คั ซนี ชนดิ ฉีด โดยการฉีดใตห้ นงั (Subcutaneous) เป็นหลกั
(โดยไมฉ่ ีดเขา้ กลา้ มเนือ้ ) แลว้ กดนานๆ วคั ซนี ทกุ ชนิดท่ีกำ� หนดใหฉ้ ีดเขา้ กลา้ มเนือ้ สามารถฉีดในชนั้ ใตห้ นงั
ไดถ้ า้ จำ� เป็น
10. เดก็ ท่ีมีประวตั ชิ กั เวลามีไข้ (febrile convulsion) และเดก็ ท่ีมีประวตั คิ รอบครวั เป็นโรคลมชกั
สามารถใหว้ คั ซนี ได้แตค่ วรใหย้ าลดไข้คอื พาราเซตามอลขนาด 10-15 มก./กก. ทนั ทหี ลงั จากไดร้ บั วคั ซนี
และควรพจิ ารณาให้DTaP มากกวา่ DTwP อาการไขจ้ ากวคั ซนี DTP มกั จะเกิดไดต้ งั้ แตห่ ลงั ฉีด และอาจเป็น
อยนู่ าน 1-2 วนั สว่ นอาการไขจ้ ากวคั ซนี หดั หรอื วคั ซนี รวมหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั มกั จะเกิดในวนั ท่ี 5-12
หลงั ฉีด และเป็นอยนู่ าน 1-2 วนั เชน่ กนั
ตําราวัคซนี และการสร้างเสริมภมู ิคุ้มกันโรค 27
ปี 2562
ตารางท่ี 2-1 แสดงอายทุ ่ีแนะนำ� ใหว้ คั ซีน อายนุ อ้ ยท่ีสดุ ท่ีสามารถใหว้ คั ซีนได้ และระยะหา่ งแตล่ ะโด๊ส4
วัคซนี และโดส๊ ทใ่ี ห้ อายุทแ่ี นะนำ� ให้ อายุน้อยทส่ี ุดของโดส๊ นี้ ระยะหา่ งทแ่ี นะนำ� ระยะหา่ งทน่ี ้อยทสี่ ุด
(vaccine&dose (recommended age) (minimum age)1 กับ โดส๊ ถดั ไป ของโดส๊ ถดั ไป
number.) (recommended (minimum
interval) interval)1
BCG แรกเกิด แรกเกิด - -
4 สปั ดาห์
HB-1 แรกเกิด แรกเกิด 1-4 เดือน 8 สปั ดาห์
-
HB-22 1-2 เดือน 4 สปั ดาห์ 2-17 เดือน 4 สปั ดาห์
4 สปั ดาห์
HB-33 6-18 เดือน 24 สปั ดาห์ - 6 เดือน
6 เดือน
DTwP, DTaP -1 2 เดือน 6 สปั ดาห์ 2 เดือน -
-
DTwP, DTaP -2 4 เดือน 10 สปั ดาห์ 2 เดือน 5 ปี
4 สปั ดาห์
DTwP, DTaP -34 6 เดือน 14 สปั ดาห์ 6-12 เดือน 4 สปั ดาห์
6 เดือน
DTwP, DTaP -4 15-18 เดือน 15 เดือน 3 ปี 6 เดือน
-
DTwP, DTaP -5 4-6 ปี 4 ปี - 4 สปั ดาห์
-
Tdap5 4-6 ปี, >11 ปี 4 ปี, 7 ปี - 1 สปั ดาห์
3 สปั ดาห์
Td 11-12 ปี 7 ปี 10 ปี -
3 เดือน
OPV, IPV -1 2 เดือน 6 สปั ดาห์ 2 เดือน -
4 สปั ดาห์
OPV, IPV -2 4 เดือน 10 สปั ดาห์ 2 เดือน 4 สปั ดาห์
8 สปั ดาห์
OPV, IPV -3 6 เดือน 14 สปั ดาห์ 12 เดือน -
OPV, IPV -46 18 เดือน 12 เดือน 3 ปี
OPV, IPV -5 4-6 ปี 4 ปี -
MMR-1 9-12 เดือน 9 เดือน 3-5 ปี
MMR-27 4-6 ปี 13 เดือน -
Inacitvated JE-18 12-18 เดือน 6 เดือน 4 สปั ดาห์
Inacitvated JE-2 13-19 เดือน 7 เดือน 11 เดือน
Inacitvated JE-3 24-30 เดือน 18 เดือน -
Live JE -19 9-12 เดือน 9 เดือน 3-24 เดือน
Live JE-2 12-24 เดือน 12 เดือน -
Hib-110 2 เดือน 6 สปั ดาห์ 2 เดือน
Hib-2 4 เดือน 10 สปั ดาห์ 2 เดือน
Hib-3 6 เดือน 14 สปั ดาห์ 6-9 เดือน
Hib-411 12-15 เดือน 12 เดือน -
28 ตําราวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค
ปี 2562
วัคซนี และโดส๊ ทใ่ี ห้ อายุทแ่ี นะนำ� ให้ อายุน้อยทส่ี ุดของโดส๊ นี้ ระยะหา่ งทแ่ี นะนำ� ระยะหา่ งทน่ี ้อยทสี่ ุด
(vaccine&dose (recommended age) (minimum age)1 กับ โดส๊ ถดั ไป ของโดส๊ ถดั ไป
number.) (recommended (minimum
interval) interval)1
PCV-110 2 เดือน 6 สปั ดาห์ 2 เดือน 4 สปั ดาห์
4 สปั ดาห์
PCV-2 4 เดือน 10 สปั ดาห์ 2 เดือน 8 สปั ดาห์
-
PCV-312 6 เดือน 14 สปั ดาห์ 6 เดือน 5 ปี
-
PCV-4 12-15 เดือน 12 เดือน - 4 สปั ดาห์
4 สปั ดาห์
PPSV23-1 - 2 ปี 5 ปี -
12 สปั ดาห์
PPSV23-2 - 7 ปี - -
6 เดือน
Rota-113 2 เดือน 6 สปั ดาห์ 2 เดือน -
4 สปั ดาห์
Rota-2 4 เดือน 10 สปั ดาห์ 2 เดือน 4 สปั ดาห์ บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
8 สปั ดาห์
Rota-3 (เฉพาะRV5) 6 เดือน 14 สปั ดาห์ - -
4 สปั ดาห์
VAR-1 12-18 เดือน 12 เดือน 3-5 ปี 12 สปั ดาห์
-
VAR-214 4-6 ปี 15 เดือน -
HA-1 12-23 เดือน 12 เดือน 6-18 เดือน
HA-2 >18 เดือน 18 เดือน -
TIV >6 เดือน 6 เดือน 1 ปี15
LAIV 2-49 ปี 2 ปี 1 ปี15
MCV-116 - 9 เดือน 4-5 ปี
MCV-2 - 11 ปี+8 สปั ดาห์ -
HPV-117 11-12 ปี 9 ปี 1-2 เดือน
HPV-218 11-12 ปี (+1-2 เดือน) 9 ปี+4-8 สปั ดาห์ 4 เดือน
HPV-3 11-12 ปี (+6 เดือน) 9 ปี+20 สปั ดาห์ -
1 กรณีวคั ซีนรวม อายนุ อ้ ยท่ีสดุ ในการใหว้ คั ซีน ใหย้ ดึ อายมุ ากท่ีสดุ ของวคั ซีนท่ีเป็นสว่ นประกอบ และระยะหา่ งท่ีนอ้ ยท่ีสดุ ของ
โด๊สถดั ไปใหย้ ดึ ระยะหา่ งมากท่ีสดุ ของวคั ซีนท่ีเป็นสว่ นประกอบ
2 ถา้ มารดามี HBsAg บวก และทารกไมไ่ ด้ HBIG ควรได้ HB โด๊สท่ีสอง ท่ีอายุ 1 เดือน
3 กรณีใหเ้ ป็นวคั ซีนรวม DTP+HB อาจได้ HBV ท่ี 4 เดือนดว้ ย แตโ่ ด๊สสดุ ทา้ ยไมค่ วรก่อนอายุ 24 สปั ดาห์
4 ระยะหา่ งท่ีนอ้ ยท่ีสดุ ของ DTwP และ DTaP โด๊ส 3 และ 4 อยา่ งนอ้ ยตอ้ ง 6 เดือน อยา่ งไรก็ตามไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งให้ DTwP และ
DTaP โด๊ส 4 ซำ้� ถา้ ไดห้ า่ งจาก DTwP, DTaP-3 อยา่ งนอ้ ย 4 เดือน
5 Tdap ใชแ้ ทน Td ในเดก็ โตและผใู้ หญ่ ได้ 1 โด๊ส และอาจใชแ้ ทน DTwP ท่ีอายุ 4-6 ปี ไดด้ ว้ ย
6 ถา้ ใช้ IPV อยา่ งเดียวตลอด อาจใหเ้ พียง 4 โด๊สโดยงดโด๊สท่ี 4 ได้
7 อาจใชว้ คั ซีนรวม หดั , คางทมู , หดั เยอรมนั และอีสกุ อีใสแทน
8 ปัจจบุ นั Inactivated Vaccine ผลติ จากสายพนั ธุ์ P3 เพาะเลยี้ งใน vero cells (JEVACTM) ฉีด 3 ครงั้ เรม่ิ โด๊สแรกอายุ 6 เดือน
ขนึ้ ไป โด๊สตอ่ มาอีก 4 สปั ดาหแ์ ละ 1 ปีตามลำ� ดบั
ตําราวัคซีนและการสร้างเสรมิ ภูมิคุม้ กันโรค 29
ปี 2562
9 live JE ผลติ จากสายพนั ธุ์ 14-14-2 มี 2 ชนิด ใหฉ้ ีด 2 ครงั้ เรม่ิ โด๊สแรกอายุ 9-12 เดือน โดย CD-JEVAXTM ใหฉ้ ีดโด๊ส 2
อีก 3-12 เดือนตอ่ มา อีกชนิดคือ IMOJEVTM/THAI JEVTM ใหฉ้ ีดโด๊ส 2 อีก 12-24 เดือนตอ่ มา
10 Hib และ PCV ถา้ เรม่ิ ใหท้ ่ีอายมุ ากกวา่ 7 เดือน จำ� นวนโด๊สจะลดลง
11 Hib-4 อาจไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งฉีดกระตนุ้ ในเดก็ ไทยปกติ
12 PCV-3 ในเดก็ ปกตอิ าจไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งให้ (เป็นการฉีดแบบ 2+1)
13 Rota โด๊สแรกใหอ้ ายไุ มเ่ กิน 15 สปั ดาห์ โด๊สสดุ ทา้ ยอายไุ มเ่ กิน 8 เดือน
14 Varicella vaccine ในเดก็ อายุ 1-12 ปีให้ 1-2 โด๊ส โด๊สท่ี 2 อาจพิจารณาฉีดท่ีอายุ 4-6 ปี ในกรณีท่ีมีการระบาดอาจ
ฉีดโด๊สท่ีสองก่อนอายุ 4 ปี แตต่ อ้ งหา่ งจากโด๊สแรกอยา่ งนอ้ ย 3 เดือน ถา้ ใหใ้ นเดก็ อายุ > 13 ปี ให้ 2 โด๊ส โด๊สท่ีสองหา่ ง
จากโด๊สแรก 4 สปั ดาห์
15 Influenza vaccine ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่ 9 ปี ถา้ ไมเ่ คยไดว้ คั ซีนมาก่อน ในปีแรกให้ 2 โด๊ส หา่ งกนั 1 เดือน
16 ประเทศไทยมีวคั ซีน MenACWY_D (Menactra) โดยพิจารณาใหเ้ ฉพาะในเดก็ กลมุ่ เส่ยี งอายอุ ยา่ งนอ้ ย 9 เดือนขนึ้
ไป
17 วยั รุน่ ท่ีสขุ ภาพแขง็ แรงอายุ 9-15 ปี สามารถใหว้ คั ซีนแบบ 2 ครงั้ โดยฉีดเดือนท่ี 0 และ 6-12 เดือน
18 การฉีดแบบ 2 ครงั้ ในผทู้ ่ีอายนุ อ้ ยกวา่ 15 ปี หากไดร้ บั วคั ซีนโด๊สท่ี 2 ก่อนถงึ เดือนท่ี 5 ควรไดว้ คั ซีนโด๊สท่ี 3 ดว้ ย โดย
วคั ซีนโด๊สท่ี 3 ควรมีระยะหา่ งจากวคั ซีนโด๊สแรกอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน
30 ตาํ ราวัคซนี และการสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค
ปี 2562
เอกสารอ้างอิง บทท่ี 2 คำ� แนะน�ำท่วั ไปสำ� หรับการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
1. Bernard KW, Roberts MA, Sumner J, et al. Human diploid cell rabies vaccine. Effectiveness
of immunization with small intradermal or subcutaneous doses. JAMA 1982;247:1138-42.
2. Statens Serum Institue. [Internet]: Information for the user of BCG VACCINE SSI
Available from https://www.hpra.ie/docs/default-source/vaccine-pils/bcg-vaccine- ssi-pil.
pdf?sfvrsn=2. (Access 20 June 2018)
3. สดุ า สบี ญุ เรอื ง, ประพมิ พพ์ ร ฉนั ทวศนิ กลุ , ปิยดา อดุ มชยั สกลุ , ภทั ราภา วงศาโรจน,์ ธีระพงษ์ ตณั ฑวเิ ชียร.
ปัญหาท่พี บบอ่ ยในการดแู ลรกั ษาผปู้ ่วยท่สี มั ผสั โรคพษิ สนุ ขั บา้ . ใน: สดุ า สบี ญุ เรอื ง, ธีระพงษ์ ตณั ฑวเิ ชยี ร,
บรรณาธิการ. ปัญหาท่ีพบบ่อยในการดูแลรกั ษาผูป้ ่ วยท่ีสมั ผัสโรคพิษสุนัขบา้ . สถานเสาวภา
สภากาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพด์ อกเบีย้ ; 2554.น. 3-25.
4. Kroger AT, Duchin J, Vázquez M. Best Practices Guidance of the Advisory Committee on
Immunization Practices (ACIP): Timing and Spacing of Immunobiologics. [updated
May 9, 2018]. Available from: www.cdc.gov/vaccines/hcp/acip-recs/general-recs/downloads/
general-recs.pdf (Access 31 July 2018)
5. National Center for Immunization and Respiratory Diseases. General Recommendations
on Immunization --- Recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices
(ACIP). MMWR Recomm Rep 2011;60:1-64.
6. Siber GR, Werner BG, Halsey NA, et al. Interference of immune globulin with measles and
rubella immunization. J Pediatr 1993;122:204-11.
7. Kaplan JE, Nelson DB, Schonberger LB, et al.
The effect of immune globulin on the response to trivalent oral poliovirus and yellow
fever vaccinations. Bull World Health Organ 1984;62:585-90.
8. Fasano MB, Wood RA, Cooke SK, Sampson HA. Egg hypersensitivity and adverse reactions
to measles, mumps, and rubella vaccine. J Pediatr 1992;120:878-81.
9. Kemp A, Van Asperen P, Mukhi A. Measles immunization in children with clinical reactions
to egg protein. Am J Dis Child 1990;144:33-5.
10. James JM, Burks AW, Roberson PK, Sampson HA. Safe administration of the measles
vaccine to children allergic to eggs. N Engl J Med 1995;332:1262-6.
11. Use of diphtheria toxoid-tetanus toxoid-acellular pertussis vaccine as a five-dose series.
Supplemental recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices
(ACIP). MMWR Recomm Rep 2000;49:1-8.
12. Watson JC, Hadler SC, Dykewicz CA, Reef S, Phillips L. Measles, mumps, and rubella--vaccine
use and strategies for elimination of measles, rubella, and congenital rubella syndrome
and control of mumps: recommendations of the Advisory Committee on Immunization
Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 1998; 47:1-57.
ตาํ ราวคั ซีนและการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค 31
ปี 2562
13. Shields KE, Galil K, Seward J, Sharrar RG, Cordero JF, Slater E. Varicella vaccine exposure
during pregnancy: data from the first 5 years of the pregnancy registry. Obstet Gynecol
2001; 98: 14-9.
14. American Academy of Pediatrics. Immunization in special clinical circumstances. In:
Kimberlin DW, Brady MT, Jackson MA, Long SS, eds. Red Book: 2018 Report of the
Committee on infectious Diseases. 31th ed. Itasca, IL: American Academy of Pediatrics;
2018. p.67-111.
15. Esposito S, Cecinati V, Brescia L, Principi N. Vaccinations in children with cancer. Vaccine
2010;28:3278-84.
32 ตาํ ราวัคซนี และการสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค
ปี 2562
3บทที่ มาตรฐานการด�ำเนนิ งานสรา้ งเสรมิ
ภูมิค้มุ กนั โรคและการควบคุมโรค
ท่ปี อ้ งกนั ได้ดว้ ยวัคซนี
โดยกระทรวงสาธารณสุข
3 มาตรฐานการด�ำเนินงานสรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค
บทท่ี และการควบคมุ โรคทีป่ อ้ งกนั ไดด้ ้วยวัคซีน
โดยกระทรวงสาธารณสขุ
การประเมนิ มาตรฐานการด�ำเนินงานสรา้ งเสรมิ ภูมิคุม้ กนั โรค
ดว้ ยสภาพการณป์ ัจจบุ นั ภายหลงั จากท่ีมีการปฏิรูประบบสาธารณสขุ ทำ� ใหม้ ีการปรบั เปล่ยี น
โครงสรา้ งขององคก์ รและหนว่ ยงานทงั้ ในสว่ นกลางและภมู ภิ าค มีการปรบั เปล่ยี นการบรหิ ารจดั การสรา้ งเสรมิ
ภมู ิคมุ้ กนั โรคหลายดา้ น ไดแ้ ก่ การบรหิ ารจดั การงบประมาณ ระบบการกระจายวคั ซีนดว้ ยระบบใหม่
ระบบการนิเทศ ควบคมุ กำ� กบั ประเมินผล ความหลากหลายการใหบ้ รกิ ารมีมากขนึ้ ซง่ึ อาจสง่ ผลกระทบ
ต่อคณุ ภาพการใหบ้ ริการวคั ซีนเป็นอย่างมาก การคงรกั ษาระดบั มาตรฐานการปฏิบตั ิงานสรา้ งเสริม
ภมู ิคมุ้ กนั โรคใหส้ ามารถดำ� เนินไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองและมีประสทิ ธิภาพ เป็นการปอ้ งกนั ไมใ่ หโ้ รคติดตอ่ ท่ีมี
แนวโนม้ ลดลงหรอื หมดไปแลว้ กลบั มาระบาดขนึ้ ใหม่ จนเป็นปัญหาท่สี ำ� คญั ทางสาธารณสขุ ของประเทศ
ตอ่ ไป จงึ จำ� เป็นตอ้ งมีการสมุ่ สำ� รวจเพ่ือเรง่ รดั ระดบั ความครอบคลมุ การไดร้ บั วคั ซนี ใหไ้ ดต้ ามเกณฑแ์ ละ
จดั ระบบการนิเทศ ติดตามประเมินมาตรฐานการปฏิบตั ิงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรคของสถานบรกิ าร
ระดบั ตา่ งๆ เพ่ือใหห้ นว่ ยงานเครอื ขา่ ยระดบั เขต จงั หวดั และอำ� เภอ สามารถตดิ ตามประเมินการปฏิบตั งิ าน
เครือข่ายบริการในพืน้ ท่ีใหป้ ฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ งตามมาตรฐานท่ีกำ� หนด เนือ้ หาของมาตรฐาน
การดำ� เนินงานสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค ประกอบดว้ ย
3 มาตรฐาน ไดแ้ ก่ 1. มาตรฐานการบริหารจดั การวัคซนี และระบบลูกโซ่ความเยน็
2. มาตรฐานคุณภาพการใหบ้ ริการวัคซนี
3. มาตรฐานการบนั ทกึ ขอ้ มลู ในแฟ้มขอ้ มลู งานสร้างเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
มาตรฐาน การบริหารจดั การวัคซนี บทท่ี 3 มาตรฐานการดำ� เนนิ งานสรา้ งเสรมิ ภูมคิ ้มุ กนั โรค
การดำ� เนินงาน และระบบลูกโซ่ความเยน็
สร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค
มาตรฐานคุณภาพ
การใหบ้ ริการวัคซนี
มาตรฐานการบนั ทกึ ข้อมูลในแฟ้มข้อมูล
งานสร้างเสริมภมู คิ ุ้มกันโรค
ตาํ ราวัคซีนและการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค 35
ปี 2562